ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
ตาํ รับยาประสแ์ ะผเปนรไาทะใยหเญนต่ รดาว(ยาสามัญประจําบ้าน)
ารแพทยประกอบดว้ ยเครอื งยา ๒๑ สิง รวมนาํ หนักยา ๔๐ ส่วน
กําหนดนาํ หนกั ยา ๑,๒๐๐ กรมั สามารถจดั เครอื งยาไดส้ ่วนละ ๓๐ กรมั
นั ก มรี ายละเอยี ดดังนี
สถาบ าว๑. โกฐเชยี ง
รด๒. โกฐสอ ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ต๓. โกฐหัวบวั ๑ ส่วน ๓๐ กรัม
เน๔. โกฐเขมา ๑ ส่วน ๓๐ กรัม
ย๕. โกฐจุฬาลมั พา ๑ ส่วน ๓๐ กรัม
นไท๖. เทยี นดาํ ๑ ส่วน ๓๐ กรัม
แ์ ผ๗. เทยี นแดง ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ย๘. เทยี นขาว ๑ ส่วน ๓๐ กรัม
ท๙. เทียนขา้ วเปลอื ก ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ารแพ๑๐. เทยี นตาตกั แตน ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๑๑. ลกู จันทน์ ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
นั ก๑๒. ดอกจนั ทน์ ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
าบ ๑๓. ลกู กระวาน ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
สถ ๑๔. ดอกกานพลู ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
๑ ส่วน ๓๐ กรมั
าว๑๕. แก่นจันทนเ์ ทศ ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
รด๑๖. แกน่ จนั ทนแ์ ดง ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ต๑๗. ดอกพิกลุ ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ยเน๑๘. ดอกบุนนาค ๑ ส่วน ๓๐ กรมั
ไท๑๙. ดอกสารภี
แ์ ผน๒๐. เกสรบวั หลวง ๒๐ ส่วน ๖๐๐ กรมั
สถาบนั การแพทย๒๑. หวั เปราะหอม
๑๔๓
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
เครืองยาสมุนไพร ๒๑ สิง
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวโกฐเชียง
โกฐสอ โกฐหวั บวั โกฐเขมา
สถาบนั ก ตรดาวโกฐจุฬาลัมพา
ยแ์ ผนไทยเนเทียนขาว เทยี นดาํ เทียนแดง
สถาบนั การแพทดอกจนั ทน์เทยี นข้าวเปลอื ก เทียนตาตกั แตน ลกู จนั ทน์
ลูกกระวาน ดอกกานพลู
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวแกน่ จนั ทน์เทศ
แกน่ จนั ทนแ์ ดง ดอกพิกลุ ดอกบุนนาค
ดอกสารภี เกสรบัวหลวง หวั เปราะหอม
๑๔๔
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมุนไพรทุกสิง จากนนั นําไปอบฆ่าเชอื โรคก่อนนาํ ไปปรุงยา
ไทยซงึ มีวธิ ีคัดแยกเครอื งยาสรปุ โดยย่อได้ ดงั นี
ยแ์ ผนโกฐเชียง โกฐสอ โกฐหวั บัว โกฐเขมา
ารแพทใช้แปรงปดทาํ ความสะอาด ถ้ามีขนาดใหญ่ ดอกจันทน์
ใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเล็กออกจาก
ให้ใชม้ ีดสับหรือซอยให้มขี นาดเลก็ ลงและ เครืองยา จากนันคดั หาสิงปลอมปนและสิงปน
เปอนทิง
กใกลเ้ คยี งกนั เพือความสะดวกในการอบและบดยา ดอกพิกุล
าบนัโกฐจฬุ าลมั พา ใชก้ ระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
เครอื งยา เดด็ ฐานรองดอกออกใหเ้ หลอื แตต่ วั ดอก
สถ าวคดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ จากนันคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
รดเทยี นดาํ เทียนแดง เทยี นขาว เทยี นข้าวเปลอื ก แกน่ จันทน์เทศ
ตเทียนตาตกั แตน ลกู กระวาน ดอกกานพลู แกน่ จันทน์เทศทใี ชค้ รังนมี ลี กั ษณะเปนชินเล็ก
เนดอกบนุ นาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง ใหค้ ัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
ยหัวเปราะหอม แกน่ จันทนแ์ ดง
ไทใชก้ ระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก คดั เฉพาะเนือไมส้ ีแดง โดยใช้มีดผา่ เนือไม้สีอนื
แ์ ผนเครอื งยาก่อน จากนนั คดั หาสิงปลอมปนและ ทีแทรกอยใู่ นเนือไมอ้ อก จากนันใชแ้ ปรงปด
ยสิงปนเปอนทิง ทาํ ความสะอาด ถ้ามีขนาดใหญใ่ หใ้ ช้มีดสับหรอื
ทลูกจันทน์ ซอยให้มขี นาดเลก็ ลงและใกลเ้ คยี งกัน เพือความ
ารแพใช้แปรงปดทําความสะอาดผวิ นอก จากนัน ใช้มีด สะดวกในการอบและบดยา
กผ่าดขู า้ งในวา่ มเี ชอื ราหรอื ไม่ ถา้ มใี ห้คดั ทงิ
าบนัในการคัดเครืองยาแตล่ ะสิงนนั ให้เภสัชกรผปู้ รงุ ยาพิจารณาจากเครอื งยาทมี ีอยู่ วา่ มีลักษณะแบบใด
สถอาจจะใช้วธิ ีทแี ตกตา่ งจากทกี ล่าวมาข้างต้นนีได้ โดยใหพ้ ิจารณาเรืองความสะดวกในการอบยา การบดยา การจดั เก็บ
รวมถึงความสะอาดของเครืองยาเปนสําคญั
รดาวเมือคดั แยกและทาํ ความสะอาดเรยี บรอ้ ยแลว้ ใหน้ ําเครืองยาทงั หมดไปอบฆ่าเชือโรค
เนต(ดูขนั ตอนการคดั แยกและอบฆ่าเชือโรคจากหน้าที ๔-๑๕)
แ์ ผนไทยการเตรยี มอุปกรณ์สําหรับการปรุงยา
ยการเตรียมอปุ กรณจ์ ะอยใู่ นขนั ตอนของการบดยาและรอ่ นยา ใหเ้ ตรยี มทาํ ความสะอาดอปุ กรณ์
ทและเครอื งมือทุกชนิดก่อนและหลังทําการบดยาและรอ่ นยา ทุกครงั
ารแพเตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์สําหรบั ปรุงยาชนดิ ผง (ดไู ดจ้ ากหน้าที ๑๘)
นั กทําความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอุปกรณ์ทกุ ชนิด ทงั ก่อนและหลงั ใช้งาน
สถาบ(ดูวิธีการทาํ ความสะอาดไดจ้ ากหน้าที ๑๙)
๑๔๕
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
๒. ขันตอนการปรุงยา
เนตรดาวรปู แบบการปรงุ ยา: ชนดิ แคปซลู
ยสูตรตํารับยา: ประกอบดว้ ยเครอื งยา ๒๑ สิง รวมนาํ หนกั เครืองยา ๔๐ ส่วน
นไทกําหนดนาํ หนักรวม ๑,๒๐๐ กรมั สามารถจัดนําหนกั เครืองยาได้ส่วนละ ๓๐ กรัม
แ์ ผวิธีทํา: บดเปนผง บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนกั แคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
ทยข้อมูลการใช้เครอื งยาสมุนไพรปรุงยา: ใช้เครืองยาสมนุ ไพรแห้งทังหมด
าบนั การแพขันตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รบั ยา
สถ าวนาํ เครอื งยาทอี บฆ่าเชอื โรคเตรยี มไว้แลว้ มาชงั นาํ หนักตามตาํ รบั ยาข้างต้น
โดยใหช้ งั นาํ หนักเครืองยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
เนตรดขันตอนที ๒ การอบเครืองยากอ่ นนาํ ไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนําเครอื งยาไปบด
นจุดประสงคเ์ พือตอ้ งการใหเ้ ครืองยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผช่วยกระตนุ้ ฤทธยิ าให้มีสรรพคณุ ทางยาดขี นึ และชว่ ยฆ่าเชอื โรคอกี ครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครอื งยา
การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครืองยาทมี ลี ักษณะแข็งมากสุดไปหานอ้ ยสุดตามลําดับ
เครอื งยาทีมีนาํ มนั มากในตํารบั ยานี คือ เครอื งยากลมุ่ เทียน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ใหบ้ ดเปนลาํ ดับสุดท้าย
สถาบนั ก ขนั ตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา
นํายาทีบดแล้วมาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแร่งจะทาํ ให้ไดผ้ งยาทีเนยี นละเอียด โดยต้องรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
าวจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื ร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ให้นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาว่าจะบดและรอ่ นต่อหรอื ไม่ โดยคาํ นวนจากนาํ หนกั กากยาทเี หลอื ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ให้นาํ
ตกากยากลบั ไปบดและรอ่ นใหมอ่ กี ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยากลบั ไปชงั นาํ หนกั
เนถ้านาํ หนกั เหลือมากกวา่ ๕% ใหท้ าํ การบดและร่อนใหม่ ทาํ เช่นนีจนกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)
ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การบรรจแุ คปซลู
สถาบนั กบรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
๑๔๖
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
ขันตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นําหนกั เครืองยาตามตาํ รบั ยา
นําเครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
ขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนาํ ไปบด
การอบเครอื งยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครืองยาไปบด
จุดประสงคเ์ พือต้องการให้เครืองยากรอบและบดง่าย ช่วยกระตุ้นฤทธยิ า
ให้มีสรรพคณุ ทางยาดีขนึ และชว่ ยฆา่ เชือโรคอีกครงั หนงึ
รายละเอียด
าวขันตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรงุ ยา
ารแพทยวธิ กี ารอบเครอื งยา
ก๑. อุ่นตูอ้ บทอี ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
าบนั๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลกั ษณะของเครอื งยาทใี กล้เคยี งกัน
สถ าวจดั เรยี งไว้ในถาดเดยี วกนั สามารถจัดเรียงได้ ๒ ถาด ดังนี
ตรดถาดที ๑ จดั เรียงเครืองยา ๑๖ สิง ได้แก่
เนแกน่ จันทนแ์ ดง แกน่ จนั ทน์เทศ โกฐหวั บวั โกฐสอ โกฐเขมา โกฐเชยี ง ลกู กระวาน หัวเปราะหอม
ไทยโกฐจุฬาลัมพา ดอกกานพลู ดอกบนุ นาค ดอกพิกลุ เกสรบัวหลวง ดอกสารภี ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์
นเมอื เรยี งเสรจ็ เขยา่ ถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด (วางดอกจนั ทนไ์ วบ้ นโกฐจฬุ าลมั พา
แ์ ผวางลูกจันทน์ไว้บนเกสรบวั หลวงให้ชว่ ยซับนาํ มนั หอมระเหยไว้)
ารแพทยถาดที ๒ จดั เรยี งเครืองยา ๕ สิง ได้แก่
เทยี นดํา เทยี นแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลอื ก เทยี นตาตักแตน เมอื เรยี งเสร็จเขย่าถาดเบาๆ
กเพือให้เครืองยากระจายไปทวั ถาด
สถาบนั๓. เมอื อนุ่ ตอู้ บจนไดอ้ ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแลว้
ให้นาํ ถาดเครอื งยาทงั หมดเรยี งเข้าตอู้ บ สําหรบั
าวตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรมิ ตน้ เรยี งถาดที ๑
ตรดไวช้ นั บน เรยี งถาดที ๒ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมา เมอื เรยี ง
เนครบ จงึ เรมิ จบั เวลาใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
ไทย๔. เมอื ครบเวลาแลว้ ให้นาํ ถาดเครืองยาทงั หมด
สถาบนั การแพทยแ์ ผนออกจากต้อู บ พร้อมนําไปบดในขนั ตอนต่อไป
๑๔๗
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
เครืองยาถาดที ๑
สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพเทคททรือยงยยยาถแแ์์แ์ าดผผทผี ๒นนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
๑๔๘
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
าว๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นทาํ การบดยา
รด๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทลี ะถาด
เนต๒.๑. เรมิ ตน้ จากเครอื งยาถาดที ๑
ไทยแยก โกฐเชยี ง ออกมาพักคายความร้อน
นรอจนกระทงั เครืองยากรอบ จงึ นาํ ไปบด หา้ มบด
แ์ ผเครืองยานีขณะทียังมคี วามเหนียวอยู่ จะทาํ ใหผ้ ง
ทยยาเกาะกนั เปนก้อนและบดยากขนึ จากนนั ให้
ารแพทยอยใส่เครืองยาทเี หลอื ลงเครอื งบดตามลาํ ดับ
กดังนี
าบนัใส่ แก่นจันทน์แดง ลงเครืองบด บดจน
สถ าวเครืองยาแตกเปนชนิ เล็กๆ จงึ ปดเครอื ง
รดใส่ แก่นจันทนเ์ ทศ ลงเครอื งบด บดจน
เครอื งยาแตกเปนชนิ เลก็ ๆ จงึ ปดเครอื ง
เนตใส่ โกฐหัวบวั โกฐสอ โกฐเขมา โกฐเชยี ง
ยลงเครอื งบดพรอ้ มกัน เปดเครอื ง บดจน
ไทเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครือง
แ์ ผนใส่ ลกู กระวาน ลงเครอื งบด เปดเครอื ง
ยบดจนเครอื งยาละเอียด จงึ ปดเครอื ง
ทใส่ หวั เปราะหอม ลงเครอื งบด เปดเครอื ง
ารแพบดจนเครืองยาละเอยี ด จงึ ปดเครือง
ใส่ โกฐจุฬาลัมพา ลงเครืองบด เปดเครือง
นั กบดจนเครืองยาละเอยี ด จึงปดเครอื ง
าบใส่ ดอกกานพลู ดอกบุนนาค ลงเครืองบด
สถพรอ้ มกัน เปดเครอื ง บดจนเครืองยาละเอยี ด
จงึ ปดเครือง
รดาวใส่ ดอกพิกุล เกสรบวั หลวง ดอกสารภี
ตลงเครอื งบดพรอ้ มกัน เปดเครือง บดจน
เนเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครือง
ไทยเก็บ ลูกจนั ทนแ์ ละดอกจนั ทน์ ไว้ใส่รวมกบั
สถาบนั การแพทยแ์ ผนถาดที ๒ โดยบดเปนลําดบั ท้ายสุด
๑๔๙
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒
ใส่ เทยี นทงั หมดลงไป ไดแ้ ก่ เทียนดาํ เทยี นแดง
าวเทยี นขาว เทียนข้าวเปลอื ก เทยี นตาตกั แตน
รดลงเครอื งบดพรอ้ มกัน เปดเครือง บดต่อจนเครอื งยา
เนตละเอียด จึงปดเครอื ง
ยปรบั ขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลงเพือชว่ ยกวาดยา
นไทใส่ ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์ (จากถาดที ๑) ลงเครอื งบด
แ์ ผพรอ้ มกนั เปดเครืองแลว้ บดต่อ
สถาบนั การแพททยยแ์ ผนไทยเนตรดาว๓. ใชเ้ วลาบดประมาณ ๓๐ นาที หรอื ใหส้ ังเกตว่าสียาเรมิ เปลียนเปนสีเข้มขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะ
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวใหป้ ดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขนั ตอนตอ่ ไป
๑๕๐
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)
าวนาํ ยาทีบดแลว้ มาร่อนผ่านตะแกรงหรอื แรง่ จะทําให้ไดผ้ งยาทีเนียนละเอยี ด โดยต้องรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
รดจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื ร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ าํ กากยาไปชังนําหนัก
เนตเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนตอ่ หรือไม่ โดยคํานวนจากนําหนกั กากยาทเี หลอื ถ้านําหนกั เหลือมากกวา่ ๕% ให้นํา
ยกากยากลับไปบดและรอ่ นใหมอ่ กี ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสร็จให้นาํ กากยากลบั ไปชังนําหนัก
ไทถ้านําหนกั เหลือมากกวา่ ๕% ให้ทําการบดและร่อนใหม่ ทําเช่นนจี นกว่ากากยาจะเหลอื นอ้ ยกว่า ๕%
แ์ ผน(จํานวนรอบในการร่อนยาขนึ อยู่กบั ปรมิ าณเครอื งยาทีใชป้ รุงยา)
ารแพทยการรอ่ นยาในครงั นี รอ่ นทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดงั นี
รอ่ นยารอบที ๑
นั กร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยใหท้ ยอยร่อน
าบทลี ะนอ้ ย จากนนั นาํ กากยาทไี มส่ ามารถผ่าน
สถ าวรูตะแกรงไดแ้ ลว้ เทกลับลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กาํ หนดให้ปดเครอื ง จากนันตักผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปรอ่ นตอ่ ในรอบที ๒
ตรดรอ่ นยารอบที ๒
เนรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ไทยทําเช่นเดยี วกบั รอบที ๑
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๒
ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กําหนดใหป้ ดเครอื ง จากนันตกั ผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนตอ่ ในรอบที ๓
แ์ ผนรอ่ นยารอบที ๓
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๓
รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเชน่ เดยี วกับรอบที ๒ กากยาทีเหลือจากการบดนําหนกั มากกว่า ๕%
แต่มปี ริมาณนอ้ ย จึงไม่เหมาะทจี ะใชเ้ ครอื งบดใหญ่
ทยเมือร่อนเสร็จ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ มนี าํ หนักใหใ้ ช้เครืองบดความเรว็ สูงสําหรบั บดยาแทน
ารแพมากกว่า ๕% จึงตอ้ งนาํ กากยาไปบดต่อ โดยให้ทยอยใส่กากยา แลว้ บดทลี ะนอ้ ย
การบดกากยาด้วยเครืองบดความเรว็ สูงนัน
ร่อนยารอบที ๔ ระหวา่ งทีบดให้เขยา่ และหมนุ เครืองบดไปดว้ ย
เพือใหก้ ากยาถกู บดอยา่ งทัวถงึ กนั และใชเ้ วลาบด
นั กร่อนยาผา่ นกระชอนตาถที ใี ชส้ ําหรบั รอ่ นยาแทน ในแต่ละครงั ประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลีกเลียง
าบเมือร่อนเสรจ็ นาํ กากยาทีเหลอื ไปชงั นําหนกั อีกครงั อณุ หภูมทิ ีสูงขณะบด
สถพบว่านําหนกั กากยาเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
จึงเสรจ็ ขนั ตอนการร่อนยา
รดาวเมือร่อนยาเสรจ็ แล้ว ใหด้ งึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครืองรอ่ นยา
ตตักผงยาทีปรงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแน่น
เนเขย่าผงยาใหเ้ ขา้ กัน เมือส่วนผสมเขา้ กันดแี ล้ว ให้ปลอ่ ยลมออกจากถงุ
ไทยมดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นาํ ผงยาทปี รงุ เสรจ็ และกากยาไปชงั นําหนกั
นเขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ
แ์ ผจากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป
ารแพทยขันตอนที ๕ สรปุ นาํ หนักยาประสะเปราะใหญ่
สถาบนั กการบรรจุแคปซูล นาํ หนักตํารับยา ๑,๒๐๐ กรัม
นาํ หนกั ผงยาทรี ่อนได้ ๑,๑๔๗ กรมั
นาํ หนกั กากยาและสูญเสีย ๕๓ กรมั
วธิ กี ารบรรจแุ คปซูล สามารถดูไดจ้ ากหนา้ ๓๖
ยาประสะเปราะใหญ่ นาํ หนกั ยาสุทธิ ๑,๑๔๗ กรมั
บรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรัม
บรรจแุ คปซูลได้ทงั หมด ๓,๙๐๐ แคปซูล ผงยาเหลอื ๖๔ กรมั
นาํ ยาแคปซลู ทีบรรจเุ สรจ็ ใส่ถุงพลาสตกิ ทีสะอาด บันทึกไว้บนถงุ
ใหม้ ีรายละเอียดชอื ยา วันเดอื นปทีผลิต และจํานวนแคปซลู พรอ้ มนาํ ไปใชต้ ่อไป
ผงยาทเี หลอื ให้ใส่ถงุ พลาสตกิ บันทกึ ไว้บนถุง ใหม้ รี ายละเอยี ดชือยา
วันเดือนปทผี ลิต และนาํ หนักยาทเี หลอื แลว้ จึงจัดเก็บ
๑๕๑
ตํารบั ที
ยาต๑รีว๐แ์ าผสนังไขท์ ยเนตรดาวชอื ยา:
ทยทมี า:
ารแพรูปแบบยา:
าบนั กสรรพคณุ /ข้อบ่งใช:้
ตรีวาสังข์
ตาํ ราแพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ คัมภรี ์โรคนิทาน หนา้ ๕๗๖
ยาผง
แก้ปถวีธาตุ ๒ ประการ คอื สมองกระดกู ม้าม พิการ
บดเปนผงละลายนาํ ผงึ
สถ าวอาการไมพ่ ึงประสงค์: ไม่มี
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดข้อมูลเพิมเตมิ :ไม่มี
๑๕๒
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
อธบิ ายขนั ตอนการปรงุ ยา
ตาํ รบั ยาตรวี าสังข์ รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วัตถดุ บิ และอุปกรณใ์ นการปรุงยาชนิดผง
เนตคดั แยกและทําความสะอาดเครืองยาแต่ละสิงตามตํารับยา
ยนําเครืองยาทคี ัดแยกและทาํ ความสะอาดแล้วไปอบฆา่ เชอื โรคทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ไทใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
แ์ ผนทําความสะอาดเครอื งบดยา เครืองร่อนยา อปุ กรณท์ ใี ชส้ ําหรับการปรุงยาทกุ ชนดิ (ทงั กอ่ นและหลังการปรุงยา)
ย๒. การปรุงยา
ารแพทการชงั นาํ หนกั เครอื งยา นาํ เครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคเตรียมไว้แล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยา โดยให้ชงั นาํ หนัก
เครืองยาแต่ละสิงเปนกรมั แล้วแยกใส่ถงุ ไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกนั ไว้ ใหเ้ ปนตํารับเดยี วกนั
กการอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นาํ เครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั
นัอยู่ในถาดเดียวกัน สามารถจัดเรยี งได้ ๒ ถาด ดังนี
สถาบถาดที ๑ จัดเรียง แก่นจนั ทนแ์ ดง แกน่ จนั ทน์ขาว เปลือกสมลุ แวง้ เปลือกต้นตีนเปด เปลอื กกนั เกรา
าวเถาสะคา้ น ลกู สมอพิเภก ลูกสมอเทศ รากเจตมูลเพลงิ แดง เมลด็ พริกไทยดาํ เหง้าขิงแห้ง ลูกกระวาน
รดดอกกานพลู ใบสะเดา ใบคนทีสอ รากช้าพลู ดอกดปี ลี ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์ ลกู สมอไทย
ตถาดที ๒ จัดเรียง หวั กระเทียม
เนจากนนั นาํ เครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครงื ยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ไทยใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง เรยี งถาดที ๒ ไว้ในชนั ถดั ลงมา ใช้เวลาอบ ๑๕ นาที อบดว้ ยอุณหภูมิ ๑๐๐ องศา
เซลเซยี ส
แ์ ผนการบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ ก่อนทําการบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครืองบด
เรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกลกู สมอไทย ดอกดปี ลี ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จงึ นําไปบด
ทยจากนนั ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาทเี หลอื ลงเครอื งบด โดยใหใ้ ส่เครอื งยาทแี ขง็ ทสี ุดในถาดลงไปบดกอ่ น แลว้ ไลล่ ําดบั
ารแพไปจนครบ เกบ็ ลกู จนั ทนแ์ ละดอกจนั ทนไ์ วบ้ ดรวมกบั ถาดที ๒ เมอื บดละเอยี ดแลว้ ใหเ้ รมิ บดเครอื งยาในถาดที ๒
โดยใหใ้ ส่ลกู จนั ทนแ์ ละดอกจนั ทนท์ เี กบ็ ไวจ้ ากถาดที ๑ ลงไปบด ตามดว้ ยหวั กระเทยี มในถาดที ๒ ลงพรอ้ มกนั
กบดตอ่ สักครู่ จากนนั ปรบั ขากวาดนอกขนึ ใส่ลกู สมอไทย ดอกดปี ลี (เยน็ ตวั ลงและกรอบดแี ลว้ จากถาดที ๑)
นัเปนลาํ ดบั สุดทา้ ย เปดเครอื งบด เมอื เครอื งยาละเอยี ดหรอื สังเกตเหน็ สีของยาเรมิ เขม้ ขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะ
าบใหป้ ดเครอื ง ตกั ยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไวเ้ พือนาํ ไปรอ่ นตอ่ ไป
สถการร่อนยาและการบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครืองรอ่ นยาทลี ะน้อย เปดเครือง ร่อนยาจนแนใ่ จวา่
ผงยาละเอยี ดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ให้นํากากยานีกลบั ไปบดใหม่
าวและนาํ กลบั มาร่อนอกี ครงั รอ่ นและบดเชน่ นไี ปเรือยๆ จนกว่านาํ หนักกากยาจะเหลือน้อยกว่า ๕%
รดสําหรบั การร่อนยาครงั นี จาํ นวนรอบทีรอ่ นไดท้ งั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดงั นี
เนตรอบที ๑ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการรอ่ นประมาณ ๔๐ นาที
ยรอบที ๒ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลือจากการร่อนประมาณ ๔๐ นาที
ไทรอบที ๓ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่านาํ หนักกากยาเหลือ
แ์ ผนมากกวา่ ๕% จึงนาํ กากยากลบั ไปบดใหม่ดว้ ยเครืองบดความเร็วสูง
ยรอบที ๔ รอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถี เมือรอ่ นเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่านาํ หนักกากยาเหลอื นอ้ ยกวา่
ารแพท๕% จึงเสรจ็ ขนั ตอนการปรงุ ยา
จากนนั ใหด้ งึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครอื งรอ่ นยา ตกั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่
กเขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดแี ลว้ ใหป้ ลอ่ ยลมในถงุ ออก มดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นําผงยาทปี รงุ เสรจ็ และ
าบนักากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป
สถการบรรจแุ คปซูล บรรจผุ งยาใส่แคปซลู เบอร์ ๑ ด้วยเครืองบรรจุแคปซูลแบบมอื โยก จะได้นาํ หนกั แคปซูลละ
ประมาณ ๐.๒๕ กรัม
๑๕๓
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
ตํารับยาตแ์ รผีวานสไังทขย์ เนตรดาวประกอบด้วยเครอื งยา ๒๑ สิง รวมนาํ หนักยา ๒๖ ส่วน
ทยกําหนดนาํ หนกั ยา ๑,๐๔๐ กรัม สามารถจัดเครอื งยาได้ส่วนละ ๔๐ กรมั
ารแพมรี ายละเอยี ดดงั นี
นั ก๑. หัวกระเทียม ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
าบ๒. ใบคนทีสอ ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
๑ ส่วน ๔๐ กรมั
สถ าว๓. ใบสะเดา ๑ ส่วน ๔๐ กรัม
รด๔. เปลอื กตน้ ตีนเปด ๒ ส่วน ๘๐ กรัม
เนต๕. ดอกดปี ลี ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
ย๖. รากช้าพลู ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
ไท๗. เถาสะคา้ น ๑ ส่วน ๔๐ กรัม
น๘. รากเจตมลู เพลิงแดง ๒ ส่วน ๘๐ กรมั
แ์ ผ๙. เหงา้ ขิงแห้ง ๑ ส่วน ๔๐ กรัม
ทย๑๐. ลกู สมอไทย (๑) ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
ารแพ๑๑. ลกู สมอเทศ ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
๑ ส่วน ๔๐ กรมั
๑๒. ลกู สมอพิเภก๑ ส่วน ๔๐ กรมั
๑ ส่วน ๔๐ กรมั
ก๑๓. แก่นจนั ทนแ์ ดง ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
าบนั ๑๔. แก่นจันทน์ขาว ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
สถ ๑๕. ลกู จนั ทน์ ๑ ส่วน ๔๐ กรมั
๑ ส่วน ๔๐ กรมั
๑๖. ดอกจันทน์ ๒ ส่วน ๘๐ กรัม
๓ ส่วน ๑๒๐ กรมั
าว๑๗. ลูกกระวาน
รด๑๘. ดอกกานพลู
เนต๑๙. เมลด็ พริกไทยดาํ
ไทย๒๐. เปลือกกันเกรา
น๒๑. เปลือกสมุลแว้ง
สถาบนั การแพทยแ์ ผหมายเหต:ุ (๑) ลกู สมอไทย การปรงุ ยาครงั นใี ชเ้ นอื สมอไทยแทน
๑๕๔
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
เครืองยาสมุนไพร ๒๑ สิง
ทยแ์ ผนไทยเนตรดาวหวั กระเทยี ม
สถาบนั การแพ ตรดาวดอกดีปลีใบคนทสี อใบสะเดา เปลอื กต้นตนี เปด
ารแพทยแ์ ผนไทยเนเหงา้ ขงิ แห้งรากช้าพลูเถาสะคา้ น รากเจตมลู เพลิงแดง
เนอื สมอไทย (๑) ลูกสมอเทศ ลกู สมอพเิ ภก
สถาบนั ก รดาวแก่นจนั ทน์แดง
แก่นจนั ทน์ขาวสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตลูกกระวานลกู จันทน์ ดอกจันทน์
ดอกกานพลู เมลด็ พรกิ ไทยดํา เปลอื กกนั เกรา เปลอื กสมุลแว้ง
๑๕๕
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคดั แยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทกุ สิง จากนนั นําไปอบฆ่าเชอื โรคกอ่ นนาํ ไปปรุงยา
ไทยซึงมวี ธิ คี ดั แยกเครอื งยาสรุปโดยย่อได้ ดังนี
แ์ ผนหวั กระเทยี ม ใบคนทสี อ ใบสะเดา ดอกดปี ลี
ทยลกู กระวาน ดอกกานพลู เมลด็ พรกิ ไทยดาํ ลูกสมอเทศ ลูกสมอพิเภก
ารแพใชก้ ระชอนตาถรี อ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก ใชก้ ระชอนร่อนเศษผงเลก็ ๆ ออกกอ่ น ใชแ้ ปรง
ปดทําความสะอาด คดั ลกู ทีสมบูรณ์ ไม่มีเชือรา
เครอื งยา จากนนั คดั หาสงิ ปลอมปนและสงิ ปนเปอนทงิ จากนันคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
แก่นจันทน์แดง
นั กเปลอื กตน้ ตนี เปด เถาสะคา้ น เหงา้ ขงิ แหง้ คดั เฉพาะเนือไม้สีแดง โดยใช้มดี ผา่ เนือไม้สีอืนที
สถาบแกน่ จนั ทนข์ าว เปลอื กกนั เกรา เปลอื กสมลุ แวง้ แทรกอยใู่ นเนอื ไม้ทงิ จากนันใชแ้ ปรงปดทําความ
สะอาด ถ้ามขี นาดใหญใ่ หใ้ ช้มีดสับหรอื ซอยใหม้ ี
าวใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญใ่ หใ้ ชม้ ดี ขนาดเล็กลงและใกลเ้ คียงกัน เพือความสะดวก
รดสับหรอื ซอยใหม้ ขี นาดเลก็ ลงและใกลเ้ คยี งกนั ในการอบและบดยา
ตเพือความสะดวกในการอบและบดยา ลกู จันทน์
ยเนรากชา้ พลู ใช้แปรงปดทําความสะอาดผวิ นอก จากนันใชม้ ีด
ไทคดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ ผ่าดูข้างในว่ามีเชอื ราหรอื ไม่ ถ้ามีใหค้ ดั ทิง
นรากเจตมลู เพลงิ แดง ดอกจนั ทน์
แ์ ผคดั เลอื กเฉพาะรากและส่วนของตน้ ทสี ูงจากราก ใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
ยขนึ มาประมาณ ๑ นวิ เครืองยา จากนันคัดหาสิงปลอมปนและสิงปน
ารแพทเนอื สมอไทย เปอนทิง
