The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

150

กระทือ หมยุ ขน

»Ç´àÁ×Íè ¡ÅÒŒ Áà¹é×Í-àÊŒ¹à͹ç á¡àŒ ˹纪Ò

(S2-62) (S2-63)

-------------------- --------------------

ทําลกู ประคบ แกปวดเมอ่ื ยกลา มเนอ้ื และเสน เอน็ แกเ หนบ็ ชา อาการชาตามปลายมือปลายเทา

สว นประกอบ สวนประกอบ

ไพล (หัว) ขมิ้นออย ขา กระทอื ตะไคร มะกรูด (ผิวผล) ใช จิงจอเหลย่ี ม (เถา) และดปี ลี (ผล) อยา งละ 8 บาท, เปลานอ ย
ของสดทุกอยางๆ ละ 100 กรัม หน่ั เปนช้ินขนาดเล็กแลว ตํา (Croton stellatopilosus) (เน้อื ไม) และพริกไทยขาว อยา งละ
หยาบๆ, กานพลู และพิมเสน อยา งละ 30 กรัม บดใหล ะเอยี ด, 7 บาท, หมุยขนหรอื หัสคณุ (Mic_pub) (เน้อื ไม) ดองดึง (หัว)

ผสมตัวยาทกุ อยางใหเขา กัน แลว หอดวยผาขาวบาง เจตมูลเพลงิ แดง (ราก) เถาวัลยเ ปรียง (เถา) ยา นเอ็น (เถา)
มดั ทาํ ลูกประคบ โคคลาน (Mal_rep) (เถา) เถาเอน็ ออน (เถา) สมอท้งั 3 อยา ง
ละ 4 บาท, ขิง (หวั ) และจามจรุ ี (เนือ้ ไม) อยา งละ 2 บาท,
วิธใี ช ตะคา นเล็กหรอื สะคา น (เถา) ชา พลู (ทง้ั ตน) วานนาํ้ (Acorus

นาํ ลูกประคบไปนึ่งในซง้ึ ท่ีกาํ ลงั มีน้ําเดือดประมาณ 10 นาที calamus) (เหงา ) ขา ลิง (หวั ) เทียนเยาวพาณี โกฐนาํ้ เตา
รอใหอ ุนแลวใชป ระคบและนวดตามรา งกาย โกฐสอ เกลือเยาวกาสา อยา งละ 1 บาท, เกลือทะเล และ

เกลือสินเธาว อยางละ 2 บาท, มหาหงิ ค 8 บาท
ใชข องสดหรือตากแหง

วิธีใช

ตม นาํ้ ดมื่ ครัง้ ละ 1 แกวชา กอนอาหาร เชาและเยน็

151

สะบา พนั งูเขียว

âä¼ÇÔ Ë¹§Ñ ¨Ò¡àªé×ÍÃÒ/ᡤŒ ѹ âä¡Ã´äËÅŒ͹
¨Ò¡¡ÒÃᾌ
(S2-65)
(S2-64)
--------------------
--------------------
แกโรคกรดไหลยอย
ยาขผ้ี ้ึงหรอื ยาหมอ งทารักษาโรคผวิ หนังจากเชอื้ รา
เชน กลาก เกลื้อน แกอ าการคนั ตามผิวหนังท่ัวไป สวนประกอบ
จากอาการแพ ผนื่ คัน คันจากแมลงสตั วกดั ตอย
ชมุ เห็ดเทศ (ใบ) สกั (Tectona grandis) (ใบ) พนั งเู ขียว
สวนประกอบ (Stachytarpheta jamaicensis) (ทง้ั 5) อยางละเทาๆ กนั
ตากแหง แลว บดเปนผงละเอยี ด บรรจใุ สแคปซลู ขนาด 400 mg.
หนอนตายหยาก (Stemona sp.) (ราก) ไพล (หัว) สะบาหรอื
สะบา มอญ (เนอื้ ในเมล็ด) ขันทองพยาบาท (ราก) เลอื ดแรดหรือ วธิ ีใช
หัน (เมล็ด) กระเบียน (Ceriscoides turgida) (เมล็ด) กระเบา
น้ํา หรือใช กระเบาใต หรือใช งายอย กไ็ ด (เมลด็ ) ทองพันชัง่ ทานครง้ั ละ 3-4 เมด็ กอนอาหาร 3 เวลา

(ทั้ง 5) ชมุ เห็ดเทศ (ใบ) เขยตาย (Gly_pen) (ราก) อยางละ
เทา ๆ กนั ใชข องสดหรือตากแหง ห่นั เปน ช้ินบางๆ หรอื ขนาด
เล็ก, เติมนํ้ามันมะพราวใหพ อทวมตวั ยา เคี่ยวดว ยไฟออนจน
หอม รอใหอ ุนๆ แลวกรองดวยผาขาวบาง รอใหตกตะกอน แยก
เอาสว นของน้ํามันมาผสมกบั พาราฟน และลาโนลีน กวนให
ละลายเขากนั ดี แลว ตามดวยพมิ เสน การบูร เมนทอล กวนจน
ละลายเขา ดี แลวบรรจลุ งขวดขณะท่ียงั อุนอยู เมอ่ื เย็นจะแข็งตวั

วิธใี ช

ทาบรเิ วณท่มี อี าการวนั ละ 2-3 เวลา

152
กําจัดตน

¡Ãд١·ÑºàÊŒ¹ กะออก

(S2-66) ÃÑ¡ÉÒÍÒ¡ÒúÇÁÍ¡Ñ àʺ¨Ò¡¾ÉÔ
ºÒ´á¼Å/á¼ÅÍ¡Ñ àʺ
--------------------
(S2-67)
รกั ษาอาการกระดกู ทับเสน
--------------------
สวนประกอบ
รักษาอาการบวมอักเสบจากพษิ บาดแผล
พรกิ ไทย ดีปลี (ผล) กาํ จดั ตน หรือพริกหอม (ผล) อยา งละ 10 รกั ษาแผลผพุ อง เปน หนอง
บาท, ตะคา นเลก็ หรอื สะคา น (เถา) เจตมลู เพลิงแดงหรือขาว
(ราก), ชา พลูหรอื ชะพลู (ราก) 5 บาท, จันทนเทศ (ผลและดอก) สวนประกอบ
กานพลู ขิงแหง (Zingiber ligulatum) โคคลาน (Mal_rep)
(เถา) เถาวัลยเ ปรียง (เถา) มาทลายโรง (เถา) ลิ้นกวางหรอื เจตมูลเพลงิ แดง (ราก) 1 ถวยแกง, ชา พลู ตะคานเลก็ หรือ
คอนตีหมา (เถา) กระวานหรอื ใชกระวานขาวกไ็ ด ขเี้ หล็ก (แกน) สะคา น (เถา) ดีปลี (ผล) พรกิ ขิง ไพล กระทอื ไทรยอ ย
มะหาด (แกน) มะตูม (ผล) ผกั เสี้ยนผี (Cleome viscosa) (ทั้ง (Fic_ben) (รากอากาศ/รากยอย) กะออก (ราก) อบเชยจนี หรอื
ใชอ บเชยญวน ก็ได (เปลือก) อยา งละ 4 บาท, ขม้ินออ ย และ
5) ฮอสะพายควายหรือยานดูก (เถา) หญาปากควาย ขม้ินชัน อยางละ 2 บาท, ยาดาํ 12 บาท ทาํ เปน ยาตม
(Dactyloctenium aegyptium) (ท้ัง 5) หญา ขัด (ราก) ยาน
เอ็น (เถา) สงั วาลยพ ระอนิ ทร (เถา) สนกระหรือกระดกู ไกปา หรอื ยาดองกับเหลาขาวกไ็ ด
(Pri_tet_mal) (ราก) สมลุ แวง (เปลอื ก) อยางละ 2 บาท, ยาดาํ
วธิ ีใช
มหาหงิ ค และการบรู อยางละ 2 บาท, ตากใหแหง
บดใหล ะเอยี ดแลว บรรจุใสแ คปซลู ขนาด 400 mg. ยาตมดืม่ ครงั้ ละ 1 แกวชา กอนอาหาร 3 เวลา,
ยาดองดม่ื คร้ังละ 1 จอก กอ นนอน
วิธีใช
คาํ เตอื น
ทานครั้งละ 3-4 เมด็ กอ นอาหาร 3 เวลา
ไมควรใชก บั สตรีมีครรภ
คาํ เตอื น

ไมค วรใชกับสตรมี คี รรภ

153

หวายลงิ หญาตนี กา

äÊàŒ Å×Íè ¹ §ÙÊÇÑ´/àÃÔÁ

(S2-68) (S2-71)

-------------------- --------------------

รักษาโรคไสเลื่อนท้งั ชายและหญิง หรือโรคไขลงฝก รักษาโรคงูสวัด โรคเริม

สวนประกอบ สวนประกอบ

ไขเ นา (พชื ) (ใชแ กน) ปลาไหลเผือก (ราก) ดูกไกย านหรือ กระทอน (ใชใบสีแดงท่ีเพงิ่ รว งจากตน โดยมีเคลด็ วา จะตองเก็บ
ตองแหง (ใบ) หวายลงิ (ราก) หวายขรงิ (ราก) พญามูลเหลก็ เฉพาะใบท่ีหงายดา นผิวใบท่ีมีขนขึ้นฟา) และหญา ตีนกา
หรือพญามอื เหลก็ (แกน ) มะแวงตนหรือใชมะแวง เครอื ก็ได
(ราก) ไผส ีสกุ (Bambusa blumeana) (ตา) อยางละเทา ๆ กัน (Ele_ind) (ใชทัง้ ตน โดยมีเคล็ดวา ตอนถอนหามไมใ หเงาของ
คนเก็บไปทับตน หญา), นําใบสดของกระทอนลางใหส ะอาด
ใชของสดหรือตากแหง
ตําใหล ะเอียด แลว ละลายกบั น้ําซาวขาวใหข นเล็กนอย
วธิ ีใช
วธิ ใี ช
ตม นา้ํ ดม่ื ครงั้ ละ 1 แกวชา กอนอาหาร 3 เวลา
ลางตน หญา ตีนกาใหส ะอาด ผงึ่ ในรมใหแ หง ทุบรากเล็กนอ ย
ใชสวนรากชบุ น้าํ ยาทาบริเวณที่มอี าการ วนั ละ 3-4 ครงั้

154

หญาสามคม ชิงชา ชาลี

ºíÒÃ§Ø ¡íÒÅ§Ñ á¡äŒ ¢ŒμÇÑ ÃÍŒ ¹

(S2-74) (S2-79)

-------------------- --------------------

ชว ยบาํ รุงกําลงั ชวยแกไข ตวั รอน

สวนประกอบ สว นประกอบ

ยา นนมควาย (เถา) หญา สามคม (เหงา ) ขา วเมา เหลก็ หรือ ชงิ ชา ชาลี (เถา) 2 บาท, ชํามะเลยี ง (ราก) เตาราง (ราก) มะปรงิ
เมาเหลก็ (เปลือก) ตองขาวตม (Sta_lat) หรือใช กาเลด็ กาเวา หรอื ใชม ะปราง กไ็ ด (ราก) มะฮอกกานี (เมลด็ ) สตั บรรณ
(Sta_rep) กไ็ ด (หัว) วานนางตัด (หวั ) เนระพูสีไทย (Tac_cha) (Als_sch) หรือใชต ีนเปดดาํ (Als_ang) ก็ได (เปลือก)
หรือใช วา นพังพอน (Tac_int) ก็ได (หวั ) ฤๅษผี สมแกว (เถา) อยา งละ 1 บาท ใชข องสดหรอื ตากแหง
อวดเชอื ก (ผล) สาเหลา (ราก) สายหยดุ (ราก) จําปนู (ราก)
วธิ ีใช
อายบาว (ท้ัง 5) อยางละเทา ๆ กัน ใชของสดหรอื ตากแหง
เติมเหลาขาวใหพอทวมตัวยา ดองไวอยางนอย 7 วันจงึ ใชไ ด ตมนํ้าดื่มครั้งละ 1 แกวชา กอ นอาหาร 3 เวลา

วิธีใช

ดืม่ ครัง้ ละ 1 จอก กอ นอาหารเชาหรอื เย็นก็ได

155
ยางนา

ᡌ»Ç´¿¹˜ -à˧×Í¡ ชาพลู

(S2-79) ÂÒàºÞ¨¡ÅÙ

-------------------- (S2-90)

แกปวดฟน-เหงอื ก เหงือกอักเสบ --------------------
รกั ษาโรคเหงอื กและฟน
บาํ รงุ ธาตุ ปรับสมดลุ ธาตุ (ดนิ น้าํ ลม ไฟ)
สว นประกอบ ยาอายวุ ัฒนะ

น้าํ มันยางของพชื ในสกลุ ยางนา (Dipterocarpus spp.) เชน สวนประกอบ
ยางนา ยางแดง ยางยูง ยางวาด ยางมันหมู เปน ตน นาํ มาคลกุ
ดีปลี (ดอก) ชา พลู (ธาตุนา้ํ ) (ราก) ตะคานเล็กหรอื สะคานพรกิ
เคลากบั เมล็ดกยุ ชาย อยา งละเทา ๆ กัน ค่ัวใหเ มลด็ (ธาตุลม) (เถา) เจตมูลเพลิงแดง (ธาตไุ ฟ) (ราก) ขิงแหง
กุยชา ยเกรยี ม แลวบด/ตําเปน ผงละเอียด
(Zingiber ligulatum) (อากาศธาตุ) (หัว) อยา งละเทา ๆ กนั
วิธีใช ตากแดดใหแ หง แลว บดเปนผงละเอียด บรรจุใส
แคปซูลขนาด 400 mg.
ใชอ ุดฟน /เหงือก และทาบริเวณทม่ี อี าการ 3 เวลา
หลงั อาหาร และกอ นนอน วธิ ใี ช

ทานครง้ั ละ 3-4 เม็ด กอ นหรอื หลงั อาหาร 3 เวลา

คาํ เตอื น

ไมควรใชกับสตรีมีครรภ คนมีไข หรอื เด็กเลก็ และ
ไมควรใชยาติดตอ กันนานเกนิ 10 วัน

156

หญาล้นิ งู เสมด็ ชุน

ÁÐàÃç§ ÊÁÒ¹á¼Å

(S2-93) (S2-100)

-------------------- --------------------

ชวยรกั ษาโรคมะเรง็ ชว ยสมานและรกั ษาบาดแผล

สว นประกอบ สวนประกอบ

หญาลนิ้ งู (ท้ัง 5) สกั (เนอ้ื ไม) อยา งละเทาๆ กนั เสมด็ ชนุ หรอื ผักเมก็ (เปลอื ก) ขนุน (ใบ) ตากแหง
ใชของสดหรอื ตากแหง บดเปน ผงละเอยี ด แลว ผสมใหเขากัน

วิธใี ช วิธีใช

ตมนํ้าดืม่ ครง้ั ละ 1 แกวชา 3 เวลา กอ นหรอื หลงั อาหาร ละลายผงยากบั นาํ้ สุก ใชพอกบาดแผล วันละ 2-3 คร้ัง

157
ขาไก

อวดน้ํา ᡌä¢μŒ ÇÑ ÃÍŒ ¹

¢ÑºÅÁ-àÊÁËÐ-âÅËÔμ/¶Ò‹ ÂàʹŒ àÍç¹ (S2-113)

(S2-105) --------------------

-------------------- แกไข ตัวรอน

ชวยขบั ลม ขับเสมหะ ขับโลหิต ถา ยเสน เอ็น สว นประกอบ
ทําใหเ สนเอ็นหยอน ลดอาการเสน ตงึ
กรดนาํ้ (ท้งั 5) ขาไกห รือขาไกแดง (Str_sch) (ราก) อยา งละ
สว นประกอบ เทาๆ กนั ใชข องสดหรอื ตากแหง

อวดน้าํ (Der_ele) (เถา) มะลวิ ลั ยเถา (Jasminum sp.) (ดอก) วธิ ีใช
เปราะใหญหรือวานนกคมุ (หัว) อยางละเทาๆ กนั
ใชข องสดหรือตากแหง ตมนํา้ ด่มื ครั้งละ 1 แกว ชา กอ นหรอื หลังอาหาร 3 เวลา
และกอนนอน
วิธใี ช

ตมนํ้าดืม่ คร้ังละ 1 แกว ชา กอ นหรือหลงั อาหาร เชาและเยน็

คําเตอื น

หามใชกบั สตรมี ีครรภ

158

ชะลดู มะระขีน้ ก

ÂÒËÍÁ¹Çâ¡° ÂÒà¢ÕÂÇËÍÁ

(S3-01) (S3-02)

-------------------- --------------------

แกค ล่นื เหยี นอาเจยี น วิงเวียน ลมจกุ แนนในอก แกไ ข ตัวรอน รอนในกระหายนาํ้ แกพ ษิ ไขห ดั
แกล มปลายไข แกอาการสะบัดรอนสะบัดหนาว หรอื ไขเ หือด (หดั เยอรมนั ) ไขอีสุกอีใส

