301
15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกบั เวลำท่ีกำหนด
ด้านการวดั และประเมนิ ผล
18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในกำรกำหนดเกณฑก์ ำรวดั และประเมินผล
19. ประเมินผลอยำ่ งหลำกหลำยและครบทั้งดำ้ นควำมรู้ ทักษะ และจติ พิสัย
20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในกำรประเมิน
หมายเหตุ ระดบั กำรปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = รวม
ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ำรปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี
20.2 ปัญหาท่พี บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา
ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรียมการสอน
ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้
ด้านการวัดประเมนิ ผล
ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อ ๆ)
ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นำยศุภกร มง่ิ คำ )
ตำแหน่ง ครูพเิ ศษสอน
............../.................................../....................
21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 302
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี
303
แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั วชิ า ..... 2100 – 1006...... วชิ า .......................งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น.......................
หน่วยที่ ........13...... ช่ือหน่วย ..........................................เทคนิคการบดั กร…ี ………………………...….……..
ชื่อเรื่อง................................................เทคนคิ การบัดกรี...............................................จานวน...4...ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั
กำรประกอบวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์จำเป็นจะต้องใช้กำรบัดกรีดว้ ยตะก่ัวเป็นพ้นื ฐำน อปุ กรณใ์ น
กำรให้ควำมร้อนในกำรบัดกรีคอื หวั แร้ง เม่ือต้องกำรถอนกำรบดั กรเี นือ่ งจำกบัดกรผี ิดหรือต้องกำรถอดอุปกรณ์
เพ่อื เปลี่ยนตัวใหมจ่ ะต้องใช้ที่ดดู ตะกวั่
2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรยี นรู้
1. แสดงควำมรเู้ ก่ียวกับเทคนิคกำรบดั กรี
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
1. อธบิ ำยควำมหมำยของกำรบัดกรีได้
2. บอกคุณสมบัตขิ องตะกั่วบัดกรีได้
3. บอกขน้ั ตอนกำรบดั กรีไดถ้ ูกต้อง
4. อธบิ ำยขั้นตอนกำรปลอกสำยไฟได้ถูกต้อง
5. บอกกำรบัดกรีสำยไฟชนิดต่ำง ๆ เขำ้ กบั อปุ กรณ์และแผ่นวงจรพมิ พ์ได้
3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. ประกอบและตรวจสอบอปุ กรณป์ อ้ งกนั ไฟฟ้ำและกำรต่อสำยดนิ เบ้ืองต้น
4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้
13.1 แผ่นวงจรพิมพ์
13.2 ตะกวั่ บัดกรี
13.3 หัวแร้ง
13.4 กำรปอกสำยไฟ
13.5 กำรบดั กรีอปุ กรณบ์ นแผน่ วงจรพิมพ์
13.6 กำรตดั ขำอุปกรณ์
13.7 กำรถอนจดุ บัดกรี
304
สรปุ สำระสำคญั
13.1 แผน่ วงจรพิมพ์
แผน่ วงจรพมิ พ์ (Printed Circuit Boards) เป็นแผน่ ท่ีผิวด้ำนหน่งึ ถูกเคลือบดว้ ยแผ่นทองแดง
บำง ๆ เพื่อใช้ทำลำยวงจรพิมพ์ ทำใหเ้ กดิ เปน็ วงจรต่ำง ๆ ตำมตอ้ งกำร ลำยวงจรมสี ่วนสำคัญต่อกำรใชง้ ำน
เพรำะกำรเขียนลำยวงจรจะต้องคำนึงถงึ ขนำดของลำยวงจร ให้เหมำะสมกบั ปรมิ ำณของกระแสท่ีไหลผำ่ น
ลกั ษณะกำรเช่ือมต่อต้องเหมำะสมสวยงำม ขนำดของลำยวงจรต้องไม่เล็กหรอื ใหญเ่ กนิ ไป กำรเข้ำโค้งลำย
วงจรควรต่อเขำ้ กงึ่ กลำงจดุ ไม่ควรผำ่ นขอบริมจดุ ต่อ หรือกรณีจำเปน็ ต้องผ่ำนขอบริมจุดตอ่ ลำยวงจรจะต้อง
สมั ผัสจุดตอ่ ให้มำกท่สี ดุ
13.2 ตะกั่วบดั กรี
ตะก่วั บดั กรี (Solder) คือวสั ดทุ ท่ี ำหน้ำท่ีเป็นตวั เชอ่ื มประสำนรอยตอ่ ของสำยไฟหรอื ขำของอุปกรณ์
อิเลก็ ทรอนกิ ส์เขำ้ ด้วยกนั หรือต่ออปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ำกับลำยวงจรพมิ พ์ สว่ นประกอบของตะกั่วบัดกรี
ประกอบดว้ ยดบี กุ และตะกว่ั ซ่ึงมสี ่วนผสมโดยกำหนด เป็นเปอร์เซ็นต์ คำ่ ท่ีบอกไว้ค่ำแรกเปน็ ดีบกุ เสมอ เช่น
70/30 หมำยถึง ส่วนผสมประกอบดว้ ยดีบกุ 70% และตะกัว่ 30%
13.3 หัวแร้ง
หัวแรง้ (Soldering) ท่ีใช้งำนทำงด้ำนไฟฟ้ำและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ ป็นหวั แรง้ ไฟฟำ้ ทำหน้ำที่ให้ควำมร้อน
ออกมำโดยใช้ไฟฟ้ำจำ่ ยผำ่ นส่วนที่ทำให้กำเนดิ ควำมร้อน สง่ ผ่ำนผ่ำนควำมร้อนไปยงั หวั บัดกรี และหัวบัดกรี
เป็นตวั ส่งผำ่ นควำมรอ้ นไปยังช้นิ งำน จนชนิ้ งำนเกิดควำมร้อนพอที่จะหลอมละลำยตะก่ัวบัดกรีได้
กำรบัดกรที ่ีถกู ต้องนอกจำกหัวแร้งตอ้ งร้อนพอทีจ่ ะหลอมละลำยตะก่วั บดั กรีได้แล้ว ชน้ิ งำนทีจ่ ะบัดกรีกต็ ้อง
ร้อนพอท่ีจะหลอมละลำยตะก่ัวบดั กรีไดด้ ว้ ย ถ้ำช้นิ งำนขนำดเล็กสำมำรถใชห้ ัวแร้งมีกำลงั ไฟฟ้ำตำ่ ได้
ถำ้ ชนิ้ งำนขนำดใหญ่หัวแรง้ ต้องมีกำลังไฟฟ้ำสูงขน้ึ ตำมไปด้วย ไม่เชน่ นั้นอำจทำให้กำรบัดกรีไม่สมบรู ณ์ได้
13.4 กำรปอกสำยไฟ
กำรปอกสำยไฟมจี ดุ ประสงค์ต้องกำรใหฉ้ นวนท่หี ้มุ สำยหลุดออกจำกตัวนำในระยะทตี่ ้องกำรโดยไมท่ ำ
ใหส้ ำยตวั นำภำยในขำดหรือเป็นรอยหรอื เกือบขำด ซึ่งอำจจะสงั เกตไม่เห็นแต่มผี ลในกำรใชง้ ำนในระยะยำว
ระยะในกำรปอกสำยขนึ้ กบั ขนำดของสำยและขนำดของจุดท่จี ะนำไปบดั กรีดว้ ยโดยทว่ั ไปจุดบัดกรีขนำดเล็กจะ
ปอกสำยยำวประมำณ 1.5 – 2 มม.
13.5 กำรบดั กรีอปุ กรณบ์ นแผ่นวงจรพมิ พ์
กำรบัดกรีอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์จะต้องเสียบขำอุปกรณ์ลงบนแผน่ วงจรพมิ พ์ให้ถูกขว้ั และตำแหนง่ ที่
ต้องกำรพร้อมกดอปุ กรณ์ให้แนบกับแผน่ วงจรพมิ พ์ (เฉพำะอุปกรณ์ท่กี ระทำได)้ โดยจะต้องขยับขำอปุ กรณ์ให้
ทำมมุ ไปในทิศทำงต่ำง ๆ และทำมุมกับแผ่นวงจรพมิ พ์ประมำณ 30o – 6 0o เพอื่ ไม่ให้ขำอปุ กรณ์ชิดกันและ
ปลำยหวั แร้งสำมำรถสอดแทรกไปยงั ตำแหน่งท่ีจะบดั กรไี ด้สะดวก ทำให้อุปกรณ์ไมล่ ว่ งหล่นขณะบัดกรี พร้อม
กับหมุนแผน่ วงจรพิมพเ์ พ่อื ให้ปลำยขำอุปกรณช์ ้ีเขำ้ หำตัวใชม้ อื ขวำจับหวั แร้ง โดยใหป้ ลำยหัวแรง้ อยูด่ ้ำนขวำ
ของขำอุปกรณ์ และจี้ไปยงั ขำอุปกรณ์และลำยทองแดง ณ ตำแหน่งท่ีจะบดั กรีพรอ้ มกนั มอื ซำ้ ยจับตะกั่วให้
ปลำยตะก่ัวจ้ีไปยังดำ้ นซำ้ ยของขำอปุ กรณแ์ ละจอ่ อยรู่ ะหว่ำงปลำยหวั แร้งกับขำอุปกรณ์ สกั คร่ใู ห้ตะกัว่ หลอม
305
ละลำยตดิ สำยทองแดงและขำอุปกรณ์ในลักษณะแนบชดิ แล้วรีบเอำหัวแรง้ และตะกั่วออกจำกจุดบัดกรี กำร
บัดกรไี ม่ควรใส่ตะกั่วมำกเกนิ ควำมจำเป็น เพรำะนอกจำกส้ินเปลอื งแลว้ ยังอำจไปตดิ กบั อุปกรณห์ รือจดุ บดั กรี
อ่ืน ๆ ได้ ซ่ึงเปน็ ลักษณะของกำรพอกตะกว่ั จำกน้ันจึงบัดกรีจุดอื่น ๆ ตอ่ ไปจนครบ
13.6 กำรตดั ขำอปุ กรณ์
หันปำกคมี ให้ชไ้ี ปทำงเดียวกันกบั ขำอปุ กรณ์แล้วจงึ ตัดขำอุปกรณ์ทลี ะขำ กำรตดั ขำอปุ กรณท์ ท่ี ำมุมกับ
แผน่ วงจรพมิ พ์แคบ ๆ ต้องระมดั ระวังเปน็ พเิ ศษ เพรำะอำจทำให้รอยตัดไม่สวยหรือลำยทองแดงชำรดุ
เนือ่ งจำกคมี อำจไปงดั หรือเบียดกบั จดุ บัดกรี กำรตดั ขำอปุ กรณค์ วรตดั ให้ส้ันทสี่ ดุ ทรี่ อยบดั กรีหมุ้ โอบได้พอดี
13.7 กำรถอนจุดบัดกรี
กรณที ต่ี ้องกำรถอนจดุ บัดกรี ทำได้โดยใช้หัวแรง้ รอ้ นสัมผสั ไปทจ่ี ดุ บดั กรีท่ีจะถอด จนตะกั่วหลอม
ละลำย ใช้เครื่องดูดตะกัว่ (Solder Sucker) ดูดตะกว่ั บดั กรีออก
4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏิบตั ิ
ใบงำนที่ 13 เทคนคิ กำรบดั กรี
4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกดำ้ นกำรตรงต่อเวลำ ควำมสนใจใฝ่รู้ ควำมซอื่ สัตย์ สจุ ริต ควำมมีนำ้ ใจและแบ่งบัน
ควำมรว่ มมือ ควำมมมี ำรยำท ไม่หยดุ นง่ิ ท่ีจะแกป้ ญั หำ ใช้อปุ กรณ์อยำ่ งฉลำดและรอบคอบ
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรยี นรู้
ขน้ั ตอนการสอน/กิจกรรมครู ข้นั ตอนการเรียน/กิจกรรมผู้เรยี น
ขัน้ นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น (ใช้เวลา 30 นาที) ขนั้ เตรยี ม (ใช้เวลา 30 นาที)
1. ครแู นะนำรำยวชิ ำ วิธีกำรเรียน กำรมอบหมำย 1. จัดเตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ สื่อ และเอกสำรตำม
งำน และกำรแตง่ กำย ระเบียบกำรปฏบิ ตั งิ ำนภำยใน ท่คี รผู ู้สอนและแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ทกี่ ำหนดไว้
ห้องปฏบิ ตั งิ ำนและกำรเบิกเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ 2. ทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยท่ี 13 เทคนคิ กำรบดั กรี
ช้แี จงวิธีวดั ผลประเมนิ ผลกำรเรยี น กำรจัดเตรียมวสั ดุ และให้คะแนน
อปุ กรณ์ เอกสำร และส่อื ให้สอด คล้องกบั งำน และ 3. ทำควำมเข้ำใจเกีย่ วกับจุดประสงค์กำรเรยี นของ
