The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

50

พกิ ลุ ปา 338 สนสองใบ 399 เสม็ดชนุ 428
400 หญา ใตใบ 434
มะเค็ด 350 สนสามใบ 403 หญาหนตู น 438
414 หวา 447
มาทลายโรง 363 สมแขก 417 อินทนิลน้ํา 457
417 อินทรชิต 458
มกู เขา 364 สะตอ 431
392
ยอปา 371 สะเอง 306 วานกบี แรด 403
312 สมแขก 411
ระยอม 379 สกั 314 สลดั ไดปา 414
316 สะตอ 417
รางจืด 380 สําโรง 347 สะเอง 417
363 สัก 428
44. ËÁÇ´ÂÒá¡âŒ ä¤ÇÒÁ´Ñ¹âÅËμÔ Ê§Ù -μÒíè 376 เสมด็ ชนุ 428
377 แสมสาร 434
กระแตไตไ ม 184 บอระเพด็ พุงชา ง 379 หญา ใตใบ 457
381 อนิ ทนลิ นา้ํ 458
กระทมุ 186 ประยงคเกลอ่ื น 387 อนิ ทรชิต
427
กระบก 187 ปอขนุน 352 เสง เล็ก 442
403 หมกั แปม 457
กา งปลาเครือ 197 ปอฝาย 417 อินทนิลน้าํ

กาฝากมะมวง 198 มะขามปอ ม

ข้เี หลก็ 213 มาทลายโรง

ชะเอมปา 245 ยายกงั้ เลก็

ชุมเหด็ เทศ 250 รกฟา

เชียด 251 ระยอ ม

ตะไหล 269 รางแดง

เถายานาง 286 ลกู ขา

45. ËÁÇ´ÂÒÅ´ä¢Á¹Ñ

กาฝากมะมว ง 198 มะตาด

ชะเอมปา 245 สมกงุ ตรงั

เถายานาง 286 สัก

51

46. ËÁÇ´ÂÒÅÐÅÒÂÅÁÔè àÅÍ× ´

กระวาน 189 จนั ทนแดง 235 มะหาด 361
สลดั ไดปา 411
กระวานขาว 190 จันทนา 237 หาด 451

กฤษณา 191 ชาพลู 245 มะคาโมง 349
มะดูก 350
กฤษณาใต 192 ตะคา นเลก็ /สะคาน 265 มะตมู 353
มะไฟ 356
ครี้ 218 บุนนาค 307 โมกมัน 366
ยอปา 371
47. ËÁÇ´ÂÒâäà¡ÕèÂǡѺμѺ,Ãкº¹íÒé ´/Õ ¹ÔèǶ§Ø ¹íÒé ´/Õ ´Õ«Ò‹ ¹/ºíÒÃØ§μѺ ยางนา 372
วานมหาเมฆ 395
กระดงึ ชา งเผอื ก 182 ชมุ แสงแดง 250 สนสองใบ 399
สนสามใบ 400
กรงุ เขมา 191 ดีปลาก้ังปา 254 สมอไทย 407
สมอพเิ ภก 407
กลว ยเตา 193 แดง 256 สะบา 415
สัก 417
กดั ล้นิ 196 ตะโกสวน 262 สังวาลพระอินทร 419

กา นเหลือง 198 ตะคา นเล็ก 265

กําแพงเจด็ ชนั้ 203 ตาไกใบกวาง 270

กาํ ลังหนุมาน 204 ตาลเหลือง 275

เกลด็ ปลา 200 เตา รา ง 283

เกล็ดปลาชอ น 201 นมพิจติ ร 298

ขาเปย นุม 209 ปลาไหลเผอื ก 313

คัดเคาดง 222 พญาปลอ งทอง 327

เครือปลาสงแดง 230 พลวง 331

จันทนแดง 235 พังโหม 336

แจง 240 มะเกลือ 346

ชา พลู 245 มะคาแต 348

52

แสมสาร 428 หญาใตใ บ 434

แสลงใจ 429 หวายขม 448

48. ËÁÇ´ÂÒâäà¡èÕÂÇ¡ºÑ äμ/ÁÒŒ Á/¢ºÑ »Ê˜ ÊÒÇÐ/¢ºÑ ¹èÔÇã¹Ãкºäμ/¹èÇÔ ã¹·ÍŒ §/ºíÒÃ§Ø äμ

กระดึงชางเผอื ก 182 โดไมรูลม 257 มะกา 344
345
กระแตไตไม 184 ตองเตา 260 มะกาตน 359
360
กรงุ เขมา 191 ตะคานเลก็ /สะคาน 265 มะระข้นี ก 363
378
กลอย 193 ตานดํา 283 มะหวด 381
385
กลึงกลอม 194 เตง็ หนาม 280 มันเสา 389
389
กาํ ลงั หนมุ าน 204 เตยเหาะ 281 รสสคุ นธ 395
399
ขมิน้ เครือ (Arc_fla) 205 เถาพนั ซา ย 285 รางแดง 400
407
ขอยหนาม 207 เถาวัลยเ ปรียง 287 ฤๅษีผสมแกว 409
415
ขาเปย นมุ 209 ไทรยอย 295 เล็บเหยี่ยว 419
428
ขีเ้ หล็ก 213 บอระเพ็ด 306 โลด 437

คนทา 217 ประคําไก 310 วานมหาเมฆ

คัดเคา ดง 222 ปลาไหลเผอื ก 313 สนสองใบ

เครืองูเหา 229 ไผรวก 324 สนสามใบ

โคคลาน (Mal_rep) 225 พรกิ ปา 330 สมอพิเภก

ไครน้ํา 232 พฤกษ 330 สมลุ แวง

จนั ทนแดง 235 พังโหม 336 สะบา

จันทนา 237 โพบาย 340 สงั วาลพระอนิ ทร

ชาพลู 245 แฟบนาํ้ 341 แสมสาร

ดันหมี 254 มะกองขาว 343 หญาสองปลอ ง

53

หมีเหม็น 445 หวั รอยรู 446 เอือ้ งหมายนา 460

49. ËÁÇ´ÂÒÃ¡Ñ ÉÒÃ´Ô Ê´Õ Ç§·ÇÒà 293 วานมหาเมฆ 395
314 สม กบ 401
กนั เกรา 196 ท้งิ ถอ น 317 สมกุง (Emb_rib) 402
359 สมกุงตรงั 403
กาํ แพงเจ็ดชั้น 200 ปอกระสา 360 สมอพิเภก 407
377 สมุลแวง 409
เคย่ี ม 228 ปุดขนดอกขาว 384 สกั ขี้ไก 418
388 สนั โสก 421
งิว้ ปา 233 มะสอย
315 เลบ็ มอื นาง 388
จนั ทนแดง 235 มะสอยใหญ 340 สันโสก 421
346 เอื้องหมายนา 460
จันทนา 237 รกฟา 354
361 พิกุล 335
ตรีชวา 258 เรว ใหญ พกิ ลุ ปา 338
232 มะกาเครอื 344
เตยเหาะ 281 เล็บมอื นาง 245 ยางแดง 371
256 ยางนา 372
50. ËÁÇ´ÂÒÃ¡Ñ ÉÒâäμÒ/ËÙ/¨ÁÙ¡ 275 ยางมันหมู 372
332
กรวยปา 182 ปอเตา ไห (Enk_mal) 335

กาสามปก 199 โพบาย

เขม็ ปา 215 มะเกลอื

ดีหมี มะนาวผี

ตาลเหลอื ง 275 มังตาน

51. ËÁÇ´ÂÒÃ¡Ñ ÉÒâ俘¹/à˧Í× ¡/»Ç´¿˜¹/ÃÒí ÁйҴ/

กระวาน 189 ไครน า้ํ

กําจัดตน 202 ชาพลู

กุก 199 แดง

เกล็ดปลาชอ น 201 ตง่ิ ตงั่

ขอ ย 206 พลองแกม อน

ขนั ทองพยาบาท 208 พงั แหรใหญ

54

ยางยงู 373 สานใหญ 421

ยางวาด 374 หมีเหมน็ 445

52. ËÁÇ´ÂÒÃ¡Ñ ÉÒâäÁÐàçç

กระดึงชา งเผอื ก 182 ปลาไหลเผือก 313 สมอพเิ ภก 407
410
กระทงลาย 184 พฤกษ 330 สรอยอนิ ทนลิ 417
428
ขอยนํ้า 207 มะกาเครือ 344 สกั 437
437
ขะยอ มหลวง 208 มะเค็ด 350 แสมสาร 450
453
ขาเปยนุม 209 มะดกู 350 หญา ล้นิ งู
383
เครืองเู หา 229 มะเดื่อปลอ ง 351 หญา สองปลอ ง 439

ชา พลู 245 มะตูม 353 หางหมาจอก 383
406
ตะคา นเล็ก 265 โมกมัน 366 เหมอื ดจ้ี 407
461
เถานา้ํ ดบั ไฟ 284 ยา นขลง 374

