The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วงจรพัลส์และสวิตชิงรวมมมมม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by naihoi2016, 2021-04-02 00:02:34

วงจรพัลส์และสวิตชิงรวมมมมม

วงจรพัลส์และสวิตชิงรวมมมมม

333

5. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายให้เข้าใจ

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ข้อ1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10

334

16. ใบความรูท้ ี่ 8

หนว่ ยการสอนที่ 8 ช่ือหน่วยการสอน อะสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์

หัวข้อเร่ือง อะสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์

8.4 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอรช์ นิดไอซีออปแอมป์
ไอซีออปแอมป์สามารถนามาสร้างใช้งานเป็นวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ โดยต่อวงจรร่วมกับ

อุปกรณ์ภายนอกจาพวกตัวต้านทาน (R) และตัวเก็บประจุ (C) อีกเล็กน้อย ในแบบป้อนกลับแบบบวก ก็
สามารถใหก้ าเนดิ ความถีส่ ัญญาณคลนื่ สเ่ี หลย่ี มได้ วงจรอะสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ชนดิ ออปแอมป์

8.5 อะสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอรช์ นิดไอซี 555
ตัว IC เบอร์ 555 จัดเป็น IC ต้ังเวลา (Timer IC) เป็น IC ท่ีนิยมใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป สามารถ

นาไปประยุกตใ์ ชง้ านได้อย่างกวา้ งขวาง หลายหนา้ ที่ทางาน โดยอาศัยหลักการประจแุ ละคายประจุแรงดันของ
ตัวเก็บประจุ (C) ร่วมกับตัวต้านทาน (R) ท่ีต่อเป็นวงจรกาหนดค่าเวลาคงท่ี ประกอบร่วมกับตัว IC เบอร์ 555
พร้อมกับอปุ กรณ์ประกอบร่วมอืน่ ๆ อีกเล็กน้อยกส็ ามารถทาให้ตวั IC เบอร์ 555 ทางานได้ตามตอ้ งการ แรงดัน
ท่ปี ้อนเล้ยี งตวั IC เบอร์ 555 อยูร่ ะหว่าง 4.5 V ถงึ 15 V มกี ระแสไหลในตัว IC ประมาณ 2 – 3 mA แรงดันที่
ป้อนเลย้ี ง IC เบอร์ 555 เมอ่ื เปล่ียนแปลงไปมีผลต่อเวลาที่ตงั้ ให้ทางานเปลี่ยนแปลง สามารถนา IC เบอร์ 555
ไปใช้งานได้กว้างขวาง เช่น วงจรกาเนดิ สญั ญาณ (Signal Oscillator) และวงจรอน่ื ๆ อีกหลายชนิด รูปรา่ งจรงิ
และโครงสรา้ งภายในตวั IC เบอร์ 555

8.6 บทสรุป
อะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ หรือมัลติไวเบรเตอร์แบบอเสถียร เป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์ที่สามารถ

ทางานไดด้ ้วยตัวเอง โดยไมจ่ าเปน็ ตอ้ งใช้สญั ญาณจากภายนอกมาควบคุมการทางานซงึ่ มหี ลักการทางานคล้าย
กับวงจรกาเนิดความถ่ี วงจรสามารถทางานและหยุดการทางานสลับไปสลับมาได้ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ตลอดเวลา เป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์ทีท่ างานได้อยา่ งอิสระ

ความถี่กาเนิดข้ึนมาของวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ เป็นความถ่ีคลื่นสี่เหล่ียม วงจรถูกสร้างจาก
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้หลายชนิด มีสภาวะการทางานแบบกึ่งเสถียรภาพ 2 สภาวะระยะเวลาในการทางาน
ของแต่ละสภาวะกึ่งเสถียรภาพท้ัง 2 ส่วน ถูกกาหนดค่าด้วยค่าเวลาคงที่ของอุปกรณ์ RC ท่ีประกอบร่วมใน
วงจร ทาหนา้ ทเี่ ป็นวงจรกาหนดเวลาคงทีใ่ นการทางานของ

วงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ การสร้างวงจรทางานสามารถสร้างขึ้นได้จากอุปกรณ์สารก่ึงตัวนา
หลายชนิด เช่น ทรานซิสเตอร์ ไอซีออปแอมป์ และไอซี 555 เป็นต้นวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนิด
ทรานซิสเตอร์ ประกอบขึ้นจากวงจรกลับสัญญาณชนิดทรานซิสเตอร์ 2 วงจรต่อร่วมกัน โดยต่อเอาต์พุตของ
วงจรแรกเข้ากับอินพุตของวงจรท่ีสองและต่อเอาต์พุตของวงจรที่สองเข้ากับอินพุตของวงจรแรก เอาต์พุตของ
วงจรกลับสัญญาณแต่ละวงจรถูกคับปลิงหรือถูกเช่ือมต่อด้วยตัว RC ไปยังอินพุตของวงจรกลับสัญญาณแต่ละ
วงจร

335

ไอซีออปแอมป์สามารถนามาสร้างใช้งานเป็นวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ โดยต่อวงจรร่วมกับ
อุปกรณ์ภายนอกจาพวกตัว R และตัว C อีกเล็กน้อย ในแบบป้อนกลับแบบบวกก็สามารถให้กาเนิดความถี่
สัญญาณคลน่ื ส่ีเหลยี่ มได้

ตัว IC เบอร์ 555 จัดเป็น IC ตั้งเวลา นิยมใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป นาไปประยุกต์ใช้งานได้อย่าง
กว้างขวาง หลายหน้าทใ่ี ชง้ าน ลักษณะวงจรเบื้องตน้ ที่นาไปใช้งาน เช่น วงจรตง้ั เวลา และวงจรหนว่ งเวลา เป็น
ต้น โดยอาศัยหลักการประจุและคายประจุแรงดันของตัว C และตัว R ที่ต่อเป็นวงจรกาหนดค่าเวลาคงท่ี
ประกอบร่วมกับตวั IC เบอร์ 555 พร้อมกบั อปุ กรณ์ประกอบร่วมอ่ืนๆ อีกเล็กน้อย

336

17. ใบงานท่ี 8

หน่วยการสอนที่ 8 ชือ่ หนว่ ยการสอน อะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์

หัวข้อเรอ่ื ง อะสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์

ใบปฏบิ ตั ิงาน 8.2 อะสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ชนดิ IC 555

จุดประสงค์

1. ประกอบวงจรอะสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์ชนิด IC 555 ได้

2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สัญญาณในวงจรได้

3. เปลี่ยนแปลงคา่ ความถ่ีทก่ี าเนิดขนึ้ มาได้

4. มีระเบยี บวนิ ยั ในการทางาน

เครือ่ งมอื และอุปกรณ์

1. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เสน้ ภาพพร้อมสายวดั 1 เครอื่ ง

2. แหลง่ จา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0-30V 1 เครอื่ ง

3. มัลตมิ ิเตอร์ 1 เครอื่ ง

4. ตัวตา้ นทาน 3.9kΩ; 0.5W 2 ตัว

5. ตัวเก็บประจุ 0.01µF, 0.056µF, 0.1µF; 50V คา่ ละ 1 ตวั

6. IC เบอร์ 555 1 ตวั

7. แผงประกอบวงจรและต่อสายวงจร 1 ชดุ

ลาดับข้ันตอนการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 8.4

2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวัดค่าในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ

ออสซลิ โลสโคปวัดทีอ่ ินพตุ EO ขา 3 และให้อินพตุ CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั วงจรทีข่ า 6 เป็นสัญญาณท่ี VC1

วัดรูปคล่ืนสัญญาณและระดับความแรงสัญญาณ ทั้งท่ีเอาต์พุต EO และขาท่ี 6 บันทึกค่าสัญญาณและรูปร่าง

สัญญาณไวใ้ นรปู ท่ี 8.5 ใหม้ ีรูปร่างและเฟสสัญญาณสมั พันธก์ ัน

R1 +12V
3.9k
78 4 ออสซิลโลสโคป
R2 3
3.9k 2 555 CH1 CH2

C1 6 1 5 EO
0.1µF VC1 C2

0.01µF

รปู ที่ 8.4 วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC เบอร์ 555

337

E O= VP-P 0

VC1= VP-P 0

รปู ท่ี 8.5 สญั ญาณ EO และ VC1 ของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนดิ IC 555 ใช้ C1=0.01µF
3. อ่านช่วงเวลาเวลา T1 และ T2 ของสญั ญาณ EO ที่วัดได้ในลาดับขั้นตอนท่ี2
T1 = ………………………………………………………. s
T2 = ………………………………………………………. S
4. เปล่ียนค่าความจุ C1 เป็น 0.056µF ใช้ออสซิลโลสโคปวัดรูปคล่ืนสัญญาณและระดับความแรง

สัญญาณและระดับความแรงสัญญาณ EO และ VC1 บนั ทกึ ค่าไว้ในรูปท่ี 8.6

E O= VP-P 0

VC1= VP-P 0

338

รูปท่ี 8.6 สัญญาณ EO และ VC1 ของวงจรอะสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอรช์ นดิ IC 555 ใช้ C1=0.056µF
5. อา่ นชว่ งเวลาเวลา T1 และ T2 ของสญั ญาณ EO ท่วี ัดไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนที่4
T1 = ………………………………………………………. s
T2 = ………………………………………………………. s

สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวิเคราะห์
1. วงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ใช้ IC 555 สามารถทางานได้ด้วยตวั เองหรือไม่ การทางานของวงจรตามรูป
ท่ี 8.4 เป็นอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเปล่ยี นคา่ ความจุของตัว C1 ในวงจรรปู ที่ 8.4 มีผลอยา่ งไรกับวงจรอะสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ใช้ IC 555
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

339

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ชอ่ื กลุม่ ……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................

รายช่ือสมาชกิ

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขท…่ี ….

