The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วงจรพัลส์และสวิตชิงรวมมมมม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by naihoi2016, 2021-04-02 00:02:34

วงจรพัลส์และสวิตชิงรวมมมมม

วงจรพัลส์และสวิตชิงรวมมมมม

383

17. ใบงานที่ 10

หนว่ ยการสอนท่ี 10 ชื่อหน่วยการสอน ไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์

หวั ข้อเรื่อง ไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์

ใบปฏบิ ตั ิงาน 10.1 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์

จดุ ประสงค์

1. ประกอบวงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ชนิดทรานซสิ เตอร์ได้

2. ใช้มลั ตมิ เิ ตอร์วดั แรงดนั ในวงจรได้

3. ใช้ออสซิลโลสโคปวัดสญั ญาณในวงจรได้

4. มกี ารเสียสละในหมู่คณะ

เครอื่ งมือและอุปกรณ์

1. เครอื่ งกาเนิดสัญญาณหลายแบบ 1 เคร่ือง

2. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวัด 1 เครอ่ื ง

3. แหล่งจา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0-30V 1 เคร่ือง

4. มลั ตมิ ิเตอร์ 1 เครอ่ื ง

5. ตวั ต้านทาน 390Ω, 10kΩ; 0.5W คา่ ละ 2 ตวั

6. ตัวต้านทาน 1kΩ; 0.5W 1 ตวั

7. ทรานซสิ เตอรเ์ บอร์ 2N222 2 ตวั

8. LED 2 ตัว

9. สวิตช์กดติดปล่อยดับ 2 ตวั

10. แผงประกอบวงจรและต่อสายวงจร 1 ชุด

ลาดับข้ันตอนการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 10.1 ดซี ีโวลต์มเิ ตอร์ V1 และ V2 ยงั ไม่ต่อเข้าวงจร

2. จา่ ยแหล่งจา่ ยแรงดนั +12V เขา้ วงจร สังเกตทตี่ วั LED1 และ LED2 ตดิ หรือดบั

LED1=…………………………………………………………

LED2=…………………………………………………………

384

LED1 +12V
LED2

R1 R2 R3 R4
390 10k 390
10k
Ei2
EO1 Ei1 EO2 +
+ OQN2
V2
V1 OQF1F -
-

S1 S2

รปู ที่ 10.1 วงจรไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอรช์ นิดทรานซสิ เตอร์วัดแรงดันด้วยดีซีโวลต์มิเตอร์

3. กดสวิตช์ S1 และปล่อยมือทันที สังเกตผลท่ีเกิดขึ้นท่ี LED ทั้งสองตัวติด หรือดับ และใช้ดีซีโวลต์
มิเตอร์วัดระดับแรงดันที่ได้ท้ังอินพุต Ei1, Ei2 และแรงดันเอาต์พุตที่ได้ทั้งเอาต์พุต EO1, EO2 บันทึกค่าลงใน

ตารางท่ี 10.1 แถวสวิตช์ S1

ตารางที่ 10.1 สัญญาณที่ LED1, LED2 แรงดันที่ Ei1, Ei2, EO1 และ EO2

สวติ ช์ LED1 LED2 Ei1 แรงดนั (V) EO2
Ei2 EO1

S1

S2

4. กดสวิตช์ S2 และปล่อยมือทันที สังเกตผลที่เกิดข้ึนที่ LED ทั้งสองตัวติด หรือดับ และใช้ดีซีโวลต์

มิเตอร์วัดระดับแรงดันที่ได้ทั้งอินพุต Ei1, Ei2 และแรงดันเอาต์พุตท่ีได้ทั้งเอาต์พุต EO1, EO2 บันทึกค่าลงใน
ตารางที่ 10.1 แถวสวิตช์ S2

5. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 10.2

+12V

LED1 R2 R3 LED2 ออสซลิ โลสโคป
10k 10k
R1 R4 CH1 CH2
390 Ei1 Ei2 390
เครอื่ งกาเนิด
สัญญาณหลายแบบ O/P EO1 R5 EO2
1k
OQF1F OQN2

รูปท่ี 10.2 วงจรไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ชนดิ ทรานซิสเตอรว์ ัดสญั ญาณด้วยออสซลิ โลสโคป

385

6. ปรับเครื่องกาเนดิ สญั ญาณหลายแบบไปทีค่ ลื่นส่เี หลี่ยม ปรับความแรงสัญญาณไวท้ ่ี ค่าประมาณ 2
VP-P ปรับค่าความถไี่ ว้ที่ 5Hz

7. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวัดสัญญาณในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ
ออสซิลโลสโคปวัดวงจรทเ่ี อาต์พุต EO1 และให้อินพุต CH2 ของออสซิลโลสโคปวัดวงจรที่เอาตพ์ ุต EO2

8. จ่ายแหลง่ จ่ายแรงดนั +12V เข้าวงจร สงั เกตที่ตวั LED1 และ LED2 เป็นอย่างไร
..............................................................................................................................................................................

9. สังเกตรูปคลื่นที่เกิดขึ้นบนจอออสซิลโลสโคป วัดรูปคล่ืนสัญญาณและระดับความแรงสัญญาณ ทั้ง
เอาตพ์ ตุ EO1 และ EO2 บนั ทึกคา่ และรปู ร่างสัญญาณไว้ในรปู ที่ 10.3 ให้มรี ปู และเฟสสัญญาณสมั พันธก์ นั

EO1= VP-P 0

EO2= VP-P 0

รปู ท่ี 10.3 สญั ญาณ EO1 และ EO2 ของวงจรไสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ชนดิ ทรานซสิ เตอร์
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวิเคราะห์
1. วงจรไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอรส์ ามารถทางานได้ดว้ ยตวั เองหรือไม่ การทางานของวงจรตามรปู ท่ี 10.1 เปน็
อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

386

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เม่ือปอ้ นคลนื่ ส่ีเหล่ยี มเขา้ ท่ีอินพตุ Ei1 หรือ Ei2 ของวงจรไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์จะเกดิ ผลเชน่ ไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

387

ใบปฏบิ ัตงิ าน 10.2 ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนดิ ไอซีออปแอมป์

จดุ ประสงค์

1. ประกอบวงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรช์ นิดไอซีออปแอมป์ได้

2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สัญญาณในวงจรได้

3. เกดิ ความตระหนักในการทางาน

เครื่องมอื และอุปกรณ์

1. เครอื่ งกาเนดิ สญั ญาณหลายแบบ 1 เครื่อง

2. ออสซิลโลสโคปชนดิ 2 เสน้ ภาพพร้อมสายวัด 1 เครอื่ ง

3. แหลง่ จา่ ยแรงดันไฟตรงปรับค่าได้ 0-30V 1 เคร่อื ง

4. มัลตมิ เิ ตอร์ 1 เครอ่ื ง

5. ตัวตา้ นทาน 220Ω, 390Ω, 10kΩ; 0.5W คา่ ละ 1 ตวั

6. IC เบอร์ LM741 1 ตวั

7. LED 1 ตวั

8. แผงประกอบวงจรและต่อสายวงจร 1 ชดุ

ลาดับข้นั ตอนการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 10.4

2. ปรับเคร่ืองกาเนดิ สญั ญาณหลายแบบไปทีค่ ลื่นส่ีเหล่ียม ปรับความแรงสัญญาณไวท้ ่ี ค่าประมาณ 2

VP-P ปรบั ค่าความถ่ไี ว้ท่ี 5Hz
3. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใชง้ าน นาไปวัดสัญญาณในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ

ออสซลิ โลสโคปวัดทอ่ี ินพุต Ei และให้อนิ พุต CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั วงจรที่เอาต์พตุ EO

R1 R2
220 10k

+12V ออสซลิ โลสโคป

37 6 EO CH1 CH2
Ei LM741
24
เคร่อื งกาเนดิ LED1
สัญญาณหลายแบบ O/P

R3
390

รูปที่ 10.4 วงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรช์ นดิ IC ออปแอมป์
4. จ่ายแหล่งจ่ายแรงดัน +12V เขา้ วงจร สังเกตท่ีตวั LED1 เปน็ อย่างไร
.............................................................................................................................................. ................................

388
5. สังเกตรูปคลื่นท่ีเกิดขึ้นบนจอออสซิลโลสโคป วัดรูปคลื่นสัญญาณและระดับความแรงสัญญาณ ท้ัง
อินพตุ Ei และเอาตพ์ ตุ EO บนั ทึกคา่ และรปู ร่างสญั ญาณไว้ในรูปท่ี 10.5 ใหม้ ีรูปและเฟสสญั ญาณสมั พนั ธก์ นั

Ei = VP-P 0

EO= VP-P 0

รูปที่ 10.5 สญั ญาณ Ei และ EO ของวงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรช์ นิด IC ออปแอมป์
สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวิเคราะห์
1. วงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนิด IC ออปแอมป์ สามารถทางานได้ด้วยตัวเองหรือไม่ การทางานของ
วงจรตามรปู ท่ี 10.4 เป็นอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เมื่อป้อนคลน่ื สีเ่ หลยี่ มเขา้ ที่อินพุต Ei ของวงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรช์ นิด IC ออปแอมป์ จะเกดิ ผลเชน่
ไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

389

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ชอ่ื กลุม่ ……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................

รายช่ือสมาชกิ

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขท…่ี ….

3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลมุ ชัดเจน (ความรู้เกยี่ วกับเนอื้ หา ความถกู ตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนาเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาให้ผู้ฟังมีความ

สนใจ

รวม

ผู้ประเมิน…………………………………………………

เกณฑก์ ารให้คะแนน

1. เนื้อหาสาระครอบคลมุ ชัดเจนถกู ตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถ้วนถกู ต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์

2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์

1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ กู ต้อง ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์

2. รปู แบบการนาเสนอ

3 คะแนน = มรี ูปแบบการนาเสนอท่เี หมาะสม มีการใชเ้ ทคนคิ ทีแ่ ปลกใหม่ ใช้สือ่ และเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอทนี่ า่ สนใจ นาวัสดใุ นทอ้ งถนิ่ มาประยุกตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ และ

ประหยดั

2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้ส่อื และเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่นา่ สนใจ

แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วัสดุในท้องถนิ่

1 คะแนน = เทคนคิ การนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ

3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมกลมุ่

2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญม่ บี ทบาทและมสี ่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม

1 คะแนน = สมาชิกสว่ นน้อยมีบทบาทและมสี ่วนร่วมกิจกรรมกลุม่

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผู้ฟังมากกวา่ รอ้ ยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ

2 คะแนน = ผฟู้ งั รอ้ ยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื

1 คะแนน = ผฟู้ งั นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ความรว่ มมือ

390

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

ช่ือกลุม่ ……………………………………………ชน้ั ………………………ห้อง............................
รายชอ่ื สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท…่ี …. 4……………………………………เลขที่…….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคดิ เหน็
321
1 การกาหนดเปา้ หมายร่วมกนั
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏบิ ตั หิ น้าท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมนิ ผลและปรบั ปรงุ งาน

