The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rakchat.fg, 2021-05-15 07:54:59

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๓ ย า ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

าวนํายาทบี ดแล้วมารอ่ นผ่านตะแกรงหรือแรง่ จะทําให้ไดผ้ งยาทีเนยี นละเอยี ด โดยตอ้ งร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
รดจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือรอ่ นครบ ๓ รอบแล้ว ใหน้ าํ กากยาไปชังนําหนัก
เนตเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนตอ่ หรือไม่ โดยคํานวนจากนําหนกั กากยาทีเหลอื ถ้านําหนักเหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ ํา
ยกากยากลบั ไปบดและร่อนใหมอ่ ีก ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยากลับไปชังนาํ หนกั
ไทถา้ นําหนักเหลอื มากกวา่ ๕% ใหท้ ําการบดและร่อนใหม่ ทาํ เช่นนีจนกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกวา่ ๕%
น(จาํ นวนรอบในการร่อนยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครืองยาทีใช้ปรงุ ยา)
ทยแ์ ผการร่อนยาในครงั นี ร่อนทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดังนี
ารแพรอ่ นยารอบที ๑
กรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยร่อน บดกากยาทเี หลือจากการร่อนในรอบที ๑
าบนัทลี ะนอ้ ย จากนนั นาํ กากยาทไี ม่สามารถผ่าน ใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาที
สถรูตะแกรงไดแ้ ลว้ เทกลับลงเครืองบดเพือบดใหม่ กาํ หนดให้ปดเครอื ง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
รดาวร่อนยารอบที ๒
เนตร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ยทําเชน่ เดยี วกบั รอบที ๑
บดกากยาทเี หลือจากการร่อนในรอบที ๒
ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กาํ หนดใหป้ ดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นตอ่ ในรอบที ๓
นไทร่อนยารอบที ๓
แ์ ผร่อนยาด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเช่นเดียวกับรอบที ๒ บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๓
ยเมือรอ่ นเสร็จ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ มนี าํ หนักกากยาทีเหลือจากการบดนําหนกั มากกวา่ ๕%
ทมากกวา่ ๕% จงึ ต้องนาํ กากยาไปบดตอ่ แต่มปี ริมาณนอ้ ย จงึ ไม่เหมาะทจี ะใชเ้ ครอื งบดใหญ่
ารแพรอ่ นยารอบที ๔ ใหใ้ ช้เครืองบดความเรว็ สูงสําหรับบดยาแทน
กรอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถที ีใชส้ ําหรบั ร่อนยาแทน โดยใหท้ ยอยใส่กากยา แล้วบดทีละน้อย
นัเมอื รอ่ นเสร็จนํากากยาทีเหลอื ไปชงั นําหนกั อกี ครงั การบดกากยาดว้ ยเครืองบดความเร็วสูงนัน
าบพบว่านําหนกั กากยาเหลอื นอ้ ยกว่า ๕% ระหว่างทบี ดใหเ้ ขยา่ และหมุนเครอื งบดไปด้วย
สถจงึ เสรจ็ ขนั ตอนการร่อนยา เพือใหก้ ากยาถูกบดอย่างทัวถงึ กนั และใช้เวลาบด
ในแตล่ ะครงั ประมาณ ๕–๑๕ วนิ าที เพือหลีกเลยี ง
อุณหภมู ิทสี ูงขณะบด
าวเมือรอ่ นยาเสรจ็ แล้ว ใหด้ ึงถาดพักผงยาออกมาจากเครืองรอ่ นยา
รดตักผงยาทปี รุงเสรจ็ ใส่ถุงสะอาดมัดถงุ ให้พองและแนน่ เขย่าผงยา
เนตใหเ้ ขา้ กัน เมือส่วนผสมเข้ากนั ดีแลว้ ให้ปล่อยลมออกจากถงุ
ยมดั ปากถุงใหช้ ดิ ผงยา นาํ ผงยาทปี รงุ เสร็จและกากยาไปชังนําหนกั

ไทเขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลิต นาํ หนกั ยาสุทธิไวบ้ นถุง
นจากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซูลต่อไป
ารแพทยแ์ ผขันตอนที ๕ สรุปนาํ หนกั ยาลดความดนั โลหิต
สถาบนั กการบรรจุแคปซูล นาํ หนักตาํ รับยา ๑,๒๐๐ กรมั

นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๑,๑๔๕ กรมั
นาํ หนกั กากยาและสูญเสีย ๕๕ กรัม

วธิ กี ารบรรจแุ คปซูล สามารถดไู ด้จากหน้า ๓๖
ยาลดความดันโลหิต นาํ หนกั ยาสุทธิ ๑,๑๔๕ กรัม
บรรจแุ คปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรมั

นาํ ยาแคปซลู ทบี รรจเุ สร็จใส่ถงุ พลาสตกิ ทสี ะอาด บนั ทกึ ไว้บนถุง
ใหม้ ีรายละเอยี ดชือยา วันเดือนปทผี ลติ และจํานวนแคปซลู พรอ้ มนําไปใช้ตอ่ ไป
ผงยาทเี หลอื ใหใ้ ส่ถุงพลาสติก บนั ทกึ ไวบ้ นถงุ ใหม้ รี ายละเอยี ดชือยา

วนั เดือนปทผี ลติ และนาํ หนักยาทีเหลอื แล้วจึงจดั เก็บ

๑๙๓

ตาํ รับที
ยาส๑หศั ๔แ์ ธผานรไาทยเนตรดาวชอื ยา:
ทยทมี าของตาํ รบั ยา:
สหัศธารา

ารแพรูปแบบยา:
คัมภีรแ์ พทย์ไทยแผนโบราณ เล่ม ๒ ของ ขุนโสภิตบรรณลักษณ์ หนา้ ๒๗๙

ยาแคปซูล ยาผง ยาเมด็ ยาลกู กลอน ยาแคปซูล (รพ.) ยาลูกกลอน (รพ.)
าบนั กสรรพคุณ/ขอ้ บ่งใช้:
ขนาดบรรจุ: ผงยา ๑,๐๐๐ กรมั

สถ าวแก้ลม ๘๐ จําพวก
ขับลมในเส้น แกล้ มกองหยาบ

รดแก้เสมหะ ๒๐ จําพวก
ตแกล้ มเข้าในเส้นชือ วาตะพรรค ๓๐ จาํ พวก
เนแก้ลมแลน่ ในเนอื ๘ จําพวก
ยแก้ลมแล่นตามเส้นสันหลัง ชอื ปราณยักษ์ ๒๐ จําพวก
นไทแกโ้ ลหติ กาํ เดา ทาํ ใหเ้ ปนฝในอก ๕ จําพวก ชอื อรุ ะวาต ใหส้ ลกั อกจกุ เสียด
แ์ ผแก้จุกเสียด ละลายนาํ ลูกสมอไทยตม้ กนิ
ยแก้ตวั เย็น ละลายนาํ ข่าต้ม กนิ
ทขนาดและวธิ ีใช:้
ารแพขอ้ ควรระวัง/ขอ้ หา้ มใช:้
กนิ ครงั ละ ๑–๑.๕ กรัม วนั ละ ๓ ครงั ก่อนอาหาร

กหา้ มใช้ในหญิงตงั ครรภ์ และผทู้ ีมีไข้
นัควรระวังการบริโภคในผ้ปู วยโรคความดันเลือดสูง
าบโรคหวั ใจ โรคแผลเปอยเพปติก และโรคกรดไหลย้อน
สถเนอื งจากเปนตํารับยารสร้อน
าวควรระวังการใชย้ าอย่างตอ่ เนอื ง โดยเฉพาะอยา่ งยงิ
รดในผปู้ วยทีมคี วามผดิ ปกติของตบั ไต เนืองจากอาจ
เนตเกดิ การสะสมของการบูรและเกดิ พิษได้
ยควรระวงั การใชย้ านรี ว่ มกบั ยา PHENYTOIN,
นไทPROPRANOLOL, THEOPHYLLINE และ
แ์ ผRIFAMPICIN เนอื งจากตํารับนีมี
ทยพริกไทยในปริมาณสูง
การแพอาการไมพ่ ึงประสงค์: รอ้ นทอ้ ง แสบท้อง คลืนไส้ คอแห้ง ผนื คัน
สถาบนัขอ้ มลู เพิมเติม:ไมม่ ี

๑๙๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

อธบิ ายขนั ตอนการปรงุ ยา

ตํารับยาสหัศธารา รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วตั ถดุ ิบและอปุ กรณใ์ นการปรงุ ยาชนดิ ผง
เนตคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาแตล่ ะสิงตามตํารับยา
ยนาํ เครืองยาทคี ดั แยกและทําความสะอาดแล้วไปอบฆ่าเชอื โรคทอี ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ไทใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเวน้ พริกไทยดาํ ปน มหาหิงค์สุ ะตุ และการบรู ไม่ตอ้ งนําไปอบ
นทําความสะอาดเครอื งบดยา เครอื งร่อนยา อปุ กรณท์ ใี ช้สําหรบั การปรงุ ยาทุกชนดิ (ทงั กอ่ นและหลังการปรงุ ยา)

แ์ ผ๒. การปรุงยา
ทยการชังนาํ หนักเครอื งยา นาํ เครืองยาทีอบฆา่ เชือโรคเตรยี มไว้แลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยา โดยใหช้ งั นาํ หนัก
ารแพเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั แลว้ แยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถงุ รวมกันไว้ ใหเ้ ปนตาํ รบั เดียวกนั

การอบเครอื งยากอ่ นนาํ ไปบด นําเครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั

กอยู่ในถาดเดยี วกัน สามารถจดั เรียงได้ ๒ ถาด ดงั นี
าบนัถาดที ๑ จัดเรียง รากจิงจอ้ (ใหญ่) รากทนดี (ตองแตก) หศั คุณเทศ โกฐก้านพรา้ ว โกฐพุงปลา โกฐเขมา
สถโกฐกกั กรา รากเจตมลู เพลงิ แดง หวั วา่ นนาํ ดอกดปี ลี ลูกสมอไทย

าวถาดที ๒ จดั เรยี ง เทยี นดาํ เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั แตน เทยี นแดง ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์
รดเครอื งยาทไี มต่ อ้ งนําไปอบ ไดแ้ ก่ มหาหงิ คส์ุ ะตุ การบรู พรกิ ไทยลอ่ นปน ชงั นาํ หนกั แลว้ ใหใ้ ส่ถงุ เตรยี มไว้
ตจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
เนเรยี งถาดที ๒ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมา อบดว้ ยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
ยการบดเครอื งยา ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครืองบด
ไทเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกดอกดีปลแี ละลูกสมอไทย ออกมาพักคายความร้อน รอจนกระทงั เครืองยากรอบ จงึ นํา
นไปบด จากนนั ให้ทยอยใส่เครืองยาทเี หลือลงเครอื งบด โดยใหใ้ ส่เครอื งยาทีแขง็ ทสี ุดในถาดลงไปบดกอ่ น แลว้ ไล่
แ์ ผลาํ ดับไปจนครบ เมอื ดอกดปี ลแี ละลูกสมอไทย เย็นตวั ลงและกรอบดีแลว้ ใหใ้ ส่ลงเครอื งบดได้ บดเครืองยาถาด
ยที ๒ บดจนเครอื งยาละเอยี ด เมอื บดเสร็จตักเครอื งยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไว้เพือนํายาไปรอ่ นต่อไป
ทการรอ่ นยาและการบดกากยา ทยอยตักผงยาใส่ตะแกรงเครอื งร่อนยาทีละนอ้ ย เปดเครอื ง รอ่ นยาจนแนใ่ จว่า
ารแพผงยาละเอยี ดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหน้าตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ใหน้ ํากากยานีกลับไปบดใหม่

และนาํ กลับมาร่อนอีกครงั รอ่ นและบดเช่นนไี ปเรือยๆ จนกวา่ นาํ หนกั กากยาจะเหลอื น้อยกวา่ ๕%
สําหรับการรอ่ นยาครงั นี จาํ นวนรอบทรี ่อนไดท้ งั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดงั นี

นั กรอบที ๑ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการรอ่ นประมาณ ๓๐ นาที
าบรอบที ๒ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื และใส่มหาหงิ คล์ุ งไปบด ใชเ้ วลาบดประมาณ ๔๐ นาที
สถรอบที ๓ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื รอ่ นเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื มากกวา่

๕% จึงนํากากยากลับไปบดใหมด่ ้วยเครอื งบดความเร็วสูง

าวรอบที ๔ รอ่ นยาผ่านกระชอนตาถี เมอื ร่อนเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื นอ้ ยกว่า
รด๕% จึงเสร็จขนั ตอนการร่อนยา ตักผงยาใส่ภาชนะ เพือนําไปนวดกับการบูรและพรกิ ไทยล่อนปน

การนวดยากับการบรู และพริกไทยล่อนปน

เนตใชส้ ากคลงึ การบรู ทีอยูใ่ นถงุ ให้ละเอียด จากนนั นาํ พริกไทยล่อนปนครงึ หนงึ ใส่ลงไปในถุงการบรู ใช้สากคลึง
ยอกี ครงั ใหส้ ่วนผสมเข้ากนั
ไทเทผงยาครงึ หนงึ ลงเครอื งบด ตามด้วยส่วนผสมในข้อแรกและพริกไทยล่อนปนทงั หมดลงเครอื งบด
แ์ ผนเปดเครือง บดใหส้ ่วนผสมเขา้ กนั จากนนั ใส่ผงยาทเี หลอื ทงั หมดเครืองบด เปดเครือง บดจนส่วนผสม
ยทงั หมดเขา้ กันอีกครงั จงึ ปดเครือง
ทตักผงยาทปี รุงเสรจ็ ใส่ถงุ รวมกบั ผงยาทีหลอื มัดถุงให้พองและแนน่ เขยา่ ผงยาใหเ้ ข้ากนั อีกครงั เมอื ส่วน
ารแพผสมเขา้ กันดแี ล้วใหป้ ลอ่ ยลมในถุงออก มดั ปากถงุ ใหช้ ิดผงยา นาํ ผงยาทปี รงุ เสรจ็ และกากยาไปชงั นาํ หนกั

เขียนชือยา วันเดอื นปทีผลติ นาํ หนกั ยาสุทธิ ไวบ้ นถุง จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซูลตอ่ ไป

กการบรรจุแคปซลู บรรจุผงยาใส่แคปซลู เบอร์ ๑ ด้วยเครืองบรรจุแคปซลู แบบมอื โยก จะไดน้ าํ หนกั แคปซลู ละ
สถาบนัประมาณ ๐.๒๕ กรมั

๑๙๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

ตาํ รบั ยาสแ์ หผัศนธาไทรายเนตรดาวประกอบดว้ ยเครอื งยา ๒๑ สิง รวมนาํ หนักยา ๑,๐๐๐ ส่วน
ยกาํ หนดนาํ หนกั ยา ๑,๐๐๐ กรมั สามารถจัดเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๑ กรัม

ารแพทมรี ายละเอยี ดดังนี
ก๑. โกฐกา้ นพร้าว ๔ ส่วน ๔ กรัม
าบนั ๒. โกฐพุงปลา ๓ ส่วน ๓ กรัม
๕ ส่วน ๕ กรมั
สถ าว๓. โกฐเขมา ๖ ส่วน ๖ กรัม
รด๔. โกฐกักกรา ๗ ส่วน ๗ กรมั
ต๕. เทียนดาํ ๘ ส่วน ๘ กรมั
เน๖. เทยี นขาว ๙ ส่วน ๙ กรัม
ไทย๗. เทยี นสัตตบุษย์ (๑) ๑๐ ส่วน ๑๐ กรัม
น๘. เทยี นตาตกั แตน ๑๑ ส่วน ๑๑ กรมั
แ์ ผ๙. เทยี นแดง ๑๒ ส่วน ๑๒ กรมั
ย๑๐. ลกู จันทน์ ๑๓ ส่วน ๑๓ กรัม
ารแพท๑๑. ดอกจันทน์ ๔๘ ส่วน ๔๘ กรัม
๘๐ ส่วน ๘๐ กรมั
๑๒. หสั คณุ เทศ ๘ ส่วน ๘ กรมั
๑๓. รากทนดี (ตองแตก) ๘๘ ส่วน ๘๘ กรมั
๙๖ ส่วน ๙๖ กรมั
นั ก๑๔. รากจิงจ้อ (ใหญ)่ ๑๐๔ ส่วน ๑๐๔ กรัม
าบ ๑๕. หวั ว่านนาํ ๒๒๔ ส่วน ๒๒๔ กรมั
สถ ๑๖. ดอกดีปลี ๒๔๐ ส่วน ๒๔๐ กรัม
๑๐ ส่วน ๑๐ กรัม
าว๑๗. ลูกสมอไทย ๑๔ ส่วน ๑๔ กรมั
รด๑๘. รากเจตมูลเพลิงแดง
ต๑๙. เมล็ดพรกิ ไทย (๒)
ยเน๒๐. มหาหงิ คุ์
นไท๒๑. การบูร
ารแพทยแ์ ผหมายเหตุ: (๑) เทียนสัตตบุษย์ ใชเ้ ทียนข้าวเปลอื กแทน
สถาบนั ก (๒) เมลด็ พรกิ ไทย ใชพ้ รกิ ไทยล่อนปนแทน

๑๙๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

เครืองยาสมุนไพร ๒๑ สิง
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวโกฐก้านพร้าว
โกฐพงุ ปลา โกฐเขมา โกฐกักกรา
สถาบนั ก รดาวเทียนดํา
ยแ์ ผนไทยเนตเทยี นแดงเทยี นขาว เทียนข้าวเปลือก (๑) เทียนตาตกั แตน

