The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rakchat.fg, 2021-05-15 07:54:59

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า | วิ ธี ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ก า ร บ ร ร จุ แ ค ป ซู ล อั ด เ ม็ ด ก า ร บ ร ร จุ ข ว ด เ พื อ ใ ช้ เ ป น ย า ผ ง

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๔๓

๑๗สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรกแแพารพพปทททรุงยยยยแแ์์แ์าชผผผนตนนดิาํ นรผไไับททงไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๔๔

าสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดาวตาํ รับที ๑ ยาแดงสีเสนตาํ รับที ๑๐ ยาตรีวาสังข์
สถตาํ รับที ๒ ยาถา่ ย/ขับฟอกโลหติตํารับที ๑๑ ยาจนั ทลีลา
ตํารับที ๑๒ ยาธรณีสัณฑะฆาต
าวตํารับที ๓ ยาแสงหมึกตาํ รบั ที ๑๓ ยาลดความดันโลหติ
ตรดตาํ รบั ที ๔ ยาอาโปธาตุนาํ มันในขอ้ตํารับที ๑๔ ยาสหัศธารา
ยเนตาํ รบั ที ๕ ยาธาตุบรรจบตํารบั ที ๑๕ ยาตรีฉนิ ทลมกา
นไทตาํ รับที ๖ ยาโรคนิทาน ๑ตํารบั ที ๑๖ ยาปราบชมพูทวปี
ยแ์ ผตาํ รับที ๗ ยามหานลิ แท่งทองตาํ รบั ที ๑๗ ยาหอมอนิ ทจกั ร์
ารแพทตํารับที ๘ ยาสรรพต้อ
สถาบนั กตํารบั ที ๙ ยาประสะเปราะใหญ่

๔๕

ตํารบั ที
สถาสบถนัาบกนั ากราแรยแพาพแททดยย๑งแ์แ์ สผผีเนสนไนทไทยเยนเตนรตดาารววดาวชอื ยา:

รดรูปแบบยา:
เนตทมี า:
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยสรรพคณุ /ข้อบ่งใช:้
ยาแดงสีเสน
ยาแคปซลู
หนังสือแพทย์ศาสตรส์ ังเขป เล่ม ๑ โดย พระยาพิศณปุ ระสาทเวช หน้า ๔๙

แก้อาโปธาตหุ ยอ่ น แก้ชกั หอบ ใชก้ ระสายยา นาํ ดอกไม้
แกล้ ม ใช้กระสายยา นาํ ขิง
แกร้ าก ใชก้ ระสายยา นาํ ลกู ยอกับลกู ผักชีต้มแทรกพิมเสน
แกล้ มจุกเสียดแนน่ หน้าอก ใชก้ ระสายยา นาํ กระเทยี มต้มหรอื นาํ ขิงตม้
แก้โลหติ แหง้ รา้ ง ใช้กระสายยา นาํ เทียนดําต้ม

๔๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

อธบิ ายขนั ตอนการปรุงยา

ตาํ รับยาแดงสีเสน รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วัตถดุ ิบและอุปกรณ์ในการปรงุ ยาชนิดผง
เนตคดั แยกและทาํ ความสะอาดเครืองยาแตล่ ะสิงตามตํารบั ยา
ยนําเครอื งยาทีคัดแยกและทําความสะอาดแลว้ ไปอบฆา่ เชือโรคทีอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
นทําความสะอาดเครอื งบดยา เครืองร่อนยา อปุ กรณท์ ใี ชส้ ําหรับการปรงุ ยาทุกชนิด (ทงั กอ่ นและหลงั การปรุงยา)

แ์ ผ๒. การปรุงยา
ทยการชงั นาํ หนกั เครอื งยา นําเครอื งยาทอี บฆ่าเชอื โรคเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนักตามตํารับยา โดยให้ชงั นาํ หนกั
ารแพเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั แล้วแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกนั ไว้ ใหเ้ ปนตํารบั เดียวกัน

การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นําเครอื งยาทจี ดั เปนตํารบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั

กอยู่ในถาดเดียวกัน สามารถจัดเรียงได้ ๓ ถาด ดังนี
าบนัถาดที ๑ จัดเรยี ง แกน่ ฝางเสน แก่นสักขี โกฐหัวบวั โกฐสอ เปลอื กอบเชยเทศ เปลอื กสุมลแวง้
สถรากเจตพังคี รากเจตมลู เพลิงแดง เหงา้ ขงิ แหง้ โกฐเขมา เมล็ดพรกิ ไทย (ล่อน-ดาํ ) หวั เปราะหอม

าวลกู กระวาน หวั ดองดงึ โกฐเชียง
รดถาดที ๒ จดั เรยี ง โกฐจฬุ าลมั พา ดอกกานพลู ดอกคาํ ไทย พรกิ หอม พรกิ หาง ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ ลกู ผกั ชลี อ้ ม
ตถาดที ๓ จดั เรยี ง เทียนดํา เทยี นแดง เทียนขาว เทียนขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั แตน
เนจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ยเรียงถาดที ๒ และ ๓ ไวใ้ นชนั ถัดลงมา ชนั ละ ๑ ถาด อบดว้ ยอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใชเ้ วลาอบประมาณ
ไท๑ ชวั โมง
นการบดเครอื งยา ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นทาํ การบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครืองบด
แ์ ผเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกโกฐเชยี งและหวั ดองดงึ ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จงึ นาํ ไปบด
ยจากนนั ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาทเี หลอื ลงเครอื งบด โดยใหใ้ ส่เครอื งยาทแี ขง็ ทสี ุดในถาดลงไปบดกอ่ น แลว้ ไลล่ าํ ดบั ไป
ทจนครบ (ในการบดครงั นใี ชเ้ ครอื งบดขนาดใหญ่ สามารถใส่เครอื งยาทงั หมดในถาดที ๑ ลงไปบดพรอ้ มกนั ได)้
ารแพเมอื โกฐเชยี งและหวั ดองดึงกรอบดีแลว้ ให้ใส่ลงเครืองบด ใส่เครอื งยาถาดที ๒ และ ๓ ตามลงไปบดพร้อมกัน

โดยทาํ เช่นเดียวกบั ถาดที ๑ เครืองยาทมี นี าํ มันมากในถาดที ๒ คอื ลกู จันทน์ ดอกจันทน์ ลกู ผกั ชีลอ้ ม
ให้เก็บไว้บดรวมกับถาดที ๓ และให้ใส่เปนลาํ ดับสุดท้าย เพราะว่าเครืองยา ๓ สิงนมี ีนาํ มนั มากถ้ารีบนาํ ไปบดกอ่ น

นั กจะทําให้ยาแฉะและเกาะเปนกอ้ น เมือใส่ครบแลว้ ให้ปรบั ขากวาดนอกลง บดตอ่ จนเครืองยาละเอียดหรอื ให้
าบสังเกตไดจ้ ากสีของยาทีเข้มขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะให้ปดเครอื ง จากนนั ตักผงยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไวเ้ พือนํายาไป
สถร่อนตอ่ ไป

การรอ่ นยาและการบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครอื งร่อนยาทลี ะน้อย เปดเครอื ง รอ่ นยาจนแนใ่ จวา่

าวผงยาละเอียดผ่านตะแกรงไปจนหมดและหน้าตะแกรงเหลือเพียงกากยา ให้นํากากยานกี ลบั ไปบดใหม่
รดและนํากลับมารอ่ นอีกครงั ร่อนและบดเช่นนไี ปเรือยๆ จนกวา่ นาํ หนักกากยาจะเหลอื นอ้ ยกว่า ๕%

สําหรับการร่อนยาครงั นี จํานวนรอบทีร่อนได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดังนี

เนตรอบที ๑ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นประมาณ ๓๐ นาที
ยรอบที ๒ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการร่อนประมาณ ๔๐ นาที
ไทรอบที ๓ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื รอ่ นเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนักกากยาเหลือ
แ์ ผนมากกว่า ๕% จึงนาํ กากยากลบั ไปบดใหมด่ ว้ ยเครืองบดความเรว็ สูง
ยรอบที ๔ รอ่ นยาผ่านกระชอนตาถี เมอื ร่อนเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนักกากยาเหลือน้อยกวา่
ท๕% จึงเสร็จขนั ตอนการปรงุ ยา
ารแพจากนนั ให้ดึงถาดพักผงยาออกมาจากเครืองรอ่ นยา ตกั ผงยาทปี รงุ เสร็จใส่ถงุ สะอาด มดั ถุงใหพ้ องและแนน่

เขย่าผงยาใหเ้ ขา้ กัน เมอื ส่วนผสมเข้ากันดีแลว้ ใหป้ ลอ่ ยลมในถงุ ออก มัดปากถุงให้ชิดผงยา นําผงยาทีปรงุ เสรจ็

นั กและกากยาไปชงั นาํ หนัก เขียนชือยา วนั เดือนปทีผลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ ว้บนถุง จากนนั นาํ ยาไปบรรจุแคปซูลต่อไป
าบการบรรจแุ คปซลู บรรจผุ งยาใส่แคปซลู เบอร์ ๑ ดว้ ยเครอื งบรรจุแคปซูลแบบมือโยก จะได้นาํ หนกั แคปซูลละ
สถประมาณ ๐.๒๕ กรมั

๔๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

ตํารบั ยาแดงสีเสน ตรดาวประกอบด้วยเครอื งยา ๒๘ สิง รวมนาํ หนักยา ๔๓ ส่วน
ยเนกาํ หนดนาํ หนกั ยา ๑,๒๙๐ กรัม สามารถจดั เครอื งยาไดส้ ่วนละ ๓๐ กรัม

ไทมรี ายละเอียดดังนี
แ์ ผน๑. โกฐเชียง
ทย๒. โกฐสอ ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ารแพ๓. โกฐหวั บัว ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๓๐ กรมั
ก๔. โกฐเขมา ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
าบนั ๕. โกฐจฬุ าลัมพา ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรัม
สถ าว๖. เทียนดํา ๓๐ กรัม
๑ ส่วน ๓๐ กรัม
รด๗. เทยี นแดง ๓๐ กรัม
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ต๘. เทียนขาว ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรัม
เน๙. เทยี นข้าวเปลอื ก ๓๐ กรัม
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ไทย๑๐. เทียนตาตกั แตน ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
น๑๑. ลกู จนั ทน์ ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
แ์ ผ๑๒. ดอกจันทน์ ๓๐ กรมั
ทย๑๓. ลกู กระวาน ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๓๐ กรมั
ารแพ๑๔. ดอกกานพลู ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๖๐ กรัม
๑๒๐ กรมั
ก๑๖. เปลอื กสมุลแวง้ ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
๒๗๐ กรัม
๑๕. เปลือกอบเชยเทศ ๑ ส่วน
าบนั ๑๗. หัวเปราะหอม
๑ ส่วน

สถ ๑๘. หัวดองดงึ (ฆ่าฤทธ)ิ ๑ ส่วน๑ ส่วน

รดาว๒๐. รากเจตพังคี
๑๙. รากเจตมูลเพลิงแดง ๑ ส่วน

๑ ส่วน
ต๒๑. เมลด็ พรกิ ไทย (๑) ๑ ส่วน
เน๒๒. พริกหอม
ไทย๒๓. พรกิ หาง ๑ ส่วน
แ์ ผน๒๔. เหง้าขงิ แหง้
๑ ส่วน

ย๒๕. แก่นสักขี ๑ ส่วน
ารแพท๒๖. แก่นฝางเสน
๒ ส่วน

นั ก๒๘. ลกู ผกั ชีลอ้ ม ๔ ส่วน

๒๗. ดอกคาํ ไทย ๔ ส่วน
สถาบหมายเหตุ: (๑) เมล็ดพริกไทย ใช้เมล็ดพริกไทยลอ่ นและเมล็ดพริกไทยดาํ นาํ หนักอย่างละครงึ
๙ ส่วน

๔๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

เครืองยาสมุนไพร ๒๘ สิง
แ์ ผนไทยเนตรดาวโกฐเชยี ง
าบนั การแพทยโกฐจุฬาลมั พาโกฐสอ โกฐหวั บวั โกฐเขมา
เทียนดํา เทียนแดง เทยี นขาว
สถ ไทยเนตรดาวเทยี นขา้ วเปลือก
ารแพทยแ์ ผนลกู กระวานเทียนตาตกั แตนลูกจันทน์ ดอกจันทน์

สถาบนั ก าวหัวเปราะหอมดอกกานพลูเปลอื กอบเชยเทศ เปลอื กสมุลแว้ง

ทยแ์ ผนไทยเนตรดเมล็ดพรกิ ไทยลอ่ นหัวดองดงึรากเจตมูลเพลิงแดง รากเจตพังคี
สถาบนั การแพและเมล็ดพรกิ ไทยดํา (๑)
พรกิ หอม พริกหาง เหง้าขงิ แหง้

แก่นสักขี แก่นฝางเสน ดอกคําไทย ลกู ผักชลี อ้ ม

๔๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมุนไพรทุกสิง จากนนั นาํ ไปอบฆ่าเชอื โรคก่อนนําไปปรุงยา

ไทยซึงมีวธิ ีคดั แยกเครอื งยาสรุปโดยยอ่ ได้ ดงั นี
ยแ์ ผนโกฐเชียง โกฐสอ โกฐหัวบวั โกฐเขมา เปลอื ก
ารแพทอบเชยเทศ เปลือกสมลุ แวง้ รากเจตพังคี ลูกจนั ทน์
ใช้แปรงปดทาํ ความสะอาดผิวนอก จากนัน
เหง้าขิงแหง้ แก่นสักขี แกน่ ฝางเสน ใช้มดี ผ่าดขู ้างในว่ามีเชอื ราหรือไม่ ถา้ มีใหค้ ดั ทิง
ดอกจันทน์
กใช้แปรงปดทําความสะอาด ถา้ มีขนาดใหญ่ ใชก้ ระชอนตาถีร่อนเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
าบนัใหใ้ ช้มีดสับหรือซอยให้มขี นาดเล็กลงและ เครืองยา จากนันคดั หาสิงปลอมปนและ
สิงปนเปอนทิง
สถ าวใกลเ้ คยี งกนั เพือความสะดวกในการอบและบดยารากเจตมูลเพลงิ แดง
รดเทียนดาํ เทยี นแดง เทยี นขาว เทียนข้าวเปลือก คัดเลือกเฉพาะรากและส่วนของต้นทสี ูงจากราก
ตเทยี นตาตักแตน ลกู กระวาน ดอกกานพลู ขึนมาประมาณ ๑ นิว
เนหวั เปราะหอม เมลด็ พริกไทย พริกหอม หวั ดองดึง
ยพรกิ หาง ดอกคําไทย ลูกผักชลี อ้ ม ใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
ไทใช้กระชอนตาถีร่อนเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก เครอื งยา ใช้แปรงปดหรือถูทาํ ความสะอาด
แ์ ผนเครืองยากอ่ น จากนนั คัดหาสิงปลอมปนและ จากนันคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
ยสิงปนเปอนทงิ นาํ เครอื งยาไปฆ่าฤทธิกอ่ นนําไปปรุงยา
ทโกฐจฬุ าลมั พา
ารแพคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
กในการคดั เครืองยาแตล่ ะสิงนนั ให้เภสัชกรผปู้ รุงยาพิจารณาจากเครืองยาทมี อี ยู่ ว่ามีลกั ษณะแบบใด
นัอาจจะใช้วิธีทีแตกตา่ งจากทกี ลา่ วมาข้างตน้ นีได้ โดยให้พิจารณาเรืองความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเกบ็

าบ รวมถงึ ความสะอาดของเครืองยาเปนสําคญั
สถเมอื คดั แยกและทาํ ความสะอาดเรยี บร้อยแลว้ ให้นําเครืองยาทงั หมดไปอบฆ่าเชือโรค

าว(ดขู ันตอนการคดั แยกและอบฆ่าเชอื โรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
ยเนตรดการเตรยี มอปุ กรณ์สําหรบั การปรุงยา
ไทการเตรยี มอปุ กรณ์จะอยู่ในขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา โดยใหเ้ ตรียมทําความสะอาด

