The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

400
• ตํารับยาบาํ รุงโลหิตระดู : บํารงุ โลหติ ระดู (S2-09)
• ตาํ รบั ยาโรคดีซาน : รกั ษาโรคดซี าน (S3-52)

ขวา : ผลของสนสองใบ

สนสามใบ บนขวา : ชอ สปอรเ พศผขู องสนสามใบ, แถว 3 จากบน : นา้ํ มนั สน
ชอื่ ทองถนิ่ : -
ช่อื วิทยาศาสตร : Pinus kesiya Royle ex Gordon
ชื่อวงศ : PINACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 40 ม. เนือ้ ไมม ชี ันเหนียวใส คลายสน
สองใบ (Pin_lat) มจี ุดตา งทีส่ นสามใบ เปลอื กแตกเปน แผนรูป
รี-กลม คอนขา งบางกวา ใบประกอบแบบกระจกุ มีใบยอย 3 ใบ/
กระจุก และผลรปู ไขกวาง
สรรพคุณ
• เนื้อไมแ ละชันสน : ของสนสามใบ มสี รรพคุณคลา ยกับสนสอง
ใบ (Pin_lat) สามารถใชแทนกันได (S2)
• ตํารบั ยาแกก ษัยไตพกิ าร : แกกระษัย ไตพิการ บาํ รงุ ไต, ชวย
ขบั ปสสาวะ (S2-09)
• ตาํ รบั ยาขบั น่วิ ในถงุ นาํ้ ดี : รักษานิ่วในถงุ นา้ํ ดี (S2-09)
• ตํารบั ยาโรคอมั พฤกษ- อมั พาต : รักษาอมั พฤกษ-อมั พาต
(S2-09)

401

ส้มกบ ส้มกุ้ง
ชอ่ื ทอ งถิ่น : สมกบ (อดุ รธาน)ี , สม กบ อโุ ลก ช่ือทองถนิ่ : กโ้ี กย สม ลมปา (สระแกว ), เครืออีโกย
(พิษณุโลก) (อดุ รธาน)ี , เถาคันแดง (พษิ ณโุ ลก), สมกงุ ชา ง (ตรงั )
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb. ชื่อวิทยาศาสตร : Ampelocissus martinii Planch.
ชื่อวงศ : RUBIACEAE ชอ่ื วงศ : VITACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน ผลัดใบ สูงถงึ 30 ม. เปลือกแตกสะเกด็ ลักษณะเดน : ไมเถาเนื้อคอนขางออน ยาวถึง 20 ม. เถาแกกลม
บาง-หนา ตามกิ่งออน กานใบ ใบ และชอ ดอกมขี นส้ันหนานุม หนาตดั มแี ถบตามแนวรศั มี เปลอื กแตกเปนรอ งลึก ตามกิง่ และ
ยอดออนสแี ดง และมหี ใู บทขี่ อบหูใบมีหนามสดี ํา ใบเดีย่ ว เรยี ง เถาออนมีขนยาวสากคายสนี ้ําตาลแดง มีมอื พันออกตรงขามกับ
ตรงขาม ใบรปู ไขกลบั ยาว 12-18 ซม. โคนใบสอบเรียว ชอ ดอก ตําแหนงกา นใบ ใบเดี่ยว เรียงสลบั รปู คลา ย 5 เหลี่ยม-คอ นขาง
สเี ขยี วอมเหลือง ยาว 10-20 ซม. โคนชอดอกมีใบประดับคลา ย กลม กวาง 15-24 ซม. โคนใบเวา ลึก ขอบใบจักฟน เลอ่ื ย ปลาย
ใบ สีเขียวออ น ยาว 3-7 ซม. ผลรูปกระสวย ยาว 1.5-2 ซม. ใบหยกั เปน 3 พปู ลายแหลม แผน ใบดา นลา งมีขนยาวหยกิ สขี าว
ปลายผลชขี้ ึ้นฟา แนบกบั ผิวใบ ผลทรงกลม กวาง 1-1.5 ซม. ติดเปน ชอ คลา ยพวง
สรรพคุณ ผลองนุ มผี ลยอ ยไดม ากถึง 500 ผล/ชอ สกุ สดี าํ
• เน้ือไม : แกไ ข ตวั รอ น (N1) สรรพคุณ
• ราก : แกฝ แกผาํ่ (ฝอ ักเสบอดุ ตนั หรือฝห ลบใน) (NE3) • ทัง้ 5 : แกไขท ับระดู บาํ รงุ เลอื ด บาํ รุงสายตา (E2)
• ตาํ รับยาโรครดิ สีดวงทวาร : รกั ษาริดสีดวงทวาร (NE4-027) • ราก : แกพ ิษเบอ่ื เมา แกเมาเหลา (NE3)
• ตาํ รับยาแกน ้าํ เหลอื งเสีย : แกน ํา้ เหลอื งเสีย (N1-124)
• ตาํ รบั ยาแกองคชาตตายไมเ กนิ 3 ป : แกองคชาตตายไมเกนิ 3
ป บาํ รงุ องคชาต บาํ รงุ กาํ ลัง (S1-40)

ซาย : ผลออนของสมกงุ , ขวา : เถาอายมุ าก

402

ส้มกงุ้ สม้ กุง้ ขน
ช่ือทองถ่ิน : สม กุง (ตรงั ), สมกุงขาว (พัทลุง) ชอื่ ทอ งถ่ิน : สมกุงขน พิลงั กาสาปา (สระแกว)
ช่ือวิทยาศาสตร : Embelia ribes Burm. f. ช่ือวิทยาศาสตร : Ardisia helferiana Kurz
ชื่อวงศ : PRIMULACEAE ชือ่ วงศ : PRIMULACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนอ้ื แขง็ ยาวถงึ 15 ม. เถากลม เปลอื ก ลกั ษณะเดน : ไมพุม สงู ถึง 3 ม. ตามก่ิงออ น ชอ ดอก และใบมี
ขรุขระ-มสี ะเกด็ บางๆ หนา ตัดเถามีแถบสขี าวตามแนวรัศมี กิง่ ขนนมุ หนาแนน รอยตอ ระหวางกิ่งกบั ลําตนบวมชดั เจน ใบเดี่ยว
ออ นและใบเกลี้ยง กิ่งออนมักพบนวลแปง สขี าว รสเปรีย้ วทานได เรียงเวยี น รูปหอกกลับ ยาว 15-20 ซม. ขอบใบเรยี บ แผน ใบ
ใบเดยี่ ว เรียงสลบั ระนาบเดยี ว รูปร-ี รูปไข ยาว 6-13 ซม. ปลาย ดานบนเปนรอยกดตามแนวเสน แขนงใบ ดา นลา งมจี ดุ ตอมเล็ก
ใบเรียวยาว ผวิ เกลีย้ ง เนื้อใบคอ นขา งหนา ดานลา งมีตอ มจุด กระจายในเน้อื ใบ ดอกสขี าว กลีบดอก 5 กลีบ บานกวา ง 1-1.5
ขนาดเลก็ กระจายในเนอ้ื ใบ กานใบเปน รอ ง ดอกเลก็ สีเหลอื งครีม ซม. ผลทรงกลม กวา ง 1 ซม. สกุ สีดาํ
กลบี ดอก 5 กลีบ บานกวาง 5 มม. ผลทรงกลม กวา ง 7 มม. สุกสี สรรพคุณ
ดาํ มี 1 เมลด็ • แกนหรอื ราก : ยาอายุวัฒนะ แกทอ งรวง แกบ ดิ (E2)
สรรพคุณ
• ใบและยอดออ น : มรี สเปรย้ี ว ทานขบั เสมหะ หรอื เปน ผกั สด (S3)
• ตาํ รบั ยาโรคริดสดี วงทวาร ชนิดเลือดออก : รกั ษาโรครดิ สีดวง
ทวาร ชนดิ มเี ลือดออก (S2-40)

หนาตดั เถาสม กงุ

ซา ย : ดอกสมกงุ ขน, ขวา : ผลออน

403

ส้มกุ้งตรัง แนวตง้ั 15 รอ ง ปลายผลบมุ ผวิ มนั เงา สุกสีเหลือง, เน้ือผลรส
ช่อื ทอ งถน่ิ : ววั หาย วัวหายแดง (ตรัง), ววั หายแดง เปรย้ี วทานได ใชสดหรือฝานตากแหง ใชป รุงรสเปรย้ี วใหอาหาร
(พัทลุง) หรอื ทําผลไมแชอ ม่ิ
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Embelia macrocarpa King & Gamble สรรพคณุ
ชื่อวงศ : PRIMULACEAE • ดอก : ชวยแกอ าการไอ ยาขับเสมหะ; ผลแกห รือดอก : ใชท าํ
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนื้อแข็ง ยาวถึง 15 ม. เถากลม เปลอื ก เปนชาลดความดันโลหติ ; ดอกเพศผู : ใชรักษาโรคเบาหวาน
ขรขุ ระ-มีสะเกด็ บางๆ หนา ตดั เถามแี ถบสขี าวตามแนวรัศมี ก่งิ (R69)
ออนและใบไมม ขี น คลายสมกงุ (Emb_rib) มจี ดุ ตางทส่ี ม กงุ ตรงั
จะไมพ บนวลแปงสขี าวตามยอด และมีใบรูปรกี วา ง-รปู ไขกลับ
ยาว 8-15 ซม. ปลายใบมน-ต่ิงสน้ั
สรรพคณุ
• ตาํ รบั ยาลดไขมนั ในเลอื ด : ชวยลดไขมันในเลือด (S2-02)
• ตาํ รับยาโรครดิ สีดวงทวาร : รักษาโรคริดสดี วงทวาร (S2-42)

หนา ตัดเถาสมกุงตรงั /ววั หายแดง บน : ดอกเพศเมีย, กลาง : ดอกเพศผู, ลา ง : ผลออ นของสมแขก
ส้มแขก
ชื่อทอ งถิน่ : สม แขก (ตรงั )
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Garcinia atroviridis Griff. ex T. Anderson
ช่ือวงศ : CLUSIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 30 ม. เปลอื กแตกเปน สะเก็ดบาง
แตกกิง่ ต้ังฉากกับลําตน มีนํ้ายางสีเหลอื ง ตามกง่ิ ออ น ใบ และผล
เกลยี้ ง ยอดออนสแี ดงรสเปรีย้ วทานได ใบเดยี่ ว เรียงตรงขา ม รูป
ขอบขนาน ยาว 20-30 ซม. เนอ้ื ใบหนา มเี สนแขนงใบจาํ นวน
มากเห็นไมชดั ดอกแยกเพศ สีแดงเขม กลีบเล้ยี งและกลบี ดอกมี
อยา งละ 4 กลีบ ผลทรงกลมแบน กวาง 7-10 ซม. มีรองลกึ ตาม

404

ส้มควาย ผลออ นของสมควาย
ชอื่ ทองถ่นิ : สมควาย (ตรงั ) สม้ ลม
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Garcinia pedunculata ชอ่ื ทอ งถิ่น : สมลม (อดุ รธานี)
Roxb. ex Buch.-Ham ชอ่ื วิทยาศาสตร : Aganonerion polymorphum Pierre ex
ช่อื วงศ : CLUSIACEAE Spire
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 30 ม. เปลือกแตกเปนสะเกด็ บาง ชื่อวงศ : APOCYNACEAE
แตกก่งิ ตั้งฉากกับลําตน มีน้าํ ยางสเี หลอื ง ตามกง่ิ ออ น ใบ และผล ลักษณะเดน : ไมเ ถาเนือ้ ออ น ยาวถึง 10 ม. ตามสว นทม่ี ีชวี ติ มี
เกลย้ี งไมม ขี น คลายสม แขก (Gar_atr) มจี ุดตา งที่สมควายมใี บรปู นาํ้ ยางสขี าวขุน ยอดออ นมีรสเปรีย้ วทานได ตามกงิ่ ออ น กานใบ
รี ผวิ ใบดา นบนมีรอยกดเปนรอ งคลน่ื ตามแนวเสนแขนงใบชดั เจน และใบเกลย้ี ง ทข่ี อ ปลายกงิ่ มีหูใบคลา ยซี่ฟนจํานวนมาก ใบเด่ียว
ผลทรงกลม-แกมทรงกระบอก กวา ง 7-14 ซม. มรี อ งตามแนวตัง้ เรียงตรงขาม รปู ไข ยาว 7-15 ซม. กานใบยาว 1-3 ซม. ชอ ดอก
ไมชดั เจน, เนอื้ ผลรสเปรี้ยวทานได ใชส ดหรอื ฝานตากแหง ใชป รงุ ออกทปี่ ลายกงิ่ ดอกยาว 1 ซม. ปลายแยก 5 กลีบ สีแดง ฝกออก
รสเปรี้ยวใหอาหาร หรอื ทาํ ผลไมแชอมิ่ เหมือนสม แขก (Gar_atr) คู เปนแทง ยาว 10 ซม. กวาง 5 มม.
สรรพคณุ สรรพคุณ
• ตาํ รบั ยาขบั เสมหะในลาํ คอ-อก/แกโรคหอบหืด : ชว ยขับ • ราก : แกก ลามเนอื้ ทองเกรง็ ; ใบสด : รสเปรย้ี วทานเปนผกั สด
เสมหะในลําคอ-อก แกห อบหดื (S2-08) เปนยาระบาย (NE3)

ผลสกุ ของสมควาย

405

ผล/ฝกออ นของสม ลม

ส้มลิง สม้ สันดาน
ช่อื ทองถน่ิ : แตดลิง สม ลงิ (ตรัง) ชื่อทอ งถนิ่ : สม ข้ีมอด สม ออ บแอบ (อดุ รธาน)ี
ชอื่ วิทยาศาสตร : Guioa pleuropteris (Blume) Radlk. ชือ่ วิทยาศาสตร : Cissus hastata Miq.
ช่ือวงศ : SAPINDACEAE ชื่อวงศ : VITACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม-ไมตน สูงถงึ 8 ม. ตามกิง่ ชอ ดอก กานใบ ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนอื้ ออน ยาวถงึ 10 ม. ตามกง่ิ ออน ใบ และ
และแผน ใบดานลางมขี นสัน้ -ขนประปราย ใบประกอบแบบขนนก ชอดอกเกล้ียง ยอดออนมรี สเปร้ยี วทานได ก่ิงและกานใบเปน
ปลายคู ใบยอย 2-3 คู เรียงตรงขาม-เกอื บตรงขาม รูปรี ยาว สีเ่ หลย่ี ม มีมือพนั สแี ดงออกตรงขามกบั ตาํ แหนงกานใบ ใบเดีย่ ว
5-13 ซม. แผนใบดานลา งสเี ขียวนวล แกนใบและกา นใบยาว เรียงสลบั รูปเงีย่ งลกู ศร-รูปไข ยาว 6-15 ซม. โคนใบเวาลกึ ขอบ
10-15 ซม. มีครีบเลก็ นอ ย ผลรูป 2-3 พู กวาง 3 ซม. สุกสชี มพู ใบจกั ฟน เลื่อยมักมขี อบใบสีแดง ปลายใบเรยี วแหลม ชอดอกสี
อมแดง มีเยอ่ื หมุ เมลด็ สสี ม เมลด็ สดี าํ มนั เงา แดง-มว งแดง กลีบดอกสีเหลืองครมี ผลทรงกลม กวาง 8-10 มม.
สรรพคณุ สรรพคณุ
• ราก : แกไ ข รกั ษาโรคกระเพาะ (S2) • ยอดออ นและผล : รสเปร้ยี วทานเปน ผกั สด หรอื ปรงุ อาหาร
แกอ าการวิงเวียน ขับเสมหะ แกไ อ (NE3)

ผลสกุ ของสม ลงิ

ชอดอกของสมสันดาน

406

สมอดีงู ชอ ดอกสมอดีงู
ช่ือทองถ่นิ : สมอดีงู (พทั ลงุ , ตรัง) สมอทะเล
ชอื่ วิทยาศาสตร : Terminalia citrina (Gaertn.) ชื่อทอ งถน่ิ : สมอทะเล (ตรงั )
Roxb. ex Fleming ช่อื วิทยาศาสตร : Shirakiopsis indica (Willd.) Esser
ชื่อวงศ : COMBRETACEAE ชือ่ วงศ : EUPHORBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 40 ม. เปลอื กเรียบ ตามสว นออ น ๆ ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 10 ม. ทุกสว นท่มี ีชีวติ มนี า้ํ ยางสขี าว
มีขนสสี นิม ใบเด่ยี ว เรียงตรงขา ม รูปรี-ขอบขนาน ยาว 8-15 ซม. ขนุ ตามก่งิ ออ น ใบ และผลเกลี้ยง ใบเดีย่ ว เรยี งสลับ รูปร-ี แกม
ขอบใบชว งโคนใบมกั พบตอ ม กานใบยาว 2-3 ซม. มตี อ ม 1 คู ที่ ขอบขนาน ยาว 8-15 ซม. ขอบใบหยกั มน โคนใบมักพบตอม ผล
ปลายกา น จดุ เดนท่ีแผนใบดา นลางมขี นประปราย-เกลยี้ ง ผลรปู รี ทรงกลม กวา ง 3 ซม., พบตามรมิ แหลงนํ้าใกลช ายทะเล
ยาว 3-4 ซม. ปลายผลเรยี ว-แหลม ผิวเรียบ มชี องอากาศ สรรพคุณ
กระจาย • ตาํ รบั ยารักษากลาก/เกลอื้ น/สังคัง/ตกขาว : รกั ษาโรคผิวหนงั
สรรพคณุ จากเชือ้ รา เชน กลาก เกลือ้ น สังคงั ตกขาว แกอาการคันท่ี
• เนอื้ ผล : มีรสฝาด แกทอ งเสียทองรวง และยังมฤี ทธิ์เปนยา ผิวหนงั เร้ือรงั ผดผ่ืนคนั (S1-17)
ระบายดวย ชว ยแกพิษโลหติ และแกไ อ (S3)
• ตาํ รบั ยาถา ย : ยาถา ย ยาระบาย แกท องผกู แกจ ุกเสยี ดแนน
ทอ ง (S1-20)
• ตาํ รบั ยาโรคไมเกรน/วงิ เวียนศรี ษะ : แกโ รคไมเกรน แกวิง
เวยี นศรี ษะ (S2-21)
• ตาํ รับยาโรคประดงเลอื ด : แกป ระดงเลอื ด เลือดขึน้ มอี าการ
คนั ตามผิวหนัง (S2-27)
• ตาํ รบั ยาแกปวดเมอ่ื ย/ชาตามปลายมือ-เทา : แกปวดเมื่อย
ตามรางกาย แกอ าการชาตามปลายมอื ปลายเทา (S2-36)

