The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน 20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายศุภกร มิ่งคำ, 2020-09-02 06:28:59

20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

แผนการสอน 20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

151

6. สอื่ การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

6.1 ส่ือส่งิ พิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรยี นวิชาไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ของนายอดุลย์ กลั ยาแกว้
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 6 การควบคมุ มอเตอร์เบื้องตน้
3) แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 6 การควบคุมมอเตอรเ์ บ้ืองตน้
4) เอกสารการเรยี นรูห้ น่วยที่ 6 การควบคุมมอเตอรเ์ บ้ืองต้น
5) แบบฝึกหัดหน่วยที่ 6 การควบคมุ มอเตอร์เบ้อื งตน้
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลงั เรียน และแบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ย

6.2 ส่อื โสตทศั น์
1) เครอ่ื งฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหน่วยท่ี 6 การควบคมุ มอเตอร์เบ้ืองต้น

6.3 สอ่ื ของจรงิ
1) ชดุ ทดลองวงจรไฟฟา้

7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. ศนู ย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. ห้องปฏิบตั กิ ารเขียนแบบเครือ่ งกลดว้ ยคอมพวิ เตอร์

7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. อาคารวทิ ยาบริการ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล วิทยาเขตสกลนคร

2. การฝึกหาประสบการณ์ตามสถานประกอบการณ์

8. งานทม่ี อบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
2. ตอบคาถามก่อนเรยี น เปน็ การนาเขา้ สู่บทเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคาถามระหวา่ งเรยี น

8.3 หลงั เรียน
1. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น
2. ทาแบบฝกึ หดั หลงั เรยี น
3. ทาใบกจิ กรรม

152

9. ผลงาน/ชน้ิ งาน ท่ีเกิดจากการเรยี นร้ขู องผ้เู รยี น

-

10. เอกสารอ้างอิง

1. หนงั สอื เรียน งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กัลยาแก้ว

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวิชาอืน่

1. บูรณาการกับวิชาชวี ติ และวัฒนธรรมไทย ดา้ นการพูด การอ่าน การเขยี นและการฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทาง
สังคมดา้ นการเตรยี มความพร้อม ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้

2. บูรณาการกับวิชาหลกั เศรษฐศาสตร์ ด้านการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรียน
1. ตรวจสอบระดบั ความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนกอ่ นเริ่มการสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรยี นของผเู้ รยี นโดยการถาม-ตอบคาถามในระหวา่ งทเ่ี รียน

12.3 หลังเรยี น
1. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มกับเปรียบเทยี บแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตรวจแบบฝกึ หัดหลังเรียนเพอื่ ประเมินระดับความเข้าใจของผ้เู รียน
3. ตรวจใบกิจกรรม

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 การประเมินผลความรคู้ วามเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรยี น
1. วธิ ีการประเมิน : ใหท้ าแบบทดสอบก่อนเรียน และถามคาถามเพ่ือประเมินระดับความรขู้ องผู้เรยี น
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : ใชอ้ ้างอิงเป็นตวั เปรยี บเทยี บกบั ผลการทดสอบหลงั เรยี น
4. เกณฑ์การผ่าน : นักเรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวา่ ครงึ่ หน่ึงของจานวนข้อของแบบ

ทดสอบทัง้ หมด
จุดประสงคข์ ้อท่ี 2 การประเมนิ ผลความรูค้ วามเข้าใจของผเู้ รียนหลังเรียน
1. วธิ กี ารประเมิน : ใหท้ าแบบทดสอบหลงั เรยี น
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใชเ้ ปรียบเทียบกบั ผลการทดสอบกอ่ นเรยี น
4. เกณฑ์การผา่ น : นกั เรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวา่ การทาแบบทดสอบก่อนเรียน

153

14. แบบทดสอบก่อนเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ .....6.....ชื่อหน่วยการสอน การควบคุมมอเตอร์เบ้ืองตน้
วตั ถุประสงค์ เพอ่ื การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผูเ้ รยี นก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
1. ข้อใดบอกความหมายของการควบคมุ มอเตอร์ไดถ้ ูกต้องทีส่ ดุ

ก. การทาใหม้ อเตอร์ทางานตามคาสง่ั ผใู้ ช้งาน
ข. การทาใหม้ อเตอร์หมุนใช้งานได้โดยที่มอเตอรไ์ ม่ไหม้
ค. การทาให้มอเตอรส์ ามารถนาไปใช้กบั อปุ กรณ์อืน่ ได้
ง. ถกู ทุกข้อ

2. การควบคมุ มอเตอร์ต้องประกอบไปดว้ ยวงจรไฟฟา้ ใดบา้ ง
ก. วงจรเรยี งกระแส และวงจรกรองสัญญาณ
ข. วงจรปอ้ งกันฟ้ารัว่ และวงจรควบคุม
ค. วงจรควบคมุ และวงจรเพาเวอร์
ง. ถกู ทกุ ขอ้

3. จดุ ประสงค์ของการควบคุมมอเตอรค์ ือข้อใด
ก. การบงั คบั ให้มอเตอรท์ างานตามต้องการ
ข. การบงั คับให้มอเตอรท์ างานตามคาสั่ง
ค. การบังคบั ให้มอเตอร์ทางานแบบใดก็ได้
ง. ถกู ทกุ ขอ้

4. การควบคมุ มอเตอร์ต้องขึน้ อยู่กับจดุ ประสงค์ใดบ้าง
ก. การเริม่ หมุน และการสลบั ทิศทางการหมุน
ข. การสลบั ทิศทางการหมุน และการคุมความเร็ว
ค. การคมุ ความเรว็ และการจากดั กระแสขณะเริ่มหมนุ
ง. ถูกทุกขอ้

5. อุปกรณ์ใดท่ีมสี ่วนในการใช้สาหรบั ควบคุมมอเตอร์
ก. คอมเพรสเซอร์
ข. อวี าปอเรเตอร์
ค. ไทม์เมอร์รเี ลย์
ง. ถกู ทกุ ข้อ

154

6. แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ทาหนา้ ที่อะไรในวงจรควบคมุ มอเตอร์
ก. การทาใหม้ อเตอรท์ างานตามคาส่ังผใู้ ช้งาน
ข. ใชต้ ดั ต่อวงจรไฟฟา้
ค. เป็นอปุ กรณ์ทีส่ ามารถทาใหม้ อเตอรใ์ ชก้ บั อุปกรณอ์ ื่นได้
ง. ถกู ทกุ ข้อ

7. ข้อใดไมใ่ ช่ชนิดของมอเตอร์ทใี่ ชง้ านในปัจจุบนั
ก. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
ข. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 3 เฟส
ค. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 5 เฟส
ง. ถกู ทกุ ข้อ

8. ลักษณะในข้อใดไม่ใชล่ กั ษณะการต่อขอลวดมอเตอร์
ก. การตอ่ ขดลวดแบบวาย
ข. การต่อขดลวดแบบเดลตา้
ค. การตอ่ ขดลวดแบบอ๊อกตรา
ง. ถกู ทกุ ขอ้

9. ขอ้ ใดคือลกั ษณะของการควบคมุ มอเตอร์
ก. การควบคมุ ดว้ ยมือ
ข. การควบคมุ แบบกึง่ อัตโนมัติ
ค. การควบคุมแบบอัตโนมัติ
ง. ถูกทุกขอ้

10. ลกั ษณะในข้อใดไม่ใช่ลกั ษณะการหมนุ กลบั ของมอเตอร์
ก. การหมุนกลับแบบ Plugging
ข. การหมนุ กลับแบบ Reversing After Stop
ค. การหมุนกลบั แบบ Active
ง. ถูกทุกขอ้

155

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

1. ข. การทาให้มอเตอร์หมนุ ใชง้ านไดโ้ ดยทีม่ อเตอรไ์ ม่ไหม้
2. ค. วงจรควบคมุ และวงจรเพาเวอร์
3. ก. การบังคับใหม้ อเตอร์ทางานตามต้องการ
4. ง. ถูกทุกข้อ
5. ค. ไทมเ์ มอรร์ เี ลย์
6. ข. ใช้ตดั ต่อวงจรไฟฟา้
7. ค. มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 5 เฟส
8. ค. การตอ่ ขดลวดแบบอ๊อกตรา
9. ง. ถูกทกุ ข้อ
10. ค. การหมุนกลบั แบบ Active

156

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการสอนที่ .....6.....ชือ่ หน่วยการสอน การควบคุมมอเตอร์เบ้ืองตน้
วตั ถุประสงค์ เพอ่ื การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผูเ้ รยี นก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
1. ข้อใดบอกความหมายของการควบคุมมอเตอร์ไดถ้ ูกต้องทีส่ ดุ

ก. การทาใหม้ อเตอรท์ างานตามคาสง่ั ผใู้ ช้งาน
ข. การทาให้มอเตอรห์ มุนใช้งานได้โดยที่มอเตอรไ์ ม่ไหม้
ค. การทาให้มอเตอรส์ ามารถนาไปใช้กบั อปุ กรณ์อืน่ ได้
ง. ถกู ทุกข้อ

2. การควบคมุ มอเตอรต์ ้องประกอบไปด้วยวงจรไฟฟา้ ใดบา้ ง
ก. วงจรเรยี งกระแส และวงจรกรองสัญญาณ
ข. วงจรปอ้ งกันฟ้าร่วั และวงจรควบคุม
ค. วงจรควบคุม และวงจรเพาเวอร์
ง. ถกู ทกุ ขอ้

3. จดุ ประสงค์ของการควบคุมมอเตอรค์ ือข้อใด
ก. การบงั คบั ให้มอเตอรท์ างานตามต้องการ
ข. การบงั คับให้มอเตอรท์ างานตามคาสั่ง
ค. การบังคบั ให้มอเตอร์ทางานแบบใดก็ได้
ง. ถกู ทกุ ขอ้

4. การควบคมุ มอเตอร์ต้องขึ้นอยู่กับจดุ ประสงค์ใดบ้าง
ก. การเริม่ หมุน และการสลบั ทิศทางการหมุน
ข. การสลบั ทิศทางการหมุน และการคุมความเร็ว
ค. การคมุ ความเร็ว และการจากดั กระแสขณะเริ่มหมนุ
ง. ถูกทุกขอ้

5. อุปกรณ์ใดท่ีมสี ่วนในการใช้สาหรบั ควบคุมมอเตอร์
ก. คอมเพรสเซอร์
ข. อวี าปอเรเตอร์
ค. ไทม์เมอร์รีเลย์
ง. ถกู ทกุ ข้อ

157

6. แมกเนติกคอนแทกเตอร์ทาหนา้ ที่อะไรในวงจรควบคุมมอเตอร์
ก. การทาใหม้ อเตอรท์ างานตามคาส่ังผู้ใช้งาน
ข. ใชต้ ัดต่อวงจรไฟฟา้
ค. เปน็ อุปกรณ์ทส่ี ามารถทาให้มอเตอรใ์ ชก้ ับอปุ กรณ์อื่นได้
ง. ถูกทุกขอ้

7. ขอ้ ใดไม่ใชช่ นิดของมอเตอรท์ ใ่ี ชง้ านในปัจจุบนั
ก. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
ข. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 3 เฟส
ค. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 5 เฟส
ง. ถูกทุกขอ้

8. ลกั ษณะในข้อใดไม่ใชล่ ักษณะการต่อขอลวดมอเตอร์
ก. การตอ่ ขดลวดแบบวาย
ข. การต่อขดลวดแบบเดลตา้
ค. การตอ่ ขดลวดแบบอ๊อกตรา
ง. ถูกทกุ ข้อ

9. ข้อใดคือลกั ษณะของการควบคมุ มอเตอร์
ก. การควบคมุ ด้วยมือ
ข. การควบคมุ แบบกง่ึ อัตโนมัติ
ค. การควบคมุ แบบอตั โนมัติ
ง. ถูกทกุ ขอ้

10. ลกั ษณะในข้อใดไมใ่ ช่ลกั ษณะการหมุนกลับของมอเตอร์
ก. การหมุนกลับแบบ Plugging
ข. การหมุนกลบั แบบ Reversing After Stop
ค. การหมุนกลบั แบบ Active
ง. ถูกทกุ ข้อ

158

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

1. ข. การทาให้มอเตอร์หมนุ ใชง้ านไดโ้ ดยทีม่ อเตอรไ์ ม่ไหม้
2. ค. วงจรควบคมุ และวงจรเพาเวอร์
3. ก. การบังคับใหม้ อเตอร์ทางานตามต้องการ
4. ง. ถูกทุกข้อ
5. ค. ไทมเ์ มอรร์ เี ลย์
6. ข. ใช้ตดั ต่อวงจรไฟฟ้า
7. ค. มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 5 เฟส
8. ค. การตอ่ ขดลวดแบบอ๊อกตรา
9. ง. ถูกทกุ ข้อ
10. ค. การหมุนกลบั แบบ Active

159

16. ใบความรู้ที่ ...6.....