นมควาย 296 สมอไทย 407

53. ËÁÇ´ÂÒÃ¡Ñ ÉÒÍÒ¡ÒÃÇÂÑ ·Í§/âäà¡ÂÕè ǡѺÎÍÃ⏠Á¹/ä·ÃÍ´/ μÍ‹ ÁäÃŒ·‹Í

กลว ยปา 193 ประดู 311 ราชพฤกษ

คอแลน 220 ฝาง 325 หญาเหนยี วหมา

คดั เคา เครือ 222 มะกา 344

54. ËÁÇ´ÂÒ¤ÅÒÂà¤ÃÕ´/äÁà¡Ã¹/ÃкºÊÁͧ

กฤษณา 191 ชา พลู 245 ราม

กฤษณาใต 192 ตะคา นเลก็ /สะคาน 265 สมอดงี ู

ข้ีเหล็กเลอื ด 214 น้วิ มือพระนารายณ 302 สมอพเิ ภก

คอแลนเขา 221 มะขามปอ ม 347 ฮอสะพายควาย

55. ËÁÇ´ÂÒÃÑ¡ÉÒ¡ÒÁâä/˹ͧã¹/âä·Ò§à¾ÈÊÑÁ¾¹Ñ ¸ 55

กระทงลาย 184 ปลาไหลเผอื ก 313 มะพอก 355
421
กําแพงเจ็ดชนั้ 203 ฝาง 325 สนั โสก
363
เนระพูสไี ทย 302 มะดูก 350 383
431
56. ËÁÇ´ÂÒÃ¡Ñ ÉÒâääÁμ‹ Ô´μÍ‹ ·Ò§ÃкºÊ׺¾¹Ñ ¸·Ø Ñ§é ªÒÂ-ËÞÔ§/μ‹ÍÁš٠ËÁÒ¡âμ/ 449
äÊŒàÅÍè× ¹·é§Ñ ËÞ§Ô -ªÒÂ
450
กระทอ มเลือด 185 แจง 240 มา ทลายโรง

กา งปลาเครอื 197 ดูกไกยา น 256 ราม

กําแพงเจ็ดชัน้ 203 นมชะนี 297 สาํ โรง

ข้เี หลก็ 213 ปลาไหลเผือก 313 หวายลิง

ไขเ นา 216 ฝาง 325

คอแลนเขา 221 พญามลู เหล็ก 327

57. ËÁÇ´ÂÒäÅ‹-¦Ò‹ -àºè×ÍáÁŧ/ÊμÑ Ç 270 หางไหลแดง

กลอย 193 ตับเตาตน

ขแี้ รด 213 มะเคด็ 350

คนทา 217 แสมสาร 428

56

57

ส่วนที่ 1

บทนํา

พืชสมุนไพรเปน กลุมพชื ที่มศี กั ยภาพตอการนาํ มาใช
ประโยชนและพฒั นาเศรษฐกิจของชาตบิ นฐานทรัพยากร
ชีวภาพ ปจจบุ ันพชื สมนุ ไพรสว นใหญย งั คงถูกเกบ็ หามา
จากปาธรรมชาติที่นับวันจะหาแหลง เก็บยากขนึ้ ทุกวัน
ตอ งเขาไปหาตามปา ลกึ ทยี่ ังคงความอุดมสมบรู ณเ ชน ใน
พ้นื ที่ปาอนรุ ักษ

เน่อื งจากพชื ปาสมนุ ไพรหลายชนิดมถี ่ินอาศัยท่ยี ากตอการนํามาปลกู ใหเจริญ
เติบโตเปนอยา งดีนอกพ้นื ทีป่ า อันมีระบบนเิ วศท่ีเฉพาะตัว หรือดว ยความเชอ่ื ที่
วา สมนุ ไพรทห่ี าไดจากในปา จะมตี ัวยาออกฤทธิท์ ีด่ กี วาตนท่ถี ูกปลูกนอกพืน้ ทป่ี า

สาเหตุดงั กลาวสง ผลใหพ ืชปาสมนุ ไพรหลายชนดิ ในปาธรรมชาติมจี ํานวน
ประชากรทีล่ ดลงและหายากมากขน้ึ จนหมอสมนุ ไพรพ้ืนบา นหลายทา นไม
สามารถคน หาพืชสมุนไพรเหลา น้นี าํ มาเปนสว นผสมปรุงตํารบั ยาได สง ผลตอ
การถา ยทอดองคความรใู หแ กศ ิษยร นุ ตอ ๆ มา

ย่งิ ไปกวาน้นั การเส่ือมความนิยมตอการรกั ษาความเจบ็ ปว ยดวยสมนุ ไพรสง
ผลใหหมอสมุนไพรถูกลดบทบาทลงในสงั คมไทยและมีจํานวนลดนอ ยลงเปน
อยางมากในปจ จุบัน ทเ่ี หลอื อยูก็ลว นแตม อี ายุมากขาดทายาทผสู บื ทอดองค
ความรู

58

ดว ยสถานการณของพืชปา สมนุ ไพรในพน้ื ทีป่ า อนรุ ักษ
และองคความรดู า นสมนุ ไพรของทอ งถิ่นตาง ๆ ทก่ี ําลงั จะ
สูญหายไปในเวลาอนั ใกลน ้ี กรมอทุ ยานแหงชาติ สัตวปา และ
พันธพุ ชื ไดเ ล็งเหน็ วกิ ฤตการณน ้ี ในฐานะทเ่ี ปน หนวยงานอนั มี
ภารกิจหลักในการดูแลพ้ืนท่ปี า อนรุ กั ษท ่ัวประเทศ และมี
หนว ยงานภายใตสงั กดั คือ สํานักวจิ ัยการอนรุ กั ษปาไมและ
พนั ธุพชื ซง่ึ มภี ารกจิ งานวิจัยในพ้นื ท่ีปาอนรุ กั ษโ ดยตรง

โครงการสํารวจและจัดทาํ ขอมลู พชื สมุนไพรในพื้นทปี่ าอนุรักษ
ปง บประมาณ พ.ศ. 2562 จึงเกดิ ขึ้นเพือ่ ตอบสนองตอแผนแมบ ท
แหงชาตวิ าดวยการพัฒนาสมนุ ไพรไทย ฉบับท่ี 1 พ.ศ. 2560-2564
ซง่ึ กรมอทุ ยานแหงชาติ สตั วป า และพันธุพืช มีสว นรับผดิ ชอบตอ
ยุทธศาสตรท่ี 1 มาตรการที่ 3 การอนุรักษและการใชพชื สมุนไพร
จากปาอยา งยง่ั ยืน แผนงานท่ี 1 : จัดทําฐานขอมูลพืชสมนุ ไพรและ
ภมู ิปญ ญาการใชประโยชนข องประเทศไทย และ แผนงานท่ี 2 :
สรางเครอื ขา ยอนุรกั ษพ ืชสมนุ ไพร

การดําเนินงานโครงการดงั กลาวไดแ บง งานออกเปน 2
สว นหลัก คือ

สว นอาํ นวยการ ดําเนินการโดยกลุมงานพฤกษศาสตรปา
ไม ทร่ี บั ผิดชอบวางแผนการดาํ เนินงานดา นวิชาการและ
แผนการทํางานภาคสนาม ประสานงาน และติดตามขอมูล
ตรวจสอบ และวเิ คราะหข อ มูลใหม คี วามถูกตอ งทางวิชาการ
เพ่ือนํามาจัดทําฐานขอมลู พชื สมนุ ไพร หนงั สือเผยแพร และ
ปายช่อื พชื สมุนไพรทีถ่ ูกตดิ ตง้ั ในสวนรวบรวมพนั ธุกรรมพืชปา
สมุนไพร

สวนปฏบิ ัตกิ ารภาคสนาม ท่ดี ําเนินการโดยสวน
พฤกษศาสตร 4 แหง รวมกบั นกั พฤกษศาสตรจ ากกลุมงาน
พฤกษศาสตรป า ไม และหมอสมุนไพรพ้นื บานในพ้ืนทใ่ี กลเ คียง
พื้นท่ีปา อนรุ ักษทง้ั 4 แหง ไดแก

59

1. สวนพฤกษศาสตรสกุโณทยาน จงั หวดั
พษิ ณโุ ลก ดาํ เนนิ การสํารวจขอ มูลพืชปา สมนุ ไพร
ในพื้นทอ่ี ทุ ยานแหงชาตทิ งุ แสลงหลวง จงั หวัด
พิษณุโลก และเพชรบรู ณ

2. สวนพฤกษศาสตรภูฝอยลม ๖๐ พรรษา
มหาราชินี จงั หวัดอดุ รธานี ดําเนนิ การสํารวจ
ขอ มูลพืชปาสมุนไพรในพ้นื ท่อี ทุ ยานแหง ชาติ
นายูง-นํ้าโสม จังหวัดอุดรธานี เลย และหนองคาย

3. สวนพฤกษศาสตรเขาหินซอน จังหวัด
ฉะเชิงเทรา ดําเนินการสํารวจขอมูลพชื ปา สมุนไพร
ในพื้นที่เขตรกั ษาพนั ธสุ ัตวป าเขาอางฤาไน จังหวัด
ฉะเชิงเทรา และสระแกว

4. สวนพฤกษศาสตรท ุงคา ย จงั หวัดตรัง
ดาํ เนนิ การสํารวจขอ มูลพืชปาสมนุ ไพรในพน้ื ทีเ่ ขต
รักษาพนั ธุส ัตวป า เขาบรรทดั จงั หวัดตรงั และ
พัทลงุ

60 ผลการดําเนนิ งานทําใหก รมอุทยานแหงชาติ สัตวป า และพันธุพืช สามารถตอบ
สนองตอแผนแมบ ทแหงชาติ คอื
ปา ยช่อื พืชสมุนไพรพรอ ม QR code
เชื่อมตอ ขอมูลกับระบบฐานขอ มูล 1. การจัดทาํ ฐานขอมูลพชื ปา สมนุ ไพรจากพ้นื ท่ีปาอนุรักษจํานวน 4
แหง โดยมขี อมูลดานสมุนไพรและดานพฤกษศาสตร พรอ มภาพประกอบ ใน
ระบบฐานขอมูลพชื ปาสมุนไพรในพน้ื ทป่ี าอนรุ กั ษ ประมาณ 700 ชนดิ ท่ีเผย
แพรผ า นทางเวบ็ ไซด www.dnp.go.th/botany/herb.html

องคความรสู วนใหญไดม าจากหมอสมนุ ไพรพน้ื บา นในพ้นื ทใ่ี กลปา อนรุ ักษ
จํานวนทัง้ หมด 12 คน เปนตวั แทนจากภมู ภิ าคทัง้ 4 และบางสวนเปนขอ มลู
ทตุ ยิ ภูมิจากเอกสารอางอิง