สถาบนั การแพทรากทนดี (ตองแตก)ลกู จันทน์ดอกจนั ทน์ หศั คณุ เทศ

รากจงิ จอ้ (ใหญ)่สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวลกู สมอไทยหัวว่านนาํดอกดีปลี

รากเจตมลู เพลิงแดง พรกิ ไทยล่อนปน (๒)

มหาหงิ คุ์ การบรู

๑๙๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
รดาวการเตรียมเครืองยา
เนตคดั แยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทุกสิง จากนนั นาํ ไปอบฆ่าเชอื โรคกอ่ นนําไปปรงุ ยา
ยซึงมีวิธีคัดแยกเครอื งยาสรุปโดยย่อได้ ดงั นี
นไทโกฐก้านพร้าว โกฐกกั กรา โกฐพุงปลา
แ์ ผเทยี นดํา เทยี นขาว เทียนข้าวเปลอื ก เทยี นตา ลูกสมอไทย
ทยตักแตน เทยี นแดง ดอกดปี ลี ใชก้ ระชอนรอ่ นเศษผงเลก็ ๆ ออกกอ่ น ใช้แปรง
ารแพใชก้ ระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็ ออก ปดทาํ ความสะอาด คัดลูกทีสมบูรณ์ ไม่มีเชอื รา
จากนันคดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
จากเครอื งยากอ่ น จากนนั คัดหาสิงปลอมปน รากเจตมูลเพลิงแดง
คดั เลอื กเฉพาะรากและส่วนของต้นทีสูงจากราก
นั กและสิงปนเปอนทงิ ขึนมาประมาณ ๑ นวิ
าบโกฐเขมา หสั คณุ เทศ รากทนดี (ตองแตก) เมล็ดพรกิ ไทย
ใช้พริกไทยลอ่ นปนแทนเมลด็ พรกิ ไทย ไมต่ ้อง
สถ าวรากจงิ จอ้ (ใหญ)่ หัววา่ นนํา คัดแยก ไม่ตอ้ งอบฆ่าเชอื โรคเพราะใชพ้ ริกไทย
รดใชก้ ระชอนตาถีร่อนเอาเศษผงขนาดเลก็ ออก สําเรจ็ รปู ซึงมคี วามสะอาดอยู่แล้ว
ตจากเครืองยากอ่ น ใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด มหาหิงค์ุ (ธาตุวตั ถ)ุ
ยเนถา้ มีขนาดใหญ่ใหใ้ ช้มดี สับหรอื ซอยให้มขี นาด นําไปสะตุก่อนใช้ปรุงยา
ไทเลก็ ลงและใกล้เคยี งกัน เพือความสะดวกใน ใชค้ รกตําใหล้ ะเอียดกอ่ นนําไปชังนําหนัก
นการอบและบดยา จากนนั คดั หาสิงปลอมปน ไม่นาํ ไปอบฆ่าเชอื โรค
แ์ ผและสิงปนเปอนทงิ การบูร (ธาตวุ ตั ถ)ุ
ยลูกจนั ทน์ เลอื กใช้การบูรทีมีคณุ ภาพดี ไม่ตอ้ งคัดแยก
ารแพทใช้แปรงปดทาํ ความสะอาดผวิ นอก จากนันใช้ ไมน่ าํ ไปอบฆา่ เชือโรค

มดี ผา่ ดูขา้ งในว่ามเี ชอื ราหรอื ไม่ ถ้ามีให้คัดทิง
ดอกจันทน์

นั กใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็
าบออกจากเครืองยา จากนนั คัดหาสิงปลอมปน
สถและสิงปนเปอนทงิ
าวในการคัดเครืองยาแต่ละสิงนนั ให้เภสัชกรผปู้ รุงยาพิจารณาจากเครืองยาทีมีอยู่ ว่ามีลักษณะแบบใด
รดอาจจะใช้วิธีทีแตกตา่ งจากทกี ลา่ วมาข้างต้นนไี ด้ โดยใหพ้ ิจารณาเรืองความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเก็บ

รวมถึงความสะอาดของเครอื งยาเปนสําคญั
ยเนตเมือคัดแยกและทาํ ความสะอาดเรยี บร้อยแลว้ ให้นาํ เครืองยาทังหมดไปอบฆ่าเชือโรค
ไทยกเวน้ พรกิ ไทยปน มหาหงิ ค์ุ การบรู

แ์ ผน(ดูขนั ตอนการคดั แยกและอบฆา่ เชอื โรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
ารแพทยการเตรยี มอปุ กรณ์สําหรับการปรุงยา

การเตรยี มอปุ กรณ์จะอยใู่ นขนั ตอนของการบดยาและรอ่ นยา ใหเ้ ตรียมทําความสะอาดอปุ กรณ์
และเครอื งมอื ทุกชนดิ ก่อนและหลงั ทาํ การบดยาและร่อนยา ทกุ ครงั

าบนั กเตรยี มวสั ดุอปุ กรณส์ ําหรบั ปรงุ ยาชนิดผง (ดูได้จากหนา้ ที ๑๘)
สถทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอปุ กรณท์ ุกชนดิ ทงั ก่อนและหลงั ใช้งาน

(ดวู ธิ ีการทาํ ความสะอาดไดจ้ ากหนา้ ที ๑๙)

๑๙๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรปู แบบการปรุงยา: ชนิดแคปซลู
ยสูตรตํารบั ยา: ประกอบด้วยเครอื งยา ๒๑ สิง รวมนาํ หนักเครืองยา ๑,๐๐๐ ส่วน

นไทกําหนดนาํ หนักรวม ๑,๐๐๐ กรัม สามารถชงั นาํ หนกั เครืองยาได้ส่วนละ ๑ กรมั
แ์ ผวธิ ที าํ : บดเปนผง บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรัม
ยขอ้ มลู การใชเ้ ครืองยาสมุนไพรปรุงยา: ใชเ้ ครอื งยาสมุนไพรแห้งทังหมด

การแพทขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นําหนกั เครืองยาตามตาํ รับยา
าบนันําเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาข้างต้น

สถ าวโดยให้ชงั นาํ หนักเครอื งยาแต่ละสิงเปนกรมั และแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด

การอบเครอื งยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครืองยาไปบด

ไทยจุดประสงค์เพือต้องการให้เครืองยากรอบและบดงา่ ย
นชว่ ยกระตุน้ ฤทธยิ าใหม้ สี รรพคุณทางยาดีขนึ และช่วยฆ่าเชือโรคอีกครงั หนงึ

ทยแ์ ผขันตอนที ๓ การบดเครอื งยา
ารแพการบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครืองยาทมี ลี กั ษณะแขง็ มากสุดไปหาน้อยสุดตามลาํ ดับ

เครอื งยาทีมีนาํ มนั มากในตํารับยานี คอื เครอื งยากล่มุ เทยี น ลูกจนั ทน์ ดอกจันทน์ ใหบ้ ดเปนลาํ ดบั สุดท้าย

าบนั ก ขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา
สถนาํ ยาทบี ดแลว้ มาร่อนผ่านตะแกรงหรอื แรง่ จะทําใหไ้ ด้ผงยาทเี นียนละเอียด โดยตอ้ งร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐

จาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือรอ่ นครบ ๓ รอบแลว้ ให้นาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั

าวเพือพิจารณาว่าจะบดและรอ่ นตอ่ หรอื ไม่ โดยคาํ นวนจากนาํ หนักกากยาทเี หลือ ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ ํา
รดกากยากลับไปบดและรอ่ นใหมอ่ กี ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสรจ็ ใหน้ ํากากยากลับไปชงั นาํ หนกั

ตถ้านาํ หนักเหลือมากกวา่ ๕% ให้ทําการบดและรอ่ นใหม่ ทําเชน่ นจี นกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกวา่ ๕%
เน(ใส่มหาหิงคลุ์ งไปบดรวมกบั กากยาในรอบที ๒)

ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)
ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ

ารแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การนวดยากบั การบรู และพรกิ ไทยลอ่ นปน

การนวดยา คอื การผสมผงยาทีบดและร่อนแล้วกบั การบูรดว้ ยเครอื งบดยา
ซงึ เปนขนั ตอนสุดท้ายก่อนนํายาไปบรรจแุ คปซลู

สถาบนั ก ขนั ตอนที ๖ การบรรจแุ คปซูล
บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนกั แคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั

๑๙๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครอื งยาตามตํารับยา

นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนาํ ไปบด

การอบเครืองยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครืองยาไปบด
จดุ ประสงคเ์ พือต้องการใหเ้ ครืองยากรอบและบดงา่ ย ชว่ ยกระตุ้นฤทธยิ า
ให้มีสรรพคณุ ทางยาดขี นึ และช่วยฆา่ เชอื โรคอกี ครงั หนงึ
าวรายละเอยี ด
รดขนั ตอน
ทยแ์ ผนไทยเนตการปรงุ ยา
การแพวิธกี ารอบเครอื งยา
าบนั๑. อนุ่ ต้อู บทีอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส

สถ าว๒. จดั เรียงเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลกั ษณะของเครืองยาทใี กล้เคียงกัน
รดจัดเรียงไว้ในถาดเดียวกนั สามารถจดั เรยี งได้ ๒ ถาด ดงั นี
เนตถาดที ๑ จดั เรียงเครืองยา ๑๑ สิง ได้แก่
ไทยรากจิงจอ้ (ใหญ่) รากทนดี (ตองแตก) หศั คณุ เทศ โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐเขมา
นโกฐกกั กรา รากเจตมูลเพลิงแดง หวั ว่านนาํ ดอกดปี ลี ลกู สมอไทย เมอื เรียงเสร็จเขย่าถาดเบาๆ
แ์ ผเพือใหเ้ ครืองยากระจายไปทวั ถาด
ารแพทยถาดที ๒ จัดเรียงเครืองยา ๗ สิง ได้แก่

เทียนดาํ เทยี นขาว เทียนข้าวเปลือก เทยี นตาตกั แตน เทยี นแดง ลกู จันทน์ ดอกจันทน์

กเมอื เรียงเสร็จเขยา่ ถาดเบาๆ เพือให้เครอื งยากระจายไปทวั ถาด (ลูกจนั ทน์และดอกจนั ทนใ์ ห้
นัวางไวบ้ นเทียนเพือใหช้ ว่ ยซบั นาํ มันหอมระเหยไว)้
สถาบเครอื งยาทไี ม่ต้องนําไปอบ ไดแ้ ก่

าวมหาหิงคุ์ การบรู พรกิ ไทยล่อนปน เมอื ชงั นาํ หนักแล้วใหใ้ ส่ถงุ เตรียมไว้
ยเนตรด๓. เมอื อนุ่ ตอู้ บจนไดอ้ ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแลว้
ไทใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมดเรียงใส่ต้อู บ สําหรบั
แ์ ผนตอู้ บทีใช้ครงั นีไฟอยู่ดา้ นบน จึงเรมิ ตน้ เรียง
ยถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรยี งถาดที ๒ ไวใ้ นชนั
ารแพทถดั ลงมา เมือเรียงครบแลว้ จงึ เรมิ จับเวลา

ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง

นั ก๔. เมอื ครบเวลาแลว้ ใหน้ าํ ถาดเครืองยาทงั หมด
สถาบออกจากตู้อบ พร้อมนําไปบดในขนั ตอนต่อไป

๒๐๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

เครืองยาถาดที ๑

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพเทคททรือยงยยยาถแแ์์แ์ าดผผทผี ๒นนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๒๐๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยาครังแรก

าว๑. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทําการบดยา
รด๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทีละถาด ดงั นี

เนต๒.๑ เรมิ ตน้ จากเครอื งยาถาดที ๑
ไทยแยก ดอกดีปลแี ละลกู สมอไทย ออกมาพักคายความรอ้ น
นรอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จึงนําไปบด ห้ามบดเครืองยา
แ์ ผ๒ สิงนี ขณะทียังมีความเหนียวอยู่ จะทําให้ผงยาเกาะกัน
ทยเปนก้อนและบดยากขนึ จากนนั ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาที
ารแพเหลอื ลงเครืองบด ตามลําดับ ดังนี

กใส่ รากจงิ จอ้ (ใหญ่) รากทนดี (ตองแตก)
าบนัหัศคณุ เทศ ลงเครืองบด โดยให้ทยอยใส่เครืองยา

สถ าวเหล่านีคราวละ ๑ สิง บดเครืองยาแต่ละสิงจนกระทงั
รดเครืองยาลาํ ดบั แรกแตกเปนชนิ เลก็ ๆ เสียก่อน
ตจากนนั ใส่เครอื งยาลําดบั ถัดไปบดต่อ เมอื ใส่ครบ
เนเปดเครืองบดต่อเล็กน้อย จึงปดเครอื ง (ถ้าใช้เครอื ง
ไทยบดใหญส่ ามารถใส่ลงเครอื งบดพร้อมกันทงั หมดได้)
นใส่ โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐเขมา โกฐกักกรา
แ์ ผลงเครืองบดพร้อมกนั เปดเครืองแลว้ บดต่อจน
ยกระทงั เครอื งยาละเอียด จึงปดเครือง
ารแพทใส่ รากเจตมลู เพลงิ แดง ลงเครอื งบด เปดเครอื ง

แล้วบดตอ่ จนกระทงั เครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง

กใส่ หัววา่ นนาํ ดอกดปี ลี ลกู สมอไทย (ดอกดีปลี
นัลกู สมอไทย เยน็ ตวั ลงและกรอบดีแล้ว) ลงเครอื งบด
าบพรอ้ มกนั เปดเครอื งแลว้ บดต่อจนกระทงั เครืองยา
สถละเอยี ด จึงปดเครอื ง

รดาว๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ ดงั นี
ตใส่เครืองยาทงั หมดลงไป ไดแ้ ก่ เทยี นดาํ
ยเนเทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทยี นตาตักแตน
ไทเทียนแดง ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ ลงเครืองบด
แ์ ผนพร้อมกัน เปดเครอื ง บดตอ่ จนกระทงั เครอื งยา
ยละเอียด ใช้เวลาประมาณ ๔๕ วินาที จงึ ปดเครอื ง

ารแพท๓. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาทยี กขนึ ในตอนแรกลง
เพือช่วยกวาดยา เปดเครือง แล้วบดยาต่อใช้เวลาบดยา
นั กประมาณ ๓๐ นาที หรือให้สังเกตวา่ สียาเรมิ เปลียนเปนสี
สถาบเข้มขนึ ระวงั อยา่ ใหย้ าแฉะถา้ ยาเรมิ แฉะใหป้ ดเครอื ง
ตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปรอ่ นในขนั ตอนต่อไป

๒๐๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนํายาทีบดแลว้ มาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแรง่ จะทําใหไ้ ดผ้ งยาทีเนียนละเอียด โดยต้องรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ตจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือรอ่ นครบ ๓ รอบแล้ว ให้นํากากยาไปชังนาํ หนกั
เนเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรอื ไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนกั กากยาทเี หลอื ถา้ นําหนกั เหลือมากกว่า ๕% ใหน้ าํ
ไทยกากยากลบั ไปบดและรอ่ นใหมอ่ ีก ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสร็จให้นาํ กากยากลบั ไปชังนําหนกั
นถ้านําหนกั เหลือมากกวา่ ๕% ให้ทาํ การบดและร่อนใหม่ ทําเชน่ นีจนกวา่ กากยาจะเหลือนอ้ ยกวา่ ๕%
แ์ ผ(จํานวนรอบในการร่อนยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รุงยา)
ารแพทยการร่อนยาในครงั นี รอ่ นทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดังนี
กรอ่ นยารอบที ๑
าบนัร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยรอ่ น

สถ าวทลี ะนอ้ ย จากนนั นํากากยาทีไม่สามารถผ่าน
รดรตู ะแกรงไดแ้ ล้วเทกลับลงเครอื งบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กาํ หนดใหป้ ดเครือง จากนันตักผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
ยเนตรอ่ นยารอบที ๒
ไทรอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยา
นทาํ เช่นเดียวกบั ร่อนยารอบที ๑ ในรอบที ๒
ารแพทยแ์ ผร่อนยารอบที ๓ กากยาทเี หลอื จากการร่อนในรอบนีให้
นํากลบั ไปบดตอ่ ซึงในรอบนใี ห้นํามหาหิงคล์ุ งไป
ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทาํ เชน่ เดยี วกบั รอ่ นยา บดรวมกับกากยาด้วย วิธีทํา ดงั นี
๑. นํามหาหงิ คใุ์ ส่ถงุ สะอาด ใชส้ ากนวดคลงึ ให้
กรอบที ๒ เมอื รอ่ นเสร็จ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่า
าบนัมีนําหนักมากกวา่ ๕% จึงตอ้ งนาํ กากยาไปบดตอ่ ละเอยี ด เทใส่ลงเครืองบด ทีมกี ากยาอยู่ เปด
สถ าวร่อนยารอบที ๔ เครอื ง บดต่อใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ นาที
๒. เมือครบเวลาแล้วตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ
รดรอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถีทีใช้สําหรบั ร่อนยาแทน เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
ตเมือร่อนเสรจ็ นํากากยาทเี หลอื ไปชงั นาํ หนกั อกี ครงั
เนพบว่านําหนักกากยาเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕% บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๓
ทยแ์ ผนไทยจึงเสรจ็ ขนั ตอนการรอ่ นยา กากยาทเี หลอื จากการบดนําหนกั มากกวา่ ๕%
แตม่ ีปรมิ าณนอ้ ย จึงไมเ่ หมาะทีจะใช้เครอื งบดใหญ่
ให้ใชเ้ ครืองบดความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน
โดยให้ทยอยใส่กากยา แล้วบดทลี ะน้อย
การบดกากยาดว้ ยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
ระหว่างทีบดให้เขยา่ และหมนุ เครอื งบดไปดว้ ย
เพือใหก้ ากยาถูกบดอย่างทัวถึงกัน และใชเ้ วลาบด
ในแต่ละครงั ประมาณ ๕–๑๕ วนิ าที เพือหลีกเลยี ง
อุณหภมู ทิ สี ูงขณะบด
นั การแพ เมอื รอ่ นยาเสรจ็ แล้วให้ดึงถาดพักผงยาทอี ยู่ใต้
าบ เครอื งรอ่ นยาออก เตรียมนาํ ผงยาไปนวดกับ
สถ การบูรและพรกิ ไทยล่อนปน ในขนั ตอนต่อไป

