- 232 - PA 4/ส/กศน.
ห้องเรียนการศกึ ษานอกระบบ / ตามอธั ยาศยั
สำหรบั กรรมการประเมิน
แบบประเมินตำแหนง่ และวทิ ยฐานะ ตำแหน่งครู วทิ ยฐานะชำนาญการพเิ ศษ
ผขู้ อรบั การประเมิน
ชือ่ .........................................................นามสกุล.......................................................ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา..................................................................................... สงั กดั ....................................................................................
รับเงนิ เดอื นในอนั ดับ คศ. .... อัตราเงินเดือน ...... บาท กล่มุ สาระการเรียนรู้/รายวชิ าท่ีขอรับการประเมนิ .....................................
ด้านที่ 1 ดา้ นทกั ษะการจัดการเรียนร้แู ละการจดั การชนั้ เรยี น
เกณฑ์การใหค้ ะแนน (Scoring Rubric)
1 คะแนน เมอ่ื ปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ิตามข้อ 1 ถงึ ขอ้ 3 ได้ 1 ข้อ
2 คะแนน เม่ือปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏิบตั ิตามขอ้ 1 ถงึ ข้อ 3 ได้ 2 ขอ้
3 คะแนน เม่ือปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏบิ ตั ิตามข้อ 1 ถงึ ขอ้ 3 ไดท้ ้ัง 3 ข้อ
4 คะแนน เม่อื ปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏิบตั ิตามข้อ 1 ถงึ ขอ้ 3 ได้ทั้ง 3 ข้อ
และปรากฏชัดเจนวา่ สามารถปฏบิ ตั ิตามขอ้ 4 หรือ ข้อ 5 ได้ 1 ข้อ
5 คะแนน เม่อื ปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏบิ ตั ิตามข้อ 1 ถึง ขอ้ 3 ไดท้ ้งั 3 ข้อ
และปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏบิ ัตติ ามข้อ 4 และ ข้อ 5 ได้ทั้ง 2 ข้อ
ตัวชว้ี ัดท่ี 1 ผู้เรยี นสามาร เขา้ ึงและเขา้ ใจส่งิ ท่เี รียน คะแนน
เกณฑก์ ารพจิ ารณาผลการปฏิบัติ
1) เน้ือหา (content) หรือมโนทัศน์ ท่จี ัดให้ผู้เรยี นเรียนรหู้ รือฝกึ ฝน มีความถกู ต้อง
และตรงตามหลกั สูตร
2) ออกแบบและจดั โครงสรา้ งบทเรียน/เนื้อหา/กจิ กรรมเปน็ ระบบ
และใช้เวลาเหมาะสม
3) ใช้สอื่ ประกอบได้เหมาะสมและชว่ ยในการเรยี นรบู้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ของบทเรยี น/
กิจกรรม
4) แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การริเริ่มออกแบบโครงสร้าง กจิ กรรมหรอื ส่อื การเรยี นใหม่ ๆ
ในบทเรียน
5) แสดงให้เห็นถึงการใช้กจิ กรรมการเรยี นหรือส่อื การเรยี นใหม่ ๆ ทส่ี ่งผลลพั ธ์
ทดี่ ตี อ่ ผู้เรยี น (มบี ันทกึ หลงั การสอน)
- 233 - คะแนน
คะแนน
ตัวช้ีวดั ที่ 2 ผเู้ รียนสามาร เช่อื มโยงความรู้หรอื ประสบการณ์เดมิ กบั การเรยี นรใู้ หม่ คะแนน
เกณฑ์การพจิ ารณาผลการปฏิบัติ
1) มกี ารทบทวนความรู้ ทักษะ หรือประสบการณเ์ ดมิ เชน่ การใชค้ ำถาม
แบบฝกึ หรือกจิ กรรม ฯลฯ
2) มีการเขา้ ถงึ ผเู้ รยี นท่ียังไม่พรอ้ มท่ีจะเรียนร้ใู หม่
3) มกี ารช่วยเหลอื ผเู้ รยี นทย่ี ังมีความรู้ ทักษะ หรอื ประสบการณ์เดมิ ไม่เพยี งพอ
ท่ีจะเช่อื มโยงกับการเรียนรูใ้ หม่ เชน่ การอธิบาย ยกตวั อย่าง การใช้คำถาม
เกม หรือกจิ กรรม ฯลฯ
4) แสดงให้เห็นถงึ การริเรมิ่ ใชว้ ธิ ีการใหม่ ๆ ใหผ้ เู้ รียนสามารถเชอื่ มโยงความรู้
หรอื ประสบการณ์เดิมกับการเรยี นร้ใู หม่
5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการใหม่ ๆ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเช่ือมโยงความรู้
หรอื ประสบการณ์เดิมกับการเรียนรใู้ หม่ (มีบนั ทึกหลังการสอน)
ตวั ชีว้ ดั ที่ 3 ผู้เรยี นไดส้ ร้างความร้เู อง หรือไดส้ รา้ งประสบการณ์ใหมจ่ ากการเรยี นรู้
เกณฑก์ ารพจิ ารณาผลการปฏิบตั ิ
1) ออกแบบงานหรอื กิจกรรมใหผ้ เู้ รยี นสร้างความรหู้ รอื ประสบการณ์ใหม่
อย่ำงเหมำะสมกบั วยั สภำพ และบรบิ ทของผเู้ รยี นและกล่มุ ผเู้ รยี น
2) ผู้เรยี นไดล้ งมอื ปฏิบัตกิ จิ กรรมทตี่ ้องใช้ความรหู้ รือทักษะหลากหลาย
3) ใชเ้ ทคนคิ ใหผ้ ้เู รียนสรุปความรหู้ รือประสบการณ์ใหมด่ ้วยตนเอง เช่น แผนท่ี
ความคดิ ตารางวิเคราะห์ การทดลองปฏิบัติ การนำเสนอ ฯลฯ
4)แสดงให้เห็นถงึ การรเิ รมิ่ ใช้วิธีการใหม่ ๆให้ผู้เรยี นสร้างความรหู้ รือได้ประสบการณ์ใหม่
จากการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
5)แสดงใหเ้ ห็นถงึ การใช้วธิ ีการใหม่ ๆส่งผลให้ผเู้ รียนสรา้ งความรู้หรือได้ประสบการณ์ใหม่
จากการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง (มบี นั ทกึ หลังการสอน)
ตวั ช้วี ดั ที่ 4 ผเู้ รยี นได้รับการกระตุ้นและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้
เกณฑก์ ารพิจารณาผลการปฏบิ ัติ
1) กิจกรรมการเรยี นรู้เช่อื มโยงสอดคล้องกบั ชวี ิตประจำวัน บรบิ ทชมุ ชน
หรอื สภาพจรงิ ของผู้เรยี น
2) วิธีการหรอื กจิ กรรมการเรยี นรู้ มีความท้าทายและมรี ะดบั ความยากง่าย
เหมาะสมกับวัย สภาพ และพ้ืนฐานประสบการณ์ของผู้เรยี น
3) ผเู้ รยี นมโี อกาสสะทอ้ นการเรยี นรู้ นำเสนอความสำเรจ็ หรืออธบิ ายข้อผดิ พลาด
หรือความล้มเหลวท่ีเกิดข้นึ
4) แสดงให้เหน็ ถงึ การรเิ ร่มิ ใช้วิธกี ารใหม่ ๆ ในการกระตนุ้ ให้ผเู้ รยี นเกดิ แรงจูงใจ
ในการเรยี นรู้
5) แสดงให้เหน็ ถึงการใชว้ ธิ ีการใหม่ ๆ ส่งผลให้ผเู้ รยี นเกดิ แรงจูงใจในการเรยี นรู้
(มบี ันทึกหลังการสอน)
- 234 - คะแนน
คะแนน
ตวั ชวี้ ดั ที่ 5 ผูเ้ รียนได้รับการพัฒนาทกั ษะจากการเรียนรู้ คะแนน
เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ
1) ผเู้ รยี นไดฝ้ ึกทกั ษะตา่ ง ๆ ครบถว้ นตามวัตถุประสงคก์ ารเรยี นรู้
2) ผเู้ รยี นได้บรู ณาการทกั ษะต่าง ๆ ลงสูก่ ารปฏิบัตกิ จิ กรรมการเรียนรู้
3) ผเู้ รยี นไดป้ ระยกุ ต์ใชท้ กั ษะท่ไี ด้รับการพัฒนาในสถานการณห์ รอื การแก้ปัญหาใหม่ ๆ
4) แสดงให้เห็นถงึ การริเริ่มใชว้ ธิ กี ารใหม่ ๆ ในการพัฒนาทกั ษะความเช่ียวชาญ
ให้กับผเู้ รยี น
5) แสดงใหเ้ ห็นถึงการใช้วธิ ีการใหม่ ๆ สง่ ผลให้ผเู้ รียนไดร้ บั การพัฒนา
ทกั ษะความเช่ียวชาญ (มบี นั ทึกหลังการสอน)
ตัวช้ีวัดท่ี 6 ผเู้ รยี นได้รบั ข้อมูลสะทอ้ นกลับเพ่ือปรับปรงุ การเรยี นรู้
เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ
1) มีการสังเกตหรือคน้ หาข้อผดิ พลาดในการปฏบิ ัติหรือมโนทศั นท์ ีค่ ลาดเคลอ่ื น
ของผ้เู รียนในระหว่างการเรยี นรู้
2) มีการประเมินผลระหว่างการเรียนรโู้ ดยใชว้ ิธกี ารทเี่ หมาะสม เช่น การใชค้ ำถาม
แบบทดสอบ การปฏบิ ตั ิ ฯลฯ
3) มีการนำผลการสังเกต หรือผลการคน้ หา หรือผลการประเมินระหวา่ งเรียนรู้
สะทอ้ นกลบั ใหผ้ เู้ รยี น
4) แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การรเิ รม่ิ ใช้วธิ กี ารใหม่ ๆ ในการให้ข้อมูลสะท้อนกลบั เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี น
ปรบั ปรุงการเรยี นรู้
5) แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การใชว้ ธิ ีการใหม่ ๆ สง่ ผลให้ผเู้ รยี นมีการปรับปรงุ การเรยี นรู้
(มีบนั ทึกหลังการสอน)
ตัวช้วี ัดที่ 7 ผูเ้ รยี นได้รบั การพัฒนาการเรียนรใู้ นบรรยากาศการเรียนที่เหมาะสม
เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏบิ ตั ิ
1) มีพฤติกรรมการแสดงออกทมี่ คี วามเข้าใจผเู้ รยี น มีการใชภ้ าษาทเี่ หมาะสม
จงู ใจใหเ้ กิดการเรียนรู้
2) กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นม่ันใจ มอี สิ ระในการคดิ หรือทดลอง และรบั รคู้ วามสามารถ
ของตนเอง
3) ใช้สอื่ การเรยี นหรือตัวอยา่ งประกอบท่หี ลากหลาย และกระตุน้ ใหผ้ ูเ้ รียนคดิ วเิ คราะห์
เปรยี บเทยี บจากสือ่ การเรยี นหรอื ตวั อยา่ ง
4) แสดงให้เห็นถงึ การริเรม่ิ ใช้วธิ กี ารใหม่ ๆ ในการสร้างบรรยากาศช้นั เรยี น
ท่ชี ว่ ยพฒั นาการเรียนรู้ของผูเ้ รียน
5) แสดงให้เหน็ ถึงการใชว้ ธิ กี ารใหม่ ๆ สามารถสรา้ งบรรยากาศชน้ั เรยี นที่ชว่ ยพฒั นา
การเรียนรู้ของผเู้ รยี น (มีบนั ทึกหลังการสอน)
- 235 -
4 - ตวั ช้วี ดั ที่ 8 ผู้เรียนสามาร กำกับการเรยี นรแู้ ละมกี ารเรียนรูแ้ บบนำตนเอง คะแนน
เกณฑ์การพจิ ารณาผลการปฏบิ ตั ิ
1) ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มในการกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้หรอื การลงมอื ปฏิบตั ริ ่วมกับครู
2) ผ้เู รียนได้ประเมินตนเองในระหว่างเรียนหรอื เม่ือจบบทเรียน/กิจกรรม
3) ผ้เู รียนไดร้ ับการกระตนุ้ หรือการมอบหมายงานให้ศกึ ษา ค้นควา้ ฝกึ ฝน หรือเรียนรู้
ตอ่ เนือ่ งเพิ่มเตมิ ภายหลงั จบบทเรยี น/กจิ กรรม
4) แสดงให้เห็นถงึ การริเรม่ิ ใช้วธิ กี ารใหม่ ๆ ใหผ้ ู้เรียนกำกับการเรยี นรแู้ ละมกี ารเรียนรู้
แบบนำตนเอง
5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วธิ กี ารใหม่ ๆ สง่ ผลให้ผเู้ รยี นสามารถกำกบั การเรยี นรู้
และมกี ารเรยี นรู้แบบนำตนเอง (มบี นั ทึกหลังการสอน)
ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธก์ ารเรียนรู้ของผู้เรยี น
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (Scoring Rubric)
1 คะแนน เมอ่ื ปฏบิ ตั ไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 1 ข้อ จาก 5 ขอ้
2 คะแนน เมื่อปฏิบตั ไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชดั เจน 2 ข้อ จาก 5 ขอ้
3 คะแนน เมอ่ื ปฏบิ ัตไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 3 ข้อ จาก 5 ข้อ
4 คะแนน เมอ่ื ปฏบิ ัตไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 4 ข้อ จาก 5 ข้อ
5 คะแนน เมื่อปฏบิ ตั ไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจนทัง้ 5 ข้อ
ตวั ชวี้ ัดที่ 1 ผลงานหรือผลการปฏบิ ตั เิ ปนผลลัพธ์ท่ีเกิดขนึ้ จากการจัดการเรียนร้ขู องครู
เกณฑพ์ ิจารณาผลงานหรือผลการปฏิบตั ิ คะแนน
1) เปน็ ไปตามเป้าหมายหรอื วตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรทู้ ี่กำหนดไว้
ในแผนการจัดการเรยี นรู้
2) เหมาะสมกับวยั ระดับ และพน้ื ฐานประสบการณ์ของผเู้ รยี น
3) สอดคลอ้ งกบั สภาพและบริบทของผู้เรยี นและชนั้ เรยี น
4) เกดิ จากตวั ผเู้ รียนรายบคุ คลหรือกล่มุ ผเู้ รียน ไมใ่ ชผ่ ลงานหรอื ผลการปฏบิ ัติของครู
5) เหมาะสม คุ้มคา่ และเป็นประโยชน์ต่อการเรยี นรขู้ องผู้เรียน
- 236 -
ตวั ชว้ี ดั ท่ี 2 ผลงานหรือผลการปฏบิ ัติสะทอ้ น ึงการไดร้ ับการพัฒนาทักษะพื้นฐาน (Basic Skills)
ตามวัยและลกั ษณะของผ้เู รยี น
เกณฑ์พิจารณาผลงานหรอื ผลการปฏบิ ัติ คะแนน
1) ทกั ษะการสื่อสารโดยการพดู การเขียน หรอื การแสดงออกในรูปแบบอื่น ๆ
2) ทกั ษะการนำเสนออยา่ งเป็นระบบ น่าสนใจ
3) ทกั ษะการใช้เครอ่ื งมอื หรอื อปุ กรณใ์ นการเรียนหรือการฝกึ
4) ความคลอ่ งแคลว่ หรือความชำนาญ หรอื ความถูกตอ้ งในการคิด หรือการปฏบิ ัติ
5) ทกั ษะการออกแบบและการวางแผน
-5-
ตวั ช้วี ัดที่ 3 ผลงานหรือผลการปฏบิ ัตสิ ะทอ้ น ึงความสามาร ในการเรียนรู้ (Cognitive Abilities)
ตามวัยและลกั ษณะของผ้เู รียน
เกณฑ์พจิ ารณาผลงานหรอื ผลการปฏบิ ัติ คะแนน
1) ความยืดหยุ่นในการคดิ หรอื การคดิ เชื่อมโยงสิ่งตา่ ง ๆ
2) ความคดิ สรา้ งสรรค์ หรอื การคดิ เชงิ นวตั กรรม
3) กระบวนการสบื เสาะหาความหมาย หรอื กระบวนการตัดสนิ ใจ
4) กระบวนการคิดเชงิ เหตผุ ล หรอื การให้เหตผุ ลเชิงตรรกะ
5) กระบวนการคิดเชิงระบบ
ตัวชว้ี ัดท่ี 4 ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ตั ิสะท้อน ึงการบูรณาการทกั ษะในการทำงาน (Cross - functional Skills)
ตามวยั และลักษณะของผเู้ รียน
เกณฑพ์ จิ ารณาผลงานหรือผลการปฏิบัติ คะแนน
1) ทกั ษะกระบวนการ เชน่ การวางแผน การวิเคราะห์วิจารณ์ การกำกับตนเอง
การทดลองปฏิบตั ิ การนำเสนอความคดิ
2) ทักษะทางสงั คม เช่น การทำงานร่วมกับผอู้ น่ื การโน้มน้าว การเจรจา
การบริการ การสอนหรือฝึกผู้อ่ืน
3) ทกั ษะการจดั การ เช่น การจดั การเวลา การจัดการทรัพยากร
การจัดการทีมทำงาน
4) ทักษะเฉพาะทาง เช่น ทกั ษะทางกายภาพ การเคลือ่ นไหว การใช้กล้ามเนอื้
ดนตรี กีฬา หรือทกั ษะเฉพาะทางตามลกั ษณะรายวชิ าหรอื สาระการเรียนรู้
5) ทักษะการแกป้ ญั หาทซ่ี ับซ้อน เชน่ การแก้ปัญหาที่ตอ้ งใช้ทักษะหลากหลาย
การแก้ปัญหาหลายขัน้ ตอน การแก้ปญั หาทต่ี ้องใชค้ วามรว่ มมอื จากผอู้ น่ื
การแก้ปญั หาเชงิ ซอ้ นหลายระดับ
(ลงช่ือ).................................................................. กรรมการผปู้ ระเมิน
(..................................................................)
