107
1.1.2 กระบวนการผลติ (Production Process)
กระบวนการผลิตเปนเรอ่ื งของการแปรสภาพวัตถดุ บิ เพอื่ ใหออกมาเปน ผลผลิต
ซงึ่ ออกมาในรปู ของสนิ คา หรือบริการ กระบวนการผลติ บางอยา ง อาจตอ งผานเครื่องยนต
เครอ่ื งจกั ร เชน อตุ สาหกรรมผลไมกระปอง อตุ สาหกรรมตอรถ แตกระบวนการผลติ บางอยา งอาจ
เปนเพยี งกระบวนการงาย ๆ เชน การทํานํ้าเช่ือมคอื การใสน าํ้ ตาลลงในน้ําเดอื ด
1.1.3 ผลผลติ ( Product )
8
ผลผลติ คอื ผลทีอ่ อกมาจากกระบวนการผลติ ซงึ่ เปนทไ่ี ดจ ากขนั้ ตอนสุดทาย
ตวั อยาง เชน ผลิตอาหารกระปอ ง ผลผลติ ก็ คอื อาหารกระปองประเภทตาง ๆ ท่มี คี ุณภาพตามเกณฑ
มีมาตรฐานทต่ี ่ําไว
การผลิตในแตล ะครัง้ ผผู ลติ จะตอ งมเี ปาหมายทช่ี ดั เจนเพอื่ จะไดปริมาณสนิ คา
ตามความตอ งการของตลาด ไมน อยเกนิ ไป ไมมากจนเกนิ ไปจนทาํ ใหส นิ คา เนา เสยี อยา งไรที่
จะใชตน ทนุ ตา่ํ ทสี่ ดุ วธิ ีการผลิตทดี่ ที ่ีสดุ ไดส ินคา ทมี่ ีคณุ ภาพมาตรฐานตามทล่ี ูกคา ตอ งการ และ
ใหตรงตามเวลาทีล่ ูกคาตอ งการดวย
1.2 องคประกอบท่สี าํ คญั ในการผลิต
การผลติ ประสบผลสาํ เรจ็ ไดจะตองมอี งคประกอบทส่ี ําคญั 4 ประการ ดังตอไปน้ี
1.2.1 คน (Man) ผูมหี นาทใี่ นการผลติ ไมว าจะเปน ผูมหี นาที่ในการบรหิ ารการผลิต
ผูค วบคมุ การผลิตหรอื พนักงานท่ีดําเนนิ การผลิต เชน ผูบริหาร วิศวกร คนงาน เจา หนาที่ เปนตน
1.2.2 เครื่องจกั ร (Machine) หมายถงึ อุปกรณต าง ๆ ทจี่ ะชว ยอํานวยความสะดวก
และเปนประโยชนตอ การผลติ สินคา ภายในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงเคร่อื งมือชางและเครือ่ งมือ
ในการขนยา ยวสั ดุและสินคา ดว ย
1.2.3 เงนิ ทุน (Money) หมายถงึ เงินทใ่ี ชเปน ทนุ ในการจัดการผลติ ไมว าจะเปน การ
ซอื้ เครือ่ งจักรและอปุ กรณต า ง ๆ เปน เงนิ เดอื นพนกั งาน หรือคา ใชจ ายเกย่ี วกบั สวสั ดกิ ารตาง ๆ
ของพนกั งาน และเงินทนุ ทซ่ี อ้ื วัตถุดบิ และใชจ ายในกระบวนการผลติ ดวย
1.2.4 วัตถุดบิ (Material) หมายถงึ วสั ดตุ าง ๆ ที่ปอนเขา โรงงานอตุ สาหกรรม
หลงั จากผา นขน้ั ตอนแลว กจ็ ะผลติ ออกมาเปนสินคา เพ่ือจาํ หนา ยใหแ กป ระชาชน
108
1.3 ปญ หา เปา หมายและความสําคญั ของการผลิต
1.3.1 ปญหาการผลติ ในการดําเนินกจิ กรรมทางธุรกจิ ภายใตระบบเศรษฐกิจทีม่ ีอยู
ในโลก เชน ระบบเศรษฐกจิ ทุนนยิ ม สังคมนยิ มและระบบเศรษฐกจิ แบบผสม ซ่งึ ก็ประสบกบั
ปญ หาเดยี วกนั ทัง้ สิ้น คือ
1) จะผลติ อะไร (What to Product) เปน สง่ิ สําคญั ในการทจี่ ะตงั้ โรงงาน
อุตสาหกรรมหรือบริษทั เมอื่ มที นุ แลว โดยคดิ จะผลติ อะไรจงึ จะทาํ ใหม กี าํ ไรมากท่ีสุด ประชาชนใน
ประเทศและตา งประเทศตอ งการสนิ คามากทสี่ ุด และมีความตอ งการสนิ คา ตลอดป
2) จะผลิตอยางไร(How to Product) เมอ่ื กําหนดตวั สนิ คา ท่ีจะผลติ ไดแ ลว
กด็ ําเนนิ การวางแผน กระบวนการผลิตสนิ คาโดยการใชเ ทคโนโลยตี า ง ๆ มาชว ยในการผลิต
เพือ่ ใหส ินคา มคี ุณภาพดี ติดตลาดเปน ท่ีตอ งการของประชาชนในระยะเวลายาวนาน
3) จะผลิตเทา ไร (How much to Product) ในการผลิตสินคานั้น จะตอ งมกี าร
สมุ ขอ มลู ทางการตลาดถงึ ความตองการสนิ คา กอนวา ประชาชนทัว่ ภมู ภิ าคมคี วามตอ งการสนิ คา ตอ
วนั เทา ไร ตอเดือนเทา ไรและตอปเ ทาใด แลว นาํ ขอมูลมาผลิตสินคา เพอ่ื จะไดผ ลิตเทาตามความ
ตองการ
1.3.2 เปาหมายการผลติ การผลติ ก็เหมือนกบั การดําเนนิ การธรุ กจิ โดยทวั่ ไป จะตอ ง
มีการต้ังวัตถปุ ระสงคแ ละเปา หมายในการผลติ ซ่งึ โดยท่วั ไปแลว การดาํ เนินธรุ กจิ ดานการเกษตร
บรษิ ัทหรอื โรงงานอตุ สาหกรรมทัว่ ไปมีเปา หมายดงั ตอไปน้ี
1) ทําอยา งไรจะผลติ สินคา ใหใ ชต น ทนุ ในการผลติ ตาํ่ สนิ คาคุณภาพดี เมื่อขาย
สนิ คาแลวไดผ ลกําไรมากทีส่ ุด
2) จะผลิตอยางไร เพอ่ื ใหไ ดสินคาตรงตามความตอ งการของประชาชน และ
การผลิตมกี ระบวนการอยางไร ทที่ าํ ใหส นิ คา มีจาํ นวนเพยี งพอกับความตองการของประชาชน
3) จะผลติ อยา งไร ใหไ ดสนิ คาท่ีมีคณุ ภาพสงู ตรงตามความตอ งการของประชาชน
และสนิ คาทผี่ ลิตออกมามกี ารสญู เสีย และตําหนหิ รอื มจี ดุ บกพรอ งนอ ยท่สี ดุ
1.3.3 ความสาํ คญั ของการผลติ
9
การผลติ มผี ลตอทกุ คนในประเทศไมว า จะเปน ตอ ผผู ลติ เอง ผบู รโิ ภค ตลอดจน
ภาครัฐ ภาคเอกชนตา ง ๆ ซึง่ สามารถแยกความสําคญั ได ดงั นี้
1) ทาํ ใหเ กิดมลู คาเพิ่มในวตั ถุดบิ หรือชิ้นสว นนาํ มาแปรรูปเปนตวั ผลติ ภัณฑ
2) ทาํ ใหผ บู รโิ ภคมีสินคาและบริการใหม ๆ ใช
3) ทําใหเ กดิ การจางงาน และยกระดับรายไดของผูบรโิ ภค
109
4) เกดิ การคนควาพฒั นารปู แบบการผลติ ใหม ๆ การใชเ ทคโนโลยที ่ที นั สมัย
สามารถผลติ สินคาไดคราวละจาํ นวนมาก
5) มผี ลตอ การพัฒนาอตุ สาหกรรมการผลิตประเภทตา ง ๆ ในประเทศ
ใหท ันสมยั และมีมาตรฐานยงิ่ ขน้ึ
ภาพท่ี 29 ความสาํ คัญของการผลิตกอใหเ กดิ ประโยชนร ปู แบบผลติ ภณั ฑใหม ๆ
2. การผลิตทางดานธุรกิจอุตสาหกรรม สามารถแบง ออกเปน 2 ประเภท ดังตอไปนี้
2.1 การผลิตตามกรรมวธิ กี ารผลิต มีรายละเอยี ดดงั ตอ ไปนี้
2.1.1 การผลิตท่เี ปนกระบวนการ (Processing Production) เปนการผลิตที่มี
กระบวนการหลายขัน้ ตอนสลบั ซับซอน เชน การผลติ ปนู ซีเมนต ขนั้ แรกจะตอ งทาํ การระเบิดหนิ
ออกมากอน หลงั จากนน้ั กผ็ า นกระบวนการผลิตภายในโรงงานอตุ สาหกรรมหลายข้นั ตอน จึงจะ
ออกมาเปน ปนู ซีเมนตข้ันสดุ ทา ย
2.1.2 การผลติ แบบวิเคราะห (Analysis Production) เชน การกลัน่ นาํ้ มนั ทาํ การผลิต
โดยนาํ น้าํ มนั ดิบมาผา นกระบวนการผลติ ตาง ๆ แยกออกมาเปน น้ํามนั กา ด นํ้ามนั เบนซนิ นํ้ามนั
ดเี ซลและยางมะตอย เปน ตน ซึ่งจะเหน็ วา เปน การผลติ ทน่ี ําวัตถดุ บิ ชนดิ เดยี ว แยกออกเปนผลผลติ
หลาย ๆ ชนิด
2.1.3 การผลิตแบบสงั เคราะห (Synthesis Production) เปน วธิ กี ารผลติ ทีน่ าํ วตั ถุดิบ
หลายชนดิ มารวมกันเพอ่ื เปน ผลผลติ เพยี งอยา งเดยี ว สว นใหญจ ะเปน การผลติ สนิ คา ประเภท
อาหารและเครอ่ื งใชต าง ๆ เชน ผลิตบะหม่ีกึง่ สาํ เร็จรปู เสนสาํ เรจ็ รูป เครอื่ งปรุง หลงั จากนาํ มาใส
นํ้ารอนแลวสามารถนํามารบั ประทานได
110
2.1.4 การผลิตโดยใชชนิ้ สวนประกอบ (Fabrication Production) เปนการผลติ แบบ
นําเอาวตั ถุดิบสําเรจ็ รูป หรือก่งึ สําเร็จรปู มาประกอบกนั เปน สินคาสาํ เรจ็ รูปชนิดเดยี ว ไดแ ก
การประกอบรถมอเตอรไ ซด ตแู ช วิทยุ โทรทัศน อปุ กรณไฟฟา อเิ ล็กทรอนิกสทั่วไป เปน ตน
2.1.5 การผลิตแบบโครงสรา ง (Construction Production) เปน การผลิตคลา ยการ
ประกอบชิ้นสว น แตมีขนาดใหญก วา เชน การกอ สรา งสะพาน การกอ สรา งทางดว น การกอ สราง
เข่ือน การกอสรา งรางรถไฟฟา ซง่ึ การผลิตไมไ ดทําภายในโรงงานอตุ สาหกรรม แตเ ปน การผลิตทนี่ าํ
วสั ดุอปุ กรณต า ง ๆ ไปรวมตวั กนั เปนโครงสรา ง เปน ตน
2.2 การผลิตตามลกั ษณะการบรโิ ภค การประกอบการผลิตแบบนีม้ ลี กั ษณะดังตอ ไปนี้
2.2.1 การผลิตส่ิงทอ ไดแ ก เสื้อผา เคร่อื งนงุ หมและสิง่ ทอทุกชนดิ
2.2.2 การผลิตอาหาร ไดแ ก เครอ่ื งด่ืมและอาหารทกุ ประเภท
2.2.3 การผลติ กระดาษ ไดแ ก กระดาษประเภทตา ง ๆ กลอ งและเยือ่ กระดาษ
2.2.4 การผลิตไม ไดแ ก ไมอ ัด เคร่ืองเรือน และเฟอรน เิ จอรทท่ี ําจากไม
2.2.5 การผลิตโลหะข้นั มลู ฐาน ไดแ ก ผลิตภณั ฑเหลก็ เหลก็ กลา และโลหะทุกชนดิ
2.2.6 การผลติ แรอ โลหะ ไดแ ก พลาสตกิ แกว และเครอ่ื งปน ดินเผา
2.2.7 การผลติ อื่น ๆ ไดแก เพชร พลอย แรธ าตตุ ามธรรมชาติ และยาง
2.2.8 การผลติ โลหะภณั ฑ ไดแกเครื่องยนต เครื่องจักร และอปุ กรณท ี่เปนโลหะทกุ ชนิด
2.2.9 การผลติ ไฟฟา กา ซ และนาํ้
2.3 การจาํ แนกการผลิต การผลติ สามารถจําแนกได 2 ลักษณะ คอื การผลติ ตาม
คําส่ังซื้อ (Production to order) และการผลติ เพ่ือรอการจาํ หนา ย (Production For stock)
มลี ักษณะสาํ คัญดังน้ี
2.3.1 การผลิตตามคาํ สงั่ ซ้ือ
การผลติ ตามคําสั่งซอ้ื หรอื การผลิตตามลกู คา ส่งั (Customer building) เปนการ
ผลติ สนิ คา ตามทีล่ ูกคากําหนดคุณลกั ษณะเฉพาะของสนิ คา มาใหแ กผผู ลติ เน่ืองจากลกู คาแตละคน
มคี วามตอ งการในลกั ษณะเฉพาะของสินคา ตา งกัน จึงถือเปนลกั ษณะสาํ คญั ของการผลิตตามคําส่ัง
ซ้อื และโดยสวนใหญแ ลว เปน การผลิตท่ีมจี ํานวนนอยมาก (Lor – Volume type) เชน การผลิต
เฟอรน เิ จอร ตามความตอ งการของลูกคา
111
2.3.2 การผลติ เพือ่ รอการจําหนาย
ลกั ษณะสําคญั ของการผลิตเพ่อื รอการจาํ หนา ยคอื ผูผลิตจะเปน ผกู าํ หนด
คุณลกั ษณะเฉพาะของสนิ คา ไวล วงหนา กอ นลูกคาสั่งซ้ือ โดยอาศัยขอ มลู ทางการตลาดชวยในการ
ตัดสนิ ใจเลอื กผลิตสินคา จึงสามารถวางแผนการดําเนนิ การผลติ ไวล วงหนาไดเ กย่ี วกบั วัตถุดิบ
กระบวนการผลิต รูปแบบผลิตภัณฑ และโดยสว นใหญม ักจะเปน การผลิตจาํ นวนมาก (Mass
Production) มกี ารเก็บรักษา(Stock)ไวรอการจําหนา ย
3. ลาํ ดบั ขน้ั ในการผลติ
ในสมยั กอ นการผลติ สนิ คา หรอื บริการ จะเกดิ ข้นึ ภายในครอบครัวแลว นําสนิ คา มาแลกกนั
เชน คนผลิตขาวจะนํามาแลกกบั คนเลีย้ งสตั ว ผูอยากไดท องคําก็มาแลกกบั ววั หรือควาย แตใ น
สมัยปจ จบุ นั เทคโนโลยีกาวหนา ขึ้นมาก มกี ารติดตอ คา ขายกบั ตางประเทศ การผลติ จะตอ งมี
กระบวนการทซ่ี บั ซอ นข้นึ สินคาท่ีผลิตออกมาจะตองนําไปขายภายในทุกภมู ภิ าคของประเทศหรอื
ตา งประเทศ เพ่ือนาํ เงินตราจากตา งประเทศเขา มาพัฒนาประเทศ บรษิ ทั หรือผูประกอบการจะตอง
พยายามคดิ ผลติ ภัณฑส นิ คาทมี่ คี ณุ ภาพ โดยตองนาํ เครือ่ งจักร เคร่อื งมอื และเทคโนโลยจี าก
ภายนอกเขามา ซง่ึ ลาํ ดบั ข้นั ในการผลิตนนั้ มอี ยูดว ยกัน 3 ขัน้ ตอน ดงั ตอ ไปน้ี
3.1 ข้ันปฐมภูมิ (Primary Production) เปน การผลติ ท่ตี อ งอาศยั ทรัพยากรธรรมชาติ
เปน พื้นฐาน เปน การผลติ ท่ีใชแ บบดง้ั เดมิ ประเทศทีด่ อ ยพัฒนาจะอาศัยการผลติ แบบน้ีมาใช โดย
การนําทรัพยากรธรรมชาติ เชน ปา ไม แรธ าตุ สัตวและพชื ผัก ซึ่งเปน การผลิตขั้นพื้นฐานไปแลก
กบั เครอ่ื งจักรและรถยนตห รอื อาจขายเปน เงนิ สด
ภาพที่ 30 สนิ คา เกษตรสว น
ใหญเ ปนสินคน ขัน้ ปฐมภมู ิ
3.2 ข้นั ทตุ ิยภูมิ (Secondary Production) เปนการผลิตทน่ี าํ เอาผลผลิตของขัน้ ปฐมภมู ิ
