The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประสาร ธาราพรรค์, 2021-09-13 06:47:39

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

บรรพชาและการศกึ ษาพระปรยิ ธรรม

วดั สตั ตนารถปรวิ ตั ร
บรรพชาเป็นสามเณรเม่ือปีพ.ศ.2480 ณ วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตาบลหน้า
เมือง อาเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มีพระธรรมเสนานี (เงิน นันโท) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี
เป็นพระอุปัชฌาย์ ย้ายไปจาพรรษาท่ีวัดตรีญาติ ตาบลพงสวาย เพ่ือศึกษาเล่าเรียนพระ
ปรยิ ตั ิธรรม
พ.ศ.2483 สอบได้นกั ธรรมชน้ั ตรี, พ.ศ.2484 สอบไดน้ กั ธรรมชน้ั โท, พ.ศ.2486 สอบ
ได้นักธรรมชัน้ เอก และสอบไดเ้ ปรยี ญธรรม 3 ประโยค
พ.ศ.2488 สอบไดเ้ ปรียญธรรม 4 ประโยค

วดั ราชบพธิ สถติ สมี ารามราชวรวหิ าร

ต่อมาปีพ.ศ.2490 ย้ายมาจาพรรษา ณ วัดราชบพธิ สถิตมหาสมี าราม โดยสมเดจ็ พระ
พทุ ธปาพจนบดี(ทองเจือ จินตากโร) เมือ่ ครง้ั ดารงสมณศกั ดทิ์ พี่ ระจนิ ดากรมนุ ี พามาฝากกบั
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก (วาสน์ วาสโน)

วันที่ 9 พฤษภาคม 2491 สามเณรอัมพรเข้าพิธีอุปสมบท ณ มหาพัทธสีมาวัดราช
บพิธฯ มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(วาสน์
วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์, สมเดจ็ พระพุทธปาพจนบดี (ทองเจอื จินตากโร) คร้ังดารง
สมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ภายหลังอุปสมบท ท่านได้มุ่งม่ัน
ศกึ ษาพระปรยิ ตั ิธรรมในสานกั เรยี นวดั ราชบพิธฯ พ.ศ.2491 สามารถสอบไดเ้ ปรยี ญธรรม 5
ประโยค

พ.ศ.2493 สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค

มหาวทิ ยาลยั พาราณสี (Banaras Hindu University)

ตอ่ มา เขา้ ศกึ ษาทม่ี หาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั เปน็ นกั ศกึ ษารนุ่ ที่ 5 จบ
ศาสนศาสตรบณั ฑติ เมอื่ ปี พ.ศ. 2500 และไดเ้ ดินทางไปศกึ ษาตอ่ ระดบั ปรญิ ญาโท ณ
มหาวทิ ยาลยั พาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอนิ เดยี จบการศกึ ษาเมอื่ ปี
พ.ศ. 2512 ดา้ นประวตั ศิ าสตรแ์ ละโบราณคดี

ปี พ.ศ. 2552 สภามหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั ถวายศาสนศาสตรดษุ ฎี
บณั ฑิตกติ ตมิ ศกั ด์ิ สาขาวชิ าพทุ ธศาสตร์

ปี พ.ศ. 2553 สภามหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ถวายปรญิ ญาพทุ ธ
ศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ด์ิ สาขาวชิ าธรรมนเิ ทศ

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงถวายนา้ พระมหาสงั ข์
ในพระราชพธิ สี ถาปนา ‘พระสงั ฆราช’ องคท์ ี่ 20

สมเด็จพระสงั ฆราช วันท่ี 7 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรา
ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ข้ึน
เป็นสมเดจ็ พระสังฆราชพระองค์ท่ี 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้เสด็จไปประกอบพระ
ราชพิธีสถาปนาเม่ือวนั ท่ี 12 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2560 ณ วัดพระศรรี ตั นศาสดาราม

