ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวมทง้ั หมด ๒๘ ตัวช้ีวดั
ส๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
อธิบำยควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำ หรือศำสนำท่ีตนนับถือ ในฐำนะที่เป็นรำกฐำนสำคัญของ
วัฒนธรรมไทยสรุปพุทธประวัติต้ังแต่กำรบำเพ็ญเพียรจนถึงปรินิพพำน หรือประวัติของศำสดำท่ีตนนับถือ
ตำมท่ีกำหนดช่ืนชมและบอกแบบอย่ำงกำรดำเนินชีวิตและข้อคิดจำกประวัติสำวก ชำดกเรื่องเล่ำและศำ
สนกิ ชนตัวอยำ่ งตำมทก่ี ำหนดบอกควำมหมำย ควำมสำคัญของพระไตรปฎิ ก หรือคมั ภรี ์ของศำสนำท่ีตนนับ
ถอื แสดงควำมเคำรพพระรัตนตรัย และปฏบิ ตั ิตำมหลักธรรมโอวำท ๓ ในพระพทุ ธศำสนำ หรือหลักธรรมของ
ศำสนำที่ตนนับถือตำมท่ีกำหนด **โครงงำนคุณธรรม(ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง)**
เห็นคุณค่ำและสวดมนต์ แผ่เมตตำ มีสติท่ีเป็นพ้ืนฐำนของสมำธิในพระพุทธศำสนำ หรือกำรพัฒนำจติ ตำม
แนวทำงของศำสนำท่ีตนนับถือตำมท่ีกำหนดบอกชื่อ ควำมสำคัญและปฏิบัติตนได้อย่ำงเหมำะสมต่อศำ
สนวัตถุ ศำสนสถำน และศำสนบุคคลของศำสนำอ่ืนๆปฏิบัตติ นอย่ำงเหมำะสมต่อสำวก ศำสนสถำน ศำสน
วัตถุของศำสนำที่ตนนับถือ ตำมที่กำหนดได้ถูกต้องเห็นคุณค่ำ และปฏิบัติตนในศำสนพิธีพิธีกรรม และ
วันสำคัญทำงศำสนำ ตำมที่กำหนดได้ถูกต้องแสดงตนเป็นพุทธมำมกะ หรือแสดงตนเป็นศำสนิกชนของ
ศำสนำทต่ี นนบั ถือ
จำแนกควำมต้องกำรและควำมจำเปน็ ในกำรใชส้ ินค้ำและบรกิ ำรในกำรดำรงชวี ิตวิเครำะห์กำรใช้
จ่ำยของตนเองอธิบำยได้ว่ำทรพั ยำกรท่ีมีอยู่จำกัดมีผลต่อกำรผลิตและบริโภคสินค้ำและบรกิ ำรบอกสินค้ำ
และบริกำรที่รัฐจัดหำและให้บริกำรแก่ประชำชนบอกควำมสำคัญของภำษีและบทบำทของประชำชนใน
กำรเสยี ภำษีอธิบำยเหตุผลกำรแขง่ ขนั ทำงกำรคำ้ ทมี่ ผี ลทำใหร้ ำคำสนิ คำ้ ลดลง
สำรวจข้อมูลทำงภูมิศำสตร์ในโรงเรียนและชุมชนโดยใช้แผนผัง แผนท่ี และรูปถ่ำยเพ่ือแสดง
ควำมสัมพันธ์ของตำแหน่ง ระยะ ทิศทำงวำดแผนผังเพ่ือแสดงตำแหน่งที่ต้ังของสถำนท่ีสำคัญในบริเวณ
โรงเรียนและชุมชนเปรียบเทียบกำรเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมของชุมชนในอดีตกับปัจจุบันอธิบำยกำรใช้
ประโยชน์จำกส่ิงแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติในกำรสนองควำมต้องกำรพื้นฐำนของมนุษย์ และกำร
ประกอบอำชีพอธิบำยสำเหตุท่ีทำให้เกิดมลพิษโดยมนุษย์อธิบำยควำมแตกต่ำงของลักษณะเมืองและ
ชนบทอธิบำยควำมสัมพันธ์ระหว่ำงลักษณะทำงกำยภำพกับกำรดำเนินชีวิตของคนในชุมชนมสี ว่ นรว่ มใน
กำรจัดกำรส่ิงแวดลอ้ มในชุมชน
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรอธิบำย กำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำสบื ค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏบิ ตั ิ
กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแก้ปัญหำ กระบวนกำรตั้ง
คำถำมเชิงภูมิศำสตร์ กำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรกำรจัดกำรข้อมูล กระบวนกำรกำรวิเครำะห์ขอ้ มลู
กระบวนกำรสรุปเพื่อตอบคำถำม กระบวนกำรคิด กำรสังเกต กำรแปลควำมข้อมูลทำงภูมิศำสตร์ มี
ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้เทคโนโลยี และทักษะ
ในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ประพฤติ ปฏบิ ตั ิตนเป็นพุทธศำสนิกชนท่ดี ี มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
ในกำรอยู่ร่วมกนั ในสังคม นำหลักธรรมไปใช้เป็นเคร่ืองมอื ในกำรเรยี นรู้ กำรทำงำนอยำ่ งมีคุณค่ำต่อชีวติ
ของตนเอง และสังคมโดยสว่ นรวมให้เหตุผล รวมถึงกำรตัดสินใจอย่ำงเปน็ ระบบ สำมำรถนำไปปฏิบตั ิใน
กำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยูอ่ ย่ำงพอเพียง มงุ่ มนั่ ในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย มจี ติ สำธำรณะ สำมำรถดำเนนิ ชีวิตอย่ำงสันติสุข
ในสงั คมไทยและสงั คมโลก โดยยึดหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งและนำไปสู่ประชำคมอำเซยี น
รหสั ตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ส ๕.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
รวมทงั้ หมด ๓๑ ตวั ช้วี ัด
ส๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ชั่วโมง
อธิบำยควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำ หรือศำสนำท่ีตนนับถือ ในฐำนะเป็นศูนย์รวมจิตใจของ
ศำสนิกชน สรุปพุทธประวัติตั้งแต่บรรลุธรรมจนถึงประกำศธรรม หรือประวัติศำสดำที่ตนนับถือตำมที่
กำหนดเห็นคุณค่ำและปฏิบัติตนตำมแบบอยำ่ งกำรดำเนินชีวิตและข้อคิดจำกประวัติสำวก ชำดกเรอ่ื งเล่ำ
และศำสนิกชนตัวอย่ำง ตำมท่ีกำหนดแสดงควำมเคำรพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตำมไตรสิกขำและหลกั ธรรม
โอวำท ๓ ในพระพทุ ธศำสนำ หรือหลกั ธรรมของศำสนำทตี่ นนบั ถอื ตำมท่กี ำหนด **โครงงำนคณุ ธรรม(ตำม
หลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง)** ช่ืนชมกำรทำควำมดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียนและ
ชมุ ชนตำมหลกั ศำสนำ พร้อมทัง้ บอกแนวปฏิบัติในกำรดำเนินชวี ติ เหน็ คุณค่ำและสวดมนต์ แผเ่ มตตำ มีสติ
ท่ีเป็นพ้ืนฐำนของสมำธิในพระพุทธศำสนำ หรือกำรพัฒนำจิตตำมแนวทำงของศำสนำที่ตนนับถือตำมท่ี
กำหนดปฏิบัติตนตำมหลักธรรมของศำสนำที่ตนนับถือ เพื่อกำรอยู่ร่วมกันเป็นชำติได้อย่ำงสมำนฉันท์
อธิบำยประวัติศำสดำของศำสนำอ่ืนๆ โดยสังเขปอภิปรำยควำมสำคัญ และมีส่วนร่วมในกำรบำรุงรักษำ
ศำสนสถำนของศำสนำที่ตนนับถือ มีมรรยำทของควำมเป็นศำสนิกชนท่ีดีตำมทีก่ ำหนด ปฏิบัติตนใน
ศำสนพิธี พิธีกรรมและวันสำคัญทำงศำสนำ ตำมทก่ี ำหนดไดถ้ กู ตอ้ ง
ระบุปัจจัยทีม่ ีผลต่อกำรเลอื กซ้ือสนิ ค้ำและบรกิ ำรบอกสทิ ธิพื้นฐำนและรักษำผลประโยชน์ของ
ตนเองในฐำนะผู้บริโภคอธบิ ำยหลกั กำรของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปใช้ในชีวติ ประจำวันของตนเองอธิบำย
ควำมสัมพันธ์ทำงเศรษฐกจิ ของคนในชุมชนอธบิ ำยหน้ำท่เี บื้องตน้ ของเงนิ
สืบค้นและอธิบำยข้อมูลลักษณะทำงกำยภำพในจังหวัดของตน ด้วยแผนที่และรูปถ่ำยระบุแหล่ง
ทรัพยำกรและสถำนที่สำคัญในจงั หวดั ของตนด้วยแผนท่ีและรูปถำ่ ยอธิบำยลกั ษณะทำงกำยภำพที่ส่งผลต่อ
แหล่งทรพั ยำกรและสถำนท่สี ำคัญในจงั หวัดวเิ ครำะห์สง่ิ แวดล้อมทำงกำยภำพทสี่ ง่ ผลต่อกำรดำเนนิ ชวี ิตของ
คนในจังหวัดอธบิ ำยกำรเปล่ยี นแปลงส่ิงแวดล้อมในจังหวัดและผลทเ่ี กิดจำกกำรเปลย่ี นแปลงนำเสนอแนว
ทำงกำรจดั กำรส่งิ แวดล้อมในจงั หวัด
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรอธิบำย กำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำสบื ค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ
กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแก้ปัญหำ กระบวนกำรต้ัง
คำถำมเชิงภูมิศำสตร์ กำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรกำรจัดกำรข้อมลู กระบวนกำรกำรวิเครำะหข์ อ้ มลู
กระบวนกำรสรุปเพื่อตอบคำถำม กระบวนกำรคิด กำรสังเกต กำรแปลควำมข้อมูลทำงภู มิศำสตร์ มี
ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้เทคโนโลยี และทักษะ
ในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ประพฤติ ปฏบิ ัตติ นเปน็ พุทธศำสนิกชนท่ีดี มคี ุณธรรมจริยธรรม
ในกำรอยู่รว่ มกนั ในสังคม นำหลักธรรมไปใช้เป็นเครื่องมอื ในกำรเรียนรู้ กำรทำงำนอยำ่ งมีคุณค่ำต่อชวี ติ
ของตนเอง และสังคมโดยสว่ นรวมใหเ้ หตุผล รวมถึงกำรตัดสนิ ใจอย่ำงเปน็ ระบบ สำมำรถนำไปปฏิบตั ใิ น
กำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยู่อยำ่ งพอเพยี ง มุง่ มน่ั ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ สำมำรถดำเนนิ ชีวิตอย่ำงสันติสุข
ในสังคมไทยและสงั คมโลก โดยยึดหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี งและนำไปสปู่ ระชำคมอำเซียน
รหัสตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒, ป.๔/๓,ป.๔/๔, ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒,ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒, ป.๔/๓
รวมท้ังหมด ๓๐ ตวั ช้ีวัด
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๘๐ ชวั่ โมง/จานวน ๒.๐ หนว่ ยกิต
วิเครำะห์ควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำหรือศำสนำที่ตนนับถือ ในฐำนะท่ีเป็นมรดกทำง
วัฒนธรรมและหลกั ในกำรพัฒนำชำติไทย สรุปพุทธประวัติตั้งแต่เสด็จกรุงกบลิ พัสดุ์จนถึงพุทธกิจสำคัญ
หรือประวตั ิศำสดำที่ตนนับถอื ตำมทีก่ ำหนดเหน็ คุณค่ำ และประพฤตติ นตำมแบบอย่ำงกำรดำเนินชีวิตและ
ข้อคิดจำกประวัติสำวก ชำดกเรื่องเล่ำและศำสนิกชนตัวอย่ำงตำมท่ีกำหนดอธิบำยองค์ประกอบและ
ควำมสำคัญของพระไตรปฎิ กหรือคัมภีร์ของศำสนำท่ีตนนับถือแสดงควำมเคำรพพระรัตนตรัยและปฏิบัติ
ตำมไตรสิกขำและหลักธรรมโอวำท ๓ ในพระพุทธศำสนำหรือหลักธรรมของศำสนำท่ีตนนับถือตำมที่
กำหนด **โครงงำนคุณธรรม(ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง)** เหน็ คุณคำ่ และสวดมนต์แผ่เมตตำ
มีสตทิ เี่ ป็นพ้นื ฐำนของสมำธใิ นพระพทุ ธศำสนำ หรือกำรพฒั นำจติ ตำมแนวทำงของศำสนำที่ตนนับถอื ตำมที่
กำหนดปฏิบัติตนตำมหลักธรรมของศำสนำที่ตนนับถือ เพื่อกำรพัฒนำตนเองและสง่ิ แวดล้อมจัดพิธกี รรม
ตำมศำสนำทต่ี นนบั ถืออย่ำงเรียบง่ำย มปี ระโยชน์ และปฏบิ ัติตนถูกต้องปฏิบตั ติ นในศำสนพธิ ี พธิ กี รรม และ
วันสำคัญทำงศำสนำ ตำมที่กำหนด และอภิปรำยประโยชน์ทีไ่ ด้รับจำกกำรเข้ำร่วมกิจกรรมมีมรรยำท
ของควำมเป็นศำสนิกชนที่ดี ตำมท่ีกำหนด
อธิบำยปัจจัยกำรผลิตสินคำ้ และบริกำรประยุกตใ์ ช้แนวคิดของปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงใน
กำรทำกิจกรรมต่ำง ๆ ในครอบครัว โรงเรียนและชุมชนอธิบำยหลกั กำรสำคัญและประโยชน์ของสหกรณ์
อธิบำยบทบำทหน้ำที่เบ้ืองตน้ ของธนำคำรจำแนกผลดแี ละผลเสียของกำรกยู้ มื
สืบค้นและอธิบำยข้อมูลลักษณะทำงกำยภำพในภูมิภำคของตนด้วยแผนท่ีและรูปถ่ำยอธิบำย
ลักษณะทำงกำยภำพที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยำกรและสถำนท่ีสำคัญในภูมิภำคของตนวิเครำะห์ส่งิ แวดล้อม
ทำงกำยภำพที่มอี ิทธิพลต่อลักษณะกำรตั้งถ่ินฐำนและกำรย้ำยถิ่นของประชำกรในภูมิภำคของตนวิเครำะห์
อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมทำงธรรมชำติท่ีก่อให้เกิดวิถีกำรดำเนินชีวิตในภูมิภำคของตนนำเสนอตัวอย่ำงท่ี
สะท้อนให้เห็นผลจำกกำรรักษำและทำลำยส่ิงแวดล้อม และเสนอแนวทำงในกำรจัดกำรสิ่งแวดล้อมใน
ภมู ภิ ำคของตน
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรอธิบำย กำรอภิปรำย กระบวนกำรคน้ คว้ำสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏบิ ตั ิ
กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแก้ปัญหำ กระบวนกำรตั้ง
คำถำมเชิงภูมิศำสตร์ กำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรกำรจัดกำรข้อมูล กระบวนกำรกำรวิเครำะหข์ ้อมลู
กระบวนกำรสรุปเพ่ือตอบคำถำม กระบวนกำรคิด กำรสังเกต กำรแปลควำมข้อมูลทำงภูมิศำสตร์ มี
ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้เทคโนโลยี และทักษะ
ในศตวรรษที่ ๒๑
เพอ่ื ให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ประพฤติ ปฏบิ ตั ิตนเป็นพุทธศำสนิกชนทีด่ ี มีคณุ ธรรมจริยธรรม
ในกำรอยู่ร่วมกนั ในสงั คม นำหลักธรรมไปใช้เปน็ เครื่องมอื ในกำรเรยี นรู้ กำรทำงำนอยำ่ งมคี ุณค่ำต่อชวี ิต
ของตนเอง และสังคมโดยสว่ นรวมให้เหตุผล รวมถึงกำรตัดสนิ ใจอย่ำงเป็นระบบ สำมำรถนำไปปฏิบตั ใิ น
กำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยอู่ ยำ่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจติ สำธำรณะ สำมำรถดำเนินชีวิตอย่ำงสันติสุข
ในสงั คมไทยและสังคมโลก โดยยึดหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี งและนำไปสปู่ ระชำคมอำเซยี
รหัสตัวช้ีวดั
ส ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ส ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ส ๕.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
รวมทัง้ หมด ๒๗ ตัวชวี้ ดั
ส๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖
สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๘๐ ชัว่ โมง
ศกึ ษำคน้ ควำ้ วเิ ครำะห์อธบิ ำยอภปิ รำยรวบรวมข้อมลู สรุปและเห็นคณุ ค่ำเกี่ยวกบั
ควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำในฐำนะเป็นศำสนำประจำชำติและศำสนำทตี่ นนบั ถือพทุ ธประวตั ิและ
ประวัติศำสดำของศำสนำทตี่ นนับถอื ควำมสำคญั ของพระรัตนตรัยหลักธรรมทส่ี ำคัญของศำสนำไตรสกิ ขำ
โอวำท ๓ พุทธศำสนสุภำษิตหลกั ธรรมของศำสนำที่ตนนบั ถือศำสนพิธวี ันสำคญั ทำงศำสนำมำรยำททีด่ ี
ของพระพุทธศำสนิกชน**โครงงำนคณุ ธรรม (ตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง)**
ป ฏิ บั ติ ต ำ ม ก ฎห ม ำ ย ท่ี เ ก่ี ย วข้ อ ง กั บ ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ป ร ะ โ ย ชน์ ข อ ง ก ำ ร ป ฏิ บั ติ ต ำ ม ก ฎ ห ม ำ ย
ควำมหมำยและประเภทของวัฒนธรรมเรียนรู้เก่ียวกับระบบกำรเมืองกำรปกครองในสังคมปัจจุบันกำร
ปกครองระบบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์เป็นประมุขลักษณะและควำมสำคัญของกำรเป็น
พลเมืองที่ดีตลอดจนควำมแตกต่ำงและควำมหลำกหลำยทำงวัฒนธรรมค่ำนิยมควำมเชื่อปลูกฝังค่ำนิยม
ดำ้ นประชำธปิ ไตยสิทธิหนำ้ ทีเ่ สรีภำพกำรดำเนินชีวติ อย่ำงสันติสุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก
อธิบำยบทบำทของผู้ผลิตผู้บริโภคทรัพยำกรหลักกำรใช้ทรัพยำกรหลักกำรและประโยชน์
ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงผู้ผลิตผู้บริโภคธนำคำรและรัฐบำลกำรดำรงชีวิตอย่ำงมีดุลยภำพและกำรไทยและ
ภูมิภำคต่ำงๆของโลกกำรใช้แผนท่ีและเครื่องมือทำงภูมิศำสตร์ควำมสัมพันธ์กันของส่ิงต่ำงๆในนำหลัก
เศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
บอกลักษณะของโลกทำงกำยภำพและสรุปลักษณะทำงกำยภำพแหล่งทรพั ยำกรและภูมิอำกำศ
ของประเทศระบบธรรมชำติควำมสมั พันธ์ของมนุษย์กบั สภำพแวดล้อมทำงธรรมชำติและส่ิงท่ีมนุษย์สร้ำง
ข้ึนกำรนำเสนอข้อมูลภมู สิ ำรสนเทศกำรอนุรักษส์ ิง่ แวดล้อมเพือ่ กำรพฒั นำที่ย่งั ยืน
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรอธิบำย กำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำสบื ค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ
กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแก้ปัญหำ กระบวนกำรต้ัง
คำถำมเชิงภูมิศำสตร์ กำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรกำรจัดกำรข้อมูล กระบวนกำรกำรวิเครำะหข์ อ้ มูล
กระบวนกำรสรุปเพ่ือตอบคำถำม กระบวนกำรคิด กำรสังเกต กำรแปลควำมข้อมูลทำงภูมิศำสตร์ มี
ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้เทคโนโลยี และทักษะ
ในศตวรรษท่ี ๒๑
เพอ่ื ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นพุทธศำสนิกชนทดี่ ี มคี ณุ ธรรมจริยธรรม
ในกำรอยู่รว่ มกนั ในสังคม นำหลักธรรมไปใช้เป็นเครือ่ งมอื ในกำรเรียนรู้ กำรทำงำนอย่ำงมีคุณค่ำต่อชวี ติ
ของตนเอง และสังคมโดยสว่ นรวมให้เหตุผล รวมถึงกำรตัดสนิ ใจอย่ำงเป็นระบบ สำมำรถนำไปปฏิบัติใน
กำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยู่อย่ำงพอเพยี ง มุง่ มัน่ ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มจี ติ สำธำรณะ สำมำรถดำเนนิ ชีวิตอย่ำงสันติสุข
ในสงั คมไทยและสงั คมโลก โดยยดึ หลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียงและนำไปสปู่ ระชำคมอำเซยี น
รหัสตวั ชว้ี ดั
ส ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ส ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
รวมทั้งหมด ๓๑ ตัวชีว้ ดั
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ส๒๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่วั โมง/จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ ระบุการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศไทย
ความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทต่ี นนบั ถอื ที่มีตอ่ สภาพแวดล้อมในสงั คมไทยรวมท้งั การพฒั นา
ตนและครอบครวั พุทธประวัติ ประพฤติตามแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคดิ จากประวัติสาวก ชาดก
เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง พุทธคุณและข้อธรรมสาคัญในกรอบอริยสัจ๔ **โครงงำนคุณธรรม
(ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง)** ความจาเปน็ ทที่ ุกคนตอ้ งศึกษาเรยี นร้ศู าสนาอน่ื ๆ การกระทา
ของบุคคลท่ีเป็นแบบอย่างด้านศาสนสมั พันธ์ จริยาวัตรของสาวก ประวัติความสาคัญและปฏิบัติตนในวนั
สาคัญทางศาสนา ความสามารถของตนเองในการทาประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เจตนารมณ์
โครงสร้างและสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปจั จบุ ัน บทบาทการถ่วงดุลอานาจ
อธิปไตย ความหมายและความสาคัญของเศรษฐศาสตร์ ค่านิยมและพฤติกรรมการบรโิ ภคของคนในสงั คม
ซ่ึงส่งผลตอ่ เศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ ความเป็นมา หลักการและความสาคญั ของปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพียงต่อสังคมไทย บทบาทหน้าท่ีและความแตกต่างของสถาบนั การเงนิ แต่ละประเภทและธนาคารกลาง
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกาหนดอุปสงค์และอปุ ทาน ความสาคัญของเวลา เทียบศักราชตามระบบต่าง ๆ
พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความสาคญั ของแหล่งอารยธรรมในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตส้ วดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจติ และเจรญิ
ปัญญาด้วยอานาปานสติ หลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือใน**กำรดำรงชีวิตแบบพอเพียงและดูแลรักษำ
สง่ิ แวดลอ้ ม ** เพ่ือการอยรู่ ว่ มกนั ได้อยา่ งสันตสิ ขุ ศาสนิกชนอนื่ ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ นาเสนอแนวทางการ
ปฏบิ ัตขิ องตนเองจัดพิธีกรรมและศาสนพิธี กฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธิของบคุ คล คณุ ค่าทางวัฒนธรรมที่
เป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ท่ีดี กฎบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันที่
เก่ียวข้องกบั ตนเอง การพึ่งพาอาศัยกันและการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศ ผลของการมีกฎหมาย
เกี่ยวกับทรพั ยส์ ินทางปัญญา เห็นคณุ คา่ และนาไปพัฒนาแกป้ ัญหาของตนเองและครอบครัว การพฒั นาจติ
เพ่ือการเรียนรูแ้ ละการดาเนินชีวติ ดว้ ยวธิ ีคิดแบบโยนิโสมนสกิ าร แสดงออกถงึ ความเคารพในสิทธิเสรีภาพ
ของตนเองและผูอ้ ืน่
โดยใช้ทักษะกระบวนการอธิบาย การอภปิ ราย กระบวนการค้นควา้ สืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏบิ ัติ
กระบวนการทางสงั คม กระบวนการกลุม่ กระบวนการเผชญิ สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการตงั้
คาถาม การรวบรวมข้อมลู กระบวนการการจดั การขอ้ มลู กระบวนการการวเิ คราะหข์ ้อมลู กระบวนการ
สรปุ เพอ่ื ตอบคาถาม กระบวนการคดิ การสงั เกต มคี วามสามารถในการส่ือสาร การคิด การแก้ปญั หา
การใชท้ ักษะชีวิต การใชเ้ ทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ ประพฤติ ปฏิบัตติ นเปน็ พทุ ธศาสนกิ ชนทดี่ ี มีคุณธรรมจรยิ ธรรม
ในการอย่รู ่วมกันในสงั คม นาหลกั ธรรมไปใช้เปน็ เครอ่ื งมอื ในการเรยี นรู้ การทางานอยา่ งมคี ุณคา่ ตอ่ ชวี ิต
ของตนเอง และสงั คมโดยสว่ นรวมให้เหตผุ ล รวมถึงการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ สามารถนาไปปฏิบตั ิใน
การดาเนินชวี ติ มคี ุณธรรม จริยธรรม มีความรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่อื สัตยส์ จุ ริต มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้
อยู่อย่างพอเพยี ง มงุ่ ม่ันในการทางาน รกั ความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ สามารถดาเนินชีวติ อยา่ งสนั ติสขุ
ในสังคมไทยและสงั คมโลก โดยยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและนาไปสปู่ ระชาคมอาเซยี น
รหสั ตัวชว้ี ดั
ส ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕,ม.๑/๖,ม.๑/๗,ม.๑/๘,ม.๑/๙,ม.๑/๑๐,
ม.๑/๑๑
ส ๑.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕
ส ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
ส ๒.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
รวมทง้ั หมด ๒๓ ตัวชีว้ ดั
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ส๒๑๑๐๓ สังคมศึกษา สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/จานวน ๑.๕ หน่วยกติ
อธิบำย วิเครำะห์ ลักษณะทำงกำยภำพของทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย โดยใช้
เครื่องมือทำงภูมิศำสตร์ลีบค้นข้อมูลท่ีตั้ง ขนำด และอำณำเขตของทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย
และโอเชียเนีย กำรใช้เคร่ืองมือทำงภูมิศำสตร์ในกำรสืบค้นลักษณะทำงกำยภำพของทวีปเอเชีย ทวีป
ออสเตรเลยี และโอเชยี เนีย อธบิ ำยพกิ ัดภมู ิศำสตร์ (ละติจูด และลองจจิ ูด) เสน้ แบง่ เวลำ และเปรียบเทยี บ
วัน เวลำ ของโลก สำเหตุกำรเกิดภัยพิบตั ิและผลกระทบในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี และโอเชียเนีย
ทำเลทต่ี ้ังของกจิ กรรมทำงเศรษฐกจิ และสังคมในทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ปัจจัยทำง
กำยภำพและปัจจัยทำงสังคมท่ีสง่ ผลต่อกำรเปล่ียนแปลงโครงสร้ำงทำงประชำกร สิ่งแวดล้อม เศรษฐกจิ
สังคมและวัฒนธรรมในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี และโอเชียเนีย ประเด็นปัญหำจำกปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่ำง
สิ่งแวดล้อมทำงกำยภำพกับมนุษย์ ที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนียแนวทำงกำร
จัดกำรภยั พบิ ตั ิและกำรจดั กำร กำรจัดกำรทรพั ยำกรและส่งิ แวดลอ้ ม ในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี และ
โอเชยี เปยี ท่ียัง่ ยนื
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรอธิบำย กำรอภิปรำย กระบวนกำรคน้ คว้ำสบื ค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบตั ิ
กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแก้ปัญหำ กระบวนกำรต้ัง
คำถำมเชิงภูมิศำสตร์ กำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรกำรจัดกำรข้อมูล กระบวนกำรกำรวิเครำะห์ขอ้ มูล
กระบวนกำรสรุปเพ่ือตอบคำถำม กระบวนกำรคิด กำรสังเกต กำรแปลควำมข้อมูลทำงภูมิศำสตร์
มีควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้เทคโนโลยี และทักษะใน
ศตวรรษที่ ๒๑
เพอ่ื ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ประพฤติ ปฏบิ ตั ติ นเป็นพุทธศำสนิกชนที่ดี มคี ุณธรรมจริยธรรม
ในกำรอยู่ร่วมกันในสงั คม นำหลักธรรมไปใช้เป็นเครอ่ื งมือในกำรเรียนรู้ กำรทำงำนอย่ำงมคี ุณค่ำต่อชีวติ
ของตนเอง และสังคมโดยสว่ นรวมใหเ้ หตุผล รวมถึงกำรตัดสินใจอย่ำงเปน็ ระบบ สำมำรถนำไปปฏิบตั ใิ น
กำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งม่นั ในกำรทำงำน รกั ควำมเปน็ ไทย มจี ิตสำธำรณะ สำมำรถดำเนินชีวิตอย่ำงสันติสุข
ในสังคมไทยและสังคมโลก โดยยดึ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งและนำไปสู่ประชำคมอำเซียน
รหสั ตวั ช้วี ัด
ส ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
ส ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
ส ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
ส ๕.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
รวมทัง้ หมด ๑๔ ตัวชว้ี ดั
คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ส๒๒๑๐๑ สังคมศึกษา สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/จานวน ๑.๕ หน่วยกิต
เพ่ือศึกษำ วิเครำะห์ กำรเผยแผ่และกำรนับถือพระพุทธศำสนำในประเทศเพื่อนบ้ำน
ควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำ ศึกษำพุทธประวัติ ประวัติพุทธสำวก พุทธสำวิกำ ศำสนิกชน
ตัวอย่ำงและชำดก ศึกษำพระรัตนตรัย อริยสัจ ๔ โครงสร้ำงและสำระสำคัญของพระไตรปิฏก
พุทธศำสนสุภำษติ **โครงงำนคุณธรรม(ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง)** หน้ำท่แี ละมำรยำทชำว
พทุ ธ วนั สำคัญทำงศำสนำ กำรบริหำรจติ และเจรญิ ปญั ญำ และกำรปฏิบัตติ นอยำ่ งเหมำะสมในกระแสควำม
เปลี่ยนแปลงของโลกและกำรปฏิบัติตนเพอ่ื อยรู่ ่วมกนั อย่ำงสนั ติสขุ
เพ่ือศกึ ษำ วิเครำะห์บทบำท ควำมสำคญั และควำมสัมพันธ์ของสถำบันทำงสังคม ควำมคล้ำยคลึง
และควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมภิ ำคเอเชีย เพ่ือนำไปส่คู วำมเข้ำใจ
อนั ดี ตอ่ กนั ข้อมลู ขำ่ วสำรทำงกำรเมอื งกำรปกครองทมี่ ผี ลกระทบต่อสังคมไทยปัจจบุ นั กระบวนกำรในกำร
ตรำกฎหมำย กำรปกป้องคุ้มครองผู้อนื่ ตำมหลกั สิทธมิ นุษยชน กำรปฏิบัติตนตำมสถำนภำพ บทบำท สทิ ธิ
เสรีภำพ และหนำ้ ทีใ่ นฐำนะพลเมอื งดี
โดยใชท้ ักษะกระบวนกำรอธิบำย กำรอภปิ รำย กระบวนกำรคน้ คว้ำสบื ค้นขอ้ มูล กระบวนกำรปฏิบัติ
กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแก้ปัญหำ กระบวนกำรตั้ง
คำถำม กำรรวบรวมข้อมลู กระบวนกำรกำรจัดกำรข้อมลู กระบวนกำรกำรวิเครำะห์ข้อมูล กระบวนกำร
สรุปเพ่ือตอบคำถำม กระบวนกำรคิด กำรสังเกต มีควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ
กำรใชท้ ักษะชวี ติ กำรใช้เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพอื่ ให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ประพฤติ ปฏิบตั ิตนเปน็ พุทธศำสนิกชนทด่ี ี มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม
ในกำรอยู่รว่ มกันในสงั คม นำหลักธรรมไปใช้เป็นเคร่อื งมอื ในกำรเรียนรู้ กำรทำงำนอยำ่ งมคี ุณค่ำต่อชวี ิต
ของตนเอง และสังคมโดยส่วนรวมใหเ้ หตุผล รวมถึงกำรตัดสินใจอย่ำงเป็นระบบ สำมำรถนำไปปฏิบตั ใิ น
กำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง ม่งุ ม่ันในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มจี ิตสำธำรณะ สำมำรถดำเนนิ ชีวิตอย่ำงสันติสุข
ในสังคมไทยและสงั คมโลก โดยยึดหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียงและนำไปสปู่ ระชำคมอำเซียน
รหสั ตวั ชีว้ ดั
ส ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐ม
ม.๒/๑๑
ส ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
ส ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
ส ๒.๒ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒
รวมทั้งหมด ๒๒ ตัวชวี้ ดั
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ส๒๒๑๐๓ สงั คมศึกษา สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/จานวน ๑.๕ หน่วยกิต
เพ่ือศึกษำ วิเครำะห์ระบบเศรษฐกิจแบบต่ำง ๆ กำรพึ่งพำอำศัยกัน และกำรแข่งขันกันทำง
เศรษฐกจิ ในภูมภิ ำคเอเชยี กำรกระจำยของทรัพยำกรในโลกท่สี ง่ ผลตอ่ ควำมสัมพนั ธ์ทำงเศรษฐกิจระหว่ำง
