The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

พืชสมุนไพรของไทยกว่า 700 ชนิด และการนำมาทำเป็นตำรับยาสมุนไพรกว่า 200 ตำรับ

200
ก่มุ บก
ชื่อทอ งถิ่น : กาม ผกั กา ม (อุดรธานี), กุมบก
(พษิ ณโุ ลก)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Crateva adansonii DC. subsp. trifoliata
(Roxb.) Jacobs
ชอ่ื วงศ : CAPPARACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สูง 7–20 ม. เปลอื กเรียบ ใบเรียงเวียน ใบ
ประกอบมี 3 ใบยอ ย รปู ไขกลบั ปลายใบมน-แหลม แผน ใบดา น
ลางเกล้ียง ไมเปน สีเขียวนวล ดอกสีขาว-เหลอื งครมี ผลรปู ไข-รี
กวา ง ผิวเรียบไมมีสะเกด็ ขาว เม่ือสุกสีสม-แดง

สรรพคุณ สรรพคณุ
• ใบ : ชวยขบั ลม ทารักษากลากเกลื้อน; เปลือก : มีรสรอ น ชว ย • ตาํ รบั ยาเขยี วหอม : แกไ ข ตัวรอน รอนในกระหายนํา้ แกพษิ
ขบั ลม แกปวดทอง ชวยคมุ ธาตุ รกั ษาโรคผิวหนงั ; แกน : แก ไขหัด ไขเ หือด (หัดเยอรมนั ) ไขอ สี กุ อใี ส (S3-02)
ริดสีดวง แกผ อมเหลือง (R30) เกลด็ ปลา
• ตํารบั ยาบํารุงนาํ้ นม : บาํ รงุ นา้ํ นม (NE4-025) ช่ือทองถ่นิ : เกล็ดลิน้ ใหญ (อดุ รธานี)
• ตํารบั ยาแกลมกองหยาบ/วงิ เวยี น-ใจสนั่ : แกวิงเวยี นศรี ษะ ช่อื วิทยาศาสตร : Phyllodium longipes (Craib) Schindl.
ใจสน่ั อาการบา นหมุน หนา มืดตาลาย ลมขน้ึ แนน หนาอก ชือ่ วงศ : FABACEAE
(ประเภทลมกองหยาบ) (S1-38) ลักษณะเดน : ไมพุม สงู 0.5–1.5 ม. กิง่ และแผนใบดา นลางมีขน
• ตํารบั ยาแกปวดเม่อื ยกลา มเนอ้ื -เสน เอน็ /บาํ รงุ กาํ ลัง : แกปวด สน้ั ใบประกอบมี 3 ใบยอ ย ใบยอ ยท่ปี ลายรปู หอกหรอื ขอบ
เม่ือยกลามเนื้อ-เสน เอน็ บํารงุ กาํ ลัง (S2-61) ขนาน ยาว 4–5 เทา ของใบดา นขา ง ชอดอกยาว 30–50 ซม. มี
กดู พร้าว ใบประดบั สีเขยี วรูปกลมเรยี งซอ นคลายเกล็ดปลา ฝก แบนมรี อย
ชอ่ื ทอ งถ่นิ : หสั ดํา (พัทลุง) คอดตามเมลด็
ช่ือวิทยาศาสตร : Cyathea latebrosa (Wall.
ex Hook.) Copel.
ช่อื วงศ : CYATHEACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน กลุมเฟน ลาํ ตน สงู ถงึ 4 ม. กวา ง 10–20
ซม. เปน ลาํ เดี่ยวไมแ ตกกอ ใบเรยี งเวยี นเปนกระจกุ ท่ปี ลายลําตน
ใบประกอบแบบขนนก 2 ชน้ั ยาว 1.5–2 ม. มีชอใบยอยขา งละ
10–17 ชอ สรางสปอรสนี ํ้าตาลแดงท่แี ผนใบดา นลาง กานใบมี
หนามสนั้ และขนสนี ้าํ ตาล

201

สรรพคุณ แกแล
• ราก : แกตบั พิการ แกปวด แกไข แกไขจบั สน่ั หรือไขม าลาเรีย ชอ่ื ทองถน่ิ : ตะแกแล แกแล (ตรงั )
(NE3) ชือ่ วิทยาศาสตร : Maclura cochinchinensis (Lour.) Corner
• ตาํ รับยารกั ษาโรคตบั โต/โรคตบั อักเสบ : รกั ษาตบั โต/ตับ ชื่อวงศ : MORACEAE
อกั เสบ (NE2-020) ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนือ้ แข็ง ยาวถงึ 10 ม. สว นตา ง ๆ มีนํ้ายาง
เกล็ดปลาช่อน สีขาวขนุ กง่ิ ออนมีขน เถามีหนามแหลมคม ยาว 2–4 ซม. ใบรูปรี
ช่อื ทอ งถนิ่ : เกล็ดนิ่ม เกล็ดลิ่น (พษิ ณุโลก), เกลด็ ยาว 4–9 ซม. ผวิ เกลย้ี ง ปลายเสนแขนงใบโคง จรดกนั ชอดอก
ล่ินนอ ย (อุดรธาน)ี และชอ ผลทรงกลม กวา ง 2–3 ซม. สกุ สีเหลอื ง
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Phyllodium pulchellum (L.) Desv.
ช่ือวงศ : FABACEAE
ลักษณะเดน : ไมพมุ สงู 0.5–1.5 ม. กิ่งและแผนใบดา นลางมีขน
ส้นั ใบประกอบมี 3 ใบยอ ย ใบยอยทปี่ ลายรูปรี-ใบหอก ยาว 2–3
เทา ของใบดา นขา ง ชอ ดอกยาว 10–20 ซม. (จดุ ตา งจากเกลด็ ปลา
Phy_lon) มใี บประดับสเี ขียวรูปกลมเรียงซอ นคลา ยเกลด็ ปลาฝก
แบนมรี อยคอดตามเมล็ด

สรรพคณุ
• ตํารบั ยากําลงั ฮอสะพายควาย : บาํ รงุ กาํ ลงั แกปวดเมือ่ ยตาม
รางกาย (S1-43)
• ตาํ รับยาบาํ รุงโลหิตระดู : บํารุงโลหติ ระดู (S2-56)

สรรพคุณ แกว้
• ราก : แกโรคเหน็บชา (N1) ชอื่ ทองถิน่ : แกว (สระแกว )
• ราก : แกตบั พิการ (ตบั ทาํ งานไมปกต)ิ แกปวดเมอื่ ย แกป วด ชื่อวิทยาศาสตร : Murraya paniculata (L.)
ฟน (NE3) Jack
• ตํารับยารกั ษาโรคตบั โต/โรคตบั อักเสบ : รกั ษาตับโต/ตบั ชอ่ื วงศ : RUTACEAE
อักเสบ (NE2-020) ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สงู 2–6 ม. กิ่งออ นและใบเกล้ยี ง ใบเรยี ง
เวยี น ใบประกอบแบบขนนก มีใบยอ ย 3–7 ใบ เรียงสลบั รปู
ไข-ใบหอก โคนใบเบี้ยวเลก็ นอ ย ขย้ใี บมีกลิน่ ฉนุ คลายสม ดอกสี
ขาวคลา ยดอกสม มกี ลิ่นหอมแรง ผลรูปไข ยาว 1–2 ซม. สกุ สี
สม -แดง

202

สรรพคณุ
• ผลแก : แกทองอืดทอ งเฟอ รักษาแผลพพุ อง รักษาแผลนํา้ กัด
เทา (E2)
• เนือ้ ไม : แกป ระดงเลอื ด (N1)
• ดอกสด : แกปวดฟน เหงือกบวม แกร าํ มะนาด โรคเหงอื กและ
ฟน (S1)
• ใบสด : แกโรคเหงอื กและฟน แกร าํ มะนาด แกปวดฟน (S2)
• ตํารับยารักษามดลูกพิการ-อักเสบ/ขบั นา้ํ คาวปลา : แกมดลูก
พิการ มดลกู อกั เสบ ชว ยบาํ รงุ รกั ษามดลูก บํารงุ สตรหี ลังคลอด
ชว ยขับน้ําคาวปลา ขับเลอื ดเสีย (S3-51)

สรรพคุณ กําจาย
• เกสรและดอก : เขา ยาบํารงุ หวั ใจ; แกน หรือราก : เขา ยา รกั ษา ช่ือทองถ่นิ : กําจาย (พัทลุง, ตรงั ), หนามจาย
ไขปา หรอื ไขม าลาเรีย; ใบสด : หากกินใบสดจาํ นวนมากแลวจะ (พษิ ณโุ ลก)
ทําใหต วั รอ น (E2) ชือ่ วิทยาศาสตร : Caesalpinia digyna Rottler
กาํ จดั ตน้ ชอ่ื วงศ : FABACEAE
ชื่อทองถิ่น : กาํ จดั (พัทลงุ ), กาํ จดั พริกหอม ลักษณะเดน : ไมเ ถาเน้ือแข็ง ยาวถึง 10 ม. เปลอื กแตกเปนรอ ง
(พษิ ณุโลก), กําจัดตน (ตรงั , สระแกว ) ลกึ ตามยาวและมหี นามแหลมคมโคงคลายเล็บของเหย่ยี ว ตามกิ่ง
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Zanthoxylum rhetsa (Roxb.) DC. และแกนใบมีหนามและขนสั้น ใบประกอบแบบขนนก 2 ชน้ั มีชอ
ช่ือวงศ : RUTACEAE ใบขา งละ 7–10 ชอ ขย้ีใบจะมกี ลิน่ หอม ชอดอกสีเหลอื งหอยลง
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 20 ม. เปลือกและกิง่ มีหนามแหลมคม ผลเปน ฝกแบนรปู ขอบขนาน นูนตามตาํ แหนงเมล็ด ไมมีหนาม
ยาวถึง 3 ซม. ใบประกอบแบบขนนก มใี บยอยรปู ไข- รี 11–21
ใบ ใบยอ ยเรยี งตรงขา ม-เกอื บตรงขา ม โคนใบเบ้ียว ขอบใบมัก
หยักเล็กนอย ขย้ีใบอาจจะมหี รือไมมีกลน่ิ ฉุนก็ได ผลทรงกลม
กวาง 5–8 มม. เม่ือแกแ หง แตก 3 ซกี เมล็ดสดี าํ มนั เงา เปลือกผล
มีกล่ินฉนุ ใชปรุงอาหาร

สรรพคุณ
• เถา : ชวยฟอกเลอื ด (N1)
• ราก : ขับระดูสตรี (S2)
• ตํารับยารักษามดลกู พกิ าร-อักเสบ/ขับนา้ํ คาวปลา : แกม ดลูก
พกิ าร มดลูกอักเสบ ชวยบํารุงรกั ษามดลูก บาํ รุงสตรหี ลังคลอด
ชวยขับนาํ้ คาวปลา ขบั เลอื ดเสีย (S3-51)

203

กาํ แพงเจ็ดชนั้ อักเสบ (NE2-020)
ชือ่ ทอ งถนิ่ : กําแพงเจ็ดชน้ั (พษิ ณโุ ลก), ตาไก • ตํารับยารักษากลาก/เกลื้อน/สงั คงั /ตกขาว : รักษาโรคผิวหนงั
(อดุ รธานี), ตาไก กําแพงเจด็ ชนั้ (สระแกว ), จากเช้อื รา เชน กลาก เกลอ้ื น สงั คัง ตกขาว แกอาการคันที่
หลมุ นก กาํ แพงเจ็ดชนั้ (ตรัง) ผิวหนังเร้ือรงั ผดผน่ื คัน (S1-17)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Salacia chinensis L. • ตาํ รบั ยากําลงั ฮอ สะพายควาย : บํารงุ กําลงั แกปวดเมอ่ื ยตาม
ชอ่ื วงศ : CELASTRACEAE รา งกาย (S1-43)
ลักษณะเดน : ไมเถาเนือ้ แขง็ ยาวถึง 10 ม. เปลือกเรยี บ เน้ือไม • ตาํ รับยาโรคเกาท : รกั ษาโรคเกา ท แกปวดขอ ปวดเขา แกพษิ
เปนลายวงแหวน ไมมีน้ํายาง ตามกงิ่ และใบเกลย้ี ง ใบเด่ียวเรียง ในกระดกู บาํ รุงกระดกู (S2-03)
ตรงขาม รูปรี ยาว 4–10 ซม. ขอบใบหยักเล็กนอ ย ดอกสเี ขยี ว • ตาํ รบั ยาโรคเบาหวาน : แกโรคเบาหวาน (S2-22)
อมเหลือง ผลทรงกลม กวาง 1.5–2 ซม. สุกสแี ดง • ตํารับยาโรคประดงเลอื ด : แกประดงเลือด เลือดข้นึ มอี าการ
คนั ตามผิวหนงั (S2-27)
• ตาํ รับยาแกป วดเม่อื ยเสน เอ็น : แกป วดเม่ือยตามเสนเอน็ เสน
เอ็นอกั เสบ บรรเทาอาการอมั พฤกษ- อมั พาต (S2-31)
• ตํารบั ยาโรครดิ สดี วงทวาร : รกั ษาโรครดิ สีดวงทวาร (S2-42)
• ตาํ รบั ยาบํารุงโลหิตสตรีโดยตรง/ประจําเดือนเปนปกติ :
บาํ รงุ โลหิตของสตรโี ดยตรง รกั ษาอาการประจาํ เดอื นใหเ ปน
ปกติ แกโ ลหติ ระดเู สีย บํารุงธาตุ (S2-50)
• ตํารบั ยาแกป วดเมือ่ ยกลามเนื้อ-เสน เอ็น/บํารุงกําลงั : แกป วด
เมอื่ ยกลามเนอื้ -เสน เอน็ บํารุงกาํ ลัง (S2-61)

สรรพคณุ กําลังววั เถลิง
• ลําตน : ตมนํา้ ด่ืม แกปวดเม่ือย; ราก : ขับพยาธิ แกโรคนา้ํ ช่อื ทอ งถ่ิน : กาํ ลงั ววั เถลิง (สระแกว ), กาํ ลงั ววั เถลงิ
เหลืองเสยี (R16) สรุ ามะริด (ตรัง)
• เถา แกน หรอื ราก : บํารงุ กาํ ลงั ยาอายวุ ฒั นะ (E2) ช่ือวทิ ยาศาสตร : Anaxagorea luzonensis A. Gray
• เถาหรอื ผล : บาํ รงุ เลอื ด ยาระบาย (NE3) ชอ่ื วงศ : ANNONACEAE
• เถา : รักษาเสนเอน็ แกเสนพลิก, ยาระบาย ชวยขับลม (N1) ลักษณะเดน : ไมพุม สูง 0.5–1.5 ม. ก่ิงและใบเกลี้ยง กลบี ดอกสี
• เถา : บํารุงโลหิต ฟอกโลหติ แกโ ลหติ เปน พิษ (S1) ขาวมี 6 กลีบ ยาว 1–1.5 ซม. เสนแขนงใบดานบนแผน ใบกดเปน
• ตํารบั ยาโรคเกา ท/ สะเก็ดเงิน/กามโรค : โรคเกาท รูมาตอยด รอง ปลายเสน โคงจรดกันกับเสนถัดไปใกลขอบใบ ผลรปู ลกู ตุม
สะเกด็ เงนิ ผิวหนังพุพอง กามโรค หนองในเทียม (E2-221) ปลายมตี ่งิ แหลม
• ตาํ รบั ยาอยไู ฟ/มดลกู เขา อู/ไสเ ล่อื น : ใชแ ทนการอยูไ ฟ มดลูก สรรพคณุ
เขาอูไ ว แกไ สเ ลอื่ นทั้งชายและหญงิ (E3-01) • ท้งั 5 : บาํ รุงกําลงั (E2)
• ตํารบั ยาแกป วดเม่ือย/บํารุงรา งกาย/อัมพาต : แกป วดเม่อื ย • ตาํ รบั ยากําลงั ฮอ สะพายควาย : บํารงุ กําลัง แกปวดเมอ่ื ยตาม
ตามเสน -ขอ -หลัง-เอว อัมพาต บาํ รุงรา งกาย ชว ยใหเจริญ รา งกาย (S1-43)
อาหาร (E3-02)
• ตํารบั ยารักษาโรคตับโต/โรคตบั อกั เสบ : รกั ษาตบั โต/ตบั

204

กาํ ลังเสือโคร่ง สรรพคณุ
ช่ือทอ งถ่นิ : กําลังเสือโครง (สระแกว ) • ทง้ั 5 : บํารุงกําลัง รกั ษาโรคไต ถุงน้ําดี ขบั นิว่ (E2)
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Ziziphus attopoensis Pierre • ท้งั ตน : แกโรคเบาหวาน (N1)
ชือ่ วงศ : RHAMNACEAE • ใบ : รกั ษาแผลไฟไหม แผลนํา้ รอนลวก (NE3)
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนือ้ แขง็ เถาและก่ิงมีหนามแหลมคม ยาวถงึ • ตาํ รบั ยาแกป วดเมื่อย : แกปวดเม่อื ย (N1-57)
5 มม. กง่ิ และใบเกล้ยี งเปน มนั เงา ใบเดย่ี ว เรียงสลับ ใบรูปไข- รูป • ตํารบั ยาขับน่ิว-โรคไต-ตับ : ขบั นวิ่ ในถุงนํ้าดี นวิ่ ในระบบทาง
รี ยาว 4–8 ซม. ขอบใบจกั ฟน เล่อื ยถ่ี มเี สน แขนงใบออกจากโคน เดนิ ปส สาวะ แกปส สาวะขน แกโรคไต แกโ รคตบั (E2-217)
ใบ 1 คู เสนใบยอ ยเรยี งถต่ี ามแนวขวางชดั เจน ไกรทอง
ชอื่ ทอ งถ่นิ : ไกรทอง (ตรัง), ฮนุ ไฮ (อุดรธาน)ี
ชอื่ วิทยาศาสตร : Erythroxylum cuneatum
(Miq.) Kurz
ชื่อวงศ : ERYTHROXYLACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต น สูง 5–20 ซม. เปลือกเรยี บ ก่งิ ออนแบน
และมีรอยแผลหูใบ กิง่ และใบเกลี้ยง ใบเดย่ี ว เรียงสลบั ใบรูปไข
กลบั ยาว 4–9 ซม. กา นใบยาว 3–6 มม. ผลรปู รี ยาว 1 ซม. สกุ สแี ดง

สรรพคุณ
• เปลอื ก : บาํ รงุ กําลงั แกปวดเมอ่ื ย (E2)
• ตาํ รบั ยาแกป วดเม่อื ย/บาํ รงุ รา งกาย/อัมพาต : แกป วดเม่อื ย
ตามเสน-ขอ-หลัง-เอว อมั พาต บาํ รงุ รางกาย ชว ยใหเ จริญ
อาหาร (E3-02)

กําลงั หนมุ าน สรรพคณุ
ชื่อทองถิ่น : คอนแคน (อุดรธานี), คอ นหมาขาว • ทัง้ ตน : แกโรคซาง (NE3)
(พิษณุโลก), คอ นหมาขาว เจดียเจ็ดชนั้ (สระแกว ) • ใบ : ชาวกะเหรี่ยงเคีย้ วกินแกทองเสีย; ผล เปลอื ก และใบ :
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Dracaena conferta Ridl. ตาํ รายาไทยกินเปนยาธาตุ ชว ยใหชุม คอ แกก ระหายนํ้า แก
ชือ่ วงศ : ASPARAGACEAE เลอื ดออกตามไรฟน ; เปลอื ก : ดับพษิ กาฬ แกร อ นใน แกสะอึก;
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม สงู ถึง 3 ม. ลําตน กลม กวาง 2 ซม. ใบเดย่ี ว เนือ้ ผล : แกธ าตุพกิ ารเพราะนํ้าไมดไี มป กติ (R15)
เรียงเวยี น ไมกระจกุ ทปี่ ลายกิ่ง รปู หอกกลับแกมรปู แถบยาว ยาว • ตํารับยาแกป วดเมือ่ ยเสน เอ็น : แกป วดเมือ่ ยตามเสนเอ็น เสน
30–50 ซม. กวาง 2–3 ซม. ผวิ เกล้ียงมนั เงา ชอ ดอกสีขาว ยาว เอน็ อกั เสบ บรรเทาอาการอัมพฤกษ-อัมพาต (S2-31)
60–80 ซม. แตกแขนง • ตํารับยาซอ มแซม/เสริมสรางเสน เอน็ พิการ : ชว ยซอมแซม
และเสริมสรา งเสนเอ็นท่พี ิการ (S2-53)

