297
สาํ หรับการสง ออกสินคาอาหารของไทยในป 2543 คาดวา จะสง ออกได 3.7 ลา นตนั มูลคา
6,540 ลานเหรยี ญสหรัฐ(ประมาณ 2.5 แสนลา นบาท) เพิม่ ขนึ้ ท้ังปรมิ าณและมลู คา รอ ยละ 6.6 และ 5
ตามลําดบั เนอ่ื งจากเศรษฐกิจของตลาดหลักขยายตวั ทาํ ใหม คี วามตอ งการสินคาอาหารเพิ่มขน้ึ แต
ก็มีปจ จยั ท่จี ะสง ผลกระทบตอการขยายตวั เชน ปญหาการกีดกันทางการคาจากผนู ําเขา การแขงขนั
รนุ แรง รวมถงึ กระแสการตอ ตา นสนิ คา GMOs ทม่ี แี นวโนม ทวีความรนุ แรงมากขนึ้ ซง่ึ ในเรื่อง
GMOs น้ี หากไมม กี ารดแู ลใหเ หมาะสม ก็อาจจะกระทบถงึ การสงออกสนิ คา อาหารไมเ ปน ไป
ตามเปาหมายได
2. การแกป ญ หา
2.1 มนั ฝรั่ง : ชูไทยเปน ศนู ยก ารผลติ เนนสงออกตลาดเอเชยี
กระทรวงเกษตรและสหกรณม ีแผนการสง เสริมการปลูกมนั ฝรั่งมาตง้ั แตป 2540 ตาม
มติคณะรฐั มนตรี โดยเปน การปลกู ทดแทนหอมหวั ใหญ และกระเทยี มทมี่ ปี ญหาผลผลิตลน ตลาด
และราคาตกตาํ่ ทาํ ใหพนื้ ท่ี การปลูกมันฝรงั่ เพิม่ ขึ้นเปน 43,900 ไรใ นป 2540 จากทเ่ี คยมีพนื้ ทป่ี ลกู
มนั ฝร่ังเพียงไมก ่พี นั ไร คาดวาในป 2543 พนื้ ที่ปลกู มันฝร่ังทั้งประเทศเทากบั 40,000-50,000 ไร
และในป 2544 จะมพี นื้ ท่ีปลูกมนั ฝร่งั เพ่มิ ขน้ึ เปน 67,000 ไร คาดวาเมอื่ ไทยสามารถผลติ หวั พนั ธุ
มันฝรัง่ ไดเองอยางเพียงพอกบั ความตอ งการแลว มีความเปนไปไดส งู วาไทยจะกาวข้ึนไปเปน
ศูนยก ลางผลิตมันฝรง่ั ของภมู ภิ าคน้ี ปจ จยั เกือ้ หนนุ ใหเกษตรกรหนั มาปลูกมันฝรัง่ คอื ตน ทุนตํ่า
กวา การปลกู กระเทียมและหอมหัวใหญ โดยตนทนุ การปลกู หอมหวั ใหญและกระเทยี มประมาณไร
ละ 15,000-18,000 บาท ขณะที่การปลกู มนั ฝร่งั มตี นทนุ ประมาณไรล ะ 13,000-15,000 บาท หรือ
ตํ่ากวาเกือบรอ ยละ 17 และมีตลาดรองรบั ทแี่ นนอน เนื่องจากการปลกู มันฝรั่งเปนการสงเสรมิ
ของโรงงานแปรรูปซ่งึ มีการประกนั ราคารบั ซื้อคนื ประมาณกิโลกรัมละ 7.00-7.50 บาท
2.2 หนส้ี นิ เกษตรกร ปญหาเรื้อรงั ท่ีตอ งเรงแกไ ข
ปญ หาหนสี้ นิ เกษตรกรเปน ปญ หาเร้ือรัง และนบั วนั ปรมิ าณหนไ้ี ดทบั ทวเี พ่ิมพนู ขึ้น
อยา งนาวติ ก เกษตรกรมภี าระหนสี้ ินพอกพนู เพิ่มขนึ้ ทกุ ป บรษิ ัทศนู ยว จิ ยั กสิกรไทย จํากัด คาดวา
ในป 2541/42 นนั้ เกษตรกรไทยแตล ะครวั เรือนจะมีหนสี้ นิ เฉลย่ี สูงถึงเกือบ 60,000 บาททเี ดยี ว
และคาดวา จํานวนครวั เรอื นเกษตรกรท่เี ปน หนน้ี า จะเพมิ่ ข้ึนเปน กวา 3 ลานครวั เรอื น เนือ่ งจากใน
ป 2541/42 เกษตรกรปญหาราคาสนิ คาเกษตรตกตํา่ เปน ประวัตกิ ารณ นับวาปญ หาในเร่ืองหนี้สนิ
กลายเปนปญ หาเรือ้ รงั ของภาคเกษตรกรรม
298
ผลผลิตไดรบั ความเสยี หายอนั เน่อื งจากภาวะอากาศไมเ ออื้ อาํ นวย หรอื การเกดิ ภยั
ธรรมชาติ
รายไดจ ากการขายพชื ผลทางการเกษตรเพ่ิมขึ้นไมท นั กับคา ใชจ ายของเกษตรกร ทํา
ใหตองยกยอดการชําระคืนหนีไ้ ปปเ พาะปลกู ถดั ไป ผลท่ตี ามมา คอื ภาระหนสี้ ินทพี่ อกพูนข้ึน
ปญ หาทางการตลาด เนือ่ งจากเมือ่ ผลิตสนิ คา แลวขายไดไ มค ุม ทนุ หรอื สินคา มี
คุณภาพไมตรงกับความตอ งการของตลาด
ขาดขอมูลขาวสารเก่ียวกบั ความเคลอ่ื นไหวทางการตลาด เกษตรกรจงึ ไมม ีการวาง
แผนการผลิตและการตลาดทถ่ี ูกตอง
เกษตรกรเองกม็ สี ว นในการทําใหภ าระหนส้ี ินพอกพนู เพมิ่ ข้นึ ดวย โดยรอยละ 30 ของ
เงนิ กูเกษตรกรนาํ ไปใชจายในการอปุ โภคบริโภค
รวมทง้ั คา ใชจา ยสําหรับกิจกรรมทางสังคมในทองถ่นิ
ในสว นของปญ หาหนี้สินท่เี กิดจากรัฐบาล คือปญ หาหนที้ เี่ กดิ จากการท่เี กษตรกรเขา
รว มกบั โครงการสง เสรมิ ของรฐั บาลแลว โครงการน้นั ไมป ระสบผลสําเร็จและการบรหิ ารงานลาชา
ของรัฐบาล ทง้ั ในเรอ่ื งของการประกาศนโยบายของสินคา เกษตรบางชนิด การชว ยเหลือในเร่ือง
ปจจัยการผลติ โดยเฉพาะในเร่ืองปยุ และเมลด็ พันธุ
ยังสรางปญหาในเรื่องความยากจน และปญหาสังคมอนื่ ๆ ติดตามมาอีกมากมาย
โดยเฉพาะปญ หาในเรื่องการยา ยถิ่นหรือการอพยพแรงงานเขาสเู มือง ทาํ ใหส งั คมเมืองมปี ญ หาใน
เรอื่ งความ แออดั ของทอ่ี ยอู าศัย ปญ หาการจราจร ปญ หามลพษิ รวมทง้ั ปญ หาดา นสขุ อนามยั และ
สขุ ภาพจิตดว ย
การแกไขปญหาในเรือ่ งหนสี้ นิ ในภาคการเกษตร น้นั คงตอ งอาศัยท้งั มาตรการระยะสน้ั
โดยการเรง เพมิ่ รายไดและลดรายจา ยใหกบั เกษตรกร รวมทงั้ การแกปญ หาลดความเสีย่ งในการ
ปลอยสนิ เช่ือทางการเกษตร โดยสนบั สนนุ การจัดตง้ั กองทนุ ค้ําประกนั ความเสยี่ งและการ
ประกนั ภยั พชื ผล สว นในระยะยาวนั้นควรเรงรดั ในเรอื่ งการจดั ต้ังสภาการเกษตรแหง ชาติ เพือ่ ให
เกษตรกรและเอกชนท่ีเกยี่ วขอ งเขามามสี ว นรว มในเร่อื งนโยบาย และมกี ารประสานงานระหวา ง
รฐั บาล เกษตรกรและเอกชนที่เกีย่ วของ รวมท้ังเรงรดั จดั ต้ังตลาดซ้ือขายสนิ คาเกษตรลวงหนา ซึ่ง
จะชว ยลดความเส่ยี งในการดาํ เนนิ งานทง้ั ของเกษตรกรและเอกชนทเ่ี กี่ยวของ โดยสามารถวาง
แผนการผลติ ใหส อดคลอ งกบั ความตองการของตลาดไดอยา งเหมาะสม
299
2.3 ขายตรงชอ งทางจาํ หนา ยใหมของสินคา เกษตร
ในแตล ะปส หกรณการเกษตรทั่วประเทศ มปี ริมาณสนิ คาเกษตรอยใู นมือหลายชนิด
โดยเฉพาะขาวอยูในมอื สหกรณก ารเกษตรประมาณ 80% ของปริมาณขา วท่ผี ลติ ไดท่วั ประเทศ ทํา
ใหในแตละป สหกรณก ารเกษตรตองพยายามหาทางในการจําหนาย ขา วจาํ นวนนี้ใหไ ดร าคาดี
ที่สดุ ผลกั ดันใหกรมสงเสรมิ สหกรณกระทรวงเกษตรและสหกรณพ ฒั นาชอ งทางการจําหนา ยใน
ลกั ษณะการขายตรง โดยอาศัยจดุ แขง็ ของการขายตรงทมี่ เี ครือขา ยจําหนา ยทก่ี วา งขวางครอบคลมุ
ท่ัวประเทศ
แนวคดิ นเี้ รมิ่ มาจากการทีม่ กี ารนาํ เอาสนิ คา ผลิตภัณฑดอยคาํ ไปจาํ หนายในลกั ษณะ
ขายตรง เม่อื ดําเนินการไดเ พยี งแค 1 เดือน ยอดจําหนา ยมากกวาการท่ีดอยคําจัดจําหนา ยเองถงึ 2 ป
การจําหนายขาวสารบรรจุถุง การจําหนายสนิ คา เกษตรในระบบการขายตรงถงึ มือ
ผูบ ริโภคผานทางสมาชกิ ที่มกี ระจายอยูทวั่ โลก นับวา เปน แนวทางใหมในการพัฒนาชองทางการจัด
จาํ หนา ยสนิ คาเกษตรที่มีประสทิ ธิภาพอยางมาก โดยสนิ คา ของสหกรณก ารเกษตรทจ่ี ะมีการ
จาํ หนายในลักษณะการขายตรง คอื นมผง นา้ํ ผลไม ผลไมบ รรจุกระปอ ง แยมลน้ิ จแ่ี ละลําไย จะเหน็
ไดว าการพฒั นาตลาดการจาํ หนายสนิ คาเกษตรผานชอ งทางขายตรงนน้ั สามารถขจดั อปุ สรรค
ในเร่อื งการตลาดสนิ คา เกษตรไดห ลายประการ ไมว า จะเปน ปญหาในเรือ่ งของพอ คาคนกลาง ราคา
ท่เี กษตรกรไดร ับไมเปนธรรม และมีตลาดรองรบั ทีแ่ นน อน ท้ังน้ีตองอาศัยการพัฒนาสหกรณ
การเกษตรใหแ ข็งแกรง ไปพรอม ๆ กันดวย
2.4 ธุรกิจขา มชาติ จอมบงการรัฐบาลตวั การฆาเกษตรกร
น่คี ือโอกาสสดุ ทายที่คนไทย โดยเฉพาะขา ราชการกระทรวงเกษตรฯ ผูคิดโครงการ
และใชง บประมาณของแผนดิน สถาบนั การศึกษาดานการเกษตรกรรมแหลง ผลิตขาราชการปอน
กระทรวงเกษตรฯ และผลิตบุคลากรออกสูวงการเกษตร สถาบันวจิ ยั ทางการเกษตร นกั พัฒนาและ
เกษตรกรไทยทัง้ มวลจะไดผนกึ กาํ ลังอยา งเปน เอกภาพ เพือ่ ปกปอง ปองกันและตอบโตก ระแส
การครอบงําท่ีมีพละกําลงั มหาศาล ซ่งึ ตอ ทอ ตามสายงานการครอบงําระดับโลก อยา งดับบลิวทีโอ
ทุกสวนตอ งถกกันใหตกวา จะเลอื กแนวทางเกษตรท่จี ะตอ งพ่งึ พาตา งชาตอิ ยา งที่แลว
มา จนเกดิ ปญ หาตอ ระบบนเิ วศและสงิ่ แวดลอ ม เกษตรกรยากจนและลมตายลงเพราะสะสม
สารเคมีไวในรา งกาย หรือจะกลับตวั กลบั ใจรวมกนั พลิกฟนภูมิปญ ญาของเราเอง ยืนอยบู นขาของ
ตนเอง ตัดวงจรอุบาทวแหง ผลประโยชนท่ี "พวกเหลอื บ" ในกระทรวงเกษตรฯ ไดร วมกับบรรษทั
ขา มชาติหากินรวมกนั หันมาทําการเกษตรแบบย่ังยืน เงนิ งบประมาณแผน ดนิ ถกู ใชอ ยางมี
ประสทิ ธิภาพ ชีวิตเกษตรกรอยูอยา งรมเย็นไมต องทรุ นทรุ ายอยา งทเ่ี ปนอยู
300
หากสรปุ วาควรเลือกเอาการเกษตรแบบสารเคมแี ลว ควรจะเตรียมตวั เตรยี มใจไดแ ลว
วา นบั แตทศวรรษใหมจ ากนไี้ ปประเทศชาตขิ องเรา จะตอ งประสบกับการครอบงาํ ทีม่ ดั แนน กวา ที่
ผานมา ชาตอิ ุตสาหกรรมจะลวงตบั ไตของทรัพยากรชวี ภาพของชาติ และควบคมุ กํากับบทบาท
ของเกษตรกรไทยทว่ั ทกุ หวั ระแหงดว ยกฎหมายสิทธิบตั ร น่คี อื โอกาสสดุ ทาย และเปน เฮอื กสดุ ทา ย
กอนสูญเสียทงั้ ชาติ
2.5 การปลกู พืชเชงิ เดีย่ วเสย่ี งตอการขาดทนุ
การทําการเกษตรระบบเกษตรเชงิ เดยี่ ว นอกจากจะถือวา เปน การเปด ประตปู ระเทศ
ใหกบั สารเคมกี าํ จัดศตั รูพืช และเทคโนโลยกี ารเกษตรจากประเทศอตุ สาหกรรม ประเทศไทยยงั
ตอ งสญู เสยี พืน้ ท่มี หาศาลไปกบั การชะลางพังทลายของดิน กอปรกบั กระแสการปฏวิ ัติเขยี วอันเปน
การทําเกษตรกระแสหลกั ทเ่ี ปน การทําการเกษตร ที่มุงในการเพมิ่ ผลผลิตใหส งู ซง่ึ จะตอ งพึง่ พา
ประเทศอตุ สาหกรรมทีก่ มุ การผลติ ปยุ และสารเคมี เปน การนาํ เอาประเทศไทยไปฝากชวี ิตไวก ับ
ชาติตะวนั ตก และตอ มายังตองพึง่ พาเร่ืองพันธกุ รรมจากรฐั บาลและบริษัทขา มชาตทิ ่ีกมุ ตลาดเมลด็
พันธุ
ขาว มนั สําปะหลงั และฝา ย คือพชื ช้ันนาํ อนั เปน ตวั แทนของพืชเชงิ เด่ยี ว และหากนาํ เอา
ราคาของพืชเหลาน้มี าหกั กลบกบั คา ปยุ ยาและสารเคมี ที่เกษตรกรตอ งลงทนุ แลวจะเห็นวา เกษตรกร
ผูปลูกพืชเหลาขาดทุนต้ังแตย งั ไมล งมอื ไถหวา นดว ยซํา้
2.6 ธรุ กจิ เกษตรป '42 : วิกฤตดานราคา…ปญหาการสงออก
จะเหน็ ไดว าในชว ง 5 เดอื นแรกของป 2542 ราคาสินคาเกษตรท่สี าํ คญั ไมว าจะเปน
ขา ว มันสําปะหลงั และยางพาราลดลงอยา งตอเน่ือง จนกระทั่งรัฐบาลตอ งใชงบประมาณเปน
จาํ นวนมหาศาลเขาแทรกแซงตลาดสนิ คา เกษตร เพอ่ื พยงุ ราคาไวไมใ หต กตํ่ามากกวา ท่เี ปน อยู
อยา งไรก็ตาม คาดวาราคาสนิ คาเกษตรตกตาํ่ ในป 2542 ยงั จะเปนปญหาใหญใ หร ัฐบาลแกไขตอ ไป
นอกจากน้ผี ลกระทบตอเนือ่ งจากปญหาราคาสนิ คา เกษตรตกต่ํา คอื ปญ หาวิกฤตรายไดข อง
เกษตรกรซงึ่ เปน คนสวนใหญข องประเทศ คาดวาปญ หานจี้ ะเปนปญหาใหญที่สรางแรงกดดนั
ใหก ับรฐั บาล เนือ่ งจากปญหาน้ีโยงใยไปถงึ กําลังซ้อื ของคนในชนบท ที่รฐั บาลหวงั วา จะใหมกี าร
จับจา ยใชสอยมากข้ึน เพื่อกระตนุ ใหเศรษฐกิจฟน ตวั รวมทั้งปญ หาแรงงานทีก่ ลับคนื ถ่นิ ที่หวงั จะ
กลับเขาสภู าคเกษตรกรรม ทาํ ใหแ รงงานสว นนี้หนั กลบั เขา มาในเมอื ง เพื่อแสวงหางานทาํ ตอไป
ซ่ึงอาจนาํ ไปสปู ญหาสังคมอน่ื ๆ ตามมา ไมวา จะเปน ปญหาความแออดั ของชมุ ชนเมอื ง ปญ หา
อาชญากรรม เปน ตน
301
ความอยรู อดของภาคเกษตรกรรม คือ การเรง ปรับโครงสรางการผลิตเพ่ือเพ่มิ
ความสามารถในการแขงขนั แมวา เรอื่ งนม้ี กี ารกลาวถงึ มานานแลว ตลาดสง ออกสนิ คาเกษตร
ซึง่ เปนสินคาขัน้ ปฐมนัน้ ถกู ประเทศทเ่ี ปนคแู ขงรายใหม คอื เวียดนามและจีน รวมท้งั ประเทศเพือ่ น
บานที่มีการผลติ สนิ คาประเภทเดยี วกัน อยา งมาเลเซีย อนิ โดนเี ซยี และฟลปิ ปนส แยงลกู คา ไป โดย
อาศยั ความไดเ ปรยี บในเรือ่ งตนทุนทีต่ ่าํ กวา
เนนการพฒั นาในดา นคุณภาพของสินคาใหเ ปน ทยี่ อมรบั ของตา งประเทศ และการ
พัฒนาสินคา อตุ สาหกรรมเกษตร ซึง่ จะสรา งมูลคา เพ่มิ ใหกับสนิ คา และกอ ใหเ กดิ การจา งงาน
เพ่ิมข้นึ ภายในประเทศ แทนทจี่ ะเนน การสง ออกสนิ คา เกษตรข้นั ปฐมเชน ในอดตี
ในสวนของ "การจัดตั้งตลาดซอ้ื ขายสนิ คา เกษตรลว งหนา " ซง่ึ ก็เปน มาตรการทตี่ อ ง
ดาํ เนนิ การอยางเรง ดว น ปจ จุบันอยใู นข้ันตอนดาํ เนนิ การจัดหาผูเชย่ี วชาญจากตา งประเทศเพอ่ื จดั
จา งเปน ทป่ี รกึ ษาในการจัดตงั้ ตลาดซอ้ื ขายสนิ คาเกษตรลว งหนา โดยเฉพาะการจดั วางโครงสรา ง
องคก ร อัตรากาํ ลงั และระบบการซื้อขาย รวมทัง้ เรงสรางความรคู วามเขา ใจใหก ับเกษตรกร พอคา