หนว่ ยการสอนท่ี ....6.... ชือ่ หนว่ ย การควบคุมมอเตอร์เบอื้ งต้น
ชอื่ หัวข้อเร่ือง การควบคุมมอเตอร์เบือ้ งตน้

6.1 ความหมายและจดุ ประสงคข์ องการควบคมุ มอเตอร์
การควบคมุ มอเตอร์ หมายถงึ การควบคุมให้มอเตอรห์ มุนใชง้ านได้ โดยมอเตอรไ์ ม่ไหม้และประหยัด
กระแสไฟฟา้ เนื่องจากมอเตอร์หมุนไดร้ วดเรว็ ทันที ในขณะที่มอเตอรจ์ ะเร่ิมหมนุ มอเตอร์จะใชก้ ระแสเร่ิมตน้
หมนุ ประมาณ 2 – 6 เท่าของกระแส ตอนทีม่ อเตอรท์ างานปกติและใชเ้ วลาในการเร่งความเรว็ จนถึงความเรว็
ปกติ ยงิ่ ถ้าเปน็ มอเตอร์ท่ีมกี าลงั แรงมา้ สงู ๆ ยิ่งต้องใชเ้ วลาในการเรง่ ความเร็วมาก อันเป็นสาเหตุใหม้ อเตอร์
เกิดการไหม้ได้
การบงั คบั ให้มอเตอร์ทางานตามท่ีต้องการ ทั้งน้ีข้นึ อย่กู ับจุดประสงค์ของการใช้งาน ซ่ึงประกอบด้วย
1) การเริม่ หมนุ หมายถงึ การเร่ิมหมุนของมอเตอร์ควรจะปฏิบัตอิ ยา่ งไร เชน่ ลดแรงดนั ขณะ
เรม่ิ หมนุ หรือจา่ ยแรงดันเต็มพกิ ัด เน่ืองจากมีผลต่อแรงบิด หรอื ทอร์ก (Torque) อันจะทาให้เกิดความ
เสยี หายต่อแหวนและตลับลูกปืนของมอเตอรไ์ ด้
2) การสลับทศิ ทางการหมุน (Direction Control) หมายถึง การบังคบั ใหม้ อเตอร์กลบั ทางหมนุ แบบ
ทันทที ันใดจากทวนเข็มนาฬิกา หรือตรงกันขา้ มหรือใหม้ อเตอรห์ ยดุ หมุนก่อนจงึ คอ่ ยกลับทางหมุน
3) การควบคุมความเรว็ (Speed Motor) หมายถงึ การบงั คับให้มอเตอร์หมุนช้าลงหรือเรว็ กว่าเดิม
เนอ่ื งจากมอเตอร์บางชนิดออกแบบให้มีขดลวดมากกว่า 1 ชุด ดังน้ัน จงึ ตอ้ งสังเกตทปี่ ้ายบอกพกิ ดั หรือเนม
เพลต (Name Plate) ใหเ้ ขา้ ใจกอ่ นนาไปใช้งาน
4) การจากัดกระแสขณะเรม่ิ หมนุ หมายถงึ การหลีกเลยี่ งไม่ให้มีกระแสจานวนมากขณะทีเ่ ร่มิ หมนุ
เพอ่ื ป้องกันฉนวนของขดลวดไดร้ บั ความเสยี หาย เช่น ใช้ตัวต้านทานต่อรว่ มเข้ากับวงจรขณะเริ่มหมุน หรือเร่ิม
หมนุ แบบสตาร์รนั แบบเดลต้า
5) การป้องกนั มอเตอร์ หมายถึง การติดต้ังอปุ กรณป์ ้องกันอยา่ งเหมาะสม เพื่อป้องกนั การใชง้ านเกนิ
กาลงั (Overload) หรือการลัดวงจร (Short Circuit) รวมถงึ ความปลอดภยั ของผู้ปฏิบตั งิ านอกี ด้วย
6.2 อปุ กรณ์ทใี่ ชส้ าหรบั การควบคุมมอเตอร์
การควบคมุ มอเตอรแ์ บบกงึ่ อัตโนมัติ จะต้องใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบหลายอยา่ ง ได้แก่ Push Button
Switch, Overload Relay, Magnetic Switch, Timer Relay, Pilot Lamp, Auxiliary Relay และ Fuse

6.3 มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ
อินดักช่ันมอเตอร์ (Induction Motor) ทน่ี ยิ มใชง้ านทว่ั ไป จะอาศยั วธิ กี ารเหน่ียวนาทางไฟฟ้า
กลา่ วคอื ตวั โรเตอร์ (Rotor) ซงึ่ เปน็ ส่วนทหี่ มุนจะไมม่ ีกระแสไฟฟ้าจ่ายเข้ามา เหมือนกับมอเตอรไ์ ฟฟ้า
กระแสตรง แต่จะอาศัยการเหน่ยี วนาไฟฟา้ ทเี่ กิดจากขดลวดตวั นาซึ่งพนั ไว้ในร่องสลอ๊ ดของสเตเตอร์

160

โดยเกดิ เปน็ แรงบิดควบครู่ ะหว่างโรเตอรก์ ับสเตเตอร์ และทาให้โรเตอรห์ มนุ ไปได้ ที่นยิ มใช้งานโดยทั่วไป แบง่
ออกเป็น 2 ชนดิ คอื ชนดิ 1 เฟส และชนิด 3 เฟส

6.4 วธิ กี ารควบคมุ มอเตอร์
ความหมายของวธิ กี ารควบคมุ มอเตอร์

1) การควบคุมดว้ ยมือ หรือท่เี รียกวา่ Manual Control หมายถงึ ใชค้ นหรือโอเปอเรเตอร์
(Operator) ทาหนา้ ที่ควบคุมโดยตรง เชน่ ใชว้ ิธีการเสยี บเข้ากบั ปลัก๊ ส่วนมากจะใช้กบั มอเตอรท์ ่มี ีขนาดเล็ก
ไดแ้ ก่ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ภายในบ้านทวั่ ไป

2) แบบกง่ึ อตั โนมัติ หมายถึงการใช้อปุ กรณป์ ระกอบเข้ามาชว่ ยในการควบคุม ไดแ้ ก่ Magnetic
Contactor และ Push Button Switch ซง่ึ เปน็ วธิ ีการควบคุมท่จี ะกล่าวถงึ ต่อไป

3) แบบอัตโนมัติ หรือทเ่ี รียกวา่ Automatic Control หมายถงึ การตดิ ตั้งอปุ กรณต์ รวจจับ (Sensor
Devices) ไว้ตามจุดตา่ ง ๆ เพื่อใหส้ ามารถทางานได้เองตลอดเวลา ตัวอยา่ งเช่น การติดต้ังสวิตช์ลกู ลอย
(Float Switch) เพ่อื ควบคุมระดับนา้ ในถงั หรอื ติดตง้ั Timer Relay เพื่อนบั เวลา

161

17. ใบงาน

ใบกิจกรรมที่ 6 การควบคุมมอเตอรเ์ บือ้ งต้น

สมรรถนะ ต่อวงจรและอปุ กรณ์ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องตน้

เคร่ืองมอื และอุปกรณ์

1. สวติ ช์ป่มุ กด 3 ตวั

2. คอนแทกเตอ์ร์ 1 ตวั

3. โอเวอรโ์ หลดรเี ลย์ 1 ตวั

4. ฟิวส์ 2 ตวั

5. หลอดไฟสญั ญาณ 2 ตวั

6.สปลติ เฟสมอเตอรข์ นาด 12 แรงม้า 1 ตวั

7. สายต่อวงจร

ลาดับขนั้ การทดลอง
1. ต่อวงจรตามรปู ท่ี 6.1 ตรวจสอบการต่อวงจรอีกครงั้ และทดสอบกาทางานตามตารางท่ี 6.1

รปู ที่ 6.24 วงจรการควบคุมสปลติ ฟสมอเตอรใ์ ชค้ อนแทกเตอร์และสวติ ช์ปุ่มกด

162

ตารางท่ี 6.1

สรุปและวจิ ารณ์ผลการการทดลอง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

18. แบบประเมนิ ผล

1 .การวัดผลและการประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ความมีวินยั และความรับผดิ ชอบ ตอ้ งได้คะแนนไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใช้แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
1.3 สังเกตการปฏิบัตติ ามใบงานโดยใชแ้ บบประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน
1.4 ตรวจแบบฝึกหดั

2. เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล
2.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ความมวี นิ ยั และความรับผดิ ชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกวา่
ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลังเรยี น ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤติกรรมการปฏิบัตติ ามใบงานต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2.4 แบบฝกึ หัดต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

163

19. แบบฝกึ หดั

จงอธบิ ายหลักการควบคมุ มอเตอร์ และหน้าท่ีของอุปกรณภ์ ายในวงจร

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

164

20. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนร้แู บบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จัดหนว่ ยการเรียนรไู้ ด้สอดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ และด้านจติ พิสัย

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่อื นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรยี นรกู้ ่อนเข้า

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

4. มวี ิธกี ารนาเข้าสู่บทเรียนที่น่าสนใจ

5. มีกจิ กรรมทหี่ ลากหลาย เพื่อช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กิจกรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้ผ้เู รียนค้นควา้ เพื่อหาคาตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมท่เี นน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )

9. กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี

10. จัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ เ่ี ชอื่ มโยงกับชีวิตจริงโดยนาภูมปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามา

มีส่วนรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มีการเสริมแรงเมือ่ นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน

14. เอาใจใสด่ แู ลผเู้ รยี น อยา่ งทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาทก่ี าหนด

ดา้ นสื่อ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใช้สอื่ ท่เี หมาะสมกบั กิจกรรมและศักยภาพของผู้เรียน

17. ใชส้ ื่อ แหลง่ การเรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอร์เน็ต เปน็ ตน้

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน

14. เอาใจใสด่ แู ลผเู้ รียน อย่างทวั่ ถึง

165

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกาหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมินผล

19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสัย

20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

20.2 ปัญหาท่พี บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรียมการสอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

ด้านการวัดประเมนิ ผล

ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อ ๆ)

ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นายศุภกร มง่ิ คา )
ตาแหน่ง ครูพเิ ศษสอน

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 166
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี

167

แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั วิชา ..... 2100 – 1006...... วิชา .......................งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้ .........................
หน่วยท่ี ........7...... ช่อื หน่วย .................................................ตัวต้านทาน…………….….…..………..…………..
ชอ่ื เรื่อง...................................................ตวั ต้านทาน...................................................จานวน...4...ช่วั โมง

1. สาระสาคัญ

ความต้านทานจะมผี ลต่อการทางานของอปุ กรณไ์ ฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่อุปกรณ์ท่ที าให้เกิด
ความตา้ นทานโดยตรงคอื “ตัวต้านทาน” ซ่งึ เมื่อนาไปตอ่ ร่วมในวงจรอิเลก็ ทรอนิกสจ์ ะมีหนา้ ทจี่ ากัดการไหล
ของกระแส

