The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประคำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by banprakham, 2021-05-26 03:58:04

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประคำ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านประคำ

ง๒๓๑๐๑ การงานอาชพี สาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/จานวน ๐.๕ หน่วยกิต

อภิปรำยข้ันตอนกำรทำงำนที่มีประสิทธิภำพเป็นกำรปฏิบัติตำมกระบวนกำรทำงำนโดยกำรทำ
ตำมลำดับข้ันตอนมีควำมสำมำรถทำงำนสำเร็จตำมเปำ้ หมำยที่วำงไว้ กำรชัก ตำก พับ เก็บ เส้ือผ้ำที่ต้อง

ดูแลอย่ำงประณีต- กำรสร้ำงช้ินงำนหรอื ผลงำนทักษะกำรทำงำนรว่ มกัน เปน็ กำรสร้ำงให้ผู้เรยี นสำมำรถ
ทำงำนและอยู่ร่วมกันได้อย่ำงมีควำมสุข และมีคุณธรรม กำรเตรียม ประกอบอำหำรประเภทสำรับกำร
ประดิษฐ์ทักษะกำรจัดกำร เป็นกำรจัดระบบงำนและระบบคน เพ่ือให้ทำงำนสำเร็จตำมเป้ำหมำยอยำ่ งมี

ประสิทธิภำพ ธุรกิจประเภทต่ำง ๆ กำรขยำยพันธุ์พืช**เกษตรอินทรีย์(ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง) กำรติดตง้ั /ประกอบผลติ ภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์จำกวสั ดธุ รรมชำตใิ นทอ้ งถนิ่

โดยใชก้ ระบวนการทางาน การจดั การ การทางานรว่ มกนั กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการ

เทคโนโลยี การฝึกปฏบิ ัติ การอภิปราย และการแสวงหาความรู้ สามารถทางานตามขั้นตอนกระบวนการ
ทางาน มีทักษะการจัดการการทางานอย่างมีระบบมีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ
กำรใชท้ กั ษะชวี ติ และกำรใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑ โดยใชแ้ หล่งเรียนรู้ทหี่ ลำกหลำย

เพ่ือให้เกิดควำมตระหนัก และเห็นคุณค่ำของกำรทำงำน ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มคา่
มเี จตคตทิ ีด่ ตี ่อการเลือกใชเ้ ทคโนโลยีและมจี ติ สำนกึ ในกำรใช้พลังงำน ทรพั ยำกร และสิง่ แวดลอ้ มนำควำมรู้
ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจริยธรรม คุณธรรม ค่ำนิยมท่ีเหมำะสมมีควำมซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่รู้

ใฝ่เรียน อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นในกำรทำงำนและมีจิตสำธำรณะ โดยยึดหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

รหสั ตัวชว้ี ดั
ง ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓

รวมทั้งหมด ๓ ตัวชี้วดั

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ง๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต

อธบิ ำยกำรหำงำนหรือตำแหนง่ ท่ีวำ่ ง ส่อื สงิ่ พมิ พส์ อื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์วเิ ครำะห์ แนวทำงเข้ำสอู่ ำชพี
คณุ สมบตั ทิ จ่ี ำเป็นควำมมนั่ คงกำรประเมินทำงเลือกกำรประเมินทำงเลือกอำชีพในกำรประกอบอำชีพ**

กำรประกอบอำชีพ (ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง) **อำชีพในชุมชน (ท้องถ่นิ ) ทส่ี อดคล้องกับ
ควำมรู้ ควำมถนดั และควำมสนใจของตนเอง แนวทำงกำรประเมิน รปู แบบกำรประเมนิ เกณฑก์ ำร
ประเมนิ

โดยใชก้ ระบวนการอธิปราย วิเคราะห์ ประเมินทางเลอื ก มที ักษะการจดั การการทางานอย่างมี
ระบบมีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวติ และกำรใชเ้ ทคโนโลยี ทักษะใน
ศตวรรษที่ ๒๑ โดยใช้แหล่งเรียนรทู้ ่หี ลำกหลำย

เพอ่ื ให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ตระหนกั และเห็นคุณคำ่ ของกำรทำงำน รักการทางาน มเี จตคตทิ ด่ี ี
ต่อการทางานและอาชีพสุจริตนำควำมรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจริยธรรม คุณธรรม ค่ำนิยมท่ี
เหมำะสมมีควำมซ่ือสตั ย์ มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียนอยู่อย่ำงพอเพยี ง มุ่งมั่นในกำรทำงำนและมีจิตสำธำรณะ

โดยยดึ หลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสตวั ชี้วดั
ง ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓

รวมทั้งหมด ๓ ตวั ช้วี ัด

คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ

ง๒๑๒๐๑ ทักษะอาชพี กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ

ศกึ ษำข้อมลู เกยี่ วกับกำรนำผลผลติ ทำงกำรเกษตรชนดิ ต่ำงๆ แปรรูปอำหำร โดยใชส้ อื่ อนิ เตอรเ์ นต็
ห้องสมดุ สอบถำมผ้รู ูห้ รอื ภูมิปัญญำทอ้ งถน่ิ เลอื กชนดิ ของผลผลิตทำงกำรเกษตรที่มใี นท้องถน่ิ แปรรปู เปน็
อำหำร **แปรรูปอำหำร(ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง) อย่ำงหลำกหลำย ใช้เคร่ืองมือ วัสดุ
อุปกรณ์ได้อย่ำงถูกต้องและปลอดภัย และใหเ้ กิดประโยชนข์ องกำรแปรรูปอำหำร

โดยใช้กระบวนกำรสบื ค้นข้อมลู กำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ข้อมลู และจดบันทกึ ฝึกปฏิบตั ิกำร
แปรรูปผลผลิตทำงกำรเกษตรท่ีมีในท้องถิ่น เพื่อฝึกทักษะในกำรปฏิบัติงำน รู้จักพึ่งตนเ องได้ ในทำง
เศรษฐกิจ มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต และกำรใช้เทคโนโลยี
ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ทีห่ ลำกหลำย

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ มนี สิ ยั รกั กำรทำงำน รักกำรค้นควำ้ มคี วำมรับผิดชอบทำงำนรว่ มกับ
ผอู้ น่ื ได้อยำ่ งมคี วำมสขุ มีสมำธิในกำรทำงำนจนสำมำรถนำทกั ษะปฏิบัติงำนไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ มคี วำม
รักชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ ชือ่ สัตย์สจุ รติ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ยำ่ งพอเพียง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำม
เปน็ ไทย มจี ิตสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรยี นรู้
๑. บอกควำมหมำยของกำรแปรรปู อำหำรได้
๒. สำมำรถสบื คน้ ขอ้ มลู เกีย่ วกับกำรนำผลผลติ แปรรปู อยำ่ งหลำกหลำยได้
๓. ปฏบิ ตั กิ ำรแปรรูปอำหำรจำกผลผลติ ท่ีมีในทอ้ งถิ่นได้
๔. ใชเ้ ครอ่ื งมอื วัสดุ อปุ กรณ์ ได้อย่ำงถูกต้อง และปลอดภยั
๕. บอกประโยชน์ของกำรแปรรูปอำหำรได้

รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

ง๒๑๒๐๒ ทักษะอาชพี กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/จานวน ๑.๐ หน่วยกิต

ศึกษำหลักกำร วิธีกำรสรำ้ งผลติ ภณั ฑ์จำกวัสดุเหลอื ใช้ วิเครำะห์ ออกแบบ วำงแผน เลือกใช้
ข้อมูล เคร่ืองมือ วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยีอยำ่ งสรำ้ งสรรค์ และเหมำะสมกับงำน โดยคำนึงถึงควำม
คุ้มค่ำ ประสิทธิภำพ วัฒนธรรมและส่ิงแวดล้อม ปฏิบัติกำรสร้ำงผลิตภัณฑ์จำกวัสดุเหลือใช้ นำเสนอ

ผลงำน ตลอดจนแนวทำงในกำรประกอบอำชีพ เพ่ือให้ทำงำนได้ถูกต้อง ประหยัด ปลอดภัย และ
ทำงำนรว่ มกบั ผอู้ ืน่ ได้อยำ่ งมคี วำมรู้ ทักษะ ในกำรทำงำน

โดยใช้กระบวนกำรทักษะกำรอธิบำย ทักษะกำรแสวงหำควำมรทู้ ักษะกำรปฏิบตั ิงำน ทักษะกำร

แก้ปัญหำ ทักษะกำรทำงำนเป็นกลุ่มมีเจตคติท่ีดีต่อกำรทำงำน เห็นคุณค่ำของกำรเป็นผู้ผลิตมำกกว่ำ
ผ้บู รโิ ภคและนำชิน้ งำนไปใช้ทำประโยชน์ได้

เพื่อใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีนสิ ัยรกั กำรทำงำน รักกำรคน้ ควำ้ มคี วำมรับผดิ ชอบทำงำนรว่ มกบั

ผ้อู น่ื ได้อยำ่ งมีควำมสขุ มสี มำธิในกำรทำงำนจนสำมำรถนำทักษะปฏิบตั ิงำนไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ มีควำม
รกั ชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ชือ่ สัตยส์ ุจริต มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ อยูอ่ ย่ำงพอเพยี ง มุ่งมัน่ ในกำรทำงำน รักควำม
เปน็ ไทย มจี ติ สำธำรณะ โดยยึดหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลการเรียนรู้
๑. ควำมรทู้ ว่ั ไปเก่ียวกบั กำรสร้ำงผลติ ภัณฑ์จำกวสั ดเุ หลือใช้

๒. หลกั กำรและวธิ ีกำรสร้ำงผลิตภัณฑจ์ ำกวสั ดเุ หลอื ใช้
๓. กำรวิเครำะห์ ออกแบบ วำงแผน ในกำรสร้ำงผลิตภัณฑจ์ ำกวัสดเุ หลือใช้
๔. กำรเลอื กใช้ เครื่องมือ วสั ดุ อุปกรณ์ ในกำรสร้ำงผลิตภณั ฑ์จำกวสั ดุเหลอื ใช้

๕. เลอื กใช้ เทคโนโลยีในกำรสรำ้ งผลิตภณั ฑ์จำกวสั ดุเหลอื ใช้
๖. ปฏิบตั กิ ำรสรำ้ งผลิตภัณฑจ์ ำกวสั ดเุ หลอื ใช้
๗. กำรทำงำนร่วมกนั อยำ่ ง ถูกตอ้ ง ประหยดั ปลอดภัย

๘. กำร นำเสนอผลงำน กำรสร้ำงผลติ ภัณฑ์จำกวัสดเุ หลือใช้

รวมท้งั หมด ๘ ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ

ง๒๒๒๐๑ ทักษะอาชพี กลุ่มสาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ

ศกึ ษำเกี่ยวกับควำมรู้เบอ้ื งต้นงำนผลติ ภณั ฑ์วัสดุจำกท้องถิ่น เคร่ืองมือและอุปกรณ์ช่ำงผลติ ภัณฑ์
วัสดจุ ำกท้องถน่ิ คณุ สมบตั ิของวัสดุทใี่ ช้ในช่ำงผลติ ภณั ฑว์ ัสดุจำกท้องถ่ิน ควำมปลอดภยั ในกำรปฏบิ ตั ิงำน
ช่ำงผลิตภัณฑ์วัสดุจำกท้องถ่ิน กำรออกแบบชิ้นงำน กำรผลติ ช้ินงำนวัสดุจำกท้องถิ่นด้วยวัสดุต่ำง ๆ ใน

ท้องถนิ่ อยำ่ งเหมำะสม กำรคิดคำนวณรำคำค่ำใชจ้ ำ่ ย กำหนดรำคำขำย และกำรจดั จำหน่ำยได้
โดยใช้กระบวนกำร อภิปรำย วิเครำะห์ ประเมินทำงเลือก และ ปฏิบัติงำน มีทักษะในกำร

จัดกำรทำงำนอย่ำงมีระบบ มีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำร

แสวงหำควำมรู้ด้วยตนเอง ทักษะกำรทำงำนร่วมกัน กระบวนกำรทำงำนกลมุ่ และกำรใช้เทคโนโลยีใน
ศตวรรษที่ ๒๑ โดยใช้แหล่งเรยี นรู้ท่หี ลำกหลำย

เพอื่ ให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ตระหนกั และเห็นคณุ ค่ำของกำรทำงำน รักกำรทำงำน มีเจตคติทดี่ ี

ต่อกำรทำงำนและอำชีพสจุ ริต นำควำมรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจริยธรรม คุณธรรม ค่ำนิยมท่ี
เหมำะสม มีระเบยี บวินยั ตรงต่อเวลำ มคี วำมรับผดิ ชอบมคี วำมซ่ือสัตย์ ใฝ่รใู้ ฝเ่ รียน เป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย
ช่วยเหลือ แบ่งปันใส่ใจควำมปลอดภัยและส่ิงแวดล้อม มีจิตสำนึกในกำรใช้พลังงำนและทรัพยำกรอย่ำง

คุม้ ค่ำโดยยึดหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้

๑. มคี วำมรู้เบื้องต้นงำนช่ำงผลิตภัณฑว์ สั ดจุ ำกทอ้ งถ่ิน
๒. บอกชอ่ื และหน้ำท่ขี องเครื่องและอปุ กรณ์ทใี่ ชช้ ำ่ งผลิตภัณฑว์ ัสดุจำกทอ้ งถิ่น
๓. สำมำรถกำหนดและออกแบบผลิตภัณฑ์จำกวัสดทุ ้องถน่ิ

๔. มคี วำมปลอดภัยในกำรปฏิบตั งิ ำนผลิตภณั ฑ์วัสดจุ ำกท้องถิ่น
๕. สำมำรถปฏบิ ตั กิ ำรผลิตชน้ิ งำนวัสดจุ ำกทอ้ งถิ่นดว้ ยวสั ดตุ ำ่ ง ๆ ตำมลำดบั ขั้นตอนไดถ้ ูกตอ้ ง
๖. สำมำรถคิดคำนวณรำคำคำ่ ใชจ้ ำ่ ย กำหนดรำคำขำยได้

รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม

ง๒๒๒๐๒ ทกั ษะอาชีพ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/จานวน ๑.๐ หน่วยกติ

ศึกษำเคร่ืองดื่มประเภทต่ำงๆ กำรเลอื กซ้อื กำรเลือกใช้วัสดุอปุ กรณ์ เครื่องใช้ในกำรทำเครื่องดมื่
กำรเก็บรักษำ หลักสุขำภิบำลอำหำร หลักกำรจดั กำร กำรบรกิ ำรขำยเครอ่ื งด่ืม สำรวจควำมต้องกำรของ

ตลำดผู้บริโภคและแหล่งวัสดุ เตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้เหมำะสมกับลักษณะของเคร่ืองด่ืมที่จัดทำเคร่ืองดมื่
ประเภทต่ำงๆ เช่น เครอ่ื งด่มื ร้อน – เยน็ นำ้ ผลไม้ นมถัว่ เหลอื ง กำหนดรำคำขำย จัดจำหน่ำย จดบนั ทกึ
กำรปฏิบัติงำน ทำบัญชีรำยรับ – รำยจ่ำย และประเมินผล เพ่ือให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจและมีทักษะ

เกีย่ วกบั กำรทำเคร่ืองดืม่ และจำหนำ่ ยได้
โดยใช้กระบวนกำรอภิปรำย วิเครำะห์ ประเมนิ ทำงเลือก มีทักษะกำรจดั กำรกำรทำงำนอย่ำงมี

ระบบมคี วำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคิด กำรแก้ปญั หำ กำรใชท้ กั ษะชีวิต และกำรใช้เทคโนโลยี ทักษะ

ในศตวรรษท่ี ๒๑ โดยใช้แหล่งเรียนรูท้ หี่ ลำกหลำย
เพ่อื ให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ตระหนัก และเห็นคณุ คำ่ ของกำรทำงำน รกั กำรทำงำน มเี จตคติ

ทีด่ ีต่อกำรทำงำนและอำชพี ทส่ี จุ ริตนำควำมรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจรยิ ธรรม คุณธรรม ค่ำนิยม

ท่ีเหมำะสมมีควำมซ่อื สตั ย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรอู้ ยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งม่ันในกำรทำงำนและมจี ิตสำธำรณะโดย
ยึดหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลการเรียนรู้
๑. อธบิ ำยควำมรทู้ ัว่ ไปเกยี่ วกบั กำรผลติ เคร่อื งด่ืมได้
๒. บอกวัสดุ-อุปกรณ์ วิธีกำรเลอื กใช้ เก็บรกั ษำวสั ดุ-อปุ กรณ์ในกำรผลิตเครอ่ื งด่มื ได้

๓. บอกควำมหมำย และหลกั กำรสุขำภิบำลได้
๔. บอกหลักกำรจดั อำหำร กำรบรกิ ำรขำยเคร่อื งดม่ื ได้
๕. สำมำรถทำบญั ชีรำยรับ-รำยจ่ำย และคิดคำนวณรำคำจำหน่ำยเครือ่ งดมื่ ได้

๖. สำมำรถผลิตเครื่องดมื่ ประเภทต่ำงๆได้

รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ง๒๓๒๐๑ ทักษะอาชพี กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/จานวน ๑.๐ หน่วยกติ

ศึกษำกำรใชเ้ ครอ่ื งมืออุปกรณก์ ำรตัดเย็บ กำรใชจ้ กั รและกำรบำรงุ รักษำ หลกั กำรวดั ตวั และกำร
สร้ำงแบบตัดมำตรฐำน กำรเลือกผำ้ กำรคำนวณผ้ำ กำรวำงแบบ กำรตัด กำรเย็บตะเข็บและเครือ่ ง

เกำะเกยี่ ว
ปฏิบัติงำนฝึกทักษะเบื้องต้นเกี่ยวกับกำรใช้จักร ทำตะเข็บ รังดุม เครื่องเกำะเก่ียวแบบต่ำงๆ

ติดซิปดว้ ยมอื และจักร วัดตวั สรำ้ งแบบ เลอื กผำ้ คำนวณผ้ำ วำงแบบ ตัดเย็บชุดนอน(เส้ือคอกลมและ

กำงเกงนอน) คำนวณค่ำใช้จ่ำย กำหนดรำคำ ค่ำบริกำร จดบันทึกกำรปฏิบัติงำน ทำบัญชีรำยรับ-
รำยจำ่ ย และประเมนิ ผล

