The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประสาร ธาราพรรค์, 2021-09-13 06:47:39

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

งานพระนพิ นธ์

งานพระนพิ นธส์ มเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก (จวน ศริ สิ ม)
พ.ศ. 2469 ทรงแปลตตยิ สมนั ตปาสาทกิ า อรรถกถาพระวนิ ยั เพอื่ ใชเ้ ป็นตารา
พ.ศ. 2482 ทรงแตง่ รตนตตฺ ยปฺปภาวสทิ ธฺ คิ าถาแทน รตนตตฺ ยปปฺ ภาวาภยิ าจนคาถา
และไดใ้ ชส้ วดในพระราชพธิ ตี อ่ มา
พระนพิ นธอ์ กี มากกวา่ 100 เรอื่ ง เชน่ มงคลในพทุ ธศาสนา สาระในตวั คน วธิ ตี อ่ อายุ
ใหย้ นื การทาใจใหส้ ดชนื่ ผอ่ งใส และฉนั ไมโ่ กรธเปน็ ตน้ และมพี ระธรรมเทศนาอกี หลายรอ้ ย
เรอื่ ง ทสี่ าคญั คอื มงคลวเิ ศษคาถา ทแี่ สดงในพระราชพธิ เี ฉลมิ พระชนมพรรษา
ทรงเปน็ กรรมการออก “หนังสอื ธรรมจกั ษุ”ซ่ึง สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงวชิ
รญาณวงศ์ ทรงฟนื้ ฟขู นึ้ อกี ครง้ั หนึ่ง หลงั จากหยดุ ไปเปน็ เวลา 20 ปี และไดอ้ อกตอ่ เนอ่ื งมา
จนกระทง่ั ถงึ ทกุ วนั นี้

สนิ้ พระชนม์

โดยปกติ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) ทรงมีพระพลานามัยดีตลอดมา ไม่
ประชวรถึงกับล้มหมอนนอนเส่ือ แต่มีพยาธิเบียดเบียนเป็นครั้งคราว ต้องเสด็จไปรับการ
ผ่าตัดในโรงพยาบาล 2 - 3 ครั้ง คือ ผ่าตัดไส้เลื่อน 1 ครั้ง ผ่าตัดโพรงจมูกครั้ง 1 ผ่าตัด
กระเพาะ เพอ่ื ตรวจดวู ่าเปน็ มะเร็งหรอื ไมอ่ กี คร้งั 1 ภายหลังการผ่าตดั ครง้ั สดุ ทา้ ย กป็ รากฏ
ว่าพระสุขภาพเป็นปกติ แต่ทรงรับส่ังว่า รู้สึกว่าความจาเลือนไปบ้าง และทรงปรารภ
วา่ “ไมร่ ูว้ ่าทากรรมอะไรไว้ จงึ ถูกผ่าตดั อย่างน้ี”

รถยนตพ์ ระประเทยี บทปี่ ระทบั ถกู รถยนตส์ ว่ นบคุ คลขบั สวนทางมา พงุ่ เขา้ ชนตกถนน
สนิ้ พระชนมท์ นั ทที นั ใด ในทอ้ งทอี่ าเภอบางพลี จงั หวดั สมทุ รปราการ

พ.ศ. 2514 พรรษาที่ 55 สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (จวน อุฏฐายีมหาเถร) โดย
รถยนต์พระประเทียบท่ีประทับ ถูกรถยนต์ส่วนบุคคลขับสวนทางมา พุ่งเข้าชนตกถนน
ส้ินพระชนมท์ ันทีทันใด ในท้องที่อาเภอบางพลี จังหวัดสมทุ รปราการ เมือ่ วันที่ 18 ธนั วาคม
พ.ศ. 2514 เวลา 10:05 น. สิริพระชันษา 74 ปี 336 วัน และดารงตาแหน่งสมเด็จ
พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก เปน็ เวลา 7 พรรษา (6 ปี กบั 22 วัน)

ได้รับพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ หน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพ
ศิรินทราวาส เมือ่ วันท่ี 17 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2515

……………………………………………………………..

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ

ประวตั วิ ัดสาคญั เลม่ 1, พระธรรมวราจารย์ วดั บวรนเิ วศวหิ าร รวบรวมและเรยี บเรยี ง,
มลู นธิ สิ ริ นิ ธรราชวทิ ยาลยั ในพระราชปู ถมั ภ์, 2542

วดั มกฏุ กษตั รยิ าราม, สเุ ชาวน์ พลอยชมุ เรยี บเรยี ง, มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั , 2541.
19 สมเดจ็ พระสงั ฆราช กรงุ รตั นโกสนิ ทร์, โกวทิ ตง้ั ตรงจิตร, สวรี ยิ าศาสน์ จัดพมิ พ,์

2549.
หนงั สอื ชดุ พระเกยี รตคิ ณุ สมเดจ็ พระสงั ฆราชแหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ : สมเด็จพระอรยิ

วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (จวน อฏุ ฐาย)ี

http://mbu.ac.th
http://mahamakuta.inet.co.th
https://th.wikipedia.org › wiki
https://www.baanjomyut.com
http://www.dharma-gateway.com
https://www.posttoday.com
https://www.khaosod.co.th
https://www.komchadluek.net
https://www.web-pra.com

ขอขอบคณุ ภาพและขอ้ มลู จากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ

.......................................................................

สมเดจ็ พระสงั ฆราชองคท์ ่ี 17 แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ ิ)

ประสาร ธาราพรรค์ เรยี บเรยี ง

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จ
พระสังฆราชพระองค์ท่ี 17 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ราชวรมหาวิหาร(วัดโพธิ์) เป็นสมเด็จพระสังฆราชท่ีทรงพระปรีชาญาณ เฉลียวฉลาด
สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี สังฆราชท่ีบรรพชิตและคฤหัสถ์เรียกพระองค์ท่าน
ด้วยความเคารพว่าสมเด็จป๋า อีกหน่ึงพระปรีชาสามารถที่โดดเด่นคือ ความสามารถด้าน
การประพันธ์ งานประพันธ์ของพระองค์ท่าน แม้จะผ่านห้วงเวลาที่ยาวน าน ยังมีความ
ทันสมัย มีหลักคาสอน คาเทศนาที่ทันต่อเหตุการณ์ มีสาระประโยชน์แก่ญาติโยม
สามารถนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันได้เป็นอย่างดี

กาเนิด

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ
สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ป่นุ ปุณฺณสิริ) มีพระนามเดิมว่า
ปนุ่ สุขเจรญิ มีพระฉายา ปุณณสิริ ประสตู ิเม่อื วนั องั คาร แรม 13 ค่า เดือน 4 ปีวอก จ.ศ.
1258 ร.ศ. 115 เวลา 24 นาฬิกาเศษ ตรงกบั วนั ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2439 ตรงกับรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว รัชกาลท่ี 5 ณ บ้านตาบลสองพ่นี ้อง อาเภอสอง
พนี่ อ้ ง จังหวัดสุพรรณบรุ ี

โยมมารดานางวนั สขุ เจรญิ

พระชนกชอื่ เน้า สขุ เจริญ พระชนนีช่ือวนั สขุ เจริญ เป็นบุตรคนท่ี 6 ในจานวนพน่ี ้อง
8 คน มพี เี่ ปน็ หญิง 4 คน ถึงแตก่ รรมแตเ่ ยาว์วัย พ่ีคนที่ 5 เป็นชายช่ือเหลือ น้องชายคนท่ี
7 ช่ือเป้ง สุขเจริญ และน้องชายคนท่ี 8 ชื่อสิ่ว นามสกุล สุขเจริญ เป็นศิษย์วัดสองพี่น้อง
เปน็ ญาติใกลช้ ดิ กับหลวงพอ่ สด วัดปากนา้ ภาษีเจริญ

เมือ่ พระชนมไ์ ด้ 10 พรรษา (พระอาจารยห์ อมได้พามาฝากใหเ้ ปน็ ศษิ ย์พระอาจารย์
ปว่ น) ได้มาอยทู่ ว่ี ดั มหาธาตุ ฯ เมอื่ พระชนม์ได้ 16 พรรษา ไดย้ ้ายมาอยู่กับพระอาจารย์สด
(พระมงคลเทพมนุ ี วดั ปากนา้ ภาษเี จรญิ ) ณ วดั พระเชตุพนฯ