แ์ ผนอปุ กรณแ์ ละเครอื งมือทุกชนดิ กอ่ นและหลงั ทาํ การบดยาและร่อนยา ทุกครงั
ยเตรียมวสั ดุอุปกรณส์ ําหรบั ปรงุ ยาชนิดผง (ดไู ด้จากหนา้ ที ๑๘)
ารแพททาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งร่อนยาและอุปกรณ์ทุกชนิด ทงั กอ่ นและหลังใชง้ าน
สถาบนั ก(ดวู ธิ ีการทําความสะอาดไดจ้ ากหน้าที ๑๙)

๕๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรปู แบบการปรุงยา: ยาแคปซลู
ยสูตรตาํ รับยา: ประกอบด้วยเครืองยา ๒๘ สิง รวมนาํ หนกั เครืองยา ๔๓ ส่วน

นไทกําหนดนาํ หนักรวม ๑,๒๙๐ กรัม สามารถจัดนาํ หนักเครืองยาได้ส่วนละ ๓๐ กรัม
แ์ ผวิธีทํา: บดเปนผง บรรจแุ คปซลู เบอร์ ๑ หนกั แคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั
ทยข้อมูลการใชเ้ ครืองยาสมนุ ไพรปรงุ ยา: ใชเ้ ครอื งยาสมนุ ไพรแห้งทงั หมด

าบนั การแพขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารบั ยา

สถ าวนําเครอื งยาทีอบฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนักตามตํารบั ยาข้างต้น
โดยให้ชงั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรัม และแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนําไปบด
ไทยการอบเครืองยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครอื งยาไปบด
นจดุ ประสงคเ์ พือต้องการใหเ้ ครืองยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผชว่ ยกระตุ้นฤทธยิ าใหม้ สี รรพคณุ ทางยาดีขนึ และช่วยฆ่าเชอื โรคอกี ครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครอื งยา
การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครอื งยาทีมลี กั ษณะแข็งมากสุดไปหานอ้ ยสุดตามลําดบั
เครอื งยาทีมนี าํ มันมากในตาํ รบั ยานี คอื ลกู จันทน์ ดอกจันทน์ ลูกผักชีลอ้ ม ให้บดเปนลาํ ดับสุดทา้ ย

สถาบนั กขนั ตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา

นํายาทีบดแลว้ มาร่อนผ่านตะแกรงหรอื แร่งจะทาํ ใหไ้ ด้ผงยาทีเนยี นละเอยี ด โดยต้องร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื รอ่ นครบ ๓ รอบแลว้ ให้นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาวา่ จะบดและรอ่ นตอ่ หรือไม่ โดยคาํ นวนจากนาํ หนกั กากยาทีเหลอื ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ ํา
ตกากยากลับไปบดและรอ่ นใหม่อีก ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสรจ็ ให้นาํ กากยากลับไปชงั นาํ หนัก

เนถ้านาํ หนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ใหท้ าํ การบดและร่อนใหม่ ทาํ เช่นนีจนกวา่ กากยาจะเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซลู

สถาบนั กบรรจแุ คปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั

๕๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครอื งยาตามตํารับยา

นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนาํ ไปบด

การอบเครืองยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครืองยาไปบด
จุดประสงคเ์ พือต้องการใหเ้ ครืองยากรอบและบดงา่ ย ช่วยกระต้นุ ฤทธยิ า
ใหม้ ีสรรพคณุ ทางยาดขี นึ และช่วยฆ่าเชือโรคอีกครงั หนงึ
รายละเอียด

าวขนั ตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรงุ ยา
ารแพทยวธิ ีการอบเครอื งยา
ก๑. อนุ่ ตอู้ บทอี ุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
าบนั๒. จดั เรยี งเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยาทีใกลเ้ คียงกนั

สถ าวจดั เรยี งไว้ในถาดเดยี วกนั สามารถจดั เรยี งได้ ๓ ถาด ดังนี
รดถาดที ๑ จดั เรยี งเครอื งยา ๑๕ สิง ได้แก่
ตแก่นฝางเสน แก่นสักขี โกฐหวั บัว โกฐสอ เปลือกอบเชยเทศ เปลือกสมลุ แวง้ รากเจตพังคี
ยเนรากเจตมลู เพลิงแดง เหงา้ ขิงแหง้ โกฐเขมา เมล็ดพรกิ ไทย หวั เปราะหอม ลกู กระวาน
ไทหวั ดองดงึ โกฐเชยี ง เมอื เรยี งเสร็จเขยา่ ถาดเบาๆ เพือให้เครืองยากระจายไปทวั ถาด
แ์ ผนถาดที ๒ จดั เรียงเครืองยา ๘ สิง ได้แก่
ยโกฐจุฬาลัมพา ดอกกานพลู ดอกคาํ ไทย พริกหอม พรกิ หาง ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์ ลกู ผักชีล้อม
ารแพทเมอื เรยี งเสร็จเขย่าถาดเบาๆ เพือให้เครอื งยากระจายไปทวั ถาด

(วางลูกจนั ทน์และดอกจันทนไ์ วบ้ นลูกผักชีลอ้ มให้ชว่ ยซับนาํ มันหอมระเหยไว)้

นั กถาดที ๓ จดั เรียงเครอื งยา ๕ สิง ได้แก่
าบเทยี นดํา เทยี นแดง เทียนขาว เทยี นข้าวเปลอื ก เทยี นตาตกั แตน จากนนั เขย่าถาดเบาๆ ใหเ้ ครอื งยา
สถกระจายไปทวั ๆ ถาด

รดาว๓. เมืออุ่นตู้อบจนไดอ้ ณุ หภูมิทีตอ้ งการแล้ว
ตใหน้ าํ ถาดเครอื งยาทงั หมดเขา้ ตอู้ บ สําหรับ
เนตูอ้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ ้านบน จึงเรมิ ต้นเรยี ง
ไทยถาดที ๑ ไวใ้ นชนั บนสุด ถาดที ๒ และถาดที ๓
แ์ ผนเรียงตอ่ กนั ลงมาชนั ละ ๑ ถาด ตามลาํ ดบั
ยเมือเรยี งครบแลว้ จงึ เรมิ จบั เวลา ใชเ้ วลาอบ
ารแพทประมาณ ๑ ชวั โมง

๔. เมอื ครบเวลาแล้ว ให้นําถาดเครอื งยาทงั หมด

สถาบนั กออกจากต้อู บ พร้อมนําไปบดในขนั ตอนตอ่ ไป

๕๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

เครอื งยาถาดที ๑

สถาสสบถถเคนัาารอืบบงกยนนัั าถากกาดรทาาี แ๒รรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเคเเรยอืนนงยเตตานถารรดตทดดี ๓าารววดาว

๕๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
าว๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ
เนตรดก่อนทาํ การบดยา
สามารถใส่เครอื งยาในถาดที ๑ ทงั หมดลงไปบด
พรอ้ มกนั ได้ ยกเวน้ หัวดองดงึ และโกฐเชียงทตี ้อง
รอใหเ้ ครืองยา ๒ สิงนีกรอบเสียกอ่ น
นั การแพทยแ์ ผนไทย๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทลี ะถาด
าบ๒.๑ เรมิ ตน้ จากเครอื งยาถาดที ๑

สถ รดาวหวั ดองดงึ
เนตโกฐเชียง
แ์ ผนไทยเครอื งยา
ยถาดที ๑ โกฐเชียง
ารแพทแยก หวั ดองดงึ และโกฐเชยี ง ออกมาพกั คายความรอ้ น
หัวดองดึง
รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จงึ นําไปบด หา้ มบด
ใส่ หัวดองดงึ โกฐเชยี ง (หวั ดองดงึ
นั กเครอื งยา ๒ สิงนขี ณะทยี ังมคี วามเหนยี วอยู่ จะทาํ ให้โกฐเชียง เย็นตัวลงและกรอบดีแล้ว)
าบยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขนึ การบดครงั นใี ช้ ลงเครอื งบดพร้อมกัน เปดเครือง บดจน
สถเครืองบดขนาดใหญ่จงึ ใส่เครืองยาทงั หมดลงไปบด

พร้อมกันได้ แต่ถ้าใช้เครอื งบดขนาดเลก็ ถึงขนาดกลาง

าวให้ทยอยใส่เครอื งยาทีเหลือลงเครืองบดตามลาํ ดบั
รดดังนี

เนตใส่ แก่นฝางเสน แกน่ สักขี โกฐหัวบัว โกฐสอ
ไทยลงเครอื งบดพรอ้ มกนั เปดเครอื ง บดจนเครอื งยา
แ์ ผนแตกเปนชนิ เลก็ ๆ จงึ ปดเครอื ง
ยใส่ เปลอื กอบเชยเทศ เปลอื กสมลุ แว้ง
ารแพทรากเจตพังคี รากเจตมูลเพลงิ แดง เหงา้ ขิงแห้ง

ลงเครอื งบดพร้อมกัน เปดเครือง บดต่อจน

กเครืองยาแตกเปนชนิ เล็กๆ จึงปดเครอื ง
าบนัใส่ โกฐเขมา เมลด็ พริกไทย หัวเปราะหอม
สถลกู กระวาน ลงเครอื งบดพร้อมกนั เปดเครือง
บดจนเครอื งยาละเอียด จึงปดเครือง เครอื งยาละเอียด จึงปดเครอื ง

๕๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ ๒.๓ ใส่เครอื งยาถาดที ๓ เครอื งยา

โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลําดบั แลว้ บด ดงั นี ถาดที ๓

รดาวเครืองยา

ถาดที ๒
โดยให้ทยอยใส่เครอื งยา
ตามลาํ ดับแลว้ บด ดังนี
าบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตใส่ เทียนทงั หมด ได้แก่ เทยี นดํา

สถ าวเทยี นแดง เทยี นขาว เทียนข้าวเปลอื ก
เทียนตาตักแตน ลงเครอื งบดพร้อมกัน
รดเปดเครอื ง บดสักครู่ ใชเ้ วลาบดประมาณ
ต๔๕ วนิ าที จงึ ปดเครือง
ยแ์ ผนไทยเนใส่ โกฐจุฬาลัมพา ดอกกานพลู ดอกคําไทย
ทพริกหอม พริกหาง ลงเครืองบดพร้อมกันใส่ ลกู จนั ทน์ ดอกจันทน์ (จากถาดที ๒)
ารแพเปดเครือง บดจนเครอื งยาละเอียด จงึ ปดเครืองลงเครอื งบดพรอ้ มกนั เปดเครอื ง บดสักครู่
ใชเ้ วลาบดประมาณ ๓๐ วนิ าที จงึ ปดเครอื ง
นํา ลูกจันทน์ ดอกจนั ทน์ ลูกผักชลี อ้ ม

กไปบดรวมกับเครอื งยาถาดที ๓ โดยใหใ้ ส่เปน
นัลาํ ดบั สุดทา้ ย เพราะเครืองยา ๓ สิงนี
าบมีนาํ มนั เมอื นาํ ไปบดกอ่ นจะทาํ ใหย้ าแฉะ
สถ าว๓. ปรบั ขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลง

รดเพือช่วยกวาดยา จากนนั เปดเครอื งบดยาต่อ
ตใชเ้ วลาบดประมาณ ๓๐ นาทหี รอื ใหส้ ังเกตวา่ สียา
เนเรมิ เปลยี นเปนสีเขม้ ขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะ
ไทยจึงปดเครอื ง
แ์ ผน๔. ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด
ยเพือนําไปร่อนในขนั ตอนต่อไป
าบนั การแพท ใส่ ลกู ผักชลี อ้ ม (จาดถาดที ๒) ลงเครืองบด
สถ เปดเครือง บดต่อใชเ้ วลาประมาณ ๑๐ วินาที
จึงปดเครอื ง

๕๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนาํ ยาทบี ดแล้วมารอ่ นผ่านตะแกรงหรือแรง่ จะทาํ ใหไ้ ด้ผงยาทเี นียนละเอียด โดยต้องร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ตจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแล้ว ให้นํากากยาไปชังนาํ หนัก
เนเพือพิจารณาว่าจะบดและรอ่ นตอ่ หรือไม่ โดยคํานวนจากนําหนกั กากยาทีเหลอื ถ้านําหนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ าํ
ไทยกากยากลบั ไปบดและร่อนใหมอ่ กี ๑ รอบ ดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสรจ็ ให้นํากากยากลบั ไปชังนําหนกั
นถ้านาํ หนกั เหลือมากกวา่ ๕% ใหท้ ําการบดและร่อนใหม่ ทําเชน่ นจี นกวา่ กากยาจะเหลือน้อยกว่า ๕%
แ์ ผ(จํานวนรอบในการร่อนยาขนึ อยูก่ ับปรมิ าณเครอื งยาทใี ช้ปรงุ ยา)
ารแพทยการรอ่ นยาในครงั นี ร่อนทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรปุ ได้ ดงั นี
กร่อนยารอบที ๑
าบนัรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยรอ่ น

สถ าวทีละนอ้ ย จากนนั นํากากยาทไี ม่สามารถผ่าน
รดรูตะแกรงได้แลว้ เทกลบั ลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๑
ใช้เวลาบดประมาณ ๓๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กาํ หนดใหป้ ดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
เนตร่อนยารอบที ๒
ยรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
นไททาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๒
ใช้เวลาบดประมาณ ๔๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กําหนดใหป้ ดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนตอ่ ในรอบที ๓
แ์ ผร่อนยารอบที ๓
ยร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเช่นเดยี วกบั รอบที ๒ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๓
ารแพทเมอื รอ่ นเสร็จ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่ามนี าํ หนกักากยาทเี หลือจากการบดนําหนกั มากกวา่ ๕% แต่
มปี ริมาณนอ้ ย จงึ ไมเ่ หมาะทีจะใชเ้ ครอื งบดใหญ่
มากกว่า ๕% จงึ ต้องนาํ กากยาไปบดต่อ ให้ใชเ้ ครอื งบดความเร็วสูงสําหรบั บดยาแทน
โดยใหท้ ยอยใส่กากยา แล้วบดทีละนอ้ ย
กร่อนยารอบที ๔ การบดกากยาดว้ ยเครอื งบดความเรว็ สูงนัน
าบนัร่อนยาผ่านกระชอนตาถที ใี ชส้ ําหรับรอ่ นยาแทน ระหวา่ งทีบดให้เขย่าและหมนุ เครืองบดไปด้วย
สถเมือรอ่ นเสร็จนาํ กากยาทีเหลือไปชงั นําหนกั อกี ครงั เพือใหก้ ากยาถกู บดอยา่ งทัวถึงกัน และใช้เวลาบด
ในแตล่ ะครงั ประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลีกเลยี ง
พบว่านําหนักกากยาเหลอื นอ้ ยกว่า ๕% อุณหภูมทิ สี ูงขณะบด

าวจงึ เสรจ็ ขนั ตอนการรอ่ นยา
เนตรดเมอื รอ่ นยาเสรจ็ แลว้ ให้ดงึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครืองร่อนยา ตกั ผงยาทปี รงุ เสร็จใส่ถงุ สะอาด
ยมัดถุงใหพ้ องและแน่น เขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสมเข้ากันดแี ลว้ ให้ปล่อยลมออกจากถงุ มัดปากถุงใหช้ ดิ ผงยา

ไทนําผงยาทปี รงุ เสร็จและกากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชือยา วันเดอื นปทีผลิต นําหนักยาสุทธไิ วบ้ นถุง
นจากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซูลตอ่ ไป
ารแพทยแ์ ผขันตอนที ๕
สถาบนั กการบรรจุแคปซูล
วิธกี ารบรรจุแคปซลู สามารถดไู ดจ้ ากหนา้ ๓๖
ยาแดงสีเสนนาํ หนักยาสุทธิ ๑,๑๙๘ กรัม

นาํ ยาแคปซลู ทีบรรจเุ สร็จใส่ถุงพลาสติกทีสะอาด บนั ทกึ ไวบ้ นถงุ
ใหม้ ีรายละเอียดชือยา วันเดือนปทผี ลิต และจาํ นวนแคปซลู พร้อมนําไปใชต้ อ่ ไป
ผงยาทีเหลอื ใหใ้ ส่ถงุ พลาสติก บนั ทึกไวบ้ นถุง ใหม้ รี ายละเอยี ดชือยา