ผปู ระกอบการและผูสง ออก เพือ่ ใหผ ทู ่ีเกย่ี วของไดเลง็ เหน็ ถงึ ความจําเปน ในการปรับระบบการซ้อื
ขายในตลาดจริงกับตลาดซอ้ื ขายลวงหนา โดยเฉพาะการชีใ้ หเหน็ วาระบบการซอื้ ขายสินคาเกษตร
ลว งหนานนั้ เปน เคร่ืองมอื สาํ คัญในการประกันความเส่ยี งจากความผันผวนของราคา และชว ยใน
การวางแผนการผลิตและการคาใหมีประสทิ ธภิ าพมากขน้ึ คาดวา สามารถจัดตัง้ ตลาดใหแ ลว เสรจ็
ภายในป 2542 ดวย
2.7 แนวทางพฒั นาดานการจัดการธรุ กิจเกษตร แบบฟารมอัจฉริยะ(PRECISION
FARMING / SMART FARM )
ประเทศไทยยังเปน ประเทศเกษตรกรรม ถึงแมปจจุบันสินคาอตุ สาหกรรมจะกลายมา
เปน สินคาหลักในการสง ออกก็ตาม ในศาสตรท่ีจะทําใหเกษตรกรรมของศตวรรษที่ 21 เปนอาชพี สดุ
แสนจะไฮเทคดวยการนําเทคโนโลยีผสมผสานตา ง ๆ ทัง้ คอมพิวเตอรอิเล็กทรอนิกส ไอที สอ่ื สาร
เซ็นเซอร เทคโนโลยีชีวภาพ รวมท้ังนาโนเทคโนโลยี เขามาชว ยในการทําให ไรน า ฟารม เกษตร
ทัง้ หลาย กลายมาเปนออฟฟศไฮเทค ศาสตรด ังกลาวซึ่งจะชวยทําใหฟารมธรรมดา ๆ กลายมาเปน
ฟารม อัจฉริยะ(Smart Farmหรือ Intelligent Farm) ไดรบั การขนานนามวา Precision Agriculture
Precision Farming เปนที่นยิ มกนั มากในประเทศสหรัฐอเมรกิ า และออสเตรเลีย และ
เร่ิมแพรหลายเขาไปในหลายประเทศ ท้ังยโุ รป ญ่ีปนุ แมก ระทงั่ ประเทศเพ่อื นบานของเราอยาง
มาเลเซียกม็ ีการทําวจิ ยั ทางดา นนี้ หรือไกลออกไปอีกนดิ อยา งอนิ เดยี กท็ ดลองใชเ ทคโนโลยนี ้ีกัน
อยา งกวา งขวาง จึงมคี วามจาํ เปนท่ปี ระเทศไทยจะตองเรม่ิ ใหความสนใจในเรือ่ งนใี้ หมากขน้ึ
เพราะเมือ่ เทคโนโลยเี กษตรความแมน ยําสงู ถกู นําไปใชเ ชงิ พาณิชยเ มอ่ื ไหรป ระเทศไทยจะสูญเสยี
302
ภาพที่ 49 เกษตรกรรม อาจเปนอาชีพทม่ี ีความสุขท่สี ุดในโลก สาํ หรับศตวรรษที่ 21 แลว
เกษตรกรรม เทคโนโลยี และ สง่ิ แวดลอ ม จะอาศยั และอยรู ว มกนั ไดอ ยา งกลมกลนื และพอเพียง
Precision Farming ไดรบั การนยิ าม และตง้ั ความหมายตา ง ๆ กนั ไป แมแ ตช ือ่ กย็ งั ถกู เรียกไดหลาย
ชื่อ ตามแตจะเนนเทคโนโลยหี ลกั ตัวไหน เชน
• Precision Farming (การทาํ ฟารม ดวยความแมนยาํ สงู )
• Information-Intensive Agriculture (เกษตรท่ีเนน การใชส ารสนเทศ)
• Prescription Farming (การทาํ ฟารมแบบมสี ูตร)
• Target Farming (การทาํ ฟารม แบบมุง เปา )
• Site Specific Crop Management (การจัดการผลผลิตแบบระบุพน้ื ท่)ี
• Variable Rate Management (การใหป ยุ ใหน า้ํ และจดั การพน้ื ที่โดยปรับตามความเหมาะสม)
• Variable Rate Technology –VRT (เทคโนโลยจี ดั การพน้ื ทีโ่ ดยปรบั ตามความเหมาะสม)
• Farming by Soil (การทาํ ฟารม โดยเนน คณุ สมบตั ขิ องดนิ ในแตล ะพน้ื ท่ียอย)
• Grid Soil Sampling Agriculture, Grid Farming
• Global Positioning Systems (GPS) Agriculture (การเกษตรท่ีใชร ะบบพิกดั )
• Farming by the Inch, Farming by the Foot (การทาํ ฟารม ทมี่ รี ายละเอียดระดบั นวิ้ หรือฟตุ )
งา ย ๆ ก็คือ เกษตรกรรมความแมนยาํ สูง เปนกลยุทธใ นการทาํ การเกษตรท่เี ปนมิตรกบั
สิง่ แวดลอ ม โดยเกษตรกรสามารถจะปรบั การใชทรพั ยากรใหสอดคลอ งกบั สภาพของพืน้ ทยี่ อ ย ๆ
303
ภาพท่ี 50 เกษตรกรกําลงั นงั่ จบิ ไวนมองฟารมของพวกเขา เซ็นเซอรต า ง ๆ ทต่ี ดิ ตง้ั อยใู นฟารม
กําลังเกบ็ ขอ มูล ดิน นาํ้ ฟา ฝน และตัดสินใจเปด-ปด นา้ํ ใหป ุย
หรอื ออกคาํ สง่ั ใหรถเก็บเกย่ี วออกไปทาํ งานเอง
304
อาชพี เกษตรกรทเ่ี คยตองหลงั สฟู าหนา สูดนิ กลบั ผันเปลย่ี นไปเปน หลังนวดสปาหนาดูจอ
เทคโนโลยี Precision Farming กําลังจะทาํ ใหอาชพี เกษตรกรรมกลายมาเปนอาชีพท่ีมคี วามสขุ ท่สี ดุ
ในโลก เกษตรกรรมความแมนยาํ สงู ตอ งประกอบดว ยเรอ่ื งสําคัญ 3 เรื่องคือ (1) สารสนเทศ
(2) เทคโนโลยี (3) การบริหารจัดการ โดยตง้ั อยบู นแนวคิดที่วาพืชพนั ธุทีป่ ลูก และสภาพลอมรอบ
(ดนิ นา้ํ แสง อากาศ) ในไรน ามีความแตกตางกนั ในแตละบรเิ วณหรอื พ้นื ท่ยี อย ๆ ถึงแมจะอยใู นไร
เดียวกันกต็ าม สภาพลอ มรอบทแ่ี ตกตางกนั น้ี มผี ลใหการเกิดผลผลติ แตกตางกันได ดังนั้นจงึ ตอ ง
ดูแลพ้นื ที่เหลานน้ั แตกตางกนั ซงึ่ จะมีผลใหสรา งผลผลิตไดอ ยางมปี ระสทิ ธภิ าพที่สดุ ปญหาก็คือ
เราจะรูไดอยา งไรวา ความแตกตา งนัน้ มจี รงิ แลว จะวดั อยา งไร(ปจจบุ นั มเี ทคโนโลยใี นการเก็บเกย่ี ว
อตั โนมตั ิทีจ่ ะคาํ นวณปริมาณผลผลติ ทีเ่ กบ็ ขน้ึ มาได โดยบันทกึ รวมกับตําแหนง GPS ทําใหทราบ
วา ตําแหนง ใดในไรม ีผลผลิตแตกตางกันอยางไร) หรอื เมอ่ื รแู ลวเราจะนําเทคโนโลยมี าใชอยางไร
รวมไปถงึ จะบรหิ ารจดั การอยา งไร นี่คอื โจทยข องเกษตรกรรมความแมน ยําสูง ซึ่งจะนําประโยชน
มาสเู กษตรกร เจาของฟารม ดังนี้
• เกดิ การลดตน ทุน
• การเกิดผลผลติ สูงสุด เกดิ ทง้ั ปริมาณและคุณภาพสงู สุด ที่เหมาะสมกบั สภาพพ้นื ทแี่ ตล ะ
สวนในไร
• เกิดการใชทรัพยากรอยา งคมุ คา
• รักษาสภาพแวดลอม ซ่งึ สามารถนาํ ไปสูกระบวนการผลติ อาหารทีม่ ีคุณภาพและปลอดภัย
เกษตรกรรมความแมนยําสงู มีลกั ษณะเปนวงจรท่ีประกอบดว ยขั้นตอนทั้งหมด 5 ขน้ั ตอน
ดวยกนั ไดแก
1. Data Collection เปนขัน้ ตอนการเกบ็ ขอมูลของดนิ นํ้า แสง ภมู อิ ากาศ (ซึง่ มกั จะหมายถงึ
ภมู อิ ากาศ ในพืน้ ที่เลก็ ๆ ท่ีเรียกวา micro-climate) ผลผลิต เปนตน ดว ยวธิ ีการและ
เทคโนโลยีตาง ๆ เชน เครอื ขา ยเซ็นเซอร สถานีตรวจวดั อากาศ ภาพถา ยดาวเทียม เครอื่ ง
สแกนสภาพดนิ เปนตน
2. Diagnostics เปนข้ันตอนในการวินจิ ฉยั ขอ มลู สราง กรองและเกบ็ ขอมลู ทเ่ี ปนประโยชน
เขาสฐู านขอ มลู ซ่งึ มักจะใชเ ทคโนโลยีภมู สิ ารสนเทศ (GIS)
3. Analysis เปนขั้นตอนในการวิเคราะหข อ มลู การทาํ นายผลผลติ เชงิ พืน้ ที่ รวมไปถงึ การ
วางแผนจัดการ เชน เทคโนโลยี Crop Modeling ซ่ึงจะนาํ ขอ มลู ตา ง ๆ มาทําการโมเดลหา
ความสัมพันธก ับผลผลติ ท่ีเก็บเกีย่ วได
305
4. Precision Field Operations เปนข้นั ตอนในการปฏิบัติการตามแผนท่วี างไว เชน การหยอด
ปยุ ดว ยรถขับเคลอื่ นดวย GPS การใหน ํ้าแบบโปรแกรม การนาํ สง ปุยหรอื ยาฆา แมลงดวย
แค็ปซลู นาโน ซงึ่ สามารถควบคุมการปลดปลอ ยตามเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนด เปนตน
5. Evaluation เปนขน้ั ตอนในการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติการ วา มีประสิทธิภาพมากนอ ย
เพียงใด คุม คาแกการลงทนุ หรอื ไม โดยใชเ ทคโนโลยดี า นการเงินและเศรษฐศาสตร
อตุ สาหกรรม
ภาพที่ 51 การขาดแคลนน้ําจืดทาํ ใหระบบการใหน้าํ แกฟารม ตองฉลาดมากขึน้
เกษตรกรรมความแมน ยาํ สงู หาใชการทําการเกษตรท่ตี องใชจ ักรกลหนกั หรือตอ งใชก าร
ลงทนุ และการปฏบิ ตั กิ ารขนาดใหญแตอ ยา งใดไม หากแตเกษตรกรรมความแมนยาํ สงู ใชก าร
วเิ คราะหข อ มลู อยา งละเอยี ด เพอ่ื นําไปสกู ารตดั สนิ ใจเพื่อทาํ การอยา งหนึ่งอยางใดกบั พนื้ ท่ี
เกษตรกรรมใหไ ดประสทิ ธภิ าพสงู สุด การทําเกษตรกรรมความแมน ยาํ สงู จงึ นา จะสอดคลองกับ
หลักของเศรษฐกิจพอเพียง เพราะมีการใชท รัพยากรอยา งคุมคา และเกิดประโยชนส งู สดุ
เกษตรกรรมความแมน ยําสูง เปนเร่ืองของการบริหารจัดการอยา งฉลาดมากกวา แคเ ปนการใช
ไฮเทคในการแกปญ หา เกษตรกรรมความแมนยาํ สงู จะมปี ระโยชนม ากยง่ิ ขน้ึ เปน ทวคี ูณ หากมี
การทาํ กันเปน พื้นท่ีกวา งขวาง แทนทีจ่ ะเปน ฟารมหรือไรน าเจาเดยี ว แตฟ ารม หรือไรน าที่อยู
ขา งเคียงก็ทาํ ดว ย ย่งิ เปนภมู ภิ าคย่งิ ดี เพราะสามารถนาํ ขอ มลู มาเชือ่ มโยงกัน ทาํ ใหส ามารถทีจ่ ะเขา
ใจความเปลย่ี นแปลงท่ีเกดิ ข้ึนในทองถน่ิ ณ บริเวณใดบรเิ วณหนงึ่ ซงึ่ อาจนําไปสูก ารตัดสนิ ใจเพอื่
ปฏบิ ตั ิการส่งิ ใดสง่ิ หน่งึ หรอื เพื่อแกปญหาบางอยา ง กอนท่ีปญหานั้นจะลกุ ลามไปในบรเิ วณกวา ง
เชน หากฟารมเลี้ยงไกแ ตล ะฟารมมเี ซ็นเซอรต รวจไขห วัดนก หรอื ตรวจสัญญาณอนั ตรายอนื่ ๆ
เมอ่ื ไดรับสญั ญาณอันตรายก็สามารถสง ตอขอ มลู ไปยงั ฟารมขางเคยี ง หรอื อาจตรวจสอบขอ มลู
306
1. มขี อมลู ทบี่ งช้ีวา สภาพลอมรอบ ๆ ในไรน า รวมทั้งผลผลติ ท่ไี ดมีความแตกตา งกันแต
ละพืน้ ทยี่ อ ย ๆ ในไรน านนั้ จริง ๆ หรือมคี วามแตกตางระหวา งไรนาของเรากบั ไรนาขา งเคยี ง
ในภมู ภิ าคเดยี วกนั อยางคอ นขางชดั เจน
2. เมื่อเรามีความเชือ่ วาความแตกตางน้นั มจี ริงแลว เรายงั จะตอ งสามารถระบคุ วามแตกตาง
นัน้ ตลอดจนคาํ นวณหาขอ มูลเชงิ ปริมาณของความแตกตางน้นั ใหไ ด จรงิ ๆ แลวการไดม า
ซง่ึ ความแตกตางเหลา นั้น อาจไมจําเปน ตองใชเทคโนโลยีใหมที่วเิ ศษวิโสอะไร ภูมิปญ ญา
ชาวบานก็สามารถนาํ มาสขู อมูลน้นั ได เพียงแต เทคโนโลยีในการระบุพิกัดรวมไปถึงเทคโน
โลยีประมวลผล จะชวยทําใหเขาถงึ และเขาใจในปรมิ าณความแตกตางนน้ั ไดงา ยและดีขน้ึ
3. เมอ่ื ระบคุ วามแตกตา งในแงตาง ๆ ของพืน้ ทยี่ อ ย ๆ ในฟารม และไรน าไดแ ลว เรายงั ตองมี
ความสามารถในการจัดการกับความแตกตางเหลานัน้ เชน หากเราทราบวา วชั พืชมีการ
กระจายตวั ในไรอ ยา งไร การพนยาปราบวัชพืชกค็ วรมีการกระจายตัวในรูปแบบเดียวกัน
แทนทจี่ ะใหเทา ๆ กนั ทั้งพ้นื ที่
เกษตรกรรมความแมน ยําสูง สามารถนาํ ไปประยกุ ตใชกับวธิ ใี นการทาํ เกษตรกรรมไดทกุ
แบบ ไมว า การเกษตรแบบนั้นจะมกี ารเก็บเก่ยี วปละคร้ังหรอื ปละหลายครง้ั ขนาดของฟารม หรือไร
นาจะเลก็ หรอื ใหญ ลกั ษณะของการเพาะปลูกจะเปนแบบชนิดเด่ียวหรอื แบบผสมผสาน พนั ธพุ ชื จะ
เปนแบบธรรมชาติหรือแบบดดั แปรพนั ธกุ รรม การใหน้ําจะเปน แบบตามธรรมชาติ หรอื ใชระบบรด
นา้ํ รวมทั้งปรัชญาของฟารมหรอื ไรนาที่กาํ หนดให เปนเกษตรอนิ ทรียหรือ เกษตรเคมี เกษตรกรรม
ความแมนยาํ สูงจงึ ยึดหลักทางสายกลาง ที่ผนั เปล่ียนตน ทุนหรือ input ใหเปน ผลผลิตหรอื output ใหม ี
ประสทิ ธภิ าพสงู สุด โดยคาํ นงึ ถงึ ส่งิ แวดลอมและความยั่งยืนแรงจงู ใจหรือแรงผลักดนั ท่ที าํ ให
ประเทศไทยตองหนั มาสนใจวถิ แี หงเกษตรกรรมความแมนยําสงู
ในปจ จุบันและอีกไมน านตอ จากน้ี ก็คอื สภาพสง่ิ แวดลอ มทีเ่ สื่อมถอยจากการเกษตรท่ีขาด
ขอ มลู ความเชื่อมโยง ระหวา งกิจกรรมในไรนากับสภาพแวดลอ มทีถ่ ูกกระทบ ราคาพืชผลทางการ
เกษตรที่แปรเปล่ียนตามปริมาณผลผลติ ซงึ่ ขาดความสามารถในการคาดการณล ว งหนา สภาวะการ
กระจายตัวและพฤตกิ รรมของประชากรที่เปลย่ี นไป ทําใหแรงงานภาคการเกษตรขาดแคลนหรอื ขาด
คณุ ภาพ รวมไปถึงสภาวะโลกรอนทีท่ าํ ใหสภาพภูมิอากาศเปลยี่ นแปลงไป จนภมู ปิ ญ ญาชาวบา นที่
สืบทอดมาหลายชว่ั คนสาํ หรับใชใ นการดํารงชีวิต และใชต ัดสนิ ใจในการดําเนนิ กิจกรรมในไรนา
เริ่มใชไมไ ดผ ลหรือมีความสุมเส่ยี งมากขน้ึ เหลาน้ีทาํ ใหก ารทําการเกษตรในอนาคตขา งหนา ตองวาง
307
1. ความสามารถในการระบุตําแหนงในฟารม หรอื ไรนา
2. ความสามารถในการเก็บแปรผลและวิเคราะหขอมูลในระยะเวลาและมิติท่ีเหมาะสม
3. ความสามารถในการปรับแตงการใชท รัพยากรและตน ทนุ ตาง ๆ รวมทั้งกจิ กรรมทาง
การเกษตรใหเหมาะสมกบั แตล ะพ้นื ท่ียอ ย ๆ ทพ่ี บความแตกตา ง เทคโนโลยเี กษตรความแมน ยาํ
สูงจะตอ งมีความสามารถครบท้งั 3 อยา งครับจงึ จะเรียกวา ใชไดจรงิ และเปล่ียนฟารม ธรรมดาให
เปน Smart Farm ได
เทคโนโลยีทจ่ี ะนาํ เขา มาใช ในการทาํ เกษตรกรรมความแมน ยําสูง มอี ะไรบาง
• Global Positioning System (GPS) เปนเทคโนโลยีในการระบุพกิ ดั หรือ ตําแหนง บน
พนื้ ผวิ โลก โดยใชกลมุ ของดาวเทียมจาํ นวน 24 ดวง ซง่ึ โคจรรอบโลกในวงโคจร 6 วงท่ี