การศึกษาและบรรพชา

สามเณรปนุ่ สขุ เจรญิ
การศึกษาในเบอ้ื งต้น พ.ศ. 2445 พระชันษา 6 ปี ศกึ ษา เรยี นกับพระชนกของท่าน
จนอ่านออกเขยี นได้ จนอา่ นหนังสอื แบบเรียนเรว็ เล่ม 1 - 2 จบ พระชนกจึงส่งให้เข้าเรียน
ต่อในโรงเรียนเอกชน เป็นเวลาประมาณหนึ่งปีแล้วจึงไปเรียนภาษาบาลี อักษรขอม และ
มลู กัจจายน์ (กับพระอาจารย์หอม และอาจารยจ์ ่าง) ท่วี ดั สองพ่นี อ้ ง จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
พ.ศ. 2446 พระชนกนาไปฝากเปน็ ลกู ศษิ ยพ์ ระอาจารยห์ อม เกสโร (แสงจนิ ดา) ซง่ึ
เปน็ ญาตมิ ศี กั ดเ์ิ ป็นอา ณ วดั สองพนี่ อ้ ง ไดเ้ รมิ่ ศกึ ษาภาษาบาลดี ว้ ยอกั ษรขอม และมลู กจั
จายน์ (หนงั สอื ใหญ)่ กบั พระอาจารยห์ อม เกสโร และพระอาจารยจ์ า่ ง ปณุ ณฺ โชติ (พระครู
อภุ ยั ภาดารกั ษ์) เวลาเยน็ ตอ่ บทสวดมนตก์ บั พระอาจารยท์ เี่ รยี กวา่ ตอ่ หนงั สอื คา่

พ.ศ. 2454 พระชนั ษา 15 ปี พระอาจารยห์ อม วดั สองพน่ี อ้ ง นามาฝากพระภกิ ษุ
ป่วน (ภายหลงั ยา้ ยมาอยวู่ ดั พระเชตพุ น และเปน็ พระครบู รหิ ารบรมธาตุ เจา้ อาวาสวดั นางชี
เขตภาษเี จรญิ ) ผเู้ ปน็ ญาตฝิ า่ ยโยมมารดา ณ วดั มหาธาตุ กรงุ เทพมหานคร ไดศ้ กึ ษาอกั ษร
ขอมเพมิ่ เตมิ กบั พระภกิ ษุปว่ น

หลวงพอ่ สด (พระมงคลเทพมนุ ี)
พ.ศ. 2455 อายุ 16 ปี ยา้ ยไปอยกู่ บั หลวงอาคอื หลวงพ่อสด (พระมงคลเทพมนุ ี) ซง่ึ
มีศกั ดิเ์ ป็นอา ตอนนนั้ อยู่วัดพระเชตุพนฯ แต่อยู่ได้ระยะหนึ่งกล็ าสกิ ขามาชว่ ยโยมแม่ทานา
เพราะโยมพ่อป่วย อายุ 18 ปี จึงบรรพชาใหมก่ ลับมาอย่วู ดั พระเชตพุ นฯ

อปุ สมบท

พระรปู เมอื่ ครง้ั ยงั ทรงเป็นพระเปรยี ญ 6 ประโยค
27 เมษายน 2460 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 7 ค่า เดือน 6 ปีมะเส็ง พระชนมายุ 22
พรรษา ทรงกลับอุปสมบท ณ วัดสองพี่น้อง อันเป็นภูมิลาเนาเดิม พระครูวินยานุโยค
(เหนี่ยง อินฺทโชโต) เจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง เจ้าคณะอาเภอสองพ่ีน้อง เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอาจารยโ์ หนง่ วดั สองพี่นอ้ ง (ตอ่ มาย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวดั อมั พวัน ตาบลดอนมะดัน)
เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ พระศากยปตุ ติยวงศ์ (เผอื่ น ติสสฺ ทตฺโต สุดท้ายได้รบั สถาปนาเป็น
สมเดจ็ พระวนั รตั ) วัดพระเชตพุ น เปน็ พระอนุสาวนาจารย์

ศกึ ษาปรยิ ตั ธิ รรม

วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลารามราชวรมหาวหิ าร (วดั โพธ)์ิ
พ.ศ. 2455 ศึกษาภาษาบาลี และนักธรรมในสานักเรียนวัดพระเชตุพนฯ กับพระ
ศากยบตุ ติยวงศ์ (เผ่ือน ตสิ ฺสทตโฺ ต) และพระมหาปี วสตุ ฺตโม
พ.ศ. 2456 สอบได้นกั ธรรมช้นั ตรี

พ.ศ. 2458 พระชันษา 20 ปี สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ขณะเปน็ สามเณร และ
ได้เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตรและพัดใบตาลใจกลางพ้ืนแพรเขียวจาก
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระท่ีน่ังอมรินทรวินิจฉัยพ.ศ. 2462 สอบได้
นกั ธรรมช้นั โท

พ.ศ. 2463 สอบได้เปรยี ญธรรม 4 ประโยค
พ.ศ. 2467 สอบได้เปรยี ญธรรม 5 ประโยค
พ.ศ. 2470 สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค
พระสมณศกั ดแ์ิ ละตาแหนง่ หนา้ ทใี่ นการคณะสงฆ์

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ

เจา้ พระคณุ สมเดจ็ ฯ ทรงรบั ภาระหนา้ ทท่ี างการคณะสงฆม์ าแตท่ รงเปน็ พระเปรยี ญ
เรม่ิ แตห่ นา้ ทภ่ี ายในพระอารามไปจนถงึ หนา้ ท่ใี นการปกครองคณะสงฆ์ ดังน้ี

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ
พ.ศ. 2463 เมื่อทรงเป็นเปรียญ 4 ประโยค ทรงเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนก
บาลี ช้นั ไวยากรณ์
พ.ศ. 2467 เมือ่ ทรงเปน็ เปรียญ 5 ประโยคแล้ว ทรงเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมชั้น
ประโยค 3 ทรงทาหน้าที่เปน็ ครูในสานักเรียนวัดพระเชตุพนอยู่นานถึง 25 ปี
พ.ศ. 2483 เมอื่ ยังทรงเปน็ พระเปรียญเปน็ กรรมการแปลพระไตรปฎิ กเปน็ ภาษาไทย
แผนก พระวินยั

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ

พ.ศ. 2484 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน เป็นพระคณาจารย์เอกทางเทศนา
และในวันที่ 1 มีนาคม 2484 ได้รับพระราชทานสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะสามัญที่พระ
อมรเวที

พ.ศ. 2486 เป็นเจ้าคณะตรวจการภาคบูรพา (สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี
นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จนั ทบุรี ตราด)เป็นเจา้ คณะตรวจการภาค 2 อยุธยา อ่างทอง
สระบรุ ี ลพบรุ ี สงิ ห์บรุ ี อุทัยธานี นครสวรรค์ พิจิตร กาแพงเพชร สุพรรณบรุ ี) เป็นกรรมการ
สังคายนาพระธรรมวินยั

พ.ศ. 2487 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. 2488 เป็นสมาชกิ สังฆสภา

พ.ศ. 2489 ไดร้ ับพระราชทานเลอื่ นสมณศกั ดเ์ิ ปน็ พระราชาคณะชนั้ ราชท่ีพระราชสธุ ี
ธรรมปรชี าภมิ ณฑ์ ปรยิ ตั โิ กศล ยตคิ ณศิ ร บวรสงั ฆาราม คามวาสี

สมเดจ็ พระวนั รตั (เผอ่ื น ตสิ สฺ ทตโฺ ต)

พ.ศ. 2490 สมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน ถึง
มรณภาพ เจา้ พระคุณสมเด็จ ฯ ขณะทรงดารงสมณศักดิ์ท่ีพระราชสุธี จึงได้รับแต่งตั้งเป็น
ผรู้ กั ษาการเจา้ อาวาสวัดพระเชตุพน เปน็ กรรมการสภามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ
ในคราวเดียวกนั ไดร้ บั พระราชทานเลอื่ นสมณศกั ดเิ์ ปน็ พระราชาคณะชน้ั เทพที่ พระเทพเวที
ตรีปฎิ กคุณ สุนทรธรรมภษู ติ ยติคณิสร บวร

พ.ศ. 2491 เป็นสังฆมนตรี (สมัยที่ 1 เป็นเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน เป็นกรรมการ
และเลขาธกิ าร ก.ส.พ. (กรรมการสงั ฆาณัตริ ะเบยี บพระคณาธิการ) ไดร้ บั พระราชทานเลอื่ น
สมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะช้ันธรรมท่ีพระธรรมดิลก พระธรรมดิลก ศากยปุตติยนายก
ตรปี ฎิ กบณั ฑิต ยติคณิสร บวรสังฆาราม คามวาสี

พ.ศ. 2492 เป็นเจา้ คณะตรวจการภาค 2 (สมทุ รปราการ สมุทรสงคราม สมทุ รสาคร
ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด) เป็นสภานายกสภาพระ
ธรรมกถึก

พ.ศ. 2493 เปน็ สงั ฆมนตรี (สมัยที่ 2)

พ.ศ. 2494 เป็นสังฆมนตรี (สมัยที่ 3)เป็นสังฆมนตรีและสังฆมนตรีส่ังการแทนสังฆ
มนตรีว่าการองค์การเผยแผ่ (สมัยท่ี 4) เป็นเจ้าคณะตรวจการภาค 7 (สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์) เป็น
ประธาน ก.จ.ภ. (กรรมการเจ้าคณะตรวจการภาค) เป็นอนุกรรมการอบรมศีลธรรมและ
วัฒนธรรมแก่ขา้ ราชการและประชาชน (ก.อ.ช.)

