291
สาระสำคัญ
ปัจจัยของสิ่งแวดล้อมท่ีมีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงซ่ึงทำาให้อัตราการสังเคราะห์
ด้วยแสงไม่อยู่ในระดับสูงสุด เรียกปัจจัยน้ันว่าเป็นปัจจัยจำากัด หากปัจจัยจำากัดนั้นมีปริมาณมาก
ข้ึนจนเพียงพอจะไม่ใช่ปัจจัยจำากัดอีกต่อไป แต่อาจมีปัจจัยอื่นที่กลายเป็นปัจจัยจำากัดที่มีผลต่อ
อัตราการสังเคราะหด์ ้วยแสง
ความเข้มแสง ความเข้มข้นของ CO2 อุณหภูมิ ปริมาณน้ำา และธาตุอาหาร เป็นปัจจัยที่มี
ผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ซึ่งเมื่อพืชได้รับปัจจัยต่างๆ เหล่าน้ีอย่างเหมาะสมจะ
ส่งผลให้มกี ารเจรญิ เติบโตได้ดี
สาระการเรยี นรู้
ปจั จัยบางประการท่ีมผี ลต่อการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ทกั ษะ / กระบวนการ / กระบวนการคดิ
- ทกั ษะการสงั เกต
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
- ทกั ษะการอภปิ ราย
- ทักษะการลงข้อสรุป
- ทักษะการจัดระบบความคิดเปน็ แผนภาพ
- ทกั ษะการสบื ค้นโดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
1.1 สามารถเลอื กใช้วิธกี ารสื่อสารอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
2. ความสามารถในการคิด
2.1 สามารถคดิ วเิ คราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ คดิ อยา่ งเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.1 สามารถประยุกต์ความร้เู พ่อื การแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4.1 สามารถเรียนรดู้ ้วยตนเอง
4.2 สามารถทำงานรว่ มกบั ผูอ้ ่ืนได้อย่างสรา้ งสรรค์
292
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5.1 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี และการเลือกใช้เทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซ่ือสตั ย์ สุตจรติ
3. มวี ินยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อย่างพอเพยี ง
6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. รักษ์ความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
ช้นิ งาน / ภาระงาน
- โครงงานวทิ ยาศาสตร์ประเภททดลอง หัวข้อ ปัจจัยบางประการท่ีมผี ลตอ่ การ
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
สอื่ การเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
1. สือ่ การเรียนรู้
1.1 เอกสารประกอบการเรยี น เล่มที่ 5 เรอื่ ง ปจั จยั บางประการที่มผี ลต่อการ
สงั เคราะห์ด้วยแสง
1.2 แบบฟอร์มการเขยี นเคา้ โครงโครงงานวิทยาศาสตร์
1.3 วัสดุอปุ กรณใ์ นการทำโครงงานและการนำเสนอโครงงาน
1.4 ตวั อย่างโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1.5 หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติมวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชีววิทยา ม.5 เลม่ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 การสงั เคราะหด์ ้วยแสง บรษิ ัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกดั กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551
1.6 แบบทดสอบหลังเรียน
2. แหลง่ เรียนรู้
2.1 ห้องเรยี นโรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
293
2.2 หอ้ งสมดุ โรงเรยี นเบ็ตตด้ี ูเมน 2 ชอ่ งเม็ก
2.3 ห้องปฏบิ ัตกิ ารวิทยาศาสตร์โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก
2.4 หอ้ งคอมพวิ เตอรโ์ รงเรยี นเบ็ตต้ดี ูเมน 2 ชอ่ งเม็ก (สืบคน้ จากอนิ เทอร์เนต)
2.5 ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
กระบวนการวดั ผลประเมินผล
1. วธิ กี ารวดั
1.1 การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกล่มุ /พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
1.2 สงั เกตการดำเนินงานตามแผน/การนำเสนอโครงงาน
1.3 ตรวจการกำหนดเรอื่ ง จุดมุง่ หมาย การตง้ั ชอื่ เร่ืองโครงงานวิทยาศาสตร์
1.4 ตรวจการวางแผนการดำเนินงาน ผลการประเมินโครงงาน และรายงานโครงงาน
วิทยาศาสตร์
1,5 ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
1.6 ตรวจประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
2. เคร่ืองมือวัด
2.1 แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุม่ /การทำงานรายบคุ คล 15 คะแนน
2.2 แบบทดสอบย่อยชนดิ เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน
2.3 แบบประเมนิ ผลงานนักเรียนชนิดรบู รคิ 5 รายการ 15 คะแนน
2.3 แบบประเมนิ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ 10 คะแนน
3. เกณฑ์การวัด
นักเรียนทุกคนต้องได้คะแนนจากกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรูร้ ะหว่างเรียน
ร้อยละ 80 ซ่ึงประกอบด้วย คะแนนจากการทดสอบย่อยหลังเรียน 10 คะแนน คะแนนประเมิน
พฤติกรรม 15 คะแนน ผลงานนักเรียน 15 คะแนน และคะแนนโครงงานวิทยาศาสตร์ 10 คะแนน
รวมทง้ั หมด 50 คะแนน รวมคะแนนเฉลยี่ ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 80
กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning : PjBL)
ขัน้ ท่ี 1 กำหนดปญั หา
1.1 ครแู จง้ ขอบขา่ ยเนื้อหาในการทำโครงงานวทิ ยาศาสตร์ประเภททดลอง ตามสาระการ
เรียนรู้ ซึ่งมีของขา่ ยเนื้อหาปัจจัยบางประการทีม่ ีผลต่อการสังเคราะหด์ ้วยแสง ดงั น้ี
- ปจั จัยการทีม่ ีผลต่อการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืช
294
- ปจั จยั บางประการท่ีมผี ลตอ่ การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
- ปัจจยั จำกดั ในกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
- ปจั จยั ของส่งิ แวดล้อมท่มี ีผลต่ออตั ราการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
1.2 จากขอบข่ายของเน้ือหา ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความสนใจ กลุ่มละ 5 – 6 คน
จำนวน 5 กลุ่ม โดยคละความสามารถของผู้เรียน (เก่ง ปานกลาง และอ่อน) และเพศ เพื่อให้
นักเรียนได้ช่วยเหลือกันระหว่างปฏิบัติงานกลุ่ม และให้แต่ละกลุ่มเลือกประธานกลุ่ม สมาชิกกลุ่ม
และเลขานุการกลุ่ม เพ่ือแบ่งหน้าท่ีในการทำงาน พร้อมกับตง้ั ชื่อกลมุ่ ให้ตรงกับเน้ือหาวิชาตามความ
สนใจ และส่งรายช่ือสมาชิกกลุ่มให้ครูผู้สอน เพ่ือให้เหมาะสมกับการจัดกิจกรรมที่กำหนดไว้ แต่ละ
กลมุ่ ศึกษารายละเอียดของหัวขอ้ ท่ีกลุ่มสนใจ
1.3 จากการศึกษารายละเอียดของแต่ละกลุ่มในหัวข้อที่สนใจ โดยครูตั้งคำถามนักเรียน
ด้วยคำถามดังนี้
- อะไรบา้ งทน่ี กั เรียนรแู้ ล้วในหวั ข้อท่นี กั เรียนสนใจ
- อะไรบ้างท่ีนักเรียนยังไม่รู้ และต้องการจะรู้เกี่ยวกับการศึกษาท่ีเก่ียวกับปัจจัย
บางประการทม่ี ผี ลต่อการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
1.4 ครูพิจารณาความต้องการเรื่องที่นักเรียนอยากรู้ของแต่ละกลุ่ม โดยพิจารณาว่าเรื่อง
ดังกล่าวเหมาะแก่การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลองหรือไม่ ศึกษารายละเอียดของแต่ละ
กลมุ่ ในหัวข้อท่สี นใจ โดยครตู ัง้ คำถามนกั เรยี น
1.5 ครูแจกเอกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี 5 ปัจจัยบางประการที่มีผลตอ่ การสังเคราะห์
ดว้ ยแสง และชีแ้ จงการใช้เอกสารประกอบการเรียน
ขั้นที่ 2 กำหนดจุดมุ่งหมายในการเรียน
2.1 นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันกำหนดจุดมงุ่ หมายในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ
ปัจจยั บางประการที่มผี ลต่อการสังเคราะหด์ ้วยแสง
2.2 นักเรยี นศกึ ษาเอกสารประกอบการเรยี น เล่มที่ 5 เรื่อง ปัจจยั บางประการท่มี ผี ลต่อการ
สังเคราะห์ดว้ ยแสง
2.3 นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ตง้ั ชื่อโครงงานวทิ ยาศาสตรจ์ ากขอบข่ายเนอ้ื หาและจดุ มงุ่ หมาย
2.4 ครซู ักถามนกั เรยี นดว้ ยคำถามต่อไปนี้
- นักเรยี นทำโครงงานวิทยาศาสตรน์ ้ีเพือ่ แก้ปญั หาอะไร
- นักเรยี นจะวางแผนการทำโครงงานวิทยาศาสตรน์ ี้อย่างไร
- นกั เรียนจะได้อะไรจากการทำโครงงานวิทยาศาสตรเ์ รอ่ื งนี้
- นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
295
ข้ันที่ 3 วางแผนและวิเคราะห์โครงงาน
3.1 นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ วางแผนดำเนนิ งานโครงงานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกบั ปัจจัยบางประการ
ทีม่ ีผลต่อการสังเคราะหด์ ้วยแสง
3.2 นักเรยี นแต่ละกลุ่มเสนอแผนการดำเนนิ งานใหค้ รพู ิจารณา
3.3 ครูให้คำแนะนำช่วยเหลือและข้อเสนอแนะการวางแผนโครงงาน วิทยาศาสตร์
ของนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม
3.4 นักเรยี นแต่ละกลมุ่ เขียนโครงงานวิทยาศาสตร์ตามหวั ขอ้ โครงงานซ่ึงมหี ัวข้อสำคัญ ดังน้ี
ช่ือโครงงาน หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมาย ผู้จัดทำโครงงาน ท่ีปรึกษาโครงงาน
แหล่งความรู้ สถานที่ดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณ วิธีดำเนินการ เคร่ืองมือท่ีใช้
ผลทีค่ าดวา่ จะได้รบั
3.5 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มระบแุ หล่งข้อมลู จากหลายๆ แหล่งสำหรบั การศกึ ษาคน้ ควา้ ได้แก่
1) หนงั สือ เอกสารตา่ ง ๆ จากห้องสมุด
2) การสัมภาษณจ์ ากผู้รู้
3) ผู้เช่ยี วชาญ
4) แหล่งข้อมลู สารสนเทศจากอินเทอรเ์ นต
5) การศกึ ษาจากของจริง
6) การศึกษาจากการทดลองดว้ ยตนเอง
ข้นั ท่ี 4 ลงมือปฏบิ ัติหรอื แก้ปญั หา
4.1 นักเรียนประเมินผลก่อนดำเนินการ เพ่ือศึกษาว่าก่อนที่จะดำเนินการมีสภาพเป็น
อย่างไร
4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติตามแผนการท่ีกำหนดไว้โดยมีครูเป็นท่ีปรึกษา
(ครูผู้สอน) คอยสังเกต ติดตาม แนะนำให้นักเรียนรู้จักสังเกต เก็บรวบรวมข้อมูล บันทึกผล
ดำเนนิ การดว้ ยความมานะอดทน
4.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มประชุม อภิปราย ปรึกษาหารือกันเป็นระยะๆ ใช้ความรู้ ความคิด
ในการวางแผนและตดั สินใจทำด้วยตนเอง
4.4 นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ วางแผนและออกแบบการทดลองที่สามารถทำได้และเขียนบันทึกลง
ในโครงร่างโครงงาน ถ้าหากมีการแกไขให้แก้ไขให้แล้วเสร็จก่อนและนัดหมายให้แต่ละกลุ่มนำวัสดุ
อปุ กรณ์มาศึกษาทดลองในครงั้ ต่อไป
4.5 ปฏิบัติตามข้ันตอนโครงงานทำโครงงานวิทยาศาสตร์จนได้ข้อค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์
ใหม่
296
ข้นั ท่ี 5 ประเมนิ ผลระหว่างปฏิบัตงิ าน
5.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มประเมินผลระหว่างดำเนินการ ให้รู้จักพิจารณาว่า มีปัญหาอะไร
ระหว่างท่ีดำเนินงานตามโครงงานน้ัน ยังมีส่ิงใดท่ีผิดพลาดหรือเป็นข้อบกพร่องอยู่ ต้องแก้ไขอะไร
และมวี ธิ ีแก้ไขอย่างไร
5.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มระบุวิธีการนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามรูปแบบที่กลุ่มสนใจ
และเนน้ วิธกี ารนำเสนอที่หลากหลาย
ข้นั ที่ 6 สรุป รายงานผล และเสนอผลงาน
6.1 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทำการวเิ คราะห์ข้อมลู หลังทำงานตามแผนและเก็บข้อมลู แล้ว
6.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปและเขียนรายงานเพื่อนำเสนอผลงาน ซง่ึ นอกเหนือจากรายงาน
เอกสารแลว้ อาจมีแผนภูมิ แผนภาพ กราฟ แบบจำลอง หรือของจริงประกอบการนำเสนอ
6.3 การเขียนรายงานโครงงาน จากการร่วมมือการทำงานกลุ่มของนักเรียนวิเคราะห์ตรง
ประเด็นชัดเจนและมีความ น่าเช่ือถือของแหล่งข้อมูลแล้วเรียบเรียงเขียนเป็นรูปเล่มรายงาน
โครงงาน ตามรูปแบบท่คี รู กำหนดให้ ครคู อยใหค้ ำแนะนำปรึกษา ดงั น้ี
1. ชื่อโครงงาน
2. ชอ่ื ผ้จู ดั ทำโครงงาน
3. ชื่ออาจารยท์ ่ีปรกึ ษาโครงงาน
4. บทคัดย่อ
5. ท่มี าและความสำคัญ
6. จดุ ม่งุ หมายของการศึกษาคน้ คว้า
7. สมมติฐานของการศึกษาคน้ ควา้
8. ตัวแปรท่ตี ้องการศึกษา
9. วสั ดอุ ปุ กรณ์
10. วธิ กี ารทดลอง
11. ภาพการทดลอง ผลการทดลองและสรุปผลการทดลอง
12. เอกสารอ้างอิง
6.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มประเมินผลเม่ือดำเนินการไปแล้วว่า นักเรียนมีแนวคิดอย่างไร
มีความพึงพอใจหรือไม่ ผลของการดำเนินการตามโครงงาน นักเรียนได้ความรู้อะไร ได้ประโยชน์
อย่างไร และสามารถนำความรู้น้ันไปพัฒนาปรับปรุงงานได้อย่างดีย่ิงขึ้น หรือนำความรู้นั้นไปใช้ใน
ชีวติ ได้อย่างไร โดยนกั เรียนประเมินโครงงานของตนเองหรอื เพ่ือนรว่ มประเมิน
297
แบบประเมินพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงานรายบุคคล
รายวชิ าชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว30248 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
เร่ือง...............................................................................................
รายการประเมนิ
ที่ ช่อื – สกลุ ความสนใจ
การแสดง
ความคิดเห็น
การตอบคำถาม
การยอมรับ ัฟงผู้ ื่อน
ทำงานตาม ีท่ไ ้ดรับ
มอบหมาย
คะแนนรวม (15)
321321321321321
1 นายจิณณวตั ร สพุ รม
2 นายชิษณุพงศ์ เมอื งโคตร
3 นายธนากร จันทะเกษ
4 นายวสษิ ฐ์พล ริเร่ิม
5 นายศรชยั พรมตา
6 นายอภริ ักษ์ ภูมวิ งศ์
7 นางสาวกรรณิชา ถนอมแกว้
8 นางสาวกลุ จิรา พรโสม
9 นางสาวจริ าภรณ์ จอมหงษ์
10 นางสาวชลดา พนั ธถ์ วิล
11 นางสาวชาลสิ า วงษาชยั
12 นางสาวณัฐณชิ า บญุ ทอง
13 นางสาวดรุนี วรบตุ ร
14 นางสาวธิดาทิพย์ สุมา
15 นางสาวนราวัลย์ ดวงแกว้
16 นางสาวบุญญารนิ ทร์ กะรยิ ะ
17 นางสาวปทั มาวดี จนั ทร์แสง
18 นางสาวเปรมสดุ า คณู แกว้
19 นางสาวพชั ฎา เชอ้ื สุ
20 นางสาวพมิ นภา บุระมาศ
298
รายการประเมิน
ที่ ช่อื – สกลุ ความสนใจ
การแสดง
ความคิดเห็น
การตอบคำถาม
การยอมรับ ัฟงผู้ ื่อน
ทำงานตาม ีท่ไ ้ดรับ
มอบหมาย
คะแนนรวม (15)
321321321321321
21 นางสาวภิลาลักษณ์ เกตวุ ิสัย
22 นางสาววริญญา นามโว
23 นางสาววรางคณา มงคลการ
24 นางสาวสนุ ษิ า กญั ญาบตั ร
25 นางสาวสุวิสา ชุมชยั
26 นางสาวอทิตยา สวุ รรณกูฎ
27 นางสาวอธิตญิ า เรือนเจริญ
28 นางสาวอาทิตย์ติญา บบั พบิ ูล
29 นางสาวอาทติ ยต์ ิญา บัวใหญ่
30 นายพัชรพล คำสิงห์
31 นางสาวปรดี าทพิ ย์ สาลี
เกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นการประเมิน การสรปุ ผลการประเมิน
3 คะแนน หมายถงึ ดีมาก 11 - 15 = ดมี าก
2 คะแนน หมายถงึ ดี 6 – 10 = ดี
1 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ 1 – 5 = ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป
นกั เรียนได้คะแนน..........................คะแนน มรี ะดบั คุณภาพในระดับ..........................
คดิ เปน็ ร้อยละ..............................
ลงช่ือ.......................................................ผปู้ ระเมนิ
(นางบญุ ลอ้ ม แก้วดอน)
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพิเศษ
……………./…………………/…………….