ใช้วัสดอุ ุปกรณ์ถูกต้องอย่ำงคุ้มค่ำและประหยัด หน่วยกำรเรยี นที่ 13
2. ทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยที่ 13 เทคนิคกำรบดั กรี
ใหผ้ ู้เรียนสลบั กันตรวจคำตอบ และให้คะแนน ขน้ั สอน (ใชเ้ วลา 180 นาที)
3. แจ้งจดุ ประสงค์กำรเรียนหนว่ ยกำรเรียนที่ 13 ผู้เรยี นฟังและคดิ ตำม พรอ้ มทั้งจดบนั ทึกเก่ยี วกบั
ข้ันสอน (ใช้เวลา 180 นาท)ี เรอ่ื งแผ่นวงจรพิมพ์ ตะกัว่ บัดกรี หัวแร้ง กำรปอก
ครสู อนเนอื้ หำสำระในหวั ข้อ สำยไฟ กำรบัดกรีอปุ กรณบ์ นแผน่ วงจรพมิ พ์ กำรตัด
13.1 แผ่นวงจรพมิ พ์ ขำอปุ กรณ์ กำรถอนจุดบัดกรีและนอกจำกนนั้ ให้
306
13.2 ตะกั่วบัดกรี นกั เรยี นจดบันทึกควำมรู้จำกกำรสอนของครทู ีม่ ี
13.3 หัวแรง้ นอกเหนือจำกในหนังสอื ผ้เู รียนปฏบิ ตั ิงำน
13.4 กำรปอกสำยไฟ ตำมลำดับข้นั กำรปฏบิ ตั ิงำนของใบกิจกรรม
13.5 กำรบัดกรีอปุ กรณบ์ นแผน่ วงจรพิมพ์ ขน้ั สรปุ (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี
13.6 กำรตดั ขำอปุ กรณ์ 1. ผู้เรยี นรับฟังคำสรปุ และข้อแนะนำจำกครู พร้อม
13.7 กำรถอนจุดบัดกรี ทั้งจดบันทึกขอ้ มลู และซักถำมหรอื ตอบคำถำมใน
หัวขอ้ ท่ียังไมเ่ ข้ำใจ
จำกนนั้ ให้นกั เรยี นทำตำมใบงำนที่ 13 เทคนิคกำร 2. ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
บดั กรี ขณะนักเรยี นทำใบงำน ครจู ะสังเกตกำรณ์ 3. ผู้เรียนนำคะแนนจำกแบบทดสอบก่อนเรยี นและ
ทำงำนกลุ่ม แบบทดสอบหลังเรียนมำเปรียบเทยี บ เพ่ือดู
ควำมกำ้ วหนำ้ ทำงกำรเรยี นของตนเอง
ขนั้ สรปุ (ใช้เวลา 30 นาที) 4. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหัดทำ้ ยหนว่ ย
1. ครสู รุปเน้อื หำสำระกำรเรียนรู้
- แผ่นวงจรพิมพ์
- ตะก่ัวบัดกรี
- หัวแร้ง
- กำรปอกสำยไฟ
- กำรบดั กรีอปุ กรณบ์ นแผ่นวงจรพิมพ์
- กำรตัดขำอปุ กรณ์
- กำรถอนจุดบัดกรี
2. ครแู จกแบบทดสอบหลงั เรียน
3. ครตู รวจแบบทดสอบหลังเรยี นพร้อมกับบันทึก
คะแนน
4. ให้ผูเ้ รยี นทำแบบฝึกหดั ท้ำยหน่วย
รวมเวลาเรยี นท้ังหมด 240 นาที
หรือ 4 ช่ัวโมงเรียน
307
6. สอ่ื การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สอ่ื สิ่งพิมพ์
1) เอกสำรประกอบกำรเรยี นงำนไฟฟ้ำและอิเล็กทรอนกิ ส์ ของนำยอดลุ ย์ กลั ยำแกว้
2) แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 13 เทคนคิ กำรบัดกรี
3) แบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยท่ี 13 เทคนิคกำรบัดกรี
4) เอกสำรกำรเรียนรู้หน่วยที่ 13 เทคนคิ กำรบัดกรี
5) แบบฝกึ หัดหน่วยที่ 13 เทคนิคกำรบัดกรี
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน และแบบฝึกหัดท้ำยหนว่ ย
6.2 สอ่ื โสตทศั น์
1) เครอ่ื งฉำยภำพ (projector)
2) งำนนำเสนอหนว่ ยที่ 13 เทคนคิ กำรบดั กรี
6.3 สื่อของจรงิ
1) อุปกรณป์ อ้ งกันวงจรไฟฟ้ำ
7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. ศูนย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. หอ้ งปฏบิ ัตกิ ำรเขียนแบบเครือ่ งกลดว้ ยคอมพิวเตอร์
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. อำคำรวิทยำบริกำร มหำวทิ ยำลัยเทคโนโลยรี ำชมงคล วทิ ยำเขตสกลนคร
2. กำรฝกึ หำประสบกำรณต์ ำมสถำนประกอบกำรณ์
8. งานทีม่ อบหมาย
8.1 กอ่ นเรียน
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตอบคำถำมก่อนเรียน เป็นกำรนำเขำ้ สบู่ ทเรยี น
8.2 ขณะเรยี น
1. ตอบคำถำมระหวำ่ งเรียน
8.3 หลังเรียน
1. ทำแบบทดสอบหลงั เรียน
2. ทำแบบฝกึ หัดหลงั เรยี น
308
3. ทำใบกจิ กรรม
9. ผลงาน/ชนิ้ งาน ทีเ่ กิดจากการเรยี นรู้ของผูเ้ รยี น
-
10. เอกสารอา้ งอิง
1. หนังสือเรียน งำนไฟฟำ้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กลั ยำแก้ว
11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับรายวิชาอ่นื
1. บรู ณำกำรกับวชิ ำชวี ติ และวฒั นธรรมไทย ด้ำนกำรพดู กำรอ่ำน กำรเขยี นและกำรฝกึ ปฏบิ ตั ติ นทำง
สังคมด้ำนกำรเตรียมควำมพร้อม ควำมรับผิดชอบ ควำมสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณำกำรกับวชิ ำหลกั เศรษฐศำสตร์ ดำ้ นกำรเลือกใชท้ รัพยำกรอยำ่ งประหยดั
12. หลกั การประเมินผลการเรยี น
12.1 กอ่ นเรยี น
1. ตรวจสอบระดับควำมรูค้ วำมเข้ำใจของผเู้ รยี นกอ่ นเริ่มกำรสอน
12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบควำมสนใจในกำรเรียนของผู้เรยี นโดยกำรถำม-ตอบคำถำมในระหวำ่ งทเี่ รียน
12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มกบั เปรียบเทยี บแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ตรวจแบบฝึกหดั หลังเรียนเพ่ือประเมนิ ระดับควำมเขำ้ ใจของผเู้ รยี น
3. ตรวจใบกจิ กรรม
13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน
จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 กำรประเมินผลควำมรู้ควำมเข้ำใจของผ้เู รียนกอ่ นเรียน
1. วธิ ีกำรประเมิน : ใหท้ ำแบบทดสอบก่อนเรียน และถำมคำถำมเพ่ือประเมินระดับควำมรขู้ องผู้เรยี น
2. เครื่องกำรประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรยี น
3. เกณฑ์กำรประเมนิ : ใช้อ้ำงองิ เป็นตวั เปรยี บเทยี บกับผลกำรทดสอบหลังเรียน
4. เกณฑ์กำรผ่ำน : นกั เรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่ำคร่งึ หนึ่งของจำนวนข้อของแบบ
ทดสอบทัง้ หมด
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 กำรประเมนิ ผลควำมร้คู วำมเข้ำใจของผู้เรยี นหลังเรียน
1. วธิ กี ำรประเมิน : ให้ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
2. เครอ่ื งกำรประเมิน : แบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์กำรประเมนิ : ใช้เปรยี บเทียบกับผลกำรทดสอบก่อนเรียน
4. เกณฑ์กำรผ่ำน : นักเรยี นสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่ำกำรทำแบบทดสอบก่อนเรียน
309
14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยการสอนที่ .....13.....ชอื่ หนว่ ยการสอน เทคนิคกำรบดั กรี
วัตถปุ ระสงค์ เพื่อ กำรประเมนิ ผลควำมร้คู วำมเข้ำใจของผู้เรียนก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
1. กำรบัดกรีอปุ กรณ์ท่วั ไปเข้ำกับแผน่ วงจรพิมพค์ วรใชห้ ัวแรง้ ชนดิ ใด
ก. หัวแร้งปลำยเข็ม
ข. หวั แร้งปืน
ค. หวั แร้งปลำยใหญ่
ง. หัวแร้งแช่ขนำด 18-30 วตั ต์
2. อปุ กรณห์ รือเคร่ืองมือชนิดใดนิยมใช้ในกำรชว่ ยถอดอปุ กรณ์ทั่วไปที่ถกู บดั กรตี ดิ อย่กู บั แผน่ วงจรพมิ พ์
ก. เครอ่ื งเปำลมร้อน
ข. หวั แรง้ ดดู ตะก่วั
ค. ทีด่ ูดตะกั่ว
ง. เคร่อื งถอดไอซรี ะบบสุญญำกำศ
3. นำ้ ยำเคลือบแผน่ วงจรพิมพ์อยำ่ งงำ่ ยเปน็ ส่วนผสมของ
ก. ยำงพำรำและเบนซนิ
ข. ยำงสนและทนิ เนอร์
ค. ยำงสนและเบนซิน
ง. กำวและทินเนอร์
4 กำรบัดกรีลำยเขำ้ กับตำไก่ควรทำอยำ่ งไร
ก. บดั กรเี ฉพำะสำยและบัดกรเี ฉพำะตำไก่ก่อนจึงบัดกรสี ำยกบั ตำไก่
ข. บัดกรีสำยติดกบั ตำไก่พร้อมกันครง้ั เดียว
ค. บัดกรสี ำยก่อนแล้วบัดกรีตำไก่
ง. บัดกรีตำไก่ก่อนแลว้ บัดกรีตดิ กบั สำย
5. จุดบดั กรีทดี่ คี วรเปน็ อยำ่ งไร
ก. มเี ขมำ่ เกำะเล็กนอ้ ยเพื่อลดควำมต้ำนทำนจุดบัดกรี
ข มตี ะกวั่ ปริมำณมำกเพื่อเปน็ ตวั นำท่ีดี
ค. มีตะก่วั ปริมำณน้อยเพ่ือเป็นกำรประหยัด
ง. มีตะกัว่ ปริมำณที่พอควรรอยบัดกรเี ปน็ มันใส
310
6. ขำอปุ กรณท์ ี่บัดกรียำกเชน่ ข้วั หมอ้ แปลงควรใช้วธิ ีใดแก้ปัญหำ
ก. ใช้นำ้ ยำประสำนช่วยบัดกรี
ข. ใชห้ ัวแรง้ วตั ต์สูงขนึ้
ค. ใชว้ ำนชิ เคลือบก่อนบดั กรี
ง. ใช้กระดำษทรำยละเอยี ดขัด
7. กำรบัดกรีขำอุปกรณ์ให้ยดึ กับลำยทองแดงควรใช้วิธกี ำรใด
ก. ให้ควำมรอ้ นที่ขำอุปกรณ์และลำยทองแดงพรอ้ มกันสักครูจ่ ึงปอ้ นตะกว่ั
ข. ให้ควำมร้อนท่ีขำอปุ กรณ์ก่อนจึงป้อนตะกวั่
ค. ใหค้ วำมรอ้ นทลี่ ำยทองแดงกอ่ นจงึ ป้อนตะกัว่
ง. ใหค้ วำมรอ้ นที่ตะกั่วบัดกรีกอ่ นจงึ นำไปแตะท่จี ดุ บัดกรี
8. ข้อใดไมใ่ ช่ข้อควรคำนึงขณะบดั กรี
ก. ใหร้ อยบัดกรใี สมันเปน็ เงำไมม่ ีเขม่ำ
ข. ไม่ใหม้ ตี ะก่วั มำกเกนิ ไป
ค. บดั กรีให้นำนขนึ้
ง. ตะก่ัวอำจไปเช่อื มตอ่ จุดบดั กรอี ืน่
9. เม่ือปลำยหัวแรง้ สกปรกควรดำเนนิ กำรอย่ำงไร
ก. สะบัดลงพนื้
ข. เชด็ ดว้ ยผำ้ ชุบน้ำหมำด ๆ
ค. เชด็ ดว้ ยสำลี
ง. จ่มุ น้ำยำประสำน
10. ในกำรประกอบอุปกรณ์ลงบนแผน่ วงจรพมิ พ์โดยกำรทำกำรพบั ขำอุปกรณจ์ ึงตัดขำหรือทำกำรแยกขำ
อปุ กรณ์เพื่อรง้ั ไมใ่ ห้อุปกรณ์หล่นขณะบัดกรมี ีขอ้ ดีอย่ำงไร
ก. เม่อื ต้องกำรถอดเปล่ยี นอปุ กรณ์และอำจทำใหล้ ำยทองแดงหลุดได้งำ่ ย
ข. กำรพับขำอุปกรณแ์ ล้วตดั ทำใหบ้ ัดกรีสะดวกไม่เกะกะ
ค. กำรแยกขำอุปกรณ์ก่อนบัดกรที ำใหต้ ำแหนง่ อปุ กรณ์ขยับเขยื้อน
ง. กำรแยกขำอุปกรณ์ก่อนกำรบดั กรี อำจต้องบดั กรซี ำ้ เพื่อขยับตำแหน่ง
311
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ง. หัวแรง้ แช่ขนำด 18-30 วตั ต์
2. ค. ทด่ี ูดตะกว่ั
3. ยำงสนและทนิ เนอร์
