The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน 20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายศุภกร มิ่งคำ, 2020-09-02 06:28:59

20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

แผนการสอน 20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

251

17. ใบงาน

ใบกิจกรรมที่ 10 ไดโอด

สมรรถนะ วดั และตรวจสอบไดโอดด้วยมลั ตมิ เิ ตอร์
เคร่ืองมือและอปุ กรณ์
1. มลั ติมเิ ตอ์ร์
2. แผงฝกึ ไดโอด
ข้อควรระวงั
1. กำรปรับสตู่ ำแหนง่ ศนู ยแ์ ละกำรวัดคำ่ ควำมตำ้ นทำนในขณะไบแอสไปหน ควรกระทำด้วยควม
รวดเร็ว เพรำะมำตวดั Rห 1 แบตเตอในมัลตมิ ติ อรจ์ ะสนิ้ เปลอื งกระแสมำก
2. ห้ำมป้อนแรงดนั จำกแหลง่ จ่ำยไฟใด ๆ ให้กับไดโอดปลอ่ ยแสง เพรำะจะทำใหไ้ ดโอดปลอ่ ยแลง
ข้อเสนอแนะ
1. ไดโอดปลอ่ ยแสงที่ผลิตมำจะให้ขำยำวเป็นขบั วก หรอื อำจสงั กตทโ่ี ครงสร้ำงให้ดูขำทไ่ี มม่ ชี พิ
หรือฐำนองรบั สำร จะเปน็ เพยี งขำที่ถูกต่อสำยไปยังชิพท่ีตดิ ต้ังบนขำที่เป็นชั้วลบเท่ำน้ัน
2. ไดโอดแบบบริดจต์ ำมวงจรรปู ที่ 10.5 ขว้ั 1.2 หมำยถึงขว้ั เอชี (~) ขั้ว 4 หมำยถงึ ขัว้ ท่ีให้ศักย์
บวก (+) ขั้ว 3 หมำยถงึ ข้ัวทีใ่ ห้ศกั ย์ลบ (-)
ลาดับขั้นการทดลอง
1. ตง้ั มัลติมัลตมิ เิ ตอรม์ ำตวัด Rx1 จำกนนั้ ทำกำรปรับตวั ปรับสู่ตำแหนง่ ศูนย์

รปู ท่ี 10.5 กำรวัดคำ่ ควำมต้ำนทำนไดโอด
2. วัดคำ่ ควำมต้ำนทำนของไคโอดเบอรต์ ำ่ งๆ ตำรำงที่ 10.2 ในลกั ษณะไบแอสไปหนำ้ กล่ำวคอื

252

ถ้ำใชม้ ัลตมิ ิเตอรย์ ่ีหอ้ ซันวำ หรือเคียวริสุ ให้ใชข้ ้ัวบวกของมิตเตอร์ต่อเขำ้ ขว้ั แคโทดของไดโอด
และใช้ข้วั ลบของมเิ ตอร์ต่อเข้ำข้ัวแอโนดของไดโอด และถำ้ ใช้มิเตอร์ยหี่ อ้ ซิมซนั ให้ใช้ขั้วบวกของ
มเิ ตอรต์ ่อเข้ำขั้วแอโนด
ของไดโอด และใชข้ ้วั ลบของมิเตอร์ตอ่ เขำ้ ขว้ั แคโทดของไดโอดจำกนัน้ บันทกึ ค่ำทไ่ี ดล้ งในตำรำงท่ี
10.2
3. วัดค่ำควำมต้ำนทำนของไคโอดเบอร์ต่ำง ๆ ตำมตำรำงท่ี 10.2 ในลกั ษณะไบแอสยอ้ นกลับ
กล่ำวคือถำ้ ใชม้ ลั ติมเิ ตอร์ย่ีหอ้ ซันวำ หรือเคยี วรสิ ุ ให้ใช้ข้วั บวกของมิเตอรต์ ่อเข้ำแอโนดของไคโอด
และใช้
ขั้วลบของมิเตอร์ต่อเข้ำขัว้ แคโทดของไดโอด ถำ้ ใช้มลั ติมเิ ตอร์ย่หี ้อซมิ ชัน ให้ใช้ข้ัวบวกของมิเตอร์
ต่อเข้ำข้วั
แคโทดของไดโอด และใช้ข้วั ลบของมิเตอรต์ ่อเข้ำข้วั แอโนดของไดโอด จำกน้ันบันทึกคำที่อ่ำนได้ลง
ในตำรำงที่ 10.2
4. ต้งั มัลตมิ เิ ตอรไ์ ปที่มำตรวดั Rx 10K จำกน้ันทำกำรปรับตัวปรบั สู่ตำแหนง่ ศูนย์
5. วัดคำ่ ควำมต้ำนทำนของไดโอดเบอรต์ ำ่ งๆ ตำมตำรำงท่ี 10.2 ในลักษณะไบแอสไปหน้ำ จำกนั้น
บนั ทึกคำ่ ท่ีอ่ำนได้ลงในตำรำงที่ 10.2
6. วดั คำ่ ควำมตำ้ นทำนของไดโอดเบอรต์ ่ำงๆ ตำมตำรำงที่ 10.2 ในลกั ษณะไบแอสยอ้ นกลบั
จำกนนั้ บันทกึ ค่ำที่อ่ำนได้ลงในตำรำงท่ี 10.2
ตารางท่ี 10.2

253

7. ทำกำรวัดคำ่ ควำมต้ำนทำนของไคโอดแบบบรดิ จ์ตำมตำรำงที่ 10.3 และทำกำรบนั ทึกค่ำทอ่ี ่ำน
ไดล้ งในตำรำงที่ 10.3
หมายเหตุ
กำรวดั ค่ำควำมต้ำนทำนที่ขำ (1 - 4) หมำยควำมว่ำทข่ี ำ 1 จะมีศกั ยไ์ ฟจำกแบตเตอร่ีเปน็ บวก
เมอื่ เทียบกับขำ 4 มศี กั ยเ์ ป็นลบ

ตารางท่ี 10.3

8. ทำกำรวดั ค่ำควำมต้ำนทำนของไคโอดแบบบริดจ์ ตำมตำรำงท่ี 10.4 แล้วบันทกึ ค่ำท่ไี ด้ลงุ
ในตำรำงที่ 10.3
ตารางท่ี 10.4

254

9. ทำกำรทดลองตำมตำรำงท่ี 10.5 แล้วบนั ทกึ ค่ำที่ได้ลงในตำรำงที่ 10 4
ตารางที่ 10.5

สรปุ และวจิ ารณ์ผลการทดลอง

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

255

18. แบบประเมนิ ผล

1 .กำรวัดผลและกำรประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ควำมมวี นิ ัย และควำมรบั ผิดชอบ ต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวำ่
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
1.3 สังเกตกำรปฏิบัติตำมใบงำนโดยใช้แบบประเมินผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน
1.4 ตรวจแบบฝกึ หัด

2. เกณฑ์กำรวดั และประเมินผล
2.1 แบบประเมินพฤติกรรม ควำมมีวินัย และควำมรับผิดชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกว่ำ
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกวำ่ ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมกำรปฏิบัติตำมใบงำนต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.4 แบบฝึกหดั ต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์

256

19. แบบฝกึ หดั

จงอธบิ ำยหลักกำรทำงำนและกำรนำไปใช้งำนของไดโอด

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

257

20. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนร้แู บบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จัดหนว่ ยกำรเรียนรไู้ ด้สอดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ำรเรยี นรู้

2. กำหนดเกณฑ์กำรประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดำ้ นควำมรู้ ดำ้ นทักษะ และด้ำนจิตพสิ ยั

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่อื นวัตกรรม กิจกรรมตำมแผนกำรจดั กำรเรยี นรูก้ ่อนเข้ำ

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

4. มวี ิธกี ำรนำเข้ำสู่บทเรียนที่น่ำสนใจ

5. มีกจิ กรรมทหี่ ลำกหลำย เพื่อช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ กำรเรียนรู้ ควำมเขำ้ ใจ

6. จดั กิจกรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้ผ้เู รียนค้นควำ้ เพื่อหำคำตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมท่เี นน้ กระบวนกำรคดิ ( คิดวิเครำะห์ คิดสงั เครำะห์ คิดสรำ้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นแสดงควำมคดิ เหน็ อย่ำงเสรี

10. จัดกิจกรรมกำรเรยี นรทู้ เ่ี ชอื่ มโยงกับชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ญั ญำ/บรู ณำกำรเขำ้ มำ

มีส่วนรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มีกำรเสริมแรงเมือ่ นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมำยงำนให้เหมำะสมตำมศักยภำพของผเู้ รียน

14. เอำใจใสด่ แู ลผเู้ รยี น อยำ่ งทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลำสอนเหมำะสมกับเวลำทก่ี ำหนด

ดา้ นสื่อ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใช้สอื่ ท่เี หมำะสมกบั กิจกรรมและศักยภำพของผู้เรียน

17. ใชส้ ื่อ แหลง่ กำรเรยี นรอู้ ยำ่ งหลำกหลำย เช่น บคุ คล สถำนท่ี ของจริง เอกสำร

สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอร์เน็ต เปน็ ตน้

13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผเู้ รียน

14. เอำใจใสด่ แู ลผเู้ รียน อย่ำงทวั่ ถึง

258

15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกบั เวลำท่ีกำหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในกำรกำหนดเกณฑก์ ำรวดั และประเมินผล

19. ประเมินผลอยำ่ งหลำกหลำยและครบทั้งดำ้ นควำมรู้ ทักษะ และจติ พิสัย

20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในกำรประเมิน

หมายเหตุ ระดบั กำรปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ำรปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

20.2 ปัญหาท่พี บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรียมการสอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

ด้านการวัดประเมนิ ผล

ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อ ๆ)

ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นำยศุภกร มง่ิ คำ )
ตำแหน่ง ครูพเิ ศษสอน

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 259
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี

260

แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั วชิ า ..... 2100 – 1006...... วิชา .......................งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ .........................
หน่วยท่ี ......11...... ชื่อหนว่ ย ............................................ทรานซสิ เตอร์……..……………………………………..
ชอ่ื เรื่อง.................................................ทรานซสิ เตอร์...................................................จานวน...4...ชั่วโมง

1. สาระสาคญั

ทรำนซิสเตอร์เป็นอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ มีหลักกำรทำงำนโดยอำศัยกระแสไฟฟำ้ จำกวงจร
ภำยนอกไปควบคุมตัวกำเนิดกระแสไฟฟำ้ ภำยในให้เปลีย่ นแปลงตำม ทรำนซิสเตอรม์ ี 3 ขำ คือ ขำเบส ขำ
อิมิตเตอรแ์ ละขำคอลเลคเตอร์ ทรำนซสิ เตอร์ แบ่งตำมโครงสร้ำงได้ 2 ชนิด คือ NPN และ PNP แบ่งตำมสำร
ไดส้ องชนิดเชน่ กนั คอื เยอรมันเนียม และ ซิลคิ อน กำรจดั แรงไฟไบแอสทรำนซิสเตอรจ์ ะให้อยสู่ องแบบคือให้
ไบแอสไปหน้ำระหวำ่ งขำเบสกบั ขำอิมิตเตอร์ และให้ไบแอสยอ้ นกลับระหวำ่ งขำเบสกบั ขำคอลเลคเตอร์
ตัวอักษรตวั เลขบนทรำนซสิ เตอร์ บอกชนิดและกำรใชง้ ำนได้ และตรวจสอบดีเสียได้ด้วยโอห์มมิเตอร์

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1. แสดงควำมรเู้ กี่ยวกับทรำนซิสเตอร์

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เขยี นโครงสรำ้ งของทรำนซิสเตอร์ได้ถูกต้อง
2. บอกควำมหมำยของตวั อักษรและตัวเลขบนทรำนซิสเตอร์ได้ถูกต้อง
3. อธิบำยกำรจัดแรงไฟไบอสั ใหท้ รำนซิสเตอร์ไดถ้ ูกต้อง
4. สำมำถวดั คำ่ ควำมต้ำนทำนระหวำ่ งขำ ต่ำง ๆ ของทรำนซสิ เตอรไ์ ด้ถกู ต้อง
5. สำมำรถตรวจสอบหำขำและชนดิ ของทรำนซิสเตอร์ได้
6. สำมำรถตรวจสอบอัตรำกำรขยำยกระแสของทรำนซิสเตอรไ์ ด้
7. บอกได้ว่ำทรำนซสิ เตอร์ที่ตรวจสอบดีหรือชำรดุ