ตัวต้านทานมคี ่าหลายชนดิ การจะเลอื กใชง้ านได้ถูกต้องและเหมาะสมจาเป็นตอ้ งรู้ถึงการกาหนดค่า
และหน่วยของความต้านทาน ซงึ่ โดยทั่วไปแลว้ การกาหนดค่าของความต้านทานจะจัดอยู่ในลกั ษณะต่างกัน
เช่น การกาหนดค่าด้วยตัวเลข ตวั อักษร และรหสั สี ซง่ึ จะข้ึนอยกู่ ับความสะดวก การกาหนดค่าดว้ ยรหสั สีจะมี
อยู่สองแบบ คือ แบบรหัสสี 4 สีและ 5 สี ซงึ่ รหสั สีตวั สุดทา้ ยจะเปน็ ตวั บอกค่าผิดพลาด

การวัดค่าความต้านทาน เพ่อื ตรวจสอบวา่ ความตา้ นทาน โดยใช้โอหม์ มิเตอรแ์ บบดจิ ิตอลหรือแบบ
แอนะลอก

2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรียนรู้

1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ตวั ต้านทาน

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1 จดุ ประสงคท์ ั่วไป
1. บอกลักษณะโครงสร้างของตัวตา้ นทานแต่ละแบบได้ถกู ต้อง
2. เลอื กใช้งานตวั ตา้ นทานแต่ละชนิดได้เหมาะสมและถูกต้อง
3. อา่ นคา่ ความต้านทานจากรหสั สีไดถ้ กู ต้อง
4. วดั และทดสอบคา่ ความตา้ นโดยใชโ้ อห์มมิเตอร์ได้

3.2 จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับรูปแบบของตัวตา้ นทาน
2. อา่ นค่าสีตวั ตา้ นทานตามกาหนด
3. วัดและอา่ นค่าความตา้ นทานดว้ ยแอนะลอกและดจิ ิตอลมเิ ตอร์

168

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรยี นรู้

4.1 ด้านความรู้
7.1 แบบของตัวต้านทานไฟฟ้า
7.2 ตวั ต้านทานแบบเลอื กคา่ ได้
7.3 ตัวตา้ นทานแบบเปลยี่ นคา่ ได้
7.4 ตัวต้านทานชนดิ พเิ ศษ
7.5 หน่วยของความตา้ นทาน
7.6 การอา่ นคา่ ความตา้ นทานโดยตรง
7.7 การอา่ นค่าความตา้ นทานจากรหัสตวั เลข
7.8 การอา่ นค่าความตา้ นทานจากรหสั สี
7.9 มลั ติมิเตอร์แบบแอนะลอก
7.10 มัลตมิ เิ ตอร์แบบดิจิตอล
7.11 การวดั ความต้านทาน

สรุปสาระสาคัญ
7.1 แบบของตัวต้านทานไฟฟา้

ตัวต้านทาน หรือ รีซิสเตอร์ (Resistor) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สร้างความต่างศักย์ทางไฟฟ้าข้ึน
คร่อมข้ัวทั้งสอง โดยมีสัดส่วนมากน้อยตามกระแสท่ีไหลผ่าน อัตราส่วนระหว่างความต่างศักย์และปริมาณ
กระแสไฟฟ้าก็คือ ค่าความต้านทานทางไฟฟ้าหรือค่าความต้านทาน หน่วยค่าความต้านทานไฟฟ้าตามระบบ
เอสไอ คือ โอห์ม มีสัญลักษณ์เป็น  หรืออุปกรณ์ท่ีมีความต้านทาน 1 โอห์ม มีความต่างศักย์ 1 โวลต์ทาให้
กระแสไฟฟา้ ไหลผา่ น 1 แอมแปร์ ซ่ึงเทา่ กับการไหลของประจุไฟฟ้า 1 คลู อมบต์ อ่ วนิ าที

7.2 ตวั ต้านทานแบบเลือกค่าได้

ตัวต้านทานแบบเลือกค่าได้ (Tapped Resistor) คือ ตัวต้านทานท่ีถูกต่อขาออกมาใช้งาน
มากกว่า 2 ขา, เช่น 3 ขา, 4 ขา, 5 ขา ฯลฯ โดยแต่ละขาจะมีค่าความต้านทานคงท่ีปรับเปลี่ยนไม่ได้ แต่
สามารถเลอื กขาใช้งานได้ตามต้องการ ตัวต้านทานชนดิ นีก้ จ็ ะเป็นแบบขดลวดเช่นเดียวกนั

7.3 ตวั ตา้ นทานแบบเปลี่ยนค่าได้

ตัวต้านทานชนิดเปลี่ยนค่าได้ (Variable Resistor) นี้สามารถปรับเปลี่ยนค่าความต้านทานได้
ตั้งแต่ต่าสุดไปจนถึงค่าสูงสุดได้อย่างต่อเน่ือง ตัวต้านทานประเภทนี้จะถูกสร้างขึ้นในรูปโค้งเป็นวงกลมแบบ
หมุนและแท่งยาว แบบเล่ือนโดยมีขาย่ืนออกมา 3 ขา การปรับเปลี่ยนค่าใช้ปรับเปล่ียนท่ีขากลางของตัว

169

ต้านทาน ตัวต้านทานชนดิ เปล่ียนค่าได้น้มี ีท้ังแบบ 2 ช้ันและ 4 ชั้น โดยแต่ละชั้นจะถูกปรับค่าไปพร้อมกันโดย
ใชแ้ กนหมุนรว่ มกนั

7.4 ตวั ต้านทานชนิดพเิ ศษ

ตัวต้านทานชนิดพิเศษ (Special Resistor) ในเคร่ืองมือเคร่ืองใช้ทางอิเล็กทรอนิกส์บางชนิด
จาเป็นต้องใช้ตัวต้านทานที่มีลักษณะพิเศษอย่างอ่ืนอีก นอกเหนือจากการแสดงเป็นตัวต้านทานธรรมดา เช่น
ตัวต้านทานทาหน้าท่ีจากัดกระแสหรือทาหน้าที่เป็นฟิวส์ ตัวต้านทานเปล่ียนค่าตามอุณหภูมิ
ตัวตา้ นทานทเ่ี ปลี่ยนค่าตามแสง ตวั ตา้ นทานท่ีเปลี่ยนแปลงตามแรงดัน ฯลฯ

7.5 หน่วยของความต้านทาน

ความต้านทานถูกกาหนดให้มีหนว่ ยเป็นโอห์ม (Ohm) ซงึ่ แทนด้วยตวั อักษรกรีก ตัวโอเมก้า ()
โดยความต้านทาน 1 โอห์ม ได้มาจากการป้อนแรงเคลื่อนไฟฟ้า 1 โวลต์ ผ่านตัวต้านทานแล้วทาให้มีกระแส
ไหลผ่าน 1 แอมป์

7.6 การอ่านคา่ ความตา้ นทานโดยตรง

คา่ ความต้านทานแบบน้ีจะพมิ พค์ ่าความต้านทานลงบนตัวตา้ นทานตามคา่ ความต้านทาน โดยจะ
มีหน่วยเป็นโอห์ม () กิโลโอห์ม (k) หรือเมกะโอห์ม (M) อาจมีค่าการทนกาลังไฟฟ้าและค่าเปอร์เซน็ ต์
ผดิ พลาดกากับไวด้ ว้ ย

7.7 การอา่ นค่าความต้านทานจากรหัสตวั เลข

ตัวต้านทานที่มีขนาดเล็กจะบอกค่าเป็นรหัสสีหรือตัวอักษรไม่ได้ ดังนั้นจึงแสดงรหัสเป็นตัวเลข
แทนซ่ึงการอ่านค่าตัวเลขจะอ่านจากซ้ายไปขวา ตัวเลขสองตัวแรกเป็นตัวเลขแสดงค่าโดยตรง ตัวท่ีสามเป็น
ตัวเลขแทนจานวนเลขศูนย์ (0) ค่าทีอ่ า่ นได้มีหน่วยเปน็ โอหม์ ()

7.8 การอา่ นคา่ ความต้านทานจากรหสั สี

การอ่านค่าแถบสี สามารถอ่านได้ตามรหัสสีที่แสดงไว้พร้อมแถบสีตัวคูณและแถบสี เปอร์เซ็นต์
ความผิดพลาดก็จะไดค้ ่าความต้านทานของตัวต้านทานนน้ั การอ่านคา่ ความตา้ นทานจากรหสั สสี ามารถแบ่งได้
2 แบบ คือ การอา่ นค่าความตา้ นทานจากรหสั สี 4 แถบ และ การอ่านค่าความตา้ นทานจากรหัสสี 5 แถบ

7.9 มลั ตมิ เิ ตอรแ์ บบแอนะลอก

มัลติมิเตอร์แบบแอนะลอก จะเป็นมิเตอร์ที่แสดงค่าการวัดออกมาเป็นเข็มชี้ที่หน้าปัดเป็นขีด
มัลติมิเตอร์โดยท่ัวไปจะมีสเกลวัดค่าความต้านทานอยู่ด้วย ซึ่งอาจมีสเกลที่สามารถวัดค่าความต้านทานได้

170

ตั้งแต่ประมาณ 0.2 โอห์ม ถึง 5 เมกะโอห์ม มีค่าความผิดพลาดในการวัดประมาณ 3.5 % ทางานโดยอาศัย
แบตเตอร่ภี ายในจ่ายให้กบั ตัวตา้ นทาน

7.10มลั ติมิเตอรแ์ บบดิจติ อล

มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอลจะแสดงผลเป็นตัวเลข ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ท่ีนิยมใช้จะมีจานวนหลักที่แตกต่าง

กันเช่นขนาด 3 1 หลักจะสามารถแสดงค่าได้สูงสุด 1,999 ขนาด 3 3 หลักจะแสดงผล ได้สูงสุด 3,999
2 4
1 3 1
และขนาด 4 2 หลักจะแสดงค่าได้สูงสุด 19,999 ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ขนาด 3 4 และ 4 2 หลักอาจมี

คุณสมบัติที่ปรับย่านการวัดเองโดยอัตโนมัติได้ แต่สาหรับสเกลวัดค่าความต้านทานโดยท่ัวไปเคร่ืองท่ีมีราคา

คอ่ นข้างถกู นัน้ จะมสี เกล 200, 2k, 20k, 200k, 2M และ 20M เปน็ อย่างตา่

7.11การวดั ความตา้ นทาน

การใช้มลั ตมิ เิ ตอรว์ ัดความตา้ นทานมขี ้อควรรแู้ ละข้อควรระวงั ดังน้ี
1) การใช้ดิจิตอลโอห์มมิเตอร์ไม่ว่าจะเป็นสเกลใด ไม่มีการปรบั ศนู ย์เหมือนแอนะลอก มิเตอร์วัด
ได้ทนั ทีเมอ่ื เปิดเครอื่ ง
2) การใช้ดิจิตอลโอห์มมิเตอร์สเกล 20M ข้ึนไป ในบางรุ่นการแสดงผลอาจช้าต้องรอให้ตัวเลข

แสดงคา่ คอ่ นข้างคงทก่ี ่อน กรณตี วั เลขทวี่ งิ่ ขึน้ ลงอาจใชค้ ่าเฉล่ยี ซ่ึงเป็นประสิทธภิ าพของมาตรวดั แตล่ ะรุน่

3) การเลือกใช้ดิจิตอลโอห์มมิเตอร์ชนิดปรับย่านการวัดอัตโนมัติ การวัดจะรวดเร็วแต่ผู้ใช้จะไม่

ค่อยได้ฝกึ ทกั ษะเท่าทคี่ วร แตไ่ ม่ใช่ประเด็นทสี่ าคัญมากนัก

4) สเกลของดิจิตอลโอห์มมิเตอร์ขนาด 3 3 หลัก ชนิดต้องปรับเลือกสเกลจะมีสเกล 400, 4k,
4
40k, 400k, 4M, 40M เปน็ ต้น