รวม

ผู้ประเมนิ …………………………………………………
วันที่…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
1. การกาหนดเปา้ หมายรว่ มกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการกาหนดเป้าหมายการทางานอย่างชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีสว่ นรว่ มในการกาหนดเปา้ หมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนน้อยมสี ว่ นร่วมในการกาหนดเปา้ หมายในการทางาน
2. การหน้าทรี่ ับผดิ ชอบและการเตรยี มความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทัว่ ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรยี ม
สถานท่ี สื่อ/อปุ กรณไ์ ว้อยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ/อปุ กรณไ์ ว้อยา่ งพร้อมเพรียง
แต่ขาดการจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ท่วั ถึงและมสี อ่ื / อปุ กรณ์ไมเ่ พยี งพอ
3. การปฏบิ ตั ิหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเรจ็ ตามเปา้ หมาย และตามเวลาทกี่ าหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเรจ็ ตามเปา้ หมาย แตช่ ้ากวา่ เวลาทีก่ าหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมนิ ผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนรว่ มปรกึ ษาหารอื ตดิ ตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ งานเปน็ ระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ว่ นร่วมปรกึ ษาหารือ แตไ่ มป่ รบั ปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นรว่ มไม่มสี ่วนรว่ มปรกึ ษาหารือ และปรับปรงุ งาน

391

19. แบบฝกึ หดั

แบบฝึกหัดทา้ ยหน่วยที่ 10
ไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์
คาสัง่ อธบิ ายให้ไดใ้ จความสมบูรณแ์ ละแสดงวิธีทาใหถ้ ูกต้องสมบูรณ์
1. หลกั การทางานเบ้อื งต้นของวงจรไบสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์เปน็ อย่างไร อธิบายพรอ้ มวาดรูปประกอบ
2. วงจรตามรปู คอื วงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายให้เขา้ ใจ

3. วงจรตามรปู คือวงจรอะไร มหี ลกั การทางานอย่างไร อธบิ ายให้เข้าใจ

4. วงจรตามรปู คอื วงจรอะไร มีหลักการทางานอย่างไร อธิบายให้เขา้ ใจ

392

20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หน่วยการเรียนรไู้ ดส้ อดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และดา้ นจติ พิสยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สื่อ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเข้าสอน

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มวี ิธีการนาเข้าสู่บทเรยี นท่นี า่ สนใจ

5. มีกจิ กรรมทีห่ ลากหลาย เพ่อื ช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกิดการเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กจิ กรรมท่สี ่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นค้นคว้าเพื่อหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จัดกิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คดิ วเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งเสรี

10. จัดกจิ กรรมการเรียนรทู้ เี่ ช่อื มโยงกับชวี ิตจรงิ โดยนาภมู ิปญั ญา/บรู ณาการเขา้ มามีส่วนร่วม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเมอ่ื นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรือตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน

14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รียน อย่างทวั่ ถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทก่ี าหนด

ด้านสอื่ นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้

16. ใช้ส่ือท่ีเหมาะสมกบั กิจกรรมและศกั ยภาพของผู้เรยี น

17. ใชส้ อื่ แหลง่ การเรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสารสอ่ื
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นตน้

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อยา่ งทั่วถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผู้เรยี นมสี ว่ นร่วมในการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้งั ดา้ นความรู้ ทักษะ และจิตพสิ ัย

20. ครู ผู้เรียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกย่ี วขอ้ งมีส่วนรว่ ม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏิบตั ิ 5 = ปฏบิ ตั ดิ เี ย่ยี ม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = ปฏบิ ตั ิพอใช้ 2 รวม

= ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉลี่ย

393

20.2 ปัญหาท่พี บ และแนวทางแกป้ ญั หา

ปญั หาท่ีพบ แนวทางแก้ปัญหา

ดา้ นการเตรียมการสอน

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นการวดั ประเมนิ ผล

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านอื่น ๆ (โปรดระบุเป็นขอ้ ๆ)

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ลงชือ่ ........................................................................ ครูผสู้ อน
(นายปฏพิ าน สีนาบญุ )
ตาแหนง่ ครูพิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทึกการนิเทศและติดตาม 394
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตาแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม

395

แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ

และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั วชิ า 20105-2006 วชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง

หน่วยท่ี 11 ช่อื หน่วย ลอจกิ เกตและการกาเนิดสัญญาณ

ชื่อเร่อื ง ลอจกิ เกตและการกาเนิดสัญญาณ จานวน 4 ชั่วโมง

1. สาระสาคัญ

ขนั้ ขึน้ ไป เพอื่ ควบคมุ การทางานของวงจรแต่มเี อาตพ์ ุตเพยี งเอาต์พุตเดียว อนิ พุตท่ปี ้อนเขา้ วงจรเป็น

สัญญาณลอจิกเกต (Logic Gate) คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหน่ึง ที่ทางานโดยใช้หลักการทางดิจิตอล

อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Electronic) หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ลอจิก (Electronic Logic) ภายในลอจิกเกตถูก

สรา้ งขึน้ จากการนาอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนกิ ส์หลายชนิดมาต่อวงจรรว่ มกนั เชน่ ตวั ต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์

และเฟต เป็นต้น คุณสมบัติในการทางานของลอจิกเกตจะทาหน้าท่ีเป็นสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ มีขั้วอินพุตต้ังแต่

หน่ึงพัลส์หรือแรงดันไฟตรงต่างระดับ แสดงค่าออกเป็น 2 สภาวะ การทางานของลอจิกเกตสามารถให้คา

นิยามได้ด้วยสมการทางพีชคณิต เทอมที่แสดงค่าทางพีชคณิตถูกกาหนดให้เป็นเลข “1” หรือเลข “0” อาจ

เป็นสภาวะแสดงค่าในแบบอ่ืนๆ เช่น ระดับแรงดัน 0 V หรือระดับแรงดัน 5 V วงจรต่อ (ON) หรือวงจรตัด

(OFF) และถูก (True) หรือผิด (False) เป็นต้น ตัวเลขท่ีแสดงผลออกมาด้วยเลข 1 หรือเลข 0 ถูกเรียกว่า

เลขฐานสอง (Binary Number)

2. สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
ด้านความรู้
1. อธิบายการทางานของลอจกิ เกตแตล่ ะชนิดได้

ด้านทกั ษะและการประยกุ ตใ์ ช้
1. ตอ่ วงจรไอซีชมิตตท์ ริกเกอรล์ อจกิ เกตตามแบบท่ีกาหนดให้ได้
2. บันทึกผลการทางานของไอซีชมติ ต์ทริกเกอร์ลอจิกเกตได้
3. ตอ่ วงจรกาเนดิ สญั ญาณนาฬิกาตามแบบที่กาหนดให้ได้
4. บันทึกผลการทางานของวงจรกาเนดิ สัญญาณนาฬิกาแต่ละชนดิ ได้

ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

1. เกิดความสามัคคใี นการทางานกลุม่
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป

1. เพือ่ ใหม้ ีความรูเ้ กี่ยวกบั การทางานของลอจิกเกตแต่ละชนดิ
2. เพอ่ื ให้มีทักษะในการของลอจิกเกตและสาธิตการเขยี นตารางความจริงของลอจิกเกตแต่ละชนดิ
3. สามารถนาความรูเ้ ร่ืองลอจิกเกตและวงจรกาเนดิ สัญญาณไปประยกุ ตใ์ ช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม

396

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. อธิบายการทางานของลอจิกเกตแต่ละชนิดได้ (ด้านพุทธพิ สิ ยั )
2. ตอ่ วงจรไอซีชมิตตท์ ริกเกอรล์ อจิกเกตตามแบบท่กี าหนดให้ได้ (ด้านทักษะพสิ ัย)
3. บนั ทึกผลการทางานของไอซชี มิตต์ทรกิ เกอรล์ อจกิ เกตได้ (ดา้ นทักษะพิสัย)
4. ตอ่ วงจรกาเนดิ สัญญาณนาฬิกาตามแบบท่ีกาหนดให้ได้ (ดา้ นทักษะพิสยั )
5. บนั ทกึ ผลการทางานของวงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกาแต่ละชนดิ ได้ (ด้านทักษะพสิ ยั )
6. เกิดความสามัคคใี นการทางานกลมุ่ (ดา้ นจติ พิสยั )

4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
1. ลอจกิ เกต
2. บัฟเฟอรเ์ กต
3. นอตเกต
4. ออรเ์ กต
5. แอนดเ์ กต
6. นอรเ์ กต
7. แนนดเ์ กต
8. เอก็ ซค์ ลซู ีฟออรเ์ กต
9. เอ็กซค์ ลซู ีฟนอร์เกต
10. การกาเนดิ สญั ญาณ
11. บทสรุป

4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองท่ี 11 ลอจิกเกตและการกาเนดิ สญั ญาณ
2. แบบทดสอบบทท่ี 11

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. ใชเ้ ครือ่ งมือในการทดสอบได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรยี นรู้

ขัน้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขนั้ ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของผเู้ รยี น

ขน้ั เตรียม(20 นาที) ขนั้ เตรยี ม(20 นาที)

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนารายวชิ า 1. ผู้เรยี นเตรียมหนังสือและฟังผู้สอนแนะนารายวิชา

วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้กับวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้กับวิชา

วงจรพลั ส์และสวิตชิง วงจรพัลส์และสวิตชิง

397

2. ผู้สอนช้ีแจงเรื่องท่ีจะศึกษาและจุดประสงค์เชิง 2. ผู้เรียนฟังผู้สอนชี้แจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและ

พฤติกรรมประจาหน่วยท่ี 11 เรื่อง ลอจิกเกตและ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยที่ 11 เรื่อง

การกาเนิดสญั ญาณ ลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ

ข้ันการสอน(420 นาที) ขน้ั การสอน(420 นาที)

1. ผู้สอนอธบิ ายเน้ือหาวชิ าวงจรพัลสแ์ ละสวิตชิง 1. ผู้เรียนฟังผู้สอนอธิบายเน้ือหาวิชาวงจรพัลส์

หน่วยท่ี 11 เร่อื ง ลอจิกเกตและการกาเนดิ สัญญาณ และสวิตชิงหน่วยที่ 11 เรื่อง ลอจิกเกตและการ

2. ผ้สู อนให้ผูเ้ รียนเปดิ หนงั สือเรยี นวงจรพลั ส์และสวิ กาเนดิ สัญญาณ

ตชิงหนว่ ยที่ 11 เร่ือง ลอจิกเกตและการกาเนิด 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาวงจรพัลส์และสวิตชงิ

สัญญาณและอธบิ ายเน้ือหาให้ผู้เรียนฟัง หนว่ ยที่ 11 เรือ่ ง ลอจกิ เกตและการกาเนดิ สญั ญาณ

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาใบงานที่ 11 เร่ือง ลอจิกเกต 3. ผู้เรียนทาใบงานท่ี 11 เร่ือง ลอจิกเกตและการ

และการกาเนิดสญั ญาณ กาเนดิ สญั ญาณ

ขน้ั สรปุ (40 นาที) ข้นั สรปุ (40 นาที)

1. ผู้สอนให้ผูเ้ รยี นทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 11 1. ผู้เรียนรว่ มกนั สรปุ เน้ือหาที่ได้เรยี นให้มีความ

2. ผสู้ อนและผเู้ รยี นร่วมกันสรุปเนื้อในหนว่ ยเรียนที่ เขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั

11 เรือ่ ง ลอจกิ เกตและการกาเนดิ สญั ญาณ 2. ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหัดหน่วยที่ 11

6. ส่ือการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

6.1 ส่อื สิง่ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพัลสแ์ ละสวิตชงิ
2. ใบงานที่ 11 ลอจกิ เกตและการกาเนิดสญั ญาณ
3. แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 11
4. หนงั สอื เรียนวิชา วงจรพลั สแ์ ละสวิตชงิ

