The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุรัติวดี คชฤทธิ์, 2022-10-20 03:54:46

เอกสารรายวิชาการจัดการธุรกิจเกษตร

Agribusiness_Management

22

19. หนา ทร่ี ับผดิ ชอบตอ สงั คม ที่ธรุ กิจควร
ทาํ มากทีส่ ุด คือ

ก. การบรกิ ารลูกคาใหด ีทสี่ ดุ ตลอดเวลา
ข. ผลติ สนิ คา และบริการท่ีมคี ณุ ภาพมา

สนองความตองการอยา งเพยี งพอ
ค. การจา ยจางแรงงานอยางเปนยตุ ธิ รรม
ง. การจดั ทาํ บญั ชีตามเสยี ภาษีที่กฎหมาย

กาํ หนด
20. หนาที่ของธุรกิจ ในการจดั ซ้ือสนิ คาที่
ตองรบั ผิดชอบตอ ลกู คา คือ

ก. การจัดซื้อสนิ คา ตอ งการมาเสนอขาย
ในระดับราคาและเวลาทตี่ องการ

ข. การจดั ซ้ือสินคา ทล่ี ูกคา ตอ งการมา
เสนอขายในระดับราคาทต่ี อ งการ
และการบรกิ ารหลงั การขายท่ียอด
เย่ยี ม

ค. การจัดซื้อสินคา ทลี่ กู คา ตองการมาทาํ
การผลติ และจาํ หนา ยทั้งใน-นอก
ประเทศ

ง. การจดั ซ้อื สินคา ทล่ี กู คา ตองการมา
บริการ รวมถงึ การแปรรูปสนิ คา ตาม
ความตอ งการของลกู คา ดวย

********************

23

ใบงานท่ี 1
หนวยท่ี 1 ความรทู ่ัวไปเก่ียวกบั ธุรกจิ เกษตรและระบบธรุ กิจเกษตร

**********************************

เรอ่ื ง ปจ จัยและสภาพแวดลอ มทมี่ ีผลกระทบตอการทาํ ธุรกิจ

จุดประสงคการเรียนรู
1. บอกปจ จยั ที่สําคัญของการดาํ เนินธรุ กจิ เกษตรได
2. อธบิ ายถึงสภาวะแวดลอมทม่ี ผี ลกระทบตอการทาํ ธุรกิจได

จุดประสงคด า นคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมของนกั ศกึ ษา
1. ดา นมนษุ ยส มั พันธ ในการมีสวนรว ม รบั ฟงคนอน่ื เปนผูน าํ และผตู ามทีด่ ี
2. ดานความรับผดิ ชอบ ตอ สวนรวมและสว นบุคคล คือ การตรงตอ เวลา เขาหองเรยี น

ทนั เวลา การสงงานตามกําหนด ความสะอาดและถูกตองของผลงาน
3. ดา นความมวี นิ ยั ในตนเอง ความซ่ือสัตยสุจริต แตงกายถูกตองตามระเบยี บ
4. ดานความรูและทกั ษะวชิ าชพี มีความสํานกึ ดีในการจัดการธุรกิจเกษตรในทกุ เรื่องที่

เกีย่ วของ

วสั ดุ เครอื่ งมือ และอปุ กรณ

1. กระดาษ A4
2. กรณีตวั อยางธุรกิจดา นการเกษตร การเลยี้ งโคเน้ือของฟารมแหงหนึ่ง
3. เอกสารประกอบการสอนวชิ าการจัดการธุรกจิ เกษตร

ขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ าน

1. ใหผูเรียนแบงกลมุ 4-5 คน/กลุม รับกรณีตวั อยางธรุ กจิ การเลยี้ งโคเน้อื ของฟารม แหง หน่ึง ชวยกัน
สรปุ ถึงปจ จัยสาํ คัญ ทีม่ ีอิทธิพลตอการทาํ ธรุ กจิ เกษตร และใหอธบิ ายถงึ สภาวะแวดลอมทีม่ ผี ลกระทบ
ทางตรงทางออมตอการทาํ ธุรกิจเกษตรในจงั หวดั น้นั วา มอี ะไรบาง ใหเวลา 60 นาที

2. สรปุ รายงานนาํ เสนอหนา ชัน้ เรยี น
3. ประเมินผล ผลงาน ดานการเรยี นรูและคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมตามแบบประเมิน

แหลง คนควา

1. หนงั สือเอกสารประกอบการสอนวชิ าการจัดการธรุ กิจเกษตร
2. ทางอินเตอรเ น็ต
3. หนังส่ือและตําราเกีย่ วกบั การบริหารจดั การทั่วไป

******************************

24

กรณตี วั อยางธรุ กิจเกษตร
บรรทัดฟารม โคเนอ้ื

*************************************
นายรงุ โรจน สดุ ขดี เปนคนหนมุ รนุ ใหมไ ฟแรงอายุ 34 ป จบการศกึ ษาวิทยาลัยเกษตร
และเทคโนโลยแี หง หนงึ่ ทางภาคใตฝง ทะเลอนั ดามัน ครอบครัวมี ฐานะทางการเงนิ คอนขา งดี
มีสภาพคลอ งทางการเงินสงู มีความประสงคจ ะลงทุนจะประกอบอาชพี ที่ตนเองใฝฝ น มานาน
ต้ังแตยงั เปน นกั ศึกษาอยใู นวทิ ยาลัยฯ ความฝน นน่ั ก็ คอื อยากจะเปนเจาของธุรกิจเกษตร มฟี ารม
เลีย้ งโคเน้อื แบบครบวงจร อีกอยางตอนนี้รฐั บาลไดม นี โยบายโครงการโค 1 ลานตวั ทีจ่ ะสงเสรมิ
ใหเกษตรกรเลย้ี ง เพ่อื เปนการสรา งงานสรางอาชีพใหก ับเกษตรกรทวั่ ไป อีกทงั้ ทําใหประชาชนจะ
มอี าหารที่มีโปรตนี สูงไวบริโภค ซง่ึ ตอนนีต้ นเองมีพน้ื ที่ทีไ่ ดรับจากมรดกจากพอแมย กให1,000 ไร
ในจงั หวดั ระนอง เปนพ้นื ทวี่ างเปลาเปนเนินไมส ูงมากนกั สลับกันไปตลอดทงั้ แปลง ซงึ่ เหมาะท่ี
จะทาํ ฟารมโคเนื้อเปน อยางยงิ่ ในฐานะท่นี กั ศกึ ษามีความรูใ นเน้ือหาหนว ยท่ี 1 มาแลว นกั ศึกษาจง
ใหคาํ ปรึกษาแนะนําในเร่อื ง ความสาํ คัญของปจจัยพ้นื ฐานและสิง่ แวดลอมทมี่ ผี ลกระทบท้ัง
ทางตรงและทางออม วา จะประสบผลสาํ เร็จในการทําฟารมเล้ียงโคเนือ้ แบบครบวงจร หรอื ไม ให
เหตผุ ล

***************************

25

เฉลยขอสอบ

หนว ยที่ 1 ความรูทัว่ ไปเกย่ี วกบั ธุรกิจเกษตรและระบบธุรกิจเกษตร
******************

ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ตอบ ค ง ก ค ก ข ข ง ค ข
ขอ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
ตอบ ก ง ก ง ง ข ค ค ข ก

*********************************

หนวยท่ี 10

เรอื่ ง การจดั การธรุ กิจขนาดยอม

****************************

จุดประสงคการเรยี นรู

หลังจากศกึ ษาในเน้ือหาหนวยเรียนน้ีแลว ผเู รยี นสามารถ
1. บอกความหมายของธุรกิจขนาดยอมไดถ ูกตอ ง
2. บอกความสาํ คัญของการการดาํ เนินธุรกจิ ขนาดยอมได
3. อธบิ ายถงึ ข้ันตอนในการจัดตง้ั ธุรกิจขนาดยอมได

สาระสาํ คัญ

ธุรกจิ ขนาดยอ ม คอื ธุรกจิ ที่มจี าํ นวนพนกั งานไมม าก มตี น ทุนในการผลิตต่าํ ประมาณ 10 –20 ลา น
บาท และเปนธุรกจิ ท่ดี าํ เนินงานอสิ ระ มีความคลองตวั แหลง วัตถดุ บิ ใกลโรงงาน ผลผลติ และกาํ ไรไดอยาง
จาํ กดั

ประเภทของธุรกิจขนาดยอ ม โดยทว่ั ไปแบงออกเปน
1. ธรุ กจิ อตุ สาหกรรม
2. ธุรกิจพาณชิ ยกรรม
3. ธรุ กจิ บริการ
ธรุ กิจขนาดยอ ม มีลกั ษณะโดยท่ัวไป คอื
1. เครอ่ื งจักร เครื่องมือใชเ ทคโนโลยไี มส งู
2. ใชเงินลงทุนนอย
3. ผูเปนเจา ของธรุ กจิ ขนาดยอ มสามารถใชฝ ม ือทีม่ อี ยไู ดอยา งเตม็ ท่ี
4. มีความคลอ งตวั ในการบริหารธุรกิจ
5. ตลาดอยูทั่วไปในภมู ิภาค
ความสําคัญของธรุ กิจขนาดยอ ม มสี ว นชวยให
1. การกระจายการพฒั นาไปสสู ว นภมู ภิ าค
2. ใชทรัพยากรอยางมปี ระสทิ ธิภาพ
3. ชวยใหประชากรในประเทศมงี านทํา
4. พฒั นาความสามารถของผปู ระกอบธรุ กิจ
5. กอ ใหเ กดิ การระดมเงนิ ทุน

252

องคป ระกอบของธรุ กิจขนาดยอม ประกอบดวย
1. คน
2. เงิน
3. เคร่ืองมือเครอ่ื งจักร
4. วัตถุดิบ
5. การจดั การ
6. การตลาด
7. ขวญั และกาํ ลังใจ
ปจจัยท่มี ีผลตอความสาํ เร็จของการประกอบธรุ กิจขนาดยอ ม
1. ตน่ื ตัวอยเู สมอในการรบั ความเปลี่ยนแปลงของสภาพการเมอื งเศรษฐกิจและสังคม
2. มกี ารวางแผนและวิเคราะหการดาํ เนินธุรกจิ อยตู ลอดเวลา
3. มคี วามสามารถในการบริหารสมาชิกภายในธุรกิจที่ดําเนนิ การ
4. มีการศึกษาความรใู หมอ ยูเสมอในเรอื่ งทเ่ี กย่ี วกบั ธรุ กิจที่ดาํ เนนิ การอยู
ปญ หาการดําเนนิ ธุรกิจขนาดยอม
1. เกิดอุทกภัย และวาตภัย คอื
2. ไมศกึ ษาและไมป ฏบิ ัติตามกฎระเบียบของรฐั
3. ปญ หาทางดานสุขภาพ
4. ขาดจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ
5. การบรหิ ารงานนนั้ ขาดคณุ ภาพ
6. การไมรักษาสง่ิ แวดลอมภายในหรอื รอบ ๆ บรเิ วณที่ประกอบธรุ กิจขนาดยอ ม
7. ผูป ระกอบการเฉ่ือยชาในการประกอบธุรกจิ
8. ทาํ เลทีต่ ง้ั ของธุรกจิ ไมเ หมาะสม
ปจ จยั ทท่ี าํ ใหป ระสบผลสาํ เรจ็ ในการบรหิ ารธุรกจิ
1. การเกดิ โอกาสทางธุรกจิ
2. ความสามารถในการจัดการ
3. ปจ จยั ทางดา นบุคคล
4. การไดฝ ก อบรมและมีประสบการณ
5. วิธกี ารบริหารธุรกจิ ที่ทนั สมยั
6. ควบคมุ อยางรอบคอบ

253

เนื้อหา

1. ความหมายและความสําคัญของธุรกจิ ขนาดยอ ม

1.1 ความหมายของธุรกิจขนาดยอม
ในการใหความหมายของธุรกิจขนาดยอมนั้น ไมมีจาํ กัดความทช่ี ดั เจนแนนอน ดังนน้ั
ความหมายจงึ มคี วามแตกตางกันไปตามความคิดเหน็ ของแตละบคุ คล แตล ะองคก ารทีร่ ับผดิ ชอบ
ซง่ึ สามารถพจิ ารณาไดดังรายละเอยี ดตอ ไปนี้

1.1.1 การประชุมนกั บญั ชที ว่ั ประเทศครง้ั ที่ 10 /2530 คณะกรรมการไดใ หค วามหมายไว
ดังตอไปน้ี ธรุ กิจขนาดยอม คอื ธุรกจิ ขนาดยอ มซง่ึ มคี วามหมาย รวมถึงการประกอบธรุ กจิ เกษตรกรรม ,
การใหบริการ, พาณชิ ยกรรม และอุตสาหกรรม

1.1.2 ประเทศญ่ีปุนใหค วามหมายไวว า ธุรกิจขนาดยอม คอื กิจการผลติ เหมอื งแรแ ละ
การขนสง ทีม่ ีการจางงานไมเ กิน 300 คนหรอื มที นุ ไมเกนิ 50 ลา นเยน กิจการคา หรอื การใหบรกิ ารที่มี
การจา งงานไมเ กนิ 50 คนหรือมที ุนไมเกนิ 10 ลานเยน

1.1.3 ประเทศบังคลาเทศใหค วามหมายไวว า ธรุ กิจขนาดยอม คือ กิจการอตุ สาหกรรมที่
ทรพั ยส ินถาวรไมเ กนิ 25 แลค ( ประมาณ 6 ลา นบาท )

1.1.4 ประเทศมาเลเซียใหความหมายไวว า ธรุ กจิ ขนาดยอ ม คือ กจิ การอตุ สาหกรรมท่มี ี
การลงทนุ ในท่ดี ิน อาคาร โรงงาน เคร่ืองจกั รและอุปกรณป ระมาณ 250,000 เหรียญมาเลเซยี หรอื
ประมาณ 2 ลานบาทโดยไมค าํ นึงถงึ การจางแรงงาน

1.1.5 ประเทศอินเดยี ใหค วามหมายไวว า ธุรกจิ ขนาดยอม คือ กิจการอุตสาหกรรมทม่ี ีการ
ลงทุนไมเ กิน 750,000 รปู หรอื ประมาณ 1.9 ลานบาท โดยคํานงึ ถงึ ขนาดการจางงานถอื วา เปน
อตุ สาหกรรมขนาดยอม

1.1.6 กองทนุ ประกันสนิ เชอ่ื อุตสาหกรรม ใหความหมายดงั ตอไปนี้
ธรุ กจิ ขนาดยอ ม คือ ธุรกิจท่ีมที รพั ยส นิ ถาวรรวมกนั ไมเ กิน 10 ลา นบาท ในวนั ที่ยน่ื ขอ
สนิ เชอ่ื หรือเปนธรุ กิจท่ีขอกูเ งนิ ทุนจากธนาคารแหงประเทศไทย หรือบริษัทเงนิ ทนุ อตุ สาหกรรมแหง
ประเทศไทยรายหนึ่งตองอยใู นวงเงนิ ขั้นตา่ํ 200,000 บาทและไมเกิน 5,000,000 บาท
1.1.7 สํานกั งานธนกิจอตุ สาหกรรมขนาดยอ ม กรมสง เสริมอุตสาหกรรม กระทรวง
อตุ สาหกรรมใหค วามหมายไวด ังตอ ไปน้ี ธุรกิจขนาดยอ ม คือ อตุ สาหกรรมที่มีเงนิ ทนุ จดทะเบียนหรอื
ทรพั ยส ินถาวรไมเกนิ 10 ลานบาท