วันเดือนปทีผลิต และนาํ หนักยาทีเหลอื แล้วจงึ จดั เก็บ

๕๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ย า แ ด ง สี เ ส น

สรุปนาํ หนกั ยาแดงสีเสน

รดาวนาํ หนักตาํ รับยา ๑,๒๙๐ กรัม
ตนาํ หนักผงยาทรี อ่ นได้ ๑,๑๙๘ กรัม

เนนาํ หนกั กากยา ๕๔ กรัม

าวสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยนาํ หนกั ยาสูญเสีย ๓๘ กรัม
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว

๕๗

ตํารบั ที
ยาถ่าย/ขบั๒ฟอนกไโทลยหเนติ ตรดาว(ยาสามญั ประจําบา้ น)
ทยแ์ ผชอื ยา:
ารแพรูปแบบยา:ยาถา่ ย/ขบั ฟอกโลหิต
าบนั กสรรพคุณ/ข้อบง่ ใช้:
ยาแคปซูล ยาเมด็
ขับและฟอกลา้ งโลหิตทีเสีย
ใช้บรรเทาอาการท้องผูกเฉพาะในรายทีทอ้ งผูกมากหรือในรายทมี ีอาการ
สถ าวทอ้ งผูกเรอื รงั และใชย้ าอนื ไมไ่ ด้ผล
รดขนาดบรรจุ (บัญชยี าหลัก): ผงยา ๑๑๗ กรัม
ตขนาดบรรจุ (ยาสามัญฯ): ชนดิ เม็ดและแคปซูล ไมเ่ กนิ ๑๐ เม็ด/แคปซูล
เนวธิ ีทํา (ยาสามญั ฯ):
ยชนิดแคปซูล บดเปนผง บรรจแุ คปซูลละ ๐.๕ กรมั
ชนิดเม็ด บดเปนผง ทําเปนเมด็ หนักเมด็ ละ ๐.๕ กรมั
นไทขนาดและวธิ ใี ช้:
แ์ ผยาหลกั ฯ

ยชนดิ เม็ดและแคปซลู : ครงั แรกกินวันละ ๑ กรมั วนั ละ ๑ ครงั ก่อนนอน ถา้ ไมถ่ า่ ย วนั ตอ่ ไป
ทกนิ เพิมเปน ๑.๕ กรัม แต่ไมเ่ กิน ๒.๕ กรมั ต่อวนั (ตามธาตุหนกั ธาตเุ บา)
ารแพยาสามญั ฯ: กินวนั ละ ๑ ครงั ก่อนนอน

ชนดิ เมด็ และแคปซูล: ผู้ใหญค่ รงั ละ ๒–๕ เมด็ /แคปซูล (ตามธาตุหนกั ธาตเุ บา)
าบนั ก ขอ้ ควรระวงั /ข้อห้ามใช้:
สถ เนืองจากเปนยาถา่ ยอยา่ งแรง ไมค่ วรใชย้ านใี นผูป้ วยออ่ นเพลียมาก

หรอื มีภาวะขาดนาํ

าวเมือถา่ ยแลว้ ใหเ้ ว้นระยะอยา่ งน้อย ๒ วนั แล้วจงึ ใช้ยานีอกี ครงั
รดควรระวงั การใช้ยาในผสู้ ูงอายุ และผู้ปวยทมี คี วามผดิ ปกตขิ องไต
เนตหรอื ตบั (RENAL/HEPATIC IMPAIRMENT) เนอื งจากยา
ไทยมีส่วนประกอบของแมกนเี ซียม
นห้ามใชใ้ นหญิงตงั ครรภ์ และเด็ก
แ์ ผหา้ มใชใ้ นภาวะทางเดนิ อาหารอดุ ตัน (GASTROINTESTINAL
ทยOBSTRUCTION/ILEUS)
ารแพหา้ มใช้ในผปู้ วยทมี ภี าวะผดิ ปกติเฉียบพลนั ทีทางเดินอาหาร

(ACUTEGASTRO-INTESTINAL CONDITIONS)

นั ก เช่น คลืนไส้ อาเจียน
สถาบ อาการไมพ่ ึงประสงค์: ปวดเสียดทอ้ ง
ขอ้ มูลเพิมเติม: ไม่มี

๕๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

อธิบายขนั ตอนการปรงุ ยา

ตาํ รบั ยาถา่ ย/ขบั ฟอกโลหิต (ยาสามญั ประจาํ บ้าน) รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วตั ถดุ ิบและอุปกรณใ์ นการปรงุ ยาชนดิ ผง
ตคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาแต่ละสิงตามตํารับยา
ยเนนาํ เครอื งยาทคี ดั แยกและทาํ ความสะอาดแลว้ ไปอบฆา่ เชือโรคทอี ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเวน้ เนือในฝกคณู ยาดาํ และดเี กลอื ฝรงั ไม่ต้องนําไปอบ
นสะตุยาดําก่อนนําไปปรงุ ยา
แ์ ผใช้ครกตํายาดาํ สะตใุ ห้ละเอียดก่อนนาํ ไปชงั นาํ หนัก
ยทาํ ความสะอาดเครืองบดยา เครอื งรอ่ นยา อุปกรณท์ ใี ชส้ ําหรับการปรงุ ยาทกุ ชนดิ (ทงั ก่อนและหลังการปรงุ ยา)

ารแพท๒. การปรุงยา
การชงั นาํ หนักเครอื งยา นําเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยา โดยให้ชงั นาํ หนกั
เครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แลว้ แยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถงุ รวมกนั ไว้ ให้เปนตํารับเดียวกนั
นั กการอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นําเครอื งยาทจี ดั เปนตํารบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั
าบอยู่ในถาดเดยี วกนั สามารถจดั เรียงได้ ๓ ถาด ดงั นี
สถ าวถาดที ๑ จัดเรยี ง รากตองแตก ขีเหล็กทงั ๕ (แก่น) เถาวลั ย์เปรียง รากขีกาขาว ลกู สมอดีงู ลูกสมอไทย
ฝกส้มปอย หวั หอม (ว่านหอมแดง)
รดถาดที ๒ จดั เรยี ง รากขกี าแดง ใบมะกา ใบไผป่ า หญ้าไซ ใบมะขาม ใบส้มปอย ขเี หล็กทงั ๕ (ใบ)
ตถาดที ๓ จัดเรยี ง เนอื ในฝกคูณ
เนเครอื งยาทไี ม่ตอ้ งนําไปอบ ไดแ้ ก่ ยาดําสะตุ และดีเกลือฝรงั ชงั นาํ หนกั แลว้ ใหใ้ ส่ถงุ เตรยี มไว้
ยจากนนั นาํ เครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ไทเรียงถาดที ๒ ไว้ในชนั ถดั ลงมา อบดว้ ยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง เรียงถาดที
น๓ ไวใ้ นชนั ถัดลงมา โดยใช้เวลาอบ ๓๐ นาที อบหลังจากทีอบเครืองยาถาดที ๑ และ ๒ ผา่ นไปแล้ว ๓๐ นาที
แ์ ผการบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา ทยอยใส่เครืองยาลงเครอื งบด
ยเรมิ จากถาดที ๑ ให้แยกลูกสมอไทย ออกมาพักคายความร้อน รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จงึ นําไปบด จากนนั
ทใหท้ ยอยใส่เครืองยาทเี หลือลงเครอื งบด โดยให้ใส่เครอื งยาทีแข็งทีสุดในถาดลงไปบดกอ่ น แลว้ ไลล่ ําดับไปจน
ารแพครบ ทําเช่นนีกับถาดที ๒ ส่วนถาดที ๓ ก่อนใส่เครอื งยาลงไปบดให้ตกั ผงยาในเครืองบดบางส่วนมาคลุกเคล้ากบั
เนือในฝกคณู เสียก่อนเพือตอ้ งการลดความเหนียวและแฉะของเครอื งยา เมือคลกุ เคลา้ ดีแลว้ ใหท้ ยอยเทใส่ลง
เครืองบดทลี ะนอ้ ย เมอื ใส่ครบใหป้ รับขากวาดนอกเครอื งบดยาลง บดเสร็จตกั ผงยาใส่ภาชนะทีเตรียมไว้
กเพือนํายาไปรอ่ นต่อไป
นัการร่อนยาและการบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครอื งร่อนยาทลี ะนอ้ ย เปดเครือง รอ่ นยาจนแน่ใจวา่
าบผงยาละเอียดผ่านตะแกรงไปจนหมดและหน้าตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ใหน้ าํ กากยานกี ลับไปบดใหม่
สถและนาํ กลบั มารอ่ นอีกครงั รอ่ นและบดเช่นนีไปเรอื ยๆ จนกวา่ นาํ หนกั กากยาจะเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕%
สําหรับการร่อนยาครงั นี จํานวนรอบทรี อ่ นได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดังนี
าวรอบที ๑ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการร่อนประมาณ ๓๐ นาที
รดรอบที ๒ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลือจากการร่อนประมาณ ๔๐ นาที
ตรอบที ๓ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื รอ่ นเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนักกากยาเหลือ
เนมากกว่า ๕% จงึ นาํ กากยากลับไปบดใหม่ด้วยเครืองบดความเรว็ สูง
ไทยรอบที ๔ ร่อนยาผา่ นกระชอนตาถี เมอื ร่อนเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่านาํ หนักกากยาเหลือนอ้ ยกว่า
น๕% จึงเสรจ็ ขนั ตอนการรอ่ นยา ตักผงยาใส่ภาชนะ เพือนําไปนวดกับยาดาํ และดเี กลอื ฝรงั
แ์ ผการนวดยากบั ยาดําและดเี กลอื ฝรัง
ยเทยาดาํ ทงั หมดลงไปในเครอื งบด ตามด้วยผงยาทีร่อนเสร็จแลว้ ประมาณครงึ หนงึ บดให้ส่วนผสมเข้ากันดี
ททยอยใส่ดเี กลอื ฝรงั สลบั กบั ผงยาทรี อ่ นแล้ว ลงเครืองบดทลี ะนอ้ ย บดให้ส่วนผสมเขา้ กนั ดี ทาํ เชน่ นีจน
ารแพกระทงั ดีเกลอื ฝรงั หมด บดจนผงยาเนยี นละเอยี ด
ตกั ผงยาทปี รงุ เสร็จใส่ถงุ รวมกบั ผงยาทหี ลอื มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่ เขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กันอีกครงั เมอื ส่วน
กผสมเข้ากนั ดีแลว้ ให้ปล่อยลมในถุงออก มัดปากถุงใหช้ ดิ ผงยา นาํ ผงยาทีปรงุ เสร็จและกากยาไปชงั นาํ หนัก
าบนัเขียนชอื ยา วนั เดือนปทีผลิต นาํ หนักยาสุทธิ ไว้บนถงุ จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซูลตอ่ ไป
สถการบรรจุแคปซลู บรรจผุ งยาใส่แคปซูล เบอร์ ๑ ดว้ ยเครอื งบรรจแุ คปซลู แบบมือโยก จะไดน้ าํ หนักแคปซลู ละ
ประมาณ ๐.๒๕ กรมั

๕๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ตาํ ราบั รยแาถพา่ ทยย/ขแ์ ับผฟนอไกทโยลเหนติ ตรดาว(ยาสามญั ประจําบา้ น)
นั กประกอบดว้ ยเครอื งยา ๑๗ สิง รวมนาํ หนักยา ๓๙ ส่วน
าบกาํ หนดนาํ หนกั ยา ๑,๑๗๐ กรัม สามารถจดั เครอื งยาไดส้ ่วนละ ๓๐ กรมั

สถ าวมีรายละเอยี ด ดังนี
ตรด๑. ใบมะกา
เน๒. ใบมะขาม ๑ ส่วน
ย๓. ใบไผ่ปา ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ไท๔. ใบส้มปอย ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
แ์ ผน๕. ฝกส้มปอย ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๓๐ กรัม
ย๖. หญ้าไซ ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ท๗. เนอื ในฝกคูน ๓๐ กรัม
ารแพ๘. รากขกี าแดง ๑ ส่วน ๓๐ กรัม
๓๐ กรัม
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๓๐ กรมั
นั ก๑๐. รากตองแตก ๑ ส่วน ๓๐ กรัม
๓๐ กรัม
๙. รากขีกาขาว ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
าบ ๑๑. เถาวัลย์เปรียง
๑ ส่วน ๖๐๐ กรมั
สถ ๑๒. หวั หอม (วา่ นหอมแดง) ๑ ส่วน
๑ ส่วน

รดาว๑๔. ลกู สมอดีงู
๑๓. ลกู สมอไทย ๑ ส่วน

๑ ส่วน
ต๑๕. ขีเหล็กทงั ๕
ยเน๑๖. ยาดาํ สะตุ ๑ ส่วน

สถาบนั การแพทยแ์ ผนไท๑๗. ดเี กลอื ฝรงั๔ ส่วน

๒๐ ส่วน

๖๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

เครืองยาสมุนไพร ๑๗ สิง
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวใบมะกา
ใบมะขาม ใบไผป่ า
สถาบนั ก ตรดาวใบสม้ ปอยฝกสม้ ปอย หญ้าไซ
ทยแ์ ผนไทยเนเนอื ในฝกคนู
สถาบนั การแพรากตองแตกรากขกี าแดง รากขกี าขาว

สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวลกู สมอไทยเถาวลั ยเ์ ปรียงหัวหอม (ว่านหอมแดง)

ลกู สมอดงี ู ขเี หล็กทงั ๕

ยาดํา สะตุ ดีเกลือฝรงั

๖๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคดั แยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทุกสิง จากนนั นําไปอบฆ่าเชอื โรคกอ่ นนาํ ไปปรุงยา

ไทยซึงมีวิธีคัดแยกเครอื งยาสรปุ โดยยอ่ ได้ ดังนี
ยแ์ ผนใบมะกา ใบมะขาม ใบไผ่ปา ฝกส้มปอย
ารแพทหญ้าไซ รากขกี าแดง รากขกี าขาว ลูกสมอไทย ลูกสมอดงี ู
ใชก้ ระชอนรอ่ นเศษผงขนาดเล็กออกก่อน
หวั หอม (วา่ นหอมแดง) ใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาด คัดลกู ทสี มบรู ณ์
ไมม่ เี ชอื รา จากนันคดั หาสิงปลอมปนและ
กใช้กระชอนรอ่ นเศษผงขนาดเล็กออกก่อน สิงปนเปอนทิง
าบนัจากนันคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ ขีเหลก็ ทัง ๕
ขีเหลก็ ทีใช้ครัง้ นใี ช้เฉพาะแกน่ และใบ
สถ าวใบส้มปอย แก่นขีเหลก็ ใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาด
รดใชก้ ระชอนร่อนเศษผงขนาดเล็กออกกอ่ น จากนันใชม้ ีดสับหรอื ซอยใหม้ ขี นาดเลก็ ลงและ
ตเลอื กใชท้ งั กา้ นใบและใบ ไมต่ อ้ งรดู ใบออกจากกา้ นใกลเ้ คยี งกนั เพือความสะดวกในการอบและบดยา
เนจากนนั คัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ ใบขเี หลก็ ใชก้ ระชอนรอ่ นเศษผงขนาดเลก็ ออกกอ่ น
ยเนอื ในฝกคณู จากนันคดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
ไทคดั เลอื กเฉพาะเนือทีอยใู่ นฝก คดั เมล็ดทงิ ยาดํา (ธาตวุ ัตถ)ุ
แ์ ผนจากนนั คัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ นาํ ไปสะตกุ อ่ นใชป้ รงุ ยา
ยรากตองแตก เถาวัลยเ์ ปรยี ง ใชค้ รกตํายาดาํ สะตใุ หล้ ะเอยี ดกอ่ นนําไปชงั นาํ หนกั
ทใช้แปรงปดทําความสะอาด ถา้ มีขนาดใหญ่ ไมต่ อ้ งนาํ ไปอบ
ารแพใหใ้ ช้มดี สับหรือซอยใหม้ ีขนาดเลก็ ลงและ ดเี กลือฝรงั (ธาตวุ ตั ถ)ุ
สถาบนั กใกลเ้ คยี งกนั เพือความสะดวกในการอบและบดยา เลอื กใช้ดีเกลือฝรังทีมีคุณภาพดี ไม่ต้องคดั แยก
ไมต่ อ้ งนําไปอบ
าวในการคดั เครอื งยาแต่ละสิงนนั ให้เภสัชกรผูป้ รงุ ยาพิจารณาจากเครืองยาทมี อี ยู่ วา่ มีลักษณะแบบใด
รดอาจจะใช้วิธที แี ตกต่างจากทกี ล่าวมาขา้ งต้นนีได้ โดยให้พิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเกบ็