3.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. วดั และทดสอบทรำนซสิ เตอรด์ ว้ ยมัลตมิ ิเตอร์

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
11.1 โครงสร้ำงของทรำนซิสเตอร์ฃ
11.2 ควำมหมำยของอกั ษรและตวั เลขบนตัวถงั ทรำนซิสเตอร์
11.3 กำรจัดแรงไฟให้ทรำนซิสเตอรท์ ำงำน

261

11.4 กำรตรวจสอบขำทรำนซสิ เตอร์
11.5 กำรหำค่ำอตั รำขยำยของทรำนซิสเตอร์

สรุปสำระสำคญั
11.1 โครงสร้ำงของทรำนซสิ เตอร์
ทรำนซิสเตอร์ (Transistor) โครงสร้ำงเกิดจำกกำรนำสำรกึ่งตวั นำชนดิ พีและเอ็น มำเรยี งกนั 3 ชัน้

นำมำตอ่ เรยี งกนั เพือ่ ให้เกดิ รอยต่อระหว่ำงเน้ือสำรข้ึน 2 รอยตอ่ โดยสำรตรงกลำงเป็นเน้ือสำรตำ่ งชนดิ กับสำร
ท่ีอยหู่ ัวและท้ำย แลว้ ต่อขำออกมำใช้งำนจำกชน้ั ท้ัง 3 ดังนั้นจึงสำมำรถแบ่งทรำนซิสเตอร์ออกเป็น 2 ชนิด
ตำมโครงสรำ้ งของสำรทีน่ ำมำต่อเรยี งกนั คือ ทรำนซิสเตอร์ชนิดพีเอน็ พีและทรำนซิสเตอรช์ นิด เอน็ พีเอ็น

11.2 ควำมหมำยของอักษรและตวั เลขบนตัวถังทรำนซสิ เตอร์
กำรทีจ่ ะทรำบวำ่ ทรำนซสิ เตอรต์ วั ไหนเปน็ ชนิดเอน็ พีเอน็ หรือพีเอ็นพี คณุ สมบตั ิตำ่ ง ๆ อย่ำงไรนั้น
โดยปกตจิ ะดจู ำกคู่มือของทรำนซสิ เตอร์ของบริษทั ผ้ผู ลติ ในบำงครง้ั ผู้ผลติ อำจจะกำหนดสญั ลักษณ์ทมี่ ี
ควำมหมำยบง่ ช้ีถึงคณุ ลักษณะบำงประกำรที่เป็นประโยชน์กบั ผ้ใู ช้ เพอื่ ไม่ต้องเสยี เวลำในกำรดูค่มู ือโดยไม่
จำเปน็ เชน่ ทรำนซสิ เตอรข์ องยโุ รปจะเรม่ิ ต้นด้วยตัวอักษร 2 – 3 ตวั แล้วตำมดว้ ยตัวเลข
11.3 กำรจดั แรงไฟให้ทรำนซสิ เตอร์ทำงำน
ทรำนซสิ เตอร์จะทำงำนได้น้นั จะต้องมกี ำรไบแอสทำงอินพุตเพอื่ ทำใหเ้ กดิ กำรไหลของกระแสทำง
เอำต์พุตในลักษณะทีถ่ ูกควบคุมได้ จงึ จะทำให้ทรำนซสิ เตอร์สำมำรถขยำยสัญญำณหรือทำหน้ำท่เี ปน็ สวิตช์ได้
กำรไบแอสทำงอนิ พตุ จะเป็นกำรไบแอสไปหน้ำ สว่ นกำรไบแอสทำงเอำต์พุตจะเป็นกำรไบแอสย้อนกลับ
11.4 กำรตรวจสอบขำทรำนซสิ เตอร์
กำรตรวจสอบขำทรำนซสิ เตอรม์ ีจดุ ประสงค์ทตี่ อ้ งกำรทรำบวำ่ ขำใดเป็นขำเบส ขำคอลเลกเตอร์และ
ขำอิมิตเตอร์ เนื่องจำกทรำนซิสเตอรท์ ีผ่ ลติ จำกกลุ่มประเทศต่ำง ๆ และเบอร์ตำ่ ง ๆ จะมีตำแหนง่ ขำไม่
เหมือนกนั ซึง่ จะข้ึนกับลักษณะของตวั ถังด้วย แต่ถำ้ ลักษณะตวั ถึงแบบเดียวกันท่ีผลิตจำกกลมุ่ ประเทศเดียวกนั
จะมีตำแหน่งขำเหมือนกัน กรณที ีจ่ ำตำแหน่งขำไมไ่ ด้และไม่มคี ู่มือทรำนซิสเตอร์ นิยมใช้โอหม์ มิเตอร์วัดค่ำ
ควำมตำ้ นทำนระหวำ่ งขำทรำนซสิ เตอร์ เพื่อตรวจสอบหำขำทรำนซิสเตอร์ ซึ่งผลจำกกำรตรวจสอบนอกจำก
จะทรำบตำแหน่งขำแลว้ จะทรำบชนิดของทรำนซสิ เตอร์ว่ำเป็นชนดิ พเี อน็ พีหรือเอ็นพเี อ็น อกี ทั้งยงั ทรำบ
ชนิดของสำรก่ึงตัวนำคือซลิ ิคอนหรือเยอรมนั เนียม ปจั จบุ ันทรำนซิสเตอรท์ ่ีทำจำกสำรเยอรมันเนยี มเลิกผลติ
แลว้ แต่ยงั มใี ช้อยบู่ ้ำง เนื่องจำกมีกระแสรั่วไหลสูงจงึ ไมน่ ิยมใช้ เมือ่ พิจำรณำโครงสร้ำงของทรำนซสิ เตอร์จะ
เสมอื นกบั ไดโอด 2 ตัว ตอ่ อนุกรมกันโดยจะตอ่ ขัว้ แอโนดเข้ำดว้ ยกนั กรณขี องทรำนซสิ เตอรช์ นิดเอน็ พเี อ็นจะ
ต่อข้วั แคโทดเขำ้ ด้วยกนั
11.5 กำรหำคำ่ อัตรำขยำยของทรำนซสิ เตอร์
กำรหำอัตรำกำรขยำยกระแสของทรำนซิสเตอรจ์ ะอำศยั กำรไบแอสกระแสเบส เพ่ือให้เกิดกระแสคอ
ลเลกเตอร์ คำ่ กระแสเบสที่นยิ มสำหรบั ทรำนซิสเตอร์ขนำดเลก็ ท่ที นกระแสไมม่ ำกคือ 10 uA กำรกำหนด

262

กระแสค่ำตำ่ เพอื่ ไม่ให้กระแสคอลเลกเตอรส์ งู เกนิ ไป ซ่งึ จะกินไฟจำกแบตเตอรี่มำก ส่วนเลข 10 ถือว่ำเป็น
มำตรวัดที่ลงตวั ในกำรหำร เช่น หำรกับมำตรวัด 20 mA ของดิจติ อลมลั ตมิ ิเตอร์ จะได้
20 10–3 / 10 10–6 = 2,000 หมำยถึง ดิจิตอลมลั ติมเิ ตอร์เสกล hFE จะสำมำรถวัดทรำนซิสเตอร์ท่ีมี
อัตรำขยำยกระแสได้สูงสุด 1,999 เท่ำ (ดจิ ติ อลมัลติมิเตอร์ ขนำด 3 หลัก) ในกำรทดลองหำอัตรำกำรขยำย
กระแสของทรำนซสิ เตอร์ปจั จบุ นั ไมน่ ิยมใช้มลั ตมิ ิเตอรแ์ บบแอนะลอกวัด เพรำะไมส่ ะดวกและแสดงค่ำไม่
ละเอียด จงึ ใชด้ ิจติ อลมัลตมิ เิ ตอรว์ ดั แทน ซึ่งจะมมี ำตรวัด hFE เกือบทุกร่นุ

4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏบิ ตั ิ
ใบงำนที่ 11 ทรำนซิสเตอร์

4.3 ด้านคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกดำ้ นกำรตรงต่อเวลำ ควำมสนใจใฝ่รู้ ควำมซ่ือสัตย์ สจุ ริต ควำมมนี ้ำใจและแบง่ บนั

ควำมรว่ มมือ ควำมมีมำรยำท ไมห่ ยุดน่ิงที่จะแก้ปญั หำ ใช้อุปกรณ์อยำ่ งฉลำดและรอบคอบ

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้

ข้นั ตอนการสอน/กจิ กรรมครู ขัน้ ตอนการเรยี น/กิจกรรมผ้เู รยี น

ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (ใช้เวลา 30 นาที) ขั้นเตรยี ม (ใชเ้ วลา 30 นาที)

1. ครแู นะนำรำยวิชำ วิธกี ำรเรยี น กำรมอบหมำย 1. จัดเตรยี มวสั ดุ อุปกรณ์ สือ่ และเอกสำรตำม

งำน และกำรแต่งกำย ระเบียบกำรปฏิบตั งิ ำนภำยใน ทคี่ รูผู้สอนและแผนกำรจดั กำรเรียนร้ทู กี่ ำหนดไว้

ห้องปฏบิ ตั ิงำนและกำรเบิกเครือ่ งมือ วสั ดุ อุปกรณ์ 2. ทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 11 ทรำนซสิ เตอร์

ช้แี จงวธิ ีวดั ผลประเมินผลกำรเรียน กำรจัดเตรยี มวสั ดุ สลับกนั ตรวจคำตอบและใหค้ ะแนน
อปุ กรณ์ เอกสำร และสือ่ ให้สอด คล้องกับงำน และ 3. ทำควำมเข้ำใจเกี่ยวกบั จดุ ประสงค์กำรเรียนของ
ใชว้ ัสดอุ ปุ กรณถ์ ูกต้องอย่ำงคุ้มค่ำและประหยัด
2. ทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยที่ ทรำนซิสเตอร์ ให้ หนว่ ยกำรเรยี นท่ี 11
ผู้เรียนสลบั กนั ตรวจคำตอบ และใหค้ ะแนน ข้ันสอน (ใชเ้ วลา 180 นาท)ี
3. แจ้งจดุ ประสงค์กำรเรียนหน่วยกำรเรียนท่ี 11 ผ้เู รยี นฟงั และคิดตำม พรอ้ มท้ังจดบันทกึ เกี่ยวกบั
ข้นั สอน (ใชเ้ วลา 180 นาที) เรอ่ื งโครงสร้ำงของทรำนซสิ เตอร์ ควำมหมำยของ
อักษรและตวั เลขบนตัวถังทรำนซสิ เตอร์ กำรจัดแรง
ครูสอนเนือ้ หำสำระในหวั ข้อ
ไฟให้ทรำนซสิ เตอรท์ ำงำน กำรตรวจสอบขำ
11.1 โครงสรำ้ งของทรำนซิสเตอร์ฃ
ทรำนซสิ เตอร์ กำรหำค่ำอตั รำขยำยของ
11.2 ควำมหมำยของอักษรและตัวเลขบนตวั
ทรำนซิสเตอร์และนอกจำกน้ันให้นกั เรยี นจดบนั ทึก
ถังทรำนซสิ เตอร์
ควำมรู้จำกกำรสอนของครูทมี่ ีนอกเหนือจำกใน
11.3 กำรจัดแรงไฟให้ทรำนซิสเตอรท์ ำงำน
หนังสอื ผ้เู รียนปฏบิ ัตงิ ำนตำมลำดับขนั้ กำร
11.4 กำรตรวจสอบขำทรำนซสิ เตอร์
ปฏิบตั ิงำนของใบกจิ กรรม

263

11.5 กำรหำคำ่ อตั รำขยำยของทรำนซิสเตอร์ ข้นั สรปุ (ใช้เวลา 30 นาที)
1. ผ้เู รยี นรับฟงั คำสรุปและขอ้ แนะนำจำกครู พร้อม
จำกน้นั ให้นักเรยี นทำตำมใบงำนที่ 11 ทัง้ จดบนั ทึกขอ้ มลู และซักถำมหรอื ตอบคำถำมใน
ทรำนซสิ เตอร์ ขณะนักเรยี นทำใบงำน ครจู ะ หวั ขอ้ ที่ยังไม่เข้ำใจ
สังเกตกำรณท์ ำงำนกลุ่ม 2. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
3. ผู้เรยี นนำคะแนนจำกแบบทดสอบก่อนเรียนและ
ขน้ั สรุป (ใช้เวลา 30 นาท)ี แบบทดสอบหลังเรียนมำเปรียบเทียบ เพ่ือดู
1. ครสู รุปเน้อื หำสำระกำรเรียนรู้ ควำมกำ้ วหน้ำทำงกำรเรยี นของตนเอง
- โครงสร้ำงของทรำนซสิ เตอร์ฃ 4. ผเู้ รียนทำแบบฝกึ หัดท้ำยหน่วย
- ควำมหมำยของอกั ษรและตัวเลขบนตัว