พ.ศ. 2496 เปน็ ประธานกรรมการสงฆแ์ หง่ โรงพยาบาลสงฆ์
พ.ศ. 2497 เปน็ ประธานทอดผา้ ปา่ วนั โรงพยาบาลสงฆ์ โดยทรงรเิ รมิ่ ในนามสภาพระ
ธรรมกถกึ เปน็ กรรมการวทิ ยกุ ระจายเสยี งวนั ธรรมสวนะ
พ.ศ. 2498 เปน็ ท่ีปรกึ ษาคณะกรรมการทานุบารุงโรงพยาบาลสงฆ์
พ.ศ. 2499 ได้รบั พระราชทานสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจา้ คณะรองท่ี พระธรรม
วโรดม ชน้ั หริ ญั บัฏท่ี พระธรรมวโรดม บรมญาณอดลุ สุนทรนายก ตรปี ฎิ กคณุ าลงั การวภิ สู ติ
สุทธิกิจสาทร มหาคณิสร บวรสังฆาราม คามวาสี เป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การ
สาธารณูปการ (สมยั ท่ี 5)

พ.ศ. 2500 เป็นกรรมการ ก.ส.พ. เป็นกรรมการอปุ ถัมภ์กติ ตมิ ศักด์ิ มหาจุฬาลงกรณ
ราช วทิ ยาลยั

พ.ศ. 2501 เปน็ ประธานกรรมการปรบั ปรุงตลาดเฉลมิ โลก

วดั ปากนา้ ภาษเี จรญิ
พ.ศ. 2502 - 2508 เปน็ ผรู้ กั ษาการเจา้ อาวาสวดั ปากนา้ ภาษเี จรญิ
พ.ศ. 2503 เปน็ สงั ฆมนตรวี า่ การองคก์ ารเผยแผ่ (สมยั ท่ี 6)
พ.ศ. 2504 ไดร้ ับพระราชทานสถาปนา เปน็ สมเด็จพระราชาคณะท่ี สมเดจ็ พระวนั
รตั ไดร้ บั สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเดจ็ พระวนั รตั ปรยิ ตั พิ พิ ฒั นพงศ์ วสิ ทุ ธิ
สงฆ์ปรณิ ายก ตรปี ฎิ กโกศล วมิ ลคมั ภรี ญาณสนุ ทร มหาคณปธานาดศิ ร บวรสงั ฆาราม
คามวาสี อรญั ญวาสี เปน็ กรรมการพจิ ารณาหลกั สูตรการศกึ ษาปรยิ ตั ธิ รรม แผนกบาลี
พ.ศ. 2506 เปน็ กรรมการมหาเถรสมาคม ตามพระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ พ.ศ. 2505
ซง่ึ ประกาศใชแ้ ทน พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 เปน็ ผรู้ กั ษาการเจา้ อาวาสวดั โส
ธรวราราม จนถงึ พ.ศ. 2507

พ.ศ. 2508 เปน็ เจา้ คณะใหญห่ นกลาง และรกั ษาการในตาแหนง่ เจา้ คณะใหญห่ น
ตะวนั ออก หนเหนอื และหนใต้ เปน็ กรรมการมลู นธิ โิ รงพยาบาลสงฆ์

พ.ศ. 2509 เปน็ แมก่ องงานพระธรรมทตู

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (จวน อฏุ ฐฺ ายมี หาเถร)
พ.ศ. 2510 เปน็ ผูป้ ฏิบัติหน้าท่ีแทนสมเดจ็ พระสังฆราช ในระหว่างท่ี สมเด็จพระอริ
ยวงศาคตญาณ (จวน อฏุ ฺฐายมี หาเถร) สมเดจ็ พระสงั ฆราชเสด็จเยือนศรีลังกาเป็นทางการ
ระหวา่ งวันที่ 10 - 20 กุมภาพันธ์ 2510 เป็นประธานจิตตภาวันวิทยาลยั
พ.ศ. 2515 เป็นเจ้าคณะนครหลวง กรุงเทพธนบุรี

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงถวายพดั ยศและเครอ่ื งสมณศกั ดแิ์ ดส่ มเดจ็ ฯ
ในงานพระราชพธิ สี ถาปนาสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ

สมเดจ็ พระสงั ฆราชพระองคท์ ี่ 17 แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์

21 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 พระชันษา 76 ปี พรรษา 55 ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จ
พระสงั ฆราชที่ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธารง สกลมหาสงฆปริณายก
ตรีปิฎกกลาสโุ กสล วิมลคัมภรี ญาณ ปณุ ณสิริภิธานสงั ฆวิสทุ ธ์ิ ปาวจนตุ ตมสกิ ขวโรปการ ศลี
ขันธสมาจารสุทธิปฏิบัติ พุทธบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ อดุลธรรมวิสาร
สนุ ทร บวรธรรมบพติ ร สมเด็จพระสังฆราช สืบต่อจาก สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี
มหาเถร) สกลมหาสงั ฆปริณายกองคท์ ี่ 17 แห่งกรงุ รตั นโกสินทร์

ดารงตาแหนง่ หนา้ ทใี่ นคณะมหานกิ าย
พ.ศ. 2490 - เปน็ กรรมการสภามหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
พ.ศ. 2494 - เปน็ ประธานกรรมการเจา้ คณะตรวจการภาค (ก.จ.ภ.)
พ.ศ. 2500 - เปน็ กรรมการอปุ ถมั ภก์ ติ ตมิ ศกั ดิ์ มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
27 มนี าคม พ.ศ. 2516 - ตงั้ สมชั ชามหาคณสิ สร และเปน็ ประธานสมชั ชา

มหาคณสิ สร
การพระศาสนาต่างประเทศ

ในด้านการพระศาสนาตา่ งประเทศน้ัน เจ้าพระคณุ สมเด็จ ฯ กท็ รงรบั ภาระปฏบิ ตั มิ า
เป็นลาดับ เริ่มแตค่ ร้ังทรงดารงสมณศกั ดท์ิ ี่ พระธรรมดลิ ก กล่าวคือ

พ.ศ. 2497 รว่ มในคณะผู้แทนแห่งคณะสงฆ์ไทยไปร่วมในการประชมุ ฉัฏฐสังคายนา
ณ ประเทศพม่า และในปเี ดียวกันเดนิ ทางไปสงั เกตการณ์พระศาสนา ณ ประเทศกัมพูชา

สงั เวชนยี สถาน ประเทศอนิ เดยี

พ.ศ. 2499 ไปร่วมฉลองพุทธชยันตี (ฉลอง 25 พุทธศตวรรษ) ณ ประเทศศรีลังกา
แล้วเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถาน ในประเทศอินเดีย และแวะสังเกตการณ์ พระ
ศาสนา ณ ประเทศสิงคโปร์

พ.ศ. 2502 ไปรว่ มพธิ เี ปดิ วัดไทย ณ พุทธคยา ประเทศอนิ เดยี
พ.ศ. 2506 ไปเยือนวดั ไทยในรฐั เคดาห์ ปินงั ประเทศมาเลเซีย และประเทศสงิ คโปร์
พ.ศ. 2509 ไปเป็นประธานในพิธีผูกพัทธสีมาวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย
จากนนั้ ไปสังเกตการณพ์ ระศาสนา ณ ประเทศเนปาล
พ.ศ. 2510 ไปเป็นประธานผูกพัทธสีมา วัดเชตวัน กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศ
มาเลเซยี
พ.ศ. 2511 ไปเยอื นวัดพุทธปทปี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และไปสังเกตการณ์
พระศาสนา ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ฝร่ังเศส เบลเย่ียม ลักเซมเบอร์ก เยอรมันนี
สวิสเซอรแ์ ลนด์ และอิตาลี

