The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประคำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by banprakham, 2021-05-26 03:58:04

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประคำ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประคำ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านประคา

ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๖
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

คานา

คณะผู้จัดทำหลักสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนประคำ ฉบับปรุงปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓
ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ
ประถมศกึ ษำนครรำชสมี ำ เขต ๖ ไดร้ ว่ มกันวิเครำะหห์ ลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพนื้ ฐำน พทุ ธศักรำช
๒๕๕๑ และได้เปลี่ยนแปลงมำตรฐำนและตัวชี้วัด ตำมคำส่ังกระทรวงศกึ ษำธิกำรท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐
ลงวันท่ี ๗ สิงหำคม ๒๕๖๐ เรื่อง ให้ใช้มำตรฐำนกำรเรยี นรแู้ ละตัวช้ีวัด กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์
วิทยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตรใ์ นกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรบั ปรงุ
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑และคำสั่งสำนักงำน
คณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๕ มกรำคม ๒๕๖๑ เร่ือง ให้เปลี่ยนแปลง
มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์และวิทยำศำสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) คำส่ัง สพฐ. ท่ี ๙๒๑/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๓ พฤษภำคม ๒๕๖๑ เร่ือง ยกเลิกกำรเรยี นและตัวชีว้ ดั
สำระท่ี ๒ กำรออกแบบและเทคโนโลยี และสำระท่ี ๓ เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสือ่ สำร ในกลุ่มสำระ
กำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑
และเปลย่ี นช่อื กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ และคำสงั่ สพฐ. ท่ี ๙๒๒/๒๕๖๑ ลงวนั ท่ี ๓ พฤษภำคม ๒๕๖๑ เรอื่ ง
เปลย่ี นโครงสรำ้ งเวลำเรยี น ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พ้นื ฐำน พุทธศกั รำช ๒๕๕๑ท้งั นใ้ี ห้เป็นไป
ตำมรัฐธรรมนญู แห่งรำชอำณำจกั รไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ และพระรำชบญั ญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ.
๒๕๔๒ ซึ่งได้กำหนดให้กำรจัดกำรศึกษำตำมหลักสูตรต้องเป็นไปเพื่อพัฒนำคนไทย ให้เป็นมนุษย์ที่
สมบรู ณ์ ทั้งร่ำงกำย จิตใจ สตปิ ญั ญำ ควำมรแู้ ละคณุ ธรรม มีจรยิ ธรรมและวฒั นธรรมแหง่ ควำมเปน็ ไทย
ในกำรดำรงชีวิต สำมำรถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่ำงมีควำมสุข เปิดโอกำสให้สังคมมีส่วนร่วมในกำรจัด
กำรศกึ ษำ พฒั นำสำระกำรเรียนรู้ และกระบวนกำรเรียนร้ใู หเ้ ปน็ ไปอย่ำงต่อเนื่อง

โรงเรียนบ้ำนประคำ จึงได้ทำหลักสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนประคำ ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๓ ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ โดยมเี ป้ำหมำยในกำรพัฒนำ
คุณภำพผเู้ รยี นให้มีกระบวนกำรนำหลกั สูตรไปสกู่ ำรปฏิบัติ โดยมกี ำรกำหนดวิสยั ทศั น์ จุดหมำย สมรรถนะ
สำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้ำงเวลำเรียน
ตลอดจนเกณฑ์กำรวัดประเมินผล ให้มีควำมสอดคล้องกับมำตรฐำนกำรเรียนรู้ เปิดโอกำสให้โรงเรียน
สำมำรถกำหนดทิศทำงในกำรจัดทำหลักสูตรกำรเรยี นกำรสอนในแต่ละระดับตำมควำมพร้อม และจุดเน้น
โดยมีกรอบแกนกลำงเปน็ แนวทำงทชี่ ดั เจนเพ่ือตอบสนองนโยบำยไทยแลนด์ ๔.๐ มคี วำมพรอ้ มในกำรก้ำวสู่
สงั คมคุณภำพ มคี วำมรู้อย่ำงแท้จรงิ และมีทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑

มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีกำหนดไว้ในเอกสำรเล่มนี้ ช่วยทำให้หน่วยงำนทเ่ี กี่ยวข้องในทกุ
ระดับเห็นผลคำดหวงั ท่ีตอ้ งกำรในกำรพัฒนำกำรเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซง่ึ จะสำมำรถช่วย
ให้หน่วยงำนท่ีเก่ียวข้องในระดับท้องถิ่นและสถำนศึกษำร่วมกันพัฒนำหลักสูตรได้อย่ำงมั่นใจ ทำให้กำร
จัดทำหลักสูตรในระดับสถำนศึกษำมีคุณภำพและมีควำมเป็นเอกภำพย่ิงข้ึน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดควำม
ชดั เจนเร่ืองกำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ และชว่ ยแก้ปัญหำกำรเทียบโอนระหวำ่ งสถำนศึกษำ ดงั นัน้ ใน
กำรพัฒนำหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่ระดับชำติจนกระท่ังถึงสถำนศึกษำ จะต้องสะท้อนคุณภำพตำม
มำตรฐำนกำรเรียนรแู้ ละตัวช้ีวัดที่กำหนดไว้ในหลกั สตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพืน้ ฐำน รวมท้ังเป็นกรอบ
ทิศทำงในกำรจัดกำรศกึ ษำทกุ รปู แบบ และครอบคลุมผเู้ รยี นทกุ กลมุ่ เป้ำหมำยในระดับกำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำน

โรงเรยี นบา้ นประคา

สารบัญ หนา้

คานา ๑
สารบัญ ๒
ประกาศใช้หลักสตู รโรงเรยี นบ้านประคา ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓ ๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐานพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ๗
ส่วนนา ๗
ความนา ๙
วสิ ยั ทศั น์ ๑๐
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๒๑
คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ ๒๒
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษา ๔๑
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษา ๕๙
คาอธบิ ายรายวชิ า ๙๑
คาอธบิ ายรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ๑๕๐
คาอธบิ ายรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ๑๖๔
คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๘๕
คาอธิบายรายวชิ ากลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ๒๐๕
คาอธบิ ายรายวิชากลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา ๒๓๒
คาอธบิ ายรายวิชากล่มุ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ ๒๓๓
คาอธิบายรายวชิ ากลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ๒๔๐
คาอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ๒๔๑
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๒๔๑
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๒๕๐
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา ๒๕๑
เกณฑก์ ารจบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
เอกสารอ้างองิ
ภาคผนวก

ประกาศโรงเรยี นบา้ นประคา
เรอ่ื ง ให้ใช้หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นประคา ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ตำมคำสั่งกระทรวงศึกษำธิกำรท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหำคม ๒๕๖๐ เรื่อง ให้ใช้
มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้วี ดั กล่มุ สำระกำรเรียนรคู้ ณิตศำสตร์ วิทยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตรใ์ นกลมุ่
สำระกำรเรียนรูส้ ังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตำมหลักสูตรแกนกลำง
กำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ และคำสั่งสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพนื้ ฐำนท่ี ๓๐/
๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกรำคม ๒๕๖๑ เร่ือง ให้เปล่ียนแปลงมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสำระกำร
เรียนรู้คณิตศำสตร์และวิทยำศำสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคำส่ังให้โรงเรียนดำเนินกำรใช้
หลกั สูตรในปกี ำรศึกษำ๒๕๖๓ โดยใหใ้ ชใ้ นชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๑–๖ และ ชั้นมัธยมศึกษำปที ี่ ๑-๓ ครบทกุ
ช้ันปี คำสง่ั สพฐ. ท่ี ๙๒๑/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๓ พฤษภำคม ๒๕๖๑ เรือ่ ง ยกเลิกกำรเรยี นและตัวช้วี ัดสำระ
ที่ ๒ กำรออกแบบและเทคโนโลยี และสำระที่ ๓ เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรส่ือสำร ในกลุ่มสำระกำร
เรียนรกู้ ำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพ้นื ฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ และ
เปลี่ยนชื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ และคำส่ัง สพฐ. ที่ ๙๒๒/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๓ พฤษภำคม ๒๕๖๑
เรื่อง เปล่ยี นโครงสร้ำงเวลำเรยี น ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศึกษำขัน้ พนื้ ฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑

ดังน้ัน โรงเรียนบ้ำนประคำ จึงได้ดำเนินกำรจัดทำหลักสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนประคำ
ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ เพื่อใช้
ตำมคำส่ังกระทรวงดงั กลำ่ ว

ท้ังนี้ หลกั สูตรสถำนศกึ ษำโรงเรยี นบำ้ นประคำไดร้ บั ควำมเหน็ ชอบจำกคณะกรรมกำรสถำนศึกษำ
ข้ันพ้ืนฐำน เม่ือวันที่ ๒๕ เดือน มิถุนำยน พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงประกำศให้ใช้หลักสูตรสถำนศึกษำ
โรงเรียนบ้ำนประคำ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน
พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑ ตงั้ แต่บดั นเ้ี ป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑ เดือน กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓

.…………………..…………………….. .…………………..……………………..
(นายปรีชา ศรีน้อย) (นายฐานติ นิลโท)

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้านประคา

สว่ นนา

ความนา

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑
ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เริ่มใช้ในโรงเรียนต้นแบบการใช้
หลักสูตรและโรงเรียนท่ีมีความพร้อมในปีการศึกษา๒๕๕๒ และเริ่มใช้ในโรงเรียนท่ัวไปในปีการศึกษา

๒๕๕๓ ตำมที่กระทรวงศึกษำธิกำร มีคำส่ังที่ สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สิงหำคม ๒๕๖๐ เร่ือง
ใหใ้ ช้มำตรฐำนกำรเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั กลมุ่ สำระกำรเรยี นรคู้ ณติ ศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ และสำระภูมศิ ำสตร์
และสพฐ. ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกรำคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เร่ือง ให้เปลี่ยนแปลงมำตรฐำนกำรเรยี นรู้

และตัวชว้ี ดั กล่มุ สำระกำรเรยี นรคู้ ณติ ศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้
สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขนั้
พื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนจึงได้มีประกำศ เร่ือง กำร

บริหำรจัดกำรหลักสตู รสถำนศึกษำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณิตศำสตร์ และวิทยำศำสตร์ (ฉบับปรับปรงุ
พ.ศ.๒๕๖๐) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ คำส่ัง สพฐ. ท่ี ๙๒๑/
๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๓ พฤษภำคม ๒๕๖๑ เรื่อง ยกเลิกมำตรฐำนกำรเรียนและตัวช้ีวัดสำระที่ ๒ กำร

ออกแบบและเทคโนโลยี และสำระที่ ๓ เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสือ่ สำร ในกลุ่มสำระกำรเรียนรกู้ ำร
งำนอำชีพและเทคโนโลยี ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ และเปลย่ี นชอื่
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ และคำส่ัง สพฐ. ท่ี ๙๒๒/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๓ พฤษภำคม ๒๕๖๑ เร่ือง เปล่ียน

โครงสร้ำงเวลำเรียน ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ นอกจากน้ี
การศึกษาข้อมลู ทศิ ทางและกรอบยทุ ธศาสตร์ของแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติฉบบั ที่๑๒ (พ.ศ.
๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ซ่ึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาของการปฏิรูปประเทศและสถานการณ์โลกท่ีเปล่ียนแปลงอย่าง

รวดเร็วและเชือ่ มโยงใกลช้ ิดกนั มากข้ึนโดยจดั ทาบนพ้ืนฐานของกรอบยุทธศาสตรช์ าติ๒๐ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ -
๒๕๗๙) ซ่ึงเป็นแผนหลักของการพัฒนาประเทศและเป้าหมายของการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable
Development Goals: SDGs) แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙รวมท้ังการปรับโครงสร้าง

ประเทศไปส่ปู ระเทศไทย๔.๐ซึ่งยุทธศาสตร์ชาตทิ จ่ี ะใชเ้ ป็นกรอบแนวทางการพัฒนาในระยะ๒๐ปตี ่อจากน้ี
ประกอบด้วย๖ยุทธศาสตร์ได้แก่ (๑) ยุทธศาสตร์ด้านความม่ันคง (๒) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้าง
ความสามารถในการแขง่ ขัน (๓) ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพคน (๔) ยุทธศาสตร์ด้านการ

สรา้ งโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทยี มกันทางสงั คม (๕) ยทุ ธศาสตร์ด้านการสร้างการเตบิ โตบนคุณภาพ
ชีวิตที่เป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ มและ (๖) ยุทธศาสตร์ด้านการปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การ
ภาครัฐเพ่ือมุ่งสวู่ ิสัยทัศน์และทศิ ทางการพัฒนาประเทศ “ความมั่นคงม่งั คง่ั ยัง่ ยนื ” เป็นประเทศพฒั นาแล้ว

ด้วยการพัฒนาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ประเดน็ ทส่ี าคญั เพือ่ แปลงแผนไปสูก่ ารปฏบิ ัตใิ ห้เกดิ ผลสมั ฤทธ์ไิ ด้อย่างแทจ้ ริงตามยุทธศาสตร์การ

พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนคือการเตรียมพร้อมด้านกาลังคนและการเสริมสร้างศักยภาพของ

ประชากรในทกุ ชว่ งวยั มงุ่ เน้นการยกระดับคุณภาพทนุ มนุษย์ของประเทศโดยพัฒนาคนให้เหมาะสมตามชว่ ง
วัยเพื่อให้เติบโตอยา่ งมคี ณุ ภาพการพฒั นาทกั ษะท่สี อดคล้องกับความตอ้ งการในตลาดแรงงานและทักษะท่ี
จาเป็นต่อการดารงชวี ติ ในศตวรรษที่ ๒๑ ของคนในแตล่ ะชว่ งวัยตามความเหมาะสมการเตรยี มความพร้อม

ของกาลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีจะเปล่ียนแปลงในอนาคตตลอดจนการยกระดับคุณภาพ
การศึกษาสคู่ วามเป็นเลิศ

ดังน้ันเพ่ือให้การขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อเตรียมความพร้อมคนให้สามารถปรับตัวรองรับ

ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงได้อย่างเหมาะสมกระทรวงศึกษาธิการจงึ กาหนดเป็นนโยบายสาคัญและ

เร่งด่วนให้มีการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและ

วัฒนธรรมรวมท้ังเทคโนโลยีในกลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยโี ดยมอบหมายให้สถาบนั
ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.) ดาเนนิ การปรับปรุงกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และสาระเก่ียวกับเทคโนโลยีในกลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ

เทคโนโลยีและมอบหมายให้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานดาเนินการปรับปรุงสาระ
ภมู ิศาสตร์ในกลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรมท้ังน้ีการดาเนินงานประกาศใชห้ ลักสูตร
ยงั คงอยู่ในความรับผิดชอบของสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน

การปรับปรุงหลกั สตู รครัง้ นี้ยังคงหลักการและโครงสร้างเดิมของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั
พน้ื ฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ คือประกอบด้วย ๘ กลมุ่ สาระการเรียนร้ไู ด้แก่ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ศลิ ปะ
การงานอาชีพ และภาษาต่างประเทศ แต่มุ่งเน้นการปรับปรุงเน้ือหาให้มีความทันสมัยทันต่อการ
เปล่ียนแปลงและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆคานึงถึงการส่ง เสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จาเป็น
สาหรบั การเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑ เปน็ สาคญั เตรยี มผ้เู รยี นใหม้ คี วามพรอ้ มทจ่ี ะเรยี นรู้สง่ิ ตา่ งๆพรอ้ มท่จี ะ
ประกอบอาชีพเม่ือจบการศึกษาหรือสามารถศึกษาต่อในระดับท่ีสูงข้ึนสามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับ
ประชาคมโลกได้

กรอบในการปรบั ปรุงคือให้มีองค์ความรู้ท่ีเปน็ สากลเทียบเท่านานาชาตปิ รบั มาตรฐานการเรียนรู้
และตัวช้ีวัดให้มีความชัดเจนลดความซ้าซ้อนสอดคล้องและเชื่อมโยงกันภายในกลุ่มสาระการเรียนรแู้ ละ

ระหวา่ งกลุ่มสาระการเรียนร้ตู ลอดจนเช่อื มโยงองคค์ วามรู้ทางวทิ ยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์และเทคโนโลยี เข้า
ด้วยกันจัดเรียงลาดับความยากง่ายของเน้ือหาในแต่ละระดับช้ันตามพัฒนาการแต่ละช่วงวัยให้มีความ
เชอื่ มโยงความรแู้ ละกระบวนการเรียนรู้โดยให้เรียนรูผ้ า่ นการปฏิบัติท่ีส่งเสริมให้ผเู้ รียนพฒั นาความคิด

สาระสาคัญของการปรับปรงุ หลักสตู รมีดังน้ี
๑. กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

๑.๑ จัดกลมุ่ ความรู้ใหมแ่ ละนาทักษะกระบวนการไปบูรณาการกบั ตัวชี้วัดเน้นใหผ้ เู้ รียนเกดิ การ

คดิ วเิ คราะห์คิดแก้ปัญหาและมที ักษะในศตวรรษท่ี๒๑
๑.๒ ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ กาหนดมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัด

สาหรบั ผูเ้ รยี นทุกคนที่เปน็ พืน้ ฐานทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั ชีวติ ประจาวันและเปน็ พื้นฐานสาคัญในการศึกษาตอ่ ระดับ
ท่ีสูงขึน้

๒. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้เพ่ิมสาระเทคโนโลยีซ่ึงประกอบด้วยการออกแบบและ

เทคโนโลยีและวิทยาการคานวณ ทั้งนี้เพ่ือเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้บูรณาการสาระทางคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกบั กระบวนการเชิงวศิ วกรรมตามแนวคดิ สะเตม็ ศึกษา

๓. สาระภมู ศิ าสตร์ซ่งึ เป็นสาระหน่งึ ในกล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรมยงั คง
มาตรฐานการเรยี นรู้เดิมแต่ปรับมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัดใหม้ ีความชัดเจนสอดคลอ้ งกบั พฒั นาการ
ตามชว่ งวยั มอี งคค์ วามรทู้ ่ีเป็นสากลเพิม่ ความสามารถทกั ษะและกระบวนการทางภูมิศาสตรท์ ชี่ ดั เจนข้ึน

ดังนั้น ทางโรงเรียนจงึ ได้มกี ารปรับปรุงหลกั สูตรมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วัดทก่ี าหนดไวใ้ น
เอกสารนี้ ชว่ ยทาใหค้ รูผสู้ อนในกล่มุ สาระการเรยี นรู้ต่าง ๆ ทกุ ระดบั ชน้ั เหน็ ผลคาดหวังทีต่ อ้ งการ
ในการพัฒนาการเรยี นรูข้ องผ้เู รียนที่ชัดเจนตลอดแนวอีกท้งั ยงั ช่วยใหเ้ กิดความชัดเจนเรือ่ งการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นประคา ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ นจ้ี ัดทาข้นึ สาหรบั สถานศกึ ษาไดน้ าไปใชเ้ ป็นกรอบและทิศทางใน

การจดั การเรียนการสอนเพ่อื พฒั นาเดก็ และเยาวชนไทยทกุ คนในระดบั การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐานใหม้ ีคุณภาพ
ด้านความรแู้ ละทกั ษะที่จาเปน็ สาหรับการดารงชีวิตในสังคมทีม่ ีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนีม้ าตรฐานการ
เรียนรูแ้ ละตัวชีว้ ดั ท่ีกาหนดไวใ้ นเอกสารนจ้ี ะช่วยใหผ้ ู้ท่เี ก่ียวขอ้ งใชเ้ ป็นแนวทางในการสง่ เสรมิ สนบั สนุนให้
เกดิ การพัฒนาผูเ้ รยี นใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูอ้ ยา่ งแท้จรงิ

หลักสูตรระดับท้องถ่ิน สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษานครราชสีมา เขต ๖ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

• หลกั สูตรระดบั ท้องถน่ิ สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษานครราชสมี า เขต ๖ มุ่งพฒั นาผู้เรียนทกุ คน
• ให้เป็นมนุษย์ทม่ี ีความสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีความรู้และทักษะพื้นฐานนาไปสู่

การศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชีพ การมที ักษะการดารงชีวิตอยู่ในสงั คมอยา่ งมีความสุข มจี ติ สานกึ
ในความเปน็ คนไทย
เปา้ หมาย / จดุ เน้น
• หลกั สูตรระดบั ทอ้ งถ่นิ สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษานครราชสมี า เขต ๖ มงุ่ พฒั นาผูเ้ รียนให้
เปน็ คนดี มีปัญญามีความสุข มีศกั ยภาพในการศึกษา และประกอบอาชพี มีจติ สานกึ ในความเปน็ คนไทย
จงึ กาหนดเป้าหมาย/จุดเน้นเพ่อื ใหเ้ กิดกบั ผู้เรียน เมอ่ื จบการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ดังน้ี
๑. มุ่งพฒั นาผู้เรียนให้มีความสามารถและทักษะในการอ่าน เขียน คดิ คานวณได้
๒. มุ่งพฒั นาผู้เรียนใหค้ ดิ เป็น ทาเป็น แกป้ ัญหาเป็น และสามารถประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั
๓. มุ่งเนน้ การพฒั นาผู้เรยี นให้มคี ุณธรรม จริยธรรม สุภาพออ่ นนอ้ ม ถ่อมตน
๔. มุ่งพัฒนาผเู้ รยี นมีจิตสาธารณะ อนุรักษ์ ภูมิใจในท้องถ่ิน ภาษา วัฒนธรรม ประเพณี และ
สิ่งแวดล้อม
๕. มีสุภาพร่างกายแขง็ แรง สุขภาพจิตดี ร่าเรงิ แจ่มใส
การจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประคาฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้
ทุกฝ่ายทเ่ี ก่ียวข้องท้ังระดับโรงเรียน ชุมชน ครอบครัว และบุคคลตอ้ งรว่ มรบั ผิดชอบโดยร่วมกันทางาน
อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในการวางแผนดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรงุ
แก้ไขเพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสคู่ ุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรทู้ ก่ี าหนดไว้

วิสยั ทัศน์

ภายในปีการศึกษา ๒๕๖๓ โรงเรียนบ้านประคา เสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาระบบ
บริหารโดยใชห้ ลักธรรมภบิ าล ยึดหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ สาคัญ มงุ่ มน่ั พัฒนาส่รู ะบบ ICT มีการพฒั นา
คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา นาพาชมุ ชนร่วมพฒั นา

หลักการ

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านประคา ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มหี ลกั การทสี่ าคัญดงั น้ี

๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่ยึดแนวทางของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ มีจดุ หมายและมาตรฐานการเรยี นรู้ เป็นเป้าหมายสาหรบั พัฒนาเด็กและเยาวชน ให้
มคี วามรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคณุ ธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคกู่ บั ความเปน็ สากล

๒. เป็นหลักสูตรท่ีมีควำมเป็นเอกภำพสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน
พุทธศักรำช ๒๕๕๑ สำหรับให้ครูผู้สอนนำไปจัดกำรเรียนรู้ได้อย่ำงหลำกหลำย โดยกำหนดให้มี

รำยละเอยี ด ดงั นี้
๒.๑ สำระกำรเรียนรู้ที่โรงเรียนใช้เป็นหลักเพ่ือสร้ำงพื้นฐำนกำรคิด กำรเรียนรู้ และกำร

แกป้ ญั หำประกอบดว้ ย ภำษำไทย คณิตศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี

๒.๒ สำระกำรเรยี นรทู้ ี่เสรมิ สรำ้ งควำมเป็นมนษุ ย์ ศกั ยภำพกำรคิดและกำรทำงำน
ประกอบด้วย สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม สุขศึกษำและพลศึกษำ ศิลปะ กำรงำนอำชพี และ
ภำษำตำ่ งประเทศ

๒.๓ สำระกำรเรยี นรู้เพ่มิ เติม โดยจัดทำเปน็ รำยวิชำ/กิจกรรมเพ่ิมเตมิ ตำมควำมเหมำะสมและ
สอดคลอ้ งกับโครงสรำ้ งเวลำเรยี น สำระกำรเรียนรทู้ ้องถนิ่ ควำมตอ้ งกำรของผ้เู รยี น และบริบทของโรงเรยี น
และเพ่ิมวิชำภำษำอังกฤษเพื่อกำรสื่อสำร และกำรป้องกันกำรทุจริต ให้สอดคล้องกับนโยบำยของ

สำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำประถมศกึ ษำนครรำชสีมำ เขต ๖ สำนักงำนงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ัน
พื้นฐำนและกระทรวงศกึ ษำธิกำรดว้ ย

๒.๔ กิจกรรมพัฒนำผู้เรยี น เพื่อพัฒนำผู้เรียนท้งั ด้ำนรำ่ งกำย จิตใจ สติปัญญำ อำรมณ์ และ

สังคม เสริมสร้ำงกำรเรยี นรนู้ อกจำกกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ ๘ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ และกำรพัฒนำตนตำม
ศักยภำพ

๒.๕ กำรกำหนดมำตรฐำนของโรงเรียนที่สอดคล้องกับมำตรฐำนระดับต่ำง ๆ เพื่อเป็น

เป้ำหมำยของกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำของโรงเรียน จัดทำรำยละเอียดสำระกำรเรียนรู้ และจัด
กระบวนกำรเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งกับสภำพในชมุ ชน สังคม และภมู ิปัญญำท้องถิ่น

๓. มมี ำตรฐำนกำรเรียนรู้เป็นเปำ้ หมำยสำคญั ของกำรพฒั นำคณุ ภำพหลักสูตรสถำนศกึ ษำโรงเรยี น

บ้ำนประคำ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช
๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่มีมำตรฐำนเป็นตัวกำหนดเก่ียวกับควำมรู้ ทักษะ กระบวนกำร สมรรถนะ และ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้เู รียน เพอื่ เปน็ แนวทำงในกำรประกันคุณภำพกำรศกึ ษำ โดยมกี ำรกำหนด

มำตรฐำนไวด้ งั น้ี
๓.๑ มำตรฐำนหลกั สูตร เป็นมำตรฐำนด้ำนผูเ้ รยี นหรือผลผลิตของหลกั สูตรโรงเรยี น เกิดขน้ึ

จำกกำรจัดกิจกรรมตำมโครงสร้ำงของหลักสูตรทั้งหมดของครู และใช้เป็นแนวทำงในกำรตรวจสอบ

คุณภำพโดยรวมของกำรจัดกำรศึกษำตำมหลักสูตรในทุกระดับ ซ่ึงโรงเรียนต้องใช้สำหรับกำรประเมิน
ตนเองเพื่อจดั ทำรำยงำนประจำปตี ำมบทบญั ญัติในพระรำชบญั ญัติกำรศึกษำ เพ่ือนำมำเปน็ ข้อมูลใน กำร
กำหนดแนวปฏิบัติในกำรส่งเสริม กำกับ ติดตำม ดูแล และปรับปรุงคุณภำพ เพ่ือให้ได้ตำมมำตรฐำนท่ี

กำหนด
๓.๒ มีตัวช้ีวัดชั้นปี เป็นเป้ำหมำยระบสุ ่งิ ท่ีนักเรยี นพงึ รแู้ ละปฏิบัติได้ รวมท้ังคุณลักษณะของ

ผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นซ่ึงสะท้อนถึงมำตรฐำนกำรเรียนรู้ มีควำมเฉพำะเจำะจง และมีควำมเป็นรูปธรรม

นำไปใช้ในกำรกำหนดเนอ้ื หำ จัดทำหนว่ ยกำรเรียนรู้ จัดกำรเรียนกำรสอน และเป็นเกณฑส์ ำคัญสำหรบั กำร
วัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภำพผู้เรียน ตรวจสอบพัฒนำกำรผู้เรียน ควำมรู้ทักษะ กระบวนกำร
คุณธรรม จริยธรรมและค่ำนยิ มอันพึงประสงค์และเปน็ หลกั ในกำรเทียบโอนควำมร้แู ละประสบกำรณ์จำก

กำรศกึ ษำในระบบ นอกระบบ และตำมอัธยำศัย
๓.๓ มีควำมเป็นสำกล ควำมเป็นสำกลของหลักสูตรโรงเรียน คือมุ่งให้ผู้เรีย นมีควำมรู้

ควำมสำมำรถในเรื่องเทคโนโลยีสำรสนเทศ ภำษำอังกฤษ กำรจัดกำรสิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญำท้องถิ่น มี

คุณลักษณะท่ีจำเป็นในกำรอยใู่ นสังคมได้แก่ ควำมซ่ือสตั ย์ ควำมรับผดิ ชอบ กำรตรงต่อเวลำ กำรเสียสละ
กำรเอ้ือเฟ้ือ โดยอยู่บนพื้นฐำนของควำมพอดีระหว่ำงกำรเปน็ ผู้นำ และผู้ตำม กำรทำงำนเปน็ ทมี และกำร

ทำงำนตำมลำพงั กำรแขง่ ขนั กำรรจู้ กั พอ และกำรร่วมมอื กนั เพ่ือสงั คม วทิ ยำกำรสมัยใหม่ และภมู ปิ ญั ญำ
ท้องถ่ิน กำรรับวัฒนธรรมต่ำงประเทศ และกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยกำรฝึกฝนทักษะเฉพำะทำง และ
กำรบูรณำกำรในลกั ษณะทเ่ี ปน็ องค์รวม

๔. มีควำมยืดหยุ่น หลำกหลำย หลักสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนประคำ ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๓ ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ เป็นหลกั สูตรทโ่ี รงเรียน
จัดทำรำยละเอียดต่ำง ๆ ขึ้นเอง โดยยึดโครงสร้ำงหลักท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลำงกำร ศึกษำข้ัน

