The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

350

มะเค็ด สรรพคุณ
ชือ่ ทองถิน่ : หนามแทง (อดุ รธานี), หนามแทง • เนือ้ ไม : รักษาแผลท่ถี กู หนามทมิ่ แทงหกั คาในเน้อื (N1)
หนามขี้แรด (พษิ ณโุ ลก) • เน้อื ในผลสุก : เนอื้ ในเมอื่ สกุ มสี ดี าํ ใชส ระผม ใชเ บอ่ื ปลา (NE3)
ช่ือวิทยาศาสตร : Catunaregam tomentosa (Blume ex • แกน หรือราก : รักษาเบาหวาน วณั โรค มะเรง็ ตา ง ๆ (NE5)
DC.) Tirveng. • ตาํ รบั ยารกั ษาแผลเบาหวาน/แผลอกั เสบเร้อื รงั : รกั ษาแผล
ชื่อวงศ : RUBIACEAE เบาหวาน หรอื แผลอกั เสบเรอื้ รงั (NE2-015)
ลักษณะเดน : ไมพมุ ผลัดใบ สงู ถงึ 8 ม. เปลือกแตกสะเก็ดบาง
ก่ิงมีหนามยาวถงึ 7 ซม. ใบเดี่ยว เรยี งตรงขามและกระจกุ ท่ีปลาย
กง่ิ รปู ไขก ลบั ยาว 5-12 ซม. แผน ใบหนา ดา นบนมรี อยกดตาม
แนวเสนใบ มขี นนมุ หนาแนน ทีด่ า นลาง ดอกออกเดีย่ ว ๆ มีกลบี
เล้ยี งและกลบี ดอก 7-9 กลบี กลีบดอกสขี าว-สีเหลืองเมอื่ ใกลโรย
มกี ล่นิ หอม ผลรปู กลม-รี กวาง 4-6 ซม. มีขนนุมแบบกาํ มะหย่สี ี
นํ้าตาล เนือ้ ในสีดํา, พบตามปาเต็งรงั ปาเบญจพรรณ และปาทุง
ที่มีดินปนทรายท่วั ประเทศ

มะดูก
ช่อื ทอ งถ่นิ : มะดูก (พทั ลุง), มะดกู (พษิ ณุโลก),
มะดกู ยายปลวก (อดุ รธานี), มะดกู หิน (สระแกว )
ชื่อวิทยาศาสตร : Siphonodon celastrineus Griff.
ชือ่ วงศ : CELASTRACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 20 ม. เปลือกแตกสะเก็ดเล็ก ใบเด่ียว
เรยี งสลบั รปู รแี กมขอบขนาน ยาว 13-20 ซม. ขอบหยกั ซฟ่ี น -หยกั
มน ผิวใบเกล้ยี ง เสนใบยอยแบบรางแห กานใบยาว 1-2 ซม.
กลบี เลีย้ งและกลบี ดอกมี 5 กลีบ ดอกสเี ขียวอมเหลือง ผลทรง
กลม-ไขกลบั กวา ง 4-5 ซม. ปลายกลม เนื้อในแขง็ , พบตามปา
ผลัดใบและปาดงดบิ แลง
สรรพคณุ
• เปลือก : แกไ ขทบั ระดู (NE3)
• เปลอื ก : ผสมสมุนไพรอ่นื ตมน้ําด่ืม รกั ษาโรคตับอักเสบ; ราก :
ทาํ ใหอาเจียนชวยถอนพิษ ทานแกพ ษิ อักเสบจากฝห รือแผล
ภายใน บํารงุ กระดกู ดับพิษในกระดูก น้ําเหลืองเสีย ผ่นื คัน
ประดงเขา ขอ ออกดอก โรคผิวหนัง แกเ สนเอน็ พกิ าร แก
กามโรค (R1, R8)
• แกน และราก : รักษาโรคมะเร็งกรามชาง โรคเกาท (E2)
• ราก : รกั ษามะเร็งกระดกู (N1)
• ตํารบั ยาโรคมะเร็งตับ/ฝในตับ/ตบั อักเสบ : รักษาโรคมะเรง็
ตับ (ระยะที่ 1–3), โรคฝในตบั , โรคตับอกั เสบ, โรคกาฬลงตบั
(มีอาการเพอคลุมคล่ังและนยั นตาเปน สีแดงรวมดวย) (S3-74)

351

มะเดือ่ ปลอ้ ง สรรพคณุ
ชอื่ ทองถิ่น : มะเดือ่ ปลอง (ตรัง, อุดรธาน)ี , • เปลือก : ยาพ้นื บา นอีสาน ฝนนา้ํ กนิ วนั ละ 2-4 คร้ัง แกไข;
มะเด่อื ปอง (พิษณุโลก) แกน : รสเค็มเลก็ นอย แกพยาธิ ตานซาง (โรคพยาธใิ นเด็ก มี
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Ficus hispida L. f. อาการเบื่ออาหาร ออนเพลยี พุงโลกน ปอด ตกใจงาย ไมค อ ย
ชือ่ วงศ : MORACEAE ทานอาหาร ซูบซดี ผอมแหง อุจจาระผดิ ปกติ อาจมกี ล่ินคาวจดั
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ -ไมต น สงู ถงึ 15 ม. เปลอื กเรยี บมรี อย ชอบกินอาหารคาว) (R16)
วงแหวนแนวขวาง สวนท่มี ชี ีวิตมนี ํ้ายางสีขาวขุน กิ่งกลวง (จุด • เนื้อไม : ยาแกพ ิษ ชว ยรกั ษาโรคมะเรง็ (N1)
เดน ) ตามสวนตา ง ๆ มีขนสากคาย ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขามตัง้ ฉาก • ราก : แกโ รคซาง (พงุ โล) (NE3)
รูปขอบขนานแกมไขก ลับ ยาว 15-33 ซม. ขอบใบจักฟนเลือ่ ย • ตํารับยาแกไ อ : แกไ อ (NE2-167)
โคนใบตัด-เวา ชอ ดอกและชอ ผลออกเปนชอยาวตามลาํ ตน -กิง่ • ตํารบั ยาโรคเกาท : รกั ษาโรคเกาท แกป วดขอ ปวดเขา แกพิษ
ใหญ ยาวถงึ 40 ซม. ผลรูปทรงกลม-แบนเล็กนอย กวา ง 3-4 ซม. ในกระดกู บาํ รงุ กระดกู (S2-03)
สุกสีเหลอื ง มเี มลด็ เล็กจาํ นวนมาก, ขึน้ ตามชายปาและทร่ี กราง • ตาํ รบั ยาอุทัยโอสถ : แกไขตวั รอ น แกรอนในกระหายน้าํ แก
ท่วั ประเทศ ออ นเพลยี ละเห่ยี ใจ เพ่มิ ความสดช่ืน บํารงุ หัวใจ (S3-22)

เนื้อไมมะเดอ่ื ปลอง
มะเดอื่ อทุ ุมพร
ชอ่ื ทองถนิ่ : มะเดื่อชมุ พร (พษิ ณุโลก),
มะเด่อื อทุ มุ พร (พทั ลุง, ตรงั , อดุ รธาน)ี
ชื่อวิทยาศาสตร : Ficus racemosa L.
ชอื่ วงศ : MORACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถึง 30 ม. เปลอื กเรียบ-แตกสะเกด็ รอน
เลก็ นอย สีครีม โคนตน มพี พู อนแผกวาง ตามสว นท่มี ชี ีวติ มนี ้าํ ยาง
สขี าวขนุ ตามสว นออ น ๆ มขี นสนั้ ใบเดย่ี ว เรยี งเวยี น รูปรี-ขอบ
ขนาน ยาว 8-15 ซม. เสน แขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู ขอบใบ
เรยี บ ผวิ ใบดานลางมขี นประปราย-เกลยี้ ง กา นใบยาว 4-7 ซม.
ชอดอกและชอ ผลออกตามลาํ ตน และกงิ่ ใหญ หอ ยยาวถงึ 60 ซม
ผลทรงกลม-แกมแบน กวาง 3-5 ซม. ผิวเกลยี้ ง สุกสีแดงมจี ุด
ประสขี าว, ขึน้ ตามริมลาํ ธาร, ท่วั ประเทศ
สรรพคณุ
• ทัง้ ตน : ชวยขับปส สาวะ แกปสสาวะกะปรบิ กะปรอย ปส สาวะ
ขดั (N1)

352

• ผล เปลือก หรือราก : แกไ ขตวั รอน กระทุงพษิ ไข ชว ยถอนพษิ รากมะเดอ่ื อุทุมพร
ไขทกุ ชนดิ , รากมะเดือ่ อุทุมพรเปน หนึ่งในพิกดั ยาหา ราก/เบญจ • ตาํ รับยาแกต น ไข (ไขร ะยะแรก) : แกตน ไข (ไขเ บื้องตนหรอื ไข
โลกวเิ ชยี ร (NE3) ระยะแรก เชน ไขตวั รอน ไขกาฬ ไขพษิ ไขก ําเดา) (S3-44)
• ใบและผล : ในไทย ลาว กมั พูชา และตอนเหนือของรฐั เปรัค • ตํารับยาไขห ัด/ไขอสี กุ อใี ส/ไขอีดําอีแดง : แกไ ขห ดั ไขเหอื ด
ประเทศมาเลเซยี ตาํ พอกผวิ หนัง และตม นาํ้ ด่ืมรักษาผนื่ คนั บน (หัดเยอรมนั ) ไขอีสกุ อีใส ไขอดี ําอแี ดง กระทงุ พษิ ไข (S3-48)
ผิวหนงั ; ลําตนและใบ : ในกมั พูชาใชทาํ น้าํ มนั ทาผม; ลําตน :
ในกมั พูชา แชน้าํ ดืม่ ตานมาลาเรีย; ราก : ตม น้ําด่ืม เปนยาขับ มะตาด
ปสสาวะ (R13) ช่ือทองถิน่ : มะตาด สา นน้ํา (ตรัง)
• ตาํ รบั ยาหาราก (ยาเบญจโลกวิเชยี ร/ยาแกว หาดวง) : แกไ ข ชื่อวิทยาศาสตร : Dillenia indica L.
ตวั รอ น ปวดหัว ถอนพษิ ไข (N1-14) ช่อื วงศ : DILLENIACEAE
• ตํารับยาหาราก (สตู รพน้ื บาน) : แกไ ข ตัวรอ น แกป วดหวั ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 20 ม. เปลอื กสนี ้าํ ตาลแดง ลอกเปน
(S1-06) แผนบาง ใบเดีย่ ว เรยี งเวียน รปู หอกกลับ ยาว 20-35 ซม. เสน
• ตํารบั ยาแกไ ขตัวรอน : แกไขตวั รอน ปวดหัว ถอนพษิ ไข ไข แขนงใบเหน็ ชดั เจนขา งละ 25-50 เสน ขอบใบจกั ฟน เล่อื ย แผน
หวดั ไขป อดบวม (S2-01) ใบดา นลางมีขนสากประปรายตามเสนแขนงใบ ดอกเดีย่ ว กลบี
• ตาํ รบั ยาแกไ ขไทฟอยดหรอื ไขร ากสาดนอย : แกไทฟอยดห รือ เลีย้ งและกลบี ดอกอยา งละ 5 กลีบ กลีบดอกสขี าว ดอกบานกวา ง
ไขร ากสาดนอย (S2-20) 13-17 ซม. ผลทรงกลมแบน สีเขียวอมเหลอื ง เกิดจากกลีบ
• ตํารับยาไขหวดั ใหญ : แกไขห วัดใหญ (S2-57)
• ตํารบั ยาแกทอ งเสยี แบบมไี ข : แกท องเสยี แบบมไี ข อาหาร
เปนพษิ (S3-36)
• ตาํ รับยาแกทองรวง-ทองเสยี -บิด : แกทองรวง-ทอ งเสีย แกบิด
ชว ยคุมธาตุ (S3-43)

353

มะตมู
ชือ่ ทอ งถิ่น : มะตูม (พษิ ณโุ ลก)
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Aegle marmelos (L.) Corrêa ex Roxb.
ช่อื วงศ : RUTACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน ผลดั ใบ สงู ถงึ 15 เมตร ลาํ ตน อายุนอ ยและ
ก่งิ มีหนาม ใบเรยี งเวียน ใบประกอบมี 3 ใบยอ ย รูปไข ยาว 4-10
ซม. ใบยอ ยทป่ี ลายมขี นาดใหญท ี่สุด ปลายใบเรยี วแหลม ขอบใบ
หยกั มน ผิวใบเกลย้ี ง ขยี้ใบมีกลน่ิ หอม ดอกขนาดเลก็ สเี ขียวอม
เหลือง มีกลน่ิ หอม กลีบดอก 5 กลบี ผลรปู ไข-กลม กวา ง 8-16
ซม. เปลอื กแข็งมากสีเขียว ผลสุกเปลือกสเี หลืองเรือ่ ๆ เนอื้ ในสี
เหลอื งคลํ้า มนี ้ํายางสีนา้ํ ผง้ึ รอบเมลด็ , พบตามปา เบญจพรรณ
และปา ดบิ แลงแทบทุกภาค ยกเวน ภาคตะวนั ออกเฉียงใตแ ละ
ภาคใต
สรรพคุณ
• ผล : ชว ยบาํ รุงหัวใจ ชว ยขยายหลอดเลอื ด (N1)
• ตาํ รับยาโรคมะเร็งตบั /ฝใ นตับ/ตบั อักเสบ : รักษาโรคมะเรง็
ตบั (ระยะที่ 1–3), โรคฝใ นตับ, โรคตบั อักเสบ, โรคกาฬลงตับ
(มีอาการเพอ คลมุ คล่งั และนัยนตาเปน สีแดงรวมดว ย) (S3-74)

เกลี้ยงขยายตัวหุม กวา ง 8-12 ซม. ผลออนเน้อื เปรีย้ วปนฝาด ใช ผลมะตูมแหง
ทําแกงทานได, พบตามริมลาํ ธารในปาดงดิบท่วั ประเทศ
สรรพคณุ
• ตาํ รบั ยาลดไขมนั ในเลอื ด : ชวยลดไขมันในเลือด (S2-02)
• ตาํ รบั ยาขบั เสมหะในลําคอ-อก/แกโรคหอบหดื : ชว ยขบั
เสมหะในลําคอ-อก แกหอบหดื (S2-08)

354

มะนาวผี มะปรงิ
ช่ือทองถ่ิน : มะนาวผี (สระแกว) ชอ่ื ทองถน่ิ : ปรงิ มะปรงิ (พทั ลงุ , ตรัง)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Atalantia monophylla (L.) DC. ช่อื วทิ ยาศาสตร : Bouea oppositifolia (Roxb.) Meisn.
ชือ่ วงศ : RUTACEAE ชื่อวงศ : ANACARDIACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ -ไมตน สูงถึง 6 ม. ลําตน คดงอและเปนพอน ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 30 ม. ตามสวนตา ง ๆ เกล้ยี ง มีตาท่ี
เปลือกเรยี บ กง่ิ มหี นามเรยี วตรง ยาวถึง 4 ซม. ใบเด่ยี ว เรียง ซอกใบเปนเมด็ รปู ไข ใบเด่ียว เรียงตรงขาม รูปใบหอก-แกมขอบ
เวยี น รปู ไข-รูปรี ยาว 5-12 ซม. ปลายใบมน-หยกั เปนต่ิง และมี ขนาน ยาว 10-17 ซม. ปลายใบเรียวแหลม เสน กลางใบดานบน
รอยบมุ แผนใบเกล้ียง เนอื้ หนา มตี อมน้าํ มนั ใส ขยี้ใบมีกลนิ่ ฉนุ แผน ใบนนู เสน แขนงใบขา งละ 10-14 เสน ผลทรงกลม-รี ยาว
เสน ใบยอยแบบรางแหเหน็ ชัดเจน กลบี ดอกสีขาว 4 กลบี มกี ลิ่น 3-5 ซม. ผลสุกเน้อื เหลอื งฉํา่ น้าํ รสเปร้ียว-อมหวาน มี 1 เมล็ด
หอม ผลทรงกลม กวาง 1.5-2.5 ซม. ผวิ ขรุขระสีเขยี ว-อมเหลือง เนื้อในเมล็ดสมี วง, พบในปา ดงดิบใกลแ หลง นํา้ ทวั่ ประเทศ,
คลายผลมะนาว มี 4-8 เมลด็ , พบตามปา ดงดบิ แลงทวั่ ประเทศ มะปรางและมะยงชดิ ทป่ี ลกู เปนพืชสวน ลวนเปน พืชชนดิ เดียวกบั
สรรพคุณ มะปรงิ ซึง่ มที ี่มาจากพันธไุ มป า ท่ีไดร บั การคดั เลือกปรับปรุงสาย
• เปลอื กผล : แกไ ขขออักแสบ (S2) พันธุ แตยังมมี ะปรางปา (Bouea macrophylla Griff.) ซง่ึ พบ
• แกน หรือราก : แกไขป า หรือไขม าลาเรีย; เมลด็ : เขา ยารักษา ในปา ธรรมชาติในภาคใต มจี ุดตา งทมี่ ขี นาดใบใหญก วา ใบยาว
ริดสดี วงจมูก (E2) 15-25 ซม.
• ใบและผล : ชวยรกั ษาโรคทางเดนิ หายใจ แกอ าการจุกเสยี ด
แกทองเสยี ; น้ํามนั จากเปลอื กผล : ใชทาภายนอก เปนยาแก
โรคไขขอ อกั เสบ (R66)

ผลสุกของมะนาวผี ซา ย : เน้ือและเมลด็ มะปรงิ สกุ , ขวา : ราก
สรรพคุณ
• ตาํ รับยาแกไขต ัวรอน : แกไขตวั รอน ปวดหัว ถอนพษิ ไข ไข
หวัด ไขปอดบวม, สามารถใชมะปรางปา (Bou_mac) แทนได
(S2-01)
• ตํารบั ยาแกไขต วั รอ น : แกไข ตัวรอ น ไขเ ปล่ียนฤดู (S2-17)
• ตํารับยาไขหวดั ใหญ : แกไ ขห วัดใหญ (S2-57)

355

• ตาํ รับยาแกไ ขตัวรอ น : ชวยแกไข ตัวรอ น (S2-79)
• ตาํ รบั ยาประสะจนั ทนแดง : แกไข ตัวรอน รอนในกระหายน้ํา
ไขเซ่อื งซึม ไขเ ปล่ียนฤดู (S3-09)
• ตาํ รับยามหานลิ แทงทอง : แกไขตัวรอน ไขหดั ไขอสี กุ อีใส แก
รอ นในกระหายน้ํา แกปากเปอ ยเพราะพิษรอนหรือรอนใน
(S3-12)
• ตํารบั ยาแกพิษกินผิดสําแดง : แกพิษกินผดิ สาํ แดง กนิ ของ
แสลง (S3-35)
• ตาํ รบั ยาแกตน ไข (ไขระยะแรก) : แกต นไข (ไขเบ้ืองตนหรือไข
ระยะแรก เชน ไขต ัวรอ น ไขก าฬ ไขพ ิษ ไขกําเดา) (S3-44)

ใบของมะปรางปา (Bouea macrophylla Griff.)

