The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

300

นมสวรรค์ สรรพคณุ
ชือ่ ทองถ่นิ : นมสวรรค นมหวนั (ตรงั ), พนมสวรรค • ลําตนหรือราก : ถอนพิษตะขาบ แมงปองกัดตอ ย (E2)
(สระแกว) • ตํารับยาถอนพษิ สัตวท ุกชนดิ /ประดงขอ -เสน : แกพิษงู
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Clerodendrum paniculatum L. ถอนพษิ สัตวทกุ ชนดิ แกงูสวัด ประดงขอ ประดงเสน (E2-218)
ชื่อวงศ : LAMIACEAE • ตาํ รบั ยารกั ษาฝห รอด/ฝอกั เสบเรอื้ รัง : รกั ษาฝอ ักเสบ ฝเรือ้ รัง
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สูง 1-2.5 ม. กงิ่ เปนสเ่ี หลี่ยม ตามกิ่ง ใบ ลดการขยายตัวของฝ (“ฝหรอด” เปนภาษาไทยใต คอื ฝท เี่ ปน
และชอ ดอกคอนขางเกล้ียง-มีขนสัน้ ประปราย ใบเดีย่ ว เรียงตรง ตลอด มีการอักเสบเรอ้ื รัง) (S1-01)
ขามต้งั ฉาก รปู ไข-หยักเปนแฉก 3-7 แฉก ยาว 15-35 ซม. โคน นวลแปง้
ใบเวาลึก ชอดอกสีแดงเขม ออกทป่ี ลายก่ิง รูปกรวยแหลม สูง ชื่อทองถน่ิ : ขานาง นกนอน (สระแกว)
15-50 ซม. กวาง 16-30 ซม. ผลกลมแบน มี 4 พู กวา ง 1.5 ซม. ชื่อวิทยาศาสตร : Cleistanthus tomentosus Hance
สกุ สีดํา มกี ลบี เลี้ยงสแี ดงรองผล ชื่อวงศ : PHYLLANTHACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ ุม-ไมตน สูงถึง 10 ม. เปลอื กเรยี บ ตามก่ิง
ออ น แผน ใบ ชอดอกและผลมขี นส้ัน ใบเดี่ยว รปู ขอบขนาน-ใบ
หอก ยาว 8-13 ซม. จดุ เดนทผี่ ิวใบดา นบนเปนรอยกดตามแนว
เสน ใบ และมีขนสัน้ สากคาย ขอบใบงุม ลง, ดอกขนาดเล็กสีขาว
ออกกระจกุ ตามซอกใบ ผลรูปทรงกลม กวา ง 10-13 มม. มี 3 พู
เมือ่ แกแตกออก 3 ซีก
สรรพคณุ
• ท้งั 5 : รักษาโรคผิวหนงั ชว ยสมานบาดแผล (E2)

301

ผลออ นนวลแปง

นางแยม้ ปา่ สรรพคุณ
ชื่อทองถนิ่ : นมสวรรคต วั ผู นางแยมปา • ตํารบั ยาลางสารพษิ /แกปวด : ลา งสารพษิ แกไข แกปวด แก
(พิษณโุ ลก), พมุ พีแดง ประดงสอ (อดุ รธาน)ี เบอ่ื เมา (N1-22)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Clerodendrum infortunatum L. • ตาํ รับยาบาํ รุงนาํ้ นม/แกพษิ ผดิ สําแดง : บาํ รงุ นาํ้ นม แกพ ษิ ผดิ
ชื่อวงศ : LAMIACEAE สําแดง (NE2-022)
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สงู 1-2.5 ม. กง่ิ เปน สเี่ หล่ยี ม ตามกิง่ ใบ • ตํารับยาโรคประดง : รกั ษาโรคประดง (NE2-029)
และชอ ดอกมีขนสั้นหนาแนน ใบเดี่ยว เรยี งตรงขา มตั้งฉาก รูป
ไข-หัวใจ ยาว 13-26 ซม. โคนใบมน-เวาเล็กนอย ชอดอกออกท่ี
ปลายกิ่ง รูปกรวยแหลม สงู 20-40 ซม. กวางถงึ 30 ซม. จดุ เดน
ทมี่ กี ลบี ดอกสขี าว โคนกลบี สีมว งแดง กา นชอ ดอก ใบประดับ
และกลบี เลีย้ งมสี ีนา้ํ ตาลอมมว ง, ผลกลมแบน มี 4 พู กวา ง 1 ซม.
สุกสดี ํา มีกลีบเลีย้ งสีแดงรองผล

นางแลว
ช่ือทอ งถิ่น : ดปี ลากง้ั (พษิ ณุโลก)
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Aspidistra sutepensis K. Larsen
ชอ่ื วงศ : CONVALLARIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลุก สงู ถึง 1 ม. มีเหงา อยใู ตด ิน ใบเด่ียว เรยี ง
เวียนแตกกอเปนกระจุกจากผวิ ดิน รปู ใบหอกกลับเรียวยาว ยาว
40-100 ซม. กวา ง 5-13 ซม. ผวิ ใบเกลีย้ งและมนั เงา เสนแขนง
ใบเรียงขนานกนั ตามแนวยาว โคนใบสอบเรียว จุดเดน ทมี่ ีชอ ดอก
ออกจากเหงาใตดนิ ตงั้ ขึ้นสูง 15-30 ซม. สีมว งเขม-มว งอมชมพู
ผวิ เกล้ยี ง กลีบดอกสขี าวโคนกลบี ติดกนั รูปถวย ปลายแยก 6
แฉก ไมม ีกานดอก ผลทรงกลม กวา ง 1.3-1.5 ซม. ผวิ เปนตมุ
ขรขุ ระ, ชอดอกทานเปน ผกั ได
สรรพคณุ
• ทง้ั ตน : แกไขต ัวรอ น ในเด็ก (N1)

302

ซา ย : เหงา ของนางแลว, ขวา : ผลออ น สรรพคณุ
นิว้ มอื พระนารายณ์ • เปลือกและเน้ือไม : รักษาภมู แิ พ รักษาไมเกรน (N1)
ช่อื ทองถน่ิ : น้วิ มือพระนารายณ (ตรงั ), หนมุ าน • ตน และเปลือกของราก : เคี้ยวแกอ าการทองไสปนปวน,
ประสานกาย (พิษณุโลก) เปลอื ก ราก ก่งิ ใบ และผล : บดประคบแกบวม ปวดขอ และ
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Schefflera elliptica (Blume) กระดกู ราว (R33)
Harms • แกน : แกทอ งรว ง ทอ งเสยี (S2)
ชือ่ วงศ : ARALIACEAE เนระพู สีไทย
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ รอเลอื้ ย และองิ อาศยั ตามตนไมห รือกอ นหนิ ช่ือทองถิ่น : คางคาวดาํ (ตรงั , อุดรธาน)ี , เนระพูสี
ยาวถงึ 5 ม. มีขนเฉพาะท่ปี ลายยอดและชอ ดอกออน ก่ิงมีรอย (พัทลงุ ), วานคา งคาวดํา (พษิ ณุโลก)
วงแหวน ใบประกอบแบบฝา มือ มีใบยอ ย 5-7 ใบยอ ย รปู รี-แกม ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Tacca chantrieri André
ขอบขนาน ยาว 6-16 ซม. เน้อื ใบหนา เห็นเสนใบไมชดั เจน กา น ชือ่ วงศ : DIOSCOREACEAE
ใบยอ ยบวมที่ปลายทงั้ สองดา น ยาว 2-9 ซม. กา นใบยาว 10-17 ลักษณะเดน : ไมล ม ลุก สูงถงึ 60 ซม. มเี หงาอยใู ตด นิ ใบเดย่ี ว
ซม. โคนกานใบโอบก่ิง ชอ ดอกสเี ขยี วอมเหลือง-อมมว งแดง ยาว เรียงเวียนเปน กระจุกจากผิวดนิ รปู ขอบขนาน ยาว 20-40 ซม.
ถงึ 30 ซม. ผลทรงกลม-รี กวาง 4 มม. ผวิ ใบเกล้ยี งและมนั เงา เสนแขนงใบเปน รอยกดท่ผี วิ ใบดา นบน
โคนมน-เบ้ยี ว กา นใบยาว 15-40 ซม. จดุ เดนท่ีมชี อ ดอกสูงถงึ 60
ซม. ใบประดบั สมี ว งดํา 2 คู คูลา งออกบน-ลา ง คบู นออก
ซาย-ขวา และใหญกวา คลู างเลก็ นอ ย มีเสน หนวดสมี ว งดํายาว
15-25 ซม. ผลรูปทรงกระบอก ยาว 3-4 ซม. มี 6 เหลี่ยมตาม
แนวยาว

303
โนรา
ช่ือทองถิ่น : หนาวเดอื นหา (อุดรธาน)ี กาํ ลงั ชา ง
เผอื ก (ภาคเหนือ)
ชื่อวิทยาศาสตร : Hiptage benghalensis (L.) Kurz subsp.
benghalensis
ชอ่ื วงศ : MALPIGHIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนอื้ แขง็ ยาวไดถ ึง 20 ม. ไมมีหใู บ ตามกง่ิ
ออน ชอ ดอก กานใบ และผลมขี นสน้ั ใบเด่ยี ว เรยี งตรงขา ม รูป
รี-ขอบขนาน ยาว 10-15 ซม. ขอบใบหยกั เล็กนอ ย-เรียบ แผนใบ
ดานลางคอ นขางเกล้ียง จดุ เดน ท่ีโคนใบมีตอ ม 1 คู กลีบดอกสี
ขาว-อมชมพู มี 4 กลีบ ปลายกลบี ดอกจักเปน รว้ิ กลีบใหญด า น
บนมีแตมสเี หลืองกลางกลบี และผลมปี ก 3 ปก ปกกลางยาวทีส่ ุด
ยาว 3-5 ซม.
สรรพคุณ
• เถาหรือแกน : บํารงุ กําลัง บาํ รุงกําหนดั (NE3)

สรรพคณุ
• เหงา : บาํ รุงกําลัง (N1)
• เหงา : บาํ รุงกําหนดั บาํ รงุ กําลงั ชวยใหเ จริญอาหาร (NE2)
• ทั้งตน : ขับปสสาวะ แกไขตวั รอน แกไ ขห วดั แกไ อเรือ้ รัง แก
ทอ งเสีย แกบ ดิ แกออนเพลีย เปนยาขับพยาธิไสเ ดือน รักษา
กามโรค รกั ษาโรคบุรษุ ทําใหเ กดิ ความกําหนดั เปนยาคุม
สําหรับหญงิ ทค่ี ลอดบตุ รใหม ๆ เปนยาบาํ รงุ ขบั ระดู ทาํ ให
มดลกู บบี ตัว (R7)
• ตาํ รบั ยาแกคัน : แกอ าการคนั ตามผิวหนัง (S2-28)
• ตํารับยาบาํ รุงกําลงั : ชวยบาํ รงุ กาํ ลงั (S2-74)
• ตํารบั ยาเขยี วหอม : แกไข ตวั รอน รอนในกระหายนํ้า แกพ ิษ
ไขหัด ไขเ หอื ด (หดั เยอรมนั ) ไขอีสุกอใี ส (S3-02)
• ตาํ รับยาแกทอ งเสยี แบบมีไข : แกทอ งเสยี แบบมไี ข อาหาร
เปน พษิ (S3-36)

ซา ย : ดอก, ขวา : ผลของโนรา

304

เนยี น น้ํานอง
ชื่อทองถ่ิน : มะพลับปา (ตรงั ) ชอ่ื ทองถ่นิ : น้าํ นอง (พิษณโุ ลก)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Diospyros diepenhorstii Miq. ชอ่ื วิทยาศาสตร : Capparis adunca Craib
ชือ่ วงศ : EBENACEAE ชือ่ วงศ : CAPPARACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถึง 20 ม. เปลอื กเรยี บ-ขรุขระ สีดาํ ใบ ลักษณะเดน : ไมพมุ รอเล้อื ย สูงถงึ 5 ม. เปลือกแตกเปน รอ งตาม
เดี่ยว เรียงสลบั รูปขอบขนาน ยาว 15-20 ซม. จุดเดน ทีแ่ ผน ใบ แนวยาว กงิ่ มหี นามออกเปนคู ตามสวนออนๆ มขี นสนั้ สขี าว ใบ
เกลี้ยงและมนั เงา เนอื้ ใบแข็งคอนขางหนา ทด่ี า นลางแผน ใบเห็น เดีย่ ว เรียงสลบั รปู ไข- ไขก วา ง ยาว 7-11 ซม. ปลายใบเรยี ว
เสนแขนงใบปลายโคง จรดกันและมีตอมสีเขยี วออนกระจายท่ัว แหลม เสนแขนงใบทผ่ี วิ ใบดา นบนมรี อยกด ดอกเดีย่ ว มกี ลบี ดอก
กานใบยาว 6-10 มม. บวมพอง ผลรปู ทรงขอบขนาน คลา ยถงั สขี าว-อมเขียว มี 4 กลบี กลีบดอกคบู นมโี คนกลบี แตม สแี ดงอม
กวาง 4 ซม. ยาว 5 ซม. สเี ขียวเขม ผวิ มนั เงา กลบี เล้ียงติดทีข่ ั่ว มวง จดุ เดน ทมี่ ีผลทรงกลม-ไข ยาว 5-8 ซม. ผวิ เรียบมันเงา ผล
ยาวไมเ กิน 1 ซม. ออนสเี ขยี วออนคลา ยมะเขอื เปราะ เม่ือสกุ สสี ม-แดง
สรรพคณุ
• ตํารบั ยาบํารงุ กาํ ลัง/ชูกําลงั : ชวยบํารุงกําลัง ชกู ําลังใหมี
เรี่ยวแรงทํางาน (S2-59)

สรรพคณุ
• ตาํ รบั ยาบาํ รุงนา้ํ นม : บํารงุ นาํ้ นม (N1-270)
• ตาํ รบั ยาบํารุงนา้ํ นม : บาํ รงุ น้าํ นม ขบั นํ้านม (N1-155)
• ตํารับยาบาํ รุงนา้ํ นม : บาํ รงุ นํ้านม ชว ยขบั นาํ้ นม (N1-255)

305

บวบขม บอนเตา่
ชอ่ื ทองถนิ่ : บวบขม (พทั ลุง) ชอื่ ทอ งถิน่ : บอนเตา (พิษณุโลก)
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Luffa aegyptiaca Mill. ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Hapaline benthamiana Schott
ชอ่ื วงศ : CUCURBITACEAE ชอ่ื วงศ : ARACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาลมลุก ยาวถงึ 20 ม. เถาออ นเปน ส่ีเหล่ยี ม ลกั ษณะเดน : ไมล มลุก สงู 15-20 ซม. มหี วั ใตดิน แตกใบ 1-2
ตามสวนตา งๆ มขี นส้นั แข็งสากคาย ใบเดย่ี ว เรยี งสลับ รปู 5 ใบ/หัว ตามสวนตา ง ๆ ไมมีขน ใบรปู ไข ยาว 8-11 ซม. โคนใบ
เหล่ียม (คลา ยใบของบวบบานหรือตาํ ลึง) ขอบใบมตี งิ่ หนามสน้ั เวา ลกึ ปลายเสนแขนงใบโคงจรดกันใกลขอบใบ เห็นเสน ขอบใน
กลีบดอกสีเหลอื ง มี 5 กลีบ บานกวา ง 3-4 ซม. ผลรปู ทรง 2 ชั้น แผน ใบสเี ขียวหรอื มีลายดาง ชอดอกมีใบประดับสีขาว รูป
กระบอกแกมรี-แทง ยาว ยาว 10-30 ซม. กวาง 6-10 ซม. ผิวผล ใบหอก ยาว 3-4 ซม. สีขาว
มีลายสเี ขยี วเขมตามแนวยาว 8 แนว ภายในผลแกม เี สนใยเปน สรรพคณุ
โครงรางทนทาน • หวั และใบ : แกฝห นอง (N1)
สรรพคุณ
• เมลด็ : ทาํ ใหคล่นื ไสอ าเจียน ทาํ ใหล ําไสขยอ น (เชน ใชล า งทอง
คนกินเหด็ พษิ กนิ สารพิษชนดิ ทีไ่ มใชย าฆาแมลง/ยาฆา หญา /
นาํ้ ยาลา งหอ งนํา้ /นํ้ามันเช้อื เพลิง/ทนิ เนอร เปนตน) (S3)
• ตาํ รบั ยาถายพยาธิ : ยาถายพยาธิ ชว ยระบายทอง (S1-07)
• ตํารบั ยาแกอ งคชาตตายไมเ กนิ 3 ป : แกอ งคชาตตายไมเกิน 3
ป บาํ รุงองคชาต บํารุงกาํ ลงั (S1-40)

ชอ ดอกของบอนเตา

306

บอระเพ็ด สรรพคณุ
ช่อื ทองถนิ่ : เครอื ขอฮอ บอระเพด็ (อุดรธาน)ี , • เถา : แกไขตวั รอน แกโ รคเบาหวาน (N1)
เจตมลู ยา น เจตหมูน บอระเพด็ (ตรงั ), บอระเพด็ • เถา : บํารุงหัวใจ ลดนา้ํ ตาลในเลือด (NE3)
(พิษณุโลก) • เถา : แกไ ข บํารงุ รา งกาย (NE5)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Tinospora crispa (L.) Hook. f. & • ใบ : แกไ ข; ใบและผล : ตม นํ้าอาบ แกโ ลหิตจาง ชวยใหเ ลอื ด
Thomson ไหลเวียนไดดี; ลําตน และราก : ชวยขบั ปส สาวะ บาํ รงุ ไต แก
ชื่อวงศ : MENISPERMACEAE กระษัย แกปวดเมอ่ื ย และแกม ดลกู พิการ (R19)
ลักษณะเดน : ไมเ ถาเน้ือคอ นขางออ น เถามนี ํา้ ยางใส รสขม • ตํารับยาอายุวฒั นะ : ยาอายุวฒั นะ บาํ รงุ รางกาย (N1-83)
เปลือกเถามชี อ งอากาศนนู บวมชดั เจน ใบรปู หวั ใจ ผวิ เกลี้ยง, พบ • ตาํ รับยาฟอกเลอื ด : ขบั เลอื ดเสยี ฟอกเลือด (NE3-014)
ตามท่ีรกรา ง และชายตามปา เบญจพรรณและปาดงดิบทวั่ บอระเพ็ดพุ งช้าง
ประเทศ ช่ือทองถิน่ : บัวบกโคก บัวบกเถา (พษิ ณโุ ลก)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Stephania suberosa Forman
ชือ่ วงศ : MENISPERMACEAE
ลักษณะเดน : ไมเถาเนอ้ื ออน เถาเกลีย้ งและมีนาํ้ ยางใส หัวมี
เปลอื กหนาและแตกเปนรอ ง-รปู หลายเหล่ยี ม ใบรปู กลมแกม
สามเหล่ยี ม แผนใบดานลา งมขี นประปรายและอาจจะมนี วล กา น
ใบตดิ แบบใบบวั , พบตามปา ดงดิบแลงหรอื ปา เบญจพรรณทมี่ ีหนิ
โผล เปนพืชถน่ิ เดียวพบในภาคกลางและภาคตะวนั ตกของไทย
สรรพคุณ
• หวั : แกปวดหลงั แกความดัน เปนยาอายวุ ัฒนะ (N1)
• ตํารับยาแกปวดเม่อื ยกลามเน้ือ-เสน เอ็น/บํารุงกําลงั : แกป วด
เมื่อยกลามเนอื้ -เสน เอ็น บํารุงกําลัง (S2-61)