4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏิบตั ิ
ใบงานที่ 7 อ่านคา่ สตี ัวต้านทาน

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝ่รู้ ความซ่ือสัตย์ สจุ รติ ความมนี า้ ใจและแบง่ บนั

ความร่วมมอื ความมมี ารยาท ไมห่ ยุดน่ิงที่จะแกป้ ัญหา ใชอ้ ปุ กรณ์อยา่ งฉลาดและรอบคอบ

171

5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้

ขั้นตอนการสอน/กจิ กรรมครู ขัน้ ตอนการเรียน/กจิ กรรมผเู้ รยี น

ข้นั นาเขา้ ส่บู ทเรยี น (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี ขน้ั เตรยี ม (ใชเ้ วลา 30 นาที)

1. ครแู นะนารายวชิ า วธิ กี ารเรยี น การมอบหมาย 1. จัดเตรยี มวัสดุ อปุ กรณ์ สือ่ และเอกสารตาม

งาน และการแตง่ กาย ระเบยี บการปฏิบัติงานภายใน ท่คี รผู ูส้ อนและแผนการจดั การเรยี นรทู้ ก่ี าหนดไว้

หอ้ งปฏบิ ตั งิ านและการเบิกเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ 2. ทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 7 ตวั ต้านทาน

ชแี้ จงวธิ ีวัดผลประเมินผลการเรียน การจัดเตรยี มวสั ดุ สลบั กนั ตรวจคาตอบและให้คะแนน
อปุ กรณ์ เอกสาร และสอื่ ให้สอด คล้องกับงาน และ 3. ทาความเขา้ ใจเก่ยี วกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของ
ใชว้ ัสดุอปุ กรณ์ถูกต้องอย่างคุ้มคา่ และประหยัด
2. ทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยที่ 7 ตวั ต้านทาน ให้ หนว่ ยการเรียนที่ 7
ผ้เู รียนสลบั กันตรวจคาตอบ และให้คะแนน ข้นั สอน (ใชเ้ วลา 180 นาท)ี
3. แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนหน่วยการเรยี นที่ 7 ผู้เรยี นฟงั และคิดตาม พรอ้ มท้ังจดบันทกึ เกย่ี วกับ
ข้นั สอน (ใชเ้ วลา 180 นาท)ี เรือ่ งแบบของตวั ต้านทานไฟฟ้า ตวั ต้านทานแบบ
เลือกค่าได้ ตัวต้านทานแบบเปลย่ี นคา่ ได้ ตวั
ครูสอนเนอ้ื หาสาระในหวั ข้อ
ตา้ นทานชนดิ พิเศษ หน่วยของความตา้ นทาน การ
7.1 แบบของตวั ต้านทานไฟฟ้า
อ่านค่าความต้านทานโดยตรง การอ่านคา่ ความ
7.2 ตวั ต้านทานแบบเลือกค่าได้
ต้านทานจากรหสั ตัวเลข การอา่ นคา่ ความตา้ นทาน
7.3 ตัวต้านทานแบบเปลีย่ นค่าได้
จากรหสั สี มัลตมิ ิเตอรแ์ บบแอนะลอก มัลตมิ เิ ตอร์
7.4 ตัวตา้ นทานชนิดพเิ ศษ
แบบดจิ ิตอลการวัดความตา้ นทาน และนอกจากนั้น
7.5 หนว่ ยของความต้านทาน
ให้นกั เรยี นจดบันทึกความรจู้ ากการสอนของครทู ี่มี
7.6 การอา่ นคา่ ความต้านทานโดยตรง
นอกเหนือจากในหนังสือ ผ้เู รียนปฏบิ ตั ิงาน
7.7 การอ่านค่าความต้านทานจากรหสั ตวั เลข
ตามลาดบั ขนั้ การปฏบิ ัติงานของใบกิจกรรม
7.8 การอา่ นค่าความต้านทานจากรหัสสี
ขน้ั สรุป (ใช้เวลา 30 นาที)
7.9 มัลติมเิ ตอร์แบบแอนะลอก
1. ผ้เู รียนรบั ฟงั คาสรุปและข้อแนะนาจากครู พร้อม
7.10 มลั ติมิเตอรแ์ บบดจิ ติ อล
7.11 การวัดความต้านทาน ทั้งจดบันทกึ ข้อมูล และซักถามหรือตอบคาถามใน
จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นทาตามใบงานท่ี ตวั ตา้ นทาน หัวข้อทยี่ งั ไมเ่ ข้าใจ
2. ทาแบบทดสอบหลังเรียน
ขณะนักเรียนทาใบงาน ครจู ะสงั เกตการณ์ทางาน 3. ผู้เรียนนาคะแนนจากแบบทดสอบก่อนเรยี นและ
กล่มุ แบบทดสอบหลงั เรยี นมาเปรียบเทียบ เพื่อดู

ข้ันสรุป (ใช้เวลา 30 นาท)ี ความก้าวหนา้ ทางการเรยี นของตนเอง

1. ครสู รุปเน้อื หาสาระการเรียนรู้ 4. ผู้เรียนทาแบบฝึกหัดท้ายหน่วย

- แบบของตวั ตา้ นทานไฟฟ้า

172

- ตวั ต้านทานแบบเลือกค่าได้
- ตัวต้านทานแบบเปลย่ี นคา่ ได้
- ตวั ตา้ นทานชนิดพิเศษ
- หนว่ ยของความต้านทาน
- การอา่ นคา่ ความต้านทานโดยตรง
- การอา่ นคา่ ความตา้ นทานจากรหสั ตัวเลข
- การอ่านคา่ ความตา้ นทานจากรหสั สี
- มัลติมเิ ตอรแ์ บบแอนะลอก
- มัลตมิ เิ ตอรแ์ บบดิจติ อล
- การวดั ความต้านทาน
2. ครแู จกแบบทดสอบหลงั เรียน
3. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพร้อมกับบันทึก
คะแนน
4. ใหผ้ ู้เรียนทาแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย

รวมเวลาเรียนทง้ั หมด 240 นาที
หรือ 4 ช่ัวโมงเรยี น

173

6. สอื่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่อื ส่งิ พิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรยี นวชิ าความปลอดภยั ในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ ของนายอดลุ ย์
กัลยาแกว้
2) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 7 ตวั ต้านทาน
3) แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 7 ตัวตา้ นทาน
4) เอกสารการเรยี นรูห้ นว่ ยท่ี 7 ตัวตา้ นทาน
5) แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 7 ตัวตา้ นทาน
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน และแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย

6.2 สื่อโสตทศั น์
1) เครอื่ งฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหน่วยที่ 7 ตวั ตา้ นทาน

6.3 สอ่ื ของจรงิ
1) ชุดทดลองวงจรไฟฟา้

7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมุด
2. ศูนย์ Internet สมเด็จพระเทพฯ
3. ห้องปฏิบตั ิการเขยี นแบบเครอื่ งกลด้วยคอมพวิ เตอร์

7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. อาคารวทิ ยาบรกิ าร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล วิทยาเขตสกลนคร
2. การฝกึ หาประสบการณต์ ามสถานประกอบการณ์

8. งานท่มี อบหมาย

8.1 กอ่ นเรยี น
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. ตอบคาถามก่อนเรียน เป็นการนาเข้าสบู่ ทเรียน

8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคาถามระหว่างเรียน

8.3 หลังเรียน
1. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
2. ทาแบบฝึกหดั หลังเรยี น

174

3. ทาใบกจิ กรรม

9. ผลงาน/ชนิ้ งาน ทีเ่ กิดจากการเรยี นรู้ของผูเ้ รยี น

-

10. เอกสารอา้ งอิง

1. หนังสือเรียน งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กลั ยาแก้ว

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับรายวิชาอ่นื

1. บรู ณาการกับวชิ าชวี ติ และวฒั นธรรมไทย ด้านการพดู การอ่าน การเขยี นและการฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทาง
สังคมด้านการเตรียมความพร้อม ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้

2. บรู ณาการกับวชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรยี น
1. ตรวจสอบระดับความรูค้ วามเข้าใจของผเู้ รยี นกอ่ นเริ่มการสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรียนของผู้เรยี นโดยการถาม-ตอบคาถามในระหวา่ งทเี่ รียน

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มกบั เปรียบเทยี บแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตรวจแบบฝึกหดั หลังเรียนเพ่ือประเมนิ ระดับความเขา้ ใจของผเู้ รยี น
3. ตรวจใบกจิ กรรม

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน

จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผ้เู รียนกอ่ นเรียน
1. วธิ ีการประเมิน : ใหท้ าแบบทดสอบก่อนเรียน และถามคาถามเพ่ือประเมินระดับความรขู้ องผู้เรยี น
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใช้อ้างองิ เป็นตวั เปรยี บเทยี บกับผลการทดสอบหลังเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นกั เรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่าคร่งึ หนึ่งของจานวนข้อของแบบ

ทดสอบทัง้ หมด
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 การประเมนิ ผลความร้คู วามเข้าใจของผู้เรยี นหลังเรียน
1. วธิ กี ารประเมิน : ให้ทาแบบทดสอบหลังเรยี น
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใช้เปรยี บเทียบกับผลการทดสอบก่อนเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นักเรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่าการทาแบบทดสอบก่อนเรียน

175

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ .....7.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน ตวั ต้านทาน
วัตถุประสงค์ เพ่ือ การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรยี นกอ่ นเรียน
ขอ้ คาถาม
1. ขอ้ ใดบอกความหมายของตวั ตา้ นทานได้ถูกต้อง

ก. เปน็ อปุ กรณ์ทาหน้าทลี่ ดค่ากระแสไฟฟา้ ที่ไหลภายในวงจรไฟฟ้า
ข. เป็นอปุ กรณ์ทาหน้าท่ีเพิม่ ค่ากระแสไฟฟา้ ท่ีไหลภายในวงจรไฟฟ้า
ค. เปน็ อุปกรณ์ทาหนา้ ทล่ี ดค่าแรงดนั ไฟฟ้าไฟฟา้ ท่ไี หลภายในวงจรไฟฟ้า
ง. เป็นอปุ กรณ์ทาหน้าท่เี พ่ิมค่าแรงดนั ไฟฟ้าไฟฟ้าทไ่ี หลภายในวงจรไฟฟา้

2. ขอ้ ใดไม่ใช่ชนดิ ของตัวต้านทาน
ก. ตัวตา้ นทานแบบคา่ คงท่ี
ข. ตวั ตา้ นทานแบบคาร์บอน
ค. ตัวต้านทานแบบออกซิเจน
ง. ตัวต้านทานแบบฟิลม์ คารบ์ อน

3. ขอ้ ใดไมใ่ ชช่ นดิ ของตวั ตา้ นทาน
ก. ตวั ตา้ นทานแบบขดลวด
ข. ตวั ตา้ นทานแบบฟลิ ์มโลหะ
ค. ตัวตา้ นทานแบบไนโตรเจน
ง. ตวั ต้านทานแบบฟลิ ์มบาง

4. ข้อใดไมใ่ ชช่ นิดของตวั ต้านทาน
ก. ตวั ตา้ นทานแบบเลือกคา่ ได้
ข. ตัวต้านทานแบบเปล่ียนคา่ ได้
ค. ตวั ตา้ นทานแบบเซลล์การนาพลังแสง
ง. ตัวตา้ นทานแบบเซลลก์ ารนาพลังเสยี ง

5. เทอรม์ สี เตอรแ์ ตกต่างอย่างไรกับ LDR
ก. เทอร์มสี เตอร์เปลย่ี นแปลงค่าได้โดยการเปลยี่ นแปลงความร้อน
ข. LDR เปล่ยี นแปลงคา่ ไดโ้ ดยการเปล่ยี นแปลงความร้อน
ค. LDR เปลีย่ นแปลงค่าไดโ้ ดยการเปลย่ี นแปลงเสยี ง
ง. ถกู ทุกข้อ

