The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน 20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายศุภกร มิ่งคำ, 2020-09-02 06:28:59

20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

แผนการสอน 20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

351

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ขัน้ ตอนการสอน/กจิ กรรมครู ขน้ั ตอนการเรียน/กิจกรรมผเู้ รียน

ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรยี น (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี ขั้นเตรยี ม (ใชเ้ วลา 30 นาที)

1. ครแู นะนำรำยวิชำ วิธกี ำรเรียน กำรมอบหมำย 1. จัดเตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ ส่อื และเอกสำรตำม

งำน และกำรแตง่ กำย ระเบียบกำรปฏบิ ัติงำนภำยใน ทค่ี รผู สู้ อนและแผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ กี่ ำหนดไว้

หอ้ งปฏิบัติงำนและกำรเบิกเคร่อื งมือ วสั ดุ อุปกรณ์ 2. ทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยที่ 15 กำรทำโครงงำน

ช้ีแจงวธิ ีวดั ผลประเมินผลกำรเรียน กำรจดั เตรียมวสั ดุ สลับกนั ตรวจคำตอบและใหค้ ะแนน
อุปกรณ์ เอกสำร และสอ่ื ใหส้ อด คลอ้ งกบั งำน และ 3. ทำควำมเข้ำใจเก่ียวกบั จดุ ประสงค์กำรเรยี นของ
ใช้วสั ดุอปุ กรณ์ถูกต้องอย่ำงคุ้มค่ำและประหยัด
2. ทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 15 กำรทำโครงงำน หนว่ ยกำรเรยี นที่ 15
ให้ผูเ้ รียนสลับกนั ตรวจคำตอบ และใหค้ ะแนน ขัน้ สอน (ใช้เวลา 180 นาท)ี
3. แจง้ จุดประสงค์กำรเรยี นหนว่ ยกำรเรียนท่ี 15 ผู้เรียนฟังและคดิ ตำม พรอ้ มท้ังจดบนั ทึกเก่ยี วกบั
ขั้นสอน (ใช้เวลา 180 นาที) เรอื่ งควำมสำคญั ในกำรสร้ำงโครงงำน ขั้นตอนกำร
ทำโครงงำนและนอกจำกนั้นใหน้ ักเรียนจดบนั ทกึ
ครสู อนเนือ้ หำสำระในหัวข้อ
ควำมร้จู ำกกำรสอนของครทู ี่มีนอกเหนือจำกใน
15.1 ควำมสำคัญในกำรสร้ำงโครงงำน
หนงั สอื ผู้เรียนปฏิบตั ิงำนตำมลำดับขน้ั กำร
15.2 ข้นั ตอนกำรทำโครงงำน
ปฏิบตั ิงำนของใบกจิ กรรม

จำกนัน้ ให้นกั เรยี นทำตำมใบงำนท่ี 15 กำรทำ ขน้ั สรุป (ใช้เวลา 30 นาท)ี

โครงงำน ขณะนกั เรยี นทำใบงำน ครจู ะสังเกตกำรณ์ 1. ผเู้ รยี นรับฟังคำสรปุ และขอ้ แนะนำจำกครู พร้อม

ทำงำนกลมุ่ ทง้ั จดบันทกึ ขอ้ มลู และซักถำมหรอื ตอบคำถำมใน

ขัน้ สรปุ (ใช้เวลา 30 นาท)ี หวั ขอ้ ท่ยี ังไม่เข้ำใจ
1. ครสู รปุ เน้ือหำสำระกำรเรยี นรู้ 2. ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
- ควำมสำคญั ในกำรสร้ำงโครงงำน 3. ผเู้ รียนนำคะแนนจำกแบบทดสอบก่อนเรยี นและ
- ขั้นตอนกำรทำโครงงำน แบบทดสอบหลงั เรียนมำเปรียบเทยี บ เพ่ือดู
2. ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียน ควำมกำ้ วหน้ำทำงกำรเรียนของตนเอง
3. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มกบั บันทึก 4. ผ้เู รยี นทำแบบฝกึ หดั ท้ำยหนว่ ย

คะแนน

4. ให้ผ้เู รยี นทำแบบฝกึ หัดท้ำยหนว่ ย

รวมเวลาเรียนทง้ั หมด 240 นาที

หรอื 4 ช่ัวโมงเรยี น

352

6. ส่ือการเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 สอ่ื ส่งิ พิมพ์
1) เอกสำรประกอบกำรเรยี นวิชำงำนไฟฟ้ำและอเิ ล็กทรอนิกส์ ของนำยอดุลย์ กลั ยำแกว้
2) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 15 กำรทำโครงงำน
3) แบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยที่ 15 กำรทำโครงงำน
4) เอกสำรกำรเรียนรูห้ นว่ ยท่ี 15 กำรทำโครงงำน
5) แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 15 กำรทำโครงงำน
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรยี น และแบบฝึกหดั ท้ำยหนว่ ย

6.2 สื่อโสตทศั น์
1) เคร่ืองฉำยภำพ (projector)
2) งำนนำเสนอหนว่ ยที่ 15 กำรทำโครงงำน

6.3 สื่อของจรงิ
1) ชุดทดลองวงจรไฟฟ้ำ

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ
2. ศนู ย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. หอ้ งปฏบิ ตั ิกำรเขยี นแบบเครอื่ งกลดว้ ยคอมพวิ เตอร์

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. อำคำรวทิ ยำบรกิ ำร มหำวทิ ยำลยั เทคโนโลยีรำชมงคล วิทยำเขตสกลนคร

2. กำรฝกึ หำประสบกำรณต์ ำมสถำนประกอบกำรณ์

8. งานทมี่ อบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตอบคำถำมก่อนเรยี น เป็นกำรนำเขำ้ สู่บทเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคำถำมระหวำ่ งเรยี น

8.3 หลงั เรียน
1. ทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ทำแบบฝึกหดั หลังเรียน
3. ทำใบกจิ กรรม

353

9. ผลงาน/ชน้ิ งาน ท่ีเกิดจากการเรยี นร้ขู องผ้เู รยี น

-

10. เอกสารอ้างอิง

1. หนงั สอื เรียน งำนไฟฟ้ำและอเิ ล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กัลยำแก้ว

11. การบรู ณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวิชาอืน่

1. บูรณำกำรกับวิชำชวี ติ และวัฒนธรรมไทย ดำ้ นกำรพูด กำรอ่ำน กำรเขยี นและกำรฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทำง
สงั คมดำ้ นกำรเตรียมควำมพร้อม ควำมรับผิดชอบ ควำมสนใจใฝ่รู้

2. บูรณำกำรกบั วชิ ำหลกั เศรษฐศำสตร์ ด้ำนกำรเลือกใชท้ รัพยำกรอยำ่ งประหยดั

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรียน
1. ตรวจสอบระดบั ควำมรู้ควำมเข้ำใจของผู้เรียนกอ่ นเริ่มกำรสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบควำมสนใจในกำรเรยี นของผเู้ รยี นโดยกำรถำม-ตอบคำถำมในระหวำ่ งทเ่ี รียน

12.3 หลงั เรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มกับเปรียบเทยี บแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตรวจแบบฝกึ หัดหลังเรียนเพอื่ ประเมินระดับควำมเข้ำใจของผเู้ รียน
3. ตรวจใบกิจกรรม

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 1 กำรประเมินผลควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผู้เรียนกอ่ นเรียน
1. วธิ ีกำรประเมิน : ใหท้ ำแบบทดสอบก่อนเรียน และถำมคำถำมเพ่ือประเมินระดับควำมรขู้ องผู้เรยี น
2. เคร่ืองกำรประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียน
3. เกณฑ์กำรประเมิน : ใชอ้ ้ำงอิงเป็นตวั เปรยี บเทยี บกบั ผลกำรทดสอบหลงั เรยี น
4. เกณฑ์กำรผำ่ น : นักเรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่ำคร่ึงหนึ่งของจำนวนข้อของแบบ

ทดสอบทัง้ หมด
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 กำรประเมนิ ผลควำมรูค้ วำมเข้ำใจของผเู้ รียนหลังเรยี น
1. วิธกี ำรประเมนิ : ใหท้ ำแบบทดสอบหลังเรยี น
2. เครอ่ื งกำรประเมิน : แบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์กำรประเมิน : ใชเ้ ปรียบเทียบกบั ผลกำรทดสอบกอ่ นเรยี น
4. เกณฑ์กำรผำ่ น : นกั เรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวำ่ กำรทำแบบทดสอบก่อนเรียน

354

14. แบบทดสอบก่อนเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ .....15.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน กำรทำโครงงำน
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือ กำรประเมนิ ผลควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผูเ้ รยี นก่อนเรยี น
ข้อคาถาม

1. กำรสรำ้ งโครงงำนหมำยถงึ อะไร
ก. กำรประดิษฐ์สิ่งของ
ข. กำรใชเ้ วลำว่ำงใหเ้ กิดประโยชน์
ค. กำรรวบยอดควำมรู้และประสบกำรณ์มำประยกุ ตใ์ ห้เกิดผลงำน
ง. ไมม่ ขี ้อใดถูก

2. จดุ เริ่มตน้ กำรสรำ้ งโครงงำนเกดิ ขน้ึ จำกอะไร
ก. ควำมตอ้ งกำรของตลำด
ข. ควำมต้องกำรของตนเอง
ค. ควำมต้องกำรของอำจำรย์
ง. ถูกทกุ ขอ้

3. สง่ิ แรกกอ่ นทจี่ ะเริ่มทำโครงงำนคืออะไร
ก. กำรเลือกโครงงำนทเ่ี หมำะสมกบั ตนเอง
ข. กำรมตี ้นแบบ
ค. กำรทดลอง
ง. กำรมองหำตลำด

4. ขอ้ ใดไม่ใชข่ ้อดีของกำรทำโครงงำน
ก. กำรใช้ควำมร้ทู ีเ่ รยี นมำ
ข. กำรฝึกกำรใชค้ วำมคิด
ค. กำรฝึกกำรใชจ้ ่ำย
ง. กำรฝกึ ควำมอดทน

5. กอ่ นประกอบโครงงำนควรทำส่ิงใดเปน็ อนั ดับแรก
ก. กำรเลือกอปุ กรณ์ท่ีดี
ข. กำรศกึ ษำลกั ษณะงำนใหเ้ ขำ้ ใจเสียก่อน
ค. กำรทดสอบอุปกรณท์ ุกช้ิน
ง. กำรเลือกโครงงำนให้มีควำมเหมำะสมกบั ตนเอง