307

บนุ นาค สรรพคณุ
ช่อื ทองถิน่ : นากบุด บนุ นาค (พทั ลุง, ตรงั ), • ทั้ง 5 : บํารงุ ระบบประสาท แกกระสับสา ย, ดอก : เปน หน่ึงใน
บุนนาค (สระแกว, พษิ ณโุ ลก) พกิ ัดยาเกสรทง้ั 5 ชวยบํารงุ หัวใจ แกล มวงิ เวียน บํารงุ ครรภ
ช่ือวิทยาศาสตร : Mesua ferrea L. (S1)
ช่ือวงศ : CALOPHYLLACEAE • ราก : แกไ ข บาํ รุงเลือดลม (N1)
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 30 ม. เปลอื กเรียบ-แตกสะเกด็ มีนา้ํ • ตํารับยาไขทบั ระดู : แกไ ขท บั ระดู ระดผู าไข แกพ ิษโลหติ ระดู
ยางสเี หลอื งใสและเหนียว ใบเดี่ยว เรียงตรงขาม รปู ขอบ แกร อนใน แกค ลมุ คลง่ั (E1-06)
ขนาน-ใบหอก ยาว 10-13 ซม. เนื้อใบหนาเหน็ เสนแขนงใบไมช ดั • ตํารับยาเกสรท้ัง 5 : หรอื พกิ ดั เกสรทัง้ หา : ชว ยบาํ รงุ หัวใจ
ผวิ เกลยี้ ง ผวิ ใบดานลา งมนี วลแปง สีขาว กลบี ดอกสขี าว มเี กสร แกล มวิงเวียน บาํ รุงครรภ (S1-14)
เพศผูจํานวนมาก บานกวา ง 5-7 ซม. มกี ลิ่นหอม ผลรปู ไขกวา ง • ตํารับยาแกไ ขต วั รอน : แกไ ขต วั รอน ปวดหวั ถอนพิษไข ไข
ยาว 4-5 ซม. ผิวผลขรุขระ ข่วั ผลมีกลบี เลย้ี ง 4 กลบี ตดิ ทน หวัด ไขปอดบวม (S2-01)
• ตํารบั ยาละลายล่ิมเลอื ด : ชวยละลายลิ่มเลอื ด บรรเทาอาการ
เสน เลือดตบี (S2-30)
• ตํารับยาโรคอัมพฤกษ- อัมพาต : รกั ษาอัมพฤกษ-อัมพาต
(S2-33)
• ตํารับยาบาํ รุงโลหิตสตรโี ดยตรง/ประจาํ เดือนเปน ปกติ :
บํารุงโลหิตของสตรโี ดยตรง รกั ษาอาการประจําเดอื นใหเ ปน
ปกติ แกโ ลหติ ระดเู สีย บํารงุ ธาตุ (S2-50)
• ตาํ รับยาบํารุงเลอื ด/หวั ใจ/รางกาย : บาํ รงุ เลอื ด ดมู เี ลือดฝาด
บํารงุ หัวใจ บาํ รุงรางกายทงั้ ชาย-หญิง แกอ าการซูบผอม
(S2-51)
• ตาํ รบั ยาหอมอินทจกั ร : แกค ลื่นเหยี นอาเจยี น หนา มดื จะเปน
ลม ลมจกุ เสียดแนนหนา อก แนนทอ ง ทองอืด อาหารไมยอย
ปรับระบบการหมุนเวยี นเลอื ดใหดี ชวยบาํ รุงหัวใจ (S3-04)
• ตํารบั ยาประสะจนั ทนแดง : แกไข ตัวรอ น รอ นในกระหายน้ํา
ไขเซื่องซึม ไขเ ปลี่ยนฤดู (S3-09)
• ตํารับยาเทพมงคล : แกไ ขต ัวรอ น ถอนพษิ ไข ไขก าฬ, แก
อาการชกั -ล้ินกระดางคางแขง็ -แนนิ่งหนาเปลยี่ นสี-มอี าการ
มึน-กระหายนํ้าหอบพัก, แกโรคหละ-โรคละออง-โรคซางในเดก็
(S3-11)
• ตํารับยาแกไ ขต วั รอน : แกไขตัวรอน (S3-23)
• ตํารบั ยาแกทอ งผูก : แกท องผกู ชว ยระบายทอ ง (S3-37)
• ตาํ รบั ยาแกท องรวง-ทอ งเสีย-บดิ : แกทอ งรว ง-ทองเสยี แกบ ดิ
ชวยคุมธาตุ (S3-43)
• ตํารบั ยาแกตน ไข (ไขร ะยะแรก) : แกตน ไข (ไขเ บ้ืองตนหรือไข
ระยะแรก เชน ไขต ัวรอ น ไขกาฬ ไขพษิ ไขกาํ เดา) (S3-44)
• ตาํ รับยาแกน ้าํ นมแหง /ขบั นาํ้ นม : แกนา้ํ นมแหง ชว ยขับ
น้ํานมในสตรหี ลังคลอด (S3-50)

กลาง : แผน ใบดา นลา งของบุนนาคมนี วลแปง สขี าว, ลาง : เมลด็

308

ใบตา่ งดอก
ชื่อทองถิน่ : ใบตา งดอก แกมขาว (ตรงั )
ช่อื วิทยาศาสตร : Mussaenda angustisepala Ridl.
ชื่อวงศ : RUBIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนือ้ แข็ง ยาวถึง 20 ม. ตามกงิ่ แผนใบ และ
ชอ ดอกมขี นยาวหนาแนน ใบเดี่ยว เรียงตรงขา ม รูปรี ยาว 8-12
ซม. เสนกลางใบมกั มีสแี ดง ชอ ดอกออกท่ีปลายก่ิง ยาว ถงึ 7 ซม.
กลบี เล้ียง 5 กลีบ สเี ขยี ว รปู ใบหอก ยาว 6-10 มม. แตมี 1 กลบี
สขี าว ขยายใหญ รูปไขแกมกลม กวา ง 5-9 ซม. กลบี ดอกเปน
หลอดยาว 2 ซม. ปลายแยก 5 แฉก สสี ม
สรรพคณุ
• ตํารบั ยาบาํ รุงโลหติ สตรีโดยตรง/ประจําเดือนเปน ปกติ :
บํารงุ โลหิตของสตรโี ดยตรง รักษาอาการประจําเดือนใหเ ปน
ปกติ แกโ ลหิตระดูเสยี บํารุงธาตุ (S2-50)

บา่ วมา้ มืด ใบแหง ของบาวมามดื
ชื่อทอ งถิน่ : บาวมา มืด (พทั ลงุ , ตรัง) สรรพคุณ
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Mussaenda glabra Vahl • ทง้ั 5 : บํารุงกาํ ลัง (S1)
ช่ือวงศ : RUBIACEAE • ตาํ รบั ยาแกป วดเมื่อยกลา มเนอ้ื -เสน เอ็น/บาํ รุงกําลงั : แกป วด
ลักษณะเดน : ไมพ ุม สูง 1-2 ม. ตามสวนตา งๆ เกลยี้ ง ใบเด่ียว เมอื่ ยกลามเน้อื -เสน เอน็ บํารงุ กําลัง (S2-61)
เรยี งตรงขา ม รูปรี ยาว 12-20 ซม. แผนใบดา นบนมันเงา ขยใ้ี บมี
กลนิ่ หอมคลายกล่ินของเถาชะลดู (Aly_rei) ชอ ดอกออกที่ปลาย
กิง่ ยาว ถงึ 7 ซม. กลบี เล้ยี ง 5 กลีบ สีเขยี ว รปู สามเหล่ยี ม ยาว
2 มม. แตมี 1 กลีบสขี าว ขยายใหญ รูปไขแ กมกลม กวาง 3-5
ซม. กลีบดอกเปน หลอดยาว 3-4 ซม. ปลายแยก 5 แฉก สสี ม

309

ปรงทะเล ปรงสวน
ช่ือทอ งถน่ิ : ปรง ปรงไข (ตรงั ) ชือ่ ทองถิน่ : กดู มนั แดงตวั ผู (พิษณุโลก), ลาํ เทง็
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Acrostichum aureum L. (ตรัง)
ชือ่ วงศ : PTERIDACEAE ชื่อวิทยาศาสตร : Stenochlaena palustris (Burm.f.) Bedd.
ลกั ษณะเดน : ไมลมลุก กลุมเฟน ลําตน ส้ันอยูชิดผิวดนิ ใบออก ชอื่ วงศ : BLECHNACEAE
เปน กระจุกรอบ ใบประกอบแบบขนนก ยาว ถึง 1.5 ม. ใบยอ ย ลักษณะเดน : ไมเ ถาลมลกุ กลมุ เฟน ลาํ ตนทอดคลานทผ่ี วิ ดิน
เรยี งสลับ มขี างละ 5-10 ใบ รูปแถบยาว ยาว 20-40 ซม. เสน ใบ และไตข น้ึ ตน ไมไ ดสงู ถงึ 20 ม. ใบประกอบแบบขนนก ชอใบยาว
แบบรา งแห สรางสปอรท ี่ใบยอ ยคูทอ่ี ยปู ลายชอใบและสรางท่ีผิว 40-60 ซม. มีใบยอยขางละ 15-20 ใบ เรียงสลับ รปู ขอบ
ใบดา นลา งเตม็ แผนใบ สีสนมิ , พบตามปาชายเลนหรือพืน้ ทชี่ ้ืน ขนาน-ใบหอก ยาว 7-20 ซม. ขอบใบจกั ฟน เลอ่ื ยแหลม เสน ใบ
แฉะดนิ เปน โคนและเค็ม ใกลชายทะเล แบบขนนกถ่ีและเรียงขนานกนั ใบทสี่ รา งสปอรเ ปน เสน เรยี วยาว
สรรพคณุ มีสปอรติดเต็มผวิ ใบดานลา ง สนี ํ้าตาล-สสี นิม, พบตามพ้นื ที่ชุม น้าํ
• ตํารบั ยาไขอสี ุกอใี ส : แกโ รคอสี ุกอีใส หรือไขส ุกใส (S2-38) หรอื ปาพรทุ ัว่ ประเทศ
สรรพคณุ
• เหงาหรอื ท้งั ตน : แกไข (N1)
• ตาํ รบั ยาไขอ ีสุกอีใส : แกโรคอสี ุกอีใส หรอื ไขสกุ ใส (S2-38)

ปรงทะเล/ปรงไขสรางสปอรทแ่ี ผน ใบดานลาง ปรงสวน/ลําเท็ง เปนไมเล้อื ย, บนขวา : ใบสรางสปอรเ ปนเสน
เรยี วยาว, ลางขวา : ขอบใบจักฟน เลื่อย

310

ประคาํ ไก่ • ตํารบั ยาแกทอ งผกู /พรรดึก : แกอาการทองผกู หรอื พรรดกึ
ชอ่ื ทองถ่นิ : ประคําไก มะคาํ ไก (ตรงั ), มะคาํ ไก (อาการทองผูกรุนแรง มอี จุ จาระเปน กอนกลมแข็ง) (S3-41)
(พทั ลุง, อดุ รธานี) ประดงเลอื ด
ชอื่ วิทยาศาสตร : Putranjiva roxburghii Wall. ชือ่ ทอ งถน่ิ : กําลงั เลอื ดมา (พษิ ณุโลก), ประดงแดง
ชื่อวงศ : PUTRANJIVACEAE (ฉะเชิงเทรา), เลือดมาเครือ (สระแกว)
ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 30 ม. เปลือกเรยี บ ตามสวนออ น ๆ ชื่อวิทยาศาสตร : Spatholobus harmandii Gagnep.
ชอ ดอกและผลมีขนส้นั ใบเดี่ยว เรียงสลบั ระนาบเดียว รูป ชื่อวงศ : FABACEAE
ไข-ขอบขนาน ยาว 5-12 ซม. จุดเดน ท่ีมโี คนใบเบย้ี วเลก็ นอ ย ลักษณะเดน : ไมเ ถาเน้ือแขง็ ยาวถงึ 20 ม. ตามกงิ่ ออ น กานใบ
ขอบใบจกั ฟนเลอ่ื ย ปลายใบเรยี วแหลม เสนใบยอยแบบรา งแห เสน กลางใบดานลางแผนใบ และผลมขี นนุมสนี ํา้ ตาลคลาย
ผิวใบเกลย้ี ง ผลรูปรี ยาว 2-3 ซม. มี 1 เมลด็ กาํ มะหย่ี ใบเรยี งเวยี น จดุ เดน อยทู ี่ ตามกานใบและกานใบยอ ย
บวมพองและมขี นส้นั สีสนิม ใบประกอบมี 3 ใบยอ ย รปู ใบ
หอก-ขอบขนาน ยาว 7-11 ซม. แผน ใบเรียบ ชอ ดอกยาวถึง 30
ซม. กลบี เลยี้ งสขี าว กลบี ดอกสแี ดงเขม ยาว 1 ซม., ผลมปี ก แบน
รปู ขอบขนาน ยาว 8-11 ซม. ทป่ี ลายดา นหน่งึ ตดิ เมล็ด
สรรพคณุ
• เปลือก : บาํ รุงเลือด (E2)
• เถา : บาํ รงุ เลือด (N1)
• ตํารบั ยาแกป วดเม่อื ย/บํารุงรางกาย/อัมพาต : แกปวดเมื่อย
ตามเสน-ขอ -หลงั -เอว อมั พาต บํารุงรา งกาย ชวยใหเ จริญ
อาหาร (E3-02)

สรรพคุณ
• เปลือกและเนอ้ื ไม : กระตุนความรูสึกทางเพศ (NE3)
• ตาํ รับยาแกก ษัยไตพกิ าร : แกกระษัย ไตพิการ บํารงุ ไต, ชว ย
ขบั ปสสาวะ (S2-09)
• ตํารับยาแกปวดเม่ือย/ชาตามปลายมือ-เทา : แกป วดเมือ่ ย
ตามรางกาย แกอาการชาตามปลายมือ ปลายเทา (S2-36)
• ตาํ รับยาซอ มแซม/เสรมิ สรา งเสนเอน็ พิการ : ชว ยซอ มแซม
และเสรมิ สรา งเสน เอน็ ท่ีพกิ าร (S2-53)
• ตํารับยาเขียวเบญจขันธ (คมั ภีรเ วชศึกษา) : แกไ ขตวั รอ น ไข
หวัด ไขห ดั ไขอีสกุ อใี ส ท่ีมอี าการเพอดวย (S3-18)

311

ประดู่ • ตํารับยาบํารงุ โลหิตสตรโี ดยตรง/ประจาํ เดือนเปนปกติ :
ชอ่ื ทอ งถิน่ : ประดู ดู (อดุ รธาน)ี , ประดปู า บาํ รุงโลหติ ของสตรโี ดยตรง รกั ษาอาการประจาํ เดือนใหเปน
(พษิ ณุโลก) ปกติ แกโลหิตระดูเสีย บาํ รงุ ธาตุ (S2-50)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Pterocarpus macrocarpus Kurz ประดูโ่ คก
ชอ่ื วงศ : FABACEAE ชอ่ื ทองถ่นิ : -
ลักษณะเดน : ไมต น ผลดั ใบ สงู ถงึ 30 ม. เปลอื กแตกเปนสะเกด็ ชอื่ วิทยาศาสตร : Enkleia thorelii (Lecomte) Nevling
ขนาดเล็ก มนี ํ้ายางสีแดงเขม ตามสวนออ น ๆ ชอดอก และกาน ชอื่ วงศ : THYMELAEACEAE
ใบมขี นสน้ั ใบเรียงสลบั ใบประกอบแบบขนนก มใี บยอ ยขางละ ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ รอเล้ือย ยาวถงึ 5 ม. มรี ากสะสมอาหาร
3-4 ใบ เรียงสลับ รปู ร-ี รปู ไข ยาว 6-10 ซม. ชอดอกสีเหลอื ง มี อวบอวนอยูใ ตด ิน ยาวไดถงึ 1 ม. ตามกิ่งออนมีขนส้ันหนา
กลน่ิ หอม ผลแบบมปี กรอบ รูปคอ นขางกลม กวาง 5-8 ซม. มี แนน -เกล้ียง ใบเดยี่ ว เรยี งกึง่ ตรงขา มหรือเรียงสลบั รูปรี-ไขกลับ
เมลด็ นนู อยูตรงกลาง ยาว 2.5-4.5 ซม. ปลายใบมนและมีติง่ หนาม โคนใบรปู ล่มิ มเี สน
ขอบใบ เน้ือใบหนา มขี นสนี า้ํ ตาลแดงท่ผี ิวใบดา นลาง-คอ นขาง
เกลยี้ ง กลีบเล้ียงเปนหลอดยาว 1 ซม. กลีบดอกสขี าว ยาว 3-5
มม. ชอ ดอกมใี บประดับชัดเจน (คลายใบ) สีเขียวออ น ออกเปน คู
รูปรี ยาวถงึ 3.5 ซม. มีขนสีนํา้ ตาลแดง ผลรูปรี ยาว 1.4 ซม.
สรรพคุณ
• หัวหรอื ลําตน : รักษาโรคประดง รักษาโรคเบาหวาน รกั ษาโรค
เกา ท บาํ รุงอวัยวะเพศชาย (NE5)

สรรพคณุ ขวา : ผลของประดโู คก
• แกน : แกล มบา หมู (N1)
• เปลอื ก : สมานแผล แกทอ งเสีย (NE3)
• ดอก : ตํารายาไทยใชดอกแหง แชหรือชงน้าํ รอนใหสตรีคลอด
บุตรใหม ๆ ดมื่ ตา งนํ้า แกขัดเบา ชกั ลมบา หมู (R14)
• ตาํ รบั ยาโรคลมชัก : แกโ รคลมชกั (N1-200)
• ตาํ รบั ยาโรคหอบหืด/นา้ํ กัดเทา : รักษาโรคหอบหดื รกั ษาโรค
นาํ้ กดั เทา (N1-266-1)
• ตํารบั ยาวัยทอง : รักษาอาการวัยทอง รักษาเลอื ดลมใหเปน
ปกติ (S2-25)

312

ประยงค์เกลือ่ น ประยงคป์ า่
ชื่อทอ งถิ่น : ครอบจักรวาล (พิษณโุ ลก), ชือ่ ทองถ่นิ : คา งคาวหนู (สระแกว)
นา้ํ ขา ว ชมชื่น (สระแกว ) ช่ือวทิ ยาศาสตร : Aglaia odoratissima Blume
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Glycosmis parva Craib ชอ่ื วงศ : MELIACEAE
ชื่อวงศ : RUTACEAE ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 20 ม. เปลือกเรยี บ ก่งิ ออ นมีขนสน้ั สี
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม สูง 1-2 ม. มีขนสีสนิมตามยอดออนและชอ นา้ํ ตาลแดง และน้ํายางสีขาวมีกลนิ่ คลายยางลางสาด ใบเรียง
ดอก จดุ เดนที่มีใบเดย่ี ว-ใบประกอบมี 2 ใบยอย เรียงสลับ รูป เวยี น ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบยอย 3-5 ใบ เรียงตรง
รี-ใบหอก ยาว 4-9 ซม. เนอื้ ใบคอนขา งหนา เห็นตอมนาํ้ มันทผ่ี ิว ขาม ใบยอ ยรปู รี-หอกกลบั ยาว 4-9 ซม. ผิวเกลีย้ ง แกนใบและ
ใบดานลา ง ขย้ีใบมีกลนิ่ ฉนุ คลา ยสม ดอกออกตามก่ิง-ซอกใบ กา นใบมคี รบี เล็กนอย ชอดอกยาวถงึ 20 ซม. ดอกขนาดเล็กมาก
ขนาดเลก็ สีขาว กลีบดอก 5 กลบี ยาว 5-7 มม. ผลทรงกลม สีเหลืองครีม ยาว 2-3 มม. ผลทรงกลม-รี กวาง 1-1.5 ซม. สกุ สี
กวา ง 8-10 มม. ผลสกุ สชี มพเู น้ือใส เหลอื งคล้าํ
สรรพคุณ สรรพคณุ
• ทงั้ 5 : ถอนพษิ งู ถอนพิษไข (E2) • ใบและราก : รักษาโรคผวิ หนัง รักษาแผลอักเสบ ฝห นอง, แกน
• ทงั้ 5 : ลดความดัน ลดกรดยรู ิก แกล มบาหมู (N1) ราก และใบ : แกไ ขตัวรอน (E2)