ใชก้ ระชอนรอ่ นเศษผงเลก็ ๆ ออกกอ่ น คดั เฉพาะ
เนอื ลกู สมอไทย คดั ลกู ทไี มม่ เี ชอื รา ถา้ มเี มลด็ ให้
นั กคดั ออก จากนนั คดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
สถาบในการคัดเครืองยาแต่ละสิงนนั ให้เภสัชกรผู้ปรุงยาพิจารณาจากเครอื งยาทมี ีอยู่ วา่ มีลกั ษณะแบบใด
าวอาจจะใชว้ ิธที แี ตกตา่ งจากทีกล่าวมาข้างตน้ นีได้ โดยใหพ้ ิจารณาเรืองความสะดวกในการอบยา การบดยา การจดั เก็บ
รดรวมถึงความสะอาดของเครืองยาเปนสําคญั
เนตเมอื คัดแยกและทําความสะอาดเรียบรอ้ ยแล้วใหน้ าํ เครืองยาทังหมดไปอบฆา่ เชือโรค
ไทย(ดขู ันตอนการคดั แยกและอบฆา่ เชอื โรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
ทยแ์ ผนการเตรียมอุปกรณส์ ําหรบั การปรุงยา
ารแพการเตรียมอุปกรณจ์ ะอยู่ในขนั ตอนของการบดยาและรอ่ นยา ใหเ้ ตรยี มทาํ ความสะอาดอุปกรณ์
และเครืองมือทกุ ชนิดกอ่ นและหลังทาํ การบดยาและร่อนยา ทุกครงั
นั กเตรียมวสั ดุอุปกรณ์สําหรบั ปรุงยาชนิดผง (ดูได้จากหนา้ ที ๑๘)
าบทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งร่อนยาและอุปกรณ์ทุกชนดิ ทงั ก่อนและหลังใชง้ าน
สถ(ดูวธิ กี ารทําความสะอาดไดจ้ ากหนา้ ที ๑๙)
๑๕๖
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
๒. ขันตอนการปรุงยา
เนตรดาวรปู แบบการปรุงยา: ชนดิ ผง
ยสูตรตาํ รับยา: ประกอบด้วยเครอื งยา ๒๑ สิง รวมนาํ หนักเครืองยา ๒๖ ส่วน
นไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๑,๐๔๐ กรมั สามารถจดั นาํ หนักเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๔๐ กรัม
แ์ ผวธิ ีทํา: บดเปนผง บรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรัม
ทยขอ้ มลู การใช้เครอื งยาสมุนไพรปรุงยา: ใชเ้ ครืองยาสมนุ ไพรแหง้ ทังหมด
าบนั การแพขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นําหนักเครอื งยาตามตาํ รบั ยา
สถ าวนําเครืองยาทอี บฆ่าเชือโรคเตรียมไว้แลว้ มาชงั นาํ หนักตามตาํ รบั ยาขา้ งต้น
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแต่ละสิงเปนกรัม และแยกใส่ถงุ ไว้ ถุงละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครืองยาไปบด
นจดุ ประสงคเ์ พือต้องการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดง่าย
แ์ ผชว่ ยกระตุ้นฤทธยิ าใหม้ สี รรพคุณทางยาดขี นึ และชว่ ยฆา่ เชือโรคอีกครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา
การบดเครอื งยา โดยเรมิ บดเครืองยาทีมีลกั ษณะแข็งมากสุดไปหานอ้ ยสุดตามลําดบั
เครืองยาทมี นี าํ มนั มากในตาํ รับยานี คือ ลูกจนั ทน์ ดอกจันทน์ หัวกระเทียม ใหบ้ ดเปนลําดบั สุดทา้ ย
สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา
นาํ ยาทีบดแล้วมารอ่ นผ่านตะแกรงหรอื แร่งจะทําใหไ้ ด้ผงยาทีเนยี นละเอียด โดยตอ้ งรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
าวจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื ร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ให้นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาว่าจะบดและร่อนต่อหรอื ไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนกั กากยาทีเหลอื ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ให้นํา
ตกากยากลบั ไปบดและร่อนใหมอ่ กี ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสรจ็ ให้นาํ กากยากลับไปชงั นาํ หนกั
เนถ้านาํ หนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ใหท้ าํ การบดและร่อนใหม่ ทําเชน่ นจี นกว่ากากยาจะเหลอื นอ้ ยกว่า ๕%
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)
ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขันตอนที ๕ การบรรจุ
สถาบนั กยาตรวี าสังข์ใชเ้ ปนยาชนดิ ผงเมือบดเสรจ็ ใหน้ าํ ไปบรรจุใส่ขวด
๑๕๗
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นําหนกั เครืองยาตามตํารบั ยา
นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
ขันตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนาํ ไปบด
การอบเครืองยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครอื งยาไปบด
จุดประสงคเ์ พือต้องการใหเ้ ครืองยากรอบและบดง่าย ช่วยกระตุ้นฤทธยิ า
ใหม้ ีสรรพคุณทางยาดีขนึ และช่วยฆา่ เชอื โรคอกี ครงั หนงึ
รายละเอยี ด
าวขนั ตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรงุ ยา
ารแพทยวธิ กี ารอบเครอื งยา
ก๑. อนุ่ ตู้อบทีอุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
าบนั๒. จัดเรียงเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรยี มอบ โดยแยกตามลกั ษณะของเครอื งยาทใี กล้เคียงกันจัดเรียง
สถ าวไวใ้ นถาดเดยี วกนั สามารถจดั เรียงได้ ๒ ถาด ดังนี
ตรดถาดที ๑ จัดเรยี งเครอื งยา ๒๐ สิง ไดแ้ ก่
เนแกน่ จันทนแ์ ดง แก่นจนั ทนข์ าว เปลอื กสมลุ แวง้ เปลอื กต้นตนี เปด เปลอื กกนั เกรา เถาสะคา้ น
ไทยลกู สมอพิเภก ลูกสมอเทศ รากเจตมลู เพลิงแดง เหงา้ ขิงแหง้ เมลด็ พริกไทยดาํ ลกู กระวาน
นดอกดีปลี ดอกกานพลู ใบสะเดา ใบคนทสี อ รากชา้ พลู ลูกสมอไทย ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์
แ์ ผเมือเรยี งเสร็จเขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด (วางลกู จนั ทนไ์ ว้บนใบคนทีสอและ
ยวางดอกจนั ทนไ์ วบ้ นใบสะเดาใหช้ ่วยซับนาํ มันหอมระเหยไว้)
ารแพทถาดที ๒ จดั เรียงเครืองยา ๑ สิง คือ
กหวั กระเทียม เมอื เรยี งเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
สถาบนั๓. เมอื ต้อู บอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทงั หมดเรียงใส่ต้อู บ สําหรบั ต้อู บทใี ช้
าวครงั นไี ฟอยดู่ า้ นบนจงึ เรียงถาดจากชนั บนลงลา่ ง โดยเรมิ ต้นเรยี งถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด เรยี งถาดที
รด๒ ไวช้ นั ล่างสุด จากนนั จงึ เรมิ จบั เวลา ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง เมือเวลาผา่ นไป ๑๕ นาที
ตใหน้ ําถาดที ๒ ทใี ส่หวั กระเทียมไว้ ออกมาก่อน แลว้ อบเครืองยาถาด ๑ ตอ่ ตามเวลาทเี หลือ
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเน๔. เมอื ครบเวลาอบแลว้ ใหน้ าํ ถาดเครืองยาทงั หมดออกจากตู้อบ พรอ้ มบดในขนั ตอนตอ่ ไป
๑๕๘
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดเเคครราารอือื ววงงยยดาาถถาาาดดททวีี ๒๑
๑๕๙
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
าว๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา
รด๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทลี ะถาด
ต๒.๑. เรมิ ต้นจากเครอื งยาถาดที ๑
ยเนแยก ดอกดปี ลแี ละลูกสมอไทย ออกมาพักคาย
ไทความร้อนรอจนกระทงั เครอื งยากรอบ จึงนําไปบด
แ์ ผนหา้ มบดเครืองยานขี ณะทยี ังมคี วามเหนยี วอยู่
ยจะทําให้ยาเกาะกนั เปนกอ้ นและบดยากขนึ จากนนั
ารแพทให้ทยอยใส่เครืองยาลงเครอื งบดตามลาํ ดบั ดงั นี
ใส่ แก่นจนั ทน์แดง แก่นจนั ทนข์ าว เปลอื ก
กสมุลแว้ง เปลอื กต้นตนี เปด เปลอื กกันเกรา
าบนัเถาสะคา้ น ลกู สมอพิเภก ลกู สมอเทศ
สถ าวรากเจตมูลเพลิงแดง ลงเครืองบดพร้อมกัน
รดเปดเครือง บดจนเครืองยาแตกเปนผงหยาบ
ตจงึ ปดเครอื ง
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทเยนเตนรดาวใส่ เมล็ดพรกิ ไทยดาํ เหงา้ ขงิ แห้ง ลกู กระวาน
ยดอกกานพลู ใบสะเดา ใบคนทีสอ รากชา้ พลู
นไทดอกดีปลี (ดอกดีปลีเย็นตวั และกรอบดีแลว้ )
แ์ ผลงเครืองบดพร้อมกนั เปดเครอื ง บดจนเครอื ง
ทยยาแตกเปนผงละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง
สถาบนั การแพเกบ็ ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ ไวใ้ ส่รวมกบั ถาดที ๒
๑๖๐
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒
ใส่ ลกู จนั ทนแ์ ละดอกจันทน์ (จากถาดที ๑) หวั กระเทยี ม ลงเครอื งบดพร้อมกัน เปดเครือง
าวแล้วบดตอ่ ใชเ้ วลาไมน่ านนกั เพือไมใ่ หต้ วั ยาทงั หมดแฉะเพราะนาํ มนั จากเครืองยา ใช้เวลาบด
รดประมาณ ๓๐ วนิ าที หรอื สังเกตจากสีของผงยาเปลยี นไปมีสีเข้มขนึ เพราะนาํ มันของเครอื งยา
เนตกระจายทวั แล้ว จึงปดเครอื ง
สถาบนั การแพทยแ์แ์ ผผนนไทไทย ยเนตรดาวใส่ เนอื สมอไทย ทพี ักไวจ้ นเยน็ ตวั และกรอบดแี ลว้
ทยเปดเครอื ง บดจนเหน็ วา่ สมนุ ไพรแหลกละเอยี ด
ารแพเปนเนอื เดยี วกนั จงึ ปดเครอื ง
๓. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาทียกขนึ ในตอนแรกลง
กเพือช่วยกวาดยา เปดเครือง แล้วบดยาต่อใช้เวลาบด
าบนัยาประมาณ ๓๐ นาที หรอื ให้สังเกตว่าสียาเรมิ เปลียน
สถเปนสีเข้มขนึ ระวงั อย่าใหย้ าแฉะถา้ ยาเรมิ แฉะให้ปด
เครอื ง ตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนใน
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวขนั ตอนตอ่ ไป
๑๖๑
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)
รดาวนาํ ยาทีบดแล้วมาร่อนผา่ นตะแกรงหรอื แร่งจะทาํ ใหไ้ ดผ้ งยาทเี นียนละเอียด โดยต้องรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
เนตจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื รอ่ นครบ ๓ รอบแลว้ ให้นํากากยาไปชังนาํ หนัก
ยเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรือไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนักกากยาทีเหลือ ถา้ นําหนกั เหลือมากกว่า ๕% ใหน้ าํ
นไทกากยากลบั ไปบดและรอ่ นใหม่อีก ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสรจ็ ใหน้ าํ กากยากลับไปชังนาํ หนกั
แ์ ผถ้านาํ หนกั เหลือมากกวา่ ๕% ให้ทาํ การบดและรอ่ นใหม่ ทาํ เช่นนจี นกว่ากากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%
ทย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยู่กบั ปรมิ าณเครอื งยาทีใช้ปรุงยา)
นั การแพการรอ่ นยาในครงั นี รอ่ นทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดงั นี
สถาบ าวรอ่ นยารอบที ๑
รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยรอ่ นยา
รดทีละนอ้ ย จากนนั นาํ กากยาทีไมส่ ามารถผา่ น
ตรูตะแกรงได้แล้วเทกลบั ลงเครอื งบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลือจากการร่อนยาในรอบที ๑
ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กาํ หนดใหป้ ดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครอื งบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๒
ไทยเนร่อนยารอบที ๒
นร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
แ์ ผทาํ เชน่ เดียวกับรอบที ๑
บดกากยาทเี หลือจากการร่อนยาในรอบที ๒
ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กาํ หนดให้ปดเครอื ง จากนันตักผงยาในเครอื งบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๓
ทยร่อนยารอบที ๓
ารแพรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเช่นเดียวกับรอบที ๒ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๓
กากยาทีเหลือจากการบดนําหนกั มากกว่า ๕%
เมอื รอ่ นเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ มนี าํ หนักแตม่ ปี รมิ าณน้อย จึงไมเ่ หมาะทจี ะใช้เครืองบดใหญ่
ให้ใช้เครอื งบดความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน
กมากกว่า ๕% จงึ ต้องนาํ กากยาไปบดต่อ โดยใหท้ ยอยใส่กากยา แลว้ บดทลี ะนอ้ ย
าบนัรอ่ นยารอบที ๔ การบดกากยาด้วยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
สถรอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถที ใี ช้สําหรบั รอ่ นยาแทน ระหวา่ งทบี ดให้เขย่าและหมนุ เครืองบดไปดว้ ย
เพือให้กากยาถูกบดอย่างทัวถงึ กัน และใช้เวลาบด
าวเมือรอ่ นเสรจ็ นาํ กากยาทเี หลือไปชงั นําหนักอีกครงั ในแตล่ ะครงั ประมาณ ๕–๑๕ วนิ าที เพือหลกี เลียง
รดพบวา่ นําหนักกากยาเหลือน้อยกว่า ๕% อุณหภมู ิทสี ูงขณะบด
ตจงึ เสร็จขนั ตอนการรอ่ นยา
นไทยเนเมอื รอ่ นยาเสรจ็ แล้ว ให้ดึงถาดพักผงยาทีอยู่ใตเ้ ครอื งรอ่ นยาออก ตกั ผงยาทีปรุงเสร็จใส่ถงุ ทสี ะอาด
แ์ ผมัดถุงใหพ้ องและแนน่ เขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั อกี ครังหนงึ เมือส่วนผสมเขา้ กนั ดีแล้ว ให้ปลอ่ ยลมในถุงออก
ทยมัดถงุ ใหช้ ดิ ผงยา ชงั นําหนกั ผงยาทปี รงุ เสร็จ และนําหนกั กากยา
ารแพบันทึกนาํ หนักเปนกรัม เขียนชือยา วันเดือนปทผี ลิตไว้บนถงุ
สถาบนั กเนอื งจากใชเ้ ปนยาชนดิ ผง จงึ นํายาไปบรรจุใส่ขวด
๑๖๒
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๐ ย า ต รี ว า สั ง ข์
ขนั ตอนที ๕
าวการบรรจยุ า
ยาตรีวาสังข์ นาํ หนักยาสุทธิ ๙๖๘ กรมั
ตรีวาสังขใ์ ช้เปนยาชนิดผง จึงนํายาไปบรรจใุ ส่ขวด
ไทยเนตรดสรุปนาํ หนักยาตรีวาสังข์
นนําหนักตาํ รับยา ๑,๐๔๐ กรัม
แ์ ผนาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๙๖๘ กรัม
ทยนาํ หนักกากยา ๔๔ กรัม
สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดาวนําหนักยาสูญเสีย ๒๘ กรัม
๑๖๓
ตาํ รบั ที
ยาจ๑ัน๑ทแ์ ผลีลนาไทยเนตรดาว(ยาสามญั ประจําบ้าน)
ทยชือยา:
ารแพรูปแบบยา: จนั ทลลี า
ยาแคปซูล ยาผง ยาเมด็ ยาแคปซลู (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเมด็ (รพ.)