ประเทศ กำรแข่งขันทำงกำรค้ำระหว่ำงประเทศ และต่ำงประเทศทสี่ ่งผลต่อคุณภำพสินค้ำ ปริมำณกำร
ผลิตและรำคำสนิ คำ้ ปัจจยั ทมี่ ผี ลตอ่ กำรลงทนุ และกำรออม ปจั จยั กำรผลติ สนิ ค้ำและบริกำร และปจั จัยทมี่ ี
อิทธิพลต่อกำรผลติ สินค้ำบริกำร เสนอแนวทำงกำรพฒั นำกำรผลิตในท้องถิ่นตำมหลักปรัชญำเศรษฐกิจ
พอเพียงและกำรค้มุ ครอง สิทธิของตนเองในฐำนะผบู้ ริโภค เพ่ือศกึ ษำกำรใชเ้ คร่ืองมอื ทำงภมู ศิ ำสตรใ์ นกำร
รวบรวม วเิ ครำะหแ์ ละนำเสนอข้อมลู ทเี่ กย่ี วกบั ลกั ษณะทำงกำยภำพ และสงั คมของทวปี ยโุ รปและแอฟรกิ ำ
วิเครำะห์ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงลักษณะทำงกำยภำพและสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกำ กำรก่อเกิด
สิ่งแวดล้อมใหม่ทำงสังคมอันเป็นผลจำกกำรเปล่ียนแปลงทำงธรรมชำติและสังคม แนวทำงกำรอนุรักษ์
ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ปัญหำเกยี่ วกบั ส่งิ แวดลอ้ มทเี่ กิดขนึ้ ในทวีปยโุ รปและแอฟรกิ ำ สำเหตุ
และผลกระทบทปี่ ระเทศไทยได้รับจำกกำรเปลยี่ นแปลง ของส่งิ แวดล้อม โดยใช้กระบวนกำรคิดวิเครำะห์
กระบวนกำรปฏิบัติ
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรอธิบำย กำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำสบื ค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏบิ ตั ิ
กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และแก้ปัญหำ กระบวนกำรตั้ง
คำถำม กำรรวบรวมข้อมูล กระบวนกำรกำรจัดกำรข้อมลู กระบวนกำรกำรวิเครำะห์ข้อมูล กระบวนกำร
สรุปเพ่ือตอบคำถำม กระบวนกำรคิด กำรสังเกต มีควำมสำมำรถในกำรส่อื สำร กำรคิด กำรแก้ปญั หำ
กำรใช้ทักษะชีวติ กำรใชเ้ ทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพือ่ ใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ประพฤติ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ พุทธศำสนิกชนท่ีดี มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
ในกำรอยู่รว่ มกนั ในสังคม นำหลักธรรมไปใช้เปน็ เครอ่ื งมือในกำรเรียนรู้ กำรทำงำนอย่ำงมีคุณค่ำต่อชวี ติ
ของตนเอง และสังคมโดยส่วนรวมให้เหตุผล รวมถึงกำรตัดสนิ ใจอย่ำงเปน็ ระบบ สำมำรถนำไปปฏิบตั ใิ น
กำรดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง มงุ่ ม่ันในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจติ สำธำรณะ สำมำรถดำเนินชีวิตอย่ำงสันติสุข
ในสังคมไทยและสงั คมโลก โดยยดึ หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี งและนำไปสูป่ ระชำคมอำเซยี น
รหัสตวั ช้ีวัด
ส ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
ส ๓.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
ส ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ส ๕.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
รวมทงั้ หมด ๑๕ ตัวช้วี ัด
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ส๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษา รวบรวม อธบิ าย วเิ คราะห์ สรปุ การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาท่ตี นนบั ถอื ส่ปู ระเทศต่าง ๆ ทว่ั
โลก ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ตี นนบั ถือในฐานะทช่ี ่วยสรา้ งสรรค์อารยธรรมและความ
สงบสุขแกโ่ ลก พทุ ธประวตั จิ ากพระพทุ ธรปู ปางตา่ ง ๆ ประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนินชวี ิตและขอ้ คิด
จากประวัติสาวก **โครงงานคุณธรรม(ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง)** ชาดก เรื่องเล่าและ
ศาสนิกชนตัวอย่าง สงั ฆคุณและขอ้ ธรรมสัมพันธ์ในกรอบอริยสัจ ๔ ความแตกต่างและยอมรบั วถิ ีการดาเนิน
ชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอ่ืน หน้าท่ีและบทบาทของสาวกและปฏิบัติตนตอ่ สาวก ประวัติวันสาคัญทาง
ศาสนาและการปฏิบัติตน แสดงความคิดเห็นความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ
สวดมนต์ แผ่เมตตาบริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบคุ คล
หน้าทขี่ องศาสนิกชนที่ดี ปฏบิ ัตติ นตาม ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม แสดงตนเป็นพุทธมามะกะ นาเสนอแนวทางใน
การธารงรักษาศาสนา การดารงชีวติ อยา่ งมคี วามสุขในประเทศและสงั คมโลก ความแตกต่างของการกระทา
ความผิดระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง การปกป้องคุ้มครองผู้อื่นตามหลักสิทธิมนุษยชน ปัจจัยทก่ี ่อให้เกดิ
ปัญหาความขัดแย้งในประเทศและเสนอแนวคิดในการลดความขัดแย้ง ระบอบการปกครองต่าง ๆ ที่ใช้ใน
ยุคปัจจุบัน ระบอบการปกครองของไทยกับประเทศอื่นทีม่ ีการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนญู
ฉบับปัจจุบัน ประเด็นปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทยและเสนอแ นว
ทางแก้ไข กลไกราคาและระบบเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหวา่ งแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียงกบั ระบบสหกรณ์
บทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ ผลเสียจากการว่างงานและแนวทางแก้ปัญหา สาเหตุและ
วิธีการกีดกันทางการค้าในการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาท้องถ่ินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
นโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐ บทบาทความสาคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ ผลกระทบทเี่ กิดจากภาวะเงนิ เฟอ้ เงนิ ฝดื
โดยใช้ทักษะกระบวนการอธิบาย การอภิปราย กระบวนการคน้ คว้าสบื ค้นข้อมูล กระบวนการปฏบิ ัติ
กระบวนการทางสังคม กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการตั้ง
คาถามเชิงภูมิศาสตร์ การรวบรวมข้อมูล กระบวนการการจัดการข้อมลู กระบวนการการวิเคราะหข์ ้อมูล
กระบวนการสรุปเพ่ือตอบคาถาม กระบวนการคิด การสังเกต การแปลความข้อมูลทางภูมิศาสตร์ มี
ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต การใช้เทคโนโลยี และทักษะใน
ศตวรรษท่ี ๒๑
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี เห็นคุณค่า เห็น
ความสาคัญการปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตนเพ่ือเตรียมพร้อมสาหรับการทางานและการมี
ครอบครวั การพัฒนาจิตเพื่อการเรยี นร้แู ละดาเนินชีวิตด้วยวธิ ีคดิ แบบโยนโิ ส มนสิการ มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
ในการอยู่รว่ มกันในสงั คม นาหลักธรรมไปใช้เปน็ เคร่ืองมอื ในการเรียนรู้ การทางานอยา่ งมคี ุณค่าต่อชีวติ
ของตนเอง และสังคมโดยส่วนรวมให้เหตุผล รวมถึงการตัดสนิ ใจอย่างเป็นระบบ สามารถนาไปปฏิบัตใิ น
การดาเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยอู่ ย่างพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทางาน รักความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ สามารถดาเนินชีวิตอย่างสันติสุข
ในสงั คมไทยและสงั คมโลก โดยยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและนาไปสู่ประชาคมอาเซียน
รหัสตัวชวี้ ัด
ส ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ส ๑.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗
ส ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕
ส ๒.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวมทัง้ หมด ๒๖ ตวั ช้วี ดั
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ส๒๓๑๐๓ สงั คมศกึ ษา สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง/จานวน ๑.๕ หน่วยกติ
อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจมีสว่ นรว่ มในการแกไ้ ขปญั หาและพัฒนาท้องถ่ินตามปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์อธิบาย
บทบาทหนา้ ทีข่ องรัฐบาลในระบบเศรษฐกจิ แสดงความคดิ เห็นตอ่ นโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของ
รฐั บาลที่มีตอ่ บคุ คล กลมุ่ คนและประเทศชาติ อภปิ รายบทบาทความสาคญั ของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
ระหว่างประเทศ อภปิ รายผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟอ้ เงินฝืด วิเคราะหผ์ ลเสียจากการวา่ งงานและ
แนวทางแก้ปัญหา วิเคราะห์สาเหตแุ ละวิธีการกดี กนั ทางการค้าในการคา้ ระหว่างประเทศ ใชเ้ ครอ่ื งมอื ทาง
ภูมิศาสตร์ในการรวบรวมวิเคราะห์ และนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีป
อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีป
อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ วิเคราะห์การก่อเกิดสิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคมอันเป็นผลจากการ
เปล่ียนแปลงทางธรรมชาติและทางสงั คมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ระบุแนวทางการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ สารวจ อภิปรายประเด็นปัญหา
เกี่ยวกับสิง่ แวดล้อมที่เกดิ ขน้ึ ในทวีป อเมริกาเหนอื และอเมริกาใต้ วเิ คราะห์เหตุและผลกระทบต่อเนอ่ื งจาก
การเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดล้อมในทวีปอเมรกิ าเหนือและอเมริกาใต้ท่สี ง่ ผลต่อประเทศไทย
โดยกำรใช้กระบวนกำรคิด กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรทำงสงั คม
กำรต้ังคำถำมเชิงภูมิศำสตร์ กำรให้เหตุผลทำงภูมิศำสตร์ เข้ำใจระบบธรรมชำติและมนุษย์ กำรตัดสินใจ
อย่ำงเป็นระบบกำรรวบรวมข้อมูล กำรจัดกำรข้อมูล กำรวิเครำะห์ข้อมูล กำรสรุปเพ่ือตอบคำถำม กำร
สังเกต กำรแปลควำมข้อมูลทำงภูมศิ ำสตร์ กำรคิดเชิงพนื้ ที่ กำรคิดแบบองค์รวม กำรใช้เทคโนโลยีรวมถงึ
ทักษะด้ำนกำรสือ่ สำร
เพอื่ ให้เกิดควำมรู้ควำมเข้ำใจเกย่ี วกบั ทวบี อเมรกิ ำเหนืออเมริกำรใต้ สำมำรถนำไปปฏบิ ตั ติ นในกำร
ดำเนนิ ชีวิต มคี วำมสำมำรถทำงภูมศิ ำสตร์ กระบวนกำรทำงภูมศิ ำสตร์ ทกั ษะทำงภูมิศำสตร์ และมีทกั ษะใน
ศตวรรษที่ ๒๑ ด้ำนกำรสอื่ สำร ควำมสำมำรถในกำรคดิ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในดำ้ นรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่อื สตั ย์สจุ ริต มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยำ่ งพอเพยี ง มุ่งม่ันในกำรทำงำน รกั ควำม
เปน็ ไทย มจี ติ สำธำรณะ สำมำรถดำเนินชวี ติ ได้อย่ำงสนั ติสขุ ในสงั คมไทยและสงั คมโลกโดยยึดหลักปรัชญำ
ของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปสปู่ ระชำคมอำเซยี น
รหสั ตัวชีว้ ดั
ส ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
ส ๓.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
ส ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ส ๕.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวมท้ังหมด ๑๒ ตัวชี้วดั
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ส๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
รู้และเข้ำใจวันเดอื นปี กำรนับช่วงเวลำตำมปฏิทนิ ที่ใชใ้ นชวี ิตประจำวัน กำรเรยี งลำดับเหตุกำรณท์ ่ี
เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รู้และเข้ำใจวิธีสืบค้นประวัติควำมเป็นมำของตนเองและครอบครัวอย่ำงง่ำยๆ
เข้ำใจสำเหตุและผลควำมเปล่ียนแปลงของสภำพแวดลอ้ มสิ่งของเคร่ืองใช้หรือกำรดำเนนิ ชีวิตของอดตี กับ
ปัจจุบนั ควำมหมำยและควำมสำคัญของสัญลกั ษณส์ ำคัญและเอกลกั ษณข์ องชำติไทย สถำนทส่ี ำคญั ซง่ึ เปน็
แหล่งวัฒนธรรมในชุมชน สิ่งท่ีน่ำภำคภูมิใจในท้องถิ่น รู้ชื่อผู้สร้ำงเมืองนครรำชสีมำ อำหำรพ้ืนบ้ำน
ตลอดจนภูมิปญั ญำของจังหวัดนครรำชสีมำ (ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง) บอกสำเหตุและผล
ของกำรเปลี่ยนแปลงของสภำพแวดล้อม สิ่งของเคร่ืองใช้ตำมกำลเวลำ เหตุกำรณ์สำคัญที่เกิดขึ้นใน
ครอบครัว ท่ีมผี ลกระทบตอ่ ตนเองในปจั จบุ ัน ควำมหมำยและควำมสำคัญของสัญลักษณ์สำคญั ของชำตไิ ทย
และปฏิบัติตนได้ถูกต้อง บอกสถำนท่ีท่ีสำคัญ ซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรมในชุมชน สิ่งท่ีตนรักและภูมิใจใน
ทอ้ งถน่ิ เกย่ี วกับส่งของ สถำนท่ีภำษำถ่นิ ประเพณแี ละวัฒนธรรมใกลต้ วั ชือ่ ผสู้ ร้ำงเมืองนครรำชสมี ำ อำหำร
พืน้ บำ้ นประจำจงั หวดั มรี ะเบียบวินัย ตระหนกั ถึงควำมสำคัญของกำรเปล่ยี นแปลง เอกลักษณส์ ำคัญของ
ชำติไทย เห็นคุณค่ำและควำมสำคัญของแหลง่ วัฒนธรรมในชมุ ชน และประโยชนข์ องสิง่ ต่ำงๆ เหลำ่ นน้ั รกั
และภมู ิใจในท้องถิน่
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอ่ำน กำรสืบค้นข้อมูล กำรเช่ือมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธิบำย กำรสรปุ ควำม มคี วำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชวี ติ กำรใช้
เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญท่ีจะธำรงรักษำควำมเป็นไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มีวินัย
ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยำ่ งพอเพยี ง มงุ่ มั่นในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตัวชว้ี ดั
ส ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ส ๔.๓ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
รวมทง้ั หมด ๘ ตวั ชีว้ ดั
ส๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒
สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง
มีความรู้ในเร่ืองช่วงเวลา อดีต ปัจจุบัน อนาคต และลาดับเหตุการณ์โดยใช้ช่วงเวลาใน
ชีวติ ประจาวัน วิถชี วี ติ คนในชมุ ชนจากอดีตจนถึงปัจจุบนั ผลกระทบ การเปลย่ี นแปลงวิถีชีวติ ของคนใน
