The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rakchat.fg, 2021-05-15 07:54:59

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

เล่ม 1 การปรุงยา-ปรับปรุง

ตาํ รบั ที
ยาธาต๕บุ แ์ รผรนจไทบยเนตรดาว(ยาสามญั ประจําบ้าน)
ทยชอื ยา: ยาธาตุบรรจบ
ารแพรปู แบบยา: ยาแคปซูล ยาผง ยาลูกกลอน ยาแคปซลู (รพ.)
ก ยาผง (รพ.) ยาลกู กลอน (รพ.)
าบนั ขนาดบรรจุ (บัญชียาหลกั ): ผงยา ๑๐๔ กรัม

สถ าวขนาดบรรจุ (ยาสามญั ฯ): ไมเ่ กิน ๒๐ กรมั
วธิ ีทาํ (ยาสามญั ฯ): ชนิดเมด็ บดเปนผง
ตรดสรรพคุณ/ขอ้ บ่งใช:้
เนบรรเทาอาการอุจจาระธาตุพิการ ทอ้ งเสียชนดิ ทไี ม่เกดิ จากการติดเชอื
ไทยเชน่ อจุ จาระไม่มีมูกหรอื เลือดปนอยู่ ท้องเสียชนิดทไี มม่ ไี ข้ เปนตน้
นแกอ้ าการ นาํ กระสายยาทใี ช้
ยแ์ ผแก้ธาตุไม่ปกติ ทอ้ งเสีย เปลือกแค หรอื เปลือกสะเดา หรอื เปลอื ก
การแพทแกท้ อ้ งขนึ ท้องเฟอ ลูกทับทมิ ตม้ กบั นําปูนใส

กระเทียม ๓ กลบี ทบุ ชงนาํ รอ้ น หรือใช้
ใบกะเพราตม้

ถา้ หานาํ กระสายยาไมไ่ ดใ้ หใ้ ชน้ าํ สุกแทน
าบนัขนาดและวธิ ใี ช้ :
สถยาหลกั ฯ: กินวนั ละ ๓ ครงั กอ่ นอาหาร หรือเมือมอี าการขอ้ ควรระวงั :
ควรระวงั การกนิ ยารว่ มกบั ยาในกลมุ่ สารกนั เลอื ด
าวชนดิ ผง: เปนลิม (ANTICOAGULANT) และยาตา้ นการ
รดผใู้ หญ่ กนิ ครังละ ๑ กรมั ละลายนาํ กระสายยา จับตัวของเกลด็ เลือด (ANTIPLATELETS)
ต(ดูในสรรพคุณ) ควรระวังการใช้ยาตอ่ เนือง โดยเฉพาะผู้ปวยทมี ี
ยเนเดก็ อายุ ๖-๑๒ ป กินครงั ละ ๕๐๐ มลิ ลิกรมั อาการผิดปกตขิ องตับและไต เนอื งจากอาจเกิด
แ์ ผนไทชนดิ เม็ดและแคปซูล: การสะสมของการบรู และเกดิ พิษได้
ยผูใ้ หญ่ กินครังละ ๑ กรมั ในกรณีทอ้ งเสียชนิดทีไมเ่ กดิ จากการตดิ เชือ
ทเดก็ อายุ ๖-๑๒ ป กินครังละ ๕๐๐ มิลลกิ รมั ใชไ้ ม่เกนิ ๑ วนั หากอาการไมด่ ีขึน ควรปรกึ ษา
ารแพยาสามัญฯ: กนิ วนั ละ ๓ ครงั ก่อนอาหาร แพทย์
กชนิดผง: ห้ามใชใ้ นหญิงตงั ครรภ์และผทู้ มี ไี ข้
าบนัผูใ้ หญ่ กนิ ครงั ละ ๑ ช้อนชา ละลายนาํ กระสายยา
สถ(ดใู นสรรพคณุ ) อาการไม่พึงประสงค์ : ไม่มี

เด็ก อายุ ๖-๑๒ ป กินครงั ละ ครึงชอ้ นชา ขอ้ มูลเพิมเตมิ : ไม่มี

๙๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

อธิบายขนั ตอนการปรุงยา

ตํารับยาธาตบุ รรจบ (ยาสามญั ประจําบ้าน) รดาว๑. การเตรยี มเครอื งยา วตั ถุดิบและอปุ กรณใ์ นการปรงุ ยาชนิดผง
เนตคัดแยกและทําความสะอาดเครืองยาแตล่ ะสิงตามตาํ รบั ยา
ยนาํ เครืองยาทีคัดแยกและทําความสะอาดแลว้ ไปอบเพือฆ่าเชือโรคทอี ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเวน้ การบรู ไม่ตอ้ งนาํ ไปอบ
แ์ ผนทาํ ความสะอาดเครืองบดยา เครืองร่อนยา อุปกรณท์ ใี ชส้ ําหรบั การปรงุ ยาทกุ ชนดิ (ทงั กอ่ นและหลงั การปรุงยา)

๒. การปรุงยา

ทยการชังนาํ หนักเครอื งยา นาํ เครอื งยาทีอบฆ่าเชือโรคเตรียมไว้แลว้ มาชงั นาํ หนักตามตํารบั ยา โดยใหช้ งั นาํ หนัก
ารแพเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรัม และแยกใส่ถงุ ไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกันไว้ ให้เปนตาํ รบั เดียวกัน

การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นาํ เครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั

นั กอยูใ่ นถาดเดยี วกนั สามารถจดั เรยี งได้ ๒ ถาด ดังนี
าบถาดที ๑ จดั เรยี ง โกฐเขมา เปลอื กสมลุ แวง้ รากไคร้เครอื เหงา้ ขงิ แห้ง โกฐเชียง โกฐสอ โกฐกา้ นพรา้ ว

สถ าวดอกดปี ลี เนือสมอไทย ดอกกานพลู โกฐพุงปลา ลูกกระวาน หวั เปราะหอม ลกู จันทน์ ดอกจันทน์ ใบพิมเสน
รดถาดที ๒ จดั เรยี ง ลกู ผกั ชลี า เทยี นดํา เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นเยาวพาณี เทยี นขา้ วเปลอื ก (ใชแ้ ทนเทยี น

สัตตบษุ ย)์

เนตเครอื งยาทไี มต่ อ้ งนาํ ไปอบ คอื การบรู ชงั นาํ หนกั แลว้ ใหใ้ ส่ถงุ เตรยี มไว้
ยจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ไทเรยี งถาดที ๒ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมา อบดว้ ยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
นการบดเครอื งยา ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา ทยอยใส่เครืองยาลงเครอื งบด
แ์ ผเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกโกฐเชียง ดอกดปี ลี เนอื สมอไทย ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครืองยากรอบ

จงึ นาํ ไปบด จากนนั ใหท้ ยอยใส่เครืองยาทเี หลอื ลงเครอื งบด โดยให้ใส่เครืองยาทีแขง็ ทีสุดในถาดลงไปบดก่อน

ทยแลว้ ไลล่ ําดบั ไปจนครบ เกบ็ ใบพิมเสนไวบ้ ดรวมกบั ถาดที ๒ เรมิ บดเครอื งยาถาดที ๒ โดยใส่ใบพิมเสนจากถาดที ๑
ารแพและเครืองยาทงั หมดในถาดที ๒ ลงเครืองบด ปรบั ขากวาดนอกลง บดจนกระทงั เครอื งยาละเอียด เมอื บดเสร็จ

ตักเครืองยาใส่ภาชนะทีเตรียมไวเ้ พือนํายาไปรอ่ นตอ่ ไป
การรอ่ นยาและการบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครอื งรอ่ นยาทลี ะน้อย เปดเครือง รอ่ นยาจนแน่ใจว่า

นั กผงยาละเอยี ดผ่านตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลอื เพียงกากยา ให้นํากากยานีกลับไปบดใหม่
าบและนาํ กลับมารอ่ นอีกครงั รอ่ นและบดเชน่ นีไปเรอื ยๆ จนกวา่ นาํ หนกั กากยาจะเหลือนอ้ ยกว่า ๕%
สถสําหรบั การรอ่ นยาครงั นี จาํ นวนรอบทีร่อนไดท้ งั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดังนี

รอบที ๑ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการรอ่ นประมาณ ๓๐ นาที

าวรอบที ๒ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลอื จากการรอ่ นประมาณ ๔๐ นาที
รดรอบที ๓ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลือ
ตมากกวา่ ๕% จงึ นาํ กากยากลับไปบดใหมด่ ้วยเครืองบดความเรว็ สูง
เนรอบที ๔ ร่อนยาผา่ นกระชอนตาถี เมอื ร่อนเสร็จนาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่านาํ หนกั กากยาเหลอื น้อยกวา่
ไทย๕% จงึ เสรจ็ ขนั ตอนการร่อนยา ตกั ผงยาใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปนวดกบั การบรู
นการนวดยากับการบูร
แ์ ผนาํ การบูรใส่ถุงสะอาดแล้วใช้สากคลงึ ใหแ้ ตกละเอียด จากนนั นําผงยาบางส่วนใส่ลงไปในถุงการบูร จากนนั
ทยใช้สากคลงึ อีกครงั ใหส้ ่วนผสมเข้ากนั เมอื เข้ากันดีแลว้ ใส่ลงไปในเครืองบด ตามดว้ ยผงยาทงั หมดลงไป
ารแพเปดเครอื ง บดใหส้ ่วนผสมเขา้ กนั สังเกตไดจ้ ากยาเรมิ มกี ลนิ หอมขนึ จมกู และเยน็ ขนึ ตา เปนอนั เสรจ็ สินการนวดยา

ตักผงยาทปี รงุ เสร็จใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ให้พองและแน่น เขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กัน เมอื ส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว

กใหป้ ลอ่ ยลมในถุงออก มัดปากถงุ ให้ชิดผงยา นําผงยาทปี รงุ เสร็จและกากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชอื ยา
าบนัวันเดอื นปทผี ลิต นาํ หนกั ยาสุทธไิ ว้บนถงุ จากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป
สถการบรรจุแคปซูล บรรจุผงยาใส่แคปซลู เบอร์ ๑ ด้วยเครอื งบรรจุแคปซูลแบบมอื โยก จะไดน้ าํ หนกั แคปซลู ละ

ประมาณ ๐.๒๕ กรมั

๙๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ตาํ รบั ยาธาตุบรรจบ ตรดาว(ยาสามัญประจาํ บา้ น)
ไทยเนประกอบด้วยเครอื งยา ๒๓ สิง รวมนาํ หนักยา ๑๐๘ ส่วน
นกาํ หนดนาํ หนกั ยา ๑,๑๘๐ กรัม สามารถจัดเครอื งยาได้ส่วนละ ๑๐ กรัม

แ์ ผมีรายละเอียดดังนี
ารแพทย๑. เหง้าขิงแหง้
๔ ส่วน ๔๐ กรัม
๒. โกฐเชยี ง ๔ ส่วน ๔๐ กรัม
๔ ส่วน ๔๐ กรมั
นั ก๓. โกฐสอ ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
สถาบ๔. โกฐเขมา ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๔ ส่วน ๔๐ กรมั
าว๕. โกฐพุงปลา ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
รด๖. เทียนดาํ ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
เนต๗. เทียนแดง ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
ย๘. เทยี นขาว ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
ไท๙. เทียนเยาวพาณี ๔ ส่วน ๔๐ กรัม
แ์ ผน๑๐. เทียนสัตตบุษย์ (๑) ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๑๑. ลูกจันทน์ ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๔ ส่วน ๔๐ กรมั
ทย๑๒. ดอกจนั ทน์ ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
ารแพ๑๓. ลกู กระวาน ๔ ส่วน ๔๐ กรมั
๔ ส่วน ๔๐ กรัม
๑๔. ดอกกานพลู ๔ ส่วน ๔๐ กรัม
๘ ส่วน ๘๐ กรัม
ก๑๕. ใบพิมเสน ๑๖ ส่วน ๑๖๐ กรมั
าบนั ๑๖. ลูกผกั ชลี า ๔ ส่วน ๔๐ กรัม
สถ ๑๗. ดอกดปี ลี ๔ ส่วน ๔๐ กรมั

๑๘. หัวเปราะหอม

าว๑๙. เปลือกสมลุ แว้ง
ตรด๒๐. โกฐก้านพรา้ ว
เน๒๑. เนอื สมอไทย
ไทย๒๒. รากไครเ้ ครือ (๒)
แ์ ผน๒๓. การบูร
ทยหมายเหตุ:
ารแพ(๑) เทียนสัตตบุษย์ ใช้เทียนข้าวเปลือกแทน

(๒) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรอื ง ยาสามัญประจาํ บ้านแผนโบราณ

นั กพ.ศ. ๒๕๕๖ ยาธาตุบรรจบไมใ่ ส่รากไครเ้ ครือ แตต่ ํารับดงั เดมิ มรี ากไคร้เครอื ๔ ส่วน
สถาบซงึ ยาตาํ รบั ทปี รุงในครงั นยี ังคงใชส้ ูตรยาตาํ รบั ดงั เดมิ

๙๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

เครืองยาสมุนไพร ๒๓ สิง
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวเหง้าขิงแห้ง
โกฐเชยี ง โกฐสอ โกฐเขมา
เทยี นขาว
สถาบนั ก รดาวโกฐพงุ ปลา
ยแ์ ผนไทยเนตเทยี นเยาวพาณีเทียนดํา เทยี นแดง

สถาบนั การแพทลูกกระวานเทยี นข้าวเปลือก (๑) ลกู จนั ทน์ ดอกจันทน์

ดอกกานพลู ใบพิมเสน ลูกผกั ชลี า
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวดอกดปี ลี
หัวเปราะหอม เปลือกสมลุ แว้ง โกฐกา้ นพรา้ ว

เนอื สมอไทย รากไครเ้ ครือ (๒) การบรู

๙๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคดั แยกและทําความสะอาดเครอื งยาสมุนไพรทกุ สิง จากนนั นาํ ไปอบฆ่าเชอื โรคกอ่ นนาํ ไปปรุงยา

ไทยซงึ มีวธิ คี ัดแยกเครอื งยาสรุปโดยยอ่ ได้ ดังนี
ยแ์ ผนเหง้าขิงแห้ง โกฐเชยี ง โกฐสอ โกฐเขมา
ารแพทโกฐพุงปลา เปลอื กสมุลแว้ง รากไคร้เครือดอกจนั ทน์
ใช้กระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเล็กออกจาก
ใช้แปรงปดทาํ ความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญ่เครอื งยา จากนันคัดหาสิงปลอมปนและสิงปน
เปอนทิง
กใหใ้ ชม้ ีดสับหรอื ซอยให้มขี นาดเล็กลงและเนือสมอไทย
าบนัใกลเ้ คยี งกนั เพือความสะดวกในการอบและบดยาใชเ้ ฉพาะเนอื ลูกสมอไทย คดั เมลด็ ทิง
คัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
สถ าวเทียนดํา เทยี นแดง เทียนขาว เทียนเยาวพาณีการบูร (ธาตุวตั ถุ)
รดเทียนข้าวเปลือก ลกู กระวาน ดอกกานพลูเลือกใชก้ ารบรู ทีมีคณุ ภาพดี
ตใบพิมเสน ลกู ผกั ชีลา ดอกดีปลี หวั เปราะหอมไมต่ อ้ งคดั แยก
เนโกฐก้านพรา้ วไมต่ ้องนาํ ไปอบฆ่าเชอื โรค
ยใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเล็กออกจาก
ไทเครอื งยากอ่ น จากนนั คัดหาสิงปลอมปนและสิง
แ์ ผนปนเปอนทิง
ยลกู จนั ทน์
ทใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาดผวิ นอก จากนันใช้มดี
ารแพผ่าดขู า้ งในวา่ มีเชอื ราหรอื ไม่ ถ้ามใี หค้ ดั ทิง
กในการคดั เครืองยาแตล่ ะสิงนนั ให้เภสัชกรผูป้ รงุ ยาพิจารณาจากเครอื งยาทีมีอยู่ วา่ มีลักษณะแบบใด
นัอาจจะใช้วิธที แี ตกตา่ งจากทีกลา่ วมาขา้ งตน้ นีได้ โดยใหพ้ ิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเกบ็

าบ รวมถึงความสะอาดของเครอื งยาเปนสําคัญ
สถเมือคัดแยกและทาํ ความสะอาดเรยี บรอ้ ยแลว้ ใหน้ ําเครืองยาทงั หมดไปอบฆา่ เชือโรค

าวยกเวน้ การบรู (ธาตวุ ตั ถ)ุ
รด(ดูขนั ตอนการคดั แยกและอบฆา่ เชอื โรคจากหน้าที ๔-๑๕)
นไทยเนตการเตรยี มอปุ กรณส์ ําหรับการปรงุ ยา
แ์ ผการเตรยี มอุปกรณจ์ ะอยใู่ นขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา โดยใหเ้ ตรียมทําความสะอาดอุปกรณ์

ยและเครืองมอื ทุกชนดิ ก่อนและหลงั ทาํ การบดยาและร่อนยา ทุกครงั
ารแพทเตรียมวัสดอุ ุปกรณส์ ําหรับปรงุ ยาชนดิ ผง (ดูไดจ้ ากหนา้ ที ๑๘)

ทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอุปกรณ์ทุกชนดิ ทงั กอ่ นและหลงั ใชง้ าน

สถาบนั ก(ดูวธิ กี ารทาํ ความสะอาดได้จากหนา้ ที ๑๙)

๙๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรูปแบบการปรงุ ยา: ชนิดแคปซูล
ยสูตรตาํ รับยา: ประกอบดว้ ยเครืองยา ๒๓ สิง รวมนาํ หนักเครอื งยา ๑๐๘ ส่วน

นไทกําหนดนาํ หนักรวม ๑,๑๘๐ กรมั ส่วนละ ๑๐ กรมั
แ์ ผวธิ ีทาํ : บดเปนผงบรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนกั แคปซูลละ ๐.๒๕ กรมั
ทยข้อมูลการใชเ้ ครอื งยาสมุนไพรปรงุ ยา: ใชเ้ ครืองยาสมนุ ไพรแหง้ และมีธาตุวตั ถเุ ปนส่วนประกอบ