299
เกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ พฤติกรรมการปฏิบัติงานของนกั เรยี นรายบคุ คล
เกณฑ์การประเมิน 3 ระดับคะแนน 1
1. ความสนใจ (11 – 15 คะแนน) 2 (1 – 5 คะแนน)
สมาชกิ ส่วนใหญ่มี สมาชกิ ส่วนใหญไ่ ม่มี
2. การแสดง ความสนใจในกิจกรรม (6 – 10 คะแนน) ความสนใจในกิจกรรม
ความคิดเห็น การทดลอง ไดอ้ ย่าง สมาชกิ ทุกคนในกลุ่มมี การทดลอง
เหมาะสม ความสนใจในกิจกรรม
3. การตอบคำถาม ใหค้ วามรว่ มมือในการ การทดลอง ไม่ค่อย ไมค่ ่อยใหค้ วามรว่ มมือ
แสดงความคิดเห็น เหมาะสม ในการแสดงความคิดเห็น
4. การยอมรบั ฟงั ผอู้ ่นื ภายในกลมุ่ ดี ใหค้ วามรว่ มมือในการ ภายในกลุ่ม
5. ทำงานตามท่ีได้รบั แสดงความคดิ เห็น
มอบหมาย มีการตอบคำถาม ภายในกลมุ่ เปน็ สว่ น ไมค่ ่อยตอบคำถาม
ภายในห้องเปน็ อย่างดี ใหญ่ ภายในหอ้ ง
มกี ารตอบคำถาม
ยอมรับฟงั ผ้อู ื่นอย่าง ภายในห้องเป็นส่วน ไมค่ ่อยยอมรบั ฟังผอู้ ่ืน
เตม็ ใจ ใหญ่ อย่างเตม็ ใจ
ทำงานท่ีไดร้ ับ ยอมรับฟงั ผูอ้ ื่นอยา่ ง ทำงานที่ได้รบั มอบหมาย
มอบหมายอยา่ งเต็ม เต็มใจเปน็ สว่ นใหญ่ อย่างไม่เต็มกาลัง
กำลงั ความสามารถ ทำงานที่ไดร้ ับ ความสามารถและได้ผล
และไดผ้ ลงานการ มอบหมายอย่างเต็ม งานการปฏบิ ตั ทิ ่ีมี
ปฏิบตั ิทม่ี คี ุณภาพดี กำลงั ความสามารถ คณุ ภาพต่ำ
บา้ งเป็นบางครัง้ และได้
ผลงานการปฏิบตั ิท่มี ี
คุณภาพพอใช้
300
แบบประเมินพฤติกรรมการร่วมปฏิบัติงานกลุ่ม
รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวชิ า ว30248 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
เร่อื ง...............................................................................................
รายการประเมิน
ที่ ช่อื – สกลุ รับผิดชอบงานท่ี
ไ ้ดรับมอบหมาย
รับฟังความคิดเห็น
ของผู้ ่ือน
นำเสนอผลงาน
ไ ้ดน่าสนใจ
ีมความ ิคดริเร่ิม
สร้างสรรค์
ทำงานเสร็จตาม
เวลา ่ทีกำหนด
คะแนนรวม (15)
321321321321321
1 นายจิณณวัตร สพุ รม
2 นายชิษณพุ งศ์ เมืองโคตร
3 นายธนากร จนั ทะเกษ
4 นายวสษิ ฐพ์ ล ริเริม่
5 นายศรชัย พรมตา
6 นายอภิรกั ษ์ ภูมวิ งศ์
7 นางสาวกรรณชิ า ถนอมแกว้
8 นางสาวกลุ จิรา พรโสม
9 นางสาวจิราภรณ์ จอมหงษ์
10 นางสาวชลดา พันธ์ถวิล
11 นางสาวชาลสิ า วงษาชัย
12 นางสาวณฐั ณิชา บญุ ทอง
13 นางสาวดรุนี วรบุตร
14 นางสาวธดิ าทพิ ย์ สุมา
15 นางสาวนราวัลย์ ดวงแกว้
16 นางสาวบุญญารนิ ทร์ กะรยิ ะ
17 นางสาวปทั มาวดี จนั ทร์แสง
18 นางสาวเปรมสดุ า คณู แก้ว
19 นางสาวพัชฎา เชอื้ สุ
20 นางสาวพมิ นภา บุระมาศ
301
รายการประเมนิ
ที่ ช่อื – สกลุ รับผิดชอบงานท่ี
ไ ้ดรับมอบหมาย
รับฟังความคิดเห็น
ของผู้ ่ือน
นำเสนอผลงาน
ไ ้ดน่าสนใจ
ีมความ ิคดริเร่ิม
สร้างสรรค์
ทำงานเสร็จตาม
เวลา ่ทีกำหนด
คะแนนรวม (15)
321321321321321
21 นางสาวภลิ าลกั ษณ์ เกตวุ ิสัย
22 นางสาววริญญา นามโว
23 นางสาววรางคณา มงคลการ
24 นางสาวสุนษิ า กัญญาบตั ร
25 นางสาวสวุ สิ า ชมุ ชัย
26 นางสาวอทิตยา สุวรรณกฎู
27 นางสาวอธติ ิญา เรือนเจรญิ
28 นางสาวอาทติ ย์ติญา บบั พิบูล
29 นางสาวอาทติ ยต์ ิญา บัวใหญ่
30 นายพัชรพล คำสงิ ห์
31 นางสาวปรดี าทิพย์ สาลี
เกณฑ์ท่ใี ชใ้ นการประเมนิ การสรุปผลการประเมิน
3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 - 15 = ดมี าก
2 คะแนน หมายถงึ ดี 6 – 10 = ดี
1 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ 1 – 5 = ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การผ่าน ระดบั ดขี นึ้ ไป
นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ..........................
คิดเป็นร้อยละ..............................
ลงช่อื .......................................................ผปู้ ระเมนิ
(นางบญุ ล้อม แกว้ ดอน)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพิเศษ
……………./…………………/…………….
302
แบบประเมนิ พฤติกรรมการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูล
รายวชิ าชีววิทยา 3 รหสั วชิ า ว30248 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
เรอ่ื ง............................................................................................... กล่มุ ท.ี่ ..............
รายการประเมิน
ท่ี ช่อื – สกลุ การวางแผนค้นค ้วา
แหล่ง ้ขอมูล
การเ ็กบรวบรวม ้ขอมูล
การ ัจดกระทำ ้ขอมูล
การนำเสนอ ้ขอ ูมล
การเ ีขยนรายงานและ
การสรุปผล
คะแนนรวม (15)
321321321321321
1
2
3
4
5
เกณฑ์ท่ีใชใ้ นการประเมิน การสรุปผลการประเมิน
3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 - 15 = ดมี าก
2 คะแนน หมายถงึ ดี 6 – 10 = ดี
1 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ 1 – 5 = ปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ระดบั ดีขน้ึ ไป
นกั เรยี นได้คะแนน..........................คะแนน มรี ะดับคุณภาพในระดับ..........................
คดิ เปน็ ร้อยละ..............................
ลงชือ่ .......................................................ผูป้ ระเมิน
(นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
……………./…………………/…………….
303
เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ ตามพฤติกรรมการแสวงหาแหลง่ ข้อมูล
เกณฑ์การประเมิน 3 ระดบั คะแนน 1
1. การวางแผน (11 – 15 คะแนน) 2 (1 – 5 คะแนน)
คน้ ควา้ แหล่งข้อมูล มีการวางแผนท่จี ะ มกี ารวางแผนท่จี ะ
ค้นคว้าแหลง่ ข้อมูลจาก (6 – 10 คะแนน) ค้นควา้ แหลง่ ข้อมลู เพยี ง
2. การเก็บรวบรวม แหลง่ การเรยี นรทู้ ่ี มกี ารวางแผนท่ีจะ แหลง่ เดียว และได้
ขอ้ มูล หลากหลายเชือ่ ถือได้ คน้ คว้าแหล่งข้อมลู จาก ขอ้ มลู ที่ตรงตาม
3. การจดั กระทำ แหล่งการเรียนรดู้ ว้ ย จุดประสงค์
ข้อมลู มกี ารเก็บรวบรวมขอ้ มูล หลากหลายวิธี มกี ารบนั ทึกข้อมูลเปน็
ตามแผนท่ีกำหนดทุก ระยะ
4. การนำเสนอข้อมลู ประการ มีการคัดเลือกและ/หรือ
มีการจดั ทำขอ้ มูลอย่าง ประเมนิ ข้อมลู ไม่มีการจดั กระทำข้อมลู
5. การเขียนรายงาน เปน็ ระบบ แยกแยะ
และการสรปุ ผล ข้อมูล และจดั กลมุ่ มกี ารจัดเรยี งลำดับ นำเสนอข้อมลู
ขอ้ มูลอยา่ งถูกต้อง ข้อมูลถูกต้อง ไม่สอ่ื ความหมาย
ชดั เจน ไมถ่ ูกตอ้ ง และไม่ชัดเจน
นำเสนอข้อมูลด้วยแบบ นำเสนอข้อมูลดว้ ยแบบ
นำเสนอตา่ ง ๆ นำเสนอต่าง ๆ แตย่ ังไม่ เขยี นรายงานโดย
ไดถ้ ูกต้อง กะทัดรัด ถกู ต้อง สือ่ ความหมายได้
ชัดเจน และ สรปุ ผลโดยไม่ใชข้ อ้ มลู
สอื่ ความหมาย เขียนรายงานโดยใช้ และไมถ่ กู ตอ้ ง
เขียนรายละเอยี ดตรง ภาษาถูกต้อง สรปุ ผลได้
ตามจดุ ประสงค์ ถกู ต้อง กระชบั กะทดั รัด แต่ไม่
และชัดเจน การสรปุ ผล ชัดเจน
ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องกระชับ
และชัดเจน มเี หตุผลที่
อา้ งอิงจากการสืบคน้ ได้
304
แบบประเมินพฤติกรรมการจัดกระทำผังมโนทัศน์
รายวชิ าชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว30248 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
เรื่อง............................................................................................... กลุ่มท.ี่ ..............