ผลออ นของสมอทะเล

บน : ผลสกุ ของสมอดงี ู, ลาง : ผลแหง

407

สมอไทย ซาย : ผลแกส มอไทย, ขวา : เปลอื กลําตน
ชือ่ ทองถิน่ : สมอไทย (พษิ ณุโลก, สระแกว , ตรงั , สมอพิเภก
พัทลงุ ) ช่ือทอ งถิ่น : สมอพิเภก (พษิ ณโุ ลก), สมอพิเภก
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Terminalia chebula Retz. var. chebula สมอชด (พัทลุง, ตรัง), หมกั แหน หมากแหน
ชื่อวงศ : COMBRETACEAE (อดุ รธาน)ี
ลกั ษณะเดน : ไมตน ผลัดใบ สงู ถึง 20 ม. เปลอื กแตกเปนรอง ชื่อวทิ ยาศาสตร : Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.
รา งแห ตามกิ่ง กานใบ ชอดอก และแผนใบดา นลางมีขนสสี นิท ชอ่ื วงศ : COMBRETACEAE
ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขาม-เกือบตรงขา ม รูปไขกวาง-ขอบขนาน ยาว ลักษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สงู ถึง 40 ม. เปลือกเรียบ โคนตน มี
12-20 ซม. ปลายกา นใบมตี อม 1-2 คู ผลรปู ไข-รกี วา ง ยาว 3-5 พพู อนกวา ง ตามสว นออน ๆ มขี นสนั้ สีสนมิ ใบเด่ยี ว เรียงเวียน
ซม. ผวิ เรียบ มีชอ อากาศกระจาย, พบตามปา ผลดั ใบ ทั่ว รูปรี-ไขกลับ ยาว 11-20 ซม. แผนใบดา นลา งสีเขียวนวล กานใบ
ประเทศไทย ยกเวน ภาคใต ยาว 4-8 ซม. มตี อม 1 คู ผลทรงกลม-ไขกวา ง ยาว 4-5 ซม. ผวิ
สรรพคุณ เรยี บ มขี นสัน้ สนี ้าํ ตาลหนาแนน
• เนอื้ ผล : ผลอ นรสเปร้ยี วอมฝาด เปนยาระบาย แกไ อ ชว ยขบั สรรพคุณ
เสมหะ (N1) • ใบหรอื เนอ้ื ผล : รกั ษาแผลติดเชือ้ (NE3)
• ตํารับยาตรีผลา : แกไอ ทาํ ใหชมุ คอ แกไขหวัด (N1-139) • เนือ้ ผล : รสเปรี้ยวอมฝาด ผลออ นเปนยาระบาย ผลแกแ หง แก
• ตํารับยาแกไอ : แกไ อ (N1-139) ทองเสยี แกไ อ ชว ยขบั เสมหะ และแกไข (S3)
• ตาํ รับยาโรคมะเรง็ ตับ/ฝใ นตับ/ตบั อกั เสบ : รักษาโรคมะเรง็ • ตาํ รบั ยาตรผี ลา : แกไ อ ทําใหช มุ คอ แกไ ขห วัด (N1-139)
ตับ (ระยะที่ 1–3), โรคฝใ นตับ, โรคตับอกั เสบ, โรคกาฬลงตบั • ตาํ รับยาแกไอ : แกไอ (N1-161)
(มอี าการเพอ คลุมคล่งั และนัยนตาเปนสีแดงรว มดวย) (S3-74) • ตํารับยาแกห วดั /ไอ/เจบ็ คอ/โรคหอบหืด : แกหวดั แกไ อ-เจบ็
ตอม 1 คูท ีป่ ลายกา นใบของสมอไทย คอ แกห อบหดื (S2-06)
• ตํารบั ยาแกกษยั ไตพกิ าร : แกก ระษัย ไตพิการ บํารงุ ไต, ชวย
ขับปส สาวะ (S2-09)
• ตํารับยาแกไขตัวรอน : แกไข ตวั รอน ไขเ ปลี่ยนฤดู (S2-17)
• ตาํ รบั ยาโรคไมเกรน/วงิ เวยี นศีรษะ : แกโ รคไมเกรน แกว งิ
เวยี นศรี ษะ (S2-21)
• ตํารบั ยาแกป วดเมอื่ ยเสน เอน็ : แกป วดเม่อื ยตามเสนเอน็ เสน
เอน็ อักเสบ บรรเทาอาการอมั พฤกษ- อัมพาต (S2-31)
• ตาํ รบั ยาโรคอัมพฤกษ- อัมพาต : รกั ษาอัมพฤกษ-อัมพาต
(S2-33)

408 • ตํารับยาลางโรคกอ นการรกั ษาโรคระบบเสน เอน็ : ชวยชาํ ระ
ผลแหง ของสมอพิเภก ลา งระบบภายในรางกายกอ นการรกั ษาโรคท่ีเกยี่ วกับระบบเสน
เอ็น อมั พฤกษ อมั พาต (S2-55)
• ตาํ รบั ยาแกเหนบ็ ชา : แกเหน็บชา อาการชาตามปลายมือ
ปลายเทา (S2-63)
• ตาํ รบั ยาหอมนวโกฐ : แกคล่ืนเหยี นอาเจยี น วิงเวยี น ลมจุก
แนน ในอก แกลมปลายไข แกอ าการสะบัดรอนสะบดั หนาว
หรือครั่นเนื้อครน่ั ตวั รอนวูบวาบเหมอื นจะเปนไข บํารุง
ประสาท (S3-01)
• ตํารับยาตรหี อม : แกท อ งผูกในเด็ก ชว ยระบายความรอ น
ระบายพษิ ไข (S3-03)
• ตํารบั ยาอาํ มฤควาที/อมฤควาที : แกไอ ชวยขบั เสมหะ
(S3-16)
• ตํารับยาแกลมอทุ ธงั คมาวาตะ : แกลมอทุ ธังคมาวาตะ หรอื ลม
ตีข้ึนปะทะอกหายใจไมอ อกราวจะส้นิ ใจ (มอี าการเรอรวมกบั
แนน ทองรุนแรง ลิน้ กระดางคางแขง็ ชักเกรง็ มือกําเทากาํ )
(S3-19)
• ตํารบั ยาแกท องรว ง-ทองเสีย-บดิ : แกทอ งรวง-ทองเสีย แกบดิ
ชวยคุมธาตุ (S3-43)
• ตาํ รบั ยาโรคมะเรง็ ตับ/ฝใ นตับ/ตับอักเสบ : รักษาโรคมะเรง็
ตับ (ระยะที่ 1–3), โรคฝในตับ, โรคตบั อักเสบ, โรคกาฬลงตบั
(มีอาการเพอคลุมคล่ังและนัยนตาเปนสีแดงรว มดวย) (S3-74)
สมดั นอ้ ย
ชือ่ ทอ งถน่ิ : หสั คณุ (พษิ ณโุ ลก)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Micromelum falcatum Lour.
ชือ่ วงศ : RUTACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ สูงถึง 4 ม. ตามก่งิ กา นใบ ใบ ชอ ดอกและ
ผลมขี นส้นั นมุ หนาแนน ใบเรยี งเวียน ใบประกอบแบบขนนก มีใบ
ยอย 4-10 ใบ เรยี งสลับ รูปไขก วา ง-ใบหอกและไมสมมาตร มี
ตอมน้ํามนั ในเน้ือใบ ขยใี้ บมกี ลน่ิ ฉนุ คลายสม ชอดอกคลายรปู รม
ออกทปี่ ลายก่งิ สขี าว ผลทรงรี ยาว 1 ซม. สกุ สีเหลือง-สม
สรรพคณุ
• รากและใบ : แกไ อ แกโรคหอบหดื (N1)

409

สมุลแวง้ แถว 1 : แผนใบดานบน, แถว 2 : แผนใบดานลา ง, แถว 3 : ผล
ชือ่ ทองถิน่ : ฝนแสนหา (พทั ลุง), ฝนแสนหา ออน, แถว 4 : เปลือกลาํ ตน
สมนุ มะแวง สมุลมะแวง (ตรัง)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Cinnamomum bejolghota
(Buch.–Ham.) Sweet
ช่ือวงศ : LAURACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 15 ม. เปลอื กเรยี บมกี ลิ่นหอม ยอด
ออ นและชอดอกมีขนสัน้ ใบเด่ียว เรยี งตรงขาม รูปรี-รีแกมขอบ
ขนาน ยาว 7-14 ซม. ปลายใบแหลม แผนใบเกลีย้ ง เนื้อใบหนา
แขง็ แผน ใบดานลางสเี ขียวนวล มีเสนแขนงใบ 1 คอู อกจากเสน
กลางใบเกือบชิดโคนใบหรอื ออกจากโคนใบ ผลรูปกลมแบน-กลม
กวาง 8 มม. ยาว 13 มม. ถวยรองผลยาวใกลเคยี งกับผล ขอบ
ถว ยตดั -หยกั ไมเปน ระเบียบ
สรรพคณุ
• ตํารับยาแกก ษัยไตพกิ าร : แกก ระษัย ไตพิการ บาํ รุงไต, ชวย
ขบั ปส สาวะ (S2-09)
• ตาํ รบั ยาโรคภูมแิ พ : แกโ รคภมู ิแพ (S2-19)
• ตาํ รบั ยาปรับธาตุ/ปวดเมอื่ ย/ปวดขอ -เอ็น : ชวยปรบั ธาตุ แก
ปวดเม่ือย ปวดเขา-ขอ-เอน็ แกเอน็ พิการ (S2-26)
• ตํารับยาโรคอัมพฤกษ- อัมพาต : รักษาอมั พฤกษ- อัมพาต
(S2-32)
• ตาํ รับยาชะลา งของเสียในเลือด : ชวยชะลางของเสยี ในเลือด
ทําใหเ ลอื ดหมุนเวียนดี (S2-35)
• ตํารบั ยาแกป วดเมอ่ื ย/ชาตามปลายมอื -เทา : แกปวดเมอ่ื ย
ตามรางกาย แกอาการชาตามปลายมอื ปลายเทา (S2-36)
• ตาํ รับยาโรครดิ สีดวงทวาร : รกั ษาโรคริดสดี วงทวาร (S2-42)
• ตาํ รบั ยาบาํ รุงกาํ ลงั /ชูกาํ ลัง : ชว ยบาํ รงุ กําลงั ชูกาํ ลงั ใหมี
เรี่ยวแรงทํางาน (S2-59)
• ตํารบั ยารกั ษากระดกู ทับเสน : รักษาอาการกระดกู ทบั เสน
(S2-66)
• ตาํ รับยาหอมนวโกฐ : แกคลนื่ เหียนอาเจียน วงิ เวยี น ลมจกุ
แนน ในอก แกล มปลายไข แกอาการสะบดั รอ นสะบัดหนาว
หรือครัน่ เนอ้ื ครนั่ ตัว รอนวูบวาบเหมือนจะเปน ไข บํารงุ
ประสาท (S3-01)
• ตํารบั ยาหอมอนิ ทจักร : แกคล่นื เหยี นอาเจยี น หนา มืดจะเปน
ลม ลมจุกเสียดแนน หนาอก แนน ทอ ง ทองอดื อาหารไมย อ ย
ปรบั ระบบการหมนุ เวียนเลอื ดใหดี ชว ยบาํ รุงหวั ใจ (S3-04)
• ตาํ รบั ยาวิสมั พยาใหญ : แกทอ งอดื ทองเฟอ จุกเสียดแนน ทอง
ขับลมในกระเพาะอาหาร (S3-10)
• ตาํ รับยาธาตุบรรจบ : แกทองเดิน ทองเสยี ที่ไมมีสาเหตุจาก
การติดเชื้อ ไมม ีไขแทรก, แกท อ งอืด ทอ งเฟอ แกธาตไุ มปกติ
หรือพิการ (S3-15)

410

สรอ้ ยอินทนลิ สลัด
ช่อื ทอ งถิ่น : น้ําแนข น นาํ้ แนม วง (อดุ รธานี) ชื่อทอ งถ่ิน : ผักหวานเปร้ียว (สระแกว)
ชอื่ วิทยาศาสตร : Thunbergia grandiflora ชื่อวทิ ยาศาสตร : Mallotus peltatus (Geisel.)
(Roxb. ex Rottler) Roxb. Müll. Arg.
ชือ่ วงศ : ACANTHACEAE ชื่อวงศ : EUPHORBIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเน้อื ออ น ยาวถึง 20 ม. ขอ และปลายกานใบ ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สงู ถงึ 5 ม. ตามสวนออน ๆ มีขนส้ัน ใบ
บวม ตามกง่ิ กานใบ แผน ใบดา นลางมขี นสั้น-ยาว ใบเด่ียว เรียง เด่ียว เรียงเวียน รูปไข- รูปรี ยาว 12-17 ซม. โคนใบบิด-เวา มี
ตรงขา ม รูปไข- ใบหอก ยาว 9-15 ซม. จุดเดน ทชี่ ว งโคนใบหยัก ตอ มบนแผนใบชว งโคนใบ ขอบใบจกั ฟน เลอ่ื ยและมตี อ มตามรอย
เปนพูตน้ื -แฉก ขา งละ 1-3 พู ดอกรปู แตร กลบี ดอกสีมวงอมฟา จัก ชอดอกตั้งขึ้น ยาว 10-17 ซม. ผลเปน 3 พู กวาง 1.2-1.5
แยก 5 แฉก ดอกบาน กวาง 6-7 ซม. หลอดกลบี ดอกดานในสี ซม. ผวิ มหี นามจาํ นวนมาก
นาํ้ ตาลเร่อื ๆ ผลเปน แทง ยาว 5 ซม. โคนกลมปอง มีกลีบเล้ยี งสี สรรพคุณ
มวงคลา้ํ โอบหอ • ใบออนหรอื ยอดออน : ทานเปนผักสดหรอื ประกอบอาหาร
สรรพคณุ ชว ยบาํ รงุ สายตา บํารุงเลือด บํารุงผวิ พรรณ (E2)
• ราก : แกฟ กชา้ํ บวม แกแ ผลอักเสบ (NE2)
• รากและตน : เปนยาฟอกโลหติ ; แกน ใบ และดอก : เปนยา
ระบาย แกงูสวดั ลมในกระดกู แกปส สาวะพิการ ขับพยาธิ ชว ย
รกั ษามะเร็งเมด็ เลอื ดขาว (R18)
• ตาํ รับยาถอนพิษสัตวก ดั ตอย : ชว ยถอนพิษแมลงสัตวก ดั ตอย
บรรเทาปวดบวมจากพษิ (NE2-023)

กลางซา ย : ชอ ดอกเพศผู, กลางขวา : ชอดอกเพศเมีย,
ลาง : ผลออน

สลัดไดปา่ 411
ช่อื ทอ งถ่ิน : สลัดได (พทั ลงุ , ตรัง), สลดั ได กลาง : หนาตดั ของกิง่ และนํา้ ยางสขี าวขุน
หงอนเงือก (อุดรธาน)ี
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Euphorbia antiquorum L.
ชอื่ วงศ : EUPHORBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สงู ถงึ 5 ม. ลาํ ตนอวบน้ํา ตนแกมีเนอ้ื ไม
ทุกสว นท่มี ีชีวติ มีนา้ํ ยางสีขาวขนุ มักไมส รา งแผนใบ กิง่ สเี ขียว
หรอื มีลายสอี อ นกวา ผวิ เกลย้ี ง มี 3 สนั บนสันหยักเปนคลื่นตาม
แนวยาว ยอดคลืน่ มีหนามเปนคู ดอกสขี าวครีม ผลเปน 3 พู
กวาง 1 ซม. ผิวเกลย้ี ง
สรรพคุณ
• แกน ไมต ายท่มี ีเชอื้ รา (กะลําพัก) : บาํ รุงหัวใจ แกความดนั
โลหิตสงู ใชเขายาหลายตํารับ (S1, S2, S3)
• กิ่งสด : รกั ษาแผลนาํ้ รอ นลวก (NE3)
• นา้ํ ยาง : รักษากลาก-เกลื้อน (S2)
• ตํารบั ยาละลายลิม่ เลอื ด : ชว ยละลายลิ่มเลือด บรรเทาอาการ
เสนเลอื ดตีบ (S2-30)
• ตาํ รับยาไขกาํ เดาใหญ : แกไ ขก าํ เดาใหญ (S2-47)
• ตํารับยาบํารงุ เลือด/หวั ใจ/รา งกาย : บาํ รุงเลอื ด ดูมีเลอื ดฝาด
บาํ รงุ หวั ใจ บาํ รงุ รา งกายทง้ั ชาย-หญงิ แกอ าการซบู ผอม (S2-51)
• ตาํ รับยาบาํ รุงโลหติ ระดู : บาํ รุงโลหิตระดู (S2-56)
• ตาํ รับยาหอมนวโกฐ : แกค ลื่นเหียนอาเจยี น วิงเวยี น ลมจกุ
แนนในอก แกล มปลายไข แกอ าการสะบดั รอ นสะบัดหนาว
หรือครน่ั เนอื้ ครนั่ ตัว รอนวบู วาบเหมือนจะเปนไข บาํ รงุ
ประสาท (S3-01)
• ตาํ รับยาหอมอินทจักร : แกคลนื่ เหียนอาเจยี น หนามดื จะเปน
ลม ลมจุกเสยี ดแนน หนาอก แนนทอ ง ทอ งอืด อาหารไมยอย
ปรับระบบการหมนุ เวียนเลือดใหด ี ชวยบาํ รงุ หัวใจ (S3-04)
• ตํารบั ยาเทพมงคล : แกไขตัวรอน ถอนพษิ ไข ไขก าฬ, แก
อาการชกั -ล้นิ กระดางคางแขง็ -แนน่ิงหนาเปลี่ยนส-ี มีอาการ
มึน-กระหายนํา้ หอบพกั , แกโ รคหละ-โรคละออง-โรคซางในเดก็
(S3-11)
• ตํารับยาหอม (สตู รพนื้ บาน) : แกเปนลม วิงเวียนศรี ษะ หนา
มดื ตาลาย (S3-40)
กะลาํ พกั /แกนไมตายและมีเชือ้ ราเขาของสลดั ไดปา