ถงั ทรำนซสิ เตอร์
- กำรจดั แรงไฟให้ทรำนซสิ เตอรท์ ำงำน
- กำรตรวจสอบขำทรำนซิสเตอร์
- กำรหำคำ่ อัตรำขยำยของทรำนซิสเตอร์

2. ครูแจกแบบทดสอบหลงั เรียน
3. ครตู รวจแบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มกับบันทึก

คะแนน
4. ให้ผ้เู รยี นทำแบบฝกึ หดั ท้ำยหน่วย

รวมเวลาเรียนท้ังหมด 240 นาที
หรอื 4 ชวั่ โมงเรยี น

264

6. ส่ือการเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 สอ่ื ส่งิ พิมพ์
1) เอกสำรประกอบกำรเรียนวชิ ำงำนไฟฟ้ำและอิเล็กทรอนิกส์ ของนำยอดุลย์ กลั ยำแกว้
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 11 ทรำนซสิ เตอร์
3) แบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยท่ี 11 ทรำนซสิ เตอร์
4) เอกสำรกำรเรียนรู้หนว่ ยท่ี 11 ทรำนซสิ เตอร์
5) แบบฝึกหัดหน่วยที่ 11 ทรำนซิสเตอร์
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน และแบบฝกึ หัดทำ้ ยหนว่ ย

6.2 สื่อโสตทศั น์
1) เคร่ืองฉำยภำพ (projector)
2) งำนนำเสนอหนว่ ยท่ี 11 ทรำนซิสเตอร์

6.3 สื่อของจรงิ
1) ชุดทดลองวงจรไฟฟำ้

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ
2. ศนู ย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. หอ้ งปฏบิ ตั ิกำรเขยี นแบบเครอื่ งกลดว้ ยคอมพิวเตอร์

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. อำคำรวทิ ยำบรกิ ำร มหำวิทยำลัยเทคโนโลยีรำชมงคล วทิ ยำเขตสกลนคร
2. กำรฝกึ หำประสบกำรณต์ ำมสถำนประกอบกำรณ์

8. งานทมี่ อบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตอบคำถำมก่อนเรียน เป็นกำรนำเข้ำสบู่ ทเรียน

8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคำถำมระหวำ่ งเรยี น

8.3 หลงั เรียน
1. ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
2. ทำแบบฝึกหดั หลังเรียน
3. ทำใบกจิ กรรม

265

9. ผลงาน/ชน้ิ งาน ท่ีเกิดจากการเรยี นร้ขู องผ้เู รยี น

-

10. เอกสารอ้างอิง

1. หนงั สอื เรียน งำนไฟฟ้ำและอเิ ล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กัลยำแก้ว

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวิชาอืน่

1. บูรณำกำรกับวิชำชวี ติ และวัฒนธรรมไทย ดำ้ นกำรพูด กำรอ่ำน กำรเขยี นและกำรฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทำง
สงั คมดำ้ นกำรเตรียมควำมพร้อม ควำมรับผิดชอบ ควำมสนใจใฝ่รู้

2. บูรณำกำรกบั วชิ ำหลกั เศรษฐศำสตร์ ด้ำนกำรเลือกใชท้ รัพยำกรอยำ่ งประหยดั

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรียน
1. ตรวจสอบระดบั ควำมรู้ควำมเข้ำใจของผู้เรียนกอ่ นเริ่มกำรสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบควำมสนใจในกำรเรยี นของผเู้ รยี นโดยกำรถำม-ตอบคำถำมในระหวำ่ งทเ่ี รียน

12.3 หลงั เรยี น
1. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มกับเปรียบเทยี บแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตรวจแบบฝกึ หัดหลังเรียนเพอื่ ประเมินระดับควำมเข้ำใจของผเู้ รียน
3. ตรวจใบกิจกรรม

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 กำรประเมินผลควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผู้เรียนกอ่ นเรียน
1. วธิ ีกำรประเมิน : ใหท้ ำแบบทดสอบก่อนเรียน และถำมคำถำมเพ่ือประเมนิ ระดับควำมรขู้ องผู้เรยี น
2. เคร่ืองกำรประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียน
3. เกณฑ์กำรประเมิน : ใชอ้ ้ำงอิงเป็นตวั เปรยี บเทยี บกบั ผลกำรทดสอบหลังเรยี น
4. เกณฑ์กำรผำ่ น : นักเรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่ำคร่ึงหน่ึงของจำนวนข้อของแบบ

ทดสอบทัง้ หมด
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 2 กำรประเมนิ ผลควำมรูค้ วำมเข้ำใจของผเู้ รียนหลังเรยี น
1. วิธกี ำรประเมิน : ใหท้ ำแบบทดสอบหลงั เรยี น
2. เครอ่ื งกำรประเมิน : แบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์กำรประเมิน : ใชเ้ ปรียบเทียบกบั ผลกำรทดสอบกอ่ นเรยี น
4. เกณฑ์กำรผำ่ น : นกั เรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกวำ่ กำรทำแบบทดสอบก่อนเรียน

266

14.แบบทดสอบก่อนเรยี น

หนว่ ยการสอนท่ี .....11.....ชอ่ื หน่วยการสอน ทรำนซิเตอร์
วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื กำรประเมนิ ผลควำมรู้ควำมเข้ำใจของผู้เรียนก่อนเรยี น
ข้อคาถาม

1. ข้อใดอธิบำยควำมหมำยของทรำนซเิ ตอร์ไดถ้ ูกต้อง
ก. เปน็ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่ีอำศยั กระแสไฟฟ้ำจำกวงจรภำยนอกไปควบคมุ ตัวกำเนดิ กระแสไฟฟ้ำภำยใน
ข. เปน็ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่ีมหี นำ้ ทแี่ ปลงไฟฟำ้ กระแสสลับเปน็ กระแสตรงเพื่อเล้ียงในวงจร
ค. เปน็ อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ท่ีหน้ำทเี่ ป็นสวิตชเ์ ปิดปดิ วงจรโดยอำศัยหลกั กำรเหนย่ี วนำทำงสนำมแมเ่ หล็ก
ง. ไม่มขี ้อใดถกู

2. ขำของทรำนซิเตอรม์ ีก่ีขำและมีขำอะไรบ้ำง
ก. มี 3 ขำ คือ E B C
ข. มี 3 ขำ คอื G D S
ค. มี 3 ขำ คอื A G K
ง. มี 2 ขำ คอื บวก ลบ

3. ขอ้ ใดคือกำรแบง่ ชนดิ ของทรำนซิเตอร์ตำมโครงสรำ้ ง
ก. ทรำนซเิ ตอร์ภำยในทำจำกธำตเุ ยอรมันเนยี ม
ข. ทรำนซเิ ตอร์ภำยในทำจำกธำตุซิลิคอน
ค. ทรำนซิเตอรแ์ บบ PNP
ง. ทรำนซเิ ตอรแ์ บบ A K

4. ในกำรตรวจวดั ขำทรำนซิเตอร์ เครอื่ งมือวัดใดท่เี ป็นท่นี ิยมในกำรตรวจวัด
ก. แอมปม์ ิเตอร์
ข. โวลท์มิเตอร์
ค. วตั ตม์ เิ ตอร์
ง. โอห์มมเิ ตอร์

5. ทรำนซเิ ตอรท์ ่ีข้ึนตน้ ดว้ ย 2Nxxxx เป็นของกลุม่ ประเทศอะไร
ก. อเมริกำ
ข. ยโุ รป
ค. ญี่ปนุ่
ง. ไทย

267

6. ทรำนซเิ ตอร์ที่ขน้ึ ตน้ ด้วย 2SAxxx เป็นของกลุ่มประเทศอะไร
ก. อเมรกิ ำ
ข. ยุโรป
ค. ญป่ี นุ่
ง. ไทย

7. ยำ่ นกำรวัดใดใช้ในกำรวดั อัตรำกำรขยำยกระแสของทรำนซเิ ตอร์
ก. NPN , PNP
ข. R x 10
ค. R x 100
ง. R x 1k

8. ทรำนซเิ ตอร์เบอร์ BCxxx หมำยถงึ
ก. ทำจำกสำรซลิ คิ อนใชก้ บั ควำมถ่ีสงู
ข. ทำจำกสำรซิลคิ อนใช้กับควำมถตี่ ่ำ
ค. ทำจำกสำรเยอรมันเนยี มใช้กบั ควำมถส่ี ูง
ง. ทำจำกสำรเยอรมันเนียมใช้กับควำมถ่ีต่ำ

9. กำรหำขำเบสของทรำนซเิ ตอร์ชนดิ PNP หำไดโ้ ดยวธิ ีกำรใด
ก. ใช้โอห์มมเิ ตอร์ตั้งย่ำน Rx10 ข้ัวบวกจำกแบตเตอรม่ี ิเตอร์เปน็ ขำร่วมวัดเทยี บกับอีก 2 ขำทีเ่ หลือ
ข. ใช้โอหม์ มิเตอร์ต้ังย่ำน Rx10 ขว้ั ลบจำกแบตเตอรี่มเิ ตอร์เป็นขำรว่ มวดั เทียบกบั อกี 2 ขำท่ีเหลือ
ค. ใช้โอหม์ มเิ ตอร์ตั้งยำ่ น Rx100 ขว้ั บวกจำกแบตเตอรี่มิเตอรเ์ ป็นขำรว่ มวัดเทยี บกบั อีก 2 ขำท่เี หลือ
ง. ใชโ้ อห์มมิเตอร์ต้ังย่ำน Rx100 ขวั้ ลบจำกแบตเตอรม่ี เิ ตอรเ์ ปน็ ขำร่วมวัดเทียบกับอกี 2 ขำทเี่ หลอื

10. กำรหำขำเบสของทรำนซิเตอร์ชนดิ NPN หำไดโ้ ดยวิธกี ำรใด
ก. ใชโ้ อหม์ มเิ ตอรต์ ้ังย่ำน Rx10 ข้ัวบวกจำกแบตเตอร่ีมิเตอรเ์ ป็นขำร่วมวัดเทียบกบั อีก 2 ขำท่เี หลอื
ข. ใช้โอหม์ มิเตอร์ต้ังยำ่ น Rx10 ขวั้ ลบจำกแบตเตอรีม่ ิเตอร์เป็นขำร่วมวดั เทยี บกับอกี 2 ขำที่เหลือ
ค. ใชโ้ อห์มมเิ ตอร์ต้ังยำ่ น Rx100 ข้ัวบวกจำกแบตเตอร่ีมเิ ตอรเ์ ปน็ ขำรว่ มวัดเทียบกบั อกี 2 ขำท่เี หลือ
ง. ใช้โอห์มมเิ ตอร์ตงั้ ย่ำน Rx100 ขั้วลบจำกแบตเตอร่ีมเิ ตอร์เปน็ ขำร่วมวดั เทยี บกบั อีก 2 ขำท่เี หลอื

268

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

1. ก. เปน็ อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกสท์ ่ีอำศัยกระแสไฟฟำ้ จำกวงจรภำยนอกไปควบคมุ ตัวกำเนิดกระแสไฟฟ้ำ
ภำยใน
2. ก. มี 3 ขำ คือ E B C
3. ค. ทรำนซเิ ตอรแ์ บบ PNP
4. ง. โอหม์ มิเตอร์
5. ก. อเมรกิ ำ
6. ค. ญปี่ ุน่
7. ก. NPN , PNP
8. ก. ทำจำกสำรซลิ ิคอนใชก้ ับควำมถส่ี ูง
9. ก. ใชโ้ อห์มมเิ ตอรต์ ้งั ย่ำน Rx10 ขั้วบวกจำกแบตเตอรม่ี ิเตอรเ์ ปน็ ขำรว่ มวัดเทียบกบั อีก 2 ขำทเ่ี หลอื
10. ข. ใชโ้ อห์มมเิ ตอรต์ ั้งยำ่ น Rx10 ขวั้ ลบจำกแบตเตอรี่มเิ ตอรเ์ ป็นขำรว่ มวดั เทียบกบั อกี 2 ขำทเ่ี หลอื