355

6. ข้อใดมีควำมสำคัญในขณะปฏิบตั ิงำน
ก. กำรเลอื กอุปกรณท์ ีด่ ี
ข. กำรศกึ ษำลักษณะงำนให้เขำ้ ใจเสยี ก่อน
ค. กำรทดสอบอปุ กรณท์ ุกชน้ิ
ง. กำรเลือกโครงงำนให้มีควำมเหมำะสมกบั ตนเอง

7. ข้อใดมีควำมสำคัญต่อประสิทธิภำพของโครงงำน
ก. กำรเลอื กอุปกรณ์ที่ดี
ข. กำรศึกษำลักษณะงำนใหเ้ ข้ำใจเสียก่อน
ค. กำรทดสอบอปุ กรณ์ทุกชน้ิ
ง. กำรเลอื กโครงงำนใหม้ ีควำมเหมำะสมกับตนเอง

8. ขอ้ ใดเป็นขน้ั ตอนสดุ ทำ้ ยในกำรทำโครงงำน
ก. กำรเลือกอุปกรณท์ ี่ดี
ง. กำรเลอื กโครงงำนใหม้ ีควำมเหมำะสมกบั ตนเอง
ค. กำรทดสอบอปุ กรณท์ ุกช้นิ
ง. ทดสอบกำรทำงำนของวงจรอกี ครั้ง

9. ปจั จัยใดตอ่ นีท้ ม่ี ีผลต่อกำรสำเร็จของกำรทำโครงงำนมำกท่สี ุด
ก. งบประมำณ
ข. วนิ ัย
ค. สภำพอำกำศ
ง. ไม่มขี ้อถูก

10. ข้อใดควรพงึ ระวังขณะในกำรทำโครงงำนมำกท่สี ดุ
ก. ควำมปลอดภยั เกีย่ วกบั ไฟฟ้ำ
ข. ควำมปลอดภัยเกีย่ วกับควำมร้อน
ค. ควำมปลอดภยั ต่อผู้ปฏบิ ัติงำน
ง. ควำมปลอดภัยตอ่ บุคคลรอบขำ้ ง

356

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

1. ค. กำรรวบยอดควำมรู้และประสบกำรณ์มำประยกุ ต์ให้เกิดผลงำน
2. ง. ถกู ทกุ ข้อ
3. ก. กำรเลอื กโครงงำนทเ่ี หมำะสมกบั ตนเอง
4. ค. กำรฝึกกำรใช้จำ่ ย
5. ค. กำรทดสอบอปุ กรณ์ทุกชิน้
6. ข. กำรศกึ ษำลักษณะงำนใหเ้ ข้ำใจเสยี ก่อน
7. ก. กำรเลือกอปุ กรณ์ทีด่ ี
8. ง. ทดสอบกำรทำงำนของวงจรอกี ครั้ง
9. ก. งบประมำณ
10. ก. ควำมปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟำ้

357

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หน่วยการสอนที่ .....15.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน กำรทำโครงงำน
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือ กำรประเมนิ ผลควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผูเ้ รยี นก่อนเรยี น
ข้อคาถาม

1. กำรสรำ้ งโครงงำนหมำยถงึ อะไร
ก. กำรประดิษฐ์สิ่งของ
ข. กำรใชเ้ วลำว่ำงใหเ้ กิดประโยชน์
ค. กำรรวบยอดควำมรู้และประสบกำรณ์มำประยกุ ตใ์ ห้เกิดผลงำน
ง. ไมม่ ขี ้อใดถูก

2. จดุ เริ่มตน้ กำรสรำ้ งโครงงำนเกดิ ขน้ึ จำกอะไร
ก. ควำมตอ้ งกำรของตลำด
ข. ควำมต้องกำรของตนเอง
ค. ควำมต้องกำรของอำจำรย์
ง. ถูกทกุ ขอ้

3. สง่ิ แรกกอ่ นทจี่ ะเร่ิมทำโครงงำนคืออะไร
ก. กำรเลือกโครงงำนที่เหมำะสมกบั ตนเอง
ข. กำรมตี ้นแบบ
ค. กำรทดลอง
ง. กำรมองหำตลำด

4. ข้อใดไม่ใชข่ ้อดีของกำรทำโครงงำน
ก. กำรใช้ควำมร้ทู ีเ่ รียนมำ
ข. กำรฝึกกำรใชค้ วำมคิด
ค. กำรฝึกกำรใชจ้ ่ำย
ง. กำรฝกึ ควำมอดทน

5. กอ่ นประกอบโครงงำนควรทำส่ิงใดเปน็ อนั ดับแรก
ก. กำรเลือกอปุ กรณท์ ่ีดี
ข. กำรศกึ ษำลกั ษณะงำนใหเ้ ขำ้ ใจเสียก่อน
ค. กำรทดสอบอุปกรณท์ ุกช้ิน
ง. กำรเลือกโครงงำนใหม้ ีควำมเหมำะสมกบั ตนเอง

358

6. ข้อใดมีควำมสำคัญในขณะปฏิบตั ิงำน
ก. กำรเลอื กอุปกรณท์ ่ดี ี
ข. กำรศกึ ษำลักษณะงำนให้เขำ้ ใจเสยี ก่อน
ค. กำรทดสอบอปุ กรณ์ทุกชนิ้
ง. กำรเลือกโครงงำนใหม้ ีควำมเหมำะสมกบั ตนเอง

7. ขอ้ ใดมีควำมสำคัญตอ่ ประสิทธิภำพของโครงงำน
ก. กำรเลอื กอุปกรณ์ทด่ี ี
ข. กำรศึกษำลักษณะงำนใหเ้ ข้ำใจเสียก่อน
ค. กำรทดสอบอปุ กรณท์ ุกชน้ิ
ง. กำรเลอื กโครงงำนให้มีควำมเหมำะสมกับตนเอง

8. ข้อใดเป็นขน้ั ตอนสุดทำ้ ยในกำรทำโครงงำน
ก. กำรเลือกอุปกรณท์ ่ดี ี
ง. กำรเลอื กโครงงำนให้มีควำมเหมำะสมกบั ตนเอง
ค. กำรทดสอบอปุ กรณ์ทุกช้ิน
ง. ทดสอบกำรทำงำนของวงจรอกี ครั้ง

9. ปจั จัยใดตอ่ นีท้ ม่ี ีผลต่อกำรสำเร็จของกำรทำโครงงำนมำกท่สี ุด
ก. งบประมำณ
ข. วนิ ัย
ค. สภำพอำกำศ
ง. ไม่มขี ้อถูก

10. ข้อใดควรพงึ ระวังขณะในกำรทำโครงงำนมำกท่สี ดุ
ก. ควำมปลอดภยั เกีย่ วกับไฟฟ้ำ
ข. ควำมปลอดภัยเกีย่ วกบั ควำมร้อน
ค. ควำมปลอดภยั ต่อผู้ปฏบิ ัติงำน
ง. ควำมปลอดภัยตอ่ บุคคลรอบขำ้ ง

359

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

1. ค. กำรรวบยอดควำมรู้และประสบกำรณ์มำประยกุ ต์ให้เกิดผลงำน
2. ง. ถกู ทกุ ข้อ
3. ก. กำรเลอื กโครงงำนทเ่ี หมำะสมกบั ตนเอง
4. ค. กำรฝึกกำรใช้จำ่ ย
5. ค. กำรทดสอบอปุ กรณ์ทุกชิน้
6. ข. กำรศกึ ษำลักษณะงำนใหเ้ ข้ำใจเสยี ก่อน
7. ก. กำรเลือกอปุ กรณ์ทีด่ ี
8. ง. ทดสอบกำรทำงำนของวงจรอกี ครั้ง
9. ก. งบประมำณ
10. ก. ควำมปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟำ้

360

16. ใบความรู้ท่ี ...15.....

หนว่ ยการสอนท่ี ....15.... ชื่อหน่วย การทาโครงงาน
ชอื่ หัวข้อเร่ือง การทาโครงงาน

15.1 ควำมสำคัญในกำรสร้ำงโครงงำน
กำรสร้ำงโครงงำนเป็นกำรรวบยอดควำมรู้และประสบกำรณ์ต่ำง ๆ ท่ีได้เรียนมำเพ่ือประยุกต์ให้

เกิดผลงำนที่สื่อแนวคิดทำงทฤษฎีให้เกิดประโยชน์ในทำงปฏิบัติ อำจเป็นกำรพิสูจน์หลักกำรที่เรียนมำหรือ
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญประกำรหนึ่งของกำรทำโครงงำนคือ กำรปลูกฝังของนักคิดนักประดิษฐ์
สร้ำงควำมรู้สึกท่ีดีในกำรเรียนรู้ว่ำจะสำมำรถสร้ำงสรรค์ผลงำนสิ่งแปลกใหม่ข้ึนได้ ถ้ำต้ังใจฝึกฝนมีกำรเรียนรู้
อยำ่ งจริงจังเปน็ ระบบภำยใตพ้ ้นื ฐำนท่ถี ูกต้อง
15.2 ข้ันตอนกำรทำโครงงำน
1) เลือกโครงงำนใหเ้ หมำะสมกับควำมรูค้ วำมสำมำรถโดยศึกษำจำกหนงั สือรวบรวมโครงงำนหรอื วำ

สำยอเิ ลก็ ทรอนิกสต์ ่ำง ๆ และสำมำรถนำผลงำนมำใช้ประโยชน์กบั ชีวติ ประจำวนั ได้
2) ต้องศกึ ษำกำรทำงำนของวงจรใหเ้ ข้ำใจ จนมีควำมมัน่ ใจว่ำจะสำมำรถตรวจสอบแก้ไขปัญหำตำ่ ง ๆ

ทอี่ ำจเกิดขึ้นได้
3) ต้องเลือกอปุ กรณ์ต่ำง ๆ ทีม่ คี วำมเหมำะสมตอ่ กำรตดิ ต้ังและใช้งำน
4) กอ่ นทำกำรประกอบควรตรวจสอบและทดสอบควำมถกู ต้องของอปุ กรณ์ทุกช้ิน
5) ควรตรวจสอบกำรต่อวงจรบนแผน่ วงจรพมิ พ์ให้เรียบรอ้ ย และแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ งเสยี ก่อนจึงเดนิ สำย

ต่ออปุ กรณต์ อ่ ภำยนอก
6) กอ่ นติดตง้ั แผ่นวงจรพมิ พแ์ ละอุปกรณ์ต่ำง ๆ เพิม่ เตมิ ภำยในกลอ่ ง ควรร่ำงแบบตำแหนง่ ต่ำง ๆ

