เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
5.1 หน้าที่ของระบบหล่อลื่น
สิ่งส าคัญของน ้ามันเครื่องในระบบหล่อลื่นนั้นจะต้องท าหน้าที่ต่างๆ เพื่อให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพ
ในการท างานที่ดี หน้าที่ส าคัญของระบบหล่อลื่นคือ
1. หน้าที่ในการหล่อลื่น น ้ามันเครื่องจะท าการหล่อลื่นผิวโลหะให้อยู่ในลักษณะเป็นฟิล์มน ้ามันเคลือบ
ผิวโลหะ ฟิล์มน ้ามันเครื่องจะหนาหรือบางขึ้นอยู่กับความหนืด จากรูปที่ 5.1 จะเห็นว่าแท่งโลหะทั้งสองจะมีผิว
ขรุขระและเป็นยอดแหลม เมื่อวางให้แท่งโลหะทั้งสองสัมผัสกัน จะเห็นได้ว่าผิวขรุขระจะเกยกัน ดังนั้นจึง
จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกแรงอย่างมากที่จะเคลื่อนแท่งโลหะทั้งสองให้เคลื่อนที่ แต่เมื่อเราเคลื่อนที่ผิวโลหะทั้ง
สองด้วยสารหล่อลื่น ผิวโลหะทั้งสองจะถูกแยกออกจากกันทันที ท าให้ออกแรงในการเคลื่อนแท่งโลหะทั้งสอง
น้อยลง แสดงให้เห็นว่าสารหล่อลื่นช่วยลดการเสียดทานลงได้
2. หน้าที่ในการระบายความร้อน ในช่วงที่ชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ก าลังท างานอยู่จะท าให้เกิดการ
เคลื่อนที่เสียดสีกันจนเกิดความร้อน ซึ่งจะรวมทั้งความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ซึ่งได้สะสมกันอยู่ภายในนั้น
เครื่องจากปั๊มน ้ามันจะถูกส่งไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลื่อนที่นั้น ทั้งนี้ก็เพื่อท าหน้าที่ลดการสึกหรอ และ
พร้อมกันนั้นเมื่อไหลกลับสู่อ่างน ้ามันเครื่อง ก็จะพาเอาความร้อนจากชิ้นส่วนที่เกิดการเสียดทานกลับลงมาด้วย
จึงเป็นการช่วยระบายความร้อนให้กับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์อีกทางหนึ่ง ในปัจจุบันเครื่องยนต์แต่ละแบบได้
น าเอาเครื่องระบายความร้อนเข้ามาช่วยระบายความร้อนให้กับน ้ามันเครื่องอีกครั้ง ท าให้เครื่องยนต์มี
ประสิทธิภาพในการท างานได้ยาวนานยิ่งขึ้น
3. หน้าที่ในการป้องกันสนิมและการกัดกร่อน การเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์จะท าให้เกิดความชื้นและ
ไอน ้าขึ้น เป็นสาเหตุที่ท าให้เกิดสนิมขึ้นกับชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ และผลจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงนั้นยัง
ท าให้เกิดกรดก ามะถัน (H2SO4) กัดกร่อนชิ้นส่วนที่ส าคัญอย่างเช่น แบริ่ง เป็นต้น ดังนั้นน ้ามันเครื่องที่ดีจึง
จ าเป็นจะต้องเติมสารป้องกันสนิมและการกัดกร่อน
4. หน้าที่ในการป้องกันการรั่วของก าลังอัด น ้ามันเครื่องที่ดีจะต้องมีลักษณะของความหนืดในการที่จะ
เป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผนังกระบอกสูบ เพื่อท าหน้าที่ป้องกันการรั่วของก าลังอัดภายในกระบอกสูบรั่วผ่านแหวน
ลูกสูบที่สัมผัสกับผนังกระบอกสูบให้ไหลผ่านลงยังห้องแครงค์ของเครื่องยนต์ และยังช่วยหล่อลื่นให้แหวน
ลูกสูบเคลื่อนตัวได้ง่ายภายในกระบอกสูบ จะท าให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพที่ดีตลอดระยะเวลาของการท างาน
5. หน้าที่ในการรักษาความสะอาด การเผาไหม้ภายในกระบอกสูบจะท าให้เกิดเขม่าของคาร์บอนเกาะ