สถาปนาเปน็ สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปริณายก มีพระนามตามจารกึ ในพระ
สุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธารง สกลมหาสงฆปริณายก
ตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานีย
บณั ฑิต วชริ าลงกรณนรศิ รปสันนาภสิ ติ ประกาศ วิสารทนาถธรรมทตู าภวิ ฒุ ทศมนิ ทรสมมตุ ิ
ปฐมสกลคณาธเิ บศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พทุ ธบรษิ ทั คารวสถาน วิบลู สีลสมาจาร
วัตรวิปัสสนสนุ ทร ชินวรมหามุนวี งศานศุ ษิ ฏ บวรธรรมบพิตร สมเดจ็ พระสังฆราช

ข้ันตอนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ท่ี 20 มีความแตกต่าง ตรงท่ีสภานิติบัญญัติ
แห่งชาตมิ ีความเห็นพอ้ งแก้ไข “มาตรา 7” ของ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ฉบบั ปี พ.ศ. 2505 แกไ้ ข
เพิม่ เติม พ.ศ. 2535 เพอ่ื ถวายคนื “พระราชอานาจ” ในการสถาปนาสมเดจ็ พระสงั ฆราชให้
เป็นของพระมหากษัตรยิ ์ นน่ั หมายความว่า การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระราช
อานาจของพระมหากษัตริย์ และมิได้ยึดโยงกับ “อาวุโสโดยสมณศักดิ์” เป็นสาคัญแต่
กระนั้น การสถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) ข้ึนเป็นสมเด็จพระอริยวง
ศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกก็ยังคงความเหมาะสม และได้รับ
การยอมรบั อยา่ งกวา้ งขวาง ดว้ ยสาเหตไุ ม่ไดม้ ขี ้อครหาใด ๆ มาทาให้เส่ือมพระเกียรติสกล
มหาสังฆปริณายก ผู้เป็นประมุขของคณะสงฆ์ไทย และยังคงให้ความสาคัญกับอาวุโสทาง
สมณศักดิอ์ ยู่เหมือนเดมิ

สมณศกั ดิ์
5 ธันวาคม พ.ศ. 2514 เป็นพระราชาคณะชน้ั สามัญท่ี พระปริยัตกิ วี
5 ธันวาคม พ.ศ. 2524 เปน็ พระราชาคณะชัน้ ราชท่ี พระราชสารสุธี ศรปี รยิ ัตวิ ราทร

ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
5 ธนั วาคม พ.ศ. 2533 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพท่ี พระเทพเมธาภรณ์ สุนทรธรร

มานนุ ายก วิสุทธิสาธกสาธกุ จิ ยตคิ ณสิ สร บวรสังฆาราม คามวาสี

5 ธนั วาคม พ.ศ. 2538 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมเมธาภรณ์สุนทรวา
สนวงศวิวัฒศรีปริยัตกิ ิจจานกุ จิ ปาพจนวภิ ษู ติ คณุ าลงกรณย์ ตคิ ณสิ สรบวรสงั ฆาราม คามวาสี

5 ธันวาคม พ.ศ. 2543 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระสาสนโสภณ วิมล
ญาณอดุลสุนทรนายก ตรีปิฎกธรรมาลังการภูษิต ธรรมนิตยสาทร ศาสนกิจจานุกร ธรรม
ยุตกิ คณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

5 ธันวาคม 2552 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จ
พระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ท่ี “สมเด็จพระมหามุนวี งศ์ พพิ ัฒนพงศว์ ิสตุ พทุ ธปาพจนานุ
ศาสน์วาสนวรางกูร วิบูลศีลสมาจารวัตรสุนทร ตรีปิฎกธรรมวราลงกรณวิภูษิต ธรรมยุต
ติกคณสิ สร บวรสงั ฆาราม คามวาสี อรณั ยวาสี” สถิต ณ วดั ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราช
วรวหิ าร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มฐี านานุศกั ดต์ิ ้งั ฐานานกุ รมได้ 10 รูป

12 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2560 ทรงไดร้ บั การสถาปนาเปน็ สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหา
สงั ฆปรณิ ายก เจา้ ประคณุ สมเดจ็ มอี ายุ 90 ปี 69 พรรษา

