The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประสาร ธาราพรรค์, 2021-09-13 06:47:39

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราช 20 พระองค์

นอกจากน้ี ยังได้เสด็จไปทรงปฏิบัติพระศาสนกิจ ฉลองศรัทธาของพุทธศาสนิกชนใน
ต่างประเทศอีกหลายคร้ัง กล่าวคือ เสด็จไปเย่ียมพุทธศาสนิกชนในประเทศพม่า
สิงคโปร์ ฮ่องกง ศรีลังกา ญ่ีปุ่น มาเลเซีย และอังกฤษ เสด็จเยือนประเทศอินเดีย 2 คร้ัง
และเสด็จเยอื นประเทศสหรัฐอเมรกิ า 3 ครง้ั
พระเกยี รตคิ ณุ ทางการศกึ ษา

โดยทเี่ จา้ พระคณุ สมเดจ็ ฯ ไดท้ รงปฏบิ ตั พิ ระภารกจิ และศาสนกจิ เปน็ คณุ ประโยชน์
ตอ่ การศกึ ษา และการเผยแพรพ่ ระพทุ ธศาสนา เพอ่ื สนั ตสิ ขุ ของประชาชนและบา้ นเมอื งมา
เปน็ เวลานาน สถาบนั การศกึ ษาตา่ งๆ จงึ ไดถ้ วายปรญิ ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ดิ์ เพอ่ื เปน็
การเชดิ ชพู ระเกยี รตคิ ณุ ใหเ้ ป็นทปี่ รากฏ ดงั นี้

ในการเสดจ็ เยอื นประเทศอนิ เดยี ระหวา่ งวนั ที่ 5 – 16 มนี าคม พ.ศ. 2522

ทรงรบั ถวายปรญิ ญาดษุ ฎกี ติ ตมิ ศกั ด์ิ จากมหาวทิ ยาลยั พาราณสี

พ.ศ. 2522 วันท่ี 11 มีนาคม พุทธศักราช 2522 รัฐบาลอินเดียได้อนุมัติปริญญา
ดุษฎบี ัณฑติ กิตติมศักดิ์ สาขาอักษรศาสตร์ ถวาย เจ้าพระคุณสมเด็จฯ โดยให้มหาวิทยาลัย
พาราณสี ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลกลาง และเป็นมหาวิทยาลัยท่ีมีชื่อเสียง เป็น
ผูด้ าเนินการจัดพธิ ีถวาย และรัฐบาลอินเดยี ไดม้ อบใหเ้ อกอคั รราชฑตู อนิ เดยี ประจาประเทศ
ไทย กราบทลู อาราธนาเจ้าพระคุณสมเดจ็ ฯ เสด็จประเทศอนิ เดยี เปน็ ทางการ และทลู ถวาย
ปรญิ ญาดษุ ฎีบณั ฑติ กิตตมิ ศกั ด์ดิ ังกล่าว เจ้าพระคุณสมเดจ็ ฯ ทรงโปรดรบั อาราธนา และได้
เสด็จประเทศอนิ เดียพรอ้ มทัง้ คณะ ในระหวา่ งวนั ที่ 5-16 มนี าคม พทุ ธศกั ราช 2522

พ.ศ. 2522 เสด็จเยือนเมืองลอสแองเจลิส รัฐคาลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เพื่อทรง
ปฏิบัติศาสนกจิ ตามคาทูลอาราธนาของพุทธศาสนกิ ในเมอื งนนั้ ในโอกาสนี้ มหาวทิ ยาลยั โอ
เรยี นทอล สตัดด้ี ไดท้ ลู ถวายปรญิ ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ดแิ์ ด่ เจา้ พระคณุ สมเดจ็ ฯ และใน
ศกเดียวกัน (พ.ศ. 2522) มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ได้ทูลถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต
กิตตมิ ศักดิ์ แด่ เจา้ คุณสมเด็จฯ เป็นสถาบันทีส่ าม

พระกรณยี กจิ พเิ ศษ
รับการปลงพระบริขารจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จ

พระสังฆราชเจ้าเป็นผู้อานวยการปฏิบัติการพระศพ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง
ชนิ วรสิรวิ ฒั น์

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (พระราชอปุ ธั ยาจารย์) และพระภกิ ษสุ มเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ
ฉาย ณ พระอโุ บสถ วดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม เมอ่ื วนั ที่ 6 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2521

ทรงเป็นพระอปุ ชั ฌายใ์ นการทรงผนวช สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช เจา้ ฟา้ มหาวชริ า
ลงกรณ สยามมกฏุ ราชกฏุ มาร

ทรงเปน็ ประธานกรรมการสงั คตี กิ ารกสงฆ์ สงั คายนาพระธรรมวนิ ยั ตรวจชาระ
พระไตรปฎิ ก ในพระบรมราชูปถมั ภ์ ฉบับมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 5 รอ บ แหง่

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั พทุ ธศกั ราช 2530 ทรงพระกรณุ าโปรดแต่งตงั้ เปน็ พระ
คณาจารยเ์ อก ในทางรจนาพระคมั ภรี ์ แต่ พ.ศ. 2485
งานพระนพิ นธ์

เจ้าพระคณุ สมเดจ็ ฯ ทรงมพี ระอธั ยาศัยทางการประพนั ธ์ ทงั้ ในเชงิ รอ้ ยแกว้ และรอ้ ย
กรอง ได้ทรงเร่ิมสนพระทัยในทางการประพันธ์มาแต่เม่ือเป็นสามเณร แต่มาสนพระทัย
อยา่ งจริงจังหลงั จากทรงอปุ สมบทแลว้ งานพระนพิ นธ์ ทรงนิพนธห์ นงั สอื และบทความ ทงั้
ร้อยแก้ว และร้อยกรองไว้เป็นจานวนมาก ความสามารถในการนิพนธ์หนังสือน้ัน ได้รับ
พระราชทานรางวลั ที่ 1 ในการประกวดหนงั สือสอนพระพทุ ธศาสนาแก่เด็กในสมยั รชั กาลท่ี
7 นิพนธ์เรื่องน้ีคือเร่ืองทศิ 6 และเรื่องสงั คหวัตถุ 4 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 7 มีพระราชดารัสชมเชยว่า “แต่งดีมากท้ังใจความและสานวน อ่านเข้าแล้วรู้สึก
จับใจ”การประกวดแต่งหนังสือดังกล่าวได้เป็นแบบอย่างการประกวดแต่งหนังสือสอน
พระพทุ ธศาสนาแกเ่ ดก็ และมอบรางวัลชนะเลิศในวนั วิสาขบชู าทกุ ปี มาถงึ รัชกาลปจั จุบัน

เจา้ พระคณุ สมเดจ็ ฯ ไดท้ รงนพิ นธเ์ รอ่ื งตา่ งๆ ไวม้ าก ทง้ั ในดา้ นรอ้ ยแกว้ และรอ้ ย
กรอง พระนพิ นธร์ อ้ ยแกว้ มรี ายการเทา่ ทรี่ วบรวมไดข้ ณะนี้ ดงั น้ี

1. คาสวดมนตแ์ บบมคธ เปน็ คาบรรยายประวตั คิ วามเปน็ มาพรอ้ มทง้ั เนอ้ื หาธรรมที่
ปรากฏในพระสตู รนนั้ ทรงบรรยายไวก้ วา่ 50 เรอ่ื ง

2. บนั ทกึ ของศภุ าสนิ ี เปน็ พระนพิ นธแ์ สดงคาสอนทางพระพทุ ธศาสนาอยา่ งงา่ ยๆ
สาหรบั ใหค้ นทวั่ ไปอา่ นเพลดิ เพลนิ พรอ้ มทง้ั ไดค้ วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั พระพทุ ธศาสนา
ในแงม่ มุ ตา่ งๆ ตลอดถงึ ไดร้ เู้ รอ่ื งขนบประเพณไี ทยทเี่ นอื่ งดว้ ยพระพทุ ธศาสนา และกรยิ า
มารยาทในสงั คมไทยทน่ี า่ รทู้ รงนพิ นธไ์ วเ้ ปน็ ตอนๆ รวม 65 เรอ่ื ง