รวมถงึ ความสะอาดของเครืองยาเปนสําคญั
ยเนตเมอื คัดแยกและทาํ ความสะอาดเรยี บร้อยแล้วให้นาํ เครืองยาทงั หมดไปอบฆา่ เชือโรค
ไทยกเวน้ ยาดําสะตุ ดเี กลอื ฝรงั

แ์ ผน(ดขู นั ตอนการคัดแยกและอบฆ่าเชอื โรคจากหน้าที ๔-๑๕)
ารแพทยการเตรยี มอปุ กรณส์ ําหรับการปรงุ ยา

การเตรียมอปุ กรณจ์ ะอยู่ในขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา โดยใหเ้ ตรียมทาํ ความสะอาดอปุ กรณ์

กและเครอื งมอื ทกุ ชนิดกอ่ นและหลังทาํ การบดยาและร่อนยา ทกุ ครงั
าบนัเตรียมวสั ดอุ ปุ กรณส์ ําหรบั ปรงุ ยาชนิดผง (ดูได้จากหน้าที ๑๘)
สถทําความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งร่อนยาและอปุ กรณท์ ุกชนิด ทงั ก่อนและหลังใชง้ าน
(ดูวิธีการทาํ ความสะอาดไดจ้ ากหนา้ ที ๑๙)

๖๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรูปแบบการปรงุ ยา: ชนดิ แคปซลู
ยสูตรตํารบั ยา: ประกอบด้วยเครืองยา ๑๗ สิง รวมนาํ หนกั เครืองยา ๓๙ ส่วน

นไทกําหนดนาํ หนกั รวม ๑,๑๗๐ กรมั สามารถจดั นําหนกั เครอื งยาไดส้ ่วนละ ๓๐ กรมั
แ์ ผวิธีทาํ : บดเปนผง บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
ทยขอ้ มลู การใช้เครอื งยาสมุนไพรปรุงยา: ใช้เครืองยาสมุนไพรแหง้ และมธี าตุวัตถุเปนส่วนประกอบ

าบนั การแพขันตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนกั เครอื งยาตามตาํ รบั ยา

สถ าวนาํ เครืองยาทีอบฆา่ เชือโรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาข้างตน้
โดยให้ชงั นาํ หนักเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนําไปบด
ไทยการอบเครืองยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครืองยาไปบด
นจุดประสงคเ์ พือตอ้ งการให้เครืองยากรอบและบดง่าย
แ์ ผชว่ ยกระตนุ้ ฤทธยิ าใหม้ สี รรพคณุ ทางยาดีขนึ และช่วยฆา่ เชอื โรคอกี ครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา
การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครืองยาทมี ีลักษณะแขง็ มากสุดไปหาน้อยสุดตามลาํ ดบั
เครอื งยาทีต้องระมัดระวงั เรืองการบดในตํารบั ยานี คือ เนอื ในฝกคูน

สถาบนั ก ขนั ตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา

นาํ ยาทีบดแลว้ มารอ่ นผา่ นตะแกรงหรอื แรง่ จะทําใหไ้ ดผ้ งยาทเี นยี นละเอียด โดยต้องร่อนผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือรอ่ นครบ ๓ รอบแลว้ ให้นํากากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนตอ่ หรอื ไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนักกากยาทีเหลอื ถา้ นาํ หนักเหลือมากกว่า ๕% ใหน้ ํา
ตกากยากลับไปบดและรอ่ นใหมอ่ ีก ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยากลบั ไปชงั นาํ หนัก

เนถ้านาํ หนกั เหลือมากกว่า ๕% ใหท้ ําการบดและร่อนใหม่ ทําเชน่ นจี นกวา่ กากยาจะเหลอื นอ้ ยกว่า ๕%
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การนวดยากบั ยาดําและดเี กลอื ฝรงั

การนวดยา คือ การผสมผงยาทีบดและร่อนแล้วกบั ยาดาํ และดีเกลอื ฝรงั ด้วยเครืองบดยา

าบนั ก ขนั ตอนที ๖ การบรรจแุ คปซูล
สถ บรรจแุ คปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม

๖๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครอื งยาตามตาํ รบั ยา

นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยากอ่ นนําไปบด

การอบเครอื งยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครืองยาไปบด
จุดประสงค์เพือต้องการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดงา่ ย ชว่ ยกระตุ้นฤทธยิ า
ให้มีสรรพคณุ ทางยาดขี นึ และช่วยฆา่ เชือโรคอกี ครงั หนงึ
รายละเอียด

าวขันตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรงุ ยา
ารแพทยวธิ ีการอบเครอื งยา
ก๑. อนุ่ ตอู้ บทอี ุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
าบนั๒. จัดเรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครอื งยาทีใกลเ้ คียงกนั

สถ าวจัดเรียงไวใ้ นถาดเดียวกนั สามารถจัดเรียงได้ ๓ ถาด ดงั นี
ตรดถาดที ๑ จัดเรยี งเครอื งยา ๘ สิง ได้แก่
เนรากตองแตก ขเี หลก็ ทงั ๕ (แก่น) เถาวัลย์เปรียง รากขกี าขาว ลูกสมอดงี ู ลกู สมอไทย
ไทยฝกส้มปอย หัวหอม (ว่านหอมแดง) เมอื เรยี งเสร็จเขยา่ ถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
แ์ ผนถาดที ๒ จัดเรยี งเครืองยา ๗ สิง ไดแ้ ก่
ยรากขกี าแดง ใบมะกา ใบไผ่ปา หญา้ ไซ ใบมะขาม ใบส้มปอย ขเี หลก็ ทงั ๕ (ใบ)
ารแพทเมือเรยี งเสร็จเขย่าถาดเบาๆ เพือให้เครอื งยากระจายไปทวั ถาด
กถาดที ๓ จดั เรียงเครอื งยา ๑ สิง คอื เนอื ในฝกคนู
าบนัเครอื งยาทไี มต่ ้องนําไปอบ ได้แก่ ยาดําสะตุและดเี กลือฝรงั ชงั นาํ หนกั แล้วให้ใส่ถุงเตรยี มไว้
สถ าว๓. เมอื อนุ่ ตอู้ บจนไดอ้ ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแลว้ ใหน้ ําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ สําหรบั ตอู้ บทใี ช้

ตรดครงั นไี ฟอยดู่ า้ นบนจงึ เรมิ ตน้ เรยี งถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรยี งถาดที ๒ ไวช้ นั ถดั ลงมา ใหอ้ บแค่ ๒ ถาดนกี อ่ น
เนใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง เมือเวลาผา่ นไปครงึ ชวั โมง ใหน้ าํ ถาดที ๓ เนือในฝกคนู เขา้ ต้อู บ
ไทยโดยวางตอ่ จากชนั ๒ ถดั ลงมา จากนนั ให้เรมิ จับเวลาอบเครืองยาทงั หมดตอ่ อีกครงึ ชวั โมงทีเหลือ
สถาบนั การแพทยแ์ ผน๔. เมอื ครบเวลาแลว้ ใหน้ าํ ถาดเครอื งยาทงั หมดออกจากตอู้ บ พรอ้ มนําไปบดในขนั ตอนตอ่ ไป

๖๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

สเครือถงยาาสสถาบดถถที นั๒าาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเเยคนนรอื เงตตยนาถรรเาคดตดดรทอื ี ง๓าารยววาถดาดทาี ๑ว

๖๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ

เนตรดาวกอ่ นทําการบดยา
๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทลี ะถาด
๒.๑ เรมิ ต้นจากเครอื งยาถาดที ๑
เครืองยาถาดที ๑
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทย าวแยก ลกู สมอไทย ออกมาพักคายความรอ้ น
รดรอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จงึ นาํ ไปบด
เนตหา้ มบดเครอื งยานีขณะทยี งั มคี วามเหนยี วอยู่
ยจะทําให้ยาเกาะกนั เปนกอ้ นและบดยากขนึ
ไทจากนนั ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาทเี หลอื ลงเครอื งบด
นตามลาํ ดบั ดงั นี

ยแ์ ผใส่ รากตองแตก แกน่ ขเี หลก็ เถาวลั ย์เปรยี ง
ท รากขกี าขาว ลูกสมอดีงู ลกู สมอไทย
ารแพ (ลกู สมอไทยเยน็ ตัวลงและกรอบดแี ล้ว)

ฝกส้มปอย หวั หอม (วา่ นหอมแดง)

นั ก ลงเครอื งบดพรอ้ มกัน เปดเครือง บดจน
สถาสบถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวเครืองยาแตกละเอียด จงึ ปดเครอื ง

๖๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒

โดยใหท้ ยอยใส่เครอื งยาตามลาํ ดับแล้วบด ดังนี

รดาวเครอื งยาถาดที ๒
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนต รดาวใส่ รากขกี าแดง ใบมะกา ใบไผป่ า หญา้ ไซ ใบมะขาม ใบส้มปอย ใบขเี หลก็ ลงเครอื งบดพรอ้ มกนั
ตเปดเครอื ง บดจนเครอื งยาแตกละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง
ยเน๒.๓ ใส่เครอื งยาถาดที ๓
ไทเนอื ในฝกคนู เนืองจากเนือในฝกคนู มคี วามเหนียวเครืองยาถาดที ๓
แ์ ผนและแฉะ ถา้ ใส่ลงเครอื งบดในคราวเดยี วกนั ทงั หมด

จะทําใหย้ าตดิ เครอื งบดและบดยาก หรอื อาจจะ

ทยทําใหต้ าํ รบั ยาทปี รงุ นเี สียหายได้ กอ่ นใส่ลงเครอื งบด
ารแพให้ทําตามขนั ตอนดังตอ่ ไปนี

ตกั ผงยาทีอยใู่ นเครืองบดประมาณ ๑-๒

กกระบวย เทลงไปผสมในถาดเนอื ในฝกคนู
าบนัใชม้ ือเคล้าผงยากับเนอื ในฝกคณู ใหเ้ ขา้ กนั

และขยใี หผ้ งยาแทรกเขา้ ไปอยู่ในเนอื ฝกคนู

สถให้มากทสี ุดเพือลดความเหนียวและแฉะลง

าวปองกนั ไมใ่ หผ้ งยาจับตวั เปนกอ้ นขนาดใหญ่
รดซงึ วิธีนจี ะชว่ ยลดการตดิ เครืองบดได้ เมอื
เนตคลุกยาเขา้ กนั ดีแลว้ ให้ทยอยใส่ลงเครืองบดที
ยละนอ้ ย เปดเครอื งบด บดไปเรือยๆ ระหวา่ งนี
นไทให้สังเกตดวู ่ามยี าติดทีลกู กลงิ บดยาหรอื ไม่
แ์ ผถา้ มใี หป้ ดเครือง แล้วใชช้ อ้ นขูดออก ทําเช่นนี
ทยจนหมด
ารแพ๓. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาลง เปดเครอื ง บดยาต่อใช้เวลาบดประมาณ ๑ ชวั โมง
กหรือใหส้ ังเกตวา่ สียาเรมิ เปลยี นเปนสีเข้มขนึ ระวังอยา่ ให้ยาแฉะ ถา้ ยาเรมิ แฉะใหป้ ดเครือง
สถาบนัตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปร่อนในขนั ตอนตอ่ ไป

๖๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนํายาทบี ดแลว้ มาร่อนผ่านตะแกรงหรือแร่งจะทาํ ใหไ้ ด้ผงยาทีเนยี นละเอยี ด โดยต้องรอ่ นผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
ตจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแล้ว ให้นํากากยาไปชังนาํ หนัก
เนเพือพิจารณาว่าจะบดและรอ่ นต่อหรอื ไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนักกากยาทเี หลือ ถา้ นําหนกั เหลือมากกวา่ ๕% ใหน้ าํ
ไทยกากยากลบั ไปบดและรอ่ นใหมอ่ ีก ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยากลบั ไปชังนาํ หนกั
นถ้านําหนักเหลือมากกวา่ ๕% ให้ทาํ การบดและร่อนใหม่ ทําเชน่ นีจนกวา่ กากยาจะเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕%
แ์ ผ(จํานวนรอบในการร่อนยาขนึ อยู่กับปรมิ าณเครอื งยาทใี ช้ปรงุ ยา)
ารแพทยการร่อนยาในครงั นี ร่อนทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรปุ ได้ ดังนี
นั กรอ่ นยารอบที ๑
าบร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยใหท้ ยอยรอ่ น

สถ าวทลี ะน้อย จากนนั นาํ กากยาทไี ม่สามารถผา่ น
รดรูตะแกรงได้แล้วเทกลับลงเครอื งบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กําหนดให้ปดเครอื ง จากนันตักผงยาในเครืองบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นตอ่ ในรอบที ๒
เนตรอ่ นยารอบที ๒
ยรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
นไททําเชน่ เดยี วกับรอบที ๑
บดกากยาทเี หลือจากการร่อนยาในรอบที ๒
ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กําหนดให้ปดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นตอ่ ในรอบที ๓
แ์ ผร่อนยารอบที ๓
ทยร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเชน่ เดยี วกับรอบที ๒ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๓
ารแพเมอื ร่อนเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่ามีนาํ หนักกากยาทีเหลอื จากการบดนําหนักมากกวา่ ๕%
แตม่ ีปริมาณนอ้ ย จึงไม่เหมาะทีจะใชเ้ ครืองบดใหญ่
มากกว่า ๕% จึงต้องนาํ กากยาไปบดต่อ ให้ใชเ้ ครืองบดความเรว็ สูงสําหรบั บดยาแทน
โดยใหท้ ยอยใส่กากยา แลว้ บดทีละนอ้ ย
นั กร่อนยารอบที ๔ การบดกากยาดว้ ยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
าบร่อนยาผ่านกระชอนตาถีทีใช้สําหรับรอ่ นยาแทน ระหว่างทบี ดให้เขย่าและหมุนเครอื งบดไปดว้ ย
สถเมอื รอ่ นเสร็จนาํ กากยาทเี หลือไปชงั นําหนกั อีกครงั เพือให้กากยาถกู บดอยา่ งทัวถึงกัน และใช้เวลาบด
ในแต่ละครงั ประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลีกเลียง
พบวา่ นําหนกั กากยาเหลือนอ้ ยกว่า ๕% อณุ หภมู ทิ ีสูงขณะบด

รดาวจงึ เสรจ็ ขนั ตอนการร่อนยา
แ์ ผนไทยเนตเมอื รอ่ นยาเสรจ็ แล้ว ให้ดงึ ถาดพักผงยาทอี ย่ใู ตเ้ ครอื งรอ่ นยาออก
สถาบนั การแพทยตกั ผงยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไว้ เพือนําไปนวดกบั ยาดาํ และดีเกลือฝรงั ในขนั ตอนต่อไป

๖๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๒ ย า ถ่ า ย / ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ขนั ตอนที ๕ การนวดยากบั ยาดาํ และดีเกลือฝรงั
าวการนวดยาเปนการผสมผงยาทีบดและร่อนแล้วกบั ยาดําและ
รดดเี กลอื ฝรงั ด้วยเครืองบด ซงึ เปนขนั ตอนสุดทา้ ยของการปรุงยา
เนตมีวิธที ําดงั นี
ไทย๑. นํายาดําและดเี กลือฝรงั แยกใส่ถงุ ไว้ ถุงละ ๑ สิง