๒๐๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

ขนั ตอนที ๕ การนวดยากับการบูรและพริกไทยล่อนปน
าวการนวดยากบั การบรู และพริกไทยล่อนปน เปนการผสมผงยาทีบดและร่อนด้วยเครืองบด
รดซงึ เปนขนั ตอนสุดท้ายของการปรงุ ยา ในขนั ตอนนใี หท้ ยอยใส่เครอื งยาแตล่ ะสิง มวี ิธีทาํ ดังนี
การแพทยแ์ ผนไทยเนต๑. นําการบรู ใส่ถงุ ใชส้ ากคลงึ ๒. ตักพริกไทยลอ่ นปนครงึ หนงึ ๓. เขยา่ ถงุ ให้ส่วนผสมเข้ากัน
าบนัใหล้ ะเอียด ไม่ใหเ้ ปนก้อน
สถ ยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. เทผงยาทบี ดและรอ่ นแล้ว ๕. เทส่วนผสมระหว่างการบรูใส่ลงไปในถุงการบรู แล้วแยกพักไว้

ารแพทลงเครอื งบดประมาณครงึ หนงึ กับพรกิ ไทยล่อนปนในขอ้ ที ๖. เทพริกไทยลอ่ นปนทีเหลอื
๓ ทงั หมดลงเครอื งบด ทงั หมดลงเครอื งบด

สถาบนั ก ตรดาว๗. นําฝาครอบมาปดเครอื งบด จากนนั เทผงยาทงั หมดลงเครอื งบด ๘. ตักผงยาทีปรงุ สําเรจ็ ใส่ถุง
เนเปดเครือง นวดให้ส่วนผสมเขา้ กนั เมือกลนิ การบูรหอมขนึ จมกู
ไทยเยน็ ขนึ ตา จึงปดเครอื ง ใช้เวลาประมาณ ๑๐-๒๐ นาที สะอาด
น๙. มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่ จากนนั เขยา่ ผงยา
แ์ ผ ให้เขา้ กันอกี ครงั หนงึ เมือส่วนผสมเข้า
ทย กนั ดีแล้วใหป้ ลอ่ ยลมในถงุ ออก มัดปาก
ารแพ ถุงให้ชิดผงยา
สถาบนั ก๑๐. ชงั นาํ หนักผงยาทปี รุงสําเร็จ นาํ หนกั กากยา บันทึก สรปุ นาํ หนกั ยาสหศั ธารา
นาํ หนกั เปนกรัม เขียนชือยา วนั เดอื นปทผี ลติ จากนนั นาํ หนกั ตาํ รบั ยา ๑,๐๐๐ กรมั
นําหนกั ผงยาทรี อ่ นได้ ๙๒๐ กรมั

นาํ หนกั กากยา ๕๙ กรัม
นาํ หนกั ยาสูญเสีย ๒๑ กรมั
นาํ ยาไปบรรจุแคปซูลต่อไป

๒๐๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๔ ย า ส หั ศ ธ า ร า

ขนั ตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล

รดาววธิ ีการบรรจแุ คปซลู สามารถดไู ดจ้ ากหนา้ ที ๓๖
ตยาสหัศธารา นาํ หนักยาสุทธิ ๙๒๐ กรมั
ยเนบรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
ไทบรรจแุ คปซูลไดท้ งั หมด ๓,๓๐๐ แคปซลู ผงยาเหลือ ๒๖ กรมั
แ์ ผนนํายาแคปซูลทีบรรจเุ สรจ็ ใส่ถุงพลาสติกทีสะอาด บันทกึ ไว้บนถงุ
ทยให้มรี ายละเอยี ดชือยา วันดอื นปทผี ลิต และจํานวนแคปซูล พร้อมนําไปใช้ต่อไป
ารแพผงยาทีเหลอื ใหใ้ ส่ถุงพลาสติก บนั ทึกไว้บนถุง ให้มีรายละเอียดชือยา

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดาววนั เดือนปทผี ลิต และนาํ หนักยาทเี หลอื แล้วจึงจดั เกบ็

๒๐๕

ตาํ รบั ที
ยาตรีฉ๑ยิน๕แ์ ทผลนมไกทายเนตรดาวชอื ยา:
ตรฉี ินทลมกา
ารแพทรูปแบบยา:ยาแคปซลู
บํารงุ ธาตุ ขบั ลม แกไ้ ขเ้ พือเสมหะ ถา่ ยโลหิตและนาํ เหลอื งเสีย
สรรพคุณ/ขอ้ บ่งใช:้ไมม่ ี
ไมม่ ี
นั กขอ้ ควรระวัง/ขอ้ หา้ มใช้:ไม่มี
สถาบอาการไม่พึงประสงค์:

สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดาวข้อมลู เพิมเตมิ :

๒๐๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

อธิบายขนั ตอนการปรงุ ยา

ตาํ รบั ยาตรฉี ินทลมกา รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วัตถดุ บิ และอปุ กรณ์ในการปรุงยาชนดิ ผง
เนตคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาแตล่ ะสิงตามตาํ รับยา
ยนาํ เครอื งยาทคี ดั แยกและทําความสะอาดแล้วไปอบฆา่ เชือโรคทีอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเวน้ รงทองสะตุ และมหาหิงคุ์สะตุ ไมต่ อ้ งนําไปอบ
แ์ ผนทาํ ความสะอาดเครอื งบดยา เครอื งร่อนยา อปุ กรณ์ทใี ชส้ ําหรับการปรงุ ยาทกุ ชนดิ (ทงั ก่อนและหลังการปรงุ ยา)

ย๒. การปรงุ ยา
ารแพทการชังนาํ หนักเครอื งยา นาํ เครอื งยาทีอบฆ่าเชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยา โดยใหช้ งั นาํ หนกั

เครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกันไว้ ให้เปนตาํ รบั เดยี วกนั

กการอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด จดั เรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ นําเครอื งยาทจี ัดเปนตาํ รับไวแ้ ลว้ เทใส่ถาด
นัเนืองจากปรมิ าณเครอื งยาไมม่ ากนกั สามารถจดั เรยี งได้ ๑ ถาด

สถาบถาดที ๑ จัดเรยี ง โกฐนาํ เตา้ ลูกสมอไทย ลูกกระวาน เทียนดาํ

าวเครอื งยาทไี มต่ อ้ งนาํ ไปอบ ไดแ้ ก่ รงทองสะตุ มหาหงิ คสุ์ ะตุ ชงั นาํ หนกั แลว้ ใหใ้ ส่ถงุ เตรยี มไว้
รดจากนนั นาํ เครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ตใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง อบด้วยอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
เนการบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ กอ่ นทําการบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครืองบด
ไทยเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกลกู สมอไทย ออกมาพักคายความร้อน รอจนกระทงั เครืองยากรอบจึงนําไปบด จากนนั ให้

ทยอยใส่เครอื งยาทีเหลือลงเครอื งบด โดยให้ใส่เครอื งยาทแี ข็งทสี ุดในถาดลงไปบดก่อน แล้วไล่ลาํ ดับไปจนครบ

แ์ ผนเมือลูกสมอไทยเย็นตวั ลงและกรอบดแี ล้วใหใ้ ส่ลงเครอื งบด ตามดว้ ยมหาหงิ คุ์ลงไปบดพรอ้ มกนั

การร่อนยาและการบดกากยา ทยอยตักผงยาใส่ตะแกรงเครอื งรอ่ นยาทลี ะนอ้ ย เปดเครือง รอ่ นยาจนแน่ใจว่า

ทยผงยาละเอยี ดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ใหน้ ํากากยานกี ลับไปบดใหม่
ารแพและนํากลบั มารอ่ นอีกครงั รอ่ นและบดเช่นนีไปเรอื ยๆ จนกวา่ นาํ หนกั กากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%

สําหรบั การรอ่ นยาครงั นี จํานวนรอบทรี อ่ นไดท้ งั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดงั นี

กรอบที ๑ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการร่อนประมาณ ๓๐ นาที
นัรอบที ๒ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลือจากการร่อนประมาณ ๔๐ นาที
าบรอบที ๓ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื
สถมากกวา่ ๕% จงึ นํากากยากลับไปบดใหมด่ ้วยเครืองบดความเรว็ สูง

รอบที ๔ ร่อนยาผา่ นกระชอนตาถี เมือรอ่ นเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื นอ้ ยกว่า

าว๕% จึงเสร็จขนั ตอนการร่อนยา ตักผงยาใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปนวดกับรงทอง
รดการนวดยากบั รงทอง

เนตนาํ รงทองใส่ถงุ ใช้สากนวดคลงึ ใหล้ ะเอยี ด
ยเทผงยาและรงทองในขอ้ แรกอยา่ งละครงึ ลงเครอื งบด เปดเครอื งบด ถา้ สังเกตเหน็ วา่ รงทองตดิ ลอ้ เครอื งบด
ไทใหเ้ ติมผงยาลงไปบดเพิม บดตอ่ ไปสักครู่ จงึ ปดเครือง
แ์ ผนเทผงยาครงึ หนงึ จากปรมิ าณผงยาทเี หลอื ลงเครอื งบด เทรงทองทเี หลอื ทงั หมดตามลงไป เปดเครอื ง บดตอ่ ไป
ยสักครู่ จงึ ปดเครอื ง จากนนั เทผงยาทเี หลอื ทงั หมดลงเครอื งบด เปดเครอื ง บดจนกระทงั ยาละเอยี ดและ
ารแพทส่วนผสมเขา้ กนั ดี จงึ ปดเครอื ง

ตกั ผงยาทีปรุงเสร็จใส่ถงุ รวมกับผงยาทีหลอื มัดถงุ ใหพ้ องและแนน่ เขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั อีกครงั เมือส่วน

กผสมเขา้ กันดแี ล้วใหป้ ล่อยลมในถงุ ออก มดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นําผงยาทีปรงุ เสร็จและกากยาไปชงั นาํ หนกั
าบนัเขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลิต นาํ หนกั ยาสุทธิ ไว้บนถุง จากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป
สถการบรรจุแคปซลู บรรจผุ งยาใส่แคปซูล เบอร์ ๑ ด้วยเครอื งบรรจแุ คปซลู แบบมอื โยก จะได้นาํ หนักแคปซลู ละ

ประมาณ ๐.๒๕ กรัม

๒๐๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

ตํารับยาตรฉี นิ ทลมกาเนตรดาวประกอบดว้ ยเครอื งยา ๖ สิง รวมนาํ หนักยา ๓.๘๗๕ ส่วน
ไทยกําหนดนาํ หนักยา ๖๒๐ กรมั สามารถจัดเครอื งยาได้ส่วนละ ๑๖๐ กรมั

นมีรายละเอยี ดดงั นี
ยแ์ ผ๑. โกฐนาํ เต้า
ารแพท๒. ลกู สมอไทย ๑ ส่วน ๑๖๐ กรัม
๑ ส่วน ๑๖๐ กรัม
๓. รงทอง สะตุ ๑ ส่วน ๑๖๐ กรัม
๑/๒ ส่วน ๘๐ กรัม
นั ก๔. ลกู กระวาน ๑/๔ ส่วน ๔๐ กรมั
าบ๕. เทียนดาํ ๑/๘ ส่วน ๒๐ กรัม

สถ าว๖. มหาหิงค์ุ สะตุ
ไทยเนตรดเครอื งยา
นสมนุ ไพร
แ์ ผ๖ สิง
หมายเหตุ: ตาํ รบั ตรีฉินทลมากาทีใชใ้ นคลนิ กิ ฯ ได้เพิม
ลกู กระวาน เทียนดําและมหาหิงค์ุ เพือลดอาการไซ้ท้อง

สถาบนั การแพทยโกฐนาํ เตา้
ลูกสมอไทยสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวเทียนดํา ลกู กระวาน

รงทอง (สะต)ุ มหาหงิ ค์ุ

๒๐๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคดั แยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมุนไพรทกุ สิง จากนนั นาํ ไปอบฆ่าเชอื โรคกอ่ นนําไปปรงุ ยา

ไทยซึงมวี ิธีคดั แยกเครอื งยาสรปุ โดยย่อได้ ดังนี
ยแ์ ผนโกฐนําเตา้
ารแพทใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด ถ้ามขี นาดใหญ่ ใหใ้ ช้

มดี สับหรือซอยใหม้ ีขนาดเลก็ ลงและใกลเ้ คยี งกนั

กเพือความสะดวกในการอบและบดยา
าบนัลูกสมอไทย

สถ าวใชก้ ระชอนร่อนเศษผงออกให้หมดก่อน
รดจากนนั ใช้แปรงปดทําความสะอาด คดั เลือก
ตลกู ทสี มบรู ณ์ ไม่เปราะหรอื แตกง่าย ไมม่ เี ชอื รา
ยเนจากนนั คดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
ลกู กระวาน เทยี นดํา
ใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเล็ก
ออกจากเครืองยา จากนันคัดหาสิงปลอมปนและ
สิงปนเปอนทิง
รงทอง (ธาตุวตั ถุ)
นาํ รงทองไปสะตุ จากนันใชค้ รกตําใหล้ ะเอียด
ก่อนนําไปชังนําหนักเพือปรงุ ยา
มหาหงิ ค์ุ (ธาตวุ ัตถ)ุ
นาํ มหาหิงคไ์ุ ปสะตุ จากนันใช้ครกตาํ ให้ละเอยี ด
กอ่ นนําไปชังนําหนกั เพือปรุงยา
แ์ ผนไทในการคัดเครอื งยาแตล่ ะสิงนนั ให้เภสัชกรผปู้ รุงยาพิจารณาจากเครอื งยาทมี ีอยู่ วา่ มลี กั ษณะแบบใด

อาจจะใชว้ ธิ ีทีแตกต่างจากทกี ลา่ วมาขา้ งตน้ นไี ด้ โดยใหพ้ ิจารณาเรืองความสะดวกในการอบยา การบดยา การจดั เกบ็

ยรวมถึงความสะอาดของเครืองยาเปนสําคญั
ารแพทเมอื คัดแยกและทําความสะอาดเรียบร้อยแลว้ ใหน้ าํ เครืองยาทงั หมดไปอบฆา่ เชือโรค

ยกเวน้ รงทอง มหาหงิ คุ์

ก(ดขู นั ตอนการคัดแยกและอบฆา่ เชอื โรคจากหน้าที ๔-๑๕)
สถาบนั การเตรียมอปุ กรณส์ ําหรบั การปรงุ ยา

าวการเตรยี มอุปกรณจ์ ะอยู่ในขนั ตอนของการบดยาและรอ่ นยา ให้เตรยี มทําความสะอาดอุปกรณ์
รดและเครืองมือทกุ ชนดิ ก่อนและหลงั ทําการบดยาและรอ่ นยา ทกุ ครงั

เนตเตรยี มวสั ดอุ ุปกรณส์ ําหรับปรุงยาชนิดผง (ดไู ด้จากหน้าที ๑๘)
ยทําความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอปุ กรณ์ทกุ ชนดิ ทงั กอ่ นและหลังใช้งาน
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไท(ดวู ธิ กี ารทาํ ความสะอาดไดจ้ ากหนา้ ที ๑๙)

๒๐๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรูปแบบการปรุงยา: ชนดิ แคปซลู
ยสูตรตาํ รับยา: ประกอบด้วยเครืองยา ๖ สิง รวมนาํ หนกั เครอื งยา ๓.๘๗๕ ส่วน

นไทกําหนดนาํ หนกั รวม ๖๒๐ กรัม สามารถชังนาํ หนกั เครอื งยาได้ส่วนละ ๑๖๐ กรมั
แ์ ผวธิ ที ํา: บดเปนผง บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรัม
ทยข้อมูลการใช้เครอื งยาสมนุ ไพรปรุงยา: ใชเ้ ครอื งยาสมุนไพรแห้งและมีธาตวุ ัตถุเปนส่วนประกอบ

าบนั การแพขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา

สถ าวนาํ เครืองยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรียมไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รับยาข้างตน้
โดยให้ชงั นาํ หนักเครืองยาแตล่ ะสิงเปนกรัม และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยากอ่ นนําไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครืองยาไปบด
นจดุ ประสงค์เพือตอ้ งการให้เครอื งยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผชว่ ยกระตนุ้ ฤทธยิ าใหม้ สี รรพคุณทางยาดีขนึ และช่วยฆ่าเชือโรคอีกครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา
การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครืองยาทีมลี ักษณะแข็งมากสุดไปหาน้อยสุดตามลาํ ดับ
เครืองยาทีมนี าํ มันมากในตํารับยานี คือ เทียนดาํ ให้บดเปนลาํ ดับสุดท้าย และใหใ้ ส่มหาหิงคุล์ งไปบดในรอบนี

สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา

นาํ ยาทบี ดแลว้ มารอ่ นผ่านตะแกรงหรอื แรง่ จะทําใหไ้ ด้ผงยาทีเนียนละเอียด โดยต้องรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื ร่อนครบ ๓ รอบแล้ว ใหน้ าํ กากยาไปชงั นาํ หนกั
รดเพือพิจารณาว่าจะบดและรอ่ นตอ่ หรอื ไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนกั กากยาทเี หลอื ถ้านาํ หนักเหลือมากกว่า ๕% ใหน้ ํา
ตกากยากลบั ไปบดและรอ่ นใหม่อีก ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสรจ็ ให้นาํ กากยากลับไปชงั นาํ หนัก

เนถา้ นาํ หนกั เหลือมากกวา่ ๕% ใหท้ ําการบดและร่อนใหม่ ทาํ เช่นนจี นกว่ากากยาจะเหลือน้อยกวา่ ๕%
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การนวดยากับรงทอง

การนวดยา คอื การผสมผงยาทีบดและร่อนแล้วกบั รงทองดว้ ยเครอื งบดยา
ซงึ เปนขนั ตอนสุดท้ายกอ่ นนํายาไปบรรจุแคปซูล

สถาบนั ก ขันตอนที ๖ การบรรจแุ คปซูล
บรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนกั แคปซูลละ ๐.๒๕ กรมั

๒๑๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นําหนักเครืองยาตามตํารับยา

นําเครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด

การอบเครืองยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนําเครอื งยาไปบด
จุดประสงค์เพือตอ้ งการใหเ้ ครืองยากรอบและบดง่าย ชว่ ยกระต้นุ ฤทธยิ า
ใหม้ ีสรรพคณุ ทางยาดีขนึ และชว่ ยฆ่าเชือโรคอกี ครงั หนงึ
รายละเอียด

าวขนั ตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรุงยา
ทยวิธีการอบเครอื งยา
ารแพ๑. อนุ่ ตอู้ บทอี ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ก๒. จัดเรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ นาํ เครืองยาทีจดั เปนตาํ รับไว้แล้วเทใส่ถาด เนืองจาก

าบนัปริมาณเครอื งยาไม่มากนัก สามารถจัดเรยี งได้ ๑ ถาด ดังนี
สถ าวถาดที ๑ จัดเรียงเครอื งยา ๔ สิง ไดแ้ ก่ โกฐนาํ เต้า ลกู สมอไทย ลูกกระวาน เทียนดาํ
รดเมือเรยี งเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครืองยากระจายไปทวั ถาด
สถาบนั การาแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดาวเครอื งยาทไี ม่ตอ้ งนําไปอบ ได้แก่ รงทองสะตุ มหาหงิ คส์ุ ะตุ ชงั นาํ หนักแลว้ ให้ใส่ถุงเตรียมไว้

ก๓. เมืออุน่ ตูอ้ บจนได้อุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทงั หมดเรยี งเขา้ ต้อู บ
าบนัสําหรบั ตอู้ บทีใชค้ รงั นีไฟอยดู่ ้านบนจึงเรมิ ตน้ เรยี งถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ในชนั ถดั
สถลงมา เมือเรยี งครบแลว้ จึงเรมิ จับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
๔. เมือครบเวลาแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทงั หมดออกจากต้อู บ พรอ้ มนาํ ไปบดในขนั ตอนตอ่ ไป

๒๑๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยาครังแรก
าว๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ
รดกอ่ นทําการบดยา
เนต๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทีละถาด
ย๒.๑ เรมิ ตน้ จากเครอื งยาถาดที ๑
นไทแยก ลูกสมอไทย โกฐนาํ เต้า ออกมาพักคาย
แ์ ผความรอ้ นจนกวา่ เครอื งยาจะกรอบ จงึ นาํ ไปบด๓. นํามหาหิงคุ์ใส่ถงุ แล้วใชส้ ากนวดคลึงให้
ทยหา้ มบดเครอื งยานขี ณะทียงั มีความเหนยี วอยู่ละเอยี ด จากนนั เททงั หมดใส่ลงเครืองบด
ารแพจะทําใหผ้ งยาเกาะกนั เปนก้อนและบดยากขนึเปดเครืองแลว้ บดตอ่ จนกระทงั เครอื งยา
กจากนนั ให้ทยอยใส่เครืองยาทีเหลือลงเครอื งละเอียด แล้วปดเครอื ง ส่วนรงทอง (ธาตุ
าบนับดตามลาํ ดับ ดังนีวตั ถ)ุ ให้เกบ็ ไว้บดกับผงยาในรอบสุดทา้ ย

สถ าวใส่ โกฐนาํ เต้า ลกู สมอไทย (โกฐนาํ เต้า๔. เมอื ใส่เครอื งยาครบแลว้ ใหป้ รบั ขากวาดนอก
รดลกู สมอไทย เย็นตวั ลงและกรอบดีแล้ว)ทียกขนึ ในตอนแรกลง เพือชว่ ยกวาดยา
เนตลูกกระวาน เทียนดํา โดยให้ทยอยใส่เครืองยาจากนนั เปดเครอื งบดยา บดตอ่ โดยใชเ้ วลาบดยา
ยเหล่านคี ราวละ ๑ สิง บดเครอื งยาแตล่ ะสิงจนประมาณ ๓๐ นาที ให้สังเกตสียาเรมิ เปลียน
ไทกระทงั เครอื งยาลาํ ดับแรกละเอียดเสียก่อนเปนสีเขม้ ขนึ ใหป้ ดเครอื ง ตักผงยาใส่ภาชนะ
แ์ ผนแลว้ จงึ ใส่เครืองยาลาํ ดับถดั ไปได้ เมอื ใส่ครบสะอาด เพือนาํ ไปรอ่ นในขนั ตอนต่อไป

แล้วเปดเครอื งบดตอ่ จนเครืองยาละเอยี ด

ารแพทยแล้วปดเครอื ง
สถาบนั ก นไทยเนตรดาวทยอยใส่เครอื งยา

แ์ ผบดเครอื งยาเหล่านี
สถาบนั การแพทยทีละสิง

๒๑๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนาํ ยาทีบดแล้วมาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแร่งจะทาํ ใหไ้ ด้ผงยาทีเนยี นละเอยี ด โดยต้องรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ตจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือรอ่ นครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ าํ กากยาไปชังนําหนกั
ยเนเพือพิจารณาว่าจะบดและร่อนต่อหรือไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนกั กากยาทีเหลอื ถา้ นําหนักเหลือมากกว่า ๕% ใหน้ าํ
ไทกากยากลับไปบดและรอ่ นใหม่อีก ๑ รอบ ดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสรจ็ ให้นาํ กากยากลับไปชังนาํ หนัก
แ์ ผนถ้านําหนักเหลือมากกวา่ ๕% ให้ทาํ การบดและรอ่ นใหม่ ทําเช่นนีจนกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกวา่ ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการร่อนยาขนึ อยู่กับปรมิ าณเครืองยาทีใช้ปรงุ ยา)
นั การแพทการรอ่ นยาในครงั นี รอ่ นทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรปุ ได้ ดงั นี
สถาบ าวร่อนยารอบที ๑

รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยร่อน

รดทลี ะน้อย จากนนั นํากากยาทีไมส่ ามารถผ่าน
ตรตู ะแกรงไดแ้ ล้วเทกลบั ลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กาํ หนดใหป้ ดเครือง จากนันตักผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
ไทยเนรอ่ นยารอบที ๒
นร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
แ์ ผทาํ เชน่ เดียวกบั รอบที ๑
บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๒
ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กําหนดให้ปดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปรอ่ นตอ่ ในรอบที ๓
ทยร่อนยารอบที ๓
ารแพร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๒ บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๓
กากยาทีเหลือจากการบดนําหนกั มากกวา่ ๕% แต่
เมอื รอ่ นเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่ามีนาํ หนกัมปี รมิ าณนอ้ ย จึงไมเ่ หมาะทจี ะใช้เครืองบดใหญ่
ให้ใช้เครืองบดความเร็วสูงสําหรบั บดยาแทน
กมากกวา่ ๕% จงึ ต้องนํากากยาไปบดตอ่ โดยใหท้ ยอยใส่กากยา แลว้ บดทีละน้อย
าบนัร่อนยารอบที ๔ การบดกากยาดว้ ยเครืองบดความเรว็ สูงนัน
สถร่อนยาผ่านกระชอนตาถีทใี ช้สําหรับร่อนยาแทน ระหวา่ งทบี ดใหเ้ ขย่าและหมุนเครอื งบดไปด้วย
เพือให้กากยาถูกบดอย่างทัวถงึ กัน และใช้เวลาบด
าวเมือร่อนเสรจ็ นาํ กากยาทีเหลือไปชงั นําหนักอกี ครงั ในแตล่ ะครังประมาณ ๕–๑๕ วนิ าที เพือหลีกเลียง
รดพบว่านําหนักกากยาเหลอื น้อยกว่า ๕% อณุ หภมู ิทีสูงขณะบด
ตจงึ เสร็จขนั ตอนการรอ่ นยา
ทยแ์ ผนไทยเนเมือรอ่ นยาเสร็จแลว้ ให้ดึงถาดพักผงยาทีอยูใ่ ตเ้ ครอื งร่อนยาออก
สถาบนั การแพตกั ผงยาทปี รงุ สําเรจ็ ใส่ภาชนะ เพือเตรียมนาํ ผงยาไปนวดกบั รงทองในขันตอนต่อไป

๒๑๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๒๑๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๕ ย า ต รี ฉิ น ท ล ม ก า

ขนั ตอนที ๕ การนวดยากับรงทอง
าวการนวดยากบั รงทองเปนการผสมผงยาทีรอ่ นแล้วกบั รงทองด้วยเครอื งบด ซงึ เปนขนั ตอนสุดทา้ ยของ
รดการปรุงยา มีวธิ ที ําดังนี
ไทยเนต๑. นํารงทองใส่ถุง ใช้สากนวดคลงึ ให้ละเอียด
น๒. เทผงยาและรงทองในข้อ ๑ อย่างละครงึ ลงเครอื งบด

แ์ ผเปดเครืองบด ถา้ สังเกตเห็นวา่ รงทองตดิ ล้อเครืองบด
ทยใหเ้ ติมผงยาลงไปบดเพิม บดตอ่ ไปสักครู่ จึงปดเครือง
ารแพ๓. เทผงยาครงึ หนงึ จากปรมิ าณผงยาทเี หลอื ลงเครืองบด
กเทรงทองทเี หลอื ทงั หมดตามลงไป เปดเครือง บดต่อไป
าบนัสักครู่ จึงปดเครือง จากนนั เทผงยาทเี หลอื ทงั หมดลง

สถ าวเครอื งบด เปดเครือง บดจนกระทงั ยาละเอียดและส่วน
รดผสมเขา้ กันดี จึงปดเครือง
ต๔. จากนนั ใหต้ กั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ อง
เนและแนน่ เขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดแี ลว้
ไทยให้ปลอ่ ยลมออกจากถงุ มัดปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นาํ ผงยา
นทีปรงุ เสรจ็ และกากยาไปชงั นาํ หนัก เขียนชือยา
แ์ ผวนั เดือนปทผี ลิต นาํ หนักยาสุทธิไวบ้ นถงุ จากนนั นํายา
ยไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป

การแพทสรุปนาํ หนกั ยาตรีฉินทลมกา
าบนันาํ หนักตาํ รบั ยา ๖๒๐ กรมั นาํ หนกั ยาสุทธิ ๕๗๙ กรัม
สถนาํ หนักกากยา ๑๑ กรมั นาํ หนักยาสูญเสีย ๓๐ กรมั
ไทยเนตรดาวขันตอนที ๖
สถาบนั การแพทยแ์ ผนการบรรจแุ คปซูล
วธิ ีการบรรจแุ คปซลู สามารถดไู ดจ้ ากหน้า ๓๖
ยาตรีฉินทลมกา นาํ หนักยาสุทธิ ๕๗๙ กรัม
บรรจผุ งยาใส่แคปซลู ขนาด ๐.๒๕ กรัม
บรรจแุ คปซลู ได้ทงั หมด ๑,๘๐๐ แคปซูล ผงยาเหลอื ๔๖ กรมั

นํายาแคปซลู ทีบรรจเุ สรจ็ ใส่ถุงพลาสตกิ ทสี ะอาด บันทึกไว้บนถุง
ให้มีรายละเอยี ดชือยา วันเดือนปทผี ลติ และจํานวนแคปซลู พรอ้ มนําไปใช้ต่อไป
ผงยาทีเหลอื ใหใ้ ส่ถุงพลาสติก บันทกึ ไวบ้ นถงุ ใหม้ ีรายละเอยี ดชือยา
วนั เดือนปทีผลิต และนาํ หนักยาทีเหลอื แลว้ จึงจัดเก็บ

๒๑๕

ยาปราตบ๑ํารช๖แ์บั มทผีพนูทไทวยีปเนตรดาวชือยา:

ทมี าของตํารบั ยา:

สถาบนั การแพทย าวรูปแบบยา:
รดขนาดบรรจุ:
ตสรรพคุณ/ขอ้ บ่งใช้:
การแพทยแ์ ผนไทยเนขนาดและวิธใี ช:้
ปราบชมพูทวปี
ตามตํานานกลา่ วกันวา่ นายเดโช ได้ตามเสด็จไปถงึ เมืองเขมร ในเมืองโพธสิ ัตย์ ทีวดั
ช้างเทียม พบแผน่ ศิลาจารกึ ยาขนานนอี ยทู่ ีประตวู ัดจึงได้คัดลอกมา ตํารับยาขนานนี
ได้มคี ําสาปแชง่ กาํ กบั ไวด้ ว้ ยว่าหากใครคิดเอาตํารายานไี ปซือขายก็ดีหรือนํายาไป
หากนิ หาประโยชนใ์ ส่ตนกด็ ี ขอให้เกิดทกุ ข์ทรมานด้วยโรครา้ ย ตกนรกหมกไหม้ อยา่
ไดผ้ ดุ ไดเ้ กดิ แต่ขอใหช้ ่วยบอกต่อๆ ไปจะไดอ้ านสิ งส์พันกปั
ยาแคปซลู (รพ.) ยาลูกกลอน(รพ.)

ผงยา ๔๖๕ กรมั
บรรเทาอาการหวัดในระยะแรก และอาการทีเกดิ จากการแพ้อากาศ
แกส้ ารพัดโรค เชน่ โรคเรือน มะเรง็ รดิ สีดวง เปนงอ่ ย พุงโร ไส้พองทอ้ งใหญ่ ท้อง
มาน ไส้เลือน หดื ๒๐ จําพวก โรคลม ๑๐๘ จาํ พวก กุฏฐัง ๒๐ จาํ พวก แกเ้ สมหะ ๒๐
จําพวก ตามดื ตาฟาง หหู นวก หูตงึ เจบ็ สะโพก หลงั เสียดแทง ลมจกุ อก คุดทะราด
๒๐ จําพวก ลมทงั สรรพางค์กาย ฝดาษ ลมวิงเวียนศรษี ะ ลมชักปากเบียว ตาแหง
เจ็บคอหอย จามไอ ลมปตคาด บาดทะยกั ลมกระตกุ ทังสรรพางคก์ าย ลมชัก หาว
เรอ จามไอทกุ คาํ เชา้ บวมชําทังตวั ลมปสสาวะ โลหติ มาไม่สมําเสมอ ธาตุทัง ๔ ไม่
เสมอกนั ลมมกั ใหน้ อนหลับและไม่หลับ ลมมกั ให้ขึงโกรธ อมั พฤกษ์อมั พาต มือเท้า
หมดความร้สู ึกเหยยี ดแขนขาไม่ออก ชาตามจดุ ตา่ งๆ มนึ ศีรษะ บรรเทาอาการหวัดใน
ระยะแรก และอาการทีเกิดจากการแพ้อากาศ

กนิ ครงั ละ ๗๕๐ มิลลิกรัม–๑.๕ กรมั วันละ ๔ ครงั กอ่ นอาหารและก่อนนอน
าบนัขอ้ ควรระวัง/ข้อห้ามใช้:
สถควรระวงั การบรโิ ภคในผปู้ วยโรคความดนั เลอื ดสูง โรคหวั ใจ

โรคแผลเปอยเพปตกิ และโรคกรดไหลยอ้ น เนอื งจากเปนตาํ รบั ยารสรอ้ น

าวควรระวงั การใช้ยาเกินขนาดในผปู้ วยทมี ีความผดิ ปกตขิ องตบั ไต
รดหรือทางเดินปสสาวะ เนืองจากอาจเกิดพิษจากการบูร
เนตควรระวงั การใช้ยานีร่วมกับยา PHENYTOIN, PROPRANOLOL,
ยTHEOPHYLLINE และ RIFAMPICIN เนอื งจากตาํ รบั นีมพี รกิ ไทย
นไทในปริมาณสูง
ยแ์ ผอาการไม่พึงประสงค์:
สถาบนั การแพทขอ้ มูลเพิมเตมิ :แสบร้อนยอดอก
ไม่มี

๒๑๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

อธิบายขนั ตอนการปรุงยา

ตํารบั ยาปราบชมพูทวปี รดาว๑. การเตรยี มเครอื งยา วตั ถดุ บิ และอุปกรณใ์ นการปรุงยาชนิดผง
เนตคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครืองยาแต่ละสิงตามตาํ รบั ยา
ยนาํ เครอื งยาทคี ัดแยกและทําความสะอาดแล้วไปอบฆา่ เชือโรคทีอุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเวน้ การบูร และพริกไทยปน ไม่ต้องนาํ ไปอบ
นทําความสะอาดเครืองบดยา เครอื งร่อนยา อุปกรณ์ทีใช้สําหรบั การปรงุ ยาทกุ ชนิด (ทงั ก่อนและหลงั การปรงุ ยา)