4. ข. บดั กรสี ำยตดิ กับตำไก่พรอ้ มกนั ครัง้ เดียว
5. ง. มตี ะก่วั ปรมิ ำณที่พอควรรอยบัดกรีเปน็ มนั ใส
6. ก. ใช้น้ำยำประสำนชว่ ยบัดกรี
7. ข. ใหค้ วำมรอ้ นที่ขำอุปกรณ์กอ่ นจึงป้อนตะก่วั
8. ค. บดั กรีให้นำนขึ้น
9. ง. จ่มุ น้ำยำประสำน
10. ข. กำรพบั ขำอุปกรณ์แลว้ ตดั ทำให้บดั กรสี ะดวกไมเ่ กะกะ
312
15. แบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการสอนท่ี .....13.....ชอ่ื หน่วยการสอน เทคนิคกำรบดั กรี
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือ กำรประเมินผลควำมร้คู วำมเข้ำใจของผู้เรียนก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
1. กำรบัดกรีอปุ กรณ์ทวั่ ไปเข้ำกับแผ่นวงจรพิมพค์ วรใชห้ ัวแรง้ ชนดิ ใด
ก. หัวแร้งปลำยเขม็
ข. หวั แร้งปืน
ค. หวั แร้งปลำยใหญ่
ง. หัวแร้งแช่ขนำด 18-30 วตั ต์
2. อปุ กรณห์ รือเครื่องมือชนิดใดนิยมใช้ในกำรชว่ ยถอดอปุ กรณ์ทั่วไปที่ถกู บดั กรตี ดิ อย่กู บั แผน่ วงจรพมิ พ์
ก. เครอ่ื งเปำลมร้อน
ข. หวั แรง้ ดดู ตะกว่ั
ค. ทีด่ ูดตะก่วั
ง. เคร่อื งถอดไอซรี ะบบสุญญำกำศ
3. นำ้ ยำเคลอื บแผน่ วงจรพิมพ์อย่ำงงำ่ ยเปน็ สว่ นผสมของ
ก. ยำงพำรำและเบนซิน
ข. ยำงสนและทินเนอร์
ค. ยำงสนและเบนซิน
ง. กำวและทนิ เนอร์
4 กำรบัดกรีลำยเข้ำกับตำไกค่ วรทำอย่ำงไร
ก. บดั กรเี ฉพำะสำยและบัดกรีเฉพำะตำไกก่ ่อนจึงบัดกรสี ำยกบั ตำไก่
ข. บัดกรีสำยตดิ กบั ตำไก่พร้อมกนั คร้งั เดยี ว
ค. บัดกรสี ำยก่อนแลว้ บดั กรตี ำไก่
ง. บัดกรีตำไก่ก่อนแล้วบดั กรีตดิ กบั สำย
5. จุดบดั กรีท่ีดีควรเป็นอย่ำงไร
ก. มเี ขมำ่ เกำะเล็กน้อยเพ่ือลดควำมตำ้ นทำนจุดบัดกรี
ข มตี ะกวั่ ปริมำณมำกเพื่อเปน็ ตวั นำท่ดี ี
ค. มีตะก่วั ปริมำณน้อยเพ่ือเป็นกำรประหยัด
ง. มีตะกัว่ ปริมำณที่พอควรรอยบดั กรเี ปน็ มันใส
313
6. ขำอปุ กรณท์ ี่บัดกรียำกเชน่ ข้วั หมอ้ แปลงควรใช้วธิ ีใดแก้ปัญหำ
ก. ใช้น้ำยำประสำนช่วยบัดกรี
ข. ใชห้ ัวแรง้ วตั ต์สูงขนึ้
ค. ใชว้ ำนชิ เคลือบก่อนบดั กรี
ง. ใช้กระดำษทรำยละเอยี ดขัด
7. กำรบัดกรีขำอุปกรณ์ให้ยดึ กับลำยทองแดงควรใช้วิธกี ำรใด
ก. ให้ควำมรอ้ นที่ขำอุปกรณ์และลำยทองแดงพรอ้ มกันสักครูจ่ ึงปอ้ นตะกว่ั
ข. ให้ควำมร้อนท่ีขำอปุ กรณ์ก่อนจึงป้อนตะกวั่
ค. ใหค้ วำมรอ้ นทลี่ ำยทองแดงกอ่ นจงึ ป้อนตะกัว่
ง. ใหค้ วำมรอ้ นที่ตะกั่วบัดกรีกอ่ นจงึ นำไปแตะท่จี ดุ บัดกรี
8. ข้อใดไมใ่ ช่ข้อควรคำนึงขณะบดั กรี
ก. ใหร้ อยบัดกรใี สมันเปน็ เงำไมม่ ีเขม่ำ
ข. ไม่ใหม้ ตี ะก่วั มำกเกนิ ไป
ค. บดั กรีให้นำนขนึ้
ง. ตะกวั่ อำจไปเช่อื มตอ่ จุดบดั กรอี ืน่
9. เม่ือปลำยหัวแรง้ สกปรกควรดำเนนิ กำรอย่ำงไร
ก. สะบัดลงพนื้
ข. เชด็ ดว้ ยผำ้ ชุบน้ำหมำด ๆ
ค. เชด็ ดว้ ยสำลี
ง. จ่มุ น้ำยำประสำน
10. ในกำรประกอบอุปกรณ์ลงบนแผน่ วงจรพมิ พ์โดยกำรทำกำรพบั ขำอุปกรณจ์ ึงตัดขำหรือทำกำรแยกขำ
อปุ กรณ์เพื่อรง้ั ไมใ่ ห้อุปกรณ์หล่นขณะบัดกรมี ีขอ้ ดีอย่ำงไร
ก. เม่อื ต้องกำรถอดเปล่ยี นอปุ กรณ์และอำจทำใหล้ ำยทองแดงหลุดได้งำ่ ย
ข. กำรพับขำอุปกรณแ์ ล้วตดั ทำใหบ้ ัดกรีสะดวกไม่เกะกะ
ค. กำรแยกขำอุปกรณ์ก่อนบัดกรที ำใหต้ ำแหนง่ อปุ กรณ์ขยับเขยื้อน
ง. กำรแยกขำอุปกรณ์ก่อนกำรบดั กรี อำจต้องบดั กรซี ำ้ เพื่อขยับตำแหน่ง
314
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ง. หัวแรง้ แช่ขนำด 18-30 วตั ต์
2. ค. ทด่ี ูดตะกว่ั
3. ยำงสนและทนิ เนอร์
4. ข. บดั กรสี ำยติดกับตำไก่พรอ้ มกนั ครัง้ เดียว
5. ง. มตี ะก่วั ปรมิ ำณที่พอควรรอยบัดกรีเปน็ มนั ใส
6. ก. ใช้น้ำยำประสำนชว่ ยบัดกรี
7. ข. ใหค้ วำมรอ้ นที่ขำอุปกรณ์กอ่ นจึงป้อนตะก่วั
8. ค. บดั กรีให้นำนขึ้น
9. ง. จุ่มน้ำยำประสำน
10. ข. กำรพบั ขำอุปกรณ์แลว้ ตดั ทำให้บดั กรสี ะดวกไม่เกะกะ
315
16. ใบความรทู้ ี่ ...13.....
หนว่ ยการสอนท่ี ....13.... ชือ่ หนว่ ย เทคนิคกำรบดั กรี
ชื่อหัวข้อเรือ่ ง เทคนิคกำรบัดกรี
13.1 แผน่ วงจรพมิ พ์
แผ่นวงจรพมิ พ์ (Printed Circuit Boards) เป็นแผน่ ที่ผวิ ดำ้ นหนง่ึ ถกู เคลือบด้วยแผน่ ทองแดง
บำง ๆ เพือ่ ใชท้ ำลำยวงจรพิมพ์ ทำใหเ้ กิดเป็นวงจรตำ่ ง ๆ ตำมตอ้ งกำร ลำยวงจรมสี ว่ นสำคัญต่อกำรใช้งำน
เพรำะกำรเขยี นลำยวงจรจะต้องคำนึงถึงขนำดของลำยวงจร ใหเ้ หมำะสมกบั ปริมำณของกระแสที่ไหลผำ่ น
ลักษณะกำรเชื่อมต่อตอ้ งเหมำะสมสวยงำม ขนำดของลำยวงจรตอ้ งไมเ่ ลก็ หรือใหญเ่ กินไป กำรเข้ำโค้งลำย
วงจรควรตอ่ เข้ำกึ่งกลำงจุด ไมค่ วรผำ่ นขอบริมจดุ ต่อ หรือกรณีจำเป็นต้องผำ่ นขอบริมจุดต่อลำยวงจรจะต้อง
สัมผัสจุดต่อให้มำกท่สี ดุ
13.2 ตะก่วั บดั กรี
ตะกวั่ บัดกรี (Solder) คือวสั ดุทที่ ำหน้ำทีเ่ ปน็ ตวั เช่อื มประสำนรอยต่อของสำยไฟหรอื ขำของอุปกรณ์
อเิ ล็กทรอนกิ ส์เขำ้ ด้วยกนั หรอื ตอ่ อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์เขำ้ กบั ลำยวงจรพิมพ์ สว่ นประกอบของตะกั่วบดั กรี
ประกอบด้วยดบี กุ และตะกว่ั ซึ่งมีส่วนผสมโดยกำหนด เป็นเปอร์เซน็ ต์ คำ่ ทีบ่ อกไวค้ ่ำแรกเปน็ ดีบุกเสมอ เช่น
70/30 หมำยถึง ส่วนผสมประกอบด้วยดีบุก 70% และตะกวั่ 30%
13.3 หวั แร้ง
หวั แรง้ (Soldering) ทีใ่ ช้งำนทำงดำ้ นไฟฟ้ำและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ ป็นหัวแร้งไฟฟ้ำ ทำหนำ้ ที่ให้ควำมร้อน
ออกมำโดยใชไ้ ฟฟำ้ จำ่ ยผำ่ นส่วนที่ทำใหก้ ำเนิดควำมร้อน สง่ ผำ่ นผ่ำนควำมร้อนไปยงั หัวบัดกรี และหวั บัดกรี
เป็นตวั ส่งผ่ำนควำมรอ้ นไปยงั ชิน้ งำน จนช้ินงำนเกดิ ควำมร้อนพอทจ่ี ะหลอมละลำยตะกัว่ บดั กรีได้
กำรบัดกรที ่ีถกู ต้องนอกจำกหัวแร้งต้องร้อนพอท่จี ะหลอมละลำยตะกว่ั บัดกรีได้แล้ว ช้ินงำนทจ่ี ะบดั กรีก็ต้อง
ร้อนพอท่ีจะหลอมละลำยตะก่ัวบัดกรไี ด้ด้วย ถ้ำชิน้ งำนขนำดเลก็ สำมำรถใชห้ วั แร้งมีกำลงั ไฟฟ้ำต่ำได้
ถ้ำชน้ิ งำนขนำดใหญห่ วั แร้งต้องมีกำลงั ไฟฟ้ำสงู ขน้ึ ตำมไปด้วย ไมเ่ ช่นน้ันอำจทำใหก้ ำรบัดกรีไมส่ มบูรณไ์ ด้
13.4 กำรปอกสำยไฟ
กำรปอกสำยไฟมีจดุ ประสงค์ตอ้ งกำรให้ฉนวนท่หี ุม้ สำยหลุดออกจำกตวั นำในระยะท่ตี ้องกำรโดยไมท่ ำ
ใหส้ ำยตัวนำภำยในขำดหรือเปน็ รอยหรือเกอื บขำด ซ่ึงอำจจะสังเกตไม่เหน็ แตม่ ีผลในกำรใช้งำนในระยะยำว
ระยะในกำรปอกสำยขึ้นกับขนำดของสำยและขนำดของจุดท่จี ะนำไปบัดกรีด้วยโดยทัว่ ไปจุดบดั กรขี นำดเล็กจะ
ปอกสำยยำวประมำณ 1.5 – 2 มม.
13.5 กำรบดั กรีอปุ กรณ์บนแผ่นวงจรพิมพ์
กำรบดั กรีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะต้องเสยี บขำอปุ กรณ์ลงบนแผ่นวงจรพมิ พ์ให้ถูกข้ัว และตำแหน่งท่ี
ต้องกำรพร้อมกดอุปกรณใ์ ห้แนบกับแผน่ วงจรพิมพ์ (เฉพำะอุปกรณ์ทกี่ ระทำได้) โดยจะต้องขยบั ขำอปุ กรณ์ให้
ทำมุมไปในทิศทำงต่ำง ๆ และทำมุมกับแผน่ วงจรพิมพ์ประมำณ 30o – 6 0o เพือ่ ไม่ใหข้ ำอปุ กรณช์ ิดกนั และ
ปลำยหวั แรง้ สำมำรถสอดแทรกไปยงั ตำแหน่งทจ่ี ะบดั กรไี ด้สะดวก ทำให้อุปกรณ์ไมล่ ว่ งหล่นขณะบัดกรี พร้อม
316
กับหมนุ แผ่นวงจรพิมพ์เพ่อื ให้ปลำยขำอุปกรณ์ช้ีเขำ้ หำตวั ใชม้ ือขวำจับหัวแรง้ โดยใหป้ ลำยหัวแรง้ อยู่ด้ำนขวำ
ของขำอปุ กรณ์ และจีไ้ ปยังขำอปุ กรณ์และลำยทองแดง ณ ตำแหน่งทจี่ ะบดั กรีพรอ้ มกัน มอื ซ้ำยจบั ตะกั่วให้
ปลำยตะกั่วจไ้ี ปยังด้ำนซ้ำยของขำอุปกรณ์และจอ่ อย่รู ะหว่ำงปลำยหัวแรง้ กบั ขำอปุ กรณ์ สักครใู่ หต้ ะกั่วหลอม
ละลำยตดิ สำยทองแดงและขำอุปกรณ์ในลกั ษณะแนบชิดแล้วรบี เอำหัวแรง้ และตะกั่วออกจำกจุดบัดกรี กำร
บัดกรีไม่ควรใส่ตะกั่วมำกเกินควำมจำเป็น เพรำะนอกจำกส้นิ เปลืองแล้วยังอำจไปติดกับอปุ กรณห์ รือจุดบัดกรี
อนื่ ๆ ได้ ซงึ่ เป็นลักษณะของกำรพอกตะกว่ั จำกน้นั จึงบัดกรีจุดอ่ืน ๆ ต่อไปจนครบ
13.6 กำรตัดขำอุปกรณ์
หนั ปำกคมี ใหช้ ไ้ี ปทำงเดยี วกันกับขำอปุ กรณแ์ ล้วจงึ ตดั ขำอปุ กรณท์ ลี ะขำ กำรตดั ขำอปุ กรณท์ ี่ทำมุมกับ
แผ่นวงจรพมิ พ์แคบ ๆ ต้องระมดั ระวังเปน็ พิเศษ เพรำะอำจทำใหร้ อยตัดไมส่ วยหรือลำยทองแดงชำรุด
เนือ่ งจำกคีมอำจไปงัดหรือเบียดกบั จดุ บัดกรี กำรตดั ขำอปุ กรณค์ วรตัดใหส้ ้ันทสี่ ดุ ที่รอยบัดกรหี ุ้มโอบไดพ้ อดี
13.7 กำรถอนจุดบัดกรี
กรณีที่ต้องกำรถอนจุดบัดกรี ทำไดโ้ ดยใชห้ วั แรง้ รอ้ นสัมผัสไปทีจ่ ดุ บดั กรีที่จะถอด จนตะก่ัวหลอม
ละลำย ใชเ้ ครือ่ งดูดตะกัว่ (Solder Sucker) ดดู ตะกว่ั บดั กรีออก
317
17. ใบงาน
ใบกจิ กรรมท่ี 13 เทคนิคการบัดกรี
สมรรถนะ บดั กรีอปุ กรณว์ เิ ลก็ ทรอนิกสบ์ นแผน่ วงจรพมิ พ์
เครอ่ื งมือและอุปกรณ์
1. หวั แร้งแซข่ นำด 18- 30 วัตต์ และท่ีวำงหัวแร้ง
2. คมี ตดั สำยไฟ
3. คีมปอกสำยไฟ
4. ทดี่ ดู ตะกวั่
5. แผน่ วงจรพมิ พเ์ อนกประสงค์ขนำด5x8ชม. ซึง่ เจำะรเู รยี บรอ้ ย
6. ตำไกท่ องเหลือง 10 ตวั
7. SOCKET ไอซี 8 ขำ
8. ตวั ต้ำนทำนค่ำตำ่ ง ๆ 6 ตวั
9. โพเทนซอิ อมิเตอร์
10. แจค็ โมโนเลก็ หรอื แจค็ อำร์ซีเอ
11. สำยชลี ด์เดี่ยวเสน้ เล็ก ยำวประมำณ 20 ซม.