205

ขมนิ้ เครือ ขมิน้ ๅษี
ช่ือทอ งถิ่น : ขม้นิ เครอื (พทั ลุง, สระแกว), ขม้นิ ช่อื ทองถนิ่ : แฮม เครือแฮม (ตรัง)
เครอื ผา รา ยหอทอง (ตรงั ) ชื่อวิทยาศาสตร : Tinomiscium petiolare
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Arcangelisia flava (L.) Merr. Hook. f. & Thomson
ชื่อวงศ : MENISPERMACEAE ชอ่ื วงศ : MENISPERMACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาเนอ้ื แขง็ ยาวถึง 20 ม. เถามลี ายเปน รอ ง ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนอื้ แขง็ ยาวถึง 20 ม. เถามลี ายเปน รอ ง
ละเอียดตามแนวยาว ตามสว นตางๆ เกล้ยี ง ใบรปู ไข- ไขกวา ง ตามแนวยาว เมือ่ ตดั จะพบน้าํ ยางสขี าวขุน (จุดตางจากโคคลาน
ยาว 12–25 ซม. มีเสนใบ 3–5 เสน ออกจากโคนใบ โคนใบเวา Ana_coc และ ขมน้ิ เครือ Arc_fla), ใบรูปไขห รอื รูปหัวใจ ยาว
ลักษณะทั่วไปคลา ยโคคลาน (Ana_coc) แตกตางท่ขี มนิ้ เครอื พบ 11–25. มเี สนใบ 3–5 เสน ออกจากโคนใบ โคนใบเวา แผนใบ
วาเนอื้ ในของรากมีสีเหลอื งขม้ิน และเถาจะมีนํา้ ยางสเี หลอื งใส เกลยี้ ง ผลกลมรี ยาว 3 ซม., พบในปาดงดิบในภาคเหนือและ
ออกมาเมื่อตัดใหมๆ, พบในปาดงดิบในภาตตะวันออกและภาคใต ภาคใต

สรรพคณุ
• ตาํ รบั ยาโรคเบาหวาน : แกโรคเบาหวาน (S2-22)

สรรพคณุ ขวากไก่
• เถา : บาํ รงุ โลหติ แกเ มอื่ ย แกเ คล็ดขดั ยอก (S3) ช่อื ทองถิ่น : กาํ ลังเสอื โครง นอ ย พญามอื เหล็ก
• ตาํ รบั ยาแกป วดเม่อื ย-กระดูกทับเสน : แกปวดหลงั ปวดเอว (สระแกว ), พญาเสอื โครง เบนขอ (ตรงั ),
ปวดไขขอ ปวดกระดกู แกก ระดกู ทบั เสน บาํ รงุ ธาตุ (E2-216) หัวเขาพระฤาษี (พษิ ณโุ ลก)
• ตํารับยาโรคไต : รกั ษาโรคไต (S2-10) ชอ่ื วิทยาศาสตร : Strychnos axillaris Colebr.
• ตาํ รับยาแกไ ขตวั รอ น : แกไข ตัวรอ น ไขเปลยี่ นฤดู (S2-17) ชื่อวงศ : LOGANIACEAE
• ตํารับยาโรคประดงเลือด : แกป ระดงเลือด เลือดขึ้น มอี าการ ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนอื้ แขง็ ยาวถึง 15 ม. เถามีขอ-ปลอ ง
คันตามผิวหนงั (S2-27) เปลือกเรียบ ใบเดยี่ ว เรียงตรงขา ม ปลายกง่ิ มขี นสน้ั และมมี อื พัน
• ตาํ รบั ยาบํารุงเลอื ด/หัวใจ/รา งกาย : บํารุงเลือด ดมู เี ลือดฝาด ตน ออนก่ิงมหี นาม ใบรูปไข- รี ยาว 3–9 ซม. เสน ใบออกจากโคน
บาํ รุงหวั ใจ บาํ รงุ รางกายทง้ั ชาย-หญิง แกอ าการซูบผอม ใบ 3–5 เสน ผวิ ใบเกลีย้ ง กา นใบยาว 2–5 มม. ชอดอกสีเขียว
(S2-51) ออน ออกเปน กระจกุ ส้นั ตามซอกใบ ผลทรงกลม กวาง 0.5–1
ซม.

206

สรรพคณุ
• ราก : แกโรคเกา ท (N1)
• ใบและเปลือก : แกไ ขต ัวรอ น แกไขหวดั แกปวดศรีษะ รักษา
แผลอักเสบ ทํานํา้ ลางแผลฆา เช้อื (NE3)

สรรพคณุ ข่อย
• แกน หรอื เนอ้ื ไม : บํารงุ กําลัง แกตอ มทอนซิลอักเสบ (E2) ชอ่ื ทอ งถ่นิ : ขอย (พัทลงุ , ตรงั , พิษณโุ ลก), สมพอ
• เถาหรอื เนอ้ื ไม : รกั ษาโรคเกา ท (N1) ขอ ย (อุดรธาน)ี
• ตํารบั ยากาํ ลงั ฮอสะพายควาย : บาํ รงุ กําลงั แกป วดเม่อื ยตาม ชอ่ื วิทยาศาสตร : Streblus asper Lour.
รางกาย (S1-43) ชื่อวงศ : MORACEAE
• ตํารับยาซอ มแซม/เสรมิ สรา งเสนเอน็ พกิ าร : ชวยซอมแซม ลกั ษณะเดน : ไมพมุ -ไมตน สูงถงึ 15 ม. เปลอื กเรยี บ-รอ นเปน
และเสรมิ สรางเสน เอน็ ทีพ่ ิการ (S2-53) แผนบาง ทุกสวนที่มชี วี ิตมนี า้ํ ยางสขี าวขุน ใบเรียงสลบั รูปไข- ไข
ขวา้ ว กลบั ยาว 4–10 ซม. ขอบใบหยักซฟ่ี น แผนใบและกงิ่ ออนมขี น
ช่อื ทอ งถน่ิ : กวา ว (พิษณุโลก), กวาว ขวาว สน้ั สากคาย ผลกลมแบนขนาดเทาเมลด็ ขา วโพด สกุ สเี หลอื ง
(อุดรธาน)ี
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Haldina cordifolia (Roxb.) Ridsdale
ช่อื วงศ : RUBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมตนผลดั ใบ สงู ถึง 40 ม. เปลอื กเรยี บ-ขรุขระ
ปลายกิง่ มีหูใบหมุ ยอดรูปกลม ใบเดยี่ ว เรยี งตรงขาม รปู
กลม-หัวใจ ยาว 10–16 ซม. มีขนสน้ั หนานุม ทัง้ สองดาน ชอ ดอก
ทรงกลม กวา ง 2 ซม. สเี หลืองออ น

สรรพคณุ
• ราก : ใชเปนยารกั ษาอหวิ าต โรคบิด คออกั เสบ ผสมกบั สองฟา
ดง (Clausena harmandiana) ตมนา้ํ ดื่มแกทองอดื , ผสมกับ
สมนุ ไพรอ่นื อกี 34 ชนิด ตมน้าํ ดืม่ แกไข (R14)
• เมล็ด : ใชเขายาบํารงุ เลือดลม (N1)

207

• ตาํ รับยาโรคหอบหืด : แกโ รคหอบหืด (N1-154) ขอ่ ยหนาม
• ตํารบั ยาโรคหอบหดื /นํา้ กดั เทา : รักษาโรคหอบหดื รกั ษาโรค ชือ่ ทอ งถิ่น : ขอ ยหนาม (ตรัง)
นํ้ากดั เทา (N1-226-1) ชอ่ื วิทยาศาสตร : Streblus ilicifolius (S. Vidal) Corner
• ตํารับยาสลายนว่ิ : แกน ิว่ สลาย-ขบั นวิ่ ขับปส สาวะ ชื่อวงศ : MORACEAE
(NE1-007) ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม สูง 2–5 ม. ลาํ ตนและก่งิ มหี นาม ทุกสวนท่ี
• ตํารบั ยาแกฟกช้ํา-เคล็ดขัดยอก : รักษาอาการฟกชํ้า ชํา้ ใน มชี ีวิตมนี าํ้ ยางสขี าวขนุ ใบเดย่ี ว เรยี งสลับ รปู ร-ี ไข- ไขกลับ ยาว
เคลด็ ขดั ยอก ตกจากทสี่ ูง รถชน (NE3-013) 3–9 ซม. ขอบใบหยกั เปน หนามแหลมหา งๆ ผิวใบเกลย้ี ง เนอื้ ใบ
• ตาํ รับยารักษาฟนและเหงือก : รักษาฟน รากฟน และเหงือก หนา ผลกลม กวาง 1 ซม. สกุ สเี หลอื ง
ใหแ ข็งแรง (S1-09)
• ตาํ รบั ยาแกคนั : แกอาการคนั ตามผวิ หนัง (S2-28)

ข่อยน้าํ
ชื่อทองถิ่น : ขอยหนาม (พิษณโุ ลก)
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Streblus taxoides (B. Heyne ex Roth)
Kurz
ชอ่ื วงศ : MORACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สงู 2–5 ม. ลาํ ตนและกงิ่ มหี นาม ทุกสว นท่ี
มชี วี ิตมีนาํ้ ยางสีขาวขนุ ใบเด่ียว เรยี งสลับ รปู ไข-หอกกลับ ยาว
2–7 ซม. ขอบใบหยกั เลก็ นอยชวงใกลป ลายใบ ผิวใบเกลี้ยง เน้ือ
ใบบาง ผลมีปก หุม รปู ไข-ใบหอก ปก ยาว 1–4 ซม.

สรรพคณุ สรรพคณุ
• ราก : ใชเขา ยารักษาโรคมะเรง็ (N1) • ตํารับยาแกกษัยไตพกิ าร : แกกระษัย ไตพิการ บาํ รงุ ไต ชว ย
ขบั ปส สาวะ (S2-09)

208

ขะยอ่ มหลวง
ช่อื ทองถ่นิ : ตนี เปด ดง (พิษณุโลก)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Rauvolfia cambodiana Pierre ex Pit.
ชือ่ วงศ : APOCYNACEAE
ลักษณะเดน : ไมพมุ สงู 1–2 ม. ทกุ สวนที่มีชวี ิตมนี า้ํ ยางสขี าว
ขนุ กงิ่ และใบเกลย้ี ง กงิ่ ออ นมชี อ งอากาศสีขาวกระจาย ใบเด่ยี ว
เรยี งรอบขอ 2–3 ใบ/ขอ ใบรปู รีแกมขอบขนาน ยาว 15–30 ซม.
ดอกสีขาวโคนอาจจะแตม สีแดง ผลทรงรี ยาว 1 ซม. ตดิ เปนคู
โคนไมเชอื่ มตดิ กัน

รากขนั ทองพยาบาท

สรรพคุณ สรรพคุณ
• ลําตน และราก : ชวยฆา เซื้อมะเร็ง รกั ษาโรคมะเร็ง (N1) • เปลือก : รักษาโรคผิวหนังจากเช้ือรา รกั ษากลากเกลอื้ น; แกน
ขันทองพยาบาท หรือราก : เขา ตาํ รบั ยารกั ษาตอ มนาํ้ เหลอื งเสีย (E2)
ชอ่ื ทอ งถนิ่ : ขนั ทองพยาบาท (ตรัง, พษิ ณโุ ลก), • ก่งิ และใบ : แกร าํ มะนาด เหงือกบวม, เปลือก : แกปวดขอ
ดูกใส (อดุ รธาน)ี เปนยาระบาย (N1)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Suregada multiflora (A. Juss.) Baill. • ราก : แกล ม แกประดง แกพษิ ในกระดกู (NE3)
ชอ่ื วงศ : EUPHORBIACEAE • ราก : เปนยาขับเสมหะ; เปลือก : ตาํ ผสมนาํ้ สะอาดใชทาและ
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม-ไมตน สงู 3–10 ม. เปลือกเรียบ กิ่งและใบ พอกแผลหา มเลอื ด ตมน้ําชะลา งบาดแผล; แกน : แกโลหิต
เกลีย้ ง กิง่ ออนมรี อยแผลหูใบที่ซอกใบ ใบเด่ียว เรียงสลบั ระนาบ พิการ คออกั เสบ; กระพ้ี : แกไ ขฟกบวม; ผล : แกทองมวนและ
เดียว รูปร-ี ขอบขนาน ยาว 8–16 ซม. ใบกอ นรว งสีสม-แดง ผล แกทอ งบดิ ; ใบ : แชน ้ํากับเปลอื กลําตน ใชอ าบรกั ษาแผลอสี ุก
ทรงกลม กวาง 2.5–4 ซม. สุกสสี ม แตกอา 3–4 ซีก เนือ้ หมุ เมล็ด (R18)
สีขาว • ตาํ รับยารกั ษากลาก/เกล้ือน/สงั คัง/ตกขาว : รักษาโรคผวิ หนัง
จากเชื้อรา เชน กลาก เกลอื้ น สงั คัง ตกขาว แกอาการคันท่ี
ผิวหนงั เร้ือรัง ผดผืน่ คนั (S1-17)
• ตาํ รบั ยาโรคเกา ท : รกั ษาโรคเกา ท แกปวดขอ ปวดเขา แกพษิ
ในกระดูก บํารุงกระดกู (S2-03)
• ตํารับยาโรคประดงเลือด : แกป ระดงเลือด เลือดข้ึน มอี าการ
คนั ตามผิวหนัง (S2-27)
• ตํารบั ยาไขห วัดใหญ : แกไขหวดั ใหญ (S2-57)
• ตาํ รบั ยาโรคผวิ หนังจากเช้ือรา/แกค นั จากการแพ : ยาขีผ้ ึ้ง
หรือยาหมองทารักษาโรคผวิ หนังจากเชอ้ื รา เชน กลาก เกล้ือน
แกอ าการคนั ตามผิวหนังท่วั ไปจากอาการแพ ผ่ืนคนั คันจาก
แมลงสัตวก ดั ตอ ย (S2-64)

209

ขาไก่
ชือ่ ทองถ่ิน : ขาไกแดง (ตรงั )
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Strobilanthes schomburgkii
(Craib) J. R. I. Wood
ชอื่ วงศ : ACANTHACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สงู 1–3 ม. กง่ิ เปนส่ีเหลย่ี ม ใบเรียงตรงขา ม
ใบคูตรงกนั ขา มมีขนาดไมเทากนั ใบรปู ใบหอก ยาว 3–12 ซม.
ผวิ เกลยี้ ง เสน กลางใบดา นบนนนู ชอดอกมใี บประดับเปนกระจกุ
แนน สเี ขยี วออน รูปไข-ใบหอก ยาว 1–2 ซม. มีขนยาวหนาแนน
ดอกเปน หลอดสีขาว ท่ีคอหลอดสีชมพู ยาว 2 ซม.

สรรพคณุ สรรพคุณ
• ตํารบั ยาแกไขตวั รอน : แกไ ข ตัวรอน (S2-113) • เหงา : แกวิงเวยี น บํารงุ หวั ใจ (E2)
• เหงา : แกไ อ แกป วดขอ ประคบหวั ฝ แกฝหนอง (N1)

ข่าปา่ ขาเป๋ ียนุม่
ชื่อทองถิ่น : ขา โคม ขา คม ขาใหญ (พษิ ณโุ ลก), ชอ่ื ทอ งถน่ิ : ขาวเยน็ เหนือ (อดุ รธาน)ี , หวั ยาขา ว
ขา ปา (สระแกว ) เย็นใต (พิษณุโลก)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Alpinia malaccensis (Burm. f.) Roscoe ช่อื วทิ ยาศาสตร : Premna herbacea Roxb.
var. malaccensis ชือ่ วงศ : LAMIACEAE
ชอื่ วงศ : ZINGIBERACEAE ลกั ษณะเดน : ไมพมุ กึ่งลม ลุก สูง 0.5–1 ม. สวนตาง ๆ มขี นส้ัน
ลกั ษณะเดน : ไมลม ลกุ มเี หงา ใตดนิ ใบประกอบแบบขนนก สงู หนานุม มีเหงาใตดิน ใบเดย่ี ว เรียงตรงขามตง้ั ฉาก รูปรี-ไข
2–3 ม. มีใบยอยขางละ 3–5 ใบ เรียงสลบั รปู ใบหอก ยาว กลับ-หอกกลบั ขอบใบหยักฟนเลอื่ ย ชอดอกสขี าวอมเขียว ออก
30–70 ซม. ตามชอ ดอก กานใบ และแผน ใบดานลา งมขี นสน้ั นุม ทีป่ ลายกิง่ เปน ชอ แนน ดอกยอ ยเล็กมาก ผลทรงกลม กวาง 5
ชอดอกออกท่ปี ลายแกนใบ กลบี เล้ยี งและกลบี ดอกสีขาว ปลาย มม. สุกสีมวง
ดอกตมู สชี มพู กลีบปากดา นในสีเหลือง มีจุด-ลายสแี ดง กานดอก
ยอ ย 3–5 มม. ผลทรงกลมกวา ง 2–3 ซม. มีขนหนาแนน

210
ข่าลิง
ชื่อทอ งถ่ิน : ขาตาแดง (พิษณโุ ลก), ขาลงิ ขา เล็ก
(ตรัง)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Alpinia conchigera Griff.
ชือ่ วงศ : ZINGIBERACEAE
ลักษณะเดน : ไมลม ลุก มีเหงา ใตดิน ใบประกอบแบบขนนก สูง
1–1.5 ม. มีใบยอยขางละ 3–4 ใบ เรียงสลบั รูปใบหอก-แถบยาว
ยาว 20–40 ซม. ตามชอดอก กานใบ และแผนใบดานลางมขี น
สั้นเลก็ นอย ชอดอกออกที่ปลายแกนใบ กลีบดอกสขี าวครมี -แดง
เขม กลีบปากมขี ีดสแี ดงแตมดา นขางๆ ละ 3–5 ขดี ผลทรงกลม
กวา ง 1 ซม.