าบนั การแพขันตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครืองยาตามตํารบั ยา

สถ าวนาํ เครืองยาทีอบฆ่าเชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนักตามตาํ รบั ยาขา้ งต้น
โดยให้ชงั นาํ หนกั เครืองยาแตล่ ะสิงเปนกรัม และแยกใส่ถงุ ไว้ ถุงละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด
ไทยการอบเครืองยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครอื งยาไปบด
นจดุ ประสงคเ์ พือต้องการให้เครืองยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผช่วยกระตนุ้ ฤทธยิ าให้มีสรรพคุณทางยาดีขนึ และชว่ ยฆ่าเชือโรคอีกครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา
การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครอื งยาทีมีลกั ษณะแขง็ มากสุดไปหาน้อยสุดตามลาํ ดับ
เครืองยาทีมีนาํ มันมากในตาํ รบั ยานี คือ เครอื งยากลมุ่ เทยี น ให้บดเปนลําดบั สุดท้าย

สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา

นาํ ยาทีบดแลว้ มาร่อนผ่านตะแกรงหรอื แรง่ จะทําให้ไดผ้ งยาทเี นยี นละเอยี ด โดยตอ้ งรอ่ นผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื รอ่ นครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ ํากากยาไปชงั นาํ หนกั
รดเพือพิจารณาวา่ จะบดและรอ่ นต่อหรอื ไม่ โดยคํานวนจากนาํ หนกั กากยาทีเหลือ ถ้านาํ หนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ใหน้ าํ
ตกากยากลับไปบดและร่อนใหม่อีก ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื ร่อนเสรจ็ ใหน้ ํากากยากลบั ไปชงั นาํ หนกั

เนถ้านาํ หนักเหลือมากกวา่ ๕% ใหท้ าํ การบดและร่อนใหม่ ทาํ เชน่ นีจนกวา่ กากยาจะเหลือนอ้ ยกวา่ ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การนวดยากับการบูร

การนวดยา คือ การผสมผงยาทบี ดและรอ่ นแลว้ กบั การบูรด้วยเครอื งบดยา
ซงึ เปนขนั ตอนสุดทา้ ยกอ่ นนาํ ยาไปบรรจุแคปซูล

สถาบนั ก ขนั ตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
บรรจุแคปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรมั

๙๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนกั เครืองยาตามตํารับยา

นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขันตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนําไปบด

การอบเครืองยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครืองยาไปบด
จุดประสงค์เพือต้องการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดง่าย ชว่ ยกระต้นุ ฤทธยิ า
ใหม้ สี รรพคุณทางยาดขี นึ และช่วยฆ่าเชอื โรคอีกครงั หนงึ
รายละเอียด

าวขันตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรงุ ยา
ารแพทยวิธีการอบเครอื งยา
ก๑. อุน่ ตู้อบทีอุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
าบนั๒. จัดเรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครอื งยาทใี กล้เคียงกนั

สถ าวจดั เรยี งไวใ้ นถาดเดียวกัน สามารถจัดเรยี งได้ ๒ ถาด ดังนี
รดถาดที ๑ จดั เรียงเครอื งยา ๑๖ สิง ไดแ้ ก่
เนตโกฐเขมา เปลอื กสมลุ แวง้ รากไครเ้ ครือ เหงา้ ขิงแหง้ โกฐเชยี ง โกฐสอ โกฐกา้ นพรา้ ว ดอกดปี ลี
ยเนอื สมอไทย ดอกกานพลู โกฐพุงปลา ลกู กระวาน หัวเปราะหอม ลูกจนั ทน์ ดอกจันทน์ ใบพิมเสน
ไทเมือเรียงเสรจ็ เขยา่ ถาดเบาๆ เพือให้เครอื งยากระจายไปทวั ถาด (วางลกู จนั ทน์และดอกจนั ทนไ์ ว้บน
แ์ ผนใบพิมเสนใหช้ ว่ ยซบั นาํ มนั หอมระเหยไว)้
ทยถาดที ๒ จัดเรียงเครอื งยา ๖ สิง ได้แก่
ารแพลกู ผกั ชลี า เทยี นดาํ เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นเยาวพาณี เทยี นขา้ วเปลอื ก (ใชแ้ ทนเทยี นสัตตบษุ ย)์

เมอื เรยี งเสรจ็ เขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครืองยากระจายไปทวั ถาด

าบนั กเครอื งยาทไี ม่ต้องนําไปอบ คือ การบูร ชงั นาํ หนักแล้วให้ใส่ถุงเตรยี มไว้
สถ๓. เมอื อนุ่ ตูอ้ บจนไดอ้ ุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแลว้ ใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมดเรียงเข้าตอู้ บ

รดาวสําหรบั ตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบนจงึ เรมิ ตน้ เรยี งถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรยี งถาดที ๒ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมา
ตเมอื เรยี งครบแลว้ จงึ เรมิ จับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเน๔. เมือครบเวลาแล้ว ใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมดออกจากตู้อบ พรอ้ มนาํ ไปบดในขนั ตอนตอ่ ไป

๙๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

เครอื งยาถาดที ๑

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพเทคททรอื ยงยยยาถแแ์์แ์ าดผผทผี ๒นนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๑๐๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา

นั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๑. ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นทาํ การบดยา
าบ๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทลี ะถาด

สถ าว๒.๑ เรมิ จากใส่เครอื งยาถาดที ๑
รดแยก โกฐเชียง ดอกดีปลี เนอื สมอไทย ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ
เนตจงึ นาํ ไปบด หา้ มบดเครืองยานขี ณะทยี ังมคี วามเหนียวอยู่ จะทาํ ให้ยาเกาะกนั เปนกอ้ น
ยและบดยากขนึ จากนนั ให้ทยอยใส่เครอื งยาทีเหลือลงเครอื งบดตามลําดับ ดังนี

ไทใส่ โกฐเขมา เปลอื กสมุลแว้ง รากไคร้เครือ เหงา้ ขงิ แหง้ โกฐเชยี ง โกฐสอ โกฐกา้ นพรา้ ว
นดอกดปี ลี เนอื สมอไทย ดอกกานพลู โกฐพุงปลา ลูกกระวาน หวั เปราะหอม ลงเครอื งบด
แ์ ผโดยให้ทยอยใส่เครอื งยาเหลา่ นคี ราวละ ๑ สิง บดเครอื งยาแต่ละสิงจนกระทงั เครอื งยาลาํ ดับ
ทยแรกแตกเปนชนิ เลก็ ๆ เสียกอ่ น แล้วจึงใส่เครืองยาลาํ ดบั ถดั ไปได้ เมือใส่ครบบดตอ่ เลก็ นอ้ ย
ารแพจึงปดเครอื ง (ถา้ ใช้เครืองบดใหญ่สามารถใส่ลงเครืองบดพร้อมกันทงั หมดได)้

ใส่ ลกู จนั ทน์ ดอกจันทน์ ลงเครืองบดพร้อมกัน เปดเครืองแลว้ บดต่อจนเครอื งยาแตกเปนชนิ

กเล็กๆ จึงปดเครอื ง
าบนัเก็บใบพิมเสนไว้บดรวมกบั ถาดที ๒
สถ๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่เครอื งยาตามลาํ ดบั แล้วบด ดงั นี

ใส่ ลูกผักชีลา ใบพิมเสนจากถาดที ๑ ลงเครอื งบดพร้อมกัน เปดเครืองแล้วบดจนเครอื งยา

าวแตกเปนชนิ เลก็ ๆ จงึ ปดเครอื ง
รดใส่ เทยี นทงั หมดลงไป ไดแ้ ก่ เทียนดาํ เทียนแดง เทยี นขาว เทียนเยาวพาณี เทียนขา้ วเปลือก
เนตลงเครอื งบดพรอ้ มกนั เปดเครอื งแลว้ บดต่อจนเครืองยาแตกเปนชนิ เล็กๆ จงึ ปดเครอื ง
ไทย๓. ปรบั ขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลงเพือช่วยกวาดยา จากนนั เปดเครืองบดยาตอ่ ใชเ้ วลาบด
แ์ ผนประมาณ ๓๐ นาที หรอื ใหส้ ังเกตว่าสียาเรมิ เปลียนเปนสีเข้มขนึ แสดงว่ายาเรมิ แฉะ ให้ปดเครอื ง
สถาบนั การแพทยตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปรอ่ นในขนั ตอนตอ่ ไป

๑๐๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนาํ ยาทบี ดแล้วมารอ่ นผ่านตะแกรงหรือแร่งจะทําใหไ้ ดผ้ งยาทเี นียนละเอยี ด โดยต้องรอ่ นผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
เนตจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื รอ่ นครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ ํากากยาไปชังนาํ หนกั
ยเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนตอ่ หรอื ไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนักกากยาทเี หลือ ถา้ นําหนกั เหลือมากกว่า ๕% ให้นํา
ไทกากยากลับไปบดและร่อนใหมอ่ ีก ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยากลบั ไปชังนําหนัก
แ์ ผนถา้ นําหนกั เหลือมากกวา่ ๕% ให้ทําการบดและรอ่ นใหม่ ทําเช่นนจี นกวา่ กากยาจะเหลือน้อยกว่า ๕%
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ ับปริมาณเครืองยาทใี ชป้ รงุ ยา)
การแพทการร่อนยาในครงั นี รอ่ นทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรปุ ได้ ดงั นี
าบนัรอ่ นยารอบที ๑

สถ าวรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยใหท้ ยอยรอ่ น
รดทีละนอ้ ย จากนนั นาํ กากยาทีไม่สามารถผ่าน

รูตะแกรงได้แล้วเทกลับลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กาํ หนดให้ปดเครอื ง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
ยเนตร่อนยารอบที ๒
ไทรอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
แ์ ผนทําเชน่ เดยี วกับรอบที ๑
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๒
ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กําหนดใหป้ ดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนตอ่ ในรอบที ๓
ทยร่อนยารอบที ๓
ารแพรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเช่นเดยี วกับรอบที ๒ บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๓
กากยาทเี หลอื จากการบดนําหนักมากกวา่ ๕% แต่
เมอื ร่อนเสร็จ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ มนี าํ หนกัมีปรมิ าณนอ้ ย จึงไมเ่ หมาะทีจะใชเ้ ครอื งบดใหญ่
มากกว่า ๕% จึงตอ้ งนาํ กากยาไปบดต่อ ให้ใช้เครอื งบดความเรว็ สูงสําหรบั บดยาแทน
โดยให้ทยอยใส่กากยา แลว้ บดทลี ะน้อย
าบนั กรอ่ นยารอบที ๔ การบดกากยาดว้ ยเครืองบดความเรว็ สูงนัน
สถรอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถที ใี ชส้ ําหรบั ร่อนยาแทน ระหว่างทบี ดให้เขยา่ และหมุนเครืองบดไปด้วย
เพือให้กากยาถูกบดอย่างทัวถึงกนั และใชเ้ วลาบด
เมือร่อนเสรจ็ นํากากยาทเี หลอื ไปชงั นําหนักอีกครงั ในแตล่ ะครงั ประมาณ ๕–๑๕ วนิ าที เพือหลกี เลียง
อณุ หภมู ิทีสูงขณะบด
าวพบวา่ นําหนักกากยาเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕%
รดจึงเสร็จขนั ตอนการร่อนยา
แ์ ผนไทยเนตเมอื รอ่ นยาเสรจ็ แล้ว ให้ดงึ ถาดพักผงยาทอี ยูใ่ ต้เครอื งร่อนยาออก
สถาบนั การแพทยตักผงยาทปี รงุ สําเรจ็ ใส่ภาชนะทเี ตรยี มไว้ นําผงยาไปนวดกบั การบูรตอ่ ไป

๑๐๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๕ ย า ธ า ตุ บ ร ร จ บ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขนั ตอนที ๕ การนวดยากบั การบรู
าวการนวดยาเปนการผสมผงยาทีบดและรอ่ นแลว้
รดกับการบรู ด้วยเครอื งบด ซงึ เปนขนั ตอนสุดท้ายของ
เนตการปรงุ ยา มีวิธีทํา ดงั นี
ไทย๑. นําการบรู ใส่ถุงสะอาดแลว้ ใช้สากคลึงให้แตกละเอียด

แ์ ผนจากนนั นาํ ผงยาใส่ลงไปในถุงเดียวกัน ประมาณ ๒ ช้อนโต๊ะ
ยใช้สากคลงึ อกี ๑ รอบให้ผงยากบั การบูรรวมเข้าเปนเนือเดียวกนั
ารแพท๒. นําผงยาและส่วนผสมในขอ้ ๑ เทลงเครืองบดพร้อมกนั ทงั หมด

๓. เปดเครอื ง บดจนกระทงั ยาทงั หมดผสมเขา้ กันดี สังเกตได้จากยาเรมิ มีกลนิ หอมขนึ จมูกและ

นั กเยน็ ขนึ ตา เปนอันเสร็จสินการนวดยา ใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที จงึ ปดเครือง บดรอบนเี สรจ็
าบไมต่ ้องนําไปรอ่ นอีก

สถ าว๔. จากนนั ใหต้ กั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่ เขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสม
รดเข้ากนั ดแี ล้วใหป้ ล่อยลมในถุงออก มดั ปากถงุ ใหช้ ิดผงยา

ต๕. ชงั นาํ หนกั ผงยาทปี รงุ สําเรจ็ นาํ หนกั กากยา บนั ทกึ นาํ หนกั เปนกรมั เขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ ไวบ้ นถงุ
ยเนจากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซูลตอ่ ไป
การแพทยแ์ ผนไทสรุปนาํ หนกั ยาธาตบุ รรจบ
าบนั นาํ หนักตํารบั ยา ๑,๐๘๐ กรัม

นาํ หนกั ผงยาทีร่อนได้ ๙๖๓ กรัม

สถ นาํ หนกั กากยา ๕๐ กรัม

าวนาํ หนกั ยาสูญเสีย ๖๗ กรมั
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดขันตอนที ๖
สถาบนั กการบรรจแุ คปซูล
วธิ ีการบรรจุแคปซลู สามารถดูไดจ้ ากหน้า ๓๖
ยาธาตุบรรจบ นาํ หนกั ยาสุทธิ ๙๖๓ กรมั

นาํ ยาแคปซลู ทีบรรจุเสรจ็ ใส่ถุงพลาสตกิ ทีสะอาด บนั ทกึ ไวบ้ นถงุ
ให้มีรายละเอยี ดชือยา วันเดอื นปทผี ลิต และจํานวนแคปซลู พร้อมนําไปใช้ตอ่ ไป
ผงยาทีเหลอื ใหใ้ ส่ถงุ พลาสติก บันทกึ ไว้บนถงุ ใหม้ ีรายละเอียดชือยา

วันเดอื นปทีผลิต และนาํ หนกั ยาทีเหลือแล้วจึงจดั เก็บ

๑๐๓

ตํารับที
ยาโรคย๖นแ์ ิทผานนไท๑ยเนตรดาวชอื ยา:
ยาโรคนิทาน ๑
ารแพททมี าของตาํ รับยา:ตาํ ราแพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ คมั ภีร์โรคนทิ าน หน้า ๓๒๑
ยาแคปซลู
รูปแบบยา:แกป้ ถวีธาตุ ๘ ประการ คือ ผม ขน เล็บ ฟน หนัง เนอื กระดกู เอน็ พิการ
บดเปนผงละลายนาํ ผงึ กินเท่าผลพุทรา
กสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้:กินเช้า–เย็น แก้ปถวธี าตุ ๘ จาํ พวกอนั กาํ เรบิ ดงั กล่าวมานนั หายสินแล
ไม่มี
สถาบนั รดาวข้อควรระวัง/ขอ้ ห้ามใช้:ไมม่ ี
ตอาการไม่พึงประสงค:์ไมม่ ี
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนเตนรดาวข้อมลู เพิมเติม:

๑๐๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

อธบิ ายขนั ตอนการปรงุ ยา

ตํารบั ยาโรคนิทาน ๑ รดาว๑. เตรียมเครอื งยา วตั ถุดิบและอปุ กรณใ์ นการปรงุ ยาชนิดผง
เนตคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาแตล่ ะสิงตามตํารับยา
ยนําเครอื งยาทคี ดั แยกและทาํ ความสะอาดแลว้ ไปอบฆา่ เชอื โรคทอี ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ไทใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง ยกเว้น เกลือสินเธาว์ ไม่ต้องนําไปอบ
นทําความสะอาดเครอื งบดยา เครืองร่อนยา อุปกรณท์ ใี ช้สําหรับการปรงุ ยาทุกชนิด (ทงั ก่อนและหลงั การปรงุ ยา)

แ์ ผ๒. การปรุงยา
ทยการชงั นาํ หนกั เครอื งยา นาํ เครืองยาทีอบฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตํารบั ยา โดยให้ชงั นาํ หนกั
ารแพเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั แล้วแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกนั ไว้ ให้เปนตํารบั เดยี วกนั

การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นาํ เครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั

กอยูใ่ นถาดเดียวกนั สามารถจดั เรยี งได้ ๓ ถาด
าบนัถาดที ๑ จดั เรยี ง เปลอื กตน้ ตนี เปด หวั แหว้ หมู รากชะเอมเทศ ลกู สมอไทย โกฐสอ เหงา้ ขงิ แหง้ ลกู มะตมู ออ่ น
สถดอกดีปลี เมล็ดพรกิ ไทย (ล่อน-ดาํ ) เทยี นดํา