12. สำยแข็งขนำดประมำณ 0.5 มม. ยำวประมำณ 25 ซม.
13. สำยออ่ นเดนิ เครือ่ ง ยำวประมำณ 50 ซม.
14, ตะกวั่ บดั กรี ยำวประมำณ 50 ซม.
ข้อควรระวงั
1. ขณะท่ีใชห้ วั แร้งระวังอย่ำใหห้ ัวแรง้ ถกู โตะ๊ หรืออปุ กรณ์และเครือ่ งมือใด ๆ ควรวำงหัวแร้งกับที่วำง
หวั แร้งหรอื อุปกรณ์อื่นๆ เช่นหิน โลหะ เพือ่ ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนมำกขนึ้
2. ควรวำงหวั แร้งให้อยู่ด้ำนท่ีจะใชม้ ือจบั และจัดสำยไฟทใี่ ช้กับหัวแรง้ ไม่ใหก้ ดี ขวำงขณะใชห้ ัวแร้ง
3. ไม่ควรใช้หัวแร้งไปรุ่มยำงสนเพรำะจะทำใหเ้ กิดควันมำกและเปน็ พิษ ไม่ควรสดู ดมควันทีเ่ กดิ จำก
กำรบดั กรี เพรำะมสี ำรตะก่ัวอยูม่ ำกเมื่อสดู ดมบ่อย ๆ จะเป็นอนั ตรำยต่อระบบทำง
เมอ่ื จำเป็นต้องบดั กรนี ำน ๆ หรือบัดกรใี นห้องปรบั อำกำศควรมอี ปุ กรณด์ ดู ควนั หรือระบำยอำกำศ ไม่ควรใช้
พัดลมเป๋ำไปยังปลำยหัวแร้งโดยตรง เพรำะจะทำใหห้ วั แร้งลดควำมรอ้ นลง
ข้อเสนอแนะ
1. คีมตดั สำมำรถใชค้ ีมปอกสำยไฟได้แตต่ ้องระวงั เป็นพิเศษ เพรำะเสน้ ลวดในสำยอำจขำดไดง้ ำ่ ย
ถำ้ ปอกไมซ่ ำนำญ
2. ควรเชด็ ปลำยหัวแร้งด้วยผำ้ ซบุ น้ำหมำด ๆ ทุกครัง้ เมื่อปลำยหวั แ์ร้งสกปรก
3. ก่อนบดั กรีควรใหป้ ลำยหวั แร้งรอ้ นจดั มิฉะน้ันจะทำใหเ้ สยี เวลำ และรอยบดั กรีไม่ - สวย
4. ขณะบดั กรีอปุ กรณ์ถ้ำปรมิ ำณตะก่ัวละลำยลงบรเิ วณบดั กรเี พยี งพอแลว้ แตจ่ ุดบัดกรยี ังไม่
318
เรยี บร้อยใหห้ ยุดกำรป้อนตะก่ัว แต่ยงั คงให้ปลำยหวั แร้งจ้ีจุดบดั กรีตอ่ ไปสักครจู่ นจดุ บดั กรีเรียบรอ้ ยจึงหยดุ
ให้ควำมรอ้ น
5. กำรใช้สำยไฟจุ่มยำงสนเพ่ือชว่ ยในกำรบดั กรีน้ันเหมำะกรณีท่บี ดั กรีสำยไฟเสน้ ใหญ่ เพรำะ
โดยทว่ั ไปตะก่ัวบดั กรีท่เี ปน็ เส้นน้นั ภำยในจะสอดไส้ซ่ึงมีนำ้ ยำประสำนอยู่
6. กรณใี ชแ้ ผ่นวงจรพิมพเ์ อนกประสงค์ท่ไี ม่สำมำรถตดิ ตัง้ ตำไกท่ องเหลืองได้ ใหข้ ้ำมกำรทดลองท่ี
5,6
ลาดับขนั้ การทดลอง
1. ตดั สำยอ่อนเดินเครอ่ื งเป็น 5 เสน้ ๆละ 10 ซม. แลว้ ปอกสำยแต่ละขำ้ งให้ยำวประมำณ 2 มม.
ถ้ำปอกสำยแลว้ เสน้ ลวดทองแดงหลดุ ออกมำด้วยให้ตัดสำยสว่ นที่ปอกทิ้งแลว้ ปอกใหม่ เพอ่ื ให้
เส้นลวดทองแดงอย่คู รบทกุ เส้น จำกนั้นบิดปลำยสำยทเี่ ส้นลวดทองแดงเพ่ือไม่ใหป้ ลำยสำยแตกกระจำย
2. ตัดสำยแขง็ เสน้ เลก็ เปน็ 6 เสน้ ยำวเสน้ ละประมำณ 3 ซม. แล้วปอกสำยแตล่ ะข้ำงให้ยำว
ประมำณ 3 มม. ถ้ำปอกสำยแล้วเส้นลวดขำดหรือเปน็ รอย ใหต้ ัดสำยสว่ นทปี่ อกทงิ้ แลว้ ปอกใหม่ จำกนน้ั
ตัดปลำยสำยทปี่ อกทั้งหมดให้เป็นมมุ ฉำก พร้อมดดั สำยให้ตรงไมบ่ ดิ งอ
3. ปอกสำยชลิ ด์เดย่ี วซึ่งเป็นฉนวนดน้ นอกออกยำวประมำณ 10 มม. ถ้ำปอกแลว้ ลวดทองแดง
หลดุ ออกมำด้วย ใหต้ ดั ส่วนท่ีปอกท้ิงแลว้ ปอกใหม่ เพอ่ื ใหเ้ ส้นลวดทองแดงอย่คู รบทุกเส้น จำกนน้ั ปอกสำย
ท่ีอยู่ช้ันในออก 2 มม. แล้วบดิ ปลำยสำยให้เรียบรอ้ ย ในสว่ นของสำยทองแดงซึง่ อยรู่ อบสำยนำสญั ญำณให้
บดั กรีรอบโดนท่ีปอกฉนวนด้ำนนอก แตร่ ะวังอย่ำให้ชดิ กบั ฉนวนสำยตัวนำมำกนัก เพ่ือให้สำยสัญญำณกับ
สำยกรำวดแ์ ยกหำ่ งจำกกัน ทำกำรปอกสำยชีลด์อกี ขำ้ งในลักษณะเดียวกัน
4. ทำกำรบัดกรีสำยทีป่ อกไว้ตำมข้อ 1 และ 3 ทุกเสน้ ทง้ั สองปลำยโดยใหต้ ะกวั่ หลอมติดสำยรอบ
สำยท่ีปอกและเป็นมนั เรยี บไม่พอกหนำ อยำ่ ใหม้ เี ขมำ่ เกำะหรือบัดกรแี ลว้ สำยแตกกระจำยฉนวนหลอม
ละลำย ซง่ึ ถ้ำบัดกรแี ลว้ ช้ินงำนไมเ่ รยี บร้อยใหต้ ัดส่วนทีบ่ ดั กรีทงิ้ แลว้ ปอกสำยเพ่ือบดั กรใี หมจ่ นไดช้ ิน้ งำนทดี่ ี
สำหรับกำรบัดกรสี ำยชีลด์ท่ีหุ้มสำยตัวนำไม่ควรบัดกรใี หใ้ กลโ้ คนสำย เพรำะจะทำใหฉ้ นวนสำยตัวนำหลอม
ละลำย
5. นำตำไก่ทองเหลือง 10 ตัว เสยี บใส่แผน่ วงจรพมิ พเ์ อนกประสงค์ โดยใหป้ ลำยที่แคบเสยี บฉนวน
ไปยังด้ำนลำยทองแดงใหส้ ดุ แล้วตัดปลำยซึ่งอยู่ด้ำนลำยทองแดงโดยใชค้ ีมตัดเพือ่ ให้ตำไกย่ ึดตดิ กบั
แผ่นวงจรพิมพ์
6. บดั กรตี ำไกท่ ้ังค้นบนและล่ำงให้ใสเปน็ มนั เรยี บร้อยทั้งสองด้ำน
7. ทำกำรประกอบอปุ กรณบ์ นแผน่ วงจรพิมพ์ โดยใช้ตัวต้ำนทำน 6 ตวั เตำ้ รับ (S0CKE) ไอซี 1 ตวั
สำยแขง็ จำกข้อ 2 จำนวน 6 เส้น ในลกั ษณะใกล้เคียงกับรปู ท่ี 13.7 โดยจัดวำงให้เรียบร้อยและอปุ กรณ์
ทกุ ชิ้นต้องแนบชิดกับแผ่นวงจรพมิ พ์
319
8. ทำกำรบัดกรีสำยออ่ นเขำ้ กับแจ็ค, โพเทนชิออมิเตอร์และแผ่นวงจรพมิ พ์ ตำมรูปที่ 13.8 ให้รอย
บดั กรีเรียบร้อยใสเป็นมนั ทุกจุด กรณโี พเทนชิออมเิ ตอรต์ วั ใหมจ่ ะต้องบัดกรีตัวอปุ กรณ์ก่อนจึงบดั กรีสำย
หมำยถึงอปุ กรณแ์ ละสำยต้องไดร้ บั กำรบัดกรดี ว้ ยตะกั่วก่อนจึงนำมำเชื่อมเข้ำดว้ ยกนั อกี ครั้ง
9. นำแผน่ วงจรพมิ พ์ที่ประกอบอุปกรณ์และต่อสำยเรยี บร้อย ใหอ้ ำจำรยผ์ สู้ อนตรวจสอบควำม
ถกู ต้อง
10. ทำกำรถอดอุปกรณ์ต่ำง ๆ ออกจำกแผ่นวงจรพมิ พ์ โดยใชท้ ด่ี ดู ตะก่ัวหรืออื่น ๆ ตำมควำม
เหมำะสมอย่ำงระมดั ระวงั อยู่ให้แผ่นวงจรพมิ พ์และอปุ กรณ์ต่ำงๆ เกิดกำรชำรดุ และมีตะท่ัวตดิ อยกู่ ับ
แผ่นวงจรพิมพน์ ้อยทส่ี ุด
รูปที่ 13.8 ลายวงจรของแผ่นวงจรพมิ พ์เอนกประสงค์
320
สรปุ และวจิ ารณผ์ ลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
321
18. แบบประเมนิ ผล
1 .กำรวัดผลและกำรประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ควำมมวี นิ ัย และควำมรบั ผิดชอบ ต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวำ่
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
1.3 สังเกตกำรปฏิบัติตำมใบงำนโดยใช้แบบประเมินผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน
1.4 ตรวจแบบฝกึ หัด
2. เกณฑ์กำรวดั และประเมินผล
2.1 แบบประเมินพฤติกรรม ควำมมีวินัย และควำมรับผิดชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกว่ำ
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกวำ่ ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมกำรปฏิบัติตำมใบงำนต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.4 แบบฝึกหัดต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
322
19. แบบฝกึ หัด
จงอธบิ ำยควำมหมำย และขน้ั ตอนกำรบดั กรี
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
323
20. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนร้แู บบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้
รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
54321
ดา้ นการเตรยี มการสอน
1.จดั หนว่ ยกำรเรียนรู้ไดส้ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ำรเรยี นรู้
2. กำหนดเกณฑก์ ำรประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดำ้ นควำมรู้ ดำ้ นทกั ษะ และด้ำนจติ พิสัย
3. เตรียมวสั ดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กิจกรรมตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรกู้ ่อนเข้ำ
สอน
ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ กี ำรนำเข้ำส่บู ทเรยี นที่น่ำสนใจ
5. มกี ิจกรรมทหี่ ลำกหลำย เพื่อช่วยใหผ้ ้เู รียนเกดิ กำรเรียนรู้ ควำมเข้ำใจ
6. จัดกจิ กรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนค้นควำ้ เพื่อหำคำตอบด้วยตนเอง
7. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมท่เี น้นกระบวนกำรคดิ ( คิดวิเครำะห์ คิดสงั เครำะห์ คิดสร้ำงสรรค์ )
9. กระตนุ้ ให้ผเู้ รียนแสดงควำมคดิ เหน็ อย่ำงเสรี
10. จดั กิจกรรมกำรเรียนรูท้ เ่ี ชอื่ มโยงกับชีวิตจรงิ โดยนำภูมปิ ญั ญำ/บรู ณำกำรเข้ำมำ
มสี ว่ นรว่ ม
11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม
12. มกี ำรเสรมิ แรงเม่อื นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง
13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผูเ้ รยี น
14. เอำใจใสด่ ูแลผู้เรยี น อยำ่ งทว่ั ถงึ
15. ใช้เวลำสอนเหมำะสมกับเวลำทก่ี ำหนด
ดา้ นสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้
16. ใช้สอื่ ทีเ่ หมำะสมกับกจิ กรรมและศักยภำพของผู้เรียน
17. ใชส้ ื่อ แหลง่ กำรเรยี นรอู้ ย่ำงหลำกหลำย เชน่ บคุ คล สถำนท่ี ของจริง เอกสำร
ส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอรเ์ น็ต เปน็ ตน้
13. มอบหมำยงำนให้เหมำะสมตำมศักยภำพของผูเ้ รียน
14. เอำใจใสด่ ูแลผูเ้ รยี น อย่ำงทวั่ ถึง
324
15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกบั เวลำที่กำหนด
ด้านการวดั และประเมนิ ผล
18. ผเู้ รียนมีส่วนรว่ มในกำรกำหนดเกณฑก์ ำรวดั และประเมินผล
19. ประเมนิ ผลอย่ำงหลำกหลำยและครบท้ังด้ำนควำมรู้ ทักษะ และจิตพสิ ยั
20. ครู ผ้เู รียน ผปู้ กครอง หรือ ผู้ท่เี กยี่ วข้องมสี ว่ นรว่ ม ในกำรประเมิน
หมายเหตุ ระดับกำรปฏิบัติ 5 = ปฏิบตั ิดเี ยี่ยม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = รวม
ปฏิบัตพิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไม่มกี ำรปฏิบตั ิ เฉลย่ี
20.2 ปญั หาทพ่ี บ และแนวทางแก้ปญั หา แนวทางแก้ปญั หา
ปญั หาที่พบ
ด้านการเตรียมการสอน
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ด้านส่อื นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้
ดา้ นการวดั ประเมินผล
ดา้ นอ่ืน ๆ
ลงชื่อ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นำยศุภกร มิง่ คำ )
ตำแหน่ง ครพู ิเศษสอน
............../.................................../....................
