The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุรัติวดี คชฤทธิ์, 2022-10-20 03:54:46

เอกสารรายวิชาการจัดการธุรกิจเกษตร

Agribusiness_Management

เลม 2

ชุดการสอน

วิชาการจัดการธุรกจิ เกษตร

(Agribusiness Management)

รหัส 3506 - 1002

หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชน้ั สูง พทุ ธศกั ราช 2546

โดย

นายสมโพธ วงศพ นั ธุ

แผนกวชิ าธรุ กิจเกษตร

วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยรี ะนอง

คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร



คํานาํ

การจดั ทําชุดการสอน ในรายวชิ าการจัดการธุรกจิ เกษตร รหัสวิชา 3506-1002 3(4)
ระดบั ช้ันประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้นั สงู หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชพี ช้ันสูง พุทธศกั ราช 2546
ประเภทวชิ าเกษตรกรรม ขา พเจาไดร วบรวมเรยี บเรยี งและจดั ทําข้ึน เพอ่ื นํามาใชใ นการจัดกระบวน
การเรยี นการสอน ซงึ่ ประกอบดว ยแบบฝก หดั ทบทวน, ใบงานมอบหมาย, Power point ประกอบการ
บรรยาย, แบบประเมนิ กอ น-หลังเรียน และเอกสารประกอบการสอน ซึง่ ไดจัดทําท้ังหมด 12 หนวย
คอื ความรทู ั่วไปเก่ียวกับธุรกจิ เกษตรและระบบธรุ กจิ เกษตร, องคก รธรุ กจิ เกษตรของไทย, หนาที่
พืน้ ฐานในการจัดการธรุ กิจเกษตร, การจัดการผลติ , การจดั การการตลาด, การบญั ชีและการจัดการ
ทางการเงิน, นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายทเ่ี กยี่ วของกบั ระบบธรุ กิจเกษตร, การเขยี นแผนธรุ กิจ
เกษตร, โครงการธุรกิจเกษตร, การจัดการธรุ กจิ ขนาดยอ ม, การวิเคราะหกรณีตวั อยา งทางดา นธรุ กิจ
เกษตร และปญ หาและแนวทางแกไขปญหาธรุ กจิ เกษตร ซ่งึ ผเู รียนและผูสอนสามารถนาํ ไปใชค วบคู
ประกอบกนั กบั การจัดการเรยี นการสอนไดเ ปนอยา งดี และสามารถนําไปพฒั นาหรอื บูรณาการกบั
สาขาอาชพี ทางดา นการเกษตรหรอื ในอาชพี อ่นื ๆ ได อกี ท้งั เนือ่ งจากเน้ือหาในรายวชิ าการจดั การ
ธรุ กิจเกษตร ปจจบุ นั ยงั ขาดตําราและหนังสอื เรียนเพอ่ื นาํ ใชใ นการเรยี นการสอน จึงไดรวบรวมเรียบ
เรยี งและจัดทาํ เน้อื หา ใหทนั กับยุคสมัยทมี่ กี ารเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา

การจดั ทาํ ชดุ การสอนสาํ เร็จไดดว ยดี โดยความชว ยเหลอื จาก คณุ วชั รา ศรรี ักษ ทีช่ ว ยในการ
พิมพเอกสาร คุณครวู ิไลรตั น น้ิมสนั ติเจรญิ และคณุ ครชู รดิ า จิตตเออ้ื เฟอ อาจารยส อนภาษาไทยท่ี
ชวยในการพิสจู นอักษร แกไ ขการใชภ าษาทีไ่ มถกู ตองตามหลักการใชภ าษาไทย และขอขอบคุณ
เจา ของเนอื้ หารายวชิ าทุกทาน ท่ีขา พเจา ไดน ําขอความ เนอ้ื หามารวบรวมเรยี บเรยี งเผยแพร ความรู
ใหก บั นกั ศึกษา และขา พเจา หวังวาผนู าํ ไปใชค งไดร บั ประโยชนจ ากชดุ การสอนนี้ หากมขี อ ผดิ พลาด
ประการใด ขา พเจา ตอ งขออภยั มา ณ ทนี่ ี้ จะนําไปพฒั นาปรบั ปรุงแกไขใหเ ปน ประโยชนใ นการศกึ ษา
ตอ ไป และอนสิ งคผลบญุ ท่ีไดร บั การจดั ทาํ ชุดการสอนนี้ ขาพเจา ขออุทิศใหกับคณุ พอ คณุ แมแ ละผูม ี
พระคณุ ทกุ ทานที่ไดลวงลบั ไปแลว

นายสมโพธ วงศพ ันธุ
ตําแหนง ครูวิทยฐานะชํานาญการพิเศษ



วิชา การจัดการธรุ กจิ เกษตร 3 (4) รหสั วิชา 3506-1002
ระดบั ช้ันประกาศนียบตั รวชิ าชพี ช้ันสูง ประเภทวชิ าเกษตรกรรม
ทฤษฎรี วม 40 ชวั่ โมง ปฏบิ ัติ 32 ชัว่ โมง

จุดประสงครายวิชา

1. เพ่อื ใหเขา ใจประเภท รูปแบบหลักและกระบวนการจดั การธุรกจิ เกษตร
2. เพ่อื ใหสามารถวเิ คราะห วางแผนและดาํ เนนิ งานธุรกิจเกษตรอยางมรี ะบบตามหลกั การ

และกระบวนการ โดยคํานงึ ถงึ ผลกระทบตอ สังคมและสภาพแวดลอ ม
3. เพ่ือใหมีเจตคตทิ ีด่ ีตองานอาชพี ธรุ กจิ เกษตร และมีกิจนิสัยในการทาํ งานดว ยความ

รบั ผดิ ชอบ รอบครอบมีคณุ ธรรมจริยธรรม และสามารถทาํ งานรว มกับผอู ืน่ ได

มาตรฐานรายวชิ า

1. เขา ใจหลกั การและกระบวนการธุรกจิ เกษตร
2. ประยุกตใ ชห ลักการจดั การในการจดั การธรุ กจิ
3. ประยุกตใ ชการจดั การผลิตในการดาํ เนนิ งานธรุ กจิ เกษตร
4. ประยุกตใ ชการจดั การตลาดในการดําเนนิ งานธุรกจิ เกษตร
5. วเิ คราะหก รณตี วั อยา งทางดานธุรกจิ เกษตร
6. เขยี นแผนธรุ กจิ เกษตรตามหลักการและกระบวนการ

คําอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาและปฏิบัติเกยี่ วกับ ความหมาย ความสําคญั ประเภทและรูปแบบของธรุ กจิ เกษตร

40

องคการธุรกจิ เกษตรของไทย หนา ทีพ่ ้ืนฐานในการจัดการธรุ กิจเกษตร ระบบธรุ กจิ เกษตร การจดั การ
ผลติ การจัดการการตลาด การบญั ชแี ละการจดั การทางการเงิน นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายท่ี
เกี่ยวขอ งกับระบบธุรกจิ เกษตร ปญ หาและแนวทางแกไขระบบธรุ กิจเกษตร แผนธรุ กจิ เกษตร
วิเคราะหกรณตี ัวอยา งทางดานธรุ กจิ เกษตร โครงการธุรกิจเกษตร การจัดการธรุ กิจขนาดยอม

ค รหัสวิชา 3506-1002
ประเภทวิชาเกษตรกรรม
หนว ยการเรยี นรู

วิชา การจดั การธุรกิจเกษตร 3 (4)
ระดบั ชน้ั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ช้นั สงู
ทฤษฎรี วม 40 ชั่วโมง ปฏิบตั ิ 32 ชว่ั โมง

หนวยที่ เร่อื ง ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ รวม
(ช่วั โมง) (ชวั่ โมง) ชว่ั โมง
ปฐมนเิ ทศการเรยี นการสอน(ขอตกลงในการเรยี นการ
สอน หลกั เกณฑการวดั ผลประเมนิ ผล) 2- 2
1 ความรูท ั่วไปเกยี่ วกบั ธุรกจิ เกษตรและระบบธุรกจิ
เกษตร 428
2 องคก รธุรกจิ เกษตรของไทย
3 หนา ที่พนื้ ฐานในการจดั การธรุ กิจเกษตร 4 2 14
4 การจดั การผลติ 3 3 20
5 การจดั การการตลาดและการวางแผนการตลาด 3 2 25
6 การบัญชีและการจดั การทางการเงนิ 4 3 32
7 นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายท่เี กย่ี วขอ งกับระบบ 3 2 37
ธุรกิจเกษตร 3 1 41
8 การเขยี นแผนธุรกิจเกษตร
9 โครงการธุรกิจเกษตร 2 5 48
10 การจัดการธุรกจิ ขนาดยอ ม 2 4 54
11 วิเคราะหก รณตี ัวอยา งทางดานธุรกจิ เกษตร 2 2 58
12 ปญหาและแนวทางแกไขระบบธรุ กิจเกษตร 1 4 63
สรุปผลการเรียน และประเมนิ ผลปลายภาคเรยี น 3 2 68
4 - 72
รวม 40 32 72



สารบญั

หนวยที่ เรื่อง หนา
1
คํานาํ ก
2
จดุ ประสงครายวิชา มาตรฐานรายวชิ า คาํ อธิบายรายวชิ า ข

หนว ยการเรยี นรู ค

สารบญั ง

สารบญั ภาพ จ

ความรทู ัว่ ไปเกี่ยวกับธุรกจิ เกษตรและระบบธรุ กิจเกษตร 1
1. ความหมายและความสําคญั ของการจัดการธุรกจิ เกษตร 2
2. วัตถปุ ระสงคข องการดําเนินธุรกจิ 9
3. ประเภทของธรุ กจิ 10
4. ลกั ษณะของธุรกจิ เกษตร 11
5. ปจ จัยพืน้ ฐานปจ จยั ที่สาํ คญั ในการทาํ ธุรกิจเกษตร 11
6. สภาพแวดลอ มของธุรกจิ เกษตร 12
7. หนาท่ีและความรับผิดชอบของธรุ กจิ เกษตร 16
แบบฝกหัด 18-19
แบบประเมินกอนและหลังเรียน 20-22
ใบงาน 23-24
เฉลยขอสอบ 25
องคก รธุรกิจเกษตรของไทย 26
1. กิจการเจา ของคนเดยี ว (Sold Proprietorship) 27
2. กิจการแบบหางหนุ สว น (Partnership) 28
3. กจิ การบริษทั จาํ กดั (Limited Company) 34

บรษิ ทั จํากัด (Limited Company)
บริษัทมหาชน (จํากดั ) (Public Company)

หนวยท่ี เรือ่ ง หนา
3 4. กจิ การแบบรัฐวิสาหกจิ (State Enterprise) 39
5. กิจการแบบสหกรณจ ํากดั (Co-Operative) 42
4 6. กจิ การแบบแฟรนไชส (Franchise) 45
แบบฝกหัด 53-55
แบบประเมินกอนและหลงั เรยี น 56-57
ใบงาน 58
เฉลยขอสอบ 59

หนา ที่พน้ื ฐานในการจดั การธุรกจิ เกษตร 60
1. กระบวนการในการบริหารจดั การธรุ กิจ 61
62
1.1 การวางแผน (Planning) 65
1.2 การจัดองคก าร (Organizing) 68
1.3 การนํา (Leading ) 72
1.4 การควบคมุ ( Controlling ) 78
2. เทคนิคตาง ๆ ในการจดั การ 78
2.1 เทคนคิ ที่ใชใ นการวางแผน 84
2.2 เทคนคิ ทใ่ี ชใ นการจดั องคก าร 87
2.3 เทคนคิ การนํา 88
2.4 เทคนิคการควบคุมงาน 94-96
แบบฝกหดั 97-99
แบบประเมนิ กอ นและหลังเรยี น 100
ใบงาน 102
เฉลยขอ สอบ
103
การจัดการผลิต 104
1. ความหมาย องคประกอบทส่ี าํ คญั และความสาํ คัญของการผลติ 109
2. การผลติ ทางดา นธรุ กจิ อุตสาหกรรม 111
3. ลําดับขนั้ ในการผลติ

หนวยท่ี เรื่อง หนา
5 4. ปจจยั ทีต่ องพจิ ารณาในการเลอื กทาํ เลท่ีต้ังในการผลติ 112
6 5. ระบบการผลิต (Production System) 113
6. การควบคมุ การผลติ 114
แบบฝก หดั 116-117
แบบประเมนิ กอ นและหลงั เรียน 118-120
ใบงาน 121-122
เฉลยขอสอบ 123

การจดั การการตลาดและการวางแผนการตลาด 124
1. ความหมายของตลาดและการตลาด 125
2. แนวความคิดทางการตลาด 126
3. เปรียบเทียบแนวความคิดแบบเกา - แบบใหม 127
4. หนาทีก่ ารตลาด 129
5. ความสาํ คญั ของการตลาด 132
6. การวางแผนการตลาด 133
แบบฝก หดั 139-141
แบบประเมินกอ นและหลงั เรยี น 142-144
ใบงาน 145
เฉลยขอสอบ 146

การบัญชีและการจัดการทางการเงนิ 147
1. ความหมายและความสาํ คญั ของการบญั ชี 149
2. ความรูทวั่ ไปเกีย่ วกับบญั ชี 151
3. การจัดทํางบการเงนิ 152
4. เอกสารทางธุรกจิ ทใี่ ชใ นการบันทึกบญั ชี 155
5. ขัน้ ตอนการลงบญั ชี 156
6. การบนั ทึกบญั ชอี ยา งงาย 156
7. ขอบเขตและแนวทางการบริหารการเงนิ ขอบเขตของการบริหาร 156
การเงนิ เริม่ ต้งั แต

หนวยท่ี เรื่อง หนา
7 8. แหลงทีม่ าของเงนิ ทนุ 158
แบบฝกหัด 162-163
8 แบบประเมินกอ นและหลังเรยี น 164-166
ใบงาน 167-172
เฉลยขอ สอบ 173
174
นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายทเี่ ก่ยี วขอ งกบั ระบบธรุ กิจเกษตร 176
1. ความหมายของนโยบาย 178
2. ความสําคญั ของนโยบาย 178
3. ลักษณะทดี่ ขี องนโยบาย 179
4. กระบวนการกาํ หนดนโยบาย 179
5. การพฒั นาหรอื นโยบายหลกั การจัดทําแผนพัฒนาฯ ตงั้ แตฉบับที่ 4
ถึงปจจบุ ัน 191
6. ปจจยั ทกี่ าํ หนดความสาํ เร็จหรอื ลมเหลวของการนํานโยบายไป
ปฏิบตั ิ 196-198
แบบฝกหัด 199-201
แบบประเมินกอ นและหลงั เรียน 202-203
ใบงาน
เฉลยขอสอบ 204
205
การเขียนแผนธรุ กิจเกษตร 206
1. ความหมายและความสาํ คญั ของแผนธุรกิจ 208-222
2. การเขียนแผนธรุ กิจ
223-224
2.1 สวนประกอบของแผนธุรกิจ 225-227
2.2 วธิ ีการเขียนแผนธุรกจิ 228-229
แบบฝกหดั
แบบประเมินกอนและหลงั เรยี น 230
ใบงาน
เฉลยขอสอบ

หนวยที่ เร่ือง หนา
9
โครงการธุรกจิ เกษตร 231
10 1. ความหมายและความสําคญั ของโครงการ 233
2. สว นประกอบของโครงการ 236
3. ลาํ ดบั ข้ันตอนการเขยี นโครงการ 237
4. ลกั ษณะของโครงการท่ีดี 341
5. ประเภทของโครงการ 342
6. การใชถ อ ยคํา สาํ นวนในการเขยี นโครงการ 242
แบบฝกหัด 244-245
แบบประเมนิ กอนและหลงั เรียน 246-248
ใบงาน 249
เฉลยขอ สอบ 250