ตาแหนง่ ปัจจบุ นั
พ.ศ. 2531 - พ.ศ. 2550 เจา้ คณะภาค 14-15 (ธรรมยตุ )
พ.ศ. 2539 - ปจั จบุ นั กรรมการมหาเถรสมาคมคณะธรรมยตุ
พ.ศ. 2550 - ปจั จบุ นั ทปี่ รึกษาเจา้ คณะภาค 14-15 (ธรรมยตุ )
พ.ศ. 2551 - ปจั จบุ นั เจา้ อาวาสวดั ราชบพธิ สถิตมหาสมี ารามราชวรวหิ าร
พ.ศ. 2560 - ปจั จบุ นั สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก
พ.ศ. 2560 - ปจั จบุ นั เจา้ คณะใหญค่ ณะธรรมยตุ
พ.ศ. 2560 - ปจั จบุ นั ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม
ตราประจาพระองค์

ตราประจาพระองค์

เครอื่ งอสิ รยิ าภรณต์ า่ งประเทศ

พ.ศ. 2561 : เครอ่ื งอสิ รยิ าภรณป์ ทั มศรี (Padma Shri) จากรฐั บาลแหง่
สาธารณรฐั อนิ เดยี

พระกรณยี กิจ

พระธรรมทตู ทอี่ อสเตรเลยี
ตอ่ มาสมัครเข้าเรียนที่มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวทิ ยาลยั (มมร) เป็นนักศึกษารุ่นท่ี

5 จบศาสนศาสตรบัณฑิต พ.ศ. 2500 ต่อมาปี พ.ศ.2509 ได้เข้าอบรมพระธรรมทูตไป
ต่างประเทศ เป็นพระธรรมทูตรุ่นแรก ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ
มหาวทิ ยาลยั พาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเม่ือปี
พ.ศ. 2512 ดา้ นประวตั ิศาสตรแ์ ละโบราณคดี

ในช่วงปี พ.ศ. 2516 เป็นหัวหน้าพระธรรมทูตนาพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ที่นคร
ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีพระขันติมาโล ชาวอังกฤษ เป็นสหธรรมิก พร้อม

ไวยาวัจกร ตามคานิมนตข์ องประธานพทุ ธสมาคมแห่งรฐั นวิ เซาธ์เวลส์ ถอื วา่ เปน็ พระธรรม
ทูตไปต่างประเทศรุ่นแรกของคณะสงฆ์ธรรมยุต ได้วางรากฐานพระพุทธศาสนา ตลอดถึง
เปน็ เนติใหส้ หธรรมกิ ทม่ี าภายหลังได้เผยแผอ่ ยา่ งเปน็ รปู แบบ ทาใหพ้ ระพทุ ธศาสนาฝา่ ยเถร
วาทมคี วามมั่นคง มวี ดั และพระสงฆ์อย่ปู ระจารฐั แห่งนี้ ก่อนขยายไปยังเมืองใหญ่อีกหลาย
เมอื ง อาทิ กรุงแคนเบอร์รา นครเมลเบริ ์น และเมืองดารว์ นิ เปน็ ตน้
ดา้ นการศกึ ษา

มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั
พระอาจารย์ทม่ี หามกุฎฯสอนธรรมวนิ ยั แกพ่ ระภกิ ษุ-สามเณร, กรรมการสนามหลวง
แผนกธรรมและแผนกบาลี, นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) เป็นต้น
ปี พ.ศ. 2552 สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ถวายปริญญาศาสนศาสตรดุษฎี
บัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์, พ.ศ. 2553 สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย ถวายปรญิ ญาพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิตกิตติมศกั ดิ์ สาขาวชิ าธรรมนิเทศ

งานดา้ นสาธารณปู การ

วดั ธมั มธโร กรงุ แคนเบอรร์ า
เปน็ ประธานอานวยการฝา่ ยบรรพชติ พระมหาธาตเุ จดยี แ์ ละเขตพทุ ธาวาสเฉลมิ พระ
เกยี รติ ในวโรกาสฉลองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ 60 ปี และฉลองมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา
80 พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ณ วดั ธมั มธโร กรงุ แคนเบอรร์ า
ประเทศออสเตรเลยี , เปน็ ประธานสรา้ งวดั แหลง่ ทองแดงพรหมสราราม อาเภอดอนตมู
จงั หวดั นครปฐม เปน็ ตน้
งานเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา
เปน็ รองแมก่ องงานพระธรรมทตู รปู ท่ี 2 ผนู้ าพระพทุ ธศาสนาฝา่ ยเถรวาท ไปเผยแผ่
ในประเทศออสเตรเลยี , เปน็ รองประธานกรรมการทป่ี รกึ ษาสานกั ฝกึ อบรมพระธรรมทตู ไป
ตา่ งประเทศ (ธรรมยตุ ) เปน็ ตน้