เขา้ เฝา้ สมเดจ็ พระสนั ตะปาปา ปอลท่ี 6 ณ นครรฐั วาติกนั
เมอื่ วนั ท่ี 5 มถิ ุนายน พ.ศ.2515 ขณะดารงสมณศกั ดทิ์ ี่ สมเดจ็ พระวนั รตั

พ.ศ. 2515 เสด็จเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา ตามคาอาราธนาของรัฐบาล
สหรฐั อเมริกา และในโอกาสเดียวกัน ก็เสด็จเยือนสานักวาติกัน ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี
เยือนวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เยือนเนเธอร์แลนด์ ฝร่ังเศส เยอรมนี
สวสิ เซอร์แลนด์ และสเปน
การก่อสรา้ งปฏสิ งั ขรณ์

ตง้ั แตท่ รงดารงตาแหน่งเจา้ อาวาส เป็นตน้ มา การกอ่ สรา้ งปฏิสังขรณ์ในพระอาราม
สน้ิ เงินประมาณ 20 ลา้ นบาท

สรา้ งพพิ ธิ ภัณฑส์ มเด็จพระสังฆราช องคท์ ่ี 17 ณ วัดสุวรรณภมู ิ อาเภอเมือง จงั หวัด
สพุ รรณบรุ ี

สร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 ณ อาเภอสองพ่ีน้อง จังหวัด
สพุ รรณบรุ ี สร้างตึกสันตวิ นั โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยทุนส่วนพระองค์ และผทู้ ี่ถวายใน

คราวเสดจ็ เข้ารับการผ่าตดั เมื่อ พ.ศ. 2516 รวมเปน็ เงิน 408,200 บาท และยงั ทรงบรจิ าค
สมทบสร้างตึกศัลยกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 50,000 บาท เคร่ืองทาความเย็นตึก
กายภาพบาบัด 50,000 บาท เป็นทุนค่าอาหาร 30,000 บาท ทุนตึกจงกลนีวัฒนวงศ์
20,000 บาท

วดั วมิ ลโภคาราม อาเภอสามชกุ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
สร้างโรงเรยี นสมเด็จพระวนั รตั ตลาดสามชุก อาเภอสามชกุ จงั หวดั สุพรรณบุรี
สร้างหอสมเดจ็ วดั วมิ ลโภคาราม อาเภอสามชกุ จงั หวดั สุพรรณบรุ ไี ดร้ บั พระกรณุ าโปรด ให้
เป็นประธานสรา้ งโรงเรยี นสงเคราะหเ์ ดก็ อนาถา วดั ศรจี นั ทรป์ ระดษิ ฐ์ จงั หวดั สมทุ รปราการ
และวัดปา่ ไก่ จังหวดั ราชบรุ ี

งานพระนพิ นธ์ “สันตวิ ัน” “ศรีวนั ”

นอกจากทรงแตง่ และเรยี บเรยี งพระธรรมเทศนาแลว้ โดยทที่ รงสนใจในการประพนั ธ์
มาตง้ั แตย่ ังทรงเปน็ สามเณร โปรดการอ่านหนงั สอื และสะสมหนงั สอื ตา่ งๆ ทง้ั เคยทรงเขยี น
บทความเกย่ี วกบั วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาลงพิมพ์ในหนงั สือพิมพเ์ ดลเิ มล์ ในพระนาม
วา่ “ป.ปุณฺณสิริ” ยงั ทรงนพิ นธห์ นังสอื อีก 20 กวา่ เร่ือง
ประเภทวชิ าการ

เม่ือทรงเป็นเลขาธิการ ก.ส.พ. ได้ทรงรวบรวมระเบียบข้อบังคับคณะสงฆ์พิมพ์เป็น
เล่ม ชอื่ ประมวลอาณตั คิ ณะสงฆ์

ประเภทสารคดี

บันทึกการเสดจ็ ไปยงั ที่ต่างๆ คือสู่เมืองอนตั ตา พทุ ธชยันตี เดีย-ปาล สสู่ านักวาติกัน
และนกิ สนั และพระนิพนธเ์ รอื่ งสุดทา้ ย คือ บอ่ เกดิ แหง่ กุศลคอื โรงพยาบาล

ประเภทธรรมนิยาย
ในพระนาม สันติวัน หรือ ศรีวัน ทรงนิพนธ์ อาทิ จดหมายสองพ่ีน้องสันติวัน

พรสวรรค์ หน้ีกรรมหน้ีเวร ไอ้ตี๋ ดงอารยะ เกียรติกานดา คุณนายชั้นเอก ความจริงท่ี
มองเหน็ ความดที นี่ ่าสรรเสรญิ อภินิหารอาจารย์แก้ว กรรมสมกรรม นอกจากนี้ ยังได้ทรง
เขยี นเป็นบทความต่างๆ อกี มาก

พระเกยี รตคิ ณุ พเิ ศษ
สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ เจรญิ อยใู่ นพรหม

วหิ ารธรรม เปน็ ครฐุ านยี อภปิ ชู นยี บคุ คล เปน็ ทรี่ กั ทเี่ คารพบชู าสกั การะอยา่ งยงิ่ แหง่ ปวงชน
ทง้ั บรรพชติ และคฤหสั ถ์ ไดร้ บั ยกยอ่ งพระเกยี รตคิ ณุ เปน็ อยา่ งสงู จงึ มพี ระนามเปน็ พเิ ศษวา่
“สมเดจ็ ปา๋ ” พระเครอื่ งและเหรยี ญพระรปู ทสี่ รา้ งขนึ้ ในวาระตา่ ง ๆ หรอื ทมี่ ผี มู้ าขอ
อนญุ าตพมิ พเ์ ปน็ ทร่ี ะลกึ ในงานกศุ ล ปรากฏวา่ เปน็ ทน่ี ยิ มกนั มาก ดงั น้ี

สมเดจ็ แสน
พระเครอื่ ง "สมเดจ็ แสน" พมิ พพ์ ระองคเ์ องเปน็ ปฐมฤกษ์ มจี านวน 170,000 องค์
แจกในงานบาเพญ็ พระกศุ ลพระชนั ษา 72 ปี
พระกรงิ่ "สมเดจ็ ฟา้ ลนั่ " และ "สมเดจ็ ฟา้ แจง้ " (ธรรมจาร)ี เททองหลอ่ ในวนั คลา้ ยวนั
ประสตู ิ พ.ศ. 2515 - 2516 จานวน 1,700 องค์

เหรยี ญพระรปู "เหรยี ญ 60" "เหรยี ญ 72" "สมเด็จรอบโลก" "เหรยี ญทรงฉตั ร"
ทงั้ หมดพมิ พป์ ระมาณ 600,000 เหรยี ญ

วดั สว่ นราชการ องคก์ ารกศุ ล ทโ่ี ปรดอนญุ าตใหพ้ มิ พเ์ หรยี ญพระรปู เทา่ ทร่ี วบรวมได้
55 แบบพมิ พ์ จานวนประมาณ 1,00,000 เหรยี ญ

เหรยี ญพระรปู เหรยี ญสดุ ทา้ ย "สมเดจ็ เพม่ิ บารม"ี เปน็ ทร่ี ะลกึ ในวนั ครบปสี ถาปนา
จานวน 100,000 เหรยี ญ
การประชวร

แพทยห์ ญงิ คณุ หญงิ ศรจี ติ รา บนุ นาค
เมื่อ พ.ศ. 2492 ประชวรหนักเป็นโรคเก่ียวกับลาไส้ วันท่ี 29 มีนาคม 2499 ทรง
ประสบอุบตั ิเหตรุ ถยนต์ทป่ี ระทบั หลบรถโดยสารตกลงไปค้างท่คี ลองขา้ งวดั ศรสี าราญ ถนน
เพชรเกษม ทรงบาดเจ็บเล็กน้อย ประทับรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสงฆ์ พ.ศ. 2502
เสด็จประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลสงฆ์ โดยปกติเม่ือประชวร พ.ท. นิตย์ เวชช
วศิ ิษฐ์เป็นผถู้ วายการรกั ษาเป็นประจา