แ์ ผ๒. การปรงุ ยา
ทยการชงั นาํ หนักเครอื งยา นําเครอื งยาทีอบฆ่าเชอื โรคเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยา โดยให้ชงั นาํ หนัก
ารแพเครอื งยาแต่ละสิงเปนกรมั แลว้ แยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกนั ไว้ ให้เปนตาํ รบั เดียวกัน

การอบเครอื งยาก่อนนาํ ไปบด นําเครืองยาทีจดั เปนตาํ รบั ไว้แล้ว จดั เรยี งใส่ถาด เนืองจากเครอื งยาแต่ละสิงมีจาํ

กนวนไม่มากนกั สามารถจัดเรยี งได้ ๒ ถาด ดงั นี
าบนัถาดที ๑ จัดเรยี ง ลูกสมอเทศ หัสคุณเทศ เหงา้ ขงิ แหง้ โกฐเขมา โกฐสอ ลกู สมอไทย ลกู พิลงั กาสา
สถดอกดีปลี ลาํ พันหางหมู รากเจตมูลเพลิงแดง หวั บุก หวั กลอย ลูกกระวาน ดอกกานพลู เทยี นดํา เทยี นแดง

าวเทียนตาตกั แตน เทียนแกลบ
รดถาดที ๒ จัดเรียง ใบกัญชาเทศ ตน้ เหงือกปลาหมอ ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์
ตเครอื งยาทไี มต่ ้องนําไปอบ ได้แก่ พรกิ ไทยปนและการบูร ชงั นาํ หนักแลว้ ให้ใส่ถุงเตรียมไว้
เนจากนนั นาํ เครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ยเรยี งถาดที ๒ ไว้ในชนั ถดั ลงมา อบด้วยอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
ไทการบดเครอื งยา ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครืองบด
นเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกลกู สมอไทยและดอกดปี ลี ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบจงึ นาํ ไปบด
แ์ ผจากนนั ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาทเี หลอื ลงเครอื งบด โดยใหใ้ ส่เครอื งยาทแี ขง็ ทสี ุดในถาดลงไปบดกอ่ น แลว้ ไลล่ าํ ดบั ไป
ยจนครบ แยกลกู กระวาน ดอกกานพลไู วบ้ ดรวมกบั ถาดที ๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ ลงเครอื งบด จากนนั ใส่ลกู กระวาน
ทและดอกกานพลู (จากถาดที ๑) ลงเครอื งบด เปดเครอื ง บดจนเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง ปรบั ขากวาดนอก
ารแพเครอื งบดยาลง จากนนั ใส่เทยี นทงั หมดลงเครอื งบด บดจนยาละเอยี ด เมอื เครอื งยาละเอยี ดหรอื สังเกตเหน็ สีของยา

เรมิ เขม้ ขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะใหป้ ดเครอื ง ตกั ยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไวเ้ พือนําไปรอ่ นตอ่ ไป
การรอ่ นยาและการบดกากยา ทยอยตักผงยาใส่ตะแกรงเครืองร่อนยาทลี ะนอ้ ย เปดเครือง รอ่ นยาจนแนใ่ จว่า

นั กผงยาละเอียดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ใหน้ ํากากยานีกลับไปบดใหม่
าบและนาํ กลบั มารอ่ นอีกครงั ร่อนและบดเช่นนีไปเรือยๆ จนกว่านาํ หนกั กากยาจะเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕%
สถสําหรบั การรอ่ นยาครงั นี จํานวนรอบทีรอ่ นได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดังนี

รอบที ๑ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลือจากการร่อนประมาณ ๓๐ นาที

าวรอบที ๒ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นประมาณ ๔๐ นาที
รดรอบที ๓ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลือ

มากกวา่ ๕% จึงนาํ กากยากลับไปบดใหมด่ ว้ ยเครอื งบดความเรว็ สูง

เนตรอบที ๔ รอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถี เมอื ร่อนเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนักกากยาเหลือนอ้ ยกวา่
ย๕% จึงเสร็จขนั ตอนการร่อนยา ตักผงยาใส่ภาชนะ เพือนําไปนวดกับการบรู และพรกิ ไทยปน
ไทการนวดยากบั การบรู และพริกไทยปน
แ์ ผนนาํ การบูรใส่ถงุ สะอาดใชส้ ากนวดคลงึ ให้แตกละเอยี ด ตกั ผงยาใส่ถงุ การบูรใช้สากนวดใหเ้ ข้ากันอกี ครงั
ยเทผงยาทบี ดและรอ่ นแล้วครงึ หนงึ ตามดว้ ยพรกิ ไทยปนทงั หมดลงเครอื งบด นวดจนส่วนผสมเข้ากันดี
ทเทผงยาทเี หลือลงเครืองบด ตามดว้ ยส่วนผสมในข้อแรก เปดเครอื ง บดจนส่วนผสมทงั หมดเขา้ กันดี
ารแพจึงปดเครือง

ตกั ผงยาทีปรงุ เสรจ็ ใส่ถุงรวมกับผงยาทหี ลอื มดั ถุงให้พองและแนน่ เขย่าผงยาให้เขา้ กันอีกครงั เมือส่วน

นั กผสม เขา้ กันดีแลว้ ให้ปล่อยลมในถุงออก มดั ปากถุงใหช้ ดิ ผงยา นาํ ผงยาทปี รุงเสรจ็ และกากยาไปชงั นาํ หนกั
าบเขยี นชอื ยา วนั เดือนปทผี ลติ นาํ หนักยาสุทธิ ไว้บนถงุ จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซูลต่อไป
สถการบรรจแุ คปซลู บรรจผุ งยาใส่แคปซูล เบอร์ ๑ ดว้ ยเครืองบรรจแุ คปซลู แบบมือโยก จะไดน้ าํ หนักแคปซลู ละ

ประมาณ ๐.๒๕ กรมั

๒๑๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

ตาํ รับยาปราบชมนพไทูทยวีปเนตรดาวประกอบดว้ ยเครอื งยา ๒๔ สิง รวมนาํ หนักยา ๑,๐๐๐ ส่วน
แ์ ผกาํ หนดนาํ หนกั ยา ๑,๐๐๐ กรมั สามารถจัดเครอื งยาได้ส่วนละ ๑ กรมั

ทยมีรายละเอียดดงั นี
ารแพ๑. ลูกจันทน์
ก๒. ดอกจนั ทน์ ๑ ส่วน ๑ กรัม
าบนั๓. ลูกกระวาน ๒ ส่วน ๒ กรัม
๓ ส่วน ๓ กรัม
สถ าว๔. ลกู พิลังกาสา ๖ ส่วน ๖ กรมั
รด๕. ดอกดปี ลี ๕ ส่วน ๕ กรมั
ต๖. ลําพันหางหมู ๗ ส่วน ๗ กรัม
เน๗. โกฐสอ ๘ ส่วน ๘ กรมั
ย๘. โกฐเขมา ๙ ส่วน ๙ กรมั
ไท๙. เทียนดํา ๑๐ ส่วน ๑๐ กรมั
แ์ ผน๑๐. เทยี นแดง ๑๑ ส่วน ๑๑ กรมั
ย๑๑. เทียนตาตกั แตน ๑๓ ส่วน ๑๓ กรมั
ท๑๒. เทียนแกลบ ๑๔ ส่วน ๑๔ กรมั
ารแพ๑๓. เหง้าขิงแหง้ ๑๕ ส่วน ๑๕ กรมั
๑๖ ส่วน ๑๖ กรัม
๑๔. รากเจตมลู เพลงิ แดง ๑๗ ส่วน ๑๗ กรัม
๑๘ ส่วน ๑๘ กรัม
ก๑๕. ลูกสมอไทย ๑๙ ส่วน ๑๙ กรัม
าบนั๑๖. ลกู สมอเทศ ๑๙ ส่วน ๑๙ กรัม
สถ ๑๗. หวั บุก ๒๐ ส่วน ๒๐ กรมั
๔๓ ส่วน ๔๓ กรัม
๑๘. หัวกลอย ๒๕๓ ส่วน ๒๕๓ กรมั
๒๔๗ ส่วน ๒๔๗ กรมั
าว๑๙. ดอกกานพลู ๒๔๐ ส่วน ๒๔๐ กรัม
รด๒๐. หสั คุณเทศ ๔ ส่วน ๔ กรัม
เนต๒๑. ใบกญั ชาเทศ
ไทย๒๒. เมล็ดพรกิ ไทยลอ่ นหรอื เมลด็ พรกิ ไทยดาํ (๑)
น๒๓. ตน้ เหงอื กปลาหมอ
แ์ ผ๒๔. การบูร
ารแพทยหมายเหตุ: (๑) เมลด็ พรกิ ไทยล่อนหรอื เมลด็ พรกิ ไทยดาํ ใชพ้ รกิ ไทยลอ่ นปน
สถาบนั กและพรกิ ไทยดําปน นาํ หนักอย่างละครงึ

๒๑๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

เครืองยาสมุนไพร ๒๔ สิง
ยแ์ ผนไทยเนตรดาวลกู จนั ทน์
สถาบนั การแพท าวดอกดีปลีดอกจันทน์ลูกกระวาน ลูกพิลังกาสา

แ์ ผนไทยเนตรดเทียนดาํลาํ พนั หางหมูโกฐสอ โกฐเขมา

าบนั การแพทยเหง้าขิงแหง้เทยี นแดงเทยี นตาตกั แตน เทียนแกลบ

รากเจตมูลเพลิงแดงสถ ไทยเนตรดาวหัวบกุลกู สมอไทย ลูกสมอเทศ

หัวกลอยสถาบนั การแพทยแ์ ผนใบกญั ชาเทศดอกกานพลู หสั คุณเทศ

พริกไทยล่อนปนและพรกิ ไทยดําปน ต้นเหงอื กปลาหมอ การบรู
อย่างละครงึ (๑)

๒๑๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
รดาวการเตรียมเครืองยา
เนตคดั แยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทกุ สิง จากนนั นําไปอบฆ่าเชอื โรคก่อนนาํ ไปปรงุ ยา
ยซงึ มวี ธิ คี ดั แยกเครอื งยาสรุปโดยยอ่ ได้ ดังนี
นไทลูกจันทน์
แ์ ผใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาดผวิ นอก จากนันใชม้ ดี รากเจตมลู เพลงิ แดง
ทยผ่าดขู ้างในว่ามีเชอื ราหรอื ไม่ ถา้ มใี ห้คัดทงิ คัดเลอื กเฉพาะรากและตน้ ทีสูงรากขนึ มา
ารแพลกู กระวาน ลกู พิลงั กาสา ดอกดปี ลี ลําพันหางหมู ประมาณ ๑ นวิ
ลูกสมอไทย ลกู สมอเทศ
เทยี นดํา เทยี นแดง เทยี นตาตกั แตน เทยี นแกลบ ใชก้ ระชอนรอ่ นเศษผงเลก็ ๆ ออกก่อน ใช้แปรง
ปดทําความสะอาด คดั ลูกทสี มบรู ณ์ ไมม่ เี ชือรา
นั กดอกกานพลู ใบกญั ชาเทศ ตน้ เหงอื กปลาหมอ จากนันคดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
าบใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก เมลด็ พริกไทยล่อนหรือเมล็ดพริกไทยดํา
ใชพ้ ริกไทยล่อนปนและพริกไทยดําปนแทน
สถ าวเครอื งยา จากนนั คดั หาสงิ ปลอมปนและสงิ ปนเปอนทงิไม่ตอ้ งคัดแยก ไมต่ ้องอบฆา่ เชือโรค
รดหสั คุณเทศ โกฐสอ โกฐเขมา หัวบุก หัวกลอย เพราะใชพ้ ริกไทยปนสําเร็จรูปซึงมคี วามสะอาด
ตเหง้าขิงแห้ง อยแู่ ลว้
ยเนใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญ่ การบรู (ธาตวุ ัตถ)ุ
ไทให้ใช้มดี สับหรอื ซอยให้มีขนาดเลก็ ลงและใกล้ เลือกใชก้ ารบูรทีมคี ุณภาพดี
นเคยี งกนั เพือความสะดวกในการอบและบดยา ไมต่ ้องคดั แยก ไม่นําไปอบฆ่าเชือโรค
แ์ ผดอกจนั ทน์
ยใชก้ ระชอนตาถรี อ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
ารแพทเครอื งยา จากนนั คดั หาสิงปลอมปน และสิงปน

เปอนทงิ
าบนั กในการคัดเครอื งยาแต่ละสิงนนั ให้เภสัชกรผ้ปู รงุ ยาพิจารณาจากเครืองยาทีมีอยู่ ว่ามลี ักษณะแบบใด

อาจจะใช้วธิ ที ีแตกตา่ งจากทีกลา่ วมาข้างตน้ นีได้ โดยให้พิจารณาเรืองความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเก็บ

สถ รวมถึงความสะอาดของเครอื งยาเปนสําคญั

าวเมือคัดแยกและทําความสะอาดเรียบรอ้ ยแลว้ ใหน้ ําเครืองยาทงั หมดไปอบฆ่าเชือโรค
รดยกเวน้ พรกิ ไทยปน การบรู

เนต(ดูขนั ตอนการคัดแยกและอบฆ่าเชอื โรคจากหน้าที ๔-๑๕)
แ์ ผนไทยการเตรยี มอุปกรณ์สําหรับการปรุงยา
ยการเตรยี มอปุ กรณ์จะอยใู่ นขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา ใหเ้ ตรยี มทาํ ความสะอาดอปุ กรณ์

ทและเครืองมอื ทกุ ชนดิ ก่อนและหลงั ทําการบดยาและร่อนยา ทกุ ครงั
ารแพเตรยี มวสั ดุอุปกรณ์สําหรบั ปรงุ ยาชนิดผง (ดูได้จากหนา้ ที ๑๘)
นั กทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอุปกรณท์ ุกชนดิ ทงั กอ่ นและหลงั ใช้งาน
สถาบ(ดวู ธิ กี ารทาํ ความสะอาดได้จากหน้าที ๑๙)

๒๒๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรูปแบบการปรุงยา: ชนดิ แคปซูล
ยสูตรตํารบั ยา: ประกอบด้วยเครืองยา ๒๔ สิง รวมนาํ หนกั เครืองยา ๑,๐๐๐ ส่วน

นไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๑,๐๐๐ กรมั สามารถชงั นําหนกั เครืองยาได้ส่วนละ ๑ กรัม
แ์ ผวิธที าํ : บดเปนผง บรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั
ทยข้อมลู การใช้เครืองยาสมุนไพรปรุงยา: ใชเ้ ครืองยาสมุนไพรแห้งและมธี าตวุ ัตถเุ ปนส่วนประกอบ

าบนั การแพขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นําหนกั เครืองยาตามตาํ รับยา

สถ าวนําเครอื งยาทอี บฆ่าเชือโรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาข้างตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนักเครอื งยาแต่ละสิงเปนกรัม และแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
เนตรดขันตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนาํ ไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครืองยาไปบด
นจดุ ประสงค์เพือตอ้ งการให้เครอื งยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผช่วยกระตนุ้ ฤทธยิ าใหม้ ีสรรพคุณทางยาดีขนึ และช่วยฆ่าเชอื โรคอีกครงั หนงึ
ารแพทยขันตอนที ๓ การบดเครอื งยา
การบดเครอื งยา โดยเรมิ บดเครอื งยาทมี ีลักษณะแขง็ มากสุดไปหานอ้ ยสุดตามลําดบั
เครอื งยาทีมนี าํ มันมากในตาํ รับยานี คอื เครอื งยากลุ่มเทียน ให้บดเปนลําดับสุดทา้ ย

สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา

นาํ ยาทบี ดแลว้ มารอ่ นผ่านตะแกรงหรอื แรง่ จะทําให้ได้ผงยาทเี นียนละเอยี ด โดยต้องรอ่ นผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื ร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ าํ กากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาว่าจะบดและร่อนตอ่ หรอื ไม่ โดยคาํ นวนจากนาํ หนกั กากยาทีเหลอื ถ้านาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ให้นํา
ตกากยากลับไปบดและรอ่ นใหม่อีก ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสรจ็ ให้นํากากยากลบั ไปชงั นาํ หนกั

เนถา้ นาํ หนักเหลอื มากกวา่ ๕% ให้ทําการบดและรอ่ นใหม่ ทําเชน่ นจี นกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การนวดยากับการบูร

การนวดยา คือ การผสมผงยาทบี ดและร่อนแลว้ กบั การบรู ดว้ ยเครอื งบดยา
ซงึ เปนขนั ตอนสุดท้ายกอ่ นนํายาไปบรรจุแคปซลู

สถาบนั ก ขนั ตอนที ๖ การบรรจุแคปซลู
บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนกั แคปซูลละ ๐.๒๕ กรมั

๒๒๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นําหนกั เครืองยาตามตาํ รบั ยา

นําเครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขันตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนําไปบด

การอบเครืองยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครอื งยาไปบด
จุดประสงคเ์ พือต้องการใหเ้ ครืองยากรอบและบดงา่ ย ชว่ ยกระตนุ้ ฤทธยิ า
ใหม้ สี รรพคุณทางยาดีขนึ และชว่ ยฆ่าเชือโรคอกี ครงั หนงึ
รายละเอยี ด

