The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้PjBL

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patcharee01k, 2023-01-05 01:36:37

แผนการจัดการเรียนรู้PjBL

แผนการจัดการเรียนรู้PjBL

341

38. ในการทดลองเรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสง นักเรียนคนหนึ่งทดลองกับต้นชบา โดยการใช้
พาราฟินเหลวฉาบทั้งหน้าใบและหลังใบทั้งหมดทุกใบ จากนั้นนำไปรับแสงเป็นเวลาครึ่งวัน
แลว้ เดด็ มาทดสอบแป้ง พบว่าไม่มีแป้งในใบ แสดงว่า

ก. ใบรับออกซิเจนไม่ได้
ข. น้ำไม่สามารถเข้าไปในใบ
ค. ใบรับคารบ์ อนไดออกไซดไ์ มไ่ ด้
ง. คลอโรพลาสต์หมดสภาพทจี่ ะรบั แสง

39. Ribulose 1,5 Diphosphate carboxylase ทำหนา้ ท่ีอะไร
ก. จบั O2
ข. จบั CO2
ค. จับ H2O
ง. จบั O2 และ CO2

40. ข้อใดไมใ่ ชป่ ัจจัยท่ีสำคัญตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
ก. อายใุ บ
ข. อายุพืช
ค. อณุ หภมู ิ
ง. ธาตุอาหาร



342

เฉลยแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน
รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวชิ า ว30248 เร่อื ง การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรียนเบ็ตตดี้ เู มน 2 ชอ่ งเม็ก อำเภอสริ นิ ธร จังหวัดอุบลราชธานี

ข้อ คำตอบ ขอ้ คำตอบ
1ก 21 ข
2ง 22 ก
3ข 23 ค
4ก 24 ง
5ค 25 ง
6ง 26 ค
7ข 27 ข
8ค 28 ข
9ค 29 ค
10 ข 30 ก
11 ง 31 ก
12 ค 32 ง
13 ข 33 ก
14 ค 34 ข
15 ข 35 ค
16 ก 36 ก
17 ก 37 ข
18 ค 38 ค
19 ง 39 ง
20 ค 40 ข



343
บรรณานุกรม

344

บรรณานกุ รม

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นร้แู กนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาชัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ซมุ นุมสหกรณ์
การเกษตรแหง่ ประเทศไทย.

กองปฐพวี ิทยา กรมวิชาการเกษตร. (2543). ลกั ษณะอาการขาดธาตอุ าหารของพืช (พิมพค์ รง้ั ที่ 1)
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย

คนั ธรส แสนวงศ.์ (2543). การวจิ ยั เบือ้ งตน้ และการเขยี นรายงาน. ศกึ ษาการพมิ พ์, มีนาคม.
จกั รพนั ธ์ุ ปญั จะสุวรรณ. (2543). โครงงานวทิ ยาศาสตร์ (3000-1413) สำนักพิมพ์ศูนยส์ ง่ เสริม

วชิ าการ.
จิรสั ย์ เจนพาณิชย์ (2558). ชวี วิทยาสำหรบั นักเรยี นมัธยมปลาย. กรงุ เทพมหานคร :

หจก.สามลดา.
เชาวน์ ชโิ นรกั ษ์ และพรรณี ชิโนรักษ์ (2552). ชวี วทิ ยา 1. กรงุ เทพมหานคร : โสภณการพิมพ์
ซรี ์สตาร์ (2552). ชวี วทิ ยา เลม่ 1. (แปลจาก Biology 1 Concepts and Applications

โดยทมี คณาจารย์ ภาควชิ าชีววทิ ยามหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ , ผ้แู ปล). กรงุ เทพมหานคร :
เจเอสที พับลิชชง่ิ จำกัด.
ชุมพล คณุ วาส. (2551). สัณฐานวิทยาเบ้อื งตน้ ในการระบชุ ่ือวงศพ์ ืชดอกสามัญ. กรุงเทพฯ :
สำนักพมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
ทศิ นา แขมมณ.ี (2550). ศาสตร์การสอน : องคค์ วามรเู้ พ่ือการจดั การกระบวนการเรียนรู้
ทมี่ ีประสทิ ธิภาพ (พมิ พ์ครง้ั ที่ 5). กรุงเทพมหานคร : สำนกั พิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
ทิศนา แขมมณี. (2550). รปู แบบการเรียนการสอน : ทางเลอื กท่ีหลากหลาย (พิมพค์ รงั้ ท่ี 6).
กรงุ เทพมหานคร : สำนักพมิ พ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทศิ นา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอน : องค์ความรเู้ อการจดั กระบวนการเรียนรู้
ทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ. พมิ พ์คร้งั ท่ี 13. กรงุ เทพฯ : สำนักพมิ พ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
เทียมใจ คมกฤส. (2546). กายวภิ าคของพฤกษ์ (พิมพ์ครง้ั ท่ี 5). กรงุ เทพฯ : สำนักพมิ พ์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

345

เธยี ร ธรี วรวงศ์ ชลนิ ันท์ เพง็ สขุ และ เอกรฐั วงศ์สวัสดิ.์ (2565). หนงั สือเรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชีววิทยา ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 เลม่ 1. (พิมพ์ครั้งท่ี 4)
กรงุ เทพฯ : ไทยรม่ เกลา้ , บริษทั อักษรเจริญทศั น์ อจท. จำกัด.

ภษู ิต ศรปี ะโค (2563). แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชีววิทยา ช้ันมัยมศกึ ษาปีท่ี 5 เล่ม 1. กรงุ เทพฯ : อกั ษรเจริญทัศน์ อจท.จำกดั .

วิมลรัตน์ สุนธรโรจน์. (2554). การออกแบบการจดั การเรียนรูต้ ามแนว Backward Desing.
พิมพค์ รง้ั ท่ี 2 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลยั มหาสารคาม, มหาสารคาม.