โดยมกี ารจัดเก็บตวั อยางพชื สมุนไพรแบบแหง เปนตวั อยา งอา งอิง
(voucher specimens) ถกู เกบ็ รกั ษาไวในพพิ ธิ ภณั ฑพืชกรมอทุ ยานแหง
ชาติ สตั วปา และพันธพุ ชื (BKF) จาํ นวน 370 ชน้ิ

2. หนงั สือ “พชื ปา สมนุ ไพร” เปน อกี ชองทางหนงึ่ ท่ีคณะทํางานไดจดั
ทําขึน้ เพื่อใชเ ผยแพรอ งคความรอู นั เปนประโยชนและชวยในการอนุรกั ษอ งค
ความรูดานสมุนไพรพนื้ บานของประเทศไทยไวไดอ กี ทางหนง่ึ

3. ปายชื่อพืชสมนุ ไพรพรอมระบบ QR code ที่ถกู ตดิ ตงั้ ใหกบั พืช
สมุนไพรทีถ่ ูกรวบรวมจากการเขา สาํ รวจพ้ืนท่ปี า แลวนํามาปลกู ไวในสวน
รวบรวมพนั ธกุ รรมพืชปา สมนุ ไพรนอกถิน่ กาํ เนดิ ในสวนพฤกษศาสตรท ั้ง 4
แหง ๆ ละประมาณ 100 ชนิด

61

จดั ทําสวนรวบรวมพันธกุ รรมพชื ปา สมุนไพรและนําพชื สมนุ ไพรท่อี นุบาลไวล งปลูก

เกบ็ ตนสมนุ ไพรจากปามาอนบุ าล
กอ นนําลงแปลงปลูก
ตัวอยา งพชื สมุนไพรแบบแหง
ใชเปนตัวอยา งอางองิ ถกู เกบ็
รักษาไวในพพิ ธิ ภัณฑพ ชื และ
แสดงในระบบฐานขอมูล

62
ขอมลู ทัง้ 3 สว นเชื่อมโยงบนระบบฐานขอมลู เดียวกัน เพอื่ จดั ใหเ ปน ชองทาง

และพืน้ ท่ีเรยี นรดู านพชื ปาสมนุ ไพรในทอ งถ่ิน สามารถใชเ ปนแหลงพันธุกรรมพชื
ปาสมุนไพรทีเ่ ปดโอกาสใหแ กบ คุ คลท่ัวไปเขามาศกึ ษาวจิ ยั หรือขอความ
อนุเคราะหส บื ตอ ขยายพนั ธจุ ากแหลงพนั ธุกรรมซึ่งไดรบั การตรวจสอบชื่อพฤกษ
ศาสตรทถี่ ูกตองจากนกั พฤกษศาสตรแ ลว

ดวยองคค วามรกู ารแพทยแ ผนไทยแตโบราณมาไดรับอทิ ธิพลอยา งมากจาก
คัมภีรอ ายรุ เวท ศาสตรท างการแพทยข องคนอนิ เดยี โบราณที่เดินทางเขา สดู นิ
แดนสุวรรณภมู มิ าต้งั แตก อนพุทธกาลจนถึงปจจบุ นั

ทาํ ใหตํารบั ยาไทยแผนโบราณจาํ นวนมากมีองคประกอบที่คลา ยกนั พชื
สมนุ ไพรจาํ นวนมากเปนพชื ท่ีนําเขามาจากอินเดยี แลวแพรกระจายไปตามบาน
เรอื น วดั วงั จนยากท่ีจะสบื หาทม่ี า

คนสวนใหญยังเขา ใจวาเปนพชื พน้ื เมอื งของไทยแตค วามเปน จริงมีถ่ินกาํ เนดิ
มาจากชมพทู วีป เชน ขมิ้นชนั (Curcuma longa) ขม้นิ ออ ย (Curcuma
zedoaria) พรกิ ไทย (Piper nigrum) กรรณกิ าร (Nyctanthes arbor-tristis)
มะลิ (Jasminum sambac) แฝกหอม (Chrysopogon zizanioides) เปนตน

กรรณิการ (Nyctanthes arbor-tristis)

63
ขณะทบ่ี างชนดิ มีการกระจายพนั ธุเปนพชื ปา ตามธรรมชาตทิ ้ังในชมพูทวปี
และในประเทศไทยดว ย เชน มะขามปอ ม (Phyllanthus emblica) สมอไทย
(Terminalia chebula) สมอพเิ ภก (Terminalia bellirica) เปนตน พืชเหลา น้ี
ยงั คงมีใหเ ห็นและใชกันอยูท ว่ั ไปปรากฏอยใู นตาํ รับยาสามญั ประจาํ บา นแผน
โบราณ

มะขามปอม (Phyllanthus emblica) สมอไทย (Terminalia chebula)

สมอพเิ ภก (Terminalia bellirica)

64
สาํ หรบั พืชบางชนิดซงึ่ พบเฉพาะในประเทศไทย ไมพบท่ีอนิ เดยี แตด วยการ

ผสมผสานกบั องคความรูท อ งถิ่นจากชาวไทยในแตละภมู ภิ าค จึงเกดิ ตํารบั ยา
ทอ งถนิ่ ที่หลากหลาย แตกตา งจากตาํ รบั ยาตนฉบบั ออกไป

ซึง่ ตํารบั ยาหรือองคความรใู นพืชทอ งถน่ิ เหลาน้เี องเปนการนาํ ทรัพยากรพชื
อันหลากหลายภายในประเทศไทยมาใชใหเ กดิ คณุ คาสงู สุดจากการสั่งสม
ประสบการณของบรรพบรุ ษุ มาอยา งยาวนาน และถกู ปรบั ใหเ หมาะสมกบั คนใน
แตล ะทองถิน่ ไดดี ทวา ในปจ จบุ นั พืชปาสมุนไพรเหลานแี้ ละตํารับยาสมุนไพร
พน้ื บา นหลายขนานกาํ ลงั จะสาบสูญไปพรอมกบั หมอสมุนไพรพนื้ บา น

สมั ภาษณห มอสมุนไพรพน้ื บานท่ี
บา นเกี่ยวกบั ตํารบั ยาพื้นบานและ
สมนุ ไพรปาทน่ี ํามาใช
พาหมอสมุนไพรไปสํารวจพชื ปา
สมนุ ไพรในพื้นท่ปี า อนรุ กั ษ

65
การรวบรวมขอ มลู สําหรับโครงการนจ้ี ึงใหความสาํ คัญตอพชื สมนุ ไพรชนิดท่ี
เปนพชื พนื้ เมืองของประเทศและตํารบั ยาสมุนไพรพน้ื บานเปน อนั ดบั แรก มกี าร
ดําเนินการเก็บขอมลู อยา งเปนระบบ มีการบนั ทึกภาพตัวอยางพืชสมุนไพรในปา
ธรรมชาติและชนิ้ ตวั อยา งยาไวเปนหลกั ฐาน รวมถงึ การวเิ คราะหขอ มูลอยา ง
ถ่ีถวน

ตํารับยาสมนุ ไพรพ้ืนบา นจาก
สมุดขอ ยโบราณ

การบันทึกภาพตวั อยา งชนิ้ ยาและการตรวจ
สอบชนดิ เบอ้ื งตนกอ นเขาไปตรวจสอบพืช
สมนุ ไพรในปา

66

หนงั สอื “พืชปาสมนุ ไพร” ไดจัดทาํ ขนึ้ มาจากขอ มูล พืชบานที่กาํ ลงั จะหายไปในแตล ะชมุ ชน
สวนหน่งึ ทีค่ ดั สรรออกมาจากขอ มลู โครงการขางตน โดย พชื สมุนไพรทเ่ี ปน ชนดิ พนั ธุพื้นเมืองจากในปา
เนนนําเสนอพชื สมนุ ไพรชนดิ ทเี่ ปน พชื ปา พ้ืนเมืองของ
ประเทศไทย (native species) จาํ นวน 512 ชนิด และ ธรรมชาติน้ัน บางชนดิ มกี ารใชป ระโยชนเฉพาะบางทอ งถิ่น
ตาํ รับยาสมนุ ไพรพน้ื บาน 209 ตาํ รบั อันมพี ชื ปาเหลา นนั้ เพราะเปน พืชหายากมพี ืน้ ท่ีข้นึ กระจายตวั จํากัดและไมมี
เปน สวนประกอบ เนือ่ งจากพืชปา ทอ งถ่นิ มีความเสยี่ งตอ การผลติ ในระบบเกษตรปอนตลาด เปน เพียงการเก็บมา
การสญู พนั ธจุ ากการทําลายปา ไม การเกบ็ หามาใช และ จากปาเทานนั้ จึงยงั ไมมีการศกึ ษาศักยภาพอยางจริงจัง
การเปล่ยี นแปลงของสภาพส่งิ แวดลอ ม โดยเฉพาะอยา งยง่ิ
ความเส่ยี งตอ การสญู หายขององคค วามรูด า นการใช ซึ่งพชื สมนุ ไพรเหลา นอ้ี าจจะออกฤทธเ์ิ ทียบเทา-เหนือ
ประโยชนไ ปตามสมัยนิยม และวิกฤตการณหมอสมุนไพร กวา พืชสมนุ ไพรตางชาติในกลุมใกลเคียงกนั ท่ีนิยมใชใน
ปจ จบุ ัน เชน

ลูกขาหรือไอแ หวง (Cinnamomum sintoc) พืช
ปาของไทยที่ใบและเปลือกมกี ล่นิ หอมแรงกวา พชื
ในกลุมสกุลอบเชยหลายชนิด (Cinnamomum
spp.)