บน : ฟอรม ใบใหญ กานเขยี ว, ลา ง : ฟอรม ใบเล็ก กานมวง, ทงั้ สรรพคณุ
สองฟอรม ถอื วาเปนชนิดเดียวกัน • เหงา : แกลม บาํ รงุ เลือด (N1)
สรรพคุณ • ตาํ รับยารกั ษากลาก/เกลอ้ื น/สังคงั /ตกขาว/สะเก็ดเงิน :
• เหงา : แกนาํ้ เหลอื งเสีย (N1) รกั ษาโรคผิวหนังจากเช้อื รา เชน กลาก เกล้ือน สังคัง ตกขาว
• รากหรือเหงา : แกปวดขอ แกป วดกลา มเน้ือ (NE3) (สาเหตุจากเชอ้ื รา) หรอื จากเชื้อแบคทเี รีย สะเก็ดเงนิ แกค นั
• ราก : แกไข แกดีรั่ว แกก าํ เดา; ตน : ดบั พษิ ไขท กุ ชนดิ บํารงุ ผดผนื่ คนั (S1-16)
โลหติ สตรใี หบรบิ รู ณ แกโ ลหิตจาง แกระดพู ิการ; ใบ : แกหิต • ตํารบั ยาโรคภมู ิแพ : แกโ รคภมู ิแพ (S2-19)
ตาํ พอกแผล ฝ แกแ ผลมะเร็ง (R6) • ตํารับยาโรคอัมพาตระยะแรก : แกอาการก่ึงอมั พาตหรือ
• ตาํ รบั ยาแกไ ขทับระดู : รกั ษาไขท บั ระดู (N1-123) อัมพาตระยะแรก กลามเนอื้ ออนแรง เดินยืนไมปกติ เหนบ็ ชา
• ตาํ รบั ยาแกน้าํ เหลืองเสีย : แกน ้ําเหลอื งเสยี (N1-124) (S2-24)
• ตํารบั ยาโรคตับ : รักษาโรคตบั ตับอกั เสบ ตบั แข็ง (N1-136) • ตํารับยาแกเ หน็บชา : แกเ หนบ็ ชา อาการชาตามปลายมือ
• ตาํ รับยาอายวุ ัฒนะ : อายวุ ัฒนะ (N1-137) ปลายเทา (S2-63)
• ตํารบั ยาแกป วดเสนเอ็น/บาํ รุงเสนเอ็น : แกป วดเสน เอ็น เสน
เอน็ อกั เสบ บํารุงเสน เอน็ (N1-150)
• ตํารับยาโรคไต : รกั ษาโรคไต แกปส สาวะพกิ าร (N1-153)
• ตํารบั ยาบาํ รุงนํ้านม : บํารงุ นํ้านม ขับนํา้ นม (N1-155)
• ตํารบั ยาโรคเอดส : แกโ รคเอดส (N1-192)
• ตาํ รับยาโรคไต : แกโ รคไต (N1-287)

211

ขา้ วสารปา่ ขา้ วสารหลวง

ชอ่ื ทอ งถน่ิ : เขม็ ปา (อุดรธานี) ช่อื ทอ งถน่ิ : ตนดอกคับ (อดุ รธาน)ี
ชื่อวิทยาศาสตร : Pavetta indica L. var. tomentosa ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Maesa ramentacea (Roxb.) A. DC.
(Roxb. ex Sm.) Hook. f. ชื่อวงศ : PRIMULACEAE
ชือ่ วงศ : RUBIACEAE ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม สูง 3–6 ม. ใบเดยี่ ว เรยี งสลับ รูปไขแ กมใบ
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม สงู 2–5 ม. ตามก่ิงออนและใบมขี นสน้ั หนา หอก ยาว 8–15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ผวิ ใบเกลีย้ ง เสนใบ
นุม ใบเด่ยี ว เรยี งตรงขา ม รปู รี-ไขกลับ ยาว 10–20 ซม. แผน ใบ ยอ ยเรยี งตัวคอนขา งขนานกบั เสนแขนงใบ ชอ ดอกสขี าว ต้งั ข้ึน
มีตอมนูนเปนจดุ สีเขยี วเขมกระจาย ชอ ดอกออกท่ีปลายกง่ิ คลาย ยาว 3–10 ซม. ดอกยอ ยเล็กมาก
ดอกเขม็ สขี าว กลีบดอกเปน หลอดยาว 2–3 ซม. ปลายกลีบแยก

4 แฉก ผลทรงกลม กวาง 5 มม. สรรพคุณ
สรรพคุณ • ทั้งตน : รักษาแผลและใชล า งแผล รักษาแผลไฟไหม แผลนาํ้
• ใบสดหรอื แหง : แกไขตัวรอน (NE3) รอนลวก; ใบออน : ทานเปน ผกั ได (NE2)

212

ข้าวหลามดง หยักเปน พูเล็กนอย ผวิ ใบดานบนเปนรอยยน ดอกสขี าวมี 5 กลีบ
ชื่อทอ งถ่ิน : ขาวหลามดง (อดุ รธาน)ี ขอบกลบี หยกั เปนร้ิว ผลทรงกลม กวาง 4–7 ซม. ผลออ นสเี ขยี ว
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Goniothalamus laoticus มลี ายเสนตามแนวยาวสขี าวคลา ยผลแตงโม ผลสุกสสี ม -แดง เนอ้ื
(Finet & Gagnep.) Ban รสขม
ชื่อวงศ : ANNONACEAE
ลักษณะเดน : ไมต น สงู 4–15 ม. ตามกิง่ ออ นและใบเกล้ียง มีขน
เฉพาะทยี่ อดออ น ใบเด่ียว เรยี งสลบั ระนาบเดียว รปู ขอบขนาน
ยาว 13–25 ซม. เสนแขนงใบไมชัดเจน ดอกเด่ียวหรือออกเปนก
ระจกุ ตามลําตนหรือกิ่งใหญ สขี าวอมเหลอื งแลว เปลีย่ นเปน
สีชมพูอมสม เมอ่ื ใกลโรย กลบี ดอกหนา รปู ไขปลายแหลม ยาว
3–5 ซม. ผลรปู ทรงกระบอก ยาว 3–5 ซม. ติดเปนกลุม 10–18
ผล/กลุม ผิวเกล้ยี ง

สรรพคุณ
• ตาํ รบั ยาถา ย : ยาถาย ยาระบาย แกทอ ง
ผูก แกจกุ เสยี ดแนนทอง (S1-20)
ขีไ้ กย่ ่าน
ชอ่ื ทอ งถน่ิ : -
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Mikania micrantha Kunth
ช่ือวงศ : ASTERACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาลม ลกุ ยาวถงึ 20 ม. เถาออนและแผน ใบ
ดานลา งมีขนสีขาว ใบเดย่ี ว เรยี งสลับรูปไข-สามเหลยี่ ม ยาว
5–10 ซม. ขอบใบหยกั ซ่ฟี นลกึ โคนใบเวาลกึ มีเสนใบออกจาก
โคนใบ 5 เสน ชอ ดอกสขี าว คลายดอกสาบเสือ เมลด็ มพี ูขนท่ี
ปลายทําใหป ลวิ ตามลมไดไกล, เปน พชื ตางถ่ินรุกรานพบตามที่
รกราง สวนผลไมและชายปาทัว่ ประเทศ ถิ่นกําเนิดมาจากทวีป
อเมรกิ าเขตรอ น

สรรพคุณ
• รากหรือเนื้อไม : บาํ รงุ รางกาย (NE2)
ขีก้ าแดง
ชอื่ ทอ งถน่ิ : ขี้กาขาว (ตรงั )
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Gymnopetalum scabrum
(Lour.) W. J. de Wilde & Duyfjes
ชอ่ื วงศ : CUCURBITACEAE
ลักษณะเดน : ไมเ ถาลม ลุก ยาวถึง 5 ม. ปกคลมุ ตามพ้นื ดนิ หรอื
พุมไม ทกุ สวนมขี นสากคาย ใบเดี่ยว เรียงสลบั รูป 5 เหล่ียมหรอื

213

สรรพคุณ
• เปลอื ก : รกั ษาแผลเปอ ยเร้ือรัง ชวยสมานแผล, หรือเปลือกสด
ทบุ ใชเ บ่ือปลา (NE3)
• ตาํ รับยาแกไ ขท ับระดู : แกไขท บั ระดู (N1-159)
• ตํารับยาโรคหอบหืด/นํ้ากดั เทา : รักษาโรคหอบหืด รกั ษาโรค
นํา้ กดั เทา (N1-226-1)
• ตํารบั ยาแกไขท บั ระดู : แกไขท ับระดู (N1-253)

สรรพคุณ ขเี้ หลก็
• ใบสด : ขย้หี รือบดพอกรักษาแผลอกั เสบบวม (NE2) ชอ่ื ทอ งถิน่ : ขีเ้ หลก็ (สระแกว , พษิ ณโุ ลก)
ขแี้ รด ช่อื วทิ ยาศาสตร : Senna siamea (Lam.) H. S.
ชื่อทอ งถน่ิ : หันแดง หนามหนั (อดุ รธาน)ี Irwin & Barneby
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Acacia megaladena Desv. ชอ่ื วงศ : FABACEAE
var. indo-chinensis I. C. Nielsen ลกั ษณะเดน : ไมต น สงู 10–25 ม. เปลือกเรยี บ-แตกรองตื้นตาม
ชอ่ื วงศ : FABACEAE ยาว ใบประกอบแบบขนนกปลายคู มใี บยอย 7–10 คู เรยี งตรง
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนื้อแข็ง ยาวถงึ 20 ม. ตามเถา กิ่ง และกา น ขา ม รปู รี ปลายใบมน (จดุ เดน) แผน ใบดานลางคอ นขา งเกลี้ยง
ใบมหี นามโคงแหลมคม เปลือกเถาชัน้ ในสีแดง ใบประกอบแบบ กา นใบและแกนใบมขี นสีขาว ชอ ดอกออกทป่ี ลายกิ่ง ดอกสี
ขนนกสองช้นั คลา ยใบชะอม แตไมมกี ล่นิ ฉนุ กา นใบและแผน ใบ เหลอื ง ฝก แบนรปู แถบยาว ยาว 15–30 ซม. ฝก ออนสเี ขยี วออน
ดา นลา งมขี นสนั้ ชอ ดอกกระจกุ ทรงกลม สขี าว กลบี เลย้ี งสแี ดงคลาํ้

สรรพคณุ
• แกน : แกโรคเหนบ็ ชา (S1)
• ใบ : ระยะเพสลาด : บาํ รงุ ระบบประสาท ทําใหน อนหลบั (S1)
• ตาํ รบั ยาแกเบาหวาน/ความดนั โลหติ : รกั ษาเบาหวาน ความ
ดนั โลหิต (E2-219)
• ตํารับยาโรคไต : แกโรคไต (N1-294)
• ตํารบั ยาแกก ษยั ไตพิการ : แกก ระษัย ไตพิการ บาํ รุงไต, ชว ย
ขบั ปสสาวะ (S2-09)
• ตํารบั ยาปรบั ธาต/ุ ปวดเม่อื ย/ปวดขอ -เอ็น : ชวยปรับธาตุ แก
ปวดเมอ่ื ย ปวดเขา -ขอ-เอน็ แกเอน็ พกิ าร (S2-26)
• ตาํ รบั ยาแกปวดเม่อื ยเสนเอ็น : แกปวดเมื่อยตามเสนเอ็น เสน
เอน็ อักเสบ บรรเทาอาการอมั พฤกษ- อัมพาต (S2-31)
• ตาํ รับยาโรคอมั พฤกษ- อัมพาต : รักษาอมั พฤกษ-อัมพาต
(S2-33)
• ตํารับยาโรคความดนั โลหิต : ชวยลดความดันโลหิตสูง (S2-39)

214

• ตาํ รับยารักษาตอมลูกหมากโต : แกต อ มลูกหมากโต (S2-48) สรรพคณุ
• ตาํ รับยาซอมแซม/เสรมิ สรา งเสนเอน็ พิการ : ชว ยซอมแซม • แกน : ขับเลอื ดเสีย แกป ระจาํ เดอื นผิดปกติ บาํ รงุ โลหิต (NE3)
และเสรมิ สรา งเสน เอน็ ทพี่ กิ าร แกอ าการกระษัยเสนในทอ ง • ผล : แกบ ิด; เปลือกหรือราก : แกไข แกไขม าลาเรีย รักษา
(เสน ทองแขง็ ) (S2-54) วณั โรค ถา ยพิษตา ง ๆ ขบั เหง่ือ แกไข
• ตาํ รบั ยาลา งโรคกอนการรักษาโรคระบบเสน เอน็ : ชวยชาํ ระ • เนื่องจากการอักเสบ แกฟกช้ําบวม ถา ยพษิ เสมหะ ถา ยพิษ
ลางระบบภายในรางกายกอ นการรักษาโรคทเ่ี ก่ียวกบั ระบบเสน โลหติ (R7)
เอน็ อมั พฤกษ อัมพาต (S2-55) • ตาํ รบั ยาอายวุ ฒั นะ : อายุวฒั นะ (N1-137)
• ตํารบั ยารักษากระดูกทับเสน : รกั ษาอาการกระดกู ทับเสน • ตาํ รับยาโรคไมเกรน/วงิ เวียนศรษี ะ : แกโรคไมเกรน แกวงิ
(S2-66) เวียนศรีษะ (S2-21)
• ตาํ รบั ยาแกทองผูก/พรรดึก : แกอ าการทอ งผกู หรอื พรรดกึ • ตาํ รบั ยาไขกาํ เดาใหญ : แกไขก ําเดาใหญ (S2-47)
(อาการทอ งผูกรุนแรง มีอจุ จาระเปน กอ นกลมแขง็ ) (S3-41)
• ตํารับยาแกทอ งรวง-ทอ งเสีย-บิด : แกทอ งรวง-ทองเสยี แกบดิ
ชว ยคุมธาตุ (S3-43)
• ตาํ รับยาแกปลายไข (ไขระยะปลาย) : แกป ลายไข (ไขใ นระยะ
ปลาย : เปนไขต วั รอ น ไขกาฬ ไขก าํ เดา มาแลว หลายวัน ชวย
ทาํ ใหห ายไขเรว็ ขน้ึ ชว ยแกธ าตุ คมุ ธาตใุ หสมดลุ เปน ยาระบา
ยออ นๆ และชว ยใหเจรญิ อาหาร) (S3-45)
• ตาํ รบั ยารักษามดลูกพิการ-อกั เสบ/ขับนา้ํ คาวปลา : แกมดลูก
พกิ าร มดลูกอกั เสบ ชวยบํารุงรักษามดลกู บํารุงสตรีหลังคลอด
ชวยขบั น้ําคาวปลา ขับเลอื ดเสยี (S3-51)

ขเี้ หลก็ เลอื ด เขกา
ขเี้ หลก็ ปา (พษิ ณโุ ลก), ข้ีเหลก็ เลือด ช่ือทอ งถิ่น : กําลังววั เถลิง (พษิ ณุโลก)
ชอื่ วิทยาศาสตร : Maclura andamanica
(ตรงั , อดุ รธาน)ี (Hook. f.) C. C. Berg
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Senna timoriensis (DC.) H. S. Irwin & ช่ือวงศ : MORACEAE
Barneby ลักษณะเดน : ไมเ ถาเนอื้ แข็ง ยาวถงึ 10 ม. สว นตาง ๆ มนี ้ํายาง
ชอื่ วงศ : FABACEAE สขี าวขุน กง่ิ ออ นมีขน เถามีหนามแหลมคม ยาว 2–4 ซม. ใบ
ลักษณะเดน : ไมตน สงู 5–10 ม. เปลอื กเรียบ ใบประกอบแบบ เดี่ยว เรียงเวยี น รปู ขอบขนาน ยาว 7–14 ซม. (คลายกับ แกแล
ขนนกปลายคู มีใบยอ ย 16–20 คู เรียงตรงขา ม รูปรี มีจดุ เดนท่ี Mac_coc แตแ กแลมีใบรูปรี ยาว 4–9 ซม.) ผิวเกลยี้ ง เสน แขนง
ปลายใบแหลมและมตี ิ่ง แผนใบดา นลาง กานใบและแกนใบมขี นสี ใบปลายโคงจรดกนั ชอ ดอกและชอผลทรงกลม กวา ง 3 ซม. สุกสี
นํ้าตาลทอง, ชอดอกออกท่ปี ลายกง่ิ ดอกสเี หลือง ฝกแบนรปู แถบ เหลือง
ยาว ยาว 10–15 ซม. ฝกออนสีนํ้าตาลแดง

215

สรรพคุณ เข็มปา่
• ราก : บํารุงกําลัง บาํ รุงเสนเอ็น (N1) ช่อื ทองถิน่ : เข็มปา เขม็ ขาว (อดุ รธานี)
ช่ือวิทยาศาสตร : Ixora cibdela Craib
ชือ่ วงศ : RUBIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สงู 1–3 ม. ตามกง่ิ ใบ และชอ ดอกเกลย้ี ง
ใบเดยี่ ว เรียงตรงขา ม รูปหอกกลับหรือรแี กมขอบขนาน ยาว
15–25 ซม. กานใบยาว 1–1.5 ซม. กลีบดอกเปนหลอดสี
ขาว-ขาวอมชมพู ยาว 2–3 ซม. ปลายกลีบแยก 4 แฉก ผลกลม
กวา ง 10 มม. ผลออนสเี ขยี วออ น จดุ เดน ทีผ่ ลออนมีลายแถบ-จุด
ตามแนวยาวสีแดง-สีน้ําตาล

เขม็ ทอง
ชอ่ื ทองถ่ิน : เข็มแดง (สระแกว ), เขม็ ทอง เข็มแดง
(ตรัง)
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Ixora javanica (Blume) DC.
ชื่อวงศ : RUBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมพมุ สงู 1–3 ม. ตามกิ่ง ใบ และชอ ดอกเกล้ยี ง
ใบเดี่ยว เรยี งตรงขา ม รปู รี ยาว 7–15 ซม. กา นใบยาว 5–10
มม. กานชอดอกสีแดง และบวมพองเมอ่ื ติดผล กลีบดอกเปน
หลอดสีสม แดง ยาว 3–5 ซม. ปลายกลีบแยก 4 แฉก ผลกลม
กวาง 8 มม. ผลออ นสีเขยี วไมมลี าย สกุ สีดํา

สรรพคุณ สรรพคณุ
• ราก : แกไ ขต ัวรอน รักษาไขป า ไขมาลาเรยี (E2) • เปลือกลาํ ตน : แกท อ งรวง และโรคทางเดนิ อาหาร; แกน : เปน
• ทั้ง 5 : ขบั เสมหะ แกไอ (S1) ยาอายวุ ฒั นะ; ใบ : แกโรคผวิ หนงั แผลพพุ องของเด็ก (R18)
• ตํารับยาแกหวัด/ไอ/เจบ็ คอ/โรคหอบหืด : แกห วดั แกไ อ-เจ็บ • ผล : แกรดิ สีดวงจมกู (NE2)
คอ แกหอบหดื (S2-06) • ดอกและราก : แกโรคตาแดง (NE3)

216

เข็มไหม้
ชอ่ื ทองถิ่น : ดีปลากั้ง ดีปลาชอน (สระแกว),
ปลายขาวสาร (พัทลุง)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Chassalia chartacea Craib
ชื่อวงศ : RUBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ สงู 1–2 ม. ก่งิ ออนและใบเกลย้ี ง ใบเด่ยี ว
เรียงตรงขาม รูปรี ยาว 9–20 ซม. เนอ้ื ไปบางนมุ ชอ ดอกออกที่
ปลายก่งิ ดอกเปนหลอดสขี าว ยาว 1–2 ซม. ดา นในหลอดสี
เหลือง ปลายหลอดโคง งอหนีออกจากแกนลําตน กานชอ ดอก
บวมพองเมื่อติดผล สมี วงแดง

• ตาํ รบั ยาโรคผวิ หนังจากเช้อื รา/แกคันจากการแพ : ยาขผี้ ง้ึ
หรือยาหมองทารกั ษาโรคผวิ หนงั จากเช้อื รา เชน กลาก เกล้ือน
แกอาการคนั ตามผิวหนังท่วั ไปจากอาการแพ ผน่ื คัน คันจาก
แมลงสัตวก ดั ตอ ย (S2-64)

สรรพคุณ ไขเ่ นา่
• ใบ : บํารงุ กําลัง (E2) ชื่อทองถน่ิ : ไขเ นา (ตรงั )
• ใบ : แกรอ นใน ดบั พิษรอ น (S3) ชื่อวิทยาศาสตร : Vitex glabrata R. Br.
เขยตาย ชือ่ วงศ : LAMIACEAE
ชือ่ ทองถิ่น : เขยตาย (ตรัง, พทั ลุง, สระแกว, ลกั ษณะเดน : ไมต น สงู 10–20 ซม. เปลอื กเรียบ ตามกงิ่ ออน
อดุ รธานี), เขยตาย (พษิ ณโุ ลก) และใบเกล้ียง ใบเรยี งตรงขามตั้งฉาก ใบประกอบแบบผา มอื มใี บ
ชื่อวิทยาศาสตร : Glycosmis pentaphylla (Retz.) DC. ยอ ย 5 ใบ รปู หอกกลับ-รปู ไข ผิวใบมนั เงา ดอกสีขาว ผลทรง
ชื่อวงศ : RUTACEAE กลม กวา ง 1.5–2 ซม. เมือ่ สุกเปลอื กและเนื้อในผลสดี าํ รสหวาน
ลักษณะเดน : ไมพมุ สงู 1–3 ม. ปลายกงิ่ มขี นสีนํา้ ตาลแดง ใบ เปน ผลไมปา , ชอบข้นึ ตามรมิ น้ําในปาดงดบิ หรือปาเบญจพรรณ
เรียงเวยี น ใบประกอบแบบขนนก มใี บยอย 3–7 ใบ ขอบใบ ทวั่ ประเทศ
เรียบ-หยกั เล็กนอย ขยีใ้ บมีกล่นิ ฉุนคลา ยสม ดอกสขี าว ผลกลม สรรพคุณ
เมอื่ สกุ เปลอื กจะใสสีชมพู • ตาํ รับยาโรคไสเ ลอื่ น : รักษาโรคไสเลอื่ นทัง้ ชายและหญิง หรอื
สรรพคุณ โรคไขล งฝก (S2-68)
• ลาํ ตน หรือราก : รักษาฝภ ายในและภายนอก (E2)
• รากและเปลือก : ตาํ พอกรักษางสู วัด/ไฟลามทงุ ถอนพิษงู (N1) ผลสกุ ของไขเ นา
• ราก : ยบั ย้งั ไวรัสบางชนดิ รักษาฝอกั เสบ แกพ ษิ งู แกพษิ แมลง
กดั ตอย (NE2)