เพ่ือให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจและมีทักษะในกำรใช้เครื่องมืออุปกรณ์กำรตัดเย็บและกำรใช้จักร

กำรวัด สร้ำงแบบ ตัดเยบ็ ชุดนอน สำมำรถให้บริกำรตัดเยบ็ ชุดแบบง่ำยได้

ผลการเรยี นรู้

๑. บอก อธิบำย และแยกประเภทของวัสดุ-อปุ กรณ์ วิธีใช้ กำรเกบ็ รกั ษำ อปุ กรณ์กำรตดั เยบ็
เสือ้ ผำ้ ได้

๒. บอกสว่ นประกอบและอธิบำยวธิ กี ำรใช้ กำรซอ่ มแซม และกำรเกบ็ รกั ษำจกั รเยบ็ ผำ้ ได้

๓. อธิบำยและปฏบิ ตั กิ ำรเย็บตะเข็บแบบต่ำงๆ ดว้ ยจกั รและมือ กำรเย็บรงั ดมุ และเครอ่ื งเกำะ
เกี่ยวดว้ ยมอื ได้

๔. ทำบญั ชีคิดคำนวณค่ำบริกำรและจดบนั ทึกกำรปฏิบตั งิ ำน ทำบญั ชี รำยรบั -รำยจ่ำย และ

ประเมินผลในกำรตัดเยบ็ เส้อื ผ้ำได้
๕. บอกและปฏิบัติ กำรวดั ตวั สร้ำงแบบ กำรเลอื กผำ้ กำรคำนวณผ้ำ กำรวำงแบบผ้ำได้
๖. ปฏิบตั ิกำรตัดเยบ็ เสือ้ ผ้ำได้

รวมท้งั หมด ๖ ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เตมิ

ง๒๓๒๐๒ ทักษะอาชีพ กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/จานวน ๑.๐ หน่วยกติ

ศึกษำควำมหมำย ควำมสำคัญของกำรขยำยพันธุ์ เครื่องและอุปกรณ์ในกำรขยำยพันธ์ุ กำร
ขยำยพนั ธพ์ุ ืชโดยไม่ใช้เพศ กำรอนุบำลพนั ธ์ุไม้ กำรปลกู พืชในภำชนะ และกำรจัดจำหน่ำย

สำรวจปัจจัยกำรผลิตและสภำวะกำรตลำด วำงแผนกำรผลติ พนั ธุไ์ ม้ เลือกเครอ่ื งมอื วสั ดอุ ปุ กรณใ์ ห้
เหมำะสมกบั วิธีกำรขยำยพนั ธุ์ ฝกึ ทกั ษะขยำยพนั ธ์ุพืชโดยใช้เพศ เช่น ติดตำ ปกั ชำ ตอน ทำบกิง่ เสียบยอด
เลอื กผลติ พนั ธไ์ุ ม้ โดยใชว้ ธิ กี ำรขยำยพันธ์ุอยำ่ งนอ้ ย ๓ วธิ ี ดูแลบำรุงรักษำ คำนวณคำ่ ใชจ้ ำ่ ย กำหนดรำคำ

ขำย จัดจำหน่ำย จดบันทึกกำรปฏิบัติงำน ทำบัญชีรำยรับรำยจ่ำยและประเมินผล เพื่อให้มีควำมรู้ควำม
เขำ้ ใจเกี่ยวกบั กำรผลิตพันธุ์ไม้ และมีทักษะในกำรติดตำ ปกั ชำ ตอน ทำบกงิ่ เสียบยอด และจำหน่ำยได้

เพื่อให้มีควำมเสียสละในกำรทำงำน มีควำมรับผิดชอบ ซ่ือสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในกำรทำงำน

ตำมหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ทรัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อมในกำรทำงำนอย่ำงประหยัด
คุ้มค่ำ ถูกวิธี และมีเจตคตทิ ด่ี ีต่อกำรประกอบอำชพี สจุ ริต

ผลการเรยี นรู้
๑. สำมำรถบอกควำมหมำย ควำมสำคญั ของกำรขยำยพนั ธพ์ุ ืชได้
๒. สำมำรถวิเครำะห์ควำมต้องกำรของ ตลำดพันธุไ์ ม้ทข่ี ยำยพันธไ์ุ ด้
๓. สำมำรถบอกเครื่องมือและอปุ กรณ์ทใี่ ช้ในกำรขยำยพันธพุ์ ืชและกำรเตรยี มอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ใน

กำรขยำยพนั ธพุ์ ชื ได้
๔. สำมำรถปฏบิ ตั งิ ำนกำรขยำยพนั ธพุ์ ชื แตล่ ะวิธไี ด้
๕. สำมำรถบอกวธิ ีกำรอนบุ ำลพนั ธไุ์ มท้ ่ีขยำยพันธุ์ชนดิ และปฏบิ ัตดิ ูแลรักษำพันธ์ไุ มไ้ ด้
๖. สำมำรถจดบนั ทกึ กำรปฏบิ ตั งิ ำนและจัดทำบญั ชรี ำยรบั รำยจ่ำยของกำรขยำยพันธ์ไุ ม้ได้

รวมท้งั หมด ๖ ผลการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

รายวิชาพ้นื ฐานและเพม่ิ เตมิ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น

รายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต
อ๑๑๑๐๑ ภำษำองั กฤษ
จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต
อ๑๒๑๐๑ ภำษำอังกฤษ จำนวน ๑๖๐ ช่วั โมง ๑.๕ หน่วยกติ
อ๑๓๑๐๑ ภำษำองั กฤษ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
อ๑๔๑๐๑ ภำษำอังกฤษ
จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
อ๑๕๑๐๑ ภำษำองั กฤษ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หน่วยกิต
อ๑๖๑๐๑ ภำษำอังกฤษ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
อ๒๑๑๐๑ ภำษำอังกฤษ
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
อ๒๑๑๐๒ ภำษำองั กฤษ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
อ๒๒๑๐๑ ภำษำองั กฤษ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
อ๒๒๑๐๒ ภำษำองั กฤษ
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
อ๒๓๑๐๑ ภำษำองั กฤษ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
อ๒๓๑๐๒ ภำษำอังกฤษ

รายวิชาเพ่มิ เตมิ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
อ๑๑๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพ่อื กำรสื่อสำร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ๑๒๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพื่อกำรสือ่ สำร
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ๑๓๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพ่อื กำรสือ่ สำร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ๑๔๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพอ่ื กำรสือ่ สำร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ๑๕๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพื่อกำรสอื่ สำร
จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
อ๑๖๒๐๑ ภำษำองั กฤษเพ่อื กำรสอ่ื สำร

อ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

เข้ำใจ คำสั่งในห้องเรียน ระบุตัวอักษรภำษำอังกฤษ (letter names) เสียงอักษรภำษำอังกฤษ
(letter sounds) สะกดคำถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน อ่ำนออกเสียงในระดับคำ (stress) ประโยค
(intonation) ถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน เลือกภำพ ภำพเทศกำลของไทย คำศัพท์เก่ียวกับเทศกำล คำ

กลุ่มคำ บทอ่ำน นทิ ำนงำ่ ย ๆท่มี ีภำพประกอบตรงตำมควำมหมำยที่ฟงั สนทนำสอื่ สำรโตต้ อบด้วย ภำษำ
ง่ำย ๆ สน้ั ๆ เพื่อแสดงควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงบคุ คล และควำมตอ้ งกำรของตน ใช้ทักษะภำษำอังกฤษเพอ่ื
ส่ือควำมเกยี่ วกับ ตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น ส่ิงแวดล้อมใกลต้ วั อำหำรเครื่องดื่มและนนั ทนำกำร ภำยใน

วงคำศัพทป์ ระมำณ ๑๕๐-๒๐๐ คำ (คำศพั ทท์ ี่เป็นรูปธรรม) **ศัพท์พืชผักผลไม้(หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง)** พูดให้ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ตนเอง บุคคลใกลต้ ัว เรอื่ งใกลต้ ัว เขำ้ ใจควำมแตกต่ำง ระหว่ำงวัฒนธรรม
ของเจ้ำของภำษำกับวฒั นธรรมไทย เขำ้ ใจคำ กลุม่ คำที่เกีย่ วข้องกบั กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้อืน่ ออกเสยี ง สระ

กลุ่มคำ และประโยคคำถำม คำตอบง่ำย ๆ ได้ถูกต้องตำมหลักภำษำ เข้ำใจภำษำท่ำทำง กำรสื่อสำรของ
เจ้ำของภำษำข้อมูลเกีย่ วกับเทศกำลสำคัญและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ร่วมกิจกรรม ทำงภำษำและ
วัฒนธรรมตำมควำมเหมำะสม

โดยใช้ทักษะกำรฟงั ทักษะกำรพูด ทักษะกำรอ่ำน ทักษะกำรระบุ ทักษะกำรจัดกลุ่ม ทักษะ
กำรสังเกต ทักษะกำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทำง
สังคม มีวิถีของระบอบประชำธิปไตย และทักษะกำรนำควำมรไู้ ปใช้ออกเสียง สระ กลุ่มคำ และประโยค

งำ่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง และเขำ้ ใจภำษำทำ่ ทำง กำรส่ือสำร ของเจ้ำของภำษำ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี เทศกำล
งำนฉลอง เห็นประโยชน์ในกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษมีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

และสอดคลอ้ งกบั ทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร

ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ

เก่ียวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลนิ
จำกภำษำอังกฤษมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษตั ริยซ์ ือ่ สตั ย์สจุ ริตวนิ ัยใฝเ่ รยี นรูอ้ ยู่อยำ่ งพอเพียงมงุ่ ม่ันในกำร
ทำงำนรักควำมเป็นไทยมีจติ ใจเปน็ สำธำรณะ โดยยึดหลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสตัวชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔

ต ๑.๓ ป.๑/๑
ต ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๒ ป.๑/๑

รวมทงั้ หมด ๑๖ ตัวชี้วดั

อ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

เข้ำใจ คำส่ัง คำขอร้องท่ีใช้ในห้องเรียน ระบุตัวอักษรภำษำอังกฤษ (letter names)
และสียงอักษรภำษำอังกฤษ (letter sounds) อ่ำนออกเสียง สะกดคำและประโยคง่ำยๆถูกต้อง
ตำมหลักกำรอ่ำนเลือกภำพ ภำพเทศกำล ประเพณีท้องถิ่น ตรงตำมควำมหมำยของคำ กลุ่มคำ และ

ประโยค(simple sentence)ทีฟ่ ัง ตอบคำถำมจำกกำรฟังประโยค บทสนทนำหรือ นทิ ำนทมี่ ีภำพประกอบ
ใช้ทักษะภำษำอังกฤษเพ่ือสื่อควำมเกี่ยวกบั ตนเอง ครอบครัวโรงเรยี น สง่ิ แวดลอ้ มใกลต้ ัว อำหำรเครื่องด่ืม
และนันทนำกำร ในวงคำศัพท์สะสมประมำณ ๒๕๐-๓๐๐ คำ (คำศัพท์ที่เปน็ รปู ธรรม) **ศัพท์พืชผักผลไม้

(หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง) ** พูดโต้ตอบด้วยคำส้ันๆ ง่ำยๆ ในกำรแนะนำตนเอง ทักทำย
กล่ำวลำ ขอบคุณ ขอโทษในกำรสื่อสำรระหว่ำงบุคคลเพ่ือแสดงควำมต้องกำรของตนเอง พูดให้ข้อมูล
เกีย่ วกบั ตนเอง บคุ คลและเรอ่ื งตำ่ งๆ ใกลต้ ัว พดู แสดงควำมรสู้ ึกของตนไดเ้ หมำะสมตำมมรรยำททำงสงั คม

พูดและทำท่ำทำงประกอบ ตำมวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ บอกช่ือและคำศัพท์เกี่ยวกับเทศกำลสำคัญ
ของเจ้ำของภำษำ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมที่เหมำะสมกับวัย เข้ำใจควำมแตกต่ำงระหว่ำง
ภำษำอังกฤษ และภำษำไทยในเรอ่ื ง เสยี ง สระ พยญั ชนะ คำ วลี ประโยค เข้ำใจคำกลุม่ คำทีเ่ กย่ี วข้องกับ

กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้อู นื่ ใชภ้ ำษำองั กฤษเพอ่ื รวบรวมคำศพั ท์ที่เกี่ยวข้องใกลต้ วั
โดยใช้ทักษะกำรฟัง ทักษะกำรพูด ทักษะกำรอ่ำน ทักษะกำรระบุ ทักษะกำรจัดกล่มุ ทักษะ

กำรสังเกต ทักษะกำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทำง

สังคม มีวิถีของระบอบประชำธิปไตย และทักษะกำรนำควำมร้ไู ปใช้ออกเสียง สระ กลุ่มคำ และประโยค
ง่ำยๆ ได้ถูกต้อง และเขำ้ ใจภำษำทำ่ ทำง กำรสอื่ สำร ของเจำ้ ของภำษำ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี เทศกำล
งำนฉลอง เห็นประโยชน์ในกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษมีควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร ควำมสำมำรถในกำรคดิ

ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
และสอดคลอ้ งกบั ทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร

ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ
เก่ียวกับวัฒนธรรมและวิสยั ทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลนิ
จำกภำษำองั กฤษมีควำมรกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ซ์ อื่ สัตย์สุจรติ วนิ ัยใฝเ่ รยี นร้อู ยู่อย่ำงพอเพยี งมุ่งมน่ั ในกำร

ทำงำนรกั ควำมเปน็ ไทยมจี ิตใจเป็นสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง

รหัสตัวชี้วัด
ต ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

ต ๑.๓ ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๒ ป.๒/๑

รวมทัง้ หมด ๑๖ ตวั ชี้วัด

อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

เข้ำใจ คำส่ัง คำขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน อ่ำนออกเสียงสะกดคำ กลุ่มคำ ประโยคและบทพูดเข้ำ

จังหวะ(chant)ง่ำยๆ ถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน พัฒนำทักษะกำรใช้พจนำนุกรม เลือก/ระบุ ภำพหรือ

สัญลักษณต์ รงตำมควำมหมำยของกลุม่ คำและประโยคทฟ่ี ัง ภำพประเพณีท้องถน่ิ เทศกำล ตอบ

คำถำมจำกกำรฟัง/กำรอ่ำนประโยค บทสนทนำหรือนทิ ำนง่ำยๆใช้ทกั ษะภำษำองั กฤษ เพอ่ื

ส่อื ควำมเกย่ี วกบั ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่งิ แวดลอ้ มใกล้ตัวอำหำรเคร่ืองด่ืม และนันทนำกำร ในวง

คำศัพท์สะสมประมำณ ๓๕๐-๔๕๐ คำ (คำศัพท์ที่เป็นรูปธรรม) **ศัพท์พืชผักผลไม้(หลักปรัชญำของ

เศรษฐกิจพอเพียง)** พดู โต้ตอบด้วยคำส้นั ๆ งำ่ ยๆในกำรแนะนำตนเอง ทักทำย กล่ำวลำ ขอบคณุ ขอโทษ

ในกำรส่ือสำรระหว่ำงบุคคล บอกควำมต้องกำรง่ำย ๆ พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ระบุ

หมวดหมู่คำตำมประเภทของบุคคล สัตว์และส่ิงของตำมท่ีฟังหรืออ่ำน ใช้กริยำท่ำทำงประกอบกำรพูด/

สนทนำตำมมรรยำทสังคม/วัฒนธรรม ของเจ้ำของภำษำ บอกช่ือและคำศัพท์ง่ำยๆเก่ียวกับเทศกำล/

วันสำคัญ/งำนฉลอง และชีวิตควำมเป็นอยู่ของเจ้ำของภำษำ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมท่ี

เหมำะสมกับวยั บอกควำมแตกตำ่ งของเสยี ง ตวั อักษร คำ กลมุ่ คำ และประโยคงำ่ ยๆของภำษำอังกฤษและ

ภำษำไทย เข้ำใจคำ กลุ่มคำทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั กลุ่มสำระกำรเรียนรูอ้ น่ื ใชภ้ ำษำองั กฤษในสถำนกำรณง์ ำ่ ย ๆ ที่

เกดิ ข้ึนในหอ้ งเรียน รวบรวมคำศพั ทท์ เ่ี กีย่ วข้องใกลต้ ัวจำกส่อื ตำ่ ง ๆ

โดยใช้ทักษะกำรฟงั ทักษะกำรพูด ทักษะกำรอ่ำน ทักษะกำรระบุ ทักษะกำรจัดกลมุ่ ทักษะ

กำรสังเกต ทักษะกำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทำง

สังคม มีวิถีของระบอบประชำธิปไตย และทักษะกำรนำควำมร้ไู ปใช้ออกเสยี ง สระ กลุ่มคำ และประโยค

ง่ำยๆ ได้ถูกตอ้ ง และเขำ้ ใจภำษำทำ่ ทำง กำรสอ่ื สำร ของเจ้ำของภำษำ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี เทศกำล

งำนฉลอง เห็นประโยชน์ในกำรเรยี นรู้ภำษำอังกฤษมคี วำมสำมำรถในกำรส่อื สำร ควำมสำมำรถในกำรคดิ

ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

และสอดคล้องกบั ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร

ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรส่ิงท่ีเรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ

เกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทศั น์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลิน

จำกภำษำองั กฤษมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ซอื่ สัตยส์ ุจรติ วินัยใฝ่เรียนรู้อยอู่ ยำ่ งพอเพยี งมุ่งมนั่ ในกำร

ทำงำนรักควำมเป็นไทยมีจติ ใจเปน็ สำธำรณะ โดยยดึ หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหัสตัวชว้ี ดั
ต ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕

ต ๑.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑

รวมท้งั หมด ๑๘ ตัวชี้วดั

อ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๘๐ ช่วั โมง

เข้ำใจคำส่ัง คำขอร้องคำแนะนำในกำรเล่นเกม กำรวำดภำพ หรือกำรทำอำหำร
และเคร่ืองดื่ม คำอนุญำตง่ำยๆ อ่ำนออกเสียงคำ สะกดคำ อ่ำนกลุ่มคำ ประโยค ข้อควำมง่ำยๆ
และบทพูดเข้ำจังหวะ (chant) ถูกต้องตำมหลกั กำรอ่ำน พัฒนำทักษะกำรใช้พจนำนุกรม เลือก/ระบภุ ำพ