าวถาดที ๒ จดั เรียง โกฐกา้ นพร้าว ชริ ากากี (ใบมะขามแขก) ใบบอระเพ็ด ใบสะเดา
รดถาดที ๓ จัดเรียง หัวกระเทยี ม
ตเครอื งยาทไี มต่ ้องนาํ ไปอบ คอื เกลอื สินเธาว์ ชงั นาํ หนกั แล้วใหใ้ ส่ถุงเตรยี มไว้
เนจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ยเรยี งถาดที ๒ และ ๓ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมาชนั ละ ๑ ถาด อบดว้ ยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
ไทการบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ กอ่ นทําการบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครืองบด
นเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกลกู สมอไทยและดอกดปี ลี ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบจงึ นําไปบด
แ์ ผจากนนั ให้ทยอยใส่เครืองยาทีเหลือลงไปบด โดยให้ใส่เครอื งยาทแี ข็งทสี ุดในถาดลงไปบดกอ่ น แล้วไลล่ าํ ดับไป
ยจนครบ เมอื ลูกสมอไทยและดอกดีปลีกรอบดีแล้วใหใ้ ส่ลงเครอื งบดยา ทาํ เชน่ นีกับถาดที ๒ และ ๓ เมือใส่ครบ
ท๓ ถาดแล้วใหป้ รบั ขากวาดนอกลง บดจนเครอื งยาละเอยี ด เมือบดเสรจ็ ตกั เครอื งยาใส่ภาชนะทีเตรียมไว้เพือนํา
ารแพยาไปร่อนตอ่ ไป

การรอ่ นยาและการบดกากยา ทยอยตักผงยาใส่ตะแกรงเครอื งรอ่ นยาทีละนอ้ ย เปดเครอื ง ร่อนยาจนแนใ่ จวา่
ผงยาละเอียดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลือเพียงกากยา ใหน้ าํ กากยานีกลับไปบดใหม่

นั กและนํากลบั มาร่อนอีกครงั รอ่ นและบดเชน่ นไี ปเรอื ยๆ จนกว่านาํ หนกั กากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%
าบสําหรบั การร่อนยาครงั นี จาํ นวนรอบทีร่อนได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดงั นี
สถรอบที ๑ รอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทีเหลือจากการรอ่ นประมาณ ๓๐ นาที

รอบที ๒ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนประมาณ ๔๐ นาที

าวรอบที ๓ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื รอ่ นเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่านาํ หนักกากยาเหลือ
รดมากกว่า ๕% จงึ นาํ กากยากลบั ไปบดใหม่ด้วยเครอื งปนความเร็วสูง

รอบที ๔ รอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถี เมอื รอ่ นเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบวา่ นาํ หนกั กากยาเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕%

เนตจงึ เสรจ็ ขนั ตอนการรอ่ นยา ตกั ผงยาใส่ภาชนะ เพือนําไปนวดกบั เกลอื สินเธาว์
ยการนวดยากบั เกลือสินเธาว์

ไทนําเกลอื สินเธาวใ์ ส่ถงุ สะอาด จากนนั ใชส้ ากคลงึ ใหแ้ ตกละเอยี ด นําผงยาใส่ลงไปในถงุ เกลอื สินเธาวป์ ระมาณ
แ์ ผน๒ ชอ้ นโตะ๊ ใชส้ ากคลงึ อกี ครงั ใหผ้ งยากบั เกลอื สินเธาวร์ วมเขา้ เปนเนอื เดยี วกนั
ยเทผงยาทงั หมดลงเครอื งบด ตามดว้ ยเกลือสินเธาว์ (ส่วนผสมในขอ้ แรก)
ทบดจนกระทงั ผงยาเนียนละเอียด
ารแพตักผงยาทปี รงุ เสร็จใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่ เขย่าผงยาใหเ้ ข้ากนั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดีแล้ว

ให้ปล่อยลมในถุงออก มดั ปากถงุ ใหช้ ิดผงยา นําผงยาทีปรุงเสร็จและกากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชือยา

นั กวันเดือนปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ จากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซูลตอ่ ไป
าบการบรรจแุ คปซูล บรรจุผงยาใส่แคปซูล เบอร์ ๑ ด้วยเครืองบรรจุแคปซูลแบบมือโยก จะได้นาํ หนกั แคปซลู ละ
สถประมาณ ๐.๒๕ กรมั

๑๐๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

ตํารบั ยาโรแ์คผนทิ นาไนทย๑เนตรดาวประกอบด้วยเครอื งยา ๑๖ สิง รวมนาํ หนักยา ๑๖ ส่วน

กําหนดนาํ หนักยา ๑,๒๘๐ กรัม สามารถจดั เครอื งยาได้ส่วนละ ๘๐ กรัม

ทยมีรายละเอียด ดังนี
ารแพ๑. ใบบอระเพ็ด
นั ก๒. หัวแห้วหมู ๑ ส่วน ๘๐ กรัม
สถาบ๓. ชริ ากากี (ใบมะขามแขก) ๑ ส่วน ๘๐ กรัม
๑ ส่วน ๘๐ กรัม
าว๔. ลูกมะตูมอ่อน ๘๐ กรัม
รด๕. หวั กระเทยี ม ๑ ส่วน ๘๐ กรัม
เนต๖. รากชะเอมเทศ ๘๐ กรมั
๑ ส่วน ๘๐ กรมั
ย๗. โกฐสอ ๘๐ กรมั
๑ ส่วน ๘๐ กรมั
ไท๘. โกฐก้านพรา้ ว ๘๐ กรมั
๑ ส่วน ๘๐ กรัม
แ์ ผน๙. เหงา้ ขงิ แหง้ ๘๐ กรัม
๑ ส่วน ๘๐ กรัม
๘๐ กรัม
ทย๑๑. ดอกดีปลี ๑ ส่วน ๘๐ กรัม

๑๐. เมลด็ พริกไทย (๑) ๑ ส่วน ๘๐ กรัม
ารแพ๑๒. เปลอื กตน้ ตีนเปด
๑ ส่วน

ก๑๔. ใบสะเดา ๑ ส่วน

๑๓. ลูกสมอไทย ๑ ส่วน
าบนั ๑๕. เทยี นดํา (๒)
สถ ๑๖. เกลือสินเธาว์ ๑ ส่วน

๑ ส่วน

๑ ส่วน
รดาวหมายเหต:ุ (๑) เมลด็ พรกิ ไทย ใชเ้ มล็ดพรกิ ไทยล่อนและเมลด็ พรกิ ไทยดาํ นาํ หนกั อย่างละครงึ
เนตตาํ รบั ยาดงั เดมิ ประกอบดว้ ยเครอื งยาทงั หมด ๑๘ สิง คอื เครอื งยาลําดบั ที ๑-๑๔ ลําดบั ที ๑๖
ยและเครอื งยา ๓ สิง ตอ่ ไปนี
นไท๑. ใบรัก
๑ ส่วนแ์ ผ๒. แฝกหอม ๑ ส่วน
ย๓. กกลังกา ๑ ส่วน
ารแพท(๒) แตก่ ารปรงุ ยาครงั นไี ด้ ตดั เครืองยาสามสิงนอี อกและได้เพิมเทียนดํา ๑ ส่วน (ลาํ ดับที ๑๕)
สถาบนั กตามตาํ รับยาขา้ งตน้

๑๐๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

เครืองยาสมุนไพร ๑๖ สิง
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวใบบอระเพ็ด
สถาบนั ก ยเนตรดาวหวั กระเทยี มหวั แห้วหมูชริ ากากี (ใบมะขามแขก) ลกู มะตมู ออ่ น

นั การแพทยแ์ ผนไทเหง้าขงิ แห้งรากชะเอมเทศโกฐสอ โกฐกา้ นพร้าว

เมลด็ พรกิ ไทยลอ่ นและสถาสบถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวลูกสมอไทยดอกดีปลีเปลอื กตน้ ตีนเปด
เมล็ดพรกิ ไทยดํา (๑)

ใบสะเดา เทียนดาํ (๒) เกลือสินเธาว์

๑๐๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคดั แยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมุนไพรทกุ สิง จากนนั นําไปอบฆา่ เชอื โรคก่อนนาํ ไปปรงุ ยา

ไทยซงึ มีวิธีคดั แยกเครอื งยาสรุปโดยยอ่ ได้ ดงั นี
ยแ์ ผนใบบอระเพ็ด หวั แหว้ หมู ชริ ากากี (ใบมะขามแขก)
ารแพทหวั กระเทยี ม โกฐกา้ นพรา้ ว เหงา้ ขงิ แหง้ลกู สมอไทย
ใช้กระชอนรอ่ นเศษผงขนาดเลก็ ออกกอ่ น
เมลด็ พรกิ ไทย ดอกดปี ลี ใบสะเดา เทยี นดําใช้แปรงปดทําความสะอาด คัดลูกทีสมบรู ณ์
ไมม่ ีเชือรา จากนันคัดหาสิงปลอมปนและสิงปน
กใช้กระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเล็กออกจากเปอนทิง
าบนัเครืองยาก่อน จากนนั คัดหาสิงปลอมปนและเกลือสินเธาว์ (ธาตุวัตถ)ุ
ใช้เกลือคุณภาพดี
สถ าวสิงปนเปอนทิงไม่คดั แยก ไม่นาํ เข้าตู้อบ
รดลูกมะตมู ออ่ น
ตใชก้ ระชอนตาถีรอ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็
เนออกจากเครอื งยา ใช้แปรงปดทาํ ความสะอาด
ยจากนันคัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ
ไทรากชะเอมเทศ โกฐสอ เปลือกตน้ ตีนเปด
แ์ ผนใช้แปรงปดทําความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญ่
ยให้ใชม้ ีดสับหรอื ซอยให้มขี นาดเลก็ ลงและใกล้
ทเคยี งกนั เพือความสะดวกในการอบและบดยา
ารแพในการคัดเครืองยาแต่ละสิงนนั ให้เภสัชกรผู้ปรุงยาพิจารณาจากเครืองยาทมี อี ยู่ ว่ามลี กั ษณะแบบใด
กอาจจะใชว้ ธิ ที ีแตกต่างจากทกี ล่าวมาขา้ งตน้ นีได้ โดยให้พิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจัดเกบ็

นั รวมถงึ ความสะอาดของเครืองยาเปนสําคญั
สถาบเมอื คัดแยกและทาํ ความสะอาดเรยี บรอ้ ยแลว้ ให้นาํ เครืองยาทงั หมดไปอบฆ่าเชือโรค
ยกเวน้ เกลอื สินเธาว์ (ธาตวุ ตั ถ)ุ
าว(ดูขนั ตอนการคดั แยกและอบฆ่าเชอื โรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
ยเนตรดการเตรียมอุปกรณ์สําหรับการปรงุ ยา
ไทการเตรยี มอุปกรณจ์ ะอยูใ่ นขนั ตอนของการบดยาและรอ่ นยา โดยให้เตรยี มทาํ ความสะอาดอุปกรณ์

แ์ ผนและเครืองมอื ทกุ ชนดิ ก่อนและหลงั ทาํ การบดยาและรอ่ นยา ทกุ ครงั
ยเตรียมวัสดอุ ปุ กรณส์ ําหรับปรงุ ยาชนดิ ผง (ดไู ด้จากหนา้ ที ๑๘)
ารแพททาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอุปกรณท์ ุกชนิด ทงั กอ่ นและหลังใช้งาน
สถาบนั ก(ดวู ธิ ีการทําความสะอาดไดจ้ ากหน้าที ๑๙)

๑๐๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรปู แบบการปรงุ ยา: ชนิดแคปซลู
ยสูตรตํารับยา: ประกอบด้วยเครืองยา ๑๖ สิง รวมนาํ หนกั เครืองยา ๑๖ ส่วน

ไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๑,๒๘๐ กรัม สามารถจดั นาํ หนักเครืองยาไดส้ ่วนละ ๘๐ กรัม
แ์ ผนวธิ ีทาํ : บดเปนผง บรรจแุ คปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั
ยข้อมูลการใช้เครอื งยาสมุนไพรปรุงยา: ใชเ้ ครอื งยาสมนุ ไพรแหง้ และมธี าตวุ ัตถุเปนส่วนประกอบ

าบนั การแพทขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครอื งยาตามตาํ รับยา

สถ าวนําเครอื งยาทีอบฆ่าเชือโรคเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนักตามตํารับยาข้างต้น
โดยให้ชงั นาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรมั และแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
เนตรดขันตอนที ๒ การอบเครืองยากอ่ นนาํ ไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนําเครืองยาไปบด
นจุดประสงคเ์ พือต้องการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผชว่ ยกระตนุ้ ฤทธยิ าให้มีสรรพคุณทางยาดขี นึ และช่วยฆา่ เชอื โรคอีกครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครอื งยา
การบดเครืองยา โดยเรมิ บดเครืองยาทีมลี กั ษณะแขง็ มากสุดไปหาน้อยสุดตามลําดับ
เครืองยาทีมีนาํ มันมากในตาํ รับยานี คอื หวั กระเทยี ม ใหบ้ ดเปนลาํ ดบั สุดทา้ ย

สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การรอ่ นยาและบดกากยา

นาํ ยาทบี ดแลว้ มาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแรง่ จะทําให้ได้ผงยาทเี นียนละเอียด โดยต้องรอ่ นผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือรอ่ นครบ ๓ รอบแล้ว ให้นํากากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรอื ไม่ โดยคาํ นวนจากนาํ หนักกากยาทเี หลอื ถ้านาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ ํา
ตกากยากลับไปบดและร่อนใหมอ่ กี ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสร็จใหน้ าํ กากยากลับไปชงั นาํ หนกั

เนถ้านาํ หนักเหลอื มากกว่า ๕% ให้ทาํ การบดและร่อนใหม่ ทาํ เชน่ นีจนกวา่ กากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การนวดยากบั เกลือสินเธาว์

การนวดยา คอื การผสมผงยาทบี ดและรอ่ นแล้วกับเกลือสินเธาวด์ ้วยเครืองบดยา
ซงึ เปนขนั ตอนสุดท้ายกอ่ นนํายาไปบรรจแุ คปซูล

สถาบนั ก ขนั ตอนที ๖ การบรรจแุ คปซลู
บรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม

๑๐๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

ขันตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนกั เครอื งยาตามตาํ รบั ยา

นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขันตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนําไปบด

การอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครืองยาไปบด
จดุ ประสงค์เพือตอ้ งการให้เครอื งยากรอบและบดง่าย ชว่ ยกระต้นุ ฤทธยิ า
ใหม้ ีสรรพคุณทางยาดขี นึ และชว่ ยฆ่าเชอื โรคอกี ครงั หนงึ
รายละเอียด

าวขนั ตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรงุ ยา
ารแพทยวิธกี ารอบเครอื งยา
ก๑. อนุ่ ตอู้ บทอี ุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
าบนั๒. จดั เรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรยี มอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยาทใี กล้เคยี งกนั จัดเรียง

สถ าวไว้ในถาดเดยี วกัน สามารถจัดเรยี งได้ ๓ ถาด ดังนี
ตรดถาดที ๑ จดั เรยี งเครอื งยา ๑๐ สิง ไดแ้ ก่
เนเปลอื กต้นตีนเปด หวั แหว้ หมู รากชะเอมเทศ ลกู สมอไทย โกฐสอ เหง้าขงิ แหง้ ลกู มะตมู ออ่ น
ไทยดอกดีปลี เมล็ดพรกิ ไทย เทียนดํา เมอื เรยี งเสร็จเขย่าถาดเบาๆ เพือให้เครอื งยากระจายไปทวั ถาด
แ์ ผนถาดที ๒ จัดเรยี งเครืองยา ๔ สิง ไดแ้ ก่
ยโกฐก้านพรา้ ว ชิรากากี (ใบมะขามแขก) ใบบอระเพ็ด ใบสะเดา เมือเรียงเสร็จเขยา่ ถาดเบาๆ
ารแพทเพือให้เครอื งยากระจายไปทวั ถาด
กถาดที ๓ จัดเรียงเครืองยา ๑ สิง คอื หัวกระเทียม เมือเรียงเสร็จเขย่าถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยา
าบนักระจายไปทวั ถาด
สถเครอื งยาทไี ม่ตอ้ งนาํ ไปอบ คอื เกลือสินเธาว์ ชงั นาํ หนกั แลว้ ให้ใส่ถุงเตรยี มไว้
ตรดาว๓. เมืออนุ่ ต้อู บจนไดอ้ ณุ หภูมิทตี ้องการแล้ว ใหน้ าํ ถาดเครอื งยาทงั หมดเขา้ ต้อู บ สําหรบั ตู้อบทีใชค้ รงั นี
ยเนไฟอยดู่ ้านบน จึงเรมิ ตน้ เรยี งถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรยี งถาดที ๒ และถาดที ๓ ไวใ้ นชนั ถดั ลงมาชนั
ไทละ ๑ ถาด ตามลําดับ เมือเรยี งครบแลว้ จงึ เรมิ จับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง

สถาบนั การแพทยแ์ ผน๔. เมอื ครบเวลาแล้ว ใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมดออกจากตูอ้ บ พร้อมนําไปบดในขนั ตอนต่อไป

๑๑๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

เครืองยาถาดที ๑

สถาสสเคบถถรอื งนัาายาบบถกานนััดทาีกก๒ราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเครเตตอื งนยรราถตดดาดทาารี ๓ววดาว

๑๑๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา

าว๑. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา
รด๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบดทีละถาด

เนต๒.๑ เรมิ ต้นจากเครอื งยาถาดที ๑
ไทยแยก ลูกสมอไทย ดอกดปี ลี ออกมาพักคายความร้อน
นรอจนกระทงั เครืองยากรอบจึงนําไปบด ห้ามบดเครืองยา
แ์ ผนขี ณะทยี งั มีความเหนยี วอยู่ จะทาํ ใหย้ าเกาะกนั เปนก้อน
ทยและบดยากขนึ จากนนั ใหท้ ยอยใส่เครืองยาทเี หลอื ลง
ารแพเครืองบดตามลําดับ ดงั นี

กใส่ เปลือกต้นตีนเปด หัวแห้วหมู รากชะเอมเทศ
าบนัลกู สมอไทย (ลูกสมอไทยเย็นตัวลงและกรอบดีแลว้ )

สถ าวโกฐสอ เหงา้ ขงิ แห้ง ลกู มะตูมอ่อน ดอกดปี ลี
รดเมลด็ พรกิ ไทย ลงเครอื งบด โดยใหท้ ยอยใส่เครอื งยา
ตเหล่านีคราวละ ๑ สิง บดเครอื งยาแต่ละสิงจนกระทงั
เนเครืองยาลาํ ดับแรกแตกเปนชนิ เล็กๆ เสียกอ่ น แลว้
ยจงึ ใส่เครืองยาลําดับถัดไปได้ เมอื ใส่ครบบดต่อเล็ก
ไทน้อย แล้วปดเครอื ง (ถา้ ใช้เครอื งบดใหญส่ ามารถใส่
แ์ ผนลงเครอื งบดพร้อมกนั ทงั หมดได)้
ยแยก เทียนดาํ ไว้บดรวมกับเครอื งยาถาดที ๒
ท๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ โดยใหท้ ยอยใส่เครอื งยาตาม
ารแพลําดับแล้วบด ดังนี