412

สวาด ฝก และเมลด็ สวาด
ชือ่ ทองถิ่น : กะหวาด สวาด หวาด (ตรงั ), สวาด
(พิษณโุ ลก), สวาด หวาด (พทั ลุง)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Caesalpinia bonduc (L.) Roxb.
ชื่อวงศ : FABACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถา ยาวถงึ 10 ม. เถาเปนเหลยี่ ม ตามเถา ก่งิ
กา นใบและแกนใบมขี นสน้ั นุมและหนามคมหนาแนน ใบประกอบ
แบบขนนก 2 ชั้น มีชอใบ 7-8 คู ชอใบยอยมใี บยอย 7-11 คู
เรียงตรงขา ม รปู ไข ยาว 2-4 ซม. ผลแบบฝก แบนรูปรเี บย้ี ว ยาว
7-10 ซม. ผวิ ฝกมหี นามคมหนาแนน มี 1-2 เมลด็ ๆ ทรงกลมรี สี
เขียวคล้ํา-เทา
สรรพคุณ
• ตาํ รบั ยาแกไอ : แกไอ (N1-161)
• ตาํ รบั ยาแกองคชาตตายไมเกนิ 3 ป : แกองคชาตตายไมเกิน 3
ป บํารงุ องคชาต บํารุงกําลัง (S1-40)
• ตาํ รับยาปรบั ธาตุ/ปวดเมอื่ ย/ปวดขอ-เอน็ : ชวยปรบั ธาตุ แก
ปวดเมื่อย ปวดเขา -ขอ -เอ็น แกเอน็ พิการ (S2-26)
• ตาํ รับยาประสะมะแวง : แกไ อ ขบั เสมหะ ทาํ ใหชมุ คอ (S3-08)
• ตํารับยาไขรอ นในกระหายนํ้า/ทองเสยี แบบมไี ข : แกไ ขรอน
ในกระหายนาํ้ แกทอ งเสยี แบบมีไข แกไ ขอ าเจยี น แกไขน อนไม
หลบั (S3-47)

สอ่ งฟา้
ชือ่ ทอ งถ่นิ : สองฟา (อดุ รธาน)ี
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Clausena guillauminii Tanaka
ช่อื วงศ : RUTACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สงู ถงึ 2 ม. ตามสว นออ น ๆ มขี นสั้น ใบ
เรยี งเวยี น ใบประกอบแบบขนนก มใี บยอ ย 3-5 ใบ เรยี งสลบั -ตรง
ขา ม รูปหอกกลบั -รี ยาว 3-10 ซม. แผน ใบสมมาตร (ไมเ บีย้ ว)
ขอบใบหยัก-เรียบ แผน ใบดา นบนมองเห็นตอมน้าํ มนั นูนใส
ชดั เจน ขย้ีใบมกี ล่ินฉุนคลายสม กา นใบยอ ยบวม ยาว 1-2 มม.
แกนใบมคี รบี เล็กนอ ย ชอผลต้ังขนึ้ ยาว 4-10 ซม. ผลรูปไข- แกม
กลม ยาว 1 ซม. สุกผิวใส สีแดง
สรรพคุณ
• ใบสด : รักษาอาการตาฟาง (NE3)

413

สอ งฟา สะแกแสง
สะแกแสง สะเดา
ชือ่ ทอ งถิ่น : แดงแสง (อุดรธานี) ชื่อทอ งถน่ิ : สะเดา (สระแกว)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Cananga brandisiana (Pierre) I. M. ชื่อวทิ ยาศาสตร : Azadirachta indica A. Juss.
Turner ช่ือวงศ : MELIACEAE
ชือ่ วงศ : ANNONACEAE ลกั ษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สูงถงึ 15 ม. เปลือกแตกเปนรอ งลึก
ลกั ษณะเดน : ไมต น ผลดั ใบ สูงถงึ 30 ม. เปลอื กแตกเปน รองต้นื ตามยาว-สีเ่ หลีย่ มหนา ใบเรียงเวยี น ใบประกอบแบบขนนกปลาย
ตามแนวยาว ตามกงิ่ ใบ ดอกมีขนสน้ั หนานมุ คลา ยกํามะหย่ี ใบ คู มีใบยอย 3-6 คู เรยี งตรงขา ม-เกือบตรงขาม รูปใบหอกโคง
เดย่ี ว เรยี งสลับ รูปไขก วาง-แกมกลม ยาว 13-20 ซม. แผนใบ ยาว 4-9 ซม. โคนใบเบ้ียว ขอบใบจักฟนเล่ือย แผนใบเกล้ียง
เน้อื หนานุม กลบี ดอก 6 กลบี สีเขียวอมเหลือง รูปใบหอก ยาว 5 ชอดอกสขี าว ผลรูปรี-รปู ไข ยาว 2-2.5 ซม. ผิวเกลีย้ ง สุกสี
ซม. ผลรปู ไข ยาว 2-3 ซม. ตดิ เปนกลุม ถงึ 20 ผล/กลุม ผิวมี เหลือง-อมชมพู มี 1 เมลด็ ใบ ชอ ดอกและผลมีรสขม
นวลขาว สุกสดี ํา
สรรพคุณ
• แกน หรอื ราก : แกพ ิษไขเ ซอ่ื งซมึ (NE3)

414

สรรพคุณ
• ราก : แกไ ข ตัวรอ น (E2)
• ตํารบั ยาบาํ รุงกําลัง/เลือด/หวั ใจ : บาํ รุงกาํ ลงั บํารุงหัวใจ ชวย
ใหเลอื ดลมสมบูรณ แกลม (S1-04)
• ตํารับยาแกไข/แกร อ นใน : แกไข ตัวรอ น แกร อ นใน (S1-25)
• ตํารบั ยาขบั เสมหะ : ชวยขบั เสมหะในอกและลําคอ (S2-05)
• ตํารบั ยาแกไ ขตวั รอน : แกไข ตวั รอน ไขเ ปลยี่ นฤดู (S2-17)
• ตาํ รบั ยาไขเ ลอื ดออก : รกั ษาไขเลอื ดออก ซง่ึ มีอาการรอนในสงู
ปวดเม่อื ยตามรางกาย ปวดศรี ษะ สะทา นรอน-หนาว (S2-43)
• ตาํ รบั ยาแกป ลายไข (ไขร ะยะปลาย) : แกปลายไข (ไขใ นระยะ
ปลาย : เปน ไขต วั รอ น ไขกาฬ ไขก าํ เดา มาแลว หลายวัน ชว ย
ทําใหหายไขเ ร็วขึ้น ชว ยแกธ าตุ คุมธาตุใหสมดลุ เปนยาระบาย
ออน ๆ และชว ยใหเ จริญอาหาร) (S3-45)
• ตาํ รบั ยาไขหวดั : แกไขห วัด (S3-46)

สะเดาเยน็ กลาง : ผลสุก, ลาง : แผนใบดา นลา ง
ชื่อทอ งถน่ิ : ขอบนาง (ตรัง), ขอบนาง ขอบชะนาง สะตอ
(พทั ลุง) ชอ่ื ทอ งถิน่ : ตอ สะตอ สะตอขา ว สะตอดาน (ตรงั ,
ชื่อวิทยาศาสตร : Salacia macrophylla Blume พัทลุง)
ชื่อวงศ : CELASTRACEAE ชือ่ วิทยาศาสตร : Parkia speciosa Hassk.
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนือ้ แข็ง ยาวถงึ 10 ม. เปลอื กเรียบ ไมม ี ชอ่ื วงศ : FABACEAE
นํ้ายาง ตามก่ิงและใบเกลีย้ ง มหี ใู บขนาดเลก็ ท่ซี อกใบ ใบเดีย่ ว ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 40 ม. เปลอื กแตกสะเกด็ กลมขนาด
เรียงตรงขาม รปู รี ยาว 10-20 ซม. ขอบใบเรียบ ปลายใบเรยี ว เลก็ และลอนออกสีนา้ํ ตาลแดง ตามสว นออน ๆ มขี นสนั้ ใบ
แหลม เนอื้ ใบหนา ดอกสีชมพอู มสม หรอื สคี รมี ผลทรงกลม ประกอบแบบขนนก 2 ช้นั ยาว 30-40 ซม. มีชอใบยอย 10-15
กวา ง 5-6 ซม. สุกสแี ดง ผิวขรขุ ระมี 2-6 เมล็ด คู ใบยอย 20-40 คู รปู ขอบขนาน ยาว 10-15 มม. ปลายใบมน
สรรพคุณ กา นชอดอกยาว 30-40 ซม. ชอดอกเปน กระจกุ ทรงกลมแกมทรง
• เถา : แกร ดิ สดี วง (S3) กระบอก ยาว 10 ซม. หอยลง สีขาว-เหลอื ง ผลแบบฝก แบนรูป
• ตาํ รับยาบาํ รงุ โลหิตสตรโี ดยตรง/ประจาํ เดือนเปนปกติ : แถบยาว ยาว 30-45 ซม. กวา ง 5 ซม. บดิ เกลยี วเล็กนอย เมลด็
บํารุงโลหิตของสตรโี ดยตรง รกั ษาอาการประจําเดอื นใหเปน กลมรี เรยี งตามแนวขวาง นนู ขึ้นจากเปลือกฝก ชดั เจน
ปกติ แกโลหติ ระดูเสีย บาํ รุงธาตุ (S2-50)

415
สะบา้
ชอ่ื ทองถิน่ : สะบา (ตรัง, สระแกว , อดุ รธานี),
สะบามอญ (พิษณุโลก)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Entada rheedii Spreng.
ช่ือวงศ : FABACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนือ้ แข็ง ยาวถงึ 40 ม. เถาคอ นขา งแบน
และบิดเกลียว ใบประกอบแบบขนนก 2 ชนั้ ชอใบยอย 2-3 คู ใบ
ยอ ยติด 3-5 คู เรยี งตรงขา ม รูปรี-ไขก ลบั ยาว 4-6 ซม. ปลายใบ
แหลม แผนใบเกล้ยี ง ชอ ดอกคลายหางกระรอกสีขาว-เหลือง ยาว
10-17 ซม. ผลแบบฝกแบน รปู แถบยาวและโคง เลก็ นอย 0.6-1
ม. กวาง 10-15 ซม. มีรอยหยักและนูนตามตาํ แหนง เมล็ด
สรรพคุณ
• เปลอื กเถาและเนอ้ื ไม : แกค ันศีรษะ แกโ รคผวิ หนัง ลา งแผล
ถายพยาธิ (NE2)
• เมล็ด : แกไขก าฬ (N1)
• ตาํ รบั ยาขบั นิ่ว-โรคไต-ตับ : ขบั น่ิวในถงุ น้าํ ดี นิ่วในระบบทาง
เดินปสสาวะ แกปสสาวะขน แกโรคไต แกโ รคตบั (E2-217)
• ตาํ รับยาโรคผิวหนังจากเชือ้ รา/แผลตดิ เช้อื : แกกลาก เกลอื้ น
แกพ ษิ บาดแผล แผลติดเช้อื (S1-42)
• ตาํ รับยาโรคผวิ หนังจากเชอ้ื รา/แกคันจากการแพ : ยาขผ้ี ้ึง
หรอื ยาหมองทารักษาโรคผวิ หนงั จากเชือ้ รา เชน กลาก เกลื้อน
แกอาการคันตามผิวหนงั ทว่ั ไปจากอาการแพ ผืน่ คนั คนั จาก
แมลงสัตวก ัดตอย (S2-64)

ซาย : สะตอขาว, ขวา : สะตอดาน
สรรพคุณ
• เมลด็ : บาํ รุงสายตา เจรญิ อาหาร ลดความดันโลหิต ลดระดับ
นา้ํ ตาลในเลือด ขบั ลมในลําไส เปน ยาระบาย (R70)
• ตํารับยาโรคเบาหวาน : แกโ รคเบาหวาน (S2-22)

416
สรรพคณุ
• รากหรือแกน : ใชเขายารักษาโรคผวิ หนัง (E2); นํ้ายาง : ทา
รกั ษาแผลพพุ อง; ดอกเพศเมีย (เปน ลกู กลมสีเขียว) : บาํ รุง
เลือด มีรสหวานมนั นยิ มทานเปน ผักตม ใสแ กงเลยี งหรือแกงแค
(E2)

กลาง : ฝก ออ นสะบา , ลา ง : เมล็ดแกและเน้ือในเมลด็ กลาง : ชอ ดอกเพศเมีย
สะแล
ชอ่ื ทอ งถ่นิ : แกแล (สระแกว)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Broussonetia kurzii (Hook. f.) Corner
ชือ่ วงศ : MORACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม รอเลื้อย ผลัดใบ สงู ถึง 20 ม. เปลอื กเรยี บสี
เทาอมน้ําตาล ทุกสวนที่มีชวี ติ มนี ํา้ ยางสขี าวขุน ตามสว นออน ๆ
มีขนสน้ั ใบเด่ยี ว เรยี งสลับระนาบเดยี ว รปู ขอบขนาน-รี ยาว
7-14 ซม. ขอบใบหยักคลายซฟ่ี น ปลายใบเรียวยาวคลายหาง ชอ
ดอกเพศผูสขี าว ยาวคลา ยหางกระรอก ชอดอกเพศเมียทรงกลม
สเี ขยี ว กวา ง 1 ซม.