6.2 ส่ือโสตทัศน์
1. Power Point เรอ่ื งลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ

6.3 สื่อของจริง
1. อปุ กรณจ์ ากการทดลองใบงานที่ 11

7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา

1. ห้องสมดุ วิทยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดนิ
2. หอ้ งอนิ เตอรเ์ นต็ วทิ ยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดนิ

398

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา

1. หอ้ งสมดุ เฉลมิ พระเกียรติอาเภอสวา่ งแดนดิน
2. ห้องสมดุ ประชาชนเฉลิมราชกุมารีอาเภอสวา่ งแดนดิน

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 กอ่ นเรียน
1. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน

8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเน้ือหา ในบทที่ 11 เรอ่ื ง ลอจกิ เกตและการกาเนิดสญั ญาณ
2. รายงานผลหนา้ ชน้ั เรยี น
3. ปฏิบัตใิ บปฏิบตั ิงานท่ี 11 เรือ่ ง ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ
4. สรปุ ผลการทดลอง

8.3 หลงั เรียน
1. ทาแบบฝกึ หัดบทท่ี 11

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ทเ่ี กดิ จากการเรยี นร้ขู องผเู้ รยี น

1. แบบฝึกหดั บทที่ 11 ใบปฏิบตั งิ านท่ี 11
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอ้างองิ

1. พันธศ์ ักด์ิ พุฒิมานติ พงศ.์ วงจรพลั สแ์ ละสวิตชิง. : ศูนยส์ ่งเสรมิ อาชวี ะ (ศสอ)

11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ ับรายวิชาอ่ืน

1. บูรณาการกับวชิ าวงจรไฟฟ้ากระแสสลบั
2. บรู ณาการกบั วชิ าอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร

12. หลักการประเมินผลการเรยี น

12.1 ก่อนเรยี น
1. ความรู้เบอื้ งตน้ กอ่ นการเรียนการสอน

12.2 ขณะเรียน
1. สังเกตการทางาน

12.3 หลังเรยี น
1. ตรวจแบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 11
2. ตรวจใบงานท่ี 11

399

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน

จุดประสงคข์ ้อที่ 1 อธิบายการทางานของลอจกิ เกตแต่ละชนดิ ได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธบิ ายการทางานของลอจิกเกตแต่ละชนิดได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายการทางานของลอจิกเกตแต่ละชนิดได้ จะได้ 6 คะแนน
จุดประสงค์ข้อท่ี 2 ตอ่ วงจรไอซีชมติ ตท์ รกิ เกอรล์ อจกิ เกตตามแบบที่กาหนดให้ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถต่อวงจรไอซีชมติ ต์ทรกิ เกอรล์ อจกิ เกตตามแบบที่กาหนดใหไ้ ด้
4. เกณฑ์การผ่าน : ต่อวงจรไอซชี มิตตท์ ริกเกอรล์ อจิกเกตตามแบบที่กาหนดให้ได้ จะได้ 0.5 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อที่ 3 บันทึกผลการทางานของไอซชี มิตต์ทริกเกอรล์ อจกิ เกตได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบันทึกผลการทางานของไอซีชมิตตท์ ริกเกอร์ลอจกิ เกตได้
4. เกณฑ์การผา่ น : บนั ทึกผลการทางานของไอซชี มิตต์ทรกิ เกอรล์ อจิกเกตได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อที่ 4 ตอ่ วงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกาตามแบบที่กาหนดให้ได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถตอ่ วงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬกิ าตามแบบที่กาหนดให้ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : ตอ่ วงจรกาเนิดสัญญาณนาฬกิ าตามแบบท่กี าหนดให้ได้ จะได้ 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ข้อท่ี 5 บนั ทกึ ผลการทางานของวงจรกาเนดิ สญั ญาณนาฬกิ าแตล่ ะชนิดได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบนั ทกึ ผลการทางานของวงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกาแต่ละชนิดได้
4. เกณฑ์การผ่าน : บันทกึ ผลการทางานของวงจรกาเนดิ สัญญาณนาฬกิ าแต่ละชนิดได้ จะได้ 1 คะแนน

400

14. แบบทดสอบก่อนเรียน

หนว่ ยการสอนท่ี 11. ชื่อหน่วยการสอน ลอจกิ เกตและการกาเนดิ สัญญาณ

วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือ ประเมินความรูพ้ ้นื ฐานเกี่ยวกับลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ

ข้อคาถาม

ตอนที1่ จงเลือกคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งที่สดุ

1. ลอจิกเกตเม่ือนามาแสดงด้วยตัวเลข ใชเ้ ลขฐานใดในการแสดงค่า

ก. ฐานสอง ข. ฐานแปด ค. ฐานสิบ ง. ถูกทกุ ขอ้

2. คณุ สมบตั ขิ องลอจิก แสดงคา่ ออกมาได้ในสภาวะใด

ก. 0V, +5V ข. ตดั , ตอ่ ค. ถกู , ผิด ง. ถูกทกุ ข้อ

3. ลอจิกนอตเกต ถูกแทนดว้ ยเครอื่ งหมายใด

ก. + ข. - ค. ง. =

4. จากรปู เป็นสัญลกั ษณ์ท่ใี ช้แทนลอจกิ เกตชนิดใด

ก. นอต ข. แนนด์

ค. บฟั เฟอร์ ง. เอ๊กซ์ออร์

5. เคร่อื งหมายบวก (+) ในสมการลอจกิ เกต ใช้แทนตัวลอจิกเกตชนดิ ใด

ก. ออร์ ข. นอร์ ค. แอนด์ ง. แนนด์

6. จากรปู เปน็ สัญลกั ษณ์ทใี่ ชแ้ ทนลอจกิ เกตชนดิ ใด

ก. ออร์ ข. นอร์

ค. แนนด์ ง. เอก๊ ซ์ออร์

7. จากรูปเปน็ สญั ลักษณท์ ่ีใช้แทนลอจิกเกตชนดิ ใด

ก. เอก๊ ซน์ อร์ ข. แนนด์

A B Y ค. แอนด์ ง. นอต
0011 1001 1000
8. จากตารางความจรงิ เปน็ คุณสมบัติของลอจิกเกตชนิดใด

ก. ออร์ ข. นอร์

ค. แอนด์ ง. แนนด์

9. EO จากรปู ใชแ้ ทนวงจรชนิดใด
ก. กาเนิดความถ่ีสัญญาณนาฬกิ า
CR
ข. ชมติ ต์ทรกิ เกอรน์ อตเกต

ค. กรองความถแ่ี บบ RC

ง. RC อนิ ทิเกรเตอร์

401

10. จากรปู ข้อ 9 ตวั ชมติ ต์ทริกเกอร์นอตเกตมีคุณสมบตั ิในการทางานอย่างไร

ก. กาหนดคลน่ื ส่เี หลี่ยมออกเอาต์พุต ข. เข้า 1 ออก 0

ค. เขา้ 0 ออก 1 ง. ถูกทกุ ข้อ

ตอนที2่ อธบิ ายให้ได้ใจความสมบรู ณ์และแสดงวธิ ที าให้ถูกต้องสมบูรณ์

1. บอกคณุ สมบัติของลอจกิ เกตตอ่ ไปน้ี

1) บฟั เฟอร์เกต

2) นอตเกต

3) ออรเ์ กต

4) แอนด์เกต

5) นอร์เกต

6) แนนดเ์ กต

7) เอ๊กซอ์ อร์เกต

8) เอ๊กซน์ อร์เกต

2. การทานอรเ์ กตและแนนดเ์ กตใหเ้ ปน็ นอตเกตทาได้อย่างไร

3. เอ๊กซ์คลซู ฟี ออรเ์ กตคือลอจิกเกตชนดิ ใด มีคุณสมบตั ิในการทางานอย่างไร

4. สญั ญาณนาฬิกาคืออะไร การกาเนดิ สัญญาณนาฬิกาทาไดอ้ ยา่ งไร

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

ข้อ1 ข้อ2 ขอ้ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10

402

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หน่วยการสอนที่ 11. ช่อื หนว่ ยการสอน ลอจกิ เกตและการกาเนิดสัญญาณ

วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ประเมินความรูพ้ ้นื ฐานเกี่ยวกับลอจิกเกตและการกาเนดิ สญั ญาณ

ข้อคาถาม

ตอนท1่ี จงเลือกคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งทสี่ ดุ

1. ลอจกิ เกตเมือ่ นามาแสดงด้วยตวั เลข ใชเ้ ลขฐานใดในการแสดงค่า

ก. ฐานสอง ข. ฐานแปด ค. ฐานสิบ ง. ถกู ทกุ ข้อ

2. คุณสมบัติของลอจิก แสดงค่าออกมาได้ในสภาวะใด

ก. 0V, +5V ข. ตดั , ตอ่ ค. ถกู , ผิด ง. ถูกทุกขอ้

3. ลอจกิ นอตเกต ถูกแทนด้วยเคร่อื งหมายใด

ก. + ข. - ค. ง. =

4. จากรปู เป็นสัญลกั ษณ์ท่ใี ช้แทนลอจกิ เกตชนิดใด

ก. นอต ข. แนนด์

ค. บฟั เฟอร์ ง. เอ๊กซ์ออร์

5. เครอื่ งหมายบวก (+) ในสมการลอจกิ เกต ใช้แทนตัวลอจิกเกตชนิดใด

ก. ออร์ ข. นอร์ ค. แอนด์ ง. แนนด์

6. จากรปู เปน็ สัญลกั ษณ์ทใี่ ชแ้ ทนลอจิกเกตชนดิ ใด

ก. ออร์ ข. นอร์

ค. แนนด์ ง. เอก๊ ซ์ออร์

7. จากรูปเปน็ สญั ลักษณท์ ีใ่ ช้แทนลอจิกเกตชนดิ ใด

ก. เอก๊ ซน์ อร์ ข. แนนด์

ค. แอนด์ ง. นอต

8. A B Y จากตารางความจรงิ เป็นคุณสมบัติของลอจิกเกตชนิดใด
0011 0101 0
100 ก. ออร์ ข. นอร์

ค. แอนด์ ง. แนนด์

9. R EO จากรูปใชแ้ ทนวงจรชนดิ ใด
ก. กาเนิดความถ่ีสญั ญาณนาฬกิ า
C ข. ชมติ ต์ทรกิ เกอร์นอตเกต
ค. กรองความถแ่ี บบ RC
ง. RC อนิ ทิเกรเตอร์