พืชในสกุลอบเชย (Cinnamonum spp.) ซง่ึ ตามทอ ง
ตลาดสมุนไพรนิยมนาํ เขาอบเชยมาจากตา งประเทศไดแก
อบเชยจีน (Cinnamomum cassia) อบเชยญวน
(Cinnamomum camphora) และอบเชยศรีลงั กา
(Cinnamomum verum) โดยในปาของประเทศไทยมพี ืช
สกลุ อบเชยประมาณ 15 ชนิด สว นใหญม กี ลน่ิ หอมแตก
ตา งกนั ไป มใี หเ ลอื กมากมายนาํ ไปศึกษาการขยายพนั ธุ

67

ควรที่จะสงเสริมแกเ กษตรกรในยคุ ท่ีการเกษตรทฤษฎี การปลกู พชื เศรษฐกิจตามกระแสทุนนิยม
ใหม การเกษตรอินทรยี  และระบบวนเกษตรกาํ ลังเปนคํา
ตอบของการอยูรอดพงึ่ พาตนเองไดของเกษตรกรไทย โดย ตามทีไ่ ดร วบรวมและวิเคราะหข อมูลจากการสาํ รวจ
เฉพาะอยา งยง่ิ เกษตรกรทีอ่ าศยั ทง้ั อยใู นและใกลเคียงปา ทําใหท ราบวา พชื ปาสมุนไพรของไทยจาํ นวนมากท่ีมี
นาจะมคี วามเหมาะสมทง้ั ดา นสภาพภูมปิ ระเทศ ภมู อิ ากาศ ศกั ยภาพตอการสง เสริมใหปลูก ใชป ระโยชนเ ปน ยาสมุนไพร
และสภาพสังคมมากที่สดุ ตอการปลกู พืชปา สมนุ ไพร ประจําบา น หรอื สามารถปลกู สง ขายยังตลาดผลติ และ
แปรรปู ยาสมุนไพรไดเปนอยางดี ตามตัวอยา งดังน้ี (หา
การปลูกพชื ปา สมุนไพรจงึ นา จะเปน อีกทางเลือกทดี่ ีตอ ขอมูลเพ่มิ เตมิ ของแตละชนิดพชื สมนุ ไพรไดจ ากสว นท่ี 3)
การเพ่ิมพน้ื ที่สีเขียวและการอนุรกั ษพ้ืนท่ตี นนาํ้ ไดดีกวา

68
กลมุ ไมตน : จนั ทนชะมด (Mansonia gagei) พกิ ลุ สารภี สารภดี อกใหญ

บนุ นาค กฤษณา กระดงั งาไทย เชียด สมุลแวง สุรามะรดิ ลกู ขา หรอื ไอแ หวง
เทพทาโร กอมขม เปลาใหญ เปลาตะวัน กาํ จดั ตน หรอื มะแขวน แสลงใจ พญามลู
เหล็ก (Strychnos lucida) ตงั ตาบอด สมอไทย สมอพเิ ภก สมอดงี ู มะขามปอ ม
เม่ือยดูก เม่ือยดํา สม แขก สมควาย ราชครูดํา มะกา มะตูม หาด มะหาด กระเบานา้ํ
ตานหก มะคาํ ดคี วาย สํารองกระโหลก แสมสาร ตานเส้ยี น ตานนม

บนุ นาค (Mesua ferrea) ดอกอยใู นพกิ ัดยาเกสรทั้ง
หา และนยิ มใชกนั มากหลายตาํ รบั ยา ควรสง เสริมการ
ปลกู แทนการเก็บหามาจากปา

69

ฝาง (Caesalpinia sappan) แกน บํารงุ กลุม ไมพุม : ฝาง จนั ทนแ ดง จันทนา ชิงชี่
โลหติ -หัวใจและบํารุงรางกาย แกร อนใน สลัดไดปา ขอย ราม โลดทะนง ปลาไหลเผือก กาํ ลงั ววั เถลงิ
กระหายนํา้ หรือใชแ ตงสีอาหาร/เครื่องดื่ม กลงึ กลอม เขยตาย หอมแขก สนั โสก สองฟา เจตพังคี
อีกทงั้ ยงั ปลกู เลี้ยงงายทดแลง ไดดี นมสวรรค นางแยมปา ราชดัด หมักแปม คนทา ตาลเหลอื ง
ขาเปย นมุ ทอ มหมชู อ ตรชี วาหรืออคั คที วาร มะไฟแรด
ขนั ทองพยาบาท ประดโู คก

70

ชะลดู (Alyxia reinwardtii) เปลือกเถามีกลิ่นหอม ชวย กลุม ไมเ ถา : ทองเครือหรือกวาวเครอื แดง ฮอ สะพาย
บาํ รุงหัวใจ แกวงิ เวียน หรอื ใชอบผา แตงกลิ่นอาหารหรอื ทาํ ควาย เถาวลั ยเปรยี ง ขมิ้นเครือ (Arcangelisia flava)
เครอื่ งหอมกไ็ ด ขมิน้ ฤาษหี รือแฮม โคคลาน (Mallotus repandus)
โคคลาน (Anamirta cocculus) ชะลดู เครืองูเหา ตะคา น
เลก็ หรอื สะคา น กรุงเข-มา กําแพงเจ็ดชั้น สะเดาเยน็
ประดงเลอื ด มาทลายโรง รางจืด สวาด สะเองหรือชอง
ระอา ดูกไกยาน ล้ินกวาง ชะเอมปา ข้ีแรด ผักสาบ
กระดึงชางเผือก มะระข้ีนก จงิ จอเหลย่ี ม เหลก็ ราชครู
ขาวเย็นเหนือ-ใต (Smilax spp.) หนอนตายหยาก
เถายา นาง บอระเพด็ เครือปลอกหรอื พญางิว้ ดํา รางแดง
กาํ ลังเสือโครง เถาเอน็ ออน

71

หญาดอกคาํ (Hypoxis aurea) รากแกออนเพลยี บํารุง
กําลัง บาํ รุงโลหติ ทีน่ า สนใจคือใชรักษาสิว รกั ษาฝาและ
ทาํ ใหผ ิวขาวใส

กลุม ไมล ม ลุก : กระวาน กระวานขาว เรวใหญ ขา ลงิ
กระทือ วานมหาเมฆ วานสาวหลง วา นสาวหลงใต
ตองแตก องั กาบหนู เทา ยายมอม เนระพสู ไี ทย พญาปลอง
ทองหรอื เสลดพังพอนตวั เมยี วา นกีบแรด บัวบก สงั กรณี
โดไ มร ูล ม หญาดอกคํา วานพราว วา นสากเหลก็ ตองกาย
กะตังใบ ชา พลู ระยอ ม ดปี ลากั้งปา

72

รปู สมดุ ขอ ย

73

สว่ นที่ 2

ตาํ รับยาสมุนไพรพื้นบ้าน

( 209 ตาํ รับ เรยี งตามอกั ษรรหสั ตํารบั ยา )

74

ดอกขา ลิง ชนั ตะเคียนทอง

¹éíÒÁ¹Ñ ¾ÃÔ¡ ¹íéÒÁѹªÑ¹μÐà¤Õ¹

(E1-01) (E1-02)

-------------------- --------------------

ทาแกเหน็บชา แกมือเทาตาย รักษาบาดแผลอักเสบเร้อื รัง
ชวยขยายหลอดเลอื ด แกปวดเมื่อย แผลหนองพพุ อง แผลเบาหวาน/กดทบั

สว นประกอบ แผลไฟไหม/ นํ้ารอ นลวก

พริกใหญแหง พริกเล็กแหง พริกไทยดาํ หรอื ขาวก็ได ขา ลงิ (หวั ) สวนประกอบ
อยางละ 100 กรัม, พรกิ ค่ัวใหเกรียมดาํ แตพรกิ ไทยและขาลิง
ใหเ กรยี มเล็กนอ ย นาํ ทุกอยางมาโขลกใหละเอยี ด พรอ มกับ ผสมนํ้ามันมะพรา วกับนํ้าปนู ใสอยางละ 2 ถว ยตวง
การบรู 1 ชอ นชา และพิมเสน 2 ชอ นชา แลว ใสน าํ้ มันมะพราว คนใหเขา กนั , ตะเคยี นทอง (ชนั ) สน (สนสองใบหรือใชสนสาม
ใหพอทวม และนาํ้ มนั ระกาํ 2 ชอ นโตะ แชท ง้ิ ไว 1-2 คืน แลว ใบก็ได) (ชนั ) และดินสอพองสะตุ (หรอื ใชแปงจีน) อยางละ 2
ชอนโตะ และการบรู 1 ชอ นโตะ บดแตล ะอยา งใหล ะเอยี ด รอน
กรองใชแตนํ้ามนั หรือถาแชกับกากสมุนไพร ใหส ะอาด นาํ มาผสมกับน้าํ มันมะพรา ว คนใหต อเน่ืองประมาณ
จะทําใหเ กบ็ รกั ษาไดน านขึน้
1 ชั่วโมง
วธิ ใี ช จนเปน เน้ือเดยี วกนั จากน้ันนําไปตากแดด

ทาหรือนวดบรเิ วณท่มี ีอาการ/ปวดเมือ่ ย อยางนอย 3-7 วัน

วิธใี ช

ทา หรือใชสําลีชุบปดบรเิ วณท่เี ปนแผลตอเนอ่ื งจนหาย

75

เถาเอน็ ออ น ฝาง

¹íéÒÁ¹Ñ àËÅ×ͧ ¹éíÒ½Ò§á¡äŒ Í

(E1-03) (E1-04)