กสรรพคุณ/ข้อบง่ ใช้:
าบนัขนาดบรรจุ (บัญชียาหลัก): ผงยา ๙๙ กรัม
บรรเทาอาการไขต้ ัวร้อน ไข้เปลยี นฤดู
สถ าวขนาดบรรจุ (ยาสามัญฯ): ชนดิ ผง ไม่เกิน ๑๕ กรัม, ชนิดเม็ดและแคปซูล ไม่เกิน ๓๐ เมด็ /แคปซูล
รดวิธที ํา (ยาสามญั ฯ):
ชนิดผง บดเปนผง, ชนิดเมด็ บดเปนผง ทําเปนเมด็ หนกั เม็ดละ ๐.๕ กรัม,
ตชนิดแคปซูล บดเปนผง บรรจุแคปซูลละ ๐.๕ กรมั
เนขนาดและวิธีใช้:
ไทยยาหลักฯ: กนิ ทกุ ๓–๔ ชวั โมง เมือมีอาการ
นชนดิ ผง:
แ์ ผเด็กอายุ ๖–๑๒ ป กินครงั ละ ๕๐๐ มลิ ลกิ รัม-๑ กรมั
ยละลายนาํ สุก
ารแพทผ้ใู หญ่ กนิ ครงั ละ ๑–๒ กรมั ละลายนําสุก
ชนิดเมด็ และแคปซลู :
กเด็กอายุ ๖–๑๒ ป กนิ ครังละ ๕๐๐ มิลลิกรมั -๑ กรัม
าบนัผู้ใหญ่ กินครังละ ๑–๒ กรัม
สถยาสามัญฯ: กนิ ทุก ๔ ชวั โมง
ชนิดผง:
รดาวเดก็ อายุ ๖–๑๒ ป กนิ ครังละ ครงึ –๑ ชอ้ นชา
ตผู้ใหญ่ กินครังละ ๑–๒ ชอ้ นชา
ยเนชนดิ เมด็ และแคปซูล:
ไทเด็กอายุ ๖–๑๒ ป กินครังละ ๑-๒ เม็ด/แคปซลู
แ์ ผนผู้ใหญ่ กินครงั ละ ๒–๔ เม็ด/แคปซลู
ารแพทยขอ้ ควรระวงั /ขอ้ ห้ามใช:้
ไม่แนะนําให้ใช้ในผ้ทู สี งสัยวา่ เปนไข้เลือดออก เนอื งจากอาจบดบงั อาการไข้เลอื ดออก
นั กหากใชย้ าเปนเวลานานเกนิ ๓ วัน แลว้ อาการไม่ดขี นึ ควรปรึกษาแพทย์
สถาบอาการไม่พึงประสงค:์ ไม่มี
ข้อมลู เพิมเติม: แนะนําใหใ้ ชย้ าจนั ทลีลาไดใ้ นหญิงทีมีไข้ทับระดูหรอื ไข้ระหวา่ งมปี ระจําเดอื น
๑๖๔
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
อธิบายขนั ตอนการปรงุ ยา
ตาํ รบั ยาจันทลลี า (ยาสามัญประจําบา้ น) รดาว๑. การเตรยี มเครอื งยา วัตถุดบิ และอปุ กรณใ์ นการปรงุ ยาชนิดผง
เนตคดั แยกและทําความสะอาดเครืองยาแต่ละสิงตามตํารบั ยา
ยนําเครืองยาทีคดั แยกและทําความสะอาดแล้วไปอบฆา่ เชอื โรคทอี ุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเวน้ พิมเสน (ธาตุวัตถุ) ไม่ตอ้ งนําไปอบ
แ์ ผนทําความสะอาดเครืองบดยา เครอื งรอ่ นยา อุปกรณท์ ีใช้สําหรบั การปรงุ ยาทุกชนดิ (ทงั ก่อนและหลงั การปรงุ ยา)
ย๒. การปรงุ ยา
ารแพทการชงั นาํ หนักเครอื งยา นําเครืองยาทอี บฆ่าเชือโรคเตรยี มไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยา โดยให้ชงั นาํ หนัก
เครืองยาแตล่ ะสิงเปนกรัม แล้วแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถงุ รวมกนั ไว้ ใหเ้ ปนตาํ รับเดยี วกัน
กการอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นําเครอื งยาทจี ดั เปนตํารบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั
นัอยใู่ นถาดเดียวกนั สามารถจดั เรยี งได้ ๑ ถาด ดงั นี
สถาบถาดที ๑ จดั เรียง แกน่ จนั ทนข์ าว รากปลาไหลเผอื ก โกฐเขมา แก่นจันทนแ์ ดง เถาบอระเพ็ด โกฐสอ
าวลูกกระดอม โกฐจฬุ าลัมพา
รดเครอื งยาทไี มต่ อ้ งนาํ ไปอบ คอื พิมเสน (ธาตุวตั ถ)ุ ชงั นาํ หนักแลว้ ใหใ้ ส่ถุงเตรียมไว้
ตจากนนั นาํ เครืองยาเข้าตู้อบ ต้อู บทีใชค้ รงั นีไฟอยดู่ า้ นบน เนืองจากสมุนไพรในถาดมีขนาดทีตา่ งกนั และมีทงั ทีเปน
เนแก่น หัวเหงา้ และสมนุ ไพรทีเปราะหักง่าย ไหมง้ า่ ย จงึ ไม่ควรวางถาดไวใ้ กลไ้ ฟ เพราะอุณหภูมิอาจสูงเกนิ ไป
ไทยสมุนไพรทีชนิ บางอาจไหมไ้ ด้ ใหเ้ รียงเครืองยาไวช้ นั ที ๒ อบด้วยอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ใชเ้ วลาอบ
ประมาณ ๑ ชวั โมง นาํ ออกมาดูว่าเครอื งยาแห้งกรอบไดท้ ีหรือไม่ ถา้ ยังไมแ่ ห้งกรอบดี อบต่ออีก ๒๐ นาที
แ์ ผนการบดเครอื งยา ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา ทยอยใส่เครืองยาลงเครอื งบด เมอื ใส่ครบให้
ปรบั ขากวาดนอกลง จากนนั บดจนกระทงั เครอื งยาละเอยี ดเปนผง เมอื บดเสรจ็ ตกั เครอื งยาใส่ภาชนะทีเตรียมไว้
ทยเพือนาํ ยาไปรอ่ นต่อไป
ารแพการร่อนยาและการบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครืองร่อนยาทลี ะนอ้ ย เปดเครือง ร่อนยาจนแนใ่ จว่า
ผงยาละเอยี ดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ให้นาํ กากยานีกลับไปบดใหม่
กและนาํ กลับมาร่อนอีกครงั ร่อนและบดเชน่ นีไปเรอื ยๆ จนกว่านาํ หนักกากยาจะเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
นัสําหรับการรอ่ นยาครงั นี จาํ นวนรอบทีรอ่ นได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดังนี
าบรอบที ๑ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นประมาณ ๓๐ นาที
สถรอบที ๒ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนประมาณ ๑๐ นาที
รอบที ๓ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื
าวมากกวา่ ๕% จึงนาํ กากยากลับไปบดใหมด่ ้วยเครืองบดความเรว็ สูง
รดรอบที ๔ รอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถี เมือรอ่ นเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื นอ้ ยกวา่
เนต๕% จึงเสรจ็ ขนั ตอนการปรุงยา เมือร่อนเสร็จให้ตกั ผงยาใส่ภาชนะ เพือนําไปนวดกับพิมเสน
ยการนวดยากบั พิมเสน
ไทใชส้ ากคลงึ พิมเสนทอี ยใู่ นถงุ พลาสตกิ ใหล้ ะเอยี ด ไมจ่ บั ตวั เปนกอ้ น จากนนั ตกั ผงยาทรี อ่ นแลว้ กระบวยหนงึ
แ์ ผนใส่ถงุ พลาสตกิ รวมกบั พิมเสน เขยา่ ส่วนผสมใหเ้ ขา้ กนั นวดดว้ ยสากใหล้ ะเอยี ดเขา้ กนั ดแี ลว้ พักเอาไว้
ยเทผงยาทีอยูใ่ นภาชนะทงั หมดกลับลงไปในเครืองบดยาอกี ครงั หนงึ จากนนั เทพิมเสนทผี สมผงยาเตรียมไว้
ารแพทแล้วในข้อแรกทงั หมดลงไปในเครอื งบดยา จากนนั เปดเครืองบด นวดต่อให้เขา้ กนั ดี เมือมกี ลนิ หอมขนึ จมูก
และเย็นขนึ ตาเปนอนั เสร็จสินการนวดยา
กตักผงยาทีปรงุ เสรจ็ ใส่ถุงสะอาด มดั ถุงใหพ้ องและแนน่ เขย่าผงยาใหเ้ ข้ากัน เมอื ส่วนผสมเขา้ กันดีแลว้
าบนัให้ปลอ่ ยลมออกจากถงุ มัดปากถงุ ใหช้ ิดผงยา นาํ ผงยาทปี รุงเสรจ็ และกากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชอื ยา
สถวนั เดือนปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธิไว้บนถงุ จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซูลต่อไป
การบรรจแุ คปซลู บรรจุผงยาใส่แคปซลู เบอร์ ๑ ด้วยเครอื งบรรจแุ คปซูลแบบมอื โยก จะไดน้ าํ หนกั แคปซูลละ
ประมาณ ๐.๒๕ กรัม
๑๖๕
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
ตาํ รบั ยาจนั ทลีลา ตรดาว(ยาสามญั ประจําบา้ น)
ไทยเนประกอบด้วยเครอื งยา ๙ สิง รวมนาํ หนกั ยา ๓๓ ส่วน
นกําหนดนาํ หนกั ยา ๑,๐๒๓ กรัม สามารถจัดเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๓๑ กรัม
แ์ ผมีรายละเอียด ดังนี
สถาบนั การแพทย ไทยเนตรดาวเครืองยา
นสมุนไพร๑. โกฐสอ ๔ ส่วน ๑๒๔ กรมั
แ์ ผ๙ สิง๒. โกฐเขมา ๔ ส่วน ๑๒๔ กรมั
๓. โกฐจุฬาลมั พา ๔ ส่วน ๑๒๔ กรัม
๔. แก่นจันทนข์ าว ๔ ส่วน ๑๒๔ กรมั
๕. แก่นจันทนแ์ ดง ๔ ส่วน ๑๒๔ กรมั
๖. ลกู กระดอม ๔ ส่วน ๑๒๔ กรมั
๗. เถาบอระเพ็ด ๔ ส่วน ๑๒๔ กรัม
๘. รากปลาไหลเผอื ก ๔ ส่วน ๑๒๔ กรัม
๙. พิมเสน (ธาตวุ ตั ถุ) ๔ ส่วน ๑๒๔ กรัม
าบนั การแพทยโกฐสอ
สถ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวแกน่ จันทข์ าวโกฐเขมา โกฐจฬุ าลมั พา
แก่นจันทนแ์ ดง ลูกกระดอม
เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก พิมเสน
๑๖๖
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทุกสิง จากนนั นาํ ไปอบฆ่าเชอื โรคก่อนนําไปปรงุ ยา
ไทยซงึ มวี ธิ ีคัดแยกเครอื งยาสรุปโดยย่อได้ ดังนี
ยแ์ ผนแกน่ จนั ทนข์ าว รากปลาไหลเผอื ก โกฐเขมา โกฐสอ
ารแพทใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญ่ ให้ใช้เถาบอระเพ็ด
ใช้กระชอนตาถรี อ่ นเอาเศษผงขนาดเล็กออกจาก
มีดสับหรือซอยใหม้ ีขนาดเล็กลงและใกลเ้ คียงกนัเครอื งยา จากนนั คดั หาสิงปลอมปนและสิงปน
เปอนทงิ
กเพือความสะดวกในการอบและบดยาโกฐจุฬาลมั พา
าบนัแก่นจนั ทน์แดงคดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
พิมเสน (ธาตุวตั ถุ)
สถ าวคดั เฉพาะเนอื ไมส้ ีแดง โดยใชม้ ดี ผา่ เนอื ไมส้ ีอนื ทีเลือกใชพ้ ิมเสนคุณภาพดี ไม่คัดแยก
รดแทรกอยใู่ นเนอื ไมท้ งิ จากนนั ใชแ้ ปรงปดทําความไมน่ ําไปอบฆ่าเชอื โรค
สะอาด ถา้ มขี นาดใหญใ่ หใ้ ชม้ ดี สับหรอื ซอยใหม้ ี
เนตขนาดเลก็ ลงและใกลเ้ คยี งกนั เพือความสะดวกใน
ยการอบและบดยา
ไทลกู กระดอม
นใช้กระชอนตาถีร่อนเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
แ์ ผเครืองยา คดั เลอื กลกู ทีไม่มีเชือรา
ยจากนนั คัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
ารแพทในการคดั เครืองยาแต่ละสิงนนั ใหเ้ ภสัชกรผ้ปู รงุ ยาพิจารณาจากเครอื งยาทมี ีอยู่ วา่ มีลักษณะแบบใด
กอาจจะใช้วธิ ที ีแตกตา่ งจากทีกลา่ วมาข้างต้นนีได้ โดยใหพ้ ิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเกบ็
นั รวมถงึ ความสะอาดของเครอื งยาเปนสําคญั
สถาบเมือคดั แยกและทาํ ความสะอาดเรยี บร้อยแล้วใหน้ ําเครืองยาทงั หมดไปอบฆ่าเชือโรค
ยกเวน้ พิมเสน (ธาตวุ ตั ถ)ุ
าว(ดูขนั ตอนการคดั แยกและอบฆา่ เชอื โรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
ไทยเนตรดการเตรยี มอุปกรณส์ ําหรบั การปรงุ ยา
นการเตรียมอุปกรณ์จะอยใู่ นขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา ใหเ้ ตรียมทําความสะอาดอุปกรณ์
แ์ ผและเครอื งมือทุกชนดิ ก่อนและหลงั ทาํ การบดยาและร่อนยา ทกุ ครงั
ทยเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณส์ ําหรับปรุงยาชนดิ ผง (ดูไดจ้ ากหนา้ ที ๑๘)
ารแพทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอปุ กรณท์ ุกชนดิ ทงั กอ่ นและหลังใชง้ าน
สถาบนั ก(ดวู ิธกี ารทาํ ความสะอาดไดจ้ ากหน้าที ๑๙)
๑๖๗
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
๒. ขันตอนการปรุงยา
เนตรดาวรปู แบบการปรงุ ยา: ชนดิ แคปซูล
ยสูตรตาํ รับยา: ประกอบด้วยเครืองยา ๙ สิง รวมนาํ หนักเครืองยา ๓๓ ส่วน
นไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๑,๐๒๓ กรมั ส่วนละ ๓๑ กรัม
แ์ ผวธิ ที าํ : บดเปนผงบรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนกั แคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั
ยข้อมลู การใชเ้ ครืองยาสมุนไพรปรุงยา: ใชเ้ ครอื งยาสมุนไพรแหง้ และมธี าตวุ ตั ถุเปนส่วนประกอบ
าบนั การแพทขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนักเครอื งยาตามตํารับยา
สถ าวนําเครืองยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรียมไว้แลว้ มาชงั นาํ หนักตามตาํ รับยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
เนตรดขันตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครืองยาไปบด
นจุดประสงคเ์ พือต้องการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดง่าย
แ์ ผชว่ ยกระตนุ้ ฤทธยิ าใหม้ ีสรรพคณุ ทางยาดีขนึ และช่วยฆา่ เชอื โรคอกี ครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครอื งยา
การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครอื งยาทีมลี กั ษณะแขง็ มากสุดไปหาน้อยสุดตามลาํ ดบั
าบนั ก ขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา
สถนาํ ยาทบี ดแล้วมารอ่ นผา่ นตะแกรงหรอื แรง่ จะทําให้ไดผ้ งยาทีเนียนละเอียด โดยตอ้ งร่อนผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
จํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื ร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ให้นาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั
าวเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรือไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนักกากยาทเี หลอื ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ าํ
รดกากยากลับไปบดและร่อนใหมอ่ ีก ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสรจ็ ใหน้ าํ กากยากลับไปชงั นาํ หนัก
ตถ้านาํ หนักเหลือมากกวา่ ๕% ใหท้ ําการบดและร่อนใหม่ ทาํ เชน่ นีจนกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
เน(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)
ไทยสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การนวดยากับพิมเสน
ารแพทการนวดยา คือ การผสมผงยาทบี ดและรอ่ นแล้วกบั พิมเสนดว้ ยเครอื งบดยา
ซงึ เปนขนั ตอนสุดท้ายกอ่ นนํายาไปบรรจุแคปซูล
สถาบนั ก ขนั ตอนที ๖ การบรรจแุ คปซูล
บรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนกั แคปซลู ละ ๐.๒๕ กรัม
๑๖๘
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนกั เครืองยาตามตาํ รับยา
นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
ขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนาํ ไปบด
การอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนําเครอื งยาไปบด