ความสงู 20,200 กโิ ลเมตรเหนอื พ้ืนโลก เครื่องรับ GPS เชงิ พาณชิ ยใ นปจ จบุ ันมีความ
สามารถในการระบพุ ิกัดไดแมนยําถงึ 1-3 เมตร รวมไปถึงเทคโนโลยีรถไถควบคุมดวย GPS
เพ่ือพรวนดิน หยอดปยุ และเกบ็ เก่ียว บริษัท John Deere ในสหรฐั อเมรกิ าไดจ าํ หนา ยระบบ
รถแทร็คเตอรอตั โนมัติท่ีมีช่ือวา iGuide และAutoTrac ซงึ่ มรี ะบบการบังคบั การเล้ียวของ
พวกมาลัย รวมทั้งอัลกอริทึมตาง ๆ ทท่ี ําใหร ถแทรคเตอรส ามารถวง่ิ ไปวงิ่ กลับตลอดทัง้ ไร
ตามแผนทแี่ ละคาํ สง่ั ที่ระบุโดยสามารถหยอดปยุ หรอื ยาฆา แมลง ใหม ีความแตกตางในแตล ะ
พน้ื ที่ไดต ามโปรแกรมที่ระบุมา
ภาพท่ี 52 ระบบรถแทร็กเตอรข บั เองดวยการนาํ ทางจาก GPS
ของบรษิ ทั John Deere ประเทศสหรัฐอเมริกา
308
• Geographic Information System(GIS)เทคโนโลยีภมู ิสารสนเทศ เปนเทคโนโลยใี นการ
รวบรวมและวิเคราะหขอมูลเชงิ พืน้ ท่ีแลวนํา มาแสดงผลในรปู แบบตาง ๆ โดยจดุ ขายของมนั
อยทู ีค่ วามสามารถในการเกบ็ ขอ มลู หลากหลายมติ ิทม่ี ีความเก่ียวของกับพิกัดของพน้ื ท่ี แลว
นาํ มาวิเคราะหและแสดงผลตามท่ผี ูใชตอ งการ ในอดีตประเทศไทยมีการใชงาน GIS กันอยา ง
กวางขวาง คนท่วั ไปสามารถเขาถงึ ระบบ GIS ไดโ ดยใชโปรแกรม Google Earth ถงึ แม
ผเู ชี่ยวชาญดาน GIS จะบอกวา Google Earth เปน เพียงโปรแกรมแสดงผล(Visualization)
เทาน้ัน ยังขาดความสามารถดา น processing ก็ตาม แตเชอื่ วาอกี ไมนานความสามารถดาน
processing ขอ มูลภูมิศาสตรจะเขา ไปอยใู นGoogle Earth แน ๆ ปรากฏวา ตอนนีG้ oogle Earth
ไดก ลับกลายมาเปน เครอ่ื งมือสําคญั ในทางวทิ ยาศาสตรไ ปแลว เราสามารถนาํ ขอ มลู เชิงพ้ืนท่ี
ตา ง ๆ มาผนวกใชรวมกับ Google Earthได ทําใหตอนนบ้ี ริษทั Google เองสนใจจะเพิ่มเติม
ฟง กช ันตา ง ๆ ทเี่ ปน ประโยชนตอการทาํ งานทางดานวทิ ยาศาสตรเ ขาไปในโปรแกรม เพราะ
Google เชอ่ื วา การเตบิ โตของการใชงานโปรแกรม Google Earthในทางวิทยาศาสตร จะนาํ มา
สกู ารขยายการใชประโยชน โดยคนทัว่ ไปในทส่ี ุด
ภาพที่ 53 จาก Google Earth แสดงขอมลู โครงการทม่ี ชี ่อื วา Bio Mapping ซึง่ มกี ารนําเอา
เครอื่ งวดั อตั ราการเตน ของหวั ใจและ GPS ไปตดิ ที่คนแลวปลอ ยใหเ ดนิ ไปในเมอื ง
• Remote Sensing หรอื เทคโนโลยีการรบั รูระยะไกล เปนเครอื่ งมอื ทใี่ ชในการเกบ็ ขอ มูล
พื้นท่ี โดยอาศยั คล่นื แสงในชวงความยาวคล่ืนตาง ๆ และคลน่ื แมเ หล็กไฟฟา ในรูปแบบ
ตาง ๆ เชน เรดาห ไมโครเวฟ วิทยุ เปน ตน โดยอุปกรณรับรูเหลา นนั้ มักจะติดตั้งบนอากาศ
ยาน หรอื ดาวเทียม เทคโนโลยี Remote Sensing เปน เทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมกับการใชงาน
ในพืน้ ทก่ี วาง ในปจจุบนั เทคโนโลยี Remote Sensing มรี าคาถูกลงมากและใชง านงา ยข้ึน
เดยี๋ วน้เี จา ของฟารม กส็ ามารถใชได ขอ มูลดบิ ท่ีไดจาก Remote Sensing จะเปนสเปคตรา
309
• Proximal Sensing หรอื เทคโนโลยีการรับรูระยะใกล อาศัยเซน็ เซอรวัดขอมลู ตาง ๆ ได
โดยตรงในจดุ ทีส่ นใจ เชน เซน็ เซอรต รวจอากาศ(Weather Station) เซน็ เซอรว ดั ดิน(Soil
Sensor) เซน็ เซอรต รวจโรคพืช(Plant Disease Sensor) เซน็ เซอรต รวจวดั ผลผลิต(Yield
Monitoring Sensor) เซน็ เซอรเ คม(ี Chemical Sensor) เปนตน เซน็ เซอรเหลา นี้สามารถท่ีจะ
นาํ มาวางเปนระบบเครือขายไรสาย(Wireless Sensor Network) โดยนําไปตดิ ตั้งหรอื ปลอ ย
ในพ้นื ที่ไรน า เพอื่ เกบ็ ขอมูลตาง ๆ เชนความชนื้ ในดิน อณุ หภมู ิ ปริมาณแสง สารเคมี เปนตน
ซึ่งเซน็ เซอรไรสายจิ๋วเหลา น้ีสามารถนาํ ไปวางใหค รอบคลุมพ้นื ท่ีฟารม เซ็นเซอรไ รสายท่ี
วงการอตุ สาหกรรมเรียกกันวา“ฝุนฉลาด” (Smart Dust) เหลานส้ี ามารถคุยกันและสง ผาน
ขอมลู ใหแ กกันและกนั ได หากเราสอบถามขอมลู ไปยังเซ็นเซอรทอี่ ยูใ กลทสี่ ุดเพียงตัวเดียว
ขอ มลู ท้งั หมดของเซน็ เซอรท ุกตัวกจ็ ะสามารถถา ยทอดมายังศูนยบัญชาการของฟารมไดท นั ที
บริษัทเครือขายเซน็ เซอรใชเพอื่ เก็บขอ มลู เรียลไทมเ ทา น้ัน แตตอ ไปมันสามารถที่จะใชในการ
ควบคมุ การเปดปด วาลว นํ้าโดยอตั โนมตั ิ เพ่อื ใหน ํ้าแกต นพืชในปรมิ าณทเี่ หมาะสม ซึง่ การ
ควบคมุ นย้ี ังสามารถทําใหมีความสัมพนั ธก ับขอมูลพยากรณอ ากาศในทอ งถิ่นดวยกไ็ ด เชน
หากทราบวาจะมีฝนตกวาลว นํา้ จะปด เครือขา ยเซน็ เซอรเหลา น้ันยงั อาจใชเฝาระวังโรคพชื
โดยตรวจจบั โมเลกลุ ตัวบงช้ีบางชนดิ ที่สื่อวาพืชกาํ ลังจะเปนโรคกอนที่จะลุกลามใหญโ ต
หากนาํ มาใชก ันอยางกวางขวาง มีการเช่ือมโยงขอ มลู จากแตละฟารมมายงั ผูใหบริการนํ้าอยา ง
กรมชลประทาน กจ็ ะชวยใหการจัดการนาํ้ เปน ไปอยา งมีประสทิ ธภิ าพ ซง่ึ ระบบ GIS จะชวย
ใหท ราบวา กรมชลประทานมนี ้ําพอเพยี งตลอดฤดูผลิตหรือไม
ภาพ 54 เซน็ เซอรตรวจวัดอณุ หภูมิและความชื้นของดนิ ที่ใชพ ลงั งานจากแสงอาทิตย
สงขอ มูลไป Server ดว ยสญั ญาณวิทยุ
310
• Variable Rate Technology (VRT)หรอื เทคโนโลยีการใหป ยุ /น้าํ /ยาฆาแมลง ตามสภาพ
ความแตกตางของพ้นื ท่ี โดยมักจะใชรว มกบั เทคโนโลยี GPS เชน รถไถทีใ่ หปุย แตกตาง
กันตามสภาพความอุดมสมบูรณข องพ้นื ท่ี โดยอาจมีการทําแผนท่ีดนิ (Soil Mapping) กอ น
หนานดี้ วยเครอ่ื งสแกนหนา ดินท่ตี ิด GPS จากนนั้ ขอมลู สภาพดินจะถกู เก็บไวในแผนที่
แลว สง ใหร ถไถที่หยอดปยุ โดยรถหยอดปยุ ทตี่ ิด GPS จะรับขอ มูลวา ณ ตาํ แหนง ใด ควร
ใหป ุย N, P และ K ในอัตราที่แตกตางกนั อยางไร การใหยาฆาแมลงก็อาจจะโปรแกรมให
มคี วามแตกตา งกนั ได ตามประวตั กิ ารระบาดของแมลง การใหน ํ้ากส็ ามารถใชเทคโนโลยี
นี้ไดเ ชน กนั โดยอาจใชร ว มกับเทคโนโลยี Proximal Sensing
• Crop Models and Decision Support System (DSS) เปน เทคโนโลยที ่ีบูรณาการ
เทคโนโลยที ัง้ หมดที่กลาวมาขางตนเขา ไวด ว ยกนั เพอ่ื ใชใ นการตดั สนิ ใจวา จะทาํ อะไรกับ
ฟารมเม่ือไร อยางไร นอกจากนั้นเทคโนโลยีน้ยี งั มีความสามารถในการทาํ นายดว ยวา
ผลผลติ จะเปน อยา งไรตอ ไป โดยอาศัยขอ มูลจากอดีตวาหาก ดนิ น้าํ ฟา ฝน เปนอยางนี้
ผลผลิตของฟารมจะเปนอยางไร จริงๆ แลว ในอดีตนั้นบรรพบุรษุ ของเราไดอาศยั สงิ่ ที่
เรียกวาภมู ิปญญาชาวบานมาตลอด หากแตด วยสภาพภมู อิ ากาศที่เปล่ยี นแปลงไปไดทาํ ให
วธิ กี ารดงั กลาวไมอาจใชไ ดผ ลอกี แลว ระบบ DSS น้ีจะทาํ การรวบรวมขอมลู จากอดีตมา
ผสมกับขอ มูลแบบ Real Time ท่ีอานไดในปจ จบุ ัน และอาจผสมผสานกับขอมูลทไี่ ดจ าก
หนวยงานของรฐั เพ่อื เสนอใหเจา ของฟารมทาํ การตัดสนิ ใจอยางใดอยา งหน่งึ กบั ฟารม
เชน สถานตี รวจอากาศในฟารม อาจตรวจพบวา จะมฝี นตกอกี ท้งั ขอ มลู พยากรณอ ากาศที่
ดาวนโหลดมาก็บงบอกฝนตกหนกั ดว ยระบบ DSS กจ็ ะทําการตดั การใหน ํ้า โดยมกี ารแจง
เตือนตอ เจาของฟารม วาจะมฝี นตกหนกั ในไมชา เพอื่ ท่เี จา ของฟารม จะตัดสินใจเตรียมการ
เพอ่ื ลดความเสียหายทอ่ี าจเกดิ ขึ้น ระบบ DSS อาจจะฉลาดเพิ่มไปอีกขน้ั โดยอาจทาํ นาย
ราคาพืชผลในปนี้หรือปตอไปได ภายใตส ภาพอากาศทเี่ กดิ ขน้ึ
สรุป
ปญ หาทเ่ี กิดจากการจดั การธรุ กจิ เกษตรของเกษตรกรไทยโดยทว่ั ไปสรปุ ไดด งั น้ี
1. ปญหาทวั่ ไป
1.1 ปญ หาเรือ่ งหน้สี ินภาคครวั เรอื นของเกษตรกรในชนบทไทย
1.1.1 ดา นเกษตรกร
1.1.2 ดา นแหลงเงนิ ทนุ
1.1.3 ดานระบบการ
311
1.1.4 ดา นระบบการตลาด
1.1.5 ดา นระบบสังคม
1.1.6 ดา นรัฐบาล
1.2. ปญหาระบบเกษตรแผนปจ จบุ นั หรือเกษตรเคม(ี Chemical Agriculture)
1.2.1 ผลกระทบตอสิง่ แวดลอ ม
12.2 ผลกระทบดา นเศรษฐกจิ
1.2.3 ผลกระทบตอ สุขภาพของเกษตรกรและผบู ริโภค
1.2.4 ผลกระทบตอวิถชี วี ติ และภมู ปิ ญ ญาทอ งถ่นิ
1.3 ปญหา GMO
2. การแกปญหา
2.1 มนั ฝรงั่ : ชูไทยเปน ศนู ยก ารผลิตเนน สง ออกตลาดเอเชยี
2.2 หน้สี ินเกษตรกรปญ หาเรือ้ รงั ทต่ี องเรง แกไ ข
2.3 ขายตรงชองทางจาํ หนายใหมข องสินคา เกษตร
2.4 ธรุ กจิ ขา มชาติจอมบงการรัฐบาลตัวการฆา เกษตรกร
2.5 การปลูกพชื เชงิ เดีย่ วเสี่ยงตอการขาดทนุ
2.6 ธรุ กจิ เกษตรป '42 : วิกฤตดานราคา ปญ หาการสงออก
2.7 แนวทางพัฒนาดา นการจัดการธุรกิจเกษตรแบบฟารมอจั ฉริยะ
ประเทศพัฒนาแลว ทงั้ หลายตา งก็กาํ ลงั ขะมักเขมน กนั ทาํ วิจยั ในศาสตรที่จะทําให
เกษตรกรรมของศตวรรษที่ 21 เปนอาชพี สดุ แสนจะไฮเทค ดวยการนาํ เทคโนโลยผี สมผสานตาง ๆ
ทงั้ คอมพิวเตอร อเิ ล็กทรอนิกส ไอที สื่อสาร เซน็ เซอร เทคโนโลยชี ีวภาพ รวมทง้ั นาโนเทคโนโลยี
เขา มาชว ยในการทําใหไรนา ฟารมเกษตรทงั้ หลาย กลายมาเปนออฟฟศไฮเทค ศาสตรด งั กลา วซง่ึ
จะชว ยทาํ ใหฟ ารมธรรมดา ๆ กลายมาเปน ฟารมอจั ฉรยิ ะ (Smart Farm หรอื Intelligent Farm) ไดรบั
การขนานนามวา Precision Agriculture
*********************************************
312
แบบฝก หดั
หนว ยท่ี 12 ปญ หาและแนวทางแกไขระบบธุรกจิ เกษตร
วัตถปุ ระสงค เพื่อทบทวนความรทู ่ไี ดเ รยี นมาแลว
******************************************************************************
1. ปญหาท่วั ไป ทเี่ ก่ยี วกบั เรือ่ งหน้สี ินของเกษตรกรสวนใหญ มาจากสาเหตใุ ดบา ง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2. ปญหาระบบเกษตรแผนปจ จบุ นั หรือเกษตรเคมจี ะสง ผลกระทบอยา งไรบาง
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
3. ปญหา GMO สงผลกระทบตอ ประเทศไทยเราอยางไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
313
4. ตามท่ีเรียนมาแลว เรามีแนวทางการแกป ญหาดา นการจดั การธุรกิจเกษตรอยา งไรบา ง
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
5. ฟารมอจั ฉริยะคืออะไร
.......................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
***************************************
314
แบบประเมนิ ผลกอ น-หลงั เรียน
หนว ยที่ 12 ปญหาและแนวทางแกไขระบบธุรกจิ เกษตร
วตั ถปุ ระสงค เพอื่ ประเมนิ ความรูก อ นเรยี นและหลงั เรียน
******************************************************************************
คาํ ส่งั จงตอบคําถามและอธบิ ายมาพอเขาใจ
1. ปญหาดานการจัดการธุรกจิ เกษตรที่พบโดยทั่วไปมอี ะไรบา ง
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2. จงบอกแนวทางการแกปญ หาการจัดการธรุ กิจเกษตรมาพอเขา ใจ
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
***************************
315
ใบงานที่ 12
หนว ยที่ 12 เร่อื งปญหาและแนวทางแกไ ขระบบธุรกิจเกษตร
********************************
เรอื่ ง ปญหาและแนวทางแกไ ขระบบธุรกิจเกษตร
จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. สามารถวเิ คราะหป ญ หาทเี่ กิดจากการจัดการธรุ กิจการเกษตรได
2 สามารถบอกแนวทางการแกป ญหาจัดการธุรกจิ การเกษตรได
จดุ ประสงคดา นคุณธรรมและจรยิ ธรรมของนักศึกษา
1. ดา นมนุษยสัมพนั ธ ในการมีสวนรวม รบั ฟงคนอื่น เปนผนู าํ และผูตามทด่ี ี
2. ดา นความรบั ผิดชอบ ตอสวนรวมและสวนบคุ คล คอื การตรงตอเวลา เขาหองเรยี นทนั เวลา การ
สง งานตามกาํ หนด ความสะอาดและถูกตอ งของผลงาน
3. ดานความมีวินัยในตนเอง ความซ่ือสตั ยส จุ ริต แตง กายถกู ตองตามระเบียบ
4. ดานความรแู ละทักษะวชิ าชพี มคี วามสํานกึ ดีในการจัดการธรุ กิจเกษตรในทกุ เรื่องทเี่ ก่ยี วของ
วัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ
1. กระดาษ A4
2. ตัวอยา งองคก ารธรุ กิจเกษตร
3. แบบประเมินผลงานท่ีมอบหมาย
4. เอกสารประกอบการสอนหนว ยท่ี 12