พ.ศ. 2510 แพทยต์ รวจพบวา่ เปน็ โรคเบาหวาน ทรงได้รับการรักษาจากนายแพทย์
ปราโมทย์ ศรศรีวิชัย แห่งเทศบาลกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ จึง
ทรงกรุณาโปรดให้แพทย์หญิงคุณหญิงศรีจิตรา บุนนาค ผู้เช่ียวชาญโรคเบาหวาน แห่ง
โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ และนายแพทยส์ โิ รตม์ บุนนาค เป็นแพทยถ์ วายการรกั ษาพยาบาล
ประจาพระองค์ ต้ังแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2510 และได้เสด็จไปประทับ ณ ตึกจงกลนีวัฒน
วงศ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพ่ือทรงรับการตรวจเป็นประจาทุก ๆ ปี เมื่อ พ.ศ. 2515
ก่อนเสดจ็ ไปต่างประเทศ ก็ทรงได้รบั การตรวจพระอาการ ท่ัวไป

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ ิ)
ต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2515 ได้เสด็จไปรับการตรวจพระอาการ เมื่อตรวจทาง
เอ็กซเรย์ ปรากฏว่าพระปับผาสะ (ปอด) ข้างซ้ายผิดปกติ จึงต้องเสด็จไปประทับ ณ ตึก
จงกลนี ฯ เพอื่ ใหค้ ณะแพทยต์ รวจพระอาการโตยละเอียด คณะแพทย์พบว่า ปอดข้างซ้าย

เป็นเนื้องอก (มะเร็ง) จาต้องรักษาโดยการผ่าตัดโดยด่วน เมื่อความได้ทราบฝ่าละอองธุลี
พระบาท ได้ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหค้ ณะแพทย์ถวายการรักษา ในทางทเี่ หน็ วา่ ดแี ละ
ปลอดภยั มากทสี่ ดุ

คณะแพทย์ได้ถวายการผ่าตดั เมื่อวนั ท่ี 2 ตุลาคม 2515 หลังจากถวายการผ่าตดั แลว้
พระอาการดขี น้ึ โดยลาดับ จนเสดจ็ กลับวัดไดเ้ ม่ือวันที่ 11 พฤศจิกายน 2515 คณะแพทยไ์ ด้
ถวายคาแนะนาให้ทรงพกั รักษาพระองค์อีกสามเดือน ตลอดเวลาท่ีพักอยู่น้ัน โรงพยาบาล
จุฬาลงกรณ์ ได้จัดบุรุษพยาบาลและเจ้าหน้าท่ีกายภาพบาบัด มาเฝ้าปฏิบัติและถวายการ
รักษาเป็นประจา จนเสดจ็ ประชุมมหาเถรสมาคมและเสด็จไปกจิ นมิ นตไ์ ด้

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ ิ)

ครัน้ เดอื นสงิ หาคม 2516 ทรงมพี ระอาการผดิ ปกติ แพทยป์ ระจาพระองคไ์ ด้มาถวาย
การตรวจและถวายยา วันท่ี 2 กนั ยายน 2516 ทรงร้สู กึ พระองค์ว่า ต่อไปคงจะเทศน์ไม่ได้
อีกแล้ว ความจาไม่ดี แพทย์ประจาพระองค์ได้กราบทูลอาราธนาให้เสด็จไปประทับ ณ
โรงพยาบาล เพอ่ื ตรวจพระอาการ ทรงกาหนดเสด็จไปวนั ที่ 12 กันยายน 2516 วันขึ้น 15
คา่ เดือน 10 หลังจากทรงทาอโุ บสถสังฆกรรมแล้ว

คณะแพทยไ์ ดต้ รวจพระอาการ ปรากฏว่าโรคมะเร็งข้ึนสมองด้านซ้าย จึงทาให้พระ
วรกายทางซีกขวาอ่อน เคล่ือนไหวไม่ได้ ครั้นเม่ือถวายการรักษาทางยาและฉายรังสีโค
บอลท์ พระอาการดขี ้ึนจนกระทั่งพระหตั ถข์ า้ งขวาเคลื่อนไหวได้และทรงอักษรได้บ้าง

วนั ท่ี 9 ตลุ าคม 2516 ประชวรพระวาโย ตอ้ งเชญิ เสดจ็ ประทบั หอ้ งฉกุ เฉิน ตงั้ แตน่ ้ัน
มา พระอาการก็มีแต่ทรงกับทรุด วันท่ี 14 ตุลาคม 2516 มีพระโลหิตออกจากกระเพาะ
อาหาร คณะแพทย์ต้องถวายการผ่าตัด เม่ือเวลา23.00 น. หลังจากน้ันพระอาการดีขึ้น
เล็กน้อย

นายแพทยอ์ ดุ ม โปษะกฤษณะ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2516 พระอาการน่าวิตก วันท่ี 19 พฤศจิกายน เวลา 20.00
น. พระอาการทรดุ หนกั ลง ตอ่ แต่นั้นมา พระอาการมแี ต่ทรุดลงเป็นลาดับ และสนิ้ พระชนม์
เมอื่ วันท่ี 7 ธนั วาคม 2516 เวลา 22.25 น. โดยมีคณะแพทย์ พยาบาล และนายแพทย์อดุ ม
โปษะกฤษณะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พระเถรานุเถระ ศิษยานุ
ศิษย์ เฝ้าพระอาการอยู่ตลอดเวลา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ในการ
รักษาพยาบาลตลอดมา และมีคณะแพทยก์ ราบบังคมทูลถวายรายงานการประชวรให้ทรง
ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ทุกระยะ ตั้งแต่ยังทรงสมณศักดิ์ท่ี สมเด็จพระวันรัต ตราบ
จนกระท่ังสิ้นพระชนม์ ในระหว่างประชวร สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ ได้
โปรดให้เชิญเครอ่ื งเสวยมาถวายหลายคร้งั

ในการประชวรครั้งน้ี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ
พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง แม้คณะแพทย์จะได้กราบบังคมทูลถวาย
รายงานให้ทรงทราบฝ่าละอองธลุ ีพระบาททกุ ระยะแลว้ กด็ ี กย็ งั มพี ระราชหฤทยั กงั วลถงึ ได้
ทรงพระมหากรณุ าเสดจ็ เยยี่ ม ดังนี้

วันที่ 15 กันยายน 2516 เวลา 16.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระ
ราชดาเนินเย่ยี มประมาณ 25 นาที

วันที่ 3 ตุลาคม 2516 เวลา 17.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ
พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ เสด็จพระราชดาเนนิ เย่ียมประมาณ 5 นาที

วันที่ 17 ตุลาคม 2516 เวลา 12.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระ
นางเจ้า พระบรมราชินนี าถ และสมเดจ็ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า ฯ ท้ังสองพระองค์ เสด็จพระ
ราชดาเนนิ เย่ียมประมาณ 1 ชัว่ โมง

วนั ที่ 25 พฤศจิกายน 2516 เวลา 17.20 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ ระบรมราชินีนาถ
เสด็จพระราชดาเนินเยย่ี มประมาณ 40 นาที

สิ้นพระชนม์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราช
ดาเนินไปบาเพ็ญพระราชกศุ ลออกเมรุพระศพ สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ ิ)
ณ หอประชุมสงฆ์ วัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม

โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ ในอดตี
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้มีแถลงการณ์แจ้งข่าวพระอาการตลอดมาทุกระย ะ
แถลงการณ์ในการส้ินพระชนม์ มีดังน้ี "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต้ังแต่วันที่ 12
กนั ยายน 2516 ด้วยพระอาการเวียนพระเศยี ร ความจาทรงเสอ่ื มลง พระวรกายทางซกี ขวา
ออ่ นเคล่อื นไหวไมไ่ ด้ คณะแพทยล์ งความเหน็ วา่ พระอาการทัว่ ไปทง้ั หมด เนอ่ื งมาจากการ

ทีพ่ ระองค์ทรงประชวรเปน็ เนอื้ งอกในปอดขา้ งซา้ ย ซง่ึ คณะแพทยไ์ ดถ้ วายการรกั ษาดว้ ยรงั สี
โคบอลท์ พระอาการดีขน้ึ บา้ ง

ต่อมาวันที่ 14 ตุลาคม 2516 มีพระโรคแทรก คือ พระโลหิตออกจากกระเพาะ
อาหาร คณะแพทย์ได้ถวายการผ่าตัดเพอ่ื ระงบั มใิ หส้ ญู เสยี พระโลหติ ทางลาไสอ้ กี และถวาย
การผ่าตัดเพ่ือมิให้มีพระอาการขึ้นอีก นับต้ังแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2516 เป็นต้นมา พระ
อาการทางสมองมากข้ึน จนครึ่งพระวรกายซีกขวาเคลือ่ นไหวไม่ได้ ทรงมีพระอาการไข้ขึ้น
สงู ตลอดมา ปอดบวม มพี ระอาการท่วั ไปอ่อนเพลยี ลงตามลาดับ ในทสี่ ดุ สน้ิ พระชนมล์ งเมอ่ื