ดา้ นการศกึ ษาสงเคราะหแ์ ละสาธารณสงเคราะห์
ไดม้ อบทนุ สงเคราะหแ์ กผ่ เู้ รยี นดี แตข่ าดแคลนทนุ ทรพั ย์, เปน็ รองประธานกองทนุ

วดั ชว่ ยวดั ของมหาเถรสมาคม (มส.) ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เมอื่ มอี บุ ตั ภิ ยั วาตภยั อทุ กภยั หรอื
ภยั แลง้ นาเงนิ บรจิ าคเพอื่ สงเคราะหผ์ ปู้ ระสบภยั นนั้ ๆ ตามเหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ขน้ึ
งานปกครองคณะสงฆใ์ นปจั จบุ นั

ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราช
วรวิหาร, ท่ีปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต), กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.),
กรรมการคณะธรรมยุต, นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.),
กรรมการบรหิ ารมูลนิธมิ หามกุฏราชวทิ ยาลัย ในพระบรมราชปู ถัมภ์, แม่กองงานพระธรรม
ทูต, ประธานมูลนิธิพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร นับว่าเป็นศิษย์

หลวงปู่ฝ้ันที่มีสมณศักดิ์สูงสุดในปัจจุบัน คือเป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะ, พระอุปัชฌาย์
เปน็ ต้น
ทรงตอ้ นรบั สมเด็จพระสนั ตะปาปาฟรานซิส

สมเดจ็ พระสนั ตะปาปาฟรานซสิ เสดจ็ เขา้ เฝา้ เจา้ พระคณุ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ
สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก

ณ พระอโุ บสถ วดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม สบื สานสมั พนั ธม์ ติ รภาพ 2 ศาสนา
เมื่อวันท่ี 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ
พระสังฆราชฯ เสด็จลงพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงรับ สมเด็จพระ
สนั ตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกและนครรัฐวาติกัน ซ่ึง
เสด็จเยอื นราชอาณาจกั รไทยอย่างเป็นทางการ

เกรด็ นา่ รเู้ กย่ี วกบั สมเดจ็ พระสงั ฆราช องคท์ ่ี 20

วตั รปฏบิ ัตหิ รอื ปฏทิ าของสมเดจ็ พระสงั ฆราชทรงดาเนินไปดว้ ยความ “สมถะ-เรยี บ
งา่ ย” ไมม่ ี “รถยนตส์ ว่ นตวั ” บางครงั้ เมอ่ื ทรงรบั กจิ นิมนตก์ ย็ งั เดนิ ทางดว้ ยแทก็ ซ่ี และมกั
ทรงเดนิ ทางไปปฏิบตั ธิ รรมกบั สหธรรมกิ ตามวดั ตา่ ง ๆ เสมอมา โดยทางสานกั ระพทุ ธ
ศาสนาแหง่ ชาติจะจดั รถยนต์ถวายรบั สง่ พระองคท์ รงปฎบิ ตั ธิ รรมโดยไมเ่ ลอื กปฏิบตั วิ า่ เป็น
ธรรมยตุ หรอื มหานกิ าย

ทรงไมข่ อรบั ทรพั ยส์ นิ มคี า่ ตา่ ง ๆ แต่หากใครมจี ิตสาธารณกศุ ลกจ็ ะนาเขา้ มลู นธิ หิ ลวง
ปฝู่ น้ั อาจาโร เพอ่ื นาไปใชใ้ นสาธารณกศุ ลเชน่ สรา้ งโรงพยาบาลหรอื จดั ซอ้ื เครอ่ื งมอื แพทย์
ตา่ ง ๆ เปน็ ต้น