การจัดการธรุ กจิ ขนาดยอม 251
1. ความหมายและความสาํ คญั ของธุรกจิ ขนาดยอ ม 253
2. ประเภทของธรุ กิจขนาดยอ ม 255
3. ลกั ษณะโดยท่วั ไปของธุรกจิ ขนาดยอม 256
4. ความสําคญั ของธรุ กจิ ขนาดยอ ม 257
5. องคประกอบของธรุ กิจขนาดยอ ม 259
6. ขอ ดี - ขอเสียของการดาํ เนนิ ธรุ กิจขนาดยอ ม 260
7. คุณสมบตั ิของผปู ระกอบการทางธุรกิจขนาดยอ ม 261
8. ปจ จัยท่มี ีผลตอความสาํ เร็จของการประกอบธุรกจิ ขนาดยอ ม 261
9. บคุ ลกิ ลกั ษณะของผปู ระกอบการธรุ กิจขนาดยอ มทด่ี ี 261
10 ปญ หาการดําเนนิ ธุรกจิ ขนาดยอ ม 262
11. ขั้นตอนในการวางแผนเปด กิจการธุรกจิ ขนาดยอ ม 262
12. การวางแผนการตลาด มาใชก ับธรุ กิจขนาดยอม 263
13. ปจจยั เฉพาะเกยี่ วกับตาํ แหนง ท่ตี งั้ 263
14. ปจ จยั เก่ียวกับแหลง สนบั สนนุ ในการเลอื กทําเลท่ตี งั้ 264
264
15. ความสําคัญของทําเลทตี่ ั้งท่ีมตี อ ธรุ กจิ ขนาดยอม

หนว ยท่ี เร่อื ง หนา
264
11 16. ปจ จัยทที่ ําใหประสบผลสําเรจ็ ในการบริหารธรุ กิจขนาดยอ ม 266-267
268-269
12 แบบฝกหดั 270-271
แบบประเมนิ กอ นและหลงั เรยี น 272
ใบงาน 273
เฉลยขอสอบ 274-282

วิเคราะหก รณตี ัวอยางทางดา นธรุ กิจเกษตร 283-286
287
1. กรณีตวั อยา งการจัดการธรุ กจิ เกษตร
กรณีตวั อยางธรุ กิจเกษตรผจู ดั การฟารม นายอาวธุ อกั ษรนติ ย 288-289
ผใู หก ารสนบั สนนุ พน้ื ทดี่ าํ เนินการ ชอ่ื เอกชน นายทองแดง ศรพี ุม 290
ที่ต้งั ฟารม หมู 2 บานไร ตาํ บลไผล อ ม อาํ เภอภาชี จังหวดั
พระนครศรอี ยธุ ยา 291-297
2. การวเิ คราะหโ ครงการธรุ กจิ เกษตร 297-310
แบบฝกหัด 312-313
ใบงาน
314
ปญ หาและแนวทางแกไ ขระบบธรุ กิจเกษตร 315
316
1. ปญ หาทัว่ ไป
2. การแกปญหา
แบบฝก หัด
แบบประเมินกอ นและหลังเรยี น
ใบงาน
เอกสารอา งองิ



สารบญั ภาพ

หนวยที่ เร่ือง หนา
1
1 ความรูทวั่ ไปเกย่ี วกบั ธุรกิจเกษตรและระบบธุรกิจเกษตร 3
4
ภาพที่ 1 การปลูกปาลม นาํ้ มนั และการจําหนา ยผลผลิตเกษตร 5
6
ภาพท่ี 2 ภาพจาํ ลองระบบธรุ กิจและองคป ระกอบของระบบ 8
13
ภาพที่ 3 แบบจาํ ลองหวงโซค ณุ คา 26
27
ภาพท่ี 4 ภาพแสดงการใช IT ในการจัดการโซอปุ ทาน 29

ภาพท่ี 5 ภาพโครงสรางธุรกิจเกษตร 31

ภาพที่ 6 สภาพแวดลอ มทางธุรกจิ เกษตร 35
38
2 องคก รธุรกิจเกษตรของไทย
39
ภาพที่ 7 ธุรกจิ แบบเจา ของคนเดียว การเลีย้ งแกะและการทาํ สวนปาลม น้าํ มนั 40
42
ภาพที่ 8 หางหุน สว นสามญั ผลิตภณั ฑอ าหารแมเ ล็ก 42
48
สินคาสดุ ยอดหน่งึ ตาํ บล หนึง่ ผลิตภัณฑ 2547 ประเภทผลิตภณั ฑ : เคร่ืองดม่ื 49

ระดับดาว

ภาพท่ี 9 หางหุนสว นจาํ กดั เกดิ แกวสมนุ ไพรไทยผลติ ภณั ฑไ วน- สาโท
เชน ไวนลนิ้ จ่ี ไวนก ระชายดาํ ไวนล ูกหมอ น สาโท(OTOP)
ภาพที่ 10 บรษิ ัท ผลิตภณั ฑอ าหารเชฟชอ ย จาํ กดั
ภาพท่ี 11 บรษิ ทั ไทยลักซ เอน็ เตอรไ พรส ( มหาชน )ประกอบธุรกจิ ผลติ และ
จําหนา ยอาหารสัตวนาํ้ จาํ กดั
ภาพท่ี 12 โรงงานยาสบู กระทรวงการคลงั
ภาพท่ี 13 ธนาคารออมสนิ สํานักงานใหญธนาคารออมสนิ
ภาพท่ี 14 สหกรณวดั จันทร ไมจ ํากัดสนิ ใช สหกรณการเกษตรแหงแรก
ภาพท่ี 15 สหกรณก ารเกษตรทา ยาง
ภาพท่ี 16 น้ําอัดลมโคคา-โคลา ธุรกิจแฟรนไชสท ใ่ี ชส นิ คา และชือ่ การคา
ภาพที่ 17 เคเอฟซี เปนธรุ กิจ แฟรนไชส ที่ใชร ูปแบบทางธรุ กจิ

หนวยที่ เรือ่ ง หนา
3 หนาท่ีพืน้ ฐานในการจัดการธุรกิจเกษตร 60
ภาพท่ี 18 การประชมุ วางแผน ซ่งึ เปน หน่ึงในกระบวนการในการบริหาร 61
4 จดั การ
5 ภาพที่ 19 กระบวนการบรหิ ารงานแบบงา ย ๆ แบบ PDCA 62
ภาพท่ี 20 แผนในรูปแบบนโยบาย นโยบายพกั ชําระหนเี้ กษตรกร 64
ภาพที่ 21 แผนภูมิแสดงโครงสรางแบบหนว ยหลกั 66
ภาพท่ี 22 แผนภูมิแสดงโครงสรางแบบหนว ยหลกั และหนว ยงานทีป่ รึกษา 67
ภาพท่ี 23 แผนภูมิโครงสรา งองคก ารแบบหนา ทีง่ านเฉพาะ 68
ภาพที่ 24 พน้ื ฐานของการจงู ใจ 70
ภาพที่ 25 มาสโลวเ จาของทฤษฎลี ําดับข้นั ความตอ งการ 70
ภาพท่ี 26 ฯพณฯ พลเอก เปรม ตณิ สูลานนท ประธานองคมนตรีและ 72
รฐั บุรษุ มอบรางวัลจรรยาบรรณดเี ดน หอการคา ไทย ประจาํ ป 2550 ใหแก
นายสาระ ลํ่าซํา นายกสมาคมประกันชวี ิตไทย 73
ภาพที่ 27 การควบคุมการเดนิ รถของรถไฟฟา แตละขบวน จะถูกดว ยระบบ
คอมพิวเตอรท อี่ อกแบบมาเฉพาะ 103
การจัดการผลิต 105
ภาพที่ 28 การผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรม 109
ภาพท่ี 29 ความสาํ คญั ของการผลติ กอ ใหเกิดประโยชนร ปู แบบผลิตภณั ฑใ หม 111
ภาพที่ 30 สินคา เกษตรสวนใหญเปนสินคน ข้ันปฐมภูมิ 124
การจดั การการตลาดและการวางแผนการตลาด 126
ภาพท่ี 31 ตลาดขายสินคา เกษตร 128
ภาพท่ี 32 ข้นั ตอนการซื้อขายในตลาดสนิ คา เกษตรลว งหนา 130
ภาพท่ี 33 การขนสงทางรถไฟ 131

ภาพที่ 34 การสอ่ื สารขอมลู ทางงบการตลาดตองรวดเรว็ ทันตอสถานการณข อง 132
โลก
ภาพท่ี 35 ความสําคัญของการตลาดทําใหเ ศรษฐกจิ ขยายตัวมสี ินคาและ

บรกิ ารใหมแ ละชว ยยกระดับคาครองชีพของประชากรใหสงู ข้นึ

หนวยที่ เร่ือง หนา
6 ภาพท่ี 36 ขั้นตอนการวางแผนการตลาด 133
7 ภาพท่ี 37 แสดงระบบงานการตลาด 136
การบัญชแี ละการจัดการทางการเงนิ 147
ภาพที่ 38 การทําบัญชีเจา ของกิจการไดท ราบฐานะและผลการดาํ เนนิ งานของ 150
ธุรกิจท่ตี นเปน เจาของ
นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายทเี่ ก่ยี วของกับระบบธรุ กจิ เกษตร 174
177
ภาพท่ี 39 นโยบายเศรษฐกจิ ของรัฐบาลสุรยุทธ 'ตลาดเสรีฉบับพอเพียง' 205
8 การเขยี นแผนธุรกิจเกษตร 207
231
ภาพที่ 40 สวนประกอบท่ีสาํ คญั ของการเขียนแผนธุรกจิ 236
9 โครงการธรุ กจิ เกษตร
239
ภาพท่ี 41 โครงการเล้ยี งปลาดุกซง่ึ เปนสวนหนงึ่ ของโครงการเกษตร เพื่อหา
รายไดของเกษตรกร 251
ภาพที่ 42 การเขียนโครงการเกษตรยัง่ ยืนภายใตแ นวปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 255
ของในหลวง
10 การจัดการธรุ กิจขนาดยอ ม 257
ภาพท่ี 43 แฟรนไชสก าแฟสดบลเู มาทเทนคอฟฟ ถือวา เปน ธุรกิจขนาดเล็ก
และธรุ กจิ ขนาดยอม ธุรกจิ ขนาดเล็กอาจจะเปน เจาของรา นกาแฟสดเพยี งคน 273
เดยี ว ทําดว ยตวั เองหรือจา งพนกั งานเพียงคนเดยี ว 286
ภาพท่ี 44 "รนิ " ผนู าํ ธรุ กิจขนมหวานไทยของฉะเชงิ เทรา เรม่ิ กจิ การมาต้ังแต 292
พ.ศ.2517 จากสตู รขนมทค่ี ณุ ยายทาํ ใหลกู หลานรับประทานกนั ในครอบครัว 292
และแจกจา ยญาตมิ ิตร พฒั นามาเปนธุรกจิ ขนาดยอ ม ผลติ และจาํ หนา ยขนม
หวานของดปี ระจาํ จังหวัดฉะเชงิ เทราในปจ จบุ นั

11 วิเคราะหกรณีตวั อยางทางดานธุรกจิ เกษตร

12 ปญ หาและแนวทางแกไ ขระบบธุรกจิ เกษตร

ภาพท่ี 45 วถิ ชี วี ิตของเกษตรกรไทย
ภาพท่ี 46 การจัดการระบบการผลิตของเกษตรกรไทย

หนว ยท่ี เรอื่ ง หนา
293
ภาพท่ี 47 การนํานโยบายมาใชสปู ระชาชนของภาครฐั 293
302
ภาพท่ี 48 ผลกระทบตอการเปนหนีส้ินของเกษตรกรไทย
303
ภาพที่ 49 เกษตรกรรม อาจเปนอาชพี ทมี่ คี วามสขุ ทสี่ ุดในโลก สาํ หรบั
304
ศตวรรษท่ี 21 แลว เกษตรกรรม เทคโนโลยี และ ส่ิงแวดลอ ม จะอาศัยและอยู 307
308
รว มกนั ไดอยา งกลมกลืนและพอเพยี ง
309
ภาพท่ี 50 เกษตรกรกาํ ลงั นัง่ จบิ ไวนมองฟารมของพวกเขา เซน็ เซอรตางๆทต่ี ดิ

ตง้ั อยูในฟารม กําลงั เก็บขอมลู ดิน นํา้ ฟา ฝน และตัดสินใจเปด-ปด นาํ้ ใหป ยุ

หรือ ออกคาํ สั่งใหร ถเกบ็ เก่ียวออกไปทํางานเอง

ภาพท่ี 51 การขาดแคลนนํ้าจืดทําใหร ะบบการใหน ํ้าแกฟ ารม ตอ งฉลาดมาขน้ึ

ภาพท่ี 52 ระบบรถแทรก็ เตอรข ับเองดวยการนําทางจาก GPS ของบรษิ ัท

John Deereประเทศสหรฐั อเมริกา

ภาพที่ 53 จาก Google Earth แสดงขอ มลู โครงการทมี่ ชี ื่อวา Bio Mapping ซง่ึ มี

การนําเอาเครอื่ งวัดอตั ราการเตน ของหัวใจและ GPSไปตดิ ทค่ี นแลว ปลอยให

เดนิ ไปในเมือง

ภาพท่ี 54 เซน็ เซอรต รวจวดั อณุ หภมู แิ ละความช้นื ของดนิ ท่ีใชพ ลงั งานจาก

แสงอาทิตย สงขอ มูลไป Server ดวยสญั ญาณวทิ ยุ



สารบัญ

หนว ยท่ี เร่อื ง หนา
1 คาํ นาํ ก
จุดประสงครายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า คาํ อธิบายรายวชิ า ข

หนวยการเรียนรู ค
สารบญั ง
สารบัญภาพ จ

ความรทู วั่ ไปเก่ยี วกบั ธรุ กจิ เกษตรและระบบธรุ กจิ เกษตร 1
1. ความหมายและความสําคญั ของการจดั การธรุ กจิ เกษตร 2
2. วัตถปุ ระสงคข องการดําเนินธรุ กจิ 9
3. ประเภทของธุรกิจ 10
4. ลักษณะของธุรกิจเกษตร 11
5. ปจ จัยพนื้ ฐานปจ จยั ทสี่ ําคญั ในการทําธรุ กิจเกษตร 11
6. สภาพแวดลอมของธรุ กจิ เกษตร 12
7. หนา ท่ีและความรบั ผดิ ชอบของธุรกจิ เกษตร 16
แบบฝก หดั 18-19
แบบประเมนิ กอนและหลงั เรยี น 20-22
ใบงาน 23-24
เฉลยขอ สอบ 25



สารบัญ

หนว ยท่ี เรื่อง หนา
2 ก
คาํ นาํ ข

จดุ ประสงคร ายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า คาํ อธิบายรายวชิ า ง

หนวยการเรยี นรู 26
27
สารบญั 28
34
สารบัญภาพ
39
องคกรธรุ กิจเกษตรของไทย 42
1. กจิ การเจา ของคนเดียว (Sold Proprietorship) 45
2. กจิ การแบบหา งหุนสว น (Partnership) 53-55
3. กิจการบรษิ ทั จํากัด (Limited Company) 56-57
58
บริษัทจํากัด (Limited Company) 59
บรษิ ทั มหาชน (จํากัด) (Public Company)
4. กจิ การแบบรฐั วสิ าหกจิ (State Enterprise)
5. กจิ การแบบสหกรณจ ํากดั (Co-Operative)
6. กจิ การแบบแฟรนไชส (Franchise)
แบบฝก หดั
แบบประเมินกอนและหลงั เรยี น
ใบงาน
เฉลยขอสอบ