บนกระดำษเสียกอ่ นว่ำเหมำะสมตอ่ กำรใชง้ ำนหรือไม่ ควรติดต้ังข้อควำมอะไรบนกล่องจึงจะเกดิ
ควำมเข้ำใจง่ำยต่อกำรใชง้ ำน
7) กอ่ นติดตง้ั อปุ กรณ์ตอ้ งเจำะรูสำหรับติดตั้งอุปกรณต์ ่ำง ๆ บนกลอ่ งให้ครบถ้วน
8) กำรตดิ ต้งั อปุ กรณ์ต่ำง ๆ ต้องยึดใหแ้ น่นหนำไม่หลุดง่ำย ไม่ควรให้มีหวั นอ๊ ตโผลอ่ อกมำในตวั กลอ่ ง
มำกโดยเฉพำะหนำ้ ปัด กำรเดินสำยควรเลือกหลำยสหี ลำยขนำดตำมควำมเหมำะสมและจดั ใหเ้ ปน็

361

ระเบยี บ
9) ทดสอบกำรทำงำนของวงจรอีกครั้ง โดยยังไม่เปดิ กล่องเพรำะถำ้ มีอะไรผดิ ปกติจะทรำบตำแหน่ง

ไดง้ ่ำยและถอดปล๊ักออกทนั ทว่ งที

362

17. ใบงาน

ใบกจิ กรรมที่ 15 การทาโครงงาน

สมรรถนะ วัดทดสอบ และประกอบวงจรอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องตน้ ตำมโครงงำน
เครื่องมืออุปกรณ์
1. มัลตมิ เิ ตอร์
2. สว่ำนไฟฟ้ำ
3. หวั แร้ง-ตะก่วั
4. คีมตัด-คีมปอกสำย
5. ตะไบขนำดต่ำง ๆ
6. ไขควง
7. ชุดดิตของวงจรแหลง่ จำ่ ยไฟกระแสตรงพรอ้ มกล่อง
8. อกั ษรลอก
9. แลกเกอร์กระป้อง
10. อ่นื ๆ
ข้อควรระวงั
1. กอ่ นเสยี บอปุ กรณเ์ พ่อื บดั กรที กุ คร้งั ต้องมน่ั ใจว่ำค่ำอปุ กรณ์ ขัว้ อปุ กรณ์ ขำอุปกรณ์ เบอร์อปุ กรณ์
ถูกต้องตำมทกี่ ำหนดไว้ในวงจร
2. กำรบดั กรเี พื่อเดินสำย ต้องตรวจสอบข้ัวตอ่ ขนำดของแรดนั ทใี่ ช้อนิ พตุ - เอำต์พตุ ให้ถกู ต้อง
3. กอ่ นป้อนไฟเลย้ี งให้กบั วงจรควรตรวจสอบควำมถูกตอ้ งของกำรต่อทุกคร้งั เช่น ดูรอยบัดกรี
กำรตอ่ สำยกับอปุ กรณต์ ่ำง ๆ ใส่ฟวิ สเ์ รยี บรอ้ ยหรือไม่ ฯลฯ
ขอ้ เสนอแนะ
1. แผ่นวงจรพมิ พ์จะใช้ชนิดทำเองหรอื แบบสำเร็จรปู หรอื ใชแ้ บบเอนกประสงค์กไ็ ด้
2. โครงงำนทีใ่ ห้ทำควรเปน็ คนละ 1 เครอื่ ง เพ่ือให้เกดิ ทกั ษะอยำ่ งมำกไมเ่ กิน 2 คน
3. กรณีเลอื กโครงงำนอ่นื ใหป้ รกึ ษำอำจำรยผ์ สู้ อน เพื่อพจิ ำรณำควำมเหมำะสม
ลาดับขนการทดลอง
1. ศึกษำตัวอย่ำงวงจรสำหรับทำโครงงำนรูปท่ี 15.1- รปู ท่ี 15.3

363
รูปที่ 15.1 วงจรปดิ –เปิดไฟอัตโนมัติ
รูปที่ 15.2 วงจรเครื่องหรไ่ี ฟ 1000 วตั ต์
รปู ที่ 15.3 แหล่งจา่ ยไฟตรง 1.25 -30 V

364

การสร้างโครงงาน
1. ใหน้ ักศึกษำเลอื กโครงงำนสมมติเลอื กวงจรแหล่งจำ่ ยไฟตรงชนิดปรบั ค่ำได้ในรปู ที่ 15.4 เพ่อื ใช้
ในกำโครงงำนแหลง่ จำ่ ยไฟตรงชนดิ ปรบั คำ่ ได้

รูปที่ 15.4 วงจรแหล่งจ่ายไฟตรงชนดิ ปรับค่าได้ 0- 15 V และคงท่ี - 12V
รูปที่ 15.5 ลายวงจรพิมพ์

365

รปู ท่ี 15.6 ลายอปุ กรณ์

2. รำยกำรอุปกรณท์ ใี่ ช้ในกำรทำโครงงำนแหลง่ จ่ำยไฟตรงปรบั ค่ำ 0-15 V และคงท่ี - 12 V

1) ไดโอด (D1-D8) เบอร์ 1N4002 8 ตวั

2) คำปำซเิ ตอร์(C3 C4) 10 uF/25 V 2 ตวั

3) คำปำซเิ ตอร์ (C1 C2) 2200 uF/25 V 2 ตวั

4) ไอซีเบอร์(U1) LM317T ติดแผน่ ระบำยควำมร้อน 1 ตวั

5) ไอซเี บอร์(U2) 7915 1 ตวั

6) ไอซเี บอร์ (U3) 7912 ติดแผ่นระบำยควำมร้อน 1 ตวั

7) R1 0.5 โอห์ม/5W 1 ตวั

8) R2 300 โอห์ม/0.5W 1 ตวั

9) R3 VR kB แกนสัน้ แบบสวม 1 ตวั

10) R4 VR 500 B แกนสน้ั แบบสวม 1 ตวั

11) R5 เกือกม้ำ 500 B แบบตั้ง 1 ตวั

12) R6 1 กโิ ลโอห์ม/0.5 W 1 ตวั

13) R7 470 โอห์ม/0.5 W 1 ตวั

14) หมอ้ แปลง 15-0-15 (1 A) 1 ตวั

15) ลกู บดิ กลำงตวั เล็กแบบสวม 2 ตวั

16) แจ็คตดิ แท่นสำหรับต่อเอำตพ์ ุต 3 เสน้

17) สำยปลักเอซี 1 เส้น

18) หลอดไดโอดปล่อยแสงพรอ้ มขั้วเกลียว 1 ตวั

19) กระบอกฟวิ สส์ ้นั พร้อมฟิวส์ 0.25 A 366
20) สวิตซก์ ำลงั
1 ชดุ
1 ตวั

3. กำรทำงำนของวงจรรูปท่ี 15.4
หมอ้ แปลง T, จะทำหนำ้ ท่ีลดแรงดันไฟกระแสสลับ 220 V ใหเ้ ปน็ 15 V แบบมีแท็ปคลำงที่มีขว้ั
15V-0- 15V ขัว้ เอซจี ะต่อเขำ้ กบั ไตโอด D1 -D,2 ซึง่ ทำหนำ้ ทเ่ี ปน็ วงจรรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื C1 เป็น
ตัวกรองแรงดนั ให้เรยี บ จำกนั้นจะไดแ้ รงดนั ไฟตรงศักยบ์ วก เพ่ือป้อนให้กับวงจรปรบั แรงดนั ไฟกระแสตร’
1.25V - 15V ซึ่งประกอบดว้ ย U1 D7 D8 R3 R4 R7 C3 โดย R1 ทำหนำ้ ทจ่ี ำกัดกระแสไม่ให้ไหลผำ่ น U1
มำกเกนิ ไป R3 R4 ทำหน้ำท่ีปรบั แรงดันเอำตพ์ ตุ ให้ได้ 1.25 V - 15V ขณะเดียวกันข้วั 15 -0-15
ยังถกู ต่อกับไดโอด D3 D4 และ C2 เพื่อสร้ำงแรงดนั ไฟตรงศักย์ลบ 21 V ปอ้ นให้กบั วงจรสร้ำงศักย์ไฟ
-1.25 V ซึง่ ประกอบดว้ ย U2 D5 D6 R2 R5 โดย R5 จะเป็นตัวควบคุมแรงดันที่ตกครอ่ ม D5 และ D6 ตำม
กระแสท่ีไหลผำ่ นมำกนอ้ ย ซงึ่ ศักยไ์ ฟ - 1.25 V นี้จะไปปรบั คุณสมบัติของวงจรปรบั แรงดันไฟกระแสตรง
1.25 V – 15 V ใหก้ ลำยเปน็ 0- 15 V สว่ น U3 ทำหนำ้ ที่ควบคุมให้แรงดันเอำต์พุตคงท่ี- 12 V ส่วน D6 R8
เป็นไฟแสดงท่ีตำแหนง่ POWER บนหนำ้ ปดั เครื่อง

4. แบบร่ำงสำหรบั เตรยี มบดั กรอี ุปกรณ์ลงบนแผน่ วงจรพมิ พ์

รปู ท่ี 15.7 แบบร่างสาหรับการเตรยี มต่อวงจร
5. เขยี นแบบแสดงตำแหนง่ กำรเจำะรูกล่องและขนำด เพ่อื ติดตงั้ อปุ กรณ์ต่ำงๆ ทั้งดำ้ นหนำ้ และ
ดำ้ นหลัง ลงในรปู ท่ี 15.8

367

รปู ที่ 15.8 แบบรา่ งแสดงตาแหน่งการเจาะรคู ล่อง
6. เขียนแบบแสดงหนำ้ ปดั ซ่ึงมขี อ้ ควำมต่ำงๆตำมควำมเหมำะสมพร้อมอปุ กรณ์จรงิ ท้งั ดำ้ นหน้ำ
และดำ้ นหลัง หรือด้ำนบนกบั ด้ำนขำ้ งขน้ึ กบั แบบของกลอ่ ง ลงในรูปที่ 15.9

รูปท่ี 15.9 แบบร่างแสดงหน้าปัด
7. กำรประกอบลำดบั แรกให้ตรวจเชค็ อปุ กรณ์ รวมท้ังลำยวงจรว่ำมีส่วนหนึ่งสวนใดลดั วงจรหรอื
ขำดหรือไม่ โดยสอ่ งดจู ำกตู้ไฟหรือโคมไฟจำกนน้ั จึงประกอบอปุ กรณ์ โดยเรมิ่ จำกอุปกรณข์ นำดเล็กคอื
ตัวต้ำนทำนขนำดเล็กและไดโอดก่อนจึงประกอบอุปกรณ์ที่มีขนำดใหญ่ เชน่ ตัวเกบ็ ประจุ ส่วนไอซีที่ต้องยึด
กับพร้อมแผ่นระบำยควำมร้อนจะใสเ่ ปน็ สว่ นสุดทำ้ ย และต้องเสียบขำให้สดุ เพื่อให้แผน่ ระบำยควำมร้อนชดิ