วนั ศุกร์ท่ี 7 ธนั วาคม พ.ศ. 2516 เวลา 22.25 น. ดว้ ยพระอาการอันสงบ
คณะแพทย์ได้พยายามเยียวยาถวายการรักษาพระองค์อย่างสุดความสามารถจนถึง
สนิ้ พระชนม์ ในตอนกลางคืน วันสน้ิ พระชนม์ มีพระสงฆเ์ ฝา้ เยย่ี มพระอาการประมาณ 300
รูป คฤหัสถ์ประมาณ 200 คน"

การพระศพ
ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ หนึ่งในหนังสือท่ีระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ณ พระเมรุวัดเทพ
ศริ นิ ทราวาส พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ให้จัดการพระศพตามโบราณราชประเพณีทุกประการ วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2516 เวลา
16.00 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินนี าถ เสด็จพระราชดาเนนิ มาถวายน้าสรงพระศพ ณ ตกึ กวี เหวียนระวี แล้ว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระโกศประดิษฐานเหนือช้ันแว่นฟ้าประกอบพระลอง
กดุ ่ันใหญ่ แวดล้อมด้วยเครอื่ งประดบั พระเกียรติยศ ณ หอประชมุ สงฆ์ วดั พระเชตุพน และ
ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ใหม้ พี ระพิธธี รรมสวดพระอภิธรรมทัง้ กลางวนั และกลางคนื รบั
พระราชทานฉนั เชา้ วนั ละ 8 รปู เพลวนั ละ 4 รปู กาหนด 7 วัน ทงั้ ได้เสด็จพระราชดาเนิน
มาทรงบาเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทานถวาย เม่ือครบ 7 วัน 50 วันและ 100 วัน
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กาหนดการพระราชกุศลออกพระเมรุ และพระราชทานเพลิง

วันที่ 22, 23 และ 24 เมษายน พ.ศ. 2517 ในการบาเพ็ญกุศลถวายพระศพน้ี มหา
เถรสมาคม คณะสงฆ์ ท้ังในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ ท่ัวทุกภาค คณะรัฐบาล
กระทรวง ทบวง กรม สมาคม พอ่ คา้ ประชาชน ศิษยานุศิษย์ คณะสงฆ์จีน คณะสงฆ์ญวน
สมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทย สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา สมาคมฮินดูสมาช สมาคมฮินดู
ธรรมสภา และในต่างประเทศ ก็มีพระภิกษุสงฆ์พร้อมด้วยพุทธบริษัทจากฮ่องกง สิงคโปร์
มาเลเซยี ได้โดยเสดจ็ พระราชกศุ ลมาจนถงึ วนั พระราชทานเพลงิ พระศพ

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ ทรงดารงตาแหนง่ เจา้ อาวาสวดั พระเชตุพน องคท์ ี่ 11
เป็นเวลา 26 ปี 8 เดือน 30 วัน ทรงดารงตาแหนง่ สมเดจ็ พระสงั ฆราช องคท์ ี่ 17 เป็นเวลา
1 ปี 4 เดือน 18 วัน สริ พิ ระชนั ษา 77 ปี

พระเมรหุ นา้ พลบั พลาอศิ รยิ าภรณ์ วดั เทพศริ นิ ทราวาส
พระราชทานเพลงิ พระศพ ณ พระเมรหุ นา้ พลบั พลาอศิ รยิ าภรณ์ วดั เทพศริ นิ ทราวาส
เมื่อวนั ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2517

.................................................................

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ

โกวทิ ตงั้ ตรงจติ ร. 19 สมเดจ็ พระสงั ฆราช กรงุ รตั นโกสนิ ทร์. กรงุ เทพ : สวุ รี ยิ าสาสน์ ,
2549.

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ . สเู่ มอื งอนตั ตา (พมิ พ์
ประกาศเกยี รตคิ ณุ วนั อดตี เจา้ อาวาสวดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม).
กรุงเทพมหานคร : สหธรรมกิ , 2556.

สเุ ชาว์ พลอยชมุ , เรยี บเรยี ง. พระเกยี รตคิ ณุ สมเดจ็ พระสงั ฆราชแหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ :
สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ วดั พระเชตพุ น
วมิ ลมงั คลาราม. นครปฐม : โรงพมิ พม์ หามกฏุ ราชวทิ ยาลยั , 2541.

https://somdej17.moph.go.
https://th.wikipedia.org › wiki › สมเดจ็ พระอรยิ วงศาค...
http://www.dharma-gateway.com ›
https://www.posttoday.com › ธรรมะ
ขอขอบคณุ ขอ้ มลู และภาพจากเว็บไซตต์ า่ งๆ

.................................................................

สมเดจ็ พระสงั ฆราชองคท์ ่ี 18 แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสนมหาเถระ)

ผเู้ รยี บเรยี ง ประสาร ธาราพรรค์

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเดจ็ พระสงั ฆราช
พระประวัติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช
พระองค์ที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว พระองค์ท่านดาเนินชีวิตเป็นไปตามจักร 4
กล่าวคือ ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในสถานท่ีเหมาะสม สัปปุริสูปสังเสวะ คบคนดี อัตตสัมมา
ปณิธิ ตง้ั ตนไว้ชอบ และปพุ เพกตปุญตา สะสมบุญและความดี พระองคท์ า่ นเปน็ ลกู ชาวนา
ชวี ิตเปลี่ยนไปเม่อื เขา้ มาเป็นศษิ ย์วัดราชบพิธฯ พระอารามประจารชั กาลที่ 5 อนั เป็นปฏริ ปู
รูปเทส ได้ท่ีอยู่ท่ีเหมาะสม มีสังคมดี รับใช้ใกล้ชิดพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวร
สริ วิ ัฒน์ สอดรับกับจกั รที่ 2 สปั ปุริสปู สงั เสวะ ในทางส่วนตัวเปน็ ผปู้ ระพฤตปิ ฏบิ ัติดี ตรงกับ
จักรขอ้ ท่ี 3 คอื อตั ตสัมมาปณธิ ิ และสะสมคุณความดี จึงมีปุพเพกตปญุ ญตา ส่งผลให้ข้ึนสู่
ตาแหนง่ ประมขุ สงฆ์เมอ่ื 22 มถิ ุนายน พ.ศ. 2517

พระประวตั ิ

จากซา้ ยไปขวา ทา่ นผาด นลิ ประภา(มารดา) ทา่ นบาง นลิ ประภา(บดิ า)
ท่านประสูติวันท่ี 2 มีนาคม พ.ศ. 2440 เวลา 19.33 น. ตรงกับวันพุธ ขึ้น 11 ค่า
เดอื น 4 ปีระกา สมัยรชั กาลที่ 5 เดิมมีชื่อวา่ มัทรี นามสกลุ นิลประภา เป็นบุตรคนโตของ
พระชนกผาดและพระชนนบี าง นิลประภา เปล่ียนชื่อเป็นวาสน์( เมื่อบรรพชาเปน็ สามเณร)
บิดามารดาเป็นชาวนาแห่ง ตา บลบ่อโพง อาเภอ นครหลวง จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา เรียนหนังสือท่ีวัดโพธิ์ทอง ซ่ึงอยู่ใกล้บ้าน เข้าเรียนท่ีโรงเรียนตัวอย่าง
มณฑลกรุงเก่า (โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยในปัจจุบัน) สอบไล่ได้เทียบช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2
มาอย่กู บั พระอมรโมลี (พระมหาทวี ป.ธ.9) วดั ราชบพธิ สถิตมหาสมี าราม ซง่ึ เป็นญาติ