ชมุ ชน บุคคลท่ที าประโยชนต์ ่อทอ้ งถ่นิ และประเทศชาติ วัฒนธรรมประเพณใี นทอ้ งถ่นิ
สบื คน้ ขอ้ มูลง่ายๆ โดยการสอบถามถงึ วิถีชีวิตของคนในชุมชนจากอดตี จนถงึ ปัจจุบนั บอกเลา่ ถงึ
ผลกระทบการเปลย่ี นแปลงวถิ ีชีวติ ของคนในชุมชนบุคคลทท่ี าประโยชนต์ อ่ ทอ้ งถนิ่ และประเทศชาติ ปฏิบัติ
ตามประเพณวี ฒั นธรรมการทาความเคารพ ภาษา ประเพณไี ทย เช่น สงกรานต์ อาหารไทย วัฒนธรรม
และภูมิปัญญาทีน่ า่ ภูมิใจ (ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง)
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเชื่อมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธบิ ำย กำรสรุปควำม มคี วำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร กำรคดิ กำรแก้ปญั หำ กำรใช้ทกั ษะชีวติ กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญท่ีจะธำรงรกั ษำควำมเป็นไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย
ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยำ่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ โดยยึดหลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ส ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๔.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
รวมทัง้ หมด ๖ ตัวช้วี ดั
ส๑๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
รู้และเข้ำใจกำรเทียบศักรำชท่ีสำคัญตำมปฏิทินท่ีใช้ในชีวิตประจำวัน เข้ำใจกำรแสดงลำดับ
เหตุกำรณ์สำคัญของโรงเรียนและชุมชน โดยระบหุ ลักฐำนและแหล่งข้อมูลที่เกย่ี วข้องได้ เข้ำใจปจั จยั ที่มี
อิทธิพลต่อกำรตั้งถิ่นฐำนและพัฒนำกำรชุมชน สรุปลักษณะที่สำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณีและ
พัฒนำกำรของชุมชน เข้ำใจเปรียบเทียบควำมเหมือนและควำมต่ำงของวัฒนธรรมของชุมชนตนเอง กับ
ชุมชนอ่ืนๆ ระบุพระนำมและพระรำชกรณียกิจโดยสังเขปของพระมหำกษัตริย์ไทยท่ีเป็นผู้สถำปนำ
อำณำจักรไทย เข้ำใจพระรำชประวตั ิและพระรำชกรณียกิจของพระมหำกษัตริย์ในรัชกำลปัจจุบนั วรี กรรม
ของบรรพบุรษุ ไทยท่ีมีสว่ นปกป้องประเทศชำติ วิธีกำรเทียบศักรำชทีส่ ำคัญตำมปฏิทิน ควำมสำคัญของ
โรงเรยี นและชมุ ชน ปจั จยั ที่มอี ทิ ธิพลตอ่ กำรตั้งถิน่ ฐำนและพฒั นำกำร ลกั ษณะทสี่ ำคัญของขนบธรรมเนียม
ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนของตนเอง พระนำมและพระรำชกรณียกิจโดยสังเขปของ
พระมหำกษัตรยิ ์ไทย ควำมหมำยของพระรำชประวัติและพระรำชกรณียกิจของพระมหำกษัตริย์ในรชั กำล
ปจั จุบัน ประวัตบิ รรพบุรษุ ไทย ประวตั เิ จ้ำเมอื งนครรำชสีมำ มวี นิ ยั ตรงตอ่ เวลำ นำควำมรเู้ รือ่ งศกั รำชไป
ใช้ในชีวิตประจำวัน มีควำมภำคภูมใิ จและสนใจเรื่องรำวทเี่ ปน็ ข้อมลู ในชมุ ชนของตนเอง มีควำมเออ้ื เฟอ้ื
เผือ่ เผอื่ แผ่และช่วยเหลือผอู้ ื่น มีควำมสุข ได้รับกำรชื่นชมยกย่อง เกดิ ควำมภำคภูมใิ จนำมำเป็นแบบอย่ำง
ในกำรดำเนินชวี ติ
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเช่ือมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธบิ ำย กำรสรุปควำม มีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคดิ กำรแกป้ ญั หำ กำรใชท้ กั ษะชวี ิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญที่จะธำรงรกั ษำควำมเปน็ ไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย
ใฝ่เรียนรู้ อยูอ่ ย่ำงพอเพียง ม่งุ มัน่ ในกำรทำงำน รกั ควำมเปน็ ไทย มีจิตสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตวั ชีว้ ัด
ส ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ส ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๔.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวมทั้งหมด ๘ ตวั ชว้ี ัด
ส๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
กำรค้นคว้ำศึกษำ อธิบำย รวบรวมข้อมูลเก่ียวกับควำมหมำยและกำรใช้ช่วงเวลำของทศวรรษ
ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑ์กำรแบ่งยุคสมัยก่อนประวัติศำสตร์และยุคประวัติศำสตร์ ประเภทของ
หลกั ฐำนทำงประวัตศิ ำสตร์ ตัวอย่ำงหลักฐำนท่ีใช้ในกำรศึกษำ หลักฐำนของท้องถิ่น พัฒนำกำรของมนุษย์
ยุคก่อนประวัติศำสตร์และยุคประวัติศำสตร์ หลักฐำนกำรตั้งหลักแหล่งของมนุษย์ หลักฐำนทำง
ประวัติศำสตรท์ พ่ี บในทอ้ งถ่ิน การศึกษาประวตั ิศาสตร์ท้องถนิ่ (ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง)
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเชื่อมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธิบำย กำรสรปุ ควำม มีควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคดิ กำรแกป้ ัญหำ กำรใช้ทักษะชวี ิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญท่ีจะธำรงรกั ษำควำมเปน็ ไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจรติ มีวินัย
ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพยี ง มุ่งม่นั ในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย มจี ิตสำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรชั ญำของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวช้วี ดั
ส ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๔.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
รวมทง้ั หมด ๘ ตวั ชวี้ ดั
ส๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
อธบิ ำย วิเครำะห์ เปรียบเทียบ ขน้ั ตอนกำรสืบคน้ ขอ้ มลู เร่ืองรำวในอดีต ในท้องถิน่ อำรยธรรม
อินเดีย จีน วัฒนธรรมของชำติท่ีมีต่อสังคมไทย กำรพัฒนำของอำณำจักรอยุธยำและธนบุรี ควำม
เจริญรุ่งเรืองทำงเศรษฐกิจ สังคม และกำรปกครองของอำณำจักรอยุธยำและธนบรุ ี ประวัติผลงำนของ
บุคคลสำคัญสมัยอยธุ ยำและธนบรุ เี หน็ คุณค่ำควำมสำคญั ของกำรนำวิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ภูมิปัญญำ
ไทยในอดีต มำปรับใช้กบั ชวี ติ และสงั คมปจั จุบัน
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเช่ือมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธิบำย กำรสรุปควำม มีควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร กำรคดิ กำรแก้ปญั หำ กำรใชท้ กั ษะชวี ิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญที่จะธำรงรักษำควำมเป็นไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย
ใฝ่เรยี นรู้ อยูอ่ ยำ่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย มจี ิตสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรัชญำของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตวั ชีว้ ดั
ส ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ส ๔.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวมทั้งหมด ๙ ตัวชีว้ ัด
ส๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
รู้และเข้ำใจควำมหมำยควำมสำคัญของวิธีกำรทำงประวัติศำสตร์อยำ่ งง่ำยๆ เข้ำใจวิธีกำรเสนอ
ขอ้ มูลจำกหลกั ฐำนทหี่ ลำกหลำย เช่น กำรเล่ำเร่ืองกำรจดั นทิ รรศกำร กำรเขียนรำยงำน รูแ้ ละเขำ้ ใจควำม
เป็นมำและควำมสมั พันธ์ของกลุ่มอำเซยี นทำงเศรษฐกิจและสงั คมในปัจจุบัน กำรสถำปนำอำณำจักรไทย
สมัยรัตนโกสินทร์ ปัจจัยท่ีส่งเสริมควำมเจริญรุ่งเรืองทำงเศรษฐกิจและกำรปกครองสมัยรัตนโกสินทร์
ผลงำนของบุคคลสำคัญด้ำนต่ำงๆ สมัยรัตนโกสินทร์และผลงำนของบุคคลสำคัญในท้องถ่ิน จังหวัด
นครรำชสีมำ ตลอดจนรแู้ ละเข้ำใจภูมิปญั ญำไทย ทนี่ ำ่ ภำคภูมิใจและควรค่ำแก่กำรอนรุ ักษไ์ ว้ ควำมสำคญั
ของวธิ ีกำรทำงประวัติศำสตร์ และนำไปใชศ้ ึกษำเรือ่ งรำวในท้องถ่ิน และเร่อื งรำวประวัติศำสตรอ์ ยำ่ งง่ำยๆ
นำเสนอข้อมลู จำกหลกั ฐำนท่หี ลำกหลำย กำรใชแ้ ผนที่ประกอบสภำพเศรษฐกจิ และกำรเมืองของประเทศ
เพื่อนบ้ำนในปัจจบุ นั ควำมเป็นมำและควำมสัมพันธ์ของกลุ่มอำเซียนทำงเศรษฐกิจและสงั คมในปจั จุบัน
กำรสถำปนำและพัฒนำกำรของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ปัจจยั ที่ส่งเสรมิ ควำมเจรญิ รุ่งเรืองและกำรปกครอง
สมยั รตั นโกสนิ ทร์ ผลงำนของบคุ คลสำคญั ดำ้ นต่ำงๆ สมัยรัตนโกสนิ ทรแ์ ละผลงำนของบคุ คลในทอ้ งถิน่ ภมู ิ
ปัญญำไทย ศลิ ปกรรม วรรณกรรมทนี่ ่ำภำคภูมใิ จและควรค่ำแก่กำรอนุรกั ษ์กำรเล่ำเร่ืองกำรจัดนิทรรศกำร
กำรเขียนรำยงำน
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเชื่อมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธบิ ำย กำรสรุปควำม มีควำมสำมำรถในกำรส่อื สำร กำรคิด กำรแกป้ ญั หำ กำรใช้ทักษะชวี ติ กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญที่จะธำรงรกั ษำควำมเปน็ ไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย
ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อยำ่ งพอเพยี ง ม่งุ มัน่ ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มจี ิตสำธำรณะ โดยยึดหลักปรชั ญำของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตวั ช้วี ดั
ส ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ส ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ส ๔.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวมท้ังหมด ๘ ตัวช้ีวดั
ส๒๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
สาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง/จานวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ความสาคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตรเ์ ทียบศักราชตามระบบ
ตา่ งๆ ทีใ่ ช้ศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์นาวิธีการทางประวตั ิศาสตร์มาใชศ้ กึ ษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ อธิบาย
พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุ
ความสาคญั ของแหล่งอารยธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเช่ือมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธิบำย กำรสรุปควำม มีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใชท้ ักษะชวี ติ กำรใช้
เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญที่จะธำรงรักษำควำมเปน็ ไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย
ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยำ่ งพอเพียง ม่งุ ม่นั ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ โดยยดึ หลักปรชั ญำของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตัวชว้ี ดั
ส ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
ส ๔.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒
รวมทง้ั หมด ๕ ตัวชว้ี ดั
ส๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร์ คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/จานวน ๐.๕ หน่วยกติ
ศึกษา อธิบาย เรื่องราวทางประวัติ-ศาสตร์สมัยก่อนสุโขทัย ในดินแดนไทยโดยสังเขปวิเคราะห์
พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านต่าง ๆวิเคราะห์อิทธิพลของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย สมัย
สุโขทัยและสังคมไทยในปัจจบุ ัน
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเชื่อมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธบิ ำย กำรสรุปควำม มคี วำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปญั หำ กำรใช้ทักษะชวี ิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญที่จะธำรงรักษำควำมเป็นไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย
ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยำ่ งพอเพียง ม่งุ ม่ันในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มจี ติ สำธำรณะ โดยยึดหลักปรัชญำของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตัวชวี้ ัด
ส ๔.๓ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
รวมท้งั หมด ๓ ตวั ช้ีวดั
ส๒๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/จานวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศกึ ษา อธิบายและประเมินความนา่ เช่ือถอื ของหลักฐานทางประวตั ิศาสตรใ์ นลกั ษณะตา่ งๆ
วิเคราะห์ความแตกตา่ งระหว่างความจรงิ กับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เห็นความสาคญั
ของการตีความ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าเช่ือถืออธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และ
การเมืองของภมู ิภาคเอเชยี
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเชื่อมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธิบำย กำรสรุปควำม มีควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร กำรคิด กำรแกป้ ญั หำ กำรใช้ทักษะชวี ิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญที่จะธำรงรกั ษำควำมเป็นไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มีวินัย
ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ยำ่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย มีจิตสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรัชญำของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตวั ช้ีวัด
ส ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ส ๔.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒
รวมทัง้ หมด ๕ ตัวชี้วดั