พื้นฐำน พุทธศกั รำช ๒๕๕๑ กรอบหลกั สตู รระดับทอ้ งถ่ิน เปน็ ขอบขำ่ ยในกำรจดั ทำ จึงทำใหห้ ลกั สูตรของ
โรงเรยี นมคี วำมยืดหยุ่น หลำกหลำย สอดคล้องกบั สภำพปญั หำ และควำมต้องกำรของท้องถิ่น โดยเฉพำะ
อยำ่ งยงิ่ มีควำมเหมำะสมกบั ตวั ผ้เู รยี น

๕. กำรวดั และประเมินผลเนน้ หลักกำรพน้ื ฐำนสองประกำรคอื กำรประเมนิ เพื่อพฒั นำผ้เู รยี นและ
เพื่อตัดสินผลกำรเรียน โดยผู้เรียนตอ้ งได้รับกำรพัฒนำและประเมินตำมตัวช้วี ัดเพื่อใหบ้ รรลตุ ำมมำตรฐำน
กำรเรยี นรู้ สะทอ้ นสมรรถนะสำคญั และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผเู้ รยี นเป็นเป้ำหมำยหลกั ในกำรวัด

และประเมินผลกำรเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่ำจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถำนศึกษำ ระดับเขตพื้นที่
กำรศกึ ษำ และระดับชำติ กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ เป็นกระบวนกำรพฒั นำคณุ ภำพผู้เรยี น และใช้
ผลกำรประเมนิ เปน็ ข้อมลู และสำรสนเทศที่แสดงพัฒนำกำร ควำมก้ำวหน้ำ และควำมสำเร็จทำงกำรเรียน

ของผเู้ รยี น ตลอดจนขอ้ มูลทเี่ ปน็ ประโยชนต์ ่อกำรส่งเสริมให้ผเู้ รยี นเกิดกำรพฒั นำและเรยี นรอู้ ย่ำงเต็มตำม
ศักยภำพ
จุดหมาย

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านประคา ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมและความรู้ ตามมาตรฐาน
ของสถานศึกษา และสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และ

ประกอบอาชพี จงึ กาหนดเปน็ จดุ หมาย เพ่อื ใหเ้ กิดกบั ผเู้ รยี นจบการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ดงั นี้
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พงึ ประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏบิ ตั ิ

ตนตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทีต่ นนบั ถอื ยึดหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๒. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยี และมที ักษะชวี ิต

๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตทด่ี ี มสี ขุ นิสัย และรักการออกกาลังกาย

๔. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ

๕. มีจิตสานึกในการอนุรกั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

มจี ติ สาธารณะทมี่ งุ่ ทาประโยชน์และสร้างสิง่ ท่ีดีงามในสงั คม และอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมอย่างมคี วามสุข

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

มุ่งเน้นพัฒนาผเู้ รียนใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด ซ่ึงจะช่วยให้ผ้เู รยี นเกดิ สมรรถนะสาคญั

ดังนี้

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้
ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรสู้ กึ และทศั นะของตนเองเพอ่ื แลกเปลีย่ นข้อมลู ข่าวสาร

และประสบการณ์ อนั จะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคมรวมทั้งการเจรจาตอ่ รองเพอื่ ขจดั และ
ลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง
ตลอดจนการเลอื กใช้วธิ ีการสอื่ สารทมี่ ปี ระสิทธิภาพโดยคานงึ ถึงผลกระทบที่มตี ่อตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะหก์ ารคิดอย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ
สารสนเทศเพือ่ การตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ทีเ่ ผชญิ
ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้นื ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์
และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกนั

และแก้ไขปัญหาและมกี ารตัดสนิ ใจทีม่ ปี ระสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่เี กดิ ข้ึนต่อตนเอง สังคม และ
สิ่งแวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ

ดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันใน
สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง
เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง

พฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ น่ื
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ

และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสงั คม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การ
ทางาน การแกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผ้อู ่ืนในสังคมได้อยา่ งมี
ความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้

๑. รักชาติศาสน์ กษัตริย์
๒. ซอื่ สตั ย์สุจริต
๓. มีวินยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา

สำนักงำนคณะกรรมกำรป้องกนั และปรำบปรำมกำรทุจรติ แหง่ ชำติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสำนักงำน
คณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน (สพฐ.) ได้จัดทำหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำสำหรับใช้ในทุกระดับ
กำรศึกษำในส่วนของสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำนได้จัดทำหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ

รำยวิชำเพิ่มเติม“กำรป้องกนั กำรทจุ ริต”ข้ึนและคณะรัฐมนตรมี ีมติเห็นชอบหลกั สูตรต้ำนทจุ ริตศึกษำเมื่อวันที่
๒๒ พฤษภำคม ๒๕๖๑ และให้หน่วยงำนที่เก่ียวข้องนำหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำไปปรับใช้ในกำรจดั กำร
เรียนกำรสอนในสถำนศึกษำโดยมุ่งเน้นกำรสร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจที่ถูกต้องเก่ียวกับควำมหมำยและ

ขอบเขตของกำรกระทำทุจรติ ในลักษณะต่ำงๆท้งั ทำงตรงและทำงอ้อมควำมเสียหำยที่เกิดจำกกำรทจุ ริต
ควำมสำคัญของกำรตอ่ ต้ำนกำรทุจรติ รวมทัง้ จดั ใหม้ กี ำรประเมนิ ผลสมั ฤทธิข์ องกำรจัดหลักสตู รในแต่ละชว่ ง
วยั ของผ้เู รยี นด้วย

หลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ (Anti – CorruptionEducation) รำยวิชำเพ่ิมเติม “กำรป้องกันกำร
ทุจริต”ประกอบด้วย ๔ หน่วยกำรเรียนรู้ได้แก่ ๑) กำรคิดแยกแยะระหว่ำงผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม ๒) ควำมละอำยและควำมไม่ทนต่อกำรทุจริต ๓) STRONG : จิตพอเพียงต้ำนทจุ รติ

๔) พลเมืองกับควำมรับผิดชอบต่อสังคม ท่ีสถำนศึกษำจัดให้กับผู้เรียนเพ่ือปลูกฝังและปอ้ งกันกำรทจุ ริต
ไม่ให้เกิดขึน้ โดยเรมิ่ ปลูกฝงั ผเู้ รยี นตงั้ แตช่ ั้นปฐมวัยจนถึงชน้ั มัธยมศึกษำปีท่ี๖ ใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจมีทักษะ
กระบวนกำรมีสมรรถนะที่สำคัญและมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ โดยมีแนวทำงกำรนำไปใช้ตำมควำม

เหมำะสมของแตล่ ะโรงเรียน ดงั นี้
แนวทางท่ี ๑ เปิดรายวิชาเพิ่มเติม
แนวทางที่ ๒ บรู ณาการการเรยี นการสอนกบั กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษาฯ

แนวทางท่ี ๓ บรู ณาการการเรยี นการสอนกบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่นื ๆ
แนวทางที่ ๔ จัดในกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
แนวทางที่ ๕ จดั เปน็ กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร

แนวทางที่ ๖ บรู ณาการกับวถิ ชี ีวติ ในโรงเรยี น
โรงเรยี นบำ้ นประคำ ได้ขบั เคล่ือนหลักสตู รต้ำนทุจริตศกึ ษำในโรงเรยี น ประจำปีกำรศึกษำ ๒๕๖๓
โดยนำหลกั สูตรต้ำนทจุ รติ ศึกษำ “กำรป้องกนั กำรทุจรติ ” จัดในกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน (กิจกรรมแนะแนว)

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษา

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา ประกอบดว้ ย โครงสร้างเวลาเรยี นและโครงสรา้ งหลักสตู รชั้นปี

๒.๑ โครงสร้างเวลาเรียน เปน็ โครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรียนของกลมุ่ สาระ

การเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระท่ีเป็นเวลาเรียนพ้ืนฐาน เวลาเรียนเพิ่มเติม และเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนา

ผ้เู รยี น จาแนกแต่ละชั้นปี

โครงสร้างเวลาเรียน

หลกั สตู รสถานโรงเรยี นบ้านประคา ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ระดบั ประถมศกึ ษา

กลุ่มสาระการเรียนร้/ู กจิ กรรม เวลาเรียน
ระดับประถมศึกษา
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

กลุ่มสาระการเรียนรู้

ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

สงั คมศกึ ษา ศาสนา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
และวัฒนธรรม
o ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ภาษาตา่ งประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

รวมเวลาเรียน (พนื้ ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐

รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
o ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
o หนา้ ท่ีพลเมือง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรียน (เพ่มิ เตมิ ) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
o กจิ กรรมแนะแนว
o กจิ กรรมนักเรียน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ลกู เสือ-เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- ชุมนมุ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
o กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและ

สาธารณประโยชน์
รวมเวลา
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รวมเวลาทง้ั หมด ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐

หมายเหตุ : หลักสตู รต้านทจุ รติ ศกึ ษา “กำรป้องกันกำรทจุ รติ ” บรู ณาการในกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น

(กิจกรรมแนะแนว)

โครงสร้างเวลาเรียน
หลักสตู รสถานโรงเรยี นบา้ นประคา ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้

กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น
กลุ่มสาระการเรยี นรู้/กจิ กรรม ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓

ภาษาไทย ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
คณติ ศาสตร์ ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.)
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.))
๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.)
เทคโนโลยี ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.) ๘๐(๒นก.)
๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.)
สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.)
๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.)
ประวัตศิ าสตร์ ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.)

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.)
๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.)
ศิลปะ ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.)
๒๐๐ (๕ นก.) ๒๐๐ (๕ นก.) ๒๐๐ (๕ นก.)
การงานอาชพี
๓๕ ๓๕ ๓๕
ภาษาตา่ งประเทศ
รวมเวลาเรียน (พน้ื ฐาน) ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓๐ ๓๐ ๓๐
 รายวิชาเพิม่ เติม
หน้าทีพ่ ลเมือง ๑๕ ๑๕ ๑๕
ทักษะอาชพี
คอมพิวเตอร์ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๑,๒๐๐
รวมเวลาเรยี น (เพ่ิมเตมิ )
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
o กจิ กรรมแนะแนว
o กจิ กรรมนกั เรียน

- ลกู เสือ เนตรนารี
- ชมุ นุม
o กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและ
สาธารณประโยชน์
รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น

รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด

หมายเหตุ : หลักสูตรตา้ นทจุ รติ ศึกษา “กำรปอ้ งกนั กำรทจุ ริต” บรู ณาการในกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
(กิจกรรมแนะแนว)

๒.๒ โครงสร้างหลักสูตรชั้นปี เป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียดเวลาเรียนของรายวิชาพื้นฐาน
รายวิชา/กจิ กรรมเพิม่ เตมิ และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ในแต่ละช้ันปี

โครงสร้างหลกั สูตรชัน้ ปี
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นประคา ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น(ชม./ปี)
รายวิชาพนื้ ฐาน ๘๔๐
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐
ส๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐
ส๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐
พ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑๖๐
รายวิชา/กิจกรรมเพม่ิ เติม ๘๐
อ๑๑๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพื่อกำรสือ่ สำร ๔๐
ส๑๑๒๓๑ หนา้ ทพ่ี ลเมือง ๑ ๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมนักเรยี น
ลูกเสือ-เนตรนารี ๔๐
ชมุ นุม ๓๐

กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐
รวมเวลาเรียนทง้ั สนิ้ ๑,๐๔๐

หมายเหตุ : หลกั สูตรต้านทจุ ริตศึกษา “กำรป้องกนั กำรทจุ ริต” บรู ณาการในกิจกรรมพฒั นา
ผู้เรยี น (กจิ กรรมแนะแนว)

โครงสร้างหลกั สูตรชนั้ ปี

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นประคา ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น(ชม./ปี)
รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒๐๐
ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐
ส๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐
ส๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐
พ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐
ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
อ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑๖๐
รายวิชา/กิจกรรมเพิม่ เตมิ ๘๐
อ๑๒๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพอื่ กำรสื่อสำร ๔๐
ส๑๒๒๓๒ หนา้ ทพ่ี ลเมือง ๒ ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ๑๒๐
 กิจกรรมแนะแนว ๔๐
 กจิ กรรมนกั เรียน
ลูกเสือ/เนตรนารี ๓๐
ชมุ นมุ ๔๐

 กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐
รวมเวลาเรียนทั้งสนิ้ ๑,๐๔๐

หมายเหตุ : หลักสูตรตา้ นทจุ ริตศึกษา “กำรปอ้ งกันกำรทจุ ริต” บรู ณาการในกจิ กรรมพฒั นา
ผเู้ รียน (กจิ กรรมแนะแนว)

โครงสร้างหลกั สตู รชน้ั ปี
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นประคา ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน(ชม./ป)ี
รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒๐๐
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐
ส๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐
ส๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐
พ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑๖๐
รายวชิ า/กิจกรรมเพิม่ เตมิ ๘๐
อ๑๓๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพือ่ กำรส่อื สำร ๔๐
ส๑๓๒๓๓ หนา้ ทพี่ ลเมือง ๓ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๑๒๐
 กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
 กจิ กรรมนักเรียน
ลูกเสือ/เนตรนารี ๓๐
ชมรม/ชมุ นุม ๔๐

 กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐
รวมเวลาเรียนทัง้ สิ้น ๑,๐๔๐

หมายเหตุ : หลักสตู รตา้ นทุจรติ ศกึ ษา “กำรปอ้ งกนั กำรทจุ รติ ” บูรณาการในกิจกรรมพฒั นา
ผ้เู รียน (กิจกรรมแนะแนว)

โครงสรา้ งหลกั สูตรชน้ั ปี
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นประคา ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น(ชม./ปี)
รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑๖๐
ว๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐
ส๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐
พ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๘๐
ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๘๐
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๘๐
รายวชิ า/กจิ กรรมเพมิ่ เติม ๔๐
อ๑๔๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพ่ือกำรสือ่ สำร ๘๐
ส๑๔๒๓๔ หนา้ ทพ่ี ลเมือง ๔ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๒๐
 กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
 กิจกรรมนกั เรยี น
ลูกเสือ/เนตรนารี ๓๐
ชมุ นมุ ๔๐

 กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐
รวมเวลาเรยี นท้งั สิ้น ๑,๐๔๐

หมายเหตุ : หลักสูตรต้านทุจริตศกึ ษา “กำรปอ้ งกันกำรทจุ รติ ” บูรณาการในกจิ กรรมพฒั นา
ผู้เรยี น (กิจกรรมแนะแนว)

โครงสร้างหลกั สูตรชนั้ ปี
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านประคา ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน(ชม./ป)ี
รายวิชาพื้นฐาน ๘๔๐
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑๖๐
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐
ส๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐
พ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐
ศ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๘๐
รายวชิ า/กจิ กรรมเพมิ่ เตมิ ๘๐
อ๑๕๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพื่อกำรสอื่ สำร ๔๐
ส๑๕๒๓๕ หน้าทพ่ี ลเมือง ๕ ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐
 กิจกรรมแนะแนว ๔๐
 กจิ กรรมนกั เรยี น
ลูกเสือ/เนตรนารี ๓๐
ชมุ นุม ๔๐

กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐
รวมเวลาเรียนทัง้ สน้ิ ๑,๐๔๐

หมายเหตุ : หลกั สูตรตา้ นทุจริตศึกษา “กำรปอ้ งกันกำรทจุ ริต” บรู ณาการในกจิ กรรมพฒั นา
ผู้เรียน (กิจกรรมแนะแนว)

โครงสร้างหลกั สตู รชนั้ ปี
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นประคา ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น(ชม./ป)ี
รายวชิ าพืน้ ฐาน ๘๔๐
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑๖๐
ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐
ส๑๖๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๔๐
พ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐
ศ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๘๐
รายวชิ า/กจิ กรรมเพมิ่ เตมิ ๘๐
อ๑๖๒๐๑ ภำษำอังกฤษเพือ่ กำรส่ือสำร ๔๐
ส๑๖๒๓๖ หนา้ ทพี่ ลเมือง ๖ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๑๒๐
 กิจกรรมแนะแนว ๔๐
 กิจกรรมนกั เรยี น
ลกู เสอื /เนตรนารี ๓๐
ชมรม/ชมุ นมุ ๔๐

 กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐
รวมเวลาเรียนท้ังสนิ้ ๑,๐๔๐

หมายเหตุ : หลักสตู รต้านทุจริตศกึ ษา “กำรป้องกนั กำรทจุ รติ ” บรู ณาการในกิจกรรมพฒั นา
ผ้เู รียน (กิจกรรมแนะแนว)

โครงสรา้ งหลกั สตู รรายภาค
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านประคา ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑

ภาคเรยี นที่๑ (หน่วยกติ /ชม.) ภาคเรยี นท่ี ๒ (หน่วยกิต/ชม.)
รายวชิ าพน้ื ฐาน ๑๑.๐ (๔๔๐)
ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑๑.๐ (๔๔๐) รายวชิ าพน้ื ฐาน
ค๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑.๕(๖๐)
ว๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑.๕(๖๐) ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๑.๕ (๖๐)
ว๒๑๑๐๒ เทคโนโลยี ๑.๕ (๖๐)
(วทิ ยาการคานวณ) ๑.๕ (๖๐) ค๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๐.๕ (๒๐)
ส๒๑๑๐๑ สงั คมศึกษา
ส๒๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑.๕ (๖๐) ว๒๑๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๑.๕ (๖๐)
พ๒๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๐.๕ (๒๐)
ศ๒๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๐.๕ (๒๐) ว๒๑๑๐๔ เทคโนโลยี ๑.๐ (๔๐)
ง๒๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑.๐ (๔๐)
อ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ๐.๕ (๒๐)
๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐) ส๒๑๑๐๓ สงั คมศกึ ษา

๐.๕ (๒๐) ส๒๑๑๐๔ ประวัตศิ าสตร์

๑.๐ (๔๐) พ๒๑๑๐๒ สุขศกึ ษาและพลศึกษา

๑.๐ (๔๐) ศ๒๑๑๐๒ ศิลปะ

๐.๕ (๒๐) ง๒๑๑๐๒ การงานอาชพี

๑.๕ (๖๐) อ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ

รายวิชาเพ่ิมเติม ๒.๕ (๑๐๐) รายวิชาเพิ่มเตมิ ๒.๕ (๑๐๐)
๑.๐ (๔๐)
ง๒๑๒๐๑ ทักษะอาชพี ๑.๐ (๔๐) ง๒๑๒๐๒ ทักษะอาชีพ ๑.๐ (๔๐)
ว๒๑๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๐.๕ (๒๐)
ส๒๑๒๓๑ หน้าท่พี ลเมือง ๑ ๑.๐ (๔๐) ว๒๑๒๐๒ คอมพิวเตอร์

๐.๕ (๒๐) ส๒๑๒๓๒ หนา้ ที่พลเมอื ง ๒

กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๖๐ กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๖๐
กจิ กรรมแนะแนว ๒๐ กจิ กรรมแนะแนว ๑๕
กจิ กรรมนกั เรยี น
กจิ กรรมนกั เรียน ๒๐
ลูกเสอื /เนตรนารี ๒๐ ลกู เสือ/เนตรนารี ๑๕
ชุมนมุ ๑๕ ชุมนมุ ๑๐

 กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ ๕ กจิ กรรมเพื่อสังคมและ ๖๐๐
สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรยี นทงั้ สิ้น
๖๐๐ รวมเวลาเรยี นท้งั สน้ิ

หมายเหตุ : หลักสตู รต้านทจุ รติ ศึกษา “กำรป้องกนั กำรทจุ รติ ” บูรณาการในกจิ กรรมพฒั นา
ผ้เู รยี น (กิจกรรมแนะแนว)

โครงสรา้ งหลกั สูตรรายภาค
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นประคา ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒

ภาคเรียนที่๑ (หน่วยกติ /ชม.) ภาคเรียนที่ ๒ (หนว่ ยกิต/ชม.)
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๑๑.๐ (๔๔๐) รายวิชาพืน้ ฐาน ๑๑.๐ (๔๔๐)
ค๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร์
ว๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๑.๕(๖๐) ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๑.๕(๖๐)
ว๒๒๑๐๒ เทคโนโลยี
(วิทยาการคานวณ) ๑.๕ (๖๐) ค๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร์ ๑.๕ (๖๐)
ส๒๒๑๐๑ สงั คมศึกษา
ส๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑.๕ (๖๐) ว๒๒๑๐๓ วทิ ยาศาสตร์ ๑.๕ (๖๐)
พ๒๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ศ๒๒๑๐๑ ศิลปะ ๐.๕ (๒๐) ว๒๒๑๐๔ เทคโนโลยี ๐.๕ (๒๐)
ง๒๒๑๐๑ การงานอาชพี
อ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ (การออกแบบและเทคโนโลยี)

๑.๕ (๖๐) ส๒๒๑๐๓ สงั คมศกึ ษา ๑.๕ (๖๐)

๐.๕ (๒๐) ส๒๒๑๐๔ ประวัตศิ าสตร์ ๐.๕ (๒๐)

๑.๐ (๔๐) พ๒๒๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑.๐ (๔๐)

๑.๐ (๔๐) ศ๒๒๑๐๒ ศิลปะ ๑.๐ (๔๐)

๐.๕ (๒๐) ง๒๒๑๐๒ การงานอาชพี ๐.๕ (๒๐)

๑.๕ (๖๐) อ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๑.๕ (๖๐)

รายวิชาเพ่ิมเติม ๒.๕ (๑๐๐) รายวิชาเพ่ิมเติม ๒.๕ (๑๐๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
ง๒๒๒๐๑ ทักษะอาชพี ๑.๐ (๔๐) ง๒๒๒๐๒ ทักษะอาชีพ ๑.๐ (๔๐)
ว๒๒๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๐.๕ (๒๐) ว๒๒๒๐๒ คอมพวิ เตอร์ ๐.๕ (๒๐)
ส๒๒๒๓๓ หน้าทีพ่ ลเมอื ง ๓ ส๒๒๒๓๔ หน้าทพ่ี ลเมอื ง ๔

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๖๐ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๖๐
กจิ กรรมแนะแนว ๒๐ กจิ กรรมแนะแนว ๑๕
กจิ กรรมนักเรียน
กจิ กรรมนกั เรยี น ๒๐
ลกู เสอื /เนตรนารี ๒๐ ลกู เสือ/เนตรนารี ๑๕
ชมุ นมุ ๑๕ ชุมนมุ ๑๐

 กิจกรรมเพือ่ สงั คมและ ๕ กจิ กรรมเพือ่ สังคมและ ๖๐๐
สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียนทัง้ ส้ิน
๖๐๐ รวมเวลาเรียนทง้ั สิ้น

หมายเหตุ : หลกั สตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา “กำรป้องกนั กำรทจุ รติ ” บรู ณาการในกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
(กจิ กรรมแนะแนว)

โครงสรา้ งหลกั สูตรรายภาค
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นประคา ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

ภาคเรยี นที่๑ (หนว่ ยกติ /ชม.) ภาคเรยี นที่ ๒ (หน่วยกิต/ชม.)
รายวิชาพ้ืนฐาน
ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๑๑.๐ (๔๔๐) รายวชิ าพนื้ ฐาน ๑๑.๐ (๔๔๐)
ค๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์
ว๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑.๕(๖๐) ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๑.๕(๖๐)
ว๒๓๑๐๒ เทคโนโลยี
(วทิ ยาการคานวณ) ๑.๕ (๖๐) ค๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๑.๕ (๖๐)
ส๒๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา
ส๒๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑.๕ (๖๐) ว๒๓๑๐๓ วทิ ยาศาสตร์ ๑.๕ (๖๐)
พ๒๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ศ๒๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๐.๕ (๒๐) ว๒๓๑๐๔ เทคโนโลยี ๐.๕ (๒๐)
ง๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ
อ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ (การออกแบบและเทคโนโลยี)

๑.๕ (๖๐) ส๒๓๑๐๓ สงั คมศึกษา ๑.๕ (๖๐)

๐.๕ (๒๐) ส๒๓๑๐๔ ประวัตศิ าสตร์ ๐.๕ (๒๐)

๑.๐ (๔๐) พ๒๓๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๑.๐ (๔๐)

๑.๐ (๔๐) ศ๒๓๑๐๒ ศิลปะ ๑.๐ (๔๐)

๐.๕ (๒๐) ง๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ ๐.๕ (๒๐)

๑.๕ (๖๐) อ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๑.๕ (๖๐)

รายวิชาเพิ่มเตมิ ๒.๕ (๑๐๐) รายวิชาเพิ่มเตมิ ๒.๕ (๑๐๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
ง๒๓๒๐๑ ทกั ษะอาชพี ๑.๐ (๔๐) ง๒๓๒๐๒ ทักษะอาชพี ๑.๐ (๔๐)
ว๒๓๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๐.๕ (๒๐) ว๒๓๒๐๒ คอมพวิ เตอร์ ๐.๕ (๒๐)
ส๒๓๒๓๕ หน้าท่พี ลเมือง ๕ ส๒๓๒๓๖ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๖

กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๖๐ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ๖๐
กจิ กรรมแนะแนว ๒๐ กจิ กรรมแนะแนว ๑๕
กจิ กรรมนักเรียน
กจิ กรรมนักเรยี น ๒๐
ลูกเสือ/เนตรนารี ๒๐ ลูกเสือ/เนตรนารี ๑๕
๑๐
ชมุ นุม ๑๕ ชุมนุม
 กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและ ๕ กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ ๖๐๐

สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียนท้งั ส้ิน ๖๐๐ รวมเวลาเรียนทัง้ สิน้

หมายเหตุ : หลักสตู รต้านทุจริตศึกษา “กำรป้องกันกำรทจุ รติ ” บูรณาการในกิจกรรมพฒั นา
ผ้เู รยี น (กจิ กรรมแนะแนว)

คาอธบิ ายรายวชิ า

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

รายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศกึ ษาตอนต้น

รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๒๐๐ ช่วั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
จำนวน ๒๐๐ ชัว่ โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
ท๑๑๑๐๑ ภำษำไทย จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต
ท๑๒๑๐๑ ภำษำไทย
ท๑๓๑๐๑ ภำษำไทย จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต
จำนวน ๑๖๐ ช่วั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
ท๑๔๑๐๑ ภำษำไทย จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
ท๑๕๑๐๑ ภำษำไทย
ท๑๖๑๐๑ ภำษำไทย จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ท๒๑๑๐๑ ภำษำไทย จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ท๒๑๑๐๒ ภำษำไทย
ท๒๒๑๐๑ ภำษำไทย จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ท๒๒๑๐๒ ภำษำไทย จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ท๒๓๑๐๑ ภำษำไทย
ท๒๓๑๐๒ ภำษำไทย

ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

ศึกษาและฝกึ ปฏบิ ัติเกี่ยวกับการอ่านออกเสียง คา คาคลอ้ งจอง และขอ้ ความ พรอ้ มบอกความหมาย

ของคาและข้อความ อ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องที่อ่าน และบอก

ความหมายของเคร่ืองหมายหรือสัญลักษณ์สาคัญที่พบเห็นในชีวิตประจาวัน การเขียนสื่อสารด้วยคาและ

ประโยค การเขียน **บทอำขยำน : ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง**คัดลำยมือตัวบรรจงเต็ม

บรรทัด ฟงั คำแนะนำ คำสง่ั งำ่ ยๆ และปฏิบตั ติ ำม พดู สอ่ื สำรไดต้ ำมวัตถุประสงค์ ตอบคำถำมและเล่ำเร่ืองที่
ฟังและดู และพูดแสดงควำมคิดเห็นเกีย่ วกับเรื่องทฟ่ี ังและดูอย่ำงมีมำรยำท บอกและเขียนพยัญชนะ สระ
วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคำ และบอกควำมหมำยของคำ เรียบเรียงคำเป็นประโยค และต่อคำ
คล้องจองง่ำยๆศึกษำและวิเครำะห์วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก **ภำษำถ่ิน:ภำษำโครำช
(ทอ้ งถนิ่ ) เพ่ือบอกข้อคดิ ท่ีไดจ้ ำกกำรอ่ำนไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจำวัน

โดยใชก้ ารฝึกทกั ษะกระบวนการทางภาษา ทัง้ ในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน

กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลมุ่ ค้นคว้าหาความรู้ จากแหล่งการเรียนรู้ตา่ งๆ อย่าง

สม่าเสมอ ซักถามและสืบค้นเพ่ือหาข้อมูลมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้

ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี และมที กั ษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย ต้ังใจเรียนและมีส่วนร่วมใน

กิจกรรมการเรียน มีความรอบคอบในการทางาน ใช้ภาษาไทยได้อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม มีมารยาทในการ

พูด การอ่าน การเขียน และการฟัง นาความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงมีความรักชาติ

ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สตั ย์ สจุ ริต มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ในการทางาน รักความเป็นไทย

มีจติ สาธารณะ

รหัสตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓

ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

รวมทัง้ หมด ๒๒ ตัวชีว้ ดั

ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง

ศึกษาและค้นคว้าคาศัพทแ์ ละความหมายของคาศัพทใ์ นทฤษฎีเศรษฐกจิ พอเพยี ง ศึกษาหลกั การ
อ่านออกเสียงและความหมายของคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆท่ีประกอบด้วยคา
พนื้ ฐานเพิม่ จากป.๑ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๘๐๐ คารวมทัง้ คาทีใ่ ช้เรียนรใู้ นกลุ่มสาระการเรยี นร้อู ่ืน ประกอบด้วยคาท่ีมี