ข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ าน
1. ใหผ เู รยี นแบงกลุม 4-5 คน/สง ตวั แทนมารบั ใบงานที่ 12 และตัวอยางธุรกจิ เกษตรท่คี รมู อบหมาย
ไปทําการวิเคราะหห าปญ หาและวางแนวทางการแกปญ หา
2. ดําเนนิ การทํางานใหเ สร็จภายใน 1 ชั่วโมง
3. สง ตัวแทนนาํ ผลงานมาเสนอหนาชน้ั เรียน
4. สงรายงาน ตามรปู แบบรายงานที่ถูกตองสมบูรณ
5. ประเมนิ ผล
แหลงคนควา
1. หนังสือเอกสารประกอบการสอนวิชาการจัดการธุรกจิ เกษตร
2. ทางอนิ เตอรเ น็ต
3. หนังสอ่ื และตาํ ราเกยี่ วกับการบริหารจดั การท่ัวไป และตวั อยา งธุรกจิ เกษตร
******************************
หนว ยท่ี 2
เร่อื ง รูปแบบธรุ กจิ เกษตรของไทย
************************
จดุ ประสงคการเรียนรู
หลังจากการเรยี นจบเน้อื หาหนวยนแี้ ลว ผเู รียนสามารถ
1. อธิบายถงึ รปู แบบการดําเนนิ งานขององคก ารธรุ กิจเกษตรท่มี ีอยใู นประเทศไทยได
- กิจการเจาของคนเดยี ว (Sold Proprietorship)
- กจิ การหางหนุ สวน (Partnership)
- กิจการบริษัทจํากดั (Limited Company)
- รัฐวสิ าหกจิ (State Enterprise)
- กจิ การสหกรณจ ํากัด (Co-Operative)
- กจิ การแฟรนไชส (Franchise)
2. อธบิ ายถงึ ขอดี- ขอเสยี การดําเนินงานของธุรกิจแตละรปู แบบองคก ารตา ง ๆ ได
สาระสําคัญ
การดาํ เนนิ ธุรกิจทางดานการเกษตรของประเทศไทย ปจ จุบันมีรปู แบบการดําเนินธรุ กิจ
หลากหลายรูปแบบ หลายประเภท เพื่อใหผ ูป ระกอบการธรุ กจิ เกษตรตดั สนิ ใจเลือก ท้ังนี้ยอ มขนึ้
ลกั ษณะของกิจการคา ความเหมาะสม ความรู ความสามารถ เงินทุน และสถานการณท าง
เศรษฐกิจในขณะนนั้ รปู แบบในการดําเนนิ ธรุ กิจท่นี ยิ มใชกนั สว นใหญในประเทศไทย มีอยู
ดว ยกัน 6 รูปแบบ คือ
1. กจิ การเจา ของคนเดยี ว (Sold Proprietorship)
2. กิจการหา งหุนสวน (Partnership)
3. กิจการบริษทั จาํ กัด (Limited Company)
4. รฐั วสิ าหกจิ (State Enterprise)
5. กิจการสหกรณ (Co-Operative)
6. กิจการแฟรนไชส (Franchise)
27
เนอ้ื หา
การท่ีจะตัดสินใจเลือกดาํ เนนิ ธรุ กิจการคาในรปู แบบใดน้นั ผูประกอบการจะตองคาํ นงึ ถึง
องคประกอบที่สําคัญหลายประการดวยกนั เชน ลักษณะของกจิ การคา เงนิ ทนุ ความรคู วามสามารถ
ในการดาํ เนนิ ธรุ กจิ เปน ตน ทั้งน้ี เพอ่ื ใหก ารประกอบธรุ กิจนั้นประสบผลสําเรจ็ นาํ มาซง่ึ ผลประโยชน
และกําไรสูงสุด
รูปแบบของธรุ กิจเกษตรจําแนกไดดงั นี้
1. กจิ การเจา ของคนเดียว (Sold Proprietorship)
2. กจิ การหา งหนุ สวน (Partnership)
3. กจิ การบริษัทจาํ กัด (Limited Company)
4. รัฐวิสาหกจิ (State Enterprise)
5. กจิ การสหกรณ (Co-Operative)
6. กิจการแฟรนไชส (Franchise)
1. กิจการเจา ของคนเดียว (Sold Proprietorship)
กิจการเจา ของคนเดยี ว (Sole Proprietorship) การดําเนนิ ธุรกจิ ประเภทน้ี เปน ธรุ กิจที่มีมา
เปน เวลาชานานและแพรหลายทีส่ ดุ ในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจการคา ปลีกและการคาสง ธรุ กจิ
การใหบรกิ ารและธุรกจิ การเกษตรท่ีเปนกิจการขนาดเลก็ การดําเนนิ งานกระทาํ ไดง า ยเพราะมีบุคคล
เพียงคนเดียวเปน เจาของ การตัดสนิ ใจดาํ เนินงานมีความคลอ งตัว กจิ การเจาของคนเดียวจึงเปน
ประเภทและชนิดของธุรกิจท่ีผูบรโิ ภคคนุ เคย และใกลชดิ มากท่ีสุดจนถือเปน สวนหน่ึงของ
ชวี ิตประจําวัน เปนกจิ การทผ่ี ูลงทนุ และรบั ผิดชอบในการทํางานแตเพียงผเู ดียว การดาํ เนนิ งาน
ไมสลบั ซบั ซอน มคี วามคลอ งตวั ในการดําเนินงาน เพราะผูลงทุนสามารถตัดสินใจ บริการดว ยตนเอง
และไดร ับกาํ ไรแดผเู ดียว อกี ท้งั มีกฎหมายควบคมุ การทาํ งานนอ ย เปนกจิ การขนาดเล็กและมีจาํ นวน
มากทสี่ ุดในประเทศไทย ไดแก ธุรกิจการคาปลีก บนตกึ แถวริมถนน หาบเรแ ผงลอย ฯลฯ เปนตน
ภาพท่ี 7 ธรุ กจิ แบบเจาของคนเดียว การเลี้ยงแกะและการทําสวนปาลมน้ํามัน
28
1.1 ขอ ดแี ละขอ เสยี ของกจิ การเจาของคนเดยี ว มดี ังนี้ ขอ เสยี
ขอดี
1. จดั ตง้ั ไดงา ย 1. เงินทุนจํากดั ขยายกจิ การไดย ากเพราะเส่ียง
2. มอี ิสระในการดําเนนิ งาน
3. รักษาความลบั ของกิจการได ตอ การลงทุน
4. กฎระเบยี บและขอ บังคบั มนี อย 2. มีความรับผดิ ชอบไมจ าํ กดั
5. ผลกําไรไดร บั แตเพียงผเู ดยี ว 3. ความผดิ พลาดเกิดขน้ึ ไดงา ย
6. การเลิกกิจการกระทาํ ไดง าย 4. กรณเี จบ็ ปว ยหรอื เสยี ชวี ิตจะมีผลทําใหก าร
7. มีความใกลช ิดและใหบรกิ ารแกล กู คาได
ดาํ เนนิ งานขาดความตอเนือ่ ง
ดกี วา ธรุ กจิ รปู แบบอ่นื 5. ขาดความเชอ่ื ถอื หรอื ขาดหลักทรพั ยค้าํ
8. สามารถตัดสินใจไดรวดเรว็ ทนั ตอ เหตุการณ
ประกนั ทาํ ใหห าแหลง เงินทุนไดย าก
6. ความเจรญิ กาวหนา ของธุรกิจขน้ึ อยกู ับ
ความสามารถของเจาของกจิ การ
7. โอกาสความกา วหนา ของพนักงานมจี ํากดั
เจาของกิจการจะควบคุมการดาํ เนินงาน
ทกุ อยางดว ยตนเอง
8. เจาของขาดความสามารถและประสบการณ
ในการทํางาน
2. กจิ การแบบหางหุนสว น (Partnership)
หางหุนสว น หมายถึง การดาํ เนินธรุ กิจโดยการรว มกันของกลุมบคุ คลตั้งแต 2 คนขน้ึ ไป
ตกลงที่จะดาํ เนนิ ธรุ กจิ โดยมวี ัตถุประสงคทจี่ ะแบง ผลกาํ ไรจากการดาํ เนินงาน
การจัดตงั้ หางหุนสว นเปน การประกอบการที่มีบุคคลตง้ั แต 2 คนข้ึนไป ทําสญั ญาตกลง
กันเพอ่ื กระทํากจิ การรว มกันดว ยการแบง ปน ผลกาํ ไรจากการดําเนนิ ธรุ กจิ น้ัน การจดั ตงั้ หา งหนุ สวน
กระทาํ ไดงาย โดยเฉพาะหางหนุ สวนสามญั ซ่ึงไมต องจดทะเบยี น เพยี งแตไ ปยื่นขอจดทะเบยี น
พาณชิ ยภายใน 30 วนั นับวนั เรมิ่ ตน กจิ การ ซงึ่ จะตอ งมีคาํ วา “หา งหุนสวน”หรอื “หางหนุ สว นสามัญ”
นําหนา ชอื่ หา งเสมอ สวนหา งหนุ สวนจํากดั จะตอ งจดทะเบียนเสมอ
2.1 ลักษณะสาํ คญั ของหา งหุนสวน มี 4 ประการ คือ
2.1.1 มสี ัญญาระหวางบคุ คลตัง้ แต 2 คนขึ้นไป สัญญาจะทาํ ดว ยวาจาก็ไดซึ่ง
กฎหมายมไิ ดบ งั คับใหทาํ เปน หนังสือ แตใ นทางปฏบิ ตั สิ ญั ญามักจัดทาํ เปนลายลกั ษณอ ักษร
29
2.1.2 มีการตกลงรวมทุน คูสัญญาจะตองมสี ง่ิ หนง่ึ สิ่งใดมาลงทนุ ไดแ ก เงินสดหรอื
ทรพั ย เชน เคร่อื งจักร สํานกั งาน ทด่ี นิ ฯลฯ ตลอดจนแรงงาน เปน ตน
2.1.3 การกระทาํ กจิ กรรมรวมกนั ผูเปนหุนสว นจะตอ งดําเนินธรุ กิจทีจ่ ัดตงั้ ข้นึ รวมกนั
2.1.4 มวี ตั ถุประสงคแบงปนผลกําไรจากการรวมทาํ ธุรกจิ
ภาพที่ 8 หา งหุนสวนสามญั ผลติ ภณั ฑอ าหารแมเล็ก
สนิ คาสดุ ยอดหน่ึงตาํ บล หนง่ึ ผลติ ภัณฑ 2547
ประเภทผลิตภัณฑ : เคร่ืองดม่ื ระดับดาว :
2.2 ประเภทของหา งหนุ สวน
ตามกฎหมายแพงและพาณชิ ย หา งหุนสว นแบงออกได 2 ประเภท คอื
2.2.1 หา งหนุ สว นสามญั (Ordinary Partnership) หมายถงึ หา งหุนสวนทผี่ ูลงทนุ เขา
หุนทกุ คนตอ งรบั ผดิ ในหนีส้ นิ ทงั้ ปวงของหา งหุนสว นรว มกนั โดยไมจ าํ กัดจํานวน หา งหนุ สว น
สามัญจะจดทะเบยี นหรอื ไมก ็ได หากไมจ ดทะเบยี นจะมีสภาพเปนหา งหุน สวนสามญั แตถ าจด
ทะเบียนกจ็ ะมสี ภาพเปนนติ บิ ุคคล ซง่ึ เรยี กวา “หา งหนุ สว นสามัญนิตบิ คุ คล” (Registered
Ordinary Partnership) ประกอบชือ่ หา งเสมอไป
หา งหนุ สว นสามัญไมจ ดทะเบยี นกฎหมายไมถ อื วา เปน นติ บิ ุคคล แตหา งหุนสวน
สามญั จดทะเบียนถือวาเปน บคุ คลตามกฎหมายหรอื เรยี กวา “นิติบคุ คล” และเรียกชอื่ เปนหา ง
หุนสว นสามญั นิติบุคคล
นติ บิ คุ คล คือ บคุ คลตามกฎหมาย การกระทาํ ใด ๆ ของนิตบิ คุ คลมขี น้ึ ไดโดยผา น
ตวั แทน เชนผจู ดั การเปน ตัวแทนของนติ บิ คุ คล ซ่ึงเพื่อกระทําการใดตอ งรับผดิ ชอบในการกระทํา
น้นั เชนการชาํ ระหนสี้ ิน
2.2.2 หางหุนสว นจาํ กดั (Limited Partnership)หมายถึง หางหนุ สว นทผี่ ปู ระกอบการ
จะตอ งจดทะเบยี นเปนนติ ิบคุ คลเสมอไป และจะตองใชค ําวา“หา งหุนสว นจํากดั ” ประกอบช่ือหา ง
เสมอ
30
หางหนุ สว นจาํ กดั ประกอบดวยหนุ สว น 2 ประเภท คอื
1) หนุ สวนประเภทจํากัดความรบั ผิด หมายถึง หุนสวนทรี่ บั ผิดในหนส้ี นิ ของ
หา งเพยี งไมเ กนิ จาํ นวนทล่ี งทนุ ในหางหุนสว นนน้ั
2) หุน สวนประเภทไมจาํ กดั ความรบั ผดิ หมายถึง หนุ สวนทจ่ี ะตองรบั ผิดใน
หน้ีสนิ ของหางโดยไมม จี ํานวนจาํ กัด หุนสวนประเภทนจี้ งึ มสี ทิ ธทิ จี่ ะจดั การหรือบริหารงาน
หา งหนุ สว นสามัญนิติบคุ คล
(ตอ งจดทะเบยี น)
หางหุนสว นสามัญ
หา งหุนสว นสามญั
(ไมต อ งจดทะเบยี น)
หา งหุน สว น
หา งหนุ สว นประเภทจํากดั
ความรับผิด
หา งหุนสวนจาํ กดั
(ตอ งจดทะเบยี น) หุนสวนประเภทไมจ าํ กัด
ความรับผดิ
แผนผงั แสดงรปู แบบธุรกิจประเภทหางหนุ สวน
2.3 ขอ แตกตา งระหวา งหางหนุ สว นสามญั และหางหนุ สวนจาํ กัด
หา งหนุ สวนสามญั หา งหนุ สวนจาํ กัด
1. ไมต อ งจดทะเบียนหางหุน สว น 1. ตองจดทะเบยี นหางหนุ สวน
2. มสี ภาพเปนบคุ คลธรรมดา 2. มสี ภาพเปนนติ ิบุคคล
3. เปนหนุ สว นไมจ ํากัดความรบั ผิดเพียง 3. มีหนุ สว น 2 ประเภท คือ หนุ สวน
ประเภทเดยี ว ประเภทจาํ กัดความรับผดิ และหุน สวนไม
จาํ กัดความรบั ผิด
4. หุนสว นทกุ คนสามารถเปนผูจดั การได 4. ผูจัดการจะมาจากหนุ สวนประเภทไมจ ํากดั
ความรบั ผดิ
5. โอนหนุ ไดยาก 5. โอนหนุ ไดง า ย
6. ความขดั แยงมมี าก 6. ความขัดแยง มนี อย
7. อายุของกิจการมคี วามตอ เนอ่ื งนอ ยกวา 7. อายุของกิจการมีความตอเนอ่ื งมากกวา
31
ภาพที่ 9 หา งหุนสวนจํากดั เกดิ แกวสมุนไพรไทยผลติ ภณั ฑไ วน- สาโท
เชน ไวนลิน้ จ่ี ไวนก ระชายดาํ ไวนล กู หมอน สาโท(OTOP)*
2.4 ขอดขี องกิจการหา งหุน สวน
2.4.1 กอ ตัง้ งาย การกอ ตัง้ ธรุ กจิ ประเภทหา งหนุ สว น จะจดทะเบยี นหรอื ไมกไ็ ด
ผเู ปนหนุ สวนจะมสี ัญญาทไ่ี มเ ปนลายลกั ษณอักษรกไ็ ด เวน แตผูเปนหนุ สว นมีความประสงคจ ะขอ
จดทะเบยี นกส็ ามารถกระทาํ ได
2.4.2 เปนการรวบรวมความรูความสามารถ การดําเนนิ งานของกจิ การหา งหนุ สว น
เปนการรวบรวมบคุ คลทม่ี คี วามรคู วามสามารถไวดวยกนั เชน ความรดู า นการบริหาร ความรูดา น
การผลติ ความรดู า นการตลาด ฯลฯ ดงั นน้ั กิจการหางหุน สว น จงึ เปน ศนู ยรวมของกลุมบุคคลที่
จะตอ งชว ยกนั คดิ ชวยกันทํา ตามความรคู วามสามารถของตน เพ่ือที่จะทาํ ใหกจิ การประสบ
ความสําเร็จและยงั เปน ผลดีตอ เศรษฐกจิ โดยรวม
2.4.3 มีแหลง เงนิ ทนุ การประกอบการของหางหุนสว น สามารถหาแหลงเงินทุนได
จากแหลงตา ง ๆ มากกวาธุรกจิ เจา ของคนเดยี ว เพราะการทํางานรวมกนั หลายคน ทาํ ใหก จิ การ
ไดร บั ความเชอ่ื ถือจากบคุ คลทั่วไป ดงั นนั้ การระดมทนุ จึงทาํ ไดสะดวก ซ่ึงมีผลตอธุรกิจในการ
ขยายกจิ การตอ ไป
2.4.4 ความเชอ่ื ถือของบคุ คลภายนอก กิจการหา งหนุ สวน เปน ธุรกิจทน่ี าํ เอาบุคคลท่ี
มีความรูความสามารถมาทํางานรวมกนั มกี ารแบง งานกนั ทําตามความถนัดและความสามารถของ
ตนซงึ่ มีความรับผดิ ชอบ ดงั นัน้ กิจการหางหนุ สวนจงึ เปน ท่เี ชอื่ ถือ หรือมีเครดิตตอ บคุ คลภายนอก
ซ่งึ ใหความมนั่ ใจท่จี ะดาํ เนนิ ธรุ กจิ ดว ย
2.4.5 การกระจายความเสยี หาย การดําเนนิ ธรุ กิจในรปู หา งหนุ สว น หากประสบกบั
การขาดทุน หนุ สวนแตล ะคนจะตอ งรบั ผดิ ตอ หนส้ี ินของธรุ กจิ ดวยการกระจายความเส่ยี ง กจิ การ
หางหนุ สว นจะลดความสญู เสียที่หนุ สวนคนใดคนหนึง่ ตอ งรับผดิ ชอบได ภาระความรับผดิ จึงไม
ตกอยูกับบคุ คลเพียงคนเดยี ว
32
2.5 ขอ เสียของกจิ การหา งหนุ สวน
2.5.1 ปญหาความขดั แยง การดําเนนิ งานในรปู หา งหนุ สวน เปนการรวมบคุ คลหลาย ๆ
คนเขาไวด ว ยกนั การทาํ งานบางครงั้ อาจจะมคี วามคดิ เห็นไมตรงกนั ทาํ ใหเกดิ ความขัดแยง
เก่ียวกับความคดิ เหน็ หรือการทาํ งานได