บรรพชาและอปุ สมบท

เมอ่ื ครง้ั ยงั ทรงเปน็ สามเณรวาสน์ นลิ ประภา
เม่ืออายุ 16 ปี บรรพชาเป็นสามเณร เม่ือวันท่ี 22 มีนาคม พ.ศ. 2455 โดยมีพระ
เจ้าวรวงศเ์ ธอ กรมหลวงชนิ วรสริ วิ ฒั น์ สมเด็จพระสงั ฆราชเจ้า(องค์ที่ 11) ครงั้ ทรงกรมหมนื่
เป็นพระอปุ ชั ฌาย์ พระวินัยมุนี(แปลก วุฑฺฒิญาโณ)เป็นพระศีลาจารย์ การเรียนธรรมวินัย
สมยั นนั้ เปน็ การเรยี นสามเณรสกิ ขาธรรมวภิ าค ตอ้ งขอเรยี นตามกฏุ ขิ องทา่ นผมู้ ใี จสอนดว้ ย
ตนเอง ซึง่ พระองค์ไดอ้ าศยั พระครวู นิ ยั ธรรม (มหาเอยี่ ม) รบั อาสาชว่ ยสอนให้ การเรยี นของ
พระองค์จะใช้วิธีการท่องจาแบบอย่างเป็นหลักมากกว่าการเข้าใจ แลพยายามสันนิษฐาน
ปญั หาขอ้ สอบที่ออกสอบซงึ่ มี 21 ขอ้
ขณะที่เป็นสามเณรเรียนหนังสือสอบได้สามเณรรู้ธรรม ได้คะแนนเป็นที่ 1 ได้รับ
รางวัลเปน็ นาฬิกาพก 1 เรอื น และประกาศนียบตั ร ทงั้ ได้รับยกเว้นการเกณฑ์ทหาร

อปุ สมบท

สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงชนิ วรสริ วิ ฒั น์
สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเดจ็ พระสงั ฆราช ทรงอปุ สมบทใน
แผ่นดนิ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจา้ อย่หู ัว รัชกาลที่ 6 เมือ่ วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.
2461 โดยมสี มเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสริ วิ ฒั น์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวนิ ยั มนุ ี
(แปลก วุฑฺฒิญาโณ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระญาณดิลก (รอด วราสโย) วัดเสนา
สนาราม พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "วาสโน" หลังจาก
อปุ สมบทสอบได้เป็นเปรียญธรรม 4 ประโยค ท่านถวายงานรับใช้พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรม
หลวงชนิ วรสิริวฒั น์ สมเด็จพระสงั ฆราชเจ้าในดา้ นตา่ งๆ จนเปน็ ทโี่ ปรดปรานเปน็ พิเศษกว่า
ภกิ ษุสามเณรอืน่ ๆ ท้ังนี้ อาจเป็นเพราะเป็นผเู้ รยี บร้อยละเมียดละไม จงึ ทรงเมตตาและทรง
ไวว้ างพระทยั

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน)์ เมอื่ ครงั้ ทรงดารงสมณศกั ดทิ์ พ่ี ระครวู จิ ติ รธรรมคณุ
(พระครฐู านานกุ รมในสมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงชนิ วรสริ วิ ฒั น์)

การท่ไี ด้ถวายงานและอปุ ฏั ฐากใกล้ชิด สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ มาแตพ่ รรษายกุ าลยงั
น้อยน้ัน เป็นโอกาสใหไ้ ด้เรียนร้กู ารคณะสงฆ์ การพระศาสนา และการปกครองมาเป็นเวลา
ยาวนานเกือบ 20 ปี เจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นท่ีทรงโปรดปรานของเสด็จพระอุปัชฌาย์
เปน็ พิเศษกวา่ ภิกษสุ ามเณรทถี่ วายงานรับใช้อ่ืนๆ ท้ังนี้อาจเป็นเพราะโดยพื้นพระอัธยาศัย
ทรงเป็นผเู้ รยี บร้อยละเมียดละไม ฉะนน้ั เมือ่ ทรงมโี อกาสถวายการรับใช้และถวายปฏั ฐาก
สมเดจ็ พระสังฆราชเจา้ กรมหลวงชนิ วรสิริวัฒน์จึง ทรงพระเมตตาโดยง่าย และทรงไว้วาง
พระทัยในเร่ืองต่างๆ เป็นอันมาก จะเห็นได้จากการที่ทรงปลงสมณบริขารแก่เจ้าพระคุณ
สมเด็จฯ ต้ังแต่ก่อนจะส้ินพระชนม์ถึง 8 ปี เมื่อ พ.ศ. 2465 อุปสมบทได้ 5 พรรษา พระ
เจ้าวรวงศเ์ ธอ กรมหลวงชินวรสริ ิวัฒน์ สมเดจ็ พระสังฆราชเจ้าทรงแต่งตั้งให้เป็นพระครูโฆ
สติ สุทธสร พระครูค่สู วด เปน็ ตาแหนง่ ฐานานกุ รมผใู้ หญ่

การศกึ ษา

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน์ วาสโน)
เมอ่ื อปุ สมบทแลว้ ไดศ้ กึ ษาพระปรยิ ตั ธิ รรมจนสอบไดต้ ามลาดบั ดงั น้ี

พ.ศ. 2458 นกั ธรรมชน้ั ตรี
พ.ศ. 2459 สอบไดเ้ ปรยี ญธรรม 3 ประโยค (ไดร้ ับพระราชทานพดั ใบตาลพนื้ แพร
เขยี วประดับเลอ่ื ม เมอื่ วนั ที่ 17 ธนั วาคม พ.ศ. 2460 ณ พระทนี่ ง่ั อมรนิ ทรวนิ จิ ฉยั ฯ)
พ.ศ. 2461 สอบไดน้ กั ธรรมชน้ั โท
พ.ศ. 2470 สอบไดเ้ ปรยี ญธรรม 4 ประโยค

ลาดบั สมณศกั ดิ์

เมอื่ ครง้ั ยงั ทรงเปน็ พระมหาวาสน์ วาสโน พ.ศ. 2462
พ.ศ. 2465 เป็นพระครูฐานานกุ รมในสมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงชนิ วรสริ วิ ตั น์
ท่ี พระครโู ฆสิตสุทธสร
พ.ศ. 2466 เปน็ พระครฐู านานกุ รมในสมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงชนิ วรสริ วิ ตั น์
ท่ี พระครธู รรมธร และพระครวู ิจิตรธรรมคณุ ตามลาดบั
พ.ศ. 2477 เป็นพระราชาคณะปลัดซ้ายฐานานุกรมในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรม
หลวงชินวรสิริวัฒน์ ท่ี พระจุลคณิศร สัทธรรมนิติธรมหาเถราธิการ คณกิจบรรหารธุรการี
สมหุ บดศี รธี รรมภาณกาจารย์
พ.ศ. 2489 เปน็ พระราชาคณะชน้ั ราชท่ี พระราชกวี นรสีหพจนปิลันธน์ คันถรจนา
บัณฑติ ยตคิ ณสิ สร บวรสงั ฆาราม คามวาสี
พ.ศ. 2490 เป็นพระราชาคณะชน้ั เทพที่ พระเทพโมลี ตรปี ฎิ กธาดา มหากถิกสนุ ทร
ยตคิ ณิศร บวรสังฆาราม คามวาสี

พ.ศ. 2492 เปน็ พระราชาคณะชน้ั ธรรมท่ี พระธรรมปาโมกข์ ยตุ ตโยคญาณดิลก ไตร
ปิฎกธารี ธรรมวาที ยติคณสิ สร บวรสงั ฆาราม คามวาสี

พ.ศ. 2500 เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ญาณวิสุทธิ
จริยาปรณิ ายก ตรีปฎิ กคณุ าลังการ นานานสถานราชคมนยี ์ สาธุการธี รรมากร สนุ ทรศีลาทิ
ขันธ์

พ.ศ. 2506 เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุล
สุนทรนายก ตรีปิฎกวิทยาคุณ วิบุลคัมภีรญาณสุนทร ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม
คามวาสี อรัณยวาสี

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงถวายพระสพุ รรณบฏั แดส่ มเดจ็ ฯ
ในงานพระราชพธิ สี ถาปนาสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน์ วาสโน)

สมเดจ็ พระสงั ฆราชพระองคท์ ่ี 18 แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
ณ พระอโุ บสถ วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม เมอ่ื วนั ที่ 22 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2517

พ.ศ. 2517 เป็นสมเดจ็ พระสังฆราชท่ี สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สขุ มุ ธรรมวิธาน
ธารง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกคัมภีรญาณ วาสนภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมโสภณ
ภทั รผลสาธารณูปกร ชินวรวงศวิวัฒ พทุ ธบริษทั คารวสถาน วจิ ติ รปฏภิ าณพฒั นคณุ วบิ ลุ ศลี
สมาจารวตั รสุนทร บวรธรรมบพติ ร สมเดจ็ พระสังฆราช

พระรปู ภาพและเจดยี พ์ ระอฐั ขิ องสมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน์ วาสโน)
ประดษิ ฐาน ณ พระวหิ าร วดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม

28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ทรงไดร้ บั การสถาปนาพระอัฐิเปน็ สมเดจ็ พระสังฆราชเจา้
กรมหลวงชนิ วราลงกรณ ธรรมาภรณคุณวิจิตรปฏิภาณ สุขุมธรรมวิธานธารง อริยวงศาคต
ญาณวิมล สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกคัมภีรญาณบัณฑิต วชิราลงกรณนริศหิโตปัธยา
จารย์ วาสนภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมพศิ าล นทิ ัศนนิทานนิพนธปรีชา ปาวจนุตตมโสภณ
ภัทรผลสาธารณูปการ วิมลศีลสมาจารวัตรสุนทร สรรพคณิศรมหาสังฆาธิบดี ศรีสมณุดม
บรมบพิตร

พระกรณยี กจิ

งานพระศาสนา
พระองคไ์ ดบ้ รหิ ารงานพระศาสนา ในการคณะสงฆม์ าโดยตลอดเปน็ อนั มาก พอ

ประมวลไดด้ งั นี้
พ.ศ. 2481 เปน็ กรรมการคณะธรรมยตุ
พ.ศ. 2485 เปน็ กรรมการมหามงกฎุ ราชวทิ ยาลยั เปน็ คณาจารยเ์ อกทางรจนาพระ

คมั ภรี ์ และเปน็ สมาชกิ สภาสงั ฆสภา
พ.ศ. 2486 เปน็ ผชู้ ว่ ยเจา้ คณะตรวจการภาคกลาง และภาค 2 เปน็ เจา้ คณะอาเภอ

พระนคร และเปน็ กรรมการการสงั คายนาพระธรรมวนิ ยั
พ.ศ. 2491 เปน็ เจา้ อาวาสวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม และเปน็ เจา้ คณะตรวจ

การณภ์ าค 1
พ.ศ. 2493 เปน็ สงั ฆมนตรีชว่ ยวา่ องคก์ ารสาธารณปู การ ซงึ่ มีสมเดจ็ พระพทุ ธโฆษา

จารย์ (เจรญิ ญาณวโร) เปน็ สงั ฆนายก

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน์ วาสโน)

พ.ศ. 2494 เป็นเจ้าคณะธรรมยุต ผู้ช่วยภาค 1-2-6 และเป็นเจ้าคณะจังหวัด พระ
นคร-สมุทรปราการ และนครสวรรค์

พ.ศ. 2494 เป็นสงั ฆมนตรชี ่วยวา่ องค์การสาธารณปู การ ซึง่ มีพระศาสนโศภน (จวน
อฏุ ฐฺ ายี) เป็นสังฆนายก

พ.ศ. 2498 เปน็ สังฆมนตรีชว่ ยว่าองคก์ ารสาธารณูปการ ซ่ึงมีสมเด็จพระวนั รตั (ปลด
กติ ตฺ ิโสภโณ) เป็นสังฆนายก

พ.ศ. 2503 เป็นสังฆมนตรีว่าองค์การสาธารณูปการ ซ่ึงมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์
(จวน อุฏฺฐายี) เปน็ สังฆนายก พ.ศ. 2504 เป็นผู้รักษาการณ์ในตาแหน่งเจ้าคณะ
ธรรมยตุ ภาค 1-2-6 และเปน็ อปุ นายกกรรมการมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลยั ฯ

นายกกรรมการและนายกสภาการศึกษา มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลยั
เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

ประธานการศึกษาของคณะสงฆ์
ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม
ประธารกรรมการมูลนธิ สิ ง่ เสรมิ กจิ การศาสนา และมนุษยธรรม
เป็นองคอ์ ุปถมั ภใ์ นกจิ การด้านการพระศาสนา และการสงเคราะหใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ เปน็
จานวนมาก เช่น มูลนิธิสังฆประชานุเคราะห์ สัมมาชีวศิลปมูลนิธิ ศูนย์และชมรมพุทธ
ศาสนาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถร) สถาน
สงเคราะหค์ นชราวาสนเวศน์ และมูลนธิ ิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถร) เป็นตน้
งานเผยแผ่ศาสนธรรม

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน์ วาสโน)
งานเผยแผ่ศาสนธรรม นับว่าเป็นงานหลักท่ีพระองค์ทรงกระทาเป็นพ้ืนฐานอย่าง
ตอ่ เนอื่ ง ในรปู แบบตา่ ง ๆ กล่าวคือ การสังคายนาพระธรรมวินัย ตรวจชาระพระไตรปิฎก
ในการสมยั สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี นบั เป็นคร้งั ท่ี 3 ของประเทศไทย

การบรรยายธรรม ได้จัดให้มีพระธรรมเทศนาประจาวันธรรมสวนะในพระอุโบสถ
เป็นประจา การบรรยายสวดมนต์มคี านาแปล ณ สถานีวทิ ยกุ ระจายเสียงแห่งประเทศไทย
ประจาวนั พระแรม 8 ค่า ตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2498 ถึง พ.ศ. 2517

การตรวจเย่ียมพุทธศาสนกิ ชนท่ัวประเทศทง้ั 73 จังหวัด เพอ่ื รับทราบปัญหาตา่ ง ๆ ที่
จะได้นามาปรบั ปรงุ แก้ไขใหด้ ีขึน้ ตอ่ ไป

การแต่งหนังสอื และบทความต่าง ๆ เพ่อื สอนพระพุทธศาสนาในระดบั ต่าง ๆ ไวเ้ ปน็
จานวนมาก
การสาธารณปู การและสาธารณสงเคราะห์

วดั ราชบพติ ร

ในดา้ นสาธารณปู การ คือการกอ่ สร้างและบรู ณะปฏสิ ังขรณพ์ ทุ ธสถานต่างๆ นน้ั นบั
แต่ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ ได้ทรงบารุงรักษาและ
เสริมสร้างถาวรวตั ถุ และปูชนียสถานภายในวัดราชบพิธมาเป็นลาดับ รวมค่าก่อสร้างและ
บรู ณะปฏสิ ังขรณ์วัดราชบพธิ เปน็ เงนิ กวา่ 70 ลา้ นบาท

โรงเรยี นวดั ราชบพธิ แหง่ ใหม่
ทั้งได้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นไว้เป็นทุนถาวรสาหรับบูรณะปฏิสังขรณ์พระอาราม ชื่อว่าทุน
พระจุลจอมเกล้าฯ เริ่มแต่พุทธศักราช 2513 เป็นต้นมา ทรงจัดต้ังมูลนิธิต่างๆ เพ่ือบารุง
พระอาราม ทรงสร้างและให้ความอุปถัมภ์ในการสร้างวัด โรงเรียน โรงพยาบาล และ
สาธารณสถานต่าง ๆ เป็นจานวนมาก เช่น วัดแสงธรรมสุทธาราม จังหวัดนครสวรรค์ วัด
โพธิทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาคารเรียนโรงเรียนประชาบาลวัดสระกะเทียม
นครปฐม โรงเรียนประชาบาลวัดโพธ์ิทอง จังหวัดระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลสมเด็จ
พระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลาบาเพ็ญบุญ วัดเสนา

สนาราม หอนาฬิกา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลาที่พักริมทางหลวง 8 แห่ง ศาลาทรง
ไทยหนา้ พระวหิ ารพระมงคลบพิตร 2 หลัง และสถานสงเคราะห์คนชราวาสนเวศน์ จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ส่ิงกอ่ สร้างสุดท้ายคอื โรงเรียนวดั ราชบพธิ แหง่ ใหม่ ในทด่ี นิ ทกี่ องทพั บก
ยกให้ เนื่องในวโรกาสพระชนมายคุ รบ 90 พรรษา งานสรา้ งพุทธมณฑล ใหส้ าเรจ็ เสร็จทัน
ในมหามงคลสมัยท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ ในปี
พ.ศ. 2530 เป็นผลงานสาคัญของพระองค์ที่เร่ิมตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2521
พระกรณยี กจิ ดา้ นศาสนสมั พนั ธ์

การรบั เสดจ็ สมเดจ็ พระสนั ตปาปา จอห์น ปอลที่ 2 พ.ศ. 2527
เม่ือสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 แห่งคริสตจักร เสด็จฯ เยือนประเทศ
ไทย วนั ท่ี 10-11 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ไดเ้ สดจ็ เยยี่ มสมเด็จพระสงั ฆราช ในฐานะประมุข
แหง่ พุทธจักรไทยและสงฆไ์ ทย ซึ่งสมเดจ็ พระสงั ฆราชถวายการต้อนรบั อยา่ งสมพระเกยี รติ


Click to View FlipBook Version