254

1.1.8 กองทุนประกนั สนิ เชอ่ื อุตสาหกรรมขนาดยอ ม ใหค วามหมายไวด ังตอ ไปน้ี
ธรุ กจิ ขนาดยอม คือ เปน กจิ การทมี่ ที รพั ยสนิ ถาวรรวมกนั ไมเ กนิ 10 ลา นบาท ณ วันที่ขอ
ย่นื สินเช่ือ และขอกเู งินจากธนาคารพาณิชยหรือบรษิ ัทเงนิ ทุนอตุ สาหกรรมแหง ประเทศไทยรายหนึง่
ไมเ กินวงเงินสนิ เชอ่ื รวมกนั ข้ันตา่ํ 2 แสนบาท และขนั้ สูงไมเ กิน 5 ลานบาท กรณที ีป่ ระกอบการอยู
แลว วงเงินดงั กลา วใหร วมถงึ สนิ เชอ่ื ที่มอี ยเู ดิมแลว
1.1.9 คณะกรรมการสง เสริมการลงทนุ (BOI) ใหค วามหมายไวด ังตอ ไปนี้
ธรุ กจิ ขนาดยอม คอื อุตสาหกรรมขนาดยอมจะตองมีเงนิ ลงทนุ 2 –20 ลานบาทและมี
คนงานระหวาง 50 – 150 คน
1.1.10 กรมแรงงานใหความหมายไวว า ธุรกิจขนาดยอม คือ อตุ สาหกรรมจะตอ งมคี นงาน
นอ ยกวา 149 คน
1.1.11 สถาบันวจิ ยั เพอื่ การพฒั นาแหงประเทศไทย (TDRI) ใหค วามหมายไวดงั ตอไปน้ี
ธุรกจิ ขนาดยอ ม คอื ธุรกจิ ที่มคี นงานระหวาง 10 – 49 คน และมีทรพั ยสนิ ถาวรสุทธิระหวาง 1 – 10 ลา น
บาท
1.1.12 นิยาม SMEs ตามกฎกระทรวง กาํ หนดจาํ นวนการจา งงานและมลู คาสินทรัพยถ าวร
ของวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอม พ.ศ. 2545

ประเภท ขนาดยอ ม ขนาดกลาง
จํานวน สินทรพั ยถาวร จาํ นวน สินทรพั ยถาวร
กจิ การการ (คน) (ลา นบาท) (คน) (ลานบาท)
ผลิต
ไมเกิน 50 ไมเ กนิ 50 51-200 เกินกวา 50 - 200
กิจการบริการ
กิจการคาสง ไมเ กนิ 50 ไมเกิน 50 51-200 เกนิ กวา 50 - 200
กิจการคา ปลีก ไมเกนิ 25 ไมเ กิน 50 26-50 เกนิ กวา 50 - 100
ไมเกนิ 15 ไมเกิน 30 16-30 เกินกวา 30 - 60

ทม่ี า : กฎกระทรวง กําหนดจํานวนการจา งงานและมูลคา สนิ ทรพั ยถาวรของวิสาหกิจขนาด
กลางและขนาดยอม พ.ศ. 2545

255

จากความหมายของบคุ คลตาง ๆ องคก ารและตา งประเทศ ไดใหความหมายเกี่ยวกบั ธุรกิจ
ขนาดยอ มไวพ อสรปุ ไดด งั นี้

สรปุ ธุรกิจขนาดยอม คือ “ธุรกิจท่มี ีจาํ นวนพนกั งานไมม าก มตี นทนุ ในการผลติ ตา่ํ ประมาณ
10 – 20 ลา นบาท และเปนธุรกจิ ท่ดี าํ เนินงานอิสระ มีความคลอ งตวั แหลง วัตถุดิบใกลโ รงงาน ผลผลติ
และกาํ ไรไดอ ยา งจํากัด”

ภาพที่ 43 แฟรนไชสก าแฟสดบลเู มาทเ ทนคอฟฟ ถือวาเปน ธรุ กิจขนาดเล็กและธุรกจิ ขนาดยอม
ธรุ กจิ ขนาดเล็ก อาจจะเปน เจาของรานกาแฟสดเพียงคนเดียว ทําดวยตวั เองหรอื จางพนักงานเพียงคนเดียว

2. ประเภทของธรุ กิจขนาดยอ ม

ธุรกิจการเกษตรเปนธรุ กจิ ทที่ ําการผลติ ดานเกษตรกรรม ผทู ปี่ ระกอบธุรกจิ ทางดา นนไี้ ดแ ก
ผมู อี าชพี การทํานา ทําไร ทาํ สวน ทาํ การประมง ปศุสัตว และปา ไม ซ่งึ การพัฒนาอาชีพทาง
การเกษตรท่ีมขี นาดเล็กของเกษตรกรโดยท่ัวไป เพื่อเปน ธรุ กิจขนาดยอ มสามารถประกอบเปน ธุรกจิ
ท่ีเปน หลากหลาย เชน โรงงานแปรรูปผลผลติ ทางการเกษตรเปน อุตสาหกรรมขนาดเลก็ ในทอ งถิ่น
การทําธุรกิจทาํ หนา ทีเ่ ปน คนกลางในทอ งถิ่นเพื่อรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกร การทาํ ธุรกจิ ดาน
บริการการทอ งเทีย่ วเชงิ นเิ วศ หรอื ทํารีสอรทดา นการเกษตรเพ่อื บรกิ ารแกน ักทอ งเทย่ี ว ฯลฯ ยอ ม
กระทําไดธุรกจิ ขนาดยอมมอี ยูม ากมายหลายประเภท ซ่งึ เราสามารถจําแนกประเภทของธรุ กิจขนาดยอม
ไดก วาง ๆ 3 ประเภท ดังรายละเอยี ดตอไปนี้

256

2.1 ธรุ กิจอตุ สาหกรรม คือธรุ กจิ ที่มที งั้ ขนาดเลก็ และขนาดใหญ โดยมกี ารนาํ เอาวตั ถดุ บิ เขา สู
โรงงานเพ่อื แปรรปู เปน สนิ คา ตามท่ตี อ งการ ถา หากวา เปน ธรุ กจิ ขนาดใหญกจ็ ะมีการนําเอาเทคโนโลยี
เขามาใชใ นการผลติ ซึ่งตอ งอาศยั เงนิ ทนุ จาํ นวนมาก จาํ นวนการผลติ ท่ีมปี รมิ าณสูง ในขณะเดยี วกนั
ประเภทสว นประกอบในการผลิตที่เปนวัตถดุ ิบ อปุ กรณตา ง ๆ จาํ เปน ตอ งมีการสง่ั ซอื้ จากธุรกจิ ขนาดยอ ม
ดงั นนั้ ธรุ กิจขนาดยอมท่ีมกี ารผลติ ท่ีเปนอิสระ มโี อกาสผลติ สินคาใหกบั ผูผลติ รายอ่ืน ๆ มากท่ีสดุ เชน
โรงงานประกอบรถจกั รยานยนตต องอาศยั นอ ตจากโรงงานขนาดยอม โรงงานผลิตตเู ย็นและตแู ชตอ งซ้ือ
โครงตพู ลาสตกิ และโครงโลหะมาจากโรงงานอตุ สาหกรรมอืน่ เปนตน

2.2 ธรุ กจิ พาณชิ ยกรรม คือธุรกิจที่เกย่ี วขอ งกับการคา ไมว าจะเปนพวกพอคาคนกลางทอี่ ยู
ในชว งของการจัดจาํ หนายสนิ คาไปยงั ผบู รโิ ภค หรือพวกพอ คา ปลกี และสง ทข่ี ายสนิ คา ใหก บั ผบู ริโภค
เชน หางสรรพสินคา รานคาสหกรณแ ละรา นขายของชาํ ตา ง ๆ เปน ตน

2.3 ธรุ กจิ บรกิ าร คือธรุ กิจทมี่ กี ารเสนอการบรกิ ารท่ีมีความแตกตางกนั ไปแตล ะประเภท
ชางซอ มมอเตอรไซด ชางซอ มอปุ กรณไ ฟฟา อเิ ลก็ ทรอนิกส และชางกอสราง เปนตน ที่มที ้ังภาครฐั
และเอกชน สินคา ประเภทบริการเราถือวาเปนส่ิงทีจ่ บั ตอ งไมไ ด และไมส ามารถนํากลบั คนื มาได ในการ
ใหบ รกิ ารราคาสินคาบรกิ ารจะข้นึ อยกู บั มูลคาของส่ิงของท่ใี ชในการบรกิ ารน้นั ลักษณะของธรุ กิจประเภท
น้มี ักเปนธรุ กจิ ขนาดเลก็ มีการลงทนุ นอย มีผูดําเนินการธุรกิจเพยี งคนเดียว เชน รานซอมมอเตอรไ ซด
รานซอ มอปุ กรณไ ฟฟาอเิ ล็กทรอนกิ ส รานซอมนาฬิกา และรา นซอ มกญุ แจ เปนตน

3. ลกั ษณะโดยท่วั ไปของธุรกิจขนาดยอ ม

ลักษณะของธรุ กิจขนาดยอ มเราสามารถสรุปไดด งั รายละเอียดตอ ไปน้ี
3.1 เครอื่ งจกั ร เคร่อื งมอื ใชเ ทคโนโลยีไมส งู ผูประกอบการธุรกจิ ขนาดยอ มที่เปด ทํากจิ การจะ
ใชเครื่องจกั ร เครื่องมือในระดบั ตน ถึงระดับกลาง ไมจาํ เปน ตองใชเครือ่ งจักรท่ใี ชเทคโนโลยีสงู ทาํ ให
ไมตอ งเสยี เงินมากในการจดั ซือ้ เครอ่ื งมือ
3.2 ใชเงนิ ลงทนุ นอ ย เนื่องจากธรุ กจิ ขนาดยอมนน้ั สามารถดาํ เนินการไดก วาง เพราะ
ประกอบดว ยธรุ กจิ ทางอตุ สาหกรรม พาณชิ ยกรรม และเกษตรกรรมรวมถงึ การบรกิ ารตาง ๆ
เพราะฉะนนั้ จะทําใหเ กดิ การลงทุนนอ ยในบางธุรกจิ ซง่ึ จะเหน็ ไดว า ธรุ กิจขนาดยอ มอาจจะเปน การใช
แรงงานของสมาชกิ ภายในครวั เรอื นหรอื พน่ี อ งกนั ซง่ึ จะเกดิ ผลเสยี คอื ผปู ระกอบธุรกจิ จะตอ งทาํ งาน
หนกั อาจจะทาํ หนาทีผ่ บู ริการจนกระทง่ั ถงึ เปนแรงงานเอง แตก ารประกอบธรุ กจิ ขนาดยอมบางประเภท
ก็มผี ลดี คือ ผูเปนเจาของหรอื ธรุ กิจภายในครอบครวั สามารถแกไ ขปญหาไดอยา งรวดเรว็ และฉับไว

257

3.3 ผูเปนเจาของธุรกจิ ขนาดยอ มสามารถใชฝม ือทม่ี ีอยูไ ดอยางเตม็ ที่ ในธุรกจิ บรกิ ารบาง
ประเภท ธุรกจิ ขนาดยอมสามารถบรกิ ารไดด กี วาธรุ กจิ ขนาดใหญ เพราะธรุ กิจขนาดยอมนัน้
ผูประกอบการไดร ับผลประโยชนต อบแทนสว นตัวมาก ฉะน้ันการไดร บั ผลประโยชนตอบแทนได
อยางเต็มที่ทําใหผปู ระกอบการมีขวญั และกําลังใจในการบรกิ ารดี

3.4 มีความคลองตวั ในการบรหิ ารธุรกจิ เนือ่ งจากเปน ธรุ กจิ ขนาดเลก็ ทาํ ใหห นว ยงานหรือ
แผนกตาง ๆ ภายในองคก ารมนี อ ย ทาํ ใหไ มยุงยากในการประสานงานและแบง หนา ทกี่ นั ดาํ เนินงาน
ภายในบริษัท ทาํ ใหการดําเนินงานบางอยา งสามารถลดั ขนั้ ตอนทาํ ใหเ กดิ ความคลอ งตวั ในการ
ดําเนินงาน สงผลใหการบริหารงานภายในองคการประสบผลสําเรจ็ มีกาํ ไรมาก

3.5 ตลาดอยทู ่วั ไปในภมู ภิ าค การประกอบธรุ กิจขนาดยอมสามารถดําเนินการไดท วั่ ไปทกุ ๆ
พื้นท่ีในภูมภิ าค แลว แตความเหมาะสมและความตอ งการของประชากรในชุมชนนน้ั ๆ เชน ธรุ กจิ ท่ี
เกีย่ วกับการเกษตรจะอยใู นพ้นื ทีต่ างจังหวัดและไกลออกไป เปน ตน

ภาพท่ี 44 "ริน" ผูนาํ ธุรกจิ ขนมหวานไทยของฉะเชงิ เทรา เรม่ิ กิจการมาต้ังแต พ.ศ.2517 จากสตู รขนม
ท่ีคณุ ยายทําใหล ูกหลานรบั ประทานกันในครอบครัวและแจกจา ยญาตมิ ติ รพฒั นามาเปนธรุ กจิ ขนาดยอม

ผลติ และจําหนา ยขนมหวานของดีประจําจังหวดั ฉะเชิงเทราในปจจบุ นั

4. ความสาํ คัญของธรุ กจิ ขนาดยอม

จากทก่ี ลาวมาตอนตนแลว วา ธุรกจิ ขนาดใหญบางชนิดตอ งอาศัยวตั ถดุ ิบหรือชน้ิ สว นบางตัว
จากผูประกอบการธุรกจิ ขนาดยอ ม โดยทบี่ ริษทั ใหญไมต อ งเสยี เงนิ ตราในการนําเขา อุปกรณบาง
ประเภททผ่ี ลติ จากเมืองนอก การทีบ่ ริษทั ใหญชว ยซอ้ื สินคาบรษิ ัทนอยน้นั จะทาํ ใหเ งนิ ตราหมุนเวยี น
อยูภายในประเทศสงผลใหเ ศรษฐกจิ ดี ซึ่งบทบาทของธุรกิจขนาดยอมมีดงั ตอไปนี้

258

4.1 การกระจายการพฒั นาไปสสู ว นภมู ภิ าค การกระจายทางเศรษฐกจิ ไปสสู วนภูมภิ าคไดอ ยา ง
รวดเรว็ ทําใหเศรษฐกจิ ในภมู ภิ าคดขี ้ึน ประชาชนไมตอ งเดนิ ทางเขา มาหางานในกรงุ เทพ สามารถทาํ งาน
อยใู นพน้ื ทท่ี ม่ี ธี ุรกจิ ขนาดยอ มเกดิ ขนึ้ ทาํ ใหประหยดั รายจายไมตอ งเสยี เงนิ คา เชาบา นหรือท่พี กั อาศยั
การทปี่ ระชาชนไดทํางานอยใู นเขตภูมลิ าํ เนาของตวั เองทาํ ใหส ุขภาพจติ ดี ครอบครวั มีความอบอนุ
ปญหาหรอื ยาเสพตดิ ทเ่ี กดิ แกเ ยาวชนและมลภาวะทเี่ ปนพษิ ตา ง ๆ ลดลง

4.2 ใชท รัพยากรอยา งมปี ระสิทธิภาพ การนําเครือ่ งจักรในระบบการผลติ ในธุรกิจขนาดยอ ม
มาใชน นั้ เปน การใชท รัพยากรอยางมีประสทิ ธิภาพ การใชทรัพยากรทีม่ ีอยอู ยา งประหยดั และมี
ประสทิ ธภิ าพนน้ั จะกอใหเกดิ กําไรมากขน้ึ