269

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หนว่ ยการสอนที่ .....11.....ชอื่ หนว่ ยการสอน ทรำนซิเตอร์
วตั ถุประสงค์ เพอื่ กำรประเมนิ ผลควำมรู้ควำมเข้ำใจของผเู้ รยี นก่อนเรยี น
ข้อคาถาม
1. ข้อใดอธิบำยควำมหมำยของทรำนซเิ ตอร์ได้ถูกตอ้ ง
ก. เปน็ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทอี่ ำศัยกระแสไฟฟ้ำจำกวงจรภำยนอกไปควบคมุ ตัวกำเนดิ กระแสไฟฟ้ำภำยใน
ข. เปน็ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่มี หี นำ้ ท่แี ปลงไฟฟ้ำกระแสสลับเปน็ กระแสตรงเพื่อเล้ียงในวงจร
ค. เปน็ อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ทีห่ นำ้ ทีเ่ ป็นสวติ ช์เปิดปดิ วงจรโดยอำศัยหลกั กำรเหนย่ี วนำทำงสนำมแมเ่ หล็ก
ง. ไม่มขี ้อใดถูก

2. ขำของทรำนซเิ ตอรม์ ีกี่ขำและมขี ำอะไรบ้ำง
ก. มี 3 ขำ คอื E B C
ข. มี 3 ขำ คอื G D S
ค. มี 3 ขำ คอื A G K
ง. มี 2 ขำ คือ บวก ลบ

3. ขอ้ ใดคือกำรแบ่งชนดิ ของทรำนซเิ ตอร์ตำมโครงสรำ้ ง
ก. ทรำนซิเตอร์ภำยในทำจำกธำตเุ ยอรมันเนียม
ข. ทรำนซเิ ตอร์ภำยในทำจำกธำตุซิลคิ อน
ค. ทรำนซิเตอร์แบบ PNP
ง. ทรำนซเิ ตอรแ์ บบ A K

4. ในกำรตรวจวัดขำทรำนซเิ ตอร์ เครือ่ งมือวดั ใดทเ่ี ป็นที่นิยมในกำรตรวจวัด
ก. แอมปม์ ิเตอร์
ข. โวลทม์ ิเตอร์
ค. วัตตม์ ิเตอร์
ง. โอห์มมิเตอร์

5. ทรำนซเิ ตอรท์ ่ีข้นึ ตน้ ด้วย 2Nxxxx เป็นของกลุ่มประเทศอะไร
ก. อเมริกำ
ข. ยโุ รป
ค. ญี่ปุ่น
ง. ไทย

270

6. ทรำนซิเตอร์ท่ีขนึ้ ตน้ ด้วย 2SAxxx เปน็ ของกลุ่มประเทศอะไร
ก. อเมรกิ ำ
ข. ยุโรป
ค. ญป่ี นุ่
ง. ไทย

7. ยำ่ นกำรวัดใดใช้ในกำรวดั อัตรำกำรขยำยกระแสของทรำนซเิ ตอร์
ก. NPN , PNP
ข. R x 10
ค. R x 100
ง. R x 1k

8. ทรำนซิเตอรเ์ บอร์ BCxxx หมำยถึง
ก. ทำจำกสำรซลิ ิคอนใชก้ บั ควำมถีส่ ูง
ข. ทำจำกสำรซิลคิ อนใช้กับควำมถ่ตี ำ่
ค. ทำจำกสำรเยอรมันเนยี มใช้กบั ควำมถส่ี ูง
ง. ทำจำกสำรเยอรมนั เนียมใช้กับควำมถ่ีตำ่

9. กำรหำขำเบสของทรำนซเิ ตอรช์ นิด PNP หำไดโ้ ดยวิธกี ำรใด
ก. ใช้โอห์มมิเตอรต์ ั้งย่ำน Rx10 ข้วั บวกจำกแบตเตอร่ีมิเตอรเ์ ปน็ ขำรว่ มวัดเทียบกับอกี 2 ขำทีเ่ หลือ
ข. ใช้โอหม์ มเิ ตอร์ต้ังย่ำน Rx10 ข้ัวลบจำกแบตเตอรม่ี ิเตอร์เป็นขำร่วมวดั เทียบกับอกี 2 ขำทีเ่ หลือ
ค. ใช้โอหม์ มเิ ตอรต์ ้ังยำ่ น Rx100 ข้ัวบวกจำกแบตเตอร่ีมิเตอร์เป็นขำรว่ มวัดเทยี บกับอกี 2 ขำท่เี หลือ
ง. ใชโ้ อห์มมิเตอร์ตั้งย่ำน Rx100 ข้ัวลบจำกแบตเตอรีม่ เิ ตอร์เปน็ ขำร่วมวัดเทียบกบั อกี 2 ขำทเี่ หลอื

10. กำรหำขำเบสของทรำนซิเตอร์ชนดิ NPN หำไดโ้ ดยวธิ ีกำรใด
ก. ใชโ้ อหม์ มิเตอรต์ ้ังย่ำน Rx10 ขวั้ บวกจำกแบตเตอรี่มิเตอร์เปน็ ขำร่วมวัดเทียบกับอกี 2 ขำท่เี หลอื
ข. ใช้โอหม์ มเิ ตอร์ต้ังยำ่ น Rx10 ข้ัวลบจำกแบตเตอรมี่ ิเตอร์เป็นขำร่วมวัดเทยี บกบั อกี 2 ขำท่ีเหลือ
ค. ใชโ้ อห์มมิเตอร์ตั้งยำ่ น Rx100 ขั้วบวกจำกแบตเตอร่ีมเิ ตอรเ์ ปน็ ขำร่วมวัดเทียบกบั อกี 2 ขำท่เี หลือ
ง. ใช้โอห์มมิเตอรต์ งั้ ย่ำน Rx100 ข้ัวลบจำกแบตเตอรีม่ เิ ตอรเ์ ป็นขำร่วมวัดเทยี บกับอกี 2 ขำท่เี หลอื

271

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

1. ก. เปน็ อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกสท์ ่ีอำศัยกระแสไฟฟำ้ จำกวงจรภำยนอกไปควบคมุ ตัวกำเนิดกระแสไฟฟ้ำ
ภำยใน
2. ก. มี 3 ขำ คือ E B C
3. ค. ทรำนซเิ ตอรแ์ บบ PNP
4. ง. โอหม์ มิเตอร์
5. ก. อเมรกิ ำ
6. ค. ญปี่ ุน่
7. ก. NPN , PNP
8. ก. ทำจำกสำรซลิ ิคอนใชก้ ับควำมถส่ี ูง
9. ก. ใชโ้ อห์มมเิ ตอรต์ ้งั ย่ำน Rx10 ขั้วบวกจำกแบตเตอรม่ี ิเตอรเ์ ปน็ ขำรว่ มวัดเทียบกบั อีก 2 ขำทเ่ี หลอื
10. ข. ใชโ้ อห์มมเิ ตอรต์ ั้งยำ่ น Rx10 ขวั้ ลบจำกแบตเตอรี่มเิ ตอรเ์ ป็นขำรว่ มวดั เทียบกบั อกี 2 ขำทเ่ี หลอื

272

16. ใบความรู้ท่ี ...11.....

หนว่ ยการสอนท่ี ....11.... ช่ือหน่วย ทรานซิสเตอร์
ชอ่ื หัวข้อเรอ่ื ง ทรานซิสเตอร์

11.1 โครงสรำ้ งของทรำนซสิ เตอร์
ทรำนซสิ เตอร์ (Transistor) โครงสรำ้ งเกดิ จำกกำรนำสำรกึ่งตัวนำชนดิ พแี ละเอ็น มำเรยี งกนั 3 ชนั้
นำมำต่อเรยี งกันเพือ่ ให้เกดิ รอยตอ่ ระหวำ่ งเน้ือสำรข้นึ 2 รอยตอ่ โดยสำรตรงกลำงเป็นเน้ือสำรต่ำงชนดิ กบั สำร
ท่ีอยูห่ วั และท้ำย แล้วต่อขำออกมำใช้งำนจำกชน้ั ทั้ง 3 ดังนั้นจงึ สำมำรถแบ่งทรำนซิสเตอรอ์ อกเป็น 2 ชนดิ
ตำมโครงสร้ำงของสำรท่ีนำมำต่อเรียงกนั คือ ทรำนซิสเตอรช์ นดิ พเี อ็นพีและทรำนซิสเตอร์ชนิด เอ็นพเี อ็น
11.2 ควำมหมำยของอักษรและตวั เลขบนตวั ถังทรำนซิสเตอร์
กำรที่จะทรำบวำ่ ทรำนซิสเตอร์ตัวไหนเป็นชนิดเอ็นพีเอน็ หรือพีเอ็นพี คณุ สมบตั ิต่ำง ๆ อย่ำงไรนน้ั
โดยปกตจิ ะดจู ำกคมู่ ือของทรำนซิสเตอร์ของบริษัทผ้ผู ลิต ในบำงคร้ังผ้ผู ลติ อำจจะกำหนดสัญลักษณ์ท่ีมี
ควำมหมำยบง่ ชี้ถึงคณุ ลักษณะบำงประกำรที่เปน็ ประโยชน์กับผู้ใช้ เพอ่ื ไม่ต้องเสียเวลำในกำรดูคู่มือโดยไม่
จำเป็น เชน่ ทรำนซิสเตอรข์ องยุโรปจะเร่ิมต้นดว้ ยตัวอักษร 2 – 3 ตวั แลว้ ตำมด้วยตวั เลข
11.3 กำรจัดแรงไฟให้ทรำนซสิ เตอร์ทำงำน
ทรำนซสิ เตอร์จะทำงำนไดน้ นั้ จะต้องมีกำรไบแอสทำงอนิ พุตเพือ่ ทำใหเ้ กิดกำรไหลของกระแสทำง
เอำต์พุตในลกั ษณะท่ถี ูกควบคุมได้ จงึ จะทำใหท้ รำนซสิ เตอร์สำมำรถขยำยสัญญำณหรือทำหนำ้ ท่ีเป็นสวติ ช์ได้
กำรไบแอสทำงอินพุตจะเป็นกำรไบแอสไปหน้ำ ส่วนกำรไบแอสทำงเอำต์พตุ จะเป็นกำรไบแอสย้อนกลับ
11.4 กำรตรวจสอบขำทรำนซิสเตอร์
กำรตรวจสอบขำทรำนซิสเตอร์มจี ดุ ประสงค์ทต่ี อ้ งกำรทรำบวำ่ ขำใดเปน็ ขำเบส ขำคอลเลกเตอรแ์ ละ
ขำอิมิตเตอร์ เนื่องจำกทรำนซิสเตอร์ทผ่ี ลติ จำกกลุ่มประเทศต่ำง ๆ และเบอรต์ ่ำง ๆ จะมตี ำแหน่งขำไม่
เหมือนกันซง่ึ จะข้นึ กบั ลักษณะของตัวถงั ดว้ ย แต่ถ้ำลกั ษณะตวั ถึงแบบเดียวกนั ที่ผลิตจำกกลมุ่ ประเทศเดียวกนั
จะมตี ำแหน่งขำเหมือนกัน กรณีทีจ่ ำตำแหนง่ ขำไม่ไดแ้ ละไม่มีคูม่ ือทรำนซิสเตอร์ นิยมใช้โอหม์ มิเตอรว์ ดั คำ่
ควำมต้ำนทำนระหวำ่ งขำทรำนซิสเตอร์ เพ่ือตรวจสอบหำขำทรำนซิสเตอร์ ซึ่งผลจำกกำรตรวจสอบนอกจำก
จะทรำบตำแหน่งขำแล้วจะทรำบชนดิ ของทรำนซิสเตอร์วำ่ เปน็ ชนดิ พเี อน็ พีหรอื เอน็ พเี อ็น อกี ทัง้ ยงั ทรำบ
ชนดิ ของสำรก่ึงตวั นำคือซลิ คิ อนหรือเยอรมันเนยี ม ปัจจบุ ันทรำนซิสเตอรท์ ี่ทำจำกสำรเยอรมันเนยี มเลิกผลติ
แล้วแต่ยังมีใชอ้ ยูบ่ ้ำง เน่อื งจำกมีกระแสร่ัวไหลสูงจงึ ไมน่ ยิ มใช้ เมอ่ื พจิ ำรณำโครงสร้ำงของทรำนซิสเตอร์จะ
เสมือนกับไดโอด 2 ตัว ต่ออนุกรมกันโดยจะตอ่ ขว้ั แอโนดเข้ำดว้ ยกนั กรณีของทรำนซิสเตอร์ชนดิ เอน็ พีเอน็ จะ
ตอ่ ข้ัวแคโทดเข้ำดว้ ยกนั
11.5 กำรหำคำ่ อตั รำขยำยของทรำนซสิ เตอร์
กำรหำอตั รำกำรขยำยกระแสของทรำนซสิ เตอรจ์ ะอำศยั กำรไบแอสกระแสเบส เพื่อให้เกิดกระแสคอ
ลเลกเตอร์ คำ่ กระแสเบสที่นยิ มสำหรบั ทรำนซิสเตอร์ขนำดเลก็ ทีท่ นกระแสไม่มำกคือ 10 uA กำรกำหนด