ครั่นเนอ้ื คร่นั ตัว รอนวูบวาบเหมอื นจะเปน ไข สว นประกอบ
บํารงุ ประสาท
พิมเสน (Pogostemon cablin) (พืชชนดิ หนง่ึ ใชใบ) 25 บาท,
สวนประกอบ ฟก ทอง หรือ นาํ้ เตา หรือฟก เขียว ก็ได (Cucurbita moscha-
ta) (ใบ) 8 บาท, มะระ หรอื มะระขนี้ ก กไ็ ด (ใบ) 6 บาท, พรมมิ
เกสรทง้ั 5 เบญจกลู โกฐทัง้ 7 โกฐพงุ ปลา โกฐนํ้าเตา เทียนทง้ั (Trianthema triquetrum) 5 บาท, สมี (Sesbania sesban)
5 เทียนเยาวพาณี เทยี นเกลด็ หอย จนั ทนเ ทศ (ผล) จันทนเทศ (ใบ) เถามวกขาว (เถา) เถามวกแดง (เถา) ฝายแดง (Gossypi-
(ดอก) จันทนเทศ (เนือ้ ไม) จนั ทนแดง (แกน ) ครห้ี รอื สักขี (แกน um arboreum) (ใบ) คคุ ะ (Cro_cau) (เถา) กูดพรา วหรอื หัสดาํ
(Cya_lat) (หัว) ละอองไฟฟาหรอื หัสแดง (Cib_bar) (หัว) เนระ
หรอื ราก) หญา แหว หมู (หัว) ราชดัด (ผล) สารพดั พษิ พูสไี ทย (Tac_cha) (หวั ) เปราะหอม (Kaempferia galanga)
(Sophora tomentosa) (ราก) กระวาน (ผล) กานพลู อบเชย
อยางละ 1 บาท ตากแหง แลวบดเปน ผงละเอียด
ญวนหรอื ใชอ บเชยจนี (เปลอื ก) สมลุ แวง (เปลอื ก) ผสมผงยาใหเขา กนั
หญา ตีนกา (Ele_ind) (ท้งั 5) แฝกหอม (ราก) ชะลูด (เปลือก
เถา) เปราะหอม (Kaempferia galanga) มะขามปอ ม (ผล) วธิ ีใช
สมอพิเภก (ผล) ชะเอมเทศ (เน้ือไม) ผกั ชี (เมลด็ ) กะดอม (ผล)
บอระเพด็ (เถา) สนเทศหรือสนแผง (แกน ) ขอนดอกพิกลุ (เนื้อ ผใู หญใชย าผงครัง้ ละ 1 ชอนชา เด็กอายุต่าํ กวา 10 ชวบ ใช 0.5
ชอนชา ละลายกับน้ําอนุ หรอื นํ้าสุก 0.5-1 แกวชา ดืม่ 4-6 ครง้ั /
ไมพ ิกุลท่ีมีเชื้อรา) กะลาํ พัก (แกนไมสลดั ไดปาทีม่ เี ชื้อรา)
นาํ้ ประสานทองสตุ อยา งละ 4 บาท ตากแหงแลว บดเปนผง วนั หรอื ด่มื ทุกๆ 3-4 ชั่วโมง เมอ่ื ยังมอี าการ, และเพือ่ เพิม่
ประสิทธภิ าพใหผ สมยา 1 ชอ นโตะกบั นา้ํ สกุ 1 ถว ย
ละเอยี ด ผสมผงยาใหเ ขากนั ใชผา ชุบนํา้ เช็ดตัวอกี ดว ย

วิธใี ช คาํ เตือน

ใชยาผง 0.5-1 ชอนชา ละลายกับนํ้าอนุ หรือน้าํ สกุ 0.5-1 แกว หา มใชกบั ผูปว ยทส่ี งสัยวาอาจจะเปน ไขเลือดออก
ชา ดม่ื เม่อื มอี าการ หรือทกุ ๆ 3 ชัว่ โมงเมอ่ื ยงั มีอาการ

159

สมอพิเภก กฤษณา

ÂÒμÃÕËÍÁ ÂÒËÍÁÍÔ¹·¨¡Ñ Ï

(S3-03) (S3-04)

-------------------- --------------------

แกทองผกู ในเด็ก ชวยระบายความรอนระบายพษิ ไข แกค ลน่ื เหยี นอาเจยี น หนา มืดจะเปนลม ลมจุกเสยี ด
แนนหนาอก แนนทอง ทอ งอืด อาหารไมย อ ย
สวนประกอบ
ปรบั ระบบการหมุนเวียนเลือดใหด ี ชวยบาํ รงุ หัวใจ
สมอไทย (เน้อื ผล) และโกฐนํา้ เตา (นึ่งจนสกุ กอน) อยางละ 22
บาท, สมอพิเภก (เนอื้ ผล) สมอเทศ (เนอื้ ผล) มะขามปอ ม (เน้ือ สว นประกอบ
ผล) ผกั ชลี า (เมล็ด) อยางละ 4 บาท, ชะเอมเทศ (เปลอื กและ
เน้อื ไม) โกฐสอ น้ําประสานทองสตุ และลูกซัด (ใชเมลด็ ที่คว่ั เบญจกูล เกสรทัง้ 7 (ยกเวน เกสรบวั หลวง) เทยี นท้ัง 5 โกฐ
กกั กรา โกฐน้ําเตา โกฐทง้ั 9 (ยกเวน โกฐหัวบัว และโกฐชฎา
แลว ) อยางละ 1 บาท ตากแหงแลว บดใหเปน ผงละเอียด มังษ)ี จันทนแดง (แกน) จันทนา (แกน) จันทนเทศ (ผล) จนั ทน
แลวนํามาอัดหรือปน เปน เม็ด หนักเม็ดละ 0.2 กรมั เทศ (ดอก) เถามวกขาว (เถา) เถามวกแดง (เถา) เถายานาง

วธิ ีใช (ราก) ชะลูด (เปลอื กเถา) ผักชี (เมล็ด) อบเชยญวนหรอื
อบเชยจนี (เปลอื ก) สมลุ แวง (เปลือก) กฤษณา (เนื้อไม) ฝาง
ทานกอนอาหาร เด็กอายุ 1-2 เดอื น คร้ังละ 2-3 เมด็ , เด็กอายุ (แกน ) กะลําพกั (แกนไมส ลัดไดทม่ี เี ชื้อรา) ขอนดอกพิกุล (เนอ้ื
3-5 เดือน คร้งั ละ 4-5 เมด็ , เดก็ อายุ 6-12 เดอื น ไมพ ิกุลท่มี เี ชือ้ รา) กะดอม (ผล) กระวาน (ผล) กานพลู อําพัน
คร้งั ละ 6-8 เม็ด แดงหรอื ลําพันแดง (Enhalus acoroides) (เหงา ) คาํ แสดหรอื
คําไทย (Bixa orellana) (ดอก) หญา ฝรั่น (Crocus sativus)
(ทัง้ 5) กาํ ยาน (ยางไม) อาํ พนั ทอง (อวกวาฬ) ชะมดเชยี ง
เลอื ดแรด (สัตวไมใชพชื ) ดีงูเหา (สัตว) ดีหมปู า (สตั ว) ดีววั
(สัตว) พิมเสน (แรธ าต)ุ อยางละเทา ๆ กัน ตากแหงแลว บดให

เปนผงละเอยี ด ผสมผงยาใหเขา กัน

วิธีใช

ใชย า 1-2 ชอนชา ละลายกับน้าํ อนุ หรอื นํ้าสุก 0.5-1 แกวชา
ดื่มเมอื่ มีอาการ หรอื ทุกๆ 3-4 ชัว่ โมงเมือ่ ยงั มอี าการ

160

เพกา กะเพราแดง

ÂÒ»ÃÐÊСҹ¾ÅÙ ÂÒ»ÃÐÊСÐà¾ÃÒ

(S3-05) (S3-06)

-------------------- --------------------

แกปวดทองจากอาการจุกเสียดแนน ทองอืดทองเฟอ แกปวดทอ งจากอาการจกุ เสยี ดแนน ทอ งอดื ทองเฟอ
อาหารไมยอย หรอื ธาตุไมปกติ ชวยขับลม อาหารไมย อ ย ชวยขบั ลม

สว นประกอบ สว นประกอบ

กานพลู (ดอก) 130 สว น, ครห้ี รอื สกั ขี (เปลอื ก) 10 สวน, พริกไทย ดปี ลี (ผล) กระเทยี ม (หวั ) วานน้ํา (เหงา ) มหาหงิ ค
จนั ทนเทศ (เนอ้ื ไม) จนั ทนเทศ (ผล) ขมิ้นชัน (หวั ) ขา วสาร และยาดํา อยางละ 1 บาท, กะเพราแดง (ใชใ บของกะเพราสาย
(รากของตน ไมชนดิ หนง่ึ ) อยางละ 8 สว น, เพกา (เปลือก) ขอี้ า ย
(เปลอื ก) ผักชลี า (เมลด็ ) แฝกหอม (ราก) กระวาน (ผล) วานน้าํ พนั ธุทมี่ ีกา นใบและกิง่ ออนสีแดง) หนกั เทากับตวั ยาอืน่ ๆ
(หัว) กระชาย (หัว) เปราะหอม (หัว) แจง (ราก) กรงุ เขมา (ราก) รวมกัน, ตากแหงแลวบดเปนผงละเอยี ด ใชเ ปนยาแบบผง หรือ
เทยี นแดง เทียนขาว โกฐสอ โกฐกระดูก อยา งละ 4 สว น, ไพล
(หัว) เบญจกูล อยา งละ 2 สว น, ตรกี ฏก อยางละ 1 สว น, อดั เม็ดขนาดเทา เม็ดพรกิ ไทย หรือประมาณ 100 mg.
กํามะถันเหลือง และการบรู อยางละ 4 สวน, น้ําประสานทอง
วิธีใช
สตุ 2 สวน, ตากแหงแลว บดใหเ ปนผงละเอยี ด
ทานกอ น/หลงั อาหาร 2 เวลา เชาและเยน็ หรอื เมือ่ มีอาการ,
วิธีใช เดก็ 1-3 เดอื น ครงั้ ละ 1-2 เม็ด, อายุ 4-6 เดือน ครงั้ ละ 2-3
เม็ด, อายุ 7-12 เดือน ครั้งละ 4-6 เมด็ , ผใู หญทานครง้ั ละ 1
ใชยา 1 ชอ นชา ละลายกับนํ้าอนุ หรือน้าํ สุก 0.5-1 แกวชา ดมื่
เม่ือมอี าการ หลงั อาหาร หรอื ทกุ ๆ 3-4 ช่วั โมงเม่อื ยงั มีอาการ ชอ นชา หรือ 6-10 เม็ด, ถา แกอ าการทอ งอดื ทอ งเฟอให
กระสายกับนาํ้ สุกหรอื น้ํากระเพราแดงตม แตถ า เปน อาการปวด
คําเตอื น
ทองแนนทองใหกระสายดว ยหวั ไพลเผาไฟพอสุกฝนกับ
หามใชก บั สตรีมีครรภ หรือผทู ม่ี ีไข, ผูทีม่ ีความผิดปกติของตบั นา้ํ สุราหรอื นา้ํ สกุ
หรือไตไมค วรใชย าตอเนือ่ งยาวนาน
คําเตือน

หามใชก ับสตรมี ีครรภ หรือผูที่มีไข

161

ไพล สวาด

ÂÒ»ÃÐÊÐä¾Å ÂÒ»ÃÐÊÐÁÐáǧŒ

(S3-07) (S3-08)

-------------------- --------------------

แกป วดประจําเดือน แกประจําเดอื นมานอ ยกวาปกติ แกไ อ ขับเสมหะ ทําใหชุมคอ
ขบั น้ําคาวปลาหลังคลอด
สว นประกอบ
สวนประกอบ
มะแวงตน (ผล) และ มะแวงเครอื (ผล) อยา งละ 8 บาท (ทงั้
มะกรูด กระเทียม หัวหอม วานน้ํา พริกไทย ดปี ลี ขิงแหง สองชนดิ หนกั เทากับตัวยาอ่ืนๆ รวมกัน), สวาด (ใบ) ตานหมอน
(Zingiber ligulatum) ขม้นิ ออย เทียนดาํ และเกลอื สนิ เธาว
อยา งละ 1 สวน หรือเทาๆ กัน, การบรู 1/8 สวน, ไพล (หัว) (ใบ) กะเพรา (ใบ) หนักอยา งละ 4 บาท, ขมนิ้ ออ ย 3 บาท,
หนกั เทากบั ตวั ยาอน่ื ๆ รวมกัน, ตากแหงแลว บดเปน ผงละเอยี ด สารสมสตุ 1 บาท, ตากแหงแลวบดเปนผงละเอียด แทรกดีงู
เหลอื ม (สัตว) และพิมเสน (แรธ าต)ุ เลก็ นอย ใชเปน ยาแบบผง
ใชเ ปน ยาแบบผง หรอื บรรจแุ คปซลู ขนาด 400 mg.
หรือผสมนํา้ สุกปน เปน ลกู กลอนหนัก 200 mg.
วิธีใช
วธิ ีใช
ทานกอนอาหาร 3 เวลา ยาผงคร้งั ละ 1 ชอ นชา ละลายกับนํ้า
อุน 1 แกว ถา แคปซลู ครง้ั ละ 2-3 เมด็ , กรณปี วดประจาํ เดือน วันละ 3 คร้งั หรอื เมือ่ มอี าการ เดก็ อายุ 6-12 ป คร้งั ละ 1-2
ทาน 2-3 วนั กอนมปี ระจาํ เดอื น และตอไปจนถึงวนั ที่ 1-2 ทม่ี ี เม็ด หรอื 0.5 ชอ นชา, ผูใหญค รั้งละ 5-7 เม็ด หรือ 1-1.5 ชอ น
ประจาํ เดือน, กรณีระดมู านอ ยกวา ปกติ ทาน 3-5 วนั กอ น ชา, โดยใชย าลกู กลอนหรือยาผงละลายกับนํ้ามะขามเปยกหรอื
ประจําเดอื นมา แลว หยุดทานเมอื่ ประจาํ เดือนมา, กรณขี ับนา้ํ นํ้ามะนาว 1 ซีก แทรกเกลือเล็กนอ ย ไดข องเหลวประมาณ 1
คาวปลา ทานจนกวา นาํ้ คาวปลาจะหมด แตไมเกิน 15 วัน
ชอ นโตะ ใชดื่ม หรอื ผสมยาใหมลี ักษณะขน เหนยี วใชสําหรบั
คําเตือน กวาดคอ หากไมส ะดวกสามารถใชยาลกู กลอนอมเฉยๆ กไ็ ด

หา มใชก บั สตรมี คี รรภ สตรตี กเลอื ดหลงั คลอด หรอื ผูท ่มี ไี ข และ
หามใชกบั ผูท มี่ ีประจําเดอื นมามากกวาปกติ (เพราะยาจะทําใหมี

การขับประจาํ เดอื นมากกวาปกตยิ งิ่ ขน้ึ )

162

แกน ไมจันทนแ ดง ฝก ดปี ลี

ÂÒ»ÃÐÊШѹ·¹á ´§ ÂÒÇÔÊÑÁ¾ÂÒãËÞ‹

(S3-09) (S3-10)

-------------------- --------------------

แกไข ตวั รอ น รอนในกระหายนํา้ ไขเซื่องซึม แกทองอืดทอ งเฟอ จกุ เสียดแนนทอ ง
ไขเปลย่ี นฤดู ขบั ลมในกระเพาะอาหาร

สวนประกอบ สว นประกอบ

จันทนแดง (แกน) 32 สวน (หนกั เทากับตวั ยาอนื่ ๆ รวมกัน), ดีปลี (ผล) 27 สวน หรือเทา กบั ตวั ยาอื่นๆ รวมกัน, จันทนเ ทศ
มะไฟแรดหรอื เหมือดคน (Scl_pen) (ราก) มะปรางหวาน (ผล) จันทนเ ทศ (ดอก) และ ผกั ชลี า (เมลด็ ) อยา งละ 4 สวน,
(ราก) มะนาวหวาน (ราก) เปราะหอม (หวั ) จนั ทนเทศ (เนื้อไม) กระวาน (ผล) อบเชยญวนหรือใชอบเชยจนี (เปลือก) สมุลแวง
ฝาง (แกน) และโกฐหัวบวั อยางละ 4 สวน, บวั หลวง (เกสร) (เปลือก) สมอไทย (เนื้อผล) สมอเทศ (เนอ้ื ผล) วานน้ํา (เหงา )
บนุ นาค (ดอก) สารภี (ดอก) มะลิ (ดอก) อยา งละ 1 บาท, ตาก บอระเพด็ (เถา) ขงิ แหง (Zingiber ligulatum) (หัว) กานพลู
แหงแลว บดเปนผงละเอยี ด แทรกชะมดเช็ด (ไขมนั สตั ว) และ พญารากขาว (ไมทราบชนดิ ) (ราก) และ โกฐทั้ง 5 อยางละ 1
พมิ เสน (แรธาต)ุ เลก็ นอย ใชเ ปนยาแบบผง หรือผสมนา้ํ สุก สวน, ตากแหงแลว บดเปน ผงละเอยี ด แทรกดวยนํ้าประสาน

ปนเปน ลกู กลอนหนกั 250 mg. ทองสตุ เลก็ นอ ย ใชเปนยาแบบผง หรือผสมน้ําสกุ
ปนเปนลกู กลอนหนกั 250 mg.
วิธีใช
วธิ ใี ช
ทานกอ นหรือหลังอาหาร วันละ 3 ครงั้ และกอ นนอน หรอื ทกุ ๆ
3-4 ช่ัวโมง, เดก็ อายุ 6-12 ป ครง้ั ละ 1-2 เม็ด หรือ 0.5 ชอ น ทานกอ นหรอื หลังอาหาร เมอ่ื มีอาการหรอื ทกุ ๆ 3-4 ชวั่ โมง,
ชา, ผใู หญครง้ั ละ 2-4 เมด็ หรือ 1 ชอนชา, ยาแบบผง ถา ใชแก เด็กอายุ 1-12 ป คร้ังละ 1-2 เม็ด หรือ 0.3-0.5 ชอ นชา, ผูใหญ
ไขรอนในใหกระสายดว ยน้าํ ดอกมะลหิ รอื นํ้าสุก แกไขเซ่ืองซมึ ให
ครั้งละ 3-4 เม็ด หรือ 1 ชอ นชา, ยาแบบผง
กระสายผลจนั ทนเทศฝนกบั นํ้าสกุ ละลายกบั นาํ้ สุก 0.5-1 แกว ชา

คาํ เตอื น คําเตือน

ไมควรใชกบั ผปู ว ยไขเ ลอื ดออก ไมค วรใชก บั สตรีมคี รรภ และผมู ไี ข

มะคําดีควาย 163

ขอนดอกพกิ ลุ

ÂÒà·¾Á§¤Å ÂÒÁËÒ¹ÅÔ á·‹§·Í§

(S3-11) (S3-12)