3. รวมพระนพิ นธร์ อ้ ยแก้ว ซงึ่ เปน็ ศาสนคดที ใ่ี หค้ วามรเู้ กย่ี วกบั พระพทุ ธศาสนา
และธรรมในดา้ นตา่ งๆ ทงั้ สาหรบั ภกิ ษสุ ามเณรและสาหรบั ชาวบา้ นทว่ั ไปรวม 41 เรอื่ ง เชน่
เรอ่ื ง ความดขี องพระวนิ ยั การเขา้ วตั ร เทศกาลเขา้ พรรษา การทาหนา้ ทพ่ี ระอปุ ชั ฌายะ
การสาธารณปู การ การเขา้ ถงึ พระรตั นตรยั การฝกึ ตน ความสามคั คี พระคณุ ของแม่

พระนพิ นธร์ อ้ ยกรอง ซง่ึ เปน็ รปู แบบการประพนั ธท์ เี่ จา้ พระคณุ สมเดจ็ ฯ ทรงโปรด
มากเชน่ กัน ไดท้ รงนพิ นธร์ อ้ ยกรองแบบตา่ งๆ ไวเ้ ปน็ จานวนมาก เทา่ ทรี่ วบรวมไดแ้ ละ
จัดเปน็ ประเภทตา่ งๆ ได้ดงั นี้

1. คากลอนคาถาแหง่ ปราภวสตู ร คาถาที่ 8 ทรงนพิ นธเ์ มอื่ พ.ศ. 2496
2. สวนดอกสรอ้ ย ทรงนพิ นธเ์ มอื่ พ.ศ. 2502 รวม 39 บท
3. ดอกสรอ้ ยปฏทิ นิ ทรงนพิ นธเ์ มอ่ื พ.ศ. 2504 รวม 61 บท
4. สกั วาปฏทิ นิ ทรงนพิ นธเ์ มอ่ื พ.ศ. 2505 รวม 93 บท
5. ภาษติ คากลอน ทรงนพิ นธเ์ มอื่ พ.ศ. 2507 รวม 32 บท
6. มงคลดอกสรอ้ ย ไมป่ รากฏปที ท่ี รงนพิ นธ์ รวม 11 บท
7. บทสกั วา “วนั ทาบญุ ” ทรงนพิ นธเ์ มอ่ื พ.ศ. 2508 รวม 92 บท
8. โคลงกระทปู้ ฏทิ นิ ทรงนพิ นธเ์ มอ่ื พ.ศ. 2508 จานวน 58 บท
9. โคลงกระทู้ ทรงนพิ นธเ์ มอื่ พ.ศ. 2514 จานวน 137 บท
10. โคลงกระทู้ ทรงนพิ นธเ์ มอื่ พ.ศ. 2521 จานวน 112 บท
11. สวนดอกสรอ้ ย ไมป่ รากฏปที ที่ รงนพิ นธ์ รวม 54 บท
12. คาโคลงเรอ่ื งทศิ 6 ไมป่ รากฏปที ท่ี รงนพิ นธ์ รวม 104 บท
13. กวนี พิ นธเ์ บด็ เตลด็ ซง่ึ เปน็ บทกวธี รรมและบทสอนใจในลักษณะตา่ งๆ อกี มาก

ทรงเจรญิ พระชนมายุ 90 พรรษา

สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน์ วาสโน)
เม่ือวันที่ 2 มีนาคม 2531 เจ้าพระคุณ สมเด็จอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ)
สมเดจ็ พระสังฆราช เจริญพระชนมายุ 90 พรรษา รัฐบาลเหน็ สมควรจัดงานเฉลิมฉลองข้ึน
ใหส้ มพระเกยี รติ และเมอื่ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับงานนี้ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเป็นงานบาเพ็ญพระราช
กุศลฉลองพระชนมายุ 90 พรรษา และได้เสด็จพระราชดาเนนิ พรอ้ มดว้ ยสมเดจ็ พระนางเจา้
ฯ พระบรมราชนิ นี าถ มายงั พระอุโบสถวัดราชบพธิ ถวายน้าสรงสมเด็จพระสังฆราช ถวาย
ดอกไมธ้ ปู เทียนแพ ถวายพดั ยศพเิ ศษ คอื พดั แฉกงาประดบั พลอยทเี่ คยพระราชทานเฉพาะ
เจา้ คณะใหญ่ฝ่ายธรรมยุตที่เป็นพระราชวงศ์ช้ันผู้ใหญ่ พร้อมกันนั้นได้ถวายพัดรัตนาภรณ์
ภ.ป.ร. ชั้น 1 ซึ่งเป็นพัดประจารัชกาลท่ีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นสา หรับ
พระราชทานแก่พระสงฆ์ที่ทรงเคารพนับถือและคุ้นเคยเป็นส่วนพระองค์ อันมีจานวนน้อย
รูป และเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ได้รับถวายพัดรัตนาภรณ์ ภ.ป.ร. น้ี เป็นรูปที่ 5
เท่านัน้ ในงานบาเพญ็ พระราชกุศลฉลองพระชนมายคุ รง้ั นี้ ปรากฏวา่ พทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั บรร
ชิตและฆราวาสมีความปลื้มปีติยิ่ง ได้เดินทางมาถวายสักการะถวายพระพรกันอย่างล้น
หลามย่งิ กว่าทีเ่ คยปรากฏในกาลก่อน

พระอวสานกาล

พระโกศกดุ นั่ ใหญท่ รงพระศพ
ประดิษฐาน ณ พระวหิ ารวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม
สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสนมหาเถร)
ทรงพระประชวรด้วยพระปับผาสะอักเสบ ตั้งแต่วันท่ี 29 มิถุนายน 2531 ได้เข้าประทับ
รกั ษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลศริ ิราช ตอ่ มาทรงมภี าวะพระหทัยวายจากเสน้ พระโลหิตตีบ
และกลา้ มเนื้อพระหทยั บางสว่ นไมท่ างาน คณะแพทยไ์ ดถ้ วายการรกั ษาพยาบาลอยา่ งเตม็ ท่ี
แต่ในที่สุดก็ไดส้ ้ินพระชนม์ด้วยพระอาการสงบเม่ือวันเสารท์ ่ี 27 สงิ หาคม พ.ศ. 2531 เวลา
16.50 น. สิริพระชันษาได้ 91 ปี 5 เดือน 25 วัน ทรงดารงตาแหน่งสมเด็จพระสังฆราช
เปน็ เวลา 14 ปี 2 เดือน 5

กระบวนอญั เชญิ พระโกศจากวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม
สเู่ มรหุ ลวงหนา้ พลบั พลาอศิ รยิ าภรณ์ ณ สสุ านหลวง วดั เทพศริ ินทราวาส
สานักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศถวายความอาลัยโดยให้สถานราชการทุกแห่งลดธง
ลงคร่ึงเสาเปน็ เวลา 3 วัน และขา้ ราชการไว้ทุกข์เป็นเวลา 15 วัน ได้รับพระราชทานเพลิง
ศพเมื่อวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2532 ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาสในปี พ.ศ. 2562
พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกล้าเจา้ อยู่หวั ไดท้ รงสถาปนาพระอัฐขิ องสมเด็จพระอรยิ วงศาคต
ญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) ในฐานะพระราชอุปัธยา
จารย์เมอ่ื คร้งั ทรงผนวช ขึ้นเป็น "สมเด็จพระสังฆราชเจา้ กรมหลวงชนิ วราลงกรณ" ในการน้ี
ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพนกั งานจดั ฉตั รตาดเหลือง 5 ชนั้ ถวายกาง
กั้นพระรูปบรรจุพระสรีรางคาร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กับทรงพระกรุณาโปรด
เกลา้ โปรดกระหม่อมให้แบ่งพระอัฐิบรรจุลงพระโกศทองคา เชิญมาประดิษฐานในหอพระ
นาก วดั พระศรรี ัตนศาสดาราม เพอ่ื เปน็ ทที่ รงสักการบูชาและทรงบาเพญ็ พระราชกศุ ลอทุ ศิ
ถวายในพระฐานะพระบุพการที างธรรมสืบไป

……………………………………………………….

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ

หนงั สอื ชดุ พระเกยี รตคิ ณุ สมเด็จพระสงั ฆราชแห่งกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ : สมเดจ็ พระอรยิ วง
ศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (วาสน์ วาสนมหาเถร) วัดราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม
สเุ ชาวน์ พลอยชมุ เรยี บเรยี ง, มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั ,2541.