176

6. ค่าความตา้ นทาน 0.01 โอหม์ เป็นค่าความต้านทานใดต่อไปนี้
ก. 10 มลิ ลโิ อหม์
ข. 100 มลิ ลโิ อห์ม
ค. 1 มิลลิโอหม์
ง. 1000 มลิ ลิโอห์ม

7. 3 W 3 k 3 มคี วามหมายว่าอย่างไร
ก. ความต้านทาน 3.3 กิโลโอหม์ ทนกาลังไฟฟ้าได้ 3 วัตต์
ข. ความตา้ นทาน 33 กิโลโอหม์ ทนกาลงั ไฟฟา้ ได้ 3 วัตต์
ค. ความต้านทาน 330 กโิ ลโอหม์ ทนกาลังไฟฟา้ ได้ 3 วตั ต์
ง. ไม่มีข้อถูก

8. ตวั ต้านทานรหัสสี ขาว เขียว สม้ แดง และนา้ ตาล มคี า่ ความต้านทานเทา่ ไหร่
ก. 953 กโิ ลโอหม์ บวกลบ 1 %
ข. 95.3 กิโลโอห์ม บวกลบ 1 %
ค. 0.953 กิโลโอหม์ บวกลบ 1 %
ง. 9.53 กิโลโอห์ม บวกลบ 1 %

9. ตัวต้านทานค่า 22M บวกลบ 5 % มรี หัสสีบนตัวต้านทานสอี ะไรบา้ ง
ก. แดง แดง ฟ้า เงิน
ข. แดง แดง ฟา้ เขยี ว
ค. แดง แดง ฟา้ ทอง
ง. แดง แดง แดง แดง

10. ตัวตา้ นทานรหสั สี เขยี ว ดา เงนิ และทอง มีคา่ ความต้านทานเทา่ ไหร่
ก. 0.5 โอห์ม บวกลบ 1 %
ข. 5 โอหม์ บวกลบ 1 %
ค. 5 โอห์ม บวกลบ 5 %
ง. 0.5 โอหม์ บวกลบ 5 %

177

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

1. ก. เป็นอุปกรณ์ทาหนา้ ท่ลี ดคา่ กระแสไฟฟ้าที่ไหลภายในวงจรไฟฟ้า
2. ค. ตัวต้านทานแบบออกซเิ จน
3. ค. ตัวตา้ นทานแบบไนโตรเจน
4. ง. ตัวตา้ นทานแบบเซลลก์ ารนาพลังเสียง
5. ก. เทอรม์ ีสเตอร์เปล่ียนแปลงคา่ ได้โดยการเปลยี่ นแปลงความร้อน
6. ก. 10 มิลลโิ อหม์
7. ก. ความต้านทาน 3.3 กโิ ลโอหม์ ทนกาลงั ไฟฟ้าได้ 3 วตั ต์
8. ข. 95.3 กิโลโอหม์ บวกลบ 1 %
9. ค. แดง แดง ฟา้ ทอง
10. ง. 0.5 โอหม์ บวกลบ 5 %

178

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการสอนที่ .....7.....ชือ่ หนว่ ยการสอน ตวั ต้านทาน
วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือ การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรยี นกอ่ นเรียน
ข้อคาถาม
1. ข้อใดบอกความหมายของตวั ตา้ นทานได้ถูกต้อง

ก. เปน็ อปุ กรณ์ทาหน้าทลี่ ดค่ากระแสไฟฟา้ ที่ไหลภายในวงจรไฟฟ้า
ข. เป็นอปุ กรณ์ทาหน้าท่ีเพิ่มค่ากระแสไฟฟา้ ท่ีไหลภายในวงจรไฟฟ้า
ค. เปน็ อุปกรณ์ทาหนา้ ทล่ี ดค่าแรงดนั ไฟฟ้าไฟฟา้ ท่ไี หลภายในวงจรไฟฟ้า
ง. เป็นอปุ กรณ์ทาหน้าท่เี พม่ิ ค่าแรงดนั ไฟฟ้าไฟฟ้าท่ไี หลภายในวงจรไฟฟา้

2. ขอ้ ใดไม่ใช่ชนดิ ของตัวต้านทาน
ก. ตัวตา้ นทานแบบคา่ คงที่
ข. ตวั ตา้ นทานแบบคารบ์ อน
ค. ตัวต้านทานแบบออกซิเจน
ง. ตัวต้านทานแบบฟิล์มคาร์บอน

3. ข้อใดไมใ่ ชช่ นดิ ของตัวตา้ นทาน
ก. ตวั ตา้ นทานแบบขดลวด
ข. ตวั ตา้ นทานแบบฟลิ ์มโลหะ
ค. ตัวตา้ นทานแบบไนโตรเจน
ง. ตวั ต้านทานแบบฟลิ ์มบาง

4. ข้อใดไมใ่ ชช่ นิดของตัวต้านทาน
ก. ตวั ตา้ นทานแบบเลือกค่าได้
ข. ตัวต้านทานแบบเปลย่ี นคา่ ได้
ค. ตวั ตา้ นทานแบบเซลล์การนาพลังแสง
ง. ตัวตา้ นทานแบบเซลลก์ ารนาพลังเสยี ง

5. เทอรม์ สี เตอรแ์ ตกตา่ งอย่างไรกับ LDR
ก. เทอร์มสี เตอร์เปลย่ี นแปลงค่าได้โดยการเปล่ยี นแปลงความร้อน
ข. LDR เปล่ียนแปลงคา่ ได้โดยการเปล่ยี นแปลงความร้อน
ค. LDR เปลีย่ นแปลงค่าไดโ้ ดยการเปลย่ี นแปลงเสยี ง
ง. ถกู ทุกข้อ

179

6. ค่าความตา้ นทาน 0.01 โอหม์ เป็นค่าความต้านทานใดต่อไปนี้
ก. 10 มลิ ลโิ อหม์
ข. 100 มลิ ลโิ อห์ม
ค. 1 มิลลิโอหม์
ง. 1000 มลิ ลิโอห์ม

7. 3 W 3 k 3 มคี วามหมายว่าอย่างไร
ก. ความต้านทาน 3.3 กิโลโอหม์ ทนกาลังไฟฟ้าได้ 3 วัตต์
ข. ความตา้ นทาน 33 กิโลโอหม์ ทนกาลงั ไฟฟา้ ได้ 3 วัตต์
ค. ความต้านทาน 330 กโิ ลโอหม์ ทนกาลังไฟฟา้ ได้ 3 วตั ต์
ง. ไม่มีข้อถูก

8. ตวั ต้านทานรหัสสี ขาว เขียว สม้ แดง และนา้ ตาล มคี า่ ความตา้ นทานเทา่ ไหร่
ก. 953 กโิ ลโอหม์ บวกลบ 1 %
ข. 95.3 กิโลโอห์ม บวกลบ 1 %
ค. 0.953 กิโลโอหม์ บวกลบ 1 %
ง. 9.53 กิโลโอห์ม บวกลบ 1 %

9. ตัวต้านทานค่า 22M บวกลบ 5 % มรี หัสสีบนตัวต้านทานสอี ะไรบา้ ง
ก. แดง แดง ฟ้า เงิน
ข. แดง แดง ฟา้ เขยี ว
ค. แดง แดง ฟา้ ทอง
ง. แดง แดง แดง แดง

10. ตัวตา้ นทานรหสั สี เขยี ว ดา เงนิ และทอง มีคา่ ความต้านทานเทา่ ไหร่
ก. 0.5 โอห์ม บวกลบ 1 %
ข. 5 โอหม์ บวกลบ 1 %
ค. 5 โอห์ม บวกลบ 5 %
ง. 0.5 โอหม์ บวกลบ 5 %

180

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

1. ก. เป็นอปุ กรณ์ทาหนา้ ท่ีลดค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลภายในวงจรไฟฟ้า
2. ค. ตวั ตา้ นทานแบบออกซิเจน
3. ค. ตัวตา้ นทานแบบไนโตรเจน
4. ง. ตวั ตา้ นทานแบบเซลลก์ ารนาพลังเสยี ง
5. ก. เทอร์มีสเตอรเ์ ปลย่ี นแปลงค่าไดโ้ ดยการเปลีย่ นแปลงความร้อน
6. ก. 10 มลิ ลิโอห์ม
7. ก. ความตา้ นทาน 3.3 กิโลโอหม์ ทนกาลงั ไฟฟา้ ได้ 3 วัตต์
8. ข. 95.3 กโิ ลโอห์ม บวกลบ 1 %
9. ค. แดง แดง ฟ้า ทอง
10. ง. 0.5 โอห์ม บวกลบ 5 %

181

16. ใบความร้ทู ี่ ...7.....

หน่วยการสอนท่ี ....7.... ชอ่ื หนว่ ย ตัวตา้ นทาน
ช่อื หัวข้อเรื่อง ตัวตา้ นทาน

7.1 แบบของตัวต้านทานไฟฟา้

ตัวต้านทาน หรือ รีซิสเตอร์ (Resistor) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีสร้างความต่างศักย์ทางไฟฟ้าข้ึน
คร่อมข้ัวท้ังสอง โดยมีสัดส่วนมากน้อยตามกระแสท่ีไหลผ่าน อัตราส่วนระหว่างความต่างศักย์และปริมาณ
กระแสไฟฟ้าก็คือ ค่าความต้านทานทางไฟฟ้าหรือค่าความต้านทาน หน่วยค่าความต้านทานไฟฟ้าตามระบบ
เอสไอ คือ โอห์ม มีสัญลักษณ์เป็น  หรืออุปกรณ์ที่มีความต้านทาน 1 โอห์ม มีความต่างศักย์ 1 โวลต์ทาให้
กระแสไฟฟ้าไหลผา่ น 1 แอมแปร์ ซึ่งเท่ากับการไหลของประจุไฟฟา้ 1 คูลอมบต์ อ่ วนิ าที

7.2 ตัวต้านทานแบบเลือกค่าได้

ตัวต้านทานแบบเลือกค่าได้ (Tapped Resistor) คือ ตัวต้านทานที่ถูกต่อขาออกมาใช้งาน
มากกว่า 2 ขา, เช่น 3 ขา, 4 ขา, 5 ขา ฯลฯ โดยแต่ละขาจะมีค่าความต้านทานคงที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ แต่
สามารถเลอื กขาใชง้ านไดต้ ามตอ้ งการ ตัวตา้ นทานชนิดนก้ี จ็ ะเปน็ แบบขดลวดเช่นเดยี วกนั

7.3 ตัวตา้ นทานแบบเปลีย่ นค่าได้

ตัวต้านทานชนิดเปลี่ยนค่าได้ (Variable Resistor) น้ีสามารถปรับเปลี่ยนค่าความต้านทานได้
ตั้งแต่ต่าสุดไปจนถึงค่าสูงสุดได้อย่างต่อเน่ือง ตัวต้านทานประเภทน้ีจะถูกสร้างข้ึนในรูปโค้งเป็นวงกลมแบบ
หมุนและแท่งยาว แบบเลื่อนโดยมีขายื่นออกมา 3 ขา การปรับเปล่ียนค่าใช้ปรับเปล่ียนท่ีขากลางของตัว
ต้านทาน ตัวต้านทานชนิดเปล่ียนค่าได้นีม้ ีทั้งแบบ 2 ช้ันและ 4 ช้ัน โดยแต่ละช้ันจะถูกปรับค่าไปพร้อมกันโดย
ใชแ้ กนหมุนรว่ มกัน