368

กบั แผน่ วงจรพมิ พ์ ข้อสำคญั ระวังเสยี บผิดขว้ั รวมถึงไอซีจะสลบั ดำ้ นไมไ่ ด้ กำรบัดกรีให้อำศัยหลกั กำรท่ไี ด้
ฝกึ มำแลว้ ตรวจสอบควำมเรียบรอ้ ยถกู ตอ้ ง กอ่ นท่จี ะต่อสำยอินพตุ เข้ำกบั หมอ้ แปลงและโพเทนชิออมเิ ตอร์
ต่อไป
8. กำรทดสอบกำรทำงำนและปรับแตง่ ในสภำวะปกติ
- เม่ือเปิดสวิตซ์กำลงั หลอด POWER จะตดิ
- วดั แรงดนั ไฟกระแสสลับ ข้วั 15 -0 , 0-15 จะไดป้ ระมำณ 15 - 16 Vrms
- วัดแรงดนั ตกคร่อม C1 จะได้ประมำณ +21 VDC, ตกคร่อม C2 จะไดป้ ระมำณ -21 VDC
- วัดแรงตนั ตกคร่อมเอำตพ์ ุต 0- 15V ปรับ R3 R4 ในทศิ ทวนเขม็ นำฬิกำจนสุดท้งั สองตัว ควร
จะวดั ได้ 0 VDC ถำ้ ไมไ่ ด้ให้ปรับ R5 จนสำมำรถวดั ได้ 0v
- ถำ้ มปี ัญหำไม่สำมำรถทดลองไดต้ ำมคุณสมบัติ ใหว้ เิ ครำะหป์ ัญหำเพ่ือหำสำเหตุควำม
ผิดพลำด หรือปรึกษำอำจำรย์ผูส้ อนอ
ขอ้ ควรระวัง
1. ก่อนป้อนไฟให้กับวงจรจะตอ้ งตรวจสอบว่ำ R3 และ R4 ไดต้ อ่ เรยี บร้อยหรือไม่ เพรำะถำ้ สำยที่ตอ่
กบั R3 R4 หลดุ จะทำให้ U1 เสยี หำย
2. ถ้ำมีกลิน่ ไหม้หรืออปุ กรณ์ใดรอ้ นผดิ ปกติให้รบี ปดิ สวติ ซ์ เพื่อหำสำเหตุควำมผิดพลำด

สรุปและวิจารณผ์ ลการทดลอง

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

369

18. แบบประเมนิ ผล

1 .กำรวัดผลและกำรประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ควำมมวี นิ ัย และควำมรบั ผิดชอบ ต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวำ่
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
1.3 สังเกตกำรปฏิบัติตำมใบงำนโดยใช้แบบประเมินผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน
1.4 ตรวจแบบฝกึ หัด

2. เกณฑ์กำรวดั และประเมินผล
2.1 แบบประเมินพฤติกรรม ควำมมีวินัย และควำมรับผิดชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกว่ำ
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกวำ่ ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมกำรปฏิบัติตำมใบงำนต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.4 แบบฝึกหดั ต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์

370

19. แบบฝกึ หัด

จงบอกลักษณะเด่นของโครงงำนท่นี กั เรยี นได้จัดทำข้ึน พรอ้ มอธิบำยหลักกำร และกำร
ดำเนินกำรอย่ำงละเอยี ด

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

371

20. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนร้แู บบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
54321

ดา้ นการเตรยี มการสอน

1.จดั หนว่ ยกำรเรียนรู้ไดส้ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ำรเรยี นรู้

2. กำหนดเกณฑก์ ำรประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดำ้ นควำมรู้ ดำ้ นทกั ษะ และด้ำนจติ พิสัย

3. เตรียมวสั ดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กิจกรรมตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรกู้ ่อนเข้ำ

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มวี ธิ กี ำรนำเข้ำส่บู ทเรยี นที่น่ำสนใจ

5. มกี ิจกรรมทหี่ ลำกหลำย เพื่อช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ กำรเรียนรู้ ควำมเข้ำใจ

6. จัดกจิ กรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนค้นควำ้ เพื่อหำคำตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมท่เี น้นกระบวนกำรคดิ ( คิดวิเครำะห์ คิดสงั เครำะห์ คิดสร้ำงสรรค์ )

9. กระตนุ้ ให้ผเู้ รียนแสดงควำมคดิ เหน็ อย่ำงเสรี

10. จดั กิจกรรมกำรเรียนรูท้ เ่ี ชอื่ มโยงกับชีวิตจรงิ โดยนำภูมปิ ญั ญำ/บรู ณำกำรเข้ำมำ

มสี ว่ นรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มกี ำรเสรมิ แรงเม่อื นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผูเ้ รยี น

14. เอำใจใสด่ ูแลผู้เรยี น อยำ่ งทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลำสอนเหมำะสมกับเวลำทก่ี ำหนด

ดา้ นสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใช้สอื่ ทีเ่ หมำะสมกับกจิ กรรมและศักยภำพของผู้เรียน

17. ใชส้ ื่อ แหลง่ กำรเรยี นรอู้ ย่ำงหลำกหลำย เชน่ บคุ คล สถำนท่ี ของจริง เอกสำร

ส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอรเ์ น็ต เปน็ ตน้

13. มอบหมำยงำนให้เหมำะสมตำมศักยภำพของผูเ้ รียน

14. เอำใจใสด่ ูแลผูเ้ รยี น อย่ำงทวั่ ถึง

372

15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกับเวลำที่กำหนด

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผูเ้ รยี นมีส่วนรว่ มในกำรกำหนดเกณฑ์กำรวดั และประเมินผล

19. ประเมินผลอยำ่ งหลำกหลำยและครบท้ังด้ำนควำมรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั

20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ เ่ี ก่ียวข้องมสี ว่ นรว่ ม ในกำรประเมิน

หมายเหตุ ระดับกำรปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏบิ ัตดิ ีเยยี่ ม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรงุ 1 = ไมม่ ีกำรปฏบิ ตั ิ เฉลย่ี

20.2 ปญั หาที่พบ และแนวทางแกป้ ัญหา แนวทางแกป้ ัญหา

ปญั หาที่พบ
ด้านการเตรยี มการสอน

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้

ดา้ นการวดั ประเมินผล

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบุเป็นขอ้ ๆ)

ลงชื่อ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นำยศุภกร มง่ิ คำ )
ตำแหนง่ ครูพิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 373
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี

374

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั วิชา ..... 2100 – 1006...... วชิ า .......................งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองต้น.........................
หนว่ ยที่ ........16...... ช่ือหน่วย ..............การใชง้ านออสซลิ โลสโคปและเครอื่ งกาเนดิ สญั ญาณ………..…..
ชือ่ เรอ่ื ง....................การใช้งานออสซิลโลสโคปและเคร่อื งกาเนดิ สญั ญาณ..................จานวน...8...ช่วั โมง

1. สาระสาคญั

ออสซิลโลสโคป เป็นเครอ่ื งมอื วัดท่ีมีควำมสำคัญและนำมำใชอ้ ยำ่ งกวำ้ งขวำงในงำนดำ้ น
อิเลก็ ทรอนกิ ส์เพรำะสำมำรถแสดงรูปรำ่ งขนำดของสญั ญำณใหเ้ หน็ บนจอได้ ออสซลิ โลสโคปสำมำรถนำไปใช้
วดั แรงดนั ไฟตรง แรงดนั ไฟสลบั คำบเวลำ พรอ้ มแสดงรปู ร่ำงของสัญญำณไฟฟำ้ ที่ทำกำรวัด แรงดันไฟสลับจะ
วดั และอ่ำนค่ำขนำดของสัญญำณไดเ้ ป็นแรงดนั พคี ทูพีค (Vp – p)

เครอ่ื งกำเนิดสญั ญำณ เป็นเครือ่ งมือชนิดหนึ่งที่มีควำมสำคัญทำหนำ้ ที่กำเนดิ สัญญำณตำ่ ง ๆ และ
สำมำรถที่จะควบคุมควำมถ่ีและควำมแรงของสัญญำณได้ ใชง้ ำนในกำรตรวจสอบปรบั แต่งวงจรหรอื วัด
เปรียบเทยี บคำ่ เคร่ืองกำเนิดสัญญำณ มีหลำยชนิดข้นึ อยู่กับคณุ ลักษณะและคุณสมบตั ิของสัญญำณ
ท่เี ครอื่ งใหก้ ำเนิดขึ้นมำ กำรเรยี กชอื่ เครื่องกำเนดิ สัญญำณควำมถีจ่ ะเรยี กชอ่ื ตำมควำมถี่ที่กำเนิดขึ้นมำวำ่ อยู่ใน
ย่ำนควำมถ่ใี ด เชน่ เคร่ืองกำเนดิ ควำมถ่ีเสยี งจะเรียกออดโิ อเยนเนอเรเตอร์ (Audio Generator) เครอ่ื งกำเนิด
ควำมถี่วทิ ยุจะเรยี กอำรเ์ อฟเยนเนอเรเตอร์ (Radio Frequency Generator) เป็นตน้

2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรียนรู้

1. แสดงควำมร้เู กี่ยวกับกำรใช้ออสซลิ โลสโคปและเครื่องกำเนิดสัญญำณ
2. ใช้งำนออสซลิ โลสโคปและเคร่ืองกำเนิดสัญญำณตำมกำรทดลอง

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 จดุ ประสงค์ทั่วไป
1. บอกตำแหนง่ ปมุ่ ปรบั ตำ่ ง ๆ ของออสซลิ โลสโคปได้
2. บอกหนำ้ ท่ี และกำรทำงำนของปุ่มปรบั ต่ำง ๆ ของออสซิลโลสโคปไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง
3. สำมำรถใช้ออสซิลโลสโคปวัดสัญญำณได้ถูกต้อง
4. อธิบำยกำรทำงำนของปมุ่ ปรับเครอ่ื งกำเนิดสญั ญำณควำมถี่ได้
5. สำมำรถใชเ้ ครอ่ื งกำเนดิ สัญญำณได้ถกู ตอ้ ง

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. ใชง้ ำนออสซิลโลสโคปตำมกำรทดลอง
2. ใชเ้ ครอ่ื งกำเนิดสญั ญำณควำมถ่ตี ำมกำรทดลอง

375

4. เน้ือหาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
16.1 ออสซิลโลสโคป
16.2 กำรอำ่ นคำ่ ทหี่ นำ้ จอออสซลิ โลสโคป
16.3 กำรอ่ำนคำบเวลำและควำมถ่ี
16.4 กำรอำ่ นคำ่ แรงดันไฟฟำ้ กระแสสลับ
16.5 ชอ่ื และหน้ำที่กำรทำงำนของปุ่มปรับ
16.6 สำยโพรบวดั สัญญำณ
16.7 ชนิดของเครือ่ งกำเนิดสัญญำณ
16.8 คุณสมบตั ิทำงเทคนิคและปมุ่ ปรบั ตำ่ ง ๆ ของเคร่อื งกำเนิดสัญญำณ