403

10. จากรปู ขอ้ 9 ตัวชมิตตท์ ริกเกอร์นอตเกตมีคุณสมบตั ิในการทางานอย่างไร

ก. กาหนดคล่นื สเ่ี หลย่ี มออกเอาตพ์ ุต ข. เข้า 1 ออก 0

ค. เขา้ 0 ออก 1 ง. ถูกทกุ ขอ้

ตอนท2่ี อธบิ ายให้ได้ใจความสมบูรณ์และแสดงวิธที าให้ถูกต้องสมบรู ณ์

1. บอกคณุ สมบตั ขิ องลอจิกเกตต่อไปน้ี

9) บัฟเฟอร์เกต

10) นอตเกต

11) ออร์เกต

12) แอนด์เกต

13) นอรเ์ กต

14) แนนด์เกต

15) เอก๊ ซอ์ อร์เกต

16) เอก๊ ซน์ อร์เกต

2. การทานอร์เกตและแนนด์เกตให้เปน็ นอตเกตทาได้อย่างไร

3. เอ๊กซค์ ลูซฟี ออรเ์ กตคอื ลอจิกเกตชนดิ ใด มีคณุ สมบตั ใิ นการทางานอย่างไร

4. สญั ญาณนาฬิกาคืออะไร การกาเนดิ สญั ญาณนาฬิกาทาไดอ้ ยา่ งไร

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

ขอ้ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10

404

16. ใบความรู้ท่ี 11

หนว่ ยการสอนที่ 11 ช่ือหน่วยการสอน ลอจกิ เกตและการกาเนิดสัญญาณ

หัวข้อเรอื่ ง ลอจกิ เกตและการกาเนิดสัญญาณ

11.1 ลอจกิ เกต

ขั้นข้ึนไป เพื่อควบคุมการทางานของวงจรแต่มีเอาต์พุตเพียงเอาต์พุตเดียว อินพุตที่ป้อนเข้าวงจรเป็น

สัญญาณลอจิกเกต (Logic Gate) คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง ที่ทางานโดยใช้หลักการทางดิจิตอล

อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Electronic) หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ลอจิก (Electronic Logic)ภายในลอจิกเกตถูก

สรา้ งขึ้นจากการนาอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนกิ สห์ ลายชนิดมาต่อวงจรรว่ มกัน เชน่ ตวั ต้านทาน ไดโอด ทรานซสิ เตอร์

และเฟต เป็นต้น คุณสมบัติในการทางานของลอจิกเกตจะทาหน้าท่ีเป็นสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ มีขั้วอินพุตต้ังแต่

หน่ึงพัลส์หรือแรงดันไฟตรงต่างระดับ แสดงค่าออกเป็น 2 สภาวะ การทางานของลอจิกเกตสามารถให้คา

นิยามได้ด้วยสมการทางพีชคณิต เทอมท่ีแสดงค่าทางพีชคณิตถูกกาหนดให้เป็นเลข “1” หรือเลข “0” อาจ

เป็นสภาวะแสดงค่าในแบบอื่นๆ เช่น ระดับแรงดัน 0 V หรือระดับแรงดัน 5 V วงจรต่อ (ON) หรือวงจรตัด

(OFF) และถูก (True) หรือผิด (False) เป็นต้น ตัวเลขท่ีแสดงผลออกมาด้วยเลข 1 หรือเลข 0 ถูกเรียกว่า

เลขฐานสอง (Binary Number) สภาวะแสดงคา่ ต่างๆ เทียบกบั เลขฐานสอง แสดงดงั ตารางท่ี 11.1

ตารางท่ี 11.1 สภาวะแสดงคา่ ตา่ งๆ เทยี บกบั เลขฐานสอง

ระดับแรงดันพัลส์เปล่ียนแปลงจาก 0 V เป็น +Vcc แทนค่าด้วยลอจิก 1 และแรงดันพัลส์มีค่า 0 V
แทนค่าด้วยลอจิก 0 ลักษณะพัลส์ชนิดนี้เรียกวา่ พัลส์บวก (Positive Pulse) หรือลอจิกบวก (Positive Logic)

ถ้าแรงดันพัลส์เปล่ียนแปลงจาก 0V เป็น – Vcc แทนค่าด้วยลอจิก 1 และแรงดันพัลส์มีค่า 0 V แทนค่าด้วย
ลอจิก 0 ลักษณะพัลส์ชนิดน้ีเรียกว่าพัลส์ลบ (Negative Pulse) หรือลอจิกลบ (Negative Logic) แสดงดังรูป

ท่ี 11.1

รปู ท่ี 11.1 สัญญาณพัลสแ์ สดงภาวะลอจิกเลขฐานสอง

405

ลอจิกเกตที่ผลิตขึ้นมาใช้งาน ถูกสร้างออกมาในรูปของ IC ชนิดต่างๆ เช่น IC ชนิดทีทีแอล (TTL ;
Transistor Transistor Logic) แ ล ะ IC ช นิ ด ซี ม อ ส ( CMOS ; Complementary Metal Oxide
Semiconductor) ลอจิกเกตท่ีผลิตออกมาใช้งานมีหลายชนิด หลายหน้าที่การทางาน แต่ละชนิดจะทางานใน
ลักษณะที่แตกต่างกัน มีคุณลักษณะในการทางานแตกต่างกันไป และมีผลของการทางานท่ีแตกต่างกันด้วย
การแสดงผลการทางานของลอจิกเกตแตล่ ะชนิด สามารถแสดงได้ด้วยตารางความจริง (Truth Table)

11.2 บฟั เฟอรเ์ กต (BUFFER GATE)

บัฟเฟอร์เกต คือลอจิกเกตที่มีอินพุตเดียวและมีเอาต์พุตเดียว โดยค่าลอจิกทางอินพุตมีค่าเท่ากับค่า
ลอจิกทางเอาต์พุต น่ันหมายความว่าท่ีจุดสองจุดหรือท่ีสัญญาณสองตาแหน่งคือสถานะทางด้านอินพุตและ
สถานะทางด้านเอาต์พตุ มคี ่าเหมือนกัน สามารถเขยี นเป็นสมการลอจิกได้ คือ

Y=A
สัญลกั ษณท์ างลอจิกคือ

AY

รูปท่ี 11.2 สญั ลกั ษณข์ องบัฟเฟอรเ์ กต

ตารางท่ี 11.2 ตารางความจรงิ ของบัฟเฟอรเ์ กต

INPUT OUTPUT
AY
00
11

จากตารางความจริงจะเห็นว่าเมื่อป้อนอินพุตเป็นลอจิก 0 เอาต์พุตก็จะได้ 0 และเม่ือป้อนลอจิก 1
เอาตพ์ ตุ ก็จะได้ 1

บัฟเฟอร์เกตในตระกูล TTL ใช้เบอร์ 74LSxx ส่วนในตระกูล CMOS ใช้เบอร์ 54xxx โดยการสร้างมา
จากอปุ กรณ์ต่างๆ ทางดา้ นอิเลก็ ทรอนิกสท์ ั้งอุปกรณ์ประเภทพาสซีพ (Passive Device) และอปุ กรณ์ประเภท
แอกทฟี (Active Device) โดยมีโครงสรา้ งของวงจรดังนี้

AB

รูปที่ 11.3 วงจรแสดงสภาวะการต่อทอี่ ินพุตและเอาต์พุต

406

V1C4C 61A3 61Y2 151A 51Y0 49A 48Y

11A 12Y 23A 24Y 35A 36Y GN7D

รูปที่ 11.4 ตาแหน่งขาต่างๆ ของไอซบี ัฟเฟอร์เกตเบอร์ 74LS07

11.3 อนิ เวอร์เตอรเ์ กต หรือ นอตเกต (INVERTER GATE OR NOT GATE)

อินเวอร์เตอร์เกตหรือนอตเกต เป็นเกตที่มีอินพุตเดียวและมีเอาต์พุตเดียวเหมือนบัฟเฟอร์เกตแต่ค่า
ผลลัพธ์ท่ีออกเอาต์พุตจะตรงข้ามกับอินพุต โดยสถานะทางด้านเอาต์พุตของนอตเกตจะตรงข้ามกับสถานะ
ทางด้านอินพตุ เสมอ เขียนเป็นสมการลอจกิ ไดเ้ ป็น

สญั ลักษณ์ทางลอจิกคือ Y= A Y

A YA

(ก.) แบบมาตรฐาน (ข.) แบบอน่ื ๆ

รูปท่ี 11.5 สญั ลกั ษณ์ของอินเวอรเ์ ตอร์เกตหรอื นอตเกต

ตารางท่ี 11.3 ตารางความจริงของอินเวอรเ์ ตอรเ์ กต

INPUT OUTPUT

AY

01
10

จากตารางความจริงจะเห็นว่าเมื่อป้อนอินพุตเป็นลอจิก 0 เอาต์พุตก็จะเป็นลอจิก 1 และเมื่อป้อน
ลอจกิ 1 เอาตพ์ ุตก็จะเปน็ ลอจกิ 0 คา่ สถานะของอินพตุ และเอาต์พตุ มลี กั ษณะเป็น Complement กันเสมอ

อินเวอรเ์ ตอร์เกตในตระกลู TTL ใช้เบอร์ 74LS04 SN54LS04 เปน็ ต้น ส่วนในตระกลู CMOS ใช้เบอร์
CD40xx โดยการสร้างมาจากอุปกรณ์ต่างๆ ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ท้ังอุปกรณ์ประเภทพาสซีพ (Passive
Device) และอปุ กรณ์ประเภทแอกทีฟ (Active Device) โดยมีโครงสร้างของวงจรดังนี้

407

1A VCC
1Y 6A
2A 6Y
2Y 5A
3A 5Y
3Y 4A
GND 4Y
14 13 12 11 10 9 8

12345 67

รปู ที่ 11.6 ตาแหนง่ ขาตา่ งๆ ของไอซอี ินเวอรเ์ ตอร์เกตหรอื นอตเกตเบอร์ 74LS04

นอกจากน้ีแล้วสามารถเขียนให้อยู่ในรูปของวงจรไฟฟ้าได้ดังรูปท่ี 2.9 โดยมีการทางานคือ เมื่อไม่กด
สวิตช์ (A=0) หลอดไฟก็จะติดเปรียบเสมือนลอจิก 1 แต่เมื่อกดสวิตช์ (A=0) หลอดไฟก็จะไม่ติดเน่ืองจาก
กระแสจะไหลผ่านทางสวติ ช์ A เพียงทางเดยี วไม่ไหลผ่านหลอดไฟทาใหเ้ ปรียบ เสมอื นเป็นลอจกิ 0
11.4 ออรเ์ กต (OR GATE)

ออร์เกตเป็นเกตที่มีอินพุตต้ังแต่ 2 อินพุตขึ้นไป แต่มีเอาต์พุตเพียงเอาต์พุตเดียว คุณสมบัติของออร์
เกตเป็นดังนี้ คือ ถ้าหากอินพุตไม่มีสัญญาณป้อน (ลอจิก 0) เอาต์พุตก็จะไม่มีสัญญาณออก (ลอจิก 0) แต่ถ้า
อินพุตเพียงขาใดขาหนึ่งหรือทั้งหมดมีสัญญาณป้อน (ลอจิก 1) เอาต์พุตก็จะมีสัญญาณออก (ลอจิก 1) เช่นกนั
เขียนเป็นสมการลอจกิ ได้เป็น

สัญลักษณท์ างลอจิกคือ Y = B+A

AB Y

รปู ท่ี 11.7 สญั ลกั ษณข์ องออรเ์ กต

ตารางท่ี 11.4 ตารางความจรงิ ของออรเ์ กต

INPUTS OUTPUT
BA Y
00 0
01 1
10 1
11 1

408

ออร์เกตในตระกูล TTL ใช้เบอร์ 74LS32 DM54LS32 เป็นต้น ส่วนในตระกูล CMOS ใช้เบอร์
CD40xx โดยการสร้างมาจากอุปกรณ์ต่างๆ ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ท้ังอุปกรณ์ประเภทพาสซีพ (Passive
Device) และอุปกรณป์ ระเภทแอกทีพ (Active Device) โดยมีโครงสรา้ งของวงจรดังน้ี