-------------------- --------------------

แกไขต ัวรอ น ถอนพษิ ไข ไขกาฬ, แกอ าการชกั - แกไ ขตัวรอ น ไขหัด ไขอสี ุกอใี ส แกรอนในกระหายนา้ํ
ลน้ิ กระดางคางแข็ง-แนน งิ่ หนาเปลยี่ นสี-มีอาการ แกปากเปอ ยเพราะพิษรอนหรอื รอ นใน
มึน-กระหายนํา้ หอบพกั , แกโรคหละ-โรคละออง-
สวนประกอบ
โรคซางในเดก็
มะกอก (Spo_pin) (เมล็ด) มะไฟ (ราก) มะปรางหวาน (ราก)
สว นประกอบ กระทอน (ราก) ลําโพงกาสลกั (Datura metel) (ราก) สกั
(Tec_gra) (ไม) ขมนิ้ ออ ย (หัว) ละหุงแดง (ใชร ากของละหุงสาย
บุนนาค (ดอก) บวั หลวง (เกสร) กฤษณา (เน้อื ไม) กะลาํ พกั (แกนไม พันธทุ ี่มีกงิ่ ออนและกานใบสีแดง) อยางละเทาๆ กนั ทุกอยา งนาํ
สลดั ไดปาท่ีมเี ชื้อรา) ขอนดอกพกิ ุล (เนื้อไมพิกุลท่ีมีเชื้อรา) หวาย- ไปสมุ ไฟใหเปนถานสีดํา, ทองหลางใบมน (ใบ) มะคําดคี วาย
(ผล) อยางละเทา ๆ กนั ทง้ั สองนาํ ไปค่วั ใหไ หมเกรยี ม, นาํ สวน
ตะครา (เถา) จันทนแดง (แกน ) จนั ทนา (แกน) เทียนดํา และ ผสมทุกอยา งบดเปน ผง คลกุ เคลาใหเ ขา กัน ผสมนา้ํ ดอกมะลิ
โกฐพงุ ปลา อยางละ 1 บาท, ดจี ระเข (สัตว) ดงี เู หลอื ม (สัตว) ชะเมด็ - ปน เปน เม็ดลกู กลอน นํ้าหนัก 500 mg. แลว ปด ทองคาํ เปลว
เช็ด (ไขมนั จากสตั ว) หญายองไฟ (หยากไยท ี่ตดิ เขมา ไฟตามหลงั คา
ครวั ) ชาดหรคณุ จีน (แรธาต)ุ พิมเสน (แรธาตุ) และนา้ํ ประสานทอง วธิ ีใช

สตุ อยา งละ 1 บาท ตากแหง แลวบดเปนผงละเอยี ด, ขแี้ มลงสาบ เดก็ อายุ 6-12 ป ทานครัง้ ละ 1-2 เมด็ ผูใหญค รงั้ ละ 3-4 เม็ด
(สัตว) และ เข้ียวจระเข อยา งละ 1 บาท ทงั้ สองนาํ มาคั่วหรอื ปง ให กอ นหรอื หลังอาหาร 2 เวลา เชาและเยน็ , แกไขต ัวรอนให
รอนระอุ แลว บดใหเ ปน ผงละเอยี ด, คลุกเคลา ตวั ยาทง้ั หมดใหเขากนั กระสายกบั น้าํ สุกหรอื นํา้ ดอกมะลิ, แกพิษไขห ดั อีสุกอีใส ให
กระสายนา้ํ รากผกั ชีตม, แกป ากเปอ ยเพราะพิษรอนไขใ ห
ผสมกับนา้ํ สุกปนเปน ลกู กลอนหนัก 100 mg.
แลวปดรอบดวยทองคาํ เปลว กระสายลกู เบญจกานีฝนแลว ทาแผล

วิธีใช คาํ เตอื น

ทานทกุ ๆ 3-4 ชว่ั โมง ไมจาํ กัดเวลา เดก็ อายุ 1-3 เดอื น ครงั้ ละ 1 ไมค วรใชกับผปู วยไขเ ลือดออก
เมด็ , เดก็ อายุ 4-6 เดอื น คร้งั ละ 2 เมด็ , เด็กอายุ 7-12 เดือน ครง้ั ละ
3 เมด็ , ผใู หญค ร้ังละ 7-10 เม็ด, แกอาการชกั -ล้ินกระดา งคางแข็ง แน
นง่ิ ตาแขง็ ใหกระสายกบั นา้ํ ดอกไม, แกอ าการแนนิง่ หนา สแี ดงให

ละลายกับนํ้าฝางแลวกวาดคอ, แกแนน ง่ิ หนาเหลืองตัวเหลอื งให
กระสายกับนํ้าขมิน้ เครือกวาดคอ, แกแนนงิ่ หนาเขยี วใหดงั กบั ควนั
เทียน แลว กระสายกับน้ําหัวหอมและดงี ูเหลอื มกวาดคอ, แกแ นน่ิง
สีหนา คลา ยดอกตะแบกช้ํา ใหกระสายกับน้าํ ดอกมะลิ แกโรคหละ

โรคละออง โรคซางใหก ระสายกับน้าํ หวั หอมตม

164

กะดอม หวั หญา แหว หมู

ÂҨѹ·¹Å ÕÅÒ ÂÒàËÅ×ͧ»´ÊÁØ·Ã

(S3-13) (S3-14)

-------------------- --------------------

แกไ ขต ัวรอ น ไขหวดั ไขเปลี่ยนฤดู รกั ษาอาการทองเสยี ทไี่ มม สี าเหตจุ ากการติดเชื้อ
ไมม ไี ขแทรก อุจจาระไมเ ปน มูกหรือมีเลือดปน
สวนประกอบ
สวนประกอบ
จันทนแ ดง (แกน ) จันทนา (เนือ้ ไม) กะดอม (Gymnopetalum
chinense) (ผล) ปลาไหลเผือก (ราก) โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬา ขม้ินชัน (หัว) 6 สว น, ขมน้ิ ออ ย (หวั ) ทบั ทมิ (ใบ) หญาแหวหมู
ลมั พา และพมิ เสน (แรธาต)ุ อยา งละเทา ๆ กนั ทกุ อยางบดเปน (หวั ) เพกา (เปลือก) กลวยตบี (Musa × paradisiaca ‘Tib Ta
Nod’) ถา ไมมีใชก ลว ยนาํ้ วา ก็ได (ราก) กระเทียม (หัว) เทียน-
ผง แทรกดว ยชะมดเชด็ (สะตุ) เล็กนอย คลุกเคลา ใหเ ขา กนั
ใชแบบยาผง หรืออดั เปน เมด็ นา้ํ หนกั 250 mg. บา น (Impatiens balsamina) (ใบ) สเี สยี ดแกน (Acacia
catechu) (เปลอื กตน) สีเสียดแกน (Acacia catechu) (กอ น
วธิ ใี ช ยางสเี สียด) ชนั ของไมตะเคยี น อยางละ 1 สว น ตากแหงแลวบด

เดก็ อายุ 6-12 ป ทานคร้งั ละ 2-4 เม็ด หรอื 0.5-1 ชอ นชา เปนผง อัดเปนเมด็ นาํ้ หนัก 250 mg.
ผูใหญค รง้ั ละ 4-6 เม็ด หรอื 1-2 ชอ นชาละลายกบั นํา้ อุน กอ น
หรอื หลงั อาหาร 3 เวลา และกอนนอน หรือทกุ ๆ 3-4 ชั่วโมง วธิ ีใช

เมอื่ ยังมีอาการ รับประทานเมือ่ มอี าการ ทกุ ๆ 3-4 ช่ัวโมง, เดก็ อายุ 1-2 เดือน
ครงั้ ละ 1 เมด็ , อายุ 3-5 เดอื น ครัง้ ละ 2 เมด็ , อายุ 5-12 เดือน
คําเตอื น คร้ังละ 3 เม็ด เดก็ โตและผใู หญ ครงั้ ละ 3-4 เม็ด, ถา แกท อ งเดิน
ใหก ระสายเปลอื กแคตมกบั น้าํ ปูนใส, แกอุจจาระเปนมกู เลอื ดใช
ไมค วรใชกับผูป ว ยไขเ ลอื ดออก
กระทอื กับกระชายเผาไฟพอสุกฝนกบั น้ําปนู ใส, หรือ
ถาไมส ะดวกสามารถกระสายกบั นาํ้ สุกได

165

หญา ขดั เนือ้ ผลมะขามปอมแหง

ÂÒ¸ÒμØºÃèº ÂÒÍÒí ÁĤÇÒ·/Õ ÍÁĤÇÒ·Õ

(S3-15) (S3-16)

-------------------- --------------------

แกทองเดิน ทองเสียท่ีไมมสี าเหตจุ ากการตดิ เช้อื แกไอ ชวยขับเสมหะ
ไมม ีไขแ ทรก, แกทองอืด ทองเฟอ แกธาตไุ มปกติ
สว นประกอบ
หรอื ธาตพุ กิ าร
ชะเอมเทศ (เปลอื กหรอื ราก) 7 สว น, มะขามปอ ม (เนอื้ ผล)
สวนประกอบ สมอพเิ ภก (เนอื้ ผล) ผกั ชีลา (เมด็ ) โกฐพงุ ปลา เทยี นขาว และ

จนั ทนแดง (แกน) จนั ทนเทศ (ผล) จันทนเ ทศ (ดอก) จันทนเทศ นาํ้ ประสานทองสตุ อยางละ 1 สวน, ทุกอยา งบดเปน ผง
(เนื้อไม) กระวาน (ผล) กานพลู (ดอก) ขงิ (หัว) ดีปลี (ผล) คลกุ เคลา ใหเ ขากัน ใชแ บบยาผง
ตะคา นเล็กหรือสะคา น (เถา) เจตมูลเพลงิ แดง (ราก) หญาขดั
(ราก) หญาแหว หมู (หวั ) มะตมู (ผลออ น) อบเชยเทศหรือ วธิ ใี ช
อบเชยลงั กา (Cinnamomum verum) (เปลอื ก) สมลุ แวง
(เปลอื ก) เปราะหอม (หัว) แฝกหอม (Chrysopogon ใชด่มื จบิ หรอื กวาดคอ หลงั อาหาร 3-4 เวลา หรอื เมอื่ มอี าการ,
zizanioides) (ราก) ตรผี ลา โกฐท้งั 5 เทยี นทั้ง 5 และน้าํ เดก็ อายุ 6-12 ป ทานครัง้ ละ 0.5-1 ชอนชา ผใู หญครง้ั ละ 1-2
ประสานทองสตุ อยา งละเทา ๆ กนั ทุกอยางบดเปนผง ชอ นชา, ละลายกับน้ําอุน หรอื นาํ้ กระสายเปนนาํ้ สมซา หรือ
คลกุ เคลาใหเ ขากนั ใชแบบยาผง
นา้ํ มะขามเปยก หรือน้าํ มะนาว แทรกเกลอื เล็กนอ ย
วธิ ีใช

ทานกอ นอาหาร 3 เวลา, เดก็ อายุ 6-12 ป ทานครงั้ ละ 0.5
ชอ นชา ผใู หญครั้งละ 1 ชอ นชาละลายกบั นาํ้ อนุ หรอื ละลายกับ
นา้ํ กระสาย ถา ทอ งอดื ทอ งเฟอ ใหกระสายกบั กระเทียมทบุ 3
กลบี ชงกับน้ําอนุ หรอื ชงกบั ใบกะเพรา 1 กํามือ, ถา แกท องเดนิ

ใหก ระสายเปลอื กแคตมกับนํ้าปนู ใส

คาํ เตือน

ไมควรใชก บั สตรีมคี รรภ หรือผทู ่มี ีไข

166

ฝายแดง ประคาํ ไก

ÂÒà¢ÕÂÇàºÞ¨¢Ñ¹¸ ÂÒà¢ÕÂÇàºÞ¨¢Ñ¹¸ (¤ÑÁÀÃÕ à ÇªÈÖ¡ÉÒ)

(S3-17) (S3-18)

-------------------- --------------------

แกไขห วดั ไขอ ีสุกอีใส ไขด ําแดง ไขห ดั ไขตวั รอน แกไขตวั รอ น ไขหวดั ไขหัด ไขอีสกุ อีใส
รอ นใน กระหายนํ้า ทมี่ อี าการเพอ ดวย

สวนประกอบ สว นประกอบ

พมิ เสน (Pogostemon cablin) (ใบ) ฝา ยแดง (Gossypium สนั พรามอญหรือปกไกดํา (Justicia gendarussa) สนั พรา หอม
arboreum) (ใบ) ทองพนั ช่งั (ใบ) ผักกะโฉม (Limnophila (Eupatorium fortunei) ประคําไก (ใบ) พมิ เสน (Pogoste-
rugosa) (ใบ) หญาใตใ บ (Phy_uri) หรือใช ลูกใตใ บ (Phy_ mon cablin) (ใบ) ฝา ยแดง (Gossypium arboreum) (ใบ)
ผักกะโฉม (Limnophila rugosa) (ใบ) พรมมิ (Trianthema
ama) กไ็ ด (ท้ัง 5) อยางละเทาๆ กัน, ตากแหง
แลวบดเปนผงอะเอียด triquetrum) ใชใบของพชื ทง้ั 7 ชนดิ อยางละเทา ๆ กนั ,
ตากแหง แลวบดเปนผงอะเอียด
วิธใี ช
วิธใี ช
รบั ประทานกอนอาหาร 3 เวลา และกอนนอน เด็กใช 0.5 ชอน
ชา ผูใ หญใช 1 ชอนชา แกไ ขห วัดใหก ระสายกับน้ําดอกมะลิหรือ รบั ประทานกอนอาหาร 3 เวลา และกอนนอน เด็กใช 0.5 ชอ น
จันทนแ ดง, แกไ ขห ัด ไขอ สี กุ อีใส ไขดําแดง กระสายนํ้ารากผักช,ี ชา ผใู หญใช 1 ชอ นชา ถาใชก ระทุง ไขหดั หรอื ไขอ สี กุ อใี สใชน ้าํ
ถา แกไขห วัดใหญ ไขก าฬ ใชเ ขีย้ วสัตวตางๆ ฝนเปนนาํ้ กระสาย, กระสายจากรากผักชีตม ถา แกไขท่มี อี าการเพอกลมุ ดวยให
ยาแกไขอ าเจยี น ใชน ้ําลกู ยอตมเปน นา้ํ กระสาย, แกไ ขต ัวรอนให
กระสายกับนํ้าซาวขา ว 1 ถว ยแกว ใชพน ตัวคนไขช วยลดอาการ กระสายกบั นํ้าซาวขา วใชท งั้ กินทั้งชะโลมรางกาย

ไขร อนในไดดี

167

จันทนเทศ กะเมง็

á¡ÅŒ ÁÍØ·¸§Ñ ¤ÁÒÇÒμРᡌ䢌μÑÇÃÍŒ ¹¨Ñ´/á¡âŒ ä«Ò§ª¡Ñ

(S3-19) (S3-20)

-------------------- --------------------

แกล มอุทธังคมาวาตะ หรือลมตขี ึ้นปะทะอกหายใจ แกไ ขต วั รอ นจดั แกไขซางชัก
ไมอ อกราวจะสนิ้ ใจ (มอี าการเรอรวมกับแนน ทอ ง
รุนแรง ลนิ้ กระดางคางแข็ง ชกั เกร็ง มอื กาํ เทา กาํ ) สวนประกอบ

สวนประกอบ ตาํ ลงึ ผกั เปดแดง (Alternanthera sessilis) กะเมง็ โหระพา
แมงลัก ใชใบของพืชทง้ั 5 ชนดิ อยา งละเทา ๆ กนั , ตากแหงแลว
จนั ทนเทศ (ผล) จนั ทนเ ทศ (ดอก) กระวาน (ผล) กานพลู (ดอก)
อบเชยเทศ (Cinnamomum verum) สมอท้งั 3 รงทอง (ยางสี บดเปนผงอะเอยี ด
เหลอื งใหสะตกุ อน โดยบดเปน ผงแลว หอ ดวยใบขาหรือใบบวั 7
วิธีใช
ช้นั ยางไฟจนใบไมกรอบเกรยี มทงั้ 7 ชนั้ ) และมหาหงิ ค
อยา งละเทา ๆ กนั , ตากแหงแลวบดเปนผงละเอยี ด ทานคร้ังละ 1 ชอนชา ละลายกับนาํ้ อุน 1 แกวชา กอนหรือหลงั
อาหาร 3 เวลา และกอ นนอน หรอื ทุกๆ 3-4 ชัว่ โมง
วธิ ีใช

ทานคร้ังละ 1 ชอนชา เมอื่ มอี าการ โดยละลายกบั น้าํ อุน หรอื
ผสมกบั นาํ้ ผึง้ ใหไดนํ้า 1 แกว ชา

168

ฝาง บุนนาค

ÂÒÍØ·ÑÂâÍʶ á¡äŒ ¢ŒμÇÑ ÃŒÍ¹

(S3-22) (S3-23)

-------------------- --------------------

แกไขตวั รอน แกร อ นในกระหายนํ้า แกออนเพลยี แกไขตวั รอ น
ระเหี่ยใจ เพมิ่ ความสดชนื่ บาํ รุงหัวใจ
สว นประกอบ
สว นประกอบ
จนั ทนา (เน้ือไม) จนั ทนแดง (แกน ) พกิ ุล (ดอก) บนุ นาค (ดอก)
ฝาง (แกน) เทา กับน้าํ หนกั ตัวยาท้งั หมด, จันทนแ ดง (แกน) ครง่ึ อญั ชันดอกขาว (ดอก) อัญชันดอกมว ง (ดอก) พมิ เสน
หนึ่งของตัวยาทั้งหมด, มะเด่ืออุททุ พร (ราก) และบวั หลวง (ใช
รากสดหรืออบแหง) อยา งละ 8 บาท, บัวหลวง (เมลด็ ) แหวจีน (Pogostemon cablin) (ใบ) หญา ชันกาศ (Pan_rep) (ราก
(Eleocharis dulcis) (ใชห วั สดหรืออบแหง ) โกฐหัวบวั โกฐสอ และเหงา ) หญาปากควาย (Dactyloctenium aegyptium)
โกฐเชยี ง ชะเอมเทศ (เปลือกและไม) คําฝอย (ดอก) และเกสร (ทง้ั 5) อยางละเทา ๆ กัน, ตากแหง แลว บดเปน ผงละเอยี ด
ทัง้ 5 อยา งละ 3 บาท, กฤษณา (เน้อื ไม) จนั ทนเ ทศ (เนื้อไม)
จันทนา (เนอ้ื ไม) จันทนชะมด (Man_gag) (แกน ) ขอนดอกพิกุล วธิ ีใช
(เน้อื ไมพ ิกลุ ที่มเี ชอ้ื รา) คนทา (ราก) ชะเอมปา หรอื ชะเอมไทย
(เปลือก) อบเชยเทศ (Cinnamomum verum) เชยี ดหรือ ทานกอ นหรือหลงั อาหาร 3 เวลา และกอ นนอน, เด็กคร้ังละ
อบเชยไทย (Cin_ine) แหวกระดาน (ไมทราบชนดิ ) (หวั ) และ 0.5 ชอนชา ผใู หญค ร้ังละ 1 ชอนชา ละลายกบั นา้ํ อุนหรอื
กระจบั (Trapa natans) (เนอ้ื ในผลสดหรอื อบแหง) อยางละ 1
บาท, นาํ ไปอบหรอื ตากแหง , ตมนํา้ ฝาง ใสนํา้ พอทว มแกน ฝาง น้าํ ดอกไมเ ทศ 1 แกว ชา
ใชไฟปานกลางเค่ยี วจนงวดเหลอื น้ํา 1 ใน 3 สวน แลวกรอง
ตะกอนและกากออก, ตมตวั ยาอน่ื ๆ แยกกับน้ําฝาง เค่ยี วจนงวด
เหลือน้าํ 1 ใน 3 สว น, ผสมนํ้ายาสองสว นเขา ดว ยกัน ลอยดวย
ดอกมะลิ และดอกกระดังงาในหมอปดฝา 1 คืน กรองตะกอน