สรปุ สำระสำคัญ
16.1 ออสซลิ โลสโคป
ควำมสำคัญของออสซิลโลสโคป (Oscilloscope) ออสซลิ โลสโคป หรือบำงครง้ั เรียกสน้ั ๆ ว่ำ สโคป

(Scope) ท่ีใช้งำนกนั อยู่ทว่ั ๆ ไป สำหรับกำรใชง้ ำนของออสซิลโลสโคปนั้นจะใชแ้ สดงรูปคล่ืนสัญญำณ หรือ
ชว่ งห่ำงของสญั ญำณ โดยรปู คลน่ื สญั ญำณท่ีได้อำจเปน็ แบบไซนแ์ บบส่เี หลีย่ ม แบบสำมเหลยี่ มหรอื แบบฟัน
เลอื่ ย เปน็ ต้น

16.2 กำรอ่ำนคำ่ ที่หน้ำจอออสซิลโลสโคป
กำรอำ่ นปริมำณไฟฟำ้ ท่หี นำ้ จอออสซิลโลสโคป จะสำมำรถอ่ำนได้สองแกนคือแนวแกนต้ังกบั แนวแกน
นอน ในแนวแกนตงั้ (Vertical) จะอำ่ นค่ำออกมำเปน็ ควำมแรงของสัญญำณ หรือควำมสูง
ของสญั ญำณ (Amplitude) ของปริมำณไฟฟ้ำโดยสำมำรถอ่ำนออกมำเป็นคำ่ พีค (Peak Value) Vp และค่ำ
พคี ทูพีค (Peak To Peak Value) Vp-p ส่วนในแนวแกนนอน (Horizontal) จะอ่ำนคำ่ ออกมำเป็นคำบเวลำ
(Time) และสำมำรถใชค้ ำนวณหำคำ่ ควำมถ่ี (Frequency) ของสญั ญำณได้
16.3 กำรอ่ำนคำบเวลำและควำมถี่
คำบเวลำสำมำรถบอกควำมถี่ของสัญญำณ โดยทค่ี ำบเวลำจะแปรผกผันกับควำมถ่ี จำกสูตร T = หรอื F =

F คอื ควำมถ่ขี องสัญญำณ มหี น่วยเป็น เฮิรตช์ (Hz)
T คือ เวลำใน 1 รอบของสญั ญำณ มีหนว่ ยเป็น วนิ ำที (Sec)
16.4 กำรอ่ำนค่ำแรงดันไฟฟำ้ กระแสสลบั
รปู คล่นื แรงดนั ไฟฟำ้ กระแสสลับสำมำรถอ่ำนค่ำออกมำเป็นแรงดนั ยอดถงึ ยอด (Peak to Peak) ทำได้
โดยนับจำนวนชอ่ งทีร่ ปู สญั ญำณปรำกฏทับช่องทำงแนวตง้ั โดยจะนับจำนวนชอ่ งต้ังแต่ยอดคล่ืนดำ้ นบนสุด
จนถงึ ด้ำนลำ่ งสดุ ดังรปู ที่ 16.4 ถ้ำต้งั ค่ำ VOLTS/DIV ไว้ท่ี 2 โวลต์ นบั ควำมสูงได้ 4 ช่องใหญ่กับอีก 2 ช่อง
เลก็ อ่ำนค่ำได้เท่ำกับ 8 โวลต์ 2 ช่องเลก็ เท่ำกับ 0.4 โวลต์

376

16.5 ชอ่ื และหน้ำท่ีกำรทำงำนของปุ่มปรบั
(ดูในหนังสือ หนำ้ 331 - 334)
16.6 สำยโพรบวดั สัญญำณ
สำยโพรบ (Probe) สำหรบั วัดสัญญำณท่ีใชส้ ำหรับนำสญั ญำณเข้ำมำยงั ออสซิลโลสโคป เรยี กว่ำสำย
โพรบ (Probe) ดังรปู ท่ี 16.6 จะเปน็ สำยวัดชนิดพเิ ศษ เพ่ือไวส้ ำหรับวัดสัญญำณโดยเฉพำะ มีลกั ษณะเป็นสำย
โคแอคเชียล (Coaxial) มีควำมยำวประมำณ 1 เมตร มีค่ำอิมพีแดนซ์ 50 โอห์ม วัดควำมสงู (Amplitude) ได้
สูงสุด 500 Vp
16.7 ชนดิ ของเคร่อื งกำเนดิ สัญญำณ
เคร่อื งกำเนิดสญั ญำณทีใ่ ช้กนั อยูใ่ นปัจจบุ ันมีหลำยชนดิ เชน่ เครอ่ื งกำเนดิ สัญญำณควำมถ่ีเสียง
เรียกวำ่ เอเอฟ เยนเนอร์เรเตอร์ (Audio Frequency Generator) เครอื่ งกำเนดิ สญั ญำณควำมถ่ีวทิ ยุ เรยี กว่ำ
อำรเ์ อฟ เยนเนอร์เรเตอร์ (Radio Frequency Generator) หรือเคร่ืองกำเนิดสญั ญำณพัลซ์ เรียกวำ่ พัลซ์เจน
เนอร์เรเตอร์ (Pulse Generator) เปน็ ตน้
16.8 คณุ สมบตั ิทำงเทคนิคและปมุ่ ปรับตำ่ ง ๆ ของเครื่องกำเนดิ สญั ญำณ
คุณสมบตั ิทำงเทคนิคของเครื่องกำเนิดสญั ญำณร่นุ FG 801 มีดงั นี้
1. ย่ำนควำมถ่แี บ่งออกเป็น 6 ยำ่ น โดยมีควำมถ่ีตง้ั แต่ 0.2Hz ถงึ 200 kHz
2. สร้ำงรูปคลืน่ ได้ 3 รูป คอื ซำยน์ สำมเหล่ยี ม และสเี่ หลี่ยม
3. ควำมเพยี้ นทำงฮำร์โมนิคสท์ ่ีสัญญำณรปู ซำยน์ น้อยกวำ่ 0.1%
4. ใช้แรงดนั ควบคมุ ควำมถจี่ ำกภำยนอกได้ Voltage Control Oscillator (VCO)
5. ใหเ้ อำต์พตุ 3 จดุ คือ เอ้ำตพ์ ุตมีอิมพแิ ดนซ์ต่ำ 50 โอหม์ แรงดันปรบั ได้ 0V – 20Vp–p กำลงั
ขบั 8 วตั ต์ เอำตพ์ ุตลดทอนสัญญำณได้ – 30 dB ให้เอำต์พุตทุกรปู สญั ญำณท่มี ีแอมปลจิ ูดตง้ั แต่ 0 V – 100
mVp–p และเอำต์พุต TTL สำหรับเปน็ ตัวกำเนิดสัญญำณนำฬกิ ำสำหรับงำนทดลองดจิ ิตอล
6. มีวงจรป้องกันกำรลดั วงจรทำงเอำต์พุต
7. สำมำรถปอ้ นสัญญำณทดสอบลำโพงได้โดยตรงองคป์ ระกอบต่ำง ๆ ทหี่ น้ำปดั ของเคร่อื ง
กำเนดิ สัญญำณควำมถ่ีเสียงยี้ห้อ CEW ร่นุ FG 801

4.2 ดา้ นทักษะหรือปฏิบัติ
ใบงำนท่ี 16 กำรใชง้ ำนออสซิลโลสโคป

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกด้ำนกำรตรงต่อเวลำ ควำมสนใจใฝร่ ู้ ควำมซ่ือสัตย์ สุจรติ ควำมมนี ำ้ ใจและแบ่งบนั

ควำมรว่ มมอื ควำมมมี ำรยำท ไมห่ ยุดน่งิ ทีจ่ ะแก้ปัญหำ ใชอ้ ุปกรณ์อย่ำงฉลำดและรอบคอบ

377

5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้

ข้ันตอนการสอน/กจิ กรรมครู ขัน้ ตอนการเรียน/กจิ กรรมผ้เู รยี น

ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น (ใชเ้ วลา 30 นาที) ขน้ั เตรยี ม (ใช้เวลา 30 นาที)

1. ครแู นะนำรำยวชิ ำ วิธีกำรเรยี น กำรมอบหมำย 1. จัดเตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ สื่อ และเอกสำรตำม

งำน และกำรแตง่ กำย ระเบยี บกำรปฏิบัติงำนภำยใน ที่ครผู ู้สอนและแผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ กี่ ำหนดไว้

หอ้ งปฏบิ ัติงำนและกำรเบิกเคร่อื งมือ วัสดุ อปุ กรณ์ 2. ทดสอบก่อนเรยี น หน่วยท่ี 16 กำรใชง้ ำน

ชแ้ี จงวธิ ีวดั ผลประเมนิ ผลกำรเรียน กำรจัดเตรยี มวสั ดุ ออสซลิ โลสโคปและเคร่ืองกำเนิดสญั ญำณสลับกัน
อุปกรณ์ เอกสำร และสอื่ ให้สอด คลอ้ งกบั งำน และ ตรวจคำตอบและใหค้ ะแนน
ใชว้ ัสดอุ ุปกรณถ์ ูกต้องอย่ำงคุ้มค่ำและประหยดั
2. ทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยท่ี 16 กำรใชง้ ำน 3. ทำควำมเขำ้ ใจเก่ยี วกบั จดุ ประสงค์กำรเรยี นของ
ออสซิลโลสโคปและเครื่องกำเนดิ สญั ญำณ ให้ หนว่ ยกำรเรยี นท่ี 16
ผูเ้ รียนสลบั กนั ตรวจคำตอบ และใหค้ ะแนน ขน้ั สอน (ใช้เวลา 180 นาท)ี
3. แจง้ จุดประสงค์กำรเรยี นหน่วยกำรเรยี นท่ี 16 ผู้เรยี นฟังและคดิ ตำม พร้อมทั้งจดบันทึกเกย่ี วกับ
ข้นั สอน (ใชเ้ วลา 180 นาที) เรอ่ื งออสซลิ โลสโคป กำรอ่ำนคำ่ ทหี่ นำ้ จอ
ออสซิลโลสโคป กำรอำ่ นคำบเวลำและควำมถ่ี กำร
ครูสอนเนอื้ หำสำระในหัวข้อ
อ่ำนคำ่ แรงดันไฟฟำ้ กระแสสลบั ช่อื และหนำ้ ที่กำร
16.1 ออสซลิ โลสโคป
ทำงำนของปมุ่ ปรับ สำยโพรบวัดสญั ญำณ ชนดิ ของ
16.2 กำรอำ่ นค่ำท่ีหนำ้ จอออสซลิ โลสโคป
เครื่องกำเนิดสญั ญำณ คุณสมบัติทำงเทคนคิ และปุ่ม
16.3 กำรอำ่ นคำบเวลำและควำมถี่
ปรับตำ่ ง ๆ ของเครื่องกำเนิดสัญญำณและ
16.4 กำรอ่ำนค่ำแรงดนั ไฟฟำ้ กระแสสลับ
นอกจำกนน้ั ให้นกั เรียนจดบันทึกควำมรจู้ ำกกำร
16.5 ชอื่ และหนำ้ ท่ีกำรทำงำนของปุ่มปรบั
สอนของครูที่มนี อกเหนือจำกในหนังสือ ผ้เู รียน
16.6 สำยโพรบวดั สญั ญำณ
ปฏบิ ตั ิงำนตำมลำดบั ข้นั กำรปฏิบตั ิงำนของใบ
16.7 ชนดิ ของเครือ่ งกำเนิดสัญญำณ
กิจกรรม
16.8 คณุ สมบตั ิทำงเทคนคิ และปุ่มปรับต่ำง ๆ
ของเครอ่ื งกำเนดิ สัญญำณ ข้ันสรุป (ใช้เวลา 30 นาที)