สมพงศ์ จนั ทรโ์ พธิ์ศร.ี (2549). วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน (2000-1401) สำนกั พมิ พศ์ ูนยส์ ง่ เสรมิ
วชิ าการ.

สมพงศ์ จันทร์โพธ์ิศร.ี (2550). โครงงานวทิ ยาศาสตรร์ ะดับมธั ยมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : เจ้าพระยา
ระบบการพมิ พ์, บริษทั ไฮเอ็ดพบั ลชิ ชง่ิ จำกดั .

สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2554). หนงั สอื เรยี นรายวิชาชีววทิ ยา
เพ่มิ เติมเล่ม 5. กรุงเทพมหานคร : สกสค.

สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2555). คมู่ อื ครรู ายวชิ าชีววิทยาเพม่ิ เติม
เล่ม 5. กรงุ เทพมหานคร : สกสค.

สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2556). หนังสือเรยี นรายวชิ าเพิม่ เดมิ
ชวี วิทยา เล่ม 2 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6 กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์.
พิมพ์คร้ังท่ี 9. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว.

สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2558). หนงั สือเรียนรายวชิ าเพิม่ เตมิ
ชวี วทิ ยา เลม่ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4-6 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร.์
พมิ พค์ ร้ังที่ 9. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว.

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.(2558). หนงั สอื เรยี นรายวิชาเพม่ิ เติมชีววทิ ยา
เล่ม 3 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (พิมพ์ครัง้ ที่ 9). กรุงเทพฯ:
โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโลยี. (2561). หนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน
วทิ ยาศาสตรว์ ิทยาศาสตร์ชีวภาพ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั
พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (พมิ พค์ รั้งที่ 1). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.

346

สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2564). หนังสอื เรียนรายวิชาเพิม่ เติม
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชีววิทยา เล่ม 3 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 กลุ่มสาระ
การเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (พิมพ์คร้งั ที่ 2). กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2564). หนังสอื เรียนรายวชิ าชีววทิ ยา
เพม่ิ เตมิ เล่ม 3. กรงุ เทพมหานคร : สกสค.

สุวฒั ก์ นิยมคา้ . (2531). ทฤษฎีและการปฏบิ ัตใิ นการสอนวิทยาศาสตร์แบบสบื เสาะหาความรู้
เล่ม 1. เจเนอร์ลบคุ๊ ค์ เซนเตอร์จำกัด.

สำนักงานราชบณั ฑิตยสภา. (2560). พจนานุกรมศัพท์พฤกษศาสตร์ ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสภา
(พมิ พค์ รง้ั ท่ี 1). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์คณะรฐั มนตรแี ละราชกิจจานเุ บกษา.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา, กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). แนวทางการจัดการเรียนรู้
แบบโครงงานเปน็ ฐาน (พมิ พ์คร้ังที่ 2). นครปฐม : หา้ งหุน้ ส่วนจำกดั สินทวีกิจ
พรน้ิ ต้งิ

แหล่งค้นคว้า

https://chakraiya.failes.wordpress.com
https://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2010/6290/11/Appendix.pdf
https://phongping.wordpress.com
https://sites.google.com/a/chamnipit.ac.th/science/home/withyasastr-m-2/w33245-

chiwwithya
http://thesis.swu.ac.th/swuebook/h234917v6.pdf
https://www.pangpond.com
http://www.phichsinee.cmru.ac.th/stat4teach/admin/research/file/220112095946.pdf
https://www.ubu.ac.th/web/files_up/43f2017010522270295.pdf
http://www.thaischool1.in.th/_files_school/10200050/workteacher/10200050_1_2020

1013-132010.pdf
https://docs.google.com/file/d/0BxMGO-

vYWQIpYlR4dUZCVC0yOUk/view?resourcekey=0-OhzhTeG8o7nDpWPLctmVCA

347
ภาคผนวก

348

ภาคผนวก ก
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว30248 เรอ่ื ง การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง

349

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น
รายวชิ าชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว30248 เรื่อง การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรยี นเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก อำเภอสริ ินธร จงั หวัดอุบลราชธานี

คำช้แี จง 1. แบบทดสอบแบบปรนัย ชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ขอ้ 40 คะแนน
2. ให้นักเรยี นทำเครือ่ งหมายกากบาท (X) ลงในชอ่ ง ก , ข , ค หรือ ง

ของกระดาษคำตอบท่ีแจกให้ โดยเลือกคำตอบท่ีถกู ต้องทส่ี ดุ เพียงข้อเดียว
3. หา้ มขดี เขยี นข้อความใด ๆ ลงในแบบทดสอบ
4. เวลาทใ่ี ชใ้ นการทำแบบทดสอบ 60 นาที

หน่วยยอ่ ยท่ี 1 การศกึ ษาทเี่ กย่ี วกบั การสงเั คราะหด์ ว้ ยแสง จำนวน 8 ข้อ

1. “พชื สีเขียวบรรจใุ นตู้กระจกปิดมิดชดิ น้ำหนกั จะไม่เพ่มิ ขน้ึ ถ้าในตู้ไม่มีสัตวอ์ ยดู่ ้วย”
จากปรากฏการณ์นยี้ นื ยันขอ้ เท็จจริงในข้อใด

ก. พืชใช้ CO2 เป็นวัตถุดบิ ในการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
ข. ผลจากปฏิกริ ิยาสังเคราะหด์ ว้ ยแสงได้ออกซิเจน
ค. พืชดูดแสงสตี ่าง ๆ ในปริมาณไม่เท่ากนั
ง. คลอโรฟลิ ล์เป็นสารดูดพลงั งาน