-------------------- --------------------

แกปวดเมือ่ ย แกไ อ แกเ จ็บคอ แกคอแหง แกไ อหอบหืด
แกปอดหรอื หลอดลมอักเสบ แกวณั โรค แกไ ขห วดั
สว นประกอบ
บํารงุ เลือด บํารุงหัวใจ
ไพล 1 กิโลกรัม ขมนิ้ ออ ย 1 กโิ ลกรมั เถาเอ็นออ น (เถา) 300
กรมั พลบั พลงึ (Crinum asiaticum) (ใบ) 300 กรัม ท้งั หมด สว นประกอบ
หนั่ เปน ชิ้นบางๆ ทอดกับนา้ํ มันมะพราวทลี่ ะอยา ง กรองน้าํ มนั
แกนฝาง 200 กรมั เจียดเปนซเ่ี ลก็ ใหญกวาไมจิ้มฟน เล็กนอ ย
ใหส ะอาด ทิ้งใหเ ย็นลงแลว เติมการบรู และเมนทอล ท่บี ด นาํ ไปตมกับน้ําเดือด 5 ลิตร ประมาณ 15-30 นาที, พรกิ ไทย
ละเอยี ดอยา งละ ขาว กานพลู สารสม อยางละ 50 กรมั , ปนู ขาว (ทําจากเปลือก
หอยแครง) 15 กรมั เมนทอล และการบรู อยา งละ 25 กรมั ,
1 ชอ นโตะ คนใหละลายเขากัน ตามดวย ขัณฑสกร (ดนี ํ้าตาล) 2.5 กรัม ทัง้ หมดตาํ ใหล ะเอยี ดใสท่กี น โหล
นา้ํ มันระกํา 2 ชอนโตะ แลว คอ ยๆ เทน้าํ ฝางทอ่ี ุนตาม แชไ ว 7 วัน ระหวางแชย าหมั่น
คนวนั ละ 1-2 ครงั้ หลงั จากนัน้ กรองกากยาออกหลายๆ รอบให
วิธีใช
มีตะกอนนอ ยทีส่ ุด เกบ็ น้ํายาใสข วด
ทาและนวดบริเวณทป่ี วดเมอื่ ย
วิธใี ช

ทาน 1-2 ชอ นโตะ วนั ละ 3-4 ครงั้

คาํ เตือน

ยาตํารับนเ้ี ปนยาเย็น อาจทาํ ใหความดันตํา่ ได
จงึ ไมควรรบั ประทานตอ เนอ่ื งนาน

76

โดไมร ูล ม เทา ยายมอ ม

»Ç´àÁÍ×è Â-ºÒí ÃØ§¡íÒÅѧ 䢷Œ ºÑ ÃдÙ

(E1-05) (E1-06)

-------------------- --------------------

แกปวดเม่ือย บํารุงกาํ ลงั แกไ ขท ับระดู ระดผู าไข แกพษิ โลหติ ระดู
แกร อนใน แกค ลุมคลง่ั
สวนประกอบ
สว นประกอบ
โคคลาน (Mal_rep) (เถา) ทองพันช่งั (ใบและกาน)
โดไ มรูลม (ทง้ั 5 ) มา ทลายโรง (เถา) กําลงั ววั เถลิง (ไม) อยา ง บัวหลวง (เกสร) สารภี (ดอก) บนุ นาค (ดอก) พกิ ุล (ดอก) มะลิ
ละ 1 กาํ มอื ตากแดดใหแ หง แลว นาํ ไปคัว่ พอใหมกี ลน่ิ หอม ใส (ดอก) จนั ทนแ ดง (แกน) จันทนา (แกน ) ฝาง (แกน) กฤษณา
น้ําใหท วมตัวยา ประมาณ 1-2 ลติ ร ตม ใหเ ดอื ดประมาณ 10 (แกน ) สน (สนสองใบหรอื สนสามใบกไ็ ด) (แกน) ครี้หรือสักขี
(แกน ) เทายายมอม (ราก) มะพรา ว (ราก) ไผรวก (ราก) เถา
นาที ยา นาง (ราก) ลําเจยี ก/เตยทะเล (Pandanus odorifer) (ราก)
และมะนาว (ราก) ทุกอยา งเทา ๆ กัน แตกแดด/อบใหแหง บด
วธิ ีใช
ใหเ ปน ผงละเอยี ด
ด่มื ครัง้ ละ 1 แกวชา กอน/หลังอาหาร เชาและเยน็ ,
ถา ตองการใหมรี สหวานใหเ ตมิ นํ้าตาลทรายแดงพอหวาน เมอื่ วธิ ใี ช

อุนยาใหเตมิ นํา้ เทา ท่ีใชด ืม่ อุนใชไ ดอ กี ยา 1 ชอนชา ผสมน้าํ อุน จัดครงึ่ แกว รบั ประทานจนกวาจะหาย
2-3 วัน จงึ เปลีย่ นยาใหม, หรอื เปนยาดอง ใสเหลาขาวจนทว ม ระหวางเปนไขค วรหลีกเล่ยี ง
อาหารรสจดั
ตวั ยาทง้ิ ไว 7 วนั จึงใชไ ด ด่ืมครั้งละ 1 จอก

คําเตอื น

ยาดองไมค วรใชก บั สตรีมีครรภ

77

กระวาน โคคลาน

ÂÒ»¶Ç¼Õ § »Ç´àÁÍè× Â-¡Ãд١·ÑºàʹŒ

(E1-07) (E2-216)

-------------------- --------------------

แกลมปว ง จุกเสียดแนนทอ ง แกถ า ยทอ ง แกปวดหลงั ปวดเอว ปวดไขขอ ปวดกระดูก แก
ทองรวง แกเ คลด็ ฟกชํ้า แกปวดฟน จากฟน ผุ กระดกู ทับเสน บาํ รุงธาตุ

แกร ํามะนาด แกพ ิษแมลงสัตวกัดตอ ย สว นประกอบ

สวนประกอบ โคคลานหรือมะกายเครอื (Mal_rep) (เถา)
มา ทลายโรง (เถา) ฮอ สะพายควายหรอื ยา นดูก (เถา)
กานพลู และ ไพล อยา งละ 8 บาท ทุกอยางตากแดด
/อบใหแ หง แลว บดใหเปน ผงละเอยี ด, จนั ทนเทศ เถาวัลยเปรยี ง (เถา) ขม้นิ เครอื (Arc_fla) (เถา)
รสสุคนธ (เถา) จนั ทนา (เน้ือไม) คัดเคา ดง (เถาหรือราก) อยา ง
(ลูกและดอก) กระวาน (ผล) ดปี ลี (ดอก) พรกิ ไทย เรว /เรว นอ ย
(Amomum villosum) หรือใชเ รวใหญ (Alpinia mutica var. ละเทาๆ กนั
nobilis) ก็ได (เมลด็ ) ขิงแหง (Zingiber ligulatum) อยา งละ 2
วิธใี ช
บาท, พมิ เสน เมนทอล และการบรู อยา งละ 2 สลงึ บดให
ละเอียด ผสมผงยาทัง้ หมดใหเขา กันแลวรอ นดว ยตะแกรง ตม นํา้ ดมื่ ครง้ั ละประมาณ 1 ถว ยชา กอนอาหาร
3 เวลา หรอื ใชน ํ้าตมชงกับโอวัลติน ทานประมาณ
หยาบ-ละเอียด เอาแตผงละเอียด 2 หมอ จะเรมิ่ เหน็ ผล หากเปน มากใหนวดดว ย

วิธีใช จะชวยใหห ายเรว็ ขึน้

แกล มปว ง จุกเสียดแนนทอ ง แกถา ยทอง ทอ งรว ง
ใชย า 1 ชอนชาละลายนํ้ารอ น 1 แกว กาแฟ/สุรา
1 จอกด่ืม, แกเคล็ดฟกช้าํ ตะครวิ ใช ยา 1 ชอนชาแชสุราทาถู
และนวด, แกป วดฟนจากฟน ผุ แกร ํามะนาดใหอ มยาผง, แกพิษ

แมลงสัตวก ัดตอ ยใชละลายกบั สุรา
/นํ้ารอนแลว เอาสําลีชุบปด แผล

78

หญาหนวดแมว รากปลาไหลเผอื ก

¢ºÑ ¹ÔèÇ-âääμ-μѺ ¶Í¹¾ÔÉÊÑμÇ· Ø¡ª¹Ô´/
»Ãд§¢ŒÍ-àÊŒ¹
(E2-217)
(E2-218)
--------------------
--------------------
ขับน่ิวในถุงน้ําดี นว่ิ ในระบบทางเดนิ ปสสาวะ
แกปสสาวะขน แกโ รคไต แกโรคตับ แกพ ิษงู ถอนพษิ สัตวท ุกชนดิ แกงสู วดั ประดงขอ
ประดงเสน
สว นประกอบ
หญา หนวดแมว (Orthosiphon aristatus) (ท้ัง 5) หมากผปู า สวนประกอบ

(ทงั้ 5) ฟาทะลายโจร (ทัง้ 5) คัดเคา ดง (แกน/ราก) ปลาไหลเผอื ก และ นมสวรรค ใชรากทงั้ สอง
วานมหาเมฆ (หัว) สะบา (เมลด็ ) อยา งละเทาๆ กัน
อยางละเทา ๆ กนั แตไ มเ กิน 3 ขดี
วธิ ีใช
วธิ ีใช
ฝนผสมกบั น้ํามะนาวหรือเหลาขาว ใชท าบริเวณทีถ่ ูกพษิ และ
ตม นํา้ ดมื่ ครัง้ ละ 1 ถวยชา หลงั อาหาร ตมกบั น้าํ ดมื่ ดวย, ใชแกอ าการประดงขอ ประดงเสน ใชรากปลา
ประมาณ 20 นาที 3 เวลาและกอนนอน
ไหลเผอื กกบั
หรือดองเหลา ดื่มครง้ั ละ 1 จอก รากนมสวรรคตม กบั นํา้ ดื่ม

79
ตรีชวา

ขเ้ี หล็ก Ã´Ô Êմǧ·ÇÒÃ

àºÒËÇÒ¹/¤ÇÒÁ´Ñ¹âÅËμÔ (E2-220)