217

คนทา เปลือกคนทา
ชือ่ ทอ งถิ่น : คนทา (พัทลุง, ตรัง), สีฟนคนทา ระยะแรก เชน ไขต วั รอน ไขกาฬ ไขพษิ ไขกําเดา (S3-44)
(สระแกว, พษิ ณโุ ลก), หนามคนทา โกทา • ตาํ รับยาไขหวดั : แกไ ขห วัด (S3-46)
(อุดรธานี) • ตาํ รับยาไขห ัด/ไขอสี ุกอีใส/ไขอ ีดาํ อีแดง : แกไขหัด ไขเหอื ด
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Harrisonia perforata (Blanco) Merr. (หัดเยอรมัน) ไขอีสกุ อีใส ไขอดี ําอแี ดง กระทงุ พิษไข (S3-48)
ช่อื วงศ : SIMAROUBACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ มุ รอเล้อื ย สงู 3–5 ม. มกั จะแตกก่ิงตาํ่ จาํ นวน ครามขน
มาก เปลือกมหี นามแหลมคมจาํ นวนมาก โคนหนามบวมหนา ก่งิ ชื่อทอ งถิ่น : -
มีหนาม ใบเรยี งสลบั ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี ใบยอ ย 3–6 ช่ือวิทยาศาสตร : Indigofera hirsuta L.
คู เรยี งตรงขา ม รปู ร-ี ไขก ลบั ยาว 1.5–3 ซม. ขอบใบเรียบ-หยกั ชื่อวงศ : FABACEAE
แกนและกา นใบมคี รบี ผลรปู กลมแบน กวา ง 1–2 ซม. ผวิ มรี อยบบุ ลกั ษณะเดน : ไมเถาลมลุก ยาว 1–2 ม. สว นตางๆ มีขนยาวหนา
สรรพคณุ แนน สขี าว ใบเรยี งสลับ ใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี ใบยอ ย
• เปลือกและราก : แกไ ขต วั รอ น แกทองรว ง แกแผลอักเสบ ชวย 2–3 คู เรยี งตรงขา ม รปู ไข-ไขก ลับ ยาว 1.5–4 ซม. ชอดอกคลา ย
สมานแผล (NE3) หางกระรอก ดอกสแี ดงอมชมพู ฝก รปู ทรงกระบอก ยาว 1.5–2 ซม.
• ผลสด : ทุบผสมกบั นํา้ ใชแชเทา ชว ยรักษาอาการเล็บขบ (E2)
• ตาํ รบั ยาหาราก (ยาเบญจโลกวิเชียร/ยาแกว หาดวง) : แกไข
ตัวรอ น ปวดหวั ถอนพษิ ไข (N1-14)
• ตาํ รบั ยาโรคประดง : รักษาโรคประดง (NE2-018)
• ตํารบั ยาหาราก (สูตรพน้ื บาน) : แกไข ตัวรอ น แกปวดหัว
(S1-06)
• ตํารับยาแกไ ขต วั รอ น : แกไ ขต ัวรอ น ปวดหวั ถอนพิษไข ไข
หวดั ไขป อดบวม (S2-01)
• ตํารบั ยาขับนิ่วในทอ ง : รกั ษาน่ิวในทอง (S2-12)
• ตาํ รับยาขบั นิว่ ในไต-ทางเดนิ ปส สาวะ : ชวยขบั น่ิวในไต และ
ทางเดนิ ปสสาวะ (S2-13)
• ตาํ รบั ยาโรคเบาหวาน : แกโ รคเบาหวาน (S2-22)
• ตาํ รับยาไขหวัดใหญ : แกไ ขหวดั ใหญ (S2-57)
• ตํารับยาอุทยั โอสถ : แกไขต วั รอน แกรอนในกระหายนาํ้ แก
ออ นเพลยี ระเหี่ยใจ เพมิ่ ความสดช่ืน บาํ รุงหัวใจ (S3-22)
• ตาํ รบั ยาแกทอ งรว ง-ทองเสยี -บิด : แกทองรว ง-ทอ งเสีย แกบ ิด
ชวยคมุ ธาตุ (S3-43)
• ตาํ รับยาแกตน ไข (ไขระยะแรก) : แกต นไข (ไขเบอื้ งตน หรอื ไข

218

สรรพคุณ ชอดอกของครามขน แกน ของครี้/สกั ขี
สรรพคุณ
• ทั้งตน : ตมนาํ้ ดื่มตางนํา้ แกทองเสยี ชวยยอยอาหาร (NE3) • ตํารับยาไขทบั ระดู : แกไ ขท บั ระดู ระดผู าไข แกพิษโลหติ ระดู
แกร อนใน แกค ลมุ คลั่ง (E1-06)
ครี้ • ตาํ รับยาละลายลิ่มเลือด : ชวยละลายล่ิมเลอื ด บรรเทาอาการ
ช่อื ทอ งถิน่ : สกั ขี (ตรัง, ฉะเชิงเทรา), สกั ขี ซกิ เสนเลือดตีบ (S2-30)
กระซิก (พัทลุง) • ตาํ รับยาโรคอมั พฤกษ-อมั พาต : รักษาอมั พฤกษ-อมั พาต
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Dalbergia parviflora Roxb. (S2-33)
ชือ่ วงศ : FABACEAE • ตํารบั ยาบาํ รงุ โลหิตระดู : บํารุงโลหิตระดู (S2-56)
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ รอเลื้อย ยาวถึง 20 ม. โคนตนหรือก่ิงเกา มี • ตาํ รบั ยาแกปวดเมื่อยกลา มเน้ือ-เสน เอน็ /บํารุงกําลงั : แกปวด
หนาม แกนไมสแี ดงอมมวงเขม ใบประกอบแบบขนนก มีใบยอ ย เม่ือยกลามเน้อื -เสนเอ็น บาํ รุงกําลงั (S2-61)
เรียงสลับ ขา งละ 2–4 ใบ รปู ร-ี ไขก ลับ ยาว 3–6 ซม. ปลายใบ • ตาํ รบั ยาหอมนวโกฐ : แกค ลน่ื เหียนอาเจยี น วงิ เวียน ลมจุก
มน-แหลม ผวิ เกลย้ี ง ดอกสขี าว ผลเปน ฝกแบนรปู รีกลม-ขอบ แนน ในอก แกล มปลายไข แกอาการสะบัดรอ นสะบัดหนาว
ขนานโคง มี 1–4 เมลด็ มรี อยหยกั คอดตามตําแหนงเมลด็ หรอื ครน่ั เน้อื ครน่ั ตัว รอนวบู วาบเหมือนจะเปน ไข บํารุง
เปลือกฝกคอ นขา งหนาและมรี อยยน , พบตามขอบปา พรุและ ประสาท (S3-01)
ทีร่ าบนํา้ ทวมถงึ ในภาคใต • ตํารบั ยาประสะกานพลู : แกปวดทองจากอาการจกุ เสียดแนน
ฝกของครี/้ สักขี ทอ งอดื ทอ งเฟอ อาหารไมยอ ย หรอื ธาตุไมปกติ ชว ยขบั ลม
(S3-05)

คลา้
ชอื่ ทอ งถน่ิ : คลา (ตรงั , พษิ ณุโลก)
ช่ือวิทยาศาสตร : Schumannianthus dichotomus
(Roxb.) Gagnep.
ชือ่ วงศ : MARANTACEAE
ลักษณะเดน : ไมลมลุก สูง 1.5–3 ม. มเี หงา ใตด นิ ลําตน สีเขยี ว
กวา ง 2–4 ซม. แตกกงิ่ ตามขอ ใบรปู รี ยาว 15–30 ซม. ผิวเกลี้ยง
กา นใบเปนกาบหุมกิ่ง ปลายกาบทตี่ ดิ กบั ใบบวมพอง ชอดอกสขี าว
ตั้งข้ึน ผลทรงผลแอปเปล กวาง 2 ซม. มี 3 พูเล็กนอ ย, ชอบ
ข้นึ ตามริมน้าํ ในเขตทีร่ าบลุม
สรรพคณุ
• เหงา : แกป วดขอ แกปวดกระดูก (N1)
• ตาํ รับยาแกลมกองหยาบ/วงิ เวียน-ใจสั่น : แกว ิงเวยี นศีรษะ
ใจสั่น อาการบา นหมุน หนามดื ตาลาย ลมขึ้นแนน หนา อก
(ประเภทลมกองหยาบ) (S1-38)

219

คลุ้ม
ช่อื ทอ งถิ่น : คลมุ (ตรัง, สระแกว )
ชื่อวิทยาศาสตร : Donax canniformis (G. Forster) K. Schum.
ช่ือวงศ : MARANTACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมลมลุก สงู 2–3 ม. มีเหงาใตด ิน ลาํ ตนสเี ขยี ว
กวาง 2–4 ซม. แตกกิ่งตามขอ ใบรูปรี ยาว 15–30 ซม. ผิวเกล้ียง
กา นใบเปนกาบหมุ กิง่ ปลายกาบท่ีติดกบั ใบบวมพอง ชอ ดอกสี
ขาว คลายกับคลา (Sch_dic) มีจดุ ตา งท่ี คลมุ มีชอ ดอกหอ ยลง
ผลทรงกลม กวา ง 1–1.5 ซม., ชอบขน้ึ ตามริมนา้ํ หรอื หบุ เขาใน
เขตพน้ื ทภ่ี ูเขา

กลางซาย : ชอดอก, กลางขวา : ผลของคลา บน : ผล, ลาง : ชอดอกของคลมุ

220

คลุม สรรพคณุ
สรรพคณุ • ตาํ รบั ยาบาํ รงุ โลหิตสตรโี ดยตรง/ประจําเดอื นเปน ปกติ :
• หัวหรือราก : แกป ระดงเขา ขอเขาเสน (E2) บาํ รงุ โลหิตของสตรโี ดยตรง รกั ษาอาการประจําเดอื นใหเปน
• ตาํ รับยาไขอ ีสุกอีใส : แกโรคอีสุกอใี ส หรอื ไขสุกใส (S2-37) ปกติ แกโ ลหิตระดูเสีย บํารุงธาตุ (S2-50)
คอแลน
คอ้ นหมาขาว ชื่อทองถ่นิ : คอแลน (สระแกว, พิษณโุ ลก)
ช่ือทองถ่นิ : วาสนาปา (ตรงั ) ชื่อวทิ ยาศาสตร : Nephelium hypoleucum Kurz
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Dracaena angustifolia (Medik.) Roxb. ชือ่ วงศ : SAPINDACEAE
ชือ่ วงศ : ASPARAGACEAE ลกั ษณะเดน : ไมต น สูงถึง 20 ซม. เปลอื กเรียบ โคนตนมพี พู อน
ลักษณะเดน : ไมพมุ สงู ถึง 1 ม. ลําตนกลม กวา ง 2–3 ซม. ใบ ต้ืน ๆ จาํ นวนมาก ใบเรียงเวยี น ใบประกอบแบบขนนก มีใบยอย
เดย่ี ว เรียงเวยี นกระจกุ ท่ปี ลายกิง่ รูปหอกกลับแกมรปู แถบยาว 4–6 ใบ เรียงเกือบตรงขาม แผน ใบดานลางสีเขยี วนวล ผลทรงรี
ยาว 50–100 ซม. กวาง 4–9 ซม. ผวิ เกลีย้ งมันเงา ชอ ดอกสีขาว ยาว 2.5–4 ซม. เปลือกผลสกุ สแี ดง มีตมุ หนามไมแ หลมคมคลา ย
ยาว 50–80 ซม. ไมแ ตกแขนง ผลลน้ิ จี่ เนอ้ื ในสีขาวรสเปร้ียวอมหวาน
สรรพคุณ
• ราก : รักษาตอมไทรอยดเ ปน พิษ (N1)
• ผลสุก : มีเปลือกสแี ดง เนือ้ ในสขี าวรสเปรย้ี วอมหวานทานเปน
ผลไม หรือทานกบั นา้ํ ปลาหวาน เปน ยาระบาย (E2)
• ตาํ รับยาโรคไทรอยดเ ปนพิษ : รกั ษาโรคไทรอยดเ ปน พษิ
(N1-119)

221

คอแลนเขา ซาย : ผลสุก, ขวา : เปลือกลาํ ตนของคอแลนเขา
ช่อื ทองถนิ่ : คอเหย้ี กดั ล้ินดง (สระแกว )
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Xerospermum noronhianum (Blume)
Blume
ชอ่ื วงศ : SAPINDACEAE
ลักษณะเดน : ไมตนสงู 5–15 ม. เปลอื กคอนขา งเรียบและหลุด
เปน สะเก็ดบางเลก็ นอย เหน็ เปนดวงสนี า้ํ ตาลแดงกระจาย ใบ
เรยี งเวยี น ใบประกอบแบบขนนก ใบยอ ย 2–3 คู เรียงตรงขาม
แผน ใบเกลีย้ ง แผนใบดา นลา งมเี สน ใบกระจุกรวมกันเปนจุดสี
เขยี วเขม กระจายท่วั มกี ลบี เลี้ยงและกลีบดอก 4 กลบี แกนใบ
หนามากกวา 1.5 มม. และขั่วผลบวมหนา 5–7 มม. ผลทรงรี
ยาว 2–3 ซม. ผวิ ขรขุ ระ สุกสเี หลอื ง
สรรพคณุ
• เปลือกหรอื แกน : แกฝใ นทอง ตอ มลูกหมากโต เช้อื ราในสมอง
(E2)

222
คัดเค้าเครือ
ช่อื ทอ งถิ่น : คดั เคา (ตรงั , พิษณุโลก)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Oxyceros horridus Lour.
ชอ่ื วงศ : RUBIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพมุ รอเล้ือย ยาวถึง 10 ม. ลําตนและกิง่ มหี นาม
ออกเปน คตู รงขา มกนั ปลายหนามโคง กลบั คลายเขาควาย กิ่ง
ออนและใบเกลย้ี ง แผนใบดานบนคอนขางราบเรยี บไมเปนคลื่น
ชอ ดอกออกเปนกระจกุ ตามซอกใบ สีขาว เมื่อใกลโรยเปน สี
เหลืองออน มกี ลิ่นหอม ผลทรงกลม กวา ง 5–7 มม. ผิวเกลยี้ ง

บน : เน้ือไม, ลาง : เมล็ด
สรรพคุณ
• เนอ้ื ไม : แกไข (N1)
• ตํารับยาวยั ทอง : รกั ษาอาการวยั ทอง รกั ษาเลอื ดลมใหเ ปน
ปกติ (S2-25)
• ตํารบั ยาไขกาํ เดาใหญ : แกไขกาํ เดาใหญ (S2-47)
คดั เคา้ ดง
ชื่อทอ งถ่ิน : นางพญาทา วเอว (สระแกว ),
พญาทา วเอว (พษิ ณโุ ลก)
ช่อื วิทยาศาสตร : Oxyceros bispinosus (Griff.) Tirveng.
ชอ่ื วงศ : RUBIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ มุ รอเลือ้ ย ยาวถงึ 10 ม. คลายกบั คดั เคาเครือ
(Oxy_hor) แตค ัดเคาดงมจี ุดตางที่หนามคูต รงขา มกันน้นั
ตําแหนงของหนามจะอยใู กลกนั ทําใหด คู ลา ยเข้ยี วของงู กิ่งออ น
และใบเกลีย้ ง แผนใบดานบนเปนคลื่นชดั เจน และกลีบดอกมี
ลักษณะปอมสั้นกวา ผลมขี น
สรรพคณุ
• ราก : แกพ ษิ แมลงสตั วกัดตอ ย (N1)
• ตํารับยาแกปวดเม่อื ย-กระดูกทับเสน : แกป วดหลัง ปวดเอว

ปวดไขขอ ปวดกระดกู แกกระดูกทับเสน บาํ รุงธาตุ (E2-216)
• ตาํ รบั ยาขับนิว่ -โรคไต-ตับ : ขับนว่ิ ในถงุ นํา้ ดี นวิ่ ในระบบทาง
เดนิ ปสสาวะ แกป ส สาวะขน แกโ รคไต แกโรคตบั (E2-217)

223
ค้างคาว
ชื่อทองถิ่น : มะกองคา งคาว (สระแกว)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Aglaia edulis (Roxb.) Wall.
ชื่อวงศ : MELIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 30 ม. เปลือกแตกเปนแผนบางตาม
แนวยาวและเปดรอนออก กิง่ ออ นและผลมีขนสเี ทาอมนาํ้ ตาล ใบ
เรียงเวยี น ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบยอ ย 5–7 ใบ เรยี ง
ตรงขา ม รปู หอกหรอื หอกกลบั ยาว 5–12 ซม. ผิวใบเกลย้ี ง ผลก
ลม กวาง 1.5–2 ซม.
สรรพคุณ
• แกน หรอื ราก : ชวยลดไขตวั รอ น ยาอายุวฒั นะ (E2)

ซา ย : เปลือกลาํ ตนทีอ่ ายนุ อ ย, ขวา : เปลอื กลาํ ตนทอี่ ายุมาก

224

โคคลาน
ชือ่ ทอ งถน่ิ : คุคะ คุระเปยะ (ตรัง, พัทลุง),
กระดอหดใบขน (ทางการ)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Croton caudatus Geiseler
ชือ่ วงศ : EUPHORBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ ุมรอเลอื้ ย ยาวถงึ 7 ม. ก่งิ ออน ใบ และผลมี
ขนสนี าํ้ ตาลทองสากคาย (จุดเดน ) ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปหัวใจ
หรือรูปไข ยาว 6–15 ซม. ขอบใบจกั ฟนเลอ่ื ยไมส ม่าํ เสมอ ชอ
ดอกสขี าว ผลทรงกลม กวาง 1–1.5 ซม. ชอบขนึ้ ตามรมิ นาํ้ หรือ
ตามทร่ี าบลมุ
สรรพคุณ
• ตํารบั ยาเขียวหอม : แกไข ตวั รอ น รอนในกระหายนา้ํ แกพ ิษ
ไขหัด ไขเหอื ด (หดั เยอรมัน) ไขอ สี กุ อีใส (S3-02)

ผลออนของคา งคาว

โคคลาน
ช่ือทองถน่ิ : หวายดนิ ขม้นิ เครือ (สระแกว)
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Anamirta cocculus (L.) Wight & Arn.
ชื่อวงศ : MENISPERMACEAE
ลักษณะเดน : ไมเ ถาเน้อื แข็ง เถามีลายตามแนวยาว กง่ิ ออ นและ
แผน ใบเกล้ียง ใบรูปไข-ไขก วาง ยาว 16–28 ซม. มีเสน ใบ 3–5
เสนออกจากโคนใบ โคนใบเวา กา นใบเกลีย้ ง ยาว 6–20 ซม.
ปลายกานทง้ั สองดา นบวม ชอ ดอกยาว 16–40 ซม. ดอกสีเขยี ว
อมเหลือง, พบในปาดงดบิ ท่วั ประเทศ

สรรพคุณ
• เถา : แกป วดเม่ือยกลา มเนื้อ ปวดเสนเอน (E2)

ผลออนของโคคลาน/คุคะ

225

ชอดอกเพศผขู องโคคลาน/คคุ ะ

โคคลาน

ช่ือทอ งถ่ิน : มะกายเครอื (ภาคเหนือ) บน : ชอ ดอกเพศผู, กลาง : ผลออ น
ช่ือวิทยาศาสตร : Mallotus repandus (Rottlet) Müll. Arg.
ชือ่ วงศ : EUPHORBIACEAE
ลักษณะเดน : ไมพ ุม รอเลื้อย ยาวถงึ 20 ม. เถาอายมุ ากเปลือก
แตกเปน ลายรา งแห-สะเก็ดเล็กนอย ตามกงิ่ แผน ใบดานลาง กา น
ใบ ชอ ดอก และผลมีขนสนั้ หนานุม ใบเดี่ยว เรยี งเวียน รูปไข- ไข
กวาง ยาว 5-11 ซม. รปู ลม่ิ -กลม-ตัด มีตอ มเปน จดุ ใกลขอบใบ
บรเิ วณโคน มีเสน แขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู ขอบใบเรยี บ-หยัก
ซ่ฟี น แผนใบดานลางมีตอ มเล็กสีเหลอื งกระจายทว่ั กา นใบยาว
2-7 ซม. บางครง้ั กา นใบตดิ กับโคนใบแบบกนบดิ เล็กนอย ตน แยก
เพศ ชอดอกยาวถึง 20 ซม. สีเหลอื งครีม ผลทรงกลม กวา ง 8-10
มม. บางครั้งมี 2 พูติดกัน, พบตามชายปา ดงดบิ หรือปา
เบญจพรรณ หรือที่รกรา งในเขตทรี่ าบลมุ ท่วั ประเทศ