417

สะเอง้ สะเอง
ชอ่ื ทอ งถิน่ : พญาปลองเงนิ พญาปลองทอง (ตรัง), สกั
พญาปลอ งทอง (พษิ ณุโลก), พญาปลองทอง ชอื่ ทองถน่ิ : สกั (สระแกว , พิษณุโลก)
ปลาไหลทอง (สระแกว), ชองระอา (จนั ทบรุ ี), เถาสะเอม (ตราด) ชื่อวทิ ยาศาสตร : Tectona grandis L. f.
ช่อื วิทยาศาสตร : Strychnos thorelii Pierre ex Dop ช่อื วงศ : LAMIACEAE
ชือ่ วงศ : LOGANIACEAE ลักษณะเดน : ไมต น ผลัดใบ สงู ถึง 30 ม. เปลอื กแตกรอ งตน้ื ตาม
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนอื้ แข็ง ยาวถึง 30 ม. เปลือกเถาอายุนอย ยาว ตามสวนตาง ๆ มขี นส้นั หนาแนน กง่ิ เปน สเี่ หลย่ี ม ใบเดีย่ ว
เรียบ ตามขอ มรี อยวงแหวนนูน เถาแกเปลอื กแตกเปน สะเก็ดเลก็ เรยี งตรงขามตงั้ ฉาก รูปร-ี ไขกลบั ยาว 20-40 ซม. ขยี้ใบสดจะ
นอย เปลอื กในชัน้ นอกสุดสีเหลือง ตามกิง่ ออ นและกานใบมขี น เปนสีแดง ชอ ดอกออกตามปลายกงิ่ ต้งั ขึ้น ยาว 30-50 ซม. ดอกสี
สั้น ปลายกงิ่ มีมือพันมวนเปนเกลยี ว ใบเดีย่ ว เรียงตรงขา ม รูปไข ขาว-ชมพู มี 5-6 กลบี เม่ือบานกวาง 8 มม. ผลเปน ถุงคอนขา ง
ยาว 6-12 ซม. ปลายใบเรียวแหลม มีเสนแขนงใบออกจากโคนใบ กลม กวา ง 2-3 ซม. ดานในกลวงพอง มีเมลด็ แขง็ กลม กวา ง 1.5
1 คู ผลรปู ไข ยาว 2-3 ซม. มี 1 เมลด็ ๆ มปี ก รอบเมล็ด กลาง ซม. 1 เมลด็ มีขนหนานมุ
เมล็ดเปนสนั นูนตามยาว สรรพคุณ
สรรพคณุ • แกน : ขับลมในลาํ ไส แกไข (E2)
• เถา : ถอนพษิ ไข พิษงู พิษแมลงกัดตอ ย ปอ งกันคุณไสย รักษา • ตาํ รบั ยาแกเบาหวาน/ความดันโลหติ : รักษาเบาหวาน ความ
โรคเบาหวาน ความดนั โลหติ สูง (E2) ดันโลหิต (E2-219)
• เถา : แกไข (N1) • ตาํ รบั ยาแกตบั แขง็ /ตบั ทรดุ : แกต ับแข็ง ตับทรุด (N1-258)
• เถา : ลางพษิ จากสารเคมี แอลกอฮอลใ นเลอื ด (สรรพคณุ คลาย • ตาํ รบั ยาโรคความดนั โลหิตสงู /โรคเบาหวาน : ชวยลดความ
ตนรางจืด) แกมนตดํา หรือแกค ุณไสย (S2) ดันโลหิตสงู เบาหวาน ลดไขมนั ในเลอื ด (S1-15)
บน : เถาทมี่ อี ายนุ อ ยจะพบขอ วงแหวนนนู ชดั เปลอื กชน้ั ในสเี ขยี ว-สี • ตํารับยาโรคอัมพฤกษ- อัมพาต : รกั ษาอัมพฤกษ-อมั พาต
ครมี เรยี กวา พญาปลอ งเงนิ , ลา ง : เถาอายมุ ากของสะเอง ขอ (S2-33)
วงแหวนจะคอ ยๆ หายไปและมเี ปลอื กแตกสะเกด็ หนามากขน้ึ มกี าร • ตํารับยาบํารุงโลหิตระดู : บาํ รงุ โลหติ ระดู (S2-56)
สรา งเปลอื กชน้ั ในสเี หลอื งสม ชดั เจน เรยี กวา พญาปลอ งทอง • ตาํ รับยาโรคกรดไหลยอน : แกโ รคกรดไหลยอ ย (S2-65)
• ตํารบั ยาโรคมะเรง็ : ชวยรักษาโรคมะเร็ง (S2-93)
• ตาํ รบั ยามหานิลแทงทอง : แกไขต ัวรอ น ไขห ัด ไขอ ีสกุ อีใส แก
รอ นในกระหายนํา้ แกป ากเปอยเพราะพษิ รอ นหรอื รอ นใน
(S3-12)

418

บน : ผลสกั , ลางซา ย : เปลือกลาํ ตน บน : ชอดอกสักข้ีไก

สกั ขไี้ ก่ สังกรณี
ช่ือทองถิน่ : สวอง (พษิ ณโุ ลก) ชือ่ ทอ งถ่นิ : สังกรณี (อุดรธานี)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Premna tomentosa Willd. ชื่อวิทยาศาสตร : Barleria strigosa Willd.
ชอื่ วงศ : LAMIACEAE ช่ือวงศ : ACANTHACEAE
ลักษณะเดน : ไมต นผลัดใบ สูงถงึ 20 ม. เปลือกลอนเปน แผน ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลุก สูงถึง 60 ซม. ตามลําตน และสวนตาง ๆ
บาง-มรี องปริตามยาว ตามสว นตา ง ๆ มขี นสน้ั หนาแนน กง่ิ เปน มีขนยาวสากคายสีขาว ใบเดย่ี ว เรียงตรงขา มตัง้ ฉาก รูปรี ยาว
ส่เี หล่ยี ม ใบเด่ียว เรียงตรงขามตัง้ ฉาก รูปไข ยาว 15-20 ซม. 8-16 ซม. โคนใบสอบเรียว ชอดอกยาว 3-5 ซม. มีใบประดับ
โคนใบเวา ขอบใบจักฟนเลอื่ ย-เรียบ กานใบยาว 6-12 ซม. ชอ เรยี งซอ นกนั หลายช้ัน สเี ขยี ว ใบประดับรปู ไขปลายเรยี วแหลม
ดอกออกตามปลายก่ิงตงั้ ขน้ึ ดอกสขี าว กลบี ดอกยาว 5 มม. กลบี ดอกสีมว งคราม รปู แตร ยาว 5 ซม. ปลายแยก 5 แฉก
สรรพคุณ สรรพคณุ
• เน้ือไม : บาํ รงุ เสนเอน็ รักษาโรคริดสีดวงทวาร (N1) • ตํารบั ยาแกไขก าํ เดา/ไขหวัดใหญ : แกไ ขก ําเดา ไขหวัดใหญ
(NE3-072)

419

สังกรณี สั่งทาํ

สงั่ ทาํ สังวาลพระอินทร์
ช่อื ทอ งถนิ่ : ส่งั ทาํ (สระแกว ) ชื่อทอ งถน่ิ : เขืองเขียว (อดุ รธานี), ตนตายปลายเปน (ตรัง )
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Diospyros buxifolia (Blume) Hiern ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Cassytha filiformis L.
ชือ่ วงศ : EBENACEAE ชือ่ วงศ : LAURACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 20 ม. เปลือกสดี าํ เรียบ แตกกิง่ เปน ลักษณะเดน : ไมเถาลม ลุก ประเภทกาฝากเบยี นตน ไมอ น่ื ยาวถึง
ชน้ั ตามกิง่ ออ นและแผน ใบดานลางมขี นสน้ั ใบเดยี่ ว เรยี งสลับ 5 ม. มปี มุ รากดดู อาหารยึดติดกบั ก่งิ ไมตน อ่ืน ๆ เถาเปนเสนกลม
ระนาบเดียว รูปรี ยาว 2-3.5 ซม. เห็นเสน ใบไมช ัด ดอกเลก็ สีขาว เรยี วเลก็ หนา 3 มม. มลี ายสขี าวตามแนวยาวและมีขนสนี า้ํ ตาล
ดอกแยกเพศแยกตน ผลรปู ไข ยาว 2 ซม. ผิวเกลยี้ ง มีกลบี เล้ียง แดง ดอกสคี รีม เปนตมุ กลม กวาง 4 มม. มกี ลบี ดอก 3 กลีบ ผล
4 กลีบ ติดแนบข่วั ผล สุกสีดํา ทรงกลม กวา ง 10 มม.
สรรพคุณ สรรพคณุ
• เปลือกและแกน : แกท องอืดทอ งเฟอ แกทองรว ง แกบดิ แกไ ข • ท้ังตน : แกไ ขห วัด บาํ รุงตบั -ไต บํารงุ เสน เอน็ (NE3)
รอ นใน ชวยสมานแผลทั้งภายในและภายนอก (E2) • ตํารับยาขบั นวิ่ ในไต-ทางเดินปสสาวะ : ชวยขบั นิ่วในไต และ
ทางเดินปสสาวะ ชว ยลา งไต รกั ษาทางเดินปสสาวะอกั เสบ
(S2-14)
• ตํารับยาปรับธาต/ุ ปวดเมื่อย/ปวดขอ -เอน็ : ชวยปรับธาตุ แก
ปวดเมื่อย ปวดเขา -ขอ -เอ็น แกเอ็นพิการ (S2-26)
• ตํารับยารักษากระดูกทบั เสน : รกั ษาอาการกระดกู ทับเสน
(S2-66)

420

เสนแขนงใบ กา นใบสน้ั มาก ยาว 2-5 มม. ดอกเลก็ กลีบดอกสี
ขาวครีม ยาว 2 มม. ผลรปู ไข ยาว 1.5 ซม.
สรรพคณุ
• ตาํ รับยาบาํ รุงโลหิตสตรีโดยตรง/ประจําเดือนเปนปกติ :
บํารุงโลหิตของสตรีโดยตรง รกั ษาอาการประจําเดือนใหเ ปน
ปกติ แกโ ลหติ ระดูเสีย บํารุงธาตุ (S2-50)
• ตาํ รับยาแกปวดเม่อื ยกลา มเน้ือ-เสน เอ็น/บาํ รุงกําลัง : แกปวด
เม่อื ยกลา มเนื้อ-เสนเอ็น บํารุงกําลัง (S2-61)

บน : ผลของสังวาลยพระอินทร, ลา ง : ปุม ดูดอาหารจากกิง่ ไม สัตบรรณ
ชนดิ อน่ื ชอื่ ทอ งถ่นิ : ตีนเปด พญาสัตบรรณ (พษิ ณโุ ลก),
สงั หยใู บเลก็ ตนี เปด สัตบรรณ (สระแกว ), พญาสตั บรรณ (ตรัง)
ชือ่ ทอ งถิ่น : สาวสะดงุ ระฆังเขยี ว (ตรัง) ชื่อวิทยาศาสตร : Alstonia scholaris (L.) R. Br
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Popowia pisocarpa (Blume) Endl. ชื่อวงศ : APOCYNACEAE
ชือ่ วงศ : ANNONACEAE ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 40 ม. ตามก่งิ ใบ และชอ ดอกไมม ีขน
ลักษณะเดน : ไมพมุ -ไมต น สงู ถึง 10 ม. ตามก่งิ ชอ ดอก ผล ทุกสวนท่มี ีชวี ติ มนี า้ํ ยางสขี าวขนุ ใบเดี่ยว เรยี งรอบขอ คลา ยกบั
กา นใบ และแผน ใบดานลางมขี นสั้น-ยาวหนาแนน ยอดออนมขี น ตนี เปดดํา (Als_ang) มจี ดุ ตางที่สัตบรรณมเี ปลือกเปน สะเกด็
สีสนมิ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปร-ี แกมขอบขนาน ยาว 6-13 ซม. หนานุมสีเหลืองอมน้ําตาล มีใบเรยี งรอบขอจํานวน 5-7 ใบ/ขอ
ปลายใบเรยี วแหลม แผน ใบดานบนมนั เงา และมีรอยกดตามแนว รูปหอกกลับ ยาว 12-20 ซม. โคนใบมน-สอบ กานใบยาว 1-1.5
ซม.
สรรพคุณ
• แกน หรือราก : รักษาแผลในลาํ ไส- ระบบทางเดนิ อาหาร (E2)
• ตํารบั ยาแกไขตัวรอน : ชวยแกไข ตวั รอน มสี รรพคณุ คลา ยกบั
ตนี เปดดาํ ใชแทนกันได (S2-79)

421

ขวา : ฝก แหงทีแ่ ตกของสตั บรรณ

สนั โสก บน : แผน ใบดา นลาง, ลา งซาย : ดอก
ชอ่ื ทอ งถ่นิ : สอ งฟา สมัด โปรง ฟา (พษิ ณุโลก), • ทัง้ 5 : ขับลม แกท องอดื ทอ งเฟอ แกหนองใน แกริดสดี วง
หสั คุณ (อดุ รธาน)ี , หัสคุณ หมยุ ชา ง หมยุ หอม ทวาร และรดิ สีดวงจมูก (NE3)
(ตรัง) • ตํารบั ยาลางสารพิษ/แกป วด : ลา งสารพิษ แกไ ข แกป วด แก
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Clausena excavata Burm. f. เบื่อเมา (N1-22)
ชื่อวงศ : RUTACEAE • ตํารับยาโรคอัมพาตระยะแรก : แกอ าการกง่ึ อัมพาตหรือ
ลกั ษณะเดน : ไมพุม สงู 2-5 ม. ตามสวนออน ๆ มขี นสนั้ สขี าว อัมพาตระยะแรก กลา มเนอ้ื ออนแรง เดินยืนไมป กติ เหน็บชา
ใบเรยี งเวียน ใบประกอบแบบขนนก ใบยอย 7-17 ใบ เรยี งสลบั (S2-24)
รูปไข- ใบหอก ยาว 2-6 ซม. แผน ใบไมสมมาตร (เบีย้ ว) ขอบใบ
หยกั -เรียบ แผน ใบมองเห็นตอมนํา้ มันใส ขยี้ใบมีกลนิ่ ฉนุ คลา ยสม ส้านใหญ่
แผนใบดานลา งมขี นสั้น-เกือบเกลย้ี ง ชอผลตง้ั ข้นึ รูปกรวยแหลม ชอ่ื ทอ งถน่ิ : สาน (ตรงั )
ยาว 15-30 ซม. ดอกสีขาว ผลรูปไข ยาว 1 ซม. สุกผวิ ใส สี ช่ือวิทยาศาสตร : Dillenia obovata (Blume) Hoogland
ขาว-ชมพู ชื่อวงศ : DILLENIACEAE
สรรพคุณ ลักษณะเดน : ไมตน ผลัดใบ สูงถึง 20 ม. เปลอื กเรียบ-ขรุขระ
• ราก : แกโ รคกระเพาะอาหาร (N1) ตามสวนออ น ๆ มขี นสีขาวหนาแนน ใบเดีย่ ว เรียงเวยี น รปู ไข
• ราก : แกท อ งอืดทอ งเฟอ (NE2) กลบั ยาว 20-40 ซม. ขอบใบจักฟน เล่ือย ปลายใบมน-เวาบุม
โคนใบสอบเรียว กา นใบมีครบี โคนกานใบโอบกิ่ง กลบี ดอกสี
เหลือง มี 5 กลบี รปู ไขกลบั เมื่อบานกวา ง 10 ซม. ผลทรงกลม
กวา ง 4 ซม. ภายในเนอ้ื ผลแบงเปน 10 หอ ง สุกสีสม มีกลน่ิ หอม

422 สามสบิ
สรรพคณุ ชื่อทอ งถิน่ : เหลก็ ไมไ ผ (พัทลุง)
• เปลอื ก : ทาํ ใหเหงือกและฟนแขง็ แรง แกท อ งเสีย (S2) ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Peliosanthes teta Andrews subsp. teta
ชื่อวงศ : ASPARAGACEAE
ลักษณะเดน : ไมล ม ลุก สูง 25-35 ซม. มลี ําตนสน้ั ใตดนิ ใบเดีย่ ว
เรยี งกระจุกทผ่ี ิวดนิ รปู ใบหอกแคบ ยาว 15-25 ซม. กวา ง 3-6
ซม. มีเสนใบตามแนวยาว 5 เสน เนอ้ื ใบแขง็ หนา ผวิ ใบดา นบน
มนั เงา มีรอบพับเล็กนอยตามแนวเสน ใบ กานใบยาว 10-25 ซม.
กลมและเกล้ียง ชอดอกออกจากเหงา ต้ังขนึ้ สูง 13-18 ซม. กา น
ชอ ดอกสมี ว ง ดอกสเี ขยี วออน กลบี รวมมี 6 กลบี รปู ไขก วาง
ดอกบานแผก วาง 7 มม. ดอกยอยออกชต้ี ้ังข้นึ เรียงกระจายหาง

สรรพคุณ
• : ทงั้ 5 : บาํ รุงกาํ ลงั (S3)

ผลสุกของสา นใหญ สายหยดุ
ชอื่ ทองถ่ิน : สายหยดุ (สระแกว, อุดรธาน)ี ,
สาวหยุด (ตรัง)
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Desmos chinensis Lour.
ช่อื วงศ : ANNONACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเน้อื แข็ง ยาวถึง 20 ม. ตามยอดออนมีขนสี
สนมิ เถาเรียบ ใบเดยี่ ว เรียงสลับ รูปไข- ขอบขนาน ยาว 10-20
ซม. แผน ใบดานลางสเี ขยี วนวล ดอกเด่ียว กานดอกยาวถงึ 6 ซม.
กลบี ดอกสเี หลืองอมเขียว-เหลือง รปู แถบ ยาว 5-8 ซม. มี 6
กลีบ ผลเปนแทงยาวถึง 7 ซม. หยักคอดตามตําแหนงเมล็ด

423

ติดเปน กลมุ ถึง 20 แทง /กลมุ สุกสีแดง-สีดํา สารภี
สรรพคณุ ช่อื ทองถนิ่ : กระทิง สารภีปา (พิษณุโลก)
• เถาหรือราก : รกั ษาอาการติดยาเสพติด (NE3) ช่ือวทิ ยาศาสตร : Mammea siamensis (Miq.) T. Anderson
• ดอก : บาํ รงุ หวั ใจ (E2) ชื่อวงศ : CALOPHYLLACEAE
• ตํารับยาบาํ รุงเลือด/หัวใจ/รางกาย : บํารงุ เลอื ด ดูมีเลอื ดฝาด ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 10 ม. เปลอื กเรยี บ-สะเก็ด ก่ิงและใบ
บาํ รงุ หวั ใจ บํารงุ รางกายท้ังชาย-หญงิ แกอาการซบู ผอม เกลย้ี ง ใบเดีย่ ว เรยี งตรงขาม รปู หอกกลับ ยาว 10-16 ซม. สวน
(S2-51) กวางสุดของใบ กวาง 4-5 ซม. เน้ือใบหนา เสนแขนงใบเห็นไมชดั
• ตํารบั ยาบํารุงกําลงั : ชว ยบํารงุ กาํ ลงั (S2-74) เสนใบแบบรางแห ออกดอกเปน กระจกุ 3-10 ดอก/กระจกุ ออก
ตามก่ิงแก กลบี ดอกสีขาว มี 4 กลีบ เกสรเพศผสู ีเหลอื ง มจี าํ นวน
มาก ดอกบานกวา ง 2 ซม. มีกลิน่ หอม กานดอกยาว 2-3 ซม. ผล
รปู รี ยาว 3-4 ซม. ปลายผลกลม สุกสีเหลือง เนอ้ื หวานทานได
สรรพคุณ
• เนื้อไมแ ละแกน : บาํ รุงกาํ ลัง (N1)
• แกน หรอื ดอก : บํารงุ เลือด บาํ รงุ หวั ใจ (E2)
• ตาํ รับยาเกสรทงั้ 5 : หรอื พกิ ดั เกสรท้ังหา : ดอกใชเปน 1 ใน
5 ของเกสรทง้ั หา ชว ยบาํ รุงหัวใจ แกลมวิงเวยี น บาํ รงุ ครรภ
(S1-14)
• ตํารบั ยาแกไขต วั รอน : แกไขตวั รอ น ปวดหัว ถอนพษิ ไข ไข
หวัด ไขปอดบวม (S2-01)
• ตาํ รับยาโรคอัมพฤกษ-อมั พาต : รักษาอมั พฤกษ- อัมพาต
(S2-33)