รายการประเมนิ
ที่ ชอ่ื – สกลุ ความ ูถกต้องและความ
ครบถ้วนของมโนทัศน์
ความสม ูบรณ์ของ
ผังมโนทัศน์
ความประณีตในการทำ
ผังมโนทัศน์
ความรับผิดชอบในการ
ทำผังมโน ัทศน์
การปรับปรุง/แก้ไขการ
ทำผังมโน ัทศน์
คะแนนรวม (15)
321321321321321
1
2
3
4
5
เกณฑท์ ี่ใชใ้ นการประเมิน การสรปุ ผลการประเมนิ
3 คะแนน หมายถงึ ดีมาก 11 - 15 = ดมี าก
2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี
1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การผ่าน ระดบั ดีขึ้นไป
นกั เรียนได้คะแนน..........................คะแนน มรี ะดับคุณภาพในระดับ..........................
คดิ เปน็ ร้อยละ..............................
ลงชอ่ื .......................................................ผปู้ ระเมนิ
(นางบญุ ลอ้ ม แก้วดอน)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
……………./…………………/…………….
305
แบบประเมินผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์
รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวชิ า ว30248 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
เรอ่ื ง............................................................................................... กลุ่มท่.ี ..............
รายการประเมิน
ท่ี ชอ่ื – สกลุ อธิบาย ี่ทมาและความสำคัญของ
โครงงานได้
ระ ุบแหล่งข้อ ูมล ี่ทน่าเช่ือ ืถอและ ีม
หนังสือ ้อาง ิอง
วิธีการดำเนินการและการใ ้ชส่ือ
, ุอปกรณ์
การนำเสนอผลงานและตอบคำถาม
ในการอ ิภปราย
โครงงานมีความคิดสร้างสรรค์ มี
ประโยชน์ใช้สอย และประห ัยดคุ้มค่า
คะแนนรวม (15)
321321321321321
1
2
3
4
5
เกณฑท์ ีใ่ ช้ในการประเมนิ การสรปุ ผลการประเมนิ
3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 - 15 = ดมี าก
2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี
1 คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ 1 – 5 = ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขนึ้ ไป
นักเรยี นได้คะแนน..........................คะแนน มรี ะดับคุณภาพในระดับ..........................
คิดเป็นรอ้ ยละ..............................
ลงชอื่ .......................................................ผูป้ ระเมนิ
(นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
……………./…………………/…………….
306
เกณฑ์การประเมนิ ผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์
ระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมิน 3 2 1
(11 – 15 คะแนน) (6 – 10 คะแนน) (1 – 5 คะแนน)
1. อธบิ ายท่มี าและ อธบิ ายทม่ี าและ อธบิ ายทมี่ าของ อธบิ ายที่มาของ
ความสำคัญของ ความสำคัญของ โครงการได้ดี แต่ โครงการได้ แต่
โครงงานได้ โครงงานได้ ความสำคัญของ ความสำคัญของ
โครงงานยังไมช่ ดั เจน โครงงานยงั ไม่ชัดเจน
2.ระบแุ หลง่ ข้อมลู ท่ี แหลง่ ข้อมูลทนี่ ำมา แหล่งขอ้ มูลทน่ี ำมา แหล่งข้อมูลท่นี ำมา
นา่ เชอื่ ถือและมี อา้ งอิงมเี น้ือหาถูกต้อง อา้ งองิ เน้อื หาถูกต้องแต่ อา้ งองิ มเี น้ือหาถูก
หนังสืออา้ งองิ ครบถ้วน ไมค่ รบถ้วน บางสว่ น
3.วธิ กี ารดำเนนิ การ แนวทางในการ แนวทางในการ แนวทางในการ
และการใช้ส่ือ,อปุ กรณ์ ดำเนินการท่ีชดั เจน ใช้ ดำเนนิ การยงั ไมช่ ดั เจน ดำเนนิ การไม่สอดคลอ้ ง
สอ่ื อปุ กรณ์การอภิปราย ใช้สื่ออปุ กรณก์ าร และไมม่ ีสอ่ื อุปกรณก์ าร
ได้อยา่ งเหมาะสมและ อภิปรายไม่สอดคล้อง อภปิ ราย
น่าสนใจ และไม่นา่ สนใจ
4.การนำเสนอผลงาน มรี ูปแบบการนำเสนอ มรี ูปแบบการนำเสนอ ข า ด รู ป แ บ บ ก า ร
และตอบคำถามในการ หลากหลาย เปน็ ที่ หลากหลาย ไมน่ ่าสนใจ นำเสนอ ไม่น่าสนใจ
อภปิ ราย สนใจของผู้ฟัง และ และตอบคำถามได้ และตอบคำถามได้บ้าง
ตอบคำถามไดถ้ ูกต้อง ถูกต้องตามประเดน็ แต่ แตไ่ ม่ตรงประเดน็
ตามประเดน็ พร้อม ขาดการยกตวั อยา่ ง
ยกตวั อยา่ งได้ ประกอบ
5.โครงงานมีความคิด โครงงานมคี วามคดิ โครงงานมคี วามคิด มคี วามซำ้ ซ้อนกับ
สร้างสรรค์ มีประโยชน์ สร้างสรรคใ์ ชป้ ระโยชน์ สร้างสรรค์ใชป้ ระโยชน์ โครงงานอ่นื ประโยชน์
ใช้สอย และประหยัด ได้จรงิ ประหยัดคมุ้ ค่า ได้บ้าง ประหยัดคุ้มคา่ ใชส้ อยไมช่ ดั เจน ต้นทนุ
คมุ้ คา่ สงู
307
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
รายวิชาชีววิทยา 3 รหสั วชิ า ว30248 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
เร่อื ง............................................................................................... กลุ่มท่.ี ..............
รายการประเมนิ
ที่ ชือ่ – สกลุ นำเสนอเนื้อหาในผลงาน
ไ ้ดถูก ้ตอง
การลำดับ ั้ขนตอนของเนื้อ
เร่ือง
การนำเสนอ ีมความ
น่าสนใจ
การส่ือสารและการ ีมส่วน
ร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
การตรงต่อเวลา
คะแนนรวม (15)
321321321321321
1
2
3
4
5
เกณฑ์ที่ใชใ้ นการประเมิน การสรุปผลการประเมนิ
3 คะแนน หมายถึง ดมี าก 11 - 15 = ดมี าก
2 คะแนน หมายถงึ ดี 6 – 10 = ดี
1 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง 1 – 5 = ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การผา่ น ระดับดีขึน้ ไป
นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดบั คุณภาพในระดับ..........................
คดิ เปน็ รอ้ ยละ..............................
ลงชอ่ื .......................................................ผูป้ ระเมนิ
(นางบุญล้อม แก้วดอน)
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
……………./…………………/…………….
308
เกณฑ์การประเมินการนำเสนอผลงาน
เกณฑก์ ารประเมิน 3 ระดับคะแนน 1
(11 – 15 คะแนน) 2 (1 – 5 คะแนน)
1. นำเสนอเนอ้ื หาใน ถกู ต้อง ครบถว้ น ถกู ต้องแต่ไม่ครบถ้วน /
ผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง และมีความทนั สมยั (6 – 10 คะแนน) ไม่ทันสมยั
2. การลำดบั ขั้นตอน มกี ารลำดับข้ันตอนของ ถูกต้อง ครบถว้ น มกี ารลำดับข้นั ตอนของ
ของเน้ือเรอื่ ง เน้อื เรอ่ื งได้ถูกต้อง แตไ่ ม่ทันสมัย เน้ือเรอื่ งบางสว่ นได้
ชดั เจน มกี ารลำดับขนั้ ตอนของ ถูกต้อง ไมช่ ดั เจน
3. การนำเสนอมีความ เหมาะสมกบั ผู้ฟังและ เนือ้ เร่ืองบางสว่ นได้ เหมาะสมกับผู้ฟงั และ
น่าสนใจ เนอ้ื หา มีความคิด ถกู ต้อง ชัดเจน เนอื้ หา แตไ่ มม่ ีความคดิ
สรา้ งสรรค์ และมีความ เหมาะสมกบั ผฟู้ งั และ สรา้ งสรรค์ และ
4. การสื่อสารและการ นา่ สนใจ เน้ือหา มคี วามคิด น่าสนใจ/ไมน่ า่ สนใจ
มีส่วนร่วมของสมาชิก พูดชดั เจน สบตาผฟู้ ัง สรา้ งสรรค์ แต่ไม่ พูดชัดเจน ไมส่ บตาผู้ฟัง
ในกลุ่ม กระตนุ้ ให้ผู้ฟังมสี ่วน น่าสนใจ ขาดการกระตุ้นให้ผู้ฟัง
รว่ มสมาชิกทกุ คนใน พดู ชดั เจน สบตาผฟู้ ัง มีส่วนร่วม สมาชิกบาง
5. การตรงตอ่ เวลา กลมุ่ มสี ว่ นรว่ มในการ ขาดการกระตุ้นให้ผู้ฟัง คนในกลุ่มมีส่วนร่วมใน
นำเสนอแบง่ หนา้ ที่ มีส่วนร่วม สมาชกิ ทุก การนำเสนอน้อย แบ่ง
อยา่ งชัดเจน คนในกลุม่ มีสว่ นร่วมใน หน้าทไ่ี มช่ ดั เจน
ใช้เวลานำเสนอภายใน การนำเสนอแบ่งหน้าท่ี ใชเ้ วลานำเสนอ
เวลาทก่ี ำหนด ไมช่ ดั เจน มากกว่าเวลาที่กำหนด
ใชเ้ วลานำเสนอ มาก
มากกว่าเวลาท่ีกำหนด
เล็กนอ้ ย
309
แบบฟอร์มการเขียนเค้าโครงโครงงาน
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ประเภท........................................................................