จุดประสงคเ์ พือตอ้ งการให้เครืองยากรอบและบดง่าย ช่วยกระตุ้นฤทธยิ า
ใหม้ ีสรรพคณุ ทางยาดขี นึ และช่วยฆ่าเชอื โรคอีกครงั หนงึ
าวรายละเอยี ด
รดขันตอน
ทยแ์ ผนไทยเนตการปรงุ ยา
การแพวธิ กี ารอบเครอื งยา
าบนั๑. อนุ่ ตอู้ บทอี ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
สถ าว๒. จดั เรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ นําเครอื งยาทีจดั เปนตํารบั ไว้แลว้ เทใส่ถาด เนอื งจาก
รดปริมาณเครืองยาไม่มากนัก สามารถจัดเรยี งได้ ๑ ถาด ดังนี
เนตถาดที ๑ จดั เรยี งเครอื งยา ๘ สิง ไดแ้ ก่
ไทยแกน่ จันทนข์ าว รากปลาไหลเผือก โกฐเขมา แกน่ จันทนแ์ ดง เถาบอระเพ็ด โกฐสอ ลกู กระดอม
นโกฐจุฬาลัมพา เมอื เรยี งเสรจ็ เขยา่ ถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครืองยากระจายไปทวั ถาด
ยแ์ ผเครอื งยาทไี ม่ตอ้ งนําไปอบ คือ พิมเสน ชงั นาํ หนกั แล้วใหใ้ ส่ถุงเตรยี มไว้
ารแพท๓. เมอื อนุ่ ตอู้ บจนไดอ้ ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแล้ว ให้นาํ เครอื งยาถาดที ๑ เขา้ ต้อู บ ตอู้ บทใี ชค้ รงั นี
กไฟอยดู่ า้ นบน เนอื งจากสมุนไพรในถาดมขี นาดทีต่างกันและมีทงั ทเี ปนแกน่ หวั เหงา้ และเครอื งยาที
นัเปราะหกั ง่าย ไหม้ง่าย จงึ ไม่ควรวางถาดไวใ้ กลไ้ ฟ เพราะอุณหภูมอิ าจสูงเกนิ ไป สมนุ ไพรทชี นิ บาง
าบอาจไหมไ้ ด้ จงึ วางถาดยาไวช้ นั ที ๒ เมอื วางเสรจ็ แลว้ ใหเ้ รมิ จับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
สถนําออกมาดูว่าเครอื งยาแหง้ กรอบไดท้ หี รือไม่ ถา้ ยังไม่แห้งกรอบดี อบต่ออกี ๒๐ นาที
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. เมือครบเวลาแลว้ ใหน้ าํ ถาดเครอื งยาออกจากต้อู บ พรอ้ มนําไปบดในขนั ตอนตอ่ ไป
๑๖๙
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
๑๗๐
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
รดาว๑. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทําการบดยา
เนต๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบด
ไทย๒.๑. เรมิ จากใส่เครอื งยาถาดที ๑ โดยให้ทยอย
แ์ ผนใส่เครอื งยาตามลําดบั แลว้ บด ดงั นี
ยใส่ แกน่ จนั ทน์ขาว รากปลาไหลเผือก
ารแพทโกฐเขมา แกน่ จนั ทน์แดง เถาบอระเพ็ด
โกฐสอ ลงเครอื งบด โดยใหท้ ยอยใส่เครอื งยา
กเหลา่ นีคราวละ ๑ สิง บดเครืองยาแตล่ ะสิง
าบนัจนกระทงั เครอื งยาลําดบั แรกแตกเปนชนิ เลก็ ๆ
สถ าวเสียก่อน จงึ ใส่เครืองยาลําดับถัดไปได้ เมอื ใส่
รดครบบดต่อเลก็ น้อย แลว้ ปดเครือง (ถ้าใช้
ตเครืองบดใหญ่สามารถใส่ลงเครอื งบดพรอ้ ม
เนกนั ทงั หมดได)้
ไทยใส่ ลกู กระดอม โกฐจุฬาลัมพา ลงเครืองบด
นพรอ้ มกนั เปดเครอื ง บดตอ่ จนกระทงั เครอื งยา
แ์ ผเปนผงละเอียดดี จงึ ปดเครือง
ทย๓. เมอื ใส่เครอื งยาครบแลว้ ใหป้ รบั ขากวาดนอกทยี กขนึ
ารแพในตอนแรกลงเพือชว่ ยกวาดยา จากนนั เปดเครือง
บดยา บดตอ่ โดยใชเ้ วลาบดยาประมาณ ๓๐ นาที
กเมอื เปนผงละเอียดดแี ล้วใหป้ ดเครือง ตักผงยาใส่
าบนัภาชนะสะอาด เพือนําไปรอ่ นในขนั ตอนต่อไป
สถ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวลกู กระดอม
โกฐจฬุ าลมั พา
๑๗๑
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)
รดาวนาํ ยาทีบดแลว้ มาร่อนผ่านตะแกรงหรอื แร่งจะทําให้ไดผ้ งยาทเี นยี นละเอียด โดยตอ้ งร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
เนตจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื ร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ ํากากยาไปชังนาํ หนัก
ยเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรอื ไม่ โดยคํานวนจากนําหนักกากยาทเี หลอื ถ้านําหนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ให้นาํ
นไทกากยากลับไปบดและร่อนใหม่อกี ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสรจ็ ใหน้ าํ กากยากลับไปชังนําหนัก
แ์ ผถ้านําหนกั เหลอื มากกว่า ๕% ให้ทําการบดและร่อนใหม่ ทาํ เชน่ นจี นกว่ากากยาจะเหลอื น้อยกวา่ ๕%
ทย(จํานวนรอบในการร่อนยาขนึ อยู่กบั ปริมาณเครอื งยาทใี ชป้ รุงยา)
นั การแพการรอ่ นยาในครงั นี รอ่ นทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรปุ ได้ ดงั นี
สถาบ าวร่อนยารอบที ๑
รดรอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยรอ่ นยา
ทีละนอ้ ย จากนนั นาํ กากยาทไี ม่สามารถผ่าน
เนตรูตะแกรงได้แลว้ เทกลับลงเครอื งบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลือจากการร่อนยาในรอบที ๑
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กําหนดให้ปดเครอื ง จากนันตักผงยาในเครืองบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
ไทยร่อนยารอบที ๒
นรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๒
แ์ ผทําเชน่ เดียวกับรอบที ๑ ใชเ้ วลาประมาณ ๑๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
ารแพทยรอ่ นยารอบที ๓ กําหนดใหป้ ดเครอื ง จากนันตักผงยาในเครอื งบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเชน่ เดียวกับรอบที ๒
เมอื ร่อนเสร็จ นํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ มนี าํ หนักบดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๓
กากยาทีเหลือจากการบดนําหนกั มากกว่า ๕%
นั กมากกวา่ ๕% จึงต้องนํากากยาไปบดตอ่ แต่มปี รมิ าณน้อย จึงไมเ่ หมาะทจี ะใช้เครอื งบดใหญ่
สถาบร่อนยารอบที ๔ ให้ใช้เครืองบดความเร็วสูงสําหรบั บดยาแทน
โดยให้ทยอยใส่กากยา แล้วบดทลี ะน้อย
รอ่ นยาผ่านกระชอนตาถที ีใช้สําหรบั ร่อนยาแทน การบดกากยาดว้ ยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
ระหว่างทีบดใหเ้ ขย่าและหมุนเครืองบดไปดว้ ย
าวเมอื ร่อนเสรจ็ นํากากยาทเี หลือไปชงั นําหนักอกี ครงั เพือใหก้ ากยาถูกบดอย่างทัวถงึ กัน และใช้เวลาบด
รดพบวา่ นําหนักกากยาเหลอื นอ้ ยกว่า ๕% ในแตล่ ะครงั ประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลกี เลยี ง
เนตจงึ เสรจ็ ขนั ตอนการรอ่ นยา อุณหภูมิทสี ูงขณะบด
ารแพทยแ์ ผนไทยเมอื รอ่ นยาเสร็จแลว้ ใหด้ งึ ถาดพักผงยาทอี ยูใ่ ตเ้ ครอื งร่อนยาออก
สถาบนั กตักผงยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไว้ เพือนําไปนวดกบั พิมเสนในขนั ตอนตอ่ ไป
๑๗๒
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๑ ย า จั น ท ลี ล า ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
ขนั ตอนที ๕ การนวดยากบั พิมเสน
รดาวการนวดยากบั พิมเสนเปนการผสมผงยาทบี ดและร่อนแล้วดว้ ย
เนตเครอื งบด ซงึ เปนขนั ตอนสุดทา้ ยของการปรงุ ยา มวี ิธีทําดงั นี
ไทย๑. ใช้สากนวดพิมเสนทอี ยูใ่ นถงุ พลาสตกิ ใหล้ ะเอยี ด
แ์ ผนไมจ่ บั ตัวเปนก้อน จากนนั ตักผงยาทรี ่อนแล้วกระบวยหนงึ
ยใส่ถงุ พลาสตกิ รวมกับพิมเสน เขย่าส่วนผสมให้เขา้ กัน
ารแพทนวดดว้ ยสากใหล้ ะเอียดจนผสมเปนเนอื ดยี วกนั แล้วพักไว้
๒. เทผงยาทอี ยใู่ นภาชนะทงั หมดกลบั ลงไปในเครืองบดยาอีกครงั หนงึ
นั กจากนนั เทพิมเสนทผี สมผงยาในขอ้ ๑ ทงั หมดลงไปในเครอื งบดยา เปดเครืองบด นวดตอ่ ใหเ้ ขา้ กนั ดี
าบเมอื มกี ลนิ หอมขนึ จมกู และเย็นขนึ ตาเปนอันเสร็จสินการนวดยา
สถ าว๓. ตกั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแน่น เขยา่ ผงยาให้เข้ากัน เมอื ส่วนผสมเขา้ กันดี
รดแลว้ ให้ปลอ่ ยลมออกจากถงุ มัดปากถงุ ใหช้ ิดผงยา นาํ ผงยาทีปรงุ เสร็จและกากยาไปชงั นาํ หนัก
ตเขยี นชือยา วันเดอื นปทผี ลติ นาํ หนักยาสุทธิไวบ้ นถุง จากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซูลต่อไป
ารแพทยแ์ ผนไทยเนสรปุ นาํ หนักยาจนั ทลลี า
นั กนาํ หนักตาํ รบั ยา ๑,๐๒๓ กรมั นาํ หนกั ยาสุทธิ ๙๗๒ กรัม
าบ นาํ หนักยาสูญเสีย ๕๑ กรมั
สถ นไทยเนตรดาวขันตอนที ๖
สถาบนั การแพทยแ์ ผการบรรจแุ คปซูล
วธิ กี ารบรรจุแคปซลู สามารถดไู ด้จากหน้า ๓๖
ยาจนั ทลลี า นาํ หนกั ยาสุทธิ ๙๗๒ กรัม
บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั
บรรจแุ คปซูลได้ทงั หมด ๓,๓๐๐ แคปซูล ผงยาเหลือ ๒๖ กรัม
นาํ ยาแคปซลู ทีบรรจเุ สรจ็ ใส่ถุงพลาสติกทีสะอาด บันทึกไว้บนถงุ
ใหม้ ีรายละเอยี ดชือยา วนั เดอื นปทผี ลิต และจาํ นวนแคปซลู พรอ้ มนําไปใชต้ ่อไป
ผงยาทเี หลอื ให้ใส่ถุงพลาสติก บันทกึ ไว้บนถงุ ใหม้ รี ายละเอียดชือยา
วันเดือนปทผี ลิต และนาํ หนกั ยาทเี หลือแล้วจึงจดั เกบ็
๑๗๓
ตํารับที
ยาธรณ๑สี ั๒ณแ์ ผฑนะไฆทายตเนตรดาว(ยาสามญั ประจาํ บ้าน)
ารแพทยชอื ยา:
ธรณีสัณฑะฆาต
นั กขนาดบรรจุ (บญั ชยี าหลกั ): ผงยา ๑๖๐ กรัม
รปู แบบยา: ยาแคปซูล ยาผง ยาเม็ด ยาลกู กลอน ยาแคปซลู (รพ.) ยาผง (รพ.)
าบขนาดบรรจุ (ยาสามญั ฯ): ชนดิ ผง ไม่เกนิ ๑๕ กรมั , ชนดิ เมด็ และแคปซูล ไม่เกิน ๖๐ เม็ด/แคปซูล
สถ าววิธีทํา (ยาสามัญฯ):
รดชนิดแคปซลู บดเปนผง บรรจแุ คปซูลละ ๐.๒๕ กรมั
ชนดิ ผง บดเปนผง, ชนดิ เมด็ บดเปนผงทาํ เปนเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๒๕ กรมั ,
เนตสรรพคณุ /ขอ้ บ่งใช้:
แก้กระษัย เถาดาน ทอ้ งผูก
ยขนาดและวธิ ีใช:้
ไทชนิดผง กนิ ครงั ละ ๕๐๐ มิลลกิ รัม–๑ กรัม ละลายนาํ สุกหรือ
ยาหลกั ฯ กนิ วนั ละ ๑ ครงั ก่อนอาหารเชา้ หรือกอ่ นนอน
แ์ ผนผสมนาํ ผงึ ปนเปนลูกกลอน
ทยยาสามัญฯ กินวันละ ๑ ครงั กอ่ นอาหารเช้าหรือก่อนนอน
ชนดิ แคปซลู ชนดิ เมด็ และชนดิ ลกู กลอน: กนิ ครงั ละ ๕๐๐ มลิ ลกิ รมั –๑ กรมั
ารแพชนดิ ผง: ผใู้ หญ่ กนิ ครงั ละ ครงึ –๑ ชอ้ นชา ละลายนาํ สุกหรอื
นั ก ชนดิ แคปซลู ชนดิ เมด็ และชนดิ ลกู กลอน: กนิ ครงั ละ ๒–๔ เมด็ /แคปซลู
ผสมนาํ ผงึ ปนเปนลกู กลอน
สถาบขอ้ ควรระวัง/ข้อห้ามใช้:
ควรระวงั การกินยาร่วมกับยาในกลุม่ สารกันเลอื ดเปน
าวลิม (ANTICOAGULANT) และยาตา้ นการจบั ตัวของ
ตรดเกลด็ เลือด (ANTIPLATELETS]
เนควรระวังการใช้ยาอยา่ งตอ่ เนอื ง โดยเฉพาะผู้ปวยทมี ี
ไทยอาการผดิ ปกตขิ องตับและไต เนอื งจากอาจเกิดการ
นสะสมของการบรู และเกิดพิษได้
แ์ ผควรระวงั การใช้รว่ มกับยา PHENYTOIN,
ทยPROPRANOLOL, THEOPHYLLINE และ
ารแพRIFAMPICIN เนืองจากตํารับนีมพี ริกไทยในปรมิ าณสูง
กหา้ มใชใ้ นหญิงตงั ครรภ์ ผูท้ ีมีไข้และเด็ก
สถาบนัอาการไมพ่ ึงประสงค:์ ไม่มี
ขอ้ มูลเพิมเตมิ : ไม่มี
๑๗๔
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
อธิบายขนั ตอนการปรุงยา
ตํารับยาธรณีสัณฑะฆาต (ยาสามัญประจําบ้าน)รดาว๑. การเตรยี มเครอื งยา วตั ถุดบิ และอปุ กรณใ์ นการปรุงยาชนดิ ผง
ตคัดแยกและทําความสะอาดเครืองยาแตล่ ะสิงตามตาํ รบั ยา
เนนําเครืองยาทีคดั แยกและทาํ ความสะอาดแล้วไปอบฆ่าเชือโรคทอี ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ไทยใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเวน้ มหาหงิ คสุ์ ะตุ รงทองสะตุ ยาดาํ สะตุ การบรู และพรกิ ไทยปน ไมต่ อ้ งนําไปอบ
นทําความสะอาดเครอื งบดยา เครืองรอ่ นยา อปุ กรณท์ ีใชส้ ําหรับการปรุงยาทกุ ชนิด (ทงั กอ่ นและหลังการปรุงยา)
แ์ ผ๒. การปรงุ ยา
ยการชงั นาํ หนักเครอื งยา นาํ เครอื งยาทอี บฆ่าเชือโรคเตรียมไว้แลว้ มาชงั นาํ หนักตามตํารับยา โดยให้ชงั นาํ หนกั
ารแพทเครอื งยาแต่ละสิงเปนกรมั แลว้ แยกใส่ถงุ ไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถงุ รวมกนั ไว้ ใหเ้ ปนตํารับเดยี วกนั
การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นําเครอื งยาทีจัดเปนตาํ รบั ไว้แล้วเทใส่ถาด เนอื งจากปริมาณเครืองยาไม่มากนัก
สามารถจัดเรียงได้ ๑ ถาด
นั กถาดที ๑ จดั เรยี ง โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐนาํ เต้า หัวบกุ หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลกู เรว่
าบเหงา้ ขิงแหง้ รากชะเอมเทศ รากเจตมลู เพลงิ แดง เนอื มะขามปอม ผกั แพวแดง ดอกกานพลู ลูกกระวาน
สถ าวเทียนดํา เทยี นขาว เนอื สมอไทย หัวดองดึง ลกู จันทน์ ดอกจนั ทน์
เครอื งยาทไี ม่ต้องนําไปอบ ไดแ้ ก่ มหาหงิ คส์ุ ะตุ รงทองสะตุ ยาดาํ สะตุ การบูรและพริกไทยปน ชงั นาํ หนัก
รดแล้วใหใ้ ส่ถงุ เตรยี มไว้
ตจากนนั นําเครอื งยาเขา้ ตู้อบ ตูอ้ บทีใชค้ รงั นีไฟอยู่ด้านบน เนอื งจากสมุนไพรในถาดมขี นาดทีต่างกันและมีทงั ทเี ปน
เนแก่น หวั เหง้าและสมุนไพรทเี ปราะหักงา่ ย ไหม้ง่าย จึงไมค่ วรวางถาดไวใ้ กล้ไฟ เพราะอุณหภมู ิอาจสูงเกินไป
ยสมนุ ไพรทชี นิ บางอาจไหม้ได้ ใหเ้ รียงเครืองยาไว้ชนั ที ๒ อบด้วยอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใช้เวลาอบ
ไทประมาณ ๑ ชวั โมง นาํ ออกมาดวู ่าเครืองยาแหง้ กรอบไดท้ หี รอื ไม่ ถา้ ยังไมแ่ หง้ กรอบดี อบตอ่ อีก ๒๐ นาที