3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลมุ ชัดเจน (ความรู้เกยี่ วกับเน้อื หา ความถกู ต้อง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนาเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาให้ผู้ฟังมีความ

สนใจ

รวม

ผู้ประเมิน…………………………………………………

เกณฑก์ ารให้คะแนน

1. เนื้อหาสาระครอบคลมุ ชัดเจนถกู ตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถ้วนถกู ต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์

2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์

1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ กู ต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์

2. รปู แบบการนาเสนอ

3 คะแนน = มีรปู แบบการนาเสนอท่เี หมาะสม มีการใชเ้ ทคนคิ ท่แี ปลกใหม่ ใช้สือ่ และเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอทนี่ า่ สนใจ นาวัสดใุ นทอ้ งถิน่ มาประยุกตใ์ ชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ และ

ประหยดั

2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้สอ่ื และเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจ

แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วัสดุในทอ้ งถนิ่

1 คะแนน = เทคนคิ การนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ

3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญม่ บี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกล่มุ

1 คะแนน = สมาชิกสว่ นน้อยมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกลมุ่

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผ้ฟู งั มากกวา่ รอ้ ยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

2 คะแนน = ผฟู้ งั รอ้ ยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ความรว่ มมือ

340

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

ช่ือกลุม่ ……………………………………………ชน้ั ………………………ห้อง............................
รายชอ่ื สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท…่ี …. 4……………………………………เลขที่…….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคดิ เหน็
321
1 การกาหนดเปา้ หมายร่วมกนั
2 การแบง่ หนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏบิ ตั หิ น้าท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมนิ ผลและปรบั ปรงุ งาน

รวม

ผู้ประเมนิ …………………………………………………
วันที่…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
1. การกาหนดเปา้ หมายรว่ มกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการกาหนดเป้าหมายการทางานอย่างชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีสว่ นรว่ มในการกาหนดเปา้ หมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนน้อยมสี ว่ นร่วมในการกาหนดเปา้ หมายในการทางาน
2. การหน้าทรี่ ับผดิ ชอบและการเตรยี มความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทัว่ ถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มีการจดั เตรยี ม
สถานท่ี สื่อ/อปุ กรณไ์ ว้อยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีส่ือ/อปุ กรณไ์ ว้อยา่ งพร้อมเพรียง
แต่ขาดการจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ท่วั ถึงและมสี อ่ื / อปุ กรณ์ไมเ่ พยี งพอ
3. การปฏบิ ตั ิหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเรจ็ ตามเปา้ หมาย และตามเวลาทกี่ าหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเรจ็ ตามเปา้ หมาย แตช่ ้ากวา่ เวลาทีก่ าหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมนิ ผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนรว่ มปรกึ ษาหารอื ตดิ ตาม ตรวจสอบ และปรับปรงุ งานเปน็ ระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ว่ นร่วมปรกึ ษาหารือ แตไ่ มป่ รบั ปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นรว่ มไม่มสี ่วนรว่ มปรกึ ษาหารือ และปรับปรงุ งาน

341

19. แบบฝึกหดั

แบบฝึกหดั ทา้ ยหนว่ ยที่ 8
อะสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์
คาสง่ั อธบิ ายให้ได้ใจความสมบรู ณแ์ ละแสดงวธิ ที าให้ถูกต้องสมบรู ณ์
1. วงจรมลั ตไิ วเบรเตอร์คอื อะไร มกี ชี่ นิดอะไรบา้ ง
2. อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ คอื อะไร มหี ลักการทางานอย่างไร
3. วงจรตามรปู คือวงจรอะไร มหี ลักการทางานอยา่ งไร อธบิ ายให้เข้าใจ

4. วงจรตามรปู คอื วงจรอะไร มหี ลักการทางานอย่างไร อธบิ ายให้เข้าใจ

5. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มหี ลักการทางานอย่างไร อธบิ ายใหเ้ ขา้ ใจ

342

20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จัดหน่วยการเรียนรไู้ ดส้ อดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมทงั้ ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจติ พิสยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สื่อ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเข้าสอน

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มวี ธิ ีการนาเข้าสู่บทเรยี นทีน่ า่ สนใจ

5. มีกิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพ่อื ช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กิจกรรมท่สี ่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นคน้ คว้าเพ่ือหาคาตอบด้วยตนเอง

7. นักเรยี นมสี ว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จดั กิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งเสรี

10. จดั กจิ กรรมการเรียนรทู้ เี่ ช่อื มโยงกับชีวิตจริงโดยนาภมู ปิ ญั ญา/บรู ณาการเขา้ มามีส่วนรว่ ม

11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มกี ารเสรมิ แรงเม่ือนักเรยี นปฏิบตั ิ หรือตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รียน

14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รียน อย่างทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทก่ี าหนด

ด้านสื่อ นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้

16. ใช้สือ่ ท่ีเหมาะสมกบั กิจกรรมและศกั ยภาพของผู้เรยี น

17. ใชส้ ือ่ แหลง่ การเรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสารสื่อ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นตน้

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อยา่ งท่ัวถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ว่ นร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้งั ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจิตพสิ ัย

20. ครู ผู้เรียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกย่ี วข้องมีสว่ นรว่ ม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏิบตั ิ 5 = ปฏบิ ตั ดิ เี ย่ยี ม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = ปฏบิ ตั ิพอใช้ 2 รวม

= ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉลี่ย

343

20.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแกป้ ญั หา

ปญั หาที่พบ แนวทางแกป้ ัญหา

ด้านการเตรียมการสอน

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านการวดั ประเมินผล

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ)

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ลงช่อื ........................................................................ ครผู ูส้ อน
(นายปฏิพาน สนี าบญุ )
ตาแหน่ง ครพู ิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทึกการนิเทศและติดตาม 344
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตาแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม

345

แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชีพ

และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหสั วชิ า 20105-2006 วิชา วงจรพลั สแ์ ละสวิตชิง

หน่วยท่ี 9 ช่ือหนว่ ย โมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

ช่ือเรอ่ื ง โมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์ จานวน 4 ชวั่ โมง

1. สาระสาคญั

โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ หรือมัลติไวเบรเตอร์แบบเอกเสถียร บางครั้ง จะถูกเรียกว่าวันช็อตมัลติ

ไวเบรเตอร์ หรือมัลติไวเบรเตอร์แบบสัญญาณลูกโดด คือวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีมีสภาวะการทางานอยู่ 2

ส่วน สว่ นหนึ่งอยใู่ นสภาวะเสถยี รภาพ และอีกสว่ นหน่งึ อยู่ในสภาวะกึง่ เสถียรภาพ

2. สมรรถนะอาชพี ประจาหนว่ ย

ดา้ นความรู้

1. อธบิ ายลกั ษณะการทางานเบ้อื งต้นโมโนโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ได้

2. บอกชนิดของวงจรโมโนโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ได้

ดา้ นทกั ษะและการประยุกตใ์ ช้

1. ต่อวงจรโมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ตามแบบทก่ี าหนดให้ได้

2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สญั ญาณในวงจรได้

3. อา่ นและบนั ทกึ ค่าสญั ญาณวงจรทว่ี ัดดว้ ยออสซิลโลสโคปได้

ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียง

1. เกดิ ความสามัคคีในการทางานกลมุ่

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 จดุ ประสงคท์ ่ัวไป

1. เพือ่ ให้มีความร้ลู กั ษณะการทางานเบือ้ งต้นโมโนโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์

2. เพื่อใหม้ ีทักษะในการฝึกใช้งานโมโนโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์

3. สามารถนาความรเู้ รื่องโมโนโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ไปประยุกต์ใชง้ านไดอย่างเหมาะสม

3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม

1. อธิบายลกั ษณะการทางานเบือ้ งตน้ โมโนโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรไ์ ด้ (ดา้ นพทุ ธิพิสัย)

2. บอกชนดิ ของวงจรโมโนโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ (ด้านพทุ ธิพิสัย)

3. ตอ่ วงจรโมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์ตามแบบทกี่ าหนดให้ได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ัย)

4. ใช้ออสซลิ โลสโคปวัดสัญญาณในวงจรได้ (ด้านทักษะพสิ ัย)

5. อา่ นและบนั ทกึ ค่าสญั ญาณวงจรทีว่ ัดด้วยออสซิลโลสโคปได้ (ด้านทักษะพสิ ัย)

6. มนี ้าใจตอ่ เพ่อื นรว่ มงาน (ด้านจติ พิสัย)

346

4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. โมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์
2. โมโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ชนิดทรานซสิ เตอร์
3. โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์
4. โมโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซี 555
5. บทสรุป

4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองท่ี 9 โมโนเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์
2. แบบทดสอบบทที่ 9

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1. ใชเ้ คร่อื งมือในการทดสอบได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้

ขัน้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ขนั้ ตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของผ้เู รยี น

ข้นั เตรียม(10 นาที) ขนั้ เตรยี ม(10 นาที)

1. ผู้สอนจัดเตรยี มเอกสาร พร้อมกับแนะนารายวิชา 1. ผเู้ รียนเตรียมหนังสอื และฟังผสู้ อนแนะนารายวิชา

วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้กับวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลท่ีใช้กับวิชา

วงจรพัลส์และสวิตชงิ วงจรพลั ส์และสวติ ชิง

2. ผู้สอนช้ีแจงเร่ืองที่จะศึกษาและจุดประสงค์เชิง 2. ผู้เรียนฟังผู้สอนช้ีแจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและ

พฤติกรรมประจาหน่วยท่ี 9 เร่ือง โมโนสเตเบิลมัลติ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยท่ี 9 เร่ือง โม

ไวเบรเตอร์ โนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

ขัน้ การสอน(210 นาที) ข้นั การสอน(210 นาที)

1. ผู้สอนอธบิ ายเนอื้ หาวิชาวงจรพลั สแ์ ละสวิตชงิ 1. ผู้เรียนฟังผู้สอนอธิบายเนื้อหาวิชาวงจรพัลส์

หน่วยที่ 9 เร่ือง โมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ และสวิตชิงหน่วยที่ 9 เร่ือง โมโนสเตเบิลมัลติไวเบร

2. ผ้สู อนใหผ้ เู้ รียนเปิดหนังสือเรียนวงจรพัลสแ์ ละสวิ เตอร์

ตชงิ หน่วยที่ 9 เรอื่ ง โมโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาวงจรพัลส์และสวิตชงิ

และอธิบายเนื้อหาใหผ้ เู้ รียนฟัง หนว่ ยท่ี 9 เร่อื ง โมโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาใบงานที่ 9 เร่ือง โมโนสเต 3. ผู้เรียนทาใบงานท่ี 9 เร่ือง โมโนสเตเบิลมัลติไว

เบลิ มัลติไวเบรเตอร์ เบรเตอร์

ขั้นสรุป(20 นาที) ขัน้ สรุป(20 นาที)