273

กระแสค่ำตำ่ เพือ่ ไมใ่ ห้กระแสคอลเลกเตอร์สงู เกินไป ซึง่ จะกนิ ไฟจำกแบตเตอร่ีมำก สว่ นเลข 10 ถือวำ่ เป็น
มำตรวัดทล่ี งตัวในกำรหำร เช่น หำรกบั มำตรวดั 20 mA ของดิจติ อลมลั ติมิเตอร์ จะได้
20 10–3 / 10 10–6 = 2,000 หมำยถงึ ดจิ ิตอลมัลติมิเตอร์เสกล hFE จะสำมำรถวดั ทรำนซสิ เตอร์ท่ีมี
อัตรำขยำยกระแสได้สูงสดุ 1,999 เทำ่ (ดจิ ติ อลมลั ติมิเตอร์ ขนำด 3 หลัก) ในกำรทดลองหำอตั รำกำรขยำย
กระแสของทรำนซิสเตอร์ปจั จบุ ันไมน่ ยิ มใช้มัลติมิเตอรแ์ บบแอนะลอกวัด เพรำะไมส่ ะดวกและแสดงคำ่ ไม่
ละเอยี ด จงึ ใชด้ ิจิตอลมัลติมเิ ตอรว์ ดั แทน ซง่ึ จะมีมำตรวัด hFE เกือบทุกรุ่น

274

17. ใบงาน

ใบกจิ กรรมที่ 11 ทรานชิสเตอร์

สมรรถนะ วัดและทดสอบทรำนซสิ เตอร์ด้วยมัลตมิ ิเตอร์
เคร่ืองมอื อปุ กรณ์
1. มลั ติมเิ ตอรช์ นดิ แอนะลอกและดิจติ อลมัลติมิเตอรท์ ี่มมี ำตรวดั hfe
2. แผงฝึกกำรวดั ทรำนซิสเตอร์
ขอ้ ควรระวัง
1. กรณใี ช้ทรำนซิสเตอร์เป็นตัวมำทำกำรตรวจสอบ เนื่องจำกไม่มชี ดุ ฝึกต้องกระทำด้วยควำม
ระมัดระวังเพรำะขำทรำนชสิ เตอรช์ ำรดุ ง่ำย โดยเฉพำะทรำนซิสเตอร์ขนำดเล็กซึง่ อำจแก้ปญั หำ
โดยกำรสำยจำกขำของทรำนซิสตอรอ์ อกมำใสฉ่ นวนกันขำลดั วงจร ใส่ท่อหดรัดไม่ใหข้ ำโยกได้ แล้ว
ทำกำรตรวจสอบที่ปลำยสำยแทน
2. ไม่ควรใชม้ ำตรวดั R x 1 ไปตรวจสอบคุณสมบัตขิ องทรำนซสิ เตอร์ เน่อื งจำกมำตรวดั น้จี ่ำย
กระแสไดถ้ งึ 150 mA ซง่ึ อำจมีผลทำให้ทรำนซสิ เตอรข์ นำดเลก็ เสียหำยได้
ขอ้ เสนอแนะ
1. กำรวัดอัตรำกำรขยำยกระแสของทรำนซิสเตอรใ์ ห้ช้ดจิ ติ อลมลั ตมิ เิ ตอรท์ ดสอบ ซึ่งจะตอ้ งมสี ำย
แขง็ เสน้ เล็กที่ตอ่ ระหวำ่ งชุดฝกึ เขำ้ กบั เตำ้ รบั (S0CKET) ขำทรำนซสิ เตอร์ทอ่ี ยบู่ นตวั ดจิ ิตอลมลั ติ
มเิ ตอร์
2. ขอ้ สำคญั ในกำรวดั คอื ตอ่ ถูกขำ (B, C, E) และถูกมำตรวัด (NPN, PNP)
ลาดับขั้นการทดลอง
1. วัดค่ำควำมต้ำนทำนระหวำ่ งขำต่ำง ๆ โดยใชม้ ำตรวัดของโอหม์ มิเตอร์ตำมตำรำงที่ 1
บนั ทึกค่ำที่ไดล้ งในตำรำงที่ 11.1 (กำรวดั ค่ำควำมตำ้ นทำนระหว่ำง BE หมำยควำมว่ำให้ต่อสำย
มเิ ตอรท์ ่ีมศี กั ย์เปน็ บวกเข้ำท่ีขำ B และต่อสำยของมเิ ตอร์ทีม่ ีศกั ยเ์ ป็นลบเข้ำทขี่ ำ E)

275

ตารางที่ 11.1

2. วัดค่ำควำมตำ้ นทำนระหว่ำงขำต่ำงๆ ของทรำนชิสเตอรซ์ ง่ึ ไม่ทรำบขำ โดยใชม้ ำตรวัด Rx 10
ตำมตำรำงที่ 11.2 ซ่งึ จะทำใหท้ รำบขำ B และชนดิ (PNPNPN) จำกนนั้ ใชม้ ำตรวดั R x 10k วัดอกี
2 ขำท่ีเหลอื จะทำให้ทรำบขำ C และ E บนั ทึกผลกำรทดลองและจำกกำรวินิจฉยั ต่ำงๆ ลงใน
ตำรำงที่ 11.2 สำหรับทรำนซสิ เตอรท์ ุกตัว
ตารางท่ี 11.2

หมายเหตุ
- กำรวดั ขัว้ 12 หมำยถึงข้ัว 1 มีศกั ย์เปน็ บวกเม่อื เทียบกับขำ 2
- กำรสังเกตผลกำรทดลอง มำตวัด R 10 คใู่ ดไดค้ ่ำควำมตำ้ นทำนต่ำซ้ำตวั เลขที่
อย่ขู ้ำงหนจะเปน็ ชนิด NPN ขำทีซ่ ้ำคอื ขำ กรณซี ำ้ ตัวเลขที่อยูช่ ังหลังจะเปน็ ชนิด PNP ชำที่ซ้ำคือ
ขำ B
3. ทำกำรวัดหำอัตรำกำรขยำยกระแสของทรำนซสิ เตอรเ์ บอรต์ ำ่ ง ๆ โดยใชด้ จิ ติ อลมิเตอร์ตำม

276

ตำรำงท่ี 11.3
ตารางท่ี 11.3

สรุปผลการทดลอง

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

277

18. แบบประเมนิ ผล

1 .กำรวัดผลและกำรประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ควำมมวี นิ ัย และควำมรบั ผิดชอบ ต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวำ่
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
1.3 สังเกตกำรปฏิบัติตำมใบงำนโดยใช้แบบประเมินผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน
1.4 ตรวจแบบฝกึ หัด

2. เกณฑ์กำรวดั และประเมินผล
2.1 แบบประเมินพฤติกรรม ควำมมีวินัย และควำมรับผิดชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกว่ำ
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกวำ่ ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมกำรปฏิบัติตำมใบงำนต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.4 แบบฝึกหดั ต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์

278

19. แบบฝึกหดั

จงอธิบำยหลกั กำรทำงำนและกำรนำไปใช้ของทรำนซสิ เตอร์

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

279

20. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนร้แู บบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จัดหนว่ ยกำรเรียนรไู้ ด้สอดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ำรเรยี นรู้

2. กำหนดเกณฑ์กำรประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดำ้ นควำมรู้ ดำ้ นทักษะ และด้ำนจิตพสิ ยั

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่อื นวัตกรรม กิจกรรมตำมแผนกำรจดั กำรเรยี นรูก้ ่อนเข้ำ

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

4. มวี ิธกี ำรนำเข้ำสู่บทเรียนที่น่ำสนใจ

5. มีกจิ กรรมทหี่ ลำกหลำย เพื่อช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ กำรเรียนรู้ ควำมเขำ้ ใจ

6. จดั กิจกรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้ผ้เู รียนค้นควำ้ เพื่อหำคำตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมท่เี นน้ กระบวนกำรคดิ ( คิดวิเครำะห์ คิดสงั เครำะห์ คิดสรำ้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นแสดงควำมคดิ เหน็ อย่ำงเสรี

10. จัดกิจกรรมกำรเรยี นรทู้ เ่ี ชอื่ มโยงกับชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ญั ญำ/บรู ณำกำรเขำ้ มำ

มีส่วนรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มีกำรเสริมแรงเมือ่ นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมำยงำนให้เหมำะสมตำมศักยภำพของผเู้ รียน

14. เอำใจใสด่ แู ลผเู้ รยี น อยำ่ งทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลำสอนเหมำะสมกับเวลำทก่ี ำหนด

ดา้ นสื่อ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใช้สอื่ ท่เี หมำะสมกบั กิจกรรมและศักยภำพของผู้เรียน

17. ใชส้ ื่อ แหลง่ กำรเรยี นรอู้ ยำ่ งหลำกหลำย เช่น บคุ คล สถำนท่ี ของจริง เอกสำร

สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอร์เน็ต เปน็ ตน้

13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผเู้ รียน

14. เอำใจใสด่ แู ลผเู้ รียน อย่ำงทวั่ ถึง

280

15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกบั เวลำท่ีกำหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในกำรกำหนดเกณฑก์ ำรวดั และประเมินผล

19. ประเมินผลอยำ่ งหลำกหลำยและครบทั้งดำ้ นควำมรู้ ทักษะ และจติ พิสัย

20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในกำรประเมิน

หมายเหตุ ระดบั กำรปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ำรปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

20.2 ปัญหาท่พี บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรียมการสอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

ด้านการวัดประเมนิ ผล

ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อ ๆ)

ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นำยศุภกร มง่ิ คำ )
ตำแหน่ง ครูพเิ ศษสอน

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 281
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี

282

แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหสั วชิ า ..... 2100 – 1006...... วชิ า .......................งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้ .........................
หน่วยที่ ......12...... ช่ือหนว่ ย .......................................เอสซีอาร์และไทรแอก……………..……………….……..
ชือ่ เรอ่ื ง.............................................เอสซีอารแ์ ละไทรแอก...........................................จานวน...4...ชว่ั โมง

1. สาระสาคัญ

เอสซอี ำร์ (Silicon Control Rectifier : SCR) มีโครงสรำ้ งเป็นสำรกึ่งตัวนำ 4 ช้นั PNPN มี
ขำตอ่ ใชง้ ำน 3 ขำคือแอโนด (A) แคโทด (K) และเกต (G) เมอื่ ป้อนไบแอสให้ขำแอโนดและแคโทดเป็นไบแอส
ไปหน้ำแล้วจดุ ชนวนทข่ี ำเกตเป็นไฟบวก เอสซีอำร์ ก็จะนำกระแส กำรทจ่ี ะทำให้เอสซอี ำร์หยดุ นำกระแส
กระทำได้ 2 วธิ คี อื ตดั แรงดนั ท่ีจ่ำยให้วงจรออกชัว่ ขณะและลดกระแสแอโนดที่ไหลผำ่ นเอสซีอำร์ใหต้ ำ่ กวำ่
กระแสยดึ (Holding current : IH)

ไทรแอก (Triac) ถูกพัฒนำข้นึ มำให้ใชง้ ำนกบั ไฟสลบั เพ่ือแก้ขอ้ บกพร่องของ เอสซีอำร์ ไทรแอก
นำกระแสได้สองทิศทำงโดยทำหนำ้ ท่เี ปน็ สวติ ซ์ มคี ุณสมบตั ิเปน็ สวิตซท์ ดี่ กี ว่ำสวิตซ์ธรรมดำหลำยประกำรคือ
ทำงำนได้เรว็ ควบคุมกำรทำงำนง่ำยไม่มีหน้ำสัมผสั จึงไมเ่ กิดประกำยไฟ โครงสร้ำงไทรแอกเหมือนกำรรวมเอสซี
อำร์สองตวั ไว้ด้วยกนั กำรทำงำนของไทรแอกตอ้ งเลอื กสภำวะกำรทำงำนของไทรแอกโดยเลือกใช้สภำวะ
กระแสแอโนดกับกระแสเกตเสริมกัน กำรทำใหไ้ ทรแอกนำกระแสทำได้คลำ้ ยกนั กับเอสซีอำร์กำรตรวจสอบ
สภำพดีหรอื เสียทำไดด้ ว้ ยกำรใชโ้ อห์มมิเตอรว์ ดั และทดสอบ