A1 VCC
B1 A1
Y1 B1
A2 Y1
B2 A2
Y2 B2
GND Y2
14 13 12 11 10 9 8

123 456 7

รปู ที่ 11.8 ตาแหน่งขาต่างๆ ของไอซีออร์เกตเบอร์ 74LS32

11.5 แอนด์เกต (AND GATE)

แอนดเ์ กต เป็นเกตที่มจี านวนอินพุตตั้งแต่ 2 อนิ พุตขึน้ ไป แตม่ ีเอาต์พตุ เพียงเอาต์พุตเดียวคณุ สมบัติของ
แอนด์เกตเป็นดังนี้ คือ ถ้าหากอินพุตเพียงอินพุตใดอินพุตหนึ่ง หรือทุกอินพุตไม่มีสัญญาณป้อน (ลอจิก 0)
เอาต์พุตก็จะไม่มีสัญญาณออก (ลอจิก 0) แต่ถ้าทุกอินพุตมีสัญญาณป้อน (ลอจิก 1) เอาต์พุตก็จะมีสัญญาณ
ออก (ลอจิก 1) เขยี นเป็นสมการลอจิกได้เปน็

Y = B.A Y

เขียนในรูปสัญลักษณล์ อจิกได้เป็น

AB

รปู ที่ 11.9 สญั ลักษณข์ องแอนด์เกต

ตารางท่ี 11.5 ตารางความจรงิ ของแอนดเ์ กต

INPUTS OUTPUT
BA Y
00 0
01 0
10 0
11 1

409

ออร์เกตในตระกูล TTL ใช้เบอร์ 74LS08 DM54LS08 เป็นต้น ส่วนในตระกูล CMOS ใช้เบอร์
CD40xx โดยการสร้างมาจากอุปกรณ์ต่างๆ ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ท้ังอุปกรณ์ประเภทพาสซีพ (Passive
Device) และอปุ กรณ์ประเภทแอกทพี (Active Device) โดยมีโครงสรา้ งของวงจรดงั นี้

Vcc 46 4A 4Y 3B 3A 3Y
14 13 12 11 10 9 8

123 4 567
1A 1B 1Y 2A 2B 2Y GND

รูปท่ี 11.10 ตาแหน่งขาต่างๆ ของไอซีแอนดเ์ กตเบอร์ 74LS08

11.6 นอรเ์ กต (NOR GATE)

นอร์เกต เป็นเกตท่ีมีจานวนอินพุตต้ังแต่ 2 อินพุตขึ้นไป แต่มีเอาต์พุตเพียงเอาต์พุตเดียว หรือ
คุณสมบัติอีกนัยหนึ่งก็คือ การนาออร์เกตมาต่อร่วมกับนอตเกต โดยเอานอตเกตต่อเข้าที่เอาต์พุตของออร์เกต
ทาให้ได้คุณสมบัติตรงกันกับนอร์เกต โดยคุณสมบัติของนอร์เกตเป็นดังน้ี คือถ้าอินพุตทุกตัวไม่มีสัญญาณป้อน
(ลอจิก 0) ท่ีเอาต์พุตจะมีสัญญาณออก (ลอจิก 1) แต่ถ้าอินพุตขาใดขาหนึ่งหรือท้ังหมดมีสัญญาณปอ้ น (ลอจิก
1) เอาต์พตุ จะไมม่ ีสัญญาณออก (ลอจกิ 0) เขียนเป็นสมการลอจกิ ได้เป็น

Y = B+A

เขียนในรูปสญั ลักษณล์ อจิกจะได้เป็น

AB Y

รปู ท่ี 11.11 สัญลักษณ์ของนอรเ์ กต

ตารางท่ี 11.6 ตารางความเป็นจริงของนอร์เกต

INPUTS OUTPUT
BA Y
00 1
01 0
10 0
11 0

410

A1 VCC
B1 A1
Y1 B1
A2 Y1
B2 A2
Y2 B2
GND Y2
14 13 12 11 10 9 8

123 456 7

รูปที่ 11.12 ตาแหนง่ ขาต่างๆ ของไอซีนอร์เกตเบอร์ 74LS33

11.7 แนนด์เกต (NAND GATE)

แนนด์เกต เป็นเกตที่มีจานวนอินพุตตั้งแต่ 2 อินพุตข้ึนไป แต่มีเอาต์พุตเพียงเอาต์พุตเดียว หรือ
คุณสมบัติอีกนัยหนึ่งก็คือ การนาแอนด์เกตมาต่อร่วมกับนอตเกต โดยเอานอตเกตต่อเข้าท่ีเอาต์พุตของแอนด์
เกตทาให้ได้คุณสมบัติตรงกันกับแนนด์เกต คุณสมบัติของแนนด์เกตเป็นดังนี้คือ ถ้าอินพุตใดอินพุตหน่ึงหรือ
อินพุตทุกอินพุตไม่มีสัญญาณป้อน (ลอจิก 0) เอาต์พุตจะมีสัญญาณออก (ลอจิก 1) แต่อินพุตทุกตัวมีสัญญาณ
ป้อน (ลอจกิ 1) เอาตพ์ ตุ จะไมม่ สี ัญญาณออก (ลอจกิ 0) เขียนเป็นสมการลอจกิ ได้เป็น

Y = B.A

เขียนในรูปสญั ลักษณ์ไดด้ ังนี้

AB Y

รูปท่ี 11.13 สัญลักษณ์ของแนนดเ์ กต
ตารางท่ี 11.7 ตารางความจรงิ ของแนนด์เกต

INPUTS OUTPUT
BA Y
00 1
01 1
10 1
11 0

411

A1 VCC
B1 A4
Y1 B4
A2 Y4
B2 A3
Y2 B3
GND Y3
14 13 12 11 10 9 8

123 456 7

รปู ท่ี 11.14 ตาแหนง่ ขาต่างๆ ของไอซีแนนด์เกตเบอร์ 74LS00

11.8 เอ๊กซค์ ลูซฟี ออรเ์ กต (EXCLUSIVE OR GATE)

เอ๊กซ์คลซู ีฟออรเ์ กต อาจเรยี กสน้ั ๆ ว่าเอก๊ ซ์ออร์เกต (EX-OR GATE) เปน็ เกตทม่ี อี ินพุต 2 อนิ พตุ และ
มีเอาต์พุต 1 เอาต์พุต คุณสมบัติของเอ๊กซ์คลูซีฟออร์เกตเป็นดังนี้คือ ถ้าอินพุตท้ังสองมีค่าต่างกันเอาต์พุตจะมี
สญั ญาณออก และถา้ อนิ พตุ ทงั้ สองมีคา่ เหมือนกัน เอาตพ์ ตุ จะไม่มีสญั ญาณออก เขยี นเปน็ สมการลอจิกไดเ้ ป็น

Y=BA

หรือ Y = BA+BA
เขยี นในรูปสญั ลกั ษณล์ อจิกได้เปน็

AB Y

รปู ที่ 11.15 สญั ลักษณ์ของเอ๊กซ์คลูซีฟออรเ์ กต

ตาราง 11.8 ความเปน็ จริงของเอ๊กซ์คลูซฟี ออร์เกต

INPUTS OUTPUT
BA Y
00 0
01 1
10 1
11 0
11.9 เอ๊กซค์ ลูซีฟนอร์เกต (EXCLUSIVE NOR GATE)

เอ๊กซ์คลูซีฟนอร์เกต อาจเรียกส้ันๆ ว่าเอ๊กซ์นอร์เกต (EX-NOR GATE) เป็นเกตที่มีอินพุต 2 อินพุต
และมีเอาต์พุต 1 เอาต์พุต คุณสมบัติของเอ๊กซ์คลูซีฟนอร์เกตเป็นดังน้ีคือ ถ้าอินพุตทั้งสองมีค่าต่างกันเอาต์พุต

412

จะไมม่ สี ัญญาณออก และถ้าอินพุตทัง้ สองมีค่าเหมือนกัน เอาตพ์ ุตจะมีสัญญาณออก เขยี นเป็นสมการลอจิกได้
เป็น

หรอื Y = BA+BA
เขียนในรูปสัญลกั ษณล์ อจิกได้เปน็ Y=BA

AB Y

รูปที่ 11.16 สญั ลกั ษณ์ของเอ๊กซค์ ลูซีฟออรเ์ กต

ตารางท่ี 11.9 ตารางความจรงิ ของเอก๊ ซค์ ลูซีฟนอร์เกต

INPUTS OUTPUT
BA Y
00 1
01 0
10 0
11 1

11.10 การกาเนิดสญั ญาณ

สญั ญาณทีถ่ ูกนามาใช้งานทางด้านพลั ส์และดจิ ิตอล จะตอ้ งใช้สญั ญาณคล่ืนสี่เหล่ยี ม ซึ่งเป็นสญั ญาณท่ี
จาเป็นต่อการใช้งานทางด้านดิจติ อล วงจรกาเนิดสัญญาณคลื่นสี่เหล่ียมก็คือวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ที่
กล่าวไวแ้ ลว้ ในหนว่ ยท่ี 8 วงจรอะสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอรน์ อกจากจะสามารถสรา้ งขึ้นด้วยอุปกรณส์ ารก่งึ ตัวนา
จาพวก ทรานซิสเตอร์ ออปแอมป์ และไอซี 555 แล้วยังสามารถสร้างด้วยไอซีลอจิกได้ เช่น ชมิตต์ทริกเกอร์
นอตเกต และชนิดชมิตต์ทริกเกอร์แนนด์เกต เป็นต้น สัญญาณคลื่นส่ีเหล่ียมที่นามาใช้งานนี้จะถูกเรียกว่า
สญั ญาณนาฬกิ า (Clock Signal) หรือสญั ญาณนาฬกิ าดิจติ อล (Clock Signal Digital)
11.11 บทสรุป

ลอจิกเกต คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทางานโดยใช้หลักการทางดิจิตอลอิเล็กทรอนิกส์หรือทาง
อิเล็กทรอนิกส์ลอจิก ถูกสร้างข้ึนจากการนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดมาต่อวงจรร่วมกัน เช่น ตัว
ต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และเฟต เป็นต้น คุณสมบัติในการทางานของลอจิกเกตจะทาหน้าที่เป็นสวิตช์
อิเล็กทรอนิกส์ มีข้ัวอินพุตต้ังแต่หนึ่งขั้วข้ึนไป เพ่ือควบคุมการทางานของวงจรแต่มีเอาต์พุตเพียงเอาต์พุตเดยี ว
อินพุตที่ป้อนเข้าวงจรเป็นสัญญาณพัลส์หรือแรงดันไฟตรงต่างระดับ แสดงค่าออกเป็น 2 สภาวะ แสดงค่าทาง

413

พชี คณติ เปน็ เลข “1” หรือเลข “0” และแสดงค่าในแบบอนื่ ๆ ได้อกี เช่น ระดับแรงดนั 0 V หรือ 5 V วงจรต่อ
(ON) หรอื วงจรตดั (OFF) และถกู (True) หรือผิด (False) เป็นต้น

ลอจิกเกตทผี่ ลิตขึน้ มาใชง้ าน ถูกสรา้ งออกมาในรูปของ IC ชนดิ ตา่ งๆ เช่น IC ชนดิ ทที แี อล (TTL) และ
IC ชนิดซีมอส (CMOS) ลอจิกเกตท่ีผลิตออกมาใช้งานมีหลายชนิด หลายหน้าที่การทางาน เช่น บัฟเฟอร์เกต
นอตเกต ออร์เกต แอนด์เกต นอร์เกต แนนด์เกต และเอ๊กซ์ออร์เกตเป็นต้น การแสดงผลการทางานของลอจิก
เกตแต่ละชนดิ สามารถแสดงได้ดว้ ยตารางความจรงิ