ตำแหน่ง...................................................................
วนั ที่......... เดือน......................................... พ.ศ. ....
- 237 - สำหรบั กรรมการประเมนิ
แบบสรปุ ผลการประเมนิ ตำแหน่งและวิทยฐานะ ด้านท่ี 1 และ ดา้ นท่ี 2
ผู้ขอรับการประเมิน
ช่อื .........................................................นามสกุล.......................................................ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
สถานศกึ ษา..................................................................................... สงั กัด....................................................................................
รับเงินเดอื นในอนั ดับ คศ. .... อตั ราเงนิ เดอื น ...... บาท กล่มุ สาระการเรียนร/ู้ รายวิชาทข่ี อรับการประเมนิ .....................................
ด้านท่ี 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรูแ้ ละการจดั การชนั้ เรียน
ตวั ชีว้ ัดทักษะการจัดการเรียนรแู้ ละการจัดการชนั้ เรียน คะแนน คะแนน ว่ งนำ้ หนกั
(คะแนน x 2.5)
1. ผู้เรียนสามารถเขา้ ถงึ และเข้าใจส่งิ ทเี่ รียน
2. ผเู้ รียนสามารถเชอ่ื มโยงความรหู้ รอื ประสบการณเ์ ดิมกับการเรยี นรู้ใหม่
3. ผู้เรียนไดส้ รา้ งความรเู้ อง หรือได้สร้างประสบการณใ์ หม่จากการเรยี นรู้
4. ผเู้ รียนไดร้ ับการกระตุ้นและเกดิ แรงจงู ใจในการเรยี นรู้
5. ผเู้ รยี นไดร้ บั การพัฒนาทกั ษะจากการเรยี นรู้
6. ผ้เู รียนไดร้ บั ขอ้ มูลสะทอ้ นกลับเพื่อปรับปรงุ การเรยี นรู้
7. ผเู้ รียนไดร้ บั การพฒั นาการเรยี นร้ใู นบรรยากาศการเรยี นทเ่ี หมาะสม
8. ผู้เรยี นสามารถกำกับการเรยี นรแู้ ละมีการเรียนรแู้ บบนำตนเอง
รวมคะแนน
ผลการพจิ ารณา ผา่ น ไม่ผา่ น
ดา้ นท่ี 2 ดา้ นผลลัพธก์ ารเรยี นรู้ของผ้เู รยี น
ตัวชวี้ ดั ผลลัพธก์ ารเรียนรขู้ องผู้เรยี น คะแนน คะแนน ว่ งนำ้ หนัก
(คะแนน x 5)
1. ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ตั เิ ป็นผลลพั ธท์ เ่ี กิดขึ้นจากการจดั การเรียนรขู้ องครู
2. ผลงานหรือผลการปฏิบตั สิ ะทอ้ นถงึ การไดร้ บั การพฒั นาทักษะพื้นฐาน
(Basic Skills) ตามวัยและลักษณะของผ้เู รยี น
3. ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ตั ิสะทอ้ นถงึ ความสามารถในการเรยี นรู้
(Cognitive Abilities) ตามวัยและลกั ษณะของผู้เรยี น
4. ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ตั สิ ะท้อนถึงการบูรณาการทกั ษะในการทำงาน
(Cross - functional Skills) ตามวัยและลกั ษณะของผเู้ รยี น
รวมคะแนน
ผลการพิจารณา ผ่าน ไม่ผ่าน
(ลงชื่อ).................................................................. กรรมการผปู้ ระเมิน
(..................................................................)
ตำแหนง่ ...................................................................
วันท่.ี ........ เดือน......................................... พ.ศ. ....
- 238 - PA 4/ส/กศน.
ห้องเรยี นการศกึ ษานอกระบบ / ตามอัธยาศัย
สำหรับกรรมการประเมิน
แบบประเมนิ ตำแหน่งและวิทยฐานะ ตำแหน่งครู วทิ ยฐานะเช่ยี วชาญ
ผูข้ อรับการประเมิน
ชอื่ .........................................................นามสกุล.................................................................ตำแหน่งครู วทิ ยฐานะครเู ชยี่ วชาญ
สถานศกึ ษา..................................................................................... สงั กดั ...................................................................................
รบั เงนิ เดอื นในอันดบั คศ. .... อัตราเงินเดอื น ...... บาท กลุ่มสาระการเรยี นรู้/รายวิชาทข่ี อรับการประเมิน.....................................
ด้านท่ี 1 ดา้ นทักษะการจัดการเรียนรแู้ ละการจดั การชนั้ เรยี น
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (Scoring Rubric)
1 คะแนน เมื่อปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏิบตั ติ ามข้อ 1 ถงึ ขอ้ 3 ได้ 1 ข้อ
2 คะแนน เมื่อปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 1 ถงึ ขอ้ 3 ได้ 2 ข้อ
3 คะแนน เมื่อปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏิบตั ติ ามข้อ 1 ถึง ขอ้ 3 ไดท้ ั้ง 3 ข้อ
4 คะแนน เมอ่ื ปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามขอ้ 1 ถึง ขอ้ 3 ได้ทงั้ 3 ข้อ
และปรากฏชัดเจนวา่ สามารถปฏบิ ัติตามขอ้ 4 หรือ ข้อ 5 ได้ 1 ขอ้
5 คะแนน เมื่อปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามขอ้ 1 ถงึ ขอ้ 3 ได้ท้งั 3 ข้อ
และปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏบิ ัติตามขอ้ 4 และ ขอ้ 5 ได้ทั้ง 2 ขอ้
ตวั ชวี้ ดั ท่ี 1 ผู้เรยี นสามาร เขา้ ึงและเขา้ ใจสิง่ ที่เรียน คะแนน
เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบตั ิ
1) เน้ือหา (content) หรือมโนทัศน์ ท่จี ัดให้ผ้เู รยี นเรียนรูห้ รือฝึกฝน มีความถูกต้อง
และตรงตามหลักสตู ร
2) ออกแบบและจดั โครงสร้างบทเรยี น/เน้ือหา/กิจกรรมเป็นระบบ
และใชเ้ วลาเหมาะสม
3) ใชส้ อ่ื ประกอบไดเ้ หมาะสมและช่วยในการเรียนรู้บรรลุวตั ถุประสงค์
ของบทเรียน/กจิ กรรม
4) แสดงให้เหน็ ถึงการคดิ คน้ วิธกี ารใหม่ ๆ ในการออกแบบโครงสรา้ ง กิจกรรม
หรือสื่อการเรียนใหม่ ๆ ในบทเรียนอย่างชัดเจน
5) แสดงใหเ้ ห็นถึงการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการเรยี นหรอื ส่ือการเรียน
ทสี่ ง่ ผลต่อผเู้ รียน (มบี นั ทึกหลังการสอน)
- 239 - คะแนน
คะแนน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี 2 ผเู้ รยี นสามาร เช่ือมโยงความรู้หรือประสบการณเ์ ดมิ กบั การเรยี นรู้ใหม่ คะแนน
เกณฑก์ ารพิจารณาผลการปฏิบตั ิ
1) มีการทบทวนความรู้ ทักษะ หรือประสบการณเ์ ดมิ เช่น การใชค้ ำถาม แบบฝึก
หรือกิจกรรม ฯลฯ
2) มีการเขา้ ถึงผู้เรยี นทย่ี งั ไมพ่ ร้อมท่ีจะเรยี นร้ใู หม่
3) มีการช่วยเหลือผเู้ รยี นทีย่ ังมคี วามรู้ ทกั ษะ หรอื ประสบการณเ์ ดมิ ไม่เพียงพอ
ทีจ่ ะเชื่อมโยงกับการเรียนรูใ้ หม่ เช่น การอธบิ าย ยกตัวอยา่ ง การใชค้ ำถาม
เกม หรอื กิจกรรม ฯลฯ
4) แสดงให้เห็นถึงการคดิ ค้นใช้วธิ ีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรยี นสามารถเชอ่ื มโยงความรู้
หรอื ประสบการณเ์ ดมิ กบั การเรียนรใู้ หมอ่ ย่างชัดเจน
5) แสดงใหเ้ ห็นถงึ การปรบั เปล่ียนวิธกี ารใหผ้ ู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้
หรือประสบการณ์เดมิ กบั การเรยี นรใู้ หม่ (มบี นั ทกึ หลังการสอน)
ตวั ชี้วดั ท่ี 3 ผูเ้ รียนไดส้ ร้างความรเู้ อง หรือได้สร้างประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้
เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏบิ ตั ิ
1) ออกแบบงานหรือกิจกรรมให้ผเู้ รยี นสร้างความรหู้ รือประสบการณ์ใหม่
อยา่ งเหมาะสมกับวยั สภาพ และบรบิ ทของผูเ้ รียนและกลุ่มผูเ้ รยี น
2) ผ้เู รยี นได้ลงมอื ปฏิบัติกิจกรรมทต่ี อ้ งใชค้ วามรูห้ รือทักษะหลากหลาย
3) ใชเ้ ทคนคิ ใหผ้ ้เู รยี นสรุปความรหู้ รอื ประสบการณ์ใหมด่ ้วยตนเอง เชน่ แผนทีค่ วามคิด
ตารางวเิ คราะห์ การทดลองปฏบิ ตั ิ การนำเสนอ ฯลฯ
4) แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การคิดคน้ วธิ ีการใหม่ ๆ ใหผ้ ู้เรยี นสร้างความร้หู รอื ได้ประสบการณ์ใหม่
จากการเรยี นรดู้ ้วยตนเองอยา่ งชัดเจน
5) แสดงให้เห็นถึงการปรบั เปลยี่ นวิธีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรยี นสร้างความรู้
หรือได้ประสบการณใ์ หม่จากการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (มีบนั ทกึ หลังการสอน)
ตัวชว้ี ัดที่ 4 ผู้เรยี นได้รบั การกระต้นุ และเกดิ แรงจงู ใจในการเรียนรู้
เกณฑก์ ารพจิ ารณาผลการปฏิบตั ิ
1) กจิ กรรมการเรียนร้เู ช่อื มโยงสอดคลอ้ งกับชวี ิตประจำวัน บรบิ ทชมุ ชน
หรอื สภาพจรงิ ของผูเ้ รยี น
2) วิธกี ารหรอื กจิ กรรมการเรยี นรู้ มคี วามทา้ ทายและมรี ะดบั ความยากง่าย
เหมาะสมกบั วัย สภาพ และพ้ืนฐานประสบการณ์ของผ้เู รยี น
3) ผเู้ รียนมโี อกาสสะทอ้ นการเรียนรู้ นำเสนอความสำเร็จ หรืออธิบาย
ข้อผดิ พลาดหรอื ความลม้ เหลวทเี่ กิดขึน้
4) แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การคดิ ค้นวธิ กี ารใหม่ ๆ ในการกระตุ้นใหผ้ เู้ รยี นเกดิ แรงจูงใจ
ในการเรียนรู้อย่างชัดเจน
5) แสดงให้เหน็ ถึงการปรับเปลี่ยนวธิ ีการในการกระตุ้นใหผ้ เู้ รยี นเกดิ แรงจูงใจ
ในการเรียนรู้ (มบี นั ทกึ หลงั การสอน)
3-
- 240 - คะแนน
คะแนน
ตวั ช้วี ดั ท่ี 5 ผูเ้ รยี นได้รบั การพัฒนาทกั ษะจากการเรียนรู้ คะแนน
เกณฑก์ ารพิจารณาผลการปฏบิ ตั ิ
1) ผ้เู รียนได้ฝึกทักษะตา่ ง ๆ ครบถ้วนตามวัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้
2) ผู้เรียนได้บรู ณาการทกั ษะตา่ ง ๆ ลงส่กู ารปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเรยี นรู้
3) ผ้เู รียนได้ประยุกต์ใชท้ ักษะที่ได้รับการพัฒนาในสถานการณห์ รือการแก้ปัญหาใหม่ ๆ
4) แสดงให้เหน็ ถงึ การคดิ ค้นวิธีการใหม่ ๆ ในการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญ
ให้กับผู้เรยี นอย่างชดั เจน
5) แสดงใหเ้ ห็นถึงการปรบั เปลย่ี นวิธกี ารในการพัฒนาทักษะความเชย่ี วชาญ
ให้กับผูเ้ รยี น (มบี ันทกึ หลงั การสอน)
ตวั ชี้วดั ท่ี 6 ผู้เรียนได้รบั ขอ้ มูลสะทอ้ นกลับเพอ่ื ปรับปรุงการเรียนรู้
เกณฑก์ ารพจิ ารณาผลการปฏบิ ัติ
1) มกี ารสังเกตหรือคน้ หาข้อผดิ พลาดในการปฏิบัตหิ รือมโนทศั น์ท่คี ลาดเคลอ่ื น