(E2-219) --------------------

-------------------- รักษารดิ สดี วงทวาร

รกั ษาเบาหวาน ความดันโลหติ สวนประกอบ

สวนประกอบ เพชรสงั ฆาต (ทง้ั 5) ตรีชวาหรืออคั คีทวาร (ท้งั 5)
วานมหาเมฆ (หัว) ไพลดาํ (Zingiber ottensii) (หัว) วานนาง
ขเี้ หลก็ (เปลอื ก) สกั (ใบ) ลกู ใตใ บ หรือใชหญาใตใ บ กไ็ ด (ทง้ั คาํ หรอื พญาวา น (Curcuma aromatica) (หัว) วา นรดิ สีดวง
5) อินทนลิ นํ้า (ทงั้ 5) ขาวเยน็ เหนอื (Smilax corbularia)
(Curcuma sp.) อยางละเทาๆ กนั
(หัว) อยางละเทา ๆ กนั แตไ มเ กิน 3 ขีด
วธิ ีใช
วิธีใช
ตมนา้ํ ดื่ม ครั้งละ 1 แกวชา หลังอาหาร 3 เวลาและกอ นนอน,
ตมนํ้าดมื่ คร้งั ละ 1 แกวชา หลงั อาหาร 3 เวลา หรอื ดองเหลาขาว 7 วัน
แลวนํามาด่ืมครั้งละ 1 จอก

80

ขนั ทองพยาบาท กางปลาเครอื

ࡍҷ/ ÊÐà¡ç´à§¹Ô /¡ÒÁâä ÍÂÙ‹ä¿/Á´Å¡Ù à¢ÒŒ ÍÙ‹/äÊŒàÅèÍ× ¹

(E2-221) (E3-01)

-------------------- --------------------

โรคเกา ท รูมาตอยด สะเก็ดเงนิ ใชแทนการอยไู ฟ มดลูกเขา อูไว แกไสเล่อื นทง้ั ชาย
ผิวหนงั พุพอง กามโรค หนองในเทียม และหญิง

สวนประกอบ สว นประกอบ

ขันทองพยาบาท (แกน /ราก) กําแพงเจด็ ช้ัน กางปลาเครอื (ทง้ั 5) มา ทลายโรง (เถา) กําแพงเจด็ ช้นั (เถา)
(แกน /ราก) ฝาง (แกน ) เหงือกปลาหมอดอกขาว (ทัง้ 5) ฝาง (แกน) อยางละเทาๆ กนั และ กระทอมเลอื ดหรอื สบเู ลอื ด

หญางวงชาง (ทง้ั 5) หนอนตายหยาก (หัว) 3-4 ช้ินฝานบาง
(Stemona sp.) (ทั้ง 5) อยางละเทา ๆ กนั
วธิ ีใช
วิธใี ช
ตม น้ําดื่ม ครงั้ ละ 1 แกว ชา หลงั อาหาร 3 เวลา,
ตมน้ําดืม่ ครงั้ ละ 1 แกวชา หลังอาหาร 3 เวลา, หรอื ดองเหลา ขาว 7 วันแลวนํามาดมื่ ครง้ั ละ 1 จอก
หรอื ดองเหลาขาว 7 วันแลว นาํ มาดม่ื คร้ังละ 1 จอก
คําเตือน

ยาดองไมค วรใชก บั สตรีใหนมบตุ รหรอื มีครรภ

81

มาทลายโรง ชงิ ชี่

»Ç´àÁèÍ× Â/ºÒí Ã§Ø Ã‹Ò§¡ÒÂ/ÍÁÑ ¾Òμ ÂÒËÒŒ ÃÒ¡
(ÂÒàºÞ¨âÅ¡ÇÔàªÂÕ Ã/ÂÒᡌÇˌҴǧ)
(E3-02)
(N1-14)
--------------------
--------------------
แกป วดเมือ่ ยตามเสน-ขอ-หลัง-เอว อมั พาต บาํ รุง
รา งกาย ชวยใหเ จริญอาหาร แกไ ข ตัวรอ น ปวดหัว ถอนพิษไข

สวนประกอบ สว นประกอบ

มาทลายโรง (เถา) 2 กํามอื เถาวลั ยเปรียง (เถา) คนทา มะเดือ่ อทุ ุมพร ชิงช่ี เทา ยายมอ ม เถายานาง ทกุ ชนดิ ใช
2 กาํ มือ ตะเขคุมวัง (เถา) 2 กาํ มอื กาํ ลงั เสือโครง (เถา) 1 กํา รากอยางละเทา ๆ กัน ใชสดหรือตากแหงกไ็ ด

มอื กําแพงเจด็ ช้นั (เถา) 1 กํามอื วธิ ีใช
ฝาง (แกน) 1 กํามอื พริกไทยดาํ (เมล็ด) 20 เมลด็
ตมนํ้าด่มื ครั้งละ 1 แกวชา กอ น/หลังอาหาร 3 เวลา และกอน
เทพทาโร (แกน ) 2 ชิ้น ดปี ลี (ผล) 3-4 ฝก นอน
ประดงเลอื ด (เปลอื ก) 5-6 ชนิ้
คําเตอื น
วธิ ีใช
หา มใชก ับสตรที เ่ี ปน ไขท ับระดู
ตมน้ําดม่ื ครั้งละ 1 แกวชา หลงั อาหาร 3 เวลา, หรอื ผูท เี่ ปน ไขเ ลือดออก
หรอื ดองเหลาขาว 7 วนั แลว นาํ มาดมื่ ครั้งละ 1 จอก

คําเตือน

หา มใชกับสตรมี ีครรภ

82

นางแยมปา ขาเปยนุม

ŌҧÊÒþÉÔ /á¡»Œ Ç´ ᡾Œ ÔÉàºèÍ× àÁÒ/¤ÇÒÁ´Ñ¹/àºÒËÇÒ¹

(N1-22) (N1-29)

-------------------- --------------------

ลา งสารพษิ แกไข แกป วด แกเ บื่อเมา แกพิษเบ่อื เมาตกคา ง แกวิงเวียน แกค วามดนั
แกเ บาหวาน
สว นประกอบ
สว นประกอบ
นางแยมปา และ สันโสก ใชร ากอยางละเทาๆ กนั
ไผเ ฮยี ะ (ขอสว นลําตน) ปอขนุน (เนือ้ ไม) ปอฝา ย (เนอ้ื ไม)
วิธีใช เสม็ดชุน (เนอื้ ไม) ขาเปย นมุ (ท้งั ตน) อยางละเทาๆ กนั

ตมนํา้ ด่มื ครง้ั ละ 1 แกวชา แลว ผสม ปลวกนกกะทา รงั มดล่ี เปลอื กหอยขม
หลังอาหาร 3 เวลา
และกอนนอน วธิ ีใช

ตมนาํ้ ด่ืม คร้งั ละ 1 แกว ชา หลังอาหาร 3 เวลา

83

ตง่ิ ตัง่ ปดมกุ

à¡Ò · »Ç´àÁ×èÍÂ

(N1-50) (N1-57)

-------------------- --------------------

รกั ษาโรคเกา ท ลดกรดยรู กิ ชวยการขับถาย แกป วดเม่อื ย

สว นประกอบ สวนประกอบ

ตง่ิ ต่งั (เถา) 2 ขดี และ บวั สาย (Nymphaea pubescens) ปดมุก (ลําตน ) มาทลายโรง (เถา) ตดหมาตน (ตน /ราก)
ดอกสแี ดงอมชมพู 4 ดอก กําลังหนุมาน (ลําตน ) อยางละเทา ๆ กนั

วิธใี ช วธิ ใี ช

ตมนาํ้ ดม่ื ครั้งละ 1 แกวชา หลงั อาหาร 3 เวลา บดยาแตละอยางใหเปน ผงละเอยี ด แลว ผสมใหเขา กัน บรรจใุ น
แคปซลู รบั ประทาน

84

ตนี นก กูดงอแง

ºíÒÃ§Ø ÊμÃËÕ Åѧ¤ÅÍ´ ÍÒÂÇØ Ѳ¹Ð

(N1-80) (N1-83)

-------------------- --------------------

บํารงุ สตรีหลงั คลอด ขบั น้าํ คาวปลา บํารงุ น้ํานม ยาอายวุ ัฒนะ บาํ รงุ รางกาย

สว นประกอบ สว นประกอบ

ตีนนก (เนอื้ ไม) ตับเตาตน (เนื้อไม) ขา วเย็นเหนือ (Smilax กดู งอแง (ราก) และ มะขามเปรี้ยว (เน้อื ผล) อยางละ 3 บาท
corbularia) (หัว) ขาเปย นุม (หัว) อยา งละเทาๆ กัน หญาแหว หมู (หวั ) 2 บาท บอระเพด็ 4 บาท ขา วเยน็ เหนอื
(Smilax corbularia) และ ขาเปย นุม อยา งละ 1 บาท
วธิ ีใช
เกลอื 3 ชอนชา
ตม นา้ํ ดม่ื ครั้งละ 1 แกวชา หลังอาหาร 3 เวลา
วธิ ใี ช

ตม นํา้ ดื่ม คร้งั ละ 1 แกวชา หลงั อาหารเชา และเย็น

พญาปลอ งทอง 85

แสลงพนั แดง ´«Õ ‹Ò¹

§ÙÊÇÑ´ (N1-118)

(N1-87) --------------------

-------------------- รกั ษาโรคดีซา น

รักษางูสวดั สว นประกอบ

สวนประกอบ มะสาน (เนือ้ ไม) พญาปลองทอง (ทง้ั 5) ขา วเยน็ เหนอื
(Smilax corbularia) (หวั ) ขาเปย นมุ (หวั ) อยา งละเทาๆ กัน
โคคลานหรอื แสลงพนั แดง (Pha_orn_ker) (ใบ) เสลดพังพอน
ตัวผู (ใบ) พญาปลองทอง (ใบ) อยางละเทา ๆ กัน วธิ ีใช

วิธใี ช ตมนํ้าดื่ม ครั้งละ 1 แกวชา หลังอาหาร 3 เวลา

ตําใหละเอยี ดแลวนํามาพอกทาบริเวณทมี่ อี าการ 2-3 ครง้ั /วนั
จนหาย อาจใชผา หอแลวพันแผลไวก ็ไดห ากมแี ผลมาก หรือผสม