มาแปรรปู โดยจะเปน การผลติ ทมี่ กี ารใชเ ทคโนโลยีสงู ขึน้ เรียกวา ธุรกิจอตุ สาหกรรมและ
หัตถกรรม เชน การนาํ ปลาจากแมน ้าํ หรือทะเลมาทําปลากระปอ ง โรงงานท่ีผลิตปลากระปองเปน
112
3.3 ขัน้ ตตยิ ภูมิ (Tritiary Production) เปนการผลติ ท่มี ีวตั ถปุ ระสงคเพอ่ื สรางความ
สะดวกสบาย รวดเรว็ และปลอดภยั ใหก บั ผูบ ริโภค ไดแ ก การบรกิ ารทางดา นการส่ือสาร การ
ธนาคาร การศกึ ษา การประกนั ภัย การคมนาคมขนสง และการรักษาพยาบาล ดังน้นั พนกั งาน
สื่อสารโดยสาร พนักงานธนาคาร ครู แพทยพ ยาบาล และเจาหนาท่ีสอื่ สารมวลชนเปนผผู ลติ
ข้ันตตยิ ภูมหิ รอื เปนผใู หบ รกิ ารแกลกู คา
4. ปจ จัยทตี่ องพจิ ารณาในการเลือกทําเลทต่ี ง้ั ในการผลิต การเลอื กทําเลท่ตี ัง้ เพ่ือการผลติ
ตองพิจารณาถงึ ปจจยั ตาง ๆ ที่มีผลตอการดาํ เนินงานดังตอไปน้ี
4.1 ทดี่ นิ ที่จะใชเ ปน แหลง ทต่ี ้ังการผลติ
การลงทุนในทดี่ นิ ไมจ ะเปน การเชาหรอื ซื้อกต็ าม ยอมเกิดตนทนุ ขน้ึ มา โดยมเี งนิ ทนุ
เปนตัวกําจดั อสิ ระในการลงทนุ สว นน้ี แตม ไิ ดห มายความวา ทด่ี นิ ทจ่ี ะใชเ ปน แหลงผลติ ที่ดที ส่ี ุดนน้ั
ตองมีราคาตาํ่ สดุ ควรพจิ ารณาปจ จยั อืน่ ๆ ประกอบดวย เพราะราคาท่ีดนิ ขนึ้ อยกู ับปจ จัยเหลานน้ั
เชน ที่ดนิ ท่อี ยใู นตวั เมอื งหรอื นอกเมือง เอกสารการมีกรรมสทิ ธใ์ิ นทด่ี นิ (โฉนด นส.3 ก. ใบ สค.1
สปก 4- 01) เปน ตน
4.2 ระบบสาธารณูปโภค
ระบบสาธารณปู โภค เชน ไฟฟา นํ้าประปา โทรศพั ท ถนนหนทาง มคี วามจําเปน อยาง
ยิ่งในการผลิต การเลือกทาํ เลทต่ี ั้งตอ งพิจารณาถงึ ปจ จัยนี้ หากทาํ เลทตี่ ง้ั นัน้ มพี รอ มอยแู ลว
การประกอบการผลติ ก็สามารถดาํ เนินไปไดเ ลย แตห ากไมพ รอ มธุรกิจก็จะจัดหาเอง ทาํ ใหเ กิด
ภาวะในการบาํ รงุ ซอมแซมดแู ลตามไปดว ย
4.3 แรงงาน
แมวา ในการผลิตจะนําเอาเคร่ืองจกั ร เครอื่ งทุนแรงมาใชก ต็ าม แตค วามจาํ เปนในการ
ใชแ รงงานก็ยงั คงมีอยู และหากการผลิตนน้ั เปน อตุ สาหกรรม ความตองการในการใชแรงงานมี
มากขนึ้ จึงพจิ ารณาวา ในทําเลที่ต้งั ทกี่ ําลงั พิจารณานน้ั มีจาํ นวนแรงงานมากนอยเพยี งใด หาได
ยากหรืองา ย ลกั ษณะของแรงงานฝมือระดับใด อยา งไร อัตราคาจางสงู ต่ําเพียงใด ขึ้นอยูกับเขต
ทองที่
113
4.4 แหลงวตั ถุดิบตลาด
การเลอื กทําเลทีต่ ง้ั วาจะอยใู กลแ หลงวตั ถุดบิ หรอื ตลาดนัน้ ข้ึนอยกู ับลกั ษณะของการ
ประกอบธรุ กจิ เชน โรงงานผลิตผลไมกระปอ ง การทําเหมอื งแร ยอ มเหมาะสมท่ีจะอยใู กลแ หลง
วัตถุดบิ แตถา เปน กจิ การปม น้าํ มนั กิจการขายเครอื่ งกอสรา ง อซู อมรถ รา นประดบั ยนต
ก็เหมาะสมท่จี ะอยูใกลต ลาดหรอื ลกู คา การเลือกทําเลทต่ี ั้งใกลแหลงวตั ถุดบิ หรอื ตลาดจะมผี ลตอ
ตน ทุนในการดาํ เนินงาน เชน ตน ทุนในการขนสง วัตถดุ ิบและสนิ คา การสํารองและเก็บรักษา
วัตถดุ ิบและสนิ คา เปน ตน
4.5 สง่ิ อํานวยความสะดวกในการดําเนนิ ธรุ กิจ
สิง่ อาํ นวยความสะดวกในการดําเนินธรุ กจิ มีหลายอยา ง เชน ธุรกิจการเงนิ
การประกันภัย การขนสง หนวยงานราชการ ทาํ เลทต่ี ั้งใดทมี่ ีส่ิงอาํ นวยความสะดวกในการดาํ เนนิ
ธรุ กจิ ยอมทาํ ใหเกิดความไดเ ปรยี บ โดยเฉพาะอยา งย่ิงในสภาพการแขง ขันยุคโลกาภวิ ฒั น
4.6 โอกาสของธรุ กจิ ในอนาคต
2
การพจิ ารณาในการเลอื กทําเลที่ตงั้ ควรมกี ารคาดการณในอนาคตไวดว ย เปน การ
เตรียมการปอ งกนั ไวดีกวาแกไ ขภายหลงั ซึ่งอาจจะแกไขไมไดโดยมองถึงความเปนไปไดในการ
ขยายกจิ การ ความเพยี งพอของแหลง วตั ถดุ บิ และแรงงาน ตลอดการคมนาคม
4.7 ส่งิ แวดลอมของธุรกจิ
เปนสิง่ ที่มีอยแู ลว ทีธ่ ุรกิจตองพิจารณาในการเลือกทาํ เลทตี่ ัง้ เชน อุณหภมู ิ แสง เสยี ง
อากาศ นํ้า เพราะมีผลตั้งแตก ารออกแบบแผนผงั อาคารโรงงาน การวางแบบสาธารณูปโภค
ในโรงงาน ( นา้ํ ไฟ ระบบระบาย บําบดั นํา้ เสยี ) และการปฏิบัตงิ านของคนงาน
5. ระบบการผลิต (Production System)
จากความหมายของการผลติ มีสวนประกอบสําคญั 3 สวน คอื ปจจัยการผลติ ( Input )
กระบวนการผลติ ( Production process)และผลผลติ ( Output ) เมอ่ื นํามาจดั เปนระบบการผลติ
ก็หมายถึงการทํางานดา นการผลิตอยา งตอเนอ่ื งเปนระบบ คือรบั ปจ จยั การผลิตเขาสูกระบวนผลติ
ทาํ ใหเ กิดผลิตข้นึ เชน โรงงานผลิตสบั ปะรดกระปอ ง ระบบการผลติ จะเร่ิมตง้ั แตก ารคดั เลือก
ขนาดของสบั ปะรด การทาํ ความสะอาด การลาํ เลียงไปตามสายพานเขา เครื่องปอกควา น หลงั จาก
นนั้ จะสูก ารเชอื่ มปรุงรสบรรจุกระปอ ง ปด ฉลากบรรจลุ งกลอง พรอ มทจี่ ะนําออกสตู ลาด
ระบบการผลิตมีวัตถุประสงคในการผลติ คอื ตอ งการใหเ กิดการเคล่อื นยา ยปจ จัยการผลติ
และผลผลิตจากที่หนงึ่ ไปสอู ีกท่ีหนงึ่ อยา งสม่ําเสมอตอเนอ่ื งและประหยัด
114
5.1 ระบบการผลิตแบบอนกุ รม (Serial Subsystem) การผลิตแบบระบบการผลติ อยา ง
ตอ เนอื่ ง หรอื การผลติ แบบอนุกรมนี้ จะพบเห็นในระบบการผลิตทีเ่ ปน สายการผลติ สาย
เดียว (Line Production) หรอื บางที เรยี กวา เปนการผลิตแบบสายการผลิต ทเ่ี ปนสายการผลติ
สายเดียวจากวตั ถุดิบผานกระบวนการผลติ ขัน้ ท่ี 1 ข้ันท่ี 2 ขนที่ 3 ไปจนถึงขน้ั สดุ ทาย ออกมา
เปน สินคา สาํ เร็จรปู ระบบการผลติ แบบน้ีมักพบในอตุ สาหกรรมขนาดเลก็ หรอื ในอุตสาหกรรม
อาหารสําเรจ็ รูป
5.2 ระบบการผลิตแบบคขู นาน (Parallel Subsystem) ระบบการผลติ แบบคูขนาน จะมี
ลักษณะการผลติ โดยการแบงกระบวนการผลติ ออกเปน กลุมงานยอ ย ๆ แยกเปน อิสระจากกันแลว
จงึ สงมารวมผลติ ในการผลติ ขั้นสดุ ทา ย
อุตสาหกรรมซงึ่ มรี ะบบการจดั ผลิตแบบน้ี มักจะเปน อตุ สาหกรรมซงึ่ สภาพของการ
ผลติ ภณั ฑแบง ออกเปน ขน้ั ๆ ไดสะดวก เชน อุตสาหกรรมตัดเยบ็ เส้อื ผา การตอ รถยนต และ
ประกอบหนุ ยนต เปน ตน
5.3 ระบบการผลติ แบบผสม (Integrate Subsystem) ระบบการผลติ แบบนี้ จะมลี ักษณะผสม
ระหวา งระบบการผลิตแบบอนุกรมและระบบการผลิตแบบคขู นาน ระบบการผลติ แบบน้ีจะพบเหน็
ไดม ากในการปฏบิ ตั ิการผลติ ในโรงงานอตุ สาหกรรม จนอาจกลา วไดว า อตุ สาหกรรมเกอื บทกุ
ประเภท มีระบบการผลิตแบบผสม
6. การควบคุมการผลิต
การควบคุมการผลติ คือกาํ กบั ดแู ลใหก ารดาํ เนนิ การผลติ สเู ปาหมายท่ตี งั้ ไว ซ่ึงการควบคมุ
ยอ มเปน หลกั ประกนั วา ผลงานทีไ่ ดต รงกบั เปาหมายและวตั ถปุ ระสงคท กี่ ําหนด การควบคุมการ
ผลติ จะทําใหเ ราทราบวางานท่ที าํ กาํ ลงั เดินไปสเู ปาหมายหรอื ไม ถา ไมต รงตามความตอ งการก็
สามารถปรบั ปรุงแกไ ขไดทนั เวลา การควบคมุ จะทําใหผ ลผลติ มีประสิทธภิ าพสูงข้ึน ผคู วบคมุ จะตอ ง
มกี ารวางแผนและต้งั มาตรฐานเอาไวลว งหนา และมกี ารเปรยี บเทียบผลงานกบั บริษทั คูแ ขงขัน
เพือ่ ใหท ราบวา ผลติ ภณั ฑทอ่ี อกมาทนั สมยั ตอสภาพปจจบุ ันหรือไม ถาเปรียบเทยี บแลว สบู รษิ ัทอ่ืน
ไมไ ด กต็ อ งจัดระบบการผลติ ใหมเ พอ่ื ความอยรู อดของบรษิ ทั
แผนดาํ เนนิ การผลิตขององคการธุรกจิ ตา ง ๆ ท่ีกาํ หนดไว จะบรรลผุ ลตามที่ตอ งการจะตอง
มกี ารควบคุมอยา งเปนระบบและมเี ปา หมายท่แี นน อน ดงั น้นั การควบคมุ การผลิตจงึ มีขั้นตอนใน
การดาํ เนนิ การ 5 ขน้ั ตอนดังตอ ไปน้ี
115
6.1 ขั้นวางแผน เปนข้นั ตอนในการเตรยี มงาน เพอ่ื ใหท ราบวา การปฏิบัติงานอยา งไร
รูปแบบใด โดยจะตองมีการประชมุ กนั ของผูจดั การฝา ยขาย ฝา ยผลติ ตลอดจนเจา หนาทฝ่ี าย
ประเมินผล เพ่ือใหไ ดข อ มลู ท่ีลกู คา ตองการจรงิ ๆ
6.2 ขนั้ แบง งานการผลติ เปน ขนั้ แบงหนา ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบของผจู ดั การฝา ยผลิต ตง้ั แต
การรับวตั ถดุ ิบเขา จนกระทง่ั ถึงผลิตออกมาเปน สินคา หรอื ผลติ ภัณฑทกี่ ําหนด
6.3 ข้ันควบคมุ เวลา เปน การควบคมุ งานยอ ยในแตละฝายใหเ สร็จทันเวลาทีก่ ําหนด โดย
อาจใชเ ทคนิคการบริหารงานแบบใหมม าใช คอื การควบคุมการผลติ แบบทนั เวลาพอดีมาใช เปนตน
6.4 ขน้ั ควบคมุ กระบวนการจัดการ เปน ขนั้ ตดิ ตามดแู ลความถกู ตองในการปฏิบัติงาน
เพือ่ เปนการตรวจสอบวา ในแตละฝายไดด าํ เนนิ งานไปตามกระบวนการ หรือแผนงานท่กี าํ หนด
ไวหรอื ไม หากไมสามารถดาํ เนินการได จะไดรบั แกไ ขใหทันเหตุการณ เพราะถา ชา กวา นจี้ ะ
สง ผลใหการทาํ งานของฝายอื่น ๆ หยุดชะงัก เกิดความเสยี หายตอการผลิตโดยรวมได
6.5 ขัน้ ตรวจสอบและตดิ ตามผล เปนการตดิ ตามสํารวจปญ หาและอปุ สรรค ตลอดจน
การตรวจสอบคณุ ภาพผลติ ภณั ฑกอนสง จาํ หนาย และรายงานตามลาํ ดบั ขัน้ ข้ึนมาจนถึงผจู ดั การ
ฝา ยทีร่ ับผิดชอบ ซึ่งการตรวจสอบประเมนิ ผล ผดู าํ เนนิ งานอาจจะสรา งเครอ่ื งมอื การประเมนิ ผล
ข้ึนมาเอง หรอื นาํ แบบประเมนิ ท่ใี ชทัว่ ไปทเ่ี ปนสากลมาใชก็ได
สรุป
การจดั การผลติ ซ่งึ หมายถงึ การแปรรปู วตั ถดุ ิบหรอื การประกอบชิ้นสว นใหเกดิ ผลผลิต
หรอื กลาวไดว า การผลติ กอใหเ กิดสนิ คา หรอื บริการ โดยอาศยั การผลิตตา ง ๆ มารวมกัน การผลติ
จดั การผลติ ประกอบดว ย 3 สวนทสี่ าํ คญั คอื ปจจัยการผลิต กระบวนการผลติ และผลผลติ การ
ผลิตตองมีองคประกอบทีส่ ําคญั ในการผลิตซึง่ ประกอบดว ยคน(Man), เครื่องจกั ร (Machine),
เงนิ ทุน (Money) และวัตถุดบิ (Material)
สําหรบั ผูทีท่ ําอาชพี ธุรกจิ การเกษตร ตอ งศกึ ษาสว นประกอบและองคป ระกอบของการผลติ
เชนเดยี วกนั เพ่อื ประโยชนใ นการนําเอาหลักการบรหิ ารองคการมาใชใ นการแกป ญ หา และปรับปรงุ
พัฒนาคณุ ภาพการผลติ ใหทนั ตอยุคทม่ี กี ารแขงขนั อยางรนุ แรง ผูทีท่ ําอาชพี การเกษตรตองศึกษา
ความพรอ มในเร่ือง กระบวนการผลิต วธิ กี ารควบคมุ การผลติ เพือ่ ใหอ งคการบรรลุวตั ถปุ ระสงค
และมีประสิทธภิ าพสงู สุด และตอ งมกี ารควบคมุ การผลิตทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ 5 ข้นั ตอน คือ ขัน้
วางแผน, ข้ันแบง งานการผลิต, ควบคมุ เวลา, ขัน้ ควบคมุ กระบวนการจัดการและขัน้ ตรวจสอบและ
ติดตามผล
**************************
116
แบบฝก หัด
หนวยท่ี 4 การจัดการผลติ
วัตถุประสงค เพอื่ ทบทวนความรทู ่ไี ดเรยี นมาแลว
******************************************************************************
1. การผลติ หมายถึง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