ของผ้เู รียนในระหวา่ งการเรียนรู้
2) มีการประเมนิ ผลระหวา่ งการเรยี นร้โู ดยใช้วิธีการที่เหมาะสม เชน่ การใช้คำถาม
แบบทดสอบ การปฏิบัติ ฯลฯ
3) มกี ารนำผลการสังเกต หรือผลการคน้ หา หรือผลการประเมินระหวา่ งเรียนรู้
สะท้อนกลับใหผ้ เู้ รยี น
4) แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การคดิ คน้ วิธีการใหม่ ๆ ในการให้ขอ้ มลู สะท้อนกลับ
เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นปรับปรุงการเรียนรอู้ ยา่ งชดั เจน
5) แสดงให้เห็นถงึ การปรบั เปล่ยี นวธิ ีการให้ข้อมลู สะทอ้ นกลบั
เพ่อื ให้ผู้เรียนปรบั ปรุงการเรยี นรู้ (มีบันทึกหลงั การสอน)
ตวั ชว้ี ดั ท่ี 7 ผเู้ รียนได้รับการพัฒนาการเรยี นรูใ้ นบรรยากาศชนั้ เรียนทีเ่ หมาะสม
เกณฑก์ ารพิจารณาผลการปฏิบัติ
1) มีพฤติกรรมการแสดงออกทมี่ คี วามเข้าใจผเู้ รียน มีการใชภ้ าษาท่ีเหมาะสม
จงู ใจใหเ้ กดิ การเรียนรู้
2) กระตุ้นให้ผเู้ รียนมัน่ ใจ มีอสิ ระในการคิดหรอื ทดลอง และรับรคู้ วามสามารถ
ของตนเอง
3) ใชส้ อ่ื การเรยี นหรอื ตัวอยา่ งประกอบทหี่ ลากหลาย และกระตุน้ ให้ผ้เู รยี นคดิ วิเคราะห์
เปรียบเทยี บจากสอื่ การเรียนหรือตัวอย่าง
4) แสดงใหเ้ ห็นถึงการคดิ คน้ วิธกี ารใหม่ ๆ ในการสรา้ งบรรยากาศชน้ั เรียน
ท่ีช่วยพฒั นาการเรยี นรู้ของผเู้ รยี นอย่างชัดเจน
5) แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลีย่ นบรรยากาศชนั้ เรียนทีช่ ่วยพฒั นาการเรยี นรู้
ของผู้เรยี น (มีบันทึกหลังการสอน)
-4-
- 241 -
ตัวช้ีวดั ท่ี 8 ผเู้ รยี นสามาร กำกับการเรยี นร้แู ละมกี ารเรียนรู้แบบนำตนเอง คะแนน
เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏบิ ตั ิ
1) ผเู้ รยี นมสี ่วนร่วมในการกำหนดกจิ กรรมการเรยี นรูห้ รือการลงมือปฏบิ ตั ิร่วมกบั ครู
2) ผู้เรยี นได้ประเมินตนเองในระหวา่ งเรียนหรือเม่อื จบบทเรียน/กจิ กรรม
3) ผู้เรยี นไดร้ บั การกระตุน้ หรือการมอบหมายงานให้ศกึ ษา คน้ ควา้ ฝึกฝน
หรอื เรยี นรูต้ ่อเน่ืองเพม่ิ เติมภายหลังจบบทเรยี น/กจิ กรรม
4) แสดงใหเ้ หน็ ถึงการคิดคน้ วิธีการใหม่ ๆ ใหผ้ เู้ รยี นกำกบั การเรยี นรู้
และมกี ารเรียนรู้แบบนำตนเองอยา่ งชัดเจน
5) แสดงใหเ้ ห็นถงึ การปรับเปลยี่ นวธิ ีการในการใหผ้ ้เู รยี นกำกบั การเรียนรู้
และมกี ารเรยี นรแู้ บบนำตนเอง (มบี นั ทกึ หลงั การสอน)
ด้านท่ี 2 ด้านผลลัพธก์ ารเรียนรู้ของผู้เรยี น
เกณฑ์การใหค้ ะแนน (Scoring Rubric)
1 คะแนน เม่ือปฏิบตั ไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 1 ข้อ จาก 5 ขอ้
2 คะแนน เมื่อปฏบิ ัตไิ ดห้ รือปรากฏผลชัดเจน 2 ขอ้ จาก 5 ขอ้
3 คะแนน เมอื่ ปฏบิ ตั ไิ ดห้ รือปรากฏผลชัดเจน 3 ขอ้ จาก 5 ข้อ
4 คะแนน เมื่อปฏิบัตไิ ดห้ รือปรากฏผลชดั เจน 4 ขอ้ จาก 5 ข้อ
5 คะแนน เมือ่ ปฏบิ ัตไิ ดห้ รือปรากฏผลชดั เจนทงั้ 5 ขอ้
ตัวชว้ี ัดท่ี 1 ผลงานหรือผลการปฏบิ ัติเปนผลลพั ธท์ ี่เกิดขน้ึ จากการจดั การเรียนรู้ของครู
เกณฑ์พิจารณาผลงานหรอื ผลการปฏิบตั ิ คะแนน
1) เปน็ ไปตามเปา้ หมายหรอื วตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรู้ท่ีกำหนดไว้
ในแผนการจดั การเรียนรู้
2) เหมาะสมกับวัย ระดบั และพืน้ ฐานประสบการณ์ของผู้เรยี น
3) สอดคลอ้ งกบั สภาพและบรบิ ทของผ้เู รยี นและช้ันเรยี น
4) เกดิ จากตัวผเู้ รียนรายบุคคลหรือกล่มุ ผเู้ รียน ไมใ่ ชผ่ ลงานหรือผลการปฏบิ ัติของครู
5) เหมาะสม คมุ้ ค่าและเปน็ ประโยชน์ตอ่ การเรยี นรู้ของผเู้ รยี น
ตัวชวี้ ดั ท่ี 2 ผลงานหรอื ผลการปฏิบตั สิ ะท้อน งึ การได้รบั การพัฒนาทักษะพื้นฐาน (Basic Skills)
ตามวยั และลักษณะของผ้เู รยี น
เกณฑพ์ ิจารณาผลงานหรือผลการปฏบิ ตั ิ คะแนน
1) ทกั ษะการสอ่ื สารโดยการพดู การเขียน หรือการแสดงออกในรปู แบบอ่ืน ๆ
2) ทกั ษะการนำเสนออยา่ งเป็นระบบ นา่ สนใจ
3) ทักษะการใชเ้ ครือ่ งมอื หรอื อปุ กรณใ์ นการเรียนหรอื การฝึก
4) ความคล่องแคล่ว หรือความชำนาญ หรอื ความถูกตอ้ งในการคิดหรือการปฏิบัติ
5) ทกั ษะการออกแบบและการวางแผน
- 242 -
ตัวชีว้ ัดที่ 3 ผลงานหรอื ผลการปฏิบตั ิสะทอ้ น ึงความสามาร ในการเรียนรู้ (Cognitive Abilities)
ตามวัยและลักษณะของผเู้ รยี น
เกณฑ์พิจารณาผลงานหรอื ผลการปฏิบตั ิ คะแนน
1) ความยดื หยนุ่ ในการคดิ หรอื การคดิ เชอื่ มโยงสงิ่ ต่าง ๆ
2) ความคิดสรา้ งสรรค์ หรอื การคดิ เชิงนวตั กรรม
3) กระบวนการสืบเสาะหาความหมาย หรือกระบวนการตัดสนิ ใจ
4) กระบวนการคดิ เชงิ เหตุผล หรอื การใหเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ
5) กระบวนการคดิ เชงิ ระบบ
ตวั ชี้วัดที่ 4 ผลงานหรือผลการปฏิบตั ิสะทอ้ น งึ การบูรณาการทกั ษะในการทำงาน (Cross - functional Skills)
ตามวยั และลกั ษณะของผเู้ รียน
เกณฑพ์ จิ ารณาผลงานหรอื ผลการปฏิบัติ คะแนน
1) ทักษะกระบวนการ เช่น การวางแผน การวเิ คราะห์วิจารณ์ การกำกับตนเอง
การทดลองปฏบิ ตั ิ การนำเสนอความคิด
2) ทกั ษะทางสังคม เชน่ การทำงานร่วมกับผู้อน่ื การโนม้ น้าว การเจรจา
การบริการ การสอนหรอื ฝกึ ผ้อู น่ื
3) ทกั ษะการจัดการ เช่น การจัดการเวลา การจดั การทรพั ยากร การจดั การทมี ทำงาน
4) ทกั ษะเฉพาะทาง เชน่ ทกั ษะทางกายภาพ การเคลื่อนไหว การใชก้ ล้ามเนอื้
ดนตรี กฬี า หรือทักษะเฉพาะทางตามลกั ษณะรายวิชาหรอื สาระการเรียนรู้
5) ทักษะการแก้ปญั หาทซ่ี บั ซ้อน เช่น การแก้ปัญหาทต่ี ้องใชท้ กั ษะหลากหลาย
การแกป้ ญั หาหลายขัน้ ตอน การแก้ปัญหาทีต่ อ้ งใชค้ วามร่วมมือจากผอู้ ่นื
การแก้ปญั หาเชิงซ้อนหลายระดับ
(ลงชือ่ ).................................................................. กรรมการผปู้ ระเมนิ
(..................................................................)
ตำแหน่ง...................................................................
วันที.่ ........ เดือน......................................... พ.ศ. ....
- 243 - สำหรับกรรมการประเมนิ
แบบสรุปผลการประเมนิ ตำแหนง่ และวิทยฐานะ ดา้ นท่ี 1 และ ด้านที่ 2
ผ้ขู อรบั การประเมิน
ช่อื .........................................................นามสกุล.................................................................ตำแหน่งครู วทิ ยฐานะครเู ช่ียวชาญ
สถานศึกษา..................................................................................... สงั กดั ...................................................................................
รับเงนิ เดอื นในอันดับ คศ. .... อตั ราเงินเดอื น ...... บาท กล่มุ สาระการเรยี นรู/้ รายวิชาทข่ี อรับการประเมิน.....................................
ด้านที่ 1 ด้านทกั ษะการจัดการเรียนรูแ้ ละการจัดการชนั้ เรยี น
ตวั ช้วี ดั ทกั ษะการจดั การเรียนรู้และการจดั การชนั้ เรยี น คะแนน คะแนน ว่ งนำ้ หนัก
(คะแนน x 2.5)
1. ผเู้ รยี นสามารถเข้าถงึ และเข้าใจสง่ิ ทเ่ี รียน
2. ผู้เรียนสามารถเชอ่ื มโยงความรหู้ รือประสบการณเ์ ดิมกบั การเรยี นรู้ใหม่
3. ผ้เู รยี นไดส้ ร้างความรู้เอง หรือได้สรา้ งประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้
4. ผ้เู รยี นไดร้ ับการกระตนุ้ และเกดิ แรงจูงใจในการเรยี นรู้
5. ผเู้ รยี นไดร้ บั การพฒั นาทกั ษะจากการเรยี นรู้
6. ผู้เรยี นไดร้ ับข้อมูลสะทอ้ นกลบั เพอ่ื ปรบั ปรงุ การเรยี นรู้
7. ผเู้ รยี นไดร้ ับการพัฒนาการเรยี นรใู้ นบรรยากาศชนั้ เรียนทเ่ี หมาะสม
8. ผูเ้ รียนสามารถกำกับการเรียนรแู้ ละมกี ารเรยี นรู้แบบนำตนเอง
รวมคะแนน
ผลการพิจารณา ผา่ น ไม่ผ่าน
ดา้ นท่ี 2 ด้านผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ของผเู้ รยี น
ตัวช้ีวดั ผลลัพธก์ ารเรยี นรูข้ องผู้เรียน คะแนน คะแนน ่วงนำ้ หนัก
(คะแนน x 5)
1. ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ตั ิเปน็ ผลลัพธท์ ี่เกดิ ข้นึ จากการจดั การเรียนรู้ของครู
2. ผลงานหรือผลการปฏิบตั ิสะท้อนถึงการได้รบั การพัฒนาทกั ษะพ้นื ฐาน
(Basic Skills) ตามวยั และลกั ษณะของผู้เรียน
3. ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ตั ิสะท้อนถงึ ความสามารถในการเรยี นรู้
(Cognitive Abilities) ตามวัยและลกั ษณะของผู้เรยี น
4. ผลงานหรือผลการปฏิบตั ิสะทอ้ นถึงการบูรณาการทกั ษะในการทำงาน
(Cross - functional Skills) ตามวัยและลักษณะของผเู้ รียน
รวมคะแนน
ผลการพิจารณา ผา่ น ไมผ่ ่าน
(ลงชอื่ ).................................................................. กรรมการผูป้ ระเมิน
(..................................................................)
ตำแหนง่ ...................................................................
วนั ท.่ี ........ เดือน......................................... พ.ศ. ....
- 244 - PA 4/ส/กศน.
สำหรับกรรมการประเมิน
ห้องเรยี นการศึกษานอกระบบ / ตามอัธยาศัย
แบบประเมินตำแหนง่ และวิทยฐานะ ตำแหน่งครู วิทยฐานะเชย่ี วชาญพิเศษ
ผขู้ อรับการประเมนิ
ชอื่ .........................................................นามสกุล.........................................................ตำแหน่งครู วทิ ยฐานะครเู ชย่ี วชาญพเิ ศษ
สถานศกึ ษา..................................................................................... สงั กัด....................................................................................
รับเงนิ เดอื นในอนั ดับ คศ. .... อตั ราเงนิ เดอื น ...... บาท กลมุ่ สาระการเรียนร้/ู รายวิชาทข่ี อรับการประเมิน.....................................