บน : ผลออ น-สกุ , ลา ง : ดอกของประยงคเ กลอ่ื น บน : ผลออน-สุกของประยงคปา

313

ปลาไหลเผอื ก
ช่อื ทองถนิ่ : ปลาไหลเผือก (พทั ลุง, ตรัง, อุดรธาน,ี
พษิ ณุโลก), ปลาไหลเผือก ปลาไหลทอง (สระแกว)
ชื่อวิทยาศาสตร : Eurycoma longifolia Jack
ช่ือวงศ : SIMAROUBACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ สูงถงึ 6 ม. มีรากสะสมอาหารเปนแทงยาว
ใตดนิ ยาวถึง 60 ซม. ใบเรียงเวยี น ใบประกอบแบบขนนก ยาว
40-60 ซม. ใบยอ ย 17-25 คู เรยี งตรงขา ม-เกือบตรงขาม ใบยอย
รปู ใบหอก ยาว 3-7 ซม. ผิวเกล้ยี ง ชอ ดอกยาวถงึ 30 ซม. มขี นสี
นํ้าตาลแดง ดอกเลก็ สแี ดงเขม มกี ลีบดอก 5 กลีบ ผลตดิ เปน กลมุ
3-5 ผล/กลุม ผลยอ ยรปู ขอบขนาน ยาว 2 ซม. สีเขยี วออ น-สีแดง
เรื่อๆ
สรรพคุณ
• เปลือกตน : ใชส มานแผล แกท อ งเสยี แกโรคตบั ; ยาง แกโ รค
มะเรง็ ขับพยาธิ ใสแผล; ราก บดใชกบั บาดแผล เปนยาขบั
ปสสาวะ แกปส สาวะผดิ ปกติ แกห นองใน; ใบ รกั ษาแผลเร้ือรัง;
ดอกและผล แกทอ งเสีย รกั ษาฝ แกบวม แกตกเลอื ด (R3)
• รากและลาํ ตน : แกไขต วั รอ น บํารงุ หลังคลอดบุตร (NE3)
• หัวและราก : แกโรคเบาหวาน และฝใ นทอ ง (N1)
• ตํารับยาถอนพษิ สัตวท ุกชนดิ /ประดงขอ -เสน : แกพ ษิ งู
ถอนพิษสตั วท ุกชนิด แกงสู วดั ประดงขอ ประดงเสน (E2-218)
• ตํารบั ยาโรคประดง : รักษาโรคประดง (NE2-018)
• ตํารับยาบาํ รุงรา งกาย : บาํ รงุ รา งกาย (NE3-011)
• ตาํ รบั ยาแกไ ข/แกรอ นใน : แกไ ข ตัวรอน แกร อนใน (S1-25)
• ตํารบั ยาแกไ ขต วั รอ น : แกไขตัวรอน ปวดหัว ถอนพิษไข ไข
หวดั ไขป อดบวม (S2-01)
• ตํารับยาจันทนล ลี า : แกไ ขท ับระดู แกไ ข ตวั รอ น ไขเ ปลยี่ นฤดู
แกป วด ลดการอักเสบ (S2-16)
• ตาํ รบั ยาโรคไสเ ล่ือน : รกั ษาโรคไสเ ลื่อนทั้งชายและหญิง หรือ
โรคไขล งฝก (S2-68)
• ตาํ รบั ยาจันทนลีลา : แกไขต ัวรอ น ไขหวัด ไขเ ปลย่ี นฤดู
(S3-13)

บน : ผล, กลาง : ชอ ดอก, ลา ง : รากของปลาไหลเผือก

314

ปอกระสา ใบปอกระสาตนอายุนอ ยจะหยกั เปนพู
ชอื่ ทอ งถิ่น : ปอกระสา (อุดรธาน)ี ปอขนนุ
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Broussonetia papyrifera (L.) ช่ือทอ งถิ่น : ปอแดง (พษิ ณุโลก)
L’ Her. ex Vent. ชื่อวทิ ยาศาสตร : Sterculia balanghas L.
ชื่อวงศ : MORACEAE ชื่อวงศ : MALVACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สูงถงึ 5 ม. ตน แยกเพศ ตามสวนตา ง ๆ ท่ีมี ลกั ษณะเดน : ไมต น ผลดั ใบ สงู ถงึ 10 ม. เปลอื กเรยี บ ตามผวิ ใบ
ชวี ิตมีนา้ํ ยางสขี าว กงิ่ ออ นมีหใู บ กงิ่ และใบมีขนสนั้ สากคายหนา ดา นลาง กา นใบ กงิ่ ออน และชอดอกมีขนส้นั สนี ํา้ ตาลแดง ใบ
แนน ใบเดี่ยว เรยี งตรงขา ม-สลับ รปู ไข-หยกั 5 พู ขอบใบจักฟน เดย่ี ว เรียงสลบั รปู ไข-ไขกลับ ยาว 9-15 ซม. โคนใบเวา ชอ ดอก
เล่อื ย ชอ ดอกเพศผเู ปน แทงหอ ยลง ชอ ดอกเพศเมียทรงกลม แบบกระจะ ดอกยอยเรียงกระจายอยา งหลวมๆ กลีบรวมสคี รมี
กวา ง 3 ซม. สเี ขยี วออน ผลติดเปน กลมุ ทรงกลม สุกสแี ดง รปู หอก ยาว 12-15 มม. ปลายกลบี งุมจรดเขา หากนั ทัง้ 5 กลีบ
สรรพคุณ โคนกลีบสีแดง ผลเปน กระเปาะรปู รี ยาว 6-9 ซม. มขี นกาํ มะหย่ี
• ลําตน ราก และใบ : ชวยรักษาโรครดิ สีดวงทวาร (NE2) สีขาว ตดิ เปน กลุม 2-5 ผล/กลุม สุกสีแดง แตกอาแนวเดยี ว
• ราก : ในคาบสมทุ รมลายู ตมน้ําดื่มเปน ยาบาํ รุงหลังการคลอด สรรพคณุ
บตุ ร แกรอนใน; เปลอื กและใบ : เปนยาฝาดสมาน แกบ ิด; • ตาํ รบั ยาแกพษิ เบื่อเมา/ความดนั /เบาหวาน : แกพ ิษเบือ่ เมา
เปลอื ก : แกท องเสีย แกอ าเจียน ใชเ ปน ยาภายนอกและภายใน; ตกคา ง แกว ิงเวยี น แกค วามดัน แกเ บาหวาน (N1-29)
ใบ : ในอนิ โดนีเซีย ใชแทนใบฝน แกเ บาหวาน (R3)

บน : ชอดอกเพศผู, ลา ง : ชอ ดอกเพศเมียและผลสกุ

315

บน : ชอดอกของปอขนุน, ลาง : ผลสกุ แตกอา กลาง : ผลออ น
ปอเต่าไห้
ช่ือทองถน่ิ : ปอเตา ไห (อุดรธาน)ี
ชื่อวิทยาศาสตร : Enkleia malaccensis Griff.
ชอื่ วงศ : THYMELAEACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพุมรอเล้ือย ยาวถึง 3 ม. ตามก่งิ ออ นมขี นสน้ั
หนานมุ -เกอื บเกล้ยี ง ใบเดีย่ ว เรียงตรงขา ม-เรยี งสลับ รูปรี-ไข
กลับ มลี ักษณะคลายประดูโคก (Enk_tho) มีจดุ ตา งที่ปอเตาไห
มีใบยาว 4-12 ซม. (ใบใหญยาวกวา ) ชอ ดอกมใี บประดับชัดเจน
(คลา ยใบ) สเี ขยี วออ น ออกเปนคู รปู รี ยาว 2-5 ซม. (คอ นขาง
ยาวกวา)
สรรพคณุ
• ใบ : รักษาโรคตา ลางตา; ผล : ยาถา ย (NE3)

316

ปอเตา่ ไห้ ปอฝา้ ย
ชื่อทอ งถิ่น : ขตี้ นุ (อุดรธาน)ี , ขี้อน ปอขี้อน ชอ่ื ทองถ่นิ : ปอขาว (พษิ ณโุ ลก)
(พิษณโุ ลก), สมี หหู มี (พทั ลงุ ) ชอ่ื วิทยาศาสตร : Firmiana colorata (Roxb.) R.Br.
ชือ่ วิทยาศาสตร : Helicteres hirsuta Lour. ชอ่ื วงศ : MALVACEAE
ชื่อวงศ : MALVACEAE ลกั ษณะเดน : ไมต นผลัดใบ สงู ถึง 30 ซม. เปลือกเรยี บ ตามก่งิ
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สูงถงึ 3 ม. ตามก่ิง ดอก ใบ และผลมขี น ชอดอก กานใบ และแผน ใบดา นลางมขี นสั้น ใบเดีย่ ว เรยี งเวียน
ยาวหนาแนน ใบเดี่ยว เรยี งสลบั รปู ไข- รูปขอบขนาน ยาว 13-20 รปู หัวใจ-แกมรูป 5 เหลยี่ ม กวา ง 13-20 ซม. โคนใบเวา ปลายใบ
ซม. ขอบใบจกั ฟน เลอ่ื ย 2 ชน้ั โคนใบมน-เวาเลก็ นอ ย มีเสนแขนง หยักเปน 3 แฉกเล็กนอย ปลายแฉกแหลม ชอดอกสีสม-แดง
ใบออกจากโคนใบ 1 คู กลบี เลย้ี งเปนหลอดยาว 1.5-2 ซม. มีจดุ กลีบเลี้ยงเปนหลอดยาว 4-5 ซม. ปลายแยก 5 แฉก ผลมปี ก รูป
เดน ท่กี ลีบดอกสีชมพเู ขม -สีแดงเขม ดอกยาว 2-3 ซม. ผลทรง ขอบขนาน ยาว 6 ซม. ผลออ นปก สีแดง มีเมล็ดรี ยาว 1 ซม. ตดิ
กระบอก ยาว 3-4 ซม. มีขนปุกปุยหนาแนน แกแ หง แตก 5 ซกี ที่ขอบปก ใกลโคน 2 เมลด็ ผลติดเปน กลุม 2-5 ผล/กลุม
สรรพคณุ สรรพคณุ
• ท้งั ตน : แกไข ในเด็ก (N1) • ตาํ รับยาแกพ ิษเบ่ือเมา/ความดัน/เบาหวาน : แกพษิ เบื่อเมา
• รากหรอื เหงา : ยาระบาย ชว ยขับลม (NE3) ตกคาง แกวิงเวียน แกความดัน แกเ บาหวาน (N1-29)
• ใบและราก : ขบั ลม (S3)

317

ปัดมกุ ปุดขนดอกขาว
ชือ่ ทอ งถ่นิ : คนั แรวนกขอ (พษิ ณโุ ลก) ชื่อทองถนิ่ : เรว ปา (ตรัง)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Lasianthus chrysoneurus (Korth.) Miq. ชอื่ วิทยาศาสตร : Alpinia rafflesiana Wall. ex
ชื่อวงศ : RUBIACEAE Baker var. hirtior (Ridl.) Holttum
ลกั ษณะเดน : ไมพุม สูงถงึ 2 ม. ตามกง่ิ และแผนใบดานลา งมีขน ชือ่ วงศ : ZINGIBERACEAE
ส้นั แนบผวิ สขี าวหนาแนน มีหูใบรปู สามเหลยี่ ม ใบเดยี่ ว เรยี งตรง ลกั ษณะเดน : ไมลม ลกุ มเี หงาใตดิน ตามสว นตา ง ๆ มขี นนุม
ขา ม รูปขอบขนาน ยาว 13-20 ซม. ปลายใบเรยี วยาว แผนใบ แบบกาํ มะหย่สี ีขาว ใบประกอบแบบขนนก ยาวถึง 1.5 ม. มีใบ
คอ นขา งหนา กา นใบยาว 5-8 มม. ผลรปู กลม กวาง 1 ซม. ผลสุก ยอ ยขา งละ 4-7 ใบในแตล ะขา ง เรียงสลับระนาบเดยี ว รูปขอบ
สขี าว ขนาน ยาว ถงึ 60 ซม. ชอ ดอกออกทป่ี ลายแกนใบ กา นชอดอก
สรรพคณุ สั้นมาก ชอดอกตง้ั ขึ้น สูง 5-10 ซม. ดอกยอยเชียงชิดกนั แนน
• ตาํ รบั ยาแกปวดเม่อื ย : แกป วดเมอื่ ย (N1-57) กลีบดอกสขี าว กลบี ปากสสี ม -แดง ขอบกลีบสขี าว แยก 3 พู ยาว
3 ซม., พบตามปา ดงดบิ ช้ืน ในภาคใตต อนลา ง
สรรพคณุ
• เมลด็ : รสเผ็ดรอน กล่ินหอม มสี รรพคณุ คลายขา นา้ํ หรอื เรว
ใหญ (Alp_mut_nob) สามารถใชแทนกนั ได (S2)
• ตํารบั ยาโรครดิ สดี วงทวาร ชนิดเลอื ดออก : รกั ษาโรคริดสีดวง
ทวาร ชนดิ มเี ลอื ดออก (S2-40)
• ตํารับยาโรคริดสดี วงทวาร : แกร ดิ สดี วงทวาร (S2-41)

กลาง : ผลออน, ลา ง : เหงา
ของปดุ ขนดอกขาว

ภาพโดย : ดร.ทวิ ธวฒั นาพริ ุณ

318

ปุดเมอื งกาน เดยี ว รูปขอบขนาน ยาว ถงึ 60 ซม. ชอดอกออกจากเหงา ใตดิน
ช่อื ทองถ่ิน : ขาใหญ แหนงดอกแดง (พษิ ณโุ ลก) ต้ังขนึ้ อยใู กลผ ิวดิน รปู รี ยาว 10-15 ซม. คลายปดุ เมอื งกาน
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Etlingera araneosa (Baker) R.M. Sm. (Etl_ara) มีจุดตา งทป่ี ดุ ใหญม ใี บประดบั สชี มพอู อ น ขอบใบ
ชือ่ วงศ : ZINGIBERACEAE ประดับไมม ีเย่อื บางสีขาว กลบี ดอกรูปลิ้นยาว ยาว 5-7 ซม. สี
ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลกุ มีเหงาใตด ิน ใบประกอบแบบขนนก ยาว แดงเขมขอบกลบี มีเสนสเี หลืองรอบ, พบตามชายปาดงดิบ ใน
ถงึ 3 ม. มใี บยอ ยขา งละ 8-15 ใบในแตละขาง เรยี งสลับระนาบ ภาคตะวนั ออก และภาคตะวันตกเฉยี งใต และภาคใต
เดียว รปู ขอบขนาน ยาว ถึง 60 ซม. ชอ ดอกออกจากเหงาใตดิน สรรพคุณ
ต้งั ขนึ้ อยูใ กลผวิ ดิน รปู รี ยาว 10-15 ซม. ใบประดบั สแี ดงเรียง • หนอ ออ น : บํารุงกําลงั (S2)
ซอ นแนบกันแนน มจี ุดเดน ทขี่ อบใบประดบั มีเยื่อบางสีขาว กลบี • เหงา : รักษาแผลสด (S3)
ดอกรูปลิ้นยาว สแี ดงเขม ยาว 5-7 ซม., พบตามชายปาดงดิบ ใน
ภาคเหนอื ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกเฉยี งใต
สรรพคุณ
• เหงา : แกปวดขอ (N1)

ปดุ คางคก
ช่ือทองถน่ิ : ปดุ ชาง (ตรัง), ปุดดิน ปดุ แดง (พทั ลุง)
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Etlingera littoralis (J. Koenig) Giseke
ชื่อวงศ : ZINGIBERACEAE
ลักษณะเดน : ไมล มลกุ มเี หงาใตดิน ใบประกอบแบบขนนก ยาว
ถงึ 3 ม. มีใบยอยขางละ 8-15 ใบในแตล ะขาง เรยี งสลับระนาบ

319

แปง้ นอ้ ย

ช่อื ทอ งถน่ิ : กําลงั ชางสาร (สระแกว ) เปราะปา
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Leptopus australis (Zoll. & Moritzi) เปราะใหญ่
Pojark. ชอื่ ทอ งถน่ิ : เปราะปา (สระแกว ), วานนกคุม
ชื่อวงศ : EUPHORBIACEAE (ตรัง)
ลกั ษณะเดน : ไมลม ลุก สงู ถงึ 30 ซม. ตามสวนตา ง ๆ มขี นสั้น ช่อื วทิ ยาศาสตร : Kaempferia elegans (Wall.) Baker
ประปราย ใบเดย่ี ว เรียงเวียน รูปรี ยาว 4-6 ซม. ดอกเด่ียว แยก ชอ่ื วงศ : ZINGIBERACEAE
เพศ ขนาดเลก็ สีเขยี วออ น มกี ลีบเลีย้ ง 5 กลีบ บานกวาง 7-10 ลกั ษณะเดน : ไมล มลุกมีเหงาส้นั ใตดนิ ใบเด่ียว ออก 2 ใบ คลาย
มม. ผลกลมแบน กวา ง 7 มม. มีกลีบเล้ียงติดทน กับเปราะปา (Kae_pul) มีจุดตางท่เี ปราะใหญมีใบรปู รี ยาว
สรรพคุณ 15-30 ซม. กา นใบยาว 4-10 ซม. มีกานชอดอกยาว 5-17 ซม.
• ทั้ง 5 : บาํ รงุ กาํ ลงั แกเ หน่ือยออ นเพลีย (E2) สรรพคุณ
เปราะปา่ • หัวหรอื เหงา : ตําหรือฝนทาแกอ าการอกั เสบจากการถกู แมลง
ชอ่ื ทอ งถิ่น : เปราะปา (สระแกว) สัตวก ัดตอ ย (E2)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Kaempferia pulchra Ridl. • ตาํ รับยาขบั ลม-เสมหะ-โลหิต/ถา ยเสนเอน็ : ชว ยขับลม ขับ
ช่ือวงศ : ZINGIBERACEAE เสมหะ ขับโลหติ ถายเสนเอน็ ทําใหเ สน เอ็นหยอ น ลดอาการ
ลักษณะเดน : ไมลมลกุ มเี หงา สั้นใตดิน ใบเด่ียว ออก 2 ใบ แนบ เสนตงึ (S2-105)
ตดิ ผวิ ดินหรือชขู ึ้นมาเหนอื ผิวดนิ เลก็ นอย ใบรปู รีกวา ง-กลม ยาว
12-18 ซม. ขอบใบไมมีเสนสมี ว งแดง แผน ใบหนา ผวิ ใบดานบนมี เปราะใหญ/วา นนกคมุ บางตนจะมใี บลาย
ลายดางสีขาวหรอื ไมม ี ผวิ ดา นลา งมีขนสัน้ นมุ กา นใบยาวนอย
กวา 3 ซม. กลบี ดอกสีมวงออ น-สีขาวลวน ใจกลางดอกแตมสขี าว
กลีบดอกรปู ไขกลับ เห็นชัด 4 กลบี ขนาดคอนขา งเทากนั รูปไข
กลบั ยาว 2-3 ซม. กา นชอ ดอกยาวนอยกวา 5 ซม.
สรรพคณุ
• หวั หรือเหงา : ตําหรือฝนทาแกอ าการอกั เสบจากการถูกแมลง
สัตวกัดตอย มีสรรพคุณคลายเปราะใหญ (Kae_ele) ใชแทนกนั
ได (E2)