แ์ ผนใช้สากคลึงใหแ้ ตกละเอยี ด
ย๒. จากนนั เทยาดําทงั หมดลงไปในเครอื งบดก่อน ตามดว้ ย
ารแพทผงยาทีร่อนแลว้ ประมาณ ๑–๒ กระบวย เปดเครอื งบด

ใชเ้ วลาบดประมาณ ๑ นาที จงึ ปดเครือง

นั ก ๓. เทดเี กลอื ฝรงั ประมาณ ๑ ใน ๓ ลงเครอื งบด ตามดว้ ยผงยา
าบ ทรี อ่ นแลว้ ประมาณ ๑–๒ กระบวย เปดเครอื งบด ใชเ้ วลาบด

สถ าวประมาณ ๑ นาที จึงปดเครือง
ตรด๔. เทดีเกลือฝรงั อีกครงึ หนงึ จากส่วนทเี หลือลงเครืองบด ตามดว้ ยผงยาทรี ่อนแลว้ ประมาณ ๑–๒

เนกระบวย เปดเครอื ง บดตอ่ ประมาณ ๑ นาที จงึ ปดเครือง ทําเชน่ นีกบั ดเี กลือฝรงั ส่วนทีเหลือจนหมด
ไทย๕. เมอื เทดเี กลอื ฝรงั ลงเครอื งบดหมดแลว้ ให้เรมิ จบั เวลา ใช้เวลาบดตอ่ อกี ประมาณ ๔๕ นาที

นหรอื จนกวา่ เนอื ยาจะเนยี นละเอยี ด ทดสอบไดโ้ ดยใชม้ อื หยบิ ผงยามาขยี ถา้ ขยแี ลว้ รสู้ ึกวา่ ไมส่ ะดดุ มอื
แ์ ผหรือไมห่ ยาบเปนทราย จงึ จะใชไ้ ด้ บดยารอบนีเสร็จไมต่ ้องนาํ ไปรอ่ นอีก
ย๖. จากนนั ใหต้ ักผงยาทีปรงุ เสร็จใส่รวมกบั ผงยาทเี หลืออยู่ในถงุ มดั ถงุ ให้พองและแนน่ เขย่าผงยาให้
ทเขา้ กันอีกครงั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดีแลว้ ให้ปล่อยลมในถุงออก มัดปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา
ารแพ๗. นําผงยาทปี รุงเสร็จและกากยาไปชงั นาํ หนัก เขียนชือยา วันเดือนปทผี ลิต นาํ หนกั ยาสุทธิ ไวบ้ นถงุ

จากนนั นํายาไปบรรจุแคปซลู ตอ่ ไป
สถาบนั ก รดาวสรปุ นาํ หนกั ยาถา่ ย/ขบั ฟอกโลหิต

ตนาํ หนักตํารับยา ๑,๑๗๐ กรมั นาํ หนกั ยาสุทธิ ๑,๑๔๒ กรมั
เนนาํ หนักกากยา ๑๔ กรัม นาํ หนักยาสูญเสีย ๑๔ กรัม
ารแพทยแ์ ผนไทยขันตอนที ๖
สถาบนั กการบรรจุแคปซลู
วธิ กี ารบรรจุแคปซูล สามารถดไู ดจ้ ากหนา้ ๓๖
ยาถา่ ย/ขบั ฟอกโลหิต นาํ หนกั ยาสุทธิ ๑,๑๔๒ กรมั

นํายาแคปซูลทบี รรจเุ สรจ็ ใส่ถุงพลาสติกทสี ะอาด บันทึกไวบ้ นถงุ
ให้มีรายละเอียดชือยา วันเดอื นปทีผลติ และจาํ นวนแคปซูล พรอ้ มนําไปใชต้ อ่ ไป
ผงยาทีเหลือใหใ้ ส่ถงุ พลาสตกิ บนั ทึกไว้บนถุง ให้มีรายละเอยี ดชือยา
วนั เดือนปทผี ลติ และนาํ หนักยาทีเหลือแลว้ จงึ จดั เก็บ

๖๙

ตํารบั ที
ยาแทสย๓งแ์ หผมนึกไทยเนตรดาวชอื ยา:

ารแพรปู แบบยา:
กขนาดบรรจุ:
าบนัวิธที ํา:
(ยาสามัญประจําบา้ น)

แสงหมึก
ยาผง ยาเม็ด
ไม่เกิน ๓๐ เม็ด
บดเปนผง ทําเปนเม็ด หนกั เม็ดละ ๐.๒ กรัม
สถาสบถนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตารวดาวสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้:

ตรดแกอ้ าการ
ยเนแกต้ วั รอ้ น
ไทแกท้ ้องขนึ ปวดท้อง
แ์ ผนแกไ้ อ ขบั เสมหะ
ยแก้แผลในปาก แกล้ ะออง
นาํ กระสายยาทใี ช้
ละลายนาํ ดอกไมเ้ ทศ
ละลายนาํ ใบกะเพราต้ม
ละลายนาํ ลูกมะแว้งเครอื หรอื ลกู มะแวง้ ตน้ กวาดคอ
ละลายนาํ ลูกเบญกานี ฝนทาในปาก
ารแพทขนาดและวธิ ีใช:้
กใช้กวาดคอ วันละ ๑ ครงั หลังจากนนั รบั ประทานทุก ๓ ชวั โมง ขอ้ ควรระวงั : ไม่มี
าบนัเดก็ ๑–๖ เดอื น ครงั ละ ๒ เม็ด อาการไม่พึงประสงค์: ไมม่ ี
สถเดก็ ๗–๑๒ เดอื น ครงั ละ ๓ เมด็
ใชท้ าในปาก วันละ ๑ ครงั ขอ้ มลู เพิมเตมิ : ไม่มี

๗๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

อธิบายขนั ตอนการปรุงยา

ตาํ รบั ยาแสงหมกึ (ยาสามญั ประจําบ้าน) รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วตั ถุดบิ และอุปกรณ์ในการปรงุ ยาชนดิ ผง
ตคดั แยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาแตล่ ะสิงตามตํารบั ยา
เนนาํ เครอื งยาทีคัดแยกและทาํ ความสะอาดแลว้ ไปอบฆา่ เชอื โรคทีอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทยใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเวน้ พิมเสน (ธาตวุ ัตถ)ุ และหมกึ หอม ไมต่ ้องนาํ ไปอบ
นหมกึ หอมทีใช้มลี ักษณะเปนแทง่ ใหใ้ ชค้ รกตําให้ละเอยี ดก่อนไปชงั นาํ หนัก
แ์ ผทําความสะอาดเครอื งบดยา เครืองรอ่ นยา อปุ กรณ์ทใี ช้สําหรบั การปรงุ ยาทุกชนดิ (ทงั กอ่ นและหลังการปรุงยา)

ย๒. การปรงุ ยา
ทการชงั นาํ หนักเครอื งยา นําเครอื งยาทีอบฆ่าเชือโรคเตรียมไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รับยา โดยใหช้ งั นาํ หนัก
ารแพเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั แล้วแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกันไว้ ใหเ้ ปนตาํ รับเดยี วกนั

เตรยี มส่วนผสม โดยแบง่ ออกเปน ๒ ส่วน ดงั นี

นั กส่วนผสมที ๑ คอื หมา่ หมกึ นาํ หมกึ หอมทตี ําละเอยี ดแลว้ ไปบดดว้ ยเครอื งบดอกี ครงั จนไดเ้ ปนผงทเี นยี น
าบละเอยี ด จากนนั ใหน้ ํามาใส่ชามแกว้ เตมิ นาํ มะนาวลงไปใหท้ ว่ มหมกึ หอม ใชถ้ งุ พลาสตกิ หอ่ ชามยาไว้ พักทงิ ไว้

สถ าวทอี ณุ ภมู หิ อ้ ง ๑ คนื จากนนั ใหน้ ําไปแชต่ เู้ ยน็ ในชอ่ งแชแ่ ขง็ ตอ่ อกี ๑ คนื หมกึ ทหี มา่ แลว้ จะนมิ ลงและมลี กั ษณะเปนวนุ้

ส่วนผสมที ๒ คือ ผงยาแสงหมกึ มีวธิ ีการทํา ดังนี

รดการอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นาํ เครอื งยาทเี หลอื จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั
ตอยู่ในถาดเดยี วกัน สามารถจัดเรยี งได้ ๒ ถาด ดงั นี

เนถาดที ๑ จดั เรยี ง แกน่ จนั ทนช์ ะมด แกน่ จนั ทนเ์ ทศ หวั หอม (วา่ นหอมแดง) ลกู กระวาน ดอกกานพลู
ยถาดที ๒ จดั เรยี ง ใบสันพรา้ หอม ใบพิมเสน ใบกะเพรา ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์
ไทเครอื งยาทไี ม่ต้องนําไปอบ ไดแ้ ก่ พิมเสน (ธาตวุ ัตถุ) ชงั นาํ หนักแล้วใหใ้ ส่ถงุ เตรียมไว้
นจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไว้
แ์ ผชนั บนสุด เรยี งถาดที ๒ ในชนั ถดั ลงมา อบดว้ ยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง

การบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา ทยอยใส่เครืองยาลงเครืองบด

ทยเรมิ จากถาดที ๑ โดยใหใ้ ส่เครืองยาทแี ข็งทสี ุดในถาดลงไปบดก่อน แล้วไล่ลําดบั ไปจนครบ ทาํ เชน่ นกี ับ
ารแพถาดที ๒ เมือใส่เครอื งยาครบแลว้ ให้ปรบั ขากวาดนอกลง เปดเครือง บดจนเครอื งยาละเอียด เมือบด

เสรจ็ ตักผงยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไว้ เพือนํายาไปรอ่ นตอ่ ไป
การร่อนยาและบดกากยา นํายาทีบดในรอบแรกแลว้ ทยอยใส่เครอื งร่อนยา

กสําหรบั การรอ่ นยาครงั นี จํานวนรอบทีร่อนไดท้ งั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดังนี
นัรอบที ๑ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลือจากการร่อนประมาณ ๓๐ นาที

าบรอบที ๒ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนประมาณ ๔๐ นาที
สถ รอบที ๓ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนกั กากยา

เหลือมากกว่า ๕% จึงนาํ กากยากลับไปบดใหม่ด้วยเครอื งบดความเร็วสูง

าวรอบที ๔ ร่อนยาผา่ นกระชอนตาถี เมือรอ่ นเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่านาํ หนักกากยาเหลอื
รดนอ้ ยกว่า ๕% จงึ เสร็จขนั ตอนการรอ่ นยา ตกั ผงยาใส่ภาชนะเพือนําไปนวดกบั พิมเสน (ธาตวุ ตั ถุ)
ตการนวดยากบั พิมเสน (ธาตุวัตถุ)
เนใชส้ ากคลงึ พิมเสนทอี ยใู่ นถงุ ใหล้ ะเอยี ด เตมิ ผงยาลงไปบางส่วน คลงึ ใหส้ ่วนผสมเขา้ กนั อกี ครงั
ยนาํ ผงยาทเี หลอื ใส่ลงเครอื งบด ตามดว้ ยส่วนผสมจากขอ้ แรก ลงไปบดรวมกนั บดจนส่วนผสมเขา้ กนั ดี
ไทจากนนั ตกั ใส่ถงุ สะอาดเตรยี มไปนวดรวมกบั ส่วนผสมที ๑ เรยี กขนั ตอนนวี า่ การนวดยาแสงหมกึ
แ์ ผนการนวดยาแสงหมกึ

ต้มนาํ ขา้ วเช็ด โดยใช้ขา้ วไม่ขดั สี เมือต้มเสร็จใหร้ อจนกระทงั นาํ ข้าวเชด็ เยน็ ลง จึงนําไปใช้ได้

ทยนําส่วนผสมทงั สองส่วนมานวดผสมกนั โดยใชน้ าํ ขา้ วเชด็ คอ่ ยๆ เตมิ ลงไปนวดกบั ผงยา เมอื นวดจนเขา้ กนั
ารแพดแี ลว้ ใหป้ นเปนกอ้ นกลม จากนนั นาํ ไปแชต่ เู้ ยน็ ทชี อ่ งแชผ่ กั ๑ คนื

เมือครบ ๑ คืนแลว้ ให้นาํ ออกมาบใี หแ้ ตกละเอยี ดใส่ถาดไว้ จากนนั นําไปอบไล่ความชืนทีอุณหภูมิ ๑๐๐

กองศาเซลเซียส เปนเวลา ๑ ชวั โมง
าบนัเมอื อบเสรจ็ นําไปบดดว้ ยเครอื งบด จนกระทงั ไดเ้ ปนผงยาทเี นอื เนยี นละเอยี ด ตกั ใส่ถงุ สะอาด เขยี นชอื ตํารบั ยา
สถวนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธิ ไวบ้ นถงุ จากนนั นํายาบรรจใุ ส่ขวดเพือนาํ ไปใชต้ อ่ ไป

๗๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

สถาบนั การแพทยตแ์ าํ รผบั นยไาทแยสเงนหตมรึกดาว าวแก่นจนั ทน์ชะมด(ยาสามัญประจาํ บ้าน)
แ์ ผนไทยเนตรดแก่นจันทน์เทศ
ประกอบด้วยเครอื งยา ๑๒ สิง รวมนาํ หนักยา ๔๕ ส่วน
กาํ หนดนาํ หนกั ยา ๔๕๐ กรมั สามารถจัดเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๑๐ กรมั

มรี ายละเอียดดังนี

๑. แก่นจนั ทน์ชะมด ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๒. แก่นจนั ทนเ์ ทศ ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๓. ใบพิมเสน ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๔. ใบสันพร้าหอม ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๕. ใบกะเพรา ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๖. ลูกจันทน์ ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๗. ดอกจนั ทน์ ๔ ส่วน ๔๐ กรัม
๘. ลูกกระวาน ๔ ส่วน ๔๐ กรัม
๙. ดอกกานพลู ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๑๐. หัวหอม (ว่านหอมแดง) ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๑๑. พิมเสน (ธาตวุ ตั ถ)ุ ๑ ส่วน ๑๐ กรัม

าบนั การแพทยใบพิมเสน๑๒. หมึกหอม (ธาตวุ ัตถุ) ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
สถ นไทยเนตรดาวใบสันพรา้ หอม
ลูกจันทน์
สถาบนั การแพทยแ์ ผใบกะเพรา
หัวหอม (ว่านหอมแดง)

ดอกจนั ทน์ พิมเสน
ลกู กระวาน หมกึ หอม

ดอกกานพลู

๗๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทุกสิง จากนนั นําไปอบฆา่ เชอื โรคก่อนนําไปปรงุ ยา

ไทยซึงมวี ิธีคัดแยกเครอื งยาสรปุ โดยยอ่ ได้ ดังนี
ยแ์ ผนแกน่ จนั ทน์ชะมด
ารแพทใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญ่ ให้ใช้มีดลกู จันทน์
ใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาดผิวนอก จากนันใชม้ ดี
สับหรือซอยใหม้ ีขนาดเลก็ ลงและใกล้เคยี งกัน ผ่าดขู า้ งในว่ามีเชือราหรอื ไม่ ถ้ามใี ห้คัดทิง
ดอกจนั ทน์
กเพือความสะดวกในการอบและบดยา ใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเล็กออก
าบนัแก่นจนั ทน์เทศ จากเครืองยา จากนันคดั หาสิงปลอมปน
และสิงปนเปอนทิง
สถ าวแก่นจันทนเ์ ทศทีใช้ครงั นีมีลกั ษณะเปนชนิ เลก็ หมึกหอม (ธาตุวัตถ)ุ
รดใหค้ ดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ ใช้ครกตาํ ใหล้ ะเอยี ดก่อนนําไปชังนําหนกั
ตใบพิมเสน ใบสันพรา้ หอม ใบกะเพรา ไม่ต้องนาํ ไปอบ
เนลูกกระวาน ดอกกานพลู หวั หอม (ว่านหอมแดง) พิมเสน (ธาตวุ ตั ถ)ุ
ยใชก้ ระชอนร่อนเอาเศษผงขนาดเล็กทีปนมากับ เลอื กใชพ้ ิมเสนทมี คี ณุ ภาพดี
ไทเครอื งยาออกก่อน จากนนั ใหค้ ัดหาสิงปลอมปน ไมต่ อ้ งคดั แยก
ทยแ์ ผนและสิงปนเปอนทงิ ไม่ตอ้ งนาํ ไปอบ
ารแพในการคดั เครืองยาแตล่ ะสิงนนั ใหเ้ ภสัชกรผปู้ รุงยาพิจารณาจากเครอื งยาทีมอี ยู่ ว่ามีลักษณะแบบใด
กอาจจะใชว้ ธิ ีทแี ตกต่างจากทกี ลา่ วมาข้างตน้ นไี ด้ โดยใหพ้ ิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจดั เกบ็