จำกนัน้ ใหน้ กั เรียนทำตำมใบงำนท่ี 16 กำรใช้งำน 1. ผเู้ รียนรับฟงั คำสรปุ และขอ้ แนะนำจำกครู พร้อม
ออสซลิ โลสโคปและเคร่ืองกำเนิดสัญญำณขณะ ทั้งจดบนั ทกึ ขอ้ มูล และซักถำมหรอื ตอบคำถำมใน
นักเรยี นทำใบงำน ครจู ะสงั เกตกำรณ์ทำงำนกลุ่ม หัวข้อทีย่ งั ไมเ่ ข้ำใจ
2. ทำแบบทดสอบหลังเรียน
ขั้นสรปุ (ใช้เวลา 30 นาที)
3. ผ้เู รยี นนำคะแนนจำกแบบทดสอบก่อนเรยี นและ
1. ครูสรปุ เนือ้ หำสำระกำรเรียนรู้
แบบทดสอบหลังเรียนมำเปรียบเทียบ เพ่ือดู
- ออสซิลโลสโคป
ควำมกำ้ วหนำ้ ทำงกำรเรียนของตนเอง

378

- กำรอำ่ นค่ำท่ีหนำ้ จอออสซลิ โลสโคป 4. ผ้เู รียนทำแบบฝกึ หัดทำ้ ยหน่วย
- กำรอำ่ นคำบเวลำและควำมถ่ี
- กำรอำ่ นคำ่ แรงดันไฟฟำ้ กระแสสลบั
- ชื่อและหน้ำทีก่ ำรทำงำนของปุม่ ปรับ
- สำยโพรบวดั สญั ญำณ
- ชนดิ ของเครื่องกำเนดิ สญั ญำณ
- คณุ สมบัตทิ ำงเทคนิคและปุ่มปรบั ตำ่ ง ๆ

ของเครือ่ งกำเนิดสญั ญำณ
2. ครแู จกแบบทดสอบหลังเรียน

3. ครตู รวจแบบทดสอบหลงั เรียนพร้อมกับบนั ทึก

คะแนน

4. ใหผ้ ู้เรียนทำแบบฝึกหัดทำ้ ยหน่วย

เวลาเรยี นท้งั หมด 240 นาทีหรอื 4 ช่ัวโมงเรยี น

สอบปลายภาค 240 นาทีหรอื 4 ชั่วโมงเรียน

รวมเวลาเรียนท้ังหมด 480 นาที
หรอื 8 ชว่ั โมงเรียน

379

6. ส่ือการเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 สื่อสง่ิ พิมพ์
1) เอกสำรประกอบกำรเรียนวิชำงำนไฟฟ้ำและอิเลก็ ทรอนิกส์ ของนำยอดลุ ย์ กัลยำแก้ว
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 16 กำรใช้งำนออสซลิ โลสโคปและเครื่องกำเนิดสัญญำณ
3) แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 16 กำรใช้งำนออสซลิ โลสโคปและเครื่องกำเนิดสัญญำณ
4) เอกสำรกำรเรียนรู้หน่วยที่ 16 กำรใชง้ ำนออสซลิ โลสโคปและเคร่ืองกำเนิดสัญญำณ
5) แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 16 กำรใช้งำนออสซลิ โลสโคปและเครือ่ งกำเนิดสัญญำณ
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน และแบบฝึกหดั ท้ำยหนว่ ย

6.2 ส่ือโสตทัศน์
1) เคร่ืองฉำยภำพ (projector)
2) งำนนำเสนอหน่วยท่ี 16 กำรใชง้ ำนออสซลิ โลสโคปและเคร่อื งกำเนิดสัญญำณ

6.3 สื่อของจรงิ
1) ชดุ ทดลองวงจรไฟฟำ้

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมดุ
2. ศนู ย์ Internet สมเด็จพระเทพฯ
3. ห้องปฏิบตั ิกำรเขียนแบบเคร่อื งกลด้วยคอมพิวเตอร์

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. อำคำรวทิ ยำบรกิ ำร มหำวิทยำลยั เทคโนโลยรี ำชมงคล วทิ ยำเขตสกลนคร

2. กำรฝกึ หำประสบกำรณต์ ำมสถำนประกอบกำรณ์

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 กอ่ นเรียน
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. ตอบคำถำมก่อนเรียน เป็นกำรนำเขำ้ สบู่ ทเรียน

8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคำถำมระหวำ่ งเรยี น

8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ทำแบบฝกึ หดั หลงั เรียน
3. ทำใบกจิ กรรม

380

9. ผลงาน/ชน้ิ งาน ท่ีเกิดจากการเรยี นร้ขู องผ้เู รยี น

-

10. เอกสารอ้างอิง

1. หนงั สอื เรียน งำนไฟฟ้ำและอเิ ล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กัลยำแก้ว

11. การบรู ณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวิชาอืน่

1. บูรณำกำรกับวิชำชวี ติ และวัฒนธรรมไทย ดำ้ นกำรพูด กำรอ่ำน กำรเขยี นและกำรฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทำง
สงั คมดำ้ นกำรเตรียมควำมพร้อม ควำมรับผิดชอบ ควำมสนใจใฝ่รู้

2. บูรณำกำรกบั วชิ ำหลกั เศรษฐศำสตร์ ด้ำนกำรเลือกใชท้ รัพยำกรอยำ่ งประหยดั

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรียน
1. ตรวจสอบระดบั ควำมรู้ควำมเข้ำใจของผู้เรียนกอ่ นเริ่มกำรสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบควำมสนใจในกำรเรยี นของผเู้ รยี นโดยกำรถำม-ตอบคำถำมในระหวำ่ งทเ่ี รียน

12.3 หลงั เรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มกับเปรียบเทยี บแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตรวจแบบฝกึ หัดหลังเรียนเพอื่ ประเมินระดับควำมเข้ำใจของผเู้ รียน
3. ตรวจใบกิจกรรม

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 1 กำรประเมินผลควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผู้เรียนกอ่ นเรียน
1. วธิ ีกำรประเมิน : ใหท้ ำแบบทดสอบก่อนเรียน และถำมคำถำมเพ่ือประเมินระดับควำมรขู้ องผู้เรยี น
2. เคร่ืองกำรประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียน
3. เกณฑ์กำรประเมิน : ใชอ้ ้ำงอิงเป็นตวั เปรยี บเทยี บกบั ผลกำรทดสอบหลงั เรยี น
4. เกณฑ์กำรผำ่ น : นักเรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่ำคร่ึงหนึ่งของจำนวนข้อของแบบ

ทดสอบทัง้ หมด
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 กำรประเมนิ ผลควำมรูค้ วำมเข้ำใจของผเู้ รียนหลังเรยี น
1. วิธกี ำรประเมนิ : ใหท้ ำแบบทดสอบหลังเรยี น
2. เครอ่ื งกำรประเมิน : แบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์กำรประเมิน : ใชเ้ ปรียบเทียบกบั ผลกำรทดสอบกอ่ นเรยี น
4. เกณฑ์กำรผำ่ น : นกั เรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวำ่ กำรทำแบบทดสอบก่อนเรียน

381

14. แบบทดสอบกอ่ นเรียน

หนว่ ยการสอนท่ี .....16.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน กำรใช้งำนออสซลิ โลสโคปและเครอ่ื งกำเนิดสญั ญำณ
วตั ถุประสงค์ เพ่ือ กำรประเมนิ ผลควำมรู้ควำมเข้ำใจของผ้เู รยี นก่อนเรียน
ข้อคาถาม

1. ออสซลิ โลสโคปสำมำรถวดั สญั ญำณออกมำไดใ้ นรูปของสัญญำณอะไร
ก. แรงดนั ไฟฟำ้
ข. กระแสไฟฟ้ำ
ค. พลังงำนไฟฟ้ำ
ง. กำลงั ไฟฟ้ำ

2. กำรอำ่ นสญั ญำณบนจอภำพออสซิลโลสโคป อำ่ นออกมำเป็นค่ำอะไรบ้ำง
ก. แรงดนั ไฟฟ้ำ ควำมถี่
ข. แรงดนั ไฟฟำ้ เวลำ
ค. กำลังไฟฟ้ำ ควำมถี่
ง. กำลังไฟฟำ้ เวลำ

3. ปมุ่ ใดใชเ้ พ่มิ ลดควำมเข้มแสงของเส้นสแกน
ก. INTEN
ข. FOCUS
ค. BRIGTNESS
ง. READOUT

4. ปุ่มใดใชป้ รบั เพ่ือใหเ้ กดิ กำรแสดงข้อมูลกำรในทำงำนบนจอของเคร่ือง
ก. INTEN
ข. READOUT
ค. DATAOUT
ง. FOCUS

5. เมอ่ื ปรำกฎเสน้ สแกนซึ่งปกตขิ นำนกบั แนวนอนเกดิ กำรเอียงควรทำอย่ำงไร
ก. ปรับปุม่ HORIZONTAL
ข. ปรบั ซอ่ ง TRACE ROTATION
ค. ปรบั ปุม่ POSITION < >
ง. ปรับปุ่ม POSITION ^ v

382

6. หลงั จำกเปดิ เครอ่ื งควรกดปมุ่ ใดจึงมีโอกำสพบเส้นสแกนมำกทสี่ ดุ
ค. CH2
ข. CH1
ค. GND
ง. AUTO, A