7.4 ตัวตา้ นทานชนิดพเิ ศษ

ตัวต้านทานชนิดพิเศษ (Special Resistor) ในเครื่องมือเครื่องใช้ทางอิเล็กทรอนิกส์บางชนิด
จาเป็นต้องใช้ตัวต้านทานที่มีลักษณะพิเศษอย่างอ่ืนอีก นอกเหนือจากการแสดงเป็นตัวต้านทานธรรมดา เช่น
ตัวต้านทานทาหน้าท่ีจากัดกระแสหรือทาหน้าที่เป็นฟิวส์ ตัวต้านทานเปลี่ยนค่าตามอุณหภูมิ
ตัวตา้ นทานที่เปล่ยี นคา่ ตามแสง ตัวต้านทานที่เปลีย่ นแปลงตามแรงดนั ฯลฯ

182

7.5 หนว่ ยของความตา้ นทาน

ความตา้ นทานถูกกาหนดให้มหี น่วยเป็นโอห์ม (Ohm) ซึ่งแทนดว้ ยตัวอักษรกรีก ตัวโอเมก้า ()
โดยความต้านทาน 1 โอห์ม ได้มาจากการป้อนแรงเคล่ือนไฟฟ้า 1 โวลต์ ผ่านตัวต้านทานแล้วทาให้มีกระแส
ไหลผ่าน 1 แอมป์

7.6 การอ่านค่าความต้านทานโดยตรง

คา่ ความต้านทานแบบน้ีจะพมิ พค์ ่าความต้านทานลงบนตัวต้านทานตามคา่ ความต้านทาน โดยจะ

มีหน่วยเป็นโอห์ม () กิโลโอห์ม (k) หรือเมกะโอห์ม (M) อาจมีค่าการทนกาลังไฟฟ้าและค่าเปอร์เซน็ ต์
ผิดพลาดกากับไว้ดว้ ย

7.7 การอา่ นคา่ ความต้านทานจากรหัสตวั เลข

ตัวต้านทานที่มีขนาดเล็กจะบอกค่าเป็นรหัสสีหรือตัวอักษรไม่ได้ ดังน้ันจึงแสดงรหัสเป็นตัวเลข
แทนซ่ึงการอ่านค่าตัวเลขจะอ่านจากซ้ายไปขวา ตัวเลขสองตัวแรกเป็นตัวเลขแสดงค่าโดยตรง ตัวท่ีสามเป็น
ตัวเลขแทนจานวนเลขศนู ย์ (0) คา่ ทีอ่ ่านไดม้ ีหน่วยเปน็ โอหม์ ()

7.8 การอ่านค่าความต้านทานจากรหัสสี

การอ่านค่าแถบสี สามารถอ่านได้ตามรหัสสีที่แสดงไว้พร้อมแถบสีตัวคูณและแถบสี เปอร์เซ็นต์
ความผดิ พลาดกจ็ ะไดค้ ่าความต้านทานของตัวตา้ นทานนั้น การอ่านค่าความตา้ นทานจากรหัสสีสามารถแบ่งได้
2 แบบ คือ การอ่านคา่ ความต้านทานจากรหสั สี 4 แถบ และ การอ่านค่าความต้านทานจากรหัสสี 5 แถบ

7.9 มัลติมเิ ตอรแ์ บบแอนะลอก

มัลติมิเตอร์แบบแอนะลอก จะเป็นมิเตอร์ที่แสดงค่าการวัดออกมาเป็นเข็มช้ีที่หน้าปัดเป็นขีด
มัลติมิเตอร์โดยทั่วไปจะมีสเกลวัดค่าความต้านทานอยู่ด้วย ซ่ึงอาจมีสเกลที่สามารถวัดค่าความต้านทานได้
ตั้งแต่ประมาณ 0.2 โอห์ม ถึง 5 เมกะโอห์ม มีค่าความผิดพลาดในการวัดประมาณ 3.5 % ทางานโดยอาศัย
แบตเตอรี่ภายในจ่ายให้กับตวั ต้านทาน

7.10มลั ติมิเตอรแ์ บบดิจติ อล

มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอลจะแสดงผลเป็นตัวเลข ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ท่ีนิยมใช้จะมีจานวนหลักท่ีแตกต่าง

กันเช่นขนาด 3 1 หลักจะสามารถแสดงค่าได้สูงสุด 1,999 ขนาด 3 3 หลักจะแสดงผล ได้สูงสุด 3,999
2 4
1 3 1
และขนาด 4 2 หลักจะแสดงค่าได้สูงสุด 19,999 ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ขนาด 3 4 และ 4 2 หลักอาจมี

183

คุณสมบัติท่ีปรับย่านการวัดเองโดยอัตโนมัติได้ แต่สาหรับสเกลวัดค่าความต้านทานโดยทั่วไปเครื่องที่มีราคา
คอ่ นขา้ งถกู นั้นจะมีสเกล 200, 2k, 20k, 200k, 2M และ 20M เปน็ อย่างต่า

7.11การวดั ความตา้ นทาน

การใชม้ ลั ตมิ ิเตอร์วดั ความต้านทานมีข้อควรรู้และข้อควรระวังดังน้ี
1) การใช้ดิจติ อลโอห์มมเิ ตอร์ไมว่ ่าจะเป็นสเกลใด ไมม่ กี ารปรบั ศนู ย์เหมือนแอนะลอก มิเตอร์วัด
ได้ทันทีเมื่อเปดิ เครือ่ ง
2) การใช้ดิจิตอลโอห์มมิเตอร์สเกล 20M ขึ้นไป ในบางรุ่นการแสดงผลอาจช้าต้องรอให้ตัวเลข
แสดงค่าค่อนขา้ งคงทีก่ ่อน กรณตี วั เลขท่ีวิง่ ข้นึ ลงอาจใชค้ า่ เฉล่ยี ซึ่งเป็นประสทิ ธิภาพของมาตรวัดแต่ละรนุ่

3) การเลือกใช้ดิจิตอลโอห์มมิเตอร์ชนิดปรับย่านการวัดอัตโนมัติ การวัดจะรวดเร็วแต่ผู้ใช้จะไม่
ค่อยไดฝ้ กึ ทักษะเท่าทค่ี วร แตไ่ ม่ใช่ประเดน็ ทีส่ าคญั มากนัก

4) สเกลของดิจิตอลโอห์มมิเตอร์ขนาด 3 34 หลัก ชนิดต้องปรับเลือกสเกลจะมีสเกล 400, 4k,

40k, 400k, 4M, 40M เปน็ ต้น

184

17. ใบงาน

ใบกจิ กรรมท่ี 7 ตัวตา้ นทาน

สมรรถนะ แสดงความรู้เกย่ี วกับชนดิ ของตัวต้านทาน
เครอื่ งมอื และอุปกรณ์
แผงสาธิตตวั ต้านทาน 1 แผง
ลาดบั ขนั้ การทดลอง

1. ให้สังเกตรูปร่างลักษณะข้อมูลต่าง ๆ บนตวั ต้นทานแตล่ ะชนิดทม่ี จี ากชดุ ฝกึ หรอื ทไี่ ด้รับจาก
อาจารย์ผู้สอน

2. เขยี นรูปร่างลกั ษณะของตัวตา้ นทานแต่ละชนดิ ใหช้ ัดเจนพร้อมสญั ลักษณ์ของตวั ตา้ นทานแบบ
นน้ั ๆ ลงในตารางที่ .1 ส่วนขอ้ มูลอื่น ๆ ท่ีได้จากการหาข้อมลู เพิ่มเติมจากอาจารย์ผูส้ อนจาก
หนังสือ หรือจากการสังเกตสามารถลงเพิม่ เติมไดล้ งในชอ่ งข้อมูลอ่ืนๆ ท่ีทราบ เช่น ค่าทนพลัง
สญู เสีย ค่าสัมประสิทธคิ์ า่ อณุ หภมู ิ เปอรเ์ ซ็นต์-ความผดิ พลาด บรษิ ัทผูผ้ ลติ ฯลฯ

ตารางที่ 7.1 ตัวต้านทานชนดิ ต่างๆ

185

ตารางที่ 7.1 ตัวต้านทานชนิดตา่ งๆ ( ต่อ )

สรปุ และวจิ ารณผ์ ลการการทดลอง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

186

18. แบบประเมนิ ผล

1 .การวัดผลและการประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ความมวี ินยั และความรบั ผดิ ชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกวา่
ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
1.3 สังเกตการปฏิบัติตามใบงานโดยใช้แบบประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน
1.4 ตรวจแบบฝกึ หัด

2. เกณฑ์การวดั และประเมินผล
2.1 แบบประเมินพฤติกรรม ความมวี ินัย และความรับผิดชอบ ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏิบัติตามใบงานต้องได้คะแนนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2.4 แบบฝึกหดั ต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

187

19. แบบฝกึ หัด

จงบอกลกั ษณะโครงสรา้ งของตวั ตา้ นทานแตล่ ะแบบที่นักเรียนรจู้ ักพร้อมวาดภาพมาให้
เรยี บรอ้ ย

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

188

20. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนร้แู บบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
54321

ดา้ นการเตรยี มการสอน

1.จดั หนว่ ยการเรียนรู้ไดส้ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และด้านจติ พิสัย

3. เตรียมวสั ดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรกู้ ่อนเข้า

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มวี ธิ กี ารนาเข้าส่บู ทเรยี นที่น่าสนใจ

5. มกี ิจกรรมทหี่ ลากหลาย เพื่อช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จัดกจิ กรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนค้นควา้ เพื่อหาคาตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมท่เี น้นกระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )

9. กระตนุ้ ให้ผเู้ รียนแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรูท้ เ่ี ชอื่ มโยงกับชีวิตจรงิ โดยนาภูมปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามา

มสี ว่ นรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มกี ารเสรมิ แรงเม่อื นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น

14. เอาใจใสด่ ูแลผู้เรยี น อยา่ งทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาทก่ี าหนด

ดา้ นสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใช้สอื่ ทีเ่ หมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผู้เรียน

17. ใชส้ ื่อ แหลง่ การเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

ส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอรเ์ น็ต เปน็ ตน้

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน

14. เอาใจใสด่ ูแลผูเ้ รยี น อย่างทวั่ ถึง

189

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กาหนด

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผูเ้ รยี นมีส่วนรว่ มในการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมินผล

19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั

20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ เ่ี ก่ียวข้องมสี ว่ นรว่ ม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏบิ ัตดิ ีเยยี่ ม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรงุ 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ เฉลย่ี

20.2 ปญั หาที่พบ และแนวทางแกป้ ัญหา แนวทางแกป้ ัญหา

ปญั หาที่พบ
ด้านการเตรยี มการสอน

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้

ดา้ นการวดั ประเมินผล

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบุเป็นขอ้ ๆ)

ลงชื่อ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นายศุภกร มง่ิ คา )
ตาแหนง่ ครูพิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 190
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี

191

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหัสวิชา ..... 2100 – 1006...... วิชา .......................งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น.........................
หน่วยที่ ........8...... ช่ือหนว่ ย .................................................ตัวเกบ็ ประจุ…………….….…..………..…………..
ช่อื เร่ือง...................................................ตวั เก็บประจ.ุ ..................................................จานวน...4...ช่ัวโมง

1. สาระสาคญั

ตัวเกบ็ ประจุ เปน็ อุปกรณ์ทางไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสท์ ่ีมีคุณสมบตั สิ ามารถประจุ
แรงดันไฟฟ้าไดโ้ ครงสรา้ งของตัวเก็บประจปุ ระกอบดว้ ยโลหะสองแผน่ วางขนานกนั มีฉนวนไฟฟา้ ก้ันกลางซง่ึ
เรียกว่า
ไดอิเล็กตริก ค่าความจขุ องตัวเกบ็ ประจมุ หี นว่ ยเป็นฟาราด โดยปกตคิ ่าความจขุ องตัวเกบ็ ประจจุ ะมีคา่ น้อยจงึ
นยิ มใชห้ น่วยที่มคี ่าน้อยลง คือไมโครฟาราด พกิ โกฟาราด และนาโนฟาราด นอกเหนือจากคา่ ความจุ
ของตัวเก็บประจุ ยงั มีคา่ แรงดันใช้งาน เปอร์เซน็ ต์ความผิดพลาดและสมั ประสิทธต์ิ ่ออุณหภูมิ การบอกค่าความ
จจุ ะนิยมบอกเปน็ รหัส เป็นตัวเลข และรหสั สี