2. องคป ระกอบทส่ี าํ คัญในการผลติ ประกอบไปดว ยอะไรบาง อธบิ าย
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
3. นกั ศกึ ษาจงบอกความสาํ คญั ของการผลิตมาวา มีอะไรบา ง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
117
4. ในการเลือกทาํ เลท่ตี ้ังในการผลติ มีปจ จัยทต่ี องพจิ ารณาอะไรบาง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
5. ระบบการผลิตสามารถแบง ไดก ่ีประเภท อะไรบา งยกตวั อยา ง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
6. การควบคมุ การผลิตใหการดําเนินการผลิตสูเปาหมายทต่ี ั้งไว แบงไดเ ปนกขี่ ้ันตอนอะไรบาง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
***************************************
118
แบบประเมนิ ผลกอน-หลงั เรยี น
หนวยท่ี 4 การจัดการผลติ
วตั ถุประสงค เพ่ือประเมนิ ความรกู อนเรยี นและหลังเรยี น
******************************************************************************
คาํ สั่ง จงเลอื ก X คําตอบทที่ า นเหน็ วาถกู ตอ งทส่ี ดุ เพียงคาํ ตอบเดียว
1. การจัดการผลติ หมายถงึ 4. Output ของการเลีย้ งโคนมเพ่อื การคา คอื
ก. การใสปจ จยั การผลติ เพอ่ื ใหได ก. นํา้ นมดบิ
ผลผลติ ข. ลกู โคนม
ข. การจัดการเก่ยี วกบั คน,เคร่ืองจักร , ค. เนอื้ โคนม
เงนิ ทุนและวตั ถดุ บิ ง. ช้ินสวนซากของโคนม
ค. การแปรรปู วตั ถุดิบหรือการประกอบ 5. By products จดั เปน สว นใดของการผลติ
ช้นิ สว นใหเกิดผลผลติ ก. ผลผลติ
ง. การแปรสภาพของทรพั ยากรตาง ๆ ที่ ข. กระบวนการผลิต
ถูกนําเขา (Input ) สกู ระบวนการให ค. ปจจัยการผลติ
ออกมาเปน ผลผลติ ง. ผปู ระกอบการผลิต
2. ผลผลิต หมายถึง 6. ขอใด จัดไดว าเปน กระบวนการผลิต
ก. กจิ กรรมกระบวนการผานสินคาจาก ในการทําธุรกจิ แปรรูปนมโค
ผูผ ลิตไปถงึ มือผูบริโภค ก. การใหอาหาร
ข. ผลที่ออกมาจากกระบวนการผลติ ข. การรดี นมโค
ซ่งึ เปนขน้ั ตอนสุดทา ย ค. ขวี่ วั ตากแหง
ค. วธิ ีการแปรสภาพวัตถดุ บิ โดยใช ง. การรักษาโรคเตานมอกั เสบ
ความรูความสามารถ เพอื่ ใหอ อกมา 7. ผูทที่ ําหนา ทีด่ าํ เนนิ การผลติ หรอื ผเู ปน
ซึง่ ผลงาน เจาของทรัพยากรการผลติ หมายถึง
ง. ถูกทกุ ขอ ก. ท่ดี ิน
3. ขอใด ไมจดั วาเปนปจ จัยการผลติ ข. ทุน
ก. การใชเทคโนโลยผี ลิต ค. แรงงาน
ข. ยานพาหนะสําหรบั ขนสง ง. ผูประกอบการ
ค. ผเู ช่ยี วชาญดานศัตรพู ชื
ง. ที่ดิน
119
8. การทําธุรกิจใหป ระสบความสาํ เร็จได ตอ ง 13. ตวั อยางการผลติ แบบโครงสราง คือ
อาศัยองคประกอบท่สี ําคัญใดบา ง ก. การผลติ ปูนซีเมนต
ข. การกล่นั นํา้ มนั
ก. คน,เครื่องจกั ร,เงนิ ทนุ และวตั ถดุ ิบ ค. สะพาน
ข. ท่ดี นิ ,แรงงาน,ทุนและผูประกอบการ ง. ผลิตปลากระปอ ง
ค. ท่ดี นิ ,แรงงาน,เงินทุนและวตั ถุดิบ
ง. คน,เคร่ืองจกั ร,เงินและประกอบการ 14. การเลือกทําเลทตี่ งั้ ในการผลติ เราจะ
9. ความสาํ คญั ของการผลติ กอใหเกดิ พิจารณาปจ จัยท่ีสําคญั อะไรบา ง
ประโยชนใ นดานใดบา ง
ก. การเอาเทคโนโลยีใหม ๆ มาใช ก. ท่ีดนิ
ข. ทําใหผ ูบริโภคมีสินคา อุปโภค - ข. แรงงาน
ค. โอกาสธรุ กิจในอนาคต
บรโิ ภค ง. ถูกทุกขอ
ค. เกิดการพัฒนาอตุ สาหกรรมใหม ๆ 15. สนิ คาและบรกิ ารใด ท่มี ีกรรมวิธกี ารผลติ
และทนั สมัยและมีมาตรฐาน แบบวเิ คราะห
ง. ถกู ทุกขอ ก. การผลติ ปนู ซีเมนต
10. การผลติ ท่ีเปน ขบวนการ เปนขั้นตอนท่ี ข. รถมอรเตอรไซด
สลบั ซบั ซอ น ไดแ ก ค. นาํ้ มันเบนซนิ
ก. การผลิตปูนซเี มนต ง. บะหม่ีสําเร็จรปู
ข. การกลน่ั น้ํามนั
ค. ผลติ ปลากระปอ ง 16. การผลติ ในลักษณะใด ท่ปี องกันการเส่ยี ง
ง. ตเู ย็น ดา นการตลาดมากทส่ี ุด
11. ตวั อยางการผลติ แบบวิเคราะห ไดแ ก
ก. การผลติ ปูนซีเมนต ก. การผลติ เพื่อรอการจําหนาย
ข. การกลั่นนํ้ามนั ข. การผลติ ตามฤดูกาล
ค. ผลติ ปลากระปอง ค. การผลติ ตามคําส่ังซื้อ
ง. ตเู ย็น ง. การผลติ ชนิ้ สวนประกอบสง
12. ตวั อยางการผลติ โดยใชช ิ้นสวนประกอบ
ไดแก โรงงานผลติ
ก. การผลิตปูนซีเมนต 17. จงเรยี งลาํ ดับในการผลิตแบบ ขั้นปฐมภมู ิ
ข. การกลั่นน้ํามัน ขน้ั ทตุ ิยภมู ิและตตยิ ภูมิดังนี้
ค. ผลติ ปลากระปอง 1. การประกนั ภยั , 2. เลย้ี งไก 3. ปลากระปอง
ง. ตเู ยน็
ก. 1-2-3
ข. 2-3-1
ค. 3-1-2
ง. ไมม ขี อใดถูก
120
18. ระบบการผลติ ท่ีนยิ มใชม ากทส่ี ุดใน
โรงงานอตุ สาหกรรมเกือบทกุ ประเภท คือ
ก. ระบบการผลติ แบบควิ ซี
ข. ระบบการผลิตแบบผสม
ค. ระบบการผลิตแบบคูขนาน
ง. ระบบการผลิตแบบอนกุ รม
19. การประกอบรถไถเดนิ ตาม จดั วามี
ระบบการผลติ แบบใด
ก. แบบตามคาํ ส่ังซื้อ
ข. ระบบแบบรอการจําหนา ย
ค. ระบบการผลิตแบบอนุกรม
ง. ระบบการผลติ แบบคขู นาน
20. การเตรยี มงานโดยการประชมุ ผจู ัดการ
ฝา ยขาย ฝา ยผลิต เพ่ือใหต รงตามความ
ตองการของลกู คา จรงิ ๆ จัดเปนขัน้ ตอนใด
ของการควบคมุ การผลติ
ก. การแบง งานการผลติ
ข. การควบคุมเวลา
ค. การวางแผน
ง. การควบคมุ กระบวนการ
***************************
121
ใบงานท่ี 4
หนว ยที่ 4 การจัดการผลิต
********************************
เรอ่ื ง การจดั การผลิต
จดุ ประสงคการเรยี นรู
1.1 อธบิ ายถงึ กระบวนการการผลิต ขององคก ารธุรกิจได
จดุ ประสงคด านคณุ ธรรมและจริยธรรมของนกั ศกึ ษา
1. ดานมนุษยส มั พนั ธ ในการมสี ว นรว ม รับฟงคนอ่ืน เปน ผูนาํ และผตู ามทีด่ ี
2. ดานความรับผดิ ชอบตอสว นรวมและสวนบคุ คล คือ การตรงตอเวลา เขา หอ งเรียนทันเวลา
การสง งานตามกําหนด ความสะอาดและถกู ตอ งของผลงาน
3. ดา นความมวี นิ ยั ในตนเอง ความซอื่ สัตยส จุ ริต แตง กายถกู ตอ งตามระเบียบ
4. ดา นความรแู ละทักษะวชิ าชพี มีความสํานกึ ดีในการจัดการธุรกจิ เกษตรในทกุ เรอ่ื งที่
เกย่ี วของ
วสั ดุ เคร่อื งมอื และอปุ กรณ
1. กระดาษ A4
2. ตวั อยางองคก ารธุรกิจเกษตร
3. แบบประเมนิ ผลงานทีม่ อบหมาย
4. เอกสารประกอบการสอนหนว ยที่ 4
ขัน้ ตอนการปฏิบัตงิ าน
1. ใหผ เู รียนแบง กลมุ 4-5 คน/กลมุ
2. สงตวั แทนมารบั ใบงานท่ี 4 ไปดาํ เนนิ การทํางานใหเ สร็จตามคาํ ส่งั ภายใน 1 ชวั่ โมง
3. ใหค น หาองคก ารธรุ กจิ เกษตรจะรูปแบบใดก็ได โดยใหสรุป ดังน้ี
3.1 สรปุ กิจกรรมการดาํ เนนิ งานการผลติ ท่ีองคการน้นั ทาํ มาทงั้ หมด
3.2 เขยี นรปู แบบกระบวนการทํางานขององคการธุรกจิ นนั้ มาดว ย
3.3 องคก ารนั้นมีการดําเนนิ การผลิตตามกรรมวิธแี บบใด หรอื การจําแนกการ
ผลติ เปน แบบใด
3.4 สนิ คา หรอื บรกิ ารขององคก ารนัน้ จดั อยใู นลาํ ดบั ขนั้ การผลิตแบบใด
3.5 องคการนัน้ จดั อยูในระบบการผลิตแบบใด
122
3.6 องคการนน้ั มกี ารควบคมุ การผลิตแบบขั้นตอนใด
3. สง ตัวแทนนาํ ผลงานมาเสนอหนา ชั้นเรยี น
4. สง รายงาน ตามรปู แบบรายงานที่ถูกตอ งสมบูรณ
5. ประเมนิ ผล
แหลง คนควา
1. หนังสอื เอกสารประกอบการสอนวิชาการจัดการธุรกจิ เกษตร
2. ทางอินเตอรเนต็
3. หนงั สอื่ และตําราเกยี่ วกบั การบริหารจัดการท่วั ไป
******************************
123
เฉลยขอสอบ
หนวยท่ี 4 การจดั การผลติ
****************************
ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ตอบ ง ข ก ก ก ข ง ก ง ก
ขอ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
ตอบ ข ง ค ง ค ค ข ข ค ค
******************************
หนวยที่ 5
เรือ่ ง การจัดการการตลาดและการวางแผนการตลาด
*********************************
จดุ ประสงคการเรยี นรู
หลงั จากศึกษาในเนื้อหาหนวยเรยี นน้แี ลว ผเู รียนสามารถ
1.1 บอกความหมายของตลาดและการตลาดได
1.2 อธบิ ายแนวความคดิ ของการตลาดสมัยเกาและสมยั ใหมไ ด
1.3 บอกหนา ที่ของการตลาดได
1.4 ยกตวั อยางความสําคัญของการตลาดได
1.5 กําหนดขน้ั ตอนวางแผนการตลาดและกําหนดกลยทุ ธทางการตลาดได
สาระสาํ คัญ
ตลาด หมายถงึ สถานท่หี รืออาณาเขตใดอาณาเขตหน่ึง ทม่ี กี ารเปล่ยี นแปลงในกรรมสิทธ์ิ
สินคา และบรกิ าร
การตลาด หมายถงึ กิจกรรมตาง ๆ ของธรุ กจิ ทีท่ าํ ใหส ินคาและบรกิ ารเคลื่อนยายจากผูผลติ
จนถงึ มอื ผูบรโิ ภค
แนวความคดิ ทางการตลาด โดยท่ัวไปแบง ออกเปน
- ความคิดเกยี่ วกบั การผลิต
- ความคิดเก่ยี วกบั ผลิตภณั ฑ
- ความคิดมุงการขาย
- ความคดิ มุงการตลาด
- ความคิดทางการตลาดทม่ี งุ สงั คม
หนาทก่ี ารตลาด มีหนาทด่ี งั นี้
1. หนาทกี่ ารจดั การเกยี่ วกบั สนิ คาและบริการ
2. หนา ที่เกย่ี วกบั แจกจา ยสนิ คาและบริการ
3. หนาท่ีการบริการใหค วาม
4. หนา ทีก่ ารสอื่ สารขอมูลทางการตลาด
5. หนา ทใ่ี นการวิเคราะหต ลาด
6. หนา ที่ในการทําใหส นิ คาตางกนั
125
7. หนา ทใ่ี นการตีราคา
8. หนาที่ในการแบงสว นตลาด
ความสาํ คัญของการตลาด
1. ทาํ ใหเ ศรษฐกิจขยายตวั
2. ทาํ ใหมีสินคา และบริการใหม ๆ เกดิ ขึน้
3. ทาํ ใหเ กิดอาชพี ตาง ๆ เพม่ิ ข้นึ
4. ชวยยกระดบั มาตรฐานการครองชีพของประชากรในสงั คมใหสูงข้ึน
5. ชวยใหส ามารถใชท รัพยากรการบริหารตา ง ๆ ไดอยา งมีประสิทธภิ าพและ
ประสิทธผิ ล
การวางแผนการตลาด ประกอบดว ยขนั้ ตอนดงั นี้
1. ขนั้ ตอนการวางแผนการตลาด
2. กระบวนการการวางแผนการตลาด
3. กลยทุ ธทางการตลาด
เนอื้ หา
1. ความหมายของตลาดและการตลาด
ตลาด หมายถงึ สถานทห่ี รืออาณาเขตใดอาณาเขตหนง่ึ ทม่ี ีการเปลยี่ นแปลงในกรรมสทิ ธ์ิ
สนิ คา และบริการ
การตลาด หมายถึงกจิ กรรมตา ง ๆ ของธรุ กิจ ท่ีทําใหสนิ คา และบริการเคลื่อนยา ยจาก
ผูผลิตจนถงึ มอื ผบู ริโภค ในลกั ษณะของสนิ คา ที่ผูบริโภคตองการในเวลาและสถานที่ทถี่ ูกตอง
ตลอดจนในระดับราคาทผ่ี บู รโิ ภคยินดจี ายเพื่อใหไ ดส ินคามา
ผผู ลิต กิจกรรมตาง ๆ ทางการตลาด ผบู รโิ ภค
ดงั นั้นจะเห็นไดวา ความหมายของการตลาดนน้ั กวางมาก คอื เรม่ิ ตง้ั แตการนาํ เอาวตั ถดุ บิ มาแปลง
เปนสินคา สําเรจ็ รปู ผานกระบวนการจดั จําหนายและผา นสิง่ อาํ นวยความสะดวกตาง ๆ เพ่ือให
กิจกรรมทางการตลาดดําเนนิ ไปอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
126
ภาพท่ี 31 ตลาดสนิ คา เกษตร
2. แนวความคิดทางการตลาด
แนวความคิดเกย่ี วกบั ทางการตลาดโดยทัว่ ไปแลว นกั การตลาดหลาย ๆ ทานไดสรปุ
แนวความคดิ ไวห ลายรปู แบบดวยกนั ซึ่งก็แลว แตผผู ลติ แตละรายไดก ําหนดนโยบายไวเ ปนแผน