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1. แสดงควำมรเู้ กยี่ วกบั เอสซีอำรแ์ ละไทรแอก

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. อธิบำยกำรวดั คำ่ ควำมต้ำนทำนระหว่ำงขำต่ำง ๆ ของเอสซอี ำรแ์ ละไทรแอกได้
2. บอกวธิ กี ำรตรวจสอบหำขำของเอสซีอำรแ์ ละไทรแอกได้
3. บอกวิธกี ำรจุดชนวนและกระแสยดึ ของเอสซอี ำร์และไทรแอกได้
4. สำมำรถตรวจสอบเอสซีอำรแ์ ละไทรแอกทดี่ หี รือชำรุดได้

3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. วัดและทดสอบเอสซีอำรแ์ ละไทรแอกด้วยมลั ติมิเตอร์

283

4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้
12.1 โครงสร้ำงและกำรทำงำนของเอสซีอำร์
12.2 โครงสร้ำงและกำรทำงำนของไทรแอก
12.3 กำรตรวจสอบคุณสมบตั ขิ องเอสซอี ำร์และไทรแอกโดยใชโ้ อห์มมเิ ตอร์

สรุปสำระสำคญั

12.1 โครงสร้ำงและกำรทำงำนของเอสซอี ำร์
เอสซอี ำร์ (Silicon Control Rectifier : SCR) เปน็ อปุ กรณ์สำรก่ึงตัวนำชนิดไทรสิ เตอร์ (Thyristor) ท่ี
ทำหน้ำท่เี ป็นสวติ ช์ปดิ – เปดิ สำมำรถสรำ้ งใหท้ นคำ่ แรงดนั และกระแสสงู ๆ ไดน้ ยิ มใช้กับวงจรไฟฟ้ำ
กระแสสลับโหลดทีถ่ กู ขบั ไดแ้ ก่ หลอดไฟ มอเตอร์ ตวั ต้ำนทำน และตวั เหนย่ี วนำ เปน็ ต้น
โครงสร้ำงของเอสซีอำร์จะประกอบไปด้วยสำรกง่ึ ตัวนำที่เป็นรอยต่อของสำรพเี อน็ พี โดยขวั้ แอโนดจะ
อย่ดู ้ำนรมิ ของสำรพี ส่วนขว้ั แคโทดจะอยู่ด้ำนริมของสำรเอ็น ข้วั เกตจะตดิ กับสำรเอ็นทำงข้วั แคโทด
กำรทำงำนของเอสซีอำรจ์ ะคล้ำยคลงึ กับไดโอดซง่ึ มีกำรทำงำนสองสถำนะ คือนำกระแสและไม่
นำกระแส แต่กำรนำกระแสหรือไม่นำกระแสนั้นถูกควบคุมโดยขำเกตจำกวงจรสมมูลถ้ำแรงดันทข่ี ำแอโนดเป็น
บวกเม่ือเทยี บกับแคโทดและแรงดันที่ขำเกตเปน็ ลบเม่อื เทียบกับขำแคโทดจะทำให้ทรำนซีสเตอร์ Q2 เกิดกำร
ไบแอสกลับ ทรำนซสิ เตอร์ Q2 จะไม่นำกระแสมีเฉพำะกระแสรวั่ ไหลเท่ำนน้ั ดงั นั้น เอสซีอำร์จะไมม่ ีกระแส
ไหลจำกแอโนดไปยงั แคโทด คำ่ ควำมต้ำนทำนระหว่ำงแอโนดกับแคโทดจึงสูงมำก ถ้ำให้แรงดนั ท่ขี ำเกตมีค่ำ
เป็นบวกเมื่อเทียบกบั แคโทดจะทำให้ทรำนซิสเตอร์ Q2 นำกระแส

12.2 โครงสร้ำงและกำรทำงำนของไทรแอก
ไทรแอกเป็นอุปกรณส์ ำรกึง่ ตัวนำท่ีมีข้ัวต่อ 3 ข้ัวมชี ื่อเรียกวำ่ A2 (แอโนด 2) , A1 (แอโนด1) และ G
(เกต) ไทรแอกจะเปน็ อปุ กรณ์ท่ที ำหน้ำท่ีคล้ำย ๆ กับสวิตซ์ไฟฟ้ำสำหรบั กระแสสลบั แต่มีข้อดกี ว่ำสวติ ซ์
ธรรมดำ คือกำรเปิด – ปดิ วงจรของไทรแอกเรว็ กว่ำสวิตซ์ธรรมดำหลำยเทำ่ จงึ ทำใหส้ ำมำรถควบคมุ กำลังงำน
ไดไ้ ทรแอกเป็นอปุ กรณ์สำรก่งึ ตัวนำทมี่ ีขวั้ ต่อ 3 ข้ัวมชี ื่อเรยี กวำ่ A2 (แอโนด 2) , A1 (แอโนด1) และ G
(เกต) ไทรแอกจะเป็นอปุ กรณ์ท่ีทำหนำ้ ที่คลำ้ ย ๆ กบั สวติ ซไ์ ฟฟ้ำสำหรบั กระแสสลบั แตม่ ีข้อดกี ว่ำสวติ ซ์
ธรรมดำ คือกำรเปดิ – ปดิ วงจรของไทรแอกเร็วกวำ่ สวิตซธ์ รรมดำหลำยเท่ำจงึ ทำใหส้ ำมำรถควบคุมกำลังงำน
ได้
12.3 กำรตรวจสอบคุณสมบตั ิของเอสซอี ำร์และไทรแอกโดยใชโ้ อห์มมิเตอร์
1. กำรหำขำของเอสซีอำรโ์ ดยใชโ้ อห์มมิเตอร์
2. กำรตรวจสอบคณุ สมบตั ิของเอสซีอำรแ์ ละไทรแอกเกย่ี วกับกระแสร่ัวไหล
3. กำรทดสอบคุณสมบตั ิในกำรจดุ ชนวนของเอสซีอำร์
4. กำรวัดหำขำไทรแอกโดยใช้โอห์มมเิ ตอร์

284

4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏิบัติ
ใบงำนที่ 12 เอสซีอำร์และไทรแอก

4.3 ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกดำ้ นกำรตรงต่อเวลำ ควำมสนใจใฝร่ ู้ ควำมซื่อสัตย์ สุจริต ควำมมีน้ำใจและแบง่ บัน

ควำมร่วมมอื ควำมมมี ำรยำท ไม่หยุดนิง่ ทจี่ ะแก้ปญั หำ ใชอ้ ุปกรณ์อยำ่ งฉลำดและรอบคอบ

5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้

ขน้ั ตอนการสอน/กจิ กรรมครู ขัน้ ตอนการเรียน/กจิ กรรมผเู้ รยี น

ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน (ใช้เวลา 30 นาที) ขั้นเตรยี ม (ใชเ้ วลา 30 นาที)

1. ครแู นะนำรำยวิชำ วิธกี ำรเรยี น กำรมอบหมำย 1. จดั เตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ สื่อ และเอกสำรตำม

งำน และกำรแตง่ กำย ระเบยี บกำรปฏบิ ัติงำนภำยใน ท่คี รผู สู้ อนและแผนกำรจดั กำรเรียนรูท้ กี่ ำหนดไว้

ห้องปฏิบัติงำนและกำรเบิกเครือ่ งมือ วัสดุ อปุ กรณ์ 2. ทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยท่ี 12 อสซอี ำร์และไทร

ชี้แจงวธิ ีวดั ผลประเมนิ ผลกำรเรยี น กำรจัดเตรียมวัสดุ แอก สลับกันตรวจคำตอบและให้คะแนน
อปุ กรณ์ เอกสำร และสอ่ื ให้สอด คล้องกบั งำน และ 3. ทำควำมเข้ำใจเกย่ี วกบั จดุ ประสงคก์ ำรเรียนของ
ใช้วัสดอุ ปุ กรณถ์ ูกต้องอย่ำงคุ้มค่ำและประหยัด
2. ทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 12 เอสซีอำรแ์ ละไทร หน่วยกำรเรยี นที่ 12
แอก ให้ผู้เรียนสลับกนั ตรวจคำตอบ และใหค้ ะแนน ขน้ั สอน (ใชเ้ วลา 180 นาที)
ผู้เรยี นฟังและคดิ ตำม พร้อมท้ังจดบันทกึ เกยี่ วกับ
3. แจง้ จดุ ประสงค์กำรเรียนหนว่ ยกำรเรยี นท่ี 12
ข้นั สอน (ใช้เวลา 180 นาที) เร่ืองโครงสร้ำงและกำรทำงำนของเอสซีอำร์
โครงสร้ำงและกำรทำงำนของไทรแอก กำร
ครสู อนเน้อื หำสำระในหวั ข้อ
ตรวจสอบคุณสมบตั ิของเอสซีอำร์และไทรแอกโดย
12.1 โครงสรำ้ งและกำรทำงำนของเอสซีอำร์
12.2 โครงสร้ำงและกำรทำงำนของไทรแอก ใช้โอห์มมเิ ตอร์
และนอกจำกนนั้ ให้นกั เรียนจดบันทกึ ควำมรจู้ ำกกำร
12.3 กำรตรวจสอบคุณสมบัติของเอสซีอำรแ์ ละ สอนของครูท่ีมนี อกเหนือจำกในหนงั สอื ผู้เรยี น
ไทรแอกโดยใช้โอหม์ มเิ ตอร์
จำกน้ันใหน้ ักเรียนทำตำมใบงำนท่ี 12 เอสซีอำร์และ ปฏบิ ัตงิ ำนตำมลำดับขั้นกำรปฏบิ ตั ิงำนของใบ
กจิ กรรม
ไทรแอก ขณะนักเรยี นทำใบงำน ครจู ะสังเกตกำรณ์

ทำงำนกลมุ่ ขัน้ สรปุ (ใช้เวลา 30 นาที)

ขัน้ สรุป (ใชเ้ วลา 30 นาที) 1. ผู้เรยี นรบั ฟังคำสรุปและข้อแนะนำจำกครู พร้อม
1. ครสู รปุ เนื้อหำสำระกำรเรียนรู้ ทั้งจดบนั ทกึ ขอ้ มูล และซักถำมหรอื ตอบคำถำมใน
- โครงสร้ำงและกำรทำงำนของเอสซีอำร์ หวั ข้อทยี่ ังไมเ่ ข้ำใจ
2. ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

285

- โครงสร้ำงและกำรทำงำนของไทรแอก 3. ผ้เู รียนนำคะแนนจำกแบบทดสอบก่อนเรยี นและ
- กำรตรวจสอบคุณสมบตั ิของเอสซอี ำรแ์ ละ แบบทดสอบหลังเรยี นมำเปรียบเทียบ เพ่ือดู
ควำมก้ำวหนำ้ ทำงกำรเรยี นของตนเอง
ไทรแอกโดยใช้โอห์มมเิ ตอร์ 4. ผู้เรยี นทำแบบฝกึ หดั ท้ำยหนว่ ย
2. ครแู จกแบบทดสอบหลงั เรียน
3. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพร้อมกับบนั ทึก

คะแนน
4. ให้ผู้เรยี นทำแบบฝึกหดั ท้ำยหน่วย

รวมเวลาเรียนท้งั หมด 240 นาที
หรือ 4 ชวั่ โมงเรียน

286

6. สื่อการเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 สอื่ สิ่งพิมพ์
1) เอกสำรประกอบกำรเรยี นวชิ ำงำนไฟฟำ้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ของนำยอดลุ ย์ กลั ยำแกว้
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 12 เอสซีอำรแ์ ละไทรแอก
3) แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 12 เอสซอี ำร์และไทรแอก
4) เอกสำรกำรเรยี นรหู้ น่วยที่ 12 เอสซอี ำร์และไทรแอก
5) แบบฝกึ หัดหน่วยท่ี 12 เอสซอี ำรแ์ ละไทรแอก
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น และแบบฝึกหดั ท้ำยหน่วย

6.2 ส่อื โสตทศั น์
1) เครือ่ งฉำยภำพ (projector)
2) งำนนำเสนอหนว่ ยที่ 12 เอสซอี ำร์และไทรแอก

6.3 สือ่ ของจริง
1) ชุดทดลองวงจรไฟฟำ้

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมุด
2. ศนู ย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรเขยี นแบบเคร่อื งกลด้วยคอมพิวเตอร์

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. อำคำรวิทยำบรกิ ำร มหำวทิ ยำลัยเทคโนโลยรี ำชมงคล วิทยำเขตสกลนคร
2. กำรฝึกหำประสบกำรณ์ตำมสถำนประกอบกำรณ์