21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 325
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี
326
แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสวิชา ..... 2100 – 1006...... วิชา .......................งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ .........................
หน่วยที่ .......14...... ชื่อหน่วย ...........การประกอบวงจรอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้นและแผ่นวงจรพิมพ์………...
ช่อื เร่อื ง.............การประกอบวงจรอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องต้นและแผน่ วงจรพิมพ์..............จานวน...4...ช่วั โมง
1. สาระสาคญั
วงจรเรยี งกระแสเปน็ วงจรที่แปลงผันไฟฟำ้ กระแสสลับให้เป็นไฟฟำ้ กระแสตรงโดยวงจรจะ
ประกอบไปด้วย หม้อแปลงไฟฟ้ำ ไดโอดเรียงกระแส และคำปำซิเตอร์ กำรทดลองวงจรโดยกำรบดั กรีลงบน
แผ่นวงจรพิมพ์ เป็นกำรทดลองทเ่ี หมอื นกบั สภำพกำรนำไปใช้งำนจรงิ ซึง่ กำรประวงจรจะตอ้ งทำทีละขัน้ ตอน
ดว้ ยควำมระมัดระวัง
แผน่ วงจรพมิ พ์จะเป็นส่วนท่ีทำหนำ้ ทยี่ ึดอุปกรณแ์ ละเปน็ ทำงเดนิ ของสัญญำณไฟฟ้ำอกี ท้งั ช่วยทำให้
วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ มย่ งุ่ เหยงิ อนั เกิดจำกกำรโยงสำยไฟไปมำ แตใ่ นบำงครั้งมีควำมจำเป็นท่ีจะลอกวงจรจำก
แผน่ วงจรพมิ พ์อนั เน่ืองมำจำกต้องกำรวิเครำะห์กำรทำงำนของวงจรในกรณีท่ีต้องซ่อมแกไ้ ขวงจรหรือต้องกำร
เลียนแบบวงจร กำรคดั ลอกแผ่นวงจรจำกวงจรพมิ พ์จะต้องรูจ้ ักสัญลกั ษณ์ของอุปกรณต์ ลอดจนชอ่ื ขำของ
อุปกรณ์อยำ่ งแม่นยำจงึ จะคัดลอกไดอ้ ย่ำงถูกต้อง
2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรยี นรู้
1. แสดงควำมรู้เกย่ี วกับกำรประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบื้องต้นและแผ่นวงจรพิมพ์
2. ประกอบวงจรอิเลก็ ทรอนิกสล์ งบนแผ่นวงจรพมิ พ์
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
1. บอกชนดิ วงจรเรยี งกระแส
2. อธิบำยกำรทำงำนของวงจรเรียงกระแสได้
3. บอกสูตรกำรคำนวณหำแรงดนั ไฟฟ้ำกระแสตรงได้
4. ประกอบวงจรโดยกำรบดั กรไี ดถ้ กู ต้อง
5. ทดสอบกำรทำงำนของวงจรได้ถกู ตอ้ ง
6. สำมำรถทดลองวงจรจำ่ ยไฟกระแสตรงแบบตำ่ ง ๆ โดยใช้วิธีกำรบัดกรไี ด้
7. สำมำรถคัดลอกวงจรจำกลำยวงจรพมิ พ์สำเร็จรูปได้
8. ประกอบวงจรบนแผ่นวงจรพมิ พ์ได้
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. ประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น
2. ประกอบวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งต้นแผ่นวงจรพิมพ์
327
4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
14.1 วงจรเรียงกระแส
14.2 วงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คลนื่
14.3 วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื
14.4 วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จ์
14.5 หลักกำรเบื้องต้นในกำรคดั ลอกแผน่ วงจรพิมพ์
14.6 กำรร่ำงแบบสำหรบั กำรเตรียมกำรเพื่อต่อวงจร
14.7 กำรคัดลอกวงจรจำกลำยวงจรพมิ พ์สำเร็จรปู
สรุปสำระสำคัญ
14.1 วงจรเรียงกระแส
วงจรเรยี งกระแส (Rectifier) คือ วงจรไฟฟำ้ ทสี่ ำมำรถจดั เรียงกระแสไฟฟำ้ กระแสสลบั ใหก้ ลำยเปน็
ไฟฟำ้ กระแสตรง ซง่ึ อุปกรณ์ที่สำมำรถจะทำงำนอย่ำงนี้ไดจ้ ำเป็นต้องมคี ณุ สมบัติสำคัญยอมให้กระแสไฟฟำ้
ไหลผ่ำนไปในทิศทำงเดยี วเทำ่ น้นั คอื ไดโอด ซงึ่ ในทนี่ ้จี ะใชไ้ ดโอดกำลัง
14.2 วงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คล่ืน
กำรทำงำนของวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลืน่ (Half Wave Rectifier) เมือ่ ขวั้ บวกของขดทตุ ิยภูมิ
ไดร้ ับเฟสบวก ข้วั ล่ำงเทยี บได้เฟสลบ ทำใหข้ ำอำโนดของไดโอดไดร้ ับศักยบ์ วก ขำแคโถดไดร้ ับศกั ยล์ บ ทำให้
ไดโอดได้รับกำรไบแอสไปหน้ำ กระแสสำมำรถไหลผ่ำนวงจรไปได้ จึงมีแรงดันไฟกระแสตรงตกคร่อมโหลด RL
14.3 วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลืน่
กำรเรยี งกระแสแบบครึง่ คลน่ื (Full Wave Rectifier) จะไดแ้ รงดันไฟตรงท่ีมคี วำมพลวิ้ (Ripple)
คอ่ นข้ำงสูงไมส่ ำมำรถใชง้ ำนในวงจรท่ัวไป กำรนำไปใชง้ ำนค่อนข้ำงมขี ีดจำกดั จงึ นิยมใช้วงจรเรยี งกระแสแบบ
เตม็ คลื่น ซึ่งใช้ไดโอด 2 ตัว ผลัดกนั ทำงำนในแต่ละเฟส
14.4 วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์
วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น (Bridge Rectifier) โดยไม่ใช้จุดศูนย์กลำงของหม้อแปลง เป็นวงจรอีก
แบบหน่งึ ทีน่ ยิ มใช้ เพรำะใช้หมอ้ แปลงกำลงั ทำงขดทุตยิ ภูมิเพียงขดเดียว เพียงแต่ตอ้ งเพ่ิมไดโอดอีก 2 ตัวรวม
เปน็ 4 ตวั
14.5 หลักกำรเบ้ืองตน้ ในกำรคดั ลอกแผ่นวงจรพมิ พ์
กำรคดั ลอกวงจรมปี ระโยชนใ์ นกำรซอ่ มหรือสร้ำงเลยี นแบบกรณีไม่มวี งจรมำใช้หรือกรณมี วี งจรมำให้
แตแ่ ผ่นวงจรพมิ พ์ไมม่ ีรำยละเอียดของตำแหน่งของอุปกรณ์ ชอ่ื ขั้วตอ่ ต่ำง ๆ ทำให้กำรตรวจซอ่ มค่อนข้ำง
ลำบำก จะต้องมีทักษะในกำรไลว่ งจรจำกแผ่นวงจรพิมพ์พอควร จงึ จะสำมำรถแก้ไขปญั หำตำ่ ง ๆ ไดง้ ำ่ ยขึน้
นอกจำกนน้ั จะต้องเข้ำใจเก่ยี วกับขำใช้งำนของทรำนซิสเตอร์ คำปำซิเตอร์และไอซีต่ำง ๆ โดยจะตอ้ งสำมำรถ
เปดิ คมู่ ือกำรใช้งำนอุปกรณน์ ั้น ๆ ได้ จงึ จะสำมำรถเขยี นเป็นวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์ทีเ่ ป็นสำกลได้ถูกต้อง
14.6 กำรร่ำงแบบสำหรบั กำรเตรยี มกำรเพือ่ ต่อวงจร
328
เมอื่ ใชแ้ ผ่นวงจรพิมพเ์ อนกประสงค์ แผน่ วงจรพิมพเ์ อนกประสงค์นิยมใช้เมอื่ ต้องกำรทดลองประกอบ
วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์ตน้ แบบ ว่ำทำงำนได้ตำมเง่ือนไขท่ีออกแบบได้หรือไม่ หรือช่ำงอเิ ล็กทรอนกิ ส์สมัครเลน่ ที่
ตอ้ งกำรทักษะและประสบกำรณ์ เพรำะกำรทำแผน่ วงจรพิมพ์สำเร็จค่อนขำ้ งใช้เวลำในกำรออกแบบ และทำ
แผ่นวงจรพมิ พ์นำน กำรใชแ้ ผ่นวงจรพมิ พเ์ อนกประสงค์ไมเ่ หมำะทจ่ี ะใช้ต่อวงจรท่ยี ุ่งยำกซบั ซ้อน อย่ำงไรก็
ตำมแผ่นวงจรพิมพเ์ อนกประสงคท์ ่ีจำหนำ่ ยน้นั มีใหเ้ ลือกหลำยรูปแบบและขนำดต่ำง ๆ กนั บำงแบบไม่
สำมำรถเอำไอซแี บบตนี ตะขำบมำเสยี บลงได้ เพรำะระยะขำไมเ่ หมำะสมกับกำรต่อวงจร บำงครั้งอำจต้องตอ่
โยงสำยบนแผน่ วงจรพมิ พ์เพอ่ื ใหค้ รบวงจร หรือใช้ใบมดี ตัดลำยวงจรพิมพ์ออกบำงสว่ นเพ่ือไม่ใหล้ ดั วงจร
อยำ่ งไรกต็ ำมกำรร่ำงแบบก่อนกำรบัดกรหี รือประกอบวงจรเปน็ ผลดี ซ่ึงทำให้สำมำรถตรวจสอบควำมถูกต้อง
และสำมำรถจัดวำงรูปแบบของอปุ กรณ์ไดเ้ รียบร้อยไม่ชดิ หรอื หำ่ งเกินไป
14.7 กำรคัดลอกวงจรจำกลำยวงจรพมิ พ์สำเร็จรปู
กำรคดั ลอกลำยวงจรพิมพส์ ำเร็จรปู จำกแบบลำยวงจรทซี่ บั ซอ้ นกนั อยนู่ ้ัน ค่อนขำ้ งสะดวกมำกกวำ่
กำรคัดลอกลำยวงจรจำกชุดคิต เพรำะต้องพลกิ แผ่นวงจรกลับไปกลับมำก ซึง่ ค่อนข้ำงชำ้ ยกเว้นชุดคิดท่สี กรนี
ลำยทองแดงซ้อนทับดำ้ นอปุ กรณ์อำจไม่ต้องพลิกดบู ่อย ซ่งึ เงื่อนไขกำรทำแผน่ วงจรพิมพ์ อำจมีทั้งใหค้ วำม
สะดวกและไม่สะดวกในกำรคัดลอก
4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏิบตั ิ
ใบงำนที่ 14.2 กำรประกอบวงจรเล็กทรอนิกส์เบื้องตน้ บนแผน่ วงจรพมิ พ์
4.3 ด้านคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกด้ำนกำรตรงต่อเวลำ ควำมสนใจใฝร่ ู้ ควำมซ่ือสัตย์ สจุ ริต ควำมมนี ้ำใจและแบง่ บนั
ควำมรว่ มมือ ควำมมมี ำรยำท ไม่หยดุ น่งิ ท่จี ะแกป้ ญั หำ ใช้อุปกรณ์อยำ่ งฉลำดและรอบคอบ
5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู้
ข้ันตอนการสอน/กจิ กรรมครู ขัน้ ตอนการเรียน/กจิ กรรมผู้เรียน
ขั้นนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี ข้นั เตรียม (ใชเ้ วลา 30 นาที)
1. ครแู นะนำรำยวชิ ำ วธิ ีกำรเรยี น กำรมอบหมำย 1. จดั เตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ สือ่ และเอกสำรตำม
งำน และกำรแต่งกำย ระเบยี บกำรปฏบิ ัตงิ ำนภำยใน ทค่ี รผู ู้สอนและแผนกำรจัดกำรเรียนรูท้ กี่ ำหนดไว้
หอ้ งปฏบิ ตั งิ ำนและกำรเบิกเครอ่ื งมือ วัสดุ อปุ กรณ์ 2. ทดสอบก่อนเรียน หน่วยท่ี 14 กำรประกอบวงจร
ชแ้ี จงวธิ ีวัดผลประเมนิ ผลกำรเรียน กำรจดั เตรียมวสั ดุ อิเล็กทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ และแผน่ วงจรพมิ พ์ สลับกัน
อปุ กรณ์ เอกสำร และส่ือ ให้สอด คลอ้ งกับงำน และ ตรวจคำตอบและใหค้ ะแนน
ใชว้ สั ดอุ ุปกรณถ์ ูกต้องอย่ำงคุ้มค่ำและประหยดั 3. ทำควำมเข้ำใจเกย่ี วกบั จดุ ประสงค์กำรเรยี นของ
2. ทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 14 กำรประกอบวงจร
อิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องต้น หนว่ ยกำรเรยี นที่ 14
329
และแผ่นวงจรพิมพ์ ใหผ้ ู้เรียนสลบั กนั ตรวจคำตอบ ข้นั สอน (ใชเ้ วลา 180 นาท)ี
และใหค้ ะแนน ผเู้ รียนฟังและคดิ ตำม พรอ้ มท้ังจดบันทึกเกย่ี วกับ
3. แจ้งจดุ ประสงค์กำรเรียนหน่วยกำรเรียนที่ 14 เรอ่ื ง วงจรเรียงกระแส วงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่
ขน้ั สอน (ใชเ้ วลา 180 นาที) คลืน่ วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื วงจรเรยี ง
ครูสอนเน้อื หำสำระในหวั ข้อ กระแสแบบบรดิ จ์ หลกั กำรเบ้ืองตน้ ในกำรคัดลอก
14.1 วงจรเรียงกระแส แผ่นวงจรพิมพ์ กำรรำ่ งแบบสำหรบั กำรเตรยี มกำร