เถาโคคลาน

226

สรรพคุณ โคลงเคลง
• รากหรือเน้ือไม : แกลมวิงเวียน รกั ษาแผลในระบบทางเดิน ชอ่ื ทองถิ่น : โคลงเคลง มังเบร มังเร (ตรัง), เอ็นอา
อาหาร แกจดุ เสยี ดแนนทอง เปนยาระบาย แกป วดเมื่อยกลาม เอนอา (อดุ รธาน)ี
เนือ้ หรอื เสนเอน็ ; ใบสด : ทําลูกประคบแกปวดเมื่อยกลาม ชอ่ื วิทยาศาสตร : Melastoma malabathricum L. subsp.
เนื้อ-เอน็ (E2) malabathricum
• เถา : บํารุงเสนเอ็น แกกษยั แกปวดเมือ่ ย (N1) ชอื่ วงศ : MELASTOMATACEAE
• ตาํ รบั ยาแกปวดเมอ่ื ย-บํารงุ กําลัง : แกป วดเมือ่ ย บํารงุ กําลัง ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม สงู 1–2 ม. ก่ิงและใบมีขนส้นั สากคาย ใบ
(E1-05) เรียงตรงขามตัง้ ฉาก รูปร-ี ใบหอก ยาว 5–10 ซม. มีเสน แขนงใบ
• ตํารับยากาํ ลังฮอ สะพายควาย : บาํ รุงกาํ ลัง แกปวดเมื่อยตาม ออกจากโคนใบ 1 คู กลบี ดอก 5 กลีบ สีชมพอู มมวง ดอกบาน
รางกาย (S1-43) กวาง 3–4.5 ซม. เกสรเพศผูส เี หลือง ผลทรงกลม กวา ง 1–1.3
• ตาํ รับยารกั ษากระดกู ทับเสน : รักษาอาการกระดกู ทบั เสน ซม. สุกสีแดง มีเกลด็ สัน้ สขี าวตดิ แนบผิว
(S2-04) สรรพคุณ
• ตํารับยาแกกษยั ไตพกิ าร : แกก ระษัย ไตพิการ บาํ รงุ ไต ชวย • ราก : บํารงุ กําลัง บาํ รุงรา งกาย (S1)
ขบั ปส สาวะ (S2-09) • ใบ : แกท อ งรว ง แกบ ิด (NE3)
• ตํารับยาโรคอมั พาตระยะแรก : แกอ าการกึง่ อัมพาตหรอื
อัมพาตระยะแรก กลามเนื้อออ นแรง เดนิ ยืนไมป กติ เหน็บชา
(S2-24)
• ตํารับยาปรบั ธาตุ/ปวดเม่อื ย/ปวดขอ-เอ็น : ชวยปรบั ธาตุ แก
ปวดเมือ่ ย ปวดเขา-ขอ -เอ็น แกเอน็ พิการ (S2-26)
• ตํารบั ยาแกปวดเมื่อยเสน เอ็น : แกป วดเมือ่ ยตามเสน เอน็ เสน
เอน็ อักเสบ บรรเทาอาการอมั พฤกษ- อัมพาต (S2-31)
• ตํารับยาโรคอมั พฤกษ-อมั พาต : รักษาอัมพฤกษ-อมั พาต
(S2-33)
• ตาํ รับยาแกป วดเมอ่ื ย/ชาตามปลายมือ-เทา : แกปวดเมือ่ ย
ตามรางกาย แกอาการชาตามปลายมอื ปลายเทา (S2-36)
• ตํารบั ยารักษามดลกู เคลือ่ น/บาํ รงุ โลหิต : รกั ษามดลกู เคล่อื น
บํารุงโลหติ (S2-45)
• ตาํ รับยาบํารงุ รกั ษามดลูก : ชว ยบาํ รุงรกั ษามดลกู บํารุงสตรี
หลังคลอด มดลูกพิการ (S2-60)
• ตํารับยาแกปวดเมอ่ื ยกลา มเนื้อ-เสนเอน็ /บาํ รุงกาํ ลงั : แกปวด
เมื่อยกลามเนอื้ -เสนเอน็ บาํ รงุ กาํ ลงั (S2-61)
• ตํารับยาแกเหนบ็ ชา : แกเ หน็บชา อาการชาตามปลายมอื
ปลายเทา (S2-63)
• ตํารบั ยารักษากระดกู ทบั เสน : รักษาอาการกระดกู ทับเสน
(S2-66)
• ตํารับยาแกปวดเม่อื ย-กระดูกทบั เสน : แกป วดหลัง ปวดเอว
ปวดไขขอ ปวดกระดูก แกกระดกู ทับเสน บํารุงธาตุ (E2-216)

ลา ง : ผลสุกของโคลงเคลง

227

โคลงเคลงขนต่อม โคลงเคลงตวั ผู้
ชื่อทอ งถิ่น : ขาวตาก (ตรัง) ช่ือทอ งถ่นิ : โคลงเคลง เอน็ อา (สระแกว ), เอนอา
ชือ่ วิทยาศาสตร : Clidemia hirta (L.) D. Don (พษิ ณโุ ลก)
ชือ่ วงศ : MELASTOMATACEAE ช่ือวทิ ยาศาสตร : Melastoma orientale Guillaumin
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุมรอเลื้อย ยาวถึง 4 ม. ตามสว นตา งๆ มขี น ชอ่ื วงศ : MELASTOMATACEAE
ยาวสากคาย ใบเดี่ยว เรยี งตรงขาม ใบรูปไข-ไขก วาง ยาว 6–12 ลักษณะเดน : ไมพมุ สงู 1–2 ม. มีลักษณะทั่วไปคลายโคลงเคลง
ซม. ผิวใบดานบนมรี อยกดตามแนวเสนใบ ดอกสีขาว มกี ลบี ดอก (Mel_mal_mal) จุดตา งที่ โคลงเคลงตัวผู ดอกบานกวาง 1.5–2
5 กลบี ผลรปู ไข- กลม กวา ง 8–10 มม. สุกสีมว งอมนา้ํ เงนิ , เปน ซม. เกสรเพศผูส ชี มพู ผิวของผลมีขนแตกกิง่ ยาว
พชื ตางถิน่ รุกรานในเขตปาดงดบิ ชื้น มาจากทวปี อเมริกาตอน สรรพคุณ
กลาง • ทัง้ 5 : แกเสน ยึด บาํ รงุ กาํ ลัง (E2)
สรรพคุณ • ตํารบั ยาแกป วดเสนเอ็น/บาํ รงุ เสน เอน็ : แกปวดเสนเอน็ เสน
• ใบและกง่ิ : ตม นํา้ ด่มื ลดการไหลของเลือดประจาํ เดอื นทีม่ ากก เอ็นอักเสบ บํารุงเสนเอน็ (N1-150)
วาปกติ แกปวดทอ ง ลดการหดเกรง็ ของกลา มเนอ้ื ; ใบ : ตาํ
พอกแผล เปน ยาสมานแผล หรือตมกบั น้ําใชลา งแผล หรอื ลา ง
ชองคลอดสตรีทตี่ กเลอื ด (R77)
• ใบ : รักษาแผลสด (S2)

ลา ง : ผลสุกของโคลงเคลงขนตอ ม ผลออ นของโคลงเคลงตวั ผู

228

เคีย่ ม ออ นและแผน ใบดานลา งมขี นสีนํ้าตาลออน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รปู
ชื่อทอ งถน่ิ : เคี่ยม (ตรงั ) ไขแกมขอบขนาน ยาว 8–15 ซม. ผวิ ใบดา นบนมนั เงา เสนแขนง
ชือ่ วิทยาศาสตร : Cotylelobium lanceolatum Craib ใบขา งละ 11–15 เสน แผน ใบดา นลา งมีขนหนานุมหรอื มีขยุ สี
ชือ่ วงศ : DIPTEROCARPACEAE ขาว ผลมปี กรูปแถบยาว 3 ปก ยาว 8–10 ซม. และปก สนั้ 2 ปก
ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 40 ม. เปลอื กแตกเปนสะเก็ดหนา ยาว 3–5 ซม. ผลทรงหยดน้ํา
ตามยาว ก่งิ ออ นและแผนใบดานลางมขี นสีนํ้าตาลออน ใบเดย่ี ว
เรยี งสลับ รูปไขแกมขอบขนาน ยาว 8–15 ซม. ผิวใบดานบนมัน
เงา เสน แขนงใบถีป่ ลายเสน จรดกนั ใกลข อบใบ ผลมปี ก รปู แถบ
ยาว 2 ปก ยาว 4–7 ซม. ผลออ นสเี ขียวอมเหลือง ผลทรงหยดนํา้

สรรพคณุ สรรพคุณ
• เปลอื ก : มีรสฝาด สับเปน ช้นิ ใชรองกนกระบอกนํ้าตาลสด • เปลอื ก : มีรสฝาด สับเปน
ปองกนั การบูดเนา (S3) ชิน้ ใชรองกนกระบอก
• ตํารบั ยาสตรีสาวเสมอ : บํารุงรักษาระบบภายในของสตรี ชว ย นา้ํ ตาลสด ปอ งกนั การบูด
กระชบั รา งกาย (S2-15) เนา ; แกนหรอื ราก : ยา
• ตํารับยาโรครดิ สีดวงทวาร : แกรดิ สีดวงทวาร (S2-41) อายวุ ัฒนะ (E2)
• ตํารับยาโรครดิ สดี วงทวาร : รักษาโรครดิ สีดวงทวาร (S2-42) เครืองูเขียว
เคีย่ มคะนอง ชือ่ ทอ งถิน่ : พลูชาง (อดุ รธานี)
ชอ่ื ทองถนิ่ : เคีย่ มคะนอง (สระแกว ) ช่อื วิทยาศาสตร : Scindapsus officinalis (Roxb.) Schott
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Shorea henryana Pierre ช่อื วงศ : ARACEAE
ช่อื วงศ : DIPTEROCARPACEAE ลักษณะเดน : ไมล ม ลุกทอดคลาน มรี ากยดึ เกาะตามตนไม ยาว
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถงึ 40 ม. เปลือกแตกเปน สะเกด็ หนา กงิ่ ถงึ 20 ม. สว นตาง ๆ เกล้ียง ใบเดยี่ ว เรยี งสลับ รปู ร-ี ไขกวา ง
ยาว 15–23 ซม. กานใบยาวใกลเคยี งกบั ใบ แผเ ปน กาบกวา ง

229
ใบประกอบมี 3 ใบยอ ย รูปใบหอก ยาว 5–15 ซม. ขอบใบหยัก
เลก็ นอ ย เนอ้ื ใบหนา แผนใบเกล้ียง ขยี้มีกลิ่นคลา ยผวิ สม ผลทรง
กลมแบน กวา ง 1 ซม.

2–4 ซม. ชอ ดอกมีกาบรองและหอชอดอกรูปทรงรี สเี หลอื งครมี สรรพคุณ
ชอ ดอกเปนแทง รูปทรงกระบอก ยาว 6–12 ซม. สีครมี • ทัง้ 5 : เขา ยารักษามะเรง็ (E2)
สรรพคณุ • เถา : ชว ยบํารงุ เลือด ชว ยขบั ลม แกไข (N1)
• ผลหรือฝก : ยาบาํ รงุ ยากระตนุ ขับเหงื่อ (NE3) • ตํารบั ยาโรคไต : รักษาโรคไต (S2-10)
เครืองเู ห่า • ตาํ รับยาแกปวดเมอ่ื ยกลา มเน้ือ-เสนเอน็ /บาํ รุงกาํ ลงั : แกป วด
ช่อื ทองถ่ิน : คองูเหา (ตรงั ), พญางูเหา (สระแกว), เมื่อยกลา มเน้อื -เสนเอ็น บาํ รุงกําลัง (S2-61)
หนามไกไห (พิษณุโลก)
ชื่อวิทยาศาสตร : Toddalia asiatica (L.) Lam.
ชอื่ วงศ : RUTACEAE
ลักษณะเดน : ไมเถาเน้อื แข็ง ยาวถงึ 10 ม. กิ่งและเถามหี นาม
แหลมคม เถาอายุมากโคนหนามบวมหนา ใบเรียงเวียน

230

เครือปลอก เครือปลาสงแดง
ชือ่ ทอ งถน่ิ : เครอื ปลอก (สระแกว ), เถาวลั ยเ หลก็ ชอื่ ทองถ่ิน : เครอื เขาดนิ (พิษณโุ ลก) เครือซดู
(ตรงั ), พญาง้วิ ดํา (พังงา, ภูเกต็ ) (อีสาน)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Ventilago harmandiana Pierre ชื่อวทิ ยาศาสตร : Ichnocarpus frutescens (L.) W.T. Aiton
ชื่อวงศ : RHAMNACEAE ชอ่ื วงศ : APOCYNACEAE
ลักษณะเดน : ไมเถาเนอื้ แข็ง ยาวถงึ 30 ม. กิง่ ออ นมขี นส้ัน เถามี ลักษณะเดน : ไมเถาเนือ้ ออน ยาวถึง 10 ม. สว นตา ง ๆ มีน้ํายาง
ลายตามแนวยาว เถาอายมุ ากแตกเปนรองตื้นแกมรางแหตาม สีขาวขนุ ก่ิงออนมีขนส้ันสนี าํ้ ตาลแดง ใบเด่ยี ว เรยี งตรงกันขา ม
แนวยาว ใบเดี่ยว เรยี งสลบั รปู ใบหอก ยาว 9–15 ซม. จุดเดน รปู ใบหอก-ขอบขนาน กลีบดอกเปนหลอดสีขาว ยาว 5 มม.
ของชนดิ นอี้ ยทู มี่ ขี อบใบเรยี บมเี สน ใบยอ ยเรยี งตามแนวขวาง และ ปลายกลีบแยก 5 แฉก บิดเปน เกลยี้ วขอบกลบี มีขนครุย
ผลมปี ก แบนรปู หอก ยาว 4–6 ซม. ตดิ เมลด็ กลมทปี่ ลายดา นหนงึ่

บน : ผล, ลา งซาย : เถาอายุนอย, ลา งขวา : เถาอายุมาก สรรพคณุ
สรรพคณุ • ตาํ รบั ยาโรคตับ : รกั ษาโรคตับ ตบั อักเสบ ตับแข็ง (N1-136)
• เถา : ชว ยขบั ฟอกโลหิตระดู ขบั เลือดเสยี ขับนา้ํ เหลอื งเสีย เครอื แฟบ
(E2) ชื่อทอ งถน่ิ : เถาเอน็ ออน (พษิ ณโุ ลก)
• ตํารบั ยาลา งโรคกอนการรกั ษาโรคระบบเสนเอน็ : ชวยชําระ ชือ่ วิทยาศาสตร : Erycibe schmidtii Craib
ลางระบบภายในรา งกายกอนการรักษาโรคท่ีเก่ียวกับระบบเสน ช่ือวงศ : CONVOLVULACEAE
เอน็ อัมพฤกษ อมั พาต (S2-55) ลกั ษณะเดน : ไมพมุ รอเล้อื ย ยาวถึง 7 ม. ตามกิ่งมชี อ งอากาศ
กิง่ ออ นเกล้ียง-มขี นประปราย ใบเด่ียว เรยี งสลับ รูปร-ี รูปไข-รูป
ใบหอก ยาว 7–12 ซม. เน้อื ใบหนาและเหนยี ว ผิวใบเกลีย้ ง กาน
ใบยาว 1 ซม. กลีบดอกสีขาวอมเหลือง มี 5 กลีบ ปลายกลบี เวา

231

บุมและบิดเปนคล่นื ดอกบานกวา ง 1–1.3 ซม. ผลรูปรกี วา ง ยาว ชอ ดอกเครอื ออน
1.3–2 ซม. ผิวเกล้ียง คาํ มอกหลวง
สรรพคุณ ชอื่ ทองถิ่น : ไขเนา (อดุ รธาน)ี , คาํ มอกหลวง
• เถา : แกปวดเม่ือย รกั ษาอาการปวดกระดกู ปวดเสนเอ็น (N1) (พษิ ณโุ ลก)
• ตํารบั ยาแกปวดเสน เอน็ /บํารุงเสนเอ็น : แกป วดเสน เอ็น เสน ช่ือวทิ ยาศาสตร : Gardenia sootepensis Hutch.
เอ็นอักเสบ บาํ รุงเสน เอน็ (N1-150) ช่ือวงศ : RUBIACEAE
• ตาํ รบั ยาแกปวดเสนเอ็น/บํารงุ เสน เอน็ : แกป วดเสนเอน็ ลกั ษณะเดน : ไมต นผลัดใบ สูงถึง 10 ม. ยอดจะพบชันเหนียวสี
บาํ รุงเสนเอน็ (N1-256) เหลอื งใสหมุ ใบเด่ียว เรียงตรงขา มต้งั ฉาก รปู รี-หอกกลับ ยาว
เครือออน 15–30 ซม. แผนใบดานลา งมีขนหนาแนน-ประปราย ดอกเปน
ช่อื ทอ งถิน่ : - หลอดยาว 7–10 ซม. ปลายแยก 5 แฉก สเี หลืองออ น-เหลืองสม
ชื่อวิทยาศาสตร : Congea tomentosa Roxb. มกี ลนิ่ หอม ผลทรงรี ยาว 4–6 ซม. มี 5 เหลี่ยมตามแนวยาวเล็ก
ชอ่ื วงศ : LAMIACEAE นอย
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนื้อแข็ง ยาวถึง 40 ม. ตามกิง่ ออ น ใบ และ
ชอ ดอกมขี นนมุ หนาแนน ใบเดย่ี ว เรยี งตรงขาม รูปรี-รูปไข ยาว
6–15 ซม. ชอดอกออกตามซอกใบหรอื ปลายกง่ิ มใี บประดับ
สีชมพู แยก 3–4 แฉก รปู ไขกลบั -หอกกลับ เปนฐานรองรับดอก
ยอย ดอกยอยขนาดเลก็ สีขาว มีลายสมี ว งแดงกลางดอก
สรรพคณุ
• ทง้ั 5 : แกไอ แกป วดเมอ่ื ย (NE2)

232

สรรพคุณ สรรพคณุ
• เนอ้ื ไม : บํารงุ สมรรถภาพทางเพศ (N1) • แกน : แกป ส สาวะแดงหรือเหลอื ง (NE2)
• แกน : บํารงุ หัวใจ; ราก : แกตกขาว (NE3) • เปลือก : ชว ยบาํ รงุ ธาตุ รักษาโรคกระเพาะ แกพรรดึก; ผลและ
คําแสด ใบ : ตม กับน้ําดมื่ แกหวดั ; เมล็ด : แกไข แกวงิ เวียน; ขนจากผล
ช่ือทอ งถน่ิ : คําแสดปา (ตรงั ), ตองหนงั (อุดรธาน)ี ทีเ่ ปน ผงสีแดง : ใชเ ปน ยาขับพยาธิตวั กลม พยาธติ วั แบน และ
ชื่อวิทยาศาสตร : Mallotus philippensis (Lam.) Mull. Arg. พยาธติ วั ตดื (R56)
ชื่อวงศ : EUPHORBIACEAE ไครน้ ้าํ
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 10 ม. เปลอื กเรยี บ ใบเด่ียว เรยี ง ชื่อทองถ่นิ : ไครน ้าํ (อุดรธานี, พิษณุโลก), ไครนํ้า
เวยี น รูปไข-ขอบขนาน ยาว 10–17 ซม. ขอบใบเรยี บ-หยักซฟ่ี น ตะไครน ้าํ (ตรงั )
มีเสน แขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู แผน ใบดา นลา งมีขนสัน้ ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Homonoia riparia Lour.
ประปรายและสีขาวนวล ผลทรงกลม กวาง 7–10 มม. มขี ุยสีแดง ชอื่ วงศ : EUPHORBIACEAE
เขมปกคลมุ ลกั ษณะเดน : ไมพมุ สูง 1–4 ม. กง่ิ ออ น แผน ใบดานลา ง และชอ
ดอกมีขนสัน้ ใบเด่ยี ว เรียงเวยี น รปู หอกกลบั แกมรปู แถบยาว
ยาว 10–20 ซม. ขอบใบเรยี บ-หยกั มน ปลายใบเรยี วแหลม ชอ
ดอกเพศผตู ้ังข้ึน เพศเมยี หอ ยลง ยาว 10–15 ซม. สีเหลืองอม
นาํ้ ตาล ผลทรงกลม กวาง 3–5 มม. ตดิ เปน ชอ ยาว, ชอบขนึ้ ตาม
ริมตลงิ่ และแกงหินในลําธารเขตตน นา้ํ
สรรพคุณ
• ราก : ตาํ เอานาํ้ ทาเปน ยาหามเลอื ด, ตม นา้ํ ด่มื เปนยาแกท อ ง
รว ง แกบิด และเปนยาสมานทอ ง; เปลือก : เปน ยาสมานแผล
ยาสมานทอง, ฝนกบั นํ้าปูนใสกินเปน ยาฝาดสมานแผลภายใน