สญั ญาณท่ถี กู นามาใชง้ านทางด้านพลั ส์และดจิ ติ อล จะตอ้ งใช้สัญญาณคลื่นสีเ่ หลย่ี ม ซงึ่ เป็นสัญญาณท่ี
จาเปน็ ตอ่ การใช้งานทางด้านดจิ ติ อล จะถูกเรียกว่า สัญญาณนาฬกิ า

414

17. ใบงานท่ี 11

หนว่ ยการสอนที่ 11 ชอื่ หน่วยการสอน ลอจกิ เกตและการกาเนิดสัญญาณ

หัวข้อเรือ่ ง ลอจกิ เกตและการกาเนิดสัญญาณ

ใบปฏบิ ัตงิ าน 11.1 ไอซชี มติ ต์ทริกเกอร์ลอจิกเกต

จุดประสงค์

1. ประกอบวงจรไอซีชมิตตท์ ริกเกอรล์ อจิกเกตชนดิ ต่างๆได้

2. บอกผลการทางานของไอซีชมิตต์ทริกเกอรล์ อจกิ เกตแต่ละชนิดได้

3. เกิดความสามัคคีในการทางานกลมุ่

เคร่ืองมือและอุปกรณ์

1. แผงทดลองดจิ ิตอล 1 ชุด

2. IC เบอร์ 7414, 7424 (หรือ 74132) เบอร์ละ 1 ตวั

3. คมู่ อื การใช้งาน IO TTL 1 เล่ม

4. สายต่อวงจร 1 ชดุ

ลาดบั ข้ันตอนการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 11.1

2. ทดสอบคุณสมบัติของลอจิกเกต บันทึกผลลงในตารางท่ี 11.1 ช่องเอาต์พุต ค่า LED ดับหรือติด

และเขียนสภาวะลอจิกลงในช่อง Y ตามสภาวะการทางานของ LED

+5V

VCC 14 13 12 11 10 9 8 อินพุต เอาตพ์ ตุ

7414 A LED Y
ดับ ตดิ
1 2 3 4 5 6 7 GND 10

1 ตารางท่ี 11.1

0 22R0L LED
รปู ที่ 11.1 วงจรชมติ ต์ทรกิ เกอรน์ อตเกตใช้ IC เบอร์ 7414

3. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 11.2 ทดลองและบันทึกผลลงในตารางท่ี 11.2 ช่องเอาต์พุต ค่า LED ดับ

หรอื ตดิ และเขียนสภาวะลอจิกลงในชอ่ ง Y ตามสภาวะทางานของ LED

415

+5V

VCC 14 13 12 11 10 9 8 อนิ พตุ เอาต์พุต

A B YLED
1100 0101
ดบั ตดิ

1 0 1 2 3 4 5 6 7 GND

A

B 22R0L LED

รูปท่ี 11.2 วงจรชมติ ตท์ รกิ เกอรแ์ นนดเ์ กตใช้ IC เบอร์ 7424 ตารางที่ 11.2

สรุปผลการทดลอง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คาถามและการวเิ คราะห์

1. ชมติ ตท์ ริกเกอรน์ อตเกต มคี ุณสมบัตใิ นการทางานเหมอื นหรอื แตกตา่ งกบั นอตเกตธรรมดาอยา่ งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ชมิตต์ทริกเกอรแ์ นนด์เกต มคี ณุ สมบตั ิในการทางานเหมือนหรอื แตกต่างกบั แนนดเ์ กตธรรมดาอยา่ งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

416

ใบปฏบิ ัตงิ าน 11.2วงจรกาเนิดสัญญาณนาฬิกา

จุดประสงค์

1. ประกอบวงจรกาเนดิ สัญญาณนาฬิกาชนดิ ตา่ งๆได้

2. บอกผลการทางานของวงจรกาเนดิ สญั ญาณนาฬิกาแต่ละชนิดได้

3. เกดิ ความรักสามคั คีในหมู่คณะ

เครือ่ งมอื และอุปกรณ์

1. ออสซลิ โลสโคปชนดิ 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เครอื่ ง

2. แผงทดลองดิจิตอล 1 ชุด

3. IC เบอร์ 7414, 7424 เบอรล์ ะ 1 ตัว

4. ตวั ตา้ นทาน 10kΩ, 20kΩ; 0.5W ค่าละ 1 ตัว

5. ตวั เก็บประจุ 10µF, 47µF; 10V ค่าละ 1 ตัว

6. ค่มู ือการใชง้ าน IC TTL 1 เลม่

7. สายต่อวงจร 1 ชดุ

ลาดบั ขน้ั ตอนการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 11.3 พร้อมทงั้ จา่ ยแรงดนั 5V ใหต้ ัว IC เบอร์ 7414

7414 EO ออสซิลโลสโคป
12

CH1 CH2

VC
C R = 10k
10µF

รูปท่ี 11.3 วงจรกาเนิดสัญญาณแบบใช้ชมติ ต์ทริกเกอร์นอตเกตร่วมกบั ตัว RC
2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวัดค่าในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ
ออสซิลโลสโคปวัดอินพุตที่ VC และให้อินพุต CH2 ของออสซิลโลสโคปวัดท่ีเอาต์พุต EO วัดรูปคล่ืน และระดับ
ความแรงสัญญาณ ท้ังอินพุต VC และเอาต์พุต EO บันทึกค่าต่างๆ และรูปร่างสัญญาณไว้ในตารางที่ 11.3 ให้มี
ทง้ั รปู และเฟสสญั ญาณสมั พนั ธก์ ันที่ R=10kΩ, C=10µF

417

ตารางท่ี 11.3 รูปสัญญาณ ความแรง และความถี่ ของคล่ืนอินทิเกรต และคลนื่ พัลส์

ตาแหนง่ รปู ร่างสัญญาณ Volt/Div Time/Div ความแรง ความกว้าง 1 ความถ่ี
คา่ อปุ กรณ์ ท่ตี งั้ ค่า ทต่ี ั้งค่า (VP-P) รอบคลน่ื คา่ (Hz)

T (s)

VC

R = 10kΩ

C = 10µF

Eo

R = 10kΩ

C = 10µF

VC

R = 20kΩ

C = 10µF

Eo

R = 20kΩ

C = 10µF

VC
R = 10kΩ

C = 47µF

Eo

R = 10kΩ

C = 47µF

3. เปลี่ยนค่าความต้านทานและค่าความจุดังนี้ R=20kΩ, C=10µF ชุดหน่ึง และ R=10kΩ, C=47µF

อีกชุดนึงตามลาดับ วัดและบันทกึ รปู คลน่ื และระดับความแรงสญั ญาณทั้งอินพุต VC และเอาตพ์ ุต EO บันทึกค่า

ไว้ในตารางที่ 11.3 ให้มีรูปและเฟสสัญญาณสัมพันธ์กันท่ี R=20kΩ, C=10µF และ R=10kΩ, C=47µF

ตามลาดบั

4. นาค่าท่ีวัดได้ในตารางที่ 11.3 ช่องความกว้าง 1 รอบคลื่นค่า T ทุกค่ามาคานวณหาค่าความถ่ีถูก

กาเนดิ มา บนั ทกึ ค่าลงในช่องความถี่ทกุ คา่ โดยใชส้ ูตรคานวณดังนี้

F=1



…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

418

5. ประกอบวงจรตามรูปที่ 11.4 พร้อมทงั้ จ่ายแรงดัน 5V ใหต้ ัว IC เบอร์ 7424

+5V 7424 EO ออสซลิ โลสโคป
1 3
CH1 CH2
2

VC

C R=10k
10µF

รูปท่ี 11.4 วงจรกาเนดิ สัญญาณนาฬิกาแบบใชช้ มิตต์ทริกเกอร์แนนดเ์ กตรว่ มกบั ตวั RC

6. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวัดค่าในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ
ออสซิลโลสโคปวัดอินพุตท่ี VC และให้อินพุต CH2 ของออสซิลโลสโคปวัดที่เอาต์พุต EO วัดรูปคล่ืน และระดับ
ความแรงสัญญาณ ทั้งอินพุต VC และเอาต์พุต EO บันทึกค่าต่างๆ และรูปร่างสัญญาณไวใ้ นตารางท่ี 11.4 ให้มี
ทั้งรูปและเฟสสญั ญาณสมั พนั ธก์ ันที่ R=10kΩ, C=10µF

ตารางท่ี 11.4 รปู สญั ญาณ ความแรง และความถี่ ของคลื่นอินทเิ กรต และคลน่ื พลั ส์

ตาแหนง่ รูปรา่ งสญั ญาณ Volt/Div Time/Div ความแรง ความกวา้ ง 1 ความถี่
คา่ อปุ กรณ์ ทตี่ งั้ ค่า ทตี่ ง้ั คา่ (VP-P) รอบคลนื่ ค่า (Hz)

T (s)

VC
R = 10kΩ

C = 10µF

Eo

R = 10kΩ

C = 10µF

VC
R = 20kΩ

C = 10µF

Eo

R = 20kΩ

C = 10µF

VC
R = 10kΩ

C = 47µF

Eo

R = 10kΩ

C = 47µF

419

7. นาค่าที่วัดได้ในตารางที่ 11.4 ช่องความกว้าง 1 รอบคล่ืนค่า T ทุกค่ามาคานวณหาค่าความถ่ีถูก
กาเนิดมา บันทกึ ค่าลงในช่องความถ่ีทุกค่า โดยใช้สูตรคานวณดังน้ี
F=1



…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

8. งดจ่ายแรงดนั +5V ให้ขาอินพุต 1 ตวั IC เบอร์ 7424 วดั ที่สัญญาณที่เกดิ ขึน้ ในวงจรอกี คร้ัง เกดิ ผล
เช่นไร....................................................................................................................................................................

9. นาขาอินพุต 1 ตัว IC เบอร์ 7424 มาต่อร่วมกับขาอินพุต 2 วัดสัญญาณที่เกิดขึ้นในวงจรอีกคร้ัง
เกดิ ผลเช่นไร.........................................................................................................................................................
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวิเคราะห์
1. วงจรกาเนิดสัญญาณนาฬิกาชมิตต์ทริกเกอร์นอตเกต สามารถกาเนิดสัญญาณข้ึนมาได้ตามต้องการได้
หรอื ไม่ ผลการทางานของวงจรเปน็ เช่นไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. วงจรกาเนิดสัญญาณนาฬิกาชมิตต์ทริกเกอร์แนนด์เกต สามารถกาเนิดสัญญาณขึ้นมาได้ตามต้องการได้
หรือไม่ ผลการทางานของวงจรเปน็ เช่นไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

420

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ชอ่ื กลุม่ ……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................

รายช่ือสมาชกิ

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขท…่ี ….