1. ผู้สอนให้ผเู้ รียนทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 9

347

2. ผู้สอนและผ้เู รยี นรว่ มกันสรุปเน้ือในหนว่ ยเรียนท่ี 1. ผเู้ รียนรว่ มกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนให้มีความ

9 เร่ือง โมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ เข้าใจในทิศทางเดียวกัน

2. ผู้เรยี นทาแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 9

6. ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่ือส่งิ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั สแ์ ละสวิตชงิ
2. ใบงานท่ี 9 โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์
3. แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 9
4. หนงั สอื เรยี นวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง

6.2 สื่อโสตทัศน์
1. Power Point เรอื่ งโมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์

6.3 สอื่ ของจรงิ
1. อปุ กรณจ์ ากการทดลองใบงานที่ 9

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา

1. หอ้ งสมุดวิทยาลยั เทคนิคสว่างแดนดิน
2. หอ้ งอนิ เตอรเ์ น็ตวทิ ยาลยั เทคนคิ สวา่ งแดนดนิ
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา

1. หอ้ งสมุดเฉลิมพระเกยี รติอาเภอสว่างแดนดิน
2. หอ้ งสมุดประชาชนเฉลิมราชกมุ ารอี าเภอสว่างแดนดิน

8. งานที่มอบหมาย

8.1 กอ่ นเรยี น
1. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ศึกษาเน้ือหา ในบทท่ี 9 เร่ือง โมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์
2. รายงานผลหนา้ ช้นั เรยี น
3. ปฏิบัตใิ บปฏบิ ัติงานท่ี 9 เรื่อง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
4. สรปุ ผลการทดลอง

348

8.3 หลงั เรียน
1. ทาแบบฝึกหดั บทที่ 9

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ที่เกิดจากการเรียนรู้ของผเู้ รยี น

1. แบบฝกึ หดั บทที่ 9 ใบปฏิบัตงิ านท่ี 9
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอา้ งอิง

1. พันธ์ศกั ดิ์ พฒุ ิมานิตพงศ์. วงจรพัลสแ์ ละสวติ ชิง. : ศนู ยส์ ง่ เสริมอาชีวะ (ศสอ)

11. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กับรายวิชาอ่ืน

1. บรู ณาการกบั วิชาวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
2. บรู ณาการกบั วิชาอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร

12. หลักการประเมนิ ผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรียน
1. ความรู้เบ้ืองตน้ กอ่ นการเรียนการสอน

12.2 ขณะเรยี น
1. สงั เกตการทางาน

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝึกหัดหน่วยที่ 9
2. ตรวจใบงานท่ี 9

13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น

จุดประสงค์ขอ้ ท่ี 1 อธบิ ายลักษณะการทางานเบ้ืองต้นโมโนโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรไ์ ด้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธิบายลกั ษณะการทางานเบื้องตน้ โมโนโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอรไ์ ด้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธบิ ายลกั ษณะการทางานเบ้ืองต้นโมโนโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 2 บอกชนิดของวงจรโมโนโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอรไ์ ด้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกชนิดของวงจรโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : บอกชนิดของวงจรโมโนโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 3 ต่อวงจรโมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์ตามแบบทก่ี าหนดให้ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ

349

3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถต่อวงจรโมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ตามแบบท่กี าหนดให้ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ตอ่ วงจรโมโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ตามแบบท่ีกาหนดให้ได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 4 ใชอ้ อสซลิ โลสโคปวดั สัญญาณในวงจรได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถใช้ออสซิลโลสโคปวัดสญั ญาณในวงจรได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ใชอ้ อสซลิ โลสโคปวดั สัญญาณในวงจรได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ท่ี 5 อ่านและบันทกึ คา่ สัญญาณวงจรทวี่ ัดดว้ ยออสซิลโลสโคปได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอ่านและบันทึกคา่ สญั ญาณวงจรทีว่ ดั ดว้ ยออสซลิ โลสโคปได้
4. เกณฑ์การผ่าน : อา่ นและบนั ทึกค่าสัญญาณวงจรทีว่ ดั ด้วยออสซลิ โลสโคปได้ จะได้ 1 คะแนน

350

14. แบบทดสอบก่อนเรยี น

หน่วยการสอนที่ 9. ช่อื หน่วยการสอน โมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์

วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ประเมินความรู้พน้ื ฐานเกี่ยวกับโมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

ข้อคาถาม

ตอนที1่ จงเลือกคาตอบทถี่ ูกตอ้ งท่ีสดุ

1. วงจรโมโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอรส์ ามารถนาไปสรา้ งเป็นวงจรทางานอะไรได้

ก. ต้งั เวลา ข. กาเนิดความถี่

ค. ควบคุมการทางาน ง. สวิตช์อเิ ล็กทรอนิกส์

2. วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์มชี อ่ื เรียกอีกชอื่ หนึง่ ว่าอะไร

ก. ฟลปิ ฟลอป ข. วนั ชอ็ ตมลั ติไวเบรเตอร์

ค. ฟรีรนั นงิ มัลตไิ วเบรเตอร์ ง. วาริเอเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์

3. การทางานของวงจรโมโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรข์ ้อใดถูกตอ้ ง

ก. ทางานได้ด้วยตวั เองอัตโนมตั ิ

ข. ใหก้ าเนิดสญั ญาณคลนื่ สี่เหลยี่ มข้ึนมาดว้ ยตนเอง

ค. เปลยี่ นแปลงการทางานช่วั ขณะเมื่อมสี ญั ญาณกระตุน้ เข้ามา

ง. เปล่ียนแปลงการทางานสลับกนั ทุกครงั้ เมื่อมสี ญั ญาณกระตุน้ เข้ามา

4. ในสภาวะเสถียรภาพของวงจรโมโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ชนิกทรานซิสเตอร์เปน็ อยา่ งไร

ก. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจรทางานพร้อมกันตลอดเวลา

ข. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรไม่ทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา

ค. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานสลับกนั ไปมาดว้ ยตวั เองอัตโนมัติ

ง. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจร วงจรหน่งึ ทางานตลอดเวลา อกี วงจรหนง่ึ ไม่ทางานตลอดเวลา

5. +VCC จากรูปวงจรโมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอรช์ นิด

R21 C1 RL2 ทรานซิสเตอร์ในสภาวะปกติ การทางานของวงจรเป็น
RL1 อยา่ งไร

C2 R22

R1 ก. ตวั Q1 และตัว Q2 ทางานพร้อมกันตลอดเวลา
EO ข. ตัว Q1 OFF และตัว Q2 ON ตลอดเวลา

Q1 R3 C3 Q2 ค. ตัว Q1 OFF ช่วั ขณะแล้วเร่ิม ON ทันที
ง. ตัว Q1 และตัว Q2 ทางานสลับกนั ไปมา
Ei

-VBB

6. จากรปู ขอ้ 5 อปุ กรณ์ท่กี าหนดคา่ เวลาคงทใี่ นการเปลย่ี นสภาวะการทางานของวงจรคอื อะไร

ก. R1, C1 ข. R3, C3 ค. R21, R22, C2 ง. R1, C1, R21, R22, C2

7. จากรูปขอ้ 5 เม่ือ Q2 ON ผลการทางานของวงจรจะเป็นเช่นไร

ก. แรงดันออกท่ี EO เทา่ กบั +VCC ข. อนิ พตุ Ei เสมือนถูกต่อลงกราวด์

351

ค. ตัว C2 ประจุแรงดันไวซ้ า้ ยบวกขวาลบ ง. ตวั C1 คายประจุแรงดนั ผา่ น Q2 ลงกราวด์

8. จากรปู ขอ้ 5 สญั ญาณทจี่ า่ ยออกเอาต์พตุ ท่ี EO เปน็ อย่างไร

ก. ข. ค. ง.

9. การทางานของวงจรโมโสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ชนดิ ออปแอมป์เปน็ อยา่ งไร

ก. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหนึง่ ทางานตลอดเวลา อวี งจรหน่งึ ไมท่ างานตลอดเวลา

ข. ออปแอมป์ทางานตามการควบคมุ ของ RC ทป่ี ระกอบร่วม

ค. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพร้อมกันตลอดเวลา

ง. ออปแอมปท์ างานต้องป้อนสญั ญาณกระตนุ้

10. วงจรโมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรช์ นดิ ใช้ IC เบอร์ 555 นยิ มนาไปใช้เป็นวงจรอะไร

ก. กาหนดเวลาทางาน ข. หนว่ งเวลา ค. ตัง้ เวลา ง. ถูกทุกข้อ

ตอนท่ี2 อธบิ ายใหไ้ ด้ใจความสมบรู ณ์และแสดงวธิ ีทาใหถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์

1. หลักการทางานเบื้องตน้ ของวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์เปน็ อย่างไร อธิบายพรอ้ มวาดรูปประกอบ

2. วงจรโมโนโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์มกี ชี่ นิด อะไรบา้ ง

3. วงจรตามรปู คือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอย่างไร อธบิ ายใหเ้ ขา้ ใจ

4. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอย่างไร อธิบายให้เข้าใจ

352

5. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มหี ลักการทางานอยา่ งไร อธิบายให้เข้าใจ

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

ขอ้ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10

353

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการสอนที่ 9. ชอ่ื หน่วยการสอน โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ประเมินความรพู้ ้ืนฐานเกีย่ วกบั โมโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์

ขอ้ คาถาม

ตอนที1่ จงเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องทีส่ ดุ

1. วงจรโมโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรส์ ามารถนาไปสรา้ งเป็นวงจรทางานอะไรได้

ก. ตั้งเวลา ข. กาเนดิ ความถี่

ค. ควบคมุ การทางาน ง. สวิตชอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์

2. วงจรโมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรม์ ีชือ่ เรียกอีกชื่อหนึง่ ว่าอะไร

ก. ฟลิปฟลอป ข. วนั ช็อตมัลตไิ วเบรเตอร์

ค. ฟรรี ันนิงมลั ตไิ วเบรเตอร์ ง. วาริเอเบลิ มัลติไวเบรเตอร์

3. การทางานของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอรข์ ้อใดถูกตอ้ ง

ก. ทางานไดด้ ว้ ยตัวเองอัตโนมัติ

ข. ใหก้ าเนดิ สญั ญาณคลนื่ สเี่ หล่ียมข้ึนมาดว้ ยตนเอง

ค. เปล่ยี นแปลงการทางานชั่วขณะเมอื่ มสี ัญญาณกระตนุ้ เข้ามา

ง. เปลีย่ นแปลงการทางานสลับกนั ทกุ ครง้ั เม่ือมสี ัญญาณกระตุน้ เขา้ มา

4. ในสภาวะเสถียรภาพของวงจรโมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอรช์ นิกทรานซสิ เตอรเ์ ป็นอยา่ งไร