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. ตอบคำถำมก่อนเรยี น เปน็ กำรนำเข้ำสู่บทเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคำถำมระหว่ำงเรยี น

8.3 หลงั เรียน
1. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
2. ทำแบบฝึกหดั หลังเรียน
3. ทำใบกิจกรรม

287

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ท่ีเกดิ จากการเรียนรู้ของผูเ้ รียน

-

10. เอกสารอ้างอิง

1. หนังสอื เรยี น งำนไฟฟ้ำและอิเล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กัลยำแก้ว

11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ ับรายวชิ าอน่ื

1. บรู ณำกำรกบั วชิ ำชีวติ และวฒั นธรรมไทย ด้ำนกำรพูด กำรอ่ำน กำรเขยี นและกำรฝึกปฏบิ ัติตนทำง
สังคมดำ้ นกำรเตรยี มควำมพร้อม ควำมรับผดิ ชอบ ควำมสนใจใฝ่รู้

2. บูรณำกำรกับวิชำหลักเศรษฐศำสตร์ ด้ำนกำรเลือกใช้ทรพั ยำกรอยำ่ งประหยัด

12. หลักการประเมนิ ผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรยี น
1. ตรวจสอบระดบั ควำมรูค้ วำมเข้ำใจของผเู้ รยี นก่อนเริ่มกำรสอน

12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบควำมสนใจในกำรเรยี นของผู้เรยี นโดยกำรถำม-ตอบคำถำมในระหว่ำงทเ่ี รยี น

12.3 หลงั เรยี น
1. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มกบั เปรียบเทียบแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตรวจแบบฝึกหดั หลงั เรียนเพ่ือประเมินระดบั ควำมเขำ้ ใจของผู้เรียน
3. ตรวจใบกิจกรรม

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรยี น

จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 กำรประเมินผลควำมร้คู วำมเข้ำใจของผเู้ รียนกอ่ นเรียน
1. วิธีกำรประเมิน : ใหท้ ำแบบทดสอบก่อนเรยี น และถำมคำถำมเพื่อประเมินระดบั ควำมรขู้ องผู้เรียน
2. เครอื่ งกำรประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรยี น
3. เกณฑ์กำรประเมิน : ใชอ้ ำ้ งองิ เป็นตวั เปรยี บเทียบกบั ผลกำรทดสอบหลงั เรยี น
4. เกณฑ์กำรผ่ำน : นักเรียนสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไม่น้อยกวำ่ ครง่ึ หน่ึงของจำนวนข้อของแบบ

ทดสอบทง้ั หมด
จดุ ประสงค์ข้อที่ 2 กำรประเมนิ ผลควำมร้คู วำมเข้ำใจของผู้เรยี นหลังเรียน
1. วิธกี ำรประเมิน : ให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. เคร่ืองกำรประเมนิ : แบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์กำรประเมนิ : ใช้เปรยี บเทยี บกับผลกำรทดสอบกอ่ นเรียน
4. เกณฑ์กำรผำ่ น : นกั เรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่ำกำรทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน

288

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หน่วยการสอนท่ี .....12.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน เอสซีอำรแ์ ละไทรแอก
วตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ กำรประเมนิ ผลควำมร้คู วำมเข้ำใจของผูเ้ รยี นกอ่ นเรยี น
ขอ้ คาถาม

1. เอสซีอำรแ์ ละไทรแอกเป็นอุปกรณ์ทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ประเภทใด
ก. ไอซี
ข. ทรำนซิสเตอร์
ค. ตวั ต้ำนทำน
ง. ไทรสี เตอร์

2. กระแสใช้งำนของเอสซีอำร์ไหลจำกข้ัวใดไปข้วั ใด
ก. K ไป A
ข. A ไป G
ค. A ไป K
ง. A ไป A

3. กำรวดั คำ่ ควำมตำ้ นทำนของเอสซีอำร์ระหว่ำงขำใดใหค้ วำมตำ้ นทำนต่ำสุด
ก. K-A
ข.A-K
ค. G-A
ง. G-K

4. กำรตรวจสอบเอสซีอำร์ เพื่อให้ทรำบสภำพดีชำรุด ควรทำอย่ำงไร
ก. วัดกระแสไหล
ข. ทดสอบหำขำ G ก่อน
ค. ทดสอบกำรจุดชนวนและกระแสยดึ
ง. วดั กระแสร่ัวไหลระหว่ำงขำ G และ A

5. กำรจดุ ชนวนของเอสซอี ำร์ต้องป้อนศักย์ไฟท่ขี ำตำ่ งๆ อย่ำงไร
ก. A และ G เป็นบวก K เป็นลบ
ข. A และ K เป็นบวก G เปน็ ลบ
ค. A และ K เปน็ ลบ G เปน็ บวก
ง. A และ G เป็นลบ K เป็นบวก

289

6. ควรวัดกระแสรั่วไหลเอสซีอำร์และไทรแอกควรใชโ้ อห์มมเิ ตอรม์ ำตรวดั ใด
ก. R x1 k
ข. Rx 10 k
ค. Rx1
ง. R x 10

7. เหตุใดกำรทดสอบกระแสยึดจงึ ตอ้ งใชม้ ำตรวัด Rx1
ก. กำรจดุ ชนวนตอ้ งใชแ้ รงดนั สูง
ข. กำรจุดชนวนต้องใช้แรงดันต่ำ
ง. มำตรวดั Rx1 มีแรงดัน3 V
ค. กระแสยดึ มีค่ำมำก

8. ทรำบอยำ่ งไรวำ่ ไทรแอกถูกจดุ ชนวนแลว้
ก. ค่ำควำมตำ้ นทำนระหว่ำงขำ A-K ลดลง
ข. คำ่ ควำมตำ้ นทำนระหวำ่ งขำ A.-A สงู ข้ึน
ค. คำ่ ควำมต้ำนทำนระหว่ำงขำ A -A. ลดลง
ง. ค่ำควำมต้ำนทำนระหวำ่ งขำ G-A สูงขนึ้

9. ข้อควำมใดถกู ต้อง
ก. เอสซีอำร์มีกระแสรวั่ ไหลมำกกว่ำไทรแอก
ข. ไทรแอกสำมำรถจุดชนวนได้ 4 กรณ์ี
ค. เอสซีอำร์นำกระแสได้ 2 ทิศทำง
ง. เอสซีอำรส์ ำมำรถจุดชนวนได้ 2 กรณี

10. ขอ้ ใดไม่ใช่กำรใช้มิเตอร์วดั ไทรแอกเพ่ือต้องกำรทรำบอะไร
ก. หำขำของไทรแอก
ข. วดั สภำพว่ำดหี รอื เสยี
ค. ทดสอบกำรนำกระแส
ง. หำผู้ผลิต

290

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

1. ง. ไทรีสเตอร์
2. ก. K ไป A
3. ค. G-A
4. ค. ทดสอบกำรจุดชนวนและกระแสยึด
5. ก. A และ G เป็นบวก K เปน็ ลบ
6. ข. Rx 10 k
7. ค. กระแสยึดมีค่ำมำก
8. ก. ค่ำควำมต้ำนทำนระหว่ำงขำ A-K ลดลง
9. ก. เอสซอี ำรม์ ีกระแสรัว่ ไหลมำกกว่ำไทรแอก
10. ง. หำผูผ้ ลิต

291

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการสอนท่ี .....12.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน เอสซีอำรแ์ ละไทรแอก
วตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ กำรประเมนิ ผลควำมร้คู วำมเข้ำใจของผูเ้ รยี นกอ่ นเรยี น
ขอ้ คาถาม

1. เอสซีอำรแ์ ละไทรแอกเป็นอุปกรณ์ทำงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ประเภทใด
ก. ไอซี
ข. ทรำนซิสเตอร์
ค. ตวั ต้ำนทำน
ง. ไทรสี เตอร์

2. กระแสใช้งำนของเอสซีอำร์ไหลจำกข้ัวใดไปข้วั ใด
ก. K ไป A
ข. A ไป G
ค. A ไป K
ง. A ไป A

3. กำรวดั คำ่ ควำมตำ้ นทำนของเอสซีอำร์ระหว่ำงขำใดใหค้ วำมตำ้ นทำนต่ำสุด
ก. K-A
ข.A-K
ค. G-A
ง. G-K

4. กำรตรวจสอบเอสซีอำร์ เพื่อให้ทรำบสภำพดชี ำรุด ควรทำอย่ำงไร
ก. วัดกระแสไหล
ข. ทดสอบหำขำ G กอ่ น
ค. ทดสอบกำรจุดชนวนและกระแสยดึ
ง. วดั กระแสร่ัวไหลระหวำ่ งขำ G และ A

5. กำรจดุ ชนวนของเอสซีอำร์ต้องป้อนศักย์ไฟท่ขี ำตำ่ งๆ อย่ำงไร
ก. A และ G เป็นบวก K เป็นลบ
ข. A และ K เป็นบวก G เป็นลบ
ค. A และ K เปน็ ลบ G เปน็ บวก
ง. A และ G เป็นลบ K เป็นบวก

292

6. ควรวัดกระแสรั่วไหลเอสซีอำร์และไทรแอกควรใชโ้ อห์มมเิ ตอรม์ ำตรวดั ใด
ก. R x1 k
ข. Rx 10 k
ค. Rx1
ง. R x 10

7. เหตุใดกำรทดสอบกระแสยึดจงึ ตอ้ งใชม้ ำตรวัด Rx1
ก. กำรจดุ ชนวนตอ้ งใชแ้ รงดนั สูง
ข. กำรจุดชนวนต้องใช้แรงดันต่ำ
ง. มำตรวดั Rx1 มีแรงดัน3 V
ค. กระแสยดึ มีค่ำมำก

8. ทรำบอยำ่ งไรวำ่ ไทรแอกถูกจดุ ชนวนแลว้
ก. ค่ำควำมตำ้ นทำนระหว่ำงขำ A-K ลดลง
ข. คำ่ ควำมตำ้ นทำนระหวำ่ งขำ A.-A สงู ข้ึน
ค. คำ่ ควำมต้ำนทำนระหว่ำงขำ A -A. ลดลง
ง. ค่ำควำมต้ำนทำนระหวำ่ งขำ G-A สูงขนึ้

9. ข้อควำมใดถกู ต้อง
ก. เอสซีอำร์มีกระแสรวั่ ไหลมำกกว่ำไทรแอก
ข. ไทรแอกสำมำรถจุดชนวนได้ 4 กรณ์ี
ค. เอสซีอำร์นำกระแสได้ 2 ทิศทำง
ง. เอสซีอำรส์ ำมำรถจดุ ชนวนได้ 2 กรณี

10. ขอ้ ใดไม่ใช่กำรใช้มิเตอร์วดั ไทรแอกเพ่ือต้องกำรทรำบอะไร
ก. หำขำของไทรแอก
ข. วดั สภำพว่ำดหี รอื เสยี
ค. ทดสอบกำรนำกระแส
ง. หำผู้ผลิต

293

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

1. ง. ไทรีสเตอร์
2. ก. K ไป A
3. ค. G-A
4. ค. ทดสอบกำรจุดชนวนและกระแสยึด
5. ก. A และ G เป็นบวก K เปน็ ลบ
6. ข. Rx 10 k
7. ค. กระแสยึดมีค่ำมำก
8. ก. คำ่ ควำมต้ำนทำนระหว่ำงขำ A-K ลดลง
9. ก. เอสซอี ำรม์ ีกระแสรัว่ ไหลมำกกว่ำไทรแอก
10. ง. หำผูผ้ ลิต

294

16. ใบความรู้ท่ี ...12.....