ส๒๒๑๐๔ ประวัติศาสตร์ คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง/จานวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศึกษา ระบุความสาคัญของแหล่งอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชียวิเคราะห์พัฒนาการของ
อาณาจักรอยุธยา และธนบรุ ี ในด้านต่างๆวิเคราะหป์ จั จัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความม่นั คงและความเจรญิ รงุ่ เรอื งของ
อาณาจักรอยุธยาระบุภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบุรีและอิทธิพลของภูมิปัญญา
ดังกล่าวต่อการพฒั นาชาติไทยในยุคต่อมา
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอ่ำน กำรสืบค้นข้อมูล กำรเชื่อมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธบิ ำย กำรสรปุ ควำม มีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปญั หำ กำรใชท้ ักษะชวี ติ กำรใช้
เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญท่ีจะธำรงรักษำควำมเป็นไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจรติ มีวินัย
ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ย่ำงพอเพยี ง มุ่งมัน่ ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มจี ิตสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรชั ญำของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวชว้ี ัด
ส ๔.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
รวมท้งั หมด ๓ ตัวช้ีวัด
ส๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษา อธิบายเร่ืองราว เหตุการณ์สาคัญทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผล ตามวิธีการทาง
ประวตั ศิ าสตรใ์ ชว้ ิธกี ารทางประวัติศาสตรใ์ นการศึกษาเรอื่ งราวตา่ งๆ ทต่ี นสนใจอธิบายพัฒนาการทางสงั คม
เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคต่าง ๆ ในโลกโดยสังเขป วิเคราะห์ผลของการเปล่ียนแปลงท่ีนาไปสู่
ความร่วมมือ และความขัดแย้งในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ ตลอดจนความพยายามในการขจัดปัญหาความ
ขดั แย้ง
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอ่ำน กำรสืบค้นข้อมูล กำรเช่ือมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธบิ ำย กำรสรุปควำม มคี วำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคดิ กำรแกป้ ัญหำ กำรใช้ทักษะชวี ิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญที่จะธำรงรกั ษำควำมเปน็ ไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย
ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพียง มงุ่ มั่นในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย มจี ิตสำธำรณะ โดยยดึ หลักปรัชญำของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตวั ชี้วัด
ส ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ส ๔.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒
รวมท้ังหมด ๔ ตัวชี้วัด
ส๒๓๑๐๔ ประวตั ิศาสตร์ คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง/จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาวิเคราะห์พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ วิเคราะห์ปจั จัยทีส่ ง่ ผลต่อความ
มั่นคงและความเจริญรุง่ เรอื งของไทยในสมัยรตั นโกสินทร์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั รัตนโกสินทร์
และอทิ ธิพลต่อการพัฒนาชาติไทย และวเิ คราะหบ์ ทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย
โดยใช้วิธีกำรทำงประวัติศำสตร์ ทักษะกำรอำ่ น กำรสืบค้นข้อมูล กำรเชื่อมโยง กำรวิเครำะห์
กำรอธิบำย กำรสรปุ ควำม มคี วำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใชท้ ักษะชวี ิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ รักและภำคภูมิใจในควำมเป็นชำติไทย ตระหนักและเห็น
ควำมสำคัญที่จะธำรงรกั ษำควำมเปน็ ไทยสืบต่อไปมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มีวินัย
ใฝ่เรียนรู้ อย่อู ยำ่ งพอเพียง มงุ่ มนั่ ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจติ สำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรัชญำของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตวั ชีว้ ดั
ส ๔.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวมทั้งหมด ๔ ตัวช้ีวัด
ส๑๑๒๓๑ หน้าท่ีพลเมอื ง ๑ คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ปฏิบัติตนเป็นผ้มู มี ำรยำทไทย ในเร่ืองกำรแสดงควำมเคำรพ กำรรับประทำนอำหำร กำรทกั ทำย
ดว้ ยวำจำและย้มิ แสดงออกถงึ ควำมกตัญญูกตเวทีตอ่ พอ่ แม่หรือญำตผิ ู้ใหญ่ เหน็ ควำมสำคัญของภำษำไทย
ปฏิบัติตนเป็นผมู้ วี ินัยในตนเอง ในเรื่องควำมซื่อสัตย์สจุ ริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ตั้งใจ
ปฏิบัติหนำ้ ท่ี และยอมรับผลทเ่ี กิดจำกกำรกระทำของตนเอง
เข้ำร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับชำติ ศำสนำ และสถำบันพระมหำกษัตริย์ ปฏิบัติตนตำมพระบรม
รำโชวำทในเรื่องกำรออมและกำรประหยัด หลักกำรทรงงำน ในเรื่องกำรประหยัด ควำมเรียบง่ำย ได้
ประโยชน์สูงสดุ ควำมซือ่ สตั ยส์ ุจรติ และจรงิ ใจตอ่ กัน และหลักปรัชญำชองเศรษฐกจิ พอเพยี ง ปฏบิ ตั ติ นเปน็
ผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องควำมซื่อสัตยส์ จุ รติ ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ต้ังใจปฏิบตั ิหน้ำท่ี และ
ยอมรบั ผลทีเ่ กดิ จำกกำรกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนตำมข้อตกลง กติกำ และหน้ำทที่ ี่ต้องปฏิบัติในห้องเรียน ในเร่ืองกำรรกั ษำควำมสะอำด
กำรรักษำของใชร้ ่วมกัน และกำรสง่ งำน ปฏิบตั ิตนตำมบทบำทหนำ้ ท่ีในฐำนะสมำชกิ ทดี่ ีของครอบครัวและ
ห้องเรียนในเร่ืองกำรเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ญำติผู้ใหญ่และครู ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ใน
เรื่องควำมซอ่ื สัตย์สุจรติ ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้ำท่ี และยอมรับผลทเ่ี กดิ จำก
กำรกระทำของตนเอง
ยอมรับควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำงของตนเองและผู้อ่นื ในเรื่องเช้ือชำติ ภำษำ เพศ สุขภำพ
ควำมพิกำร ควำมสำมำรถ ถิ่นกำเนิด ฯลฯ ยกตัวอย่ำงควำมขัดแย้งในห้องเรียน ในกรณีควำมคิดเห็นไม่
ตรงกัน กำรละเมิดสทิ ธิของผู้อืน่ และเสนอวธิ ีกำรแก้ปัญหำโดยสันติวธิ ี ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มีวินัยในตนเอง ใน
เรือ่ งควำมซอ่ื สตั ย์สจุ ริต อดทน และยอมรบั ผลท่ีเกิดจำกกำรกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลุ่มกระบวนกำรปฏิบัติกระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และ
กระบวนกำรแก้ปัญหำมีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพือ่ ให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏิบตั ติ นเป็นผมู้ ีมำรยำทไทยภำคภูมิใจและรักษำไวซ้ ่งึ ควำมเป็น
ไทยแสดงออกถึงควำมรักชำติยึดม่ันในศำสนำ เทิดทูนสถำบันพระมหำกษัตริย์ดำเนินชีวิตตำมวิถี
ประชำธิปไตยอยรู่ ่วมกับผอู้ ื่นอย่ำงสันติสำมำรถจดั กำรควำมขัดแยง้ ดว้ ยสนั ติวิธีและมีวินยั ในตนเองมีควำม
รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่อื สตั ย์สุจริต มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยำ่ งพอเพียง มุง่ ม่นั ในกำรทำงำน รกั ควำม
เปน็ ไทย มีจติ สำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบัติตนเป็นผู้มมี ำรยำทไทย
๒. แสดงออกถงึ ควำมกตญั ญกู ตเวทตี อ่ บคุ คลในครอบครัว
๓. เหน็ ควำมสำคญั ของภำษำไทย
๔. เขำ้ รว่ มกจิ กรรมเกย่ี วกบั ชำติ ศำสนำ และสถำบนั พระมหำกษัตริย์
๕. ปฏบิ ตั ิตนตำมพระบรมรำโชวำท หลกั กำรทรงงำน และหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. ปฏิบตั ิตนตำมขอ้ ตกลง กตกิ ำ และหนำ้ ที่ทต่ี อ้ งปฏบิ ตั ใิ นห้องเรยี น
๗. ปฏิบตั ิตนตำมบทบำทหน้ำท่ีในฐำนะสมำชิกท่ดี ขี องครอบครวั และหอ้ งเรียน
๘. ยอมรบั ควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำงของตนเองและผอู้ ่ืน
๙. ยกตัวอยำ่ งควำมขดั แย้งในหอ้ งเรียนและเสนอวิธีกำรแกป้ ัญหำโดยสันตวิ ิธี
๑๐.ปฏิบัติตนเป็นผ้มู วี ินัยในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
ส๑๒๒๓๒ หน้าท่ีพลเมือง ๒ คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมำรยำทไทย ในเร่ืองกำรพูดด้วยถ้อยคำไพเรำะและกำรมีกิริยำสภุ ำพอ่อนน้อม
แสดงออกถงึ ควำมกตัญญกู ตเวทีตอ่ บุคคลในโรงเรียน เหน็ ประโยชนข์ องกำรแตง่ กำยดว้ ยผำ้ ไทย ปฏิบัตติ น
เป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องควำมซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้ำที่
และยอมรบั ผลที่เกดิ ขึน้ จำกกำรกระทำของตนเอง
เข้ำร่วมกิจกรรมเก่ียวกับชำติ ศำสนำ และสถำบันพระมหำกษัตริย์ ปฏิบัติตนตำมพระบรม
รำโชวำทในเร่ืองควำมขยันและควำมอดทน หลกั กำรทรงงำน ในเร่ืองกำรพ่ึงตนเองและรู้รักสำมัคคี และ
หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองควำมซื่อสัตย์สุจริต
ขยนั หม่นั เพยี ร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ตง้ั ใจปฏิบัติหนำ้ ท่ี และยอมรบั ผลทเี่ กดิ จำกกำรกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนตำมกฎ ระเบียบ และหน้ำท่ีที่ต้องปฏิบตั ิในโรงเรียน ในเร่ืองกำรแต่งกำย กำรเข้ำแถว
กำรดแู ลพ้นื ทที่ ีไ่ ดร้ ับมอบหมำย ปฏบิ ัติตนตำมบทบำทหน้ำทีใ่ นฐำนะสมำชกิ ท่ีดีของหอ้ งเรียนและโรงเรียน
ในเร่ืองกำรเป็นผู้นำและกำรเป็นสมำชิกท่ีดี หน้ำทแ่ี ละควำมรบั ผดิ ชอบ ปฏิบัติตนเป็นผ้มู ีวนิ ยั ในตนเอง ใน
เร่อื งควำมซอ่ื สัตย์สจุ ริต ขยนั หมน่ั เพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ตง้ั ใจปฏิบัติหนำ้ ท่ี และยอมรับผลท่เี กดิ ข้ึนจำก
กำรกระทำของตนเอง
ยอมรับควำมเหมือนและควำมแตกต่ำงของตนเองและผู้อื่น ในเร่ืองเช้ือชำติ ภำษำ เพศ
สุขภำพ ควำมพิกำร ควำมสำมำรถ ถ่ินกำเนดิ ฯลฯ ยกตวั อยำ่ งควำมขัดแย้งในโรงเรยี น ในกรณีหน้ำทีแ่ ละ
ควำมรับผิดชอบ และกำรใช้ของส่วนรวม และเสนอวิธีกำรแกป้ ัญหำโดยสนั ติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู้มวี ินัยใน
ตนเอง ในเรอื่ งควำมซื่อสตั ยส์ ุจริต อดทน และยอมรบั ผลท่ีเกิดจำกกำรกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลมุ่ กระบวนกำรปฏิบัติกระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณแ์ ละ
กระบวนกำรแก้ปัญหำมีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพือ่ ให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏิบัติตนเป็นผมู้ มี ำรยำทไทยภำคภมู ิใจและรักษำไว้ซงึ่ ควำมเป็น
ไ ท ย แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค วำ ม รั ก ชำ ติ ยึ ด ม่ั น ใ น ศ ำ ส น ำ เ ทิ ด ทู น ส ถ ำ บั น พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ด ำ เ นิ น ชี วิ ต ต ำ ม วิ ถี
ประชำธปิ ไตยอยู่รว่ มกบั ผู้อื่นอย่ำงสันติสำมำรถจดั กำรควำมขดั แย้งดว้ ยสนั ติวิธีและมีวินัยในตนเองมีควำม
รกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตย์สุจริต มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง ม่งุ มน่ั ในกำรทำงำน รักควำม
เปน็ ไทย มีจิตสำธำรณะ โดยยึดหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้มู มี ำรยำทไทย
๒. แสดงออกถงึ ควำมกตญั ญูกตเวทตี ่อบคุ คลในโรงเรยี น
๓. เหน็ ประโยชนข์ องกำรแตง่ กำยดว้ ยผ้ำไทย
๔. เข้ำรว่ มกจิ กรรมเก่ยี วกบั ชำติ ศำสนำ และสถำบนั พระมหำกษตั รยิ ์
๕. ปฏิบัตติ นตำมพระบรมรำโชวำท หลักกำรทรงงำน และหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏิบัตติ นตำมกฎ ระเบียบ และหนำ้ ท่ีทีต่ อ้ งปฏบิ ัตใิ นโรงเรียน
๗. ปฏิบตั ิตนตำมบทบำทหน้ำทใ่ี นฐำนะสมำชกิ ท่ดี ขี องห้องเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ควำมเหมือนและควำมแตกต่ำงของตนเองและผอู้ นื่
๙. ยกตวั อยำ่ งควำมขดั แยง้ ในโรงเรียนและเสนอวธิ กี ำรแกป้ ญั หำโดยสนั ตวิ ิธี
๑๐.ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มวี นิ ยั ในตนเอง
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้
ส๑๓๒๓๓ หนา้ ทพี่ ลเมือง ๓ คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมำรยำทไทย ในเรื่องกำรกำรต้อนรับผู้มำเยือน และปฏิบัติตนตำมกำลเทศะ
แสดงออกถึงควำมกตัญญกู ตเวทีตอ่ บคุ คลในชมุ ชน เห็นคณุ คำ่ ของภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่นิ ในเรอ่ื งตำ่ งๆปฏิบัติตน
เปน็ ผ้มู วี นิ ัยในตนเอง ในเรือ่ งควำมซ่ือสตั ย์สุจริต ขยนั หมั่นเพยี ร อดทน และยอมรับผลทเ่ี กิดข้นึ จำกกำรกระทำ
ของตนเอง
เข้ำร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับชำติ ศำสนำ และสถำบันพระมหำกษัตริย์ ปฏิบัติตนตำมพระบรม
รำโชวำทในเร่ืองควำมซ่ือสัตย์และควำมเสียสละ หลักกำรทรงงำน ในเรื่องกำรมี่ส่วนร่วมและควำมเพยี ร
และหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องควำมซื่อสัตย์สุจริต
ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝห่ ำควำมรู้ ตัง้ ใจปฏิบตั หิ นำ้ ที่ และยอมรบั ผลทเ่ี กิดจำกกำรกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนตำมข้อตกลง กติกำ กฎ ระเบียบ และหน้ำท่ีที่ต้องปฏิบัติในหอ้ งเรยี นและโรงเรียน ใน
เรื่องกำรใช้และกำรดูแลรักษำสิ่งของ เคร่ืองใช้และสถำนท่ีของส่วนรวม ปฏิบัติตนตำมบทบำทหน้ำที่ใน
ฐำนะสมำชิกที่ดีของห้องเรียนและโรงเรียน ในเร่ืองกำรใช้สิทธิและหน้ำที่ และกำรใช้เสรีภำพอย่ำง