มะพลับทอง มะพอก
ชือ่ ทอ งถ่ิน : มะพลับปา (สระแกว ), สาวดาํ (ตรัง) ชือ่ ทองถ่นิ : มะพอก (อุดรธานี)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Diospyros transitoria Bakh. ชอ่ื วิทยาศาสตร : Parinari anamensis Hance
ช่อื วงศ : EBENACEAE ชอ่ื วงศ : CHRYSOBALANACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สงู ถึง 30 ม. เปลอื กเรียบสีดาํ อมเทาและมี ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 30 ม. เปลอื กแตกเปนสะเก็ดสี่เหล่ียม
ชองอากาศ มขี นทย่ี อด กลบี เลี้ยงและผลออน ใบเด่ียว เรยี งสลบั ขนาดเล็ก ตามกิ่งออน ชอดอก กานใบ และแผน ใบดานลางมีขน
รูปไข- ร-ี ขอบขนาน ยาว 7-17 ซม. จุดเดนทมี่ แี ผนใบหนาคลา ย สขี าว-นํา้ ตาลหนาแนนแนบกบั ผิว ใบเดยี่ ว เรียงสลับ รูปไข-รี
แผน หนงั เกลีย้ ง เสนใบยอ ยแบบรางแหนนู เห็นชดั ทัง้ สองดาน กวา ง ยาว 6-15 ซม. ชอ ดอกออกทีป่ ลายกิ่งยาวถงึ 30 ซม. ดอก
และเสน กลางใบเปนรอ งทแ่ี ผนใบดานบน, ดอกแยกเพศ กลบี สีขาว ผลทรงคอ นขา งกลม-บดู เบ้ยี วเลก็ นอย กวา ง 4-5 ซม. ผวิ มี
เลย้ี งและกลีบดอกอยางละ 4 กลบี ดอกสขี าวครมี ผลทรง ชองอากาศสนี ้ําตาล-ขาวหนาแนน , พบตามปา เต็งรงั และปาดบิ
กลม-แปน กวา ง 3-4 ซม. ข่ัวผลมกี ลีบเลี้ยงตดิ คาง 4 แฉก ๆ ยาว แลง แทบทุกภาค ยกเวน ภาคใต
1.5 ซม. ขอบบดิ เปนคลน่ื ผลสุกสเี หลอื ง เนอื้ รสหวานทานได,
พบตามปาดงดิบแลงและปาดงดิบชน้ื ในภาคตะวนั ออก และภาค
ใต
สรรพคุณ
• เปลอื กตน หรอื ผลออน : แกบ ิด แกท องรว ง แกอาเจียน แกไข
มาลาเรีย ตําพอกชวยหามเลือด ชวยสมานบาดแผล หรอื ตมนาํ้
ลางแผล ชว ยฆา เชื้อโรคบาดแผลไดอ กี ดว ย (E2)

356

สรรพคุณ มะไฟ
• ราก : แกไขจ ับสั่น แกไข ถายพยาธิ; เถา : รักษากามโรค; ช่อื ทองถน่ิ : มะไฟ (พัทลุง, ตรงั , อดุ รธาน)ี ,
เปลอื ก : เปนยาชกู าํ ลัง รกั ษาแผลเนา เปอ ยใหแหง ; เนือ้ ไม : มะไฟปา (พิษณโุ ลก)
ถอนพษิ เบอ่ื เมา คุมธาตุ บํารุงธาต;ุ ใบ : แกหวดั คดั จมูก แก ช่อื วทิ ยาศาสตร : Baccaurea ramiflora Lour.
ปวดศรี ษะ รกั ษาบาดแผล แกหืด แกหิด แกคัน (R7) ชอ่ื วงศ : PHYLLANTHACEAE
• แกน : แกโ รคประดง ผื่นคัน แกน้ําเหลอื งไหลซึมตามผิวหนงั ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถึง 10 ม. เปลือกสีนํา้ ตาลแดง แตก
(NE3) สะเก็ดเล็กและบาง มีขนประปรายตามสวนออ น ๆใบเดี่ยว เรยี ง
• ตํารบั ยาแกไ อ : แกไ อ (NE2-167) เวยี น เปนกระจุกท่ีปลายกิง่ รปู รี-รปู ไขก ลับ ยาว 10-25 ซม.
มะแฟน ขอบใบหยกั มน-เรียบ กานใบยาว 4-7 ซม. ปลายบวม ชอดอก
ช่ือทอ งถิน่ : มะแฟน (อุดรธาน)ี แยกเพศแยกตน สีเหลอื งครมี ชอผลออกเปน กระจุกตามกิง่ ใหญ
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Protium serratum Engl. และลําตน หอ ยยาว 10-40 ซม. ดอกสเี หลืองออน ผลกลม-รูปรี
ชื่อวงศ : BURSERACEAE ยาว 2.5-4 ซม. สุกสีเหลอื ง-อมสม เมลด็ มีเยือ่ หุมสีขาวรสเปรีย้ ว
ลักษณะเดน : ไมตน ผลดั ใบ สูงถงึ 30 ม. เปลือกแตกสะเกด็ อมหวาน เมลด็ สีขาว-มว ง, พบตามปา ดงดบิ ทว่ั ประเทศ
สเ่ี หลยี่ ม-มน หนา-บาง เปลอื กในมนี ํา้ ยางสขี าว ตามสวนตา ง ๆ สรรพคุณ
เกลี้ยง ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ มีใบยอย 7-9 ใบ เรยี งตรง • ราก : แกเ สมหะ แกกาํ เดา บาํ รงุ ไฟธาตุ แกบ วม; ดอก : แกบิด
ขา ม รูปไข-แกมรูปขอบขนาน ยาว 8-17 ซม. โคนใบสมมาตร มี แกทอ งเสีย เจรญิ อาหาร ฆา เช้ือ ขับนา้ํ ดี ขบั นํา้ ยอ ย เปนยา
จุดเดนทมี่ ขี อบใบจกั ฟนเล่ือย และที่ปลายท้ังสองดา นของกานใบ สงบระงับ เปน ยาฝาดสมาน แกปวดประสาท (R6)
ยอ ยและรอยตอกบั แกนใบบวมพอง กา นใบยาว 1.5-2 ซม. ผล • ราก : แกไ ขต วั รอน ชว ยทาํ ใหตัวเย็น (N1)
ทรงกลม กวาง 2 ซม. มักสีสะเก็ดสีนํ้าตาล ผลสุกสีออก • ราก : แกไ ขตัวรอ น รกั ษาฝภ ายใน (NE2)
เหลือง-สีแดง เนื้อในขาวใส รสเปรยี้ วทานได, พบตามปา
เบญจพรรณและปาดงดิบแลง ท่วั ประเทศ
สรรพคุณ
• รากหรอื ผล : แกไขต ัวรอน ถอนพษิ ผิดสาํ แดง (NE3)
• เหงา : แกซ าง แกไขเ หนือ แกไขก าฬ ดับพิษไข แกบ ิดมกู เลือด
แกไ ขส ันนิบาต ชว ยเจริญอาหาร (R7)

357

ผลมะไฟสุก
• ตาํ รบั ยามหานลิ แทง ทอง : แกไขต วั รอ น ไขหดั ไขอสี ุกอีใส แก
รอ นในกระหายนํ้า แกปากเปอ ยเพราะพิษรอนหรอื รอ นใน
(S3-12)

มะไฟแรด เมล็ดท่ลี อนเน้อื ออกแลวของมะไฟแรดใชประกอบอาหาร
ชอื่ ทอ งถิน่ : นมงัว นมวัว (อดุ รธานี), เหมือดคน สรรพคณุ
(พทั ลงุ , ตรัง) • ราก : ชว ยถอนพษิ ผดิ สําแดง; เมล็ด : เผาไฟหรอื ตม แลว
ชือ่ วิทยาศาสตร : Scleropyrum pentandrum (Dennst.) กะเทาะเอาเนื้อในนาํ มาประกอบอาหาร เชน น้ําพริก หรือใส
Mabb. แกง (NE3)
ชอื่ วงศ : SANTALACEAE • ตํารับยาแกไ ขตัวรอ น : แกไ ขต วั รอ น ปวดหวั ถอนพิษไข ไข
ลักษณะเดน : ไมพุม สูงถงึ 7 ม. เปลอื กเรียบ โคนตน มีหนามยาว หวัด ไขปอดบวม (S2-01)
ไดถ ึง 7 ซม. ตามสว นออน ๆ มขี นส้ันหนานุม ใบเดี่ยว เรียงสลบั • ตาํ รับยาประสะจันทนแดง : แกไข ตวั รอน รอนในกระหายน้ํา
รูปร-ี รูปไข 6-18 ซม. ปลายใบแหลม-เรียวแหลม แผนใบดา นบน ไขเซื่องซึม ไขเ ปลีย่ นฤดู (S3-09)
มรี อยกดตามเสน ใบ ดานลางมขี นหนาแนน —ประปราย กา นใบ
ยาว 5-10 มม. บวมพอง ชอดอกคลา ยหางกระรอก ยาว 6-25
ซม. สีเขียว-เหลอื งอมสม หอ ยลงตามกิง่ และลาํ ตน ผลรูปไข ยาว
3-5 ซม. สุกสเี หลอื ง มเี มลด็ เดยี วเนื้อแขง็ รูปรี ยาว 2-3 ซม.

358

มะมว่ งปา่ มะเมา่ สาย

ชอื่ ทองถ่นิ : มะมวงคัน มะมวงปา (ตรงั ) ช่อื ทองถ่ิน : เมาสาย (พษิ ณุโลก)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Mangifera caloneura Kurz ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Antidesma sootepense Craib
ชื่อวงศ : ANACARDIACEAE ชื่อวงศ : PHYLLANTHACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 30 ม. เปลอื กแตกรองตามแนวยาว ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ -ไมต น สูงถึง 9 ม. ตามกิ่งออ น ชอดอก กาน
ตามสวนตาง ๆ เกลี้ยง ใบเด่ียว เรยี งเวยี น รูปขอบขนาน ยาว ใบมีขนสน้ั หนาแนน -เกือบเกลยี้ ง ใบเดี่ยว เรยี งสลบั รปู ขอบ
10-34 ซม. เสน กลางใบที่แผนใบดานบนนนู เนอ้ื ใบหนา กานใบ ขนาน-รปู ไข ยาว 5-10 ซม. ปลายใบเรยี วแหลม มีขนส้ันตามเสน
ยาว 3-10 ซม. โคนบวมพอง ชอ ดอกยาวถึง 30 ซม. สีขาวอม กลางใบดานบน และเสน แขนงใบดา นลาง-เกือบเกล้ียง กานใบ
เหลอื ง ผลรูปไขปลายเบยี้ ว ยาว 4.5-7 ซม. สุกสเี หลืองอมเขียว ยาว 5-10 มม. ชอดอกแยกเพศ ยาว 3-10 ซม. สเี ขียวอมเหลือง
มกี ลนิ่ หอม เน้อื สเี หลืองรสเปร้ียว-อมหวาน ชอผลคลา ยชอ พรกิ ไทย ยาว 6-14 ซม. ผลทรงกลม กวา ง 3-5
สรรพคณุ มม. กา นผลยาว 2-4 มม. ผลสกุ สแี ดง รสเปรีย้ วอมหวานทานได
• ตํารับยาแกองคชาตตายไมเ กนิ 3 ป : แกองคชาตตายไมเ กนิ 3 สรรพคุณ
ป บํารุงองคชาต บํารุงกําลัง (S1-40) • ตํารับยาแกไ ขท ับระดู : แกไ ขท ับระดู (N1-123)

ผลมะมวงปา สกุ

359

มะระขีน้ ก มะสอย
ช่อื ทองถ่นิ : มะระขนี้ ก (พษิ ณุโลก) ชอื่ ทองถิน่ : เขยี วพุมใบมน (สระแกว )
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Momordica charantia L. ช่อื วิทยาศาสตร : Mallotus resinosus (Blanco) Merr.
ชอ่ื วงศ : CUCURBITACEAE ชอ่ื วงศ : EUPHORBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมเถาลม ลุก ยาวถึง 4 ม. ตามสว นตา ง ๆ มขี นส้ัน ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สงู ถงึ 1.5 ม. ตามกิง่ กานใบ แผนใบดาน
หนาแนน-ประปราย มีมอื พันออกทีซ่ อกใบ ใบเดีย่ ว เรียงเวยี น ใบ ลาง และชอ ดอกสีขนสั้นหนานมุ ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขา ม แผน ใบคู
หยกั รปู ฝา มือ 5-9 แฉก กวาง 6-10 ซม. ปลายแฉกแหลม ขอบ ตรงขามมขี นาดตา งกันเลก็ นอย ใบรูปไขกลบั -แกมรี ยาว 7-16
หยักเวา และมีติ่งหนาม โคนใบเวาลึก เน้อื ใบบางออ นนุม กลีบ ซม. ขอบใบหยกั โคนใบมน-รปู ล่ิม มีเสนแขนงใบออกจากโคนใบ
ดอกสเี หลือง 5 กลบี บานกวา ง 3-4 ซม. ผลรูปรี ยาว 5-8 ซม. 1 คู และพบตอ ม 1 คู กา นใบยาว 0.7-1.5 ซม. ชอดอกตัง้ ข้ึนสงู
ปลายเรยี วแหลม ผิวเปนตุม -หนามขรุขระ มสี นั ตามแนวยาว 7-13 ซม. ผลรูป 3 พู กวา ง 1 ซม. ผิวมขี นและหนามสั้น
8-10 สนั เม่ือสกุ สเี หลืองสมแตกเปน 3 สว น เย้ือหมุ เมล็ดสแี ดง สรรพคณุ
สรรพคณุ • ทง้ั ตน : ลดการอกั เสบ อาการปวดบวมของบาดแผล เขา ยา
• ท้งั ตน : แกไขต ัวรอน (N1) รักษาโรครดิ สีดวงทวาร (E2)
• ตํารับยาโรคเอดส : แกโ รคเอดส (N1-192)
• ตํารบั ยาโรคไต : แกโ รคไต (N1-294)
• ตาํ รบั ยาเขียวหอม : แกไ ข ตวั รอ น รอนในกระหายน้ํา แกพิษ
ไขห ดั ไขเหอื ด (หัดเยอรมนั ) ไขอสี กุ อีใส (S3-02)
• ตาํ รบั ยาไขหัด/ไขอีสุกอใี ส/ไขอีดาํ อแี ดง : แกไขหัด ไขเหอื ด
(หดั เยอรมัน) ไขอ สี กุ อใี ส ไขอ ดี าํ อแี ดง กระทงุ พษิ ไข (S3-48)

ซาย : ดอกเพศเมยี , ขวา : ผลออ น

360

มะสอยใหญ่ มะหวด
ช่อื ทองถ่นิ : เขยี วพมุ ใบยาว (สระแกว) ชื่อทองถน่ิ : มะหวด (พษิ ณุโลก), มะหวดผี มะหวด
ชื่อวิทยาศาสตร : Mallotus calocarpus Airy Shaw นอ ย (สระแกว ), หมากหวด (อุดรธานี)
ชื่อวงศ : EUPHORBIACEAE ช่ือวทิ ยาศาสตร : Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh.
ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สงู ถึง 3 ม. ตามกิง่ กานใบ แผน ใบดานลาง ช่อื วงศ : SAPINDACEAE
ชอ ดอกและผลสีขนสั้นหนานมุ ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขาม แผน ใบคู ลักษณะเดน : ไมพ มุ -ไมต น สงู ถงึ 15 ม. เปลอื กแตกสะเก็ดบาง
ตรงขามมีขนาดตา งกนั ใบรูปไขกลับ-แกมรี ยาว 7-25 ซม. ขอบ ขนาดเลก็ ตามสวนตาง ๆ มขี นสน้ั หนานมุ ใบประกอบแบบขน
ใบหยกั ซฟ่ี น-เรียบ โคนใบรปู ลิม่ คลา ยมะสอย (Mal_res) จุดตา ง นก ใบยอ ย 3-6 คู เรียงตรงขาม รูปใบหอก-ขอบขนาน-ไขกลับ
ทีม่ ะสอยใหญไมมีเสน แขนงใบออกจากโคนใบ ชอดอกตง้ั สั้นกวา ยาว 7-20 ซม. กา นใบสนั้ ยาวไมเ กิน 5 มม. ชอดอกยาวถงึ 30
มาก ยาวไมเกิน 1.5 ซม. ผลรูป 3 พู กวาง 2 ซม. ผวิ มีขนหนา ซม. ดอกสีขาว ผลหยกั 3 พู แตละพรู ูปขอบขนาน ยาว 1.5-2.5
แนน ไมมีหนาม, พบตามปาดงดิบ เปน พชื ถิน่ เดยี ว พบเฉพาะทาง ซม. สุกสีแดง-สีดาํ เน้อื รสหวานทานได
ภาคตะวนั ออกของไทย
สรรพคุณ
• ทัง้ ตน : ลดการอกั เสบ อาการปวดบวมของบาดแผล เขา ยา
รักษาโรคริดสีดวงทวาร, มสี รรพคณุ คลายมะสอย สามารถใช
แทนกนั ได (E2)

สรรพคุณ ซา ย : ผลสกุ , ขวา : เปลอื กลาํ ตน

• ราก : แกท องอดื (N1)
• รากและใบ : รกั ษาโรคเกาท แกไขต ัวรอ น (NE2)
• ใบ : แกไ ตพิการ แกก ระษยั แกบวม ขบั ปส สาวะ เปนยาระบาย
ออน ๆ (R8)
• ผลสกุ : รสหวานหรอื ฝาดเลก็ นอยทานเปนผลไม ชวยแกไ ข
ซา ย : ผลออ น, ขวา : ชอ ดอกเพศผู มาลาเรยี ไขป า (E2)
• ตาํ รับยาโรคประดง : รกั ษาโรคประดง (NE2-018)

361

มะหาด บน : ผลสุก, ลา ง : แผนใบดา นลางของมะหาด
ชอ่ื ทองถ่ิน : มะหาด หาด (ตรัง), มะหาดใหญ มงั ตาน
(พษิ ณุโลก) ชอ่ื ทอ งถนิ่ : ทะโล (อุดรธานี)
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Artocarpus thailandicus C. C. Berg ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Schima wallichii (DC.) Korth.
ชือ่ วงศ : MORACEAE ชอ่ื วงศ : THEACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สงู ถึง 20 ซม. เปลือกแตกสะเกด็ บาง ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 35 ม. เปลือกแตกเปน รอ งลึกตามยาว
ทกุ สวนที่มชี ีวติ มีนาํ้ ยางสีขาวขนุ ตามกง่ิ ออ น กานชอ ดอก กา นใบ เปลอื กในมีเสีย้ นละเอียดสีขาว ระคายและคนั ตอ ผิวหนงั ตาม
และแผนใบดา นลา งมขี นส้นั สากคายสขี าว-นา้ํ ตาลออน (ถา หาด สว นออน ๆ มีขนส้ันนุม ใบเด่ยี ว รูปรี ยาว 9-18 ซม.ขอบใบจกั
Art_lac จะมขี นสน้ั นมุ สีน้าํ ตาลแดง และมีกานชอ ดอกเพศเมยี ฟน เลอื่ ย-เรียบ ดอกเด่ียว ออกตามซอกใบใกลย อดกานดอกยาว
หรือกา นผล ยาว 1-4 ซม.) ใบเดีย่ ว เรยี งเวียน รปู ร-ี ไขกลบั ยาว 2-7 ซม. กลบี เลีย้ งและกลบี ดอกอยางละ 5 กลบี ดอกสีขาว บาน
6-14 ซม. ขอบใบหยักซ่ีฟน -เรียบ แผน ใบดานลางมขี นหนา กวา ง 4 ซม. เกสรจาํ นวนมากสเี หลอื ง ผลกลม กวา ง 1.5-2 ซม.
แนน -เกือบเกลยี้ ง กา นชอ ดอกเพศเมยี หรือกานผล ยาว 0.3-1ซม. เม่ือแกแ หงแตก 5 ซกี
ผลคอนขา งกลม กวา ง 3-4 ซม. มขี นประปราย สกุ สสี ม เนอื้ ฉ่าํ นํ้า สรรพคุณ
รสหวานอมเปรี้ยวทานได • เปลือก : สมานธาตุ แกท องรวง; แกน : แกซ างโลหิต แกโ รค
สรรพคณุ กระษยั บาํ รงุ โลหติ แกไขทองเสีย; ดอก : แกไ ข บาํ รงุ หัวใจ
• แกน : นําไปทําปวกหาด แลวใชเขายาตาํ รบั ยาถาย (N1) (R7)
• ตาํ รับยาโรคลมชกั : แกโ รคลมชัก (N1-200) • กิ่งออ นและเนอื้ ไม : แกค ลน่ื ไส แกปวดหู (NE2)
• ตํารับยาปรบั ธาต/ุ ปวดเมื่อย/ปวดขอ-เอ็น : ชว ยปรับธาตุ แก
ปวดเมอื่ ย ปวดเขา -ขอ-เอน็ แกเอ็นพิการ (S2-26)
• ตาํ รับยาละลายลม่ิ เลือด : ชวยละลายล่มิ เลือด บรรเทาอาการ
เสนเลอื ดตบี (S2-30)
• ตาํ รับยาแกปวดเม่อื ยเสน เอ็น : แกปวดเมื่อยตามเสนเอน็ เสน
เอ็นอักเสบ บรรเทาอาการอมั พฤกษ-อมั พาต (S2-31)
• ตาํ รับยาโรคอัมพฤกษ- อมั พาต : รักษาอัมพฤกษ- อัมพาต
(S2-33)
• ตํารบั ยารกั ษากระดูกทับเสน : รักษาอาการกระดกู ทับเสน
(S2-66)
แกน มะหาด