ด้านท่ี 1 ด้านทักษะการจดั การเรียนรู้และการจัดการชนั้ เรยี น
เกณฑก์ ารให้คะแนน (Scoring Rubric)
1 คะแนน เม่ือปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 1 ถงึ ข้อ 3 ได้ 1 ขอ้
2 คะแนน เมือ่ ปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏิบตั ติ ามขอ้ 1 ถงึ ขอ้ 3 ได้ 2 ข้อ
3 คะแนน เม่อื ปรากฏชดั เจนว่าสามารถปฏบิ ตั ติ ามข้อ 1 ถงึ ข้อ 3 ได้ท้งั 3 ข้อ
4 คะแนน เมื่อปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏิบตั ติ ามขอ้ 1 ถงึ ข้อ 3 ไดท้ ั้ง 3 ข้อ
และปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏบิ ตั ิตามข้อ 4 หรือ ขอ้ 5 ได้ 1 ข้อ
5 คะแนน เมื่อปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏิบตั ติ ามขอ้ 1 ถงึ ข้อ 3 ได้ท้งั 3 ข้อ
และปรากฏชดั เจนวา่ สามารถปฏบิ ัติตามขอ้ 4 และ ข้อ 5 ได้ทั้ง 2 ข้อ
ตัวช้ีวดั ท่ี 1 ผเู้ รียนสามาร เขา้ งึ และเข้าใจส่งิ ทีเ่ รยี น คะแนน
เกณฑ์การพจิ ารณาผลการปฏบิ ัติ
1) เนื้อหา (content) หรือมโนทัศน์ ท่จี ดั ให้ผเู้ รยี นเรยี นรูห้ รอื ฝกึ ฝน มีความถูกตอ้ ง
และตรงตามหลกั สตู ร
2) ออกแบบและจดั โครงสร้างบทเรยี น/เน้ือหา/กจิ กรรมเปน็ ระบบและใชเ้ วลา
เหมาะสม
3) ใชส้ ื่อประกอบไดเ้ หมาะสมและช่วยในการเรียนรบู้ รรลวุ ตั ถุประสงค์
ของบทเรียน/กิจกรรม
4) แสดงใหเ้ ห็นถงึ นวัตกรรมในการออกแบบโครงสร้าง กจิ กรรม
หรอื ส่อื การเรียนใหม่ ๆ ในบทเรยี นอยา่ งชดั เจน
5) นวัตกรรมทพ่ี ฒั นาข้นึ สามารถสร้างการเปลย่ี นแปลงแก่ผเู้ รียนได้
(มบี นั ทึกหลังการสอน)
- 245 - คะแนน
คะแนน
ตวั ชวี้ ดั ท่ี 2 ผู้เรียนสามาร เชื่อมโยงความรหู้ รอื ประสบการณเ์ ดิมกบั การเรยี นร้ใู หม่ คะแนน
เกณฑ์การพจิ ารณาผลการปฏบิ ตั ิ
1) มกี ารทบทวนความรู้ ทักษะ หรอื ประสบการณ์เดิม เชน่ การใชค้ ำถาม
แบบฝึก หรือกิจกรรม ฯลฯ
2) มกี ารเข้าถงึ ผเู้ รยี นที่ยังไมพ่ ร้อมทจี่ ะเรียนรใู้ หม่
3) มีการชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นทีย่ งั มีความรู้ ทกั ษะ หรอื ประสบการณเ์ ดมิ ไม่เพียงพอ
ที่จะเช่อื มโยงกับการเรียนรใู้ หม่ เช่น การอธบิ าย ยกตวั อย่าง การใช้คำถาม
เกม หรอื กจิ กรรม ฯลฯ
4) แสดงใหเ้ หน็ ถงึ นวัตกรรมทีส่ ามารถเช่ือมโยงความร้หู รอื ประสบการณเ์ ดิม
กับการเรยี นรูใ้ หมอ่ ย่างชัดเจน
5) นวตั กรรมทีพ่ ัฒนาขนึ้ สามารถสร้างการเปลย่ี นแปลงแกผ่ เู้ รยี นได้
(มีบันทกึ หลงั การสอน)
ตวั ชว้ี ดั ที่ 3 ผู้เรียนไดส้ ร้างความรู้เอง หรอื ไดส้ ร้างประสบการณใ์ หม่จากการเรียนรู้
เกณฑก์ ารพจิ ารณาผลการปฏิบตั ิ
1) ออกแบบงานหรอื กจิ กรรมใหผ้ เู้ รยี นสร้างความรหู้ รอื ประสบการณ์ใหม่
อยา่ งเหมาะสมกบั วยั สภาพ และบรบิ ทของผู้เรยี นและกล่มุ ผ้เู รยี น
2) ผู้เรียนไดล้ งมอื ปฏบิ ัติกจิ กรรมที่ต้องใช้ความร้หู รือทกั ษะหลากหลาย
3) ใชเ้ ทคนคิ ใหผ้ ูเ้ รียนสรุปความรูห้ รือประสบการณ์ใหมด่ ว้ ยตนเอง เชน่ แผนที่ความคดิ
ตารางวเิ คราะห์ การทดลองปฏบิ ตั ิ การนำเสนอ ฯลฯ
4) แสดงให้เหน็ ถึงนวตั กรรมท่ีชว่ ยให้ผเู้ รยี นสรา้ งความรูห้ รอื ได้ประสบการณใ์ หม่
จากการเรยี นรดู้ ้วยตนเองอยา่ งชัดเจน
5) นวตั กรรมท่ีพัฒนาข้ึนสามารถสรา้ งการเปลยี่ นแปลงแก่ผเู้ รยี นได้
(มีบันทึกหลงั การสอน)
ตวั ช้ีวดั ที่ 4 ผู้เรยี นได้รบั การกระตุ้นและเกดิ แรงจูงใจในการเรียนรู้
เกณฑ์การพจิ ารณาผลการปฏบิ ตั ิ
1) กิจกรรมการเรยี นร้เู ชือ่ มโยงสอดคล้องกบั ชีวิตประจำวัน บริบทชมุ ชน
หรือสภาพจริงของผ้เู รยี น
2) วธิ ีการหรอื กิจกรรมการเรยี นรู้ มีความทา้ ทายและมรี ะดับความยากงา่ ย
เหมาะสมกับวยั สภาพ และพืน้ ฐานประสบการณ์ของผ้เู รยี น
3) ผู้เรียนมโี อกาสสะทอ้ นการเรียนรู้ นำเสนอความสำเรจ็ หรืออธบิ าย
ขอ้ ผิดพลาดหรือความล้มเหลวทเ่ี กดิ ขึ้น
4) แสดงให้เหน็ ถึงนวัตกรรมในการกระตุ้นให้ผเู้ รียนเกดิ แรงจงู ใจในการเรยี นรู้
อยา่ งชดั เจน
5) นวัตกรรมทพี่ ฒั นาขึน้ สามารถสรา้ งการเปลยี่ นแปลงแกผ่ เู้ รียนได้
(มีบันทกึ หลังการสอน)
- 246 - คะแนน
คะแนน
3 - ตวั ช้วี ัดที่ 5 ผ้เู รยี นได้รับการพัฒนาทกั ษะจากการเรียนรู้ คะแนน
เกณฑก์ ารพจิ ารณาผลการปฏบิ ัติ
1) ผู้เรยี นไดฝ้ กึ ทกั ษะตา่ ง ๆ ครบถ้วนตามวัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้
2) ผเู้ รียนได้บูรณาการทักษะต่าง ๆ ลงสู่การปฏิบัตกิ จิ กรรมการเรียนรู้
3) ผูเ้ รียนได้ประยกุ ตใ์ ชท้ ักษะทไ่ี ดร้ ับการพฒั นาในสถานการณห์ รือการแก้ปญั หาใหม่ ๆ
4) แสดงให้เห็นถงึ นวัตกรรมในการพฒั นาทกั ษะความเช่ียวชาญใหก้ บั ผเู้ รยี น
อย่างชัดเจน
5) นวตั กรรมท่ีพฒั นาขึน้ สามารถสรา้ งการเปลย่ี นแปลงแก่ผเู้ รยี นได้
(มีบนั ทกึ หลังการสอน)
ตัวช้วี ดั ท่ี 6 ผู้เรยี นได้รับขอ้ มลู สะทอ้ นกลบั เพื่อปรบั ปรงุ การเรียนรู้
เกณฑ์การพจิ ารณาผลการปฏิบัติ
1) มีการสงั เกตหรอื ค้นหาข้อผดิ พลาดในการปฏบิ ัติหรือมโนทศั นท์ คี่ ลาดเคลื่อน
ของผเู้ รยี นในระหวา่ งการเรียนรู้
2) มกี ารประเมินผลระหวา่ งการเรียนรโู้ ดยใช้วธิ กี ารทีเ่ หมาะสม เชน่ การใช้คำถาม
แบบทดสอบ การปฏบิ ตั ิ ฯลฯ
3) มกี ารนำผลการสังเกต หรือผลการคน้ หา หรอื ผลการประเมนิ ระหวา่ งเรยี นรู้
สะท้อนกลบั ใหผ้ ู้เรยี น
4) แสดงใหเ้ ห็นถงึ นวัตกรรมในการใหข้ ้อมูลสะทอ้ นกลบั เพ่อื ให้ผเู้ รยี นปรับปรุง
การเรยี นรู้อยา่ งชัดเจน
5) นวตั กรรมทพ่ี ฒั นาข้ึนสามารถสร้างการเปลยี่ นแปลงแกผ่ เู้ รยี นได้
(มีบนั ทกึ หลังการสอน)
ตวั ช้ีวัดท่ี 7 ผเู้ รียนได้รบั การพัฒนาการเรียนรใู้ นบรรยากาศชนั้ เรียนท่เี หมาะสม
เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบตั ิ
1) มีพฤตกิ รรมการแสดงออกทม่ี คี วามเข้าใจผเู้ รยี น มกี ารใช้ภาษาท่เี หมาะสม
จูงใจใหเ้ กดิ การเรยี นรู้
2) กระตุน้ ใหผ้ ูเ้ รียนมนั่ ใจ มีอสิ ระในการคิดหรอื ทดลอง และรับรคู้ วามสามารถ
ของตนเอง
3) ใช้ส่ือการเรยี นหรอื ตวั อยา่ งประกอบทหี่ ลากหลาย และกระตนุ้ ให้ผเู้ รยี น
คิดวเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บจากสื่อการเรยี นหรือตวั อยา่ ง
4) แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมในการสร้างบรรยากาศชัน้ เรยี นทชี่ ่วยพัฒนาการเรยี นรู้
ของผ้เู รยี นอยา่ งชัดเจน
5) นวตั กรรมท่ีพัฒนาขนึ้ สามารถสร้างการเปลย่ี นแปลงแก่ผเู้ รียนได้
(มีบันทึกหลงั การสอน)
-4-
- 247 - คะแนน
ตัวช้ีวัดท่ี 8 ผู้เรยี นสามาร กำกบั การเรยี นร้แู ละมีการเรยี นรู้แบบนำตนเอง
เกณฑก์ ารพิจารณาผลการปฏบิ ตั ิ
1) ผเู้ รยี นมสี ว่ นร่วมในการกำหนดกจิ กรรมการเรยี นรหู้ รอื การลงมือปฏบิ ตั ิร่วมกับครู
2) ผเู้ รยี นไดป้ ระเมินตนเองในระหว่างเรยี นหรือเม่ือจบบทเรียน/กจิ กรรม
3) ผู้เรียนไดร้ บั การกระตุ้นหรอื การมอบหมายงานใหศ้ กึ ษา คน้ ควา้ ฝกึ ฝน
หรอื เรยี นร้ตู ่อเน่อื งเพิม่ เตมิ ภายหลงั จบบทเรียน/กิจกรรม
4) แสดงใหเ้ ห็นถึงนวัตกรรมในการชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นกำกับการเรียนร้แู ละมีการเรียนรู้
แบบนำตนเองอย่างชดั เจน
5) นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นสามารถสรา้ งการเปลยี่ นแปลงแก่ผเู้ รยี นได้
(มีบนั ทกึ หลังการสอน)
ด้านท่ี 2 ด้านผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ของผูเ้ รยี น
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (Scoring Rubric)
1 คะแนน เมือ่ ปฏบิ ัตไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 1 ขอ้ จาก 5 ข้อ
2 คะแนน เม่ือปฏบิ ัตไิ ดห้ รือปรากฏผลชดั เจน 2 ข้อ จาก 5 ข้อ
3 คะแนน เมอ่ื ปฏบิ ัตไิ ดห้ รือปรากฏผลชดั เจน 3 ขอ้ จาก 5 ข้อ
4 คะแนน เม่อื ปฏบิ ัตไิ ดห้ รอื ปรากฏผลชัดเจน 4 ขอ้ จาก 5 ขอ้
5 คะแนน เมอ่ื ปฏิบตั ไิ ดห้ รือปรากฏผลชดั เจนทงั้ 5 ขอ้
ตัวชวี้ ดั ที่ 1 ผลงานหรอื ผลการปฏิบตั เิ ปนผลลัพธท์ ่เี กดิ ขน้ึ จากการจัดการเรียนรขู้ องครู
เกณฑพ์ ิจารณาผลงานหรือผลการปฏิบัติ คะแนน
1) เป็นไปตามเป้าหมายหรือวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรทู้ กี่ ำหนดไว้
ในแผนการจดั การเรยี นรู้
2) เหมาะสมกบั วยั ระดบั และพน้ื ฐานประสบการณ์ของผูเ้ รยี น
3) สอดคลอ้ งกบั สภาพและบรบิ ทของผูเ้ รยี นและช้นั เรยี น
4) เกิดจากตวั ผเู้ รียนรายบุคคลหรอื กลมุ่ ผเู้ รยี น ไม่ใชผ่ ลงานหรือผลการปฏบิ ตั ขิ องครู
5) เหมาะสม คมุ้ ค่าและเปน็ ประโยชน์ต่อการเรยี นรขู้ องผ้เู รียน
- 248 -
ตัวช้ีวัดท่ี 2 ผลงานหรือผลการปฏบิ ัตสิ ะทอ้ น ึงการได้รับการพัฒนาทกั ษะพ้ืนฐาน (Basic Skills)
ตามวยั และลกั ษณะของผเู้ รยี น
เกณฑพ์ ิจารณาผลงานหรอื ผลการปฏิบัติ คะแนน
1) ทกั ษะการสือ่ สารโดยการพดู การเขยี น หรอื การแสดงออกในรูปแบบอน่ื ๆ
2) ทักษะการนำเสนออยา่ งเปน็ ระบบ น่าสนใจ
3) ทกั ษะการใช้เครอื่ งมอื หรืออุปกรณใ์ นการเรยี นหรือการฝึก
4) ความคลอ่ งแคลว่ หรือความชำนาญ หรอื ความถกู ตอ้ งในการคดิ หรือการปฏิบตั ิ
5) ทกั ษะการออกแบบและการวางแผน
ตัวชี้วัดท่ี 3 ผลงานหรอื ผลการปฏิบัติสะท้อน งึ ความสามาร ในการเรียนรู้ (Cognitive Abilities)
ตามวัยและลักษณะของผูเ้ รยี น
เกณฑ์พจิ ารณาผลงานหรือผลการปฏบิ ัติ คะแนน
1) ความยดื หยนุ่ ในการคดิ หรอื การคดิ เชอ่ื มโยงสิ่งต่าง ๆ
2) ความคิดสรา้ งสรรค์ หรือการคดิ เชิงนวตั กรรม
3) กระบวนการสืบเสาะหาความหมาย หรอื กระบวนการตดั สนิ ใจ
4) กระบวนการคิดเชงิ เหตผุ ล หรอื การใหเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ
5) กระบวนการคดิ เชงิ ระบบ
ตวั ชี้วดั ท่ี 4 ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ัตสิ ะทอ้ น งึ การบรู ณาการทักษะในการทำงาน (Cross - functional Skills)
ตามวัยและลักษณะของผ้เู รียน
เกณฑพ์ ิจารณาผลงานหรอื ผลการปฏบิ ัติ คะแนน
1) ทักษะกระบวนการ เช่น การวางแผน การวเิ คราะหว์ ิจารณ์ การกำกับตนเอง
การทดลองปฏบิ ตั ิ การนำเสนอความคดิ
2) ทักษะทางสังคม เชน่ การทำงานร่วมกบั ผู้อ่นื การโนม้ นา้ ว การเจรจา
การบริการ การสอนหรอื ฝกึ ผูอ้ ่นื
3) ทักษะการจัดการ เช่น การจดั การเวลา การจดั การทรพั ยากร การจัดการทีมทำงาน
4) ทกั ษะเฉพาะทาง เช่น ทกั ษะทางกายภาพ การเคลื่อนไหว การใช้กลา้ มเนื้อ
ดนตรี กีฬา หรอื ทกั ษะเฉพาะทางตามลักษณะรายวิชาหรือสาระการเรยี นรู้
5) ทกั ษะการแก้ปัญหาทซี่ บั ซ้อน เช่น การแก้ปัญหาที่ตอ้ งใช้ทักษะหลากหลาย
การแก้ปญั หาหลายข้ันตอน การแก้ปญั หาทต่ี อ้ งใชค้ วามรว่ มมอื จากผู้อื่น
การแกป้ ญั หาเชิงซ้อนหลายระดบั
(ลงชอ่ื ).................................................................. กรรมการผ้ปู ระเมนิ
(..................................................................)
ตำแหน่ง...................................................................
วันที.่ ........ เดือน......................................... พ.ศ. ....
- 249 - สำหรับกรรมการประเมนิ
แบบสรปุ ผลการประเมนิ ตำแหนง่ และวิทยฐานะ ดา้ นที่ 1 และ ดา้ นที่ 2
ผู้ขอรบั การประเมนิ
ชื่อ.........................................................นามสกุล.........................................................ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะครูเชีย่ วชาญพเิ ศษ
สถานศกึ ษา..................................................................................... สงั กดั ....................................................................................
รับเงินเดือนในอันดับ คศ. .... อัตราเงินเดือน ...... บาท กลมุ่ สาระการเรียนรู้/รายวิชาทีข่ อรับการประเมนิ .....................................
ดา้ นท่ี 1 ด้านทักษะการจดั การเรียนรู้และการจดั การชน้ั เรียน
ตวั ชีว้ ัดทักษะการจัดการเรียนรู้และการจดั การชน้ั เรียน คะแนน คะแนน ว่ งนำ้ หนัก
(คะแนน x 2.5)
1. ผูเ้ รียนสามารถเข้าถึงและเขา้ ใจสิง่ ท่ีเรยี น
2. ผู้เรยี นสามารถเช่ือมโยงความรหู้ รอื ประสบการณ์เดมิ กับการเรยี นรู้ใหม่
3. ผเู้ รยี นไดส้ รา้ งความรู้เอง หรือได้สร้างประสบการณ์ใหม่จากการเรยี นรู้
4. ผูเ้ รยี นไดร้ บั การกระตุ้นและเกดิ แรงจงู ใจในการเรยี นรู้
5. ผเู้ รยี นไดร้ ับการพฒั นาทักษะจากการเรยี นรู้
6. ผเู้ รยี นไดร้ บั ขอ้ มลู สะท้อนกลับเพอ่ื ปรับปรงุ การเรียนรู้
7. ผเู้ รยี นไดร้ บั การพฒั นาการเรยี นรู้ในบรรยากาศชั้นเรยี นทเี่ หมาะสม
8. ผู้เรยี นสามารถกำกบั การเรยี นรแู้ ละมีการเรียนร้แู บบนำตนเอง
รวมคะแนน
ผลการพิจารณา ผา่ น ไม่ผ่าน
ด้านท่ี 2 ดา้ นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผ้เู รียน
ตวั ชีว้ ัดผลลัพธก์ ารเรยี นร้ขู องผ้เู รยี น คะแนน คะแนน ว่ งนำ้ หนกั
(คะแนน x 5)
1. ผลงานหรือผลการปฏบิ ตั เิ ป็นผลลพั ธท์ ่ีเกิดขึน้ จากการจดั การเรียนรขู้ องครู
2. ผลงานหรอื ผลการปฏิบตั ิสะท้อนถึงการไดร้ บั การพฒั นาทักษะพ้ืนฐาน
(Basic Skills) ตามวยั และลกั ษณะของผเู้ รยี น
3. ผลงานหรือผลการปฏบิ ตั สิ ะทอ้ นถึงความสามารถในการเรียนรู้
(Cognitive Abilities) ตามวยั และลกั ษณะของผเู้ รยี น
4. ผลงานหรอื ผลการปฏบิ ตั สิ ะท้อนถึงการบรู ณาการทักษะในการทำงาน
(Cross - functional Skills) ตามวยั และลกั ษณะของผเู้ รียน
รวมคะแนน
ผลการพจิ ารณา ผ่าน ไมผ่ า่ น
(ลงชอื่ ).................................................................. กรรมการผปู้ ระเมนิ
(..................................................................)