กลาง : ผลออ น, ลาง : เถาสายหยุด บน : ผลสกุ ของสารภี, ลาง : ดอกแหง

424
• ตํารบั ยาบาํ รงุ เลอื ด/หวั ใจ/รา งกาย : บาํ รงุ เลอื ด ดมู เี ลือดฝาด
บาํ รงุ หัวใจ บาํ รงุ รา งกายท้ังชาย-หญงิ แกอาการซูบผอม
(S2-51)
• ตาํ รบั ยาหอมอินทจักร : แกคลนื่ เหียนอาเจยี น หนามืดจะเปน
ลม ลมจกุ เสียดแนนหนา อก แนน ทอ ง ทองอืด อาหารไมยอย
ปรบั ระบบการหมนุ เวียนเลอื ดใหด ี ชว ยบํารงุ หัวใจ (S3-04)
• ตาํ รบั ยาประสะจันทนแดง : แกไข ตัวรอ น รอ นในกระหายนาํ้
ไขเ ซอ่ื งซึม ไขเ ปลีย่ นฤดู (S3-09)
• ตํารับยาอทุ ัยโอสถ : แกไขต ัวรอน แกร อนในกระหายน้ํา แก
ออนเพลียละเหย่ี ใจ เพมิ่ ความสดชนื่ บาํ รงุ หวั ใจ (S3-22)
• ตํารับยาแกต นไข (ไขระยะแรก) : แกตนไข (ไขเ บ้ืองตน หรอื ไข
ระยะแรก เชน ไขตัวรอน ไขกาฬ ไขพ ษิ ไขกาํ เดา) (S3-44)

สารภีดอกใหญ่ สารภีดอกใหญ
ชอ่ื ทองถนิ่ : สารภปี า (สระแกว) สารภปี า่
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Mammea harmandii (Pierre) Kosterm. ชื่อทอ งถ่นิ : -
ชื่อวงศ : CALOPHYLLACEAE ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Anneslea fragrans Wall.
ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 15 ม. เปลอื กเรียบ ก่งิ และใบเกลี้ยง ช่ือวงศ : PENTAPHYLACACEAE
คลา ยสารภี (Mam_sia) จุดตา งท่ีสารภีดอกใหญม ีใบรูปหอก ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 15 ม. เปลอื กแตกสะเกด็ ส่ีเหล่ียม-
กลับ-ไขกลับ สวนกวา งสุดของใบ กวาง 5-7 ซม. (กวางกวา) ปกติ หลายเหลย่ี ม ใบเดี่ยว รปู รี เรยี งเวยี น ยาว 10-20 ซม. ขอบใบ
ออกดอกเปนกระจกุ 20-100 ดอก/กระจุก ตามลาํ ตน ข้นึ ไปถึง เรยี บ เนื้อใบหนา เกลยี้ ง กา นใบมกั เปน สแี ดง ดอกออกเปน กระ
กิง่ แก ดอกบานกวาง 3 ซม. มีกลน่ิ หอม กา นดอกยาว 3-6 ซม. จกุ ที่ปลายกิง่ มากถึง 20 ดอก/กระจกุ กลีบเล้ยี งและกลบี ดอกสี
ผลรูปรี ปลายผลมน-แหลม, สุกสีเหลือง เนอื้ รสหวานทานได ขาว-อมชมพู มี 5 กลีบ ดอกบานกวาง 4 ซม. กานดอกยาว 5-7
สรรพคุณ ซม. ผลรปู ไข ยาว 4 ซม. ปลายผลมกี ลบี เลย้ี งติดทน สุกแตกอา
• แกนหรือดอก : บํารุงเลือด บํารุงหวั ใจ; ดอก : มีกลนิ่ หอม ใช เมล็ดมีเยื้อหมุ สแี ดงสม
เขายาแทนดอกสารภี (Mam_sia) ได (E2) สรรพคณุ
ชอ ดอกสารภีดอกใหญ • เปลอื กและดอก : แกบ ดิ แกท องเสีย แกไข ถายพยาธิ (NE3)
• เปลือก : ใชข บั พยาธิ ตม ด่ืมแกไอ แกไข และหอบหดื พบมีฤทธ์ิ
ไวตอการลดระดบั น้าํ ตาลในสตั วทดลอง; ลําตน : เปน ยาฟอก
โลหติ แกบ ิดมูกเลือด แกปวดเบง ขับฟอกโลหติ ระดู แกพ ยาธิ
แกบ ดิ ขับเสมหะ แกเ สมหะเปน พิษ; ใบ : ยาพืน้ บานอีสานใช
ตม นํ้าด่ืม (R8)

425

บน : ดอกสารภปี า , กลาง : ผลออ น, ลาง : เปลือกลาํ ตน สิรนิ ธรวลั ลี
สา่ เหลา้ ช่ือทองถน่ิ : สามสบิ สองประดง (อดุ รธานี)
ชื่อทองถิน่ : สา เหลา (พทั ลงุ , ตรัง) ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Phanera sirindhorniae (K.
ชอื่ วิทยาศาสตร : Desmos cochinchinensis Lour. Larsen & S. S. Larsen) Mackinder & R. Clark
ช่ือวงศ : ANNONACEAE ชื่อวงศ : FABACEAE
ลักษณะเดน : ไมเถาเนื้อแขง็ ยาวถึง 20 ม. ตามยอดออนมีขนสี ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนอ้ื แข็ง ยาวถงึ 30 ม. ตามยอดและสวน
สนมิ เถาเรียบ คลายกบั สายหยดุ (Des_chi) ตางกันท่สี า เหลามี ออ น ๆ มขี นส้นั สีทองแดงมันเงา ใบเดี่ยว เรยี งสลับ รปู ไขกวา ง
กานดอกยาว 8-15 ซม. และมกี ลีบดอกรูปไข ยาว 4-5 ซม. ยาว 13-18 ซม. โคนใบเวา ปลายใบหยักลกึ ไดถ ึง 1/2 ของความ
สรรพคุณ ยาวใบ ปลายแฉกเรยี วแหลม มเี สนแขนงใบออกจากโคนใบ 4 คู
• ราก : บํารุงโลหิต (S3) แผนใบเนอ้ื หนา มันเงาและเกลีย้ ง ชอ ดอกรูปคลายรม กวาง
• ตํารบั ยาบํารงุ กาํ ลัง : ชว ยบํารุงกําลงั (S2-74) 15-20 ซม. มขี นสที องแดงหนาแนน ดอกยอ ยยาว 2 ซม. กลบี
ดอกสสี ม -แดง ฝกรปู ขอบขนาน ยาว 13-20 ซม. แบนดา นขาง
สรรพคุณ
• ตาํ รับยาโรคประดง : รักษาโรคประดง (NE2-029)

426

สิรนิ ธรวลั ล/ี สามสบิ สองประดง ผลออ นของสฟี น กระบือ
สีฟนั กระบอื สรุ ามะริด
ชอ่ื ทองถิ่น : สะไอตน (พัทลงุ ), สีฟน กระบือ (ตรัง) ช่อื ทอ งถิ่น : สรุ ามะรดิ (พิษณโุ ลก)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Bridelia tomentosa Blume ชื่อวิทยาศาสตร : Cinnamomum subavenium Miq.
ชอ่ื วงศ : PHYLLANTHACEAE ชอื่ วงศ : LAURACEAE
ลักษณะเดน : ไมพมุ -ไมตน สงู ถึง 15 ม. ใบเด่ียว เรยี งสลับ ลกั ษณะเดน : ไมต น สงู ถึง 15 ม. เปลอื กเรยี บมกี ลิน่ หอม ยอด
ระนาบเดียว รูปร-ี หอกกลบั ยาว 5-11 ซม. ตามกิ่งและแผน ใบ ออ นและชอ ดอกมีขนส้นั และขนไหมแนบผวิ ใบเดีย่ ว เรียงตรง
ดานลา งมขี นส้นั สนี ํา้ ตาลแดง ปลายเสนแขนงใบว่ิงไปจรดกบั เสน ขา ม รูปร-ี รแี กมขอบขนาน ยาว 6-14 ซม. คลา ยสมลุ แวง
ขอบใบ แผนใบดา นลา งสเี ขียวนวล ดอกขนาดเล็กสคี รีม ออก (Cin_bej) จุดตา งทสี่ ุรามะริดมปี ลายใบท่ีเรยี วแหลม เสนแขนงใบ
เปน กระจุกตามซอกใบ ผลรปู กลม กวาง 8-10 มม. สีเขียว และเสน ใบยอยตามแนวขวางมรี อยกดคอ นขางชัดเจนกวา เมื่อขย้ี
สรรพคณุ ใบจะมีกลนิ่ ทแี่ รงกวา สมลุ แวง
• ใบ : ขบั เสมหะ (S3) สรรพคณุ
• ตํารบั ยาโรคประดงเลือด : แกประดงเลอื ด เลือดขนึ้ มอี าการ • เปลือกและเนื้อไม : บาํ รงุ กําลงั ขับเลอื ดลม (N1)
คันตามผิวหนัง (S2-27)

427
โคนกลบี สเี หลอื ง มี 5 กลบี บานกวาง 1 ซม. ผลกลมแบน กวาง
8 มม. แกแ หงแตก 5 ซกี , พบตามพน้ื ท่ชี ืน้ แฉะ ในที่โลง
สรรพคุณ
• ตาํ รบั ยาลดไขมนั ในเลือด : ชวยลดไขมนั ในเลือด (S2-02)

ซา ย : แผน ใบดานบนของสรุ ามะรดิ , ขวา : แผน ใบดานลาง ชิน้ สวนท้งั 5 ของเสงเลก็
เส้งเลก็ เสม็ด
ชอ่ื ทอ งถน่ิ : เหงือกปลาหมอบก (ตรงั ) ชือ่ ทอ งถิน่ : เสมด็ (สระแกว ), เสมด็ เสมด็ ขาว (ตรงั )
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Melochia corchorifolia L. ชือ่ วิทยาศาสตร : Melaleuca cajuputi Powell
ชือ่ วงศ : MALVACEAE ชอ่ื วงศ : MYRTACEAE
ลักษณะเดน : ไมล ม ลกุ สูงถึง 1 ม. ตามลาํ ตน แผนใบดา นลาง ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 15 ม. เปลือกลอกเปนแผนบางนุม
กา นใบ ชอ ดอกและผล มขี นยาวสากคาย กิง่ มักมีสนี ํ้าตาลแดง ใบ สีขาว ตามสวนออ น ๆ มขี นสัน้ นุม ใบเดีย่ ว เรยี งสลบั รูปรี ยาว
เดีย่ ว เรียงเวยี น รปู ไข- รูปใบหอก-รปู แถบยาว ยาว 4-7 ซม. ขอบ 5-10 ซม. ปลายแหลมทง้ั สองดา น มีเสนแขนงใบตามแนวยาว 5
ใบจักฟนเล่อื ย ชอ ดอกเปนกระจุกทีป่ ลายกิง่ กลบี ดอกสชี มพู เสน เน้ือใบหนา ขย้ีใบมีกล่ินหอม ชอดอกคลายแปรงลางขวด
สีขาว ยาว 6-10 ซม.
สรรพคุณ
• ใบออ น : มีรสเฝอนและมีกล่นิ หอม ทานเปนผักสดหรือ
ประกอบอาหาร แกทองอดื ทอ งเฟอ จุกเสยี ดแนนทอ ง (E2)
• ตํารบั ยาชะลางของเสยี ในเลอื ด : ชว ยชะลา งของเสยี ในเลือด
ทาํ ใหเลือดหมุนเวยี นดี (S2-35)

428

เสม็ด/เสมด็ ขาว บน : ผลออ นของเสม็ดชนุ /ผักเมก็ , ลางซาย : ใบออน
เสมด็ ชุน แสมสาร
ชอ่ื ทอ งถิน่ : แดงเขา เสมด็ แดง (ตรงั ), ผักเมก็ ชื่อทอ งถ่นิ : ขีเ้ หล็กปา (อุดรธาน)ี , แสมสาร
(อดุ รธาน)ี , เสมด็ แดง (พษิ ณุโลก) (พษิ ณุโลก)
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Syzygium antisepticum (Blume) Merr. & ชือ่ วิทยาศาสตร : Senna garrettiana (Craib) H. S. Irwin &
L. M. Perry Barneby
ชอื่ วงศ : MYRTACEAE ช่อื วงศ : FABACEAE
ลักษณะเดน : ไมพมุ -ไมต น สงู ถงึ 15 ม. เปลือกลอกเปน แผน ลกั ษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 20 ม. เปลอื กเรยี บ-แตกเปน สะเก็ด
บางสีแดงอมน้ําตาล ใบเดี่ยว เรียงตรงขาม รปู ใบหอก ยาว 8-12 หนาสีดํา ตามสว นออ น ๆ มีขนสนั้ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู
ซม. มเี สน แขนงใบจาํ นวนมาก ปลายเสน จรดเสนขอบใน เนือ้ ใบ ใบยอย 5-8 คู เรยี งตรงขา ม รปู ไข-ใบหอก ยาว 6-9 ซม. ปลาย
หนา ใบออ นสีแดง-ชมพู ขย้ใี บมีกลน่ิ หอมคลายชมพู ชอ ดอกสี ใบแหลม ชอดอกรปู กรวยแหลม ยาวถึง 50 ซม. ดอกสเี หลอื ง มี
ขาว ยาว 5-8 ซม. มีเกสรจาํ นวนมาก ผลทรงกลม กวาง 1 ซม. กลีบดอก 5 กลบี ฝกแบนดา นขา ง รูปขอบขนาน ยาว 10-20 ซม.
สุกสีขาว รสหวานทานได สรรพคุณ
สรรพคณุ • รากและเปลือก : เปน ยาฆา แมลงและเบือ่ ปลา, ใชเ ปลือกลําตน
• เน้ือไม : ชวยคลายเสน คลายกลามเน้ือ (N1) ตมนา้ํ ด่ืมแกอาการบวมนํา้ และแกอ าการลําไสผิดปกติหรอื ปวด
• ใบสด : แกเ คลด็ คัดยอก แกฟ กชาํ้ แกบ วม; ยอดออน : ทาน ทอ ง ปวดลําไส (R18)
เปน ผักสด แกป วดทอง ทอ งเสยี ชว ยขบั ลม (NE3) • แกน : แกโ รคตับ โรคความดัน (N1)
• ตํารบั ยาแกพิษเบ่อื เมา/ความดนั /เบาหวาน : แกพ ิษเบือ่ เมา • ใบและดอก : ชว ยรักษามะเรง็ เมด็ เลอื ดขาว แกไตพกิ าร (NE3)
ตกคา ง แกว ิงเวียน แกความดนั แกเ บาหวาน (N1-29) • ตาํ รับยาอายุวฒั นะ : อายุวฒั นะ (N1-137)
• ตาํ รับยาสมานแผล : ชว ยสมานและรักษาบาดแผล (S2-100) • ตํารบั ยากําลังฮอสะพายควาย : บํารุงกําลงั แกปวดเมอ่ื ยตาม
• ตํารับยาไขห วัดใหญ : แกไ ขหวัดใหญ (S2-57)

429

รา งกาย (S1-43) แสลงใจ
• ตํารบั ยาแกก ษัยไตพิการ : แกกระษยั ไตพิการ บํารุงไต, ชวย ชอ่ื ทอ งถน่ิ : ตูมกา (ตรัง, พิษณโุ ลก), ตูมกา
ขบั ปส สาวะ (S2-09) ตมู กาขาว (อดุ รธาน)ี
• ตาํ รับยาปรับธาต/ุ ปวดเม่อื ย/ปวดขอ-เอน็ : ชว ยปรบั ธาตุ แก ช่อื วทิ ยาศาสตร : Strychnos nux-vomica L.
ปวดเมื่อย ปวดเขา -ขอ -เอน็ แกเ อน็ พกิ าร (S2-26) ช่ือวงศ : LOGANIACEAE
• ตาํ รบั ยาโรคอัมพฤกษ-อมั พาต : รักษาอมั พฤกษ-อมั พาต ลกั ษณะเดน : ไมต น ผลัดใบ สงู ถงึ 15 ม. เปลอื กแตกสะเกด็
(S2-33) ขนาดเล็ก ใบเด่ยี ว เรยี งตรงขา ม รปู รีกวา ง-ไขกวาง ยาว 10-17
ซม. โคนใบมน-กลม มีเสนแขนงใบออกจากโคนใบ 2 คู ผวิ เกลี้ยง
ชอดอกมีขนส้ัน ดอกสีเขยี วอมเหลือง ผลทรงกลม กวา ง 6-10
ซม. เนอื้ ในผลสุกสีสม
สรรพคณุ
• รากและเปลอื ก : แกพิษงู (N1)
• ราก : แกกินผดิ สําแดง แกพ ิษเหด็ เบื่อ เหด็ เมา (NE3)
• เมลด็ แกแหง (โกฐกะกล้ิง) : เปนยาเย็นมพี ิษมาก ตอ งใชโ ดยผู
เชี่ยวชาญและผา นกรรมวธิ ีกําจดั พษิ ออกกอ น ชวยเจรญิ อาหาร
ชวยขับนํา้ ยอย ดว ยการนาํ เมลด็ ทก่ี าํ จดั พิษแลวมาดองกบั เหลา
กนิ , ชว ยบาํ รงุ ประสาท บาํ รงุ หัวใจ กระตุนระบบการหายใจ
ชวยกระจายระบบการไหลเวียน (R48)
• ตํารบั ยารกั ษาโรคตับโต/โรคตับอักเสบ : รกั ษาตับโต/ตบั
อักเสบ (NE2-020)
• ตํารบั ยาบํารุงน้ํานม : บาํ รงุ น้ํานม (NE4-025)