2. จากการวัดปริมาณของ RuBP และ PGA ท่ีเกิดขนึ้ ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในภาวะ
ต่าง ๆ กนั คอื ในภาวะปกตทิ ี่มแี สง และ CO2 อยูต่ ลอดเวลา ภาวะทีม่ ีแสงแตไ่ มม่ ี CO2 และภาวะ
ที่มี CO2 แตไ่ มม่ แี สง ผลท่ีได้ควรเปน็ อย่างไร

ก. ในช่วงทม่ี แี สงแต่ไม่มี CO2 ปริมาณของ RuBP จะลดลง
ข. ในช่วงทีม่ แี สงแต่ไมม่ ี CO2 ปรมิ าณของ PGA จะเพิ่มขน้ึ
ค. ในช่วงทม่ี ีแสงและ CO2 ปริมาณของ PGA จะไม่คงที่
ง. ในช่วงทม่ี ีแสงและ CO2 ปริมาณของ RuBP จะคงที่

350

3. ภายในครอบแกว้ มตี ้นไม้และหนูซึ่งมแี สง อุณหภมู ิ อาหาร และน้ำครบบริบูรณ์ ครอบแก้วน้ี
ปดิ สนทิ เมื่อทง้ิ ไว้ประมาณ 10 วัน ทั้งตน้ ไม้และหนูไม่ตาย ผลการทดลองน้ี แสดงวา่

ก. หนไู ดอ้ อกซิเจนจากต้นไม้
ข. ท้ังตน้ ไมแ้ ละหนูพงึ่ พากนั
ค. ต้นไม้ใช้ออกซเิ จนนอ้ ยจึงไม่แยง่ หนู
ง. มีอากาศเพียงพอในครอบแก้วสำหรบั 10 วนั

4. ในปฏกิ ริ ยิ าแสงของการสังเคราะหด์ ้วยแสง การถา่ ยทอดอเิ ล็กตรอน แบบเปน็ วัฏจักรแตกต่าง
จากการถา่ ยทอดอิเลก็ ตรอนแบบไม่เป็นวฏั จักรอย่างไร

ก. แบบแรกให้เฉพาะ ATP ส่วนแบบหลงั ให้ NADPH และ ATP
ข. แบบแรกให้ NADPH และ ATP สว่ นแบบหลังให้เฉพาะ ATP
ค. แบบแรกให้เฉพาะ NADPH สว่ นแบบหลังให้ NADPH และ ATP
ง. แบบแรกให้ NADPH และ ATP ส่วนแบบหลังใหเ้ ฉพาะ NADPH

5. Jan Ingen Housz ค้นพบว่า คาร์บอนไดออกไซด์สามารถถูกเปลี่ยนให้เป็นสารอินทรีย์กับ
ออกซิเจนได้ โดย

ก. ตน้ ไม้ แสง CO2 และ H2 O
ข. ต้นไม้ แสง และ CO2
ค. ต้นไม้และแสง
ง. ต้นไม้

351

6. Joseph Prirstley ค้นพบว่า อากาศเสยี อาจถูกเปล่ยี นใหเ้ ปน็ อากาศดีได้โดยใช้
ก. ต้นไม้ แสง CO2 และ H2 O
ข. ตน้ ไม้ แสง และ CO2
ค. ต้นไม้และแสง
ง. ต้นไม้

7. หน้าทีข่ อง NADP ในกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงคือข้อใด
ก. สรา้ ง ATP
ข. นำไฮโดรเจน
ค. สลายโมเลกุลของนำ้
ง. กระตนุ้ ในการสรา้ งคลอโรฟิลล์

8. จากกลไกสังเคราะห์ด้วยแสง สารที่สร้างขึ้นในปฏิกิริยาใช้แสงและจะถูกนำไปใช้ต่อใน
ปฏิกริ ิยาตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ได้แก่

ก. ATP และ NADP
ข. ADP และ NADP
ค. ATP และ NADPH + H+
ง. ADP และ NADPH + H+

หน่วยย่อยท่ี 2 กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช จำนวน 8 ข้อ

9. ในตน้ ถ่ัวท่ีงอกพ้นดินแล้ว แตย่ ังมใี บเล้ียงสีเขียวติดอยู่และมใี บจริงแล้วหนงึ่ คู่ เซลล์ทม่ี ีการ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสงเกิดขึน้ มาก คือข้อใด

ก. เซลล์ทีม่ ีสเี ขียวของลำตน้ อ่อน
ข. เซลลท์ ่ีมีสเี ขียวของใบเลี้ยง
ค. แพลเิ ซดเซลลข์ องใบจริง
ง. สปันจีเซลลข์ องใบจริง

352

10. กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงเกิดขึน้ ในส่วนใด
ก. คลอโรฟิลล์
ข. คลอโรพลาสต์
ค. ไซโทพลาสซึม
ง. เซลลพ์ ชื ทม่ี สี ีเขียว

11. โพรทิสต์คูใ่ ดที่มีความสามารถใช้พลงั งานแสงได้คล้ายพชื สีเขียว

ก. ยีสต์ , ไลเคน
ข. ราเมอื ก , ยูกลีนา
ค. ราขนมปัง , สาหร่ายสนี ้ำตาล
ง. แบคทเี รยี บางชนิด , นอสตอก

12. จากข้อมูลในกราฟขา้ งบน ขอ้ 11. แสดงให้เหน็ วา่ ตอ้ งการพิสจู น์สมมุติฐานในข้อใด
ก. ความเข้มข้นของแสงมบี ทบาทนอ้ ยกวา่ ปริมาณคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นการเพ่มิ อัตราการ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ข. ความเข้มขน้ ของแสงมบี ทบาทเทา่ กบั ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในการเพิ่มอัตราการ
สังเคราะหด์ ้วยแสง
ค. ความเขม้ ข้นของแสงและปรมิ าณคารบ์ อนไดออกไซดม์ บี ทบาทตอ่ อตั ราการสังเคราะห์
ด้วยแสง
ง. ความเขม้ ขน้ ของแสงมีบทบาทมากกว่าปริมาณคารบ์ อนไดออกไซด์ในการเพมิ่ อัตราการ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสง

353

13. การสลายตัวของโมเลกุลน้ำในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงเกิดข้นึ ทีบ่ ริเวณใด
ก. ลเู มน
ข. กรานุม
ค. สโตรมา
ง. เมทริกซ์

14. ในการเขยี นสมการแสดงการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงในพืชขอ้ ใดถกู ต้องที่สดุ

ก. 6CO2 + 6H2O แสง C6 H12 O6 + 6O2
C6 H12 O6 + 6O2 + 6H2O
คลอโรพลาสต์ C6 H12 O6 + 6O2 + 6H2O
C6 H12 O6 + 6O2 + 6H2O
ข. 6CO2 + 12H2O แสง

คลอโรฟลิ ล์

ค. 6CO2 + 12H2O แสง

คลอโรพลาสต์

ง. 6CO2 + 12H2O แสง

เซลลพ์ ืช

15. คลอโรฟลิ ล์เป็นรงควัตถุท่ีใชใ้ นการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงนั้น ทำหนา้ ท่อี ะไร
ก. สรา้ งกลโู คส
ข. จบั พลังงานแสง
ค. จบั คาร์บอนไดออกไซด์
ง. รีดิวซค์ ารบ์ อนไดออกไซด์

16. ในวัฏจักรคลั วินของกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงนั้น CO2 ทำปฏิกิรยิ ากับสารใด
ก. ribulose bisphosphate
ข. Phosphoglycerric acid
ค. phosphoglyceraldehyde
ง. Hydrogen

354

หน่วยย่อยที่ 3 โฟโตเรสไพเรชนั จำนวน 8 ขอ้

17. เซลล์ชนิดใดของใบทำหน้าทสี่ ังเคราะหด์ ้วยแสงไดด้ ีทส่ี ุด
ก. Palisade cells
ข. spongy cell
ค. guard cells
ง. Epidermis

18. ของเสียทีส่ ตั ว์ขบั ถ่ายออกมา พชื จะใช้ในการสรา้ งสงิ่ ใด
ก. กรดนวิ คลีอิก
ข. น้ำตาล
ค. โปรตีน
ง. ไขมัน

19. พลังงานแสงอาทติ ยทพี่ ืชดูดซบั ไว้นน้ั ส่วนใหญจ่ ะถูกนำไปใช้ในกระบวนการใด
ก. หายใจ
ข. สร้างคลอโรฟิลล์
ค. สังเคราะหด์ ้วยแสง
ง. กระบวนการเมแมบอลิซมึ

20. พืชสเี ขียวชน้ั สูงที่เจรญิ อยู่บนบกแสดงการปรับตัวเองใหเ้ หมาะสมเปน็ พิเศษกับหนา้ ท่ีของมนั
ในแงผ่ ลติ อาหารให้แก่กลุ่มส่ิงมชี ีวิตที่มนั เจริญอยู่ คอื

ก. มีลำตน้ ทีแ่ ข็งแรงและอายุยนื
ข. มผี ลและเมลด็ ทสี่ ะสมอาหาร
ค. มีใบแบนบางสเี ขยี วดกั รบั แสง
ง. มรี ะบบรากท่สี ามารถแผไ่ ปได้ไกล

355

21. ถา้ ความเขม้ ขน้ ของ CO2 เปน็ ส่งิ จำกัดอตั ราการสังเคราะหด์ ้วยแสง เม่อื วดั ทค่ี วามเข้มแสงต่ำ
การเพิ่มความเขม้ แสงเปน็ 2 เทา่ อตั ราการสงั เคราะหด์ ้วยแสงจะ

ก. เพ่มิ 2 เทา่
ข. เพมิ่ น้อยกวา่ 2 เทา่
ค. ลดตำ่ กวา่ เดิม
ง. คงเดิม

22. การสร้างอาหารของพืชบกทั่ว ๆ ไป จะเกิดขึ้นน้อยกว่าปกติ หากโครงสร้างของใบเป็นไป
ตามข้อใด

ก. ไมม่ เี ซลล์คุม
ข. มเี อพิเดอรม์ สิ หนา
ค. มีแตส่ ปนั จเี ซลล์อย่างเดียว
ง. มแี ต่แพลิเซดเซลล์อย่างเดียว

23. คาร์โบไฮเดรตที่พชื สังเคราะห์ขึ้นเกิดจากปฏิกิรยิ าของ
ก. คาร์บอนไดออกไซด์รวมตัวกับนำ้
ข. คาร์บอนไดออกไซด์รวมตัวกับไฮโดรเจนจากน้ำ
ค. คารบ์ อนรวมตวั กบั ไฮโดรเจนและออกซเิ จนจากน้ำ
ง. คาร์บอนไดออกไซดร์ วมตวั กับออกซิเจนและไฮโดรเจนจากน้ำ

24. ถ้านำใบไม้ทม่ี สี เี ขยี วไปตม้ ในน้ำแลว้ นำไปแช่ในเอทิลแอลกอฮอล์ 95 % ร้อย ๆ หลงั จากนน้ั
นำไปล้างและแช่ในสารละลายไอโอดีนเจือจาง จงเรียงลำดับเหตกุ ารณ์ที่เกดิ ข้ึน

1. ใบซีดขาว
2. เกิดสนี ้ำเงนิ ท่ใี บ
3. เซลล์ตาย
4. คลอโรฟิลลถ์ กู สกัดออกมา

ก. 1 2 3 4
ข. 2 1 4 3
ค. 4 2 3 1
ง. 3 4 1 2

356

หนว่ ยยอ่ ยที่ 4 การเพิม่ ความเข้มของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวน 8 ขอ้