320

ผลออนของเปลาเงิน

รากสะสมอาหารของเปราะใหญ เปล้าตะวนั
เปล้าเงิน ชื่อทองถน่ิ : เปลาตะวนั (สระแกว)
ชือ่ ทองถน่ิ : - ช่ือวิทยาศาสตร : Croton thorelii Gagnep.
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Croton argyratus Blume ช่อื วงศ : EUPHORBIACEAE
ชือ่ วงศ : EUPHORBIACEAE ลักษณะเดน : ไมพมุ -ไมต น สูงถงึ 8 ม. เปลือกเรยี บ-แตกรองตื้น
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 10 ม. เปลือกเรียบ มีขนสนั้ สีนํา้ ตาล ตามสวนออน ๆ มีขนสั้นสนี า้ํ ตาล ใบเดย่ี ว เรยี งเวยี น รปู ใบ
แดงตามก่งิ ออ น แผน ใบดานลาง ดอก และผล ใบเดย่ี ว เรยี งเวียน หอก-หอกแกมรี ยาว 10-20 ซม. ขอบใบจักฟนเลือ่ ยหา ง ผวิ ใบ
รูปรี ยาว 14-20 ซม. ขอบใบเรียบ โคนใบมน มีเสน แขนงใบ 1 คู ดานลางมีขนประปราย-เกล้ยี ง กานใบยาว 3-9 มม. ชอ ดอกตั้ง
ออกจากโคนใบ แผน ใบดา นลางมีขนสน้ั สีเงินหนาแนน มตี อ มสี ข้ึน ยาว 2-12 ซม. สขี าว ผลทรงกลม กวา ง 10-13 มม. มี 3 พู
เขยี ว 1 คู ท่โี คนใบ กานใบยาว 5-12 ซม. ใบกอนรว งมีสีสม -แดง ตืน้ ๆ ผวิ มีขนรปู ดาวสีขาวหนาแนน
ชอ ดอกต้ังขึ้น ยาว 12-25 ซม. สขี าว ผลทรงกลม กวา ง 1.2-1.5 สรรพคณุ
ซม. มีรองตื้นตามแนวยาว • ทง้ั 5 : รักษาโรคกระเพาะ รกั ษาบาดแผลภายในและภายนอก
สรรพคณุ (E2)
• ใบหรอื ราก : ตม นา้ํ ดืม่ รกั ษาอาการทองเสยี แผลในปาก ลาํ คอ
กระเพาะอาหาร รกั ษาแผลอกั เสบตา ง ๆ หรอื แกไข (R78)

321

บน : ชอดอก, ลา ง : ผลออ นของเปลา ตะวนั

เปล้าแพะ ซาย : ใบกอ นรว งสสี ม, ขวา : เปลอื กลําตนของเปลา แพะ
ช่อื ทองถ่ิน : เปลา แดง เปลาเลือด (พษิ ณโุ ลก) เปลา้ ใหญ่
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Croton hutchinsonianus Hosseus ชอื่ ทอ งถ่นิ : เปลา หลวง (สระแกว, อดุ รธาน)ี ,
ช่อื วงศ : EUPHORBIACEAE เปลา ใหญ (พิษณุโลก)
ลักษณะเดน : ไมพ ุม -ไมต น สูงถึง 12 ม. เปลือกแตกรอ งตนื้ -ลกึ ชื่อวทิ ยาศาสตร : Croton persimilis Mull. Arg.
ตามกงิ่ แผน ใบ ชอ ดอกและผลมีขนส้ันหนานมุ ใบเดี่ยว เรยี ง ช่อื วงศ : EUPHORBIACEAE
เวยี น รปู รี-แกมไขก ลบั ยาว 13-28 ซม. ขอบใบจกั ฟน เลอ่ื ยเล็ก ลักษณะเดน : ไมพ มุ -ไมต น สูงถงึ 10 ซม. เปลอื กเรียบ-แตกเปน
นอย-เรยี บ ผวิ ใบดานบนมรี อยกดตามแนวเสนแขนงใบ กา นใบ แผนรอ น ตามสว นออ น ๆ ชอดอกและผลมีขนส้ันสนี า้ํ ตาลแดง
ยาว 3-8 ซม. ใบกอ นรวงมีสสี ม ชอดอกตัง้ ข้ึน ยาว 10-30 ซม. สี ประปราย-เกอื บเกล้ยี ง ใบเดย่ี ว เรยี งเวยี น รปู รี ยาว 10-30 ซม.
ขาว ผลทรงกลม กวาง 8 มม. มรี อ งต้ืน 6 รอ งตามแนวยาว ขอบใบจักฟนเล่ือย ผวิ ใบดา นลา งมขี นประปราย-เกลีย้ ง กา นใบ
สรรพคุณ ยาว 1-5 ซม. ใบกอ นรวงสสี ม ชอ ดอกตง้ั ขนึ้ ยาว 9-35 ซม. สี
• น้าํ ยางที่ยอดหรือกานใบหรือใบสด : ใชน ํา้ ยางทาหรือตาํ ใบสด ขาว ผลทรงกลม กวาง 6-7 มม. มีรอ งต้นื 6 รองตามแนวยาว
ทา/พอกชว ยรักษาแผล ชวยสมานแผล (N1) สรรพคุณ
• ทัง้ 5 : รักษาโรคผวิ หนงั ผดผนื่ คันตามผิวหนัง (E2)
• เปลือกและใบ : แกอ ักเสบ แกป วดบวม ชว ยขับลม (N1)
• ใบ : ตําใบพอกแกฟกชํา้ ชา้ํ ใน หรอื เดด็ กา นใบใชย างทารกั ษา
แผลในปาก หรอื โรคเริมท่รี ิมฝปากไดดนี ัก (NE3)

322

• ตาํ รับยาแกฟกชํา้ -เคลด็ ขัดยอก : รักษาอาการฟกชา้ํ ชํ้าใน ผักกาดกบ
เคลด็ ขดั ยอก ตกจากทีส่ ูง รถชน (NE3-013) ชอื่ ทองถิ่น : วานมหากาฬ (อุดรธานี, ตรัง)
• ตํารับยาโรคหอบหืด/แกไ อ : แกห อบหืด แกไอ (S1-02) ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Gynura pseudochina (L.) DC.
• ตาํ รบั ยาอยูไฟหลงั คลอด : ชว ยขับนาํ้ คาวปลา มดลกู เขาอูเรว็ ชือ่ วงศ : ASTERACEAE
เลอื ดลมไหลเวยี นดี (S1-45) ลกั ษณะเดน : ไมลม ลกุ มลี าํ ตนสงู ถงึ 30 ซม. มีหวั หรอื ลําตน
สะสมอาหารใตด นิ คอ นขางกลม กวา งถงึ 5 ซม. ใบเดีย่ ว เรยี ง
เวียนกระจกุ ใกลผ ิวดิน รูปรี-รปู ไขก ลับ ยาว 5-18 ซม. ขอบ
เรยี บ-หยักคลา ยหนาม-หยักแบบขนนก มีขนสัน้ นุม แผนใบดา น
บนและดา นลา งบางคร้งั มีลายสมี ว งแซม กานชอ ดอกยาว 20-80
ซม. ดอกสีเหลือง-อมสมแดง เมล็ดยาว 3-4 มม. ปลายเมลด็ มีพู
ขนสีขาวจํานวนมาก, พบข้ึนตามท่ีโลงในปาผลัดใบหรือปาสน
ทัว่ ประเทศ ยกเวนภาคใต
สรรพคณุ
• ใบสด ราก หรือหัว : รักษาแผลอักเสบ ฝอกั เสบ แผลไฟไหมน ํ้า
รอ นลวก แกปวดแสบปวดรอ น แกไขตัวรอน (NE3)
• ตํารับยาโรคประดงเลือด : แกป ระดงเลือด เลอื ดขึน้ มอี าการ
คันตามผวิ หนัง (S2-27)

เปลา ใหญ/ เปลาหลวง

บนขวา : หวั ใตด ินของผกั กาดกบ/วานมหากาฬ

323

ผกั สาบ ใบของเถาอายมุ ากขอบใบท่หี ยกั จะคอ ย ๆ หายไป
ชอ่ื ทอ งถ่นิ : ผักสาบ อนี นู ปา (สระแกว) สรรพคุณ
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Adenia viridiflora Craib • ใบออ น : รสหวานมันกินเปนผักสด ลวก หรอื ปรงุ อาหาร ชวย
ชือ่ วงศ : PASSIFLORACEAE บํารุงเลอื ด บํารุงสายตา หรอื เขายารกั ษาโรคผวิ หนัง (E2)
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาลม ลกุ ยาวถงึ 15 ม. มหี วั ใตด นิ และมมี อื พนั
ออกตามซอกใบทีป่ ลายก่ิง ตามสวนตา ง ๆ เกล้ยี ง ใบเด่ยี ว เรียง
สลบั รูปไข-หัวใจ-หยกั 3 แฉก ยาว 6-14 ซม. ขอบใบเรียบ-หยัก
โคนเวา มีตอมหูด 1 คู (จุดเดน ) เนื้อใบหนาอวบน้าํ ขยี้ใบมกี ลนิ่
เหมน็ เขียว ดอกเปน หลอดปอ งกลาง สขี าว ยาว 1-1.4 ซม. ผล
ทรงกลม กวาง 5-9 ซม. เปลอื กหนามรี อ งต้นื ตามแนวตัง้ 3 แนว
เมือ่ สุกสีแดง แตก 3 ซีก, พบตามปา ผลดั ใบท่ัวไป

ผักหนาม
ชือ่ ทองถน่ิ : ผักหนาม (ตรงั , อดุ รธานี, พษิ ณโุ ลก)
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Lasia spinosa (L.) Thwaites
ชื่อวงศ : ARACEAE
ลักษณะเดน : ไมลมลุก สูงถึง 80 ซม. มีลําตนทอดคลานตาม
ผิวดิน ยาวถึง 1 ม. หนา 3-5 ซม. ตามลาํ ตน กาบใบ กานใบและ
กานชอ ดอกมหี นามสั้น (จดุ เดน ) ใบเดี่ยว เรยี งเวยี น รูปเง่ยี งใบ
หอก ยาว 18-50 ซม. ขอบหยักเปนแฉกแบบขนนกลกึ เกือบถงึ
เสนกลางใบ กา นใบยาว 30-60 ซม. ชอดอกมีกาบหมุ สนี ้ําตาลอม
มว ง ยาว 25-50 ซม. ปลายกาบบดิ เปน เกลียว ชอผลรูปทรง
กระบอก ยาว 7 ซม. มตี มุ หนามสน้ั จาํ นวนมาก, พบตามทชี่ น้ื แฉะ
รมิ ลาํ ธาร ทัว่ ประเทศ
สรรพคณุ
• เหงา : แกไข (N1)
• เหงา หรอื ราก : แกไอ ขับเสมหะ (NE3)
• ตํารับยาแกค ัน : แกอาการคันตามผวิ หนงั (S2-28)

บน : ผลสุกทีแ่ ตกแลว , ลางซาย : ตอมหดู 1 คทู ่โี คนใบ, ซา ย : ชอ ดอกดา นในกาบหมุ , ขวา : ชอ ผลของผกั หนาม
ลางขวา : ใบของเถาอายนุ อยจะหยัก 3 แฉก

324

ผกั หวาน

ผกั หนาม ไผร่ วก
ผักหวาน ช่ือทอ งถน่ิ : ไผร วก (ฉะเชิงเทรา), ไผรวก ไมร วก
ชือ่ ทองถิ่น : ผกั หวานปา (สระแกว, อดุ รธานี) (พิษณโุ ลก), ไมฮวก (อุดรธานี)
ชื่อวิทยาศาสตร : Melientha suavis Pierre ชื่อวทิ ยาศาสตร : Thyrsostachys siamensis Gamble
ชือ่ วงศ : OPILIACEAE ชื่อวงศ : POACEAE
ลักษณะเดน : ไมพุม-ไมตน สูงถึง 12 ม. เปลอื กเรียบสีเหลืองอม ลักษณะเดน : ไผข นาดคอ นขา งเลก็ สงู 3-10 ม. มลี าํ ตรง กอแนน
นาํ้ ตาล ตามสวนตา ง ๆ เกล้ียง ใบเดี่ยว เรียงเวยี น รปู ไข-รปู รี-ใบ กาบหมุ ลาํ ติดคงทน เสน ผานศูนยกลางลํา 2-5 ซม. เนอ้ื ลําหนา
หอก ยาว 5-13 ซม. ชอ ดอกแยกแขนง ยาวถงึ 20 ซม. ออกตาม และมกั ตนั บริเวณโคนลาํ เนอื้ ไมมเี สย้ี นบางและคมมาก ใบรปู
ลาํ ตน และกง่ิ ใหญ ดอกแยกเพศตา งตน ดอกยอ ยเลก็ มาก กลบี รวม แถบแคบ ยาว 5- 15 ซม., พบตามปา เบญจพรรณ ทัว่ ประเทศ
สเี ขยี วอมเหลอื ง 4-5 กลีบ ผลทรงรี ปลายกลม ยาว 2.3-3 ซม. ยกเวนภาคใต
ผิวเกล้ียง มีนวล สุกสีเหลือง มีเมล็ดแข็ง 1 เมล็ด, พบตามปา สรรพคุณ
ผลัดใบและปาดงดิบแลง ทัว่ ประเทศ • ราก : ขับปสสาวะ แกไ ตพกิ าร (NE3)
สรรพคณุ • ตํารบั ยาไขทบั ระดู : แกไขทบั ระดู ระดูผาไข แกพษิ โลหติ ระดู
• ใบออ น ยอดออนชอดอกออ น : รสหวานมัน ใชประกอบ แกรอนใน แกคลุมคลัง่ (E1-06)
อาหารทานแกอ าการปวดศรี ษะ แกปวดทอ ง แกป วดในขอ (E2) • ตํารับยาแกเลือดกําเดาไหล/โรคเลือดออกตามไรฟน :
• ตาํ รบั ยาโรคเบาหวาน : รกั ษาเบาหวาน (NE2-024) แกเลือดกําเดาไหล-เลือดออกตามไรฟน (N1-189)

325
ดอกสเี หลอื ง ยาว 1.8 ซม. ผลแบบฝก แบน แขง็ รปู ขอบขนาน
ยาว 7-12 ซม. ปลายมจี ะงอย มี 2-4 เมล็ด, พบตามปา
เบญจพรรณหรือชายปาดงดิบแลง ทว่ั ประเทศ, ตน ฝางท่มี แี กน ไม
สีแดงเขมจะเรียกวา ฝางเสน/ฝางแดง ถาแกนไมสีสมเรียกวา
ฝางสม ฝางท้ัง 2 ถอื วา เปน พชื ชนิดเดียวกันในทางพฤกษศาสตร

ฝาง ซาย : ฝก ออ น, ขวา : เปลอื กลาํ ตนของฝาง
ชอ่ื ทองถ่นิ : ขวาง ฝาง ฝางเสน (พัทลุง, ตรัง),
ฝางแดง ฝางสม ฝางเสน (สระแกว )
ชือ่ วิทยาศาสตร : Caesalpinia sappan L.
ช่ือวงศ : FABACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ ุมรอเล้ือย สงู ถึง 10 ม. แกน ไมส สี มเขม ลําตน
มีหนามท่ีมีโคนบวมหนา ตามกิ่ง กานใบ แกนใบมีหนามและ
ขนสนั้ ใบประกอบแบบขนนก 2 ชน้ั มใี บประกอบยอย 8-18 คู
มีใบยอยขางละ 6-20 ใบ รูปขอบขนาน ยาว 1-2 ซม. ปลาย
กลม-บมุ โคนใบเบี้ยว ชอดอกออกปลายกิ่ง ตัง้ ข้นึ สงู ถงึ 40 ซม.

326

• ตาํ รบั ยาหอมอินทจักร : แกคลื่นเหียนอาเจยี น หนามดื จะเปน
ลม ลมจกุ เสียดแนน หนาอก แนน ทอง ทองอดื อาหารไมยอย
ปรับระบบการหมุนเวียนเลอื ดใหด ี ชวยบาํ รงุ หัวใจ (S3-04)
• ตํารับยาประสะจนั ทนแ ดง : แกไข ตัวรอ น รอ นในกระหายน้าํ
ไขเซ่อื งซมึ ไขเ ปล่ียนฤดู (S3-09)
• ตํารับยาอทุ ัยโอสถ : แกไ ขตวั รอน แกร อนในกระหายน้าํ แก
ออนเพลียละเหยี่ ใจ เพ่มิ ความสดช่นื บํารงุ หวั ใจ (S3-22)

ซา ย : ฝางเสน/ฝางแดง, ขวา : ฝางสม ฝีหมอบ
สรรพคณุ ชือ่ ทอ งถิน่ : มะเขือขื่น (ตรัง)
• แกน : บาํ รุงโลหติ แกร อ นในกระหายนํา้ แกไ ขกาํ เดา ขบั ชื่อวทิ ยาศาสตร : Beilschmiedia roxburghiana Nees
เสมหะ (E2) ชื่อวงศ : LAURACEAE
• ตาํ รบั ยานาํ้ ฝางแกไอ : แกไ อ แกเ จบ็ คอ แกค อแหง แกไ อหอบหดื ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 20 ม. เปลอื กเรียบ-แตกสะเกด็ บาง
แกปอดหรอื หลอดลมอักเสบ แกวัณโรค แกไขหวัด บาํ รงุ เลือด ตามสวนออน ๆ มขี นส้นั นุม ใบเด่ียว รูปร-ี หอกกลับ ยาว 7-15
บํารงุ หัวใจ (E1-04) ซม. เน้ือใบคอ นขางหนา เกล้ยี ง ขยใ้ี บมีกลิน่ หอม กานใบยาว
• ตาํ รับยาไขท บั ระดู : แกไ ขทับระดู ระดูผา ไข แกพิษโลหติ ระดู 1.5-3 ซม. ชอ ดอกยาว 2.5-10 ซม. ดอกขนาดเลก็ สีเหลอื งอม
แกรอนใน แกค ลมุ คลั่ง (E1-06) เขยี ว มกี ลบี รวม 6-8 กลีบ เกสรสีแดง ผลรูปกลม-รียาว ยาว 1.5-
• ตํารับยาโรคเกา ท/ สะเกด็ เงนิ /กามโรค : โรคเกา ท รมู าตอยด 3 ซม. กา นผลบวมเล็กนอ ย รอยตอกบั ผลหยักคอดเปนรอง ผล
สะเกด็ เงนิ ผิวหนงั พุพอง กามโรค หนองในเทียม (E2-221) สุกสมี ว งดาํ และมีนวล, พบตามปา ผลดั ใบและปา ดิบแลง ทั่ว
• ตํารบั ยาอยไู ฟ/มดลูกเขาอู/ ไสเ ลือ่ น : ใชแทนการอยไู ฟ มดลูก ประเทศ
เขา อไู ว แกไ สเลือ่ นทั้งชายและหญงิ (E3-01) สรรพคณุ
• ตํารบั ยาแกปวดเมื่อย/บํารุงรางกาย/อมั พาต : แกป วดเม่อื ย • ตํารับยารกั ษาบาดแผลเรอื้ รัง/คตุ ราช/ชันตุ : รกั ษาบาดแผล
ตามเสน -ขอ-หลงั -เอว อมั พาต บาํ รุงรางกาย ชวยใหเ จริญ เรอ้ื รงั แกคุตราช แกชันตุ (S1-37)
อาหาร (E3-02)
• ตํารบั ยากําลังฮอสะพายควาย : บาํ รงุ กําลงั แกปวดเม่อื ยตาม
รา งกาย (S1-43)
• ตาํ รับยาสตรสี าวเสมอ : บาํ รงุ รกั ษาระบบภายในของสตรี ชว ย
กระชบั รางกาย (S2-15)
• ตํารบั ยาแกไ ขต ัวรอ น : แกไข ตัวรอ น ไขเ ปลีย่ นฤดู (S2-17)
• ตาํ รบั ยาวัยทอง : รกั ษาอาการวัยทอง รกั ษาเลือดลมใหเปน
ปกติ (S2-25)
• ตํารับยาโรคประดงเลอื ด : แกป ระดงเลือด เลือดขน้ึ มีอาการ
คันตามผวิ หนงั (S2-27)
• ตาํ รับยาโรคอมั พฤกษ-อัมพาต : รักษาอมั พฤกษ-อัมพาต
(S2-33)
• ตํารับยาบํารุงโลหติ สตรีโดยตรง/ประจําเดอื นเปน ปกติ :
บาํ รงุ โลหติ ของสตรีโดยตรง รกั ษาอาการประจําเดือนใหเ ปน
ปกติ แกโลหติ ระดูเสยี บาํ รงุ ธาตุ (S2-50)
• ตํารับยาบํารงุ เลือด/หัวใจ/รางกาย : บํารงุ เลอื ด ดมู ีเลือดฝาด
บาํ รุงหวั ใจ บํารงุ รา งกายทั้งชาย-หญงิ แกอาการซบู ผอม
(S2-51)