362

มันนก มนั พาด
ชือ่ ทองถิน่ : หัวกะทาด (พิษณุโลก) ช่ือทอ งถนิ่ : มนั เทยี น มนั นก (พิษณโุ ลก), มนั แซง
ชื่อวิทยาศาสตร : Dioscorea birmanica Prain & Burkill (อดุ รธานี)
ชือ่ วงศ : DIOSCOREACEAE ชื่อวิทยาศาสตร : Dioscorea oryzetorum Prain & Burkill
ลักษณะเดน : ไมเ ถาลม ลุก ยาวถึง 15 ม. เถาจะแหง หลงั ผลแก ชื่อวงศ : DIOSCOREACEAE
มีรากสะสมอาหารใตดนิ (หวั ) เนอ้ื ในสีขาว ตามสว นออน ๆ มขี น ลกั ษณะเดน : ไมเถาลมลุก ยาวถึง 5 ม. เถาจะแหงหลังผลแก
สัน้ -เกลย้ี ง เถากลม ตน ออนมหี นาม ใบเด่ียว เรียงเวียน รูปหวั ใจ มีรากสะสมอาหารใตดนิ (หัว) รปู ร-ี เกือบกลม กวา งถงึ 7 ซม.
กวาง 10-15 ซม. มเี สน แขนงใบออกจากโคนใบ 7-11 เสน แผน เน้อื ในสขี าว-ครมี ตม ทานไดไ มค นั ตามสว นตาง ๆ เกลย้ี งและ
ใบดา นบนมรี อยกดตามแนวเสน ใบ กานใบยาว 5-10 ซม. เปน ไมมีหนาม เถากลม ใบเดย่ี ว เรียงเวียน รูปขอบขนานแคบ กวา ง
เหลี่ยม ผลรปู คอ นขางกลม กวาง 2-2.5 ซม. มปี กตามแนวต้ัง 3 1.5-2.5 ซม. ยาว 7-10 ซม. มเี สนแขนงใบออกจากโคนใบ 3-5
ปก ตดิ เปนชอ ผล ยาว 10-20 ซม. เสน กานใบยาว 0.7-2.7 ซม. ผลรูปกลมแบน กวาง 2-2.5 ซม.
สรรพคุณ มีปก ตามแนวต้ัง 3 ปก ติดเปนชอ ผล ยาว 3-5 ซม.
• หวั : สมานแผลภายใน บํารุงเสนเอ็น (N1) สรรพคุณ
• หัว : ตม /เผากิน บํารุงเสนเอน็ (N1)

ผลออนของมันนก กลางซาย : ผล, กลางขวา : เถาและโคนกานใบ, ลา ง : หวั ใตดิน

363

มันเสา
ชอ่ื ทองถิน่ : มันเสา (อุดรธาน)ี
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Dioscorea alata L.
ช่อื วงศ : DIOSCOREACEAE
ลักษณะเดน : ไมเ ถาลม ลกุ ยาวถึง 20 ม. เถาจะแหงหลงั ผลแก
มรี ากสะสมอาหารใตด ิน (หัว) เปน แทง ยาวหรือคอนขา งกลม ยาว
10-50 ซม. ตมทานไดไ มค นั ตามสวนตา ง ๆ เกลยี้ งและไมม ี
หนาม เถาและกา นใบมคี รบี สีด่ าน ใบเด่ียว เรยี งตรงขาม รูปไข
กวา ง ยาว 6-12 ซม. มเี สนแขนงใบออกจากโคนใบ 5-9 เสน กา น
ใบยาว 4-10 ซม. ผลรปู กลมแบน กวาง 2.5-4 ซม. มปี กตามแนว
ตงั้ 3 ปก ติดเปน ชอ ผล ยาว 10-20 ซม.
สรรพคณุ
• หัว : แกโรคไต มามอกั เสบ (NE3)

มา้ ทลายโรง บน : ผล, กลาง : ยอดมีขนสีสนมิ , ลา ง : เถา
ชอ่ื ทอ งถ่นิ : มากระทืบโรง (พิษณุโลก), มากระทบื สรรพคณุ
โรง มาทลายโรง (สระแกว ), มา กระทืบโรง • เถาหรือราก : บํารงุ กําลงั แกปวดเม่อื ย (E2)
มาทลายโรง แสมาทลาย ยา นเอน็ มา เอ็นมา (ตรัง) • เถา : บํารงุ กาํ ลงั (N1)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Neuropeltis racemosa Wall. • ตํารับยาแกปวดเม่ือย-บํารงุ กาํ ลัง : แกป วดเมือ่ ย บาํ รุงกาํ ลงั
ชือ่ วงศ : CONVOLVULACEAE (E1-05)
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเน้อื คอนขา งแขง็ ยาวถึง 30 ม. เปลือกมี • ตาํ รบั ยาแกป วดเม่อื ย-กระดกู ทบั เสน : แกป วดหลงั ปวดเอว
ตุม-หนาม ยาวถึง 1.3 ซม. ไมพ บนํา้ ยางสีขาว ตามสว นออน ๆ มี ปวดไขขอ ปวดกระดกู แกก ระดูกทับเสน บํารงุ ธาตุ (E2-216)
ขนสัน้ สสี นมิ ใบเดี่ยว เรยี งเวยี น รูปรี-แกมขอบขนาน ยาว 6-17 • ตาํ รบั ยาอยไู ฟ/มดลูกเขาอู/ไสเ ลอ่ื น : ใชแทนการอยไู ฟ มดลูก
ซม. กา นใบยาว 1-2 ซม. ชอดอกออกตามกง่ิ ยาวถึง 10 ซม. ผลมี เขา อไู ว แกไ สเ ลือ่ นท้งั ชายและหญงิ (E3-01)
ปกรปู ไขกวา ง เนื้อบางคลา ยใบสีขาวอมเขยี ว ตดิ เมล็ดรปู กลม
บริเวณกลางปก กวา ง 7 มม. เมื่อแกแ หง แตก 5 ซีก

364
ดอกบานกวา ง 8-10 มม. มกี ลิน่ หอม ผลรปู ไข ยาว 2-3 ซม. ติด
เดย่ี วหรือคู เมอ่ื สกุ สเี หลืองสม
สรรพคุณ
• ตํารับยาโรคเบาหวาน : แกโรคเบาหวาน (S2-22)

บน : เถาสด, ลา ง : เถาแหง ของมาทลายโรง ซา ย : ผลออ น, ขวา : เปลือกลําตน ของมกู เขา
• ตํารับยาแกปวดเมือ่ ย/บํารงุ รางกาย/อมั พาต : แกปวดเมือ่ ย โมกเครือ
ตามเสน-ขอ -หลัง-เอว อมั พาต บาํ รงุ รางกาย ชวยใหเจรญิ ชื่อทอ งถน่ิ : เครอื ไสตัน (อดุ รธาน)ี , เดือยดิบ
อาหาร (E3-02) โมกเครือ (ตรัง), เถาล้นิ เสอื เครือไสต นั (พิษณโุ ลก),
• ตาํ รับยาแกปวดเมอ่ื ย : แกปวดเมื่อย (N1-57) ไสตัน ไสปลาไหล เครือไสตนั (สระแกว)
• ตาํ รับยากาํ ลังฮอสะพายควาย : บํารุงกาํ ลงั แกปวดเม่ือยตาม ชื่อวทิ ยาศาสตร : Amphineurion marginatum (Roxb.) D. J.
รา งกาย (S1-43) Middleton
• ตํารับยาโรคเบาหวาน : แกโรคเบาหวาน (S2-22) ชื่อวงศ : APOCYNACEAE
• ตํารบั ยาโรคประดงเลือด : แกประดงเลอื ด เลือดขน้ึ มอี าการ ลักษณะเดน : ไมเถาเนอื้ แข็ง ยาวถึง 20 ม. ทุกสวนทม่ี ีชวี ติ มีนา้ํ
คันตามผิวหนัง (S2-27) ยางสขี าวขนุ เปลือกสีนาํ้ ตาลแดงและมีชองอากาศ ตามขอเปน
• ตาํ รับยาโรคความดันโลหติ : ชวยลดความดันโลหิตสงู (S2-39) สนั นูน ตามสว นตาง ๆ เกลยี้ ง ใบเดยี่ ว เรยี งตรงขา ม รูปขอบ
• ตํารับยาแกปวดเมื่อยกลามเน้ือ-เสนเอ็น/บาํ รงุ กาํ ลัง : แกป วด ขนานแกมรี ยาว 8-17 ซม. ปลายเสน แขนงใบจรดกันใกลข อบใบ
เมื่อยกลา มเน้ือ-เสนเอ็น บํารุงกําลัง (S2-61) มรี อยกดตามแนวเสนแขนงใบท่ีผิวใบดานบน ผิวเกล้ียง กานใบ
มกั มสี ีแดง กลีบเลี้ยงและกลบี ดอกอยา งละ 5 กลีบ ดอกสีขาว
มกู เขา ดอกบานกวาง 3 ซม. ผลแบบฝกติดคู เปนแทง ยาว 30-50 ซม.
ชื่อทอ งถนิ่ : มกู เขา (ตรัง) หนา 1 ซม. เมลด็ มพี ขู นท่ีปลายดา นหนึ่ง
ช่อื วิทยาศาสตร : Hunteria zeylanica (Retz.) Gardner ex
Thwaites
ชือ่ วงศ : APOCYNACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 20 ม. เปลือกเรียบ และมชี อ งอากาศ
ตามสว นท่มี ีชวี ิตมนี ้าํ ยางสีขาวขนุ และไมมขี น ใบเด่ียว เรยี งตรง
ขาม รปู รแี คบ-ขอบขนาน ยาว 7-15 ซม. ปลายใบเรยี วยาวคลาย
หาง เสนแขนงใบจาํ นวนมาก ปลายเสน ว่งิ ไปจรดเสนขอบใบใกล
ขอบใบ ผวิ ใบเกลยี้ ง กานใบยาว 1-2 ซม. กลบี ดอกสขี าว 5 กลีบ

365

ลา ง : ฝก แกของโมกเครือ ลาง : ฝก ออนของโมกแดง
สรรพคณุ สรรพคุณ
• ทั้ง 5 : แกโ รคบิด ทอ งรว ง (E2) • ตํารบั ยาแกองคชาตตายไมเ กิน 3 ป : แกองคชาตตายไมเ กิน 3
• ราก ใบ และเถา : บํารุงกาํ ลัง บาํ รงุ เสนเอ็น (N1) ป บาํ รุงองคชาต บํารงุ กาํ ลงั (S1-40)
• ราก : ชว ยขับระดูเสยี แกไข แกข ดั เบา (NE3) • ตาํ รับยาบํารงุ เลอื ด/หัวใจ/รา งกาย : บํารงุ เลือด ดมู เี ลอื ดฝาด
• ตํารับยาบํารงุ รกั ษามดลูก : ชว ยบํารงุ รกั ษามดลูก บํารงุ สตรี บาํ รุงหัวใจ บํารุงรางกายท้ังชาย-หญงิ แกอาการซูบผอม
หลงั คลอด มดลกู พกิ าร (S2-60) (S2-51)

โมกแดง
ชื่อทอ งถน่ิ : ไมม กู โมกแดง (ตรัง)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Wrightia dubia (Sims) Spreng.
ชอื่ วงศ : APOCYNACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพุม สงู ถึง 2 ม. ตามสว นตา ง ๆ มีน้าํ ยางสีขาว
ขนุ และไมม ีขน ใบเดยี่ ว เรยี งตรงขา ม รปู ร-ี ไขก ลบั ยาว 7-20
ซม. กานใบยาว 2-10 มม. แผน ใบมีจดุ โปรงแสงท่วั ไป ชอ ดอก
ยาว 2.5-4 ซม. ออกทป่ี ลายกิ่ง มกี ลบี ดอก 5 กลีบ สแี ดงอม
ชมพู-สีขาว ดอกบานรปู กรวย กวา ง 4-5 ซม. ผลแบบฝก ติด 1 คู
เปน แทง ยาว 13-30 ซม. ผวิ ไมม ีชอ งอากาศ, พบตามปาดงดิบชื้น
ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ภาคตะวันออกเฉยี งใต และภาคใต

366

โมกมนั โมกใหญ่
ชอ่ื ทองถ่นิ : โมก โมกมัน (พัทลุง), โมกมัน ช่ือทอ งถิน่ : โมกหลวง (พิษณโุ ลก)
(อดุ รธานี) ช่ือวิทยาศาสตร : Holarrhena pubescens
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Wrightia arborea (Dennst.) Mabb. Wall. ex G. Don
ชื่อวงศ : APOCYNACEAE ชือ่ วงศ : APOCYNACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต นผลัดใบ สูงถงึ 20 ม. เปลือกแตกเปนสะเก็ด ลักษณะเดน : ไมตน ผลดั ใบ สงู ถึง 15 ม. เปลอื กเรยี บ-เปน
หนา ทกุ สวนมีนํา้ ยางสีขาว ตามสว นตา ง ๆ มขี นสน้ั หนาแนน ใบ สะเกด็ หนาเลก็ นอ ยและมชี องอากาศหนาแนน ทุกสวนมีนํา้ ยางสี
รปู รี-รปู ขอบขนาน ยาว 6-15 ซม. ดอกสีขาวครมี กลีบดอก 5 ขาวขุน ตามสว นตา ง ๆ ขนสั้นนุม ใบเดี่ยว เรยี งตรงขาม รปู รี
กลีบ ดอกบานกวา ง 4-5 ซม. กลางดอกมีจบี เปนกะบังมกั มีสีชมพู ยาว 10-20 ซม. แผน ใบบาง กลบี ดอกสีขาว 5 กลีบ กลางดอกสี
กะบงั จกั เปน แฉกไมส มา่ํ เสมอ ผลเปน ฝก เปน แทง ยาว 10-30 ซม. เหลอื ง ดอกบานกวา ง 3-4 ซม. มีกลิน่ หอม ผลออกเปน ฝก คู หอย
หนา 2-3 ซม. ผวิ มีชอ งอากาศและขนส้ัน เมอ่ื แกแ หงแตก 2 ซกี ลง ยาว 18-30 ซม. หนา 6 มม. มชี อ งอากาศกระจาย เมล็ดมีพู
เมลด็ มพี ขู นติดทป่ี ลายดานหน่งึ ขนติดทปี่ ลายดา นหนง่ึ
สรรพคณุ สรรพคณุ
• เปลือกหรอื ยาง : แกพิษแมลงสตั วกดั ตอย (NE3) • เปลือกและใบ : รกั ษาโรคหดิ (NE3)
• ตํารับยาโรคมะเรง็ ตับ/ฝในตับ/ตบั อกั เสบ : รกั ษาโรคมะเรง็ • เนื้อไม : แกไ ขม าลาเรีย (N1)
ตับ (ระยะท่ี 1–3), โรคฝในตับ, โรคตบั อกั เสบ, โรคกาฬลงตบั • ตํารบั ยาไขก ําเดาใหญ : แกไ ขก ําเดาใหญ (S2-47)
(มีอาการเพอคลมุ คลั่งและนยั นต าเปนสีแดงรว มดวย) (S3-74)

367

เมอื่ ยดาํ เมอื่ ยดูก

ช่อื ทองถ่นิ : เถาเม้ือย (พิษณุโลก), เม่อื ยดํา (ตรัง, ชอ่ื ทองถิ่น : เม่ือยแดง (ตรงั , พัทลงุ )
พัทลงุ ) ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Gnetum macrostachyum Hook. f.
ชื่อวิทยาศาสตร : Gnetum montanum Markgr. ชื่อวงศ : GNETACEAE
ชอ่ื วงศ : GNETACEAE ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนอ้ื แข็ง ยาวถึง 20 ม. เนื้อไมดา นในมีลายสี
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนื้อแขง็ ยาวถึง 20 ม. เนอื้ ไมดานในมลี ายสี นํ้าตาลแดง เปลือกเรยี บ-มีชองอากาศนูนกระจายท่วั (จุดตา งจาก
นาํ้ ตาลดาํ เปลือกมีชอ งอากาศจาํ นวนมาก-แตกสะเก็ดหนา ใบ เมื่อยดํา Gne_mon) ใบเดยี่ ว เรยี งตรงขา ม รปู รีแกมขอบขนาน
เดย่ี ว เรียงตรงขา ม รปู ไข-รูปรแี กมขอบขนาน ยาว 10-20 ซม. ยาว 8-16 ซม. ผิวใบเรียบ เกลีย้ ง เน้ือใบหนา ใบแหงสีนํ้าตาล
ผิวใบเกลีย้ ง จดุ เดนของเมอ่ื ยดาํ อยูทีม่ ีเน้ือใบหนา แผนใบดา นบน ชอผลหอ ยลงยาวถึง 10 ซม. ผลรปู รี ยาว 2-3 ซม. ปลายมนมตี ่ิง
มรี อยกดตามแนวเสน แขนงใบ และใบแหง มสี ดี ํา, ชอ ดอกเพศผู แหลม ไมม กี านผล โคนผลมขี นสนี ้ําตาล ยาวถงึ 5 มม. ผลสกุ สี
แยกแขนง ชอยอ ยยาว 5-15 ซม. ตงั้ ขน้ึ ชอ ดอกเพศเมียออก แดง, พบตามปา ดบิ แลงและปา ดิบชน้ื ทว่ั ทุกภาค ยกเวน ภาค
เด่ียวหรอื เปนกระจุก หอ ยลงยาว 15-30 ซม. ผลรูปรีปลายแหลม เหนอื
ยาว 2-3 ซม. มกี า นผลยาว 5-10 มม. โคนกานไมม ีขน ผลสกุ สี สรรพคุณ
แดง ผลแหง สดี ํา, พบตามปา ดิบแลง ปาดิบชื้น และปา ดบิ เขาทว่ั • เถา : แกป วดเม่อื ย บาํ รงุ กาํ ลัง (S3)
ประเทศ • ตาํ รับยาโรคประดงเลือด : แกป ระดงเลือด เลอื ดขึน้ มอี าการ
สรรพคณุ คนั ตามผวิ หนัง (S2-27)
• เถา : แกปวดเมือ่ ย (N1) • ตํารบั ยาแกปวดเม่ือยกลา มเนือ้ -เสนเอ็น/บํารุงกาํ ลัง : แกปวด
เม่อื ยกลามเน้ือ-เสนเอน็ บํารุงกําลัง (S2-61)