เน้ือไมแ สมสาร

ซา ย : เปลอื กลาํ ตน , ขวา : ผลสุกของแสลงใจ

430

โสกเขา ลางสเี ขียวนวล มเี สนแขนงใบออกจากโคนใบ 3-4 คู กลบี ดอกสี
ช่อื ทองถ่ิน : คาํ พมา (อดุ รธาน)ี ขาว-ชมพู ยาว 1.7 ซม.
ชื่อวิทยาศาสตร : Saraca declinata (Jack) Miq. สรรพคณุ
ชื่อวงศ : FABACEAE • เปลอื กและใบ : แกไ ข (N1)
ลกั ษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 10 ม. เปลอื กเรียบ ตามกงิ่ ใบ กาน
ใบ และชอ ดอกเกลยี้ ง ใบประกอบแบบขนนก มใี บยอ ย 2-4 คู
เรียงตรงขาม รปู ใบหอก ยาว 12-20 ซม. ชอดอกรูปรม กวางถงึ
20 ซม. ออกตามปลายกิ่ง ดอกสีแดง-สม มกี ลีบดอกและเกสร
เพศผูอยางละ 4 ผลแบบฝก แบนดา นขา ง รูปขอบขนาน ยาว
10-15 ซม.
สรรพคณุ
• ตํารบั ยาบํารงุ นํา้ นม : บํารงุ นาํ้ นม (NE3)

เสีย้ วใหญ

ฝกออนของโสกเขา สํารองกะโหลก
เสีย้ วใหญ่ ชอื่ ทองถน่ิ : พุงทะลาย สํารอง (สระแกว )
ช่ือทอ งถนิ่ : กาหลง (พษิ ณุโลก) ชื่อวิทยาศาสตร : Scaphium scaphigerum (Wall. ex G.
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Bauhinia malabarica Roxb. Don) G. Planch.
ช่อื วงศ : FABACEAE ชอ่ื วงศ : MALVACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 10 ม. เปลือกขรขุ ระ ตามกิง่ ชอดอก ลักษณะเดน : ไมต น ผลดั ใบ สงู ถึง 40 ม. เปลือกเรียบ โคนตน มี
และใบเกล้ยี ง ยอดออนรสเปรย้ี วทานได ใบเดย่ี ว เรยี งสลับ รปู พพู อน ใบเดย่ี ว เรียงเวยี น รปู ไข ยาว 15-20 ซม. โคนใบมน-ตดั
คอ นขางรีกวาง กวา ง 7-11 ซม. โคนใบเวา ปลายใบหยักเวาไม มีเสน แขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู แผนใบเกลยี้ ง ตน กลาใบปลาย
เกนิ 1/3 สว นของความยาวแผนใบ ปลายแฉกกลม แผน ใบดาน ใบเรียวแหลม (ไมห ยักเปน พู) กลบี ดอกสแี ดง มี 5 กลบี ผลมปี ก
รปู เรอื ยาว 15 ซม. เมล็ดรีติดที่ปลายดานหนึ่งของปก 1 เมล็ด
เมลด็ แกเม่ือถูกนํ้าจะพองเปน วนุ ใส, อกี ชนิดทค่ี ลายกนั คือ
สํารอง/หมากจอง (Scaphium affine) มคี วามแตกตางท่ี
เปลือกลําตนแตกสะเกด็ ตามยาว ใบของตน กลา หยักเปนพู 3-5 พู
โคนใบตดั -เวา ดอกสขี าวอมเขียวและมเี มล็ดกลม เมลด็ สามารถ
ใชแ ทนกันได

431
สรรพคุณ
• เปลอื ก : ตมนํ้ามรี สฝาด แกทองเสีย ขบั ปสสาวะ รักษาโรค
ผิวหนงั ; ใบ : มีฤทธต์ิ า นการอกั เสบ ลดนํา้ ตาลในเลอื ดและลด
ความอว น; เน้ือในเมลด็ : มีฤทธติ์ า นอนุมูลอสิ ระ ฆาเชื้อราท่ี
ผิวหนงั , นํามาค่ัวทานมีรสมัน ถา กินดิบจะทาํ ใหเมา (R39)
• เปลอื ก : รกั ษาตอ มลูกหมากโต (S2)

บน : ผลแกข องสาํ รองกะโหลก, ลางซาย : เมลด็ แกท ่ถี กู น้ําจะ ซา ย : ผลแกของสาํ โรง
พองตวั เปน วุน เสลาเปลือกบาง
สรรพคุณ ชอ่ื ทองถิน่ : สมอรัด (อดุ รธานี), อินทนลิ นอ ย (พิษณุโลก)
• เมลด็ แกแ หง : ลา งใหส ะอาด นํามาแชน ํ้ารอนใหเปน วนุ ทาน ชือ่ วิทยาศาสตร : Lagerstroemia venusta Wall. ex C. B.
ชว ยลดไข เปน อาหารชวยลดนํ้าหนัก ทําใหอ ิ่มทอ ง (E2) Clarke
ช่ือวงศ : LYTHRACEAE
สําโรง ลักษณะเดน : ไมต นผลดั ใบ สูงถึง 30 ม. เปลือกแตกรอ งตน้ื -ลึก
ช่ือทองถน่ิ : สําโรง (พษิ ณุโลก) แกมรางแห ตน อายุนอยมหี นาม ตามกง่ิ และใบเกล้ียง ใบเด่ียว
ชื่อวิทยาศาสตร : Sterculia foetida L. เรียงตรงขา ม รปู รีแกมขอบขนาน ยาว 10-15 ซม. ชอ ดอกตั้งข้ึน
ชือ่ วงศ : MALVACEAE ยาวถึง 40 ซม. มีขนสนั้ นมุ กลีบดอกรปู ไขก ลับ ยาว 1 ซม. สีมวง
ลกั ษณะเดน : ไมตน ผลัดใบ สงู ถึง 40 ม. เปลือกเรยี บ โคนตนมี อมชมพู ถว ยรองดอกมีสันตามยาว 5-6 สัน มขี นส้ันสขี าว
พูพอน ตามกง่ิ กา นใบ ใบและผลเกลีย้ ง ใบเด่ยี ว เรยี งเวียน ใบ สรรพคุณ
ประกอบรูปผา มอื มีใบยอ ย 5-9 ใบ รปู ใบหอก ยาว 10-20 ซม. • เปลือก : สมานแผลภายนอก หรือแผลภายใน บาํ รุงเสนเอ็น
ไมมีกานใบยอยหรือมี ยาวไมเกิน 5 มม. ดอกมกี ลีบเลยี้ ง 5 กลีบ (N1)
ดอกบานกวา ง 3 ซม. สีแดงเขม ขอบกลีบสีเขียวอมเหลือง สง • ผล : ขับระดู แกเ ลอื ดเปนล่มิ (NE2)
กลน่ิ เหมน็ ผลเปนกระเปาะคอนขา งกลม ยาวถงึ 15 ซม. เปลอื ก
หนา เมื่อแกสีแดง แตกอา แนวเดียว ผลตดิ เปน กลุม 5 ผล/กลมุ มี
เมล็ดรี สดี ํา

432

หญา้ ดอกคํา สีแดงเขม ปลายแยก 5 แฉก สีขาว ผลรูปกลมแบนดานขางเลก็
ช่ือทอ งถ่นิ : หญา ดอกคาํ (อุดรธานี) นอ ย กวาง 7-10 มม.
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Hypoxis aurea Lour. สรรพคณุ
ชื่อวงศ : HYPOXIDACEAE • ใบและเถา : ชวยขบั ลม แกท องอดื ทอ งเฟอ แกอ ากาศธาตุ
ลกั ษณะเดน : ไมลมลุก มหี ัวใตด ินคอ นขางกลม กวางถงึ 2 ซม. (N1)
ตามโคนใบ ชอดอก และผลมีขนยาว ใบเดยี่ ว เรียงกระจกุ รปู
แถบยาว ยาวถึง 30 ซม. มเี สน แขนงใบตามแนวยาว 2 เสนใน
แตล ะขา ง แผนใบพบั จบี ตามแนวเสน ใบ ดอกเดีย่ ว สเี หลอื ง กลบี
ดอก 6 กลบี ดอกบานกวา ง 1-1.5 ซม. กา นดอกยาวไมเ กนิ 5 ซม.
สรรพคุณ
• หัวหรอื ราก : แกออ นเพลีย บาํ รุงกาํ ลงั บํารงุ โลหติ หวั ฝนทา
รกั ษาสิว รักษาฝา ทําใหผวิ ขาวใส (NE3)

หญา้ ตดหมา ซา ย : ผลออ น, ขวา : ผลสกุ ของหญาตดหมา
ชอ่ื ทอ งถนิ่ : เครือตดหมา (พษิ ณุโลก)
ช่อื วิทยาศาสตร : Paederia pilifera Hook. f.
ชอื่ วงศ : RUBIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาลมลกุ ยาวถงึ 10 ม. ตามกิ่งออน ชอ ดอก
และกานใบมีขน ตามขอบนก่งิ ออ นมหี ใู บ ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขา ม
รูปไข- ใบหอก ยาว 10-15 ซม. โคนใบเวา แผนใบดา นลางมีขน
สั้นหนาแนน ขยี้ใบมีกลิ่นเหม็น ดอกเปนหลอดยาว 1-1.5 ซม.

433

หญ้าตดหมาใบเล็ก หัว/รากสะสมอาหารของหญา ตดหมาใบเลก็
ชอ่ื ทองถิ่น : ตดหมา (อุดรธาน)ี หญา้ ตนี กา
ชื่อวิทยาศาสตร : Paederia linearis Hook. f. ชอ่ื ทอ งถ่ิน : หญาตีนกา หญา ตีนนก (ตรงั ),
var. pilosa (Craib) Puff หญา ตนี นก (พทั ลงุ )
ชอ่ื วงศ : RUBIACEAE ชื่อวิทยาศาสตร : Eleusine indica (L.) Gaertn.
ลกั ษณะเดน : ไมเถาลมลกุ ยาวถึง 5 ม. มรี ากสะสมอาหารใตด นิ ชื่อวงศ : POACEAE
เปน แทงยาว ตามกงิ่ ออน ชอ ดอก กานใบและเสน กลางใบมีขน ลักษณะเดน : ไมล ม ลกุ มเี หงาส้นั ลําตนเหนือดนิ แตกกอ สงู ถงึ
ส้ัน-ยาว ใบเดี่ยว เรยี งตรงขา ม รปู แถบยาว ยาว 6-10 ซม. กวา ง 30 ซม. ปลอ งหนา 3-5 มม. ยาวถงึ 10 ซม. ใบรูปแถบยาว ยาว
7-20 มม. ขยี้ใบมกี ลิ่นเหม็น ดอกเปน หลอดยาว 1 ซม. สีแดงเขม 10-30 ซม. กวาง 5-8 มม. สีเขียว ขอบกาบและโคนใบมีขนยาว
ปลายแยก 5 แฉก สีขาว ผลรปู กลมแบนดา นขางเลก็ นอ ย กวา ง สีขาว กานชอดอกยาวถงึ 30 ซม. ผวิ กานมสี ามเหลีย่ ม เกลี้ยง มี
7-10 มม., ใชน ํ้าคั้นจากใบหรอื หัวผสมตาํ ผสมกับแปง ขาวเกรียบ ชอดอกยอยเปนแทง ยาว 3-7 ชอ ติดกระจุกท่ีปลายกานชอดอก
วาว เมือ่ ปงทาํ ใหพองฟู ยาว 4-15 ซม. กวา ง 3-6 มม. สีเขียว
สรรพคณุ สรรพคณุ
• เถาหรือหัว : แกโรคซาง แกธ าตุพิการ แกทองเสยี ชว ยขับลม • ตํารบั ยาไขอ ีสกุ อใี ส : แกโ รคอสี กุ อีใส หรอื ไขส กุ ใส (S2-37)
แกทองอืด-เฟอ (NE3) • ตํารบั ยาซอ มแซม/เสรมิ สรางเสนเอ็นพิการ : ชวยซอ มแซม
และเสริมสรางเสน เอน็ ทพี่ ิการ แกอาการกระษัยเสนในทอง
(เสน ทอ งแข็ง) (S2-54)
• ตาํ รบั ยาโรคงสู วดั /เริม : รักษาโรคงสู วดั โรคเรมิ (S2-71)
• ตาํ รับยาหอมนวโกฐ : แกคลน่ื เหยี นอาเจยี น วิงเวยี น ลมจกุ
แนน ในอก แกล มปลายไข แกอ าการสะบัดรอนสะบดั หนาว
หรือคร่ันเน้ือครนั่ ตวั รอนวบู วาบเหมอื นจะเปน ไข บํารงุ
ประสาท (S3-01)

434

หญ้าใต้ใบ ลกู ใตใบ (Phyllanthus amarus)
ชือ่ ทอ งถ่ิน : ลูกใตใบ (สระแกว ) หญ้าถอดบอ้ ง
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Phyllanthus urinaria L. ชือ่ ทอ งถ่ิน : หญา ถอดปลอง (อดุ รธาน)ี
ชื่อวงศ : PHYLLANTHACEAE ชื่อวิทยาศาสตร : Equisetum ramosissimum
ลกั ษณะเดน : ไมลมลุก สูงถึง 30 ซม. ตามกิ่งมีขนประปราย Desf. subsp. debile (Roxb. ex Vaucher) Hauke
กิ่งเปน เหลีย่ ม ใบเดยี่ ว เรยี งสลบั ระนาบเดยี ว ดูคลายใบมะขาม ชื่อวงศ : EQUISETACEAE
รูปขอบขนาน ยาวถงึ 13 มม. ปลายใบมนและมตี ิง่ หนาม กา นใบ ลักษณะเดน : ไมล ม ลุก กลมุ เฟน โบราณ สูงถึง 60 ซม. ลําตนสนั้
ส้ันกวา 1 มม. ออกดอกและผลท่ีซอกใบและหอยลง สีแดง อยูชิดผิวดนิ แตกก่ิงแบบรอบขอ กิง่ ต้งั ตรงมขี อ ปลอ งยาวไดถงึ 5
จุดเดน ทมี่ ผี ลทรงกลม กวา ง 4 มม. ผวิ มหี นามขนาดเลก็ สแี ดง, ซม. มลี ายเสน สเี ขียวเขม ตามยาว ผิวเกลี้ยง ภายในกลวง ใบเปน
เปนพืชพ้ืนเมืองของประเทศไทย พบตามชายปาเบญจพรรณ เกลด็ สดี าํ รูปสามเหลี่ยม-เรียวแหลม ยาว 1-2 มม. ติดรอบขอ
ปาดงดบิ และทีร่ กราง, แตลูกใตใบ Phy_ama มผี ลสีเขียว ไมมี 5-10 ใบ สว นสรางสปอรท่ีปลายก่งิ (strobilus) รูปทรงกระบอก
หนาม เปน พืชมาจากเขตรอ นของทวีปอเมรกิ า แตกระจายพนั ธุ ยาว 1.5-2 ซม., พบตามพ้ืนท่ีชน้ื แฉะ แหลง นํ้าสะอาด และมี
ไปตามธรรมชาตทิ วั่ ประเทศ มสี รรพคณุ คลา ยกนั นาํ มาใชแ ทนกนั ได อากาศคอ นขางเยน็
สรรพคุณ สรรพคณุ
• ทง้ั 5 : รกั ษาเบาหวาน รักษาโรคความดนั โลหิต (E2) • ทั้งตน : ขบั ปสสาวะ (NE2)
• ตํารับยาเขียวเบญจขนั ธ : แกไขหวัด ไขอีสุกอีใส ไขดําแดง
ไขหดั ไขต ัวรอ น รอ นใน กระหายน้ํา (S3-17)
• ตาํ รับยาโรคดซี าน : รกั ษาโรคดีซา น (S3-52)

ผลของหญาใตใบ (Phyllanthus urinaria)

435

หญ้าบดิ ขาว ยาวถึง 1.5 ซม.
ชอื่ ทอ งถิ่น : ปอยาบ (อดุ รธานี) สรรพคุณ
ชื่อวิทยาศาสตร : Grewia abutilifolia Vent. ex Juss. • ใบและดอก : แกหอบหืด (S3)
ชือ่ วงศ : MALVACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ ุม สงู ถงึ 1.5 ม. ตามก่งิ ใบ กานใบ ชอ ดอก
และผลมีขนสนั้ สากคาย ใบเดย่ี ว เรียงสลับ รปู ไขกวา ง-คอนขา ง
กลม ยาว 6-15 ซม. ปลายใบบางคร้งั จักพูแหลม 3-5 พู ขอบใบ
จกั ฟน เล่ือยสองช้ัน โคนใบเวา มีเสนแขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู
กลีบดอกสขี าว 5 กลบี ผลทรงกลม-รี ยาวไดถึง 10 มม.
สรรพคุณ
• ราก : แกไข (NE3)