327

พญาปลอ้ งทอง ใบของพญาปลองทอง/เสลดพงั พอนตัวเมยี
ช่ือทองถิน่ : ลิ้นงูเหา (สระแกว ), เสลดพงั พอนตัว พญามลู เหล็ก
เมีย (อดุ รธาน,ี พษิ ณุโลก) ชื่อทองถนิ่ : พญามอื เหล็ก (ตรัง)
ชื่อวิทยาศาสตร : Clinacanthus nutans (Burm. f.) Lindau ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Strychnos lucida R. Br.
ชื่อวงศ : ACANTHACEAE ชอ่ื วงศ : LOGANIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมล มลุก สูงถึง 1.5 ม. ก่งิ เปน สีเ่ หลีย่ ม ตามสวน ลักษณะเดน : ไมพ มุ -ไมตน สงู ถึง 8 ม. เปลือกเรยี บ ตามกง่ิ ไมม ี
ออน ๆ และชอ ดอกมขี นสั้น ใบเด่ียว เรียงตรงขา มตัง้ ฉาก รปู ใบ หนามและมอื พนั ตามสว นออ น ๆ มขี นส้นั ใบเดี่ยว เรยี งตรงขา ม
หอก-แกมรูปแถบ ยาว 7-15 ซม. ขอบใบเรียบ-หยักเลก็ นอ ย ชอ รูปไข-เกอื บกลม ยาว 3-7 ซม. โคนใบกลม-เวา เล็กนอ ย มีเสน
ดอกออกชอ กระจุกแนน ท่ีปลายกิ่ง กา นดอกส้ัน กลบี เลยี้ ง 5 กลบี แขนงใบ 1 คู ออกจากโคนใบ เนื้อใบคอนขา งหนา ชอดอกออกท่ี
สีเขยี ว กลีบดอกสแี ดง ตั้งขนึ้ ยาว 4-7 ซม. ปลายกลบี แยก 5 ปลายกิง่ ดอกสเี ขียวออ น กลบี ดอกเปน หลอด ปลายแยกเปน 5
แฉก สเี หลอื ง ผลแหงแตก 2 ซกี รูปกระบอง มี 4 เมลด็ , พบตาม แฉก ผลทรงกลม กวาง 2-3 ซม. ผลสุกสีสม-แดง มี 2-3 เมล็ด,
ปา ดงดิบ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งใต พบตามปา ผลดั ใบ พบมากในพ้นื ที่เขาหินปูน
สรรพคุณ สรรพคุณ
• รากหรือใบ : รกั ษาแผลอักเสบ แกพิษรอน ถอนพษิ แมลงหรอื • ตํารับยากําลงั ฮอสะพายควาย : บาํ รุงกาํ ลัง แกปวดเมือ่ ยตาม
สัตวก ดั ตอย (E2) รางกาย (S1-43)
• ตํารบั ยาโรคดซี า น : รกั ษาโรคดซี าน (N1-118) • ตํารับยาซอ มแซม/เสรมิ สรา งเสนเอ็นพกิ าร : ชวยซอ มแซม
• ตาํ รับยาแกงูสวัด : รักษางูสวัด (N1-87)
• ตํารับยาถอนพษิ สัตวก ัดตอย : ชวยถอนพิษแมลงสัตวก ัดตอ ย
บรรเทาปวดบวมจากพษิ (NE2-023)

ชอดอกของพญาปลอ งทอง/เสลดพังพอนตวั เมยี

328

เนอ้ื ไมพ ญามูลเหล็ก สรรพคุณ
และเสรมิ สรางเสนเอน็ ทพ่ี ิการ แกอ าการกระษยั เสน ในทอ ง • ตํารับยาแกไขตวั รอ น : แกไข ตัวรอ น ไขเ ปลีย่ นฤดู (S2-17)
(เสน ทองแขง็ ) (S2-54) พรวด
• ตํารับยาโรคไสเ ล่อื น : รักษาโรคไสเ ลื่อนทั้งชายและหญิง หรอื ชือ่ ทองถน่ิ : พญารากขาว พรวด ทุ (พทั ลุง)
โรคไขล งฝก (S2-68) ช่อื วิทยาศาสตร : Rhodomyrtus tomentosa (Aiton)
Hassk.
พนมสวรรคป์ า่ ชือ่ วงศ : MYRTACEAE
ช่ือทองถ่นิ : นางแยม ปา (ตรงั ) ลกั ษณะเดน : ไมพุม สูง 1-4 ม. ตามแผนใบดานลาง กานใบ
ชือ่ วิทยาศาสตร : Clerodendrum villosum Blume ชอ ดอก และผลมีขนสน้ั หนานมุ สีขาว ใบเดีย่ ว เรยี งตรงขามต้ัง
ชื่อวงศ : LAMIACEAE ฉาก รปู ร-ี ไขกลบั ยาว 4-8 ซม. ปลายใบมน-กลม มีเสนแขนง
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สูงถึง 3 ม. ก่งิ เปน ส่เี หลี่ยม ตามสว นตา ง ๆ ออกจากโคนใบ 1 คู และมีเสนขอบใน 2 ช้ัน กลีบดอกสีชมพู
มขี นหนานุมคลายกํามะหยีส่ ีขาว-อมเขยี ว ใบเดีย่ ว เรยี งตรงขา ม มี 5 กลบี รูปไขกลับ ยาว 2-3 ซม. ผลรปู ไข- รี ยาว 2.5 ซม. สุกสี
ต้ังฉาก รปู ไข-ไขกวาง ยาว 11-21 ซม. ชอดอกรูปกรวยแหลม มว งดาํ มีหลายเมล็ด, พบตามท่ีรกราง ชายปา พรุ ปาดงดิบชื้นใน
ออกทป่ี ลายกง่ิ สูงถงึ 30 ซม. กลบี เลี้ยงสเี ขียวมี 5 กลบี กลีบ ภาคใต ภาคตะวันออกและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
ดอกสขี าว ดานในกลบี สชี มพู ปลายกลีบแยก 5 แฉก ดอกบาน
กวาง 1.5-2 ซม. ผลทรงกลม สุกสมี วงอมแดง, พบตามชายปา
ดงดิบและปาเบญจพรรณทว่ั ประเทศ

329

พรหมตีนสูง
ชอ่ื ทองถ่นิ : วานขนั หมาก (สระแกว , พษิ ณุโลก)
ช่ือวิทยาศาสตร : Aglaonema simplex (Blume) Blume
ชอ่ื วงศ : ARACEAE
ลักษณะเดน : ไมล มลุก ลาํ ตนสูงถึง 1 ม. มขี อ ปลอ ง หนา 2 ซม.
ตามกิ่ง ชอดออกและใบเกลย้ี ง ใบเด่ยี ว เรยี งเวยี น รปู รแี คบ-ใบ
หอก ยาว 15-30 ซม. กา นใบยาว 15-30 ซม. โคนเปนกาบโอบ
ลําตน ชอดอกออกท่ียอด มี 1-6 ชอ มีกาบหุมชอดอกเกือบมิด
สีเขียวอมขาว รปู ไขแกมรูปขอบขนาน ยาว 4-6.5 ซม. ชอ รูปทรง
กระบอกสคี รีม กา นชอ ดอกยาวถงึ 12 ซม. ผลรูปทรงรี ยาว
1-1.7 ซม. สกุ สเี หลอื ง-แดง, พบตามปาดงดิบ ทั่วประเทศ
สรรพคุณ
• ทง้ั 5 : บํารุงกําลงั (E2)
• เมล็ด : ยาอายุวัฒนะ (N1)

สรรพคุณ ภาพเล็กซา ย : ชอ ดอก, ภาพขวา : ผลสุก
• ท้งั ตน : บํารงุ โลหิต; ผล : เมอ่ื สกุ มรี สหวาน ดบิ มรี สฝาด เปน
ผลไมห รอื ทาํ แยมหรอื ไวน รกั ษาโรคโลหิตจางในหญงิ ตงั้ ครรภ
ในมาเลเซยี ใชร ักษาโรคบิด ทอ งรว ง; รากและใบ : ในมาเลเซยี
ตม นํ้าดื่มแกท องเสยี แกอาการแสบยอดอกจากกรดไหลยอ น
(R50)
• ตาํ รับยาวสิ ัมพยาใหญ : แกทอ งอดื ทอ งเฟอ จุกเสียดแนนทอง
ขบั ลมในกระเพาะอาหาร (S3-10)

330

พริกนก พรกิ ปา่
ช่ือทอ งถิ่น : ฮังฮอน (พษิ ณโุ ลก) ชือ่ ทอ งถิ่น : พริกฤๅษี พุดปา (สระแกว ), พุดปา
ช่ือวิทยาศาสตร : Piper kurzii Ridl. (อุดรธาน)ี
ชือ่ วงศ : PIPERACEAE ชือ่ วิทยาศาสตร : Tabernaemontana pauciflora Blume
ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลกุ ลาํ ตนตง้ั ตรง ไมทอดเลอ้ื ยขนึ้ ตน ไม สงู ชือ่ วงศ : APOCYNACEAE
0.3-1 ม. ขอบวม ตามสว นตาง ๆ เกล้ียง ใบรปู ไข-รี ยาว 9-14 ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สูงถึง 3 ม. เมอื่ ตดั จะพบนํ้ายางสขี าว ใบ
ซม. เสนแขนงใบขา งละ 2-3 เสน ออกจากเสน กลางใบชว งใกล เด่ียว เรยี งตรงขา ม รูปรี-ขอบขนาน ยาว 5-17 ซม. ปลายใบยาว
โคนใบ โคนใบเบ้ียวเล็กนอ ย กา นใบเปน รอ ง ยาว 5 มม. ดอก คลา ยหาง ชอ ดอกยาว 7-16.5 ซม. ดอกสีขาว มีกลีบเล้ียงและ
แยกเพศตา งตน ชอ ดอกคลายชอหางกระรอก ตงั้ ตรง ชอ ดอกเพศ กลบี ดอกอยา งละ 5 กลบี ผลเปน ฝก คู ฝก รปู ขอบขนาน ยาว
ผสู ขี าว ชอ ผลคลายชอผลพริกไทย ยาว 6-10 ซม. ผลทรงกลม 3-4.5 ซม. กางออกและโคงกลับ มีสัน-เหลี่ยม 4 เหล่ียมตาม
กวา ง 5 มม. ไมมกี านผล สุกสีเหลืองสม, พบตามปาดบิ ชน้ื หรือ แนวยาว
ปา ดบิ เขา ใกลแหลงนํา้
สรรพคณุ
• ตน ใบ ดอกและผล : บาํ รุงเลือดลม ใหหมนุ เวยี นดี (N1)

ชอ ดอกเพศผูของพรกิ นก สรรพคุณ
• แกน หรือราก : แกชา้ํ ใน (E2)
• ราก : ชว ยขับน่วิ รักษาแผลพุพอง (NE3)
พฤกษ์
ช่อื ทองถิน่ -
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Albizia lebbeck (L.) Benth.
ช่ือวงศ : FABACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต น ผลัดใบ สูง 15-25 ม. เปลอื กแตกสะเก็ด
ใบประกอบแบบขนนก 2 ช้นั มีใบประกอบยอย 3-6 คู มใี บยอย
6-12 ใบ เรียงตรงขา ม รปู ขอบขนาด-แกมส่เี หล่ียมขา วหลามตดั
ยาว 1.5-3 ซม. โคนใบไมสมมาตร ชอ ดอกแบบกระจกุ แนน ทรง

331

กลม มี 30-40 ดอกยอย/กระจกุ มีเกสรเพศผูจ ํานวนมาก สขี าว ขนาดใหญหุม ยาวไดถงึ 13 ซม. กง่ิ อวบหนาและมีรอยวงแหวน
อมเขียว ผลแบบฝก แบนบาง รูปแถบ ยาว 15-30 ซม. มีเมลด็ ใบรูปรีกวา ง-รปู ไข ยาว 15-50 ซม. โคนรปู หวั ใจ แผน ใบเกลี้ยง
เรียงกลางฝก 1 แถว มี 4-12 เมล็ด, พบตามปาผลัดใบและ กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว กลางกลีบสีขมพู ปลายกลบี บดิ ผลมปี ก
ปาดงดบิ แลง ทัว่ ประเทศ ยาว 2 ปก รูปแถบยาว 10-14 ซม. ผลทรงกลม กวาง 2.5-3 ซม.
ปลายผลชวงโคนปก มคี รีบนูน 5 ครบี , พบตามปา เต็งรงั ท่วั
ประเทศ ยกเวน ภาคใต
สรรพคณุ
• ราก : รกั ษาตบั อักเสบ (NE3)
• ตาํ รับยาบํารุงนํ้านม/แกพษิ ผิดสําแดง : บาํ รงุ นา้ํ นม แกพ ิษผิด
สาํ แดง (NE2-022)

สรรพคุณ บนขวา : หูใบของตน พลวง, ลาง : ผลออ น
• เปลือก : แกทอ งเสยี ; ยอดออ น : ทานเปน ผักลวก หรือใสแ กง
(NE3)
• ทั้ง 5 : แกแผลเปนหนอง (ดูดหนอง) ถอนพษิ บาดแผล; ยาง :
แกปสสาวะพกิ าร แกปวดเมอ่ื ยตามรางกาย แกเจ็บหลัง เจ็บ
เอว แกกระษยั แกไ ตพิการ บํารุงธาตุ; เปลือก : แกมะเรง็ ; เน้ือ
ไมห รือแกน : แกป วดเมือ่ ยตามรางกาย เจ็บหลงั เจบ็ เอว (R8)
พลวง
ช่อื ทอ งถ่นิ : กงุ (อดุ รธาน)ี
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Dipterocarpus tuberculatus Roxb.
ชอ่ื วงศ : DIPTEROCARPACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สูงไดถงึ 30 ม. เปลือกแตกรองลึก
ตามแนวยาว เนือ้ ไมห รอื ตามแผลมียางใสมีกล่ินหอม ยอดมีหใู บ

332
พลองกินลกู
ชอ่ื ทองถน่ิ : พลองกินลกู (สระแกว)
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Memecylon ovatum Sm.
ชื่อวงศ : MELASTOMATACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ -ไมต น ไมผลัดใบ สงู 5-15 ม. เปลอื ก
เรยี บ-แตกสะเก็ดตามแนวยาว ตามสว นตา ง ๆ เกลี้ยง ใบเดี่ยว
เรียงตรงขาม รูปไข-ไขก วาง ยาว 7-12.5 ซม. เนอื้ ใบหนา เสน
แขนงใบเห็นไมชดั ปลายเสน วิง่ ไปจรดเสนขอบในใกลขอบใบ
ปลายใบเรียวแหลม (คลา ยใบหวา) โคนใบกลม-มน กา นใบยาว
1-1.8 ซม. ชอ ดอกออกตามก่งิ ถวยรองดอกสชี มพูออ น กลีบดอก
สนี ้ําเงนิ อมมวง 4 กลบี ดอกบานกวาง 7-9 มม. มกี ลนิ่ หอม ผล
ทรงกลม กวาง 7-9 มม. ปลายผลมีหลมุ กลมของวงกลีบเลยี้ งท่ตี ดิ
คา ง ผลสุกสีดาํ อมน้าํ เงิน, พบตามปา ดบิ แลงทั่วประเทศ

สรรพคณุ ลักษณะเดน : ไมพมุ สงู ถึง 5 ม. ตามกิ่งออน กานใบ แผนใบดา น
• แกนและราก : ยาอายุวฒั นะ; ใบและผลดิบ : ชวยสมานแผล ลา ง ชอดอก และผลมีขนสัน้ สีขาวแนบติดผิว ใบเด่ียว เรียงตรง
ตมทํานํา้ ลางแผล; ผลสุก : สดี ํา เนอื้ รสหวานเปนผลไม (E2) ขาม รูปไข-รี ยาว 6-9 ซม. ปลายใบเรียวแหลม-ยาวคลายหาง มี
พลองแก้มอน้ เสนแขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู และมีเสน ขอบในใกลขอบใบ
ชอ่ื ทอ งถนิ่ - กลบี เลีย้ งและกลบี ดอกอยา งละ 4 กลีบ กลบี ดอกสขี าว รปู ไข
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Rhodamnia dumetorum กลับ ยาว 5-8 มม. ผลทรงกลม กวาง 6-8 มม. ปลายผลมกี ลบี
(DC.) Merr. & L. M. Perry เลี้ยงตดิ คา ง สุกสมี ว ง มีเมล็ดเลก็ จาํ นวนมาก, พบตามปาเตง็ รัง
ชอ่ื วงศ : MYRTACEAE ชายปา ดงดิบที่มีดินปนทราย และปา ละเมาะใกลชายทะเล เกอื บ
ท่วั ทกุ ภาค ยกเวนภาคเหนอื และภาคกลาง
สรรพคุณ
• ผล ใบ หรือเปลือก : รักษาแผลเปอย รักษาโรคเหงือก ผลสุก
รสหวานทานได (NE3)
พลองใหญ่
ชอ่ื ทองถิ่น : พลองใบมน (สระแกว )
ช่อื วิทยาศาสตร : Memecylon caeruleum
Jack var. floribundum (Blume) Kurz
ชื่อวงศ : MELASTOMATACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ -ไมต น สงู ถึง 12 ม. ตามสว นตาง ๆ เกล้ียง
ใบเดีย่ ว เรยี งตรงขาม คลา ยกับพลองกนิ ลูก (Mem_ova) ตางกัน
ที่พลองใหญมีใบรปู ไข- รแี คบ ยาว 5-9 ซม. โคนใบรูปล่ิม-มน
กา นใบยาว 0.3-1 ซม. (ขนาดใบและกานใบท่เี ลก็ และสัน้ กวา) ผล
ทรงกลม กวา ง 5-8 มม. (คอ นขา งเลก็ กวา ), พบตามปา ดบิ แลง ท่ัว
ประเทศ