4.3 ชวยใหป ระชากรในประเทศมงี านทาํ การดําเนนิ ธุรกจิ ยอ มเกดิ ข้นึ มากทําใหป ระชากร
ภายในประเทศมีงานทาํ ไมเ ปน ภาระของรฐั บาล การที่มเี งนิ มาหมนุ เวยี นผา นประชากรสง ผลใหเ ศรษฐกิจ
โดยรวมดีขนึ้ ซงึ่ เปน กลยุทธข องรฐั บาลทกุ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศทีก่ าํ ลงั พัฒนากําลังดาํ เนนิ การ
อยูแ ลว

4.4 พฒั นาความสามารถของผปู ระกอบธรุ กจิ คอื การประกอบธุรกิจขนาดยอ มเปน การ
พฒั นาบุคลากรของประเทศชาติใหมีความเขมแขง็ ขึน้ เปนบุคคลที่มคี ุณภาพสามารถดําเนินการ
ประกอบธุรกจิ และการแกไ ขปญหาตาง ๆ ไดอยา งมีประสิทธภิ าพ บคุ ลากรของประเทศใดมคี ณุ ภาพ
และประสิทธภิ าพสงู มาก ๆ ก็จะทําใหประเทศนั้นไดเปรยี บประเทศเพอ่ื นบา น เพราะการประกอบ
ธรุ กิจใด ๆ กแ็ ลวแต จะมขี น้ั ตอนต้งั แตก ารนาํ วตั ถดุ บิ เขา จนกระทั่งผลิตเปนสนิ คาออกมา หลังจากที่
ผลติ สนิ คา ออกมาแลว จะตอ งมีการจําหนายไดด ว ย ฉะนน้ั ผทู จ่ี ะดาํ เนนิ การครบวงจรดงั กลาวได
จะตองเปน นกั บริหารและนกั จดั การที่มีฝม อื ดพี อสมควร

4.5 กอ ใหเกดิ การระดมเงนิ ทุน ในการทําธรุ กจิ หรอื กิจการใด ๆ ก็แลวแต รฐั บาลพยายามที่
จะสนับสนนุ การประกอบกจิ กรรมตาง ๆ อยแู ลว ดงั จะเห็นไดจ ากการใหก ารสนบั สนุนในการระดม
เงินทนุ หรือการชว ยเหลือจากสถาบันการเงนิ ตาง ๆ ดังจะเห็นไดจากธุรกิจบางประเภทจะมกี ารถอื หุน
ของพนักงานหรอื ประชาชนโดยทว่ั ไป ตลอดจนรฐั บาลไดใ หก ารชว ยเหลอื ดานตา ง ๆ เชน ภาษแี ละการ
จัดพื้นท่ีสาํ หรบั จดั ตงั้ โรงงานอุตสาหกรรม เปน ตน

259

5. องคป ระกอบของธรุ กิจขนาดยอ ม

ในการดําเนนิ กิจการธุรกิจขนาดยอ มข้นึ มาน้นั ไมว า จะเปน ธุรกจิ ทางการเกษตร อุตสาหกรรม
และบริการนน้ั จะมีองคป ระกอบหลายประการ ซึง่ องคประกอบตาง ๆ ในการดาํ เนนิ การธรุ กิจขนาด
ยอ มนน้ั มีองคป ระกอบดงั รายละเอยี ดตอ ไปนี้

5.1 คน ถือวาเปนทรพั ยากรท่ีสําคญั ท่สี ดุ ในการจัดตั้งสถานประกอบการ เพราะในการดําเนิน
ธุรกจิ ทุกอยา ง คนตองเปน หลกั ในการท่ีจะทําใหเ กดิ ธุรกจิ และการบรกิ าร แมว าจะมีเครอื่ งจักรกล
ทที่ นั สมัยหรอื เทคโนโลยีสูงเพยี งใดก็ตอ งอาศัยคนในการควบคุม หรือแมจ ะผลิตสินคาหรือบริการ
ทีม่ คี ณุ ภาพสงู และไดมาตรฐานเพยี งใดกต็ าม ก็ตองอาศัยสมองคนในการดาํ เนนิ การโฆษณาและขาย
สินคาออกโดยการวางแผนใหไดก าํ ไรมากทสี่ ดุ

5.2 เงนิ เงินถอื เปนสิง่ ท่ียอมรับกนั ในทว่ั โลกวา มีความสาํ คัญ การจะดําเนนิ กิจกรรมโรงงาน
อตุ สาหกรรมหรือธุรกจิ ขนาดยอ มนอกจากจะมคี นเปน หลักแลว เงินเปน สง่ิ ท่สี ําคญั ในการจูงใจใหค นมี
ความกระตอื รอื รน ขยนั ทํางาน เชน การใหเงนิ แกพนกั งานในการทาํ งานลวงเวลา การใหสวัสดกิ าร
ตาง ๆ เปนตน

5.3 เคร่อื งมือเครื่องจกั ร ในบางครงั้ การผลิตสนิ คาใหม คี ุณภาพและไดจ ํานวนมาก ๆ
จะอาศยั เฉพาะแรงงานของคนไมได จําเปน จะตองอาศยั เครื่องจักรในการผลิต เพราะการผลติ จาก
ฝม อื คนจะไดม าตรฐานที่ไมเ ทา กนั แตก ารผลติ โดยเครอ่ื งจกั รแลวจะไดมาตรฐานเทา เทยี มกนั

5.4 วตั ถดุ ิบ ถอื ไดว า มคี วามสําคัญตอคณุ ภาพของสนิ คา เพราะสนิ คา จะคุณภาพดี
องคป ระกอบอันหนึ่งก็คือจะตอ งไดว ัตถดุ บิ ทด่ี ี การจัดตง้ั ธุรกจิ ขนาดยอ มน้นั มกั จะตงั้ โรงงานหรือ
บรษิ ทั ใกลแหลงวัตถุดิบ เพราะจะทําใหป ระหยดั คา ใชจ า ยในการขนสงวตั ถุดบิ เขา โรงงาน

5.5 การจดั การ มคี วามสาํ คัญมากการผลิตสินคาประเภทเดยี วกนั คณุ ภาพสนิ คา เทา ๆ กัน
แตต น ทุนการผลิตอาจจะแตกตา งกัน เพราะการบริหารการจัดการในการเพ่ิมผลผลิต หรอื ใชหลกั การ
บรหิ ารสมยั ใหมมาใชใ นการผลิตแทนระบบการผลติ สินคาแบบเดิม ๆ

5.6 การตลาด ตลาดถอื ไดว าเปน สว นของผูบรโิ ภคสนิ คา ที่ผลติ ออกมา เราจะมวี ิธกี ารดาํ เนินการ
อยางไรจึงจะทาํ ใหส ินคาขายออก ประชาชนนิยม เทคนคิ ในการทาํ การตลาดน้ันมมี ากมายหลายวธิ ี
ซง่ึ จะไดศ กึ ษาตอไป แตก ารตลาดจะดําเนนิ การประสบผลสําเรจ็ เพียงใดน้นั สิง่ ท่ีสาํ คัญก็คือสินคาตอ ง
มีคุณภาพและเปน ท่ีตอ งการของประชาชน ฉะนัน้ ในการบรหิ ารหรอื จดั การในธุรกจิ ขนาดยอ มนน้ั จะมี
ฝายการตลาดซ่ึงบริษัทหรอื โรงงานจะตองมงี บประมาณในการประชาสมั พันธ โฆษณา ตามแผนการ
ตลาดทีก่ าํ หนด

260

5.7 ขวญั และกําลงั ใจ นักบรหิ ารและนกั จดั การเกยี่ วกับธรุ กจิ ขนาดยอมนน้ั จะตองหมนั่ สงั เกต
ดพู นักงานภายในโรงงานและบรษิ ัทวามีความตองการสงิ่ ใด ถา ความตองการของพนักงานเปน ส่งิ ท่ี
โรงงานหรอื บริษทั จดั หาไดแ ลวทําใหก ารเพม่ิ ผลผลิตภายในบรษิ ทั มากข้ึน และเปน ที่ตอ งการของ
พนกั งานภายในบรษิ ทั หรอื ธุรกิจขนาดยอม กค็ วรที่จะดําเนินการใหเ พอ่ื ใหเ กดิ ขวญั และกาํ ลงั ใจดใี น
การปฏิบัติงาน

6. ขอ ดี - ขอเสยี ของการดาํ เนินธุรกิจขนาดยอ ม

การดําเนนิ การธุรกิจขนาดยอมน้ัน เปนการสง เสรมิ อตุ สาหกรรมภายในประเทศ ซึง่ สงผลให
ประชากรในพนื้ ทม่ี งี านทํา เศรษฐกิจของชมุ ชนในเขตธุรกิจขนาดยอ มดขี น้ึ ซึ่งการเกิดธรุ กิจขนาดยอม
น้ันจะมีขอ ดแี ละขอเสยี ดังตอ ไปน้ี

ขอ ดขี องธุรกจิ ขนาดยอ ม ขอ เสียของธุรกจิ ขนาดยอม

1. สามารถดาํ เนินการจดั ตั้งไดง า ย 1. มกี ารลาออกของพนกั งานบอยทําใหต องสอน
2. สามารถตดั สนิ ใจและสงั่ การไดอยางรวดเร็ว งานใหมอ ยูเ รอื่ ย
ทันเหตุการณ 2. การระดมเงินทุนทาํ ไดย าก ไมเหมอื นบรษิ ทั
3. การบริหารการจัดการมคี วามคลองตวั สูง ขนาดใหญ
4. ผูบริหารใกลชดิ และเปนกันเองกบั พนักงาน 3. มกั เสยี เปรยี บบริษทั ใหญในการซือ้ สนิ คา หรอื
5. ลงทนุ กิจการใชเ งนิ นอย บริการ
6. สามารถสรา งความประทับใจในการบริการ 4. ระบบการเงินการบัญชี ไมเ ปนระบบ
ลูกคา ไดอ ยางเต็มท่แี ละเปน กันเอง การจัดการภายในบริษทั หรอื โรงงาน เชน
7. รัฐบาลใหก ารสนบั สนุนในการดําเนินการ
จัดต้ังธรุ กิจขนาดยอ ม - การบริหารการผลติ
- การบริหารการเงิน การบัญชี
- การบริหารบคุ ลากร
- การบรหิ ารงบประมาณตาง ๆ
- การบรหิ ารวสั ดตุ าง ๆ

261

7. คณุ สมบตั ิของผูประกอบการทางธรุ กิจขนาดยอม

ในการประกอบธุรกิจขนาดยอ มนัน้ ผูดาํ เนินการจะตองบริหารธรุ กิจนน้ั ดว ยตัวเอง จะตองมี
ทักษะความชํานาญ ความรูค วามสามารถ มบี คุ ลกิ ลกั ษณะสว นตัวในการดําเนินกจิ การจึงจะทาํ ใหก ิจการ
ธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดยอ มประสบผลสําเร็จ ซ่งึ คุณลกั ษณะของผูประกอบการธรุ กิจขนาดยอมนน้ั
ควรจะมีคณุ สมบัตดิ งั รายละเอียดตอไปนี้

7.1 ชอบความเปนอิสระในการดาํ เนินการทางธุรกิจนัน้ ๆ
7.2 รกั ในธุรกิจน้นั ๆ เปน นกั คิดคน รเิ ริ่มและพัฒนาธรุ กจิ ท่ชี อบใหดขี ึ้นเรื่อย ๆ ตามลาํ ดบั
7.3 มีความตั้งใจในการท่จี ะดําเนนิ การและขยายธรุ กจิ ใหเ ติบโตข้นึ
7.4 มคี วามพรอ มทงั้ ทางรางกายและจติ ใจ และการเส่ียงตอการลงทนุ ดาํ เนนิ ธรุ กิจ
7.5 มคี วามมน่ั ใจในผลสําเรจ็ ของธุรกจิ ทีต่ นเองดําเนนิ การ
7.6 มคี วามรกั และผูกพนั กับธุรกจิ ท่ตี นเองกระทาํ อยู

8. ปจจยั ท่ีมผี ลตอ ความสาํ เร็จของการประกอบธรุ กิจขนาดยอม มีรายละเอียดดงั ตอ ไปน้ี

8.1 ต่ืนตวั อยเู สมอในการรับความเปล่ียนแปลงของสภาพการเมืองเศรษฐกจิ และสงั คม
8.2 มกี ารวางแผนและวิเคราะหก ารดําเนนิ ธุรกจิ อยูต ลอดเวลา
8.3 มีความสามารถในการบรหิ ารสมาชิกภายในธรุ กจิ ทด่ี าํ เนนิ การ
8.4 มีการศึกษาความรูใหมอ ยูเสมอในเร่อื งท่เี ก่ียวกบั ธรุ กจิ ท่ีดําเนนิ การอยู

9. บุคลกิ ลกั ษณะของผปู ระกอบการธรุ กจิ ขนาดยอ มทีด่ ี มีบุคลิกภาพและลักษณะ

ดังรายละเอยี ดตอ ไปน้ี
9.1 มคี วามมนั่ ใจในตวั เองในการดาํ เนนิ ธรุ กิจทก่ี ระทาํ
9.2 มคี วามคดิ ดี
9.3 มวี ิสยั ทัศนในการประกอบธรุ กจิ
9.4 มีมนุษยสมั พนั ธดีกับบุคคลท่วั ไป
9.5 มที กั ษะในการติดตอ สอื่ สารทีด่ ี
9.6 มคี วามรแู ละเขา ใจในธุรกิจนน้ั ๆ อยางจริง
9.7 มคี วามสามารถในการบริหารและการตดั สนิ ใจ

262

10. ปญหาการดําเนินธุรกิจขนาดยอ ม

การดําเนนิ การธรุ กิจขนาดยอ มไมป ระสบผลสาํ เรจ็ เกิดความลม เหลวในการประกอบธรุ กจิ
อตุ สาหกรรมนน้ั มักมสี าเหตุมาจากปญหาตาง ๆ ดังรายละเอยี ดตอ ไปน้ี

10.1 เกิดอุทกภยั และวาตะภยั คือ ในบางครัง้ การทําธรุ กจิ อาจตองเผชญิ กบั ปญหาภัยพบิ ตั ทิ าง
ธรรมชาติ ซึง่ เปน ส่งิ ท่ีเราไมส ามารถไปควบคุมหรอื กาํ หนดปองกันได

10.2 ไมศ กึ ษาและไมป ฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของรฐั หลกี เลีย่ งการเสยี ภาษี และไมปฏบิ ัติตาม
นโยบายของรฐั

10.3 ปญ หาทางดา นสขุ ภาพ ซึ่งเปนปญ หาสว นตวั ของผปู ระกอบธรุ กจิ ขนาดยอ มทาํ ใหก าร
ดูแลธรุ กิจไมท ว่ั ถงึ

10.4 ขาดจรรยาบรรณในการประกอบธรุ กจิ การดาํ เนนิ ธุรกิจอยางไมซ อื่ สตั ย เอาเปรยี บลูกคา
และผูป ระกอบอาชพี สาขาเดียวกัน ทาํ ใหเ กดิ ผลโดยตรงกบั ธุรกิจ

10.5 การบรหิ ารงานนน้ั ขาดคุณภาพ ไมใ ชระบบการบรหิ ารงานแบบใหมห รือระบบการ
บรหิ ารแบบเพม่ิ ผลผลติ มาใช

10.6 การไมร กั ษาสง่ิ แวดลอมภายในหรอื รอบ ๆ บริเวณทปี่ ระกอบธุรกจิ ขนาดยอ ม สง ผลใหเ กดิ
มลภาวะทางรอบชมุ ชน เม่อื เปนมาก ๆไมแกไ ขบางครั้งทางภาครฐั บาลอาจใหห ยดุ หรือปด กจิ การ