2.5.2 ความรบั ผดิ ในหนส้ี นิ ไมจ ํากัด ผเู ปน หนุ สว นแตละคนจะตองรบั ผดิ ตอ หนส้ี ิน
ไมจ ํากัดจาํ นวน เจา หน้ีสามารถเรียกรองใหเ อาทรัพยส ินสวนตวั ของหนุ สวนชําระหน้ไี ด
โดยเฉพาะหนุ สว นประเภทไมจ าํ กัดความรบั ผิด หากการดาํ เนนิ งานเกดิ ความผิดพลาดธรุ กิจประสบ
ความลม เหลว หนุ สว นไมจ าํ กดั ความรบั ผิดจะตอ งรว มรบั ผิดโดยไมจ ํากดั จาํ นวน
2.5.3 อายกุ ารดําเนนิ งานจํากัด อายุของการดาํ เนินธรุ กจิ ประเภทน้ี ขนึ้ อยกู บั ผูเ ปน
หุน สวนแตล ะคน หากผูเปนหนุ สว นคนใดคนหนง่ึ เสยี ชวี ติ หรือถอนตัวออกไป ดว ยการขายหุน
ลม ละลายหรอื ไรความสามารถ ธุรกิจนนั้ จะตองลมเลกิ ไป ยกเวนกรณหี นุ สวนเดิมรบั ซอ้ื หนุ เอาไว
ดงั นนั้ อายุของการดําเนนิ งานของหางหนุ สวนจงึ จํากัด สาํ หรบั หนุ สว นประเภทไมจาํ กดั ความรบั
ผดิ จะไมม ผี ลทจี่ ะทําใหก จิ การตองลม เลกิ ไป
2.5.4 การถอนหุนทําไดย าก ผูเปน หนุ สว นไดน าํ ทรพั ยม าลงทุน เชน เงินสด ที่ดนิ
สาํ นักงาน ฯลฯ ทรัพยส ินเหลานน้ั ผเู ปนเจา ของไมอาจจะถอนทุนเหลา นน้ั ข้นึ มาทนั ที ตามทตี่ น
ตองการได จงึ มลี ักษณะขาดความคลอ งตวั เพราะทรพั ยส นิ ดังกลาวถูกนาํ ไปใชห มนุ เวยี นในการ
ดาํ เนินธรุ กจิ กิจการจงึ ไมส ามารถนําทรัพยส ินมาจา ยคนื แกผูถอื หุน ไดท นั ที
2.6 การจัดตง้ั กจิ การประเภทกจิ การเจา ของคนเดยี วและหา งหนุ สวน
การจัดตั้งกจิ การประเภทบุคคลเดยี ว มีรูปแบบในการดําเนนิ ธุรกจิ ทส่ี ามารถแบงได
ตามลกั ษณะของกิจการ คือ
2.6.1 ประเภทท่ไี มข อจดทะเบียนกจิ การ เรียกวาหา งหนุ สว นสามัญ(ไมจดทะเบยี น)
2.6.2 ประเภททีข่ อจดทะเบยี นกิจการ เรยี กวา หางหุน สวนสามญั นติ ิบคุ คล
กิจการประเภทบคุ คลคนเดยี วทีไ่ มข อจดทะเบยี นกิจการ หรอื หางหุน สว นสามญั
(ไมจ ดทะเบยี น)ธรุ กิจทีม่ บี คุ คลคนเดียวเปนผูล งทนุ และเปนเจาของกจิ การโดยลําพังคนเดยี ว
รับผดิ ชอบในทรพั ยสนิ และหนสี้ ินทเ่ี กดิ จากธรุ กิจ การบริหารการจดั การตางข้นึ อยกู บั บคุ คลคน
เดียว เรยี กวา หางหนุ สว นสามญั (ไมจ ดทะเบียนกิจการ)
33
2.7 กิจการท่ไี ดร ับยกเวนไมต อ งจดทะเบยี นพาณชิ ย
- การคาเร การคา แผงลอย
- พาณิชยกจิ เพือ่ บาํ รงุ ศาสนาหรือเพ่ือการกุศล
- พาณิชยกจิ ของนติ ิบุคคลซึ่งไดม ี พระราชบญั ญัตหิ รอื พระราชกฤษฎกี าจัดตงั้ ขึ้น
- พาณิชยกจิ ของกระทรวง ทบวง กรม
- พาณิชยกจิ ของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ
- พาณชิ ยกจิ ของหา งหนุ สว นสามัญนิติบุคคล หางหุนสว นจาํ กดั และบรษิ ทั จํากดั
ท่ีจดทะเบยี นในประเทศไทย
- กลมุ เกษตรกรซึง่ ไดจดทะเบยี นตามประกาศคณะปฏวิ ตั ฉิ บับที่ 141
2.8 ข้ันตอนการจัดตง้ั หา งหนุ สว นสามญั ไมจ ดทะเบียน
ขอคาํ รองจดทะเบยี นกับสํานักบรกิ ารจดทะเบยี น กรมทะเบยี นการคา กระทรวง
พาณชิ ย ปฏบิ ตั เิ ชนเดยี วกบั บุคคลธรรมดา
ธุรกิจเจา ของคนเดยี วเหมาะสาํ หรับผูประกอบการที่จะเร่ิมธรุ กจิ ใหม เพราะเมือ่ ดําเนนิ
ธรุ กิจไปไหชว งหน่ึงกจ็ ะทราบความเปน ไปในธรุ กจิ ทที่ าํ อยู จึงคอ ยเปลย่ี นแปลงรปู แบบของธุรกิจ
เพอื่ ใหส อดคลอ งกบั กจิ การท่ขี ยายตวั กิจการประเภทบคุ คลคนเดียวทจ่ี ดทะเบยี นกจิ การธรุ กจิ ท่มี ี
บุคคลคนเดียวเปนผลู งทุน และเปน เจา ของกจิ การท่เี ขา ขา ยกิจการในลกั ษณะตามพระราชบัญญัติ
ทะเบยี นพาณชิ ย พ.ศ. 2499 ที่กาํ หนดใหต อ งจดทะเบยี น เจาของกิจการตอ งยน่ื ขอจดทะเบยี น
พาณชิ ยภ ายใน 30 วนั นบั แตวันทีไ่ ดเร่มิ ประกอบกิจการ มีสถานภาพเปนนติ บิ คุ คล เรยี กวา
“หา งหุนสว นสามัญนิตบิ ุคคล ”
การจัดตัง้ หางหนุ สว นสามัญนิติบคุ คลนน้ั ทําได ซ่งึ ธรุ กิจน้นั ตองไมขดั ตอ กฎหมายและ
ศลี ธรรม การบริหารหางหุนสว นสามัญนิตบิ คุ คลน้ัน การดาํ เนนิ งานอยางเต็มท่ีตามวัตถุประสงคและ
ตามสัญญาของหา ง อาทเิ ชนเรอื่ งการรับผิดชอบในกําไรขาดทนุ หนี้สิน หรอื นติ กิ รรม
หรือสัญญาใด ๆ ยอมผกู มดั ผูเปนเจา ของกจิ การโดยทไ่ี มส ามารถทีจ่ ะปฏิเสธได
2.9 กิจการท่ีตอ งจดทะเบียนพาณชิ ย
- การทําโรงสีขา ว และการทาํ โรงเลอ่ื ยท่ใี ชเ ครอ่ื งจักร
- การขายสนิ คา ไมวา อยา งใด ๆ อยา งเดยี วหรือหลายอยา ง คดิ รวมทั้งส้นิ ในวนั หนง่ึ ขาย
ไดเปนเงินต้งั แต 20 บาทข้นึ ไป หรือมสี ินคาดังกลา วไวเ พอ่ื ขายมีคา รวมทั้งส้ินเปน เงินต้งั แต 500 บาท
ขนึ้ ไป
- นายหนา หรือตัวแทนคา ตาง ซง่ึ ทาํ การเกย่ี วกับสนิ คา ไมวาอยา งใด ๆ อยางเดียว หรือ
หลายอยา งก็ตาม และสินคา นน้ั มีคา รวมท้งั สิน้ ในวันหน่งึ วันใดเปน เงินต้ังแต 20 บาทขึ้นไป
34
2.10 ระยะเวลาที่ตองจดทะเบยี นพาณิชยแ ละคาธรรมเนยี ม
เจา ของกิจการมหี นาทีต่ อ งยนื่ ขอจดทะเบยี นพาณชิ ยภ ายใน 30 วนั นับแตว ันทไี่ ดเร่ิม
ประกอบกจิ การ เจาของกจิ การใดฝาฝน ตอ งระวางโทษปรับไมเกิน 2,000 บาท และปรับตอเน่อื งอกี
วันละไมเกิน 100 บาทจนกวา จะไดจดทะเบียนการจดทะเบียนพาณชิ ย ตองเสยี คาธรรมเนียม 50 บาท
2.11 การเลกิ กิจการ
หางหนุ สวนสามญั นิตบิ ุคคลสามารถเลิกกจิ การตามสญั ญาท่ีกําหนดไว เชน ไดม ีการ
กาํ หนดระยะเวลาในการทํางานและเมอื่ ครบกําหนดตามเวลาแลว กต็ อ งเลิกไป หรือเจา ของกจิ การ
เสียชีวติ ลมละลาย หรือไรค วามสามารถ สามารถทาํ การเลิกได หรือศาลส่งั ตามคําขอของเจา ของ
กิจการใหยกเลิกเนอ่ื งจากขาดทุนมาตลอด
ในกรณที ีม่ กี ารเลิกกจิ การหา งหุนสวนสามญั นิติบคุ คลน้นั ตอ งทําการชาํ ระหนดี้ ังนี้
1. ชาํ ระหนแี้ กบ คุ คลภายนอกเปนอนั ดบั แรก
2. ชําระหนเี้ งนิ กเู งนิ ทดรองและคาใชจ า ยท่ีขอยืมมาใช
3. กจิ การบรษิ ัทจํากดั (Limited Company)
บรษิ ัทจาํ กดั คือ กจิ การทก่ี อ ตง้ั ดวยการแบงทุนออกเปนหนุ แตล ะหนุ มมี ลู คา เทา ๆ กัน
ผูถอื หนุ แตละคนตา งรบั ผิดจาํ กัด เพยี งไมเกนิ จาํ นวนเงนิ ทีย่ ังสงใชไมค รบตามมลู คา ของหุนท่ีตนถอื
อยู ผถู อื หนุ จาํ นวนมากมสี ิทธใิ นการบรหิ ารงาน บริษทั แบง ออกเปน 2 ประเภท คอื บรษิ ทั จาํ กัด
และบริษัทมหาชน (จํากดั )
3.1 ลกั ษณะสําคญั ของบรษิ ทั จํากัด
3.1.1 มีผถู ือหนุ ไมน อ ยกวา 7 คน แตไมเ กิน 100 คน
3.1.2 มูลคา หุนไมต่าํ กวาหนุ ละ 5 บาท ซงึ่ จะตองชาํ ระเงินคา หุน ในครั้งแรกกอ น
จดทะเบยี นตงั้ บริษทั ไมนอยกวารอยละ 25 ของมลู คา หนุ
35
ภาพท่ี 10 บรษิ ัท ผลติ ภณั ฑอาหารเชฟชอย จํากัด
3.1.3 มคี าํ วา “บรษิ ทั ” นาํ หนาช่อื และตอ ทายดวยคําวา “จาํ กดั ”
3.1.4 การบริหารกิจการเปน หนาทข่ี องกรรมการบริษัท
3.1.5 ท่ปี ระชมุ ผถู ือหุน เปน เพยี งผแู ตง ตง้ั หรือถอดถอนกรรมการบรษิ ทั ตลอดจน
กําหนดนโยบายและเงนิ ปนผล
3.1.6 บริษทั จะออกเอกสารใหกบั ผถู อื หนุ คือใบหุน
3.2 การจดั ตง้ั บรษิ ัทจาํ กัด
การจัดตงั้ บริษัทจาํ กัด ผูป ระกอบการจะตองดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ดงั ตอไปน้ี
3.2.1 มีผูรเิ ริ่มกอตง้ั บริษัทตงั้ 7 คนขึ้นไป เขา ชื่อกันทาํ หนงั สอื บรคิ ณหส นธแิ ลว
นาํ ไปจดทะเบยี นตอนายทะเบียนบริษทั
หนังสือบรคิ ณหส นธิ คอื หนังสือแสดงรายละเอยี ดเกยี่ วกบั การจดั ตง้ั บริษทั
โดยลงลายมอื ชื่อของผรู ิเร่มิ กอการทุกคน ซง่ึ ตอ งมพี ยานลงลายมือชอื่ รบั รองจาํ นวน 2 คน
แลวนาํ ไปจดทะเบียน การจดั ทําหนังสือบริคณหสนธิจะตอ งทําอยา งนอ ย 2 ฉบบั มรี ายละเอียด
ดังตอ ไปน้ี
1) ช่ือกิจการมีคําวา“บรษิ ทั ” นําหนาชอื่ และตอทายดว ยคําวา “จํากดั ”เสมอ
2) ท่ีตงั้ ของบริษทั
3) วตั ถุประสงของบริษทั
4) ถอยคาํ ที่แสดงวาความรบั ผดิ ชอบของผูถอื หนุ จะมจี าํ กดั
5) จาํ นวนทุนหรอื หนุ ที่จดทะเบยี นตลอดจนมูลคาของหนุ
6) ชือ่ สํานัก อาชพี และลายมอื ชื่อของผกู อการพรอ มจํานวนหนุ ท่แี ตละคนจองไว
36
3.2.2 เมอ่ื นายทะเบียนบรษิ ทั ไดร บั จดทะเบยี นหนังสือบริคณหส นธแิ ลว ผูเร่มิ กอการ
จัดต้ังบรษิ ทั ตอ งดาํ เนินการใหมีผูเ ขา ชอ่ื ซื้อหนุ หรือจองหนุ จนครบจํานวนตามทจี่ ดทะเบยี นหนังสอื
บริคณหสนธิไว และหามมใิ หมกี ารชี้ชวนหรือโฆษณาใหม าซือ้ หนุ โดยเดด็ ขาด เพราะกฎหมาย
หามไว
3.2.3 หนุ ทนุ จะตองมีผแู สดงความจํานงขอซ้ือจนครบเสียกอ น จงึ จะไปขอจด
ทะเบยี นตงั้ บรษิ ทั ได
3.2.4 ผูเริ่มกอ การเรยี กประชมุ บรรดาผูทซ่ี ้ือหุน เพือ่ ประชุมจัดตัง้ บริษทั โดยกําหนด
ขอ บงั คับของบริษัท การใหส ตั ยาบนั แกสัญญาตา ง ๆ การกําหนดจาํ นวนหนุ แตล ะประเภท
และแตงตัง้ กรรมการบรษิ ัท
3.2.5 ผเู ริ่มกอการจะตองมอบกิจการทัง้ ปวงใหก บั กรรมการดาํ เนินงานตอไป สวนผู
เร่มิ กอการจะหมดหนา ทีไ่ ป
3.2.6 กรรมการบรษิ ัทจดั การเรยี กเงนิ คาหนุ จากผูเร่มิ กอ การ และผซู ื้อหนุ โดยให
ชําระเงินคาหนุ อยา งนอ ยรอ ยละ 25 ของมลู คาหนุ จนครบทุกหนุ
3.2.7 กรรมการของบริษทั ตองไปขอจดทะเบยี นบรษิ ทั ภายใน 3 เดอื นนับแตว นั
ประชมุ ต้ังบริษัท เมอื่ นายทะเบยี นไดตรวจสอบความถูกตองตามกฎหมายแลว กจ็ ะออกใบสาํ คญั
การจดทะเบยี นบริษทั ใหไ วเ ปน หลักฐาน บริษัทก็จะมีสภาพเปน นติ ิบคุ คลตามกฎหมายต้ังแตน ้เี ปน
ตนไป
3.3 การเลกิ บริษทั สาเหตทุ จ่ี ะทาํ ใหบรษิ ทั ตองเลิกกิจการมีดังตอไปน้ี
3.3.1 มีมตพิ เิ ศษของผถู อื หนุ ทนุ ใหเลิกกจิ การ
3.2.2 ขอบงั คับของบรษิ ทั ไดก ําหนดกรณที จี่ ะเลกิ กจิ การไว
3.2.3 เมอื่ ครบกาํ หนดเวลาตามระบุไวใ นหนงั สอื บรคิ ณหส นธิ
3.2.4 หากบรษิ ัทไดจดั ต้งั ขนึ้ เพ่อื ทํากจิ การใด ๆ เมื่อบรรลวุ ัตถปุ ระสงคแลวบริษทั
ตองเลิกไป
3.2.5 ถูกเพกิ ถอนออกจากทะเบียนบริษทั เนื่องจากวตั ถุประสงคในการดาํ เนนิ งาน
ขดั ตอ หรือไมป ฏบิ ัติใหถ ูกตอ งตามกฎหมายในเรื่องใดเรอ่ื งหนึ่ง ซงึ่ นายทะเบยี นมีอาํ นาจสง่ั เพกิ
ถอนได
3.2.6 ถูกศาลส่งั ใหลมละลาย
3.2.7 ถกู ศาลสง่ั ใหเ ลกิ กจิ การ
37
3.4 ขอดีของบริษัทจํากัด
3.4.1 ผูถอื หนุ มคี วามรบั ผิดจาํ กดั เพยี งไมเ กนิ มลู คา หุนทต่ี นคางชาํ ระ
3.4.2 มกี ารกระจายความเสี่ยง กิจการบริษทั จาํ กัดเปน กิจการที่กระจายความเสยี่ งไป
ยงั ผถู อื หนุ เนอื่ งจากทนุ ของบริษัทมาจากการถอื หนุ ของบุคคลทว่ั ไป ดังนน้ั ความเสยี่ งอนั เกดิ จาก
การขาดทนุ จงึ กระจายไปยังผถู อื หุนทุกคน
3.4.3 สามารถระดมทนุ ไดม าก ดว ยการขายหุน ใหแ กผ ูสนใจภายใตกฎหมายกาํ หนด
3.4.4 เน่ืองจากเปนกจิ การขนาดใหญ จงึ เปนท่ีรวมของบุคคลท่มี คี วามรคู วามสามารถ
เขามาบรหิ ารงาน ทาํ ใหก ารทาํ งานมปี ระสิทธิภาพ นอกจากนย้ี ังสามารถวา จางบุคคลภายนอกซงึ่
เปน มอื อาชพี ท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพเขา บรหิ ารงานได
3.4.5 หนุ ของกิจการสามารถเปลย่ี นมอื ได ดว ยการโอนหรอื ขายหุน ใหก บั บุคคลอ่นื
ไดต ามทก่ี ฎหมายกําหนด
3.4.6 การดําเนนิ กิจการมคี วามม่ันคงและมคี วามตอเนอื่ ง เมอ่ื ผูถือหุนคนเกา ไดโ อน
หรือขายหนุ ไป ผถู อื หนุ รายใหมเ ขามารบั ชวงตอ ทําใหกิจการไมต อ งหยุดชะงักเหมือนกิจการหาง
หนุ สว น
3.5 ขอ เสียของบริษัทจาํ กดั
3.5.1 มีกฎหมายควบคมุ ทเ่ี ครง ครดั กจิ การบริษัทจาํ กัดเปนธุรกิจอยภู ายใตก ฎหมายที่
จะตอ งปฏบิ ตั ิ เพ่ือเปนการควบคมุ การดําเนนิ งานของบรษิ ัทใหเปน ไปตามวตั ถปุ ระสงค และเปน
ประโยชนต อผูเ กี่ยวขอ ง เชน ผูถอื หนุ และประชาชนใหม ากที่สดุ
3.5.2 การบริหารงานขาดความคลอ งตวั เนือ่ งจากกจิ การประเภทนสี้ ว นมากจะเปน
ธุรกจิ ขนาดใหญ มีพนักงานจํานวนมากทาํ ใหขาดความสมั พนั ธระหวา งผูบริหารและพนกั งาน
บางครงั้ มผี ลทําใหก ารบรหิ ารงานไมค ลอ งตัวเทาท่ีควร