หลวงปฝู่ นั้ อาจาโร

พระองค์ทรงเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร จ.
สกลนคร สมเด็จพระมหามนุ ีวงศ์ เปน็ ศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ทมี่ สี มณศกั ดส์ิ งู สดุ ในปจั จบุ นั
คือเป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะ เป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นแรกของคณะสงฆ์
ธรรมยุต และเป็นหัวหน้านาพระพุทธศาสนาจากประเทศไทยไปเผยแผ่ท่ีนครซิดนีย์
ประเทศออสเตรเลีย โดยได้วางรากฐานพระพุทธศาสนาจนมน่ั คง มีวดั และพระสงฆไ์ ทยอยู่
ประจา ณ นครซิดนยี ์ มาจนถงึ ปัจจบุ นั และไดข้ ยายไปยังเมืองใหญ่อีกหลายเมือง เชน่ กรุง
แคนเบอรร์ า นครเมลเบิร์น และเมืองดาร์วิน เป็นต้น โดยปัจจุบันเจ้าประคุณสมเด็จยังคง
ทรงเป็นประธานมลู นิธิพระอาจารยฝ์ ั้น อาจาโร อกี ด้วย

พระองคโ์ ปรดสนทนาธรรม กบั พระสายวปิ สั สนากมั มฏั ฐาน ในวยั หนมุ่ ทรงเดนิ ทาง
ไปสกั การะและสนทนาธรรมกบั หลวงปฝู่ นั้ อาจาโร หลวงปดู่ ลู ย์ อตโุ ล หลวงปขู่ าว อนาลโย
หลวงปเู่ ทสก์ เทสรงั สี ซง่ึ ตา่ งเปน็ พระสายวปิ สั สนากมั มฏั ฐานชอื่ ดงั เปน็ ประจา วา่ กนั วา่
โดยชว่ งนนั้ จะทรงฉนั ในบาตรเพยี งมอ้ื เดยี ว เหมอื นสายพระปา่ และโปรดปฏบิ ัตกิ มั มฏั ฐาน
ใช้ชวี ติ เรยี บงา่ ยสมถะ

หลวงปขู่ าว อนาลโย
เมอื่ ครง้ั ทย่ี งั ทรงดารงสมณศกั ดเิ์ ปน็ พระมหามนุ วี งศ์ ทรงเคยรว่ มธดุ งดป์ ฏบิ ตั ธิ รรม
กับหลวงปฝู่ นั้ อาจาโร ในวนั ท่ี 12 พฤศจกิ ายน 2503 ทวี่ ดั ถา้ ขาม หลงั เทอื กเขาภพู าน อ.
พรรณานคิ ม จ.สกลนคร มพี ระมหามนุ วี งศแ์ ละพระมหาสาครรว่ มธดุ งคป์ ฏิบตั ธิ รรมใน
สถานทด่ี ว้ ยกนั ครง้ั นน้ั ไดศ้ กึ ษาธรรมะ เชน่ หลวงปขู่ าว หลวงปู่หลยุ หลวงตามหาบวั และ
เกจจิ านวนหลายองค์

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน์ วาสโน)

ทรงเปน็ “สทั ธิวิหารกิ ” หรือเรียกงา่ ยๆ วา่ เปน็ “ศษิ ย์” ของ สมเด็จพระอริยวงศาคต
ญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราชองค์ท่ี 18 แห่งกรุง
รตั นโกสินทร์ แหง่ วดั ราชบพธิ ฯ ที่ทรงเป็นพระอปุ ชั ฌาย์อีกด้วย

ทรงคนุ้ เคยงาน ทงั้ ในมหาเถรสมาคมและในพระบรมมหาราชวงั โดยทรงรบั สนองงาน
สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสนมหาเถร) อดตี เจา้ อาวาสวดั ราชบพธิ พระองคก์ อ่ น กอ่ นจะขนึ้
ดารงตาแหนง่ เจา้ อาวาสวดั ราชบพธิ ควบกับกรรมการมหาเถรสมาคม

สมเดจ็ พระสงั ฆราช(อมั พร อมพฺ โร)

ทรงไดร้ บั การยกยอ่ งวา่ ซอ่ื สตั ย์ เดด็ ขาด ตรงไปตรงมา (ตงฉนิ ) ด่งั เชน่ สมเดจ็ พระ
ญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช พระองคก์ อ่ น จึงเชอ่ื มน่ั ไดว้ า่ จะสามารถบงั คบั บญั ชาสงั ฆ
มณฑล ไดอ้ ยา่ งนา่ ไวว้ างใจ

