The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พื้นฐานสำหรับการพัฒนาสังคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พื้นฐานสำหรับการพัฒนาสังคม

พื้นฐานสำหรับการพัฒนาสังคม

๒๗๐ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (๔) พระพุทธศาสนาเพื่อสังคมเป็นเรื่องของวิถีชีวิต สันติภาพไม่ใช่เพียงการไม่มีสงคราม หากแต่ต้องมี อยู่ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเรา (๕) คำสอนและการปฏิบัติจะต้องเหมาะสมกับกาลเวลาและ สถานที่ (๖) เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและสามารถเรียนรู้จากสรรพสิ่งได้๒๒๖ สถาบันนาโรปะ (Naropa Institute) เป็นอีกองค์กรพระพุทธศาสนาเพื่อสังคมในรูปแบบของ สถาบันการศึกษา ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1974 ที่เมืองโคโลราโด สหรัฐอเมริกา โดยชาวพุทธทิเบตชื่อเชอ เกียม ตรุงปะ รินโปเช (Chogyam Trungpa Rinpoche) ได้เปิดโครงการศึกษาระดับปริญญาโทชื่อ ว่า “โครงการพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม” (The Engaged Buddhism Program) โดยผู้ที่เข้าศึกษาใน โครงการนี้จะต้องเรียนทั้งภาควิชการและออกภาคสนามเพื่อฝึกฝนการทำกิจกรรมทางสังคม ความหมายของพระพุทธศาสนาเพื่อสังคมของสถาบันนี้ คือ “พระพุทธศาสนาเพื่อสังคมเป็นการ ประยุกต์เอาหลักศีล สมาธิ ปัญญาของพระพุทธศาสนามาใช้กับความท้าทายในสังคมปัจจุบัน เพื่อ ตอบสนองปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจของโลก” คริสโตเฟอร์ เอส. ควีน (Christopher S. Queen)๒๒๗ มองว่า พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม เป็นการประยุกต์หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาเพื่อ แก้ปัญหาสังคม เป็นรูปแบบของศาสนาที่เกิดขึ้นในบริบทแห่งการถกเถียงปัญหาระดับโลกในเรื่องสิทธิ มนุษยชน การกระจายความยุติธรรม และความก้าวหน้าทางสังคม จุดร่วมสำคัญอย่างหนึ่งของกลุ่ม ชาวพุทธที่ทำงานเพื่อสังคม คือ การถือเอาปัญหาความทุกข์ของชาวโลกเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความ อยากที่จะทำงานเพื่อสังคม รวมทั้งการตั้งปณิธานแบบพระโพธิสัตว์ของมหายาน ที่จะคุ้มครองรักษา สรรพสัตว์โรเบิร์ต อี. กอสส์ (Robert E. Goss)๒๒๘ มองว่า พระพุทธศาสนาเพื่อสังคมปัจจุบันเป็น ขบวนการสากลที่อยู่เหนือการสังกัดนิกาย โดยมุ่งตอบสนองปัญหาของโลกทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เป็นรูปแบบของขบวนการปลดปล่อยทางสังคมและการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการ เปลี่ยนแปลงสังคมและการปลดเปลื้องทุกข์ของมนุษย์ โดยประยุกต์ใช้หลักคำสอนเรื่องความเมตตา กรุณา ปัญญา ปฏิจจสมุปบาท และศูนยตา เพื่อแก้ปัญหาสังคม รวมทั้งการใช้วิธีการปฏิบัติกรรมฐาน ยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา เมตตากรุณาเชิงสังคม และการสร้างเครือข่ายระดับรากหญ้าเพื่อเข้าไปมี ส่วนร่วมกับสังคมอย่างกระตือรือร้นองค์ทะไล ลามะ ผู้นำเรียกร้องเพื่อเอกราชของทิเบตจากการยึด ครองของจีน ได้เสนอแนวคิด“ความรับผิดชอบสากล” (Universal Responsibility) และแนวคิดแบบ แบบ “จิตใจที่หวังประโยชน์เพื่อผู้อื่น” (Altruistic Mind) ซึ่งตั้งอยู่บนฐานของความรัก ความเมตตา กรุณา การให้อภัย และการอิงอาศัยกันของสิ่งทั้งหลาย ท่านกล่าวว่า “ทุก ๆ ชาติก็อิงอาศัยชาติอื่น ๒๒๖ Patricia Hunt-Perry and Lyn Fine, op cit., 2000, p. 36 ๒๒๗ Queen, Christopher S. (ed.). Engaged Buddhism: Buddhist Liberation Movements in Asia. Albany: State University of New York Press, 1996/2000. ๒๒๘ Goss, Robert E. “Naropa Institute: The Engaged Academy.” Engaged Buddhism in the West. ed. By Queen, Christopher S. Boston: Wisdom Publications, 2000.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๗๑ Fundamentals of Social Development แม้แต่ชาติที่มีข้อพิพาทกันก็ต้องร่วมมือในการใช้ทรัพยากรของโลก มนุษย์ทั้งหลายทั้งในชุมชนโลก และครอบครัว จำต้องสามัคคีกันและร่วมมือกันบนฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน แนวคิดเรื่องการ ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น (Altruism) จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งยวด” ท่านกล่าวต่อไปว่า หากปัจเจกบุคคลมีสำนึกรับผิดชอบต่อมนุษยชาติ เขาจะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ รวมทั้งทำให้ความเติบโตทางด้านอุตสาหกรรมและการเพิ่มขึ้นของประชากรชะลอตัวลง ถ้าเราคิดด้วย จิตใจที่คับแคบและมองเฉพาะสิ่งที่อยู่รอบตัว เราก็จะไม่สร้างอนาคตในทางบวก…ความหมายของ ความรับผิดชอบที่แท้จริงจะต้องตั้งอยู่บนฐานของความเมตตากรุณาและความปรารถนาที่จะทำ ประโยชน์เพื่อผู้อื่น เราไม่เพียงแต่จะให้ความเคารพมวลมนุษย์เท่านั้น หากยังต้องให้การดูแล การงด เว้นจากการก้าวก่ายแทรกแซงสัตว์สายพันธุ์อื่นและสิ่งแวดล้อม ในการทำงานเพื่อความสุขและความ พึงพอใจของบุคคล ครอบครัว ประเทศชาติ และชุมชนระหว่างประเทศ กุญแจสำคัญคือจิตใจที่หวัง ประโยชน์เพื่อผู้อื่นของเรานี่เอง ( Altruistic Mind) ความรับผิดชอบสากล (Universal Responsibility) และจิตใจที่หวังประโยชน์เพื่อผู้อื่นถือว่าเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดเกี่ยวกับ พระพุทธศาสนาเพื่อสังคมขององค์ทะไล ลามะ และรากฐานที่ลึกยิ่งไปกว่านั้น คือ ความตระหนักรู้ใน ความเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันของสิ่งทั้งหลาย ซึ่งในระบบความสัมพันธ์นี้ จักรวาลถูกมองในฐานะเป็นองค์ รวมแห่งอินทรียภาพ สรรพสิ่งล้วนอิงอาศัยกันและเป็นเหตุปัจจัยแก่กันและกัน (อิทัปปัจจยตา) ไม่ว่า จะเป็นการคิด การพูด และการกระทำ รวมทั้งสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนแต่รวมอยู่ในข่ายใยแห่งชีวิตนี้ ทั้งสิ้น (The Web of Life)๒๒๙ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองโดยภาพรวมแล้ว พระพุทธศาสนาเพื่อสังคมอาจแบ่งลักษณะโดยรวม เป็น ๓ ประการ ดังนี้ ๑) ความตระหนักรู้ (Awareness) หมายถึง ความมีสติสำนึกตระหนักรู้สิ่งที่ เกิดขึ้นภายในตัวเอง สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว รวมทั้งตระหนักรู้ในสภาพความทุกข์ของหมู่สัตว์ใน สังคมและโลก ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การทำกิจกรรมทางสังคม ๒) การทำตนให้เป็นหนึ่ง เดียวกับโลก (Identification of Self And World) ได้แก่ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว (Oneness) การ ไม่แบ่งแยกเป็นฝักฝ่าย (Non-Dualism) การพึ่งพาอาศัยกัน (Independence) และความรู้สึกเห็นอก เห็นใจกัน ในขั้นแรก เมื่อได้ตระหนักรู้ ได้เห็น และได้ยินสภาพความทุกข์ที่หมู่สัตว์ได้ประสบอยู่ จากนั้น จึงแผ่ความกรุณา (Compassion) หรือ ความรู้สึกสงสาร (Sympathy) ความรู้สึกร่วม (CoFeeling) หรือความรู้สึกว่าเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ (Fellow-Feeling) เพื่อทำลายพรมแดนที่ขวางกั้น ระหว่างตนเองกับคนอื่น พระติช นัท ฮันห์ ได้รวมเอาพวกโจรสลัดและผู้ลักลอบค้าอาวุธสงครามไว้ใน ข่ายแห่งความกรุณาของท่านด้วยในฐานะเป็นผู้ลี้ภัยสงครามและผู้ประสบเคราะห์กรรมร่วมกัน ๓) ๒๒๙ พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร. ขบวนการพระพุทธศาสนาในสังคมยุคใหม่:พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม (Socially Engaged Buddhism), มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘) (เข้าถึง https://www.mcu.ac.th/ article/detail/519. เมื่อ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓).


๒๗๒ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย การลงมือกระทำ (Imperative of Action) หมายถึง ข้อบังคับที่จะต้องลงมือทำหรือให้การช่วยเหลือ ทันทีเมื่อเห็นหรือได้ยินผู้อื่นมีความทุกข์ ดังที่พระติช นัท ฮันห์ กล่าวไว้ว่า “เมื่อมีการเห็น จะต้องมี การกระทำ” หรือดังที่เบอร์นาร์ด กลาสแมน (Bernard Glassman) มองว่า การมองความทุกข์ของ คนอื่นให้เป็นดังทุกข์ของตน จะนำไปสู่การกระทำอย่างมั่นคง ดังข้อคำกล่าวของเขาที่ว่า “ถ้าฉันมี แผลที่เลือดกำลังไหล ฉันจะรักษามันทันที จะไม่เข้าร่วมกลุ่มถกปัญหาหรือรอให้มีเครื่องมือพร้อม หรือรอจนกว่าจะได้ตรัสรู้ หรือรอจนกว่าจะได้ฝึกฝนตนก่อน ฉันจะหาผ้ามาพันแผลให้เลือดหยุดไหล ทันที เพราะเลือดของฉันกำลังไหลอยู่ขณะนี้”๒๓๐ ๖.๖ สรุปบทบาทและหน้าที่ของนักพัฒนาสังคม นักพัฒนา (Change Agent) อาจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้นำชมชน ผู้นำทางศาสนา หรือผู้นำ องค์กรเอกชนก็ได้ นักพัฒนาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่ง เป็นกลไกประสานงานระหว่างแหล่งสนับสนุน โครงการพัฒนา กับโครงการพัฒนาที่ลงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในสังคมและชุมชน โครงการพัฒนาต่าง ๆ ในสังคมจะบรรลุผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับ คุณสมบัติ ความสามารถ และ จรรยาบรรณของนักพัฒนา ดังนั้นเพื่อให้โครงการพัฒนาบรรลุถึงเป้าหมายอย่าง มีประสิทธิภาพ เป็น ที่พึงพอใจแก่ทุกฝ่าย จึงจำเป็นต้องพัฒนานักพัฒนา ให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะ และมีความ เป็นผู้นำในการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ บทบาทและหน้าที่ของนักพัฒนาสังคมภารกิจการพัฒนาสังคม การจัดสวัสดิการสังคม การ สังคมสงเคราะห์ การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ และการให้บริการสวัสดิการสังคมแก่คนไร้ที่พึ่ง ผู้ทำ การขอทาน สมาชิกนิคมสร้างตนเอง ราษฎรบนพื้นที่สูง และกลุ่มเป้าหมายพิเศษ รวมถึงการส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมโดยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้อง และการจัดกิจกรรมตามโครงการพิเศษ โดยมี อำนาจหน้าที่อยู่ ๗ ประการ ส่วนนักพัฒนา ทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชน จึงได้เรียกว่า “นักพัฒนาสังคม” ซึ่งมีบทบาทหน้าที่หลายด้านทั้ง การศึกษา ด้านสุขภาพ ด้านสังคม โดยมีบทบาทสำคัญให้ความรู้แก่ประชาชนและเชื่อมประสานงาน ความเข้าใจ ความร่วมมือกับกรมการปกครอง ปัญหาและอุปสรรคจุลภาคที่สำคัญมีอยู่ ๔ ประการด้วยกัน คือ ๑) ปัญหาจากตัวนักพัฒนา (พัฒนากร) ๒) ปัญหาจากวิธีการดำเนินงานของรัฐบาล ๓) ปัญหาความซ้ำซ้อนของกิจกรรมการพัฒนา และ ๔) ปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง ส่วนปัญหาและอุปสรรคมหภาคที่สร้างผลกระทบอย่างรุนแรง มี อยู่ ๑๑ ประการ ได้แก่ ๑) ปัญหาและอุปสรรคจากทางแนวทางปฏิรูปการเมือง ๒) ปัญหาและอุปสรรค จากทางแนวทางปฏิรูปมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารส่วนงานราชการต่าง ๆ ของประเทศ ๓) ปัญหาและอุปสรรคจากทางแนวทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ๔) ปัญหาและอุปสรรคจากทางแนวทาง ๒๓๐ อ้างแล้ว


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๗๓ Fundamentals of Social Development ปฏิรูปแนวทางการบริหารราชการแผ่นดิน ๕) ปัญหาและอุปสรรคจากแนวทางปฏิรูปวิธีการปราบการ ทุจริต ๖) ปัญหาและอุปสรรคจากแนวทางปฏิรูปการศึกษา ๗) ปัญหาและอุปสรรคจากแนวทางปฏิรูป โครงสร้างเศรษฐกิจ ๘) ปัญหาและอุปสรรคจากแนวทางปฏิรูปด้านข้อมูลข่าวสาร ๙) ปัญหาและอุปสรรค จากแนวทางปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางการเมือง ๑๐) ปัญหาและอุปสรรคจากแนวทางปฏิรูปด้านการ จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ๑๑) ปัญหาและอุปสรรคจากปฏิรูปด้านอื่น ๆ การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคจุลภาคต่อบทบาทและหน้าที่ของนักพัฒนาสังคมได้นั้นนักพัฒนา ต้องมีความรู้ความเข้าใจ ต้องเข้าไปอยู่ในชุมชนต้องเผชิญกับปัญหา และทุ่มเทให้กับการพัฒนา การ ดำเนินงานของรัฐบาลต้องไปในทิศทางเดียวกันไม่มีการซ้ำซ้อนในกิจกรรมการพัฒนา และไร้ การฉ้อ ราษฎร์บังหลวงทุกกิจกรรม ส่วนการเอาชนะปัญหาและอุปสรรคมหภาคที่สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงได้ นั้น การเมืองและนักการเมืองต้องมีบรรทัดฐานที่ดีให้กับนักการเมือง และยุติระบบอุปถัมภ์ มีการแจ้ง ข่าวสาร ปลูกฝังจิตสำนึกให้มีความรักชาติ สร้างความรู้ ความเข้าใจในระบบการเมืองการปกครองของ ประเทศอย่าง และแก้ไขกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองประชาชนสามารถตรวจสอบและ สามารถรักษาความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนได้ ๒) การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคจากทางแนวทาง ปฏิรูปมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารส่วนงานราชการต่าง ๆ ของประเทศ โดยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับ ข้าราชการ และสร้างจิตสํานึกให้ข้าราชการและนักการเมืองต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม ๓) การเอาชนะ ปัญหาและอุปสรรคจากทางแนวทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยการสร้างความคุ้มกันให้กับ กระบวนการยุติธรรม ให้ผู้พิพากษาทำงานอย่างโปร่งใสสุจริต และเที่ยงธรรม โดยปราศจากการแทรกแซง จากอำนาจภายนอก สร้างมาตรฐานที่ดี และรื้อฟื้นคดีทางการเมืองที่สร้างความแตกแยก ๔) การเอาชนะ ปัญหาและอุปสรรคจากทางแนวทางปฏิรูปแนวทางการบริหารราชการแผ่นดิน (ส่วนภูมิภาค) ต้องจัดสรร งบประมาณให้ราชการส่วนภูมิภาคให้เหมาะสมกับการดำเนินการในด้านต่าง ๆ และเร่งดำเนินการในเรื่อง งบประมาณดำเนินการ ๕) การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคจากแนวทางปฏิรูปวิธีการปราบการทุจริตโดย ให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช)พร้อมภาคประชาชนทำงานให้เร็ว ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างจริงจัง ๖) การเอาชนะปัญหาและอุปสรรค จากแนวทางปฏิรูปการศึกษา โดยมีตัวแทนที่มีความรู้ด้านการศึกษาของประชาชนในท้องถิ่น เข้าไปมีส่วน ร่วมในการพัฒนาการเรียนการสอนของนักเรียน ให้การศึกษาเป็นนโยบายระดับชาติ มีการวางแผนระยะ ยาวห้ามมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการศึกษา ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองก็ตาม และควรมี ครูพิเศษที่มาจากภาคสังคมเข้ามาร่วมบริหารการศึกษาในพื้นที่ ๗) การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคจาก แนวทางปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนซื้อสินค้าการเกษตรของคนในท้องถิ่น จัดตั้งสหกรณ์ ชุมชนเพื่อเป็นที่จำหน่ายสินค้าและผลผลิต จำกัดการถือครองที่ดินทางการเกษตรสำหรับผู้ที่มีที่ดินให้ ผู้อื่นเช่าโดยจัดเก็บภาษีให้สูงสำหรับที่ดินว่างเปล่าจัดการภาษีเกษตรกรให้สอดคล้องกับรายได้เกษตรกร ประกันราคาพืชผลเกษตรควบคุมราคา ลดราคาปุ๋ยยาเครื่องมือวัสดุทางการเกษตรลดราคาน้ำมัน การ


๒๗๔ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขนส่งอบรมอาชีพเสริม และต้องมีทีมงานการตลาดประจำทุกทวีป หรือทุกเขตภูมิภาคเพื่อกระจายสินค้า สำเร็จรูป สินค้าที่เป็นวัตถุดิปเพื่อการผลิต และสินค้าเกษตร ๘) การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคจาก แนวทางปฏิรูปด้านข้อมูลข่าวสาร โดยเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ มีกองรุกขจัดข่าวปลอม (Fake News) และขจัดคำพูดที่ก่อความเกลียดชัง (Hate Speech) และต้องเป็นข่าวจริงตลอด ๒๔ ชั่วโมง ๙) การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคจากแนวทางปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางการเมือง โดยขจัดปัญหาความ รุนแรงจากการเมืองทั่วประเทศและ ร่วมกันรณรงค์ให้ลงโทษสูงสุดสำหรับนักการเมืองทุกระดับและ ข้าราชการทุกคนที่สนับสนุนให้นักการเมืองที่ทำผิดกฎหมายทั้งแพ่งทั้งอาญา ๑๐) การเอาชนะปัญหาและ อุปสรรคจากแนวทางปฏิรูปด้านการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาเพื่อให้อุดม สมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้น และยั่งยืนต่อไป ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมต้องช่วยกันลดมลพิษให้อยู่ในค่ามาตรฐาน ให้ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในพื้นที่เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดแก่ประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ อย่างเท่าเทียม และ ๑๑) การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคจากยาเสพติด แนวทางแก้ไขปัญหา ให้ผู้รักษา กฎหมายบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเพิ่มโทษให้หนักกว่าเดิม และ รณรงค์ให้ประชาชนร่วมกัน ป้องกันในเรื่องยาเสพติด ร่วมกันดูแลบุคคลในครอบครัวไม่ให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และชี้แจงให้ทราบถึง พิษภัยของยาเสพติด และโทษหนักทางกฎหมาย พระพุทธศาสนาเพื่อสังคมอาจแบ่งลักษณะโดยรวมเป็น ๓ ประการ ดังนี้ ๑) ความตระหนักรู้ (Awareness) หมายถึง ความมีสติสำนึกตระหนักรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว รวมทั้งตระหนักรู้ในสภาพความทุกข์ของหมู่สัตว์ในสังคมและโลก ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ การทำกิจกรรมทางสังคม ๒) การทำตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับโลก (Identification of Self and World) ได้แก่ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว (Oneness) การไม่แบ่งแยกเป็นฝักฝ่าย (Non-Dualism) การ พึ่งพาอาศัยกัน (Independence) และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน ในขั้นแรก เมื่อได้ตระหนักรู้ ได้ เห็น และได้ยินสภาพความทุกข์ที่หมู่สัตว์ได้ประสบอยู่ จากนั้น จึงแผ่ความกรุณา (Compassion) หรือ ความรู้สึกสงสาร (Sympathy) ความรู้สึกร่วม (Co-Feeling) หรือความรู้สึกว่าเป็นเพื่อนร่วม ทุกข์ (Fellow-Feeling) เพื่อทำลายพรมแดนที่ขวางกั้นระหว่างตนเองกับคนอื่น พระติช นัท ฮันห์ ได้ รวมเอาพวกโจรสลัดและผู้ลักลอบค้าอาวุธสงครามไว้ในข่ายแห่งความกรุณาของท่านด้วยในฐานะเป็น ผู้ลี้ภัยสงครามและผู้ประสบเคราะห์กรรมร่วมกัน ๓) การลงมือกระทำ ( Imperative of Action) หมายถึง ข้อบังคับที่จะต้องลงมือทำหรือให้การช่วยเหลือทันทีเมื่อเห็นหรือได้ยินผู้อื่นมีความทุกข์ ดังที่ พระติช นัท ฮันห์ กล่าวไว้ว่า “เมื่อมีการเห็น จะต้องมีการกระทำ” หรือดังที่เบอร์นาร์ด กลาสแมน (Bernard Glassman) มองว่า การมองความทุกข์ของคนอื่นให้เป็นดังทุกข์ของตน จะนำไปสู่การ กระทำอย่างมั่นคง ดังข้อคำกล่าวของเขาที่ว่า “ถ้าฉันมีแผลที่เลือดกำลังไหล ฉันจะรักษามันทันที จะ ไม่เข้าร่วมกลุ่มถกปัญหาหรือรอให้มีเครื่องมือพร้อม หรือรอจนกว่าจะได้ตรัสรู้ หรือรอจนกว่าจะได้ ฝึกฝนตนก่อน ฉันจะหาผ้ามาพันแผลให้เลือดหยุดไหลทันที เพราะเลือดของฉันกำลังไหลอยู่ขณะนี้”