รูปวรรณยุกต์และไม่มรี ปู วรรณยุกต์คาที่มีตวั สะกดตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตราคาท่มี พี ยญั ชนะ
ควบกล้าคาท่ีมีอักษรนา คาที่มีตัวการันต์ คาท่ีมี รร คาที่มีพยัญชนะและสระท่ีไม่ออกเสียง การอ่านจับ
ใจความจากส่ือต่างๆ อ่านหนังสือตามความสนใจการอ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาส่ังหรือ

ขอ้ แนะนาการใชส้ ถานทสี่ าธารณะ คาแนะนาการใช้เครอื่ งใช้ทจ่ี าเป็นในบา้ นและในโรงเรียนมารยาทในการ
อ่านการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทยการเขียนเร่ืองสั้นๆ เก่ียวกับ
ประสบการณ์การเขียนเรื่องสั้นๆ ตามจินตนาการมารยาทในการเขียน การฟังและปฏิบัติตามคาแนะนา

คาส่ังท่ีซับซ้อน การจับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกจากเร่อื งทฟ่ี ังและดู ท้ังที่เป็นความรู้
และความบันเทิง การพูดสื่อสารในชีวิตประจาวันมารยาทในการฟัง มารยาทในการดู มารยาทในการพดู
พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ เลขไทยการสะกดคา การแจกลูก และการอ่านเป็นคา มาตราตัวสะกดที่

ตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่า คาที่มีตัวการันต์คาท่มี ี
พยัญชนะควบกล้า คาท่ีมีอักษรนา คาที่มีความหมายตรงข้ามกัน คาที่มี รร ความหมายของคาการแตง่
ประโยค การเรียบเรียงประโยคเปน็ ข้อความส้ันๆคาคล้องจองภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่นวรรณกรรม

ร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรับเด็กบทร้องเล่นที่มีคุณค่าบทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณค่า
**บทอำขยำน : ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง** ศึกษาและค้นคว้าประวัติบุคคลสาคัญและ
สถานท่ีสาคัญในท้องถิ่นของตน

โดยการอ่านออกเสียงคา อธิบายความหมายของคา ต้ังคาถามและตอบคาถามเกี่ยวกับ ระบุ
ใจความสาคัญแสดงความคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่านอ่านหนังสือตามความสนใจอย่าง
สมา่ เสมออ่านขอ้ เขียนเชิงอธิบาย ปฏิบัติตามคาส่ังหรอื ข้อแนะนาและนาเสนอเรื่องทอ่ี ่านมีมารยาทในการ

อา่ นคดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเร่อื งสน้ั ๆ เกยี่ วกบั ประสบการณ์ ตามจนิ ตนาการ มมี ารยาทใน
การเขียนฟังคาแนะนา คาสั่งที่ซับซอ้ น และปฏิบัตติ าม เลา่ เรือ่ งท่ฟี ังและดูทัง้ ทเี่ ปน็ ความร้แู ละความบนั เทงิ
บอกสาระสาคัญของเรื่องทฟี่ ังและดูตง้ั คาถามและตอบคาถามเก่ียวกับเรอื่ งท่ีฟงั และดูพดู แสดงความคดิ เหน็

และความรูส้ กึ จากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดูพูดส่ือสารได้ชดั เจนตรงตามวตั ถปุ ระสงค์มีมารยาทในการฟงั การดู และ
การพูดบอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมาย ของคา
เรยี บเรียงคาเปน็ ประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสือ่ สารบอกลกั ษณะคาคลอ้ งจอง เพื่อใหเ้ ห็นคณุ ค่าจาก

การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน และมีนิสัยรกั การอา่ น ท่องจาบทอาขยาน
และบทรอ้ ยกรองทมี่ คี ุณคา่ ตามความสนใจ

โดยใช้กำรฝึกทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ท้ังในด้ำนกำรฟัง กำรพูด กำรอ่ำน และกำรเขียน

กระบวนกำรคิด กระบวนกำรปฏิบตั ิ กระบวนกำรกลุ่มค้นคว้ำหำควำมรู้ จำกแหลง่ กำรเรียนรู้ตำ่ งๆ อย่ำง

สม่ำเสมอ ซักถำมและสืบค้นเพ่ือหำข้อมูลมีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้
ทกั ษะชวี ติ และกำรใช้เทคโนโลยี และมีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีเจตคติท่ีดีต่อกำรเรียนภำษำไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมกำรเรียน มีควำมรอบคอบในกำรทำงำน ใช้ภำษำไทยได้อยำ่ งถูกต้อง เหมำะสม มีมำรยำทในกำร
พูด กำรอ่ำน กำรเขียน และกำรฟัง นำควำมรู้ท่ีได้จำกกำรศึกษำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงมีควำมรักชำติ
ศำสน์ กษตั ริย์ ซือ่ สัตย์ สุจรติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพียง มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย
มีจติ สำธำรณะ

รหสั ตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวมท้งั หมด ๒๗ ตัวชีว้ ัด

ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

ศึกษาและค้นคว้าประวัติบคุ คลสาคัญและสถานทีส่ าคัญในท้องถ่นิ ของตนในระดับหมู่บ้าน ตาบล
อาเภอและจงั หวัด โดยการอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของคา คาคล้องจอง ข้อความ และบท

ร้อยกรองง่ายๆ ที่ประกอบด้วยคาพื้นฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ คารวมทั้งคาท่ีเรียนรใู้ นกลมุ่
สาระการเรียนรอู้ ่ืน ประกอบด้วย คาท่ีมีตัวการันต์ คาที่มี รร คาที่มีพยญั ชนะและสระไมอ่ อกเสียง คาพ้อง
คาพิเศษอื่นๆ การอ่านหนังสือตามความสนใจ การอ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาสั่งหรือ

ข้อแนะนาคาแนะนาต่างๆ ในชีวิตประจาวัน ประกาศ ป้ายโฆษณา และคาขวัญ การอ่านข้อมูลจาก
แผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ มารยาทในการอ่าน การคดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั ตามรปู แบบการเขยี น
ตัวอักษรไทยการเขียนบรรยายเก่ียวกับลักษณะของคน สัตว์ ส่ิงของ สถานที่การเขียนบันทึกประจาวันการ

เขยี นจดหมายลาครูการเขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการจากคา ภาพ และหัวขอ้ ทก่ี าหนดมารยาทในการเขียนการ
จับใจความและพูดแสดงความคิดเหน็ และความรู้สกึ จากเร่ืองที่ฟังและดูทง้ั ที่เปน็ ความรู้และความบันเทิง
การพูดส่ือสารในชีวิตประจาวันมารยาทในการฟังมารยาทในการดูมารยาทในการพดู การสะกดคา การ

แจกลูก และการอ่านเป็นคา มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตราการผันอักษรกลาง
อักษรสูง และอักษรต่า คาที่มีพยัญชนะควบกล้า คาที่มีอักษรนา คาท่ีประวิสรรชนีย์และคาท่ีไม่ประ
วิสรรชนยี ์ คาท่ีมี ฤ ฤๅ คาท่ีใช้ บัน บรร คาท่ีใช้ รร คาที่มีตัวการันต์ ความหมายของคาชนิดของคาการใช้

พจนานุกรมการแต่งประโยคเพ่ือการสื่อสารคาคล้องจอง คาขวัญภาษาไทยมาตรฐาน วรรณกรรมและ
วรรณคดใี นบทเรยี นและตามความสนใจ บทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี คี ณุ คา่ **บทอำขยำน : ตำมหลกั
ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง** อ่านออกเสียงคา ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง

คล่องแคล่วอธิบายความหมายของคาและข้อความที่อ่าน โดยการ ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตผุ ล
เก่ียวกับเรื่องท่ีอ่านลาดับเหตุการณ์และคาดคะเนเหตุการณ์จากเรอื่ งทีอ่ ่านโดยระบุเหตุผลประกอบสรุป
ความรแู้ ละขอ้ คดิ จากเรอ่ื งทอี่ ่านเพ่อื นาไปใช้ในชวี ิตประจาวันอ่านหนังสือตามความสนใจ อย่างสมา่ เสมอ

และนาเสนอเร่ืองท่อี ่านอ่านขอ้ เขยี นเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคาสง่ั หรือขอ้ แนะนา อธบิ ายความหมายของ
ข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัด เขียนบรรยายเก่ียวกบั สงิ่ ใดส่งิ
หน่ึงได้อย่างชัดเจนเขียนบันทึกประจาวันเขียนจดหมายลาครูเขียนเร่ืองตามจินตนาการเล่า รายละเอียด

เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดูท้ังที่เปน็ ความรู้และความบันเทิงบอกสาระสาคัญจากการฟงั และการดูต้ังคาถาม
และตอบคาถามเกย่ี วกับเรอื่ งที่ฟงั และดูพดู แสดงความคดิ เหน็ และความร้สู ึกจากเร่อื งท่ีฟังและดู พดู สื่อสาร
ได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์เขียนสะกดคาและบอกความหมา ยของคาระบุชนิดและหน้าที่ของ คา ใน

ประโยคใช้พจนานุกรมคน้ หาความหมายของคา แตง่ ประโยคงา่ ยๆแต่งคาคล้องจองและคาขวัญเขยี นคาศพั ท์
พร้อมความหมายของคาในทฤษฎเี ศรษฐกจิ พอเพียง

โดยใช้กำรฝึกทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ท้ังในด้ำนกำรฟัง กำรพูด กำรอ่ำน และกำรเขียน

กระบวนกำรคิด กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรกล่มุ ค้นคว้ำหำควำมรู้ จำกแหลง่ กำรเรียนรู้ต่ำงๆ อย่ำง
สม่ำเสมอ ซักถำมและสืบค้นเพื่อหำข้อมูลมีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้
ทักษะชีวติ และกำรใชเ้ ทคโนโลยี และมีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีเจตคติท่ีดีต่อกำรเรียนภำษำไทย ต้ังใจเรียนและมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมกำรเรียน มีควำมรอบคอบในกำรทำงำน ใช้ภำษำไทยได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสม มีมำรยำทในกำร
พูด กำรอ่ำน กำรเขียน และกำรฟัง นำควำมรู้ที่ได้จำกกำรศึกษำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงมีควำมรักชำติ
ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสตั ย์ สุจริต มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพยี ง มุ่งม่นั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย
มีจติ สำธำรณะ

รหัสตวั ชีว้ ดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป๓/๗, ป.๓/๘ , ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ , ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวมท้งั หมด ๓๑ ตัวช้วี ัด

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

การบอกความหมายของบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองทป่ี ระกอบด้วยคาทม่ี ี ร ล เปน็ พยญั ชนะต้น
คาทีม่ พี ยัญชนะควบกลา้ คาที่มอี ักษรนา คาประสมอักษรย่อและเครอื่ งหมายวรรคตอน ประโยคทม่ี สี านวน
เป็นคาพังเพย สุภาษิต ปริศนาคาทาย และเคร่ืองหมายวรรคตอน การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น
เร่ืองสั้นๆการนาแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคิดไปพัฒนางานเขียนการเขียนบันทึกและเขียน
รายงานจากการศึกษาค้นคว้าการจาแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรอื่ งที่ฟังและดู ในชีวิตประจาวนั
การจับใจความ และการพูดแสดงความรู้ ความคิดในเรือ่ งท่ฟี ังและดู จากส่ือต่างๆ เช่น เร่ืองเลา่ บทความ
สั้นๆ โฆษณา ข่าวและเหตุการณ์ประจาวัน ส่ืออิเล็กทรอนิกส์เร่อื งราวจากบทเรียนกลุ่มสาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น คาในแม่ ก กา มาตราตัวสะกดการผนั อักษร คาเป็น คาตาย คา
พ้อง ชนิดของคาได้แก่ คานามคาสรรพนาม กริยาคาวิเศษณ์ ประโยคสามัญ ส่วนประกอบของประโยค
ประโยค ๒ ส่วน ประโยค ๓ สว่ น กลอนสี่คาขวัญ สานวนทเ่ี ปน็ คาพงั เพยและสภุ าษติ **สานวนไทย : ตาม

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง** ภาษาไทยมาตรฐานวรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียนและตาม

ความสนใจบอกเล่าหลักการของทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพยี ง

โดยใช้ทักษะการอ่านบทร้อยกรองเป็นทานองเสนาะ การอ่านจบั ใจความจากส่ือต่างๆ เช่นเร่ือง

สั้นๆ เร่ืองเล่าจากประสบการณ์ นิทานชาดก บทความบทโฆษณางานเขียนประเภทโน้มน้าวใจ ข่าวและ

เหตุการณ์ประจาวนั สารคดีและบนั เทงิ คดีการเขียนส่ือสาร เชน่ คาขวัญคาแนะนาการเขียนย่อความจากสื่อ

ต่างๆ เช่น นิทาน ความเรียงประเภทต่างๆ ประกาศ จดหมายคาสอนการเขียนจดหมายถึงเพอื่ นและบิดา

มารดา การเขียนเร่ืองตามจินตนาการ การรายงาน เชน่ การพดู ลาดบั ขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน การพดู ลาดบั

เหตุการณ์การใช้พจนานุกรม เพลงพ้ืนบ้าน บทอาขยานและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าบทอาขยานตามที่

กาหนดบทร้อยกรองตามความสนใจเขียนเรียงความแบบง่ายๆเก่ียวกับประวัติบุคคลสาคัญและสถานที่

สาคัญในชมุ ชนและทอ้ งถน่ิ ของตนเพอื่ ให้เหน็ คุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน นาขอ้ คิดเห็นจากเรอื่ งที่

อา่ นไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง และท่องจาบทอาขยานตามทีก่ าหนด
โดยใช้กำรฝึกทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ทั้งในด้ำนกำรฟัง กำรพูด กำรอ่ำน และกำรเขียน

กระบวนกำรคิด กระบวนกำรปฏิบตั ิ กระบวนกำรกลมุ่ ค้นคว้ำหำควำมรู้ จำกแหล่งกำรเรียนรู้ต่ำงๆ อย่ำง
สม่ำเสมอ ซักถำมและสืบค้นเพ่ือหำข้อมูลมีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้
ทกั ษะชวี ิต และกำรใชเ้ ทคโนโลยี และมีทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีเจตคติที่ดีต่อกำรเรียนภำษำไทย ต้ังใจเรียนและมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมกำรเรยี น มีควำมรอบคอบในกำรทำงำน ใช้ภำษำไทยไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง เหมำะสม มีมำรยำทในกำร
พูด กำรอ่ำน กำรเขียน และกำรฟัง นำควำมรู้ที่ได้จำกกำรศึกษำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงมีควำมรักชำติ
ศำสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตย์ สจุ รติ มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพียง มุ่งม่นั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย
มีจติ สำธำรณะ

รหัสตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวมทั้งหมด ๓๓ ตัวช้วี ดั

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง

บอกเล่าหลักการของทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เพื่อนและบุคคลอ่ืนได้ รู้และเข้าใจหลักการ
อ่านได้คลอ่ งและเรว็ เข้าใจความหมายของคา สานวนโวหาร การแยกข้อเทจ็ จริง ข้อคิดเหน็ วิเคราะห์