ติดตามหัวลูกสูบ ลิ้น และผนังกระบอกสูบ น ้ามันเครื่องจะท าหน้าที่ชะล้างเขม่าและสิ่งสกปรกจากผิวโลหะ
ดังนั้นน ้ามันเครื่องที่ดีจึงต้องมีสารชะล้างผสมอยู่ในน ้ามันเครื่อง และหลังจากใช้งานแล้วจะมีสีด า
เนื่องมาจากการชะล้างสิ่งสกปรก แต่เมื่อน ากลับมาใช้ใหม่จะต้องได้รับการกรองสิ่งสกปรกเสียก่อน เพื่อให้มี
ประสิทธิภาพในการหล่อลื่นได้ตลอดเวลา
5.2 มาตรฐานน ้ามันเครื่อง
การก าหนดมาตรฐานของน ้ามันเครื่องตามสภาพการใช้งานนั้น สามารถแบ่งมาตรฐานของน ้ามันเครื่อง
โดยอ้างอิงสถาบันใหญ่ได้หลายสถาบัน เช่น
- สถาบัน “API” หรือสถาบันปิโตรเลียมแห่งสหรัฐอเมริกา
- สถาบัน “ACEA” (เดิมเรียก CCMC) เกิดจากการรวมตัวของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ในตลาดร่วมยุโรป
- สถาบัน “JASO” เกิดจากการรวมตัวของสถาบันกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่าแต่
เดิมสถาบัน API ซึ่งเคยมีบทบาทมากในอดีต และเป็นสถาบันที่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกยอมรับ ปัจจุบันในกลุ่ม
ประเทศยุโรปและญี่ปุ่นก็ได้มีการออกมาตรฐานขึ้นมาเป็นของตนเองเช่นกัน
ค าว่า “API” ย่อมาจาก "American Petroleum Institute" หรือสถาบันปิ โตรเลียมแห่งอเมริกา ได้
ก าหนดมาตรฐานน ้ามันเครื่องเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ
1. API ได้ก าหนดมาตรฐานน ้ามันเครื่องที่ใช้กับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน โดยใช้สัญลักษณ์ "S"
(Service Stations Classifications) น าหน้า เช่น SA, SB, SC, SD, SE, SF, SG, SH และ SJ
2. API ได้ก าหนดมาตรฐานของเครื่องยนต์ที่ใช้น ้ามันดีเซลเป็ นเชื้อเพลิง ใช้สัญลักษณ์ "C"
(Commercial Classifications) น าหน้า เช่น CA, CB, CC, CD, CD-II, CF, CF-2, CF-4 และ CG-4
ส าหรับสมรรถนะของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนตามมาตรฐาน API มีดังนี้
SA ส าหรับเครื่องยนต์ใช้งานเบาไม่มีสารเพิ่มคุณภาพ
SB ส าหรับเครื่องยนต์ใช้งานเบามีสารเพิ่มคุณภาพเล็กน้อย และสารป้องกันการกัดกร่อนไม่
แนะน าให้ใช้ในเครื่องยนต์รุ่นใหม่
SC ส าหรับเครื่องยนต์ที่ผลิตระหว่าง ค.ศ. 1964-1967 โดยมีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐาน SB
เล็กน้อย เช่น มีสารควบคุมการเกิดคราบเขม่า
SD ส าหรับเครื่องยนต์ที่ผลิตระหว่าง ค.ศ. 1968-1971 โดยมีสารคุณภาพสูงกว่าSC และมีสาร
เพิ่มคุณภาพมากกว่า SC
SE ส าหรับเครื่องยนต์ที่ผลิตระหว่าง ค.ศ. 1971-1979 มีสารเพิ่มคุณภาพเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้สูง
กว่า SD และ SC และยังสามารถใช้แทน SD และ SC ได้ดีกว่าอีกด้วย
SF ส าหรับเครื่องยนต์ที่ผลิตระหว่าง ค.ศ. 1980-1988 มีคุณสมบัติป้องกันการเสื่อมสภาพ
สามารถจะทนความร้อนสูงกว่า SE และยังมีสารช าระล้างคราบเขม่าได้ดีขึ้น
SG เริ่มประกาศใช้เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1988 มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นกว่ามาตรฐานSF โดยเฉพาะมี
สารป้องกันการสึกหรอ สารป้องกันการกัดกร่อน สารป้องกันสนิม สารป้องกันการเสื่อมสภาพเนื่องจากความ
ร้อน และสารชะล้าง-ละลาย และย่อยเขม่าที่ดีขึ้น