333

สรรพคุณ พลบั เขา
• แกน และราก : ยาอายุวฒั นะ; ใบ เนื้อไม ราก หรือผลดิบ : ชว ย พลบั พลา
สมานแผล ตมทาํ น้าํ ลา งแผล รกั ษาแผลพพุ องในชอ งปาก มี ชือ่ ทองถิน่ : คอมสม คอมแดง (อดุ รธาน)ี ,
สรรพคุณคลายพลองกนิ ลกู สามารถใชแ ทนกนั ได (E2) พลบั พลา พลา (ตรงั ), พลับพลา มาลาย (สระแกว),
พลบั เขา มะคอม (พิษณุโลก)
ชอ่ื ทองถ่ิน : สลักดํา (สระแกว) ชื่อวิทยาศาสตร : Microcos tomentosa Sm.
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Diospyros undulata Wall. ex G. Don ชอื่ วงศ : MALVACEAE
ชื่อวงศ : EBENACEAE ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 15 ม. ลาํ ตน มีพโู คงเวาและคดงอ มี
ลักษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 20 ม. เปลอื กสดี ํา เรยี บ-ขรุขระ ตาม ขนส้นั นมุ หรอื สากคายตามก่งิ ออ น กา นใบ แผน ใบ ชอดอกและ
สว นออน ๆ มีขนไหมสนี า้ํ ตาลแดง ใบเดยี่ ว เรียงสลับระนาบเดยี ว ผล (จุดเดน) ใบรูปไขก ลบั -แกมขอบขนาน ยาว 9-17 ซม. ขอบใบ
รูปขอบขนาน ยาว 10-18 ซม. แผน ใบหนา ดานลางมีตอมเหน็ จกั ฟนเล่อื ย ปลายใบมน-ตัดและหยกั เปนตงิ่ แหลม มีเสน แขนงใบ
ชัดเจน 1 คู ใกลโ คนใบ (จุดเดน) เสนกลางใบดา นบนแผนใบเปน ออกจากโคนใบ 1 คู ชอ ดอกยาว 3-15 ซม. ดอกสเี หลืองครมี มี
รอ ง ดอกแยกเพศตางตน กลบี เล้ยี งและกลีบดอกมอี ยา งละ 4-5 กลบี ดอก 5 กลีบ ผลรูปรกี วาง-แกมไขก ลับ ยาว 1-1.5 ซม. ผล
กลีบ ผลรปู ทรงกลม ปลายมน/ปา น ผลออ นมีขนคลายเสน ไหม สกุ สีดาํ เนอ้ื รสเปรีย้ วอมหวานทานได, พบตามปา เส่ือมโทรม ชาย
หนาแนน ปลายกลบี เล้ียงโคง ออกเลก็ นอ ย หมุ ทข่ี ่ัวผล 1/3 สวน, ปา และปา เบญจพรรณ ทว่ั ทุกภาค
พบตามปา ดิบแลง และปา ดิบช้ืน สรรพคุณ
สรรพคุณ • เปลอื ก : สมานแผลท้งั ภายนอกและภายใน (N1)
• แกนหรอื ราก : เปน ยาเย็น ชว ยลดไข ตัวรอ น (E2) • เน้ือไม : บาํ รุงนํ้านม (NE3)
• แกน และราก : บํารงุ กาํ ลงั ยาอายุวัฒนะ รกั ษาตกขาว (E2)

334
สรรพคณุ
• แกน : บํารุงกาํ ลงั (N1)
• ดอก : ใชผ สมเปนยาแกไข ทาํ ยาหอมแกล ม บํารุงหัวใจ;
เปลอื กตน : มรี สฝาดสมาน ตมนา้ํ ดมื่ แกอาการทองรวง ทอ ง
เดนิ แกล ําไสอ กั เสบได แผลในลําไส หรือใชช าํ ระลา งบาดแผล
หรอื เปนเปลือกไมที่ใชก ินคกู ับหมาก (R63)

พลบั พลา
• ใบ : แกไข ชว ยสมานแผล
• ตํารบั ยาอยูไฟหลังคลอด : ชว ยขบั นํา้ คาวปลา มดลูกเขาอูเรว็
เลือดลมไหลเวียนดี (S1-45)

พะยอม พะยอม
ชื่อทอ งถิ่น : พะยอม (ตรงั , พษิ ณุโลก) พะวา
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Shorea roxburghii G. Don ช่ือทองถนิ่ : พะวา (พษิ ณุโลก)
ชื่อวงศ : DIPTEROCARPACEAE ชื่อวทิ ยาศาสตร : Garcinia speciosa Wall.
ลกั ษณะเดน : ไมต นผลดั ใบ สูงถึง 40 ม. เปลอื กแตกเปนรอ งลกึ ชอ่ื วงศ : CLUSIACEAE
ตามยาว ตามสวนออน ๆ และชอ ดอกมีขนหนานุมคลา ยกํามะหย่ี ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 30 ม. เปลอื กแตกสะเกด็ เล็กและบาง
ใบเดีย่ ว เรยี งสลับ รูปไขแกมขอบขนาน ยาว 8-15 ซม. โคนใบ มีนํ้ายางสีเหลืองขนุ แตกก่ิงตงั้ ฉากกบั ลาํ ตน ตนแยกเพศ ใบเด่ียว
มน กลบี เลี้ยงและกลีบดอก อยา งละ 5 กลีบ กลบี ดอกสีขาว-ครมี เรียงตรงขา ม รปู รกี วาง-รแี กมขอบขนาน ยาว 11-30 ซม. เสน
ดอกตูมยาว 1.5-2 ซม. โคนดอกปอ งทรงหมอ ดนิ ปลายกลีบบิด แขนงใบจาํ นวนมาก ปลายเสนวงิ่ ไปจรดเสนขอบในใกลข อบใบ
เกลยี ว มกี ลิ่นหอม ผลมปี กยาว 3 ปก รปู แถบ ยาว 6-10 ซม. เสน กลางใบดานบนแผนใบนนู ชดั เจน เนือ้ ใบหนา เรยี บและ
และปกส้นั กวา 2 ปก เมล็ดรปู ไข ยาว 1-1.3 ซม. โคนผลเรียว เกลีย้ ง ผลทรงกลม กวาง 3-5 ซม. ปลายผลกลม-เปนจกุ นนู เล็ก
เปน ติ่งแหลม, พบตามปาผลดั ใบและปาดงดบิ ทีเ่ ปนดินปนทราย นอ ย สุกสีแดง มนี วลขาว ข่วั ผลมีกลบี เลย้ี งสีเขยี ว 4 กลบี ตดิ ทน
หรือดนิ ลูกรัง ทัว่ ประเทศ คลา ยผลมังคดุ เนอื้ หมุ เมล็ดสขี าวขุนรสเปรยี้ วทานได

335

สรรพคุณ พังคี
• เนอ้ื ไม : รักษาฝห นองในลําคอ และในชอ งปาก (N1) พังแหรใหญ่
• ดอก : ตม นา้ํ ดมื่ ชว ยเจรญิ อาหาร รักษาลมและโลหิตพิการ ชวย ชอ่ื ทอ งถน่ิ : พังแหร (ตรงั )
ลดไข; เปลอื กและใบ : ตม นํ้าดมื่ ชวยลดลดไข หรอื เปนยาฝาด ชือ่ วิทยาศาสตร : Trema orientalis (L.) Blume
สมาน ชว ยรกั ษาแผลในปาก (R64) ช่อื วงศ : CANNABACEAE
พังคี ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 20 ม. ตามสว นตาง ๆ มขี นสน้ั สาก
ชือ่ ทอ งถ่ิน : พงั คี (อุดรธาน)ี คาย ใบเดยี่ ว เรยี งสลับ รปู ไข- ใบหอก ยาว 8-16 ซม. ปลาย
ชื่อวิทยาศาสตร : Croton crassifolius Geiseler แหลมถงึ เรยี วแหลม มีเสนแขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู โคนรปู
ชื่อวงศ : EUPHORBIACEAE หัวใจและเบย้ี ว ขอบจกั ฟน เลื่อยถ่ี แผน ใบดา นบนมีขนสาก ดา น
ลักษณะเดน : ไมลม ลุกก่ึงไมพ ุม สูงไดถึง 1 ม. ตามสวนตา ง ๆ มี ลางมขี นยาวและขนสนั้ นุมสีเทาเงนิ หนาแนน (จดุ เดน) ชอ ดอก
ขนนุม -สากคายหนาแนน สีนา้ํ ตาลทอง ใบเด่ยี ว เรียงเวียน รูป กระจกุ สัน้ ๆ ตามซอกใบ ดอกขนาดเล็กมากสขี าวอมเขยี ว ผล
รี-รูปไข ยาว 5-10 ซม. ขอบใบเรยี บ-จักฟนเล่ือย โคนใบมน-เวา ทรงกลม กวา ง 3-5 มม. สุกสดี าํ อมมวง, พบตามพ้นื ทีร่ กรางวาง
และมีตอ ม 1-2 คู มเี สนแขนงใบออกจากโคน 1 คู แผนใบดาน เปลา ชายปาเบญจพรรณและปา ดงดิบท่ัวประเทศ เปน ไมเบกิ นํา
บนมีรอยกดตามแนวเสนใบ กา นใบยาวถงึ 6 ซม. ชอดอกออกที่ โตเรว็ แตปกติอายุไมเ กนิ 30 ปกจ็ ะหักลม
ปลายกิง่ ตงั้ ข้ึน สูง 5-8 ซม. ดอกสขี าวครีม ดอกแยกเพศ ผลทรง
กลม กวา ง 1 ซม. มี 3 พู เมอื่ แกแหง แตก 3 ซกี , ขนึ้ ตามท่ีโลง
ชายปาผลัดใบและปาดบิ แลง บรเิ วณพื้นทด่ี ินปนทราย
สรรพคุณ
• เปลือก : ตําเปน ยาพอกแผลสด สมานแผล ตม นาํ้ ดมื่ เปนยา
บํารุงกาํ ลงั และแกท อ งเดิน (R18)
• ราก : แกป วดทอ ง ลําไสอ ักเสบ แกท องอดื จุกเสยี ดแนนทอง
(NE3)

336

สรรพคณุ
• ใบ : ชว ยขับลม แกทอ งอดื ทองเฟอ ยาอายุวัฒนะ (S2)
• ตาํ รบั ยาขับน่วิ ในถงุ นํ้าดี : รกั ษานิว่ ในถุงนาํ้ ดี (S2-11)
• ตาํ รบั ยาโรคดซี า น : รกั ษาโรคดซี าน (S3-52)

สรรพคุณ พันจาํ
• แกน และราก : แกร อนใน; เปลอื กตน เนื้อไม กิ่ง หรอื ใบ : ช่ือทองถน่ิ : ซี (อดุ รธานี), พนั จาํ (สระแกว )
บรรเทาอาการปวดกลามเน้ือและกระดกู ปวดฟน ; ผลและดอก ชื่อวิทยาศาสตร : Vatica odorata (Griff.) Symington
: รกั ษาหลอดลมอักเสบ ปอดบวม เย่อื หุม ปอดอักเสบ (R65) ชอื่ วงศ : DIPTEROCARPACEAE
พังโหม ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 25 ม. เปลือกเรียบ-แตกสะเกด็ ตาม
ชือ่ ทอ งถิน่ : พาโหม ยา นพาโหม กระพงั โหม (ตรงั ) ยาว ตามแผลมชี ันสีเหลืองอาํ พนั ตามสว นออน ๆ และกานใบมี
ช่อื วิทยาศาสตร : Paederia foetida L. ขุยหรอื ขนสสี นิมหนาแนน ใบเดี่ยว รปู รี รูปขอบขนาน-รูปไขก ลบั
ชื่อวงศ : RUBIACEAE ยาว 5.5-17 ซม. ชอดอกยาว 5-8 ซม. กลีบเลีย้ งและกลีบดอก
ลักษณะเดน : ไมเ ถาลม ลุก ยาวถึง 6 ม. มีรากสะสมอาหารใตด ิน อยา งละ 5 กลบี กลบี ดอกสีขาว รูปหอกกลบั ยาว 1-1.4 ซม. มี
ตามก่งิ ออ น กา นใบและแผนใบเกล้ยี ง-มขี นประปราย ใบเดย่ี ว กล่นิ หอม ผลมปี กยาว 2 ปก ยาว 5-7 ซม. โคนปกหุมเมล็ดทรง
เรยี งตรงขา ม รปู ไข-ไขก วาง ยาว 5-10 ซม. โคนใบมน-เวา แผน กลมประมาณคร่ึงเมลด็ เมล็ดกวา ง 1 ซม. ปก ผลออนสีแดง, พบ
ใบเกลยี้ ง (จดุ ตางจากหญา ตดหมาใบเลก็ Pae_lin_pil) ขยีใ้ บมี ตามปา ดงดบิ แลง หรอื ปา ดงดบิ ชนื้ จะพบตามทล่ี าดชนั ทว่ั ประเทศ
กลิน่ เหมน็ ดอกเปน หลอดยาว 1-1.5 ซม. ดานนอกมีขนสขี าว
หนาแนน ดา นในสแี ดงเขม ปลายแยก 5 แฉก สขี าว ผลรปู กลม
แบนดา นขางเล็กนอ ย กวา ง 7-10 มม., ใชน้ําค้นั จากใบหรอื หวั
ผสมตาํ ผสมกับแปง ขา วเกรียบวา ว เม่อื ปง ทําใหพ องฟู

รากพังโหม สรรพคุณ
• แกน ราก และใบ : บํารงุ เลือด; ดอก : มกี ล่ินหอม ใชปรงุ เปน
ยาหอม บํารงุ หัวใจ (E2)
• ตาํ รับยาแกไ อ : แกไอ (NE2-167)

337

พาโหมต้น เปนเนื้อไมทมี่ เี ช้ือราลง ชวยบาํ รงุ เลอื ด บํารุงหัวใจ-ปอด และ
ชอื่ ทอ งถิน่ : พาโหมตน (ตรงั ) บํารงุ ครรภ (S1,S2,S3)
ชื่อวิทยาศาสตร : Saprosma brunnea Craib • ตํารับยาไขทบั ระดู : แกไขทบั ระดู ระดูผาไข แกพ ิษโลหิตระดู
ชือ่ วงศ : RUBIACEAE แกรอนใน แกคลุมคล่ัง (E1-06)
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม สูงถึง 2 ม. ตามก่งิ กา นใบ เสนแขนงใบ • ตํารบั ยารักษาฟนและเหงือก : รกั ษาฟน รากฟน และเหงอื ก
ดานลาง และกลบี เล้ียง มขี นส้ันหนานุม ท่ขี อ มหี ใู บเปน เสน ใหแข็งแรง (S1-09)
จาํ นวนมาก ยาวถงึ 5 มม. ใบเดีย่ ว เรียงตรงขาม รูปรี ยาว 6-18 • ตาํ รบั ยาเกสรทง้ั 5 หรอื พิกดั เกสรท้งั หา : ชวยบํารงุ หวั ใจ แก
ซม. ปลายใบเรยี วแหลม ขย้ใี บมีกล่นิ เหมน็ คลา ยใบตนตดหมา/ ลมวงิ เวยี น บาํ รุงครรภ (S1-14)
พาโหม (Paederia spp.) กานใบยาว 5-15 มม. กลีบเลย้ี งเชือ่ ม • ตาํ รบั ยาแกไ ขต วั รอน : แกไ ขต ัวรอ น ปวดหัว ถอนพษิ ไข ไข
ติดกนั ปลายแยก 5 แฉก หวัด ไขปอดบวม (S2-01)
สรรพคณุ • ตาํ รับยารกั ษาแผลเบาหวาน : รักษาแผลท่ีเกิดจากโรคเบา
• ตาํ รบั ยาแกป วดเมอ่ื ยกลา มเนือ้ -เสน เอน็ /บํารงุ กําลงั : แกปวด หวาน (S2-23)
เมอ่ื ยกลามเนื้อ-เสนเอ็น บํารงุ กําลงั (S2-61) • ตาํ รบั ยาโรคอมั พฤกษ-อัมพาต : รักษาอมั พฤกษ-อัมพาต
(S2-33)
• ตาํ รับยาชะลา งของเสียในเลือด : ชวยชะลางของเสยี ในเลือด
ทาํ ใหเ ลือดหมนุ เวียนดี (S2-35)
• ตาํ รบั ยาไขกําเดาใหญ : แกไ ขก าํ เดาใหญ (S2-47)
• ตาํ รับยาบาํ รุงเลอื ด/หวั ใจ/รางกาย : บาํ รงุ เลอื ด ดูมเี ลือดฝาด
บาํ รุงหัวใจ บาํ รุงรางกายทั้งชาย-หญิง แกอาการซูบผอม
(S2-51)
• ตํารับยาบํารงุ โลหิตระดู : บํารุงโลหิตระดู (S2-56)
• ตาํ รบั ยาหอมนวโกฐ : แกค ลืน่ เหยี นอาเจียน วิงเวียน ลมจุก
แนนในอก แกล มปลายไข แกอ าการสะบดั รอนสะบดั หนาว

พิกลุ
ช่อื ทอ งถิ่น : พกิ ุล (พทั ลุง, ตรัง, สระแกว)
ชอื่ วิทยาศาสตร : Mimusops elengi L.
ชอ่ื วงศ : SAPOTACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน ไมผลัดใบ สงู 8-15 ม. เปลือกเรียบ-แตก
เปน สะเก็ดตามแนวยาว เม่ือตดั ก่ิงออ นหรอื สับเปลือกจะมนี ํ้ายาง
สีขาวขนุ ตามสวนออน ๆ และดอกตมู มขี นสัน้ สสี นิม ใบเดี่ยว
เรยี งเวียน รูปรี ยาว 6-12 ซม. โคนใบมน ปลายใบแหลมหรือ
หยกั เปน ตง่ิ สนั้ เสน แขนงใบจาํ นวนมาก กา นใบยาว 1-2 ซม.
ดอกออกกระจกุ กลบี เลย้ี งมี 8 กลบี กลีบดอกสขี าวอมเหลือง มี
16-24 แฉก โคนเชื่อมติดกนั มกี ลิน่ หอม ผลทรงรีกวาง ยาว
2.5-3.5 ซม. ปลายแหลม-มน สกุ สสี ม -แดง รสหวานปนฝาด ทาน
ได, เปนพชื หายากในธรรมชาติ พบตามปาดงดิบตดิ ปา ชายเลน
แตส ว นใหญมักจะปลูกตามบา นเรือนและวัด
สรรพคุณ
• ดอก : แกไ ข แกร อ นใน แกเ จบ็ คอ แกอ อ นเพลยี ชว ยบาํ รงุ หวั ใจ
จัดอยใู นพกิ ัดยาเกสรทั้ง5; ผลดิบและเปลอื กตน ; รสฝาดสมาน
ชว ยคุมธาตุ แกทอ งเสยี ชว ยรักษาโรคเหงือก-ฟน ; ขอนดอก; ดอกพิกุลแหง

338

ขอนดอกไมพิกุล สรรพคณุ
หรือครน่ั เนอ้ื ครัน่ ตวั รอ นวูบวาบเหมอื นจะเปน ไข บาํ รุง • ทั้ง 5 : มสี รรพคณุ คลายพิกุล (Mimusops elengi) สามารถใช
ประสาท (S3-01) แทนกันได (S2)
• ตาํ รับยาหอมอินทจกั ร : แกค ลน่ื เหยี นอาเจียน หนามืดจะเปน • ตํารับยารักษาฟน และเหงือก : รักษาฟน รากฟน และเหงอื ก
ลม ลมจกุ เสียดแนนหนา อก แนน ทอง ทองอืด อาหารไมยอ ย ใหแ ขง็ แรง (S1-09)
ปรับระบบการหมุนเวียนเลือดใหดี ชว ยบาํ รุงหัวใจ (S3-04) • ตาํ รบั ยาเกสรทงั้ 5 : หรือ พิกัดเกสรท้งั หา : ชวยบํารุงหัวใจ
• ตํารับยาเทพมงคล : แกไ ขต วั รอ น ถอนพิษไข ไขกาฬ, แก แกลมวิงเวียน บาํ รุงครรภ (S1-14)
อาการชกั -ลิ้นกระดา งคางแขง็ -แนนงิ่ หนาเปลย่ี นส-ี มอี าการ • ตาํ รบั ยาซอมแซม/เสริมสรา งเสนเอน็ พกิ าร : ชว ยซอ มแซม
มึน-กระหายนา้ํ หอบพัก, แกโรคหละ-โรคละออง-โรคซางในเดก็ และเสรมิ สรา งเสน เอน็ ทพ่ี กิ าร (S2-53)
(S3-11)
• ตาํ รบั ยาอทุ ยั โอสถ : แกไ ขตัวรอ น แกร อนในกระหายน้ํา แก
ออ นเพลยี ละเห่ยี ใจ เพิม่ ความสดชนื่ บาํ รุงหัวใจ (S3-22)
• ตาํ รับยาแกไขตัวรอ น : แกไ ขตัวรอน (S3-23)
• ตาํ รบั ยาหอม (สูตรพ้ืนบาน) : แกเปน ลม วงิ เวียนศีรษะ หนา
มดื ตาลาย (S3-40)
• ตาํ รบั ยาแกทอ งรวง-ทอ งเสีย-บิด : แกทอ งรวง-ทองเสยี แกบิด
ชว ยคุมธาตุ (S3-43)
• ตํารบั ยาแกต นไข (ไขร ะยะแรก) : แกต นไข (ไขเบื้องตนหรือไข
ระยะแรก เชน ไขตวั รอ น ไขก าฬ ไขพ ษิ ไขกาํ เดา) (S3-44)