าวขนั ตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรงุ ยา
ารแพทยวิธกี ารอบเครอื งยา
ถาดที ๒ จัดเรียงเครืองยา ๔ สิง ได้แก่
๑. อุ่นต้อู บทอี ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สใบกัญชาเทศ ต้นเหงอื กปลาหมอ ลูกจนั ทน์
ดอกจันทน์ เมือเรียงเสร็จเขยา่ ถาดเบาๆ
นั ก๒. จัดเรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ เนืองจากเพือใหเ้ ครืองยากระจายไปทวั ถาด
สถาบเครอื งยาแตล่ ะสิงมจี ํานวนไมม่ ากนกั สามารถเรยี ง(วางลูกจนั ทน์และดอกจันทน์ไว้บนใบกัญชา
เทศให้ช่วยซบั นาํ มนั หอมระเหยไว้)
าวไวใ้ นถาดเดียวกันได้ ๒ ถาด ดงั นี
ตรดถาดที ๑ จดั เรยี งเครอื งยา ๑๘ สิง ไดแ้ ก่
เนลูกสมอเทศ หสั คุณเทศ เหงา้ ขงิ แห้ง โกฐเขมา
ยโกฐสอ ลกู สมอไทย ลกู พิลงั กาสา ดอกดปี ลี
ไทลาํ พันหางหมู รากเจตมลู เพลงิ แดง หัวบุก หวั กลอย
แ์ ผนลกู กระวาน ดอกกานพลู เทียนดาํ เทียนแดง

เทยี นตาตักแตน เทียนแกลบ เมอื เรยี งเสร็จเขยา่ ถาด

ทยเบาๆ เพือให้เครืองยากระจายไปทวั ถาด
สถาบนั การแพ ยแ์ ผนไทยเนตรดาวเครอื งยาทไี มต่ อ้ งนําไปอบ ไดแ้ ก่

ท พริกไทยปนและการบรู (ธาตวุ ัตถ)ุ
สถาบนั การแพ ชงั นาํ หนกั แล้วใส่ถงุ เตรยี มไว้

๒๒๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

๓. เมอื อนุ่ ตู้อบจนไดอ้ ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแลว้ ให้นาํ ถาดเครอื งยาทงั หมดเรียงใส่ตู้อบ

สําหรับตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ ้านบนจึงเรมิ ต้นเรยี งถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรยี งถาดที ๒ ไว้ในชนั

าวถดั ลงมา เมอื เรยี งครบแลว้ จงึ เรมิ จบั เวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
รด๔. เมอื ครบเวลาแล้ว ใหน้ าํ ถาดเครืองยาทงั หมดออกจากตู้อบ พร้อมนําไปบดในขนั ตอนต่อไป
ยเนตขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
แ์ ผนไท๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขึนกอ่ นบดยา
ย๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบด ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึนก่อนบดยา
ทยอยใส่เครืองยาลงเครืองบด
ท๒.๑ เรมิ จากใส่เครืองยาถาดที ๑
ารแพแยก ลกู สมอไทย ออกมาพักคายความร้อน
กรอจนกระทังเครอื งยากรอบ จงึ นําไปบด หา้ มบด
าบนัเครอื งยานขี ณะทียังมีความเหนียวอยู่ จะทาํ ให้ยา

สถ าวเกาะกนั เปนก้อนและบดยากขึน จากนนั ใหท้ ยอย
รดใส่เครอื งยาทเี หลือลงเครืองบดตามลําดับ ดังนี

ใส่ ลกู สมอเทศ หัศคณุ เทศ เหง้าขิงแห้ง

เนตโกฐเขมา โกฐสอ ลกู สมอไทย (ลูกสมอไทย
ยเย็นตวั ลงและกรอบดแี ลว้ ) และดอกจนั ทน์
ไทลงเครืองบดพรอ้ มกนั เปดเครือง บดจน
แ์ ผนเครอื งยาจนละเอียด จงึ ปดเครือง

ใส่ ลกู พิลงั กาสา ดอกดปี ลี ลาํ พันหางหมู

ทยรากเจตมลู เพลงิ หวั บกุ หวั กลอย ลงเครอื ง
ารแพบดพรอ้ มกนั บดเครอื งยาจนละเอยี ด จงึ ปด

เครอื ง (หากใชเ้ ครอื งบดใหญส่ ามารถใส่

กเครอื งยาเหลา่ นลี งไปบดพรอ้ มกนั ได)้
าบนัแยก ลกู กระวาน ดอกกานพลู เครอื งยาจาํ
สถพวกเทยี น ไวบ้ ดกบั เครอื งยาถาดที ๒ โดยใส่

เครอื งบดเปนลาํ ดบั สุดทา้ ย

าว๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ โดยใหท้ ยอยใส่เครอื งยา
รดตามลําดบั แลว้ บด ดงั นี

เนตใส่ ใบกญั ชาเทศ ตน้ เหงอื กปลาหมอ ลกู
ไทยจนั ทน์ และใส่เครอื งยาจากถาดที ๑ ไดแ้ ก่
นลกู กระวาน ดอกกานพลู ลงเครอื งบดพรอ้ มกนั
แ์ ผบดจนเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง
ทยปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาลง
ารแพใส่ เทยี นดาํ เทยี นแดง เทียนตาตักแตน
กเทียนแกลบ ลงเครืองบดพรอ้ มกนั บดจน
าบนัเครืองยาละเอียด หรอื สังเกตสียาเริมเปลยี น
สถเปนสีเขม้ ขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะ จงึ ปดเครอื ง
ตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาดเพือนําไปรอ่ นใน

ขันตอนตอ่ ไป

๒๒๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนํายาทบี ดแลว้ มาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแรง่ จะทาํ ให้ไดผ้ งยาทีเนยี นละเอยี ด โดยต้องรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ตจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื ร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ าํ กากยาไปชังนาํ หนัก
ยเนเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรอื ไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนกั กากยาทเี หลอื ถ้านําหนกั เหลือมากกว่า ๕% ใหน้ าํ
ไทกากยากลบั ไปบดและร่อนใหมอ่ กี ๑ รอบ ดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื รอ่ นเสรจ็ ให้นํากากยากลบั ไปชังนําหนกั
แ์ ผนถา้ นําหนกั เหลอื มากกว่า ๕% ให้ทาํ การบดและรอ่ นใหม่ ทําเช่นนีจนกว่ากากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการร่อนยาขนึ อย่กู ับปริมาณเครอื งยาทใี ช้ปรงุ ยา)
นั การแพทการรอ่ นยาในครงั นี ร่อนทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดังนี
สถาบ าวร่อนยารอบที ๑

รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยใหท้ ยอยรอ่ น

รดทีละน้อย จากนนั นาํ กากยาทีไม่สามารถผ่าน
ตรูตะแกรงไดแ้ ลว้ เทกลบั ลงเครอื งบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาในเครอื งบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนําไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
ไทยเนร่อนยารอบที ๒
นรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
แ์ ผทําเช่นเดยี วกบั รอบที ๑
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๒
ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กําหนดให้ปดเครอื ง จากนันตกั ผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นต่อในรอบที ๓
ทยรอ่ นยารอบที ๓
ารแพรอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทาํ เช่นเดียวกบั รอบที ๒บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๓
กากยาทีเหลือจากการบดนําหนกั มากกว่า ๕% แต่
เมือร่อนเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่ามนี าํ หนกั มปี ริมาณน้อย จงึ ไม่เหมาะทีจะใชเ้ ครืองบดใหญ่
ให้ใชเ้ ครืองบดความเรว็ สูงสําหรบั บดยาแทน
กมากกว่า ๕% จึงต้องนํากากยาไปบดต่อ โดยให้ทยอยใส่กากยา แลว้ บดทีละน้อย
าบนัร่อนยารอบที ๔ การบดกากยาดว้ ยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
สถร่อนยาผา่ นกระชอนตาถีทใี ช้สําหรบั ร่อนยาแทน ระหวา่ งทีบดใหเ้ ขยา่ และหมุนเครืองบดไปดว้ ย
เพือให้กากยาถูกบดอย่างทัวถงึ กัน และใช้เวลาบด
าวเมอื ร่อนเสรจ็ นํากากยาทีเหลอื ไปชงั นําหนักอีกครงั ในแตล่ ะครงั ประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลีกเลียง
รดพบว่านําหนกั กากยาเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕% อุณหภมู ทิ สี ูงขณะบด
ตจึงเสรจ็ ขนั ตอนการรอ่ นยา
ทยแ์ ผนไทยเนเมอื ร่อนยาเสร็จแลว้ ให้ดงึ ถาดพักผงยาทอี ยู่ใต้เครอื งร่อนยาออก
สถาบนั การแพตกั ผงยาใส่ภาชนะทเี ตรียมไว้ เพือนาํ ไปนวดกบั การบรู และพรกิ ไทยปนในขนั ตอนตอ่ ไป

๒๒๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

ขนั ตอนที ๕ การนวดยากับการบรู และพรกิ ไทยปน
าวการนวดยาเปนการผสมผงยาทีร่อนแล้วกบั การบรู และพริกไทยปนดว้ ยเครอื งบด
รดซงึ เปนขนั ตอนสุดท้ายของการปรุงยา มีวธิ ีทําดงั นี
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนต าว๑. นาํ การบูรทีเตรยี มไว้ ใส่ถงุ สะอาดอีกใบหนงึ จากนนั ตกั ผงยาทีร่อนแลว้ ประมาณ ๑-๒ ชอ้ นโตะ๊
รดใส่ลงไปในถุงการบูร
ารแพทยแ์ ผนไทยเนต๒. ใชส้ ากนวดคลงึ ใหผ้ งยาและการบูรเขา้ เปน
กเนือเดยี วกนั ไม่จับเปนก้อน พักเตรยี มไว้
๓. ใส่ผงยาประมาณครงึ หนงึ ตามดว้ ยพรกิ ไทยปน
ทงั หมดลงเครอื งบด เปดเครอื งบด นวดจน
กระทงั ส่วนผสมเขา้ กนั ดี จงึ ปดเครอื ง
สถาบนั ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. เทผงยาทเี หลือทงั หมด ลงเครืองบด
๕. เทส่วนผสมของการบรู และผงยาทีเตรยี มไว้
ในขอ้ ๑-๒ ลงเครอื งบด เปดเครืองบด นวด
จนกระทงั ส่วนผสมเข้ากันดี จะได้กลนิ การบรู
หอมขนึ จมกู เย็นขนึ ตา จากนนั ปดเครอื ง
นั ก๖. ตักผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มัดถุงให้พองและแน่น เขยา่ ผงยาให้เข้ากัน เมือส่วนผสมเข้ากนั ดี
าบแล้ว ใหป้ ล่อยลมออกจากถุง มัดปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นําผงยาทีปรงุ เสรจ็ และกากยาไปชงั นาํ หนกั
สถเขยี นชือยา วันเดอื นปทีผลิต นาํ หนักยาสุทธไิ วบ้ นถงุ จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป

๒๒๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๖ ย า ป ร า บ ช ม พู ท วี ป

ขนั ตอนที ๖ การบรรจแุ คปซูล
รดาววิธีการบรรจแุ คปซลู สามารถดูไดจ้ ากหน้าที ๓๖
ตยาปราบชมพูทวปี นาํ หนักยาสุทธิ ๙๖๓ กรัม
เนบรรจผุ งยาใส่แคปซูลขนาด ๐.๒๕ กรัม
ไทยบรรจแุ คปซูลไดท้ งั หมด ๓,๓๐๐ แคปซูล
นผงยาเหลอื ๖๑ กรมั
สรุปนาํ หนักยาปราบชมพูทวีป
นาํ หนักตาํ รับยา ๑,๐๐๐ กรมั นาํ หนกั ยาสุทธิ ๙๖๓ กรัม

นาํ หนกั กากยา ๓๔ กรมั นาํ หนักยาสูญเสีย ๓ กรมั

แ์ ผนาํ ยาแคปซูลทบี รรจุเสรจ็ ใส่ถงุ พลาสตกิ ทสี ะอาด บนั ทกึ ไว้บนถุง
ทยให้มีรายละเอยี ดชือยา วันเดอื นปทผี ลติ และจาํ นวนแคปซูล พร้อมนําไปใชต้ อ่ ไป
ารแพผงยาทเี หลือให้ใส่ถุงพลาสตกิ บันทึกไว้บนถงุ ใหม้ ีรายละเอียดชือยา

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดาววนั เดอื นปทีผลิต และนาํ หนกั ยาทีเหลือแลว้ จึงจัดเกบ็

๒๒๖

ตํารบั ที
ยาหอ๑มอ๗แ์ นิ ผทจนักไทร์ยเนตรดาวชือยา:
(ยาสามัญประจําบ้าน) สรรพคุณ/ข้อบง่ ใช:้
ทยยาหอมอนิ ทจักร์ แกล้ มคลนื เหียนอาเจยี น
ารแพรูปแบบยา: ใช้นาํ ลกู ผกั ชี เทียนดาํ ต้ม
กยาผง ยาเมด็ ยาผง (รพ.) เปนกระสายยา
าบนัยาเม็ด (รพ.)
แกล้ มปลายไข้
สถ าวขนาดบรรจุ (บัญชียาหลกั ): ก้านสะเดา ลูกกระดอมและ
รดผงยา ๙๘ กรมั เถาบอระเพ็ด ต้มเอานาํ เปน
เนตขนาดบรรจุ (ยาสามญั ): กระสายยา
ยชนิดผง ไม่เกิน ๑๕ กรัม,
ไทชนิดเมด็ ไมเ่ กิน ๗๕ เมด็ แกล้ มบาดทะจิต
แ์ ผนวิธีทํา (ยาสามญั ): ใชน้ าํ ดอกมะลิ เปนกระสายยา
ยชนิดผง บดเปนผง
ทชนดิ เม็ด บดเปนผง ทําเปนเมด็ แก้ลมจกุ เสียด
ารแพหนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม ใชน้ าํ ขงิ ต้ม เปนกระสายยา

ถ้าหานาํ กระสายยาไมไ่ ด้
ให้ใชน้ าํ สุกแทน
กขนาดและวธิ ใี ช:้
าบนัยาหลกั ฯ กินเมอื มีอาการ ทุก ๓-๔ ชวั โมงขอ้ ควรระวัง/ข้อหา้ มใช:้
สถไม่ควรกนิ เกนิ วนั ละ ๓ ครงัควรระวังการกนิ ยาร่วมกับยาในกล่มุ สารกัน
เลอื ดเปนลมิ (ANTICOAGULANT) และยาตา้ น
ชนิดผง: กนิ ครงั ละ ๑-๒ กรมัการจบั ตวั ของเกล็ดเลอื ด (ANTIPLATELETS)
ควรระวงั การใช้ยาในผูป้ วยแพ้ละอองเกสร
าวละลายนาํ กระสายยาดอกไม้
รดชนิดเมด็ : กินครงั ละ ๑-๒ กรัมหา้ มใช้ในหญงิ ตงั ครรภ์
เนตยาสามัญฯ กนิ ทกุ ๓ ชวั โมง
ไทยชนดิ ผง: กินครังละ ครึง-๑ ช้อนชาอาการไมพ่ ึงประสงค์: ไมม่ ี
แ์ ผนละลายนํากระสายยา
ยชนิดเม็ด: กินครงั ละ ๓-๕ เม็ด
ารแพทขอ้ มูลเพิมเตมิ :
นั กปจจุบันในสูตรตํารับยาใหต้ ดั รากไครเ้ ครอื ออก เนอื งจากมขี อ้ มูลงานวจิ ัยบง่ ชีว่าไครเ้ ครอื ทีใชแ้ ละมกี ารจาํ หน่ายในท้อง
าบตลาดเปนพืชในสกลุ ARISTOLOCHIA ซงึ พืชในสกลุ นมี ีรายงานพบว่ากอ่ ให้เกิดความเปนพิษตอ่ ไต (NEPHROTOXICITY)
สถและเมือป ค.ศ. 2002 องค์การอนามยั โลกได้ประกาศใหพ้ ืชสกลุ ARISTOLOCHIA เปนสารก่อมะเร็งในมนุษย์
สําหรับตาํ รบั ยาทปี รุงในครงั นยี ังคงใช้สูตรตามตาํ รับยาตน้ ฉบับกล่าวคอื ยงั คงใชร้ ากไคร้เครือในการปรุงยา

๒๒๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

อธบิ ายขนั ตอนการปรงุ ยา

ตาํ รบั ยาหอมอนิ ทจักร์ (ยาสามัญประจําบา้ น) รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วัตถดุ ิบและอุปกรณใ์ นการปรงุ ยาชนดิ ผง
ตคดั แยกและทาํ ความสะอาดเครืองยาแต่ละสิงตามตาํ รบั ยา
เนนาํ เครอื งยาทคี ดั แยกและทําความสะอาดแลว้ ไปอบฆา่ เชอื โรคทอี ุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทยใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเว้น กํายาน ชะมดเช็ด พิมเสน เมนทอล การบูร และดีววั ไม่ต้องนาํ ไปอบ
นทําความสะอาดเครอื งบดยา เครืองร่อนยา อปุ กรณ์ทใี ชส้ ําหรับการปรงุ ยาทุกชนิด (ทงั ก่อนและหลังการปรุงยา)

แ์ ผ๒. การปรงุ ยา
ทยการชังนาํ หนกั เครอื งยา นาํ เครอื งยาทอี บฆ่าเชือโรคเตรยี มไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตํารับยา โดยใหช้ งั นาํ หนกั
ารแพเครืองยาแตล่ ะสิงเปนกรมั แลว้ แยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกนั ไว้ ให้เปนตาํ รับเดียวกัน

การอบเครอื งยากอ่ นนาํ ไปบด นาํ เครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั

นั กอยใู่ นถาดเดยี วกนั สามารถจัดเรยี งได้ ๕ ถาด
าบถาดที ๑ จดั เรยี ง แกน่ ฝางเสน แกน่ จนั ทนแ์ ดง ขอนดอก เถามวกแดง เถามวกขาว กระลาํ พัก รากไครเ้ ครอื

สถ าวเถาสะค้าน โกฐสอ โกฐนาํ เตา้ รากยา่ นาง แก่นจันทน์เทศ
รดถาดที ๒ จดั เรียง กฤษณา โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐกระดูก รากเจตมลู เพลงิ แดง เหง้าขงิ แห้ง เปลือก
ตสมลุ แวง้ ลาํ พันแดง เถาบอระเพ็ด ลูกกระวาน ดอกดีปลี ดอกกานพลู
เนถาดที ๓ จัดเรียง โกฐจุฬาลมั พา โกฐเชียง โกฐกา้ นพร้าว โกฐกักกรา เปลือกอบเชยเทศ เปลอื กชะลดู
ยลกู กระดอม รากชา้ พลู ดอกคําไทย
ไทถาดที ๔ จดั เรยี ง ดอกมะลิ ดอกพิกลุ ดอกบนุ นาค ดอกสารภี ดอกจาํ ปา ดอกกระดงั งา ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์
นถาดที ๕ จดั เรยี ง เทียนดาํ เทียนแดง เทยี นขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนเยาวพาณี ลูกผักชีลา
แ์ ผเครอื งยาทไี มต่ ้องนาํ ไปอบ คือ กํายาน พิมเสน เมนทอล การบรู ใส่ถุงเตรียมไวถ้ งุ ละ ๑ สิง ส่วนชะมดเช็ด
ยและดีวัว ใหเ้ ตรยี มไว้ต่างหากไมต่ ้องใส่ถงุ
ารแพทจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด

เรยี งถาดที ๒-๕ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมาชนั ละ ๑ ถาด อบดว้ ยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
๒๐ นาที

นั กการบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ กอ่ นทําการบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครืองบด
าบกอ่ นเรมิ ทาํ การบดยาให้แยกโกฐนาํ เต้า (จากถาดที ๑) ดอกดีปลี (จากถาดที ๒) โกฐเชยี ง (จากถาดที ๓) ออกมา
สถพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จงึ นาํ ไปบด จากนนั เรมิ ทาํ การบดเครอื งยาจากถาดที ๑ โดยให้

ทยอยใส่เครอื งยาทแี ขง็ ทสี ุดในถาดลงไปบดกอ่ นแลว้ ไล่ลาํ ดบั ไปจนครบ ทําการบดเครืองยาเชน่ นกี ับถาดทเี หลอื

าวเมอื ใส่เครืองยาครบแลว้ ให้ปรบั ขากวาดนอกลงและให้ทาํ การบดเครอื งยาให้ละเอยี ด เมือบดเสร็จตักผงยาใส่
รดภาชนะทีเตรียมไวเ้ พือนาํ ยาไปร่อนต่อไป
ตการรอ่ นยาและบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครืองรอ่ นยาทลี ะนอ้ ย เปดเครอื ง รอ่ นยาจนแนใ่ จว่าผงยา
ยเนละเอยี ดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ใหน้ ํากากยานกี ลบั ไปบดใหม่ และนํากลบั มา
ไทรอ่ นอกี ครงั รอ่ นและบดเชน่ นไี ปเรอื ยๆ จนกวา่ นาํ หนกั กากยาจะเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕%
แ์ ผนสําหรบั การรอ่ นยาครงั นี จํานวนรอบทรี อ่ นไดท้ งั หมด ๗ รอบ บดกากยา ๖ รอบ ดงั นี

ยรอบที ๑ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการรอ่ นประมาณ ๓๐ นาที
ทรอบที ๒ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการรอ่ นประมาณ ๔๐ นาที
ารแพรอบที ๓ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสร็จนาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื

มากกว่า ๕% จงึ นาํ กากยากลบั ไปบดใหมอ่ ีกครงั ในรอบนีให้ใส่กาํ ยานลงไปบดรวมกบั กากยาดว้ ย ใชเ้ วลาบด

นั กประมาณ ๑ ชวั โมง
าบรอบที ๔ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่านาํ หนกั กากยาเหลอื
สถมากกวา่ ๕% จึงนํากากยากลบั ไปบดใหมอ่ กี ครงั บดกากยาทเี หลือจากการร่อนประมาณ ๔๐ นาที

๒๒๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

อธบิ ายขนั ตอนการปรงุ ยา (ตอ่ )

ตํารบั ยาหอมอนิ ทจกั ร์ (ยาสามัญประจาํ บ้าน) รดาวรอบที ๕ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลือ
ตมากกวา่ ๕% จึงนํากากยากลบั ไปบดใหมอ่ กี ครงั บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นประมาณ ๕ ชวั โมง
ยเนรอบที ๖ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสร็จนาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่านาํ หนกั กากยาเหลือ
ไทมากกว่า ๕% แต่ปริมาณไมม่ ากนัก จึงนาํ กากยากลบั ไปบดใหม่ดว้ ยเครืองบดความเรว็ สูง
แ์ ผนรอบที ๗ รอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถี เมือร่อนเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนักกากยาเหลือน้อยกว่า

๕% จงึ เสร็จขนั ตอนการรอ่ นยา

ทยจากนนั ดึงถาดพักยาออกมาจากเครอื งรอ่ นยา ตักผงยาใส่ถงุ สะอาด มดั ถุงใหพ้ องและแนน่ จากนนั เขย่าผงยาให้
ารแพเข้ากนั เมือยาเข้ากนั ดีแล้วให้ปลอ่ ยลมในถงุ ออก มัดปากถงุ ให้ชดิ ยา เขียนชอื ตํารบั ยา วนั เดือนปทีผลติ นาํ หนกั ยา

สุทธิ ไวท้ บี นถงุ นําผงยาไปเขา้ กบั ธาตุวตั ถุ ไดแ้ ก่ การบรู พิมเสน เมนทอล และเขา้ กบั สัตวว์ ัตถุ ได้แก่ ดีววั

นั กชะมดเช็ด
าบการเข้ายาหอมอินทจักร์ แบ่งผงยาออกเปน ๖ ส่วน ดังนี

สถ าวส่วนที ๑ การเขา้ ยากบั พิมเสน นําผงยากบั พิมเสนใส่ถงุ สะอาด ใชส้ ากนวดคลงึ ใหส้ ่วนผสมรวมเปนเนอื เดยี วกนั
รดพักเตรยี มไว้
ตส่วนที ๒ การเขา้ ยากบั การบรู นําผงยากบั การบรู ใส่ถงุ สะอาด ใชส้ ากนวดคลงึ ใหส้ ่วนผสมรวมเปนเนอื เดยี วกนั
เนพักเตรยี มไว้
ยส่วนที ๓ การเข้ายากบั เมนทอล นาํ ผงยากับเมนทอลใส่ถงุ สะอาด ใช้สากนวดคลึงใหส้ ่วนผสมรวมเปน
ไทเนือเดียวกัน พักเตรียมไว้
นส่วนที ๔ การเขา้ ยากับดวี วั นาํ สุราเตมิ ลงไปในดวี วั เพือฆา่ เชือโรค จากนนั นํามาผสมผงยา นวดใหส้ ่วนผสม
แ์ ผรวมเขา้ ด้วยกัน นาํ ไปรอ่ นด้วยกระชอนตาถี จากนนั ให้นําไปอบไล่ความชืนทีอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ยเปนเวลา ๑ ชวั โมง พักเตรียมไว้
ารแพทสวนที ๕ การเข้ายากบั ชะมดเช็ด ฆา่ ฤทธชิ ะมดด้วยหอมแดงและผวิ มะกรูด โดยให้ผ่านความรอ้ น จากนนั นํา

มาผสมผงยา นวดให้ส่วนผสมรวมเขา้ ดว้ ยกนั พักเตรยี มไว้
ส่วนที ๖ ผงยาทีเหลือ

นั กวิธกี ารเขา้ ยาหอมอินทจักร์
าบเทผงยาส่วนที ๖ ผงยาส่วนที ๔ และผงยาส่วนที ๕ ลงเครืองบดพร้อมกัน บดสักครู่ จากนนั เทผงยาส่วนที

สถ๑ ลงไปบดสักครู่จนได้กลนิ พิมเสนขนึ จมูก ใส่ผงยาส่วนที ๒ ลงไปบดสักครู่จนได้กลนิ การบรู ขนึ จมกู ใส่ผง
ยาส่วนที ๔ ลงเครืองบดเปนลําดบั สุดท้าย บดตอ่ สักครู่ จึงเสร็จขนั ตอนการเขา้ ยาหอมอนิ ทจกั ร์
าวจากนนั ตักผงยาทปี รงุ เสร็จใส่ถุง มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่ เขยา่ ผงยาใหเ้ ข้ากนั อกี ครงั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั
รดดีแล้วใหป้ ล่อยลมในถงุ ออก มดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นําผงยาทีปรงุ เสร็จและกากยาไปชงั นาํ หนัก เขียนชือยา
ตวนั เดือนปทผี ลติ นาํ หนักยาสุทธิ ไว้บนถงุ
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนยาหอมอนิ ทรจักร์ เนอื งจากใชเ้ ปนยาชนิดผง เมือปรงุ ยาเสร็จให้นาํ ไปบรรจใุ ส่ขวด

๒๒๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ยาหอมอินทจกั ร์ รดาวประกอบด้วยเครอื งยา ๔๘ สิง รวมนาํ หนกั ยา ๔๘ ส่วน
เนตกําหนดนาํ หนกั ยา ๕,๗๖๐ กรัม สามารถจัดเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๑๒๐ กรัม

ไทยมีรายละเอียดดังนี
แ์ ผน๑. โกฐเชียง
ย๒. โกฐสอ
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๒๕. ดอกกานพลู ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
ารแพท๓. โกฐเขมา
๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั ๒๖. กฤษณา ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั

๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั ๒๗. กระลาํ พัก ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม
นั ก๕. โกฐกา้ นพร้าว
๔. โกฐจฬุ าลมั พา ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั ๒๘. ขอนดอก ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม
าบ๖. โกฐกระดูก
๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั ๒๙. ดอกมะลิ ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
สถ าว๗. โกฐพุงปลา
๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั ๓๐. ดอกพิกลุ ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
รด๘. โกฐกกั กรา
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๓๑. ดอกบุนนาค ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
ต๙. โกฐนาํ เตา้ (ฆ่าฤทธ)ิ ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๓๒. ดอกสารภี ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
ยเน๑๐. เทียนดํา
๓๓. ดอกจําปา ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
ไท๑๑. เทียนแดง
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๓๔. ดอกกระดงั งา ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
น๑๒. เทียนขาว
๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั ๓๕. เถามวกแดง ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
แ์ ผ๑๓. เทียนขา้ วเปลือก ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๓๖. เถามวกขาว ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
ทย๑๔. เทียนเยาวพาณี ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
ารแพ๑๕. แกน่ จนั ทน์เทศ ๓๗. เปลอื กอบเชยเทศ ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั

๓๘. เปลอื กสมลุ แวง้ ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั

ก๑๗. ดอกดีปลี ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๓๙. เถาบอระเพ็ด ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม

๑๖. แกน่ จันทน์แดง ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๔๐. ลูกกระดอม ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั
าบนั๑๘. รากชา้ พลู
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๔๑. ดอกคําไทย ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม

สถ๑๙. เถาสะค้าน ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๔๒. แกน่ ฝางเสน ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม

๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั ๔๓. ลําพันแดง ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม

าว๒๑. เหงา้ ขิงแห้ง
๒๐. รากเจตมลู เพลงิ แดง ๑ ส่วน ๑๒๐ กรมั ๔๔. รากย่านาง ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม
รด๒๒. ลกู จนั ทน์
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๔๕. เปลือกชะลูด ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม
เนต๒๓. ดอกจันทน์
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๔๖. ลูกผกั ชลี า ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม
ไทย๒๔. ลกู กระวาน
๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๔๗. รากไครเ้ ครอื ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม

๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม ๔๘. กํายาน ๑ ส่วน ๑๒๐ กรัม
ยแ์ ผนเครอื งยาเพิมเตมิ สําหรับผสมกบั ผงยาหอมอนิ ทจักร์
ารแพท๑. ชะมดเช็ด
๔. พิมเสน (ธาตุวัตถุ) ๗%
๒. ดวี วั (นาํ ดวี วั สด) ๕. เมนทอล (ธาตุวตั ถุ) ๔%
๖. การบรู (ธาตุวตั ถ)ุ ๔%
นั ก๓. เหล้าขาว ๔๐ ดกี รี
๑/๘ ส่วน ประมาณ ๑๕ กรัม

๑ ส่วน ๑๒๐ มิลลลิ ติ ร
าบพิมเสน เมนทอล การบรู คดิ นาํ หนักเปนเปอรเ์ ซ็นจากผงยาทีบดและร่อนแลว้
สถเหล้าขาว ใชส้ ําหรบั ฆา่ เชอื โรค โดยใหใ้ ส่ลงไปในนาํ ดีวัวสด
๑/๓ ส่วน ๔๐ มิลลลิ ิตร

๒๓๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

เครืองยาสมุนไพร ๔๘ สิง
แ์ ผนไทยเนตรดาวโกฐเชียง
สถาบนั การแพทย าวโกฐก้านพร้าวโกฐสอ โกฐเขมา โกฐจฬุ าลมั พา

ยแ์ ผนไทยเนตรดโกฐนาํ เต้าโกฐกระดูก โกฐพุงปลา โกฐกกั กรา

าบนั การแพทเทียนขา้ วเปลอื กเทยี นดาํเทยี นแดง เทยี นขาว

เทียนเยาวพาณีสถ นไทยเนตรดาวดอกดปี ลีแกน่ จนั ทน์เทศ แกน่ จนั ทน์แดง

รากชา้ พลูสถาบนั การแพทยแ์ ผเหง้าขิงแหง้เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลงิ แดง

ลูกจนั ทน์ ดอกจันทน์ ลกู กระวาน

๒๓๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

เครืองยาสมุนไพร ๔๘ สิง (ต่อ)
ยแ์ ผนไทยเนตรดาวดอกกานพลู
สถาบนั การแพท รดาวดอกมะลิกฤษณา กระลาํ พกั ขอนดอก

ยแ์ ผนไทยเนตดอกจาํ ปาดอกพกิ ุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี

สถาบนั การแพทเปลอื กอบเชยเทศดอกกระดงั งาเถามวกแดง เถามวกขาว

เปลือกสมุลแวง้ เถาบอระเพด็ ลกู กระดอม
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวดอกคําไทย
แกน่ ฝางเสน ลาํ พันแดง รากยา่ นาง

เปลอื กชะลูด ลกู ผักชีลา รากไคร้เครอื กาํ ยาน

๒๓๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

เครืองยาเพิมเติม
าวสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวชะมดเชด็
การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดการบูรดวี วั (นาํ ดวี วั สด) เหล้าขาว

พมิ เสนสถาบนัสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว เมนทอล

๒๓๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมุนไพรทกุ สิง จากนนั นําไปอบฆา่ เชอื โรคก่อนนําไปปรงุ ยา

ไทยซึงมวี ิธีคัดแยกเครอื งยาสรปุ โดยย่อได้ ดงั นี
ยแ์ ผนโกฐเชียง โกฐสอ โกฐกระดกู เถาสะคา้ น
ารแพทกระลาํ พัก ขอนดอก เถามวกแดง เถามวกขาว กฤษณา
กฤษณาทใี ชค้ รังนมี ีลกั ษณะเปนชินเล็ก ใหค้ ัดหา
เปลือกอบเชยเทศ เปลือกสมุลแว้ง แก่นฝางเสน สิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
ลกู จันทน์
กรากไคร้เครือ โกฐเขมา โกฐพุงปลา เหง้าขิงแห้ง ใชแ้ ปรงปดทําความสะอาดผวิ นอก จากนัน
าบนัรากยา่ นาง โกฐนาํ เตา้ เปลอื กชะลดู เถาบอระเพ็ด ใชม้ ีดผา่ ดขู า้ งในวา่ มเี ชอื ราหรอื ไม่ ถ้ามีใหค้ ดั ทิง
ดอกจนั ทน์
สถ าวใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาด ถ้ามีขนาดใหญ่ ใชก้ ระชอนตาถรี อ่ นเอาเศษผงขนาดเล็กออกจาก
รดใหใ้ ช้มดี สับหรอื ซอยให้มขี นาดเล็กลงและ เครอื งยา จากนันคดั หาสิงปลอมปนและ
ตใกลเ้ คยี งกนั เพือความสะดวกในการอบและบดยา สิงปนเปอนทิง
เนโกฐก้านพร้าว เทยี นดาํ เทียนแดง เทียนขาว ดอกพิกลุ
ยเทยี นขา้ วเปลอื ก เทียนเยาวพาณี ดอกดีปลี ใช้กระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเล็กออกจาก
ไทลูกกระวาน ดอกกานพลู ดอกมะลิ ดอกบุนนาค เครอื งยา เดด็ ฐานรองดอกออกใหเ้ หลอื แต่ตวั
แ์ ผนดอกสารภี ดอกจําปา ดอกกระดังงา ดอกคําไทย ดอก จากนันคดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
ยลําพันแดง ลกู ผกั ชลี า รากเจตมลู เพลิงแดง
ทใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเล็กออกจาก คดั เลือกเฉพาะรากและส่วนของตน้ ทสี ูงจากราก
ารแพเครืองยากอ่ น จากนนั คดั หาสิงปลอมปนและ ขนึ มาประมาณ ๑ นวิ
ลกู กระดอม
สิงปนเปอนทงิ ใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
เครอื งยา คดั เลอื กลูกทไี มม่ ีเชือรา จากนันคัดหา
กโกฐจุฬาลมั พา โกฐกักกรา รากช้าพลู สิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
าบนัคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ กํายาน
สถแก่นจันทน์เทศ ใชค้ รกตาํ ใหล้ ะเอยี ดกอ่ นนไปชงั นําหนกั และปรงุ ยา
ไมค่ ดั แยก
แก่นจันทน์เทศทีใช้ครังนีมีลกั ษณะเปนชนิ เลก็ ไม่นาํ ไปอบ