ใส่ โกฐก้านพร้าว ชิรากากี (ใบมะขามแขก)

นั กใบบอระเพ็ด ใบสะเดา ลงเครืองบดพร้อมกัน
าบเปดเครอื ง บดจนเครืองยาละเอียด จึงปดเครือง
สถใส่ เทยี นดํา จากถาดที ๑ โดยใช้วธิ กี ารโปรยลง

เครอื งบด เปดเครอื ง บดตอ่ ใชเ้ วลาไมน่ านมากนกั

รดาวประมาณ ๓๐ วินาที จงึ ปดเครอื ง
ต๒.๓ ใส่เครอื งยาถาดที ๓ หัวกระเทยี ม ลงเครอื งบด
ยเนโดยใช้วธิ กี ารโปรยลงเครืองบด เปดเครอื ง บดต่อจน
ไทเครืองยาละเอียด จงึ ปดเครอื ง
แ์ ผน๓. ปรบั ขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลงเพือชว่ ยกวาดยา
ยจากนนั เปดเครืองบดยาต่อ ใชเ้ วลาบดประมาณ ๓๐ นาที
ารแพทหรอื ให้สังเกตว่าสียาเรมิ เปลียนเปนสีเขม้ ขนึ แสดงวา่ ยา

เรมิ แฉะ ใหป้ ดเครอื ง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไป

สถาบนั กรอ่ นในขนั ตอนต่อไป

๑๑๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนาํ ยาทบี ดแล้วมารอ่ นผ่านตะแกรงหรือแร่งจะทําให้ไดผ้ งยาทีเนยี นละเอยี ด โดยต้องร่อนผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
เนตจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จํานวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ าํ กากยาไปชังนาํ หนกั
ยเพือพิจารณาวา่ จะบดและรอ่ นตอ่ หรือไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนักกากยาทเี หลือ ถา้ นําหนักเหลือมากกวา่ ๕% ให้นํา
ไทกากยากลับไปบดและรอ่ นใหม่อีก ๑ รอบ ด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมอื รอ่ นเสร็จใหน้ าํ กากยากลับไปชังนําหนัก
แ์ ผนถา้ นาํ หนกั เหลือมากกวา่ ๕% ให้ทาํ การบดและร่อนใหม่ ทาํ เช่นนจี นกวา่ กากยาจะเหลือนอ้ ยกวา่ ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยู่กับปริมาณเครืองยาทีใช้ปรงุ ยา)
การแพทการร่อนยาในครงั นี รอ่ นทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรปุ ได้ ดังนี
าบนัรอ่ นยารอบที ๑

สถ าวรอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยรอ่ น
รดทลี ะนอ้ ย จากนนั นํากากยาทีไมส่ ามารถผ่าน

รตู ะแกรงได้แลว้ เทกลับลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๑
ใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กาํ หนดใหป้ ดเครอื ง จากนันตักผงยาในเครืองบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๒
ยเนตร่อนยารอบที ๒
ไทร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
แ์ ผนทาํ เชน่ เดียวกบั รอบที ๑
บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๒
ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กําหนดใหป้ ดเครอื ง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๓
ทยร่อนยารอบที ๓
ารแพร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเช่นเดียวกับรอบที ๒ บดกากยาทเี หลอื จากการร่อนยาในรอบที ๓
กากยาทเี หลือจากการบดนําหนกั มากกว่า ๕% แต่
เมอื ร่อนเสร็จ นํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่ามีนาํ หนกั มีปรมิ าณน้อย จงึ ไม่เหมาะทจี ะใชเ้ ครืองบดใหญ่
มากกวา่ ๕% จึงต้องนาํ กากยาไปบดต่อ ให้ใชเ้ ครืองบดความเร็วสูงสําหรบั บดยาแทน
โดยใหท้ ยอยใส่กากยา แล้วบดทีละนอ้ ย
าบนั กรอ่ นยารอบที ๔ การบดกากยาดว้ ยเครืองบดความเรว็ สูงนัน
สถร่อนยาผ่านกระชอนตาถีทีใช้สําหรบั ร่อนยาแทน ระหว่างทบี ดใหเ้ ขย่าและหมุนเครืองบดไปดว้ ย
เพือใหก้ ากยาถกู บดอย่างทัวถงึ กัน และใชเ้ วลาบด
เมอื รอ่ นเสรจ็ นาํ กากยาทเี หลอื ไปชงั นําหนกั อีกครงัในแต่ละครังประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลีกเลยี ง
อณุ หภมู ิทสี ูงขณะบด
าวพบวา่ นําหนักกากยาเหลือน้อยกวา่ ๕%
รดจงึ เสร็จขนั ตอนการรอ่ นยา
ยแ์ ผนไทยเนตเมอื ร่อนยาเสรจ็ แล้ว ให้ดงึ ถาดพักผงยาทอี ยใู่ ตเ้ ครอื งรอ่ นยาออก
สถาบนั การแพทตกั ผงยาใส่ภาชนะทเี ตรียมไว้ เพือนําไปนวดกบั เกลือสินเธาวใ์ นขนั ตอนต่อไป

๑๑๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๖ ย า โ ร ค นิ ท า น ๑

ขนั ตอนที ๖ การนวดยากบั เกลือสินเธาว์
าวการนวดยาเปนการผสมผงยาทีบดและร่อนแลว้ กับเกลือสินเธาวด์ ้วยเครอื งบด ซงึ เปนขนั ตอนสุดท้าย
รดของการปรงุ ยา มีวิธีทาํ ดังนี
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนเตนตรดาว๑. นําเกลอื สินเธาวใ์ ส่ถงุ สะอาด จากนนั ใชส้ ากคลงึ ใหแ้ ตกละเอยี ด นาํ ผงยาใส่ลงไปในถงุ เกลอื สินเธาว์
ยประมาณ ๒ ชอ้ นโตะ๊ ใชส้ ากคลึงอีกครงั ใหผ้ งยากบั เกลือสินเธาวร์ วมเขา้ เปนเนือเดียวกัน

ไท๒. นําผงยาทเี หลอื และส่วนผสมในขอ้ ๑ เทลงเครอื งบดพร้อมกันทงั หมด
แ์ ผน๓. เปดเครือง บดจนกระทงั ยาทงั หมดผสมเข้ากนั ดี ใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที จากนนั ปดเครือง

๔. ตกั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่ เขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดแี ลว้

ทยใหป้ ลอ่ ยลมในถุงออก มัดปากถงุ ให้ชดิ ผงยา
ารแพ๕. ชงั นาํ หนักผงยาทีปรุงเสร็จ นาํ หนักกากยา บันทึกนาํ หนักเปนกรมั เขียนชือยา วนั เดือนปทีผลิต

นาํ หนกั ยาสุทธิไว้บนถงุ จากนนั นํายาไปบรรจุแคปซูลต่อไป
สถาบนั ก รดาวสรปุ นาํ หนกั ยาโรคนทิ าน ๑

ตนาํ หนักตาํ รับยา ๑,๒๘๐ กรมั นาํ หนกั ยาสุทธิ ๑,๒๓๙ กรมั
เนนาํ หนกั กากยา ๔ กรัม นาํ หนกั ยาสูญเสีย ๓๗ กรมั
ารแพทยแ์ ผนไทยขันตอนที ๖
สถาบนั กการบรรจุแคปซูล
วธิ ีการบรรจุแคปซูล สามารถดูได้จากหนา้ ๓๖
ยาโรคนทิ าน ๑ นาํ หนกั ยาสุทธิ ๑,๒๓๙ กรมั

นาํ ยาแคปซูลทีบรรจุเสร็จใส่ถงุ พลาสติกทสี ะอาด บันทึกไว้บนถุง
ใหม้ ีรายละเอียดชือยา วันเดือนปทีผลติ และจํานวนแคปซลู พร้อมนาํ ไปใชต้ อ่ ไป
ผงยาทีเหลือใหใ้ ส่ถุงพลาสติก บันทกึ ไวบ้ นถงุ ใหม้ รี ายละเอียดชือยา

วันเดือนปทผี ลติ และนาํ หนักยาทเี หลอื แล้วจึงจดั เกบ็

๑๑๔

ตํารบั ที
ยามหาน๗ิลแ์ แผทนง่ ไททอยงเนตรดาว(ยาสามญั ประจาํ บา้ น)
ทยชอื ยา:
ารแพรปู แบบยา:
กสรรพคณุ /ข้อบ่งใช:้

สถาบนั าวขนาดบรรจุ (บญั ชียาหลกั ):
รดขนาดบรรจุ (ยาสามัญฯ):
ตวธิ ีทาํ (ยาสามัญฯ):
มหานลิ แทง่ ทอง
ยาเมด็ ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ) ยาเม็ด (รพ.)
แกไ้ ขก้ าฬ หัด อสี ุกอีใส (บรรเทาอาการจากไขก้ าฬ หัด และอีสุกอีใส)
รับประทานร่วมกบั นาํ รากผกั ชีตม้ แกร้ อ้ นในกระหายนาํ
ผงยา ๑๐๓ กรมั
ชนิดเมด็ ไมเ่ กิน ๓๐ เม็ด
ชนิดเม็ด บดเปนผง ทําเปนเม็ด ปดทองคาํ เปลว หนกั เมด็ ละ ๐.๕ กรัม
ไทยเนขนาดและวิธีใช้:
นยาหลกั ฯ: กนิ วนั ละ ๒ ครงั เชา้ และเย็น ก่อนอาหาร

แ์ ผชนดิ ผง:
ทยเดก็ อายุ ๖–๑๒ ป กนิ ครงั ละ ๕๐๐ มลิ ลกิ รมั –๑ กรมั ละลายนาํ สุก
ารแพผู้ใหญ่ กินครงั ละ ๑.๕–๒ กรมั ละลายนาํ สุก

ชนดิ เม็ดและแคปซลู :

ก เด็กอายุ ๖–๑๒ ป กินครงั ละ ๕๐๐ มิลลิกรมั –๑ กรัม
าบนั ผ้ใู หญ่ กินครงั ละ ๑.๕–๒ กรัม
สถ ยาสามัญฯ: กินวันละ ๒ ครงั

ชนดิ เม็ด:

าวเดก็ อายุ ๖–๑๒ ป กินครงั ละ ๑-๒ เมด็
ตรดผู้ใหญ่ กินครงั ละ ๓-๔ เม็ด
ยแ์ ผนไทยเนข้อควรระวงั /ข้อห้ามใช:้
ารแพทไม่แนะนําให้ใช้ในผูท้ ีสงสัยว่าเปนไขเ้ ลือดออก เนอื งจากอาจบดบงั อาการไขเ้ ลือดออก

หากใชย้ าเปนเวลานานเกิน ๓ วัน แล้วอาการไมด่ ีขนึ ควรปรกึ ษาแพทย์
าบนั กอาการไม่พึงประสงค:์ ไม่มี
สถขอ้ มูลเพิมเติม: ไมม่ ี

๑๑๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

อธิบายขนั ตอนการปรงุ ยา

ตาํ รบั ยามหานิลแท่งทอง (ยาสามญั ประจําบา้ น) รดาว๑. การเตรยี มเครอื งยา วัตถดุ ิบและอุปกรณใ์ นการปรงุ ยาชนิดผง
เนตคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาแต่ละสิงตามตาํ รับยา
ยนาํ เครืองยาทีคัดแยกและทําความสะอาดแล้วไปอบฆา่ เชือโรคทอี ณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง อบเฉพาะเครืองยาทีไม่สุม
แ์ ผนทําความสะอาดเครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยา อุปกรณ์ทีใช้สําหรับการปรงุ ยาทุกชนิด (ทงั ก่อนและหลงั การปรงุ ยา)

๒. การปรงุ ยา

ทยการชงั นาํ หนกั เครอื งยา นําเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนักตามตาํ รบั ยา โดยให้ชงั นาํ หนัก
ารแพเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั แล้วแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถุงรวมกนั ไว้ ให้เปนตาํ รับเดยี วกัน

การอบเครอื งยากอ่ นนาํ ไปบด นําเครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั

นั กอยใู่ นถาดเดียวกัน สามารถจัดเรยี งได้ ๕ ถาด
าบถาดที ๑ จดั เรียง แกน่ จันทนแ์ ดง แกน่ จันทน์เทศ

สถ าวถาดที ๒ จัดเรยี ง ใบพิมเสน
รดถาดที ๓ จดั เรียง ใบย่านาง

ถาดที ๔ จดั เรยี ง เครอื งยาสุม ไดแ้ ก่ กระดกู งสู ุม กระดกู ไกส่ ุม ลกู มะคําดคี วายสุม ถา่ นไมส้ ัก หวายตะคา้ สุม

เนตเมลด็ มะกอกสุม เนอื ในเมลด็ สะบา้ มอญสุม

ถาดที ๕ หมึกหอมตําละเอียดและเบียจนั สุม ชงั นาํ หนกั แลว้ ใหแ้ ยกใส่ถุงเตรยี มไว้

ไทยเครอื งยาทไี มต่ ้องนาํ ไปอบ ได้แก่ เครืองยาในถาดที ๔ และ ๕
นจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวใ้ นชนั บนสุด
แ์ ผเรียงถาดที ๒ และ ๓ ไวใ้ นลาํ ดับถัดลงมาชนั ละ ๑ ถาด อบด้วยอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส ใชเ้ วลาอบ

ประมาณ ๑ ชวั โมง

ทยการบดเครอื งยา แยกบดเครืองยาออกเปน ๓ ส่วน
ารแพส่วนที ๑ บดเครืองยาทไี ม่สุม ได้แก่ แกน่ จนั ทน์แดง แก่นจนั ทนเ์ ทศ ใบพิมเสน ใบย่านาง ใหน้ ําเครืองยา

เหลา่ นไี ปบดและรอ่ นจนกระทงั ได้ผงยาทลี ะเอียด
ส่วนที ๒ บดหมกึ หอม โดยให้แยกบดตา่ งหากเพียงสิงเดยี ว บดจนกระทงั เปนผงเนียนละเอียดจับไมห่ ยาบ

นั กเปนทรายและไม่สะดุดมือ
าบส่วนที ๓ บดเครอื งยาทีสุม ได้แก่ เนอื ในเมล็ดสะบ้ามอญสุม หวายตะคา้ สุม เมล็ดมะกอกสุม
สถลกู มะคําดคี วายสุม ถา่ นไม้สัก กระดูกงูสุม กระดกู ไกส่ ุม เมอื บดเครอื งยาเหลา่ นีละเอยี ดหมดแลว้

ให้นาํ ผงยาส่วนที ๑ และ ๒ ลงไปบดผสมกัน เมือบดเขา้ กันดแี ลว้ ให้ใส่เบียจนั ตามลงไป บดจนกระทงั ส่วน

าวผสมทงั หมดละเอียดและรวมเปนเนือเดยี วกนั เมอื บดเสร็จตกั เครอื งยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไว้ เพือนําไปทาํ
รดขนั ตอนต่อไป
ตการนวดยามหานลิ แท่งทอง
เนตม้ นาํ ขา้ วเชด็ โดยใชข้ า้ วไมข่ ดั สี ตม้ เสรจ็ รอจนกระทงั เยน็ ลง จงึ นําไปใชไ้ ด้
ไทยเทผงยาทงั หมดลงกะละมงั เตมิ นาํ ขา้ วเชด็ ทลี ะนอ้ ย นวดผสมจนยาเข้ากันดี ปนยาเปนกอ้ นกลมขนาดพอ
นประมาณ เมือปนเสรจ็ ให้ใส่ถุงรวมกัน แลว้ นาํ ไปแช่ตูเ้ ยน็ ในช่องแชผ่ กั แช่ไว้ ๑ คนื เพือให้ตัวยาซมึ เขา้ กันดี
แ์ ผนาํ ยาออกจากตู้เยน็ แบง่ ยาส่วนหนงึ นาํ ไปปนเปนแทง่ ปดทองเปลว ยาส่วนหนงึ นําไปอดั เม็ดด้วยเครืองปมยา
ทยดว้ ยมอื (พิมพ์ทองเหลอื ง) แยกใส่ถาดไวค้ นละถาด เตรยี มนาํ ไปอบไล่ความชนื
ารแพการอบไลค่ วามชนื

นาํ ยาทงั หมดไปอบไลค่ วามชนื ทีอุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส อบจนกระทงั ยาแห้ง โดยใหน้ าํ ถาดยาวางไว้

กชนั ล่างสุดหรอื ไกลไฟสุด การอบยามหานลิ แท่งทองชนิดแท่งปดทองคําเปลวนี ใช้เวลาอบประมาณ ๖ ชวั โมง
าบนัส่วนยามหานลิ แท่งทองแบบอัดเมด็ ใชเ้ วลาอบประมาณ ๔ ชวั โมง เมอื อบเสรจ็ นํามาพักใหเ้ ย็นลง
สถจึงนําไปบรรจุใส่ขวดหรอื ใส่บรรจุภณั ฑ์อืนๆ เพือนาํ ไปใช้ต่อไป

๑๑๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ตํารบั ยามหานิลแทง่ ทอง าว(ยาสามญั ประจําบา้ น)
รดประกอบดว้ ยเครอื งยา ๑๓ สิง รวมนาํ หนักยา ๑๓ ส่วน
เนตกาํ หนดนาํ หนกั ยา ๒,๖๐๐ กรมั สามารถจัดเครอื งยาไดส้ ่วนละ ๒๐๐ กรัม
ยมีรายละเอยี ดดงั นี
นไท๑. เนอื ในเมล็ดสะบา้ มอญสุม ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม ๙. แกน่ จันทนแ์ ดง ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม
แ์ ผ๒. หวายตะคา้ สุม
ทย๓. เมล็ดมะกอกสุม
๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม ๑๐. แกน่ จนั ทนเ์ ทศ ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม

ารแพ๔. ลูกมะคําดีควายสุม๑ ส่วน ๒๐๐ กรมั ๑๑. ใบพิมเสน ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม

นั ก๖. กระดูกงูสุม* ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม ๑๒. ใบยา่ นาง ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม

๕. ถา่ นไมส้ ัก ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม ๑๓. หมึกหอม ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม
าบ๗. กระดกู กาสุม*(๑)
๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม
สถ าว๘. เบยี จนั ควั ให้เหลืองหรอื สุม ๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม
เครอื งยาลาํ ดับที ๑-๘ คือ เครืองยาสุม

๑ ส่วน ๒๐๐ กรัม เครืองยาลําดบั ที ๙-๑๓ คอื เครืองยาทไี มส่ ุม
* การปรงุ ยาครงั นไี ด้เพิมกระดูกงสู ุมและกระดูกกาสุม
(๑) กระดกู กาสุม: ใช้กระดูกไกส่ ุม (กระดกู ส่วนปกบน) แทน
เนตรดเครอื งยาสุม ๘ สิง
าบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนอื ในเมล็ดสะบา้ มอญสุม หวายตะคา้ สุม เครอื งยาไมส่ ุม ๕ สิง

เมลด็ มะกอกสมุ แก่นจันทนแ์ ดง
แกน่ จันทน์เทศ
สถ ไทยเนตรดาวลูกมะคําดีควายสุม ถ่านไมส้ กั หรือไม้สกั สุม
สถาบนั การแพทยแ์ ผนกระดกู ไก่สุม (๑) กระดูกงูสมุ ใบพิมเสน
ใบยา่ นาง
เบยี จนั สุม หมึกหอม

๑๑๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
รดาวการเตรียมเครืองยา
เนตเครอื งยาสุมทกุ สิง ให้คดั แยกเครอื งยากอ่ นนําไปสุม ซงึ มีวธิ คี ดั แยกสรุปโดยย่อได้ ดงั นี
ไทยเนอื ในเมลด็ สะบา้ มอญ คัดเลือกแต่เนือในเมลด็
นโดยใช้มีดผ่าเปลือกห้มุ เมลด็ ทงิ เลือกชินทีมีขนาด
แ์ ผใกล้เคียงกัน
ทยหวายตะค้า ใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาด ถา้ มขี นาด
ารแพใหญใ่ หใ้ ชม้ ดี สับหรือซอยให้มขี นาดเลก็ ลงและ
กใกลเ้ คียงกนั
าบนัเมล็ดมะกอก ลกู มะคาํ ดีควาย

สถ าวใช้แปรงปดทาํ ความสะอาด คัดหาสิงปลอมปนและ

สิงปนเปอนทงิ
ไมส้ กั ใชแ้ ปรงปดทาํ ความสะอาด ถา้ มขี นาดใหญ่
ใหใ้ ชม้ ดี สับหรือซอยให้มีขนาดเล็กลงและ
ใกล้เคยี งกัน
กระดกู งู เลอื กใชแ้ ตก่ ระดกู ทแี หง้ สนทิ ไมข่ นึ รา
กระดกู ไก่ (ใชแ้ ทนกระดกู กา) เลอื กใชก้ ระดกู ส่วน
ปกบนไก่ โดยนําปกไกส่ ดไปตม้ ใหส้ ุก เลาะเนอื ออก
นาํ กระดกู ไปลา้ งนาํ ใหส้ ะอาด ตากแดดใหแ้ หง้ สนทิ
เบยี จนั นาํ ไปแชน่ าํ ทงิ ไวค้ า้ งคนื จากนนั ใชแ้ ปรงขดั
ใหส้ ะอาด แลว้ นําไปผงึ ใหแ้ หง้ สนทิ
เนตรดเครอื งยาไมส่ ุมทกุ สิง ใหค้ ดั แยกและทําความสะอาด จากนนั นําไปอบฆา่ เชอื โรค กอ่ นนําไปปรงุ ยา
ไทยซงึ มวี ธิ คี ดั แยกสรปุ โดยยอ่ ได้ ดงั นี
นแก่นจันทนเ์ ทศ ใบพิมเสน ใบยา่ นาง
แ์ ผแก่นจันทนเ์ ทศทใี ชค้ รงั นมี ีลกั ษณะเปนชนิ เล็ก ใชก้ ระชอนตาถรี อ่ นเอาเศษผงขนาดเลก็
ยให้คัดหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ ออกจากเครืองยา จากนันคดั หาสิงปลอมปนและ
ทแกน่ จันทนแ์ ดง สิงปนเปอนทิง
ารแพคดั เฉพาะเนอื ไมส้ ีแดง โดยใชม้ ดี ผา่ เนอื ไมส้ ีอนื ทีหมกึ หอม (ธาตุวัตถุ)
หมกึ หอมทีใชป้ รงุ ยาครังนมี ีลักษณะเปนแท่ง
แทรกอยใู่ นเนอื ไมอ้ อก จากนนั ใชแ้ ปรงปดทาํ ความ ใหใ้ ช้ครกตาํ ใหล้ ะเอยี ดก่อนนําไปชังนาํ หนกั
ไม่นําไปอบฆา่ เชือโรค
นั กสะอาด ถา้ มขี นาดใหญใ่ หใ้ ชม้ ดี สับหรอื ซอยใหม้ ี
าบขนาดเลก็ ลงและใกลเ้ คยี งกนั เพือความสะดวกใน
สถการอบและบดยา
าวในการคัดเครอื งยาแต่ละสิงนนั ให้เภสัชกรผู้ปรงุ ยาพิจารณาจากเครืองยาทมี อี ยู่ วา่ มลี ักษณะแบบใด
รดอาจจะใชว้ ิธที แี ตกต่างจากทกี ลา่ วมาข้างต้นนีได้ โดยให้พิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจดั เกบ็

ตรวมถึงความสะอาดของเครืองยาเปนสําคัญ
ยเนเมือคดั แยกและทําความสะอาดเรียบร้อยแลว้ ใหน้ ําเครืองยาทไี ม่สุมไปอบฆา่ เชือโรค

ไทเครอื งยาทสี ุมและหมกึ หอมไม่ตอ้ งนําไปอบฆ่าเชอื โรค
แ์ ผน(ดขู นั ตอนการคดั แยกและอบฆ่าเชอื โรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
ทยการเตรยี มอุปกรณ์สําหรับการปรงุ ยา
ารแพการเตรยี มอุปกรณจ์ ะอยู่ในขนั ตอนของการบดยาและรอ่ นยา โดยให้เตรยี มทําความสะอาดอุปกรณ์

และเครอื งมอื ทกุ ชนิดกอ่ นและหลงั ทําการบดยาและร่อนยา ทกุ ครงั

าบนั กเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณส์ ําหรับปรุงยาชนิดผง (ดไู ด้จากหนา้ ที ๑๘)
สถทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งรอ่ นยาและอุปกรณ์ทุกชนดิ ทงั กอ่ นและหลังใชง้ าน
(ดวู ิธีการทําความสะอาดไดจ้ ากหนา้ ที ๑๙)

๑๑๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

๒. ขันตอนการปรุงยา

เนตรดาวรปู แบบการปรงุ ยา: ชนดิ เม็ด ชนิดแทง่ ปดทองคําเปลว
ยสูตรตาํ รบั ยา: ประกอบดว้ ยเครืองยา ๑๓ สิง รวมนาํ หนักเครอื งยา ๑๓ ส่วน

นไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๒,๖๐๐ กรมั สามารถจดั นาํ หนักเครืองยาไดส้ ่วนละ ๒๐๐ กรมั
แ์ ผวิธีทํา: ชนิดเมด็ บดเปนผง ทาํ เปนเมด็

ทยชนดิ แทง่ บดเปนผง ทําเปนแท่งปดทองคาํ เปลว
ารแพขอ้ มูลการใชเ้ ครอื งยาสมุนไพรปรงุ ยา: ใช้เครอื งยาสมนุ ไพรแห้ง ใช้เครืองยาประเภทสัตวว์ ตั ถุ
กและธาตุวัตถเุ ปนส่วนประกอบ เครอื งยาบางสิงต้องสุมกอ่ นนําไปปรงุ ยา

สถาบนั รดาวขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนักเครืองยาตามตํารบั ยา
ตนาํ เครืองยาทีอบฆา่ เชือโรคเตรยี มไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนักตามตํารับยาขา้ งตน้
เนโดยใหช้ งั นาํ หนักเครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
นไทยขนั ตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด
แ์ ผการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนําเครอื งยาไปบด
ยจุดประสงคเ์ พือตอ้ งการใหเ้ ครืองยากรอบและบดงา่ ย
ารแพทชว่ ยกระตนุ้ ฤทธยิ าให้มสี รรพคณุ ทางยาดีขนึ และชว่ ยฆา่ เชอื โรคอกี ครงั หนงึ

โดยจะอบเฉพาะเครอื งยาทไี ม่สุมเท่านนั

าบนั ก ขนั ตอนที ๓ การบดเครอื งยา
สถการบดยาตํารับนี ใหแ้ ยกการบดเครอื งยาออกเปน ๓ ส่วน

ส่วนที ๑ บดเครอื งยาทไี มไ่ ด้สุม ได้แก่ แก่นจนั ทนแ์ ดง แก่นจนั ทนเ์ ทศ ใบพิมเสน ใบยา่ นาง (บดและรอ่ นจนเปนผงยา)

าวส่วนที ๒ บดหมึกหอม บดให้เปนผงยาเนียนละเอียด
รดส่วนที ๓ บดเครอื งยาทสี ุม ไดแ้ ก่ เนือในเมลด็ สะบา้ มอญสุม หวายตะคา้ สุม เมลด็ มะกอกสุม ลูกมะคาํ ดีควายสุม

เนตถา่ นไม้สัก กระดูกงสู ุม กระดูกไกส่ ุม เบียจนั สุม
ยเมอื บดเครืองยาส่วนที ๓ ละเอียดแลว้ ให้ใส่ยาส่วนที ๑ และ ๒ ลงไปบดผสมกนั และให้ใส่เบยี จนั ลงไปบดในรอบนดี ้วย

ยแ์ ผนไทขนั ตอนที ๔ การนวดยาดว้ ยนาํ ขา้ วเชด็
การแพทขนั ตอนที ๕ การปนเปนแท่งปดทองคาํ เปลว และการทํายาเมด็
สถาบนั ขนั ตอนที ๖ การอบไล่ความชืน

๑๑๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วัด นาํ หนกั เครืองยาตามตํารบั ยา

นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขันตอนที ๒ การอบเครืองยากอ่ นนาํ ไปบด

การอบเครอื งยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครอื งยาไปบด
จุดประสงคเ์ พือต้องการให้เครืองยากรอบและบดง่าย ช่วยกระตนุ้ ฤทธยิ า
ให้มีสรรพคณุ ทางยาดขี นึ และชว่ ยฆ่าเชอื โรคอกี ครงั หนงึ
รายละเอยี ด

าวขนั ตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรุงยา
ารแพทยวธิ ีการอบเครอื งยา
ก๑. อนุ่ ตู้อบทีอณุ หภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
าบนั๒. จัดเรยี งเครอื งยาใส่ถาดเพือเตรยี มอบ โดยแยกตามลักษณะของเครอื งยาทใี กลเ้ คยี งกนั

สถ าวจดั เรียงไว้ในถาดเดียวกนั สามารถจดั เรยี งได้ ๕ ถาด ดงั นี
ตรดถาดที ๑ จดั เรยี งเครอื งยา ๒ สิง ไดแ้ ก่
เนแกน่ จันทนแ์ ดง แก่นจนั ทน์เทศ เมอื เรียงเสร็จถาดที ๒ จัดเรียงเครอื งยา ๑ สิง คอื
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนตรดาวเขยา่ ถาดเบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาดใบพิมเสน เมือเรยี งเสร็จเขย่าถาดเบาๆ
เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด

๑๒๐

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ถาดที ๓ จัดเรียงเครืองยา ๑ สิง คือ ถาดที ๔ จัดเรยี งเครอื งยา ๗ สิง ได้แก่
ใบยา่ งนาง เมอื เรยี งเสร็จเขยา่ ถาดเบาๆ

เนตรดาวเพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
เนอื ในเมล็ดสะบ้ามอญสุม หวายตะค้าสุม
เมล็ดมะกอกสุม ลกู มะคาํ ดคี วายสุม ถ่านไมส้ ัก
กระดูกงสู ุม กระดกู ไกส่ ุม เมอื เรียงเสรจ็ เขยา่ ถาด
เบาๆ เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
สถาบนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยยเนตรดาวถาดที ๕ จัดเรยี งเครอื งยา ๒ สิง ได้แก่
กหมกึ หอมตําละเอยี ดและเบยี จนั สุม โดยเครืองยา
าบนัทงั สองสิงใหแ้ ยกใส่ถุงเตรยี มไว้
สถ แ์ ผนไทยเนตรดาวหมึกหอมตําละเอยี ด
เบยี จนั สุม เครอื งยาทไี ม่ต้องนําไปอบ ได้แก่
เครอื งยาถาดที ๔ และ ๕
ารแพทย๓. เมอื อนุ่ ตอู้ บจนไดอ้ ณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแล้ว ให้นาํ ถาดเครอื งยาทงั หมดเรียงใส่ตูอ้ บ
กสําหรับตูอ้ บทีใช้ครงั นีไฟอยู่ดา้ นบนจึงเรมิ ต้นเรียงถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรยี งถาดที ๒ และถาดที ๓
าบนัไวใ้ นชนั ถดั ลงมา ชนั ละ ๑ ถาด ตามลําดบั เมอื เรยี งครบแลว้ จงึ เรมิ จบั เวลา ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง

สถ๔. เมอื ครบเวลาแล้ว ใหน้ ําถาดเครืองยาทงั หมดออกจากต้อู บ พร้อมนําไปบดในขนั ตอนตอ่ ไป

๑๒๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา

รดาวการบดยาตํารับนี ใหแ้ ยกการบดเครอื งยาออกเปน ๓ ส่วน
ตส่วนที ๑ บดเครืองยาทีไมไ่ ด้สุม คือ เครืองยาถาดที ๑-๓ ไดแ้ ก่ แก่นจนั ทนแ์ ดง แกน่ จนั ทนเ์ ทศ
ยเนใบพิมเสน ใบยา่ นาง
ไทส่วนที ๒ บดหมึกหอม คอื เครืองยาถาดที ๕
แ์ ผนส่วนที ๓ บดเครอื งยาทสี ุม คอื เครอื งยาถาดที ๔ ไดแ้ ก่ เนอื ในเมลด็ สะบา้ มอญสุม หวายตะคา้ สุม
ทยเมลด็ มะกอกสุม ลกู มะคําดคี วายสุม ถา่ นไมส้ ัก กระดกู งสู ุม กระดกู ไกส่ ุม เบยี จนั สุม (จากถาดที ๕)

สถาบกนั ากราแรแพพทยแ์ ผนไทยเนตรดาววธิ ีการบดเครอื งยาส่วนที ๑ บดเครอื งยาทไี ม่ได้สุม
นัได้แก่ แก่นจนั ทน์แดง แก่นจันทน์เทศ ใบพิมเสน ใบย่านาง
าบ๑. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทาํ การบดยา
สถ๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบด

าว๒.๑ เรมิ จากใส่เครอื งยาถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลําดับแล้วบด ดังนี
รดใส่ แก่นจันทนแ์ ดง เปดเครอื งแล้วบดจนเครืองยาแตกเปนชนิ เลก็ ๆ จงึ ปดเครอื ง
เนตใส่ แกน่ จนั ทน์เทศ เปดเครอื งแล้วบดจนเครืองยาละเอียด จึงปดเครือง

ไทย๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ โดยใหท้ ยอยใส่เครืองยาตามลําดบั แล้วบด ดงั นี
นใส่ ใบพิมเสน เปดเครอื งแล้วบดจนเครืองยาละเอยี ด จึงปดเครือง

แ์ ผ๒.๓ ใส่เครอื งยาถาดที ๓ โดยใหท้ ยอยใส่เครอื งยาตามลําดบั แลว้ บด ดังนี
ทยใส่ ใบยา่ นาง เปดเครอื งแลว้ บดจนเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง

ารแพ๓. ปรับขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลงเพือชว่ ยกวาดยา จากนนั เปดเครืองบดยาต่อ ใชเ้ วลาบด
สถาบนั กประมาณ ๓๐ นาที เมือครบเวลาแล้ว ตกั ผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปร่อนในขนั ตอนตอ่ ไป

๑๒๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

การร่อนยาและบดกากยา เครืองยาทีไม่สุม
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

รดาวนํายาทีบดแลว้ มาร่อนผ่านตะแกรงหรือแร่งจะทําใหไ้ ด้ผงยาทเี นียนละเอียด โดยต้องรอ่ นผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐
ตจํานวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ใหน้ าํ กากยาไปชังนาํ หนกั
ยเนเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรอื ไม่ โดยคํานวนจากนําหนกั กากยาทเี หลือ ถา้ นําหนักเหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ ํา
ไทกากยากลับไปบดและร่อนใหมอ่ กี ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสรจ็ ใหน้ ํากากยากลับไปชังนําหนัก
แ์ ผนถ้านาํ หนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ให้ทําการบดและร่อนใหม่ ทําเชน่ นจี นกว่ากากยาจะเหลือน้อยกว่า ๕%
ย(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยู่กับปริมาณเครืองยาทใี ช้ปรงุ ยา)
ารแพทการรอ่ นยาในครงั นี รอ่ นทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรุปได้ ดังนี
าบนั กร่อนยารอบที ๑