3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลมุ ชัดเจน (ความรู้เกยี่ วกับเน้อื หา ความถกู ต้อง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนาเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาให้ผู้ฟังมีความ

สนใจ

รวม

ผู้ประเมิน…………………………………………………

เกณฑก์ ารให้คะแนน

1. เนื้อหาสาระครอบคลมุ ชัดเจนถกู ตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถ้วนถกู ต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์

2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์

1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ กู ต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์

2. รปู แบบการนาเสนอ

3 คะแนน = มีรปู แบบการนาเสนอท่เี หมาะสม มีการใชเ้ ทคนคิ ท่แี ปลกใหม่ ใช้สือ่ และเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอทนี่ า่ สนใจ นาวัสดใุ นทอ้ งถิน่ มาประยุกตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ และ

ประหยดั

2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้สอ่ื และเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจ

แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วัสดุในทอ้ งถนิ่

1 คะแนน = เทคนคิ การนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ

3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ บี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกล่มุ

1 คะแนน = สมาชิกสว่ นน้อยมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกลมุ่

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผ้ฟู งั มากกวา่ รอ้ ยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

2 คะแนน = ผฟู้ งั รอ้ ยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ความรว่ มมือ

421

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

ช่ือกลุม่ ……………………………………………ชน้ั ………………………ห้อง............................
รายชอ่ื สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท…่ี …. 4……………………………………เลขที่…….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคดิ เหน็
321
1 การกาหนดเปา้ หมายร่วมกนั
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏบิ ตั หิ น้าท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมนิ ผลและปรบั ปรงุ งาน

รวม

ผู้ประเมนิ …………………………………………………
วันที่…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
1. การกาหนดเปา้ หมายรว่ มกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการกาหนดเป้าหมายการทางานอย่างชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีสว่ นรว่ มในการกาหนดเปา้ หมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนน้อยมสี ว่ นร่วมในการกาหนดเปา้ หมายในการทางาน
2. การหน้าทรี่ ับผดิ ชอบและการเตรยี มความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทัว่ ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มีการจดั เตรยี ม
สถานท่ี สื่อ/อปุ กรณไ์ ว้อยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีส่ือ/อปุ กรณไ์ ว้อยา่ งพร้อมเพรียง
แต่ขาดการจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ท่วั ถึงและมสี อ่ื / อปุ กรณ์ไมเ่ พยี งพอ
3. การปฏบิ ตั ิหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเรจ็ ตามเปา้ หมาย และตามเวลาทกี่ าหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเรจ็ ตามเปา้ หมาย แตช่ ้ากวา่ เวลาทีก่ าหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมนิ ผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนรว่ มปรกึ ษาหารอื ตดิ ตาม ตรวจสอบ และปรับปรงุ งานเปน็ ระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ว่ นร่วมปรกึ ษาหารือ แตไ่ มป่ รบั ปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นรว่ มไม่มสี ่วนรว่ มปรกึ ษาหารือ และปรับปรงุ งาน

422

19. แบบฝึกหัด

แบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ยที่ 11
ลอจิกเกตและการกาเนดิ สัญญาณ
คาส่งั อธบิ ายให้ไดใ้ จความสมบรู ณแ์ ละแสดงวธิ ีทาใหถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์
1. บอกคุณสมบัติของลอจิกเกตต่อไปน้ี
1) บัฟเฟอรเ์ กต
2) นอตเกต
3) ออรเ์ กต
4) แอนด์เกต
5) นอร์เกต
6) แนนดเ์ กต
7) เอ๊กซ์ออร์เกต
8) เอ๊กซน์ อร์เกต
2. การทานอรเ์ กตและแนนดเ์ กตใหเ้ ปน็ นอตเกตทาได้อย่างไร
3. เอ๊กซ์คลซู ีฟออร์เกตคอื ลอจิกเกตชนิดใด มีคณุ สมบัติในการทางานอยา่ งไร
4. สัญญาณนาฬกิ าคืออะไร การกาเนดิ สญั ญาณนาฬกิ าทาได้อยา่ งไร

423

20. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จัดหนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมทงั้ ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจติ พิสยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สื่อ นวตั กรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเข้าสอน

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มวี ธิ ีการนาเข้าสู่บทเรยี นทีน่ า่ สนใจ

5. มีกิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพ่อื ช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กิจกรรมท่สี ่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นคน้ คว้าเพ่ือหาคาตอบด้วยตนเอง

7. นักเรยี นมสี ว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จดั กิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งเสรี

10. จดั กจิ กรรมการเรียนรทู้ เี่ ช่อื มโยงกับชีวิตจริงโดยนาภมู ปิ ญั ญา/บรู ณาการเขา้ มามีส่วนรว่ ม

11. จัดกจิ กรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มกี ารเสรมิ แรงเม่ือนักเรยี นปฏิบตั ิ หรือตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รียน

14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รียน อย่างทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทก่ี าหนด

ด้านสื่อ นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้

16. ใช้สือ่ ท่ีเหมาะสมกบั กิจกรรมและศกั ยภาพของผู้เรยี น

17. ใชส้ ือ่ แหลง่ การเรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสารสื่อ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นตน้

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อยา่ งท่ัวถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ว่ นร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้งั ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจิตพสิ ัย

20. ครู ผูเ้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกย่ี วข้องมีสว่ นรว่ ม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏิบตั ิ 5 = ปฏบิ ตั ดิ เี ย่ยี ม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = ปฏบิ ตั ิพอใช้ 2 รวม

= ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉลี่ย

424

20.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแกป้ ญั หา

ปญั หาที่พบ แนวทางแกป้ ัญหา

ด้านการเตรียมการสอน

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านการวดั ประเมินผล

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ)

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ลงช่อื ........................................................................ ครผู ูส้ อน
(นายปฏิพาน สนี าบญุ )
ตาแหน่ง ครพู ิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทึกการนิเทศและติดตาม 425
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตาแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม

426

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมุง่ เน้นสมรรถนะอาชพี

และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหสั วิชา 20105-2006 วชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง

หน่วยที่ 12 ชอื่ หน่วย ฟลิปฟลอป

ช่ือเรอื่ ง ฟลปิ ฟลอป จานวน 4 ชวั่ โมง

1. สาระสาคญั

ฟลิปฟลอป หรือท่ีรู้จักในชื่อไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และอาจเรียกว่า มัลติไวเบรเตอร์แบบทวิ

เสถียร เป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์ชนิดท่ีในการเปลี่ยนแปลงการทางานจะต้องมีสัญญาณอินพุตป้อนเข้ามา

ควบคุมในการทางาน สภาวะการทางานของวงจรเป็นลักษณะวงจรเสถียรภาพอยู่ 2 สภาวะ แบ่งสภาวะการ

ทางานลกั ษณะเสถยี รภาพออกเป็น 2 สว่ น โดยวงจรสว่ นหนึง่ อยู่ในสภาวะทางานตลอดเวลา วงจรอีกส่วนหน่ึง

อยู่ในสภาวะหยุดทางานตลอดเวลา การเปล่ียนสภาวะการทางานของวงจรแต่ละคร้ัง ต้องมีสัญญาณป้อนเข้า

มาควบคุมจากภายนอก ส่งเข้ามาควบคุมการเปลี่ยนแปลงการทางาน สัญญาณป้อนเข้ามาควบคุมหนึ่งครั้ง

สภาวะการทางานของวงจรถูกเปลี่ยนไปเป็นตรงข้าม เม่ือสัญญาณป้อนเข้ามาควบคุมเป็นครั้ง ท่ีสอง สภาวะ

การทางานของวงจรถูกเปลี่ยนไปเป็นตรงข้ามอีกครั้ง คือเปลี่ยนกลับมาอยู่ในสภาวะเดิมของคร้ัง แรก การ

ทางานของวงจรจึงเปลีย่ นกลับไปกลับมาระหว่างสภาวะคงทท่ี ั้ง สองนี้

2. สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
ด้านความรู้
1. อธบิ ายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบใช้
2. อธิบายคณุ สมบัตกิ ารทางาน RS ฟลปิ ฟลอปได้
3. อธิบายคุณสมบตั ิการทางาน D ฟลปิ ฟลอปได้
4. อธบิ ายคุณสมบัติการทางาน JK ฟลิปฟลอปได้
ด้านทักษะและการประยกุ ตใ์ ช้
1. ต่อวงจรฟลิปฟลอปตามแบบทก่ี าหนดใหไ้ ด้
2. บนั ทกึ ผลการทางานของวงจรฟลิปฟลอปแต่ละชนดิ ได้
ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพยี ง
1. เกดิ ความรว่ มมือร่วมใจในการทางาน

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป

1. เพอ่ื ใหม้ คี วามร้เู กี่ยวกบั การทางานของฟลิปฟลอบ
2. เพ่อื ใหม้ ที กั ษะในการสาธิตการเลือกฟลิปฟลอบแต่ละชนดิ ไปใช้งานอย่างเหมาะสม
3. เพอ่ื ให้มีเจตคตทิ ่ดี ีในการติดตามสญั ญาณนาฬกิ าใช้ควบคมุ การทางาน

427

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. อธิบายการทางานวงจรฟลปิ ฟลอบแบบใชท้ รานซสิ เตอร์ได้ (ดา้ นพุทธิพิสยั )
2. อธบิ ายคุณสมบัติการทางาน RS ฟลิปฟลอปได้ (ดา้ นพทุ ธิพิสัย)
3. อธิบายคณุ สมบตั ิการทางาน D ฟลปิ ฟลอปได้ (ดา้ นพุทธิพิสยั )
4. อธิบายคณุ สมบตั ิการทางาน JK ฟลปิ ฟลอปได้ (ดา้ นพุทธิพิสยั )
5. ตอ่ วงจรฟลปิ ฟลอปตามแบบที่กาหนดให้ได้ (ด้านทกั ษะพสิ ัย)
6. บนั ทึกผลการทางานของวงจรฟลปิ ฟลอปแตล่ ะชนิดได้ (ด้านทักษะพิสัย)
7. เกดิ ความร่วมมือร่วมใจในการทางาน (ด้านจติ พสิ ัย)

4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. วงจรฟลปิ ฟลอป
2. สญั ญาณนาฬิกาควบคุมการทางาน
3. RS ฟลปิ ฟลอป
4. RS ฟลปิ ฟลอปควบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกา
5. D ฟลปิ ฟลอป
6. T ฟลิปฟลอป
7. JK ฟลปิ ฟลอป
8. JK ฟลิปฟลอปควบคุมดว้ ยสญั ญาณนาฬิกา
9. ขั้วควบคมุ อิสระของฟลปิ ฟลอป
10. บทสรปุ

4.2 ดา้ นทกั ษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองท่ี 12 ฟลปิ ฟลอป
2. แบบทดสอบบทท่ี 12

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. ใช้เครื่องมือในการทดสอบได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู้

ข้นั ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ขน้ั ตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผ้เู รยี น

ขนั้ เตรยี ม(10 นาที) ขัน้ เตรียม(10 นาที)

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนารายวชิ า 1. ผู้เรยี นเตรยี มหนงั สือและฟงั ผ้สู อนแนะนารายวิชา

วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้กับวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลท่ีใช้กับวิชา

วงจรพัลส์และสวิตชงิ วงจรพัลส์และสวิตชิง

428

2. ผู้สอนช้ีแจงเรื่องที่จะศึกษาและจุดประสงค์เชิง 2. ผู้เรียนฟังผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะศึกษาและ

พฤติกรรมประจาหน่วยท่ี 12 เรอื่ ง ฟลิปฟลอป จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยท่ี 12 เร่ือง

ฟลิปฟลอป

ข้ันการสอน(210 นาที) ข้ันการสอน(210 นาที)