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๗๕ Fundamentals of Social Development


๒๗๖ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทดสอบความรอบรู้ท้ายบท ๑. คุณสมบัตินักพัฒนาสังคมตามแนวคิดของส่วนราชการและนักวิชาการเพียงเท่านี้เพียง พอที่จะพัฒนาสังคมไทยหรือไม่ หรือท่านคิดว่ามีคุณสมบัติใดที่จำเป็นและขาดไปสำหรับ THAILAND 5.0, 6.0 และระดับสูงกว่านี้ในอนาคต? ๒. บทบาทและหน้าที่ของนักพัฒนาสังคมต้องเกินค่าจ้างจริงหรือไม่? จงอธิบายพอสังเขป ๓. ท่านคิดว่านักพัฒนาสังคมจะพบเพียง ๑๐ อุปสรรคต่อบทบาทและหน้าที่ของนักพัฒนา สังคมใช่หรือไม่ และหากมีมากกว่านี้จะมีอะไรบ้าง? จงยกตัวอย่างพร้อมอธิบายพอสังเขป ๔. การเอาชนะอุปสรรคต่อบทบาทและหน้าที่ของนักพัฒนาสังคม ตามล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” พระองค์ท่านทรงต้องการจะแนะนำนักพัฒนาอะไรบ้าง? จงอธิบายพอ สังเขป ๕. ในมุมมองพระพุทธศาสนากับบทบาทและหน้าที่ของนักพัฒนาสังคม ท่านคิดว่ายังขาด อะไรอยู่บ้างเพื่อพัฒนาอนาคตประเทศไทย ? จงอธิบายพอสังเขป


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๗๗ Fundamentals of Social Development เอกสารอ้างอิงประจำบท ๑. ภาษาไทย ก. ข้อมูลปฐมภูมิ ข. ข้อมูลทุติยภูมิ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ. ภารกิจ อำนาจหน้าที่. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์[ออนไลน์] แหล่งที่มา.http://61.19.50.68/dsdw/page.php?module= about&pg=index&conid=3 (๒๕๕๘). กลุ่มกำนัน กลุ่มผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มข้าราชการ กลุ่มประชาชน แกนนำการเมือง และกลุ่มเอกชน. สภาพ ปัญหา แนวทางแก้ไขปัญหา ข้อเสนอแนะอื่น ๆ. กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น, กระทรวงมหาดไทย [ออนไลน์] แหล่งที่มา. จำนงค์ อดิวัฒนสิทธ์, ศ.ดร. ''พุทธจริยธรรมกับการพัฒนานักพัฒนาสังคม''. มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย [ออนไลน์] แหล่งที่มา. http://khonkaen.mcu.ac.th/site/article content_desc.php?article_id= 698&article group_id=150. (๒๕๓๗/เข้าถึง ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓). ชยาภรณ์ ชื่นรุ่งโรจน์, รศ. ปัญหาในการพัฒนาชุมชน: ชุมชนและการพัฒนาชุมชน.ภาควิชาบ้าน และชุมชนคณะมนุษย์สาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,[ออนไลน์] แหล่งที่มา. http://www.human.cmu.ac.th/ home/hc/ebook /006103/lesson10/03.htm. (เข้ ถึงเมื่อ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓). พร้อมพล สัมพันธโน. บทบาทนักพัฒนาสังคมในภาคประชาชน กับอุดมการณ์ขับเคลื่อนสิทธิทาง วัฒนธรรม. North Public News. [ออนไลน์] แหล่งที่มา. http://www.northpublic news.com/. (๗ มกราคม ๒๕๖๑). พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร. ขบวนการพระพุทธศาสนาในสังคมยุคใหม่:พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม (Socially Engaged Buddhism), มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘) (เข้าถึง https://www.mcu.ac.th/ article/detail/519. เมื่อ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓). พีร์ พีรพัฒน์, จรรยาบรรณ. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐ. [ออนไลน์] แหล่งที่มา. https://sites.google. Com/site/nprucd/swn-na/crrya-brrn (๑๐ พ.ย. ๒๕๕๘/๒๕๖๓) พุทธศาสนาสำหรับสังคมสมัยใหม่,” เสขิยธรรม ๔๗ (มกราคม-มีนาคม, ๒๕๔๔), น. ๓๑. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้เสนอชื่อของพระติช นัท ฮันห์เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อปี ค.ศ.1967 ได้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัวอีก ที่จะมีคุณค่าพอสำหรับรางวัล โนเบลสาขาสันติภาพนอกเหนือไปจากพระผู้มีเมตตาจากเวียดนามรูปนี้”.


๒๗๘ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒. ภาษาอังกฤษ a) Primary Sources b) Secondary Sources Christopher S. Queen (ed.), Engaged Buddhism in the West (Boston: Wisdom Publications, 2000), p. 6. Goss, Robert E. “Naropa Institute: The Engaged Academy.” Engaged Buddhism in the West. ed. By Queen, Christopher S. Boston: Wisdom Publications, 2000. Patricia Hunt-Perry and Lyn Fine, “All Buddhism Is Engaged: hich ha anh And he Order Of In erbieng,” Engaged Buddhism in the West, (ed. By Christopher S. Queen, 2000), pp. 36, 40. Queen, Christopher S. (ed.). Engaged Buddhism: Buddhist Liberation Movements in Asia. Albany: State University of New York Press, 1996/2000. Thich Nhat Hanh, Call Me By My True Names (Berkeley: Parallax Press, 1993), p.19. -----------------------, Love in Action: Writings on Nonviolent Social Change (Berkeley: Parallax Press, 1993) อ้างใน Christopher S. Queen (ed.), (Engaged Buddhism in the West), 2000, p. 36. -----------------------, Peace Is Every Step (New York: Bantam, 1991), p. 91. -----------------------, Vietnam: Lotus in a Sea of Fire (New York: Hill and Wang, 1967), p. 106.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๗๙ Fundamentals of Social Development แผนการสอน ประจำบทที่ ๗ คุณธรรมและจริยธรรมของนักพัฒนาสังคม ขอบข่ายการเรียนรู้บทที่ ๗ ๑. ความหมายของคุณธรรม จริยธรรมของนักพัฒนาสังคม ๒. ความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรม สำหรับนักพัฒนาสังคม ๓. ทฤษฎีด้านคุณธรรม จริยธรรม ๔. โครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของอปท. ๕. หลักธรรมาภิบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๖. ปัญหาในการพัฒนาชุมชนที่รอวิธีแก้แบบใหม่ ๗. สรุปคุณธรรมจริยธรรมของนักพัฒนาสังคม จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจความหมายของคุณธรรม จริยธรรมของนักพัฒนาสังคม ๒. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรม สำหรับนักพัฒนาสังคม ๓. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจทฤษฎีด้านคุณธรรม จริยธรรม ๔. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจโครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ของอปท. ๕. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจหลักธรรมาภิบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๖. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจปัญหาในการพัฒนาชุมชนที่รอวิธีแก้แบบใหม่ วิธีสอนและกิจกรรม ๑. บรรยายประกอบเอกสารประกอบการสอน ๒. วิธีสอนแบบอภิปรายเนื้อหา / ซักถาม / และทำแบบฝึกหัดในชั้นเรียน ๓. มอบหมายงานศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง หรือ กำหนดประเด็นร่วมวิเคราะห์ ๔. รายงานผลการศึกษางานมอบหมายหน้าชั้นเรียน และแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในชั้นเรียน ๕. มอบหมายใบงานสรุปเนื้อหาที่เรียนการสอนแต่ละครั้ง ๖. อภิปรายหรือทำแบบฝึกหัดท้ายบท แล้วนำผลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ที่ เหมาะสมต่อไป สื่อการเรียนการสอน ๑. เอกสารประกอบการสอน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒. สื่อ Power Point สื่อวีดิทัศน์ สื่อเรียนรู้ออนไลน์ หรือ สื่อเรียนรู้ต่าง ๆ ๓. ใบงานความรู้ หรือ แบบประเมินผลก่อนและหลังเรียน หรือคำถามประจำบทที่ ๗


๒๘๐ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บทที่ ๗ คุณธรรมและจริยธรรมของนักพัฒนาสังคม ๗.๑ ความหมายของคุณธรรม จริยธรรมของนักพัฒนาสังคม จากคำว่า คุณธรรม จริยธรรม ของนักพัฒนาสังคมนั้นมักมีการนำมาใช้คู่กัน ทำให้มีความ เข้าใจว่ามีความคล้ายคลึงกันซึ่งได้มีผู้ให้ความหมายของคำเหล่านี้ ไว้ดังนี้ พุทธทาสภิกขุ (๒๕๐๕ น.๓)๒๓๑ ได้ให้อรรถาธิบายคำว่า คุณธรรมไว้ว่า หมายถึง คำที่มีอยู่ใน แต่ละสิ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความยืดถือ เป็นไปได้ทั้งทางดีและทางร้าย คือ ไม่ว่าจะทำให้จิตใจยินดีหรือ ยินร้ายก็เรียกว่า “คุณ” ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของมัน ส่วนคำว่า ธรรม มีความหมาย ๔ อย่าง คือ ๑) ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ๒) ธรรมะ คือ กฎของธรรมชาติที่เรามีหน้าที่ต้องเรียนรู้ ๓) ธรรมะ คือ หน้าที่ที่ตามกฎของธรรมชาติ เรามีหน้าที่ต้องปฏิบัติ และ ๔) ธรรมะ คือ ผลจากการปฏิบัติหน้าที่นั้น เรามีหน้าที่จะต้องมี หรือใช้มันอย่างถูกต้อง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒(๒๕๔๖, น.๒๕๓)๒๓๒ ได้ให้ความหมายของคำ ว่า “คุณธรรม” หมายถึง สภาพคุณงามความดี (ในผลงานของการทำหน้าที่ในฐานะนักพัฒนาสังคม) ดวงเดือน พันธุมนาวิน (๒๕๔๓,น.๑๑๕)๒๓๓ ให้ความหมายของคุณธรรมว่า คุณธรรม คือ สิ่ง ที่บุคคลยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม มีประโยชน์มากและมีโทษน้อย (ต่อการผู้รับการพัฒนาในการพัฒนา สังคม) ยนต์ ชุมจิต (๒๕๔๖, น.๒๖๑)๒๓๔ ให้ความหมายของคุณธรรมว่า หมายถึง ธรรมชาติของ ความดี ลักษณะของความดี หรือสภาพของความดีที่มีอยู่ในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง (โดยเฉพาะในตัว นักพัฒนาสังคม) จรัล แก้วเป็ง (๒๕๔๖, น. ๘)๒๓๕ ได้กล่าวสรุปความหมายคุณธรรม (นักพัฒนาสังคม) หมายถึง หลักของความดี ความงาม ความถูกต้อง ในการแสดงออกทั้งกาย วาจา ใจ ของแต่ละบุคคล ๒๓๑ พุทธทาสภิกขุ. แนะแนวจริยธรรม. (กรุงเทพมหานคร: บริษัทศิริพัธต์, ๒๕๐๕) น. ๓. ๒๓๒ ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย์สถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ( กรุงเทพฯ: นานมีบุคส พับ ลิเคชันส์. ๒๕๔๖), น.๒๕๓. ๒๓๓ ดวงเดือน พันธุมนาวิน. ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม:การวิจัยและพัฒนาบุคคล. (กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ๒๕๔๓) น. ๑๑๕. ๒๓๔ ยนต์ ชุมจิต.การศึกษาและความเป็นครูไทย. (พิมพ์ครั้งที่ ๒). (กรุงเทพมหานคร:โอเดียนสโตร์. ๒๕๔๖) น. ๒๖๑. ๒๓๕ จรัส แก้วเป็ง. การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนด้านคารวะธรรม โรงเรียนเรียงคำวิทยาคม อำเภอ เชียงคำ จังหวัดพะเยา. วิทยานิพนธ์คุรศาสตร์มหาบัณฑิต, (สถาบันราชภัฎเชียงราย.๒๕๔๖) น.๘


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๘๑ Fundamentals of Social Development ซึ่งยึดมั่นไว้เป็นหลักประจำในการประพฤติ (ที่นักพัฒนาสังคม) ปฏิบัติจนเกิดเป็นนิสัย ซึ่งอาจส่งผลให้ การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม วีระพงศ์ ถิ่นแสนดี (๒๕๕๐, น.๒๒)๒๓๖ ได้อธิบายความหมาย คุณธรรม (นักพัฒนาสังคม) เป็นความดีอันสูงสุดที่ปลูกฝังอยู่ในอุปนิสัยอันดีงามของคนทั่วไป ซึ่งวางอยู่ในจิตสำนึก ความรู้สึก รับผิดชอบของคนนั้น อันเป็นเครื่องควบคุมความประพฤติของบุคคลให้แสดงออกตามที่ปรารถนา ทิพย์ หาสาสน์ศรี (๒๕๕๓, น. ๗)๒๓๗ ได้อธิบายความหมายถึงคุณธรรม (นักพัฒนาสังคม) ไว้ ว่า หลักคุณงามความดี ความถูกต้องที่อยู่ภายในจิตใจของแต่ละบุคคล ซึ่งจะส่งเสริมให้บุคคลในสังคม ยึดมั่นเป็นหลักประจำใจในการประพฤติปฏิบัติ ส่งผลให้เกิดคุณประโยชน์แก่สังคมโดยรวม พระมหาอาจริยพงษ์ (๒๕๕๔,น.๙)๒๓๘ ได้อธิบายความหมายถึงคุณธรรม (นักพัฒนาสังคม) ไว้ ดังนี้ คุณธรรม หมายถึง คุณงามความดี และคุณลักษณะหรือสภาวะ (นามธรรม) ที่มีค่าอยู่ภายใน จิตใจของมนุษย์ซึ่งเป็นไปในทางที่ถูกต้องหรือดีงามคุณธรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสังคมมนุษย์ ที่ต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน เพราะคุณธรรมเป็นหลักแห่งความประพฤติปฏิบัติ และมีจุดหมายปลายทางอยู่ ที่ความสงบร่มเย็นเป็นสุขของสังคมโดยส่วนร่วม พระบำรุง ปัญฺญาพโล(โพธิ์ศรี) (๒๕๕๕, น. ๑๐)๒๓๙ ได้กล่าวสรุปคุณธรรมไว้ว่า สิ่งที่มีคุณค่ามี ประโยชน์ เป็นลักษณะของความรู้สึกนึกคิดทางจิตใจ เป็นสภาพคุณงามความดีที่สั่งสมอยู่ในจิตใจของ มนุษย์เป็นเวลายาวนาน เป็นตัวกระตุ้นให้มีการประพฤติปฏิบัติอยู่ในกรอบที่มีงาม คุณธรรมเป็นสิ่งที่ดี งามทางจิตใจ เป็นคุณค่าของชีวิตในการบำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่เพื่อนมนุษย์ ให้เกิด ความรักสามัคคี ความอบอุ่นมั่นคงในชีวิต ดังนั้นคุณธรรมเป็นบ่อเกิดของจริยธรรม คุณธรรมที่สำคัญ ยิ่งของคนในชาติที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านทางพระพุทธศาสนาโดยปรัชญาแนวคิดนั้นเน้นหลักธรรมที่ เป็นสัจธรรมที่เป็นวิธีการสอนการเผยแพร่ถ่ายทอดหลักธรรมสู่การปฏิบัติเน้นคุณธรรมในการใช้ ปัญญาพิจารณาเหตุผลหลักธรรมที่เป็นหัวใจพุทธศาสนานำมาสั่งสอน มี ๓ ประการ คือ ๑) ให้เว้น จากความชั่วทั้งปวง ๒) ให้ทำความดี ๓) ให้ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ หลักธรรมที่พระพุทธศาสนานำมา ๒๓๖ วีระพงศ์ ถิ่นแสนดี.การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนโรงเรียนสิงห์สะอาด อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์. ปริญญานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, (มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม.๒๕๕๐) น. ๒๒. ๒๓๗ ทิพย์ หาสาสน์ศรี. การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (รายงานผลการวิจัย). (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแห่ง. ๒๕๕๓), น. ๗. ๒๓๘ พระมหาอาจริยพงษ์ คำตั๋น.การปฏิบัติตนด้านคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ของ นักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตจังหวัดนครปฐม.ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๒๕๕๔), น.๙. ๒๓๙ พระบำรุง ปัญฺญาพโล (โพธิ์ศรี). ปัจจัยที่มีผลต่อการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เขตบางกอกใหม่ กรุงเทพมหานคร.ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหาร การศึกษา) (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.๒๕๕๕), น.๑๐.


๒๘๒ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประกาศเป็นคุณธรรม อันมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกันทั้งหมดคือเมื่อปฏิบัติตามข้อธรรมข้อใดข้อ หนึ่งแล้วย่อมเกี่ยวข้องกับข้อธรรมข้ออื่น ๆ ตามมาเป็นแนวคิดทางจริยศาสตร์ที่กำหนดข้อประพฤติ ปฏิบัติทางกายและใจเริ่มตั้งแต่ข้อปฏิบัติพื้นฐานทางกายไปสู่ขั้นสูงที่เป็นข้อปฏิบัติทางความคิด เพื่อ ความหลุดพ้นทางจิตใจ กล่าวได้ว่า คุณธรรม เป็นคุณงามความดี ที่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติ เป็นสิ่งที่ดี เป็นเครื่องควบคุม บุคคลในสังคม บุคคลยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิตในสังคมโดยคุณธรรม เป็นปฏิบัติแล้วก็จะทำให้มี ความสงบร่มเย็นในการดำเนินชีวิต ความหมายของจริยธรรม ได้มีผู้ให้ความหมายของจริยธรรมไว้ดังนี้ พุทธทาสภิกขุ (๒๕๕๓, น. ๙๕)๒๔๐ ได้อรรถาธิบายความหมายของคำว่า จริยธรรม แปลว่า เป็นสิ่งที่พึงประพฤติจะต้องประพฤติในส่วนศีลธรรมนั้นหมายถึงสิ่งที่กำลังประพฤติอยู่หรือประพฤติ แล้ว จริยธรรมหรือ Ethics อยู่ในรูปของปรัชญาคือสิ่งที่ต้องคิดต้องนึกส่วนเรื่องศีลธรรม Morality นี้ ต้องทำอยู่จริง ๆ เพราะเป็นปัญหาเฉพาะหน้า ทิศนา แขมมณี (๒๕๔๗, น. ๔๗)๒๔๑ ได้ให้ความหมายของ จริยธรรม หมายถึง ความประพฤติ หรือการกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ ที่ดีงามเป็นที่ยอมรับของสังคม รวมทั้งหลักเกณฑ์ มาตรฐานของความประพฤติที่เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้อื่น ต่อสังคม เพื่อให้เกิดความสันติสุขใน สังคม เพ็ญแข ประจนปัจจนึก และคณธ (๒๕๕๑, น. ๑๕)๒๔๒ ให้ความหมายของคำว่า จริยธรรม ไว้ ว่า หมายถึง หลักการ ศีลธรรม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี พฤติกรรมอันดีงามที่ปลูกฝังอยู่ในตัวบุคคล สามารถใช้เป็นแนวทางให้แก่บุคคลในการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้อง เป็นที่ยอมรับในสังคม เป็นเกณฑ์ ในการตัดสินพฤติกรรมของบุคคลว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี ควรจะทำหรือไม่ควรทำ พระบำรุง ปญฺญาพโล (โพธิ์ศรี) (๒๕๕๕, น. ๑๒) ๒๔๓ จริยธรรม หมายถึง พฤติกรรมที่ แสดงออกให้เห็นถึงการปฏิบัติอยู่ ปฏิบัติถูกต้อง อันเป็นผลมาจากความคิดที่สังคม หรือบุคคลมี ๒๔๐ พระพุทธทาส.แนะแนวจริยธรรม. (กรุงเทพ: บริษัทศิริพัธต์. ๒๕๕๓), น.๙๕. ๒๔๑ ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ ครั้งที่ ๒). (กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๒๕๔๗), น. ๔๗. ๒๔๒ เพ็ญแข ประจนปัจจนึก.การยกระดับคุณธรรมจริยธรรมของสังคมไทยเพื่อการปฏิรูปสังคม: แนวทางและการปฏิบัติ(รายงานผลการวิจัย). (กรุงเทพมหานคร:ที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. ๒๕๕๑), น. ๑๕. ๒๔๓ พระบำรุง ปัญฺญาพโล (โพธิ์ศรี). ปัจจัยที่มีผลต่อการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เขตบางกอกใหม่ กรุงเทพมหานคร.ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหาร การศึกษา) (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.๒๕๕๕), น.๑๐.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๘๓ Fundamentals of Social Development ความเห็นว่าเป็นการปฏิบัติที่ดี เป็นกรอบกำหนดไว้เพื่อให้สังคมเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มี ความร่มเย็นเป็นสุข มีความรักความสามัคคีและมีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต วีระพงศ์ ถิ่นแสนดี (๒๕๕๕, น. ๒๓)๒๔๔ ได้กล่าวสรุปความหมายจริยธรรม ว่าเป็นแนวทางใน การประพฤติปฏิบัติ และการกระทำที่ดีงามและถูกต้องของบุคคล ตลอดจนความรู้สึกนึกคิดอันถูกต้อง ดีงาม ที่ควรประพฤติปฏิบัติในสิ่งนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเองและบุคคลอื่นโดยทั่วไป ในสังคม ทิพย์ หาสาสน์ศรี (๒๕๕๓, น. ๘)๒๔๕ ได้กล่าวไว้ว่า จริยธรรม คือ ธรรมที่เป็นหลักเกณฑ์ใน การประพฤติปฏิบัติตามกฎของศีลธรรม ซึ่งผู้ปฏิบัติจะประสบแต่สภาพชีวิตที่ดีที่เจริญรุ่งเรือง และ สงบสุข พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์ (๒๕๔๗. น.๑๕๙)๒๔๖ อธิบายว่า นักจิตวิทยากลุ่มต่าง ๆ ให้ ความหมายของคำว่า จริยธรรม ต่างกันออกไปดังนี้ นักจิตวิทยาจิตวิเคราะห์ เชื่อว่าจริยธรรม คือ สิ่งที่ ได้รับการปลูกฝัง ขัดเกลา และพัฒนาขึ้นจากแรงขับพื้นฐานภายในจิตใจใต้สำนึกของตน กระบวนการ ขัดเกลานั้นอยู่ในรูปของการเลียนแบบด้วยวัตถุประสงค์ที่จะปรับตัวตามมาตรฐานพฤติกรรมที่กำหนด ไว้ในสังคม นักจิตวิทยาปัญญานิยม เชื่อว่าจริยธรรม คือ กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดควบคู่กับสติปัญญา ของมนุษย์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม พระมหาอาจริยพงษ์ (๒๕๕๔, น. ๑๑)๒๔๗ ได้กล่าวถึง จริยธรรม ไว้ว่า ความประพฤติและการ ปฏิบัติที่คนในสังคมเห็นร่วมกันว่าถูกต้องดีงาม ทั้งทางกายและวาจา ซึ่งสะท้อนคุณธรรมภายใน ออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม สมควรที่บุคคลจะนำมาประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้ตนเองและสังคมมีความ เป็นระเบียบเรียบร้อย สงบร่มเย็นเป็นสุข กล่าวโดยสรุปได้ว่า จริยธรรม หมายถึง พฤติกรรมที่แสดงออกถึงสิ่งที่ถูกต้องดีงามทั้งการ กระทำ และจิตใจ เป็นสิ่งสังคมยึดปฏิบัติ เพื่อให้สังคมมีความสุข ๒๔๔ วีระพงศ์ ถิ่นแสนดี.การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนโรงเรียนสิงห์สะอาด อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัด กาฬสินธุ์. ปริญญานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, (มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม.๒๕๕๐), น. ๒๒. ๒๔๕ ทิพย์ หาสาสน์ศรี. การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (รายงานผลการวิจัย). (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแห่ง. ๒๕๕๓), น. ๗. ๒๔๖ พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์. ทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการ. (พิมพ์ครั้งที่ ๒). (กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๒๕๔๗), น. ๑๕๙. ๒๔๗ พระมหาอาจริยพงษ์ คำตั๋น.การปฏิบัติตนด้านคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ของ นักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตจังหวัดนครปฐม.ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๒๕๕๔), น.๙.