หนวยท่ี ง หนา
3
สารบัญ ก

เร่อื ง ข
คํานํา ค
จดุ ประสงคร ายวชิ า มาตรฐานรายวิชา คาํ อธิบายรายวิชา
หนวยการเรียนรู ง
สารบญั
สารบัญภาพ จ
หนาท่ีพื้นฐานในการจดั การธุรกจิ เกษตร
1. กระบวนการในการบริหารจดั การธุรกิจ 60
61
1.1 การวางแผน (Planning) 62
1.2 การจัดองคก าร (Organizing) 65
1.3 การนาํ (Leading ) 68
1.4 การควบคมุ ( Controlling ) 72
2. เทคนคิ ตา ง ๆ ในการจดั การ 78
2.1 เทคนคิ ที่ใชในการวางแผน 78
2.2 เทคนิคท่ีใชใ นการจัดองคก าร 84
2.3 เทคนิคการนํา 87
2.4 เทคนิคการควบคุมงาน 88
แบบฝก หัด 94-96
แบบประเมนิ กอ นและหลงั เรียน 97-99
ใบงาน 100
เฉลยขอ สอบ 102

หนว ยที่ ง หนา
4
สารบญั ก
5
เร่ือง ข

คํานาํ ค

จดุ ประสงครายวชิ า มาตรฐานรายวิชา คาํ อธบิ ายรายวชิ า ง

หนวยการเรยี นรู จ

สารบัญ 103
104
สารบัญภาพ 109
111
การจดั การผลติ 112
1. ความหมาย องคป ระกอบที่สาํ คัญและความสําคัญของการผลิต 113
2. การผลติ ทางดานธุรกจิ อตุ สาหกรรม 114
3. ลาํ ดบั ขนั้ ในการผลิต 116-117
4. ปจ จยั ท่ตี องพิจารณาในการเลอื กทาํ เลทีต่ ้งั ในการผลิต 118-120
5. ระบบการผลิต (Production System) 121-122
6. การควบคมุ การผลติ 123
แบบฝกหดั
แบบประเมนิ กอนและหลังเรยี น 124
ใบงาน 125
เฉลยขอสอบ 126
127
การจดั การการตลาดและการวางแผนการตลาด 129
1. ความหมายของตลาดและการตลาด 132
2. แนวความคิดทางการตลาด 133
3. เปรยี บเทยี บแนวความคดิ แบบเกา - แบบใหม 139-141
4. หนา ท่ีการตลาด 142-144
5. ความสําคัญของการตลาด 145
6. การวางแผนการตลาด 146
แบบฝกหดั
แบบประเมินกอนและหลังเรยี น
ใบงาน
เฉลยขอสอบ



สารบญั

หนวยท่ี เรอื่ ง หนา

คาํ นาํ ก

จดุ ประสงครายวิชา มาตรฐานรายวชิ า คําอธิบายรายวชิ า ข

หนว ยการเรยี นรู ค

สารบัญ ง

สารบัญภาพ จ

6 การบัญชีและการจดั การทางการเงิน 147
149
1. ความหมายและความสําคญั ของการบัญชี 151
152
2. ความรูทั่วไปเกย่ี วกบั บัญชี 155
156
3. การจดั ทํางบการเงิน 156
156
4. เอกสารทางธุรกจิ ทใี่ ชใ นการบนั ทกึ บัญชี 158
162-163
5. ข้ันตอนการลงบญั ชี 164-166
167-172
6. การบนั ทึกบัญชอี ยา งงา ย 173

7. ขอบเขตและแนวทางการบรหิ ารการเงิน ขอบเขตของการบริหารการเงินเรม่ิ ต้ังแต 174
176
8. แหลงทีม่ าของเงนิ ทุน 178
179
แบบฝก หัด 179
191
แบบประเมนิ กอนและหลังเรียน 196-198
199-201
ใบงาน 202-203
204
เฉลยขอสอบ

7 นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายท่เี ก่ียวขอ งกบั ระบบธรุ กจิ เกษตร

1. ความหมายของนโยบาย

2. ความสําคญั ของนโยบาย 3. ลกั ษณะทดี่ ีของนโยบาย

4. กระบวนการกาํ หนดนโยบาย

5. การพัฒนาหรอื นโยบายหลักการจัดทําแผนพัฒนาฯ ตง้ั แตฉบับท่ี 4 ถงึ ปจจบุ นั

6. ปจจยั ท่ีกาํ หนดความสําเรจ็ หรือลมเหลวของการนํานโยบายไปปฏบิ ัติ

แบบฝก หัด

แบบประเมินกอนและหลังเรียน

ใบงาน

เฉลยขอ สอบ



สารบญั

หนว ยที่ เรอ่ื ง หนา

คํานํา ข

จดุ ประสงครายวิชา มาตรฐานรายวชิ า คาํ อธิบายรายวิชา ง

หนวยการเรียนรู 205
206
สารบญั 208-222

สารบัญภาพ 223-224
225-227
8 การเขียนแผนธุรกิจเกษตร 228-229

1. ความหมายและความสาํ คญั ของแผนธรุ กิจ 230
หนา
2. การเขยี นแผนธรุ กจิ 231
233
2.1 สวนประกอบของแผนธรุ กิจ 236
237
2.2 วธิ ีการเขียนแผนธรุ กิจ 341
342
แบบฝกหดั 242
244-245
แบบประเมินกอนและหลังเรียน 246-248
249
ใบงาน 250

เฉลยขอ สอบ

หนวยท่ี เร่อื ง

9 โครงการธุรกจิ เกษตร

1. ความหมายและความสําคัญของโครงการ

2. สวนประกอบของโครงการ

3. ลาํ ดบั ข้ันตอนการเขียนโครงการ

4. ลักษณะของโครงการทด่ี ี

5. ประเภทของโครงการ

6. การใชถ อ ยคํา สํานวนในการเขียนโครงการ

แบบฝกหดั

แบบประเมินกอนและหลังเรยี น

ใบงาน

เฉลยขอ สอบ



สารบญั

หนวยที่ เร่อื ง หนา

คาํ นาํ ข

จุดประสงครายวิชา มาตรฐานรายวชิ า คาํ อธิบายรายวิชา ง

หนวยการเรยี นรู
251
สารบญั 253
255
สารบญั ภาพ 256
257
10 การจัดการธุรกิจขนาดยอม 259
260
1. ความหมายและความสําคญั ของธรุ กจิ ขนาดยอ ม 261
261
2. ประเภทของธรุ กจิ ขนาดยอ ม 261
262
3. ลักษณะโดยท่วั ไปของธรุ กิจขนาดยอม 262
263
4. ความสาํ คัญของธรุ กิจขนาดยอม 263
264
5. องคป ระกอบของธุรกิจขนาดยอ ม 264

6. ขอ ดี - ขอเสียของการดําเนนิ ธรุ กจิ ขนาดยอม

7. คณุ สมบตั ขิ องผปู ระกอบการทางธรุ กจิ ขนาดยอ ม

8. ปจ จัยทมี่ ผี ลตอความสาํ เร็จของการประกอบธรุ กจิ ขนาดยอม

9. บุคลิกลกั ษณะของผูป ระกอบการธุรกจิ ขนาดยอ มที่ดี

10 ปญ หาการดําเนนิ ธรุ กจิ ขนาดยอ ม

11. ขน้ั ตอนในการวางแผนเปด กิจการธุรกจิ ขนาดยอ ม

12. การวางแผนการตลาด มาใชก บั ธรุ กจิ ขนาดยอม

13. ปจจยั เฉพาะเกยี่ วกับตําแหนง ที่ตั้ง

14. ปจ จยั เกี่ยวกบั แหลง สนบั สนุนในการเลือกทาํ เลทีต่ ้งั

15. ความสําคัญของทาํ เลทีต่ ั้งท่ีมีตอ ธรุ กจิ ขนาดยอ ม



สารบัญ

หนวยที่ เร่อื ง หนา

คาํ นาํ ข

จุดประสงครายวิชา มาตรฐานรายวิชา คาํ อธบิ ายรายวิชา ง

หนว ยการเรยี นรู หนา
264
สารบญั 266-267
268-269
สารบญั ภาพ 270-271
272
หนว ยท่ี เร่ือง 273
274-282
16. ปจ จยั ท่ีทาํ ใหป ระสบผลสาํ เร็จในการบรหิ ารธรุ กจิ ขนาดยอม
283-286
แบบฝกหดั 287

แบบประเมินกอนและหลังเรยี น 288-289
290
ใบงาน
291-297
เฉลยขอสอบ 297-310
312-313
11 วเิ คราะหก รณตี ัวอยางทางดา นธุรกิจเกษตร
314
1. กรณีตัวอยางการจัดการธรุ กิจเกษตร 315
316
กรณีตัวอยา งธุรกิจเกษตรผจู ัดการฟารม นายอาวุธ อกั ษรนิตย

ผใู หการสนับสนนุ พน้ื ที่ดาํ เนินการ ชอื่ เอกชน นายทองแดง ศรพี ุม

ที่ตั้งฟารม หมู 2 บา นไร ตาํ บลไผลอ ม อาํ เภอภาชี จังหวดั พระนครศรีอยุธยา

2. การวเิ คราะหโครงการธุรกิจเกษตร

แบบฝกหัด

ใบงาน

12 ปญหาและแนวทางแกไ ขระบบธรุ กิจเกษตร

1. ปญหาท่ัวไป

2. การแกป ญหา

แบบฝกหัด

แบบประเมินกอ นและหลังเรียน

ใบงาน

เอกสารอางอิง



สารบญั ภาพ

หนวยที่ เร่ือง หนา
1
1 ความรูทวั่ ไปเกย่ี วกบั ธุรกิจเกษตรและระบบธุรกิจเกษตร 3
4
ภาพที่ 1 การปลูกปาลม นาํ้ มนั และการจําหนา ยผลผลิตเกษตร 5
6
ภาพท่ี 2 ภาพจาํ ลองระบบธรุ กิจและองคป ระกอบของระบบ 8
13
ภาพที่ 3 แบบจาํ ลองหวงโซค ณุ คา 26
27
ภาพท่ี 4 ภาพแสดงการใช IT ในการจัดการโซอปุ ทาน 29

ภาพท่ี 5 ภาพโครงสรางธุรกิจเกษตร 31

ภาพที่ 6 สภาพแวดลอ มทางธุรกจิ เกษตร 35
38
2 องคก รธุรกิจเกษตรของไทย
39
ภาพที่ 7 ธุรกจิ แบบเจา ของคนเดียว การเลีย้ งแกะและการทาํ สวนปาลม น้าํ มนั 40
42
ภาพที่ 8 หางหุน สว นสามญั ผลิตภณั ฑอ าหารแมเ ล็ก 42
48
สินคาสดุ ยอดหน่งึ ตาํ บล หนึง่ ผลิตภัณฑ 2547 ประเภทผลิตภณั ฑ : เคร่ืองดม่ื 49

ระดับดาว

ภาพท่ี 9 หางหุนสว นจาํ กดั เกดิ แกวสมนุ ไพรไทยผลติ ภณั ฑไ วน- สาโท
เชน ไวนลนิ้ จ่ี ไวนก ระชายดาํ ไวนล ูกหมอ น สาโท(OTOP)
ภาพที่ 10 บรษิ ัท ผลิตภณั ฑอ าหารเชฟชอ ย จาํ กดั
ภาพท่ี 11 บรษิ ทั ไทยลักซ เอน็ เตอรไ พรส ( มหาชน )ประกอบธุรกจิ ผลติ และ
จําหนา ยอาหารสัตวนาํ้ จาํ กดั
ภาพท่ี 12 โรงงานยาสบู กระทรวงการคลงั
ภาพท่ี 13 ธนาคารออมสนิ สํานักงานใหญธนาคารออมสนิ
ภาพท่ี 14 สหกรณวดั จันทร ไมจ ํากัดสนิ ใช สหกรณการเกษตรแหงแรก
ภาพท่ี 15 สหกรณก ารเกษตรทา ยาง
ภาพท่ี 16 น้ําอัดลมโคคา-โคลา ธุรกิจแฟรนไชสท ใ่ี ชส นิ คา และชือ่ การคา
ภาพที่ 17 เคเอฟซี เปนธรุ กิจ แฟรนไชส ที่ใชร ูปแบบทางธรุ กจิ

หนวยท่ี จ หนา

3 สารบญั ภาพ 60
61
4 เรอ่ื ง 62
5 64
หนาทพี่ ้นื ฐานในการจดั การธุรกจิ เกษตร 66
ภาพท่ี 18 การประชุมวางแผน ซึ่งเปน หนึ่งในกระบวนการในการบริหารจดั การ 67
ภาพที่ 19 กระบวนการบริหารงานแบบงาย ๆ แบบ PDCA 68
ภาพท่ี 20 แผนในรูปแบบนโยบาย นโยบายพักชาํ ระหนเี้ กษตรกร 70
ภาพที่ 21 แผนภมู ิแสดงโครงสรา งแบบหนวยหลัก 70
ภาพที่ 22 แผนภูมิแสดงโครงสรา งแบบหนวยหลกั และหนวยงานท่ปี รกึ ษา 72
ภาพที่ 23 แผนภมู ิโครงสรา งองคก ารแบบหนาที่งานเฉพาะ
ภาพที่ 24 พ้นื ฐานของการจงู ใจ 73
ภาพท่ี 25 มาสโลวเจา ของทฤษฎีลาํ ดับข้นั ความตองการ
ภาพที่ 26 ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท ประธานองคมนตรแี ละรฐั บรุ ุษ มอบ 103
รางวัลจรรยาบรรณดเี ดน หอการคา ไทย ประจําป 2550 ใหแก นายสาระ ลํ่าซํา นายก 105
สมาคมประกันชีวิตไทย 109
ภาพที่ 27 การควบคมุ การเดินรถของรถไฟฟาแตล ะขบวน จะถูกดวยระบบคอมพวิ เตอรที่ 111
ออกแบบมาเฉพาะ 124
การจดั การผลติ 126
ภาพท่ี 28 การผลติ ทางการเกษตรและอตุ สาหกรรม 128
ภาพที่ 29 ความสาํ คัญของการผลิตกอใหเกิดประโยชนรูปแบบผลติ ภัณฑใหม 130
ภาพที่ 30 สินคา เกษตรสว นใหญเปนสินคนขั้นปฐมภูมิ 131
การจัดการการตลาดและการวางแผนการตลาด
ภาพท่ี 31 ตลาดขายสนิ คาเกษตร 132
ภาพท่ี 32 ขนั้ ตอนการซือ้ ขายในตลาดสนิ คา เกษตรลว งหนา
ภาพท่ี 33 การขนสงทางรถไฟ 133
136
ภาพท่ี 34 การสื่อสารขอมูลทางงบการตลาดตอ งรวดเร็วทันตอสถานการณข องโลก
ภาพท่ี 35 ความสําคัญของการตลาดทําใหเศรษฐกิจขยายตัวมสี ินคา และ

บรกิ ารใหมและชวยยกระดับคาครองชีพของประชากรใหส งู ข้ึน
ภาพท่ี 36 ขั้นตอนการวางแผนการตลาด
ภาพท่ี 37 แสดงระบบงานการตลาด