รบั ผดิ ชอบ มสี ่วนร่วมในกิจกรรมตำ่ งๆของห้องเรยี นและโรงเรียน ปฏิบัตติ นเป็นผ้มู ีวนิ ยั ในตนเอง ในเร่อื ง
ควำมซ่อื สตั ย์สุจรติ ขยนั หม่นั เพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ต้งั ใจปฏบิ ัตหิ นำ้ ที่ และยอมรบั ผลที่เกิดขนึ้ จำกกำร
กระทำของตนเอง
ยอมรับควำมเหมือนและควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล ในเรื่องเช้ือชำติ ภำษำ เพศ สุขภำพ
ควำมพิกำร ควำมสำมำรถ ถ่นิ กำเนิด สถำนะของบคุ คล ฯลฯ อยรู่ ว่ มกบั ผู้อน่ื อย่ำงสันตแิ ละพ่ึงพำซึง่ กนั และ
กัน ดว้ ยกำรไมร่ งั แก ไม่ทำร้ำย ไม่ล้อเลียน ช่วยเหลือซ่งึ กันและกนั และแบง่ ปนั ยกตัวอย่ำงควำมขัดแยง้ ใน
ชุมชน ในกรณกี ำรใช้สำธำรณสมบัติและกำรรักษำสงิ่ แวดลอ้ ม และเสนอวิธกี ำรแก้ปญั หำโดยสนั ตวิ ิธี ปฏิบตั ิ
ตนเป็นผมู้ วี ินัยในตนเอง ในเรอ่ื งควำมซ่ือสัตยส์ ุจรติ อดทน และยอมรับผลทเ่ี กดิ จำกกำรกระทำของตนเอง
โดยใชก้ ระบวนกำรคดิ กระบวนกำรกลมุ่ กระบวนกำรปฏิบตั ิกระบวนกำรเผชญิ สถำนกำรณ์และกระบวนกำร
แกป้ ญั หำมีควำมสำมำรถในกำรส่อื สำร กำรคดิ กำรแกป้ ัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้เทคโนโลยี และ
ทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏบิ ัตติ นเป็นผูม้ ีมำรยำทไทยภำคภมู ิใจและรกั ษำไวซ้ งึ่ ควำมเป็น
ไ ท ย แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค วำ ม รั ก ชำ ติ ยึ ด ม่ั น ใ น ศ ำ ส น ำ เ ทิ ด ทู น ส ถ ำ บั น พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ด ำ เ นิ น ชี วิ ต ต ำ ม วิ ถี
ประชำธปิ ไตยอยู่รว่ มกบั ผ้อู ่ืนอย่ำงสันติสำมำรถจดั กำรควำมขดั แยง้ ด้วยสันติวิธีและมีวินยั ในตนเองมีควำม
รักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ ซ่อื สัตย์สจุ รติ มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพียง มุ่งม่ันในกำรทำงำน รักควำม
เป็นไทย มจี ิตสำธำรณะ โดยยึดหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผ้มู มี ำรยำทไทย
๒. แสดงออกถงึ ควำมกตัญญูกตเวทตี ่อบุคคลในชมุ ชน
๓. เห็นคณุ ค่ำของภูมิปญั ญำทอ้ งถิ่น
๔. เขำ้ ร่วมกจิ กรรมเก่ยี วกบั ชำติ ศำสนำ และสถำบนั พระมหำกษัตรยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ิตนตำมพระบรมรำโชวำท หลกั กำรทรงงำน และหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ิตนตำมข้อตกลง กตกิ ำ กฎ ระเบียบ และหน้ำทที่ ต่ี ้องปฏิบตั ิในหอ้ งเรยี นและ
โรงเรียน
๗. ปฏิบัติตนตำมบทบำทหนำ้ ทแี่ ละมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมต่ำงๆของห้องเรยี นและโรงเรียน
๘. ยอมรบั และอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื อย่ำงสันติ
๙. ยกตัวอยำ่ งควำมขดั แย้งในชมุ ชนและเสนอวิธีกำรแกป้ ญั หำโดยสนั ตวิ ิธี
๑๐.ปฏิบตั ติ นเป็นผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
ส๑๔๒๓๔ หน้าทพ่ี ลเมอื ง ๔ คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
เห็นคุณค่ำและปฏิบัติตนเป็นผู้มีมำรยำทไทยในพิธีกำรต่ำงๆ ในเรื่องกำรกล่ำวคำต้อนรับ กำร
แนะนำตวั เองและแนะนำสถำนท่ี แสดงออกถึงควำมกตัญญูกตเวทีตอ่ ผทู้ ำประโยชนใ์ นสังคม มสี ว่ นรว่ มใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในท้องถ่ิน ปฏิบัติตนเปน็ ผู้มวี ินัยในตนเอง ในเร่ืองควำมซือ่ สัตย์สจุ ริต อดทน
และยอมรับผลที่เกดิ ขึ้นจำกกำรกระทำของตนเอง
เห็นควำมสำคัญและแสดงออกถึงควำมรักชำติ ยึดม่ันในศำสนำ และเทิดทูนสถำบัน
พระมหำกษัตรยิ ์ ในเรอ่ื งกำรใช้สินค้ำไทย ดูแลรักษำโบรำณสถำน โบรำณวัตถุและสำธำรณสมบัติ ปฏิบัติ
ตนเปน็ ศำสนกิ ชนท่ีดี ปฏิบัตติ นตำมพระรำชจริยวตั รและพระจรยิ วตั ร ปฏิบตั ติ นตำมพระบรมรำโชวำทใน
เร่ืองกำรมีวินัยและกำรข่มใจ หลักกำรทรงงำน ในเร่ืองประโยชน์ส่วนรวมและพออยู่พอกิน และหลัก
ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผมู้ วี ินัยในตนเอง ในเรื่องควำมซื่อสัตย์สุจรติ ขยันหม่ันเพยี ร
อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ัติหน้ำที่ และยอมรับผลที่เกิดจำกกำรกระทำของตนเอง
มสี ่วนร่วมในกำรสร้ำงและปฏิบัตติ ำมขอ้ ตกลง กตกิ ำของหอ้ งเรียน ในเรอ่ื งกำรรกั ษำควำมสะอำด
กำรรักษำของใชร้ ว่ มกนั และกำรส่งงำน โดยใชก้ ระบวนกำรมสี ่วนร่วมในกำรสร้ำงขอ้ ตกลง กตกิ ำ ด้วยหลกั
เหตผุ ลและยึดถือประโยชน์สว่ นรวม ปฏบิ ัติตนตำมบทบำทหนำ้ ท่ขี องกำรเปน็ สมำชกิ ที่ดีของครอบครวั และ
ห้องเรียน ในเรื่องกำรเป็นผู้นำและกำรเปน็ สมำชิกที่ดี กำรมีเหตุผล ยอมรับฟังควำมคิดเหน็ ของผอู้ ื่น กำร
ปฏบิ ัติตำมเสยี งข้ำงมำกและยอมรับเสียงขำ้ งนอ้ ย มสี ่วนร่วมและรบั ผดิ ชอบในกำรตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของ
ครอบครวั และหอ้ งเรียน ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มีวนิ ยั ในตนเอง ในเร่อื งควำมซอื่ สตั ย์สจุ รติ ขยันหมน่ั เพยี ร อดทน
ใฝห่ ำควำมรู้ ตง้ั ใจปฏบิ ัตหิ น้ำที่ และยอมรบั ผลท่ีเกิดจำกกำรกระทำของตนเอง
ยอมรับควำมเหมือนและควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล ในเร่ืองเชื้อชำติ ภำษำ เพศ สุขภำพ
ควำมพกิ ำร ควำมสำมำรถ ถน่ิ กำเนิด สถำนะของบคุ คล ฯลฯ อยูร่ ว่ มกบั ผู้อ่ืนอย่ำงสนั ตแิ ละพงึ่ พำซึง่ กนั และ
กัน ในเร่ืองกำรไมร่ งั แก ไม่ทำร้ำย ไม่ล้อเลยี น ช่วยเหลือซ่ึงกันและกนั และแบ่งปนั วิเครำะห์ปญั หำควำม
ขัดแย้งในท้องถิ่น ในกรณีกำรใช้สำธำรณสมบัติและกำรรกั ษำสิง่ แวดล้อม และเสนอวิธีกำรแก้ปญั หำโดย
สันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองควำมซื่อสัตย์สุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจำกกำร
กระทำของตนเอง โดยใช้กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลุ่มกระบวนกำรปฏิบัติกระบวนกำรเผชิญ
สถำนกำรณ์และกระบวนกำรแกป้ ัญหำมคี วำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปญั หำ กำรใช้ทักษะ
ชีวติ กำรใชเ้ ทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ มี ำรยำทไทยภำคภูมิใจและรักษำไว้ซ่ึงควำมเป็น
ไทยแส ดงออกถึงควำมรักชำติยึดมั่นในศำส นำเ ทิดทูนส ถำบันพร ะมห ำก ษัตริย์ดำเ นินชีวิตต ำ ม วิ ถี
ประชำธปิ ไตยอยูร่ ว่ มกับผ้อู ื่นอย่ำงสันติสำมำรถจัดกำรควำมขัดแยง้ ด้วยสนั ติวิธีและมวี ินัยในตนเองมีควำม
รกั ชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง ม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน รักควำม
เปน็ ไทย มจี ติ สำธำรณะ โดยยดึ หลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรยี นรู้
๑. เห็นคณุ ค่ำและปฏิบตั ิตนเปน็ ผูม้ มี ำรยำทไทย
๒. แสดงออกถงึ ควำมกตัญญกู ตเวทตี ่อผทู้ ำประโยชน์ในสงั คม
๓. มสี ่วนร่วมในขนบธรรมเนยี มประเพณีไทย
๔. เหน็ ควำมสำคญั และแสดงออกถงึ ควำมรกั ชำติ ยึดมนั่ ในศำสนำ และเทิดทูนสถำบนั
พระมหำกษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ัตติ นตำมพระบรมรำโชวำท หลกั กำรทรงงำน และหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. มีส่วนรว่ มในกำรสรำ้ งและปฏบิ ัติตำมข้อตกลง กติกำของห้องเรยี น
๗. ปฏิบตั ติ นตำมบทบำทหนำ้ ที่ มสี ว่ นร่วมและรบั ผิดชอบในกำรตัดสินใจในกิจกรรมของ
ครอบครวั และห้องเรยี น
๘. ยอมรบั และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่นอยำ่ งสนั ติวิธี และพงึ่ พำซง่ึ กนั และกนั
๙. วเิ ครำะหป์ ัญหำควำมขดั แย้งในท้องถิน่ และเสนอแนวทำงแกป้ ญั หำโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐.ปฏิบัติตนเปน็ ผูม้ วี นิ ยั ในตนเอง
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้
ส๑๕๒๓๕ หน้าทพ่ี ลเมอื ง ๕ คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
เห็นคุณค่ำและปฏิบัติตนเป็นผมู้ ีมำรยำทไทยในกำรสนทนำกำรปฏิบัตติ นตำมกำลเทศะ และกำร
กล่ำวตอ้ นรบั ผมู้ ำเยือน รู้คณุ ค่ำ ใช้อย่ำงประหยดั คมุ้ ค่ำและบำรงุ รกั ษำทรัพยำกรธรรมชำติและสิง่ แวดลอ้ ม
มีส่วนร่วมในศิลปวัฒนธรรมไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องควำมซื่อสัตย์สุจริต อดทน และ
ยอมรับผลท่เี กดิ ขน้ึ จำกกำรกระทำของตนเอง
เห็นควำมสำคัญและแสดงออกถึงควำมรักชำติ ยึดมั่นในศำสนำ และเทิดทูนสถำบัน
พระมหำกษัตรยิ ์ ด้วยกำรใช้สินค้ำไทย ดูแลรักษำโบรำณสถำน โบรำณวัตถุและสำธำรณสมบตั ิ ปฏิบัติตน
เปน็ ศำสนิกชนท่ดี ี ปฏิบตั ิตนตำมพระรำชจริยวตั รและพระจริยวัตร ปฏิบตั ิตนตำมพระบรมรำโชวำทในเร่อื ง
ควำมเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่และควำมสำมัคคี หลักกำรทรงงำน ในเรื่องกำรทำตำมลำดับข้ันและทำงำนอย่ำงมี
ควำมสขุ และหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่อื งควำมซื่อสตั ย์สจุ รติ
ขยนั หม่นั เพยี ร อดทน ใฝห่ ำควำมรู้ ต้ังใจปฏิบัตหิ น้ำที่ และยอมรบั ผลท่ีเกิดจำกกำรกระทำของตนเอง
มีส่วนร่วมในกำรสร้ำงและปฏิบัติตำมข้อตกลง ระเบียบของโรงเรียน ในกำรรักษำควำมสะอำด
กำรรกั ษำของใชร้ ว่ มกันและกำรดูแลพ้ืนทที่ ีไ่ ด้รบั มอบหมำย โดยใชก้ ระบวนกำรมีส่วนรว่ มในกำรสร้ำงกฎ
ระเบยี บ ด้วยหลักเหตผุ ลและยดึ ถือประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัตติ นตำมบทบำทหน้ำทีข่ องกำรเป็นสมำชิกท่ีดี
ของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น ในเร่อื งกำรยึดถือหลักควำมจรงิ ควำมดงี ำม ควำมถูกต้องและหลักเหตผุ ล กำร
ยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ กำรยึดถือหลักควำมเสมอภำคและควำมยุติธรรม มีส่วนร่วมและ
รับผดิ ชอบในกำรตัดสนิ ใจในกิจกรรมของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น ปฏบิ ัตเิ ป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องควำม
ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้ำท่ี และยอมรบั ผลท่ีเกดิ จำกกำรกระทำ
ของตนเอง
ยอมรับควำมหลำกหลำยทำงสังคมวัฒนธรรมในท้องถ่ิน ในเร่ืองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศำสนำและ
ส่ิงแวดล้อม อยู่ร่วมกับผ้อู ่นื อย่ำงสันติและพ่ึงพำกัน ด้วยควำมเคำรพซงึ่ กันและกัน ไม่แสดงกริ ิยำ วำจำดู
หมิ่นผู้อน่ื ช่วยเหลือซ่งึ กันและกัน และแบ่งปัน วิเครำะหป์ ญั หำควำมขัดแยง้ ในภูมภิ ำคของตนเอง ในเรื่อง
กำรจัดกำรทรัพยำกรและกำรขัดแย้งทำงควำมคิด และเสนอแนวทำงกำรแก้ปญั หำโดยสันติวิธี ปฏิบัติตน
เป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองควำมซื่อสัตย์สุจรติ อดทน และยอมรับผลทีเ่ กิดจำกกำรกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลุ่มกระบวนกำรปฏิบัตกิ ระบวนกำรเผชญิ สถำนกำรณ์และกระบวนกำร
แกป้ ญั หำมคี วำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแกป้ ญั หำ กำรใช้ทักษะชีวติ กำรใชเ้ ทคโนโลยี และ
ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพอ่ื ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผ้มู ีมำรยำทไทยภำคภมู ิใจและรักษำไว้ซง่ึ ควำมเป็น
ไ ท ย แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค วำ ม รั ก ชำ ติ ยึ ด มั่ น ใ น ศ ำ ส น ำ เ ทิ ด ทู น ส ถ ำ บั น พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ด ำ เ นิ น ชี วิ ต ต ำ ม วิ ถี
ประชำธิปไตยอยรู่ ว่ มกบั ผ้อู ่ืนอย่ำงสันติสำมำรถจัดกำรควำมขัดแยง้ ดว้ ยสันติวิธีและมีวินัยในตนเองมีควำม
รักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสตั ย์สุจรติ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่ำงพอเพยี ง มงุ่ ม่ันในกำรทำงำน รักควำม
เป็นไทย มจี ติ สำธำรณะ โดยยดึ หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑. เหน็ คณุ คำ่ และปฏิบัตติ นเปน็ ผู้มมี ำรยำทไทย
๒. รู้คณุ คำ่ และบำรงุ รกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
๓. มสี ว่ นร่วมในศลิ ปวฒั นธรรมไทย
๔. เหน็ คุณค่ำและแสดงออกถึงควำมรกั ชำติ ยึดมนั่ ในศำสนำ และเทดิ ทูนสถำบนั พระมหำกษัตริย์
๕. ปฏิบตั ติ นตำมพระบรมรำโชวำท หลกั กำรทรงงำน และหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. มสี ว่ นรว่ มในกำรสร้ำงและปฏบิ ัตติ ำมกฎ ระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏิบตั ิตนตำมบทบำทหนำ้ ที่ มสี ว่ นรว่ มและรบั ผิดชอบในกำรตดั สินใจในกิจกรรมของ
ห้องเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ควำมหลำกหลำยทำงสงั คม วัฒนธรรมในท้องถิน่ และอยูร่ ่วมกบั ผอู้ ื่นอยำ่ งสันติ และ
พ่งึ พำซง่ึ กนั และกัน
๙. วิเครำะหป์ ญั หำควำมขดั แย้งในภมู ิภำคของตนเองและเสนอแนวทำงแก้ปญั หำโดยสันติวธิ ี
๑๐.ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผมู้ วี ินัยในตนเอง
รวมทัง้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
ส๑๖๒๓๖ หน้าทพ่ี ลเมือง ๖ คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ
สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๔๐ ช่วั โมง
ปฏบิ ตั ิตนและชักชวนผ้อู นื่ ให้เปน็ ผมู้ ีมำรยำทไทย ในเรื่องกำรแสดงควำมเคำรพ กำรสนทนำ กำร
ปฏิบัติตนตำมกำลเทศะ และกำรต้อนรับผู้มำเยือน มีส่วนร่วมและชักชวนผู้อื่นให้อนุรักษ์ทรัพยำกรทำง
ธรรมชำติและสง่ิ แวดล้อม มีส่วนรว่ มในขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภูมิปญั ญำไทย ปฏบิ ัติ
ตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองควำมซ่ือสัตย์สุจริต ต้ังใจปฏิบัติหน้ำท่ี และยอมรับผลที่เกิดข้ึนจำกกำร
กระทำของตนเอง
เห็นคุณค่ำและแนะนำให้ผู้อ่ืนแสดงออกถึงควำมรักชำติ ยึดม่ันในศำสนำ และเทิดทูนสถำบัน