๒๘๔ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๗.๒ ความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรม สำหรับนักพัฒนาสังคม คุณธรรม จริยธรรม เป็นสิ่งที่มีในความเป็นมนุษย์ของบุคคลในสังคม เพื่อให้สังคมเกิดความ สงบสุข ซึ่งกล่าวได้ว่า คุณธรรม จริยธรรม มีความสำคัญในการแก้ปัญหาสังคมได้ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (๒๕๕๑, น.๗) ๒๔๘ ได้กล่าวถึงความสำคัญ ของคุณธรรมและจริยธรรม ไว้พอสรุปได้ว่า เด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องมีการปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้งด้านความรู้ และคุณธรรม ซึ่งเป็นต้องกระทำตั้งแต่วัยเด็ก จนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมในปัจจุบัน และอนาคต ป๋วย อิ้งภากรณ์ (๒๕๔๕, น. ๓) ๒๔๙ ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไว้พอสรุปได้ว่า การศึกษาควรมีจุดมุ่งหมาย ต่อไปนี้ ๑) เพื่อที่จะ อบรมนักเรียนให้เป็นมนุษย์ที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีศีลธรรม เป็นพลเมืองดี มีความคิดชอบ ทำ ชอบ ประพฤติชอบ ๒) ควรจะอบรมนักเรียน รวมทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยให้รู้จักใช้ความคิด รู้จัก บำรุงสติปัญญาให้เฉียบแหลมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์แก่ตนและแก่ประชาชน และ ๓) ฝึกนักเรียนให้มี ความรู้สำหรับใช้ประกอบอาชีพ โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น พร้อมได้แสดงทัศนะเพิ่มเติมอีกว่า การศึกษา อบรมดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในสถานศึกษาเท่านั้น โดยเฉพาะในหัวข้อที่ ๑ ควรจะได้รับการอบรม จากทางบ้าน ข้อนี้สำคัญมาก แม้จะเป็นเรื่องที่รู้ ๆ กันอยู่ แต่ด้วยสมัยปัจจุบันพ่อ-แม่ ผู้ปกครอง มัก โยนความรับผิดชอบไปให้ครู อาจารย์ และสถานศึกษา ดังนั้นสถานศึกษามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับวิชาการและวิชาชีพตามข้อ ๒และข้อ ๓ ผู้ใดได้รับการศึกษาในระดับต่ำก็ จะได้รับประโยชน์น้อย แต่ถ้าการศึกษาสูงขึ้นไปก็จะได้รับประโยชน์เพิ่มพูนขึ้น แต่หากผู้ใดมีสันดาน เลวและบกพร่องในข้อ ๑ คือปราศจากความซื่อสัตย์สุจริตและศีลธรรม คุณประโยชน์ที่จะได้รับจาก ข้อ ๒ และข้อ ๓ ย่อมกลายเป็นโทษ และในบางกรณีย่อมกลายเป็นโทษมหันต์ พระบำรุง ปญฺญาพโล (๒๕๕๕, น. ๑๔) ๒๕๐ ได้กล่าวถึงความสำคัญของคุณธรรมและ จริยธรรม ไว้ด้งนี้ คุณธรรมจริยธรรมมีความสำคัญต่อการพัฒนามนุษย์ เพื่อให้มีคุณภาพ ลักษณะอัน ๒๔๘ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม). “กาพย์กลอน--สอนคุณธรรม ตาม แนวพระราชดำรัส” / ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. (กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม), ๒๕๕๑), น.๗. ๒๔๙ ป๋วย อิ้งภากรณ์.ทัศนะว่าด้วยการศึกษา. (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลดีมทอง. ๒๕๔๕), น. ๓. ๒๕๐ พระบำรุง ปัญฺญาพโล (โพธิ์ศรี). ปัจจัยที่มีผลต่อการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เขตบางกอกใหม่ กรุงเทพมหานคร.ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหาร การศึกษา) (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ๒๕๕๕), น. ๑๔.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๘๕ Fundamentals of Social Development มาซึ่งความเป็นพลเมืองที่ดี ความประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงามตามคำสั่งสอนในศาสนา หรือการ ประพฤติตามเกณฑ์ที่ถูกต้องทั้งกาย ๑) วาจา และใจ อันก่อให้เกิดประโยชน์และความสุขทั้งต่อตนเอง และสังคมส่วนร่วม นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าของสังคม เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง สร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดมีตัวบุคคลมากที่สุด และ ๒) คุณธรรม จริยธรรม และที่พึ่งประสงค์ ถือว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนามนุษย์ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข กรมวิชาการ (๒๕๓๙, น.๑๕) ๒๕๑ ได้อธิบาย คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม มีบทบาทสำคัญ ในชีวิตมนุษย์หลายประการ เช่น ๑) ทำหน้าที่เป็นบรรทัดฐานหรือมาตรฐานของพฤติกรรมทั้งหลาย เป็นตัวกำหนดการแสดงออกว่าควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งจะช่วยกำหนดจุดยืนในเรื่องต่าง ๆ และช่วย ประเมินการปฏิบัติของตัวเราและบุคคลอื่น ๒) ทำหน้าที่เป็นแบบแผนสำหรับการตัดสินใจและแก้ไข ข้อขัดแย้งต่าง ๆ ทำให้เขาเลือกทางใดทางหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหา เช่น การตัดสินใจปฏิบัติงานด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริตแทนที่จะเลือกในทางช่วยเหลือพวกพ้องหรือปฏิบัติในทางที่ไม่สุจริต และ ๓) ทำหน้าที่ เป็นแรงจูงใจหรือผลักดันของบุคคล เช่น คนที่นิยมชมชอบการมีอายุยืนยาว มีสุขภาพดี จะผลักดันให้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จริยธรรมนับว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์ทุกคนและทุกวิชาชีพ หาก บุคคลใดหรือวิชาชีพใดไม่มีจริยธรรมเป็นหลักยึดเบื้องต้นแล้วก็ยากที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จแห่งตน และวิชาชีพนั้น ๆ ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การขาดจริยธรรมทั้งในส่วนบุคคลและในวิชาชีพ อาจมีผลร้าน ต่อตนเอง สังคมและวงการวิชาชีพในอนาคตอีกด้วย ดังจะพบเห็นได้จากการเกิดวิกฤติศรัทธาใน วิชาชีพหลายแขนงในปัจจุบัน ทั้งในวงการวิชาชีพครู แพทย์ ตำรวจ ทหาร นักการเมืองฯลฯ จึงมีคำ กล่าวว่าเราไม่สามารถสร้างครูดีบนพื้นฐานของคนไม่ดี และไม่สามารถสร้างแพทย์ ตำรวจ ทหา นักการเมือง และนักธุรกิจที่ดีได้ ถ้าบุคคลเหล่านั้นมีพื้นฐานทางนิสัยและความประพฤติที่ไม่ดี พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) (๒๕๓๑, น.๓) ๒๕๒ กล่าวว่า น้ำและอากาศเป็นสิ่งที่มีอยู่ทั่ว ๆ ไปเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต เพราะ ถ้าขาดน้ำเพียงวันเดียวคนก็แทบตาย ยิ่งขาดอากาศประเดี๋ยวเดียวก็ อาจตายหรือไม่ก็เป็นอัมพาตไป จริยธรรมหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์และสังคของเราอยู่โดยไม่รู้ตัว แต่ก็มี ความแตกต่างกันอยู่อย่างหนึ่งระหว่างน้ำและอากาศ กับศาสนาและจริยธรรม คือน้ำและอากาศนั้น คนขาดไปแล้วก็รู้ตัวเองว่าตัวเองขาดอะไรและต้องการอะไร แต่ศาสนาและจริยธรรมนั้นมีลักษณะ ประณีตและเป็นนามธรรมมาก จนกระทั่งแม้ว่าคนจะขาดสิ่งเหล่านี้จนถึงขั้นมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วก็ยัง ไม่รู้ว่าขาดอะไร ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องสร้างความเข้าใจ และชี้แจงอย่างต่อเนื่องให้ตระหนักเห็นคุณค่า และความสำคัญ ๒๕๑ กรมวิชาการ.คู่มือการสร้างเครื่องวัดคุณลักษณะด้านจิตพิสัย. (กรุงเทพ: โรงพิมพ์คุรุสภา. ๒๕๓๙), น. ๑๕. ๒๕๒ พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตโต). ธรรมมะกับการศึกษาของไทย. (กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๒๕๓๑) น. ๓.


๒๘๖ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ยนต์ ชุมจิต (๒๕๔๖, น. ๒๖๔) ๒๕๓ ได้อธิบายว่า คุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมก่อให้เกิด ประโยชน์หรือมีความสำคัญทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ประโยชน์ตน ทำให้ตนเองมีชีวิตที่สงบร่มเย็น ไม่ ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะตนเองไม่ได้เบียดเบียนผู้ใด มีแต่จะสร้าง ประโยชน์สุขให้แก่สังคมและผู้อื่น ทำให้ตนเองมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตส่วนตัวและการงานอาชีพ มี ความมั่นคงและก้าวหน้า ได้รับการยกย่องสรรเสริญเทิดทูนบูชาจากบุคคลทั่วไป ครอบครัวอบอุ่น มี ความสุข มีฐานะทางเศรษฐกิจมั่นคง ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ประโยชน์ต่อสถาบัน เช่น สถาบันครอบครัวของตนได้รับการยกย่องสรรเสริญจากบุคคลทั่วไป สถาบันการศึกษาหรือสถาบันที่ ประกอบอาชีพธุรกิจมีชื่อเสียง ทำให้บุคคลอื่นศรัทธาเลื่อมใส สถาบันหรือหน่วยงานที่ตนเองสังกัดมี ความเจริญก้าวหน้า ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะสมาชิกทุกคนเป็นผู้มี คุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมอันดีงาม ประโยชน์ต่อชุมชน เช่น สังคมได้รับความสงบสุข เพราะ ทุกคนเป็นคนที่มีคุณธรรม และสังคมได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว เพราะสมาชิกทุกคนต่าง กระทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถ ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เช่น สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีความมั่นคง เพราะประชาชนมีความจงรักภักดีและเห็นความสำคัญของสถาบันดังกล่าว อย่างแท้จริง และขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติมีความมั่นคงถาวร เพราะ ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และเต็มใจยึดถือปฏิบัติตาม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (๒๕๔๐, น.๑) ๒๕๔ ได้ศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะ ทางจิตใจที่จะนำไปสู่พฤติกรรมที่ช่วยสร้างเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนให้มีความ เก่ง ความดี และมีความสุข ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดโดยเน้นจริยธรรมเป็นสำคัญ เพื่อ หาแนวทางในการปลูกฝังค่านิยมและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเยาวชนและสังคมไทยโดย มุ่งเน้นให้เยาวชนมีคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ ๕ ประการ ได้แก่ ๑) ความสนใจใฝ่รู้และสร้างสรรค์ เป็นคุณลักษณะทางจิตใจและพฤติกรรมที่แสดงถึงความกระตือรือร้นสนใจใฝ่คิดค้นเสาะแสวงหา ความรู้ด้านต่าง ๆ ๒) ความมีน้ำใจ เป็นคุณลักษณะทางจิตใจและพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความรู้สึก ที่ดีที่บุคคลกระทำเพื่อผู้อื่นและสังคม ความมีน้ำใจเป็นคุณลักษณะที่เด่นของคนไทยที่ปรากฏอย่าง เด่นชัดในสังคมชนบท ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเอื้ออาทรต่อกันทำให้สังคมไทยเป็น สังคมที่น่าอยู่ การเปลี่ยนแปลงของสังคมเมืองที่เน้นเศรษฐกิจทำให้วิถีชีวิตของคนมีความเร่งรีบและ ต่อสู้มากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการแสดงออกต่อกันด้านความมีน้ำใจและปรากฏชัดมากขึ้นในสังคม อุตสาหกรรม หากสังคมไม่ให้ความสนใจในการส่งเสริมด้านความมีน้ำใจอาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ๒๕๓ ยนต์ ชุมจิต.การศึกษาและความเป็นครูไทย. (พิมพ์ครั้งที่ ๒). (กรุงเทพมหานคร:โอเดียนสโตร์. ๒๕๔๖), น. ๒๖๔. ๒๕๔ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.คู่มือการจัดกิจกรรมและพัฒนาจิตพิสัยในระบบการ เรียนการสอนระดับประถมศึกษา. (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา. ๒๕๔๐), น.๑.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๘๗ Fundamentals of Social Development ตามมา ความมีน้ำใจมีพื้นฐานมาจากการรู้จักช่วยเหลือ รับผิดชอบต่อตนเองและการรู้จักเข้าใจ ความรู้สึกของคนอื่น รู้สึกเห็นอกเห็นใจอันจะนำมาซึ่งการช่วยเหลือรับผิดชอบต่อตนเองและการรู้จัก เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น รู้สึกเห็นอกเห็นใจอันจะนำมาซึ่งการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น รู้จักแบ่งปัน และให้ ตลอดจนเสียสละโดยไม่หวังผลตอบแทน ๓) ความมีวินัย เป็นคุณลักษณะทางจิตใจและ พฤติกรรมที่จะช่วยให้สามารถควบคุมตนเองและปฏิบัติตนตามระเบียบเพื่อประโยชน์สุขของส่วนร่วม นักจิตวิทยาและนักสังคมวิทยาเชื่อว่าวินัยมีพื้นฐานมาจากวัยแรกของชีวิต มีการเรียนรู้ การเลียนแบบ และการฝึกฝนจากบุคคลและสังคมแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน กับการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนเกิดการซึม ซับคุณธรรมขึ้นภายใน ทำให้เกิดพฤติกรรมจริยธรรมและคุณธรรมของบุคคล ๔) ความเป็นไทย เป็น คุณลักษณะทางจิตใจและพฤติกรรมที่แสดงถึงการเห็นคุณค่าภาคภูมิใจและสำนึกในความเป็นไปที่มี วัฒนธรรมพร้อมที่จะปฏิบัติ ปกป้อง อนุรักษ์และสืบทอด อีกทั้งเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ แต่เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคโลกไร้พรมแดน ความเป็นไทยจะยังคง อยู่ยาวนานเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและอนุรักษ์ความเป็นไทย จึงต้องช่วยกันปลูกฝังสิ่งที่ดี งามด้านความเป็นไทยสู่จิตใจของเด็กและเยาวชน และ ๕) การบริโภคด้วยปัญญาในวิถีชีวิตไทย เป็นการวิเคราะห์และไตร่ตรอง ตัดสินใจเลือกรับหรือกระทำสิ่งใดด้วยความรู้และเข้าใจในประโยชน์ และคุณค่าที่แท้จริง การศึกษาไทยควรเน้นในเรื่องการบริโภคด้วยปัญญา แต่ความก้าวหน้าทางวัตถุ ชนิดที่มนุษย์ไม่อาจควบคุมให้อยู่ในหลักการแห่งความพอดีเป็นความเสื่อมทางจิตใจ พฤติกรรมของ มนุษย์ที่แสดงออกมาจึงมีลักษณะของการสร้างความเสื่อมแก่สภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือ ธรรมชาตินำไปสู่ความวิปริตของดินฟ้าอากาศ ทุกชีวิตในโลกจึงไร้ความปลอดภัยเพราะความเจริญ ทางด้านวัตถุแต่ขาดความเจริญทางด้านจิตใจ พระมหาอาจริยพงษ์ (๒๕๕๔, น. ๑๕) ๒๕๕ ได้กล่าวถึงความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยมที่พึงประสงค์ ไว้ว่า ถือเป็นเครื่องชี้วัดความเจริญและความเสื่อมของสังคม ความสำคัญของ คุณธรรมทำให้เกิดจริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมส่งผลให้เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้องและดีงาม ทำให้ เกิดความสุขและความพึงพอใจกับตนเองและทำให้เกิดความสันติสุขต่อสังคม คุณธรรม สามารถที่จะ ปลูกฝังกันได้ ซึ่งเมื่อบุคคลเกิดคุณธรรมอย่างหนึ่งก็จะส่งผลให้เกิดคุณธรรมด้านอื่น ๆ ตามมา คุณธรรม จริยธรรมมีอยู่กับสังคมทุกระดับ เพื่อผลักดันให้สังคมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ คุณธรรม จริยธรรม ของแต่ละสังคมและแต่ละชุมชนก็อาจจะมีความแตกต่างกันตามความเชื่อ กาลเวลา ค่านิยม ศาสนา อาชีพ และชนชั้น ดังนั้น คุณธรรม จริยธรรม จึงมีลักษณะเป็นพลวัตร มี ความเป็นอนิจลักษณะ พร้อมที่จะปรับตนเองให้เข้ากับบริบทของสังคมและชุมชนตลอดเวลา ๒๕๕ พระมหาอาจริยพงษ์ คำตั๋น.การปฏิบัติตนด้านคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ของ นักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตจังหวัดนครปฐม.ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๒๕๕๔), น. ๑๕.