อกี คร้ัง แทรกดวยชะมดเชด็ (สะตุ) และพมิ เสน เล็กนอย

วิธใี ช

แกก ระหายน้าํ เพิม่ ความสดชื่น ใชผสมกบั น้าํ ดื่ม 3-4 หยด/แกว
ดื่มแทนนาํ้ , แกไ ขตวั รอน ใชคร้ังละ 1 ชอนโตะ ผสมนํา้ ดม่ื 1
แกว ดืม่ 3 เวลากอนหรอื หลังอาหาร และกอ นนอน หรอื
ทกุ ๆ 3-4 ชั่วโมง

169

ขม้ินออย ขงิ

·ÍŒ §Í´× -·ŒÍ§à¿Í‡ ·ŒÍ§Í´× -·ÍŒ §à¿‡Í

(S3-24) (S3-25)

-------------------- --------------------

แกทอ งอืด ทองเฟอ ชว ยขบั ลม ชว ยยอยอาหาร แกทอ งอืด ทองเฟอ ชว ยขบั ลม ทาํ ใหผ ายลม

สว นประกอบ สว นประกอบ

ขม้ินออย (หวั ) ขงิ (หัว) กระชาย (หัว) ไพล (หวั ) ขา (หัว) ขิง (หวั ) ถั่วลิสง (เมลด็ ค่ัวใหสุก) กานพลู ชาพลู (ใบ) สะคา น
กะเพรา (ทงั้ 5) พริกไทย (เมลด็ ) ดปี ลี (ฝก) กระเทยี ม (หวั ) (เถา) กระเทยี ม (หัว) มะกรดู (ผวิ ผล) การบูร (แรธาต)ุ และมหา

ผักคราด (Acmella oleracea) (ราก) การบูร (แรธ าตุ) หิงค อยา งละเทาๆ กัน, ตากแหงแลวบดเปนผงละเอียด
อยางละเทาๆ กัน, ตากแหงแลวบดเปน ผงละเอยี ด
วธิ ใี ช
วิธีใช
ทานเมื่อมีอาการ หรือกอ นอาหาร 3 เวลา, เด็กครัง้ ละ 0.5 ชอน
ทานเมือ่ มอี าการ หรอื กอ นอาหาร 3 เวลา, เด็กครัง้ ละ 0.5 ชอ น ชา ผูใหญครง้ั ละ 1 ชอ นชา ละลายกับนํ้าอุน 1 แกวชา
ชา ผูใหญค ร้งั ละ 1 ชอนชา ละลายกบั นา้ํ อนุ 1 แกว ชา

170

ใบเงนิ วา นพังพอน

ᡌ¾ÉÔ ¡Ô¹¼´Ô ÊÒí á´§ á¡·Œ ÍŒ §àÊÂÕ áººÁäÕ ¢Œ

(S3-35) (S3-36)

-------------------- --------------------

แกพษิ กนิ ผดิ สําแดง กินของแสลง แกท อ งเสยี แบบมไี ข อาหารเปน พษิ

สวนประกอบ สวนประกอบ

หญาคา (ราก) มะกรดู (ราก) มะนาว (ราก) มะปรางหวาน มะเดอื่ อทุ มพร (ราก) ชงิ ชี่ (ราก) เถายานาง (ราก) มะพรา ว
(ราก) รางจดื (เถา) หญาแหว หมู (หัว) ใบเงนิ (Graptophyl- (ราก) กลว ยตบี (Musa × paradisiaca ‘Tib Ta Nod’) ถา
lum pictum) (ใบ) เถายานาง (เถา) จนั ทนา (เนอ้ื ไม) จนั ทน ไมม ีใชก ลวยน้ําวา กไ็ ด (ราก) ขม้นิ ออ ย (หัว) เนระพูสีไทย หรือ
แดง (แกน) เกสรทั้ง 5 และเทยี นท้งั 5 อยางละเทา ๆ กนั , ใช วานพังพอน ก็ได (เหงา ) และขอี้ าย (เปลอื ก) อยา งละ

ใชของสดหรือตากแหง เทาๆ กนั , ใชข องสดหรือตากแหง

วิธีใช วธิ ีใช

ตม น้าํ ดื่มครัง้ ละ 1 แกวชา เมอ่ื มีอาการ หรอื กอ นอาหาร ตม นา้ํ ดืม่ คร้ังละ 1 แกวชา เมือ่ มีอาการ และกอนอาหาร
หากยงั มีอาการ 3 เวลา และกอนนอน

171

ชิงชี่ พุดทุง

á¡·Œ ÍŒ §¼Ù¡ ·ŒÍ§Í´× -·ŒÍ§à¿Í‡

(S3-37) (S3-39)

-------------------- --------------------

แกท อ งผกู ชวยระบายทอ ง แกทองอดื ทอ งเฟอ ชวยขบั ลมในลําไส

สวนประกอบ สว นประกอบ

เถายา นาง (ราก) เทา ยายมอม (Cle_ind) (ราก) ชิงช่ี (ราก) จันทนเ ทศ (ผล) พริกไทย (เมลด็ ) กะเพรา (ราก) ตะคา นเลก็
สมอไทย (รากหรอื ผลสด) มะกาหรอื ใชม ะกาตน (ใบ) ราชพฤกษ หรอื สะคาน (เถา) สมอไทย (ผล) วา นน้าํ (Acorus calamus)
หรือคูน (เนอื้ ในสดี าํ ของฝกแก) จันทนแ ดง (แกน) จันทนา (เน้ือ
ไม) กะดอม (ผล) บนุ นาค (ดอก) มะลิ (ดอก) อยา งละเทา ๆ กนั , (เหงา) พดุ ทงุ หรอื หัสคุณเทศ (Hol_cur) (ราก) อยา งละ
เทาๆ กนั , ตากแหงแลว บดเปน ผงละเอยี ด
ใชข องสดหรือตากแหง
วธิ ใี ช
วธิ ีใช
ทานกอ นอาหาร 3 เวลา ผใู หญค รงั้ ละ 1 ชอ นโตะ เด็กครั้งละ
ตมนํ้าดมื่ เม่ือมีอาการ คร้งั ละ 1 แกวชา แทรกดเี กลือประมาณ 1-3 ชอนชา ละลายกบั น้ําอนุ 0.5-1 แกวชา
หยิบมือ (ปรับปรมิ าณตามธาตุหนกั -เบาของผปู วย)

172

สลดั ได มะตูม

ÂÒËÍÁ ᡌ·ŒÍ§¼Ù¡/¾Ãô֡

(S3-40) (S3-41)

-------------------- --------------------

แกเปน ลม วงิ เวียนศรษี ะ หนามืดตาลาย แกอ าการทอ งผกู หรอื พรรดกึ (อาการทองผูกรนุ แรง
มอี ุจจาระเปน กอนกลมแขง็ )
สว นประกอบ
สวนประกอบ
จันทนแ ดง (แกน ) จันทนา (เน้ือไม) จนั ทนเทศ (ดอก) กฤษณา
(เนื้อไม) อบเชยเทศ (Cinnamomum verum) หรอื ใชอ บเชย มะตูม (ผลออน) ประคาํ ไก (ทัง้ 5) ขี้เหลก็ (ท้ัง 5) มะกา หรอื ใช
จีนหรือญวนกไ็ ด (เปลือก) ขอนดอกพิกลุ (เนอ้ื ไมทมี่ เี ช้อื รา) มะกาตน ก็ได (ใบ) หญา แหว หมู (หัว) เถาวัลยเ ปรียง (เถา)
กะลาํ พกั (แกน ไมส ลัดไดปา ทมี่ ีเช้ือรา) เกสรทั้ง 5 โกฐกระดกู สมอเทศ (เนื้อผล) สมอไทย (เนอ้ื ผล) มะขามปอม (ผล) และ
โกฐจฬุ าลัมพา โกฐพุงปลา พิมเสน (แรธาต)ุ อยา งละเทา ๆ กนั ยาดํา อยางละเทาๆ กนั ใชข องสดหรือตากแหง
ตากแหง แลว บดเปนผงละเอียด แทรกดว ยอาํ พนั ทอง (อวกวาฬ)
วธิ ใี ช
และชะมดเช็ด (สะตกุ อ น) ใชแ บบยาผง หรอื อัดเปน เมด็
ขนาดเทา เมด็ ขา วโพด ตม นํา้ ดมื่ คร้ังละ 1 แกว ชา กอ นอาหาร 3 เวลา

วธิ ใี ช

ทานเมอ่ื มีอาการ หรือทุกๆ 2-3 ช่วั โมง หากยงั มอี าการ, ครงั้ ละ
1 ชอนชาหรอื 3 เม็ด กระสายหรือละลายกับ
นาํ้ ดอกไมเ ทศ หรือใชน้าํ อุน ก็ได

173

ยอบา น แคบาน

ᡤŒ Åè¹× àËÂÕ ¹-ÍÒà¨Õ¹ á¡·Œ ÍŒ §ÃÇ‹ §-·ÍŒ §àÊÂÕ -ºÔ´

(S3-42) (S3-43)

-------------------- --------------------

แกคลน่ื เหยี น อาเจยี น แกท อ งรว ง-ทองเสีย แกบิด ชว ยคมุ ธาตุ

สวนประกอบ สวนประกอบ

ยอบา น (ผลออ นเผาไฟใหสุกกอ นนําไปใช) ผักชี (เมลด็ ) มะตมู สมอพเิ ภก (เน้อื ผล) แคบา น (เปลือก) ทับทมิ (เปลือกผล)
(ผลออ น) หญาแหว หมู (หวั ) เพกา (เปลือก เผาไฟใหห อมกอ น ขม้ินออย (หัว) พิกลุ (ดอก) บนุ นาค (ดอก) บัวหลวง (เกสร)
นําไปใช) เทียนดาํ อยางละเทา ๆ กนั ใชข องสดหรอื ตากแหง ข้เี หลก็ (ทง้ั 5) เบญจโลกวิเชียร (หรอื ยาหาราก) อยา งละเทาๆ

วิธใี ช กัน ใชข องสดหรือตากแหง

ตม นาํ้ ดมื่ คร้งั ละ 1 แกวชา เม่อื มีอาการ หรอื ทานตอเน่อื ง วธิ ใี ช
กอ นอาหาร 3 เวลา หากยงั มอี าการ
ตมนํ้าดื่ม คร้ังละ 1 แกว ชา กอ นอาหาร 3 เวลา และกอนนอน

174

ไมจ นั ทนา สะเดา

á¡Œμ¹Œ 䢌 (䢌ÃÐÂÐáá) á¡»Œ ÅÒÂ䢌 (䢌ÃÐÂлÅÒÂ)

(S3-44) (S3-45)

-------------------- --------------------

แกตน ไข (ไขเบ้ืองตนหรือไขร ะยะแรก เชน ไขต วั แกปลายไข (ไขในระยะปลาย เปนไขต วั รอน ไขกาฬ
รอ น ไขก าฬ ไขพิษ ไขก ําเดา) ไขก ําเดา มาแลวหลายวนั ชวยทําใหหายไขเรว็ ข้นึ
ชวยแกธ าตุ คมุ ธาตใุ หส มดุล เปนยาระบายออ นๆ
สวนประกอบ
และชวยใหเจรญิ อาหาร)
จนั ทนเ ทศ (ดอกหรือผล) จันทนา (เน้ือไม) มะกรูด (ราก)
มะนาว (ราก) มะปรางหวาน (ราก) กะดอม (ผล) บอระเพด็ สว นประกอบ
(เถา) เกสรทั้ง 5 และ เบญจโลกวเิ ชยี ร อยางละเทา ๆ กนั
ใชข องสดหรอื ตากแหง ใชเ ปนยาตม หรือบดเปน ผงละเอยี ด สะเดา (ใบและกา นใบ) บอระเพ็ด (เถา) กะดอม (ผล) ขเี้ หล็ก
(ท้ัง 5) ขมิน้ ออ ย (หวั ) เถายา นาง (ทัง้ 5) มะกาหรอื ใชม ะกาตน
บรรจุแคปซลู ขนาด 400 mg. ก็ได (ใบ) ราชพฤกษหรือคนู (ใบ) หญา แหวหมู (หวั ) มะตมู (ผล
ออน) จนั ทนแ ดง (แกน) ตรผี ลา เกสรท้งั 5 โกฐทั้ง 5 และเทียน
วธิ ีใช
ทงั้ 5, ใชข องสดหรอื ตากแหง ใชเปน ยาตม หรือบดเปนผง
ทานกอนหรือหลังอาหาร 3 เวลา และกอนนอน หรอื ทกุ ๆ 3-4 ละเอยี ดบรรจแุ คปซูลขนาด 400 mg.
ชวั่ โมง, ยาตม เดก็ อายุ 6-12 ขวบ ดม่ื ครง้ั ละ 0.5 แกวชา
ผูใหญ 1 แกว ชา, ยาเมด็ เด็กทานครั้งละ 1-3 เมด็ วธิ ีใช
ผใู หญทานคร้ังละ 3-5 เม็ด
ทานกอนหรือหลงั อาหาร 3 เวลา และกอ นนอน, ยาตม เด็กอายุ
คาํ เตือน 6-12 ขวบ ด่มื ครง้ั ละ 0.5 แกว ชา ผใู หญ 1 แกว ชา, ยาเม็ด
เดก็ ทานคร้งั ละ 1-3 เมด็ ผใู หญท านครั้งละ 3-5 เม็ด
ไมควรใชก บั ผูปว ยไขเ ลือดออก
คําเตอื น

ไมควรใชกบั ผูปวยไขเลือดออก

175

คนทา หญา ปากควาย

䢌ËÇÑ´ 䢌ÃÍŒ ¹ã¹¡ÃÐËÒ¹íéÒ/·ŒÍ§àÊÕÂẺÁäÕ ¢Œ

(S3-46) (S3-47)

-------------------- --------------------

แกไ ขหวัด แกไขรอนในกระหายน้ํา แกทอ งเสยี แบบมไี ข
แกไ ขอ าเจียน แกไขน อนไมหลับ
สว นประกอบ
สว นประกอบ
เถายา นาง (ราก) คนทา (ราก) ชงิ ชี่ (ราก) จนั ทนแ ดง (แกน )
จันทนเทศ (แกน) กะดอม (ผล) บอระเพ็ด (เถา) สะเดา (ใบและ หญา แพรก (Cynodon dactylon) (ท้งั 5) หญา ปากควาย
(Dactyloctenium aegyptium) (ทงั้ 5) เถายา นาง (ทงั้ 5)
กานใบเพสลาด) ชะเอมเทศ (เปลือกและเนือ้ ไม) ตรผี ลา เทา ยายมอม (ราก) สวาด (ใบ) ทับทมิ (เปลือกผล) จนั ทนแ ดง
โกฐเขมา โกฐจุฬาลมั พา อยางละเทา ๆ กัน ใชข องสดหรอื (แกน ) จันทนเทศ (ผล) บอระเพ็ด (ใบ) ตานหมอน (ใบ) ราม
หรอื พลิ ังกาสา (Ard_ell) (เมล็ด) ขมน้ิ ออย (หวั ) อยางละเทา ๆ
ตากแหง , ใชเ ปน ยาตม หรอื บดเปน ผงละเอียด
บรรจแุ คปซลู ขนาด 400 mg. กัน ตากแหง แลวบดเปน ผงละเอยี ด

วิธใี ช วิธใี ช

ทานกอ นหรือหลังอาหาร 3 เวลา และกอ นนอน หรือทกุ ๆ 3-4 ทานกอนอาหาร 3 เวลา และกอ นนอน หรอื ทกุ ๆ 3-4 ช่ัวโมง,
ชว่ั โมง, ยาตม เดก็ อายุ 6-12 ขวบ ดื่มคร้ังละ 0.5 แกว ชา ครั้งละ 1 ชอ นชา กระสายกบั นาํ้ อุน 1 แกวชา, หรือใหไ ดผ ลดี
ผใู หญ 1 แกวชา, ยาเม็ด เด็กทานคร้งั ละ 1-3 เมด็
ผูใหญท านครัง้ ละ 3-5 เมด็ แกไขสาํ รอกอาเจยี นใชล ูกยอเผาไฟตมกับลูกผักชีเปน น้าํ
กระสาย, แกไขทองเสีย ใชเปลอื กแคบา นกับใบกะเพราตมเปน
คาํ เตือน
น้ํากระสาย, แกไขรอนในกระหายนาํ้ ใชรากตาลหรอื ราก
ไมค วรใชก บั ผปู ว ยไขเลอื ดออก มะพรา วตม เปน นา้ํ กระสาย, แกไ ขนอนไมหลบั ใชใ บชุมเหด็ ไทย

(Senna tora) ตม เปน น้าํ กระสาย

176
ทองหลางใบมน

ä¢ŒË´Ñ /ä¢ÍŒ ÕÊØ¡ÍãÕ Ê/䢌ÍÕ´íÒÍáÕ ´§ ระยอม

(S3-48) ᡹Œ Òíé ¹ÁáËŒ§/¢Ñº¹éÒí ¹Á

-------------------- (S3-50)

แกไ ขหัด ไขเหอื ด (หดั เยอรมนั ) ไขอ ีสุกอีใส --------------------
ไขอ ดี าํ อีแดง กระทงุ พิษไข
แกน า้ํ นมแหง ชว ยขบั น้าํ นมในสตรีหลงั คลอด
สว นประกอบ
สว นประกอบ
จนั ทนแดง (แกน ) จันทนา (เนื้อไม) เบญจโลกวิเชียร (หรอื ยาหา
ราก) พิมเสน (Pogostemon cablin) (ใบ) มะระ หรอื มะระ- ระยอม (Rau_ser) (ราก) นํ้านมราชสีห (ทัง้ ตน ) บนุ นาค (ดอก)
ขี้นก ก็ได (ใบ) มะยม (ใบ) พรมมิ (Trianthema triquetrum) กระวาน (ใบ) เรวใหญ (Alp_mut_nob) (ผล) อบเชยเทศหรอื