กบั เหลาขาว 1:1 สวน จะออกฤทธ์มิ ากขน้ึ และ
เกบ็ ไวใ ชไ ดน านข้ึน

86

กลว ยปา ขแี้ รด

ä·ÃÍÂ´à »š¹¾ÉÔ ä¢·Œ ºÑ ÃдÙ

(N1-119) (N1-123)

-------------------- --------------------

รักษาโรคไทรอยดเ ปน พษิ รักษาไขทบั ระดู

สว นประกอบ สวนประกอบ

กลว ยปา (เหงา ) คอแลน (ราก) เสมา (Opuntia elatior) (ก่ิง) ขี้แรด/หันแดง (ราก) มะเมาสาย/เมา ไขป ลา/เมาสรอย ชนดิ ใด
อยางละเทา ๆ กัน ก็ได (ราก) กระถนิ บา น (ราก) พริกขหี้ นู (ราก) ขา วเยน็ เหนือ
(Smilax corbularia) (หวั ) ขาเปย นมุ (หวั ) อยางละเทาๆ กัน
วธิ ีใช
วิธใี ช
ตมนาํ้ ดื่ม ครง้ั ละ 1 แกวชา หลงั อาหาร 3 เวลา
ตมนํ้าดม่ื คร้งั ละ 1 แกวชา หลงั อาหาร 3 เวลา และกอ นนอน

87

สมกงุ เครือปลาสงแดง

¹íéÒàËÅ×ͧàÊÕ âäμºÑ

(N1-124) (N1-136)

-------------------- --------------------

แกนํา้ เหลอื งเสยี รักษาโรคตบั ตบั อกั เสบ ตบั แขง็

สว นประกอบ สว นประกอบ

สมกุง/เครืออีโกย (Amp_mar) (เถา) ขา วเยน็ เหนอื (Smilax เครอื ปลาสงแดง/เครือซดู (เถาและใบ) กลวยเตา (ราก) ตบั เตา
corbularia) (หวั ) ขาเปย นุม (หัว) อยางละเทาๆ กัน ใหญหรอื พลบั ไขเตา (Diospyros martabanica) (เนอื้ ไม) กา น

วธิ ีใช เหลอื ง (เนือ้ ไม) ตาไกใ บกวา ง (ใบ) ขา วเยน็ เหนอื (Smilax
corbularia) (หัว) ขาเปยนุม (หัว) อยา งละเทาๆ กัน
ตม น้ําดืม่ คร้ังละ 1 แกว ชา หลังอาหาร 3 เวลา
วธิ ใี ช

ตมนํ้าดมื่ ครง้ั ละ 1 แกวชา หลงั อาหาร 3 เวลา

88

ขเ้ี หลก็ เลอื ด สมอพิเภก

ÍÒÂØÇѲ¹Ð ÂÒμÃÕ¼ÅÒ

(N1-137) (N1-139)

-------------------- --------------------

อายวุ ัฒนะ แกไ อ ทาํ ใหช มุ คอ แกไ ขห วดั

สว นประกอบ สว นประกอบ

ขี้เหลก็ เลอื ด (แกน ) แสมทง้ั 2 (แกน) ขา วเย็นเหนอื (Smilax สมอพเิ ภก สมอไทย มะขามปอม ใชเ นอ้ื ผลแก
corbularia) (หัว) ขาเปย นุม (หัว) อยา งละเทาๆ กัน ทง้ั สามชนดิ เทา ๆ กัน

วิธีใช วธิ ีใช

ตมน้ําดื่ม ครั้งละ 1 แกวชา หลงั อาหารเชา และเย็น ตมน้ําดื่ม แบบคอ ยๆ จบิ ผานลาํ คอ ครงั้ ละ 1 แกวชา หลัง
อาหาร 3 เวลา และกอนนอน

ขา วเย็นเหนอื 89

โคลงเคลงตวั ผู âääμ

»Ç´àʹŒ àÍç¹/ºíÒÃ§Ø àʹŒ àÍç¹ (N1-153)

(N1-150) --------------------

-------------------- รักษาโรคไต แกปส สาวะพิการ

แกปวดเสน เอ็น เสน เอน็ อกั เสบ บํารุงเสนเอน็ สวนประกอบ

สวนประกอบ โลด (เน้ือไม) ขาวเยน็ เหนือ (Smilax corbularia) (หวั )
ขาเปย นมุ (หวั ) อยา งละเทา ๆ กัน
โคลงเคลงตวั ผู (ราก) เถาวลั ยเปรยี ง (เถา) เถาเอน็ ออ น (เถา)
ขาวเย็นเหนือ (Smilax corbularia) (หวั ) ขาเปยนุม (หวั ) วธิ ใี ช

อยางละเทา ๆ กนั ตม นาํ้ ด่มื ครั้งละ 1 แกวชา หลงั อาหาร 3 เวลา

วิธใี ช

ตม นํ้าดื่ม ครัง้ ละ 1 แกว ชา หลงั อาหาร 3 เวลา และกอ นนอน

90 สนสองใบ

ËÍºË´× นาํ้ นอง

(N1-154) ºíÒÃØ§¹Òíé ¹Á

-------------------- (N1-155)

แกห อบหืด --------------------

สว นประกอบ บํารงุ นาํ้ นม ขบั นํ้านม

สนสองใบ (Pinus latteri) หรือใชสนสามใบ (Pinus kesiya) สว นประกอบ
แทนกไ็ ด (ชนั ) ขอ ย (เปลือก) บดแตละอยา งใหเ ปนผงละเอยี ด
ใชปริมาณอยา งละเทาๆ กนั ผสมกบั นํ้าผ้ึง แลว ปน เปน ลูกกลอน ตบั เตา ตน (เน้อื ไม) กลงึ กลอม (เน้ือไม) นา้ํ นอง (เนื้อไม) ขาว
เย็นเหนอื (Smilax corbularia) (หัว) ขาเปย นมุ (หวั )
ขนาด 5-6 มม. อยางละเทา ๆ กัน

วธิ ีใช วิธใี ช

ทาน 3-5 เม็ด กอน/หลงั อาหารเชา และเยน็ ตมน้าํ ดืม่ ครั้งละ 1 แกวชา หลังอาหาร 3 เวลา

91

มะขามปอ ม ไผร วก

ÂÒᡌäÍ àÅÍ× ´¡íÒà´ÒäËÅ/àÅÍ× ´ÍÍ¡μÒÁäÿ¹˜

(N1-161) (N1-189)

-------------------- --------------------

แกไอ แกเ ลอื ดกาํ เดาไหล-เลอื ดออกตามไรฟน

สวนประกอบ สวนประกอบ

สมอพิเภก (เน้ือผล) สมอไทย (เน้อื ผล) มะขามปอม (เน้อื ผล) ไผร วก (ผวิ เปลือกลาํ ตน) กาฝากตน มะนาว (ไมท ราบชนดิ )
มะแวง ตน (ผล) มะแวงเครอื (ผล) ยานเกาะลา (ราก) อยางละ (ทั้ง 5) อยา งละเทา ๆ กนั และข้ีเถาจากธูปจดุ 3 ดอก

เทา ๆ กัน วธิ ใี ช

วธิ ีใช แกเลือดกําเดาไหล ตมนา้ํ ดืม่ คร้งั ละ 1 แกว ชา หลังอาหาร 3
เวลา, แกเลือดออกตามไรฟน ใหบ ดเปนผงผสมนา้ํ อมกล้ัวปาก
ตม นาํ้ ด่มื คร้ังละ 1 แกวชา หลงั อาหาร 3 เวลา และกอนนอน,
หรือบดเปนผงละเอยี ดผสมกับนํ้าผง้ึ แลวปนเปนลกู กลอนขนาด

5-6 มม. ใชอม 3-4 ครั้ง/วนั 2-3 เม็ด/ครั้ง

92

มะหาด หญา หางอน

ÅÁªÑ¡ ¢Ñº»Ê˜ ÊÒÇÐ

(N1-200) (N1-201)

-------------------- --------------------

แกโรคลมชกั ชว ยขับปสสาวะ

สวนประกอบ สว นประกอบ

แดง เตง็ รัง ชงิ ชนั มะหาด ประดู กระพี้ (Dalbergia sp.) หญา หางอน (ทงั้ 5) และ หญาหนวดแมว (Orthosiphon
ทกุ ชนิดใชแ กน อยา งละเทาๆ กัน aristatus) (ทง้ั 5) อยางละเทา ๆ กัน

วิธใี ช วิธีใช

ตมนํา้ ด่มื คร้ังละ 1 แกวชา หลังอาหาร 3 เวลา ตม นาํ้ ดื่ม ครง้ั ละ 1 แกวชา หลังอาหาร 3 เวลา

93

ข้ีแรด กา งปลาขาว

ËͺË×´/¹Òéí ¡´Ñ à·ÒŒ Ë´Ñ /ÍÊÕ Ø¡ÍäÕ Ê

(N1-226) (N1-239)