ตำแหนง่ ...................................................................
วนั ท.่ี ........ เดือน......................................... พ.ศ. ....
- 250 -
การประเมนิ ดา้ นท่ี 3 ด้านผลงานทางวิชาการ
- 251 -
คำชีแ้ จงการประเมนิ ดา้ นท่ี 3 ด้านผลงานทางวิชาการ
การประเมินด้านท่ี 3 ด้านผลงานทางวิชาการ สำหรับวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและวิทยฐานะ
ครูเชยี่ วชาญพเิ ศษ มอี งคป์ ระกอบการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน วธิ กี ารประเมนิ และเกณฑก์ ารตัดสนิ ดังนี้
1. องคป์ ระกอบการประเมินและเกณฑ์การให้คะแนน
การประเมินและการใหค้ ะแนน จำแนกออกเป็น 2 ส่วน จำนวน 6 ตัวช้วี ดั ดงั น้ี
สว่ นท่ี 1 คุณภาพของผลงานทางวชิ าการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)
1.1 ความถกู ต้องตามหลกั วชิ าการ (20 คะแนน)
1.2 ความคาดหวงั ในระดับการปฏิบตั งิ านตามมาตรฐานวทิ ยฐานะ (15 คะแนน)
1) วิทยฐานะครูเช่ยี วชาญ ความคาดหวงั ในระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิทยฐานะ
ตอ้ งแสดงให้เห็นถงึ การคดิ ค้น ปรบั เปล่ยี นนวตั กรรมในการจดั การเรียนรู้ และเป็นแบบอย่างทดี่ ี
2) วิทยฐานะครูเช่ียวชาญพิเศษ ความคาดหวังในระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
วทิ ยฐานะ ตอ้ งแสดงใหเ้ หน็ ถึงการสรา้ งการเปล่ยี นแปลง เผยแพรแ่ ละขยายผลในวงวชิ าชีพ และเปน็ แบบอย่างท่ดี ี
1.3 ความสมบูรณข์ องเน้ือหาสาระ (10 คะแนน)
1.4 การจดั ทำ การพิมพ์ รูปเล่ม และการเผยแพร่ (5 คะแนน)
ส่วนที่ 2 ประโยชนข์ องผลงานทางวชิ าการ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)
2.1 ประโยชนต์ ่อผเู้ รยี น ครู บคุ ลากรทางการศึกษา สถานศึกษา และชมุ ชน
2.2 ประโยชน์ต่อความก้าวหน้าในวงวิชาชีพ ต้องสามารถปรับเปลี่ยน และสร้าง
การเปลีย่ นแปลงในวงวิชาการและวงวิชาชพี ตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ีขอรับการประเมนิ
2. วธิ กี ารประเมนิ ผลงานทางวิชาการ
ให้คณะกรรมการประเมินดำเนินการประเมินด้านท่ี 3 ด้านผลงานทางวิชาการ โดยพิจารณา
ตามองคป์ ระกอบท้งั 2 สว่ น ตามขอ้ 1
2.1 วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ ต้องมีผลงานทางวิชาการ ซ่ึงเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้
หรือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ท่ีแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังตามมาตรฐาน วิทยฐานะ
ที่ขอรับการประเมิน จำนวน 1 รายการ ในรปู แบบไฟล์ PDF
2.2 วิทยฐานะครูเชย่ี วชาญพิเศษ ตอ้ งมีผลงานทางวชิ าการ ซงึ่ เปน็ งานวจิ ัยเกีย่ วกับการจัดการเรยี นรู้
และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ท่ีแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวังตามมาตรฐานวิทยฐานะ
ที่ขอรับการประเมิน จำนวนอย่างละ 1 รายการ ในรูปแบบไฟล์ PDF โดยงานวิจัยต้องไดร้ ับการตพี ิมพ์เผยแพร่
บทความวิจัยในวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หรือ Thai - Journal
Citation Index Centre (TCI) กลุ่ม 1 หรอื กลมุ่ 2 โดยใหส้ ่งบทความวจิ ัยท่ีตีพิมพเ์ ผยแพร่ในรูปแบบไฟล์ PDF ดว้ ย
- 252 -
3. เกณฑก์ ารตัดสิน
ด้านท่ี 3 ด้านผลงานทางวชิ าการ ต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ำกวา่ ร้อยละ 75
สำหรับการขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเช่ียวชาญ และไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 สำหรับการขอเล่ือนเป็นวิทยฐานะ
ครูเชยี่ วชาญพเิ ศษ
- 253 -
แบบประเมนิ ดา้ นท่ี 3 ด้านผลงานทางวิชาการ
- 254 - PA 5/ส/ชช
แบบประเมินด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ สำหรับกรรมการประเมิน
เพอ่ื ให้ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ตำแหนง่ ครู
เลอื่ นเปนวิทยฐานะครูเชย่ี วชาญ
(ทกุ สังกัด)
1. ข้อมลู ผู้ขอรบั การประเมิน
ชอื่ .................................................นามสกุล................................................ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ.................
สถานศกึ ษา........................................... สังกดั .................................................รบั เงนิ เดือนในอันดับ คศ. ......
อตั ราเงนิ เดือน .......... บาท กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ รายวชิ าท่ีขอรับการประเมิน...................................................
2. ผลการประเมนิ
รายการประเมิน คะแนน คะแนน หมายเหตุ
เตม ท่ีได้
ผลงานทางวิชาการ (100 คะแนน) ผู้ผ่านการประเมินตอ้ งได้คะแนน
1. คุณภาพของผลงานทางวิชาการ 50 จากกรรมการแตล่ ะคน
(20) ไมต่ ่ำกวา่ รอ้ ยละ 75
1.1 ความถกู ต้องตามหลักวิชาการ (15)
1.2 แสดงใหเ้ ห็นถึงการคดิ คน้ ปรบั เปลย่ี น (10)
1.3 ความสมบูรณข์ องเน้อื หาสาระ (5)
1.4 การจัดทำ การพมิ พ์ และรูปเล่ม 50
2. ประโยชนข์ องผลงานทางวิชาการ (25)
2.1 ประโยชน์ตอ่ ผเู้ รยี น ครู บุคลากรทางการศึกษา
(25)
สถานศึกษา และชุมชน
2.2 ประโยชนต์ ่อความกา้ วหน้าทางวชิ าการ 100
การพัฒนาและปรับเปล่ยี นนวตั กรรม
ในการจดั การเรียนรู้ และเป็นแบบอย่างท่ีดี
รวมคะแนนผลงานทางวิชาการ
ผลการพจิ ารณา ผา่ น ไมผ่ ่าน
(ลงชื่อ)....................................................... กรรมการผปู้ ระเมนิ
(..................................................................)
ตำแหน่ง.......................................................................
วนั ที.่ ........ เดือน......................................... พ.ศ. ....
- 255 - สำหรับกรรมการประเมนิ
ขอ้ สังเกตบางประการเก่ยี วกับผลงานทางวิชาการ
ราย (นาย นาง นางสาว) ............................................................................
ผลงานทางวิชาการ
เรื่อง .....................................................................................................................................
1. คณุ ภาพของผลงานทางวิชาการ
1.1 ความถกู ตอ้ งตามหลักวชิ าการ
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
1.2 ความคาดหวงั ในระดับการปฏิบตั งิ านตามมาตรฐานวทิ ยฐานะทแี่ สดงใหเ้ หน็ ถึงการคดิ คน้
ปรบั เปลี่ยนนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้
................................................................................................................................................................... .........
......................................................................................................................... ...................................................
1.3 ความสมบรู ณ์ของเนื้อหาสาระ
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
1.4 การจดั ทำ การพิมพ์ และรูปเลม่
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ประโยชนข์ องผลงานทางวิชาการ
2.1 ประโยชนต์ ่อผู้เรยี น ครู บุคลากรทางการศึกษา การจดั การศกึ ษา สถานศกึ ษา และชมุ ชน
............................................................................................................................. ...............................................
................................................................................................................................. ...........................................
2.2 ประโยชนต์ ่อความก้าวหน้าทางวชิ าการ การพัฒนาและปรบั เปลี่ยนนวัตกรรมในการจัดการเรยี นรู้
และเป็นแบบอย่างทีด่ ี
............................................................................................................................. ...............................................
.......................................................................................................................................... ..................................
(ลงชื่อ)....................................................... กรรมการผู้ประเมิน
(..................................................................)
ตำแหนง่ .......................................................................
วันท่ี......... เดอื น......................................... พ.ศ. ....
- 256 - PA 5/ส/ชชพ
สำหรับกรรมการประเมนิ
แบบประเมินด้านท่ี 3 ดา้ นผลงานทางวิชาการ
เพอ่ื ให้ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู
เลอ่ื นเปนวทิ ยฐานะครเู ชยี่ วชาญพเิ ศษ
(ทกุ สังกดั )
1. ขอ้ มลู ผู้ขอรบั การประเมิน
ช่อื .................................................นามสกุล................................................ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ.................
สถานศึกษา........................................... สังกัด.................................................รับเงนิ เดือนในอนั ดบั คศ. ......
อตั ราเงินเดือน .......... บาท กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/รายวชิ าที่ขอรับการประเมิน.................................................
2. ผลการประเมนิ
รายการประเมนิ คะแนน คะแนน หมายเหตุ
เตม ทไี่ ด้
ผลงานทางวิชาการ (100 คะแนน) ผ้ผู ่านการประเมนิ ต้องไดค้ ะแนน
1. คุณภาพของผลงานทางวชิ าการ 50 จากกรรมการแตล่ ะคน ไมต่ ำ่ กว่า
(20) รอ้ ยละ 80
1.1 ความถกู ตอ้ งตามหลกั วิชาการ (15)
1.2 แสดงให้เห็นถึงการสร้างการเปล่ียนแปลง (10)
1.3 ความสมบูรณข์ องเน้อื หาสาระ (5)
1.4 การจัดพมิ พแ์ ละการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ
50
ที่อย่ใู นฐานขอ้ มลู (TCI) กลุ่ม 1 หรอื กลุ่ม 2 (25)
2. ประโยชน์ของผลงานทางวิชาการ
(25)
2.1 ประโยชน์ตอ่ ผู้เรยี น ครู บคุ ลากรทางการศึกษา
สถานศึกษา และชุมชน 100
2.2 ประโยชน์ตอ่ ความกา้ วหน้าทางวิชาการ เผยแพร่และ
ขยายผลจนนำไปสู่การเปลีย่ นแปลง
ในวงวิชาชีพและเปน็ แบบอย่างทีด่ ี
รวมคะแนนผลงานทางวิชาการ
ผลการพจิ ารณา ผา่ น ไม่ผ่าน
(ลงช่ือ)....................................................... กรรมการผปู้ ระเมนิ
(..................................................................)
ตำแหนง่ .......................................................................
วนั ท่.ี ........ เดอื น......................................... พ.ศ. ....
- 257 - สำหรับกรรมการประเมนิ
ขอ้ สังเกตบางประการเกย่ี วกับผลงานทางวิชาการ
ราย (นาย นาง นางสาว) ............................................................................
ผลงานทางวิชาการ
เรอ่ื ง ............................................................................................................................. ........................
1. คุณภาพของผลงานทางวิชาการ
1.1 ความถกู ต้องตามหลักวชิ าการ
............................................................................................................................. ...............................................
........................................................................................................................................... .................................
1.2 ความคาดหวังในระดับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิทยฐานะท่ีแสดงให้เห็นถึงการสร้าง
การเปล่ียนแปลง นวตั กรรมในการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
1.3 ความสมบรู ณข์ องเน้อื หาสาระ
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
1.4 การจัดพิมพ์และการเผยแพร่ในวารสารวชิ าการทอ่ี ยใู่ นฐานข้อมลู (TCI) กลุ่ม 1 หรือ กลุ่ม 2
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ประโยชนข์ องผลงานทางวิชาการ
2.1 ประโยชน์ต่อผเู้ รียน ครู บคุ ลากรทางการศึกษา การจัดการศึกษา สถานศึกษา และชมุ ชน
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
2.2 ประโยชน์ตอ่ ความกา้ วหนา้ ทางวชิ าการ เผยแพร่และขยายผลจนนำไปสู่การเปล่ยี นแปลง
ในวงวิชาชพี และเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
(ลงช่ือ)....................................................... กรรมการผู้ประเมิน
(..................................................................)
ตำแหนง่ .......................................................................
วนั ท.่ี ........ เดอื น......................................... พ.ศ. ....
- 258 -
สำนกั งานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
อาคารรชั มังคลาภิเษก ชั้น 5 นนราชดำเนินนอก เขตดสุ ิต กรุงเทพฯ 10300
โทร. 0 2280 1104 – 9, 0 2280 2832 www.otepc.go.th
คู่มอื
การดาเนนิ การตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการประเมินตาแหนง่
และวทิ ยฐานะขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา
ตาแหน่งผบู้ ริหารสถานศึกษา
ตามหนังสอื สานกั งาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.3/ว 10 ลงวันท่ี 20 พฤษภาคม 2564
สานักงาน ก.ค.ศ.
กระทรวงศกึ ษาธิการ
คานา
ก.ค.ศ. ได้มีมติกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะข้ำรำชกำรครู
และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำ ตำมหนังสือสำนักงำน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.3/ว 10
ลงวันท่ี 20 พฤษภำคม 2564 เพื่อให้มีแนวทำงในกำรประเมินตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรดังกล่ำว สำนักงำน
ก.ค.ศ. จึงได้จัดทำคู่มือกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
โดยประกอบด้วย 4 ตอน ตอนที่ 1 หลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะข้ำรำชกำรครู
และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำ โดยจำแนกออกเป็นหลักเกณฑ์และวิธีกำร
ให้ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งรองผอู้ ำนวยกำรสถำนศึกษำ มีวทิ ยฐำนะรองผอู้ ำนวยกำร
ชำนำญกำรและเลื่อนเปน็ วทิ ยฐำนะรองผู้อำนวยกำรชำนำญกำรพเิ ศษ หลักเกณฑ์และวิธกี ำรให้ข้ำรำชกำรครู
และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งรองผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ เลื่อนเป็นวิทยฐำนะรองผู้อำนวยกำรเชี่ยวชำญ
หลักเกณฑ์และวิธีกำรให้ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ มีวิทยฐำนะ
ผู้อำนวยกำรชำนำญกำรและเลื่อนเป็นวิทยฐำนะผู้อำนวยกำรชำนำญกำรพิเศษ หลักเกณฑ์และวิธีกำรให้
ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ เล่ือนเป็นวิทยฐำนะผู้อำนวยกำร
เชี่ยวชำญและวิทยฐำนะผู้อำนวยกำรเช่ียวชำญพิเศษ รูปแบบไฟล์วีดิทัศน์ฯ และภำระงำนของข้ำรำชกำรครู
และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ ตอนที่ 2 กำรจัดทำข้อตกลงในกำรพัฒนำงำน
คำช้ีแจงกำรจัดทำข้อตกลง แบบข้อตกลงในกำรพัฒนำงำน ตอนที่ 3 กำรประเมินผลกำรพัฒนำงำนตำมข้อตกลง
คำช้ีแจงกำรประเมินกำรพัฒนำงำนตำมข้อตกลง แบบประเมินผลกำรพัฒนำงำนตำมข้อตกลง แบบสรุป
ผลกำรประเมินกำรพัฒนำงำนตำมข้อตกลง และคำชี้แจงกำรดำเนินกำรประเมินเพ่ือขอมีวิทยฐำนะและเล่ือนวิทยฐำนะ
ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรฯ ว 10/2564 ในช่วงระยะเวลำเปลีย่ นผ่ำน ตอนท่ี 4 กำรประเมินเพ่อื ขอมีวทิ ยฐำนะ
และเลื่อนวิทยฐำนะ คำช้ีแจงกำรประเมินเพื่อขอมีวิทยฐำนะหรือเลื่อนวิทยฐำนะ ด้ำนที่ 1 ด้ำนทักษะกำรวำงแผน
พัฒนำสถำนศึกษำ กลยุทธ์ กำรใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรมทำงกำรบริหำร ด้ำนท่ี 2 ด้ำนผลลัพธ์ในกำรพัฒนำ
กำรบริหำรสถำนศึกษำ และด้ำนท่ี 3 ด้ำนผลงำนทำงวิชำกำร รวมทั้ง แบบคำขอ แบบประเมิน และแบบสรุป
ผลกำรประเมนิ ฯ ทงั้ 3 ดำ้ น
สำนกั งำน ก.ค.ศ. หวงั เป็นอย่ำงยง่ิ ว่ำคมู่ ือกำรประเมนิ น้ีจะเป็นประโยชน์กบั ผูท้ เี่ กย่ี วข้อง สำมำรถ
ใช้ในกำรประเมินได้อย่ำงถูกตอ้ ง เป็นมำตรฐำนเดยี วกัน
สำนักงำน ก.ค.ศ.