ก. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานพร้อมกันตลอดเวลา

ข. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรไม่ทางานพร้อมกันตลอดเวลา

ค. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจรทางานสลบั กนั ไปมาดว้ ยตวั เองอัตโนมัติ

ง. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจร วงจรหนง่ึ ทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่งึ ไมท่ างานตลอดเวลา

5. +VCC จากรปู วงจรโมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ชนิด

R21 C1 RL2 ทรานซสิ เตอร์ในสภาวะปกติ การทางานของวงจรเปน็
RL1 อยา่ งไร

C2 R22

R1 ก. ตัว Q1 และตวั Q2 ทางานพรอ้ มกนั ตลอดเวลา
EO ข. ตวั Q1 OFF และตวั Q2 ON ตลอดเวลา

Q1 R3 C3 Q2 ค. ตวั Q1 OFF ช่ัวขณะแลว้ เร่ิม ON ทันที
ง. ตัว Q1 และตวั Q2 ทางานสลบั กันไปมา
Ei

-VBB

6. จากรปู ข้อ 5 อปุ กรณท์ ก่ี าหนดค่าเวลาคงทใ่ี นการเปลย่ี นสภาวะการทางานของวงจรคืออะไร

ก. R1, C1 ข. R3, C3 ค. R21, R22, C2 ง. R1, C1, R21, R22, C2

7. จากรูปข้อ 5 เม่ือ Q2 ON ผลการทางานของวงจรจะเป็นเช่นไร

354

ก. แรงดนั ออกท่ี EO เทา่ กบั +VCC ข. อนิ พุต Ei เสมือนถูกต่อลงกราวด์

ค. ตวั C2 ประจแุ รงดันไวซ้ ้ายบวกขวาลบ ง. ตวั C1 คายประจแุ รงดันผา่ น Q2 ลงกราวด์

8. จากรปู ข้อ 5 สญั ญาณท่จี า่ ยออกเอาต์พุตที่ EO เป็นอย่างไร

ก. ข. ค. ง.

9. การทางานของวงจรโมโสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนดิ ออปแอมป์เปน็ อย่างไร

ก. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหน่ึงทางานตลอดเวลา อวี งจรหนึ่งไม่ทางานตลอดเวลา

ข. ออปแอมป์ทางานตามการควบคมุ ของ RC ทีป่ ระกอบร่วม

ค. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพรอ้ มกนั ตลอดเวลา

ง. ออปแอมปท์ างานต้องป้อนสญั ญาณกระตุน้

10. วงจรโมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอรช์ นดิ ใช้ IC เบอร์ 555 นิยมนาไปใชเ้ ป็นวงจรอะไร

ก. กาหนดเวลาทางาน ข. หนว่ งเวลา ค. ต้งั เวลา ง. ถกู ทกุ ขอ้

ตอนท่ี2 อธิบายใหไ้ ด้ใจความสมบรู ณแ์ ละแสดงวธิ ีทาใหถ้ ูกตอ้ งสมบรู ณ์
1. หลกั การทางานเบื้องตน้ ของวงจรโมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์เป็นอย่างไร อธบิ ายพรอ้ มวาดรูปประกอบ
2. วงจรโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์มีกีช่ นดิ อะไรบา้ ง
3. วงจรตามรปู คอื วงจรอะไร มหี ลกั การทางานอยา่ งไร อธบิ ายให้เข้าใจ

4. วงจรตามรปู คอื วงจรอะไร มหี ลกั การทางานอย่างไร อธิบายให้เข้าใจ

355

5. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายให้เข้าใจ

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ข้อ1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10

356

16. ใบความรูท้ ี่ 9

หนว่ ยการสอนท่ี 9 ชื่อหนว่ ยการสอน โมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์

หวั ข้อเร่ือง โมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

9.1 โมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ หรือมลั ตไิ วเบรเตอร์แบบเอกเสถียร บางครัง้ จะถกู เรียกว่าวนั ช็อตมัลติ

ไวเบรเตอร์ หรือมัลติไวเบรเตอร์แบบสัญญาณลูกโดด คือวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสภาวะการทางานอยู่ 2

ส่วน ส่วนหนงึ่ อยใู่ นสภาวะเสถียรภาพ และอีกสว่ นหนึ่งอยใู่ นสภาวะก่ึงเสถยี รภาพ

ลักษณะการทางานของวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ในสภาวะปกติวงจรอยทู่ ี่สภาวะเสถียรภาพ

จนกว่าจะมีสัญญาณจากภายนอกป้อนเข้ามากระตุ้นการทางาน วงจรจะกลับไปอยู่ท่ีสภาวะก่ึงเสถียรภาพ

เวลาท่ีวงจรทางานอยู่ในสภาวะกึ่งเสถียรภาพขึ้นอยู่กับค่าเวลาคงที่ของค่า RC ท่ีใช้ในวงจร เมื่อหมดเวลาคงท่ี

ของ RC วงจรจะกลับคืนไปสู่สภาวะเสถียรภาพตามเดิมจนกว่าจะมีสัญญาณจากภายนอกป้อนเข้ามากระตุ้น

การทางานอกี ครงั้ วงจรก็จะกลับไปอยใู่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพช่ัวขณะอีกครั้งเป็นเชน่ นเ้ี รอื่ ยไป หลักการทางาน

เบือ้ งต้นของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์

9.2 โมโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอรช์ นดิ ทรานซสิ เตอร์

วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ประกอบด้วยวงจรกลับสัญญาณ 2 วงจร

เอาต์พุตของวงจรกลับสัญญาณวงจรแรกต่อเป็นอินพุตของวงจรกลับสัญญาณวงจรทสี่ องและเอาต์พุตของวงจร

กลับสัญญาณวงจรท่ีสอง ต่อเป็นอินพุตของวงจรกลับสัญญาณวงจรแรกโดยท่ีเอาต์พุตของวงจรกลับสัญญาณ

วงจรแรก ส่งผ่านสัญญาณด้วย RC จากเอาต์พุตไปยังอินพุตของวงจรกลับสัญญาณวงจรที่สอง ส่วนเอาต์พุต

ของวงจรกลบั สัญญาณวงจรทส่ี องส่งผ่านสัญญาณด้วย R ไปยงั อนิ พตุ ของวงจรกลบั สัญญาณวงจรแรก วงจรโม

โนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์

9.3 โมโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรช์ นิดออปแอมป์

ออปแอมป์สามารถนามาสร้างเป็นวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ โดยจัดวงจรใช้งานให้

เหมาะสม และเพิ่มอุปกรณ์ประกอบร่วม RC เข้าไปในวงจร สภาวะการเปลีย่ นแปลงการทางานที่เอาต์พุตของ

วงจร จะต้องจ่ายพัลส์เข้ามากระตุ้นทางอินพุต เป็นลักษณะวงจรหน่วงเวลาวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์

ชนิดออปแอมป์

9.4 โมโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ชนดิ ไอซี 555

ตัว IC เบอร์ 555 นิยมนาไปใช้งานอย่างแพร่หลายท่ัว ไป สามารถนาไปประยุกต์ใช้งานได้อย่าง
กวา้ งขวาง หลายหน้าท่กี ารทางาน หน้าท่ีหนึง่ ทน่ี ิยมใช้งานคือสร้างเป็นวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ หรอื
วงจรตั้งเวลา โดยการประกอบวงจรร่วมกับอุปกรณ์จาพวก R และ C อีกเล็กน้อย พร้อมจัดวงจรให้ถูกต้อง
วงจรโมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ชนดิ ใช้ IC เบอร์ 555

357

9.5 บทสรปุ

โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ หรือมัลติไวเบรเตอร์แบบเอกเสถียร บางคร้ัง จะถูกเรียกว่าวันช็อตมัลติ
ไวเบรเตอร์ คอื วงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มสี ภาวะการทางานอยู่ 2 สว่ น สว่ นหนง่ึ อยู่ในสภาวะเสถียรภาพ และ
อกี ส่วนหน่งึ อยู่ในสภาวะกึ่งเสถยี รภาพ

ลักษณะการทางานของวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ในสภาวะปกติวงจรอยูท่ ่ีสภาวะเสถียรภาพ
จนกว่าจะมีสัญญาณจากภายนอกป้อนเข้ามากระตุ้นการทางาน วงจรจะกลับไปอยู่ที่สภาวะกึ่งเสถียรภาพ
เวลาที่วงจรทางานอยู่ในสภาวะก่ึงเสถียรภาพขึ้นอยู่กับค่าเวลาคงที่ของค่า RC ท่ีใช้ในวงจร เม่ือหมดเวลาคงที่
ของ RC วงจรจะกลับคืนไปสู่สภาวะเสถียรภาพตามเดิมจนกว่าจะมีสัญญาณจากภายนอกป้อนเข้ามากระตุ้น
การทางานอีกครั้ง วงจรกจ็ ะกลบั ไปอยู่ในสภาวะกึ่งเสถยี รภาพชัว่ ขณะอีกคร้งั เปน็ เช่นนีเ้ รื่อยไป

วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ประกอบด้วยวงจรกลับสัญญาณ 2 วงจร
เอาต์พตุ ของวงจรกลบั สัญญาณวงจรแรกต่อเป็นอินพตุ ของวงจรกลบั สัญญาณวงจรท่สี องและเอาต์พุตของวงจร
กลับสัญญาณวงจรท่ีสอง ต่อเป็นอินพุตของวงจรกลับสญั ญาณวงจรแรก โดยท่ีเอาต์พุตของวงจรกลับสญั ญาณ
วงจรแรก ส่งผ่านสัญญาณด้วย RC จากเอาต์พุตไปยังอินพุตของวงจรกลับสัญญาณวงจรที่สอง ส่วนเอาต์พุต
ของวงจรกลบั สญั ญาณวงจรที่สองส่งผา่ นสญั ญาณด้วย R ไปยังอินพตุ ของวงจรกลบั สญั ญาณวงจรแรก

ออปแอมป์สามารถนามาสร้างเป็นวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ โดยจัดวงจรใช้งานให้
เหมาะสม และเพ่ิมอุปกรณ์ประกอบร่วม RC เข้าไปในวงจร สภาวะการเปล่ียนแปลงการทางานท่ีเอาต์พุตของ
วงจร จะต้องจ่ายพลั ส์เขา้ มากระตุ้นทางอนิ พตุ เปน็ ลักษณะวงจรหน่วงเวลา