1. ผู้สอนอธิบายเน้ือหาวชิ าวงจรพัลส์และสวติ ชิง 1. ผู้เรียนฟังผู้สอนอธิบายเน้ือหาวิชาวงจรพัลส์

หน่วยท่ี 12 เรอื่ ง ฟลปิ ฟลอป และสวิตชิงหนว่ ยที่ 12 เร่อื ง ฟลปิ ฟลอป

2. ผ้สู อนใหผ้ ้เู รียนเปดิ หนังสือเรยี นวงจรพลั สแ์ ละสวิ 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาวงจรพัลส์และสวิตชงิ

ตชิงหนว่ ยท่ี 12 เรื่อง ฟลิปฟลอปและอธิบายเน้อื หา หน่วยท่ี 12 เรอ่ื ง ฟลิปฟลอป

ให้ผูเ้ รยี นฟัง 3. ผูเ้ รยี นทาใบงานที่ 12 เรื่อง ฟลปิ ฟลอป

3. ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นทาใบงานที่ 12 เรื่อง ฟลปิ ฟลอป

ขน้ั สรุป(20 นาที) ข้ันสรุป(20 นาที)

1. ผู้สอนให้ผู้เรยี นทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 12 1. ผเู้ รียนร่วมกันสรปุ เนอ้ื หาท่ีไดเ้ รยี นใหม้ ีความ

2. ผู้สอนและผเู้ รยี นร่วมกันสรุปเนื้อในหนว่ ยเรียนท่ี เขา้ ใจในทิศทางเดียวกัน

12 เรื่อง ฟลปิ ฟลอป 2. ผ้เู รียนทาแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 12

6. สือ่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้

6.1 สอ่ื สิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั สแ์ ละสวิตชงิ
2. ใบงานท่ี 12 ฟลปิ ฟลอป
3. แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 12
4. หนังสือเรียนวชิ า วงจรพัลสแ์ ละสวติ ชิง

6.2 สื่อโสตทศั น์
1. Power Point เรื่องฟลิปฟลอป

6.3 สอ่ื ของจริง
1. อุปกรณ์จากการทดลองใบงานท่ี 12

7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา

1. ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดิน
2. ห้องอินเตอรเ์ นต็ วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดนิ

429

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา

1. หอ้ งสมุดเฉลิมพระเกยี รติอาเภอสว่างแดนดนิ
2. หอ้ งสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกมุ ารีอาเภอสวา่ งแดนดนิ

8. งานทม่ี อบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. ผู้เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ศึกษาเนื้อหา ในบทท่ี 12 เรอ่ื ง ฟลิปฟลอป
2. รายงานผลหน้าชั้นเรยี น
3. ปฏบิ ตั ิใบปฏิบัตงิ านที่ 12 เรอ่ื ง ฟลิปฟลอป
4. สรปุ ผลการทดลอง

8.3 หลงั เรยี น
1. ทาแบบฝกึ หดั บทที่ 12

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ทเ่ี กิดจากการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น

1. แบบฝึกหดั บทท่ี 12 ใบปฏบิ ัติงานท่ี 12
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอ้างองิ

1. พนั ธศ์ กั ดิ์ พุฒิมานติ พงศ.์ วงจรพลั ส์และสวิตชิง. : ศูนยส์ ง่ เสริมอาชวี ะ (ศสอ)

11. การบูรณาการ/ความสมั พันธก์ บั รายวิชาอ่นื

1. บรู ณาการกับวชิ าวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
2. บรู ณาการกบั วชิ าอปุ กรณ์อิเล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 กอ่ นเรยี น
1. ความรูเ้ บื้องตน้ ก่อนการเรียนการสอน

12.2 ขณะเรยี น
1. สงั เกตการทางาน

12.3 หลงั เรียน
1. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 12
2. ตรวจใบงานที่ 12

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 อธบิ ายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบใช้ทรานซสิ เตอรไ์ ด้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

430

2. เครือ่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธบิ ายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบใช้ทรานซสิ เตอร์ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายการทางานวงจรฟลปิ ฟลอบแบบใชท้ รานซิสเตอร์ได้ จะได้ 2 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อท่ี 2 อธบิ ายคณุ สมบัตกิ ารทางาน RS ฟลปิ ฟลอปได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายคุณสมบัติการทางาน RS ฟลปิ ฟลอปได้
4. เกณฑ์การผ่าน : อธิบายคุณสมบตั กิ ารทางาน RS ฟลปิ ฟลอปได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ขอ้ ท่ี 3 อธบิ ายคุณสมบัตกิ ารทางาน D ฟลิปฟลอปได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธบิ ายคุณสมบัติการทางาน D ฟลิปฟลอปได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายคุณสมบัตกิ ารทางาน D ฟลิปฟลอปได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อที่ 4 อธบิ ายคณุ สมบตั ิการทางาน JK ฟลิปฟลอปได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธิบายคุณสมบตั ิการทางาน JK ฟลิปฟลอปได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธบิ ายคุณสมบัติการทางาน JK ฟลปิ ฟลอปได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อท่ี 5 ตอ่ วงจรฟลปิ ฟลอปตามแบบทกี่ าหนดให้ได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถต่อวงจรฟลปิ ฟลอปตามแบบทก่ี าหนดให้ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ต่อวงจรฟลปิ ฟลอปตามแบบท่ีกาหนดให้ได้ จะได้ 2 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 6 บันทึกผลการทางานของวงจรฟลิปฟลอปแต่ละชนดิ ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบนั ทกึ ผลการทางานของวงจรฟลิปฟลอปแต่ละชนิดได้
4. เกณฑ์การผ่าน : บนั ทึกผลการทางานของวงจรฟลิปฟลอปแต่ละชนดิ ได้ จะได้ 2 คะแนน

431

14. แบบทดสอบกอ่ นเรียน

หน่วยการสอนท่ี 12. ช่อื หน่วยการสอน ฟลปิ ฟลอป

วตั ถุประสงค์ เพ่อื ประเมินความรู้พ้ืนฐานเก่ยี วกับฟลปิ ฟลอป

ข้อคาถาม

ตอนท่1ี จงเลือกคาตอบท่ถี ูกตอ้ งทส่ี ุด

1. วงจรฟลิปฟลอปคืออะไร

ก. วงจรท่ีใชใ้ นการเปล่ียนการทางานต้องมสี ัญญาณนาฬกิ ามาควบคมุ

ข. วงจรที่มีสถานการณท์ างานคงที่อยู่ 2 สถานะตรงขา้ มกัน

ค. วงจรท่ีสภาวะการทางานอย่ใู นรูปลอจกิ 0 และ 1

ง. ถกู ทกุ ขอ้

2. การนาวงจรฟลปิ ฟลอปไปใช้งานเบือ้ งจน้ เป็นวงจรอะไร

ก. หนว่ งเวลา ข. สวติ ชต์ ัง้ เวลา

ค. เก็บข้อมูลขนาด 1 บิต ง. ปรับเปลี่ยนระดบั สัญญาณออก

3. สัญญาณนาฬิกาที่ใชใ้ นฟลิปฟลอปทาหน้าที่อะไร

ก. กระต้นุ ให้ฟลปิ ฟลอปทางานอย่างต่อเนือ่ ง ข. ควบคุมการทางานของวงจรตามจังหวะ

ค. ใชจ้ บั เวลาทางานของสัญญาณอนิ พตุ ง. เปน็ ความถีก่ าหนดเวลาการทางาน

4. A จากรปู เป็นวงจรอะไร
Q ก. D ฟลิปฟลอป
ข. T ฟลิปฟลอป

ค. RS ฟลิปฟลอป ง. JK ฟลปิ ฟลอป

BQ

5. IN SQ จากรูปเปน็ วงจรอะไร

RQ ก. D ฟลปิ ฟลอป ข. T ฟลิปฟลอป

ค. RS ฟลิปฟลอป ง. JK ฟลิปฟลอป

6. จากรูปขอ้ 5 หากป้อนลอจิก 1 เขา้ ที่อนิ พุต IN เอาต์พตุ Q จะเป็นอยา่ งไร

ก. มีลอจิกเป็น 1 ข. มีลอจกิ เป็น 0 ค. ไม่มเี อาต์พุตออก ง. ไม่เปลยี่ นแปลงการทางาน

7. จากรูปถ้าป้อนลอจิกอนิ พตุ ให้ J=1, K=0 ทางเอาต์พุต Q มีสถานะอยา่ งไร
PR ก. ลอจกิ 1
JQ

CK ข. ลอจกิ 0
KQ ค. หยุดทางาน

CLR

ง. เป็นตรงข้าม

8. จากรปู ข้อ 7 เมื่อจ่ายลอจิก 1 ให้ท้งั อนิ พุต J และ K ทาใหฟ้ ลิปฟลอปตัวนีม้ ีสภาวะการทางานเหมือนกับ

ฟลปิ ฟลอปชนิดใด

ก. D ฟลปิ ฟลอป ข. T ฟลิปฟลอป ค. RS ฟลิปฟลอป ง. JK ฟลปิ ฟลอป

432

9. ข้ัว PR มหี น้าที่การทางานอยา่ งไร

ก. จ่ายไฟเล้ยี งให้กับตัวฟลปิ ฟลอป

ข. ควบคมุ ให้เอาต์พุต Q ได้ลอจกิ ออกมาถกู ต้องไม่ผดิ เพี้ยน

ค. ควบคมุ ให้เอาต์พุต Q เป็นลอจกิ 0 โดยไม่คานงึ ถึงลอจกิ อินพตุ และสัญญาณนาฬิกา

ง. ควบคมุ ใหเ้ อาต์พุต Q เปน็ ลอจิก 1 โดยไม่คานึงถึงลอจกิ อินพตุ และสญั ญาณนาฬิกา

10. จากตารางความจริงที่แสดงสัญญาณ CK ทางานอยา่ งไร
CK A Q Q ก. CK ขาลงควบคมุ ใหเ้ อาต์พุต Q เปลย่ี นแปลงตามอินพตุ A
0 X NC NC
ข. CK ขาขน้ึ ควบคุมให้เอาตพ์ ุต Q เปลี่ยนแปลงตามอินพตุ A
0 0 1 ค. CK ขาลงควบคมุ ใหเ้ อาต์พุต Q ไม่เปลีย่ นแปลงตามอนิ พุต A
1 1 0
ง. CK ขาขนึ้ ควบคุมใหเ้ อาตพ์ ุต Q ไม่เปล่ยี นแปลงตามอินพุต A

ตอนที่2 อธบิ ายให้ได้ใจความสมบรู ณแ์ ละแสดงวิธีทาให้ถูกต้องสมบรู ณ์

1. ความสาคญั สัญญาณของนาฬิกาเปน็ อย่างไร สามารถนาไปใช้งานไดอ้ ย่างไร

2. RS ฟลปิ ฟลอป คอื ฟลิปฟลอปชนดิ ใด มคี ณุ สมบตั ใิ นการทางานอย่างไร

3. D ฟลปิ ฟลอป คอื ฟลิปฟลอปชนิดใด มคี ุณสมบตั ิในการทางานอย่างไร

4. JK ฟลิปฟลอป คือฟลิปฟลอปชนดิ ใด มีคุณสมบตั ิในการทางานอยา่ งไร

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

ข้อ1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ขอ้ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 ข้อ 9 ข้อ 10


Click to View FlipBook Version