กันยำยน 2564
สารบัญ
สารบัญ
หน้า
คานา 2
สารบญั 3
คาช้แี จง 1
ตอนที่ 1 หลกั เกณฑ์และวธิ ีการประเมินตาแหนง่ และวิทยฐานะขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา 11
ตาแหน่งผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา รปู แบบการจัดทาไฟลว์ ดี ทิ ัศน์ และภาระงานตาแหนง่ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา
17
หลักเกณฑแ์ ละวิธกี ำรใหข้ ำ้ รำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผูบ้ ริหำรสถำนศึกษำ
มีวทิ ยฐำนะรองผ้อู ำนวยกำรชำนำญกำรและเล่ือนเปน็ วิทยฐำนะรองผ้อู ำนวยกำรชำนำญกำรพิเศษ 22
หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีกำรใหข้ ้ำรำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ ตำแหน่งผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ 28
เลอ่ื นเป็นวิทยฐำนะรองผูอ้ ำนวยกำรเชย่ี วชำญ
33
หลกั เกณฑแ์ ละวิธีกำรใหข้ ้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ตำแหน่งผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำ
มวี ทิ ยฐำนะผอู้ ำนวยกำรชำนำญกำรและเลือ่ นเปน็ วิทยฐำนะผูอ้ ำนวยกำรชำนำญกำรพิเศษ 43
หลักเกณฑ์และวธิ ีกำรให้ข้ำรำชกำรครแู ละบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ตำแหน่งผูบ้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ 45
เลือ่ นเปน็ วทิ ยฐำนะผ้อู ำนวยกำรเชีย่ วชำญและวทิ ยฐำนะผู้อำนวยกำรเชี่ยวชำญพเิ ศษ 47
48
รปู แบบไฟล์วีดีทัศน์ตำมหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ำรประเมินตำแหน่งและวทิ ยฐำนะ 49
ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ตำแหน่งผ้บู ริหำรสถำนศึกษำ 50
56
ภำระงำนของข้ำรำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำ ตำแหนง่ ผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำ 62
ตอนที่ 2 การจดั ทาข้อตกลงในการพฒั นางาน (PA) 68
74
คำชแ้ี จงกำรจดั ทำข้อตกลงในกำรพฒั นำงำน
แบบขอ้ ตกลงในกำรพฒั นำงำน
- PA 1/บส ตำแหนง่ ผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ
- PA 1/บส ตำแหนง่ ผู้บริหำรสถำนศึกษำ วิทยฐำนะชำนำญกำร
- PA 1/บส ตำแหนง่ ผบู้ ริหำรสถำนศกึ ษำ วทิ ยฐำนะชำนำญกำรพเิ ศษ
- PA 1/บส ตำแหนง่ ผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ วิทยฐำนะเช่ยี วชำญ
- PA 1/บส ตำแหนง่ ผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ วทิ ยฐำนะเช่ียวชำญพเิ ศษ
สารบัญ (ตอ่ )
หนา้
ตอนที่ 3 การประเมนิ ผลการพฒั นางานตามขอ้ ตกลง (PA) 80
คำช้ีแจงกำรประเมิน 81
แบบประเมนิ ผลกำรพฒั นำงำนตำมข้อตกลง 85
- PA 2/บส ตำแหนง่ ผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ 86
- PA 2/บส ตำแหนง่ ผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ วิทยฐำนะชำนำญกำร 93
- PA 2/บส ตำแหนง่ ผบู้ ริหำรสถำนศึกษำ วทิ ยฐำนะชำนำญกำรพิเศษ 100
- PA 2/บส ตำแหนง่ ผู้บริหำรสถำนศึกษำ วิทยฐำนะเชี่ยวชำญ 107
- PA 2/บส ตำแหนง่ ผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำ วทิ ยฐำนะเชีย่ วชำญพิเศษ 114
แบบสรปุ ผลกำรประเมินกำรพัฒนำงำนตำมข้อตกลง (PA) 121
- PA 3/บส ตำแหนง่ ผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ 122
คำชแี้ จงกำรดำเนินกำรประเมินเพอื่ ขอมวี ิทยฐำนะและเลอื่ นวิทยฐำนะ 123
ตำมหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ำรฯ ว 10/2564 ในช่วงระยะเวลำเปลยี่ นผ่ำน
ตอนที่ 4 การประเมนิ เพ่อื ขอมีวิทยฐานะหรอื เลื่อนวิทยฐานะ 127
4.1 กำรประเมนิ ด้ำนท่ี 1 ดำ้ นทกั ษะกำรวำงแผนพัฒนำสถำนศึกษำ กลยทุ ธ์ กำรใชเ้ ครอ่ื งมือ 126
หรือนวตั กรรมทำงกำรบรหิ ำร และดำ้ นที่ 2 ดำ้ นผลลพั ธใ์ นกำรพัฒนำกำรบริหำรสถำนศกึ ษำ
คำชแี้ จงกำรประเมิน 128
แบบคำขอมีวิทยฐำนะหรือเล่อื นวิทยฐำนะ 131
แบบประเมินด้ำนที่ 1 และดำ้ นท่ี 2 ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ สงั กัดสำนักงำนคณะกรรมกำร 138
กำรศึกษำขน้ั พน้ื ฐำน
- PA 4/บส ตำแหนง่ ผบู้ ริหำรสถำนศึกษำ วทิ ยฐำนะชำนำญกำร 140
- PA 4/บส ตำแหนง่ ผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ วทิ ยฐำนะชำนำญกำรพิเศษ 146
- PA 4/บส ตำแหนง่ ผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำ วทิ ยฐำนะเช่ยี วชำญ 152
- PA 4/บส ตำแหน่งผบู้ ริหำรสถำนศึกษำ วทิ ยฐำนะเชี่ยวชำญพเิ ศษ 158
สารบญั (ต่อ)
หน้า
แบบประเมินดำ้ นที่ 1 และดำ้ นที่ 2 ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำ สังกัดสำนกั งำนคณะกรรมกำร 163
กำรอำชีวศึกษำ
- PA 4/บส ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ วทิ ยฐำนะชำนำญกำร 165
- PA 4/บส ตำแหนง่ ผูบ้ ริหำรสถำนศึกษำ วทิ ยฐำนะชำนำญกำรพเิ ศษ 171
- PA 4/บส ตำแหน่งผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำ วิทยฐำนะเช่ียวชำญ 177
- PA 4/บส ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ วทิ ยฐำนะเชี่ยวชำญพิเศษ 183
แบบประเมนิ ด้ำนท่ี 1 และด้ำนที่ 2 ตำแหน่งผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ สังกัดสำนกั งำน กศน. 189
- PA 4/บส ตำแหน่งผูบ้ ริหำรสถำนศึกษำ วิทยฐำนะชำนำญกำร 190
- PA 4/บส ตำแหนง่ ผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ วิทยฐำนะชำนำญกำรพเิ ศษ 196
- PA 4/บส ตำแหน่งผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ วิทยฐำนะเช่ียวชำญ 202
- PA 4/บส ตำแหนง่ ผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ วิทยฐำนะเช่ียวชำญพเิ ศษ 208
4.2 กำรประเมินดำ้ นท่ี 3 ด้ำนผลงำนทำงวชิ ำกำร 214
คำชแ้ี จงกำรประเมิน 215
แบบประเมนิ ดำ้ นที่ 3 ด้ำนผลงำนทำงวิชำกำร สำหรับวทิ ยฐำนะเชย่ี วชำญ/เชีย่ วชำญพเิ ศษ 217
- PA 5/บส/ชช 218
- PA 5/บส/ชชพ 220
คาช้แี จง
คาช้แี จง
กำรกำหนดหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ำรประเมินตำแหน่งและวทิ ยฐำนะข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ ตำมหนังสือสำนักงำน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.3/ว 10 ลงวันท่ี 20 พฤษภำคม 2564
มีหลักกำร เหตุผล เจตนำรมณ์ และกรอบแนวคิดทสี่ ำคัญ ดงั นี้
1. ยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี ด้ำนกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ให้ควำมสำคัญ
กับกำรเปล่ียนโฉมบทบำท “ครู” ให้เปน็ ครูยุคใหม่ โดยปรับบทบำทจำก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยกำรเรียนรู้”
ทำหน้ำที่กระตุ้น สร้ำงแรงบันดำลใจ แนะนำวิธีเรียนรู้และวิธีกำรจัดระเบียบกำรสร้ำงควำมรู้ ออกแบบกิจกรรม
และสร้ำงนวัตกรรมกำรเรียนรู้ให้ผู้เรียน และมีบทบำทเป็นนักวิจัยพัฒนำกระบวนกำรเรียนรู้เพื่อผลสัมฤทธิ์
ของผู้เรียน รวมท้ังปรับระบบกำรผลิตและพฒั นำครตู ั้งแต่กำรดงึ ดูด คัดสรร ผู้มีควำมสำมำรถสงู ให้เขำ้ มำเปน็ ครูคุณภำพ
มีระบบกำรพัฒนำศักยภำพและสมรรถนะครูอย่ำงต่อเนื่อง และสำหรับยุทธศำสตร์ด้ำนกำรปรับสมดุล
และกำรพัฒนำระบบบริหำรจัดกำรภำครัฐ มุ่งเน้นกำรปรับระบบบริหำรจัดกำรภำครัฐให้มีควำมทันสมัย นำระบบ
เทคโนโลยีดจิ ทิ ัลมำประยุกต์ใช้ และมกี ำรบรู ณำกำรทำงำนร่วมกัน
2. แผนกำรปฏิรูปประเทศด้ำนกำรศึกษำ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2561 - 2565) ได้มุ่งเน้นกิจกรรม
ปฏิรูปท่ีจะส่งผลให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงของภำคกำรศึกษำท่ีจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ประชำชน
อย่ำงมีนัยสำคัญ (Big Rocks) 5 กจิ กรรม โดยมกี ิจกรรมปฏริ ูปทเี่ กี่ยวขอ้ งกับกำรพัฒนำวิชำชีพครู ใน 2 กจิ กรรมสำคญั คือ
กิจกรรมปฏิรูปที่ 2 กำรพัฒนำกำรจัดกำรเรียนกำรสอนสู่กำรเรียนรู้ฐำนสมรรถนะ เพ่ือตอบสนอง
กำรเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21 ซึ่งได้ให้ควำมสำคัญกับกำรให้ครู/อำจำรย์มีสมรรถนะด้ำนกำรจัดกำรเรียนรู้
และมีควำมศรัทธำในวิชำชีพและควำมเป็นครู และกิจกรรมปฏิรูปท่ี 3 กำรปฏิรูปกลไกและระบบกำรผลิต
และพัฒนำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำให้มีคุณภำพมำตรฐำน ซ่ึงให้ควำมสำคัญกับกำรให้ครูได้พัฒนำควำมรู้
และทักษะให้เกิดสมรรถนะในกำรปฏบิ ัติหน้ำท่ี ตลอดจนพัฒนำควำมก้ำวหน้ำทำงวชิ ำชีพของตนเองอย่ำงต่อเนื่อง
โดยมีกำรปรับปรุงระบบ กลไกส่งเสรมิ สนับสนุนใหค้ รูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำใหม้ ีควำมก้ำวหน้ำทำงวิชำชพี
อย่ำงหลำกหลำย โดยเฉพำะกำรปรับปรุงระบบกำรประเมินกำรปฏิบัติงำนและสมรรถนะวิชำชีพและกำรเล่ือนวิทยฐำนะ
รวมทั้งกำรปรับปรุงคำ่ ตอบแทนทเี่ หมำะสม
3. แผนกำรศึกษำแห่งชำติ (พ.ศ. 2560 - 2579) ยุทธศำสตร์ที่ 6 กำรพัฒนำประสิทธิภำพ
ของระบบบริหำรกำรจัดกำรศึกษำ ได้กำหนดแนวทำงกำรพัฒนำระบบบริหำรงำนบุคคลของข้ำรำชกำรครู
และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ โดยพัฒนำระบบกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะสำหรับตำแหน่งท่ีมีใบอนุญำต
ประกอบวิชำชีพเป็นระยะ ๆ เพ่ือดำรงไว้ซ่ึงควำมรู้ ควำมสำมำรถ ควำมชำนำญกำร หรือควำมเช่ียวชำญในตำแหน่ง
และวิทยฐำนะทไ่ี ด้รบั กำรบรรจแุ ละแตง่ ต้ัง
-2-
4. กระทรวงศึกษำธิกำรมีนโยบำยในกำรปรับหลักเกณฑ์กำรประเมินวิทยฐำนะใหม่ต้องส่งผล
ไปถึงผู้เรียน มุ่งเน้นกำรพฒั นำวชิ ำชพี มำกกวำ่ กำรจัดทำผลงำนทำงวิชำกำร มกี ำรบูรณำกำรกำรทำงำนที่เชื่อมโยงกัน
โดยมีกำรประเมินที่ไม่ยุ่งยำก ไม่ซับซ้อน และเป็นธรรม และนำระบบออนไลน์มำใช้ในกำรประเมินวิทยฐำนะ
เช่น กำรยนื่ คำขอ และกำรส่งผลงำนทำงวชิ ำกำรโดยเน้นระบบกำรบันทึกข้อมลู ที่ลดกำรใชก้ ระดำษ
5. จำกงำนวิจัยในโครงกำร กำรสังเครำะห์ระบบและแนวทำงกำรปฏิบัตกิ ำรพัฒนำวิชำชีพครู :
จำกแนวคิดกำรเรียนรู้เชิงวิชำชพี สู่กำรปฏิบตั ิ โดยรองศำสตรำจำรย์ ดร.ประวิต เอรำวรรณ์ ซึ่งได้ศึกษำแนวคิด
และรำยงำนกำรศกึ ษำวจิ ัยของนักวิชำกำร และหน่วยงำนต่ำง ๆ พบวำ่
5.1 จำกรำยงำนของ OECD/UNESCO เมื่อปี 2016 มีประเด็นเก่ียวกับระบบกำรเข้ำสู่