ตวั IC เบอร์ 555 นยิ มนาไปใช้งานอยา่ งแพร่หลายท่ัวไป สามารถนาไปประยุกต์ใชง้ านไดอ้ ย่างกว้างขวาง
หลายหนา้ ที่การทางาน หน้าทีห่ น่งึ ทีน่ ิยมใช้งานคอื สร้างเป็นวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรอื วงจรต้ัง

เวลา โดยการประกอบวงจรรว่ มกบั อปุ กรณ์จาพวก R และ C อีกเล็กน้อย พร้อมจดั วงจรให้ถกู ต้อง

358

17. ใบงานที่ 9

หนว่ ยการสอนที่ 9 ช่อื หน่วยการสอน โมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

หัวข้อเรอ่ื ง โมโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์

ใบปฏบิ ตั งิ าน 9.1 โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอรช์ นิดทรานซิสเตอร์

จุดประสงค์

1. ประกอบวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนดิ ทรานซสิ เตอร์ได้

2. ใชอ้ อสซลิ โลสโคปวัดสญั ญาณในวงจรได้

3. เปล่ยี นแปลงคา่ ความถ่ีท่กี าเนดิ ข้นึ มาได้

4. มนี า้ ใจตอ่ เพ่อื นร่วมงาน

เครื่องมอื และอุปกรณ์

1. ออสซลิ โลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวัด 1 เคร่อื ง

2. แหลง่ จา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0-30V 1 เคร่ือง

3. มลั ติมเิ ตอร์ 1 เคร่อื ง

4. ตัวต้านทาน 120kΩ; 0.5W 1 ตวั

5. ตัวตา้ นทาน 10kΩ; 0.5W 5 ตวั

6. ตวั เกบ็ ประจุ 0.1µF, 4.7µF, 10µF; 50V ค่าละ 1 ตวั

7. ไดโอดเบอร์ 1N4148 1 ตวั

8. ทรานซสิ เตอร์เบอร์ 2N222 2 ตวั

9. สวิตช์กดติดปลอ่ ยดบั 1 ตัว

10. แผงประกอบวงจรและต่อสายวงจร 1 ชุด

ลาดบั ขน้ั ตอนการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 9.1

2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิดเส้น 2 ภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวัดค่าในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ

ออสซลิ โลสโคปวัดวงจรท่ีเอาต์พุต Ei และให้อินพตุ CH2 ของออสซลิ โลสโคปวัดที่เอาต์พุต EO

3. กดสวิตช์ S1 และปล่อยมือทันที สังเกตรูปคล่ืนที่เกิดขึ้น วัดรูปคล่ืนสัญญาณและระดับความแรง
สัญญาณ ท้ังอินพุต Ei และเอาต์พุต EO บันทึกค่าและรูปร่างสัญญาณไวในรูปที่ 9.2 ให้มีรูปและเฟสสัญญาณ

สมั พันธ์กัน

359

R2 C2 R3 R4 +12V ออสซลิ โลสโคป
R1 10k 4.7µF 120k 10k R6
10k 10k CH1 CH2
+-
EO
Q1 Q2

C1 D1 R5
0.1µF 10k

S1 Ei

รปู ท่ี 9.1 วงจรโมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์

Ei = VP-P 0

EO= VP-P 0

รปู ท่ี 9.2 สัญญาณ Ei และ EO ของวงจรโมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ท่ี C2=4.7µF
4. กดสวิตช์ S1 และปล่อยมือทันทีหลายๆคร้ัง เป็นระยะๆ สังเกตรูปคล่ืนที่เกิดข้ึนมีการเปลี่ยนแปลง

ไปจากรูปสัญญาณทวี่ ดั ได้หรือไม่
5. อ่านช่วงเวลาเวลา T ของสญั ญาณ EO ทีว่ ัดไดใ้ นลาดับข้ันตอนที่3
T = ………………………………………………………. s
6. เปล่ียนค่าความจุ C2 เป็น 10µF ทดลองซ้าตามขั้นตอนที่ 3-4 ใช้ออสซิลโลสโคปวัดรูป

คล่นื สัญญาณและระดบั ความแรงสัญญาณท้ัง Ei และ EO บันทกึ ค่าไว้ในรปู ท่ี 9.3

360

EO1= VP-P 0

EO2= VP-P 0

รปู ที่ 9.3 สญั ญาณ Ei และ EO ของโมโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ชนิดทรานซสิ เตอร์ที่ C2=10µF
7. อา่ นชว่ งเวลาเวลา T ของสัญญาณ EO ท่ีวดั ได้ในลาดบั ขั้นตอนท่ี 6

T = ………………………………………………………. s
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวเิ คราะห์
1. วงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์สามารถทางานได้ด้วยตัวเองหรือไม่ การทางานของวงจรตามรูปท่ี 9.1
เปน็ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเปล่ยี นคา่ ความจุของตัว C1 ในวงจรรปู ที่ 9.1 มผี ลอย่างไรกับวงจรโมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

361

ใบปฏบิ ัตงิ าน 9.2 โมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอรช์ นดิ IC 555

จดุ ประสงค์

1. ประกอบวงจรโมโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรช์ นดิ IC 555 ได้

2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวัดสญั ญาณในวงจรได้

3. เปลย่ี นแปลงคา่ ความถี่ท่ีกาเนดิ ขนึ้ มาได้

4. มีระเบยี บวนิ ัยในการทางาน

เคร่อื งมอื และอุปกรณ์

1. ออสซิลโลสโคปชนดิ 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เคร่อื ง

2. แหล่งจา่ ยแรงดันไฟตรงปรับคา่ ได้ 0-30V 1 เครือ่ ง

3. มลั ติมิเตอร์ 1 เครอ่ื ง

4. ตัวต้านทาน 10kΩ, 500kΩ, 1MΩ; 0.5W คา่ ละ 1 ตวั

5. ตวั เกบ็ ประจุ 0.01µF, 1µF; 50V คา่ ละ 1 ตวั

6. IC เบอร์ 555 1 ตวั

7. สวติ ชก์ ดติดปลอ่ ยดับ 1 ตัว

8. แผงประกอบวงจรและต่อสายวงจร 1 ชุด

ลาดับข้ันตอนการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 9.4

2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวัดค่าในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ

ออสซลิ โลสโคปวัดทอี่ นิ พุต Ei และใหอ้ นิ พุต CH2 ของออสซลิ โลสโคปวดั วงจรทีเ่ อาตพ์ ตุ

3. กดสวิตช์ S1 และปล่อยมือทันที สังเกตรูปคล่ืนท่ีเกิดขึ้น วัดรูปคล่ืนสัญญาณและระดับความแรง

สัญญาณ ท้ังอินพุต Ei และเอาต์พุต EO บันทึกค่าและรูปร่างสัญญาณไวในรูปที่ 9.5 ให้มีรูปและเฟสสัญญาณ

สัมพนั ธ์กนั

+12V

R2 78 43 ออสซิลโลสโคป
500k
CH1 CH2
R1 C1 555
10k
1µF
62 5 EO
1 C2

S1 Ei 0.01µF

รูปท่ี 9.4 วงจรโมโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอรช์ นดิ IC เบอร์ 555

362

Ei = VP-P 0

EO= VP-P 0

รปู ที่ 9.5 สญั ญาณ Ei และ EO ของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนดิ IC 555 ใช้ R2=500kΩ
3. อ่านชว่ งเวลาเวลา T1 และ T2 ของสัญญาณ EO ท่วี ัดไดใ้ นลาดับขน้ั ตอนท่ี2
T1 = ………………………………………………………. s
T2 = ………………………………………………………. S
4. กดสวิตช์ S1 และปล่อยมือทันทีหลายๆครั้ง เป็นระยะ ๆ สังเกตรูปคลื่นที่เกิดขึ้นมีการเปลยี่ นแปลง

ไปจากรูปสญั ญาณที่วดั ได้หรอื ไม่
5. อ่านชว่ งเวลาเวลา T ของสญั ญาณ EO ทวี่ ดั ได้ในลาดบั ขั้นตอนที่3
T = ………………………………………………………. s
6. เปลีย่ นค่าความจุ R2 เปน็ 1MΩ ใช้ออสซลิ โลสโคปวดั รปู คลนื่ สัญญาณและระดับความแรงสัญญาณ

ท้ัง Ei และ EO บันทึกคา่ ไว้ในรปู ที่ 9.6

363

Ei = VP-P 0

EO= VP-P 0

รปู ที่ 9.6 สญั ญาณ EO และ Ei ของวงจรโมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ชนดิ IC 555 ใช้ R2=1MΩ
7. อ่านช่วงเวลาเวลา T ของสัญญาณ EO ที่วดั ได้ในลาดบั ขั้นตอนที่ 6

T = ………………………………………………………. s
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวเิ คราะห์
1. การเปล่ียนคา่ ตวั ตา้ นทานตัว R2 เพ่ิมขน้ึ ในวงจรรปู ท่ี 9.4 มีผลอย่างไรกับวงจรโมโนสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์
ใช้ IC 555
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

364

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ชอ่ื กลุม่ ……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................

รายช่ือสมาชกิ

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขท…ี่ ….

3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท…ี่ ….

ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลมุ ชัดเจน (ความรู้เกยี่ วกับเน้อื หา ความถกู ต้อง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนาเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาให้ผู้ฟังมีความ

สนใจ

รวม

ผู้ประเมนิ …………………………………………………

เกณฑก์ ารให้คะแนน

1. เนื้อหาสาระครอบคลมุ ชัดเจนถกู ตอ้ ง

3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถ้วนถกู ต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์

2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์

1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ กู ต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์

2. รปู แบบการนาเสนอ

3 คะแนน = มรี ูปแบบการนาเสนอท่เี หมาะสม มีการใชเ้ ทคนคิ ท่แี ปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอทนี่ า่ สนใจ นาวัสดใุ นทอ้ งถิน่ มาประยุกต์ใชอ้ ย่างคุม้ คา่ และ

ประหยดั

2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอท่ีแปลกใหม่ ใช้ส่อื และเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอทน่ี า่ สนใจ

แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วัสดุในทอ้ งถนิ่

1 คะแนน = เทคนคิ การนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ

3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญม่ บี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกล่มุ

1 คะแนน = สมาชิกสว่ นน้อยมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกลมุ่

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผู้ฟังมากกวา่ รอ้ ยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

2 คะแนน = ผฟู้ งั รอ้ ยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

1 คะแนน = ผฟู้ งั นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ความรว่ มมือ

365

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

ช่ือกลุ่ม……………………………………………ชนั้ ………………………หอ้ ง............................
รายชอื่ สมาชกิ

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท…่ี …. 4……………………………………เลขท่ี…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ข้อคดิ เหน็
321
1 การกาหนดเปา้ หมายร่วมกนั
2 การแบ่งหน้าท่ีรบั ผดิ ชอบและการเตรียมความพรอ้ ม
3 การปฏิบตั หิ นา้ ทีท่ ี่ไดร้ ับมอบหมาย
4 การประเมนิ ผลและปรับปรงุ งาน

รวม

ผปู้ ระเมนิ …………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมสี ่วนรว่ มในการกาหนดเป้าหมายการทางานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชกิ สว่ นใหญม่ สี ว่ นร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมสี ่วนรว่ มในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การหนา้ ทรี่ ับผดิ ชอบและการเตรียมความพรอ้ ม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มกี ารจดั เตรยี ม
สถานท่ี สอื่ /อปุ กรณไ์ ว้อย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถงึ แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมสี ือ่ /อุปกรณไ์ วอ้ ย่างพร้อมเพรียง
แตข่ าดการจดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ท่วั ถึงและมสี อ่ื / อุปกรณไ์ มเ่ พียงพอ
3. การปฏบิ ตั ิหน้าท่ีทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานได้สาเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาทก่ี าหนด
2 คะแนน = ทางานได้สาเรจ็ ตามเป้าหมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาท่กี าหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเปา้ หมาย
4. การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนร่วมปรกึ ษาหารือ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนรว่ มปรกึ ษาหารือ แต่ไมป่ รบั ปรงุ งาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นร่วมไมม่ สี ่วนร่วมปรึกษาหารอื และปรับปรงุ งาน

366

19. แบบฝึกหัด

แบบฝกึ หดั ทา้ ยหน่วยที่ 9
โมโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์
คาสั่ง อธิบายให้ไดใ้ จความสมบูรณ์และแสดงวิธีทาใหถ้ กู ตอ้ งสมบูรณ์
1. หลกั การทางานเบอื้ งต้นของวงจรโมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์เป็นอยา่ งไร อธิบายพรอ้ มวาดรูปประกอบ
2. วงจรโมโนโนสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์มีกช่ี นดิ อะไรบา้ ง
3. วงจรตามรปู คอื วงจรอะไร มหี ลกั การทางานอย่างไร อธิบายใหเ้ ข้าใจ

4. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มหี ลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายให้เขา้ ใจ

5. วงจรตามรูปคอื วงจรอะไร มีหลกั การทางานอย่างไร อธบิ ายให้เขา้ ใจ

367

20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หน่วยการเรียนรู้ไดส้ อดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์การเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมทั้งดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และดา้ นจติ พิสยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สื่อ นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเข้าสอน

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มวี ิธีการนาเข้าสู่บทเรยี นท่นี า่ สนใจ

5. มีกจิ กรรมทีห่ ลากหลาย เพ่อื ช่วยใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กจิ กรรมท่สี ่งเสริมใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคาตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จัดกิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี

10. จัดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ เี่ ช่อื มโยงกับชวี ิตจรงิ โดยนาภมู ิปญั ญา/บรู ณาการเขา้ มามีส่วนรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเมอ่ื นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรือตอบถกู ต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศกั ยภาพของผูเ้ รยี น

14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รียน อย่างทวั่ ถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทก่ี าหนด

ด้านสอื่ นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้

16. ใช้ส่ือท่ีเหมาะสมกบั กิจกรรมและศกั ยภาพของผเู้ รยี น

17. ใชส้ อื่ แหลง่ การเรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย เชน่ บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสารสื่อ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นตน้

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อยา่ งทั่วถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผู้เรยี นมสี ว่ นร่วมในการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบทัง้ ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจิตพสิ ัย

20. ครู ผู้เรียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกย่ี วข้องมีสว่ นร่วม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏิบตั ิ 5 = ปฏบิ ตั ดิ เี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ิดี 3 = ปฏบิ ตั ิพอใช้ 2 รวม

= ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉลี่ย

368

20.2 ปญั หาทพี่ บ และแนวทางแกป้ ญั หา

ปัญหาที่พบ แนวทางแกป้ ญั หา

ดา้ นการเตรียมการสอน

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นสอ่ื นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นการวดั ประเมนิ ผล

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นอื่น ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ขอ้ ๆ)

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................................ ครูผสู้ อน
(นายปฏพิ าน สนี าบญุ )
ตาแหน่ง ครพู เิ ศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทึกการนิเทศและติดตาม 369
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตาแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม

370

แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ

และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั วิชา 20105-2006 วชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง

หนว่ ยที่ 10 ชอ่ื หนว่ ย ไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

ชอ่ื เรอ่ื ง ไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ จานวน 4 ช่ัวโมง

1. สาระสาคัญ

ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ หรือมัลติไวเบรเตอร์แบบทวิเสถียร จะเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า ฟลิปฟลอป

เป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์อีกชนดิ หน่ึงท่ีการเปลย่ี นแปลงการทางานต้องมีสัญญาณอินพุตป้อนเข้ามาควบคุมให้

วงจรทางาน สภาวะการทางานของวงจรแบบเสถียรภาพมี 2 สภาวะแบ่งสภาวะการทางานแบบเสถียรภาพ

ออกเปน็ 2 สว่ น

2. สมรรถนะอาชพี ประจาหนว่ ย
ด้านความรู้
1. อธิบายการทางานเบอ้ื งตน้ ของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้

ดา้ นทักษะและการประยกุ ตใ์ ช้
1. ต่อวงจรไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ตามแบบท่ีกาหนดให้ได้
2. ใชม้ ัลติมิเตอร์วดั แรงดันในวงจรได้
3. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สญั ญาณในวงจรได้
4. อ่านและบันทกึ คา่ สัญญาณวงจรทว่ี ดั ด้วยออสซิลโลสโคปได้

ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง

1. มกี ารเสยี สละในหมู่คณะ

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป

1. เพ่ือใหม้ ีความรูเ้ กย่ี วกับการทางานไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์
2. เพ่ือให้มีทกั ษะในการตอ่ วงจรไบสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์
3. เพื่อให้มีเจตคตทิ ด่ี ีในการจดั ลาดับการทางานทางานไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

371

3.2 จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. อธิบายการทางานเบื้องต้นของวงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรไ์ ด้ (ดา้ นพุทธิพสิ ยั )
2. ตอ่ วงจรไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ตามแบบที่กาหนดให้ได้ (ด้านทกั ษะพสิ ัย)
3. ใช้มัลติมิเตอรว์ ัดแรงดันในวงจรได้ (ด้านทักษะพสิ ยั )
4. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สญั ญาณในวงจรได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ยั )
5. อ่านและบันทึกค่าสญั ญาณวงจรทีว่ ัดด้วยออสซลิ โลสโคปได้ (ดา้ นทกั ษะพิสัย)
6. มกี ารเสียสละในหมู่คณะ (ดา้ นจติ พสิ ยั )

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
1. ไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์
2. ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนดิ ทรานซิสเตอร์
3. ไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ชนิดไอซีออปแอมป์
4. ไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ชนิดไอซี 555
5. บทสรุป

4.2 ดา้ นทักษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองท่ี 10 ไบเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์
2. แบบทดสอบบทที่ 10

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. ใชเ้ คร่ืองมือในการทดสอบไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขน้ั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของผเู้ รียน

ข้นั เตรียม(10 นาที) ข้นั เตรยี ม(10 นาที)

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนารายวชิ า 1. ผ้เู รียนเตรยี มหนงั สือและฟงั ผูส้ อนแนะนารายวิชา

วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้กับวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลท่ีใช้กับวิชา

วงจรพลั ส์และสวิตชงิ วงจรพัลส์และสวติ ชงิ

2. ผู้สอนช้ีแจงเรื่องที่จะศึกษาและจุดประสงค์เชิง 2. ผู้เรียนฟังผู้สอนชี้แจงเร่ืองท่ีจะศึกษ าและ

พฤตกิ รรมประจาหน่วยที่ 10 เรือ่ ง ไบสเตเบลิ มลั ตไิ ว จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยท่ี 10 เร่ือง

เบรเตอร์ ไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

ข้นั การสอน(210 นาที) ขั้นการสอน(210 นาที)

1. ผ้สู อนอธิบายเนื้อหาวชิ าวงจรพัลสแ์ ละสวิตชงิ 1. ผู้เรียนฟังผู้สอนอธิบายเนื้อหาวิชาวงจรพัลส์

หนว่ ยที่ 10 เรื่อง ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ และสวิตชิงหน่วยที่ 10 เร่ือง ไบสเตเบิลมัลติไวเบร

เตอร์

372

2. ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นเปดิ หนังสือเรยี นวงจรพลั ส์และ 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาวงจรพัลส์และสวิตชงิ

สวติ ชช์ ิงหนว่ ยที่ 10 เรอื่ ง ไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ หน่วยที่ 10 เรอื่ ง ไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์

และอธบิ ายเนื้อหาให้ผู้เรียนฟัง 3. ผู้เรียนทาใบงานท่ี 10 เร่ือง ไบสเตเบิลมัลติไวเบร

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาใบงานท่ี 10 เร่ือง ไบสเต เตอร์

เบิลมลั ติไวเบรเตอร์

ขัน้ สรปุ (20 นาที) ข้ันสรุป(20 นาที)

1. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นทาแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 10 1. ผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนใหม้ ีความ

2. ผู้สอนและผเู้ รยี นร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วยเรียนที่ เขา้ ใจในทิศทางเดียวกัน

10 เร่ือง ไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ 2. ผูเ้ รียนทาแบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 10

6. สือ่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่ือสิง่ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า วงจรพัลสแ์ ละสวิตชิง
2. ใบงานท่ี 10 ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์
3. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 10
4. หนงั สือเรียนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง

6.2 สื่อโสตทัศน์
1. Power Point เร่ืองไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์