หรือสญั ลักษณ์หรอื เครอ่ื งหมำยวรรคตอนตรงตำมควำมหมำยของประโยค และขอ้ ควำมสัน้ ๆทีฟ่ งั หรืออ่ำน
ตอบคำถำมจำกกำรฟังและอ่ำนประโยค บทสนทนำและนิทำนงำ่ ย ๆ ใช้ทักษะภำษำอังกฤษเพื่อสือ่ ควำม
เกยี่ วกับ ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน อำหำร เคร่ืองดื่ม เวลำว่ำงนนั ทนำกำร กำรซื้อขำย ลมฟำ้ อำกำศ เปน็

วงคำศัพท์สะสมประมำณ ๕๕๐-๗๐๐ คำ (คำศัพท์ท่ีเปน็ รปู ธรรมและนำมธรรม) **ศัพทพ์ ืชผกั ผลไม้(หลัก
ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง)** พูด/เขียนโต้ตอบในกำรสื่อสำรระหว่ำงบุคคล พูด/เขียนแสดงควำม
ต้องกำรและขอควำมชว่ ยเหลอื พูด/เขยี นให้ขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง เพ่อื น และครอบครวั พูดแสดงควำมร้สู ึก

เกี่ยวกับเรือ่ งตำ่ งๆ ใกล้ตัวและกิจกรรมตำ่ งๆ พูด/วำดภำพแสดงควำมสัมพันธ์ของสง่ิ ต่ำงๆใกลต้ ัว ตำมทฟี่ ัง
หรืออ่ำน พูดแสดงควำมควำมคิดเหน็ งำ่ ยๆ เก่ียวกบั เรอื่ งใกล้ตวั พดู และทำท่ำทำงประกอบอยำ่ งสภุ ำพตำม
มรรยำทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ตอบคำถำมเก่ยี วกบั เทศกำล/วนั สำคัญ/งำนฉลอง และชวี ติ

ควำมเป็นอยู่ง่ำยๆ ของเจ้ำของภำษำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมท่ีเหมำะสมกับวัย
บอกควำมแตกต่ำงของเสียง ตัวอักษร คำกลุ่มคำ ประโยคและข้อควำมของภำษำอังกฤษและภำษำไทย
บอกควำมเหมอื น/ควำมแตกต่ำงระหวำ่ งเทศกำลและงำนฉลองตำมวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำกบั ของไทย

เทศกำล ประเพณี ควำมเช่ือ งำนฉลองในทอ้ งถ่ิน นำเสนอข้อมูลโดยกำรพูดและกำรเขียนจำกกำรค้นคว้ำ
รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืน ฟังและพูด/อ่ำนในสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ท่ีเกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและสถำนศกึ ษำ ใชภ้ ำษำองั กฤษ ในกำรสบื คน้ และรวบรวม ขอ้ มูลตำ่ งๆ

โดยใช้ทักษะกำรฟงั ทักษะกำรพูด ทักษะกำรอ่ำน ทักษะกำรระบุ ทักษะกำรจัดกล่มุ ทักษะ
กำรสังเกต ทักษะกำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทำง
สังคม มีวิถีของระบอบประชำธิปไตย และทักษะกำรนำควำมรู้ไปใช้ออกเสยี ง สระ กลุ่มคำ และประโยค

ง่ำยๆ ได้ถกู ตอ้ ง และเขำ้ ใจภำษำทำ่ ทำง กำรสอื่ สำร ของเจำ้ ของภำษำ ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกำล
งำนฉลอง เห็นประโยชน์ในกำรเรยี นรู้ภำษำองั กฤษมีควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

และสอดคล้องกบั ทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร

ประกอบอำชีพ สำมำรถส่ือสำรส่ิงท่ีเรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ

เกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรยี นภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลิน
จำกภำษำองั กฤษมคี วำมรักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ซื่อสัตย์สุจริตวินัยใฝเ่ รยี นรอู้ ยอู่ ย่ำงพอเพียงม่งุ มัน่ ในกำร
ทำงำนรกั ควำมเปน็ ไทยมีจิตใจเปน็ สำธำรณะ โดยยดึ หลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั ตัวชวี้ ดั
ต ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕

ต ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑

รวมท้งั หมด ๒๐ ตัวช้ีวดั

อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

เข้ำใจคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำง่ำยๆท่ีฟังและอ่ำนในกำรเล่นเกม กำรวำดภำพ
หรือกำรทำอำหำรและเคร่ืองดื่ม อ่ำนออกเสียงประโยค ข้อควำมและบทกลอนสั้นๆถูกต้อง
ตำมหลักกำรอ่ำนพัฒนำทักษะกำรใชพ้ จนำนุกรม ระบุ/วำดภำพ สญั ลกั ษณ์ หรือเครอื่ งหมำยวรรคตอนตรง

ตำมควำมหมำยของประโยค และข้อควำมส้นั ๆ ทีฟ่ งั หรืออ่ำน บอกใจควำมสำคัญและตอบคำถำมจำกกำร
ฟังและอ่ำนบทสนทนำ และนิทำนง่ำย ๆ หรือเรื่องส้ันใช้ทักษะภำษำอังกฤษเพือ่ สอ่ื ควำมเกี่ยวกบั ตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน อำหำร เคร่อื งด่ืม เวลำวำ่ งและนันทนำกำร กำรซอื้ ขำย ลมฟำ้ อำกำศ เปน็ วงคำศพั ท์

สะสมประมำณ ๗๕๐ – ๙๕๐ คำ (คำศัพท์ท่ีเป็นรูปธรรมและนำมธรรม)**ศัพท์พืชผักผลไม้(หลักปรชั ญำ
ของเศรษฐกิจพอเพียง)** พดู /เขียนโตต้ อบสื่อสำรระหว่ำงบคุ คล ในกำรทักทำย กลำ่ วลำ ขอบคุณ ขอโทษ
ชมเชย กำรพูดแทรกอย่ำงสภุ ำพ ตำมมรรยำททำงสงั คมเพ่ือสรำ้ งควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงบคุ คล พูด/เขยี น

แสดงควำมตอ้ ง ขอควำมชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธกำรให้ควำมช่วยเหลือในสถำนกำรณ์งำ่ ยๆพูด/เขียน
เพือ่ ขอ และให้ขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง เพือ่ น ครอบครัวและเรอ่ื งใกลต้ วั พดู /เขียนแสดงควำมรู้สกึ เก่ียวกับ
เร่ืองต่ำง ๆ ใกลต้ วั และกจิ กรรมตำ่ ง ๆ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผลสนั้ ๆประกอบ พูดขอและให้ขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง

และเร่ืองใกล้ตัว เขียนภำพ แผนผัง และแผนภูมิ แสดงข้อมูลต่ำง ๆ ตำมท่ีฟังหรืออ่ำน พูดแสดงควำม
คิดเห็นเก่ียวกับเรื่องต่ำง ๆ ใกล้ตัวเข้ำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมตำมควำมสนใจ ใช้ถ้อยคำ
น้ำเสียงและกริยำท่ำทำงอย่ำงสุภำพตำมมรรยำททำงสังคมและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำตอบคำถำม /

บอกควำมสำคัญของเทศกำล/วันสำคัญ/งำนฉลองและชีวิตควำมเป็นอยู่งำ่ ยๆของเจำ้ ของภำษำ วิถีชีวิต
ของคนในชุมชน เทศกำลงำนฉลองในท้องถ่ิน บอกควำมเหมือน/ ควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรออกเสียง
ประโยคชนิดต่ำง ๆ กำรใช้เคร่ืองหมำยวรรคตอน และกำรลำดับคำ ( order) ตำมโครงสร้ำงประโยค

ภำษำอังกฤษและภำษำไทย บอกควำมเหมือน/ควำมแตกต่ำงระหว่ำงเทศกำลและงำนฉลองของเจำ้ ของ
ภำษำกับของไทย พดู /เขยี นเพื่อนำเสนอขอ้ มูลจำกกำรคน้ คว้ำ รวบรวมคำศัพทท์ เี่ กย่ี วขอ้ งกบั กลุ่มสำระกำร
เรียนรู้อื่น ฟังและพูด/อ่ำนในสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถำนศึกษำ ใช้ภำษำอังกฤษใน

กำรสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ต่ำง ๆ
โดยใช้ทักษะกำรฟัง ทักษะกำรพูด ทักษะกำรอ่ำน ทักษะกำรระบุ ทักษะกำรจัดกล่มุ ทักษะ

กำรสังเกต ทักษะกำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทำง

สังคม มีวิถีของระบอบประชำธิปไตย และทักษะกำรนำควำมรู้ไปใช้ออกเสยี ง สระ กลุ่มคำ และประโยค
งำ่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง และเขำ้ ใจภำษำทำ่ ทำง กำรสอื่ สำร ของเจำ้ ของภำษำ ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกำล
งำนฉลอง เห็นประโยชน์ในกำรเรยี นรู้ภำษำอังกฤษมคี วำมสำมำรถในกำรส่อื สำร ควำมสำมำรถในกำรคดิ

ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
และสอดคล้องกบั ทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร

ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรสิ่งท่ีเรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ
เก่ียวกับวัฒนธรรมและวิสยั ทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรยี นภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลนิ
จำกภำษำองั กฤษมีควำมรกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ซ์ ่อื สัตยส์ จุ ริตวินยั ใฝ่เรยี นรู้อยู่อยำ่ งพอเพยี งมุ่งม่นั ในกำร

ทำงำนรักควำมเปน็ ไทยมีจิตใจเป็นสำธำรณะ โดยยดึ หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั ตวั ช้วี ดั

ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑

รวมท้งั หมด ๒๐ ตัวชวี้ ัด

อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

เขำ้ ใจคำสัง่ คำขอร้อง ภำษำท่ำทำง และคำแนะนำทฟ่ี งั และอำ่ นในกำรเล่นเกม กำรวำดภำพ หรอื
กำรทำอำหำรและเคร่อื งดมื่ และกำรประดิษฐ์ อำ่ นออกเสียงขอ้ ควำม นิทำนและบทกลอนสัน้ ๆถูกตอ้ งตำม
หลักกำรอำ่ น พัฒนำทกั ษะกำรใช้พจนำนุกรม เลอื ก/ระบปุ ระโยคหรือขอ้ ควำมสนั้ ๆตรงตำมภำพสัญลักษณ์
หรือเคร่ืองหมำยทอ่ี ำ่ น บอกใจควำมสำคัญและตอบคำถำมจำกกำรฟังและอ่ำนประโยค บทสนทนำ นิทำน
ง่ำย ๆ และเรื่องเล่ำใช้ทักษะภำษำอังกฤษเพื่อส่ือควำมเกี่ยวกับ ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน อำหำร
เครอ่ื งดม่ื เวลำว่ำงนันทนำกำร กำรซ้ือขำย ลมฟ้ำอำกำศ เป็นวงคำศพั ท์สะสมประมำณ ๑,๐๕๐ – ๑,๒๐๐
คำ (คำศพั ทท์ ่เี ป็นรูปธรรมและนำมธรรม) **ศพั ทพ์ ืชผักผลไม้(หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง)** บอก
ใจควำมสำคญั และตอบคำถำมจำกกำรฟงั และอำ่ นประโยค บทสนทนำนทิ ำนงำ่ ยๆ และเรือ่ งเล่ำ พดู /เขียน
โต้ตอบ ในกำรสอ่ื สำรระหวำ่ งบคุ คล ในกำรทักทำย กล่ำวลำ ขอบคุณ ขอโทษ กำรพดู แทรกอยำ่ งสุภำพตำม
มรรยำททำงสังคม พูด/เขียนแสดงควำมต้องกำร ขอควำมช่วยเหลือตอบรับและปฏิเสธกำรให้ควำม
ชว่ ยเหลอื ในสถำนกำรณ์งำ่ ยๆ พูดและเขียนเพอ่ื ขอและให้ขอ้ มูลเกีย่ วกับตนเอง เพื่อน ครอบครวั และเร่อื ง
ใกล้ตัว พูดและเขยี นแสดงควำมร้สู ึกเกี่ยวกับเรอื่ งต่ำงๆใกล้ตัวพรอ้ มให้เหตผุ ลส้ันๆ ประกอบ พูด/เขียนให้
ข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เพอ่ื น และสงิ่ แวดลอ้ มใกลต้ วั เขยี นภำพ แผนผังและแผนภมู ิ แสดงขอ้ มลู ต่ำงๆตำมท่ี
ฟงั หรอื อำ่ น พูด/เขียนแสดงควำมคดิ เหน็ เก่ียวกบั เร่ืองต่ำงๆใกลต้ วั ใชถ้ อ้ ยคำ นำ้ เสยี งและกริยำทำ่ ทำงอยำ่ ง
สุภำพ เหมำะสม ตำมมรรยำททำงสังคมและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ ให้ข้อมูลเก่ียวกับเทศกำล/วัน
สำคญั /งำนฉลองและชวี ติ ควำมเป็นอยูข่ องเจำ้ ของภำษำเข้ำรว่ มกิจกรรมทำงภำษำและวฒั นธรรมตำมควำม
สนใจ สำนวน สภุ ำษิต ข้ันตอน พิธกี รรม ของประเพณีท้องถ่นิ วิถชี วี ิต กำรแต่งกำย บอกควำมเหมือน/
ควำมแตกต่ำงระหว่ำงกำรออกเสยี งประโยคชนดิ ตำ่ งๆ กำรใช้เคร่อื งหมำยวรรคตอน และกำรลำดบั คำตำม
โครงสร้ำงประโยคของภำษำอังกฤษและภำษำไทย เปรียบเทียบควำมเหมือน/ควำมแตกต่ำงระหว่ำง
เทศกำล งำนฉลองและประเพณีวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำกับของไทย นำเสนอข้อมูลด้วยกำรพูดและ
กำรเขียนจำกกำรค้นคว้ำ รวบรวมคำศัพทท์ ี่เก่ียวข้องกับกลมุ่ สำระกำรเรียนรอู้ ื่น ใช้ภำษำเพื่อส่อื สำรตำม
สถำนกำรณ์ตำ่ งๆ ทเี่ กดิ ข้ึนในห้องเรยี นและสถำนศกึ ษำ

โดยใช้ทักษะกำรฟัง ทักษะกำรพูด ทักษะกำรอ่ำน ทักษะกำรระบุ ทักษะกำรจัดกลุม่ ทักษะ
กำรสังเกต ทักษะกำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทำง
สังคม มีวิถีของระบอบประชำธิปไตย และทักษะกำรนำควำมร้ไู ปใช้ออกเสียง สระ กลุ่มคำ และประโยค
ง่ำยๆ ได้ถกู ต้อง และเขำ้ ใจภำษำท่ำทำง กำรสอื่ สำร ของเจ้ำของภำษำ ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกำล
งำนฉลอง เห็นประโยชน์ในกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษมีควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
และสอดคล้องกับทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร
ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ
เก่ียวกับวัฒนธรรมและวิสยั ทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลิน
จำกภำษำองั กฤษมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ซ์ อ่ื สัตยส์ ุจริตวนิ ัยใฝ่เรียนรูอ้ ยอู่ ยำ่ งพอเพียงมงุ่ ม่นั ในกำร
ทำงำนรักควำมเป็นไทยมีจติ ใจเป็นสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหสั ตวั ชว้ี ัด
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑

รวมท้งั หมด ๒๐ ตวั ชี้วดั

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

อ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง /จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ศึกษำและฝึกทักษะเก่ียวกับกำรปฏิบัติตำมคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชี้แจงง่ำยๆ
ที่ฟังและ อ่ำน อ่ำนออกเสียงข้อควำม นิทำน และบทรอ้ ยกรองสนั้ ๆ ถูกต้องตำม หลักกำรอ่ำน เลือกและ

ระบปุ ระโยค และขอ้ ควำมใหส้ ัมพันธก์ ับส่อื ที่ไม่ใช่ควำมเรียงทอ่ี ่ำน สนทนำ ระบหุ ัวขอ้ เรอ่ื ง ใจควำมสำคัญ
และตอบคำถำม จำกกำรฟังและอ่ำน บทสนทนำ นิทำน และเรื่องส้ัน สนทนำแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง กิจกรรมและสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ในชีวิตประจำวัน ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำและคำช้ีแจงตำม

สถำนกำรณ์ แสดงควำมคิดเห็นเกยี่ วกับเรื่องที่ฟังหรืออ่ำนอย่ำงเหมำะสม พูดและเขียนบรรยำยเกี่ยวกบั
ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบกำรณ์และส่ิงแวดล้อมใกลต้ ัว สรุปใจควำมสำคัญหรือแก่นสำระท่ไี ด้จำก
กำรวิเครำะห์เรื่องหรือเหตุกำรณ์ท่ีอยู่ในควำมสนใจของสังคม พูดและเขียนแสดงควำมรู้สึก และควำม

คิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่ำงๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่ำงๆพร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆประกอบ ใช้ภำษำ
น้ำเสียง และ กิริยำท่ำทำงสุภำพเหมำะสม ตำมมำรยำทสงั คม และวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำ บรรยำย
เก่ียวกับเทศกำล วันสำคัญ ชีวิตควำมเป็นอยู่และประเพณีของเจ้ำของภำษำ บอกควำมเหมือนและควำม

แตกต่ำงระหว่ำงกำร ออกเสียงประโยคชนิดต่ำงๆ กำรใช้เคร่ืองหมำยวรรคตอน และกำรลำดับคำตำม
โครงสร้ำงประโยคของ ภำษำต่ำงประเทศและภำษำไทย เปรียบเทียบควำมเหมือนและควำมแตกต่ำง
ระหวำ่ งเทศกำล งำนฉลองวนั สำคัญและชีวติ ควำมเป็นอยู่ของเจ้ำของภำษำกับของไทย ใช้ภำษำสอ่ื สำรใน

สถำนกำรณ์จริงหรือสถำนกำรณ์ จำลองท่เี กิดข้นึ ในหอ้ งเรยี นและ สถำนศึกษำ
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ทักษะกำรปฏิบัติ ทักษะ กระบวนกำรคิด และกำรเข้ำร่วม

กจิ กรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมในกำรเรยี นภำษำ เพื่อใหม้ ีควำมรู้ ควำม เขำ้ ใจ มที ักษะฟงั พดู อ่ำน และ

เขียน รักกำรอ่ำน มีสุนทรียภำพทำงภำษำ สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษสื่อสำรในส ถำนกำรณ์ต่ำง ๆใน
ชีวิตประจำวัน ได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสมกับวัย มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิตและควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