วิทยฐำนะของครู ดังน้ี
1) กำรแบ่งวิทยฐำนะครูได้ใช้บทบำทในห้องเรียนเป็นเกณฑ์ แต่ยังขำดควำมชัดเจน
ในกำรประเมินกำรขึ้นสู่แต่ละวิทยฐำนะที่แสดงถึงควำมสำมำรถจริงของครู และไม่สัมพันธ์กับเกณฑ์มำตรฐำน
วิชำชีพที่กำหนดโดยคุรุสภำ
2) เกณฑ์กำรเข้ำสู่วิทยฐำนะของครูยังไม่ให้น้ำหนักกับผลลัพธ์กำรเรียนรู้ของผู้เรียน
แต่เน้นกำรเสนอเอกสำร รำงวัลทไ่ี ด้รบั และจำนวนช่ัวโมงท่ีไดร้ บั กำรพัฒนำของครู
5.2 จำกผลกำรศึกษำของ Jensen และคณะ เมื่อปี 2012 ได้มีข้อเสนอว่ำ กำรท่ีครูจะมี
ตำแหน่งสูงขึ้นตอ้ งรับผิดชอบตอ่ ผลลัพธ์กำรเรียนรู้ของนักเรียน กำรพัฒนำกำรสอนและกำรวิจัยร่วมกันของครู
กำรสังเกตช้ันเรียน กำรแลกเปลี่ยนวิธีกำรสอนและกำรพัฒนำคุณภำพผลลัพธ์กำรเรียนรู้ของผู้เรียน รวมถึง
กำรประยุกตใ์ ชห้ ลักกำรและศำสตรก์ ำรสอนไปสหู่ อ้ งเรียน
6. หลักเกณฑ์กำรประเมินวทิ ยฐำนะข้ำรำชกำรครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ เปน็ เร่ืองสำคัญท่ีต้อง
ดำเนินกำรให้มีควำมสอดคล้องกับนโยบำย รวมถึงหลักกำร และแนวคิดในเชิงวิชำกำร โดยใช้กำรวิจัยเป็นฐำน
จึงได้ดำเนินกำรศึกษำ วิเครำะห์ โดยได้ดำเนินกำรศึกษำสภำพปัญหำในกำรประเมินวิทยฐำนะตำมหลักเกณฑ์
และวิธีกำรท่ี ก.ค.ศ. กำหนด ตลอดจนสังเครำะห์แนวคิด ทฤษฎี และผลกำรศึกษำวิจัยของประเทศต่ำง ๆ
และหนว่ ยงำนท่ีเก่ยี วข้อง
7. สำนักงำน ก.ค.ศ. ได้นำผลกำรสังเครำะห์ควำมคิดเห็นจำกนักวิชำกำรและผลกำรวิจัยท่ีเก่ียวข้อง
เพ่ือนำมำกำหนดเป็นกรอบแนวคิดสำคัญในกำรดำเนินกำรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินวิทยฐำนะ
ของข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ แล้วพบว่ำ หัวใจสำคัญในกำรยกระดับคุณภำพกำรศึกษำ
ใหป้ ระสบควำมสำเรจ็ ไดแ้ ก่
-3-
7.1 Back to school คุณภำพกำรศึกษำต้องเริ่มท่ีห้องเรียน กำรปฏิบัติงำนของข้ำรำชกำรครู
และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ทุกสำยงำน ต้องมีควำมสอดคล้องเช่ือมโยงกัน มีกำรทำงำนเป็นทีม มีเป้ำหมำย
รว่ มกัน คือ ยกระดับคุณภำพกำรศึกษำและพฒั นำผ้เู รยี น
7.2 Focus on classroom กำรประเมินให้ดูท่ีผลกำรปฏิบัติงำนของครูในห้องเรียนดูที่สมรรถนะ
ในกำรปฏิบัติงำนจริงของครู (Teacher performance) แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ (Powerful Pedagogies)
และผลลพั ธ์กำรเรียนรขู้ องผ้เู รียน (Students Outcomes)
7.3 Teacher as a key of success ครูเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้กำรศึกษำประสบ
ควำมสำเร็จ ครูต้องมีกำรพัฒนำให้มีสมรรถนะในกำรปฏิบัติงำนสูงขึ้น ตำมระดับกำรปฏิบัติที่คำดหวัง
ตำมตำแหนง่ และวทิ ยฐำนะ ได้แก่
7.3.1 ปฏิบัติและเรียนรู้ (Execute and Learn) โดยผู้ที่เร่ิมบรรจุเป็นครูผู้ช่วยต้องสำมำรถ
จัดกำรเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเรียนรู้เพ่ือพัฒนำตนเองให้มีควำมรอบรู้ในเนื้อหำและสมรรถนะ
วิชำชีพครู ในระหว่ำงที่มีกำรเตรียมควำมพร้อมและพฒั นำอยำ่ งเข้ม
7.3.2 ปรับประยุกต์ (Apply and Adapt) สำมำรถปรับประยุกต์ควำมรู้และศำสตร์
กำรสอนมำใชใ้ นกำรจดั กำรเรียนรไู้ ดอ้ ยำ่ งเหมำะสมกับบรบิ ทและควำมแตกตำ่ งของผเู้ รียน
7.3.3 แก้ไขปัญหำ (Solve the Problem) รับรู้ปญั หำและสำมำรถแก้ปัญหำในกำรจัดกำร
เรียนรู้และกำรจดั กำรชัน้ เรยี น และสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนมคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
7.3.4 ริเริ่ม พัฒนำ (Originate and Improve) สำมำรถปรับปรุงพัฒนำงำนให้ดีกวำ่ เดมิ ได้
สอนใหผ้ ูเ้ รยี นมีกระบวนกำรคดิ
7.3.5 คิดค้น ปรับเปล่ียน (Invent and Transform) สำมำรถสร้ำงสรรค์ส่ือ นวัตกรรม
และเทคโนโลยี เพอ่ื ยกระดบั กำรทำงำนในหอ้ งเรยี นใหด้ ขี ึน้ ได้ สอนให้ผูเ้ รยี นคน้ พบองค์ควำมรไู้ ดด้ ้วยตนเอง
7.3.6 สร้ำงกำรเปลี่ยนแปลง (Create an Impact) สำมำรถสร้ำงผลกระทบให้
เกิดข้ึนนอกเหนือจำกหอ้ งเรยี น สำมำรถสอนให้ผเู้ รียนเกิดแรงบันดำลใจในกำรเรยี นรู้
7.4 School as an Organization กำรจัดระบบกำรบริหำรกำรจัดกำรในสถำนศึกษำตอ้ งมุ่งเนน้
งำนหลกั ของครูและผูอ้ ำนวยกำรสถำนศึกษำ
7.4.1 ลดควำมซ้ำซ้อน กำรประเมินผลกำรปฏิบตั ิงำนเพ่ือเลื่อนเงินเดือนกับกำรให้มีหรือ
เลอ่ื นวทิ ยฐำนะ (มำตรำ 54) และกำรคงวิทยฐำนะ (มำตรำ 55) เปน็ เรอื่ งเดยี วกนั (ใชต้ วั ช้ีวัดเดยี วกนั )
7.4.2 School Professional Community กำรจัดทำ PLC เป็นหน้ำที่ของผู้บริหำร
สถำนศึกษำทีจ่ ะตอ้ งทำใหเ้ กดิ ข้นึ ในโรงเรยี น ควรกำหนดเปน็ ตวั ชว้ี ัดของผูอ้ ำนวยกำรสถำนศกึ ษำดว้ ย
-4-
7.4.3 Support System ควรเป็นระบบ Online System ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร
ทำงกำรศึกษำ ตอ้ งไดร้ ับกำรพฒั นำตรงตำมควำมต้องกำรจำเป็นอย่ำงต่อเน่ืองและเปน็ ระบบ ผ่ำนแฟลตฟอร์ม
ออนไลน์ต่ำง ๆ
8. จำกกรอบแนวคดิ ข้ำงต้น สำนกั งำน ก.ค.ศ. พจิ ำรณำแล้วเห็นว่ำผู้บริหำรสถำนศกึ ษำทม่ี ีศกั ยภำพ
นอกจำกจะต้องมีสมรรถนะในกำรปฏิบัติงำนให้สูงขึ้นตำมระดับวิทยฐำนะท่ีคำดหวังแล้ว ยังต้องสำมำรถพัฒนำครู
ให้มีสมรรถนะเต็มตำมศักยภำพ เพ่ือร่วมขับเคลื่อนกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำด้วย จึงได้นำควำมคิดเห็น
ของนักวิชำกำรและผลกำรวิจัยท่ีเกี่ยวข้องมำจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะ
ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำ โดยผู้บริหำรสถำนศึกษำต้องมีกำรพฒั นำ
ให้มีสมรรถนะในกำรปฏิบัติงำนสูงข้ึน ตำมระดับกำรปฏิบัติท่ีคำดหวังตำมตำแหน่ งและวิทยฐำนะ
ตำมแผนภำพที่ 1 และกำหนดกรอบแนวคิดเพ่ือวำงระบบในกำรจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีกำรฯ ตำมแผนภำพท่ี 2
และเช่อื มโยงระบบกำรประเมนิ ตำ่ ง ๆ ตำมแผนภำพที่ 3 ดงั นี้
แผนภาพที่ 1 ระดับการปฏิบตั ิที่คาดหวังตามตาแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศึกษา ตาแหนง่ ผู้บริหารสถานศึกษา
-5
แผนภาพท่ี 2 กรอบแนวคดิ ในการกาหนดหลกั เกณฑ์และวธิ ีการประเม
ตาแหน่งผบู้ รหิ า
ระบบกำรประเมินวิทยฐำนะ ต
กำรประเมนิ Performance Appraisal (PA) คร
ขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน ประเดนท้าทาย ม
ตามมาตรฐานตาแหนง่ Based on Learning Outcomes ทีข่ อรบั
ส่วนท่ี ข้อตกลงในการพฒั นางานตาม มุ่งเนน้ การพัฒนางานตามมาตรฐานตาแหน่งและมาตรฐาน ม
มาตรฐานตาแหน่ง วทิ ยฐานะที่ส่งผลต่อคุณภาพผ้เู รียน ครู และสถานศกึ ษา โดยมผี ล
กำรปฏิบตั ิงำนตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ไม่มีวทิ ยฐานะ ม
ผู้บรหิ ำรสถำนศึกษำ และมภี ำระงำนตำมท่ี - มกี ำรปรับประยุกต์กำรปฏิบัติงำน จนปรำกฎ
ก ค ศ กำหนด ผลลัพธใ์ นกำรบรหิ ำรสถำนศึกษำตำมมำตรฐำนตำแหนง่ ดา้ นท่ี
วทิ ยฐานะชานาญการ การใช้เ
2) ผลกำรปฏบิ ัตงิ ำน ดำ้ นกำรบรหิ ำร - มกี ำรริเรม่ิ แกไ้ ขปัญหำพัฒนำงำนวชิ ำกำร
วชิ ำกำรและควำมเป็นผนู้ ำทำงวชิ ำกำร และกระบวนกำรจัดกำรเรยี นรู้ ร
ดำ้ นกำรบรหิ ำรจดั กำรสถำนศึกษำ วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ กำรใช้เ
ดำ้ นกำรบริหำรกำรเปล่ยี นแปลงเชงิ กลยุทธ์ กจิ กรร
และนวัตกรรม ดำ้ นกำรบริหำรงำนชุมชนและ มกี ำรพฒั นำและนำนวตั กรรมมำประยกุ ตใ์ ช้
เครือขำ่ ย และด้ำนกำรพฒั นำตนเองและ ในกำรพัฒนำคณุ ภำพกำรศึกษำในสถำนศึกษำ ก
วิชำชพี วทิ ยฐานะเช่ยี วชาญ หรอื นว
มกี ำรสร้ำงสรรค์และพัฒนำนวตั กรรม
สว่ นท่ี ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเปน กำรจดั กำรศึกษำและนำไปเผยแพร่ ด้านที่
ประเดนท้าทายเพื่อพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น วิทยฐานะเชย่ี วชาญพเิ ศษ พจิ ำรณ
ครู และสถานศกึ ษา มีกำรพฒั นำนวัตกรรมและงำนวิจัย เผยแพร่และ
ขยำยผล เปน็ แบบอย่ำงและเป็นที่ยอมรับในวงวชิ ำชีพ ผล
คณะกรรมการประเมินผล สถำนศกึ
การพัฒนางานตามขอ้ ตกลง แสดงถึงคณุ ภำพกำรปฏิบัตงิ ำนไม่ตำ่ กวำ่ หรอื เป
มำตรฐำนวิทยฐำนะที่ดำรงอยู่ ในด้ำน
ผลการประเมนิ
ควำมสอดคลอ้ งกับเปำ้ หมำยและบรบิ ทสถำนศึกษำ ด้านที่
เลอื่ นเงินเดอื น นโยบำยของส่วนรำชกำรและกระทรวงศึกษำธกิ ำร งำน
Admin กำรบรหิ
สถานศกึ ษา งำน
กำรบรหิ
เปน็ ผล
ประเมนิ คงวทิ ยฐานะ ม
-
มินตาแหนง่ และวทิ ยฐานะขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
ารสถานศกึ ษา
ำแหน่งผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ กำรประเมนิ วิทยฐำนะ
รบระยะเวลำตำมมำตรฐำนวิทยฐำนะท่ีขอ คณะกรรมกำร กศจ./
ประเมินคำขอผ่ำนระบบ อ.ก.ค.ศ. ท่ี ก.ค.ศ. ตั้ง
คุณสมบัติของผู้ขอรับการประเมนิ
มีระยะเวลำกำรดำรงตำแหนง่ ตำมมำตรฐำนวทิ ยฐำนะ ชนก./ ชช./ Admin
บกำรประเมิน ชนพ. ชชพ. สำนักงำน ก.ค.ศ.
มผี ลกำรประเมิน PA ย้อนหลงั ครบระยะเวลำท่ีกำหนด
ลกำรประเมินในแต่ละรอบ ผ่ำนเกณฑ์ Admin สนง.เขต/ศธจ.
มวี นิ ยั คุณธรรม จริยธรรมและจรรยำบรรณวิชำชีพ ส่วนรำชกำร
ผลงานท่ใี ช้เสนอขอรบั การประเมนิ ชช./ชชพ.
ดา้ นทกั ษะการวางแผนพฒั นาสถานศกึ ษา กลยุทธ์ คณะกรรมกำร
เครื่องมอื หรือนวัตกรรมทางการบรหิ าร พิจำรณำจำก ประเมินคำขอผ่ำนระบบ
รำยงำนผลกำรดำเนินกำรตำมแผนพฒั นำสถำนศึกษำกลยุทธ์
เครอ่ื งมือ หรือนวตั กรรมทำงกำรบริหำร ตำมโครงกำรหรอื และประเมินผลงำน
รมในแผนพัฒนำสถำนศกึ ษำ ในรูปแบบไฟล์ PDF ทำงวิชำกำร
กำรนำเสนอกำรพัฒนำสถำนศกึ ษำ กลยทุ ธ์ กำรใชเ้ ครือ่ งมอื
วตั กรรมทำงกำรบรหิ ำร ตำมโครงกำรหรอื กจิ กรรมใน ก.ค.ศ.
ดา้ นผลลพั ธใ์ นการพัฒนาการบรหิ ารสถานศึกษา
ณำจำก
ลงำนหรอื ผลกำรปฏบิ ัตขิ องครู หรือผลกำรพฒั นำคุณภำพ
กษำที่มกี ำรเปลีย่ นแปลงไปในทำงทด่ี ีขึ้นหรอื มีกำรพัฒนำมำกข้นึ
ปน็ ต้นแบบ และสง่ ผลตอ่ คุณภำพผู้เรียน ตำมทเี่ สนอไว้
นที่ โดยให้นำเสนอในรูปแบบไฟล์วีดิทัศน์ จำนวน ไฟล์
ดา้ นผลงานทางวชิ าการ
นวิจยั เกยี่ วกบั กำรพฒั นำสถำนศึกษำ หรือนวตั กรรม
หำรสถำนศกึ ษำจำนวน รำยกำร ในรูปแบบไฟล์ PDF(ชช.)
นวิจยั เกยี่ วกับกำรพัฒนำสถำนศกึ ษำ และนวตั กรรม
หำรสถำนศกึ ษำ อย่ำงละ รำยกำร ในรปู แบบไฟล์ PDF
ลงำนทเ่ี ผยแพรผ่ ่ำน TCI ) (ชชพ.)