SH เริ่มประกาศใช้เมื่อปี ค.ศ.1994 เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์ได้มีการพัฒนาเครื่องยนต์
อย่างรวดเร็ว มีระบบใหม่ ๆ ในเครื่องยนต์ที่ถูกคิดค้นน าเข้ามาใช้ เช่น ระบบTwin Cam, Fuel Injector, Multi-
Valve, Variable Valve Timing และยังมีการติดตั้งระบบแปรสภาพไอเสีย (Catalytic Convertor) เพิ่มขึ้น
SJ เป็นมาตรฐานสูงสุดในปัจจุบัน เริ่มประกาศใช้เมื่อ ค.ศ.1997 มีคุณสมบัติทั่วไปคล้ายกับ
มาตรฐาน SH แต่จะช่วยประหยัดน ้ามันเชื้อเพลิงได้ดีกว่า มีค่าการระเหยตัว (Lower Volatility) ต ่ากว่า ท าให้ลด
อัตราการกินน ้ามันเครื่องลง และมีค่าฟอสฟอรัส (Phosphorous) ที่ต ่ากว่าจะช่วยให้เครื่องกรองไอเสียใช้งานได้
นานขึ้น
ส าหรับสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลตามมาตรฐาน API มีดังนี้
CA ส าหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้งานเบา เหมาะส าหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ผลิตขึ้นระหว่าง ค.ศ.
1910-1950 มีสารเพิ่มคุณภาพเล็กน้อย เช่น สารป้องกันการกัดกร่อน สารป้องกันคราบเขม่าไปเกาะติดบริเวณ
ลูกสูบ ผนังลูกสูบ และแหวนน ้ามัน
CB ส าหรับเครื่องยนต์ดีเซลธรรมดา งานเบาปานกลาง มาตรฐานนี้เริ่มประกาศใช้เมื่อ ค.ศ. 1949
มีคุณภาพสูงกว่า CA โดยสารคุณภาพดีกว่า CA
CC ส าหรับเครื่องยนต์ที่ติดซูเปอร์ชาร์จหรือเทอร์โบ มาตรฐานนี้เริ่มประกาศใช้เมื่อค.ศ. 1961
ซึ่งมีคุณภาพสูงกว่า CB โดยเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันคราบเขม่า มีสารป้องกันสนิมและกัดกร่อน ไม่ว่า
เครื่องยนต์จะร้อนหรือเย็นจัดก็ตาม
CD ส าหรับเครื่องยนต์ที่ติดซูเปอร์ชาร์จหรือเทอร์โบที่ใช้งานหนักและรอบจัด เริ่มประกาศใช้
ค.ศ. 1955 มีคุณภาพสูงกว่า CC
CD-II ส าหรับเครื่องยนต์ดีเซล 2 จังหวะ เริ่มประกาศใช้เมื่อปี 1988 ส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์ดี
ทรอยด์ ซึ่งใช้ในกิจการทางทหาร
CE ส าหรับเครื่องยนต์ที่ติดซูเปอร์ชาร์จหรือเทอร์โบที่ใช้งานหนักและรอบจัด เริ่มประกาศใช้
ค.ศ. 1983 มีคุณภาพสูงกว่า CD ป้องกันการกินน ้ามันเครื่องได้อย่างดีเยี่ยม
CF เป็นมาตรฐานสูงสุดในเครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบัน ส าหรับเกรดธรรมดา (Mono Grade) เริ่ม
ประกาศใช้เมื่อ ค.ศ. 1994 เหมาะส าหรับเครื่องยนต์ดีเซลทุกชนิด ไม่ว่าจะใช้งานหนักหรือเบา สามารถใช้แทนใน
มาตรฐานที่รอง ๆ ลงมา เช่น CE, CD, CC ได้ดีกว่าอีกด้วย
CF-2 ส าหรับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ 2 จังหวะ เริ่มประกาศใช้เมื่อปี ค.ศ. 1994ส่วนใหญ่เป็น
เครื่องยนต์ดีทรอยด์ ซึ่งใช้ในกิจการทางทหาร
CF-4 ส าหรับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ 4 จังหวะ ที่ติดซูเปอร์ชาร์จหรือเทอร์โบที่ใช้งานหนักและ
รอบจัด เริ่มประกาศใช้เมื่อปี ค.ศ. 1990 เป็นน ้ามันเครื่องเกรดรวม สามารถป้องกันการกินน ้ามันเครื่องได้ดีเยี่ยม
CG-4 ส าหรับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ 4 จังหวะ ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในปัจจุบัน เริ่มประกาศใช้เมื่อปี ค.ศ.