25. การสรา้ ง PGA ของพืช CAM เกดิ ขึน้ ทใ่ี ด
ก. Mesophyll
ข. Sponge cell
ค. Palisade cell
ง. Bundle sheath

26. ข้อใดเปน็ จริงเก่ียวกบั การตรงึ คารบ์ อนไดออกไซด์ของพืช CAM
ก. ตรึง CO2 ครั้งเดียว เกดิ ท่มี ีโซฟิลล์ ในเวลากลางวนั
ข. ตรึง CO2 คร้ังเดยี ว ในเวลากลางคืน เกิดท่ีบันเดิลชที
ค. ตรงึ CO2 2 ครั้ง ครง้ั ท่ี 1 ในเวลากลางคนื เกดิ ทมี่ โี ซฟลิ ล์ ครั้งที่ 2 ในเวลากลางวนั เกิดท่ี

บนั เดลิ ชที
ง. ตรึง CO2 2 ครัง้ ครง้ั ที่ 1 ในเวลากลางวัน เกิดทมี่ ีบันเดลิ ชีท คร้ังท่ี 2 ในเวลากลางคนื

เกิดท่โี ซฟลิ ล์

27. ถ้าใช้ 14CO2 ศึกษาการสงั เคราะห์ด้วยแสงในว่านหางจระเข้ เมื่อฉายแสงใหเ้ ป็นเวลา 6
ช่ัวโมง ควรตรวจพบ 14C ในสารต่างๆ ยกเวน้ ข้อใด

ก. PGA และ RuBP
ข. RuBisCO และ PGAL
ค. PEP และ Pyruvic acid
ง. Sucrose sugar และ Malic acid

28. ข้อใดเปน็ จรงิ เกยี่ วกับการสังเคราะห์ด้วยแสงของกระบองเพชร
ขอ้ 1 พบ RuBP เฉพาะในเซลลช์ ้นั มโี ซฟิลล์
ขอ้ 2 มีการตรึง CO, ครงั้ แรกท่ีบนั เดลิ ชีท
ขอ้ 3 มีการผลติ สาร C4 ในมีโซฟลิ ล์ และผลิตสาร C3 ในเซลล์บนั เดิลชีท
ก. เฉพาะข้อ 2
ข. เฉพาะข้อ 3
ค. ทงั้ ข้อ 1 และ 2
ง. ท้ังขอ้ 2 และ 3

357

29. การตรึง CO2 2 ครงั้ ของพืช CAM เกดิ ข้นึ ท่ใี ดบ้าง
ขอ้ 1 Palisade cell
ข้อ 2 Spong cell
ขอ้ 3 Epidermal cell
ขอ้ 4 Mesophyll cell
ขอ้ 5 Bundle sheath cell
ก. ทงั้ ข้อ 1 และ 2
ข. ทง้ั ข้อ 3 และ 4
ค. ท้งั ขอ้ 4 และ 5
ง. ท้ังข้อ 2 และ 5

30. พืช C4 และ CAM มีอะไรทเี่ หมือนกันในเรือ่ งท่ีเกย่ี วกับกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
ข้อ 1 : วัตถดุ ิบ
ขอ้ 2 : ผลผลติ
ข้อ 3 : รงควัตถุ
ข้อ 4 : การหายใจ
ข้อ 5 : การตรงึ CO2
ก. ขอ้ 1, 2, 3
ข. ขอ้ 1, 3, 4
ค. ขอ้ 1, 2, 5
ง. ขอ้ 1, 3, 5

31. พืช C4 และ CAM มีอะไรทเ่ี หมือนกนั ในเรอื่ งท่ีเก่ียวกับกระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
ขอ้ 1 : วตั ถดุ ิบ
ขอ้ 2 : ผลผลติ
ขอ้ 3 : รงควัตถุ
ขอ้ 4 : การหายใจ
ข้อ 5 : การตรงึ CO2
ก. ขอ้ 1, 2, 3
ข. ข้อ 1, 3, 4
ค. ขอ้ 1, 2, 3, 5
ง. ข้อ 1, 2, 4, 5

358

32. ข้อใดไมเ่ ปน็ จรงิ เก่ียวกับพืช CAM
ขอ้ 1 มีอตั ราการใชน้ ้ำต่อการเจริญเปน็ น้ำหนกั แหง้ 1 กรัมนอ้ ยกวา่ พืช C3
ข้อ 2 มคี วามเข้มข้นของ CO2 ท่ีเซลล์บนั เดิลชีทมากกว่าที่มโี ซฟิลลข์ องพชื C3
ข้อ 3 มีการตรึง CO2 จากบรรยากาศท้งั ทม่ี โี ซฟลิ ล์ และบนั เดิลชีท
ขอ้ 4 ใช้ RUBP Carboxylase ตรงึ CO2 จากบรรยากาศ
ก. ทั้งข้อ 1, 2
ข. ท้ังขอ้ 2, 3
ค. ทง้ั ขอ้ 2, 4
ง. ทง้ั ข้อ 3, 4

หน่วยยอ่ ยท่ี 5 ปัจจัยบางประการทม่ี ผี ลตอ่ การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง จำนวน 8 ข้อ

ใช้ภาพต่อไปน้สี ำหรับตอบคำถามขอ้ 33 – 36

33. หากตรวจพบว่าออกซิเจนที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วยแสงในขวด ก. เท่านั้นที่เป็น O18
หมายความว่าอยา่ งไร

ก. ออกซเิ จนท่ีไดจ้ ากการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงมาจากนำ้
ข. ออกซิเจนที่ไดจ้ ากการสังเคราะหด์ ้วยแสงมาจากคารบ์ อนไดออกไซด
ค. ออกซิเจนที่ไดจ้ ากการสังเคราะห์ดว้ ยแสงมาจากนำ้ และคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ออกซิเจนที่ได้จากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงมาจากนำ้ และคาร์บอนไดออกไซด์