หนว ยท่ี จ หนา
6 สารบัญภาพ 147
150
7 เร่อื ง
การบญั ชีและการจดั การทางการเงิน 174
ภาพท่ี 38 การทาํ บัญชีเจา ของกจิ การไดทราบฐานะและผลการดาํ เนนิ งานของ 177
ธุรกจิ ทต่ี นเปน เจาของ 205
นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายทีเ่ ก่ียวของกบั ระบบธุรกิจเกษตร 207
231
ภาพท่ี 39 นโยบายเศรษฐกจิ ของรัฐบาลสุรยุทธ 'ตลาดเสรีฉบบั พอเพียง' 236

8 การเขียนแผนธรุ กิจเกษตร 239
ภาพที่ 40 สวนประกอบท่ีสาํ คญั ของการเขยี นแผนธุรกจิ
251
9 โครงการธรุ กจิ เกษตร 255
ภาพที่ 41 โครงการเล้ยี งปลาดกุ ซงึ่ เปน สว นหน่ึงของโครงการเกษตร เพอ่ื หา
รายไดข องเกษตรกร 257
ภาพที่ 42 การเขียนโครงการเกษตรยงั่ ยนื ภายใตแนวปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ของในหลวง

10 การจัดการธุรกิจขนาดยอม
ภาพที่ 43 แฟรนไชสกาแฟสดบลเู มาทเ ทนคอฟฟ ถอื วา เปนธุรกจิ ขนาดเล็ก
และธุรกิจขนาดยอ ม ธุรกจิ ขนาดเลก็ อาจจะเปน เจาของรานกาแฟสดเพยี งคน
เดียว ทาํ ดว ยตวั เองหรอื จางพนกั งานเพยี งคนเดยี ว
ภาพที่ 44 "รนิ " ผูน าํ ธรุ กิจขนมหวานไทยของฉะเชงิ เทรา เรม่ิ กจิ การมาต้ังแต
พ.ศ.2517 จากสตู รขนมท่คี ุณยายทาํ ใหลูกหลานรับประทานกนั ในครอบครวั
และแจกจา ยญาติมติ ร พฒั นามาเปน ธุรกิจขนาดยอ ม ผลิตและจาํ หนายขนม
หวานของดปี ระจาํ จงั หวดั ฉะเชิงเทราในปจ จุบนั



สารบญั ภาพ

หนว ยท่ี เรอื่ ง หนา
273
11 วิเคราะหก รณีตัวอยางทางดา นธุรกิจเกษตร 286
292
12 ปญ หาและแนวทางแกไขระบบธรุ กิจเกษตร 292
หนา
ภาพที่ 45 วถิ ีชีวิตของเกษตรกรไทย 293
293
ภาพที่ 46 การจัดการระบบการผลิตของเกษตรกรไทย 302

หนวยที่ เรือ่ ง 303

ภาพท่ี 47 การนาํ นโยบายมาใชสูป ระชาชนของภาครฐั 304
307
ภาพท่ี 48 ผลกระทบตอ การเปนหนีสนิ้ ของเกษตรกรไทย
308
ภาพท่ี 49 เกษตรกรรม อาจเปน อาชพี ที่มคี วามสขุ ท่ีสุดในโลก สําหรบั
309
ศตวรรษที่ 21 แลว เกษตรกรรม เทคโนโลยี และ สิ่งแวดลอม จะอาศยั และอยู

รวมกันไดอ ยา งกลมกลนื และพอเพยี ง

ภาพที่ 50 เกษตรกรกาํ ลงั น่ังจิบไวนมองฟารม ของพวกเขา เซ็นเซอรต างๆทต่ี ิด

ตง้ั อยใู นฟารม กาํ ลงั เกบ็ ขอ มลู ดิน น้าํ ฟา ฝน และตัดสนิ ใจเปด-ปดนาํ้ ใหป ยุ

หรอื ออกคาํ สง่ั ใหรถเก็บเก่ยี วออกไปทํางานเอง

ภาพที่ 51 การขาดแคลนนา้ํ จดื ทาํ ใหระบบการใหน้าํ แกฟ ารมตอ งฉลาดมาขน้ึ

ภาพที่ 52 ระบบรถแทร็กเตอรข ับเองดวยการนาํ ทางจาก GPS ของบริษทั

John Deereประเทศสหรฐั อเมริกา

ภาพท่ี 53 จาก Google Earth แสดงขอมลู โครงการทมี่ ชี ่ือวา Bio Mapping ซ่งึ มี

การนําเอาเครอื่ งวดั อัตราการเตน ของหัวใจและ GPSไปตดิ ที่คนแลวปลอ ยให

เดนิ ไปในเมอื ง

ภาพท่ี 54 เซน็ เซอรต รวจวดั อณุ หภมู ิและความช้ืนของดนิ ที่ใชพ ลงั งานจาก

แสงอาทติ ย สงขอ มูลไป Server ดว ยสญั ญาณวิทยุ

316

เอกสารอา งองิ

เกษมสขุ บุญญา. ธรุ กจิ ทว่ั ไปหลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี (ปวช.) พุทธศกั ราช
2545(ปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช 2546). กรงุ เทพฯ : เจริญรงุ เรอื งการพมิ พ, 2547.

จนิ ตนา บุญบงการ. สภาพแวดลอมทางธุรกจิ . พิมพครงั้ ท่ี 7. กรุงเทพฯ : สาํ นักพมิ พจ ฬุ าลงกรณ
มหาวทิ ยาลัย, 2549.

จีรวัฒน ปลองใหม. การจดั การธรุ กิจเบอื้ งตนหลักสตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี (ปวช) พทุ ธศกั ราช
2545(ปรับปรงุ พ.ศ. 2546). พมิ พครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทไทยรมเกลา จํากัด, 2547.

ชนงกรณ กุณฑลบตุ ร. หลกั การจดั การและองคก รและการจดั การแนวคดิ การบรหิ ารธรุ กจิ ใน
สถานการณป จ จุบนั . พมิ พครั้งที่ 4. กรงุ เทพฯ, 2549.

ณฏั ฐพันธ เขจรนนั ทน. หลกั การบรหิ ารธุรกจิ . กรงุ เทพฯ : บริษทั ซีเอด็ ยเู คชนั่ จาํ กัดมหาชน, 2548
ฐาปนา บุญหลา. คูมอื การจัดทําแผนธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดยอม. กรงุ เทพฯ : สมาคมสง เสริม

เทคโนโลยี (ไทย-ญีป่ ุน), 2550.
ตรวจสอบบญั ชสี หกรณ, กรม. สมุดบัญชรี บั -จา ยในครัวเรอื น. กรงุ เทพ : กระทรวงเกษตรและ

สหกรณ. มปป.
ตรวจสอบบญั ชสี หกรณ, กรม. สมดุ คดิ กําไร- ขาดทนุ ในการประกอบอาชีพ. กรุงเทพ : กระทรวง

เกษตรและสหกรณ. มปป.
ทนั ฉลอง รุง วิท.ู คูมือการเขียนแผนธรุ กจิ อยา งงา ย. พมิ พครงั้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ : หจก.สามลดา,

2550.
นงนชุ โสรตั น. การจดั การธรุ กจิ การเกษตร. กรงุ เทพฯ : ภาควชิ าเศรษฐศาสตรเกษตร คณะ

เศรษฐศาสตรแ ละบริหารธุรกจิ เกษตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร, 2529.
เบญจมาศ อภสิ ิทธภ์ิ ญิ โญ. บัญชีอยางงา ย. กรงุ เทพฯ : บริษทั โชคเจรญิ มารเ กต็ ต้ิง จาํ กดั , 2550.
ประชมุ รอดประเสรฐิ . นโยบายและการวางแผนหลกั และทฤษฎี. กรุงเทพมหานคร : เนตกิ ุล

การพมิ พ, 2543.
พรพรมหม พรมเพศ. ธุรกจิ เบ้อื งตน . กรุงเทพฯ : สาํ นักพมิ พท อปจาํ กดั , 2550.
ไพรนิ ทร แยมจนิ ดาและอไุ รวรรณ บญุ อาจ. การจดั การธรุ กจิ เบื้องตน หลกั สูตรประกาศนียบัตร

วิชาชพี พทุ ธศกั ราช 2545 (ปรบั ปรุงพทุ ธศักราช 2546). กรุงเทพฯ : สาํ นักพิมพเ อม พนั ธ
จาํ กดั , 2540.
มาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชพี . สาํ นกั . การทาํ บัญชีอยางงาย. กรงุ เทพ : สํานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา, 2549.

317

รังสรรค เลศิ ในสตั ย. การตลาดเชงิ กลยทุ ธเ พ่ือความสาํ เรจ็ สาํ หรบั ผูบรหิ าร SMEs. กรงุ เทพฯ :
บริษัทพมิ พด ีการพมิ พจาํ กดั , 2549.

วรนารถ แสงมณ.ี ความรทู ว่ั ไปเกี่ยวกบั การบริหารธรุ กจิ . กรงุ เทพฯ : บริษทั เท็กซแ อนด
เจอรน ัล พับลเิ คชน่ั จํากดั , 2544.

วัฒนา ศวิ ะเกอ้ื ดษุ ฎี สงวนชาติและนทั พร พิทยะ. การบญั ชเี บ้อื งตน . พิมพครัง้ ที่ 4. กรุงเทพฯ :
สํานักพมิ พจ ฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั , 2549.

วิเชยี ร วิทยอดุ ม. องคการและการจดั การ. กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั ธนธชั การพมิ พจ ํากัด, 2550.
ศณิ ีย สังขรัศม.ี หลักธุรกิจเกษตร. กรงุ เทพฯ : ภาควิชาเศรษฐศาสตรเกษตร คณะ

เศรษฐศาสตรแ ละบรหิ ารธุรกิจเกษตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร, 2529.
ศริ ิวรรณ เสรรี ัตนและคณะ. องคก ารและการจดั การ. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทธรรมสาร จํากดั ,

2545.
ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศลิ ป. หลักการตลาด. กรงุ เทพฯ : สํานกั พมิ พท อปจาํ กดั , 2547.
สมคิด ทกั ษิณาวิสุทธิ. ธรุ กจิ เกษตรทว่ั ไป. กรุงเทพฯ : ภาควชิ าเศรษฐศาสตรเกษตร คณะ

เศรษฐศาสตรแ ละบริหารธุรกิจเกษตร มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร, 2529.
สิทธชิ ัย อยุ ตระกูล. หลกั การจดั การหลักสตู รประกาศนยี บตั รวิชาชพี ชนั้ สงู พทุ ธศกั ราช

2540 กรมอาชวี ศกึ ษา. กรุงเทพฯ : สาํ นกั พมิ พเ อมพนั ธ จาํ กดั , 2540.
สมุ าลี อุณหะนนั ทน การบรหิ ารการเงินเลม หนึ่ง. พิมพค ร้ังท่ี 6. กรงุ เทพมหานคร : สํานกั พิมพ

จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั , 2550.
สรุ พนั ธุ ฉนั พเคนสวุ รรณ. หลักการบรหิ ารธรุ กจิ . พิมพคร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทจุดทองจาํ กดั ,

2550.
โสภณิ ทองปาน. หลักและนโยบายของไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพซ นั นี,่ มปป.
อารัฐ ตันโช. เกษตรธรรมชาตปิ ระยุกต. เชยี งใหม : ม.แมโจ, มปป.
อทุ ัย อนั อน. หนเ้ี กษตรกร. อบุ ลราชธานี : ม.อบุ ลราชธานี, มปป.
www.maejonaturalfarming.org
http://www.uploadtoday.com/download/?d75a2c803081deed57a7fa0cd02d29cf
www.oknation.net/blog/print.php?id=105275

****************************

318

ภาคเกษตร
(เพจนีเ้ พ่ิมเติมขอ มลู ลาสดุ เม่ือ 20 มีนาคม2543)
(หาขอ มลู เพม่ิ เติมไดจ าก Link page ขา วภาคเกษตร จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ)
ผูจัดการรายวนั - 20 ม.ี ค.43
การแกป ญ หาปลูกมันฝรงั่
ศูนยว จิ ัยกสิกรไทย 25 กมุ ภาพนั ธ 2543

หนี้สนิ เกษตรกร
ขา วทวี สี ชี อ ง 7 - 22 ต.ค.42
ศูนยวิจัยกสิกรไทย - ปท ่ี 5 ฉบับท่ี 717 วนั ที่ 31 สิงหาคม 2542

ศนู ยวิจัยกสกิ รไทย 23 ก.ค.42
ขายตรง ... ชอ งทางจําหนายใหมของสินคา เกษตร

ผจู ัดการรายวนั 16 กรกฎาคม 2542
ขา วปก -

หนว ยที่ 1

เร่ือง ความรทู ั่วไปเกี่ยวกบั ธรุ กิจเกษตรและระบบธุรกิจเกษตร

*****************************

จุดประสงคการเรยี นรู

หลังจากศึกษาในเนอื้ หาหนว ยเรยี นน้แี ลว ผูเรียนสามารถ
1. บอกความหมายของธรุ กจิ เกษตรได
2. อธิบายความหมายของระบบธุรกจิ เกษตรได
3. บอกความสาํ คญั ของธุรกิจเกษตรได
4. แยกประเภทของธุรกิจได
5. อธบิ ายถงึ ปจจยั พนื้ ฐานทส่ี าํ คัญของการดาํ เนนิ ธุรกจิ เกษตรได
6. อธิบายถงึ สภาวะแวดลอมทม่ี ีผลกระทบตอการทําธุรกิจได
7. บอกถึงหนา ทีแ่ ละความรบั ผิดชอบของธรุ กิจได

สาระสาํ คัญ

การจัดการธุรกจิ เกษตร (Agribusiness Management ) หมายถงึ “การดาํ เนินงานท้งั หลายใน
ดา นทเี่ กย่ี วกับการผลิต การจดั จาํ หนายปจ จยั การผลติ สินคา เกษตร กจิ กรรมระดับไรน า การเกบ็
รกั ษา การแปรรูปและการจดั จําหนา ยสนิ คา เกษตร ตลอดจนผลติ ผลพลอยไดจ ากสินคา เกษตร”

ระบบธรุ กิจการเกษตร หมายถงึ “ความสมั พนั ธท สี่ ลบั ซบั ซอนของปจ จยั (Factors) ตาง ๆ
และแนวทางของลกั ษณะความสมั พนั ธ ทจ่ี ะทําใหบรรลุวตั ถุประสงคท ต่ี องการ ตามโครงสรา ง
ธรุ กิจการเกษตร”
ประเภทของธรุ กิจ ซึ่งสามารถจําแนกไดโ ดยทวั่ ไป คอื

1. ธุรกจิ การเกษตร( Agriculture )
2. ธุรกจิ เหมืองแร (Mineral )
3. ธรุ กิจอตุ สาหกรรม( Manufacturing )
4. ธรุ กจิ กอสรา ง (Construction)
5. ธรุ กิจเก่ียวกับการพาณิชย( Commercial )
6. ธุรกิจการเงนิ ( Finance )
7. ธรุ กิจการบริการ(Services)
8. ธรุ กจิ การอื่น ๆ

2

ปจ จัยพนื้ ฐานท่ีสาํ คญั ในการทาํ ธรุ กจิ เกษตร
1. ปจจยั ภายในองคก ารธรุ กจิ (Internal Factors) เปน ปจ จัยท่ีธุรกิจดําเนนิ การจดั หาและ

รวบรวมมา สามารถควบคุมและบรหิ ารการใชปจ จยั เหลา นไี้ ด
2. ปจจยั ภายนอกองคก ารธรุ กจิ (External Factors) เปนอทิ ธิพลจากสิ่งแวดลอ มภายนอก