นั รวมถึงความสะอาดของเครอื งยาเปนสําคัญ
สถาบเมอื คัดแยกและทําความสะอาดเรียบร้อยแล้วให้นําเครืองยาทงั หมดไปอบฆา่ เชือโรค

ยกเวน้ หมกึ หอม (ธาตวุ ตั ถ)ุ และพิมเสน (ธาตวุ ตั ถ)ุ

าว(ดขู นั ตอนการคัดแยกและอบฆ่าเชอื โรคจากหน้าที ๔-๑๕)
ยเนตรดการเตรยี มอปุ กรณส์ ําหรับการปรงุ ยา
ไทการเตรยี มอปุ กรณจ์ ะอยู่ในขนั ตอนของการบดยาและรอ่ นยา โดยใหเ้ ตรยี มทาํ ความสะอาดอปุ กรณ์

แ์ ผนและเครอื งมือทุกชนิดกอ่ นและหลังทาํ การบดยาและรอ่ นยา ทุกครงั
ทยเตรียมวัสดอุ ุปกรณส์ ําหรบั ปรุงยาชนิดผง (ดูได้จากหน้าที ๑๘)
ารแพทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งร่อนยาและอุปกรณท์ ุกชนิด ทงั ก่อนและหลังใช้งาน
สถาบนั ก(ดวู ธิ กี ารทําความสะอาดได้จากหน้าที ๑๙)

๗๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

๒. ขันตอนการปรุงยา
ตรดาวขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นําหนักเครอื งยาตามตํารับยา
ไทยเนนําเครอื งยาทีอบฆ่าเชอื โรคทเี ตรยี มไว้แล้ว
แ์ ผนมาชงั นาํ หนักตามตาํ รบั ยาขา้ งต้น โดยใหช้ งั นาํ หนักใช้ครกตาํ หมกึ หอมให้ละเอียด
ยเครอื งยาแต่ละสิงเปนกรัม และแยกใส่ถงุ ไว้ ก่อนนําไปชังนําหนัก
ารแพทถงุ ละ ๑ สิง
สถาบนั ก าวการปรงุ ยาตํารบั ยาแสงหมกึ
รดเตรียมส่วนผสมสําหรับปรงุ ยา โดยแบง่ ส่วน
เนตผสมออกเปน ๒ ส่วน ดงั นี
นไทยส่วนผสมที ๑ หมา่ หมกึ
ารแพทยแ์ ผ ส่วนผสมที ๒ ผงยาแสงหมกึ
นั ก นาํ เครอื งยาทเี หลือมาปรุงยา
าบ ตามขนั ตอน ดังนี
สถ าวขนั ตอนที ๒.๑

รดการอบเครืองยากอ่ นนําไปบด
เนตขนั ตอนที ๒.๒
ยการบดเครืองยา
แ์ ผนไท ขนั ตอนที ๒.๓
ย การรอ่ นยาและการบดกากยา
ารแพท ขนั ตอนที ๒.๔
สถาบนั ก การนวดยากบั พิมเสน

๗๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นําหนักเครอื งยาตามตาํ รบั ยา

นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั แลว้ แยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขนั ตอนที ๒ การเตรียมส่วนผสม

การปรงุ ยาตํารับยาแสงหมกึ สามารถทาํ ตามขนั ตอน ดังนี
รายละเอียด

าวขนั ตอน
เนตรดการปรงุ ยา
แ์ ผนไทยวัตถุส่วนประกอบและวัสดอุ ุปกรณ์
ารแพทยส่วนผสมทีใช้แบ่งออกเปน ๒ ส่วน ของส่วนผสมที ๑

ส่วนผสมที ๑ หม่าหมึก ๑. หมกึ หอมตําละเอียด ๔๐ กรัม
(นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยา)

๒. มะนาว ประมาณ ๒๐ ลกู นาํ ไปคนั
าบนั กหมกึ หอมจดั เปนเครอื งยาหลกั ในการปรงุ ยาแสงหมกึ

สถ าวซงึ ใช้เปนยากวาดคอสําหรับเด็ก กอ่ นนาํ ไปปรงุ ยา

จาํ เปนตอ้ งทําใหห้ มกึ หอมทลี กั ษณะแขง็ นมิ ลงเสียกอ่ น

รดโดยการนาํ หมกึ หอมไปแชก่ ับนาํ มะนาว ซงึ เรียกวธิ นี ี
แลว้ กรองเอาแต่นาํ
๓. ชามแกว้ ๑ ใบ
๔. ถงุ พลาสติกสะอาดสําหรบั หอ่ ชาม

และหนังยาง
เนตวา่ การหมา่ หมึก
ย๒. ตักผงหมกึ ทบี ดแล้วใส่ชามแก้ว จากนนั เตมิ
ไทวิธที ํา
น๑. นาํ หมกึ หอมทีตาํ ละเอียดแล้ว ใส่ลงเครอื งบด นาํ มะนาวลงไปให้ท่วมหมกึ หอม เขยา่ ชามเบาๆ
แ์ ผโดยใหบ้ ดจนเปนผงเนยี นละเอยี ด จับแลว้ ไม่ ๓. ใช้ถุงพลาสติกหอ่ ชามยา พักไวท้ ีอณุ ภูมิห้อง
ยหยาบ ไม่เปนทรายหรอื จับแล้วไมส่ ะดุดมอื และใชป้ ลายชอ้ นชว่ ยคนให้ส่วนผสมเขา้ กนั

ารแพท(ถ้าหยาบจะทําให้เกดิ การระคายเคอื งหรอื ๑ คนื จากนนั ให้นาํ ไปแชต่ ู้เยน็ ในชอ่ งแช่แข็ง

อกี ๑ คนื หมกึ ทหี มา่ ไดจ้ ะนมิ ลงและมลี กั ษณะ

นั ก เสรจ็ ขนั ตอนการเตรยี มส่วนผสมที ๑ หม่าหมกึ เปนวนุ้
เกิดเปนแผลขณะกวาดในคอได้)

สถาบ ไทยเนตรดาว๒

แ์ ผน๑
สถาบนั การแพทย ๓
หมายเหต:ุ หมกึ ทีหมา่ ไว้สามารถแช่ต้เู ย็นเก็บไว้ใช้ไดไ้ มเ่ กิน ๗ วัน

๗๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ส่วนผสมที ๒ ผงยาแสงหมึก

นาํ เครอื งยาทเี หลอื มาปรงุ ยาตามขนั ตอน ดงั นี

รดาวขันตอนที ๒.๑
เนตการอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนําเครอื งยาไปบด จดุ ประสงคเ์ พือตอ้ งการให้
นเครอื งยากรอบและบดง่าย ชว่ ยกระตนุ้ ฤทธยิ าให้มสี รรพคณุ ทางยาดขี นึ และชว่ ยฆ่าเชอื โรคอกี ครงั หนงึ
ารแพทยแ์ ผวธิ ีการอบเครอื งยา

๑. อ่นุ ตู้อบทีอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส

ก๒. จดั เรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลกั ษณะของเครอื งยาทใี กลเ้ คยี งกนั จดั เรยี ง
าบนัไว้ในถาดเดียวกนั สามารถจดั เรยี งได้ ๒ ถาด ดงั นี

สถ รดาวถาดที ๑ จัดเรียงเครอื งยา ๕ สิง ไดแ้ ก่

แก่นจันทนช์ ะมด แก่นจันทนเ์ ทศ หัวหอม (วา่ นหอมแดง) ลูกกระวาน ดอกกานพลู

เนตเมือเรยี งเสร็จเขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครืองยากระจายไปทวั ถาด
ไทยถาดที ๒ จัดเรยี งเครืองยา ๕ สิง ไดแ้ ก่
แ์ ผนใบสันพรา้ หอม ใบพิมเสน ใบกะเพรา ลูกจนั ทน์ ดอกจันทน์ เมอื เรียงเสร็จเขยา่ ถาดเบาๆ เพือให้

เครอื งยากระจายไปทวั ถาด (วางลูกจนั ทน์ไวบ้ นใบสันพรา้ หอมและวางดอกจันทนไ์ วบ้ นใบพิมเสน

ทยใหช้ ่วยซับนาํ มนั หอมระเหยไว)้
ารแพเครอื งยาทไี ม่ต้องนาํ ไปอบ คือ พิมเสน (ธาตวุ ัตถุ) ชงั นาํ หนักแล้วให้ใส่ถงุ เตรียมไว้
นั ก๓. เมืออุน่ ตอู้ บจนได้อุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแล้ว ใหน้ าํ ถาดเครืองยาทงั หมดเรียงเข้าตู้อบ
าบสําหรบั ตอู้ บทใี ช้ครงั นีไฟอยูด่ า้ นบนจงึ เรมิ ตน้ เรียงถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรยี งถาดที ๒ ไวช้ นั ถัดลงมา
สถเมือเรยี งครบแล้วจงึ เรมิ จบั เวลาใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง

สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. เมอื ครบเวลาแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทงั หมดออกจากตอู้ บ พรอ้ มนําไปบดในขนั ตอนต่อไป

๗๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพเเทคคททรรืออื ยงงยยยยาาถแแถ์์แ์ าาดดผผททผีี ๒๑นนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๗๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ขันตอนที ๒.๒ การบดเครอื งยา
๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นทาํ การบดยา
ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน ก่อนทาํ การบดยา
รดาว๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทีละถาด
ต๒.๑ ใส่เครอื งยาถาดที ๑ โดยใหท้ ยอยใส่
เนเครอื งยาตามลําดับแลว้ บด ดงั นี
ไทยใส่ แก่นจันทน์ชะมด แกน่ จนั ทนเ์ ทศ
นลงเครอื งบดพรอ้ มกนั เปดเครอื ง บดจน
แ์ ผเครืองยาละเอียด จึงปดเครือง
ทยใส่ หัวหอม (ว่านหอมแดง) ลูกกระวาน
ารแพดอกกานพลู ลงเครืองบดพร้อมกัน
กเปดเครอื ง บดจนเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง
าบนั๒.๒. ใส่เครอื งยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่

สถ าวเครืองยาตามลําดับแลว้ บด ดงั นี
รดใส่ ใบสันพรา้ หอม ใบพิมเสน ใบกะเพรา

ลงเครอื งบดพรอ้ มกัน เปดเครอื ง บดตอ่ จน

เนตเครอื งยาละเอยี ด จึงปดเครือง
ยปรับขากวาดนอกทียกขนึ ในตอนแรกลงเพือ
ไทชว่ ยกวาดยา
นใส่ ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ ลงเครอื งบดพรอ้ มกนั
แ์ ผเปดเครอื ง บดตอ่ จนเครอื งยาละเอยี ด
ทยจงึ ปดเครอื ง
ารแพ๓. เปดเครอื งแลว้ บดยาตอ่ ใชเ้ วลาบดยาประมาณ

๑ ชวั โมง หรอื ใหส้ ังเกตวา่ สียาเรมิ เปลยี นเปนสีเขม้ ขนึ

กระวงั อยา่ ใหย้ าแฉะถา้ ยาเรมิ แฉะใหป้ ดเครอื ง
นัตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปรอ่ นในขนั ตอน
สถาสบถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวตอ่ ไป

๗๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๒.๓ การรอ่ นยาและการบดกากยา
(สามารถดขู นั ตอนการรอ่ นยาไดจ้ ากหนา้ ที ๓๑)

รดาวนาํ ยาทีบดแล้วมารอ่ นผา่ นตะแกรงหรอื แรง่ จะทาํ ให้ไดผ้ งยาทเี นยี นละเอยี ด โดยตอ้ งร่อนผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
เนตจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ให้นาํ กากยาไปชังนาํ หนกั
ยเพือพิจารณาวา่ จะบดและรอ่ นต่อหรือไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนักกากยาทเี หลือ ถา้ นําหนักเหลือมากกวา่ ๕% ใหน้ าํ
นไทกากยากลับไปบดและร่อนใหมอ่ ีก ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสร็จให้นาํ กากยากลบั ไปชังนําหนกั
แ์ ผถ้านําหนักเหลอื มากกวา่ ๕% ให้ทาํ การบดและร่อนใหม่ ทาํ เชน่ นจี นกว่ากากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยูก่ บั ปริมาณเครอื งยาทใี ชป้ รุงยา)
การแพทการรอ่ นยาในครงั นี ร่อนทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดงั นี
าบนัรอ่ นยารอบที ๑

สถ าวร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยใหท้ ยอยร่อน
รดทีละนอ้ ย จากนนั นํากากยาทีไม่สามารถผา่ น

รตู ะแกรงได้แล้วเทกลบั ลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กําหนดใหป้ ดเครอื ง จากนันตักผงยาในเครืองบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนตอ่ ในรอบที ๒
ยเนตรอ่ นยารอบที ๒
ไทร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
แ์ ผนทําเช่นเดยี วกับรอบที ๑
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๒
ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กาํ หนดใหป้ ดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นต่อในรอบที ๓
ทยรอ่ นยารอบที ๓
ารแพรอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทาํ เช่นเดียวกบั รอบที ๒บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๓
กากยาทเี หลอื จากการบดนําหนักมากกวา่ ๕%
เมือรอ่ นเสร็จ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ มนี าํ หนกัแต่มปี รมิ าณน้อย จึงไมเ่ หมาะทีจะใชเ้ ครอื งบดใหญ่
มากกวา่ ๕% จึงต้องนํากากยาไปบดต่อ ใหใ้ ช้เครอื งบดความเรว็ สูงสําหรับบดยาแทน
โดยให้ทยอยใส่กากยา แล้วบดทลี ะน้อย
าบนั กรอ่ นยารอบที ๔ การบดกากยาด้วยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
สถร่อนยาผ่านกระชอนตาถีทีใช้สําหรบั ร่อนยาแทน ระหวา่ งทบี ดให้เขยา่ และหมุนเครืองบดไปด้วย
เพือใหก้ ากยาถกู บดอย่างทัวถงึ กัน และใช้เวลาบด
เมือรอ่ นเสรจ็ นํากากยาทีเหลือไปชงั นําหนกั อกี ครงั ในแต่ละครงั ประมาณ ๕–๑๕ วนิ าที เพือหลกี เลยี ง
อุณหภมู ทิ ีสูงขณะบด
าวพบว่านําหนักกากยาเหลือน้อยกวา่ ๕%
รดจึงเสร็จขนั ตอนการร่อนยา
ยแ์ ผนไทยเนตเมอื รอ่ นยาเสร็จแลว้ ให้ดงึ ถาดพักผงยาทอี ยูใ่ ตเ้ ครอื งร่อนยาออก
สถาบนั การแพทตักผงยาทปี รุงเสร็จใส่ภาชนะเพือเตรียมนําผงยาไปนวดกบั พิมเสน

๗๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ขนั ตอนที ๒.๔

การนวดยากบั พิมเสน มวี ิธที าํ ดังนี

รดาว๑. นําพิมเสนใส่ถงุ สะอาดแลว้ ใช้สากคลึงให้แตกละเอียด จากนนั นาํ ผงยาใส่ลงไปในถงุ เดยี วกันนี
ตประมาณ ๒ ชอ้ นโตะ๊ ใช้สากคลงึ อกี ๑ รอบใหผ้ งยากบั พิมเสนเข้าเปนเนือเดยี วกนั