6.3 สอ่ื ของจรงิ
1. อปุ กรณ์จากการทดลองใบงานที่ 10

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา

1. ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดนิ
2. หอ้ งอนิ เตอรเ์ นต็ วทิ ยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา

1. หอ้ งสมดุ เฉลมิ พระเกียรติอาเภอสวา่ งแดนดนิ
2. ห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกมุ ารีอาเภอสว่างแดนดนิ

373

8. งานท่มี อบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. ผู้เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น

8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเนื้อหา ในบทท่ี 10 เรือ่ ง ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์
2. รายงานผลหน้าช้ันเรยี น
3. ปฏิบัติใบปฏบิ ัติงานที่ 10 เร่ือง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
4. สรปุ ผลการทดลอง

8.3 หลงั เรยี น
1. ทาแบบฝึกหัดบทท่ี 10

9. ผลงาน/ชนิ้ งาน ที่เกิดจากการเรยี นรู้ของผเู้ รยี น

1. แบบฝึกหัดบทที่ 10 ใบปฏบิ ัตงิ านท่ี 10
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอ้างองิ

1. พนั ธ์ศกั ดิ์ พุฒิมานิตพงศ์. วงจรพลั ส์และสวติ ชิง. : ศูนย์ส่งเสรมิ อาชวี ะ (ศสอ)

11. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั รายวชิ าอืน่

1. บูรณาการกับวชิ าวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
2. บรู ณาการกับวชิ าอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรียน
1. ความรู้เบอื้ งต้นก่อนการเรียนการสอน

12.2 ขณะเรียน
1. สังเกตการทางาน

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 10
2. ตรวจใบงานที่ 10

13. รายละเอียดการประเมินผลการเรยี น

จุดประสงค์ข้อท่ี 1 อธบิ ายการทางานเบ้อื งต้นของวงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายการทางานเบ้ืองตน้ ของวงจรไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอรไ์ ด้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายการทางานเบอื้ งตน้ ของวงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรไ์ ด้ จะได้ 2 คะแนน

374

จุดประสงคข์ อ้ ที่ 2 ต่อวงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ตามแบบที่กาหนดให้ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถต่อวงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ตามแบบท่ีกาหนดให้ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : ตอ่ วงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ตามแบบท่กี าหนดให้ได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 3 ใช้มัลตมิ ิเตอร์วดั แรงดันในวงจรได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถใช้มัลติมิเตอร์วัดแรงดนั ในวงจรได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ใชม้ ัลตมิ ิเตอร์วดั แรงดนั ในวงจรได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 4 ใช้ออสซลิ โลสโคปวัดสญั ญาณในวงจรได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถใชอ้ อสซิลโลสโคปวัดสญั ญาณในวงจรได้
4. เกณฑ์การผ่าน : ใช้ออสซิลโลสโคปวัดสัญญาณในวงจรได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อที่ 5 อา่ นและบนั ทึกค่าสญั ญาณวงจรท่วี ัดด้วยออสซลิ โลสโคปได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอ่านและบนั ทึกค่าสัญญาณวงจรทว่ี ัดดว้ ยออสซลิ โลสโคปได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อ่านและบันทกึ คา่ สัญญาณวงจรทวี่ ดั ด้วยออสซลิ โลสโคปได้ จะได้ 1 คะแนน

375

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการสอนท่ี 10. ชอ่ื หนว่ ยการสอน ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อ ประเมินความรู้พืน้ ฐานเกี่ยวกับไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์

ข้อคาถาม

ตอนที่1 จงเลอื กคาตอบท่ถี ูกตอ้ งทส่ี ดุ

1. วงจรไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์มีอกี ชอื่ เรียกอีกชอ่ื หนง่ึ ว่าอะไร

ก. ฟลิปฟลอป ข. วนั ชอ็ ตมลั ติไวเบรเตอร์

ค. ฟรีรนั นิงมลั ติไวเบรเตอร์ ง. วาริเอเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์

2. การทางานของวงจรไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ข้อใดถูกต้อง

ก. ทางานได้ด้วยตัวเองอัตโนมตั ิ

ข. ให้กาเนิดสัญญาณคลื่นสี่เหลีย่ มขึ้นมาด้วยตัวเอง

ค. เปล่ียนแปลงการทางานชว่ั ขณะเมอื่ มีสัญญาณกระตุน้ เข้ามา

ง. เปลีย่ นแปลงการทางานสลับกันทุกครั้งเมื่อมีสัญญาณกระตุ้นเข้ามา

3. ในสภาวะเสถียรภาพของวงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ชนดิ ทรานซสิ เตอร์เปน็ อย่างไร

ก. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจรทางานพรอ้ มกันตลอดเวลา

ข. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรไม่ทางานพร้อมกันตลอดเวลา

ค. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานสลับกนั ไปมาด้วยตัวเองอัตโนมตั ิ

ง. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจร วงจรหนึง่ ทางานตลอดเวลา อกี วงจรหนึง่ ไมท่ างานตลอดเวลา

4. การเปล่ยี นแปลงการทางานของวงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรช์ นิดทรานซิสเตอร์ขึ้นอยู่กบั อปุ กรณ์สว่ นใด

ก. สญั ญาณอินพตุ ข. R และตวั ทรานซิสเตอร์

ค. C และตวั ทรานซสิ เตอร์ ง. R, C และตวั ทรานซสิ เตอร์

5. การควบคมุ การเปลยี่ นแปลงการทางานของวงจรไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ควบคุมท่ี

สว่ นใด

ก. ขา C ตัวทรานซสิ เตอร์ทั้งสองตัว ข. ขา B ตวั ทรานซสิ เตอร์ท้งั สองตัว

ค. ขา C ตัวทรานซสิ เตอรต์ ัวใดตัวหนง่ึ ง. ขา B ตัวทรานซสิ เตอรต์ วั ใดตัวหนึง่

6. ความกว้างคลืน่ สเี่ หล่ยี มสง่ ออกเอาต์พุตของวงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอรข์ ึ้นอยูก่ บั

อะไร

ก. คา่ R ที่ใช้และตวั ทรานซสิ เตอร์ ข. คา่ C ทีใ่ ช้และตวั ทรานซสิ เตอร์

ค. ระยะเวลาสัญญาณอินพุตทง้ั สอง ง. ค่า R, C ทใี่ ช้ และตัวทรานซสิ เตอร์ฃ

7. การทางานของวงจรไบสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอรช์ นิดออปแอมป์เป็นอย่างไร

ก. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพร้อมกันตลอดเวลา

ข. การทางานของออปแอมป์ตอ้ งมสี ญั ญาณเขา้ มากระตุ้น

ค. ออปแอมป์ทางานตามการควบคุมของ RC ทปี่ ระกอบร่วม

376

ง. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหนึ่งทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไมท่ างานตลอดเวลา
8. สัญญาณทจี่ า่ ยออกเอาต์พุตของวงจรไบสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์ชนิดออปแอมปเ์ ป็นอยา่ งไร

ก. ข. ค. ง.

9. การทางานของวงจรสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรช์ นดิ ออปแอมป์เป็นอย่างไร

ก. ออปแอมป์ทางานต้องป้อนสญั ญาณกระตุ้น

ข. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพรอ้ มกนั ตลอดเวลา

ค. ออปแอมป์ทางานตามการควบคุมของ RC ท่ีประกอบรว่ ม

ง. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหนงึ่ ทางานตลอดเวลา อกี วงจรหน่ึงไม่ทางานตลอดเวลา

10. วงจรไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ชนดิ IC เบอร์ 555 สัญญาณอนิ พุตถูกป้อนเขา้ ท่ขี าใด

ก. ขา 7 ทริกเกอร์ ข. ขา 5 คอนโทรลโวลเตจ

ค. ขา 4 รเี ซต็ ง. ขา 2 ดสิ ชารจ์

ตอนที2่ อธบิ ายใหไ้ ด้ใจความสมบูรณแ์ ละแสดงวธิ ีทาใหถ้ ูกต้องสมบรู ณ์

1. หลกั การทางานเบื้องตน้ ของวงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอรเ์ ป็นอย่างไร อธิบายพรอ้ มวาดรปู ประกอบ

2. วงจรตามรูปคอื วงจรอะไร มีหลักการทางานอย่างไร อธิบายใหเ้ ข้าใจ

3. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มหี ลกั การทางานอย่างไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ

377

4. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลักการทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ข้าใจ

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

ข้อ1 ข้อ2 ขอ้ 3 ข้อ 4 ขอ้ 5 ขอ้ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ข้อ 10

378

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หนว่ ยการสอนที่ 10. ชอ่ื หนว่ ยการสอน ไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์

วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อ ประเมินความร้พู ้นื ฐานเก่ยี วกบั ไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์

ข้อคาถาม

ตอนที่1 จงเลือกคาตอบท่ถี ูกตอ้ งท่ีสดุ

1. วงจรไบสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์มีอีกชอ่ื เรียกอีกช่ือหนง่ึ ว่าอะไร

ก. ฟลิปฟลอป ข. วนั ช็อตมัลตไิ วเบรเตอร์

ค. ฟรีรนั นิงมลั ตไิ วเบรเตอร์ ง. วาริเอเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์

2. การทางานของวงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ขอ้ ใดถูกต้อง

ก. ทางานไดด้ ้วยตัวเองอัตโนมัติ

ข. ให้กาเนดิ สัญญาณคลน่ื สี่เหลยี่ มขึน้ มาด้วยตวั เอง

ค. เปล่ียนแปลงการทางานช่ัวขณะเมอื่ มีสญั ญาณกระต้นุ เข้ามา

ง. เปลีย่ นแปลงการทางานสลับกนั ทกุ คร้ังเมื่อมีสัญญาณกระตุน้ เขา้ มา

3. ในสภาวะเสถยี รภาพของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนดิ ทรานซสิ เตอร์เปน็ อย่างไร

ก. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจรทางานพรอ้ มกนั ตลอดเวลา

ข. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจรไม่ทางานพร้อมกันตลอดเวลา

ค. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจรทางานสลับกันไปมาด้วยตวั เองอัตโนมตั ิ

ง. ทรานซสิ เตอร์ 2 วงจร วงจรหนึ่งทางานตลอดเวลา อีกวงจรหนงึ่ ไมท่ างานตลอดเวลา

4. การเปลีย่ นแปลงการทางานของวงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรช์ นิดทรานซิสเตอร์ขึ้นอยู่กบั อปุ กรณ์สว่ นใด