หนาตัดเถาเมอ่ื ยดาํ หนาตดั เถาเม่ือยดูก/เมื่อยแดง

368

เม่าไข่ปลา เม่าสรอ้ ย
ชื่อทอ งถ่นิ : เมาไขป ลา (พษิ ณโุ ลก) ชื่อทองถนิ่ : เม็ดขาวสาร (อดุ รธานี), เมา สรอ ย
ชือ่ วิทยาศาสตร : Antidesma ghaesembilla Gaertn. (พิษณโุ ลก)
ชือ่ วงศ : PHYLLANTHACEAE ชื่อวิทยาศาสตร : Antidesma acidum Retz.
ลักษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 15 ม. ตามสว นออน ๆ และชอ ดอกมี ชือ่ วงศ : PHYLLANTHACEAE
ขนสั้น ใบเด่ียว รูปรีกวาง ยาว 5-10 ซม. โคนใบมน-เวา ปลายใบ ลักษณะเดน : ไมพ ุม สงู ถึง 6 ม. ตามสวนออ น ๆ และชอดอกมี
มน-มีต่งิ ส้นิ แผน ใบดานลางมขี นประปราย-เกลี้ยง ใบออนรสฝาด ขนส้ันหนาแนน-ประปราย ใบเดี่ยว รปู ร-ี ไขก ลับ ยาว 4-10 ซม.
อมเปรยี้ ว กา นใบยาว 1-2 ซม. ชอ ดอกแยกเพศ คลา ยหาง โคนใบรปู ลิ่ม-มน แผนใบดานบนมรี อยกดตามแนวเสนแขนงใบ
กระรอก ยาว 3-7 ซม. ชอ ดอกเพศผสู ีครีม ชอผลคลายชอ พรกิ แผน ใบดา นลา งเกลย้ี ง-มีขนประปราย เนอื้ ใบหนา ใบออนรส
ไทย ผลยอยทรงกลม กวา ง 5 มม. กา นผลยาว 2 มม. ผลออ นสี เปรี้ยว กา นใบยาว 2-7 มม. บวมหนา ชอดอกแยกเพศ คลา ยหาง
เขยี วออ น สกุ สีแดง-ดาํ รสเปร้ียวอมหวานทานได กระรอก ยาว 5-10 ซม. ชอดอกเพศผูส ีเหลืองอมเขยี ว ชอ ผล
คลา ยชอ พริกไทย ผลยอ ยทรงกลม กวาง 5 มม. กานผลยาว 2-3
มม. ผลออ นสเี ขียวออ น สกุ สแี ดง-ดาํ รสเปรย้ี วอมหวานทานได
สรรพคณุ
• ใบ : รกั ษาและบํารงุ สตรหี ลังคลอดบุตร (NE3)
• ตาํ รบั ยาแกไขทบั ระดู : แกไขทับระดู (N1-159)

สรรพคณุ
• ผลสุก : ทานชวยระบาย ถา ยทอ ง; ยอดออนและผลดิบ-สุก : มี
รสเปร้ยี วอมหวาน ทานเปนผัก ใชป รุงอาหาร หรอื ทานเปนผล
ไม (NE3)
• ใบสด : บดเปนยาพอกแผลสด เปนยาสมานแผล และแกบวม
บรรเทาความเจ็บปวดจากกระดกู หัก ชาวอาขา และเยาใชร าก
และใบหรอื ท้ังตน ตาํ คั้นนา้ํ ทาหรือตม อาบแกอ าการคัน อาการ
บวม อกั เสบ ตม ดืม่ เปน ยาบาํ รุงกาํ ลงั ชวยขับปส สาวะ (R18)
• ตํารับยาแกไ ขทับระดู : แกไขท บั ระดู (N1-123)

369

เมา่ เหลก็ ยมหอม
ชอื่ ทองถิน่ : เมา เหลก็ (ตรงั ) ช่ือทอ งถิ่น : ยมหอม (พษิ ณุโลก)
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Diospyros racemosa Roxb. ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Toona ciliata M. Roem.
ชือ่ วงศ : EBENACEAE ชอ่ื วงศ : MELIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 20 ม. เปลือกแตกเปนรอ งลกึ ตามยาว ลักษณะเดน : ไมต น สงู ถึง 40 ม. เปลือกแตกสะเก็ดตามแนว
สดี ํามีเน้ือแขง็ หนาคลา ยถาน ท่ีปลายยอด กลีบดอก กลบี เล้ียง ยาว ตามสว นออน ๆ มีขนสัน้ ใบประกอบแบบขนนก ใบยอ ยขา ง
และผลออ นมขี นสน้ั นมุ ใบเด่ยี ว เรียงสลับ รูปใบหอก-ขอบขนาน ละ 7-15 ใบ เรียงสลบั รูปไข- ใบหอก ยาว 7-16 ซม. โคนเบีย้ ว
ยาว 15-25 ซม. แผน ใบหนาคลา ยแผนหนงั เกล้ียง เสนกลางใบ ปลายใบเรยี วแหลม กานใบยอยยาว 1-2 ซม. ชอ ดอกยาวถงึ 50
เปนรองท่ีแผนใบดา นบน กานใบยาว 1-1.5 ซม., ผลทรงกลม ซม. ดอกสขี าว กลีบเล้ยี งและกลบี ดอกมี 5 กลบี ผลรปู รยี าว ยาว
กวาง 2.5-5 ซม. ขั่วผลมกี ลีบเลย้ี งติดคา ง 4 แฉก ๆ ยาว 1-1.5 2-3 ซม. ผวิ มีชองอากาศ เม่ือแกแ หง แตกเปน 5 ซกี แกนกลางมี
ซม. กลบี เลี้ยงยกขึ้นไมแนบตดิ ผล, พบตามปาดงดบิ ชนื้ ในภาคใต หา เหลี่ยม เมลด็ มีปกท้ังสองดา น
สรรพคณุ สรรพคณุ
• ตํารบั ยาบํารุงกาํ ลงั : ชว ยบาํ รุงกําลัง (S2-74) • เปลอื ก : แกลม บํารงุ เลือด, หรือใชเขายาตํารบั ยาหอมนวโกฐ
(N1)
• ราก : ตม น้าํ ดม่ื เปนยาบาํ รุงหัวใจ บํารุงธาตุ ถอนพษิ ผดิ สําแดง
แกพิษเบือ่ เมา แกเ มาสรุ า แกไ ขทกุ ชนิด; ใบ : กินเปนยา
ถอนพิษเบ่อื เมา ลดความรอน ลน้ิ แข็งกระดาง; เถา : ตม นํ้าดื่ม
หรือถอนพิษผิดสําแดง ถอนพษิ ตานซาง (R18)

ซาย : แผน ใบดานลาง, ขวา : ฝลของเมา เหลก็ บน : ผลออ น, ลางขวา : ผลแกแ หงแตก

370

ยมหิน ยอดิน
ชอื่ ทอ งถิ่น : ยมหนิ (อุดรธานี) ชอ่ื ทองถ่ิน : ยารากเหลอื ง ยอแหยง (พิษณุโลก)
ชื่อวิทยาศาสตร : Chukrasia tabularis A. Juss. ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Morinda angustifolia Roxb.
ชือ่ วงศ : MELIACEAE var. angustifolia
ลักษณะเดน : ไมต น ผลัดใบ สงู ถึง 30 ม. เปลือกแตกเปนรอ งลกึ ชื่อวงศ : RUBIACEAE
ตามยาว ตามสว นตา ง ๆ มขี นสนั้ หนานมุ คลา ยกาํ มะหยี่ ใบ ลักษณะเดน : ไมพ ุม สงู ถึง 4 ม. ตามสว นตาง ๆ เกล้ียง ใบเดีย่ ว
ประกอบแบบขนนก 1-2 ชัน้ ใบยอ ยขา งละ 10-15 ใบ รูป เรยี งตรงขา มต้งั ฉาก รปู ใบหอก ยาว 13-25 ซม. โคนใบสอบเรียว
ไข-แกมใบหอก ยาว 4-15 ซม. โคนใบเบ้ยี ว ปลายใบหยกั เปนติ่ง ปลายใบเรยี วแหลม กา นใบยาว 5-10 มม. ชอ ดอกเปน กระจุก
ส้นั กานใบยอ ยยาว 4-8 มม. ชอดอกตงั้ ข้ึน ยาวถงึ 50 ซม. กลีบ กลม กลบี ดอกสีขาว มี 5 กลีบ เปนหลอดยาว 1.6-3 ซม. ผลคอน
ดอกสเี หลอื งออน 5 กลีบ ผลรกี วา ง ยาว 4-5 ซม. ปลายมีจะงอย ขางกลม ยาว 1-1.5 ซม., พบตามปา เบญจพรรณและปาดบิ แลง
แหลม เปลอื กแขง็ มีชองอากาศนนู สีนํ้าตาล เม่อื แกแตกเปน 3-5 ที่ระดบั ความสงู 500- 1,000 เมตรจากน้ําทะเล
เสีย่ ง เมลด็ มปี ก สรรพคุณ
สรรพคณุ • ราก : แกไ ข บาํ รงุ กําลัง; ใบ : แกเชื้อรา (N1)
• เปลอื ก : ชว ยสมานแผล รักษาสวิ อกั เสบ (NE3)

ซา ย : ผลออน, ขวา : ชอ ดอก

371

ยอปา่ รากยอปา
ชอ่ื ทอ งถนิ่ : ยอเถอื่ น (พทั ลุง, ตรัง), ยอปา ยางแดง
(อดุ รธาน,ี พิษณุโลก) ชอ่ื ทองถิน่ : ยางแดง (พษิ ณโุ ลก)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Morinda coreia Buch.-Ham. ชื่อวทิ ยาศาสตร : Dipterocarpus turbinatus C. F. Gaertn.
ชือ่ วงศ : RUBIACEAE ชือ่ วงศ : DIPTEROCARPACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 15 ม. เปลอื กแตกรองลึกตาม ลกั ษณะเดน : ไมตนไมผ ลดั ใบ สูงถงึ 40 ซม. เปลือกแตกเปน
ยาว-ส่เี หลย่ี มหนา ที่ขอก่ิงออนมีหูใบรปู สามเหลย่ี ม ใบเดยี่ ว เรยี ง สะเก็ด เนือ้ ไมม ีน้าํ มันยางกลิ่นหอม ใบรปู ไข- ขอบขนาน ยาว
ตรงขามตงั้ ฉาก รูปรี-หอกกลับ ยาว 13-25 ซม. โคนใบสอบเรียว 15–20 ซม. ผวิ ใบเกลีย้ ง ใบแหง มันวาวเปนสนี ้าํ ตาลทองแดง
แผน ใบดา นลา งเกลีย้ ง-มีขนสั้นหนานุม กา นใบยาว 1-2 ซม. ชอ ผลกลมรี มี 2 ปกรปู ขอบขนาน, พบตามปา ดงดบิ แลงท่ัวไป
ดอกเปนกระจกุ กลม กานชอ ดอกยาว 2-6 ซม. ดอกรูปดอกเขม็ ยกเวนภาคใต
กลีบดอกสขี าว 4-5 กลีบ หลอดกลบี ดอกยาว 1-1.5 ซม. ผลก สรรพคณุ
ลม-แกมรี ยาว 3-4.5 ซม. ผวิ เรยี บเห็นชองผลยอยรูปหลาย • ยาง : แกป วดฟน (N1)
เหลยี่ ม, พบตามปาผลัดใบและชายปา ดงดิบ ในพ้นื ทีด่ นิ ปนทราย • นํ้ามนั จากตน : รกั ษาแผลพพุ อง แผลเปอ ย (NE2)
หรือดินลูกรังทวั่ ประเทศ

สรรพคุณ
• เน้อื ไม : แกโรคดีซาน (N1)
• ราก : แกเบาหวาน รักษาโรคกระเพาะ)
• ตาํ รับยารกั ษาฝหรอด/ฝอกั เสบเร้อื รงั : รกั ษาฝอกั เสบ ฝเรอื้ รัง
ลดการขยายตัวของฝ (“ฝห รอด” เปนภาษาไทยใต คือ ฝทเ่ี ปน
ตลอด มีการอักเสบเร้อื รงั ) (S1-01)
• ตํารับยารกั ษามดลูกเคลือ่ น/บํารงุ โลหติ : รักษามดลกู เคล่อื น
บาํ รุงโลหิต (S2-45)

372

ซา ย : ยอดและกา นใบออนมขี นสขี าว, ขวา : การขุดเจาะน้ํามัน
ยางแดง

ยางนา ยางนา
ช่อื ทองถ่ิน : ยาง ยางนา (ตรัง, อุดรธานี) • เปลือก : ชว ยฟอกโลหติ แกปวดขอ แกต บั อักเสบ (NE3)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Dipterocarpus alatus Roxb. ex G. Don • ตาํ รบั ยารกั ษากลาก/เกล้อื น/สงั คงั /ตกขาว : รักษาโรคผวิ หนัง
ชื่อวงศ : DIPTEROCARPACEAE จากเช้อื รา เชน กลาก เกลอ้ื น สังคงั ตกขาว แกอ าการคนั ท่ี
ลกั ษณะเดน : ไมตน ไมผลดั ใบ สูงถงึ 50 ซม. เปลอื กแตกเปน ผิวหนังเร้ือรัง ผดผืน่ คนั (S1-17)
สะเก็ด เนื้อไมม ีนา้ํ มันยางกลนิ่ หอม ใบรูปไข-ขอบขนาน ยาว • ตํารับยารักษาโรคเหงือกและฟน : รกั ษาโรคเหงอื กและฟน
15–25 ซม. ผวิ ใบดานลางและกานใบมขี นนมุ หนาแนน ผลก (S2-88)
ลม-รูปไข ยาว 2–3 ซม. มีครีบตามแนวยาว 5 ครีบ มี 2 ปกรปู
ขอบขนาน, พบตามปาดงดิบในเขตทีร่ าบน้ําทว มถึงหรือในหุบเขา
ทว่ั ประเทศ
สรรพคณุ
• เปลือก : ตมนํ้าดมื่ เปน ยาบํารงุ รา งกาย ฟอกเลือด บาํ รงุ โลหติ
แกต ับอักเสบ และใชท าถนู วดขณะรอน ๆ เปน ยาแกป วดตาม
ขอ; เมลด็ และใบ : มีรสฝาดรอน ตมใสเกลอื ใชอ มแกปวดฟน
ฟนโยกคลอน, น้าํ มันยาง 1 สว น ผสมกบั แอลกอฮอลกนิ 2
สว น แลวนาํ มารบั ประทาน (R67)

ยางมนั หมู
ชอ่ื ทองถนิ่ : ยาง (ตรัง)
ช่อื วิทยาศาสตร : Dipterocarpus kerrii King
ชอ่ื วงศ : DIPTEROCARPACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต นไมผ ลดั ใบ สงู ถึง 50 ซม. เปลอื กแตกเปน
สะเกด็ เน้อื ไมม ีน้าํ มนั ยางกลิน่ หอม ทยี่ อดมหี ใู บรูปเรียวโคง ก่ิง
ออน กา นใบ และผิวใบเกลย้ี ง ใบรูปรี ยาว 9–15 ซม. ใบแหง สี
นาํ้ ตาลทองแดง ผลกลมแบน มี 2 ปกรูปขอบขนาน , พบตาม
ปา ดงดิบชืน้ ในเขตภาคใต

373

ยางมนั หมู ยางยงู
สรรพคุณ ซม. ผิวใบและก่ิงออนเกลี้ยง ผลรูปขอบขนาน ยาว 4–5 ซม
• ตาํ รบั ยารักษากลาก/เกลอื้ น/สังคัง/ตกขาว : รกั ษาโรคผวิ หนัง มีครีบตามแนวยาว 5 ครีบ ผลมี 2 ปกรปู ขอบขนาน, พบตาม
จากเชอ้ื รา เชน กลาก เกล้อื น สงั คัง ตกขาว แกอ าการคันที่ ปา ดงดบิ ช้ืนในเขตภาคใต
ผวิ หนังเร้ือรัง ผดผ่นื คนั (S1-17) สรรพคุณ
• ตาํ รบั ยารักษาโรคเหงือกและฟน : รกั ษาโรคเหงือกและฟน • ตํารับยารักษากลาก/เกลื้อน/สังคงั /ตกขาว : รักษาโรคผวิ หนงั
(S2-88) จากเชือ้ รา เชน กลาก เกลือ้ น สงั คัง ตกขาว แกอ าการคันที่
ผวิ หนังเร้อื รัง ผดผืน่ คนั (S1-17)
ยางยงู • ตํารับยารกั ษาโรคเหงอื กและฟน : รักษาโรคเหงอื กและฟน
ชื่อทอ งถิ่น : - (S2-88)
ชื่อวิทยาศาสตร : Dipterocarpus grandiflorus
(Blanco) Blanco
ชอื่ วงศ : DIPTEROCARPACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน ไมผ ลัดใบ สูงถึง 40 ซม. เปลือกเรยี บ-แตก
สะเก็ดใหญ เนอ้ื ไมม ีนํ้ามันยางกล่ินหอม ใบรปู ไข ยาว 10–25

374

ยางวาด ย่านขลง

ชือ่ ทอ งถ่นิ : ยาง (พัทลงุ ) ชื่อทอ งถน่ิ : ขลง ยา นขลง (ตรงั )
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Dipterocarpus chartaceus Symington ชื่อวทิ ยาศาสตร : Coptosapelta flavescens Korth.
ชื่อวงศ : DIPTEROCARPACEAE ชือ่ วงศ : RUBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมต นไมผลดั ใบ สูงถงึ 40 ซม. เปลอื กแตกสะเกด็ ลักษณะเดน : ไมเ ถาเนอ้ื แขง็ ยาวถงึ 20 ม. ตามสว นออน ๆ มี
หรอื รองตื้นตามแนวยาว เน้ือไมมนี า้ํ มันยางกล่นิ หอม กิ่งออนและ ขนสั้น ใบเดยี่ ว เรยี งตรงขา ม รปู ร-ี ไขกลับ ยาว 6-13 ซม. ปลาย
กา นใบมขี นส้นั ใบรูปไข- รี ยาว 8–13 ซม. ผวิ ใบเกลย้ี ง ผลรปู ใบหยักเปน ติง่ เรียวแหลม กานใบยาว 1 ซม. ชอดอกออกท่ีซอก
กลมรี มี 2 ปกรูปขอบขนาน, พบตามปา ดงดิบในเขตทีร่ าบใกล ใบใกลปลายก่งิ และปลายก่งิ ชอยาวถงึ 7 ซม. กลีบดอกสขี าว-สี
ชายทะเลและปา ชายหาดในภาคใต ครมี เปน หลอดยาว 1-1.3 ซม. ปลายแยก 5 แฉก รปู แถบ ยาว 1
สรรพคุณ ซม. คลายดอกเข็ม กลีบเล้ยี งตดิ ทน ผลทรงกลม เกลี้ยง เมื่อแก
• ตาํ รับยารกั ษากลาก/เกลอ้ื น/สงั คัง/ตกขาว : รักษาโรคผิวหนัง แหง แตกเปน 2 พู เมล็ดจาํ นวนมาก มีปก , พบทีพ่ มา ลาว
จากเชื้อรา เชน กลาก เกลือ้ น สังคัง ตกขาว แกอ าการคนั ที่ เวยี ดนาม และภูมภิ าคมาเลเซยี ในไทยพบทัว่ ไปตามชายปา ดงดิบ
ผิวหนงั เรื้อรงั ผดผ่นื คนั (S1-17) ในระดับความสงู ต่ํา ๆ จนถงึ ประมาณ 900 ม.
• ตาํ รบั ยารกั ษาโรคเหงอื กและฟน : รักษาโรคเหงือกและฟน สรรพคณุ
(S2-88) • ราก : รกั ษาโรคมะเร็ง (S1)
• ราก : ยาถา ยพยาธติ วั กลมทอ่ี ยตู ามผิวหนงั เชน พยาธิตัวจ๊ีด
(S2)