3.5.3 เสยี คา ใชจา ยในการดาํ เนนิ งานสงู เพราะการจดั ตง้ั บรษิ ทั จาํ กัดมีพธิ กี าร
มากมาย มีความยงุ ยากมากกวา การจัดตงั้ ธรุ กจิ รปู แบบอน่ื จงึ ทําใหเ สยี เวลาและคา ใชจ า ยสูง
3.5.4 การบริหารงานขาดประสทิ ธิภาพ กรณีที่กจิ การวาจางบคุ คลภายนอกมา
บรหิ ารงาน ถา หากบุคคลเหลานีไ้ มมีความรูเกยี่ วกับสภาพหรือปญ หาภายในองคก รดพี อ อาจจะ
ทาํ ใหเกดิ ปญหาเกยี่ วกับการบรหิ ารงานได
3.5.5 เจา ของกิจการหรอื ผถู อื หุน รายยอ ย แตละคนไมม โี อกาสบริหารงานดว ยตนเอง
เหมอื นธุรกจิ รปู แบบอื่น หากไมพ อใจการดาํ เนินงานของคณะผูบ รหิ าร ผถู อื หุนรายยอยจะทําได
โดยการขายหนุ
38
ภาพที่ 11 บรษิ ทั ไทยลักซ เอน็ เตอรไ พรส ( มหาชน )
ประกอบธรุ กจิ ผลิตและจาํ หนา ยอาหารสตั วน า้ํ จาํ กัด
บริษทั มหาชน(จํากัด) (Public Company)
บรษิ ทั มหาชน(จาํ กดั ) : บมจ. ตามมาตรา 15 แหงพระราชบัญญตั บิ รษิ ทั มหาชน(จาํ กดั )
พ.ศ. 2535 ใหบ ทนยิ ามตอไปนี้
“บรษิ ทั มหาชน (จํากัด) คือ บรษิ ัทประเภทซ่งึ ตั้งขน้ึ ดวยความประสงคท จ่ี ะเสนอขายหนุ ตอ
ประชาชน โดยผูถือหนุ มีความรับผิดจาํ กดั ไมเ กนิ จาํ นวนคา หุน ทตี่ อ งชาํ ระ และบรษิ ทั ดงั กลา วได
ระบุความประสงคเชนนัน้ ไวใ นหนงั สอื บริคณหส นธ”ิ
จากบทนยิ ามดงั กลาว อาจกาํ หนดองคป ระกอบของบริษัทมหาชน(จํากดั ) ดังน้ี
1. เปนบรษิ ัทประเภทซง่ึ แบง ทนุ ออกเปน หนุ ละเทา ๆ กนั เสนอขายหรอื โฆษณาขายตอ
ประชาชนได ตามมาตรา 50 ของพระราชบญั ญัตดิ งั กลาวที่บญั ญตั ิไวว า หุนของบรษิ ทั แตละหนุ
ตอ งมีมลู คา เทา กนั และมีมลู คาไมตํ่ากวา 5 บาท ถากรณบี ริษทั มหาชน(จาํ กัด) ท่จี ดทะเบยี นในตลาด
หลกั ทรพั ยฯ มลู คาหนุ ทต่ี ราไว (Par Value)หุนละ 10 บาท เสนอขายประชาชน
2. ผูถอื หุนมคี วามรับผดิ จาํ กดั ไมเกนิ จาํ นวนเงนิ คาหนุ ทต่ี องชาํ ระ เชน นาย ก ซอ้ื หนุ
บรษิ ัทแหง หนง่ึ หุนละ 10 บาท รวมเปนเงนิ ท้งั สิ้น 2,000 บาท หากบรษิ ัทดังกลาวเลกิ กิจการ
นาย ก ตอ งรบั ผิดชอบหนส้ี นิ ท่ีบรษิ ัทคา งชาํ ระเพยี ง 2,000 บาทเทานน้ั
3. บรษิ ัทมีความประสงคท ่ีเสนอขายหนุ ตอประชาชนได โดยระบุความประสงคใ นหนงั สือ
บรคิ ณหสนธิ ทัง้ น้เี พื่อระดมทนุ จากประชาชนโดยการเสนอขายหนุ เปน การทัว่ ไป จะมีผูถอื หุน
เปนจํานวนเทา ใดก็ไดแ ตอยา งต่ําจะตอ งมี 15 คนขนึ้ ไป (ซ่งึ 15 คนนเ้ี ปนชุดเดียวกบั ผูเ ร่มิ จดั ตั้ง
บรษิ ัท) อัตราสวนการถอื หนุ รายใหญจะถอื คนเดยี วในอตั รารอ ยละเทาใดกไ็ ดก ฎหมายไมไดจ ํากดั
39
หมายเหตุ กรณีบรษิ ัทมหาชน(จํากดั ) ท่จี ะนําหนุ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยฯ ตอ งมี
ผูถือหุนสามัญรายยอ ยอยางนอ ย 600 ราย (ตามพระราชบญั ญตั หิ ลักทรพั ยฯและตลาดหลกั ทรัพย
พ.ศ. 2535)
4. กิจการแบบรฐั วิสาหกจิ (State Enterprise)
รฐั วิสาหกิจ (State Enterprise) เปนองคก ารธรุ กจิ ท่มี ีหนว ยงานของรัฐหรือหนว ยงาน
ธุรกจิ ทีร่ ฐั เปนเจา ของ รวมทง้ั บรษิ ัทหรือหา งหนุ สว นนติ บิ ุคคลทอ่ี งคการของรัฐบาลมที นุ รวมอยู
ดวยเกินกวารอ ยละ 50 รฐั วิสาหกิจในประเทศไทยแบง ออกไดเปน 3 ประเภทดงั นี้
4.1 กจิ การทีเ่ ปน นติ บิ ุคคล เชนองคการโทรศพั ทแ หง ประเทศไทย การทาเรือแหง ประเทศ
ไทย การรถไฟแหง ประเทศไทย ฯลฯ
4.2 กิจการทม่ี ิไดเปน นิติบคุ คล มีหนว ยราชการใชทนุ ดาํ เนินงานทง้ั หมดเปน ของรฐั
เชน โรงงานยาสบู สาํ นกั งานสลากกนิ แบง รฐั บาล ฯลฯ
4.3 กิจการธนาคาร แบงเปน
4.3.1 ธนาคารทรี่ ฐั บาลถอื หนุ เกนิ รอ ยละ 50 เชน ธนาคารกรงุ ไทย จํากดั
4.3.2 ธนาคารทจ่ี ดั ตั้งโดยพระราชบญั ญัติเอกเทศ เชน ธนาคารแหง ประเทศไทย
ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห ฯลฯ
รัฐวิสาหกิจแบงออกได 6 ประเภทตามขอ มูลของกรมบญั ชีกลาง
1. ประเภททหี่ ารายไดใ หรัฐ
1.1 โรงงานยาสบู กระทรวงการคลงั
1.2 สาํ นักงานสลากนิ แบง รฐั บาล
2. ประเภทท่ีเปน สาธารณูปโภคและสาธารณปู การ
2.1 ประเภทท่เี ปน สาธารณปู โภค
การไฟฟา ฝา ยผลิต
การไฟฟานครหลวง
การไฟฟาสวนภมู ภิ าค ภาพท่ี 12 โรงงานยาสบู กระทรวงการคลัง
การประปานครหลวง
การประปาสวนภมู ภิ าค
2.2 ประเภททสี่ าธารณปู การ
การทางพิเศษแหงประเทศไทย
การทาอากาศยานแหง ประเทศไทย
40
การทาเรอื แหง ประเทศไทย
การรถไฟแหงประเทศไทย
องคก ารขนสงมวลชนกรงุ เทพฯ
องคก ารโทรศัพทแหงประเทศไทย
การสื่อสารแหงประเทศไทย
องคก ารสอ่ื สารมวลชนแหงประเทศไทย
บริษัทวทิ ยุการบนิ แหงประเทศไทย
การเคหะแหงชาติ
การนิคมอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย
รฐั วิสาหกจิ 2 ประเภทนนี้ าํ รายไดสงเขา คลงั ในป 2540 เปนจาํ นวนเงนิ 32,438 ลานบาท และจา ง
พนกั งาน 199,505 คน
3. ประเภทท่ตี ้ังขึ้นเพ่อื ดาํ เนินการตามนโยบายพเิ ศษของรฐั
3.1 สถาบนั การเงนิ
ธนาคารกรุงไทย จาํ กัด
ธนาคารออมสนิ
ธนาคารอาคารสงเคราะห
ธนาคารเพ่อื การเกษตรและสหกรณ
สาํ นักงานธนานเุ คราะห
สถาบันการเงนิ เหลา น้ีนํารายไดสง เขาคลังในป 2540 ภาพที่ 13 ธนาคารออมสนิ
เปน เงิน 2,490 ลา นบาท และจางพนักงาน 41,573 คน สํานกั งานใหญธ นาคารออมสิน
3.2 อนรุ ักษและใชป ระโยชนทรพั ยากรธรรมชาติ
การปโตรเลียมแหงประเทศไทย องคก ารเหมืองแรใ นทะเล องคก ารอตุ สาหกรรมปาไม
องคการเหลา นี้นาํ รายไดส งเขาคลังในป 2540 เปนเงนิ 3,500 ลานบาท และจางพนกั งาน 5,853 คน
3.3 เกษตรกรรมและพาณิชยกรรม
องคการสง เสริมกิจการโคนม องคก ารสวนยาง
องคการตลาดเพ่อื เกษตรกร องคการสะพานปลา
องคก ารอุตสาหกรรมหองเย็น องคการตลาด
องคการคลงั สนิ คา บริษัท ไมอ ดั ไทย จาํ กดั
โรงพิมพตาํ รวจ กรมตาํ รวจ โรงงานไพ กรมสรรพสามิต
องคการสุรา กรมสรรพสามิต องคการเภสัชกรรม
องคการรบั สงสนิ คาและพสั ดุภณั ฑ บริษัท ไทยเดินเรอื ทะเล จํากัด
41
บรษิ ทั การบินไทย จํากัด บรษิ ทั ขนสง จาํ กัด
บริษัท อกู รงุ เทพ จํากดั บรษิ ัท ลาํ พนู จงั หวัดพาณชิ ย จํากดั
บริษทั จังหวัดสุรนิ ทร จาํ กัด บริษัท ปราจนี บุรจี ังหวดั พาณชิ ย จํากดั
บริษัททง้ั 20 น้ีนํารายไดส ง เขา คลังในป 2540 เปน เงนิ 2,495 ลา นบาท และจางพนักงาน 36,736 คน
3.4 ประเภทสง เสรมิ
การทองเท่ียวแหง ประเทศไทยการกฬี าแหง ประเทศไทย
องคก ารสวนสตั ว สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
สถาบันวิจยั วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย
สํานกั งานกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง
หนวยงานเหลานี้นาํ รายไดสง คลังในป 2540 เปนจํานวน 8,486 ลานบาท และจา งพนกั งาน 2,255 คน
4. ประเภทท่ตี ้งั ขึ้นโดยมีวตั ถุประสงคเดิมเพ่อื ความมนั่ คงของประเทศ
องคการผลิตอาหารสาํ เรจ็ รูป องคก ารแกว
องคการทอผา องคก ารแบตเตอร่ี
องคการฟอกหนังองคก าร 5 แหงนี้ นํารายไดสง เขา คลังในป 2540 เปนจาํ นวนเงิน 5.9
ลา นบาท และจา งพนักงาน 2,328 คน
5. ประเภทท่ตี ัง้ ข้ึน หรือไดม าดวยเหตผุ ลอื่น
โรงงานนํา้ ตาลกรมโรงงานอตุ สาหกรรม บริษทั สหโรงแรมไทยและการทอ งเที่ยวจํากัด
สองหนวยงานน้ี องคก าร 5 แหงนี้ นํารายไดสงเขาคลังในป 2540 เปนจาํ นวนเงิน 15.3 ลานบาท
จา งพนักงาน 596 คน
6. รัฐวสิ าหกจิ อน่ื ๆ ทม่ี ไิ ดจัดประเภทไว
บริษัทบางจากปโตรเลียมจํากัด(มหาชน) องคก ารรถไฟฟามหานคร
สถาบันการบินพลเรอื น องคก ารสวนพฤกษศาสตร
บรษิ ัทปตท.สํารวจและผลิตปโตรเลยี มจํากัด บรษิ ัทปตท.สผ อนิ เตอรเนช่ันแนลจาํ กดั
บรษิ ทั จัดการและพฒั นาทรัพยากรนํ้าภาคตะวันออก จํากัด
ธนาคารเพ่อื การสง ออกและนําเขา แหง ประเทศไทย ธนาคารแหง ประเทศไทย
บรษิ ทั ทา อากาศสากลกรงุ เทพแหง ใหม จํากดั องคการจัดการนํ้าเสยี
องคการพิพธิ ภณั ฑว ิทยาศาสตรแหง ชาติ องคก ารบริหารสินเชื่ออสงั หาริมทรพั ย
รฐั วสิ าหกจิ ประเภทท่ี 6 นี้ นาํ รายไดเ ขาคลงั ในป 2540 เปน จํานวนเงิน 14,843 ลา นบาท และ
จา งพนักงาน 6,923 คน
รัฐวิสาหกจิ ทัง้ 72 แหง มีทรพั ยสิน 957,527 ลานบาท มกี าํ ไร 10,051 ลานบาท และ นาํ รายได
สง เขา คลัง 14,843 ลา นบาท
42
5. กจิ การแบบสหกรณจ าํ กดั (Co-Operative)
สหกรณ คอื องคกรธรุ กจิ ท่มี กี ลมุ บคุ คลซง่ึ มอี าชีพ มคี วามสนใจและความตอ งการ
คลา ยคลงึ กันมารวมตวั กนั ทําหนาทีใ่ นธรุ กจิ เพอ่ื ชว ยเหลอื สมาชิก โดยมีจุดมงุ หมายจะรกั ษาและ
สงเสรมิ ผลประโยชนข องสมาชิกใหด ีข้ึน
5.1 ความหมายของสหกรณ
สหกรณ หมายถึง การกระทาํ รว มกนั เพือ่ ประกอบธรุ กจิ ตามวตั ถปุ ระสงคท ่ีตั้งไว
วัตถุประสงคของสหกรณ คอื การปรับปรงุ มาตรฐานความเปน อยขู องสมาชิกสหกรณใ หดีขึน้
และใหค วามชว ยเหลอื ซ่งึ กันและกันในทางเศรษฐกจิ เพือ่ ปองกนั มใิ หมกี ารเอารดั เอาเปรียบสมาชกิ
ของการทําธรุ กจิ โดยคนกลาง การดําเนนิ งานของสหกรณไ มม ีวตั ถุประสงคเพ่อื หากาํ ไรแบง ปนกนั
แตเปนการเสริมสรางความสามคั คแี ละความตอ งการท่ีจะชว ยเหลอื สมาชกิ เปน สําคญั
ภาพท่ี 14 สหกรณวดั จันทร ไมจํากดั สินใช ภาพท่ี 15 สหกรณการเกษตรทายาง
สหกรณก ารเกษตรแหงแรก
5.2 ประวัตขิ องสหกรณ
กจิ การสหกรณเ กดิ ขึ้นต้งั แตป ค.ศ. 1530 กอ นการปฏวิ ตั ิอุตสาหกรรม ซึ่งมีผูรว มจัดตง้ั
บริษัทประกนั ไฟ เพ่อื รว มกนั รับผิดชอบและแบงเบาภาระเมอ่ื เกดิ อคั คภี ัยในกรงุ ลอนดอนและกรุง
ปารีส นอกจากนยี้ งั มกี ิจการทีม่ ลี กั ษณะคลายคลงึ กับสหกรณเ กดิ ข้ึนในรปู ของสหกรณผ บู ริโภค
ตลอดจนเกดิ รา นสหกรณที่ถอื เปน ความพยายามในการจดั ตง้ั สหกรณประสบผลสาํ เร็จ ณ เมือง
รอชเดล ประเทศองั กฤษ มีผูรวมทนุ กอตงั้ จาํ นวน 28 คน ดวยการขายสินคา ที่จําเปนแกค าครอง
ชีพใหก ับสมาชิก
สวนกจิ การสหกรณใ นประเทศไทย มีการเริ่มตนอยางเปน ทางการเมื่อวันท่ี 26 กมุ ภาพันธ
2459 กิจการสหกรณที่จดทะเบยี นแหงแรก คอื “สหกรณว ัดจันทรไ มจ าํ กัดสินใช”
43
5.3 ลักษณะสาํ คญั ของสหกรณ
กิจการสหกรณจะตอ งมบี คุ คลตั้งแต 10 คนขึน้ ไป รวมกาํ ลังและรวมทุนจดั ตัง้ ธรุ กจิ ตาม
วตั ถุประสงคท่ตี ัง้ ไวอยา งเดยี วกัน เพอ่ื แกไ ขปญ หาความเดอื ดรอนทางเศรษฐกจิ และสงั คมในหมู
สมาชิกทด่ี าํ เนนิ ธุรกิจรวมกนั โดยถอื หลกั ความสมคั รใจ หลกั ประชาธิปไตย หลกั ความยุติธรรม
หลักการศึกษา การชว ยเหลอื ตนเองและการชวยเหลือซ่ึงกันและกนั กิจการสหกรณซึ่งมีการจด
ทะเบยี นถกู ตอ งตามกฎหมาย มีลักษณะสําคญั ดงั นี้
5.3.1 เปน องคก รธุรกจิ
5.3.2 เกดิ การรวมตวั การรวมทุนของบุคคลต้ังแต 10 คนขึ้นไป
5.3.3 มวี ัตถปุ ระสงคในการดําเนนิ ธุรกจิ อยา งแนน อน
5.3.4 มกี ารจดทะเบยี นถกู ตอ งตามกฎหมาย
กจิ การสหกรณเปน ของสมาชกิ เพราะสมาชกิ เปน ผรู วมกําลังจดั ต้งั ข้นึ เพอ่ื
ประโยชนของสมาชิก รัฐบาลมีสว นใหค าํ แนะนําชวยเหลือเทา นน้ั เนอ่ื งจากประชาชนยังขาด
ความรูความเขา ใจเกย่ี วกับกจิ การสหกรณ
5.4 รูปแบบของสหกรณ
กิจการสหกรณม หี ลายรูปแบบแตกตา งกันไปตามลกั ษณะของการกอตั้งและการ
ดําเนินงาน คือ
5.4.1 สหกรณธนกจิ ไดแ ก สหกรณท ี่สมาชิกรวมกนั จดั ต้งั ขึ้น เพือ่ สงเสริมการออม
เงินในหมูสมาชิก เพ่ือใหสมาชกิ ไดก ยู มื เงนิ ไปเปนคาใชจ า ยหรอื ใชในการประกอบอาชพี
ซ่ึงจะตองเสียดอกเบย้ี ในอัตราทีต่ ํา่ เชน สหกรณก ารเกษตร เปน ตน
5.4.2 สหกรณการขาย เปน สหกรณท ่มี ีบทบาทชวยเหลือสมาชิก ในการรวบรวมและ
ขายผลผลติ แทนสมาชกิ ไดแ กเ กษตรกร สหกรณจ ะมีอํานาจการตอ รองเพ่อื ใหขายสนิ คา ไดในราคา
ที่สูงขน้ึ