359

34. สมมติว่าการทดลองนี้ได้ออกซิเจนที่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในขวด ข.
เท่านั้นท่เี ป็น O18 แสดงวา่

ก. ออกซเิ จนท่ีไดจ้ ากการสังเคราะห์ด้วยแสงจากนำ้
ข. ออกซิเจนที่ได้จากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงมาจากคารบ์ อนไดออกไซด์
ค. ออกซเิ จนท่ีได้จากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงมาจากน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ออกซิเจนท่ีได้จากการสังเคราะหด์ ้วยแสงไม่ได้มาจากน้ำและคารบ์ อนไดออกไซด์

35. หากพบวา่ ออกซิเจนที่เกิดขน้ึ จากกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงเป็น O18 ท้ังสองขวด
จะหมายความวา่ อยา่ งไร

ก. ออกซิเจนท่ีได้จากการสงั เคราะหด์ ้วยแสงจากนำ้
ข. ออกซิเจนที่ได้จากการสงั เคราะหด์ ้วยแสงมาจากคาร์บอนไดออกไซด์
ค. ออกซิเจนที่ได้จากการสังเคราะหด์ ้วยแสงมาจากนำ้ และคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ออกซเิ จนท่ีไดจ้ ากการสังเคราะหด์ ้วยแสงไม่ได้มาจากนำ้ และคารบ์ อนไดออกไซด์

36. หากตั้งขวดทั้งสองให้ได้รับแสง สาหร่ายสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ออกซิเจนออกมาท้ัง
สองขวด แต่เมอ่ื นำออกซิเจนที่เกิดขน้ึ มาทดสอบ ปรากฏวา่ ออกซิเจนจากขวด ข. เป็นออกซิเจน
ธรรมดา จะสรุปผลการทดลองว่าอยา่ งไร

ก. เป็นออกซเิ จนที่ได้จากการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงมาจากน้ำ
ข. ออกซเิ จนท่ีไดจ้ ากการสังเคราะห์ด้วยแสงมาจากคารบ์ อนไดออกไซด์
ค. ออกซิเจนที่ได้จากการสงั เคราะห์ด้วยแสงมาจากน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ออกซเิ จนท่ีได้จากการสังเคราะห์ดว้ ยแสงไม่ได้มาจากนำ้ และคารบ์ อนไดออกไซด์

37. จากการศึกษาอิทธิพลของอุณหภูมิและความเข้มแสงที่มีต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง ข้อใด
ต่อไปน้ีถูกตอ้ งทส่ี ุด

ก. อทิ ธพิ ลของอณุ หภูมิมผี ลตอ่ การสงั เคราะห์แสงมากกว่าอิทธิพลของแสง
ข. อิทธิพลของอุณหภมู ิมีผลตอ่ ปฏิกิรยิ าท่ใี ชแ้ สงมากกว่าปฏิกิริยาท่ีไม่ใชแ้ สง
ค. อิทธิพลของอณุ หภูมิมผี ลตอ่ ปฏกิ ิรยิ าทีไ่ ม่ใชแ้ สงมากกว่าปฏิกริ ยิ าทใี่ ชแ้ สง
ง. อทิ ธิพลของอณุ หภมู ิมีผลต่อปฏกิ ริ ยิ าท่ีไม่ใช้แสงเทา่ ๆ กันกับปฏิกิริยาทีใ่ ชแ้ สง

360

38. ในการทดลองเรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสง นักเรียนคนหนึ่งทดลองกับต้นชบา โดยการใช้
พาราฟินเหลวฉาบทั้งหน้าใบและหลังใบทั้งหมดทุกใบ จากนั้นนำไปรับแสงเป็นเวลาครึ่งวัน
แล้วเดด็ มาทดสอบแป้ง พบว่าไม่มีแป้งในใบ แสดงว่า

ก. ใบรบั ออกซเิ จนไมไ่ ด้
ข. น้ำไม่สามารถเข้าไปในใบ
ค. ใบรบั คารบ์ อนไดออกไซดไ์ มไ่ ด้
ง. คลอโรพลาสต์หมดสภาพทจี่ ะรบั แสง

39. Ribulose 1,5 Diphosphate carboxylase ทำหนา้ ท่ีอะไร
ก. จับ O2
ข. จับ CO2
ค. จบั H2O
ง. จบั O2 และ CO2

40. ข้อใดไมใ่ ชป่ ัจจัยท่ีสำคัญตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
ก. อายใุ บ
ข. อายุพืช
ค. อณุ หภมู ิ
ง. ธาตอุ าหาร



361

เฉลยแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน
รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวชิ า ว30248 เร่อื ง การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรียนเบ็ตตดี้ เู มน 2 ชอ่ งเม็ก อำเภอสริ นิ ธร จังหวัดอุบลราชธานี

ข้อ คำตอบ ขอ้ คำตอบ
1ก 21 ข
2ง 22 ก
3ข 23 ค
4ก 24 ง
5ค 25 ง
6ง 26 ค
7ข 27 ข
8ค 28 ข
9ค 29 ค
10 ข 30 ก
11 ง 31 ก
12 ค 32 ง
13 ข 33 ก
14 ค 34 ข
15 ข 35 ค
16 ก 36 ก
17 ก 37 ข
18 ค 38 ค
19 ง 39 ง
20 ค 40 ข



362

ภาคผนวก ข
แบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning)

363

แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning)
เรือ่ ง การสังเคราะห์ด้วยแสง รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว30248
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
(สำหรับผเู้ ช่ียวชาญ)