1. ชอ่ื โครงงาน
............................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................
........................................................................................................................................................... ...
2. ผู้จดั ทำ (รายชื่อนกั เรยี น ระบชุ ้ันเรียน)
ชื่อ.........................................................นามสกลุ ..................................................ชน้ั ...........................
ชื่อ.........................................................นามสกุล..................................................ช้นั ...........................
ชื่อ.........................................................นามสกลุ ..................................................ชั้น...........................
โรงเรียน....................................................................................จงั หวดั .................................................
3. ครูท่ีปรึกษาโครงงาน
............................................................................................................................. .................................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
4 . ท่ีมาและความสำคัญของปัญหาในโรงเรยี น ( หรอื หลกั การและเหตุผล )
............................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................................. .................
................................................................................................................. .............................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
310
5. วัตถุประสงค์
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
........................................................................................................................................ ......................
6. สมมติฐาน
............................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. .................................
ตวั แปรต้น (ถา้ มี)....................................................................................................................
ตวั แปรตาม.................................................................................................................... ..........
ตัวแปรควบคุม................................................................................................................. ........
……………………………………………………………………………………………………………
7. ขอบเขตของการศึกษา (พนื้ ที่, สถานท,่ี ระยะเวลา, นิยามศพั ท,์ นยิ ามเชิงปฏิบัติการ, ฯลฯ)
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................................................................ ..............
..................................................................................................................... .........................................
8. ขั้นตอนการดำเนินโครงงาน (วสั ดอุ ุปกรณ์ และวิธีการทดลอง, สำรวจ หรือประดิษฐ์)
............................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
............................................................................................................................. .................................
311
วิธีดำเนินการ
1. วสั ดอุ ุปกรณ์ทใ่ี ช้
1.1 ........................................................................................................................... ............
1.2 .................................................................................................................... ...................
2. แนวทางในการศึกษาและทดลอง
2.1 ........................................................................................................................... ............
2.2 .......................................................................................................................................
9. แผนการดำเนินงาน (ระบุชว่ งเวลาตามขน้ั ตอนการดำเนินงาน)
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................................................... ...........................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
10. ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะได้รบั
............................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
11. บรรณานกุ รม หรือเอกสารอ้างอิง
……………………………………………………………………………………………………………………..……….................
..............................................................................................................................................................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
...............……………………………………………………………………………………………………………......................
312
แบบประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์
ช่อื โครงงาน……………………………………………………………………………………………………………….………
ท่ี รายการประเมนิ คะแนนเต็ม คะแนนทไี่ ด้
1 เน้ือหาของโครงงานมคี วามนา่ สนใจ และเป็นประโยชน์ 10
2 มีกระบวนการพัฒนาโครงงานอยา่ งเปน็ ระบบ 10
3 มกี ารเลอื กใช้เครื่องมือ โปรแกรม ได้อย่างเหมาะสม 10
4 การประสานงานและสบื เสาะข้อมลู จากแหลง่ เรียนรู้ในชมุ ชน 10
5 ความคดิ สร้างสรรค์ และความนา่ สนใจของผลงาน 10
6 ความสมบรู ณข์ องผลงาน (เน้ือหา, ภาพประกอบ หรือ อน่ื ๆ) 10
7 เทคนคิ ในการนำเสนอโครงงาน 10
8 การนำเสนอเสียงดังฟงั ชดั และออกเสยี งอกั ขระถูกต้อง 10
9 การนำเสนอโครงงานทนั ตามเวลาทีก่ ำหนด 10
10 การแตง่ กายของผู้นำเสนอโครงงานถกู ต้องตามระเบยี บ 10
100
รวม
ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชอื่ ...............................................................ผปู้ ระเมิน
(...............................................................)
วนั ท่ี .......เดอื น ........................ พ.ศ...............
313
บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
2. ปญั หา / อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข ……………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
ลงชื่อ......................................................ผสู้ อน
(นางบญุ ลอ้ ม แก้วดอน)
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
……………./…………../……………..
314
ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของผู้บังคับบัญชาหรอื ผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
(ลงช่อื )
(นางสาวรัตติการ อ่อนโยน)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความเห็นของหัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวชิ าการ
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
(ลงชอื่ )
(นางพรพรรณ สมชาติ)
หวั หนา้ ฝ่ายบรหิ ารงานวิชาการ
ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
(ลงชอ่ื )
(นายวฒั นา เตชะโกมล)
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเมก็
315
ตวั อยา่ งโครงงานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
316
317
318
319
320
321
ท่ีมา : สมพงศ์ จนั ทร์โพธ์ิศรี. (2550). โครงงานวทิ ยาศาสตร์ระดบั มธั ยมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ :
เจ้าพระยาระบบการพิมพ์, บริษทั ไฮเอด็ พบั ลชิ ช่งิ จำกัด.
322
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project Based Learning : PjBL)
รายวชิ าชีววิทยา 3 รหสั วิชา ว30248
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรือ่ ง การสงั เคราะหด์ ้วยแสง เวลา 20 ชวั่ โมง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
แผนการจดั การเรยี นรู้ : ปจั ฉิมนิเทศ เวลา 2 ช่ัวโมง