-------------------- --------------------

รักษาหอบหดื นํา้ กดั เทา แกไขออกหัด อีสกุ อีไส

สว นประกอบ สวนประกอบ

ขี้แรดหรอื หนั แดง (เปลอื ก) ประดู (เปลอื ก) ขอย (ใบ และ กางปลาขาว (มีก่ิงสีขาว-เขยี ว) กา งปลาแดง (ชนดิ เดียวกบั กา ง
เปลอื ก ท่ีจะตอ งขดู เอาเฉพาะเปลอื กออ นๆ สีขาวใตเปลอื กชั้น ปลาขาว (Flueggea virosa) แตม กี ่ิงสีแดง) ทัง้ สองอยางใชราก
นอก) อยางละเทาๆ กัน ใชสดหรอื ตากแหง เปลือกประดูแ ละ
และ เลบ็ เหยีย่ ว (เถา) อยา งละเทาๆ กัน
ขีแ้ รดกอ นใชใ หทบุ เปลอื กใหแ ตกแลวยางไฟใหหอมกอน
วิธใี ช
วิธีใช
ตมน้าํ ด่ืม ครัง้ ละ 1 แกว ชา หลังอาหาร 3 เวลา และกอ นนอน
แกโรคหอบหืด ตมใหเ ดือดประมาณ 10-15 นาที หรอื แชก ับน้ํา
สะอาดประมาณ 30-50 นาที ดม่ื ครง้ั ละ 1 แกว ชา หลังอาหาร
3 เวลา และกอ นนอน, แกน้าํ กดั เทา ใชนา้ํ ยาจากการแช นาํ มา

แชเทาวนั ละ 2-3 ครั้ง ครง้ั ละ 20-30 นาที

94

ตานเสีย้ น มะกอกเกลอ้ื น

ºíÒÃ§Ø ¹éÒí ¹Á »Ç´àʹŒ àÍç¹/ºÒí Ã§Ø àʹŒ àÍç¹

(N1-255) (N1-256)

-------------------- --------------------

บํารุงนํา้ นม ขับน้ํานม แกป วดเสน เอ็น บาํ รงุ เสน เอ็น

สว นประกอบ สว นประกอบ

ชอ งแมว (เถา) นมงวั (เถา) ยานนมควาย หรือใชน มแมวกไ็ ด มะกอกเกล้อื น (เนอื้ ไม) เถาเอ็นออ น (เถา) เถาวัลยเปรียง (เถา)
(เถา) ตานเสี้ยนหรอื นมสาว (เปลือก) ชิงช่หี รอื ใชนํา้ นองกไ็ ด อยางละเทาๆ กนั
(เนือ้ ไม) กลงึ กลอ ม (เนอื้ ไม) นํา้ นมราชสหี  (ท้ังตน ) อยางละ
วธิ ีใช
เทาๆ กัน
ตมน้าํ ด่ืม ครง้ั ละ 1 แกว ชา หลงั อาหาร 3 เวลา
วธิ ีใช

ตม น้าํ ดื่ม ครง้ั ละ 1 แกว ชา หลงั อาหาร 3 เวลา

สะคาน 95

เตา ราง ÂÒàºÞ¨¡ÅÙ

μѺᢧç /μºÑ ·Ã´Ø (N1-268)

(N1-258) --------------------

-------------------- บํารงุ ธาตุ ปรบั สมดุลธาตุ (ดนิ นํ้า ลม ไฟ) ชวยให
เลอื ดไหลเวียนดี แกท องอดื ชวยขับลม
แกต ับแข็ง ตับทรดุ
สว นประกอบ
สวนประกอบ
ดีปลี (ธาตดุ ิน) (ดอก) 20 สว น ชาพลู (ธาตนุ าํ้ ) (ราก) 12 สวน
มะคาแต (เน้ือไม) มะคา โมง (เนอื้ ไม) สกั (แกน) เตา รา งหรอื สะคา นหรือตะคานเลก็ (ธาตุลม) (เถา) 6 สว น เจตมลู เพลิงแดง
เตารางแดง (ราก) อยา งละเทา ๆ กัน (ธาตุไฟ) (ราก) 4 สวน ขงิ แหง (Zingiber ligulatum) หรือใช
ขงิ (Zingiber officinale) แทนกไ็ ด (อากาศธาตุ) (หัว) 10 สว น
วิธใี ช
วธิ ใี ช
ตม น้ําด่มื ครงั้ ละ 1 แกว ชา หลังอาหาร 3 เวลา
ตม นํา้ ดมื่ ครงั้ ละ 1 แกว ชา หลังอาหาร 3 เวลา หรือบดเปน ผง
ใสแ คปซลู ขนาด 400 mg.) ทานคร้ังละ 2-4 เมด็ กอน/หลงั

อาหาร 3 เวลา

คาํ เตือน

ไมควรใชก บั สตรีมคี รรภ คนมีไข หรือเด็กเลก็ และไมควรใชย า
ตดิ ตอ กนั นานเกิน 10 วัน

96

เถายานาง โลด

¤ÇÒÁ´¹Ñ /àºÒËÇÒ¹ âääμ

(N1-284) (N1-287)

-------------------- --------------------

แกโ รคความดัน เบาหวาน ลดไขมัน แกโ รคไต

สวนประกอบ สวนประกอบ

บวั บก (ทัง้ ตน) 15 ใบ เถายานาง (ใบ) 10 ใบ เตยหอม (ใบ) 1 ไทรยอย (รากยอ ย) โลด (เนื้อไม) ขา วเยน็ เหนือ (Smilax
ใบ ผักคาวตอง (Houttuynia cordata) (ใบ) 5 ใบ corbularia) (หัว) ขาเปย นุม (หวั ) แตล ะอยา งเทาๆ กัน
กุยชาย (ทัง้ 5) 3 ตน ทุกอยา งใชสด
วิธใี ช
วธิ ใี ช
ตมนํา้ ดืม่ คร้ังละ 1 แกวชา หลงั อาหารเชา และเย็น
โขลกหรอื ปนผสมกัน ผสมนํา้ สกุ 1 แกว คนั้ เอาแตนา้ํ
ดมื่ วนั ละ 1 แกว ชา

97
ขอ ย

โคกกระออม ÊÅÒ¹èÇÔ

âääμ (NE1-007)

(N1-294) --------------------

-------------------- แกน ว่ิ สลาย-ขบั น่วิ ขบั ปส สาวะ

แกโรคไต สว นประกอบ

สวนประกอบ ขอย (รากหรือเปลอื กลําตน ) ผักขมหนาม (ราก) หญา แหวหมู
(หวั ) แตละอยางเทาๆ กัน และ เตยหนามหรอื การะเกด
ขเ้ี หล็ก (ใบ) โคกกระออม (ทัง้ ตน ) ฟา ทะลายโจร (ทั้งตน ) บวั บก (Pandanus tectorius) (รากหรือลาํ ตน ) เทา กบั ตวั ยาอืน่ ๆ
(ใบ) ผกั เชยี งดา (Gymnema inodorum) (ใบ) มะไระข้นี ก (ทง้ั รวมกนั

ตน ) โกฐจุฬาลมั พา (ท้งั ตน ) รงั ตอราง แตละอยา งเทา ๆ กนั วิธใี ช

วธิ ใี ช ตมน้ําดม่ื แทนน้ํา จนหาย

ตมนํา้ ด่มื ครงั้ ละ 1 แกวชา หลงั อาหารเชา และเย็น

98 องั กาบหนู

ผลเตยสานเสื่อ ÁÐàÃç§

á¼ÅàºÒËÇÒ¹/á¼ÅÍ¡Ñ àʺàÃÍé× Ã§Ñ (NE2-016)

(NE2-015) --------------------

-------------------- รักษาโรคมะเรง็

รักษาแผลเบาหวาน หรือแผลอกั เสบเร้อื รัง สว นประกอบ

สวนประกอบ อังกาบหนู (ทั้งตน) ขา วเยน็ เหนือ (Smilax sp.) (หวั ) ขาวเยน็
ใต (Smilax sp.) (หัว) พุทธรกั ษา (ดอกสีชมพเู ขมอมมว ง) (หวั )
เตยสานเสื่อ (ผล) มะเคด็ (ราก) กระมอบ (ราก) เง่ียงดกุ (ราก)
เครอื ไซสง (Streptocaulon sp.) (ราก) อยางละเทาๆ กนั พทุ ธรักษา (ดอกสขี าว) (หัว) เห็ดหลนิ จอื (ท่ีขนึ้ กับ
ตน กระถนิ พิมาน) อยางละ
ใชสดหรอื ตากแหง เทาๆ กัน ใชสดหรือตากแหง

วิธีใช วิธีใช

ตม กบั นาํ้ เดอื ดประมาณ 15 นาที ด่มื ครง้ั ละ 1 แกว ชา ตมนํา้ ด่มื ครง้ั ละ 1 แกวชา กอ นอาหาร 3 เวลา หรอื บดเปน ผง
กอนอาหาร 3 เวลา และแบงนํ้าอีกสว นไว ใสแ คปซูล 400 mg. ทานครั้งละ 3-4 เมด็
สาํ หรับแชแผล

น้ํานมราชสีห 99

ล่ันทม âä»Ãд§

âä¡ÃÐà¾ÒÐ (NE2-018)

(NE2-017) --------------------

-------------------- รักษาโรคประดง

รักษาโรคกระเพาะ สว นประกอบ

สวนประกอบ คนทา (ลําตน ) ปบ (เนอ้ื ไม) มะหวด (ราก) นา้ํ นมราชสีห (ราก)
ขม้ินชนั (หัว) ปลาไหลเผือก (ราก) สาบเสือหรือเสือหมอบ
ล่นั ทม (Plumeria rubra) (ดอกสีเหลือง) (เนือ้ ไม) มะกาเครือ (ราก) อยา งละเทา ๆ กัน ใชสดหรือตากแหง
(เน้อื ไม) สัตบรรณ (เน้อื ไม) เหมือดจ้ีหรือเหมือดแอ (เน้อื ไมห รอื
วิธีใช
ราก) อยางละ 1 สว น และ ลาย (เน้ือไม) ครึ่งสวน
ใชสดหรอื ตากแหง ตมนํ้าดมื่ ครัง้ ละ 1 แกว ชา กอนอาหาร 3 เวลา, หรือดองกับ
เหลา ใสพ อทว มตวั ยา ดองไว 7 วัน ด่ืมครง้ั ละ 1 จอก
วธิ ีใช หลังอาหาร เชาและเย็น

ตมน้าํ ดืม่ คร้ังละ 1 แกว ชา กอนอาหาร 3 เวลา


Click to View FlipBook Version