5.4.3 สหกรณพฒั นาที่ดนิ เปนสหกรณท่ีทาํ หนา ท่ีจัดหาท่ีดนิ ใหกบั สมาชกิ ดว ยราคา
ยตุ ธิ รรม เพื่อใหสมาชกิ มีทด่ี ินทํามาหากินและมที ีอ่ ยอู าศัยดวยวิธีการเชาซ้ือ เชน สหกรณน คิ ม
5.4.4 สหกรณผบู ริโภค เปน สหกรณท ่ีทาํ หนาทจี่ ดั หาสินคานานาชนดิ มาขายใหก บั
สมาชกิ สวนใหญเปนสินคาท่ใี ชในชวี ติ ประจาํ วนั เชน สหกรณกรุงเทพ สหกรณพ ัฒนา เปนตน
44
5.4.5 สหกรณบ ริการ ไดแก สหกรณท ่ีอํานวยความสะดวกใหแ กสมาชกิ ดว ยการ
ใหบรกิ ารตาง ๆ เชน สหกรณผ ูขับรถแทก็ ซ่ี สหกรณเ คหสถาน สหกรณไฟฟา ฯลฯ
5.5 คณุ สมบตั ขิ องสมาชิก คุณสมบัติของสมาชกิ สหกรณ โดยท่วั ไปมีดงั ตอไปนี้
5.5.1 บรรลนุ ติ ภิ าวะ
5.5.2 มีความซือ่ สัตย
5.5.3 ไมเ ปน บุคคลทพุ พลภาพ
5.5.4 ไมเ ปน บคุ คลลม ละลายหรือมีหน้สี ินลน พน ตวั
การดําเนนิ งานของสหกรณมุงทีจ่ ะทาํ ธรุ กจิ กับสมาชกิ เปนสําคญั มีการซอ้ื ขาย การ
จดั หา และการใหบรกิ ารแกส มาชิก ธุรกิจของสหกรณจ ะตอ งไมดําเนนิ การเพอ่ื แสวงหาผลกาํ ไร
แตพยายามใหความรใู นการประกอบอาชีพ เชน ใหคาํ แนะนําสมาชกิ เกี่ยวกับแหลง เงนิ กู การใชจา ย
การวางแผนการทํางาน ฯลฯ สาํ หรบั การบริหารงานของสหกรณ สมาชิกแตล ะคนมสี ิทธิออกเสยี ง
1 เสียงเทาเทยี มกนั ไมว า สมาชิกจะถือหนุ มากนอยเพยี งใดก็ตาม เพราะสหกรณยดึ ถือหลกั ความ
เสมอภาคและความยตุ ธิ รรมเปน เกณฑ เพอื่ มิใหสมาชกิ เอารัดเอาเปรยี บซึง่ กันและกนั กจิ การ
สหกรณจะแบง ปน ผลกําไรหรอื เงนิ เฉลี่ยคืนใหก ับสมาชิก ตามขนาดของธุรกิจทีท่ ํากับสหกรณ
นอกเหนอื จากเงนิ ปน ผล
5.6 ประโยชนข องสหกรณ
สหกรณแตละประเภทมปี ระโยชนต อ สมาชิก เชน สมาชกิ สหกรณออมทรัพยไดร ับ
ประโยชนจ ากการสะสมหรอื ออมเงนิ แลวยงั สรา งนสิ ยั ประหยดั เพอ่ื นาํ เงินนน้ั มาลงทุนกับสหกรณ
นอกจากนสี้ มาชิกยงั ไดรับประโยชนจากการขอกยู ืมเงินจากสหกรณ สวนสมาชกิ ของสหกรณ
การเกษตรจะไดร ับประโยชนจ ากการกูยืมเงนิ เพื่อการลงทนุ การจัดหาวตั ถดุ บิ มาจําหนายในราคา
ถกู และการขายผลผลติ แทนเกษตรกร
5.7 ขอแตกตา งระหวางสหกรณก ับองคก รธรุ กจิ อ่ืน กจิ การสหกรณมคี วามแตกตางจาก
องคกรธรุ กจิ อื่น ๆ หลายประการคือ
5.7.1 จดุ ประสงค กจิ การสหกรณม จี ดุ ประสงคท ่ีจะชว ยเหลือสมาชกิ โดยไมห วงั ผล
กําไรตอบแทน แตธุรกิจประเภทอน่ื มุง หวงั ผลกําไรจากการลงทนุ
5.7.2 การดาํ เนนิ งาน สมาชกิ สหกรณมสี ทิ ธิออกเสียงเลอื กต้งั คณะกรรมการเพ่ือ
ควบคุมการดําเนนิ งานของสหกรณ โดยสมาชกิ 1 คนมสี ิทธอิ อกเสียงเพยี ง 1 เสยี ง สว นกิจการ
หางหุน สว นหรือบรษิ ทั จาํ กดั ผูถือหุนมสี ิทธิในการออกเสียงตามสว นของหนุ ทีแ่ ตล ะคนถืออยู
45
5.7.3 บริการ กจิ การสหกรณจะใหก ารศึกษาแกส มาชกิ ในรปู แบบตา ง ๆ เชน ใหก าร
อบรม การสมั มนา ฯลฯ เพอ่ื ใหสมาชิกมคี วามรูค วามเขา ใจเกยี่ วกับกจิ การสหกรณ
5.7.4 สทิ ธขิ องสมาชกิ คณะกรรมการสหกรณตองมาจากสมาชกิ สวนองคกรธรุ กิจ
อ่นื อาจจะมาจากบคุ คลภายนอกกไ็ ด
5.7.5 ผลตอบแทน สมาชกิ สหกรณไ ดร ับผลตอบแทนจากดอกเบ้ียของเงินลงทนุ ซอื้ หุน
ขณะเดียวกันกย็ ังไดรับเงนิ ปน ผลเฉลี่ยคืนจากการทําธรุ กจิ กบั สหกรณ
กจิ การสหกรณไดรบั การพฒั นาใหมีความเจริญกาวหนา ตามลําดบั สาํ หรบั ประเทศ
ไทยมกี จิ การสหกรณจ าํ นวนมาก เชน สหกรณออมทรัพย สหกรณการเกษตร สหกรณผ ูเลี้ยงสุกร
สหกรณป ระมง ฯลฯ สหกรณเ หลานไี้ ดรบั การควบคมุ และการสนบั สนนุ จากหนว ยงานของรฐั
อยางใกลช ิด คอื กรมสงเสรมิ สหกรณ นอกจากนยี้ งั มสี นั นิบาตสหกรณแหง ประเทศไทยทาํ หนา ที่
เปน ศูนยก ลางประสานงานทง้ั ในและตางประเทศ
5.8 สรปุ ขอเปรียบเทยี บความแตกตางระหวา งสหกรณ และหา งหนุ สว นบริษทั
ลักษณะ สหกรณจ ํากดั หา งหุนสวนบรษิ ัทจาํ กดั
1. วัตถุประสงค 1. เพือ่ ชวยเหลอื สมาชกิ 1. เพ่ือการคา กบั บุคคลภาย
2. ลักษณะงานรวมกนั 2. มุงรวมคน
3. หนุ และมลู คาหนุ 3. ราคาคงท่ี นอกหากาํ ไร
4. การควบคมุ และการออก 4. ตามแบบประชาธิปไตย 1 2. มุงรวมทุน
3. ราคาเปลยี่ นแปลงตามฐานะ
เสียง คน 1 เสียงแทนกนั ไมได
5. การแบงกาํ ไร 5. แบงตามมากนอยท่ที าํ ธรุ กจิ กิจการ
4. ออกเสยี งตามจํานวนหุน
กบั สหกรณ 5. แบง ตามจาํ นวนหนุ ทถี่ ือคอื
ถอื มากไดเงนิ ปน ผลมาก
6. กจิ การแบบแฟรนไชส (Franchise)
กิจการแบบแฟรนไชสเ ปน ธุรกิจที่ทันสมยั ในยคุ ปจ จุบนั ซงึ่ หลาย ๆ คนคนุ เคยและรจู กั
กันดี โดยเฉพาะบคุ คลที่กําลงั หาชอ งทางธุรกจิ ท่จี ะลงทนุ ธรุ กิจกจิ การแฟรนไชสจ งึ เปน ธุรกิจแบบ
สัมปทานทีม่ วี ธิ กี ารจาํ หนายแบบคาปลีกและคาสง ไดแกอ ตุ สาหกรรมรถยนต กจิ การอุตสาหกรรม
นํา้ มนั ปจ จบุ นั กจิ การประเภทนีไ้ ดรบั ความนยิ มกนั แพรหลายในรูปของการคา ปลีก เชน รานขาย
สนิ คาสะดวกซอ้ื บริการทีพ่ ักอาศัย รา นขายอาหาร ฯลฯ
46
6.1 ความหมายและประวตั ิของธุรกจิ แฟรนไชส
ความหมาย
นกั การตลาด ถอื สถาบนั ธุรกิจเรียกธุรกจิ แฟรนไชสวา เปน ธุรกจิ สัมปทานหรอื ธรุ กจิ
สาํ เร็จรูป ซ่งึ มีความหมายโดยสรปุ ดังน้ี ธรุ กิจแฟรนไชส คือความสมั พันธร ะหวางกลมุ คน 2 กลมุ
หรอื มากกวา ซ่ึงมบี ทบาทและหนาท่ีรับผดิ ชอบตางกัน แตจ ะสง เสริมซง่ึ กนั และกนั ในเชิงธุรกิจ
โดยมวี ตั ถปุ ระสงคจะกระจายสนิ คาหรือบรกิ ารไปสผู ูบ รโิ ภคไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
ธรุ กิจแฟรนไชส อีกความหมายหนง่ึ คอื “แผนการจําหนายซึ่งเจา ของธรุ กิจแตล ะคน
ดาํ เนินงานโดยเปน เสมอื นหนวยหนึง่ ของบริษัทลกู โซ(Chain Store) ขนาดใหญ ภายใตข อตกลง
รวมกนั เก่ียวกับเงอื่ นไขตาง ๆ ซ่งึ มกั ระบุไวใ นสญั ญา การดาํ เนนิ งานทุกดานเปน มาตรฐานเดียวกัน
แมแตอุปกรณแ ละการวางผงั รานจะเปน รูปแบบเดยี วกัน เจาของหรือผูใหสมั ปทานใหส ทิ ธใิ น
การจําหนายสนิ คาหรือบริการ แกผจู าํ หนา ยเอกชนหรอื ผรู ับสัมปทาน นอกจากน้กี ารกาํ หนดพ้ืนที่
จะเปนผกู ําหนดตามแบบแผน การใชตรายีห่ อ ท่โี ฆษณากนั ทั่วประเทศ และวิธีการของธุรกิจท่ีเปน
เจาของสัมปทาน”
จากความหมายดังกลา วขางตน จะเนน ใหเหน็ บทบาทหนาที่ที่ตา งกนั แตมีการสง เสริม
ซง่ึ กนั และกนั โดยมีเปา หมายเดยี วกนั คอื การขายสินคา ใหก ับผบู รโิ ภคและมีผลกําไรจากการ
ดาํ เนนิ งานน้ัน
การทีธ่ ุรกจิ แหง หน่งึ ซง่ึ เรียกวาผูใหสมั ปทาน (Franchisors) ใหส ทิ ธใิ นการผลิตและ
จําหนา ยสนิ คาและบริการชนดิ เดียวกนั หรอื อนุญาตใหใ ชช่อื หรอื ยห่ี อ ของสินคาของตนแกธุรกจิ
อ่ืน ๆ ซึง่ เรียกวา ผรู ับสัมปทาน (Franchisee) เพ่ือผลติ หรอื จําหนายสินคา ใหบ รกิ ารในเขตทองท่ีใด
ทองที่หน่งึ ท่ีหา งจากผใู หส ัมปทาน โดยผทู ี่รับสมั ปทานเปน เจา ของธรุ กิจของตน และตอ ง
รับผดิ ชอบในการดําเนินงานเอง แตจะไดร ับความชวยเหลอื จากผใู หส ัมปทาน เกยี่ วกบั เทคนคิ ใน
การผลิต วิธกี ารบริหารธุรกิจ โดยชว ยจดั อบรมพนกั งาน แนะนําเทคนคิ การผลติ สวนผสมของ
วัตถดุ บิ ที่จะใหสนิ คามมี าตรฐานเดียวกนั หรอื การชวยเหลอื ดา นเครื่องมือเครอื่ งใช
การใหค าํ ปรึกษาในการบรหิ ารงาน การไดร ับแบบฟอรมตาง ๆ เพ่ือใชป ระกอบการดาํ เนนิ งาน
6.2 ประวตั ิของธรุ กจิ แฟรนไชส
ธุรกิจแฟรนไชสม จี ดุ กาํ เนดิ ในราวป ค.ศ. 1850 ประเทศสหรฐั อเมริกา ซ่ึงเปนวธิ ีการ
หนึง่ ของผูผลิตหรอื ผจู าํ หนา ย ในฐานะที่เปน ผใู หสัมปทานเก่ยี วกับการจดั จาํ หนายสนิ คา การสรา ง
ภาพลกั ษณ ตลอดจนการสรางช่อื เสียงของบรษิ ัทแม พรอ มกับการสรางธรุ กิจระบบสัมปทาน
ทีด่ ําเนนิ การโดยผรู ับสัมปทาน วธิ ีน้ีจะทําใหผ ผู ลิตหรอื ผูจาํ หนายสามารถรกั ษาธุรกิจทคี่ ัดเลือกไว
ใหอ ยภู ายใตก ารควบคุมดูแล และปฏิบัตติ นภายใตเ ง่อื นไขทบ่ี รษิ ัทแมห รอื กิจการทใี่ หส ัมปทาน
47
ธรุ กจิ แฟรนไชสใ นประเทศไทยไดแ พรเ ขา มาเมอ่ื ประมาณ 20 ปท ี่ผานมา ธุรกิจแฟรนไชส
เรมิ่ เปนที่รูจ กั และเปน ที่สนใจในหมนู ักธุรกิจชาวไทย คือ กจิ การแมคโดนัลดม สี าขาแรกในอมั รินทร
พลาซา นอกจากน้ยี งั ไดร บั การตอ นรบั เปนอยา งดยี ิง่ จากผบู ริโภค สาํ หรบั ประเทศไทยมนี กั ธรุ กจิ
ไทยบางคน ไดน าํ ธุรกจิ แฟรนไชสจากตางประเทศเขา มาประกอบการ แตค ําวา“แฟรนไชส”
สาํ หรบั คนไทยในระยะแรกยงั ไมร ูจักและเขา ใจความหมายไดด พี อ ยกเวน นกั ธุรกจิ ไทยท่เี ดนิ ทาง
ติดตอกับตา งประเทศบอ ย ๆ ซงึ่ จะเปน ผทู ่ีมีโอกาสดีในการขยายธุรกิจของแฟรนไชสจากตาง
ประเทศเขามาจนประสบความสาํ เร็จ ในปจจบุ ันธรุ กจิ แฟรนไชสซ ง่ึ เปนท่รี ูจักกนั ดใี นหมนู ักธุรกจิ
และผูบริโภคคนไทย คอื กจิ การเซเวน -อีเลฟเวน เปน กจิ การรา นสะดวกซือ้ (Convenient Store)
นับเปนกจิ การทปี่ ระสบความสําเรจ็ และเปนแฟรนไชสร ายแรก ๆ จากตา งประเทศท่ีขยายกจิ การ
ขยายสาขาดว ยระบบแฟรนไชส บริษัทซีพี เซเวน อเี ลฟเวนฯ เปน ผูไดร ับสทิ ธิจากตางประเทศ
ในระยะแรกไดจาํ หนา ยประเภทอาหารจานดว น (Fast Food) เปน ธุรกิจทีม่ ตี ลาดกวางขวาง เพราะ
ลูกคา มที ุกเพศทกุ วยั ธุรกิจประเภทนี้กระทาํ ไดคอ นขา งงา ยและการลงทนุ ตอหนว ยตาํ่ ทาํ ใหการ
ขยายสาขาและการครองตลาดเปนไปอยา งรวดเร็ว ขณะเดยี วกันนกั ธรุ กจิ ทส่ี นใจมโี อกาสเขารวม
ลงทนุ ในระบบนงี้ าย การขยายกจิ การสามารถหาทาํ เลท่ตี ง้ั ไดต ามริมถนนใหญ ตรอก และซอยท่ี
เปนแหลง ชมุ ชน
การดําเนนิ ธรุ กิจแฟรนไชส จึงเปนกลยทุ ธท างธุรกจิ ทม่ี ปี ระสิทธิภาพในการใช เพอื่ ขยาย
ธุรกิจสาํ หรบั เจา ของกจิ การทมี่ ีความรู และประสบความสาํ เร็จในระดับหน่ึงแตขาดแคลนทุนทรพั ย
สามารถขยายธุรกจิ ในรปู แบบที่ตนเองทาํ มาและประสบความสาํ เรจ็ โดยรวมกบั บคุ คลอืน่ เจาของ
กจิ การนเ้ี รียกวา “แฟรนไชซอส” (Franchisors) ขณะเดียวกนั ธุรกจิ แฟรนไชสก็เปน วถิ ีทางหน่งึ
ท่จี ะชว ยใหบคุ คลทัว่ ไปที่มคี วามตอ งการจะเปน เจา ของธุรกจิ สามารถเปน เจาของกจิ การไดต าม
ความตองการของตน และประสบความสาํ เรจ็ ในการดาํ เนินงานไดง า ยกวา การเปนผูประกอบการ
อิสระ ผทู เ่ี ขา รวมลงทนุ หรอื ผูข อรบั สมั ปทานเรียกวา “แฟรนไชซ”ี (Franchisee) ปจ จบุ นั ธุรกิจ
48
6.3 ประเภทของธุรกิจแฟรนไชส
ธุรกจิ แฟรนไชสห รอื ธุรกิจแบบสัมปทานมี 2 ประเภท คอื
6.3.1 ธรุ กจิ แฟรนไชสห รือแบบสมั ปทานทใ่ี ชส นิ คา และช่อื การคา (Product and
Name Franchising) เปนธรุ กิจทีม่ ีรูปแบบเกิดข้ึนในชว งปลายศตวรรษที่ 19 ซงึ่ ประกอบดว ยการ
จําหนายสนิ คาทีผ่ รู ับสัมปทานหรือแฟรนไชสซี ตกลงจะจําหนา ยสินคาหรือผลิตภณั ฑใ ดผลิตภณั ฑ
หนึง่ ตวั แทนจาํ หนา ยหรอื ผรู ับสมั ปทานหรอื แฟรนไชสซ ี จะไดร ับช่ือการคา เครอื่ งหมายการคา
หรอื สินคาจากผูผลิตหรอื ผจู าํ หนายหรือผูใหส ัมปทานหรอื แฟรนไชสซ อส โดยจะถือเสมือนหนึง่
วา เปน ผูจ าํ หนา ยโดยอาศยั ผลิตภณั ฑ ธุรกจิ ประเภทนี้ ไดแ กต วั แทนจาํ หนายน้าํ อดั ลมโคคา-โคลา
สถานีบริการน้ํามนั เชลล ตวั แทนจาํ หนา ยรถยนตฟอรด ฯลฯ
ดงั นั้นธรุ กิจประเภทน้ี จงึ เปนวิธกี ารที่ผผู ลติ สินคา ใหสทิ ธบ์ิ ุคคลอนื่ ในการขายสนิ คา ที่
ผลติ ข้ึนโดยผูใ หส มั ปทาน รวมทั้งการใหส ทิ ธิในการใชเครือ่ งหมายการคา ของผผู ลติ อกี ดว ย
ภาพที่ 16 นาํ้ อัดลมโคคา-โคลา ธรุ กิจแฟรนไชส ที่ใชสนิ คา และช่อื การคา
49
6.3.2 ธรุ กจิ แฟรนไชสหรือแบบสมั ปทานทใี่ ชรปู แบบทางธรุ กิจ (Business Format
Franchising) เปนธรุ กจิ ทใ่ี หส ิทธิแกบุคคลอน่ื ในการดําเนนิ ธรุ กจิ เพอื่ ขายสนิ คาหรอื บริการโดยใช
เคร่ืองหมายการคา ของผใู หสัมปทานหรือแฟรนไชส สิง่ สําคญั ของการดําเนินธุรกิจประเภทนี้