พกิ ลุ ปา จะแตกกงิ่ ยดื ยาว และมโี คนใบรปู ลิม่

พิกุลปา่ พุ ดทุ่ง
ชอื่ ทอ งถนิ่ : พกิ ุลปา (ตรงั ) ช่ือทองถนิ่ : หัสคุณเทศ (ตรงั )
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Palaquium impressinervium Ng ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Holarrhena curtisii King & Gamble
ชอื่ วงศ : SAPOTACEAE ชอ่ื วงศ : APOCYNACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน ไมผ ลัดใบ สงู ถงึ 25 ม. เปลือกเรยี บ-แตก ลกั ษณะเดน : ไมพุม สงู ถงึ 2.5 ม. ทกุ สวนมนี ้าํ ยางสขี าวขุน ตาม
เปน สะเกด็ เม่อื ตดั กิ่งออ นจะมนี าํ้ ยางสีขาวขนุ ตามสว นออ น ๆ สวนตา ง ๆ มขี นส้ันหนานุม ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขามต้งั ฉาก รูปรี-ไข
และดอกตมู มีขนสัน้ สสี นิม ใบเดี่ยว เรียงเวยี น รปู รี-ไขก ลับ ยาว กลับ ยาว 4-11 ซม. ปลายมน-กลมและมีติ่งแหลม-บมุ เนือ้ ใบ
6-12 ซม. เสนแขนงใบจํานวนมาก คลา ยพิกุล (Mim_ele) แตก หนา กา นใบยาวนอยกวา 3 มม. ชอดอกออกท่ีปลายก่ิง ยาว 2-5
ตางท่พี กิ ุลปาจะแตกก่ิงยืดยาว และแตกใบคอนขา งกระจกุ ท่ี ซม. กลบี ดอกสีขาว มี 5 กลบี ผลเปนฝกคู ตั้งขึน้ ยาวถงึ 30 ซม.
ปลายก่ิง (พิกลุ จะแตกกงิ่ เวียนรอบกระจายสม่ําเสมอ) โคนใบรปู เมล็ดมขี นสนั้ นุม , พบตามทุงโลง ชายปาผลดั ใบและปา ดงดบิ
ลิ่ม, พบตามปา ดงดบิ ชื้นในภาคใต ตามพน้ื ทดี่ ินปนทราย-ดนิ ลกู รัง ทวั่ ประเทศ

339
สรรพคณุ
• เปลือกและเนอ้ื ไม : รักษามดลกู พิการ มดลกู อกั เสบ; เมล็ด :
แกไอ แกห วดั (N1)
• ฝก ออ น ยอดออน และดอก : มีรสขม กินเปน ผกั ยาบํารุงธาตุ
ชวยใหเ จริญอาหาร (NE3)
• ตํารับยาจนั ทนล ลี า : แกไ ขทบั ระดู แกไ ข ตัวรอ น ไขเปล่ยี นฤดู
แกปวด ลดการอักเสบ (S2-16)
• ตํารับยาประสะกานพลู : แกป วดทองจากอาการจกุ เสียดแนน
ทองอดื ทองเฟอ อาหารไมยอย หรือธาตไุ มปกติ ชว ยขับลม
(S3-05)
• ตาํ รับยาเหลืองปด สมุทร : รักษาอาการทองเสยี ที่ไมมสี าเหตุ
จากการตดิ เชือ้ ไมมีไขแทรก อจุ จาระไมเปน มกู หรอื มีเลือดปน
(S3-14)
• ตํารับยาแกคลื่นเหียน-อาเจียน : แกค ลน่ื เหยี น อาเจยี น
(S3-42)

สรรพคุณ
• เปลอื กหรือราก : แกท องรวง (NE3)
• ตํารับยาแกท องอืด-ทองเฟอ : แกทองอดื ทองเฟอ ชวยขับลม
ในลําไส (S3-39)
• ตาํ รบั ยารักษามดลกู พกิ าร-อักเสบ/ขบั น้าํ คาวปลา : แกมดลูก
พิการ มดลกู อักเสบ ชว ยบาํ รงุ รักษามดลูก บํารุงสตรีหลังคลอด
ชว ยขับนาํ้ คาวปลา ขบั เลอื ดเสยี (S3-51)
เพกา
ชอ่ื ทองถ่ิน : เพกา (พษิ ณุโลก), ล้นิ ฟา (อดุ รธาน)ี
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Oroxylum indicum (L.) Benth. ex Kurz
ชื่อวงศ : BIGNONIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 15 ม. เปลือกเรียบ ใบตรงขามตัง้ ฉาก
ใบประกอบแบบขนนก 2-4 ชน้ั ยาว 60-170 ซม. ใบยอ ยรปู
ไข- ขอบขนาน ยาว 5-13 ซม. เรียงตรงขา ม ปลายใบหยกั เปน ตง่ิ
ผิวใบเกลีย้ ง ชอดอกออกทีย่ อด ยาวไดถงึ 1.5 ม. กลบี ดอกรปู
แตร ปลายแยก 5 แฉก ๆ ดา นในสีขาวครีม โคนดอกดานในสีมว ง
แดง ผลเปนฝกแบนรปู แถบ ยาว 40-120 ซม. เมื่อแกแตก 2 ซกี
มีเมล็ดกลมแบนมีปก บางรอบรูปรี, พบตามชายปา ดงดบิ และปา
เบญจพรรณท่วั ประเทศ

บนขวา : ฝกออน

340

โพบาย ไพลนก

ชื่อทองถนิ่ : โพบาย (ตรงั ) ชอื่ ทอ งถิน่ : ไพลนก (สระแกว )
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Balakata baccata (Roxb.) Esser ชื่อวทิ ยาศาสตร : Zingiber gramineum Noronha ex Blume
ชื่อวงศ : EUPHORBIACEAE ชือ่ วงศ : ZINGIBERACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถึง 30 ม. เปลือกแตกรอ งลายรา งแหตาม ลกั ษณะเดน : ไมล มลุก มเี หงาใตดิน ใบประกอบแบบขนนก ยาว
ยาว ตามสวนตา ง ๆ เกล้ียง และมนี ้าํ ยางสีขาวขนุ ใบเด่ียว เรียง ถึง 2 ม. ใบยอ ย 10-20 ซม. เรียงสลบั รปู ขอบขนาน-แถบ ยาว
เวียน รูปร-ี รูปขอบขนาน ยาว 8-22 ซม. โคนใบมตี อม 1 คู แผน ถึง 60 ซม. มีขนหนาแนน กานชอดอกสงู ถึง 60 ซม. ออกจาก
ใบดา นลางสเี ขียวนวล กา นใบสีแดง ยาว 5-10 ซม. ชอดอกสี เหงา ชอดอกมีใบประดับเรยี งซอ นกนั รูปกลม กวาง 6-8 ซม.
เขียวอมเหลือง ไมมีกลีบดอก ผลทรงกลม กวาง 1 ซม. มี 2-3 ปลายใบประดบั แหลมและบานออกมขี นนมุ หนาแนน ดอกสี
เมลด็ เหลือง เกลี้ยง

สรรพคุณ สรรพคุณ
• ใบ : แกไตพกิ าร ขับปส สาวะ (NE2) • เหงา : รกั ษาแผลในกระเพาะ-ลาํ ไส แกลําไสอ กั เสบ แกท อง
• ใบ : แกไอ; เหงาหรือลําตน : แกไข ขับปสสาวะ บํารุงกําลัง รวง แกบ ิด แกทองอืดทองเฟอ ชวยขับผายลมในลาํ ไส; หนอ
แกโรคกาฬบุตร แกไขกาฬ รกั ษาแผลในปากและคอ แกน ้าํ ลาย ออน : ทานเปน ผกั สดหรอื ลวก (E2)
เหนียว แกฝหัวควํ่า แกพิษฝดาษ แกพิษกําเดา รักษาโรคตา
แกซางเด็ก แกพิษไข แกปวดศีรษะ เปนยาอายุวัฒนะ แก
อาเจียน แกท อ งรวง (R9)
• ตํารับยารกั ษาฝห รอด/ฝอ กั เสบเร้ือรงั : รกั ษาฝอ ักเสบ ฝเรอ้ื รงั
ลดการขยายตัวของฝ (“ฝหรอด” เปนภาษาไทยใต คอื ฝท ีเ่ ปน
ตลอด มกี ารอกั เสบเร้ือรงั ) (S1-01)

341

แฟบน้าํ ม่วงเลอื ด
ช่ือทอ งถ่นิ : แควบ มะแควบ แควบนํ้า (ตรงั ) ชอื่ ทอ งถ่ิน : ลน้ิ ควาย (อดุ รธานี)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Hymenocardia punctata Wall. ex Lindl. ช่ือวิทยาศาสตร : Knema tenuinervia W. J.
ชือ่ วงศ : PHYLLANTHACEAE de Wilde subsp. setosa W. J. de Wilde
ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สูงถึง 7 ม. ตามปลายกงิ่ และกา นใบมีขนส้นั ชือ่ วงศ : MYRISTICACEAE
ใบเด่ียว เรยี งเวยี น รปู รี ยาว 4-7 ซม. แผนใบดา นลา งมเี กลด็ เลก็ ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถึง 30 ม. เปลอื กแตกสะเก็ดแผน บาง
สีเหลือง ดอกแยกเพศตางตน ชอ ดอกเพศผูส แี ดง ดอกเพศเมยี มี เปลือกในมนี ํ้ายางสแี ดงใส ยอดออ นมขี นสสี นมิ กิ่งมีเปลือกแตก
ยอดเกสร 2 อัน สีแดง ผลแบนมี 2 พู รปู รี กวา ง 2.5-3 ซม. ผล เปน แผน บาง ใบเดยี่ ว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมหอกกลับ ยาว
ออนรสเปรยี้ ว ทานได, พบตามทรี่ าบลุมใกลแหลงนํา้ หรอื ปาบงุ 30-40 ซม. โคนใบเวา คลา ยติง่ หู แผน ใบดา นลา งสเี ขียวนวล เสน
ปาทามทว่ั ประเทศ แขนงใบนูน เนอื้ ใบหนาและเกล้ียง ผลรปู รี ยาว 3.5-5 ซม. ผิวมี
สรรพคุณ ขนปกุ ปุยสสี นมิ หนาแนน เมื่อแกแตกอา 2 ซีก เน้ือหุมเมลด็ สีแดง
• ตาํ รับยาแกก ษัยไตพกิ าร : ท้งั 5 ใช แกก ระษยั ไตพิการ บํารงุ สรรพคุณ
ไต, ชวยขบั ปสสาวะ (S2-09) • เปลอื ก : บาํ รงุ กําลงั สมานแผลในปาก (NE2)

บน : ดอกเพศเมยี , กลาง : ผลออน, ลาง : เน้อื ไม

342

มะกล่ําต้น เปนเสน ขอบในใกลข อบใบ ผิวใบเกลีย้ ง กานใบยอ ยยาวนอ ยกวา
ช่อื ทอ งถนิ่ : มะกลํ่าตน ไพ (ตรัง), มะกลาํ่ ตาชา ง 5 มม. ผลรปู รีกวาง ยาว 5-7 ซม. ผิวเรยี บเกลยี้ ง มชี อ งอากาศสี
(พษิ ณุโลก) ขาว มีเมล็ดเดยี วเนอื้ แขง็ , พบตามปาผลัดใบและปา ดงดิบทัว่
ชื่อวิทยาศาสตร : Adenanthera pavonina L. ประเทศ
ชื่อวงศ : FABACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถึง 20 ม. ตามสวนออน ๆ มีขนส้ัน
ใบประกอบขนนก 2 ช้นั ใบประกอบยอย 3-4 คใู บยอยรูป
ไข- ขอบขนาน ยาว 2–3 ซม. เรยี งสลับขางละ 4-7 ใบ แผนใบ
ดา นลา งมขี นสน้ั ประปราย ชอ ดอกคลา ยหางกระรอกสขี าว-เหลอื ง
ครีม ยาว 10–20 ซม. ผลแบบฝกแบนและโคง เลก็ นอย กวา ง 1.5
ซม. ยาว 10–20 ซม. ฝก แกแ หงแตก 2 ซกี เปลือกมว น เมล็ดสี
แดงมันเงา กลมแบน กวาง 8 มม., พบตามปา เบญจพรรณและ
ปาดงดิบแลง ท่ัวประเทศ

สรรพคุณ สรรพคุณ
• เมลด็ แก : แกไ ข (N1) • เปลือก ใบ ดอก ผล และราก : แกพิษฝ พิษงู แกล ําไสพกิ าร
• ตาํ รับยาไขเลอื ดออก : รกั ษาไขเลอื ดออก ซ่งึ มีอาการรอนในสงู แกแผลเนา ใน แกแ ผลเรอื้ รัง แกฝ เ ปอ ยพัง แกฟ กช้ําบวม แก
ปวดเมือ่ ยตามรางกาย ปวดศีรษะ สะทานรอ น-หนาว (S2-43) โรคผวิ หนัง แกล มพิษผ่นื คนั โรคเรอ้ื นเรือ้ รงั เปนยาอายวุ ฒั นะ
มะกอก บาํ รงุ เนอื้ หนังเสน เอ็นใหส มบรู ณ แกไ อ แกคดุ ทะราด บํารุงธาตุ
ชื่อทองถ่นิ : มะกอกพราน มะกอกปา (พิษณโุ ลก), แกต ัวพยาธิ (R6, R19)
หมากกอก (อดุ รธาน)ี • เมลด็ : แกอ าเจยี น; เปลอื ก : ชว ยสมานแผลภายใน (N1)
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Spondias pinnata (L. f.) Kurz • ผลสุก : รสเปรี้ยวอมหวานและฝาดเปน ผลไมจม้ิ กบั เกลือ หรือ
ชอื่ วงศ : ANACARDIACEAE ปรงุ รสอาหาร แกเลือดออกตามไรฟน แกก ระหายนํา้ ชมุ คอ
ลกั ษณะเดน : ไมต นผลดั ใบ สงู ถงึ 30 ม. เปลอื กเรยี บ-ปริแตก (NE3)
ตามแนวยาว ยอดออนเกลย้ี งมรี สเปรี้ยวและมีกลิน่ หอม ใบ • ตํารับยามหานิลแทงทอง : แกไ ขต วั รอน ไขห ัด ไขอ ีสุกอใี ส แก
ประกอบขนนกปลายคี่ ใบยอ ย 4-5 คู เรยี งตรงขาม รูปร-ี ขอบ รอนในกระหายน้าํ แกป ากเปอ ยเพราะพิษรอ นหรือรอนใน
ขนาน ยาว 6-15 ซม. เสนแขนงใบจํานวนมาก ปลายเสน จรดกนั (S3-12)
มะกอกเกลือ้ น
ชื่อทอ งถ่นิ : มะเกิ้ม (พษิ ณุโลก), มะเลิ่ม
(พษิ ณุโลก), เลือ่ ม หมากเลอ่ื ม (อุดรธานี)
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Canarium subulatum Guillamin
ชือ่ วงศ : BURSERACEAE
ลักษณะเดน : ไมตนผลดั ใบ สงู ถึง 30 ม. เปลอื กแตกสะเกด็
สเ่ี หล่ียมบาง-หนา เมือ่ ถากเปลือกทิ้งไวจ ะมนี ํ้ายางสดี าํ ยอดมีหู
ใบและขนสน้ั ใบประกอบขนนกปลายคี่ ใบยอ ย 3-5 คู รปู
ไข-ขอบขนาน ยาว 7-15 ซม. ขอบใบหยักมน-จักฟน เลือ่ ย แผน
ใบเกล้ยี ง-มขี น ใบกอนรวงสีสม -แดง ผลรูปไข- แกมขอบขนาน
ยาว 3-5.5 ซม. ตามแนวยาวมี 3 เหล่ียมมนเล็กนอ ย เมลด็ เดยี่ ว
เน้อื แข็ง

343
มะกอ่ งข้าว
ชื่อทองถิน่ : ครอบจกั รวาล (สระแกว )
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Abutilon indicum (L.) Sweet
ช่อื วงศ : MALVACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ ุม สงู ถงึ 3 ม. ตามกิ่งออนและแผน ใบมีขน
ละเอียดนุมหนาแนนสขี าว ใบเด่ยี ว เรียงเวยี น รูปหวั ใจ-ไขก วา ง
ยาว 3-12 ซม. โคนใบเวา ลกึ ขอบใบจกั ฟน เลอ่ื ย ปลายใบเรยี ว
แหลม ดอกออกเด่ยี ว ๆ ตามซอกใบ กานดอกยาวถึง 7 ซม. กลบี
ดอก 5 กลีบ สีเหลอื ง บานกวาง 3 ซม. ผลรปู ทรงกระบอกสัน้
กวาง 1.5-2 ซม. สงู 1.5 ซม. มี 15-20 แฉก แตล ะแฉกมจี ะงอย
สั้นทป่ี ลาย ผลปกคลมุ ดวยขนแข็งหนาแนน
สรรพคณุ
• ท้งั 5 : ยาอายวุ ัฒนะ แกไข แกป วดเม่ือย (E2)
• ตาํ รบั ยาขับนว่ิ ในไต-ทางเดินปสสาวะ : ชว ยขบั นว่ิ ในไต และ
ทางเดนิ ปสสาวะ ชวยลางไต รกั ษาทางเดนิ ปส สาวะอกั เสบ
(S2-14)

สรรพคณุ
• เนือ้ ไม : แกโรคซาง (NE3)
• ตํารับยาแกป วดเสนเอน็ /บํารงุ เสน เอน็ : แกปวดเสน เอ็น
บาํ รงุ เสนเอ็น (N1-256)
• ตาํ รับยาโรคซาง : แกโ รคซางในเดก็ (NE3-009)