องคการธรุ กิจ ทีม่ ีผลกระทบตอการดาํ เนนิ งาน เปนปจจยั ที่ไมอยนู ิ่งมกี ารเปลยี่ นแปลงตลอดเวลา
สภาวะแวดลอมของธุรกิจ หมายถงึ สภาวการณต า ง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ และสงผลกระทบทง้ั

ทางตรงและทางออมตอ การดําเนินงานของธรุ กจิ ทางการเกษตร สามารถแบง ได 2 ลักษณะ
1. สภาวะแวดลอมที่ควบคุมได คือ สภาพแวดลอ มภายใน ทมี่ ีผลกระทบโดยตรงตอการ

การดําเนนิ ธรุ กจิ เกษตร เชน วัตถปุ ระสงคข องธุรกจิ ทรัพยากรของธรุ กจิ เกษตรและการจดั การ

2. สภาวะแวดลอมที่ไมส ามารถควบคุมได คอื สภาพแวดลอมภายนอกท่มี ีผลกระทบโดย
ออมตอ การการดาํ เนนิ ธุรกจิ เกษตร เชน สภาวะแวดลอมทางการเมืองและกฎหมาย สภาวะแวดลอม
ทางเศรษฐกจิ สภาวะแวดลอ มสงั คมและวัฒนธรรม สภาวะแวดลอมทางเทคโนโลยแี ละ
สงิ่ แวดลอ มระหวางประเทศ

เน้อื หา

1. ความหมายและความสําคัญของการจัดการธุรกจิ เกษตร

1.1 ความหมายของการบริหารและการจดั การ
การบรหิ าร (Administration)หรือการจดั การ(Management) มักถูกใชเ รียกกันบอ ย ซงึ่ แต
กอ นสองคํานมี้ คี วามหมายแตกตางกนั การบริหารมกั เรยี กกนั ในภาคราชการและเปน องคก ารท่ี
ไมไดมุง หวังกาํ ไร สว นการจดั การมักใชในภาคธรุ กจิ เอกชน แตอ ยางไรกต็ ามสองคํานส้ี ามารถ
นํามาใชแทนกนั ไดใ นความหมายลกั ษณะเดยี วกัน งานดา นบริหารและการจัดการเปน งานสาํ คญั
ท่อี ํานวยการใหม นษุ ยทํางานไดอยา งมที ้งั ประสทิ ธิผลและประสทิ ธภิ าพ (effective and efficiency)
สมความมุงมาตรปรารถนาทกุ อยา ง
“การบริหาร คอื กระบวนการของการวางแผน การจัดโครงสรางและการจัดสายงานของ
องคก าร การช้ีนําและการสงั่ งาน การควบคุมรวมถงึ การใชท รพั ยากรอน่ื ขององคการ เพ่ือใหบ รรลุ
เปาหมาย(Goals)ขององคการทีไ่ ดกําหนดไว”
“ การจดั การ คอื กระบวนการทีผ่ จู ัดการใชศลิ ปะและกลยทุ ธตา ง ๆ ดาํ เนินกจิ กรรม
ตามขัน้ ตอนตา ง ๆ โดยอาศยั ความรวมแรงรว มใจของสมาชิกภายในองคการ การตระหนกั ถงึ

3

สรปุ ไดว า “การบริหาร คือ การใชท งั้ ความเปน ศาสตรและศิลปะมาผสมผสานกัน เพอื่ การ
นําเอาทรัพยากรการบรหิ าร(Administration Resources)มาประกอบเขาดวยกนั จนสามารถบรรลุ
เปาหมายของกลมุ หรือองคก ารไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพ โดยอาศัยกระบวนการบริหาร
( Process of Administration ) ในการปฏิบัตงิ านน้ัน”

ผบู รหิ าร( Manager ) เปนบคุ คลทีท่ ําหนา ท่ใี นกระบวนการบริหารจดั การ โดยอาศยั หนาที่
4 ประการคอื การวางแผน( Planning ) การจดั องคก าร( Organizing ) การนํา( leading ) และการ
ควบคุม ( Controlling ) ทรพั ยากรขององคการ

1.2 ความหมายของคาํ วาธรุ กจิ (Business) ธุรกิจเปน คําท่ีมีความหมายกวาง เปนสง่ิ ทอ่ี ยู
รอบ ๆ ตวั เรา ซ่ึงในสังคมปจ จุบันจําเปนตอ งพง่ึ พาธุรกิจสว นใหญเ พื่อความเจรญิ กา วหนา ในสงั คม
นัน้ ๆ ยงั มีสว นสาํ คญั ตอ การปรบั ปรุงคุณคาของชวี ิตมนุษย ทั้งในสวนของบุคคลและชมุ ชนของ
สงั คมตาง ๆ

“ ความหมายของธรุ กิจ(Business)” คอื “ การดําเนนิ กจิ กรรมในดานผลิต ( productions )
การจดั จาํ หนา ย ( distributions) และการบริการ ( business services ) ”

ลักษณะของการกระทําธุรกจิ มี 2 ลักษณะ คอื
การประกอบธรุ กจิ เพอ่ื มงุ หวงั กาํ ไร และการประกอบธรุ กจิ โดยไมมงุ หวงั กาํ ไร
1.3 ความหมายของคาํ วา “ธรุ กจิ เกษตร” (Agribusiness) หมายถึง “ การดําเนนิ งาน
ทง้ั หลายในดานทีเ่ ก่ยี วกับการผลติ การจัดจาํ หนายปจ จยั การผลติ สินคาเกษตร กจิ กรรมระดับไรนา
การเก็บรกั ษา การแปรรูปและการจดั จําหนายสนิ คาเกษตร ตลอดจนผลิตผลพลอยไดจากสินคาเกษตร”

ภาพท่ี 1 การปลกู ปาลมนาํ้ มันและการจาํ หนา ยผลผลิตเกษตร

4

1.4 ระบบธรุ กจิ (Business System) และหวงโซค ณุ คา (Value Chain)
1.4.1 ระบบธรุ กจิ (Business System)
ขอบเขตของระบบ (System Boundary) โดยสมมตใิ หว งกลมใหญแทนองคก ร

ธรุ กิจ ซึ่งในทน่ี ้กี ็คือ “ระบบธรุ กิจ” ภายใตข อบเขตของระบบน้เี ปน สงิ่ ที่ผูบรหิ ารสามารถวางแผน
ดําเนนิ กจิ การและควบคุมกจิ กรรมตาง ๆ ใหบ รรลุตามเปาหมายขององคก รได ขณะท่สี ิง่ ที่อยูน อก
ขอบเขตของระบบจะไมส ามารถควบคมุ ได แตเ ปน สิ่งท่ีมีอิทธพิ ลตอการดาํ เนินงานของธุรกิจทัง้ ส้ิน

ระบบยอย (Subsystems) ไดแ กหนา ท่กี ารงานตาง ๆ ท่อี ยใู นระบบหลัก
เชน หนาท่ที างการเงนิ บญั ชี บริหารบุคคล ซึ่งมวี ัตถุประสงคเ ฉพาะของแตล ะหนาที่ที่แตกตา งกนั
ไป เชน เปา หมายทางการตลาด คอื เพือ่ แสวงหาลูกคา ในขณะทห่ี นาทท่ี างการเงนิ คือการจดั หา
แหลงทุนเปน ตน

ปฏสิ มั พนั ธ (Interaction) ความสัมพันธระหวางระบบยอ ยตา ง ๆ เพือ่ การ
แลกเปลยี่ นขอ มลู ขา วสารซ่ึงกันและกัน เพอ่ื การประสานงานกันใหบ รรลุเปา หมายหลกั ขององคก ร

ความเปน อิสระตอ กนั และการพงึ่ พากนั (Independence and Interdependence)
เปนความอสิ ระตอกันภายในระบบยอ ยหนง่ึ ๆ ทําใหม องเห็นภาพไดว า ระบบยอ ยหน่งึ ๆ อาจถกู
มองใหเ ปนระบบหลักไดเ ชน กนั โดยมขี อบเขตวัตถปุ ระสงค และปฏิสมั พนั ธไดเชน เดยี วกนั

ระบบธุรกิจ จึงเปนระบบทีพ่ บเหน็ กนั อยูในชวี ติ ประจําวนั คอ นขา งมาก มคี วามสัมพนั ธก นั
ในหลาย ๆ หนา ทีก่ ารงานอยางเดนชดั แมจะแบงแยกหนา ท่ีกนั อยางชดั เจน และมวี ตั ถุประสงค
แตกตา งกนั ออกไป แตกลบั ตอ งอาศยั ขอ มลู ตา ง ๆ เพ่ือทาํ งานรว มกนั อยา งเปน ระเบยี บ ใหบ รรลุ
วตั ถุประสงคขององคก รรว มกัน ซึ่งเปน วตั ถุประสงคเ ดยี วกัน เชน วตั ถุประสงคเพอื่ แสวงหา
กําไร เพอ่ื สรา งยอดขาย เพอ่ื สงั คม เปนตน

ภาพท่ี 2 ภาพจาํ ลองระบบธรุ กจิ และองคป ระกอบของระบบ

5

1.4.2 หวงโซค ณุ คา (Value Chain)
ตามแนวคดิ ของ Michel E. Porter ไดสรางภาพจําลองหว งโซคุณคา (Value Chain )

ของธุรกจิ ซ่งึ ประกอบดว ยกจิ กรรมหลกั (Primary Activities) และกจิ กรรมสนบั สนนุ (Support
Activities) โดยท่กี จิ กรรมตา ง ๆ เหลานจ้ี ะมีผลตอความสามารถในการทาํ กําไรขององคกรธรุ กิจ

ภาพที่ 3 แบบจาํ ลองหว งโซค ณุ คา
กิจกรรมหลัก 5 กจิ กรรมประกอบไปดว ยการพลาธิการขาเขา (Inbound Logistics)
การผลิตหรอื การปฏิบตั กิ าร (Operation) การพลาธกิ ารขาออก (Outbound Logistics) การตลาดและ
การขาย (Marketing and Sales)และการใหบ ริการลกู คา (Customer Services) กจิ กรรมหลกั ขา งตน
จะตอ งทํางานประสานกันตามลําดับข้ันตอนท่ีเหมาะสม และมีการสงตอไปกับยงั กิจกรรมถดั ไป
พรอ มกับการเพม่ิ คุณคา ที่เปน ผลลัพธข องแตละกจิ กรรม ลักษณะของการสง ตอภาระงานอนั ทรง
คุณคานี้ มีความสมั พนั ธก นั เปน หว งโซที่ขาดจากกนั ไมไ ด และมักจะขาดในจุดท่อี อ นแอทีส่ ุด
ซึ่งในปจจุบนั เปน ศาสตรความรใู หมทอ่ี าศยั เทคโนโลยีสารสนเทศเขามาชว ยบรหิ ารจัดการ หว งโซ
เหลานีเ้ ปน ท่รี จู กั กนั ดวี า การจัดการโซอ ปุ ทาน(Supply Chain Management ; SCM)
กจิ กรรมหลักขางตน จะทาํ งานประสานงานกันไดดี จนกอ ใหเกิดคุณคา ไดนัน้ จะตอ งอาศัย
กจิ กรรมสนบั สนนุ ทัง้ 4 กิจกรรม ซึ่งไดแกโ ครงสรางองคกร (Firm Infrastructure)ไดแก ระบบบัญชี
ระบบการเงิน การบริหารจดั การ การจดั การทรัพยากรมนษุ ย (Human Resource Management)
การพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Development)และการจัดหา (Procurement) นอกจากกจิ กรรม
สนับสนุนจะทําหนาที่สนับสนนุ กจิ กรรมหลักแลว กจิ กรรมสนบั สนนุ ยังจะตอ งทําหนา ท่ี
สนับสนุนซึ่งกันและกนั อกี ดว ย

6

ภาพที่ 4 ภาพแสดงการใช IT ในการจดั การโซอุปทาน
ดังนนั้ ระบบสารสนเทศ จึงกลายมาเปนองคประกอบหนึ่งในหว งโซค ณุ คา ในสวนของการ
พัฒนาดา นเทคโนโลยี ท้งั นอี้ งคก รธรุ กิจจะตอ งมกี ารพฒั นาระบบสารสนเทศท่เี หมาะสมกบั
การวางแผนดาํ เนินงาน ตดั สนิ ใจและควบคมุ โดยจะตอ งทําหนาทสี่ นบั สนนุ ใหแ กท กุ ๆ องคประ
กอบของหว งโซคณุ คา นดี้ วย และหากมีการพฒั นาระบบสารสนเทศทส่ี ามารถสนบั สนนุ ทกุ ๆ
กจิ กรรมไดแ ลว ภายในองคก รกจ็ ะประกอบไปดว ยระบบสารสนเทศยอย ๆ จํานวนมาก ซึ่งไดแ ก
- ระบบสารสนเทศทางพลาธิการ (Logistics Information System)
- ระบบสารสนเทศทางการผลติ (Manufacturing Information System)
- ระบบสารสนเทศทางการตลาด (Marketing Information System)
- ระบบสารสนเทศดา นการบริการลกู คา (Customer services Information System)
- ระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการ (Management Information System)
- ระบบสารสนเทศทางการเงิน (Financial Information System)
- ระบบสารสนเทศทางการบญั ชี (Accounting Information System)
- ระบบสารสนเทศดา นการจดั การทรัพยากรมนษุ ย (Human Resource Information System)
- ระบบสารสนเทศดา นการวจิ ัยพฒั นา (Research and Development Information System)
- ระบบสารสนเทศทางดา นการจัดซ้ือจัดหา (Procurement and Purchasing Information
System ) ที่รูจักกนั ดีก็คอื e-Procurement and e-Purchasing ท่ีรัฐบาลกําลังผลกั ดันให
หนวยงานตาง ๆ ใชเ พื่อปองกันการคอรปั ช่ันในวงการราชการ)
หากมีการนาํ ระบบสารสนเทศยอย ๆ เหลานมี้ าเขยี นแบบจําลองหว งโซคณุ คา กจ็ ะได
แผนภาพแสดงหว งโซค ณุ คา ของระบบสารสนเทศ (Information System Value Chain) ไดเ ชน กัน

7

1.5 ระบบธรุ กจิ การเกษตรและระบบยอยธุรกิจเกษตร
ระบบธรุ กจิ การเกษตร หมายถงึ “ ความสมั พนั ธท สี่ ลบั ซับซอนของปจจัย (Factors) ตา ง ๆ
และแนวทางของลักษณะความสัมพันธท่จี ะทําใหบรรลุวัตถุประสงคทต่ี อ งการตามโครงสรางธุรกจิ
การเกษตร”
ระบบยอ ยธุรกิจเกษตร ไดมีนักปราชญแ ละนกั วชิ าการทส่ี าํ คญั ทัง้ ของไทยและตา งประเทศ
ไดแ บงระบบยอ ยธรุ กจิ เกษตรของประเทศไทยได ดงั น้ี
Davis, Goldberg and Roy ไดแบงระบบยอ ยธุรกิจเกษตรออกเปน 4 ระบบยอย คอื