และสอดคลอ้ งกับทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร

ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรส่ิงท่ีเรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ

เก่ียวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลนิ
จำกภำษำองั กฤษมคี วำมรกั ชำติ ศำสน์ กษตั ริยซ์ ื่อสัตย์สจุ รติ วินยั ใฝ่เรียนร้อู ยูอ่ ย่ำงพอเพียงมงุ่ ม่ันในกำร
ทำงำนรักควำมเป็นไทยมีจติ ใจเป็นสำธำรณะ โดยยึดหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหัสตวั ชี้วดั
ต ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
ต ๑.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๔, ม.๑/๕

ต ๑.๓ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓

รวมทง้ั หมด ๑๒ ตัวชี้วดั

คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน

อ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง /จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ศกึ ษำและฝึกทักษะเกีย่ วกบั กำรปฏิบัติตำมคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำและคำชี้แจงงำ่ ยๆทฟ่ี ังและ
อ่ำน อ่ำนออกเสียงข้อควำม นิทำน และบทร้อยกรองสน้ั ๆถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำนเลือกและระบุประโยค

และข้อควำมให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ควำมเรียงท่ีอ่ำน สนทนำ ระบุหัวข้อเร่ือง ใจควำมสำคัญ และตอบ
คำถำม จำกกำรฟังและอ่ำน บทสนทนำ นิทำน และเรื่องส้ัน สนทนำแลกเปล่ียนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
กิจกรรม และ สถำนกำรณต์ ่ำงๆ ในชวี ติ ประจำวนั ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำและคำช้ีแจง ตำมสถำนกำรณ์

พูดและเขียนขอ และให้ข้อมูล และแสดงควำมคิดเหน็ เกย่ี วกับเรื่องท่ีฟงั หรืออ่ำนอย่ำงเหมำะสม พูดและ
เขยี นบรรยำยเกีย่ วกบั ตนเอง กจิ วัตรประจำวัน ประสบกำรณ์ และสิ่งแวดล้อม ใกลต้ ัว สรปุ ใจควำมสำคัญ
หรือแก่นสำระท่ไี ด้จำก กำรวิเครำะหเ์ รื่องหรอื เหตุกำรณท์ ี่ อยู่ในควำมสนใจของสงั คม พูดและเขียนแสดง

ควำมรู้สึกและควำมคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่ำงๆใกล้ตัว กิจกรรมต่ำงๆพร้อมทั้งให้เหตุผลส้ันๆ
ประกอบ ใชภ้ ำษำ น้ำเสียง และกริ ยิ ำทำ่ ทำงสุภำพเหมำะสม ตำมมำรยำทสังคม และวัฒนธรรมของเจำ้ ของ
ภำษำ บรรยำยเกี่ยวกับเทศกำล วันสำคัญ ชีวิตควำมเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้ำของภำษำ บอกควำม

เหมือนและควำมแตกตำ่ งระหว่ำงกำร ออกเสยี งประโยคชนิดตำ่ งๆ กำรใช้เคร่อื งหมำยวรรคตอน และกำร
ลำดบั คำตำม โครงสร้ำงประโยคของ ภำษำตำ่ งประเทศและภำษำไทย เปรียบเทียบควำมเหมอื นและควำม
แตกต่ำงระหว่ำงเทศกำล งำนฉลอง วันสำคัญและชีวิตควำมเป็นอยู่ของเจำ้ ของภำษำกับของไทย ใช้ภำษำ

สือ่ สำรในสถำนกำรณ์จริงหรือสถำนกำรณ์ จำลองที่เกดิ ขึน้ ในห้องเรียนและสถำนศึกษำ
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ทักษะกำรปฏิบัติ ทักษะกระบวนกำรคิด และกำรเข้ำร่วม

กจิ กรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมในกำรเรยี นภำษำ เพือ่ ให้มีควำมรู้ ควำม เข้ำใจ มที กั ษะฟงั พูด อำ่ น และ

เขียน รักกำรอ่ำน มีสุนทรียภำพทำงภำษำ สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษส่ือสำรในส ถำนกำรณ์ต่ำง ๆใน
ชีวิตประจำวัน ได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสมกับวัย มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

และสอดคลอ้ งกับทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร

ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรสิ่งท่ีเรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ

เก่ียวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลิน
จำกภำษำองั กฤษมคี วำมรักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ซ์ ่อื สตั ย์สุจริตวินัยใฝ่เรยี นรู้อยู่อยำ่ งพอเพยี งมุ่งมั่นในกำร
ทำงำนรักควำมเปน็ ไทยมจี ติ ใจเป็นสำธำรณะ โดยยึดหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง

รหัสตัวชวี้ ดั
ต ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
ต ๒.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒

ต ๓.๑ ม.๑/๑
ต ๔.๑ ม.๑/๑
ต ๔.๒ ม.๑/๑

รวมทั้งหมด ๘ ตวั ชวี้ ัด
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

อ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง /จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ใชภ้ ำษำ น้ำเสียง และทำ่ ทำง สือ่ สำรตำมมำรยำทสังคม และภำษำในกำรส่อื สำรโดยใชเ้ ทคโนโลยี
ในกำร สร้ำงควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงบคุ คลในกำรเรยี น กำรปฏิบัตงิ ำน กำรสมคั รงำน ขอและใหข้ อ้ มลู ควำม
ช่วยเหลือและบริกำรผู้อื่น ถ่ำยโอนข้อมูลท่ีได้ฟังและอ่ำน อ่ำนออกเสียง คำ วลี สำนวนง่ำยๆ ประโยค
คำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ ข้อควำม ข้อมูล บทอ่ำนเรอ่ื งรำวส้ันๆทัง้ ท่ีเป็นควำมเรียงและไม่ใช่ควำมเรยี ง
จำกสือ่ ส่ิงพมิ พ์ และส่อื อิเล็กทรอนิกส์ แลว้ ถ่ำยโอนเป็นถ้อยคำของตนเองในรปู แบบต่ำงๆ สรปุ แสดงควำม
คดิ เหน็ ควำมต้องกำร ควำมรู้สกึ เก่ยี วกับ ประสบกำรณ์ของตนเอง ขำ่ วสำร เหตุกำรณส์ ำคัญต่ำงๆ ในชวี ิต
ประจำวัน ท้องถ่ินและสังคม ประสบกำรณ์ส่วนตัว กำรศึกษำ กำรทำงำน เทคโนโลยี งำนประเพณี
วันสำคัญของชำติ ศำสนำ วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ เห็นคุณค่ำของภำษำอังกฤษ
มีทักษะในกำรสื่อสำรใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีวินัยในตนเองและมีจิตสำธำรณะ เข้ำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและ
วัฒนธรรม สำมำรถใชภ้ ำษำเปน็ เครอื่ งมอื แสวงหำควำมรู้เพิ่มเติมและเชื่อมโยงกบั กลมุ่ สำระกำรเรยี นรอู้ ื่น

โดยใช้ทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ทักษะกำรปฏิบัติ ทักษะ กระบวนกำรคิด และกำรเข้ำร่วม
กิจกรรมทำงภำษำและวฒั นธรรมในกำรเรยี นภำษำ เพือ่ ใหม้ ีควำมรู้ ควำม เข้ำใจ มีทกั ษะฟัง พูด อ่ำน และ
เขียน รักกำรอ่ำน มีสุนทรียภำพทำงภำษำ สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษสื่อสำรในส ถำนกำรณ์ต่ำง ๆใน
ชีวิตประจำวัน ได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสมกับวัย มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
และสอดคลอ้ งกบั ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร
ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรส่ิงท่ีเรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ
เกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสยั ทศั น์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรยี นภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลนิ
จำกภำษำองั กฤษมคี วำมรกั ชำติ ศำสน์ กษัตริยซ์ ่อื สัตยส์ จุ รติ วนิ ยั ใฝ่เรยี นรูอ้ ย่อู ยำ่ งพอเพยี งมุ่งมั่นในกำร
ทำงำนรักควำมเป็นไทยมีจติ ใจเปน็ สำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสตวั ช้ีวดั
ต ๑.๑ ม. ๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔
ต ๑.๒ ม. ๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔, ม. ๒/๕
ต ๑.๓ ม. ๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓

รวมทง้ั หมด ๑๒ ตัวชวี้ ัด

คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน

อ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง /จานวน ๑.๕ หน่วยกิต

ใชภ้ ำษำ นำ้ เสยี ง และทำ่ ทำง ส่อื สำรตำมมำรยำทสงั คม และภำษำในกำรสื่อสำรโดยใช้เทคโนโลยี
ในกำรสร้ำงควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงบุคคล ในกำรเรยี น กำรปฏิบัตงิ ำน กำรสมัครงำน ขอและให้ข้อมลู ควำม
ช่วยเหลือและบริกำรผู้อ่ืน ถ่ำยโอนข้อมูลท่ีได้ฟังและอ่ำน อ่ำนออกเสียง คำ วลี สำนวนง่ำยๆ ประโยค
คำส่ัง คำขอร้อง คำแนะนำ ข้อควำม ข้อมูล บทอ่ำน เรื่องรำวส้ันๆทั้งท่ีเป็นควำมเรยี งและไม่ใช่ควำมเรยี ง
จำกส่ือสิง่ พิมพ์ และสอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ แลว้ ถ่ำยโอนเป็นถ้อยคำของตนเองในรปู แบบตำ่ งๆ สรุป แสดงควำม
คิดเห็น ควำมต้องกำร ควำมรู้สึกเกี่ยวกบั ประสบกำรณ์ของตนเอง ข่ำวสำร เหตุกำรณ์สำคัญต่ำงๆ ในชีวิต
ประจำวัน ท้องถ่ินและสังคม ประสบกำรณ์ส่วนตัว กำรศึกษำ กำรทำงำน เทคโนโลยี งำนประเพณี
วันสำคัญของชำติ ศำสนำ วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ เห็นคุณค่ำของภำษำอังกฤษ
มีทักษะในกำรสื่อสำรใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีวินัยในตนเองและ มีจิตสำธำรณะ เข้ำร่วมกิจกรรมทำงภำษำและ
วฒั นธรรม สำมำรถใช้ภำษำเปน็ เครื่องมือแสวงหำควำมรู้เพม่ิ เตมิ และเช่อื มโยงกับกลุ่มสำระกำรเรยี นรูอ้ ืน่

โดยใช้ทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ทักษะกำรปฏิบัติ ทักษะ กระบวนกำรคิด และกำรเข้ำร่วม
กจิ กรรมทำงภำษำและวฒั นธรรมในกำรเรียนภำษำ เพอ่ื ใหม้ ีควำมรู้ ควำม เขำ้ ใจ มีทักษะฟัง พดู อำ่ น และ
เขียน รักกำรอ่ำน มีสุนทรียภำพทำงภำษำ สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษส่ือสำรในส ถำนกำรณ์ต่ำง ๆใน
ชีวิตประจำวัน ได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสมกับวัย มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
และสอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที่ ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร
ประกอบอำชีพ สำมำรถส่ือสำรสิ่งที่เรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ
เกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสยั ทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลนิ
จำกภำษำองั กฤษมคี วำมรักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ซอ่ื สัตย์สจุ ริตวนิ ัยใฝ่เรียนรู้อย่อู ยำ่ งพอเพยี งมุง่ มน่ั ในกำร
ทำงำนรกั ควำมเปน็ ไทยมีจิตใจเปน็ สำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั ตวั ชีว้ ดั
ต ๒.๑ ม. ๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓
ต ๒.๒ ม. ๒/๑, ม. ๒/๒
ต ๓.๑ ม. ๒/๑
ต ๔.๑ ม. ๒/๑
ต ๔.๒ ม. ๒/๑, ม. ๒/๒

รวมทง้ั หมด ๙ ตัวชว้ี ัด

คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

อ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง /จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

เลอื กใชภ้ ำษำ น้ำเสียง กิริยำท่ำทำงเหมำะสมตำมมำรยำทสงั คม เพอ่ื สอื่ สำรในสถำนกำรณ์จำลอง
สถำนกำรณ์จริง ทั้งภำยในและภำยนอกสถำนศึกษำ ตลอดจนใช้ภำษำในกำรค้นคว้ำ รวบรวมทั้งหมด

เผยแพร่ ข้อมูล ควำมรู้ต่ำงๆ เพื่อกำรศึกษำต่อและประกอบอำชีพ โดยปฏิบัติตำมคำส่ัง คำขอร้อง
คำแนะนำ คำช้ีแจงในกำร ประดิษฐ์ กำรบอกทศิ ทำง ป้ำยประกำศต่ำงๆ กำรใช้อุปกรณ์ เลือก/ระบุหัวขอ้
เรื่อง ใจควำมสำคัญ รำยละเอียด สนับสนุนและแสดงควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่ำนจำกสื่อ

ประเภทต่ำงๆ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตผุ ลและยกตัวอยำ่ ง ประกอบและเขยี นส่งิ ท่ไี มใ่ ชค่ วำมเรยี งรปู แบบตำ่ งๆ อ่ำน
ออกเสียงข้อควำม ข่ำว โฆษณำ และบทร้อยกรองสั้นๆ ตำมหลักกำรอ่ำน สนทนำและเขียนแลกเปลี่ยน
ข้อมูล ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำช้ีแจง คำอธิบำย แสดงควำม ต้องกำร เสนอและให้ควำมช่วยเหลอื

ตอบรับและปฏิเสธ กำรให้ควำมช่วยเหลือ ด้วยกำรใช้คำศัพท์ สำนวนภำษำท่ี ใช้ในกำรสื่อสำรระหว่ำง
บุคคล พูด เขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูล อธิบำย เปรียบเทียบ บรรยำยควำมรู้สึกให้เหตุผล ยกตัวอย่ำง
ประกอบแสดงควำมคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องท่ีฟังและอ่ำน พูด เขียน บรรยำย สรุปใจควำมสำคัญเก่ียวกับ

ตนเอง ประสบกำรณ์ ข่ำว เหตุกำรณ์ เรื่องประเด็นต่ำงๆ ที่อยู่ในควำมสนใจของสงั คม แสดงควำมคิดเห็น
พร้อมให้ เหตผุ ลประกอบ เข้ำใจมำรยำทสงั คมและวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำ อธิบำยควำมเปน็ มำของวนั
สำคัญ เทศกำล วฒั นธรรม ประเพณีของเจ้ำของภำษำ เปรยี บเทียบและอธิบำยควำมเหมอื น ควำมแตกตำ่ ง

ระหวำ่ งกำรออกเสียง ประโยคชนิดตำ่ งๆ กำรลำดบั คำตำมโครงสร้ำงประโยค ควำมเหมอื น ควำมแตกต่ำง
ระหวำ่ งชวี ติ ควำมเปน็ อยู่และ วัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำกับของไทย

โดยใช้ทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ทักษะกำรปฏิบัติ ทักษะ กระบวนกำรคิด และกำรเข้ำร่วม

กจิ กรรมทำงภำษำและวฒั นธรรมในกำรเรียนภำษำ เพอ่ื ใหม้ คี วำมรู้ ควำม เขำ้ ใจ มที ักษะฟงั พูด อำ่ น และ
เขียน รักกำรอ่ำน มีสุนทรียภำพทำงภำษำ สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษสื่อสำรในส ถำนกำรณ์ต่ำง ๆใน
ชีวิตประจำวัน ได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสมกับวัย มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด

ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
และสอดคลอ้ งกบั ทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร

ประกอบอำชีพ สำมำรถสื่อสำรสิ่งท่ีเรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ
เก่ียวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลิน
จำกภำษำอังกฤษมคี วำมรักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ซ์ อื่ สตั ยส์ จุ รติ วนิ ัยใฝเ่ รยี นรอู้ ยอู่ ย่ำงพอเพียงมงุ่ มนั่ ในกำร

ทำงำนรกั ควำมเปน็ ไทยมีจติ ใจเป็นสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง

รหัสตวั ชี้วัด

ต ๑.๑ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓, ม. ๓/๔
ต ๑.๒ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓, ม. ๓/๔, ม. ๓/๕
ต ๑.๓ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓

รวมทง้ั หมด ๑๒ ตวั ชว้ี ดั

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

อ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง /จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

เลือกใช้ภำษำ นำ้ เสียง กริ ยิ ำทำ่ ทำงเหมำะสมตำมมำรยำทสงั คม เพือ่ ส่อื สำรในสถำนกำรณ์จำลอง
สถำนกำรณ์จริง ทั้งภำยในและภำยนอกสถำนศึกษำ ตลอดจนใช้ภำษำในกำรค้นคว้ำ รวบรวมท้ังหมด
เผยแพร่ ข้อมูล ควำมรู้ต่ำงๆ เพื่อกำรศึกษำต่อและประกอบอำชีพ โดยปฏิบัติตำมคำสั่ง คำขอร้อง
คำแนะนำ คำชี้แจงในกำร ประดิษฐ์ กำรบอกทศิ ทำง ป้ำยประกำศต่ำงๆ กำรใช้อุปกรณ์ เลือก/ระบุหัวข้อ
เร่ือง ใจควำมสำคัญ รำยละเอียด สนับสนุนและแสดงควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟังและอ่ำนจำกส่ือ
ประเภทต่ำงๆ พรอ้ มทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอยำ่ ง ประกอบและเขียนสง่ิ ท่ีไมใ่ ช่ควำมเรยี งรูปแบบต่ำงๆ อำ่ น
ออกเสียงข้อควำม ข่ำว โฆษณำ และบทร้อยกรองสั้นๆ ตำมหลักกำรอ่ำน สนทนำและเขียนแลกเปล่ียน
ข้อมูล ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง คำอธิบำย แสดงควำม ต้องกำร เสนอและให้ควำมช่วยเหลอื
ตอบรับและปฏิเสธ กำรให้ควำมช่วยเหลือ ด้วยกำรใช้คำศัพท์ สำนวนภำษำที่ ใช้ในกำรสื่อสำรระหว่ำง
บุคคล พูด เขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูล อธิบำย เปรียบเทียบ บรรยำยควำมรู้สึกให้เหตุผล ยกตัวอย่ำง
ประกอบแสดงควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟังและอ่ำน พูด เขียน บรรยำย สรุปใจควำมสำคัญเก่ียวกับ
ตนเอง ประสบกำรณ์ ข่ำว เหตุกำรณ์ เร่ืองประเด็นต่ำงๆ ที่อยู่ในควำมสนใจของสงั คม แสดงควำมคดิ เหน็
พรอ้ มให้ เหตุผลประกอบ เขำ้ ใจมำรยำทสังคมและวัฒนธรรมของเจำ้ ของภำษำ อธบิ ำยควำมเปน็ มำของวนั
สำคัญ เทศกำล วัฒนธรรม ประเพณีของเจำ้ ของภำษำ เปรยี บเทียบและอธิบำยควำมเหมอื น ควำมแตกตำ่ ง
ระหวำ่ งกำรออกเสยี ง ประโยคชนิดต่ำงๆ กำรลำดับคำตำมโครงสร้ำงประโยค ควำมเหมือน ควำมแตกต่ำง
ระหวำ่ งชวี ิตควำมเป็นอยแู่ ละ วฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำกับของไทย

โดยใช้ทักษะกระบวนกำรทำงภำษำ ทักษะกำรปฏิบัติ ทักษะ กระบวนกำรคิด และกำรเข้ำร่วม
กิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมในกำรเรยี นภำษำ เพื่อให้มีควำมรู้ ควำม เขำ้ ใจ มที ักษะฟัง พูด อ่ำน และ
เขียน รักกำรอ่ำน มีสุนทรียภำพทำงภำษำ สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษส่ือสำรในส ถำนกำรณ์ต่ำง ๆใน
ชีวิตประจำวัน ได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสมกับวัย มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
และสอดคล้องกบั ทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรม และแสวงหำควำมรู้ กำร
ประกอบอำชีพ สำมำรถส่ือสำรส่ิงท่ีเรียนรู้ นำมำใช้ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม กำรสร้ำงควำมเข้ำใจ
เกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสยั ทศั น์ของชุมชนโลกเห็นประโยชน์ในกำรเรียนภำษำอังกฤษ ควำมเพลิดเพลนิ
จำกภำษำอังกฤษมีควำมรกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ซอื่ สตั ย์สจุ ริตวนิ ัยใฝ่เรียนรู้อยอู่ ยำ่ งพอเพียงมุง่ มนั่ ในกำร
ทำงำนรกั ควำมเป็นไทยมีจิตใจเป็นสำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั ตวั ชี้วัด
ต ๒.๑ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒, ม. ๓/๓
ต ๒.๒ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒
ต ๓.๑ ม. ๓/๑
ต ๔.๑ ม. ๓/๑

ต ๔.๒ ม. ๓/๑, ม. ๓/๒
รวมทัง้ หมด ๙ ตัวช้วี ัด

คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

อ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

อ่ำนและเขียนตัวอักษรภำษำอังกฤษเข้ำใจและใช้ประโยคคำสัง่ ที่ใช้ในหอ้ งเรียนกำรอ่ำนออกเสยี ง
คำกลุม่ คำประโยคขอ้ ควำม บทอำ่ นบทสนทนำกำรพูดให้ข้อมลู เก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัวกำรขอบคุณขอ
โทษแ ล ะ ก ำ ร ใ ช้ ภ ำ ษ ำ ท่ ำ ท ำ ง ก ำ ร ใ ช้ ภ ำ ษ ำ ใ น ก ำ ร ฟั ง พู ด ใ น ส ถ ำ น ก ำ ร ณ์ ท่ี เ กิ ด ขึ้ น ใ น ห้ อ ง เ รี ย น โ ด ย ใ ช้
กระบวนกำรเรียนรู้เพอื่ กำรสอื่ สำร ฝกึ กำรใชภ้ ำษำเพอ่ื ให้มีควำมรูเ้ ข้ำใจวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำมีทักษะ
ทำงภำษำเห็นประโยชน์ในกำรเรยี นรูภ้ ำษำอังกฤษและนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้อยำ่ งเหมำะสม

โดยใชก้ ระบวนกำรทำงภำษำนำมำปฏบิ ตั ิ ได้แกก่ ำรฟัง กำรพูดโตต้ อบ และทำทำ่ ประกอบ
กำรอ่ำนออกเสียง กำรระบตุ วั อักษรเพอ่ื ให้นักเรียนมีควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำรกำรคดิ กำรใชเ้ ทคโนโลยี
มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในกำรทำงำน มเี จคติทด่ี ีตอ่ วชิ ำภำษำองั กฤษ

ผลการเรียนรู้
๑. อ่ำนและเขยี นตัวอกั ษรภำษำองั กฤษออกเสยี งคำศัพทไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง
๒. ใชค้ ำทักทำยขอบคุณขอโทษรวมถงึ คำสง่ั งำ่ ยๆเป็นภำษำอังกฤษไดถ้ กู ต้อง
๓. ใช้ภำษำองั กฤษสือ่ สำรและให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับเรอ่ื งใกล้ตวั ได้อยำ่ งเหมำะสม
๔. ใชภ้ ำษำสื่อสำรได้ตำมวัยอย่ำงมน่ั ใจและกลำ้ แสดงออก
๕. ใช้ภำษำไดต้ ำมมำรยำททำงสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้ำของภำษำ

รวมทัง้ หมด ๕ ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

อ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

เขำ้ ใจและใช้ประโยคคำสั่งงำ่ ย ๆ ในห้องเรียนคำขอร้อง อ่ำนและเขียนตัวอักษรภำษำอังกฤษคำศัพทส์ ั้น
ๆง่ำย ๆเขำ้ ใจควำมหมำยคำกลุม่ คำและประโยคส้ันๆทมี่ ีควำมหมำยสมั พนั ธ์กบั สง่ิ ต่ำงๆใกลต้ วั เขำ้ ใจบทอำ่ น
บทสนทนำง่ำยๆและนิทำนที่มีภำพประกอบให้ข้อมูลและควำมต้องกำรเกี่ยวกับตนเองสั้นๆเ ช่นกำรพูด
แนะนำตนเองขอบคุณขอโทษเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับเทศกำลขนบธรรมเนียมประเพณีเทศกำลงำนฉลองโดยใช้
กระบวนกำรเรียนรู้เพ่ือกำรส่ือสำรฝึกกำรใช้ภำษำเพื่อให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำเห็น
ประโยชน์ในกำรเรยี นรู้ภำษำองั กฤษและนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้อยำ่ งเหมำะสม

โดยใชก้ ระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสบื คน้ ข้อมลู และมีทักษะทำงสงั คม มวี ิถีของระบอบ
ประชำธปิ ไตย ซือ่ สตั ย์ ใฝเ่ รียนรู้ แสดงออกถงึ ควำมเป็นไทย

เพอ่ื ใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถสื่อสำรสง่ิ ทเี่ รียนรู้ และ นำควำมรไู้ ปใช้ประโยชน์ ใน
ชวี ติ ประจำวัน

ผลการเรยี นรู้
๑. อ่านและเขยี นตัวอักษรภาษาอังกฤษและคาศพั ทง์ ่ายๆไดถ้ กู ตอ้ ง
๒. ใชภ้ าษาอังกฤษในการแนะนาตนเองขอบคุณขอโทษขอและให้ข้อมลู เกย่ี วกับตนเองและเร่ืองใกล้

ตวั ได้อยา่ งเหมาะสม
๓. บอกความหมายของคากลุ่มคาและประโยคส้นั ๆได้ถกู ตอ้ ง
๔. ตอบคาถามจากการฟงั หรอื อ่านเร่ืองง่ายๆหรือนิทานทมี่ ภี าพประกอบไดถ้ กู ตอ้ ง
๕. ใชภ้ าษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

อ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ช่วั โมง

อ่ำนออกเสยี งคำและประโยคง่ำย ๆท่ีเก่ียวกับเรื่องใกลต้ ัว บอกควำมหมำยของคำตอบคำถำมจำกกำร
ฟังหรืออ่ำนได้สำมำรถใช้ภำษำอังกฤษในกำรสื่อสำรระหว่ำงบุคคลได้เหมำะสมตำมวัยใช้ภำษำในกำรพดู
และทำทำ่ ประกอบตำมมำรยำทสังคมวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำใชบ้ ทสนทนำ กำรทักทำยไดถ้ กู ต้องตำมเวลำ
และถูกกำลเทศะแนะนำตนเองได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองบอกลักษณะของบุคคลรอบตัวพูดประโยคบอก
ควำมชอบและไมช่ อบบอกควำมตอ้ งกำรของตนเองเก่ียวกบั เร่อื งกีฬำงำนอดเิ รกบอกสถำนท่ตี ่ำงๆรอบตัวและ
ตำแหน่งของสถำนที่ต่ำงๆโดยใช้กระบวนกำรเรียนรู้เพื่อกำรสื่อสำรฝึกกำรใช้ภำษำเพื่อให้มีควำมรู้เข้ำใ จ
วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำมีทักษะทำงภำษำเห็นประโยชน์ในกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษและนำไปใช้ใน
ชีวติ ประจำวันไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม

โดยใช้กระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสบื ค้นขอ้ มูลและมีทกั ษะทำงสงั คม มีวถิ ขี องระบอบ
ประชำธปิ ไตย ซือ่ สตั ย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถงึ ควำมเป็นไทย

เพ่อื ใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถสอ่ื สำรสงิ่ ทเ่ี รียนรู้ และ นำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ ใน
ชวี ติ ประจำวนั

ผลการเรยี นรู้
๑. อา่ นออกเสยี งคาและประโยคง่ายๆท่ีเก่ยี วกับเร่ืองใกลต้ วั
๒. บอกความหมายของคาและตอบคาถามจากการฟงั หรืออา่ นได้
๓. ใชภ้ าษาองั กฤษในการสื่อสารสนทนาทกั ทายและแนะนาตนเองและใชภ้ าษาท่าทางประกอบการ

พดู ได้เหมาะสม
๔. ใหข้ ้อมูลเกีย่ วกบั ตนเองและอธิบายเกีย่ วกับสิง่ ต่างๆใกล้ตวั โดยใช้ภาษาองั กฤษอยา่ งงา่ ยได้
๕. ใช้ภาษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา

รวมทัง้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

อ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

เข้ำใจคำส่ังคำขอรอ้ งคำแนะนำเร่ืองรำวบทสนทนำนทิ ำนสำมำรถถ่ำยโอนเปน็ ภำพหรอื สญั ลักษณ์
อำ่ นออกเสียงคำกลมุ่ คำประโยคขอ้ ควำมบทอำ่ นได้ถกู ต้องตำมหลักกำรออกเสียงและใช้ถ้อยคำน้ำเสียงได้
เหมำะสมใช้ภำษำอังกฤษในกำรสื่อสำรระหว่ำงบุคคลใช้คำสั่งคำขอร้องและให้คำแนะนำแสดงควำม
ต้องกำรแสดงควำมรู้สกึ แสดงควำมช่วยเหลือตอบรับและปฏิเสธในสถำนกำรณ์ง่ำยๆพดู และเขียนเพ่อื ขอ
และให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองเพ่ือนครอบครัวและเร่ืองใกล้ตัวซึ่งอยู่ในท้องถิ่นของตนโดยใช้กระบวนกำร
เรียนรู้เพ่ือกำรสอื่ สำรฝึกกำรใช้ภำษำเพื่อใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำเห็นประโยชน์
ในกำรเรยี นรภู้ ำษำอังกฤษและนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้อยำ่ งเหมำะสม

โดยใชก้ ระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสบื ค้นขอ้ มลู และมีทกั ษะทำงสงั คม มวี ิถขี องระบอบ
ประชำธปิ ไตย ซอ่ื สตั ย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงควำมเปน็ ไทย

เพอื่ ให้เกิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถส่ือสำรสงิ่ ทเี่ รียนรู้ และ นำควำมรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ใน
ชวี ิตประจำวนั

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ัติตามคาส่ังคาขอรอ้ งและคาแนะนางา่ ยๆตามท่ีฟังและอา่ นไดถ้ ูกต้อง
๒. เข้าใจเรื่องราวบทสนทนานิทานสามารถถ่ายโอนเป็นภาพหรอื สญั ลกั ษณไ์ ด้
๓. พูด/อ่านออกเสยี งคาวลปี ระโยคข้อความส้นั ๆบทสนทนาได้ถูกตอ้ งตามหลักการออกเสียง
๔. ใช้ภาษาอังกฤษในการส่ือสารระหว่างบุคคล ให้คาแนะนา แสดงความรู้สึกตอบรับและปฏิเสธใน
สถานการณ์ง่ายๆขอและใหข้ อ้ มูลเกีย่ วกับตนเองและเรื่องใกล้ตวั
๕. ใช้ภาษาองั กฤษได้ตามมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

อ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

เข้าใจคาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา เข้าใจความหมายของคา กลุ่มคา และประโยค รูปประโยคและ
โครงสร้างประโยค โดยสามารถตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านข้อความ บทสนทนา เรื่องส้ัน เร่ืองเล่า
นิทาน บทกลอนส้ันๆ อา่ นออกเสยี งคา กลุ่มคา ประโยค ข้อความ บทอ่านได้ถูกต้องตามหลกั การออกเสียง
และการใช้ถอ้ ยคา น้าเสยี ง การพูดและเขียนโตต้ อบในการสือ่ สารระหว่างบุคคล ใชค้ าสง่ั คาขอร้อง และให้
คาแนะนา แสดงความตอ้ งการ แสดงความร้สู ึก ขอความชว่ ยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ ในสถานการณง์ า่ ยๆ
พูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมลู เก่ียวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเร่ืองใกล้ตัวซึ่งอยูใ่ นท้องถิ่นของตน
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้ เพอื่ การสือ่ สาร ฝกึ การใช้ภาษาเพอ่ื ให้มีความรู้ เข้าใจวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
มที ักษะทางภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรภู้ าษาองั กฤษและนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างเหมาะสม

โดยใช้กระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสบื คน้ ขอ้ มลู และมีทกั ษะทำงสงั คม มีวิถีของระบอบ
ประชำธิปไตย ซอื่ สตั ย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถงึ ควำมเปน็ ไทย

เพื่อให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถสื่อสำรสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ และ นำควำมรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ ใน
ชวี ติ ประจำวัน

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบตั ติ ามคาสง่ั คาขอรอ้ งและคาแนะนางา่ ยๆตามทีฟ่ ังและอา่ นได้ถูกต้อง
๒. พูด/อ่านออกเสียงคาวลีประโยคข้อความส้ันๆบทสนทนาบทอ่านได้ถูกต้องตามหลักการอ่านออก

เสียง
๓. ใช้ประโยคภาษาอังกฤษในการส่ือสารระหว่างบุคคลและแลกเปลยี่ นขอ้ มูลตา่ งๆไดถ้ กู ต้อง
๔. ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านข้อความบทสนทนาเร่ืองสั้นเร่ืองเล่านิทานบทกลอนสั้น ๆ ได้

ถกู ตอ้ ง
๕. ใช้ภาษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม

อ๑๖๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

เข้ำใจคำสั่งคำขอร้องรูปประโยคและโครงสร้ำงประโยคคำกลุ่มคำและประโยควิเครำะห์และสรุป
เร่อื งรำวบทอ่ำนบทสนทนำเรอ่ื งสน้ั เรอื่ งเลำ่ นทิ ำนบทกลอนสนั้ ๆสำนวนท่ใี ชใ้ นเทศกำลกำรพดู และกำรเขยี น
โต้ตอบในกำรส่ือสำรระหว่ำงบุคคลใช้คำส่ังคำขอร้องและให้คำแนะนำแสดงควำมต้องกำรแสดงควำมรู้สึกขอ
ควำมชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธในสถำนกำรณต์ ่ำงๆขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกับตนเองเพอ่ื นครอบครัวและเรื่อง
ใกล้ตัวซ่ึงอยู่ในทอ้ งถิ่นของตนโดยใช้กระบวนกำรเรียนร้เู พ่ือกำรสอ่ื สำรฝึกกำรใช้ภำษำเพ่ือให้มคี วำมรเู้ ข้ำใจ
วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำมีทักษะทำงภำษำเห็นประโยชน์ในกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษและนำไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้อย่ำงเหมำะสม

โดยใช้กระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กำรสบื ค้นขอ้ มูลและมที กั ษะทำงสงั คม มีวิถขี องระบอบ
ประชำธิปไตย ซื่อสัตย์ ใฝเ่ รยี นรู้ แสดงออกถึงควำมเปน็ ไทย

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถสอ่ื สำรสงิ่ ทเี่ รียนรู้ และ นำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ ใน
ชวี ติ ประจำวนั

ผลการเรยี นรู้
๑. วิเคราะหเ์ รือ่ งและสรุปความเรอื่ งทฟ่ี ังและอ่านได้
๒. ใช้ประโยคคาสั่งคาขอร้องการขออนุญาตประโยคบอกเล่าประโยคคาถามประโยคปฏิเสธตาม

โครงสร้างประโยคได้
๓. ใช้ภาษาอังกฤษในการขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองเพ่ือนครอบครัวและเร่ืองใกล้ตัวซึ่งอยู่ใน

ท้องถ่ินของตนได้
๔. ใชภ้ าษาอังกฤษในการพูดและเขยี นโตต้ อบและสอื่ สารตามสถานการณต์ า่ งๆได้อย่างเหมาะสม
๕. ใชภ้ าษาไดต้ ามมารยาททางสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรียนรู้

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน เป็นกจิ กรรมทม่ี ุ่งใหผ้ ู้เรยี นพฒั นาตนเองตามศักยภาพ พฒั นาอยา่ งรอบด้าน
เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็น

ผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสรา้ งจิตสานึกของการทาประโยชน์เพอ่ื สังคม สามารถ
จัดการตนเองได้ และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ นื่ อย่างมคี วามสขุ

โรงเรยี นบ้านประคา ได้จัดกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น โดยแบง่ ออกเป็น ๓ ลกั ษณะ ดังนี้
๑. กิจกรรมแนะแนว
๒. กจิ กรรมนกั เรียน
๒.๑ กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชมุ นมุ
๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์

๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม
สามารถคิดตดั สนิ ใจ คิดแกป้ ญั หา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทง้ั ดา้ นการเรยี นและอาชีพ สามารถปรับ
ตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยใหค้ รูร้จู ักและเข้าใจผูเ้ รียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้
คาปรึกษาแก่ผปู้ กครองในการมีส่วนรว่ มพฒั นาผู้เรยี น