๒๘๘ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สมเดช สีแสง (๒๕๓๘, น.๒๓๐) ๒๕๖ ได้สรุปความสำคัญของคุณธรรมไว้ดังนี้ คุณธรรมเป็น ปัจจัยสำคัญที่จะเสริมสร้างความสงบสุขและความเจริญให้แก่บุคคลเป็นส่วนตัวและแก่ประเทศชาติ เป็นส่วนร่วม ดังในพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานปริญญา บัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๐ ว่า “การที่จะทำงานให้สัมฤทธิ์ผลที่ พึงปรารถนา คือ ที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรมด้วยนั้น จะอาศัยความรู้แต่เพียงอย่างเดียวมิได้ จำเป็นต้องอาศัยความสุจริตความบริสุทธิ์ใจ และความถูกต้องเป็นธรรมประกอบด้วย เพราะเหตุว่า ความรู้นั้นเป็นเสมือนเครื่องยนต์ที่ทำให้ยวดยานเคลื่อนไปได้ประการเดียว ส่วนคุณธรรมดังกล่าวเป็น เสมือนหนึ่งพวงมาลัยหรือหางเสือ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำพาให้ยวดยานดำเนินไปถูกทางด้วย ความสวัสดี คือ ปลอดภัยจนบรรลุถึงจุดหมายที่พึงประสงค์” ที่ว่าคุณธรรมเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะเสริมสร้างความ สงบสุขและความเจริญให้แก่บุคคลเป็นส่วนตัวนั้นก็เพราะว่า คุณธรรมเป็นเครื่องช่วยให้แต่ละคน ประสบความสุขความเจริญในหลาย ๆ ทาง เช่น ๑) คุณธรรมเป็นเครื่องธำรงศักดิ์ของความเป็นมนุษย์ เราไม่คุณค่าของมนุษย์เป็นตัวเงิน แต่จะตีค่ากันด้วยคุณธรรม ผู้มีคุณธรรมจะเป็นผู้ที่ได้รับยกย่องว่า เป็นคนดี เป็นคนมีค่ามาก ส่วนผู้ไร้คุณธรรมอาจจะถูกประณามว่า “เหมือนมิใช่คน” เป็นคนมีค่าน้อย ๒) คุณธรรมเป็นเครื่องเสริมบุคลิกภาพ เช่น “ความซื่อตรง” ทำให้คนมีความสมบูรณ์ในความคิดและ การกระทำ เพราะไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างความคิด คำพูด และการกระทำ ๓) คุณธรรมเป็น เครื่องเสริมมิตรภาพ เช่น “ความจริงใจ” ทำให้ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นเป็นไปอย่างราบรื่น คนไม่ จริงใจย่อมไม่ได้รับความไว้วางใจ จึงทำให้เสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้ ๔) คุณธรรมเป็นเครื่องสร้าง ความสบายใจ ซึ่งนอกจากจะสบายใจเพราะการทำแต่สิ่งที่ถูกต้องที่ควรแล้วยังสบายใจที่ไม่ต้องระแวง ระวังในอันตรายที่จะมีมาอีกด้วย เพราะผู้มีคุณธรรมจะเป็นผู้ประพฤติแต่ในทางที่ถูกต้องและไม่ทำผิด และ ๕) คุณธรรมเป็นเครื่องส่งเสริมความสำเร็จและความมั่นคงปลอดภัยในการประกอบอาชีพและ ดำรงชีวิตกล่าวได้ว่า คุณธรรม และจริยธรรม มีความสำคัญ เป็นมาตรฐานกำหนดแสดงออกว่าควรทำ หรือไม่ควรทำ ช่วยในการตัดสินใจปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแทนการปฏิบัติในทางทุจริต ทำ ให้ตนเองมีความสงบสุข มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ซึ่งคุณธรรม จริยธรรมจะอยู่กับสังคมทุกระดับ เพื่อผลักดันให้สังคมมีความสงบสุข และคุณธรรม จริยธรรมของแต่ละสังคม อาจจะมีความแตกต่าง กัน ตามความเชื่อ ค่านิยม ศาสนา อาชีพ ชนชั้น คุณธรรม จริยธรรมมีความเป็นพลวัตร ๒๕๖ สมเดช มีแสง.คู่มือการปฏิบัติราชการและเตรียมสอบผู้บริหารการศึกษา. (สำนักงานคณะกรรมการ ประถมศึกษาแห่งชาติ.อุทัยธานี:ม.ป.พ. ๒๕๓๘), น.๒๓๐.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๘๙ Fundamentals of Social Development ๗.๓ ทฤษฎีด้านคุณธรรม จริยธรรม ได้มีนักวิชาการ ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมไว้หลายท่านซึ่งสามารถ นำมาใช้ในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมกับเด็ก เยาวชน ได้ดังนี้ ๗.๓.๑ ทฤษฎีเซลล์กระจกเงา (Mirror Neuron Theory) สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว (๒๕๕๒, น. ๓๕)๒๕๗ ได้อธิบายถึงทฤษฎี เซลล์กระจก ไว้ว่าทฤษฎีเซลล์กระจกเงา เป็นการค้นพบของ Vittorio Gallese. Leonardo Fogassi and Giacomo Rizzolatti ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ในประเทศอิตาลี ได้อธิบายว่า เซลล์กระจกเงาเป็น เซลล์ชนิดหนึ่งของมนุษย์ ที่คอยทำหน้าที่ในการเลียนแบบพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของผู้อื่น ๆ มาเป็น พฤติกรรมของตนเอง หมายความว่า พฤติกรรมของเด็ก เยาวชน มีผลมาจากเซลล์กระจกเงาที่เด็กได้ เลียนแบบมาจากพฤติกรรมของบุคคลใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งบุคคลต่าง ๆ ที่เด็กได้พบเห็น ถึงแม้ว่า เด็กจะไม่ได้เลียนแบบในทันทีที่เห็น แต่สมองของเด็กจะเก็บภาพการกระทำเหล่านั้นไว้และพร้อมที่จะ เลียนแบบเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกัน ข้อค้นพบจากทฤษฎีเซลล์กระจกเงาชี้ชัดว่าการสอน ที่ดีสุด คือ การประพฤติเป็นแบบอย่างให้เห็นของผู้สอน หรือผู้ที่เลี้ยงดู ดังนั้นการเลียนแบบจาก พฤติกรรมที่ถูกต้องของต้นแบบ รวมกับการพัฒนาทางด้านจิตใจในการเข้าใจผู้อื่น ทำให้เด็กค่อย ๆ มี ความเข้าใจและพัฒนาเหตุผลในเชิงจริยธรรม ท้ายที่สุดเด็กก็จะมีบุคลิกภาพที่ถูกต้องความหมายของ คำว่า “คนดี” ในสังคม. กล่าวโดยสรุปได้ว่า ทฤษฎีเซลล์กระจกเงา การสอนที่ดีที่สุด คือ การปฏิบัติ ตนที่เป็นแบบอย่างที่ดีของเด็ก เพื่อเด็กจะได้นำไปเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิตในอนาคตต่อไป ๗.๓.๒ ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของฌองเพียเจท์ เพียเจท์ (Jean Piaget) (1997: 133)๒๕๘ ได้กล่าวว่า “ในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของ มนุษย์ เกิดจากแรงจูงใจในการปฏิบัติตนสัมพันธ์กับสังคม การพัฒนาจริยธรรมจึงจำเป็นต้องมีการ พิจารณาเหตุผลเชิงจริยธรรมตามระดับสติปัญญาของแต่ละบุคคลที่มีวุฒิภาวะสูงขึ้น การรับรู้ จริยธรรมได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ พัฒนาการคุณธรรมและจริยธรรมของมนุษย์สามารถแบ่งเป็น ๓ ขั้น และสามารถนำมาเป็นหลักเกณฑ์ในการแบ่งขั้นพัฒนาการทางจริยธรรม ได้ดังนี้ ๑) ขั้นก่อนจริยธรรม (ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๒ ขวบ) เป็นขั้นที่ยังไม่มีความสามารถในการรับรู้สิ่งแวดล้อม และระบบ กฎเกณฑ์ได้ แต่ยังมีความต้องการทางกาย ซึ่งต้องการการตอบสนอง ดังนั้นการกระทำจะพึงกระทำ เพื่อสนองความต้องการของตนเองโดยที่ไม่คำนึงถึงผู้อื่น ๒) ขั้นเชื่อฟังคำสั่ง (ระหว่างอายุ ๒ –๘ ขวบ) ๒๕๗ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว โครงการวิจัยคุณลักษณะและกระบวนการปลูกฝัง คุณธรรมจริยธรรมในประเทศไทย(รายงานการวิจัย). (ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม:สำนักงาน บริหารและพัฒนาองค์ความรู้.มหาวิทยาลัยมหิดล.๒๕๕๒), น. ๓๕. ๒๕๘ Jean Piaget. The Moral Judgment of the Child. (London: Routledge & Kegan Paul Ltd. 2000), p. 133.


๒๙๐ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เด็กจะสามารถรับสภาพแวดล้อมและบทบาทของตนเองต่อผู้อื่น ๆ รู้จักเกรงกลัวผู้ใหญ่ โดยเห็นว่า คำสั่งหรือกฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามโดยไม่สนใจถึงผลที่จะตามมา ๓. ขั้นยึดหลักแห่งตน (ระหว่างอายุ ๘-๑๐ ขวบ) เด็กในวัยนี้จะมีพัฒนาการทางด้านสติปัญญาสูงขึ้น คลายความเกรงกลัว อำนาจจากภายนอก สามารถใช้ความคิดอย่างมีเหตุผลและประสบการณ์ประกอบการตัดสินใจ สามารถประเมินความถูกผิดโดยดูจากเจตนาของผู้กระทำและตั้งเกณฑ์ของตนเองได้” กล่าวโดยสรุป ได้ว่า ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของฌองเพียเจท์ มีด้วยกัน ๓ ขั้น ขั้นก่อนจริยธรรมเป็นขั้นตอน ที่ต้องการทางกายไม่สามารถรับรู้ระบบกฎเกณฑ์ได้ ขั้นเชื่อฟังคำสั่ง เป็นขั้นรับฟังคำสังจากผู้อื่น รู้จัก เกรงกลัวผู้ใหญ่ ขั้นยึดหลักแห่งตน สามารถตั้งกฎเกณฑ์ตนเองได้ ไม่เกรงกลัวอำนาจจากภายนอก ๗.๓.๓ ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของ ลอว์เรนซ์ โคลเบอร์ก โคลเบอกร์ (Lawrence Kohlberg) (2000: 159)๒๕๙ นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้ ทำการศึกษาทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของเพียเจท์ ทำให้พบว่า พัฒนาการทางจริยธรรม สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ ๖ ขั้น มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน ดังนี้ระดับที่ ๑ ระดับก่อน กฎเกณฑ์ (Pre-Conventional Level) เด็กในระดับนี้จะตัดสินใจเลือกกระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อตนเอง โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น ในระดับนี้บุคคลจะขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจเหนือตน ระดับนี้เด็กจะมีอายุ ประมาณ ๒-๑๐ ขวบ แบ่งได้เป็น๒ ขั้น คือ ขั้นที่ ๑ ขั้นหลักการหลบหนีการถูกลงโทษ (The Punishment and Obedience Orientation) เด็กจะปฏิบัติตามผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าตน เพราะ กลัวการถูกลงโทษ เช่น ไม่กล้าหนี เรียน เพราะกลัวครูตัดคะแนน เป็นต้น (พบในเด็กอายุ ๒-๗) ขั้นที่ ๒ ขั้นหลักการแสวงหารางวัล (The Instrumental Relativist Orientation) เด็กจะทำตามกฎเกณฑ์ เพราะเห็นว่าเป็นเครื่องมือที่ทำให้ได้สิ่งที่ต้องการ โดยมุ่งการตอบแทนทางกายและวัตถุมากกว่าใน เรื่องของนามธรรม (พบในเด็กอายุ ๗-๑๐) ระยะที่ ๒ ระดับตามกฎเกณฑ์ (Conventional Level) เด็กในระดับนี้จะทำตามกฎเกณฑ์ของกลุ่ม เพราะต้องการเป็นที่ยอมรับ จะเลียนแบบหรือคล้อยตาม บุคคลใดกลุ่มเพื่อปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของสังคม โดยไม่ต้องคำนึงผลที่จะเกิดขึ้นในขณะนั้น ระดับนี้เด็กจะมีอายุประมาณ ๑๐-๑๖ ปี แบ่งได้เป็น ๒ ขั้น คือ ขั้นที่ ๓ ขั้นใช้หลักการทำตามที่ผู้อื่น เห็นชอบ (The Enter Personal) เด็กจะกระทำในสิ่งที่ตนคิดว่าคนอื่น จะเห็นด้วยและพอใจ เพื่อการ เป็นที่ยอมรับของเพื่อน โดยจะกระทำตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของสังคมอย่างเคร่งครัด (พบในเด็กอายุ ๑๐-๑๓ ปี) ขั้นที่ ๔ หลักการทำตามหน้าที่ของสังคม (The Law and Order Orientation) ในระดับ นี้บุคคลจะเข้าใจในกฎเกณฑ์ บรรทัดฐานของสังคม ถือว่าตนมีหน้าที่ทำตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของ สังคมอย่างเคร่งครัด (พบในเด็กอายุ ๑๓-๑๖ ปี) ระดับที่ ๓ ระดับเหนือกฎเกณฑ์ (Post Conventional Level) ในระดับนี้บุคคลจะตัดสินข้อขัดแย้งต่าง ๆ ด้วยการพิจารณาไตร่ตรองอย่าง ๒๕๙ Lawrence Kohlberg. Development of Moral Character and Moral Ideology Review of Child Development Research. (New York: Russell Sage Foundation.2000), 159.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๙๑ Fundamentals of Social Development รอบคอบด้วยตนเอง พิจารณาสิ่งต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง หลุดพ้นจากฎเกณฑ์ของสังคม แบ่ง ได้เป็น ๒ ขั้น คือ ขั้นที่ ๕ ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือมีเหตุผลเคารพตนเอง (Social Contract Legalistic Orientation) บุคคลจะเห็นความสำคัญของชนหมู่มาก เคารพตนเอง เคารพมิตที่มาจาก การลงความเห็น มีเหตุผล ถือว่ากฎเกณฑ์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงได้โดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนร่วเป็น ใหญ่ (พบในผู้ที่มีอายุ ๑๖ ปีขึ้นไป ได้แก่ วัยรุ่นตอนปลายและผู้ใหญ่) ขั้นที่ ๖ ขั้นทำตามหลักอุดม สติสากล (The Universal Ethical Principle) บุคคจะสำนึกถึงคุณค่าของความถูกต้อง โดยคำนึงถึง เหตุผลอย่างกว้างขวาง คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและปฏิบัติตามความถูกต้องนั้นอย่างไม่ หวั่นไหว มีความสะอายต่อการทำความชั่ว โคลเบอร์ก เชื่อว่า พัฒนาการจริยธรรมนั้นไม่ใช่การรับรู้ จากการสั่งสอนจากผู้อื่น แต่เป็นการผสมผสานระหว่างความรู้เกี่ยวกับบทบาทของตนเองต่อผู้อื่น และ บทบาทของผู้อื่น รวมถึงกฎเกณฑ์ของกลุ่มต่าง ๆ การพัฒนาทางด้านการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม เป็นไปตามขั้น ส่วนการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมจะพัฒนาจากขั้นต่ำแล้วพัฒนาขึ้นไปด้วยประสบการ ใหม่ ๆ ทางสังคม ทำให้การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมอยู่ในขั้นสูงขึ้นไป กล่าวได้ว่า ขั้นในการใช้เหตุผล ตามทฤษฎีพัฒนาทางจริยธรรมของโคลเบอร์ก ขั้นที่ ๑ ขั้นหลักการหลบหลีกการถูกลงโทษ ขั้นที่ ๒ ขั้นหลักการแสวงหารางวัล ขั้นที่ ๓ ขั้นใช้หลักการทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ ขั้นที่ ๔ หลักการทำตาม หน้าที่ของสังคม ขั้นที่ ๕ ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือมีเหตุผลเคารพตนเอง และขั้นที่ ๖ ขั้นทำตาม หลักอุดมคติสากล ๗.๓.๔ ทฤษฎี่ความต้องการของ อับราฮัมมาสโลว์ มาสโลว์ (Abraham Maslow) (1987: 15)๒๖๐ ได้กล่าวไว้ว่า แนวคิดด้านจิตวิทยามนุษยนิยม (Humanistic Theory) เป็นแนวคิดที่นิยมใช้กันมากในการพัฒนามนุษย์ โดยมีความเชื่อพื้นฐานว่า มนุษย์มีความดีและมีคุณค่าต่อการยอมรับ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็น ลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุดเมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนอง แล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่น ๆ ในระดับที่สูงขึ้นต่อไป มาสโลว์ แบ่งลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ ออกเป็น ๕ ขั้น ดังนี้ ๑) ความต้องการทางร่างกาย (Physiological Needs) เป็นต้องการขั้นพื้นฐาน ของมนุษย์เพื่อความอยู่รอด เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค อากาศ น้ำดื่ม การฟัก ผ่อน เป็นต้น ๒) ความต้องการความปลอดภัยและมั่นคง (Security or Safety Needs) เมื่อมนุษย์ สามารถตอบสนองความต้องการทางร่างกายได้แล้วมนุษย์ก็จะเพิ่มความต้องการในระดับสูงขึ้นต่อไป เช่นความต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินความต้องการความมั่นคงในชีวิตและหน้าที่การ งาน ๓) ความต้องการความผูกพันหรือการยอมรับ (Affiliation or Acceptance Needs) เป็นการ ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ เช่น ความต้องการให้และได้รับ ๒๖๐ Maslow Abraham. Motivation and Personality. (New York: Harper and Row Publishers. 1987), p. 15.


๒๙๒ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งความรัก ความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของหมู่คณะควาต้องการได้รรับการยอมรับการต้องการได้รับ ความชื่นชมจากผู้อื่น เป็นต้น ๔) ความต้องการการยกย่อง (Esteem Needs) หรือความภาคภูมิใจใน ตนเอง เป็นความต้องการได้รับการยกย่อง นับถือและสถานะจากสังคม เช่น การต้องการได้รับความ เคารพ นับถือความต้องการมีความรู้ความสามารถ เป็นต้น และ ๕) ความต้องการความสำเร็จในชีวิต (Self-Actualization) เป็นความต้องการสูงสุดของแต่ละบุคคล ที่มีความรักและศักดิ์ศรีในตน มีวินัย มีจริยธรรม และประสิทธิผลในการดำเนินชีวิต เช่นความต้องการที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างได้สำเร็จความ ต้องการทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองแต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมและ จริยธรรม เป็นต้น กล่าวโดยสรุปได้ว่า ทฤษฎีความต้องการของ อับราฮัมมาสโลว์ดังกล่าวนี้ มนุษย์มี ความดีและมีคุณค่าต่อการยอมรับ มนุษย์ย่อมพัฒนาตนเองเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ๗.๓.๕ ทฤษฎีต้นไม้ของดวงเดือน พันธุมนาวิน ดวงเดือน พันธุมนาวิน (๒๕๔๔, น. ๑๘๗)๒๖๑ ได้นำเสนอทฤษฎีที่เกี่ยวกับคุณธรรม และ จริยธรรมไว้คือทฤษฎีต้นไม้ ได้อธิบายไว้ว่า ลักษณะพื้นฐานและองค์ประกอบทางจิตใจ ซึ่งจะนำไปสู่ พฤติกรรมที่พึงปรารถนา เพื่อส่งเสริมให้บุคคลเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง ได้ทำการศึกษาถึงสาเหตุ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่งรวมถึงสาเหตุของพฤติกรรมต่าง ๆ ของคนไทยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อายุ ตั้งแต่ ๖-๖๐ ปี ว่าพฤติกรรมมเหล่านั้น มีสาเหตุทางจิตใจอะไรและนำมาประยุกต์เป็นทฤษฎีต้นไม้ จริยธรรมสำหรับคนไทย โดยแบ่งต้นไม้จริยธรรม ออกเป็น ๓ ส่วน ดังนี้ ๑) ส่วนดอกผล แสดงถึง พฤติกรรมการทำความดี ละเว้นความชั่วและพฤติกรรมการทำงานอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งล้วนแต่เป็น พฤติกรรมของพลเมืองดีพฤติกรรมที่เอื้อเฟื้อต่อการพัฒนาประเทศ ๒) ส่วนลำต้น แสดงถึงพฤติกรรม การทำงานอาชีพอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งประกอบด้วยจิตลักษณะ ๕ ด้าน คือ ก) เหตุผลเชิงจริยธรรม คือ การซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ ข) มุ่งอนาคตและการควบคุมตนเองคือ การรู้จักควบคุม ตนเองให้อดทน มีความภูมิใจในการทำความดี ค) ความเชื่ออำนาจในตนคือ เชื่อว่าผลที่เกิดมาจาก การกระทำของตนเอง ง) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ คือ การมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จตามจุดหมายกล้าฝ่า อุปสรรคโดยไม่ย่อท้อ และ จ) ทัศนคติ คุณธรรมและค่านิยมคือ การมองเห็นและเข้าใจในคุณค่า ประโยชน์และความดีของการปฏิบัติหน้าที่ ๓) ส่วนของราก แสดงถึงพฤติกรรมการทำงาน ประกอบ อาชีพอย่างขยันขันแข็ง ประกอบด้วยจิตลักษณะ ๓ ด้าน คือ ก) สติปัญญา คือ ความเฉลียวฉลาด มี ความรู้ ความคิดที่เหมาะสมกับอายุ ข) ประสบการณ์ทางสังคม คือ การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ได้รับประสบการณ์ทางสังคมอย่างเหมาะสมกับอายะ และ ค) สุขภาพจิต คือ การมีความสุขในการ ทำงาน มีอารมณ์ที่มั่นคง กล่าวด้วยสรุปได้ว่า ทฤษฎีส่วนดอกผล แสดงถึงพฤติกรรมการทำความดี ๒๖๑ ดวงเดือน พันธุมนาวิน.ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมการวิจัยและการพัฒนาบุคคล. (พิมพ์ครั้งที่ ๔). (กรุงเทพมหานคร:สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.๒๕๔๔), น. ๑๘๗


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๙๓ Fundamentals of Social Development ส่วนลำต้น แสดงถึงพฤติกรรมการทำงานอาชีพอย่างขยันขันแข็ง ส่วนของราก แสดงถึงพฤติกรรมการ ทำงาน ๗.๓.๖. ทฤษฎีทางพุทธศาสตร์ หลักคุณธรรม จริยธรรม ที่ใช้ในพระพุทธศาสนา ก็คือ ให้ละเว้นจากความชั่วทั้งปวง ให้ทำ ความดี ให้ชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ สุชีพ ปัญญานุภาพ (๒๕๔๐, น. ๑๘๐)๒๖๒ ได้นำเสนอ หลักจริยศาสตร์ของศาสนาพุทธ ไว้ว่าหลักจริยศาสตร์ของศาสนาพุทธ มี ๓ ขั้น คือ ๑) จริยศาสตร์ ขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยศีล ๕ ธรรม ๕ ดังนี้ ก) เว้นจากการเบียดเบียน ทำร้ายชีวิตสัตว์หรือมนุษย์ การมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ จัดเป็นศีล ในส่วนของการมีความเมตตาต่อมนุษย์ด้วยกัน จัดเป็น ธรรม ข) เว้นจากการลักทรัพย์ จัดเป็นศีล ในส่วนของการมีความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ประกอบอาชีพที่สุจริต จัดเป็นธรรม ค) เว้นจากการประพฤติผิดในกาม จัดเป็นศีล ส่วนการสำรวมในกาม จัดเป็นธรรม ง) เว้นจากการพูดเท็จ จัดเป็นศีล การพูดแต่สิ่งที่เป็นจริง สร้างสรรค์ จัดเป็นธรรม และ จ) เว้นจากการ ดื่มสุรา จัดเป็นศีล การมีสติ สำรวมระวังกาย ใจ และวาจา จัดเป็นธรรม ๒) จริยศาสตร์ขั้นกลาง ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ ดังนี้ ๒.๑) เว้นจากการฆ่า หรือทำร้ายเบียดเบียนชีวิตทั้งมนุษย์และ สัตว์ ๒.๒) เว้นจากการลักทรัพย์ ๒.๓) เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๒.๔) เว้นจากการพูดเท็จ ๒.๕) เว้นจากการพูดยุยงให้แตกร้าว ๒.๖) เว้นจากการพูดคำหยาบ ๒.๗) เว้นจากการพูดเหลวไหล พูดเพ้อ เจ้อ ๒.๘) ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่นเอามาเป็นของตนเอง ๒.๙) ไม่คิดปองร้ายผู้อื่น หรือคิดให้ผู้อื่นถึง ความพินาศ และ ๒.๑๐) ไม่มีความเห็นผิดไปจากทำนองคลองธรรม มีความคิดเห็นที่ถูกต้อง ๓) จริย ศาสตร์ขั้นสูง ประกอบด้วยอริยมรรค คือ ทางอันประเสริฐมี ๘ ประการ ดังนี้ ๓.๑) ความเห็นชอบ หมายถึง มีปัญญาเห็นอริยสัจ ๔ ประการ ๓.๒) ความดำริชอบ หมายถึง ดำริในการออกจากกาม ไม่ เบียดเบียนผู้อื่น ๓.๓) การเจรจาชอบ หมายถึง ไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ๓.๔) การ กระทำชอบ หมายถึง ไม่ฆ่าสัตว์หรือมนุษย์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ๓.๕) การเลี้ยงชีพชอบ หมายถึง การประกอบอาชีพโดยชอบธรรม ถูกกฎหมาย ๓.๖) ความเพียรชอบ หมายถึง การเพียง ระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้น เพียรสร้างความดี เพียรรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้วให้คงอยู่ ๓.๗) การตั้งสติชอบ หมายถึง ตั้งสติพิจารณาร่างกาย เวทนา ความรู้สึกสุข-ทุกข์ ให้รู้เท่าทันเห็นความเกิดดับ และ ๓.๘) การตั้งใจมั่นชอบ หมายถึง การทำจิตใจให้สงบเป็นสมาธิอย่างแน่วแน่ ในทฤษฎีทางพุทธศาสตร์ อาจ กล่าวโดยสรุปได้ว่า หลักคำสอนของศาสนาพุทธเป็นหลักในการดำเนินชีวิตเพื่อให้สามารถอยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุข ๒๖๒ สุชีพ บุญญานุภาพ.ประวัติศาสตร์ศาสนา. (พิมพ์ครั้งที่ ๘). (กรุงเทพมหานคร:มูลนิธิมงกุฎราชวิทยาลัย.๒๕๔๐), น. ๑๘๐.