าวใหค้ ดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
รดแกน่ จนั ทน์แดง
เนตคัดเฉพาะเนือไม้สีแดง โดยใช้มดี ผา่ เนอื ไม้สีอืนที
ยแทรกอยใู่ นเนือไมอ้ อก จากนนั ใช้แปรงปด
นไททาํ ความสะอาด ถ้ามขี นาดใหญ่ใหใ้ ช้มดี สับหรอื
แ์ ผซอยให้มีขนาดเล็กลงและใกล้เคยี งกนั เพือความ
สถาบนั การแพทยสะดวกในการอบและบดยา

๒๓๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา (ต่อ)
ตรดาวการเตรียมเครืองยา ส่วนทีเพิมเติม
เนคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทกุ สิง จากนนั นาํ ไปอบฆา่ เชอื โรคก่อนนาํ ไปปรุงยา

ไทยซึงมวี ิธีคัดแยกเครอื งยาสรปุ โดยยอ่ ได้ ดังนี
ยแ์ ผนพิมเสน เมนทอล การบูร
ารแพทเลอื กใช้ธาตุวัตถุทีมีคุณภาพดี ไม่คัดแยก

ไมน่ าํ ไปอบฆา่ เชือโรค

กชะมดเช็ด
าบนัฆ่าฤทธิด้วยหวั หอมแดง ผิวมะกรูด โดยผ่าน

สถ าวความรอ้ น ก่อนนําไปปรงุ ยา
ดวี วั (นาํ ดีวัวสด)
- ดีวัวสดใหเ้ ติมเหลา้ ขาว ๔๐ ดีกรี เพือฆา่ เชอื โรค

กอ่ นนาํ ไปใช้ แตถ่ ้าใชด้ วี ัวแหง้ ให้นําไปแชเ่ หล้า
ทงิ ไว้ค้างคนื กอ่ นนําไปใช้
ข้อควรร:ู้ เลือกใช้ดีววั ของวัวทมี ีอายุ ๓ ป
ควรเก็บไวใ้ นตเู้ ย็นแตไ่ ม่ควรเกนิ ๗ วัน
รดในการคัดเครอื งยาแต่ละสิงนนั ให้เภสัชกรผู้ปรงุ ยาพิจารณาจากเครืองยาทมี ีอยู่ ว่ามลี กั ษณะแบบใด
ตอาจจะใช้วิธีทีแตกตา่ งจากทกี ลา่ วมาขา้ งตน้ นีได้ โดยใหพ้ ิจารณาเรืองความสะดวกในการอบยา การบดยา การจดั เกบ็

เนรวมถงึ ความสะอาดของเครืองยาเปนสําคัญ
ไทยเมือคดั แยกและทําความสะอาดเรยี บร้อยแลว้ ให้นาํ เครืองยาทังหมดไปอบฆ่าเชือโรค
แ์ ผน(ดูขนั ตอนการคดั แยกและอบฆ่าเชอื โรคจากหน้าที ๔-๑๕)
ารแพทยการเตรยี มอุปกรณส์ ําหรบั การปรุงยา

การเตรยี มอปุ กรณจ์ ะอยใู่ นขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา ใหเ้ ตรียมทําความสะอาดอุปกรณ์
และเครอื งมอื ทกุ ชนดิ กอ่ นและหลังทําการบดยาและรอ่ นยา ทุกครงั

นั กเตรียมวสั ดอุ ปุ กรณส์ ําหรับปรุงยาชนิดผง (ดไู ด้จากหน้าที ๑๘)
าบทําความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอุปกรณท์ กุ ชนดิ ทงั กอ่ นและหลงั ใช้งาน
สถ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว(ดวู ธิ ีการทําความสะอาดไดจ้ ากหน้าที ๑๙)

๒๓๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรปู แบบการปรงุ ยา: ชนดิ แคปซูล
ยสูตรตํารบั ยา: ประกอบดว้ ยเครืองยาหลกั ๔๘ สิง รวมนาํ หนักเครอื งยา ๔๘ ส่วน

นไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๕,๗๖๐ กรัม สามารถจัดนาํ หนักเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๑๒๐ กรมั
แ์ ผวธิ ที ํา: บดเปนผง บรรจแุ คปซลู เบอร์ ๑ หนกั แคปซูลละ ๐.๒๕ กรมั
ทยขอ้ มูลการใช้เครืองยาสมุนไพรปรุงยา: ใช้เครอื งยาประเภทพืชวตั ถุ ธาตวุ ตั ถแุ ละสัตวว์ ัตถุเปนส่วนประกอบ

าบนั การแพขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนกั เครอื งยาตามตํารับยา

สถ าวนําเครอื งยาทอี บฆ่าเชือโรคเตรียมไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยให้ชงั นาํ หนกั เครอื งยาแต่ละสิงเปนกรัม และแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด
ไทยการอบเครืองยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครอื งยาไปบด
นจดุ ประสงค์เพือต้องการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผช่วยกระตนุ้ ฤทธยิ าใหม้ ีสรรพคุณทางยาดีขนึ และช่วยฆา่ เชอื โรคอกี ครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา
การบดเครอื งยา โดยเรมิ บดเครอื งยาทมี ลี กั ษณะแข็งมากสุดไปหาน้อยสุดตามลําดับ
เครอื งยาทมี ีนาํ มันมากในตาํ รับยานี คือ เครอื งยากลมุ่ เทียน ลกู ผักชลี า ลูกจนั ทน์ ดอกจันทน์ ใหบ้ ดเปนลาํ ดบั สุดทา้ ย

สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา

นํายาทีบดแล้วมารอ่ นผา่ นตะแกรงหรือแรง่ จะทําใหไ้ ด้ผงยาทีเนยี นละเอียด โดยตอ้ งรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือรอ่ นครบ ๓ รอบแลว้ ให้นํากากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรือไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนักกากยาทีเหลอื ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ให้นํา
ตกากยากลับไปบดและร่อนใหม่อกี ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสร็จใหน้ ํากากยากลบั ไปชงั นาํ หนกั

เนถ้านาํ หนกั เหลือมากกว่า ๕% ให้ทําการบดและร่อนใหม่ ทําเชน่ นีจนกวา่ กากยาจะเหลือน้อยกวา่ ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขันตอนที ๕ การเขา้ ยาหอมอินทจกั ร์

การเข้ายาหอมอนิ ทจกั รด์ ้วยพิมเสน การบูร เมนทอล ดีววั และชะมดเชด็

สถาบนั ก ขนั ตอนที ๖ การบรรจุยา
ยาหอมอินทรจักร์ เนืองจากใชเ้ ปนยาชนดิ ผง เมือปรงุ ยาเสร็จใหน้ าํ ไปบรรจุใส่ขวด

๒๓๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา

นําเครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขันตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนาํ ไปบด

การอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครอื งยาไปบด
จดุ ประสงค์เพือตอ้ งการให้เครอื งยากรอบและบดงา่ ย ช่วยกระตุ้นฤทธยิ า
ใหม้ ีสรรพคณุ ทางยาดีขนึ และชว่ ยฆา่ เชอื โรคอกี ครงั หนงึ
รายละเอยี ด

าวขันตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรุงยา
ารแพทยวิธกี ารอบเครอื งยา
ก๑. อนุ่ ตูอ้ บทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
าบนั๒. จดั เรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรยี มอบ นําเครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รับไวแ้ ลว้ เทใส่ถาด เนอื งจาก

สถาสสสบถถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาวปรมิ าณเครืองยาไมม่ ากนัก สามารถจัดเรยี งได้ ๕ ถาด ดังนี

๒๓๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ถาดที ๑ จดั เรยี งเครอื งยา ๑๒ สิง ไดแ้ ก่ แกน่ ฝางเสน แกน่ จนั ทนแ์ ดง ขอนดอก เถามวกแดง เถามวกขาว
กระลําพัก รากไครเ้ ครอื เถาสะค้าน โกฐสอ โกฐนาํ เตา้ รากยา่ นาง แก่นจนั ทน์เทศ เมอื เรยี งเสรจ็ เขยา่

าวถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด

สสถถาาบบนั นั กกาารรแแพพทททยยยแ์แ์ แ์ ผผผนนนไไททไทยยเยเนนเตตนรรตดดราวดาวถาดที ๒ จดั เรยี งเครอื งยา ๑๒ สิง ไดแ้ ก่ กฤษณา โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐกระดกู รากเจตมลู เพลงิ แดง
ารแพเหง้าขงิ แห้ง เปลือกสมลุ แว้ง ลาํ พันแดง เถาบอระเพ็ด ลกู กระวาน ดอกดปี ลี ดอกกานพลู เมือเรยี ง
สถาสบถนัาบกนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ เพือให้เครืองยากระจายไปทวั ถาด (วางเปลือกสมลุ แวง้ ไวบ้ นเถาบอระเพ็ด)

๒๓๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ถาดที ๓ จดั เรยี งเครืองยา ๙ สิง ไดแ้ ก่ โกฐจฬุ าลัมพา โกฐเชยี ง โกฐก้านพร้าว โกฐกักกรา
เปลือกอบเชยเทศ เปลอื กชะลูด ลูกกระดอม รากช้าพลู ดอกคําไทย เมอื เรยี งเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ

าวเพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด

สสถถาาบบนั นั กกาารรแแพพททยยยแ์แ์ แ์ ผผผนนนไไททไทยยเยเนนเตตนรรตดดราวดาวถาดที ๔ จดั เรยี งเครอื งยา ๘ สิง ไดแ้ ก่ ดอกมะลิ ดอกพิกลุ ดอกบนุ นาค ดอกสารภี ดอกจําปา
ารแพทดอกกระดังงา ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ เมอื เรยี งเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
สถาสสบถถนัาาบบกนั นั กกาารรแแพพททยยแ์ แ์ ผผนนไไททยยเเนนตตรรดดาาวว(วางดอกจนั ทนแ์ ละลกู จันทน์ไวบ้ นดอกไมช้ นดิ ใดก็ได้)

๒๓๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ถาดที ๕ จัดเรยี งเครืองยา ๖ สิง ไดแ้ ก่ เทยี นดาํ เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นข้าวเปลือก เทยี นเยาวพาณี
ลกู ผกั ชลี า เมอื เรยี งเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
สสถถาาบบนั นั กาการารแรแแพพพทททยยยแ์ แ์แ์ ผผผนนไนทไทไยทยเนเยนตเตนรรดตดาาวรวดาวเครอื งยาทไี มต่ อ้ งนําไปอบ
ได้แก่ กํายาน ดีววั (นาํ ดวี ัวสด) ชะมดเช็ด พิมเสน เมนทอล การบรู
สถาบนั ก ดวี ัวสด
ตรดาวกาํ ยานชะมดเช็ด

พิมเสน

นไทยเนเหล้าขาว
ทยแ์ ผ๓. มอื อุน่ ตูอ้ บจนไดอ้ ุณหภมู ทิ ตี อ้ งการแลว้ ให้นําถาดเครอื งยาทงั หมดเขา้ ต้อู บ เนอื งจากตู้อบทใี ชค้ รงั นีการบรูเมนทอล
ารแพไฟอยดู่ ้านบน จงึ เรยี งเครืองยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด เรียงถาดที ๒-๕ ไวใ้ นชนั ถัดลงมาชนั ละ ๑ ถาด
กอบดว้ ยอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ๒๐ นาที

สถาบนั๔. เมอื ครบเวลาแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทงั หมดออกจากตูอ้ บ พร้อมนาํ ไปบดในขนั ตอนต่อไป

๒๔๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา

าว๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทําการบดยา
รด๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทีละถาด

ตกอ่ นเรมิ ทาํ การบดยาใหแ้ ยกโกฐนาํ เตา้ (จากถาดที ๑)
ยเนดอกดปี ลี (จากถาดที ๒) โกฐเชยี ง (จากถาดที ๓)
ไทออกมาพักคายความร้อน รอจนกระทงั เครอื งยา
แ์ ผนกรอบ จงึ นาํ ไปบด ห้ามบดเครอื งยานขี ณะทียังมี
ยความเหนยี วอยู่ จะทาํ ให้ผงยาเกาะกันเปนกอ้ น
ารแพทและบดยากขนึ จากนนั ทยอยใส่เครอื งยาลงเครอื ง

บดตามลาํ ดบั ดังนี

ก๒.๑. เรมิ ตน้ จากเครอื งยาถาดที ๑
าบนัใส่ แกน่ ฝางเสน แก่นจนั ทนแ์ ดง ขอนดอก

สถ าวลงเครอื งบดพรอ้ มกนั เปดเครือง บดจน
รดเครอื งยาแตกเปนชนิ เลก็ ๆ จึงปดเครอื ง
ตใส่ เถามวกแดง เถามวกขาว กระลําพัก
เนลงเครืองบดพรอ้ มกัน เปดเครอื ง บดจน
ยเครอื งยาแตกเปนชนิ เลก็ ๆ จงึ ปดเครอื ง
นไทใส่ รากไคร้เครือ เถาสะค้าน โกฐสอ
แ์ ผโกฐนาํ เตา้ (โกฐนาํ เต้าเย็นตวั ลงและกรอบ
ยดแี ลว้ ) รากย่านาง แกน่ จนั ทน์เทศ ลงเครอื ง
ทบดพร้อมกนั เปดเครือง บดจนเครอื งยาแตก
ารแพละเอียด จึงปดเครอื ง

๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒

กใส่ กฤษณา โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐกระดกู
าบนัรากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าขิงแห้ง ลงเครอื ง
สถบดพรอ้ มกนั เปดเครอื ง บดจนเครอื งยาละเอยี ด

จึงปดเครอื ง

าวใส่ เปลือกสมลุ แวง้ ลาํ พันแดง เถาบอระเพ็ด
รดลกู กระวาน ดอกดปี ลี (ดอกดปี ลเี ยน็ ตวั ลง
เนตและกรอบดีแลว้ ) ดอกกานพลู ลงเครอื งบด
ไทยพรอ้ มกัน เปดเครอื ง บดจนเครืองยาละเอยี ด
สถาบนั การแพทยแ์ ผนจงึ ปดเครือง

๒๔๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๗ ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

๒.๓ ใส่เครอื งยาถาดที ๓
ใส่ โกฐจุฬาลัมพา เปดเครอื งบด คอ่ ยๆ ยาํ ให้

าวโกฐจุฬาลมั พาแตก และยุบลงประมาณครงึ หนงึ
รดจงึ ปดเครือง
เนตใส่ โกฐเชียง โกฐกา้ นพรา้ ว โกฐกกั กรา ลง
ไทยเครืองบดพร้อมกนั เปดเครือง บดจนเครอื งยา
นละเอยี ด จึงปดเครือง
แ์ ผใส่ เปลอื กอบเชยเทศ เปลือกชะลดู ลูกกระดอม
ทยรากช้าพลู ดอกคําไทย ลงเครอื งบดพร้อมกัน
ารแพเปดเครอื ง บดจนเครืองยาละเอยี ด จงึ ปดเครือง
ก๒.๔ ใส่เครอื งยาถาดที ๔
าบนัใส่ ดอกมะลิ ดอกพิกลุ ดอกบนุ นาค ดอกสารภี

สถ าวดอกจําปา ดอกกระดงั งา ลงเครืองบดพรอ้ มกนั
รดเปดเครือง บดจนเครอื งยาละเอียด จงึ ปดเครือง

เก็บ ลูกจนั ทน์ ดอกจนั ทน์ ไว้ใส่รวมกบั เครอื งยา

เนตถาดที ๕
ย๒.๕ ใส่เครอื งยาถาดที ๕

ไทใส่ เทยี นดาํ เทยี นแดง เทียนขาว เทียนข้าว
แ์ ผนเปลือก เทียนเยาวพาณี ลงเครืองบดพรอ้ มกัน
ยเปดเครืองแล้วบดใช้เวลาไม่นานมากนัก จึงปด
ทเครอื ง
ารแพใส่ ลกู ผักชีลา ตามลงไป บดตอ่ ใช้เวลาไม่นาน

มากนักเนอื งจากเทียนและลกู ผกั ชลี าเปน

นั กสมนุ ไพรทมี ีนาํ มนั ถ้าบดนานมากตัวยาจะจับกัน
าบเปนกอ้ นทําให้ร่อนยาก บดเสร็จปดเครือง
สถ จากนนั ใส่ ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ จากถาดที ๔

ลงเครืองบด เปดเครือง บดต่อใช้เวลาไม่นานนกั

รดาวจงึ ปดเครือง
ยเนต๓. ปรับขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลงเพือชว่ ยกวาดยา

ไทจากนนั เปดเครอื งบดยา บดต่อโดยใชเ้ วลาบดยาประมาณ
แ์ ผน๓๐ นาที ให้สังเกตว่าสียาเรมิ เปลียนเปนสีเข้มขนึ ให้ปด
ทยเครอื ง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขนั ตอน
สถาบนั การแพตอ่ ไป

๒๔๒


Click to View FlipBook Version