หญา ปริก/หญา ลูกคลา

หญ้าปรกิ หญ้าแพรกหิน
ชอ่ื ทองถนิ่ : หญา ลูกคลา (พัทลุง) ชอ่ื ทอ งถ่นิ : หวายฝอย (พษิ ณโุ ลก)
ช่ือวิทยาศาสตร : Leucas zeylanica (L.) R. Br. ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Ophiopogon intermedius D. Don
ชือ่ วงศ : LAMIACEAE ชือ่ วงศ : ASPARAGACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมลมลุก สูงถึง 40 ซม. ลาํ ตน และกง่ิ เปน ส่ีเหล่ยี ม ลักษณะเดน : ไมลม ลกุ สูงถงึ 40 ซม. มีเหงาสั้นใตดนิ ใบเดี่ยว
ตามสวนตาง ๆ มขี นยาวสากสีขาว ใบเดี่ยว เรยี งตรงขามต้ังฉาก เรียงเวียน แตกเปนกระจุก ใบรปู แถบยาว ยาว 18-40 ซม. กวา ง
รูปใบหอก-รีแคบ ยาว 3-9 ซม. ขอบใบจกั ฟนเล่อื ยหา ง ผวิ ใบ 6-10 มม. ขอบใบเรยี บ แผน ใบหนา ผวิ เกล้ียง ดา นลางเห็นเสน
ดา นบนมีรอยกดตามแนวเสน แขนงใบชัดเจน ชอดอกออกกระจุก ใบสเี ขยี วเขม เรยี งขนานตามแนวยาว 7-10 เสน ชอดอกตง้ั ข้นึ สูง
แนน รอบขอ มกี ลบี เล้ยี งเปนหลอดสเี ขียว ยาว 5 มม. กลีบดอกสี 15-20 ซม. ดอกสขี าว คลายรูประฆงั คว่าํ หนาลง กลีบดอก 6
กลบี ยาว 5 มม.
สรรพคณุ
• ราก : แกอากาศธาตุ ชวยขบั ลม (N1)

436

ดอกของหญาแพรกหนิ

หญา้ แพรกหนิ ปูน ลาง : ผลออน และแผนใบดา นลา งของหญาแพรกหินปนู
ช่อื ทองถิ่น : วา นประดับดนิ วา นกาํ ลังหนุมาน หญ้ารอ้ งไห้
(สระแกว ) ชื่อทองถิ่น : กดู ฝอย (พษิ ณุโลก)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Ophiopogon marmoratus Pierre ex L. ชื่อวทิ ยาศาสตร : Selaginella helferi Warb.
Rodr. ชื่อวงศ : SELAGINELLACEAE
ชอื่ วงศ : ASPARAGACEAE ลกั ษณะเดน : ไมล มลุกทอดเลอ้ื ย กลุมเฟนโบราณ ยาวถึง 2 ม.
ลกั ษณะเดน : ไมล มลกุ สูงถึง 30 ซม. มเี หงา สน้ั ใตดนิ ใบเดี่ยว ลําตน หนา 1-3 มม. เกลย้ี ง ใบเดี่ยว เรยี งสลบั ระนาบเดียว ใบรูป
เรียงเวยี น แตกเปน กระจุก ใบรปู แถบยาว ยาว 14-25 ซม. กวา ง ไข แผนใบไมส มมาตร ปลายใบเรียวแหลมและโคง ไปทางปลายกิ่ง
1.5-3 ซม. ขอบใบเรียบ แผน ใบหนา ผวิ เกลี้ยง ดานลางเห็นเสน มีใบ 2 แบบ ใบคลา ยเกล็ดตดิ แนบกับก่งิ มขี นาดเล็ก ยาว 2-3
ใบสเี ขยี วเขมเรียงขนานตามแนวยาว 10-20 เสน ชอ ดอกต้งั ขนึ้ มม. และใบขนาดใหญกวาจะกางออกสองขางกิ่ง ยาว 3-5 มม.
สงู 15-20 ซม. ดอกสีขาว คว่ําหนา ลง กลบี ดอก 6 กลบี ยาว 7 ชวงปลายกิง่ เรยี งชดิ กนั คลายตีนของตกุ แก สรา งสปอรท ส่ี ตอปร ัส
มม. ผลรปู ไขก ลบั ยาว 1 ซม. ตดิ 1-5 ผล/กลุม
สรรพคุณ
• ท้ัง 5 : บํารงุ กําลงั แกป วดเม่อื ย (E2)

437

(strobilus) ท่ีปลายก่งิ สีเหลืองสม ยาวถึง 3 ซม. ตามซอกใบ
สรรพคณุ
• ทั้งตน : แกไ ขตัวรอ น ในเดก็ (N1)

หญา้ ลนิ้ งู กลาง : ดอก, ลาง : ผลออนของหญา ลนิ้ งู
ชอ่ื ทองถน่ิ : หญา ล้ินงู (ตรงั ) หญ้าสองปล้อง
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Oldenlandia corymbosa L. ช่อื ทอ งถ่ิน : อเี หนยี ว (สระแกว )
ชือ่ วงศ : RUBIACEAE ชอ่ื วิทยาศาสตร : Desmodium velutinum
ลกั ษณะเดน : ไมลม ลกุ สูงถึง 20 ซม. กง่ิ เปน 4 เหล่ยี ม มีหูใบ (Willd.) DC. subsp. velutinum
ปลายแยกเปนเสน 3-5 เสน ตามก่ิง ใบ และผลเกล้ียง มีขนสนั้ ช่อื วงศ : FABACEAE
ประปรายตามหใู บและขอ ก่งิ ใบเดยี่ ว เรียงตรงขา มต้งั ฉาก รูปใบ ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลกุ สงู ถงึ 50 ซม. ตามกงิ่ กา นใบ และแผน
หอก ยาว 1.5-3 ม. ขอบใบมีขนสน้ั ไมมีกานใบ ดอกสขี าว มี 4 ใบดานลางมขี นสัน้ หนานมุ สีนาํ้ ตาล ใบเด่ียว รูปไข-รี ยาว 5-11
กลบี ยาว 4 มม. ผลรปู คอนขา งกลม ยาว 4 มม. ปลายผลมีกลีบ ซม. แผน ใบดา นบนมีรอยยนละเอยี ดหรือกดเปน รองตามแนวเสน
เลีย้ งติดคา ง 4 กลบี , พบตามท่รี กราง และสนามหญา ในทค่ี อน ใบ ขอบใบมขี นสีน้าํ ตาล ชอดอกเปนแทง ยาว 10-18 ซม. ดอก
ขางชุม ช้นื ท่วั ไป สชี มพูเขม ดอกยาว 1 ซม. ฝก รปู ขอบขนานโคง ยาว 2-3 ซม.
สรรพคณุ กวา ง 4 มม. หยกั คอดตามแนวเมลด็ มขี นสนั้ เกาะตดิ กบั เสอื้ ผา ไดด ี
• ตาํ รบั ยาโรคมะเร็ง : ชวยรักษาโรคมะเรง็ (S2-93) สรรพคณุ
• ท้งั ตน : เขายารักษามะเร็ง ชวยขับปสสาวะ (E2)

438
สรรพคณุ
• ตํารับยาบาํ รุงกาํ ลงั : ชวยบาํ รุงกาํ ลัง (S2-74)

ชอ ดอกของหญา สามคม

กลาง : ฝก แก หญา้ หนูตน้
หญา้ สามคม ชอ่ื ทอ งถ่นิ : หญา หนูตน (ตรัง)
ช่อื ทอ งถิ่น : พระขรรคเพชร (ตรงั ) ช่อื วทิ ยาศาสตร : Dianella ensifolia (L.) DC.
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Carex indica L. var. indica ช่อื วงศ : XANTHORRHOEACEAE
ช่ือวงศ : CYPERACEAE ลกั ษณะเดน : ไมล มลุก มเี หงาใตดิน แตกใบเปนกระจกุ ตง้ั ขน้ึ
ลักษณะเดน : ไมล มลุก มเี หงาใตด นิ สนั้ ลําตน เหนือดินแตกกอ ใบรูปแถบยาว ยาว 30-50 ซม. กวา ง 2-4 ซม. ผิวเกลี้ยงมันเงา
ลําตนเปน สามเหล่ยี ม สูงไดถงึ 1 ม. ใบรูปแถบยาว 15-30 ซม. เนื้อใบหนา เปน รอ งรางนํา้ ท่เี สน กลางใบ โคนใบชวงโคนตนเปน
แผนใบกวา ง 5 มม. มรี อยพับจีบตามแนวยาว ตามขอบใบจักฟน กาบรูปตวั วีอดั รวมกับใบอน่ื ๆ ชอดอกยาวถึง 60 ซม. ดอกสี
เลื่อยละเอียด คมและบาดมือ ชอ ดอกรูปกรวยแหลม ยาวถึง 30 ขาว-มวงออ น มี 6 กลีบ ยาว 6 มม. ผลทรงกลมกวา ง 6-10 มม.
ซม. ชอ ดอกยอยสนี าํ้ ตาล ผลเปนเมลด็ กลมเล็กสีแดง ตดิ จาํ นวน สกุ สมี วงอมนํ้าเงนิ ผิวมนั เงา
มากอัดกนั แนน สรรพคณุ
• ตาํ รับยาโรคเบาหวาน : แกโ รคเบาหวาน (S2-22)

439

ดอกหญา หางอน

ดอกและผลของหญา หนตู น หญ้าเหนียวหมา
หญ้าหางอ้น ชอ่ื ทองถ่ิน : หญาเหนียวหมา หญารแี พร
ชอ่ื ทองถิน่ : หญาหางอน (พษิ ณุโลก) (สระแกว , อดุ รธาน,ี ตรงั )
ช่ือวิทยาศาสตร : Uraria lagopodioides (L.) Desv. ex DC. ชอื่ วิทยาศาสตร : Centotheca lappacea (L.) Desv.
ช่ือวงศ : FABACEAE ชื่อวงศ : POACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมลมลกุ สงู ถึง 60 ซม. ตามก่ิง กา นใบ และแผน ลักษณะเดน : ไมล ม ลกุ ลาํ ตนแตกกอ สงู ถึง 30 ซม. ปลอ งหนา
ใบดานลางมีขนสน้ั หนานุม ใบประกอบแบบขนนก มใี บยอ ย 3 ใบ 2 มม. ยาวถึง 6 ซม. ใบรูปรแี คบ ยาว 5-10 ซม. กวาง 1-1.5 ซม.
รปู ใบหอก ยาว 5-10 ซม. ชอ ดอกคลายหางกระรอกแกมรูปไข (คลา ยใบไผ) สเี ขยี ว มแี ถบสีเขียวเขมตามแนวเสน แขนงใบ กาบ
ยาว 5-10 ซม. ดอกยอ ยเรยี งชิดกันแนน สีชมพู มขี นยาวสนี าํ้ ตาล และใบเกลี้ยง กานชอดอกยาวถงึ 40 ซม. ดอกยอ ยสขี าวอมเขยี ว
ทองตามขอบใบประดบั และกลีบเล้ยี งจาํ นวนมาก สรรพคุณ
สรรพคุณ • ทง้ั ตน : ใชห ญาแหง ยา งรมควนั ชอ งคลอดสว นหนึ่งและอกี สวน
• ตํารับยาขับปสสาวะ : ชวยขับปสสาวะ (N1-201) ตมนา้ํ ดื่มดว ย แกต กขาวเรื้อรัง ไขท ับระดู กระชบั ชองคลอด
มดลูกเขาอู แกอาการวัยทอง ชะลอความชรา (E2)
• ทงั้ ตน : รกั ษาแผลทช่ี องคลอด ทําใหม ดลกู เขา อู (NE2)
• ทงั้ 5 : กระชบั มดลูก มดลูกเขา อู (S2)

440

หญาเหนยี วหมา/หญารีแพร ซาย : ชอ ดอกของหญา เหล็กนกคุม

หญ้าเหลก็ นกค่มุ หนอนตายหยาก
ชื่อทอ งถนิ่ : วา นลวิ่ เตย้ี (สระแกว) ช่อื ทองถนิ่ : หนอนตายหยาก (อดุ รธาน)ี
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Scrotochloa urceolata (Roxb.) Judz. ชื่อวิทยาศาสตร : Stemona tuberosa Lour.
ชอื่ วงศ : POACEAE ช่อื วงศ : STEMONACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมล มลุก สงู ถงึ 30 ซม. ปลอ งหนา 3 มม. ยาวถึง ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาลมลกุ สงู ถึง 5 ม. ตามสว นตาง ๆ เกลย้ี ง มี
5 ซม. ใบเดี่ยว เรียงสลบั ระนาบเดียว แตล ะใบเรียงคอนขางชดิ รากสะสมอาหารใตด นิ ยาวถงึ 50 ซม. ใบเดี่ยว เรียงเวยี น-ตรง
กัน มี 6-10 ใบ/ตน รปู ขอบขนานแคบ ยาว 15-25 ซม. กวาง ขา ม รูปหัวใจ ยาว 10-20 ซม. มีเสนใบออกจากโคนใบ 13-15
4-6 ซม. เน้อื ใบคอ นขางหนา เรยี บและเกลีย้ ง เสนกลางใบดาน เสน เสน ใบยอยเรยี งถ่ีแนวขวาง กา นใบยาว 6-10 ซม. ดอกเด่ียว
บนนูน ขอบใบเรียบ กาบใบเกล้ยี งอดั แนบแนน กับลําตน ชอ ดอก กลบี รวมสแี ดงเขม รปู สามเหล่ียมแคบ ยาว 2.5-3.5 ซม. มี 4
ยาวถงึ 30 ซม. ดอกยอยสขี าวอมเขียว ผลรปู ไข ยาว 5 มม. มขี น กลบี กา นดอกยาว 5-18 มม. ผลรูปไข ยาว 2-4.5 ซม.
ยึดเกาะตดิ กับเสื้อผา ไดด ี สรรพคณุ
สรรพคณุ • ตํารับยาแกไอ : แกไอ (NE2-019)
• ท้งั 5 : บาํ รุงกําลัง (E2)

441
หนามเดอื ยไก่
ชือ่ ทองถน่ิ : ยารากขาว (พิษณโุ ลก)
ชอื่ วิทยาศาสตร : Paramignya scandens (Griff.) Craib
ชอื่ วงศ : RUTACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนอ้ื แข็ง ยาวถึง 5 ม. ตามสวนออน ๆ มีขน
สน้ั กง่ิ มหี นามแหลมคมยาวถงึ 2.5 ซม. ใบเดยี่ ว เรยี งสลับ รูป
ขอบขนาน ยาว 8-13 ซม. แผน ใบหนาเกลย้ี ง เสน ใบเห็นไมช ดั มี
ตอมน้าํ มนั หนาแนนท่ีดา นลา ง ขย้ใี บมีกลิ่นคลา ยสม กานใบบวม
กลีบดอกสีขาวอมสม มี 5 กลีบ รปู แถบยาว 1.3 ซม.
สรรพคุณ
• ราก : ขบั พิษหรือแกย าสั่ง (N1)

กลางขวา : ผลออน, ลา ง : รากสะสมอาหารของหนอนตายหยาก ซา ย : แผน ใบดา นลางเม่ือสอ งกับแดดจะมองเห็นตอมน้าํ มัน

442

หมอนอ้ ย หมักแปม
ชือ่ ทองถิ่น : หมอนอ ย (ตรัง) ชื่อทอ งถิ่น : ชะมวงใบเล็ก (ตรัง), ชะมาง
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Cyanthillium cinereum (L.) H. Rob. (สระแกว )
ชือ่ วงศ : ASTERACEAE ชื่อวิทยาศาสตร : Garcinia lanceifolia Roxb.
ลกั ษณะเดน : ไมลมลกุ สงู ถึง 40 ซม. ตามสวนตา ง ๆ มีขนส้นั ชือ่ วงศ : CLUSIACEAE
ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี-ไขกลับ-ใบหอก ยาว 2-3 ซม. โคนใบสอบ ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ สูงถึง 4 ม. มีน้าํ ยางสีเหลืองขนุ ใบเดีย่ ว
เรยี ว ขอบใบหยมั มน ดอกสีมว งอมชมพู เปนชอกระจุกแนน รปู เรียงตรงขา ม รปู รี ยาว 6-10 ซม. เน้ือใบหนา เห็นเสน ใบไมช ัด
ขอบขนาน ยาว 6 มม. โคนชอ ดอกมีใบประดับสีเขียวซอนกนั กลีบดอกสีแดง มี 4 กลบี ยาว 6-8 มม. ผลรูปทรงกลมแบน กวาง
แนน เมล็ดยาว 3 มม. ปลายเมล็ดมีพูข นสีขาว 3-4.5 ซม. ผวิ เกลี้ยงมันเงา ข่วั ผลมกี ลีบเลยี้ งตดิ คงทน ผลสุกสี
สรรพคุณ เหลอื ง-แดง
• ตาํ รับยาโรคเกา ท : รกั ษาโรคเกา ท แกปวดขอ ปวดเขา แกพ ิษ สรรพคณุ
ในกระดกู บาํ รงุ กระดกู (S2-03) • ผลสกุ : รสเปรย้ี ว ทานเปนผลไม ชว ยระบายทอง และแกเลอื ด
ออกตามไรฟน (E2)
• ตาํ รบั ยาลดไขมนั ในเลอื ด : ชว ยลดไขมนั ในเลือด (S2-02)

กลาง : ชอ ดอกของหมอนอย, ลา ง : เมล็ด บนและกลาง : ผลสกุ , ลา งซา ย : ดอกตูมของหมักแปม/ชะมาง