หนงั สอื 19 สมเด็จพระสงั ฆราชกรงุ รตั นโกสนิ ทร์, โกวทิ ตงั้ ตรงจติ ร เรยี บเรยี ง,สวรี ยิ าศาสน์
จัดพมิ พ,์ 2549.

www.dhammajak.net
https://sosupatsorn.wordpress.com
https://th.wikipedia.org
https://www.dailynews.co.th
http://www.dharma-gateway.com
https://www.khaosod.co.th
https://www.web-pra.com

.............................................................................

สมเดจ็ พระสงั ฆราชองคท์ ี่ 19 แหง่ กรุงรตั นโกสนิ ทร์
สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช (เจรญิ สวุ ฑฒฺ โน)

ผเู้ รยี บเรยี งนายประสาร ธาราพรรค์

สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก (เจรญิ สวุ ฑฒฺ โน)
สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สวุ ฑฺฒโน)

สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรงุ รัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
ทรงดารงตาแหน่งเมอื่ พ.ศ. 2532 ในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิ
พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถือเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่มีพระชันษามากกว่า
สมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ในอดีตและเป็นพระสังฆราชพระองค์แรกของไทยท่ีมีพระ
ชันษา 100 ปี พระองค์จากเด็กกาพร้า จังหวัด กาญจนบุรี บรรพชาเป็นสามเณรเพ่ือแก้
บน สู่ใต้ร่มกาสาวพสั ตร์ กอ่ นอุทิศทัง้ ชีวิตเพอื่ พระศาสนา

พระประวตั ิ
ขณะทรงพระเยาว์

นายนอ้ ย คชวตั ร พระชนก นางกิมนอ้ ย คชวัตร พระชนนี
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประสูติเม่ือวัน
ศกุ ร์ ขึน้ 4 คา่ เดอื น 11 ปฉี ลู จลุ ศักราช 1275 ตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2456
(รัตนโกสินทรศก 132) เวลาประมาณ 10 ทุ่ม เศษ (หรือเวลาประมาณ 04.00 นาฬิกา
เศษ วนั เสาร์ท่ี 4 ตุลาคม พทุ ธศักราช 2456 ตามที่นับแบบปจั จบุ ัน) ณ บา้ นวัดเหนือ ตาบล
บ้านเหนือ อาเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อย่หู ัว รัชกาลท่ี 6 2456 พระชนกาช่ือน้อย คชวัตร และพระชนนี ชื่อ กิมน้อย คชวัตร
ทรงเป็นบุตรคนท่ี 1 ในจานวนบุตรชาย 3 คนพระองคม์ ีนอ้ งชาย 2 คน ไดแ้ ก่ นายจาเนยี ร
คชวตั ร และนายสมทุ ร คชวตั ร พระชนกของพระองค์ป่วยเป็นโรคเน้ืองอกและเสียชีวิตไป
ตัง้ แต่พระองคย์ ังเล็ก หลังจากน้นั พระองค์ไดม้ าอยูใ่ นความดแู ลของนางกมิ เฮง้ หรือกมิ เฮง
ซึ่งเป็นพี่สาวของพระชนนีกิมน้อยท่ีได้ขอพระองค์มาเล้ียงดูและนางกิมเฮ้งจึงตั้งชื่อ
หลานชายผนู้ ว้ี ่า "เจรญิ "

วดั เทวสงั ฆาราม

เมอ่ื พระชนั ษาได้ 8 ปี ทรงเขา้ เรยี นทโ่ี รงเรยี นประชาบาล วดั เทวสงั ฆาราม จนจบชั้น
ประถม 5 (เทยี บเทา่ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 และ 2 ในปจั จบุ นั )และโรงเรยี นในครงั้ นนั้ กค็ อื
ศาลาวดั นน่ั เอง ทรงเรยี นจนจบชน้ั สงู สดุ

พ.ศ. 2468 ในขณะทม่ี ีพระชนั ษา 12 ปี หลังจากนน้ั ทรงไมร่ ู้ว่าจะเรียนอะไรตอ่ และ
ไม่รู้วา่ จะเรียนทีไ่ หน ทรงเลา่ ว่า "เมอ่ื เยาว์วัยมพี ระอธั ยาศัยค่อนขา้ งขลาด กลวั ตอ่ คนแปลก
หนา้ และค่อนข้างจะเปน็ คนติดปา้ ทอ่ี ยู่ ใกลช้ ดิ กันมาแตท่ รงพระเยาวโ์ ดยไมเ่ คยแยกจากกนั
เลย" จึงทาใหพ้ ระองคไ์ มก่ ล้าตดั สนิ พระทยั ไปเรียนต่อท่ีอืน่

ทรงบรรพชา

สามเณรสวุ ฑั ฒฺ โน
เมื่อทรงพระเยาวก์ อ่ นทจ่ี ะทรงบรรพชาเปน็ สามเณรนน้ั คนภายนอกมกั จะเหน็ วา่ เจา้
พระคุณสมเด็จฯ ทรงมีร่างกายอ่อนแอ ข้ีอาย เจ็บป่วยอยู่เสมอ โดยมีอยู่คราวหน่ึงที่ทรง
ปว่ ยหนกั จนญาติ ๆ ต่างพากนั คดิ วา่ คงไม่รอดแลว้ และไดบ้ นไวว้ า่ ถา้ หายปว่ ยจะใหบ้ วชเพอื่
แก้บน แต่เม่ือหายป่วยแล้ว พระองค์ก็ยังไม่ได้บวช จนกระท่ังเรียนจบช้ันประถม 5 แล้ว
พระองคจ์ ึงไดท้ รงบรรพชาเป็นสามเณรเพื่อแกบ้ นในปี พ.ศ. 2469 ขณะมีพระชันษาได้ 14
ปี ทีว่ ดั เทวสงั ฆาราม โดยมีพระเทพมงคลรงั ษี (ดี พทุ ฺธโชติ) เจ้าอาวาสวดั เทวสงั ฆาราม เปน็
พระอปุ ัชฌาย์ และพระครูนิวิฐสมาจาร (เหรียญ สุวณฺณโชติ) เจ้าอาวาสสวัดศรีอุปลาราม
เปน็ พระอาจารยใ์ ห้สรณะและศลี

วดั เสนห่ า จงั หวดั นครปฐม

ภายหลังบรรพชาแล้วได้จาพรรษาอยู่ท่ีวัดเทวสังฆาราม 1 พรรษา และได้มาศึกษา
พระธรรมวินัยท่ีวัดเสน่หา จังหวัดนครปฐม หลังจากน้ัน พระเทพมงคลรังษี (ดี พุทธฺโชติ)
พระอปุ ชั ฌายไ์ ด้พาพระองค์ไปยังวดั บวรนเิ วศราชวรวิหาร และนาพระองค์ขึ้นเฝ้าถวายตัว
ต่อสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ เจ้าอาวาสวดั บวรนิเวศวิหาร (ตอ่ มาคือสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์) เพ่ืออยศู่ ึกษาพระปรยิ ตั ิธรรมในสานกั วัดบวรนิเวศวิหาร พระองค์
ทรงได้รับประทานนามฉายาจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ว่า
“สวุ ฑฺฒโน” ซงึ่ มีความหมายว่า “ผู้เจริญดี” พระองค์ทรงสอบได้นกั ธรรมชั้นตรไี ด้เม่อื พ.ศ.
2472 และทรงสอบได้นกั ธรรมชั้นโทและเปรียญธรรม 3 ประโยค ในปี พ.ศ. 2473

ทรงอุปสมบท

เมอื่ ครง้ั ทรงเปน็ พระเปรยี ญ
เมื่อพระชนมายคุ รบอุปสมบท สมเดจ็ พระสังฆราชทรงเดนิ ทางกลบั ไปอปุ สมบททวี่ ดั
เทวสังฆาราม เมื่อวันท่ี 15 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2476 จากน้ันทรงเดนิ ทางเข้ามาจาพรรษาที่วดั
บวรนิเวศวิหาร ก่อนจะเข้าพิธีอุปสมบทซ้าเป็นธรรมยุติกนิกาย โดยมีสมเด็จพระสังฆราช
เจา้ กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปชั ฌาย์
พระองคท์ รงตงั้ พระทยั อย่างมากในการสอบเปรียญธรรม 4 ประโยค แต่ผลปรากฏ
ว่าทรงสอบตก ทาให้ทรงรู้สึกท้อแท้และคิดว่า "คงจะหมดวาสนาในทางพระศาสนาเสีย
แลว้ " แต่เมอ่ื ทรงคดิ ทบทวนและไตรต่ รองดวู ่าทาไมจึงสอบตก ก็ทรงตระหนกั ไดว้ ่าเหตแุ หง่
การสอบตกนั้นเกิดจากความประมาทโดยแท้ กล่าวคือ ทรงทาข้อสอบโดยไม่พิจารณาให้
รอบคอบด้วยสาคัญผดิ วา่ ตนรูด้ ีแล้ว ทงั้ ยังมุง่ อ่านเฉพาะเนื้อหาท่ีเก็งว่าจะออกเป็นข้อสอบ
เท่านั้น ซ่ึงพระองค์ทรงพบว่าเป็นวิธีการเรียนที่ไม่ถูกต้องเพราะไม่ทาให้เกิดความรู้อย่าง