ผลแหง ของมะกองขาว

344

มะกา สรรพคณุ
ชือ่ ทองถิ่น : มะกา (พทั ลงุ , ตรัง, พิษณโุ ลก) • ใบ : ตม ในน้าํ สะอาด ดม่ื เปน ยาระบายออ น ๆ (R38)
ชอื่ วิทยาศาสตร : Bridelia ovata Decne. • ตาํ รับยาขับเสมหะ : ชว ยขับเสมหะในอกและลําคอ (S2-05)
ชื่อวงศ : PHYLLANTHACEAE • ตาํ รบั ยาแกก ษัยไตพกิ าร : แกกระษยั ไตพิการ บํารุงไต, ชวย
ลักษณะเดน : ไมต นกึง่ รอเลอื้ ย สงู ถึง 8 ม. เปลอื กแตกเปน ขบั ปสสาวะ (S2-09)
สะเก็ดขนาดเล็ก ตามสวนออ น ๆ มีขนส้ันประปราย-เกลีย้ ง ใบ • ตํารับยาวัยทอง : รกั ษาอาการวัยทอง รกั ษาเลือดลมใหเปน
เดย่ี ว เรยี งสลับ รูปไข- ไขกลับ ยาว 7-18 ซม. เสนแขนงใบขา งละ ปกติ (S2-25)
13-17 เสน ปลายเสนว่งิ ไปจรดเสน ขอบใบ แผน ใบดา นลา งสี • ตํารบั ยาปรบั ธาต/ุ ปวดเมอ่ื ย/ปวดขอ -เอ็น : ชว ยปรับธาตุ แก
เขียวนวล ผวิ เกลี้ยง กา นใบยาวถงึ 1 ซม. ดอกสีเหลอื งอมเขียว ปวดเมื่อย ปวดเขา-ขอ-เอน็ แกเอน็ พิการ (S2-26)
ออกเปนกระจกุ ตามซอกใบ กลบี ดอก 5 กลีบ ดอกบานกวา ง 7 • ตํารบั ยาแกป วดเมอื่ ยเสนเอ็น : แกปวดเม่อื ยตามเสน เอน็ เสน
มม. ผลรูปกลม กวาง 1 ซม. ปลายบุม ผลออ นสีเขียวมนี วล สุกสี เอ็นอักเสบ บรรเทาอาการอัมพฤกษ-อัมพาต (S2-31)
ดาํ , สว นใหญพบในปา เบญจพรรณท่วั ประเทศ • ตาํ รบั ยาแกป วดเม่อื ย/ชาตามปลายมอื -เทา : แกป วดเม่ือย
ตามรางกาย แกอาการชาตามปลายมอื ปลายเทา (S2-36)
• ตาํ รบั ยาลา งโรคกอ นการรกั ษาโรคระบบเสน เอ็น : ชว ยชําระ
ลางระบบภายในรางกายกอ นการรกั ษาโรคท่เี กี่ยวกับระบบเสน
เอน็ อมั พฤกษ อมั พาต (S2-55)
• ตาํ รับยาแกทองผกู : แกท องผูก ชวยระบายทอ ง (S3-37)
• ตาํ รบั ยาแกท องผูก/พรรดึก : แกอาการทองผกู หรือพรรดกึ
(อาการทองผกู รุนแรง มีอุจจาระเปนกอนกลมแขง็ ) (S3-41)
• ตํารับยาแกป ลายไข (ไขระยะปลาย) : แกปลายไข (ไขในระยะ
ปลาย : เปน ไขตวั รอ น ไขกาฬ ไขกาํ เดา มาแลวหลายวัน ชวย
ทําใหห ายไขเ ร็วข้นึ ชวยแกธาตุ คุมธาตุใหส มดลุ เปนยาระบาย
ออ น ๆ และชว ยใหเ จรญิ อาหาร) (S3-45)

มะกาเครือ
ช่ือทองถ่นิ : ดงเยน็ (อุดรธาน)ี , สา เหลา ซกุ โก
(สระแกว)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Bridelia stipularis (L.) Blume
ชอื่ วงศ : PHYLLANTHACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ รอเลอ้ื ย สงู ถึง 8 ม. คลายกับมะกา
(Bri_ova) มีจดุ ตา งทีม่ ะกาเครอื เปนไมพ ุม รอเล้ือย ตามก่งิ ออน
ชอ ดอก กานใบ มขี นสน้ั หนาแนน สีสนิมหรือสีขาว และมีเน้ือใบ
คอ นขา งหนามากกวา, พบตามปาเบญจพรรณ
สรรพคุณ
• ทงั้ ตน : ตมใสเกลือ แกแมงกนิ ฟน; เปลอื ก : แกท อ งรว ง แก
ปวดฟน ชว ยใหฟนแข็งแรง แกไข แกบ ิด แกทองเสีย และแก
มะเร็ง; ยาง : แกปวดศรี ษะ; ราก : ใชร กั ษาแผล แกโรคคอตีบ
ปวดเสนประสาท และปวดเอว; ใบ : นาํ้ ตม แกโ รคบดิ (R3)
• แกน หรือราก : แกกระหายนํ้า ยาอายุวฒั นะ (E2)
• เถา : ชวยฟอกโลหติ แกบ ิด (NE3)
• ตํารบั ยาโรคกระเพาะ : รกั ษาโรคกระเพาะ (NE2-017)

345
สรรพคุณ
• ใบ : มีสรรพคณุ คลายกบั มะกา (Bri_ova) โดยในภาคใตจ ะหา
มะกาไดย าก จงึ ใชมะกาตนแทน (S2)
• ตํารบั ยาแกกษยั ไตพิการ : แกก ระษัย ไตพกิ าร บาํ รงุ ไต, ชว ย
ขบั ปสสาวะ (S2-09)
• ตํารบั ยาแกปวดเมอื่ ยเสน เอ็น : แกปวดเมื่อยตามเสนเอน็ เสน
เอน็ อกั เสบ บรรเทาอาการอมั พฤกษ-อมั พาต (S2-31)

มะกาต้น
ชอ่ื ทองถน่ิ : มะกาตน (ตรัง)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Bridelia insulana Hance
ชื่อวงศ : PHYLLANTHACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 20 ม. คลายมะกา (Bri_ova) ตางกนั
ทีม่ ะกาตน มเี ปลอื กเรียบ ตน อายุนอยพบหนามท่ีโคนตน ปลาย
เสนแขนงใบไมว ่ิงไปจรดเสน ขอบใบ (เหน็ ไดท ่ีแผน ใบดา นลา ง) ผล
รปู ร-ี ไข ปลายแหลม ยาว 1 ซม. ผลออ นสีเขียวแตมแดง-สีแดง
สกุ สแี ดงคล้ํา-สีนาํ้ ตาลดํา, พบขน้ึ ตามชายปา ดงดบิ ท่วั ประเทศ

หนามปรากฏตามโคนตนมะกาตน ที่มอี ายนุ อ ย

346

มะเกลอื สรรพคุณ
ชื่อทอ งถ่นิ : มะเกลือ (อดุ รธาน,ี พิษณุโลก) • ลาํ ตน หรอื ทุกสว น : มีรสขม ตม น้ําด่ืมเปนยาเจริญอาหาร ชว ย
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Diospyros mollis Griff. ยอย บํารุงนา้ํ ดี แกดพี กิ าร บาํ รุงรางกาย ยาชูกําลัง ไมแกเร็ว
ช่อื วงศ : EBENACEAE แกมาเลเรีย แกไขต วั รอน เปนยาขับเหง่ือ ดับกระหาย แกรอ น
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 30 ม. เปลือกแตกสะเก็ดขนาดเลก็ สี ในดีมาก แกอ หิวาตกโรค แกทอ งเสีย ไขจับสัน่ , นา้ํ ตมใชล างตา
เทาดาํ ตามสวนออน ๆ มีขนส้นั หนานมุ ใบเดยี่ ว เรยี งสลับ รปู ลา งแผล (R7)
ไข-ขอบขนาน ยาว 4-11 ซม. โคนใบมน-กลม ดอกแยกเพศ กลบี • ผลสดดบิ : ขับพยาธิ (NE3)
เล้ยี งและกลบี ดอกจาํ นวนอยา งละ 4 กลบี ดอกเพศผกู ลบี ดอกสี • ผลมะเกลอื สดโตเตม็ ท่แี ละเขยี วจัด จาํ นวนผลเทา อายุคน
สม รปู คนโท ยาว 1.2 ซม. ผลทรงกลม กวา ง 2-2.5 ซม. ขว่ั ผลมี ปวยแตไ มเ กิน 25 ผล ตําใสกะทิ คนั้ เอาแตนา้ํ กะทิ ชวยกลบรส
กลบี เลี้ยงติดคาง 4 กลีบ แตละกลบี ยาว 1 ซม. ปลายมนและพับ เฝอ น กรองเอาน้ํามาด่ืม ชวยถายพยาธิ (R40)
งอกลบั , พบตามปาเบญจพรรณและปาดิบแลงทวั่ ประเทศ

มะเกลอื เลอื ด
ชือ่ ทองถน่ิ : ตะแบกเลือด (พิษณโุ ลก), เปอ ยเลอื ด
(อดุ รธานี)
ชื่อวิทยาศาสตร : Terminalia mucronata Craib & Hutch.
ช่อื วงศ : COMBRETACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต นผลดั ใบ สูงถงึ 30 ม. เปลอื กลอ นลอกเปน
แผนบางและเปนแอง ตนื้ สีขาวคลา ยเปลอื กตน ตะแบก แตม ี
เปลือกในสีนา้ํ ตาลแดง ตามสว นออ น ๆ แผน ใบดานลา ง และผลมี
ขนส้ันสีสนิม ใบเด่ียว เรียงตรงขา ม-เกือบตรงขา ม รปู รี-ขอบ
ขนาน ยาว 10-22 ซม. ทปี่ ลายกา นใบตอ โคนใบมตี อ มนูน 1 คู
ชอ ดอกสีขาวครมี คลา ยหางกระรอก ยาว 9-15 ซม. ผลรูปรี-กลม
ยาว 3.5-5 ซม. มีปก บางรอบ บดิ เปนคลืน่ , พบตามปา
เบญจพรรณและปา เต็งรงั ทว่ั ประเทศ ยกเวนภาคใต
สรรพคุณ
• เปลอื ก : แกทองเดิน ทอ งเสยี สมานแผลภายนอก หรือแผล
ภายใน (N1)
• ตํารบั ยาแกบิด/ทองเสยี : แกบ ดิ ถา ยเปนมูกเลือด หรอื ทอง
เสีย (NE3-010)

347

ผลออนของมะเกลือเลือด • ตาํ รบั ยาแกห วัด/ไอ/เจ็บคอ/โรคหอบหืด : แกหวดั แกไ อ-เจบ็
มะขามปอ้ ม คอ แกห อบหืด (S2-06)
ช่อื ทอ งถน่ิ : มะขามปอ ม (อุดรธานี, พิษณโุ ลก) • ตาํ รับยาขบั เสมหะในลาํ คอ-อก/แกโรคหอบหืด : ชวยขับ
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Phyllanthus emblica L. เสมหะในลาํ คอ-อก แกห อบหืด (S2-08)
ชอื่ วงศ : PHYLLANTHACEAE • ตาํ รับยาแกไ ขตวั รอน : แกไข ตัวรอน ไขเปลีย่ นฤดู (S2-17)
ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 15 ม. เปลือกลอ นแผน บางเหลอื เปน • ตํารบั ยาโรคไมเกรน/วิงเวียนศีรษะ : แกโรคไมเกรน แกวงิ
แอง ตนื้ และมชี องอากาศจํานวนมาก ตามสว นออ น ๆ มขี นสั้น ใบ เวยี นศรี ษะ (S2-21)
เดีย่ ว เรยี งสลบั ระนาบเดียว แตละใบเรียงชดิ กนั ดคู ลา ยใบมะขาม • ตาํ รับยาแกปวดเมือ่ ยเสนเอ็น : แกปวดเม่อื ยตามเสน เอ็น เสน
รูปขอบขนาน ยาวถึง 2 ซม. ปลายกลม แผนใบดานลางสเี ขียว เอน็ อกั เสบ บรรเทาอาการอัมพฤกษ- อมั พาต (S2-31)
นวล กานใบยาวไมเกนิ 2 มม. ดอกสขี าว มกี ลีบเลย้ี ง 6 กลบี • ตาํ รบั ยาโรคอมั พฤกษ- อมั พาต : รักษาอัมพฤกษ-อมั พาต
บานกวาง 5 มม. ผลทรงกลม กวา ง 2-3 ซม. เหน็ เสน แบงแนวต้ัง (S2-33)
6 เสน ผลสุกสเี ขียวออนเน้ือใส เนื้อผลรสเปร้ยี วปนขมเฝอ น แต • ตาํ รบั ยาโรคความดนั โลหติ : ชว ยลดความดันโลหิตสงู (S2-39)
จะหวานชุม คอตามเมอื่ ดมื่ นํ้า • ตํารบั ยาลางโรคกอนการรักษาโรคระบบเสนเอ็น : ชวยชาํ ระ
สรรพคณุ ลางระบบภายในรา งกายกอ นการรกั ษาโรคทเี่ ก่ยี วกับระบบเสน
• เนือ้ ผลแก : แกห วัด แกไอ (N1) เอ็น อัมพฤกษ อัมพาต (S2-55)
• เน้อื ผลแก : แกไ อ มีฤทธิเ์ ปนยาระบาย (NE3) • ตํารบั ยาโรคหอบหืด : แกห อบหืด (S2-58)
• เนอ้ื ผลแก : ขับเสมหะ แกไ อ (S1) • ตาํ รับยาหอมนวโกฐ : แกค ลื่นเหยี นอาเจียน วิงเวียน ลมจกุ
• ตํารับยาตรีผลา : แกไ อ ทาํ ใหช ุมคอ แกไ ขห วัด (N1-139) แนนในอก แกล มปลายไข แกอาการสะบัดรอ นสะบัดหนาว
• ตํารับยาแกไ อ : แกไอ (N1-161) หรือคร่ันเนอ้ื คร่ันตัว รอนวบู วาบเหมอื นจะเปน ไข บํารงุ
ประสาท (S3-01)
• ตาํ รับยาตรีหอม : แกท องผูกในเดก็ ชวยระบายความรอน
ระบายพิษไข (S3-03)
• ตาํ รบั ยาอาํ มฤควาท/ี อมฤควาที : แกไอ ชวยขับเสมหะ
(S3-16)
• ตาํ รับยาแกทองผกู /พรรดกึ : แกอ าการทองผูก หรอื พรรดึก
(อาการทอ งผกู รุนแรง มอี จุ จาระเปน กอนกลมแข็ง) (S3-41)

348

มะคงั แดง มะค่าแต้
ช่อื ทองถนิ่ : มะคงั แดง (พษิ ณโุ ลก), มุยดอน ชือ่ ทองถ่นิ : มะคาแต (สระแกว, อดุ รธานี,
(อุดรธาน)ี พษิ ณโุ ลก)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Dioecrescis erythroclada (Kurz) Tirveng. ชื่อวทิ ยาศาสตร : Sindora siamensis Teijsm. ex Miq. var.
ชอื่ วงศ : RUBIACEAE siamensis
ลกั ษณะเดน : ไมพุม-ไมตนผลัดใบ สูงถึง 12 ม. เปลือกและก่งิ สี ชื่อวงศ : FABACEAE
แดงแตกสะเก็ดบางขนาดเลก็ และมีหนาม ตามสว นออ น ๆ สขี น ลกั ษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สูงถงึ 30 ม. เปลือกเรยี บ-แตก
หนานุม ใบเดี่ยว ออกตรงขา มและเปนกระจุกปลายกงิ่ รูปไข สะเกด็ ตามสวนออน ๆ มีขนสั้นหนานมุ ใบประกอบแบบขนนก
กวา ง-ไขก ลบั ยาว 10-22 ซม. มีขนหนานุม กลบี เลี้ยงและกลบี ปลายคู ใบยอ ย 6-8 ใบ เรยี งตรงขาม รูปรี-ไขกลบั ยาว 6-15
ดอกอยา งละ 5 กลีบ กลีบดอกสเี ขียว ผลรูปรี ยาว 5-8 ซม. มีสนั ซม. ปลายกลม-เวา มีเสน ขอบใบนนู ชัด ชอ ดอกตัง้ ข้ึน ยาว
นนู 5 สนั ตามแนวตง้ั ปลายผลมีกลบี เลยี้ งติดอย,ู พบตามปาเตง็ 10-25 ซม. กลีบเล้ยี งมี 4 กลบี สีเขียวอมเหลอื ง กลบี ดอก 1
รังและปา เบญจพรรณ ท่ัวประเทศยกเวนภาคใต กลบี สีเหลอื งแกมสีแดง ผลแบบฝกแบน คอ นขางกลม กวา ง 5-8
สรรพคุณ ซม. ผวิ มีหนามแหลมคม และมีชันใสกลนิ่ หอมท่ีปลายหนาม มี
• ทง้ั ตน : ใชเขา ยาอายวุ ัฒนะ (N1) 1-3 เมล็ด, พบตามปา ผลัดใบและปา ดิบแลงทว่ั ประเทศ
• เปลอื ก : รกั ษาฝห นอง, แกน มะคังแดงผสมกบั แกน ตะลุมพกุ สรรพคณุ
ตม น้าํ ด่มื บาํ รงุ กําลัง (NE3) • เปลือก : แกโรคซาง แกไ ขอ ีสุกอใี ส (NE3)
• เปลอื ก : แกฟกช้ํา แกปวดบวม (E2)
• ตํารบั ยาแกตับแขง็ /ตบั ทรดุ : แกตบั แข็ง ตับทรดุ (N1-258)

ซาย : ผลออน, ขวา : เปลอื กลําตน

349

มะค่าโมง สรรพคุณ
ช่อื ทองถนิ่ : มะคาโมง (สระแกว , อดุ รธานี, • เปลือก : แกฟ กช้าํ แกปวดบวม (E2)
พษิ ณโุ ลก) • เปลือก : แกฟกซา้ํ แกป วด แกบ วม (NE3)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib • เมล็ด : บาํ รุงเสนเอ็น หรือเค้ยี วรวมกบั หมากพลู (N1)
ชื่อวงศ : FABACEAE • ตํารับยาแกต ับแขง็ /ตบั ทรดุ : แกตบั แข็ง ตบั ทรุด (N1-258)
ลกั ษณะเดน : ไมตน ผลดั ใบ สูงถงึ 30 ม. เปลอื กเรียบมีชอง • ตํารับยาโรคดซี าน : รักษาโรคดซี า น (NE3-044)
อากาศ-แตกเปน แผน สขี าวครีม ตามสวนออน ๆ มขี นส้ันนุมสี มะคําดคี วาย
ขาว ใบประกอบขนนกปลายคู มใี บยอย 6-8 ใบ เรยี งตรงขา ม รูป ชอื่ ทองถ่ิน : มะคาํ ดคี วาย มะซกั (พษิ ณุโลก)
ไข- ขอบขนาน ยาว 5-9 ซม. ปลายมน เวา ตนื้ แผนใบดานลา งมี ชอ่ื วิทยาศาสตร : Sapindus rarak DC.
เขยี วนวล ชอ ดอกตัง้ ขึ้น ยาวถงึ 20 ซม. กลีบเลีย้ งสเี ขยี ว 4 กลีบ ช่ือวงศ : SAPINDACEAE
กลีบดอก 1 กลบี สีชมพอู มแดง ผลแบบฝกแบน รปู ขอบขนาน ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 30 ม. ใบประกอบแบบขนนก ใบยอย
ยาว 15-20 ซม. หนา 4 ซม. เปลอื กหนา ฝก แกแ ตก 2 ซกี เมล็ด 4-10 คู เรยี งเกทอบตรงขา ม-สลับ รปู ไข-ใบหอกแกมโคง ยาว
รปู รสี ดี าํ มีข้ัวเมล็ดสเี หลืองครีม, พบตามปา เบญจพรรณและ 5-12 ซม. โคนใบเบ้ยี วเล็กนอ ย ปลายใบเรียวแหลม แผน ใบดาน
ปาดิบแลง ทกุ ภาค ยกเวนภาคใต ลางเกลยี้ ง เสน แขนงใบบาง มีแตละขาง 13-20 เสน กา นใบยอ ย
ยาวไมเกิน 5 มม. บวมพอง ผลออกเปน ชอตั้งขึน้ ทรงกลม กวาง
3 ซม. โคนผลมอี ีก 2 ผลยอ ยมีขนาดเล็กมากกวาคร่ึงหนึง่ ผลสุก
เน้ือใสสเี หลืองอมนํ้าตาล ตกี บั นา้ํ ใหเกิดฟองใชซ ักลา งเสือ้ ผา อาบ
น้าํ สระผมแทนสบู แชมพไู ด
สรรพคณุ
• เนอื้ ไมและเมลด็ : แกไขฤดหู นาว (แกไ ขส มั ปรชวร) (N1)


Click to View FlipBook Version