กลยทุ ธขององคก ารตนเอง ซึง่ ไดแบง แนวความคิดทางการตลาดไวดงั นี้
2.1 ความคดิ เกย่ี วกับการผลติ (Production Concept)
สนิ คา ที่ผลิตออกมาแลวสามารถจําหนายออกไดน ัน้ กต็ อ งประกอบดว ยสนิ คา
จําหนา ยท่ัวไปหาซอื้ ไดง า ย ผลิตสนิ คาทันความตอ งการ ราคายตุ ธิ รรม และสินคามีจาํ นวน
เหมาะสมกับความตอ งการของผูบริโภค หรอื ผูบริโภคมคี วามตองการสินคา มากกวา ผเู สนอขาย
สนิ คา จึงขายไดหมด ดังนั้นผทู ี่มแี นวความคดิ ดา นนี้ จะมงุ ปรับปรงุ พฒั นาระบบการผลิตใหด ี
ยิง่ ขนึ้ ถึงแมต นทุนการผลติ จะสงู ขนึ้ กต็ าม นักการตลาดจะหนั ไปลดราคา โดยหาวธิ ีการผลิตท่ีดี
กวา เดมิ หรอื ประหยดั กวาเดมิ รวมทงั้ การกําหนดระบบการจดั จําหนา ยท่ีมปี ระสทิ ธิภาพและ
เปนไปอยางทว่ั ถงึ ดวย แนวความคดิ การผลติ แบบนีจ้ ะชวยใหป ระสบความสําเรจ็ ไดง ายขนึ้ อกี ท้ัง
ยงั เปนการกําจดั คแู ขง ขนั ไดด ว ย หรอื ลักษณะตลาดอาจจะเกอื บผูกขาด
2.2 ความคดิ เกยี่ วกับผลิตภณั ฑ (Product Concept)
ผทู ่มี ีแนวความคิดในผลิตภัณฑ จะเหน็ ความสาํ คัญของสนิ คาเปนหลกั คือสินคา จะ
ขายไดห รอื ไมข ้นึ อยกู บั วา สินคา มคี ุณภาพอยางไรเมื่อเทยี บกับราคา ดงั นนั้ นกั การตลาดจงึ เนน
เรอ่ื งการพฒั นาปรับปรุงผลติ ภัณฑใ หม ีคณุ ภาพดที ่สี ุด หรอื ดกี วา คแู ขงขนั จําหนายในราคาท่ี
เหมาะสม รวมท้ังการใหบรกิ ารอาํ นวยความสะดวกในการซื้อดว ย
2.3 ความคิดมงุ การขาย
ผูบริโภคจะสนใจซ้ือเฉพาะสนิ คาทจี่ าํ เปนสาํ หรับการดาํ รงชีวติ เทา น้นั และเขาจะไม
สนใจกบั สินคา ทีไ่ มค อ ยจําเปน ผูท่มี ีแนวความคิดมงุ การขายจะพยายามมุง ขายสนิ คา ท่ผี บู รโิ ภคไม
127
2.4 ความคดิ มงุ การตลาด (Marketing Concept)
ในตลาดผบู รโิ ภคจะมีผตู องการสินคาแบบเดยี วกนั แตล กั ษณะแตกตา งกนั มากมาย
ถาพูดถงึ ตลาดแลวจะมีผูบรโิ ภค หลายอาชพี ระดบั การศกึ ษา ระดับชนชนั้ และระดบั อายุ ฯลฯ
ผบู รโิ ภคเหลา น้จี ะตอ งการสนิ คาทีม่ ลี กั ษณะแตกตา งกนั นักการตลาดจึงจําเปนตอ งสรา งความ
จงรกั ภักดีในตราย่ีหอและทําใหเ กิดการซอ้ื ซา้ํ ๆ เกดิ ข้ึน
2.5 ความคดิ ทางการตลาดทม่ี งุ สังคม
เปนแนวความคิดของนกั การตลาดปจจบุ นั โดยใหขอ คิดวา ธุรกจิ ไมควรจะผลิตสนิ คา
ตามความพอใจของผูบริโภคเทาน้ัน ควรเนน ในดานสวสั ดภิ าพของสงั คมหรือรับผดิ ชอบตอ สังคม
โดยสวนรวมดว ย เชน ควรสนใจผลทีไ่ ดร บั จากการบรโิ ภคสนิ คา หรอื สินคา และบรกิ ารทําให
เสือ่ มเสียศลี ธรรมจรรยาบรรณตา ง ๆ อยา งไร ควรหาทางแกไ ขอยางไร ผผู ลติ บางรายไมเนน
ลกั ษณะแนวความคดิ เชนนี้ จึงทําใหเกดิ ปญ หาสังคมมากมายในปจ จบุ นั เชน การเกิดของ Disco
Theque ตูเ กมส แหลง อบายมุขตาง ๆ รวมทัง้ หบี หอท่ใี หข อ มูลผดิ จากความเปน จรงิ
3. เปรียบเทียบแนวความคดิ แบบเกา - แบบใหม
3.1 แนวความคดิ แบบเกา หลังจากมกี ารปฏิวตั อิ ุตสาหกรรมใหม ๆ จาํ นวนผผู ลิตกย็ ังมี
นอยอยเู ชนเดิม มีผบู ริโภคจาํ นวนมากกวา การผลิตดังนี้ สนิ คา ทีผ่ ลติ ออกมาจงึ ขายไดหมด ลักษณะ
ตลาดแบบน้ีมักจะถกู กําหนดโดยผผู ลติ (Product Oriented) คอื ไมวาจะเปน คณุ ภาพสนิ คา ราคา
รปู แบบและกาํ หนดปริมาณการผลติ ผูผลติ เปนผกู ําหนดทั้งส้ิน การดําเนินการผผู ลิตมงุ ขายเพยี ง
อยา งเดยี วและไมป ระสานงานกบั หนว ยงานอ่ืน เชนฝายผลิตสนิ คากับฝายตลาด ฯลฯ ตา งฝายตาง
ทาํ กย็ งั ขายไดห มด ในระยะตอ ๆ มามีผผู ลิตเกิดข้ึนมากมายตา งฝายก็มุงการผลติ ปริมาณคร้งั ละมาก ๆ
(Mass Production)เพื่อลดตน ทนุ การผลติ จงึ ทาํ ใหโ อกาสขายสนิ คา ของผูผลติ ตาง ๆ ขายได
นอยลง ผผู ลติ ตา งก็หนั มาสนใจพอคาคนกลางมากย่ิงขนึ้ วาทําอยา งไรจงึ จะทาํ ใหพ อ คาคนกลาง
ขายสินคา ของตนใหไ ดมาก ๆ
3.2 แนวความคดิ ใหม เม่อื ผผู ลติ มากขน้ึ กท็ ําใหส ินคามมี ากเกินความตอ งการของผูบริโภค
(ผบู ริโภคเปน ฝา ยไดเปรียบ) ยอดขายโดยทว่ั ไปตกต่ํา นกั การตลาดจงึ หนั ความสนใจไปผลิตสนิ คา
ใหมคี วามแตกตา งกันมากขน้ึ ทาํ ใหผูบรโิ ภคมที างเลอื กใชไดม ากขึน้ ดังนนั้ ผผู ลติ จึงเรม่ิ มาสนใจ
กลมุ ผูบ รโิ ภคมากข้นึ คอื กอ นจะผลิตสินคา ออกสตู ลาด จะตองศกึ ษาตลาดสภาพแวดลอ มของตลาด
128
Old Concept Production Selling Profit and Sales volume
แบบเกา สินคา และบรกิ าร กระบวนการขาย ยอดขาย กําไร
แบบใหม ความตองการ สว นผสมทางการตลาด ความพอใจสงู สุด
New Concept ของลูกคา Marketing Mixed ของลูกคา กําไร
(Profit and
Customer
แนวความคดิ ทางดานการตลาด การยดึ ถอื ความพอใจของลกู คา (ลูกคา คือราชา) ธรุ กจิ จะ
ประสบความสําเร็จไดนั้น ตองคาํ นึงถงึ ความตองการของลูกคาเปน หลกั แสวงหาผลกาํ ไรแต
พอสมควรและมีกจิ กรรมทางการตลาดทส่ี มั พนั ธก ัน เชน การขาย การชือ้ ขนสง การเก็บรกั ษา
การจดั มาตรฐานสนิ คา การหาขอ มูลทางการตลาด การซอ้ื ขายสินคา เกษตรลวงหนา เปนแนวคิด
ทางการตลาดแบบใหม เปนตน
ภาพที่ 32 ขนั้ ตอนการซอ้ื ขายในตลาดสนิ คาเกษตรลว งหนา
129
4. หนาทีก่ ารตลาด
หนา ทีท่ างการตลาด หมายถงึ กิจกรรมทเ่ี กดิ การเคลื่อนยา ยสินคาหรอื ผลติ ภณั ฑของบรษิ ทั
ไปยังลกู คา หรอื ผบู รโิ ภค เพอ่ื กอ ใหเกิดการเปลยี่ นแปลงกรรมสทิ ธใ์ิ นสินคา หรอื ผลิตภณั ฑ
เมือ่ ใดก็ตามทก่ี ารตลาดเปน ระบบที่มีคณุ ภาพ ยอ มสง ผลใหประชาชน สงั คมและชุมชนมี
คุณภาพไปดว ย ดังนั้นในระบบของการตลาดโดยทวั่ ไปแลวจะมหี นาทส่ี าํ คญั ดังตอ ไปนี้
4.1 หนาที่การจดั การเก่ียวกับสนิ คา และบรกิ าร คอื การดาํ เนินการเกยี่ วกบั การเปลยี่ นแปลง
กรรมสิทธใ์ิ นสนิ คา และบรกิ าร เพ่ือใหเ กิดความพอใจและตรงกับความตอ งการของผูบรโิ ภคหรอื
ลกู คามากท่สี ุด ซงึ่ วิธีท่ีจะจดั การในเรอ่ื งน้มี ีดังตอไปน้ี
4.1.1 การพัฒนาและกาํ หนดมาตรฐานสนิ คา และบรกิ าร(Development and Standard
Goods) หนา ทโี่ ดยตรงของการตลาด คือ การจัดหาสนิ คา และบริการใหต รงกบั ความตอ งการของ
ผูบริโภค โดยการพัฒนาและกําหนดสนิ คา ใหทันสมยั กาํ หนดรายละเอียดของสนิ คา และบริการ
ไมวาจะเปน คณุ ภาพ ปริมาณ ลกั ษณะ รปู รางและมาตรฐานตามกาํ หนด ซึง่ จะตองมีการศึกษาหา
ขอ มลู เพ่ือกําหนดสนิ คาที่จะผลิตออกมาตอบสนองความตอ งการของผบู ริโภค
4.1.2 การขาย (Selling ) หนา ที่โดยตรงของการตลาด คอื การจดั ใหม กี ารถายโอน หรือ
เปลย่ี นแปลงกรรมสิทธ์อิ นั จําเปน ตอ การหมนุ เวยี นสนิ คาและบริการ ทําใหเ กิดความคลองตัวดาน
ธุรกิจทดี่ ําเนนิ การอยู ซึ่งอาจจะมีเจา หนา ท่ีฝายขายตดิ ตอ โดยตรง หรอื อาจจะมกี ารประสานงานกนั
ทางโทรศัพทหรือระบบสารสนเทศตาง ๆ
4.1.3 การซือ้ (Buying) กิจกรรมในสว นของการซอื้ กค็ อื การศึกษาขอมูลเกีย่ วกับสนิ คา
ทีต่ อ งการซอ้ื ใหต รงกบั ความตอ งการของลกู คาเปน หลกั โดยในการซ้ือสินคาน้ันจะตอ งศกึ ษาหา
ขอมลู กอนวา มีคุณภาพหรอื มาตรฐานมากนอ ยเพยี งใด
4.2 หนา ท่ีเก่ยี วกบั แจกจา ยสนิ คาและบริการ สินคา ทีผ่ ลติ ขึ้นมาแลว จําเปนตองมกี ารจดั สง
ไปยังผูบริโภค ซ่งึ การเคล่อื นยา ยสนิ คา ดงั กลาวตองอาศยั กิจกรรมตาง ๆ ดงั ตอไปนี้
4.2.1 การขนสง (Transportation) สนิ คา จะไปถงึ มอื ผบู ริโภคหรอื ลกู คาทอ่ี ยหู า งไกล
ซง่ึ กระจายกนั ในแตละทอ งถนิ่ ได จะตอ งอาศยั การขนสง โดยจะตอ งเลอื กวธิ กี ารใหเ หมาะสมกบั
สภาพของสนิ คา ผลติ ภัณฑ ระยะเวลาและสภาพของทอ งถิ่น รวมท้ังความเหมาะสมของคา ใชจาย
ในการขนสง เชน สินคาท่มี นี ้าํ หนกั และปรมิ าณมาก ควรจะเลือกการขนสงโดยทางรถยนต
4.2.2 การเก็บรักษาสนิ คา (Storage) เปนกจิ กรรมเพ่อื ตอบสนองความตอ งการใหแ ก
ลูกคา ดวยการเก็บรักษาสินคา ไวเพอ่ื ใหธรุ กิจตา ง ๆ สามารถดาํ เนนิ ตอ ไปไดอยา งมน่ั คงและถาวร
ซ่ึงการเก็บรกั ษาสนิ คาของตลาดน้ันเปนไปใน 2 ลกั ษณะ ดังน้ี
130
1) เก็บรักษาเพอ่ื เพม่ิ คุณภาพ สนิ คา และบริการบางอยางหากเกบ็ รักษาไวน านจะ
ทาํ ใหม ีราคาสูงข้ึน เชน ทด่ี นิ บานเปน ตน
2) เก็บรักษาเพอ่ื คาดหวงั ผลกาํ ไร เชน กรณีสินคาราคาตกตา่ํ หนาทกี่ ารตลาด
(ผขู าย)จะเกบ็ สินคา น้ัน ๆ ไวก อ น จนกวาสินคา จะมีราคาสูงขึน้ จึงจะนาํ ออกมาจําหนา ย
ภาพที่ 33 การขนสง ทางรถไฟ
4.3 หนา ท่ีการบริการใหค วามสะดวก เพอ่ื ใหธรุ กจิ ตา ง ๆ สามารถดําเนินตอ ไปไดอยา งมั่นคง
และถาวร การตลาดจงึ ตอ งใหการบรกิ ารและอาํ นวยความสะดวกใหกบั ธรุ กจิ ตาง ๆ ไดแ ก ดา น
การเงิน โดยมสี ถาบันการเงิน คอื ธนาคารเขามาจดั บรกิ ารดานสนิ เชอ่ื เพ่ือใหม กี ารกูยมื เงนิ มาใชใน
การลงทุน นอกจากน้ียังจดั ใหมกี ารบริการอาํ นวยความสะดวก เพื่อลดความเสี่ยงของธรุ กจิ เชน
บริการดา นการประกันตาง ๆ เชน การประกนั ราคาสินคา การประกนั อุบตั ภิ ยั และการใหบ รกิ าร
ซอมแซม เปน ตน
4.4 หนา ท่กี ารสือ่ สารขอมลู ทางการตลาด เจา หนาท่ฝี า ยการตลาดเมื่อวเิ คราะหขอมูลทาง
การตลาดไดแ ลว จะตองนําขอ มูลความตองการสินคาหรอื ผลติ ภณั ฑใหมใหแ กผผู ลติ เพอื่ ผูผลิต
จะไดนําขอ มลู ทีไ่ ดไปปรับปรุงสนิ คาและบรกิ ารขึ้นมาใหม ใหตรงกับความตองการของลกู คา
หรอื ผผู ลิต จะมฝี า ยการผลติ เปน ผูด ําเนนิ การปรับปรงุ สินคา และฝา ยประชาสมั พนั ธภายในบรษิ ทั
จะทําหนาที่ประชาสัมพันธสนิ คา ตวั ใหมไ ปยังลูกคา และผอู ปุ โภค บริโภค เพ่อื ใหผ บู รโิ ภคหรือ
ลกู คาไดท ราบถงึ สนิ คาหรอื บริการใหม ผูผลติ ตอ งทราบความเคลือ่ นไหวทางการตลาดไดถ ูกตอ ง
เพอื่ เปน ขอ มูลทจ่ี ะนาํ ไปสูการผลิตสินคา และบริการมาสนองใหตรงกบั ความตอ งการของประชาชน
ไดอยา งแทจ รงิ
131
ภาพที่ 34 การสอื่ สารขอ มลู ทางการตลาดตอ งรวดเรว็ ทนั ตอ สถานการณข องโลก
4.5 หนาท่ใี นการวเิ คราะหต ลาด การวเิ คราะหต ลาดเปน กระบวนการทต่ี อ งดําเนนิ การอยา ง
ตอ เนอ่ื งตลอดเวลา เพอ่ื ทราบขอมลู เกยี่ วกบั ความตอ งการของตลาด อนั จะทาํ ใหผ ูผลติ สามารถผลิต
สนิ คาและบริการไดต รงความตอ งการของลกู คา ไดต ลอดเวลา และการวเิ คราะหตลาดยงั เปน การชว ย
แกไ ขปญหาทางเศรษฐกจิ ของประเทศได เพราะผูผลิตและผบู รโิ ภคสามารถทราบขอมลู ทีเ่ ปนปจ จบุ นั
และคาดคะเนผลที่อาจเกิดขึน้ ในอนาคตได ทาํ ใหมีการเตรยี มแกไขปญ หาไดอยางถูกตอ งและถกู วธิ ีดว ย