7. เครื่องกำเนดิ ควำมถเ่ี สียงสำมำรถให้กำเนดิ รูปคล่ืนแบบใดบำ้ ง
ก. สำมเหลีย่ ม, พลั ส์
ข. สำมเหลีย่ ม, ส่ีเหลย่ี ม
ค. ไซน์, สีเ่ หลยี่ ม
ง. ไซน์, สำมเหลย่ี ม

8. เครื่องกำเนดิ สัญญำณหลำยแบบ รปู สัญญำณปกตทิ ่กี ำเนดิ ข้นึ มำ สัญญำณใดไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. คลืน่ สี่เหล่ยี ม
ข. คลนื่ ไซน์
ค. คลนื่ สำมเหลย่ี ม
ง. คลน่ื ฟนั เลือ่ ย

9. กำรเลือกรับสัญญำณอินพุต DC โดยกำรกดปุ่ม DC/AC สำมำรถดูสญั ญำณอะไรบนจอสโคป
ก. AC
ข. DC
ค. แรงดนั ไฟตรงเทำ่ นนั้
ง. DC+AC

10. วัดควำมถ่ี 1 KHz โดยปรบั TIME/DIV ไปที่ 200 us 1รปู คล่ืนท่ีปรำกฎบนจอใชจ้ ำนวนช่องทำง
แนวนอนก่ซี ่อง
ก. 4 ช่อง
ข. 3 ชอ่ ง
ค. 6 ชอ่ ง
ง. 5 ชอ่ ง

383

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

1. ก. แรงดนั ไฟฟำ้
2. ข. แรงดนั ไฟฟ้ำ เวลำ
3. ก. INTEN
4. ข. READOUT
5. ก. ปรบั ปมุ่ HORIZONTAL
6. ง. AUTO, A
7. ก. สำมเหลีย่ ม, พัลส์
8. ก. คลื่นสเี่ หลี่ยม
9. ข. DC
10. ก. 4 ชอ่ ง

384

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการสอนท่ี .....16.....ชอื่ หนว่ ยการสอน กำรใช้งำนออสซลิ โลสโคปและเครอ่ื งกำเนิดสญั ญำณ
วตั ถุประสงค์ เพ่ือ กำรประเมนิ ผลควำมรู้ควำมเข้ำใจของผ้เู รยี นก่อนเรียน
ข้อคาถาม

1. ออสซลิ โลสโคปสำมำรถวัดสญั ญำณออกมำไดใ้ นรูปของสัญญำณอะไร
ก. แรงดนั ไฟฟำ้
ข. กระแสไฟฟำ้
ค. พลังงำนไฟฟ้ำ
ง. กำลงั ไฟฟ้ำ

2. กำรอ่ำนสญั ญำณบนจอภำพออสซิลโลสโคป อำ่ นออกมำเป็นค่ำอะไรบ้ำง
ก. แรงดันไฟฟ้ำ ควำมถ่ี
ข. แรงดนั ไฟฟำ้ เวลำ
ค. กำลังไฟฟ้ำ ควำมถ่ี
ง. กำลังไฟฟำ้ เวลำ

3. ปมุ่ ใดใชเ้ พ่มิ ลดควำมเข้มแสงของเส้นสแกน
ก. INTEN
ข. FOCUS
ค. BRIGTNESS
ง. READOUT

4. ปุ่มใดใชป้ รบั เพ่ือใหเ้ กิดกำรแสดงข้อมูลกำรในทำงำนบนจอของเคร่ือง
ก. INTEN
ข. READOUT
ค. DATAOUT
ง. FOCUS

5. เมอ่ื ปรำกฎเสน้ สแกนซึ่งปกตขิ นำนกบั แนวนอนเกดิ กำรเอียงควรทำอย่ำงไร
ก. ปรับปุม่ HORIZONTAL
ข. ปรบั ซอ่ ง TRACE ROTATION
ค. ปรบั ปุม่ POSITION < >
ง. ปรับปมุ่ POSITION ^ v

385

6. หลงั จำกเปิดเครอ่ื งควรกดปมุ่ ใดจึงมีโอกำสพบเส้นสแกนมำกทสี่ ดุ
ค. CH2
ข. CH1
ค. GND
ง. AUTO, A

7. เครื่องกำเนิดควำมถเ่ี สียงสำมำรถให้กำเนดิ รูปคล่ืนแบบใดบำ้ ง
ก. สำมเหลย่ี ม, พลั ส์
ข. สำมเหลยี่ ม, สี่เหลย่ี ม
ค. ไซน์, สี่เหลยี่ ม
ง. ไซน์, สำมเหลย่ี ม

8. เครื่องกำเนดิ สญั ญำณหลำยแบบ รปู สัญญำณปกตทิ ่กี ำเนดิ ข้นึ มำ สัญญำณใดไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. คลืน่ สี่เหล่ียม
ข. คลนื่ ไซน์
ค. คลนื่ สำมเหลยี่ ม
ง. คลน่ื ฟนั เลือ่ ย

9. กำรเลือกรบั สัญญำณอินพุต DC โดยกำรกดปุ่ม DC/AC สำมำรถดูสญั ญำณอะไรบนจอสโคป
ก. AC
ข. DC
ค. แรงดนั ไฟตรงเทำ่ นนั้
ง. DC+AC

10. วัดควำมถ่ี 1 KHz โดยปรบั TIME/DIV ไปที่ 200 us 1รปู คล่ืนท่ีปรำกฎบนจอใชจ้ ำนวนช่องทำง
แนวนอนก่ีซ่อง
ก. 4 ช่อง
ข. 3 ชอ่ ง
ค. 6 ชอ่ ง
ง. 5 ชอ่ ง

386

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

1. ก. แรงดนั ไฟฟำ้
2. ข. แรงดนั ไฟฟ้ำ เวลำ
3. ก. INTEN
4. ข. READOUT
5. ก. ปรบั ปมุ่ HORIZONTAL
6. ง. AUTO, A
7. ก. สำมเหลีย่ ม, พัลส์
8. ก. คลื่นสเี่ หลี่ยม
9. ข. DC
10. ก. 4 ชอ่ ง

387

16. ใบความร้ทู ่ี ...16.....

หน่วยการสอนท่ี ....16.... ชอ่ื หน่วย การใช้งานออสซลิ โลสโคปและเครอื่ งกาเนิดสัญญาณ
ช่อื หัวข้อเร่อื ง การใชง้ านออสซิลโลสโคปและเครอ่ื งกาเนดิ สญั ญาณ

16.1 ออสซิลโลสโคป
ควำมสำคัญของออสซลิ โลสโคป (Oscilloscope) ออสซลิ โลสโคป หรอื บำงคร้ังเรียกส้ัน ๆ ว่ำ สโคป
(Scope) ทีใ่ ช้งำนกันอยูท่ ่ัว ๆ ไป สำหรบั กำรใชง้ ำนของออสซิลโลสโคปน้ันจะใชแ้ สดงรูปคลื่นสัญญำณ หรือ
ชว่ งห่ำงของสัญญำณ โดยรปู คลื่นสญั ญำณท่ีได้อำจเปน็ แบบไซนแ์ บบส่ีเหล่ยี ม แบบสำมเหลีย่ มหรือแบบฟัน
เลื่อย เป็นตน้

16.2 กำรอ่ำนคำ่ ท่ีหนำ้ จอออสซลิ โลสโคป
กำรอ่ำนปริมำณไฟฟ้ำท่ีหน้ำจอออสซลิ โลสโคป จะสำมำรถอ่ำนไดส้ องแกนคือแนวแกนต้ังกับแนวแกน
นอน ในแนวแกนต้ัง (Vertical) จะอำ่ นค่ำออกมำเปน็ ควำมแรงของสญั ญำณ หรือควำมสูง
ของสญั ญำณ (Amplitude) ของปริมำณไฟฟ้ำโดยสำมำรถอ่ำนออกมำเปน็ ค่ำพคี (Peak Value) Vp และค่ำ
พคี ทูพคี (Peak To Peak Value) Vp-p ส่วนในแนวแกนนอน (Horizontal) จะอ่ำนค่ำออกมำเป็นคำบเวลำ
(Time) และสำมำรถใช้คำนวณหำค่ำควำมถี่ (Frequency) ของสญั ญำณได้

16.3 กำรอำ่ นคำบเวลำและควำมถี่
คำบเวลำสำมำรถบอกควำมถ่ีของสัญญำณ โดยท่คี ำบเวลำจะแปรผกผันกับควำมถี่ จำกสูตร T = หรอื F =

F คือ ควำมถขี่ องสญั ญำณ มหี น่วยเป็น เฮริ ตช์ (Hz)
T คอื เวลำใน 1 รอบของสัญญำณ มหี นว่ ยเป็น วนิ ำที (Sec)

16.4 กำรอำ่ นค่ำแรงดันไฟฟ้ำกระแสสลบั
รปู คล่นื แรงดันไฟฟำ้ กระแสสลบั สำมำรถอ่ำนคำ่ ออกมำเป็นแรงดันยอดถึงยอด (Peak to Peak) ทำได้
โดยนบั จำนวนช่องทีร่ ูปสัญญำณปรำกฏทับช่องทำงแนวตัง้ โดยจะนับจำนวนชอ่ งตง้ั แต่ยอดคล่ืนดำ้ นบนสุด
จนถงึ ด้ำนลำ่ งสุด ดังรปู ที่ 16.4 ถ้ำตั้งคำ่ VOLTS/DIV ไวท้ ี่ 2 โวลต์ นับควำมสงู ได้ 4 ชอ่ งใหญก่ ับอีก 2 ช่อง
เลก็ อำ่ นค่ำไดเ้ ท่ำกบั 8 โวลต์ 2 ชอ่ งเล็กเท่ำกบั 0.4 โวลต์

16.5 ชือ่ และหนำ้ ท่ีกำรทำงำนของปุ่มปรบั
(ดใู นหนงั สือ หน้ำ 331 - 334)

16.6 สำยโพรบวดั สญั ญำณ
สำยโพรบ (Probe) สำหรบั วดั สัญญำณท่ีใชส้ ำหรับนำสัญญำณเขำ้ มำยังออสซิลโลสโคป เรียกว่ำสำย
โพรบ (Probe) ดงั รูปท่ี 16.6 จะเปน็ สำยวัดชนิดพเิ ศษ เพื่อไว้สำหรับวัดสัญญำณโดยเฉพำะ มีลักษณะเปน็ สำย
โคแอคเชยี ล (Coaxial) มีควำมยำวประมำณ 1 เมตร มีค่ำอิมพแี ดนซ์ 50 โอห์ม วดั ควำมสงู (Amplitude) ได้
สงู สดุ 500 Vp