10.7 ผปู ระกอบการเฉ่ือยชาในการประกอบธรุ กจิ ทาํ ใหก ารบรหิ ารงานลาชา สงงานไมต าม
กาํ หนด ไมกลาตัดสนิ ใจในการดาํ เนนิ งาน ทาํ ใหธ รุ กจิ นั้น ๆ เกิดความลมเหลวและเสียหายได

10.8 ทําเลที่ต้ังของธุรกิจไมเ หมาะสม เชน อยไู กลชมุ ชนเกินไป ไกลแหลง วตั ถดุ ิบทาํ ใหตอง
เสียรายจาย คาขนสง วัตถดุ บิ สูง

11. ขนั้ ตอนในการวางแผนเปดกิจการธุรกจิ ขนาดยอ ม

การเปดดําเนนิ ธรุ กจิ ขนาดยอ มใหไ ดผ ลน้ัน จะตองปฏบิ ตั ติ ดิ ตอ กันตามขน้ั ตอน 14 ข้ันตอน
ดงั นี้

11.1 ผลตอบแทนทคี่ ิดวา จะไดร ับ
11.2 สํารวจตลาดท่จี ะไปลงทนุ
11.3 สินทรัพยท่ีจะนํามาใชใ นกจิ การ
11.4 การคาดการณลว งหนา ในการแสวงหาเงินทุนและกาํ ไร
11.5 ศกึ ษาทําเลทตี่ งั้ ของกจิ การ

263

11.6 การจดั รา น
11.7 เลอื กรปู แบบ
11.8 วางแผนเกยี่ วกับตวั สินคาในทกุ ดา น
11.9 คาดการณ คา ใชจ า ยลว งหนา
11.10 หาจุดคมุ ทนุ
11.11 นโยบายขายเชือ่
11.12 ความเสยี่ งทค่ี าดวา จะไดร ับ
11.13 ตง้ั นโยบายการบริหารงานบุคคล
11.14 วางระบบบญั ชี

12. การวางแผนการตลาด มาใชก บั ธุรกิจขนาดยอ ม มดี งั นี้

12.1 ศึกษาเกยี่ วกับลูกคา
12.2 ศกึ ษาเกยี่ วกบั คูแขง ขนั รายสําคัญ
12.3 ศกึ ษาเกยี่ วกบั การจดั จาํ หนา ยสินคา
12.4 ศึกษาเกยี่ วกับแหลงซอื้ ปจจยั การผลติ

13. ปจจัยเฉพาะเกย่ี วกับตําแหนง ท่ตี ั้ง

13.1 ทาง – ออกของตาํ แหนงทต่ี ้งั
13.2 ทจ่ี อดรถ
13.3 การวเิ คราะหเสนทางจราจร
13.4 จํานวนพาหนะในเสนทางจราจร
13.5 แนวโนม ของประชากรและกจิ กรรมของธุรกจิ
13.6 คา ใชจ ายในการซอื้ หรอื การเชาและคา โฆษณา
13.7 สถานท่หี รือธุรกิจสาํ คญั ทอ่ี ยใู กล

264

14. ปจ จยั เกย่ี วกับแหลง สนบั สนนุ ในการเลือกทาํ เลทีต่ งั้

14.1 ธนาคาร
14.2 สมาคมการคา
14.3 หอการคา
14.4 นิคมอุตสาหกรรม
14.5 หนว ยงานรฐั บาล
14.6 ผคู า สง หรือผูผ ลิตทเ่ี กย่ี วขอ ง
14.7 แหลง อื่น ๆ

15. ความสําคัญของทําเลทีต่ ัง้ ทีม่ ตี อธรุ กิจขนาดยอม

15.1 ทําเลทตี่ ้งั ท่ดี ี สามารถเขา ถงึ ผบู ริโภคไดมากเทาไร ยอ มมีโอกาสสรา งกาํ ไรใหธ รุ กิจมาก
เทา นั้น

15.2 ทําเลท่ีตัง้ อาคารสํานักงานหรอื โรงงานทีด่ ี จะอาํ นวยความสะดวกใหธรุ กจิ สามารถ
ประกอบการใหบ รรลุผลสาํ เรจ็ ไดดีดว ย

15.3 ทําเลทตี่ ้งั และตําแหนง ทต่ี ้งั ท่ีธรุ กิจเลอื ก จะมีผลกระทบตอกระบวนการในการผลติ ดวย
15.4 ทาํ เลทีต่ ้ังทีด่ ี มผี ลตอพฤตกิ รรมของบคุ ลากรในแงข องความพงึ พอใจในการทาํ งาน
วฒั นธรรมและทศั นคติตอ งาน
15.5 สง่ิ ทีเ่ กดิ ขนึ้ ในอนาคต เชน ความแออดั ของธุรกจิ ปญหามลพษิ ปญ หาทางสงั คมตา ง ๆ
เปนส่งิ ที่กระทบตอการดาํ เนนิ งานของธรุ กจิ ในอนาคตดวย

16. ปจ จัยท่ีทาํ ใหป ระสบผลสําเร็จในการบรหิ ารธรุ กจิ ขนาดยอ ม การบรหิ ารธุรกิจขนาดยอ ม

ทีป่ ระสบผลสําเร็จจะประกอบไปดวยปจจยั สําคญั 6 ประการคือ
16.1 การเกดิ โอกาสทางธรุ กิจ
16.2 ความสามารถในการจดั การ
16.3 ปจจัยทางดานบุคคล
16.4 การไดฝก อบรมและมปี ระสบการณ
16.5 วิธีการบรหิ ารธุรกิจที่ทนั สมัย
16.6 ควบคุมอยา งรอบคอบ

265

สรุป

แผนการสงเสรมิ วิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ มของประเทศไทย (พ.ศ.2545 - 2549)
เปนแผนยทุ ธศาสตรในระดบั แผนประสานงาน เพ่อื ใชเปน แผนแมบทสาํ หรับการสง เสริมวสิ าหกิจ
ขนาดกลางและขนาดยอมของประเทศไทย ในระยะเดยี วกนั กับแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมของ
ประเทศเปน แผนทีม่ ุงหวังใหห นว ยงานปฏบิ ัตทิ เี่ ก่ยี วขอ ง สามารถนําไปแปลงจากมาตรการลงสูแผน
ปฏบิ ตั กิ าร โดยยทุ ธศาสตรของแผนกาํ หนดขึ้นจากการวเิ คราะหจ ดุ ออนจดุ แขง็ ของตัวแปรภายในหรอื
ตัวแปรทีค่ วบคุมได และตัวแปรภายนอกทีร่ ะบุถงึ ขอ จาํ กดั หรอื ภัยคกุ คามและโอกาส นอกจากนย้ี ังได
นําแนวทางการพฒั นาประเทศจากแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติฉบับท่ี 9 เจตนารมยข อง
พระราชบัญญตั ิ สง เสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ ม พ.ศ. 2543 รวมท้ังนโยบายของรัฐบาลและ
การประมวล ขอคดิ เห็นจากผมู ีสว นรว มดาํ เนนิ การ ตลอดจนการทบทวนจากแผนการพัฒนาและการ
สงเสรมิ อ่นื ที่เกีย่ วของและจากผลงานศกึ ษาวิจยั ในเร่ืองทเี่ กีย่ วกบั วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอม

นโยบายการพฒั นาวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ มของประเทศ (พ.ศ. 2545-2549 )
- การพัฒนาใหว สิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอม มบี ทบาทสําคญั ตอเศรษฐกิจโดยรวม
สามารถเปน กลไกหลกั ในการสนับสนุนใหเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศเติบโตไดอยางมเี สถียร
ภาพและย่งั ยนื โดยใหค วามสาํ คญั ในลําดับสงู กับวสิ าหกิจระดับลางและระดบั กลาง
- การเพ่มิ ประสทิ ธิภาพของวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ ม และยกระดบั ขดี ความ
สามารถในการแขง ขัน โดยมุงเนนการปรบั โครงสรางภาคการผลิต ภาคการคาและภาคบริการเพอ่ื
สรางศกั ยภาพของสนิ คาและบริการโดยรวม และสินคา และบรกิ ารสงออกเปา หมายรวมท้งั การพฒั นา
คุณภาพคน เทคโนโลยี และการบรหิ ารจดั การท่ีดี เพอ่ื ยกระดบั สินคาและบรกิ ารสง ออกไปสู ตลาดใน
ระดบั ท่ีสูงขนึ้
- การพฒั นาใหว สิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอมเปนแกนหลักของเศรษฐกิจ ที่สามารถ
สรา งความเขม แขง็ ใหกับเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกจิ ชุมชน มีบทบาทสําคัญตอการสรางงานและ
รายไดใ หกบั สังคมและทองถิ่น โดยการเชอ่ื มโยงยทุ ธศาสตรก ารสง เสริมเพอื่ ใหเกดิ การพฒั นาและ
ยกระดับวิสาหกจิ ทต่ี อเนอ่ื งจากระดับลางหรอื ระดบั พ้ืนฐานไปสรู ะดบั ทสี่ งู ข้ึน และใหสามารถกาวสู
ระดบั สากลไดในที่สดุ

**********************************

266

แบบฝกหดั

หนว ยที่ 10 การจัดการธรุ กจิ ขนาดยอ ม
วตั ถุประสงค เพื่อทบทวนความรูที่ไดเรยี นมาแลว
******************************************************************************
1. การประกอบธุรกิจขนาดยอ มนับวา มีความสาํ คัญในทางเศรษฐกิจมากในปจ จุบัน อาชพี เกษตรเปน
อาชพี หนึ่งท่ีมคี วามสาํ คญั เชนกัน การทาํ ธุรกจิ เกษตรขนาดยอมจะสง ผลกระทบทางเศรษฐกิจทสี่ าํ คญั
ในดา นใดบาง อธิบายใหมาพอเขาใจ
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
2. ธรุ กจิ ขนาดยอ ม มลี ักษณะโดยทั่วไปอยางไรบาง
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………

267

3. การประกอบอาชพี ธุรกจิ ขนาดยอ ม มีขอ ด-ี ขอเสีย อะไรบาง
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
4. การประกอบธุรกิจขนาดยอ มทีไ่ มป ระสบผลสําเร็จน้ัน เนื่องมาจากสาเหตุหรอื ปญ หาอะไรบาง
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………

***************************

268

แบบประเมนิ ผลกอน-หลังเรยี น

หนว ยท่ี 10 การจดั การธรุ กจิ ขนาดยอ ม

วตั ถุประสงค เพอ่ื ประเมินความรูก อ นเรยี นและหลงั เรยี น

******************************************************************************

คาํ สั่ง จงเลอื ก X คาํ ตอบท่ีทา นเหน็ วาถกู ตอ งทสี่ ุดเพยี งคาํ ตอบเดียว

1. ธรุ กจิ ขนาดยอ ม หมายถึง 4. การทาํ ธุรกจิ ทองเทยี่ วเชงิ นเิ วศเยยี่ มชมสวน

ก. ทนุ 5-10 ลานบาท มีอสิ ระ ใกลแ หลง เกษตร เปนการประกอบธรุ กจิ ประเภทใด

วตั ถุดบิ ผลผลิตและไดกําไรอยางไมจ ํากัด ก. ธรุ กิจอุตสาหกรรม

ข. ทนุ 10-20 ลา นบาท มีอิสระ ใกลแหลง ข. ธรุ กจิ พาณชิ ยกรรม

วตั ถุดบิ ผลผลิตและกําไรไดอยางจาํ กดั ค. ธรุ กจิ การบรกิ าร

ค. ทุน 5-10 ลานบาท มีการควบคุม แหลง ง. ธุรกิจการทําเหมอื งแร

วัตถุดิบกระจายทว่ั ไป ผลผลิตและกําไร 5. ขอ ใดไมใ ชล กั ษณะของธรุ กจิ ขนาดยอ ม

ไดอ ยางไมจ ํากัด ก. มีความคลอ งตวั ในการบรหิ ารธุรกิจ

ง. ทนุ 10-20 ลา นบาท มกี ารควบคมุ แหลง ข. ตลาดสนิ คาอยูตา งประเทศ

วัตถุดิบกระจายทวั่ ไป ผลผลิตและกาํ ไร ค. ใชง บประมาณลงทนุ นอ ย

ไดอ ยา งจํากดั ง. ใชเ ทคโนโลยรี ะดบั ตน -กลางไมสงู

2. การประกอบธุรกิจขนาดยอ ม มกี ารดาํ เนินงาน 6. ความสําคัญของการประกอบธรุ กิจขนาดยอม

ธรุ กิจเก่ยี วกบั ประเภทใดบา ง ชวยสงผลใหป ระชากรในประเทศมงี านทํา ทเี่ ปน

ก. ธุรกจิ อตุ สาหกรรม เชนนกี้ ็เพราะ

ข. ธรุ กจิ พาณชิ ยกรรม ก. ประเทศชาติสามารถประหยัดคาใชจ าย

ค. ธรุ กิจการบรกิ าร ข. ใชทรัพยากรอยา งมีประสทิ ธภิ าพ

ง. ถูกทกุ ขอ ค. ไมเ ปนภาระของรัฐบาล

3. สินคา ประเภทท่เี ราถือวาเปนสิ่งท่จี บั ตองไมไ ด ง. กอใหเกิดการระดมทุน

และไมส ามารถนาํ กลับคนื มาได เปนการประกอบ 7. การกระจายการพัฒนาไปสวนภมู ภิ าค เปน

ธุรกิจประเภทใด ความสําคญั ในการสง เสรมิ ธุรกจิ ขนาดยอ มดา นใด

ก. ธรุ กจิ อุตสาหกรรม ก. ประเทศชาติสามารถประหยดั คา ใชจา ย

ข. ธรุ กิจพาณิชยกรรม ข. ใชท รพั ยากรอยางมปี ระสทิ ธิภาพ

ค. ธุรกจิ การบรกิ าร ค. ไมเปนภาระของรัฐบาล

ง. ถกู ทกุ ขอ ง. กอใหเกิดการระดมทุน

269

8. ขอใดคอื ความสําคัญของธุรกจิ ขนาดยอมที่มี 13. ขอใดไมใ ชธรุ กิจขนาดยอ ม
ก. โรงงานกลั่นนา้ํ มนั ไทยออยจาํ กดั
ตอสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ข. โรงงานเหมืองดินขาว เซรามิก
ค. อูซ อ มตีใ๋ หญบรกิ าร 24 ชัว่ โมง
ก. เปนแหลง นนั ทนาการ ง. รานแตงผมกษมา

ข. เปนแหลงพัฒนาคน 14. ปญหาใดทจี่ ะเปนอปุ สรรคตอการ
บรหิ ารงานของผูประกอบธุรกจิ ขนาดยอ ม
ค. เปน แหลงจางงาน
ก. ไมศ ึกษาระเบยี บของรฐั
ง. เปน แหลงพัฒนาความรู ข. ดานสุขภาพของผปู ระกอบการ
ค. จรรยาบรรณและการบริหารงานขาด
9. องคประกอบของธุรกิจขนาดยอ มใดท่สี ําคัญ
คุณภาพ
ทส่ี ดุ ง. ถกู ทกุ ขอ
15. ขอใดเปน ความจริงท่ีสุด
ก. คน ข. เงิน ก. ธรุ กจิ ขนาดยอมผลิตสนิ คา ไดป ริมาณ

ค. วตั ถดุ ิบ ง. การตลาด นอ ยแตค ณุ ภาพสงู และประหยดั กวา
ข. ธุรกิจขนาดยอ มสามารถพฒั นาตนเอง
10. ขอเสยี ของการดาํ เนินธุรกิจขนาดยอ ม คือ
เปน ธุรกิจขนาดใหญไ ด
ก. พนกั งานลาออกบอย ค. ธรุ กิจขนาดยอ มประสบผลสาํ เรจ็