สมี (Sesbania sesban) (ใบ) ฝายแดง (Gossypium ใชอบเชยจีนหรือญวนก็ได (เปลือก) ขิงแหง (Zingiber
arboreum) (ใบ) สนั พรา มอญ (Justicia gendarussa) ligulatum) (หัว) อยางละเทาๆ กัน, ใชข องสดหรือ
ทองหลางใบมน (ใบ) เถามวกขาว (เถา) เถามวกแดง (เถา)
ตากแหงแลวใชเปนยาตม
อยา งละเทาๆ กัน, ตากแหงแลว ใชเปนยาตม หรือ
บดเปน ผงละเอียดใชเ ปน ยาผง วิธใี ช

วิธีใช ตมนาํ้ ดืม่ ครัง้ ละ 1 แกวชา กอนอาหาร เชา และเย็น

ผใู หญใ ช ยาตม ดื่มครั้งละ 1 แกวชา ยาผงคร้งั ละ 1 ชอ นชา,
เดก็ อายตุ ่าํ กวา 10 ชวบ ยาตม ด่มื ครงั้ ละ 0.5 แกวชา ยาผงครัง้
ละ 0.5 ชอนชา, ยาผงใหก ระสายกบั นํ้าอุนหรอื นํ้ารากผักชีตม
0.5-1 แกว ชา ดืม่ 4-5 ครั้ง/วนั หรือด่มื ทุกๆ 3-4 ชัว่ โมง เม่ือยงั
มอี าการ, และเพอื่ เพ่ิมประสิทธภิ าพใหผ สมยา 1 ชอนโตะกับ

นํา้ สกุ 1 ถวย ใชผ าชบุ นาํ้ เชด็ ตวั อกี ดวย

คาํ เตอื น

หา มใชก บั ผูปวยทส่ี งสัยวาอาจจะเปนไขเ ลอื ดออก

177

กําจาย ลกู ใตใบ

ᡌÁ´ÅÙ¡¾¡Ô ÒÃ-ÍÑ¡àʺ/ ´Õ«Ò‹ ¹
¢ºÑ ¹éíÒ¤ÒÇ»ÅÒ
(S3-52)
(S3-51)
--------------------
--------------------
รักษาโรคดซี าน
แกมดลูกพกิ าร มดลูกอักเสบ ชวยบํารุงรกั ษามดลกู
บํารุงสตรีหลังคลอด ชว ยขับนํ้าคาวปลา สว นประกอบ
ขบั เลือดเสีย
แจง (ราก) จนั ทนแ ดง (แกน ) กรงุ เขมา (หวั ) กะดอม (ผล)
สว นประกอบ หญาใตใ บ (Phy_uri) หรือใชล กู ใตใ บ (Phy_ama) ก็ได (ทง้ั ตน)
พงั โหม (Pae_foe) (ใบและเถา) สนสองใบ (Pin_lat) หรอื ใช
จันทนเทศ (ผล) จันทนเทศ (ดอก) วานชกั มดลูก (Curcuma
zanthorrhiza) (หัว) วา นสากเหล็ก (เหงา) ขี้เหล็ก (แกน ) สนสามใบ (Pin_kes) ก็ได (แกน ) อยางละเทาๆ กัน
ตะคานเล็กหรือสะคาน (เถา) ขงิ แหง (Zingiber ligulatum) ใชของสดหรือตากแหง
(หวั ) ดปี ลี (ผลหรือดอก) กานพลู กระวาน (ผล) กําจดั ตน
(แกน ) กาํ จาย (แกน) พุดทงุ หรือหัสคณุ เทศ (ราก) หางไหลแดง วิธีใช
(ราก) และเทยี นดาํ อยางละเทาๆ กนั ใชของสดหรอื ตากแหง
บดหรอื ตาํ ใหแหลกหยาบๆ หอดว ยผา ขาวบาง ใสเ หลาขาว ตม นาํ้ ด่มื ครง้ั ละ 1 แกวชา กอนหรือหลงั อาหาร 3 เวลา

พอทวมตวั ยา ดองไวอยา งนอย 7 วนั ใชไ ด

วิธีใช

ด่มื ครง้ั ละ 1 จอก หลังอาหาร 3 เวลา

คาํ เตือน

หา มใชก ับสตรมี ีครรภ และผมู ไี ข

178

กระดึงชา งเผือก/ขี้กาแดง

ÁÐàçç μѺ/½‚ã¹μºÑ /μÑºÍ¡Ñ àʺ

(S3-74)

--------------------

รกั ษาโรคมะเร็งตบั (ระยะที่ 1-3), โรคฝในตับ,
โรคตับอักเสบ, โรคกาฬลงตบั (มีอาการเพอคลมุ คลงั่

และนัยตาเปนสีแดงรวมดวย)

สว นประกอบ

หญาแหว หมู (หวั ) 8 บาท, สมอทง้ั 3 (เนอ้ื ผล) และ โมกมนั
(Wri_arb) (เปลือก) อยา งละ 4 บาท, มะตมู (ราก) มะดกู (ราก)
ทองพนั ช่งั (ตน ใบ กง่ิ ) ชา พลู (ราก) ดปี ลี (ผล) ตะคา นเลก็ หรอื
สะคา น (เถา) กระดงึ ชางเผอื กหรือขีก้ าแดง (Tri_tri_tri) (ราก)

โคกกระสนุ (Tribulus terrestris) (ทง้ั ตน ) ผักชีลา (เมล็ด)
ผักชลี อม (เมล็ด) โกฐทง้ั 5 และสารสม อยางละ 2 บาท,

ใชข องสดหรือตากแหง, ใชเปนยาตม หรอื บดเปน
ผงละเอยี ดเปน ยาผง

วธิ ีใช

ทาน 3 เวลา กอนอาหาร, ยาตม ดื่มคร้งั ละ 1 แกวชา, ยาผง
ทานครงั้ ละ 1 ชอ นชา กระสายกบั นาํ้ มะนาวหรือสม ซา

คาํ เตอื น

ผปู วยโรคมะเรง็ ตบั ควรไดรับการประเมินอาการหรือระยะ
ลุกลามของโรคจากแพทยผเู ช่ยี วชาญกอ นการใชยาน้ี



180

181

สว่ นที่ 3

พืชปา่ สมุนไพร

( 512 ชนดิ เรยี งตามอกั ษรชอื่ ไทย )

182
กรวยปา่
ชอื่ ทอ งถิน่ : กรวยปา (อดุ รธานี, พิษณุโลก)
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Casearia grewiifolia Vent.
ชื่อวงศ : SALICACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น มขี นสน้ั นมุ ตามก่งิ และแผนใบดานลาง ใบ
เรียงสลับ รูปขอบขนาน โคนใบเบย้ี ว ขอบใบหยักซีฟ่ น ผลรปู รี
สุกสเี หลอื ง แตก 3 ซกี

สรรพคณุ สรรพคณุ
• ผลสด : แกผ ดผื่นคัน แกตุมคนั จากไขอีสกุ อไี ส (N1) • ตาํ รบั ยาหอมอนิ ทจกั ร : ใชดอกเขา ยา แกคลน่ื เหียนอาเจียน
• ใบหรอื ราก : แกไ ข แกท องรวง (NE3) หนามืดจะเปนลม ลมจกุ เสยี ดแนน หนา อก แนน ทอง ทอ งอืด
• ราก : แกริดสีดวงจมกู รกั ษาอาการอักเสบของทางเดินหายใจ อาหารไมยอ ย ปรบั ระบบการหมุนเวียนเลอื ดใหด ี ชวยบํารงุ
(S2) หวั ใจ, หรือใชดอกกระดงั งาสงขลา (Cananga odorata var.
fruticosa) แทนได ซึง่ กระดังงาสงขลาเปน ไมพ ุม แตกกง่ิ ต่ํา สงู
ถึง 5 ม. มีกลบี ดอกจํานวนมากกวา 6 กลีบ และมีปลายกลีบ
ดอกเรียวยาวและมวนบดิ งอมากกวา, ไมพ บในปาธรรมชาติ
เปน ไมป ลูกประดบั และทําสมนุ ไพร (S3-04)

กระดงั งาไทย กระดึงช้างเผอื ก
ช่อื ทอ งถนิ่ : กระดงั งา (พทั ลงุ , ตรัง) ชอื่ ทอ งถิน่ : ขีก้ าแดง (พทั ลุง, ตรัง)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Cananga odorata (Lam.) Hook. f. & ชื่อวิทยาศาสตร : Trichosanthes tricuspidata Lour. var.
Thomson var. odorata tricuspidata
ช่อื วงศ : ANNONACEAE ช่อื วงศ : CUCURBITACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 30 ม. เปลอื กเรยี บ ตามกิ่งออนและ ลักษณะเดน : ไมเ ถาเนอ้ื ออน ยาวถึง 20 ม. ตามปลายก่ิงมมี ือ
เสนแขนงใบมีขนสั้น ใบเรยี งสลับ รปู ไข โคนใบเบ้ยี ว ปลายใบ พันออกจากซอกใบ ใบเรียงสลับ รปู ไขกวาง ปลายหยัก 3–5 พู
เรยี วแหลม ดอกสเี ขยี ว-เหลอื ง มี 6 กลีบ มกี ลนิ่ หอมแรงเมือ่ ถกู แผน ใบสากดานบน กลบี ดอกสีขาว มี 5 กลีบ ปลายกลีบเปนฝอย
ความรอน พบตามชายปาดงดบิ ชน้ื ในภาคใตต อนลา ง ผลรูปไขก วาง ยาว 6–7 ซม. สุกสีแดง ผิวมันเงา
สรรพคณุ
• ตาํ รับยาขบั น่วิ ในถงุ น้ําดี : รกั ษาน่วิ ในถุงนา้ํ ดี (S2-11)

183

• ตํารับยาแกไ ขต ัวรอ น : แกไข ตวั รอน ไขเปลีย่ นฤดู (S2-17) กระดูกกบ
• ตํารบั ยาบํารุงเลอื ด/หวั ใจ/รา งกาย : บํารุงเลอื ด ดมู เี ลือดฝาด กระโดน
บาํ รงุ หวั ใจ บํารงุ รา งกายทงั้ ชาย-หญิง แกอาการซบู ผอม ชอื่ ทองถิ่น : กระโดน (พิษณุโลก), กระโดน โดน
(S2-51) (ตรงั )
• ตํารบั ยาโรคมะเรง็ ตบั /ฝในตับ/ตับอักเสบ : รักษาโรคมะเรง็ ชื่อวิทยาศาสตร : Careya arborea Roxb.
ตับ (ระยะที่ 1–3), โรคฝในตับ, โรคตับอักเสบ, โรคกาฬลงตับ ช่อื วงศ : LECYTHIDACEAE
(มอี าการเพอ คลุมคลง่ั และนัยตาเปนสีแดงรว มดว ย) (S3-74) ลักษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สงู ถึง 20 ม. เปลือกขรุขระ เปลอื ก
กระดกู กบ ในมีเสน ใยออนนุม ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปไขก ลบั ขอบใบจกั ฟน
ชอื่ ทอ งถ่ิน : โคคลานตวั ผู เหล่อื มบันดง (สระแกว ) เลอ่ื ย โคนใบสอบ ใบเกล้ยี ง มักเปลี่ยนเปน สสี ม -แดงกอ นรว ง มี
ชื่อวิทยาศาสตร : Hymenopyramis brachiata Wall. ex กลีบดอกสีขาว 4 กลีบ เกสรเพศผูเปนเสนจํานวนมาก สีขาว
Griff. โคนกลีบสีแดง ผลทรงกลม กวาง 5-7 ซม. ปลายผลมีจุกของ
ชื่อวงศ : LAMIACEAE กลบี เลี้ยงตดิ คงทน
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนื้อแข็ง ยาวถึง 20 ม. กิ่งเปนสเ่ี หลย่ี ม มีขน
สั้นหนานุมตามกิ่งออ น ชอดอก กานใบและแผน ใบ, ใบเดี่ยว เรยี ง
ตรงขา มต้งั ฉาก รูปรี-รปู ไข ยาว 7-15 ซม. กลีบดอกสขี าว มี 4
กลบี ยาว 7 มม. ผลรูปไขกวาง ยาว 1-1.5 ซม. เปนถงุ มี 4
เหลี่ยม ภายในปอ งมเี มลด็ แขง็ 1 เมล็ด

สรรพคณุ สรรพคณุ
• เถา : แกปวดประดง แกปวดขอเขา (E2) • เปลือก : ชว ยสมานแผลภายนอก หรอื แผลภายใน (N1)
• ใบ : สมานแผล ปดแผล (S2)

184
กระแตไตไ่ ม้
กระแตไตไม (สระแกว, อดุ รธาน)ี ,
กระแตไตไ ม หวั รอ ยรู (พษิ ณุโลก), หัววา ว (ตรัง)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Drynaria quercifolia (L.) Sm.
ชือ่ วงศ : POLYPODIACEAE
ลักษณะเดน : ไมล มลกุ อิงอาศยั มเี หงา ทอดเลอ้ื ย ตามตน ไมห รอื
บนกอ นหิน เนอื้ อวบน้ํา ใบมีสองแบบ คอื ใบทไี่ มสรา งสปอรจ ะ
ไมมีกา นใบ รปู ไข ยาว 15–30 ซม. ขอบหยักเปน พตู ้ืนแบบขนนก
ใบสรางสปอรร ูปขอบขนาน ยาว 40–150 ซม. ขอบหยักลกึ แบบ
ขนนกเกือบถึงเสนกลางใบ

สรรพคุณ ไมเถาเนื้อแข็ง ยาวถึง 15 ม. ใบเดี่ยวเรียงสลับ
• เหงา : บํารงุ กําลงั (E2) กงิ่ ออนมีชองอากาศสขี าว ขอบใบจกั ฟน เลือ้ ยถ่ี ผลกลม กวาง
• เหงา : แกโรคฝห นอง (N1) 8–10 มม. สกุ สีเหลอื ง แตกอา 3 แฉก มเี นอื้ ในสีแดง
• เหงา : ขบั ปสสาวะ แกไ ตพิการ ชวยลดความดนั โลหิตสูง รกั ษา สรรพคุณ
แผลไฟไหม นํา้ รอ นลวก (NE3) • เถาและใบ : บํารงุ เสน เอน็ (N1)
• ตํารบั ยาขับนวิ่ ในไต-ทางเดินปส สาวะ : ชวยขับนิว่ ในไต และ • เถา : รกั ษาแผลมะเร็งเตา นม ตาํ หรือบดผสมกับแกนชายชู
ทางเดินปส สาวะ ชวยลางไต รักษาทางเดนิ ปสสาวะอักเสบ ตัวผู และชายชูตัวเมยี (ท้ังสองเปน พืชสกุลชงิ ชี่ Capparis
(S2-14) spp.) ผสมนํา้ ใหข น ใชท าแผลมะเร็งเตา นม (NE3)
• ตาํ รบั ยาไขอีสุกอีใส : แกโ รคอสี ุกอีใส หรือไขสกุ ใส (S2-38) • เปลือกตน ผล และเมลด็ มฤี ทธ์ิทําใหอาเจยี น ยาระบาย ใช
กระทงลาย เปนยาพอกฝม ะมว ง เปน ยาบํารุง กินแกปวดทอ งในเด็ก; ใบ :
ชือ่ ทองถ่นิ : มะแตกเครือ (พิษณุโลก), หมากแตก แกไ ข พอกแผล; ผล : เปน ยาเยน็ แกก ระหายนํ้า, ผลดิบเปนยา
(อุดรธานี) ฝาดสมาน แกบิด เปนยาพอกชว ยสมานแผล ตมนาํ้ ลางแผล
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Celastrus paniculatus Willd. รักษาอาการปวดกระเพาะ ยาขับน้ํานม รักษาโรคผิวหนงั เรอ้ื รงั
ชอื่ วงศ : CELASTRACEAE โรคโลหิตจาง (R3)

185

กระท่อมเลอื ด กระทือ
ช่อื ทองถ่นิ : กล้ิงกลางดง สบเู ลือด (ฉะเชงิ เทรา) ชอื่ ทองถิ่น : กระทอื (ตรัง, สระแกว, พิษณุโลก)
ชื่อวิทยาศาสตร : Stephania venosa (Blume) Spreng. ชื่อวิทยาศาสตร : Zingiber zerumbet (L.)
ช่อื วงศ : MENISPERMACEAE Roscoe ex Sm. subsp. zerumbet
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนอื้ ออน ยาวถงึ 7 ม. เถาเกลี้ยงและมีนํา้ ช่อื วงศ : ZINGIBERACEAE
ยางสีแดงคลายเลอื ด มีหวั อยูใกลผวิ ดนิ ทรงกลม กวา งไดถงึ 40 ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลกุ สูงถึง 1.5 ม. มเี หงาใตด ิน เน้อื ในเหงาสี
ซม. ผิวคอ นขางบางเรยี บมีตมุ เล็กกระจาย ใบรปู หัวใจ แผน ใบ เหลืองออ น ใบประกอบแบบขนนก มีใบยอ ยขา งละ 5–10 ใบ รปู
ดานลา งเกลี้ยงและมนี วล กานใบติดแบบใบบัว ขอบขนาน ยาวถึง 40 ซม. ชอ ดอกออกจากเหงา สงู ประมาณ 30
ซม. รูปไข-ทรงกระบอก ใบประดบั ซอ นกนั แนน สีเขยี ว-แดง ดอก
สเี หลืองครมี

