157
แตเ นื่องจากวตั ถุประสงคทั้ง 2 ประการตอ งมคี วามสาํ คัญตอ การบรหิ ารงานการเงนิ ดงั น้ัน
นกั การเงินจะตอ งบรหิ ารงานการเงนิ โดยมีทงั้ กาํ ไรและสภาพคลอ ง จะละเลยวตั ถปุ ระสงคป ระการใด
ประการหนงึ่ ไปมิได แตอยา งไรก็ตามนโยบายทางการเงนิ ของผูบรหิ าร นับไดวาเปน ปจ จยั สําคัญใน
การกาํ หนดระดับของการใหค วามสําคญั ของเปา หมายทงั้ สองได กลาวคือหากผบู รหิ ารมีนโยบาย
ระมดั ระวังจะมแี นวโนม ที่จะดาํ รงสภาพคลองไวอ ยางสงู ในทางตรงขามหากผบู รหิ ารมีนโยบายกลา
ไดกลาเสีย จะมแี นวโนมทีจ่ ะดาํ รงสภาพคลอ งไวต า่ํ โดยมงุ กําไรเปน หลกั
การบริหารงานการเงินเปน หนา ที่และความรบั ผิดชอบของผูบรหิ ารการเงนิ ของกิจการ
ขอบเขตของการบรหิ ารการเงินเรมิ่ ตง้ั แต
ก. การคาดการณเกย่ี วกับความตอ งการของเงนิ ทุนในกจิ การน้นั
ข. ดาํ เนนิ การจัดหาเงนิ ทนุ
ค. จัดสรรเงินทนุ ใชไ ปใหต รงตามวตั ถปุ ระสงคของกิจการ
อยา งไรกด็ ีการบรหิ ารเงนิ ทุนทีจ่ ะประสบความสําเรจ็ ไดน ัน้ ผบู ริหารการเงนิ จะตองทาํ การ
ตดั สนิ ใจเกย่ี วกับปญหาพื้นฐาน 3 ประการ คอื
ก. กจิ การควรจะมขี นาดทีเ่ หมาะสมอยางไร เพราะขนาดของกจิ การถอื ไดว า เปน ปจจยั ท่ี
กาํ หนดปรมิ าณความตองการเงนิ ทุนของกจิ การ
ข. เงินทจี่ ัดหามาใชนน้ั จะจัดหามาไดจ ากแหลงใด ดว ยวิธีใด จะมตี น ทนุ อยา งไร
ค. เงินท่ีจัดหามาไดแลว นน้ั ควรจะลงทนุ ในสินทรัพยป ระเภทใดบาง อยา งละเทาใด
และควรจะไดร บั ผลตอบแทนอยางไร
เม่ือสามารถตัดสินใจเกย่ี วกบั ปญหาพ้ืนฐานทงั้ 3 ประการแลวผบู ริหารการเงนิ
กจ็ ะสามารถกาํ หนดแนวทางการจัดการทางการเงินของกจิ การได ซ่ึงแนวทางโดยทว่ั ไปมดี ังนี้
ก) ดาํ เนินการวางแผนทางการเงนิ หมายถึง การวางแผนพยากรณท างดา นการเงนิ
ของกจิ การ โดยพจิ ารณาวากจิ การมคี วามจําเปนในการใชเ งนิ จาํ นวนสงู ๆ ไดแกก ารกอ สรา ง
หรือขยายอาคารทท่ี าํ การ หรอื การสรางโรงงานใหม เปน ตน เม่ือวางแผนไดแ ลว กค็ วรจดั ทาํ
งบประมาณตา ง ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ ง ซึ่งรวมถงึ ประมาณการเก่ยี วกบั เงนิ สดรับ และเงินสดจายดวย
งบประมาณทจี่ ัดทําขนึ้ ควรมคี วามยดื หยนุ เพ่ือใหส ามารถปรับเปลยี่ นไดต ามภาวการณท่ี
เปลี่ยนแปลง
ข) ดําเนนิ การจัดหาทนุ หมายถงึ การเตรยี มการจดั หาเงนิ ทนุ ไวลวงหนา กอ นถึงเวลา
ทตี่ องใชเงินทนุ จรงิ ๆ ทั้งน้ีเพอ่ื ใหมีความมน่ั ใจวากจิ การจะมเี งนิ ทนุ เขา มาทันเวลาท่ีตอ งการและ
ไมม คี วามเสย่ี งกับตนทุนของเงินที่อาจสูงขึ้น ดงั น้ีการจัดหาเงนิ ทุน การวิเคราะหว าแหลง เงนิ ทนุ
ใดใหป ระโยชนส งู สุด มตี นทนุ ต่าํ สุด และเงอื่ นไขหรือความเสี่ยงตํ่านอยท่ีสดุ
158
ค) ดาํ เนินการจัดสรรใชเ งนิ ทุน หมายถงึ การดําเนนิ การจัดสรรเงนิ ทุนทีไ่ ดมาไป
ลงทนุ ในสนิ ทรพั ยต าง ๆ โดยมหี ลักการสาํ คัญวา ตอ งทาํ ใหกิจการมีสภาพคลอ งสงู สดุ และสามารถ
ทํากําไรไดมากที่สดุ ซึง่ นบั วา เปน เรื่องทย่ี าก แตกเ็ ปนหนาที่สําคญั ของผูบริหารการเงินทกุ คน
ทจี่ ะตองพยายามประสานสภาพคลอ งใหเขา กบั ความสามารถในการทาํ กําไร การมสี ภาพคลอ งสงู
เปนสง่ิ ทดี่ ี ทําใหกจิ การมคี วามเสยี่ งนอยและขอเครดิตจากเจาหนาทไ่ี ดดี แตสนิ ทรพั ยส ภาพคลอ ง
กอใหเ กดิ รายไดนอย เชน เงนิ สด เงินฝากธนาคาร และเงินลงทุนในพนั ธบัตรรฐั บาลเปนตน
ง) ดาํ เนินการควบคุมทางการเงิน หมายถึง การควบคุมการใชเงนิ และการชาํ ระหน้ี
ของกจิ การใหเปน ไปตามทว่ี างแผนไว ผบู รหิ ารการเงนิ จะตองตรวจสอบผลการปฏบิ ัติอยเู สมอ
เพ่อื คน หาขอ ผดิ พลาดและแกไขใหเ หมาะสม
8. แหลงที่มาของเงนิ ทุน
การประกอบธรุ กิจหรือผูประกอบการ จําเปนตอ งหาเงนิ ทุนมาใชใ นการดําเนินกจิ การ
เงนิ ทุนนน้ั ผปู ระกอบการตอ งจัดหาใหเ พยี งพอสําหรบั เงนิ ทนุ เร่มิ ตน และเงินทนุ หมนุ เวยี นของ
กิจการโดยสว นใหญ เงนิ ทนุ หมุนเวยี นมกั จะมไี มเพยี งพอในการดําเนนิ กิจการ ผปู ระกอบการจงึ
ตอ งหาแหลงเงินทนุ อ่ืน ๆ ตอ ไป
8.1 ความหมายของแหลง เงนิ ทุน
เงนิ ทุน หมายถึง ทรัพยท ีใ่ ชใ นการดําเนนิ ธรุ กจิ จะเปน เงนิ สดหรอื สนิ ทรัพยอ่นื ที่
นอกเหนอื จากเงินสด
แหลงเงนิ ทนุ หมายถึง ท่ีมมี าของเงนิ ทุนเพ่อื ใชในการดาํ เนนิ ธุรกิจ
8.2 ประเภทของแหลงเงินทนุ
แหลงเงนิ ทนุ แบงออกเปน 2 ประเภทดงั นคี้ อื
8.2.1 เงนิ ทุนจากสว นของเจาของกิจการ
8.2.2 เงินทนุ จากการกอ หน้ี (หนี้สนิ )
และยงั สามารถแบง ตามระยะเวลาได 3 ประเภทคือ
ก. แหลงเงนิ ทนุ ระยะสนั้
ข. แหลงเงินทุนระยะปานกลาง
ค. แหลงเงินทุนระยะยาว
8.2.1 เงินทนุ จากสว นของเจา ของกิจการ เปนเงนิ ทนุ ของผูป ระกอบการ หรือเงินของ
กลมุ ผปู ระกอบการซงึ่ จะแบง ออกเปน 2 ชนิดดังน้ี
159
1) เงินทุนสว นตวั เปนเงินสวนตวั ของผปู ระกอบการท่นี าํ มาลงทุนในกิจการ
ซ่ึงอาจไดจ ากเงินออมหรอื ทรพั ยอนื่ ๆ ทเี่ กบ็ สะสมไว ในปจ จุบันธรุ กิจสวนใหญมคี วามเห็นวา
การดําเนินธรุ กิจควรมีเงนิ ทนุ ของตัวเองอยา งนอ ยประมาณ 50 % ของเงินทุนท่ตี อ งการใชใ น
คร้งั แรก เพอ่ื เปน การแบงเบาภาระคา ใชจ ายเก่ียวกับดอกเบีย้
2) การระดมเงินทุน เมื่อเงนิ ทนุ สวนตวั มไี มเพยี งพอ ธุรกจิ อาจจะระดมเงินทนุ
ในรปู แบบตา ง ๆ เชน หางหนุ สวน บรษิ ัทจาํ กดั หรอื บรษิ ทั มหาชนจํากดั เปน ตน การระดม
เงินทุนเชน นีเ้ ปนทนี่ ิยมปฏบิ ัติกนั ในวงการธรุ กจิ ในปจ จบุ ัน เพราะผเู ปนหุนสวนหรอื ผถู อื หนุ ตอ ง
รว มรบั ผดิ ชอบในการดาํ เนนิ การดว ย
8.2.2 เงนิ ทนุ จากการกอ หนี้ แหลง เงินทนุ ประเภทนใี้ นทางบัญชีถือวาเปนหนสี้ ินการ
ลงรายการ หลงั จากทไ่ี ดเ งนิ ทนุ จากแหลง นี้มาจะตองลงรายการในชอ งหนสี้ นิ หรอื เจา หน้ี
ในกรณีมีการชาํ ระบัญชีหนสี้ นิ หรอื บญั ชี เจาหนจ้ี ะไดร บั การชําระจนเสรจ็ สน้ิ กอ น สวนของทุน
หรือสวนของผูถอื หนุ มกี ารกาํ หนดอัตราดอกเบ้ยี และระยะเวลาการใชค นื ตามสัญญาท่ที ํากนั ไว
ซ่งึ อาจแบง ไดด งั น้ี
1) แหลงเงินทนุ ในระบบ หมายถงึ การกยู มื จากแหลงเงนิ ทุนที่จดั ต้งั ขนึ้ โดย
ถูกตอ งตามกฎหมาย มที ง้ั แหลงเงินทุนภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งมกี ารกยู ืมระยะส้ัน ระยะ
ปานกลางและระยะยาว โดยจดั ใหเหมาะสมกับสภาพการดําเนินงานของกจิ การ ในท่ีน้จี ะกลา วถงึ
เฉพาะแหลง กยู มื ภายในประเทศท่ีสาํ คญั เทา นน้ั ไดแ ก
(1) การกยู ืมเงนิ ผานสถาบันการเงนิ ซึง่ จะเปน ผรู ะดมเงนิ ทุนท่เี หลอื ใชจาก
ผูออม และกระจายเงนิ ออมนั้นใหก บั ผปู ระกอบการทีต่ อ งการใชเ งินทนุ สถาบันการเงินเหลา น้ี
ประกอบดว ย
ก. ธนาคารพาณชิ ย เปน แหลง เงินทุนที่สาํ คัญท่ีสุดทใี่ หกยู ืมเงนิ แก
ลูกคา ท่ัวไป โดยทีผ่ ูกูต องมหี ลกั ประกนั การกูยืม เชน บัญชีเงินฝากสินคา สนิ ทรัพยอ่นื ๆ หรอื
บคุ คลที่ธนาคารเชื่อถอื เปนตน
ข. สถาบันการเงินอน่ื ๆ เปน แหลง เงนิ ทนุ ทใี่ หก ยู มื เชน เดียวกบั ธนาคาร
พาณิชย เชน บรษิ ทั เงนิ ทุน, บรษิ ทั หลักทรัพย, บริษัทเครดิตฟองซเิ อร, บรษิ ทั เงินทนุ อตุ สาหกรรม
แหง ประเทศไทย, สาํ นักงานธนกจิ อตุ สาหกรรมขนาดยอม, บรษิ ทั ประกนั ชวี ติ , โรงรบั จํานาํ ,
สํานักงานเงนิ กูเพือ่ สง เสรมิ การคา ของคนไทย, กองทนุ ประกันสนิ เชอื่ อตุ สาหกรรมขนาดยอ ม (กสย.)