แทจ้ รงิ จึงเป็นสาเหตทุ ่ที าให้พระองคส์ อบตก เม่ือพระองค์ทรงตระหนักได้ดังนี้แล้วจึงทรง
เปล่ียนมาใช้วิธีเรียนแบบสม่าเสมอและท่ัวถึง พระองค์จึงสอบได้ทั้งนักธรรมช้ันเอกและ
เปรียญธรรม 4 ประโยค ในปี พ.ศ. 2475

พระเทพมงคลรงั ษี
หลังจากนั้น พระองค์ทรงกลับไปสอนพระปริยัติธรรมที่โรงเรียนเทวานุกูล วัด
เทวสงั ฆาราม เพ่อื สนองพระคณุ พระเทพมงคลรังษีเปน็ เวลา 1 พรรษา แล้วจึงทรงกลับมา
อยู่วัดบวรนิเวศวิหารเพื่อทรงศึกษาพระปริยัติธรรมต่อไป โดยทรงสอบได้เปรียญธรรม 5
ประโยค โดยในระหวา่ งทท่ี รงอยูว่ ัดบวรนิเวศวิหารน้ัน พระองค์ก็ยังคงกลบั ไปชว่ ยสอนพระ
ปรยิ ัตธิ รรมทีว่ ดั เทวสังฆารามอยู่เสมอ พระองค์ยังทรงศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างต่อเน่ือง
จนกระท่ัง สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ในปี พ.ศ. 2484

พระกรณยี กจิ
การปฏบิ ตั หิ นา้ ทด่ี า้ นคณะสงฆ์

เมอื่ ครง้ั ทรงดารงสมณศกั ดส์ิ มเดจ็ พระราชาคณะทสี่ มเดจ็ พระญาณสงั วร
(พระรปู ฝพี ระหตั ถพ์ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั )

หลงั จากท่พี ระองคส์ อบได้เปรยี ญธรรม 9 แล้ว พระองคท์ รงเร่ิมงานอันเก่ียวเนื่องกับ
คณะสงฆ์อีกมากมาย ซึ่งนอกเหนือจากเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแล้ว พระองค์ยังเป็น
ผอู้ านวยการศึกษาสานักเรียนวัดบวรนิเวศวิหารซ่ึงมีหน้าท่ีจัดการศึกษาของภิกษุสามเณร
ทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี รวมทัง้ ทรงเปน็ สมาชิกสังฆสภาโดยตาแหนง่ ในฐานะเปน็ พระ
เปรียญ 9 ประโยค ต่อมา เม่ือมีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยสมเด็จ
พระสังฆราชทรงมีส่วนร่วมในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซ่ึงเป็น
มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งแรกของไทยข้ึนอีกครั้งในปี พ.ศ. 2488 ทรงเป็นพระ

อาจารย์รุ่นแรก รวมถึงมีพระดาริส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ขยาย
การศึกษาในระดับปรญิ ญาโทและปริญญาเอก รวมทง้ั ประทานทนุ การศกึ ษาแกพ่ ระภกิ ษใุ ห้
ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในต่างประเทศ รวมทั้ง เป็นพระวินัยธรช้ัน
อทุ ธรณ์และรักษาการพระวินัยธรชน้ั ฎกี าในกาลตอ่ มา นอกจากนี้ ยังทรงเป็นเลขานุการใน
สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศอ์ ีกดว้ ย

เมอื่ ครงั้ ทรงเปน็ “พระอภบิ าล” ของพระภกิ ษพุ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ
ในระหวา่ งทที่ รงผนวชเป็นพระภกิ ษุ และเสดจ็ ประทบั ณ วดั บวรนเิ วศวหิ าร
เมื่อมีพระชันษาได้ 34 ปี พระองค์ได้รับพระราชทานสมณศักด์ิเป็นพระราชาคณะ
ชัน้ สามญั ท่ี พระโศภนคณาภรณ์ โดยพระองค์ไดร้ ับเลือกจากสมเดจ็ พระสังฆราชเจ้า กรม
หลวงวชิรญาณวงศ์ให้เป็นพระอภิบาลของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลย
เดชมหาราช บรมนาถบพิตรในระหว่างที่ผนวชเป็นพระภิกษุและเสด็จประทบ ณ วัดบวร
นิเวศวิหาร เม่ือปี พ.ศ. 2499 ตอ่ มา ไดเ้ ลอื่ นสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชน้ั ธรรม ท่ี พระ

ธรรมวราภรณ์ โดยราชทินนามท้ัง 2 ข้างต้นนั้นเป็นราชทินนามที่ต้ังข้ึนใหม่สาหรับ
พระราชทานแกพ่ ระองค์เป็นรปู แรก

วดั บวรนเิ วศราชวรวหิ าร
ในปี พ.ศ. 2504 พระองค์ไดร้ บั ตาแหน่งเป็นผู้รกั ษาการเจา้ คณะธรรมยตุ ภาคทกุ ภาค
และเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวหิ ารราชวรวหิ าร ในปีเดียวกนั นเ้ี องพระองค์ไดร้ บั การสถาปนา
ท่ี พระสาสนโสภณ พระองค์เข้ารับตาแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมต้ังแต่ปี พ.ศ. 2506
นอกจากนั้น ยังได้ทรงนิพนธ์ผลงานทางวิชาการ เอกสาร และตาราด้านพุทธศาสนาไว้
มากมาย

ดา้ นการพระศาสนาในตา่ งประเทศ
สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช เสด็จไปทรงปฏบิ ัตพิ ระศาสนกิจและเยย่ี ม

เยอื นพทุ ธศาสนิกชนในภาคต่าง ๆ เป็นประจาทุกปี และด้วยทรงมีความเชี่ยวชาญในด้าน
ภาษาเป็นอย่างดี ทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และสันสกฤต พระองค์จึงได้นา
ความรู้ด้านภาษามาใช้ประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังนานาประเทศ การ
ดาเนนิ การมาโดยลาดับ ดังนี้

วดั พทุ ธประทปี ณ กรงุ ลอนดอน
พ.ศ. 2509 ในฐานะประธานกรรมการอานวยการฝึกอบรมพระธรรมทูตใน
ต่างประเทศ ได้เสด็จไปเป็นประธานสงฆ์ ในพิธีเปิดวัดพุทธประทีป ณ กรุงลอนดอน
ประเทศองั กฤษ และดกู ิจการพระธรรมทตู ในประเทศอังกฤษและอติ าลี

พ.ศ. 2511 เสด็จไปดูการพระศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษาในประเทศ
อินโดนเี ซยี ออสเตรเลีย และฟิลปิ ปนิ ส์ อันเป็นผลใหต้ ่อมาได้มกี ารวางแผนรว่ มกบั ชาวพทุ ธ
อินโดนีเซยี ในอันท่จี ะฟ้ืนฟพู ระพทุ ธศาสนาในประเทศนนั้ และไดส้ ง่ พระธรรมทตู ชดุ แรกไป
ยังอนิ โดนีเซยี เม่อื ปี พ.ศ. 2512 ได้ส่งพระภิกษุจากวัดบวรนิเวศ ออกไปปฏิบัติศาสนกิจท่ี
ประเทศออสเตรเลยี เมื่อปี พ.ศ. 2516, และตั้งสานกั สงฆใ์ นปี พ.ศ. 2518

พ.ศ. 2514 เสดจ็ ไปดูการพระศาสนา และการศึกษาในประเทศเนปาล และอินเดีย
ปากสี ถาน ตะวนั ออก (บังคลาเทศ) ทาใหเ้ กดิ งานฟ้ืนฟูพระพทุ ธศาสนาในเนปาล

พ.ศ. 2520 เสด็จไปบรรพชาชาวอินโดนีเซีย จานวน 43 คน ท่ีเมืองสมารัง ตามคา
อาราธนาของคณะสงฆเ์ ถรวาทอินโดนเี ซีย