ก. สญั ญาณอินพุต ข. R และตัวทรานซิสเตอร์

ค. C และตัวทรานซสิ เตอร์ ง. R, C และตัวทรานซิสเตอร์

5. การควบคมุ การเปลย่ี นแปลงการทางานของวงจรไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ควบคุมท่ี

สว่ นใด

ก. ขา C ตัวทรานซิสเตอรท์ ั้งสองตัว ข. ขา B ตวั ทรานซิสเตอร์ท้งั สองตัว

ค. ขา C ตวั ทรานซสิ เตอร์ตัวใดตัวหนงึ่ ง. ขา B ตัวทรานซสิ เตอรต์ วั ใดตัวหนึง่

6. ความกว้างคลน่ื ส่เี หลีย่ มสง่ ออกเอาต์พุตของวงจรไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอรข์ ึ้นอยูก่ บั

อะไร

ก. คา่ R ที่ใชแ้ ละตัวทรานซสิ เตอร์ ข. ค่า C ท่ใี ชแ้ ละตัวทรานซสิ เตอร์

ค. ระยะเวลาสญั ญาณอนิ พุตทง้ั สอง ง. ค่า R, C ทใี่ ช้ และตวั ทรานซสิ เตอร์ฃ

7. การทางานของวงจรไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอรช์ นิดออปแอมป์เปน็ อย่างไร

ก. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา

ข. การทางานของออปแอมป์ต้องมีสญั ญาณเขา้ มากระตุ้น

ค. ออปแอมป์ทางานตามการควบคมุ ของ RC ที่ประกอบร่วม

379

ง. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหนึง่ ทางานตลอดเวลา อีกวงจรหนง่ึ ไม่ทางานตลอดเวลา
8. สัญญาณที่จา่ ยออกเอาต์พุตของวงจรไบสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอรช์ นดิ ออปแอมป์เปน็ อย่างไร

ก. ข. ค. ง.

9. การทางานของวงจรสเตเบิลมัลติไวเบรเตอรช์ นิดออปแอมป์เป็นอยา่ งไร

ก. ออปแอมป์ทางานต้องป้อนสัญญาณกระตุน้

ข. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพรอ้ มกันตลอดเวลา

ค. ออปแอมป์ทางานตามการควบคุมของ RC ที่ประกอบร่วม

ง. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหนง่ึ ทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไมท่ างานตลอดเวลา

10. วงจรไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ชนดิ IC เบอร์ 555 สัญญาณอินพุตถูกป้อนเขา้ ท่ขี าใด

ก. ขา 7 ทรกิ เกอร์ ข. ขา 5 คอนโทรลโวลเตจ

ค. ขา 4 รเี ซต็ ง. ขา 2 ดิสชารจ์

ตอนที่2 อธบิ ายให้ได้ใจความสมบูรณ์และแสดงวิธที าใหถ้ ูกตอ้ งสมบรู ณ์

1. หลกั การทางานเบ้อื งต้นของวงจรไบสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอรเ์ ป็นอย่างไร อธบิ ายพรอ้ มวาดรปู ประกอบ

2. วงจรตามรปู คือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธบิ ายใหเ้ ข้าใจ

3. วงจรตามรูปคอื วงจรอะไร มีหลักการทางานอย่างไร อธบิ ายให้เขา้ ใจ

380

4. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลักการทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ข้าใจ

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

ข้อ1 ข้อ2 ข้อ 3 ข้อ 4 ขอ้ 5 ขอ้ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ข้อ 10

381

16. ใบความรทู้ ่ี 10

หนว่ ยการสอนที่ 10 ชอื่ หน่วยการสอน ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์

หวั ข้อเรื่อง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

10.1ไบสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์

ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ หรือมัลติไวเบรเตอร์แบบทวิเสถียร จะเรียกได้อีกช่ือหน่ึงว่า ฟลิปฟลอป

เป็นวงจรมัลติไวเบรเตอร์อีกชนิดหนึ่งที่การเปลยี่ นแปลงการทางานต้องมีสัญญาณอินพุตป้อนเข้ามาควบคุมให้

วงจรทางาน สภาวะการทางานของวงจรแบบเสถียรภาพมี 2 สภาวะแบ่งสภาวะการทางานแบบเสถียรภาพ

ออกเปน็ 2 ส่วน

ลักษณะการทางานของวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ในสภาวะปกติมีส่วนหน่ึงของวงจรอยู่ใน

สภาวะทางาน (ON) อีกส่วนหนึ่งของวงจรอยู่ในสภาวะไม่ทางาน (OFF) เป็นเช่นนี้ตลอดเวลา ในการเปลี่ยน

สภาวะการทางานของวงจรแตล่ ะคร้ัง จาเปน็ ต้องใช้สัญญาณแรงดันจากภายนอกมาควบคุมการทางาน เพ่ือทา

ให้ส่วนของวงจรที่อยู่ในสภาวะทางาน (ON) ให้ไม่ทางาน (OFF) และส่วนของวงจรท่ีอยู่ในสภาวะไม่ทางาน

(OFF) ให้ทางาน (ON) วงจรจะอยู่ในสภาวะเช่นน้ีตลอดไป จนกว่าจะมีสัญญาณแรงดันอินพุตป้อนเข้ามา

ควบคุมอีกครั้ง หนึ่ง วงจรจึงกลับเข้าสู่สภาวะการทางานเหนือนคร้ัง แรก ในการเปล่ียนสภาวะการทางานทุก

ครงั้ จาเป็นต้องมีสญั ญาณอนิ พตุ ปอ้ นเขา้ มาควบคุมทุกคร้งั

10.2 ไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร์ชนิดทรานซสิ เตอร์

วงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ เป็นวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ทีมีสภาวะเสถียรภาพ

ของวงจร 2 สภาวะ วงจรประกอบด้วยวงจรทรานซิสเตอร์สวิตช์ต่อร่วมกัน 2 วงจรการต่อวงจรเป็นดังนี้ ใช้

เอาต์พุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรที่หนึ่ง ไปต่อเข้ากับอินพุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรที่สอง และใช้

เอาต์พุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรท่ีสอง ไปต่อเข้ากับอินพุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรที่หนึ่ง สัญญาณ

พัลสอ์ ินพุตถกู ปอ้ นเข้าทีข่ า B ของตัวทรานซิสเตอรแ์ ตล่ ะตัว

10.3 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซีออปแอมป์

ไอซีออปแอมป์สามารถนามาสร้างใช้งาน ให้เป็นวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้เช่นเดียวกัน โดย

ตอ่ วงจรร่วมกับอปุ กรณ์ภายนอกจาพวกตวั ตา้ นทาน (R) อีกเลก็ น้อย ในลกั ษณะวงจรป้อนกลับแบบบวก วงจร

กส็ ามารถทางานเปน็ วงจรไบสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอรไ์ ด้

10.4 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอรช์ นดิ ไอซี 555

ตัว IC เบอร์ 555 สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชง้ านไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง หลายหน้าทกี่ ารทางานหนา้ ท่ีหน่ึงท่ี

ถูกนาไปใช้งาน คือวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ โดยทางานในสภาวะเสถียรภาพของวงจร 2 สภาวะ ในการ

ควบคุมการทางานโดยป้อนแรงดันเข้าวงจร ทาให้ท่ีเอาต์พุต IC เบอร์ 555 มีแรงดันออกมา และเม่ือป้อน

สัญญาณพัลส์ลบเข้าท่ีขารีเซ็ต ทาให้ที่เอาต์พุต IC เบอร์ 555 ไม่มีแรงดันออกมา ตัว IC เบอร์ 555 ประกอบ

วงจรร่วมกบั อุปกรณ์จาพวก R และ C อีกเลก็ น้อยพรอ้ มจัดวงจรใหถ้ กู ต้อง

382

10.5 บทสรปุ
ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ หรือมัลติไวเบรเตอร์แบบทวิเสถียร เรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่าฟลิปฟลอป เป็น

วงจรมัลตไิ วเบรเตอรอ์ ีกชนดิ หนึง่ ทกี่ ารเปลี่ยนแปลงการทางานต้องมีสัญญาณอินพุตปอ้ นเขา้ มาควบคมุ ให้วงจร
ทางาน สภาวะการทางานของวงจรแบบเสถียรภาพมี 2 สภาวะแบ่งสภาวะการทางานแบบเสถียรภาพออกเป็น
2 ส่วน

วงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนดิ ทรานซิสเตอร์ เปน็ วงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ทีมสี ภาวะเสถียรภาพ
ของวงจร 2 สภาวะ วงจรประกอบด้วยวงจรทรานซิสเตอร์สวิตช์ต่อร่วมกัน 2 วงจรต่อวงจรดังนี้ ใช้เอาต์พุต
ของทรานซสิ เตอรส์ วิตชว์ งจรท่ีหนึ่ง ไปตอ่ เขา้ กบั อินพุตของทรานซิสเตอรส์ วิตชว์ งจรทส่ี อง และใช้เอาต์พุตของ
ทรานซิสเตอรส์ วิตช์วงจรทีส่ อง ไปต่อเข้ากับอินพุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรที่หน่ึง สัญญาณพัลส์อนิ พุตถูก
ป้อนเข้าทีข่ า B ของตัวทรานซิสเตอร์แต่ละตัว

ไอซีออปแอมป์สามารถนามาสร้างใช้งาน ให้เป็นวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้เช่นเดียวกัน โดย
ตอ่ วงจรร่วมกับอุปกรณภ์ ายนอกจาพวกตวั ตา้ นทาน (R) อกี เลก็ นอ้ ย ในลกั ษณะวงจรป้อนกลบั แบบบวก วงจร
สามารถทางานเป็นวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้

ตัว IC เบอร์ 555 สามารถนาไปประยุกต์ใช้งานเป็นวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ โดยทางานใน
สภาวะเสถียรภาพของวงจร 2 สภาวะ ในการควบคุมการทางานโดยป้อนแรงดันเข้าวงจร ทาให้ท่ีเอาต์พุต IC
เบอร์ 555 มีแรงดันออกมา และเมื่อป้อนสัญญาณพัลส์ลบเข้าที่ขารีเซ็ตทาให้ที่เอาต์พุต IC เบอร์ 555 ไม่มี
แรงดันออกมา ตัว IC เบอร์ 555 ประกอบวงจรร่วมกบั อุปกรณ์จาพวก R และ C อีกเล็กนอ้ ย พรอ้ มจัดวงจรให้
ถกู ต้อง


Click to View FlipBook Version