การตรวจสอบคุณสมบัตขิ องตัวเก็บประจใุ นการประจแุ ละคายประจตุ อ้ งทดสอบนอกวงจรคอื
ไมต่ ่อรว่ มกับอปุ กรณ์อืน่ และจะต้องไม่มปี ระจุไฟฟ้าเดิมคา้ งอยู่ การวดั คา่ ความจขุ องตัวเก็บประจจุ ะใช้
ดจิ ิตอลมัลติมเิ ตอร์ ซง่ึ จะแสดงคา่ ความจุออกมาเปน็ ตวั เลข

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1. แสดงความรูเ้ ก่ียวกบั ตัวเก็บประจุ

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
1. บอกลกั ษณะโครงสรา้ งของตวั เกบ็ ประจไุ ด้
2. บอกรปู ร่างและสัญลกั ษณ์ของตวั เก็บประจชุ นิดต่าง ๆ ได้
3. บอกคุณสมบตั ิและหน้าทีข่ องตัวเกบ็ ประจแุ ตล่ ะชนิดได้
4. อ่านค่าความจจุ ากตัวเลขตัวอกั ษร รหัสตวั เลขและรหัสสีบนตัวเก็บประจุได้
5. แปลงหน่วยคา่ ความจขุ องตวั เก็บประจุได้
6. บอกการใชโ้ อห์มมิเตอร์ตรวจสอบคณุ สมบตั ิของตวั เกบ็ ประจุได้
7. บอกการวดั ค่าความจุของตัวเกบ็ ประจไุ ด้

3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั ลักษณะและรปู ร่างของตัวเก็บประจุ
2. อา่ นค่าตวั เก็บประจุจากตัวเลขตัวอักษรและรหสั สี
3. วัดและทดสอบตวั เก็บประจุด้วยมเิ ตอร์

192

4. เนอื้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
8.1 โครงสร้างภายในของตัวเก็บประจุ
8.2 ชนิดของตวั เกบ็ ประจุ
8.3 หน่วยของตัวเกบ็ ประจุ
8.4 คณุ สมบัติทวั่ ไปเกี่ยวกับตัวเก็บประจุ
8.5 วิธีอา่ นค่าตัวเก็บประจุ
8.6 การตรวจสอบคุณสมบตั ิของตัวเก็บประจุ
8.7 การตรวจสอบคุณสมบัติของตวั เก็บประจุ
8.8 การวัดค่าความจุของตวั เกบ็ ประจโุ ดยใช้
ดจิ ิตอลมลั ตมิ เิ ตอร์

สรุปสาระสาคัญ
8.1 โครงสรา้ งภายในของตวั เกบ็ ประจุ
ตัวเก็บประจุโดยท่ัวไปจะทามาจากแผ่นตัวนา 2 แผ่นซ่ึงเป็นแผ่นฟอยล์โลหะบาง ๆ วางประกบ

กันโดยมีฉนวนคั่นกลางท่ีเรียกว่าไดอิเล็กตริก แผ่นฟอยล์นี้จะถูกม้วนเป็นแท่งกลมหรือแบน เพื่อทาให้รูปร่าง
ของตัวเก็บประจุมีขนาดเล็กสะดวกต่อการใช้งาน แล้วต่อลวดตัวนาซ่ึงเช่ือมติดกับแผ่นฟอยล์โลหะแต่ละแผ่น
ออกมาภายนอกสาหรับเป็นขาใช้งาน จากน้ันหุ้มหรือเคลือบด้วยฉนวนภายนอกอีกช้ันเพ่ือความคงทน ซ่ึง
อาจจะมอี ลมู ิเนยี มหุม้ ก่อนอีกข้ันหน่ึงเพื่อเพม่ิ ความแขง็ แรง

8.2 ชนิดของตัวเก็บประจุ
ตวั เก็บประจุมีหลายชนดิ สามารถแบง่ ตามโครงสร้างและการนาไปใชง้ านไดด้ งนี้

1. ตวั เก็บประจุชนิดอิเล็กโทรไลต์
2. ตวั เก็บประจุชนิดไมกา้
3. ตัวเกบ็ ประจุชนดิ เซรามิก
4. ตวั เก็บประจุชนิดกระดาษ
5. ตัวเก็บประจุชนิดพลาสติก
6. ตวั เก็บประจุชนดิ ปรับคา่ ได้
8.3 หน่วยของตวั เก็บประจุ
ค่าความจขุ องตวั เกบ็ ประจมุ หี นว่ ยเป็นฟาราด (Farad) โดยปกติค่าความจขุ องตวั เก็บประจุจะมี
ค่านอ้ ยจึงนิยมใชห้ นว่ ยทมี่ ีค่านอ้ ยลงกวา่ ฟาราดคอื ใช้หนว่ ย

ไมโครฟาราด (Micro farad) ใช้อกั ษรย่อ F

193

พกิ โกฟาราด (Pico farad) ใชอ้ กั ษรยอ่ pF

นาโนฟาราด (Nano farad) ใชอ้ ักษรย่อ nF

8.4 คณุ สมบตั ิทวั่ ไปเกี่ยวกบั ตัวเกบ็ ประจุ
ตัวเก็บประจุมีคุณสมบัติอื่น ๆ ท่ีต้องพิจารณาในการใช้งานอีกหลายอย่าง เช่น การดูดกลืนของ

สารไดอิเล็กตริก ตัวประกอบการสูญเสีย ค่าความต้านทานอนุกรมสมมูล ค่าสัมประสิทธิ์ต่ออุณหภูมิ และ
กระแสไฟตรงร่ัวไหล

8.5 วธิ ีอา่ นค่าตวั เกบ็ ประจุ
การอา่ นคา่ ตัวเกบ็ ประจสุ ามารถอา่ นไดจ้ ากตวั เลขตวั อกั ษรและรหัสสีดังต่อไปน้ี

1. วิธอี ่านค่าตัวเกบ็ ประจุจากตัวเลขตวั อักษร
2. วธิ อี า่ นคา่ ตัวเก็บประจุโดยรหัสตวั เลข
3. วิธีอ่านคา่ ตวั เกบ็ ประจุโดยใชร้ หสั สี
8.6 การตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเกบ็ ประจุ
การตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเก็บประจุ เป็นการตรวจสอบว่าตัวเก็บประจุยังสามารถทาการ

ประจุไฟฟ้า คายประจุไฟฟ้าได้ ปกติหรือไม่ โดยตรวจสอบว่ามีกระแสร่ัวไหลผิดปกติหรือไม่ การตรวจสอบตัว

เกบ็ ประจโุ ดยใชโ้ อหม์ มิเตอร์สามารถตรวจสอบการลัดวงจรการเปิดวงจร การประจุ การคายประจุ และกระแส

รัว่ ไหลได้ แตไ่ ม่สามารถตรวจสอบค่าความจไุ ด้

8.7 การตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเก็บประจุโดยใช้โอมหม์ ิเตอร์
การตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเก็บประจุในการประจุและคายประจุต้องทดสอบนอกวงจร คือ

ไมต่ อ่ รว่ มกบั อุปกรณ์อืน่ และจะต้องไม่มปี ระจุไฟฟา้ เดิมค้างอยู่ถา้ มีให้ทาการคายประจุโดยการลดั วงจรระหว่าง
ขั้วของตัวเก็บประจุ ถ้าตัวเก็บประจุมีค่าความจุมากและประจุไฟฟ้าด้วยศักย์ที่สูงการคายประจุควรผ่านตัว
ตา้ นทานคา่ ตา่ เพ่ือป้องกันการคายประจอุ ยา่ งรนุ แรงในลกั ษณะของประกาย (Spark)

8.8 การวดั ค่าความจุของตัวเก็บประจุโดยใช้ดิจิตอลมลั ตมิ เิ ตอร์

การวัดค่าความจุของตัวเก็บประจุโดยใช้ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ หรือดิจิตอลอาร์แอลซีมิเตอร์

ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ที่นิยมใช้จะมีจานวนหลักท่ีแตกต่างกัน เช่น ขนาด 3 21 หลักจะสามารถแสดงค่าได้สูงสุด
3 1
1,999 ขนาด 3 4 หลักจะแสดงค่าได้สูงสุด 3,999 และขนาด 4 2 หลักจะแสดงค่าได้สูงสุด 19,999

ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ขนาด 3 3 หลักและ 4 21 หลักอาจมีคุณสมบัติที่ปรับย่านการวัดเองโดยอัตโนมัติ แต่
4
1
สาหรบั ท่ีแนะนานจี้ ะเป็นชนดิ 3 2 หลัก ท่ีตอ้ งบิดสวติ ช์เลือกยา่ นการวดั เอง สาหรับมาตรวดั วดั ค่าความจจุ ะมี

194

มาตรวัด 200pF, 2nF, 20nF, 200nF, 2F, 20F, 200F, 2000F มาตรวัดอาจมมี ากกวา่ หรอื น้อยกว่า
ข้นึ กับยีห่ ้อและรุ่นท่ใี ช้

4.2 ด้านทักษะหรือปฏบิ ตั ิ
ใบงานที่ 8 อ่านค่าตวั เก็บประจุ

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกดา้ นการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝ่รู้ ความซ่อื สัตย์ สจุ รติ ความมนี ้าใจและแบง่ บัน

ความร่วมมือ ความมมี ารยาท ไมห่ ยุดน่งิ ท่ีจะแกป้ ญั หา ใชอ้ ปุ กรณ์อยา่ งฉลาดและรอบคอบ

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรยี นรู้

ขัน้ ตอนการสอน/กิจกรรมครู ขนั้ ตอนการเรียน/กิจกรรมผูเ้ รยี น

ข้นั นาเขา้ ส่บู ทเรยี น (ใชเ้ วลา 30 นาที) ข้นั เตรียม (ใช้เวลา 30 นาที)

1. ครแู นะนารายวิชา วธิ กี ารเรยี น การมอบหมาย 1. จัดเตรียมวสั ดุ อปุ กรณ์ สือ่ และเอกสารตาม

งาน และการแตง่ กาย ระเบียบการปฏบิ ัติงานภายใน ท่คี รูผ้สู อนและแผนการจดั การเรียนรทู้ กี่ าหนดไว้

หอ้ งปฏิบตั ิงานและการเบิกเคร่ืองมือ วสั ดุ อปุ กรณ์ 2. ทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยที่ 8 ตวั เก็บประจุ