ภายในพระอโุ บสถ วดั จาการต์ า้ ธรรมจักรชยะ ณ ประเทศอนิ โดนเี ซยี

พ.ศ. 2528 ทรงเปน็ ประธานคณะสงฆ์ ไปประกอบพิธผี กู พทั ธสีมาอุโบสถ วดั จาการ์
ตา้ ธรรมจักรชยะ ณ ประเทศอนิ โดนเี ซยี นับเปน็ การผกู พันธสีมาอโุ บสถวดั พระพทุ ธศาสนา
เถรวาท เป็นครั้งแรกของประเทศอินโดนีเซีย และในปีเดียวกันน้ี ได้เสด็จไปเป็นประธาน
บรรพชากลุ บุตรศากย แห่งเนปาล จานวน 73 คน ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ ระสงั ฆราช และ พณฯ เจยี ง เจอ๋ หมนิ
พ.ศ. 2536 เสด็จไปเจริญศาสนาสัมพันธร์ ะหวา่ งไทย-จีน เปน็ ครงั้ แรก ท่ีประเทศจนี
ตามคากราบทูลอาราธนาของรัฐบาลจีน ในระหว่างสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จระ
สงั ฆราช การพบปะกับ ฯพณฯ เจียง เจอ๋ หมิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรฐั ประชาชน
จนี ณ ตาหนกั อง๋ิ ไถ ภายในทานยี บจงหนานไห่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเดจ็ พระสังฆราช
สกลมหสงั ฆปริณายก ทรงมีพระปฏิสันถารกลา่ วฝากพระพทุ ธศาสนาในประเทศจนี กบั ทา่ น

ประธานาธิบดไี วว้ า่ “...และโดยทพี่ ระพทุ ธศาสนานนั้ ไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นและความ
เส่ือมแก่ประเทศไทยประเทศจีนและท้ังสองประเทศ จึงขอฝากพระพุทธศาสนาแก่ท่าน
ประธานาธิบดีให้การอุปถัมภ์พุทธศาสนาตามสมควรด้วย...”นอกจากน้ัน เม่ือ ทรงพบปะ
กบั เจา้ หนา้ ที่ระดับสงู ของรฐั บาล รัฐมนตรี ตลอดจนผู้ว่าการมณฑลต่างๆ ก็มักจะทรงฝาก
ฝังขอใหช้ ่วยอปุ ถัมภบ์ ารุงพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ กับทั้งขอโอกาสให้คณะสงฆ์ได้ส่ัง
สอนศีลธรรมแก่ประชาชน ตลอดจนช่วยสอดส่องดูแลคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนให้
ประพฤตปิ ฏิบตั ติ นใหอ้ ยู่ในขอบเขตของพทุ ธธรรมและกฎระเบียบของบา้ นเมอื งดว้ ย
การเสด็จเยอื นสาธารณรฐั ประชาชนจีนในครง้ั นน้ั กอ่ ใหเ้ กดิ ความตนื่ ตวั ทางพระพทุ ธศาสนา
แก่บคุ คล ท้งั ฝา่ ยคณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และผบู้ ริหารปกครองของจนี เปน็ อนั มาก เพราะ
เป็นครง้ั แรกของการเจรญิ ศาสนสัมพันธ์อย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับจีน และเป็นครั้ง
แรกท่ีประชาชนจีนได้เห็นภาพของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาอย่างเต็มตา และ “เป็น
ทางการ” กระท่ังภกิ ษจุ นี บางรปู ถึงกับออกปากว่า ไม่เคยคิดและไม่เคยพบเห็นมาก่อน ว่า
พระสงฆ์จะไดร้ บั การยกย่องเทิดทูนและไดร้ บั ความเคารพจากปวงชนถึงขนาดนี้

วดั ไทยลมุ พนิ ี ณ ประเทศเนปาล

พ.ศ. 2538 เสด็จไปเป็นประธาน วางศิลาฤกษ์วัดไทยลุมพินี ณ ประเทศเนปาล ซ่ึง
รัฐบาลไทยจัดสร้างถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช เนือ่ งในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัตคิ รบ 50 ปี
ด้านสาธารณปู การ

ไดท้ รงบูรณะซ่อมสรา้ งเสนาสนะ และถาวรวัตถุอันเปน็ สาธารณประโยชนเ์ ปน็ จานวน
มาก กลา่ วคือ
ปูชนียสถาน

พระบรมธาตเุ จดยี ศ์ รนี ครนิ ทราสถติ มหาสนั ตคิ รี ี ดอยแมส่ ลอง

ได้แก่ มณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจาลอง พระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร พระ
บรมธาตุ พระบรมธาตุเจดียศ์ รนี ครินทราสถติ มหาสนั ติคีรี ดอยแม่สลอง
พระอาราม

วดั ญาณสงั วรารามวรมหาวิหาร
ได้แก่ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อาเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี วัดสันติคีรี
ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย วัดรัชดาภิเศก อาเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี วัด
ล้านนาสังวราราม อาเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ วัดพุมุด อาเภอไทรโยค กาญจนบุรี
นอกจากน้ันยังทรงอุปถัมภ์วัดไทยในต่างประเทศอีกหลายแห่งคือ วัดพุทธรังสี นครซิดนีย์
ออสเตรเลยี วดั จาการต์ าธรรมจกั รชยั กรงุ จาการ์ตา ประเทศอินโดนเี ซีย วดั นครมณฑปศรี
กีรติวหิ าร เมอื งกริ ติปูร เนปาล

โรงเรียน

โรงเรยี นสมเดจ็ พระญาณสงั วร ยโสธร

โรงเรยี นสมเดจ็ พระปยิ มหาราชรมณยี เขต กาญจนบรุ ี
ไดแ้ ก่ โรงเรยี นสมเด็จพระญาณสังวร ยโสธร โรงเรยี นสมเดจ็ พระปยิ มหาราชรมณีย
เขต กาญจนบุรี

โรงพยาบาล

ตกึ วชริ ญาณวงศโ์ รงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์
ได้แก่ การสร้างตึกวชิรญาณวงศ์ ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาร และตึก ภปร .
โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์, โรงพยาบาลสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต จังหวัดกาญจนบรุ ี,
โรงพยาบาลวดั ญาณสังวราราม จงั หวัดชลบรุ ี, และโรงพยาบาลสกลมหาสงั ฆปรนิ ายก เพ่อื
ถวายเปน็ อนสุ รณ์ แดส่ มเดจ็ พระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ รวม 19 แหง่ ได้
เริม่ กอ่ สร้างไปแลว้ หลายแหง่

พระภารกจิ

สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ ระสงั ฆราช
พ.ศ. 2484 เปน็ สมาชกิ สงั ฆสภาโดยตาแหนง่ เป็นกรรมการสงั คายนาพระธรรมวนิ ยั
และเปน็ ผอู้ านวยการศกึ ษาสานกั เรยี นวดั บวรนเิ วศวหิ าร
พ.ศ. 2489 เปน็ พระวนิ ยั ธรชนั้ อทุ ธรณ์ และเปน็ กรรมการสภาการศกึ ษามหามกฏุ
ราชวทิ ยาลยั
พ.ศ. 2493 เปน็ กรรมการเถรสมาคม คณะธรรมยตุ ประเภทชว่ั คราว
พ.ศ. 2494 เปน็ กรรมการอานวยการมหามงกฎุ ราชวทิ ยาลยั และเปน็ กรรมการ
แผนกตาราของมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั
พ.ศ. 2496 เปน็ กรรมการตรวจชาระ คมั ภรี ฎ์ กี า
พ.ศ. 2497 เปน็ กรรมการเถรสมาคมคณะธรรมยตุ ประเภทถาวร สมเด็จพระญาณ
สงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรนิ ายก

สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ ระสงั ฆราชพระอภิบาล (พระพเี่ ลยี้ ง)
ของพระภกิ ษพุ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9

พ.ศ. 2499 เปน็ พระอภบิ าล (พระพเ่ี ลย้ี ง) ของพระภกิ ษพุ ระบาทสมเดจ็ พระ
เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9 ระหวา่ งทที่ รงผนวชเปน็ พระภกิ ษุ และเสดจ็ ประทบั ณ วดั บวรนเิ วศ
วหิ าร ไดเ้ ลอื่ นสมณศกั ดเิ์ ปน็ พระราชาคณะชนั้ ธรรม ทพ่ี ระธรรมวราภรณ์ และรกั ษาการ
วนิ ยั ธรชน้ั ฎกี า

พ.ศ. 2501 เปน็ กรรมการคณะธรรมยตุ ิ และเปน็ กรรมการมลู นธิ สิ ง่ เสรมิ กิจการพระ
ศาสนา และมนษุ ยธรรม (ก.ศ.ม.)