1996 เป็นน ้ามันเครื่องเกรดรวม
5.3 สาเหตุที่ท าให้น ้ามันเครื่องเสื่อมสภาพ
เมื่อน ้ามันหล่อลื่นหมดสภาพหลังจากถูกใช้งานมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง น ้ามันจะมีการสูญเสีย
คุณสมบัติในการหล่อลื่นและหน้าที่อื่น ๆ ไป และเมื่อยิ่งใช้ต่อน ้ามันก็จะยิ่งเสื่อมสภาพลงไปเรื่อย ๆ สาเหตุของ
การเสื่อมสภาพของน ้ามันหล่อลื่นพอสรุปได้ดังนี้
1. น ้า
- น ้าที่เกิดจากการดูดซับความชื้นโดยตรงจากอากาศภายในระบบ
- เกิดจากการควบแน่นของความชื้นในอากาศภายในเครื่องจักร
- เกิดจากการรั่วของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน เครื่องหล่อเย็น หรือระบบหล่อเย็นที่ใช้น ้า
- เกิดจากผลของการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่มีไฮโดรเจน เช่น เครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน
- เกิดจากผลของปฏิกิริยาเคมีที่เกิดจากกระบวนการกัดกร่อนและออกซิเดชั่นบางชนิดน ้าที่
แขวนลอยอยู่ในน ้ามันหล่อลื่นจะมีผลต่อตัวน ้ามันและสารเพิ่มคุณภาพ โดยจะไปท าปฏิกิริยาท าให้เกิด วาร์นิช
โคลนและกรด รวมถึงการท าให้ความหนืดของน ้ามันหล่อลื่นเปลี่ยนแปลงไป
2. สารที่เหลือจากการเผาไหม้ อาจประกอบด้วยเขม่า น ้ามันเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ไม่หมดและสารที่เหลือ
จากการเผาไหม้ สารพวกนี้จะท าให้ความหนืดของน ้ามันหล่อลื่นเปลี่ยนไป บางตัวจะท าปฏิกิริยากับ
น ้ามันหล่อลื่น ท าให้เกิดสารที่ไม่พึงปรารถนาขึ้น
3. เศษชิ้นส่วนโลหะจากการสึกหรอ เศษเหล่านี้จะท าให้ความหนืดของน ้ามันเพิ่มมากขึ้น และจะเป็น
ตัวเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของน ้ามันหล่อลื่นด้วย
4. ฝุ่นผง มักจะอยู่โดยรอบเครื่องจักรหรือระบบ อาจเข้าไปในเครื่องจักรกลได้ถ้าอุปกรณ์ที่ป้องกัน เช่น
เครื่องกรอง หรือซีลช ารุด ถ้าการตรวจสอบระดับการเติมหรือเปลี่ยนไม่ได้กระท าอย่างระมัดระวัง ฝุ่นผงก็
สามารถเข้าไปได้เช่นกัน หรือแม้กระทั่งสภาพการท างานที่ต้องเผชิญกับฝุ่นผงในสภาวะการท างาน ก็อาจท าให้
การป้องกันการสึกหรอของน ้ามันหล่อลื่นเสียไปนอกจากนี้ยังอาจท าให้ความหนืดเปลี่ยน และท าให้เกิดโคลน
น ้ามันด้วย
ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นพอจะสรุปได้ว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ และเสื่อมสภาพของ
น ้ามันหล่อลื่นนั้น สองประเภทแรกจะเกิดจากการเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ดังนั้นอัตราการเสื่อมสภาพขึ้นอยู่กับการ
เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ขึ้นอยู่กับชนิด สภาวะ และตัวเร่งของปฏิกิริยา ส่วนอัตราการเสื่อมสภาพของน ้ามันหล่อลื่น