เถาของยานขลงทีข่ ัดเปลือกออกแลว

375

ย่านนมควาย

ชอื่ ทองถนิ่ : กลวยมสุ ัง กลว ยหมสู ัง (ตรัง, พัทลงุ ) หนา ตดั เถายานนมควาย
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Uvaria grandiflora Roxb. ex Hornem. ย่านปด
var. grandiflora ชอ่ื ทองถ่ิน : เถามหาพลงั (สระแกว)
ชือ่ วงศ : ANNONACEAE ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Stephania japonica
ลักษณะเดน : ไมเถาเน้อื แขง็ ยาวถงึ 30 ม. เปลอื กมรี อยปริแตก (Thunb.) Miers var. discolor (Blume) Forman
ตามแนวยาว ตามสวนตาง ๆ มขี นสน้ั นมุ สนี ํ้าตาลแดง มีชอ ง ช่อื วงศ : MENIISPERMACEAE
อากาศ ใบเดี่ยว เรียงสลบั รปู ขอบขนาน-ไขก ลับ ยาว 12-23 ซม. ลักษณะเดน : ไมเ ถาเนือ้ ออน เถามีนํ้ายางใส ไมม หี วั ใตด ินชัดเจน
มเี สนแขนงใบขางละ 14-17 เสน ดอกเด่ียว กลบี ดอกสีแดง 6 ใบรปู หวั ใจ แผนใบดานลา งและกิง่ ออ นมีขนสน้ั หยิกงอหนาแนน
กลีบ รูปขอบขนาน ดอกบานกวา ง 8-10 ซม. เกสรสีครีม ผลรปู กานใบติดแบบใบบวั , พบตามชายปาดงดบิ ทว่ั ประเทศ
ทรงกระบอก ยาว 6-8 ซม. ผิวขรุขระ ติดเปนกลุม ถึง 30 ผล/ สรรพคณุ
กลมุ ผลสุกสีเหลือง • เปลอื ก : บํารงุ กําลัง (E2)
สรรพคุณ
• ทั้ง 5 : บํารงุ โลหติ (S3)
• ตํารบั ยาบํารุงกําลัง : ชวยบาํ รงุ กาํ ลัง (S2-74)

376

ย่านเอน็ ดานในของผลยา นเอ็น
ช่ือทองถนิ่ : ยา นเอน็ เถาเอ็น (ตรงั ) ยายกงั้ เลก็
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Ipomoea rubens Choisy ชอ่ื ทอ งถ่ิน : พญาวานร (ตรัง)
ชือ่ วงศ : CONVOLVULACEAE ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Justicia grossa C. B. Clarke
ลักษณะเดน : ไมเ ถาลมลกุ ยาวถึง 15 ม. เถากลม ตามสว นตาง ช่ือวงศ : ACANTHACEAE
ๆ มขี นสน้ั นุม สขี าว ยอดออนมีนํา้ ยางสขี าว ใบเด่ยี ว เรียงสลบั รูป ลักษณะเดน : ไมพ ุม สงู ถึง 2 ม. ตามสวนออน ๆ และชอ ดอกมี
หัวใจ-คอนขางกลม ยาว 12-20 ซม. โคนใบเวา ลกึ มีเสนแขนงใบ ขนสั้น ตามขอ บวม ใบเด่ียว เรยี งตรงขามต้ังฉาก รปู ใบหอก-รี
ออกโคนใบ 3-4 คู กา นใบยาว 10-20 ซม. ดอกรปู แตร สชี มพอู ม แคบ ยาว 9-17 ซม. ใบแกผวิ เกลย้ี ง ผิวใบดา นบนเปน มนั เงาและ
มวงคลายดอกผักบงุ บานกวาง 6-8 ซม. ผลมีกลบี เลี้ยงหนา 5 มีเสน กลางใบและเสน แขนงใบนนู กา นใบยาว 1-3 ซม. ชอ ดอก
กลบี หุมเปนรูปหยดนํา้ ยาว 4 ซม. ผลกลม กวา ง 1.5 ซม. มี ออกท่ีปลายกิ่งตงั้ ข้ึน ยาวถึง 17 ซม. ดอกยอ ยออกรอบขอ กลีบ
เมลด็ อยูภายใน ดอกสีเขยี วอมขาว ยาว 1.2-1.5 ซม. ปลายกลบี แยก 2 แฉกบน
สรรพคุณ และ 3 แฉกลา ง ดานใบมจี ุดสมี วง ใบประดับรูปไขยาวถึง 8 มม.
• ตํารับยาขับเสมหะในลาํ คอ-อก/แกโรคหอบหดื : ชวยขบั
เสมหะในลําคอ-อก แกห อบหืด (S2-08)
• ตาํ รบั ยาโรคอัมพาตระยะแรก : แกอาการก่ึงอมั พาตหรือ
อมั พาตระยะแรก กลามเน้ือออ นแรง เดนิ ยืนไมปกติ เหน็บชา
(S2-24)
• ตํารับยาปรบั ธาต/ุ ปวดเมอื่ ย/ปวดขอ -เอน็ : ชว ยปรบั ธาตุ แก
ปวดเมอื่ ย ปวดเขา-ขอ-เอน็ แกเ อน็ พกิ าร (S2-26)
• ตํารับยาแกป วดเม่อื ยเสนเอน็ : แกป วดเมื่อยตามเสน เอน็ เสน
เอน็ อกั เสบ บรรเทาอาการอมั พฤกษ-อมั พาต (S2-31)
• ตาํ รบั ยาโรคอมั พฤกษ-อัมพาต : รกั ษาอัมพฤกษ-อัมพาต
(S2-33)
• ตาํ รบั ยาแกป วดเมื่อย/ชาตามปลายมอื -เทา : แกปวดเมื่อย
ตามรางกาย แกอ าการชาตามปลายมือ ปลายเทา (S2-36)
• ตาํ รับยาซอ มแซม/เสริมสรา งเสน เอ็นพกิ าร : ชว ยซอ มแซม
และเสริมสรา งเสน เอน็ ทพี่ กิ าร (S2-53)
• ตํารบั ยารักษากระดกู ทบั เสน : รักษาอาการกระดกู ทับเสน
(S2-66)

377

ดอกของยายกงั้ เลก็
สรรพคุณ
• ใบและยอดออ น : แกปวดเมือ่ ย ลดความดนั โลหติ สูง รกั ษา
ระบบประสาท ขบั ปสสาวะ (S2)

รกฟา้ บน : ผลของรกฟา , ลา ง : เปลอื กตนอายมุ าก
ชอ่ื ทองถ่ิน : เซอื ก (อุดรธานี) สรรพคณุ
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Terminalia alata B. Heyne ex Roth • เปลอื ก : แกทองเสยี แกอาเจยี น บํารุงหวั ใจ ลดความดันโลหติ
ช่อื วงศ : COMBRETACEAE ลา งบาดแผล ชวยฆา เช้ือ และสมานแผล (NE3)
ลกั ษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สงู ถงึ 35 ม. เปลือกแตกเปนรอ ง • แกน ปุม หรือปมทล่ี ําตน และผล : แกคุดทะราด แกเสมหะ แก
ลึก-สะเก็ดรปู สเ่ี หลี่ยมเมื่ออายุมาก ใบเดยี่ ว เรยี งตรงขาม-เกือบ โลหติ แกก าํ เดา แกรดิ สีดวงทวารหนกั (ทําใหห ัวริดสีดวงแหง)
ตรงขาม รูปรี-ขอบขนาน ยาว 15-23 ซม. โคนใบและปลายใบมน แกไ ขท บั ระดู บํารุงโลหติ (R7)
แผนใบดานลางเกลี้ยง-มีขนหนาแนน และทีเ่ สน กลางใบใกลโ คนมี
ตอมหูด 1 คู กา นใบยาว 7-12 มม. ชอดอกคลายหางกระรอก
ยาวถงึ 15 ซม. สเี หลืองอมเขียว ผลรูปขอบขนานแกมรี ยาว 4-6
ซม. มปี กบิดเปนคล่ืนตามแนวยาว 5 ปก

378

รสสคุ นธ์
ชือ่ ทองถ่นิ : เครอื เขาไฟ (พิษณโุ ลก), เชอื กเขาไฟ
ปดคาย (ตรงั ), รสสุคนธ ลิ้นแรด ลิ้นเสือ (สระแกว )
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Tetracera loureiri (Finet & Gagnep.)
Pierre ex Craib
ชอ่ื วงศ : DILLENIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเน้ือแข็ง ยาวถึง 30 ม. เปลือกลอกแผน
บาง-แตกสะเกด็ ส่ีเหล่ยี มบางในเถาอายุมาก ตามกงิ่ แผนใบมขี น
สน้ั สากคาย ใบเดยี่ ว เรียงเวยี น รปู รี-ไขกลบั ยาว 6-15 ซม. ขอบ
ใบจกั ฟนเล่อื ย โคนใบสอบ กานใบยาว 0.5-1 ซม. โคนกานโอบ
กงิ่ ชอ ดอกยาวถงึ 20 ซม. กลบี เลย้ี งและกลบี ดอกอยา งละ 5
กลบี กลีบดอกและเกสรเพศผสู ขี าว ผลรปู รยี าว 7-10 มม. ปลาย
เปน จะงอยแหลม ตดิ 3 ผล/กลมุ

ซา ย : เปลือกของเถาอายุมาก, ขวา : หนา ตดั เถา
สรรพคุณ
• เถาหรอื ราก : รักษาอาการปวดไขขอ ปวดหวั เขา (E2)
• เถา : แกตกขาว (N1)
• ดอก : บํารุงหวั ใจ แกว งิ เวยี น ใชเขา ตํารบั ยาหอม (NE3-235)
• ตาํ รบั ยาแกปวดเมือ่ ย-กระดกู ทับเสน : แกป วดหลัง ปวดเอว
ปวดไขขอ ปวดกระดกู แกก ระดกู ทบั เสน บาํ รงุ ธาตุ (E2-216)
• ตาํ รบั ยาขบั นว่ิ ในไต-ทางเดินปส สาวะ : ชวยขับนิว่ ในไต และ
ทางเดนิ ปส สาวะ (S2-13)

ระงบั พิษ
กางปลาแดง สมเสรจ็ ระงับ ระงับพิษ

(ตรงั , พัทลงุ )
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Breynia glauca Craib
ชือ่ วงศ : PHYLLANTHACEAE
ลักษณะเดน : ไมพุม สงู ถึง 5 ม. ตามสว นตา ง ๆ เกล้ียง ใบเด่ยี ว
เรยี งสลับระนาบเดยี ว รปู ร-ี ไขก วาง ยาว 3.3-7.5 ซม. แผนใบ
ดา นลา งมีนวลเหน็ ชดั เนอื้ ใบบางออนนุม กา นใบยาว 3-5 มม.
ดอกแยกเพศ ออกเปนกระจกุ ตามซอกใบ ดอกเพศเมียอยูดา นบน
กงิ่ ดอกเพศผอู ยใู ตก่ิง ผลออกเด่ียว ๆ ทรงกลม กวาง 6.5-8 มม.
กา นผลยาว 5-8 มม. สุกสีแดง มีกลีบเลี้ยง 6 กลบี ติดท่ีขวั่ ผล
สรรพคณุ
• ราก : บาํ รงุ โลหติ (S3)
• ตํารบั ยาแกองคชาตตายไมเ กิน 3 ป : แกองคชาตตายไมเกนิ 3
ป บํารุงองคชาต บาํ รุงกาํ ลงั (S1-40)
• ตํารบั ยาไขอสี ุกอีใส : แกโรคอสี ุกอีใส หรือไขสุกใส (S2-38)

บน : ชอดอก, กลาง : ขนสากคายบนผิวใบ, ลา ง : ผลออ น

379

แผน ใบดานลางของระงบั พษิ

ระย่อม รากของระยอม
ชื่อทองถนิ่ : ระยอ ม (พษิ ณโุ ลก), ระยอ มเลก็ รงั
(อดุ รธานี) ชือ่ ทอ งถ่ิน : รัง ฮัง (อดุ รธาน)ี
ชื่อวิทยาศาสตร : Rauvolfia serpentina (L.) Benth. ex ชื่อวทิ ยาศาสตร : Shorea siamensis Miq.
Kurz ชื่อวงศ : DIPTEROCARPACEAE
ช่อื วงศ : APOCYNACEAE ลกั ษณะเดน : ไมต นผลดั ใบ สูงถงึ 30 ม. เปลอื กแตกรอ งลึกตาม
ลักษณะเดน : ไมพ มุ เต้ยี สูงถึง 40 ซม. มีเหงา ใตด นิ ตามสว นท่มี ี ยาว ตามกิ่งออ น กา นใบ แผน ใบและชอ ดอกมขี นสนั้ -เกลีย้ ง ใบ
ชีวติ มนี า้ํ ยางสีขาวขนุ ตามกิง่ ออ น ใบ ชอดอกและผลเกลยี้ ง ใบ เดย่ี ว เรียงเวยี น รปู ไข- แกมรปู ขอบขนาน ยาว 8-20 ซม. โคนใบ
เดี่ยว เรียงตรงขา มหรือรอบขอ มี 2-3 ใบ/ขอ รปู ร-ี หอกกลบั ยาว เวาลึก กานใบยาว 4-9 ซม. ใบกอ นรวงสสี ม -แดง กลบี เลย้ี งและ
10-25 ซม. ชอดอกเปนกระจกุ หนาแนนท่ีปลายกงิ่ มีกา นชอยาว กลีบดอกอยางละ 5 กลีบ กลบี ดอกสเี หลอื ง เรยี งซอ นกันมโี คน
4-10 ซม. หลอดกลีบดอกสีชมพู ยาว 2 ซม. กลีบดอกสขี าว 5 ปองคลา ยทรงหมอ ดนิ เผา ผลมปี กรูปหอกกลับ ยาวถงึ 9 ซม. มี
กลบี ผลออกเปนคู รปู ไข ยาว 1 ซม. โคนผลเชอ่ื มตดิ กนั สุกสดี าํ ปกยาว 3 ปก และปก สัน้ 2 ปก ผลรูปไข ยาว 2 ซม.
สรรพคุณ
• ราก : แกโ รคเบาหวาน แกไข (N1)
• ราก : แกปวด แกไขตวั รอ น เปน ยากลอ มประสาทชว ยใหน อน
หลบั (NE3)
• ตาํ รบั ยาโรคอัมพฤกษ- อมั พาต : รกั ษาอมั พฤกษ- อัมพาต
(S2-32)
• ตํารบั ยาโรคความดนั โลหิต : ชวยลดความดนั โลหิตสงู (S2-39)
• ตาํ รับยาแกน ํ้านมแหง /ขบั นํ้านม : แกน้ํานมแหง ชว ยขับ
นา้ํ นมในสตรหี ลงั คลอด (S3-50)

380

สรรพคณุ ดา นในสีเหลอื ง-อมนํ้าตาล ผลเปนแทง ยาว 4-5 ซม. โคนกลม
• เปลือก : แกนํ้าเหลอื งเสยี (NE3) ปอ ง แหง แตก 2 ซีกตามยาว, พบตามชายปา ดงดบิ ท่วั ประเทศ
• ราก : ตม น้ําดื่มเปนยาแกอ าการปวดทอง อาหารไมย อย แก คลายกบั สรอยอินทนลิ (Thu_gra) แตส รอ ยอินทนลิ แผนใบดา น
อาเจียน และอาการแพทอ ง (R18) ลางมีขน และขอบใบชว งโคนจัก 1-3 พู
• ตาํ รบั ยาโรคลมชกั : แกโ รคลมชกั (N1-200) สรรพคณุ
• แกพษิ เบือ่ เห็ด ลางพิษสารเคมี ยาฆา หญา ยาฆา แมลงทเ่ี ขา สู
รา งกาย แกอ าการเมาคา ง, ชวยฟอกโลหติ แกไข แกร อ นใน
รักษาโรคเบาหวาน (NE3)
• ใบ เถา หรอื ราก : ขบั พิษจากสารเคมี หรอื แกอาการเมาสุรา
(S3)
• ใบ : ตมนาํ้ ดม่ื ขับปสสาวะ หรอื ใชส ดตาํ พอกรักษาผน่ื คันแพ
ลมพษิ (N1)
• ตํารบั ยาโรคเบาหวาน/ลดน้ําตาลในเลือด : รกั ษาเบาหวาน
ลดนํ้าตาลในเลือด แกม ือเทา ชา (NE3-253)
• ตาํ รบั ยาแกพษิ กินผดิ สาํ แดง : แกพษิ กินผดิ สําแดง กนิ ของ
แสลง (S3-35)

บน : ผลจวนแกของรัง, ซา ย : ใบใกลรวง, ขวา : ดอก
รางจดื
ชือ่ ทอ งถ่นิ : รางจืด (พัทลุง, ตรัง, อุดรธาน,ี
พษิ ณโุ ลก)
ชื่อวิทยาศาสตร : Thunbergia laurifolia Lindl.
ชือ่ วงศ : ACANTHACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาลม ลุก ยาวถึง 20 ม. ตามขอ บวม ตามสวน
ตา ง ๆ เกลีย้ ง ใบเดี่ยว เรยี งตรงขาม รปู ไข- แกมใบหอก ยาว
7-18 ซม. ขอบจกั ซฟ่ี น ต้นื หาง ๆ โคนใบมน-ตดั มเี สน แขนงใบ
ออกจากโคน 1 คู ชอ ดอกแบบชอ กระจะ กลีบเลย้ี งสนี ํา้ ตาลอม
เขียว แยก 2 แฉก กลีบดอกเปน หลอดรปู แตร สมี วงอมน้าํ เงนิ -สี
ขาว หลอดยาว 3-4 ซม. ปลายแยก 5 แฉก บานกวาง 6-7 ซม.