สถ าวรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยให้ทยอยรอ่ น

ทลี ะน้อย จากนนั นาํ กากยาทีไมส่ ามารถผ่าน

รดรูตะแกรงไดแ้ ล้วเทกลับลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตกั ผงยาในเครืองบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
ยเนตร่อนยารอบที ๒
ไทร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
แ์ ผนทําเช่นเดียวกับรอบที ๑
บดกากยาทเี หลือจากการร่อนยาในรอบที ๒
ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตามเวลาที
กาํ หนดใหป้ ดเครอื ง จากนันตักผงยาในเครอื งบดยา
ทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นต่อในรอบที ๓
ยรอ่ นยารอบที ๓
ทร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเชน่ เดียวกับรอบที ๒ บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นยาในรอบที ๓
ารแพเมอื ร่อนเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบวา่ มนี าํ หนักกากยาทีเหลือจากการบดนําหนักมากกว่า ๕% แต่
มปี ริมาณนอ้ ย จึงไมเ่ หมาะทีจะใช้เครอื งบดใหญ่
มากกว่า ๕% จงึ ต้องนํากากยาไปบดตอ่ ให้ใช้เครืองบดความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน
โดยให้ทยอยใส่กากยา แล้วบดทีละนอ้ ย
าบนั กรอ่ นยารอบที ๔ การบดกากยาด้วยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
ระหว่างทีบดใหเ้ ขยา่ และหมุนเครืองบดไปดว้ ย
รอ่ นยาผา่ นกระชอนตาถีทีใชส้ ําหรับร่อนยาแทน เพือใหก้ ากยาถูกบดอยา่ งทัวถึงกัน และใชเ้ วลาบด
ในแต่ละครังประมาณ ๕–๑๕ วินาที เพือหลกี เลยี ง
สถเมอื ร่อนเสรจ็ นาํ กากยาทีเหลือไปชงั นําหนกั อกี ครงั อณุ หภูมทิ ีสูงขณะบด

าวพบว่านาํ หนกั กากยาเหลือน้อยกว่า ๕%
รดจึงเสรจ็ ขนั ตอนการร่อนยา
แ์ ผนไทยเนตเมอื ร่อนยาเสร็จแลว้ ให้ดงึ ถาดพักผงยาทอี ย่ใู ต้เครอื งรอ่ นยาออก
สถาบนั การแพทยตักผงยาทปี รงุ เสร็จใส่ภาชนะพักไวก้ ่อน

๑๒๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

วิธีการบดเครืองยาส่วนที ๒ บดหมึกหอม

๑. ใส่หมกึ หอมทตี ําแลว้ ลงเครืองบด เปดเครอื ง

าวบดจนหมกึ หอมเปนผงเนยี นละเอยี ดจบั แล้วไม่
ตรดหยาบเปนทราย จากนนั ปดเครือง
เน๒. ตักผงยาใส่ภาชนะพักเตรยี มไว้
นไทยวิธีการบดเครืองยาส่วนที ๓ บดเครอื งยาทีสุม
แ์ ผไดแ้ ก่ กระดกู งูสุม กระดกู ไก่สุม ลูกมะคําดคี วายสุม
ทยถา่ นไมส้ ัก หวายตะคา้ สุม เมลด็ มะกอกสุม
ารแพเนือในเมลด็ สะบ้ามอญสุม เบยี จนั สุม
ก๑. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทําการบดยา
าบนั๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบด โดยใหท้ ยอยใส่เครืองยาตามลาํ ดบั แล้วบด ดงั นี

สถ าวใส่ กระดูกงูสุม เปดเครอื ง บดจนเครืองยาละเอียด จึงปดเครือง
รดใส่ กระดกู ไกส่ ุม ลกู มะคําดคี วายสุม เปดเครอื ง บดตอ่ จนเครอื งยาละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง
ตใส่ ถา่ นไมส้ ัก หวายตะค้าสุม เม็ดมะกอกสุม เนอื ในเม็ดสะบา้ มอญสุม เปดเครือง บดต่อจน
เนกระทงั เครืองยาละเอียด จงึ ปดเครือง
ไทยปรับขากวาดนอกทียกขนึ ในตอนแรกลงเพือช่วยกวาดยา
นใส่ หมกึ หอม ทบี ดเปนผงเตรยี มไวแ้ ลว้ (เครอื งยาส่วนที ๒) และเบยี จนั ตามลงไปบดพรอ้ มกนั
แ์ ผเปดเครอื งแลว้ บดตอ่ จนกระทงั เครอื งยาทงั หมดเปนผงเนยี นละเอยี ด จงึ ปดเครอื ง
ยใส่ผงยาทรี อ่ นเตรยี มไวแ้ ลว้ (เครอื งยาส่วนที ๑) ทงั หมดลงไปในเครอื งบด เปดเครอื งแลว้ บดตอ่
ารแพทจนกระทงั เครืองยาทงั หมดผสมรวมกันใชเ้ วลาประมาณ ๑๐ นาที จึงปดเครือง

๓. จากนนั ให้ตักผงยาทีปรงุ เสรจ็ ใส่ถุงสะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแน่น เขย่าผงยาให้เขา้ กัน เมอื ส่วนผสม

กเขา้ กันดแี ล้วให้ปล่อยลมในถุงออก มัดปากถงุ ให้ชิดผงยา
นั๔. ชงั นาํ หนักผงยาทีปรุงสําเร็จ นาํ หนกั กากยา บันทึกนาํ หนกั เปนกรัม เขยี นชอื ยา วนั ทผี ลติ ไวบ้ นถุง

สถาสบถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวเพือนําไปนวดยา อัดเม็ด และปนแทง่ ปดทองตอ่ ไป

๑๒๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

ขันตอนที ๔ การนวดยามหานิลแท่งทองด้วยนําข้าวเช็ด
ตรดาววตั ถุส่วนประกอบและวสั ดอุ ปุ กรณ์
เน๑. ผงยาทปี รุงเสร็จทงั้ หมดแล้วในขนั ตอนที ๓ วธิ ีการต้มนาํ ขา้ วเชด็
ไทย๒. ข้าวไม่ขดั สี เชน่ ขา้ วกลอ้ ง ขา้ วหอมนลิ ๑. ซาวข้าวให้สะอาด ๑-๒ รอบ

แ์ ผนขา้ วสังขห์ ยด ขา้ วลืมผวั เปนต้น อย่างใด จากนนั นําขา้ วใส่หมอ้ ต้ม
ยอย่างหนงึ ๑–๒ กิโลกรมั ๒. เติมนาํ สะอาดลงหมอ้ ให้ทว่ มข้าว
ารแพท๓. นาํ สะอาด ๒–๓ ลิตร
ประมาณ ๒-๓ เทา่ ของข้าว
๔. ชดุ เตาแก๊ส ๑ ชดุ ๓. นาํ หมอ้ ตงั ไฟ ใชไ้ ฟกลาง เมอื นาํ เดือด

นั ก๕. หม้อเคลอื บสําหรบั ต้มข้าว ๑ ใบ ให้หรีไฟลงเหลือไฟกลางค่อนไปทางออ่ น
าบ๖. หมอ้ เคลอื บสําหรับใส่นาํ ข้าวเชด็ ๑ ใบ หมนั คนเปนระยะๆ เพือปองกันข้าวติดก้น
หมอ้ รอจนกระทงั ข้าวสุกและบาน จากนนั
สถ าว๗. กระบวยและกระชอน กรองเอาเฉพาะนาํ ใส่หมอ้ หรอื ภาชนะที
รด๘. กะละมงั สแตนเลสสําหรับนวดยา ๑ ใบ เตรยี มไว้ ทงิ ไวใ้ ห้เย็นจึงนาํ ไปใช้ได้
เนต๙. ถาดอบยา ๑-๒ ใบ
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนตรดาว๑๐. ถุงพลาสติก

๑๒๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

วิธีการนวดยามหานิลแท่งทอง มวี ิธีทํา ดงั นี
าว๑. เทผงยามหานิลแทง่ ทองทงั หมดลงไปใน
รดกะละมังทใี ช้นวดยา จากนนั ให้ทําหลุม
ตตรงกลางไว้
๔. เมอื รูส้ ึกยาแหง้ ใหเ้ ตมิ นาํ ข้าวเช็ดลงไปนวด
ทลี ะนอ้ ยแต่ตอ้ งระวังอย่าให้ยาแฉะเปนอนั ขาด
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเน รดาว๒. ตกั นาํ ข้าวเชด็ ครงึ กระบวย เทลงตรงกลาง
เนตหลมุ ทีทาํ ไว้
๖. นวดจนกระทงั ส่วนผสมทงั หมดเขา้ กันดีและ
เนอื ยาเปลียนเปนสีดํา มนั เนียน สามารถปน
เปนก้อนได้ไม่แตก ไมร่ ่วน
าบนั การแพทยแ์ ผนไทย๓. ตะลอ่ มผงยาขา้ งๆ มาตรงกลางหลมุ คลกุ เคลา้
สถให้ส่วนผสมเขา้ กัน แล้วค่อยๆ นวด คล้ายกบั

การนวดแปง นวดจนกระทงั ส่วนผสมเขา้ กนั ดี ๗. ปนยาเปนกอ้ นกลมขนาดพอประมาณ เมอื ปน

าวเสรจ็ ให้ใส่ถุงรวมกัน แล้วนาํ ไปแช่ตู้เยน็ ใน
รดช่องแช่ผกั แชไ่ ว้ ๑ คนื เพือให้ตวั ยาซึมเขา้
สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตกนั ดี

๑๒๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๕ การปนเปนแท่งปดทองคาํ เปลว และการทํายาเม็ด

าววัตถุส่วนประกอบและวสั ดุอุปกรณ์
รด๑. แผน่ ทองคําเปลวแท้ ขนาด ๔ X ๔ นวิ

เนตจํานวน ๓ แผ่น ต่อ ๑ แทง่
ไทย๒. เครืองปมยาดว้ ยมือ (พิมพ์ทองเหลือง)
น๓. เปนแผน่ กระจกใส ๑ แผน่
ยแ์ ผ๔. นาํ สะอาด (นาํ เปล่านําไปต้ม พักไวใ้ หเ้ ยน็ )
ารแพท๕. ถาดอบยา ๑-๒ ใบ

๖. ต้อู บชนดิ แกส๊ หรือไฟฟา ๑ เครอื ง

าบนั กการปนเปนแทง่ ปดทองคําเปลว (การปนแทง่ ครงั นที าํ ทงั หมด ๑๔ แทง่ ) มีวธิ ที ํา ดังนี

สถ าว๑. นํายาออกจากตเู้ ย็นเทใส่ถาดไว้ แบง่ ยาออกมาจาํ นวนหนงึ ทดลองปนยาดกู อ่ น ถ้ายาแห้งไปสามารถ
รดเตมิ นาํ ลงไปทียาไดเ้ ลก็ นอ้ ย คลึงยาใหเ้ ปนแท่งกลมขนาดเทา่ กบั มวนบหุ รี

ารแพทยแ์ ผนไทยเนต๒. นําแผน่ ทองคําเปลว ขนาด ๔ X ๔ นวิ จํานวน ๓ แผน่ วางแผน่ ที ๑ และ ๒ ไวด้ ้านซา้ ยและขวา
ของแทง่ ยาดา้ นละ ๑ แผ่น โดยวางใหพ้ ้นปลายของแท่งยาทงั สองขา้ งออกมาขา้ งละประมาณ
๑ เซนติเมตร จากนนั ให้กลงิ แทง่ ยา เพือให้แผน่ ท่องคําเปลวตดิ กบั แท่งยา (ข้อควรระวัง ในขณะปด
นั กแผน่ ทองคาํ เปลว อยา่ ใหม้ ีลมปา จะทําให้แผน่ ทองปลิวไดง้ ่าย)

สถาบ แ์ ผนไทยเนตรดาว๓. นําแผน่ ที ๓ วางไวต้ รงกลาง

ทยจากนนั ใหก้ ลงิ แทง่ ยาอกี ครงั
ารแพเพือใหแ้ ผน่ ทองคําเปลวตดิ กบั

แทง่ ยา พับแผน่ ทองคาํ เปลวที

นั กเหลอื ไวใ้ นตอนแรกปดหวั และ
าบทา้ ยของแทง่ ยา เมอื ทําเสรจ็ ให้
สถแยกใส่ถาดไวอ้ กี ถาดหนงึ

เตรยี มนําไปอบ

๑๒๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพทททยยยแแ์์แ์ ผผผนนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๑๒๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

การทํายาเมด็ มีวิธที ํา ดงั นี

าว๑. นาํ ยาเทใส่ถาด ใชม้ อื บียาให้แตกละเอียด ถา้ ยาแหง้ ไปสามารถเติมนาํ ลงไปทยี าได้เล็กนอ้ ย จากนนั
รดโกยยามากองรวมกนั ใช้เครอื งปมยาด้วยมอื (พิมพ์ทองเหลอื ง) กดลงบนยาให้แน่น

สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนต ตรดาว๒. กดยาออกจากเครอื งปมยาดว้ ยมอื (พิมพ์ทองเหลอื ง) แล้วใชน้ วิ ปาดยาออกจากเครอื งปมยาดว้ ยมอื
เน(พิมพ์ทองเหลือง) ยาทไี ด้จะเปนเมด็ ทรงกระบอกขนาดเลก็ ให้ทําเช่นนีจนยาหมด จากนนั แยกใส่
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเยนตรดาวถาดไว้อกี ถาดหนงึ เตรยี มนาํ ไปอบ

๑๒๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๗ ย า ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จาํ บ้ า น )

ขันตอนที ๖ การอบไล่ความชืน

าว๑. อนุ่ ตูอ้ บทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ตรด๒. เมอื ตอู้ บอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแลว้ ใหน้ ําถาดยาทงั หมดใส่ต้อู บ สําหรับตู้อบทใี ช้ครงั นไี ฟ

เนอยดู่ า้ นบน ให้วางถาดยาทงั ๒ ถาด ไวช้ นั ลา่ งสุด อบจนยาแห้งดี ยามหานิลแทง่ ทองแบบปนแทง่
ไทยปดทองคาํ เปลวใชเ้ วลาอบประมาณ ๖ ชวั โมง ส่วนยามหานลิ แท่งทองแบบอดั เมด็ ใช้เวลาอบ
แ์ ผนประมาณ ๔ ชวั โมง
ย๔. เมอื อบเสรจ็ ใหน้ ํายาออกมาผงึ ใหเ้ ย็นตวั ลง จงึ นาํ ไปใส่ถุงทสี ะอาด ชงั นาํ หนกั ยาทไี ด้ เขียนชอื ยา
ารแพทวนั เดือนปทผี ลิตไวบ้ นถงุ เพือนําไปใส่บรรจภุ ณั ฑ์ต่อไป

สถาบนั ก รดาวสรปุ นําหนักยามหานิลแท่งทอง
ตนาํ หนกั ตาํ รบั ยา ๒,๖๐๐ กรมั

ยเนจํานวนยาปนแทง่ ปดทองคําเปลว ๑๔ แท่ง
สถาสบถนัาบกนั ากราแรแพพททยยแ์แ์ ผผนนไทไทยเนตรดาวนาํ หนกั ยาเม็ด ๒,๓๔๐ กรัม

๑๓๐

ตาํ รับที
สถนัาบกนั ากราแรแพยพาทสทยยร๘รแ์แ์ พผผนตนไ้อทไทยเยนเตนรตดารวดาวชอื ยา:

าบรูปแบบยา:
สถทมี า:

รดาวสรรพคุณ/ข้อบ่งใช:้
เนตขนาดและวิธีใช:้
สรรพต้อ
ยาแคปซลู
ตาํ รายาศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม ฉบับสมบูรณ์ พ.ศ.2375
คัมภรี อ์ ภยั สันตา ฝาผนงั ศาลา ๗ โรงเรยี น หนา้ ๒๙๖

แก้ลมอันบงั เกิดขนึ ในตอ้ ผักตบ และต้อทงั ปวงหายดนี ักฯ
สามารถลดแรงดนั ในลูกตาได้ รักษาต้อทกุ ชนิด ยกเวน้ ตอ้ หิน
ไทยข้อควรระวงั /ขอ้ ห้ามใช:้
แ์ ผนอาการไม่พึงประสงค์:
สถาบนั การแพทยขอ้ มูลเพิมเตมิ :
บดเปนผง บดละลายนาํ ผงึ ให้กินหนกั ๑ สลงึ
ไมม่ ี
ไม่มี

๑๓๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

อธิบายขนั ตอนการปรงุ ยา

ตํารบั ยาสรรพต้อ รดาว๑. การเตรยี มเครอื งยา วัตถดุ บิ และอุปกรณใ์ นการปรุงยาชนดิ ผง
เนตคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครืองยาแต่ละสิงตามตํารับยา
ยนาํ เครืองยาทคี ดั แยกและทาํ ความสะอาดแล้วไปอบฆ่าเชือโรคทอี ุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
ไทใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
แ์ ผนทําความสะอาดเครืองบดยา เครอื งร่อนยา อุปกรณท์ ีใช้สําหรบั การปรุงยาทุกชนิด (ทงั กอ่ นและหลงั การปรงุ ยา)

ย๒. การปรงุ ยา
ารแพทการชงั นาํ หนกั เครอื งยา นําเครืองยาทีอบฆ่าเชอื โรคเตรยี มไว้แล้วมาชงั นาํ หนักตามตํารบั ยา โดยให้ชงั นาํ หนกั

เครืองยาแต่ละสิงเปนกรมั แลว้ แยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถงุ รวมกันไว้ ให้เปนตาํ รับเดียวกัน

กการอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นําเครอื งยาทจี ดั เปนตํารบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั
นัอยใู่ นถาดเดียวกนั สามารถจัดเรียงได้ ๒ ถาด

สถาบถาดที ๑ จดั เรยี ง เปลือกกันเกรา ลูกสมอเทศ ลกู สมอพิเภก เปล้าใหญ่ โกฐเขมา เหงา้ ขงิ แห้ง หวั ดองดึง

าวหวั วา่ นนาํ โกฐสอ ดอกดีปลี เนอื สมอไทย หัวแหว้ หมู รากเจตมลู เพลิงแดง ลูกกระวาน ดอกกานพลู
รดเมลด็ พรกิ ไทยล่อน
ตถาดที ๒ จดั เรยี ง เทียนดาํ เทียนแดง เทยี นขาว เทยี นข้าวเปลือก เทยี นตาตกั แตน
เนจากนนั นาํ เครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ยเรยี งถาดที ๒ ไว้ในชนั ถัดลงมา อบด้วยอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
ไทการบดเครอื งยา ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขนึ กอ่ นทาํ การบดยา ทยอยใส่เครอื งยาลงเครอื งบด
แ์ ผนเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกเนอื สมอไทย หวั ดองดงึ ดอกดปี ลี ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครอื งยากรอบ