วนั ท.ี่ ............../......................./.................. ผู้สอน : นางบุญลอ้ ม แกว้ ดอน
สาระ ชีววิทยา
3. เข้าใจส่วนประกอบของพืช การแลกเปลี่ยนแก๊สและคายน้ำของพืช การลำเลียง
ของพืช การสังเคราะห์ด้วยแสง การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต
และการตอบสนองของพืช รวมทง้ั นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ผูเ้ รียนวิเคราะห์ระบบประสาทและอวัยวะรบั ความรสู้ ึกได้ (K)
2. เพื่อวัดความรูข้ องผู้เรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบใช้โครงงานเป็นฐาน
(Project Based Learning : PjBL) เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา
ว30248 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (K)
3. นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหา เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา
ว30248 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 (K)
4. นักเรียนสามารถสร้างนวัตกรรมที่ใช้ในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนด้วย
กิจกรรมการเรยี นรู้แบบโครงงานเปน็ ฐานไปสู่การปฏิบตั ิจริง พฒั นาสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน และ
ทกั ษะในศตรวรรษท่ี 21 ได้ (P)
5. นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จาก เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง รายวิชาชีววิทยา 3
รหัสวชิ า ว30248 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ (P)
6. เพื่อทราบทัศนคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอน เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง
รายวิชาชีววทิ ยา 3 รหสั วชิ า ว30248 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ดา้ นต่างๆ ได้ (A)
7. เพื่อเปรียบเทียบคะแนนผลการทดสอบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนและหลังเรียน
(K)
323
สาระสำคญั
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแต่ละรายวิชาต้องมีการปัจฉิมนิเทศ เพื่อวัดผล
และประเมินผลการเรียนรู้ โดยทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทดสอบความสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน แบบใช้โครงงานเป็นฐาน
(Project Based Learning : PjBL) เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา
ว30248 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียน
สาระการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 การสังเคราะห์ด้วยแสง ประกอบดว้ ย เนอ้ื หาหน่วยย่อย 5 เรื่อง ดงั นี้
1. การศึกษาทีเ่ กีย่ วกับการสงัเคราะห์ด้วยแสง เวลา 4 ชั่วโมง
2. กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื เวลา 4 ชว่ั โมง
3. โฟโตเรสไพเรชนั เวลา 4 ชว่ั โมง
4. การเพิม่ ความเข้มของแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ เวลา 4 ชั่วโมง
5. ปัจจัยบางประการทม่ี ีผลต่อการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง เวลา 4 ชั่วโมง
ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
1. ทกั ษะการสังเกต
2. ทักษะการคิดวิเคราะห์
3. ทักษะการอภิปราย
4. ทักษะการลงข้อสรุป
5. ทักษะการจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ
6. ทักษะการสบื ค้นโดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
1.1 สามารถเลือกใช้วิธกี ารส่ือสารอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
2. ความสามารถในการคิด
2.1 สามารถคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างเป็นระบบ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
3.1 สามารถประยุกต์ความรู้เพอื่ การแก้ปญั หา
324
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
4.1 สามารถเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
4.2 สามารถทำงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นได้อยา่ งสรา้ งสรรค์
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5.1 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี และการเลอื กใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซื่อสัตย์ สุตจริต
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. มุ่งมั่นในการทำงาน
7. รักษ์ความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
1. ส่ือการเรียนรู้
1.1 แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นหลงั เรยี น จำนวน 40 ขอ้
2. แหล่งเรียนรู้
2.1 ห้องเรยี นโรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
2.2 หอ้ งสมดุ โรงเรยี นเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก
2.3 หอ้ งปฏิบตั ิการวิทยาศาสตรโ์ รงเรียนเบต็ ตีด้ ูเมน 2 ชอ่ งเม็ก
2.4 หอ้ งคอมพิวเตอร์โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก (สบื ค้นจากอนิ เทอรเ์ นต)
2.5 ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
กระบวนการวดั ผลประเมินผล
1. วธิ ีการวดั
- ตรวจแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นหลงั เรียน
325
2. เคร่ืองมือวัด
- แบบทดสอบวัดผลการสัมฤทธิ์เรียน เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง ชนิดเลือกตอบ
4 ตวั เลอื ก จำนวน 40 ขอ้ คะแนนเต็ม 40 คะแนน
กิจกรรมการเรยี นรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning : PjBL)
ขัน้ ที่ 1 กำหนดปญั หา
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง
ที่เรียนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning : PjBL)
เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา
ว30248 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ผลการเรยี นรู้และสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ประกอบด้วยเน้อื หายอ่ ย 5 เร่อื ง ดงั น้ี
1. การศึกษาท่เี ก่ียวกบั การสงัเคราะหด์ ้วยแสง เวลา 4 ชัว่ โมง
2. กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื เวลา 4 ชั่วโมง
3. โฟโตเรสไพเรชัน เวลา 4 ชัว่ โมง
4. การเพม่ิ ความเข้มของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ เวลา 4 ชว่ั โมง
5. ปัจจยั บางประการท่ีมีผลต่อการสังเคราะหด์ ้วยแสง เวลา 4 ช่ัวโมง
ขนั้ ท่ี 2 กำหนดจุดมงุ่ หมายในการเรยี น
แจ้งสาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ต้องการวัดสำหรับ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว30248 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียน ผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้
แกนกลาง สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ใหน้ กั เรียนทราบ
ข้นั ที่ 3 วางแผนและวเิ คราะห์โครงงาน
3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนด้วยกระบวนการจดั การเรียนรู้แบบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project Based Learning
: PjBL) เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา
326
ว30248 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
และการนำความรู้ทไี่ ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
3.2 ครแู นะนำแหล่งเรียนรู้เพ่ิมเตมิ เพื่อให้นักเรียนไปศึกษาค้นควา้ เพ่มิ เติมจากที่ได้เรียนรู้ใน
หอ้ งเรยี น
3.3 ครเู สนอแนะหลกั การนำเสนอโครงงานวทิ ยาศาสตร์
ข้ันท่ี 4 ลงมือปฏิบตั ิหรอื แก้ปัญหา
4.1 ครูแจกแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ฉบบั เดมิ ) เพื่อวดั พัฒนาการของนักเรียน
หลังเรียนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning : PjBL)
เรื่อง การสังเคราะหด์ ้วยแสง ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาชีววทิ ยา 3 รหัสวิชา ว30248
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ขอ้ ใช้เวลา 60 นาที
4.2 นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้
แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning : PjBL) เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง ร่วมกับ
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว30248 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ชนดิ เลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก จำนวน 40 ขอ้ ใช้เวลา 30 นาที
4.3 เมื่อหมดเวลาครูเก็บรวบรวมกระดาษคำตอบไว้ตรวจและบันทึกคะแนนลงใน