จากการปนเปื้อนจากสารภายในและภายนอกเครื่องจักรกลและระบบนั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของสาร
ปนเปื้อน
5.4 การเปลี่ยนน ้ามันเครื่อง
การเปลี่ยนน ้ามันเครื่อง
น ้ามันเครื่องควรจะท าการเปลี่ยนก่อนหมดอายุ ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เป็นผู้
ก าหนดให้เปลี่ยนตามระยะทางของการเดินทางของรถยนต์ประมาณ 5,000 กิโลเมตรแต่การเสื่อมสภาพของ
น ้ามันเครื่องอันเนื่องมาจากสาเหตุต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ เกิดการรวมตัวของน ้ากับน ้ามันเครื่องภายในเครื่องยนต์ ซึ่งจะ
ท าให้เกิดโคลนตม (Sludge) และสิ่งสกปรกต่างๆ เพิ่มมากขึ้น และสภาพการใช้งานก็เป็นสิ่งส าคัญที่ท าให้
จ าเป็นต้องเปลี่ยนน ้ามันเครื่องเร็วกว่าปกติดังนี้
1. การขับรถในบริเวณจราจรคับคั่ง เครื่องยนต์จะต้องเดินเครื่องในต าแหน่งเดินเบานาน ๆ
2. การขับรถด้วยความเร็วสูงนาน ๆ
3. ขับรถลากจูงหรือบรรทุกน ้าหนักมาก ๆ หรือขับรถยนต์ขึ้นที่สูงลาดชันบนเขา
4. การขับรถในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก ๆ แต่ถ้าไม่ท าการเปลี่ยนน ้ามันเครื่องก็จะยิ่งท าให้เกิดการสึก
หรอของเครื่องยนต์เร็วมากขึ้น ส าหรับเครื่องยนต์ที่ท างานหนัก ๆ ในที่ที่มีฝุ่ นละอองควรจะท าการถ่าย
น ้ามันเครื่องออกจากเครื่องยนต์ให้หมดดังนั้นเมื่อท าการถ่ายน ้ามันเครื่องหรือท าความสะอาดกรองอากาศแล้ว
ควรจะท าการเปลี่ยนกรองน ้ามันเครื่องเสียด้วยเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการหล่อลื่นให้ดีขึ้น
สาเหตุของการสิ้นเปลืองน ้ามันเครื่อง
ตามปกติแล้วน ้ามันเครื่องภายในเครื่องยนต์จะไม่มีการรั่วไหลไปทางอื่นได้ แต่จะมีน ้ามันเครื่องบางส่วน
ที่ไหลเข้าไปในห้องเผาไหม้และเกิดการเผาไหม้ ท าให้เกิดเขม่าขึ้นภายในห้องเผาไหม้ น ้ามันเครื่องบางส่วนจะ
กลายเป็นไอระบายออกไปภายนอกเครื่องยนต์
สาเหตุส าคัญ 2 ประการที่ท าให้สิ้นเปลืองน ้ามันเครื่องได้ นั่นคือ ความเร็วและ
การสึกหรอของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ เป็นผลท าให้น ้ามันเครื่องมีอุณหภูมิสูงและความหนืดในการ
หล่อลื่นต ่า น ้ามันเครื่องภายในเครื่องยนต์จะสิ้นเปลืองและสูญหายไปได้ 3 ทางด้วยกัน คือ
2.1 น ้ามันเครื่องไหลผ่านทางแหวนลูกสูบ สาเหตุมาจากความเร็วของเครื่องยนต์และอุณหภูมิความร้อน
ที่สูงขึ้น เมื่อได้รับอุณหภูมิความร้อนที่สูงจากชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ ค่าความหนืดของน ้ามันจะต ่าหรือใส
ประสิทธิภาพในการหล่อลื่นหรือเป็นฟิล์มบาง ๆ เพื่อป้องกันการรั่วของไอดีระหว่างแหวนลูกสูบกับกระบอกสูบ