พระมหำกษัตรยิ ์ ด้วยกำรใช้สินค้ำไทย ดูแลรักษำโบรำณสถำน โบรำณวัตถุและสำธำรณสมบัติ ปฏิบัติตน
เปน็ ศำสนกิ ชนท่ดี ี ปฏบิ ตั ติ นตำมพระรำชจรยิ วัตรและพระจริยวตั ร ปฏบิ ตั ิตนตำมพระบรมรำโชวำทในเรอื่ ง
ควำมใฝ่รู้ ควำมกตัญญู หลักกำรทรงงำน ในเรื่ององค์รวมและทำให้ง่ำย และหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องควำมซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู้
ตั้งใจปฏิบัตหิ นำ้ ท่ี และยอมรบั ผลท่เี กดิ จำกกำรกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนและแนะนำผู้อน่ื ให้ปฏิบัติตำมข้อตกลง กติกำ กฎ ระเบียบของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
ในกำรใช้และดูแลรักษำสง่ิ ของ เครื่องใช้ วัสดุ อุปกรณ์ และสถำนที่ของสว่ นรวม เห็นคุณค่ำและปฏิบตั ิตน
ตำมบทบำทหน้ำทขี่ องกำรเป็นสมำชิกที่ดขี องหอ้ งเรียนและโรงเรยี น ด้วยกำรเปน็ ผ้นู ำและกำรเปน็ สมำชกิ
ที่ดี กำรยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเปน็ สำคัญ กำรใช้สทิ ธิและหน้ำท่ี กำรใช้เสรีภำพอย่ำงรับผิดชอบ มี
ส่วนร่วมและรับผดิ ชอบในกำรตัดสนิ ใจในกิจกรรมของห้องเรยี นและโรงเรยี น ปฏิบัติเป็นผ้มู วี ินัยในตนเอง
ในเรอ่ื งควำมซื่อสัตยส์ จุ รติ ขยันหมน่ั เพยี ร อดทน ใฝห่ ำควำมรู้ ต้ังใจปฏิบตั ิหน้ำท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดจำก
กำรกระทำของตนเอง
ยอมรับควำมหลำกหลำยทำงสงั คมวฒั นธรรมในประเทศไทย ในเรอื่ งวิถีชวี ิต วฒั นธรรม ศำสนำ
และสิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่ำงสันติและพึ่งพำกัน ในเรื่องกำรเคำรพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยำ
วำจำดหู มน่ิ ผ้อู ืน่ ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั และแบง่ ปนั วเิ ครำะห์ปัญหำควำมขดั แย้งในประเทศไทย ในเรื่อง
กำรละเมิดสทิ ธิ กำรรักษำสง่ิ แวดล้อม และเสนอแนวทำงกำรแก้ปัญหำโดยสนั ติวิธี ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ วี นิ ยั ใน
ตนเอง ในเรื่องควำมซื่อสัตย์สุจริต อดทน และยอมรับผลท่ีเกิดจำกกำรกระทำของตนเอง โดยใช้
กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลุ่มกระบวนกำรปฏิบัติกระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และกระบวนกำร
แกป้ ญั หำมีควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคดิ กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทกั ษะชวี ิต กำรใช้เทคโนโลยี และ
ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ มี ำรยำทไทยภำคภมู ิใจและรกั ษำไว้ซ่งึ ควำมเป็น
ไทยแส ดงออกถึงควำมรักชำติยึดมั่นในศำส นำเ ทิดทูนส ถำบันพร ะมห ำก ษัตริย์ดำเ นินชีวิตต ำ ม วิ ถี
ประชำธิปไตยอยรู่ ่วมกับผอู้ ื่นอย่ำงสันติสำมำรถจดั กำรควำมขดั แยง้ ด้วยสนั ติวิธีและมวี ินยั ในตนเองมีควำม
รักชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสัตยส์ ุจริต มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อย่ำงพอเพยี ง ม่งุ มั่นในกำรทำงำน รักควำม
เป็นไทย มีจติ สำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑. เห็นคุณคำ่ และปฏบิ ัตติ นเป็นผูม้ มี ำรยำทไทย
๒. รคู้ ุณคำ่ และบำรงุ รกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดล้อม
๓. มีสว่ นร่วมในศลิ ปวฒั นธรรมไทย
๔. เหน็ คุณค่ำและแสดงออกถึงควำมรกั ชำติ ยึดมนั่ ในศำสนำ และเทดิ ทูนสถำบนั พระมหำกษัตริย์
๕. ปฏิบตั ติ นตำมพระบรมรำโชวำท หลกั กำรทรงงำน และหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. มีสว่ นรว่ มในกำรสร้ำงและปฏบิ ัตติ ำมกฎ ระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏิบตั ิตนตำมบทบำทหนำ้ ที่ มสี ว่ นรว่ มและรบั ผิดชอบในกำรตดั สินใจในกิจกรรมของ
ห้องเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ควำมหลำกหลำยทำงสงั คม วัฒนธรรมในท้องถิน่ และอยูร่ ่วมกบั ผอู้ ื่นอยำ่ งสันติ และ
พ่งึ พำซง่ึ กนั และกัน
๙. วิเครำะหป์ ญั หำควำมขดั แย้งในภมู ิภำคของตนเองและเสนอแนวทำงแก้ปญั หำโดยสันติวธิ ี
๑๐.ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผมู้ วี ินัยในตนเอง
รวมทัง้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
ส๒๑๒๓๑ หน้าทพ่ี ลเมือง ๑ คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ
สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง/จานวน ๐.๕ หน่วยกติ
มีส่วนร่วม แนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์ และยกย่องผู้มีมำรยำทไทย ในเร่ืองกำรแสดงควำมเคำรพ
กำรสนทนำ กำรแต่งกำย กำรมีสัมมำคำรวะ แสดงออก นำผู้อ่ืนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมเก่ียวกับควำม
เอ้ือเฟ้ือเผ่อื แผ่ และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่ำ อนุรักษ์ สืบสำน และประยุกต์ขนบธรรมเนียมประเพณี
ศลิ ปวัฒนธรรม และ ภูมปิ ญั ญำไทย ปฏิบัตติ นเปน็ ผ้วู นิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื งควำมซ่ือสัตย์สจุ รติ ขยนั หมั่นเพยี ร
อดทน ใฝ่หำควำมรู ต้ังใจปฏิบัตหิ น้ำท่ี และยอมรบั ผลทเี่ กดิ จำกกำรกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตำมวิถีประชำธิปไตย ในเรื่องกำรใช้สิทธิและหน้ำท่ี กำรใช้เสรีภำพอยำ่ ง
รบั ผดิ ชอบ กำรมีส่วนรว่ มในกิจกรรมกำรเลือกต้งั มสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในกำรตดั สินใจตอ่ กจิ กรรมของ
ห้องเรียนและ โรงเรียน ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบกำรทำหน้ำที่ของบุคคลเพื่อใช้ประกอบกำรตัดสนิ ใจ
ปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ ีวินยั ในตนเอง ในเร่อื งควำมซ่ือสัตย์สจุ รติ ขยันหม่นั เพียร ใฝห่ ำควำมรู ต้งั ใจปฏบิ ัติหน้ำท่ี
ปฏิบัติตนตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี งและยอมรบั ผลทเี่ กิดจำกกำรกระทำของตนเอง
ยอมรบั ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ในเร่ืองวิถีชีวติ
วฒั นธรรม ศาสนา สง่ิ แวดลอ้ ม อยรู่ ว่ มกนั อย่างสนั ติและพง่ึ พาซึง่ กันและกันในสังคมพหวุ ฒั นธรรม ดว้ ยการ
เคารพซง่ึ กันและกนั ไมแ่ สดงกิริยาและวาจาดูหมน่ิ ผอู้ น่ื ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกัน แบง่ ปัน มีสว่ นรว่ มในการ
แกป้ ญั หาความขัดแยง้ โดยสันตวิ ธิ ี ในเร่ืองการทะเลาะววิ าท ความคิดเห็นไมต่ รงกนั ดว้ ยการเจรจาไกล่เกลี่ย
การเจรจาต่อรอง การระงับความขดั แยง้ ปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ ีวินัยในตนเอง ในเรอ่ื งความซือ่ สัตยส์ จุ ริต อดทน
ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจปฏิบตั หิ น้าท่ี ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลุ่มกระบวนกำรปฏิบัติกระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และ
กระบวนกำรแก้ปัญหำมีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพ่ือให้เกดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผมู้ ีมำรยำทไทยภำคภูมิใจและรกั ษำไว้ซง่ึ ควำมเป็น
ไ ท ย แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค วำ ม รั ก ชำ ติ ยึ ด ม่ั น ใ น ศ ำ ส น ำ เ ทิ ด ทู น ส ถ ำ บั น พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ด ำ เ นิ น ชี วิ ต ต ำ ม วิ ถี
ประชำธิปไตยอยู่รว่ มกับผอู้ ่ืนอย่ำงสนั ติสำมำรถจัดกำรควำมขัดแย้งด้วยสันติวิธีและมวี ินัยในตนเองมีควำม
รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสัตยส์ ุจริต มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน รกั ควำม
เป็นไทย มจี ติ สำธำรณะ โดยยดึ หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
๑. เห็นคุณค่ำและปฏบิ ัติตนเป็นผู้มมี ำรยำทไทย
๒. รู้คุณคำ่ และบำรุงรกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำติและสงิ่ แวดล้อม
๓. มีส่วนร่วมในศลิ ปวัฒนธรรมไทย
๔. เหน็ คุณคำ่ และแสดงออกถึงควำมรกั ชำติ ยึดมน่ั ในศำสนำ และเทดิ ทนู สถำบันพระมหำกษัตรยิ ์
๕. ปฏิบตั ติ นตำมพระบรมรำโชวำท หลักกำรทรงงำน และหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. มสี ่วนร่วมในกำรสรำ้ งและปฏบิ ตั ติ ำมกฎ ระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏิบัตติ นตำมบทบำทหนำ้ ที่ มสี ่วนรว่ มและรบั ผิดชอบในกำรตดั สนิ ใจในกิจกรรมของ
หอ้ งเรยี นและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ควำมหลำกหลำยทำงสังคม วัฒนธรรมในท้องถ่นิ และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ืน่ อย่ำงสันติ และ
พงึ่ พำซง่ึ กนั และกัน
๙. วเิ ครำะหป์ ญั หำควำมขัดแย้งในภมู ภิ ำคของตนเองและเสนอแนวทำงแก้ปัญหำโดยสันติวิธี
๑๐.ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีวินัยในตนเอง
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ส๒๑๒๓๒ หน้าทีพ่ ลเมอื ง ๒ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/จานวน ๐.๕ หน่วยกิต
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่ำง และมีส่วนร่วมในกำรจัดกิจกรรมท่ีแสดงออกถึงควำมรักชำติ ยึดม่ันใน
ศำสนำ และเทิดทูนสถำบนั พระมหำกษัตริย์ ประยุกต์และเผยแพรพระบรมรำโชวำท ในเรอ่ื งกำรเสียสละ
ควำมซือ่ สตั ย์ หลกั กำรทรงงำน ในเร่อื งศกึ ษำขอ้ มลู อยำ่ งเป็นระบบ แกปญั หำทีจ่ ดุ เลก็ ปฏบิ ัติตนเป็นผู้มวี นิ ยั
ในตนเอง ในเรอ่ื งควำมซ่ือสัตยส์ จุ รติ ขยนั หมน่ั เพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู และตงั้ ใจปฏบิ ัติหน้ำที่ ปฏบิ ัตติ น
ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตำมวิถีประชำธิปไตย ในเร่ืองกำรใช้สิทธิและหน้ำท่ี กำรใช้เสรีภำพอยำ่ ง
รับผิดชอบ กำรมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมกำรเลอื กต้ัง มสี ่วนรว่ มและรับผดิ ชอบในกำรตัดสินใจตอ่ กิจกรรมของ
ห้องเรียนและ โรงเรียน ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบกำรทำหน้ำที่ของบุคคลเพ่ือใช้ประกอบกำรตัดสนิ ใจ
ปฏิบตั ิตนเปน็ ผ้มู ีวนิ ยั ในตนเอง ในเร่ืองควำมซื่อสัตย์สจุ ริต ขยนั หมั่นเพยี ร ใฝห่ ำควำมรู ต้งั ใจปฏิบตั ิหน้ำที่
และยอมรับผลทีเ่ กิดจำกกำรกระทำของตนเอง
เห็นคุณค่ำของกำรอยูร่วมกันในภูมิภำคเอเชียอย่ำงสันติและพ่ึงพำซ่ึงกันและกัน ท่ำมกลำง
ควำมหลำกหลำยทำงสังคมวัฒนธรรมในภูมิภำคต่ำง ๆ ของโลก ในเร่ืองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศำสนำ
ส่ิงแวดล้อม กำรอยูร่วมกันในสังคมพหวุ ัฒนธรรมและพ่งึ พำซ่ึงกันและกัน ในเรื่องกำรเคำรพซึง่ กันและกนั
ไมแสดงกิริยำ และวำจำดูหมิ่นผู้อื่น ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน แบ่งปัน มีส่วนร่วมและเสนอแนวทำงกำร
ป้องกันปัญหำควำมขัดแย้ง ในเรื่องทัศนคติ ควำมคิด ควำมเช่ือ ชูสำว ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ใน
เรื่องควำมซ่ือสัตย์สุจรติ อดทน ใฝ่หำควำมรู ต้ังใจปฏิบัติหน้ำที่ และยอมรับผลที่เกดิ จำกกำรกระทำของ
ตนเอง
โดยใช้กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลุ่มกระบวนกำรปฏิบัติกระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และ
กระบวนกำรแก้ปัญหำมีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ มี ำรยำทไทยภำคภูมิใจและรักษำไวซ้ ง่ึ ควำมเป็น
ไ ท ย แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค วำ ม รั ก ชำ ติ ยึ ด มั่ น ใ น ศ ำ ส น ำ เ ทิ ด ทู น ส ถ ำ บั น พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ด ำ เ นิ น ชี วิ ต ต ำ ม วิ ถี
ประชำธิปไตยอยู่ร่วมกบั ผู้อื่นอย่ำงสันตสิ ำมำรถจัดกำรควำมขัดแย้งดว้ ยสันติวิธีและมีวินยั ในตนเองมีควำม
รักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งม่ันในกำรทำงำน รักควำม
เป็นไทย มีจติ สำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู้
๑. เหน็ คุณค่ำและปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ มี ำรยำทไทย
๒. รู้คณุ ค่ำและบำรุงรกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
๓. มีสว่ นร่วมในศลิ ปวฒั นธรรมไทย
๔. เหน็ คณุ คำ่ และแสดงออกถงึ ควำมรักชำติ ยดึ มัน่ ในศำสนำ และเทดิ ทูนสถำบันพระมหำกษตั ริย์
๕. ปฏบิ ตั ิตนตำมพระบรมรำโชวำท หลกั กำรทรงงำน และหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. มสี ว่ นรว่ มในกำรสร้ำงและปฏบิ ตั ิตำมกฎ ระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ติ นตำมบทบำทหนำ้ ที่ มสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในกำรตัดสินใจในกจิ กรรมของ
ห้องเรยี นและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ควำมหลำกหลำยทำงสงั คม วัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ และอยู่ร่วมกบั ผอู้ ืน่ อยำ่ งสนั ติ และ
พง่ึ พำซงึ่ กนั และกัน
๙. วิเครำะหป์ ญั หำควำมขัดแยง้ ในภมู ภิ ำคของตนเองและเสนอแนวทำงแกป้ ญั หำโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐.ปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ส๒๒๒๓๓ หนา้ ท่พี ลเมือง ๓ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง/จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อ่ืนใหอ้ นรุ ักษ์มำรยำทไทยในกำรแสดงควำมเคำรพ กำรสนทนำ กำรแตง่
กำย กำรมีสัมมำคำรวะ แสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีควำมเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็น