2) แหลง เงินทนุ นอกระบบ
14
ตลาดเงินนอกระบบ เปน แหลง การเงนิ ทเ่ี กดิ ขึน้ ตามความจําเปน และ
สภาพแวดลอ มไมมีระเบยี บกฎเกณฑ ไมม ีการตดิ ตามและควบคมุ จากทางการ ขอตกลงตาง ๆ
160
(1) การเลน แชร
(2) เครดติ การคา
(3) การกยู มื เงนิ จากนายทุนเงนิ กู
(4) การซอื้ ขายลดเชค็
8.3 ปจ จยั ทก่ี ําหนดความเหมาะสมของการเลือกใชแ หลง เงนิ ทุน
16
8.3.1 ตนทนุ ของเงนิ ทนุ เชน ดอกเบย้ี ฯลฯ โดยเปรยี บเทียบกับผลตอบแทนท่ีจะได
จากการใชเ งินทุนนนั้
8.3.2 พิจารณาถงึ โครงสรางของเงนิ ทุนคอื พจิ ารณาสวนผสมของหน้ีกับทนุ จะตอ ง
อยูในเกณฑท ยี่ อมรับของนกั ลงทนุ
8.3.3 ความสะดวกในการจดั หาเงินทนุ
8.3.4 จงั หวะเวลาในการใชเงนิ ทนุ
8.4 การใชเ งินทนุ
11
หลังจากที่ผูป ระกอบการสามารถตัดสนิ ใจเลอื กแหลงที่มาของเงินทนุ ไดแ ลว ตอ ง
พจิ ารณาบริหารเงินทุนดังกลาวใหมปี ระสทิ ธภิ าพ ประหยัดและกอใหเกิดผลตอบแทนใหมากทส่ี ุด
ในบางคร้งั การตดั สินใจใชเ งนิ ทนุ เปนการตัดสินใจทส่ี ําคัญที่สุดในกระบวนการตดั สนิ ใจ ทจ่ี ะทํา
ใหการลงทนุ เหมาะสมและมปี ระสทิ ธิภาพ ดงั นี้
8.4.1 การจดั การสินทรพั ยหมนุ เวยี น สนิ ทรพั ยห มนุ เวยี น หมายถงึ สนิ ทรัพยท ่ี
เปลย่ี นเปน เงนิ สดไดภ ายในภายนอกไมเ กนิ 1 ป ไดแก เงนิ สด ลูกหนก้ี ารคา และสินคาคงคลงั
ในการจดั การเงนิ สดนนั้ จําเปน ตอ งดาํ เนนิ การใหก จิ การมีเงินสดในจํานวนทเ่ี พียงพอสาํ หรบั การ
ใชจายในทางการคา และสาํ รองไวใ นยามขาดแคลน หากมีเงินสดคงเหลือมากเกนิ ไปกจ็ ะไมท าํ ให
เกิดรายได ดังนน้ั ผูบริหารการเงินจะตองวางแผนและจัดการเกีย่ วกบั กระแสเงินสดรับเขา และกระแส
เงินสดจายออกใหสมดุลมากทสี่ ดุ
การจัดการเกีย่ วกบั ลูกหนก้ี ารคา จะตองเปน นโยบายเกย่ี วกบั การใหเ ครดิตการคาวา
จะมีระยะเวลานานเทาใด โดยพจิ ารณาจากความนาเชอ่ื ถอื ของลกู คา แตล ะราย และนโยบายการ
สงเสริมการขาย แตทง้ั นตี้ องคาํ นึงถึงตน ทุนของเงินที่จมอยใู นการคา ขายดว ย
การจดั การเกย่ี วกบั สนิ คาคงคลงั จะตองกาํ หนดปริมาณของสนิ คาคงคลงั ท่ีเหมาะสม
ไมใ หข าดแคลน แตกไ็ มใหม ีตน ทนุ จมอยใู นสินคาคงคลงั มากเกินไป
161
8.4.2 การจัดการสนิ ทรัพยถ าวร การจัดการสนิ ทรพั ยมคี วามสาํ คัญ เพราะตอ งใช
เงินทนุ จาํ นวนมากและมีผลผูกพนั กิจการระยะยาว อยา งไรก็ตามสนิ ทรัพยถ าวรถอื ไดวา เปนสินทรัพย
ท่ีกอใหเ กิดรายไดแ กก จิ การ เพราะมีความจําเปน ในการผลติ และเปน สถานที่ประกอบการ
ในการตัดสนิ ใจและดาํ เนินการลงทุนในสนิ ทรัพยถ าวรน้นั มปี จ จยั ทตี่ องคํานึงถึงคือจํานวนเงิน
ลงทนุ และผลตอบแทนทจี่ ะไดร บั จากสนิ ทรัพยถาวรนนั้ ซึง่ อาจจะอยูในรปู ของผลผลิตทเี่ พิ่มขึ้น
หรอื ตน ทุนทปี่ ระหยดั ได เปนตน
สนิ ทรัพยถาวร หมายถึง สินทรัพยท ี่มอี ายุการใชง านเกินกวา 1 ป เชน โตะ เกา อ้ี
เครอื่ งใชส ํานักงาน เครอื่ งมอื เคร่ืองจักร เปน ตน
8.4.3 การจดั โครงการลงทนุ การจดั โครงการลงทุนเปน เรื่องใหญและครอบคลุมการจดั
สินทรพั ยห มุนเวียนและการจัดสนิ ทรัพยถาวรทก่ี ลาวขางตน เพราะเปนเรือ่ งของการวิเคราะหแ ละ
ตดั สินในเก่ียวกับรายจายลงทุน กระแสเงินสดไหลเขาและไหลออก และผลตอบแทนทีค่ าดวาจะ
ไดร ับ ในการวิเคราะหแ ละคดั เลอื กโครงการในการลงทนุ นนั้ ผบู รหิ ารการเงนิ จะตอ งพจิ ารณา
ขอเสนอเกย่ี วกับรายจา ยทจ่ี ะลงทนุ แตล ะโครงการ ประมาณการกระแสเงินสด วัดผลตอบแทน
แลว คัดเลือกและจัดลาํ ดบั ความสาํ คญั ของโครงการตา ง ๆ เพ่ือนําไปสูการตดั สนิ ใจลงทุนตอไป
สรุป
การบรหิ ารการจดั การดานการบัญชีและการจัดการทางการเงนิ ไมว าจะเปนธรุ กจิ ดานการเกษตร
และดา นธุรกิจอุตสาหกรรมหรอื อ่ืน ๆนับวา มคี วามสาํ คัญและจาํ เปน อยางมาก ที่จะชว ยใหเจา ของกจิ การ
ทราบฐานะและผลการดาํ เนินงานของธุรกจิ ท่ตี นเปนเจาของ, ใชเปนหลักฐานอา งอิง ตรวจสอบ
ควบคุมรกั ษาและปองกันการผิดพลาดของกจิ การ ชว ยใหรัฐบาลไดจ ัดเกบ็ ภาษอี ยางถูกตองและเปน
ธรรม, ชวยใหขอมูลแกเจา หนี้ เพอื่ เปน แนวทางในการพจิ ารณาเครดิตของธรุ กจิ ในโอกาสตอ ไป, ชว ยให
ผบู รหิ ารมขี อ มูลประกอบในการตดั สินใจวางแผนดําเนินงาน และควบคุมกจิ การใหป ระสบความสําเรจ็
ตามความมุงหมาย การคาดการณเกี่ยวกบั ความตอ งการของเงนิ ทุนในกจิ การ การดําเนินการจดั หา
เงินทุนและการจดั สรรเงินทุนใชไ ปใหตรงตามวัตถปุ ระสงคของกิจการ
ในเรื่องความสําเรจ็ ในการทาํ ธรุ กจิ เกษตรอีกอยา งหนึ่งก็คือ ผปู ระกอบการหรอื ผทู ม่ี สี วนใน
การตัดสินใจจะตอ งมีความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกับการบญั ชี และการจดั การทางการเงินเปนอยางดี เพราะจะ
ชว ยใหวเิ คราะหถงึ ความสําเร็จและปญหาที่เกิดขึ้นได อกี ทง้ั การทาํ บัญชีทําใหเจาของธุรกิจเกษตร
สามารถดําเนินชวี ิตภายใตแนวทางหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง คอื การดาํ เนนิ ชีวิต
ที่ พอประมาณ มีเหตุผล ทาํ ใหเ กิดภมู ิคุมกนั ทีด่ ี มคี วามรูค ูค ุณธรรมสามารถนาํ ไปพฒั นาคณุ ภาพชีวิต
ใหม ีความสมดุล มัน่ คงและยั่งยนื ถาวรได
******************************
162
แบบฝก หัด
หนว ยท่ี 6 การบัญชแี ละการจดั การทางการเงิน
วัตถุประสงค เพ่อื ทบทวนความรทู ่ไี ดเ รยี นมาแลว
******************************************************************************
1. การบัญชีหมายถงึ อะไร และมคี วามสําคญั อยา งไร อธิบาย
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
2. จงอธิบายความหมายของสมการทางบัญชี มาพอเขา ใจ
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
3. งบการเงินแบงออกเปนกปี่ ระเภท อะไรบาง อธบิ าย
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
163
4. การบรหิ ารทางการเงนิ ของธรุ กิจ มขี อบเขตของการบริหารการเงนิ อยางไร อธบิ าย
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
5. แหลง เงนิ ทนุ หามาไดอ ยา งไรบาง ถานักศึกษาคิดจะหาแหลง เงนิ ทุนที่ดีจะเลือกจากแหลงใด
ใหเหตุผลอธิบายยกตัวอยาง
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
*****************************
164
แบบประเมนิ ผลกอ น-หลงั เรยี น
หนวยที่ 6 การบญั ชแี ละการจดั การทางการเงิน
วตั ถุประสงค เพ่ือประเมนิ ความรกู อนเรยี นและหลังเรียน
******************************************************************************
คําสงั่ จงเลอื ก X คาํ ตอบที่ทานเหน็ วาถกู ตอ งท่สี ุดเพียงคาํ ตอบเดยี ว
1. การบญั ชี หมายถึง 4. สนิ ทรัพย คอื ขอ ใด
ก. การเก็บเอกสารทุกชนิดมาลงบญั ชี ก. คาเชาบาน
ข. เปน การวิเคราะหขอมูลทางการเงินการ ข. คานํา้ คาไฟ
ค. การเกบ็ รวบรวม บันทึก จําแนกและ ค. เคร่ืองจกั ร
สรปุ ขอมลู เก่ียวกับสถานการณท าง ง. เงินกู
เศรษฐกิจในรปู ตวั เงนิ
ง. รวบรวม หลักฐานทางการเงินมา 5. ขอ ใด ไมจ ดั วา เปน เอกสารทใ่ี ชบนั ทกึ
บนั ทกึ เปน ตวั เงนิ
บัญชี
2. ขอใด เปน ความสาํ คญั ของการบญั ชีทมี่ ตี อ ก. ใบกาํ กับสนิ คา
องคการธุรกจิ ข. ใบวิเคราะหร ายการคา
ค. ใบลดหนี้
ก. มีขอมูลมาใชในการประกอบการ ง. ใบแจง หน้ี
ตดั สนิ ใจ
6. ผลกําไรหรอื ขาดทุนของกิจการ ทราบได
ข. ทราบฐานะของบรษิ ทั จาก
ค. รฐั บาลสามารถจัดเก็บภาษไี ดถกู ตอง
ง. ถูกทกุ ขอ ก. รายไดจ ากการผลิตหักดว ยคาใชจา ย
3. การบญั ชี เปนเร่อื งเกี่ยวขอ งกบั อะไรบาง การผลิต
ก. การสื่อขอมลู ทางการเงนิ ใหก บั บคุ คล
ข. รายไดผลผลติ บวกรายจา ยจากการผลิต
ตา ง ๆ เพ่ือปะโยชนใ นการตัดสินใจใน ค. สนิ ทรัพยบ วกหน้สี นิ และทนุ
การดําเนนิ ธรุ กิจ ง. สินทรัพยหกั หน้ีสนิ และทนุ
ข. การรวบรวมและการวเิ คราะหข อมลู 7. ขอ ใด ไมใชส นิ ทรพั ยใ นทางบัญชี
ทางการเงิน
ค. การบันทกึ การจดั หมวดหมู การ ก. เงนิ กูธ นาคาร
สรปุ ผลการดําเนนิ งาน ข. เงนิ สด
ง. ถกู ทุกขอ
ค. ท่ดี นิ
ง. ลขิ สทิ ธิ์
165
8. ขอ ใด ไมใชเอกสารท่ีใชใ นการบนั ทกึ 13. งบกาํ ไรขาดทุน จะตองแสดงรายการ
ใดบาง
บัญชี
ก. ใบเพมิ่ หน้ี ก. คาใชจ ายในการจาํ หนา ย
ข. ใบรายงานการใชเ ครอื่ งสบู นาํ้ ข. รายไดตาง ๆ ที่ไดรับ
ค. คา ใชจ า ยในการดําเนนิ งานทางธุรกจิ
ค. การตดั คาเสื่อมราคา ง. ถกู ทกุ ขอ
ง. ตั๋วแลกเงนิ 14. วตั ถปุ ระสงคใ นการบริหารงานการเงิน คือ
ก. เพ่อื ใหก ารเงนิ ของธรุ กจิ มสี ภาพคลอ ง
9. ขอ ใด คือ เงนิ ทนุ หมุนเวียน ข. เพอ่ื หวังผลกําไร
ก. พันธบตั รรฐั บาล ค. เพอ่ื ความมนั่ คงของบรษิ ัท
ข. อาคาร ง. ถกู ทกุ ขอ
ค. เครอ่ื งจักร 15. ขอบเขตการบรหิ ารเงนิ ไดแ ก
ง. เจา หนี้ ก. การจัดหา จดั สรรเงินทนุ
10. งบการเงนิ แบง ออกเปน กป่ี ระเภท ควบคุมทางการเงนิ
ก. 2 ประเภท ข. การคาดการณ การจดั หาเงิน การ
ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท จัดสรรเงินทุนไปใช
ง. 5 ประเภท ค. การวางแผน การตดั สนิ ใจ การ
11. งบการเงนิ ประเภทใด ทแี่ สดงถงึ ผลการ ควบคุม การทํารายงาน
ดําเนนิ งานของกจิ การในรอบระยะเวลาทแ่ี จง ง. การจดั หางาน การตัดสนิ ใจ การใช
ไว
เงนิ ทุน
ก. งบแสดงฐานะทางการเงนิ 16. ขอ ใด กลาวไวถูกตอ ง
ข. งบดุล
ค. งบกําไรขาดทนุ ก. ธรุ กจิ มีสภาพคลอ งสงู กาํ ไรจะสูง
ง. ไมมขี อ ใดถกู ข. ธรุ กิจมสี ภาพคลอ งสูงกาํ ไรจะต่ํา
12. รายการใดบาง ทไ่ี มแ สดงในงบดุล ค. ธรุ กิจมสี ภาพคลอ งตา่ํ กําไรจะพอดี
ก. หนี้สิน ง. ธุรกิจมีสภาพคลองตาํ่ กําไรจะต่าํ
ข. เงินสด 17. ขอ ใดตอ ไปนี้ ถือเปนแหลง การเงิน
ค. สภาพคลอ งของธรุ กิจ ก. ธนาคารพาณชิ ย
ง. กําไรสทุ ธิหรอื ขาดทุนสทุ ธิ ข. โรงรบั จาํ นาํ
ค. ตั้งวงเลนแชร
ง. ถกู ทุกขอ
166
18. แหลงการเงินนอกระบบคอื ขอใด
ก. ตลาดหลกั ทรัพย
ข. บรษิ ัทเงินทนุ อตุ สาหกรรม
ค. การเลนแชร
ง. บริษัทประกนั ภยั
19. การบริหารเงนิ ทุนจะประสบผลสาํ เร็จได
ตองตดั สนิ ใจเกี่ยวกับปญหาพ้ืนฐานอะไรบา ง
ก. จะทาํ อะไร จะทําเม่อื ไร จะทาํ อยางไร
ข. ขนาดของกจิ การ แหลง เงนิ ทนุ
ผลตอบแทนจากการลงทุน
ค. วางแผนการผลิต การจํานา ยและการ
บริการ
ง. การวางแผนการผลติ การวางแผน
การตลาด
20. ขอใดตอ ไปน้ี ไมใชหนา ทีข่ องงาน
การเงิน
ก. หนา ทวี่ างแผนและควบคมุ งาน
ข. หนา ทจ่ี ดั สรรเงินทนุ ทไ่ี ดม านาํ มาใช
ประโยชนใหไ ดมากทส่ี ดุ
ค. หนา ทจี่ ัดหาเงินทุนจากแหลงตางๆ
ง. หนาทใ่ี นการบริหารงานการเงนิ ใหมี
ประสิทธิภาพ
****************************
167
ใบงานท่ี 6
หนวยที่ 6 การบัญชีและการจัดการทางการเงนิ
****************************
เร่อื ง การบัญชีและการจัดการทางการเงนิ
จุดประสงคก ารเรียนรู
1. บันทึกรายรับหรอื รายจา ยท่ีเกิดข้ึนทัง้ ครัวเรอื นและจากการประกอบอาชพี ได
2. สามารถ คดิ กาํ ไร- ขาดทุนจากการประกอบอาชีพของตนเองได
จดุ ประสงคดานคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมของนกั ศกึ ษา
1. ดา นมนษุ ยสัมพนั ธ ในการมีสว นรวมรับฟง คนอืน่ เปน ผนู ําและผูตามทด่ี ี
2. ดา นความรับผิดชอบ ตอ สวนรวมและสวนบุคคล คอื การตรงตอ เวลา เขาหอ งเรียนทนั เวลา
การสง งานตามกําหนด ความสะอาดและถกู ตองของผลงาน
3. ดา นความมวี ินัยในตนเอง ความซอ่ื สัตยส จุ ริต แตงกายถกู ตองตามระเบียบ
4. ดา นความรูแ ละทักษะวิชาชพี มคี วามสาํ นกึ ดใี นการจดั การธุรกจิ เกษตรในทุกเรอ่ื งท่ีเก่ียวขอ ง
วัสดุ เครอื่ งมือ และอุปกรณ
1. กระดาษ A4 คนละ 4 แผน
2. โจทยร ายละเอียดและตาราง การลงบญั ชรี ายรบั -รายจา ย
3. โจทยรายละเอียดและตาราง การคิดกาํ ไร-ขาดทุน
4. แบบประเมินผลงานทมี่ อบหมาย
5. เอกสารประกอบการสอนหนว ยที่ 6
ข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ าน
1. ใหผ เู รียนไปรับโจทยบ นั ทึกรายรับหรอื รายจายทเ่ี กิดข้นึ ทงั้ ครวั เรอื นและจากการประกอบ
อาชพี และโจทยการคดิ กาํ ไร-ขาดทุนจากการประกอบอาชพี จากครูผสู อน(รายการวัสดุ
เคร่อื งมือและอปุ กรณขอ 1 -3 )
2. ทาํ บัญชีรายรับและรายจา ย
3. คดิ กําไร-ขาดทุน
4. เวลา 1.30 ชัว่ โมง
5. สงครผู สู อน
6. ครสู รปุ เพอ่ื ทดสอบความเขา ใจ ใหผ ูเรียนแกไขใหถูกตอง
7. ประเมนิ ผล
168
แหลง คน ควา
1. หนังสือเอกสารประกอบการสอนวชิ าการจดั การธุรกิจเกษตร
2. ทางอินเตอรเ น็ต
3. หนังส่อื และตําราเกย่ี วกบั การบรหิ ารจดั การทว่ั ไป
******************************
169
โจทย
ใหน กั ศึกษาจงบันทึกลงในบญั ชีรายรับ-รายจา ยทเี่ กิดขนึ้ ท้งั ครัวเรอื นและจากการประกอบอาชีพ
อ่นื ๆ ดงั รายละเอียดดังนี้
วนั ท่ี 27 ธันวาคม 2549 รับเงินคา จา งซอมบา น 1,000 บาท
ขายมะมว งไดเ งิน 2,000 บาท
กูเงินมา 1,500 บาท
จายคา กบั ขาว 300 บาท
จายคา จา งขดุ บอ เลยี้ งปลาบอที่ 2 2,000 บาท
ซ้อื ปุย ใสม ะมว ง 400 บาท
ซ้ือของใชในครวั เรือน 500 บาท
วันที่ 29 ธนั วาคม 2549 รับเงนิ คา จา งทาสีบา น 1,000 บาท
วันที่ 30 ธันวาคม 2549 จา ยคา สบู นาํ้ เขาบอเลย้ี งปลาบอท่ี 2 400 บาท
ซอ้ื พันธุปลา 1,000 บาท
ซื้ออาหารปลา 600 บาท
วนั ที่ 31 ธันวาคม 2549 ขายปลาบอที่ 1 ไดเงิน 3,000 บาท
ใหเงินลกู ใช 300 บาท
ฝากธนาคาร 2,000 บาท
ตอบคาํ ถาม ในเดอื นธนั วาคม 2549
มรี ายรับจากการประกอบอาชพี เทา ไร
มีรายรบั จากอน่ื ๆ เทาไร
มรี ายจา ยจากการประกอบอาชพี เทาไร
มีรายจา ยในครัวเรอื นเทา ไร
รวมรายรบั ทั้งสน้ิ เทา ไร
รวมรายจา ยท้งั สิน้ เทาไร
สรปุ มีรายรบั หรือรายจา ยตา งกนั เทาไรในเดือน ธนั วาคม 2549
170
โจทย
นายใจสู ประกอบอาชีพในการเลย้ี งปลาดกุ มรี ายรบั และรายจา ยจากการเล้ยี งปลาดุกดงั นี้
• ซอ้ื พนั ธลุ กู ปลาดกุ มา 800 บาท
• ซอื้ อาหารปลาดกุ มา 2 กระสอบเปนเงิน 700 บาท ใชแ ลว เหลือคิดเปน มลู คา 300 บาท
• จายเปนคา ขดุ บอ ท่ี 1 เปน เงนิ 2,000 บาท คาดวา จะสามารถเลย้ี งไดถ งึ 10 รนุ ขนึ้ ไป
• คิดคาแรงของตนเอง เปน เงนิ 500 บาท
• ขายปลาบอท่ี 1 ไดเ งนิ 3,000 บาท
• ใหน กั ศึกษานาํ รายการขา งตน ลงในแบบฟอรมการทําบัญชี เพอื่ คดิ กาํ ไร-ขาดทนุ จากการทํา
อาชีพเลยี้ งปลาดุก
บญั ชรี ายรับรายจา
รายรับ(บาท) ประกอบอาชีพ
คาใชจาย ซอ้ื
ประกอบ รายรับ รวม ประกอบ สนิ ทรพั ย
อาชีพ อนื่ ๆ รายรบั อาชพี ถาวร คาอาหา
ว/ด/ป รายการ (1) (2) (3) (1) (2) (3)
มีรายรับจากการประกอบอาชีพ เทา กับ บาท รวมรายรับทัง้ ส้ิน
มีรายรับจากอื่น ๆ เทากับ บาท รวมรายจายทั้งสน้ิ
มรี ายจา ยจากการประกอบอาชีพ เทากับ บาท สรปุ รายรับสงู กวาร
มีรายจายในครัวเรือน เทา กบั บาท รายจายสูงกวาร
171
ายในครัวเรอื น
รายจาย(บาท) รวม
รายจา ย
ในครัวเรอื น
(รวม 1-
คา คานํ้ามัน ใหลูกใช ฝากเงิน ชําระคนื 10)
เครื่องนุง รถ เงิน (8) เงินกู เบ็ดเตลด็
าร คาของใช หม (6) (7) (9) (10) (11)
(4) (5)
รายจา ย ในเดือน ธนั วาคม 2549 เทากบั บาท
รายรบั ในเดอื น ธันวาคม 2549 เทากบั บาท
เทากบั บาท
เทา กับ บาท
172
บญั ชีกาํ ไร-ขาดทุน
อาชพี การเลยี้ งปลาดุก 1 รุน
รายได
- ขายปลาดกุ ......................บาท
หัก ตนทนุ
- ซือ้ พันธุป ลาดุก ..........................บาท
- ซอื้ อาหารปลาดกุ ..........................บาท
- คาขนสง ..........................บาท
- ดอกเบย้ี เงนิ กู ..........................บาท
- ........................... ..........................บาท
- .............................. ..........................บาท
- ............................ ..........................บาท
- คิดคาแรง ..........................บาท
- คดิ รายจายสนิ ทรพั ยถ าวรเฉล่ียตอ รอบการผลิต ..........................บาท
รวม ..........................บาท
หัก อาหารปลาดุกคงเหลอื ..........................บาท ......................บาท
กาํ ไร หรอื ขาดทนุ จากการเลี้ยงปลาดุก ......................บาท
173
เฉลยขอสอบ
หนวยท่ี 6 การบัญชีและการจดั การทางการเงนิ
***************************
ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ตอบ ค ง ง ค ข ก ก ข ก ก
ขอ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
ตอบ ค ค ง ง ข ข ง ค ข ก
*********************************
หนว ยท่ี 7
นโยบายของรัฐบาลและกฎหมายที่เกีย่ วขอ งกบั ระบบธรุ กิจเกษตร
********************************
จุดประสงคการเรียนรู
หลังจากศกึ ษาในเนื้อหาหนว ยเรยี นน้แี ลว ผูเ รียนสามารถ
1. อธิบายความหมาย และความสาํ คัญของนโยบายเกษตรไดถกู ตอ ง
2. บอกข้นั ตอนกระบวนการกําหนดนโยบายได
3. อธิบายนโยบายการเกษตรท่สี ําคญั ทรี่ ฐั บาลนาํ มาใชกบั การเกษตรได
4. อธิบายถึงปจ จยั ทกี่ ําหนดความสําเรจ็ หรือความลมเหลวของการนํานโยบายไปใชไ ด
สาระสําคญั
นโยบายการเกษตร หมายถึง “แนวทางพฒั นาการเกษตรทมี่ ีวตั ถปุ ระสงคแ ละเปาหมาย
ตลอดจนระยะเวลาดําเนนิ งานโดยแนช ัด”
ความสาํ คัญของนโยบาย นโยบายเปน สง่ิ ท่มี ีความสําคญั เพราะนโยบายเปนเครื่องบง ชที้ ศิ
ทางการบริหาร และเปนขอมลู ท่ีผูบรหิ ารพิจารณาใชเ พอ่ื การตัดสนิ ใจและส่งั การ
ลกั ษณะทดี่ ขี องนโยบาย
- ควรมลี ักษณะสอดคลอ งกบั วตั ถุประสงค
- ตอ งกําหนดข้ึนจากขอมูลท่ีเปน จรงิ , มกี ลวธิ ีและจดั สรรทรพั ยากรใหเหมาะสมตอ การ
ดําเนนิ งาน
- สนองหรือสง ผลประโยชนใ หกับบุคคลโดยสว นรวม
- ตองเปน ถอ ยคาํ หรอื ขอ ความท่ีกะทัดรดั ใชภาษาที่เขา ใจงา ย
- ขอบเขตของวัตถปุ ระสงคมีความยดื หยนุ สามารถที่จะปรับปรงุ เปลย่ี นแปลงใหทนั ตอ
เหตกุ ารณใ หมเ สมอ
- จะตอ งเปน จดุ รวมหรอื ศูนยประชาสมั พนั ธข องหนวยงานตา ง ๆ ภายในองคก าร
- สามารถใชนโยบายเปน หลักการในการปฏบิ ตั ิภารกจิ ของตน
- คอบคลมุ ไปถึงสถานการณท่ีท่ีจะเกดิ ขึ้นในอนาคต
175
- ตอ งสอดคลอ งกบั ระเบยี บ กฎหมาย และขอ บังคับตาง ๆ ของสงั คมโดยสวนรวม และ
นอกจากนจ้ี ะตอ งสอดคลอ งกบั ความสนใจหรือความคดิ เหน็ ของสาธารณชนดว ย
กระบวนการกาํ หนดนโยบาย คอื การดําเนนิ ทางนโยบาย ซ่งึ มีขน้ั ตอนสําคญั ๆ 5 ขน้ั ตอน
1. การกาํ หนดนโยบาย ( Policy Formulation )
2. การอนุมัตินโยบาย ( Policy Approval )
3. การนํานโยบายไปปฏบิ ัติ ( Policy Implementation )
4. การประเมินนโยบาย ( Policy Evaluation )
5. การพฒั นานโยบาย ( Policy Development )
การพฒั นาหรอื นโยบายหลกั การจัดทาํ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 4-9 เนน การพฒั นาใน 5 เร่ือง คอื
1. ฟนฟูเศรษฐกจิ ของประเทศ
2. เรง การกระจายรายไดเพ่ือลดชองวางของรายได
3. เพิ่มการมงี านทําและยกระดบั ความเปนอยู หรอื คณุ ภาพชวี ิตของประชากรใหด ีขึน้
4. อนุรกั ษและบรหิ ารทรพั ยากรหลกั เชน ปา ไมและท่ีดนิ ใหด ขี น้ึ
5. เพม่ิ ขดี ความสามารถในการปอ งกนั ประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนนุ ความมั่นคงในบาง
พ้นื ท่ี
สรุปนโยบายการเกษตรในชว งแผนพัฒนาฉบบั ที่ 4 - 9 ดงั น้ี
1. นโยบายการใหความชว ยเหลอื ดานการผลิต
2. นโยบายดา นการตลาดและราคา
3. นโยบายการคา ระหวา งประเทศ
ปจจยั ที่กําหนดความสําเรจ็ หรอื ลมเหลวของการนาํ นโยบายไปปฏบิ ัติ จะประกอบไปดว ย
- ลกั ษณะของนโยบาย
- วัตถปุ ระสงคของความเปน ไปไดทางการเมือง
- ความเปน ไปไดทางเทคโนโลยี
- ความพอเพยี งของทรัพยากร
- ลักษณะของหนว ยงานทนี่ าํ นโยบายไปปฏบิ ตั ิ
- กลไกภายในหนว ยงานหรือระหวา งหนว ยงานทีน่ ํานโยบายไปปฏิบตั ิ
- ทศั นคติของผูทีน่ ํานโยบายไป
176
เน้อื หา
1. ความหมายของนโยบาย
นโยบาย ( Policy ) เปน คําทมี่ าจากภาษาบาลีโดยการสมาสคําวา " นย" ( เคา ความทสี่ อใหเขา ใจ
เอาเอง) กับคาํ วา " อบุ าย "( วิธีการอนั แยบคาย, เลหก ล,เลห เหลี่ยม )เขา ดว ยกัน และแปลเปน ความไดวา
หลกั การวธิ ีปฏิบัติซ่ึงถือเปน แนวดําเนนิ การ นโยบายเปนขอความหรือความเขาใจรว มกันอยา งกวาง ๆ
ท่ีใชเ ปนแนวทางในการตดั สินใจ เพ่อื การปฏบิ ัตภิ ารกจิ ตา ง ๆ ของผูบรหิ ารและของหนวยงาน ขอความ
ที่ใชเปน นโยบายมกั เปน คําท่มี ีความยดื หยนุ ได ไดมนี กั วชิ าการไดใหค วามหมายและคําจาํ กดั ความ
ของนโยบายไวหลายทา น แตเ ม่อื นาํ มาพจิ ารณาโดยละเอียดแลว ความหมายหรือคาํ จํากัดความ
ดงั กลาวมีลกั ษณะทไี่ มแ ตกตา งกันมากนกั
กรีนวดู (William T. Greenwood ) กลา ววา นโยบายหมายถงึ การตดั สนิ ใจขนั้ ตน อยา งกวา ง ๆ
จากขอมูลท่วั ไปเพอื่ ใชเ ปนแนวทางในการปฏิบัตงิ านใหเ ปนไปโดยถูกตอ ง และบรรลตุ ามวตั ถุประสงค
ทีไ่ ดก าํ หนดไว
เทอรรี ( George R. Terry ) กลา ววา นโยบายคือ การพดู หรอื การเขยี นถึงขอบเขตและแนวทาง
ทงั้ หมดเพอ่ื การปฏิบตั ิงาน
ไฮมานน และสกอตต ( Theo Haimann and William G. Scott ) กลาววา นโยบายคอื ขอบเขต
ของเหตุผลและผลท่ผี ูบ ริหารใชใ นการตดั สนิ ใจ
เจคอพ ( Charles E. Jacop ) นโยบายคือ หลกั การ แผนการหรอื แนวทางในการปฏบิ ตั ิงาน
เวยน ( A.R. Leys Wayne ) อธบิ ายถึงความหมายของนโยบายวา นโยบายคอื โครงการในการ
ปฏิบตั ิงานใหบ รรลถุ ึงเปาหมายอยา งมคี ณุ คา หรือเปนการตดั สนิ ใจเลอื กจดุ มงุ หมายและวิธกี ารในการ
บริหารองคกรใดองคกรหน่ึง
คุนนแ ละโดเนล ( Horold Koontz and Cyrel O' Donell ) หมายถงึ การตดั สนิ ใจลวงหนาวา จะ
ทาํ อะไร ทาํ อยางไร ทาํ เพ่ืออะไรและใครเปนผูทาํ เปน สะพานเชื่อมไปสูอนาคตตามทีต่ อ งการ และทํา
ใหสิ่งตา ง ๆ เกดิ ขึน้ ตามตองการ
อมร รักษาสัตย ( การพฒั นานโยบาย,2520 ) หมายถึง หลักการและกลวิธีทจ่ี ะนําไปสเู ปาหมาย
ทก่ี ําหนดไว
177
จากคําจาํ กดั ความและความหมายดังกลาว จะเห็นไดว านโยบายเปนกรอบสาํ หรับการตดั สนิ ใจ
ของผูบริหารในลกั ษณะแสดงใหเห็นถงึ วิถที าง และผลแหง การดําเนนิ งาน นโยบายท่ดี ียอ มทําใหก าร
ตดั สินใจถูกตอ งและดตี ามไปดว ย นโยบายทีด่ ที ําใหการบริหารงานเปน ไปไดอยา งมปี ระสิทธิภาพโดย
1. ชวยสนับสนุนใหมีการตดั สนิ ใจทถ่ี กู ตอ ง
2. เปน การควบคุมขนั้ พืน้ ฐานของการบรหิ ารงาน
3. ทาํ ใหเ กิดความแนน อนและการประสานงานในการปฏบิ ตั ิงาน
4. ชวยลดเวลาท่ีตอ งใชในการตดั สินใจ
ความหมายของนโยบายการเกษตร
พระราชบัญญตั ิเศรษฐกจิ การเกษตร พ.ศ. 2522 มาตรา 3 ไดใหความหมายของนโยบายวา
นโยบายการเกษตร หมายถงึ “แนวทางพฒั นาการเกษตรทมี่ ีวัตถุประสงคแ ละเปาหมาย ตลอดจน
ระยะเวลาดําเนินงานโดยแนช ัด” และยงั ไดใ หค วามหมายของคาํ วา การพฒั นาการเกษตรหมายถงึ
“ การขยายกาํ ลงั และเพิม่ ผลผลิตทางการเกษตร การทาํ ใหด ีขน้ึ ซง่ึ ภาวการณลงทนุ การผลติ การตลาด
ราคาสนิ คาเกษตรกรรม รายไดของเกษตรกร โภชนาการและสวสั ดกิ ารอืน่ ๆ ของเกษตรกร ตลอดจนถึง
การเก่ียวเน่อื งกับการนนั้ ”
ภาพที่ 39 นโยบายเศรษฐกจิ ของรัฐบาลสรุ ยุทธ 'ตลาดเสรฉี บบั พอเพียง'
178
2. ความสําคญั ของนโยบาย
นโยบายเปนสิ่งทมี่ คี วามสาํ คญั เพราะนโยบายเปน เครื่องบง ชที้ ศิ ทางการบรหิ าร และเปน ขอ มลู
ทผี่ ูบรหิ ารพจิ ารณาใชเ พือ่ การตดั สินใจและส่ังการ ดงั นน้ั นโยบายจึงมคี วามสําคัญตอ การบรหิ ารใน
ลกั ษณะดงั ตอ ไปนี้
2.1 นโยบายจะชว ยใหผ ูบริหารทราบวา จะทาํ อะไร ทาํ อยางไร และใชป จ จยั ชนิดใดบา ง
นโยบายจะชว ยใหผูบรหิ ารปฏิบตั งิ านตา ง ๆ อยา งมคี วามมัน่ ใจ เพราะนโยบายเปนทง้ั แผนงาน
เครอ่ื งชที้ ิศทาง และหลกั ประกนั ทผ่ี ูบรหิ ารทุกระดับชน้ั จะตองยดึ ถอื
2.2 นโยบายจะชว ยใหบ คุ ลากรทกุ ระดบั ชัน้ ในองคการ ไดเ ขา ใจถึงภารกจิ ของหนวยงานที่
ตนเองสังกัด รวมทัง้ วธิ ีการทจ่ี ะปฏบิ ัติภารกจิ ใหประสบผลสําเร็จ โดยไมซํา้ ซอนกับภาระหนาทขี่ อง
หนวยงานอน่ื ๆ ภายในองคก ารเดียวกนั และนโยบายยงั ชวยใหก ารประสานงานระหวางหนว ยงาน
เปน ไปไดงายขึ้น
2.3 นโยบายกอ ใหเกดิ เปา หมายในการปฏบิ ัติงาน ซงึ่ เปนส่งิ จาํ เปนอยางย่ิงสําหรบั การ
บรหิ ารงานทกุ ชนิด การบริหารงานโดยมีเปาหมายจะทาํ ใหประหยัดทั้งการเงิน เวลา บุคลากร รวมถึง
พลังความสามารถหรือศักยภาพของบคุ ลากรเหลา นั้นดวย นอกจากนั้นยงั ทําใหการทาํ งานของบุคลากร
เปนไปไดอยา งมีประสิทธภิ าพ และบรรลถุ ึงเปา หมายขององคการอยา งมีประสิทธผิ ลดวยเชน เดียวกัน
2.4 นโยบายท่ดี ีจะชวยสนับสนนุ สง เสรมิ การใชอ ํานาจของผบู รหิ ารใหเปนไปโดยถูกตอ งมี
เหตผุ ลและมีความยุติธรรม อนั จะนาํ มาซึง่ ความเช่อื ถอื ความจงรักภักดี และความมีนาํ้ ใจในการปฏิบัติงาน
ของผูใตบ ังคบั บญั ชา
2.5 นโยบายจะชวยใหเกิดการพฒั นาทางดานการบริหาร เพราะนโยบายจะพัฒนาผบู รหิ ารงาน
หรือผูใชใ หมีความสามารถในการแปลความ และทําใหนโยบายเปน สิง่ ท่สี ามารถจะปฏบิ ตั ไิ ด
นอกจากนนั้ นโยบายจะพัฒนาผบู รหิ ารใหรูจักคดิ ทํานโยบายขน้ึ แทนทจี่ ะคิดปฏบิ ตั ิตามนโยบายแตเพยี ง
อยา งเดียว
3. ลกั ษณะทด่ี ขี องนโยบาย ควรมลี ักษณะดังตอไปนี้
3.1 นโยบายทีด่ ีจะตองสอดคลองกบั วตั ถุประสงคขององคการ และสามารถท่ีจะชวยใหก าร
ดาํ เนนิ งานบรรลถุ งึ เปา ประสงคได
3.2 นโยบายทด่ี จี ะตองกาํ หนดข้ึนจากขอ มลู ทเ่ี ปนจรงิ มิใชเปนขอ มลู ท่ีเปน ความคิดเหน็
สวนตวั หรือขอมลู ทเี่ กิดขน้ึ ตามโอกาสอนั ไมแ นน อน
179
3.9 นโยบายทด่ี ีจะตองสอดคลอ งกับปจจยั ภายนอกองคการ กลา วคือจะตองสอดคลองกบั
ระเบยี บ กฎหมาย และขอ บงั คบั ตา ง ๆ ของสังคมโดยสวนรวม นอกจากนีจ้ ะตอ งสอดคลอ งกับความ
สนใจหรือความคิดเหน็ ของสาธารณชนดว ย
4. กระบวนการกาํ หนดนโยบาย คือ การดาํ เนนิ ทางนโยบายซงึ่ มขี ั้นตอนสําคญั ๆ 5 ขั้นตอน
4.1 การกาํ หนดนโยบาย ( Policy Formulation )
4.2 การอนมุ ตั นิ โยบาย ( Policy Approval )
4.3 การนํานโยบายไปปฏบิ ตั ิ ( Policy Implementation )
4.4 การประเมินนโยบาย ( Policy Evaluation )
4.5 การพัฒนานโยบาย ( Policy Development )
5. การพฒั นาหรอื นโยบายหลักการจดั ทาํ แผนพฒั นาฯ ต้งั แตฉ บับท่ี 4 ถงึ ปจ จบุ นั
สวนการจดั ทาํ แผนพัฒนาฯตง้ั แตฉ บับท่ี 4 เปนตนมาจนถงึ ปจจุบัน จะไมแยกแนวทางการ
พัฒนาออกตามสาขาเศรษฐกจิ แตแ ยกออกเปนแผนงานตาง ๆ ท่เี ก่ียวของในแตล ะเรอื่ ง ดงั เชน ใน
180
- ฟนฟูเศรษฐกิจของประเทศ
- เรงการกระจายรายไดเพื่อลดชอ งวางของรายได
- เพม่ิ การมีงานทาํ และยกระดบั ความเปนอยู หรอื คณุ ภาพชวี ิตของประชากรใหด ขี น้ึ
- อนุรักษแ ละบรหิ ารทรัพยากรหลกั เชน ปา ไมและท่ีดนิ ใหดขี ึ้น
- เพิ่มขดี ความสามารถในการปองกนั ประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนนุ ความมน่ั คงในบาง
พนื้ ที่
โดยในสว นของการพฒั นาหรอื นโยบายหลกั ทป่ี รากฏอยูในแผนพัฒนาฯ จะถือเปนแผนแมบ ท
หรือเปน กรอบของนโยบาย ทก่ี ระทรวงหรือทบวงทเ่ี กย่ี วขอ ง จะนาํ ไปจัดทาํ แผนปฏิบัตกิ ารในแตล ะ
ชวงของแผนพฒั นาฯ ท่อี าจจะประกอบไปดวยแผนงาน หรอื โครงงานตาง ๆ ยอยลงไปอีก เพ่ือให
บรรลวุ ตั ถุประสงคของนโยบายหลกั ในแผนพัฒนาดังกลา ว อยางไรกต็ ามเน่อื งจากปจจุบนั ประเทศอยู
ในชวงเวลาของการใชแ ผนพฒั นาฯ ฉบับท่ี 9 ดงั นน้ั จึงจะสรปุ ถงึ นโยบายการเกษตรในชว ง
แผนพฒั นาดังกลาว ดงั นี้
5.1 นโยบายการใหความชว ยเหลือดา นการผลิต
การใหค วามชว ยเหลอื ดา นการผลติ แกเ กษตรกรไทย น้ันรฐั บาลมนี โยบายดา นตาง ๆ
หลายดา น ดังนี้
5.1.1 นโยบายการจดั หาทดี่ นิ ทาํ กินใหแกเกษตรกร
นโยบายการเกษตรที่มงุ ชว ยเหลือเกษตรกรในดานการผลิต โดยการจดั หาท่ดี ินทํา
กนิ เปน นโยบายท่กี าํ หนดไวต ้งั แตแ ผนพฒั นาฉบบั ท่ี 1 เร่ือยมาจนถงึ ฉบับท่ี 5 ซึ่งเปน แนวทางหลกั ทาง
หน่งึ ในการปรบั โครงสรางและเพ่มิ ประสทิ ธิภาพทางเศรษฐกจิ อยางไรก็ตามการจดั หาทด่ี นิ ทาํ กนิ
ใหแ กเ กษตรกรท่ีไมมที ด่ี นิ เปนของตนเองน้นั รัฐบาลมีการดาํ เนนิ การมากอนใชแ ผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี 1
นอกจากน้ยี ังมกี ารจัดทด่ี นิ ใหแ กเ กษตรกรของหนว ยงานอ่นื ๆ เชน กรมพฒั นาท่ีดนิ และกรมปา ไม
แตต อ มามีการจดั ต้งั สํานกั งานปฏริ ปู ทดี่ นิ เพ่ือการเกษตรกรรม(ส.ป.ก)ในป พ.ศ.2518 ตามนโยบายการ
ปฏริ ปู ท่ีดินเพอ่ื เกษตรกรรมจากน้นั มาจนถึงปจจบุ ันเปน หลัก
การปฏิรูปทด่ี นิ เพอ่ื เกษตรกรรม
การปฏิรูปท่ีดินตามความหมายทีบ่ ญั ญตั ไิ วในกฎหมายมาตรา 4 พระราชบญั ญัตกิ าร
181
1) ปรับปรุงสทิ ธแิ ละการถอื ครองที่ดิน เพอื่ ใหเกษตรกรมโี อกาสเปน เจา ของทด่ี นิ
เพื่อเปน การกระจายรายไดแ ละสรา งความเปน ธรรม
2) พฒั นาเกษตรกรรมใหเกษตรกรมคี วามกนิ ดอี ยูด ี เพอ่ื เสริมสรา งความเจริญ
ใหท อ งถ่ินจากวตั ถุประสงคด ังกลาว ส.ป.ก จงึ กําหนดภาระกิจการดําเนินงานปฏิรูปทีด่ นิ เพื่อ
เกษตรกรรมไว 3 ขนั้ ตอน โดยเริม่ จากงานจัดทดี่ นิ เปน ข้ันตอนแรก ตามดว ยงานพัฒนาโครงสราง
พน้ื ฐาน และงานเพมิ่ รายไดแ กเ กษตรกรตามลําดับ ในสว นของงานจัดที่ดนิ ซง่ึ เกยี่ วขอ งกับการจดั หา
ที่ดนิ ทํากนิ ใหแ กเกษตรกรโดยตรง มีการดาํ เนินงานทง้ั ในสว นทดี่ นิ ของรัฐและท่ดี นิ เอกชน
(1) ท่ีดนิ ของรฐั
ทีด่ นิ ของรฐั ทน่ี าํ มาปฏิรปู ไดแกท สี่ าธารณะประโยชนซ่งึ ราษฎรเลิกใช
รว มกัน ทีส่ าธารณสมบัตแิ ผนดนิ ทร่ี กรา งวา งเปลา ทอี่ ยนู อกเขตปา ไมถ าวร ปา สงวน ทเี่ ส่อื มโทรม
เปน ตน เพือ่ ใหเกษตรกรใหเ กษตรกรผคู รอบครองอยเู ดมิ ไดเ ชาหรือซอ้ื หรอื เขาทาํ ประโยชน ตามท่ี
เกษตรกรยืน่ คาํ รอ งไว ซ่งึ เกษตรกรจะไดร บั หนังสอื รับมอบท่ดี นิ (ส.ป.ก.4-28) และหนังสอื อนญุ าต
เขาทาํ ประโยชนใ นเขตปฏิรปู ท่ีดนิ (ส.ป.ก.4-01)
(2) ทด่ี ินเอกชน
เอกชนนาํ มาแปรรปู คือ ที่ดินท่ี ส.ป.ก. จดั ซอ้ื หรอื เวนคนื จากเจาของท่ีดนิ
ท่ีตองการขาย หรอื มีท่ีดินมากเกนิ กวาทพี่ ระราชบญั ญตั ิการปฏิรปู ทด่ี นิ เพ่อื เกษตรกรรมกาํ หนดไว
ผลการดําเนินการจดั ที่ดนิ ของ ส.ป.ก.แยกตามประเภททด่ี ินดงั นี้
ก. การจดั ที่ดินในสวนของรัฐ
โดยการสํารวจรงั วดั การถอื ครองทดี่ นิ การสอบสวนสิทธิครอบครอง
และเจรจากระจายสทิ ธิ และการจัดท่ีดนิ ใหแ กเ กษตรกรและมอบหนงั สอื อนญุ าตใหเ ขาทาํ ประโยชนใ น
เขตปฏิรูปทดี่ ิน(ส.ป.ก4-01) ตามลําดับ
182
ข. การจดั ทด่ี นิ ในที่ดนิ เอกชน
การจัดซ้อื ทด่ี ินจากเจา ของท่ดี นิ ท่มี ีทดี่ นิ เกนิ กวา กฎหมายปฏิรูปที่ดนิ
กาํ หนด หรือกรณที เ่ี จา ของท่ดี ินมิไดท าํ ประโยชนใ หแ ก ส.ป.ก จดั ใหเ กษตรกรไดท าํ ประโยชน และ
การจัดทีด่ นิ จากทด่ี นิ ท่ีจดั ซอื้ มาใหเ กษตรกรเชา หรอื เชาซ้ือเพือ่ ทําประโยชนใ นทด่ี นิ จะเห็นไดวา การ
ดาํ เนนิ งานในสวนของทดี่ นิ เอกชนเปรยี บเทยี บกบั ท่ดี นิ ของรฐั แลว นอยกวา กนั มาก เน่อื งจากปญ หาท่ี
สาํ คญั กค็ อื ราคาทีด่ ินสงู เกินสมควร ทําใหเ กิดผลกระทบแกเกษตรกรผูเชา ซือ้ หรือหากจดั ซอ้ื ทดี่ ิน
ราคาตํา่ กเ็ ปน ท่ดี ินทไ่ี มเหมาะสมกบั การเกษตรกรรม และอยูห า งไกลการคมนาคม อยางไรก็ตาม
เน่ืองจากความจาํ กดั ของทด่ี นิ ซึ่งนับวันจะนาํ มาจัดสรรไดน อ ยลง และเปน ท่ดี นิ ทไี่ มเหมาะสมกับการ
ทําการเกษตร ดงั น้ันบทบาทในชวงหลงั ของ ส.ป.ก จึงเปน เรือ่ งของการรบั รองสิทธทิ ํากนิ ใหกับ
ราษฎรทมี่ ีทด่ี ินทํากนิ แตไมถกู กฎหมายมากกวา จัดหาทีด่ ินทํากนิ และในอนาคตตองเนนในเรอื่ งของ
การปรบั ปรงุ พนื้ ท่ดี นิ ใหม คี วามเหมาะสมกบั การทําการเกษตร การพฒั นาโครงสรา งพ้นื ฐานตาง ๆ ใน
เขตปฏริ ูปที่ดิน เชน การพฒั นาแหลง น้ําขนาดเลก็ การพฒั นาถนน เปนตน
5.1.2 การพฒั นาแหลงนาํ้ เพอื่ การเกษตร
การพัฒนาแหลง นาํ้ เพอื่ การเกษตรหรือการพฒั นาระบบชลประทาน เปนการพฒั นา
โครงสรา งพืน้ ฐานเกยี่ วกบั ทด่ี ิน ทีจ่ ะทาํ ใหการใชทด่ี นิ เกิดประโยชนส งู สุด เพราะจะทาํ ใหเ พาะปลูก
ไดมากขนึ้ มผี ลผลติ ตอ ไรสงู ขน้ึ จึงนับวา มีความสําคญั ในดา นการเพ่ิมผลผลติ และเปน อีกมาตรการ
หนึง่ ทีก่ ําหนดเปน แนวทางในการพัฒนาสาขาเกษตรของประเทศไทย ทั้งนก้ี ารพัฒนาแหลงน้ํามี
ความสาํ คัญตอการเกษตรของไทยมากทส่ี ดุ คอื การพฒั นาแหลงนํา้ ของกรมชลประทาน ท้งั ขนาดใหญ
กลางและเลก็
โดยผลของการพัฒนาดงั กลา ว ทาํ ใหใ นประเทศไทยมีพน้ื ทใี่ นเขตชลประทานของ
โครงการชลประทานขนาดใหญ และขนาดกลางทส่ี รา งเสร็จแลว และพ้ืนท่ีทีไ่ ดร ับประโยชนจ าก
ชลประทานขนาดเลก็ เทา กบั รอยละ 23.45 ของพืน้ ทีท่ าํ การเกษตรท้ังหมด ซงึ่ สว นใหญอ ยใู นภาคกลาง
รองลงมาคอื ภาคเหนอื ตะวนั ออกเฉยี งเหนือและภาคใตต ามลําดับ อยา งไรก็ตามการพัฒนาแหลง นาํ้
ขนาดใหญนับวันแตจะมปี ญหามากขน้ึ เชน สภาพภมู ปิ ระเทศและแหลงนาํ้ มนี อ ยลง การทาํ ลาย
ส่งิ แวดลอ มทเ่ี กดิ จากการสรา งเขื่อน การตอ ตา นจากราษฎร ซึ่งแนวโนมของนโยบายในอนาคตจงึ เปน
เรอื่ งของการพยายามใชน ํา้ จากแหลง น้ําตาง ๆ ทีพ่ ัฒนาแลวใหม ปี ระสทิ ธิภาพมากท่ีสดุ และรักษา
คณุ ภาพของนาํ้ ตามแหลงน้ําตาง ๆ และหนั มาพัฒนาแหลงนา้ํ ขนาดเลก็ และขนาดกลางใหม ากขน้ึ
183
5.1.3 นโยบายการอดุ หนนุ ปจ จยั การผลติ
ตงั้ แตเรมิ่ ใชแผนพฒั นาเศรษฐกจิ ฯ ฉบบั ท่ี 1 นโยบายการเกษตรกไ็ ดก ําหนด
วัตถปุ ระสงคท จี่ ะเพ่ิมการผลติ ดว ยการใชป จจัยการผลติ สมัยใหม ท่มี บี ทบาทมากในการเพิ่มผลผลติ
ซง่ึ เปนนโยบายท่รี ัฐบาลมีการดาํ เนินการมาอยา งตอเน่ือง
การอุดหนุนปยุ เคมใี หแกเ กษตรกร
ปุยเคมี เปนปจ จยั การผลิตสมัยใหมปจ จยั หนง่ึ ทมี่ บี ทบาทอยา งย่ิงในการเพ่ิมผลผลิต
ซ่ึงรฐั บาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ พยายามสงเสรมิ ใหเกษตรกรมีการใชอยางเหมาะสม ควบคู
กับการใชเทคโนโลยกี ารผลิตอนื่ ๆ อยา งถกู ตอ งเหมาะสมและทัว่ ถงึ แตเ นื่องจากปยุ มีราคาคอ นขา งสูง
เมอื่ เทยี บกับราคาผลิตผลที่เกษตรกรขายได จึงเกดิ เปน ปญ หาและอุปสรรคแกก ารสง เสริมการใชป ุย เคมี
แกเกษตรกรเปน อยา งมาก ดงั นัน้ รัฐบาลจึงไดกาํ หนดนโยบายจัดหาปยุ เคมี เพอ่ื ชวยเหลือเกษตรกรเปน
ประจําทกุ ป ท้งั ปยุ ที่ใชใ นนาขา วและปุย ทใี่ ชกับพืชไร นอกจากนี้ยงั ไดม ีการกําหนดแนวนโยบายใน
การจดั หาปยุ เคมี โดยจดั เปน แผนระยะสนั้ และระยะยาว เพอ่ื ใหเกษตรกรมน่ั ใจวา จะมีปุย ใชในการผลิต
ตรงกบั ระยะเวลาของความตองการใชแ ละมรี าคาตา่ํ พอควร
โดยในระยะแรก ๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณเ ปนผูจดั ซือ้ และจัดสรรให 3 หนว ยงาน
คอื องคการตลาดเพ่อื การเกษตรกร(อ.ต.ก) ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณก ารเกษตร(ธ.ก.ส)
ชมุ นมุ สหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย(ช.ส.ท) ขายปุยเคมใี หแกเ กษตรกรในราคาต่ําและมีคณุ ภาพ
ตอ มามีการเปลี่ยนมาใชว ธิ ีการจัดหาปยุ เพอื่ ชว ยเหลอื เกษตรกรแบบใหม โดยใหรฐั จัดหาเงนิ เขากองทุน
รวมเพือ่ ชว ยเหลือเกษตรกรและกองทนุ สงเคราะหการเกษตร เพอื่ จดั ใหห นว ยงานท่ีเกย่ี วของนาํ ไปให
องคก รการเกษตรนําไปกยู มื เพอื่ ซือ้ ปยุ กนั เองตามความตอ งการใชท งั้ ชนิดและปรมิ าณ อกี ทงั้ มรี าคาที่
ต่ํากวาทอ งตลาดดว ย
5.1.4 นโยบายการพัฒนาองคก รและสถาบนั การเกษตร
ในแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติทกุ ฉบบั ตา งกใ็ หค วามสาํ คญั ตอ การ
พัฒนาองคกรหรือสถาบันเกษตรกรในระดบั ทอ งถน่ิ เพอ่ื ใหเกษตรกรไดม ีสวนรวมกนั ในการแกไ ข
ปญหาตา ง ๆ และชว ยเหลอื ซง่ึ กันและกัน อนั จะนําไปสคู วามเจริญกา วหนา ของเกษตรกรเอง อกี ทง้ั ยัง
เปนการปพู ืน้ ฐานวถิ ที างประชาธปิ ไตยในระดับทอ งถิน่ สถาบันเกษตรกรทมี่ คี วามสาํ คญั ในปจจุบนั
มี 2 ประเภทคอื สหกรณการเกษตรและกลมุ เกษตรกรมีรายละเอียดดังนี้
1) สหกรณการเกษตร คือ องคก ารท่ีผปู ระกอบอาชพี ทางการเกษตรรวมกนั จดั ตั้งขึ้น
และจดทะเบยี นเปน นิตบิ คุ คลตอนายทะเบยี นสหกรณต ามกฎหมาย โดยมีจุดมุงหมายเพื่อใหส มาชิก
184
วตั ถปุ ระสงคแ ละการจัดตัง้ สหกรณการเกษตร
สหกรณการเกษตรเปนสหกรณที่มสี มาชกิ ประกอบดว ย เกษตรกร ซึ่งรฐั บาล
สงเสริมใหมีการจดั ต้งั ขึน้ โดยมีวัตถุประสงคต า ง ๆ ดังน้ี
(1) ใหส ินเชอื่ เพ่ือการเกษตร
(2) จดั หาวัสดกุ ารเกษตรและส่ิงของจําเปน จาํ หนาย
(3) จดั หาตลาดจาํ หนายผลิตผลและผลติ ภณั ฑของสมาชกิ
(4) รบั ฝากเงนิ
(5) จดั หาบรกิ ารและบํารุงทีด่ ิน
โดยเฉพาะอยา งยิ่งในดานการตลาด จึงมสี หกรณท ด่ี ําเนนิ งานแบงได 3 ระดบั คือ
ก. สหกรณข น้ั ปฐมหรอื สหกรณท องถิน่ มอี ยู 3 ประเภท คือ สหกรณก ารเกษตร
ทว่ั ไป สหกรณก ารเกษตรในเขตพัฒนา และสหกรณการเกษตรรูปพิเศษ
ข. สหกรณขนั้ มธั ยมหรือชมุ นุมสหกรณจ งั หวัด
ค. สหกรณขัน้ ยอดหรือชมุ นมุ สหกรณก ารเกษตรระดบั ชาติ
ผลการจัดตง้ั และผลการดําเนินงานของสหกรณก ารเกษตร
การพฒั นาสถาบันเกษตรกรในรูปของสหกรณของรัฐนน้ั วางเปาหมายในการ
ดาํ เนนิ กจิ กรรม เรม่ิ ตงั้ แตการใหเ กษตรกรตระหนกั ในการชวยเหลือซงึ่ กันและกนั จากดานการผลิต
จนกระทง่ั สามารถพฒั นาสกู ารทําธรุ กจิ ดา นการตลาดและการแปรรูปผลผลิต ใหเปน ฐานสรางอํานาจ
ตอ รองเพ่ือยกระดบั รายไดใ หแ กสมาชกิ โดยรฐั ไดท มุ เทใหค วามชว ยเหลือในรปู แบบตาง ๆ ตงั้ แตก าร
พัฒนาบุคลากรใหม ีความรใู นเชิงบรหิ ารธรุ กิจ การลงทุน จดั บริการพน้ื ฐานทางเศรษฐกิจ การสงเสรมิ
ธรุ กิจและการสง เสรมิ อาชพี โดยมีกรมสง เสรมิ สหกรณดแู ลรับผิดชอบ และจากการดาํ เนนิ งาน
ของสหกรณการเกษตร พจิ ารณาจากมูลคา ธุรกจิ ทด่ี ําเนนิ งานผา น ๆ มา ปรากฏวา สว นใหญเปน การ
ใหก ยู ืมและรบั ฝากเงนิ จากสมาชกิ
เนื่องจากการจดั ตั้งสหกรณก ารเกษตร มไิ ดเกิดจากปญหาพ้นื ฐานท่ที าํ ใหเ กษตรกร
รวมตัวกนั จดั ตง้ั ขึ้น แตเ ปน การจัดต้งั โดยกรมสง เสริมสหกรณต ามนโยบายของรฐั เกษตรกรหรอื สมาชิก
สวนใหญ ยังขาดความรคู วามเขาใจเร่อื งของสหกรณ ท่ีเขามาเปน สมาชกิ กเ็ พอ่ื ตองการกยู ืมเงนิ มากกวา
185
2) กลุมเกษตรกร คอื การรวมกันของเกษตรกรท่จี ดทะเบยี นเปนนิติบุคคล
ตามประกาศคณะปฏิวตั ิฉบับท่ี 140 และ 141 ลงวันท่ี 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 ทมี่ อี ํานาจหนา ทแ่ี สวงหา
ทุนจากสถาบนั การเงนิ ของรฐั หรือเอกชนมาดําเนินการใหเจรญิ กาวหนา ยิ่งขึน้ ภายใตการสนบั สนุน
สงเสรมิ และกาํ กับของทางราชการ และสามารถเปน สหกรณตอ ไปในอนาคต
วตั ถปุ ระสงคแ ละการจัดตงั้ กลุมเกษตรกร
เพื่อใหเ กษตรกรชวยเหลอื ซงึ่ กันและกันภายในกลมุ เชน การหาสินเช่ือและปจ จยั
การผลติ ตาง ๆ การทําธุรกจิ คาขายผลิตผลเกษตรเปน ตน โดยกรมสง เสรมิ การเกษตรทาํ หนาที่ให
ความรทู างดานวชิ าการ เชน การอบรมความรทู างดานการจัดการธุรกิจการตลาด นอกจากนน้ั ยังมี
โครงการความชว ยเหลอื ผานกลมุ เกษตรกรอยูบา ง เชน ในเรือ่ งการทาํ แปลงสาธิต และจัดสรรเมลด็
พันธุ เปนตน แตกเ็ ปน เพยี งสว นนอ ยเทา นนั้ โดยทว่ั ไปวตั ถปุ ระสงคข องกลมุ เกษตรกรมเี หมอื นกบั
วตั ถปุ ระสงคของสหกรณก ารเกษตร
กลมุ เกษตรกรตงั้ แตเริม่ มีการจดั ต้งั ขน้ึ อยางเปนทางการจนถงึ ปจ จุบัน โดยการ
ดาํ เนินของธรุ กิจของกลมุ เกษตรกรในดานตา ง ๆ ไดแก การรับฝากเงนิ การใหก ูย มื การรวบรวม
ผลผลติ การจําหนายสนิ คา และการใหบรกิ ารสงเสรมิ การเกษตร ซ่ึงจะเหน็ ไดว า มกี ารดําเนนิ ธรุ กิจ
เชนเดยี วกันกบั สหกรณการเกษตร แตผ ลการดาํ เนนิ งานปรากฏวา สว นใหญเ ปน การจดั หาสินคามา
จําหนายใหแ กส มาชกิ และการรวบรวมผลผลิต การใหก ยู มื และการรบั ฝากเงนิ มนี อยกวา มาก แตกตา ง
จากผลการดําเนินงานของสหกรณก ารเกษตร ทส่ี ว นใหญเปน การใหก ยู ืมและการรบั ฝากเงนิ ในดาน
ความเขม แข็งของกลมุ พจิ ารณาจากการท่ีกลมุ สามารถพงึ่ พาตนเอง ไมจําเปน ตองรบั ความชวยเหลอื จาก
186
5.1.5 นโยบายสินเชอ่ื การเกษตร
คือ การจดั หาสินเชอ่ื ใหแกเกษตรกรเพือ่ เปนเงินทนุ ในการประกอบอาชีพ โดยมี
นโยบายจดั หาแหลง อุปทานสินเชอ่ื ที่เปนสถาบันใหแ กเ กษตรกร ท้งั ลักษณะของจัดตั้งสถาบนั ข้ึนมาเพ่อื
อาํ นวยสินเช่ือการเกษตรเอง คือ ธนาคารเพอื่ การเกษตรและสหกรณการเกษตร และการกาํ หนดมาตรการ
ใหส ถาบนั การเงินสําคญั ของเอกชน คอื ธนาคารพาณิชยเขา มามีสว นอาํ นวยสนิ เชื่อทางการเกษตร ทําใหมี
อัตราดอกเบ้ียทีต่ ่ํากวา สินเชื่อนอกระบบ นอกจากนใ้ี นปจ จบุ นั ยังใหค วามสําคญั กบั การประกอบอาชีพอื่น
ๆ ของเกษตรกร เพ่อื ชว ยเพม่ิ รายไดและยกฐานะทางเศรษฐกจิ ของเกษตรกรใหส ูงข้นึ อกี ดว ย
5.2 นโยบายดา นการตลาดและราคา
นโยบายดา นการตลาดและราคา เปนนโยบายทจี่ ะใชปฏบิ ัตกิ ารควบคูก ันไป ซ่ึงการใช
นโยบายตลาดและราคาเปน การแทรกแซงดา นตลาด และราคาของสินคา เกษตรซ่ึงจดุ มุงหมายสว น
ใหญก็เพือ่ ชว ยเหลอื ผูผลติ คือ เกษตรกรเปน หลกั เนือ่ งจากปญหาดานตลาดและราคาสนิ คา เกษตรท่ี
เกดิ ขนึ้ มกั เปน ราคาท่ีตกต่ํา ซ่ึงมีผลกระทบตอการลดลงของรายไดและความไมแ นน อนของรายไดข อง
เกษตรกร โดยนโยบายทีใ่ ชใ นอดตี และปจ จบุ นั มดี ังนี้
5.2.1 นโยบายพยงุ ราคาหรอื การประกนั ราคา
การพยุงราคาและการประกันราคามคี วามหมายคลา ยกนั เพราะถา ประกันวาราคาจะ
เปนเทาใดกเ็ ทา กับรักษาระดบั ราคาหรอื พยงุ ราคาไวท่ีระดับราคานัน้ ๆ อาจจะสูงหรอื ตาํ่ กวา ราคา
ตลาดกไ็ ด ถาต่าํ กวา จะเรียกวา ราคาประกนั แตห ากรักษาระดบั ไวสงู กวา ราคาตลาดจะเรียกวา การพยงุ
ราคา
187
นโยบายดงั กลา วหากสามารถรกั ษาระดับราคาไวส งู กวา ราคาตลาด ทาํ ใหเ กษตรกรไดร ับ
ราคาสงู ข้ึนและมีรายไดมากขึ้นตามปรมิ าณสนิ คาที่แตล ะรายผลติ และขายแตผบู รโิ ภคภายในประเทศ
ตองซื้อสินคาแพงข้นึ ทาํ ใหร ฐั บาลตองมภี าระในการซ้ือสนิ คาเก็บไว ทําใหมีปญ หาในดานการจัดเกบ็
สนิ คา ทาํ ใหตอ งใชม าตรการดังน้ี
1) การขยายตลาด ซง่ึ ตองหาตลาดเพม่ิ เติมเพ่ือท่ีจะระบายสนิ คา ที่เกบ็ ไว
2) การจํากดั ปรมิ าณการผลิตหรอื ปริมาณการขายมใิ หมีมากเกินไป
5.2.2 นโยบายการจา ยเงินชดเชยใหผผู ลิต
นโยบายนีเ้ ปนนโยบายหนึ่งท่ีรัฐบาลเคยใชใ นการแทรกแซงราคาขาว โดยรัฐบาลไม
ตองรบั ซอ้ื เพียงแตจ ายเงินชดเชย(deficiency payment) ใหเ ทากบั สวนตางของราคาท่กี าํ หนด หรือ
ราคาเปา หมายกับราคาตลาด วธิ ีนรี้ ฐั บาลจะจายมากหรือนอยขนึ้ อยกู บั ความแตกตา งของราคาท่กี าํ หนด
และราคาตลาด ถา ราคาสูงกวา ราคาท่กี าํ หนดรฐั บาลกไ็ มต องดําเนนิ การอะไร แตถา ต่าํ กวา กต็ อ งจายเงิน
ชดเชยโดยไมต อ งซ้อื ทัง้ หมดและไมเ ปน ภาระในการเก็บรักษา เพราะปลอยใหร ะบบตลาดทํางานเอง
จดุ บกพรอ งของวธิ ีการน้ีคอื ราคาทีก่ าํ หนดไวจ ะกาํ หนดไวที่ระดับใดและจะประกาศเมอ่ื ใด ถากําหนด
ราคาไวส ูงและกําหนดไวก อ นฤดูกาลผลิต เกษตรกรกจ็ ะทําการผลติ จนกระท่งั ถงึ ระดับท่ตี น ทนุ การ
ผลิตเทา กับราคาที่กาํ หนด ซงึ่ จะมากกวาระดับทต่ี ลาดตอ งการมากทาํ ใหรฐั ตอ งจา ยเงินชดเชย
5.2.3 นโยบายการจัดต้งั มูลภณั ฑกนั ชน
นโยบายการจัดตัง้ มลู ภัณฑกันชน เปน นโยบายทใ่ี ชรักษาเสถียรภาพของราคาสนิ คา
โดยมหี ลักการ คือ การรับซ้ือผลผลติ เก็บไวเมื่อผลผลิตออกสูตลาดมากทําใหราคาต่าํ และระบายผลผลติ
ออกสูตลาดเมื่อผลผลิตมีนอ ยทําใหร าคาสงู ขน้ึ ซงึ่ เปน นโยบายทรี่ ฐั บาลเคยใชมาแลวกบั สินคาเกษตร
เชน ขาวและปาลมน้าํ มนั เปนตน สินคา ทีเ่ กบ็ ไวนีถ้ อื วา เปน กันชน(buffer) ระหวางชว งท่รี าคาสูงและ
ราคาตํา่
5.2.4 นโยบายการรบั จํานาํ ผลผลติ
นโยบายทรี่ ฐั บาลใชเพอ่ื ชะลอการเขา สูตลาดผลผลิตเพอื่ ลดอุปทานในตลาดลง เปน
การรกั ษาระดบั ราคาตลาดไวม ิใหต กตา่ํ โดยการใหห นว ยงานของรฐั จาํ นําผลผลติ ตามราคาท่ีกําหนด
มีหนวยงานทดี่ าํ เนนิ การ คือ ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณก ารเกษตร(ธ.ก.ส) รวมกบั องคการ
คลังสินคาซง่ึ เปน ผรู บั ฝากสินคาท่เี กษตรกรนํามาจาํ นาํ แตหากเกษตรกรมีสถานท่เี กบ็ เองสามารถจํานํา
ผลผลิตไดโดยไมต องขนยายไปเก็บกับ ธ.ก.ส. สามารถเก็บไวใ นยุงฉางของตนเองไดโดยจะมีเจา หนาที่
ของธ.ก.ส.เขา ไปตรวจสอบ ทําใหไ ดรบั ความสะดวกและชว ยใหเ กษตรกรไมต อ งรีบขายผลผลิตในชว ง
188
5.2.5 การแกปญ หาราคาพชื อยา งเปนระบบ
รฐั บาลใหความสาํ คญั กบั การแกไ ขปญ หาราคาสินคา เกษตรอยางเปนระบบ หลงั จาก
การท่มี มี าตรการเพ่อื แกป ญ หาราคาสนิ คา เกษตรตกตํา่ ดงั ที่กลา วมาแลว เพ่ือทําใหก ารดาํ เนนิ มาตรการ
ชว ยเหลอื มีระบบมากขึน้ อยางนอยจะไดทราบวาเมือ่ ใดควรมีมาตรการชว ยเหลอื หรอื มมี าตรการแทรกแซง
ตลาด ใครเปน ผูรับผิดชอบและมมี าตรการอะไรบาง การดาํ เนินการแกไขปญ หาราคาสนิ คาเกษตรอยาง
เปนระบบ เร่มิ ดว ยการจัดตง้ั กองทนุ รวมเพ่ือชว ยเหลอื เกษตรกรในป พ.ศ.2534 ตามระเบยี บสํานกั นายก
รฐั มนตรวี า ดว ยกองทนุ รวมเพ่อื ชว ยเหลอื เกษตรกร โดยกองทนุ ฯนม้ี วี ัตถปุ ระสงคเพอื่ ชว ยเหลือ
เกษตรกรทั้งระบบและครอบคลุมสินคาเกษตรทุกชนดิ และนโยบายหรอื มาตรการแกไ ขปญหาราคา
สนิ คา เกษตรตา ง ๆ โดยการแทรกแซงตลาดและราคาในลกั ษณะตาง ๆ ซึ่งการใชมาตรการตา ง ๆ น้ัน
คชก.จะพจิ ารณาการดําเนินการแกไ ขปญ หาตามความเหมาะสมกําหนดใหม ีคณะกรรมการนโยบายและ
มาตรการชว ยเหลอื เกษตรกร(คชก.) เปน ผพู จิ ารณาการใช
5.3 นโยบายการคาระหวา งประเทศ
เน่อื งจากประเทศไทยเปน ประเทศทสี่ ง ออกสนิ คาเกษตรทีผ่ ลติ ไดแ ทบทุกชนดิ ราคาสนิ คา
เกษตรทผ่ี ูผลิตไดร บั จึงมีความสัมพันธกับราคาสงออก นโยบายสง ออกสินคาเกษตรใด ๆ ยอมมีผลตอ
ระดับราคาสนิ คาเกษตรภายในประเทศ สวนในดานการนําเขาสินคา เกษตรนั้นไมค อ ยมบี ทบาทนักเมื่อ
เทียบกับการสง ออก
5.3.1 นโยบายดา นการสง ออก
นโยบายการสงออกทใี่ ชกับสนิ คา เกษตรของประเทศไทย ประกอบดว ยนโยบายที่
มุง ปกปอ งผูบ ริโภคภายในประเทศใหมสี นิ คาบริโภคในราคาทไ่ี มส งู เกนิ ไป และนโยบายที่มุงชว ยเหลือ
ผผู ลิตสินคา ใหไ ดรับราคาสูงขึน้ และขายไดใ นปริมาณมากขึ้น โดยมาตรการสําคัญทีน่ ํามาใชมที ้ัง
มาตรการทางภาษแี ละมิใชภ าษีมีดงั ตอไปนี้
189
1) การเกบ็ ภาษีสง ออก
ในอดีตรฐั บาลเคยมกี ารจดั เก็บสนิ คา เกษตรกรรมหลายชนดิ ทสี่ าํ คัญ ไดแ ก ขาว
และยางพารา ซ่ึงการเก็บภาษมี ีผลใหปริมาณการสง ออกและราคาสนิ คาภายในประเทศลดลง แมใ น
ปจ จบุ นั การเก็บภาษจี ะมกี ารยกเลิกไปแลว เหลอื แตเพียงการเก็บเงนิ เขากองทุนสงเคราะหก ารทาํ สวนยาง
ซึ่งเรียกเก็บจากผสู งออก จงึ มผี ลไมแ ตกตา งอะไรจากการเกบ็ ภาษีสง ออกนน่ั เอง การเก็บภาษสี ง ออก
ขาว หรือเรยี กวาคา ธรรมเนยี มการสง ออกขา วหรอื ทรี่ จู กั แพรห ลายวา“คา พรีเมี่ยม” ซึง่ มีวตั ถุประสงค
เพอื่ ใหเ ปน แหลง รายไดทเ่ี ปน เงินตราตา งประเทศของรัฐและเพอ่ื ควบคมุ ปริมาณการสงออก ทําให
ระดบั ราคาภายในมเี สถียรภาพ เปน แหลงรายไดตามทกี่ าํ หนดไวใ นงบประมาณและรัฐบาลไดใ ช พรี
เม่ียมเปนเคร่ืองมือในการบรรลวุ ตั ถุประสงคข องนโยบายการสง ออกขา ว คือ การสงออกขา วทเ่ี หลือจาก
การบรโิ ภคใหไ ดมากที่สุดและใหไดร าคาดที ส่ี ุด ใหรฐั บาลไดรับคา พรีเมย่ี มเทาทก่ี ําหนดไว ใหช าวนา
ขายขา วเปลอื กไดร าคาทีส่ มควรและไมใ หก ระทบกระเทือนตอผูบริโภค การจัดเกบ็ คา พรเี มี่ยมของ
รัฐบาลถือวาเปน เคร่ืองมือที่สําคัญในการแทรกแซงการสง ออกขา วดว ยการปรบั อัตราคาพรีเม่ียม ถา
จะใหสงออกเพ่ิมขึ้นกล็ ดคาพรีเม่ยี มลง ถา จะใหสง ออกนอยลงกเ็ พ่ิมคา พรเี มี่ยม อยา งไรกต็ ามการเก็บ
คา พรีเมีย่ มยงั สง ผลกระทบตาง ๆ สรปุ ไดดังน้ี
(1) การเกบ็ คา พรเี มย่ี มขาวเปน การตักตวงรายไดท ่ชี าวนาควรจะไดแตก ลับเปน
ของรฐั ในรูปรายได
(2) ทําใหราคาขาวสารทซี่ อ้ื ต่ํากวา ท่คี วรจะเปน
(3) ทาํ ใหส ามารถรักษาระดบั คา จางแรงงานไวใ นระดับตา่ํ
(4) ทาํ ใหร าคาภายในประเทศไมเ ปลยี่ นแปลงตามราคาสงออก โดยการปรับ
อตั ราคาพรีเม่ยี ม
(5) ผลตามมาของเกษตรกรผูปลูกขา ว คือ ทําใหร าคาขา วเปลือกต่าํ มาโดยตลอด
ขาดแรงจงู ใจทจี่ ะปรบั ปรุงและยอมรบั วธิ ีการผลติ สมัยใหม ทําใหผ ลผลติ ตอไรตํา่
จากผลกระทบดังกลา ว ประกอบกบั ในระยะหลังปญ หาความยากจนของ
เกษตรกรเปน ปญ หาสําคัญท่ที ุกฝายใหค วามสนใจ และการเกบ็ พรีเมย่ี มถกู มองวา เปน การตกั ตวงรายได
ทีช่ าวนาควรไดร ับ ในท่สี ดุ รฐั บาลจงึ ยกเลกิ การเกบ็ พรเี มยี่ มขาวไปในป 2529
การเก็บภาษสี ง ออกยางพารา รฐั บาลไดเ รียกเกบ็ อากรขาออกยางพารา โดยเก็บ
ในอตั ราคงทห่ี รอื ตามสภาพ แตตอ มาเปล่ยี นเปนการเกบ็ ตามมูลคา และเพ่ือชว ยเหลอื ชาวสวนยางได
190
2) การควบคมุ หรือจํากดั ปรมิ าณการสง ออก การควบคมุ ปริมาณสง ออกหรือการ
จํากดั ปริมาณการสง ออกอาจใชเพ่อื วัตถปุ ระสงคตา ง ๆ ไดแก
(1) เพ่อื ปอ งกนั มิใหเ กดิ ความขาดแคลนสินคาภายในประเทศ
(2) เพ่ือใหเ กดิ ความมน่ั ใจวา จะมีสินคา เหลือพอ ที่จะสงไปจาํ หนายใหผซู อ้ื ท่ี
เปน ตลาดประจาํ และมกี ารตกลงซอื้ ขายกัน
(3) เพื่อใหเ ปน ไปตามความตอ งการของประเทศผูน ําเขา รวมท้งั ควบคมุ ปรมิ าณ
การสง ออกใหเ ปนไปตามขอตกลงระหวางประเทศ
ท้งั นี้การควบคุมหรือจาํ กัดปริมาณการสง ออกเพ่อื วัตถปุ ระสงคใ ด ๆ กต็ าม
อาจกระทําโดยการกําหนดภาระและเงอ่ื นไขท่ีผสู ง ออกตองปฏิบัติ เพอ่ื ใหผ ูสงออก สง ออกไดยากข้ึน
เชน มาตรการสาํ รองขา ว นอกจากนย้ี งั มกี ารจดทะเบยี นเปน ผูสง ออก ซ่งึ จะทาํ ใหปริมาณการสงออก
นอยลง แลวยังเปนการกีดกนั ผสู งออกรายใหมห รอื รายยอยถือวา เปน การสนับสนนุ ใหม กี ารผกู ขาด
และอาจทาํ ใหผ เู กีย่ วของบางกลุมไดป ระโยชน และถึงแมจ ะไมไดควบคมุ โดยจํากดั ปรมิ าณทส่ี งออก
แตก ม็ ีผลตอตลาดภายในประเทศเชนเดียวกบั การควบคมุ ปรมิ าณการสงออกโดยวิธอี ่นื ๆ และยอ มมี
ผลใหร าคาภายในไมสูงจนเปน ท่ีเดอื ดรอ นแกผบู ริโภคและผูใ ชว ตั ถุดบิ แตถ า ปรมิ าณการสงออกนอย
กวา ระดับทค่ี วรจะเปน มาก สินคาภายในประเทศกจ็ ะเหลอื มาก ทําใหราคาท่ีผผู ลติ ไดร บั ลดตํา่ ลง และ
อาจจะมีผลทําใหปรมิ าณการผลิตลดลงดวย นอกจากน้ยี ังสรางความไมม่ันใจในการสง ออก ทัง้ ในดา น
การตลาดการหาตลาดของผสู งออกและในดา นความมนั่ ใจของผซู อ้ื อกี ดว ย
191
3) การขยายตลาดสง ออก
การขยายตลาดสง ออกน้ัน รัฐบาลอาจทาํ ไดโดยการเจรจาและทาํ สญั ญาซ้อื ขาย
กบั ผูซื้อเอง หรือจัดสงคณะผแู ทนการคา เจรจากบั รัฐบาลของประเทศนาํ เขา ในเรือ่ งลดภาษนี ําเขา
ลดคาใชจ า ยในการสง ออก รวมทง้ั การเจรจากบั รัฐบาลตา งประเทศท่ีจะทําการคา ในรูปแบบตางตอบแทน
5.3.2 นโยบายดานการนาํ เขา
แมวา ประเทศไทยเปน ผูสง ออกสนิ คา เกษตร แตมกี ารนาํ เขา สนิ คา หลายชนิดทย่ี งั ผลติ ได
ไมเ พียงพอที่สําคัญก็มี เชน ผลติ ภัณฑจากสัตวน้าํ ท่ีใชเ ปน วัตถุดบิ ในอตุ สาหกรรมแปรรูป ฝายดิบและ
ปยุ ฝายซง่ึ ใชในอตุ สาหกรรมสิ่งทอ ผลติ ภัณฑน มและผลิตภณั ฑถ ั่วเหลอื งซง่ึ ใชใ นอุตสาหกรรมอาหาร
ไมตาง ๆ รวมทัง้ กระดาษและผลติ ภัณฑกระดาษ ซึง่ ใชเปน ปจจยั ในการผลติ อตุ สาหกรรมตา ง ๆ เปน ตน
นโยบายดา นการนําเขา สวนใหญท ี่ประเทศไทยใช เพอื่ เปนการสนบั สนุนผูผลติ ภายใน
ประเทศ โดยการมาตรการกีดกันการนําเขา สําคัญ ๆ ทีเ่ คยใช มีทง้ั มาตรการภาษแี ละการควบคมุ ปริมาณ
การนาํ เขา อยา งไรกต็ ามในภาวะการคา ปจ จุบันท่ีประเทศตาง ๆ รวมทั้งประเทศไทย มกี ารรวมมอื กัน
เพอ่ื เปดเสรีทางการคา การใชมาตรการทางภาษแี ละไมใชภาษี ท่มี ีผลตอ การนําเขาจงึ มีขอจาํ กดั ซ่ึงตอง
เปน ไปภายใตข อตกลงทางการคาตา ง ๆ โดยเฉพาะอยา งย่งิ ขอ ตกลง WTO ในปจ จบุ นั มาตรการภาษี
และการควบคมุ การนาํ เขาทปี่ ระเทศไทยใชก บั สนิ คา เกษตรหลายชนดิ คือ มาตรการโควตาภาษี ซึ่งเปน
การกําหนดอตั ราภาษีนําเขา สนิ คา ในปริมาณตามโควตาตา่ํ กวาอัตราภาษีนําเขา สินคา ในปรมิ าณตาม
โควตา ต่ํากวา อตั ราภาษีนาํ เขา ของปรมิ าณท่ีเกนิ กวาโควตา มขี อ ผูกพนั ที่ตองลดการใชมาตรการ
6. ปจ จยั ท่กี ําหนดความสาํ เร็จหรอื ลม เหลวของการนาํ นโยบายไปปฏิบตั ิ ปจ จัยทก่ี ําหนด
ความสาํ เร็จหรือลมเหลวของการนาํ นโยบายไปปฏิบัติพอจะสรุป ไดด งั นี้
6.1 ลักษณะของนโยบาย ลักษณะของนโยบายทมี่ สี ว นในการกาํ หนดความสําเรจ็ หรอื ความ
ลมเหลวของนโยบายไดแ ก
6.1.1 ประเภทของนโยบาย การปฏบิ ตั ิตามนโยบายจะมโี อกาสประสบผลสําเร็จมากท่ีสดุ
หากนโยบายนนั้ เรยี กรองใหม กี ารเปลี่ยนแปลงสิ่งตาง ๆ นอ ยท่สี ดุ และมคี วามเหน็ พอ งตอ งกันใน
วตั ถปุ ระสงคในระดบั สูง
6.1.2 ผลประโยชนข องนโยบายนัน้ ๆ ความสําเร็จของการนาํ นโยบายไปปฏิบัตขิ น้ึ กับ
ประสบการณท ผ่ี านมา นาํ้ หนกั ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ และสังคมทีน่ โยบายน้นั ผลกั ดนั ใหเ กิด
ขึ้นมา ถาการรับรมู มี ากกวานโยบายใหป ระโยชนมากกวา นโยบายอน่ื โอกาสความสําเร็จก็จะมมี าก
192
6.2 วตั ถปุ ระสงคข องนโยบาย ในเร่อื งวัตถุประสงคท จ่ี ะเปน สวนหนึง่ ในการทจี่ ะใหการ
กําหนดนโยบายไปปฏบิ ัตสิ าํ เรจ็ นนั้ แยกพจิ ารณาไดด งั น้ี
6.2.1 ความชดั เจนของวัตถปุ ระสงค หากวตั ถุประสงคไมชัดเจนโอกาสการตีความผดิ
จะเปนเหตุทําใหก ารนาํ นโยบายไปปฏิบัตลิ ม เหลวได
6.2.2 ความสอดคลองตอ งกนั ของวตั ถุประสงค นอกจากวัตถปุ ระสงคจะชัดเจนแลว
ยังจาํ เปน ตอ งมคี วามสอดคลองเปน อนั หนึง่ อันเดยี วกนั
6.2.3 ความยากงายในการรบั รูวัตถปุ ระสงค คือ งา ยตอความเขาใจ ความรับรขู องผูท่ีจะ
นาํ ไปปฏบิ ตั ิวา นโยบายน้นั ๆ มวี ัตถปุ ระสงคอ ยา งไร
6.2.4 ตวั ชีว้ ดั ความสําเร็จของนโยบาย จะทราบวาความสาํ เร็จของนโยบายน้นั แสดงให
เหน็ ไดอยางใด อะไรคือตัวชีว้ ัดวา นโยบายนนั้ ประสบผลสําเร็จ ฉะน้นั จําเปนตองมดี ัชนชี ว้ี ตั ถุประสงค
หรือเปาหมายของนโยบายนนั้ ๆ
6.2.5 ความไมเ ที่ยงตรงของขาวสารตอผูนาํ นโยบายไปปฏบิ ัติ หากแหลงขอมลู ขา วสารให
ขอมูลทีไ่ มส อดคลองในการแปลวตั ถุประสงค เปา หมายหรือมาตรฐานตา ง ๆ ของนโยบาย ขอขดั แยง
เหลา นั้น จะทาํ ใหก ารปฏบิ ัติเปนไปไดต ามวตั ถปุ ระสงคของนโยบายท่แี ทจริง
6.3 ความเปนไปไดท างการเมือง ตวั แปรที่เกี่ยวของกับความเปน ไปไดทางการเมอื งไดแ ก
6.3.1 การเจรจาระหวางรัฐบาลและเอกชน ความสาํ เรจ็ ในการนํานโยบายไปปฏิบตั ขิ น้ึ อยู
กบั การสนบั สนุนหรือคดั คา นทเ่ี อกชนมีตอ นโยบาย ถานโยบายใดจําเปนตอ งมีการเจรจากับกลุมธรุ กิจ
เอกชนอยเู สมอ โอกาสทจ่ี ะประสบปญ หาจะมีเมื่อนาํ ไปปฏิบัติ
193
6.3.2 ความสนบั สนุนจากทกุ ฝา ยที่เก่ยี วของ นโยบายทขี่ าดการสนบั สนุนจากกลมุ
ผลประโยชนแ ละบคุ คลท่ีสาํ คัญในวงการรัฐบาลและรฐั สภา โอกาสทีจ่ ะถูกคัดคา นเมื่อนําเขาพจิ ารณา
ในกระบวนการทางนิติบัญญัติ
6.3.3 ผลกระทบของนโยบายที่มตี อ กลมุ อาชีพทม่ี ีอิทธิพล กลมุ อิทธิพลจะใชว ิถที างทง้ั
การเมืองและเศรษฐกิจเพือ่ ทจ่ี ะยับย้ังการปฏบิ ัติใหเปนไปตามนโยบายดังกลา ว
6.3.4 การสนบั สนนุ จากชนชนั้ ผนู าํ โดยเฉพาะประเทศทก่ี ําลงั พัฒนาหากการสนับสนนุ
จากชนชั้นผนู าํ โอกาสนํานโยบายไปปฏบิ ัตกิ เ็ กดิ ข้ึนไดย าก
6.3.5 การสนบั สนุนจากส่อื มวลชน นโยบายทขี่ าดการสนับสนนุ จากส่อื มวลชนมกั
ประสบปญ หาในทางปฏิบตั ิ
6.3.6 การสนับสนุนจากผูมีสทิ ธิออกเสียงเลือกตัง้ วา ชอบหรือไมก ับนโยบายนนั้ .
6.4 ความเปน ไปไดทางเทคโนโลยี การเปลีย่ นแปลงเทคโนโลยเี กิดข้ึนเร็วและแตละคร้งั จะสงผล
ตอ การปฏิบัตใิ หเปน ไปตามนโยบาย เทคโนโลยีที่จะนําไปใชใ นการปฏิบตั ติ ามนโยบายที่วางเอาไว ตอง
สอดคลองกบั สภาวการณห รือภาวะแวดลอมที่จะนํานโยบายไปปฏบิ ัติ ขอ เสนอของนกั วิชาการ ที่ปรึกษา
ชาวตางประเทศ จะตอ งนํามาพจิ ารณาใหร อบคอบเพราะอาจไมสอดคลอ งกับสภาพการณใ นประเทศกาํ ลงั
พัฒนากเ็ ปน ได
6.5 ความพอเพียงของทรพั ยากร นโยบายทีจ่ ะนําไปปฏิบัตใิ หสาํ เร็จนน้ั ตองไดรบั การสนบั สนุน
ทางทรัพยากรทง้ั ดานเงิน คน วัสดอุ ปุ กรณตา ง ๆ ซึ่งจะกระทบกับประสิทธิภาพของนโยบาย
6.6 ลกั ษณะของหนว ยงานทน่ี าํ นโยบายไปปฏบิ ตั ิ โครงสรา งของหนวยงานที่นํานโยบายไป
ปฏิบัตจิ ะมีสวนอยา งมากตอ ความสาํ เร็จหรอื ลมเหลวของนโยบายน้นั ซงึ่ พจิ ารณาไดเ ปน
6.6.1 ประเภทของหนวยงาน หนวยงานที่มกี าํ ลังคน ทรพั ยากรอ่นื ๆ พรอมอยูแลว
มีโอกาสท่ีนโยบายจะประสบความสาํ เร็จในการนําไปปฏบิ ัตมิ ากกวาหนวยงานทไ่ี มพ รอ ม
6.6.2 โครงสรางและลาํ ดับขน้ั การบังคบั บัญชา หนว ยงานขนาดเล็กทม่ี ีระดับชัน้ การบังคับ
บญั ชานอยจํานวนผูท่ีอยใู ตบังคบั บัญชามาก จะมโี อกาสทีจ่ ะประสบความสําเร็จในการนาํ นโยบายไป
ปฏบิ ตั ิมากกวาหนว ยงานขนาดใหญท ่ีมีระดับชน้ั และสายการบังคับบัญชามากแตผ ใู ตบงั คับบัญชานอ ย
6.6.3 ความสัมพนั ธกับหนวยงานทีก่ าํ หนดนโยบาย ความสมั พนั ธอ ยา งไมเปนทางการ
ระหวา งหนวยงานทีก่ าํ หนดและหนวยงานท่ีนาํ นโยบายไปปฏบิ ตั ิ ถาความสมั พนั ธมีมากโอกาส
ความสําเรจ็ ก็จะมีมากดวย
194
6.7 กลไกภายในหนวยงานหรอื ระหวางหนวยงานทนี่ าํ นโยบายไปปฏบิ ตั ิ
6.7.1 จํานวนหนวยงานทีเ่ กีย่ วของ หากจาํ นวนหนว ยงานทีเ่ ก่ียวขอ งมมี ากขนึ้ เทา ใด ปญหาใน
เร่ืองการประสานงานจะมีมากข้นึ และหากไมส ามารถประสานกนั ไดโอกาสที่นโยบายจะลม เหลวก็มีมาก
ขน้ึ และหากไมประสานกนั ไดโอกาสท่นี โยบายจะลมเหลวกม็ ีมากขึ้น
6.7.2 จาํ นวนจดุ ตัดสินใจ จาํ นวนจุดตดั สินใจของนโยบายถามีมากข้ึนเทา ใดความลาชา ในการ
ปฏิบัตกิ ็มมี ากขน้ึ เทาน้ัน
6.7.3 ความสมั พนั ธด้งั เดิมของหนวยงายที่รว มปฏบิ ตั ใิ หเปนไปตามนโยบาย ถา รวมมอื กันดี
กจ็ ะทําใหน โยบายสามารถนําไปปฏิบตั ิไดผลสาํ เร็จ ตรงกันขามกบั ความขัดแยงดง้ั เดิมซ่ึงถา มีกจ็ ะนาํ ไปสู
ความลม เหลว
6.7.4 การแทรกแซงของหนวยงานระดบั นโยบาย อาจประสบปญ หาหากถูกแทรกแซงจาก
หนว ยงานระดับบนมากเกนิ ไป
6.8 ทศั นคติของผูทนี่ ํานโยบายไปปฏิบตั ิ นโยบายท่ีขัดกบั ความรูสกึ พ้ืนฐานหรอื ผลประโยชน
ของผปู ฏบิ ัติ อาจไดรับการคัดคานหรอื ปฏิบตั ิอยา งไมเต็มใจ ทัศนคตทิ ี่อาจสง ผลกระทบตอความสําเร็จ
หรือลม เหลวของนโยบายพิจารณาไดด งั นี้
6.8.1 ทศั นคติทม่ี ีตอวตั ถุประสงคของนโยบาย นโยบายทผ่ี ูปฏบิ ตั ิจะนําไปปฏิบัติไดดีตองเปน
นโยบายทผ่ี ูปฏิบัตเิ ขาใจเห็นดวย และมีความรสู กึ ผูกพนั
6.8.2 ผลกระทบทจี่ ะมีตอพฤติกรรมของผูนํานโยบายไปปฏิบัติ นโยบายที่มผี ลใหผูปฏิบัติ
ตองเปล่ียนแปลงพฤติกรรมไปจากแนวคดิ ท่ีเคยปฏบิ ัตเิ ปนเวลาชา นาน มกั ประสบความลมเหลว
6.8.3 ความขัดแยง ท่ีมตี อ คา นิยมของผูน ํานโยบายไปปฏบิ ัติ ถา ผูน าํ นโยบายไปปฏบิ ัตไิ มเหน็
ดวยกับนโยบาย หรือเลอื กปฏบิ ัติเฉพาะสว นที่ไมขัดตอคา นิยมที่ตนยึดถือ โอกาสทจี่ ะทําใหน โยบาย
ลม เหลวก็สูง
6.8.4 ผลกระทบที่มตี อ งาน อํานาจ ศักด์ศิ รี และผลประโยชนของผนู าํ เอานโยบายไปปฏบิ ัติ
ผูนํานโยบายไปปฏิบตั ิมักจะหลีกเลี่ยง หรืองดเวน ไมปฏิบัตติ ามนโยบายทข่ี ัดกับผลประโยชนข องตน
สรุป
นโยบายเปน ส่ิงท่ีมีความสําคัญ เพราะนโยบายเปนเคร่ืองบงชท้ี ศิ ทางการบริหาร และเปนขอ มลู ท่ี
ผูบรหิ ารพิจารณาใชเ พอื่ การตัดสินใจและสั่งการ ลกั ษณะทด่ี ีของนโยบายควรมีลกั ษณะสอดคลอ งกับ
วัตถุประสงคข อง ตอ งกําหนดข้นึ จากขอมูลท่ีเปนจรงิ มีกลวธิ ีและจัดสรรทรัพยากรใหเหมาะสมตอ การ
ดําเนินงานเพอ่ื สนองหรอื สงผลประโยชนใ หกับบคุ คลโดยสว นรวม ตองเปนถอ ยคาํ หรือขอ ความท่ี
195
การพฒั นาหรือนโยบายหลกั การจดั ทําแผนพัฒนาฯ ตัง้ แตฉบบั ท่ี 4 ถึงปจ จุบนั เนน การพัฒนาใน
5 เรื่อง ดวยกันคอื
5.1 ฟน ฟูเศรษฐกจิ ของประเทศ
5.2 เรงการกระจายรายไดเ พื่อลดชองวา งของรายได
5.3 เพม่ิ การมีงานทาํ และยกระดับความเปนอยู หรือคุณภาพชวี ติ ของประชากรใหดขี ึ้น
5.4 อนรุ ักษและบริหารทรพั ยากรหลัก เชน ปาไมแ ละท่ีดิน ใหดีขน้ึ
5.5 เพ่ิมขดี ความสามารถในการปอ งกนั ประเทศ โดยเฉพาะการสนบั สนุนความม่ันคงในบางพน้ื ท่ี
นโยบายทางดา นการตามแผนพฒั นาฯฉบบั ที่ 9 ที่ผานมาของประเทศไทย สรปุ ไดดังนี้
นโยบายการใหความชว ยเหลือดานการผลติ ไดแก นโยบายการจัดหาท่ีดนิ ทํากินใหแก
เกษตรกร การพัฒนาแหลง นํ้าเพอ่ื การเกษตร นโยบายการอุดหนุนปจ จัยการผลติ นโยบายการพัฒนา
องคกรและสถาบนั การเกษตรและนโยบายสินเชอ่ื การเกษตร
นโยบายดา นการตลาดและราคา เชน นโยบายพยุงราคาหรือการประกนั ราคา นโยบายการจายเงิน
ชดเชยใหผูผลิต นโยบายการจดั ตงั้ มลู ภณั ฑกนั ชน นโยบายการรับจาํ นําผลผลิต และการแกปญหาราคา
พืชอยา งเปนระบบ
นโยบายการคาระหวางประเทศ เชน นโยบายดา นการสง ออกมที ัง้ มาตรการทางภาษแี ละมิใชภ าษี
และนโยบายดานการนําเขา
การนาํ นโยบายตาง ๆ ไปใช ปจ จัยท่กี ําหนดความสําเร็จหรือลม เหลวของการนํานโยบายไปปฏบิ ตั ิ
จะประกอบไปดว ย ลักษณะของนโยบาย, วัตถุประสงคข องความเปน ไปไดทาง ความเปนไปไดท าง
เทคโนโลยี ความพอเพียงของทรพั ยากร ลักษณะของหนวยงานทน่ี าํ นโยบายไปปฏบิ ัติ กลไกภายใน
หนวยงานหรอื ระหวา งหนว ยงานท่นี าํ นโยบายไปปฏบิ ัติและทัศนคติของผูท่นี ํานโยบายไป
************************************
196
แบบฝก หดั
หนว ยที่ 7 นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายที่เกีย่ วขอ งกบั ระบบธุรกิจเกษตร
วัตถุประสงค เพอื่ ทบทวนความรูทไี่ ดเรยี นมาแลว
*********************************************************************************
1. นโยบายการเกษตร หมายถงึ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
2. นโยบายมคี วามสําคัญตอ การบริหารองคก าร อยางไร
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
3. การกาํ หนดนโยบาย ประกอบดว ยขนั้ ตอนที่สําคัญอะไรบา ง
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
197
4. นกั ศกึ ษาจงสรุปนโยบายการเกษตรในชวงแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมฉบบั ที่ 9 (2545-2549) ท่ี
ผานมา ประเทศไทยเราไดก าํ หนดแนวการพฒั นาการเกษตรในดานใดบาง
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
198
5. ปจจยั ทกี่ าํ หนดความสําเร็จหรือความลม เหลวในการนํานโยบายไปปฏบิ ัติ มอี ะไรบาง
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
*************************************
199
แบบประเมนิ ผลกอน-หลงั เรียน
หนว ยท่ี 7 นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายท่เี ก่ียวของกบั ระบบธรุ กจิ เกษตร
วัตถุประสงค เพ่อื ประเมนิ ความรูกอ นเรียนและหลงั เรียน
******************************************************************************
คําส่งั จงเลือก X คําตอบที่ทานเห็นวาถูกตองท่ีสดุ เพียงคาํ ตอบเดียว
1. นโยบายเกษตร หมายถึง 4. ความสําคญั นโยบายจะชว ยทําให
ก. แนวทางพัฒนาการเกษตร การผลติ ก. จะชวยใหบุคลากรทุกระดับช้ันใน
จําหนา ยและบริการ องคการเขา ใจถงึ ภารกิจของหนว ยงาน
ข. แนวทางพัฒนาการเกษตร เพอ่ื ชว ยเหลอื ข. จะชวยทําใหป ระหยัดทั้งการเงิน เวลา
การสงออก บคุ ลากรรวมถงึ ศกั ยภาพของบคุ ลากรดวย
ค. แนวทางพฒั นาการเกษตรทีม่ ีวตั ถุประสงค ค. จะชว ยสนับสนุนสง เสริมการใชอ าํ นาจ
และเปา หมาย ตลอดจนระยะเวลา ของผบู ริหารใหเปนไปโดยถูกตอง
ดาํ เนนิ งานโดยแนชัด ง. ถกู ทกุ ขอ
ง. แนวทางพัฒนาการเกษตร เพื่อลดตน ทนุ 5. ขอใด ไมจดั วา เปน นโยบายท่ีดี
และการแกปญหาดา นการตลาด ก. เปนจุดศูนยประชาสัมพนั ธ
2. หลักการ วธิ ปี ฏิบัติ ถอื เปน แนวดาํ เนนิ การของ ข. ชว ยใหก ารบรหิ ารโครงสรา งขององคการ
ก. โครงการ ไปอยางราบรื่น
ข. แผนการ ค. อยใู นคลุมไปถึงเหตุการณท ่จี ะเกิดขน้ึ ใน
ค. โครงงาน อนาคตดวย
ง. นโยบาย ง. อยใู นขอบเขตุวัตถปุ ระสงคและยดื หยนุ งา ย
3. ขอใดไมตรงกบั นโยบายทดี่ ี 6. จงจดั ลําดับขัน้ ตอนเปนกระบวนการ การกําหนด
ก. ชวยสนับสนนุ ใหมีการตัดสนิ ใจท่ถี ูกตอ ง นโยบาย
ข. เปนการควบคมุ ข้นั พนื้ ฐานของการ ก. กําหนด – อนมุ ัติ – นําไปปฏิบัติ –
ประเมิน - และพฒั นา
บริหารงาน ข. กําหนด – อนมุ ตั ิ – ประเมิน – นําไป
ค. ชวยใหสามารถใชเ ปนหลกั ประกันการกู ปฏบิ ัติ - และพฒั นา
ค. ประเมนิ – กําหนด - อนุมัติ – นําไป
เงนิ ของสถาบันการเงนิ ได ปฏบิ ัติ – และพฒั นา
ง. ทําใหเ กิดความแนนอนและการ
ง. ประเมิน – อนุมัติ – กําหนด - นําไปปฏิบตั ิ
ประสานงานในการปฏิบัติงาน
- และพัฒนา
200
7. การแกป ญ หาความยากจนอยางยง่ั ยืนและ 11. ปจจบุ นั การปฏริ ูปทดี่ นิ เพอ่ื เกษตรกรรม
พักชาํ ระหนี้เกษตรกร จัดอยใู นลําดับข้นั ตอน บทบาทของส.ป.ก. ที่เหน็ เดนชัดมากทสี่ ุด คอื
ใด
ก. การพฒั นาโครงสรา งพนื้ ฐานตาง ๆ ใน
ก. กาํ หนดนโยบาย เขต ส.ป.ก.
ข. อนุมตั ินโยบาย
ค. การประเมนิ นโยบาย ข. จัดหาท่ีดนิ ทํากินในพืน้ ทขี่ องรฐั
ง. การนํานโยบายไปปฏิบัติ ค. การรับรองสิทธทิ ที่ ํากนิ ที่ไมถ ูกตอง
8. แผนพัฒนาฉบบั ท่ี 9 (2544-2549) ไดส รปุ ถงึ
นโยบายการเกษตรในดา นบา ง ตามกฎหมาย
ก. นโยบายการใหค วามชว ยเหลือดานการ ง. สรางระบบเสน ทางคมนาคมเขาใน
ผลติ พืน้ ที่ ส.ป.ก.
ข. นโยบายดา นการตลาดและราคา 12. นโยบายการสนับสนนุ ปจ จยั การผลิตทาง
ค. นโยบายการคาระหวางประเทศ การเกษตรรฐั บาลไดเ นนดานใดมากทส่ี ดุ
ง. ถูกทุกขอ
9. การจัดหาท่ดี ินทาํ กนิ ใหแ กเกษตรกร โดย ก. การสนบั สนนุ ใหน ้ํามันเชือ้ เพลิงมีราคา
การปฏิรปู ท่ีดนิ เพอื่ เกษตรกรรมเราสามารถ ต่าํ สดุ
จัดหาไดจ ากแหลงใดบา ง
ก. ท่ดี ินในสวนของรัฐ ข. การอดุ หนนุ ปยุ เคมีในเวลาท่ีตอ งการ
ข. ท่ดี ินทม่ี ีคนมอบให และราคาตํ่าพอควร
ค. ทด่ี นิ ในเอกชน
ง. ถูกทง้ั ขอ ก และ ขอ ค ค. การอดุ หนนุ ยาปราบศัตรพู ชื ในเวลาท่ี
10. ปญ หาที่พบสวนใหญการปฏริ ปู ทด่ี นิ เพือ่ ตอ งการและราคาต่ําพอควร
เกษตรกรรม ในการจดั ทดี่ นิ ของเอกชน
จะเกยี่ วของกบั อะไรมากทส่ี ดุ ง. การอดุ หนนุ อาหารสตั วในเวลาท่ี
ก. ทดี่ ินนอย ตอ งการและราคาตํา่ พอควร
ข. ที่ดนิ มีราคาแพง
ค. ทดี่ นิ ไมเหมาะแกก ารทําการเกษตร 13. แหลงสถาบันการเกษตรของเกษตรกร
ง. ทดี่ นิ อยหู างไกลจากเสนทางคมนาคม องคก ารใด ทีเ่ นนการเปนเจา ของและสง เสรมิ
หลักประชาธิปไตย
ก. สหกรณก ารเกษตร
ข. องคการตลาดเพือ่ เกษตรกร
ค. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ
ง. กองทุนสงเคราะหเ กษตรกร
201
14. นโยบายทร่ี ัฐสงเสรมิ และพัฒนาการจดั ต้งั 17. การรบั ซ้อื ผลผลิตเก็บไว เมอ่ื ผลผลติ ออก
สหกรณการเกษตร และผลไมสาํ เรจ็ เทา ที่ควร สูตลาดมากและระบายเมือ่ ผลผลิตออกมานอย
เน่ืองมาจาก เปนนโยบาย ในขอ ใด
ก. ขาดเงินทนุ ดําเนินการ ก. การพยุงราคาหรอื ประกนั ราคา
ข. การจดั ต้งั ไมไ ดอยูบนพนื้ ฐานท่แี ทจ ริง ข. การจา ยเงนิ ชดเชยใหก ับผผู ลติ
ค. การจัดตั้งมลู ภัณฑก ันชน
ของเกษตรกร ง. การรับจาํ นาํ ผลผลิต
ค. ทาํ เลท่ตี ้งั ขององคการไมเหมาะสม 18. หนวยงานใดทม่ี สี วนเก่ียวของกับการรับ
ง. ขาดการสนบั สนนุ สง เสรมิ จากเจาหนาที่ จํานาํ ผลผลิต
ก. กลมุ เกษตรกร
ของรฐั ข. องคการตลาดเพอ่ื เกษตรกร
15. สถาบนั เกษตรกรใดท่ีมรี ปู แบบการดําเนนิ ค. ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณ
กจิ กรรมเหมอื นสหกรณการเกษตรและพรอ มที่ ง. กองทนุ สงเคราะหเ กษตรกร
จะเปล่ียนเปน สหกรณฯได 19. นโยบาย การเก็บคาพรเี มีย่ มในอดีตและ
ปจจบุ นั ไดย กเลิกไปแลว รฐั นาํ มาใชก ับ
ก. กลมุ เกษตรกร ผลผลิตอะไร
ข. องคก ารตลาดเพอื่ เกษตรกร ก. ยางพารา
ค. ธนาคารเพ่อื การเกษตรและสหกรณ ข. ขา ว
ง. กองทนุ สงเคราะหเกษตรกร ค. ไกแปรรปู
16. นโยบายดา นการตลาดและราคาของ ง. ขาวโพด
รัฐบาล ท่ีนาํ มาแกปญหารักษาเสถยี รภาพของ 20. ปจ จยั อะไรบาง ทก่ี าํ หนดความลมเหลว
ของการนาํ นโยบายไปปฏิบตั ิ
ราคา คือ ก. วัตถุประสงค
ก. การพยงุ ราคาหรอื ประกนั ราคา ข. ความเปนไปไดทางการเมอื ง
ข. การจา ยเงนิ ชดเชยใหก บั ผผู ลิต ค. ความเปนไปไดท างเทคโนโลยี
ค. การจดั ตั้งมลู ภณั ฑก ันชน ง. ถกู ทกุ ขอ
ง. การรบั จํานาํ ผลผลิต ********************************
202
ใบงานที่ 7
หนวยท่ี 7 นโยบายของรัฐบาลและกฎหมายท่ีเกย่ี วขอ งกับระบบธรุ กจิ เกษตร
**************************
เรอื่ ง นโยบายของรัฐบาลและกฎหมายทเี่ กี่ยวขอ งกบั ระบบธุรกิจเกษตร
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. ผูเรยี นสามารถอธบิ ายใหเหตุผล ถงึ ผลกระทบนโยบายของรัฐบาลทก่ี ารนาํ มาใชในการแกไขปญหาเศรษฐกจิ
และสังคมได
จุดประสงคด า นคุณธรรมและจรยิ ธรรมของนักศึกษา
1. ดานมนุษยส ัมพนั ธ ในการมีสวนรวม รับฟงคนอน่ื เปนผูนาํ และผตู ามที่ดี
2. ดานความรับผดิ ชอบ ตอ สวนรวมและสวนบคุ คล คือ การตรงตอเวลา เขาหองเรียนทนั เวลา การสง งานตาม
กาํ หนด ความสะอาดและถกู ตองของผลงาน
3. ดานความมีวินยั ในตนเอง ความซือ่ สตั ยสจุ รติ แตงกายถูกตองตามระเบียบ
4. ดานความรแู ละทกั ษะวิชาชพี มคี วามสํานึกดีในการจัดการธรุ กจิ เกษตรในทกุ เรอื่ งทเ่ี กี่ยวขอ ง
วสั ดุ เครอ่ื งมือ และอปุ กรณ
1. กระดาษ A4
2. แบบประเมนิ การมีสว นรวม
ขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน
1. แบง กลุมผูเ รียน 4-5 คน/กลุม
2. มารบั กรณีตัวอยา งการกําหนดนโยบาย พรอมกระดาษ A4 ที่ครูผูสอน
3. รว มกันวเิ คราะหศกึ ษาในดานนโยบาย
4. นาํ ผลงานมาสรปุ หนาชนั้ เรยี น
5. สงผลงาน
6. ผสู อนและผูเรยี นรวมกนั ประเมินผลงาน
แหลง คนควา
1. หนงั สอื เอกสารประกอบการสอนวชิ าการจดั การธรุ กจิ เกษตร
2. ทางอนิ เตอรเนต็
3. หนังส่ือและตาํ ราเกี่ยวกบั การบรหิ ารจัดการทัว่ ไป
******************************
203
กรณีตวั อยาง
เรอ่ื ง การกาํ หนดนโยบาย
หนวยท่ี 7
**************************
ตามทป่ี ระเทศไทยเราประสบปญ หาวกิ ฤตทางเศรษฐกิจท่เี กดิ ข้ึนตง้ั แตป 2540 เปน ตนมานั้น
ทาํ ใหเ ศรษฐกจิ ทุกภาคสว นของประเทศไทยมปี ญหาตามกนั มาเปน ลกู โซ เชน เกิดปญ หาการวางงาน
ธุรกจิ บางแหงลม ละลายหรอื ผลติ แลว ขายไมไ ด สินคา ไมสามารถสง ออกไดต ามเปาหมาย เศรษฐกจิ
เกิดการชะลอตวั โดยเฉพาะภาคการเกษตรของไทยเรากส็ ง ผลกระทบตามมาดวยเชน เดยี วกนั ภายใตใ น
รัฐบาลการบริหารงานของรัฐบาล พันตาํ รวจโททกั ษิณ ชินวัตรทเ่ี ปน นายกรัฐมนตรขี ณะนนั้ ไดก ําหนด
นโยบายเรงดว นเพื่อการแกไขปญ หาตา ง ๆ ทเี่ กิดขน้ึ ท้งั ภาคเศรษฐกิจและสังคม เชน นโยบายพกั ชาํ ระ
หนีใ้ หก ับเกษตรกรรายยอ ยเปนเวลา 3 ป นโยบายจัดตง้ั กองทุนหมบู า นและชมุ ชนเมอื งแหงละ 1 ลานบาท
เพื่อเปนแหลงเงินทุน นโยบายจัดตง้ั ธนาคารประชาชน เพอ่ื กระจายโอกาสการเขา ถึงแหลง เงินใหกบั
ประชาชนผมู รี ายไดนอย นโยบายจดั ตง้ั ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเลก็ เพือ่ พฒั นา
ผปู ระกอบการเดมิ และเพิม่ จํานวนผูประกอบการใหมอ ยางเปน ระบบ นโยบายจดั ตง้ั บรรษทั กลางใน
การบริหารสนิ ทรพั ย เพอ่ื ดําเนนิ การใหหนท้ี ่ีไมก อ ใหเกดิ รายได นโยบายพฒั นารัฐวิสาหกิจ ใหเ ปน
องคกรหลักในการกอบกเู ศรษฐกจิ และสรา งรายไดใหก บั ประเทศ นโยบายสรางหลกั ประกนั สขุ ภาพ
ถว นหนา เพ่อื ลดรายจายโดยรวมของประเทศ และประชาชนในการดแู ลรักษาสขุ ภาพ โดยเสยี คาใชจ า ย
30 บาทตอคร้ัง และสรางโอกาสในการเขา ถึงบรกิ ารสาธารณสขุ ที่ไดมาตรฐานอยา งทั่วถงึ และเทาเทยี ม
กัน นโยบายเรงจดั ตงั้ สถานบาํ บดั ผูตดิ ยาเสพติดควบคไู ปกบั การปราบปรามและปอ งกัน
ในปจจบุ นั ตั้งแต 19 กันยายน 2549 เปน ตน มา รัฐบาล พลเอกสรุ ายทุ ธ จลุ านนท
นายกรัฐมนตรี ไดน ํายทุ ธศ าสตรอยดู มี สี ขุ และโครงการพฒั นาหมบู า น/ชมุ ชนตามแนวปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงมาใช
จากขอความดงั กลาวขา งตน นกั ศึกษาทเ่ี รียนเน้ือหาเร่ืองนโยบายของรฐั บาลในรายวชิ าการ
จัดการธุรกจิ การเกษตร นกั ศกึ ษาเหน็ ดวยหรอื ไมเ หน็ ดว ยกับนโยบายดงั กลาวทัง้ สองรัฐบาลในการ
นํามาแกไ ขปญ หา วเิ คราะหใ หเ หตุผล
*********************************
204
เฉลยขอ สอบ
หนวยที่ 7 นโยบายของรฐั บาลและกฎหมายท่เี กย่ี วขอ งกับระบบธุรกจิ เกษตร
***********************************
ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ตอบ ค ง ค ง ข ก ก ง ง ข
ขอ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
ตอบ ค ข ก ข ก ก ค ค ข ง
******************************************
หนวยท่ี 8
เรื่อง การเขียนแผนธุรกิจเกษตร
****************************
จุดประสงคการเรียนรู
หลังจากศกึ ษาในเน้ือหาหนว ยเรียนนแี้ ลว ผเู รียนสามารถ
1. บอกความหมายแผนธรุ กิจได
1. บอกความสาํ คัญของแผนธรุ กิจได
2. อธบิ ายลักษณะของแผนท่ีดไี ด
3. บอกถึงสวนประกอบของแผนธรุ กิจได
4. เขียนแผนธุรกิจได
สาระสาํ คัญ
แผนธุรกิจ หมายถงึ แผนงานทางธรุ กจิ ทแี่ สดงถงึ กิจกรรมตา ง ๆ ทต่ี อ งปฏบิ ัติในการลงทุน
ประกอบการ โดยมีจดุ เร่ิมตนจะผลิตสินคา หรอื บริการอะไร มีกระบวนการปฏิบัตอิ ยา งไรบา ง และผลการ
ปฏบิ ตั ิจะออกมาไดมากนอ ยแคไหน ใชง บประมาณและกําลงั คนเทาไร เพอ่ื ใหเ กดิ เปน สนิ คา และบรกิ าร
แกล กู คา และจะบริหารอยา งไรธุรกจิ ถึงจะอยรู อด
องคประกอบสําคญั ของแผนธรุ กจิ ประกอบดวย
1. บทสรุปของผูบริหาร
2. บทนําและการบรหิ ารโครงการ
3. แผนการตลาด
4. แผนการผลิต
5. แผนการเงิน
การเขยี นแผนธรุ กิจ สว นประกอบของแผนธรุ กจิ ประกอบดว ย
1. ปกหนา
2. คํานาํ
3. สารบัญ
4. บทสรุปของผูบ ริหาร