388

16.7 ชนิดของเครอ่ื งกำเนิดสัญญำณ
เครือ่ งกำเนดิ สญั ญำณท่ีใช้กนั อยูใ่ นปัจจบุ นั มหี ลำยชนดิ เชน่ เครอ่ื งกำเนิดสญั ญำณควำมถเี่ สียง
เรียกว่ำเอเอฟ เยนเนอรเ์ รเตอร์ (Audio Frequency Generator) เคร่อื งกำเนดิ สญั ญำณควำมถี่วิทยุ เรียกวำ่
อำรเ์ อฟ เยนเนอร์เรเตอร์ (Radio Frequency Generator) หรอื เคร่ืองกำเนิดสญั ญำณพัลซ์ เรยี กวำ่ พัลซ์เจน
เนอร์เรเตอร์ (Pulse Generator) เป็นต้น
16.8 คุณสมบตั ิทำงเทคนคิ และป่มุ ปรับตำ่ ง ๆ ของเคร่ืองกำเนดิ สัญญำณ
คณุ สมบัตทิ ำงเทคนคิ ของเครื่องกำเนิดสัญญำณรนุ่ FG 801 มีดงั น้ี
1. ย่ำนควำมถแี่ บ่งออกเป็น 6 ยำ่ น โดยมคี วำมถต่ี ง้ั แต่ 0.2Hz ถงึ 200 kHz
2. สร้ำงรูปคล่นื ได้ 3 รูป คอื ซำยน์ สำมเหล่ียม และสีเ่ หลยี่ ม
3. ควำมเพ้ยี นทำงฮำรโ์ มนคิ ส์ท่สี ัญญำณรูปซำยน์ น้อยกว่ำ 0.1%
4. ใชแ้ รงดันควบคุมควำมถ่จี ำกภำยนอกได้ Voltage Control Oscillator (VCO)
5. ใหเ้ อำต์พุต 3 จุดคือ เอ้ำต์พุตมอี ิมพิแดนซ์ต่ำ 50 โอหม์ แรงดันปรบั ได้ 0V – 20Vp–p กำลัง
ขบั 8 วัตต์ เอำตพ์ ตุ ลดทอนสัญญำณได้ – 30 dB ให้เอำต์พุตทุกรปู สญั ญำณทมี่ ีแอมปลิจดู ตัง้ แต่ 0 V – 100
mVp–p และเอำต์พตุ TTL สำหรับเป็นตวั กำเนดิ สัญญำณนำฬกิ ำสำหรับงำนทดลองดิจิตอล
6. มวี งจรป้องกันกำรลดั วงจรทำงเอำต์พตุ
7. สำมำรถป้อนสัญญำณทดสอบลำโพงได้โดยตรงองคป์ ระกอบต่ำง ๆ ทหี่ น้ำปัดของเครื่อง
กำเนิดสญั ญำณควำมถเี่ สียงย้ีหอ้ CEW รุ่น FG 801



389

17. ใบงาน
ใบกจิ กรรมที่ 16 การใช้งานออสซิลโลสโคปและเครื่องกาเนดิ สัญญาณ

สมรรถนะ ใชง้ ำนออสซิลโลสโคปตำมกำรทดลอง
จุดประสงค์ ใช้งำนออสซลิ โลสโคปได้
เครอื่ งมือและอุปกรณ์
1. ออสซลิ โลสโคปย่หี อ้ เพAรบ รนุ่ รร-7802A 1 เครือ่ ง
2. สำยโพรบ 1 เสน้
ลาดบั ขัน้ การทดลอง
1. ปรบั ปุ่ม INTEN, READOUT, FOCUS, TRIG LEVEL, POSITION <>, POSITION ^V ของ CH1,
POSITION A ของ CH2 ไวป้ ระมำณกึง่ กลำง
2. กดสวติ ซ์ POพER ให้อยตู่ ำแหนง่ ON
3. กดปุม่ AUTO, ปุม่ SOURCEไปท่ี CH1. ปมุ่ COUPLไป DC
4. ปรบั ปมุ่ TIME/DIV ไปที่ 200 US ปรบั ปุ่ม VOLTS/DIV ของ CH 1 ไปท่ี 200 ms
5. ปดิ ปุ่มฟังกช์ ่นั CURSOR, HOLD OFF, FINE, MAX X 10, CH2, ADD, GND ของ CH1 (DC/AC
ของ CH1 เลอื ก DC)
6. ปรับปุ่ม POSION ^V ของ CH1 ให้เสน้ อยู่กลำงจอบนั ทึกภำพและข้อมลู ทปี่ รำกฎลงในรปู ที่ 9.2

รูปท่ี 16.9 ผลจากการปรับออสซิลโลสโคปให้พร้อมใช้งาน 1 ชอ่ ง

390

7. ทดลองปรบั ปุม่ INTEN บนั ทึกผลทเ่ี กดิ ข้นึ

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

8 ทดลองปรับปุ่ม READOUT บนั ทึกผลทเ่ี กดิ ขึน้

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

9. ทดลองปรับปุ่ม FOCUS ผลที่เกดิ ขึน้ เป็นอย่ำงไร

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

10. ทดลองปรบั ปุ่ม POSITION e ของ CH1 ผลท่เี กิดข้นึ เป็นอย่ำงไร

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

11. ทดลองปรับปุ่ม VOLTSDV ของ CH1 ให้มพี ิสยั กำรวัดค่ำตงั้ แต่ต่ำสดุ ถึงสงู สุดสงั เกตตวั เลขทป่ี รำกฎ
มคี ่ำอะไรบ้ำง

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

12. ต่อขั้ว BNC ของสำยโพรบเข้ำ CH1 กรณีมีสวิตซ์เลือกให้เลอื กไปท่ีดำแหนง่ X1 ตอ่ สำยวัดสัญญำณ
เขำ้ ที่ขั้ว CAL ปรับปุ่ม VOLT/DIV ไปทต่ี ำแหน่ง 200ms
13. กดป่มุ DC/AC เพ่ือกำหนดให้เปน็ AC สงั เกตข้อมูลเดิมจำก 1: 200mV เปลีย่ นเป็น...........
กำรเลือ่ นของภำพเปน็ อย่ำงไร…………………(เลอื่ นขน้ึ เล่ือนลง) ในลกั ษณะ...............จำกนัน้
กำหนดให้เปน็ DC
14. กดปมุ่ GND เพื่อใช้ดรู ะดับเสน้ แรงดนั …………………. V สังเกตข้อมูลเดมิ จำก 1 : 200mV
เปลี่ยนเป็น………………………..ภำพทีเ่ คยปรำกฎเป็นอย่ำงไร..........คงอยู่, หำยไป, เลือ่ นลง) จำกน้ันกดปุม GND
อกี คร้ังเพ่ือใหร้ ับสัญญำณ
15. อำ่ นควำมสูงของสัญญำณได้........................ชอ่ ง x พิสัยของ VOLTS/DIV ได.้ ................................. V
16. ปรบั POSITION <> ใหม้ ุม 0 ของรูปคล่ืนตรงกับขดี ใหญส่ ีดำทจ่ี อชอ้ นทับกันอ่ำนจำนวนซ่องใน
แนวนอนจำกมุม 0- 360 ได.้ .............................ช่องใหญ่ คำนวณหำดำบเวลำใน 1 รอบได้ =……………………
คำนวณคำ่ ควำมถจ่ี ำกสูตร F = 1/T …………………………………….Hz

391

18. แบบประเมนิ ผล

1 .กำรวัดผลและกำรประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ควำมมวี นิ ัย และควำมรบั ผิดชอบ ต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวำ่
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
1.3 สังเกตกำรปฏิบัติตำมใบงำนโดยใช้แบบประเมินผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน
1.4 ตรวจแบบฝกึ หัด

2. เกณฑ์กำรวดั และประเมินผล
2.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ควำมมีวินัย และควำมรับผิดชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกว่ำ
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกวำ่ ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมกำรปฏิบัติตำมใบงำนต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.4 แบบฝึกหดั ต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์

392

19. แบบฝกึ หัด

จงอธบิ ำยหน้ำท่ี และกำรทำงำนของปุ่มปรบั ตำ่ ง ๆ ของออสซลิ โลสโคปมำพอเข้ำใจ

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

393

20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดบั การปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หน่วยกำรเรยี นร้ไู ดส้ อดคล้องกับวตั ถุประสงค์กำรเรยี นรู้

2. กำหนดเกณฑก์ ำรประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดำ้ นควำมรู้ ด้ำนทกั ษะ และด้ำนจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กิจกรรมตำมแผนกำรจัดกำรเรยี นรูก้ ่อนเข้ำ

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มวี ธิ ีกำรนำเข้ำสบู่ ทเรียนท่ีนำ่ สนใจ

5. มกี จิ กรรมท่ีหลำกหลำย เพื่อช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ กำรเรยี นรู้ ควำมเข้ำใจ

6. จัดกิจกรรมทส่ี ง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนคน้ ควำ้ เพ่ือหำคำตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมสี ่วนร่วมในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมท่ีเน้นกระบวนกำรคดิ ( คิดวิเครำะห์ คดิ สงั เครำะห์ คิดสรำ้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ให้ผู้เรียนแสดงควำมคดิ เหน็ อย่ำงเสรี

10. จัดกิจกรรมกำรเรยี นรทู้ ่เี ชอื่ มโยงกบั ชวี ิตจรงิ โดยนำภูมปิ ญั ญำ/บูรณำกำรเขำ้ มำ

มีสว่ นร่วม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

12. มกี ำรเสริมแรงเม่ือนักเรยี นปฏบิ ัติ หรือตอบถูกต้อง

13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผ้เู รยี น

14. เอำใจใสด่ ูแลผเู้ รยี น อยำ่ งทัว่ ถงึ

15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกับเวลำทก่ี ำหนด

ดา้ นสอ่ื นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใช้สื่อท่เี หมำะสมกบั กิจกรรมและศักยภำพของผ้เู รยี น

17. ใช้ส่ือ แหลง่ กำรเรียนรอู้ ยำ่ งหลำกหลำย เชน่ บคุ คล สถำนท่ี ของจริง เอกสำร

สือ่ อิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เปน็ ตน้

13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผูเ้ รียน

14. เอำใจใสด่ แู ลผู้เรยี น อย่ำงท่ัวถึง

394

15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกบั เวลำท่ีกำหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในกำรกำหนดเกณฑก์ ำรวดั และประเมินผล

19. ประเมินผลอยำ่ งหลำกหลำยและครบทั้งดำ้ นควำมรู้ ทักษะ และจติ พิสัย

20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในกำรประเมิน

หมายเหตุ ระดบั กำรปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบัตดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ำรปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

20.2 ปัญหาท่พี บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรียมการสอน

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

ด้านการวัดประเมนิ ผล

ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อ ๆ)

ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นำยศุภกร มง่ิ คำ )
ตำแหน่ง ครูพเิ ศษสอน

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 395
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี


Click to View FlipBook Version