จงึ นําไปบด จากนนั ใหท้ ยอยใส่เครอื งยาทเี หลอื ลงเครอื งบด โดยใหใ้ ส่เครอื งยาทแี ขง็ ทสี ุดในถาดลงไปบดกอ่ น

ทยแลว้ ไลล่ าํ ดบั ไปจนครบ เมอื เนอื สมอไทย หวั ดองดงึ ดอกดปี ลกี รอบดแี ลว้ ใหใ้ ส่ลงเครอื งบด ปรบั ขากวาดนอกลง
ารแพใส่เครอื งยาถาดที ๒ ตามลงไปบดพรอ้ มกนั บดตอ่ จนเครอื งยาละเอยี ดหรอื ใหส้ ังเกตวา่ ถา้ ยาเรมิ แฉะใหป้ ดเครอื ง

เมอื บดเสรจ็ ตกั ผงยาใส่ภาชนะทเี ตรยี มไวเ้ พือนาํ ยาไปรอ่ นตอ่ ไป

กการร่อนยาและการบดกากยา ทยอยตักผงยาใส่ตะแกรงเครอื งร่อนยาทลี ะนอ้ ย เปดเครอื ง รอ่ นยาจนแนใ่ จวา่
นัผงยาละเอยี ดผ่านตะแกรงไปจนหมดและหน้าตะแกรงเหลือเพียงกากยา ให้นํากากยานีกลบั ไปบดใหม่
าบและนาํ กลับมาร่อนอีกครงั ร่อนและบดเชน่ นไี ปเรือยๆ จนกวา่ นาํ หนักกากยาจะเหลือน้อยกว่า ๕%
สถสําหรับการรอ่ นยาครงั นี จํานวนรอบทีรอ่ นได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดังนี

รอบที ๑ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นประมาณ ๓๐ นาที

าวรอบที ๒ ร่อนยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นประมาณ ๔๐ นาที
รดรอบที ๓ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่านาํ หนกั กากยาเหลือ
เนตมากกวา่ ๕% จงึ นํากากยากลบั ไปบดใหมด่ ้วยเครอื งบดความเร็วสูง
ยรอบที ๔ ร่อนยาผ่านกระชอนตาถี เมือรอ่ นเสร็จนํากากยาไปชงั นาํ หนัก พบว่านาํ หนักกากยาเหลอื น้อยกวา่
ไท๕% จึงเสร็จขนั ตอนการปรุงยา
แ์ ผนจากนนั ใหด้ งึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครอื งรอ่ นยา ตกั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่
ยเขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดแี ลว้ ใหป้ ลอ่ ยลมในถงุ ออก มดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นําผงยาทปี รงุ เสรจ็
ารแพทและกากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ จากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป

การบรรจแุ คปซลู บรรจผุ งยาใส่แคปซลู เบอร์ ๑ ดว้ ยเครอื งบรรจแุ คปซลู แบบมอื โยก จะไดน้ าํ หนกั แคปซลู ละ

สถาบนั กประมาณ ๐.๒๕ กรมั

๑๓๒

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

ตาํ รับยาสแ์ รผรพนตไท้อยเนตรดาวประกอบดว้ ยเครอื งยา ๒๑ สิง รวมนาํ หนกั ยา ๕๗ ส่วน
ทยกําหนดนาํ หนักยา ๑,๑๔๐ กรัม สามารถจดั เครอื งยาได้ส่วนละ ๒๐ กรัม

ารแพมรี ายละเอยี ดดังนี
นั ก๑. โกฐสอ ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
าบ๒. โกฐเขมา ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
๑ ส่วน ๒๐ กรมั
สถ าว๓. เทียนดาํ ๑ ส่วน ๒๐ กรัม
รด๔. เทียนแดง ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
ต๕. เทียนขาว ๑ ส่วน ๒๐ กรัม
ยเน๖. เทยี นข้าวเปลอื ก ๑ ส่วน ๒๐ กรัม
ไท๗. เทยี นตาตกั แตน ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
น๘. ลกู กระวาน ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
แ์ ผ๙. ดอกกานพลู ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
ทย๑๐. หวั ว่านนาํ ๑ ส่วน ๒๐ กรัม
ารแพ๑๑. รากเจตมลู เพลิงแดง ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
๑ ส่วน ๒๐ กรมั
๑๒. เหงา้ ขงิ แหง้ ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
๑ ส่วน ๒๐ กรมั
ก๑๓. เมล็ดพริกไทยล่อน ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
าบนั ๑๔. หัวดองดึง (ฆา่ ฤทธ)ิ ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
สถ ๑๕. หวั แหว้ หมู ๑ ส่วน ๒๐ กรมั
๑ ส่วน ๒๐ กรมั
๑๖. เปล้าใหญ่ ๑๙ ส่วน ๓๘๐ กรมั
๑๙ ส่วน ๓๘๐ กรมั
าว๑๗. ลกู สมอไทย (๑)
รด๑๘. ลกู สมอพิเภก
เนต๑๙. ลูกสมอเทศ
ไทย๒๐. เปลอื กกันเกรา
น๒๑. ดอกดีปลี
สถาบนั การแพทยแ์ ผหมายเหตุ: (๑) ลูกสมอไทย ใช้เนือสมอไทยแทน

๑๓๓

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

เครืองยาสมุนไพร ๒๑ สิง
ารแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาวโกฐสอ
โกฐเขมา เทียนดํา เทียนแดง
สถาบนั ก ตรดาวเทียนขาว
เทยี นข้าวเปลอื กนั การแพทยแ์ ผนไทยเนดอกกานพลูเทียนตาตกั แตน ลกู กระวาน

สถาบ แ์ ผนไทยเนตรดาวเมลด็ พรกิ ไทยลอ่ นหวั ว่านนาํรากเจตมลู เพลิงแดงเหงา้ ขงิ แห้ง

สถาบนั การแพทยเนอื สมอไทย (๑)หัวดองดงึหัวแห้วหมู เปลา้ ใหญ่

ลูกสมอพเิ ภก ลกู สมอเทศ เปลือกกนั เกรา ดอกดีปลี

๑๓๔

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

๑. การเตรียมเครืองยา วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรุงยา
ตรดาวการเตรียมเครืองยา
เนคัดแยกและทาํ ความสะอาดเครอื งยาสมนุ ไพรทกุ สิง จากนนั นาํ ไปอบฆ่าเชอื โรคกอ่ นนําไปปรุงยา

ไทยซึงมวี ธิ ีคดั แยกเครอื งยาสรุปโดยยอ่ ได้ ดงั นี
ยแ์ ผนโกฐสอ โกฐเขมา เหง้าขิงแห้ง เปล้าใหญ่
ารแพทเปลอื กกันเกรา หวั ดองดงึ
ใชก้ ระชอนตาถรี ่อนเอาเศษผงขนาดเลก็ ออกจาก
ใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด ถ้ามีขนาดใหญใ่ ห้ใช้ เครอื งยา ใช้แปรงปดหรอื ถทู าํ ความสะอาด จาก
นนั คดั หาสิงปลอมปนและสิงปนเปอนทงิ นาํ
กมีดสับหรือซอยใหม้ ขี นาดเล็กลงและใกล้เคียงกัน เครอื งยาไปฆ่าฤทธิกอ่ นนําไปปรุงยา
าบนัเพือความสะดวกในการอบและบดยา ลูกสมอพิเภก ลกู สมอเทศ
ใชก้ ระชอนรอ่ นเศษผงขนาดเล็กออกกอ่ น
สถ าวเทยี นดํา เทียนแดง เทยี นขาว เทียนขา้ วเปลอื กใชแ้ ปรงปดทําความสะอาด คดั ลูกทสี มบูรณ์
รดเทยี นตาตักแตน ลกู กระวาน ดอกกานพลู ไมม่ เี ชอื รา จากนันคัดหาสิงปลอมปนและ
ตหวั วา่ นนาํ เมลด็ พรกิ ไทยลอ่ น หัวแห้วหมู สิงปนเปอนทิง
เนดอกดปี ลี เนือสมอไทย
ยใชก้ ระชอนตาถรี อ่ นเอาเศษผงขนาดเล็กออกจาก ใชก้ ระชอนร่อนเศษผงเล็กๆ ออกกอ่ น คัดเฉพาะ
ไทเครืองยากอ่ น จากนนั คดั หาสิงปลอมปนและ เนือลกู สมอไทย คัดลกู ทไี มม่ ีเชือรา ถ้ามเี มล็ดให้
แ์ ผนสิงปนเปอนทิง คดั ออก จากนันคดั หาสิงปลอมปน
ยรากเจตมูลเพลิงแดง และสิงปนเปอนทิง
ทคดั เลือกเฉพาะรากและส่วนของต้นทีสูงจากราก
ารแพขนึ มาประมาณ ๑ นิว
กในการคดั เครอื งยาแตล่ ะสิงนนั ใหเ้ ภสัชกรผปู้ รุงยาพิจารณาจากเครืองยาทีมอี ยู่ วา่ มลี ักษณะแบบใด
นัอาจจะใช้วิธที แี ตกตา่ งจากทกี ล่าวมาข้างต้นนีได้ โดยใหพ้ ิจารณาเรอื งความสะดวกในการอบยา การบดยา การจดั เก็บ

าบ รวมถึงความสะอาดของเครืองยาเปนสําคัญ
สถ าวเมอื คัดแยกและทําความสะอาดเรียบร้อยแลว้ ใหน้ ําเครืองยาทงั หมดไปอบฆ่าเชือโรค

รด(ดขู ันตอนการคัดแยกและอบฆ่าเชือโรคจากหนา้ ที ๔-๑๕)
ไทยเนตการเตรียมอปุ กรณส์ ําหรบั การปรุงยา
นการเตรียมอุปกรณ์จะอยู่ในขนั ตอนของการบดยาและร่อนยา โดยให้เตรยี มทําความสะอาดอปุ กรณ์

แ์ ผและเครอื งมือทุกชนดิ กอ่ นและหลังทาํ การบดยาและรอ่ นยา ทกุ ครงั
ทยเตรียมวสั ดอุ ุปกรณ์สําหรับปรุงยาชนดิ ผง (ดไู ดจ้ ากหน้าที ๑๘)
ารแพทาํ ความสะอาด เครอื งบดยา เครอื งร่อนยาและอุปกรณท์ กุ ชนดิ ทงั กอ่ นและหลังใชง้ าน
สถาบนั ก(ดวู ธิ ีการทําความสะอาดไดจ้ ากหน้าที ๑๙)

๑๓๕

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

๒. ขันตอนการปรุงยา

ตรดาวรูปแบบการปรุงยา: ชนดิ แคปซูล
ยเนสูตรตาํ รับยา: ประกอบดว้ ยเครืองยา ๒๑ สิง รวมนาํ หนักเครอื งยา ๕๗ ส่วน

นไทกาํ หนดนาํ หนักรวม ๑,๑๔๐ กรัม ส่วนละ ๒๐ กรมั
แ์ ผวิธีทาํ : บดเปนผงบรรจุแคปซลู เบอร์ ๑ หนกั แคปซลู ละ ๐.๒๕ กรมั
ทยข้อมูลการใชเ้ ครอื งยาสมนุ ไพรปรุงยา: ใชเ้ ครอื งยาสมุนไพรแหง้ ทงั หมด

าบนั การแพขันตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นําหนกั เครืองยาตามตาํ รับยา

สถ าวนาํ เครืองยาทอี บฆ่าเชือโรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนักตามตํารบั ยาข้างต้น
โดยให้ชงั นาํ หนักเครอื งยาแต่ละสิงเปนกรมั และแยกใส่ถุงไว้ ถงุ ละ ๑ สิง
เนตรดขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด
ไทยการอบเครอื งยาในครงั นเี ปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรียมนาํ เครอื งยาไปบด
นจดุ ประสงค์เพือต้องการใหเ้ ครอื งยากรอบและบดงา่ ย
แ์ ผช่วยกระตนุ้ ฤทธยิ าใหม้ ีสรรพคุณทางยาดีขนึ และช่วยฆ่าเชอื โรคอีกครงั หนงึ
ารแพทยขนั ตอนที ๓ การบดเครืองยา
การบดเครอื งยา โดยเรมิ บดเครอื งยาทมี ลี ักษณะแข็งมากสุดไปหานอ้ ยสุดตามลาํ ดับ
เครืองยาทมี นี าํ มนั มากในตํารับยานี คอื เครอื งยากลุม่ เทียน ให้บดเปนลําดับสุดท้าย

สถาบนั ก ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา

นํายาทบี ดแล้วมาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแร่งจะทําใหไ้ ดผ้ งยาทเี นียนละเอยี ด โดยตอ้ งร่อนผา่ นตะแกรงเบอร์ ๘๐

าวจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือร่อนครบ ๓ รอบแลว้ ให้นาํ กากยาไปชงั นาํ หนัก
รดเพือพิจารณาว่าจะบดและรอ่ นตอ่ หรือไม่ โดยคาํ นวนจากนาํ หนักกากยาทเี หลอื ถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ ํา
ตกากยากลับไปบดและรอ่ นใหม่อกี ๑ รอบด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสรจ็ ให้นาํ กากยากลบั ไปชงั นาํ หนัก

เนถา้ นาํ หนกั เหลอื มากกว่า ๕% ใหท้ ําการบดและรอ่ นใหม่ ทาํ เช่นนีจนกว่ากากยาจะเหลือนอ้ ยกวา่ ๕%
ย(จํานวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อยกู่ บั ปรมิ าณเครอื งยาทใี ชป้ รงุ ยา)

ไทสําหรบั การรอ่ นยาในครงั นี จํานวนรอบในการรอ่ นยาทงั หมด ๔ รอบ บดกากยาทงั หมด ๓ รอบ
ารแพทยแ์ ผนขนั ตอนที ๕ การบรรจุแคปซลู

สถาบนั กบรรจแุ คปซูลเบอร์ ๑ หนักแคปซลู ละ ๐.๒๕ กรัม

๑๓๖

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

ขนั ตอนที ๑ ชงั ตวง วดั นาํ หนกั เครืองยาตามตํารบั ยา

นาํ เครอื งยาทอี บฆา่ เชอื โรคเตรยี มไวแ้ ลว้ มาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รบั ยาขา้ งตน้
โดยใหช้ งั นาํ หนกั เครอื งยาแตล่ ะสิงเปนกรมั และแยกใส่ถงุ ไว้ ถงุ ละ ๑ สิง

ขนั ตอนที ๒ การอบเครอื งยาก่อนนาํ ไปบด

การอบเครอื งยาในครงั นีเปนการอบครงั ที ๒ เพือเตรยี มนาํ เครืองยาไปบด
จุดประสงค์เพือตอ้ งการให้เครอื งยากรอบและบดง่าย ช่วยกระตนุ้ ฤทธยิ า
ให้มสี รรพคณุ ทางยาดขี นึ และชว่ ยฆ่าเชอื โรคอกี ครงั หนงึ
รายละเอยี ด

าวขันตอน
แ์ ผนไทยเนตรดการปรุงยา
ารแพทยวิธกี ารอบเครอื งยา
ก๑. อุ่นตอู้ บทอี ุณหภมู ิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
าบนั๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยาทใี กล้เคยี งกนั

สถ าวจัดเรยี งไวใ้ นถาดเดยี วกนั สามารถจดั เรยี งได้ ๒ ถาด ดงั นี
ตรดถาดที ๑ จดั เรยี งเครอื งยา ๑๖ สิง ไดแ้ ก่
เนเปลอื กกนั เกรา ลูกสมอเทศ ลกู สมอพิเภก เปลา้ ใหญ่ โกฐเขมา เหงา้ ขิงแห้ง หัวดองดึง หัวว่านนาํ
ไทยโกฐสอ ดอกดปี ลี เนอื สมอไทย หัวแหว้ หมู รากเจตมูลเพลงิ แดง ลกู กระวาน ดอกกานพลู
นเมล็ดพริกไทยลอ่ น เมือเรยี งเสรจ็ เขยา่ ถาดเบาๆ เพือให้เครืองยากระจายไปทวั ถาด
ยแ์ ผถาดที ๒ จัดเรยี งเครอื งยา ๕ สิง ได้แก่
ารแพทเทียนดาํ เทียนแดง เทยี นขาว เทียนขา้ วเปลือก เทยี นตาตกั แตน เมอื เรียงเสร็จเขยา่ ถาดเบาๆ

เพือใหเ้ ครอื งยากระจายไปทวั ถาด
าบนั ก๓. เมอื อ่นุ ตูอ้ บจนไดอ้ ุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี สแลว้ ใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมดเรยี งเข้าตอู้ บ
สถสําหรบั ตอู้ บทใี ช้ครงั นไี ฟอยู่ดา้ นบนจึงเรมิ ต้นเรียงถาดที ๑ ในชนั บนสุด เรียงถาดที ๒ ในชนั ถดั

ลงมา เมือเรยี งครบแลว้ จึงเรมิ จบั เวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง

สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทยเนตรดาว๔. เมือครบเวลาแลว้ ใหน้ ําถาดเครอื งยาทงั หมดออกจากตอู้ บ พรอ้ มนาํ ไปบดในขนั ตอนต่อไป

๑๓๗

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

เครอื งยาถาดที ๑

สถาสสบถถนัาาบบกนนัั ากกราาแรรแแพพพเคทรททอื งยยยยาถแแ์์แ์ าดผผผที ๒นนนไไททไทยยเเยนนเตตนรรตดดาารววดาว

๑๓๘

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา

าว๑. ปรับขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ กอ่ นบดยา
รด๒. ใส่เครอื งยาลงเครอื งบด

เนต๒.๑ เรมิ จากใส่เครอื งยาถาดที ๑
ไทยแยก เนอื สมอไทย หวั ดองดึง ดอกดปี ลี ออกมาพักคายความรอ้ นจนกวา่ เครืองยาจะกรอบ ทดสอบ
นโดยการหกั ถา้ กรอบจะหักง่าย เมอื แนใ่ จวา่ กรอบดีแล้วจงึ ค่อยนาํ ไปบด ห้ามบดเครอื งยานขี ณะทียงั
แ์ ผมคี วามเหนยี วอยู่ จะทาํ ใหย้ าเกาะกันเปนก้อนและบดยากขนึ จากนนั ใหท้ ยอยใส่เครืองยาทีเหลือลง
ทยเครอื งบดตามลาํ ดบั ดังนี