4.6 หนาท่ีในการทําใหสินคา ตางกนั เมอื่ ไดรับขอมลู จากการวเิ คราะหแลว หนาทขี่ องตลาด
กจ็ ะตอ งปรบั ปรุงเปลีย่ นแปลงสินคา และบรกิ ารขึ้นใหม เพอ่ื สนองความตอ งการและสรา งความพงึ
พอใจใหแ กผ ูซ้ือ ซ่ึงการปรับปรุงเปล่ยี นแปลงทาํ ไดดังรายละเอยี ดตอ ไปนี้
4.6.1 เปลี่ยนแปลงตัวสินคาใหมแ ทนสินคาตวั เดมิ
4.6.2 เปลีย่ นแปลงราคาสนิ คาหรอื ผลิตภัณฑ
4.6.3 เปล่ยี นแปลงทัศนคตขิ องผูบรโิ ภค เชน ซื้อสินคา เพราะของแถมหรอื การออก
สลากรางวลั นําโชค
4.6.4 เปลยี่ นแปลงขอ มลู ใหผ ูซอื้ ไดร บั รู
4.6.5 เปลยี่ นแปลงการบรรจุหีบหอ หรือตรายี่หอใหม
4.7 หนา ทใ่ี นการตีราคา การตรี าคาจะชวยในการพิจารณาจดุ คุมทุนวา การซ้ือขายแลกเปล่ียน
ทเี่ กิดข้ึนทางการตลาดนัน้ มีประโยชนคุมคาหรอื ไม หรอื สรางความพอใจใหก ับผซู ้อื -ขายหรอื ไม หรอื
หากตนทนุ สูงกวา ผลประโยชนของสงั คม กค็ วรจะตองมกี ารปรับปรงุ คุณภาพของสนิ คา หรอื
ผลติ ภณั ฑแ ละการตลาดใหเหมาะสม
4.8 หนา ท่ใี นการแบง สวนตลาด เปนการทาํ ใหต ลาดมีขนาดเลก็ ลง เพอ่ื สะดวกในการ
แลกเปลีย่ นซื้อขายสินคา เนอื่ งจากผผู ลติ สามารถเจาะจงลกู คา ได ในขณะทผ่ี ูบริโภคเองกส็ ามารถ
เลือกสินคา และบริการเฉพาะอยา งไดม ากขึน้ ทําใหเ กดิ การประหยดั ทงั้ การผลติ และบรโิ ภคดว ย
132
5. ความสาํ คญั ของการตลาด
เมื่อสงั คมเปลยี่ นแปลงไปตามวนั เวลา ความสําคัญของการตลาดก็แปรเปลยี่ นไปตามสภาพ
สงั คม และความตอ งการทางภาวะเศรษฐกิจ เชน ในอดีตการผลิตสินคา ใหไ ดมากที่สุดอาศัย
ความสาํ คัญของการตลาด แตใ นยคุ ปจ จบุ ันความตองการของการตลาดอยทู กี่ ารใหการบรกิ ารท่ี
ประทับใจลูกคา หากสินคาและบริการตาง ๆ ทผ่ี ลิตขนึ้ มานน้ั ไมม ีระบบการตลาดจดั การ สินคา และ
บริการเหลานนั้ กจ็ ะขายไมไ ด ผลทเ่ี กิดข้นึ กค็ อื บรษิ ัทขายสนิ คา ไมอ อกเกิดการปลดพนกั งาน
เกิดการเดนิ ขบวน สไตรก เศรษฐกจิ ตกตาํ่ เกดิ โจรกรรมข้นึ มากมาย เพราะฉะนัน้ การตลาด
จึงมีความสาํ คญั ตอสงั คมและเศรษฐกจิ ของประเทศ ดังรายละเอียดตอไปน้ี
5.1 ทําใหเ ศรษฐกจิ ขยายตวั การตลาดทําใหร ะบบการซอ้ื ขายสะดวก รวดเรว็ ผซู อื้ และผขู าย
ตดิ ตอสัมพันธกันไดทกุ เวลา มผี ลใหก ารผลติ ขยายตัว ประชาชนมงี านทํา มีรายได มกี ารซอ้ื ขาย
วตั ถดุ ิบที่นํามาผลติ ทําใหเกดิ ธรุ กจิ การขนสง และธุรกจิ อ่นื ๆ เกดิ ขึน้ สงผลใหเศรษฐกจิ รวมของ
ประเทศชาตดิ ีขึน้
ภาพท่ี 35 ความสาํ คัญของการตลาดทาํ ใหเ ศรษฐกิจขยายตวั มสี ินคา และ
บรกิ ารใหมแ ละชว ยยกระดับคา ครองชพี ของประชากรใหส งู ข้นึ
5.2 ทําใหมสี นิ คาและบริการใหม ๆ เกดิ ขึ้น เพราะการตลาดทาํ ใหเ กดิ การแขงขนั กนั
ระหวา งบรษิ ัทกบั บริษัททีข่ ายสินคา ชนิดเดยี วกัน ทําใหแตล ะบรษิ ัทใชก ลยทุ ธในการประดิษฐ
คดิ คนและพฒั นาสนิ คา ทําใหป ระชาชนไดใชสนิ คาหลากหลายชนิด ในราคาท่ีถกู ลงและคณุ ภาพดีข้นึ
5.3 ทําใหเ กิดอาชีพตา ง ๆ เพม่ิ ข้นึ กจิ กรรมตาง ๆ ที่เกี่ยวของกบั ระบบการตลาด
จะขยายตวั ตามการขยายตวั ของธุรกจิ อตุ สาหกรรม คือ เมือ่ เศรษฐกจิ กา วหนา มกี ารขยายตัวดาน
การลงทุนในการผลิตสนิ คา และบรกิ ารตาง ๆ เกดิ การพงึ่ พากนั ระหวางบรษิ ัทตอ บรษิ ัทเชน เม่อื ผลิต
133
5.4 ชว ยยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชากรในสังคมใหส งู ข้ึน ทง้ั ทางดา นการ
ผลิตและการบรโิ ภค
5.5 ชว ยใหสามารถใชท รัพยากรการบรหิ ารตา ง ๆ ไดอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ล
โดยใชข อ มูลทางการบรหิ ารการจัดการดา นการวจิ ัย และหลักเศรษฐศาสตรม าเก่ียวขอ ง
6. การวางแผนการตลาด
การวางแผนการตลาด คอื การกาํ หนดแผนการดาํ เนินงานทางการตลาดของบริษทั หรอื
โรงงานอตุ สาหกรรมทง้ั หมด ใหบ รรลเุ ปา หมายและวัตถุประสงคทางการตลาดทบ่ี รษิ ัทกําหนด
และความพยายามในการคนหาโอกาสทางการตลาดทน่ี าจะเปนในปจ จบุ นั และอนาคต เพ่ือกําหนด
แผนงานทางการผลติ สินคาที่มคี ณุ ภาพตรงตามความตองการตลาด สรางกาํ ไรแกก จิ การ และการ
เปล่ียนแปลงทางการตลาด ซงึ่ ประกอบดว ยขน้ั ตอน การกําหนดงานของบริษัท การกาํ หนด
วตั ถุประสงคและจุดมุงหมายของบริษัท การวางแผนงานรวมของบรษิ ทั และการกาํ หนดกลยทุ ธ
การขยายตวั ของบริษัท ตามภาพท่ี 36
งานของ วตั ถุประสงคและ แผนงานรวมของ กลยุทธก าร
บรษิ ัท จดุ มุง หมายของ บริษัท ขยายตวั ของ
บรษิ ัท
ภาพที่ 36 ข้ันตอนการวางแผนการตลาด
6.1 ข้นั ตอนการวางแผนการตลาด
ขั้นตอนในการวางแผนการตลาด โดย Phillip Kotler ไดมขี ้ันตอนการวางแผนดัง
รายละเอียดตอ ไปน้ี
6.1.1 การกําหนดงานของธรุ กิจ
เปน การกาํ หนดหนา ทจ่ี ุดมงุ หมายของบรษิ ทั ใหช ดั เจนในการทาํ งาน เพื่อให
งานบรรลุจุดมุง หมายและสมบรู ณ โดยการตงั้ คําถามและอาศยั คาํ ตอบจากคาํ ถามมาปฏิบตั ิ เชน
ผูประกอบธุรกิจ หา งสรรพสินคา ใหญในแตละจงั หวดั สามารถต้ังคาํ ถามและตอบคําถามได
ดังตอ ไปนี้
134
1) ธรุ กิจของบริษัททําอะไร (What is our business?) คาํ ตอบคอื การใหบ ริการ
ขายสนิ คา แกลกู คา
2) ใครคือลกู คา (Who is the customer?) คําตอบคอื ลกู คา ในจงั หวดั นน้ั ๆ หรือ
บรเิ วณใกลเ คยี ง นักทองเทย่ี วจากตา งประเทศและในประเทศ
3) สง่ิ ทม่ี ีคา แกล ูกคาคืออะไร (What is the value to our customer?) คาํ ตอบคอื
ความสะดวกสบาย บรรยากาศ ความประทบั ใจดานการใหบริการตา ง ๆ มุมพักผอน
4) ธุรกจิ ของบรษิ ัทในอนาคตจะเปน อะไร (What will our customer?) คําตอบ
คอื มกี ารขยาย งานดา นการใหบ รกิ าร อาหาร สวนสนกุ เด็ก ๆ
5) ธุรกิจของบรษิ ทั ควรเปน อะไร (What should our business be?) มีคําตอบ
คอื มกี ารขยายงานดานการใหความบนั เทงิ และอํานวยความสะดวกอน่ื ๆ อีกใหค รบ เชน ดาน
เสียงเพลง บริการโหราศาสตร บริการเสริมสวย บรกิ ารสง สนิ คา แกลูกคาทซ่ี อ้ื สินคา จํานวนมาก
6.1.2 วัตถปุ ระสงคและจดุ มงุ หมายของธรุ กิจ (Company Objectives and Goals)
วตั ถุประสงค หมายถงึ ขอบเขตของทิศทาง วธิ ปี ฏบิ ัตแิ ละกระบวนการ
ปฏบิ ัติงาน เชน
1) วัตถปุ ระสงคความเจรญิ เตบิ โตของกจิ การ (Growth Objectives)
2) วตั ถุประสงคเ ก่ยี วกบั กาํ ไร (Profit Objectives) ซง่ึ แสดงออกมาในรปู
ผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on investment)
3) วัตถปุ ระสงคกบั ความอยรู อด (Survival Objectives)
4) วตั ถปุ ระสงคเกี่ยวกับสงั คม (Social Objectives)
การปรบั ปรงุ สว นแบง ตลาด การกระจายความเสย่ี ง ความคิดริเริม่ (Improving
Marketing Segmentation, Portfolio and Creation)
ลกั ษณะวัตถปุ ระสงคข ององคการ ควรเรยี งลาํ ดบั ความสําคญั จากมากไปหานอ ย
ของแตละธุรกจิ ทดี่ าํ เนนิ งาน
จุดมุงหมาย เปน การกาํ หนดลกั ษณะการทํางานทก่ี ระชบั กวา วัตถปุ ระสงค หรือ
อาจกลา วไดว า จดุ มุงหมายเปน การกาํ หนดวตั ถปุ ระสงครอง เพอ่ื ใหบรรลุวัตถปุ ระสงคข องธุรกจิ แต
ละประเภท
6.1.3 การวางแผนงานรวมของธุรกิจ (Strategical Planning for Business)
เปน งานที่เกย่ี วของกบั การจดั สรรทรพั ยากรที่มอี ยู เพื่อใหเ กดิ ความเหมาะสมกับ
แผนงานรวมของธรุ กจิ โดยใหม กี ารวเิ คราะหถ งึ จุดแข็งและจุดออนของธุรกจิ และใหมกี าร
135
6.1.4 การวางแผนการขยายตัวของธุรกิจ (Company Growth Strategy)
เปนการพิจารณาโอกาสการขยายตวั ของธุรกิจ บรษิ ัทสามารถพฒั นากลยทุ ธการ
ขยายตวั ได ซงึ่ เปน จดุ มุง หมายของกิจการทง้ั หลายอยา งย่งิ โดยสามารถแสดงใหเหน็ ไดจากยอดผล
กําไรเพมิ่ ขน้ึ ตลาดสว นแบง ขยายกวางและยอดการขายเพมิ่ ข้นึ
การขยายตัวทางธรุ กจิ เปน กจิ การแสวงหาความกาวหนา โดยการขยายฐานทาง
อุตสาหกรรมใหกวา งออกไป เปนการขยายตวั แบบรวมระบบการตลาด ระบบการตลาดจะ
ประกอบดว ย ผูข ายวตั ถุดบิ ซ่ึงขายใหผ ผู ลติ เม่อื ผูผลติ สินคาออกมาจะขายสินคา ผา นผคู าสง และ
ผคู าปลีก ผูคาสง และปลีกจะขายสินคา ไปยังผูอปุ โภคและบรโิ ภค
การขยายตัวทที่ าํ ใหกจิ การดีขน้ึ มรี ายละเอียดดงั ตอไปน้ี
1) การขยายตวั เพิ่มขึน้
(1) การเจาะตลาด หรอื เรียกวาแทรกซึมตลาด กจิ การพยายามเพิ่มยอดขายท่ี
มอี ยแู ลวใหส งู มากขน้ึ โดยทมุ เทความพยายามทางการขาย
(2) การพฒั นาตลาด กิจการพยายามเพม่ิ ยอดขาย โดยนาํ ผลิตภณั ฑท มี่ อี ยใู น
ปจจุบันเขาสตู ลาดใหมทยี่ งั ไมเ คยยดึ ครองตลาดสว นน้นั มากอน
(3) การพฒั นาผลิตภัณฑ กจิ การพยายามเพมิ่ ยอดขาย โดยการพฒั นา
ผลิตภณั ฑใ หม หรอื ปรบั ปรงุ ผลิตภัณฑใ หมคี ณุ ภาพมากขน้ึ โดยมงุ จาํ หนา ยในตลาดเดมิ ใหด ีขึ้น
2) ขยายตัวแบบประสมประสาน
(1) การขยายแบบยอนหลงั เปนความพยายามของกิจการ โดยทําหนา ทผ่ี ลติ
หรือดําเนนิ การเกย่ี วกบั วตั ถุดิบ วสั ดอุ ปุ กรณหรอื ปจ จยั ในการผลติ จงึ พยายามเขา ควบคมุ หรือ
ครอบครองกิจการอนื่ ๆ ทําหนา ทีป่ อ น Supply เชน การผลติ ปลากระปอง ขยายตวั โดยดาํ เนนิ การ
ผลติ ซอส และผลติ กระปอ งบรรจุปลากระปองดวย
(2) การขยายไปขา งหนา กจิ การพยายามเขา ควบคุมระบบการจําหนายสนิ คา
ของตนเสยี เอง นนั่ คอื การผลิตเองขายเอง เปนตน
(3) การขยายระดับเดียวกนั กิจการพยายามขยายตวั เขา ครอบครองกิจการ
คแู ขง โดยรวมกจิ การหรอื ซอ้ื กจิ การของคแู ขง ทาํ ใหบรษิ ทั ลดคา ใชจ า ยในการแขง ขนั และการ
โฆษณา
136
3) การขยายตวั โดยเพิม่ กิจการใหมทต่ี างจากกจิ การเดิม กจิ การขยายตวั เกยี่ วกับ
ธุรกิจใหมห รอื ผลิตภณั ฑใหม อาจเกยี่ วขอ งหรือไมเกย่ี วขอ งกบั ผลิตภัณฑใหม อาจเก่ียวขอ ง
หรือไมเ กย่ี วขอ งกับผลิตภัณฑเดมิ
(1) การขยายตวั จากจุดศูนยกลาง กิจการขยายตวั เพิ่มสนิ คา ใหม โดยใช
เทคโนโลยีเดมิ หรอื กจิ การการตลาดที่คลายคลงึ กับผลิตภณั ฑเ ดิมที่บรษิ ทั มอี ยแู ลว แตใ หม ี
คุณภาพดีกวา ถกู ใจลูกคาในปจ จุบนั
(2) การขยายตวั โดยเพ่ิมเตมิ กจิ การใหมท ต่ี า งกันในแนวนอน กจิ การ
พยายามทจ่ี ะเพ่มิ เตมิ ผลิตภณั ฑใหม ใชเ ทคโนโลยีใหม ๆ ไมเ ก่ียวขอ งกับผลติ ภณั ฑเ ดิม นําไปขาย
ใหล ูกคา กลุม ปจจบุ นั ที่กจิ การครอบครองอยู เพอื่ ใหคณุ ภาพสนิ คาดขี น้ึ ถงึ แมว าสนิ คาน้นั ไมมี