นการบดเครอื งยา ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ กอ่ นทําการบดยา ทยอยใส่เครืองยาลงเครืองบด
แ์ ผเรมิ จากถาดที ๑ ให้แยกโกฐนาํ เตา้ เนือสมอไทยและหัวดองดึง ออกมาพักคายความร้อน รอจนกระทงั เครืองยาก
รอบ จึงนําไปบด จากนนั ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาทีเหลือลงเครอื งบด โดยให้ใส่เครอื งยาทีแขง็ ทีสุดในถาดลงไปบด
ทยก่อน แล้วไลล่ ําดบั ไปจนครบ รวมถงึ โกฐนาํ เต้า เนอื สมอไทยและหวั ดองดงึ ทเี ย็นตัวและกรอบดีแลว้ บดจน
ารแพเครืองยาละเอียด ปรบั ขากวาดนอกลง ใส่มหาหิงค์ุลงเครอื งบด แล้วทําการบดตอ่ จนเครืองยาละเอียดหรือให้
สังเกตวา่ ยาเรมิ แฉะ จึงปดเครือง เมือบดเสร็จตักเครอื งยาใส่ภาชนะทเี ตรียมไว้เพือนาํ ยาไปร่อนต่อไป
การรอ่ นยาและการบดกากยา ทยอยตักผงยาใส่ตะแกรงเครืองร่อนยาทลี ะนอ้ ย เปดเครือง รอ่ นยาจนแนใ่ จว่า
กผงยาละเอียดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ให้นํากากยานีกลบั ไปบดใหม่
นัและนาํ กลบั มาร่อนอกี ครงั ร่อนและบดเชน่ นไี ปเรอื ยๆ จนกวา่ นาํ หนักกากยาจะเหลือน้อยกวา่ ๕%
าบสําหรบั การรอ่ นยาครงั นี จํานวนรอบทรี ่อนได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดงั นี
สถรอบที ๑ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ ใช้เวลาบดกากยาทีเหลือจากการร่อนประมาณ ๓๐ นาที จากนนั ใส่
ยาดําลงไปบดพร้อมกบั กากยา ใชเ้ วลาบดประมาณ ๑ นาที
าวรอบที ๒ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ ใชเ้ วลาบดกากยาทีเหลือจากการร่อนประมาณ ๑๐ นาที
รดรอบที ๓ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสร็จนาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลือ
ตมากกว่า ๕% จึงนํากากยากลบั ไปบดใหม่ดว้ ยเครอื งบดความเร็วสูง
เนรอบที ๔ รอ่ นยาผ่านกระชอนตาถี เมือร่อนเสร็จดงึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครืองรอ่ นยา ตักผงยาใส่
ไทยภาชนะเพือนาํ ไปนวดกบั การบูร พรกิ ไทยดําปน รงทอง
นการนวดยากับการบูร พรกิ ไทยดาํ ปน รงทอง
แ์ ผใช้สากคลงึ การบรู ทีอย่ใู นถุงใหล้ ะเอยี ด เติมพริกไทยปนลงไปผสมกับการบรู ใชส้ ากคลึงให้ส่วนผสมเขา้ กัน
ยนําผงยาใส่ลงเครืองบดตามด้วยรงทองบางส่วนลงไปบดก่อน จากนนั ใส่ผงยาและพรกิ ไทยปนบางส่วนลง
ทเครืองบด ทาํ เชน่ นจี นผงยา รงทองและพริกไทยปนหมด
ารแพเมือใส่จนครบแล้วใหใ้ ส่การบรู กบั พริกไทยดาํ ปนทีผสมเตรียมไวจ้ ากข้อแรก จากนนั เปดเครืองบด นวดตอ่
ให้เขา้ กันดี เมือมกี ลนิ หอมขนึ จมูกและเย็นขนึ ตาเปนอนั เสรจ็ สินการนวดยา
กตกั ผงยาทีปรงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มัดถุงให้พองและแนน่ เขย่าผงยาให้เขา้ กัน เมือส่วนผสมเขา้ กันดีแลว้
าบนัให้ปล่อยลมในถุงออก มัดปากถุงให้ชิดผงยา นําผงยาทปี รงุ เสรจ็ และกากยาไปชงั นาํ หนัก เขยี นชอื ยา
สถวนั เดือนปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ ว้บนถุง จากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซูลต่อไป
การบรรจุแคปซูล บรรจุผงยาใส่แคปซลู เบอร์ ๑ ดว้ ยเครอื งบรรจแุ คปซลู แบบมือโยก จะไดน้ าํ หนักแคปซลู ละ
ประมาณ ๐.๒๕ กรมั
๑๗๕
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
ตํารับยาธรณสี ัณฑะฆาต ตรดาว(ยาสามัญประจําบ้าน)
ไทยเนประกอบดว้ ยเครอื งยา ๒๖ สิง รวมนาํ หนกั ยา ๑๖๐ ส่วน
แ์ ผนกาํ หนดนาํ หนักยา ๑,๑๒๐ กรมั สามารถจัดเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๗ กรัม
ยมีรายละเอยี ดดงั นี
ารแพท๑. ลกู จันทน์
๑ ส่วน ๗ กรัม
๒. ดอกจันทน์ ๑ ส่วน ๗ กรมั
๑ ส่วน ๗ กรมั
นั ก๓. ลกู กระวาน ๑ ส่วน ๗ กรมั
าบ๔. ดอกกานพลู ๑ ส่วน ๗ กรัม
๑ ส่วน ๗ กรัม
สถ าว๕. โกฐกระดกู ๑ ส่วน ๗ กรัม
รด๖. โกฐเขมา ๑ ส่วน ๗ กรัม
เนต๗. โกฐนาํ เตา้ ๑ ส่วน ๗ กรมั
ย๘. เทียนดํา ๑ ส่วน ๗ กรมั
ไท๙. เทียนขาว ๑ ส่วน ๗ กรมั
น๑๐. หัวดองดงึ (ฆา่ ฤทธ)ิ ๑ ส่วน ๗ กรมั
แ์ ผ๑๑. หวั บกุ ๑ ส่วน ๗ กรัม
ทย๑๒. หวั กลอย ๑ ส่วน ๗ กรมั
ารแพ๑๓. หัวกระดาดขาว ๑ ส่วน ๗ กรัม
๑ ส่วน ๗ กรัม
๑๔. หัวกระดาดแดง ๑ ส่วน ๗ กรัม
๑ ส่วน ๗ กรัม
ก๑๕. ลูกเร่ว ๒ ส่วน ๑๔ กรัม
าบนั ๑๖. เหง้าขงิ แหง้ ๒ ส่วน ๑๔ กรมั
สถ ๑๗. รากชะเอมเทศ ๖ ส่วน ๔๒ กรัม
๙๖ ส่วน ๖๗๒ กรัม
๑๘. รากเจตมูลเพลิงแดง ๔ ส่วน ๒๘ กรัม
๖ ส่วน ๔๒ กรมั
าว๑๙. ผักแพวแดง ๖ ส่วน ๔๒ กรัม
รด๒๐. เนอื มะขามปอม ๒๐ ส่วน ๑๔๐ กรัม
เนต๒๑. เนือสมอไทย
ไทย๒๒. เมล็ดพรกิ ไทยล่อน (๑)
น๒๓. รงทอง สะตุ
แ์ ผ๒๔. มหาหงิ คุ์ สะตุ
ทย๒๕. การบรู
ารแพ๒๖. ยาดํา สะตุ
สถาบนั กหมายเหต:ุ (๑) เมล็ดพรกิ ไทยลอ่ น ใชพ้ ริกไทยลอ่ นปนและพรกิ ไทยดําปน นาํ หนักอยา่ งละครงึ
๑๗๖
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
เครืองยาสมุนไพร ๒๖ สิง
แ์ ผนไทยเนตรดาวลูกจนั ทน์
ดอกจนั ทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู
าบนั การแพทยโกฐกระดูก
สถ ไทยเนตรดาวเทียนขาวโกฐเขมา โกฐนาํ เต้า เทยี นดาํ
ารแพทยแ์ ผนหวั กระดาดขาวหัวดองดึงหวั บกุ หัวกลอย
เหง้าขิงแหง้
หวั กระดาดแดงสถาบนั ก รดาวรากชะเอมเทศลกู เร่ว
รากเจตมลู เพลงิ แดงสถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตเนอื สมอไทยผกั แพวแดง เนอื มะขามปอม
พริกไทยลอ่ นปนและ รงทอง สะตุ มหาหงิ ค์ุ สะตุ
พรกิ ไทยดําปนอยา่ งละครงึ (๑)
ยาดาํ สะตุ การบูร
๑๗๗
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
รดาวการเตรียมเครืองยา
ตคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทุกสิง จากนนั นําไปอบฆา่ เชอื โรคกอ่ นนําไปปรุงยา
เนซึงมวี ธิ คี ัดแยกเครอื งยาสรปุ โดยยอ่ ได้ ดงั นี
ไทยลกู จันทน์
แ์ ผนใช้แปรงปดทําความสะอาดผวิ นอก จากนันใช้ เนือสมอไทย
ยมดี ผ่าดูข้างในวา่ มเี ชอื ราหรือไม่ ถา้ มใี ห้คดั ทิงใชก้ ระชอนร่อนเศษผงเลก็ ๆ ออกก่อน
ทดอกจันทน์ ลูกกระวาน ดอกกานพลู คดั เฉพาะเนอื ลกู สมอไทย คัดลกู ทีไม่มเี ชือรา
ารแพใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเล็กออก ถา้ มเี มลด็ ให้คัดออก จากนันคดั หาสิงปลอมปน
กจากเครอื งยา จากนันคดั หาสิงปลอมปน และสิงปนเปอนทงิ
นัและสิงปนเปอนทงิ รากเจตมูลเพลิงแดง
าบโกฐกระดูก โกฐเขมา หวั บกุ หวั กลอย คดั เลอื กเฉพาะรากและต้นทีสูงจากรากขึนมา
ประมาณ ๑ นวิ
สถ าวหวั กระดาดขาว หัวกระดาดแดง เหง้าขงิ แหง้ เมล็ดพรกิ ไทยล่อน
รดรากชะเอมเทศ โกฐนาํ เต้า เนอื งตาํ รับยานใี ชเ้ มล็ดพรกิ ไทยในปริมาณมาก
ตใช้แปรงปดทาํ ความสะอาด ถ้ามขี นาดใหญ่ให้ใช้ จงึ เปลยี นไปใชพ้ รกิ ไทยปนแทน โดยใหใ้ ชพ้ รกิ
เนมีดสับหรอื ซอยให้มีขนาดเล็กลงและใกลเ้ คยี งกัน ไทยลอ่ นปนและพรกิ ไทยดาํ ปนอย่างละครึง
ยเพือความสะดวกในการอบและบดยา ไม่ต้องนาํ ไปอบ เนอื งจากเปนพรกิ ไทยสําเรจ็ รูป
ไทหวั ดองดงึ จงึ มีความสะอาดอยแู่ ล้ว
แ์ ผนใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเล็กออก รงทองสะตุ มหาหงิ คสุ์ ะตุ ยาดําสะตุ
ใชค้ รกตําให้ละเอยี ดกอ่ นนาํ ไปชงั นาํ หนกั และ
จากเครืองยา ใช้แปรงปดทําความสะอาด ถ้ามี ปรุงยา
การบูร
ทยขนาดใหญ่ใหใ้ ช้มีดสับหรือซอยให้มขี นาดเลก็ ลง เลือกใชก้ ารบรู คณุ ภาพดี
ารแพและใกล้เคียงกัน เพือความสะดวกในการอบ ไมค่ ัดแยก ไมน่ ําไปอบฆ่าเชือโรค
และบดยา จากนนั นาํ ไปฆ่าฤทธกิ อ่ นนาํ ไปปรุงยา
เทียนดาํ เทยี นขาว ลกู เร่ว ผักแพวแดง
นั กเนือมะขามปอม
าบใช้กระชอนตาถรี อ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็ ออก
สถจากเครืองยาก่อน จากนนั คัดหาสิงปลอมปนและ
สิงปนเปอนทงิ
รดาวในการคดั เครอื งยาแต่ละสิงนนั ใหเ้ ภสัชกรผู้ปรงุ ยาพิจารณาจากเครอื งยาทมี อี ยู่ ว่ามีลกั ษณะแบบใด
ตอาจจะใชว้ ิธที ีแตกต่างจากทกี ลา่ วมาข้างต้นนไี ด้ โดยให้พิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจดั เก็บ
เนรวมถงึ ความสะอาดของเครืองยาเปนสําคญั
นไทยเมอื คัดแยกและทาํ ความสะอาดเรยี บรอ้ ยแลว้ ให้นาํ เครืองยาทงั หมดไปอบฆา่ เชือโรค
แ์ ผยกเวน้ พรกิ ไทยปน รงทองสะตุ มหาหงิ คสุ์ ะตุ ยาดําสะตุ การบรู
ย(ดูขนั ตอนการคัดแยกและอบฆ่าเชอื โรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
ารแพทการเตรยี มอุปกรณ์สําหรบั การปรงุ ยา
การเตรยี มอุปกรณ์จะอยูใ่ นขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา ใหเ้ ตรียมทาํ ความสะอาดอปุ กรณ์
นั กและเครอื งมอื ทุกชนิดก่อนและหลังทําการบดยาและรอ่ นยา ทุกครงั
สถาบเตรยี มวสั ดุอปุ กรณส์ ําหรบั ปรงุ ยาชนิดผง (ดไู ด้จากหน้าที ๑๘)
ทาํ ความสะอาด เครืองบดยา เครืองรอ่ นยาและอุปกรณ์ทุกชนิด ทังก่อนและหลังใช้งาน
(ดูวิธีการทําความสะอาดได้จากหน้าที ๑๙)
๑๗๘
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
๒. ขันตอนการปรุงยา
เนตรดาวรูปแบบการปรงุ ยา: ชนิดแคปซลู
ยสูตรตํารับยา: ประกอบด้วยเครอื งยา ๒๖ สิง รวมนาํ หนักเครืองยา ๑๖๐ ส่วน
นไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๑,๑๒๐ กรัม สามารถจัดนาํ หนกั เครืองยาได้ส่วนละ ๗ กรมั
แ์ ผวธิ ีทํา: บดเปนผง บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
ทยขอ้ มูลการใช้เครอื งยาสมุนไพรปรุงยา: ใชเ้ ครืองยาสมุนไพรแห้งและมธี าตวุ ตั ถเุ ปนส่วนประกอบ
การแพขันตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครืองยาตามตํารบั ยา
าบนันาํ เครอื งยาทอี บฆ่าเชือโรคทีเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รับยาขา้ งตน้
สถ าวโดยให้ชงั นาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แลว้ แยกใส่ถงุ ไว้ ถุงละ ๑ สิง
ตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด
เนการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนําเครอื งยาไปบด
ยจุดประสงคเ์ พือตอ้ งการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดงา่ ย
ไทช่วยกระตนุ้ ฤทธยิ าให้มสี รรพคุณทางยาดีขนึ และช่วยฆา่ เชอื โรคอีกครงั หนงึ
ทยแ์ ผนขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ารแพการบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครืองยาทมี ีลกั ษณะแขง็ มากสุดไปหาน้อยสุดตามลาํ ดับ
เครอื งยาทมี นี าํ มนั มากในตาํ รับยานี คือ ลูกจนั ทน์ ดอกจันทน์ ใหบ้ ดเปนลําดับสุดท้ายและใส่มหาหิงคล์ุ งไปบดในรอบนี
าบนั ก ขนั ตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา
สถนํายาทีบดแล้วมารอ่ นผ่านตะแกรงหรือแร่งจะทาํ ใหไ้ ด้ผงยาทีเนยี นละเอียด โดยตอ้ งรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
จํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือรอ่ นครบ ๓ รอบแล้ว ใหน้ ํากากยาไปชงั นาํ หนกั
าวเพือพิจารณาว่าจะบดและรอ่ นต่อหรอื ไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนักกากยาทีเหลอื ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ใหน้ าํ
รดกากยากลบั ไปบดและรอ่ นใหม่อกี ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จใหน้ าํ กากยากลับไปชงั นาํ หนัก
ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ใหท้ ําการบดและร่อนใหม่ ทําเชน่ นีจนกวา่ กากยาจะเหลือน้อยกว่า ๕%
เนต(ใส่ยาดําลงไปบดรวมกบั กากยาในรอบที ๑)
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)
ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การนวดยากับการบูร รงทอง พรกิ ไทยปน
ารแพการนวดยา คือ การผสมผงยาทีบดและรอ่ นแลว้ กับการบรู รงทอง พริกไทยปน ด้วยเครืองบดยา
ซงึ เปนขนั ตอนสุดทา้ ยก่อนนาํ ยาไปบรรจุแคปซลู
สถาบนั ก ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซลู
บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนกั แคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั
๑๗๙
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
ขันตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นําเครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
ขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด
การอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครอื งยาไปบด
จดุ ประสงค์เพือต้องการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดง่าย ช่วยกระต้นุ ฤทธยิ า
ให้มีสรรพคุณทางยาดขี นึ และชว่ ยฆ่าเชอื โรคอีกครงั หนงึ
รายละเอียด
าวขนั ตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรุงยา
ารแพทยวิธกี ารอบเครอื งยา
ก๑. อุน่ ต้อู บทีอุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