ท่ีแตกตางจากประเภทแรก คอื การใชร ะบบการดําเนนิ ธรุ กิจของผูใ หสมั ปทานทปี่ ระสบความสาํ เร็จ
ธุรกจิ ประเภทนี้ ไดแกก จิ การของแมคโดนลั ด พิซซาฮทั เคเอฟซี เซเวน -อีเลฟเวน ฯลฯ
การดาํ เนนิ งานของธรุ กิจแบบนี้จะถูกกาํ หนดลักษณะ โดยความสัมพันธระหวา งผใู หส ัมปทานหรือ
แฟรนไชสซ อสแ ละผูร ับสัมปทานหรือแฟรนไชสซี การขายสนิ คา และบรกิ าร การใชเครอ่ื งหมาย
การคา รวมกนั นอกจากนีย้ งั รวมแนวคดิ ทางธรุ กจิ ทัง้ หมดไวด ว ยกัน คอื กลยุทธแ ละแผนการ
ตลาด มาตรฐานการปฏิบัติงาน การควบคมุ คุณภาพ เปน ตน
ภาพท่ี 17 เคเอฟซี เปน ธรุ กิจ
แฟรนไชส ท่ีใชรูปแบบทางธุรกจิ
6.4 ขอ ดขี อ เสียโดยทั่วไปของธรุ กิจแฟรนไชส
ความสําเรจ็ ของแฟรนไชสของธุรกิจประเภทตา ง ๆ ในปจ จบุ นั เปน สิ่งแสดงใหเ หน็ ถึง
ประสิทธภิ าพของระบบแฟรนไชสทช่ี ว ยใหธุรกจิ ทม่ี ีจดุ เร่ิมตน จากรา นคา ขนาดเลก็ มีเงินทุนจาํ กดั
สามารถเจริญเตบิ โต ขยายสาขาออกไปไดทัง้ ในระดบั ประเทศและระดบั โลก ทเ่ี ปน เชน นี้เพราะ
ระบบแฟรนไชสเ ปน ระบบเชิงกลยทุ ธ ซง่ึ ใหข อ ดีเปน ความไดเปรยี บทางธรุ กจิ เหนอื วธิ กี ารขยาย
และดําเนนิ ธรุ กิจในแบบเดิม นอกจากนีธ้ ุรกจิ ระบบแฟรนไชสย ังเปน ระบบที่นาํ เอาขอ ดขี องธุรกจิ
ขนาดใหญแ ละเล็กมารวมกนั คอื ในดา นภาพลกั ษณท ี่เหมือนธรุ กจิ ขนาดใหญ จากการรวมตวั ของ
ผูร ับสัมปทานภายใตเ ครือ่ งหมายการคา เดยี วกัน การดาํ เนนิ งานของธรุ กจิ จะมคี วามยดื หยนุ ไดด ี
เหมอื นธรุ กจิ ขนาดยอย ท้งั นีเ้ พราะแตละคนเปน องคก รทมี่ กี ารตัดสนิ ใจไดด วยตนเอง คลายกบั
องคก รหรอื บรษิ ทั ขนาดใหญ ในปจ จุบนั ทใี่ ชน โยบายในลกั ษณะการกระจายอาํ นาจเพม่ิ มากขึน้
นอกจากนรี้ ะบบแฟรนไชสย งั เปน ระบบทชี่ วยลดปญ หาการดําเนินงานทางธุรกิจ โดยเฉพาะปญหา
หลกั ทเี่ ปนสิ่งขัดขวางการเจริญเตบิ โต หรือการขยายตวั ของธรุ กิจทีป่ ระสบกนั อยทู วั่ ไป คือ การ
50
ถึงแมธ รุ กจิ หลายประเภทจะประสบความสําเร็จโดยอาศยั กลยทุ ธแฟรนไชส แตก ม็ ีธรุ กจิ
จํานวนมากท้งั ในและตา งประเทศที่ประสบความลมเหลว ทงั้ น้ีเนอ่ื งจากผบู รหิ ารในธรุ กิจเหลานนั้
ไมไดเ ขาใจขอ เสยี ทีม่ ีอยูในระบบแฟรนไชส แตกลบั หลงใหลกบั ขอ ดีของระบบทมี่ กั เกิดขน้ึ ใน
ระยะแรก เชน การขยายตวั อยางรวดเร็ว โดยมิไดใ ชเ งนิ ทุนจํานวนมากของตนเอง เงินคาสทิ ธิท่ี
ไดร บั มาจากผรู บั สัมปทาน รวมทง้ั ชอ่ื เสียงของกจิ การ ในทางตรงกันขา มหากผบู ริหารไมไดใ สใจ
กบั การพัฒนาระบบงาน การควบคมุ ภาพและใหก ารสนบั สนุนอยางเพยี งพอแลว กอ็ าจจะประสบ
ปญ หาได
6.5 สรปุ ขอ ด-ี ขอ เสียของธุรกจิ แบบสมั ปทานทีม่ ีตอผใู หสัมปทาน (Franchisors)
ขอ ดี ขอ เสีย
1. เปนการกระจายภาระดานการลงทุนจากผใู ห 1. สญู เสียการควบคมุ ในกรณีทีผ่ รู ับสมั ปทาน
สมั ปทานไปยังผูรบั สัมปทานหลาย ๆ ราย ลงทุนเอง ผูใ หสัมปทานไมส ามารถออก
2. เปนเจาของกจิ การทมี่ ภี าพลักษณท่ีดมี ีสาขา คําส่งั ใหป ฏบิ ัติตามได จะทําไดเพยี งให
หลายแหงทวั่ ประเทศหรือทัว่ โลก คําแนะนาํ
3. กจิ การขยายตัวไดอยา งรวดเรว็ โดยมผี รู บั 2. อาจเกิดความขดั แยง ของสองฝาย เนอ่ื งจากมี
สัมปทานชว ยสนับสนนุ การขยายธุรกจิ พ้นื ฐานความร-ู ประสบการณท ่ีตา งกัน ปจ จัย
4. ศักยภาพการแขง ขันเพิม่ จากการมีอํานาจ ท่ชี วยลดความขดั แยง คอื การรกั ษา
ตอรองในการซ้อื สินคา หรอื วตั ถุดบิ จากผผู ลติ ความสัมพนั ธท ่ดี ขี อง 2 ฝาย
5. มีสวนแบงรายไดจ ากผรู ับสมั ปทานหลายทาง 3. หากผูร ับสัมปทานไมประสบความสําเรจ็ ใน
เชน คาสทิ ธิแรกเขา คา สิทธิตอเนื่อง การดาํ เนินธุรกิจหรือเกิดความขดั แยง อาจท
คา ธรรมเนยี มการตลาด เปน ตน ใหเ สยี ชอื่ เสยี งไป
6. สรางภาพลักษณไ ดเ หมอื นธรุ กิจขนาดใหญ 4. อาจเกดิ การสญู เสยี ความลับในการทําธรุ กจิ
ดวยการมเี ครอื่ งหมายการคา ท่เี หมือนกนั ทกุ 5. ในกรณที ี่เกดิ ปญหาความขดั แยงของ 2 ฝา ย
สาขาท่ัวประเทศ หรือทวั่ โลก อาจเกิดการแยกตวั ไปจากระบบของผรู ับ
7. ระบบแฟรนไชสมคี วามยืดหยนุ ในการนํามาใช สัมปทาน ซ่งึ จะนาํ ไปสูคูแขง ทางการตลาด
สงู ไมว า จะเปนกจิ การขนาดเลก็ หรอื ใหญ ได เชน กรณขี องพิซซาฮัท กบั เดอะ พซิ ซา
คอมปะนี เปน ตน
51
6.6 คุณสมบัตขิ องผูรบั สมั ปทานที่ประสบความสําเร็จ
6.6.1 มีความเชือ่ มัน่ ในตนเอง หมายถึง ความเช่อื มั่นในตนเองท่เี ปนพลงั เพอื่ จะ
กอใหเกดิ ความคดิ ที่มุงมนั่ เพ่ือความสําเรจ็ ของการทาํ งาน โดยการเชอ่ื มนั่ ในตนเองที่เหมาะสม
จะตอ งรจู ักการยอมรับ ความคิดเหน็ ของผอู ืน่ อยา งมีเหตผุ ล รูแพร ูชนะ กลาเผชญิ กบั ส่งิ ทค่ี ดิ และ
ทําเพ่ือบรรลุเปา หมายท่ีกําหนดไว
6.6.2 เรียนรูตลอดเวลา จากคณุ สมบตั ิของการมีความเชื่อม่นั ในตนเอง ยอมสง ผลให
บคุ คลนน้ั ตอ งการศึกษาและเรยี นรูอยูตลอดเวลา ดว ยความกลา ทีจ่ ะเผชิญกบั สถานการณแ ละกลา ท่จี ะ
เรยี นรสู ่ิงใหม ๆ จึงกลายเปน นสิ ยั ประจําตัวของคุณสมบตั ิผรู ับสมั ปทานทจี่ ะประสบความสาํ เรจ็
6.6.3 ทํางานหนกั ดว ยตนเอง เพราะธุรกจิ คืองานทห่ี นกั และการทาํ งานหนกั คือ
รากฐานสําคัญของความสําเร็จ ดังนนั้ การจะเปน เจา ของธุรกิจจึงตอ งทาํ งานหนกั และยาวนานดว ย
ตนเอง ไมใ ชเ พียงแคน าํ เงนิ มาลงทุนเทานนั้
6.6.4 มมี นษุ ยสมั พันธ เพราะการดําเนนิ ธรุ กิจหรือการเปน เจา ของกิจการในระบบ
แฟรนไชส คอื การเปน ผรู ับสัมปทานจะตอ งเก่ียวขอ งกับผูคนฝายตาง ๆ เปน จาํ นวนมาก ท้ังใน
เรอ่ื งที่เกี่ยวของกบั การบรหิ ารหรือการจัดการกับพนกั งานของตน สว นผูใหส มั ปทานตองสราง
ความสัมพันธกับลูกคา ผผู ลติ สินคา และบคุ คลทวั่ ไป การมีมนษุ ยสัมพนั ธจ ึงเปน เรอ่ื งสาํ คญั อยาง
หลีกเล่ียงไมไ ด
6.6.5 ความสามารถในการขาย เปาหมายของธุรกจิ คอื การทาํ กําไร คอื การสราง
รายไดใ หมากกวาคาใชจ า ย ดังน้ันการสรา งรายไดข องกจิ การ คอื การขายของผูใหสมั ปทานและ
ผรู ับสัมปทาน
6.6.6 ความอดทน ไมว า จะเปน ผูประกอบการในฐานะใด ตา งมีแรงกดดนั ตา ง ๆ
ทีจ่ ะทาํ ใหเ กดิ ภาวะความเครยี ดมากบางนอ ยบางในเรอ่ื งทตี่ างกนั ผรู ับสัมปทานมีความลาํ บากอยูท ่ี
การปฏิบัติงานอันเขมงวด การควบคมุ จากผใู หส ัมปทาน ขาดความเปนอสิ ระในการบรหิ ารงาน
ผทู ป่ี ระสงคจ ะเปน เจาของธุรกจิ จึงตอ งมคี วามอดทนตอ ภาวะความเครียด ปญ หาและสถานการณ
ตาง ๆ ไดเ ปน อยา งดี พรอมทจ่ี ะเผชิญและอดทนเพอ่ื แกป ญ หาใหลลุ วงไป
6.6.7 การรบั นโยบายจากผอู ื่นไปปฏิบตั ิ การเขา ไปทําธรุ กิจในระบบแฟรนไชสเปน
การเขารวมอยใู นธุรกจิ ทมี่ ีผปู ฏิบัตอิ ยูแ ลว คอื ผูใ หส ัมปทาน และมีความเชื่อม่ันวา แฟรนไชสเ ปน
ระบบทด่ี ี ซึ่งสง ผลตอ ความสําเร็จในธรุ กิจ จงึ เสียคา ใชจ ายตา ง ๆ เกย่ี วกบั คา สิทธเิ พือ่ ใหไ ดมาซง่ึ
ความรูและวธิ ีดําเนินพรอ มรบั นโยบายมาปฏบิ ัติเพื่อใหอยใู นมาตรฐานตา ง ๆ ทผี่ ใู หสมั ปทาน
กําหนด
52
สรุป
การตดั สนิ ใจเลอื กรูปแบบการดําเนินธรุ กจิ มีความสําคญั ผูป ระกอบการจะตองเลอื ก
รูปแบบของกจิ การใหเ หมาะสมกบั สภาพแวดลอ มทางธรุ กจิ ขนาดของการลงทุน ขนาดของตลาด
สนิ คาของตน โอกาสทางธรุ กิจและความตอ งการของตนเอง ธรุ กจิ ภาคการเกษตร
ภาคอตุ สาหกรรม ธุรกิจการคา สง การคา ปลกี และธุรกจิ บรกิ ารประเภทตาง ๆ สามารถเลือก
รปู แบบการดําเนนิ ธุรกิจหรอื ประเภทองคก ารธุรกิจท่ีเปน ได ท้งั กิจการเจา ของคนเดียว กจิ การหา ง
หนุ สวน กิจการบริษทั จาํ กัด กจิ การมหาชน กจิ การสหกรณ หรือกจิ การสัมปทานแฟรนไชสซง่ึ
กาํ ลังไดรบั ความนยิ มอยางแพรห ลายในปจ จุบัน แตละประเภทของการประกอบการมที ้ังขอ ดี-
ขอเสยี ในการดําเนนิ ธรุ กิจตา งกนั ผปู ระกอบการจึงจําเปน ตองศึกษาใหถ องแท กอนทจี่ ะตดั สนิ ใจ
เลือกประเภทองคก ารธรุ กิจทเ่ี หมาะสมกบั ธุรกจิ ของตน เพื่อใหบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคข ององคการ
และการดําเนนิ งานใหเกดิ ประสิทธภิ าพสงู สดุ
***********************************
53
แบบฝก หดั
หนวยที่ 2 รปู แบบของธรุ กิจเกษตร
วัตถุประสงค เพ่อื ทบทวนความรใู นการเลอื กรปู แบบขององคธรุ กจิ ทเี่ หมาะสมกบั ตนเอง
******************************************************************************
1. การดําเนินธรุ กิจรูปแบบเจา ของคนเดยี ว ปจจุบันมีความสาํ คญั ตอ ประเทศไทยเราเองอยา งไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2. หา งหนุ สว นมีอยกู ปี่ ระเภท อะไรบาง ยกตวั อยางเปรยี บเทียบขอ ด-ี ขอเสยี
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
3. ธรุ กจิ รูปแบบบรษิ ัทจาํ กดั มรี ปู แบบโครงสรางการบรหิ ารองคการอยางไร อธิบาย
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
54
4. จงเปรียบเทยี บความแตกตา งระหวา งองคก ารรูปแบบบรษิ ัทจาํ กดั กับสหกรณจ ํากดั
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
5. รฐั วิสาหกจิ มีบทบาทและความสําคัญตอประเทศไทยของเราอยางไร
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
6. ธรุ กิจแบบแฟรนไชสคืออะไร มคี วามสาํ คญั ตอเศรษฐกิจของประเทศไทยเราอยางไร
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
55
7. ถานักศกึ ษาประกอบอาชพี ใดอาชพี หนง่ึ จะพจิ ารณาเลอื กรปู แบบองคก ารใด ที่คดิ วามีความ
เหมาะสมสําหรับตนเองทส่ี ุด และจงบอกถงึ ผล ขอ ดี-ขอ เสยี ท่ีคดิ วาจะเกิดข้นึ มาดว ย
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
*************************************
56
แบบประเมนิ ผลกอ น-หลงั เรยี น
หนว ยที่ 2 รูปแบบขององคการธรุ กิจ
วัตถปุ ระสงค เพื่อประเมนิ ความรูกอ นเรยี นและหลังเรยี น
******************************************************************************
คาํ ส่งั จงเลือก X คําตอบทที่ า นเหน็ วา ถูกตองทส่ี ุดเพยี งคําตอบเดียว
1. องคก ารธุรกจิ รูปแบบใด ทีจ่ ัดตงั้ และเลิก 5. ความแตกตางของหางหนุ สว นนติ บิ คุ คล
กิจการไดง าย และหา งหุนสว นจํากัด
ก. บริษัท ไปรษณียไ ทย จาํ กัด ก. ประเภทของผถู อื หนุ
ข. บรษิ ทั ปตท. จํากัด (มหาชน) ข. การเสยี ภาษใี หก บั รัฐบาล
ค. รานมติ รเกษตร ค. กฎหมายในการควบคมุ กาํ กบั ดแู ล
ง. ชมุ นุมสหกรณก ารเกษตรแหง ง. การจดทะเบียนในการจดั ต้งั
6. หนุ สว นประเภทใด ท่ีมีหนา ทใี่ นการ
ประเทศไทย จาํ กดั จดั การหางหนุ สวนจาํ กดั ได
2. ขอดขี องกจิ การเจาของคนเดียว ก. ประเภทจํากดั ความรับผดิ ชอบ
ข. ประเภทไมจํากัดความรับผดิ ชอบ
ก. มคี นชว ยทาํ งาน ค. ประเภทหนุ บรุ มิ สิทธ์ิ
ข. มีกฎหมายควบคุมมาก ง. ประเภทหนุ สามญั
ค. ลดการเสย่ี งในธรุ กิจ 7. ธรุ กิจทม่ี ผี ถู ือหุนต้งั แต 7 คนขน้ึ ไป เปน
ง. มคี วามใกลช ิดกับผบู รโิ ภค รปู แบบองคก าร ใด
3. องคก ารธุรกิจรูปแบบใด มผี รู วมลงทนุ ก. กิจการเจาของคนเดียว
ต้ังแตสองคนขึ้นไป ข. หางหุนสว นจํากดั
ก. สหกรณ ค. บรษิ ัทจาํ กดั
ข. บริษทั จาํ กดั ง. รฐั วิสาหกจิ
ค. หางหุนสว น 8. การแบงทนุ ออกเปน หนุ และมมี ลู คาหุน
ง. กิจการเจา ของคนเดยี ว เทากัน จดั เปนกจิ การรปู แบบองคก าร ใด
4. หา งหุนสว นนิตบิ ุคคล ตา งจากหาง ก. บรษิ ทั จาํ กดั
หุน สว นสามญั อยา งไร ข. หางหนุ สว นจํากดั
ก. ความรบั ผิดชอบ ค. หา งหุน สวนสามัญนติ บิ ุคคล
ข. การเสยี ภาษี ง. รัฐวิสาหกจิ
ค. สภาพทางกฎหมาย
ง. การมตี ัวแทนในการจัดการหา งได