1. ระบบยอยธุรกิจการเกษตรของปจ จัยการผลิตสนิ คา เกษตร
2. ระบบยอ ยธรุ กจิ การเกษตรของการทําฟารม หรอื การผลิตสนิ คาเกษตร
3. ระบบยอยธุรกิจการเกษตรของการแปรรูปสินคาเกษตร
4. ระบบยอ ยธุรกิจการเกษตรของการจาํ หนา ยสินคาเกษตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ไดแบง ระบบยอ ยธรุ กิจเกษตรออกเปน 7 ระบบยอย คือ
1. ระบบยอ ยปจจัยการผลิตสินคา เกษตร
2. ระบบยอ ยการผลติ สนิ คาเกษตร
3. ระบบยอ ยการตลาดหรือการจดั หาสินคา เกษตร
4. ระบบยอยการแปรรูปสินคา เกษตร
5. ระบบยอ ยการจดั จําหนา ยสินคา เกษตร
6. ระบบยอยการสงออกสนิ คา เกษตร
7. ระบบยอ ยสนิ เชื่อเกษตร
Henry B. Arthur, James F. Houck and George L. Beckfotd ไดแ บงระบบธุรกิจเกษตร
เปน 10 ระบบยอยคอื ระบบยอยเอกชน 5 สว น และระบบยอยรัฐบาล 5 สวน ดงั น้ี
1. ระบบยอยเอกชน 5 สว น คอื

1.1 ระบบยอยปจ จัยสินคา เกษตร
1.2 ระบบยอยการผลิตสนิ คาเกษตร
1.3 ระบบยอ ยสินเช่อื เพื่อการเกษตร
1.4 ระบบยอยแปรรูปสนิ คา เกษตร
1.5 ระบบยอ ยการจัดจาํ หนายสินคาเกษตร
2. ระบบยอ ยรัฐบาล 5 สว น คือ
1.1 ระบบยอยสง เสริมการเกษตร
1.2 ระบบยอยการวจิ ยั การเกษตร

8

1.3 ระบบยอยเกีย่ วกบั กฎระเบียบและขอบังคับการเกษตร
1.4 ระบบยอ ยการศกึ ษาการเกษตร
1.5 ระบบยอยการพฒั นาการเกษตร เชน การวิจยั ศึกษาตา ง ๆ นาํ มาพฒั นาโดยรวม

โครงสรางธรุ กิจการเกษตร

โรงงานผลติ ปจจัยการผลติ ปจ จยั การผลติ สินคา เกษตร

ผจู าํ หนา ยปจ จยั การผลิตสินคา

ผูผลติ สนิ คาเกษตรหรือ

ผแู ปรรูป ผเู ก็บรกั ษา

ผูจําหนายสนิ คาเกษตรและผลิตผลพลอยได

ผูบ ริโภค ผสู งสนิ คาออก

ภาพท่ี 5 ภาพโครงสรา งธรุ กจิ เกษตร

จากความหมายธุรกจิ เกษตรแลว จะเหน็ วา ธรุ กจิ เกษตรเปน ขบวนการทางธุรกิจทเี่ กยี่ วของ
กับการเกษตรและท่ไี มใชก ารเกษตร เชน การผลติ ปจจยั การผลิตทางการเกษตร เชน เครอื่ งมอื ทุน
แรง ปยุ ยาปราบศัตรูพืช ยารกั ษาโรค ฯลฯ ท่ใี ชใ นฟารม ผลิตพืชหรอื ผลิตสัตวเ ทานั้น ตองอาศยั
เทคโนโลยีทางวิศวกรรมเขา มาเก่ียวของ นอกจากนั้นแลวการทาํ ธรุ กิจในยุคสมยั ใหมท มี่ ีการ
แขงขันแบบไรพ รมแดน เทคโนโลยรี ะบบสารสนเทศมีย่งิ มคี วามจาํ เปนมาก ๆ ในการสรา งความ
ไดเ ปรยี บในการแขงขนั ธุรกิจเกษตรจงึ มีความจําเปน ตอ งเขาไปเก่ียวพนั กนั หลาย ๆ ฝา ย และการ
ดําเนินงานใหบ รรลุเปา หมายไดนนั้ ตอ งดําเนนิ งานกันเปนระบบ การมองธุรกจิ เกษตรจงึ เปน การ
มองความสัมพนั ธระหวา งกจิ กรรมตา ง ๆ ทัง้ หมดตามความหมายของธุรกิจเกษตรนั่นเอง

9

1.6 ความสาํ คัญของธุรกจิ เกษตร ธุรกจิ เกษตรนับวามคี วามสําคัญกับสงั คมมาก ไมวาจะ
เปนธุรกจิ ทีม่ ขี นาดเลก็ หรือขนาดใหญ เพราะวาประชาชนสว นใหญข องประเทศไทยเรานน้ั
ประกอบอาชพี ทางดานการเกษตร ซึ่งยอมมกี ารประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจทแี่ ตกตางกันตาม
บทบาทของตนเอง ต้ังแตองคก ารระดับทอ งถิน่ (ไรนา)จนถงึ ขนาดองคก ารใหญ และองคก ารธุรกิจ
ทีท่ ําการคา ระหวา งประเทศ ซง่ึ สามารถสรุปบทบาทและความสาํ คัญได ดงั น้ี

1.5.1 บาํ บัดหรอื สนองความตอ งการของมวลมนษุ ย
1.5.2 กอใหเ กดิ การวา จางแรงงาน
1.5.3 กอใหเกดิ การแบง งานกันทาํ
1.5.4 กอใหเกดิ การแขงขนั
1.5.5 กอ ใหเกดิ รายได และภาษีอากร
1.5.6 กอ ใหเกดิ การใชท รัพยากรอยางมีคณุ คา
1.5.7 สรา งความเจรญิ กา วหนาทางดา นเทคโนโลยี
1.5.8 ชวยยกระดบั คา ครองชีพของประชาชนใหสงู ขึน้

ซ่งึ ความสําคญั ของธุรกจิ เกษตรดงั กลา ว มอี ทิ ธพิ ลที่จะกอ ใหเ กดิ คุณคาทางเศรษฐกจิ และ
สังคม นน่ั กค็ อื ถา คนมีฐานะทางเศรษฐกิจ มีความอยูดกี นิ ดี สงั คมกจ็ ะดีดว ย

2. วัตถุประสงคข องการดําเนินธรุ กจิ (Business Goals)

ผูประกอบธุรกจิ ยอมมวี ัตถปุ ระสงคในการดาํ เนินธรุ กิจของตนเองโดย ท่วั ไปวตั ถปุ ระสงค
จะแบงเปน 2 ลักษณะคือ

2.1 วตั ถปุ ระสงคหลัก โดยทวั่ ไปผปู ระกอบธุรกิจจะมวี ตั ถปุ ระสงคเ พอื่ ใหไ ดผลกําไรตอบ
แทน

2.2 วัตถปุ ระสงครองหรือวตั ถปุ ระสงคอนื่ ๆ ผูประกอบธรุ กจิ จะตง้ั วตั ถุประสงครองไว
เชน

- เพือ่ ใหบ รกิ ารสังคม เชน ไฟฟา ประปา โทรศพั ท ฯลฯ
- เพ่อื รกั ษามาตรฐานการผลติ ไว เชน รถยห่ี องโรสลอย เปนตน
- เพื่อรักษาสว นแบง ตลาดไว เชน การลดราคา การโฆษณาตลอดทั้งปเ ปนตน
- เพ่ือเผยแพรช อ่ื เสยี งใหเ ปน ทร่ี จู กั
- เพือ่ ตอ งการเปนผูนาํ ในวงการธรุ กจิ
- เพือ่ รักษาชอื่ เสยี งของยี่หอ ตราสินคา เชน โทรทัศน โซนี่ รถยนตอซี ูซุ เปน ตน
- เพอื่ กอใหเ กดิ ความอยูรอดและการเจรญิ เตบิ โตของธุรกจิ ในอนาคต

10

3. ประเภทของธรุ กจิ

ธรุ กจิ ในปจจบุ ันนั้น ไดม กี ารดาํ เนินกนั อยางมากมาย การแบงประเภทของธุรกจิ กแ็ บงตาม
ลกั ษณะของกจิ กรรมท่ีจะเรยี กกนั ซ่งึ สามารถจาํ แนกไดโ ดยท่วั ไป คือ

3.1 ธรุ กจิ การเกษตร( Agriculture ) คอื ธุรกจิ ที่ทาํ การผลติ ดานเกษตรกรรม ผทู ่ีประกอบ
ธุรกิจทางดานน้ีไดแก ผมู อี าชีพการทํานา ทําไร ทาํ สวน ทําไร ประมง ปศุสัตว ปาไม

3.2 ธุรกิจเหมืองแร(Mineral ) ไดแ กธ รุ กิจการทาํ เหมือแร การขุดเจาะ รวมถึงการนาํ เอา
ทรัพยากรตา ง ๆ มาใช และรวมถึง ถา นหนิ หินนํา้ มนั หนิ ออน

3.3 ธรุ กิจอุตสาหกรรม( Manufacturing ) คือธรุ กิจทกี่ อ ใหเกดิ การผลติ สนิ คาประเภท
ตาง ๆ โดยกอใหเกิดการเปลย่ี นแปลงขนาด รปู ราง ของวตั ถุดิบ และกอ ใหเกดิ มลู คาเพ่ิม หรือ
หมายถึง ธุรกจิ การผลิตสินคาและเครอ่ื งอปุ โภคทว่ั ไปแบง แยกไดดงั นี้

3.3.1 อุตสาหกรรมในครัวเรือน เปน อุตสาหกรรมขนาดเล็กใชแ รงงานของสมาชิกใน
ครอบครวั ในชวงเวลาวา งจากการประกอบอาชีพหลกั โดยใชว ัตถดุ บิ ในทอ งถิ่นนน้ั วิธีการผลิต
จึงเปน แบบโบราณ ไดแ ก อตุ สาหกรรมทอผา อุตสาหกรรมทาํ เครื่องเขิน อตุ สาหกรรมทํารม
อุตสาหกรรมเคร่อื งจักสาน เปน ตน

3.3.2 อุตสาหกรรมในโรงงาน หมายถงึ ธรุ กจิ ซึง่ ผผู ลติ ทําการผลติ สินคาจากโรงงาน
มคี วามแตกตา งจากอตุ สาหกรรมในครวั เรอื น คอื มโี รงงานเปน หลกั แหลง มีการจา งแรงงานจาก
แหลง บคุ คลภายนอก มกี ระบวนการผลติ มีเครื่องมือเครือ่ งจกั รท่ีทันสมยั ซึ่งสามารถผลิตสินคา
ไดทลี ะมาก ๆ อนั ไดแ กโ รงงานประเภทตา ง ๆ เชน โรงงานผลิตอาหารกระปองสําเรจ็ รูป
โรงงานผลติ เสื้อผาสาํ เรจ็ รูป เปน ตน

3.4 ธุรกจิ กอ สรา ง(Construction) เปนธรุ กิจทน่ี าํ เอาสินคาสําเรจ็ รูปจากธุรกจิ อ่นื ๆ
ซึ่งเปน ผลผลิตจากอุตสาหกรรมทก่ี ลาวถึงขา งตนมาใชในการกอสรา ง ไดแก ธุรกจิ การสรา งอาคาร
ที่อยูอาศยั สถานศกึ ษา โรงพยาบาล ถนน สะพาน เขอ่ื น โรงงาน

3.5 ธรุ กิจเกีย่ วกบั การพาณชิ ย( Commercial ) คอื ธรุ กิจท่ีเปนชองทางในการกระจาย
สนิ คาจากผูผ ลติ อตุ สาหกรรมตา ง ๆ ไปสผู ูบรโิ ภคทําใหป ระชาชนท่ัวไปหาซื้อสินคา ตา ง ๆ
ไดสะดวกตามปริมาณและเวลาทตี่ องการ โดยมผี ูค าสงชวยนาํ ผลผลติ ไปยังผูค า ปลกี และผคู าปลกี
ทีน่ าํ ไปจําหนา ยตอแกผบู รโิ ภค

3.6 ธรุ กจิ การเงิน( Finance ) ธุรกจิ การเงิน เปนธุรกิจประเภททใ่ี หความชวยเหลอื ดา น
การเงิน เชน การใหก ยู มื ทงั้ นี้เนอื่ งจากผูผลิตจาํ เปนตอ งมีแหลงเงินเพื่อการลงทุน และถือไดว า
เปน ธุรกจิ ทจี่ าํ เปนอยา งย่งิ ในการสนบั สนุน และอาํ นวยความสะดวกแกธ รุ กิจประเภทอนื่ ๆ ไดแ ก
ธนาคารประเภทตาง ๆ บริษัทการเงิน บรษิ ัทประกนั ภยั เปนตน

11

3.7 ธรุ กิจการบรกิ าร(Services) คือธุรกจิ ที่ทําหนา ท่ีในการคอยใหบรกิ ารกบั คน หรอื
องคก าร อน่ื ๆ เชน อูซ อมรถ คลินิก การรบั ขนสง โรงแรม

3.8 ธรุ กจิ อ่ืน ๆ ไดแ กธุรกจิ ที่นอกเหนือไปจากที่ไดก ลา วมาแลว ขางตน เชน ผูป ระกอบ
อาชพี อิสระตาง ๆ เชน ครู แพทย เภสชั วศิ วกร สถาปตย ชา งฝม อื ดา นตา ง ๆ เปน ตน

4. ลักษณะของธุรกจิ เกษตร

การดาํ เนนิ ธุรกจิ เปน กจิ กรรมทตี่ อ งทําตอเน่ือง มจี ดุ มงุ หมายสําคัญท่ีจะขาดเสยี มิได
คอื ความตองการผล “กําไร” จากการประกอบการ หนว ยงานทปี่ ระกอบการอยา งเดยี วกันกับ
หนว ยงานธุรกจิ ทีข่ าดความมงุ หวังหรอื “กําไร” หนว ยงานนนั้ กไ็ มจ ดั เปน ธรุ กิจ เชน โรงเรยี นของ
รัฐบาล สวนโรงเรยี นราษฎรจ ัดเปน หนวยธรุ กิจ แตเปนการจัดกจิ กรรมใหบรกิ ารดา นการเรยี น
การสอนอยางเดยี วกนั กับโรงเรยี นของรฐั ซง่ึ โรงเรยี นของรฐั บาลเพียงแตมงุ หวังเพอ่ื จดั ให
ประชาชนไดม ีความรู มกี ารศกึ ษา และไมตอ งการกาํ ไรจากการนซ้ี ึ่งก็ไมจ ัดเปนธุรกิจ

5. ปจจัยพื้นฐานปจ จยั ทีส่ าํ คญั ในการทําธรุ กิจเกษตร

ในการจดั การธุรกจิ เกษตร ปจจัยทส่ี าํ คญั ท่มี อี ทิ ธพิ ลตอ ความสําเร็จของการทําธรุ กจิ เกษตร
ไดนั้น ผูทาํ ธรุ กจิ เกษตรจะตองศึกษาและใหความสนใจในดานปจจยั พืน้ ฐานทสี่ าํ คญั ในเรือ่ งตาง ๆ
ตอ ไปนี้

5.1 ปจจยั ภายในองคก ารธรุ กจิ (Internal Factors) เปนปจ จัยท่ธี ุรกจิ ดาํ เนนิ การจดั หาและ
รวบรวมมา สามารถควบคมุ และบริหารการใชป จจัยเหลา นไ้ี ด ปจจยั ภายในประกอบดวย
ทรพั ยากรบคุ คล เงนิ วตั ถดุ บิ เครอ่ื งจักร การจดั การ

5.1.1 ทรพั ยากรบคุ คล (Man) เปน ปจจยั ท่มี คี วามสําคัญและเปนหัวใจที่สรา งและ
ดําเนินกจิ กรรมของธรุ กจิ คนในทนี่ หี้ มายความรวมถึง ผูประกอบการ ตลอดจนแรงงานท้งั หลาย
ในการกาํ หนดหนา ท่ีตาง ๆ เพ่ือใหค นของธุรกิจทาํ งานไดอยา งเต็มกําลงั และมปี ระสทิ ธิภาพ