สรรพคณุ สรรพคณุ
• ตาํ รับยาอยูไฟ/มดลกู เขาอ/ู ไสเลื่อน : ใชแทนการอยูไฟ มดลกู • เหงา : รักษาอาการหดื หอบ แกบิด แกท อ งอืดทองเฟอ ชว ยขับ
เขาอูไว แกไสเ ลื่อนทั้งชายและหญิง (E3-01) ลม; หนอ ออ น : ทานเปนผักสดหรอื ลวก (E2)
• เหงา : รกั ษาฝหนอง แตถาฝยังเปนหนองจะชว ยเรง ใหฝ สุกแตก
เร็ว (N1)
• ตาํ รับยาปรบั ธาต/ุ ปวดเมอ่ื ย/ปวดขอ -เอ็น : ชวยปรบั ธาตุ แก
ปวดเมอ่ื ย ปวดเขา-ขอ -เอ็น แกเอ็นพกิ าร (S2-26)
• ตาํ รบั ยาบํารงุ รักษามดลูก : ชวยบาํ รงุ รกั ษามดลูก บาํ รงุ สตรี
หลังคลอด มดลูกพิการ (S2-60)
• ตาํ รบั ยาแกปวดเมอ่ื ยกลามเน้อื -เสนเอน็ : ทําลูกประคบ แก
ปวดเมือ่ ยกลามเนอื้ และเสนเอน็ (S2-62)
• ตาํ รับยารกั ษาอาการบวมอักเสบจากพษิ บาดแผล/แผล
อักเสบ : รกั ษาอาการบวมอักเสบจากพษิ บาดแผล รักษาแผลผุ
พอง เปน หนอง (S2-67)

186

กระทมุ่ สรรพคุณ
ชอ่ื ทอ งถ่ิน : กระทมุ บก (ตรงั ), โกสม ตะกู • เปลอื กและใบ : ตม น้ําดืม่ ชวยลดความดนั โลหิต แกไข ใชอ ม
(อดุ รธาน)ี , ตะกู (สระแกว ) กล้วั คอแกอ าการอักเสบของเยือ่ เมอื กในปาก รกั ษาโรคในลาํ ไส
ชื่อวิทยาศาสตร : Neolamarckia cadamba (Roxb.) Bosser แกอาการปวดมดลูก (R51)
ชือ่ วงศ : RUBIACEAE • เปลือก : เปลอื กกระทมุ หรือกระทุม โคก รากกา นเหลือง ราก
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 30 ม. แตกก่ิงต้ังฉากกับลําตน ตอ ไส รากทองแมว รากกะเจียน ตมรวมกนั มีสรรพคุณบํารงุ
เปลือกแตกเปนรอ งตน้ื ตามยาว ใบเรยี งตรงขาม รปู ไข ยาว เลอื ด ขับนาํ้ คาวปลาหลงั คลอด แกปวดเม่อื ย (R35)
17-30 ซม. ปลายใบแหลม มีขนประปราย-เกล้ยี ง มีหูใบที่ยอด • ผลสุก : ทานเน้ือหมุ เมล็ดสุกทีม่ สี สี ม ชว ยบํารุงเลือด บาํ รุง
ชอ ดอกทรงกลม กวา ง 4–5 ซม. สีเหลอื ง สายตา (E2)
• ราก : รักษาโรคเบาหวาน แกป วดทอง (NE3)
• ตาํ รบั ยาบํารงุ นา้ํ นม : บํารงุ นาํ้ นม (NE4-025)
• ตาํ รับยาแกป วดเม่ือยเสนเอน็ : แกปวดเม่ือยตามเสนเอ็น
เสนเอน็ อักเสบ บรรเทาอาการอัมพฤกษ-อมั พาต (S2-31)

กระทมุ่ เนิน
ชือ่ ทอ งถิ่น : กระทุม (พิษณุโลก)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Mitragyna rotundifolia (Roxb.) Kuntze
ชอื่ วงศ : RUBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมต นผลัดใบ สูงถงึ 20 ม. เปลอื กเรยี บ-รอนเปน
แผน บาง ตามก่งิ แผน ใบและกานใบคอ นขางเกลี้ยง มีหูใบรปู ไข
กลับทยี่ อด ใบเรยี งตรงขา มรูปไขกลับ ชอดอกทรงกลม สเี หลอื ง
กวา ง 2–3 ซม.

187
กระบก
ชอื่ ทอ งถ่นิ : กระบก (ตรงั , สระแกว, พิษณุโลก),
หมากบก (อดุ รธาน)ี
ชือ่ วิทยาศาสตร : Irvingia malayana Oliv. ex A. W. Benn.
ชอ่ื วงศ : IRVINGIACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สงู ถึง 30 ม. โคนตน เปน พูพอนจํานวนมาก
เปลอื กคอนขางเรียบ-ขรุขระ ปลายกงิ่ มหี ูใบเรียวยาวและโคง
คลายเคียว ใบรูปรีแกมไข ยาว 5-11 ซม. โคนใบเบยี้ วเล็กนอ ย
ผิวใบเกลย้ี ง ผลรปู รี-ไข ยาว 3–6 ซม. สกุ สเี หลือง
สรรพคุณ
• เปลือก : แกทอ งรวงทองเสยี ชว ยสมานแผลภายนอก หรอื แผล
ภายใน (N1)
กระเทยี มชา้ ง
ช่อื ทองถ่นิ : พลับพลงึ ปา (พิษณโุ ลก)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Crinum amoenum Roxb. ex Ker Gawl.
ชือ่ วงศ : AMARYLLIDACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมลมลุก มีหวั ใตด ินทรงกลม ใบเปน กระจุก เรียง
เวียนชิดผวิ ดนิ รปู แถบยาว 0.5–0.9 ม. เนอ้ื ใบออนนุม ชอดอกสี
ขาว ยาวถึง 0.6 ซม.

สรรพคณุ บน : ผล, ลา งซา ย : หใู บ, ลา งขวา : เมลด็ กระบกค่ัว
• ใบ : แกปวดขอ ปวดหัวฝ (N1) สรรพคณุ
• เนอ้ื ในเมล็ด : รกั ษาโรคเบาหวาน ความดนั โลหิต บํารงุ หัวใจ
(E2)
• เน้ือไม : บาํ รงุ กําลงั บาํ รุงเสน เอ็น (N1)
• เนือ้ ในเมลด็ : ยาถายพยาธใิ นลาํ ไส (S2)
• ตํารับยาแกไอ : แกไ อ (NE2-167)

188

กระเบากลัก ดา นลางแผนใบนนู ชัดเจน ผลทรงกลม กวาง 8–12 ซม. มขี นสน้ั
ช่ือทอ งถ่ิน : กระเบากลกั (สระแกว , พิษณุโลก) และชองอากาศสีน้าํ ตาลแดงหนาแนน , พบขึ้นตามริมหว ยหรอื
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Hydnocarpus ilicifolius King หุบเขาในภาคใต
ชื่อวงศ : ACHARIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 30 ม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข- ขอบ
ขนาน ยาว 10-17 ซม. ขอบใบจกั ฟนเล่ือยหาง ปลายใบเรยี ว
แหลม โคนใบสมมาตร ผิวเกลี้ยง เนื้อใบคอนขา งหนา ผลทรง
กลม กวาง 4–7 ซม. มีขนกาํ มะหย่ีสีดาํ หนาแนน

สรรพคุณ สรรพคุณ
• เมลด็ แก : รักษาผิวหนังทคี่ ันอักเสบ รักษาโรคผวิ หนงั เรือ้ รัง; • ตํารบั ยาโรคผวิ หนังจากเชื้อรา/แผลติดเช้ือ : แกก ลาก เกลอื้ น
แกนหรือราก : ยาอายุวฒั นะ บาํ รงุ เลอื ด บาํ รงุ สายตา (E2) แกพษิ บาดแผล แผลติดเชอื้ (S1-42)
• เมลด็ : แกโ รคกลาก เกลือ้ น อาการคนั จากเชื้อรา (N1) • ตาํ รับยาโรคผวิ หนงั จากเช้ือรา/แกคนั จากการแพ : ยาข้ีผงึ้
กระเบาใต้ หรอื ยาหมอ งทารักษาโรคผิวหนงั จากเช้ือรา เชน กลาก เกลือ้ น
ชอ่ื ทอ งถนิ่ : กระเบา กระเบาใหญ (ตรัง) แกอาการคนั ตามผวิ หนังทั่วไปจากอาการแพ ผ่ืนคัน คันจาก
ชื่อวิทยาศาสตร : Hydnocarpus calvipetalus Craib แมลงสัตวกดั ตอย (S2-64)
ช่อื วงศ : ACHARIACEAE กระเบาน้าํ
ลกั ษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 30 ม. ใบเด่ยี ว เรยี งสลับ รูปใบ ช่อื ทอ งถนิ่ : กระเบา กระเบาใหญ (ตรัง)
หอก-ขอบขนาน ขอบใบเรียบ โคนใบเบย้ี วเลก็ นอย เสนแขนงใบ ชือ่ วิทยาศาสตร : Hydnocarpus castaneus Hook. f. &
Thomson
ช่อื วงศ : ACHARIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 20 ม. เปลือกเรยี บ ใบรูปขอบ
ขนาน-รปู ใบหอก ยาว 15-25 ซม. ขอบใบเรียบ โคนใบเบยี้ วเล็ก
นอยและมเี สนแขนงใบดานลา งแผนใบเรียบเห็นไมช ดั เจน (จุด
ตา งจากกระเบาใต Hyd_cal) ผลทรงกลม กวา ง 8–12 ซม. มีขน
สน้ั และชอ งอากาศสีนํ้าตาลแดงหนาแนน, พบข้นึ ตามริมคูคลอง
ในเขตที่ราบนา้ํ ทวมถงึ ทั่วประเทศ

189

สรรพคุณ สรรพคุณ
• ตํารบั ยาโรคผิวหนังจากเชือ้ รา/แผลตดิ เชื้อ : แกกลาก เกลอื้ น • เนอ้ื ไม : บํารุงเสน เอน็ ; ผล : แกเ บอ่ื แกเมา (N1)
แกพ ษิ บาดแผล แผลตดิ เช้อื (S1-42) • เนือ้ ไม เปลอื ก หรือราก : บาํ รงุ รางกาย (NE3)
• ตาํ รบั ยาโรคผวิ หนงั จากเชอ้ื รา/แกค นั จากการแพ : ยาข้ผี ้งึ • ตํารบั ยารักษาแผลเบาหวาน/แผลอักเสบเรอ้ื รัง : รักษาแผล
หรอื ยาหมอ งทารักษาโรคผวิ หนังจากเชอ้ื รา เชน กลาก เกลื้อน เบาหวาน หรือแผลอกั เสบเร้อื รัง (NE2-015)
แกอาการคันตามผวิ หนังทัว่ ไปจากอาการแพ ผ่นื คัน คนั จาก • ตาํ รับยาแกบิด/ทอ งเสยี : แกบ ดิ ถา ยเปน มกู เลือด หรอื ทอ ง
แมลงสตั วกัดตอ ย (S2-64) เสีย (NE3-010)
กระมอบ กระวาน
ชอ่ื ทอ งถิน่ : สดี าโคก (พษิ ณโุ ลก), สดี าโคก สีดาปา ชอื่ ทองถน่ิ : กระวาน (พัทลุง, ตรงั , ฉะเชงิ เทรา)
(อดุ รธานี) ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Amomum verum Blackw.
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Gardenia obtusifolia Roxb. ex Hook. f. ช่อื วงศ : ZINGIBERACEAE
ชอื่ วงศ : RUBIACEAE ลกั ษณะเดน : ไมลมลุก สูงถึง 1.3 ม. มีเหงาใตดิน มีกลิ่นหอม
ลกั ษณะเดน : ไมพุมผลดั ใบ สูงถึง 4 ม. ยอดมชี ันสเี หลืองใสหมุ ใบประกอบแบบขนนก ยาว 1.5–2 ม. มีใบยอ ยขางละ 4–9 ใบ
ใบเดี่ยวเรียงตรงขา ม รปู ไขก ลบั -หอกกลบั ยาว ผิวคอนขา งเกลี้ยง รูปขอบขนาน ยาว 30–70 ซม. ชอ ดอกออกจากเหงา ยาวไมเ กนิ
กา นใบยาวไมเกนิ 5 มม. ดอกเปน หลอดยาวสีขาว เมื่อใกลโรยสี 30 ซม. ใบประดับรปู ไขปลายแหลม เปน แผนบางแหง สีขาวคลาํ้
เหลืองออน มกี ลนิ่ หอม ผลทรงกลม กวาง 2 ซม. ผิวมชี องอากาศ ดอกสีขาว กลีบปากมสี ีเหลอื งแตม ท่ปี ลายกลบี ผลสขี าว ทรงกลม
ขรุขระสีนาํ้ ตาลแดง กวาง 1 ซม. เมือ่ แกแ หง แตก 3 ซกี เมล็ดสดี ําและมีกลิน่ หอม,
พบในปา ดงดบิ ชืน้ ในภาคตะวันออก, ชอ่ื สามญั วา Siamese
Cardamon , นยิ มปลกู บนเขาสอยดาว จงั หวดั จนั ทบุรี ชอบ
อากาศชืน้ และเย็น ใชเ มลด็ เปนเคร่อื งเทศและสมุนไพร หรือใช
หนอออนปรุงอาหาร

ผลกระวาน

190

สรรพคุณ กระวานขาว
• ผล : แกไขเด็ก (S3) ช่ือทองถน่ิ : กระวาน (ตรงั )
• ตาํ รบั ยาปถวผี ง : แกลมปวง จุกเสียดแนน ทอง แกถ ายทอ ง ทอง ชื่อวทิ ยาศาสตร : Amomum testaceum Ridl.
รว ง แกเคลด็ ฟกชํา้ แกป วดฟนจากฟนผุ แกรํามะนาด แกพษิ ช่ือวงศ : ZINGIBERACEAE
แมลงสตั วก ัดตอ ย (E1-07) ลกั ษณะเดน : ไมลม ลกุ สูงถงึ 1.5 ม. มีเหงา ใตดิน มีกลิน่ หอม ใบ
• ตํารับยารกั ษากระดูกทบั เสน : รักษาอาการกระดกู ทับเสน ประกอบแบบขนนก ยาว 1.5–2 ม. มีใบยอ ยขางละ 4–9 ใบ รปู
(S2-04) ขอบขนาน ยาว 20–60 ซม. ชอดอกออกจากเหงา ยาว 15–50
• ตาํ รบั ยาขับเสมหะในลาํ คอ-อก/แกโ รคหอบหดื : ชวยขบั ซม. ลักษณะทัว่ ไปคลายกระวาน (Amo_ver) แตกตา งตรง
เสมหะในลาํ คอ-อก แกห อบหดื (S2-08) กระวานขาวทีก่ ลบี ปากมีสเี หลืองแตมท่ปี ลายกลีบและมเี สน สีแดง
• ตํารับยาละลายลิ่มเลือด : ชวยละลายลมิ่ เลือด บรรเทาอาการ ขนาบแถบสเี หลอื งทั้งสองดา น, พบในปาดงดิบชืน้ ในภาคตะวัน
เสนเลอื ดตบี (S2-30) ตกและภาคใต (ไมพ บในภาคตะวนั ออก), กระวานขาวมสี รรพคณุ
• ตาํ รับยาโรคอัมพฤกษ- อัมพาต : รกั ษาอมั พฤกษ- อัมพาต คลา ยกนั สามารถใชแ ทนกระวานได
(S2-33) สรรพคณุ
• ตาํ รบั ยาบํารงุ เลอื ด/หัวใจ/รางกาย : บํารุงเลือด ดูมีเลือดฝาด • ผล : แกไ ขเดก็ (S3)
บาํ รงุ หวั ใจ บํารงุ รา งกายท้งั ชาย-หญงิ แกอาการซบู ผอม (S2-51) • ตํารับยาแกลมอทุ ธงั คมาวาตะ : แกลมอุทธังคมาวาตะ หรอื ลม
• ตํารับยาซอ มแซม/เสริมสรางเสน เอน็ พิการ : ชวยซอมแซม ตีขน้ึ ปะทะอกหายใจไมอ อกราวจะสนิ้ ใจ (มีอาการเรอรวมกบั
และเสรมิ สรางเสนเอ็นท่พี กิ าร แกอาการกระษยั เสน ในทอ ง (เสน แนนทอ งรนุ แรง ลิน้ กระดา งคางแข็ง ชกั เกร็ง มอื กําเทากาํ )
ทองแขง็ ) (S2-54) (S3-19)
• ตาํ รับยาบาํ รงุ โลหิตระดู : บาํ รุงโลหติ ระดู (S2-56) • ตาํ รับยาแกน ํ้านมแหง/ขบั น้ํานม : แกนาํ้ นมแหง ชว ยขับ
• ตาํ รบั ยารักษากระดกู ทบั เสน : รักษาอาการกระดูกทับเสน นา้ํ นมในสตรหี ลังคลอด (S3-50)
(S2-66) • ตํารับยารักษามดลกู พกิ าร-อกั เสบ/ขับนํา้ คาวปลา : แกมดลกู
• ตาํ รบั ยาหอมนวโกฐ : แกคลน่ื เหยี นอาเจียน วิงเวยี น ลมจกุ แนน พิการ มดลกู อักเสบ ชวยบาํ รงุ รกั ษามดลูก บาํ รุงสตรหี ลงั คลอด
ในอก แกลมปลายไข แกอาการสะบัดรอ นสะบัดหนาว หรอื ครั่น ชวยขับน้าํ คาวปลา ขับเลือดเสีย (S3-51)
เน้ือครั่นตัว รอนวบู วาบเหมือนจะเปน ไข บาํ รุงประสาท (S3-01) • ตํารับยารักษากระดูกทบั เสน : รกั ษาอาการกระดกู ทบั เสน
• ตํารบั ยาหอมอนิ ทจักร : แกค ลืน่ เหยี นอาเจียน หนามืดจะเปน (S2-04)
ลม ลมจุกเสยี ดแนน หนาอก แนน ทอ ง ทอ งอืด อาหารไมย อย • ตํารบั ยาขบั เสมหะในลาํ คอ-อก/แกโรคหอบหืด : ชวยขับ
ปรบั ระบบการหมนุ เวียนเลือดใหดี ชว ยบาํ รงุ หวั ใจ (S3-04) เสมหะในลําคอ-อก แกห อบหดื (S2-08)
• ตํารบั ยาประสะกานพลู : แกป วดทองจากอาการจุกเสยี ดแนน • ตาํ รบั ยาละลายลมิ่ เลือด : ชว ยละลายลมิ่ เลือด บรรเทาอาการ
ทองอดื ทอ งเฟอ อาหารไมยอ ย หรือธาตุไมปกติ ชว ยขับลม เสน เลอื ดตบี (S2-30)
(S3-05)
• ตํารับยาธาตบุ รรจบ : แกท องเดนิ ทอ งเสยี ท่ไี มม สี าเหตุจากการ
ติดเชอื้ ไมมีไขแทรก, แกท องอดื ทองเฟอ แกธาตไุ มปกติหรอื
พกิ าร (S3-15)
• ตํารับยาแกล มอุทธังคมาวาตะ : แกลมอทุ ธังคมาวาตะ หรอื ลม
ตขี ึน้ ปะทะอกหายใจไมออกราวจะสิน้ ใจ (มอี าการเรอรวมกบั
แนนทอ งรุนแรง ลิ้นกระดา งคางแขง็ ชกั เกรง็ มอื กําเทากาํ )
(S3-19)
• ตํารับยาแกน า้ํ นมแหง /ขบั น้ํานม : แกนํ้านมแหง ชวยขบั นํ้านม
ในสตรหี ลงั คลอด (S3-50)
• ตาํ รับยารักษามดลูกพกิ าร-อักเสบ/ขบั นาํ้ คาวปลา : แกม ดลกู
พิการ มดลกู อกั เสบ ชวยบํารุงรกั ษามดลูก บํารุงสตรีหลังคลอด
ชวยขับนาํ้ คาวปลา ขบั เลอื ดเสีย (S3-51)