ความสัมพนั ธก ับสินคา ในสายผลติ ภณั ฑเ ดมิ ก็ตาม
(3) การวางแผนการขยายตัวเพื่อรวมกลมุ กจิ การ พยายามเพม่ิ ผลิตภณั ฑใ หม
สาํ หรบั ลกู คา โดยผลติ ภณั ฑใ หม ไมเ กยี่ วขอ งกบั ผลติ ภณั ฑเดมิ เชน บรษิ ัทผลิตปลากระปอง อาจผลติ
อาหารสําเรจ็ รปู ซ่งึ ไมเ กยี่ วขอ งกับการผลิตปลากระปอ ง เทคโนโลยแี ละลกู คา กลมุ เปา หมายกเ็ ปน คน
ละกลุม
บรษิ ัท
ผขู ายวัตถดุ ิบ ผคู า สง ผคู าปลีก ผูบ ริโภค
คนสุดทาย
คูแ ขงขัน
ภาพที่ 37 แสดงระบบงานการตลาด
6.2 กระบวนการการวางแผนการตลาด
การวางแผนการตลาด มีลักษณะเปน กระบวนการในการกําหนดถึงจุดมงุ หมายทาง
การตลาดในการเลือกตลาดเปา หมาย เพื่อวางแผนในการดําเนนิ การตลาดของสินคาทบ่ี ริษัทผลติ ขนึ้
ใหบ รรลุผลสาํ เรจ็ ตามเปาหมายทอ่ี งคการกาํ หนด กระบวนการในการวางแผนการทางการตลาดพอ
สรุปได 4 วธิ ดี ังรายละเอยี ดตอไปน้ี
137
6.2.1 การวเิ คราะหก ารตลาด (Marketing Analysis) หมายถงึ การศึกษาถงึ สภาพ
แวดลอ มทางการตลาด องคประกอบทางการตลาดในดา นตาง ๆ เพอื่ คนหาโอกาสทางการตลาด
ท่ีเปนไปไดม ากทส่ี ดุ การวิเคราะหการตลาดนน้ั อาจจะออกแบบสอบถามสงไปยงั ลูกคาที่ตอ งการ
สนิ คา โดยทั่วไปแลว การทําวิจัยจะทําใหเ ราทราบความตอ งการของลูกคาวา มคี วามคดิ เหน็ เกย่ี วกบั
สนิ คาท่เี ราผลิตอยางไร
6.2.2 การวางแผนการตลาด (Marketing Planning) หมายถึงการกาํ หนดแนวทางใน
การปฏิบตั ิงานทางการตลาด เกีย่ วกับราคาของทางการจดั จาํ หนาย การกาํ หนดราคาและการ
สงเสรมิ การตลาด ใหสามารถตอบสนองความตอ งการตอ กลมุ เปาหมายจนเกิดความพอใจเปน ไป
ตามเปาหมายที่ธุรกจิ ไดกําหนด ตามท่ีกลา วมาแลววา การทาํ แบบสอบถามวจิ ยั ลูกคา จะทาํ ใหเ รา
สามารถกําหนดผลิตภัณฑทจ่ี ะผลิต ราคา ขนาดและสีสนั ตลอดจนการบรรจภุ ณั ฑ ฉะน้นั ในบริษทั
ใหญ ๆ และไดมาตรฐาน จะมฝี ายวจิ ยั โดยเฉพาะเพ่ือทําการใหขอมลู ในเร่ืองนี้
6.2.3 การปฏบิ ัติทางการตลาด (Implementation) เปนการดําเนนิ งานทางการตลาด
แผนงานท่ีกาํ หนด เก่ียวกบั ผลติ ภณั ฑ กําหนดราคา ชองทางการจําหนาย และการสงเสรมิ
การตลาด โดยพจิ ารณาจากผลการวิจยั ตลาดแลว มากาํ หนดราคา และวิธีการจาํ หนายตลอดจนการ
ผลติ จํานวนมากนอยเพียงใด เพอื่ ใหบรษิ ทั มีกําไรสูงสดุ
6.2.4 การควบคุมทางการตลาด (Marketing Control) เปน การดาํ เนนิ งานเกย่ี วกับ
การปรับปรงุ การปฏิบัตงิ านทางการตลาดในดานตา ง ๆ ใหเปนไปตามแผนงานทางการตลาดที่
กาํ หนดไว บรรลุเปา หมายตามทีบ่ ริษทั กําหนดอยางมีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล การควบคมุ
ทางการตลาด เปนกจิ กรรมท่ีดําเนนิ การเปนลําดับข้ันตอนที่ตอเนือ่ ง จนกวา การปฏบิ ตั งิ านจะ
ประสบความสําเรจ็ ซง่ึ ขัน้ ตอนการควบคุมการตลาดสามารถดาํ เนนิ การไดดงั ตอ ไปน้ี
1) การกาํ หนดมาตรฐานหรอื เปาหมายของการปฏบิ ัติงาน เปนการกําหนด
เกณฑห รอื วัตถุประสงคในการปฏบิ ัตงิ าน เพ่อื เปน เครอื่ งมือท่ีนํามาใชวัดผลการปฏบิ ตั ิงานวาสงู
หรือตํา่ กวาเกณฑท ีก่ าํ หนดไวมากนอยเพยี งใด
2) การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน เปน กจิ กรรมเกีย่ วกับการเปรียบเทยี บผลการ
ปฏิบัตงิ านทไี่ ดก ับมาตรฐานท่กี าํ หนด หากผลการปฏบิ ัตงิ านสูงกวา มาตรฐาน แสดงวาการ
ปฏิบัตงิ านมปี ระสิทธิภาพ
3) การวดั ผลการปฏบิ ตั งิ าน การปฏบิ ตั งิ านดา นตาง ๆ ไดม ีการดาํ เนินไประยะ
หนึง่ เม่อื การปฏิบตั งิ านเสรจ็ สนิ้ ลง จะดาํ เนินการวดั ผลการปฏิบัตงิ านดวยวธิ ีการทเ่ี หมาะสมกับ
มาตรฐานหรอื วัตถปุ ระสงคทก่ี ําหนด โดยใชขอมูลทางสถติ เิ ปน ขอมูลการวัดผลการปฏิบัติงาน
138
4) การดาํ เนนิ การแกไ ข เมอื่ พบวา การปฏิบัตงิ านทางการตลาดตํ่ากวามาตรฐาน
ทก่ี าํ หนด หรอื ไมส ามารถดาํ เนินงานเปน ไปตามเปาหมายได ตอ งคนหาสาเหตุ กาํ หนดแนวทาง
แกไข และกาํ หนดแนวทางในการปฏบิ ัตงิ านท่ีสามารถบรรลผุ ลสําเรจ็ ตามเปาหมายตอไป
6.3 กลยทุ ธท างการตลาด
กลยทุ ธทางการตลาด เปน เรอื่ งที่นักการตลาดจะตอ งมกี ารทาํ งาน โดยมกี ารวางแผนท่ี
รอบคอบ ซ่งึ สามารถดําเนินการดงั ตอไปนี้
6.3.1 การกําหนดกลยทุ ธส วนประสมทางการตลาด และคาใชจ า ยทางการตลาด
อนั ประกอบไปดว ยสวนประกอบดังตอ ไปนี้
1) กลยุทธเกย่ี วกบั ผลติ ภณั ฑ
2) กลยุทธเกย่ี วกบั ราคา
3) กลยทุ ธเกย่ี วกับการสง เสริมการตลาด
4) กลยุทธเกย่ี วกับการจดั ชอ งทางการจําหนา ย
6.3.2 การวเิ คราะหโ ครงสราง และพฤตกิ รรมของตลาดเปา หมาย รวมถึงสง่ิ แวดลอ ม
ทางการตลาด
6.3.4 การแบงสว นการตลาด การเลอื กตามเปาหมาย และการกาํ หนดตําแหนง
ผลติ ภัณฑ
สรุป
การตลาดนบั วา เปน หวั ใจท่ีสาํ คญั ย่ิงตอผูประกอบอาชพี ทางธุรกิจเกษตร และระบบ
เศรษฐกจิ ของประเทศ เพราะวาสนิ คาและบริการตาง ๆ จากผูผ ลติ กอ นทจ่ี ะถงึ ผบู รโิ ภค ตามวัน
เวลา และสถานท่ีเพื่อใหเ กดิ ความพอใจสูงสดุ นน้ั ตองผานขบวนการขบั เคลื่อนทางการตลาดอยาง
ดีมปี ระสิทธิภาพ และสงิ่ หน่ึงที่ทาํ ใหผทู าํ ธรุ กจิ ประสบความสาํ เร็จทางธรุ กิจไดก ็คอื ตอ งมีการ
วางแผนการตลาดตั้งแตข นั้ ตอนการวางแผนการตลาดวา จะทําอะไร มีเปาหมายทางการตลาด
อยา งไร จะมแี นวทางขยายตวั ทางธุรกจิ ในอนาคตหรือไม จากนนั้ กต็ องมากาํ หนดกระบวนการ
การวางแผนการตลาดอยางเปนขัน้ ตอนอยา งละเอียดรอบคอบ เชนการวเิ คราะหขอมูลทาง
การตลาดดานตา ง ๆ เพื่อนาํ มาวางแผนการตลาดท้ังหมด รวมถงึ เมื่อธุรกิจดําเนนิ การไปแลวธุรกจิ
ของเราจะนําเอากลยุทธทางการตลาดอะไรมาใช
****************************
139
แบบฝก หดั
หนว ยท่ี 5 การจัดการการตลาดและการวางแผนการตลาด
วัตถปุ ระสงค เพ่ือทบทวนความรทู ่ีไดเ รยี นมาแลว
******************************************************************************
1. ตลาดและการตลาดหมายถงึ อะไร มคี วามแตกตางกันอยา งไร
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
2. ถานกั ศึกษามคี วามคดิ ทีจ่ ะทาํ ธรุ กิจเกษตร ควรปรับตัวอยางไรเพอื่ ใหสอดคลองตอแนวความคดิ
ทางการตลาดสมัยใหม
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
140
3. หนา ทที่ างการตลาดท่ีสาํ คญั มีอะไรบาง
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
4. การวางแผนการตลาดมคี วามสําคญั อยา งไรในการทาํ ธุรกจิ และมขี นั้ ตอนในการวางแผน
การตลาดอยางไรบา ง
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
141
5. การกาํ หนดกลยทุ ธทางการตลาดมคี วามสําคัญอยางไรในการทาํ ธรุ กิจ ยกตวั อยา งประกอบการ
อธิบาย
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
************************************
142
แบบประเมนิ ผลกอ น-หลังเรียน
หนว ยที่ 5 การจดั การการตลาดและการวางแผนการตลาด
วตั ถุประสงค เพื่อประเมนิ ความรูกอ นเรยี นและหลังเรียน
******************************************************************************
คาํ สง่ั จงเลือก X คาํ ตอบทท่ี านเหน็ วาถูกตอ งทสี่ ดุ เพยี งคาํ ตอบเดยี ว
1. ความหมายของ “ตลาด” ตรงกบั ขอใด 4. แนวความคดิ ทางการตลาดแบบใด ท่ีมี
ก. สถานทีห่ รืออาณาเขตที่มกี ารเปล่ยี น สวนทําใหส ามารถผูกขาดดา นการตลาดได
แปลงในกรรมสทิ ธ์ิสินคา หรอื บริการ
ข. กจิ กรรมตาง ๆ ของธุรกิจ ท่ที ําให ก. ความคดิ มงุ การขาย
สนิ คาจากผูผลติ ไปถงึ มอื ผูบริโภค ข. ความคดิ เกยี่ วกบั ผลิตภัณฑ
ค. การดําเนินกิจกรรมที่ทาํ ใหผ ขู ายไดรบั ค. ความคดิ เกยี่ วกบั การผลติ
ความพงึ พอใจ ง. ความคดิ มุงการตลาด
ง. การรวมกลมุ กนั เพ่อื ดําเนนิ ธรุ กจิ 5. แนวความคดิ ทางการตลาดแบบเกา จะเนน
ส่ิงใดเปน หลัก
2. ขอใดเปน ความหมายของ “ การตลาด” ก. การผลติ และผลติ ภณั ฑ
ก. การรวมกลมุ กนั เพ่อื ดาํ เนนิ ธรุ กิจ ข. การตลาด และ สังคม
ข. สถานที่หรอื อาณาเขตท่มี กี ารเปลย่ี น ค. การขายและการพฒั นาเทคโนโลยี
แปลงในกรรมสิทธ์สิ ินคา หรอื บริการ ง. การควบคมุ ทรัพยากรธรรมชาติ
ค. การดําเนินกิจกรรมที่ทาํ ใหผูขายไดร ับ 6. แนวความคดิ ทางการตลาดในปจ จบุ นั เรา
ความพงึ พอใจ ควรยึดแนวความคิดในขอ ใด
ง. กิจกรรมตา ง ๆ ของธรุ กจิ ท่ที ําให ก. การปรบั ปรงุ คุณภาพสนิ คา
สนิ คาจากผผู ลิตไปถึงมือผบู รโิ ภค ข. การคดิ หาวธิ ีการผลิตท่ีดมี ี
3. กจิ กรรมใดท่คี ดิ วาสาํ คัญท่ีสดุ ในการ ประสิทธิภาพ
ตดั สินใจทาํ ธุรกิจ ค. การพิจารณาถึงความตองการของ
ก. กิจกรรมการบริหารจดั การ ลูกคา
ข. กิจกรรมทางการตลาด ง. เนนดา นการบริการลูกคา สําคัญท่สี ุด
ค. กิจกรรมการดานการประชาสัมพันธ
ง. กิจกรรมการดานการเงินและบญั ชี
143
7. ขอ ใด ไมใ ชบ ทบาทหนา ที่ทางการตลาด 11. ขอ ใดไมใ ชการกาํ หนดงานธุรกิจ
ก. การบริการดา นเทคโนโลยี ก. ธรุ กิจจะทาํ อะไร
ข. การใหข อมูลทางการตลาด ข. วัตถปุ ระสงคเกยี่ วกบั กาํ ไร
ค. การรบั ประกันภัยสินคา ค. ใครคอื ลูกคา ของเรา
ง. การจดั เกรดมาตรฐาน ง. สิ่งท่ีมคี า แกลกู คาคอื อะไร
8. “สนิ คาหรือบรกิ ารของธุรกิจจะไมม ีการ 12. ขัน้ ตอนการกาํ หนดงานของการทาํ ธุรกิจ
โอนเปลี่ยนกนั ได” เปร การขาดหนา ท่ีทาง การเกษตรตอ ไปนี้ จัดอยใู นขอใด
การตลาด ขอ ใด
ก. ทาํ ฟารมโคนม
ก. การขาย ข. ความประทับใจการบริการ
ข. การขนสง ค. ทาํ ฟารม โคนมแบบครบวงจร
ค. การจัดมาตรฐานสนิ คา ง. ถูกหมดทุกขอ
ง. ขอมลู เก่ยี วกับการตลาด 13. การขยายตวั ทางธรุ กิจทางการเกษตรแบบ
9. นายสม โอประกอบอาชพี ทาํ สวนมงั คดุ ขยายตวั เพมิ่ ขนึ้ เปน การขยายแบบยอนหลัง
นายสมโอจะเลอื กวธิ ีการการตลาดแบบใด คือขอ ใด
ในการจดั จําหนายที่เหมาะสมกับผบู ริโภค ก. ผลิตปลากระปอง ขยายตวั โดยผลติ
ก. จากผผู ลิตไปยังผบู รโิ ภคโดยตรง
ข. จากผผู ลิตผานพอคาสง และผานพอ คา ซอส และผลิตกระปองบรรจุปลาดวย
ข. ควบคุมการผลิต คอื ผลติ เองขายเอง
ปลีกไปยังผบู ริโภค ค. พยายามขยายตัวเขา ครอบครอง
ค. จากผผู ลิตผา นพอคาปลีกไปยัง
กจิ การคูแ ขง โดยรวมกจิ การ
ผูบริโภค ง. ถกู หมดทกุ ขอ
ง. จากผผู ลิตผานตัวแทนจําหนาย ผา น 14. ขอ ใดเปน การขยายตวั ทท่ี าํ ใหก จิ การดีขน้ึ
ก. การขยายตวั เพมิ่ ขน้ึ
พอคา สงผานพอ คา ปลกี ไปยังผบู ริโภค ข. การขยายตวั แบบประสมประสาน