ข. ระดมทนุ ไดยาก มากกวาธุรกจิ ขนาดใหญ
ง. ธรุ กิจขนาดยอ มมรี ะบบการ
ค. เสียเปรียบบริษัทใหญในการซ้อื สินคา
บรหิ ารงานท่ี ชดั เจนนาเชอื่ ถือมี
ง. ถูกทกุ ขอ ความกา วหนา

11. ขอ ดขี องการทําธุรกจิ ขนาดยอ ม ***************

ก. พนักงานลาออกบอย

ข. ตดั สินใจไดร วดเร็ว ทันเหตกุ ารณ

ค. มีระบบบญั ชีทเี่ ปนระบบ

ง. ไดเ ปรียบในการซ้อื สินคา เพราะอยใู กล

แหลง ผลติ

12. การเปดกจิ การธรุ กิจขนาดยอมใหไ ดผล ตอ ง

ปฏิบัติตามขนั้ ตอนใดบาง

ก. ผลตอบแทนทไี่ ดรบั สาํ รวจตลาด

ข. สนิ ทรัพยท ี่จะลงทุน การคาดการณ

ค. ศึกษาทาํ เล การจดั รา น เลอื กรปู แบบ

ง. ถูกทกุ ขอ

270

ใบงานที่ 10

หนวยท่ี 10 การจัดการธุรกจิ ขนาดยอ ม
********************************

เร่ือง การดาํ เนินธรุ กจิ ขนาดยอ มดานการเกษตร
จดุ ประสงคการเรยี นรู

1. นักศกึ ษาสามารถวางแผนการดําเนนิ กจิ กรรมธรุ กจิ ขนาดยอ มทางดา นการเกษตรได
2. สามารถสรุปขอ ด-ี ขอเสยี ของธุรกิจขนาดยอมได
วัสดุ เคร่ืองมอื และอุปกรณ
1. ตวั อยางธรุ กิจเกษตร
2. แบบประเมนิ ผลงานท่ีมอบหมาย
3. เอกสารประกอบการสอนหนว ยที่ 10
4. กระดาษ A4 กลุมละ 3 แผน

จดุ ประสงคด านคุณธรรมและจรยิ ธรรมของนกั ศึกษา
1. ดานมนษุ ยส ัมพันธ ในการมสี ว นรว ม รับฟง คนอน่ื เปน ผูน ําและผตู ามทดี่ ี
2. ดานความรับผดิ ชอบ ตอสว นรวมและสวนบคุ คล คือ การตรงตอ เวลา เขา หองเรียน

ทนั เวลา การสง งานตามกําหนด ความสะอาดและถูกตองของผลงาน
3. ดา นความมีวินยั ในตนเอง ความซือ่ สัตยส ุจรติ แตง กายถกู ตอ งตามระเบยี บ
4. ดา นความรแู ละทกั ษะวชิ าชีพ มคี วามสาํ นึกดใี นการจดั การธรุ กจิ เกษตรในทกุ เรอ่ื งท่ี

เก่ยี วขอ ง

วสั ดุ เครื่องมือ และอุปกรณ
1. ตัวอยา งธรุ กจิ เกษตร
2. แบบประเมนิ ผลงานที่มอบหมาย
3. เอกสารประกอบการสอนหนว ยท่ี 10
4. กระดาษ A4 กลมุ ละ 3 แผน

ขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน
1. แบง กลุมผเู รยี น 3-4 ใหว างแผนการทําธรุ กจิ เกษตรขนาดยอมมากลมุ ละ 1 ธรุ กจิ กรอบการ

วางแผนธุรกิจเกษตรใหด ูตามขั้นตอนในการวางแผนเปด กจิ การธรุ กจิ ขนาดยอมตามเอกสารการ
สอนหนว ยที่ 10

271

2. ใหผ เู รียนสรปุ ขอ ดแี ละขอ เสียของธรุ กจิ เกษตรน้นั มา
3. ใหเวลา 2 ช่ัวโมง
4. สรุปรายงานหนา ชนั้ เรียน
5. สง ครูผสู อน
6. ประเมินผล

แหลง คนควา
1. หนังสือเอกสารประกอบการสอนวชิ าการจัดการธรุ กจิ เกษตร
2. ทางอนิ เตอรเ นต็
3. หนังส่ือและตําราเกยี่ วกบั การบรหิ ารจัดการท่วั ไป

*************************

272

เฉลยขอสอบ

หนว ยที่ 10 การจดั การธรุ กิจขนาดยอม
***********************************
ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ตอบ ข ง ง ค ข ค ก ค ก ค
ขอ 11 12 13 14 15
ตอบ ข ง ก ง ข

*************************************

หนว ยที่ 11
เรอ่ื ง การวเิ คราะหก รณีตวั อยางทางดานธุรกจิ เกษตร

**********************************

จุดประสงคการเรียนรู

หลงั จากศกึ ษาในเนอื้ หาหนวยเรยี นนแี้ ลว ผูเรยี นสามารถ
1.1 วิเคราะหก รณตี วั อยา งทางดานธุรกิจเกษตรได
1.2 ตัดสนิ ใจเลือกรูปแบบธรุ กจิ เกษตรทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองในอนาคตได

สาระสาํ คญั

การศึกษากรณตี วั อยางธรุ กจิ เกษตร ทาํ ใหผ เู รยี นสามารถวิเคราะหแ นวทางการดาํ เนนิ ธุรกจิ
ที่ประสบความสําเร็จ นํามาบูรณาการความคิดในการตดั สินใจหรอื เลอื กทาํ ธรุ กจิ เกษตรไดด ี ไมม ี
ความเสีย่ งในอนาคต

การวเิ คราะหกรณีตัวอยาง มวี ธิ ีการดังน้ี
1. การวเิ คราะหท างดานการตลาด
2. การวิเคราะหทางดานการผลติ
3. การวเิ คราะหท างดา นการจดั การ
4. การวเิ คราะหทางดานสงั คมและสง่ิ แวดลอ ม
5. การวเิ คราะหท างดานการเงิน
6. ปญหาในการวิเคราะหโครงการทางธุรกิจการเกษตร

เนือ้ หา
1. กรณตี วั อยางการจัดการธุรกจิ เกษตร การทําฟารม แบบผสมผสาน

ผูจดั การฟารม นายอาวธุ อกั ษรนติ ย
พ้ืนทดี่ ําเนินการ ช่ือเอกชน นายทองแดง ศรพี ุม
ทตี่ ้งั ฟารม หมู 2 บา นไร ตาํ บลไผลอม อาํ เภอภาชี จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
พนื้ ทจ่ี ดั ทาํ ฟารม จาํ นวน 25 ไร

274

กรณตี ัวอยางการจัดการธรุ กิจเกษตร

การทําฟารมแบบผสมผสาน

ขอ มลู พน้ื ฐานฟารม

1. ช่ือผจู ดั การฟารม นายอาวธุ อักษรนติ ย นายอาวุธ อักษรนติ ย

2. ชอ่ื ผูใหก ารสนับสนนุ พื้นทด่ี าํ เนินการ ชือ่ เอกชน นายทองแดง ศรีพมุ นวส. 6ว/ผูจ ดั การฟารม

3. สถานทตี่ ้งั ฟารม หมู 2 บานไร ตาํ บลไผลอม อาํ เภอภาชี จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา

4. มีพนื้ ทจ่ี ัดทําฟารม จํานวน 25 ไร

5. สภาพของดนิ ลักษณะเปน ดนิ เหนยี ว จํานวน 25 ไร

6. สภาพพนื้ ที่ ลกั ษณะเปน ทร่ี าบ จาํ นวน 25 ไร

7. แหลง นํ้า น้าํ ธรรมชาติสามารถใชได จํานวน 25 ไร นา้ํ ชลประทานสามารถใชได จาํ นวน 25

ไร สระนาํ้ / บอ นาํ้ ในไรน า จํานวน 1 งาน

8. แรงงานท่สี ามารถทาํ งานในฟารม ไดเ ตม็ ท่ี ชาย 3 คน หญงิ - คน

9. แรงงานจา งในฟารม ไมม ี
10. สถานทีต่ ัง้ ฟารม หา งจากชมุ ชน 0.5 กิโลเมตร
11. เร่ิมดาํ เนินการเมือ่ ปี พ.ศ. 2549

รปู แบบฟารม พ้นื ท่ี จํานวน 25 ไร

กิจกรรม

1. การทาํ นา - นาป จาํ นวน 20 ไร
2. ปลกู ตะไคร 2 ไร
3. การเล้ยี งปลา -ปลานิล 1 ไร จาํ นวน 7,000 ตัว
4. ปลูกมะละกอ 2 ไร

เหตุผลในการกําหนดกิจกรรม

1. ดา นสภาพพื้นที่
- เกษตรกรในพืน้ ที่สว นใหญป ระกอบอาชพี การเกษตรเปน อาชีพหลกั
- สภาพดนิ เปนดนิ เหนยี วและตกตะกอนมคี วามอดุ มสมบรู ณของดินสูงเหมาะแกก ารปลกู ขาว

และทําการเกษตร
- ฟารม ตั้งอยใู นเขตชลประทาน / มแี หลง น้าํ ธรรมชาติตลอดท้งั ป

275

2. ดา นวชิ าการ
- เพ่ือตองการผลติ ขาวทีป่ ลอดภยั จากสารพษิ
- เกษตรกรสวนใหญทีท่ าํ นาเนน การใชป ุยเคมีและการใชสารเคมีกันมากทําใหส ภาพดนิ เสอ่ื ม

โทรม
- แนะนาํ วธิ กี ารทาํ นาและการปลูกพืช แบบปลอดภยั จากสารพษิ โดยใชสารสกัดชวี ภาพมาแทน

สารเคมี และการใชป ยุ เคมลี ง เพอื่ ลดตนทุนการผลติ
- เลิกเผาฟางและหมกั ฟางเพอ่ื เพมิ่ อนิ ทรยี วัตถใุ นดนิ

3. ดานผลตอบแทนและการลงทนุ
- เกษตรกรสามารถลดตน ทุนในการผลติ
- มีรายไดจ ากการขายผลผลติ เพิ่มขน้ึ
- มรี ายไดเ สริมเปน รายวนั / รายสปั ดาห / รายป
- ผลผลติ ทีไ่ ดป ลอดภยั จากสารพิษ
- สภาพดนิ มีความอุดมสมบรู ณม ากข้นึ ไมเสื่อมโทรม

4. ดา นความตอ งการของชมุ ชน
- เปน จดุ สาธิตและถายทอดความรูเทคโนโลยใี นการผลติ
- เปนตวั อยา งในการผลิตพชื ทป่ี ลอดภัยจากสารพิษ
- เปนสถานที่เรียนรแู ละฝก ปฏิบัตจิ รงิ ใหก บั เกษตรกรในชมุ ชน

5. ดานอ่นื ๆ
- เปนจดุ สาธิตการตลาดและการแปรรปู ผลผลิต
- เปน สถานที่เรยี นรเู รื่องเศรษฐกิจพอเพยี งตามแนวทางพระราชดาํ ริ

และนโยบายแกไ ขปญหาความยากจนของรัฐบาล

276

งบประมาณฟารม (พชื ) ป พ.ศ. 2549 นาป

พืช ขา ว ( สพุ รรณบรุ ี 1 ) จาํ นวน 20 ไร

ผลผลติ ตอ ไร 700 กิโลกรัม ผลผลิตทัง้ หมด 14,000 กิโลกรัม

รายการ ปริมาณ( หนว ย ) ราคา/หนวย( บาท ) มูลคา ( บาท )

รายได 14,000 กโิ ลกรมั 8.00 112,000

รายจา ย 20 ไร 400 8,000
คาเตรยี มดิน( ทําเอง/ คา จาง ) ส.ค.

คานํา้ มันเชื้อเพลิง ส.ค.. – พ.ย. 20 ไร 350 7,000

คา จา งปลูก ส.ค. 20 ไร 40 800

คาปยุ เคมี ส.ค. 800 กิโลกรัม 10 8,000

คาปุยอนิ ทรยี  ส.ค. – พ.ย. 20 ไร 150 3,000

คาสารปอ งกันกําจัดศัตรพู ืช 20 ไร 300 6,000

คาจางกาํ จัดศัตรพู ชื ก.ย และ พ.ย. ( 2 ครง้ั ) 20 ไร 50 2,000 (2 ครงั้ )

คา เกบ็ เก่ียว ธ.ค. 20 ไร 400 8,000

คา ขนสง ธ.ค. 20 ไร 100 2,000

คาอื่นๆ(ตัดพนั ธุปน,ปรบั ปรงุ สภาพเมลด็ พนั ธุ) 20 ไร 500 10,000
ต.ค. – พ.ย.

รวมรายจาย - - 60,000

(รายได 112,000 บาท - รายจา ย 60,000 บาท ) = กําไร 52,000 บาท

277

งบประมาณฟารม (พชื ) ป พ.ศ. 2549 ตะไคร

พืช ตะไคร จาํ นวน 2 ไร
ผลผลติ ตอไร 6,400 กโิ ลกรมั ผลผลติ ทง้ั หมด 12,800 กโิ ลกรัม

รายการ ปริมาณ( หนว ย ) ราคา/หนวย( บาท ) มูลคา ( บาท )

รายได 12,800 กโิ ลกรมั 3.00 38,400
รายจา ย
คาเตรยี มดิน( จาง ) เม.ย. 2 ไร 500 1,000
2 ไร 900 1,800
คาน้ํามนั เช้ือเพลิง เม.ย – ธ.ค.