นักเรียนทุกคนต้องเข้ำร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปีกำรศึกษำ (ระดับประถมศึกษำ)

๒๐ ชั่วโมงตอ่ ภำคเรียน (ระดับมัธยมศึกษำ)
หมายเหตุ : หลักสูตรต้านทจุ รติ ศกึ ษา “กำรป้องกันกำรทจุ ริต” บูรณาการในกจิ กรรมพฒั นา

ผูเ้ รียน (กิจกรรมแนะแนว)

แนวการจดั กิจกรรมแนะแนว
๑. สำรวจสภำพปญั หำ ควำมตอ้ งกำร ควำมสนใจ และธรรมชำติของผูเ้ รยี น เพื่อใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ใน
กำรกำหนดแนวทำงและแผนกำรปฏิบตั กิ จิ กรรมแนะแนว
๒. ศึกษำวสิ ยั ทัศน์ของสถำนศึกษำ และวิเครำะหข์ อ้ มลู ของผเู้ รยี นท่ีไดจ้ ำกรำกฐำนขอ้ มูลผูเ้ รยี น
รำยบุคคล หรอื กำรสำรวจเพอื่ ทรำบปญั หำ ควำมต้องกำร และควำมสนใจ เพ่ือนำไปกำหนดสำระและ
รำยละเอียดของกจิ กรรมแนะแนว
๓. กำหนดสดั สว่ นของกจิ กรรมดำ้ นกำรศกึ ษำ กำรงำนและอำชพี รวมทงั้ ชวี ิตและสงั คมใหไ้ ด้
สัดส่วนทเ่ี หมำะสม โดยยึดสภำพปญั หำ ควำมตอ้ งกำร ควำมสนใจ ตลอดจนธรรมชำตขิ องผเู้ รียนเป็น
หลัก ทั้งน้ีครูและผรู้ บั เรียนมสี ว่ นรว่ มในกำรปฏิบัตกิ จิ กรรม
๔. กำหนดแผนกำรปฏิบตั กิ ิจกรรมแนะแนว โดยระดบั ประถมศึกษำจดั เปน็ รำยปี/ระดับ
มัธยมศึกษำจัดเปน็ รำยภำค เมือ่ กำหนดสดั ส่วนของกจิ กรรมในแตล่ ะด้ำนแลว้ จะตอ้ งระบวุ ่ำจะจดั กิจกรรม
แนะแนวดำ้ นใด จำนวนก่ีช่ัวโมง พร้อมทัง้ จะต้องกำหนดรำยละเอียดของแต่ละด้ำนให้ชัดเจนวำ่ ควรมเี รอ่ื ง
อะไรบ้ำง เพอื่ จะได้ทำเป็นรำยละเอยี ดของแตล่ ะกจิ กรรมยอ่ ยต่อไป
๕. กำรจดั ทำรำยละเอยี ดของแตล่ ะแผนกำรปฏิบตั ิกจิ กรรม เร่มิ ตง้ั แต่กำรกำหนดชอ่ื กิจกรรม
จดุ ประสงค์ เวลำ เนือ้ หำ/สำระ วธิ ดี ำเนินกิจกรรม สือ่ /อปุ กรณ์ และกำรประเมินผล
๖. ปฏบิ ตั ิตำมแผนกำรปฏบิ ตั กิ ิจกรรมแนะแนว วัดและประเมนิ ผล และสรปุ รำยงำน

๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามท่ีดี
ความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุมีผล การ
ช่วยเหลอื แบง่ ปนั เอือ้ อาทรและสมานฉันท์ โดยจัดใหส้ อดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนดั และความสนใจ

ของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน
ประเมนิ และปรับปรงุ การทางาน เนน้ การทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกบั วฒุ ิ
ภาวะของผเู้ รียนและบรบิ ทของสถานศกึ ษาและทอ้ งถ่ิน กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย

๒.๑ กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี
การจดั กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวธิ ีการลกู เสอื

( Scout Method) ซึ่งมอี งค์ประกอบ ๗ ประการ คือ
๑. คำปฏญิ ำณและกฎ ถอื เปน็ หลกั เกณฑท์ ่ลี กู เสือทกุ คนใหค้ ำมนั่ สัญญำ ว่ำจะ

ปฏบิ ัติตำมกฎของลกู เสอื กฎของลกู เสือมไี วใ้ หล้ กู เสือเปน็ หลกั ในกำรปฏิบตั ิ ไมไ่ ด้ “หำ้ ม” ทำ หรือ
“บงั คบั ให้” ทำ แตถ่ ำ้ “ทำ” ก็จะเกดิ ผลดแี กต่ ัวเอง เป็นคนดี ได้รบั กำรยกยอ่ งว่ำเป็นผมู้ เี กียรตเิ ช่ือถอื ได้
ฯลฯ

๒. เรยี นรู้จำกกำรกระทำ เป็นกำรพฒั นำส่วนบุคคล ควำมสำเรจ็ หรือไมส่ ำเรจ็
ของผลงำนอยทู่ ่กี ำรกระทำของตนเอง ทำให้มคี วำมร้ชู ดั เจน และสำมำรถแกป้ ัญหำตำ่ งๆดว้ ยตวั เองได้
และทำ้ ทำยควำมสำมำรถของตนเอง

๓. ระบบหมู่ เป็นรำกฐำนอนั แท้จริงของลกู เสอื เป็นพนื้ ฐำนในกำรอยรู่ ว่ มกัน
กำรยอมรับซงึ่ กนั และกัน กำรแบง่ หน้ำทีค่ วำมรบั ผดิ ชอบ กำรช่วยเหลอื ซงึ่ กันและกนั ซง่ึ เปน็ กำรเรียนรู้
กำรใช้ประชำธปิ ไตยเบอื้ งตน้

๔. กำรใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีควำมเป็นหน่ึงเดียวในกำรเป็นสมำชกิ ลกู เสอื
เนตรนำรี ด้วยกำรใช้สัญลกั ษณร์ ่วมกนั ได้แก่ เคร่ืองแบบ กำรทำควำมเคำรพ รหสั คำปฏิญำณ กฎ คติ
พจน์ คำขวัญ ธง เป็นต้น วิธีกำรนีจ้ ะช่วยใหผ้ ู้เรียนตระหนกั และภำคภมู ิใจในกำรเปน็ สมำชกิ ขององค์กร
ลูกเสอื แหง่ โลก ซ่ึงมีสมำชิกและเป็นองคก์ รทม่ี จี ำนวนสมำชิกมำกทสี่ ดุ ในโลก

๕. กำรศกึ ษำธรรมชำติ คือ สิ่งสำคญั อันดบั หนง่ึ ในกจิ กรรมลกู เสือ ธรรมชำติอนั
โปรง่ ใสตำมชนบท ป่ำเขำ ป่ำละเมำะ และพมุ่ ไม้ เปน็ ท่ีปรำรถนำอย่ำงยง่ิ ในกำรไปทำกจิ กรรมกบั
ธรรมชำติ กำรปีนเขำ เป็นทเี่ สนห่ ำแก่เดก็ ทุกคน ถ้ำขำดสิ่งนี้ ก็ไมเ่ รยี กว่ำใช้ชวี ิตแบบลกู เสอื

๖. ควำมกำ้ วหน้ำในกำรเข้ำรว่ มกจิ กรรม กจิ กรรมตำ่ งๆทจี่ ัดใหเ้ ด็กทำ ตอ้ งใหม้ ี
ควำมกำ้ วหนำ้ และดงึ ดดู ใจ สร้ำงใหเ้ กดิ ควำมกระตือรือรน้ อยำกท่จี ะทำและวตั ถปุ ระสงคใ์ นกำรจดั แต่ละ
อยำ่ งใหส้ ัมพนั ธ์กบั ควำมหลำกหลำยในกำรพัฒนำตนเอง เกมกำรเล่นทีส่ นกุ สนำน กำรแข่งขนั กนั ก็เป็นสงิ่
ที่ดึงดูดใจและเปน็ กำรจูงใจท่ดี ี

๗. กำรสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ชี้แนะหนทำงที่ถูกต้องให้แกเ่ ดก็ เพ่ือใหเ้ ขำเกิด
ควำมมั่นใจในกำรที่ จะตัดสินใจกระทำส่ิงใดลงไป ท้ังคู่มีควำมต้องกำรซ่ึงกันและกัน เด็กก็ต้องกำรให้
ผู้ใหญ่ช่วยชี้นำพำไปส่หู นทำงท่ีดี ให้ได้รับกำรพัฒนำอยำ่ งถูกต้องและดีท่สี ดุ จงึ เปน็ กำรร่วมมอื กนั ทั้งสอง
ฝำ่ ย

เงอื่ นไข
๑. เวลาในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม

นกั เรยี นทุกคนต้องเข้าร่วมกจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี ๔๐ ชวั่ โมงตอ่ ปี (ระดบั ประถมศึกษำ)
๒๐ ช่ัวโมงตอ่ ภำคเรียน (ระดับมธั ยมศกึ ษำ)

๒. การจดั กจิ กรรม
๒.๑ การจดั กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารตี ามหลกั สูตร ควรจัดให้มกี ารเปดิ ประชมุ กองทกุ ครงั้

เพื่อเปน็ การฝึกความมีระเบยี บวินัยในตนเองโดยปฏิบัติตามข้ันตอน ดงั น้ี
๒.๑.๑ พิธีเปดิ (ชักธงข้ึน สวดมนต์ สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
๒.๑.๒ เกมหรือเพลง
๒.๑.๓ เรียนตามหลกั สตู ร
๒.๑.๔ การเล่าเรอื่ งสั้นที่เปน็ ประโยชน์
๒.๑.๕ พิธปี ิด (นดั หมาย ตรวจ ชกั ธงลง เลิก)

๒.๒ กิจกรรมการอยคู่ ่ายพักแรม
การเดินทางไกลและอยูค่ า่ ยพกั แรม มีวัตถุประสงคเ์ พือ่ ฝกึ ใหล้ ูกเสอื มคี วามอดทน อย่ใู น

ระเบียบวินัย รู้จักช่วยตัวเอง รู้จักอยู่และทางานร่วมกับผู้อ่ืน ตลอดจนเรียนวิชาลูกเสือเพ่ิมเติม
ผู้บังคับบัญชาลูกเสอื จาเปน็ ต้องวางแผนนาลกู เสือไปเดนิ ทางไกลและอยคู่ ่ายพกั แรมไว้ใหพ้ ร้อมกอ่ นและ
เนิ่นๆ ดังนั้น บทบาทผู้บังคับบัญชาลูกเสือที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อลูกเสือ ต่องาน การอยู่ค่าย
พกั แรม และตามหน้าทข่ี องตนเอง จงึ จาเปน็ ต้องหาโอกาสใหล้ กู เสอื ของตนให้มีโอกาสในการอยู่คา่ ยพักแรม
เสมอ ให้ผู้กากับลูกเสือ นาลูกเสือไปฝึกเดินทางไกลและอยู่ค่ ายพักแรมปีหนึ่งไม่น้อยก ว่า
๑ คร้ัง ครั้งหนง่ึ ใหอ้ ยูค่ ่ายพกั แรมอยา่ งนอ้ ย ๑ คืน

๒.๓ กจิ กรรมพธิ ีการ สถานศกึ ษาควรจัดกจิ กรรมพธิ ีการลกู เสอื เช่น พธิ เี ขา้ ประจากอง พิธี
ทบทวนคาปฏญิ าณและสวนสนาม พิธถี วายราชสดดุ ี พธิ ีประดับเครอื่ งหมายตา่ งๆ เป็นตน้ เพอ่ื ใหล้ กู เสือมี
ความภาคภูมิใจและเหน็ คณุ ค่าในการเป็นลูกเสอื

๒.๔ กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ สถานศึกษาควรส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้ลูกเสือ
ได้บาเพญ็ ประโยชนต์ ามอดุ มการณข์ องลกู เสือ

๓. ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ควรผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้กากับลูกเสือช้ันความรู้เบ้ืองต้น
ในแต่ละประเภท

๔. สถานศกึ ษา ควรใหม้ กี ารจดั ต้งั กล่มุ หรอื กองลกู เสือตามข้อบงั คับคณะลูกเสือแหง่ ชาติ

๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ
กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมท่ีผู้เรียนรวมกลุ่มกันจัดขึ้นตามความสามารถ ความถนัด
และความสนใจของผู้เรียน เพื่อเติมเต็มความรู้ ความชานาญ ประสบการณ์ ทักษะเจตคติ เพื่อพัฒนา
ตนเองตามศกั ยภาพ

การจัดกิจกรรมชุมนุม สถานศึกษาสามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม กับบริบท
และสภาพของสถานศึกษา ดงั น้ี

๒.๒.๑ สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการให้ผ้เู รียนดาเนนิ กิจกรรมได้หลากหลาย
ทั้งรูปแบบภายในหรือภายนอกห้องเรียน และระยะเวลาการจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมระยะเวลา ๑
ภาคเรียน และกจิ กรรมระยะเวลา ๑ ปีการศกึ ษา

๒.๒.๒ กรณสี ถานศกึ ษามีการจดั ตง้ั ชุมนุมอยแู่ ล้ว สถานศกึ ษาควรสารวจความ
สนใจของผเู้ รียนในการเลือกเข้ารว่ มชมุ นุม

๒.๒.๓ กรณสี ถานศึกษายังไมม่ กี ารจดั ตั้งชุมนมุ ควรใหผ้ ้เู รยี นร่วมกันจดั ตง้ั ชมุ นมุ
และเชิญครูเป็นทป่ี รึกษา โดยร่วมกนั ดาเนนิ กจิ กรรมชมุ นมุ ตามระเบียบปฏิบัตทิ สี่ ถานศึกษากาหนด

๒.๑.๔ ถอดประสบการณ์แลกเปลีย่ นเรยี นรูแ้ ละเผยแพร่กจิ กรรม
๒.๑.๕ ครทู ปี่ รึกษากจิ กรรมประเมินตามหลกั เกณฑก์ ารประเมินผล
เง่ือนไข

๑. นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมในแต่ละระดับช้ัน ๓๐ ชั่วโมงต่อปี(ระดับ

ประถมศกึ ษำ) ๑๕ ชั่วโมงต่อภำคเรียน(ระดบั มธั ยมศกึ ษำ)
๒. สมาชิกของชมุ นมุ ตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรม ร่วมปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และมผี ลงาน/ช้ินงาน/คุณลักษณะ

ตามทสี่ ถานศกึ ษากาหนด
๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจกรรมทสี่ ง่ เสรมิ และพฒั นา ใหผ้ ูเ้ รยี น

บาเพญ็ ตนให้เป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครวั ชุมชน สงั คม ทอ้ งถิ่นและประเทศชาติ ตามความสนใจ
ในลักษณะอาสาสมคั ร เพอ่ื ขดั เกลาจติ ใจของผู้เรยี นใหม้ ีความเมตตากรุณา มีความเสียสละ และมจี ิต
สาธารณะ เพือ่ ช่วยสร้างสรรคส์ งั คมให้อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งมีความสขุ

แนวการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ การจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะ
ประโยชน์ เน้นให้ผู้เรียนร่วมกันสารวจและวิเคราะห์สภาพปัญหา ร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วาง
แผนการจัดกจิ กรรม ปฏบิ ัตติ ามกิจกรรมตามแผน รว่ มสรปุ และประเมินผลการจดั กิจกรรม รว่ มรายงานผล
พร้อมทัง้ ประชาสมั พนั ธ์และเผยแพร่ผลการจดั กจิ กรรม

การจัดกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน์ สามารถเลอื กจดั กิจกรรมหรอื เข้ารว่ มกจิ กรรม
ได้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น ดงั นี้

๑. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้และประสบการณ์ของ
ผู้เรียนเอง โดยผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมตามองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ และประสบการณ์
ซึง่ สามารถจดั กิจกรรมได้ ดังน้ี

๑.๑ กจิ กรรมภายในโรงเรียน
๑.๒ กจิ กรรมภายนอกโรงเรยี น
๒. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียน
นาเสนอการจดั กจิ กรรมต่อโรงเรยี น เพื่อขอความเห็นชอบในการจดั ทาโครงการ โครงงานหรอื กจิ กรรมซ่งึ มี
ระยะเวลาเริม่ ต้นและสิ้นสุดทีช่ ัดเจน โดยสามารถจดั กจิ กรรมได้ดังนี้
๒.๑ จดั กิจกรรมในโรงเรียน
๒.๒ จดั กิจกรรมนอกโรงเรียน
๓. จดั กิจกรรมร่วมกบั องค์กรอืน่ หมายถงึ กิจกรรมทีผ่ ูเ้ รียนอาสาสมัครเข้ารว่ มกิจกรรม
ห น่ วย ง า น ห รื อ อง ค์ ก รอื่ นๆ ที่ จั ด กิ จ ก ร รม ใ น ลักษณะ เ พื่อ สัง คมแ ล ะส า ธา รณปร ะโยชน์
โดยผู้เรียนสามารถเลือกเขา้ รว่ มกจิ กรรมได้ดงั น้ี
๓.๑ รว่ มกบั หน่วยงานอน่ื ท่เี ขา้ มาจดั กจิ กรรมในโรงเรยี น
๓.๒ รว่ มกบั หนว่ ยงานอน่ื ทจี่ ดั กิจกรรมนอกโรงเรียน

เงื่อนไข

๑. นักเรยี นทุกคนตอ้ งเขำ้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสำธำรณประโยชน์ ๑๐ ชั่วโมงต่อปี (ระดบั
ประถมศกึ ษำ) ๕ ชวั่ โมงต่อภำคเรยี นท่ี ๑ และ๑๐ ช่ัวโมงตอ่ ภำคเรยี นท่ี ๒ (ระดบั มธั ยมศึกษำ)

๒. เน้นใหผ้ ู้เรยี นเป็นผจู้ ดั กจิ กรรมดว้ ยตนเองทกุ ขั้นตอนและต่อเนอื่ ง โดยมีครูเป็นทป่ี รึกษา
กจิ กรรม

๓. ผเู้ รยี นจะจดั กจิ กรรมหรอื แสดงพฤติกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชนใ์ นเวลาสถานที่ หรอื
รปู แบบของกิจกรรมใดกไ็ ด้ โดยคานึงถงึ ความเหมาะสมตามบรบิ ทของแต่ละสถานศึกษาและขนึ้ อยกู่ บั การ
บรหิ ารจัดการของสถานศึกษา