233

แกนา้ํ เหลอื งเสีย; ยางจากลําตน : ใชสมานแผล แกบ ิด ปด ธาตุ
แกน า้ํ เหลอื งเสยี (R18)
• กิ่งหรอื ลําตน : แกป วดฟน (NE3)
• ใบ : แกไ ขต วั รอน ท่ีมอี าการนอนกระสับกระสา ย ชว ยถอนพษิ
ไข (N1)
• ตํารับยาขับน่ิวในไต-ทางเดนิ ปสสาวะ : ชวยขบั นิว่ ในไต และ
ทางเดินปสสาวะ ชว ยลา งไต รกั ษาทางเดนิ ปส สาวะอักเสบ
(S2-14)

บน : ผลออนของไครน้าํ , ลา ง : ไครน ํ้าท่ขี นึ้ ตามริมลําธาร สรรพคุณ
• ตํารบั ยาโรคผวิ หนงั จากเชอื้ รา/แผลติดเชอื้ : แกก ลาก เกลื้อน
แกพิษบาดแผล แผลติดเชอื้ (S1-42)
• ตํารับยาโรคผวิ หนงั จากเชือ้ รา/แกคันจากการแพ : ยาข้ีผงึ้
หรอื ยาหมองทารักษาโรคผิวหนงั จากเช้อื รา เชน กลาก เกลอ้ื น
แกอาการคันตามผวิ หนังทวั่ ไปจากอาการแพ ผ่ืนคัน คันจาก
แมลงสตั วกดั ตอย นํา้ มันจากเมล็ดมีสรรพคณุ เหมือนกบั กระเบา
น้ํา (Hyn_cas) และกระเบาใต (Hyd_cal) (S2-64)
งวิ้ ปา่
ชื่อทอ งถ่นิ : ง้ิวดอกขาว ง้ิวผา (อุดรธาน)ี , งิ้วปา
(พิษณโุ ลก)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Bombax anceps Pierre
ชอื่ วงศ : MALVACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมต นผลดั ใบ สงู ถึง 40 ม. เปลอื กและกิง่ มหี นาม
แหลมคม ใบเด่ียว เรียงเวยี น ใบประกอบรปู ผามอื มใี บยอย 5–7
ใบ รปู หอกกลบั ยาว 4–15 ซม. แผน ใบเรยี บและเกลี้ยง กา นใบ
ยอยสีเขียว ยาวไมเกิน 1 ซม. ดอกสีขาว กลบี ดอกบานพับกลบั
จนถึงโคนกลีบ ผลเปน ฝกทรงกระบอกแกมรี ยาว 10–15 ซม.
ผลแกแหง แตก มีเสน ใยขาวเปนปุยรอบเมล็ดสีดาํ , เปน พชื ปา พนื้
เมืองของไทย มกั พบตามชายปา พืน้ ทดี่ นิ ปนหนิ และปา ผลดั ใบ

ง่ายอ้ ย
กระเบา กระเบาใหญ (ตรงั )

ชื่อวิทยาศาสตร : Hydnocarpus kurzii (King) Warb.
ช่ือวงศ : ACHARIACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 25 ม. เปลอื กเรยี บ กงิ่ ออ นและกาน
ใบมขี นสน้ั ประปราย ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั รปู ขอบขนาน ยาว
12–20 ซม. ขอบใบเรยี บ โคนใบเบ้ียวเลก็ นอ ย เสนใบยอ ยเรียง
ตามแนวขวางเห็นชัดเจนทีแ่ ผน ใบดา นลา ง ผิวใบเกล้ียง เนื้อใบ
หนา ผลทรงกลม กวา ง 7–10 ซม. มีขนสีนํ้าตาลปกคลมุ หนา
แนน

234

สรรพคุณ จนั ทนคันนา
• เปลือก : แกผดผ่ืนคัน (N1) จันทนช์ ะมด
• เปลอื ก : แกอาหารเปนพษิ กินผิดสาํ แดง แกทองเสียทองรว ง ชื่อทอ งถน่ิ : จันทนช ะมด (สระแกว, พษิ ณุโลก)
(NE3) ช่อื วิทยาศาสตร : Aglaia silvestris (M. Roem.) Merr.
• ตํารบั ยาโรครดิ สดี วงทวาร : รกั ษารดิ สีดวงทวาร (NE4-027) ชื่อวงศ : MELIACEAE
จนั ทน์คนั นา ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถึง 30 ม. เปลือกแตกสะเก็ด เปลือกใน
ชอ่ื ทองถ่ิน : พลิ งั กาสาปา ปก ษาแหวกรงั สแี ดง ยอดมนี าํ้ ยางสขี าวและมสี ะเกด็ สนี ้ําตาล ใบเรยี งสลับ ใบ
(สระแกว ) ประกอบแบบขนนกปลายคี่ ยาว 20–60 ซม. ใบยอ ย 5–9 คู
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Psychotria adenophylla Wall. เรียงตรงขา ม-เกือบตรงขา ม รูปใบหอก-แกมรูปแถบยาว ยาว
ชือ่ วงศ : RUBIACEAE 7–15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสมมาตร-เบ้ียวเล็กนอย
ลักษณะเดน : ไมพุม สูงถงึ 4 ม. ตามกิ่งและใบเกลี้ยง มีหใู บเปน ผิวใบเกลี้ยง ผลคอนขางกลม กวางถึง 2.5 ซม. สุกสีเหลือง-สม
หลอดหมุ ทขี่ อ กง่ิ ใบเดี่ยว เรยี งตรงขา ม รปู ไข-รี ยาว 8–20 ซม.
ท่ีซอกระหวางเสนกลางใบและเสนแขนงใบมีตอ มนูน ชอดอกสี
ขาวอมเขยี ว ต้ังข้ึน ยาว 10–20 ซม. ดอกยอ ยขนาดเล็ก แตก
แขนงสน้ั ชดิ แกนชอดอก
สรรพคณุ
• ราก : แกไ ขต ัวรอน (E2)

235

มีสะเกด็ ปกคลุม, แกน ไมไมมกี ลิน่ หอมแบบจันทนชะมด/จันทน
หอม (Mansonia gagei)
สรรพคณุ
• ทั้ง 5 : บํารุงหวั ใจ (E2)
• แกน : แกไ ขต วั รอน ท่มี อี าการนอนผวานอนเพอ ดว ย (N1)

จันทนชะมด Aglaia silvestris มีเปลือกช้ันในสีแดง

จนั ทนช์ ะมด จันทนช ะมด/จันทนหอม Mansonia gagei
ช่อื ทอ งถิน่ : จันทนช ะมด จนั ทนหอม (พัทลงุ ) จันทน์แดง
ชื่อวิทยาศาสตร : Mansonia gagei J. R. Drumm. ex Prain ชื่อทอ งถ่ิน : จันทนแ ดง (พทั ลุง), จนั ทนแดง
ชื่อวงศ : MALVACEAE จนั ทนผ า (สระแกว )
ลักษณะเดน : ไมต น สูงถึง 30 ม. เปลอื กแตกเปนรอ งตน้ื ตาม ช่ือวิทยาศาสตร : Dracaena cochinchinensis (Lour.) S. C.
แนวยาว เปลอื กชั้นในสเี หลอื งครมี และมีกลิน่ เหม็นเขยี ว (จุดตาง Chen
จากจันทนชะมด Agl_sil) ตามกง่ิ ออน กานใบ และแผนใบดา น ชือ่ วงศ : ASPARAGACEAE
ลางมขี นส้ันนุม-คอนขา งเกลี้ยง มีหใู บทีซ่ อกใบรูปใบหอก ใบเดีย่ ว ลักษณะเดน : ไมพุม สูงถึง 6 ม. ลําตนกลม กวา ง 7–40 ซม.
เรยี งสลับ รูปไข- หอกกลับ ยาว 8–15 ซม. ขอบใบจกั ฟนเลอ่ื ย แกนสีแดงอมสีนา้ํ ตาล ใบเดีย่ ว เรียงเวยี น เปนกระจกุ ท่ปี ลายกิ่ง
โคนใบรูปล่ิม-เวา มีเสน แขนงใบออกจากโคนใบ 1 คู ปลายกาน รูปแถบยาว ยาว 50–70 ซม. กวาง 5–9 ซม. ปลายใบเรยี วแหลม
ใบบวมพอง ผลมปี ก บางสเี ขยี วออ น รปู ขอบขนานปลายโคง ยาว ผิวใบเกล้ียง เนือ้ หนา โคนใบเปนกาบโอบกง่ิ และพบคราบสี
3–5 ซม. มีเมลด็ ตดิ ทโ่ี คนปก แดงนาํ้ หมาก, พบตามหนาผาภเู ขาหินชนิดตาง ๆ แตมกั พบตาม
สรรพคุณ ยอดเขาหนิ ปนู ทั่วประเทศ, แกน ไมท ต่ี ายแลว เมอ่ื มเี ช้ือราลงทาํ ให
• แกน ไมทต่ี ายพราย (ยนื ตน ตาย) : มักจะมกี ลิน่ หอม ใชแกน ไม เปน สีแดงอมสีนาํ้ ตาล มีกล่นิ หอม
ทม่ี กี ล่นิ หอมทาํ เคร่อื งหอมไทยโบราณ เชน ฝนผสมแปงทาตัว สรรพคุณ
ทาํ ดอกไมจ ันทน ฟนเผาศพ แกน ไมท่มี กี ลิน่ หอมหรือใชน ํ้ามันท่ี • แกน : มีรสขมและฝาดเล็กนอ ย ใชสําหรับเปน ยาเยน็ ดบั พิษไข
กลน่ั ออกมาเปนยาสมนุ ไพรชว ยบาํ รงุ หวั ใจ แกโ ลหิตเสีย แกไ ข แกไขไ ดท ุกชนิด ชว ยบาํ รงุ หวั ใจ แกไ ข แกไ ขเ พ่ือดีพิการ จัดอยู
แกดี แกออนเพลีย แกก ระหายน้าํ (R10) ในพกิ ัดจันทนทัง้ หา ไดแก แกน จันทนแดง แกนจันทนขาว/
• ตาํ รบั ยาไขก ําเดาใหญ : แกไขกําเดาใหญ (S2-47) จันทนห อมอนิ เดีย แกน จันทนา แกนจันทนชะมด/จนั ทนหอม
• ตาํ รบั ยาอทุ ัยโอสถ : แกไขตวั รอน แกรอ นในกระหายนาํ้ แก (Man_gag) และแกนจนั ทนเทศ (R84)
ออ นเพลยี ระเหีย่ ใจ เพิ่มความสดชื่น บํารงุ หวั ใจ (S3-22)

236

โคนกาบใบมีคราบน้าํ ยางแหง สแี ดงนํ้าหมาก แกนไมจ นั ทนแ ดง จากตน ที่ตายพราย
• ตาํ รบั ยาไขท ับระดู : แกไ ขทับระดู ระดูผา ไข แกพ ษิ โลหติ ระดู • ตํารับยาหอมนวโกฐ : แกคลื่นเหียนอาเจยี น วงิ เวียน ลมจกุ
แกรอนใน แกคลุมคลง่ั (E1-06) แนนในอก แกล มปลายไข แกอาการสะบดั รอ นสะบัดหนาว
• ตาํ รบั ยาแกไ ขต วั รอน : แกไขต ัวรอน ปวดหวั ถอนพษิ ไข ไข หรือคร่ันเนือ้ คร่นั ตัว รอ นวูบวาบเหมือนจะเปนไข บาํ รงุ
หวดั ไขป อดบวม (S2-01) ประสาท (S3-01)
• ตาํ รบั ยาแกก ษัยไตพิการ : แกกระษยั ไตพกิ าร บํารงุ ไต ชว ย • ตํารับยาหอมอนิ ทจกั ร : แกค ลืน่ เหยี นอาเจียน หนา มืดจะเปน
ขบั ปสสาวะ (S2-09) ลม ลมจกุ เสยี ดแนนหนา อก แนน ทอ ง ทองอืด อาหารไมยอย
• ตํารบั ยาขบั นิ่วในถงุ นํ้าดี : รกั ษานิว่ ในถงุ น้ําดี (S2-11) ปรบั ระบบการหมุนเวยี นเลือดใหดี ชวยบํารุงหวั ใจ (S3-04)
• ตํารับยาจนั ทนลลี า : แกไ ขทบั ระดู แกไ ข ตัวรอน ไขเ ปลีย่ นฤดู • ตาํ รบั ยาประสะจันทนแ ดง : แกไ ข ตัวรอ น รอ นในกระหายนํา้
แกปวด ลดการอักเสบ (S2-16) ไขเซ่ืองซมึ ไขเปล่ยี นฤดู (S3-09)
• ตํารบั ยาแกไ ขต ัวรอน : แกไ ข ตัวรอน ไขเปลย่ี นฤดู (S2-17) • ตํารับยาเทพมงคล : แกไขตวั รอ น ถอนพษิ ไข ไขก าฬ, แก
• ตํารับยาละลายล่มิ เลอื ด : ชวยละลายลิ่มเลอื ด บรรเทาอาการ อาการชกั -ล้ินกระดางคางแขง็ -แนนงิ่ หนาเปลี่ยนส-ี มอี าการ
เสน เลือดตีบ (S2-30) มนึ -กระหายน้าํ หอบพัก, แกโ รคหละ-โรคละออง-โรคซางในเดก็
• ตํารับยาโรคอัมพฤกษ-อัมพาต : รักษาอัมพฤกษ- อัมพาต (S3-11)
(S2-33) • ตํารบั ยาจนั ทนล ลี า : แกไ ขตัวรอน ไขหวัด ไขเ ปลี่ยนฤดู
• ตาํ รบั ยาโรคริดสดี วงทวาร ชนดิ เลอื ดออก : รักษาโรครดิ สีดวง (S3-13)
ทวาร ชนดิ มีเลือดออก (S2-40)
• ตํารับยาไขกําเดาใหญ : แกไขกาํ เดาใหญ (S2-47)
• ตํารบั ยาบํารุงเลือด/หัวใจ/รางกาย : บาํ รงุ เลือด ดูมเี ลือดฝาด
บาํ รงุ หวั ใจ บาํ รุงรางกายท้ังชาย-หญิง แกอาการซูบผอม
(S2-51)
• ตาํ รบั ยาไขบาดทะยัก : แกไขบาดทะยัก (S2-52)
• ตาํ รบั ยาบาํ รุงโลหิตระดู : บํารงุ โลหติ ระดู (S2-56)

237

• ตํารับยาธาตุบรรจบ : แกทอ งเดิน ทองเสยี ทีไ่ มมสี าเหตจุ าก • ตํารบั ยาแกไ ขต วั รอน : แกไ ขต ัวรอ น ปวดหัว ถอนพิษไข ไข
การติดเช้อื ไมมไี ขแทรก, แกท อ งอดื ทอ งเฟอ แกธ าตุไมปกติ หวัด ไขปอดบวม (S2-01)
หรอื พิการ (S3-15) • ตํารับยาแกกษยั ไตพิการ : แกกระษัย ไตพิการ บาํ รงุ ไต, ชว ย
• ตํารับยาอุทยั โอสถ : แกไขต ัวรอ น แกร อนในกระหายน้ํา แก ขบั ปสสาวะ (S2-09)
ออนเพลยี ระเหี่ยใจ เพิม่ ความสดชืน่ บาํ รงุ หัวใจ (S3-22) • ตํารับยาแกไ ขตัวรอ น : แกไ ข ตัวรอน ไขเ ปลยี่ นฤดู (S2-17)
• ตํารบั ยาแกไ ขต วั รอน : แกไขต ัวรอ น (S3-23) • ตาํ รบั ยาละลายลิ่มเลือด : ชวยละลายลม่ิ เลือด บรรเทาอาการ
• ตํารบั ยาแกพิษกินผิดสําแดง : แกพ ิษกินผิดสาํ แดง กินของ เสน เลอื ดตีบ (S2-30)
แสลง (S3-35) • ตํารบั ยาโรคอมั พฤกษ-อัมพาต : รกั ษาอมั พฤกษ- อมั พาต
• ตํารบั ยาแกทองผูก : แกท องผกู ชวยระบายทอง (S3-37) (S2-33)
• ตาํ รบั ยาหอม (สูตรพ้นื บา น) : แกเปนลม วิงเวยี นศรษี ะ หนา • ตาํ รับยาโรครดิ สีดวงทวาร ชนดิ เลอื ดออก : รักษาโรคริดสดี วง
มืดตาลาย (S3-40) ทวาร ชนดิ มีเลือดออก (S2-40)
• ตาํ รบั ยาแกปลายไข (ไขร ะยะปลาย) : แกปลายไข (ไขในระยะ • ตาํ รบั ยาไขเ ลอื ดออก : รกั ษาไขเ ลอื ดออก ซึ่งมีอาการรอนในสงู
ปลาย : เปนไขต ัวรอ น ไขกาฬ ไขกาํ เดา มาแลว หลายวัน ชวย ปวดเมอ่ื ยตามรางกาย ปวดศีรษะ สะทานรอ น-หนาว (S2-44)
ทาํ ใหหายไขเรว็ ขนึ้ ชว ยแกธาตุ คุมธาตุใหสมดุล เปน ยาระบาย • ตาํ รับยาไขกําเดาใหญ : แกไขก ําเดาใหญ (S2-47)
ออน ๆ และชวยใหเจรญิ อาหาร) (S3-45)
• ตํารับยาไขห วดั : แกไขห วดั (S3-46)
• ตาํ รับยาไขร อ นในกระหายนํา้ /ทองเสยี แบบมไี ข : แกไขร อน
ในกระหายนํ้า แกทอ งเสยี แบบมไี ข แกไ ขอาเจียน แกไ ขน อนไม
หลับ (S3-47)
• ตาํ รบั ยาไขห ัด/ไขอ ีสกุ อีใส/ไขอ ีดาํ อแี ดง : แกไขหัด ไขเหอื ด
(หัดเยอรมนั ) ไขอสี ุกอใี ส ไขอ ดี ําอแี ดง กระทุง พิษไข (S3-48)
• ตํารบั ยาโรคดีซา น : รกั ษาโรคดซี า น (S3-52)

จนั ทนา แกนของจนั ทนา
ชอ่ื ทองถ่นิ : จันทนขาว จนั ทนา (พัทลุง, ตรงั ),
จนั ทนา (ฉะเชงิ เทรา)
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Tarenna hoaensis Pit.
ชื่อวงศ : RUBIACEAE
ลักษณะเดน ไมพมุ สูงถงึ 4 ม. มีหใู บระหวางโคนกานใบรูป
สามเหลยี่ ม ปลายเรยี วแหลม ตามกิง่ ออนและแผนใบดานลา งมี
ขนส้ัน-ประปราย ใบเด่ยี ว เรยี งตรงขาม รปู ไข- รี ยาว 8–13 ซม.
มตี อมทีซ่ อกระหวางเสนกลางใบและเสนแขนงใบ เนอ้ื ใบหนา ชอ
ดอกสีขาวครีม มกี ลน่ิ หอม ผลทรงกลม กวาง 6–8 มม., แกน ไม
ไมม กี ลนิ่ หอม, พบตามปาดงดบิ แลง ท่ัวประเทศ, คนสว นใหญมกั
เขา ใจผิดวาจนั ทนาเปน ชนดิ เดยี วกับ จนั ทนขาวหรือจันทนหอม
อนิ เดีย (Santalum album L.) แตอยางไรก็ตามพืชท้งั สองชนดิ
มสี รรพคณุ คลา ยกันและมกั จะใชเขา ยารวมกนั หลายตาํ รบั เพ่ือ
เสรมิ ฤทธิก์ นั เชน พิกัดจนั ทนท งั้ หา
สรรพคณุ
• แกนหรือเนื้อไม : บํารงุ เลือด-ลม บาํ รุงหัวใจ แกไข แกร อนใน
กระหายนาํ้ แกไ ขท่ีเกิดจากตบั และดี (R85)
• ตํารับยาไขทบั ระดู : แกไ ขท บั ระดู ระดูผา ไข แกพ ิษโลหิตระดู
แกร อ นใน แกคลมุ คล่งั (E1-06)