-6-
ทั้งน้ี ระบบกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินตำแหน่ง
และวิทยฐำนะข้ำรำชกำรครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำ มีควำมเช่ือมโยงบรู ณำกำร
กับระบบกำรประเมินเพ่อื เลื่อนเงินเดือน และกำรประเมินเพ่ือคงวิทยฐำนะ ตำมมำตรำ 55 แห่งพระรำชบัญญัติ
ระเบียบข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ พ.ศ. 2547 โดยมีควำมเชื่อมโยงของระบบกำรประเมิน
ตำมแผนภำพท่ี 3
แผนภาพที่ 3 ความเช่ือมโยงของระบบการประเมนิ ตาแหนง่ และวทิ ยฐานะข้าราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา ตาแหนง่ ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
การประเมินตาแหน่งและวทิ ยฐานะ ม 54 เลอ่ื นวทิ ยฐานะสงู ข้ึน
ตาแหนง่ ผู้บริหารสถานศกึ ษา ประเมินเพื่อให้มีหรอื เลอ่ื นวิทยฐานะ
ม 55 คงวทิ ยฐานะ คณุ สมบัตขิ องผู้ขอรับการประเมนิ
ประเมนิ การดารงวทิ ยฐานะ มีระยะเวลำกำรดำรงตำแหนง่ ตำมมำตรฐำนวทิ ยฐำนะทีข่ อรบั กำรประเมนิ
มผี ลกำรประเมนิ PA ย้อนหลงั ครบระยะเวลำท่ีกำหนด โดยมผี ลกำร
รอบปที ี่ 1 รอบปที ี่ 2 รอบปที ่ี 3 ประเมนิ ในแต่ละรอบ ผำ่ นเกณฑ์
มวี นิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรมและจรรยำบรรณวิชำชพี
Performance Appraisal : PA
การประเมนิ และผลงานทเี่ สนอ
สว่ นท่ี ขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน สว่ นที่ ขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน
ตามมาตรฐานตาแหนง่ ทเี่ สนอเปนประเดนท้าทายเพ่อื พฒั นา ด้านท่ี 1 ดา้ นทกั ษะการวางแผนพัฒนาสถานศกึ ษา กลยุทธ์ การใชเ้ คร่อื งมือ
คุณภาพผูเ้ รยี นครู และสถานศกึ ษา หรอื นวตั กรรมทางการบริหาร
กำรปฏิบัตงิ ำนตำมมำตรฐำนตำแหน่ง
ผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ และมีภำระงำน รำยงำนผลกำรพฒั นำกำรจดั กำรศกึ ษำ กลยุทธ์ กำรใชเ้ คร่ืองมือหรือ
ตำมท่ี ก ค ศ กำหนด นวัตกรรมทำงกำรบริหำร PDF)
ผลกำรปฏิบัติงำนด้ำนกำรบรหิ ำรวิชำกำร ไฟล์วีดิทัศน์
และควำมเป็นผ้นู ำทำงวิชำกำรดำ้ นกำรบรหิ ำร
จัดกำรสถำนศกึ ษำ ด้ำนกำรบรหิ ำร ด้านท่ี 2 ดา้ นผลลัพธใ์ นการพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ครู และสถานศกึ ษา
กำรเปลี่ยนแปลงเชงิ กลยทุ ธ์และนวตั กรรม ผลลพั ธ์ของกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน และกำรบริหำร
ด้ำนกำรบรหิ ำรงำนชมุ ชนและเครือข่ำย
และดำ้ นกำรพัฒนำตนเองและวชิ ำชีพ จดั กำรสถำนศึกษำ ที่ส่งผลตอ่ คุณภำพผูเ้ รียน ครู และสถำนศึกษำ
ไฟลว์ ดี ทิ ัศน์
ดา้ นที่ 3 ดา้ นผลงานทางวิชาการ ชช ชชพ
งำนวิจยั เก่ยี วกบั กำรพฒั นำสถำนศกึ ษำหรอื นวัตกรรมกำรจดั กำรศึกษำ ชช
งำนวิจยั เกี่ยวกบั กำรพฒั นำสถำนศกึ ษำและนวัตกรรมกำรจัดกำรศึกษำ ชชพ
ตพี ิมพเ์ ผยแพรบ่ ทควำมวิจัยในวำรสำรวชิ ำกำร TCI) ชชพ
หลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำ ตำมหนังสือสำนักงำน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.3/ว 10 ลงวันท่ี 20 พฤษภำคม 2564
จะเป็นประโยชนก์ ับผูเ้ รียน สถำนศกึ ษำ และผูท้ ี่เก่ียวขอ้ ง ดังนี้
1. เป็นกำรเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งให้กับวิชำชีพผู้บริหำรสถำนศึกษำ เพ่ือให้ผู้บริหำรสถำนศึกษำ
ได้พัฒนำตนเองให้มีศกั ยภำพสงู ขนึ้ ตำมระดับวทิ ยฐำนะ มีภำวะผู้นำในกำรบริหำรวชิ ำกำร และบริหำรกำรเปลย่ี นแปลง
ที่ส่งผลต่อกำรยกระดับคุณภำพกำรจัดกำรเรียนกำรสอน คุณภำพครู คุณภำพผู้เรียน และคุณภำพกำรศึกษำ
ได้อยำ่ งเป็นรปู ธรรม
-7-
2. ผู้บริหำรเข้ำถึงครูและห้องเรียนมำกข้ึน ทำให้ได้รับทรำบสภำพปัญหำและควำมต้องกำร
ของแต่ละห้องเรียน สำมำรถนำมำกำหนดแผนพัฒนำสถำนศึกษำ เพ่ือยกระดับคุณภำพกำรศึกษำได้อย่ำงมี
ประสทิ ธภิ ำพและยงั่ ยนื
3. กำรประเมินผลกำรพัฒนำงำนตำมข้อตกลงในแตล่ ะปงี บประมำณ ทำให้ผู้บริหำรสถำนศึกษำ
ได้ทรำบถึงจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนำของครูและบุคลำกรในสถำนศึกษำ ซ่ึงจะทำให้มีแนวทำงในกำรพฒั นำตนเอง
พฒั นำครู เพื่อให้ครูสำมำรถนำผลกำรพฒั นำมำใชใ้ ห้เกิดประโยชน์กับกำรจัดกำรเรียนรู้และกำรพัฒนำผลลัพธ์
กำรเรยี นรูข้ องผูเ้ รียน
4. กำรนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมำใช้ เป็นกำรลดภำระกำรจัดทำเอกสำร ประหยัดงบประมำณ
ในกำรประเมิน และทำให้ระบบกำรประเมินโดยรวมมคี วำมโปรง่ ใส มีประสิทธิภำพและคล่องตัวย่ิงขึน้
5. เกิดกำรเชื่อมโยงบูรณำกำร (Alignment and Coherence) ในระบบกำรประเมินวิทยฐำนะ
กำรประเมินผลกำรปฏิบัติงำนเพื่อกำรเล่ือนเงินเดือน และกำรประเมินเพ่ือคงวิทยฐำนะ โดยใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน
ลดควำมซำ้ ซอ้ น และงบประมำณในกำรประเมิน
6. ทำให้ มี Big data ในกำรบริหำรงำนบคุ คลในหลำยมิติ และสำมำรถนำไปใชเ้ ป็นข้อมูลสำคัญ
ในกำรวำงแผนอตั รำกำลงั ขำ้ รำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำได้อย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ
สำหรับคู่มือกำรดำเนินกำรตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะ
ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำ ฉบับนี้ ประกอบด้วยสำระสำคัญ
4 ตอน ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 หลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร
ทำงกำรศกึ ษำ ตำแหนง่ ผ้บู ริหำรสถำนศึกษำ รูปแบบไฟล์วดี ทิ ศั น์ฯ และภำระงำนตำแหน่งผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ
1.1 หลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะข้ำรำชกำรครูและ
บุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำ ตำมหนังสือสำนักงำน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 10 ลงวันที่
20 พฤษภำคม 2564 โดยจำแนกออกเป็น
- หลักเกณฑ์และวิธีกำรให้ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่ง
รองผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ มีวิทยฐำนะรองผู้อำนวยกำรชำนำญกำรและเล่ือนเป็นวทิ ยฐำนะรองผู้อำนวยกำร
ชำนำญกำรพเิ ศษ
- หลักเกณฑ์และวิธีกำรให้ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่ง
รองผ้อู ำนวยกำรสถำนศกึ ษำ เลอื่ นเปน็ วิทยฐำนะรองผู้อำนวยกำรเชย่ี วชำญ
- หลักเกณฑ์และวิธีกำรให้ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่ง
ผอู้ ำนวยกำรสถำนศกึ ษำ มีวิทยฐำนะผอู้ ำนวยกำรชำนำญกำรและเลอ่ื นเปน็ วทิ ยฐำนะผ้อู ำนวยกำรชำนำญกำรพเิ ศษ
-8-
- หลักเกณฑ์และวิธีกำรให้ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหน่ง
ผู้อำนวยกำรสถำนศึกษำ เล่ือนเป็นวิทยฐำนะผู้อำนวยกำรเชี่ยวชำญและเล่ือนเป็นวิทยฐำนะผู้อำนวยกำร
เชีย่ วชำญพเิ ศษ
1.2 รูปแบบไฟล์วีดิทัศน์ฯ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมนิ ตำแหน่งและวทิ ยฐำนะ
ขำ้ รำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ ตำแหน่งผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ
1.3 ภำระงำนของข้ำรำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ ตำแหนง่ ผบู้ ริหำรสถำนศึกษำ
ตำมหนังสอื สำนักงำน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 21 ลงวันที่ 30 สิงหำคม 2564
ตอนท่ี 2 กำรจัดทำข้อตกลงในกำรพัฒนำงำน (PA) ผู้บริหำรสถำนศึกษำทุกคนต้องจัดทำ
ข้อตกลงในกำรพัฒนำงำน ตำมแบบท่ี ก.ค.ศ. กำหนด ทุกปีงบประมำณ เสนอตอ่ ผบู้ งั คบั บัญชำ เพ่อื พจิ ำรณำ
ให้ควำมเห็นชอบ โดยข้อตกลงในกำรพัฒนำงำน ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในกำรพัฒนำงำน
ตำมมำตรฐำนตำแหน่ง ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในกำรพัฒนำงำนท่ีเสนอเป็นประเด็นท้ำทำยเพ่ือพัฒนำคุณภำพ
ผเู้ รียน ครู และสถำนศกึ ษำ
ตอนท่ี 3 กำรประเมินข้อตกลงในกำรพัฒนำงำน ให้ดำเนินกำรตำมรำยละเอียดคำช้ีแจง
กำรประเมินกำรพฒั นำงำนตำมข้อตกลง ตวั ชว้ี ัดกำรประเมินผลกำรปฏิบัติงำน แบบประเมินผลกำรพัฒนำงำน
ตำมข้อตกลง แบบสรุปผลกำรประเมินกำรพัฒนำงำนตำมข้อตกลง และคำชี้แจงกำรดำเนินกำรประเมิน
เพือ่ ขอมวี ิทยฐำนะและเล่อื นวิทยฐำนะ ตำมหลักเกณฑ์และวธิ ีกำรฯ ว 10/2564 ในช่วงระยะเวลำเปลย่ี นผ่ำน
โดยกำรประเมินผลกำรพัฒนำงำนตำมข้อตกลงให้มีคณะกรรมกำรประเมิน
3 คน ต่อผู้รับกำรประเมิน 1 รำย ประเมินปีงบประมำณละ 1 คร้ัง เมื่อส้ินปีงบประมำณ โดยตำมหลักเกณฑ์
และวิธีกำรน้ีกำหนดให้ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำตำแหน่งผู้บริหำรสถำนศึกษำทุกคน
จัดทำข้อตกลงในกำรพัฒนำงำนกับผู้บังคับบัญชำทุกปีงบประมำณ โดยผลกำรประเมินสำมำรถนำไป ใช้
ในกำรบรหิ ำรงำนบุคคลได้ ดังน้ี
1. ใช้เป็นคุณสมบัติในกำรขอรับกำรประเมินเพอื่ ให้มีวทิ ยฐำนะหรือเลื่อนวิทยฐำนะ
ของผู้บริหำรสถำนศึกษำ ตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรฯ ท่ีกำหนดไว้ในหมวด 3 - หมวด 6 และแนวปฏิบัติ
กำรดำเนินกำรขอมีวิทยฐำนะและเล่ือนวิทยฐำนะในช่วงระยะเวลำเปลี่ยนผำ่ น ท่กี ำหนดไว้ในหมวด 7 แล้วแต่กรณี
2. ใชผ้ ลกำรประเมินตำแหน่งและวิทยฐำนะของผู้บริหำรสถำนศึกษำ เพ่ือดำรงไว้
ซึ่งควำมรู้ควำมสำมำรถ ควำมชำนำญกำร หรือควำมเชี่ยวชำญในตำแหน่งและวิทยฐำนะที่ได้รับกำรบรรจุ
และแตง่ ต้ัง ตำมนัยมำตรำ 55 ตำมหลักเกณฑ์และวธิ ีกำรทีก่ ำหนดไวใ้ นหมวด
3. ใช้เป็นองค์ประกอบในกำรประเมินประสิทธิภำพและประสิทธิผลกำรปฏิบัติงำน
ในกำรพิจำรณำเลื่อนเงินเดือน
-9-
ตอนที่ 4 กำรประเมินเพื่อขอมีวิทยฐำนะและเลื่อนวิทยฐำนะ ตำมหลักเกณฑ์กำหนดให้มี
กำรประเมินเพื่อขอมีวิทยฐำนะหรือเล่ือนวิทยฐำนะผ่ำนระบบ DPA มีคณะกรรมกำรประเมิน 3 คน ต่อผู้ขอ 1 รำย
โดยกำหนดใหม้ กี ำรประเมนิ 2 ดำ้ น ดงั นี้
ด้ำนที่ 1 ด้ำนทักษะกำรวำงแผนพัฒนำสถำนศึกษำ กลยุทธ์ กำรใช้เครื่องมือ
หรอื นวตั กรรมทำงกำรบริหำร
ด้ำนท่ี 2 ดำ้ นผลลัพธ์ในกำรพัฒนำกำรบริหำรสถำนศึกษำ
สำหรับวิทยฐำนะเชี่ยวชำญและวิทยฐำนะเช่ียวชำญพิเศษ ให้มีกำรประเมินด้ำนท่ี 3
ด้ำนผลงำนวชิ ำกำรดว้ ย
กำรปรับปรุงผลงำนทำงวิชำกำรต้องเป็นกรณีที่คณะกรรมกำรประเมินด้ำนที่ 1
และด้ำนท่ี 2 แล้วมีผลกำรประเมินผ่ำนเกณฑ์ แต่ด้ำนที่ 3 เห็นควรให้ปรับปรุงผลงำนทำงวิชำกำร โดยมีผลกำรประเมิน
จำกคณะกรรมกำรไม่น้อยกว่ำ 2 คน ใน 3 คน ผ่ำนเกณฑ์ ท้ังน้ี ผลงำนทำงวิชำกำรต้องอยู่ในวิสัยที่สำมำรถ
ปรับปรุงได้ ตอ้ งไม่เป็นกำรแก้ไขข้อมูลท่ีกระทบต่อควำมถูกต้องตำมหลักวิชำกำร และ ก.ค.ศ. มีมติให้ปรับปรุง
โดยให้ปรับปรุง 1 ครั้ง ภำยใน 6 เดอื น นับแต่วันท่ีสำนักงำน ก.ค.ศ. แจ้งมติเป็นลำยลักษณ์อักษรผ่ำนระบบ DPA
ใหส้ ว่ นรำชกำร หรอื หนว่ ยงำนกำรศกึ ษำ แล้วแต่กรณี ทรำบ
- 10 -
ตอนที่ 1
- หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารประเมินตาแหนง่ และวทิ ยฐานะขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
ตาแหน่งผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
- รปู แบบไฟล์วีดทิ ศั น์ตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารประเมนิ ตาแหนง่ และวิทยฐานะข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา ตาแหน่งผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
- ภาระงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาแหนง่ ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
- 11 -
ตอนที่ 1 หลกั เกณฑ์และวธิ ีการประเมนิ ตาแหนง่ และวทิ ยฐานะขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ตาแหนง่ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา รปู แบบการจดั ทาไฟล์วดี ทิ ัศน์ และภาระงานตาแหนง่ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
- 12 -
- 13 -
- 14 -
- 15 -
- 16 -
- 17 -
หลกั เกณฑ์และวธิ กี ารใหข้ า้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ตาแหนง่ ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา มีวทิ ยฐานะรองผู้อานวยการชานาญการและเล่อื นเปนวิทยฐานะรองผู้อานวยการชานาญการพเิ ศษ