5.1.2 เงิน (Money) หมายถึงเงินทนุ ของธรุ กิจ ซ่ึงอาจไดม า 2 ลักษณะ คือ เงนิ ทุนหรอื
เงินที่เกดิ จากการลงทุนของเจาของกจิ การ และเงินทนุ ทไี่ ดจากภายนอกกจิ การ เชน การขายหนุ
การกูยมื มาจากสถาบันการเงนิ ตาง ๆ

5.1.3 วัตถดุ ิบ (Material) หมายถงึ วัตถดุ บิ และวสั ดสุ ่ิงของตาง ๆ ท่จี ะนาํ มาใชใ น
กระบวนการผลติ ซงึ่ เปน ปจจัยสาํ คญั ของการผลิต โดยเฉพาะในการผลิตสนิ คา คุณภาพของสินคา
จะดหี รือไมข น้ึ อยูกับวัตถุดบิ ที่ใชด วย และคา ใชจ า ยเกย่ี วกับวัตถุดิบเปนตนทุนโดยตรงของการ
ผลติ

12

5.1.4 การจดั การ ( Management ) เปน การจดั แบงงานภายในองคก ารออกเปนกลมุ ๆ
พรอ มท้ังกาํ หนดขอบเขตความรับผดิ ชอบและอาํ นาจหนา ท่ีของแตล ะกลมุ ไวอ ยางแนน อน

โครงสรางขององคก าร ไดร บั การจดั ทําขนึ้ เพอื่ เปนเครอ่ื งมอื ในการดาํ เนนิ งานให
บรรลุวตั ถปุ ระสงคของการประกอบการ จึงมลี ักษณะทีจ่ ะสามารถเปลยี่ นแปลงไปไดต ามสภาวะ
แวดลอม การจัดองคการจึงมใิ ชเ ปนกจิ กรรมที่กระทําเพยี งคร้ังเดียว เมื่อธุรกจิ มขี นาดใหญข้ึน
กจิ กรรมตาง ๆ ก็จะตองมกี ารเปลยี่ นแปลง ผูประกอบการจะตอ งปรบั ปรงุ โครงสรา งขององคก าร
ใหมีประสทิ ธภิ าพอยเู สมอ

5.1.5 เครอื่ งจกั ร (Machine) หมายถงึ ทรพั ยสินถาวรทีใ่ ชใ นการผลิต หรอื ใหบ รกิ าร
ไดแก เครอ่ื งจกั ร เครอ่ื งใชอปุ กรณตาง ๆ ซงึ่ เปน ปจ จยั ทส่ี าํ คญั อีกอยางหนง่ึ ของการผลิต เพราะ
เครอ่ื งจักรเปน แรงงานที่จะชว ยใหกระบวนการผลิต ดาํ เนนิ ไปอยางตอ เนอื่ งจนครบตามขั้นตอน

5.2 ปจ จัยภายนอกองคการธรุ กิจ (External Factors) เปน อทิ ธพิ ลจากส่ิงแวดลอ ม
ภายนอกองคการธรุ กิจทม่ี ีผลกระทบตอการดําเนนิ งาน เปน ปจจยั ท่ไี มอยูน ง่ิ มกี ารเปล่ียนแปลง
ตลอดเวลา ซงึ่ การเปล่ียนแปลงแตล ะครงั้ จะมผี ลตอองคก ารธรุ กิจ และไมส ามารถควบคุมปจ จยั
เหลา น้ไี ด นอกจากจะปรับตวั ใหเ ขา กับสภาพการณเทานน้ั ปจ จยั ภายนอกท่ีสําคัญไดแ ก

5.2.1 การตลาด (Market) ถาธุรกจิ สามารถหาตลาด รกั ษาตลาดและสามารถขยาย
ตลาดออกไปไดมากข้ึน ยอ มหมายความถงึ อนาคตทดี่ ีของธุรกิจดวย

5.2.2 การแขง ขนั ทางธุรกิจ เปนปจจยั ทมี่ ผี ลตอ ความสาํ เรจ็ ของธรุ กจิ ลักษณะของ
การแขง ขนั อาจเปน การแขง ขนั ของธรุ กจิ ประเภทเดยี วกันหรอื ไมก ไ็ ด ในบางครั้งการทาํ ธรุ กิจแต
ละชนิดกส็ ามารถมีผลกระทบกันได เชน ธรุ กิจผลติ รถยนตอ าจมีผลตอการดาํ เนนิ ธรุ กิจผผู ลติ
รถยนตยห่ี ออนื่ ๆ ได

5.2.3 ผบู ริโภค จะมีผลโดยตรงตอ ธรุ กจิ เชน รสนยิ มของผูบรโิ ภค จาํ นวนผูบรโิ ภค
ระดับการศกึ ษาและรายได

6. สภาพแวดลอ มของธรุ กจิ เกษตร

หมายถงึ สภาวการณต าง ๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนและสงผลกระทบทัง้ ทางตรงและทางออมตอการ
ดําเนนิ งานของธรุ กิจทางการเกษตร เราสามารถแบง สภาวะแวดลอมออกได 2 ลกั ษณะคอื

6.1 สภาวะแวดลอ มทค่ี วบคมุ ได
6.2 สภาวะแวดลอ มท่ไี มส ามรถควบคมุ ได

การแขงขัน 13ัวตถุ ิดบ ุบคลากรการเมอื งและกฎหมาย

สภาวะแวดลอมทีไ่ มสามารถควบคุมไดเคร่อื งจกั ร เวลา

ทางเศรษฐ ิกจ เทคโนโลยี
สภาวะแวดลอมที่ควบคมุ ได

การจดั การ

องคก าร
ธรุ กิจ

วัตถปุ ระสงค เงินทนุ

สงั คม

ภาพท่ี 6 สภาวะแวดลอ มทางธุรกจิ เกษตร
6.1 สภาวะแวดลอมที่ควบคมุ ได คือ สภาวะแวดลอมภายในทกุ ชนดิ ทเ่ี ก่ียวของกับการ
ดาํ เนนิ งานภายใน ท่ีมผี ลกระทบโดยตรงตอ การการดาํ เนนิ ธุรกจิ เกษตรซึง่ มดี ังนี้

6.1.1 วัตถุประสงคข องธรุ กิจ คือเปา หมายในการดาํ เนินธุรกิจ ผปู ระกอบการหรือตวั
เกษตรกรเอง ในการกาํ หนดกลยทุ ธท างการตลาด ตองใหสอดคลอ งเปนแนวทางเดยี งกบั เปา หมาย
ธรุ กจิ ของตนเอง การดําเนนิ ธรุ กจิ เกษตรผปู ระกอบการจะตอ งกําหนดวตั ถุประสงคไว ทัง้ ระยะสน้ั
และระยะยาว โดยมวี ัตถปุ ระสงค เพื่อกาํ ไร ใหบรกิ ารแกผ บู รโิ ภค หรือชุมชนและสังคม ซง่ึ ตอ งมี
แนวทางท่ชี ัดเจน

6.1.2 ทรพั ยากรของธรุ กิจเกษตร คือ ปจจัยทส่ี ําคัญในการดําเนนิ งาน ผปู ระกอบการ
สามารถนาํ มาใชพ จิ ารณาในการดําเนนิ การ เพ่อื แกไ ขปญ หาในทางดาํ เนนิ งานทางธรุ กจิ เกษตรได
ดงั นี้

14

1) บคุ ลากร ซึง่ เปนปจจยั พื้นฐานท่สี ําคญั ตอธรุ กจิ ถาธุรกจิ ใดไดบ คุ ลากรท่มี ี
คุณภาพ ตรงกับงานและบคุ คลน้ันมีความซอ่ื สตั ย ขยนั อดทน ก็สามารถนําธุรกจิ บรรลุเปาหมาย
หรอื วัตถปุ ระสงคไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ผปู ระกอบการควรคัดเลือกบุคลากรทม่ี ีความเหมาะสม

2) เงนิ ทนุ เงนิ ทุนทําใหธ รุ กจิ มีความมนั่ คงทางการเงนิ เพราะมีความคลองตวั
การลงทนุ เพ่อื ประโยชนทางธุรกิจเกษตร ผปู ระกอบการตอ งพิจารณาใหค ุม คาวา สมเหตุสมผล
หรือไม การพจิ ารณาหาแหลง เงินมาลงทนุ ทางธรุ กจิ จากสถาบันการเงิน หรือไมใ ชส ถาบนั ทาง
การเงิน ผปู ระกอบการตอ งพจิ ารณาอยางละเอียดถ่ถี วนใหถูกตอง และวินยั ทางการเงนิ
ผปู ระกอบการตอ งยดึ ถอื เปนแนวทางในการปฏิบัตอิ ยางเครง ครดั

3) วัตถดุ บิ ในการดาํ เนนิ ธุรกจิ ดา นอตุ สาหกรรมเกษตรหรอื อตุ สาหกรรมอื่น ๆ
ผูป ระกอบการหรือผบู ริหารตอ งเปนผูทมี่ คี วามสามารถจัดหาวตั ถดุ บิ ทมี่ ีคุณภาพ และมีปริมาณ
เพยี งพออยา งตอเนื่อง กจ็ ะทําใหการใชวตั ถุดบิ มีคุณภาพ สามารถเพิม่ รายได ลดคา ใชจ ายซง่ึ มี
ผลกระทบตอ การทาํ กาํ ไรขององคการ

4) เคร่ืองจักร การทาํ ธุรกิจสมัยใหมท่ีมกี ารแขง ขนั กันอยางรุนแรง ผูป ระกอบการ
ทต่ี องการเปนผนู าํ ทางการตลาดหรือรักษาสวนแบงของตลาดเอาไว การมีเครอ่ื งจกั รเครือ่ งมอื ที่
ทนั สมยั ทันเหตุการณ กจ็ ะทําใหส ามารถแขงขนั กบั คแู ขงขันไดด ี

5) เวลา การใชเ วลาใหเ กดิ ประโยชนสูงสุดในการบรหิ ารจดั การทางธรุ กจิ
เกษตรนนั้ ธรุ กิจทางการเกษตรเปน เรือ่ งทเ่ี ก่ียวขอ งกบั ธรรมชาติ ตอ งมีการตดั สนิ ใจที่รวดเรว็ ตอ
สภาพการทีม่ กี ารเปล่ียนแปลงอยตู ลอดเวลา ผูป ระกอบการตอ งม่ันศกึ ษาวเิ คราะหขอ มลู ขา วสาร
จะทาํ ใหส ามารถแขง ขันกบั คูแขง ขนั ได เพราะสวนหนงึ่ ก็เปนการบรหิ ารเวลาอยา งมีประสิทธิภาพ
น่ันเอง

6.1.3 การจดั การ เปน ปจจยั ท่ีมีความสาํ คญั ตอองคการธุรกจิ เกษตร ถาองคการธุรกจิ
เกษตรสามารถคัดเลือกบุคคลท่ีมีคณุ สมบัติเหมาะสมกับงาน กจ็ ะทําใหธ ุรกิจน้ันประสบความสําเรจ็
ตามวัตถปุ ระสงคห รอื เปา หมายขององคการ

6.2 สภาวะแวดลอ มท่ไี มสามารถควบคมุ ได
6.2.1 สภาวะแวดลอ มทางการเมืองและกฎหมาย
การเมอื ง หมายถงึ ระบบการเมืองไทย ซง่ึ ประกอบดว ยระบบยอยตา ง ๆ เชน

ขา ราชการการเมอื ง สมาชกิ สภาผแู ทน พรรคการเมือง กลมุ ผลประโยชน ส่อื มวลชน และประชาชน
ระบบยอ ยของระบบการเมืองดงั กลาว มีผลตอการกาํ หนดนโยบายที่จะสงเสรมิ หรือสนับสนนุ ใน
เร่ืองตาง ๆ เชน การผลิต การจาํ หนา ย และดา นบรกิ ารทางการเกษตร นักการเมอื งในระบอบ
ประชาธปิ ไตยมสี ว นสําคญั ใหเกดิ ขนึ้ ได ยอ มสง ผลกระทบการทํากําไรและขาดทนุ ของธรุ กจิ เกษตร

15

กฎหมาย หมายถึงกฎหมายทางธรุ กิจ พ.ร.บ. ตาง ๆ ทปี่ ระกาศออกใช ธรุ กจิ

0

จาํ เปนตอ งปฏิบัติตามยอมมผี ลตอ การบริหารงานในการดําเนินธรุ กิจ ผลตอกาํ ไรของธรุ กจิ
ตวั อยา ง เชน พ.ร.บ. ควบคมุ อาหารสตั ว, พ.ร.บ. สหกรณ 2542, พ.ร.บ. วตั ถอุ นั ตราย, พ.ร.บ.
คมุ ครองพันธุพืช 2542, มาตรฐานงานฟารม , พ.ร.บ. คุม ครองผบู ริโภค, พ.ร.บ. คาแรงงานขั้นตา่ํ ,
กฎหมายเกย่ี วกับภาษีมูลคา เพ่ิม, กฎหมายปองกันการผกู ขาดหรือกฎระเบยี บขอบังคับที่มีเพ่ือพิทักษ
ผลประโยชนของผูบ รโิ ภคไมใหถ ูกเอารัดเอาเปรียบ หรอื กฎหมายการรักษาส่งิ แวดลอ ม ฯลฯ

6.2.2 สภาวะแวดลอ มทางเศรษฐกิจ
องคการธุรกิจเกษตรท่จี ะตอ งดาํ เนนิ ธรุ กจิ ใหบ รรลเุ ปา หมายทก่ี าํ หนดไว ควรจะ

ศึกษาถึงสภาวะเศรษฐกิจในปจ จบุ นั และอนาคตอันใกล เพอ่ื การเตรยี มตัวและการปรบั ตัวของ
องคการธรุ กิจตอระบบเศรษฐกิจทเ่ี ปลี่ยนแปลงอยูเ สมอ หาไมแ ลว การปรับตัวอาจจะไมทันตอ
เหตกุ ารณ และสงผลเสยี หายตอการดาํ เนนิ งานในระบบรวม

สรุปไดว า แมร ะบบเศรษฐกิจมกั จะมผี ลกระทบอยา งมากตอ การดาํ เนนิ ธรุ กจิ
บางครง้ั ก็ยากแกการคาดการณ บอ ยครงั้ มีการเปลีย่ นแปลงที่รวดเร็วในเรอ่ื งของราคาทเ่ี พ่มิ ขึ้น
รูปแบบของผลติ ภณั ฑ ลักษณะของอดออม อัตราวางงานและการขาดแคลนพลงั งาน นักธรุ กจิ
จะตองติดตามการเปลย่ี นแปลงของระบบเศรษฐกิจอยา งใกลช ิด เพ่อื การปรบั ตัวในโอกาสและเวลา
ท่ีเหมาะสม

6.2.3 สภาวะแวดลอมสงั คมและวัฒนธรรม
ปจ จัยทางสงั คมและวัฒนธรรม มีผลกระทบตอ การดาํ เนินธรุ กิจ คอื ธุรกิจจะตอ ง

คาํ นงึ ถึงการเปล่ยี นแปลงทางสงั คมและวัฒนธรรม ท้งั น้ีเพ่ือประโยชนใ นการปรบั ตวั เพือ่ ความอยู
รอด เชน การเปลย่ี นแปลงของสง่ิ แวดลอ มทางนิเวศนต อโรงงานอตุ สาหกรรม อปุ นสิ ยั การใชสอย
รถยนตและการบริโภค เชน ความนยิ มในการซอ้ื ของในหางสรรพสนิ คา และซปุ เปอรมาเก็ต เปน ตน