พ.ศ. 2503 เปน็ สงั ฆมนตรชี ว่ ยวา่ การองคก์ ารปกครองสงั่ การองคก์ ารปกครองฝา่ ย
ธรรมยตุ ิ

วดั บวนนเิ วศราชวรมหาวหิ าร

พ.ศ. 2504 เปน็ เจา้ อาวาสวดั บวรนเิ วศราชวรวหิ าร เปน็ ผอู้ านวยการมหามกฏุ ราช
วทิ ยาลยั เปน็ ประธานกรรมการสภาการศกึ ษามหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั เปน็ ผรู้ กั ษาการณเ์ จา้
คณะธรรมยตุ ภาคทกุ ภาค และเปน็ พระอปุ ชั ฌาย์

พ.ศ. 2506 เปน็ กรรมการเถรสมาคม ซง่ึ เปน็ กรรมการชดุ แรก ตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์
พ.ศ. 2505

พ.ศ. 2515 เปน็ เจา้ คณะกรงุ เทพมหานครและสมทุ รปราการ และไดร้ บั โปรดเกลา้ ฯ
สถาปนาเปน็ สมเดจ็ พระราชาคณะท่ี "สมเดจ็ พระญาณสงั วร" สมเดจ็ พระราชาคณะในพระ
ราชทนิ นามน้ี มขี นึ้ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ ฯ เปน็ ฝา่ ยวปิ สั สนาธรุ ะพระ
อาจารยส์ กุ วดั ทา่ หอย พระนครศรอี ยธุ ยา ไดร้ บั พระราชทานสมศกั ดน์ิ เี้ ปน็ องคแ์ รก และ
ตอ่ มากม็ ไิ ดพ้ ระราชทานสมณศกั ดน์ิ แี้ กพ่ ระเถระรปู ใดอกี เลย ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2363 ถงึ ปี

พ.ศ. 2515 เปน็ เวลาถงึ 152 ปี
พ.ศ. 2517 เปน็ ประธานกรรมการคณะธรรมยตุ

เมอื่ ครงั้ ทรงเปน็ พระราชกรรมวาจาจารยข์ องสมเด็จพระบรมโอรสาธริ าชฯ
สยามกฏุ ราชกมุ าร ในการทรงผนวช และเสดจ็ ประทบั ณ วดั บวรนเิ วศวหิ าร

พ.ศ. 2521 เปน็ พระราชกรรมวาจาจารย์ ของพระภกิ ษุ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช
เจา้ ฟา้ มหาวชริ าลงกรณฯ์ สยามกฏุ ราชกมุ าร เมอ่ื ครง้ั เสดจ็ ออกทรงพระผนวชเปน็ พระภกิ ษุ
ในพระพทุ ธศาสนา ณ พระอโุ บสถวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม และเปน็ พระอาจารยถ์ วายการ
อบรมพระธรรมวนิ ยั ขณะทพี่ ระภกิ ษสุ มเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช เจา้ ฟา้ มหาวชริ าลงกรณฯ์
สยามกฏุ ราชกมุ าร เสดจ็ ประทบั ณ วดั บวรนเิ วศวหิ าร ในระหวา่ งวนั จนั ทรท์ ่ี 6 ถงึ วนั
จันทรท์ ่ี 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521

พ.ศ. 2528 เปน็ รองประธานกรรมการสงั คตี กิ ารสงฆ์ ในการสงั คายนาพระธรรมวนิ ยั
ตรวจชาระพระไตรปฎิ ก และเปน็ สงั ฆปาโมกขป์ าลวิ โิ สธกะพระวนิ ยั ปฎิ ก

พ.ศ. 2531 รกั ษาการเจา้ คณะใหญธ่ รรมยตุ เปน็ นายกกรรมการมหามกฏุ ราช
วทิ ยาลยั และเปน็ นายกสภาการศกึ ษามหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั

ลาดบั สมณศกั ดิ์

เมอื่ ครงั้ ทรงเปน็ พระราชาคณะทพ่ี ระโศภณคณาภรณ์
พ.ศ. 2490 ไดร้ ับพระราชทานตงั้ สมณศกั ดเ์ิ ปน็ พระราชาคณะช้ันสามญั ท่ี พระโศภณ
คณาภรณ์ และเปน็ กรรมการมหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั
พ.ศ. 2495 ไดร้ ับพระราชทานเลอื่ นสมณศกั ดเ์ิ ปน็ พระราชาคณะชนั้ ราช ในพระราช
ทนิ นามเดมิ
พ.ศ. 2498 ไดร้ บั พระราชทานเลอ่ื นสมณศกั ดเ์ิ ป็นพระราชาคณะชน้ั เทพ ในพระราช
ทนิ นามเดมิ
พ.ศ. 2499 ไดร้ ับพระราชทานเลอื่ นสมณศกั ดเิ์ ป็นพระราชาคณะชน้ั ธรรม ที่ พระ
ธรรมวราภรณ์
พ.ศ. 2504 ไดร้ ับพระราชทานสถาปนาสมณศกั ดเิ์ ปน็ พระราชาคณะ เจา้ คณะรอง
ชน้ั หริ ญั บฏั ท่ี พระสาสนโสภณ

พ.ศ. 2515 ไดร้ บั พระราชทานสถาปนาสมณศกั ดเ์ิ ปน็ สมเดจ็ พระราชาคณะ ชนั้
สพุ รรณบฏั ท่ี สมเดจ็ พระญาณสงั วร ซง่ึ เป็นราชทินนามทพ่ี ระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้
นภาลยั โปรดใหต้ ง้ั ขน้ึ ใหมส่ าหรบั พระราชทานสถาปนาสมเดจ็ พระอรยิ วงษญาณ (สกุ ญาณ
สงั วร) พระราชาคณะฝา่ ยวปิ สั สนาธรุ ะเปน็ ครง้ั แรก เมอ่ื พ.ศ. 2359 ตาแหนง่ สมเดจ็
พระราชาคณะทส่ี มเดจ็ พระญาณสงั วร จงึ เปน็ ตาแหนง่ พเิ ศษทโ่ี ปรดพระราชทานสถาปนา
แกพ่ ระเถระผทู้ รงคณุ ทางวปิ สั สนาธรุ ะเทา่ นนั้

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่ 9 เสดจ็ ไปถวายนา้ พระมหาสงั ขท์ กั ษณิ าวตั ร
ในวนั ทที่ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ สถาปนาขนึ้ เปน็ สมเดจ็ พระสงั ฆราช

เมอื่ สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงชินวราลงกรณ สมเด็จพระสงั ฆราชในขณะนั้น
สนิ้ พระชนมใ์ นปี พ.ศ. 2531 ทาให้ตาแหนง่ สมเดจ็ พระสงั ฆราชว่างลง

พ.ศ. 2532 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรจึงมี
พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหา

สังฆปรณิ ายก ในราชทินนามเดิมคอื สมเดจ็ พระญาณสังวร ซ่ึงราชทินนามดังกล่าวนับเป็น
ราชทินนามพเิ ศษ กล่าวคือ สมเดจ็ พระสงั ฆราชทม่ี ิไดเ้ ปน็ พระบรมวงศานวุ งศ์น้ัน โดยปกติ
จะใช้ราชทนิ นามว่า สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ บางพระองค์ ครงั้ นจ้ี งึ นบั เปน็ อกี หนงึ่ ครั้ง
มีการใชร้ าชทินนาม สมเดจ็ พระญาณสงั วร สาหรับสมเดจ็ พระสงั ฆราชเพ่ือเป็นการยกย่อง
พระเกียรตคิ ณุ ทางวิปัสสนาธุระของพระองค์ให้เป็นท่ีประจักษ์ มพี ระนามตามจารึกในพระ
สุพรรณบฏั วา่ สมเด็จพระญาณสังวร บรมนรศิ รธรรมนตี ภิ บิ าล อรยิ วงศาคตญาณวมิ ล สกล
มหาสงั ฆปรณิ ายก ตรีปิฎกปริยัตติธาดา วิสุทธจริยาธิสมบัติ สุวัฑฒนภิธานสงฆวิสุต ปาวจ
นุตตมพสิ าร สุขมุ ธรรมวธิ านธารง วชิรญาณวงศววิ ัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วจิ ติ รปฏภิ าณ
พัฒนคุณ วิบุลสีลาจารวัตรสุนทร บวรธรรมบพิตร สรรพคณิศรมหาปธานาธิบดี คามวาสี
อรัณยวาสี สมเด็จพระสังฆราช

ตราอกั ษรยอ่ พระนาม ญสส.