443

หมักม่อ หมากงาชา้ ง
ชือ่ ทองถนิ่ : หมักมอ (อดุ รธาน)ี ช่ือทองถิ่น : หมากงาชาง (ตรงั )
ชื่อวิทยาศาสตร : Rothmannia wittii (Craib) Bremek. ชอ่ื วิทยาศาสตร : Nenga pumila (Blume) H. Wendl.
ชือ่ วงศ : RUBIACEAE ชอ่ื วงศ : ARECACEAE
ลักษณะเดน : ไมพมุ -ไมต น ผลดั ใบ สงู ถึง 15 ม. เปลือก ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สงู ถงึ 6 ม. แตกกอได ลาํ ตน เปน ขอ ปลอง
ขรขุ ระ-แตกสะเกด็ หนา ตามสวนตา ง ๆ มขี นสีขาว นมุ คลา ย หนา 6 ซม. มีกาบใบทีป่ ลายลาํ ตน ยาว 50 ซม. สเี หลืองออน มี
กาํ มะหยี่ ใบรปู รี ยาว 6-11 ซม. กลีบดอกสขี าว รปู ทรงระฆัง ขยุ สนี าํ้ ตาลแดงปกคลมุ เม่อื ยงั ใหม ใบประกอบแบบขนนก ยาว
ยาว 4-5 ซม. ปลายกลบี แยก 5 แฉก ดา นในแฉกมีสีมว งเปน จุด 1-2 ม. ใบยอยรูปแถบ ยาว 40-60 ซม. เรียงสลับระนาบเดียว
ประ มกี ลิน่ หอม ผลทรงกลม กวาง 3-4 ซม. ชอดอกสีครมี เกิดใตก าบใบ หอ ยลง ยาว 30 ซม. ผลรปู ไข ยาว
สรรพคุณ 1.5 ซม. สแี ดง
• แกน และราก : แกไ ข รักษาอัมพฤกษ- อมั พาต แกเหน็บชา สรรพคุณ
(NE3) • เน้ือไม : รกั ษาเริม งูสวัด (S2)

หมักมอ ชอดอกและผลออ นของหมากงาชาง

444

หมากผปู้ า่ รากของหมากผูปา
ชื่อทอ งถ่นิ : กําลงั หนุมาน (ตรงั ) หมากหมก
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Dracaena terniflora Roxb. ชื่อทองถ่นิ : หมากหมก (ตรงั )
ชือ่ วงศ : ASPARAGACEAE ชื่อวทิ ยาศาสตร : Lepionurus sylvestris Blume
ลักษณะเดน : ไมพุม สูงถึง 5 ม. ลําตนกลม กวางถึง 10 ซม. ชือ่ วงศ : OPILIACEAE
ใบเดี่ยว เรียงเวียน เปน กระจกุ ท่ปี ลายกงิ่ และแตกใบเปน กลมุ ลักษณะเดน : ไมพุม สงู ถึง 2 ม. ใบเด่ยี ว เรียงสลบั รูปร-ี ขอบ
เห็นเปนช้ัน ใบรูปหอกกลับ ยาว 20–30 ซม. กวาง 5–10 ซม. ขนาน-แถบยาว ยาว 5-20 ซม. ผวิ เกลี้ยง กา นใบยาวไมเ กนิ 8
ผิวเกลีย้ งมนั เงา ชอ ดอกสีขาว ยาว 30–60 ซม. แตกแขนงและ มม. บวมพอง ชอดอกยาวถงึ 5 ซม. หอยลง มีใบประดับสีเขยี ว
หอ ยลง ออ นซอนกนั คลายเกล็ด รูปไข ยาว 4-6 มม. กลบี รวมสเี หลือง มี
สรรพคณุ 4 กลบี ผลรูปรี ยาว 1-1.5 ซม. สกุ สแี ดง กา นผลบวมหนา ยาว
• ตาํ รบั ยาแกป วดเมอ่ื ยกลา มเนอ้ื -เสนเอ็น/บํารงุ กาํ ลัง : แกปวด 1-3 มม.
เมอ่ื ยกลา มเนื้อ-เสนเอ็น บาํ รุงกําลัง (S2-61) สรรพคณุ
• ตํารบั ยารกั ษาฝห รอด/ฝอ ักเสบเร้อื รัง : รักษาฝอกั เสบ ฝเรื้อรงั
ลดการขยายตัวของฝ (“ฝห รอด” เปนภาษาไทยใต คือ ฝท่เี ปน
ตลอด มีการอักเสบเรื้อรัง) (S1-01)
• ตํารับยาโรคเกาท : รกั ษาโรคเกา ท แกป วดขอ ปวดเขา แกพษิ
ในกระดกู บํารงุ กระดูก (S2-03)
• ตํารบั ยาปรบั ธาต/ุ ปวดเมอ่ื ย/ปวดขอ-เอน็ : ชวยปรบั ธาตุ แก
ปวดเม่ือย ปวดเขา -ขอ-เอน็ แกเ อน็ พกิ าร (S2-26)
• ตาํ รบั ยาแกปวดเมือ่ ยกลา มเน้ือ-เสนเอ็น/บํารุงกําลงั : แกปวด
เมื่อยกลามเนื้อ-เสน เอ็น บํารงุ กาํ ลัง (S2-61)

ผลออนของหมากผปู า ผลหมากหมก

445

หมยุ ขน

รากของหมากหมก ชอ่ื ทอ งถน่ิ : สมยุ สมุยขน (ตรัง)
หมีเหม็น ชื่อวทิ ยาศาสตร : Micromelum pubescens Blume
ช่อื ทอ งถ่ิน : หมีเหม็น (อดุ รธาน)ี ชอ่ื วงศ : RUTACEAE
ช่อื วิทยาศาสตร : Litsea glutinosa (Lour.) C. B. Rob. ลักษณะเดน : ไมพ ุม สงู ถงึ 5 ม. ตามกิง่ มขี นสัน้ นมุ ใบเรียงเวยี น
ชอ่ื วงศ : LAURACEAE ใบประกอบแบบขนนก ใบยอย 15-21 ใบ เรยี งสลบั รูปไขไม
ลกั ษณะเดน : ไมต น ผลดั ใบ สงู ถงึ 30 ม. เปลอื กขรขุ ระ ตามกิง่ สมมาตร ยาว 3-6 ซม. มขี นตามเสนใบ เนอื้ ใบมีตอมนาํ้ มัน ขย้ีใบ
ชอ ดอก กานใบและแผนใบดา นลา งมีขน ใบเดยี่ ว เรยี งเวยี น รูป มีกลิน่ ฉุน ชอดอกรปู รม ออกทีป่ ลายกงิ่ ต้งั ขนึ้ กวา ง 10-15 ซม.
ร-ี ไขกลบั ยาว 10-18 ซม. ปลายใบมน-แหลม ขยี้ใบมีกลิน่ ฉุน ดอกสีขาว ผลรปู รียาว ยาว 6-10 มม. มีขนยาวประปราย
ดอกสเี ขยี วอมเหลือง ผลทรงกลม กวา ง 8-10 มม. ผวิ เกลี้ยง กาน สรรพคุณ
ผลบวมพอง • ตาํ รบั ยาแกเหน็บชา : แกเ หน็บชา อาการชาตามปลายมือ
สรรพคณุ ปลายเทา (S2-63)
• ราก : ตม น้าํ ดื่ม เปนยาบํารุงกาํ ลัง แกไ ขออกฝเ ครือ แกลมเปน
กอนในทอ ง แกท องอืด ทองรวง; เปลือกสด : ใชอมแกปวดฟน
แกปากเหม็น (R70)
• ราก : ขบั น่ิว (NE3)

ภาพเล็ก : ดอกของหมเี หม็น, ลาง : ผลออ น ผลออนของหมยุ ขน

446

หมกู ลงิ้ หัวรอ้ ยรู
ชื่อทอ งถ่นิ : ชางผสมโขลง (อดุ รธาน)ี ชื่อทองถ่นิ : หัวรอ ยรู กระเชา ผมี ด (ตรงั )
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Eulophia andamanensis Rchb. f. ชื่อวิทยาศาสตร : Hydnophytum formicarum Jack
ชือ่ วงศ : ORCHIDACEAE ชอื่ วงศ : RUBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมล ม ลกุ กลุม กลว ยไม ลําตน ส้นั อวบนา้ํ ยาวถงึ ลักษณะเดน : ไมลมลกุ องิ อาศยั ตามตนไม สูงถงึ 50 ซม. มีราก
10 ซม. กวางถึง 6 ซม. ใบเดีย่ ว เรยี งสลบั สองขาง รปู แถบยาว สะสมอาหารบวมโต มีหนามรอบ ภายในมรี ูพรนุ จาํ นวนมาก เปน
ยาว 15-30 ซม. ผลดั ใบกอ นออกดอก ชอ ดอกสูงถงึ 40 ซม. กา น ทอ่ี าศัยของมด ใบเดี่ยว เรียงตรงขามต้งั ฉาก รปู ไขกลับ ยาว
ชอดอกสีเขยี วนวล กลีบเลย้ี งและกลบี ดอกสีเขียวอมนํา้ ตาล-อม 6-13 ซม. ปลายใบมน-กลม เนอ้ื ใบหนา ผิวเกลี้ยง กานใบยาวไม
เหลอื ง รูปใบหอกยาว 1.5-2 ซม. กลีบปากยาวถึง 2 ซม. สขี าวมี เกิน 5 มม. ดอกออกเปนกระจกุ ตามซอกใบ กลบี ดอกสขี าว มี 4
ลายสนี า้ํ ตาล ขอบบดิ เปน คล่ืน, พบตามปาผลดั ใบและปา ดงดบิ กลีบ ยาว 3 มม. ผลรูปรยี าว ยาว 1 ซม. สุกสแี ดง
ตามซอกหนิ ทมี่ ีซากพืชทับถม สรรพคณุ
สรรพคณุ • ตํารับยารักษาฝหรอด/ฝอกั เสบเรอ้ื รัง : รกั ษาฝอกั เสบ ฝเ รอื้ รงั
• หัว : ตาํ หรือฝนผสมกบั นํ้าปูนใสหรือน้าํ ซาวขาวใหขน ทารักษา ลดการขยายตวั ของฝ (“ฝห รอด” เปน ภาษาไทยใต คอื ฝทเ่ี ปน
ฝ หรอื สวิ อกั เสบ (NE3) ตลอด มีการอักเสบเร้อื รงั ) (S1-01)
• ตาํ รับยาโรคเกา ท : รกั ษาโรคเกา ท แกปวดขอ ปวดเขา แกพิษ
ในกระดกู บํารุงกระดูก (S2-03)
• ตาํ รับยาขบั น่ิวในไต–ทางเดนิ ปสสาวะ : ชวยขบั น่วิ ในไต และ
ทางเดินปส สาวะ ชวยลางไต รักษาทางเดนิ ปสสาวะอกั เสบ
(S2-14)
• ตาํ รบั ยาโรคประดงเลอื ด : แกป ระดงเลือด เลอื ดขึน้ มีอาการ
คนั ตามผิวหนัง (S2-27)

หมูกลงิ้ /ชา งผสมโขลง

บนซาย : ผล, บนขวา : ดอก, ลา ง : ภายในของรากสะสมอาหาร
ของหัวรอยรู

447

หวั รอ ยรู
หว้า
ชอ่ื ทองถนิ่ : หวา (อดุ รธาน)ี
ช่อื วิทยาศาสตร : Syzygium cumini (L.) Skeels
ชอ่ื วงศ : MYRTACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 30 ม. เปลือกขรุขระ ตามกิ่งออ น
กานใบและใบเกล้ยี ง ใบเด่ยี ว เรยี งตรงขา ม รูปรี ยาว 8-15 ซม.
แผน ใบหนา มเี สนแขนงใบจาํ นวนมาก ปลายเสนแขนงใบวงิ่ ไป
จรดเสน ขอบใน กา นใบยาว 1-1.5 ซม. ดอกสขี าว มีเกสรเพศผู
จาํ นวนมาก ผลรปู รี ยาว 2-3 ซม. มี 1 เมล็ด ผลสุกสีมว งดํา เน้ือ
รสหวานอมเปรี้ยวทานได
สรรพคณุ
• เมล็ด : รักษาเบาหวาน แกท องรวง (NE3)
• ตํารับยาแกค นั : แกอ าการคันตามผวิ หนงั (S2-28)

ผลออนของหวา

448

หวายขม หวายตะมอย
ชือ่ ทอ งถ่ิน : หวาย (สระแกว) ช่อื ทองถิน่ : หวายตะมอย (พิษณโุ ลก)
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Calamus viminalis Walld. ชื่อวิทยาศาสตร : Pothos repens (Lour.) Druce
ชื่อวงศ : ARECACEAE ชื่อวงศ : ARACEAE
ลักษณะเดน : ไมเ ถาเน้ือแข็ง กลุม ปาลม ยาวไดถ ึง 25 ม. แตก ลกั ษณะเดน : ไมล มลกุ ทอดเลอ้ื ยเกาะตามตนไม กง่ิ และใบ
กอได ลาํ หนา 2-3.5 ซม. ปลอ งยาวถงึ 15 ซม. ตามสวนตา ง ๆ มี เกลยี้ ง ใบเด่ยี ว เรียงสลบั ระนาบเดียว รปู ใบหอก (แผน ท่ีอยูช ว ง
หนามแหลมคม ยอดมีขยุ สขี าวปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก ปลาย) ยาว 3-7 ซม. กานใบ (แผน คลา ยใบชวงโคน) แผเปน ปก
ยาวถงึ 2 ม. ไมม ีแสห นามท่ีปลายแกนใบ มีใบยอ ยแตละขา งของ ออกคลายใบ ยาว 1.5-3 เทา ของความยาวแผนใบ (จดุ แตกตาง
แกนใบไดถ ึง 55 ใบ เรียงเปนกลุม ๆ ละ 2-4 ใบในแตล ะขา ง ใบ จากตะเขบ็ Pot_sca) กวา งถงึ 2 ซม. กาบใบยาว 2-5 มม. โอบ
ยอยรปู แถบยาว ยาว 15-30 ซม. กาบใบมีหนามหนาแนน ยาวถงึ ก่งิ ชอ ดอกอดั แนน ทรงกลม-รี กวาง 1-1.5 ซม. สีครมี มีใบ
4 ซม. โคนกานใบชว งติดกาบบวมพองคลา ยหัวเขา มีแสห นาม ประดบั สมี ว งแดงเขม
ออกจากกาบ ยาวถงึ 3 ม. ผลทรงกลม กวา ง 8 มม. ผวิ มเี กลด็ ซอ น สรรพคุณ
สรรพคุณ • เถา : แกปวดเมื่อย (N1)
• ยอดออ น : มรี สฝาดขม ใหต ม และลางนา้ํ กอนเพ่อื ลดความขม
ทานเปนผกั หรอื ประกอบอาหารพวกแกง ชว ยแกไอ แกรอ นใน
กระหายน้าํ บาํ รุงนํ้าดี (E2)

ชอดอกของหวายตะมอย

ซาย : โคนกา นใบและกาบใบ, ขวา : ผลออนของหวายขม

449

หวายลิง หอมแขก
ชอ่ื ทองถิ่น : หวายลิง (ตรงั ) ชือ่ ทองถิ่น : ขี้ผง้ึ สมดั (อุดรธานี)
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Flagellaria indica L. ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Bergera koenigii L.
ชื่อวงศ : FLAGELLARIACEAE ชือ่ วงศ : RUTACEAE
ลักษณะเดน : ไมเ ถาเนือ้ คอนขา งแข็ง ยาวถึง 15 ม. ลาํ ตน เปน ลักษณะเดน : ไมพมุ สงู ถึง 5 ม. ตามกิ่ง กา นใบ และใบมีขนส้ัน
ขอปลอ ง หนา 8 มม. ปลอ งยาวถึง 15 ซม. ใบเดยี่ ว เรยี งสลบั รปู นุม ใบประกอบแบบขนนก ใบยอ ย 11-25 ใบ เรยี งเกือบตรงขา ม
ใบหอกแคบ ยาว 13-20 ซม. ปลายใบเรียวยาวคลา ยหาง และ รปู ไขไมสมมาตร ยาว 2-4 ซม. เนื้อใบมตี อมนํ้ามนั ขยใ้ี บมีกล่นิ
มวนเปน มือพันเกย่ี วไดดว ย โคนใบเปนกาบหุมเถาแนน ผิวเกลย้ี ง ฉุน ชอ ดอกรปู รม ตงั้ ข้นึ กวาง 6-10 ซม. ดอกสขี าว ผลรูปกลม
ชอดอกสีขาว ยาวถึง 25 ซม. ผลทรงกลม กวาง 8 มม. สกุ สีแดง กวาง 1-1.5 ซม. ผิวเกลย้ี ง สุกสดี าํ มันเงา (ผลขนาดใหญก วา และ
สรรพคุณ ผวิ เกลยี้ ง เปน จุดตา งจากหมยุ ขน Mic_pub และ สมัดนอ ย
• ตํารบั ยาโรคไสเ ลอ่ื น : รกั ษาโรคไสเล่อื นทง้ั ชายและหญิง หรอื Mic_fal)
โรคไขล งฝก (S2-68) สรรพคณุ
• ใบหรอื เปลือก : แกห ืดหอบ แกไ อ; ยอดออน : รสเผด็ มีกล่นิ ฉุน
กินเปน ผกั สดกับลาบ-กอย (NE3)

บน : ชอ ดอก, ลา ง : ผลของหวายลิง กลาง : ผลสกุ ของหอมแขก


Click to View FlipBook Version