หน่วยการสอนท่ี ....12.... ชื่อหนว่ ย เอสซีอารแ์ ละไทรแอก
ชอื่ หัวข้อเรอื่ ง เอสซีอาร์และไทรแอก

12.1 โครงสร้ำงและกำรทำงำนของเอสซอี ำร์
เอสซีอำร์ (Silicon Control Rectifier : SCR) เปน็ อุปกรณ์สำรกึ่งตวั นำชนดิ ไทริสเตอร์ (Thyristor) ที่

ทำหนำ้ ท่ีเปน็ สวติ ช์ปิด – เปิดสำมำรถสร้ำงใหท้ นค่ำแรงดันและกระแสสูง ๆ ได้นยิ มใชก้ ับวงจรไฟฟำ้
กระแสสลับโหลดทีถ่ กู ขับได้แก่ หลอดไฟ มอเตอร์ ตัวต้ำนทำน และตัวเหน่ยี วนำ เป็นต้น

โครงสรำ้ งของเอสซีอำร์จะประกอบไปดว้ ยสำรกง่ึ ตวั นำที่เป็นรอยตอ่ ของสำรพเี อ็นพี โดยขวั้ แอโนดจะ
อยูด่ ้ำนรมิ ของสำรพี สว่ นขั้วแคโทดจะอยูด่ ้ำนรมิ ของสำรเอ็น ขั้วเกตจะติดกบั สำรเอน็ ทำงขวั้ แคโทด

กำรทำงำนของเอสซีอำร์จะคลำ้ ยคลงึ กับไดโอดซึง่ มีกำรทำงำนสองสถำนะ คือนำกระแสและไม่
นำกระแส แต่กำรนำกระแสหรือไมน่ ำกระแสนั้นถูกควบคมุ โดยขำเกตจำกวงจรสมมลู ถ้ำแรงดันที่ขำแอโนดเปน็
บวกเมอื่ เทยี บกบั แคโทดและแรงดนั ที่ขำเกตเป็นลบเม่อื เทียบกบั ขำแคโทดจะทำให้ทรำนซสี เตอร์ Q2 เกิดกำร
ไบแอสกลบั ทรำนซิสเตอร์ Q2 จะไม่นำกระแสมเี ฉพำะกระแสร่ัวไหลเทำ่ นนั้ ดงั นนั้ เอสซีอำรจ์ ะไม่มีกระแส
ไหลจำกแอโนดไปยงั แคโทด คำ่ ควำมตำ้ นทำนระหวำ่ งแอโนดกับแคโทดจึงสงู มำก ถ้ำให้แรงดันทข่ี ำเกตมีค่ำ
เป็นบวกเมอ่ื เทียบกับแคโทดจะทำให้ทรำนซิสเตอร์ Q2 นำกระแส
12.2 โครงสร้ำงและกำรทำงำนของไทรแอก

ไทรแอกเป็นอปุ กรณส์ ำรกง่ึ ตัวนำที่มขี วั้ ตอ่ 3 ข้วั มชี ่ือเรียกวำ่ A2 (แอโนด 2) , A1 (แอโนด1) และ G
(เกต) ไทรแอกจะเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้ำที่คล้ำย ๆ กบั สวิตซไ์ ฟฟ้ำสำหรบั กระแสสลบั แต่มีข้อดีกวำ่ สวติ ซ์
ธรรมดำ คอื กำรเปดิ – ปิดวงจรของไทรแอกเรว็ กว่ำสวติ ซ์ธรรมดำหลำยเท่ำจึงทำใหส้ ำมำรถควบคุมกำลังงำน
ไดไ้ ทรแอกเป็นอุปกรณส์ ำรก่งึ ตัวนำท่มี ขี วั้ ตอ่ 3 ข้วั มีช่ือเรยี กว่ำ A2 (แอโนด 2) , A1 (แอโนด1) และ G
(เกต) ไทรแอกจะเป็นอุปกรณ์ทีท่ ำหนำ้ ท่ีคล้ำย ๆ กับสวิตซไ์ ฟฟ้ำสำหรับกระแสสลบั แต่มีข้อดกี ว่ำสวิตซ์
ธรรมดำ คอื กำรเปิด – ปดิ วงจรของไทรแอกเร็วกว่ำสวิตซ์ธรรมดำหลำยเทำ่ จงึ ทำใหส้ ำมำรถควบคมุ กำลงั งำน
ได้
12.3 กำรตรวจสอบคุณสมบัติของเอสซีอำร์และไทรแอกโดยใช้โอหม์ มเิ ตอร์

1. กำรหำขำของเอสซอี ำรโ์ ดยใชโ้ อหม์ มเิ ตอร์
2. กำรตรวจสอบคณุ สมบัติของเอสซีอำรแ์ ละไทรแอกเกีย่ วกบั กระแสรว่ั ไหล
3. กำรทดสอบคุณสมบัติในกำรจุดชนวนของเอสซีอำร์
4. กำรวดั หำขำไทรแอกโดยใช้โอห์มมิเตอร์

295

17. ใบงาน

ใบกิจกรรมท่ี 12 เอสซีอาร์และไทรแอก

สมรรถนะ วดั และทดสอบเอสซ่ีอำรแ์ ละไทรแอกด้วยมลั ตมิ เิ ตอร์
เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์
1. มลั ติมิเตอร์
2. แผงฝกึ กำรวดั SCR, TRIAC
ขอ้ ควรระวงั
กำรใชโ้ อหม์ มเิ ตอรม์ ำตรวัด Rx1 จะส้นิ เปลืองกระแสมำกไม่ควรวัดนำนเกนิ ไปหรอื เผลอปลอ่ ยให้
ข้วั วัดแตะกัน

ข้อเสนอแนะ
1. กำรปล่ยี นมำตรวัดของโอห์มมิเตอร์ควรทำกบั ปรับตัวปรับสู่ตำแหนง่ ศนู ยท์ ุกครั้งเพ่ือใหค้ ่ำทอ่ี ่ำน
ไดม้ ีควำมถกู ตอ้ ง
2. กำรวดั ค่ำควำมตำ้ นทำนระหว่ำงขำ G –K , K-G ของเอสซอี ำร์ตำมตำรำงที่ 12.1 อำจไดค้ ่ำ
ท่แี ตกต่ำงกันตำมขนำดของกำรทนกระแส
3. กำรทดลองตำมตำรำงท่ี 12.1 สำมำรถวนิ จิ ฉยั สภำพของเอสซอี ำร์ได้วำ่ ดหี รือชำรุดโดยสงั เขป
แตถ่ ำ้ จะให้สมบรู ณ์ควรทดสอบคุณสมบตั ใิ นกำรจุดชนวนประกอบ
4. กำรหำขำของเอสซอี ำร์หรือไทรอก กระทำได้เมอ่ื อปุ กรณอ์ ยู่ในสภำพดี ดงั น้ันเมื่อข้อมูลในกำร
วดั ค่ำควำมต้ำนทำนระหวำ่ งขำต่ำงๆ ผิดปกตจิ ะไมส่ ำมำรถวนิ จิ ฉัยหำขำออกมำใด จงึ อำจสรุปผลทซี่ ่อง
หมำยเหตุว่ำ "อุปกรณ์ชำรุด"
ลาดับขั้นการทดลอง
1. วัดค่ำควำมต้ำนทำนระหวำ่ งขำต่ำง ๆ ของเอสซีอำร์ โดยใช้มำตรวดั ของโอหม์ มิเตอรต์ ำมตำรำงท่ี
12.1 บนั ทึกคำที่ได้ลงในตำรำงที่ 12.1 (กำรวัดค่ำควำมต้นทำนระหว่ำงขำ G-K หมำยควำมว่ำให้ต่อสำย
มเิ ตอร์ท่ีมศี ักย์เป็นบวกเข้ำทข่ี ำ G และต่อสำยของมิเตอร์ที่มศี กั ยเ์ ปน็ ลบเขำ้ ขำ K )

2. ใช้โอห์มมเิ ตอร์มำตรวัด Rx 10 ทำกำรวดั ค่ำควำมต้ำนทำนระหวำ่ งขัว้ ตำ่ งๆ ของเอสซีอำร์ เพ่ือ

296
หำขำ K, A และ G โดยทำกำรวดั ตำมตำรำงท่ี 12:2 บันทึกผลกำรคลองและกำรวินิจฉยั ลงในตำรำงที่
12.2
ตารางท่ี 12.2

3. ทำกำรทดลองหำคุณสมบัติเกี่ยวกับกำรจดุ ชนวน และกำรเกิดกระแสยดึ ตำมตำรำงที่ 12.3
โดยกำรสงั เกตกำรชคี้ ำควำมต้นทำนระหว่ำงขำ A - ห ก่อนและหลงั กำจดุ ชนวน ถ้ขณะจุดชนวนคำ
ควำมตำ้ นทำนระหว่ำง A-ห มคี ่ำต่ำ แสดงว่ำจุดชนวนได้และถำ้ หลังจำกจดุ ชนวนคค่ วำมต้ำนทำนยงั คง
ตำ่ ต่อไปแสดงวำ่ เกิดกระแสยึด บนั ทึกผลกำรวิเครำะหจ์ ำกกำรทดลองในตำรำงท่ี 12.3
ตารางที่ 12.3

4. วดั คำ่ ควำมตำ้ นทำนระหว่ำงขำตำ่ ง ๆ ของไทรแอก โดยใชม้ ำตรวัดของโอห์มมเิ ตอร์ตำมตำรำงท่ี
12.4 บันทึกค่ำที่ไดล้ งในตำรำงท่ี 12.4 (กำรวัดคำควำมต้ำนทำนระหว่ำงขำG - A หมำยควำมว่ำให้
ตอ่ สำยมเิ ตอร์ทีม่ ีศกั ย์เปน็ บวกเข้ำที่ขำ G และต่อสำยของมเิ ตอร์ที่มีศักย์เปน็ ลบเขำ้ ทีข่ ำ A.)
ตารางที่ 12.4

297

5. ใชโ้ อหม์ มิเตอร์มำตวดั R x 10 ทำกำรวัดควำมตำนทำนระหวำ่ งขั้วต่ำงๆ ของไทรแอก
เพ่อื หำขำ A, A และ G โดยทำกำรวัดตำมตำรำงท่ี 125 จะทำให้ทรำบขำ จำกนั้นทำกำรทดสอบ
คุณสมบัติของไทรแอกเกีย่ วกับกำรนำกระแสหลังจำกจดุ ชนวนดว้ ยวธิ กี ำรต่ง ๆ โดยใช้โอห์มมิเตอรม์ ำตร
วดั R x 1 บันทกึ ผลกำรวนิ จิ ฉัยจำกำรทดลองลงในตำรำงที่ 12.5
ตารางที่ 12.5

สรปุ และวจิ ารณ์ผลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

298

18. แบบประเมนิ ผล

1 .กำรวัดผลและกำรประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ควำมมวี นิ ัย และควำมรบั ผิดชอบ ต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวำ่
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
1.3 สังเกตกำรปฏิบัติตำมใบงำนโดยใช้แบบประเมินผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน
1.4 ตรวจแบบฝกึ หัด

2. เกณฑ์กำรวดั และประเมินผล
2.1 แบบประเมินพฤติกรรม ควำมมีวินัย และควำมรับผิดชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกว่ำ
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกวำ่ ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมกำรปฏิบัติตำมใบงำนต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.4 แบบฝึกหดั ต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์

299

19. แบบฝกึ หัด

จงอธิบำยวธิ ีกำรตรวจสอบหำขำ กำรจดุ ชนวนของเอสซอี ำร์และไทรแอก
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

300

20. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนร้แู บบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จัดหนว่ ยกำรเรียนรไู้ ด้สอดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ำรเรยี นรู้

2. กำหนดเกณฑ์กำรประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดำ้ นควำมรู้ ดำ้ นทักษะ และด้ำนจิตพสิ ยั

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่อื นวัตกรรม กิจกรรมตำมแผนกำรจดั กำรเรยี นรูก้ ่อนเข้ำ

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

4. มวี ิธกี ำรนำเข้ำสู่บทเรียนที่น่ำสนใจ

5. มีกจิ กรรมทหี่ ลำกหลำย เพื่อช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ กำรเรียนรู้ ควำมเขำ้ ใจ

6. จดั กิจกรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้ผ้เู รียนค้นควำ้ เพื่อหำคำตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมท่เี นน้ กระบวนกำรคดิ ( คิดวิเครำะห์ คิดสงั เครำะห์ คิดสรำ้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นแสดงควำมคดิ เหน็ อย่ำงเสรี

10. จัดกิจกรรมกำรเรยี นรทู้ เ่ี ชอื่ มโยงกับชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ญั ญำ/บรู ณำกำรเขำ้ มำ

มีส่วนรว่ ม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มีกำรเสริมแรงเมือ่ นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมำยงำนให้เหมำะสมตำมศักยภำพของผเู้ รียน

14. เอำใจใสด่ แู ลผเู้ รยี น อยำ่ งทว่ั ถงึ

15. ใช้เวลำสอนเหมำะสมกับเวลำทก่ี ำหนด

ดา้ นสื่อ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใช้สอื่ ท่เี หมำะสมกบั กิจกรรมและศักยภำพของผู้เรียน

17. ใชส้ ื่อ แหลง่ กำรเรยี นรอู้ ยำ่ งหลำกหลำย เช่น บคุ คล สถำนท่ี ของจริง เอกสำร

สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอร์เน็ต เปน็ ตน้

13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผเู้ รียน

14. เอำใจใสด่ แู ลผเู้ รียน อย่ำงทวั่ ถึง


Click to View FlipBook Version