238

• ตํารับยาบํารงุ เลือด/หัวใจ/รางกาย : บาํ รุงเลอื ด ดูมีเลอื ดฝาด บน : ดอก, ลา ง : ผลแก
บํารุงหัวใจ บาํ รุงรา งกายทัง้ ชาย-หญิง แกอ าการซบู ผอม จิกนม
(S2-51) ชอ่ื ทอ งถน่ิ : จิกนม จิกเขา (ตรัง)
• ตํารับยาไขบาดทะยกั : แกไ ขบ าดทะยัก (S2-52) ชื่อวทิ ยาศาสตร : Barringtonia macrostachya (Jack) Kurz
• ตํารบั ยาบํารุงโลหติ ระดู : บํารงุ โลหิตระดู (S2-56) ช่ือวงศ : LECYTHIDACEAE
• ตาํ รับยาหอมอนิ ทจกั ร : แกคลื่นเหียนอาเจยี น หนามืดจะเปน ลกั ษณะเดน : ไมตน สูงถึง 15 ม. เปลือกเรยี บ-แตกสะเกด็ รอ น
ลม ลมจกุ เสียดแนน หนา อก แนนทอง ทอ งอดื อาหารไมยอ ย ก่ิงออ นเกลี้ยง ใบเด่ยี ว เรยี งเวยี น รปู หอกกลับ ยาว 15–30 ซม.
ปรบั ระบบการหมนุ เวยี นเลอื ดใหด ี ชว ยบาํ รงุ หวั ใจ (S3-04) ขอบใบจักฟนเลือ่ ยถี่ ผวิ ใบเกลย้ี งมันเงา โคนใบสอบ กานใบยาว
• ตาํ รบั ยาเทพมงคล : แกไขต ัวรอ น ถอนพษิ ไข ไขก าฬ, แก 2–4 ซม. ชอ ดอกยาว 30–50 ซม. หอ ยลง กานชอ และกลีบเล้ียง
อาการชกั -ลิ้นกระดา งคางแข็ง-แนน่งิ หนาเปล่ยี นส-ี มีอาการ สีแดงอมมวงเขม กลีบเลี้ยงและกลีบดอก 4 กลบี กลบี ดอกสี
มึน-กระหายน้ําหอบพกั , แกโ รคหละ-โรคละออง-โรคซางในเดก็ แดง-ชมพู เกสรเพศผูส ีขาวครมี มกี ลิน่ หอมเอียน ไมม กี า นดอก
(S3-11) ยอย ผลรปู รยี าว ยาว 4–6 ซม. ผิวกลมไมเปน เหล่ยี ม, พบขน้ึ ใกล
• ตาํ รับยาจันทนล ลี า : แกไ ขตวั รอน ไขห วดั ไขเปลีย่ นฤดู ลําธาร หรอื ทร่ี าบเชิงเขาในเขตพืน้ ท่ีตน น้ํา
(S3-13)
• ตํารับยาอุทยั โอสถ : แกไขตวั รอน แกร อนในกระหายนาํ้ แก
ออนเพลียระเหยี่ ใจ เพิ่มความสดชน่ื บํารงุ หัวใจ (S3-22)
• ตํารบั ยาแกไขต ัวรอ น : แกไขต ัวรอ น (S3-23)
• ตาํ รบั ยาแกพ ิษกนิ ผิดสาํ แดง : แกพษิ กนิ ผดิ สําแดง กนิ ของ
แสลง (S3-35)
• ตํารับยาแกท อ งผูก : แกทอ งผกู ชว ยระบายทอง (S3-37)
• ตาํ รบั ยาหอม (สูตรพื้นบา น) : แกเ ปนลม วงิ เวยี นศรษี ะ หนา
มดื ตาลาย (S3-40)
• ตํารบั ยาแกต นไข (ไขระยะแรก) : แกต น ไข (ไขเบ้ืองตน หรือไข
ระยะแรก เชน ไขตัวรอน ไขก าฬ ไขพ ษิ ไขก ําเดา) (S3-44)
• ตํารบั ยาไขหัด/ไขอีสกุ อีใส/ไขอ ีดําอแี ดง : แกไขห ดั ไขเหอื ด
(หัดเยอรมนั ) ไขอสี ุกอใี ส ไขอ ีดาํ อแี ดง กระทงุ พิษไข (S3-48)
จําปนู
ช่อื ทอ งถน่ิ : จําปนู (ตรัง)
ช่อื วิทยาศาสตร : Anaxagorea javanica Blume var.
javanica
ชื่อวงศ : ANNONACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพุม สูง 2–5 ม. ตามกิ่งออนและใบเกลี้ยง
ใบเดีย่ ว เรยี งสลบั รปู ร-ี ไขก ลับ ยาว 12–20 ซม. เสนแขนงใบ
ดา นบนแผน ใบมกั เปน รอยกด ดอกเดยี่ ว สีขาว กลีบดอกรูปไข
กวาง ยาว 12–15 มม. เนือ้ หนามาก มีกลิน่ หอมเยน็ คลายดอก
นมแมว ผลรปู ลกู ตุม ยาว 2–4 ซม. ตดิ 1–10 ผล/กลมุ
สรรพคณุ
• ตํารบั ยาบํารงุ กําลงั : ชว ยบํารงุ กําลงั (S2-74)

239

สรรพคณุ สรรพคุณ
• ใบ : จุกเสียด แกบ ดิ ทอ งรวง (S1) • ตํารับยาขบั เสมหะในลําคอ-อก/แกโ รคหอบหดื : ชวยขบั
จงิ จอ้ เหลีย่ ม เสมหะในลําคอ-อก แกหอบหดื (S2-08)
ช่อื ทอ งถน่ิ : จงิ จอ จิงจอเหลี่ยม(ตรัง) • ตาํ รบั ยาโรคอมั พาตระยะแรก : แกอาการกงึ่ อมั พาตหรอื
ชอื่ วทิ ยาศาสตร : Operculina turpethum (L.) Silva Manso อมั พาตระยะแรก กลา มเน้ือออ นแรง เดนิ ยนื ไมปกติ เหนบ็ ชา
ช่อื วงศ : CONVOLVULACEAE (S2-24)
ลกั ษณะเดน : ไมเ ถาลมลกุ ยาวถึง 10 ม. ไมม ีมอื พนั ตามเถา • ตํารับยาโรคอมั พฤกษ-อมั พาต : รกั ษาอัมพฤกษ- อัมพาต
และใบมขี นหนานุม ยอดมีน้ํายางสีขาว จดุ เดน ทเ่ี ถาเปน (S2-32)
เหล่ียม-ครีบ 4–6 เหล่ียม ใบเดี่ยว เรียงสลบั รูปหัวใจ ยาว 9–22 • ตํารบั ยาแกเหน็บชา : แกเหน็บชา อาการชาตามปลายมอื
ซม. กลบี ดอกรูปแตร สีขาว เมื่อบานกวา ง 7–10 ซม. ผลมกี ลบี ปลายเทา (S2-63)
เลี้ยงอวบหนาขยายหมุ เมลด็ คลา ยดอกบัวตูม สชี มพอู มมวง กวาง เจตพังคี
3–5 ซม. ชือ่ ทอ งถนิ่ : เจตพงั คีปา (สระแกว )
ชอ่ื วิทยาศาสตร : Cladogynos orientalis Zipp. ex Span.
ชอ่ื วงศ : EUPHORBIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพ ุม สูงถงึ 1.5 ม. ตามกง่ิ และแผน ใบดา นลางมี
สะเก็ดและขนสขี าวหนาแนน ใบเด่ียว เรียงเวียน รูปไขก ลบั ยาว
10–18 ซม. ขอบใบจกั ฟน เลอื่ ยแหลมตามตําแหนงปลายเสน
แขนงใบ ดอกสีเหลอื ง ผลกลมแบน กวา ง 1 ซม. มี 3 พู และมี
กลีบเลี้ยงขยายตวั รองผล ยาว 2 เทาของผล
สรรพคุณ
• ท้งั 5 : บํารุงหวั ใจ แกว ิงเวียน (E2)

เถาจงิ จอ เหล่ยี ม

240

ผลของเจตพังคี สรรพคณุ
เจตมูลเพลิงขาว • ราก : มสี รรพคณุ คลา ยเจตมลู เพลงิ แดง (Plumbago indica
ชอื่ ทอ งถนิ่ : เจตมูลเพลิงขาว (พิษณุโลก) L.) มรี สรอ น เปน ยาบํารงุ ธาตุไฟในรางกาย บํารุงโลหิต ขับลม
ช่ือวิทยาศาสตร : Plumbago zeylanica L. ในลําไสและกระเพาะอาหาร แตเจตมลู เพลงิ ขาวออกฤทธิ์เบา
ชื่อวงศ : PLUMBAGINACEAE กวา สามารถใชแทนกนั ได (S2)
ลักษณะเดน : ไมล ม ลกุ สูงถึง 1 ม. ตามกงิ่ ออ นและใบ เกลีย้ ง ก่งิ • ตาํ รับยาเบญจกลู : บาํ รุงธาตุ ปรบั สมดลุ ธาตุ (ดิน นา้ํ ลม ไฟ)
มีเหลี่ยมเลก็ นอ ย ใบเด่ยี ว รปู ไขก วา ง ยาว 5–10 ซม. แผนใบ ชวยใหเลือดไหลเวยี นดี แกท อ งอืด ชวยขับลม (N1-268)
ดา นบนมีรอยกดตามแนวเสน ใบเลก็ นอ ย กา นใบยาวถงึ 1 ซม. แจง
เปน รองดานบน โคนโอบกิ่ง ดอกเปนหลอดสขี าวคลา ยดอกเขม็ ช่อื ทอ งถน่ิ : แจง (พิษณโุ ลก)
เกสรสีมวง กลบี เลย้ี งสเี ขียวมขี นปลายเปน ตอ มเหนียว, เปนพชื ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Maerua siamensis (Kurz) Pax
ปาพื้นเมอื งของไทย พบตามชายปา เบญจพรรณและปาดงดบิ ชื่อวงศ : CAPPARACEAE
ลักษณะเดน : ไมพมุ สูงถงึ 8 ม. เปลอื กเรียบ ตนใหญก่งิ แตก
หนาแนน ปลายโนม ยอ ยลง ใบเรียงเวียน ใบประกอบมี 3 ใบยอ ย
รูปหอกกลับ ยาว 2–10 ซม. ปลายใบบมุ ผวิ ใบเกลย้ี ง กานใบ
ยาว 1–6 ซม. โคนกา นใบบวม ดอกสีเขยี วอมเหลือง ผลรี-กลม
กวาง 1–2.5 ซม. ผิวขรขุ ระ

241
• เปลอื กและราก : แกไ ขตวั รอ น แกท อ งรว ง แกแ ผลอักเสบ ชว ย
สมานแผล (NE3)
• ราก : ตมน้ําดืม่ เปนยาถา ยพยาธิ ขับพยาธเิ สนดาย พยาธิ
ไสเดอื น แกอุจจาระเปน ฟอง แกพษิ ตานซาง; ใบ : ตําพอกแก
บาดแผลอักเสบ แกฝ ห นอง ปวดศรี ษะ แกท องอดื ทองเฟอ ; ผล
และเมล็ด : ตําแชใ นนา้ํ มนั ทาแกโรคผิวหนงั สมานแผล แกฝ
ชนดิ ตา ง ๆ (R18)

เปลอื กและเน้ือไมแ จง
สรรพคุณ
• ราก : ตมในนาํ้ สะอาด ด่ืม บํารงุ กาํ ลงั ขบั ปสสาวะ แกป ส สาวะ
พิการ แกปวดเมือ่ ย แกกษยั (R36)
• ตาํ รับยาแกปวดเม่ือย/ชาตามปลายมอื -เทา : แกป วดเมื่อย
ตามรา งกาย แกอ าการชาตามปลายมอื ปลายเทา (S2-36)
• ตํารับยารกั ษาตอ มลกู หมากโต : แกตอ มลูกหมากโต (S2-48)
• ตํารบั ยาประสะกานพลู : แกปวดทอ งจากอาการจุกเสียดแนน
ทอ งอืดทอ งเฟอ อาหารไมย อ ย หรือธาตไุ มปกติ ชว ยขบั ลม
(S3-05)
• ตํารับยาโรคดซี า น : รักษาโรคดีซา น (S3-52)

เฉียงพรา้ นางแอ • เปลอื ก : แกบ ดิ แก
ช่อื ทอ งถิ่น : เฉียงพรา นางแอ (สระแกว, ทอ งเสีย ทอ งอดื ทอง
พษิ ณโุ ลก), เฉยี งพรา นางแอ คอแหง (ตรงั ), บง มัง่ เฟอ ปวดทอ ง (S1)
(อุดรธานี) • ตาํ รบั ยาแกไขตัวรอน
ช่ือวทิ ยาศาสตร : Carallia brachiata (Lour.) Merr. : แกไข ตัวรอ น ไข
ชื่อวงศ : RHIZOPHORACEAE เปลย่ี นฤดู (S2-17)
ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถึง 30 ม. แตกก่งิ ตรงขา ม กิ่งและใบ
เกลี้ยง ปลายยอดมีหูใบหุมเปนแทงยาวแหลม ยาว 1–2 ซม.
ใบเดี่ยว เรียงตรงขามต้งั ฉาก รูปร-ี รูปไข ยาว 8–13 ซม. เนอื้ ใบ
หนา กา นใบยาว 5–10 มม. ดอกสขี าวอมเขยี ว ผลทรงกลม กวาง
6–10 มม. สกุ สีแดง เนอ้ื ผลฉา่ํ น้ํา
สรรพคณุ
• เนอ้ื ไม : บํารุงกาํ ลงั (E2)
• เปลอื กและ ใบ : แกไข (N1)

242

ชมพู ่น้าํ ช้องแมว
ชือ่ ทอ งถ่ิน : ชมพูน้ํา (ตรัง, สระแกว, พิษณุโลก) ช่ือทอ งถน่ิ : ชองแมว (ตรัง, พิษณุโลก),
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Syzygium siamense (Craib) Chantar. & หนามแทงใบมน ระเอยี งใบมน (สระแกว )
Parn. ชื่อวิทยาศาสตร : Gmelina asiatica L.
ชอื่ วงศ : MYRTACEAE ชือ่ วงศ : LAMIACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 10 ม. เปลอื กเรยี บ ใบเดย่ี ว เรียงตรง ลักษณะเดน : ไมพมุ รอเล้ือย ยาวถงึ 10 ม. ตามกง่ิ ออน ชอ ดอก
ขาม รปู ขอบขนาน ยาว 13–20 ซม. ผิวใบเกลี้ยง เสน แขนงใบ และแผน ใบดานลา งมีขนส้ันนุมสีนาํ้ ตาลออ น ตนอายุนอ ยเปลือก
ปลายโคงจรดกนั ใกลขอบใบ คลา ยใบชมพู ชอ ดอกเปน กระจกุ สน้ั มีหนาม ใบเดีย่ ว เรียงตรงขา มตง้ั ฉาก รปู ไข- ร-ี ไขก ลบั ยาว 3–9
กลบี เล้ียงและกลีบดอก 4 กลีบ สีเขยี วออ น-สีแดงอมชมพู เกสร ซม. ปลายใบมน-แหลม ชอ ดอกออกตามปลายกง่ิ ดอกเปนหลอด
เพศผูจ ํานวนมาก สีเขียว-แดงอมชมพู ผลทรงกลม กวา ง 2.5–4 ปองชว งปลาย สีเหลือง ยาว 3–5 ซม. กลีบเล้ียงมตี อมนูน ผล
ซม. ผวิ เกลยี้ ง, ชอบขึ้นตามริมน้าํ ในปาดงดบิ ทรงกลม-แกมเบีย้ ว กวาง 1.5–3 ซม. ผิวเกล้ยี ง สุกสเี หลือง

สรรพคณุ สรรพคณุ
• แกน ราก หรอื เปลอื ก : ใชเขา ยา รกั ษาโรคผวิ หนัง (E2) • ราก : รากกา นเหลอื ง เปลือกกระทุมโคก รากตอไส รากชอ ง
• เปลือกและเน้อื ไม : แกไขต วั รอ น ที่มีอาการนอน แมวหรอื ทองแมว รากกะเจียน ตม รวมกันมีสรรพคุณบํารงุ เลอื ด
กระวนกระวายดว ย (N1) ขับน้ําคาวปลาหลงั คลอด แกปวดเมอื่ ย (R35)
• ตาํ รับยาไขอ สี ุกอีใส : แกโรคอีสกุ อีใส หรอื ไขส กุ ใส (S2-37) • ผลสด : ผลสดตาํ ใหล ะเอียด ใชท าผิวหนงั หรือพอกรักษาโรค
ผิวหนัง; ใบสดหรือแหง : ตําใหล ะเอยี ดทาและพอกชว ยสมาน
บาดแผล แกปวด แกบ วม (E2)
• เนื้อผลสด : ทุบแลวนา้ํ มาทารกั ษานาํ้ กัดเทา (S2)
• ตํารบั ยาบํารุงนา้ํ นม : บาํ รงุ นาํ้ นม ชว ยขับน้าํ นม (N1-255)
• ตาํ รับยาบาํ รงุ นา้ํ นม : บาํ รุงนํา้ นม (N1-270)

243

ชะเนียง ชะมวง

ชอื่ ทองถิน่ : เนียง (ตรัง) ช่ือทองถิ่น : สมโมง (อดุ รธาน)ี
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Archidendron jiringa (Jack) I. C. Nielsen ชื่อวทิ ยาศาสตร : Garcinia cowa Roxb. ex Choisy
ชื่อวงศ : FABACEAE ชื่อวงศ : CLUSIACEAE
ลักษณะเดน : ไมตน สูงถึง 10 ม. เปลือกเรยี บ ตามกิง่ ออน ลักษณะเดน : ไมต น สูงถงึ 30 ม. เปลอื กในมนี ํ้ายางสเี หลอื งขุน
เกลี้ยง ใบเรยี งสลับ ใบประกอบแบบขนนก 2 ชน้ั มชี อ ใบยอย 1 กิ่งออนและใบเกลย้ี ง ใบเดีย่ ว เรยี งตรงขา ม รปู ร-ี แกมขอบขนาน
คู มีใบยอ ย 2–3 คู รปู ใบหอก ยาว 6–13 ซม. ผวิ เกล้ียง ชอ ดอก ยาว 10–20 ซม. เสนแขนงใบเห็นไมชัด เนอื้ ใบหนา ใบออ นมีรส
เปนกระจกุ สีขาว ออกตามกิง่ ผลแบบฝก บดิ เปน เกลยี วและมว น เปร้ยี ว ผลทรงกลมแบน กวา ง 4–5 ซม. มรี อ งตามแนวตัง้ หรือ
บวมนูนตามตาํ แหนงเมล็ด เมลด็ กลมแบน กวา ง 4–6 ซม. ผวิ ไมมีกไ็ ด ปลายผลมจี กุ กลมสีดาํ ผลสุกสีเหลือง-สม
เกลีย้ ง ฝกแกสีน้ําตาลเขม เมล็ดมีกล่นิ ฉุน
สรรพคณุ
• เมล็ด : กินเปนผักสดหรือตม ชวยลดเบาหวาน และขับ
ปส สาวะ; ขเ้ี ถาจากการเผาใบแก : ใชป อ งกันอาการคัน, ขเี้ ถา
จากใบออ น : ใชใ นการโรยรักษาแผลจากการขลิบหนงั หมุ ปลาย
องคชาต (R75)
• ใบ : ตําแลว ใชทาหรอื พอกรกั ษาโรคผวิ หนัง (S2)

บน : ชอ ดอกชะเนียง, ลาง : ผลออน สรรพคุณ
• ใบออน : มีรสเปรี้ยวทานแกไ ขตวั รอน ขบั เสมหะ แกกระหายน้าํ
ใชปรงุ อาหาร เชน ตม ปลา (NE2)
ชะมวงปา่
ช่อื ทอ งถ่ิน : ชะมวงชา ง (ตรัง)
ช่อื วทิ ยาศาสตร : Garcinia bancana Miq.
ชอ่ื วงศ : CLUSIACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมตน สงู ถงึ 40 ม. เปลือกในมีนา้ํ ยางสเี หลอื งขุน
แตกก่ิงตง้ั ฉากกบั ลาํ ตน รปู กรวยแหลม ก่ิงออนและใบเกลยี้ ง มี
ลกั ษณะคลายชะมวง (Gar_cow) จดุ ตางท่ชี ะมวงปา มีใบและผล
ที่ใหญก วา รปู รีกวาง กวาง 9–15 ซม. ยาว 10–20 ซม. ผลทรง

244
• ตํารบั ยาโรคอมั พฤกษ-อัมพาต : รกั ษาอมั พฤกษ-อมั พาต
(S2-33)
• ตาํ รับยาไขก ําเดาใหญ : แกไ ขก าํ เดาใหญ (S2-47)
• ตํารบั ยาบาํ รงุ เลอื ด/หวั ใจ/รางกาย : บํารงุ เลอื ด ดมู ีเลอื ดฝาด
บาํ รุงหัวใจ บํารงุ รา งกายท้ังชาย-หญงิ แกอ าการซูบผอม
(S2-51)
• ตํารบั ยาบํารุงโลหิตระดู : บาํ รุงโลหิตระดู (S2-56)
• ตํารับยาบํารุงรกั ษามดลกู : ชวยบํารุงรกั ษามดลกู บํารงุ สตรี
หลังคลอด มดลกู พกิ าร (S2-60)

กลม กวาง 6–8 ซม. ผิวเรยี บไมมีรอง ปลายผลกลม-บมุ ผลสุกสี
เหลอื ง, พบในปาดงดบิ ชื้นภาคใต
สรรพคณุ
• ตาํ รบั ยาขับเสมหะ : ชวยขบั เสมหะในอกและลําคอ (S2-05)
• ตํารับยาขับเสมหะในลําคอ-อก/แกโ รคหอบหืด : ชวยขบั
เสมหะในลําคอ-อก แกห อบหดื (S2-08)

ชะลูด ซาย : เถาชะลดู , ขวา : ชนั เหนียวสสี มทีย่ อด
ชอ่ื ทองถนิ่ : ชะลดู (พัทลงุ , ตรัง), ชะลดู หอม เปลือกเถาชะลูด
(พษิ ณโุ ลก)
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Alyxia reinwardtii Blume
ชื่อวงศ : APOCYNACEAE
ลักษณะเดน : ไมเถาเนื้อแขง็ ยาวถงึ 20 ม. ทกุ สวนมีน้าํ ยางสี
ขาวขุน เถาเรยี บ มีชออากาศเปน ตมุ กระจาย จุดเดนอยูที่ บริเวณ
ขอนูนเปนสัน ยอดมชี นั เหนยี วสีสม และเปลือกเถามีกลนิ่ หอม
(ท้ังตอนสดและแหง), ใบเรียงรอบขอ 2–3 ใบ/ขอ รปู รี-แกมขอบ
ขนาน ยาว 4–13 ซม. ผวิ ใบเกลยี้ ง เสน แขนงใบจํานวนมาก ดอก
เปน หลอดสีครมี กลีบสขี าว ผลทรงกลม กวา ง 1–1.5 ซม.
สรรพคุณ
• เปลือกและเนอื้ ไม : มีกลน่ิ หอม ชวยบํารุงหวั ใจ แกวงิ เวยี น
ชว ยขับลม, นํามาทําใหแหงก็ยงั มกี ล่ินหอม ใชอบผาใหห อม
แตงกล่ินเครือ่ งหอม หรือปรงุ แตง กลิ่นขนม (N1)

245

• ตาํ รับยาหอมนวโกฐ : แกค ลน่ื เหียนอาเจยี น วงิ เวยี น ลมจกุ สรรพคุณ
แนนในอก แกลมปลายไข แกอ าการสะบดั รอ นสะบดั หนาว • เปลอื กสดหรือแหง : รสหวานชมุ คอ ชะเอมปา จะมีรสหวาน
หรือครน่ั เนอ้ื ครัน่ ตัว รอนวบู วาบเหมอื นจะเปนไข บาํ รุง เฉพาะทเ่ี ปลือกเทาน้ัน สามารถใชแทนชะเอมเทศ/ชะเอมจนี
ประสาท (S3-01) (Glycyrrhiza glabra L.) แตจ ะหวานไมมากเทา ซึ่งนอกจาก
• ตาํ รบั ยาหอมอินทจกั ร : แกคลื่นเหียนอาเจียน หนา มดื จะเปน เปลือกแลว เน้ือไมกย็ งั หวานอีกดวย (S2)
ลม ลมจุกเสียดแนน หนาอก แนนทอง ทอ งอดื อาหารไมยอ ย • เปลือก : บาํ รุงกาํ ลงั มีรสหวานชว ยใหช ุม คอ (N1)
ปรับระบบการหมนุ เวยี นเลือดใหด ี ชวยบาํ รงุ หวั ใจ (S3-04) • ตาํ รับยาโรคความดนั โลหิตสูง/โรคเบาหวาน : ชว ยลดความ
ชะเอมปา่ ดันโลหติ สูง เบาหวาน ลดไขมันในเลือด (S1-15)
ชอ่ื ทองถิ่น : ชะเอมไทย (พิษณโุ ลก), ชะเอมไทย • ตาํ รบั ยากาํ ลงั ฮอสะพายควาย : บาํ รงุ กําลงั แกปวดเม่อื ยตาม
ออ ยชา ง (พทั ลงุ , ตรงั ) รา งกาย (S1-43)
ชื่อวทิ ยาศาสตร : Albizia myriophylla Benth. • ตาํ รับยาโรคเบาหวาน : แกโรคเบาหวาน (S2-22)
ชอื่ วงศ : FABACEAE • ตาํ รบั ยาไขห วัดใหญ : แกไ ขห วัดใหญ (S2-57)
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเน้อื แข็ง ยาวถึง 30 ม. เปลือกเรยี บ-ขรุขระ • ตํารับยาอุทัยโอสถ : แกไขตัวรอ น แกร อนในกระหายน้าํ แก
จุดเดน ทเ่ี ปลือกช้นั ในสีครมี มรี สหวาน เถาไมม ีหนาม ใบประกอบ ออนเพลยี ละเห่ียใจ เพิม่ ความสดช่นื บาํ รุงหวั ใจ (S3-22)
แบบขนนก 2 ช้ัน คลายใบชะอม แตไ มมกี ล่ินฉุน กา นและแกนใบ ชา้ พลู
มีขนสีนาํ้ ตาลแดง, ชอ ดอกสขี าว เปน กระจกุ คลายพู สขี าว ผล ช่ือทองถน่ิ : ชะพลู (พทั ลงุ ), ชะพลู ผักไร (ตรัง),
แบบฝก แบน รูปขอบขนานยาว 10–15 ซม. ชะพูล (พษิ ณุโลก), ผกั อเี ลิด อีเลดิ (อุดรธานี)
ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Piper sarmentosum Roxb.
เปลอื กและเนือ้ ไมชะเอมปา ชอ่ื วงศ : PIPERACEAE
ลักษณะเดน : ไมล มลุก สูงถงึ 80 ซม. ลาํ ตนตัง้ ตรง มขี อ ปลอง
ใบเดยี่ ว เรยี งสลบั รปู หวั ใจ-รปู ไข ยาว 8–15 ซม. แผน ใบดานบน
มันเงา มรี อยกดตามแนวเสนใบ มเี สนใบออกจากโคนใบ 3–5
เสน ชอดอกเปนแทงสีขาว ยาว 2–4 ซม. ต้ังตรง
สรรพคณุ
• ตาํ รบั ยาเบญจกลู : บํารงุ ธาตุ ปรบั สมดลุ ธาตุ (ดนิ น้าํ ลม ไฟ)
ชว ยใหเลือดไหลเวยี นดี แกทอ งอืด ชวยขบั ลม (N1-268)
• ตํารับยาแกปวดฟน /เหงือกอักเสบ : แกปวดฟน เหงอื กอกั เสบ
(NE2-021)
• ตาํ รบั ยาแกกษัยไตพกิ าร : แกก ระษัย ไตพิการ บาํ รุงไต, ชว ย
ขบั ปสสาวะ (S2-09)
• ตํารับยาโรคภมู แิ พ : แกโรคภูมิแพ (S2-18)
• ตาํ รับยาโรคไมเกรน/วงิ เวยี นศรี ษะ : แกโ รคไมเกรน แกว ิง
เวยี นศีรษะ (S2-21)
• ตาํ รบั ยาโรคอมั พาตระยะแรก : แกอาการกึง่ อมั พาตหรอื
อัมพาตระยะแรก กลา มเนือ้ ออ นแรง เดินยืนไมปกติ เหนบ็ ชา
(S2-24)
• ตํารบั ยาปรับธาตุ/ปวดเมือ่ ย/ปวดขอ-เอน็ : ชวยปรบั ธาตุ แก
ปวดเมื่อย ปวดเขา-ขอ -เอน็ แกเอ็นพกิ าร (S2-26)
• ตาํ รับยาโรคประดงเลือด : แกป ระดงเลอื ด เลอื ดขนึ้ มอี าการ
คนั ตามผิวหนัง (S2-27)
• ตํารับยาละลายลม่ิ เลือด : ชวยละลายล่มิ เลือด บรรเทาอาการ
เสนเลือดตีบ (S2-30)

246
• ตาํ รับยาโรคอัมพฤกษ-อัมพาต : รักษาอมั พฤกษ- อมั พาต
(S2-32)
• ตํารบั ยาไขเ ลอื ดออก : รกั ษาไขเลือดออก ซึ่งมอี าการรอ นในสงู
ปวดเม่ือยตามรางกาย ปวดศีรษะ สะทานรอ น-หนาว (S2-43)
• ตาํ รบั ยาไขก ําเดาใหญ : แกไขกําเดาใหญ (S2-47)
• ตํารับยาโรคภูมิแพ : แกภมู ิแพ (S2-49)
• ตํารับยาบํารงุ โลหิตสตรีโดยตรง/ประจาํ เดอื นเปนปกติ :
บาํ รุงโลหติ ของสตรีโดยตรง รักษาอาการประจําเดือนใหเ ปน
ปกติ แกโลหติ ระดเู สีย บาํ รุงธาตุ (S2-50)
• ตาํ รับยาบาํ รุงเลอื ด/หวั ใจ/รา งกาย : บํารงุ เลือด ดมู ีเลือดฝาด
บํารงุ หวั ใจ บํารุงรา งกายทงั้ ชาย-หญงิ แกอาการซูบผอม
(S2-51)

บน : ชอ ดอกชา พลู, ลา ง : ตน และราก

• ตํารบั ยาไขหวัดใหญ : แกไขหวัดใหญ (S2-57) ชายผ้าสดี า
• ตาํ รบั ยาแกเหนบ็ ชา : แกเหน็บชา อาการชาตามปลายมือ ช่อื ทอ งถ่นิ : ชายผาสีดา (อดุ รธานี, พิษณโุ ลก)
ปลายเทา (S2-63) ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Platycerium wallichii Hook.
• ตํารับยาเบญจกูล : บาํ รงุ ธาตุ ปรับสมดลุ ธาตุ (ดนิ น้ํา ลม ไฟ) ช่อื วงศ : POLYPODIACEAE
ยาอายวุ ฒั นะ (S2-90) ลกั ษณะเดน : ไมล มลุกกลุมเฟน องิ อาศัยบนตน ไมหรือหนิ มใี บ
• ตํารับยาหอมนวโกฐ : แกค ล่ืนเหียนอาเจยี น วิงเวยี น ลมจกุ 2 แบบ ใบไมสรา งสปอรต ัง้ ข้นึ หอ เปนชัน้ ๆ และโอบลาํ ตนไมอ ื่น
แนน ในอก แกลมปลายไข แกอาการสะบดั รอนสะบัดหนาว ๆ สงู ถงึ 1 ม. ปลายใบแยกเปน แฉกจํานวนมากคลายเขากวาง ใบ
หรอื คร่ันเนื้อครั่นตวั รอ นวบู วาบเหมอื นจะเปน ไข บาํ รุง สรา งสปอรอ อกครง้ั ละ 2 ใบ หอ ยลง ยาวถงึ 1.5 ม. ขอบใบแยก
ประสาท (S3-01) เปน แฉกคลา ยเขากวางเชน กัน สรา งสปอรส ีน้าํ ตาลที่รอยเวาชว ง
• ตาํ รับยาหอมอินทจักร : แกคลน่ื เหยี นอาเจยี น หนา มดื จะเปน กลางแผน ใบใกลข อบใบ ๆ ละ 2 ตาํ แหนง
ลม ลมจกุ เสียดแนนหนา อก แนน ทอ ง ทองอืด อาหารไมย อ ย สรรพคณุ
ปรบั ระบบการหมนุ เวียนเลือดใหด ี ชว ยบาํ รุงหัวใจ (S3-04) • เหงา : แกฝ หนอง; ใบ : แกไข (N1)
• ตํารบั ยาแกท องอดื -ทองเฟอ : แกทองอดื ทองเฟอ ชว ยขับลม • ใบ : แกอ อ นเพลยี ใชกบั สตรที ่อี ยูไ ฟไมไ ด (NE2)
ทาํ ใหผายลม (S3-25)
• ตํารับยาโรคมะเรง็ ตบั /ฝในตับ/ตับอกั เสบ : รกั ษาโรคมะเร็ง
ตับ (ระยะท่ี 1–3), โรคฝใ นตับ, โรคตับอักเสบ, โรคกาฬลงตับ
(มีอาการเพอ คลุม คล่งั และนัยนตาเปน สแี ดงรว มดวย) (S3-74)

247

ชายผา สีดา

ชงิ ชัน สรรพคณุ
ช่อื ทอ งถน่ิ : ชิงชัน (อุดรธานี, พษิ ณโุ ลก) • เปลอื ก : รสฝาด ชวยสมานแผลทั้งภายในและภายนอก (N1)
ช่อื วิทยาศาสตร : Dalbergia oliveri Gamble ex Prain • แกน : บาํ รงุ โลหติ สตรี บํารงุ รา งกาย (NE2)
ช่อื วงศ : FABACEAE • ตํารับยาโรคลมชกั : แกโ รคลมชัก (N1-200)
ลกั ษณะเดน : ไมตนผลัดใบ สูงถงึ 30 ม. เปลือกแตกเปน สะเกด็
ขนาดเลก็ หนา กิ่งออ นและแผน ใบเกลี้ยง ใบประกอบแบบขนนก
ใบยอยเรียงสลับ-เกือบตรงขา ม มีขา งละ 4–6 ใบ รูปไข-ขอบ
ขนาน จุดเดน อยทู ป่ี ลายใบแหลม ผลแบบฝก แบนมปี กรอบ รูป
ร-ี ขอบขนาน ยาว 9–14 ซม. มี 1–3 เมลด็ , พบตามปาดงดบิ แลง
และปา เบญจพรรณท่วั ประเทศ

248

ชงิ ช้าชาลี สรรพคณุ
ชื่อทองถน่ิ : ชิงชาชาลี (ตรัง, พิษณุโลก), • เถา : บาํ รงุ กาํ ลัง แกไ ข เจริญอาหาร (N1)
อีโลนซานกเขา (อุดรธานี) • เถา : แกไ ขตวั รอ น บาํ รงุ ธาตุ บํารุงกาํ ลงั ยาอายวุ ัฒนะ (ออก
ชือ่ วิทยาศาสตร : Tinospora baenzigeri Forman ฤทธ์ิคลา ยบอระเพด็ ) (NE3)
ชือ่ วงศ : MENISPERMACEAE • ตํารบั ยาแกไขต วั รอ น : ชวยแกไข ตัวรอน (S2-79)
ลักษณะเดน : ไมเถาเนื้อคอ นขา งออ น ยาวถงึ 20 ม. เถามีน้าํ ยาง ชงิ ชี่
ใส รสขม เปลือกเรียบ-รอ นเปนแผน ใบรปู หวั ใจ ผวิ เกลีย้ ง คลา ย ชอ่ื ทอ งถิ่น : ชงิ ช่ี (พทั ลงุ , ตรงั , สระแกว , อดุ รธาน,ี
บอระเพด็ (Tin_cri) มจี ดุ ตา งทเ่ี ถาของชงิ ชาชาลมี ชี องอากาศนนู พิษณุโลก)
เล็กนอ ยไมบวมชดั เจนแบบเถาบอระเพด็ และมกั มรี ากอากาศ ชื่อวิทยาศาสตร : Capparis micracantha DC.
ยอยลงมา, พบตามปาดงดิบทวั่ ประเทศ ช่อื วงศ : CAPPARACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมพุม รอเลอ้ื ย สงู ถงึ 4 ม. ตนอายุมากเปลือกแตก
เปน เกล็ดส่เี หล่ยี ม กิง่ เกลีย้ ง มหี นามออกเปน คู ใบเด่ียว เรยี งสลบั
รูปขอบขนาน-แกมรี ยาว 10–20 ซม. ผิวใบเกล้ียง กลบี ดอกสี
ขาว มี 4 กลบี ยาว 2–3.5 ซม. มแี ตมสเี หลืองหรอื มว งแดงท่โี คน
กลีบดอกคบู น ผลรูปรีกวา ง ยาว 4–6 ซม. ปลายผลกลม ผวิ เรยี บ
เกลี้ยง สกุ สสี ม -แดง

ลายหนา ตดั เถาชิงชาชาลี

249
ชนิ ชี่
ชือ่ ทอ งถ่ิน : กําลังเสอื โครง (ตรัง)
ชือ่ วิทยาศาสตร : Ziziphus calophylla Wall.
ชือ่ วงศ : RHAMNACEAE
ลกั ษณะเดน : ไมเถาเนื้อแขง็ ยาวถงึ 20 ม. เปลอื กเรยี บ ตามก่งิ
มีหนามแหลมสั้นออกเปนคูตามซอกใบ ก่งิ ออนและใบเกลีย้ ง ใบ
เดยี่ ว เรยี งสลบั จดุ เดนทม่ี ใี บรูปรแี คบ-แกมขอบขนาน ยาว
10–15 ซม. ขอบใบจักฟนเล่อื ยถ่ี มเี สนแขนงใบออกจากโคนใบ 1
คู โคนใบสมมาตร (ไมเบ้ียว) ผลรูปไขก วาง ยาว 1–1.5 ซม. มีขน
สั้นสีน้าํ ตาลหนาแนน
สรรพคณุ
• เถา : บาํ รุงกําลงั (S2)

รากชิงชี่ เถาชนิ ช่ี
สรรพคุณ
• ราก : แกไ ขต วั รอน หรือใชเขาตาํ รบั ยาหาราก (E2)
• ใบ เนือ้ ไม หรือราก : แกไขต วั รอน แกป ระดง แกพษิ ฝกาฬ แก
หลอดลมอักเสบ (NE3)
• ตาํ รบั ยาหา ราก (ยาเบญจโลกวเิ ชียร/ยาแกว หาดวง) : แกไ ข
ตัวรอ น ปวดหวั ถอนพษิ ไข (N1-14)
• ตํารบั ยาหาราก (สตู รพ้ืนบาน) : แกไ ข ตัวรอน แกปวดหวั
(S1-06)
• ตาํ รับยาแกไ ขต ัวรอน : แกไขตัวรอ น ปวดหวั ถอนพษิ ไข ไข
หวดั ไขปอดบวม (S2-01)
• ตาํ รบั ยาไขห วัดใหญ : แกไ ขห วดั ใหญ (S2-57)
• ตํารับยาบาํ รุงรกั ษามดลกู : ชวยบํารงุ รักษามดลูก บาํ รงุ สตรี
หลังคลอด มดลกู พกิ าร (S2-60)
• ตํารบั ยาแกท องเสยี แบบมีไข : แกทองเสียแบบมไี ข อาหาร
เปน พษิ (S3-36)
• ตํารับยาแกท องผูก : แกท อ งผูก ชว ยระบายทอง (S3-37)
• ตาํ รับยาแกทอ งรว ง-ทอ งเสยี -บดิ : แกทอ งรวง-ทองเสยี แกบ ิด
ชวยคุมธาตุ (S3-43)
• ตํารับยาแกตน ไข (ไขระยะแรก) : แกตนไข (ไขเ บอื้ งตนหรอื ไข
ระยะแรก เชน ไขตวั รอ น ไขก าฬ ไขพ ิษ ไขก าํ เดา) (S3-44)
• ตํารบั ยาไขห วดั : แกไขหวดั (S3-46)
• ตาํ รบั ยาไขห ดั /ไขอ ีสกุ อใี ส/ไขอ ดี ําอแี ดง : แกไ ขห ัด ไขเหือด
(หดั เยอรมนั ) ไขอสี กุ อใี ส ไขอ ีดําอีแดง กระทงุ พษิ ไข (S3-48)


Click to View FlipBook Version