6.2.4 สภาวะแวดลอมทางเทคโนโลยี
การเปล่ยี นแปลงและการพฒั นาทางเทคโนโลยี มผี ลกระทบตอ ธุรกิจอยา งมาก

เชน การนําเอาเทคโนโลยที างการผลติ มาเพิม่ ประสิทธิภาพในการผลติ ท้ังในดานของปรมิ าณสนิ คา
คณุ ภาพสนิ คา การออกแบบหรือการนาํ เทคโนโลยีทางการสอื่ สารทีท่ ันสมัย เทคโนโลยีการประมวล
ผลขอมลู และการจดั หาขอ มูลทางธรุ กจิ จะชว ยใหธ รุ กิจไดขอ มลู ท่ีจาํ เปน อยางรวดเรว็ มีผลตอการ
ดําเนนิ งาน

ปจ จุบันจะเหน็ ไดว า มวี ชิ าการทํานายเทคโนโลยี ซ่ึงจะสอนใหทราบวา ภายใน
ระยะเวลาหนง่ึ เทคโนโลยจี ะเปลย่ี นแปลงไปอยางไรและในทศิ ทางใด เพ่อื ท่ีนักธุรกิจจะได
สนองตอบและปรบั ตัวได

16

6.2.5 สิ่งแวดลอ มระหวางประเทศ
การจัดการธรุ กิจเกษตรยุคใหม ปจจัยแวดลอ มระหวา งประเทศกม็ ีผลตอ การ

บรหิ ารงานในการดาํ เนนิ ธุรกิจตัวอยางเชน นกั ธุรกจิ ชาวไทยตองการขยายกจิ การไปยังตา งประเทศ
การประกอบกจิ การคา ในตา งประเทศ จําเปน อยางยง่ิ ทีธ่ รุ กจิ เหลา นนั้ จะตอ งเขา ใจระบบการเมือง
และเศรษฐกจิ ของประเทศท่ีจะไปลงทนุ

7. หนา ที่และความรบั ผดิ ชอบของธรุ กิจเกษตร

7.1 ความรับผดิ ชอบตอ ลูกคาหรือผูบริโภค คือ การใหบ ริการลกู คา ใหดีที่สุด ซ่ึงไดแ ก
7.1.1 หนา ทจ่ี ดั ซือ้ สนิ คา การจัดซอ้ื อยา งมีความรบั ผิดชอบตอลูกคา คือ การจดั ซ้อื

สนิ คาท่ีลูกคาตอ งการมาเสนอขายในระดบั ราคาและเวลาทตี่ อ งการ
7.1.2 หนา ทใี่ นการผลติ และจําหนายสนิ คา หนาท่ีทาํ การผลิตและการจาํ หนา ยนี้

เปนหนาที่ทต่ี อ งอาศยั ความรูความสามารถอยางยง่ิ นกั ธรุ กิจจะตอ งตดั สินใจเลือกท่จี ะทําการผลติ
หรือจําหนายสนิ คา ใดทีล่ กู คาตองการ ทัง้ ใหผ ลตอบแทนตอ ผลู งทนุ สูงและความเสย่ี งภัยนอยดว ย

7.1.3 หนา ท่ีในการจัดการดา นการเงิน นกั ธรุ กจิ จําเปน ตอ งวางแผนการจดั หาเงนิ ทนุ
ท่มี ีคา ใชจายหรอื ตน ทุนตาํ่ ทส่ี ดุ มาใชใ นการบริหารและดาํ เนนิ งาน เพอ่ื ใหต น ทนุ สนิ คาท่ีผลิตได
มีราคาตา่ํ ทส่ี ดุ

7.2 หนา ที่ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของรัฐ คอื จัดทําบญั ชีตามทีก่ ฎหมายกาํ หนดซ่ึงจะตอง
จดั ยนื่ แสดงตอ กรมสรรพากรเพ่อื ประเมินและชําระภาษี

7.3 หนาที่รับผดิ ชอบตอ เจาของเงินทุน ผูบริหารธุรกจิ จงึ มีหนา ที่เปน ผูป ระสานงาน
ประโยชนโ ดยการจดั สรรงบประมาณใหเกดิ ความเปนธรรม ทั้งแกล กู คา ลูกจาง บุคคลทเ่ี กยี่ วของ
และสงั คมโดยอยใู นกรอบขอบเขตทร่ี ฐั กําหนดให

7.4 หนา ท่ีรับผดิ ชอบตอ ลูกจาง คือการบรหิ ารงานบคุ คล เนื่องจากการประกอบธุรกจิ นน้ั
ธรุ กิจยังตอ งรบั ผดิ ชอบตอ ลูกจางหรอื พนกั งานของบริษทั เองอีกดว ย เชน การจา ยคาตอบแทน
แรงงานอยา งเปน ธรรม สวัสดกิ ารพัฒนาบุคคล เปนตน

7.5 หนา ทร่ี บั ผิดชอบตอ สงั คม ธุรกจิ ทีด่ ยี อ มบริหารงานโดยเคารพและปฏิบตั ิตาม
ผูประกอบธรุ กิจจะตองมีความซอ่ื สตั ยใ นการปฏบิ ัติหนา ที่ของตนตอ สงั คม เชน ในเรื่องการผลติ
สนิ คาตอ งไมป ลอมปนหรอื ผลติ สินคาที่ดอ ยคุณภาพออกจาํ หนาย ในดา นการโฆษณาไมทาํ ใหผ ซู อ้ื
เกิดความเขา ใจผดิ และซอื้ สนิ คา ไปเพราะความรเู ทา ไมถ งึ การณ หรอื ไมกักตนุ สนิ คา เพอื่ ใหเ กดิ
การขาดแคลนและฉวยโอกาสขึ้นราคาในท่สี ุด

17

สรปุ

การจัดการธรุ กิจเกษตร (Agribusiness Management ) หมายถงึ “การดาํ เนินงานทั้งหลายใน
ดานท่เี กย่ี วกบั การผลิตการจัดจาํ หนา ยปจ จยั การผลิตสนิ คาเกษตร กจิ กรรมระดับไรน าการเกบ็ รกั ษา
การแปรรูปและการจัดจําหนา ยสินคาเกษตร ตลอดจนผลติ ผลพลอยไดจากสินคา เกษตร” การ
จัดการธุรกิจเกษตรในยคุ ใหมท่ีมีการแขง ขนั กนั อยางรนุ แรง นักธุรกิจหรือตวั เกษตรกรเองตองมี
ความเขา ใจระบบธรุ กจิ เกษตรท่ีมคี วามสัมพนั ธส ลับซับซอนของปจ จยั (Factors) ตา ง ๆ ตาม
โครงสรางธุรกิจการเกษตร จงึ จะทําใหก ารพฒั นาองคการของเราไปสเู ปาหมายทตี่ องการได

ความสําคัญของธรุ กจิ เกษตร ทาํ ใหสนองความตองการของมวลมนุษย ชวยแกป ญหาการ
วางงานกระจายแรงงาน ชว ยแบงงานกนั ทาํ ทาํ ใหเ กิดการแขง ขนั ทาํ ใหรัฐบาลมีรายไดจ ากการ
เกบ็ ภาษอี ากร กอใหเ กิดการใชท รพั ยากรอยา งมคี ณุ คา สรา งความเจริญกา วหนาทางดา น
เทคโนโลยแี ละชว ยยกระดับคา ครองชพี ของประชาชนใหส ูงข้นึ นําไปสูการพัฒนาประเทศในท่สี ุด
การทําธรุ กจิ เกษตรไปสูเปาหมายตามท่ีตอ งการไดน นั้ เกษตรกรจําเปน ตองศกึ ษาถึงปจ จยั ภายใน-
ภายนอก และสภาวะแวดลอมภายใน-ภายนอกทีเ่ กย่ี วของ ท่ีมีผลกระทบตอการดาํ เนนิ ธรุ กิจเกษตร
รวมถงึ ตองศกึ ษาสภาพแวดลอ มท่เี กีย่ วขอ งทางธุรกจิ ซ่งึ จะมีอิทธิพลและมีผลกระทบทั้งตรง
ทางออ มตอการทําธรุ กจิ ดวย

****************************

18

แบบฝกหดั

หนว ยท่ี 1 เรอ่ื ง ความรูท ว่ั ไปเกี่ยวกับธรุ กิจเกษตรและระบบธุรกจิ เกษตร
วตั ถุประสงค เพอื่ ทบทวนความรูท ไ่ี ดเรยี นมาแลว
******************************************************************************
1. การบริหารหรอื การจัดการท่เี ปนทงั้ ศาสตรแ ละศลิ ป เพ่อื การบรรลุเปาหมายขององคก าร
นักศกึ ษาเขาใจอยางไรอธิบาย
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2. การดําเนินธุรกจิ เกษตรใหบ รรลุเปาหมายไดน ้นั มปี จ จัยและสภาวะแวดลอมใดทเี่ ก่ยี วของบา ง
อธิบาย
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

19

3. การจัดการธุรกิจเกษตรไมใชม ีจุดมงุ หมายเพยี งเพอ่ื ผลกําไรเทา นนั้ ควรจะตองรบั ผดิ ชอบ
อะไรบาง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

4. ในจงั หวดั ของทานการประกอบอาชีพธรุ กจิ เกษตร มบี ทบาทและความสําคญั อยางไร อธบิ าย
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

*****************************

20

แบบประเมนิ ผลกอ น-หลังเรยี น

หนวยท่ี 1 ความรูท ว่ั ไปเกยี่ วกบั ธรุ กจิ เกษตรและระบบธรุ กิจเกษตร

วตั ถุประสงค เพอ่ื ประเมินความรกู อนเรยี นและหลงั เรียน

******************************************************************************

คําสั่ง จงเลือก X คาํ ตอบท่ีทานเหน็ วา ถูกตอ งทสี่ ดุ เพยี งคําตอบเดียว

1. ธรุ กิจเกษตร หมายถึง 4. ความสมั พนั ธท ี่สลบั ซับซอนของปจจัย

ก. การผลิตสินคา เกษตรในประเทศ และ (Factors) ตา ง ๆ และแนวทางของลกั ษณะ

การคา สนิ คาเกษตรระหวา งประเทศดว ย ความสัมพันธที่จะทําใหบ รรลวุ ัตถุประสงคที่

ข. การดาํ เนินกิจกรรม ในดานผลติ ตอ งการตามโครงสรา งธุรกิจการเกษตร
การจดั จาํ หนายและการบริการ เปน ความหมาย ของขอใด

ค. การดาํ เนินกิจกรรม ในดา นผลิต ก. การบรหิ ารองคก าร
การจดั จาํ หนาย ข. โครงสรางธุรกจิ เกษตร
ค. ระบบธรุ กิจเกษตร
ง. การผลติ การจัดจาํ หนา ยปจ จัยการผลติ ง. วิถีการตลาดสนิ คาเกษตร
สินคา เกษตร กจิ กรรมระดบั ไรนา การ 5. หวงโซคณุ คา มีความสําคัญเกี่ยวขอ งกบั ขอ
เก็บรักษา การแปรรปู และการจดั ใดมากทส่ี ดุ ใชคําตอบขอ 4
จาํ หนายสนิ คา เกษตร ตลอดจนผลติ ผล 6. e-Procurement and e-Purchasing คอื อะไร
พลอยไดจากสินคาเกษตร ก. ระบบการตลาด
ข. ระบบสารสนเทศ
2. การนาํ เอาคาํ วาการบรหิ ารและการจัดการมา ค. ระบบการเก็บภาษี
ใชกับขอใด ง. ระบบการขนสงสินคา
7. ขอใดไมใ ชอิทธิพลดา นความสาํ คญั ของ
ก. การจดั การใชสาํ หรับภาคเอกชน ธรุ กจิ เกษตร ที่มีตอการกินดีอยดู ี
ข. การบริหารใชส ําหรบั ภาครฐั เทา น้นั ก. การจางแรงงาน
ค. สามารถนาํ มาใชไ ดท ้ังสอง ข. การใชว ัตถดุ ิบอยางมีประสทิ ธภิ าพ
ง. แลว แตความเหมาะสมทจ่ี าํ นาํ มาใช ค. เกิดการแขงขัน
3. ขอ ใดกลา วไวถกู ตอ ง เกย่ี วกับการบรหิ าร ง. ยกระดบั คา ครองชพี
ก. เปนการใชกลยุทธทั้งศาสตรแ ละศลิ ป

เพอ่ื บรรลุเปาหมายขององคก าร
ข. เปน การกําหนดบทบาทหนา ทท่ี ํางาน

เพื่อบรรลุเปาหมายขององคก าร

ค. เปน การจดั โครงสรา งการทาํ งานเพอื่

บรรลุเปาหมายขององคก าร

ง. เปน การจัดคนและเครอื่ งจักรเพื่อบรรลุ

เปาหมายขององคการ

21

ตอบคําถามขอ ที่ 8-11 15. องคก ารใดท่ีงุมงาม มกี ารแขง ขันนอ ย
ก. ธนาคาร
การแบง ประเภทของธรุ กจิ ดังน้ี ข. หางสรรพสนิ คา
ก. ปา ไม ค. รา นขายมือถอื
ข. แปรรูป ง. การไพฟาฝา ยผลติ
ค. กระจายสนิ คา
ง. การประกนั ภยั 16. สภาวะแวดลอ มธุรกิจ ท่ีสง ผลกระทบตอ
ธรุ กิจทงั้ ทางตรงและทางออม แบง เปน 2
8. ดา นการเงนิ ลกั ษณะอยางไร
9. ดานพาณชิ ย
10. ดา นอุตสาหกรรม ก. ปจจยั ภายในและภายนอกของ
11. ดานการเกษตร องคก ารธรุ กจิ
12. ขอใดจัดไดว า เปน องคก ารท่มี ลี กั ษณะ
ข. ควบคมุ ไดแ ละควบคมุ ไมไ ด
แตกตา งกนั ค. ผลกระทบทางตรงและทางออ ม
ก. บริษัทโตโยตา จาํ กดั (มหาชน) ง. หนว ยงานท่คี วบคุมและหนวยงานท่ี
ข. ธนาคารกรงุ ไทย(มหาชน)
ค. โรงเรียนของรัฐ ไมค วบคมุ
ง. โรงเรียนเอกชน 17. การศึกษารปู แบบของผลิตภัณฑ ลกั ษณะ
ของอดออม อตั ราวางงานเปน สง่ิ แวดลอ มใด
13. ปจ จยั ภายในที่มีผลตอ ความสําเรจ็ ของ
องคก ารมากทสี่ ดุ คือ ก. ทางการเมอื ง
ข. ระหวางประเทศ
ก. คน ค. สงิ่ ทางเศรษฐกิจ
ข. ตลาด ง. วฒั นธรรม
ค. วตั ถดุ ิบ 18. ขอ ใดไมใช หนา ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบ
ง. ผูบริโภค
14. ปจ จัยภายนอกทม่ี ผี ลตอความสาํ เรจ็ ของ ในการดําเนนิ งานของธรุ กจิ
องคก ารมากทส่ี ดุ คือ ก. ความรับผดิ ชอบตอลูกคา
ก. คน ข. ความรับผิดชอบตอ สงั คม
ข. ผูบรโิ ภค ค. ความรบั ผดิ ชอบตอรัฐบาล
ค. วตั ถุดบิ ง. ความรบั ผิดชอบตอลูกจา ง
ง. ตลาด


Click to View FlipBook Version