ความ ตีความและสรุปหาความสาคัญในเรื่องท่ีอ่าน อ่านในใจและอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบท
ร้อยกรองได้คลอ่ ง รวดเร็วตามลักษณะคาประพันธ์และอักขรวิธี ท่องจาบทร้อยกรองที่มีคุณค่าความคดิ
และอธิบายความหมายและคณุ คา่ การเขยี นยอ่ ความ จดหมาย รายงาน เรียงความ เร่ืองจนิ ตนาการ จับ

ประเด็นสาคัญ แยกขอ้ เทจ็ จรงิ ข้อคดิ เห็น สรปุ ความ วเิ คราะห์เรือ่ ง แยกขอ้ เท็จจริง เข้าใจจดุ ประสงค์
ของเสยี ง และของผูพ้ ดู เข้าใจถ้อยคาน้าเสยี งท่ีแสดงออกของกริ ิยาท่าทางรับสารจากการฟัง พูดสนทนา
โต้ตอบ พูดแสดงความรู้ ความคิด ความตอ้ งการ พูดวเิ คราะห์เร่ือง พูดต่อหน้าชมุ ชนและการพดู รายงาน

โดยใช้ถ้อยคาเหมาะแก่เรื่องอ่านและเขียนสะกดคา ในวงคาศัพท์ที่กว้างและยากขึ้น ตามชนิดและหนา้ ที่
มาเรียบเรยี งประโยค ใช้ประโยคสอ่ื สาร ใช้คาที่มีความหมายโดยตรงและโดยนยั ใช้ภาษาในการสนทนา
เช้ือเชิญ ชักชวน ปฏิเสธ ชี้แจงด้วยถ้อยคาสุภาพ ใช้คาราชาศัพท์ รู้จักคิดไตร่ตรองก่อนพูดและเขียน

ลักษณะของคาไทย คาภาษาถ่ินและคาภาษาต่างประเทศ ท่ีปรากฏในภาษาไทย การแต่งกลอนแปด
(กลอนสุภาพ) กาพย์ยานี ๑๑ เล่านิทานและตานานพ้ืนบ้าน ใช้เทคโนโลยีในการส่ือสารพัฒนาความรู้
เข้าใจระดับของภาษาท้ังภาษาพูด และภาษาเขียน ใช้ภาษาได้ถูกต้อง ใช้ภาษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้

ต่าง ๆ เพือ่ พัฒนาความรู้ และการเขียนเหมาะแก่สถานการณ์ อา่ นนิทาน เร่อื งสัน้ สารคดี บทความ บท
ร้อยกรอง และบทละครงา่ ยๆ สาหรับเด็กในการหาความรู้ และความบันเทิงแสดงข้อเท็จจรงิ ข้อคิดเห็น
จากการอ่าน เขียนเรยี งความเกยี่ วกับสถานที่สาคัญและประวัติบคุ คลสาคัญในท้องถนิ่

ศึกษำและวิเครำะห์วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก ** ภำษำถ่ิน(ภำษำโครำช)ตำม
หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง** เพ่ือระบุข้อคิดที่ไดจ้ ำกกำรอำ่ นไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

โดยใชก้ ำรฝึกทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ท้งั ในดำ้ นกำรฟัง กำรพดู กำรอำ่ น และกำรเขยี น **ชนดิ

และหน้ำท่ีของคำ : ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง** กระบวนกำรคิด กระบวนกำรปฏิบัติ
กระบวนกำรกลุ่มค้นคว้ำหำควำมรู้ จำกแหล่งกำรเรียนรตู้ ่ำงๆ อย่ำงสม่ำเสมอ ซักถำมและสืบค้นเพ่อื หำ
ข้อมลู มคี วำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคดิ กำรแก้ปญั หำ กำรใช้ทักษะชีวิต และกำรใชเ้ ทคโนโลยี และมี

ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีเจตคติท่ีดีต่อกำรเรียนภำษำไทย ต้ังใจเรียนและมีส่วนร่วมใน

กิจกรรมกำรเรยี น มีควำมรอบคอบในกำรทำงำน ใช้ภำษำไทยได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสม มีมำรยำทในกำร

พูด กำรอ่ำน กำรเขียน และกำรฟัง นำควำมรู้ที่ได้จำกกำรศึกษำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงมีควำมรักชำติ
ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อยูอ่ ย่ำงพอเพยี ง ม่งุ มน่ั ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย
มจี ติ สำธำรณะ

รหสั ตวั ชวี้ ดั
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวมทั้งหมด ๓๓ ตวั ช้วี ดั

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

บอกเล่าเรือ่ งราวเก่ียวกบั สถานท่ีสาคญั ประวัตบิ ุคคลสาคัญและแหล่งเรยี นรู้ในท้องถน่ิ ชมุ ชน และ
จงั หวดั โดยการอ่านไดค้ ล่องและบอกความหมายของคา สานวนโวหาร อา่ นเร่อื งส้ัน ๆ การแยกขอ้ เทจ็ จรงิ

ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ความ ตีความ สรุป จับใจความสาคัญ หาคาสาคัญในเร่อื ง อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว
และบทร้อยกรองได้คล่อง รวดเร็ว ถูกต้องตามลักษณะคาประพันธ์ และอักขรวธิ ี ท่องจาบทรอ้ ยกรองทีม่ ี
คุณค่าทางความคิดและความงดงามทางภาษาอธิบายความหมายและคุณค่าของบทรอ้ ยกรอง คัดลายมือ

เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง เขียนเรียงความ เขียนย่อความ เขียนจดหมาย เขียนอธิบาย เขียน
ช้ีแจง การกรอกแบบราบการ เขียนเร่อื งราวจากจินตนาการ จดบนั ทกึ ข้อมูลความรู้ ประสบการณ์เพอื่ นามา
พัฒนางานเขยี น จบั ประเด็นสาคญั แยกข้อเท็จจรงิ ขอ้ คดิ เห็น สรุปความ ต้ังคาถามตอบคาถาม พดู แสดง

ความรู้ เข้าใจถ้อยคา น้าเสยี งทีแ่ สดงออก กิริยาท่าทาง อ่านและเขียนสะกดคาในวงคาศพั ทท์ ก่ี วา้ งขวาง ใช้
คา กลุ่มคา ตามชนิดและหน้าทีม่ าเรยี บเรียงเปน็ ประโยค ใชป้ ระโยคสอ่ื สารได้ชัดเจน ใชค้ าท่มี คี วามหมาย
โดยตรง ใช้ภาษาในการสนทนาเชอื้ เชิญ ชักชวน ปฏิเสธ ชีแ้ จงด้วยถ้อยคาทส่ี ุภาพ ใชค้ าราชาศพั ท์ รู้จกั คดิ

ไตรต่ รองก่อนพูดและเขยี น ลกั ษณะของคาไทย คาภาษาถ่ินและคาภาษาตา่ งประเทศทป่ี รากฏในภาษาไทย
แต่งบทร้อยกรอง ประเภท กลอนสี่ กลอนแปด (กลอนสุภาพ) เลา่ นิทานและตานานพื้นบา้ น บอกระดับของ
ภาษา ลักษณะของภาษาพดู และภาษาเขียน ใชภ้ าษาไดถ้ กู ต้องเหมาะกบั บุคคลและสถานการณ์ ท่องจา

บทอาขยาน บทร้อยกรอง บทละครเปรียบเทียบสานวน ใช้แผนที่ความคิด หรือแผนภาพความคิด
พัฒนาการอา่ น นาความรู้ความคิดจากการอ่านไปใช้แก้ปญั หาและตัดสินใจ ใช้การอ่านเป็นเคร่อื งมอื ใน
การพัฒนาตน และค้นคว้าเพ่ิมเติม เลือกหนังสืออ่านตามความสนใจ การปฏิบัติงานได้เหมาะสมกับ

โอกาส วิเคราะหค์ วามนา่ เชือ่ ถอื รับสารจากการฟังและการดโู ดยสงั เกต ใชท้ ักษะทางภาษาเป็นเครอื่ งมอื
ใน การเรียนการแสวงหาความร้แู ละการดารงชีวิต การใช้ห้องปฏิบัติการทางภาษาและห้องสมุด ใช้ภาษา
อย่างสร้างสรรค์ สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม บอกเล่าหลักการของทฤษฎี

เศรษฐกิจพอเพยี งให้แกเ่ พื่อนและบคุ คลอ่ืนและนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวัน
โดยใช้กำรฝกึ ทกั ษะกระบวนกำรทำงภำษำ ท้ังในดำ้ นกำรฟัง กำรพดู กำรอ่ำน และกำรเขยี น **บท

ร้อยกรองในวรรณคดี : ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง**กระบวนกำรคิด กระบวนกำรปฏิบัติ

กระบวนกำรกลุ่มค้นคว้ำหำควำมรู้ จำกแหล่งกำรเรียนรตู้ ่ำงๆ อย่ำงสม่ำเสมอ ซักถำมและสืบค้นเพ่อื หำ
ขอ้ มูล มีควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคดิ กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชวี ติ และกำรใช้เทคโนโลยี และมี
ทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีเจตคติที่ดีต่อกำรเรียนภำษำไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมกำรเรียน มีควำมรอบคอบในกำรทำงำน ใช้ภำษำไทยได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสม มีมำรยำทในกำร
พูด กำรอ่ำน กำรเขียน และกำรฟัง นำควำมรู้ท่ีได้จำกกำรศึกษำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงมีควำมรักชำติ

ศำสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมัน่ ในกำรทำงำน รกั ควำมเปน็ ไทย
มีจิตสำธำรณะ

รหัสตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวมทั้งหมด ๓๔ ตัวช้ีวดั

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/จานวน ๑.๕ หน่วยกิต

ฝึกทกั ษะกำรอำ่ น กำรเขียน กำรฟัง กำรดู และกำรพดู กำรวิเครำะหแ์ ละประเมินค่ำวรรณคดแี ละ
วรรณกรรม โดยศึกษำเก่ยี วกบั กำรอ่ำนออกเสยี ง กำรอำ่ นจบั ใจควำม กำรอ่ำนและปฏบิ ัตติ ำมเอกสำรคู่มือ

กำรอ่ำนหนังสือตำมควำมสนใจ ฝึกทักษะกำรคัดลำยมือ กำรเขียนส่ือสำร เขียนบรรยำยประสบกำรณ์
เขียนเรยี งควำม เขยี นยอ่ ควำม เขียนแสดงควำมคดิ เหน็ กำรเขยี นจดหมำยสว่ นตัวและจดหมำยกจิ ธรุ ะ กำร
เขียนรำยงำน กำรพูดสรปุ ควำม พดู แสดงควำมรู้ ควำมคิดอยำ่ งสร้ำงสรรคจ์ ำกเรอื่ งที่ฟงั และดู พดู ประเมนิ

ควำมน่ำเช่ือถือของส่ือท่ีมีเนื้อหำโน้มน้ำว พูดรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำ และศึกษำลักษณะของเสียงใน
ภำษำไทย กำรสร้ำงคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน และคำพ้อง วิเครำะห์ชนดิ และหน้ำท่ีของคำ ควำมแตกต่ำง
ของภำษำพูดและภำษำเขียน กำรแต่งบทร้อยกรองประเภทกำพย์ยำนี ๑๑ จำแนกและใช้สำนวนที่เป็นคำ

พังเพยและสุภำษิต**สำนวนไทย (ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง)**วิเครำะห์ ประเมินค่ำ และ
ข้อคิดจำกวรรณคดแี ละวรรณกรรม และนทิ ำน พ้ืนบำ้ น ทอ่ งจำบทอำขยำนตำมทีก่ ำหนด และบทร้อยกรอง
ทีม่ คี ุณคำ่ ตำมควำมสนใจ

โดยใชก้ ระบวนกำรอำ่ น กำรฟงั กำรดู และกำรพูดกระบวนกำรเขียนเพ่ือกำรส่ือสำรอย่ำงมี
ประสทิ ธิภำพ **กำรสร้ำงคำ : ตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง**สำมำรถเลอื กฟงั และดู และพดู
แสดงควำมรู้วเิ ครำะห์ ประเมนิ คำ่ ควำมคิดอย่ำงมวี ิจำรณญำณและสรำ้ งสรรค์ มคี วำมสำมำรถในกำร

สือ่ สำร กำรคิด กำรแกป้ ัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต และกำรใชเ้ ทคโนโลยี และมที ักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจธรรมชำตภิ ำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลยี่ นแปลงของภำษำ พลงั

ภำษำ ภูมิปัญญำทำงภำษำ วิเครำะห์วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมอย่ำงเห็นคุณค่ำนำไปใช้ตัดสินใจ

แก้ปัญหำในกำรดำเนินชีวิต รักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบัติของชำติ และมีนิสัยรักกำรอ่ำน กำรเขียน มี
มำรยำทในกำรอำ่ น กำรเขยี น กำรฟัง กำรดู และกำรพูด มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต มี
วนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง มุง่ มัน่ ในกำรทำงำน รกั ควำมเปน็ ไทย มจี ิตสำธำรณะ

รหัสตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓,ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙

ท ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ท ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖

รวมทัง้ หมด ๒๔ ตวั ช้ีวัด

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง/จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

รู้และเข้าใจในหลักการของทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงและนาไปใช้ในชีวิตประจาวันโดยอธิบาย
ลักษณะ ของเสียง ในภาษาไทยวเิ คราะหช์ นิดและหนา้ ทีข่ องคาในประโยควเิ คราะห์ความแตกตา่ งของภาษา

พูดและภาษาเขียนจาแนกสานวนท่ีเป็นคาพังเพยและสุภาษิตวิเคราะห์วรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่าน
พรอ้ มยกเหตุผลประกอบอธิบายคณุ คา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรม

พูดสรุปความ พดู แสดงความรู้ ความคิดอย่างสรา้ งสรรคจ์ ากเร่อื งทฟี่ งั และดเู ลา่ เรอื่ งย่อจากเรื่องที่

ฟังและดูบอกเลา่ เรอ่ื งประวตั สิ ถานทสี่ าคัญในจังหวดั และท้องถ่ินใหเ้ พือ่ นและบุคคลอ่ืนได้
เพ่อื ประเมินความน่าเชื่อถือของสอื่ ท่มี ีเนือ้ หาโน้มน้าว

มีมารยาทในการฟัง การดแู ละการพูดสรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่าน เพื่อประยุกต์ใช้ในชีวติ

จริงพูดแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับเร่ือง ท่ีฟังและดูพูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษา
ค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนาจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆในชุมชนและท้องถิ่นของตนสร้างคาใน
ภาษาไทย ได้แกค่ าประสม คาซ้า คาซอ้ นคาพ้องแต่งบทร้อยกรองใชส้ านวนทีเ่ ปน็ คาพังเพยและสภุ าษิตสรปุ