แบบบันทึกและแบบสรุปคะแนน
ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ ผลระหวา่ งปฏบิ ตั ิงาน
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการจัดการ
เรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning : PjBL) เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง
ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว30248 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
ขน้ั ที่ 6 สรุป รายงานผล และเสนอผลงาน
6.1 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมของนักเรียนในขณะจัด
กิจกรรมการเรยี นการสอน
6.2 สังเกตจากการตอบคำถามในชั้นเรียน ขณะทำการเรียนการสอน
6.3 สงั เกตจากการนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์
6.4 ตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เรื่อง การสงั เคราะหด์ ้วยแสง
327
คะแนนผลการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลังเรยี น
รายวิชาชีววิทยา 3 รหสั วชิ า ว30248 เร่อื ง การสงั เคราะหด์ ้วยแสง
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรยี นเบต็ ตดี้ ูเมน 2 ช่องเม็ก อำเภอสริ นิ ธร จังหวดั อุบลราชธานี
นักเรียนคนที่ คะแนนเต็ม (40) นักเรยี นคนที่ คะแนนเตม็ (40)
1 - 16
2 17
3 18
4 19
5 20
6 21
7 22
8 23
9 24
10 25
11 26
12 27
13 28
14 29
15 30
- 31
รวม
เฉลีย่
รอ้ ยละ
328
บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………..…………
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
2. ปัญหา / อปุ สรรค ………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข ……………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
ลงชอื่ ......................................................ผ้ปู ระเมนิ
(นางบุญล้อม แกว้ ดอน)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
……………./…………../……………..
329
ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของผ้บู ังคบั บัญชาหรือผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ความเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
(ลงชือ่ )
(นางสาวรัตติการ ออ่ นโยน)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความเห็นของหัวหนา้ ฝ่ายบรหิ ารงานวชิ าการ
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
(ลงชอ่ื )
(นางพรพรรณ สมชาติ)
หัวหน้าฝ่ายบรหิ ารงานวิชาการ
ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา
………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..……………………………………………………………………..
………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
(ลงชอ่ื )
(นายวัฒนา เตชะโกมล)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเมก็
……………/………………./……………
330
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (หลังเรยี น)
รายวิชาชีววิทยา 3 รหัสวชิ า ว30248 เร่ือง การสงั เคราะหด์ ้วยแสง
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก อำเภอสริ ินธร จงั หวัดอุบลราชธานี
คำชแ้ี จง 1. แบบทดสอบแบบปรนยั ชนดิ เลือกตอบ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 40 ขอ้ 40 คะแนน
2. ให้นักเรยี นทำเครอ่ื งหมายกากบาท (X) ลงในชอ่ ง ก , ข , ค หรอื ง
ของกระดาษคำตอบที่แจกให้ โดยเลือกคำตอบที่ถูกต้องทสี่ ุดเพียงข้อเดียว
3. ห้ามขีดเขียนข้อความใด ๆ ลงในแบบทดสอบ
4. เวลาที่ใช้ในการทำแบบทดสอบ 60 นาที
หนว่ ยยอ่ ยที่ 1 การศกึ ษาทเี่ กย่ี วกับการสงเั คราะห์ด้วยแสง จำนวน 8 ข้อ
1. “พืชสีเขยี วบรรจใุ นตกู้ ระจกปิดมดิ ชดิ นำ้ หนักจะไมเ่ พมิ่ ขน้ึ ถ้าในตไู้ ม่มีสตั วอ์ ยูด่ ว้ ย”
จากปรากฏการณน์ ีย้ ืนยันขอ้ เทจ็ จริงในขอ้ ใด
ก. พืชใช้ CO2 เปน็ วัตถดุ ิบในการสังเคราะห์ด้วยแสง
ข. ผลจากปฏกิ ริ ยิ าสังเคราะห์ดว้ ยแสงได้ออกซเิ จน
ค. พชื ดูดแสงสตี า่ ง ๆ ในปริมาณไมเ่ ทา่ กัน
ง. คลอโรฟลิ ลเ์ ป็นสารดดู พลงั งาน
2. จากการวดั ปริมาณของ RuBP และ PGA ทเ่ี กิดขึ้นในกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงในภาวะ
ต่าง ๆ กันคือ ในภาวะปกตทิ ม่ี แี สง และ CO2 อยตู่ ลอดเวลา ภาวะท่ีมแี สงแตไ่ ม่มี CO2 และภาวะ
ท่ีมี CO2 แตไ่ มม่ แี สง ผลที่ได้ควรเปน็ อย่างไร
ก. ในชว่ งท่ีมีแสงแต่ไม่มี CO2 ปริมาณของ RuBP จะลดลง
ข. ในชว่ งที่มีแสงแต่ไมม่ ี CO2 ปริมาณของ PGA จะเพิ่มข้ึน
ค. ในช่วงท่ีมีแสงและ CO2 ปรมิ าณของ PGA จะไม่คงที่
ง. ในชว่ งท่มี ีแสงและ CO2 ปริมาณของ RuBP จะคงท่ี
331
3. ภายในครอบแกว้ มตี ้นไม้และหนูซึ่งมแี สง อุณหภมู ิ อาหาร และน้ำครบบริบูรณ์ ครอบแก้วน้ี
ปดิ สนทิ เมื่อทง้ิ ไว้ประมาณ 10 วัน ทั้งตน้ ไม้และหนูไมต่ าย ผลการทดลองน้ี แสดงวา่
ก. หนไู ดอ้ อกซิเจนจากต้นไม้
ข. ท้ังตน้ ไมแ้ ละหนูพงึ่ พากนั
ค. ต้นไม้ใช้ออกซเิ จนนอ้ ยจึงไม่แยง่ หนู
ง. มีอากาศเพียงพอในครอบแก้วสำหรบั 10 วนั
4. ในปฏกิ ริ ยิ าแสงของการสังเคราะหด์ ้วยแสง การถา่ ยทอดอเิ ล็กตรอน แบบเปน็ วัฏจักรแตกต่าง
จากการถา่ ยทอดอิเลก็ ตรอนแบบไม่เป็นวฏั จักรอย่างไร
ก. แบบแรกให้เฉพาะ ATP ส่วนแบบหลงั ให้ NADPH และ ATP
ข. แบบแรกให้ NADPH และ ATP สว่ นแบบหลังให้เฉพาะ ATP
ค. แบบแรกให้เฉพาะ NADPH สว่ นแบบหลังให้ NADPH และ ATP
ง. แบบแรกให้ NADPH และ ATP ส่วนแบบหลังใหเ้ ฉพาะ NADPH
5. Jan Ingen Housz ค้นพบว่า คาร์บอนไดออกไซด์สามารถถูกเปลี่ยนให้เป็นสารอินทรีย์กับ
ออกซิเจนได้ โดย
ก. ตน้ ไม้ แสง CO2 และ H2 O
ข. ต้นไม้ แสง และ CO2
ค. ต้นไม้และแสง
ง. ต้นไม้
332
6. Joseph Prirstley ค้นพบว่า อากาศเสยี อาจถูกเปล่ยี นใหเ้ ปน็ อากาศดีได้โดยใช้
ก. ต้นไม้ แสง CO2 และ H2 O
ข. ตน้ ไม้ แสง และ CO2
ค. ต้นไม้และแสง
ง. ตน้ ไม้
7. หน้าทีข่ อง NADP ในกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงคือข้อใด
ก. สรา้ ง ATP
ข. นำไฮโดรเจน
ค. สลายโมเลกุลของนำ้
ง. กระตุ้นในการสรา้ งคลอโรฟิลล์
8. จากกลไกสังเคราะห์ด้วยแสง สารที่สร้างขึ้นในปฏิกิริยาใช้แสงและจะถูกนำไปใช้ต่อใน
ปฏิกริ ิยาตรงึ คาร์บอนไดออกไซด์ ได้แก่
ก. ATP และ NADP
ข. ADP และ NADP
ค. ATP และ NADPH + H+
ง. ADP และ NADPH + H+
หน่วยย่อยที่ 2 กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช จำนวน 8 ข้อ
9. ในตน้ ถ่ัวท่ีงอกพ้นดินแล้ว แตย่ ังมใี บเล้ียงสีเขียวติดอยู่และมใี บจริงแล้วหนงึ่ คู่ เซลล์ทม่ี ีการ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสงเกิดขึน้ มาก คือข้อใด
ก. เซลลท์ ม่ี ีสเี ขียวของลำตน้ อ่อน
ข. เซลลท์ ่ีมีสเี ขียวของใบเลี้ยง
ค. แพลเิ ซดเซลลข์ องใบจริง
ง. สปันจีเซลลข์ องใบจริง
333
10. กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงเกิดขึน้ ในส่วนใด
ก. คลอโรฟิลล์
ข. คลอโรพลาสต์
ค. ไซโทพลาสซึม
ง. เซลลพ์ ชื ทม่ี สี ีเขียว
11. โพรทิสต์คูใ่ ดที่มีความสามารถใช้พลงั งานแสงได้คล้ายพชื สีเขียว
ก. ยีสต์ , ไลเคน
ข. ราเมอื ก , ยูกลีนา
ค. ราขนมปัง , สาหร่ายสนี ้ำตาล
ง. แบคทเี รยี บางชนิด , นอสตอก
12. จากข้อมูลในกราฟขา้ งบน ขอ้ 11. แสดงให้เหน็ วา่ ตอ้ งการพิสจู น์สมมุติฐานในข้อใด
ก. ความเข้มข้นของแสงมบี ทบาทนอ้ ยกวา่ ปริมาณคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นการเพ่มิ อัตราการ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ข. ความเข้มขน้ ของแสงมบี ทบาทเทา่ กบั ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในการเพิ่มอัตราการ
สังเคราะหด์ ้วยแสง
ค. ความเขม้ ข้นของแสงและปรมิ าณคารบ์ อนไดออกไซดม์ บี ทบาทตอ่ อตั ราการสังเคราะห์
ด้วยแสง
ง. ความเขม้ ขน้ ของแสงมีบทบาทมากกว่าปริมาณคารบ์ อนไดออกไซด์ในการเพมิ่ อัตราการ
สังเคราะหด์ ว้ ยแสง
334
13. การสลายตัวของโมเลกุลน้ำในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงเกิดข้นึ ทีบ่ ริเวณใด
ก. ลเู มน
ข. กรานุม
ค. สโตรมา
ง. เมทริกซ์
14. ในการเขยี นสมการแสดงการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงในพืชขอ้ ใดถกู ต้องที่สดุ
ก. 6CO2 + 6H2O แสง C6 H12 O6 + 6O2
คลอโรพลาสต์ C6 H12 O6 + 6O2 + 6H2O
C6 H12 O6 + 6O2 + 6H2O
ข. 6CO2 + 12H2O แสง C6 H12 O6 + 6O2 + 6H2O
คลอโรฟลิ ล์
ค. 6CO2 + 12H2O แสง
คลอโรพลาสต์
ง. 6CO2 + 12H2O แสง
เซลลพ์ ืช
15. คลอโรฟลิ ล์เป็นรงควัตถุท่ีใชใ้ นการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงนั้น ทำหนา้ ท่อี ะไร