แนวทางการประเมนิ ผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
๑. กจิ กรรมแนะแนว
ในการประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรมแนะแนว ครูผรู้ ับผดิ ชอบการจดั กิจกรรมแนะแนวผู้เรียน

และผปู้ กครอง มภี ารกิจทรี่ บั ผดิ ชอบ ดังน้ี
๑.๑ ครูผจู้ ัดกจิ กรรมแนะแนว
๑.๑.๑ จัดกิจกรรมเพือ่ พฒั นาผเู้ รียน ให้เกดิ คณุ ลกั ษณะตามวตั ถปุ ระสงค์ สอดคลอ้ ง

กบั วิสัยทัศนท์ ีส่ ถานศกึ ษากาหนดและตามสภาพความตอ้ งการและปญั หาของผู้เรียน
๑.๑.๒ รายงานเวลาและพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
๑.๑.๓ ศกึ ษาตดิ ตามและพัฒนาผเู้ รียนในกรณีที่ผเู้ รยี นไมเ่ ขา้ รว่ มกจิ กรรม
๑.๑.๔ ประเมินผลผู้เรียน โดยดูจากพัฒนาการของผู้เรียนตามาวัตถุประสงค์

ท่ีกาหนดเป็นสาคัญ ในกรณีท่ีผลการประเมินยังไม่ผ่าน ให้ครูผู้จัดกิจกรรมดาเนินการซ่อมเสริม
โดยผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมซ้าหรือปฏิบัติกิจกรรมเพ่ิมเติม จนกระทั้งผู้เรียนบ รรลุคุณลักษณะตาม
วัตถปุ ระสงค์ของกิจกรรมหรือผ่านการประเมินตามเกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากาหนด

๑.๑.๕ บันทึกผลการตดิ ตามและประเมินผลผเู้ รียนไว้เป็นหลกั ฐาน
๑.๒ ผูเ้ รยี น

๑.๒.๑ มเี วลาเข้ารว่ มกจิ กรรมแนะแนวตามเกณฑ์ทสี่ ถานศกึ ษากาหนด โดยมหี ลกั ฐาน
แสดงเวลาการเข้าร่วมกจิ กรรม

๑.๒.๒ ปฏิบัติกจิ กรรมตามทีค่ รผู ูร้ บั ผดิ ชอบมอบหมาย ถา้ ไม่ผ่านให้ปฏบิ ัติกจิ กรรมซ้า
หรือปฏบิ ัตเิ พม่ิ เตมิ และมชี ้ินงาน/ผลงาน/คุณลักษณะตามทคี่ รูผจู้ ัดกจิ กรรมมอบหมายใหป้ ฏบิ ตั ิ

๑.๓ ผปู้ กครอง
ผ้ปู กครองควรมสี ว่ นรว่ มในการประเมนิ ผลพัฒนาการของผ้เู รียน และมีการบนั ทกึ สรุป

พฒั นาการและการปฏิบัตกิ ิจกรรมของผู้เรยี น

๒. กจิ กรรมนกั เรยี น
๒.๑ กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี

การประเมินผลกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เป็นกระบวนการทดสอบความสามารถและ
พัฒนาการด้านตา่ งๆ ของผู้เรียนลูกเสอื เนตรนารี ซึ่งนอกจากพิจารณาความรตู้ ามทฤษฎีแลว้ ตอ้ งพจิ ารณา

ดา้ นความประพฤติ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมทเ่ี นน้ ทักษะและการปฏบิ ตั ติ า่ ง ๆ ดว้ ยวธิ กี ารประเมนิ ที่
ห ล า ก ห ล า ย แ ล ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ต า ม ส ภ า พ จ ริ ง ซ่ึ ง แ บ่ ง ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล อ อ ก เ ป็ น
๒ ส่วน คือ

๑) กิจกรรมบังคบั
เป็นการประเมินผลกิจกรรมตามหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การตัดสิน

เล่ือนชัน้ หรือจบหลกั สูตร โดยการเขา้ รว่ มกิจกรรมและผา่ นการประเมนิ ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด มี

การประเมินผลตลอดภาคเรียน/ปี โดยวิธีการสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม การซักถาม
การทดสอบภาคทฤษฎีและปฏบิ ตั ิ โดยกาหนดเกณฑ์การประเมนิ เปน็ “ผ่าน” และ “ไมผ่ ่าน”

ผา่ น หมายถึง ผู้เรยี นเข้ารว่ มกจิ กรรมครบตามเวลาปฏบิ ัติกิจกรรม หรอื

มีผลงาน/ชน้ิ งาน/คณุ ลกั ษณะ ตามเกณฑท์ ีส่ ถานศกึ ษากาหนด
ไมผ่ า่ น หมายถึง ผู้เรียนเข้ารว่ มกจิ กรรมไม่ครบตามเวลาปฏบิ ตั ิกิจกรรม หรอื

ไมม่ ผี ลงาน/ชน้ิ งาน/คณุ ลกั ษณะ ตามเกณฑท์ ส่ี ถานศึกษากาหนด

๒) วชิ าพิเศษ
การประเมินผลวิชาพิเศษในแต่ละวิชา ใช้วิธีการทดสอบท้ังภาคทฤษฎีและ

ภาคปฏบิ ตั ิ ตามหลักเกณฑ์ในข้อบังคบั คณะลูกเสือแห่งชาติ

๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ
การประเมินผลกิจกรรม เป็นกระบวนการทดสอบความสามารถและพัฒนาการ

ด้านตา่ งๆ ซึง่ นอกจากพจิ ารณาความรตู้ ามทฤษฎแี ล้วยงั ตอ้ งพิจารณาดา้ นความประพฤติ พฤติกรรมการเขา้

รว่ มกจิ กรรมที่เน้นทักษะและการปฏิบตั ติ า่ งๆ ดว้ ยวิธกี ารประเมินที่หลากหลายและการประเมนิ ตามสภาพ
จริง โดยกาหนดเกณฑ์การประเมินเป็น “ผา่ น” และ “ไมผ่ ่าน”

ผ่าน หมายถึง ผเู้ รยี นเข้ารว่ มกจิ กรรมครบตามเวลา ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม หรอื

มีผลงาน/ช้ินงาน/คณุ ลกั ษณะ ตามเกณฑท์ ่สี ถานศกึ ษากาหนด
ไม่ผ่าน หมายถงึ ผเู้ รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมไมค่ รบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรม หรอื
ไมม่ ผี ลงาน/ชน้ิ งาน / คณุ ลกั ษณะตามเกณฑท์ ี่สถานศกึ ษากาหนด

๓. กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
การประเมินผลกจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ผเู้ รียนตอ้ งเข้ำร่วมกิจกรรมใหค้ รบ
ตำมกรอบเวลำในโครงสรำ้ งของหลกั สูตรสถำนศกึ ษำโรงเรยี นบำ้ นประคำ ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตำม

หลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขัน้ พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ ดังนี้
๑. ระดับประถมศกึ ษำ (ป.๑-ป.๖) มเี วลำเขำ้ รว่ มกจิ กรรม ๑๐ ช่วั โมงต่อปี
๒. ระดบั มัธยมศึกษำตอนตน้ (ม.๑– ม.๓) มเี วลำเข้ำรว่ มกจิ กรรม ๕ ช่ัวโมง

(ภำคเรยี นท่ี ๑) และ ๑๐ ชวั่ โมง (ภำคเรียนท่ี๒)
“ผำ่ น” หมำยถึง ผู้เรียนมีเวลำเข้ำร่วมกิจกรรมร้อยละ๘๐ ของเวลำเรยี นกจิ กรรมและ

ผำ่ นกำรปฏิบัติกิจกรรม และมผี ลงำน/ช้นิ งำน/คณุ ลักษณะ

“ไม่ผำ่ น หมำยถึง ผเู้ รยี นมเี วลำเขำ้ ร่วมกิจกรรมไม่ครบรอ้ ยละ ๘๐ ไมผ่ ่ำนกำรปฏบิ ตั ิ
กิจกรรม และมผี ลงำน/ช้นิ งำน/คุณลกั ษณะ

ในกรณีทผ่ี เู้ รยี นไม่ผำ่ นเกณฑ์กำรประเมิน ครูท่ีปรกึ ษำตอ้ งจดั ใหผ้ ้เู รยี นซอ่ มเสรมิ โดยกำรทำ
กจิ กรรม ผ่ำนกำรปฏิบตั ิกจิ กรรม และมผี ลงำน/ชิ้นงำน/คณุ ลักษณะให้ครบตำมทก่ี ำหนด

เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา

เกณฑก์ ารจบการศึกษา

หลักสูตรโรงเรียนบ้ำนประคำ ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๓ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำ
ข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ กำหนดเกณฑ์สำหรับกำรจบกำรศึกษำเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับ
ประถมศกึ ษำ และระดับมธั ยมศึกษำตอนต้น ดงั นี้

เกณฑ์การจบการศึกษาระดบั ประถมศกึ ษา
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จานวน ๕,๐๔๐ ชั่วโมง และรายวิชาเพ่ิมเติมจำนวน
๔๘๐ ช่ัวโมง

(๒) ผู้เรยี นต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ระดบั ๑ ขึน้ ไปทุกรายวชิ า
(๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ในระดบั ดีเยี่ยม/ด/ี ผา่ น
(๔) ผ้เู รียนมผี ลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ในระดับ
ดเี ย่ยี ม/ด/ี ผา่ น
(๕) ผู้เรียนเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น และได้ผลการประเมนิ ผ่านทกุ กจิ กรรม
เกณฑ์การจบการศกึ ษาระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพ่ิมเติม ๘๑ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน
๖๖ หน่วยกิต และรายวิชาเพมิ่ เติม ๑๕ หน่วยกติ
(๒) ผู้เรยี นต้องได้หนว่ ยกิตตลอดหลักสูตรไม่นอ้ ยกวา่ ๗๗ หน่วยกติ โดยเปน็ รายวิชา
พนื้ ฐาน ๖๖ หน่วยกติ และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ไม่นอ้ ยกว่า ๑๑ หนว่ ยกติ
(๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
ในระดบั ดเี ย่ียม/ดี/ผา่ น
(๔) ผเู้ รยี นมีผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ในระดับ
ดีเยี่ยม/ดี/ผา่ น
(๕) ผู้เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น และได้ผลการประเมนิ ผา่ นทกุ กจิ กรรม

การจัดการเรยี นรู้

กำรจัดกำรเรียนรู้เป็นกระบวนกำรสำคัญในกำรนำหลักสูตรสู่กำรปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลำง
กำรศกึ ษำขน้ั พืน้ ฐำน เป็นหลักสตู รทมี่ ีมำตรฐำนกำรเรียนรู้ สมรรถนะสำคญั และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ของผู้เรยี น เปน็ เป้ำหมำยสำหรบั พัฒนำเดก็ และเยำวชน

ในกำรพัฒนำผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตำมเป้ำหมำยหลักสูตร ผู้สอนพยำยำมคัดสรรกระบวนกำร
เรียนรู้ จัดกำรเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่ำนสำระท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
รวมท้ังปลูกฝังเสริมสรำ้ งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนำทักษะต่ำงๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผเู้ รยี น
บรรลุตำมเปำ้ หมำย

๑. หลกั การจัดการเรยี นรู้

กำรจดั กำรเรียนรเู้ พ่อื ใหผ้ ู้เรียนมคี วำมรคู้ วำมสำมำรถตำมมำตรฐำนกำรเรยี นรู้สมรรถนะสำคญั

แ ล ะ คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค์ ต ำ ม ท่ี ก ำ ห น ด ไ ว้ ใ น ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล ำ ง ก ำ ร ศึ ก ษ ำ

ข้ันพน้ื ฐำน โดยยดึ หลกั ว่ำ ผู้เรยี นมคี วำมสำคัญที่สุด เช่ือว่ำทกุ คนมีควำมสำมำรถเรยี นรูแ้ ละพฒั นำตนเอง

ได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สำมำรถพัฒนำตำม

ธรรมชำติและเต็มตำมศักยภำพ คำนึงถึงควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลและพัฒนำกำรทำงสมอง

เนน้ ใหค้ วำมสำคญั ท้ังควำมรู้ และคณุ ธรรม

๒. กระบวนการเรยี นรู้

กำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอำศัยกระบวนกำรเรียนรู้ที่

หลำกหลำย เป็นเครื่องมือท่ีจะนำพำตนเองไปสู่เป้ำหมำยของหลักสูตร กระบวนกำรเรียนรู้ท่ีจำเป็น

สำหรับผู้เรียน อำทิ กระบวนกำรเรียนรู้แบบบูรณำกำร กระบวนกำรสร้ำงควำมรู้ กระบวนกำรคิด

กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรเผชญิ สถำนกำรณแ์ ละแก้ปัญหำ กระบวนกำรเรยี นรู้ จำก

ประสบกำรณ์จริง กระบวนกำรปฏิบัติ ลงมือทำจริงกระบวนกำรจัดกำร กระบวนกำรวิจัย กระบวนกำร

เรียนรู้กำรเรยี นร้ขู องตนเอง กระบวนกำรพัฒนำลกั ษณะนิสยั

กระบวนกำรเหล่ำนี้เป็นแนวทำงในกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีผู้เรียนควรได้รับกำรฝึกฝน พัฒนำ

เพรำะจะสำมำรถช่วยให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้ำหมำยของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน

จึงจำเป็นต้องศึกษำทำควำมเข้ำใจในกระบวนกำรเรียนรู้ต่ำง ๆ เพื่อให้สำมำรถเลือกใช้ในกำรจัด

กระบวนกำรเรยี นรู้ได้อย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ

๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้

ผู้สอนต้องศึกษำหลกั สูตรสถำนศกึ ษำใหเ้ ข้ำใจถึงมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะสำคัญ

ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสำระกำรเรียนรู้ท่ีเหมำะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจำรณำ

ออกแบบกำรจดั กำรเรยี นรโู้ ดยเลอื กใช้วิธสี อนและเทคนคิ กำรสอน สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ กำรวัดและประเมนิ ผล

เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนได้พัฒนำเตม็ ตำมศักยภำพและบรรลุตำมเปำ้ หมำยท่กี ำหนด

๔. บทบาทของผู้สอนและผู้เรยี น

กำรจัดกำรเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรยี นมีคุณภำพตำมเป้ำหมำยของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรยี น

ควรมีบทบำท ดงั นี้

๔.๑ บทบาทของผูส้ อน

๑) ศึกษำวิเครำะห์ผู้เรียนเป็นรำยบุคคล แล้วนำข้อมูลมำใช้ในกำรวำงแผนกำรจัดกำร

เรียนรู้ ท่ที ำ้ ทำยควำมสำมำรถของผูเ้ รยี น

๒) กำหนดเป้ำหมำยท่ตี ้องกำรใหเ้ กดิ ขึ้นกับผู้เรียน ด้ำนควำมรู้และทักษะกระบวนกำร ท่ี

เปน็ ควำมคดิ รวบยอด หลักกำร และควำมสัมพนั ธ์ รวมทงั้ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

๓) ออกแบบกำรเรียนรแู้ ละจัดกำรเรยี นรทู้ ่ีตอบสนองควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลและ

พัฒนำกำรทำงสมอง เพ่อื นำผู้เรียนไปสู่เปำ้ หมำย

๔) จดั บรรยำกำศท่ีเอ้ือต่อกำรเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลอื ผู้เรียนใหเ้ กิดกำรเรียนรู้

๕) จัดเตรียมและเลอื กใช้สือ่ ให้เหมำะสมกบั กิจกรรม นำภูมิปัญญำท้องถ่ิน เทคโนโลยีที่

เหมำะสมมำประยกุ ตใ์ ชใ้ นกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน

๖) ประเมินควำมกำ้ วหนำ้ ของผเู้ รียนด้วยวิธีกำรท่หี ลำกหลำย เหมำะสมกบั

ธรรมชำตขิ องวชิ ำและระดบั พัฒนำกำรของผเู้ รียน

๗) วิเครำะห์ผลกำรประเมินมำใช้ในกำรซ่อมเสริมและพัฒนำผเู้ รยี น รวมทงั้

ปรบั ปรุงกำรจดั กำรเรียนกำรสอนของตนเอง

๔.๒ บทบาทของผเู้ รียน
๑) กำหนดเปำ้ หมำย วำงแผนและรับผดิ ชอบกำรเรียนรู้ของตนเอง
๒) เสำะแสวงหำควำมรู้ เขำ้ ถงึ แหลง่ กำรเรียนรู้ วเิ ครำะห์ สังเครำะหข์ อ้ ควำมรู้ ตัง้ คำถำม

คิดหำคำตอบหรอื หำแนวทำงแกป้ ญั หำดว้ ยวิธีกำรต่ำง ๆ
๓) ลงมือปฏบิ ตั จิ ริง สรปุ สงิ่ ที่ไดเ้ รียนรู้ดว้ ยตนเอง และนำควำมรไู้ ปประยกุ ต์ใชใ้ น

สถำนกำรณ์ต่ำง ๆ

๔) มีปฏิสมั พนั ธ์ ทำงำน ทำกจิ กรรมร่วมกับกลุ่มและครู
๕) ประเมนิ และพฒั นำกระบวนกำรเรียนรขู้ องตนเองอย่ำงต่อเนื่อง

สือ่ การเรยี นรู้

ส่ือกำรเรียนรู้เป็นเครือ่ งมอื สง่ เสรมิ สนับสนุนกำรจดั กำรกระบวนกำรเรยี นรู้ ให้ผู้เรียนเขำ้ ถึงควำมรู้

ทกั ษะกระบวนกำร และคุณลกั ษณะตำมมำตรฐำนของหลักสูตรได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ สอ่ื

กำรเรียนรู้มีหลำกหลำยประเภท ทั้งสื่อธรรมชำติ ส่ือสิ่งพิมพ์ ส่ื อเทคโนโลยี และเครือข่ำย

กำรเรียนรู้ต่ำงๆ ท่ีมีในท้องถ่ิน กำรเลือกใช้สือ่ ควรเลอื กให้มีควำมเหมำะสมกบั ระดับพัฒนำกำร และลลี ำ

กำรเรยี นรู้ท่หี ลำกหลำยของผูเ้ รยี น

กำรจัดหำสือ่ กำรเรียนรู้ ผู้เรียนและผสู้ อนสำมำรถจดั ทำและพัฒนำขึ้นเอง หรือปรับปรงุ เลือกใช้