381

รางแดง ซาย : แกนของเถาอายมุ าก, ขวา : เปลอื กของเถาอายุมาก
ช่ือทองถน่ิ : คนทดี ํา (ตรัง), เครอื ปลอก (อดุ รธาน)ี ,
เถารางแดง เถาวัลยเ หลก็ (สระแกว ), รางแดง
(พิษณุโลก)
ชอื่ วิทยาศาสตร : Ventilago denticulata Willd.
ช่ือวงศ : RHAMNACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนอ้ื แข็ง ยาวถงึ 30 ม. ตามกงิ่ ออ นและชอ
ดอกมีขนสน้ั เถามลี ายตามแนวยาว เถาอายมุ ากแตกเปน รองตน้ื
แกมรางแหต ามแนวยาว ใบเดยี่ ว เรียงสลบั รูปใบหอก-ขอบ
ขนาน ยาว 9–17 ซม. มเี สนใบยอยเรยี งตามแนวขวาง และผลมี
ปกแบนแถบ ยาว 4–6 ซม. ติดเมลด็ กลมทป่ี ลายดา นหนึ่ง, มี
ลักษณะคลา ยเครือปลอก (Ven_har) แตรางแดงมีจุดตางที่มีขอบ
ใบหยกั ซฟ่ี น หรือจักฟน เลอ่ื ย, แกนของเถาอายุมากมักจะพบแกน
ไมสดี ําไดเ หมือนกับเครอื ปลอก ทําใหบ างคนเรียกวา คนทีดํา
สรรพคุณ
• ทั้ง 5 : แกป วดเมือ่ ย ขบั ปส สาวะ (E2)
• เถา : แกก ษยั บํารงุ ไต (N1)
• เถา : ยาอายุวัฒนะ บํารุงกาํ ลงั (NE3)
• ตํารับยาโรคความดนั โลหิต : ชวยลดความดันโลหิตสูง (S2-39)
• ตํารบั ยาบาํ รงุ กาํ ลัง/ชูกาํ ลงั : ชว ยบาํ รงุ กําลงั ชกู ําลังใหมี
เรีย่ วแรงทาํ งาน (S2-59)
• ตาํ รับยาแกปวดเม่ือยกลา มเนือ้ -เสน เอ็น/บํารงุ กําลงั : แกป วด
เม่ือยกลา มเนื้อ-เสน เอ็น บาํ รงุ กําลงั (S2-61)

ผลแกข องรางแดง ราชครดู าํ
ช่ือทอ งถน่ิ : ชิงดอกเดยี ว (ตรัง)
ชื่อวิทยาศาสตร : Goniothalamus macrophyllus (Blume)
Hook. f. & Thomson
ชอ่ื วงศ : ANNONACEAE
ลักษณะเดน : ไมพุม สูงถึง 7 ม. ตามสวนออ น ๆ มีขนส้นั หนา
แนน สนี ้าํ ตาล ใบเดีย่ ว เรียงสลับระนาบเดยี ว รูปขอบขนาน-หอก
กลบั ยาว 17-35 ซม. เสน แขนงใบในแตล ะขาง 14-25 เสน เปน
รอยกดที่ดานบนแผน ใบ ปลายเสนวง่ิ ไปจรดกันใกลข อบใบ กาน
ใบยาว 1.5-3 ซม. อวบหนา ดอกเดี่ยว ออกตามลาํ ตน และกง่ิ
ใหญ กลบี เล้ียง 3 กลบี สนี ้ําตาล กลีบดอกสเี ขยี ว 6 กลีบ เรียงตวั
คลา ยรปู ไขป ลายแหลม ยาว 3-4 ซม. เนอ้ื หนา ผลรูปรี ยาว 2
ซม. ปลายมีตง่ิ แหลม ติดมากถึง 17 ผล/กลมุ , พบตามปาดงดบิ
ช้ืน ในภาคใต
สรรพคุณ
• ตํารับยาโรคภูมิแพ : แกโ รคภมู แิ พ (S2-19)
• ตํารบั ยาแกปวดเมอ่ื ย/ชาตามปลายมือ-เทา : แกปวดเม่ือย
ตามรา งกาย แกอาการชาตามปลายมอื ปลายเทา (S2-36)

382
• ตาํ รับยารักษามดลูกเคลื่อน/บาํ รุงโลหิต : รกั ษามดลกู เคลอ่ื น
บํารงุ โลหิต (S2-45)
• ตาํ รบั ยาบาํ รงุ กาํ ลัง/ชูกาํ ลัง : ชว ยบาํ รงุ กําลงั ชูกาํ ลงั ใหมี
เรีย่ วแรงทํางาน (S2-59)
• ตํารับยาบํารุงรกั ษามดลกู : ชวยบํารงุ รักษามดลูก บาํ รุงสตรี
หลังคลอด มดลกู พกิ าร (S2-60)
• ตาํ รบั ยาแกป วดเมื่อยกลามเนอื้ -เสนเอน็ /บํารงุ กําลงั : แกปวด
เมือ่ ยกลา มเน้อื -เสนเอน็ บํารุงกําลงั (S2-61)

ผลออนของราชครดู ํา ผลและกา นชอผล
ราชดดั สรรพคุณ
ชื่อทอ งถิน่ : ราชดัด (พทั ลุง, ตรงั ) • ตาํ รับยาหอมนวโกฐ : แกค ลื่นเหียนอาเจยี น วิงเวียน ลมจกุ
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Brucea javanica (L.) Merr. แนนในอก แกล มปลายไข แกอาการสะบัดรอ นสะบดั หนาว
ชื่อวงศ : SIMAROUBACEAE หรอื ครน่ั เนื้อคร่ันตวั รอนวบู วาบเหมือนจะเปนไข บํารงุ
ลักษณะเดน : ไมพ ุม สูงไดถงึ 2 ม. ตามก่งิ แกนใบ กานใบ แผน ประสาท (S3-01)
ใบ และชอ ดอกมขี นสน้ั หนาแนน ใบประกอบขนนกปลายคี่ ยาว
ถงึ 35 ซม. ใบยอย 7-15 ใบ เรียงตรงขาม-สลับ รปู ไขก วา ง-แกม
ขอบขนาน ยาว 3.5-10 ซม. ขอบใบจักฟน เลื่อย ชอดอกตัง้ ข้นึ
ยาวถึง 33 ซม. ดอกสีขาวอมเขียว-สแี ดงเขม ผลรปู ไข ยาว 6 มม.
ติด 1-4 ผล/กระจกุ , สวนตาง ๆ มรี สขม

383

ราชพฤกษ์ เปลือกลาํ ตน ราชพฤกษ
ช่อื ทอ งถิ่น : คูน (พิษณโุ ลก), ราชพฤกษ คนู (ตรงั , ราม
พัทลงุ ) ชือ่ ทองถ่ิน : พิลงั กาสา (ตรัง), พิลงั กาสา ราม
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Cassia fistula L. (พทั ลงุ )
ชื่อวงศ : FABACEAE ชื่อวทิ ยาศาสตร : Ardisia elliptica Thunb.
ลกั ษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สูงถงึ 20 ม. เปลอื กสขี าว ชือ่ วงศ : PRIMULACEAE
เรียบ-แตกสะเกด็ ขนาดเล็ก ตามสว นออน ๆ มขี นสั้น ใบประกอบ ลักษณะเดน : ไมพ ุม สงู ถงึ 4 ม. ตามสวนตา ง ๆ เกลยี้ ง รอยตอ
ขนนกปลายคู ยาว 30-40 ซม. ใบยอ ย 6-12 ใบ เรียงตรงขาม รูป ระหวางกิง่ กบั ลาํ ตน บวม ใบเดยี่ ว เรียงเวยี น รูปไขก ลับ-รี ยาว
ไข- รี ยาว 7-15 ซม. ชอดอกหอ ยลง ยาว 20-60 ซม. กลบี ดอกสี 6-13 ซม. ขอบใบเรียบ แผน ใบเนื้อหนา ดา นลา งมจี ดุ สีเขม
เหลือง 5 กลีบ ผลแบบฝกเปนแทงกลมยาว 30-60 ซม. หนา 2 กระจาย เสน แขนงใบไมช ัดเจน ชอดอกหอยลง ยาวถึง 5 ซม.
ซม. ผวิ เกล้ียง แกสีดาํ อมนาํ้ ตาล เมล็ดรูปรีแบน มีเน้อื สดี าํ หมุ มี กลบี เล้ียงและกลบี ดอก 5 กลีบ กลบี ดอกสีชมพู ผลกลมแบน
กลิ่นเหม็นฉนุ กวา ง 6 มม. สุกสแี ดง-ดํา
สรรพคุณ สรรพคณุ
• เนือ้ หมุ เมล็ดสดี ํา : ยาถา ย; ใบ : แกช ้ําใน (N1) • ตาํ รับยาโรคไมเกรน/วงิ เวยี นศีรษะ : แกโรคไมเกรน แกวิง
• ตาํ รับยาถาย : ยาถา ย ยาระบาย แกทอ งผูก แกจกุ เสียดแนน เวยี นศีรษะ (S2-21)
ทอง (S1-20) • ตาํ รบั ยารักษาตอมลูกหมากโต : แกตอ มลูกหมากโต (S2-48)
• ตํารับยาขับเสมหะ : ชว ยขับเสมหะในอกและลาํ คอ (S2-05) • ตํารับยาไขร อ นในกระหายนาํ้ /ทอ งเสยี แบบมีไข : แกไ ขร อน
• ตํารับยาแกไ ขตวั รอ น : แกไข ตัวรอน ไขเ ปลยี่ นฤดู (S2-17) ในกระหายนา้ํ แกทองเสยี แบบมีไข แกไ ขอ าเจยี น แกไ ขนอนไม
• ตาํ รบั ยาวัยทอง : รักษาอาการวัยทอง รักษาเลือดลมใหเ ปน หลับ (S3-47)
ปกติ (S2-25)
• ตํารบั ยาปรบั ธาต/ุ ปวดเมื่อย/ปวดขอ-เอน็ : ชวยปรับธาตุ แก
ปวดเมอื่ ย ปวดเขา-ขอ -เอน็ แกเอ็นพิการ (S2-26)
• ตาํ รับยาแกป วดเมอื่ ยเสน เอ็น : แกป วดเม่อื ยตามเสนเอ็น เสน
เอ็นอกั เสบ บรรเทาอาการอมั พฤกษ-อัมพาต (S2-31)
• ตาํ รับยาลา งโรคกอนการรกั ษาโรคระบบเสน เอน็ : ชวยชาํ ระ
ลา งระบบภายในรางกายกอ นการรักษาโรคที่เก่ยี วกับระบบเสน
เอน็ อัมพฤกษ อมั พาต (S2-55)
• ตํารบั ยาแกทองผกู : แกทอ งผกู ชวยระบายทอง (S3-37)
• ตํารับยาแกป ลายไข (ไขระยะปลาย) : แกป ลายไข (ไขใ นระยะ
ปลาย : เปนไขตวั รอ น ไขกาฬ ไขก ําเดา มาแลว หลายวัน ชวย
ทําใหห ายไขเ ร็วข้ึน ชว ยแกธ าตุ คมุ ธาตุใหสมดลุ เปนยาระบาย
ออน ๆ และชวยใหเจรญิ อาหาร) (S3-45)
เนื้อในของฝกสดี าํ

384
ปลายของดอกตมู สีขาว กา นดอกยอ ยยาว 15–25 มม.
สรรพคุณ
• เหงา หรือเมลด็ : บํารงุ หวั ใจ แกว ิงเวยี น (E2)
• เหงา หรือเมลด็ : ขับลมในลําไส ชวยยอ ยอาหาร (NE2)
• ตํารับยาโรคริดสดี วงทวาร ชนดิ เลอื ดออก : รกั ษาโรคริดสดี วง
ทวาร ชนดิ มเี ลอื ดออก (S2-40)
• ตํารับยาโรครดิ สดี วงทวาร : แกริดสีดวงทวาร (S2-41)
• ตาํ รับยาแกน ้ํานมแหง /ขับนํา้ นม : แกน ํ้านมแหง ชว ยขับ
นํา้ นมในสตรหี ลงั คลอด (S3-50)

เมลด็ แหง ของราม/พลิ งั กาสา ผลสกุ และเมลด็ ของเรวใหญ
เร่วใหญ่
ชอื่ ทองถน่ิ : ขา คม (อุดรธาน,ี สระแกว), เรว
(พทั ลงุ ), เรว เรวใหญ (ตรัง)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Alpinia mutica Roxb. var. nobilis (Ridl.)
I. M. Turner
ชื่อวงศ : ZINGIBERACEAE
ลักษณะเดน : ไมลมลุกมเี หงาใตดิน ใบประกอบแบบขนนก สงู
2–3 ม. มใี บยอยขา งละ 3-5 ใบ รปู ใบหอก ยาว 30–70 ซม. ชอ
ดอก กา นใบ และแผน ใบดา นลา งมขี นส้นั นมุ ชอ ดอกออกที่ปลาย
ใบ กลีบเลี้ยงกลบี ดอกสีขาว ผลทรงกลมกวาง 1.5–2 ซม. มีขน
หนาแนน คลา ยกบั ขา ปา (Alp_mal_mal) แตเ รวใหญม จี ุดตา งท่ี

385

ๅษีผสมแก้ว สรรพคณุ
ชอ่ื ทองถิ่น : การบรู เถา (พิษณุโลก), ฤาษผี สม • ท้ัง 5 : รักษาโรคไต บาํ รุงหัวใจ บาํ รงุ กาํ ลงั แกไ ขต วั รอน แกลม
ตานนกกด (ตรงั ), ฤาษีผสมเสรจ็ (สระแกว) วิงเวยี น ยาอายวุ ัฒนะ (E2)
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Uvaria micrantha (A. DC.) Hook. f. & • เถา : ขบั ลม แกท องอดื ทองเฟอ แกผดผื่น บํารุงเสนเอน็ (N1)
Thomson • ตํารบั ยาบาํ รงุ กําลงั : ชวยบํารงุ กําลัง (S2-74)
ชอื่ วงศ : ANNONACEAE ละอองไฟฟา้
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนือ้ แข็ง ยาวถึง 20 ม. เปลือกเถามีรอยปริ ชือ่ ทองถิ่น : หัสแดง (พทั ลงุ ) วา นไกน อ ย (อสี าน)
ตามแนวยาว ตามสว นออน ๆ ชอดอกและกา นใบมขี นนมุ สีสนิม ชอ่ื วิทยาศาสตร : Cibotium barometz (L.) J. Sm.
ใบเดี่ยว เรียงสลบั ระนาบเดียว รปู ขอบขนาน ยาว 5-12 ซม. ชอ่ื วงศ : CIBOTIACEAE
ปลายใบเรยี วแหลม ขย้ใี บมีกลิน่ หอม กา นใบยาว 2-5 มม. ดอก ลกั ษณะเดน : ไมล มลุก กลุมเฟน มีลําตนสั้นอยชู ดิ ผิวดิน ตาม
เดยี่ ว กลีบดอกสีเหลอื งคลา้ํ 6 กลีบ ดอกบานกวาง 2-2.5 ซม. ลําตน และโคนกานใบมขี นยาวปกุ ปยุ สีน้าํ ตาลทอง คลา ยขนลกู ไก
ผลรปู ไข- ขอบขนาน ยาว 1-3 ซม. ผวิ เรียบ มีกานผลยาว 1-2.5 กานใบสีนํา้ ตาลช็อกโกแลต ใบประกอบแบบขนนก 2 ชัน้ ยาวถงึ
ซม. ผลสกุ สีเหลือง 2 ม. ใบประกอบยอยยาวถึง 60 ซม. ขา งละ 12-20 ใบ เรยี งสลบั
ใบยอยหยกั เปนพแู บบขนนกลกึ เกอื บถงึ เสน กลางใบ ยาวถงึ 10
ซม. ขอบใบแตล ะพูจกั ฟน เลือ่ ย แผนใบดานลางมีนวลขาว กลมุ
อบั สปอรเ กดิ ท่ขี อบใบยอยดานลาง
สรรพคณุ
• ตํารบั ยาเขียวหอม : แกไ ข ตัวรอ น รอนในกระหายน้าํ แกพษิ
ไขห ดั ไขเหือด (หดั เยอรมนั ) ไขอ ีสกุ อใี ส (S3-02)

บน : ดอก, ลาง : เนื้อไม ลําตน/หวั ถกู ปกคลุมดว ยขนปกุ ปยุ สีน้าํ ตาลทอง

386

ลาย ลิน้ กวาง
ชือ่ ทอ งถิ่น : คอมเขียว (อดุ รธาน)ี ชอื่ ทองถน่ิ : คอนตหี มา (ตรัง), คอนหมาแดง
ชือ่ วิทยาศาสตร : Microcos paniculata L. (สระแกว), ลน้ิ กวาง (อดุ รธาน)ี
ช่อื วงศ : MALVACEAE ชื่อวทิ ยาศาสตร : Ancistrocladus tectorius (Lour.) Merr.
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 15 ม. ลาํ ตนมพี โู คง เวาและคดงอ มี ชื่อวงศ : ANCISTROCLADACEAE
ขนส้นั นมุ ตามกง่ิ ออ น ชอดอกและกานใบ ใบรูปไข- ไขก ลบั ยาว ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนือ้ แขง็ ยาวถึง 20 ม. กิง่ ชว งปลายมีตะขอ
9-17 ซม. ปกติขอบใบเรยี บ หายากท่หี ยกั แตไมชัดเจน ปลายใบ เกีย่ วมว น ตามสวนตา ง ๆ เกล้ยี ง ใบเดี่ยว เรยี งเวยี นเปน กระจกุ ท่ี
เรียวแหลม-เปนต่ิงคลายหาง แผนใบเกลี้ยง หรอื มีขนประปราย ปลายก่ิง รปู หอกกลับ-แกมแถบ ยาว 15-55 ซม. แผน ใบเน้อื หนา
เฉพาะตามเสนแขนงใบดา นลาง (จดุ ตางจากพลับพลา เกลี้ยงและมันเงา โคนใบสอบเรียว กา นใบไมมีหรือยาวไมเกนิ 1
Mic_tom) เสน แขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู ชอดอกยาว 3-15 ซม. กลบี ดอกสีขาวอมเขยี วหรือแดงเขม มี 5 กลบี ดอกบานกวา ง
ซม. ดอกสีเหลอื งครีม มีกลบี ดอก 5 กลบี ผลกลม กวา ง ยาว 1 1.2 ซม. ผลมปี ก รูปหอกกลบั ยาวถึง 6 ซม. แบง เปนปกยาว 3
ซม. ผิวเกลย้ี ง ผลสกุ สีดํา เน้ือรสเปรย้ี วอมหวานทานได, พบตาม ปก และสนั้ กวา 2 ปก ผลออ นปกสีแดง
ปาเส่อื มโทรม ชายปา ดงดบิ ทวั่ ทุกภาค สรรพคณุ
สรรพคุณ • ราก : แกโ รคบิด ไขจ บั สน่ั , รากลิ้นกวางผสมกบั รากชา งนา ว
• เนื้อไม : แกโ รคกระเพาะ (NE2) หรือยาตัวอื่น ตม น้าํ ดืม่ แกป วดเม่อื ย; ใบ : ตม นาํ้ อาบแกบ วม
• แกน : รกั ษาโรคหอบหืด (NE2) ตามตัว แกเม็ดผืน่ คนั ตามผิวหนัง (E2)
• ตํารับยาโรคกระเพาะ : รกั ษาโรคกระเพาะ (NE2-017) • ราก : แกโรคบดิ แกไขจ ับสั่น (ไขม าลาเรยี ) (NE2)
• ตํารบั ยาแกไ ขตวั รอน : แกไ ขตัวรอน ปวดหวั ถอนพิษไข ไข
หวัด ไขปอดบวม (S2-01)
• ตํารับยารกั ษากระดูกทบั เสน : รักษาอาการกระดูกทับเสน
(S2-04)

ผลออ นของลาย ผลออ นของล้ินกวาง/คอนตีหมา

387

หนาตัดของเถาลิ้นกวาง/คอนตีหมา ใบของลิเภาใหญท ่ีกําลงั สรา งสปอร
• ตาํ รับยาปรบั ธาตุ/ปวดเมอ่ื ย/ปวดขอ -เอน็ : ชวยปรับธาตุ แก ลูกขา่
ปวดเมอ่ื ย ปวดเขา-ขอ-เอ็น แกเอน็ พกิ าร (S2-26) ชือ่ ทองถน่ิ : ไอแหวง บรแิ หวง ฝนแสนหา (ตรัง)
• ตํารบั ยาแกป วดเมื่อยเสนเอน็ : แกป วดเมอ่ื ยตามเสน เอน็ เสน ชอ่ื วิทยาศาสตร : Cinnamomum sintoc Blume
เอ็นอักเสบ บรรเทาอาการอัมพฤกษ- อมั พาต (S2-31) ช่อื วงศ : LAURACEAE
• ตาํ รับยาโรคอัมพฤกษ-อัมพาต : รกั ษาอมั พฤกษ-อมั พาต ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 20 ม. เปลือกเรียบ มกี ลิ่นหอมแรง
(S2-33) ใบเดีย่ ว เรียงตรงขา ม รปู ร-ี ขอบขนาน-ใบหอก ยาว 7-18 ซม.
• ตํารับยารักษากระดกู ทบั เสน : รกั ษาอาการกระดูกทบั เสน ปลายใบเรียวแหลม-เรยี วยาว เสนแขนงใบออกใกลโคนใบ 3 เสน
(S2-66) ผิวใบเกลี้ยง แผน ใบดา นบนเรียบและเห็นเสน ใบยอ ยไมชัด เนือ้ ใบ
หนาแข็งและกรอบ ขยใ้ี บมีกล่นิ หอมแรงกวา สมลุ แวง (Cin_bej)
ลิเภาใหญ่ และสุรามะริด (Cin_sub) ชอ ดอกยาว 10-15 ซม. กลีบรวมสขี าว
ชื่อทองถ่ิน : ยา นลเิ ภา หญายายเภา (สระแกว ) ครีม มขี นสั้น ผลคอ นขางกลม กวาง 1 ซม. ปลายบมุ มถี วยรอง
ชอื่ วิทยาศาสตร : Lygodium salicifolium C. Presl ผลยาวเทา กับผล สีเขียว ขอบถวยหยกั ต่งิ แหลมไมส มาํ่ เสมอ
ชื่อวงศ : LYGODIACEAE จาํ นวนมาก ต่ิงยาวถงึ 3 มม., พบตามปาดบิ ช้ืนและปา ดิบเขา
ลกั ษณะเดน : ไมเถาลม ลกุ กลุมเฟน มลี าํ ตนเปนเหงาส้นั ใตดนิ ระดบั ตํา่
เถายาวไดถ ึง 10 ม. เปนสเ่ี หลี่ยม-เกอื บกลม ตามกา นใบและแกน สรรพคณุ
ใบมีขนสน้ั สนี า้ํ ตาล ใบประกอบแบบขนนก 2 ช้นั กานใบท่ีติดเถา • ตาํ รบั ยาโรคความดันโลหิต : ชว ยลดความดนั โลหิตสูง (S2-39)
ส้ันมาก ยาว 2-5 มม. ปลายเปน ตุม แตกใบประกอบยอ ย เพียง 1 • ตํารบั ยาแกปวดเมื่อยกลามเน้ือ-เสน เอน็ /บํารุงกําลงั : แกปวด
คู ใบยอยมขี างละ 2-5 ใบ เรยี งสลับ รปู แถบยาว ยาวถงึ 14 ซม. เมอื่ ยกลา มเนือ้ -เสน เอ็น บํารงุ กาํ ลงั (S2-61)
โคนใบมน-หยักคลา ยตง่ิ หู สรางสปอรบนต่ิงท่ีขอบใบ ยาวถงึ 7
มม.
สรรพคุณ
• ทัง้ 5 : แกป ระดงเขาขอ -เขาเสน แกไ ขทบั ระดู (E2)