14.2 วงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลืน่ เพือ่ ต่อวงจร กำรคัดลอกวงจรจำกลำยวงจรพมิ พ์
14.3 วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืน สำเรจ็ รปู และนอกจำกนั้นให้นกั เรยี นจดบันทึก
ควำมรู้จำกกำรสอนของครทู ีม่ ีนอกเหนือจำกใน
14.4 วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จ์ หนังสือ ผ้เู รยี นปฏิบตั งิ ำนตำมลำดบั ขั้นกำร
14.5 หลกั กำรเบื้องต้นในกำรคดั ลอกแผ่นวงจรพิมพ์ ปฏิบตั ิงำนของใบกิจกรรม
14.6 กำรรำ่ งแบบสำหรับกำรเตรียมกำรเพอ่ื ข้ันสรุป (ใช้เวลา 30 นาที)
1. ผู้เรยี นรบั ฟงั คำสรปุ และข้อแนะนำจำกครู พร้อม
ต่อวงจร ทั้งจดบนั ทกึ ขอ้ มูล และซักถำมหรอื ตอบคำถำมใน
14.7 กำรคดั ลอกวงจรจำกลำยวงจรพมิ พ์สำเรจ็ รปู หวั ขอ้ ท่ียงั ไม่เข้ำใจ
2. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
จำกนัน้ ให้นกั เรียนทำตำมใบงำนท่ี 14 กำรประกอบ
วงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ และแผ่นวงจรพมิ พ์ 3. ผ้เู รียนนำคะแนนจำกแบบทดสอบก่อนเรยี นและ
ขณะนักเรียนทำใบงำน ครจู ะสังเกตกำรณ์ทำงำน แบบทดสอบหลงั เรียนมำเปรียบเทียบ เพ่ือดู
กลุม่ ควำมก้ำวหน้ำทำงกำรเรียนของตนเอง
4. ผเู้ รียนทำแบบฝกึ หดั ทำ้ ยหนว่ ย
ขัน้ สรุป (ใชเ้ วลา 30 นาที)
1. ครูสรุปเนอ้ื หำสำระกำรเรียนรู้
- วงจรเรยี งกระแส
- วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลน่ื
- วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลืน่
- วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์
- หลกั กำรเบือ้ งตน้ ในกำรคัดลอกแผ่นวงจรพิมพ์
- กำรรำ่ งแบบสำหรบั กำรเตรยี มกำรเพ่ือต่อวงจร
- กำรคัดลอกวงจรจำกลำยวงจรพมิ พ์สำเรจ็ รูป
2. ครแู จกแบบทดสอบหลงั เรียน
3. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มกับบนั ทึก
คะแนน
330
4. ให้ผู้เรยี นทำแบบฝกึ หัดทำ้ ยหนว่ ย
รวมเวลาเรียนทัง้ หมด 240 นาที
หรอื 4 ช่ัวโมงเรียน
6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สอื่ สิง่ พิมพ์
1) เอกสำรประกอบกำรเรียนวิชำงำนไฟฟ้ำและอิเลก็ ทรอนิกส์ ของนำยอดุลย์ กลั ยำแก้ว
2) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 14 กำรประกอบวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้นและแผ่นวงจรพิมพ์
3) แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 14 กำรประกอบวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องตน้ และแผน่ วงจรพิมพ์
4) เอกสำรกำรเรยี นรู้หนว่ ยท่ี 14 กำรประกอบวงจรอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ และแผน่ วงจรพมิ พ์
5) แบบฝึกหัดหน่วยที่ 14 กำรประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้นและแผน่ วงจรพิมพ์
6) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรยี น และแบบฝกึ หัดท้ำยหน่วย
6.2 ส่อื โสตทัศน์
1) เคร่อื งฉำยภำพ (projector)
2) งำนนำเสนอหน่วยท่ี 14 กำรประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ และแผน่ วงจรพมิ พ์
6.3 ส่ือของจริง
1) ชดุ ทดลองวงจรไฟฟ้ำ
7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมุด
2. ศูนย์ Internet สมเดจ็ พระเทพฯ
3. หอ้ งปฏบิ ัติกำรเขียนแบบเคร่ืองกลด้วยคอมพิวเตอร์
331
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. อำคำรวิทยำบริกำร มหำวทิ ยำลยั เทคโนโลยีรำชมงคล วทิ ยำเขตสกลนคร
2. กำรฝึกหำประสบกำรณ์ตำมสถำนประกอบกำรณ์
8. งานที่มอบหมาย
8.1 กอ่ นเรียน
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตอบคำถำมก่อนเรียน เป็นกำรนำเขำ้ สู่บทเรยี น
8.2 ขณะเรียน
1. ตอบคำถำมระหวำ่ งเรียน
8.3 หลงั เรยี น
1. ทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ทำแบบฝึกหัดหลังเรียน
3. ทำใบกจิ กรรม
9. ผลงาน/ชน้ิ งาน ทเ่ี กิดจากการเรยี นร้ขู องผ้เู รียน
-
10. เอกสารอ้างอิง
1. หนงั สือเรียน งำนไฟฟ้ำและอิเล็กทรอนิกส์ อดลุ ย์ กัลยำแกว้
11. การบูรณาการ/ความสมั พันธ์กับรายวชิ าอนื่
1. บรู ณำกำรกบั วชิ ำชีวติ และวฒั นธรรมไทย ด้ำนกำรพูด กำรอำ่ น กำรเขียนและกำรฝึกปฏบิ ตั ติ นทำง
สงั คมด้ำนกำรเตรยี มควำมพร้อม ควำมรับผดิ ชอบ ควำมสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณำกำรกบั วชิ ำหลกั เศรษฐศำสตร์ ดำ้ นกำรเลือกใช้ทรัพยำกรอยำ่ งประหยัด
12. หลักการประเมินผลการเรียน
12.1 กอ่ นเรยี น
1. ตรวจสอบระดับควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผูเ้ รียนก่อนเร่ิมกำรสอน
12.2 ขณะเรียน
1. ตรวจสอบควำมสนใจในกำรเรียนของผเู้ รียนโดยกำรถำม-ตอบคำถำมในระหว่ำงทเ่ี รยี น
12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี นพรอ้ มกับเปรียบเทยี บแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ตรวจแบบฝึกหัดหลงั เรียนเพอื่ ประเมนิ ระดบั ควำมเข้ำใจของผเู้ รยี น
3. ตรวจใบกิจกรรม
332
13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 กำรประเมนิ ผลควำมรู้ควำมเข้ำใจของผเู้ รียนกอ่ นเรยี น
1. วิธกี ำรประเมนิ : ใหท้ ำแบบทดสอบก่อนเรยี น และถำมคำถำมเพ่ือประเมนิ ระดบั ควำมรู้ของผู้เรยี น
2. เครือ่ งกำรประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรยี น
3. เกณฑ์กำรประเมนิ : ใช้อ้ำงองิ เป็นตวั เปรียบเทียบกบั ผลกำรทดสอบหลังเรียน
4. เกณฑ์กำรผำ่ น : นักเรียนสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไม่น้อยกว่ำคร่ึงหน่ึงของจำนวนข้อของแบบ
ทดสอบทัง้ หมด
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 2 กำรประเมนิ ผลควำมร้คู วำมเข้ำใจของผูเ้ รียนหลังเรยี น
1. วิธีกำรประเมิน : ให้ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
2. เคร่ืองกำรประเมิน : แบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์กำรประเมนิ : ใชเ้ ปรียบเทยี บกับผลกำรทดสอบกอ่ นเรยี น
4. เกณฑ์กำรผ่ำน : นกั เรียนสำมำรถทำแบบทดสอบได้ไมน่ ้อยกว่ำกำรทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
333
14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หน่วยการสอนที่ .....14.....ชอ่ื หนว่ ยการสอน กำรประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ และแผ่นวงจรพิมพ์
วัตถุประสงค์ เพอ่ื กำรประเมินผลควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผู้เรยี นก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
1. วงจรทแ่ี ปลงไฟกระแสสลับเป็นไฟกระแสตรงคือวงจรขอ้ ใด
ก. Rectifier
ข. Regulator
ค. Clamping
ง. Filter
2. ค่ำแรงดันไฟตรงทไี่ ดจ้ ำกวงจรเรยี งกระแสแบบคร่ึงคลืน่ คอื ข้อใด
ก. Vp x รูท 2
ข. Vrms/0.707
ค. 0.636 Vp
ง. 0.318 รูท 2 Vp
3. วงจรขอ้ ใดท่ที ำให้แรงดันไฟตรงจำกวงจรเรยี งกระแสมีค่ำเรยี บยิง่ ขึน้
ก. วงจรขลบิ
ข. วงจรเรยี งกระแส
ค. วงจรแคลมป์
ง. วงจรกรองแรงดนั
4. คำ่ แรงดนั ไฟตรงทไี่ ด้จำกวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื จะเปน็ ตำมสมกำรข้อใด
ก. 2 Vp
ข. 0.707 Vp
ค. 0.636 Vp
ง. Vac x รทู 2
5. ทำไมวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่นื จึงต้องใชไ้ ดโอด 2 ตวั
ก. เพ่อื ใหย้ กระดับแรงดนั ให้สูงขนึ้
ข. เพอ่ื ให้ไดโอดสลับกันทำงำน
ค. เพื่อให้กรองกระแสใหเ้ รียบ
ง. เพ่ือใหแ้ รงดนั สงู ข้นึ เป็น2 เท่ำ
334
6. ข้อใดคือเหตผุ ลของหม้อแปลงทใ่ี ช้ในวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่นื จงึ ต้องมจี ดุ แยกกลำง
ก. เพือ่ ลดเฟสแรงดนั
ข. เพรำะทำให้แรงดนั เพ่ิมขน้ึ
ค. เพอื่ ทำให้กระแสเพ่มิ ข้นึ
ง. เพือ่ แยกเฟสแรงดันจำ่ ยให้ไดโอดท้งั ซีกบวกและซกี ลบ
7. ขอ้ ดีของวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลืน่ คือข้อใด
ก. สำมำรถจำ่ ยกระแสไดส้ งู
ข. มคี วำมรำบเรียบของสญั ญำณ
ค. สำมำรถจำ่ ยแรงดนั ไดส้ ูง
ง. ถูกทกุ ขอ้
8. ขอ้ ใดคือควำมแตกต่ำงของวงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบบริดจ์กบั วงจรรยี งกระแสแบบเตม็ คล่ืน
ก. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ใชไ้ ดโอด 4 ตัว
ข. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจส์ ำมำรถใช้หม้อแปลงไดท้ ัง้ แบบมจี ดุ แยกกลำงและไม่มจี ดุ แยกกลำง
ค. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจท์ ำงำนท่คี วำมถ่สี งู
ง. ถกู ท้ังข้อ ก. และข้อ ข.
9. วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จ์ใชห้ ม้อแปลงแบบมีจดุ แยกกลำงมีจุดประสงคด์ ังข้อใด
ก. เพือ่ ใหเ้ อำต์พตุ เรียบข้นึ
ข. เพ่อื ให้แรงดนั ท่เี อำต์พตุ ทีส่ ูงขนึ้
ค. เพอ่ื ให้แรงดันเอำตพ์ ุตเป็นบวกกรำวด์และลบ
ง. ถูกทง้ั ข้อ ก. และข้อ ข.
10. วงจรเรียงกระแสเต็มคล่ืนแบบบรดิ จด์ ีกวำ่ วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลื่นดงั ข้อใด
ก. สำมำรถใชก้ ับหม้อแปลงแบบมจี ดุ แยกกลำงและไม่มจี ดุ แยกกลำง
ข. สำมำรถทวีคณู แรงดันเป็น 2 เท่ำได้
ค. ทนทำนกว่ำ
ง. สำมำรถจ่ำยแรงดนั ได้ทงั้ บวกและลบในวงจรเดยี ว
335
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
1. ก. Rectifier
2. ง. 0.318 รทู 2 Vp
3. ก. วงจรขลบิ
4. ค. 0.636 Vp
5. ข. เพ่ือใหไ้ ดโอดสลับกนั ทำงำน
6. ง. เพื่อแยกเฟสแรงดันจ่ำยให้ไดโอดทั้งซกี บวกและซีกลบ
7. ง. ถกู ทกุ ข้อ
8. ง. ถกู ทัง้ ข้อ ก. และข้อ ข.