คาเมลด็ พันธุ เม.ย. 2 ไร 320 640

คาจางปลูก เม.ย. 2 ไร 300 600

คาปุยเคมี พ.ค. 2 ไร 600 1,200

คา ปยุ อินทรยี  เม.ย. 2 ไร 300 600

คาสารปองกนั กําจดั ศัตรพู ืช - --

คาจา งกาํ จดั ศัตรพู ืช - --

คา เกบ็ เก่ียว ส.ค. 2 ไร 300 600
-
คา ขนสง --
1,560
คาอืน่ ๆ เม.ย. - ธ.ค. 2 ไร 780 8,000

รวมรายจาย --

( รายได 38,400 บาท - รายจาย 8,000 บาท ) = กาํ ไร 30,400 บาท

278

งบประมาณฟารม (พชื ) ป พ.ศ. 2549 มะละกอ

พืช มะละกอ จาํ นวน 2 ไร

ผลผลติ ตอไร 7,000 กโิ ลกรมั ผลผลิตทง้ั หมด 14,000 กิโลกรัม

รายการ ปริมาณ( หนวย ) ราคา/หนว ย( บาท ) มูลคา ( บาท )
รายได
14,000 กิโลกรัม 3.00 42,000
รายจาย
คา เตรียมดิน( ทําเอง ) เม.ย. - --
คา นา้ํ มันเชอื้ เพลิง เม.ย – ธ.ค. 2 ไร 1,000 2,000
คาเมล็ดพันธุ เม.ย. 2 ไร 500 1,000

คา จางปลูก เม.ย. 2 ไร 200 400

คา ปุย เคมี เม.ย. 2 ไร 600 1,200
คาปยุ อนิ ทรีย เม.ย. 2 ไร 600 1,200

คาสารปองกันกําจดั ศัตรูพืช ก.ย. และ พ.ย 2 ไร 600 1,200

คา จา งกําจดั ศัตรพู ืช ก.ย และ พ.ย. ( 2 ครั้ง ) 2 ไร 500 1,000
1,000
คาเกบ็ เกี่ยว ก.ค. 50 2 ไร 500 9,000

รวมรายจา ย --

( รายได 42,000 บาท - รายจา ย 9,000 บาท ) = กาํ ไร 33,000 บาท

279

งบประมาณฟารม (สตั ว) ป พ.ศ. 2549

ชนดิ สัตว ปลานิล จํานวน 7,000 ตวั 

ผลผลติ ตอ ไร - (หนวย) ผลผลิตทั้งหมด 1,750 กิโลกรัม

รายการ ปริมาณ( หนว ย ) ราคา/หนว ย( บาท ) มูลคา ( บาท )

รายได 1,7500 กิโลกรมั 25 43,750

รายจา ย - - -
คาบอเลย้ี งปลา 7,000 ตัว 0.20 1,400
คา พันธุส ัตว พ.ค. 20 กระสอบ 250 5,000
คา อาหารสตั ว พ.ค. 200

คายาเคมี ม.ิ ย. -- -
คาวคั ซนี -- 500
คาจับสัตวสงขาย ม.ค. 2550 -- 500
คา ขนสง ม.ค. 2550 -- 400
คา อน่ื ๆ ม.ค. 2550 -- 8,000

รวมรายจา ย --

( รายได 43,750 บาท - รายจา ย 8,000 บาท ) = กําไร 35,750 บาท

280

แบบสรปุ ขอ เสนอกจิ กรรมและงบประมาณโครงการหนง่ึ ตําบลหนึง่ ฟารม ป 2549
ตําบลไผล อม อาํ เภอภาชี จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา

ผจู ดั การฟารม นายอาวธุ อักษรนติ ย ตําแหนง นกั วชิ าการสง เสรมิ การเกษตร 6ว
ผูใหการสนับสนุนพ้ืนทด่ี าํ เนนิ การ นายทองแดง ศรพี มุ รวม 25 ไร

ประเภทก/ พนื้ ที่ (ไร) งบประมาณ ระยะเวลา ผลตอบแทน (บาท) หมายเหตุ
กิจกรรม (บาท) ดาํ เนินการ
20 (ส.ค. - ธ.ค. 49)
1. ทาํ นา 2 60,000
- นาป 1 8,000 ส.ค. - ธ.ค. 49 112,000 ผลิตเมล็ดพันธุ
2 8,000
2. พืชผกั 5 เม.ย. - ธ.ค. 49 38,400 -
- ตะไคร - 9,000
10,000 เม.ย. - ธ.ค. 49 43,750 เลยี้ งในรอ งสวน
3. เล้ียงปลา 5,000
- ปลานิล เม.ย. - ก.ค. 50 42,000 ปลูกคนั สวน,รอ งสวน
เม.ย. 49 --
4. ไมผ ล เม.ย. 49 --
- มะละกอ

เตรยี มดิน

ปา ยแปลง

คาใชจ า ยท่ีสามารถใชด ําเนนิ การฟารมในระยะยาว

กิจกรรมการเกษตร ชนิด/ประเภทคาใชจ า ย พ้ืนท่ี รายละเอียดงบประมาณ ระยะเวลา หมายเหตุ
ดําเนินการ ดาํ เนินการ

- คาเตรยี มดนิ คาแรงงาน 5 ไร 10,000 บาท เม.ย. 49 -
ขุดเปนรองสวน วัสดุและคาแรงงาน
- 5,000 บาท ม.ิ ย. 49 -
- ปายแปลง

รวม - 15,000 บาท - -

281

แบบวเิ คราะหผลตอบแทนฟารม

รายการ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

รายจาย 60,000 60,000 60,000 60,000 60,000 60,000 60,000 60,000 60,000 60,000
กิจกรรม..ทาํ นา 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000
กจิ กรรม..เล้ียงปลา 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 8,000 12,000
กจิ กรรม..ปลูกผกั สวนครวั 9,000 10,000 10,000 9,000 10,000 10,000 9,000 10,000 10,000 5,000
กิจกรรม..ปลูกไมผล 10,000 - - - - - - - - -
กิจกรรม...เตรียมดนิ 5,000 - - - - - - - - -
กิจกรรม..ปา ยแปลง 100,000 86,000 86,000 85,000 86,000 86,000 85,000 86,000 86,000 85,000
รวมรายจา ย
รายได 112,000 112,000 112,000 112,000 112,000 112,000 112,000 112,000 112,000 96,000
กิจกรรม..ทาํ นา 43,750 43,750 43,750 43,750 43,750 43,750 43,750 43,750 43,750 25,000
กจิ กรรมเล้ียงปลา 38,400 38,400 38,400 38,400 38,400 38,400 38,400 38,400 38,400 16,000
กจิ กรรม..ปลูกผักสวนครัว
กจิ กรรม..ปลูกไมผ ล - 42,000 42,000 - 42,000 42,000 - 42,000 42,000 -
รวมรายได 194,150 198,350 198,350 194,150 198,350 198,350 194,150 198,350 198,350 146,000
94,150 112,350 112,350 109,150 112,350 112,350 109,150 112,350 112,350 61,000
กาํ ไร

กําไรสะสม 94,150 206,500 317,850 426,000 537,350 648,700 756,850 868,200 979,550 667,000
หมายเหตุ 1

จุดคุม ทนุ ในปที่

282

ตารางกระแสเงนิ สด

เดอื น มค. กพ. มีค. เมย. พค. มยิ . กค. สค. กย. ตค. พย. ธค. รวม
กิจกรรม (บาท)

1. กจิ กรรมปลูกขาว (นาป)

- รายได - - - - - - - - - - - 112,000 112,000

- รายจาย - - - - - - - 15,500 9,000 12,500 6,000 17,000 60,000

2. กิจกรรมปลกู ไมผล (มะละกอ)

- รายได - -- - -- - - - - - - -

- รายจาย - - - 2,600 200 200 200 200 500 200 200 200 4,500

3. กิจกรรมปลูกพชื ผกั (ตะไคร)

- รายได - - - - - - 7,000 - - - 6,500 - 13,500

- รายจาย - - - 3,340 200 200 200 1,200 200 200 200 200 5,940

4. กิจกรรมเลยี้ งปลา (ปลานลิ )

- รายได - - - - - - - - - - - 43,750 43,750

- รายจา ย - - - 2,100 500 500 500 500 500 500 1,000 1,900 8,000

ตารางเปรยี บเทยี บ รายได - รายจาย และกําไรในการปลกู พืช และประมง

รายการ กจิ กรรมปลกู ขา ว กจิ กรรมปลูก กจิ กรรมปลูก กจิ กรรมเล้ยี ง

1. ผลผลิต (กก./ไร) (นาป) ตะไคร มะละกอ ปลานลิ
2. ราคา (บาท/กก.)
3. รายได (บาท) (1) x (2) 700 6,400 7,000 1,750
4. คาใชจ ายผันแปร (บาท/ไร)
5. กําไรข้ันตน (บาท/ไร) (3) - (4) 8.00 3.00 3.00 25
6. ผลผลิตทค่ี ุมกับการลงทุน (4) / (2)
7. ราคาทค่ี ุมกับการลงทุน (4) / (1) 5,600 19,200 21,000 43,750
8. อตั ราสว นรายไดต อรายจาย ((3) / (4)
3,000 4,000 4,500 8,000

2,600 15,200 16,500 35,750

325 กก. 1,333 กก 1,500 กก. 320 กก.

4.28 บาท 0.62 บาท 0.64 บาท 4.57 บาท

1.87 4.80 4.67 5.47

หมายเหตุ 1 ไร เทา กบั 400 ตารางวา 1 ไร เทา กับ 1,600 ตารางเมตร

283

2. การวิเคราะหโ ครงการธรุ กจิ เกษตร

เมอ่ื ทาํ การระบหุ รือกําหนดโครงการท่จี ะลงทนุ การเร่ิมลงมอื ปฏบิ ัติการวเิ คราะหต อ งทาํ
การวางแผนกอ นวามีประเดน็ อะไรบางที่ตอ งทาํ การวิเคราะห ในแตล ะประเด็นมีขอมลู อะไรบา งที่
ตองการใชแ ละวธิ กี ารรวบรวมขอมลู ทําอยางไร โดยมีขั้นตอนในการวเิ คราะหด งั นี้

การวางแผนการวเิ คราะหโครงการ ปรบั ปรงุ หรอื ยุติ
การวเิ คราะหท างดา นการตลาด ปรับปรงุ หรอื ยตุ ิ
การวิเคราะหท างดา นการผลติ ปรับปรุง หรือ ยตุ ิ
การวเิ คราะหท างดา นการจดั การ ปรับปรุง หรือ ยตุ ิ
การวเิ คราะหท างดานสงั คมและสิ่งแวดลอม ปรับปรุง หรอื ยตุ ิ
การวิเคราะหท างดานการเงนิ ปรบั ปรุง หรอื ยุติ
การจัดทาํ รายงานโครงการ เพอื่ เสนอหา
แหลงเงนิ ทนุ

2.1 การวเิ คราะหทางดา นการตลาด ผลการวิเคราะหจ ะใหคาํ ตอบวา

• โครงการจะสามารถนาํ สินคาเขา สตู ลาดไดห รอื ไม

• สามารถเขา สูกลุมลกู คาเปา หมายไดห รอื ไม
• ตลาดมีความมนั่ คงและยงั่ ยนื เพียงใด
ขอ มลู ทจี่ ําเปนตอ การวิเคราะหต ลาด ไดแ ก
2.1.1 ขอมลู เกย่ี วกับโครงสรางตลาด : มีโครงสรา งตลาดเปน แบบใด จาํ นวนลกู คา ท่ี
คาดหวังขนาดตลาด ความยากงายในการเจาะตลาด ความยั่งยนื ของผลิตภณั ฑในตลาด เปน ตน
2.1.2 ขอ มูลเกย่ี วกบั การแขงขนั : จํานวนราย ขนาดการผลติ และสว นครองตลาดของคู
แขงขัน อปุ ทานและแนวโนม การนําเขาและแนวโนม อปุ สงคแ ละแนวโนม สนิ คา ทดแทน
ภาวะการแขงขันในประเทศ ในอนภุ ูมิภาค และระดบั โลกของการคา เสรตี ามเงื่อนไข WTO

284

2.1.3 ขอ มูลเกย่ี วกับสว นประสมการตลาด (Marketing Mix) ไดแ ก
• ผลิตภณั ฑ (Product) ผลติ ภณั ฑหลกั ผลิตภัณฑรองและผลิตผลพลอยได การ
ออกแบบผลิตภณั ฑ ลักษณะเดน ของผลิตภณั ฑ การจดั ทาํ สวนประสมผลิตภณั ฑ
(Product Mix) ตราสนิ คา (Branding) การบรรจุภณั ฑ( Packaging) มาตรฐานสินคา
• ราคา (Price) การกําหนดราคา แตละระดบั (ขายสง ขายปลีก) การใหเครดติ ทาง
การคา การเรียกเก็บเงนิ คา สินคา การใหส ว นลด
• การจัดจําหนา ยหรอื การกระจายสนิ คา (Place) การเลือกชอ งทางจําหนา ย(ผา น/ไม
ผา นตวั แทน) การขนสง การสง มอบ จุดวางขาย คลังสินคา
• การสง เสริมการตลาด(Promotion) พฤติกรรมผบู ริโภคและแนวโนม ของการ
เปลย่ี นแปลง การโฆษณา การขายโดยพนกั งาน การสงเสรมิ การขาย การ
ประชาสมั พนั ธ การขายตรง

2.2 การวเิ คราะหทางดานการผลิต
ผลการวเิ คราะหจ ะใหคาํ ตอบวา
• โครงการจะสามารถดาํ เนนิ การผลิตไดอยา งราบร่นื หรือไม?
• มีการเลือกใชเทคโนโลยที ่เี หมาะสมแลว และสามารถรองรบั การเปลย่ี นแปลงทจะ
เกิดข้นึ ได
• ตน ทุนการผลติ สามารถแขงขันหรือตํา่ กวาคแู ขง ขันแลว
ขอ มลู ทีจ่ าํ เปน ตอการวเิ คราะหการผลติ ไดแก
2.2.1 การเลอื กรปู แบบและกรรมวธิ กี ารดาํ เนนิ การผลติ ท่ีเหมาะสม : ความรวดเร็วในการ

เปลยี่ นแปลง ความยดื หยนุ ในการปรับเปลีย่ นเทคนิค การไดม าซง่ึ ผูเชย่ี วชาญในการพัฒนาการผลติ
2.2.2 ขนาดการผลติ หรอื กาํ ลังการผลิต : ปรมิ าณการผลิตอยูในระดบั ท่ีเกินจดุ คุม ทุน และ

ในระยะยาวควรพจิ ารณา ขนาดการผลิตทีป่ ระหยดั (Economy of Scale)
2.2.3 การกาํ หนดทําเลทีต่ ้งั (Location) และกาํ หนดการวงแผนผังโรงงาน (Plant Layout)
2.2.4 การจัดหาปจ จยั การผลิต (Procurement) : คณุ สมบตั ิ และคุณภาพเหมาะสม ราคา

ยตุ ิธรรม รวบรวมไดในเวลาท่ีตองการ การจดั ระบบของคงคลัง
2.2.5 การจัดการการกําจัดของเสียจากขบวนการผลิต

285

2.3 การวิเคราะหทางดานการจัดการ
ผลการวิเคราะหจะใหค าํ ตอบวา
• โครงการจะสามารถจัดการทรพั ยากรมนษุ ยไ ดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพในการทํางาน
หรอื ไม
• โครงการมคี ณุ ภาพในการจัดการองคก ร หรอื ไม
ขอ มลู ทจ่ี ําเปน ตอการวิเคราะหก ารจัดการ ไดแ ก ระบบการทาํ งาน โครงสรา ง

องคก รและการจดั การภายในขอบเขตและหนา ที่ในการทาํ งาน การฝกอบรมบคุ ลากร การจัดการ
ผลตอบแทนและสวสั ดกิ ารพนักงาน

2.4 การวเิ คราะหทางดานสงั คมและสิง่ แวดลอม
ผลการวิเคราะหจะใหค ําตอบวา โครงการจะสามารถนํามาซึง่ ส่ิงแวดลอ มทด่ี ีตอสังคม การ

มมี าตรฐานการครองชพี ทด่ี ีขนึ้ หรือไม
ขอมลู ทจ่ี ําเปน ตอการวิเคราะห ไดแ ก การสรางโอกาสการมงี านทํา การดํารงไวซ ึ่ง

วฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณี การเคล่อื นยายแรงงาน การควบคมุ การใชประโยชน
ทรัพยากรธรรมชาติ การควบคมุ สถานการณดานมลพษิ

2.5 การวิเคราะหทางดา นการเงิน
ผลการวเิ คราะหจ ะใหค าํ ตอบวา โครงการจะสามารถ สรางความคุมคา ในการลงทุนเพียงใด

ขอ มลู ทจ่ี าํ เปน ตอการวเิ คราะห ไดแ ก การประมาณการเงนิ ลงทุนโครงการ การคาดคะเนรายได
และรายจายจากการดาํ เนินโครงการ และการจัดทํางบประมาณงบการเงินประเภทตาง ๆ
ความสมั พนั ธร ะหวา งงบประมาณตา ง ๆ

2.6 ปญ หาในการวิเคราะหโครงการทางธุรกจิ การเกษตร
ในการวเิ คราะหโ ครงการทางธรุ กิจการเกษตรนัน้ มปี ญ หาท่เี ปน ขอ ควรพิจารณาหลาย

ประการทมี่ ีผลใหผลการวิเคราะหไ มเปน ทนี่ าเช่อื ถือ หรอื ไมส ามารถในไปปฏบิ ตั ติ ามโครงการได
ปญ หาเหลานี้ ไดแ ก