❖❖❖❖❖❖❖❖❖❖❖❖❖❖❖❖❖

คำชี้แจง โปรดพิจารณาว่าแผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based
Learning) เรอ่ื ง การสงั เคราะห์ด้วยแสง รายวชิ าชีววิทยา 3 รหัสวชิ า ว30248 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 แต่ละขอ้ มีความเหมาะสมตามองคป์ ระกอบแต่ละด้านอยู่ในระดับใด
แล้วเขยี นตวั เลขลงในช่อง “ผลการประเมนิ ” แตล่ ะแผน

5 หมายถงึ มีความเหมาะสมอยูใ่ นระดบั มากที่สดุ
4 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมอยใู่ นระดับ มาก
3 หมายถงึ มีความเหมาะสมอยใู่ นระดบั ปานกลาง
2 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมอยู่ในระดบั นอ้ ย
1 หมายถึง มีความเหมาะสมอยใู่ นระดับ น้อยท่ีสุด

ตารางท่ี 5 แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based
Learning)

ผลการประเมิน

รายการประเมิน แผนที่ 1
แผนท่ี 2
แผนท่ี 3
แผนที่ 4
แผนท่ี 5

1. ดา้ นมาตรฐานและตวั ชวี้ ัด
1. ตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพื้นฐาน

พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
2. สอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ใน

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)

ตารางท่ี 5 (ตอ่ ) 364
ผลการประเมิน
รายการประเมนิ
แผน ีท่ 1
3. สอดคลอ้ งกับสาระการเรียนรู้ แผน ่ีท 2
4. เหมาะสมกบั วัยของผู้เรียน แผน ่ีท 3
5. สามารถนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ แผนที่ 4
2. ดา้ นผลการเรียนรแู้ ละจุดประสงค์การเรียนรู้ แผน ่ีท 5
6. สอดคลอ้ งกับ มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด
และผลการเรียนรู้
7. สอดคล้องกบั เน้อื หา
8. ครอบคลุมพฤติกรรมการเรยี นรู้
9. ระบุพฤตกิ รรมทสี่ ามารถวัดและประเมินได้ชัดเจน
10. เหมาะสมกับเวลา เนื้อหา และวยั ของผเู้ รียน
11. ข้อความชัดเจนเข้าใจง่าย ถูกต้องตามหลักการ
เขียน
12. ครอบคลุมพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัยและ
จติ พสิ ัย
3. ด้านสาระสำคญั
13. สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด ผลการ
เรยี นรู้ และจุดประสงคก์ ารเรียนรใู้ นหลักสูตร
14. สอดคลอ้ งกบั สาระการเรยี นรู้ สอดคล้องกบั กิจกรรม
การเรยี นรู้ มีความชัดเจนครอบคลุมเน้อื หาสาระ
15. เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนสามารถนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวนั ได้
16. มคี วามชดั เจนเขา้ ใจง่าย ถกู ต้องได้ใจความ
17. สอดคลอ้ งกบั สาระการเรียนรู้
18. ครอบคลุมพฤติกรรมดา้ นพุทธิพิสยั ทักษะพิสัย
และจติ พิสยั

ตารางที่ 5 (ต่อ) 365
ผลการประเมนิ
รายการประเมนิ
แผน ีท่ 1
4. ดา้ นเนื้อหา แผน ่ีท 2
19. มีความครบถ้วน ถูกต้องตามหลักสูตรแกนกลาง แผน ่ีท 3
แผนที่ 4
การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน แผน ่ีท 5
20. มีความสอดคล้องกับ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด

และผลการเรยี นรู้
21. การจัดเรียงลำดับขั้นตอนกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้

ผเู้ รียนเข้าใจงา่ ย
22. เน้ือหามีความเหมาะสมกับเวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม

การเรยี นรู้
23. มคี วามยากงา่ ยเหมาะสมกับวัยของผเู้ รยี น
24. การใช้ภาษาถกู ต้องเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
25. การใช้ภาษาในการส่ือความหมายถกู ตอ้ งชดั เจน
26. เน้อื หาเสรมิ สร้างความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์
27. เนื้อหาถูกตอ้ งตามหลักวิชาการและทันสมัย
28. เนื้อหาไม่ขัดต่อความมั่นคงของชาติและคุณธรรม

จริยธรรม
5. ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

29. สอดคล้องกับเนื้อหา สอดคล้องกับจุดประสงค์การ
เรยี นรู้

30. เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน เหมาะสมกับเวลาที่ใช้
สอน

31. ผเู้ รียนมสี ่วนร่วมในการปฏิบัติกจิ กรรม
32. การเรียนยึดกระบวนการกลมุ่ ร่วมมือกันเรียนรู้
33. สาระการเรยี นร้สู อดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
34. สาระการเรยี นร้เู หมาะสมกับธรรมชาตขิ องวิชา

ตารางที่ 5 (ตอ่ ) 366
ผลการประเมนิ
รายการประเมนิ
แผน ีท่ 1
35. พฒั นาคุณลกั ษณะผเู้ รียนได้ชดั เจน แผน ่ีท 2
36. เน้นผู้เรียนให้แสวงหาความรู้ มีส่วนร่วมในการ แผน ่ีท 3
ค้นควา้ วเิ คราะห์และลงข้อสรุป แผนที่ 4
37. กจิ กรรมเหมาะสมกับระดับผู้เรียน แผน ่ีท 5
38. เร้าความสนใจของผเู้ รียน
39. กิจกรรมเป็นไปตามขั้นตอนของกิจกรรมการเรียน
การสอนแบบเน้นแผนผังมโนทัศน์ (Concept Based
Teaching)
6. ด้านส่อื การเรยี นรู้
40. สอดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรยี นรู้
41. สอดคล้องกบั เนื้อหา
42. สอดคลอ้ งกับสาระการเรยี นรแู้ ละกจิ กรรม
43. เร้าความสนใจของผเู้ รียน
44. ผ้เู รียนมีสว่ นรว่ มในการใชส้ ื่อนวัตกรรม
45. เหมาะสมกบั เวลาและวัยของผ้เู รยี น
46. สนองต่อจุดประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรมการ
เรยี นรู้
7. ด้านการวดั และประเมินผล
47. สอดคลอ้ งกับเนอ้ื หา
48. สอดคล้องกบั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
49. สามารถวดั และประเมนิ ผลสิง่ ท่ีระบไุ ว้ได้
50. เครื่องมือเหมาะสมกับวัยของผูเ้ รียน
51. วิธีการวัด และเครือ่ งมือวัดสอดคล้องกับพฤติกรรมที่
กำหนดในจดุ ประสงค์