๒๙๔ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๗.๔ โครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของอปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ หน่วยงานของรัฐท่ี่มีการดำเนินงานอิสระจากส่วนกลาง มี หน้าที่ในการบริหารจัดการองค์กร มีการบริการสาธารณะตรงกับความต้องการของประชาชนใน ท้องถิ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีการนำพระราชกทฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ตลอดเวลา ก็ยังมีข่าว การดำเนินงานที่ขาดความโปร่งใสและการร้องเรียนเรื่องทุจริตของหน่วยงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง จึง ทำให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้ พัฒนาระบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสขึ้นในองค์กรภาครัฐ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อศึกษาระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ของเทศบาลตำบลทางพูน เพื่อศึกษาหาข้อเสนอแนะในการปรับปรุง/พัฒนาคุณธรรมและความ โปร่งใสในการดำเนินงานของอปท.โดยมีขอบเขตด้านเนื้อหาของการประเมินคุณธรรมและความ โปร่งใสในการดำเนินงานของอปท. ครั้งนี้ใช้ระบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ Integrity and Transparency Assessment (ITA) ของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งประกอบด้วย ๕ ดัชนี ดังนี้ ๑) ดัชนีความโปร่งใส (Transparency Index) ประเมินจาก ความคิดเห็นของผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามประสบการณ์ในการรับบริการจากหน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประเมินจากข้อมูลเอกสาร/หลักฐานเชิงประจักษ์บนพื้นฐานของ ข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของหน่วยงาน ๒) ดัชนีความพร้อมรับผิด (Accountability Index) ประเมินจากความคิดเห็นของผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามประสบการณ์ในการรับบริการ จากหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓) ดัชนีความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน (Corruption-Free Index) ประเมินจากการรับรู้ของผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อการ ให้บริการของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔) ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร (Integrity Culture Index) ประเมินจากความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานอปท.และจากข้อมูล เอกสาร/หลักฐานเชิงประจักษ์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของหน่วยงาน ๕) ดัชนี คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน (Work Integrity Index)ประเมินจากความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ ภายในหน่วยงานอปท.ที่มีต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน ๒๖๓ ขอบเขตด้านพื้นที่ครอบคลุมการดำเนินงานของอปท. ขอบเขตด้านระยะเวลา จะประเมินผล การปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณนั้น โดยผลที่คาดว่าจะได้รับ ได้ข้อมูลผลการวิจัยประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของ อปท. เพื่อนำไปพัฒนาระบบการปฏิบัติงาน และยกระดับการ ๒๖๓ กัญญารัตน์ รอดแก้ว. นักพัฒนาชุมชน. ฝ่ายอำนวยการ, เทศบาลตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระ เกียรติ: จังหวัดนครศรีธรรมราช, (๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐).


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๙๕ Fundamentals of Social Development สร้างระบบคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานให้มีภาพลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้นในระยะต่อไป เจ้าหน้าที่ ของอปท.มีความตระหนักในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมโปร่งใสในการดำเนินงานให้ความสำคัญและ ยึดถือปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย จรรยาบรรณและจริยธรรมเพิ่มขึ้น ประชาชนใน พื้นที่ของอปท.ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานของอปท.ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอด จากการทจริต ตามรายงานผลการวิจัย เรื่อง การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ของเทศบาลตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี ๒๕๕๘.๒๖๔ ๗.๕ หลักธรรมาภิบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวอย่างหลักธรรมาภิบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากเทศบาลตำบลทางพูน อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานของรัฐ ได้มี การนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในองค์กร และมีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘. ดังต่อไปนี้๒๖๕ ๑) หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) เทศบาลตำบลทางพูน มีการปฏิบัติราชการใช้ ทรัพยากรอย่างประหยัด เกิดประสิทธิภาพที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและบังเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม มีการประกาศลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน 20 กระบวนงาน เช่น ลดขั้นตอนงานการชำระภาษี จาก ระยะเวลาเดิม ๔ นาที/ราย ลดเหลือ ๓ นาที/ราย ประหยัดพลังงานในตอนเที่ยง ปิดไฟฟ้า ปิดแอร์ ๒) หลักประสิทธิผล (Effectiveness) เทศบาลตำบลทางพูน มีการจัดวางระบบการ ควบคุมภายใน เช่น กิจกรรมการดำเนินงาน ความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมความ เสี่ยง พร้อมรายงานผลความเสี่ยงต่อผู้บริหารและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ๓) หลักการตอบสนอง (Responsiveness) เทศบาลตำบลทางพูนมีการปฏิบัติราชการต้อง สามารถให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด สร้าง ความเชื่อมั่นไว้วางใจ ความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความ หลากหลายและมีความแตกต่างกัน เทศบาลตำบลทางพูนได้ให้บริการประชาชนด้วยความรวดเร็วตาม ระยะเวลาที่กำหนดไว้และมีโครงการบริการประชาชนเวลาช่วงพักเที่ยงและวันหยุดราชการ ๔) ภาระรับผิดชอบ/สามารถตรวจสอบได้ (Accountability) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศจะต้องได้รับการตรวจประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local Performance Assessment: LPA ) เทศบาลตำบลทางพูน ซึ่งได้ผ่านการประเมินดังกล่าว โดยเฉพาะ ๒๖๔ อ้างแล้ว ๒๖๕ เทศบาลตำบลทางพูน. บทสรุปผู้บริหารรายงานผลการวิจัย เรื่อง การประเมินคุณธรรมและความ โปร่งใสในการดำเนินงานตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช (๒๕๖๐)


๒๙๖ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ นี้ มีด้านที่เกี่ยวกับการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี จำนวน ๒ ด้าน คือ ด้านที่ ๑ ด้านการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และด้านที่ ๕ ด้านธรรมาภิบาล ซึ่งเทศบาลตำบลทางพูน ก็ผ่าน การประเมิน ด้านที่ ๑ จากคะแนน ๑๐๐ คะแนน ได้คะแนน ๗๑ คะแนน และด้านที่ ๕ ธรรมาภิบาล จำนวนคะแนน ๗๐คะแนน ได้คะแนน ๕๑ คะแนน ซึ่งตรวจประเมินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๐ นี้ ๕) เปิดเผย/โปร่งใส (Transparency) เทศบาลตำบลทางพูนมีการปฏิบัติราชการต้อง ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา รวมทั้งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชน รับทราบโดยมีช่องทางเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ คือ ๑. เว็บไซต์ของเทศบาล ๒. เสียงตามสาย ๓. ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ๔. เฟสบุ๊ค ๕.ป้ายประชาสัมพันธ์ ๖.เอกสารสิ่งพิม์ เช่น ปฏิทิน แผนพับ เป็น ต้น โดยเทศบาลตำบลทางพูน มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบผลการ ปฏิบัติงาน ประกอบด้วยข้อมูลต่าง ๆ ของเทศบาล เช่น ประกาศการจัดซื้อจัดจ้าง สัญญาโครงการ ต่าง ๆ แผนพัฒนาสี่ปี แผนโครงสร้างจัดซื้อจัดจ้างในรอบปีงบประมาณ นโยบายของนายกเทศมนตรี รายงานการประชุมสภาเทศบาลฯลฯ ๖) หลักนิติธรรม (Rule of Law) ในการปฏิบัติราชการเทศบาลตำบลทางพูนใช้อำนาจของ กฎหมายกฎระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนและปฏิบัติต่อประชาชนอย่างเท่าเทียม ๗) ความเสมอภาค (Equity) ในการปฏิบัติราชการเทศบาลตำบลทางพูนยึดหลักความเสมอ ภาคให้บริการอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยกศาสนา เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม และอื่น ๘) การมีส่วนร่วม/การพยายามแสวงหาฉันทามติ (Participation/ Consensus Oriented): เทศบาลตำบลทางพูน ปฏิบัติงานเน้นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยมีการ ติดตั้งตู้แสดงความคิดเห็นหน้าเทศบาล ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นต่อการ บริหารงานของเทศบาล จะมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดปิดตู้และนำความเห็นของ ประชาชนเสนอต่อคณะผู้บริหาร พร้อมทั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำประชาคมแผนพัฒนาสี่ปี ๙) การกระจายอำนาจ (Decentralization) เทศบาลตำบลทางพูนยึดหลักการกระจาย อำนาจในการปฏิบัติงาน โดยปฏิบัติงานตามลำดับขั้นการบังคับบัญชา งานด้านการบริหารจะเป็น อำนาจของคณะผู้บริหารนำโดยนายกเทศมนตรีเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดและจะมีการมอบหมายงานให้รอง นายกเทศมนตรีรับผิดชอบโดยตรง ฝ่ายข้าราชการจะมีปลัดเทศบาลเป็นผู้บังคับบัญชาและการ ปฏิบัติงานตามลำดับขั้น


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๙๗ Fundamentals of Social Development ๑๐) คุณธรรม/จริยธรรม(Morality/Ethic) เทศบาลตำบลทางพูน ปฏิบัติงานด้วยจิตสำนึก และมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีศีลธรรม คุณธรรม ยึดมั่นในค่านิยมหลักของ มาตรฐานจริยธรรมโดยมีการจัดทำแผนคุณธรรมจริยธรรของพนักงานเทศบาล มีจัดทำโครงการ ประชุมส่งเสริมธรรมาภิบาลและสร้างความโปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลตำบลทาง พูน ขึ้นทุกปี ซึ่งปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว เพื่อให้คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงานเทศบาล ลูกจ้าง มีความรู้ ความเข้าใจและความศรัทธาต่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พร้อมขับเคลื่อนในการบริหารจัดการในองค์กรให้เกิดประโยชน์ต่อไป โดยมีคณะกรรมการปราบปราม การทุจริต จังหวัดนครศรีธรรมราช มาเป็นวิทยากรดังกล่าว ซึ่งจัดเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙ และ เทศบาลตำบลทางพูน ได้รับรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของเทศบาล ตำบลทางพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ในระดับสูงของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยมีผู้ที่ปรึกษาสาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งเทศบาลตำบลทางพูน ผลการประเมินอยู่ในระดับสูง ได้ คะแนนร้อยละ ๗๘.๔๒ และก็กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ก็คือเตรียมความพร้อมการประเมิน ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของเทศบาลตำบลทางพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งครั้งนี้ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราชเป็นผู้ปรึกษาเช่นกัน ซึ่งจะเข้าร่วมการประชุมชี้แจงในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ ๗.๖ ปัญหาในการพัฒนาชุมชนที่รอวิธีแก้แบบใหม่ การพัฒนาพัฒนาชุมชน๒๖๖ คือ การพัฒนาความสามารถของประชาชนให้เกิดการช่วยเหลือ ตนเอง เพื่อนบ้านและชุมชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีมาตรฐานความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยการมีส่วน ร่วมของประชาชน งานพัฒนาชุมชน เป็นการทำงานร่วมกับชาวบ้านเพื่อทำให้ชุมชนเกิดการ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เจริญขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง โดยเกิดจากการพัฒนาแบบมี ส่วนร่วมตามความต้องการของประชาชนเพื่อประโยชน์สุขของชุมชนเอง ดังนั้นการพัฒนาชุมชน จึง เป็นการทำให้กลุ่มคนดีขึ้น กระบวนการทำงานในกลุ่มยึดหลักการมี ส่วนร่วม ปัจจุบันเมื่อพูดถึง ปัญหาในการพัฒนาชุมชนปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการไม่มีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งมักได้ยินเสียง บ่น (เสียงดังมาก ) ออกมาว่า…. เขาไม่มีเวลามาร่วมประชุม …เขาไม่มีพาหนะ… เขาไม่มีค่าใช้จ่ายใน การเข้าร่วม… (อีกหลายประเด็น) สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาหนึ่งของงานพัฒนาชุมชน ซึ่งพอสรุปปัญหาได้ ดังนี้ ๒๖๖ ปิยะมาศ เขมะชัยเวช. ปัญหาในงานพัฒนาชุมชน. GOTOKNOW ORGANIZATION [ออนไลน์] แหล่งที่ มา https://www.gotoknow.org/ posts/479411. [เข้าถึง ๒๒ พฤจิกายน ๒๕๖๓]


๒๙๘ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๑. ปัญหาการให้ความร่วมมือของคนในชุมชน ซึ่งการมีส่วนร่วมสามารถจำแนก ๑.๑ การมีส่วนร่วมแบบจัดการมีผู้กำกับอยู่เบื้องหลัง ๑.๒ การมีส่วนร่วมแบบปรึกษาหารือ ๑.๒ การมีส่วนร่วมเพื่อให้การรับรอง ๒. บุคลากรและเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ของมีน้อยมากเมื่อเทียบกับชาวบ้าน ๓. ทุนและทรัพยากรในการพัฒนาหมู่บ้านโดยเฉพาะงบประมาณ ๔. ปัญหาของคนในชุมชน ประชาชนมีปัญหาต่าง ๆ จึงเป็นอุปสรรคต่อการทำงานขาดความ พร้อมโดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจ (๔.๑) ปัญหาเรื่องหนี้สินนอกระบบ ประชาชนมีหนี้สินนอก ระบบ ในชุมชนจะต้องส่งเสริมการรวมกลุ่มในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อให้ชุมชนสามารถออมเงิน และมีเงินลงทุนในการประกอบอาชีพและใช้กลุ่มออมทรัพย์ที่มีศักยภาพ ดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม เพื่อให้คนในชุมชนมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ผ่านกลุ่ม (๔.๒) ปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำ การถูกเอา เปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ต้องการรวมกลุ่มอาชีพ นำมาซึ่งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เช่นการ แปรรูปอาหารเป็นผลิตภัณฑ์ให้คุณภาพเพิ่มขึ้น (๔.๓) ปัญหาการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ควรมี การสร้างการเรียนรู้การมีส่วนร่วม ผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชนของตำบล หมู่บ้าน และมีการจัดการ ความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาชีพ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนโดยดึงผู้รู้หรือ ปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ในแต่ละด้านมาถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ของเขา แนะนำความรู้ที่ได้ไป ประยุกต์ใช้ ๕. ปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น เรื่องน้ำท่วม เนื่องจากบางฤดูกาลทำให้น้ำท่วม การสัญจรไม่ สะดวก ผู้แต่งเสนอเพิ่มมุมคิดในการแก้ปัญหาเบื้องต้นว่าในการแก้ปัญหานอกจากควรใช้ กระบวนการกลุ่ม การสร้างพลังชุมชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจนของชาวบ้าน หรือ สังคม โดยการพัฒนาเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เป็นการส่งเสริมวิถีตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการทำให้การพัฒนาชุมชนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นซึ่งขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วม ของประชาชน ควรมองหาแนวใหม่ในการจัดการปัญหา เช่น ใช้เทคโนโลยี ใช้นวัตกรรม ระดม ความคิดริเริ่ม ระดมความคิดสร้างสรรค์ และเริ่มจากแต่ละครอบครัว ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ทรงหวัง ว่าการพัฒนาต้องระเบิดจากภายใน


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๒๙๙ Fundamentals of Social Development ๗.๗ สรุปคุณธรรมจริยธรรมของนักพัฒนาสังคม นักพัฒนาเช่น กัญญารัตน์ รอดแก้ว (๒๕๖๐/๒๕๖๓) สรุปคุณธรรมจริยธรรมของนักพัฒนา สังคม ว่าควรมี (๑) นักพัฒนาต้องมีอุดมคติ หรือมีแรงจูงใจที่ต้องการทำงานเพื่อประโยขน์ของ ส่วนรวม ข้อนี้ไม่ได้มีมาตั้งแต่แรกทุกคนหรอกเป็นบางคนเท่านั้น บางคนที่ผมหมายถึงมาสอบตำแหน่ง นี้เป็นเพราะรับทุกเอกของ ป.ตรี คือสอบตำแหน่งอื่นไม่ได้ หรือตำแหน่งที่ได้ไม่เปิดสอบเลยต้องเลือก ตำแหน่งนี้แทน และหลายคนนั้นพอมาทำแล้วก็มีความสุข (๒) นักพัฒนาต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใน ชุมชนได้ดี พอได้เป็นนักพัฒน์แล้ว เลยต้องปรับตัวให้เข้ากับชุมชน ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องยาก ใครปรับตัวได้ เร็วได้เปรียบ (๓) นักพัฒนาต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี (๔) นักพัฒนาต้องมีไหวพริบและความคิดริเริ่มดี โดยเฉพาะคนที่เป็นวิทยากรกระบวนการจะได้ใช้ไหวพริบบ่อยมาก ส่วนความคิดริเริ่ม…เช่น สตีฟ จ๊ อบ ที่เรามองว่าเขาเก่ง เขาเพียงนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้ แต่คนทั่วไปไม่รู้ (๕) นักพัฒนาต้องมี บุคลิกภาพที่จะเป็นหัวหน้า เหมือนกับว่าต้องคอยบอก คอยสอนให้ชาวบ้านให้ทำในสิ่งที่ถูกที่ควร (๖) นักพัฒนาต้องมีความรู้เกี่ยวกับสภาพปัญหาของชุมชนดี (๗) นักพัฒนาต้องมีความประพฤติดี ขยัน ขันแข็ง กระตือรือร้น มีระเบียบวินัย เป็นแบบอย่างให้ชาวบ้านยอมรับนับถือ ไม่ใช่บอกชาวบ้านให้ พอเพียงไม่เป็นหนี้เป็นสิน แต่ตัวเองมีเมีย ๘ คนแถมบัตรเครดิตอีกทุกธนาคาร แล้วยังมีหน้ามาอวดว่า เครดิตดี (๘) นักพัฒนาต้องมีลักษณะเป็นคนที่พัฒนาแล้ว อย่างน้อยก็ต้องมากกว่าประชาชนที่เราจะ ไปพัฒนาเขา (๙) นักพัฒนาต้องมีความสามารถโน้มน้าวจิตใจคนให้เห็นคล้อยตาม เพราะจะเข้าไป เปลี่ยนแปลงให้หมู่บ้านให้ดีขึ้น เราจำต้องสามารถโน้มน้าวให้ชาวบ้านเห็นตามสิ่งที่เราจะพาเขาทำ มิฉะนั้นก็ไม่ได้ทำ (๑๐) นักพัฒนาต้องมีความรู้รอบด้าน เพราะนักพัฒนาต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหาของประชาชนเกือบทุกด้าน ฉะนั้นอย่าบ่นว่าทำไมงานเยอะจังเลย (๑๑) นักพัฒนาต้องมี ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชนเป็นอย่างดี เวลาวิทยากรติดงาน ไม่ว่าง เล่นตัว หรือหาวิทยากรไม่ได้ ให้จัดเองเลย และ(๑๒) นักพัฒน์จะต้องเป็นคนที่รู้ใจของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาทุกฝ่าย ไม่มีใครรู้ใจนักพัฒนาดีเท่านักพัฒนาหรอกครับ๒๖๗ คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่มีต่อสังคมในสังคมประชาธิปไตย๒๖๘ คุณธรรมและ จริยธรรมของบุคคลที่พึงมีต่อสังคม หมายถึงการมีคุณงามความดีในการทำหน้าที่พลเมืองของสังคม ๒๖๗ กัญญารัตน์ รอดแก้ว. นักพัฒนาชุมชน. ฝ่ายอำนวยการ, เทศบาลตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระ เกียรติ: จังหวัดนครศรีธรรมราช, (๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐). ๒๖๘ รพีพร ช่างหล่อ. คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคล. คณะ สถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิต ศิลป์ สาขา สถาปัตยกรรมภายใน มหาวิยาลัยารคาม. [ออนไลน์] แหล่งที่มา https://sites.google.com/site/