191

• ตาํ รับยาโรคอมั พฤกษ-อมั พาต : รักษาอมั พฤกษ- อมั พาต สรรพคณุ
(S2-33) • หวั หรอื ราก : แกไ ขท รพิษ แกฝดาด; ใบ : แกร อ นใน รักษาโรค
• ตํารบั ยาบํารงุ เลือด/หวั ใจ/รางกาย : บํารงุ เลอื ด ดูมเี ลอื ดฝาด ปากนกกระจอก (N1)
บาํ รุงหวั ใจ บาํ รงุ รา งกายทั้งชาย-หญิง แกอาการซบู ผอม • ใบ : แกรอ นใน แกไ ขตัวรอน บาํ รงุ รา งกาย (NE2)
(S2-51) • ใบ : ค้ันนาํ้ ดืม่ แกไ ข แกไขก าํ เดา บาํ รุงรา งกาย เปน ยาอายุ
• ตํารบั ยาบาํ รงุ โลหิตระดู : บาํ รุงโลหติ ระดู (S2-56) วัฒนะ; ราก : ตม นํ้าดมื่ บํารุงอวยั วะเพศชาย (NE5)
• ตาํ รบั ยารกั ษากระดูกทบั เสน : รกั ษาอาการกระดูกทับเสน • ใบ : แชในนํ้า หยอดตา แกอาการเจ็บตา น้าํ ตม จากใบเปนพิษ
(S2-66) ตอหญิงมคี รรภทาํ ใหแ ทงลกู ได; เน้อื ไม หรอื แกน : ตํารายาไทย
• ตาํ รับยาหอมนวโกฐ : แกค ลน่ื เหียนอาเจยี น วิงเวยี น ลมจกุ ใชขบั เหงอื่ แกไขตวั รอน แกป วดศรี ษะ ลดความรอ นชว ยขบั
แนน ในอก แกล มปลายไข แกอาการสะบดั รอนสะบัดหนาว เหงอ่ื , ชาวเขาเผา กะเหรยี่ งจะใชรากสะสมอาหารหรอื หวั ใบ
หรือครน่ั เน้อื คร่ันตวั รอ นวูบวาบเหมอื นจะเปน ไข บาํ รงุ และราก ตมน้ําด่ืมและอาบ รกั ษาไขมาลาเรียหรอื แกไข (R7)
ประสาท (S3-01) • ตาํ รับยาบํารงุ นาํ้ นม : บํารุงน้ํานม (NE4-025)
• ตาํ รบั ยาหอมอินทจกั ร : แกคล่ืนเหยี นอาเจยี น หนา มืดจะเปน • ตาํ รบั ยาขบั นิ่วในถุงนํา้ ดี : รักษาน่ิวในถงุ น้ําดี (S2-11)
ลม ลมจุกเสยี ดแนน หนา อก แนนทอง ทอ งอดื อาหารไมยอย • ตํารบั ยาแกไ ขตวั รอ น : แกไ ข ตัวรอน ไขเ ปล่ียนฤดู (S2-17)
ปรบั ระบบการหมุนเวียนเลือดใหดี ชว ยบาํ รุงหวั ใจ (S3-04) • ตาํ รบั ยาไขก าํ เดาใหญ : แกไ ขกาํ เดาใหญ (S2-47)
• ตาํ รับยาประสะกานพลู : แกปวดทองจากอาการจุกเสียดแนน • ตํารับยาแกปวดเมอ่ื ยกลามเนอ้ื -เสน เอ็น/บํารุงกําลัง : แกป วด
ทอ งอดื ทอ งเฟอ อาหารไมย อ ย หรอื ธาตุไมปกติ ชวยขับลม เมอ่ื ยกลามเนือ้ -เสนเอ็น บํารงุ กาํ ลัง (S2-61)
(S3-05) • ตาํ รบั ยาประสะกานพลู : แกปวดทอ งจากอาการจกุ เสียดแนน
• ตาํ รบั ยาธาตุบรรจบ : แกทองเดนิ ทองเสียที่ไมมสี าเหตุจาก ทอ งอดื ทอ งเฟอ อาหารไมย อย หรอื ธาตไุ มปกติ ชวยขบั ลม
การติดเชื้อ ไมมีไขแ ทรก, แกท อ งอดื ทองเฟอ แกธ าตไุ มปกติ (S3-05)
หรือพกิ าร (S3-15) • ตาํ รับยาโรคดซี าน : รักษาโรคดีซา น (S3-52)
กรุงเขมา (กรงุ เข-มา) กฤษณา
ชอ่ื ทอ งถ่นิ : กรุงเขมา (กรงุ ขะเหมา) (พทั ลงุ , ตรัง), ชอื่ ทอ งถน่ิ : กฤษณา (สระแกว, พษิ ณุโลก)
เครอื หมอนอ ย (พษิ ณุโลก), หมานอ ย (อุดรธาน)ี ช่อื วทิ ยาศาสตร : Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Cissampelos pareira L. var. hirsuta ชอ่ื วงศ : THYMELAEACEAE
(Buch. ex DC.) Forman ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 30 ม. เปลือกเรียบและบางมเี สนใย
ชื่อวงศ : MENISPERMACEAE เหนียว ใบมเี สน ใยเหนยี วสขี าวตามแนวขวาง แผนใบมีขน
ลักษณะเดน : ไมเถาเนอ้ื ออ น ยาวถึง 5 ม. มีรากสะสมอาหาร ประปรายตามขอบใบและเสน กลางใบ ผลคอ นขางกลม กวา งและ
ใตดนิ เปน แทง ยาวอวบ เน้ือในสขี าว เถาและใบมีขนยาวสากคาย ยาว 2.5–3.5 ซม. ผิวมีขนกาํ มะหยี่หนาแนนปกคลุม, พบตาม
หนาแนน (จดุ ตางกับยานปด Ste_jap_dis) ใบรปู ไขแ กม ปา ดงดิบทั่วประเทศ ยกเวนภาคใต
สามเหลยี่ ม กา นใบติดแบบใบบัว, ใบและเถาขยาํ นาํ้ แลวใหว ุน ใส
ใชประกอบอาหาร

192
(S3-21)
• ตํารบั ยาหอม (สูตรพนื้ บา น) : แกเปนลม วิงเวียนศรษี ะ หนา
มดื ตาลาย (S3-40)
กฤษณาใต้
ช่ือทองถิน่ : กฤษณา ไมหอม (พัทลุง), กฤษณา
ไมหอม พวมพราว (ตรงั )
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Aquilaria malaccensis Lam.
ชอ่ื วงศ : THYMELAEACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 30 ม. เปลอื กเรยี บและบางมีเสนใย
เหนยี ว ใบมเี สนใยเหนียวสขี าวตามแนวขวาง แผนใบเกลี้ยงท้ัง
สองดา น คลายกบั กฤษณา (Aqu_cra) มจี ดุ ตางทก่ี ฤษณาใตม ผี ล
รปู รี ยาว 2.5–4 ซม. ผิวมีขนประปราย-เกลี้ยง, พบตามปา ดงดบิ
ในภาคใต, มสี รรพคณุ คลายกฤษณาใชแทนกนั ได

สรรพคณุ สรรพคณุ
• เนอื้ ไม หรอื แกน : แกอาการรอ นในกระหายนํา้ ขบั เสมหะ • เนอื้ ไม : บํารงุ หวั ใจ (S1)
บํารงุ หัวใจ (E2) • เนอ้ื ไม : แกไ ขเ ด็ก (S3)
• เน้อื ไม : ชว ยบาํ รุงเลือด บาํ รุงกําลงั เปนยาอายวุ ฒั นะ (N1) • ตํารับยาโรคไมเกรน/วงิ เวียนศรีษะ : แกโรคไมเกรน แกวงิ
• เนื้อไม : บาํ รงุ หัวใจ (S1) เวียนศรษี ะ (S2-21)
• เน้อื ไม : แกไขเ ดก็ (S3) • ตาํ รับยาละลายลม่ิ เลือด : ชว ยละลายลิ่มเลอื ด บรรเทาอาการ
• ตาํ รับยาไขทับระดู : แกไขท ับระดู ระดูผา ไข แกพ ษิ โลหิตระดู เสนเลือดตบี (S2-30)
แกร อนใน แกค ลุมคลั่ง (E1-06) • ตํารับยาไขกาํ เดาใหญ : แกไขกาํ เดาใหญ (S2-47)
• ตํารับยาโรคไมเกรน/วงิ เวยี นศรษี ะ : แกโ รคไมเกรน แกว งิ • ตํารบั ยาบํารงุ เลือด/หัวใจ/รางกาย : บํารงุ เลอื ด ดมู ีเลือดฝาด
เวยี นศรษี ะ (S2-21) บาํ รงุ หัวใจ บํารงุ รา งกายทง้ั ชาย-หญิง แกอ าการซบู ผอม
• ตํารับยาละลายลม่ิ เลือด : ชวยละลายล่ิมเลอื ด บรรเทาอาการ (S2-51)
เสนเลอื ดตีบ (S2-30) • ตํารับยาบํารุงโลหิตระดู : บาํ รงุ โลหิตระดู (S2-56)
• ตาํ รับยาไขก าํ เดาใหญ : แกไขกาํ เดาใหญ (S2-47)
• ตํารับยาบํารงุ เลือด/หัวใจ/รางกาย : บาํ รุงเลอื ด ดมู ีเลือดฝาด
บาํ รงุ หวั ใจ บาํ รงุ รา งกายทั้งชาย-หญงิ แกอ าการซบู ผอม
(S2-51)
• ตาํ รบั ยาบํารุงโลหติ ระดู : บํารุงโลหิตระดู (S2-56)
• ตํารบั ยาหอมอินทจกั ร : แกค ล่ืนเหียนอาเจียน หนามดื จะเปน
ลม ลมจกุ เสยี ดแนนหนาอก แนนทอ ง ทองอดื อาหารไมยอย
ปรับระบบการหมนุ เวยี นเลือดใหดี ชว ยบาํ รงุ หัวใจ (S3-04)
• ตํารบั ยาเทพมงคล : แกไ ขตวั รอ น ถอนพิษไข ไขกาฬ, แก
อาการชกั -ล้นิ กระดางคางแขง็ -แนน ง่ิ หนา เปลี่ยนส-ี มอี าการ
มนึ -กระหายนา้ํ หอบพกั , แกโรคหละ-โรคละออง-โรคซางในเด็ก

193

• ตาํ รบั ยาหอมอินทจักร : แกคล่นื เหยี นอาเจยี น หนามดื จะเปน ลักษณะเดน : ไมลม ลุก ลาํ ตน สงู 2–8 ม. กา นใบยาว 1–2 ม.
ลม ลมจุกเสียดแนนหนา อก แนนทอ ง ทองอดื อาหารไมย อย แผนใบยาวถึง 3 ม. แผน ใบดา นลา งมกั จะไมม นี วลแปง ปลีสแี ดง
ปรบั ระบบการหมุนเวียนเลอื ดใหด ี ชว ยบาํ รงุ หัวใจ (S3-04) อมมว ง ชอ้ี อกดานขางแลวจงึ หอ ยลงเม่ือตดิ ผลหมดแลว กานชอ
• ตาํ รบั ยาเทพมงคล : แกไ ขต วั รอ น ถอนพษิ ไข ไขก าฬ, แก ดอกมขี นสน้ั ผลรปู ทรงกระบอก ยาว 6–10 ซม. มี 4–5 เหลย่ี ม
อาการชัก-ลิ้นกระดา งคางแขง็ -แนน ิง่ หนา เปลย่ี นส-ี มอี าการ ตามแนวยาว ปลายผลมักโคงขึ้นชที้ องฟา มีจกุ ที่ปลายชดั เจน
มนึ -กระหายนาํ้ หอบพกั , แกโรคหละ-โรคละออง-โรคซางในเดก็ กลวยปา มีลักษณะคลายกบั กลว ยไขแตภ ายในมีเมลด็ แข็งสีดาํ
(S3-11) จาํ นวนมาก
• ตํารบั ยาหอม (สตู รพ้นื บาน) : แกเ ปนลม วิงเวียนศรีษะ หนา
มดื ตาลาย (S3-40)

กลว้ ยเต่า
กน ครก (อุดรธาน)ี , ตบั เตาเตย้ี ไขเตา

(พิษณุโลก)
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Polyalthia debilis (Pierre) Finet & Gagnep.
ชือ่ วงศ : ANNONACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ สงู 0.3–1 ม. ตามกงิ่ ออน แผน ใบดานลา ง
และผลมีขนสัน้ หนาแนน ใบรูปไขก ลบั ยาว 5–10 ซม. ดอกสี
เหลอื งออ น ผลรปู ทรงกระบอก ยาว 2–3 ซม. ออกเปนกลุม 1–5
ผล/กลุม สกุ สีเหลอื ง

สรรพคุณ สรรพคณุ
• รากและตน : แกผ ดิ สาํ แดง บํารุงนํา้ นม (NE3) • หัวปลี : ยาแกทอ งเสีย โรคเกีย่ วกับลาํ ไส (S2)
• ตํารบั ยาโรคตับ : รกั ษาโรคตบั ตบั อกั เสบ ตับแข็ง (N1-136) • ตํารบั ยาโรคไทรอยดเ ปนพษิ : รกั ษาโรคไทรอยดเปนพษิ
กลว้ ยปา่ (N1-119)
ชอื่ ทองถ่ิน : กลว ยเถอ่ื น (ตรงั ), กลวยปา กลอย
(พิษณุโลก) ชื่อทองถิน่ : กลอย (ตรัง, อดุ รธาน)ี , กลอย กลอย
ชื่อวิทยาศาสตร : Musa acuminata Colla subsp. เบื่อเมา (พษิ ณุโลก)
acuminata ช่ือวิทยาศาสตร : Dioscorea hispida Dennst.
ชอ่ื วงศ : MUSACEAE ชอ่ื วงศ : DIOSCOREACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาลมลุก ยาวถงึ 7 ม. มีหวั ใตด นิ คอนขางกลม
กวางไดถ ึง 40 ซม. เนอื้ ในสีขาว-เหลอื งออน เถาและกา นใบมี
หนาม ใบเรยี งสลับ ใบประกอบมี 3 ใบยอย รูปไข- รี มีเสนใบออก
จากโคนใบ 3–5 เสน แผน ใบดา นลางมขี นสั้นหนาแนน ผลรปู ทรง
กระบอก ยาว 5 ซม. มี 3 ครบี ตามแนวยาว มขี น เมือ่ แกจ ะแหง
แลวแตกอา 3 ซกี

194
ซม. ดอกเด่ยี ว สีเหลืองออน ยาวประมาณ 1 ซม. ผลทรงกลม
กวาง 5–7 ซม. ติดเปน กลมุ 20–30 ผล/กลมุ กานผลยอ ยยาว
7–15 มม. สุกสดี ํา รสหวานทานได, พบตามปา ดงดิบใกลนํ้า ท่ัว
ประเทศ

สรรพคณุ สรรพคุณ
• เปลือกและดอก : ตมนาํ้ อาบแกอาการตมุ คนั โรคผวิ หนงั โรค • ตาํ รับยาบํารุงนาํ้ นม : บํารุงนา้ํ นม ขับน้าํ นม (N1-155)
หิด ดมื่ เปน ยาแกเ บาหวาน; แกน : ตมนํา้ ดื่มแกป วดเม่อื ย คลาย • ตํารับยาบาํ รงุ น้ํานม : บาํ รงุ น้าํ นม ชว ยขบั นํา้ นม (N1-255)
เสนเอน็ ขบั ฟอกโลหิตระดู บาํ รุงโลหิต ขบั ปส สาวะ แกก ระษยั • ตํารับยาบาํ รงุ นํา้ นม : บํารงุ น้ํานม (N1-270)
ไตพกิ าร แกกลอมลงฝก อนั ทําใหอ ณั ฑะขา งหนึง่ บวม (R18) • ตํารับยาหาราก (สตู รพนื้ บา น) : แกไ ข ตวั รอ น แกป วดหวั
• หัว : ชว ยคลายเสน เอ็น รกั ษาโรคคดุ ทะราด โรคชนั นะตุ (N1) (S1-06)
• หวั : รักษาแผลภายนอกเทานัน้ แผลอกั เสบ ฝอักเสบ กดั หนอง • ตํารบั ยาแกไ ขต วั รอ น : แกไ ขต ัวรอ น ปวดหัว ถอนพษิ ไข ไข
(NE2) หวัด ไขป อดบวม (S2-01)
• หวั ใตด ิน : แกเ ถาดาน (อาการแข็งเปน ลําในทอง) หงุ เปน นาํ้ มัน • ตาํ รบั ยาขบั นว่ิ ในไต-ทางเดินปสสาวะ : ชว ยขบั นิ่วในไต และ
ใสแผล กัดฝา กดั หนอง, ราก : บดผสมกบั นํ้ามันมะพรา ว ใบ ทางเดินปสสาวะ (S2-13)
ยาสบู ใบลําโพงหรอื พรกิ ใชท าหรือพอกฆา หนอนในแผลสตั ว กอมขม
เลี้ยง, หัว : ตากแหง ปรงุ เปนยาแกนา้ํ เหลืองเสีย ขบั ปสสาวะ ชือ่ ทอ งถ่นิ : ดงี ตู น (พิษณโุ ลก)
(R37) ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Picrasma javanica Blume
• ตาํ รบั ยาไขม าลาเรยี : แกไ ขมาลาเรีย ไขจับสน่ั หรือไขป า ชอ่ื วงศ : SIMAROUBACEAE
(NE3-012) ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถึง 20 ม. ใบเรียงสลับ ใบประกอบแบบ
• ตาํ รับยาแกไ ขกาํ เดา/ไขห วดั ใหญ : แกไขกําเดา ไขห วัดใหญ ขนนกปลายค่ี ใบยอ ยเรยี งตรงขาม มี 5 ใบ รูปขอบขนาน-ไขก ลับ
(NE3-072) ขอบใบเรยี บ ปลายใบเรยี วแหลม กา นใบยอ ยโคง ขึน้ และไมบวม
กลงึ กลอ่ ม พอง ใบมรี สขมมาก ผลมีกลีบเล้ียงขยายตัวหมุ เมล็ดสีขาว มี 3–4
ชอ่ื ทองถน่ิ : นํ้านอง นาํ้ นองตน (ตรงั ), นํ้านอย เมล็ด เม่ือสกุ สีดาํ
(พิษณุโลก)
ชื่อวิทยาศาสตร : Polyalthia suberosa (Roxb.) Thwaites
ชอื่ วงศ : ANNONACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุมสงู 2–5 ม. ตามกิ่งออน กานใบและทองใบมี
ขนสนั้ ประปราย-เกลย้ี ง ใบรูปหอกกลับ-ขอบขนาน ยาว 5–10