2.6.1 ผูศึกษาโครงการ จะตองมคี ุณสมบตั ิพรอมทงั้ ทางดา นความรแู ละประสบการณ
ตอ งมีความสามารถในการเลอื กใชเทคนิคทม่ี คี วามเหมาะสม ตอการวิเคราะหโครงการนน้ั ตอ งไม
มอี คตใิ นการศกึ ษาและวิเคราะหขอ มูล มคี วามถกู ตองท้งั ในดา นขอมลู และการกําหนดเง่ือนไข-ขอ
สมมติ-คาประมาณการตา ง ๆ ทน่ี าํ มาใชใ นการวิเคราะห และทสี่ าํ คญั อยางยิง่ คือตองมจี ริยธรรมตอ
การศึกษาโครงการอยา งแทจ รงิ

286

2.6.2 ความลึกซึ้งในมมุ มองของผเู กี่ยวขอ งกบั โครงการ นอกจากผศู กึ ษาโครงการแลว
ผูเกย่ี วของอน่ื คือ เจา ของโครงการและสถาบนั การเงนิ ทส่ี นบั สนุนเงินกยู ืม มักจะมจี ุดยนื ของ
มุมมองที่แตกตางกนั ไป เชน เจาของโครงการมักจะมองในแงด ี (Optimistic) ในโครงการที่คดิ จะ
ลงทุน แตในขณะท่สี ถาบนั การเงินจะมองในแงร าย (Pessimistic) ในโครงการทยี่ ่ืนขอการ
สนบั สนุนเงินกู คือ จะมมี มุ มองทค่ี รอบคลุมถงึ สถานการณแหง ความเสี่ยงและความไมแ นน อน
เขา มาเกี่ยวขอ งดวยเสมอ

2.6.3 ขอมลู ขาวสาร มคี วามถูกตอ งเชอ่ื ถือไดค รบถวน และเปนขอมลู ท่ีเกย่ี วของกับการ
วิเคราะหอ ยางแทจรงิ มกี ารรวบรวมขอมลู ทถ่ี กู ตองตามหลกั การโดยปราศจากอคติ

2.6.4 ประเภทของโครงการทจี่ ะลงทนุ และลกั ษณะเฉพาะของโครงการ เปน สงิ่ ท่ที ําให
ตอ งตระหนกั เสมอวา หลกั การ ขัน้ ตอน และเครอื่ งมอื ท่ีใชในการวเิ คราะหท กุ โครงการแมว า จะ
เปนแบบเดียวกนั แตตองมกี ารประยกุ ตห รือเลือกใชใ หเ หมาะสมกับประเภทและลักษณะของ
โครงการท่จี ะวเิ คราะหใ นแตล ะโครงการ

2.6.5 สภาพแวดลอมของโครงการ ทงั้ สภาพแวดลอ มภายในและสภาพแวดลอมภายนอก
ของโครงการ โดยเฉพาะสภาพแวดลอ มภายนอกนนั้ มีความมัน่ คงเพยี งใด หากมีความแปรปรวน
สูงยอ มทาํ ใหโ ครงการนั้นมีความออ นไหวมากขึ้น การวเิ คราะหท่ไี ดก ระทาํ เสร็จไปแลว จงึ มคี วาม
จําเปนทจี่ ะตองมีการทบทวนเปนอยางย่ิง

สรปุ

จากการศกึ ษาเรอ่ื งกรณีตัวอยางธรุ กิจเกษตร ทําใหผ เู รียนสามารถศกึ ษาและวิเคราะหหรือ
กาํ หนดโครงการทจี่ ะลงทุน การเรม่ิ ลงมอื วิเคราะห ตอ งทําการวางแผนกอนวา มีประเด็นอะไรบา งท่ี
ตอ งทาํ การวิเคราะห ในแตละประเด็นมีขอ มูลอะไรบา งที่ตอ งการใชและวธิ กี ารรวบรวมขอมูลทํา
อยางไร ในทนี่ ้ีการวเิ คราะหกรณีตัวอยาง ไดใชวิธีการวิเคราะหทางดา นการตลาด การวิเคราะห
ทางดานการผลิต การวิเคราะหท างดา นการจดั การ. การวิเคราะหท างดานสังคมและสิ่งแวดลอ ม การ
วเิ คราะหท างดานการเงิน ปญหาในการวิเคราะห

โครงการทางธรุ กจิ การเกษตรเปน การศึกษากระบวนการผลิต ตั้งแตการกําหนดวัตถุประสงค
กาํ หนดกจิ กรรมตาง ๆ ใหส อดคลอ งกบั วัตถุประสงค การวางแผนการผลติ การวางแผนและงบประ
มาณฟารมดานการปลกู พชื และเลย้ี งสัตว กจิ กรรมการทาํ ฟารมแบบผสมผสาน ซ่งึ รวมถึงการทําธรุ กิจ
เกษตรแบบทฤษฎใี หม หรอื แนวทางการจัดการธุรกจิ เกษตรภายใตหลักปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง
ของในหลวง นาํ มาบูรณาการทางความคิดในการตัดสนิ ใจเลอื กทําธุรกิจเกษตรไดอ ยา งดแี ละไมมี
ความเส่ียงในอนาคต

**************************

287

แบบฝกหัด

หนว ยที่ 11 การวิเคราะหกรณตี ัวอยา งธรุ กิจเกษตร
วตั ถปุ ระสงค เพอื่ ทบทวนความรทู ไ่ี ดเรยี นมาแลว
******************************************************************************
1. การวเิ คราะหกรณีตวั อยางธรุ กจิ เกษตร มขี นั้ ตอนในการวเิ คราะหอยางไรบา ง
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
2. ปญ หาในการวเิ คราะหโครงการทางธุรกิจการเกษตร ท่มี ผี ลใหผ ลการวิเคราะหไ มเ ปนท่ี
นา เช่ือถอื มอี ะไรบาง
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………..………………
………………………………………………………………………………………………….……
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

*************************************

288

ใบงานท่ี 11

หนว ยท่ี 11 เร่อื ง การวิเคราะหก รณีตวั อยา งทางดา นธรุ กิจเกษตร

********************************
เรอื่ ง การวิเคราะหกรณีตวั อยา งทางดา นธรุ กจิ เกษตร

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. เพื่อใหผ ูเรยี นสามารถนําเอามาเปน แนวทางในการจดั การธุรกิจเกษตรได

จดุ ประสงคด านคณุ ธรรมและจริยธรรมของนักศกึ ษา
1. ดา นมนษุ ยส ัมพนั ธ ในการมสี ว นรว ม รบั ฟงคนอ่นื เปนผูนาํ และผตู ามท่ดี ี
2. ดานความรับผดิ ชอบ ตอ สว นรวมและสว นบคุ คล คอื การตรงตอ เวลา เขาหอ งเรยี น

ทันเวลา การสง งานตามกาํ หนด ความสะอาดและถูกตองของผลงาน
3. ดา นความมวี นิ ยั ในตนเอง ความซอ่ื สตั ยสจุ ริต แตง กายถูกตองตามระเบยี บ
4. ดานความรูและทกั ษะวชิ าชีพ มคี วามสาํ นกึ ดใี นการจัดการธุรกจิ เกษตรในทกุ เรื่องท่ี

เกีย่ วของ

วสั ดุ เครอื่ งมือ และอปุ กรณ
1. กระดาษ A4
2. ตัวอยา งองคการธุรกจิ เกษตร
3. แบบประเมนิ ผลงานทมี่ อบหมาย
4. เอกสารประกอบการสอนหนว ยท่ี 11
5. คอมพวิ เตอร, เคร่ืองฉายทึบแสง

ข้นั ตอนการปฏิบัตงิ าน
1. ใหผูเรยี นมารับใบงานท่ี 11 ทํางานใหเสร็จภายใน 1 ชวั่ โมง
2. ใหคน หาองคการธรุ กิจเกษตรรูปแบบองคก ารใดกไ็ ด โดยใหส รปุ และวิเคราะห ดงั นี้
2.1 สรปุ กจิ กรรมการดําเนนิ งานทอี่ งคการนนั้ ทาํ มาท้งั หมด วามอี ะไรบา งตาม
ตวั อยา งที่เรยี นในหนว ยท่ี 11
2.2 ใชวิธีการวิเคราะหที่เรยี นมาแลว คอื การวิเคราะหทางดานการตลาด
การวเิ คราะหท างดา นการผลิต การวิเคราะหท างดานการจดั การ การวเิ คราะหท างดานสังคม
และสิ่งแวดลอมและการวิเคราะหทางดา นการเงนิ
3. นําผลงานมาเสนอหนาชนั้ เรยี น

289

4. สง รายงาน ตามรูปแบบรายงานทถ่ี ูกตอ งสมบรู ณ
5. ประเมินผล

แหลง คน ควา
1. หนังสือเอกสารประกอบการสอนวิชาการจดั การธรุ กิจเกษตร
2. ทางอินเตอรเ นต็
3. หนังสอ่ื และตําราเกย่ี วกบั การบริหารจดั การท่วั ไป
4. ตวั อยางธกุ จิ เกษตร
******************************

หนวยท่ี 12

เร่อื ง ปญ หาและแนวทางแกไ ขระบบธรุ กจิ เกษตร

**********************************

จุดประสงคการเรยี นรู

หลงั จากศกึ ษาในเน้อื หาหนวยเรยี นนี้แลว ผเู รียนสามารถ
1. บอกปญ หาและแนวทางการแกป ญ หาการจดั การธรุ กิจเกษตรได

สาระสําคัญ

ปญหาดา นการจัดการธุรกิจเกษตรของประเทศไทยท่ีพบโดยท่วั ไป ท่ีพบมีดงั นี้
1. ปญ หาท่ัวไป

1.1 ปญหาเรอื่ งหน้ีสนิ ภาคครวั เรือนของเกษตรกรในชนบทไทย
1.1.1 ดา นเกษตรกร
1.1.2 ดานแหลงเงินทุน
1.1.3 ดา นระบบการ
1.1.4 ดา นระบบการตลาด
1.1.5 ดานระบบสงั คม
1.1.6 ดานรฐั บาล

1.2. ปญหาระบบเกษตรแผนปจ จุบนั หรอื เกษตรเคม(ี Chemical Agriculture)
1.2.1 ผลกระทบตอ สงิ่ แวดลอ ม
12.2 ผลกระทบดานเศรษฐกจิ
1.2.3 ผลกระทบตอ สุขภาพของเกษตรกรและผูบริโภค
1.2.4 ผลกระทบตอ วถิ ชี ีวติ และภูมปิ ญ ญาทองถนิ่

1.3 ปญหา GMO
2. การแกป ญหาดา นการจัดการธรุ กิจเกษตรของประเทศไทย

2.1 มนั ฝรั่ง : ชไู ทยเปนศนู ยก ารผลติ เนนสง ออกตลาดเอเชยี
2.2 หนีส้ นิ เกษตรกรปญหาเร้ือรังที่ตองเรงแกไ ข
2.3 ขายตรงชองทางจาํ หนายใหมข องสนิ คา เกษตร
2.4 ธุรกิจขามชาติจอมบงการรฐั บาลตัวการฆาเกษตรกร
2.5 การปลูกพชื เชิงเดย่ี วเสย่ี งตอการขาดทนุ

291

เนื้อหา

จากองคป ระกอบของเนอ้ื หาวชิ าท่ีไดศกึ ษามาท้ัง 11 หนวยแลว น้นั ระบบธุรกจิ การเกษตร
เปน ระบบความสัมพนั ธท ่ีสลับซบั ซอนของปจ จยั (Factors) ตา ง ๆ และแนวทางของลักษณะ
ความสัมพันธท ี่จะทําใหบรรลุวัตถปุ ระสงคท่ตี องการตามโครงสรา งธรุ กิจการเกษตร”
จากแนวทางของ Henry B. Arthur, James F. Houck and George L. Beckfotd ไดแ บง ระบบ
ธรุ กจิ เกษตรเปน 10 ระบบยอยคอื 1. ระบบยอยเอกชน 5 สว น 2. ระบบยอยรฐั บาล 5 สว น คือ

1. ระบบยอ ยเอกชน 5 สวน คอื
1.1 ระบบยอ ยปจ จยั สินคาเกษตร
1.2 ระบบยอยการผลิตสนิ คา เกษตร
1.3 ระบบยอยสินเชอ่ื เพ่ือการเกษตร
1.4 ระบบยอยแปรรูปสินคา เกษตร
1.5 ระบบยอยการจัดจําหนายสนิ คาเกษตร

2. ระบบยอ ยรัฐบาล 5 สวน คือ
1.1 ระบบยอยสง เสรมิ การเกษตร
1.2 ระบบยอ ยการวจิ ัยการเกษตร
1.3 ระบบยอ ยเกี่ยวกบั กฎระเบียบและขอบังคับการเกษตร
1.4 ระบบยอยการศกึ ษาการเกษตร
1.5 ระบบยอ ยการพฒั นาการเกษตรเชน การวิจัยศึกษาตา ง ๆ นํามาพัฒนาโดยรวม

จากระบบยอยดังกลา ว ไมว า ปจจุบันและในอนาคตระบบยอ ยในภาคเอกชนและระบบยอ ย
ภาครัฐ ยอมพบปญ หาท่ีแตกตา งกนั ขน้ึ อยูก ับกาลเวลา ตามยคุ สมยั ของสังคมและระบบเศรษฐกิจ
ของโลกที่มกี ารเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา ซ่ึงมีผลกระทบตอ ปญ หาโครงสรา งของธรุ กจิ เกษตรแถบ
ท้ังสน้ิ ในทน่ี ที้ างผูเรยี บเรียงไดนาํ เอาปญหาทวั่ ไปและแนวทางการแกปญหาทัว่ ไป ซึง่ ยงั ไม
ครอบคลมุ ท้งั หมดนํามาใหผ เู รียนไดศกึ ษาดงั น้ี

1. ปญ หาทว่ั ไป

1.1 ปญ หาเรือ่ งหน้สี นิ ภาคครัวเรือนของเกษตรกรในชนบทไทย
ซงึ่ นาํ เสนอโดย คณุ วิทยา เจยี รพนั ธ ซง่ึ ไดกลาวถงึ สาเหตุของการเปน หนข้ี องพนี่ อ ง
เกษตรกรไทยวา จริงๆ แลวมลู เหตขุ องการเปน หนน้ี ้นั มสี าเหตมุ าจากหลายดา น ประกอบดว ย

292

1.1.1 ดา นเกษตรกร อันเนอื่ งมาจาก
– ยากจนแตก าํ เนิด
– ลกั ษณะนสิ ัยสวนตวั
– ระดบั การศกึ ษา
– ภาระทางครอบครัว
– วถิ ีชวี ิตและความเชื่อ
– ความลม เหลวจากการลงทนุ

1.1.2 ดา นแหลง เงนิ ทุน อนั เน่อื งมาจาก ภาพที่ 45 วิถชี ีวติ ของเกษตรกรไทย
– การเขาถึงแหลง เงินทุนงา ย

– การเขา ถึงแหลงเงนิ ทุนในระบบไดย าก

– ใชเ งนิ กไู มต รงตามวตั ถุประสงค

– แหลง เงนิ ทนุ บางแหงขาดศลี ธรรม

1.1.3 ดา นระบบการผลติ อันเนอ่ื งมาจาก ภาพที่ 46 การจดั การระบบการผลิต
– เนนผลิตเพอื่ ขาย ของเกษตรกรไทย
– ขาดการวางแผนจากหนว ยงานท่เี กย่ี วขอ ง
– ตนทุนการผลติ สงู
– นิยมการผลติ พชื ชนดิ เด่ียว
– ระบบการผลติ พึง่ พาธรรมชาตมิ าก
– ระบบชลประทานไมท ว่ั ถึง

1.1.4 ดา นระบบการตลาด อนั เน่ืองมาจาก
– ขาดความรดู านการตลาด
– เขาไมถึงระบบการตลาด