๓๐๐ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประชาธิปไตย ความสำคัญของประเด็นนี้อยู่ที่การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดี ไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับการมีผู้ปกครองที่ดีมีคุณธรรม การทำหน้าที่ให้บริการประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้กับ ประชาชน เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับ การทำหน้าที่ต่อประเทศชาติของประชาชนด้วย คุณธรรมและ จริยธรรมของบุคคลที่มีต่อสังคมในสังคมประชาธิปไตย ประกอบด้วย การมีรูปแบบความคิด สร้างสรรค์ทางบวกในการแสดงบทบาทอย่างแข็งขันในการร่วมพัฒนา และแก้ไขปัญหาของสังคมด้าน ต่าง ๆ เช่น การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเด็นสาธารณะอย่างแข็งขัน การมีส่วนร่วมในการกระทำ เพื่อส่วนรวมด้วยความเต็มใจ การสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การปฏิบัติตาม กฎหมายและระเบียบของบ้านเมือง/เคารพในกฎกติกาของสังคม และการติดตามตรวจสอบการ ทำงานของผู้บริหารและหน่วยงานของรัฐ คุณธรรมและจริยธรรมของนักพัฒนาในสังคมประชาธิปไตย๒๖๙ ด้วยคุณธรรมและจริยธรรม ของนักพัฒนา หมายถึง จริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพของนักพัฒนาที่ดี และการดำรงตนใน สังคมอย่างนักพัฒนาที่ดี มีความสำคัญต่อการพัฒนา และรักษาดำรงไว้ซึ่งระบบการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยของบ้านเมือง อาจถือได้ว่าเป็นจรรยาบรรณ หรือมาตรฐานวิชาชีพของ นักพัฒนาก็ได้จริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพของนักพัฒนาที่ดี และการดำรงตนในสังคมอย่าง นักพัฒนาที่ดี ประกอบด้วย ความรับผิดชอบในการนำความรู้ไปใช้ในทางการเมืองการปกครอง เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่สังคม ความสุจริตใน การแสดงความคิดเห็นต่อระบบการเมืองการปกครองและสังคม ปกป้องหลักการอิสระภาพ เสรีภาพ และความเสมอภาค ปกป้องการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน สนับสนุนและปกป้องการเมืองการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย และต่อต้านการใช้อำนาจการเมืองการปกครองในทางที่ผิดและ เสียหายต่อประเทศชาติ 51011114039inetg2/home/ khunthrrm-laea-criythrrm-khxng-bukhkhl [เข้าถึงเมื่อ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓] ๒๖๙ อ้างแล้ว


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๐๑ Fundamentals of Social Development ทดสอบความรอบรู้ท้ายบท ๑. ปัญหาสำคัญ ๕ ประการในการพัฒนาชุมชนที่รอวิธีแก้แบบใหม่ ใน หัวข้อที่ ๗.๖ ท่านคิด ว่ายังมีปัญหาซ่อนเร้นอีกหรือไม่ หากมีได้แก่อะไรบ้าง? ๒. ปัญหาสำคัญ ๕ ประการในการพัฒนาชุมชนที่รอวิธีแก้แบบใหม่ ใน หัวข้อที่ ๗.๖ ท่านมี วิธีแก้แต่ละปัญหาแบบใหม่อย่างไร? ๓. ทฤษฎีด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖ ทฤษฎี ท่านวิเคราะห์ว่าทฤษฎีใดเหมาะสมกับแต่ละ ภูมิภาคของประเทศไทย?


๓๐๒ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เอกสารอ้างอิงประจำบท ๑. ภาษาไทย ก. ข้อมูลปฐมภูมิ ข. ข้อมูลทุติยภูมิ กรมวิชาการ.คู่มือการสร้างเครื่องวัดคุณลักษณะด้านจิตพิสัย. (กรุงเทพ: โรงพิมพ์คุรุสภา. ๒๕๓๙), น. ๑๕. กัญญารัตน์ รอดแก้ว. นักพัฒนาชุมชน. ฝ่ายอำนวยการ, เทศบาลตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระ เกียรติ: จังหวัดนครศรีธรรมราช, (๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐). จรัส แก้วเป็ง. การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนด้านคารวะธรรม โรงเรียนเรียงคำวิทยาคม อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา. วิทยานิพนธ์คุรศาสตร์มหาบัณฑิต, (สถาบันราชภัฏเชียงราย. ๒๕๔๖) น.๘. ดวงเดือน พันธุมนาวิน. ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม:การวิจัยและพัฒนาบุคคล. (กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ๒๕๔๓) น. ๑๑๕. ------------------------- ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมการวิจัยและการพัฒนาบุคคล. (พิมพ์ครั้งที่ ๔). (กรุงเทพมหานคร:สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.๒๕๔๔), น. ๑๘๗. ทิพย์ หาสาสน์ศรี. การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (รายงานผลการวิจัย). (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแห่ง. ๒๕๕๓), น. ๗. ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ.(พิมพ์ ครั้งที่ ๒).(กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๒๕๔๗), น. ๔๗. เทศบาลตำบลทางพูน. บทสรุปผู้บริหารรายงานผลการวิจัย เรื่อง การประเมินคุณธรรมและความ โปร่งใสในการดำเนินงานตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช (๒๕๖๐). ป๋วย อิ้งภากรณ์.ทัศนะว่าด้วยการศึกษา.(กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลดีมทอง. ๒๕๔๕), น. ๓. ปิยะมาศ เขมะชัยเวช. ปัญหาในงานพัฒนาชุมชน. GOTOKNOW ORGANIZATION [ออนไลน์] แหล่งที่มา https://www.gotoknow.org/ posts/479411. [เข้าถึง ๒๒ พฤจิกายน ๒๕๖๓]. พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์. ทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการ.(พิมพ์ครั้งที่ ๒).(กรุงเทพมหานคร:จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. ๒๕๔๗), น. ๑๕๙. พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตโต).ธรรมมะกับการศึกษาของไทย.(กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๒๕๓๑) น. ๓.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๐๓ Fundamentals of Social Development พระบำรุง ปัญฺญาพโล (โพธิ์ศรี).ปัจจัยที่มีผลต่อการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เขตบางกอกใหม่ กรุงเทพมหานคร.ปริญญาพุทธศาสตร มหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.๒๕๕๕), น. ๑๐, ๑๔. พระพุทธทาส. แนะแนวจริยธรรม. (กรุงเทพ: บริษัทศิริพัธต์. ๒๕๕๓), น.๙๕. พระมหาอาจริยพงษ์ คำตั๋น. การปฏิบัติตนด้านคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ของ นักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตจังหวัดนครปฐม.ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (มหาวิทยาลัยศิลปากร.๒๕๕๔), น.๙, ๑๔. พุทธทาสภิกขุ. แนะแนวจริยธรรม.(กรุงเทพมหานคร: บริษัทศิริพัธต์, ๒๕๐๕) น. ๓. เพ็ญแข ประจนปัจจนึก.การยกระดับคุณธรรมจริยธรรมของสังคมไทยเพื่อการปฏิรูปสังคม: แนวทางและการปฏิบัติ(รายงานผลการวิจัย). (กรุงเทพมหานคร:ที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ. ๒๕๕๑), น. ๑๕. ยนต์ ชุมจิต.การศึกษาและความเป็นครูไทย.(พิมพ์ครั้งที่ ๒).(กรุงเทพมหานคร:โอเดียนสโตร์. ๒๕๔๖) น. ๒๖๑, ๒๖๔. รพีพร ช่างหล่อ. คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคล. คณะ สถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิต ศิลป์ สาขา สถาปัตยกรรมภายใน มหาวิยาลัยารคาม. [ออนไลน์] แหล่งที่มา https:// sites.google.com/site/51011114039 inetg2/home/khunthrrm-laea-criythrrmkhxng-bukhkhl [เข้าถึงเมื่อ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓]. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย์สถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (กรุงเทพฯ: นานมีบุคส พับ ลิเคชันส์. ๒๕๔๖), น. ๒๕๓. วีระพงศ์ ถิ่นแสนดี. การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนโรงเรียนสิงห์สะอาด อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์. ปริญญานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, (มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. ๒๕๕๐) น. ๒๒. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม). “กาพย์กลอน--สอนคุณธรรม ตาม แนวพระราชดำรัส” / ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม. มหาวิทยาลัย ราชภัฏสงขลา. (กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม), ๒๕๕๑), น.๗. สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว โครงการวิจัยคุณลักษณะและกระบวนการปลูกฝัง คุณธรรมจริยธรรมในประเทศไทย(รายงานการวิจัย).(ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดิน เชิงคุณธรรม:สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้.มหาวิทยาลัยมหิดล.๒๕๕๒), น. ๓๕.


๓๐๔ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สมเดช มีแสง. คู่มือการปฏิบัติราชการและเตรียมสอบผู้บริหารการศึกษา.(สำนักงานคณะกรรมการ ประถมศึกษาแห่งชาติ.อุทัยธานี:ม.ป.พ. ๒๕๓๘), น.๒๓๐. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. คู่มือการจัดกิจกรรมและพัฒนาจิตพิสัยในระบบการ เรียนการสอนระดับประถมศึกษา.(กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา. ๒๕๔๐), น.๑. สุชีพ บุญญานุภาพ. ประวัติศาสตร์ศาสนา.(พิมพ์ครั้งที่ ๘). (กรุงเทพมหานคร:มูลนิธิมงกุฎราช วิทยาลัย.๒๕๔๐), น. ๑๘๐. ๒. ภาษาอังกฤษ a) Primary Sources b) Secondary Sources Jean Piaget. The Moral Judgment of the Child. (London: Routledge & Kegan Paul Ltd. 2000), p. 133. Lawrence Kohlberg. Development of Moral Character and Moral Ideology Review of Child Development Research. (New York: Russell Sage Foundation.2000), 159. Maslow Abraham. (1987).Motivation and Personality. (New York: Harper and Row Publishers. 1987), p. 15.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๐๕ Fundamentals of Social Development แผนการสอน ประจำบทที่ ๘ สังคมสมัยใหม่แบบทุนนิยมและบริโภคนิยม ขอบข่ายการเรียนรู้บทที่ ๘ ๑. วิถีชีวิตของคนสมัยใหม่แบบทุนนิยม ๒. วิถีชีวิตของคนสมัยใหม่แบบบริโภคนิยม ๓. ชีวิตของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงเพราะสังคมสมัยใหม่แบบทุนนิยมและบริโภคนิยม ๔. วิถีชีวิตชาวพุทธที่อยู่เหนือทุนนิยมและบริโภคนิยม ๕. บทสรุปสังคมสมัยใหม่แบบทุนนิยมและบริโภคนิยม จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่แบบทุนนิยม ๒. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่แบบบริโภคนิยม ๓. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจ ชีวิตของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงเพราะสังคมสมัยใหม่แบบทุน นิยมและบริโภคนิยม ๔. เพื่อให้นิสิตทราบและเข้าใจ วิถีชีวิตชาวพุทธที่อยู่เหนือทุนนิยมและบริโภคนิยม วิธีสอนและกิจกรรม ๑. บรรยายประกอบเอกสารประกอบการสอน ๒. วิธีสอนแบบอภิปรายเนื้อหา / ซักถาม / และทำแบบฝึกหัดในชั้นเรียน ๓. มอบหมายงานศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง หรือ กำหนดประเด็นร่วมวิเคราะห์ ๔. รายงานผลการศึกษางานมอบหมายหน้าชั้นเรียน และแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในชั้นเรียน ๕. มอบหมายใบงานสรุปเนื้อหาที่เรียนการสอนแต่ละครั้ง ๖. อภิปรายหรือทำแบบฝึกหัดท้ายบท แล้วนำผลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ที่ เหมาะสมต่อไป สื่อการเรียนการสอน ๑. เอกสารประกอบการสอน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒. สื่อ Power Point สื่อวีดิทัศน์ สื่อเรียนรู้ออนไลน์ หรือ สื่อเรียนรู้ต่าง ๆ ๓. ใบงานความรู้ หรือ แบบประเมินผลก่อนและหลังเรียน หรือคำถามประจำบทที่ ๘


๓๐๖ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บทที่ ๘ สังคมสมัยใหม่แบบทุนนิยมและบริโภคนิยม ๘.๑ วิถีชีวิตของคนสมัยใหม่แบบทุนนิยม ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมการบริโภคในระบบทุนนิยมแบบใหม่ที่กำลังครอบงำมนุษย์ ให้ มีความสัมพันธ์กันด้วย “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ล้วนส่งผลต่อคนในสังคมโดยรวมให้มีความต้องการ บริโภคทุก ๆ อย่าง แบบไม่จำกัด ไม่พอเพียง เน้นความฟุ่มเฟือยเป็นหลัก จึงเน้นการล่าเงิน (Money Hunting) จนละเลยความสัมพันธ์ต่อกัน และ และเน้นเทคโนโลยี จนกลายเป็นสังคมก้มหน้า ดังนั้นจึง จำเป็นต้องศึกษา เนื้อหาของระบบทุนนิยมแบบใหม่ที่เกิดขึ้น มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง ที่ทำให้การใช้ ชีวิตประจำวัน การงานและอาชีพ สุขภาพ การเงินและการตลาด การใช้เทคโนโลยีและการสื่อสาร สมัยใหม่ การเมืองและการปกครอง โดยมีข้อมูลด้านพระพุทธศาสนามาประกอบในหลักการที่ เกี่ยวข้องกัน ๘.๑.๑ วิถีชีวิตแบบทุนนิยมคืออะไร คำนิยาม “วิถีชีวิตแบบทุนนิยม” หมายถึง คนในสังคมไทยที่ประกอบกิจการค้าขายทั่วไป หรือประกอบธุรกิจอี-คอมเมิช (E-Commerce) โดยใช้ทุนจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ที่มีอยู่ เช่น ดิน แร่ธาตุ ฟ้า น้ำ แสง (พลังงาน) หรือให้บริการสินค้า อุปโภคบริโภค หรือบริการขนส่ง เป็นต้น เป็นปัจจัยเพื่อเกิดกำไรนำมาเลี้ยงชีพ หรือกลุ่มคนที่แสวงหาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว โดย เน้นความสำเร็จในการประกอบกิจการ ทุนนิยม หรือ Capitalism มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การธนาคาร การตลาดหรือ การซื้อขายในระบบเศรษฐกิจที่ยอมให้บุคคล มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และทรัพยากรที่เป็นทุน โดยให้ เสรีภาพในการผลิตและการค้า๒๗๐ โดยสรุป ทุนนิยมเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือกลุ่มคนที่มุ่งประกอบ กิจการ โดยการถือครองทรัพยากรต่าง ๆ เป็นทุนหรืออาศัยต้นทุนทางการเงิน การธนาคารและ สินทรัพย์ เพื่อการผลิตเป็นสินค้าและการให้บริการ เพื่อการแลกเปลี่ยนและซื้อขายในระบบเศรษฐกิจ ทุนนิยมอาศัยกระแสความอยากของมนุษย์เป็นแรงกระตุ้นและผลักดันให้เกิดการตอบสนองและการ บริโภคในสังคม ปัจจุบัน สังคมที่กำลังอยู่ในยุคที่ต้องการการพัฒนาเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค “ไทยแลนด์ ๔.๐” ด้วยลักษณะของทุนนิยมปัจจุบัน จึงมีความเปลี่ยนแปลงไปที่เกิดขึ้นและลำดับตามเหตุตาม ปัจจัย เนื่องจากผลกระทบจากเทคโนโลยีสมัยใหม่และอินเทอเน็ตความเร็วสูง ทำให้วิถีทุนนิยมต้อง ๒๗๐ ทุนนิยม สำนักงานราชบัณฑิตยสภา http://www.royin.go.th/?knowledgesทุนนิยม-สังคมนิยม (๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๐๗ Fundamentals of Social Development ปรับทิศทางให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง โดยมีรายละเอียดตามกรอบแนวคิดของวิถีชีวิตแบบ ทุนนิยม ดังนี้ แผนภาพที่ ๘.๑ วิถีชีวิตแบบทุนนิยม นายทุน เจ้าของบริษัทในประเทศและต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ ลักษณะทั่วไปของทุนนิยมไทย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจไว้ว่า ปัจจัย ด้านการแข่งขัน การแข่งขันแบบเดิมของทุนนิยมเริ่มลดบทบาทในปัจจุบัน ในตลาดสามารถเพิ่ม ประสิทธิภาพของผู้ผลิต ไปพร้อม ๆ กับการเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับผู้บริโภคและลูกจ้าง ส่งผลดีต่อ เศรษฐกิจของประเทศแม่ให้ขยายตัวตามไปด้วย แต่พบว่า มีการกระจุกตัว (Concentration) ใน ตลาด บริษัท (ใหญ่/มีอำนาจต่อรองมาก/อำนาจผูกขาด) ทำกำไรได้สูงเกินปกติ (เพราะไม่ต้องเผชิญ การแข่งขันเท่าที่ควรจะเป็น) แต่ยังมีแนวโน้มจ่ายค่าจ้างพนักงานลดลงและตั้งราคาสูงเกินจริงเสมอ


๓๐๘ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จะเห็นได้จากชีวิตประจำวัน (ที่แวดล้อมด้วยระบบทุนนิยมตั้งแต่ตื่นจนถึงหลับ) เริ่มต้นด้วย เสียงปลุกจากโทรศัพท์ไอโฟน (ซึ่งครองตลาดสหรัฐฯ ๖๒%) จ่ายค่าเดินทางด้วยบัตรเครดิตหนึ่งใน สามเจ้า (American Express, MasterCard และ Visa ครองตลาดรวมกัน ๙๕%) ส่งอีเมล์ติดต่องาน ผ่าน Google (ซึ่งครองตลาด ๖๐%) ใช้โทรศัพท์หนึ่งในสามเครือข่ายใหญ่ (ซึ่งครองตลาดรวมกัน ๗๘%) จองโรงแรมผ่านเว็บไซต์ Expedia (ซึ่งครองตลาด ๒๗%) ขึ้นเครื่องบินหนึ่งในสี่สายการบินชั้น นำ (ซึ่งครองตลาดรวมกัน ๖๙%) และเข้าพักกับโรงแรมในเครือ Hilton (ซึ่งครองตลาด ๑๒%) The Economist ประเมินว่า ปีที่ผ่านมาทั้งโลกมีค่าเช่าทางเศรษฐกิจรวมกันสูงถึง ๖๖๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทจากสหรัฐฯ ครอบครองค่าเช่ารวมกันถึง ๗๒% ของทั้งโลก โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สุขภาพ สายการบิน และการทหาร (พัชรสุทธิ์ สุจริต ตานนท์ และ ฉัตร คำแสง (๒๕๖๐)๒๗๑ สำรวจการแข่งขันในตลาดต่าง ๆ ของไทย พบว่า ตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา มีอุตสาหกรรมเพียงเล็กน้อยที่มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น (เช่น สิ่งทอ เครื่องยนต์ คอมพิวเตอร์) อุตสาหกรรมส่วนมาก เช่น ขุดเจาะปิโตรเลียม เครื่องดื่ม การขนส่ง อสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร สุขภาพ โทรคมนาคม มีการแข่งขันน้อยมาก ระบบการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นจากภาครัฐ มีลักษณะเอื้อนายทุน ทำให้แหล่งเงินไหลกลับ ไปสู่นายทุนหรือผู้ประกอบการรายใหญ่ และรัฐสนับสนุนให้กลุ่มทุนใหญ่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ชนบท เพื่อ ดูแลวิสาหกิจท้องถิ่นในธุรกิจเดียวกับตนโดยตรง จึงทำให้เกิดทุนนิยมแบบช่วงชั้น (Hierarchical Capitalism) เนื่องจากเศรษฐกิจถูกครอบงำโดยบรรษัทข้ามชาติ และธุรกิจครอบครัว๒๗๒ (รัฐ นายทุน พรรคพวก เครือญาติ พี่น้อง ลูกหลาน) โลกของทุนนิยมเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีเชื่อมกิจกรรมต่าง ๆ ให้เข้าถึงกัน จึงเกิดมี แนวคิดหรือกระบวนการใหม่ และวิถีชีวิตใหม่ที่เกี่ยวพันธ์กับเทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้น ตามแผนพัฒนา ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สนับสนุนระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น ภาคการเงิน การธนาคารมีระบบ ด้านการเงิน เพื่อพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีมาตรฐานและมีเพิ่มศักยภาพ ในขณะเดียวกัน ได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ สร้างธุรกิจ E-Commerce อย่างครบวงจร จึงทำให้โครงสร้างทุนนิยม ที่มีรูปแบบเดิมได้เปลี่ยนแปลงไป เช่น อุตสาหกรรมบันเทิง สิ่งพิมพ์ การค้าและการบริการ เป็นต้น ตามแนวคิดของแจ็ค หม่า มหาเศรษฐีอันดับ ๑ ของจีน ผู้ก่อตั้ง Alibaba กลุ่มธุรกิจ E-Commerce เห็นว่า ยุคต่อไปจะเป็นยุคของการใช้เทคโนโลยีการขายรูปแบบใหม่ กระบวนการผลิตและระบบ ๒๗๑ พัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์ และ ฉัตร คำแสง (๒๕๖๐, กันยายน ๘).นวัตกรรมไทย หายไปไหน ?.การ สัมมนาทางวิชาการประจำปี ๒๕๖๐ ของธนาคารแห่งประเทศไทยในหัวข้อ “เศรษฐกิจ คิดใหม่” ในวันที่ ๑๘-๑๙ กันยายน ๒๕๖๐ (รายละเอียดที่ https://www.bot.or.th/ BOTSymposium2017) ๒๗๒ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ทุนนิยมไทยไปทางไหนดี https://www.the101.world/capitalism-way-to-go/