แม้พระองค์จะมีพระชันษาเกิน 90 ปี แต่พระองค์ทงมีพลานามัยแข็งแรง ทรง
เครง่ ครัดเรื่องการฉัน เนน้ ผักผลไม้ เนอื้ ปลา เน้นหลกั ท่วี า่ ข้าว 1 คา เคยี้ วนาน 36 คร้งั ไม่
เปน็ ภาระกับกระเพาะ ลาไส้ และพระองคท์ รงเดินจงกรมรอบพระอุโบสถทุกเชา้ มืด ทกุ วนั
ไม่เคยวา่ งเว้น

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (อมั พร อมพฺ โร)

หลากคาสอนของสมเดจ็ พระสงั ฆราช (อมั พร อมพฺ โร) ทลี่ กู ศษิ ยจ์ าขน้ึ ใจ คอื

อยใู่ หเ้ ขาเบาใจ ยามจากไปใหเ้ ขาอาลยั ถงึ
ไมใ่ ชอ่ ยใู่ หเ้ ขาหนักใจ จากไปใหเ้ ขาไลส่ ง่
อยา่ ทาเปน็ ตากระทู้ หกู ระทะ เปรยี บเทยี บถงึ หกู ระทะทม่ี หี ู แตไ่ มไ่ ดย้ นิ
สว่ นตากระทู้ คอื ตน้ ไมม้ ตี าเปน็ ปมุ่ ๆ แตม่ องไมเ่ หน็
จงตาดู หฟู งั นาแบบอยา่ งทดี่ งี ามมาปฏิบตั ิ
เขาสอนกฟ็ งั เขาทาก็ดู เรยี นรแู้ ลว้ ปฏบิ ัติ ลงทา้ ยกลายเปน็ สตั บรุ ษุ
แต่ถา้ เขาสอนกไ็ มจ่ า เขาทากไ็ มด่ ู เรยี นรกู้ ไ็ มป่ ฏบิ ตั ิ ลงทา้ ยกลายเป็นควาย

ย้อนรอยเส้นทางการแต่งต้ัง สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เป็นสมเด็จ
พระสงั ฆราชองคท์ ่ี 20 แห่งกรุงรัตนโกสนิ ทร์

สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช (เจรญิ สวุ ฑฒฺ โน)
24 ตลุ าคม 2556 - สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณา
ยก (เจริญ สวุ ฑฺฒโน) สมเดจ็ พระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ส้ินพระชนม์ ณ
เวลา 19.30 น. ท่ีโรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ เนือ่ งจากตดิ เชอื้ ในกระแสพระโลหิต ขณะมพี ระ
ชนั ษา 100 ปี หลงั จากดารงพระยศเป็นสมเดจ็ พระสงั ฆราชนานกว่า 24 ปี

สมเดจ็ พระมหารชั มคั ลาจารย์ (ชว่ ง วรปญุ โญ) หรอื สมเดจ็ ชว่ ง
5 มกราคม 2559 - มหาเถรสมาคม (มส.) นดั ประชมุ วาระลบั พเิ ศษและมมี ตใิ ห้
สมเดจ็ พระมหารชั มคั ลาจารย์ (ชว่ ง วรปญุ โญ) หรอื สมเดจ็ ชว่ งเป็นสมเด็จพระสงั ฆราชองค์
ท่ี 20 หลงั วา่ งเวน้ ผดู้ ารงตาแหนง่ มากวา่ 2 ปี

11 มกราคม 2559 - พระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม นาหนังสือ
พรอ้ มรายชอ่ื ประชาชน 300,000 รายชือ่ ยื่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรฐั มนตรี
และหวั หน้าคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช.) และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรี

ประจาสานักนายกรัฐมนตรีที่กากับดูแลสานักงานพระพุทธศาสนา คัดค้านก ารแต่งต้ัง
สมเดจ็ ช่วงเป็นสมเดจ็ พระสังฆราชองคท์ ี่ 20 โดยอ้างเหตุผลวา่ มพี ฤติกรรมไม่เหมาะสม