367

ตารางท่ี 5 (ต่อ) ผลการประเมิน
รายการประเมนิ
แผน ีท่ 1
แผน ่ีท 2
แผน ่ีท 3
แผนที่ 4
แผน ่ีท 5

52. วธิ ีการวดั และเครอ่ื งมอื วดั มีความสอดคลอ้ งกบั
ธรรมชาตขิ องวิชา

53. วิธีการวัดและเครื่องมือวัดสอดคล้องกับขั้นตอนและ
กระบวนการเรียนรู้ในกจิ กรรม

54. ใชว้ ิธีการวัดและการประเมินอยา่ งหลากหลาย
55. มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง
56. วดั และประเมินผลไดค้ รอบคลุมพฤติกรรม
ดา้ นพุทธพิ สิ ยั ทักษะพิสัย และจิตพสิ ัย
57. ใชเ้ คร่อื งมือวัดและประเมินผลไดถ้ ูกต้องเหมาะสม
58. เกณฑ์การประเมินผลมีความสอดคล้องกับระดับ
ความสามารถของผู้เรียน

ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………..
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... ........................................
............................................................................................................................. ....................................

ลงช่ือ........................................................ผปู้ ระเมิน
(........................................................)

ตำแหนง่ ...............................................................
……………/………………./……………

368

ภาคผนวก ค
รายชอื่ ผเู้ ช่ียวชาญ

369

รายช่อื ผู้เช่ียวชาญ

1. รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษ์สะพาน ผู้เช่ยี วชาญดา้ นการวิจัย หลักสูตรและการสอน
2. ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา มูลสนิ สาขาหลักสูตรและการสอน
3. นางวิภาพร อุปนสิ ากร คณะศึกษาศาสตร์
4. นางสาววาปี อินจำปา มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม

5. นางพัชรี คูณทอง ผเู้ ชี่ยวชาญด้านเนือ้ หาวชิ าชวี วทิ ยา
คณะวิทยาศาสตร์และทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยราชภฏั อุบลราชานี

ผู้เชี่ยวชาญด้านหลกั สตู รและการสอน
และวัดผลประเมินผล
ตำแหน่ง ศกึ ษานิเทศก์ วทิ ยฐานะ ครเู ชยี่ วชาญ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

ผเู้ ชี่ยวชาญด้านหลกั สูตรและการสอน
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครเู ชี่ยวชาญ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
โรงเรียนบัวงามวิทยา
องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดอุบลราชธานี

ผู้เชย่ี วชาญดา้ นการสอนวชิ าวทิ ยาศาสตร์
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครเู ช่ียวชาญ
โรงเรยี นโนนกลางวทิ ยาคม
องค์การบริหารสว่ นจงั หวัดอุบลราชธานี

370
ประวตั ิยอ่ ผู้จดั ทำ

371

ประวตั ยิ อ่ ผูจ้ ัดทำ

ชื่อ – สกลุ นางบุญล้อม แก้วดอน

วนั เดอื น ปี เกดิ วนั ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2517

สถานท่เี กิด บ้านเลขที่ 9 หมู่ 11

บา้ นนางาม ตำบลนาดี อำเภอเดชอดุ ม

จังหวัดอบุ ลราชธานี 34160

โทรศัพท์ 091-828-417-9

ตำแหน่งหนา้ ทป่ี จั จุบัน ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพิเศษ

สถานทที่ ำงานในปจั จุบนั โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเมก็ ตำบลชอ่ งเมก็

อำเภอสริ ินธร จงั หวดั อุบลราชธานี

สงั กดั องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

ประวตั กิ ารศกึ ษา
พ.ศ. 2541 ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑติ วิชาเอก ชวี วทิ ยาประยกุ ต์

สถาบันราชภัฏอบุ ลราชธานี
พ.ศ. 2542 ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชพี ครู สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี

ประสบการณ์การทำงาน
พ.ศ. 2542 ตำแหนง่ อาจารย์ 1 ระดับ 3 โรงเรียนชอ่ งเมก็ วิทยา

อำเภอสิรนิ ธร จังหวดั อบุ ลราชธานี
พ.ศ. 2547 ครู โรงเรียนช่องเม็กวิทยา อำเภอสริ นิ ธร จังหวดั อบุ ลราชธานี
พ.ศ. 2550 ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการ โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก

อำเภอสิรินธร จงั หวัดอบุ ลราชธานี
สงั กัดองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดอบุ ลราชธานี
พ.ศ. 2558 ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดเู มน 2 ชอ่ งเมก็
อำเภอสิรินธร จังหวดั อบุ ลราชธานี
สังกดั องคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดอบุ ลราชธานี



แผนการจดั การเรยี นรู้

แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning)

โรงเรียนเบต็ ตด้ี เู มน 2 ชอ่ งเมก็ อำเภอสิรินธร จังหวัดอบุ ลรำชธำนี
องค์กำรบรหิ ำรส่วนจงั หวัดอบุ ลรำชธำนี


Click to View FlipBook Version