9. ง. ถกู ท้ังข้อ ก. และข้อ ข.
10. ค. ทนทำนกวำ่
336
15. แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการสอนที่ .....14.....ชอื่ หนว่ ยการสอน กำรประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ และแผ่นวงจรพิมพ์
วัตถุประสงค์ เพอ่ื กำรประเมินผลควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผู้เรยี นก่อนเรียน
ขอ้ คาถาม
1. วงจรทแ่ี ปลงไฟกระแสสลับเป็นไฟกระแสตรงคือวงจรขอ้ ใด
ก. Rectifier
ข. Regulator
ค. Clamping
ง. Filter
2. ค่ำแรงดันไฟตรงทไี่ ด้จำกวงจรเรยี งกระแสแบบคร่ึงคลืน่ คอื ข้อใด
ก. Vp x รูท 2
ข. Vrms/0.707
ค. 0.636 Vp
ง. 0.318 รทู 2 Vp
3. วงจรขอ้ ใดท่ที ำให้แรงดันไฟตรงจำกวงจรเรยี งกระแสมีค่ำเรยี บยิง่ ขึน้
ก. วงจรขลบิ
ข. วงจรเรยี งกระแส
ค. วงจรแคลมป์
ง. วงจรกรองแรงดนั
4. คำ่ แรงดนั ไฟตรงทไ่ี ดจ้ ำกวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื จะเปน็ ตำมสมกำรข้อใด
ก. 2 Vp
ข. 0.707 Vp
ค. 0.636 Vp
ง. Vac x รทู 2
5. ทำไมวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่นื จึงต้องใชไ้ ดโอด 2 ตวั
ก. เพ่อื ใหย้ กระดับแรงดันให้สูงขนึ้
ข. เพอ่ื ให้ไดโอดสลับกันทำงำน
ค. เพื่อให้กรองกระแสใหเ้ รียบ
ง. เพ่ือใหแ้ รงดนั สงู ขน้ึ เปน็ 2 เท่ำ
337
6. ขอ้ ใดคือเหตผุ ลของหม้อแปลงที่ใช้ในวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คล่นื จงึ ต้องมีจุดแยกกลำง
ก. เพ่ือลดเฟสแรงดนั
ข. เพรำะทำให้แรงดนั เพ่ิมขน้ึ
ค. เพื่อทำให้กระแสเพมิ่ ข้นึ
ง. เพือ่ แยกเฟสแรงดันจำ่ ยให้ไดโอดท้งั ซีกบวกและซกี ลบ
7. ข้อดขี องวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลืน่ คือข้อใด
ก. สำมำรถจำ่ ยกระแสไดส้ งู
ข. มคี วำมรำบเรียบของสญั ญำณ
ค. สำมำรถจำ่ ยแรงดนั ไดส้ งู
ง. ถูกทุกขอ้
8. ข้อใดคือควำมแตกต่ำงของวงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบบริดจ์กบั วงจรรียงกระแสแบบเตม็ คล่ืน
ก. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ใชไ้ ดโอด 4 ตัว
ข. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจส์ ำมำรถใช้หม้อแปลงไดท้ ัง้ แบบมจี ดุ แยกกลำงและไม่มจี ดุ แยกกลำง
ค. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจท์ ำงำนท่คี วำมถี่สูง
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
9. วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จ์ใชห้ ม้อแปลงแบบมีจดุ แยกกลำงมีจุดประสงค์ดังข้อใด
ก. เพอ่ื ใหเ้ อำต์พตุ เรียบข้นึ
ข. เพ่อื ให้แรงดนั ท่เี อำต์พตุ ทีส่ ูงขนึ้
ค. เพอ่ื ให้แรงดันเอำตพ์ ุตเป็นบวกกรำวด์และลบ
ง. ถกู ท้ังข้อ ก. และข้อ ข.
10. วงจรเรียงกระแสเต็มคล่ืนแบบบรดิ จด์ ีกวำ่ วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลื่นดงั ข้อใด
ก. สำมำรถใชก้ ับหม้อแปลงแบบมจี ดุ แยกกลำงและไม่มจี ดุ แยกกลำง
ข. สำมำรถทวีคณู แรงดันเป็น 2 เท่ำได้
ค. ทนทำนกว่ำ
ง. สำมำรถจำ่ ยแรงดนั ได้ทงั้ บวกและลบในวงจรเดยี ว
338
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
1. ก. Rectifier
2. ง. 0.318 รทู 2 Vp
3. ก. วงจรขลบิ
4. ค. 0.636 Vp
5. ข. เพ่ือใหไ้ ดโอดสลับกนั ทำงำน
6. ง. เพื่อแยกเฟสแรงดันจ่ำยให้ไดโอดทั้งซกี บวกและซีกลบ
7. ง. ถูกทกุ ข้อ
8. ง. ถกู ทง้ั ข้อ ก. และข้อ ข.
9. ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
10. ค. ทนทำนกวำ่
339
16. ใบความรทู้ ่ี ...14.....
หนว่ ยการสอนที่ ....14.... ชือ่ หน่วย การประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองต้นและแผ่นวงจรพิมพ์
ชื่อหัวข้อเรื่อง การประกอบวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบื้องตน้ และแผ่นวงจรพมิ พ์
14.1 วงจรเรยี งกระแส
วงจรเรยี งกระแส (Rectifier) คือ วงจรไฟฟ้ำที่สำมำรถจัดเรียงกระแสไฟฟ้ำกระแสสลับ ให้กลำยเปน็
ไฟฟ้ำกระแสตรง ซึ่งอุปกรณ์ที่สำมำรถจะทำงำนอยำ่ งน้ีไดจ้ ำเปน็ ต้องมีคณุ สมบัติสำคัญยอมให้กระแสไฟฟำ้
ไหลผำ่ นไปในทิศทำงเดยี วเทำ่ น้ันคือไดโอด ซึ่งในทีน่ จี้ ะใชไ้ ดโอดกำลัง
14.2 วงจรเรยี งกระแสแบบครึง่ คลื่น
กำรทำงำนของวงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคล่นื (Half Wave Rectifier) เม่ือขว้ั บวกของขดทตุ ยิ ภูมิ
ไดร้ ับเฟสบวก ข้วั ล่ำงเทยี บได้เฟสลบ ทำใหข้ ำอำโนดของไดโอดได้รับศักยบ์ วก ขำแคโถดได้รับศกั ยล์ บ ทำให้
ไดโอดไดร้ ับกำรไบแอสไปหน้ำ กระแสสำมำรถไหลผ่ำนวงจรไปได้ จงึ มีแรงดนั ไฟกระแสตรงตกคร่อมโหลด RL
14.3 วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่ืน
กำรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คล่นื (Full Wave Rectifier) จะไดแ้ รงดนั ไฟตรงท่ีมคี วำมพล้วิ (Ripple)
คอ่ นข้ำงสงู ไม่สำมำรถใช้งำนในวงจรท่วั ไป กำรนำไปใชง้ ำนคอ่ นข้ำงมีขีดจำกัด จึงนิยมใช้วงจรเรียงกระแสแบบ
เตม็ คลื่น ซึง่ ใชไ้ ดโอด 2 ตัว ผลัดกนั ทำงำนในแตล่ ะเฟส
14.4 วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์
วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่ืน (Bridge Rectifier) โดยไม่ใชจ้ ดุ ศูนย์กลำงของหม้อแปลง เปน็ วงจรอกี
แบบหน่ึงท่ีนิยมใช้ เพรำะใช้หมอ้ แปลงกำลังทำงขดทุตยิ ภมู ิเพยี งขดเดยี ว เพยี งแต่ตอ้ งเพ่ิมไดโอดอีก 2 ตวั รวม
เป็น 4 ตวั
14.5 หลักกำรเบื้องตน้ ในกำรคดั ลอกแผน่ วงจรพิมพ์
กำรคดั ลอกวงจรมีประโยชนใ์ นกำรซอ่ มหรอื สรำ้ งเลียนแบบกรณีไม่มีวงจรมำใช้หรอื กรณีมีวงจรมำให้
แต่แผน่ วงจรพิมพไ์ มม่ รี ำยละเอยี ดของตำแหน่งของอุปกรณ์ ชอ่ื ขั้วต่อตำ่ ง ๆ ทำใหก้ ำรตรวจซอ่ มค่อนข้ำง
ลำบำก จะต้องมีทักษะในกำรไลว่ งจรจำกแผน่ วงจรพมิ พ์พอควร จึงจะสำมำรถแก้ไขปญั หำต่ำง ๆ ได้ง่ำยขน้ึ
นอกจำกนัน้ จะต้องเข้ำใจเกีย่ วกบั ขำใช้งำนของทรำนซิสเตอร์ คำปำซเิ ตอร์และไอซีตำ่ ง ๆ โดยจะต้องสำมำรถ
เปดิ ค่มู ือกำรใช้งำนอุปกรณ์น้ัน ๆ ได้ จงึ จะสำมำรถเขยี นเป็นวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ เ่ี ป็นสำกลได้ถูกต้อง
14.6 กำรร่ำงแบบสำหรับกำรเตรียมกำรเพอ่ื ต่อวงจร
เมือ่ ใช้แผน่ วงจรพิมพ์เอนกประสงค์ แผน่ วงจรพิมพ์เอนกประสงค์นยิ มใชเ้ ม่ือต้องกำรทดลองประกอบ
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ต้นแบบ ว่ำทำงำนได้ตำมเง่ือนไขท่ีออกแบบได้หรือไม่ หรือชำ่ งอเิ ล็กทรอนิกสส์ มัครเล่นท่ี
ตอ้ งกำรทักษะและประสบกำรณ์ เพรำะกำรทำแผ่นวงจรพิมพ์สำเรจ็ ค่อนข้ำงใชเ้ วลำในกำรออกแบบ และทำ
แผน่ วงจรพิมพ์นำน กำรใชแ้ ผ่นวงจรพิมพ์เอนกประสงค์ไมเ่ หมำะที่จะใชต้ ่อวงจรทีย่ ุ่งยำกซบั ซ้อน อย่ำงไรก็
ตำมแผ่นวงจรพมิ พเ์ อนกประสงคท์ ่จี ำหน่ำยน้ัน มใี ห้เลือกหลำยรปู แบบและขนำดตำ่ ง ๆ กัน บำงแบบไม่
สำมำรถเอำไอซแี บบตีนตะขำบมำเสียบลงได้ เพรำะระยะขำไมเ่ หมำะสมกับกำรต่อวงจร บำงครง้ั อำจตอ้ งต่อ
340
โยงสำยบนแผ่นวงจรพิมพ์เพือ่ ใหค้ รบวงจร หรือใชใ้ บมดี ตัดลำยวงจรพิมพ์ออกบำงส่วนเพื่อไม่ให้ลดั วงจร
อย่ำงไรกต็ ำมกำรรำ่ งแบบก่อนกำรบัดกรหี รือประกอบวงจรเป็นผลดี ซึ่งทำให้สำมำรถตรวจสอบควำมถูกต้อง
และสำมำรถจัดวำงรปู แบบของอุปกรณ์ได้เรียบร้อยไมช่ ดิ หรือหำ่ งเกนิ ไป
14.7 กำรคัดลอกวงจรจำกลำยวงจรพมิ พส์ ำเรจ็ รปู
กำรคดั ลอกลำยวงจรพิมพ์สำเรจ็ รปู จำกแบบลำยวงจรที่ซับซอ้ นกนั อยู่นั้น ค่อนขำ้ งสะดวกมำกกวำ่
กำรคดั ลอกลำยวงจรจำกชดุ คิต เพรำะต้องพลกิ แผ่นวงจรกลบั ไปกลับมำก ซ่งึ ค่อนข้ำงช้ำ ยกเวน้ ชุดคดิ ทสี่ กรีน
ลำยทองแดงซอ้ นทบั ดำ้ นอุปกรณ์อำจไมต่ ้องพลิกดูบ่อย ซ่ึงเง่อื นไขกำรทำแผ่นวงจรพิมพ์ อำจมีท้ังให้ควำม
สะดวกและไมส่ ะดวกในกำรคัดลอก
341
17. ใบงาน
ใบกิจกรรมท่ี 14 การประกอบวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้นและแผน่ วงจรพิมพ์
สมรรถนะ ประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องตน้ บนแผ่นวงจรพิมพ์
เครอื่ งมอื อุปกรณ์
ชุดฝึกอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น หรือชุดคิตสำเรจ็ รปู
ขอ้ ควรระวัง
1. ไมค่ วรงัดแงะอุปกรณ์หรือโยกอุปกรณ์ไปมำจะทำใหช้ ดุ คิตเกิดกำรซ้ำรดุ ได้
2. ห้ำมต่อไฟเข้ำกับชดุ คติ เพรำะต้องกำรให้ศกึ ษำกำรคัดลอกวงจรจำกแผน่ วงจรพิมพ์ เทำ่ นน้ั
ขอ้ เสนอแนะ
1. กำรร่ำงตำแหน่งอปุ กรณ์อักษร และคำ่ อุปกรณบ์ นกระดำษค่อนทำกำรคดั ลอกแบบเพ่ือตรวจสอบว่ำ
อปุ กรณ์ตัวใดถูกคัดลอกไปบำ้ งแล้ว จะช่วยลดควำมผิดพลำดลงได้
2. ตำแหนง่ ท่เี ปน็ จดุ ต่อหรือตำไก่ หรือซอกเกตต่อสำยน้ันจะเป็นอินพตุ และเอำตพ์ ดุ ของวงจร หรือสำหรบั
ต่อเชือ่ มโยงกบั อุปกรณ์อื่นๆ เช่นโพเทนชิออมิเตอร์สวติ ข์ต่ำง ๆกรณีไม่ระบุบนแผ่นวงจรพมิ พ์
ใหเ้ ขียนจุดตอ่ ไวใ้ นวงจร
3. กรณแี ผน่ วงจรพมิ พไ์ มร่ ะบุชื่อขำอุปกรณ์ให้ดูจำกค่มู ือ
4. กำรเขยี นวงจรให้เขยี นอยำ่ งเรยี บร้อยถูกตอ้ งตำมมำตรฐำนดว้ ยดินสอ โดยสังเกตจำกหนังสอื วำรสำร
หรือโครงงำนท่ีเกี่ยวกบั อิเล็กทรอนิกส์
ลาดับขั้นการทดลอง
1. จงร่ำงแบบลำหรบั กำรเตรียมเพื่อต่อวงจรตำมรูปท่ี 14.16 และใชแ้ ผน่ วงจรพิมพเ์ อนกประสงค์ตำมรปู ท่ี
14.17
รูปที่ 14.16 วงจรไฟกระพริบแบบใช้ทรานซิเตอร์
342
รปู ท่ี 14.17 แผ่นวงจรพิมพ์สาเร็จรปู
2. นำแผงฝึกกำรคดั ลอกลำยวงจรมำคดั ลอกวงจรโดยตรวจสอบและคดั ลอกใส่กระดำษเปลำ่ กอ่ น
อย่ำพ่ึงเขียนลงในใบงำน
3. ตรวสอบควำมถกู ต้องและจดั รปู แบบวงจรใหร้ ียร้อยตำมรปู แบบทีน่ ิยม เชน่ เขียนให้อินพตุ อยู่