คุณค่ำ อนุรักษ์และสืบสำนขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมปิ ัญญำไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มี
วนิ ยั ในตนเอง ในเรอื่ งควำมซ่อื สัตย์สจุ รติ ขยนั หมัน่ เพยี ร อดทน ตัง้ ใจปฏิบตั ิหน้ำทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จำก
กำรกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่ำงและแนะนำผู้อื่นให้มีกำรปฏิบัตติ นท่ีแสดงออกถึงควำมรกั ชำติ ยึดมั่นใน
ศำสนำ และเทดิ ทนู สถำบนั พระมหำกษัตริย์ ประยุกต์และเผยแพรพ่ ระบรมรำโชวำทในเรื่องกำรมสี ติ ควำม
ขยัน อดทน หลักกำรทรงงำนในเร่ืองภูมิสังคม ขำดทุนคือกำไรและหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียง
ปฏิบัติตนเป็นผู้มวี ินัยในตนเอง ในเร่ืองควำมซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หำควำมรู้ และต้งั ใจ
ปฏิบัติหนำ้ ที่
ปฏิบตั ติ นเป็นพลเมืองดตี ำมวิถีประชำธปิ ไตยในเรื่องกำรติดตำมข่ำวสำรบำ้ นเมือง ควำมกลำ้ หำญ
ทำงจรยิ ธรรม กำรเป็นผนู้ ำและกำรเปน็ สมำชกิ ทีด่ ี มสี ่วนรว่ มและรับผิดชอบในกำรตัดสนิ ใจตอ่ กจิ กรรมของ
ห้องเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบข้อมูลเพ่ือใช้ประกอบกำรตัดสินใจในกิจกรรมต่ำงๆ และรู้ทันข่ำวสำร
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองในเรื่องควำมซื่อสัตย์สุจริต อดทน ตั้งใจปฏิบัติหน้ำที่ ใฝ่หำควำมรู้ และ
ยอมรับผลท่เี กิดจำกกำรกระทำของตนเอง
เหน็ คุณค่ำของกำรอยู่รว่ มกันในภูมิภำคเอเชียอยำ่ งสันติ และพ่ึงพำอำศยั ซึ่งกันและกนั โดยคำนงึ ถึง
ควำมหลำกหลำยทำงสังคม วัฒนธรรมในภูมิภำคเอเชียในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศำสนำ สิ่งแวดล้อม
กำรอยูร่ ว่ มกันในสังคมพหุวฒั นธรรมและกำรพ่งึ พำซึ่งกนั และกัน ในเรือ่ งกำรเคำรพซึ่งกันและกัน ไม่แสดง
กิริยำและวำจำดหู มิน่ ผ้อู ่นื ชว่ ยเหลือซง่ึ กนั และกนั แบง่ ปนั มสี ่วนรว่ มและเสนอแนวทำงกำรแกป้ ญั หำควำม
ขัดแย้งโดยสันติวิธีเก่ียวกับกำรละเมิดสทิ ธิกำรใช้ของส่วนรวมด้วยกำรเจรจำไกล่เกล่ยี กำรเจรจำตอ่ รอง
กำรระงบั ควำมขัดแย้ง ปฏิบัตติ นเปน็ ผ้มู ีวินัยในตนเองในเร่ืองควำมซ่อื สัตย์สจุ รติ อดทน ใฝ่หำควำมรู้ ตง้ั ใจ
ปฏิบตั หิ นำ้ ที่ ยอมรบั ผลท่เี กดิ จำกกำรกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลุ่มกระบวนกำรปฏิบัติกระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และ
กระบวนกำรแก้ปัญหำมีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ ปฏิบตั ติ นเปน็ ผ้มู มี ำรยำทไทยภำคภมู ิใจและรกั ษำไวซ้ ่งึ ควำมเป็น
ไ ท ย แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค วำ ม รั ก ชำ ติ ยึ ด ม่ั น ใ น ศ ำ ส น ำ เ ทิ ด ทู น ส ถ ำ บั น พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ด ำ เ นิ น ชี วิ ต ต ำ ม วิ ถี
ประชำธปิ ไตยอยรู่ ่วมกับผูอ้ ื่นอย่ำงสนั ติสำมำรถจดั กำรควำมขดั แย้งดว้ ยสนั ติวิธีและมวี ินัยในตนเองมีควำม
รักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ ซ่อื สตั ย์สุจรติ มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่ำงพอเพียง มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน รักควำม
เป็นไทย มีจติ สำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑. เห็นคุณคำ่ และปฏิบัติตนเปน็ ผู้มมี ำรยำทไทย
๒. รคู้ ณุ ค่ำและบำรงุ รกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำติและสงิ่ แวดลอ้ ม
๓. มสี ว่ นร่วมในศลิ ปวฒั นธรรมไทย
๔. เห็นคณุ ค่ำและแสดงออกถงึ ควำมรักชำติ ยดึ ม่นั ในศำสนำ และเทิดทนู สถำบันพระมหำกษัตรยิ ์
๕. ปฏบิ ัติตนตำมพระบรมรำโชวำท หลกั กำรทรงงำน และหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. มสี ่วนรว่ มในกำรสร้ำงและปฏบิ ตั ติ ำมกฎ ระเบียบของโรงเรยี น
๗. ปฏิบตั ิตนตำมบทบำทหน้ำที่ มสี ว่ นร่วมและรบั ผิดชอบในกำรตัดสินใจในกิจกรรมของ
หอ้ งเรยี นและโรงเรยี น
๘. ยอมรบั ควำมหลำกหลำยทำงสงั คม วัฒนธรรมในท้องถ่นิ และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนอย่ำงสันติ และ
พึง่ พำซง่ึ กนั และกนั
๙. วเิ ครำะหป์ ญั หำควำมขดั แย้งในภูมภิ ำคของตนเองและเสนอแนวทำงแกป้ ญั หำโดยสนั ติวิธี
๑๐.ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้
คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
ส๒๒๒๓๔ หน้าที่พลเมือง ๔ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต
มสี ่วนรว่ มและแนะนาผู้อ่ืนใหอ้ นุรกั ษ์มารยาทไทย ในการแสดงความเคารพ การสนทนา
การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออกและแนะนาผู้อน่ื ใหม้ ีความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่และเสยี สละตอ่ สงั คม
เหน็ คุณค่า อนุรักษแ์ ละสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย ปฏิบตั ติ นเป็น
ผมู้ วี นิ ัยในตนเอง ในเรอ่ื งความซือ่ สตั ย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ตงั้ ใจปฏิบตั หิ นา้ ท่ี และยอมรบั ผลท่ีเกดิ
จากการกระทาของตนเองปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งและแนะนาผู้อื่นใหม้ กี ารปฏิบตั ิตนทแี่ สดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทดิ ทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประยุกต์ และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ใน
เร่ืองการมีสติ ความขยัน อดทน หลักการทรงงาน ในเรื่องภูมิสังคม ขาดทุนคือกาไรและหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง ปฏบิ ัติตนเปน็ ผ้มู ีวนิ ัย ในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสตั ย์สุจริต ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝห่ า
ความรู้ และตั้งใจปฏิบัติหน้าท่ีปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเรื่องการติดตามข่าวสาร
บ้านเมือง ความกล้าหาญทางจริยธรรม การเป็นผนู้ าและการเป็นสมาชิกที่ดี มีส่วนร่วมและรับผิดชอบใน
การตัดสินใจต่อกิจกรรมของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น ตรวจสอบข้อมูลเพอื่ ใช้ประกอบการตัดสนิ ใจในกิจกรรม
ต่าง ๆ และรู้ทันข่าวสาร ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต อดทน ต้ังใจปฏิบัติ
หนา้ ที่ ใฝ่หาความรู้ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเองเห็นคณุ ค่าของการอยรู่ ว่ มกนั ในภูมิภาค
เอเชียอยา่ งสันติ และพง่ึ พาอาศยั ซ่ึงกนั และกนั โดยคานงึ ถึงความหลากหลายทางสงั คม วฒั นธรรมในภมู ิภาค
เอเชยี ในเรื่องวถิ ชี ีวิต วฒั นธรรม ศาสนา สง่ิ แวดล้อม การอย่รู ว่ มกันในสังคมพหวุ ัฒนธรรมและการพงึ่ พาซงึ่
กันและกัน ในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยาและวาจาดูหมิ่นผู้อื่น ช่วยเหลือซึ่งกั นและกัน
แบง่ ปนั มสี ่วนร่วมและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาความขัดแยง้ โดยสันติวิธเี กี่ยวกับการละเมิดสิทธิ การใช้
ของส่วนรวม ด้วยการเจรจาไกล่เกลยี่ การเจรจาต่อรอง การระงับความขัดแย้ง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยใน
ตนเอง ในเรื่องความซอื่ สตั ย์สุจรติ อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบตั ิหน้าท่ี ยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทา
ของตนเอง
โดยใชก้ ระบวนกำรคดิ กระบวนกำรกลมุ่ กระบวนกำรปฏบิ ัตกิ ระบวนกำรเผชญิ สถำนกำรณ์และ
กระบวนกำรแก้ปัญหำมีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
เพื่อใหเ้ กดิ ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้มีมำรยำทไทยภำคภมู ิใจและรักษำไว้ซ่งึ ควำมเป็น
ไ ท ย แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค วำ ม รั ก ชำ ติ ยึ ด ม่ั น ใ น ศ ำ ส น ำ เ ทิ ด ทู น ส ถ ำ บั น พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ด ำ เ นิ น ชี วิ ต ต ำ ม วิ ถี
ประชำธิปไตยอยู่ร่วมกบั ผูอ้ ่ืนอย่ำงสันติสำมำรถจดั กำรควำมขัดแยง้ ด้วยสันติวิธีและมวี ินัยในตนเองมีควำม
รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพียง ม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน รักควำม
เป็นไทย มจี ติ สำธำรณะ โดยยดึ หลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู้
๑. เห็นคณุ ค่ำและปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ มี ำรยำทไทย
๒. รู้คุณค่ำและบำรุงรกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดล้อม
๓. มีสว่ นรว่ มในศิลปวฒั นธรรมไทย
๔. เห็นคุณค่ำและแสดงออกถงึ ควำมรกั ชำติ ยึดมนั่ ในศำสนำ และเทิดทนู สถำบนั พระมหำกษัตริย์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตำมพระบรมรำโชวำท หลักกำรทรงงำน และหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. มีส่วนร่วมในกำรสร้ำงและปฏบิ ตั ติ ำมกฎ ระเบียบของโรงเรยี น
๗. ปฏิบตั ติ นตำมบทบำทหน้ำท่ี มสี ว่ นรว่ มและรบั ผิดชอบในกำรตัดสนิ ใจในกิจกรรมของ
หอ้ งเรียนและโรงเรยี น
๘. ยอมรบั ควำมหลำกหลำยทำงสังคม วฒั นธรรมในทอ้ งถิ่น และอย่รู ่วมกบั ผอู้ ืน่ อย่ำงสันติ และ
พ่งึ พำซงึ่ กนั และกัน
๙. วิเครำะหป์ ญั หำควำมขัดแย้งในภูมภิ ำคของตนเองและเสนอแนวทำงแก้ปญั หำโดยสนั ติวธิ ี
๑๐.ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้
คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ส๒๓๒๓๕ หนา้ ทีพ่ ลเมือง ๕ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/จานวน ๐.๕ หน่วยกติ
มีส่วนรว่ ม แนะนาผอู้ นื่ ใหอ้ นรุ ักษ์ และยกยอ่ งผูม้ มี ารยาทไทย ในเร่อื งการแสดงความเคารพ
การสนทนาการแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออก แนะนาผู้อ่ืนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมเก่ียวกบั
ความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่า อนุรักษ์ สืบสาน และประยุกต์ขนบธรรมเนียม
ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปญั ญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผูม้ ีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สจุ ริต
ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าที่ และยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ ง และมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมท่แี สดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มั่นในศาสนา และ
เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั ริย์ ประยุกตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเรอ่ื งการเสียสละ ความซอื่ สัตย์
หลักการทรงงาน ในเร่อื งศกึ ษาข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ แก้ปญั หาทจี่ ุดเล็ก ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ ีวนิ ัยในตนเอง ใน
เรือ่ งความซื่อสตั ยส์ ุจรติ ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และตง้ั ใจปฏิบัติหน้าท่ปี ฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี
ตามวิถีประชาธิปไตย ในเรื่องการใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ การมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมการเลือกต้ังมีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจต่อกิจกรรมของห้องเรียนและโรงเรียน
ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบการทาหน้าท่ีของบุคคลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจปฏิบัติตนเปน็ ผู้มีวินัยใน
ตนเองในเรื่องความซื่อสัตย์สจุ ริต ขยันหม่ันเพียร ใฝ่หาความรู้ต้ังใจปฏิบัติหน้าท่ีและยอมรบั ผลท่ีเกิดจาก
การกระทาของตนเองเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติท่ามกลางความหลากหลายทางสังคม
วัฒนธรรมในภมู ิภาคตา่ ง ๆ ของโลก ในเรอ่ื งวิถชี ีวติ วัฒนธรรม ศาสนา ส่งิ แวดลอ้ ม การอยู่รว่ มกันในสงั คม
พหุวัฒนธรรมและพึ่งพาซ่ึงกันและกัน ในเรื่องการเคารพซึง่ กันและกัน ไม่แสดงกริ ยิ าและวาจาดหู มนิ่ ผอู้ ่นื
ชว่ ยเหลือซ่งึ กันและกนั แบง่ ปนั มสี ว่ นร่วมและเสนอแนวทางการปอ้ งกันปัญหาความขัดแยง้ ในเรื่องทัศนคติ
ความคิด ความเชื่อ ชู้สาว ปฏิบัติตนเป็นผมู้ ีวินยั ในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตยส์ จุ ริต อดทน ใฝ่หาความรู้
ตง้ั ใจปฏิบัตหิ น้าที่ และยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนกำรคิดกระบวนกำรกลุ่มกระบวนกำรปฏิบัติกระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์และ
กระบวนกำรแก้ปัญหำมีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคิด กำรแก้ปัญหำ กำรใช้ทักษะชีวิต กำรใช้
เทคโนโลยี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
เพือ่ ให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้มู มี ำรยำทไทยภำคภูมิใจและรักษำไว้ซึ่งควำมเป็น
ไ ท ย แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค วำ ม รั ก ชำ ติ ยึ ด มั่ น ใ น ศ ำ ส น ำ เ ทิ ด ทู น ส ถ ำ บั น พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ด ำ เ นิ น ชี วิ ต ต ำ ม วิ ถี
ประชำธิปไตยอยูร่ ว่ มกบั ผูอ้ ื่นอย่ำงสนั ติสำมำรถจดั กำรควำมขดั แย้งดว้ ยสนั ติวิธีและมีวินยั ในตนเองมีควำม
รกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สตั ย์สจุ ริต มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในกำรทำงำน รักควำม
เปน็ ไทย มจี ิตสำธำรณะ โดยยึดหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง