206
5. บทนําและการบรหิ ารโครงการ
6. การวิเคราะหส ถานการณแ ละปจ จัยแวดลอ ม
7. แผนการตลาด
8. แผนการผลติ
9. แผนการเงนิ
10. แผนสาํ รองฉกุ เฉิน
เนื้อหา
1. ความหมายและความสําคัญของแผนธุรกจิ
แผนธรุ กจิ (Business Plan) เปรยี บเสมือนเขม็ ทิศ ที่บอกทางเราวา ควรจะเดนิ ไปในทศิ ทางใด
ตลอดจนบอกขัน้ ตอนระยะเวลาตา ง ๆ วาจะไปสจู ดุ มงุ หมายอยา งไร ผปู ระกอบการใหมในยุคปจจุบนั
พึงตระหนักและจาํ เปนตองรแู ละเขา ใจอยา งกระจา งแจง ในการเขยี นแผนธรุ กจิ ทีเ่ ปน จริงและสามารถ
ปฏบิ ตั ไิ ด โดยการนําเอาความคดิ ท่มี อี ยูเขยี นเปน แผนธุรกิจ เพ่อื ใชเปน แนวทางในการบริหารจดั การ
และการวางแผนดําเนนิ ธรุ กจิ อยางมีทิศทาง
1.1 ความหมายของแผนธุรกจิ แผนธุรกิจ หมายถงึ แผนงานทางธุรกจิ ทแี่ สดงถงึ กิจกรรมตา ง ๆ
ที่ตองปฏบิ ัติในการลงทุนประกอบการ โดยมจี ดุ เร่มิ ตน จะผลิตสนิ คา หรอื บริการอะไร มีกระบวนการ
ปฏิบตั ิอยางไรบา ง และผลการปฏิบัติจะออกมาไดมากนอ ยแคไหน ใชง บประมาณและกําลังคนเทา ไร
เพ่อื ใหเกิดเปน สินคาและบรกิ ารแกลูกคา และจะบริหารอยางไรธรุ กจิ ถงึ จะอยรู อด
1.2 ความสาํ คญั ของแผนธรุ กจิ
1.2.1 มีความสําคญั ตอ การเรม่ิ ตนธรุ กจิ เพราะรายละเอียดในแผนธรุ กจิ จะชว ยให
ผูประกอบการมีเปา หมายและแนวทางในการคดิ ท่ชี ดั เจน มีความแนว แนตอ การใชทรพั ยากร และมี
ความพยายามเพือ่ ท่ีจะไปสเู ปา หมายทกี่ ําหนดไว
1.2.2 เปน เครือ่ งมอื ในการแสวงหาทนุ จากผูรว มลงทนุ จากกองทนุ รว มลงทนุ และหรอื
จากสถาบนั การเงินตาง ๆ
1.2.3 เปนเสมอื นพิมพเขยี ว ท่ีใหร ายละเอียดของกจิ กรรมตาง ๆ ทัง้ การจดั หาเงนิ ทนุ การ
พัฒนาผลิตภณั ฑ การตลาด และอื่นๆ ในการบรหิ ารกจิ การใหม รวมทงั้ ยังใชเพื่อกําหนดการ
ปฏบิ ตั ิงานตอเนื่องของกิจการในอนาคตอกี ดว ย
207
เบเกอรรน่ี า ทาน
สกุ รพันธดุ ี
ภาพท่ี 40 สว นประกอบท่ีสาํ คญั ของการเขยี นแผนธรุ กิจ
1.3 วตั ถุประสงคข องการทาํ แผนธรุ กิจ
1.3.1 เปนคูมอื แผนงานในการลงทุนและการประกอบการ
1.3.2 ใชเปน เอกสารประกอบการกูเงินตาง ๆ
1.3.3 เพอื่ ใชต รวจสอบผลจากการลงทนุ ของธุรกิจ
1.4 องคประกอบสาํ คญั ของแผนธรุ กิจ
1.4.1 บทสรปุ ของผูบรหิ าร
1.4.2 บทนําและการบรหิ ารโครงการ
1.4.3 แผนการตลาด
1.4.4 แผนการผลติ
1.4.5 แผนการเงิน
208
1.5 ลกั ษณะของแผนธุรกิจท่ีดี แผนธุรกจิ ทด่ี ีเม่ืออานแลว จะตอ งตอบคําถามเหลานไี้ ด
1.4.1 การกอ ตั้งธรุ กจิ เปน รปู รางชดั เจนเพยี งใด เสร็จสมบรู ณแลวหรอื ไม
1.4.2 ธุรกิจนนี้ า ลงทุนหรือไม
1.4.3 ธุรกิจมแี นวโนม ทจ่ี ะประสบความสาํ เร็จต้ังแตเมอ่ื แรกต้ังมากนอ ยเพยี งใด
1.4.4 ธุรกิจนม้ี คี วามไดเปรยี บในการแขง ขนั ในระยะยาวมากนอ ยเพยี งใด
1.4.5 สินคาที่จะผลติ มวี ธิ กี ารผลิตท่ีมีประสทิ ธิภาพเพียงใด
1.4.6 สินคา ทจี่ ะผลิตสามารถวางตลาดไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพเพยี งใด
1.4.7 วิธีการผลิตและการวางตลาดสินคามที างเลือกอน่ื ๆ ที่ประหยดั ไดมากกวา หรอื ไม
1.4.8 หนาที่ตา ง ๆ เชน การผลิต การจําหนาย การจดั การทางการเงิน การจัดการคน มกี าร
จัดการทดี่ แี ละเหมาะสมเพยี งใด
1.4.9 จาํ นวนและคุณภาพของพนักงานทตี่ องการมีเพยี งพอหรอื ไม
ในการดาํ เนนิ ธรุ กจิ ไมวาจะเปนขนาดเลก็ หรอื ใหญ ถามกี ารเรม่ิ ตนทดี่ ีแลว กเ็ ทา กบั วา
ความสาํ เรจ็ อยแู คเ ออื้ ม การทาํ แผนธุรกิจจงึ เปนสิ่งสาํ คญั ยงิ่ และเปน จดุ เร่มิ ตน ทีช่ ใี้ หเ ห็นถงึ เปา หมาย
ความพรอมในการเรม่ิ ตน ธรุ กิจ ความม่นั ใจและทศิ ทางการดาํ เนนิ งานใหบรรลุตามวตั ถปุ ระสงคห รือ
เปาหมายท่ีต้ังไว
2. การเขียนแผนธรุ กจิ
แผนธุรกจิ เปน ยุทธศาสตรข องผูประกอบการ โดยเฉพาะอยางยงิ่ ผูประกอบการรายใหมที่มี
แนวคดิ สรางสรรค ตอ งการท่ีจะนาํ สินคา หรือบรกิ ารใหม ๆ จากความคดิ ของตนเองมาขยายตอ เปน
ธุรกิจ เพอื่ ตอ งการหาผูรวมลงทุนผสู นบั สนุนดา นเงินทนุ โดยจะตองมีแผนธรุ กจิ นาํ เสนอประกอบการ
เจรจา หรอื การเสาะหาตลาดใหมท่เี ปน ลูกคารายใหญ แผนธุรกจิ จะเปน ส่ิงท่ีนาํ เสนอในการติดตอ
ธุรกิจไดเปน อยางดี การวางแผนธุรกจิ สําหรบั ผปู ระกอบการใหม ทา นตอ งมีแนวทางการทาํ งานท่ีชัดเจน
เพอื่ สรา งความเชอ่ื มน่ั ใหเ กดิ กบั ตนเอง ตลอดจนสรางความเชือ่ ถอื ใหก ับหา งหนุ สว นและสถาบนั
การเงนิ ทจี่ ะขอกู
2.1 สว นประกอบของแผนธุรกิจ สว นประกอบของแผนธุรกิจประกอบไปดว ย
2.1.1 ปกหนา 2.1.2 คาํ นํา
2.1.3 สารบัญ 2.1.4 บทสรปุ ของผูบ ริหาร
2.1.5 บทนําและการบริหารโครงการ 2.1.6 การวเิ คราะหสถานการณและปจจัยแวดลอ ม
209
2.1.7 แผนการตลาด 2.1.8 แผนการผลติ
2.1.9 แผนการเงิน 2.1.0 แผนสํารองฉกุ เฉนิ
2.2 วิธีการเขียนแผนธรุ กจิ กอนเรมิ่ ตนเขยี นแผนธุรกจิ ลองต้งั คาํ ถามงา ย ๆ ในใจดงั ตอไปนี้
- เปาหมายการทําธรุ กิจ คอื อะไร - เรามคี วามถนัดอะไร
- เราอยูในธุรกิจอะไร - เราจะขายสนิ คาหรือใหบริการอยางไร
- ตลาดหรือแหลง ท่ขี ายเราอยไู หน - ใครเปน ผซู ้ือ หรือเปนลูกคาของเรา
- ใครเปน คแู ขงของเรา - แผนการขายของเราเปนอะไร
- เราตองการจาํ นวนเงนิ ลงทนุ เทาไหร - เราจะผลติ อะไร
- เราจะจัดองคก รเพอื่ บริหารธุรกจิ อยางไร - เราจะตองทบทวนแผนธรุ กจิ เมอ่ื ไร
- หากประสบปญหา จะแกไ ขอยางไร หรอื จะขอความชว ยเหลือจากทไ่ี หน
ขอควรพิจารณา ขอ ควรระมดั ระวังในการเขยี นแผนธุรกิจทสี่ าํ คญั คือ ควรเขียนแผนดวย
ตนเองเพราะจะทําใหท ราบขอมลู ทีช่ ัดเจน พยายามทาํ แผนธรุ กิจใหสนั้ แตเขา ใจงา ย วธิ กี ารเขยี นแผน
ธรุ กิจเกษตรควรปฏิบตั ิตามรายละเอยี ดดังนี้
2.1.1 ปกหนา ปกหนา ของแผนธุรกจิ ควรมคี วามชัดเจนทร่ี ะบวุ า เปน เอกสารอะไร
ช่อื แผนงานโครงการเพ่อื ทาํ ใหเกดิ ความนาสนใจ และสรา งความประทบั ใจในการรบั เอกสาร
ซง่ึ ประกอบไปดวย ชอ่ื แผนธุรกจิ ช่ือโครงการในการดําเนนิ ธรุ กจิ ใครเปนเจา ของแผนและสถานที่
ตดิ ตอ โทรศัพทส ําหรบั ตดิ ตอ
2.1.2 คาํ นํา เปนการเขยี นถึงวัตถปุ ระสงคของการจดั ทาํ แผนธุรกจิ นข้ี ึ้นมา โดยกลา วถงึ
เน้ือหาในแผนวา มรี ายละเอยี ดเกยี่ วกับดานใดบาง และกลา วขอบคุณบคุ คลหรอื หนว ยงานที่ใหก าร
สนับสนุนในการจดั ทําแผนน้ใี หส ําเร็จลลุ ว ง
2.1.3 สารบญั เปนการเขียนรายละเอยี ดของหัวขอ บทที่ สว นตา ง ๆ ของบททีจ่ ะ
ปรากฏแผนธรุ กิจท้งั หมด เพ่ือใหผ อู านแผนธรุ กจิ คนหาแหลงขอ มลู ไดอยา งรวดเร็ว ส่ิงทีพ่ ึงระมัดระวงั
คอื แตล ะบทตอ งระบุเลขแตล ะหนา ใหต รงกบั ทจี่ ัดเรียงไว เพื่อความสะดวกในการอา นรายละเอยี ดท่ี
ควรมใี นสารบญั มดี ังน้ี
1) รายละเอยี ดของหวั ขอตา ง ๆ ทม่ี ีอยใู นแผน
2) เลขหนาแตล ะหวั ขอ
3) รายละเอยี ดการระบุเอกสารท่ีสําคัญ
210
2.1.4 บทสรปุ ของผบู รหิ าร เปน สวนทสี่ รปุ ใจความสําคัญของแผนธุรกจิ ทง้ั หมด และ
ตอ งเปน เอกสารท่ีสมบรู ณใ นตวั เอง โดยจะช้ใี หเหน็ ประเด็นความสําคญั ไดแก มีโอกาสเกดิ ข้นึ ไดจริง
ในตลาดธุรกจิ ทีก่ ําลังคดิ จะทํา สนิ คาและบริการทจี่ ะทาํ น้ันสามารถใชโอกาสในตลาดใหเ ปนประโยชนได
ดังนน้ั บทสรปุ ของผบู ริหารจึงมคี วามจาํ เปน ตองเขยี นใหเ กิดความนาเชอื่ ถือ หนักแนน และมคี วาม
เปน ไปได นอกจากนบ้ี ทสรุปจะตองและกระชับ (ไมค วรเกิน 3 หนา ) และเปนสว นสดุ ทา ยในการเขยี น
แผนทั้งหมด ประกอบดว ยเนื้อหาสําคญั คอื
1) จะทําธุรกจิ อะไร มแี นวคดิ เกยี่ วกบั ธรุ กจิ นน้ั อยา งไร โดยอธิบายใหเ หน็ ถึง
ความสาํ คัญของสินคา/บริการ
2) โอกาสและกลยุทธ บอกถึงความนา สนใจ ตลอดจนแนวโนมทางธุรกิจท่แี สดง
วา โอกาสนน้ั เปดทางให
3) กลมุ ลกู คาเปาหมาย อธบิ ายถึงลกั ษณะทางการตลาด กลมุ ลูกคา หลกั การ
วางแผนเขาถงึ ลกู คา
4) ความไดเ ปรยี บเชิงการแขง ขนั ของธรุ กจิ ทั้งดานตวั ผลติ ภัณฑ / บรกิ าร และ
ความไดเ ปรยี บตอ ผแู ขงขัน
5) ทมี ผูบริหาร สรุปถงึ ความรู ความสามารถ ประสบการณและทกั ษะของผทู ม่ี ี
ผลกระทบตออนาคตและความสําเรจ็ ของธุรกิจ โดยควรจดจําไมเ กิน 3-5 คน
6) แผนการเงนิ / การลงทนุ โดยระบุถึงเงนิ ลงทนุ วาจะทาํ อะไร ผลตอบแทนของ
การลงทนุ จะเปนเทา ไร
2.1.5 บทนาํ และการบรหิ ารโครงการ ในการจดั ทําบทนาํ ผปู ระกอบการจะตอ ง
กลาวถงึ ส่งิ ตอไปน้ี
1) ความเปนมา ใหก ลา วถึงความเปนมาของการทําโครงการน้นั ๆ ในภาพรวมของ
ระบบเศรษฐกจิ วามีความสําคัญและเกย่ี วพนั เช่ือมโยง รวมทัง้ ผลกระทบตอ เศรษฐกจิ และสงั คมของ
ทอ งถิน่ อําเภอ จงั หวดั ประเทศ และการคาระหวา งประเทศอยางไร
2) ผรู ิเร่มิ โครงการและเหตผุ ลสิ่งจงู ใจ กลาวถึงผูร ิเรม่ิ โครงการวาเปนใครประกอบ
กิจการอะไร มีเหตุผลและสงิ่ จงู ใจอยางไรถึงกาวเขา มาทาํ โครงการการลงทุนนี้
3) วัตถุประสงคของโครงการ เปนการระบุถงึ จุดมุงหมายของการประกอบการใน
การทําโครงการนี้วา เพ่ืออะไร จะไดทราบส่ิงทเี่ ราทําอยูไดบ รรลุตามวตั ถปุ ระสงคท ่ตี ง้ั ไวหรือไม
211
4) รูปแบบการดําเนนิ ธรุ กจิ ผปู ระกอบการตอ งอธบิ ายถึงรูปแบบของธุรกิจวา จะ
ดําเนนิ การธุรกจิ จดทะเบยี นในลักษณะใด เปนเจา ของกจิ การคนเดยี ว หางหุนสว นจาํ กัด บริษัทจาํ กดั
บรษิ ทั มหาชน องคก ร สหกรณต า ง ๆ ท่ีมฐี านะเปน นติ บิ คุ คล และกลา วถึงหนุ สว นทม่ี ารวมลงทุน
โดยแจงรายชอ่ื -นามสกลุ อายุ ท่อี ยู อาชพี โดยละเอยี ด ตัวอยางเชน
(1) รูปแบบการดําเนนิ ธุรกจิ - โรงงานผลติ , ธุรกจิ คา ขาย, ธรุ กจิ บริการ
(2) รูปแบบความเปนเจา ของ- เจา ของคนเดยี ว หางหุน สว น บรษิ ทั จาํ กดั บรษิ ัท
มหาชน
(3) จํานวนผรู วมลงทนุ
1. ช่อื -สกุล.........................................................ทอี่ ยู................................................
อาชพี ..................................การศึกษา..................................................................
2. ช่อื -สกลุ .........................................................ที่อยู................................................
อาชีพ..................................การศกึ ษา..................................................................
5) แผนภมู ิแสดงการบรหิ ารองคก าร เพ่อื แสดงใหเ หน็ ถงึ ความสมั พนั ธของงานตา ง ๆ
และสายการบงั คบั บญั ชาและการปฏิบัติงาน การกาํ หนดหนาทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ตลอดจนการจัดคนเขา
ทาํ งาน โดยการกําหนดคณุ สมบตั ขิ องพนกั งานในตําแหนง ตาง ๆ ซ่งึ พิจารณาจากวฒุ ิการศกึ ษา
ประสบการณท าํ งาน เปน ตน
ตวั อยา งแผนภมู แิ สดงการบรหิ ารองคการ
พนกั งาน..........คน ฝายตลาดและบริการ ฝายการเงนิ
พนกั งาน..........คน พนกั งาน..........คน
212
คณะกรรมการ ทาํ หนา ทกี่ ําหนดนโยบายและพจิ ารณากลยทุ ธการดําเนนิ งานของธุรกจิ
กรรมการผูจ ดั การทาํ หนาทบ่ี รหิ ารองคกร ดูแลกาํ กบั ตดิ ตาม ประเมนิ ผล
การทาํ งานตัดสนิ ใจแกปญ หาตา ง ๆ ในการประกอบการใหเปนไปตาม
นโยบายของกรรมการ
ฝายผลิตสนิ คา ทาํ หนาท่ีผลิตสนิ คาท่มี ีคณุ ภาพ ดแู ลความเรียบรอ ยของโรงงาน ควบคมุ
ปรึกษาแนะนาํ และฝกอบรมพนกั งาน ปรบั ปรุงสนิ คา ใหมคี วาม
เหมาะสมตอการใชงานมากขึน้
ฝายตลาดและบริการ ทําหนา ทีพ่ ยากรณตลาดและนําสินคาเสนอขายลกู คา รวมทง้ั การสงเสรมิ การ
ขายตาง ๆ ตดิ ตามรายงานสถานการณตา ง ๆ ท่เี ก่ยี วของกับธรุ กจิ และรายงาน
ใหผ บู ริหารทราบ
ฝายการเงนิ และธุรการ ทําหนา ทด่ี แู ลรับ-จา ยเงนิ ตดิ ตามหนี้ ออกในส่งั ซื้อวัสดุครุภัณฑทใี่ ชใ นการ
ผลติ สินคา และจดั ทาํ ระบบบัญชตี ามมาตรฐานสากล รวมทงั้ ทําหนา ที่
ประสานกับหนว ยงานท้งั ภายในและภายนอกในเรื่องท่ีเกยี่ วของ อนั กอ ใหเกิด
ประโยชนตอกจิ การและสงั คม
2.1.6 การวิเคราะหสถานการณแ ละปจ จยั แวดลอม เปนการเอาขอมลู ขา วสารตา ง ๆ
มาพิจารณาวา องคกรจะสามารถดําเนนิ ธรุ กจิ ไปในทางทศิ ใด และเม่ือบรรลุวตั ถปุ ระสงคท ่กี าํ หนดไว
ตามสถานการณตาง ๆ ในขณะนนั้ สถานการณต า ง ๆ จะเปล่ยี นแปลงอยูเสมอ ดังนน้ั ผูบ รหิ ารองคการ
จะตอ งกาํ หนดกลยุทธใ หสอดคลองกบั สถานการณตา ง ๆ อยูตลอดเวลา เพอ่ื ใหธุรกิจดําเนนิ ตอ ไปได
ตามวตั ถปุ ระสงคท ก่ี าํ หนดไว
ปจ จัยในการดาํ เนินธรุ กิจ
1) ปจ จยั ภายใน ไดแก ตวั ผปู ระกอบการเอง ดา นการจดั การ ดานการตลาด
และดา นการเงนิ และการบญั ชี
2) ปจ จยั ภายนอก ไดแก ดา นเศรษฐกจิ ดานการแขงขนั ดานทรพั ยากร
ดานเทคโนโลยี ดา นรฐั บาลและกฎหมาย
213
การวเิ คราะหจ ุดแข็ง จดุ ออ น โอกาส และอปุ สรรค ( SWOT ANALYSIS )
- วเิ คราะหจ ุดแขง็ (Strengths) เปน ปจ จยั ในองคการธรุ กจิ หรอื ขอไดเ ปรียบใน
สถานการณตาง ๆ เชน บริษทั มที รัพยสนิ มาก สามารถดําเนนิ ธรุ กจิ ไปไดอยา งสบาย เปน ตน
- วเิ คราะหจดุ ออน (Weakness) เปน ปจ จัยภายในองคก ารธรุ กิจทท่ี าํ ใหบริษัทไมสามารถ
บรรลวุ ัตถุ-ประสงคที่วางไว เชน พนักงานนัดหยุดงาน สนิ คามีตน ทุนสงู กวา คูแขง เปนตน
- วิเคราะหโ อกาส (Opportunities) เปนองคป ระกอบหรอื ปจจัยภายนอก ทชี่ วยให
องคก ารสามารถดําเนินธรุ กจิ ตามวัตถปุ ระสงคท ่วี างไวได เชน บริษัทสงออกสนิ คา ไดร บั การสนบั สนนุ
จากรฐั ในดานการสง เสรมิ การสงออก เปนตน
- วิเคราะหอปุ สรรค (Threats) เปน ปจ จัยหรือองคป ระกอบภายนอกท่ีสง ผลใหธุรกจิ ไม
สามารถบรรลุวตั ถปุ ระสงคท ี่กาํ หนดไวได เชน บริษทั กอ สรา ง ขาดแคลนไมท ต่ี อ งใชในการกอ สรา ง
เนอ่ื งจากนโยบายปดปา ไมข องรฐั บาลชดุ นายกรฐั มนตรีชาตชิ าย เปน ตน
ตัวอยา ง การ SWOT การทําธรุ กจิ รานเบเกอรร ี
จดุ แขง็ ;- มที าํ เลท่ีต้ังดี จดุ ออ น ; - เปนรานใหม กลมุ เปาหมายยงั ไม
- สนิ คา ทเ่ี ปน ท่นี ิยม ไมตอ งอาศัยการ คอยใหค วามเชื่อถอื
โฆษณามาก
โอกาส ; - เปนธุรกิจท่มี อี ยูนอยราย อุปสรรค ; - วัตถดุ บิ มรี าคาแพง
2.1.7 แผนการตลาด เปนการศึกษาวิเคราะหท ี่จะแสดงถึง กระบวนการธรุ กิจหรอื
กจิ กรรมตา ง ๆ ทีม่ ีบทบาทตอการสนองตอบหรอื กระตนุ เรงเรา ตอความตองการตอผูบริโภค เพื่อ
กอ ใหเ กิดการจําหนายสินคาอนั เปน ท่ีมาของรายไดใ นการลงทุน โดยจะมีการศึกษาวิเคราะหเ ร่ิมจาก
1 ) ผลติ ภัณฑ
- สนิ คา /ผลติ ภัณฑของโครงการคอื อะไร เปนสนิ คาทผ่ี ลติ ข้ึนใหมเพอื่ ทดแทน
ของเดมิ ( นาํ เขา ) ใหเ ปรียบเทียบ
- ลกั ษณะท่ัวไปของสินคาหรือบรกิ าร จะตองอธิบายถงึ ลักษณะของผลิตภณั ฑ /
บริการ ไดแ ก ลักษณะการใชงาน คุณภาพ อายกุ ารใชงาน ขนาดสี รปู ทรง ฯลฯ มีภาพรวม ๆ อยางไรเม่อื
เปรียบเทียบผลิตภณั ฑหรอื บริการประเภทเดียวกับของผผู ลิตรายอืน่ สนิ คาทดแทนกันได รวมทงั้ บริการ
ควบกบั สนิ คา มีอะไรบาง ตลอดจนลักษณะรปู รา งผลิตภัณฑ และลักษณะบรรจุภัณฑ
- ช่อื ทางการคา และตรายห่ี อ ควรมีความเกยี่ วของกบั ลกั ษณะธุรกิจนนั้ และตอง
แสดงดว ยภาพได
214
2 ) กลมุ ลกู คา เปน การบอกถงึ กลุมเปาหมายที่คาดวาจะซอื้ สินคา /บริการ
ของโครงการคือใคร เพศ อายุ รายได มขี นาด(ปริมาณ)เทาไร มาจากทไี่ หน และมกี ําลงั ซ้ือเทา ใด โดย
แบง ลกู คาออกเปน 3 กลุม
- กลุมลูกคา ตามลักษณะประชากรศาสตร คือ การแบง ตามเพศ วยั รายได การศกึ ษา
อาชพี ศาสนา ประเพณีทองถิ่น เชือ้ ชาติ ฯลฯ
- กลมุ ลูกคา ตามลกั ษณะทางดานภมู ิศาสตร คือ การแบง ตามพนื้ ท่ี เชน ในชุมชน
รอบขา งใน - นอกเมือง สขุ าภิบาล เทศบาล อําเภอ จังหวดั ภาค ประเทศ ตา งประเทศ เปนตน
- กลมุ ลูกคาตามพฤติกรรม เปนการแบง ตามลักษณะพฤตกิ รรมและจติ วทิ ยาการ
บรโิ ภค เชน การโฆษณาสินคาใหม การลดราตามเทศกาล รสนยิ มในสินคา แฟช่ัน และความผูกพนั กบั
ตรายี่หอ เปน ตน
การวเิ คราะหก ลุมลูกคา เปาหมาย นับวามคี วามสําคญั และจําเปนอยางยง่ิ ตอ การอยู
รอดของโครงการ เนอ่ื งจากเปน ท่มี าของรายไดโ ครงการ เจา ของโครงการจึงตองทราบใหไ ด
ขอ พิจารณา สนิ คาแตละประเภทผลติ ขนึ้ มาเพือ่ สนองความตองการของลกู คา เฉพาะกลมุ เทา นน้ั
3 ) ขนาดของตลาด ความตองการ ภาวการณผ ลิต/บรกิ าร
- ปริมาณความตองการของตลาดรวม( ทั้งหมด ) ( อุปสงค : Demand ) ควรแสดงใน
เชิงปริมาณ ตวั เลขหนว ยชดั เจน ใหก ลาวถงึ ภาพรวมของตลาดผลิตภัณฑว ามลี ักษณะเปน ตลาดอยา งไร
สนิ คา อปุ โภค บรโิ ภคหรือตลาดเฉพาะ โดยกลา วถึงความเปน มาและแนวโนมในอดตี (ยอ นหลงั 3-5 ป )
วา มกี ารเพ่ิมขนึ้ -ลดลงอยางไร สถานการณปจ จบุ นั เปนอยางไร และดําเนินการคาดการณตอ ไปใน
อนาคตวา มีโอกาสทางการตลาดอยา งไรบา ง โดยอาจใชต ัวเลขตา ง ๆ ที่แสดงอัตราการเจรญิ เติบโต
เปรียบเทยี บดว ย เชน รายไดต อคน รายไดป ระชาชาติ สถิตนิ าํ เขา-สงออก ปรมิ าณการกอสรา ง ฯลฯ
ซง่ึ ตวั เลขเหลานจี้ ะไดจากหนวยงานตา ง ๆ ของภาคราชการ เชน กรมศลุ กากร สภาพฒั นาการเศรษฐกจิ
และสงั คมแหง ชาติ หอการคาไทย สภาอตุ สาหกรรมไทยเปนตน นอกจากนีอ้ าจใชต ัวเลขของ
ผูประกอบการเองทท่ี าํ ธรุ กจิ น้ันมาแลว ประกอบขยายเปน สว นโชวใ หส ถาบนั การเงินดูกไ็ ด โดยใช
สถานะทางการเงนิ จากธนาคารมาเปนหลักฐานยืนยนั
- การผลิตรวมของสินคานน้ั จากแหลง ตา ง ๆ ( อปุ ทาน: supply ) ใหก ลา วถึงผลผลติ
รวมของผลติ ภัณฑทั้งระบบวา มีปรมิ าณเทา ไร (จาํ นวนคแู ขงหรอื ผูผลติ ทมี่ อี ยูแลว ) สินคา ทดแทนจะมี
ผลหรือไม ถามสี นิ คาทดแทนตองกระทบลกั ษณะการผลติ ของเขาดวย คอื ตองพยายามรูเขา ( คแู ขง )
215
ตัวอยา ง ตําบล ก. มี 8 หมบู า น ประชากร รวมประมาณ 1,800 คน ( ขอ มลู จากอาํ เภอ ) มผี ผู ลิตดงั น้ี
1. นายประกอบ ขยนั งาน กําลงั ผลติ หวานเยน็ แทง 800 แทง/วนั
2. นายนพิ นธ ใจซ่ือ กาํ ลังผลติ หวานเยน็ แทง 1,200 แทง /วนั
3. สินคาทดแทนโคลน โพสรีของ บจ. เวลล 15,000 แทง/วนั
ลักษณะตลาดปจ จบุ ันบริษทั เวลลค รองตลาดมากทส่ี ุด และเปนผสู นองความตอ งการใหญ
ทีส่ ุดเนอ่ื งจากมกี ารโฆษณาและสนิ คามีมาตรฐาน ถาโครงการจะผลิต เราจะผลิตสนิ คา ประเภทเดียวกบั
บริษทั เวลล แตจะเนนดา นราคาใหถ กู กวา เปน ตน
4) ตําแหนง ทางการตลาดและสว นแบง การตลาด อะไรเปน ขอกําหนด (จุดเดน )ของ
สนิ คาทานที่คาดวา จะขายได (เหตุผลทีล่ กู คาเลือกซื้อสินคา ของทา น และทา นต้งั เปา หมายวาจะมสี ว น
แบงสักเทา ไหรในการเลือกซ้ือสินคาแตละคร้ังของลกู คา จากตลาด ทา นไมลืมวามีการแขงขันคอนขาง
สงู และลกู คากส็ ามารถเลอื ก/ซอ้ื สินคา ของใครก็ไดโดยท่วั ไปจะกําหนดเปน เปอรเซ็น(%) ซ่ึงจะตอง
วเิ คราะหตลาดท้ังระบบวาผผู ลิตรายใหญส ดุ และรองลงมาเปน ใคร ถา เราจะแทรกตลาดเราจะไปแยง
ลกู คา จากตลาดสวนไหนมา
ก คือ สวนลกู คาของโครงการ
ก ข คือ สว นลกู คา คแู ขง
ค ค คอื สว นตลาดท่ยี งั ไมม ีใครเขา ถึง
เจา ของโครงการ ก ตองพยายามรักษาสวน ตลาด ก ไว
ข ขณะที่ตองแยง ตลาด ข มาใหไ ด และตองขยายผลติ ภณั ฑ
สตู ลาดในขนาดเดยี วกนั ดว ย เพ่ือขยายตลาดของตนเอง
ขอ พจิ ารณาตอ งกาํ หนดสว นแบง ตลาดเปา หมายของโครงการใหได เพื่อจะไดเตรียมคาดการขยายกาํ ลงั
เปาหมายการผลิตในปตอ ๆ ไป
5) ตงั้ ราคาสนิ คา การต้งั ราคาสินคา แตล ะประเภทโดยทวั่ ไปมี 3 วธิ หี ลักดงั น้ี
(1) ตัง้ ราคาจากตนทนุ บวกกาํ ไรทีต่ อ งการ
(2) ตั้งราคาตามคแู ขง
(3) ตง้ั ราคาตามความตองการของตลาด
216
นอกจากนีก้ ารตัง้ ราคาสินคาทลี่ งทายดว ยเลข 9 จะมอี ิทธิพลตอการตดั สินใจซ้อื
สนิ คาไดมากขน้ึ เชน 39, 59, 999 หรอื 190,000 ... เปนตน
ขอพจิ ารณา การต้ังราคาตอ งคํานงึ ถึงวิธีการขาย เครดติ ระยะเวลา และผลประโยชนทค่ี าดวาจะไดร ับ
ราคาคอื ท่ีมาของรายได และเปน ตวั ชี้ตวั หนงึ่ วาโครงการจะประสบความสําเร็จหรอื ไม?
การจําหนายในแตล ะคร้ัง เจาของโครงการสามารถระบุตวั แทนจําหนา ย
รานคา ปลีกหรอื ลูกคาโดยตรง(กรณที ี่ 1)ได ระบุไวแ นช ดั เพือ่ ผูพ จิ ารณาโครงการจะไดเกดิ ความม่นั ใจ
วา มีลูกคาของโครงการแนน อน และควรแสดงเปน สดั สวนรอ ยละ (%) ดว ยวา ปริมาณการจาํ หนายแตละ
ชอ งเปนเทาไร
ตวั อยาง แผนภมู ิชอ งทางการจาํ หนา ย
40% ตัวแทนจําหนายในประเทศ ผคู า ปลีก ผบู ริโภค
ผผู ลิต ตัวแทนจําหนา ยตางประเทศ ผคู า ปลีก
60%
6) การสงเสรมิ การขายหรือบริการ เปน กระบวนการทจ่ี ะทําใหสนิ คา ของโครงการ
เปนท่สี นใจตอ พนกั งานขาย( ขององคกร ตัวแทนจาํ หนา ยและรา นคาปลกี )และผบู รโิ ภค การสง เสริม
การขายมี 2 ลกั ษณะคือ
(1) ในระดบั ผบู รโิ ภค ไดแ กก ารใหส ินคา เปลา การลดราคาเปนครั้งคราว
การแถมสนิ คา
(2) ในระดับพนักงานขาย ไดแก การใหส ว นลดเพมิ่ ตามจํานวนสินคา การให
สนิ คา ฟรี การสรา งแรงจูงใจ (เกดิ การแขงขนั ใหข องขวญั พเิ ศษ) การเล่อื นตาํ แหนง การแสดงสินคา
7) บทสรปุ การตลาด ใหกลา วถึงบทสรปุ ของการตลาดทีก่ ลาวมาทง้ั หมด ถึงสง่ิ ท่ี
เปน ไปไดห รือไมพรอ มเหตผุ ลประกอบในแตล ะประเด็น รวมทง้ั แผนแสดงยอดการจําหนายทค่ี าดวา
จะขายได
- ดานความตอ งการของตลาด มีปริมาณความตอ งการเทา ไร อัตราการเจริญหรอื
ขยายตวั ของตลาดมีเทาไร เมื่อเทียบกับการผลติ สนองความตอ งการในปจจุบนั มีชอ งวา งพอทจี่ ะเขา ถึง
ไดมากนอยเพยี งไร
217
- ชอ งทางการจําหนาย จะจดั การอยางไร เนน สดั สว นเปน รอ ยละออกมาวาจะ
ดําเนินการวธิ ไี หนเปน เทา ไร เชน จะดาํ เนนิ การขายตรง 20% และขายผานตวั แทนจําหนา ย 80%
เปนตน
- ปจ จัยประกอบทางเศรษฐกจิ อื่น ๆ ท่ีมสี วนแสดงใหเ หน็ ถึงความเปน ไปไดท าง
การตลาด เชน มีการขอจดทะเบียนตง้ั โรงงานเพม่ิ มากขึน้ ในชว งเวลาดงั กลาว หรือมกี ารนําเขา จาก
ตางประเทศในปรมิ าณทีเ่ พมิ่ ขน้ึ ฯลฯ เมอ่ื สรุปแลว ใหแ สดงแผนการจาํ หนายทีค่ าดวาจะทาํ ได ดงั น้ี
แผนขายของโครงการผลติ ปม นํ้า/ป
หนว ย/ชน้ิ
ปท่ี 1 2 3 45
รายการ
ยอดจาํ หนา ยสินคา 2,000 2,500 3,000 3,700 4,500
2.1.8 แผนการผลติ เปนการศกึ ษาถึงความพรอมของการผลิตสินคาเพอ่ื ใหเ กดิ ความ
คุม คาและสอดคลอ งกับสถานการณข องการลงทุน โดยจะพิจารณาถงึ องคประกอบตา ง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ ง
เร่ิมตั้งแตข บวนการแปรรูปและผลผลิตที่ไดด งั นี้
1) ทาํ เลท่ตี ั้ง ทําเลที่ต้งั ของโครงการในการสรางโรงงาน/ธุรกิจแตละครงั้ มคี วาม
สาํ คญั ตอการอยรู อดของกจิ การเปนอยา งมาก ผูประกอบการตองแสดงท่ตี ง้ั อยา งชดั แจง วาอยทู ไ่ี หน
พรอ มแผนทีป่ ระกอบของพน้ื ที่ (มกี ารเตรยี มขยายในอนาคตดว ยหรอื ไม) ระดับความสูงของพื้นทดี่ นิ ที่
ใชป รับถม ระยะความยาวการสรา งรว้ั ถนน(ทั้งภายในบรเิ วณและ/หรอื ภายนอกทตี่ อ งปรบั เขามา)
ขอจาํ กัดทางกฎหมาย เชน เปนทอี่ ยูอาศัยหรือไม ระยะความสูงอาคารเปน ตน รวมทงั้ สังคมรอบขา ง
ไดแ กความเปน อยขู องชมุ ชน ทัศนคติ การยอมรบั และระบบสาธารณูปโภค เชน ไฟฟา และ
นํา้ ประปา เปน ตน
ขอ พิจารณา ปจจัยการเลือกท่ตี ง้ั โรงงาน แหลงวตั ถดุ บิ ตลาด การขนสง แรงงานอตุ สาหกรรม
ภมู ิอากาศ ภมู ิประเทศ ภาษี กฎหมายไฟฟา เช้ือเพลงิ และน้ําประปา
2) วตั ถุดิบ ในการศึกษาเกยี่ วกบั วัตถดุ บิ จะตอ งพจิ ารณาดังน้ี
• คณุ ภาพ คณุ สมบัติและคณุ ลกั ษณะของวตั ถดุ บิ ที่ใช มคี วามแนน อน
สมํ่าเสมอ
218
• ปริมาณทต่ี อ งใชใ นการผลติ และราคา
• แหลง วตั ถดุ บิ หลกั แหลง สาํ รองท่ตี องรวบรวมใหเ พียงพอ
• วิธกี ารขนสงจากแหลงวัตถุดบิ ถงึ โรงงาน
• การเก็บรกั ษาขณะรอการผลิต สภาพการเก็บ ขนาดพนื้ และผลกระทบ
• คา ใชจายตาง ๆ ที่เกีย่ วของกับกระบวนการของวัตถดุ บิ
ขอ พจิ ารณา
• วัตถุดิบที่ผานการผลติ แลว นํา้ หนกั /ปริมาณไมเปลี่ยนแปลง ทําเลทตี่ ัง้ อยรู ะหวา งตลาดและ
แหลงวตั ถุดบิ
• วัตถดุ บิ ทผี่ านกระบวนการผลิตแลว นาํ้ หนัก/ปรมิ าณมกี ารเปลีย่ นแปลงลดลงอยางมากทําเล
ทต่ี ้ังควรอยใู นแหลง วตั ถดุ ิบ
• วัตถุดิบที่หาไดทวั่ ไป ทาํ เลท่ตี ัง้ ควรอยใู กลต ลาด
3) ขนั้ ตอนการผลติ หรือบรกิ าร ใหก ลาวอธิบายถงึ ขนั้ ตอนการผลิตวา ประกอบดว ย
อะไรนับตง้ั แตเตรียมวัตถดุ บิ จนออกมาเปน สินคา สาํ เร็จรูป แลวจัดทาํ เปน แผนภูมแิ สดง
ตวั อยา ง การทาํ อาหาวางจากแปงขา วเจา มดี ังน้ี
นาํ แปง ขา วเจา มาผสมโดยใชนา้ํ
เขา เครื่องอดั ออกมาเปน ช้นิ ๆ
อบสินคาใหแ หง เหลอื ความชน้ื 3-4 %
ผสมกลิ่น
บรรจุกลองรอการจําหนา ย
219
4) การวางผังสถานทีด่ ําเนินงาน นอกอาคาร – ในอาคาร ใหแ สดงการออกแบบผงั
บริเวณโรงงาน อาคารและสิ่งกอ สรางตาง ๆ ทั้งภายในโรงงานและนอกอาคาร เพื่อแสดงลกั ษณะที่
เอ้อื อาํ นวยตอการทาํ งานและบรกิ ารตอ กนั ใหเ กดิ ความสะดวกรวดเร็วและมปี ระสิทธิภาพ
ตัวอยา ง
วัตถุดบิ ผสม หอ งเก็บเครอ่ื งมือ หองน้ํา
ประตู บริเวณสาํ รองขยายงาน
สาํ นักงาน สโตร
5) เครอื่ งจักรอุปกรณก ารผลิตหรือบริการ ปจจบุ ันสําคญั อยางยง่ิ ของการผลิต
สนิ คาทไี่ ดค ณุ ภาพหรอื ไม ยอ มขึน้ อยกู ับเครอ่ื งจักรอุปกรณเ ปนสําคญั ดังนนั้ การจัดหาเครื่องจกั ร
อุปกรณผูเขยี นโครงการตอ งแสดงรายละเอียดของเครือ่ งจักรอปุ กรณแ ตล ะอยางใหไ ด
6) แผนการดาํ เนินการ เพ่อื ใหการดาํ เนนิ การตา ง ๆ เปนไปตามระยะเวลาที่กําหนดไว
ตองมกี ารจําทาํ แผนการดําเนนิ การอันจะทําใหผ บู รกิ าร โครงการสามารถควบคมุ กํากบั ดแู ลงาน
รวมท้งั คาใชจา ยใหเ ปน ไปตามงบประมาณท่กี ําหนดไว โดยมีขอ พิจารณาเพ่อื ลงในแผนงานโดยใช
Gantt Chart
220
เวลา เดอื น
กิจกรรม ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
1. ดา นการตลาด
- ศึกษารปู แบบผลติ ภณั ฑ
- ศึกษาลกู คา
- ทาํ แผนสง เสรมิ การขาย
- ตดิ ตอลูกคา รบั ใบส่ังซอ้ื
2. ดานการผลติ
- ออกแบบผลติ ภณั ฑ
- ศกึ ษาวธิ กี ารผลิต
- จัดซอื้ วัตถดุ ิบ
- เรม่ิ ผลิต
3. ดานการเงนิ
- วิเคราะหค วามเปนไปได
- จดั ทาํ แผนการกูยืม
- ติดตอ สถาบนั การเงนิ
- กยู ืมเงนิ แบบผลิตภณั ฑ
4. ดา นบุคลากร
- ศกึ ษารูปแบบองคการ
- จา งคนงาน
- ฝกอบรมคนงาน
- ประเมนิ ผลงาน
7) กาํ ลงั การผลติ คือ ความสามารถในการผลิตสินคาไดป รมิ าณมากทส่ี ุดในรอบ
ระยะเวลาหนงึ่ ๆ ดว ยกําลังเคร่อื งจักรและอปุ กรณ กาํ ลังการผลิตของโครงการ ตอ งแจงวา ใน 1 ป
จะเปด โรงงานก่วี นั วันละก่ีรอบการทํางาน โดยทว่ั ไปตามมาตรฐานสากลโรงงานเปดดําเนินการ 300 วนั
วนั ละ 8-9 ชัว่ โมง
221
ตวั อยา งแผนการผลิตของโครงการ
ปท่ี 1234 5
รายการ
กาํ ลังการผลติ 60% 80% 100% 100% 100%
งานที่ได (ชนิ้ ) 480,000 640,000 800,000 800,000 800,000
2.1.9 แผนการเงนิ เงนิ เปน ปจ จยั ท่ีจําเปน ตอการทําใหแ ผนของคุณประสบความสาํ เรจ็
บางครง้ั เงินก็เปนตวั วดั ความสามารถในการทําธรุ กิจของคณุ และเปน เครือ่ งชว ยพจิ ารณาเงนิ กูข อง
สถาบันการเงนิ อกี ดว ย ในการที่จะคํานวณเงนิ ทนุ ทใี่ ชน ั้น คณุ ตองทาํ ความเขา ใจและจดั ทําตารางบญั ชี
งบการเงินทีส่ าํ คัญ 3 อยา ง ดังนี้
1) งบประมาณกาํ ไร - ขาดทนุ
2) งบประมาณกระแสเงนิ สด
3) งบประมาณงบดุล
หลงั จากนน้ั เปน หนา ท่ีของคณุ ที่จะพบปะกบั เจา หนาทสี่ ถาบันการเงิน จาํ ไวว า
เจาหนาทีข่ องสถาบันการเงินจะทําหนา ทชี่ ว ยคณุ ไดอยา งดี ฉะน้ันคณุ ควรแบงปน ขอ มลู ทกุ อยางที่คณุ
มแี กพ วกเขา เพอ่ื ท่ีเขาจะไดม ีขอมลู เพียงพอทจี่ ะชวยคุณในดา นเงนิ กยู มื
แผนการชําระเงนิ กู ในการดาํ เนนิ ธุรกจิ คุณอาจจําเปน ตองกูเงนิ มาใชใ นการจดั ซื้อ
วตั ถดุ ิบหรอื เคร่อื งมืออปุ กรณ เมอื่ ถงึ เวลาทกี่ ําหนดก็ตอ งชําระดอกเบี้ยและเงินตนคนื แกสถาบนั การเงนิ
ตวั อยา ง กเู งนิ จากสถาบนั การเงนิ 3,080,000 บาท ระยะเวลาใหกู 5 ป อัตราดอกเบี้ย 16 %
การคดิ อัตราดอกเบยี้ ทตี่ อ งชาํ ระตอป = เงนิ ตน × อตั ราดอกเบยี้
100
ปท ี่ เงินตน ชําระเงนิ ตน/ป ชําระดอกเบ้ีย/ป รวมชําระเงินตน เงนิ ตนคงเหลอื
และดอกเบยี้
1 3,080,000 616,000 492,800 1,108,800 2,464,000
2 2,464,000 616,000 394,240 1,010,240 1,848,000
3 1,848,000 616,000 295,680 911,680 1,232,000
4 1,232,000 616,000 197,120 813,120 616,000
5 616,000 616,000 98,560 714,560 -
222
2.1.10 แผนฉุกเฉิน
เปนการบอกถงึ เรือ่ งถาเกดิ การผดิ พลาด กลาวคือ ถาไมเ ปนไปตามแผนที่วางไวยังมี
แผนอื่นมารองรบั ทจ่ี ะทําอะไรตอ ไปไดก ับธรุ กจิ น้ี อาทิเชน การแปรผนั ธรุ กจิ หรอื บรกิ ารน้ีไปยงั ธรุ กจิ
อนื่ ไปยงั แหลง อน่ื หรอื เปลีย่ นเปนรูปแบบอน่ื เปนตน ตวั อยา งของประเดน็ ความเสยี่ งและการเตรยี ม
ความพรอมทค่ี วรระบุไวใ นแผนฉกุ เฉิน อาทเิ ชน
- ยอดขาย/เก็บเงนิ จากลกู หนไ้ี มไดตามคาดหมาย ทาํ ใหเ งนิ สดหมนุ เวยี นขาดสภาพ
คลอ งและธนาคารไมใ หวงเงนิ กูหรอื ลดวงเงนิ กู
- คแู ขง ตัดราคาหรือจดั กจิ กรรมสง เสรมิ การขายอยา งตอเนื่องระยะยาว .
- มคี ูแขงรายใหมท ม่ี ีขนาดใหญกวา ทนั สมยั กวา มีสนิ คาครบถวนกวา ราคาถกู กวา
เขาสอู ตุ สาหกรรมหรือมาต้ังอยูในบรเิ วณใกลเ คยี ง
- สนิ คา ถกู ลอกเลียนแบบและขายในราคาทถ่ี ูกตอ ง
- สินคาผลติ ไมท ันตามคําสั่งซือ้ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดบิ
- สนิ คา ผลิตมากจนเกนิ ไปทาํ ใหมีสนิ คา ในสตอ็ กเหลือมาก
- ตนทุนการผลติ /การจดั การสูงกวาที่คาดไว
- เกิดการชะงกั การเตบิ โตของทงั้ อุตสาหกรรม
- มีปญ หากับหนุ สวนจนไมส ามารถรวมงานกันได
สรุป
ปจจบุ ันการเขียนแผนธุรกจิ มีความสาํ คญั มากสาํ หรบั ผูป ระกอบการใหม และผทู ี่มคี วามประสงค
จะขยายธุรกิจ ผทู ที่ ําธุรกจิ จะตองศึกษาวธิ ีการเขยี นแผนธรุ กจิ เพราะวารายละเอยี ดในแผนธุรกจิ จะชวย
ใหผปู ระกอบการใหมแ ละเกา มเี ปาหมายและแนวทางในการคิดทีช่ ัดเจน มีความแนว แนต อการใช
ทรพั ยากรและมคี วามพยายาม เพอื่ ที่จะไปสูเปา หมายท่ีกําหนดไว เปนเครื่องมอื ในการแสวงหาทุนจากผู
รวมลงทนุ จากกองทนุ รวมลงทุน และหรือจากสถาบันการเงินตา ง ๆ และเปรียบเสมอื นพิมพเ ขยี วท่ีให
รายละเอียดของกิจกรรมตาง ๆ ทง้ั การจัดหาเงินทุนการพัฒนาผลิตภณั ฑ การตลาดและอ่นื ๆ ในการ
บรหิ ารกิจการใหม รวมทัง้ ยังใชเพอ่ื กาํ หนดการปฏบิ ัติงานตอ เนอ่ื งของกิจการในอนาคตอีกดว ย
องคป ระกอบที่สําคัญของการจัดทําแผนธุรกิจ ประกอบไปดว ย สวนท่ีสาํ คญั 5 สวน คือ บทสรปุ
ของผบู ริหาร, บทนําและการบรหิ ารโครงการ, แผนการตลาด, แผนการผลติ และแผนการเงนิ
*****************************
223
แบบฝกหัด
หนว ยที่ 8 การเขยี นแผนธรุ กจิ เกษตร
วตั ถปุ ระสงค เพอ่ื ทบทวนความรทู ีไ่ ดเรยี นมาแลว
******************************************************************************
1. การทําแผนธรุ กิจ มีความสาํ คัญตอ ผปู ระกอบการอยา งไร
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
2. การดําเนนิ การตามแผนธรุ กิจ มีวตั ถปุ ระสงคเพือ่ อะไร
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
3. องคป ระกอบท่ีสําคญั ของการทําแผนธรุ กจิ มีอะไรบา ง
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
224
4. ลกั ษณะของแผนธรุ กจิ ทดี่ ี ควรมีลกั ษณะอยางไร
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
*************************************
225
แบบประเมนิ ผลกอ น-หลังเรยี น
หนว ยท่ี 8 การเขยี นแผนธรุ กิจเกษตร
วัตถปุ ระสงค เพื่อประเมนิ ความรกู อ นเรยี นและหลังเรียน
******************************************************************************
คาํ สั่ง จงเลือก X คาํ ตอบทท่ี า นเห็นวาถกู ตอ งที่สุดเพยี งคาํ ตอบเดียว
1. ความหมายของแผนธรุ กจิ ตรงกบั ขอ ใด 4. ขอใด ไมใ ชเ ปน สว นองคป ระกอบสาํ คญั
ก. เปนแผนงานท่ีแสดงกจิ กรรมจะผลิต ของแผนธรุ กจิ
วิธีการ ปรมิ าณผลผลติ งบประมาณ ก. บทสรปุ ของผูบ ริหาร
และคน ทาํ อยา งไรธุรกิจถงึ จะอยูรอด ข. แผนการผลติ
ข. เปนคูมอื ในการวางแผนการผลิต ค. คํานาํ
ค. เปน คูมือในการวางแผนการตลาด ง. แผนการตลาด
ง. แผนงานทางดานการผลติ และตลาด 5. ลักษณะของแผนธรุ กิจท่ีดี เมอ่ื อา นแลว
2. แผนธุรกิจ (Business Plan) เปรยี บเสมอื น จะตองตอบอะไรเราไดบา ง
อะไร ก. ธรุ กิจนีน้ าลงทนุ หรอื ไม
ก. ระยะเวลา ข. ธรุ กจิ เปนรปู รา งชดั เจนเพยี งใด
ข. เสนทาง ค. มีแนวโนมท่ีจะประสบความสาํ เรจ็
ค. ยานพาหนะ ต้งั แตเ มอ่ื แรกตง้ั มากนอ ยเพียงใด
ง. เข็มทศิ ง. ถูกทกุ ขอ
3. ขอใด ไมใชค วามสาํ คัญของการจดั ทาํ แผน 6. การเขียนวตั ถุประสงค บอกเน้ือหา และ
ธุรกิจ กลา วขอบคุณบคุ คลหรอื หนว ยงาน ทีจ่ ดั ทาํ
ก. การเรม่ิ ตนธุรกจิ ผปู ระกอบการมี แผนนีใ้ หสําเร็จลุลวง เปน องคประกอบใด
เปาหมายและแนวทางทช่ี ดั เจน ของแผน
ข. รัฐใชเปน แนวทางในการพิจารณา ก. คาํ นาํ
จดั เกบ็ ภาษี ข. แผนการตลาด
ค. เปนเสมือนพิมพเขยี วทใ่ี หรายละเอยี ด ค. บทสรุปของผูบ รหิ าร
ของกิจกรรมตา ง ๆ ง. บทนําและการบริหารโครงการ
ง. เปนเครอื่ งมอื ในการแสวงหาทุนจากผู
รว มลงทนุ
226
7. สว นทีส่ รปุ ใจความสาํ คัญของแผนธุรกิจ 11. การวเิ คราะหส ถานการณและปจจัย
ท้งั หมด และตองเปนเอกสารท่ีสมบรู ณใ น สง่ิ แวดลอ มในการทาํ แผนธรุ กจิ ทําไวเ พอ่ื การใด
ตวั เอง เปน องคป ระกอบใด
ก. การกําหนดหนา ท่ีความรับผดิ ชอบ
ก. คาํ นาํ ตลอดจนการจดั คนเขาทาํ งาน
ข. บทสรุปของผบู ริหาร
ค. บทนาํ และการบรหิ ารโครงการ ข. พยากรณต ลาดและนําสนิ คา เสนอขาย
ง. แผนทางการเงนิ ตอลูกคา
8. กลมุ ลูกคา เปาหมาย อธบิ ายถึงลกั ษณะทาง
การตลาด กลุม ลูกคา หลัก การวางแผนเขาถึง ค. การกําหนดกลยุทธ องคก ารจะสามารถ
ลูกคา อยใู นเปนองคป ระกอบใดของแผนธรุ กจิ ดําเนินธรุ กจิ ไป ในทางทศิ ใด
ก. คาํ นาํ
ข. บทสรุปของผบู ริหาร ง. เพ่อื ตอ งการหาผรู ว มลงทนุ ผสู นับสนนุ
ค. บทนําและการบรหิ ารโครงการ ดานเงนิ ทนุ
ง. แผนทางการเงนิ
9. รปู แบบการดําเนนิ ธุรกิจ จัดอยใู น 12. การทาํ การวเิ คราะหสถานการณแ ละปจ จัย
องคป ระกอบใดของการเขียนแผนธรุ กจิ แวดลอ มในการทาํ แผนธุรกจิ เราใชว ิธใี ด
ก. คํานาํ
ข. บทสรปุ ของผบู รหิ าร ก. STOW ANALYSIS
ค. บทนําและการบริหารโครงการ ข. OTSW ANALYSIS
ง. แผนทางการเงนิ ค. TOWS ANALYSIS
10. แผนภูมแิ สดงการบริหารองคก าร จัดอยูใน ง. SWOT ANALYSIS
องคประกอบใดของการเขยี นแผนธรุ กจิ 13. บริษัทมที รพั ยส นิ มากสามารถดาํ เนินธรุ กิจ
ก. คาํ นํา ไปไดอยางสบาย เปนการวเิ คราะหด านใด
ข. บทสรุปของผบู ริหาร ก. วิเคราะหจดุ แข็ง (Strengths)
ค. บทนาํ และการบรหิ ารโครงการ ข. วเิ คราะหโ อกาส (Opportunities)
ง. แผนทางการเงิน ค. วเิ คราะหอ ปุ สรรค (Threats)
ง. วเิ คราะหจดุ ออน (Weakness)
14. รัฐบาลใหก ารสนับสนุนในการธุรกิจ เปน
การวเิ คราะหดานใด
ก. วเิ คราะหจ ดุ แข็ง (Strengths)
ข. วเิ คราะหโ อกาส (Opportunities)
ค. วิเคราะหอ ปุ สรรค (Threats)
ง. วิเคราะหจดุ ออน (Weakness)
227
15. จะตง้ั ราคาสนิ คา อยา งไร ที่จะมอี ิทธิพลตอ 19. ถา คแู ขงตดั ราคา มสี นิ คาครบถว นกวา
หรือสนิ คา ผลิตไมท ันตามคาํ ส่ังซอื้ ในการทาํ
การตดั สินใจซ้อื สินคาไดม ากขน้ึ ธุรกิจเราควรจัดทําอยา งไร เพ่อื เปน การปอ งกนั
ก. ลงดวยเลข 9 เชน 59 บาท ปญหาทีเ่ กิดขน้ึ
ข. ลงทา ยดว ย 5 เชน 15 บาท
ค. ลงทายดว ย 0 เชน 10 บาท ก. ทาํ แผนสาํ รองฉุกเฉิน
ง. ลงทา ยดวยจุดทศนยิ มเชน 15.50 บาท ข. ทําแผนใหม
ค. ทาํ แผนทดแทน
16. การวางแผนสง เสริมการขาย ควรสงเสริมใน ง. ทําแผนปอ งกนั
ระดบั ใดบา ง 20. ขอระวงั ในการจัดทาํ แผนธุรกจิ คอื
ก. ใหผ ทู ี่ชาํ นาญการเปน คนเขียน
ก. ระดับลกู คาและผขู าย ข. ใหห นุ สวนในการลงทนุ เปนผเู ขียน
ข. ระดบั ผบู ริโภคและระดบั พนักงานขาย ค. ใหเ จา ของเงินทนุ เปนคนแนะนําการ
ค. ระดับขายปลกี และระดับขายสง
ง. ระดับลกู คาภายในและตางประเทศ เขียนแผน
17. ผบู รหิ ารโครงการสามารถควบคุมกาํ กับดแู ล ง. ตนเองจะตอ งเปนคนเขยี นเพราะทราบ
งาน คาใชจ ายใหเ ปนไปตามงบประมาณที่กําหนด
ไว เราใชวธิ ใี ดในการวางแผนดาํ เนินการผลิต ขอมูลชัดเจน
ก. เทยี บจากองคการอนื่ ทผ่ี ลิตเหมอื นกัน
ข. ดจู ากเปา หมายผลผลติ ทก่ี ําหนดไว ********************
ค. ใช Gantt Chart
ง. กาํ ลงั ผลิตทอี่ งคก ารสามารถผลิตได
18. ในการท่ีจะคํานวณเงินทุนท่ีใชนัน้ ตอ งทํา
ความเขาใจและจัดทําตารางบญั ชีงบประมาณ
การเงิน อะไรบา ง
ก. บญั ชแี ยกประเภท,บัญชีลูกหน้แี ละ
เจา หนี้
ข. งบดลุ และงบกาํ ไร- ขาดทนุ
ค. งบกาํ ไร- ขาดทุนและงบกระแสเงินสด
ง. งบกาํ ไร- ขาดทุน, งบกระแสเงนิ สด
และงบดลุ
228
ใบงานที่ 8
หนวยท่ี 8 การเขียนแผนธรุ กิจเกษตร
**********************************
เรอ่ื ง การเขยี นแผนธุรกจิ เกษตร
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. สามารถเขียนแผนธรุ กจิ เกษตรได
จุดประสงคด านคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษา
1. ดา นมนุษยส มั พันธ ในการมสี ว นรว ม รับฟง คนอืน่ เปน ผนู ําและผตู ามท่ีดี
2. ดา นความรบั ผดิ ชอบ ตอสว นรวมและสวนบุคคล คอื การตรงตอ เวลา เขาหอ งเรยี น
ทันเวลา การสงงานตามกําหนด ความสะอาดและถกู ตอ งของผลงาน
3. ดา นความมีวินยั ในตนเอง ความซ่ือสตั ยส จุ รติ แตงกายถกู ตองตามระเบยี บ
4. ดานความรูและทักษะวชิ าชีพ มีความสํานึกดใี นการจัดการธุรกิจเกษตรในทกุ เรอื่ งที่
เก่ียวของ
วัสดุ เครอ่ื งมือ และอปุ กรณ
1. กระดาษ A4
2. แบบประเมนิ ผลงานทีม่ อบหมาย
3. เอกสารประกอบการสอนหนว ยที่ 8
ข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ าน
1.ใหผ ูเรียนทกุ คนตอบคาํ ถามลงในกระดาษ A4 กอ นเรมิ่ ตน เขยี นแผนธรุ กิจเกษตรมแี นวคดิ
อยางไรตอ คาํ ถามตอไปนี้
- เปา หมายการทาํ ธุรกิจ คืออะไร
- เรามคี วามถนดั อะไร
- เราอยูใ นธุรกิจอะไร
- เราจะขายสนิ คา หรือใหบริการอยางไร
- ตลาด (ผูซอ้ื หรอื ลูกคา ) หรือแหลง ทีข่ ายเราอยูไหน
- ใครเปนผซู อ้ื หรอื เปน ลูกคาของเรา
- ใครเปนคแู ขง ของเรา
- แผนการขายของเราเปนอะไร
- เราตองการจาํ นวนเงนิ ลงทนุ เทาไหร
229
- เราจะผลติ อะไร
- เราจะจดั องคกรเพื่อบรหิ ารธรุ กิจอยา งไร
- เราจะตองทบทวนแผนธุรกจิ เมอ่ื ไร
- หากประสบปญ หา จะแกไ ขอยางไร หรือจะขอความชว ยเหลอื จากท่ไี หน
2. เขียนแผนธรุ กจิ เกษตรของตนเอง
3. เวลา 4 ชัว่ โมง
4. สง ครผู ูสอน
5. ประเมนิ ผล
แหลงคนควา
1. หนังสือเอกสารประกอบการสอนวิชาการจดั การธุรกิจเกษตร
2. ทางอินเตอรเนต็
3. หนงั สื่อและตําราเกยี่ วกบั การบรหิ ารจดั การทว่ั ไป
4. ตัวอยางแผนธรุ กิจ
******************************
230
เฉลยขอสอบ
หนวยท่ี 8 การเขยี นแผนธรุ กจิ เกษตร
******************************
ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ตอบ ก ง ข ค ง ก ข ข ค ค
ขอ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
ตอบ ค ง ก ข ก ข ค ง ก ง
*****************************************
231
ภาคผนวก
โครงงาน “ Unseen in Phang – Nga”
โดย หา งหุนสว นจาํ กัด ขา วตอกและดอกเขม็
วทิ ยาลัยเทคนคิ พังงา จ. พงั งา
1. ภาพรวมธรุ กจิ
1.1 ความเปนมาและมลู เหตุจงู ใจในการทาํ ธุรกจิ
จังหวัดพังงา เปนจังหวัดท่มี สี ถานการณทีท่ อ งเที่ยวธรรมชาตทิ างทะเลทส่ี าํ คัญแหงหนง่ึ ในประเทศไทย
ในแตละปจ ะมนี ักทอ งเท่ียวเขามาทองเทย่ี วในจังหวดั พังงาเปน จาํ นวนมาก โดยในป 2545 มีนักทองเท่ียวท้ังส้นิ
4,656,380 คน มีรายไดจากการทองเท่ยี วทั้งสิ้น 6,838.64 บาท และจากโครงการ “ Unseen in Thailand ” ของการ
ทองเท่ียวแหงประเทศไทย มีสถานท่ที อ งเทย่ี วท่เี ปน Unseen ในจังหวัดพังงามากทส่ี ุดถึง 5 แหง ไดแ ก กลั ปงหา
นา้ํ ต้ืนท่หี มูเกาะสุรนิ ทร ฉลามวาฬทก่ี องหนิ รเิ ซวิว อ. คุระบรุ ี ปไู กทหี่ มเู กาะสิมลิ ัน ทงุ หญาสวนั นาทีเ่ กาะพระ
ทอง และถ้าํ ลอดที่อา วพังงา ทําใหเ กดิ ความคดิ ที่จะทําธรุ กิจทองเท่ียวอา วพังงาขึ้นเพื่อใหผูที่ไมเคยเทีย่ วอาวพังงา
ไดไปเทยี่ วชมธรรมชาติทีส่ วยงาม ประกอบกบั สมาชกิ ในกลุม บางคนมีบา นพักอาศัยอยใู กลบ ริเวณการทองเที่ยว
รูจักแหลง ทองเทีย่ วในจังหวัดพังงาเปนอยางดี และสามารถจัดหาเรือเพื่อนําเที่ยวไดง าย อีกทั้ง การประกอบรุ กิจ
นําเที่ยวในชุมชนเปนลกั ษณะรอรับนกั ทอ งเท่ยี วประเภทขาจรที่เดนิ ทางเขา มาติดตอเอง ไมมีการเขาพบลกู คาเพ่ือ
เสนอขาย ยกเวนกรุปทัวรท่ีมาจากตางถิน่
1.2 ลักษณะของธุรกจิ
เปนโครงการจดั บริการนําเทีย่ วเชิงนเิ วศน เท่ียวชมปาชายเลนและสถานท่ที องเท่ยี วในอาว
พงั งา เพ่อื สง เสรมิ การทองเทีย่ วภายในจงั หวัดและสนองตอนโยบายสง เสริมการทอ งเทย่ี วภายในประเทศตาม
โครงการ “ Unseen in Thailand “ โดยจะเนน ใหบริการทองเทยี่ วถํ้าลอด อาวพังงาเปนหลัก และจะดาํ เนินธรุ กจิ ใน
เชิงรกุ โดยเขาพบลูกคา เปาหมายเพ่ือเสนอขาย และโฆษณา ประชาสัมพนั ธธรุ กิจในหลายรูปแบบ ใหบริการจดั นาํ
เทย่ี วกลุมยอยในราคาประหยัดโดยการเชา เหมาเรอื จากชาวบา นในราคาตน ทนุ แลวบวกกําไรตามความตอ งการ
อาศยั ความคุนเคยในการดึงดดู ลูกคา โดยมีลกู คา เปา หมายคือนักเรียน นกั ศึกษาในวิทยาลยั สถานศกึ ษาใกลเ คยี ง
และประชาชนท่ัวไป
1.3 ประโยชนท ี่คาดวาจะไดจากธรุ กจิ
1) เปน การสรางรายไดระหวา งเรียนของนกั เรียนตามนโยบายกรมอาชีวะศึกษา
2) เปน การฝกประสบการณตรงโดยนาํ ความรทู างทฤษฏมี าประยุกตใ ชในการ
ปฏบิ ัตจิ ริง
3) เปนการใชเ วลาวางใหเ กิดประโยชน ไมไ ปยุงเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมขุ
4) เพอ่ื ใหเยาวชนเกดิ การหวงแหนและชวยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาตทิ อ งถน่ิ
5) สามารถเปนแนวทางในการประกอบอาชีพตอ ไปในอนาคต
1.4 จรรยาบรรณในการดาํ เนินธุรกิจ
232
1) อนรุ ักษท รพั ยากรธรรมชาติของสถานท่ีทอ งเท่ยี ว
2) มคี วามซ่ือสัตยต อ ลกู คา
2. วเิ คราะหความเปนไปไดทางธรุ กจิ จดุ ออ น(weakness)
2.1 การวเิ คราะหสภาพสง่ิ แวดลอมภายใน 1. การจัดบรกิ ารนาํ เทย่ี วจะไดเ ฉพาะวนั หยุดเทา นนั้
2. ไมม ีเรือนาํ เที่ยวเปน ของตนเองตองใชวิธกี ารเชา
จุดแขง็ (Strength) เหมาเรอื จากชาวบาน
1. สถานที่ทอ งเท่ยี วมคี วามสวยงามและเปนที่นาสนใจ
ของนกั ทอ งเท่ยี ว
2. สถานทีจ่ ัดนําเที่ยวอยใู นเขตอําเภอเมืองสะดวกแกการ
เดินทาง
3. สมาชิกในกลุมมีบา นอยูใ นบริเวณแหลงทองเที่ยวจงึ
รูจ ักสถานทีท่ อ งเทีย่ วเปนอยางดี
4. ตนทุนต่ําจึงคดิ คา บริการไดต ํ่ากวาทอ งตลาด
5. มกี ารประชาสัมพันธอยา งกวางขวาง
2.2 การวเิ คราะหส ภาพแวดลอมภายนอก อปุ สรรคตอ การดําเนินธรุ กจิ
โอกาสท่ีมีผลตอ การสงเสรมิ ธรุ กิจ
1. การทอ งเทยี่ วแหง ประเทศไทยไดประกาศใหถ้ําลอด 1. จังหวัดพังงามีผลตกชกุ แทบตลอดป ซ่ึงอาจทําให
อาวพังงาเปนหนึง่ ในการ “ Unseen in Thailand” ทาํ ให ไมไดด ําเนนิ ธรุ กจิ
นักทองเทย่ี วมคี วามสนใจไปเท่ยี วมากข้ึน 2. คูแขง ขนั ในการจดั บริการนําเท่ียวมาจาํ นวนมาก ซ่ึง
2. วิทยาลยั เทคนิคพังงาใหการสนับสนุนจากการจดั ทํา ทาํ ธุรกจิ การจดั นาํ เท่ยี วมานาน
โครงการธรุ กจิ สนบั สนนุ วัสดุตางๆ ทจ่ี ําเปน
3. บมจ. ธนาคารกรงุ ไทยไดด ําเนินการโครงการ”
กรุงไทย ยุววานิช” ขนึ้ เพ่ือสนบั สนนุ ใหเ ยาวชนมี
โอกาสแสดงความสามารถในการทาํ ธรุ กิจจงึ เปนแรง
บันดาลใจอยากใหธุรกจิ ประสบความสาํ เรจ็ ตาม
เปาหมายและไดรบั รางวัล
4. ชมุ ชนและผูป กครองใหก ารสนับสนุน
3. แผนการผลิต/ บริการ/ การดาํ เนินงาน
3.1 อุปกรณเครื่องใชในการดําเนินงาน
1. เรือนําเทย่ี วจะใชว ิธเี หมา จากผูปกครองและญาติ ๆ ท่ีมเี รอื นําเที่ยวในราคาประหยัด
2. กระดาษ A4 สาํ หรบั จดั ทําใบปลิวโฆษณา จาํ นวน 3 รมี โดยการจดั ซอื้
3. ลังโฟมสาํ หรับใสนา้ํ แข็ง และนาํ้ ด่ืม โดยยืมจากญาติ
233
3.2 กระบวนการดาํ เนนิ การ
3.3 การดําเนินการและจดั การ
การดาํ เนินธุรกิจจะดําเนินการในรูปของหางหุนสวนสามัญ มีผูถอื หนุ 5 คน รบั ผิดชอบในตาํ แหนงตา งๆ
อาทิ ผูจัดการ ทําหนา ที่วางแผนการดําเนินงาน บริหารองคการ ดแู ล ติดตาม ประเมนิ ผล และตดั สนิ ใจ แกไข
ปญหาตา งๆ ฝา ยการตลาดและบริการ ทําหนา ทโี่ ฆษณาประชาสัมพนั ธ
4. แผนการตลาด
4.4 กลุมเปาหมาย
1) ผลิตภัณฑ/ บรกิ าร (Product) เปนการจัดบริการนําเทีย่ วเชิงนเิ วศน โดยมกี ารใหความรู
เก่ียวกบั สถานที่ทอ งเทยี่ วในอา วพังงาและสอดแทรกความรูเ ก่ียวกับทรพั ยากรทางทะเลทสี่ าํ คญั
2) นโยบายราคา (Price) คดิ คา บริการ คนละ 100 บาท แตต อ งมนี ักทอ งเทย่ี ว
6 – 8 คน /ลํา หรือจะใชเหมาลํา ลําละ 700 บาท โดยใชเรือหางยาวมหี ลังคา แตถาเปน กลมุ ใหญต ั้งแต 30 คนขน้ึ
ไป จะใชเ รอื 40 ทีน่ ั่ง คิดคาบริการลาํ ละ 2,000 บาท ซ่ึงราคาถูกกวาคแู ขง ประมาณ 100 บาท สาํ หรับเรือหางยาว
และ 500 บาท สาํ หรบั เรอื ลาํ ใหญ
3) ชอ งทางการจําหนาย (place) จะจัดต้ังสํานักงาน ทอี่ าคารคณะวชิ าบรหิ ารธุรกิจ
วิทยาลัยเทคนิคพังงา และใหส มาชิกกลุมเขาพบลกู คา เปาหมายโดยตรง (Direct Sale) ในเชงิ รุก และใชจ ดหมาย
ขาย
4) การสง เสรมิ การตลาด (Promotion) จดั ทาํ โปสเตอรแ จกลูกคา โดยจะมีการรณรงค สงเสรมิ
การขายเปนบางชวง เชน ลดราคาพเิ ศษ การบรกิ ารอาหารวา งบนเรอื เปนตน การประชาสัมพันธห นาเสาธง และ
การบอกปากตอปาก
234
5. วเิ คราะหด านการเงนิ
การลงทุนเบอื้ งตนประมาณ 1,600 บาท โดยขอยืมเงินลงทุนจากแผนกการขายและการตลาด สําหรบั ซอ้ื
วสั ดอุ ปุ กรณ และเครอื่ งใชตาง ๆ และคาใชจ ายในการจดั ทําใบปลิวโฆษณา และเงินสดสาํ หรับการจดั ซอ้ื นาํ้ เพอื่
บรกิ ารแกล ูกคา ในแตละวัน นอกจากนีจ้ ะมีคาใชจายท่ีไมตองลงทุน ไดแ ก ลงั โฟมใสนาํ้ แข็ง คา โรเนยี วโปสเตอร
และคาจางแรงงาน ของนกั เรยี นในการดําเนนิ ธุรกิจ รวมเงินลงทุนเบื้องตนท้งั สน้ิ 2,100 บาท
ประมาณการทางการเงิน
- จัดบรกิ ารทอ งเท่ียวประมาณเดือนละ 8 วัน วนั ละ 3 เทยี่ ว
- คา เชาเรอื พรอ มคนขบั เรอื ลําละ 350 บาท/เทย่ี ว
- คา นาํ้ แขง็ / น้ําดื่ม ประมาณเดือนละ 200 บาท
- คาใชจายอน่ื ๆ อาทิ คา พาหนะ คาโทรศัพท ประมาณ 100 บาท
- คาบรกิ ารจากลกู คาเที่ยวละ 700 บาท ตอเรือ 1 ลํา
ประมาณการรายไดตอเดอื น ( 24 x 700 )
ประมาณการรายจายตอ เดือน
คา เชาเรอื ( 24 x 350 ) 8,500
คากระดาษ 600
คานาํ้ ด่ืม/นา้ํ แขง็ 100
คาใชจ ายอื่น ๆ 100 = 9,300 บาท
สรุปมกี ําไรสุทธิ = 7,500 บาท
235
โครงงาน “แปรรปู ผลิตภณั ฑ”
โดย บรษิ ัท นานาผลติ ภณั ฑ จาํ กัด
วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยี
1. ภาพรวม
“บริษทั นานาผลิตภัณฑ จาํ กัด”ประกอบดวยนกั ศึกษา 10 คน รวมกนั ดําเนนิ ธรุ กิจการแปรรูปผลติ ภัณฑ
ทางอตุ สาหกรรมหลายชนิด โดยนาํ ผลผลิตทีไ่ ดภายในวิทาลยั ฯมาแปรรปู ผลิตดภณั ฑตางๆ เพอ่ื เพ่มิ พนู คาของ
ผลผลติ ใหส งู ขั้น รูจกั ทีย่ ะสรางสรรคพ ัฒนาหลากหลายชนิดใหมีคณุ ภาพดีตามความนิยมของผูบริโภค มที กั ษะ
ประสบการณในการแปรรปู ทดี่ ี ถกู ตองตามหลักเกณฑท างวชิ าการ เพอ่ื ใหไดผลิตภัณฑท ม่ี คี ุณภาพและปลอดภยั
สําหรบั การบริโภค สามารถจาํ หนายเพอ่ื เปนรายได เสริมมาใชเปนเปน คาใชจา ยในการศึกษา
2. การวเิ คราะหความเปน ไปไดท างธุรกจิ ( Swot Analysis )
2.1 จดุ แขง็ ( Strength )
- วัตถดุ ิบหลัก สวนใหญมใี นวิทยาลยั ฯ ในชมุ ชน ซ้ือไดราคาตํ่า
- นโยบายของสถานศึกษาท่เี ออ้ื ประโยชนใ หห ลายประการ
- มสี มาชิกคอ นขางมาก สามารถแบงงานหมุนเวยี นแปรรูปผลิตภัณฑได
หลากหลายชนดิ
- การบรหิ ารจดั การซงึ่ มแี นวทางและประสบการณปฏิบตั ิงานมาแลว ทําใหมี
ความรู ทักษะความชํานาญและรสู ภาพปญหาทีเ่ กดิ ขึ้น
- ดานตลาด จาํ หนายไดทั้งภายในและภายนอกสถานศกึ ษา
2.2 จดุ ออน (Weakness)
- อตุ สาหกรรมอาหารมีอายกุ ารเก็บเก่ยี วรักษาจํากดั บางชนิดตอ งใชเ คร่ืองมือ สําหรบั เก็บ
รักษาใหไ ดนานข้นึ
- กระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑตอ งอาศัยการจัดการปฏบิ ตั ิยุงยาก ซับซอ นหลายขัน้ ตอน ถา
ไมรอบคอบอาจสง ผลตอ คุณภาพ และความปลอดภัย
- วตั ถดุ ิบบางอยางอาจไมมีหรอื มีนอยบางชวงเวลา เพราะการผลติ อาจไมตอเน่ือง หรือมรี าคา
แพง
- สมาชกิ มจี ํานวนมากยอ มมคี วามแตกตางกันในดานความรู ความสามารถ ความรบั ผิดชอบ
ฯลฯ
- ผปู รโิ ภคภายในสถานศึกษาและชมุ ชนทองถิ่นมีกาํ ลังการซ้ือคอนขางตาํ่
2..3 โอกาส ( Opportunity )
-วทิ ยาลยั ฯ ใหความอนุเคราะหปจจยั ตางๆ หลายสว น ท้ังเงินทุน สถานที่ อุปกรณ วัตถุดิบ วถิ ี
การผลิต ตลาด และสถานทีจ่ ําหนายภายในสถานศกึ ษา
- วัตถดุ ิบบางชนิดที่อยใู นวทิ ยาลัยฯและชมุ ชนซ้ือไดในราคาไมแ พง
- รฐั บาลและประชาชนท่ัวไปใหความสําคัญและสง เสริมสนับสนุนชวยเหลอื ผลิตภัณฑท ่ีผลิต
จากชุมชน
236
2.4 อุปสรรค ( Threat )
- เวลาสาํ หรบั การผลิตมีจํากัด
- ยานพาหนะสําหรบั การขนสง ผลิตภัณฑไมส ะดวก เนอ่ื งจากมีรถโดยสาร ประจําทางผาน
นอ ยมาก
- การจดั การผลติ ภัณฑคอ นขา งยาก เพราะมีอายุการเกบ็ รักษาจาํ กัด
ผลจากการวิเคราะหด ังกลาว คาดวา การประกอบธรุ กจิ จะประสบความสาํ เรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคแ ละ
เปา หมายตามที่ไดก าํ หนดไวอ ยางแนน อน
3. แผนการผลติ
3.1 วตั ถุประสงคก ารผลิต เพ่ือใหสมาชิกทุกคนสามารถ
3.1.1 กําหนดแผนธรุ กิจไดอยางชัดเจนเหมาะสมและสามารถแปรรูปผลิตภัณฑช นดิ ตางๆ ได
หลากหลายและจัดการจาํ หนายผลติ ภัณฑไดบ รรลุเปาหมาย
3.1.2 พฒั นาลักษณะนิสยั ทดี่ ีตอ การปฏบิ ัติงานทั้งเปนรายบุคคลและเปนกลมุ หรอื ทีม
3.1.3 พัฒนาทักษะประสบการณ การดําเนินโครงการแปรรูป ผลิตภัณฑเชงิ ธุรกิจและสามารถ
นาํ ไปประยุกตใชในการดํารงชีวิตและประกอบวิชาชีพไดอ ยางมั่นใจเพ่ิมข้ึน
3.2 วธิ ีดําเนินการ
3.2.1 แบง ประเภทและชนิดของผลติ ภัณฑ เปน 3 ประเภท คอื นํ้าพริกตางๆ และเครอื่ งด่มื เพอ่ื
สขุ ภาพ ขนมและอาหารวาง
3.2.2 ขบวนการผลิตภณั ฑ แบง เปน 3 ประเภท ดังนี้
นอกจากนี้ ยังมีการจดั การของเสียโดยนาํ เศษวัตถุดิบท่ีเหลือ ผสมกบั กากนาํ้ ตาล หมกั 3-6 เดอื น จงึ นําไปใชรด
ตน ไมได
4. แผนการตลาด
4.1 ลักษณะของสนิ คา (Product) เปน ผลิตภัณฑที่ไดจากการนําเอาผลผลิตหรือวัตถุดิบที่สดใหมจาก
ภายในวทิ ยาลยั ฯ และชมุ ชนทองถ่ิน มาแปรรปู เปนผลติ ภัณฑอาหารในกระบวนการผลิต บริษทั พยายาม
ดําเนินการให ถูกตอ งตามหลักวิชาการดวยกรรมวิธกี ารผลิตที่ดี สะอาดทุกขนั้ ตอนและปลอดภัยสําหรบั การ
บรโิ ภค ไมใสสารกนั เสยี ใดๆ
4.2 ราคา (Price) การกาํ หนดราคาจาํ หนา ย คาํ นวณจากตนทุนของผลติ ภัณฑแตละชนิด บวกกาํ ไร 30 –
40 %ของตนทุนทงั้ หมด
4.3 จดุ ขาย (Place) การจดั ทาํ แผนการตลาดและการจดั จาํ หนายไดด ําเนนิ การศึกษา และสํารวจตลาด
และกําหนดกลุมลกู คาเปาหมาย เปน 2 สวนไดแ ก
4.3.1 กลมุ ลูกคา ภายในวิทยาลัยฯ อาทิ โครงการประกอบอาหารใหนักศึกษาปฏิรูปการศกึ ษา
เกษตร รานคาสวสั ดิการของสถานศกึ ษา เปนตน โดยจัดจาํ หนายทงั้ โดยวธิ ขี ายตรง และขายผานพอคา คนกลาง
4.3.2 กลมุ ลูกคาภายนอกวทิ ยาลัยฯ อาทิ รานคาทว่ั ไปในชมุ ชน ตลาด งานแสดงสินคาจงั หวดั
4.4 การสง เสรมิ การตลาด (Promotion)
237
- นําตัวอยางชนิดของผลิตภัณฑใหรานคาเพื่อจําหนา ย พิจารณาคุณภาพ ปริมาณ ราคา
- การแจง ขอ มูลใหผ บู ริโภคทราบ โดยใชฉลากบอกขอ มลู ตางๆ ออกแบบใหสวยงาม
- การจดั ทาํ เอกสารแนะนําผลิตภัณฑ
- การขายพิเศษสําหรับลกู คา โดยจะมีการแถม หรือลดราคาตามความเหมาะสม เม่ือ
ผลิตภณั ฑบางชนิดหมดอายุ จะรบั คืนและเปลี่ยนสนิ คาใหม
5. แผนทางการเงนิ
5.1 ดําเนินการจัดหาทนุ โดยรวมหนุ จากสมาชกิ 10 คนคนละ 200 บาท และกูยืมกองทุนวิทยาลัยอีก
15,000 บาท รวมเงนิ ทุนท้ังหมด 17,000 บาท
5.2 ประมาณคาการคา ใชจา ยโครงการ มคี าใชจา ยในระยะยาว ไดแก คา อุปกรณบางชนดิ และคา ใชจาย
หมนุ เวียนระยะสนั้ รวมเปน เงนิ 13,000 บาท และจดั เปนเงินสาํ รองไว 4,000 บาท
6. ประมาณการทางการเงินหรอื เปาหมายทางรายได
ที่ รายการผลิตภัณฑ จาํ หนา ยหนวยตอสัปดาห ราคาจาํ หนาย จาํ นวนเงินรวม
ตอหนว ย(บาท) (บาท)
1. น้าํ พรกิ แกง 15 ก.ก. 900
60
2. นาํ้ พริกเห็ด 10 ก.ก. 80 800
3. เครอื่ งด่มื เพ่ือสุขภาพ 50 ขวด 8 400
4. ขนม/อาหารวางตา งๆ 150 ชนิ้ 4 600
สรปุ รวม/สัปดาห 225 หนว ย 2,700
สรปุ การดาํ เนนิ การรวม 3 เดอื น ( 12 สปั ดาห ) รวมเปน รายไดท งั้ สิน้ 32,400 บาท
238
เอกสารวจิ ยั ชุดท่ี 1
ของผูเรียน
แบบสํารวจปญ หา ……/…..../……
การจดั การเรียนการสอนเพื่อการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน รายวชิ าการจัดการธุรกจิ เกษตร
หนวยท่ี 8 เรอื่ ง แผนธรุ กจิ เกษตร
******************************
1. การใชสื่อการสอน
1.1 เอกสารประกอบการสอน หมายถงึ เนื้อหารายวชิ า ท่ีใชควบคูกับการเรยี นการสอน ซง่ึ ประกอบดว ย
หนว ยท.ี่ ., เรอ่ื ง., วัตถปุ ระสงคการจัดการเรียนรู..,สาระสําคัญ...,เนื้อหา..,สรปุ .....มีความสมบรู ณเ หมาะสม
ในการใชระกอบการเรยี นรู อยูในระดบั ใด
| มากทส่ี ดุ | มาก | ปานกลาง | นอ ย | นอยที่สุด
ปญ หา.................................................................................................................................................................
1.2. สอื่ สไลด power point หมายถึงสไลดท ใี่ ชควบคู ในประกอบบรรยายเนื้อหาวิชา ทม่ี ีท้ังภาพและ
ตวั อกั ษร มีความสมบรู ณน า สนใจในระดบั ใด
| มากท่สี ุด | มาก | ปานกลาง | นอ ย | นอยท่ีสุด
ปญหา.................................................................................................................................................................
1.3 ใบงานหรอื ใบมอบหมายงาน หมายถงึ ใบงานหรอื ใบมอบหมายทีใ่ หน กั ศึกษาทําในช้ันเรยี น มกี ิจกรรมที่
ตรงกับจุดประสงคของใบงานตามหนวยเรียน จดั อยูในระดบั ใด
| มากทสี่ ดุ | มาก | ปานกลาง | นอย | นอ ยท่ีสุด
ปญหา.................................................................................................................................................................
1.4 แบบฝกหดั ทบทวน หมายถึงกิจกรรมท่ีใหน ักศึกษาทําทบทวนเน้ือหาหลังเรยี นในหนวยเรยี นทีไ่ ดจ ัด
กจิ กรรมการเรยี นการสอนสิ้นสุดแลว มีความสมบรู ณค รอบคลมุ ครบถวน ในระดับใด
| มากท่ีสุด | มาก | ปานกลาง | นอ ย | นอ ยท่ีสดุ
ปญหา.................................................................................................................................................................
1.5 แบบประเมินผลการเรียน กอนและหลังเรยี นหมายถงึ แบบทดสอบที่ใชป ระเมินผเู รยี นกอนและหลงั
เรยี น มีเน้อื หาครอบคลมุ ตรงจดุ ประสงคก ารเรยี นรูใ นระดบั ใด
| มากท่ีสดุ | มาก | ปานกลาง | นอย | นอยทสี่ ุด
ปญ หา.................................................................................................................................................................
2. ปญ หาการจัดกจิ กรรมการจดั การเรียนการสอนในหนวยที.่ .........
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. ขอ เสนอแนะอ่ืน ๆ
...................................................................................................................................................................................
4. กระบวนการจัดการเรียนการสอนหนวยที่ …….ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยูในระดบั ใด.
| มากที่สดุ | มาก | ปานกลาง | นอย | นอยท่ีสดุ
**************************
หนวยที่ 9
เรื่อง โครงการธรุ กิจเกษตร
******************************
จุดประสงคการเรียนรู
หลงั จากศึกษาในเนื้อหาหนว ยเรียนนีแ้ ลว ผเู รียนสามารถ
1. บอกความหมายของโครงการได
2. บอกความสาํ คญั ของจดั ทาํ โครงการธุรกิจได
3. บอกถงึ สว นประกอบของโครงการธรุ กิจได
4. อธิบายถงึ ลักษณะของโครงการที่ดไี ด
5. เขยี นโครงการธุรกจิ ได
สาระสาํ คญั
ความหมายของโครงการ เปน แผนงานทจี่ ดั ทาํ ขึ้นอยางมรี ะบบ เปนกจิ กรรมหรือกลุมกิจกรรม
ท่รี วมกนั อยู ซ่งึ ตองใชทรพั ยากรในการดาํ เนนิ งานและคาดหวังจะไดผ ลตอบแทนอยางคมุ คา โดยมี
จดุ เร่มิ ตน และจดุ สนิ้ สุดในการดําเนินงาน มจี ุดประสงคชัดเจน มพี นื้ ทใ่ี นการดาํ เนินงานเพอื่ ใหบรกิ าร
มีบคุ คลหรอื หนว ยงานรับผิดชอบ
ความสําคัญของโครงการ
1
1. ชวยชใี้ หเ หน็ ถึงปญหาและภมู หิ ลงั ของการทาํ งาน
2. ชว ยใหการปฏิบัตงิ านตามแผนเปนไปอยางมปี ระสิทธภิ าพ
3. ชวยใหแผนงานมีความชดั เจนโดยบุคคลทเี่ ก่ียวขอ งมีความเขาใจและรบั รถู ึงปญหารวมกนั
4. ชว ยใหแ ผนงานมที รัพยากรใชเ พียงพอเหมาะสมกับสภาพปฏบิ ัตจิ ริง
5. ชว ยใหแ ผนงานมีความเปน ไปไดสงู เพราะมีผรู ับผดิ ชอบและมคี วามเขาใจในการดาํ เนินงาน
6. ชว ยลดความขัดแยง และขจดั ความซาํ้ ซอ นในหนา ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบของหนว ยงาน
7. สรางทศั นคติท่ีดตี อ บุคลากรในหนว ยงาน เปน การเสรมิ สรางสามัคคีธรรม และความ
รบั ผิดชอบรวมกัน ตามความรู ความสามารถและศกั ยภาพของแตละบคุ คลอยางเต็มที่
232
8. สรางความมั่นคงใหก บั แผนงาน และสรา งความมนั่ ใจในการดาํ เนนิ งานใหกบั ผูมหี นา ท่ี
รับผดิ ชอบ
9. สามารถควบคุมการทํางานไดส ะดวกไมซํา้ ซอ น
สวนประกอบของโครงการ
1. ช่ือโครงการ
2. ผูรบั ผดิ ชอบโครงการ
3. ระยะเวลาในการดาํ เนนิ การ
4. หลักการและเหตผุ ล
5. วตั ถุประสงค
6. เปา หมาย
7. วธิ ดี ําเนนิ การ
8. สถานทดี่ ําเนนิ การ
9. งบประมาณหรือคา ใชจา ย
10. ผลท่คี าดวาจะไดรับ
11. การประเมนิ ผล
ประเภทของโครงการ
1. โครงการที่เสนอโดยตัวบคุ คล
2. โครงการที่เสนอโดยกลมุ บคุ คล
3. โครงการท่เี สนอโดยหนว ยงาน
233
เนอื้ หา
1. ความหมายและความสําคัญของโครงการ
โครงการ (Project) เปน สว นหนึง่ ของกจิ กรรมในหนว ยงาน การเขียนโครงการเปน การเขยี น
เพอื่ ประโยชนท างวิชาการประเภทหนึง่ เพราะมีสวนชว ยใหเกดิ การวางแผน การทํางาน การศึกษา
การริเรม่ิ ปฏบิ ัตงิ านใหม ๆ ฯลฯ ดังนั้นโครงการจึงมีบทบาทสําคัญตอการปฏิบตั ิงานของหนว ยงาน
การเขียนโครงการจงึ มีความจาํ เปน ทีน่ กั ศกึ ษาจะตองศกึ ษาเพอื่ เปนประโยชนใ นอนาคตตอ ไป
1.1 ความหมายของโครงการ
0
คําวา “โครงการ” มีความหมายตรงกบั คําภาษาอังกฤษวา “project” และมีคําภาษาอังกฤษ
อกี คาํ หนงึ่ ท่ีมคี วามหมายคลายคลึงหรอื ใกลเ คียงกบั “Project” คอื คําวา “Program” ซ่งึ บางตาํ ราแปล
ความหมายของ “Program” วาโครงการหรือกําหนดการ
ในทางปฏบิ ตั คิ วามหมายของ 2 คําแตกตาง กลา วคือ โครงการ (Project) เปนกลมุ กิจกรรมท่ี
กาํ หนดข้นึ ในการดําเนนิ งานตามแผน สว นโครงงาน (Program)หรอื กําหนดการปฏบิ ัติงาน หมายถึง
รายละเอยี ดในการดาํ เนนิ งานของกิจกรรม ซง่ึ แตละกจิ กรรมจะกาํ หนดขน้ึ ตามแผนการดําเนินงานของ
โครงการ
จากความหมายขา งตน พอสรปุ ไดวา กาํ หนดการปฏบิ ัตงิ านหรอื โครงงาน(Program)คือ
สวนประกอบของโครงการ (Project) และโครงการเปน สวนประกอบของแผนงาน(Plan)
วีระพล สุวรรณนันต กลาวไดโครงการ หมายถงึ การนาํ ทรัพยากรทมี อี ยูอ ยา งจาํ กดั (เมอื่ เทยี บ
กบั ความตองการของมนษุ ย) มาผสมผสานซึง่ กันและกนั โดยกอ ใหเ กดิ ประโยชนส ูงสดุ (ประหยัดและ
มปี ระสิทธิภาพ) ภายในเวลาทก่ี าํ หนดไว
ประชุม รอดประเสริฐ กลาววาโครงการ หมายถึงกจิ กรรมเขา ระบบที่สามารถอธิบายไดว า
องคกรหรอื หนวยงานใดเปน ผูรบั ผดิ ชอบดาํ เนนิ การ บคุ คลประเภทใด และลักษณะใดทจ่ี ะตองเขา รว ม
กิจกรรมน้ัน จะตอ งนาํ เคร่ืองมอื และอปุ กรณใ ดสนับสนุน มีการจดั สรรทรพั ยากรเพ่อื การใชดาํ เนนิ การ
อยา งไร สถานท่ดี ําเนนิ การอยทู ี่ไหน จะใชเวลาในการดาํ เนินงานยาวนานเทา ใด โดยจะเริ่มตน และ
สิน้ สดุ เมื่อใด ผลท่เี กดิ ข้ึนคืออะไร และสามารถนาํ ไปใชใ หเ กิดประโยชนไดม ากนอ ยเพยี งใด
จากความหมายท่ีกลา วมาแลว ขา งตน พอสรปุ ไดว า โครงการ เปนแผนงานทจ่ี ดั ทําขน้ึ อยา งมี
ระบบ เปน กิจกรรมหรอื กลุมกจิ กรรมทรี่ วมกันอยู ซงึ่ ตองใชทรพั ยากรในการดําเนนิ งานและคาดหวัง
234
ดังนน้ั โครงการจงึ เปนสารทเี่ รยี บเรียงข้นึ อยางรอบคอบเปนขั้นเปน ตอน พรอมกับมี
แนวทางปฏิบัตเิ พอื่ ใหบ รรลวุ ตั ถุประสงคตามเปา หมายของแผนงานทไี่ ดก ําหนดไว
1.2 ลกั ษณะสาํ คัญของโครงการ
การเขยี นโครงการ มลี ักษณะการเขยี นแตกตางไปจากการเขียนประเภทอน่ื ๆ โครงการท่ีดี
ควรมลี กั ษณะดงั ตอไปน้ี
1.2.1 ตอ งมีระบบ(System)โครงการตอ งประกอบดว ยสวนตาง ๆ ทมี่ ีความสัมพนั ธ
เกี่ยวของเปน กระบวนการ ถาสวนใดเปลย่ี นแปลงไปเกดิ การเปลีย่ นแปลงในสวนอน่ื ๆ ตามไปดว ย
1.2.2 ตองมวี ตั ถปุ ระสงคช ดั เจนโครงการตอ งกําหนดวตั ถปุ ระสงคห รอื เปาหมายในการ
ดาํ เนินงานใหช ดั เจน วตั ถุประสงคตอ งมีความเปนไปไดแ ละสอดคลองกับความเปน มาของโครงการ
1.2.3 ตองเปน การดาํ เนินงานในอนาคต เน่ืองจากการปฏบิ ตั งิ านทผี่ านมา มขี อบกพรอง
จงึ ควรแกไ ขและปรบั ปรงุ โครงการจงึ เปนการดาํ เนนิ งานเพ่ืออนาคต
1.2.4 เปน การทํางานช่ัวคราว โครงการเปนการทํางานเฉพาะกจิ เปนคราว ๆ เพอื่ แกไ ข
ปรบั ปรงุ และพัฒนา ไมใ ชก ารทาํ งานทเ่ี ปนการทํางานประจําหรอื งานปกติ
1.2.5 มกี าํ หนดระยะเวลาทแี่ นนอน โครงการตองกําหนดระยะเวลาทีแ่ นนอน โดยกาํ หนด
เวลาเร่ิมตนและเวลาที่ส้ินสุดใหช ดั เจน ถาไมกําหนดเวลาหรือปลอ ยใหโครงการดาํ เนนิ ไปเร่ือย ๆ ยอ ม
ไมส ามารถประเมินผลสาํ เร็จได ซงึ่ จะกลายเปนการดําเนนิ งานตามปกติ
1.2.6 มลี กั ษณะเปนงานท่เี รงดว น โครงการตองเปนกิจกรรมท่ีจดั ขึ้นเพอื่ สนองนโยบาย
เรง ดว นทตี่ อ งการ จะพฒั นางานใหก าวหนา อยา งรวดเรว็ ทนั ตอ เหตกุ ารณหรือเปน งานใหม
1.2.7 ตองมีตน ทนุ การผลติ ต่าํ การดาํ เนินงานตามโครงการตองใชท รพั ยากร หรอื
งบประมาณ โครงการจะมปี ระสทิ ธิภาพตอ เมอื่ มีการลงทุนนอย และใหผ ลหรือไดร บั ประโยชนส งู สุด
1.2.8 เปน การริเรมิ่ หรอื พัฒนางาน โครงการตองเปน ความคิดรเิ ริ่มทีแ่ ปลกใหม เพอ่ื
แกปญ หาและอุปสรรค และพฒั นางานใหเ จริญกาวหนา
235
1.3 ความสาํ คญั ของโครงการ
6
เนือ่ งจากโครงการ เปนสารท่ีเรยี บเรยี งข้ึนเปน ข้นั ตอน และมีแผนปฏิบัติเพือ่ บรรลุ
วตั ถุประสงค ดังนั้นโครงการจึงเปนสวนประกอบท่ีสําคญั ของแผนการดําเนินงานของสวนราชการ
หรือหนว ยงานทกุ แหง
การวางแผนโครงการ มกี ระบวนการและขั้นตอน เชน เดียวกับการวางแผนโดยทว่ั ไป
คือ ประกอบดว ยการกําหนดวัตถปุ ระสงค การรวบรวมและการวิเคราะหข อ มูล การพิจารณาถึง
อปุ สรรค ปญหา คน หาโอกาส เลอื กแนวทางการปฏบิ ัตทิ ่ีเปนไปไดหรือวิถีทางทดี่ ีทสี่ ดุ และ
กระบวนการสดุ ทาย คอื การตรวจสอบ ทบทวน และการประเมนิ ผลโครงการ ดงั นัน้ โครงการจึงมี
ความสําคญั ตอแผนการการปฏิบตั งิ านดังตอ ไปนี้
1.3.1 ชวยชี้ใหเ ห็นถึงปญหาและภูมหิ ลงั ของการทํางาน
1.3.2 ชว ยใหก ารปฏบิ ัติงานตามแผนเปน ไปอยางมีประสทิ ธภิ าพ
1.3.3 ชว ยใหแ ผนงานมคี วามชดั เจน โดยบคุ คลท่เี กี่ยวขอ งมคี วามเขาใจและรบั รูถ งึ ปญหา
รว มกัน
1.3.4 ชว ยใหแ ผนงานมีทรพั ยากรใชเ พยี งพอเหมาะสมกบั สภาพปฏบิ ตั ิจรงิ เพราะมี
รายละเอียดการใชท่ีชดั เจน
1.3.5 ชวยใหแ ผนงานมีความเปน ไปไดส ูงเพราะมผี รู บั ผดิ ชอบ และมคี วามเขาใจในการ
ดาํ เนนิ งาน
1.3.6 ชว ยลดความขัดแยงและขจดั ความซา้ํ ซอ นในหนาที่ความรับผดิ ชอบของหนวยงาน
เพราะแตล ะหนว ยงานมโี ครงการที่ไดรบั ผิดชอบเปนการเฉพาะ เหมาะสมกบั ความรูความสามารถของ
บคุ คลในหนว ยงาน
1.3.7 สรา งทัศนคตทิ ่ีดีตอ บคุ ลากรในหนว ยงาน เปน การเสริมสรางสามัคคีธรรมและ
ความรบั ผดิ ชอบรวมกัน ตามความรู ความสามารถและศักยภาพของแตล ะบุคคลอยา งเตม็ ที่
1.3.8 สรางความมั่นคงใหก บั แผนงาน และสรางความมนั่ ใจในการดาํ เนินงานใหก บั ผมู ี
หนาท่ีรบั ผดิ ชอบ
1.3.9 สามารถควบคมุ การทํางานไดส ะดวกไมซาํ้ ซอน เพราะงานไดแ ยกออกเปน สว น ๆ
ตามลักษณะเฉพาะของงาน
236
ภาพท่ี 41 โครงการเลี้ยงปลาดกุ เปนสว นหนงึ่ ของโครงการเกษตร เพื่อหารายไดข องเกษตรกร
2. สว นประกอบของโครงการ
ในการเขยี นโครงการ นักศกึ ษาจําเปน ตอ งเขา ใจสวนประกอบตา ง ๆ ทัง้ นเ้ี พื่อใหก ารเขียน
โครงการเปน ไปตามลําดับขนั้ ตอนมเี หตผุ ลนาเชอ่ื ถือ และการเขียนสวนประกอบของโครงการครบถวน
ชวยใหการลงมอื ปฏบิ ัติตามโครงการเปนไปโดยราบร่นื รวดเร็วและสมบรู ณ สว นประกอบของ
โครงการ จําแนกได 3 สวน ดังตอไปนี้
2.1 สวนนํา หมายถงึ สวนทใี่ หข อ มลู เบอ้ื งตน เกยี่ วกบั โครงการนัน้ ๆ สว นนําของโครงการ
มงุ ตอบคําถามตอไปน้ี คอื โครงการนัน้ คือโครงการอะไร เกี่ยวขอ งกบั ใคร ใครเปนผเู สนอหรอื ดาํ เนนิ
โครงการ โครงการน้ันมคี วามเปน มาหรือความสาํ คัญอยางไร ทําไมจงึ จัดโครงการนั้นขึ้นมา และมี
วัตถุประสงคอ ยา งไร
จะเห็นไดวา ความในสว นนําตองมีรายละเอยี ดเพยี งพอท่จี ะใหผ ูอาน และผูเกย่ี วขอ งไดเ ขา ใจ
ขอมูลพื้นฐาน กอนจะอานรายละเอียดในโครงการตอไป สวนนําของโครงการประกอบดวยหวั ขอ
ตอไปนี้
2.1.1 ชือ่ โครงการ
2.1.2 ผรู บั ผิดชอบหรือผูดําเนนิ โครงการ
2.1.3 ความเปน มาและความสาํ คัญของโครงการ (หลกั การและเหตผุ ล)
2.1.4 วัตถุประสงค
การเขยี นสวนนาํ ของโครงการ ตอ งทาํ ใหผ อู า นเกิดความเขา ใจและเหน็ ความสาํ คญั ของ
โครงการนนั้ พรอ มตัดสินใจวาเปน โครงการที่นา สนใจหรือไม หากผอู า นเปน กลมุ บุคคลท่ีมหี นา ท่ี
ตองพจิ ารณาอนมุ ัติหรอื ใหการสนับสนุน ก็อาจจะเกดิ แนวคดิ วาจะใหค วามชว ยเหลอื โครงการนั้นแค
237
2.2 สวนเน้ือความ หมายถึงสวนที่เปนสาระสาํ คญั ของโครงการ ไดแ ก วธิ ดี าํ เนนิ การซง่ึ
กลาวถึงลําดับขัน้ ตอนตาง ๆ ในการปฏิบตั งิ าน รวมทงั้ พนื้ ทก่ี ารปฏิบัตงิ านซงึ่ ครอบคลุมปรมิ าณและ
คณุ ภาพ ตลอดจนการดําเนนิ งานตาม วนั เวลาและสถานท่ี สว นเน้อื ความของโครงการประกอบดว ย
หวั ขอ ตอ ไปน้ี
2.2.1 เปาหมายของโครงการ
2.2.2 วิธดี ําเนนิ การ
2.2.3 วนั เวลาและสถานทใี่ นการดาํ เนินงาน
วิธีดาํ เนินการจัดเปนหวั ใจสาํ คัญของโครงการ ผูเ ขยี นตอ งพยายามอยา งยง่ิ ทจี่ ะไมท าํ ให
ผูอา นเกดิ ความสับสน วธิ ีดาํ เนนิ การควรแยกอธิบายเปน ขอ ๆ ใหชดั เจนตามลาํ ดบั ขน้ั ตอนการทาํ งาน
อาจทําแผนผงั สรุปวธิ ดี าํ เนินการตาม วัน เวลา เพื่อความชดั เจนดวยกไ็ ด
2.3 สวนขยายความ หมายถึง สวนประกอบทีใ่ หร ายละเอียดอน่ื ๆ เกย่ี วกบั โครงการไดแ ก
ประโยชนห รอื ผลทคี่ าดวา จะไดร บั งบประมาณดาํ เนนิ การหรือแหลงเงนิ ทนุ สนบั สนุนตลอดจนการ
ตดิ ตามและประเมนิ ผล สว นขยายเนอ้ื ความของโครงการ ประกอบดวยหวั ขอตอ ไปนี้
2.3.1 งบประมาณทีใ่ ช
2.3.2 ผลทคี่ าดวาจะไดร ับ
2.3.3 การตดิ ตามประเมนิ ผล
ในสว นขยายความ อาจจะเพม่ิ เติมผเู สนอโครงการไวในตอนทายของโครงการ ในกรณีที่
เปน โครงการทต่ี อ งเสนอผานตามลาํ ดบั ข้นั ตอน และผอู นุมตั ิโครงการลงนามในตอนทา ยสุดของ
โครงการ
3. ลําดบั ขนั้ ตอนการเขียนโครงการ
ไดกลาวสว นประกอบของโครงการตามหวั ขอ สาํ คัญ 3 ประการแลว ในทีน่ ขี้ ออธบิ าย
รายละเอียด ลําดบั ขน้ั ตอนของการเขียนโครงการ ดงั ตอ ไปน้ี
238
3.1 ช่ือโครงการ ชอื่ โครงการตอ งมคี วามชัดเจน รดั กุมและเฉพาะเจาะจง ทําใหเ กดิ ความ
เขาใจงายแกผ เู กีย่ วขอ งหรอื ผนู าํ โครงการไปปฏิบัติ ชือ่ โครงการจะบอกใหทราบวา จะทาํ ส่งิ ใดหรอื
เสนอขั้นตอนเพือ่ ทาํ อะไร โดยปกตชิ อ่ื โครงการจะแสดงลกั ษณะของงานท่ตี อ งปฏบิ ตั ิ ตัวอยางเชน
3.1.1 โครงการฝกอบรมพัฒนาบุคลกิ ภาพและศิลปะการพดู
3.1.2 โครงการประชุมสมั มนาผูบ ริหารสถานศกึ ษา สงั กดั กรมอาชวี ศกึ ษา
3.1.3 โครงการอบรมผนู าํ เยาวชน
3.2 ผรู บั ผดิ ชอบโครงการ เปนการบอกใหท ราบวา กลมุ บุคคลใด หรอื หนวยงานใดเปน
ผูรบั ผดิ ชอบในการเสนอและดําเนนิ งานตามโครงการ ทั้งน้ีเพ่อื สะดวกแกก ารประสานงานและการ
ตรวจสอบ
3.3 ระยะเวลาในการดําเนนิ การ เปน การระบุระยะเวลาตงั้ แตเ ร่ิมตนโครงการจนกระทั่ง
สนิ้ สดุ โครงการ โดยระบเุ วลาทใ่ี ชเ รม่ิ ตน ตงั้ แตว นั เดือนป และสนิ้ สุดหรอื แลวเสรจ็ ในวนั เดอื นปอ ะไร
3.4 หลักการและเหตผุ ล หรอื อาจจะเรยี กวา ความเปน มาหรือภูมหิ ลังของโครงการ หลักการ
และเหตุผลเปนสว นที่แสดงถงึ ปญ หาหรือความจําเปน ทต่ี องจัดโครงการขน้ึ โดยผูเขียนหรอื ผเู สนอ
โครงการจะตอ งระบถุ งึ ปญ หา เหตุผลและขอมลู สนบั สนุนใหปรากฏชดั เจน นอกจากนย้ี งั ตอ งแสดง
ใหเ หน็ วาโครงการที่เขยี นขนึ้ นั้น สอดคลอ งกบั แผน นโยบายของหนว ยงานและเปน การเตรียมไปสู
สภาพท่ีตองการในอนาคต ผเู ขยี นตองพยายามหาเหตผุ ล หลักการและทฤษฏตี า ง ๆ สนับสนุน
โครงการอยางสมเหตุสมผล เพ่ือใหผูบรหิ ารหรือผมู ีหนา ทอี่ นมุ ตั ิโครงการเห็นชอบตามทเ่ี สนอ การ
เขียนหลกั การและเหตผุ ลมกั เขยี นเปน ความเรยี ง ไมน ยิ มเขียนเปน ขอ ๆ
3.5 วัตถุประสงค การเขยี นวตั ถุประสงคตองระบใุ หช ดั เจน รัดกมุ และสามารถปฏิบตั ไิ ดจ ริง
การเขยี นวัตถปุ ระสงคต อ งครอบคลุมเหตผุ ลท่ีจะทําโครงการ โดยจดั ลาํ ดับแยกเปนขอ ๆ เพือ่ ความ
เขา ใจงายและชัดเจน
3.6 เปาหมาย เปาหมายของโครงการเปน การบอกถงึ ความตอ งการ หรอื ทิศทางในการ
ปฏิบตั งิ านทร่ี ะบใุ นเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพหรอื พื้นท่ใี นการปฏิบตั ิงาน
- เชงิ ปรมิ าณ
- เชงิ คณุ ภาพ
3.7 วิธีดําเนินการ เปนการกลา วถึงลําดบั ข้ันตอนการทาํ งาน เพ่ือใหบ รรลุวัตถุประสงคต ามท่ี
กําหนดในโครงการ วิธีดําเนินการมกั จาํ แนกเปนกิจกรรมยอย ๆ โดยแสดงใหเ หน็ ชัดเจน ตง้ั แตเ ริม่ ตน
239
3.8 สถานท่ีดาํ เนนิ การ คอื สถานที่ บรเิ วณ พ้นื ท่ี อาคาร ทใี่ ชจ ดั กจิ กรรมตามโครงการ
3.9 งบประมาณหรอื คาใชจา ย การดําเนนิ งานตามโครงการตองใชงบประมาณ หรือคา ใชจ าย
ท่รี ะบุถงึ จาํ นวนเงิน จํานวนวสั ดคุ รภุ ณั ฑห รือจาํ นวนบคุ คลและปจจยั อ่นื ๆ ท่จี าํ เปน ตอการดําเนนิ การ
สาํ หรับงบประมาณควรระบุใหชดั เจนวา นาํ มาจากทใ่ี ด เชน จากงบประมาณหรอื เงนิ บริจาค เปนตน
3.10 ผลทีค่ าดวา จะไดรบั เปน การกลาวถงึ ผลประโยชนที่พงึ จะไดรับจากความสาํ เร็จ
ของโครงการ เปน การคาดคะเนผลทจ่ี ะไดร บั เม่ือส้ินสดุ การปฏบิ ัติโครงการ ซงึ่ ผลที่ไดร บั ตอ งเปนไป
ในทางทด่ี ี ทง้ั เชงิ ปริมาณและคุณภาพ
3.11 การประเมนิ ผล เปน การประเมินผลการดําเนนิ งานตามโครงการ ซึ่งตอ งระบวุ ธิ ีการ
ประเมนิ ผลใหช ดั เจนวา จะประเมนิ โดยวธิ ใี ด อาจเขยี นเปน ขอ ๆ หรอื เขียนรวม ๆ กนั กไ็ ด เชน จากการ
สังเกตและตอบแบบสอบถาม เปนตน
นอกจากโครงการจะมีสวนประกอบสาํ คัญ 11 ประการ ตามทก่ี ลา วมาแลว การเขยี นโครงการ
อาจจะมีสว นประกอบเพิ่มเติมอีกได เชน ปญ หาและอปุ สรรคขอเสนอแนะ ผูเ ขยี นโครงการ ผอู นุมตั ิ
โครงการ เปนตน
ภาพที่ 42 การเขยี นโครงการเกษตรยงั่ ยนื ภายใตแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งของ
240
ตัวอยา งแบบฟอรมการเขยี นโครงการ
1. ช่อื โครงการ……………………………………………………………………………………
2. ผูรับผดิ ชอบโครงการ…………………………………………….……………………………
3. ระยะเวลาดาํ เนินการ……………………………………………..……………………………
4. หลกั การและเหตุผล……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
5. วตั ถปุ ระสงค… …………………………………………….…………………………………
6. เปา หมาย
- เชงิ ปรมิ าณ ……………………………………………………………………………
- เชิงคณุ ภาพ……………………………………………………………………………
7. วธิ ดี าํ เนนิ การ………………..………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
………………………………………….………………………………………………………
8. สถานท่ดี าํ เนินการ……………………..……………………………………………………
9. งบประมาณที่ใช ……………………….……………………………………………………
…………………………………………….……………………………………………………
10. ผลท่คี าดวา จะไดรบั …………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………..…………………………………………………
11. การติดตามและประเมนิ ผล …………….……………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
241
4. ลักษณะของโครงการทด่ี ี
โครงการเปน กจิ กรรมทจี่ ัดทาํ ขึ้น เพื่อการปฏิบัตภิ ารกิจใหบรรลเุ ปา หมายอยา งมปี ระสิทธภิ าพ
โครงการที่ดียอ มมีผลตอบแทนหนว ยงานหรือองคก ารอยางคมุ คา ลักษณะของโครงการท่ีดมี ดี งั น้ี
4.1 สามารถแกป ญหาองคกรหรือหนว ยงานได
4.2 มปี ระสิทธิภาพและกอ ใหเกิดผลตอบแทนคุมคา
4.3 รายละเอยี ดของโครงการตอ งสอดคลองและสมั พันธก ัน
4.4 วตั ถปุ ระสงคแ ละเปา หมายตอ งชดั เจนและมคี วามเปนไดสูง
4.5 สามารถสนองความตองการขององคก รและหนว ยงานไดอยางดี
4.6 สามารถนําไปปฏิบตั ไิ ดส อดคลอ งกบั แผนงาน
4.7 กําหนดข้นึ จากขอมลู ทม่ี ีความเปนจรงิ และไดรบั การวิเคราะหอยางรอบคอบ
4.8 ตอ งไดร ับการสนบั สนุนดา นทรพั ยากรหรือคาใชจ ายอยางเหมาะสม
4.9 ตองมีระยะเวลาการดาํ เนนิ โครงการชดั เจน
5. ประเภทของโครงการ
โครงการแบง ออกไดห ลายประเภทตามความตองการและความเหมาะสม ไดแ ก แบงตาม
ระยะเวลา เชน โครงการระยะสั้น โครงการระยะยาว หรือแบง ตามความสําคัญ เชน โครงการหลกั
โครงการเสรมิ เปนตน แตท น่ี ิยมกนั โดยทวั่ ไปมักจะแบงประเภทของโครงการตามลกั ษณะของผเู สนอ
โครงการ ดังตอไปนี้
5.1 โครงการที่เสนอโดยตวั บุคคล หมายถงึ โครงการที่ริเร่ิมขึ้นโดยบคุ คลใดบุคคลหนึง่ ท้งั นี้
อาจเปน ความคิดรเิ รม่ิ ของตวั ผูเขยี นโครงการเอง หรือไดร บั การมอบหมายจากผอู ่ืนใหเ ปนผูเ ขยี น
โครงการกไ็ ด
5.2 โครงการทีเ่ สนอโดยกลุมบุคคล หมายถึงโครงการที่ริเรมิ่ ข้ึนโดยบคุ คลมากกวา 2 คนข้นึ ไป
ท่มี ีความเหน็ พอ งตอ งกันในวตั ถุประสงค วธิ ีการและมีเจตนาทจี่ ะทาํ งานรวมกนั ซึง่ สว นประกอบของ
โครงการจะตอ งไดร ับการอภปิ รายจนเปน ที่พอใจของกลุม การเขียนโครงการโดยกลุมบุคคลมผี ลดี
เพราะนอกจากจะไดรบั ประสบการณจากการเขยี นโครงการแลว ยงั ไดมกี ารประชมุ อภิปรายแสดง
ความคิดเหน็ และการใชเ หตุผลพรอ มกบั การเรียนรวู ิธกี ารทาํ งานรว มกันเปน หมูคณะ ดงั นน้ั โครงการ
นาํ เสนอโดยกลุมบคุ คลจงึ มีความสมบรู ณแ ละรดั กมุ มากกวาการเขยี นโครงการโดยตวั บคุ คล
242
5.3 โครงการทเี่ สนอโดยหนว ยงาน หมายถงึ โครงการท่อี าจจะเร่ิมโดยตวั บุคคล หรือกลุมบคุ คล
ก็ได แตเ ปน โครงการทด่ี ําเนนิ การในนามของหนว ยงาน ซ่ึงหมายความวา ทกุ คนในหนวยงานนั้น
จะตอ งเหน็ ดว ยและรว มกันรบั ผดิ ชอบ โครงการทเ่ี สนอโดยหนว ยงานจึงจัดเปน โครงการใหญทต่ี อ ง
ประสานงานและรวมมอื กนั ทุกฝา ย นบั วา เปนโครงการท่มี คี วามสมบรู ณมากกวาโครงการประเภทอนื่
6. การใชถ อ ยคําสํานวนในการเขยี นโครงการ
ผูเขียนโครงการตองมีความรู ความเขาใจในเรื่องการใชถอ ยคาํ สํานวนภาษาเปน อยางดี เพราะ
โครงการจะบรรลุเปา หมายหรือประสบผลสาํ เร็จ ขน้ึ อยูกบั การใชถอ ยคําภาษาเปนสําคญั ถา ใชถอยคํา
ภาษาถกู ตอง ชดั เจน สละสลวย ยอ มสอ่ื ความหมายไดงา ยและรวดเรว็ ดังน้ันผูเขยี นโครงการจงึ ตอง
รูจ กั เลอื กใชถอ ยคาํ ท่มี ลี กั ษณะดังตอไปน้ี
1. ใชภาษาใหถ กู ตอ ง คอื ใชใ หถ กู ตอ งตรงตามความหมาย และเขยี นใหถ ูกตอ งตามอกั ษรวิธี
ท้ังตวั พยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต ตวั สะกดและการันต
2. ใชภาษาใหก ะทัดรดั คอื ใชถอ ยคาํ กระชบั รดั กมุ ไมเยนิ่ เยอยดื ยาว ประหยดั ถอ ยคํา แตตอ งได
ใจความสมบรู ณ
3. ใชภ าษาใหช ัดเจน คือ ใชถ อ ยคาํ ท่มี คี วามหมายตรงไปตรงมาหรอื ตรงตามตัว ทาํ ใหผ รู ับสาร
เขาใจทันที ไมใชถอยคาํ คลุมเครอื หรือกํากวม
4. ใชภาษาใหเ หมาะสม คือใชภ าษาใหเ หมาะสมกับเนอื้ ความ หรอื เหมาะสมกบั กาลเทศะ
5. ใชภาษาใหส ุภาพ คือใชภ าษาเขยี นเปน ภาษาทม่ี แี บบแผน ไมใ ชภ าษาพดู ในการเขยี น
โครงการ
สรุป
การเขยี นโครงการเกษตร ผเู ขยี นจะตอ งจดั ทําข้นึ อยา งมรี ะบบเพราะวา เปน กิจกรรมทีร่ วมกนั
อยู ซึ่งตองใชท รัพยากรในการดําเนินงานและคาดหวังจะไดผลตอบแทนอยา งคุมคาโดยมีจดุ เรม่ิ ตน
และจุดลน้ิ สดุ เพราะวา โครงการจะชว ยชใ้ี หเหน็ ถึงปญหาและภูมิหลงั ของการทาํ งาน, ชว ยใหก าร
ปฏิบัติงานตามแผนเปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ, ชวยใหแ ผนงานมคี วามชดั เจน โดยบุคคลท่ีเกยี่ วขอ งมี
ความเขา ใจและรบั รูถงึ ปญ หารวมกัน, ชว ยใหแผนงานมที รัพยากรใชเ พยี งพอเหมาะสมกบั สภาพปฏิบัติ
จรงิ เพราะมรี ายละเอยี ดการใชท ชี่ ดั เจน, ชว ยใหแ ผนงานมคี วามเปน ไปไดสงู เพราะมผี รู ับผิดชอบและมี
ความเขา ใจในการดาํ เนนิ งาน, ชวยลดความขดั แยงและขจัดความซา้ํ ซอ นในหนาท่ีความรับผดิ ชอบของ
หนวยงาน, สรางทัศนคติท่ดี ตี อ บุคลากรในหนว ยงานเปน การเสริมสรา งสามัคคีธรรมและความรับผิด
243
โครงการเกษตรทด่ี ี ตองเปน เปน กิจกรรมท่จี ดั ทําขึน้ เพอื่ การปฏบิ ัติภารกิจใหบ รรลุเปา หมาย
อยา งมปี ระสทิ ธิภาพ มีผลตอบแทนหนวยงานหรอื องคก ารอยางคุมคา แกปญ หาองคก ารใหผ ลตอบแทน
คุมคา ตองสอดคลองและสมั พนั ธก นั วตั ถุประสงคและเปาหมายตอ งชดั เจน สามารถสนองความ
ตองการขององคก ารสามารถนําไปปฏิบัติได สอดคลอ งกบั แผนงานทก่ี าํ หนดขึ้น
การเขียนโครงการตามลาํ ดบั ขน้ั ตอน ผเู ขียนโครงการจะตอ งทําการศกึ ษาขอมลู มาเปน อยา งดี
แลว เขียนตามลําดับ จะทําใหก ารดาํ เนินกจิ กรรมบรรลเุ ปาหมายไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ซ่งึ ประกอบดว ย
ลาํ ดบั ขัน้ ตอนดงั น้ี
1. ช่ือโครงการ
2. ผรู บั ผดิ ชอบโครงการ
3. ระยะเวลาในการดําเนินการ
4. หลักการและเหตุผล
5. วัตถุประสงค
6. เปา หมาย
7. วธิ ีดําเนนิ การ
8. สถานท่ีดาํ เนนิ การ
9. งบประมาณหรือคา ใชจ า ย
10. ผลทีค่ าดวา จะไดรับ
11. การประเมินผล
************************************
244
แบบฝก หดั
หนวยที่ 9 โครงการธุรกจิ เกษตร
วตั ถปุ ระสงค เพ่อื ทบทวนความรูทไี่ ดเ รยี นมาแลว
******************************************************************************
1. โครงการคืออะไร มีความสําคญั อยางไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2. โครงการแบงออกเปน กสี่ วน อะไรบา ง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
245
3. จงบอกขัน้ ตอนของการเขียนโครงการ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
4. ลกั ษณะของโครงการท่ีดี มีอะไรบา ง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
******************************
246
แบบประเมนิ ผลกอ น-หลงั เรียน
หนวยที่ 9 การเขียนโครงการธรุ กจิ เกษตร
วตั ถปุ ระสงค เพื่อประเมนิ ความรูกอ นเรยี นและหลังเรียน
******************************************************************************
คาํ สั่ง จงเลือก X คาํ ตอบทที่ า นเหน็ วาถูกตอ งท่ีสุดเพยี งคาํ ตอบเดียว
1. โครงการธรุ กิจ หมายถึง ง. เปน แผนงานเกีย่ วกบั การเกษตร ทจ่ี ดั ทํา
ก. เปนสารที่เรียบเรยี งขน้ึ อยา งรอบคอบ เปน ขน้ึ อยางมีระบบ มีการใชทรัพยากร มี
ขั้นเปน ตอน พรอมกบั มแี นวทางปฏิบตั ิ จดุ เริม่ ตน และจุดสนิ้ สุด มจี ดุ ประสงค
เพ่อื ใหบ รรลวุ ัตถุประสงคต ามเปา หมาย ชัดเจน มีพ้นื ท่ี มผี ูรบั ผิดชอบ
ของแผนงานทไี่ ดก ําหนดไว 3. จงเรยี งลาํ ดบั ความสาํ คญั กอนกอ นหลงั ของ
ข. เปนแผนการดําเนินกจิ กรรมตา ง ๆ ทม่ี ี แผนงาน-โครงการ-โครงงาน
หนว ยงานรบั ผดิ ชอบ มีจุดเริ่มตน และ ก. แผนงาน-โครงงาน-โครงการ
สิน้ สดุ ข. แผนงาน-โครงการ-โครงงาน
ค. เปนแผนการดําเนินกจิ กรรมตา ง ๆ ทม่ี ี ค. โครงการ-โครงงาน - แผนงาน
ผูร ับผิดชอบ มีการใชท รพั ยากรตา ง ๆ ใน ง. โครงงาน- แผนงาน-โครงการ
การทาํ งาน มีจดุ เร่มิ ตน และสน้ิ สุด 4. ขอใด ไมตรงกับลกั ษณะที่สาํ คัญของ
ง. เปน แผนการดาํ เนินกิจกรรมตา ง ๆ ท่ีมี โครงการ
จุดเริม่ ตน และสิน้ สุด ก. เปนการทํางานช่ัวคราว
3. โครงการธุรกจิ เกษตร หมายถงึ ข. มลี ักษณะเปนงานทีเ่ รง ดวน
ก. เปนแผนการดาํ เนนิ กจิ กรรมตาง ๆ ทาง ค. มรี ะยะเวลาท่ยี ดื หยนุ ไมจาํ กัด
ง. ตอ งมีตนทุนการผลิตต่าํ
การเกษตรที่มีหนวยงานรับผิดชอบ มี 5. โครงการธุรกจิ มคี วามสาํ คัญในเรอ่ื งใด บา ง
จุดเร่มิ ตน และส้ินสดุ ก. ชวยช้ใี หเห็นถงึ ปญ หา และภมู ิหลังของ
ข. เปน สารทางการเกษตรที่เรยี บเรียงขึน้ อยา ง
รอบคอบ เปนขั้นเปนตอน พรอมกับมี การทาํ งาน
แนวทางปฏิบตั ิเพอื่ ใหบ รรลุวตั ถปุ ระสงค ข. ชว ยลดความขัดแยง และขจัดความ
ตามเปา หมายของแผนงานท่ีไดก าํ หนดไว
ค. เปน แผนการดําเนนิ กจิ กรรมตาง ๆ ทาง ซาํ้ ซอนในหนาท่ีความรบั ผดิ ชอบ
การเกษตรทมี่ จี ุดเรม่ิ ตน และสิ้นสุด ค. สามารถควบคุมการทาํ งานไดส ะดวก ไม
ซา้ํ ซอน
ง. ถูกทุกขอ
247
6. สว นประกอบโครงการ แบง ไดเ ปน กี่สว น 11. การระบุทศิ ทางการปฏบิ ตั ิงานของ
โครงการ ไปในทางเชงิ คณุ ภาพและปรมิ าณ จัด
ก. 2 สว น ข. 3 สวน อยูในลาํ ดับขน้ั ตอนใดของการเขยี นโครงการ
ค. 4 สวน ง. 5 สวน ก. ช่อื โครงการ
ข. หลักการและเหตผุ ล
7. สว นประกอบของโครงการดา นใด ท่บี อก ค. เปา หมาย
ง. วตั ถปุ ระสงค
ถงึ ความเปน มาท่จี ดั ทาํ โครงการ 12. ความหมายใดเปน ไปในลกั ษณะเชิง
ก. สว นนาํ คุณภาพ
ก. เกษตรกรมคี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ีขึ้น
ข. สวนเนอ้ื ความ ข. เพิม่ รายไดส งู ข้ึน 20 % ภายในส้นิ ป
ค. นกั ศึกษาทกุ คนจบการศกึ ษาแลว มีงาน
ค. สวนขยายความ ทาํ ทกุ คน
ง. เกษตรกรในตาํ บลราชกรูดทกุ คน หลดุ
ง. ทุกสวน พน จากการเปนหนีส้ นิ
8. สว นสาระสําคญั ของโครงการ อยใู นสว นใด 13. การแสดงรายละเอียดของกิจกรรมตง้ั แต
เร่ิมตน จนสิน้ สดุ กระบวนการ อยใู นขอใด
ก. สว นนาํ
ก. วธิ ดี ําเนินการโครงการ
ข. สวนเนอ้ื ความ ข. การประเมนิ ผลโครงการ
ค. แผนโครงการ
ค. สว นขยายความ ง. วตั ถปุ ระสงคโครงการ
14. เมอ่ื เรา เพมิ่ ขอ เสนอแนะ และปญหา
ง. อยไู ดทกุ สวน อปุ สรรค ควรจะเพมิ่ อยใู นสว นประกอบใด
ของโครงการ
9. ขอ ใด เปน การกาํ หนดระยะเวลาของ ก. สว นนํา
ข. สวนเนอื้ ความ
โครงการท่ีถกู ตองที่สุด ค. สวนขยายความ
ง. เพิม่ ไดทกุ สวน
ก. ภายใน 1 ป
ข. ไมเกนิ 5 ป
ค. ไมจาํ เปน ตอ งกาํ หนดระยะเวลา
ง. จะกี่ปก ็ได ใหมเี วลาเริ่มตนและสนิ้ สุด
10. การนาํ เอาหลกั การและทฤษฎีตาง ๆ มา
สนับสนนุ โครงการ เพือ่ ใหผ บู ริหารเห็นชอบอยู
ในลําดบั ขน้ั ตอนใดของการเขียนโครงการ
ก. ชื่อโครงการ
ข. หลักการและเหตุผล
ค. วตั ถุประสงค
ง. เปาหมาย