เนือ้ หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมทอี่ ่านทอ่ งจาบทอาขยานตามท่กี าหนด และบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคุณค่าตามความ
สนใจ

โดยใช้กระบวนกำรอำ่ น กำรฟัง กำรดู และกำรพดู กระบวนกำรเขยี นเพ่อื กำรสือ่ สำรอย่ำงมี

ประสิทธภิ ำพ **กำรสรำ้ งคำ : ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง**สำมำรถเลอื กฟงั และดู และพูด
แสดงควำมรู้วเิ ครำะห์ ประเมนิ คำ่ ควำมคิดอยำ่ งมวี จิ ำรณญำณและสรำ้ งสรรค์ มีควำมสำมำรถในกำร
สือ่ สำร กำรคดิ กำรแกป้ ัญหำ กำรใชท้ ักษะชวี ิต และกำรใชเ้ ทคโนโลยี และมที ักษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจธรรมชำตภิ ำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปลีย่ นแปลงของภำษำ พลัง
ภำษำ ภูมิปัญญำทำงภำษำ วิเครำะห์วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมอย่ำงเห็นคุณค่ำนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหำในกำรดำเนินชีวิต รักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบัติของชำติ และมีนิสัยรักกำรอ่ำน กำรเขียน มี

มำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดู และกำรพูด มีควำมรกั ชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตย์ สจุ รติ มี
วนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพียง มุง่ มัน่ ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจติ สำธำรณะ

รหัสตวั ชีว้ ดั
ท ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓,ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕

รวมทั้งหมด ๑๑ ตัวชี้วัด

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

อภิปรายหลักการของทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการนาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวันระบสุ ถานทสี่ าคญั ในจงั หวดั หรือท้องถิ่นของตนและบอกเลา่ แกบ่ ุคคลอน่ื ในรายละเอียดของ
สถานท่ีต่างๆ โดยปฏิบัติตามหลักการอ่านออกเสียง ประกอบด้วย บทร้อยแก้วที่เป็นบทบรรยายและบท
พรรณนาบทร้อยกรอง เช่น กลอนบทละคร กลอนนิทาน กลอนเพลงยาว และกาพย์ห่อโคลง ฝึกการอ่านจบั
ใจความจากส่ือต่างๆ เช่นวรรณคดีในบทเรียนบทความบันทึกเหตุการณ์บทสนทนาบทโฆษณางานเขียน
ประเภทโน้มน้าวใจงานเขียนหรือบทความแสดงข้อเท็จจริงเรื่องราวจากบทเรียนในกล่มุ สาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนเลือกอ่านตามความสนใจ เช่นหนังสืออ่านนอกเวลา หนังสือที่
นักเรยี นสนใจและเหมาะสมกบั วัย หนังสืออา่ นทีค่ รแู ละนกั เรียนกาหนดรว่ มกัน

ฝึกทักษะการคัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียน ตัวอักษรไทย ฝึกการเขียน
บรรยายและพรรณนาฝึก การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์/ ฝึกการเขียนย่อความจากสอ่ื ต่างๆ
เช่น นิทาน คาสอนบทความทางวชิ าการ บันทึกเหตุการณ์ เร่ืองราวในบทเรียนในกลมุ่ สาระการเรียนรู้อนื่
นิทานชาดก การเขียนรายงาน การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ การเขยี นรายงานโครงงานการเขยี น
จดหมายกิจธุระจดหมายเชิญวิทยากรจดหมายขอความอนุเคราะหก์ ารเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดง
ความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งจากสื่อต่างๆ เช่น บทความ บทเพลง หนังสืออ่านนอกเวลา สารคดี
บนั เทิงคดกี ารพดู สรปุ ความจากเรอ่ื งท่ีฟงั และดูการพูดวิเคราะห์และวจิ ารณ์จากเรื่องที่ฟงั และดู การพดู ใน
โอกาสต่างๆ เช่น การพูดอวยพร การพูดโน้มน้าว การพูดโฆษณา การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้าจาก
แหลง่ เรียนรู้ต่างๆ

โดยใชก้ ระบวนกำรอำ่ น กำรฟงั กำรดู และกำรพดู กระบวนกำรเขยี นเพ่ือกำรส่ือสำรอย่ำงมี
ประสทิ ธภิ ำพ**กำรวเิ ครำะห์วรรณคดี : ตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง** สำมำรถเลอื กฟงั และดู
และพดู แสดงควำมรู้วเิ ครำะห์ ประเมินค่ำ ควำมคิดอย่ำงมวี จิ ำรณญำณและสรำ้ งสรรค์ มีควำมสำมำรถใน
กำรสอื่ สำร กำรคดิ กำรแกป้ ญั หำ กำรใช้ทกั ษะชีวิต และกำรใช้เทคโนโลยี และมที ักษะในศตวรรษท่ี ๒๑

เพ่ือให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจธรรมชำติภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลย่ี นแปลงของภำษำ พลงั
ภำษำ ภูมิปัญญำทำงภำษำ วิเครำะห์วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมอย่ำงเห็นคุณค่ำนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหำในกำรดำเนินชีวิต รักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบัติของชำติ และมีนิสัยรักกำรอ่ำน กำรเขี ยน
มีมำรยำทในกำรอำ่ น กำรเขียน กำรฟัง กำรดู และกำรพดู มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ สุจริต
มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ อย่อู ยำ่ งพอเพยี ง มุ่งมัน่ ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มจี ิตสำธำรณะ

รหัสตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘
ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘
ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖

รวมทง้ั หมด ๒๒ ตัวชีว้ ดั

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/จานวน ๑.๕ หน่วยกิต

อภิปรายถงึ คณุ คา่ หลักการของทฤษฎเี ศรษฐกจิ พอเพยี งและหลักการนาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชใ้ น
ชวี ิตประจาวัน โดยการวิเคราะห์คณุ ค่าและขอ้ คดิ จากวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถนิ่ สร้าง

ทักษะการสรา้ งคาสมาส ลกั ษณะของประโยคในภาษาไทยประโยคสามัญประโยครวม ประโยคซ้อนกลอน
สภุ าพคาราชาศัพท์คาท่มี าจากภาษาต่างประเทศวรรณคดีและวรรณกรรมเก่ียวกบั ศาสนา ประเพณี
พธิ กี รรมสุภาษติ คาสอน เหตุการณ์ประวตั ิศาสตรบ์ นั เทิงคดี

โดยใช้กระบวนกำรอ่ำน กำรฟัง กำรดู และกำรพูดกระบวนกำรเขียนเพื่อกำรสื่อสำรอย่ำงมี
ประสิทธิภำพ สำมำรถเลือกฟังและดู และพูดแสดงควำมรู้วิเครำะห์ ประเมินค่ำ ควำมคิดอย่ำงมี
วจิ ำรณญำณและสร้ำงสรรคม์ คี วำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร กำรคิด กำรแก้ปญั หำ กำรใช้ทักษะชวี ิต และกำร

ใชเ้ ทคโนโลยี และมีทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจธรรมชำตภิ ำษำและหลักภำษำไทย กำรเปล่ียนแปลงของภำษำ พลัง

ภำษำ ภูมิปัญญำทำงภำษำ วิเครำะห์วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมอย่ำงเห็นคุณค่ำนำไปใช้ตัดสินใจ

แก้ปัญหำในกำรดำเนินชีวิต รักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบัติของชำติ และมีนิสัยรักกำรอ่ำน กำรเขียน
มีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดู และกำรพูดมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต
มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยูอ่ ยำ่ งพอเพียง มุง่ มั่นในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ

รหัสตวั ช้ีวดั
ท ๔.๑ ม.๒/๑,ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕

ท ๕.๑ ม.๒/๑,ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕

รวมทงั้ หมด ๑๐ ตัวช้วี ดั

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง/จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

เพื่อฝึกทักษะการอ่านออกเสียง ประกอบด้วยบทร้อยแก้วท่ีเป็นบทความทั่วไปและบทความ
ปกิณกะบทร้อยกรอง เช่น กลอนบทละคร กลอนเสภากาพย์ยานี ๑๑กาพย์ฉบัง ๑๖ และโคลงส่ีสุภาพการอ่าน
จับใจความจากสอื่ ตา่ งๆ เช่นวรรณคดีในบทเรียน ข่าวและเหตุการณ์สาคัญบทความบันเทิงคดีสารคดีสาร

คดีเชิงประวัติตานานงานเขียนเชิงสรา้ งสรรคเ์ รือ่ งราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย และ
กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ื่น การอ่านตามความสนใจเช่นหนังสืออา่ นนอกเวลา หนังสอื อ่านตามความสนใจและ
ตามวัยของนักเรียนหนังสอื อ่านทค่ี รูและนักเรียนร่วมกันกาหนดการคัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตาม

รปู แบบการเขยี นตวั อกั ษรไทย
การเขียนข้อความตามสถานการณ์และโอกาสต่างๆเช่นคาอวยพรในโอกาสต่างๆ คาขวัญ คาคม

โฆษณาคติพจน์ สุนทรพจน์การเขียนอัตชีวประวัติหรือชีวประวัติ การเขียนย่อความจากส่ือต่างๆ เช่น

นิทาน ประวตั ิ ตานาน สารคดีทางวชิ าการ พระราชดารัส พระบรมราโชวาทจดหมายราชการการเขียนจดหมาย
กิจธุระ จดหมายเชิญวิทยากรจดหมายขอความอนุเคราะห์จดหมายแสดงความขอบคุณ การเขียนอธิบาย
ชแี้ จง แสดงความคดิ เห็น และโต้แย้งในเรอ่ื งต่างๆ การเขยี นวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคดิ เห็น

หรือโต้แย้งจากส่ือต่างๆ เช่นบทโฆษณา บทความทางวิชาการ การกรอกแบบสมคั รงานการเขียนรายงาน
ได้แก่ การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าการเขียนรายงานโครงงานการพูดแสดงความคิดเห็น และ
ประเมินเรื่องจากการฟังและการดูการพูดวิเคราะห์วิจารณ์จากเรื่องที่ฟังและดูการพูดรายงานการศึกษา

ค้นคว้าเก่ียวกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่นการพูดในโอกาสต่างๆ เช่น การพูดโต้วาที การอภิปรายการพดู ยอวาที
การพูดโน้มน้าวเขียนเรียงความการนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันบอก
ความสาคัญและเห็นคณุ ค่า ของบคุ คลสาคัญ สถานที่สาคญั และแหล่งเรยี นร้ทู อ้ งถนิ่

โดยใช้กระบวนกำรอ่ำน กำรฟัง กำรดู และกำรพูดกระบวนกำรเขียนเพ่ือกำรส่ือสำรอย่ำงมี
ประสิทธิภำพ สำมำรถเลือกฟังและดู และพูดแสดงควำมรู้วิเครำะห์ ประเมินค่ำ ควำมคิดอย่ำงมี
วจิ ำรณญำณและสร้ำงสรรค์มคี วำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทกั ษะชวี ติ และกำร

ใชเ้ ทคโนโลยี และมที กั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพอื่ ให้เกิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจธรรมชำตภิ ำษำและหลักภำษำไทย กำรเปล่ยี นแปลงของภำษำ พลัง

ภำษำ ภูมิปัญญำทำงภำษำ วิเครำะห์วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมอย่ำงเห็นคุณค่ำนำไปใช้ตัดสินใจ

แก้ปัญหำในกำรดำเนินชีวิต รักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบัติของชำติ และมีนิสัยรักกำรอ่ำน กำรเขียน
มีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดู และกำรพูดมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจรติ
มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง ม่งุ มั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสาธารณะ

รหสั ตวั ช้วี ัด
ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐

ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖

รวมทัง้ หมด ๒๖ ตวั ช้วี ัด

คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/จานวน ๑.๕ หน่วยกติ

บอกความสาคญั และเหน็ คุณค่า ของบคุ คลสาคัญ สถานทีส่ าคญั และแหล่งเรียนรู้ในทอ้ งถิน่ และ

จังหวัดของตนศึกษาค้นคว้าการพูดคาคมของคนและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน โดยศึกษาและ
ค้นคว้าคาที่มาจากภาษาต่างประเทศประโยคซบั ซ้อนระดับภาษา คาทับศัพท์คาศัพทบ์ ญั ญตั ิ คาศัพท์ทาง
วชิ าการและวชิ าชีพ การวเิ คราะห์วิถีไทยบทอาขยานและบทรอ้ ยกรองท่มี ีคุณคา่ บทอาขยานตามทีก่ าหนด

บทรอ้ ยกรองตามความสนใจวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ โคลงส่สี ภุ าพวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่ิน
เกี่ยวกบั ศาสนา ประเพณี พิธีกรรม สุภาษิตคาสอน เหตกุ ารณใ์ นประวตั ศิ าสตร์ บนั เทงิ คดี

โดยใชก้ ระบวนกำรอ่ำน กำรฟงั กำรดู และกำรพูดกระบวนกำรเขยี นเพ่ือกำรสือ่ สำรอยำ่ งมี

ประสทิ ธิภำพ **วเิ ครำะหค์ ำและประโยค : ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง**สำมำรถเลือกฟงั และดู
และพดู แสดงควำมรู้วิเครำะห์ ประเมนิ ค่ำ ควำมคดิ อย่ำงมีวิจำรณญำณและสร้ำงสรรค์ มคี วำมสำมำรถใน
กำรสอ่ื สำร กำรคิด กำรแก้ปญั หำ กำรใช้ทกั ษะชวี ิต และกำรใช้เทคโนโลยี และมที กั ษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพ่อื ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจธรรมชำติภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปลีย่ นแปลงของภำษำ พลงั
ภำษำ ภมู ปิ ญั ญำทำงภำษำ วเิ ครำะหว์ ิจำรณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมอยำ่ งเห็นคณุ คำ่ นำไปใช้ตัดสนิ ใจ
แกป้ ญั หำในกำรดำเนนิ ชีวิต รกั ษำภำษำไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชำติ และมนี สิ ยั รักกำรอ่ำน กำรเขียน มี

มำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟงั กำรดู และกำรพูด มคี วำมรกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต มี
วนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยำ่ งพอเพียง มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน รกั ควำมเปน็ ไทย มีจติ สำธำรณะ

รหัสตัวชี้วดั
ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔

รวมทงั้ หมด ๑๐ ตวั ชีว้ ัด

กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์

รายวชิ าพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น

รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ค๑๑๑๐๑ คณติ ศำสตร์ จำนวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
ค๑๒๑๐๑ คณติ ศำสตร์
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศำสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศำสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค๑๕๑๐๑ คณิตศำสตร์
ค๑๖๑๐๑ คณติ ศำสตร์ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต
ค๒๑๑๐๑ คณิตศำสตร์ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หน่วยกิต
ค๒๑๑๐๒ คณิตศำสตร์
ค๒๒๑๐๑ คณิตศำสตร์ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ค๒๒๑๐๒ คณิตศำสตร์ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ค๒๓๑๐๑ คณิตศำสตร์
ค๒๓๑๐๒ คณติ ศำสตร์