พระเกยี รตยิ ศ

สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช
หลงั จากพระองคท์ า่ นได้รับการโปรดเกลา้ ฯ สถาปนาขึ้นเปน็ สมเด็จพระสังฆราช
องค์ท่ี 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ก็ปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อการศาสนาและ
สาธารณประโยชน์มาโดยตลอดทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ ทาให้ในปี พ.ศ. 2555 ผู้นา
ชาวพุทธโลกจาก 32 ประเทศทเี่ ข้าร่วมประชมุ สดุ ยอดพทุ ธศาสนกิ ชนแหง่ โลก ณ ประเทศ
ญี่ปุ่น ได้ทูลถวายตาแหน่ง "ผู้นาคณะสงฆ์สูงสุดแห่งโลกพระพุทธศาสนา" ในฐานะท่ีทรง
ไดร้ ับการเคารพอยา่ งสูงสดุ นับเป็นการมอบตาแหน่งน้เี ป็นครง้ั แรกของโลก รวมทง้ั ทรงเปน็
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกแห่งประเทศไทย ผู้ทรงเผยแผ่พระธรรมคาสั่ง
สอนขององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจ้าให้ทุกคนปฏิบัติต้งั อยธู่ รรมะนาไปส่สู นั ตภิ าพและ
ความเจริญรุ่งเรอื งนบั เปน็ แบบอยา่ งของสากลโลก

สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ ระสงั ฆราช พระองคไ์ ดร้ บั การถวายปรญิ ญากติ ตมิ ศกั ดจ์ิ าก
สถาบนั การศกึ ษา ดงั ตอ่ ไปน้ี

พ.ศ. 2529: ปรชั ญาดุษฎบี ณั ฑิตกติ ตมิ ศกั ดิ์ จากมหาวิทยาลยั รามคาแหง
พ.ศ. 2532: อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตตมิ ศักดิ์ จาก มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
พ.ศ. 2533: พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลยั
พ.ศ. 2537: ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สาขาปรัชญาและศาสนา จาก
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
พ.ศ. 2538: การศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารการศึกษา จาก
มหาวทิ ยาลัยนเรศวร

พ.ศ. 2539: ศลิ ปศาสตรดุษฎบี ัณฑิตกิตติมศกั ดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรนี คริน ทรวโิ รฒ
พ.ศ. 2540: ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สาขาวิชาภาษาไทย จาก
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
พ.ศ. 2543: ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา จาก
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
พ.ศ. 2545: ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาไทศึกษา จากมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม
พ.ศ. 2547: ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารการศึกษา จาก
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กาญจนบรุ ี
พ.ศ. 2548: ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารการศึกษา จาก
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
พ.ศ. 2554: ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สาขาการบริหารการศึกษา จาก
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภูเก็ต
พ.ศ. 2556: ศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา จาก
มหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั

พระนพิ นธ์

ทรงนพิ นธเ์ รอ่ื งตา่ ง ๆ ไวเ้ ปน็ อนั มาก ทง้ั ทเ่ี ปน็ ตารา พระธรรมเทศนา และทว่ั ไป พอ
ประมวลไดด้ งั นี้

ประเภทตารา ทรงเรยี บเรยี ง
วากยสมั พนั ธ์ ภาค 1-2 สาหรบั ใชเ้ ปน็ หนังสอื ประกอบ การศกึ ษาของนักเรยี นบาลี

และทรงอานวยการจดั ทา ปทานกุ รม บาลี ไทย องั กฤษ สนั สกฤต ฉบับพระเจา้ บรมวงศ์
เธอ กรมพระจนั ทบรุ นี ฤนาถ ฯลฯ

ประเภทพระธรรมเทศนา มอี ยเู่ ปน็ จานวนมาก เทา่ ทพี่ มิ พเ์ ปน็ เลม่ แลว้ เช่น

ปญั จคณุ 5 กณั ฑ์ ทศพลญาณ 10 กณั ฑ์ มงคลเทศนา โอวาทปาฏโิ มกข์ 3 กณั ฑ์
สงั ฆคณุ 9 กณั ฑ์ ฯลฯ

ประเภทงานแปลเปน็ ภาษาตา่ งประเทศ ทรงรเิ รม่ิ และดาเนนิ การใหแ้ ปลตาราทางพทุ ธ
ศาสนา จากภาษาไทยเปน็ ภาษาองั กฤษ เพอ่ื ใชใ้ นการศกึ ษาพระพทุ ธศาสนา เชน่

นวโกวาท วนิ ยั มขุ พทุ ธประวตั ิ ภกิ ขปุ าตโิ มกข์ อปุ สมบทวธิ ี ทาวตั รสวดมนต์ ฯลฯ

ประเภททว่ั ไป มอี ยเู่ ปน็ จานวนมาก เช่น
การนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา หลกั พระพุทธศาสนา พระพทุ ธเจา้ ของเรานน้ั ทา่ นลา้ เลศิ

45 พรรษาพระพุทธเจ้า พระพทุ ธเจ้าส่งั สอนอะไร (ไทย-อังกฤษ) แนวปฏิบตั ใิ นสตปิ ฎั ฐาน
พระพุทธศาสนากับสังคมไทย วธิ ีปฏิบตั ติ นให้ถกู ต้องทางธรรมะ บณั ฑติ กบั โลกธรรม
เร่อื งกรรม ศลี (ไทย-องั กฤษ) อาหุเณยโย อวชิ ชา หลกั ธรรมสาหรับการปฏิบตั ิอบรมจิต
การบรหิ ารจิตสาหรับผู้ใหญ่ สนั โดษ แนวความเช่ือ บวชดี บุพการี-กตญั ญกู ตเวที
คากลอนนริ าศสังขาร ตานานวัดบวรนิเวศ วธิ สี ร้างบุญบารมี ความซับซ้อนของกรรม ฯลฯ

100 ปี สมเด็จพระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช

สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประสูติเมื่อเวลา
ราว 4 นาฬกิ าหรอื ตสี ่ี วนั ศกุ ร์ข้นึ 4 ค่า เดือน 11 ปีฉลู ตรงกบั วนั ท่ี 3 ตุลาคม พ.ศ.2456

วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556 วันน้ี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกล
มหาสังฆปริณายกได้เจริญพระชันษาครบ 100 ปี จึงเป็นวโรกาสอันเป็นมงคลท่ี
พุทธศาสนิกชนคนไทยจะได้พร้อมใจกันถวายพระพรให้ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง
เจริญพระชนม์ชีพเพอ่ื เป็นมิ่งขวญั และเป็นเสาหลกั ของบวรพุทธศาสนาสบื ไปตราบนานเทา่
นาน....ทีฆายโุ ก โหตุ สังฆราชา ทฆี ายุโก โหตุ พระสงั ฆบดิ ร

สน้ิ พระชนม์

พระโกศกดุ น่ั ใหญป่ ระกอบพระอสิ รยิ ยศพระศพ ณ พระตาหนกั เพช็ ร วดั บวรนเิ วศวหิ าร
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2556 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออก

แถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่อง พระอาการประชวรของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จ
พระสังฆราชฯ โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานว่า พระอาการทรงมีความดัน

โลหิตต่า เนื่องมาจากการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ท้ังน้ียังตรวจพบว่าพระอันตะ (ลาไส้
ใหญ่) และพระอันตคุณ (ลาไส้เล็ก) ขาดพระโลหิตและมีแผลติดเชื้อ จึงถวายการรักษา
ด้วยการผ่าตัดพระอันตะและพระอันตคุณบางส่วนออก ภายหลังการผ่าตัดปรากฏว่า พระ
อาการโดยรวมดีข้ึน จากนั้นก็มีแถลงการณ์ของทาง รพ. เกี่ยวกับพระอาการประชวรของ
สมเด็จพระสังฆราชออกมาให้ประชาชนติดตามเร่ือยๆ