ก. สรา้ งกลโู คส
ข. จบั พลังงานแสง
ค. จบั คาร์บอนไดออกไซด์
ง. รีดิวซค์ ารบ์ อนไดออกไซด์
16. ในวัฏจักรคลั วินของกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงนั้น CO2 ทำปฏิกิรยิ ากับสารใด
ก. ribulose bisphosphate
ข. Phosphoglycerric acid
ค. phosphoglyceraldehyde
ง. Hydrogen
335
หน่วยย่อยที่ 3 โฟโตเรสไพเรชนั จำนวน 8 ขอ้
17. เซลล์ชนิดใดของใบทำหน้าทสี่ ังเคราะหด์ ้วยแสงไดด้ ีทส่ี ุด
ก. Palisade cells
ข. spongy cell
ค. guard cells
ง. Epidermis
18. ของเสียทีส่ ตั ว์ขบั ถ่ายออกมา พชื จะใช้ในการสรา้ งสงิ่ ใด
ก. กรดนวิ คลีอิก
ข. น้ำตาล
ค. โปรตีน
ง. ไขมัน
19. พลังงานแสงอาทติ ยทพี่ ืชดูดซบั ไว้นน้ั ส่วนใหญจ่ ะถูกนำไปใช้ในกระบวนการใด
ก. หายใจ
ข. สร้างคลอโรฟิลล์
ค. สังเคราะหด์ ้วยแสง
ง. กระบวนการเมแมบอลิซมึ
20. พืชสเี ขียวชน้ั สูงที่เจรญิ อยู่บนบกแสดงการปรับตัวเองใหเ้ หมาะสมเปน็ พิเศษกับหนา้ ท่ีของมนั
ในแงผ่ ลติ อาหารให้แก่กลุ่มส่ิงมชี ีวิตที่มนั เจริญอยู่ คอื
ก. มีลำตน้ ทีแ่ ข็งแรงและอายุยนื
ข. มผี ลและเมลด็ ทสี่ ะสมอาหาร
ค. มีใบแบนบางสเี ขยี วดกั รบั แสง
ง. มรี ะบบรากท่สี ามารถแผไ่ ปได้ไกล
336
21. ถา้ ความเขม้ ขน้ ของ CO2 เปน็ ส่งิ จำกดั อัตราการสังเคราะหด์ ้วยแสง เม่อื วัดท่คี วามเข้มแสงต่ำ
การเพิ่มความเขม้ แสงเปน็ 2 เทา่ อตั ราการสงั เคราะหด์ ้วยแสงจะ
ก. เพ่มิ 2 เทา่
ข. เพมิ่ น้อยกว่า 2 เทา่
ค. ลดตำ่ กวา่ เดมิ
ง. คงเดิม
22. การสร้างอาหารของพืชบกทั่ว ๆ ไป จะเกิดขึ้นน้อยกว่าปกติ หากโครงสร้างของใบเป็นไป
ตามข้อใด
ก. ไมม่ เี ซลล์คุม
ข. มเี อพิเดอรม์ ิสหนา
ค. มีแตส่ ปนั จเี ซลล์อย่างเดียว
ง. มแี ต่แพลิเซดเซลลอ์ ย่างเดียว
23. คาร์โบไฮเดรตที่พชื สังเคราะห์ขึ้นเกดิ จากปฏิกิรยิ าของ
ก. คาร์บอนไดออกไซด์รวมตวั กับนำ้
ข. คาร์บอนไดออกไซดร์ วมตวั กับไฮโดรเจนจากน้ำ
ค. คารบ์ อนรวมตัวกบั ไฮโดรเจนและออกซเิ จนจากน้ำ
ง. คาร์บอนไดออกไซดร์ วมตวั กับออกซิเจนและไฮโดรเจนจากน้ำ
24. ถ้านำใบไม้ทม่ี สี เี ขียวไปตม้ ในน้ำแลว้ นำไปแช่ในเอทิลแอลกอฮอล์ 95 % รอ้ ย ๆ หลังจากนน้ั
นำไปล้างและแช่ในสารละลายไอโอดีนเจือจาง จงเรียงลำดบั เหตุการณท์ ี่เกดิ ข้ึน
1. ใบซีดขาว
2. เกิดสนี ้ำเงนิ ท่ีใบ
3. เซลล์ตาย
4. คลอโรฟิลลถ์ กู สกดั ออกมา
ก. 1 2 3 4
ข. 2 1 4 3
ค. 4 2 3 1
ง. 3 4 1 2
337
หนว่ ยย่อยท่ี 4 การเพิม่ ความเข้มของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวน 8 ขอ้
25. การสรา้ ง PGA ของพืช CAM เกดิ ขึน้ ทีใ่ ด
ก. Mesophyll
ข. Sponge cell
ค. Palisade cell
ง. Bundle sheath
26. ข้อใดเปน็ จริงเกีย่ วกับการตรงึ คารบ์ อนไดออกไซดข์ องพืช CAM
ก. ตรึง CO2 ครั้งเดียว เกดิ ท่มี ีโซฟิลล์ ในเวลากลางวนั
ข. ตรึง CO2 คร้ังเดยี ว ในเวลากลางคืน เกิดท่ีบันเดิลชที
ค. ตรงึ CO2 2 ครั้ง ครง้ั ท่ี 1 ในเวลากลางคนื เกดิ ทมี่ โี ซฟลิ ล์ ครั้งที่ 2 ในเวลากลางวนั เกิดท่ี
บันเดลิ ชที
ง. ตรึง CO2 2 ครัง้ ครง้ั ที่ 1 ในเวลากลางวัน เกิดท่มี ีบันเดลิ ชีท คร้ังท่ี 2 ในเวลากลางคนื
เกดิ ทโ่ี ซฟิลล์
27. ถ้าใช้ 14CO2 ศึกษาการสงั เคราะห์ด้วยแสงในว่านหางจระเข้ เมื่อฉายแสงใหเ้ ป็นเวลา 6
ชวั่ โมง ควรตรวจพบ 14C ในสารต่างๆ ยกเวน้ ข้อใด
ก. PGA และ RuBP
ข. RuBisCO และ PGAL
ค. PEP และ Pyruvic acid
ง. Sucrose sugar และ Malic acid
28. ข้อใดเปน็ จริงเกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสงของกระบองเพชร
ขอ้ 1 พบ RuBP เฉพาะในเซลลช์ ้นั มโี ซฟิลล์
ขอ้ 2 มีการตรงึ CO, ครงั้ แรกท่ีบนั เดลิ ชีท
ข้อ 3 มีการผลติ สาร C4 ในมีโซฟลิ ล์ และผลิตสาร C3 ในเซลล์บนั เดิลชีท
ก. เฉพาะข้อ 2
ข. เฉพาะข้อ 3
ค. ทงั้ ข้อ 1 และ 2
ง. ท้ังขอ้ 2 และ 3
338
29. การตรึง CO2 2 ครงั้ ของพืช CAM เกดิ ข้นึ ท่ใี ดบ้าง
ขอ้ 1 Palisade cell
ข้อ 2 Spong cell
ขอ้ 3 Epidermal cell
ขอ้ 4 Mesophyll cell
ขอ้ 5 Bundle sheath cell
ก. ทงั้ ข้อ 1 และ 2
ข. ทง้ั ข้อ 3 และ 4
ค. ท้งั ขอ้ 4 และ 5
ง. ท้ังข้อ 2 และ 5
30. พืช C4 และ CAM มีอะไรทเี่ หมือนกันในเรือ่ งท่ีเกย่ี วกับกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
ข้อ 1 : วัตถดุ ิบ
ขอ้ 2 : ผลผลติ
ข้อ 3 : รงควัตถุ
ข้อ 4 : การหายใจ
ข้อ 5 : การตรงึ CO2
ก. ขอ้ 1, 2, 3
ข. ขอ้ 1, 3, 4
ค. ขอ้ 1, 2, 5
ง. ขอ้ 1, 3, 5
31. พืช C4 และ CAM มีอะไรทเ่ี หมือนกนั ในเรอื่ งท่ีเก่ียวกับกระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
ขอ้ 1 : วตั ถดุ ิบ
ขอ้ 2 : ผลผลติ
ขอ้ 3 : รงควัตถุ
ขอ้ 4 : การหายใจ
ข้อ 5 : การตรงึ CO2
ก. ขอ้ 1, 2, 3
ข. ข้อ 1, 3, 4
ค. ขอ้ 1, 2, 3, 5
ง. ข้อ 1, 2, 4, 5
339
32. ข้อใดไม่เปน็ จริง เกี่ยวกับพชื CAM
ขอ้ 1 มีอัตราการใช้นำ้ ต่อการเจริญเป็นน้ำหนักแห้ง 1 กรัมนอ้ ยกวา่ พืช C3
ข้อ 2 มคี วามเข้มข้นของ CO2 ทีเ่ ซลล์บนั เดลิ ชีทมากกว่าทีม่ ีโซฟิลล์ของพชื C3
ข้อ 3 มกี ารตรึง CO2 จากบรรยากาศท้งั ทม่ี ีโซฟิลล์ และบนั เดลิ ชที
ขอ้ 4 ใช้ RUBP Carboxylase ตรึง CO2 จากบรรยากาศ
ก. ท้งั ข้อ 1, 2
ข. ทัง้ ข้อ 2, 3
ค. ทัง้ ข้อ 2, 4
ง. ท้งั ข้อ 3, 4
หน่วยย่อยที่ 5 ปัจจัยบางประการทีม่ ผี ลตอ่ การสงั เคราะห์ด้วยแสง จำนวน 8 ข้อ
ใชภ้ าพต่อไปนีส้ ำหรับตอบคำถามข้อ 33 – 36
33. หากตรวจพบว่าออกซิเจนที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วยแสงในขวด ก. เท่านั้นที่เป็น O18
หมายความว่าอย่างไร
ก. ออกซเิ จนท่ีได้จากการสงั เคราะห์ด้วยแสงมาจากน้ำ
ข. ออกซเิ จนท่ีได้จากการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงมาจากคาร์บอนไดออกไซด
ค. ออกซิเจนที่ไดจ้ ากการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงมาจากน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ออกซเิ จนที่ได้จากการสังเคราะห์ดว้ ยแสงมาจากน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์
340
34. สมมติว่าการทดลองนี้ได้ออกซิเจนที่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในขวด ข.
เทา่ นนั้ ทเ่ี ป็น O18 แสดงวา่
ก. ออกซเิ จนที่ไดจ้ ากการสังเคราะห์ดว้ ยแสงจากน้ำ
ข. ออกซเิ จนที่ได้จากการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงมาจากคารบ์ อนไดออกไซด์
ค. ออกซิเจนท่ีได้จากการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงมาจากนำ้ และคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ออกซิเจนท่ีไดจ้ ากการสังเคราะห์ด้วยแสงไม่ได้มาจากน้ำและคารบ์ อนไดออกไซด์
35. หากพบวา่ ออกซเิ จนท่ีเกิดข้นึ จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเปน็ O18 ท้งั สองขวด
จะหมายความวา่ อยา่ งไร
ก. ออกซิเจนท่ีไดจ้ ากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงจากน้ำ
ข. ออกซเิ จนท่ีไดจ้ ากการสงั เคราะห์ด้วยแสงมาจากคารบ์ อนไดออกไซด์
ค. ออกซิเจนท่ีได้จากการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงมาจากนำ้ และคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ออกซเิ จนท่ีได้จากการสังเคราะหด์ ้วยแสงไม่ได้มาจากนำ้ และคาร์บอนไดออกไซด์
36. หากตั้งขวดทั้งสองให้ได้รับแสง สาหร่ายสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ออกซิเจนออกมาท้ัง
สองขวด แต่เม่อื นำออกซิเจนทเ่ี กดิ ขึน้ มาทดสอบ ปรากฏว่าออกซิเจนจากขวด ข. เป็นออกซิเจน
ธรรมดา จะสรปุ ผลการทดลองว่าอย่างไร
ก. เปน็ ออกซเิ จนท่ีไดจ้ ากการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงมาจากน้ำ
ข. ออกซเิ จนท่ีไดจ้ ากการสงั เคราะหด์ ้วยแสงมาจากคารบ์ อนไดออกไซด์
ค. ออกซิเจนท่ีได้จากการสงั เคราะห์ด้วยแสงมาจากนำ้ และคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ออกซิเจนท่ีไดจ้ ากการสังเคราะห์ดว้ ยแสงไม่ได้มาจากน้ำและคารบ์ อนไดออกไซด์
37. จากการศึกษาอิทธิพลของอุณหภูมิและความเข้มแสงที่มีต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง ข้อใด
ตอ่ ไปนถ้ี ูกตอ้ งท่สี ดุ
ก. อทิ ธิพลของอุณหภมู ิมีผลต่อการสังเคราะหแ์ สงมากกว่าอิทธิพลของแสง
ข. อทิ ธพิ ลของอุณหภูมิมีผลตอ่ ปฏิกริ ยิ าทใี่ ช้แสงมากกวา่ ปฏกิ ิริยาทไ่ี ม่ใช้แสง
ค. อทิ ธิพลของอณุ หภมู ิมีผลต่อปฏกิ ิรยิ าที่ไม่ใช้แสงมากกวา่ ปฏิกริ ยิ าทใ่ี ช้แสง
ง. อิทธพิ ลของอณุ หภมู ิมีผลตอ่ ปฏิกิริยาท่ีไม่ใช้แสงเทา่ ๆ กันกับปฏกิ ิรยิ าท่ีใชแ้ สง