1.1.5 ดา นระบบสังคม อนั เนอ่ื งมาจาก
– ระบบทนุ นยิ มเขาสูชมุ ชน
– การเปลี่ยนระบบการผลติ
– ระบบครอบครวั เปลย่ี นสคู รอบครวั เดย่ี ว
– คานยิ มจดั งานประเพณี
- กลัวเสียเปรยี บผูอน่ื

293

1.1.6 ดา นรฐั บาล อันเนอื่ งมาจาก
– นโยบายการเมืองไมแ นนอน
– นาํ สถาบันการเงนิ เขา สูประชาชน
– รฐั ไมดแู ลเรอื่ งปจจยั พน้ื ฐานในการทําการเกษตร
– รัฐสงเสริมใหกเู งนิ โดยการนําโครงการรัฐมาสูช ุมชน
– ขาดการจดั การวางแผนโครงการอยางเปน ระบบ
– เจา หนา ทภี่ าครัฐทาํ ตัวคนละฝายกับชาวบาน

ภาพท่ี 47 การนํานโยบายมาใชสปู ระชาชนของภาครัฐ

ความรนุ แรงของปญ หาท้งั หลายทงั้ ปวงนนั่ แหละ คอื มลู เหตุของการเปน หนแ้ี ละหากใคร
ไมส ามารถจัดการกับหน้ีสนิ ทีม่ อี ยไู ด สดุ ทายก็จะลกุ ลามสูภาวะทเ่ี รยี กวาความยากจน ท่ที กุ รัฐบาล
พยายามทจ่ี ะเขามาแกไขปญ หา แตสุดทายก็ไมส ามารถแกไขไดท้งั ระบบ ปลอ ยปญ หาเกดิ ขนึ้ ซํ้า
แลวซา้ํ เลา

ภาพท่ี 48 ผลกระทบตอการเปน หนสี ้ินของเกษตรกรไทย

294

1.2. ปญหาระบบเกษตรในประเทศไทย : การเกษตรแผนปจจบุ ันหรอื เกษตรเคมี
(Chemical Agriculture)

การเกษตรแผนปจ จุบนั เปน ผลสืบเนอ่ื งมาจากการปฏวิ ัตเิ ขยี ว ในราว ค.ศ.1960 (พ.ศ. 2503)
โดยใชค วามกา วหนา ทางวทิ ยาศาสตรเ กษตรและเทคโนโลยีมาใชใ นการเพ่มิ ประสิทธภิ าพการผลิต
สินคา เชน การใชพนั ธุพชื และพนั ธสุ ัตวทใ่ี หผ ลผลติ สงู การใชเ ครอื่ งจกั รกลทางการเกษตรไถ
พรวนไดล กึ มากข้นึ ทดแทนแรงงานจากสตั ว ท้งั นีเ้ พือ่ ใหส ามารถผลติ ไดในทกุ ชวงเวลาและมีผลผลิต
อยางตอ เนอ่ื ง รวมถงึ การใชส ารเคมที างการเกษตรจาํ พวกปยุ เคมี สารเคมกี ําจัดศัตรพู ชื และฮอรโมน
พชื สงั เคราะห ฯลฯ โดยมวี ตั ถุประสงคเ พ่ือใหไ ดผ ลผลิตทสี่ ูงขน้ึ ในการลงทนุ ทเี่ ทาเดมิ ในระยะ
เวลาเดมิ เพอ่ื จะไดมีวัตถุดบิ ปอนใหก บั โรงงานอตุ สาหกรรมและเปน การประหยดั แรงงาน
เนือ่ งจากแรงงานสว นใหญหล่ังไหลไปสภู าคอุตสาหกรรม ตามทไี่ ดม กี ารปฏิวัตอิ ตุ สาหกรรมกอน
หนา นี้

การปฏิวตั ิเขยี วไดก ลายเปน นโยบายและแนวทางหลกั ของการพัฒนาประเทศสวนใหญใน
โลก นโยบายสง เสริมการทําการเกษตรรวมถึงเทคนิคการปลกู พืชและเลี้ยงสตั ว ไดถูกกําหนดให
ใชแ นวทางเดยี วกันจนกลายเปน ระบบหลกั ของทกุ ประเทศ รวมถงึ ประเทศไทย เนอื่ งจากแนวคิด
ในเรอื่ งผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร ท่เี นนความสามารถในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรเปน
จาํ นวนมากมผี ลตอบแทนสงู กบั ผูผลติ ไดกลายเปน แนวทางหลักในการเลือกรูปแบบการผลิตทาง
การเกษตร

ผลของการทาํ การเกษตรแบบใชส ารเคมีสงั เคราะหกอ ใหเ กดิ ปญหาตา ง ๆ ตามมาอยาง
มากมายหลายประการดังตอไปน้ี

1.2.1 ผลกระทบตอ สง่ิ แวดลอม
การทาํ เกษตรแผนใหมทําใหเกดิ ปญ หาสิง่ แวดลอมและความเสื่อมโทรมของ

ทรัพยากรธรรมชาติตามมาทเ่ี หน็ ไดชัดเจน ไดแ ก ปญหาการพงั ทลายของหนาดนิ ดนิ เส่อื มความ
อดุ มสมบูรณ ปญ หามลพิษในสิ่งแวดลอมและปญ หาการระบาดของโรคและแมลง ตัวอยาง เชน
จากการสํารวจในประเทศไทยพบวา ในพนื้ ทลี่ าดชันของจงั หวดั นา นสว นใหญถกู ชะลางพังทลาย
ในอัตราทีม่ ากกวา 16 ตนั ตอ ไรตอป ซ่ึงเปนอตั ราสงู กวาที่ยอมใหมไี ดถ ึง 20 เทา และท่ีจงั หวดั
เพชรบรู ณพ ืน้ ทีท่ ี่มคี วามลาดชนั 9% มกี ารสูญเสียหนา ดนิ ถึง 26 ตันตอ ไรต อป

เกษตรกรรมแผนใหมท ม่ี ุงเนนเพมิ่ ผลผลิตทางการเกษตร โดยการใชป ยุ เคมีเปน จาํ นวนมาก
และใชตดิ ตอกนั เปน ระยะเวลานาน จะทําใหเ กดิ ปญหาความเสื่อมโทรมของโครงสรา งดนิ และดนิ
ขาดความอดุ มสมบูรณ เน่อื งจากการใชปุยเคมไี มใ ชการบํารุงดนิ แตเปนการอัดแรธาตุอาหารใหแกพืช

295

การใชสารเคมกี าํ จดั ศตั รูพืชทาํ ใหเ กิดปญ หาสารพษิ ตกคางในสิง่ แวดลอ ม ท้งั น้ีเนอื่ งจาก
การใชส ารเคมีในการกาํ จัดศตั รพู ชื ในแตละครัง้ จะใชป ระโยชนไดเพยี ง 25% ทเ่ี หลืออกี 75%
จะกระจายสะสมในดิน นํ้า และอากาศในส่ิงแวดลอ ม ทส่ี ําคัญคอื คอื สารเคมกี ําจัดศัตรูพืชไมไ ด
ทาํ ลายเฉพาะศตั รูพืชเทา นน้ั แตย ังทําลายแมลงและจลุ นิ ทรยี ทีเ่ ปนประโยชนใ นธรรมชาติอีกดว ย
ซ่ึงเปนการทําลายความสมดลุ ของระบบนิเวศในธรรมชาติ และผลท่ตี ามมา คอื การระบาดของโรค
และแมลงศัตรพู ืชทีร่ ุนแรงมากข้ึน ตวั อยาง เชน การระบาดของเพลย้ี กระโดดสนี ้าํ ตาลทที่ าํ ลาย
ผลผลิตขา งในประเทศไทย เมือ่ ป 2533-2534 ซ่งึ มพี ้นื ทกี่ ารแพรระบาดมากถึง 3.5 ลานไร

การทําเกษตรแผนใหมไ ดน าํ ไปสูก ารปลูกพืชเชงิ เดย่ี ว และการขยายพนื้ ทท่ี าํ การเกษตร
ทาํ ใหเ กดิ ปญหาการบุกรกุ พน้ื ทปี่ า ธรรมชาติ ทําใหเ กดิ การสูญเสียพ้นื ทป่ี าอันเปน ทรพั ยากรที่
สําคัญในโลกและแหลงตนนํ้าที่สําคญั ลงดว ย

1.2.2 ผลกระทบดา นเศรษฐกิจ
การทาํ เกษตรแผนใหมเ ปน การทาํ การเกษตรที่ตองพึ่งปจ จยั ภายนอก เพือ่ นํามา

เพ่มิ ผลผลิตใหไ ดเปน จาํ นวนมาก แตก ็มไิ ดห มายความวาเกษตรกรจะประสบความสําเร็จทาง
เศรษฐกิจเสมอไป ในทางตรงกันขา มกลบั พบวาเกษตรกรทีท่ าํ การเกษตรแผนใหมจ ํานวนมาก
ประสบปญหาภาวะขาดทุนและมหี นีส้ ิน เกดิ ความลมเหลวทางเศรษฐกิจ เน่อื งมาจากตนทนุ การ
ผลติ ทีส่ งู และราคาผลผลติ ท่ตี กตาํ่ ในประเทศไทยการพฒั นาการเกษตรแผนใหมก ลบั เปนการ
ผลักดนั ใหเ กษตรกรตอ งตกอยูภายใตก ารครอบงําของบริษทั เนอ่ื งจากตองพง่ึ พาปจจยั การผลิต
และเทคโนโลยตี า ง ๆ จากบริษัท ไมว า จะเปนเมลด็ พันธุ ปุย หรอื สารเคมีกาํ จัดศัตรพู ืช เปนการ
ทาํ การเกษตรท่ถี กู ผกู ขาดจากบริษทั ขนาดใหญ ดังนนั้ จะเหน็ ไดว า การทาํ เกษตรแผนใหมเ ปน การ
สรางรายไดใหแกบ รษิ ทั เอกชนขนาดใหญมากกวาเกษตรกรทแี่ ทจริง

1.2.3 ผลกระทบตอสขุ ภาพของเกษตรกรและผบู รโิ ภค
การใชสารเคมีกาํ จัดศตั รูพชื นอกจากจะสงผลกระทบตอ ส่ิงแวดลอมแลว ยงั กอ

ใหเ กิดปญ หาการไดร บั สารพิษเขา สูรา งกายของเกษตรกรผใู ช และยังมสี ารพษิ ตกคา งในผลผลติ
ทางการเกษตรอีกดวย การใชสารเคมที างการเกษตรนาน ๆ จนทําใหพ ชื ผกั มพี ษิ ตกคางจํานวนมาก
กอใหเ กิดปญ หาตอสขุ ภาพของผูบริโภค จากการตรวจพบสารพษิ ตกคา งในผลผลิตทางการเกษตร
ของประเทศไทยพบวา ผลผลติ มีสารพิษตกคา งอยสู ูงจนในผลผลิตบางชนดิ ไมผานมาตรฐานมีผล
กระทบตอการสง ออกสนิ คาเกษตรของไทย นอกจากนี้การที่คนไทยบรโิ ภคผลผลติ ที่มีสารพิษ

296

1.2.4 ผลกระทบตอวิถชี ีวิตและภูมิปญญาทอ งถ่ิน
เกษตรกรรมแผนใหมท าํ ใหเ กิดความเปล่ยี นแปลงในวถิ ีชวี ิตของเกษตรกรไทย

ทําลายฐานการเกษตรแบบยงั ชีพของเกษตรกร ทาํ ลายระบบสงั คมของชุมชน และมีผลตอการ
เปลีย่ นแปลงความคดิ ทมี่ ีตอ ภมู ิปญญาพ้ืนบานของไทย ภูมิปญ ญาทองถิ่นถูกละเลย ดวยเขาใจวา
เปนความเช่ือหรอื วธิ กี ารปฏิบตั ทิ ไี่ มทันสมยั ไมเปน วทิ ยาศาสตรแ ละไมม ีประสิทธภิ าพ โดยลืมไป
วา ความรูและภูมปิ ญ ญาท่ถี กู ถา ยทอดตอ ๆ กันมา ไดมาจากประสบการณของคนรุนกอนมานาน
หลายรุน ทอี่ ยใู นพืน้ ท่ีทอ งถน่ิ ที่พวกเขาอาศยั อยู ซง่ึ ความคดิ น้ไี ดร นุ แรงมากขึน้ เมื่อเรมิ่ เขา สยู คุ
ปฏวิ ตั เิ ขียว ความรูแ ละแนวทางการพฒั นาการเกษตรจะถกู รวมไปอยใู นสถาบันการเกษตรตาง ๆ
ของรัฐ และบริษทั ธรุ กิจการเกษตรขนาดใหญ การพัฒนาและแกไ ขปญหาของเกษตรกรกลายเปน
บทบาทของผูเช่ียวชาญทางการเกษตรจากหนวยงานของรัฐ หรือบรษิ ัทการเกษตรทเ่ี ขา ไป
เปลยี่ นแปลงความคิดและวถิ ชี ีวติ ของการทาํ การเกษตร โดยที่เกษตรกรกลายเปน เพยี งผูร ับเทา
นนั้ เอง ซ่ึงหากองคความรทู ไี่ ดรับนัน้ ไมถ กู ตอ ง ผทู ไี่ ดรบั ความเสยี หายคือตัวของเกษตรกรเอง

1.3 ปญหา GMO
กระทรวงพาณิชยก าํ ลังแกปญ หาการสงออก เรง การออกใบรับรอง non-GMOs จาก
หนว ยงานราชการฯ กระทรวงพาณชิ ยย ังไมม ที างชว ยผูสง ออกกรณใี บรับรอง non-GMOs
แมร ัฐบาลจะมมี ตติ รงกันแลว วาใหใ ครรับผดิ ชอบ แตก ย็ งั ไมคบื หนา ลาสุดพง่ึ ไดทางออกเบอื้ งตน
กรมวิชาการเกษตรเตรียมรับรองพืชผักและผลไมบ างชนิดปลอด GMOs ขณะที่สินคา อ่นื ๆโยนให
เอกชนสมุ ตัวอยา งนาํ ไปวิเคราะหแ ทน เตรียมประกาศสนิ คาสาํ คัญเรงดว นทเ่ี สีย่ งตอ GMOs และ
กาํ ชับออกใบรบั รองเปน พเิ ศษ ขณะท่ญี ปี่ นุ ขีดเสนตายตอ งติดฉลาก non-GMOs
การหา มนาํ เขาสนิ คาที่เสี่ยงตอ GMOs ของประเทศผนู าํ เขา ขณะนก้ี ม็ ซี าอุดอี าระเบยี ทห่ี าม
นําเขา สินคาปลาทูนา กระปอ งจากไทย เพราะไมม ใี บรบั รอง GMOs เน่อื งจากใชว ัตถดุ ิบคอื นาํ้ มันท่ี
ทาํ จากถวั่ เหลือง สวนสินคา ตัวอืน่ ๆ ยังไมไ ดร บั รายงาน โดยกอ นหนา นี้กม็ ีเพยี งปลาทูนา กระปองที่
ถูกเนเธอรแ ลนดห ามนําเขา เพราะไมมใี บรบั รอง GMOs เทานน้ั นอกจากนย้ี ังมีความกังวลถึง
สินคาประเภทอาหารอน่ื ๆ ท่ไี ทยสง ออกตดิ อันดับโลกจะถกู กดี กนั ไมใ หนาํ เขาประเทศนนั้
เนอ่ื งจากไมม ใี บรบั รอง เร่ือง GMOs ซ่ึงหว่ันเกรงวา จะกระทบเปาหมายสงออกปน ี้เชน กนั


Click to View FlipBook Version