388
เล็บมือนาง
ช่อื ทอ งถ่นิ : เล็บมือนาง (ตรัง, สระแกว), สะมัง
เลบ็ มือนาง (อดุ รธานี)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Combretum indicum (L.) DeFilipps
ชือ่ วงศ : COMBRETACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเน้ือแข็ง ยาวถึง 30 ม. ตามกิง่ ออนและชอ
ดอกมีขนส้ันนมุ เปลือกลอกเปนแผนบางสนี ํา้ ตาลออน ใบเดีย่ ว
เรียงตรงขา ม รปู ร-ี แกมขอบขนาน ยาว 8-15 ซม. ปลายใบเรยี ว
แหลม มรี อยกดตามแนวเสน ใบทแี่ ผนใบดา นบน มขี นสน้ั ตามแนว
เสนใบดานลา ง กา นใบยาว 5-10 มม. ชอดอกหอยลง ยาวถึง 15
ซม. ดอกบานใหมม ีสขี าวแลว เปลย่ี นเปน สีชมพ-ู แดง มกี ล่ินหอม
มี 5 กลีบ โคนเปน หลอดเรยี วยาว 4-10 ซม. มกี ลิ่นหอม ผลรปู
กระสวย ยาว 3-4 ซม. ปลายแหลม มสี นั ตามแนวยาว 5 สัน
สรรพคุณ
• ท้งั 5 : รักษาโรคผวิ หนงั ชวยสมานบาดแผล (E2)
• ราก : แกพิษโลหิตรอน; เปลอื ก : ใชเ ปน ยาขบั ปสสาวะ แก
ปสสาวะพกิ าร แกน ว่ิ และรดิ สีดวงทวารภายใน; แกน : แก
ริดสีดวงทวาร; ใบ : แกบ าดแผล แผลตดิ เชอื้ ; ดอก : แกโรคตา
ตาเปย ก ตาแฉะ; ผลออ น : แกเสมหะ แกล ม แกไ ข (R18)
• เนอ้ื ในเมล็ด : ถายพยาธใิ นเด็ก (S2)
• เมล็ด : ขับพยาธไิ สเดอื น (NE5)

กลางซา ย : แผนใบดานลาง, กลางขวา : ผลออน, ลาง : เปลือก ซาย : ผลของเลบ็ มอื นาง
ลาํ ตนของลกู ขา /ไอแหวง

389

เล็บเหยยี่ ว สรรพคุณ
ชอ่ื ทองถน่ิ : กาํ ลังเสอื โครง เล็บแมว เล็บเหย่ยี ว • เถา : บาํ รงุ กาํ ลัง (N1)
นอ ย (พิษณโุ ลก), เล็บแมว (อุดรธานี), เลบ็ เหยยี่ ว • ราก : แกฝ  รกั ษาสิวอกั เสบ (NE3)
แสงขัน (ตรัง), หนามเลบ็ แมว (สระแกว) • ตาํ รบั ยาแกไขห ัด/ไขอ ีสุกอีไส : แกไ ขห ัด ไขอ ีสกุ อีไส
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Ziziphus oenopolia (L.) Mill. var. (N1-239)
oenopolia • ตํารับยาแกกษัยไตพิการ : แกกระษัย ไตพกิ าร บํารุงไต, ชวย
ชือ่ วงศ : RHAMNACEAE ขบั ปสสาวะ (S2-09)
ลักษณะเดน : ไมพมุ รอเล้อื ย ยาวถงึ 15 ม. เปลือกเรยี บ-แตก • ตาํ รบั ยาขับนิว่ ในไต-ทางเดนิ ปส สาวะ : ชว ยขบั นว่ิ ในไต และ
สะเก็ดเล็กนอ ย ตามก่งิ มหี นามแหลมคม กิ่งออ นและแผน ใบดาน ทางเดินปสสาวะ (S2-13)
ลา งมขี นสั้นหนาแนน -ประปราย ใบเด่ยี ว เรยี งสลับ รปู ไข-รปู รี โลด
ยาว 3-6 ซม. เห็นรอยกดตามแนวเสน ใบทีผ่ ิวใบดา นบน มเี สน
แขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู ขอบใบจักฟน เล่อื ยเล็กนอ ย-เรียบ เหมอื ดคนใหญ (พษิ ณโุ ลก),
ดอกขนาดเลก็ สเี ขียวอมเหลือง ผลทรงกลม กวาง 0.7-1 ซม. ผิว เหมอื ดสม (อุดรธาน)ี
เกลี้ยง มี 1 เมลด็ แขง็ คลา ยเมลด็ พุทรา สุกเปลยี่ นเปนสีนํ้าตาล-ดํา ช่ือวิทยาศาสตร : Aporosa villosa (Lindl.) Baill.
รสเปรยี้ วอมหวานทานได, พบตามชายปาผลัดใบและปาดบิ ทัว่ ช่ือวงศ : PHYLLANTHACEAE
ประเทศ ลักษณะเดน : ไมพุม-ไมต นผลดั ใบ สูงถงึ 15 ม. ลาํ ตนมกั บิดและ
แตกก่ิงต่ํา เปลอื กเปนรองลึกตามยาว กิง่ ออ น แผนใบดานลา ง
และผลมีขนหนานมุ คลา ยกาํ มะหยี่สขี าว ใบเด่ียว เรียงเวยี น รปู
รี-รีกวา ง ยาว 8.5-22 ซม. ขอบใบเรยี บ-หยักเล็กนอ ย กานใบยาว
2-3 ซม. มี 1 รองตื้นดา นบน และพบตอม 1 คทู ป่ี ลายกา น ผลรูป
รี-รูปกระสวย ยาว 1 ซม. ไมมีกา นผล เม่ือแกแ ตก 2 ซกี มเี มลด็
เดียว เย่ือหุม เมลด็ สีสม , พบตามปา ผลดั ใบ หรอื ชายปาดงดิบแลง
ในพน้ื ท่ีดนิ ปนทรายหรือลกู รงั ทั่วประเทศยกเวนภาคใต
สรรพคณุ
• เปลือก : แกไ อ (NE3)
• ตํารับยาโรคไต : แกโรคไต (N1-287)
• ตาํ รบั ยาโรคไต : รักษาโรคไต แกปสสาวะพิการ (N1-153)

390

โลดทะนง รากของโลดทะนง
ชอ่ื ทองถ่ิน : นางแซง โลดทะนง (อดุ รธานี) เลือดแรด
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Trigonostemon reidioides ชื่อทอ งถ่นิ : เลอื ดแรด (สระแกว ), หนั (ตรัง)
(Kurz) Craib ชือ่ วิทยาศาสตร : Knema globularia (Lam.) Warb.
ชือ่ วงศ : EUPHORBIACEAE ชอื่ วงศ : MYRISTICACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพุม สูงถึง 2 ม. มรี ากสะสมอาหารอวบหนา ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 30 ม. เปลอื กแตกสะเก็ดบาง เปลือก
เนื้อสขี าว ตามก่งิ ออน กา นใบ แผน ใบ ชอ ดอกและผลมีขนสั้นนุม ช้นั ในมนี ํา้ ยางสแี ดงใส ตามสวนออน ๆ และชอ ดอกมขี นคลา ยขุย
ใบเดี่ยว เรียงเวยี น รปู ใบหอก-ขอบขนาน-รปู แถบ-ไขกลับ สีสนมิ หนาแนน ใบเด่ียว เรยี งสลบั รูปขอบขนาน ยาว 6-16 ซม.
5.5-16 ซม. ชอ ดอกตั้งขน้ึ ยาว 9-27 ซม. กลีบเล้ียงและกลีบดอก กวาง 2.3-4 ซม. แผน ใบดานลา งสีเขียวนวล เสน กลางใบนูนทีผ่ ิว
มีอยางละ 5 กลบี กลีบดอกสีแดงเลือดนกหรือสขี าว ดอกบาน ใบดา นบน กานใบยาว 1-2 ซม. มรี องดานบน กลีบรวมสีเหลอื ง
กวา ง 1 ซม. ผลกลมแบน กวา ง 1-1.5 ซม., พบตามปาผลดั ใบ ครมี 3 กลีบ เนื้อหนา บานกวาง 1-1.2 ซม. เกสรสีแดงเขม ผล
หรอื ชายปา ดงดิบแลง ในที่โลงมดี นิ ปนทราย ทั่วประเทศยกเวน รปู ร-ี กลม ยาว 1.5-2 ซม. ผลสุกสีเหลือง แตกออก 2 ซกี มี 1
ภาคใต เมล็ด เย่ือหุมเมล็ดสีแดงหุม เมล็ดมิดถงึ ปลาย, พบตามปา ดงดบิ
สรรพคณุ แลงและปาดงดิบชนื้ ทั่วประเทศ
• ราก : แกป วดบวม ฟกชา้ํ เคล็ดขัดยอก ถอนพิษยาเบอื่ เห็ดเมา
ถอนพษิ งู (NE3)
• ราก : ทาํ ใหเ บ่อื เหลา ชวยเลิกเหลา ทาํ ใหค ลื่นไสอาเจียน ทาํ ให
ลาํ ไสข ยอ น (เชน ใชล า งทอ งคนกนิ เหด็ พิษ กินสารพิษชนดิ ท่ี
ไมใ ชยาฆา แมลง ยาฆาหญา น้าํ ยาลางหองนา้ํ นํ้ามันเชือ้ เพลิง
ทินเนอร เปน ตน) (S3)

391

สรรพคณุ ลําดวนดง
• เปลือกตน : ขับเลือดเสีย ขบั ลมิ่ เลือด หา มใชกบั สตรมี คี รรภ ชื่อทองถ่นิ : กลวยอีเห็น (อุดรธานี), กลว ยอเี หน็
(E2) พญารากดาํ ตน (สระแกว)
• ตาํ รบั ยาโรคผวิ หนงั จากเชื้อรา/แกค ันจากการแพ : ยาข้ีผ้งึ ช่ือวทิ ยาศาสตร : Mitrephora tomentosa Hook. f. &
หรือยาหมองทารกั ษาโรคผวิ หนังจากเชอื้ รา เชน กลาก เกลอื้ น Thomson
แกอ าการคนั ตามผิวหนังท่ัวไปจากอาการแพ ผ่ืนคนั คันจาก ช่อื วงศ : ANNONACEAE
แมลงสัตวก ดั ตอย (S2-64) ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 25 ม. เปลอื กเรยี บ-แตกปรเิ ลก็ นอ ย
ลําดวน ตามแนวยาว ตามกิง่ ออน กานใบ แผนใบดา นลา ง ชอ ดอกและผล
ชื่อทองถิ่น : ลําดวน (สระแกว ) มขี นสั้นหนานุม สสี นิม ใบเดย่ี ว เรียงสลบั ระนาบเดียว รูปไข-ขอบ
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Melodorum fruticosum Lour. ขนาน ยาว 10-20 ซม. โคนใบมน-เวา เล็กนอ ย ขอบใบมีขน
ช่อื วงศ : ANNONACEAE ปลายใบเรยี วแหลม กลบี ดอกสเี หลอื งออ น 6 กลีบ กลบี ดอกวงใน
ลักษณะเดน : ไมพ มุ -ไมต น สงู ถงึ 15 ม. เปลือกเรยี บ ตามสว น งุมปลายกลบี จรดกนั มลี ายสีมวงแดง ดอกบานกวาง 5 ซม. ผล
ตาง ๆ เกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว รูปขอบขนาน-แกม รูปรีปลายกลม ยาว 2-3 ซม. ผิวขรขุ ระเล็กนอ ย ติดถึง 25 ผล/
รี ยาว 7-12 ซม. แผนใบดา นบนมนั เงา ดานลา งสีเขียวนวล เสน กลุม กานผลยาว 4-5 ซม. สุกสเี หลอื ง มี 3-7 เมลด็ , พบตาม
แขนงใบเรียบแบนบนแผนใบทง้ั สองดาน กา นใบยาว 1 ซม. ดอก ปาดงดบิ แลง ท่วั ประเทศยกเวน ภาคใต
ออกเดี่ยว ตามซอกใบ หอ ยลง กา นดอกยาว 2-3 ซม. กลบี ดอกสี สรรพคณุ
เหลืองครีม 6 กลบี เนอ้ื หนา รปู ไขกวา ง ยาว 1.7 ซม. ปลาย • ทง้ั 5 : บํารงุ หวั ใจ แกล มวิงเวียน (E2)
แหลม มกี ล่ินหอมแรงชวงบา ย ผลรูปกลม-รี ยาว 1-1.5 ซม. ติด • แกน : บาํ รุงกาํ ลัง (NE3)
เปน กลุม ถึง 25 ผล/กลุม สกุ สดี ํา มี 1-2 เมลด็ เนอ้ื ผลรสหวาน
อมเปรีย้ วทานได, พบตามปา ดงดบิ แลงในภาคตะวันออกเฉียง
เหนือ ภาคตะวนั ออกและภาคกลาง
สรรพคุณ
• ดอก : บํารงุ หัวใจ บาํ รงุ เลือด หรอื ใชเขา ยาตํารับยาเกสรท้งั
เกา ; ผลสุก : รสหวานทานได (E2)

392

ลาํ พูปา่ ว่านกีบแรด
ชือ่ ทองถิ่น : ตุมเตน (อดุ รธานี), ลําพูปา (ตรงั ) ชอ่ื ทองถน่ิ : กดู ชาง วา นกีบเเรด (อุดรธานี), วา นกบี แรด (ตรงั ,
ชือ่ วิทยาศาสตร : Duabanga grandiflora (DC.) พิษณุโลก)
Walp. ชื่อวิทยาศาสตร : Angiopteris evecta (G. Forst.) Hoffm.
ชื่อวงศ : LYTHRACEAE ช่ือวงศ : MARATTIACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถึง 35 ม. เปลอื กแตกเปนสะเกด็ ตามยาว ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลกุ กลมุ เฟน ลาํ ตนสน้ั สูงถึง 20 ซม. กวางถงึ
กิง่ ออนเปน สี่เหล่ียม ตามสวนตาง ๆ เกลีย้ ง ใบเดย่ี ว เรยี งตรง 25 ซม. ทล่ี ําตน มีโคนกานใบเกา ตดิ ทนดคู ลายกบี เทา แรด มีขน
ขาม รูปขอบขนาน ยาว 15-35 ซม. โคนกลมหรือเวา ตน้ื แผน ใบ แบบเกลด็ สีน้าํ ตาลปกคลมุ หนาแนน ตามโคนกา นใบและโคนกาน
ดา นลางสเี ขยี วนวล เนื้อใบหนา ชอ ดอกออกปลายกง่ิ กลบี เล้ยี ง ใบยอยบวมหนา ใบประกอบแบบขนนก 2 ชัน้ ยาว 1.5-3 ม. ใบ
และกลบี ดอกอยา งละ 6-7 กลีบ กลบี ดอกสีขาว ดอกบานกวา ง ประกอบยอ ยมีขางละ 4-8 ใบ เรยี งสลบั ใบยอ ยมีขา งละ 10-20
8-10 ซม. มีกลน่ิ เหม็นคลายปส สาวะแมว ผลรูปไขก วาง ยาว 3-4 ใบ รูปขอบขนาน ยาว 5-15 ซม. ขอบจกั ฟน เล่อื ยถี่ กลมุ อบั ส
ซม. มีเกล้ียงตดิ ทน แกแหงแตก 6-7 ซกี ปอรส ีน้าํ ตาลเกิดไปตามขอบใบดานลา ง
สรรพคุณ
• เปลอื ก : แกโ รคซาง (NE3)
• เมลด็ : ตม กบั นํ้าดืม่ เปนยาแกปวดทอง โรคกระเพาะอาหาร
อาหารไมยอ ย อาหารเปนพิษ; กิง่ และตน : สบั เปน ชน้ิ เล็ก ๆ
ตม กับนํ้ากินเปน ยาแกอ าการชํ้าใน (R68)

393

เหงาตากแหงของวา นกบี แรด วา นดกั แด
สรรพคณุ ว่านนางตดั
• เหงา : แกท อ งรว ง บํารงุ กําลัง แกเ จ็บตา (NE2) ช่ือทอ งถิ่น : วานนางตัด (ตรัง)
• เหงา : ตม ในน้ําสะอาด หรอื ดองเหลา กรองเอานํา้ หรอื เหลา มา ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Labisia pumila (Blume)
ดม่ื แกปวดหลงั ปวดเอว ลดความดนั โลหติ (R34) Fern-Vill. var. pumila
• ตํารบั ยาแกไ ขต ัวรอน : แกไขตัวรอน ปวดหัว ถอนพษิ ไข ไข ชื่อวงศ : PRIMULACEAE
หวัด ไขปอดบวม (S2-01) ลักษณะเดน : ไมล ม ลกุ สงู ถงึ 25 ซม. ลาํ ตนทอดคลาน-ตง้ั ตรง
• ตํารับยาแกไขต วั รอ น : แกไ ข ตัวรอน ไขเปลี่ยนฤดู (S2-17) ใกลผ ิวดิน ยาวถึง 15 ซม. ตามสว นออ น ๆ ชอดอก และแผนใบ
• ตํารบั ยารกั ษามดลูกเคล่อื น/บํารุงโลหติ : รกั ษามดลกู เคลื่อน ดา นลา งมเี กล็ดสนี าํ้ ตาลแดง ใบเดย่ี ว เรียงเวียน รปู หอกกลับ-รูป
บํารงุ โลหติ (S2-45) รี ยาว 5-20 ซม. โคนสอบเรยี วจนถงึ ลําตน ไมมีกา นใบ เสนแขนง
ใบจํานวนมาก ตน อายนุ อยแผน ใบมีลายสขี าว-ชมพูตามเสนกลาง
วา่ นดกั แด้ ใบและขอบใบและมีขอบใบจักฟนเลอื่ ยดวย ชอดอกยาว 2-8 ซม.
ชอ่ื ทองถิ่น : กระเจียวตวั เมีย เสนหจันทรข าว กลบี ดอกสขี าว-อมชมพู มี 5 กลบี ผลกลม กวาง 4 มม. สกุ สแี ดง
(พิษณุโลก) มีเมล็ดเดยี ว, พบตามทช่ี มุ ชน้ื หรอื รมิ ลาํ ธารในปา ดบิ ชน้ื ทางภาคใต
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Stahlianthus campanulatus Kuntze สรรพคุณ
ช่ือวงศ : ZINGIBERACEAE • ตํารบั ยาบาํ รงุ กาํ ลัง : ชวยบํารุงกําลัง (S2-74)
ลักษณะเดน : ไมล ม ลุก มเี หงา สั้นใตด นิ สงู ถงึ 30 ซม. ใบเด่ียว
เรยี งสลับ มี 2-3 ใบ/กอ ใบรปู ใบหอก ยาว 12-30 ซม. แผนใบ
ดา นลางมีขนสน้ั ประปราย กานใบยาว 5-20 ซม. โคนกานใบโอบ
กับกา นใบอนื่ อยางหลวม ๆ ชอ ดอกเกิดท่ียอดกลางกอหรอื แทง
ชอดอกกอนเกดิ ใบ กา นชอ ดอกสัน้ กวา 4 ซม. มีใบประดบั สเี ขยี ว
รปู ไข ยาว 2-4 ซม. หอ ซอ นกันคลา ยถวย สงู ถงึ 7 ซม. ปลายใบ
ประดบั แหลมงอนโคงออกเลก็ นอ ย กลบี ดอกสีขาว ดานลางเปนก
ลีบปาก ยาว 2-3 ซม. ปลายแยก 2 แฉก มีแตมสีเหลืองตรงกลาง,
พบตามปา เตง็ รงั ในจังหวดั พษิ ณุโลกและเพชรบรู ณ
สรรพคณุ
• เหงา : แกปวด แกบวม (N1)