าบนั๒. จดั เรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ นาํ เครืองยาทจี ดั เปนตาํ รับไว้แลว้ เทใส่ถาด เนอื งจาก
สถ าวปริมาณเครอื งยาไมม่ ากนัก สามารถจดั เรยี งได้ ๑ ถาด ดงั นี
ตรดถาดที ๑ จดั เรยี งเครอื งยา ๒๑ สิง ไดแ้ ก่
เนโกฐกระดกู โกฐเขมา โกฐนาํ เตา้ หวั บกุ หวั กลอย หวั กระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลกู เร่ว
ไทยเหงา้ ขงิ แหง้ รากชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลงิ แดง เนอื มะขามปอม ผักแพวแดง ดอกกานพลู
นลูกกระวาน เทียนดํา เทยี นขาว เนอื สมอไทย หัวดองดงึ ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์
แ์ ผเมอื เรียงเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ เพือให้เครืองยากระจายไปทวั ถาด (วางลกู จนั ทน์และดอกจนั ทนไ์ วบ้ น
ทยผักแพวแดงใหช้ ว่ ยซับนาํ มันหอมระเหยไว)้
ารแพเครอื งยาทไี มต่ อ้ งนําไปอบ ได้แก่
กมหาหงิ คุ์ รงทอง การบูร ยาดาํ พรกิ ไทย
าบนัลอ่ นปนและพรกิ ไทยดําปน
สถชงั นาํ หนกั แลว้ ให้ใส่ถงุ เตรียมไว้
นไทยเนตรดาว๓. เมืออุ่นตูอ้ บจนไดอ้ ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแลว้ ใหน้ ําถาดเครืองยาทงั หมดเรียงเขา้ ตู้อบ
แ์ ผเนืองจากสมนุ ไพรในถาดมขี นาดทีตา่ งกันและมีทงั ทเี ปนแกน่ หัวเหงา้ และสมนุ ไพรทีเปราะหักงา่ ย
ทยไหมง้ ่าย จงึ ไมค่ วรวางถาดไวใ้ กล้ไฟ เพราะอุณหภูมอิ าจสูงเกนิ ไป สมนุ ไพรทชี นิ บางอาจไหม้ได้
ารแพให้เรยี งเครงื ยาไวช้ นั ที ๒ อบด้วยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
กนาํ ออกมาดวู า่ เครืองยาแหง้ กรอบไดท้ หี รอื ไม่ ถา้ ยงั ไม่แหง้ กรอบดี อบตอ่ อีก ๒๐ นาที
สถาบนั๔. เมอื ครบเวลาแลว้ ให้นาํ ถาดเครอื งยาทงั หมดออกจากตู้อบ พร้อมนําไปบดในขนั ตอนตอ่ ไป
๑๘๐
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
เครอื งยาถาดที ๑
สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว
๑๘๑
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
าว๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นทําการบดยา
รด๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทีละถาด
ต๒.๑. เรมิ ตน้ จากเครอื งยาถาดที ๑
เนแยก โกฐนาํ เต้า เนอื สมอไทยและหัวดองดงึ ออก
ไทยมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ
นจึงนาํ ไปบด ห้ามบดเครืองยานีขณะทียังมีความ
แ์ ผเหนยี วอยู่ จะทาํ ให้ผงยาเกาะกนั เปนกอ้ นและบด
ทยยากขนึ ให้แยกลูกจันทน์ ดอกจันทน์ บดเปนลําดับ
ารแพสุดทา้ ย เครอื งยาทเี หลอื ใหท้ ยอยใส่ลงเครอื งบด
ตามลาํ ดับ ดังนี
นั กใส่ โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐนาํ เตา้ หัวบุก
าบหวั กลอย หวั กระดาดขาว หัวกระดาดแดง
สถ าวลกู เร่ว เหงา้ ขิงแหง้ รากชะเอมเทศ
รดรากเจตมลู เพลิงแดง เนอื มะขามปอม
ตผกั แพวแดง ดอกกานพลู ลูกกระวาน
เนเทยี นดาํ เทยี นขาว ลงเครอื บด (โกฐนาํ เตา้
ไทยเย็นตวั ลง และกรอบดีแลว้ ) โดยให้ทยอย
นใส่เครอื งยาเหลา่ นคี ราวละ ๑ สิง บดเครอื งยา
แ์ ผแต่ละสิงจนกระทงั เครอื งยาลาํ ดบั แรกแตก
ยเปนชนิ เล็กๆ เสียก่อน จึงใส่เครอื งยาลาํ ดับ
ทถัดไปได้ เมือใส่ครบ บดตอ่ เล็กน้อย แลว้ ปด
ารแพเครอื ง (ถ้าใช้เครอื งบดใหญ่ สามารถใส่ลง
เครืองบดพรอ้ มกนั ทงั หมดได)้
กใส่ เนอื สมอไทยและหัวดองดึง (เนอื สมอไทย
าบนัและหวั ดองดึง เยน็ ตัวลง และกรอบดแี ล้ว)
ลงเครอื งบดพร้อมกนั เปดเครอื งแล้วบดตอ่
สถจนกระทงั เครอื งยาละเอียด จึงปดเครอื ง
าวใส่ ลกู จนั ทนแ์ ละดอกจันทน์ ลงเครืองบด
รดพรอ้ มกนั เปดเครืองแลว้ บดตอ่ จนกระทงั
ตเครอื งยาแตกเปนผงละเอยี ด จึงปดเครอื ง
ยเนปรบั ขากวาดนอกลงเพือช่วยกวาดยา
แ์ ผนไท๓. นาํ ผงมหาหิงค์ุใส่ถงุ แล้วใชส้ ากคลึงใหล้ ะเอยี ด
ยจากนนั เททงั หมดใส่ลงเครืองบด เปดเครอื ง แล้ว
ารแพทบดตอ่ จนกระทงั เหน็ วา่ ตัวยาเปนผงผสมเข้ากนั ดี
สังเกตสีของตวั ยาจะเข้มขนึ จากตัวยาทีมนี าํ มัน
กกระจายตัวทวั แลว้ จงึ ปดเครือง ตงั แตใ่ ส่สมุนไพร
าบนัตัวแรกจนจบรอบการบดครงั แรก ใชเ้ วลาประมาณ
สถ๓๐ นาที ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปรอ่ น
ในขนั ตอนตอ่ ไป
๑๘๒
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)
รดาวนาํ ยาทบี ดแลว้ มาร่อนผ่านตะแกรงหรอื แรง่ จะทําใหไ้ ด้ผงยาทีเนยี นละเอยี ด โดยตอ้ งร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
ตจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแล้ว ใหน้ ํากากยาไปชังนําหนัก
เนเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนตอ่ หรอื ไม่ โดยคํานวนจากนําหนกั กากยาทีเหลอื ถ้านําหนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ าํ
ไทยกากยากลบั ไปบดและร่อนใหม่อกี ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสร็จให้นํากากยากลบั ไปชังนําหนัก
นถา้ นําหนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ใหท้ ําการบดและรอ่ นใหม่ ทําเช่นนจี นกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
แ์ ผ(จํานวนรอบในการร่อนยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครืองยาทใี ชป้ รงุ ยา)
ารแพทยการร่อนยาในครงั นี ร่อนทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดังนี
าบนั กรอ่ นยารอบที ๑ บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยา
ในรอบที ๑
สถ าวรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยใหท้ ยอยร่อน เมอื กากยาทีเหลือจากการร่อนยาอยูใ่ นเครอื งบดยา
รดทลี ะน้อย จากนนั นาํ กากยาทีไมส่ ามารถผ่าน ทงั หมดแลว้ ให้ทําการบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลา
ประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาทกี าํ หนดให้ปด
รูตะแกรงไดแ้ ลว้ เทกลับลงเครืองบดเพือบดใหม่ เครือง เทยาดําทงั หมดลงเครืองบด บดตอ่
ประมาณ ๑ นาที แล้วปดเครอื ง จากนันตกั ผงยาใน
นไทยเนตรอ่ นยารอบที ๒ เครอื งบดยาทังหมดใส่ภาชนะเพือนาํ ไปรอ่ นต่อใน
แ์ ผร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ รอบที ๒
ยทําเชน่ เดียวกบั ร่อนยารอบที ๑
นั การแพทร่อนยารอบที ๓ บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๒
าบร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเช่นเดียวกบั รอ่ นยา ใชเ้ วลาประมาณ ๑๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
สถรอบที ๒ เมอื ร่อนเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่า กําหนดให้ปดเครอื ง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๓
มนี ําหนกั มากกว่า ๕% จงึ ต้องนาํ กากยาไปบดต่อ
บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๓
ตรดาวร่อนยารอบที ๔ กากยาทีเหลือจากการบดนําหนกั มากกว่า ๕%
ยเนร่อนยาผา่ นกระชอนตาถที ีใช้สําหรบั รอ่ นยาแทน แต่มปี ริมาณน้อย จึงไม่เหมาะทีจะใช้เครืองบดใหญ่
ไทเมือร่อนเสรจ็ นาํ กากยาทเี หลอื ไปชงั นาํ หนักอีกครงัให้ใชเ้ ครอื งบดความเรว็ สูงสําหรับบดยาแทน
แ์ ผนพบวา่ นําหนกั กากยาเหลอื น้อยกวา่ ๕% โดยให้ทยอยใส่กากยา แล้วบดทีละนอ้ ย
ยจงึ เสรจ็ ขนั ตอนการร่อนยา การบดกากยาด้วยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
ระหวา่ งทีบดใหเ้ ขย่าและหมุนเครืองบดไปด้วย
เพือให้กากยาถกู บดอยา่ งทัวถงึ กัน และใชเ้ วลาบด
ในแต่ละครงั ประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลกี เลียง
อุณหภมู ิทสี ูงขณะบด
นั การแพทเมอื รอ่ นยาเสร็จแล้ว ใหด้ งึ ถาดพักผงยาทอี ยใู่ ต้เครอื งร่อนยาออก
าบตกั ผงยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไว้ เพือนําไปนวดกับเครอื งยาทเี หลือ ได้แก่ การบูร พรกิ ไทยปน รงทอง
สถ ในขนั ตอนตอ่ ไป
๑๘๓
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๒ ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )
ขนั ตอนที ๕ การนวดยากับการบูร พริกไทยปน รงทอง
าวการนวดยาเปนการผสมผงยาทีบดและร่อนแล้วกบั เครอื งยาด้วยเครอื งบด ซงึ เปนขนั ตอนสุดทา้ ยของ
รดการปรุงยา ในขนั ตอนนีให้ทยอยใส่เครืองยาแตล่ ะสิงสลบั กัน มวี ธิ ีทําดงั นี
การแพทยแ์ ผนไทยเนต๑. นาํ การบูรใส่ถงุ ใชส้ ากคลงึ ให้ละเอยี ด ไมจ่ ับตวั เปนกอ้ น
นัจากนนั ตักพริกไทยปนประมาณ ๑ ใน ๔ ใส่ลงไปในถงุ การบรู
สถาบใชส้ ากคลึงอีกครงั ให้ส่วนผสมเขา้ กันแล้วแยกพักไว้
าว๒. ตักผงยาทีร่อนแลว้ ประมาณ ๑–๒ กระบวย ใส่ลงไปในเครืองบด
รดตามดว้ ยรงทอง โดยใหใ้ ส่รงทองลงไปครงึ หนงึ เปดเครอื งเรมิ
ตทาํ การบด ถ้าสังเกตเหน็ วา่ รงทองตดิ ล้อให้เติมผงยาลงไปเพิม
เนบดต่อไปสักครู่ จึงปดเครอื ง
ไทย๓. เตมิ ผงยาทเี หลอื ลงไปทงั หมด เปดเครอื งบดแลว้ บดตอ่ เมอื เหน็ ตวั ยาคลกุ เคลา้ เขา้ กนั ดี จงึ ปดเครอื ง
น๔. ใส่พริกไทยปนครงึ หนงึ จากปริมาณทเี หลอื ลงเครืองบด เปดเครืองแลว้ บดตอ่
แ์ ผเมือเห็นตวั ยาคลุกเคล้าเขา้ กนั ดี จึงปดเครอื ง
ย๕. ใส่รงทองทีเหลอื ทงั หมดลงไปในเครอื งบดแล้วบดต่อ เมอื เห็นตวั ยาคลกุ เคลา้ เข้ากนั ดี จึงปดเครอื ง
ท๖. ใส่พรกิ ไทยปนทีเหลือทงั หมดลงเครืองบดแลว้ บดตอ่ ใช้เวลาประมาณ ๕ นาที จะได้กลนิ
ารแพพรกิ ไทยแรงขนึ และสีฉาํ ขนึ จากนาํ มนั ในพรกิ ไทยทอี อกมา
กประมาณ ๒๐ นาที เปนอันเสรจ็ สินขนั ตอนการนวดยา
๗. ใส่ส่วนผสมทเี ตรยี มไวใ้ นขอ้ ๑ คือ การบูรกบั พริกไทยปน เปดเครืองแลว้ บดให้เขา้ กนั ใชเ้ วลา
าบนั๘. จากนนั ให้ตักผงยาทปี รุงเสร็จใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ให้พองและแนน่ เขยา่ ผงยาให้เข้ากนั เมอื ส่วน
สถผสมเข้ากนั ดแี ล้ว ใหป้ ล่อยลมออกจากถงุ
าว๙. ชงั นาํ หนักผงยาทปี รงุ เสร็จ เขยี นชือยา
มดั ปากถุงใหช้ ิดผงยา สรุปนาํ หนักยาธรณสี ัณฑะฆาต
รดวนั เดอื นปทผี ลิต นาํ หนักยาสุทธไิ วบ้ นถงุ
เนตจากนนั นาํ ยาไปบรรจุแคปซูลตอ่ ไป
นาํ หนกั ตาํ รบั ยา ๑,๑๒๐ กรัม
นาํ หนักผงยาทรี ่อนได้ ๑,๐๘๒ กรมั
นาํ หนกั กากยา ๒๕ กรัม
นาํ หนักยาสูญเสีย ๓๘ กรัม
แ์ ผนไทยขนั ตอนที ๖
สถาบนั การแพทยการบรรจแุ คปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล สามารถดไู ดจ้ ากหนา้ ๓๖
ยาธรณสี ัณฑะฆาต นาํ หนกั ยาสุทธิ ๑,๐๘๒ กรมั
บรรจแุ คปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
บรรจแุ คปซลู ได้ทงั หมด ๓,๖๐๐ แคปซูล ผงยาเหลือ ๓๘ กรัม
นํายาแคปซลู ทีบรรจเุ สร็จใส่ถงุ พลาสติกทสี ะอาด บนั ทึกไว้บนถงุ
ใหม้ ีรายละเอียดชือยา วนั เดือนปทีผลิต และจาํ นวนแคปซลู พรอ้ มนาํ ไปใชต้ อ่ ไป
ผงยาทีเหลอื ให้ใส่ถุงพลาสติก บนั ทกึ ไวบ้ นถุง ให้มรี ายละเอียดชอื ยา
วันเดือนปทีผลติ และนาํ หนักยาทีเหลอื แลว้ จงึ จัดเกบ็
๑๘๔
ตํารบั ที
ยาลดคว๑ายม๓แ์ ดผนั นโไทลหยเติ นตรดาวชอื ยา:
ลดความดนั โลหติ
ททมี าของตํารบั ยา:อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี
ารแพรูปแบบยา:ชนิดแคปซลู
กสรรพคณุ /ขอ้ บง่ ใช้:ลดความดันโลหติ สูง
าบนัข้อควรระวัง/ข้อหา้ มใช้:ไมม่ ี
ไมม่ ี
สถ าวอาการไมพ่ ึงประสงค์:ไมมี ี
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรตดารวดขอ้ มูลเพิมเตมิ :
๑๘๕
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๓ ย า ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
อธิบายขนั ตอนการปรุงยา
ยาลดความดนั โลหติ รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วตั ถุดบิ และอปุ กรณใ์ นการปรุงยาชนิดผง
เนตคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาแต่ละสิงตามตาํ รบั ยา
ยนาํ เครอื งยาทีคัดแยกและทําความสะอาดแล้วไปอบฆา่ เชือโรคทอี ุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ไทใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
แ์ ผนทาํ ความสะอาดเครอื งบดยา เครืองร่อนยา อปุ กรณ์ทใี ชส้ ําหรับการปรงุ ยาทกุ ชนิด (ทงั กอ่ นและหลังการปรงุ ยา)
ย๒. การปรงุ ยา
ารแพทการชังนาํ หนักเครอื งยา นําเครืองยาทีอบฆา่ เชอื โรคเตรียมไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยา โดยให้ชงั นาํ หนกั
เครืองยาแตล่ ะสิงเปนกรัม แล้วแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกนั ไว้ ให้เปนตาํ รบั เดียวกัน
กการอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นาํ เครอื งยาทจี ดั เปนตํารบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั
นัอยู่ในถาดเดียวกนั สามารถจดั เรียงได้ ๓ ถาด ดงั นี
สถาบถาดที ๑ จดั เรยี ง กระลาํ พัก รากระยอ่ ม ฟาทะลายโจร รากหญา้ คา เทยี นแกลบ
าวถาดที ๒ จดั เรียง ดอกคําฝอย
รดถาดที ๓ จัดเรียง หัวกระเทียม
ตจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน ใหเ้ รยี งเครอื งยาถาดที ๓ หวั กระเทยี ม
เนไวช้ นั บนสุด เรยี งถาดที ๒ และ ๓ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมา ชนั ละ ๑ ถาด อบดว้ ยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใชเ้ วลา
ไทยอบประมาณ ๑ ชวั โมง
การบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ กอ่ นทาํ การบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครอื งบด
แ์ ผนเรมิ จากถาดที ๑ ให้ทยอยใส่เครืองยาลงเครอื งบด โดยให้ใส่เครืองยาทแี ขง็ ทีสุดในถาดลงไปบดแล้วไลล่ าํ ดบั ไป
จนครบ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ และ ๓ บดเครอื งยาจนละเอียด เมือเครอื งยาละเอยี ดหรอื สังเกตเห็นสีของยาเรมิ
ทยเข้มขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะให้ปดเครอื ง ตักยาใส่ภาชนะทเี ตรียมไว้เพือนาํ ไปรอ่ นตอ่ ไป
ารแพการร่อนยาและการบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครอื งรอ่ นยาทลี ะนอ้ ย เปดเครือง ร่อนยาจนแนใ่ จว่า
ผงยาละเอียดผ่านตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลือเพียงกากยา ให้นํากากยานกี ลับไปบดใหม่
กและนาํ กลับมารอ่ นอีกครงั รอ่ นและบดเช่นนีไปเรอื ยๆ จนกว่านาํ หนกั กากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%
นัสําหรบั การรอ่ นยาครงั นี จาํ นวนรอบทีรอ่ นได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดงั นี
าบรอบที ๑ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนประมาณ ๓๐ นาที
สถรอบที ๒ รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการรอ่ นประมาณ ๔๐ นาที
รอบที ๓ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื รอ่ นเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนักกากยาเหลอื
าวมากกวา่ ๕% จงึ นาํ กากยากลบั ไปบดใหม่ดว้ ยเครืองบดความเรว็ สูง
รดรอบที ๔ ร่อนยาผา่ นกระชอนตาถี เมอื รอ่ นเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ นาํ หนักกากยาเหลอื น้อยกวา่
เนต๕% จึงเสร็จขนั ตอนการปรงุ ยา
ยจากนนั ใหด้ งึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครอื งรอ่ นยา ตกั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่
ไทเขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดแี ลว้ ใหป้ ลอ่ ยลมในถงุ ออก มดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นาํ ผงยาทปี รงุ เสรจ็ และ
แ์ ผนกากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป
ยการบรรจแุ คปซลู บรรจผุ งยาใส่แคปซูล เบอร์ ๑ ด้วยเครืองบรรจแุ คปซูลแบบมอื โยก จะไดน้ าํ หนักแคปซูลละ
สถาบนั การแพทประมาณ ๐.๒๕ กรมั
๑๘๖
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๓ ย า ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
าวตาํ รบั ยาลดความดันโลหิต
เนตรดประกอบด้วยเครอื งยา ๗ สิง รวมนาํ หนักยา ๒๐ ส่วน
ยกาํ หนดนาํ หนักยา ๑,๒๐๐ กรัม สามารถจดั เครอื งยาได้ส่วนละ ๖๐ กรัม
นไทมรี ายละเอยี ดดงั นี
สถาบนั การแพทยแ์ ผ ตรดาวเครืองยา
เนสมุนไพร๑. เทียนแกลบ ๕ ส่วน ๓๐๐ กรัม
ไทย๗ สิง๒. รากระยอ่ ม (ฆา่ ฤทธ)ิ๕ ส่วน๓๐๐ กรมั
๓. ดอกคําฝอย ๓ ส่วน ๑๘๐ กรัม
๔. รากหญ้าคา ๒ ส่วน ๑๒๐ กรมั
๕. ฟาทะลายโจร ๒ ส่วน ๑๒๐ กรัม
๖. หัวกระเทียม ๒ ส่วน ๑๒๐ กรมั
๗. กระลาํ พัก ๑ ส่วน
๖๐ กรัม
ารแพทยแ์ ผนเทยี นแกลบ
สถาสบถนัาบกนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวดอกคําฝอยรากระย่อม
รากหญา้ คา ฟาทะลายโจร
หัวกระเทียม กระลําพัก
๑๘๗
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๓ ย า ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคดั แยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทกุ สิง จากนนั นาํ ไปอบฆา่ เชอื โรคก่อนนาํ ไปปรงุ ยา
ไทยซึงมวี ิธคี ัดแยกเครอื งยาสรปุ โดยย่อได้ ดงั นี
ยแ์ ผนเทยี นแกลบ ดอกคําฝอย ฟาทะลายโจร
ารแพทหัวกระเทียม
ใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็
กออกจากเครอื งยา จากนนั คดั หาสิงปลอมปน
าบนัและสิงปนเปอนทงิ
สถ าวรากหญ้าคา
รดคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ โดยเฉพาะ
เนตเศษดนิ ทีตดิ มากบั หญ้าคา
กระลาํ พัก
ใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญ่ ใหใ้ ชม้ ดี
สับหรอื ซอยใหม้ ขี นาดเลก็ ลงและใกลเ้ คยี งกนั
เพือความสะดวกในการอบและบดยา
รากระยอ่ ม
ใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญ่ ใหใ้ ชม้ ดี
สับหรอื ซอยใหม้ ขี นาดเลก็ ลงและใกลเ้ คยี งกนั
เพือความสะดวกในการอบและบดยา จากนนั นาํ ไป
ฆา่ ฤทธกิ อ่ นนาํ ไปปรงุ ยา
ไทยในการคัดเครอื งยาแต่ละสิงนนั ให้เภสัชกรผ้ปู รุงยาพิจารณาจากเครืองยาทีมีอยู่ ว่ามีลักษณะแบบใด
นอาจจะใช้วธิ ที ีแตกตา่ งจากทกี ล่าวมาขา้ งตน้ นีได้ โดยให้พิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเก็บ
แ์ ผรวมถึงความสะอาดของเครอื งยาเปนสําคัญ
ารแพทยเมอื คัดแยกและทาํ ความสะอาดเรียบรอ้ ยแลว้ ใหน้ าํ เครืองยาทังหมดไปอบฆ่าเชือโรค
(ดูขันตอนการคดั แยกและอบฆา่ เชือโรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
าบนั กการเตรยี มอปุ กรณส์ ําหรับการปรงุ ยา
สถการเตรยี มอุปกรณจ์ ะอยใู่ นขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา ให้เตรยี มทําความสะอาดอปุ กรณ์
และเครืองมอื ทกุ ชนดิ ก่อนและหลงั ทําการบดยาและร่อนยา ทุกครงั
าวเตรียมวัสดอุ ปุ กรณส์ ําหรบั ปรงุ ยาชนดิ ผง (ดูได้จากหนา้ ที ๑๘)
รดทําความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอุปกรณ์ทุกชนิด ทงั ก่อนและหลังใช้งาน
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนต(ดวู ิธกี ารทาํ ความสะอาดได้จากหนา้ ที ๑๙)
๑๘๘
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๓ ย า ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
๒. ขันตอนการปรุงยา
เนตรดาวรูปแบบการปรงุ ยา: ชนิดแคปซูล
ยสูตรตํารบั ยา: ประกอบดว้ ยเครืองยา ๗ สิง รวมนาํ หนกั เครอื งยา ๒๐ ส่วน
นไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๑,๒๐๐ กรมั สามารถชังนําหนกั เครอื งยาได้ส่วนละ ๖๐ กรัม
แ์ ผวิธที าํ : บดเปนผง บรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
ทยขอ้ มลู การใช้เครืองยาสมุนไพรปรุงยา: ใชเ้ ครืองยาสมนุ ไพรแห้งทังหมด
าบนั การแพขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนักเครอื งยาตามตํารับยา
สถ าวนําเครืองยาทอี บฆ่าเชือโรคเตรยี มไว้แลว้ มาชงั นาํ หนักตามตํารับยาข้างตน้
โดยให้ชงั นาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยากอ่ นนาํ ไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครืองยาไปบด
นจดุ ประสงค์เพือตอ้ งการใหเ้ ครืองยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผชว่ ยกระตุน้ ฤทธยิ าให้มีสรรพคุณทางยาดขี นึ และช่วยฆ่าเชอื โรคอกี ครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา
การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครอื งยาทมี ลี ักษณะแข็งมากสุดไปหานอ้ ยสุดตามลําดบั
เครืองยาทมี นี าํ มันมากในตาํ รับยานี คอื หวั กระเทยี ม ให้บดเปนลาํ ดับสุดทา้ ย
สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา
นํายาทีบดแล้วมารอ่ นผา่ นตะแกรงหรือแรง่ จะทําใหไ้ ดผ้ งยาทเี นยี นละเอยี ด โดยตอ้ งร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
าวจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ ํากากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาวา่ จะบดและรอ่ นต่อหรือไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนักกากยาทีเหลือ ถ้านาํ หนักเหลอื มากกว่า ๕% ให้นํา
ตกากยากลบั ไปบดและรอ่ นใหม่อกี ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื รอ่ นเสรจ็ ให้นํากากยากลับไปชงั นาํ หนัก
เนถ้านาํ หนกั เหลือมากกวา่ ๕% ใหท้ ําการบดและร่อนใหม่ ทาํ เชน่ นจี นกวา่ กากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)
ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขันตอนที ๕ การบรรจแุ คปซูล
สถาบนั กบรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนกั แคปซูลละ ๐.๒๕ กรมั
๑๘๙
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๓ ย า ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนกั เครืองยาตามตาํ รับยา
นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
ขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยากอ่ นนาํ ไปบด
การอบเครอื งยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครืองยาไปบด
จุดประสงคเ์ พือตอ้ งการใหเ้ ครืองยากรอบและบดงา่ ย ชว่ ยกระตุ้นฤทธยิ า
ให้มสี รรพคุณทางยาดีขนึ และช่วยฆ่าเชือโรคอกี ครงั หนงึ
าวรายละเอยี ด
รดขนั ตอน
ทยแ์ ผนไทยเนตการปรงุ ยา
การแพวิธกี ารอบเครอื งยา
าบนั๑. อุน่ ตอู้ บทอี ุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
สถ าว๒. จัดเรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรยี มอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยาทใี กลเ้ คยี งกัน
รดจดั เรียงไว้ในถาดเดยี วกัน สามารถจัดเรยี งได้ ๓ ถาด ดงั นี
เนตถาดที ๑ จดั เรยี งเครืองยา ๕ สิง ได้แก่
ไทยกระลําพัก รากระยอ่ ม ฟาทะลายโจร รากหญ้าคา เทยี นแกลบ เมอื เรยี งเสรจ็ เขยา่ ถาดเบาๆ
นเพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
ยแ์ ผถาดที ๒ จดั เรียงเครอื งยา ๑ สิง
ารแพทดอกคาํ ฝอย เมือเรียงเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
กถาดที ๓ จัดเรยี งเครืองยา ๑ สิง คอื
นัหวั กระเทียม เมอื เรยี งเสร็จเขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครืองยากระจายไปทวั ถาด
สถาบ๓. เมืออุ่นตู้อบจนไดอ้ ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
รดาวแลว้ ให้นําถาดเครืองยาทงั หมดเรียงเข้าต้อู บ
ตสําหรับตู้อบทใี ช้ครงั นไี ฟอย่ดู ้านบน ใหเ้ รียงถาด
เนที ๓ ในชนั บนสุด ถาดที ๑ และถาดที ๒ ใหเ้ รียง
ไทยตอ่ กนั ลงมาชนั ละ ๑ ถาด ตามลาํ ดบั เมือเรียง
แ์ ผนครบแลว้ จึงเรมิ จบั เวลา ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑
ยชวั โมง
ารแพท๔. เมือครบเวลาแล้ว ใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมด
สถาบนั กออกจากตู้อบ พร้อมนาํ ไปบดในขนั ตอนต่อไป
๑๙๐
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๑ ๓ ย า ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
สถาสสบถถเครนัาาืองบบยกาถนนัั าาดกกทรี ๒าาแรรแแพพพเทคททรอื ยงยยยาแแถ์์แ์ าดผผทผี ๑นนนไไททไทยยเคเเยรนนอื งเยตตานถรราดตทดดี ๒าารววดาว
๑๙๑
ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๑ ๓ ย า ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
ขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยาครงั แรก
าว๑. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทําการบดยา
รด๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทลี ะถาดทยอยใส่เครอื งยาทีละสิงจนครบตํารับยา
เนต๒.๑. เรมิ ตน้ จากเครอื งยาถาดที ๑
ยโดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลาํ ดับแล้วบด ดงั นี
นไทใส่ กระลาํ พัก รากระย่อม ฟาทะลายโจร
แ์ ผรากหญา้ คา เทยี นแกลบ ลงเครือบด โดยให้
ทยทยอยใส่เครอื งยาเหล่านคี ราวละ ๑ สิง
ารแพบดเครอื งยาแต่ละสิงจนกระทงั เครอื งยา
ลาํ ดบั แรกแตกเปนชนิ เล็กๆ เสียกอ่ น แล้วจงึ
นั กใส่เครอื งยาลาํ ดบั ถัดไปได้ เมอื ใส่ครบบดต่อ
สถาบ าวเลก็ นอ้ ย แลว้ ปดเครอื ง (ถ้าใชเ้ ครืองบดใหญ่
สามารถใส่เครอื งยาทงั หมดลงไปบดพรอ้ มกนั ได)้
รด๒.๒. ใส่เครอื งยาถาดที ๒ ดอกคําฝอย
เนตลงเครืองบด เปดเครอื งแล้วบดตอ่ จนกระทงั
ยเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง
ไท๒.๓. ใส่เครอื งยาถาดที ๓ หวั กระเทียม
แ์ ผนลงเครืองบด เปดเครืองแล้วบดต่อใช้เวลาไม่นาน
มากนกั จึงปดเครือง
ทย๓. ปรบั ขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลง เพือชว่ ย
ารแพกวาดยา จากนนั เปดเครอื งบดยาตอ่ ใชเ้ วลาบด
ประมาณ ๓๐ นาที หรอื ใหส้ ังเกตวา่ สียาเรมิ เปลยี น
กเปนสีเขม้ ขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะ ใหป้ ดเครอื ง
าบนัตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปรอ่ นในขนั ตอน
สถ สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวตอ่ ไป
๑๙๒