195

สรรพคณุ
• เปลือก : รักษาแผลในปาก (NE2)
• ราก : รากกานเหลือง เปลือกกระทมุ โคก รากตอไส รากทอง
แมว รากกะเจียน ตม รวมกนั มีสรรพคุณบาํ รงุ เลือด ขบั นา้ํ
คาวปลาหลงั คลอด แกปวดเมือ่ ย (R35)

สรรพคุณ กะตังใบ
• เนื้อไม : แกไ ข แกโรคเบาหวาน (N1) ชื่อทอ งถิ่น : กะตงั ใบ (ตรัง, พษิ ณุโลก), ตา งไก
• เปลือก เนือ้ ไม และใบ : มีรสขม เปนยาแกไ ข ไขม าลาเรีย ไข (อดุ รธาน)ี , ยาหวั ขอ (สระแกว)
จับส่นั ไขป าง และไขทุกชนิด; ผล : บดเปนยากวาดคอเดก็ มี ชื่อวิทยาศาสตร : Leea indica (Burm. f.) Merr.
รสขม ชวยแกอ าการเจบ็ คอ; ใบและเปลอื ก : ใชต ม กับน้าํ อาบ ชอื่ วงศ : VITACEAE
รักษาอาการผ่นื คนั หรอื แกพิษบุง (R52) ลกั ษณะเดน : ไมล ม ลกุ สงู ถงึ 1.5 ม. มีเหงาใตด ิน ใบประกอบ
แบบขนนก 1–2 ชัน้ กา นใบยอยมกั มสี แี ดง ดอกสขี าวอมเขยี ว
ผลรูปกลมแบนปลายบมุ คลา ยผลมะยม

กะเจยี น สรรพคุณ
ช่อื ทอ งถนิ่ : ชางสรอย (อุดรธานี) • ทงั้ 5 : แกโรคเบาหวาน (E2)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Hubera cerasoides (Roxb.) Chaowasku • หวั หรอื ราก : ชวยขบั เหงือ่ แกไ ขต ัวรอน แกทอ งรว ง; ใบ : แก
ช่ือวงศ : ANNONACEAE วิงเวียน (N1)
ลกั ษณะเดน : ไมตนผลดั ใบ สงู ถงึ 30 ม. เปลอื กแตกรอยปรติ าม • ใบออ น : ในมาเลเซียใชท ํายาสมานแผล; รากและใบ : ใน
ยาว ตามกิง่ ออน กา นใบ ดอก และแผน ใบดา นลา งมขี นสน้ั หนา มาเลเซยี ใชทํายาลดไข (R29)
นุม ใบเดีย่ ว เรียงสลบั รปู ไข-ขอบขนาน ยาว 9-18 ซม. ดอก • ตํารับยาไขม าลาเรยี : แกไขม าลาเรยี ไขจ ับสั่น หรอื ไขปา
เดีย่ ว สเี หลอื งอมเขยี ว กลบี ดอกหนา ยาว 1 ซม. ผลทรงกลมรี (NE3-012)
ตดิ เปน กลมุ 20–30 ผล/กลุม กานผลยอ ยยาว 1.5–2 ซม. • ตํารับยาไขห วดั ใหญ : แกไขหวดั ใหญ (S2-57)

196
กะอวม
ชอ่ื ทองถน่ิ : -
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Acronychia pedunculata
(L.) Miq.
ชื่อวงศ : RUTACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพุม สงู ถึง 5 ม. ใบเดีย่ ว เรยี งตรงขา มตั้งฉาก ใบ
รปู ขอบขนานแกมรี ยาว 10–20 ซม. ผวิ เกลย้ี ง ขยใ้ี บมีกลนิ่ หอม
ดอกสขี าวอมเขียว ผลทรงกลม กวาง 1–1.5 ซม.

สรรพคุณ สรรพคุณ
• เปลอื ก : รกั ษาโรคผวิ หนงั จากเช้อื รา กลาก เกลอื้ น (NE3) • เนือ้ ไมห รอื ราก : แกเ สนเอ็นพกิ าร แกปวดเม่อื ย บาํ รงุ เสน เอน็
(NE3)
• ผลสกุ : รสหวานเปน ผลไม หรือตาํ สมผสมกับผลตะโกนา, ทาน
ชว ยรกั ษาแผลในทางเดนิ อาหาร, ราก ชวยขับลมในลําไส;
เปลือก : ชวยหา มเลอื ด สมานแผล ตม ทํานํา้ ลางแผล; ราก : แก
เสนเอ็นพิการ บํารงุ เสนเอ็น แกปวดเมอ่ื ย (R54)
• ตํารับยารกั ษาโรคตบั โต/โรคตบั อักเสบ : รักษาตับโต/ตบั
อกั เสบ (NE2-020)
กันเกรา
ชือ่ ทอ งถน่ิ : กนั เกรา (สระแกว, พิษณโุ ลก), ตาํ เสา
(ตรงั )
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Fagraea fragrans Roxb.
ชื่อวงศ : GENTIANACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 30 ม. เปลือกแตกเปนรอ งลกึ ตามยาว
ใบเดย่ี ว เรียงตรงขา มต้ังฉาก รูปร-ี ไข ยาว 10–17 ซม. ผวิ ใบ
เกล้ียง โคนกานใบโอบก่งิ ดอกสขี าว-เหลืองออน มีกล่นิ หอม ผล
ทรงกลม กวาง 1 ซม. สุกสีแดง

กดั ลิน้
ชอ่ื ทองถิ่น : กัดลนิ้ (พษิ ณุโลก), กัดลิ้น คาลิน้ ฆา
ลิ้น (อดุ รธานี)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Walsura trichostemon Miq.
ช่ือวงศ : MELIACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 15 ม. ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี
เรียงสลับ มีใบยอย 5 ใบ เรียงตรงขา ม รปู ไข- รี ยาว 4–10 ซม.
ผวิ ใบเกลี้ยง กา นใบยอยบวมนนู ทปี่ ลายทงั้ สองดา น ผลกลมรี ยาว
2–3 ซม. สกุ สีเหลอื งคล้ํา

197

สรรพคณุ ก้างปลาขาว
• แกน : ขบั ลม บาํ รงุ โลหิต บาํ รุงรางกาย (E2) ชือ่ ทอ งถ่นิ : กางปลาขาว (ตรงั ), กา งปลาแดง
• แกน : มรี สฝาดเฝอ น และขม ชว ยบาํ รุงไขมัน บาํ รุงธาตุใน (พิษณโุ ลก)
รา งกาย แกเ ลือดพกิ าร ยาอายุวฒั นะ แกไ ขจบั สน่ั (มาลาเรยี ); ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Flueggea virosa (Roxb. ex Willd.) Voigt
เปลือก : บํารุงโลหติ รกั ษาผวิ หนงั ผุพอง ปวดแสบปวดรอ นตาม ชอ่ื วงศ : PHYLLANTHACEAE
ผิวหนงั (R55) ลักษณะเดน : ไมพมุ สูง 2–5 ม. กงิ่ ออน และแผนใบเกล้ียง ก่ิง
• ตาํ รบั ยาแกไข/ แกร อ นใน : แกไ ข ตวั รอน แกรอนใน (S1-25) เปน เหลีย่ ม ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปรี-ไขกลับ ยาว 3–8 ซม. ผลก
• ตํารับยาโรคเกาท : รกั ษาโรคเกาท แกป วดขอ ปวดเขา แกพ ิษ ลม กวา ง 7 มม. สีขาว, ในทางสมุนไพรไทย กางปลาขาวจะมีกง่ิ สี
ในกระดกู บาํ รงุ กระดกู (S2-03) เขยี วออน สว นกางปลาแดงมีกิ่งสแี ดง แตด า นอนุกรมวิธานพชื ทง้ั
• ตํารบั ยาโรครดิ สีดวงทวาร : รักษาโรครดิ สีดวงทวาร (S2-42) สองถอื เปนชนดิ เดยี วกนั
• ตาํ รับยาแกป วดเมื่อยกลา มเน้ือ-เสน เอ็น/บํารงุ กําลัง : แกปวด
เมื่อยกลา มเนื้อ-เสน เอ็น บาํ รงุ กาํ ลัง (S2-61)

กาเล็ดกาเว๊า
ช่อื ทองถนิ่ : ตองขา วตม (พษิ ณโุ ลก), เล็ดหนู
(ตรัง), วา นกาเหวาลาย (สระแกว )
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Stachyphrynium repens (Körn.)
Suksathan & Borchs.
ช่ือวงศ : MARANTACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมลมลกุ สงู 30–40 ซม. มีเหงา ใตด ิน ใบรปู ขอบ
ขนาน ยาว 15–30 ซม. ผิวเกล้ียง มันเงา ดานบนสีเขียวมลี ายสี
เขียวเขม แตม ตามแนวเสน แขนงใบ กา นใบยาว 10–30 ซม.
ปลายกานใบบวมพอง ชอดอกออกท่กี า นใบ รปู เรียวยาว ยาว
4–7 ซม. กาบใบสเี ขยี วออน ดอกสีขาว

สรรพคณุ
• ราก : แกไ ขอีสกุ อีใส (N1)
• ตาํ รบั ยาไขอ ีสุกอีใส : แกโ รคอสี ุกอีใส หรือไขส กุ ใส (S2-38)

สรรพคณุ กา้ งปลาเครือ
• ท้งั 5 : บาํ รุงกําลงั ; เหงา : ตาํ พอกแผลชวยสมานแผล หรือแก ชื่อทองถ่นิ : กางปลาเครอื (ตรัง), กางปลาเครอื
พษิ งูลาย (E2) กา งปลาแดง (สระแกว )
• เหงาหรือหวั : บํารุงกาํ ลัง บาํ รุงเสน เอน็ (N1) ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Phyllanthus reticulatus Poir.
• ตาํ รบั ยาบาํ รงุ กําลงั : ชว ยบาํ รุงกําลัง (S2-74) ชอ่ื วงศ : PHYLLANTHACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ รอเลือ้ ย-ไมเ ถา ยาวไดถงึ 10 ม. กิ่งออน
และใบมขี นสน้ั ประราย-หนาแนน ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั ระนาบเดยี ว
ใบรปู ไขก วา ง-ขอบขนาน ยาว 2–5 ซม. ปลายใบมน-แหลม ผลอ
อกใตซ อกใบ ทรงกลมแบน กวาง 1 ซม. สุกสมี ว ง-ดํา เนื้อผลฉํา่
นา้ํ สีดาํ

198

สรรพคุณ
• ราก : รากกานเหลือง เปลอื กกระทุม โคก รากตอ ไส รากทอง
แมว รากกะเจยี น ตม รวมกันมสี รรพคณุ บํารุงเลอื ด ขบั นํา้
คาวปลาหลังคลอด แกป วดเมื่อย (R35)
• ตาํ รับยาโรคตับ : รักษาโรคตับ ตับอักเสบ ตบั แขง็ (N1-136)

สรรพคุณ กาฝากมะม่วง
• ทัง้ 5 : รกั ษาเบาหวาน ความดนั โลหิตสงู แกไ ขต วั รอ น (E2) ช่อื ทองถ่นิ : กาฝาก กาฝากมะนาว (พิษณโุ ลก),
• ราก : รักษาเบาหวาน ชวยลดน้ําตาลในเลือด (S2) กาฝากมะมวงคนั กาฝากมะมว งปา (ตรงั )
• ตาํ รับยาอยูไ ฟ/มดลูกเขา อ/ู ไสเ ลอื่ น : ใชแทนการอยไู ฟ มดลกู ชือ่ วิทยาศาสตร : Dendrophthoe pentandra (L.) Miq.
เขาอไู ว แกไสเลอ่ื นทัง้ ชายและหญงิ (E3-01) ช่อื วงศ : LORANTHACEAE
ลักษณะเดน : ไมพุม ยาวถึง 2 ม. เปนกาฝากอาศยั บนตนไมอื่น
ๆ ตามสวนออ นๆ มขี นสีนา้ํ ตาลแดงปกคลุม ใบเด่ยี ว เรยี งเกอื บ
ตรงขา ม รูปไข- รปู รี ยาว 15–20 ซม. เน้ือใบหนาและกรอบ ดอก
สเี ขยี วอมเหลอื ง ผลรปู ไข ยาว 1–1.5 ซม. เนอื้ ในผลมยี างเหนยี วใส

ก้านเหลอื ง
ช่ือทอ งถิน่ : ตบั เตานอย (พษิ ณโุ ลก)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Nauclea orientalis (L.) L.
ช่ือวงศ : RUBIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต น สงู ถงึ 30 ม. เปลือกแตกสะเก็ดเลก็ เน้ือไมม ี
สีเหลอื งขมนิ้ กิง่ และใบมขี นประปราย-หนาแนน ปลายก่ิงมหี ูใบ
รปู รกี วา งหุม ยอด ใบรูปไขกวา ง ยาว 15–22 ซม. ปลายใบมน ชอ
ดอกทรงกลม กวา ง 5 ซม. สีเหลือง มกี ลนิ่ หอม, ชอบขึน้ ตามริม
นาํ้ ทั่วประเทศ

สรรพคณุ
• ตาํ รับยาแกเ ลอื ดกําเดาไหล/โรคเลอื ดออกตามไรฟน : แก
เลือดกาํ เดาไหล-เลือดออกตามไรฟน (N1-189)
• ตาํ รบั ยาโรคความดนั โลหติ สงู /โรคเบาหวาน : ชว ยลดความ
ดนั โลหิตสูง เบาหวาน ลดไขมนั ในเลือด (S1-15)
• ตาํ รับยาโรคความดนั โลหติ : ชว ยลดความดันโลหิตสูง (S2-39)

199

กาสามปีก สรรพคุณ
ชื่อทอ งถน่ิ : - • รากหรือเปลอื ก : แกท อ งเสีย แกปวดฟน ชว ยสมานแผล รักษา
ชื่อวิทยาศาสตร : Vitex peduncularis Wall. ex Schauer แผลพพุ อง ตม นา้ํ ใชลางแผล (NE3)
ชือ่ วงศ : LAMIACEAE • ทุกสว น : เปน ยาขบั ปส สาวะ; ราก : ตมกับเน้อื สัตว ทานเปน
ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถึง 30 ม. เปลือกเรียบ ใบเรยี งตรงขา ม ยาขับนํา้ นม; เปลอื ก : เปน ยาหามเลือด แกโ รคบิด แกโรคบวม
ต้ังฉาก ใบประกอบมี 3 ใบยอย ใบยอ ยรปู หอก ยาว 6–12 ซม. นํา้ ประจําเดือนมามาก; ใบ : แกเลอื ดกาํ เดาไหล ยาขบั เหงอ่ื
แผนใบดา นลางเกลี้ยง มตี อ มสีเหลืองขนาดเล็กกระจาย กานใบ ยาระบาย และยาฝาดสมาน แกทองรว ง; ผล : แกปวดทอง
แกไ มพ บปก ผลกลม กวา ง 1 ซม. (R3)
กุ่มน้าํ
สรรพคุณ ชื่อทองถิ่น : กมุ นา้ํ (พัทลุง, ตรัง, พิษณโุ ลก)
• ใบ เปลือก และราก : รกั ษาริดสีดวงจมูก, เนอื้ ไมและราก : ช่อื วทิ ยาศาสตร : Crateva magna (Lour.) DC.
รักษาโรคกระเพาะ (NE3) ชื่อวงศ : CAPPARACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สงู 7–20 ม. เปลือกเรียบ ใบเรียงเวยี น ใบ
ประกอบมี 3 ใบยอ ย รปู ใบหอก ปลายใบเรียวแหลม แผน ใบดา น
ลางเกล้ียง มสี ีเขยี วนวล ดอกสขี าว-เหลอื งครีม ผลรูปรีกวาง
ปลายกลม ยาว 4–6 ซม. ผวิ ผลมีสะเกด็ สขี าวขรุขระ

กกุ๊
ชอ่ื ทอ งถนิ่ : ออ ยชาง
ชอื่ วิทยาศาสตร : Lannea coromandelica (Houtt.) Merr.
ชอ่ื วงศ : ANACARDIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต นผลัดใบ สูง 10–30 ม. เปลือกเรียบ มีน้ํายาง
เปน สีดําเมอ่ื ถูกอากาศ ใบเรยี งเวยี น ใบประกอบแบบขนนกปลาย
ค่ี ใบยอ ย 7–11 ใบ เรยี งตรงขา ม กานใบยอยยาว 0.5 ซม. แผน
ใบมขี นประปราย-หนาแนน ผลทรงรยี าวและเบ้ยี วเลก็ นอ ย ยาว
1–1.5 ซม.

สรรพคณุ
• เปลือก : รสรอ น ชว ยเพิ่มอณุ ภูมิในรางกาย ทาํ ใหร างกาย
อบอนุ (N1)
• ใบ : ชวยขับเหงอื่ (S3)
• ตาํ รบั ยาแกล มกองหยาบ/วงิ เวยี น-ใจสนั่ : แกว งิ เวียนศรี ษะ
ใจส่นั อาการบานหมุน หนามืดตาลาย ลมข้นึ แนน หนาอก
(ประเภทลมกองหยาบ) (S1-38)


Click to View FlipBook Version