ซาย : ตน อายุนอยของวา นนางตดั , ขวา : ตนท่ีมอี ายุมาก

394

ชอดอกของวานนางตดั หวั ทีเ่ กดิ บนเถาของวานพระฉิม/กลิ้งกลางดง

วา่ นพระฉมิ วา่ นพร้าว
ชื่อทองถิน่ : กล้งิ กลางดง (สระแกว , พษิ ณโุ ลก) ชื่อทอ งถ่นิ : เขียวสะอ้นื (สระแกว )
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Dioscorea bulbifera L. ชื่อวทิ ยาศาสตร : Molineria trichocarpa (Wight) N.P.
ชื่อวงศ : DIOSCOREACEAE Balakr.
ลกั ษณะเดน : ไมเถาลมลุก ยาวถงึ 25 ม. มีหัวใตด ิน ทรง ชื่อวงศ : HYPOXIDACEAE
กลม-ทรงกระบอก ยาว 10-20 ซม. และมีหัวเกดิ ตามซอกใบหรอื ลักษณะเดน : ไมลมลกุ สูงถงึ 40 ซม. ไมมีลาํ ตน ใบเดยี่ ว เรยี ง
ชอดอก ทรงกลม-แกมแบน กวา งถึง 15 ซม. เน้อื ในสีเหลือง ผวิ สี เวียนกระจกุ ชดิ ผิวดนิ รปู รีแคบ ยาว 15-30 ซม. กานใบยาว
นา้ํ ตาลมจี ดุ สีขาวท่ัวไป เถากลมไมมีหนาม ตามสว นตาง ๆ เกลย้ี ง 3-15 ซม. จุดเดน ท่ีมีเสน แขนงใบเรยี งตามแนวยาวจาํ นวนมาก
ใบเด่ยี ว เรยี งสลบั รูปไขกวาง-เกอื บกลม ยาว 7-18 ซม. เสน และแผน ใบพับจบี ตามแนวเสนแขนงใบ คลา ยใบตนกลา มะพรา ว/
แขนงใบออกจากโคน 3-5 คู มรี อยกดตามแนวเสนใบที่แผนใบ กลว ยไมดนิ บางชนดิ ตามกา นใบและชอดอกเกล้ียง-มขี นยาว
ดา นบน กา นใบมขี อบบางคลายครบี ผลรูปขอบขนาน ยาว 2.5-5 ประปราย ชอ ดอกแบบกระจะ ดอกยอ ยเรียงหาง สีเหลอื ง ชอ
ซม. มี 3 ปก ดานขางตามแนวยาว เม่ือแกแหงแตก 3 ซีก, พบตาม ดอกยาวไมเ กนิ 10 ซม., ผลรปู กระสวยเรยี ว ยาว 2 ซม.
ท่โี ลง ชายปาท่วั ประเทศ สรรพคุณ
สรรพคณุ • หวั หรอื ราก : บาํ รุงกาํ ลัง (E2)
• หัวทเี่ กดิ บนเถาหรือหวั ใตดิน : ชว ยลดไข ขับปส สาวะ แกนํ้า
เหลืองเสีย (E2)
• หวั ทีเ่ กิดตามเถา : แกป วดเมื่อย (N1)

395

ชอดอกของวา นพราว

ว่านพังพอน วา นพังพอน
ชอ่ื ทอ งถน่ิ : คา งคาวดาํ ดอกใหญ คา งคาวขาว (ตรงั ) ว่านมหาเมฆ
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Tacca integrifolia Ker Gawl. ช่ือทองถน่ิ : กระเจยี วชา ง (พษิ ณโุ ลก), วา นมหาเมฆ
ชือ่ วงศ : DIOSCOREACEAE (ตรัง), วา นหอมใหญ, ขมิ้นดํา (สระแกว)
ลักษณะเดน : ไมลมลกุ สูงถึง 80 ซม. มีเหงา อยใู ตด นิ ใบเดย่ี ว ชอ่ื วิทยาศาสตร : Curcuma aeruginosa Roxb.
เรยี งเวียนเปนกระจกุ ที่ผวิ ดิน รูปใบขอบขนาน ยาว 30-50 ซม. ชื่อวงศ : ZINGIBERACEAE
ผวิ ใบเกลยี้ งและมนั เงา เสนแขนงใบเปนรอยกดทผ่ี วิ ใบดานบน ลักษณะเดน : ไมลม ลกุ สูงถงึ 60 ซม. มเี หงา สน้ั ใตด นิ เน้ือใน
โคนมน-เบยี้ ว กานใบยาว 25-50 ซม. คลายเนระพสู ไี ทย เหงา สีขาวและใจกลางสีมวงอมนํา้ เงนิ (จุดตา งจากอาวแดง
(Tac_cha) มีจุดตา งที่วา นพังพอนมีใบประดบั 2 คู โดยทง้ั 2 คูชู Cur_ang) ตามสว นตาง ๆ เกล้ียง ใบเดย่ี ว รูปร-ี แกมขอบขนาน
ต้ังขึน้ คลายพงั พาน/แมเ บยี้ คบู นสขี าวและมขี นาดใหญแ ละยาว ยาว 30-50 ซม. แผน ใบเกลย้ี งทง้ั สองดาน กา นใบเปน กาบโอบ
กวา คูล างประมาณ 2 เทา กนั แนน กบั กานใบอ่นื เปน ลําสงู ไดถงึ 40 ซม. ปกตชิ อ ดอกแทง
สรรพคุณ ข้ึนจากดนิ กอนแทงใบในชว งปลายฤดูรอน-ตนฤดูฝน ใบประดบั
• ตาํ รบั ยาแกค ัน : แกอ าการคันตามผิวหนงั (S2-28) ซอ นกนั เปน ชน้ั สงู ถึง 17 ซม. (ไมรวมกานชอดอก) ใบประดบั ชว ง
• ตาํ รับยาบาํ รุงกําลัง : ชวยบํารงุ กําลงั (S2-28) บนสีชมพเู ขม อมแดง ใบประดบั ชวงลา งสีเขียว ดอกสเี หลือง กาน
ชอ ดอกสูงไดถงึ 10 ซม.
สรรพคุณ
• เหงา : แกปวดขอ ปวดกระดูก (N1)
• ตาํ รบั ยาขบั น่ิว-โรคไต-ตบั : ขบั นิว่ ในถงุ น้ําดี นวิ่ ในระบบทาง
เดนิ ปสสาวะ แกป ส สาวะขน แกโรคไต แกโรคตบั (E2-217)
• ตาํ รับยาริดสีดวงทวาร : รักษาริดสดี วงทวาร (E2-217)
• ตํารับยาโรครดิ สีดวงทวาร : แกรดิ สีดวงทวาร (S2-41)

396

• ตํารับยารกั ษามดลกู เคลอื่ น/บาํ รงุ โลหิต : รักษามดลกู เคลอ่ื น วา่ นสากเหล็ก
บาํ รงุ โลหติ (S2-60) ช่อื ทองถิ่น : พราวนกคมุ วา นสากเหลก็ (ตรงั ),
• ตาํ รับยาบํารงุ รกั ษามดลกู : ชว ยบาํ รุงรกั ษามดลกู บํารุงสตรี วา นสากเหลก็ (พทั ลงุ )
หลงั คลอด มดลกู พิการ (S2-60) ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Molineria latifolia (Dryand. ex W. T.
Aiton) Herb. ex Kurz var. latifolia
ช่ือวงศ : HYPOXIDACEAE
ลักษณะเดน : ไมล มลุก สงู ถงึ 1 ม. ไมม ลี ําตน ใบเดีย่ ว เรียงเวียน
กระจุกชดิ ผิวดิน รปู รแี คบ ยาว 30-60 ซม. กานใบยาว 10-40
ซม. จุดเดนที่มเี สน แขนงใบเรียงตามแนวยาวจํานวนมาก และ
แผน ใบพบั จบี ตามแนวเสนแขนงใบ คลายใบตน กลา มะพรา ว และ
คลายกับตองกาย (Mol_cap) มีจุดตา งที่ตามกา นใบ และชอดอก
เกลย้ี ง-มขี นยาวประปราย กานชอดอกยาวไมเ กิน 5 ซม. ดอกสี
เหลือง ผลรูปไขปลายเรียวยาว ยาวทง้ั หมด 3-4 ซม. ผลสุกสีขาว
มีเมล็ดสีดาํ รสเปรีย้ วอมหวาน เมื่อดื่มนาํ้ ตามจะหวานตดิ ล้ิน เปน
ผลไมป า

เนือ้ ในของเหงา วานมหาเมฆ เน้อื ในและเมลด็ ของวานสากเหล็ก

397

สรรพคณุ ดอกของวา นสาวหลง
• ตํารับยาแกปวดเมื่อย/ชาตามปลายมือ-เทา : แกปวดเม่ือย ว่านสาวหลงใต้
ตามรางกาย แกอ าการชาตามปลายมือ ปลายเทา (S2-36) ชอ่ื ทอ งถ่ิน : วานสาวหลง (ตรงั )
• ตาํ รบั ยารกั ษามดลกู เคลือ่ น/บาํ รงุ โลหิต : รักษามดลูกเคล่ือน ช่อื วิทยาศาสตร : Amomum biflorum Jack
บาํ รงุ โลหิต (S2-45) ช่ือวงศ : ZINGIBERACEAE
• ตํารับยาลางโรคกอนการรักษาโรคระบบเสน เอ็น : ชว ยชาํ ระ ลักษณะเดน : ไมลมลกุ สงู ถึง 1.3 ม. มีเหงา ใตด ิน ตามกานใบ
ลา งระบบภายในรางกายกอนการรกั ษาโรคทเี่ กยี่ วกบั ระบบเสน และแผนใบดานลางมขี นสนั้ หนานุม และตามสว นตา ง ๆ มีกลนิ่
เอ็น อัมพฤกษ อมั พาต (S2-45) หอมโดยเฉพาะทเ่ี หงาและราก ใบประกอบแบบขนนก ใบยอ ย
• ตาํ รบั ยารักษามดลกู พิการ-อักเสบ/ขับน้ําคาวปลา : แกม ดลกู ขา งละ 3-5 ใบ เรียงสลบั รูปแถบยาว-ขอบขนาน ยาว 20-40
พกิ าร มดลกู อักเสบ ชว ยบํารุงรักษามดลูก บาํ รุงสตรหี ลังคลอด ซม. ลักษณะตาง ๆ คลา ยกับวา นสาวหลง (Amo_sch) มาก แยก
ชว ยขับนํา้ คาวปลา ขับเลอื ดเสีย (S3-45) ชนิดจากกันยาก เทาที่มขี อมูลขณะนพ้ี บวา วานสาวหลงใตม กี ารก
วา่ นสาวหลง ระจายพนั ธตุ ามธรรมชาติในภาคใตแ ละภาคตะวนั ตกเฉยี งใต, มี
นา้ํ มันหอมระเหยที่มกี ลนิ่ คลายกันมาก สามารถใชแทนกันได
แหนง (อุดรธานี, พษิ ณโุ ลก) สรรพคณุ
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Amomum schmidtii (K. • ทง้ั 5 : มีน้ํามนั หอมระเหย ชวยรกั ษาโรคผิวหนงั อาการแพมี
Schum.) Gagnep. ผื่นคัน ใชผสมทํายาน้ํามัน/ครีมทา หรือใชปรุงแตงกล่ินใน
ช่อื วงศ : ZINGIBERACEAE ยาดอง (S1)
ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลกุ สูงถงึ 1.3 ม. มีเหงาใตดนิ ตามกา นใบ • ตํารบั ยาผน่ื คนั จากอาการแพ/โรคเจด็ : รักษาโรคผวิ หนัง
แผน ใบดา นลา งมีขนสัน้ หนานุม และตามสวนตาง ๆ มีกล่ินหอม ทัว่ ไป แกอ าการแพม ีผืน่ คนั หรอื โรคเจด็ (อาการมีตมุ นํ้าเหลอื ง
โดยเฉพาะทีเ่ หงาและราก ใบประกอบแบบขนนก ใบยอยขางละ พพุ องคนั ตามผิวหนงั ) (S2-07)
3-5 ใบ เรียงสลับ รูปแถบยาว-ขอบขนาน ยาว 20-40 ซม. ปลาย
ใบเรียวยาวคลายหาง กานใบยอยยาว 2-3 ซม. ชอดอกแทง ขนึ้
จากเหงาใตด นิ ทั้งชอ ยาวถึง 6 ซม. ใบประดบั สแี ดงอมน้ําตาลอยู
ระดับผิวดิน กลีบปากสขี าวรปู พดั ตง้ั ขน้ึ กวา ง 3 ซม. มีแถบสี
เหลืองกลางกลีบและมจี ุดประสแี ดงทับบนแถบสเี หลืองบริเวณ
โคนแถบ โคนกลีบดอกเปนหลอดยาว 3.5-4.5 ซม. ผลทรงกลมมี
ขนและหนามสน้ั , พบตามปา ดงดิบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และภาคตะวนั ออก
สรรพคณุ
• เหงา : ขบั เลือด ขับลม (N1)
• ท้ังตน : มกี ลิน่ หอม ขยี้แชกบั นํ้าซาวขา วใชสระผม ชวยบาํ รงุ
หนังศรี ษะ (NE3)

398

เหงาของวา นสาวหลงใตใ ชในยาดองสูตรพนื้ บา น

วา่ นหาวนอน รากสะสมอาหารของวา นหาวนอน
ช่อื ทองถน่ิ : วานนกคมุ (พษิ ณุโลก) สกณุ ี
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Kaempferia rotunda L. ช่อื ทองถ่ิน : สมอแหน (สระแกว )
ชื่อวงศ : ZINGIBERACEAE ชือ่ วิทยาศาสตร : Terminalia calamansanai (Blanco)
ลกั ษณะเดน : ไมล มลุก สูงถึง 30 ซม. มีเหงาส้นั และรากสะสม Rolfe
อาหารอยใู ตดิน มขี นส้นั ตามแผนใบดา นลาง ใบประดับและกลีบ ชื่อวงศ : COMBRETACEAE
เลีย้ ง ใบเด่ียว ออก 2-3 ใบ/กอ แผน ใบชขู ึน้ (ไมแ นบติดผวิ ดนิ ) ลกั ษณะเดน : ไมต นผลดั ใบ สูงถึง 30 ม. เปลอื กแตกเปน รอ ง
ใบรปู รแี คบ-รปู ใบหอก ยาว 12-25 ซม. กวา ง 4-6 ซม. ผวิ ใบดาน รา งแหตามแนวยาว แตกกงิ่ เปนชน้ั คลา ยตน หูกวาง ใบเดีย่ ว เรียง
ลา งสีมว งแดงและมีขนสั้น ดา นบนมักมลี ายสีขาว กา นใบยาว 3-5 เวยี น รปู รี-หอกกลบั ยาว 9-14 ซม. แผนใบดานลา งเกลี้ยงหรอื มี
ซม. โคนกา นใบเปนกาบอัดแนน กับกา นใบอน่ื สูง 6-10 ซม. ชอ นวล มีตอ ม 1 คูบนกานใบ ผลรปู รี สงู 1.5 ซม. ดานขางเปน 3
ดอกแทงข้ึนมาจากเหงา ใตด ินในชวงไมม ีใบในฤดรู อ น หรอื ออก เหลีย่ ม และมปี กออกดา นขา ง 2 ปก ยาว 2 ซม.
พรอ มกับใบออน กลบี ดอกเห็นชดั 4 กลีบ รูปไขกลับ ยาว 4-5 สรรพคณุ
ซม. กลีบคูลาง (กลบี ปาก) เฉพาะที่โคนกลบี หรอื ทง้ั กลีบเปน สี • เปลือก : ขับปส สาวะ; แกน : ถอนพษิ ; ผลแก : เปน ยาเยน็ ใช
มวงอมชมพู หลอดกลบี ดอกยาว 5 ซม. กานชอ ดอกสัน้ มาก เขา ยาชว ยลดไข (E2)
สรรพคุณ
• เหงา : แกฟ กซํา้ (N1)

399

บน : ผลแกของสกณุ ี สนกระ

สนกระ สนสองใบ
ชือ่ ทองถน่ิ : กระดูกไก กระดกู ไกข าว กระดูกไกป า ชือ่ ทอ งถนิ่ : สน (ฉะเชงิ เทรา, พิษณุโลก)
(ตรงั ), กาํ ลงั ทรพี กระดูกไก (สระแกว ) ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Pinus latteri Mason
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Prismatomeris tetrandra (Roxb.) K. ชอื่ วงศ : PINACEAE
Schum. subsp. malayana (Ridl.) J. T. Johanss. ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 40 ม. เน้อื ไมมชี ันเหนียวใส เปลอื ก
ช่อื วงศ : RUBIACEAE แตกแบบรองลกึ ตามแนวยาว ตนอายมุ ากแตกแบบชองสี่เหลี่ยม
ลักษณะเดน : ไมพ ุม สูงถงึ 3 ม. กิง่ ออนและใบเกลยี้ ง กิ่งสีขาวมี เนอ้ื หนา ใบเรยี งเวยี นเปน กระจกุ ชว งปลายกิ่ง ใบประกอบแบบ
รองเลก็ นอย ใบเดยี่ ว เรียงตรงขา ม รปู รี-ใบหอก ยาว 5-10 ซม. กระจุกมใี บยอย 2 ใบ/กระจกุ ใบยอ ยเปน เสนเรยี ว ยาว 12-23
แผน ใบเรียบ เสน แขนงใบและเสนกลางใบทีผ่ ิวใบดานบนนูน ซม. ผลมีเกลด็ ซอ นกนั เปนแทง รูปกรวยแหลมยาว-รปู ไข กวา ง
กลบี ดอกสีขาวเปน หลอด ปลายแยก 5 แฉก (คลา ยดอกเขม็ ) 3-6 ซม. ยาว 7-11 ซม. เม่อื แกเกล็ดทซ่ี อ นกันจะอาออกปลอย
คลา ยตะไหล (Pri_tet_tet) มีจดุ ตางท่สี นกระมีหลอดกลบี ดอก เมลด็ ทม่ี ปี กปลิวออกมา
ยาว 1-2 ซม. (สั้นกวาตะไหล) สรรพคุณ
สรรพคณุ • ตํารับยานาํ้ มันชันตะเคียน : รักษาบาดแผลอกั เสบเรือ้ รงั แผล
• ตาํ รบั ยาแกไ ข/แกร อ นใน : แกไ ข ตัวรอ น แกร อนใน (S1-25) หนองพุพอง แผลเบาหวาน/กดทบั แผลไฟไหม/นาํ้ รอนลวก
• ตาํ รับยารกั ษากระดกู ทบั เสน : รกั ษาอาการกระดูกทบั เสน (E1-02)
(S2-66) • ตาํ รับยาโรคหอบหดื : แกโ รคหอบหืด (N1-154)


Click to View FlipBook Version