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๐๙ Fundamentals of Social Development การเงินแบบใหม่ สังคมจะดำเนินไปด้วยข้อมูล (Data) การค้าขาย E-Commerce จะเป็นพื้นฐานที่ ผลักดันให้เกิด Digital Economy และ Cashless Society (เป็นโครงสร้างทางสังคมไร้เงินสด)๒๗๓ โครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทย ได้มีระบบและช่องทางการซื้อ-ขายออนไลน์ สำหรับคนไทย สามารถเข้ามาค้าขายทางออนไลน์ได้ทุกเวลา ไม่จำกัดว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ธุรกิจ E-Commerce จึง ย่อโลกให้เล็กลง ส่งเสริมการค้าขายแบบไร้พรมแดน จากตัวเลขมูลค่า E-Commerce ของประเทศ ไทย ในปี ๒๕๕๗ มีจำนวน ๒.๐๓ ล้านล้านบาท และจากผลการสำรวจมูลค่าดังกล่าวของปี ๒๕๕๘ เพิ่มขึ้น เป็น ๒.๒๕ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ ๑๐.๔๑ คาดว่า ยังคงเติบโตเพิ่ม มากขึ้นในปี ๒๕๕๙ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๒.๔๒ แม้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันจะซบเซา หรือถดถอย แต่การค้าขายออนไลน์กลับเติบโตสวนทางกับการค้าขายแบบดั้งเดิม ธุรกิจ ECommerce จึงเหมาะกับผู้ประกอบการทั้ง หน้าเก่าและหน้าใหม่ เป็นช่องทางขยายโอกาสทางการค้า ดังนั้น การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือธุรกิจพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัล๒๗๔ ประกอบกับการส่งเสริมการสร้างแบรนด์ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และสร้าง โอกาสให้เกิด SMEs ผ่านตลาดออนไลน์ เช่น เว็บไซต์Thaitrade.com จากข้อมูลประชากรที่เป็นผู้ประกอบการ E-Commerce รวมทั้งสิ้น ๕๒๗,๓๒๔ ราย โดย อ้างอิงรายชื่อจากสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจโดยแบ่งมูลค่า E-Commerce ตามการแบ่งประเภทอุตสาหกรรม เป็น ๘ กลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้ อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง อุตสาหกรรมการขนส่งอุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก อุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร อุตสาหกรรมการประกันภัย อุตสาหกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ และอุตสาหกรรมการ บริการด้านอื่น ๆ ๒๗๕ พบว่า อุตสาหกรรมที่มีมูลค่า E-Commerce มากที่สุด อันดับ ๑ ได้แก่ อุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก มีมูลค่า ๕๕๙,๖๙๗.๕๔ ล้านบาท (ร้อยละ ๓๐.๒๑) อันดับ ๒ อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง มีมูลค่า ๕๓๖,๗๒๕.๒๖ ล้านบาท (ร้อยละ ๒๘.๙๗) อันดับ ๓ อุตสาหกรรมการผลิต มีมูลค่า ๔๒๘,๗๓๖.๒๓ ล้านบาท (ร้อยละ ๒๓.๑๔) อันดับ ๔ อุตสาหกรรม ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร มีมูลค่า ๒๓๒,๗๒๑.๓๖ ล้านบาท (ร้อยละ ๑๒.๕๖) อันดับ ๕ ๒๗๓ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. (๖ กันยายน ๒๕๕๙). ‘แจ๊คหม่า’ ๒๗๔ รายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศไทย ปี ๒๕๕๙ Value of ECommerce Survey in Thailand ๒๕๕๙, ส่วนงานดัชนีและสำรวจ สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ๒๕๕๙, หน้า ๑-๑๐. ๒๗๕ รายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศไทย ปี ๒๕๕๙, หน้า ๒๘.


๓๑๐ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อุตสาหกรรมการขนส่ง มีมูลค่า ๖๔,๑๒๖.๗๖ ล้านบาท (ร้อยละ ๓.๔๖) อันดับ ๖ อุตสาหกรรม บริการด้านอื่น ๆ เช่น การจัดหาคนออนไลน์ และการบริการชำระเงินออนไลน์ เป็นต้น มีมูลค่า ๑๙,๐๙๑.๒๘ ล้านบาท (ร้อยละ ๑.๐๓) อันดับ ๗ อุตสาหกรรมศิลปะบันเทิงและนันทนาการ มีมูลค่า ๙,๕๐๖.๙๓ ล้านบาท (ร้อยละ ๐.๕๑) และอันดับ ๘ อุตสาหกรรมการประกันภัย มีมูลค่า ๒,๐๘๕.๘๒ ล้านบาท (ร้อยละ ๐.๑๑)๒๗๖ ด้วยปัจจัยสนับสนุนของผู้บริโภคยุคดิจิทัล มีพฤติกรรมการใช้อินเทอเน็ต ทางอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย (สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ (Smart Watch)) ประกอบกับคนรุ่นใหม่เติบโตมากับเทคโนโลยีการสื่อสารและนวัตกรรมสมัยใหม่ จึงมี พฤติกรรมการอุปโภคและบริโภคตามกระแสขับเคลื่อนของโลก๒๗๗ จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมที่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของคนไทย มากที่สุด คือ ประเภทสินค้า/ บริการของอุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้า ได้แก่ ธุรกิจห้างสรรพสินค้าออนไลน์ มีมูลค่า ECommerce ทั้งสิ้น ๑๖๗,๓๖๔.๔๙ ล้านบาท การจำหน่ายเครื่องสำอาง อาหารเสริม น้ำหอม และ อุปกรณ์เสริมความงาม มีมูลค่า ๑๑๕,๘๓๑.๔๗ ล้านบาท และการจำหน่ายอาหาร อาหารแปรรูป และเครื่องดื่ม ผลิตผลทางการเกษตรและประมง มีมูลค่า ๑๐๒,๑๘๖.๘๘ ล้านบาท อุตสาหกรรมประเภทสินค้า/บริการของอุตสาหกรรมศิลปะ บันเทิงและนันทนาการ ที่มีมูลค่า E-Commerce ในปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ สูงที่สุด ได้แก่ สินค้าเกมออนไลน์ มีมูลค่า E-Commerce ในปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ สูงถึง ๓,๕๕๗.๔๙ และ ๓,๙๙๘.๙๕ ล้านบาท ตามลำดับ บริการธุรกิจ เพลง โรงภาพยนตร์ และ E-Movie มีมูลค่า E-Commerce ในปี ๒๕๕๘ และ ปี ๒๕๕๙ จำนวนทั้งสิ้น ๓,๐๘๑.๒๐ และ ๓,๕๘๔.๙๓ ล้านบาท ตามลำดับ๒๗๘ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ธุรกิจมีลักษณะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคกลางประเทศไทย เนื่อง ด้วยเป็นเขตเศรษฐกิจและมีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร ระบบอินเทอเน็ต ระบบ การเงิน และระบบขนส่ง ซึ่งจากการสำรวจมูลค่า E-Commerce ปี ๒๕๕๘ รายภูมิภาค พบว่า การ ขายสินค้าและบริการทางออนไลน์โดยส่วนใหญ่ (กว่าร้อยละ ๗๐) มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก กลุ่มที่ทำธุรกิจ เช่น กลุ่ม SMEs (กลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าน้อยกว่า ๕๐ ล้านบาท ต่อปี) ให้บริการในพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๐๖ รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๘๓, ๕.๘๔, ๔.๔๔ และ ๔.๘๓ ตามลำดับ และ กลุ่ม Enterprises (กลุ่มธุรกิจมูลค่ามากกว่า๕๐ ล้านบาทต่อปี) ให้บริการในพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ ๒๗๖ รายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศไทยปี๒๕๕๙,น. ๓๐. ๒๗๗ รายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศไทยปี๒๕๕๙,น. ๓๒. ๒๗๘ รายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศไทยปี๒๕๕๙,น. ๖๐.


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๑๑ Fundamentals of Social Development ๔๘.๔๐ รองลงมาคือ ภาคกลาง คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๒๒ ภาคเหนือ อยู่ที่ร้อยละ ๑๐.๒๐ ในขณะที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ มีสัดส่วนของการค้าออนไลน์เท่ากัน คือ ร้อยละ ๙.๕๙๒๗๙ เมื่อพิจารณาตามประเภทของบริษัท ที่ประกอบกิจการในประเทศไทย เกี่ยวข้องกับการใช้ ชีวิตของคนไทย ได้แก่ การใช้พลังงาน เชื้อเพลิง ธุรกิจค้าทอง บริษัทผลิตยานยนต์ ธุรกิจประเภท อาหาร จำหน่าย ๒๔ ชั่วโมง (เครือชีพีออล 7elevenฯลฯ) อุตสาหกรรมปิโตรเคมี เครื่องประดับ การ บินไทย บริการส่งของสด เพื่อร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม ธุรกิจธนาคาร การลงทุน เป็นต้น บริษัท ในประเทศไทยที่มีรายได้สูงสุด๒๘๐ เช่น ปตท. จำกัด (มหาชน) (๑,๔๘๓ ล้านบาท) และฮั่วเซ่งเฮง คอม โมดิทัซ จำกัด เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด พีทีที โกลบอล เคมิ คอล จำกัด (มหาชน) ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิส เทม จำกัด ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ไออาร์ พีซี จำกัด (มหาชน) ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด การบินไทย จำกัด (มหาชน) อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จีแคป จำกัด เป็นต้น บริบัทที่ประกอบธุรกิจประเภทเหล้า เบียร์ อาหาร เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ประเทศสิงคโปร์ มีผลกำไร ๓ เดือนแรกของปี ๒๕๖๑ (ม.ค.-มี.ค.) รายได้จากยอดขาย ๖๗,๖๐๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๖๔.๓ ธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร ที่ทำรายได้หลักคือ กลุ่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ โซดา ภายใต้แบรนด์ช้าง เหล้ามีรายได้ ๓๓,๐๔๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๔.๓ ธุรกิจที่ไม่ใช่แอลกอฮอลล์ มีเครื่องดื่มที่หลากหลาย เช่น ชาเขียว น้ำ ผลไม้พร้อมดื่ม นำ้อัดลมเอส มีรายได้ ๔,๐๘๙ ล้านบาท ธุรกิจอาหาร มีรายได้ ๓,๔๒๑ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๗.๗ เป็นต้น และด้วยอำนาจเป็นธุรกิจรายใหญ่ ได้ดำเนินการซื้อธุรกิจต่าง ๆ เช่น บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลม แบรนด์เอส เทคโอเวอร์เครื่องดื่มชาเขียวโออิ ชิ และยังได้ซื้อกิจการในต่างประเทศ เช่น เอฟแอนด์เอ็น เมื่อปี ๒๕๕๖ ด้วยเงินลงทุนกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท๒๘๑ ดังนั้นจึงเกิดกลุ่มทุนนิยม หรือ Social enterprise ในสังคมไทย คำว่า Social Enterprise หรือคำว่า SE หมายถึง กลุ่มผู้ประกอบการหรือธุรกิจในรูปแบบ ต่าง ๆ เช่น บริการสินค้าอาหาร บริการสาธารณะหรือสิ่งแวดล้อม ด้วยหลักการและความรู้ หรือ ๒๗๙ รายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศไทย ปี ๒๕๕๙, หน้า ๔๗. ๒๘๐ ๑๐๐ อันดับบริษัทในประเทศไทยที่มีรายได้สูงสุด ประจำปีงบการเงิน ๒๕๕๙ https://www.ba-nana.net/100-อันดับบริษัทในประเทศไทย ๒๘๑ ไทยรัฐออนไลน์. บริบัทที่ประกอบธุรกิจประเภทเหล้า เบียร์ อาหารกำไรถ้วนหน้า https://www.thairath.co.th/ news/ business/market-business/1284022. (๑๗ พ.ค.๒๕๖๑,.)


๓๑๒ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นวัตกรรม แล้วใช้ผลกำไรจากประกอบกิจการ นำกำไรเพื่อลงทุนให้สังคม โดยเป้าหมายเพื่อร่วมมือ กันช่วยให้ความรู้ แก้ปัญหาที่กระทบต่อชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ (นอกจากนี้ยังร่วมขึ้นการใช้ เครื่องมือสื่อสารในยุคดิจิทัล โดยผู้ใช้สื่อาจร่วมตัวกันเพื่อช่วยกันให้ความรู้และแก้ปัญหา ด้วยความ กล้า ความท้าท้ายสิ่งใหม่ และคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อเพื่อมนุษย์ และสามารถส่งเสริมภาพรวมในเชิง ธุรกิจได้ด้วย (video: Social Enterprise๒๘๒) ดังนั้น Social Enterprises จึงเป็นกลุ่มคนหรือองค์กรในสังคมไทย ที่มีวิสัยทัศน์และพันธกิจ เพื่อขับเคลื่อนสังคม๒๘๓ เช่น มีวิสัยทัศน์ คือ ความร่วมมือแก้ไขปัญหาท้าทายทางสังคมและขับเคลื่อน การพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ มีพันธกิจ คือ เชื่อมต่อ โดยสร้างเครือข่ายระหว่างกิจการเพื่อ สังคม กับภาคอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม สื่อสาร โดยสื่อสารเพื่อปฏิบัติ และสร้างการตระหนักรู้ และสนับสนุนนโยบายที่มีส่วนร่วม หรือสร้างการพัฒนาสังคมผ่านกิจกรรม แต่กลุ่มผู้ประกอบการ/ธุรกิจ social enterprise แนวคิดนี้สอดคล้องกับวิธีคิดแบบพุทธอย่างไร ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเกี่ยวพันที่สืบเนื่องจากปัจจัยส่วนหนึ่ง โดยสภาพการเมืองสังคม และเศรษฐกิจ สรุปตามทัศนะของวรศักดิ์ มหัทธโนบล๒๘๔ กล่าวไว้ว่า ภาพ โดยรวมทางเมืองสมัยพุทธกาล รูปแบบปกครอง คือ ระบบสามัคคี โดยคนชั้นปกครองสูงสุด คือ กษัตริย์ ด้วยการบริหารแบบประชุมหารือเป็นกลุ่ม ทำให้ระบบทำงานล้าช้า จึงเกิดความเปลี่ยนระบบ เป็นแบบราชาธิปไตย มีอำนาจและการรับฟังเสียงจากสภา ต่อมา มีการเข้ายึดครองพื้นที่ เพื่อนำเอา ทรัพยากรมาใช้ประโยชน์ และครอบครองเขตเมือง รวมทั้งกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น ระบบทางสังคมที่สำคัญ การแบ่งชั้นชนและการกำหนดบทบาทหน้าที่ อาชีพ การทำงานใน ชีวิตประจำวัน เช่น ทาสและทาสี (คนรับใช้,คนรับจ้างชาย-หญิง) วรรณะศูทร ทำเกษตรกรรม และมี อาชีพช่างฝีมือต่าง ๆ เช่น งานก่อสร้าง ช่างไม้ ระบบเศรษฐกิจที่สำคัญ รัฐจัดเก็บภาษี โดยนายภาษีจัดเก็บจากผลผลิตที่หาได้ ๑ ส่วน จาก ๖ ส่วน (ษัฏภาคินหรือระบบ ๑ ชัก ๑) ต่อมามีการจัดเก็บภาษีคำนวณจากพื้นที่มีผลผลิต หัก ๑ ส่วน จาก ๖ ส่วน (รายเล็ก-ปานกลาง ตามสัดส่วนที่เพาะปลูก) เรียกว่า “พลี” หรือจัดเก็บภาษีตาม ประเภทผลผลิต (สินค้าเกษตร) และภาษีจากผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น ช่างไม้ เป็นต้น ด้วย ความก้าวหน้าของการติดต่อค้าขาย งานฝีมือต่าง ๆ และเป็นจุดศูนย์กลางการค้าของเมืองสำคัญ (เช่น ๒๘๒ สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (สกส.) – TSEO https://www. facebook.com /tseopress/videos/10150160553967787/?type=2&theater ๒๘๓ Social Enterprises in Thailand https://www.sethailand.org/en/about-en/ ๒๘๔ วรศักดิ์ มหัทธโนบล, พุทธโคดม: บทวิเคราะห์ทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ, เอกสารวิชาการ ฉบับย่อ ฉบับที่ ๒ /๒๕๕๗ คลังปัญญา วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต https://www.slideshare.net/ Klangpanya/2-47811895


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๑๓ Fundamentals of Social Development เมืองสาเกต) ทำให้สังคมเจริญก้าวหน้า จึงมีการเปรียบเทียบกลุ่มผู้ประกอบการ/ธุรกิจ Social Enterprise มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ คือ ๑) กลุ่มที่ประกอบธุรกิจ แบบใช้ต้นทุนทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ผัก ปลา ไก่ หมู เป็นต้น ใช้วิธีการบริหารจัดการความเสี่ยง ใช้พื้นที่มากเพื่อการผลิต อาจมีแหล่งรับซื้อวัตถุดิบเพื่อการ ผลิตบางส่วน และนำมาผลิตเพื่อจำหน่าย มีข้อด้อย คือ ทุนนิยมแบบเก่าที่มีวัฏจักรวงเวียนใน สายการผลิต (ถ้าแนวโน้มความต้องการสินค้าน้อย ก็จะกระทบกันเป็นลูกโซ่ หรืออาจยกเลิกไป เพราะ คนสมัยใหม่ไม่ต้องการสินค้าประเภทนั้นแล้ว) ดังนั้น ประโยชน์ที่ได้กับคนในสังคมคือ การบริโภค สินค้า (สนองบริโภคตามความต้องการของกลุ่มทุนนิยม) สิ่งที่ท้ายคือ จะทำอย่างไร ให้กลุ่มทุนนิยม ร่วมกันช่วยเหลือ แบ่งบันความรู้และเทคโนโลยี หรือสร้างการพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคม เช่น การผลิตสินค้าทางการเกษตร เป็นต้น หลักการทางพุทธ เห็นว่า การส่งเสริมชีวิตที่ดีร่วมกัน ประกอบด้วยธรรม เช่น การแบ่งบัน (ทาน) หรือสิ่งที่ท้าท้ายกลุ่มคน/ทุนนิยม คือ จิตสาธารณะ ในลักษณะที่เรียกว่า “สาธารณโภคิตา๒๘๕ “คือได้ของมาก็แบ่งปันกันโดยชอบธรรม แม้ได้ข้อเล็กน้อย ก็ไม่หวงไว้ผู้เดียว (เกิดการผูกขาดเป็นเจ้า เดียว) และมีส่วนร่วมช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาและใช้บริโภคร่วมกัน (หลายรูปแบบ เช่น ช่วยเหลือ คนที่ด้อยโอกาสกว่า การจ้างแรงงาน/ช่วยฝึกทักษะใหม่ ช่วยอุดหนุน/พัฒนา/เชื่อมต่อสินค้าชุมชน/ การตลาดชุมชน การพัฒนาสิ่งแวดล้อม/แก้ปัญหาขยะ/รีไซเคิลขยะกลับมาใช้งานใหม่ และอื่น ๆ) ซึ่ง ภาพรวมในสังคม ยังมีน้อย ๆ และต้องอาศัยพลังทางสังคมเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งทางพุทธใช้ธรรมสอง อย่างทางสังคม ได้แก่ สีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา เรียกว่า มีสุจริตใจ ตรงไปตรงมา มีวินัย และมี ความคิดเห็นส่วนร่วมกัน เป็นพลังผักดันเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ (ไม่ใช่การนิ่งนอนใจ ไม่ทุกข์ร้อน เมื่อ เห็นคนที่ทุกข์ร้อน หรือมีวิธีการทำงานให้หนักเบา ตามกำลังของเงิน/ผู้มีอำนาจ/อิทธิพล/รักพวกพ้อง) ๒) กลุ่มคน/ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ เข้ามาผลักดันและเปลี่ยนแปลงทางสังคม จำเป็นต้อง อาศัยข้อมูลขนาดใหญ่เข้ามาช่วยวิเคราะห์ (เช่น Google, Facebook ที่เก็บข้อมูลแล้ว ขายข้อมูลใน ลักษณะใช้ AI เข้ามา ช่วยวิเคราะห์กลุ่มคนตามเป้าหมาย/จากพฤติกรรมคนใช้อินเทอร์เน็ต) ในการ ช่วยทำธุรกิจ (วิเคราะห์คน สินค้า ทิศทางตลาดในอนาคต) และในส่วนการพัฒนานวัตกรรมเพื่อ ช่วยเหลือสังคม เช่น การใช้แอปพลิเคชัน เป็นต้น ปัญหาสำคัญ คือ ธุรกิจเพื่อการแก้ปัญหาสังคม ดังกล่าว ยังมีน้อย ไม่เกิดพลังเพียงพอในการขับเคลือการพัฒนาจริง ซึ่งต้องช่วยกันคิดว่า จะทำ อย่างไร รวมทั้งอุปสรรคปัญหาที่ทำให้การขับเคลือนช้า โดยภาพรวม เช่น ผลกระทบจากการแข่งขัน ทางการค้า ความไม่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน (หรือโครงสร้างบางอย่างของไทย เน้นบางส่วนก่อน เช่น เน้นสร้างคมนาคม การขนส่ง (มีกระจุกตัวของความเจริญ/ธุรกิจที่มีผู้ลงทุนและผลประโยชน์ ๒๘๕ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต), พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, ข้อ ๒๗๓ หน้า ๒๐๐-๒๐๑.