ารแพใส่ เปลอื กกนั เกรา ลกู สมอเทศ ลกู สมอพิเภก เปล้าใหญ่ โกฐเขมา เหงา้ ขงิ แหง้ หวั ดองดึง
กหวั วา่ นนาํ โกฐสอ ดอกดีปลี เนอื สมอไทย หวั แหว้ หมู รากเจตมูลเพลงิ แดง ลูกกระวาน
าบนัดอกกานพลู เมล็ดพริกไทยล่อน ลงเครืองบด โดยให้ทยอยใส่เครืองยาเหล่านีคราวละ ๑ สิง

สถ าวแลว้ บดเครอื งยาแตล่ ะสิงจนกระทงั เครอื งยาลาํ ดบั แรกแตกเปนชนิ เล็กๆ เสียกอ่ น แลว้ จึงใส่
รดเครอื งยาลําดับถัดไปได้ ทาํ เช่นนีจนครบ เมอื ใส่ครบแลว้ ใหเ้ ปดเครืองบด แล้วบดตอ่ เล็กน้อย

แลว้ ปดเครอื ง (ถ้าใช้เครืองบดใหญ่ สามารถใส่เครอื งยาเหล่านีลงเครอื งบดพรอ้ มกนั ทงั หมด

เนตแล้วบดได้)
ยปรับขากวาดนอกทยี กขนึ ในตอนแรกลงเพือช่วยกวาดยา จากนนั เปดเครอื งบดยาต่อให้สังเกตว่า
ไทสียาเรมิ เปลียนเปนสีเขม้ ขนึ ใหป้ ดเครอื ง
แ์ ผน๒.๒ ใส่เครอื งยาถาดที ๒ โดยใหท้ ยอยใส่เครอื งยาตามลาํ ดบั แล้วบด ดังนี
ยใส่ เทียนทงั หมดลงไป ไดแ้ ก่ เทียนดาํ เทยี นแดง เทียนขาว เทยี นข้าวเปลอื ก เทยี นตาตักแตน
ทลงเครอื งบดพรอ้ มกนั เปดเครืองแล้วบดต่อใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที จงึ ปดเครือง ตกั ผงยาใส่
ารแพภาชนะสะอาดเพือนําไปร่อนในขนั ตอนต่อไป
สถาบนั ก ทยแ์ ผนไทยเนตรดาวทยอย

ารแพ บดเครืองยา
แต่ละสิง

สถาบนั ก ตามลําดบั

๑๓๙

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตาํ รั บ ที ๘ ย า ส ร ร พ ต้ อ

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและการบดกากยา
(สามารถดูขันตอนการร่อนยาและการบดกากยาได้จากหน้า ๓๑)

าวนํายาทบี ดแลว้ มาร่อนผา่ นตะแกรงหรือแร่งจะทําให้ไดผ้ งยาทเี นยี นละเอียด โดยตอ้ งร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐
รดจาํ นวน ๒ รอบ และเบอร์ ๖๐ จาํ นวน ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมอื รอ่ นครบ ๓ รอบแล้ว ให้นาํ กากยาไปชังนําหนกั
เนตเพือพิจารณาวา่ จะบดและร่อนต่อหรือไม่ โดยคาํ นวนจากนําหนกั กากยาทเี หลือ ถ้านําหนักเหลอื มากกว่า ๕% ใหน้ ํา
ยกากยากลับไปบดและร่อนใหมอ่ ีก ๑ รอบดว้ ยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสร็จใหน้ าํ กากยากลับไปชังนําหนัก
ไทถ้านําหนกั เหลอื มากกวา่ ๕% ให้ทาํ การบดและรอ่ นใหม่ ทําเช่นนจี นกว่ากากยาจะเหลอื น้อยกว่า ๕%
แ์ ผน(จาํ นวนรอบในการรอ่ นยาขนึ อย่กู ับปรมิ าณเครืองยาทใี ชป้ รงุ ยา)
ทยการร่อนยาในครงั นี ร่อนทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ สรปุ ได้ ดังนี
ารแพร่อนยารอบที ๑
นั กรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ โดยใหท้ ยอยร่อน
าบทีละนอ้ ย จากนนั นํากากยาทีไมส่ ามารถผ่าน

สถ าวรูตะแกรงได้แล้วเทกลับลงเครืองบดเพือบดใหม่
บดกากยาทเี หลอื จากการรอ่ นยาในรอบที ๑
ใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
กําหนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาในเครืองบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนําไปรอ่ นต่อในรอบที ๒
ตรดร่อนยารอบที ๒
เนรอ่ นยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลือจากการร่อนยาในรอบที ๒
ยทาํ เชน่ เดยี วกบั รอบที ๑ ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมอื ครบตามเวลาที
แ์ ผนไทรอ่ นยารอบที ๓ กาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาในเครืองบดยา
ทงั หมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปรอ่ นตอ่ ในรอบที ๓
รอ่ นยาผา่ นตะแกรงเบอร์ ๖๐ ทําเชน่ เดียวกบั รอบที ๒
บดกากยาทเี หลือจากการร่อนยาในรอบที ๓
ทยเมอื ร่อนเสร็จ นํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่ามีนาํ หนกักากยาทเี หลอื จากการบดนําหนกั มากกวา่ ๕% แต่
ารแพมากกว่า ๕% จงึ ตอ้ งนํากากยาไปบดต่อ มปี ริมาณนอ้ ย จึงไม่เหมาะทจี ะใชเ้ ครอื งบดใหญ่
ให้ใชเ้ ครอื งบดความเรว็ สูงสําหรับบดยาแทน
ร่อนยารอบที ๔ โดยใหท้ ยอยใส่กากยา แล้วบดทลี ะน้อย
การบดกากยาด้วยเครอื งบดความเร็วสูงนัน
นั กร่อนยาผา่ นกระชอนตาถที ใี ช้สําหรับร่อนยาแทน ระหว่างทบี ดให้เขย่าและหมุนเครอื งบดไปด้วย
าบเมือร่อนเสร็จนาํ กากยาทีเหลอื ไปชงั นําหนกั อกี ครงั เพือใหก้ ากยาถกู บดอยา่ งทัวถงึ กนั และใชเ้ วลาบด
สถพบวา่ นําหนกั กากยาเหลือน้อยกวา่ ๕% ในแตล่ ะครังประมาณ ๕–๑๕ วนิ าที เพือหลกี เลยี ง
อณุ หภมู ิทสี ูงขณะบด
จงึ เสร็จขนั ตอนการร่อนยา
รดาวเมือร่อนยาเสร็จแล้ว ให้ดึงถาดพักผงยาออกมาจากเครอื งรอ่ นยา
ตตกั ผงยาทีปรงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มัดถงุ ใหพ้ องและแน่น

เนเขย่าผงยาให้เขา้ กัน เมือส่วนผสมเข้ากันดแี ลว้ ให้ปลอ่ ยลมออกจากถงุ
ไทยมดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นําผงยาทปี รงุ เสรจ็ และกากยาไปชงั นาํ หนกั

นเขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ
แ์ ผจากนนั นาํ ยาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป
ารแพทยขนั ตอนที ๕ สรปุ นําหนกั ยาสรรพต้อ
สถาบนั กการบรรจแุ คปซลู
นาํ หนักตํารับยา ๑,๑๔๐ กรมั
นาํ หนกั ผงยาทีร่อนได้ ๑,๐๖๗ กรมั

นาํ หนกั กากยา ๒๓ กรมั
นาํ หนักยาสูญเสีย ๕๐ กรัม

วธิ กี ารบรรจแุ คปซูล สามารถดูไดจ้ ากหนา้ ๓๖
ยาสรรพต้อ นาํ หนักยาสุทธิ ๑,๐๖๗ กรัม
ใชเ้ ครืองบรรจแุ คปซลู ครงั ละ ๓๐๐ แคปซลู จาํ นวน ๑๐ ครงั
ได้ทงั หมด ๓,๐๐๐ แคปซลู ผงยาเหลือ ๐ กรัม

นํายาแคปซูลทีบรรจุเสร็จใส่ถงุ พลาสติกทสี ะอาด บันทกึ ไวบ้ นถงุ
ให้มีรายละเอียดชือยา วันเดือนปทีผลิต และจํานวนแคปซลู พร้อมนาํ ไปใช้ตอ่ ไป

๑๔๐

ตํารบั ที
ยาประสะ๙เปแ์ ผรานะไทใหยญเน่ตรดาว(ยาสามญั ประจาํ บ้าน)
ารแพทยชอื ยา:
กรูปแบบยา:
าบนัสรรพคณุ /ขอ้ บง่ ใช้:

สถ าวขนาดบรรจุ (บญั ชียาหลัก):
รดขนาดบรรจุ (ยาสามัญฯ):
เนตวธิ ที าํ (ยาสามญั ฯ):
ประสะเปราะใหญ่
ยาผง ยาเม็ด ยาแคปซูล (รพ.) ยาผง (รพ.) ยาเมด็ (รพ.)
ถอนพิษไข้ตานซาง สําหรับเด็ก
ละลายนาํ ดอกไมเ้ ทศหรอื นาํ สุกรบั ประทาน หรอื ผสมนาํ สุรา สุมกระหมอ่ ม
ผงยา ๘๐ กรมั
ไมเ่ กนิ ๑๕ กรัม
บดเปนผง
ไทยขนาดและวิธีใช้:
นยาหลกั ฯ: กินทกุ ๓-๔ ชวั โมง เมือมอี าการ
แ์ ผชนดิ ผงและชนิดเม็ด (แบบอดั เปยก)

ทยเดก็ อายุ ๑-๑๕ ป กินครงั ละ ๕๐๐ มิลลิกรมั -๑ กรัม
ารแพละลายนาํ กระสายยา

ชนิดเมด็ และแคปซูล

กเด็ก อายุ ๖-๑๒ ป กินครงั ละ ๑ กรมั
าบนัยาสามัญฯ: กนิ ทุก ๓ ชวั โมง
สถชนิดผง

าวกนิ ครังละ ครึง-๑ ช้อนชา
ตรดขอ้ ควรระวงั /ขอ้ หา้ มใช:้
ยเนควรระวังการกนิ ยาร่วมกบั ยาในกลมุ่ สารกนั เลือดเปนลมิ (ANTICOAGULANT) และยาต้าน
ไทการจบั ตวั ของเกลด็ เลอื ด (ANTIPLATELETS)
แ์ ผนไมแ่ นะนาํ ให้ใชใ้ นผู้ทีสงสัยว่าเปนไข้เลอื ดออก เนืองจากอาจบดบงั อาการของไข้เลอื ดออก
ทยหากใช้ยาเปนเวลานานเกิน ๓ วัน แลว้ อาการไมด่ ีขึน ควรปรึกษาแพทย์
ารแพอาการไมพ่ ึงประสงค์: ไม่มี
สถาบนั กขอ้ มลู เพิมเตมิ :ไม่มี

๑๔๑

ก า ร ป รุ ง ย า ช นิ ด ผ ง | ตํา รั บ ที ๙ ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( ย า ส า มั ญ ป ร ะ จํา บ้ า น )

อธิบายขนั ตอนการปรงุ ยา

ตาํ รบั ยาประสะเปราะใหญ่ (ยาสามัญประจาํ บ้าน) รดาว๑. การเตรียมเครอื งยา วัตถุดบิ และอปุ กรณ์ในการปรงุ ยาชนิดผง
เนตคัดแยกและทําความสะอาดเครอื งยาแตล่ ะสิงตามตํารับยา
ยนําเครอื งยาทคี ดั แยกและทาํ ความสะอาดแล้วไปอบฆ่าเชอื โรคทอี ุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซยี ส
ไทใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง
แ์ ผนทําความสะอาดเครอื งบดยา เครอื งร่อนยา อุปกรณ์ทีใช้สําหรบั การปรุงยาทกุ ชนิด (ทงั ก่อนและหลังการปรงุ ยา)

ย๒. การปรุงยา
ารแพทการชังนาํ หนักเครอื งยา นาํ เครืองยาทีอบฆา่ เชือโรคเตรยี มไวแ้ ล้วมาชงั นาํ หนกั ตามตาํ รับยา โดยให้ชงั นาํ หนัก

เครืองยาแตล่ ะสิงเปนกรัม แล้วแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง จากนนั ใส่ถงุ รวมกนั ไว้ ให้เปนตํารบั เดยี วกนั

กการอบเครอื งยากอ่ นนําไปบด นําเครอื งยาทจี ดั เปนตาํ รบั ไวแ้ ลว้ จดั เรยี งใส่ถาด โดยเครอื งยาทมี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั
นัอยใู่ นถาดเดยี วกนั สามารถจดั เรียงได้ ๒ ถาด ดังนี

สถาบถาดที ๑ จัดเรยี ง แก่นจันทน์แดง แกน่ จนั ทน์เทศ โกฐหวั บวั โกฐสอ โกฐเขมา โกฐเชียง ลกู กระวาน

าวหัวเปราะหอม โกฐจุฬาลมั พา ดอกกานพลู ดอกบุนนาค ดอกพิกุล เกสรบัวหลวง ดอกสารภี ลกู จนั ทน์
รดดอกจันทน์
ตถาดที ๒ จัดเรยี ง เทียนดาํ เทียนแดง เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลือก เทียนตาตกั แตน
เนจากนนั นําเครอื งยาแตล่ ะถาดเขา้ ตอู้ บ เนอื งจากตอู้ บทใี ชค้ รงั นไี ฟอยดู่ า้ นบน จงึ เรยี งเครอื งยาถาดที ๑ ไวช้ นั บนสุด
ไทยเรียงถาดที ๒ ไวใ้ นชนั ถัดลงมา อบดว้ ยอณุ หภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ใชเ้ วลาอบประมาณ ๑ ชวั โมง

การบดเครอื งยา ปรบั ขากวาดนอกเครอื งบดยาขนึ ก่อนทําการบดยา ทยอยใส่เครืองยาลงเครืองบด

แ์ ผนเรมิ จากถาดที ๑ ใหแ้ ยกโกฐเชียง ออกมาพักคายความรอ้ น รอจนกระทงั เครืองยากรอบ จึงนําไปบด จากนนั ให้

ทยอยใส่เครืองยาทเี หลือลงเครืองบด โดยใหใ้ ส่เครอื งยาทีแข็งทีสุดในถาดลงไปบดก่อน แล้วไล่ลาํ ดับไปจนครบ

ทยเกบ็ ลูกจันทนแ์ ละดอกจันทน์ไว้บดรวมกบั ถาดที ๒ โดยใส่เปนลาํ ดับสุดท้าย การบดเครอื งยาถาดที ๒ ใหใ้ ส่เทียน
ารแพทงั หมดลงไปบด จากนนั ปรับขากวาดนอกลง ใส่ลูกจันทนแ์ ละดอกจันทนท์ เี กบ็ ไว้จากถาดที ๑ ลงไปบดต่อ เมือ

เครืองยาละเอยี ดหรือสังเกตเห็นสีของยาเรมิ เขม้ ขนึ แสดงวา่ ยาเรมิ แฉะใหป้ ดเครอื ง ตกั ยาใส่ภาชนะทีเตรยี มไว้

กเพือนาํ ไปร่อนต่อไป
นัการรอ่ นยาและการบดกากยา ทยอยตกั ผงยาใส่ตะแกรงเครอื งรอ่ นยาทีละนอ้ ย เปดเครือง ร่อนยาจนแน่ใจวา่
าบผงยาละเอยี ดผา่ นตะแกรงไปจนหมดและหนา้ ตะแกรงเหลือเพียงกากยา ใหน้ ํากากยานีกลับไปบดใหม่
สถและนาํ กลบั มารอ่ นอีกครงั รอ่ นและบดเชน่ นไี ปเรือยๆ จนกว่านาํ หนักกากยาจะเหลอื นอ้ ยกวา่ ๕%

สําหรับการรอ่ นยาครงั นี จํานวนรอบทรี อ่ นได้ทงั หมด ๔ รอบ บดกากยา ๓ รอบ ดังนี

าวรอบที ๑ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลือจากการร่อนประมาณ ๓๐ นาที
รดรอบที ๒ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๘๐ บดกากยาทเี หลือจากการรอ่ นประมาณ ๔๐ นาที
เนตรอบที ๓ ร่อนยาผ่านตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือรอ่ นเสรจ็ นาํ กากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่านาํ หนกั กากยาเหลือ
ยมากกว่า ๕% จงึ นาํ กากยากลบั ไปบดใหม่ดว้ ยเครืองบดความเร็วสูง
ไทรอบที ๔ รอ่ นยาผ่านกระชอนตาถี เมือรอ่ นเสรจ็ นํากากยาไปชงั นาํ หนกั พบว่านาํ หนกั กากยาเหลอื น้อยกว่า
แ์ ผน๕% จึงเสรจ็ ขนั ตอนการปรุงยา
ยจากนนั ใหด้ งึ ถาดพักผงยาออกมาจากเครอื งรอ่ นยา ตกั ผงยาทปี รงุ เสรจ็ ใส่ถงุ สะอาด มดั ถงุ ใหพ้ องและแนน่
ารแพทเขยา่ ผงยาใหเ้ ขา้ กนั เมอื ส่วนผสมเขา้ กนั ดแี ลว้ ใหป้ ลอ่ ยลมในถงุ ออก มดั ปากถงุ ใหช้ ดิ ผงยา นําผงยาทปี รงุ เสรจ็

และกากยาไปชงั นาํ หนกั เขยี นชอื ยา วนั เดอื นปทผี ลติ นาํ หนกั ยาสุทธไิ วบ้ นถงุ จากนนั นํายาไปบรรจแุ คปซลู ตอ่ ไป

กการบรรจุแคปซลู บรรจผุ งยาใส่แคปซลู เบอร์ ๑ ดว้ ยเครอื งบรรจแุ คปซลู แบบมือโยก จะไดน้ าํ หนกั แคปซูลละ
สถาบนัประมาณ ๐.๒๕ กรมั

๑๔๒


Click to View FlipBook Version