ชีแ้ จงวิธีวดั ผลประเมินผลการเรียน การจัดเตรียมวัสดุ สลบั กนั ตรวจคาตอบและให้คะแนน
อุปกรณ์ เอกสาร และสอ่ื ให้สอด คล้องกบั งาน และ 3. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนของ
ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ถูกต้องอย่างคุ้มค่าและประหยัด
2. ทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 8 ตัวเก็บประจุ ให้ หน่วยการเรียนที่ 8
ผูเ้ รียนสลบั กนั ตรวจคาตอบ และให้คะแนน ขน้ั สอน (ใช้เวลา 180 นาที)
3. แจง้ จุดประสงค์การเรยี นหนว่ ยการเรยี นที่ 8 ผู้เรียนฟังและคิดตาม พร้อมท้ังจดบันทกึ เกย่ี วกับ
ขั้นสอน (ใชเ้ วลา 180 นาท)ี เรอื่ งโครงสรา้ งภายในของตัวเกบ็ ประจุ ชนดิ ของตัว
เก็บประจุ หนว่ ยของตวั เก็บประจุ คุณสมบัติทั่วไป
ครสู อนเน้อื หาสาระในหัวข้อ
เกยี่ วกบั ตวั เกบ็ ประจุ วธิ อี ่านค่าตัวเกบ็ ประจุ การ
8.1 โครงสรา้ งภายในของตัวเก็บประจุ
ตรวจสอบคุณสมบตั ิของตัวเก็บประจุ การตรวจสอบ
8.2 ชนดิ ของตัวเกบ็ ประจุ
คณุ สมบัติของตวั เกบ็ ประจุ การวดั คา่ ความจุของตวั
8.3 หน่วยของตัวเก็บประจุ
เกบ็ ประจุโดยใช้ ดิจิตอลมัลติมิเตอร์และนอกจากนัน้
8.4 คุณสมบัติท่วั ไปเกยี่ วกบั ตัวเก็บประจุ
ใหน้ กั เรียนจดบนั ทึกความรจู้ ากการสอนของครทู ี่มี
8.5 วธิ อี า่ นค่าตวั เก็บประจุ
นอกเหนือจากในหนังสอื ผู้เรียนปฏบิ ัตงิ าน
8.6 การตรวจสอบคุณสมบัติของตวั เกบ็ ประจุ
ตามลาดบั ข้ันการปฏบิ ตั ิงานของใบกิจกรรม
8.7 การตรวจสอบคณุ สมบตั ิของตวั เกบ็ ประจุ

195

8.8 การวัดค่าความจุของตวั เกบ็ ประจุโดยใช้ ข้ันสรุป (ใชเ้ วลา 30 นาที)
ดิจติ อลมลั ติมิเตอร์ 1. ผู้เรยี นรับฟงั คาสรุปและข้อแนะนาจากครู พร้อม
ทัง้ จดบนั ทึกข้อมูล และซักถามหรอื ตอบคาถามใน
จากน้นั ให้นักเรียนทาตามใบงานที่ 8 ตวั เกบ็ ประจุ หวั ขอ้ ที่ยังไม่เข้าใจ
ขณะนักเรยี นทาใบงาน ครูจะสงั เกตการณ์ทางาน 2. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น
กลมุ่ 3. ผู้เรยี นนาคะแนนจากแบบทดสอบก่อนเรียนและ
แบบทดสอบหลงั เรียนมาเปรียบเทียบ เพ่ือดู
ขั้นสรปุ (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี ความก้าวหนา้ ทางการเรยี นของตนเอง
1. ครสู รุปเน้อื หาสาระการเรียนรู้ 4. ผเู้ รียนทาแบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ย
- โครงสร้างภายในของตวั เก็บประจุ
- ชนดิ ของตัวเก็บประจุ
- หน่วยของตวั เก็บประจุ
- คณุ สมบัติทัว่ ไปเก่ยี วกับตัวเกบ็ ประจุ
- วิธีอา่ นคา่ ตวั เก็บประจุ
- การตรวจสอบคุณสมบตั ขิ องตวั เก็บประจุ
- การตรวจสอบคุณสมบัติของตวั เก็บประจุ
- การวัดค่าความจุของตวั เก็บประจุโดยใช้

ดจิ ิตอลมลั ติมิเตอร์
2. ครแู จกแบบทดสอบหลังเรียน
3. ครตู รวจแบบทดสอบหลังเรียนพร้อมกบั บนั ทึก

คะแนน
4. ให้ผ้เู รียนทาแบบฝกึ หดั ท้ายหน่วย

รวมเวลาเรียนทั้งหมด 240 นาที
หรือ 4 ชั่วโมงเรยี น

196

6. สอ่ื การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 สอ่ื สิ่งพิมพ์
1) เอกสารประกอบการเรียนวชิ าความปลอดภยั ในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ ของนายอดุลย์
กัลยาแกว้
2) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 8 ตัวเก็บประจุ
3) แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 8 ตัวเก็บประจุ
4) เอกสารการเรียนรู้หน่วยที่ 8 ตัวเก็บประจุ
5) แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 8 ตวั เกบ็ ประจุ
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรยี น และแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย

6.2 สือ่ โสตทัศน์
1) เครื่องฉายภาพ (projector)
2) งานนาเสนอหนว่ ยที่ 8 ตวั เก็บประจุ

6.3 ส่ือของจริง
1) ชุดทดลองวงจรไฟฟ้า

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมุด
2. ศนู ย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. ห้องปฏบิ ตั กิ ารเขียนแบบเคร่อื งกลด้วยคอมพวิ เตอร์

7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. อาคารวิทยาบรกิ าร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล วทิ ยาเขตสกลนคร
2. การฝกึ หาประสบการณ์ตามสถานประกอบการณ์

8. งานที่มอบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
2. ตอบคาถามก่อนเรียน เป็นการนาเข้าสบู่ ทเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคาถามระหวา่ งเรียน

8.3 หลังเรียน
1. ทาแบบทดสอบหลังเรียน
2. ทาแบบฝกึ หดั หลงั เรยี น

197

3. ทาใบกจิ กรรม

9. ผลงาน/ชนิ้ งาน ทีเ่ กิดจากการเรยี นรู้ของผูเ้ รียน

-

10. เอกสารอา้ งอิง

1. หนังสือเรียน งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กลั ยาแก้ว

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับรายวิชาอ่นื

1. บรู ณาการกบั วิชาชวี ติ และวฒั นธรรมไทย ด้านการพดู การอ่าน การเขยี นและการฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทาง
สังคมด้านการเตรียมความพร้อม ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่รู้

2. บรู ณาการกับวชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรยี น
1. ตรวจสอบระดับความรูค้ วามเข้าใจของผเู้ รยี นกอ่ นเริ่มการสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบความสนใจในการเรียนของผู้เรยี นโดยการถาม-ตอบคาถามในระหวา่ งทเี่ รียน

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มกบั เปรียบเทยี บแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตรวจแบบฝึกหดั หลังเรียนเพ่ือประเมนิ ระดับความเขา้ ใจของผเู้ รยี น
3. ตรวจใบกจิ กรรม

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน

จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 การประเมนิ ผลความรู้ความเข้าใจของผ้เู รียนกอ่ นเรียน
1. วธิ ีการประเมิน : ใหท้ าแบบทดสอบก่อนเรียน และถามคาถามเพ่ือประเมินระดับความรขู้ องผู้เรยี น
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใช้อ้างองิ เป็นตวั เปรยี บเทยี บกับผลการทดสอบหลังเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นกั เรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวา่ คร่งึ หนึ่งของจานวนข้อของแบบ

ทดสอบทัง้ หมด
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 การประเมนิ ผลความร้คู วามเข้าใจของผู้เรยี นหลังเรียน
1. วธิ กี ารประเมิน : ให้ทาแบบทดสอบหลังเรยี น
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : ใช้เปรยี บเทียบกับผลการทดสอบก่อนเรียน
4. เกณฑ์การผ่าน : นักเรยี นสามารถทาแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่าการทาแบบทดสอบก่อนเรียน

198

14. แบบทดสอบก่อนเรียน

หน่วยการสอนท่ี .....8.....ชอื่ หน่วยการสอน ตวั เก็บประจุ
วัตถุประสงค์ เพื่อ การประเมนิ ผลความรคู้ วามเข้าใจของผู้เรียนก่อนเรียน
ข้อคาถาม
1. ขอ้ ใดบอกความหมายของตัวเกบ็ ประจุไดถ้ กู ตอ้ ง

ก. เปน็ อุปกรณ์ทาหน้าที่เกบ็ ประจแุ รงดนั ไฟฟ้าที่ไหลภายในวงจรไฟฟ้า
ข. เป็นอปุ กรณ์ทาหนา้ ท่ีเก็บประจุกระแสไฟฟา้ ท่ไี หลภายในวงจรไฟฟ้า
ค. เปน็ อุปกรณ์ทาหนา้ ที่เกบ็ ประจุพลงั งานไฟฟา้ ไฟฟ้าท่ไี หลภายในวงจรไฟฟา้
ง. เป็นอปุ กรณ์ทาหน้าท่ีเกบ็ ประจุกาลงั ไฟฟา้ ไฟฟา้ ที่ไหลภายในวงจรไฟฟ้า

2. ข้อใดไมใ่ ช่ชนดิ ของตวั เก็บประจุ
ก. ตวั เก็บประจุแบบอเิ ล็กโทรไลต์
ข. ตวั เก็บประจุแบบไมกา้
ค. ตวั เกบ็ ประจุแบบออกซเิ จน
ง. ตวั เกบ็ ประจุแบบเซรามิก

3. ข้อใดไม่ใชช่ นดิ ของตวั เก็บประจุ
ก. ตวั เกบ็ ประจแุ บบเซรามกิ
ข. ตวั เกบ็ ประจุแบบพลาสตกิ
ค. ตวั เกบ็ ประจแุ บบไนโตรเจน
ง. ตัวเก็บประจแุ บบกระดาษทราย

4. ข้อใดไม่ใช่ชนิดของตวั เก็บประจุ
ก. ตวั เก็บประจุแบบเลือกคา่ ได้
ข. ตวั เกบ็ ประจุแบบกระดาษทราย
ค. ตวั เก็บประจุแบบเซลล์การนาพลงั แสง
ง. ตวั เกบ็ ประจุแบบอเิ ล็กโทรไลต์

5. ขอ้ ใดไม่ใช่หน่วยของตวั เก็บประจุ
ก. pF
ข. nF
ค. GF
ง. FF

199

6. คา่ เก็บประจุ 0.0000000001 ฟาราด เป็นคา่ เกบ็ ประจุใดตอ่ ไปนี้
ก. 10 ไมโครฟาราด
ข. 100 นาโนฟาราด
ค. 1 นาโนฟาราด
ง. 1000 ไมโครฟาราด

7. 33 MFD50 WV มคี วามหมายว่าอย่างไร
ก. 33 ไมโครฟาราด แรงดนั ใชง้ าน 50 V
ข. 33 นาโนฟาราด แรงดันใชง้ าน 50 V
ค. 33 พโิ ครฟาราด แรงดันใช้งาน 50 V
ง. ไม่มีข้อถูก

8. ขอ้ ใดคือเคร่อื งมือการตรวจสอบคุณสมบัตขิ องตวั เกบ็ ประจุ
ก. ดจิ ติ อลมิเตอร์
ข. ลกั ซม์ เิ ตอร์
ค. เธอรโ์ มมเิ ตอร์
ง. ไมม่ ขี ้อถูก

9. ยา้ นการวดั ตวั เก็บประจุ 200 pF วดั คา่ ความจุดได้ตั้งแต่คา่ ความจุใด
ก. 0 – 199.9 พโิ ครฟาราด
ข. 0 – 200 ไมโครฟาราด
ค. 0 – 299.9 มลิ ลิฟาราด
ง. 0 – 100.9 ไมโครฟาราด

10. ยา้ นการวดั ตัวเกบ็ ประจุ 20 nF วดั ค่าความจดุ ไดต้ ง้ั แต่ค่าความจุใด
ก. 0 – 19.9 พโิ ครฟาราด
ข. 0 – 0.01999 ไมโครฟาราด
ค. 0 – 299.9 ไมโครฟาราด
ง. 0 – 100.9 ไมโครฟาราด

200

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

1. ก. เปน็ อุปกรณ์ทาหน้าท่ีเก็บประจแุ รงดันไฟฟา้ ท่ีไหลภายในวงจรไฟฟา้
2. ค. ตัวเก็บประจแุ บบออกซิเจน
3. ค. ตัวเก็บประจแุ บบไนโตรเจน
4. ค. ตัวเก็บประจแุ บบเซลล์การนาพลังแสง
5. ง. FF
6. ค. 1 นาโนฟาราด
7. ก. 33 ไมโครฟาราด แรงดันใช้งาน 50 V
8. ก. ดิจติ อลมเิ ตอร์
9. ก. 0 – 199.9 พิโครฟาราด
10. ข. 0 – 0.01999 ไมโครฟาราด


Click to View FlipBook Version