ซำ้ ย เอำต์พตุ อยู่ด้ำนขวำ อุปกรณ์ทุกตวั ให้เขียนคำ่ และอกั ษรยอ่ กำกบั รวมท้ังช่ือข้ัวต่อต่ำง ๆ
4. เขยี นวงจรจริงท่ีสมบูรณล์ งในใบงำน
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
343
สรปุ และวิจารณผ์ ลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
344
18. แบบประเมนิ ผล
1 .กำรวัดผลและกำรประเมินผล
1.1 แบบประเมินพฤตกิ รรม ควำมมวี นิ ัย และควำมรบั ผิดชอบ ต้องไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวำ่
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
1.3 สังเกตกำรปฏิบัติตำมใบงำนโดยใช้แบบประเมินผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน
1.4 ตรวจแบบฝกึ หัด
2. เกณฑ์กำรวดั และประเมินผล
2.1 แบบประเมินพฤติกรรม ควำมมีวินัย และควำมรับผิดชอบ ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกว่ำ
ร้อยละ 70 ผ่ำนเกณฑ์
2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ต้องได้คะแนนไมน่ อ้ ยกวำ่ ร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.3 แบบประเมนิ พฤตกิ รรมกำรปฏิบัติตำมใบงำนต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่ำร้อยละ 60 ผ่ำนเกณฑ์
2.4 แบบฝึกหดั ต้องได้คะแนนไม่นอ้ ยกว่ำร้อยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์
345
19. แบบฝึกหดั
จงยกตวั อยำ่ งวงจรอิเลก็ ทรอนกิ ส์ทีน่ กั เรยี นพบเหน็ มำกทส่ี ุดพร้อมอธิบำยหลักกำรทำงำน
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
346
20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
20.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้
รายการ ระดบั การปฏบิ ตั ิ
54321
ด้านการเตรียมการสอน
1.จดั หน่วยกำรเรยี นร้ไู ดส้ อดคล้องกับวตั ถุประสงค์กำรเรยี นรู้
2. กำหนดเกณฑก์ ำรประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดำ้ นควำมรู้ ด้ำนทกั ษะ และด้ำนจติ พสิ ยั
3. เตรยี มวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กิจกรรมตำมแผนกำรจัดกำรเรยี นรูก้ ่อนเข้ำ
สอน
ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ ีกำรนำเข้ำสบู่ ทเรียนท่ีนำ่ สนใจ
5. มกี จิ กรรมท่ีหลำกหลำย เพื่อช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ กำรเรยี นรู้ ควำมเข้ำใจ
6. จัดกิจกรรมทส่ี ง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนคน้ ควำ้ เพ่ือหำคำตอบด้วยตนเอง
7. นกั เรยี นมสี ่วนร่วมในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมท่ีเน้นกระบวนกำรคดิ ( คิดวิเครำะห์ คดิ สงั เครำะห์ คิดสรำ้ งสรรค์ )
9. กระตนุ้ ให้ผู้เรียนแสดงควำมคดิ เหน็ อย่ำงเสรี
10. จัดกิจกรรมกำรเรยี นรทู้ ่เี ชอื่ มโยงกบั ชวี ิตจรงิ โดยนำภูมปิ ญั ญำ/บูรณำกำรเขำ้ มำ
มีสว่ นร่วม
11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
12. มกี ำรเสริมแรงเม่ือนักเรยี นปฏบิ ัติ หรือตอบถูกต้อง
13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผ้เู รยี น
14. เอำใจใสด่ ูแลผเู้ รยี น อยำ่ งทัว่ ถงึ
15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกับเวลำทก่ี ำหนด
ดา้ นสอ่ื นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้
16. ใช้สื่อท่เี หมำะสมกบั กิจกรรมและศักยภำพของผ้เู รยี น
17. ใช้ส่ือ แหลง่ กำรเรียนรอู้ ยำ่ งหลำกหลำย เชน่ บคุ คล สถำนท่ี ของจริง เอกสำร
สือ่ อิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เปน็ ตน้
13. มอบหมำยงำนใหเ้ หมำะสมตำมศักยภำพของผูเ้ รียน
14. เอำใจใสด่ แู ลผู้เรยี น อย่ำงท่ัวถึง
347
15. ใชเ้ วลำสอนเหมำะสมกบั เวลำท่ีกำหนด
ด้านการวดั และประเมนิ ผล
18. ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในกำรกำหนดเกณฑก์ ำรวดั และประเมินผล
19. ประเมินผลอยำ่ งหลำกหลำยและครบทั้งดำ้ นควำมรู้ ทักษะ และจติ พิสัย
20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกีย่ วข้องมีสว่ นรว่ ม ในกำรประเมิน
หมายเหตุ ระดบั กำรปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบัตดิ ีเย่ียม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = รวม
ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ำรปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี
20.2 ปัญหาท่พี บ และแนวทางแกป้ ญั หา แนวทางแกป้ ัญหา
ปัญหาที่พบ
ดา้ นการเตรียมการสอน
ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้
ด้านการวัดประเมนิ ผล
ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อ ๆ)
ลงชอื่ .................................................................... ครูผ้สู อน
( นำยศุภกร มง่ิ คำ )
ตำแหน่ง ครูพเิ ศษสอน
............../.................................../....................
21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 348
ชอ่ื -สกุล ผู้นิเทศ ตาแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี
349
แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วิชา ..... 2100 – 1006...... วิชา .......................งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น.........................
หน่วยที่ ......15...... ชื่อหน่วย .............................................การทาโครงงาน…………….….…..……..…………..
ช่ือเร่ือง...............................................การทาโครงงาน.................................................จานวน...8...ช่วั โมง
1. สาระสาคัญ
กำรสร้ำงโครงงำนเปน็ กำรรวบยอดควำมรู้และประสบกำรณต์ ่ำง ๆ ที่ได้เรยี นมำเพ่อื ประยุกต์
ให้เกดิ ผลงำนทส่ี ่ือแนวคดิ ทำงทฤษฎีให้เกดิ ประโยชน์ในทำงปฏิบัติ อำจเปน็ กำรพิสูจน์หลักกำรท่ีเรยี นมำหรือ
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สิง่ สำคญั ประกำรหน่ึงของกำรทำโครงงำนคือ กำรปลูกฝงั ของนักคดิ นักประดิษฐ์
สรำ้ งควำมรสู้ กึ ที่ดีในกำรเรยี นรูว้ ำ่ จะสำมำรถสร้ำงสรรค์ผลงำนสิง่ แปลกใหม่ขึ้นได้ ถ้ำตั้งใจฝกึ ฝนมกี ำรเรียนรู้
อย่ำงจรงิ จงั เป็นระบบภำยใต้พ้นื ฐำนท่ถี ูกต้อง
2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้
1. สร้ำงโครงงำนขนำดเล็กจำกชุดคติ
2. แสดงควำมรู้เก่ียวกบั กำรทำโครงงำนขนำดเล็ก (Mini Projects)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
1. สร้ำงโครงงำนทเ่ี ป็นพนื้ ฐำนทำง อเิ ล็กทรอนกิ ส์ และประกอบชดุ คติ ทีไ่ ม่ซบั ซ้อนมำกได้
2. นำโครงงำนท่จี ดั สรำ้ งข้นึ มำใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวันได้
3. วดั และตรวจสอบกำรทำงำนของวงจรท่จี ดั สร้ำงโครงงำนได้
4. แก้ปญั หำต่ำง ๆ ท่ีอำจเกิดขึน้ จำกวงจรทจ่ี ดั สรำ้ งโครงงำนได้
3.2 จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. วดั ทดสอบและประกอบวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องต้นตำมโครงงำน
4. เน้ือหาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
15.1 ควำมสำคญั ในกำรสรำ้ งโครงงำน
15.2 ขนั้ ตอนกำรทำโครงงำน
350
สรปุ สำระสำคัญ
15.1 ควำมสำคญั ในกำรสร้ำงโครงงำน
กำรสรำ้ งโครงงำนเป็นกำรรวบยอดควำมรู้และประสบกำรณ์ต่ำง ๆ ท่ีไดเ้ รียนมำเพือ่ ประยุกต์ใหเ้ กดิ
ผลงำนทสี่ ือ่ แนวคดิ ทำงทฤษฎีใหเ้ กดิ ประโยชน์ในทำงปฏบิ ัติ อำจเป็นกำรพสิ ูจน์หลักกำรที่เรียนมำหรือนำไปใช้
ในชวี ติ ประจำวัน ส่ิงสำคัญประกำรหนง่ึ ของกำรทำโครงงำนคอื กำรปลูกฝงั ของนักคดิ นักประดิษฐ์ สรำ้ ง
ควำมรู้สกึ ท่ดี ใี นกำรเรยี นรู้ว่ำจะสำมำรถสร้ำงสรรค์ผลงำนสิ่งแปลกใหม่ข้ึนได้ ถ้ำต้งั ใจฝึกฝนมีกำรเรียนรู้อย่ำง
จรงิ จงั เป็นระบบภำยใต้พ้นื ฐำนทถี่ ูกต้อง
15.2 ขนั้ ตอนกำรทำโครงงำน
1) เลือกโครงงำนใหเ้ หมำะสมกบั ควำมรคู้ วำมสำมำรถโดยศึกษำจำกหนงั สอื รวบรวมโครงงำนหรือวำ
สำยอิเล็กทรอนิกส์ต่ำง ๆ และสำมำรถนำผลงำนมำใช้ประโยชน์กบั ชวี ติ ประจำวนั ได้
2) ตอ้ งศกึ ษำกำรทำงำนของวงจรใหเ้ ขำ้ ใจ จนมีควำมมน่ั ใจว่ำจะสำมำรถตรวจสอบแก้ไขปญั หำต่ำง ๆ
ที่อำจเกดิ ขน้ึ ได้
3) ตอ้ งเลือกอุปกรณต์ ำ่ ง ๆ ที่มคี วำมเหมำะสมต่อกำรติดตง้ั และใชง้ ำน
4) กอ่ นทำกำรประกอบควรตรวจสอบและทดสอบควำมถกู ตอ้ งของอปุ กรณท์ ุกชิ้น
5) ควรตรวจสอบกำรต่อวงจรบนแผน่ วงจรพมิ พ์ให้เรียบร้อย และแก้ไขให้ถูกต้องเสยี ก่อนจงึ เดินสำย
ตอ่ อุปกรณ์ตอ่ ภำยนอก
6) กอ่ นติดตงั้ แผ่นวงจรพมิ พ์และอปุ กรณต์ ำ่ ง ๆ เพิ่มเติมภำยในกล่อง ควรรำ่ งแบบตำแหนง่ ตำ่ ง ๆ
บนกระดำษเสียก่อนวำ่ เหมำะสมต่อกำรใชง้ ำนหรอื ไม่ ควรตดิ ตัง้ ข้อควำมอะไรบนกล่องจงึ จะเกิด
ควำมเขำ้ ใจง่ำยต่อกำรใชง้ ำน
7) กอ่ นตดิ ตัง้ อปุ กรณ์ตอ้ งเจำะรสู ำหรบั ตดิ ตง้ั อุปกรณต์ ่ำง ๆ บนกล่องให้ครบถ้วน
8) กำรติดตั้งอปุ กรณต์ ำ่ ง ๆ ต้องยดึ ให้แน่นหนำไมห่ ลุดง่ำย ไม่ควรใหม้ ีหัวน๊อตโผล่ออกมำในตวั กลอ่ ง
มำกโดยเฉพำะหน้ำปัด กำรเดินสำยควรเลือกหลำยสหี ลำยขนำดตำมควำมเหมำะสมและจดั ใหเ้ ปน็
ระเบียบ
9) ทดสอบกำรทำงำนของวงจรอีกครัง้ โดยยังไม่เปิดกลอ่ งเพรำะถ้ำมีอะไรผิดปกตจิ ะทรำบตำแหน่ง
ไดง้ ำ่ ยและถอดปลกั๊ ออกทันทว่ งที
4.2 ดา้ นทกั ษะหรือปฏิบัติ
ใบงำนท่ี 15 กำรทำโครงงำน
4.3 ด้านคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกดำ้ นกำรตรงต่อเวลำ ควำมสนใจใฝ่รู้ ควำมซ่อื สัตย์ สุจริต ควำมมีน้ำใจและแบง่ บนั
ควำมรว่ มมือ ควำมมีมำรยำท ไม่หยดุ น่งิ ทจ่ี ะแกป้ ญั หำ ใช้อุปกรณ์อยำ่ งฉลำดและรอบคอบ