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวนั ที่ 24 ตุลาคม 2556 คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษารายงาน
ว่า สมเด็จพระสังฆราชฯ มีพระอาการโดยรวมทรุดลง ระดับความดันพระโลหิต อยู่ใน

เกณฑ์ต่าลง คณะแพทย์ยังคงถวายพระโอสถ และตรวจรักษาอย่างใกล้ชิดและต่อเน่ือง
ตลอด 24 ชั่วโมง

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์เม่ือ
วันท่ี 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 19:30 นาฬิกา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เนื่องจากตดิ
เชื้อในกระแสพระโลหิต มีการเคล่ือนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มายังตาหนัก
เพชร วดั บวรนิเวศวหิ าร เมือ่ วนั ศุกรท์ ี่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 12:15 นาฬกิ า ในการ
น้ี พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังดารงพระ
อิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
เสด็จพระราชดาเนินแทนพระองค์ไปทรงสรงนา้ พระศพในวันเดยี วกัน เวลา 17:00 น. ทรง
พระกรุณาโปรดถวายพระโกศกุดั่นใหญ่ทรงพระศพแทนพระโกศกุดั่นน้อย ประดิษฐาน

ภายใต้เศวตฉัตรสามช้ัน แวดล้อมด้วยเคร่ืองประกอบพระเกียรติยศ ณ ตาหนักเพ็ชร วัด
บวรนิเวศวหิ าร และใหม้ พี ิธสี วดพระอภธิ รรมพระศพเจ็ดวัน

การนี้พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้
พระราชทานเลอื่ นชนั้ ยศพระโกศจากพระโกศกดุ น่ั นอ้ ยเปน็ พระโกศกดุ น่ั ใหญต่ ง้ั แตว่ นั แรกท่ี
สิน้ พระชนม์ คร้นั ถึงวาระพระราชทานเพลงิ พระศพ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลย
เดชมหาราช บรมนาถบพิตรจงึ ทรงพระกรุณาโปรดถวายพระโกศทองนอ้ ยทรงพระศพและ
ให้เจ้าพนักงานจัดฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้นกางก้ันพระโกศ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิง
พระศพระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ซ่ึงถือเป็นกรณีพิเศษเพราะยังไม่เคย
ปรากฏการพระราชทานเล่ือนพระโกศถึงสองคร้งั มาก่อน

สาหรบั พระอัฐขิ องสมเด็จพระญาณสงั วร สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก
ไดแ้ บ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกประดษิ ฐาน ณ พระตาหนักเดิม ซงึ่ เป็นสถานทีเ่ กบ็ พระอัฐิ

ของเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารทุกรูป ส่วนท่ีสองประดิษฐานท่ีวัดเทวสังฆาราม จังหวัด
กาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์ทรงผนวชและส่วนที่สามประดิษฐานท่ีวัดญาณสังวราราม
จงั หวัดชลบุรี ซึ่งเป็นวดั ทพ่ี ระองคส์ รา้ งข้ึน ส่วนพระสรีรางคารประดิษฐานที่พระวิหารเก๋ง
วัดบวรนเิ วศวิหาร ในปี พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชริ เกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ไดท้ รงสถาปนา
พระอัฐิของสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆป
รณิ ายก ในฐานะพระราชกรรมวาจาจารย์เมื่อครั้งทรงผนวช ข้ึนเป็น "สมเด็จพระสังฆราช
เจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร" ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้า
พนกั งานจดั ฉตั รตาดเหลอื ง 5 ชนั้ ถวายกางกน้ั พระรูปบรรจพุ ระสรรี างคาร ณ วดั บวรนิเวศ
วิหาร กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แบ่งพระอัฐิบรรจุลงพระโกศทองคา
เชญิ มาประดิษฐานในหอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพ่อื เป็นทท่ี รง
รว้ิ ขบวนเคลื่อนพระศพ 'พระสงั ฆราชฯ'

ในการนี้ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัว ภูมิพลอดลุ ยเดช ไดพ้ ระราชทานเล่อื นช้นั ยศ
พระโกศจากพระโกศกุด่ันน้อยเป็นพระโกศกุดั่นใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่ส้ินพระชนม์ คร้ันถึง
วาระพระราชทานเพลงิ พระศพ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มพระราชทานเลอ่ื น

จากพระโกศกดุ น่ั ใหญเ่ ปน็ พระโกศทองนอ้ ยในพระราชพธิ พี ระราชทานเพลงิ พระศพระหวา่ ง
วันที่ 15-17 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ซึ่งถือเป็นกรณีพิเศษเพราะยังไม่เคยปรากฏการ
พระราชทานเล่อื นพระโกศถงึ สองครงั้ มากอ่ นโดยพระโกศกุดั่นน้อย เปน็ พระโกศลาดบั ท่ี 6
ใชก้ ับ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้า เจา้ จอม เจา้ นายทรงกรม ผสู้ าเรจ็ ราชการ ผไู้ ด้รับ
ตรานพรัตนราชวราภรณ์ พระโกศกุดั่นใหญ่ เป็นพระโกศลาดับท่ี 5 ใช้กับ สมเด็จ
พระสงั ฆราชฯ ส่วนพระโกศทองน้อย เป็นพระโกศลาดับที่ 4 ใช้กับ สมเด็จเจ้าฟ้า พระวร
ราชเทวี สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ พระองค์เจา้ สมเด็จพระนางเจา้ พระวรราชชายา
ซอ้ มการเคลอ่ื นขบวนพระอิสริยยศเชญิ พระโกศสมเดจ็ พระสังฆราชฯ

อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระญาณสังวรฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระสามัญชน
องค์แรกท่ีได้รับพระราชทาน "พระโกศทองน้อย" พร้อมรับพระราชทานเลื่อนชั้นยศพระ
โกศถึง 2 ครั้ง

........................................................

แหลง่ ข้อมูลอ้างอิง

https://mgronline.com

https://th.wikipedia.org
https://www.thairath.co.th
http://www.watbowon.com
https://www.wikiwand.com
www.dhammajak.net
www.pra100mongkol.com

ขอขอบคณุ ขอ้ มลู และภาพจากเวบ็ ไซต์

........................................................................

สมเดจ็ พระสงั ฆราชองคท์ ่ี 20 แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (อมั พร อมพฺ โร)

ประสาร ธาราพรรค์ เรยี บเรยี ง

สมเดจ็ พระมหามนุ วี งศถ์ อื เปน็ สมเดจ็ พระสงั ฆราชสกลมหาสงั ฆปรณิ ายก องคท์ ี่ 20
แห่งกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ และใชพ้ ระนามวา่ “สมเด็จพระอรยิ วงศาคตญาณ”

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ(อมั พร อมพฺ โร) ถอื เปน็ สมเด็จพระสงั ฆราชองคท์ ี่ 3
ของวดั ณ วดั ราชบพธิ สถิตมหาสมี ารามราชวรวหิ าร ประธานกรรมการมหาเถรสมาคมเจา้
คณะใหญค่ ณะธรรมยตุ แม่กองงานพระธรรมทตู เจา้ อาวาสวดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม
ราชวรวหิ าร

พระประวตั ิ สมเดจ็ พระสงั ฆราช องคท์ ่ี 20

สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (อมั พร อมพฺ โร)
สมเดจ็ พระมหามนุ วี งศ์ (อมั พร อมพฺ โร) หรอื สมเด็จขาว เดมิ ชอื่ อมั พร ประสตั ถพงศ์
เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี 26 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2470 ณ ตาบลบางปา่ อาเภอเมอื งราชบรุ ี จงั หวดั ราชบรุ ี
โยมบดิ าชอ่ื นายนบั ประสตั ถพงศ์ โยมมารดาชอื่ นางตาล ประสตั ถพงศ์ ครอบครวั ประกอบ
อาชพี คา้ ขาย

ศกึ ษาชน้ั ตน้ โรงเรยี นโรงเรยี นประชาบาลวดั พเนนิ พลู

โรงเรยี นประชาบาลวดั พเนนิ พลู
ในช่วงวัยเยาว์ เรียนช้ันประถมศึกษาท่ีโรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยท่ี 4
ตาบลโคกกระเทียม อาเภอเมอื ง จงั หวดั ลพบุรี จนจบชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 แล้วมาศึกษา
ต่อทโ่ี รงเรยี นประชาบาลวัดพเนนิ พลู จนจบช้ันประถมศึกษาปีที่ 4ในปี พ.ศ. 2480


Click to View FlipBook Version