10. ขอใดไมใ ชข ้นั ตอนของการตลาด ค. การเพม่ิ กิจการใหมทีต่ างจากกจิ การ
ก. กาํ หนดงานธุรกจิ เดิม
ข. วัตถปุ ระสงคข องบริษทั ง. ถูกหมดทุกขอ
ค. การขยายแผนการผลติ
ง. กลยุทธของการตลาด
144
15. ขอใดไมจดั วาเปน สว นประสมทาง 19. สวนประสมทางการตลาด ทนี่ ํามาใช
หลงั จากไดท าํ การผลติ สนิ คา ขึน้ มาแลว
การตลาด
ก. ผลติ ภัณฑ ก. การจดั จําหนาย
ข. ชองทางการจัดจาํ หนาย ข. การตง้ั ราคา
ค. การประชาสมั พนั ธ ค. การสง เสริมการตลาด
ง. การกําหนดราคา ง. การหาขอ มลู ทางการตลาด
20. กจิ กรรมการควบคมุ ทางดา นการตลาดให
16. การสง เสรมิ การตลาดวิธีใดที่พบเห็นมาก เปนไปตามแผนงานทางการตลาดท่กี ําหนดไว
ทส่ี ดุ บรรลุเปา หมายตามท่ีบริษัทกาํ หนดอยางมี
ประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล คือขอ ใด
ก. การสง เสริมการขาย ก. การกาํ หนดมาตรฐาน
ข. การโฆษณา ข. การประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน
ค. การประชาสมั พันธ ค. การวัดผลการปฏบิ ตั ิงาน
ง. การขายโดยบุคคล ง. ถูกทุกขอ
17. กิจกรรมทีเ่ กีย่ วของกบั การวางแผน
การควบคมุ สนิ คาทส่ี ําเร็จรูปจากผูผลติ ********************************
ไปสูผูบริโภคคอื ความหมายขอใด
ก. กิจกรรมทางการตลาด
ข. กิจกรรมการผลติ
ค. กิจกรรมการกระจายสนิ คา
ง. กิจกรรมการสง เสริมทางการตลาด
18. เพราะเหตุใดจงึ ตอ งมีการสง เสริม
การตลาด
ก. แจง ขา วสารขอมูล
ข. เพื่อเปลีย่ นพฤติกรรม
ค. เพ่ือเตอื นความจาํ
ง. ถกู ทุกขอ
145
ใบงานท่ี 5
หนว ยที่ 5 การจัดการตลาดและการวางแผนการตลาด
*********************************
เรอื่ ง การวางแผนการตลาด
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. บอกความสาํ คญั ของการวางแผนการตลาดได
2. เขียนแผนการตลาดแบบงาย ๆ ได
จดุ ประสงคด านคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษา
1. ดา นมนุษยส ัมพนั ธ ในการมีสว นรวม รับฟง คนอน่ื เปน ผูน ําและผูต ามทด่ี ี
2. ดานความรบั ผิดชอบ ตอ สว นรวมและสวนบุคคล คอื การตรงตอเวลา เขาหอ งเรยี นทนั เวลา
การสงงานตามกาํ หนด ความสะอาดและถูกตองของผลงาน
3. ดานความมวี ินยั ในตนเอง ความซ่อื สัตยส ุจริต แตงกายถูกตองตามระเบียบ
4. ดานความรแู ละทักษะวิชาชีพ มคี วามสํานึกดใี นการจดั การธรุ กิจเกษตรในทกุ เรอ่ื งทเี่ กีย่ วของ
วสั ดุ เครือ่ งมือ และอุปกรณ
1. กระดาษ A4
2. แบบประเมินผลงานทมี่ อบหมาย
3. เอกสารประกอบการสอนหนว ยที่ 5
ข้นั ตอนการปฏิบัติงาน
1. ใหน กั ศกึ ษา วางแผนการตลาดการทําธรุ กิจเกษตรของตนเองมาคนละหนง่ึ แผน ตามรปู แบบ
กระบวนการการวางแผนการตลาด ทไี่ ดเ รียนมาแลว
2. ดาํ เนนิ การทํางานใหเ สร็จตามคําสั่งภายใน 1.30 ชวั่ โมง
3. นาํ เสนอผลงานหนาชน้ั เรียน
4. สง รายงาน ตามรูปแบบรายงานท่ถี ูกตองสมบูรณ
5. ประเมนิ ผล
แหลงคนควา
1. หนังสอื เอกสารประกอบการสอนวิชาการจัดการธรุ กจิ เกษตร
2. ทางอินเตอรเน็ต
3. หนังส่อื และตําราเกี่ยวกบั การบรหิ ารจดั การทว่ั ไป
******************************
146
ขอ 1 เฉลยขอ สอบ 10
ตอบ ก ง
ขอ 11 หนวยที่ 5 การจัดการการตลาดและการวางแผนการตลาด 20
ตอบ ข ******************************** ง
23456789
ง ข คกคกขก
12 13 14 15 16 17 18 19
งกงคขคงข
*******************************
หนว ยท่ี 6
เรื่อง การบัญชีและการจดั การทางการเงนิ
****************************
จดุ ประสงคการเรยี นรู
หลังจากศึกษาในเนื้อหาหนว ยเรยี นนีแ้ ลว ผูเรียนสามารถ
1. บอกความหมายของการบญั ชไี ดถูกตอ ง
2. บอกความสําคญั ของการบญั ชไี ดถกู ตอ ง
3. อธบิ ายถงึ การลงบญั ชอี ยางงา ย ๆ ได
4. บอกความหมายของเงนิ ทุนได
5. บอกขอบเขตของการบรหิ ารการเงินไดถ ูกตอง
6. อธิบายแหลง ท่มี าของเงนิ ทนุ ไดถ กู ตอง
7. อธิบายถงึ กระบวนการการจดั การเงนิ ทุนได
สาระสาํ คญั
“การบญั ชี” (Accountancy , Accounting) หมายถึง ศลิ ปะของการเกบ็ รวบรวม บนั ทกึ
จาํ แนก และทําสรปุ ขอมลู อันเกยี่ วกับเหตกุ ารณทางเศรษฐกิจในรปู ตวั เงิน
การทําบญั ชี (Book – keeping) เปนวิธีการจดบนั ทึกรายการเปล่ยี นแปลงทางดานการเงนิ
หรือส่ิงของท่กี าํ หนดมูลคาเปน เงนิ ไวเ ปนหลักฐาน โดยจัดแยกไวเปน หมวดหมตู ามประเภทของ
รายการนน้ั
ความสาํ คญั ของการบัญชี
- ชวยใหร ัฐบาลไดจดั เก็บภาษอี ยางถูกตอ งและเปน ธรรม
- ใชเปน หลักฐานอางองิ ตรวจสอบ ควบคมุ รักษา และปอ งกนั การผิดพลาดของกจิ การ
- ชวยใหขอ มลู แกเ จาหนีเ้ พอื่ เปน แนวทางในการพจิ ารณาเครดติ ของธรุ กจิ ในโอกาสตอ ไป
- ชวยใหเ จา ของกจิ การไดท ราบฐานะ และผลการดาํ เนนิ งานของธรุ กิจทีต่ นเปน เจาของ
- ชวยใหผูบรหิ ารมขี อมูลประกอบในการตัดสินใจวางแผนดําเนินงาน และควบคุมกจิ การให
ประสบความสําเร็จตามความมุงหมาย
สินทรพั ย( Assets ) หมายถึง ส่งิ ของทง้ั หลายท่ีมรี าคาเปน ตวั เงนิ ซ่งึ กจิ การคา หรอื บคุ คล
เปนเจาของ หรือกรรมสิทธ์ิครอบครองโดยถูกตอ งตามกฎหมาย
148
หนส้ี ิน ( Liabilities ) หมายถึง ภาวะผกู พนั ทีบ่ คุ คลหรอื กิจการคาเปนหนี้หรือจะตอ งใชหนี้
ตอบคุ คลภายนอก ไดแก เจาหน้ี เงนิ กู คาใชจ ายคางจา ย เงินเบกิ เกนิ บัญชี
ทนุ หรือสว นของเจาของกิจการ (Owner’s Equity) หมายถึง สทิ ธิในความเปนเจา ของ
สินทรพั ยท ัง้ หลาย สนิ ทรพั ยทั้งหลายตองมเี จา ของ เจา ของอาจเปนบคุ คลหรือกจิ การคา ซงึ่ ไม
รวมสนิ ทรพั ยส วนทีเ่ ปนหนี้
สมการบญั ชี ( Accounting Equation ) หมายถงึ สมการท่ีแสดงถงึ ความสมั พันธระหวา ง
สนิ ทรัพย หนสี้ ินและสว นของเจา ของ (ทนุ ) ซง่ึ จะแสดงถงึ ความสมดุลกนั อยเู สมอ
งบการเงนิ (Financial Statement) หมายถึง รายงานทางการเงินทแี่ สดงใหเ หน็ ผลการ
ดาํ เนินงาน และฐานะการเงนิ ของกจิ การในชวงเวลาหนง่ึ
งบการเงนิ แบง ออกเปน 2 ประเภท คอื
1. งบกําไรขาดทนุ
2. งบดลุ
ขนั้ ตอนการลงบญั ชี
1 รับเอกสารรายการคา ทีเ่ กดิ ขน้ึ เพอ่ื ประกอบการบนั ทกึ บญั ชี
2 การวิเคราะหรายการคา เมอ่ื จะทําการบนั ทึกบัญชจี ะตอ งวิเคราะหร ายการคา ไดก อ นเปน
การคา เกย่ี วกบั อะไร เชน ขายสด ขายเช่อื จายคาใชจาย นบั รายได จา ยชําระหน้ี รับชาํ ระหน้ี เปน ตน
3. การบันทึกบัญชี สมดุ บัญชที ใี่ ชในกจิ การโดยทว่ั ไปจะประกอบดว ย
การบนั ทึกบญั ชอี ยา งงาย
1. บันทึกบัญชีในสมดุ เงินสดรับหลายชอง
2. บนั ทึกบัญชใี นสมดุ เงนิ สดจายหลายชอ ง
3. นํายอดรวมแตละชอ งในสมุดเงินสดรับ หรือสมุดเงินสดจา ยตอนสนิ้ เดือนไปลงใน
แบบฟอรมงบกาํ ไรขาดทนุ และงบที่เตรียมไวก ็สามารถจะประเมินผลได
4. สาํ หรบั รายการทไ่ี มเ กยี่ วกับเงินสด กจ็ ะบันทึกไวใ นสมดุ รายวนั ทว่ั ไป
ขอบเขตของการบรหิ ารการเงนิ เริ่มตง้ั แต
1. การคาดการณเ กยี่ วกับความตองการของเงินทุนในกิจการนน้ั
2. ดาํ เนินการจัดหาเงนิ ทุน
3. จัดสรรเงินทุนใชไ ปใหตรงตามวตั ถุประสงคข องกิจการ
เงินทนุ หมายถึงทรพั ยท ี่ใชในการดําเนนิ ธรุ กิจจะเปนเงนิ สด หรอื สินทรัพยอ่ืนท่ี
นอกเหนอื จากเงินสด แหลง เงนิ ทนุ หมายถงึ ท่มี ีมาของเงินทุนเพื่อใชใ นการดาํ เนนิ ธรุ กิจ
149
ประเภทของแหลง เงนิ ทนุ แหลงเงนิ ทนุ แบง ออกเปน 2 ประเภทดังนีค้ อื
1. เงนิ ทุนจากสวนของเจาของกิจการ
2. เงินทุนจากการกอหนี้ (หนสี้ นิ )
ปจจยั ท่กี ําหนดความเหมาะสมของการเลอื กใชแ หลงเงนิ ทนุ
15
1. ตน ทุนของเงินทนุ
2. พจิ ารณาถึงโครงสรา งของ
3. ความสะดวดในการจดั หาเงินทนุ
4. จงั หวะเวลาในการใชเ งินทนุ
เนอื้ หา
1. ความหมายและความสําคัญของการบญั ชี
1.1 ความหมายการบัญชี
หากกลาวถึง “การบัญช”ี กบั บุคคลทว่ั ไป มักจะนกึ ถงึ สมุด ตวั เลข และ“การบญั ช”ี
สําหรับพอคา แมคา มักจะนึกถึงสมุดจดบันทึกรายการรบั เงิน จา ยเงิน รายการคา งจาย เจา หน้ี และ
รายการคางรับ ลกู หนี้ ซึง่ การบัญชีตามความหมายของบคุ คลดงั กลาว เปนสวนหนงึ่ ของการบัญชี
ตามหลักวชิ าการเทา น้นั
สมาคมนักบญั ชแี ละผสู อบบญั ชีรบั อนญุ าตแหง ประเทศไทย ไดใ หความหมายของการบัญชี
ไวด งั นี้
“การบญั ช”ี (Accountancy, Accounting)หมายถึง ศิลปะของการเกบ็ รวบรวม บนั ทกึ จาํ แนก
และทําสรปุ ขอมลู อนั เกยี่ วกบั เหตุการณท างเศรษฐกจิ ในรูปตัวเงิน ผลงานข้นั สุดทายของการบัญชีก็
คอื การใหข อ มูลทางการเงนิ ซึ่งเปน ประโยชนแ กบ คุ คลหลายฝา ย และผทู ี่สนใจในกจิ กรรมของ
กจิ การ
การบญั ชตี า งกบั การทาํ การทําบญั ชอี ยา งไร
การบัญชี (Accounting) เกดิ ข้ึนมาเพราะกจิ การตา ง ๆ จาํ เปน จะตองมีเอกสารหลักฐาน
เพอื่ ใหทราบถงึ ผลการดาํ เนนิ งานเกยี่ วกบั รายรบั รายจา ยและสนิ ทรพั ยอ ่นื ๆ ของกิจการ และ
เพือ่ ใหเ จา ของกจิ การไดท ราบถึงความกาวหนา หรือขอ บกพรองในการดาํ เนินงาน การบัญชจี ึงเปน
หนา ทขี่ องนกั บัญชี (Accountant)โดยตรง เพราะนกั บัญชีจะตองสามารถวางระบบบญั ชี และควบคมุ
การลงบญั ชที ง้ั หมดไดด วย
150
การทาํ บัญช(ี Book – keeping) เปน วิธกี ารจดบนั ทกึ รายการเปลยี่ นแปลงทางดา นการเงิน
หรือสิ่งของที่กาํ หนดมูลคาเปน เงินไวเ ปน หลักฐาน โดยจัดแยกไวเ ปน หมวดหมตู ามประเภทของ
รายการนนั้ และเรยี งลาํ ดบั รายการทเ่ี กดิ ขน้ึ กอนหลังในสมดุ บญั ชไี ดถ กู ตอง และสามารถแสดงผลการ
ดาํ เนนิ งาน รวมทงั้ ฐานะการเงนิ ของกจิ การในระยะหนงึ่ ได ซึง่ ผปู ฏิบัตงิ านเชน นเี้ รียกวา ผูทําบัญชี
ดงั นั้นการทาํ บญั ชจี ึงเปน เพยี งสว นหน่ึงของการบญั ชี และเนื่องจากตอ งการใหนกั ศกึ ษา
เขาใจเกย่ี วกับการทําบญั ชีแบบงาย ๆ ไดเทานนั้ การศึกษาในหนว ยนจ้ี ึงไมเ ปน การศกึ ษาการบนั ทกึ
บัญชีอยางละเอยี ดแตอ ยา งใด
1.2 ความสําคญั ของการบญั ชี
1.2.1 ชวยใหร ฐั บาลไดจ ัดเกบ็ ภาษอี ยา งถกู ตองและเปน ธรรม
1.2.2 ใชเ ปน หลักฐานอางองิ ตรวจสอบ ควบคมุ รกั ษา และปองกนั การผดิ พลาดของ
กิจการ
1.2.3 ชว ยใหข อ มลู แกเจา หน้เี พอื่ เปน แนวทางในการพจิ ารณาเครดิตของธรุ กจิ ในโอกาส
ตอไป
1.2.4 ชวยใหเ จา ของกจิ การไดท ราบฐานะและผลการดาํ เนนิ งานของธุรกิจที่ตนเปน
เจาของ
1.2.5 ชว ยใหผ บู ริหารมขี อ มูลประกอบในการตดั สนิ ใจวางแผนดําเนนิ งาน และ