๓๑๔ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซับซ้อน)/โครงสร้างที่ไม่นำจุดเด่นของไทย เช่น การเกษตร โดยพัฒนาให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน และ ผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ผลกระทบจากเทโนโลยีดิจิทัล การบริหารบ้านเมือง (ภาพความ ขัดแย้ง ความแปลกของการใช้สื่อโซเชียลมีเดียกับความคิดเห็นทางเมือง หลักบริการและธรรมาภิ บาล) ๘.๑.๒ ทุนนิยมสมัยใหม่ (Neo-Capitalism) คำนิยาม ทุนนิยมสมัยใหม่ หมายถึง แนวคิดและกระบวนการทำงานใหม่ด้วยการใช้อินเทอ เน็ตผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมใหม่ ที่มีความสามารถและฉลาดมากขึ้น สามารถช่วยแก้ไข ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ สามารถสร้างแหล่งข้อมูลเป็นแหล่งทุน เป็นการ ลงทุนแบบต้นทุนต่ำ ผ่านการใช้เครื่องมือเช่น Facebook, Google, YouTube, Line, Twitter และ แอปพลิเคชันต่าง ๆ ดังนั้น ทุนนิยมสมัยใหม่มุ่งเน้นเทคโนโลยีสมัยใหม่ นวัตกรรมใหม่ที่สร้างการ เรียนรู้และกระทบต่อการดำเนินชีวิต ทุนนิยมสมัยใหม่ รายใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ Google, Facebook ส่วนทุนนิยมประเภทตลาดซื้อขายออนไลน์ E-commerce รายใหญ่ที่สุดในโลกคือ แจ็คหม่า เป็นต้น ดังนั้นลักษณะของทุนนิยมสมัยใหม่ในสังคมไทย มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ๓ ประเด็น หลัก คือ Facebook Google และอาลีบาบา ดังนี้ Facebook: MARK ZUCKERBERG๒๘๖ (มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก) ผู้ก่อตั้ง Facebook เฟสบุ๊ค เป็นธุรกิจออนไลน์อย่าง Facebook ลักษณะการสร้างทุนและรายได้จากเฟสบุ๊คในภาคของ ผู้ประกอบการ ที่ต้องการขายสินค้าและบริการต่าง ๆ มีระบบที่เกี่ยวข้อง) ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ ๕ ประการ ที่จะกำหนดทิศทางของเฟสบุ๊คต่อไปในอนาคต ความว่า ทิศทางต่อไปของเฟสบุ๊คเฟสบุ๊คเป็น ระบบการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตเชิงเครือข่าย ที่มีความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว ตอบสนองการ สื่อสารที่เป็นธรรมชาติในลักษณะใกล้ชิดกันมากขึ้น และแบ่งบัน เสียสละ เอื้ออาทรต่อกัน รวมทั้ง ระบบรักษาข้อมูลส่วนตัวและความปลอดภัยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การชำระเงิน เป็นต้น ๑) ประชาชนจะเห็นการสื่อสารผ่านเฟสบุ๊ค เฟสบุ๊คเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อชีวิต จึง จำเป็นสร้างรูปแบบที่เรียบง่ายที่เน้นความเป็นส่วนตัว และสร้างระบบบริการแบบใส่รหัสข้อมูล (Encrypted Services) ที่รักษาความส่วนตัวและข้อมูลส่วนตัว ทำให้เกิดความมั่นใจ ในสิ่งที่สื่อสารไป เช่น แผนพัฒนา WhatsApp ระบบส่งข้อความ/ข้อมูล ต้องปลอดภัยที่สุด รวมทั้งระบบบริการอื่น ๆ เช่น การสนทนาโต้ตอบ วิดีโอแชท Video call กลุ่ม เรื่องราว ธุรกิจ การชำระเงิน การค้า การสร้าง แพลตฟอร์มที่เน้นความเป็นส่วนตัว ประกอบด้วย ๑) ตอบสนองการป้องกันผู้ใช้ได้ทันที ซึ่งต้องทำให้ ผู้ใช้มั่นใจว่า ไม่มีใครเข้ามาใช้งานบัญชีส่วนตัว และมีวิธีที่ง่ายที่สุดในการควบคุมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ ตาม นอกจากนี้ ยังสร้างการระบบการสื่อสารในกลุ่มเครือข่ายที่ใกล้เคียงกับความต้องการ หรือมี ๒๘๖ MARK ZUCKERBERG, THURSDAY, 7 MARCH 2019, https://www. facebook. com/notes/ mark-zuckerberg/a-privacy-focused-vision-for-social-networking/10156700570096634/


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๑๕ Fundamentals of Social Development ผู้สนใจเหมือนกันมากขึ้น และจำกัดขนาดเมื่อต้องการสื่อสารที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนี้ ใน อนาคต Messenger และ WhatsApp จะเป็นวิธีสื่อสารหลักบนเครือข่าย Facebook เรามุ่งเน้นที่ การทำให้แอปทั้งสองนี้เร็วขึ้นง่ายขึ้นเป็นส่วนตัวและปลอดภัยยิ่งขึ้นรวมถึงการเข้ารหัสแบบครบวงจร ๒) การเข้ารหัสลับ (Encryption) การส่งข้อความถึงกันที่ปลอดภัยตั้งแต่ต้นจนจบ (ไม่มีใคร เข้ามาเห็นหรือแฮกข้อมูลได้) ต้องทำให้ปลอดภัย ไม่ใช่ถูกมองเห็นโดยแฮกเกอร์ อาชญากรไซเบอร์ หรือการใช้กฎหมายภาครัฐเกินจำเป็น เกิดความกังวลกับเข้าการเข้าถึงข้อมูลและเอาไปใช้โฆษณา ในทางผิด ๓) ลดคุณลักษณะและการใช้งานบางอย่างลง เช่น ไม่เก็บข้อความบางอย่างไว้เกินความ จำเป็น หรือข้อมูลที่อาจกลับมาทำลายตนเองได้ในอนาคต ๔) ความปลอดภัย ต้องทำทุกอย่างที่ทำให้ ผู้ใช้บริการมั่นใจในความปลอยภัย โดยในอนาคตจะสร้างศูนย์เก็บข้อมูลและป้องกันภัย ยกเว้น ประเทศที่มีความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชน ความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการแสดงความ คิดเห็น ๕) การร่วมมือระหว่างกัน การสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันและสื่อสารกันง่ายและปลอดภัยมาก ขึ้น ๖) ระบบจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย คำนึงถึงข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนในบางประเทศด้านสิทธิ มนุษยชน เช่น ความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการแสดง ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ซึ่ง เรื่องบางอย่างต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกัน ป้องกันปัญหาที่ ส่งผลกระทบต่อส่วนต่าง ๆ ทางสังคม ก้าวต่อไปไปในอนาคต เฟสบุ๊คเฟสบุ๊คจะให้คำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ ผู้สนับสนุน พันธมิตร อุตสาหกรรมและรัฐบาล รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก เพื่อให้การ ตัดสินใจเหล่านี้ถูกต้อง สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบริการต่าง ๆ ด้านการชำระเงินและการแลกเปลี่ยน ทางการเงิน ธุรกิจและการโฆษณา ในขณะเดียวกัน ก็จะช่วยให้ประชาชนในสังคมได้รับโอกาสและ เข้าถึงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก มีเสรีภาพและใช้อย่างมีคุณค่าผ่านการสื่อสารข้อมูล ธุรกิจออนไลน์ของ Facebook เฟสบุ๊คลักษณะการสร้างทุนและรายได้ เช่น Facebook Business มีประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ทำให้ผู้คนทั่วไปค้นหาเราได้ ผ่านเฟสบุ๊คและเครื่องมือสื่อสารอื่น ๆ เพื่อสำรวจสิ่งใหม่ แบรนด์และธุรกิจต่าง ๆ โดยสามารถสร้างตัวตนออนไลน์บนมือถือด้วย Facebook และ Instagram สร้างเพจและโปรไฟล์ธุรกิจ แชร์ข่าวธุรกิจ รวมทั้งพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างง่ายดาย ติดต่อกับลูกค้าทางโพสต์ ความคิดเห็น และการส่งข้อความส่วนตัว๒๘๗ เรียนรู้วิธีการทำงาน Facebook เฟสบุ๊คที่ช่วยบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน ด้วย ข้อมูลเชิงลึกเป็นการเจาะลึกเกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคประเภท ต่าง ๆ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ด้วย Facebook IQ (การวิจัยและการศึกษาเกี่ยวกับ ๒๘๗ Facebook Business https://th-th.facebook.com/business/goals/start-online-business


๓๑๖ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กลุ่มเป้าหมายด้วย Facebook IQ) และเครื่องมือสำหรับเลือกกลุ่มเป้าหมาย (กลุ่มเป้าหมายหลักบน เฟสบุ๊คช่วยให้คุณเลือกผู้รับชมโฆษณาที่ถูกต้อง โดยอิงตามช่วงอายุ ตำแหน่งที่ตั้ง งานอดิเรก หรืออื่น ๆ ) สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ เลือกกลุ่มเป้าหมายตามอายุ เพศ การศึกษา สถานะความสัมพันธ์ ตำแหน่งงาน และอื่น ๆ ความสนใจ เลือกความสนใจและงานอดิเรก ของผู้ที่คุณต้องการเข้าถึงด้วยโฆษณา พฤติกรรม เลือกลูกค้าตามพฤติกรรมการซื้อ การใช้อุปกรณ์ และกิจกรรมอื่น ๆ ในอดีต เครือข่ายความสัมพันธ์ เข้าถึงผู้คนที่เชื่อมต่อกับเพจบนเฟสบุ๊คหรืองาน กิจกรรมของคุณ หรือแยกผู้คนเหล่านี้ออกเพื่อหากลุ่มเป้าหมายใหม่ (ดูรายละเอียดจากคู่มือของ คุณสำหรับตัวจัดการธุรกิจบนเฟสบุ๊ค) ๒๘๘ ดังนั้นจึงมีการเปรียบเทียบกับวิธีคิดแบบพุทธศาสนากับ เฟสบุ๊คว่าเป็นอย่างไร กรอบแนวคิดของเฟสบุ๊คกับแนวคิดทางพุทธศาสนา สามารถสรุปภาพรวมในโครงสร้างดังนี้ แผนภาพที่ ๘.๒ กรอบแนวคิดของเฟสบุ๊คกับแนวคิดทางพุทธศาสนา Google (กูเกิล) แนวคิดในการทำธุรกิจแบบทุนนิยมของกูเกิล และการทำ SEO (Search Engine Optimization เพื่อกำจัดคู่แข่ง หลักคิดของกูเกิลในการสร้างระบบ SEO หรือ Search Engine Optimization หมายถึง การ ปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา (SEO)๒๘๙ เป้าหมายเพื่อให้การเข้าถึงเว็บไซต์จาก ๒๘๘ คู่มือ ขอ งคุณสำ ห รับต ัว จ ัด ก า รธ ุรก ิจ บน Facebook https://www.facebook. com/ business/learn/ how-business-manager-works/guide ๒๘๙ Search Engine Optimization, https://support.google.com/webmasters/ answer/ 7451184?hl=th


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๑๗ Fundamentals of Social Development การค้นหาคำสำคัญของคนทั่ว ๆ มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการสร้างตลาดออนไลน์ ซึ่งจะผลกระทบ กับผู้ใช้กูเกิล และผู้ประกอบธุรกิจทั่วไป รวมทั้งผู้แข่งทางธุรกิจอื่น ๆ เช่น Facebook Lazada Shopee เป็นต้น การสร้างดัชนี Google จัดเก็บหน้าเว็บทุกหน้าที่รู้จักไว้ในดัชนี แต่ละหน้าจะมีเนื้อหาและ ตำแหน่ง (URL) ของหน้านั้น ๆ เป็นการดึงหน้าเว็บ อ่าน และจัดเก็บ การรวบรวมข้อมูล คือ ค้นหา หน้าเว็บใหม่ ๆ ตามลิงก์ต่าง ๆ ด้วยการอ่านแผนผังเว็บไซต์ รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บไว้ และการใช้ Googlebot คือ โปรแกรมรวบรวมข้อมูล SEO คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับ เมื่อมีการค้นหา เหมาะสมสำหรับเจ้าของร้าน ผู้ ประกอบกิจ ทำธุรกิจ ขายสินค้าและให้บริการรูปแบบต่าง ๆ ผู้ต้องการสร้างรายได้ หรือโปรโมต เนื้อหาออนไลน์ เพื่อทำให้ธุรกิจก้าวหน้า และได้รับความสนใจเป็นที่นิยม ผ่านขั้นตอนการปรับแต่ง ของ Google เช่น การเลือกเก็บคำสำคัญ (บล็อกการรวบรวมข้อมูลที่ไม่ต้องการโดยใช้ robots.txt) การใช้เมตาแท็ก “description” คือคำอธิบายของหน้า เป็นวลีสั้น ๆ เป็นคำที่ใกล้เคียงกับคำที่ ต้องการค้นหา สัญลักษณ์ที่แสดงสถานะให้ลูกค้าว่า ร้านเปิดหรือปิดอยู่ในขณะที่ค้นหา หรือการเพิ่ม ข้อมูลธุรกิจลงใน Google My Business จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าใน Google Maps เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ในเว็บไซต์ (Google Search Console โปรแกรมวิเคราะห์ Google Analytics) จะทำให้ทราบข้อมูลเชิงลึกของผู้ที่ใช้ Google ว่ามีพฤติกรรมในเรื่องใด และชอบดูเนื้อหา ประเภทใด ช่วยให้ปรับเปลี่ยนคำสำคัญ หรือชื่อที่เกี่ยวข้อง ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สรุปหลักคิดง่าย ๆ ที่พบก็คือ การทำให้คำสำคัญที่คนสนใจและพิมพ์ค้นหาลงไปผ่าน Google Search แล้ว คำนั้นปรากฏในเว็บไซต์ในอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกของเว็บไวต์กูเกิล ซึ่ง สามารถทำได้ผ่านสร้าง Search Engine Optimization ให้เว็บไซต์มีคำและเนื้อหาที่น่าสนใจ หรือ สร้างจุดที่น่าสนใจ จะเห็นได้จาก Google Map คือ แผนที่เดินทาง ที่มีสามารถปักหมุดสถานที่ และ การค้นหาแหล่งสถานที่และบริการต่าง ๆ และสามารถให้ผู้ค้นหาข้อมูลเชื่อมต่อคำสำคัญไปยังสื่อ โซเชียลมีเดียต่าง ๆ (เช่น โทรศัพท์รุ่นไหนดี เมื่อพิมพ์ไปจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องตรงกับสิ่งที่เราสนใจ ขึ้นมา จากแหล่งต่าง ๆ เช่น YouTube Pantip ค่ายโทรศัพท์มือ) หรือผู้ให้บริการขายสินค้าออนไลน์ เช่น Lazada Shopee JD Advice เป็นต้น (ในกรณีเข้าถึงเว็บไซต์และดูสินค้าใดบ่อย ๆ สินค้า ประเภทจะแสดงขึ้นมาเห็น เมื่อเข้าถึงเว็บไซต์ Google) องค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Google เช่น ระบบค้นหา หรือกูเกิล เสิร์ช (Google Search) เป็นเสิร์ชเอนจินจากกูเกิล หรือระบบสืบค้น โดยเก็บข้อมูลเว็บ โดยใช้โปรแกรมทำการท่อง ไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ เรียกว่าสไปเดอร์ (spider, web crawler, robot) รวมถึงใช้อัลกอรึทึมเฉพาะ ที่ คิดค้นโดยผู้ริเริ่มก่อตั้ง ในการจัดลำดับความสำคัญของแต่ละหน้าเว็บเพจ ระบบจัดอันดับความ


๓๑๘ ด ร . ส า ย น้ ำ ผึ้ ง รั ต น ง า ม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เกี่ยวข้องของเว็บเพจแต่ละหน้าของกูเกิลเรียกว่า เพจแรงก์ (PageRank)๒๙๐ ลักษณะค้นหา เช่น ค้นหาโดยใช้ประโยค ค้นหาเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียง ใช้ OR เพื่อรวมและแสดงการค้นหาสำหรับหลาย คำ ค้นหาคำใน Title และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น ภาพ วิดิโอ ข่าว และมีเครื่องมือช่วย (Tools) ที่ช่วย ระบุช่วงเวลาหนึ่ง ช่วงโมงที่ผ่านมา หรือสัปดาห์ เดือน ปี และโครงสร้างของกูเกิลสามารถอธิบายได้ ตามภาพ ดังนี้ แผนภาพที่ ๘.๓ โครงสร้างของกูเกิล โฆษณาในกูเกิล แอดเซนส์ (Google AdSense) เป็นบริการโฆษณาบนเว็บไซต์ให้บริการโดย บริษัทกูเกิล โดยเจ้าของเว็บไซต์สามารถนำ ข้อความ ภาพ หรือ วิดีโอ ไปติดตั้งบนเว็บไซต์ของตนเอง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการโฆษณา และได้เงินจากการโฆษณา เมื่อมีผู้กดดูโฆษณา โดยระบบทั้งหมด จัดการโดยทางบริษัทกูเกิล เจ้าของเว็บไซต์สามารถสมัครเพื่อขอรับ รหัสโฆษณา จากกูเกิล ได้โดยไม่ เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดย แอดเซนส์ จะสามารถทำรายได้โดย Pay-per-Click หรือ perthousand-impressions ยูทูบ เป็นเว็บไซต์เผยแพร่วิดีโอโดยมีสำนักงานอยู่ที่แซนบรูโน แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สร้างโดย แชด เฮอร์ลีย์ สตีฟ เชน และยาวีด คาริม ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๙ ยูทูบถูกกูเกิลซื้อไปในราคา ๑.๖๕ พันล้านเหรียญสหรัฐ ยูทูบมีไว้เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถ อัปโหลด ดู หรือแบ่งปันวิดีโอได้(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย: ยูทูบ) และสามารถเปิดหารายได้จากการติดตาม ๒๙๐ กูเกิล เสิร์ช – วิกิพีเดีย https://g.co/kgs/WR3DtFชอฟแวร์ คือ กูเกิลโครม ใช้สืบค้นและเปิด หน้าต่างดูข้อมูลต่าง ๆ


เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น พื้ น ฐ า น ส ำ ห รั บ ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ๓๑๙ Fundamentals of Social Development ดูคลิปในยูทูบ (ยอดการรับชม (view) ยอดการติดตาม Subscribe) เมื่อครบตามเกณฑ์กำหนดการ รับชม หรือผู้ติดตาม ก็สามารถมีรายได้เข้ามายังเจ้าของคลิป แอนดรอยด์ เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์ซ อนุญาตให้ผู้ผลิตปรับแต่งและวางจำหน่ายได้ (ภายใต้เงื่อนไขที่กูเกิลกำหนด) รวมไปถึงนักพัฒนาและผู้ให้บริการเครือข่ายด้วย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ แอนดรอยด์เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และยังเป็นทางเลือกของผู้ผลิตที่จะใช้ ซอฟต์แวร์ ที่มีราคาต่ำ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดี และยังสามารถใช้ได้กับโทรทัศน์ เครื่อง เล่นวิดีโอเกม กล้องดิจิทัล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ จะเห็นได้จากส่วนแบ่งทางการตลาดของ สมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ นำโดยซัมซุง มากถึง ๖๔% ในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ และรองรับ โปรแกรมต่าง ๆ ที่สามารถติดตั้งบนอุปกรณ์จากกูเกิล เพลย์ (Google Play Store) เปรียบเทียบแนวคิดของกูเกิลกับพระพุทธศาสนา สามารถอธิบายได้ในเชิงสังคม ดังนี้โดย ภาพรวมทางสังคม ผลกระทบจากทุนนิยมใหญ่ คือ Google ต่อกลุ่มคน/ธุรกิจ นักลุงทุนต่าง ๆ ใน สังคมไทย ข้อดี ช่วยให้เว็บไซต์มีเนื้อหาที่นำเสนอไปยังลูกค้า ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ได้รับการ ยอมรับตามกระบวนการของ Google Business ช่วยให้ลูกค้ารู้ตำแหน่งของแหล่งธุรกิจ ร้านค้า ด้วย การปักหมุด (ค้นหาได้ผ่าน Google Map) ช่วยการทำตลาดออนไลน์ จากการค้นหาข้อมูลด้วยการใช้ คำสำคัญเพื่อให้ลูกค้าเห็นธุรกิจได้ง่ายขึ้น ช่วยทำให้ทราบกระแสความนิยมของคนในสังคม จากการ ค้นหาคำสำคัญที่ค้นหาว่ามีมากที่สุด และการเก็บข้อมูลพฤติกรรมและความสนใจและนำไปใช้เพื่อ ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยเป็นนายทุนผู้กำหนดทิศทางธุรกิจ เพื่อให้กลุ่มผู้ประกอบการ/บริษัท ร้านค้า เป็นต้น เพื่อใช้งานของกูเกิล เช่น การทำตลาดออนไลน์จากระบบ SEO ดังกล่าว ข้อเสีย Google ถือว่าเป็นผู้ที่ผูกขาดการมีข้อมูลมหาศาลของคนทั้งโลก และกำหนดทิศทาง รูปแบบการทำตลาดที่ตนต้องการได้ โดยเฉพาะการทำการตลาดออนไลน์ ผ่านสื่อดิจิทัลต่าง ๆ ส่งผล ให้ภาคธุรกิจแบบเดิม เกิดความเปลี่ยนแปลงและต้องปรับตัว ธุรกิจ บริษัทหรือร้านค้าที่ทำการตลาด ต้องปิดกิจการไปจำนวนมาก แนวคิดทางพระพุทธศาสนา ในแง่การลงทุนประกอบธุรกิจต่าง ๆ ตามสมควรกับธุรกิจของ ตนแล้ว เมื่อมีผลกำไร ต้องพิจารณาการแบ่งปันหรือช่วยเหลือสังคม ด้วยการให้จะเป็นความภาคภูมิใจ เนื่องจากทรัพย์ที่ได้มาดีแล้ว ได้นำเลี้ยงชีพ ช่วยเหลือผู้อื่นตามสมควร และได้บำเพ็ญประโยชน์ สาธารณะในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนส่งเสริมการค้าขาย ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เป็นต้น Alibaba (อาลีบาบา)


Click to View FlipBook Version