อยำ่ งมีคุณภำพจำกส่ือต่ำงๆ ทม่ี ีอย่รู อบตัวเพอ่ื นำมำใช้ประกอบในกำรจัดกำรเรียนรูท้ ี่สำมำรถสง่ เสริมและ

สื่อสำรให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ โดยสถำนศึกษำควรจัดให้มีอย่ำงพอเพียง เพื่อพัฒนำให้ผู้เรียนเกิดกำร

เรียนรู้อย่ำงแทจ้ ริง สถำนศึกษำ เขตพ้ืนที่กำรศึกษำ หน่วยงำนทีเ่ กี่ยวข้องและผมู้ ีหน้ำท่ีจัดกำรศกึ ษำข้นั

พืน้ ฐำน ควรดำเนินกำรดังน้ี

๑. จัดให้มีแหล่งกำรเรียนรู้ ศูนย์ส่ือกำรเรียนรู้ ระบบสำรสนเทศกำรเรียนรู้ และเครือข่ำย

กำรเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภำพทั้งในสถำนศึกษำและในชุมชน เพ่ือกำรศึกษำค้นคว้ำและกำรแลกเปลี่ยน

ประสบกำรณ์กำรเรียนรู้ ระหวำ่ งสถำนศึกษำ ทอ้ งถิน่ ชมุ ชน สงั คมโลก

๒. จัดทำและจัดหำส่ือกำรเรียนรู้สำหรับกำรศึกษำค้นคว้ำของผู้เรียน เสริมควำมรู้ให้ผู้สอน

รวมท้งั จัดหำสงิ่ ที่มีอยใู่ นท้องถ่นิ มำประยกุ ตใ์ ช้เปน็ สอื่ กำรเรยี นรู้

๓. เลือกและใช้สื่อกำรเรียนรู้ท่ีมีคุณภำพ มีควำมเหมำะสม มีควำมหลำกหลำย สอดคล้อง

กบั วธิ ีกำรเรยี นรู้ ธรรมชำตขิ องสำระกำรเรียนรู้ และควำมแตกตำ่ งระหว่ำงบคุ คลของผูเ้ รียน

๔. ประเมินคณุ ภำพของสอ่ื กำรเรียนรูท้ ี่เลอื กใชอ้ ยำ่ งเป็นระบบ

๕. ศกึ ษำคน้ คว้ำ วจิ ัย เพื่อพัฒนำสอื่ กำรเรียนรู้ให้สอดคล้องกบั กระบวนกำรเรียนรขู้ องผู้เรยี น

๖. จัดให้มีกำรกำกับ ติดตำม ประเมินคุณภำพและประสิทธิภำพเกี่ยวกับสื่อและกำรใช้ส่ือ

กำรเรียนรเู้ ปน็ ระยะๆ และสมำ่ เสมอ

ในกำรจัดทำ กำรเลือกใช้ และกำรประเมินคุณภำพสื่อกำรเรียนรู้ที่ใช้ในสถำนศึกษำ

ควรคำนึงถึงหลักกำรสำคัญของส่อื กำรเรยี นรู้ เช่น ควำมสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์กำรเรยี นรู้

กำรออกแบบกิจกรรมกำรเรียนรู้ กำรจัดประสบกำรณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหำมีควำมถูกต้องและทันสมัย

ไมก่ ระทบควำมมั่นคงของชำติ ไม่ขัดตอ่ ศลี ธรรม มกี ำรใช้ภำษำทถี่ ูกตอ้ ง รปู แบบกำรนำเสนอท่ีเขำ้ ใจง่ำย

และน่ำสนใจ

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ก ำ ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ำ ร เ รี ย น รู้ ข อ ง ผู้ เ รี ย น ต้ อ ง อ ยู่ บ น ห ลั ก ก ำ ร พ้ื น ฐ ำ น ส อ ง ป ร ะ ก ำ ร คื อ
กำรประเมินเพ่ือพัฒนำผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลกำรเรียน ในกำรพัฒนำคุณภำพกำรเรียนรู้ของผู้เรียน
ให้ประสบผลสำเรจ็ นั้น ผู้เรียนจะต้องได้รบั กำรพฒั นำและประเมินตำมตัวช้ีวัดเพอ่ื ให้บรรลตุ ำมมำตรฐำน
กำรเรยี นรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคญั และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรยี นซึ่งเป็นเป้ำหมำยหลกั ในกำร
วัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่ำจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถำนศึกษำ ระดับเขตพ้ืนที่
กำรศึกษำ และระดับชำติ กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ เป็นกระบวนกำรพัฒนำคุณภำพผเู้ รียนโดยใช้
ผลกำรประเมินเปน็ ข้อมลู และสำรสนเทศที่แสดงพัฒนำกำร ควำมก้ำวหน้ำ และควำมสำเร็จทำงกำรเรียน
ของผ้เู รียน ตลอดจนขอ้ มูลทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ ่อกำรส่งเสรมิ ให้ผูเ้ รยี นเกดิ กำรพัฒนำและเรยี นรอู้ ยำ่ งเตม็ ตำม
ศกั ยภำพ

กำรวัดและประเมินผลกำรเรยี นรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรยี น ระดับสถำนศึกษำ
ระดับเขตพนื้ ทก่ี ำรศึกษำ และระดบั ชำติ มรี ำยละเอยี ด ดงั นี้

๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นกำรวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้
ผู้สอนดำเนินกำรเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ใช้เทคนิคกำรประเมินอย่ำง
หลำกหลำย เช่น กำรซักถำม กำรสังเกต กำรตรวจกำรบ้ำน กำรประเมินโครงงำน กำรประเมินช้ินงำน/
ภำระงำน แฟ้มสะสมงำน กำรใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกำส
ให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพ่ือนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีท่ีไม่ผ่ำนตัวชี้วัดให้มี
กำรสอนซอ่ มเสรมิ

กำรประเมินระดับช้ันเรียนเป็นกำรตรวจสอบว่ำ ผู้เรียนมีพัฒนำกำรควำมก้ำวหน้ำใน
กำรเรยี นรู้ อันเปน็ ผลมำจำกกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอนหรอื ไม่ และมำกนอ้ ยเพียงใด มสี ิ่งทีจ่ ะต้อง
ได้รับกำรพัฒนำปรับปรุงและส่งเสริมในด้ำนใด นอกจำกน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอน ใช้ปรับปรุง
กำรเรียนกำรสอนของตนดว้ ย ทั้งนโี้ ดยสอดคล้องกบั มำตรฐำนกำรเรยี นร้แู ละตวั ชีว้ ดั

๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นกำรประเมินที่สถำนศึกษำดำเนินกำรเพ่ือตัดสินผล
กำรเรียนของผู้เรียนเป็นรำยปี/รำยภำค ผลกำรประเมินกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน คุณลั กษณะ
อันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน นอกจำกนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับกำรจัดกำรศึกษำ
ของสถำนศึกษำ ว่ำส่งผลต่อกำรเรียนรขู้ องผเู้ รียนตำมเปำ้ หมำยหรอื ไม่ ผู้เรยี นมจี ุดพัฒนำในด้ำนใด รวมทงั้
สำมำรถนำผลกำรเรียนของผ้เู รียนในสถำนศึกษำเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชำติ ผลกำรประเมินระดบั
สถำนศึกษำจะเปน็ ขอ้ มลู และสำรสนเทศเพื่อกำรปรับปรงุ นโยบำย หลักสูตร โครงกำร หรือวิธีกำรจดั กำร
เรียนกำรสอน ตลอดจนเพื่อกำรจัดทำแผนพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำของสถำนศึกษำ ตำมแนวทำงกำร
ประกันคณุ ภำพกำรศกึ ษำและกำรรำยงำนผลกำรจดั กำรศึกษำต่อคณะกรรมกำรสถำนศึกษำ สำนกั งำนเขต
พืน้ ทกี่ ำรศกึ ษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพน้ื ฐำน ผูป้ กครองและชมุ ชน

๓. การประเมินระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา เป็นกำรประเมินคุณภำพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนท่ี
กำรศึกษำตำมมำตรฐำนกำรเรียนรตู้ ำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน เพ่อื ใช้เป็นข้อมลู พืน้ ฐำนใน
กำรพัฒนำคณุ ภำพกำรศึกษำของเขตพ้นื ทกี่ ำรศึกษำ ตำมภำระควำมรับผิดชอบ สำมำรถดำเนินกำรโดย
ประเมินคณุ ภำพผลสมั ฤทธ์ขิ องผู้เรยี นด้วยขอ้ สอบมำตรฐำนทจี่ ัดทำและดำเนินกำรโดยเขตพื้นทก่ี ำรศึกษำ
หรือด้วยควำมร่วมมือกับหน่วยงำนต้นสงั กัด ในกำรดำเนินกำรจดั สอบ นอกจำกนี้ยงั ได้จำกกำรตรวจสอบ
ทบทวนขอ้ มลู จำกกำรประเมินระดบั สถำนศกึ ษำในเขตพนื้ ทีก่ ำรศึกษำ

๔. การประเมินระดับชาติ เป็นกำรประเมินคุณภำพผู้เรียนในระดับชำติตำมมำตรฐำน
กำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน สถำนศึกษำต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียน
ในชั้นประถมศึกษำปีท่ี ๓ ชัน้ ประถมศึกษำปที ี่ ๖ ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๓ เข้ำรับกำรประเมนิ ผลจำกกำร
ประเมินใช้เป็นข้อมูลในกำรเทียบเคียงคุณภำพกำรศึกษำในระดับต่ำง ๆ เพ่ือนำไปใช้ในกำรวำงแผน
ยกระดับคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำ ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุน กำรตัดสินใจในระดับนโยบำยของ
ประเทศ

ขอ้ มูลกำรประเมินในระดบั ตำ่ ง ๆ ข้ำงตน้ เปน็ ประโยชนต์ ่อสถำนศึกษำในกำรตรวจสอบทบทวน
พัฒนำคณุ ภำพผู้เรียน ถอื เปน็ ภำระควำมรบั ผดิ ชอบของสถำนศึกษำทจี่ ะตอ้ งจดั ระบบดูแลช่วยเหลอื
ปรับปรงุ แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผเู้ รียนไดพ้ ฒั นำเตม็ ตำมศักยภำพบนพ้ืนฐำนควำมแตกตำ่ งระหวำ่ ง
บุคคลทจ่ี ำแนกตำมสภำพปัญหำและควำมต้องกำร ได้แก่ กลมุ่ ผูเ้ รียนท่ัวไป กลมุ่ ผเู้ รยี นท่มี ีควำมสำมำรถ
พเิ ศษ กลุม่ ผเู้ รยี นทมี่ ีผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี นต่ำ กลมุ่ ผเู้ รยี นที่มีปญั หำดำ้ นวนิ ยั และพฤติกรรม กลุ่ม
ผู้เรียนทป่ี ฏเิ สธโรงเรยี น กลมุ่ ผเู้ รียนท่ีมปี ญั หำทำงเศรษฐกจิ และสงั คม กลมุ่ พิกำรทำงรำ่ งกำยและ
สตปิ ัญญำ เป็นตน้ ข้อมลู จำกกำรประเมินจึงเปน็ หัวใจของสถำนศึกษำในกำรดำเนนิ กำรชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นได้
ทันท่วงที ปดิ โอกำสใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับกำรพฒั นำและประสบควำมสำเรจ็ ในกำรเรียน

สถำนศึกษำในฐำนะผรู้ ับผิดชอบจัดกำรศึกษำ จะต้องจัดทำระเบยี บวำ่ ด้วยกำรวัดและประเมนิ ผล
กำรเรียนของสถำนศึกษำให้สอดคล้องและเป็นไปตำมหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของ
หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พน้ื ฐำน เพ่อื ให้บุคลำกรทเ่ี ก่ยี วขอ้ งทุกฝำ่ ยถอื ปฏบิ ตั ริ ่วมกัน

เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น

๑. การตัดสิน การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรียน
๑.๑การตดั สินผลการเรียน

ในกำรตัดสนิ ผลกำรเรียนของกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ กำรอำ่ น คดิ วิเครำะห์และเขียน
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นำผเู้ รียนนั้น ผสู้ อนตอ้ งคำนงึ ถึงกำรพัฒนำผ้เู รียนแต่ละคนเป็น
หลัก และต้องเกบ็ ข้อมลู ของผเู้ รยี นทุกดำ้ นอย่ำงสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภำคเรยี น รวมทั้งสอนซอ่ ม
เสรมิ ผู้เรยี นให้พฒั นำจนเตม็ ตำมศักยภำพ

ระดับประถมศกึ ษา
(๑) ผ้เู รยี นต้องมเี วลำเรยี นไม่น้อยกว่ำรอ้ ยละ ๘๐ ของเวลำเรยี นท้ังหมด
(๒) ผู้เรียนตอ้ งไดร้ ับกำรประเมินทกุ ตวั ช้วี ดั และผำ่ นตำมเกณฑ์ทสี่ ถำนศกึ ษำ

กำหนด
(๓) ผ้เู รยี นตอ้ งได้รบั กำรตัดสนิ ผลกำรเรียนทกุ รำยวิชำ
(๔) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ ับกำรประเมิน และมีผลกำรประเมนิ ผ่ำนตำมเกณฑท์ ี่

สถำนศกึ ษำกำหนด ในกำรอ่ำน คดิ วิเครำะห์และเขียน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นำ
ผูเ้ รียน

ระดบั มธั ยมศกึ ษา
(๑) ตดั สนิ ผลกำรเรียนเป็นรำยวิชำ ผู้เรียนตอ้ งมเี วลำเรียนตลอดภำคเรยี นไม่นอ้ ย

กวำ่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลำเรยี นทงั้ หมดในรำยวชิ ำน้นั ๆ
(๒) ผเู้ รยี นต้องไดร้ บั กำรประเมนิ ทกุ ตวั ชว้ี ัด และผำ่ นตำมเกณฑ์ทสี่ ถำนศกึ ษำ

กำหนด
(๓) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ บั กำรตัดสินผลกำรเรยี นทุกรำยวิชำ
(๔) ผูเ้ รียนตอ้ งไดร้ ับกำรประเมนิ และมผี ลกำรประเมนิ ผำ่ นตำมเกณฑ์ท่ี

สถำนศกึ ษำกำหนด ในกำรอ่ำน คิดวเิ ครำะห์และเขยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนำ
ผู้เรียน

กำรพิจำรณำเล่อื นช้ันทง้ั ระดบั ประถมศกึ ษำและมัธยมศกึ ษำ ถำ้ ผู้เรียนมีขอ้ บกพร่องเพียง
เลก็ นอ้ ย และสถำนศึกษำพจิ ำรณำเหน็ วำ่ สำมำรถพฒั นำและสอนซอ่ มเสรมิ ได้ ให้อยใู่ นดลุ พินจิ ของ
สถำนศึกษำทจี่ ะผอ่ นผันใหเ้ ล่ือนช้ันได้ แต่หำกผเู้ รยี นไม่ผ่ำนรำยวชิ ำจำนวนมำก และมแี นวโน้มวำ่ จะเป็น
ปญั หำต่อกำรเรียนในระดบั ช้ันทส่ี งู ข้นึ สถำนศึกษำอำจตง้ั คณะกรรมกำรพิจำรณำใหเ้ รยี นซำ้ ชนั้ ได้ ทงั้ นีใ้ ห้
คำนงึ ถงึ วุฒภิ ำวะและควำมรคู้ วำมสำมำรถของผู้เรยี นเปน็ สำคัญ

๑.๒ การให้ระดับผลการเรียน

ระดบั ประถมศึกษา ในกำรตัดสินเพ่ือให้ระดับผลกำรเรียนรำยวิชำ สถำนศกึ ษำสำมำรถใหร้ ะดบั ผลกำร
เรียนหรอื ระดบั คณุ ภำพกำรปฏิบตั ิของผเู้ รียน เปน็ ระบบตัวเลข ระบบตวั อักษร ระบบร้อยละ และระบบ
ที่ใช้คำสำคัญสะทอ้ นมำตรฐำน

กำรประเมินกำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะหแ์ ละเขยี น และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคน์ น้ั ใหร้ ะดบั ผล
กำรประเมนิ เป็น ดเี ย่ยี ม ดี และผ่ำน

กำรประเมินกจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน จะต้องพจิ ำรณำท้ังเวลำกำรเข้ำร่วมกิจกรรม กำรปฏิบตั ิ
กจิ กรรมและผลงำนของผเู้ รียน ตำมเกณฑท์ ีส่ ถำนศึกษำกำหนด และให้ผลกำรเข้ำร่วมกิจกรรมเป็นผ่ำน
และไม่ผ่ำน

ระดบั มธั ยมศึกษา ในกำรตดั สินเพื่อให้ระดับผลกำรเรียนรำยวิชำ ให้ใชต้ วั เลขแสดงระดบั ผลกำรเรยี นเป็น
๘ ระดับ

กำรประเมนิ กำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นน้ั ใหร้ ะดับผล
กำรประเมนิ เป็น ดเี ยยี่ ม ดี และผำ่ น

กำรประเมนิ กจิ กรรมพฒั นำผูเ้ รียน จะต้องพิจำรณำท้ังเวลำกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรม กำรปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมและผลงำนของผเู้ รียน ตำมเกณฑท์ ส่ี ถำนศกึ ษำกำหนด และให้ผลกำรเข้ำรว่ มกิจกรรมเปน็ ผ่ำน
และไมผ่ ำ่ น

๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
กำรรำยงำนผลกำรเรยี นเปน็ กำรสอื่ สำรใหผ้ ูป้ กครองและผเู้ รยี นทรำบควำมกำ้ วหน้ำ

ในกำรเรยี นรขู้ องผเู้ รียน ซงึ่ สถำนศกึ ษำต้องสรปุ ผลกำรประเมนิ และจัดทำเอกสำรรำยงำนใหผ้ ้ปู กครอง
ทรำบเปน็ ระยะ ๆ หรืออย่ำงนอ้ ยภำคเรยี นละ ๑ ครงั้

กำรรำยงำนผลกำรเรียนสำมำรถรำยงำนเปน็ ระดบั คุณภำพกำรปฏบิ ตั ขิ องผเู้ รียนท่สี ะท้อน
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้กลุ่มสำระกำรเรียนรู้


Click to View FlipBook Version