ควบคมุ กิจการใหประสบความสําเรจ็ ตามความมงุ หมาย
ภาพท่ี 38 การทาํ บัญชี เจา ของกจิ การไดท ราบฐานะและผลการดาํ เนนิ งานของธรุ กจิ ท่ตี นเองเปน เจา ของ
151
2. ความรทู ว่ั ไปเกี่ยวกบั บญั ชี
2.1 สนิ ทรพั ย (Assets ) หมายถึง สงิ่ ของทงั้ หลายทม่ี ีราคาเปนตวั เงิน ซง่ึ กจิ การคาหรือ
บุคคลเปนเจา ของหรือกรรมสทิ ธ์คิ รอบครองโดยถูกตอ งตามกฎหมาย สนิ ทรัพยน นั้ อาจจะมตี วั ตน
หรอื ไมมตี วั ตนกไ็ ด เชน เงนิ สด เงินฝากธนาคาร สนิ คา เครือ่ งจกั ร รถยนต อาคาร ท่ีดิน
เคร่อื งหมายการคา ลิขสทิ ธิ์ เปน ตน
2.2 หนสี้ นิ ( Liabilities ) หมายถึง ภาวะผูกพันทบี่ ุคคลหรือกิจการคาเปน หน้ตี อ บคุ คล
ภายนอก ไดแ ก เจา หนีเ้ งนิ กู เงินเบิกเกินบญั ชธี นาคาร คาใชจ า ยคา งจาย เปนตน หนสี้ ินแบง
ออกเปน 2 ประเภท คือ
2.2.1 หนสี้ นิ หมุนเวียน หมายถึง หน้ีสินทม่ี รี ะยะเวลาในการชําระหนีค้ นื ระยะสน้ั
ภายในเวลาไมเ กิน 1 ป เชน เจา หนก้ี ารคา คาใชจ า ยคา งจา ย เงินเบิกเกนิ บญั ชี เปนตน
2.2.2 หน้สี นิ ระยะยาว หมายถงึ หน้สี นิ ทม่ี รี ะยะเวลาชาํ ระหน้คี นื ระยะเวลาเกนิ 1 ป
เชน หุนกู เงนิ กยู มื ระยะยาว เปน ตน
2.3 ทุนหรอื สว นของเจา ของกิจการ (Owner’s Equity) หมายถึง สทิ ธใิ นความเปน เจา ของ
สนิ ทรัพยทง้ั หลายตอ งมีเจา ของ เจา ของอาจเปน บคุ คลหรอื กจิ การคา ซึง่ ไมร วมสนิ ทรพั ยสวนท่ี
เปนหนี้
2.4 สมการบญั ชี ( Accounting Equation )หมายถงึ สมการท่ีแสดงถงึ ความสมั พนั ธร ะหวา ง
สนิ ทรพั ย หนส้ี นิ และสว นของเจา ของ(ทนุ ) ซ่งึ จะแสดงถงึ ความสมดุลกนั อยเู สมอ และสามารถเขียน
เปนสมการบัญชีไดดงั น้ี
2.4.1 กรณีไมมีหน้ีสนิ สมการบญั ชีจะเขียนไดดงั น้ี
สินทรัพย = สวนของเจาของ (ทุน)
ตัวอยาง รา นคณุ เกษตรมีเงนิ สด 60,000 บาทเงนิ ฝากธนาคาร 40,000 บาท มา
เปน ทุนการแทนคา ในสมการบญั ชีจะเปน ดงั น้ี
สินทรัพย = สว นของเจา ของ (ทุน)
เงินสด = 60,000
เงนิ ฝากธนาคาร = 40,000
100,000 = 100,000
152
ในกรณีทม่ี หี นสี้ ินเม่ือแทนคา ในสมการบญั ชีผลรวมของทรพั ยก ค็ อื หน้สี ินบวก
ดว ยสว นของเจา ของ (ทุน) น่นั เอง
2. 4.2 กรณที ่ีมหี นส้ี นิ สมการบญั ชจี ะเปน ดังน้ี
สนิ ทรัพย = หน้สี นิ + สว นของเจา ของ (ทนุ )
ตัวอยา ง รา นคุณเกษตรมีสินทรพั ยรวม 100,000 บาท มีหน้สี นิ 40,000 บาท และ
มที นุ 60,000 บาท การแทนคาในสมการบญั ชีจะเปน ดงั น้ี
สนิ ทรพั ย = หนีส้ นิ + สวนของเจาของ (ทนุ )
100,000 = 40,000 + 60,000
การแทนคาในสมการบญั ชผี ลออกมาดา นซาย (สินทรัพย) จะตอ งมคี า เทากบั ดานขวา
(หน้ีสนิ + สว นของเจา ของ (ทุน)) เสมอ
จากสมการบญั ชที ี่แสดงมา สามารถนําไปจดั ทํางบดลุ ได (การทํางบดลุ กเ็ พอื่ จะ
แสดงใหเ ห็นถงึ ฐานะการเงนิ ของกิจการ) แตเ นื่องจากงบดุลเปน สว นหนึง่ ของงบการเงนิ ในทน่ี ี้
จะแสดงงบการเงนิ ในรปู ของงบกาํ ไรขาดทุนดวย เพ่ือใหทราบถงึ การดาํ เนินงานของกจิ การควบคู
กนั ไป
3. การจดั ทาํ งบการเงิน
งบการเงิน (Financial Statement) หมายถึง รายงานทางการเงินท่ีแสดงใหเห็นผลการ
ดาํ เนนิ งาน และฐานะการเงนิ ของกจิ การในชว งเวลาหน่งึ
งบการเงนิ แบง ออกเปน 2 ประเภท คือ
3.1 งบกาํ ไรขาดทนุ
3.2 งบดลุ
3.1 งบกําไรขาดทุน (Profit and Loss Statement) เปนงบท่ีแสดงถงึ ผลการดําเนนิ งาน
ของกจิ การในรอบระยะเวลาที่แจงไวในงบนั้น หรือเปนการเปรยี บเทยี บผลตา งระหวา งรายไดแ ละ
คา ใชจาย ถารายไดส งู กวาคา ใชจ า ยกจิ การจะมีกาํ ไร ในทางตรงขา มถารายไดตาํ่ กวาคาใชจา ย
กิจการจะขาดทนุ
153
รปู แบบของงบกาํ ไรขาดทนุ
3.1. 1 แบบรายงาน
บริษัทฟารมเกษตรจํากดั
งบกําไรขาดทนุ
สาํ หรับระยะเวลา 1 ป สน้ิ สุดวันท่ี 31 ธันวาคม 2550
รายได. - 80,000
รายไดขายขา วโพด 500
5,000
คาใชจ าย.-
คานาํ้ – คา ไฟ 700 6,200
คา แรงงาน 73,800
คาใชจ า ยเบ็ดเตลด็
กาํ ไรสทุ ธิ
3.1.2 แบบบัญชี
บรษิ ทั ฟารม เกษตรจาํ กัด
งบกาํ ไรขาดทนุ
สาํ หรับระยะเวลา 1 ป สิน้ สดุ วนั ที่ 31 ธนั วาคม 2550
คา นาํ้ -คาไฟ 500 - รายไดข ายขา วโพด 80,000 -
คาแรงงาน 5,000 - 80,000 -
คา ใชจา ยเบ็ดเตล็ด 700 -
กําไรสุทธิ 73,800 -
80,000 -
รปู แบบงบกาํ ไรขาดทนุ ทาํ เปนรูปรายงานจะแสดงรายการรายไดห กั คาใชจ าย ผลตาง
ระหวางรายไดถ า มมี ากกวา คา ใชจ า ยจะเปน กาํ ไรสทุ ธิ หากรายไดน อ ยกวาจะเปน การขาดทนุ สทุ ธิ
ถา เปนรปู แบบบญั ชีจะแสดงรายการ 2 ดา น ดานขวาเปน รายได ดานซา ยเปนคา ใชจ า ย
ถา ผลตา งระหวา งรายไดมีมากกวา คาใชจ ายจะเปน กําไรสทุ ธิ และนาํ มาบวกกบั คาใชจ ายจะทาํ ให
บญั ชกี ําไรขาดทุนเทา กนั ทง้ั 2 ดา น (ในกรณีขาดทนุ จะลงกลับดานกนั กับกําไรสทุ ธิ)
154
3.2 งบดลุ ( Balance Sheet) เปนงบทแี่ สดงถึงฐานะการเงนิ ของกจิ การ ณ วนั ใดวนั หน่ึง
ซงึ่ จะแสดงถงึ สนิ ทรัพย หน้สี นิ และสวนของเจา ของ
รปู แบบของงบดลุ จะแบง เปน 2 แบบ คอื แบบรายงานและแบบบัญชี ดังตัวอยา งตอ ไปน้ี
3.2.1 แบบรายงาน
บรษิ ัทฟารมเกษตร จํากัด
งบดุล
วนั ที่ 31 ธนั วาคม 2550
สนิ ทรพั ย
เงนิ สด 200,000
อปุ กรณซ อมวิทยุ 20,000
วัสดุซอ มวิทยุ 4,000
รวมสินทรพั ย 224,000
หนี้สินและสว นของเจา ของ (ทุน)
เจา หน้ี 144,200 6,000
สว นของเจาของ.- 73,800
218,000
ทุน 224,000
บวก กําไรสุทธิ
รวมหน้สี ินและสวนของเจาของ (ทนุ )
3.2.2 แบบบญั ชี
บริษทั ฟารม เกษตร จาํ กดั
งบดุล
วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 2550
สนิ ทรพั ย บาท หนีส้ ินและสว นของเจา ของ บาท
เงนิ สด 6,000 -
อุปกรณซอมวิทยุ 200,000 - เจาหน้ี
วสั ดุซอ มวทิ ยุ 218,000 -
20,000 - ทุน 144,200
4,000 - บวก กาํ ไรสุทธิ 73,800
224,000 - 224,000 -
155
รปู แบบงบดุลแบบรายงานจะแสดงรายการเปน หมวดหมเู รียงกนั ไป ต้ังแตสนิ ทรัพย
จนถงึ หนี้สนิ และสว นของเจา ของ (ทุน) สว นแบบบัญชจี ะแสดงรายการ 2 ดาน คอื ดา นซายเปน
สินทรัพย ดา นขวาจะเปน หนสี้ นิ และสวนของเจา ของ (ทนุ ) และยอดรวมของ 2 ดา นตอ งเทา กนั
กอนทีน่ กั ศกึ ษาจะสามารถบนั ทึกบัญชีได นกั ศกึ ษาจะตอ งรจู กั รายการคา เพ่ือทีจ่ ะ
นาํ ไปวิเคราะหร ายการคา ไดตอ ไป
สินทรัพย หน้ีสนิ และสว นของเจาของ (ทุน) เปน สิง่ สําคัญในการทาํ บญั ชี นักศึกษา
จําเปน จะตอ งเขา ใจความหมายดังกลา ว เพอ่ื เปนพ้ืนฐานในการเขาใจสมการบญั ชตี อไป
4. เอกสารทางธุรกิจทใ่ี ชใ นการบนั ทกึ บัญชี
การดําเนนิ งานทางธรุ กจิ เอกสารทนี่ ับวา มีความสาํ คญั มากในปจ จุบนั เพราะการดาํ เนิน
กิจการธุรกิจทุกประเภท เอกสารตาง ๆ จะเขา มาเกี่ยวขอ งมากมาย ซึ่งจําเปน อยางย่ิงทผี่ ูประกอบการ
ธรุ กิจทุกประเภทตอ งมคี วามรูความเขาใจ ในเอกสารแตล ะประเภทเอกสารแตล ะประเภทนี้
จะเปน หลกั ฐานท่ีสําคัญในการนาํ ไปบนั ทกึ บัญชี
4.1 เอกสารการบันทึกบญั ชี หมายถึงเอกสารตาง ๆ ที่ทําขึ้นเปนลายลักษณอักษรอาจจะอยู
ในรปู แบบฟอรม ที่จดั พิมพไวเรยี บรอ ย หรืออยใู นรูปแบบของแบบพมิ พท ีจ่ ัดทําขน้ึ เอง หรอื
อาจจะใชเ ขียนขน้ึ ในลกั ษณะทีถ่ กู ตอ งตามกฎหมาย ซงึ่ อาจนํามาเปน หลักอางอิงในการลงบัญชี
4.1.1 เอกสารทางธรุ กิจแบง เปน 6 ประเภท ดงั นี้
1) เอกสารทางธนาคาร เชน เช็ค ตั๋วแลกเงิน
2) เอกสารการขนสง เชน ใบตราสง ใบสง ของ ใบส่ังปลอ ยสนิ คา
3) เอกสารประกันภยั เชน กรมธรรมประกันภยั
4) เอกสารซื้อขายสนิ คา เชน ใบกํากบั สินคา ใบลดหน้ี ใบเพ่ิมหน้ี
ใบเสรจ็ รบั เงิน
5) เอกสารการคลังสินคา เชน ใบประทวนสนิ คา ใบรบั คลงั สินคา
6) เอกสารการนําเขา และการสงออกสนิ คา เชน ใบขนสนิ คา ขาออก
ใบอนญุ าตสง สนิ คาออก
4.1.2 เอกสารในการบันทกึ บัญชี แบง เปน 3 ประเภท ดงั นี้
1) เอกสารทใ่ี ชในการเริ่มรายการ เชน ใบสั่งซือ้ ใบรายการราคาสนิ คา
2) เอกสารทใี่ ชในการบันทกึ รายการทีเ่ กิดข้นึ แลว เชน ใบกํากบั สนิ คา
ใบเสรจ็ รบั เงนิ ใบเพ่ิมหนี้ ใบลดหน้ี เช็ค ตวั๋ แลกเงนิ ตวั๋ สัญญาใชเ งิน
156
3) เอกสารทใ่ี ชใ นการปรบั ปรงุ รายการ เชน บนั ทกึ อนมุ ตั กิ ารตัดหน้สี ูญ
ใบแสดงรายการสินคา หาย การตัดคา เส่อื มราคาเคร่อื งจักร
5. ขน้ั ตอนการลงบัญชี
5.1 รบั เอกสารรายการคา ที่เกดิ ขนึ้ เพอ่ื ประกอบการบนั ทกึ บัญชี
5.2 การวเิ คราะหร ายการคา เมื่อจะทําการบันทึกบญั ชีจะตอ งวเิ คราะหรายการคาไดกอ น
เปน การคาเกย่ี วกับอะไร เชน ขายสด ขายเชอ่ื จายคาใชจา ย นบั รายได จา ยชําระหน้ี รบั ชําระหนี้
เปนตน
5.3 การบันทกึ บัญชี สมุดบัญชีที่ใชในกจิ การโดยทว่ั ไปจะประกอบดว ย
5.3.1 สมดุ รายวันขน้ั ตน เชน สมดุ เงินสดรบั สมดุ เงินสดจา ย สมดุ รายวันท่วั ไป
5.3.2 สมุดรายวันขน้ั ปลาย เชน สมดุ แยกประเภท ซง่ึ เปน รายการบัญชมี าจากสมดุ
รายวันขน้ั ตนกอนการรวบรวมจัดทํางบการเงินตอไป
6. การบนั ทกึ บญั ชอี ยางงาย
6.1 บันทึกบญั ชีในสมุดเงนิ สดรับหลายชอง
6.2 บนั ทึกบญั ชีในสมดุ เงนิ สดจา ยหลายชอง
6.3 นาํ ยอดรวมแตล ะชอ งในสมดุ เงินสดรับ หรอื สมุดเงนิ สดจายตอนสน้ิ เดือนไปลงใน
แบบฟอรมงบกาํ ไรขาดทนุ และงบทเ่ี ตรยี มไวกส็ ามารถจะประเมนิ ผลได
6.4 สาํ หรับรายการท่ไี มเ กี่ยวกับเงนิ สด กจ็ ะบนั ทกึ ไวในสมุดรายวนั ทัว่ ไป
7. ขอบเขตและแนวทางการบรหิ ารการเงิน
ในการบรหิ ารและจดั การงานการเงนิ ฝายการเงนิ มีวตั ถุประสงคท่สี าํ คญั 2 ประการ ดงั ตอ ไปน้ี
7.1 กําไร (Profitability)
7.2 สภาพคลอ ง (Liquidity)
วตั ถุประสงคท ้ังสองประการมีความสาํ คญั มากตอ การบรหิ ารและจดั การงานการเงนิ
กลาวคอื ธุรกจิ ทกุ ธุรกจิ ควรมสี ภาพคลอ งสามารถมีเงนิ จา ยไดเพยี งพอ เมื่อถงึ กาํ หนดที่ตอ งการ
ธุรกจิ กจ็ ะสามารถดําเนินไปไดโ ดยไมหยดุ ชะงกั ขณะเดยี วกันธุรกิจจะอยูร อดไดก ารประกอบการ
ในธรุ กจิ จะตองมีกาํ ไร
การประกอบธรุ กจิ เร่อื งของกาํ ไรและสภาพคลองมคี วามขัดแยง กัน กลา วคือหากธรุ กจิ
ดํารงสภาพคลองสงู ก็จะประสบกบั ปญ หากําไรตํ่า เพราะสินทรัพยหมนุ เวยี นสว นหนึง่ เชน เงินสด
มิไดถ กู นําไปใชประโยชนใหเ ต็มท่ี เพราะนํามาถอื ไวเ ปน จํานวนมากเพ่อื ใหมีสภาพคลอ งสูง
จึงเสียโอกาสนําไปลงทนุ อยา งอื่นท่ีใหผลตอบแทนสูง