ยเน๒. นาํ ผงยาทเี หลอื และส่วนผสมในข้อ ๑ เทลงเครืองบดพรอ้ มกนั ทงั หมด
นไท๓. เปดเครือง บดจนกระทงั ยาทงั หมดผสมเขา้ กนั ดี ใชเ้ วลาบดประมาณ ๓๐ นาที จงึ ปดเครือง

แ์ ผบดรอบนเี สรจ็ ไมต่ ้องนาํ ไปร่อนอกี
ทย๔. จากนนั ให้ตกั ผงยาทปี รงุ เสร็จใส่ถุงสะอาด มดั ถงุ ให้พองและแนน่ เขย่าผงยาใหเ้ ขา้ กัน

ารแพเมอื ส่วนผสมเข้ากนั ดีแล้วให้ปลอ่ ยลมในถงุ ออก มัดปากถุงให้ชดิ ผงยา

๕. ชงั นาํ หนกั ผงยาทีปรงุ สําเรจ็ นาํ หนักกากยา บนั ทกึ นาํ หนกั เปนกรัม เขยี นชอื ยา วนั เดือนปทผี ลิต

นั กไวบ้ นถุง เตรยี มนําไปทาํ ขนั ตอนตอ่ ไป

สถาบ รดาวเสรจ็ ขนั ตอนการเตรยี มส่วนผสมที ๒
ยเนตสรปุ นาํ หนักยาแสงหมกึ

ไทนาํ หนกั เครอื งยาทบี ดในส่วนนไี มร่ วมหมกึ หอม
นนาํ หนกั เครอื งยา ๔๑๐ กรมั

แ์ ผนาํ หนักผงยาทรี ่อนได้ ๓๘๕ กรัม
ทย นาํ หนกั กากยา ๒๒ กรัม
ารแพ นาํ หนกั ยาสูญเสีย ๓ กรัม
สถาบนั กเมือเตรียมส่วนผสมที ๑ คือ หมา่ หมึกและส่วนผสมที ๒ คือ ผงยาแสงหมกึ

[ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว ]เสร็จเรยี บรอ้ ยแล้ว ใหน้ าํ ส่วนผสมทงั ๒ มานวดใหเ้ ขา้ กนั โดยใช้นาํ ขา้ วเช็ด

๘๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๓ การนวดยาแสงหมกึ

าวการนวดยาแสงหมึก คอื การนําส่วนผสมที ๑ และ ๒ มานวดเข้าดว้ ยกนั โดยใช้นาํ ข้าวเชด็ เปนส่วนผสม
ตรดในการนวดยา เมือนวดเสรจ็ นาํ ยาไปอบใหแ้ ห้ง แลว้ บดให้เปนผงอกี ครงั หนงึ จึงนาํ ไปใช้ได้
เนซงึ มีวิธีทํา ดังนี
แ์ ผนไทยวัตถุส่วนประกอบและวสั ดุอุปกรณ์
ทย๑. หมึกหม่าแล้ว (ส่วนผสมที ๑)วิธีการตม้ นาํ ขา้ วเชด็
ารแพ๒. ผงยาแสงหมกึ (ส่วนผสมที ๒)๑. ซาวขา้ วให้สะอาด ๑-๒ รอบ จากนนั
ก๓. ขา้ วไม่ขัดสี เชน่ ข้าวกลอ้ ง ขา้ วหอมนิล
นาํ ขา้ วใส่หมอ้
าบนัขา้ วสังข์หยด ข้าวลมื ผวั เปนตน้๒. เตมิ นาํ สะอาดลงหม้อให้ทว่ มขา้ ว

สถ าวอยา่ งใดอยา่ งหนงึ ๑–๒ กโิ ลกรมัประมาณ ๒-๓ เท่าของขา้ ว
รด๔. นาํ สะอาด ๒–๓ ลติ ร๓. นําหมอ้ ตงั ไฟ ใชไ้ ฟกลาง เมอื นาํ เดือด
ต๕. หม้อเคลือบสําหรบั ตม้ ขา้ ว ๑ ใบ
เน๖. หมอ้ เคลือบสําหรับใส่นาํ ข้าวเช็ด ๑ ใบใหห้ รีไฟลงเหลือไฟกลางค่อนไปทางอ่อน
ไทย๗. กระบวยและกระชอนหมนั คนเปนระยะๆ เพือปองกันข้าวตดิ
น๘. กะละมังสําหรบั นวดยา ๑ ใบก้นหมอ้ ต้มจนกระทงั ขา้ วสุกและบาน
แ์ ผ๙. ถาดอบยา ๑-๒ ใบจากนนั ตกั ข้าวออก กรองเอาเฉพาะนาํ ใส่
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑๐. เตาแก๊ส ๑ ชุดหม้อทีเตรียมไว้ ทงิ ไวใ้ หเ้ ยน็ จึงนาํ ไปใช้ได้

๘๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

วิธีการนวดยาแสงหมกึ
าว๑. เทผงยาแสงหมึกทงั หมดลงไปในกะละมงั
ตรดนวดยา จากนนั ให้ทําหลมุ ตรงกลางไว้
๔. นวดจนกระทงั ส่วนผสมทงั หมดเขา้ กนั ดแี ละ
เนอื ยาเปลียนเปนสีดาํ มนั เนียน สามารถปน
เปนกอ้ นได้ไมแ่ ตก ไมร่ ่วน
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเน าว๒. เทหมึกทีหมา่ แลว้ ทงั หมดลงกลางหลุมทีทาํ ไว้
รดจากนนั ตะลอ่ มผงยาข้างๆ มาตรงกลางหลุม

คลุกเคลา้ ให้ส่วนผสมเขา้ กัน แลว้ คอ่ ยๆ นวด

เนตคล้ายกบั การนวดแปง
ารแพทยแ์ ผนไทย๕. แบง่ ยาเปนส่วนๆ แลว้ ปนเปนก้อนกลม

ขนาดพอประมาณ

สถาบนั ก๓. เตมิ นาํ ขา้ วเช็ดลงไปในครงั แรกครงึ กระบวย
ก่อน แลว้ นวด ถา้ รสู้ ึกว่ายาแหง้ ใหค้ ่อยๆ
าวเติมนาํ ขา้ วเช็ดเพิมทลี ะน้อย แต่ต้องระวงั
รดอย่าใหย้ าแฉะเปนอันขาด
ทยแ์ ผนไทยเนต๖. เมือปนเสร็จให้ใส่ถงุ รวมกนั แลว้ นาํ ไป
ารแพ แชต่ ู้เยน็ ในช่องแชผ่ กั แชไ่ ว้ ๑ คืน เพือ
สถาบนั ก ใหต้ วั ยาซมึ เขา้ กนั ดี จงึ นําไปอบในวนั ถดั ไป

๘๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๓ ย า แ ส ง ห มึ ก ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

การอบไลค่ วามชนื

๑. อนุ่ ตู้อบทอี ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส

าว๒. นาํ ยาทงั หมดทพี ักไวอ้ อกจากตเู้ ยน็ ใส่ถาดไว้ จากนนั ใชม้ ือบียาให้แตกละเอยี ด เกลยี ยาให้ทวั ถาด

สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรด รดาว๓. เมอื อ่นุ ตู้อบจนไดอ้ ุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ใหน้ าํ ถาดยาใส่ตอู้ บ โดยให้วางอย่ชู นั กลาง
ตหรือชนั ลา่ งสุด อบจนกว่ายาจะแห้ง เมอื แห้งดแี ล้วให้นําออกจากตอู้ บ เพือนาํ ไปบดต่อในขนั ตอน
เนสุดทา้ ย

แ์ ผนไทยการบดยาเปนผงและการบรรจุยาใส่ขวด
ทย๑. นาํ ยาทอี บเสรจ็ ใส่ลงไปในเครืองบดทงั หมด เปดเครือง บดจนกระทงั ยาเปนผงเนยี นละเอยี ด

ารแพจับแลว้ ไม่หยาบเปนทราย

๒. จากนนั ใหต้ ักผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหช้ ิดยา นาํ ไปชงั นาํ หนัก เขียนชอื ยา

กวันเดอื นปทผี ลิต นาํ หนักยาสุทธไิ ว้บนถุง นําไปบรรจใุ ส่ขวด เพือนําไปใช้ต่อไป ยาแสงหมกึ ทปี รุงใน
าบนัครงั นีนาํ ไปใชเ้ ปนยาชนิดผง จึงนาํ ไปบรรจุใส่ขวดตอ่ ไป
สถ าวสรุปนาํ หนักยาแสงหมึก

รดนาํ หนักตํารับยา ๔๕๐ กรัม
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตนาํ หนักยาสุทธิ ๓๙๘ กรัม

๘๓

ตาํ รบั ที
ยาอาโปธาต๔แ์นุ ผาํ มนันไทใยนเขน้อตรดาวชอื ยา:

ทยทมี าของตาํ รบั ยา:
ารแพรปู แบบยา:
กวิธที ํา:
อาโปธาตนุ าํ มันในขอ้
คัมภีรส์ รรพคณุ ยาไทย ของ คลอ้ ย ทรงบัณฑิตย์ หนา้ ๑๔๕
ยาแคปซูล
บดเปนผง บรรจแุ คปซลู
สถาสบถนัาบกนั ารแพทยแ์ ผนไทไทยเยนเตนรตดารวดาวสรรพคณุ /ขอ้ บ่งใช้:

นแก้อาโปธาตุกําเรบิ เพือโลหิตและนาํ มนั ในข้อในกระดูก
ยแ์ ผบดเปนผง ละลายนาํ ผงึ หรอื นาํ ส้มซา่
ารแพทขอ้ ควรระวัง:
กอาการไมพ่ ึงประสงค:์ไมม่ ี
สถาบนัข้อมูลเพิมเตมิ :ไม่มี
ไมม่ ี

๘๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๔ ย า อ า โ ป ธ า ตุ นาํ มั น ใ น ข้ อ

อธิบายขนั ตอนการปรงุ ยา

ยาอาโปธาตุนาํ มันในขอ้ รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วัตถุดบิ และอปุ กรณ์ในการปรงุ ยาชนดิ ผง
เนตคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครืองยาแตล่ ะสิงตามตํารบั ยา
ยนาํ เครอื งยาทีคัดแยกและทําความสะอาดแล้วไปอบฆา่ เชอื โรคทอี ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ไทใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
แ์ ผนทําความสะอาดเครอื งบดยา เครอื งร่อนยา อุปกรณ์ทใี ชส้ ําหรบั การปรุงยาทกุ ชนดิ (ทงั กอ่ นและหลงั การปรุงยา)

ย๒. การปรุงยา
ารแพทการชังนาํ หนักเครอื งยา นําเครืองยาทีอบฆ่าเชอื โรคเตรียมไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รับยา โดยใหช้ งั นาํ หนกั

เครืองยาแต่ละสิงเปนกรมั แล้วแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกนั ไว้ ใหเ้ ปนตํารบั เดียวกัน

กการอบเครอื งยากอ่ นนาํ ไปบด นําเครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั
นัอยใู่ นถาดเดยี วกนั สามารถจัดเรียงได้ ๒ ถาด ดังนี

สถาบถาดที ๑ จดั เรยี ง โกฐสอ หวั หญา้ ชนั กาด โกฐเขมา โกฐหวั บวั เหงา้ ขงิ แหง้ โกฐเชยี ง ดอกดปี ลี เมลด็ พรกิ ไทยดาํ

าวถาดที ๒ จัดเรียง ใบคนทสี อ โกฐจุฬาลัมพา ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์
รดจากนนั นาํ เครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ตเรยี งถาดที ๒ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมา อบดว้ ยอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
เนการบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นทาํ การบดยา ทยอยใส่เครืองยาลงเครอื งบด
ไทยเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกโกฐเชยี งและดอกดปี ลี ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จงึ นาํ ไปบด

จากนนั ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาทเี หลอื ลงเครืองบด โดยใหใ้ ส่เครอื งยาทแี ข็งทีสุดในถาดลงไปบดก่อน แล้วไลล่ าํ ดบั

แ์ ผนไปจนครบ เมอื โกฐเชียงและดอกดีปลีกรอบดแี ลว้ ให้ใส่ลงเครืองบดได้ บดเครอื งยาถาดที ๒ ต่อ จากนนั

ปรับขากวาดนอกลง ใส่ลกู จันทน์และดอกจนั ทน์ เปนลําดับสุดท้ายเพราะเครืองยา ๒ สิงนีมีนาํ มัน ถ้ารบี นาํ ไปบด

ทยก่อนจะทําใหย้ าแฉะและเกาะกนั เปนกอ้ น เมอื บดเสร็จตกั ผงยาใส่ภาชนะทเี ตรียมไว้เพือนํายาไปรอ่ นต่อไป
ารแพการร่อนยาและการบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครืองรอ่ นยาทีละน้อย เปดเครอื ง รอ่ นยาจนแน่ใจว่า

ผงยาละเอียดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลือเพียงกากยา ใหน้ าํ กากยานีกลบั ไปบดใหม่

กและนาํ กลบั มารอ่ นอีกครงั ร่อนและบดเชน่ นไี ปเรือยๆ จนกว่านาํ หนักกากยาจะเหลอื น้อยกวา่ ๕%
นัสําหรบั การร่อนยาครงั นี จํานวนรอบทีร่อนไดท้ งั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดงั นี

าบรอบที ๑ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการรอ่ นประมาณ ๓๐ นาที
สถรอบที ๒ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นประมาณ ๔๐ นาที

รอบที ๓ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื

าวมากกว่า ๕% จึงนาํ กากยากลบั ไปบดใหมด่ ้วยเครอื งบดความเรว็ สูง
รดรอบที ๔ ร่อนยาผ่านกระชอนตาถี เมือรอ่ นเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่านาํ หนักกากยาเหลือนอ้ ยกวา่
เนต๕% จงึ เสร็จขนั ตอนการปรงุ ยา
ยจากนนั ใหด้ งึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครอื งรอ่ นยา ตกั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่
ไทเขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดแี ลว้ ใหป้ ลอ่ ยลมในถงุ ออก มดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นาํ ผงยาทปี รงุ เสรจ็ และ
แ์ ผนกากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป
ยการบรรจุแคปซูล บรรจุผงยาใส่แคปซูล เบอร์ ๑ ดว้ ยเครืองบรรจุแคปซูลแบบมือโยก จะไดน้ าํ หนักแคปซูลละ
สถาบนั การแพทประมาณ ๐.๒๕ กรัม

๘๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๔ ย า อ า โ ป ธ า ตุ นาํ มั น ใ น ข้ อ

ตํารับยาอาโปธาตนุ าํ มนั ใเนนขต้อรดาวประกอบด้วยเครอื งยา ๑๒ สิง รวมนาํ หนกั ยา ๑๒ ส่วน
ไทยกําหนดนาํ หนักยา ๑,๒๐๐ กรัม สามารถจัดเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๑๐๐ กรัม

แ์ ผนมรี ายละเอียดดังนี
ทย๑. โกฐเชียง
ารแพ๒. โกฐสอ๑ ส่วน๑๐๐ กรมั๗. เมลด็ พริกไทยดาํ ๑ ส่วน ๑๐๐ กรัม
ก๓. โกฐหัวบวั๑ ส่วน๑๐๐ กรัม๘. ดอกดปี ลี ๑ ส่วน ๑๐๐ กรัม
าบนั๔. โกฐเขมา๑ ส่วน๑๐๐ กรัม๙. ลกู จันทน์ ๑ ส่วน ๑๐๐ กรมั
๑ ส่วน ๑๐๐ กรมั ๑๐. ดอกจันทน์ ๑ ส่วน ๑๐๐ กรมั
สถ าว๕. โกฐจฬุ าลมั พา๑ ส่วน๑๐๐ กรัม๑๑. หัวหญา้ ชนั กาด ๑ ส่วน ๑๐๐ กรัม
รด๖. เหง้าขิงแห้ง๑ ส่วน๑๐๐ กรมั๑๒. ใบคนทีสอ ๑ ส่วน ๑๐๐ กรัม
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตโกฐเชยี ง
สถาบนั ก รดาวโกฐจฬุ าลัมพาโกฐสอโกฐหวั บัว โกฐเขมา

สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตลกู จนั ทน์เหงา้ ขงิ แหง้เมล็ดพรกิ ไทยดํา ดอกดีปลี

ดอกจนั ทน์ หวั หญ้าชนั กาด ใบคนทสี อ

๘๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๔ ย า อ า โ ป ธ า ตุ นาํ มั น ใ น ข้ อ

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคดั แยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมุนไพรทุกสิง จากนนั นําไปอบฆา่ เชอื โรคก่อนนําไปปรุงยา

ไทยซึงมวี ธิ คี ดั แยกเครอื งยาสรปุ โดยยอ่ ได้ ดงั นี
ยแ์ ผนโกฐเชียง โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐเขมา เหง้าขิงแห้ง
ารแพทใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด ถ้ามีขนาดใหญใ่ ห้ใช้มีด

สับหรอื ซอยใหม้ ขี นาดเล็กลงและใกล้เคียงกัน

กเพือความสะดวกในการอบและบดยา
าบนัโกฐจฬุ าลมั พา

สถ าวคัดหาสิงปลอมปนและปนเปอนทงิ
รดดอกจันทน์ ใบคนทีสอ
ตใชก้ ระชอนตาถีร่อนเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
เนเครืองยา จากนนั คดั หาสิงปลอมปนและ
ยสิงปนเปอนทิง
ลกู จนั ทน์
ใช้แปรงปดทาํ ความสะอาดผวิ นอก จากนัน
ใช้มดี ผา่ ดูขา้ งในว่ามเี ชือราหรือไม่ ถา้ มีใหค้ ัดทิง
เมล็ดพริกไทยดํา ดอกดีปลี หวั หญ้าชันกาด
ใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเล็กออก
จากเครืองยาก่อน จากนันคดั หาสิงปลอมปนและ
สิงปนเปอนทิง

แ์ ผนไทในการคดั เครืองยาแตล่ ะสิงนนั ใหเ้ ภสัชกรผปู้ รุงยาพิจารณาจากเครืองยาทมี ีอยู่ วา่ มีลักษณะแบบใด
ยอาจจะใช้วิธที แี ตกต่างจากทกี ลา่ วมาขา้ งตน้ นีได้ โดยใหพ้ ิจารณาเรืองความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเกบ็

ารแพทรวมถงึ ความสะอาดของเครอื งยาเปนสําคญั
กเมือคดั แยกและทาํ ความสะอาดเรยี บร้อยแล้วใหน้ าํ เครืองยาทงั หมดไปอบฆ่าเชือโรค

นั (ดูขันตอนการคดั แยกและอบฆา่ เชอื โรคจากหน้าที ๔-๑๕)
สถาบ การเตรียมอุปกรณ์สําหรับการปรงุ ยา

าวการเตรยี มอปุ กรณจ์ ะอยู่ในขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา โดยใหเ้ ตรียมทําความสะอาดอปุ กรณ์
รดและเครอื งมอื ทุกชนดิ ก่อนและหลงั ทาํ การบดยาและรอ่ นยา ทกุ ครงั

เนตเตรยี มวัสดุอุปกรณ์สําหรบั ปรงุ ยาชนิดผง (ดไู ด้จากหน้าที ๑๘)
ไทยทําความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งร่อนยาและอปุ กรณ์ทกุ ชนดิ ทงั ก่อนและหลังใช้งาน
สถาบนั การแพทยแ์ ผน(ดูวธิ กี ารทาํ ความสะอาดไดจ้ ากหนา้ ที ๑๙)

๘๗ ๘๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๔ ย า อ า โ ป ธ า ตุ นาํ มั น ใ น ข้ อ

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรูปแบบการปรุงยา: ชนดิ แคปซูล
ยสูตรตํารับยา: ประกอบดว้ ยเครอื งยา ๑๒ สิง รวมนาํ หนักเครอื งยา ๑๒ ส่วน

นไทกําหนดนาํ หนักรวม ๑,๒๐๐ กรมั สามารถจดั นําหนกั เครืองยาได้ส่วนละ ๑๐๐ กรมั
แ์ ผวธิ ที ํา: บดเปนผง บรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนกั แคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
ทยข้อมูลการใช้เครืองยาสมนุ ไพรปรงุ ยา: ใช้เครอื งยาสมนุ ไพรแหง้ ทังหมด

นั การแพขันตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครอื งยาตามตาํ รับยา
สถาบนําเครอื งยาทีอบฆ่าเชอื โรคเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนักตามตํารับยาข้างต้น

าวโดยให้ชงั นาํ หนักเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรัม แลว้ แยกใส่ถงุ ไว้ ถุงละ ๑ สิง
เนตรดขันตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนาํ ไปบด

ยการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครืองยาไปบด
ไทจุดประสงค์เพือตอ้ งการให้เครอื งยากรอบและบดง่าย

แ์ ผนชว่ ยกระต้นุ ฤทธยิ าใหม้ สี รรพคณุ ทางยาดีขนึ และชว่ ยฆา่ เชอื โรคอีกครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครอื งยา

การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครืองยาทีมีลกั ษณะแข็งมากสุดไปหานอ้ ยสุดตามลําดับ
เครอื งยาทมี นี าํ มันมากในตํารับยานี คอื ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์ ให้บดเปนลาํ ดบั สุดท้าย

สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา

นํายาทบี ดแล้วมาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแร่งจะทําใหไ้ ด้ผงยาทีเนยี นละเอียด โดยต้องรอ่ นผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแล้ว ให้นาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั
รดเพือพิจารณาว่าจะบดและร่อนตอ่ หรือไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนักกากยาทีเหลอื ถ้านาํ หนักเหลอื มากกวา่ ๕% ให้นาํ

กากยากลบั ไปบดและร่อนใหม่อกี ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสรจ็ ใหน้ าํ กากยากลับไปชงั นาํ หนัก

เนตถ้านาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหท้ าํ การบดและร่อนใหม่ ทาํ เช่นนจี นกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ทยแ์ ผนขันตอนที ๕ การบรรจแุ คปซูล

สถาบนั การแพบรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั

๘๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๔ ย า อ า โ ป ธ า ตุ นาํ มั น ใ น ข้ อ

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา

นําเครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด

การอบเครืองยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนําเครืองยาไปบด
จุดประสงคเ์ พือตอ้ งการให้เครืองยากรอบและบดงา่ ย ชว่ ยกระตุ้นฤทธยิ า
ใหม้ สี รรพคุณทางยาดขี นึ และชว่ ยฆา่ เชือโรคอีกครงั หนงึ
รายละเอยี ด

าวขันตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรุงยา
ารแพทยวธิ กี ารอบเครอื งยา
ก๑. อ่นุ ตูอ้ บทีอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
าบนั๒. จัดเรียงเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรยี มอบ โดยแยกตามลกั ษณะของเครอื งยาทใี กลเ้ คยี งกัน

สถ าวจัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถจัดเรียงได้ ๒ ถาด ดังนี
รดถาดที ๑ จัดเรียงเครืองยา ๘ สิง ไดแ้ ก่
ตโกฐสอ หวั หญ้าชันกาด โกฐเขมา โกฐหวั บัว เหง้าขงิ แห้ง โกฐเชยี ง ดอกดีปลี เมลด็ พริกไทยดาํ
เนเมือเรยี งเสรจ็ เขยา่ ถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
นไทยถาดที ๒ จัดเรยี งเครืองยา ๔ สิง ได้แก่
แ์ ผใบคนทสี อ โกฐจฬุ าลมั พา ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ เมอื เรยี งเสรจ็ เขยา่ ถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยา
ยกระจายไปทวั ถาด (วางดอกจนั ทนไ์ วบ้ นใบคนทสี อ วางลกู จนั ทน์ ไวบ้ นโกฐจฬุ าลมั พาใหช้ ว่ ยซบั
ทนาํ มนั หอมระเหยไว)้
ารแพ๓. เมอื อุ่นตู้อบจนไดอ้ ุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมดเรียงเข้าตอู้ บ
กสําหรับต้อู บทีใช้ครงั นีไฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรมิ ตน้ เรียงถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรียงถาดที ๒ ในชนั ถดั
าบนัลงมา เมือเรยี งครบแลว้ จงึ เรมิ จับเวลา ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
สถ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. เมอื ครบเวลาแลว้ ใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมดออกจากต้อู บ พรอ้ มนาํ ไปบดในขนั ตอนต่อไป

๘๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๔ ย า อ า โ ป ธ า ตุ นาํ มั น ใ น ข้ อ

เครอื งยาถาดที ๑

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพเทคททรอื ยงยยยาถแแ์์แ์ าดผผทผี ๒นนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๙๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๔ ย า อ า โ ป ธ า ตุ นาํ มั น ใ น ข้ อ

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา

รดาวเครืองยาถาดที ๑
ารแพทยแ์ ผนไทยเนต๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นทําการบดยา
าบนั ก๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทลี ะถาด

สถ าวเรมิ ต้นจากเครอื งยาถาดที ๑

แยก โกฐเชยี งและดอกดปี ลี ออกมาพกั คายความรอ้ น

รดรอจนเครอื งยากรอบ จงึ นาํ ไปบด หา้ มบดเครอื งยา
เนต๒ สิงนขี ณะทยี งั มคี วามเหนียวอยู่ จะทาํ ให้ยา
ยเกาะกันเปนก้อนและบดยากขนึ จากนนั ใหท้ ยอย
ไทใส่เครอื งยาทเี หลือลงเครืองบดตามลําดบั แลว้ บด
นดงั นี

แ์ ผใส่ โกฐสอ หวั หญา้ ชนั กาด โกฐเขมา
ทยลงเครอื งบดพร้อมกนั เปดเครือง บดจน
ารแพเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง

ใส่ โกฐหัวบัว เหงา้ ขิงแหง้ โกฐเชียง

ก(โกฐเชยี งทเี ยน็ ตวั ลงและกรอบดแี ลว้ )
นัลงเครืองบดพร้อมกนั เปดเครอื ง บดตอ่ จน
าบเครืองยาละเอียด จึงปดเครอื ง
สถใส่ ดอกดปี ลี เมลด็ พรกิ ไทยดาํ ลงเครืองบด

าวพรอ้ มกัน เปดเครอื ง บดตอ่ จนเครืองยา
รดละเอียด จงึ ปดเครือง
เนต๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ โดยใหท้ ยอยใส่เครอื งยาตามลาํ ดบั แลว้ บด ดังนี
ยใส่ ใบคนทสี อ โกฐจฬุ าลมั พา ลงเครืองบดพรอ้ มกัน เปดเครือง บดจนเครอื งยาละเอยี ด
นไทจงึ ปดเครอื ง
แ์ ผปรบั ขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลง เพือช่วยกวาดยา
ยใส่ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลงเครอื งบดพร้อมกัน เปดเครืองแล้วบดต่อ ใช้เวลาบดไมน่ านมากนัก
ารแพทเนอื งจากลกู จนั ทนแ์ ละดอกจนั ทน์ มนี าํ มนั ถา้ บดนานนาํ มนั จะไหลออกมารวมกบั ผงยาทําใหย้ าแฉะ

จากนนั ปดเครอื ง

าบนั ก๓. เปดเครอื งบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐ นาที หรือให้สังเกตว่าสียาเรมิ เปลียนเปนสีเขม้ ขนึ
สถแสดงว่ายาเรมิ แฉะ ใหป้ ดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปรอ่ นในขนั ตอนตอ่ ไป

๙๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๔ ย า อ า โ ป ธ า ตุ นาํ มั น ใ น ข้ อ

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนํายาทีบดแล้วมาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแร่งจะทาํ ใหไ้ ด้ผงยาทเี นียนละเอยี ด โดยตอ้ งรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ตจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ให้นาํ กากยาไปชังนําหนัก
เนเพือพิจารณาว่าจะบดและร่อนต่อหรือไม่ โดยคํานวนจากนําหนักกากยาทเี หลอื ถา้ นําหนกั เหลอื มากกว่า ๕% ให้นํา
ยกากยากลบั ไปบดและร่อนใหมอ่ ีก ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยากลับไปชังนาํ หนกั
ไทถา้ นําหนักเหลอื มากกวา่ ๕% ใหท้ าํ การบดและรอ่ นใหม่ ทําเชน่ นจี นกว่ากากยาจะเหลอื น้อยกวา่ ๕%
แ์ ผน(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยู่กับปริมาณเครอื งยาทใี ชป้ รุงยา)
ารแพทยการร่อนยาในครงั นี ร่อนทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดงั นี
ร่อนยารอบที ๑

นั กร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยรอ่ น
าบทีละนอ้ ย จากนนั นํากากยาทไี มส่ ามารถผา่ น

สถ าวรตู ะแกรงได้แลว้ เทกลบั ลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๒
ตรดร่อนยารอบที ๒
เนร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
ไทยทําเช่นเดยี วกบั รอบที ๑
บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๒
ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กําหนดให้ปดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
แ์ ผนรอ่ นยารอบที ๓
บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๓
รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเช่นเดยี วกบั รอบที ๒ กากยาทเี หลือจากการบดนําหนกั มากกวา่ ๕%
แตม่ ีปรมิ าณนอ้ ย จึงไมเ่ หมาะทีจะใชเ้ ครอื งบดใหญ่
ทยเมือรอ่ นเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ มีนาํ หนักให้ใช้เครืองบดความเรว็ สูงสําหรบั บดยาแทน
ารแพมากกว่า ๕% จงึ ตอ้ งนาํ กากยาไปบดตอ่ โดยใหท้ ยอยใส่กากยา แลว้ บดทลี ะน้อย
การบดกากยาด้วยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
ร่อนยารอบที ๔ ระหวา่ งทีบดใหเ้ ขยา่ และหมุนเครืองบดไปด้วย
เพือให้กากยาถูกบดอยา่ งทัวถึงกัน และใชเ้ วลาบด
นั กรอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถีทีใชส้ ําหรับร่อนยาแทน ในแตล่ ะครังประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลีกเลียง
าบเมือรอ่ นเสร็จนาํ กากยาทีเหลอื ไปชงั นําหนกั อกี ครงั อณุ หภมู ิทีสูงขณะบด
สถพบว่านําหนักกากยาเหลือน้อยกว่า ๕%

จึงเสรจ็ ขนั ตอนการร่อนยา
รดาวเมือร่อนยาเสร็จแล้ว ให้ดงึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครืองรอ่ นยา
ตตกั ผงยาทีปรุงเสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มัดถุงใหพ้ องและแน่น

เนเขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมือส่วนผสมเขา้ กันดแี ล้ว ใหป้ ล่อยลมออกจากถุง
ไทยมดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นําผงยาทปี รงุ เสรจ็ และกากยาไปชงั นาํ หนกั

นเขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ
แ์ ผจากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป
ารแพทยขนั ตอนที ๕ สรุปนาํ หนักยาอาโปธาตนุ าํ มนั ในขอ้
สถาบนั กการบรรจุแคปซูล นาํ หนักตาํ รับยา ๑,๒๐๐ กรัม

นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๑,๑๐๘ กรมั
นาํ หนักกากยา ๓๘ กรมั

นาํ หนกั ยาสูญเสีย ๕๔ กรัม

วธิ ีการบรรจุแคปซูล สามารถดไู ดจ้ ากหนา้ ๓๖
ยาอาโปธาตุนาํ มันในข้อ นาํ หนักยาสุทธิ ๑,๑๐๘ กรมั

นํายาแคปซูลทีบรรจเุ สร็จใส่ถงุ พลาสติกทีสะอาด บันทึกไวบ้ นถุง
ใหม้ ีรายละเอยี ดชือยา วนั เดือนปทีผลิต และจํานวนแคปซลู พร้อมนําไปใช้ตอ่ ไป
ผงยาทีเหลือให้ใส่ถุงพลาสตกิ บันทึกไว้บนถงุ ใหม้ ีรายละเอยี ดชือยา

วนั เดอื นปทีผลติ และนาํ หนักยาทเี หลอื แล้วจึงจดั เก็บ

๙๒


Click to View FlipBook Version