ไพบลู ย-์ ดร.มโน”เรง่ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ควา่ มติ มส.ปมตง้ั สงั ฆราช
19 มกราคม 2559 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูป
แนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
ยนื่ หนงั สอื ต่อผตู้ รวจการแผ่นดิน ขอใหว้ นิ จิ ฉยั ขนั้ ตอนการเสนอชอ่ื สมเดจ็ พระสงั ฆราช ตาม
พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ทเี่ ขยี นไว้วา่ "ในกรณที ต่ี าแหน่งสมเดจ็ พระสังฆราช
วา่ งลง ใหน้ ายกรัฐมนตรโี ดยความเหน็ ชอบของมหาเถรสมาคม เสนอนามสมเด็จพระราชา
คณะผมู้ อี าวโุ สสูงสดุ โดยสมณศักดิ์ขึน้ ทลู เกลา้ ฯ เพือ่ ทรงสถาปนาเปน็ สมเด็จพระสังฆราช"
15 กมุ ภาพนั ธ์ 2559 - เครอื ขา่ ยคณะสงฆ์ นาโดยพระเมธธี รรมมาจารย์ เลขาศนู ย์
พทิ กั ษพ์ ระพทุ ธศาสนาแห่งประเทศไทย เปน็ แกนนาชมุ นมุ ทพี่ ทุ ธมณฑล จ.นครปฐม เพอ่ื
สกดั แผนลม้ ลา้ งการปกครองคณะสงฆ์ และสนบั สนุนมติ มส. ทเ่ี สนอสมเด็จชว่ งเปน็ สมเดจ็
พระสงั ฆราชองคท์ ่ี 20

18 กมุ ภาพันธ์ 2559 - กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปว่า รถเบนซ์โบราณที่
สมเดจ็ ชว่ งครอบครองอยู่ มกี ารใช้เอกสารปลอมในการจดประกอบ เพ่ือหลีกเล่ียงการเสีย
ภาษี

3 มีนาคม 2559 - ผู้ตรวจการแผน่ ดนิ มีมตวิ ่า มส. ทาผดิ ขน้ั ตอนเกี่ยวกับการเสนอ
ชื่อสมเด็จช่วงเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 เนื่องจากต้องไปเริ่มต้นที่นายกรัฐมนตรี
ก่อน

11 กรกฎาคม 2559 - คณะกรรมการกฤษฎีกา มีมติว่า ข้ันตอนการแต่งต้ังสมเด็จ
ชว่ งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ท่ี 20 ถูกต้องตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2535
และเสนอให้นายกรฐั มนตรีพจิ ารณาตอ่ ไป

11 กรกฎาคม 2559 - พล.อ.ประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรีและหวั หน้า คสช.
ใหส้ ัมภาษณ์ว่าจะไม่ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ท่ี 20 หากยังมีปัญหา
กันอยู่

29 ธันวาคม 2559 - ท่ีประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติสามวาระรวด
แก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2535 ให้พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จ
พระสงั ฆราช และใหน้ ายกรฐั มนตรีลงนามรบั สนองพระบรมราชโองการ โดยไม่จาเป็นต้อง
ผ่านความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม และไม่จาเป็นต้องเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่มี
อาวุโสสูงสดุ ดว้ ยคะแนนเสียงเอกฉนั ท์ 182 เสียง

6 มกราคม 2560 - เวบ็ ไซตร์ าชกิจจานเุ บกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3)
พ.ศ.2560 ซงึ่ เปน็ ฉบบั ใหม่ ใหม้ ีผลใช้บังคับไดท้ ันที

7 กุมภาพนั ธ์ 2560 - สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เจ้า
อาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ท่ี
20 แห่งกรงุ รตั นโกสินทร์

.......................................................

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ

https://www.bangkokbiznews.com
https://www.bbc.com
https://www.matichon.co.th
https://www.naewna.com
https://www.posttoday.com
https://www.khaosod.co.th
https://www.komchadluek.net
https://hilight.kapook.com
https://news.mthai.com
https://news.thaipbs.or.th
https://th.wikipedia.org

ขอบคณุ ขอ้ มลู และภาพจากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ

.........................................................................


Click to View FlipBook Version