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

ฝึกทักษะกำรคิดคำนวณและฝึกแก้ปัญหำ จำนวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ บอกและแสดง
จำนวนส่ิงต่ำงๆ ตำมจำนวนที่กำหนด อ่ำนและเขียนตัวเลขฮินดูอำรบิก ตัวเลขไทย กำรบอกอันดับท่ีหลัก

คำ่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลกั และเขยี นแสดงจำนวนในรปู กระจำย เปรยี บเทียบจำนวนนบั ไม่เกิน ๑๐๐ และ
๐ โดยใช้เครอ่ื งหมำย =≠ >< เรยี งลำดบั จำนวนตงั้ แต่ ๓ ถงึ ๕ จำนวน และหำค่ำของตวั ไม่ทรำบคำ่ ใน
ประโยคสัญลักษณ์แสดงกำรบวก กำรลบ กำรแก้โจทย์ปัญหำกำรบวก กำรลบ ของจำนวนนับไม่เกิน

๑๐๐ และ ๐ ควำมยำวและน้ำหนัก สร้ำงโจทย์ปญั หำพร้อมท้งั แสดงวิธหี ำคำตอบของโจทยป์ ัญหำกำรบวก
กำรลบ ของจำนวนนบั ไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ระบุจำนวนที่หำยไปในแบบรูปของจำนวนทเ่ี พ่ิมข้นึ หรอื ลดลง
ทีละ ๑ ทีละ ๑๐ รูปท่ีหำยไปในแบบรูปซ้ำของรูปเรขำคณิตและรูปอ่ืนๆ ที่สมำชิกในแต่ละชุดที่ซ้ำมี

๒ รปู วัดและเปรยี บเทียบควำมยำวเปน็ เซนตเิ มตร เป็นเมตร นำ้ หนักเป็นกิโลกรมั เปน็ ขีด และใช้หนว่ ยท่ี
ไม่ใช่หน่วยมำตรฐำน จำแนกรูปสำมเหลี่ยม รูปส่ีเหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงส่ีเหล่ียมมุมฉำก ทรงกลม
ทรงกระบอก และกรวย ใช้ข้อมูลจำกแผนภูมิรูปภำพในกำรหำคำตอบของโจทย์ปัญหำ เมื่อกำหนดรูป

๑ รปู แทน ๑ หน่วย ** กำรแก้โจทยป์ ัญหำ(ตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง)**
โดยใชค้ วำมรู้ ทักษะกระบวนกำรทำงคณติ ศำสตรใ์ นกำรคดิ แกป้ ัญหำในสถำนกำรณ์ตำ่ งๆใหเ้ หตุผล

ประกอบกำรตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่ำงเหมำะสม ใช้ภำษำและสัญลักษณ์ทำงคณิตศำสตร์ ในกำร

สื่อสำร ส่ือควำมหมำย และนำเสนอได้อย่ำงถูกต้อง เช่ือมโยงควำมรตู้ ่ำงๆ ในคณิตศำสตรแ์ ละเช่ือมโยง
คณิตศำสตร์กับศำสตร์อนื่ ๆมีควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคดิ กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทกั ษะชีวติ และกำร
ใช้เทคโนโลยี และมที ักษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ เห็นคุณค่ำและมีเจตคติที่ดีต่อวิชำคณิตศำสตร์มีควำมคิดริเริ่ม
สร้ำงสรรค์พรอ้ มทงั้ ตระหนักถึงควำมสมเหตุสมผลของคำตอบ สำมำรถทำงำนอย่ำงมรี ะบบ ซ่ือสัตย์สจุ รติ
มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยูอ่ ยำ่ งพอเพยี ง มงุ่ ม่ันในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย มีจติ สำธำรณะ โดยยึดหลกั ของ

ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง

รหัสตัวชวี้ ดั

ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑

รวมทั้งหมด ๑๐ ตวั ชว้ี ัด

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

ศึกษำฝึกทักษะกำรคิดคำนวณและฝึกกำรแก้ปัญหำกำรเขียนและกำรอ่ำนตัวเลขฮินดูอำรบิก
ตัวเลขไทย และตัวหนงั สอื ของจำนวนนบั ไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๑ กำรนบั เพ่มิ ทีล่ ะ ๕ , ๑๐ , ๑๐๐ กำรนบั

ลดทีละ ๒ , ๑๐ , ๑๐๐ จำนวนคู่ และจำนวนค่ี กำรเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจำยตัวเลขแทน

จำนวนชื่อหลัก ค่ำของตัวเลขในแต่ละหลกั กำรเปรียบเทียบจำนวนโดยใช้เคร่ืองหมำย = ,  , < , >
กำรเรียงลำดับจำนวนกำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำร และวิเครำะห์โจทย์ปัญหำสถำนกำรณ์
คณิตศำสตร์กับเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน และหำคำตอบกำรบวก กำรลบ จำนวนท่ีมีผลบวกไม่
เกิน ๑,๐๐๐ กำรคณู จำนวนท่มี ีหนึ่งหลักกับจำนวนไม่เกินสองหลัก กำรหำรทตี่ วั หำร และผลหำรมีหนงึ่
หลกั กำรวดั ควำมยำว และระยะทำง โดยใช้เครือ่ งวัดท่หี นว่ ยเป็นเมตรและเซนติเมตร กำรเปรยี บเทยี บ
ควำมยำวในหน่วยเดียวกัน กำรแก้ปัญหำ กำรช่ังโดยใช้เคร่ืองชั่งท่ีมีหน่วย เป็นกิโลกรัมและขีด กำร
เปรียบเทียบน้ำหนักในหน่วยเดียวกัน กำรแก้ปัญหำ กำรตวงโดยใช้เครื่องตวงที่มีหน่วยเป็นลิตร กำร
เปรียบเทียบปริมำตร และควำมจุในหน่วยเดียวกัน กำรแก้ปัญหำ กำรจำแนก กำรบอกค่ำ กำร
เปรียบเทียบ ค่ำของเงินเหรียญและธนบัตรสกุลเงินในกลุ่มประเทศอำเซียน กำรบอกจำนวนเงินกำร
แก้ปัญหำ กำรบอกเวลำเป็นนำฬิกำกันนำที (ช่วง ๕ นำที) เดือน อันดับของเดือน กำรอ่ำนปฏิทิน
บอกชนดิ ของรปู เรขำคณติ สองมติ ิ รปู สำมเหล่ยี ม รปู สี่เหลยี่ ม รูปวงกลม รปู วงรี สำมมติ ิ ทรงสเี่ หลยี่ ม
มมุ ฉำก ทรงกลม ทรงกระบอก เขยี นรปู สองมติ ิ โดยใช้แบบรูป แบบรปู และควำมสัมพันธ์ แบบรูปของ
จำนวนที่เพ่ิมข้นึ ทีละ ๕ ทลี ะ ๑๐ ทีละ ๑๐๐ แบบรูปทีล่ ดลงทีละ ๒ ทีละ ๑๐ ทลี ะ ๑๐๐ แบบรปู

ทมี่ ีรูปรำ่ ง ขนำด หรือสี ทีส่ ัมพันธก์ นั อยำ่ งใดอย่ำงหนงึ่ ใช้ขอ้ มูลจำกแผนภูมิรปู ภำพในกำรหำคำตอบ ของ
โจทย์ปญั หำ เมอ่ื กำหนดรปู ๑ รูป แทน ๒หนว่ ย ๕ หน่วย หรือ ๑๐ หนว่ ย

โดยใช้ทักษะและกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ ทักษะกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ ศึกษำ
ค้นคว้ำ โดยปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รำยงำน กำรแก้ปัญหำ กำรให้เหตุผล กำรคิดสร้ำงสรรค์ กำรสื่อ
ควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ไปใช้ในกำรเรียนรู้สิ่งต่ำง ๆ ใกล้ตัวผู้เรียน เกี่ยวกับ
คณิตศำสตร์ในชีวิตประจำวัน เช่ือมโยงสู่ภำยนอกห้องเรียน ใช้สถำนกำรณ์ท่ีใกล้ตัวจำกแหล่งเรียนรู้ใน
ท้องถน่ิ มคี วำมสำมำรถในกำรสือ่ สำรกำรคิดกำรแก้ปญั หำ กำรใช้ทักษะชีวติ และเทคโนโลยีและสอดคล้อง
กบั กำรเรยี นรู้ในศตวรรษที่ ๒๑

เพื่อให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ เห็นคุณค่ำและเจตคติทีด่ ีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเปน็
ระบบระเบียบ รอบคอบ มีควำมรบั ผดิ ชอบ มีวิจำรณญำณและเชอื่ มนั่ ในตนเองสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้
กบั ชวี ติ ประจำวันได้อยำ่ งถูกตอ้ งเหมำะสม ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยูอ่ ยำ่ งพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในกำร
ทำงำน รักควำมเปน็ ไทยม มีจิตสำธำรณะ โดยยดึ หลักของปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหสั ตวั ชว้ี ัด
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑

รวมทั้งหมด ๑๖ ตัวช้วี ดั

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง

ศึกษำฝึกทักษะกำรคิดคำนวณและฝึกกำรแก้ปัญหำกำรอ่ำนและเขียนตัวเลขฮินดูอำรบกิ ตัวเลข

ไทย และตัวหนงั สอื แสดงจำนวนนบั ไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวน
นับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ จำกสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ จำนวนนับไม่เกิน เศษส่วนแสดงปริมำณ สิ่งต่ำง ๆ และ
แสดงส่ิงตำ่ งๆ ตำมเศษส่วนทก่ี ำหนดเปรียบเทียบเศษสว่ นท่ตี ัวเศษเทำ่ กัน โดยทีต่ วั เศษนอ้ ยกวำ่ หรือเท่ำกับ

ตัวส่วน หำค่ำของตัวไมท่ รำบค่ำในประโยคสัญลกั ษณ์ แสดงกำรบวกและประโยคสญั ลกั ษณ์แสดง กำรลบ
ของจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หำค่ำของตัวไม่ทรำบค่ำในประโยคสัญลักษณ์ แสดงกำรคณู
ของจำนวน๑ หลักกับจำนวน ไม่เกิน๔ หลักและจำนวน ๒ หลัก กับจำนวน ๒ หลัก หำค่ำของตัวไม่

ทรำบค่ำในประโยคสัญลักษณ์ แสดงกำรหำรท่ีตวั ต้งั ไมเ่ กนิ ๔หลกั ตัวหำร ๑หลัก หำผลลพั ธก์ ำรบวกลบ
คณู หำรระคนของจำนวนนับไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหำคำตอบของโจทยป์ ัญหำขั้นตอน
ของจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ๐ หำผลบวกของเศษสว่ นท่ีมตี ัวส่วนเทำ่ กันและ ผลบวกไม่เกิน ๑

และหำผลลบของเศษส่วนทีม่ ตี วั ส่วนเท่ำกัน แสดงวิธหี ำคำตอบของโจทย์ปญั หำกำรบวกเศษสว่ นท่ีมตี ัวส่วน
เทำ่ กนั และผลบวกไม่เกนิ ๑ และโจทยป์ ญั หำกำรลบเศษสว่ นท่ีมตี วั สว่ นเทำ่ กนั ระบจุ ำนวนทห่ี ำยไปในแบบ
รูปของจำนวน ที่เพิ่มข้ึนหรือลดลงทีละเทำ่ ๆ กัน แสดงวิธีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำเกี่ยวกับ เงิน เวลำ

และระยะเวลำ เลือกใช้เครื่องวัดควำมยำวที่เหมำะสมวัดและบอกควำมยำวของส่งิ ต่ำง ๆเป็นเซนตเิ มตร
และมิลลิเมตรเมตรและเซนตเิ มตร คำดคะเนควำมยำวเป็นเมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบควำม
ยำวระหว่ำงเซนติเมตรกับ มลิ ลเิ มตร เมตรกบั เซนตเิ มตร กโิ ลเมตรกบั เมตรจำกสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ แสดง

วิธีหำคำตอบของโจทย์ปัญหำเก่ียวกับ ควำมยำวที่มีหน่วยเป็นเซนติเมตรและ มิลลิเมตร เมตรและ
เซนติเมตร กิโลเมตร และเมตรเลือกใช้เครื่องชั่งท่ีเหมำะสม วัดและบอก น้ำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด
กโิ ลกรัมและกรมั คำดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและเป็นขีด เปรียบเทียบน้ำหนักระหว่ำงกโิ ลกรมั กับกรัม

เมตริกตนั กับกิโลกรมั จำกสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ แสดงวิธีหำคำตอบของ** โจทย์ปญั หำ(ตำมหลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียง)** เกี่ยวกับ น้ำหนักท่ีมีหน่วยเปน็ กิโลกรมั กบั กรมั เมตริกตันกับกิโลกรมั เลือกใช้เครื่อง
ตวงทีเ่ หมำะสมวดั และ เปรยี บเทียบปริมำตร ควำมจุเป็นลติ ร และมลิ ลิลิตรคำดคะเนปริมำตรและควำมจุ

เป็นลติ ร โจทย์ปญั หำเกี่ยวกบั ปรมิ ำตรและควำมจทุ มี่ ีหน่วยเปน็ ลติ รและ มลิ ลิลติ ร
ระบุรูปเรขำคณิตสองมติ ิที่มแี กนสมมำตร และจำนวนแกนสมมำตรเขียนแผนภูมิรูปภำพ และใช้

ขอ้ มูลจำก แผนภมู ิรูปภำพในกำรหำคำตอบของโจทย์ ปญั หำ เขียนตำรำงทำงเดียวจำกข้อมูลท่ีเปน็ จำนวน

นับ และใช้ข้อมูลจำกตำรำงทำงเดียว ในกำรหำคำตอบของโจทย์ปัญหำศึกษำ วิเครำะห์ เปรียบเทียบ
เรยี งลำดับ แสดงวธิ ีทำและหำคำตอบจำกโจทยเ์ ก่ียวกับเร่อื ง กำรบวก กำรลบ กำรคณู และกำรหำร โจทย์
ปญั หำกำรบวก กำรลบ กำรคณู และกำรหำร กำรวดั เวลำ เงิน รูปเรขำคณติ สองมิติ รูปเรขำคณิตสำมมติ ิ

จดุ เส้นตรง รงั สี ส่วนของเส้นตรง และมุม แผนภูมิรปู ภำพและแผนภมู แิ ท่ง
โดยใช้ทักษะและกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ วิธีกำรที่หลำกหลำยในกำรแก้ปัญหำใน

สถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ให้เหตุผลประกอบกำรตัดสนิ ใจ และสรุปผลได้อย่ำงเหมำะสม ใช้ภำษำและสัญลักษณ์

ทำงคณิตศำสตรใ์ นกำรส่ือสำร กำรส่ือควำมหมำย และกำรนำเสนอได้อยำ่ งถูกต้อง เช่ือมโยงควำมรู้ต่ำง ๆ


Click to View FlipBook Version