จะไม่ดีเท่าที่ควร ความเร็วของเครื่องยนต์ยังจะท าให้เกิดแรงเหวี่ยงให้น ้ามันที่ส่งผ่านไปตามท่อทางเดินที่ถูกเจาะ
ไว้ที่เพลาข้อเหวี่ยงและก้านสูบเกิดอาการสั่นกระพือ แหวนน ้ามันไม่สามารถท าหน้าที่ควบคุมน ้ามันเครื่องไม่ให้
ขึ้นไปยังหัวลูกสูบได้ จึงมีน ้ามันเครื่องบางส่วนที่เล็ดลอดผ่านแหวนน ้ามันขึ้นไปบนหัวลูกสูบและเกิดการเผา
ไหม้เป็นไอเสียออกจากเครื่องยนต์
2.2 น ้ามันเครื่องไหลผ่านทางปลอกลิ้นของเครื่องยนต์ สาเหตุเกิดจากการสึกหรอระหว่างปลอกน าลิ้น
ลิ้น และการช ารุดของซีลลิ้นไม่สามารถกันการรั่วไหลของน ้ามันเครื่องที่เข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ และบางส่วน
จะถูกความร้อนเผาไหม้ออกไปทางท่อไอเสีย
2.3 น ้ามันเครื่องเปลี่ยนสภาพเป็นไอผสมกับไอดี ส าหรับเครื่องยนต์ที่มีระบบระบายอากาศแบบเปิด
การระบายอากาศในห้องเพลาข้อเหวี่ยงจะมีมากขึ้นเมื่อเครื่องยนต์มีความเร็วและอุณหภูมิความร้อนสูง เป็น
สาเหตุท าให้น ้ามันเครื่องเกิดการระเหยไปในรูปของไอละอองระบายออกไปจากเครื่องยนต์ แต่ถ้าเป็นระบบ
ระบายอากาศแบบปิด ไอละอองของน ้ามันเครื่องจะถูกส่งผ่านผสมกับไอดีเข้าไปในห้องเผาไหม้ เกิดการเผาไหม้
ขึ้นอีกครั้ง
5.5 สารหล่อลื่นส าหรับเครื่องยนต์
นอกจากน ้ามันเครื่องที่ใช้ภายในเครื่องยนต์แล้ว ยังมีสารหล่อลื่นอื่นที่ใช้ส าหรับหล่อลื่นชิ้นส่วนที่มีการ
เสียดสีและเคลื่อนที่ภายนอกเครื่องยนต์ที่จะท าการป้องกันการสึกหรอได้เช่นเดียวกันกับน ้ามันเครื่อง สารหล่อ
ลื่นจะต้องเป็นชนิดพิเศษที่มีการหล่อลื่นเฉพาะการท างานของระบบนั้น ๆ
1. จาระบี (Grease)
จาระบีมีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว เหมาะส าหรับให้การหล่อลื่นในที่ซึ่งน ้ามันไม่สามารถจะให้การหล่อ
ลื่นได้อย่างสมบูรณ์ เช่น แบริ่ง หรือลูกปืนบางชนิด แหนบ ลูกหมาก ฯลฯ ที่เป็นส่วนส าคัญมากส่วนหนึ่งของ
รถยนต์ที่ต้องการการหล่อลื่นที่ดีตลอดเวลาของการใช้งาน ทั้งนี้ การใช้จาระบีมีคุณสมบัติในการจับเกาะชิ้นส่วน
ที่ต้องการการหล่อลื่นได้ดีกว่าการใช้น ้ามันหล่อลื่นนอกจากนั้นยังท าหน้าที่เป็นตัวจับหรือป้องกันไม่ให้ฝุ่นผง
และสิ่งสกปรกภายนอกเข้าไปท าความเสียหายกับผิวโลหะที่ใช้งานด้วย ซึ่งในจาระบีจะประกอบไปด้วย น ้ามัน
พื้นฐาน + สารเพิ่มคุณภาพ + สารอุ้มน ้ามัน
2. คุณสมบัติของจาระบี
2.1 ความอ่อนแข็ง (Consistency) ความอ่อนหรือแข็งของจาระบี วัดโดยปล่อยให้เครื่องมือรูปกรวย
ปลายแหลมจมลงในเนื้อจาระบีที่อุณหภูมิ 25 ๐C เป็นเวลา 5 วินาที และวัดความลึกเป็น 1/10 ของมิลลิเมตร ถ้า
กรวยจมลงได้ลึกมากก็แสดงว่าจาระบีอ่อนมาก สถาบันจาระบีในสหรัฐฯ (National Lubricating Grease Institute
ชื่อย่อ NLGI) ได้ก าหนดเบอร์ของจาระบีไว้ดังนี้ เบอร์จาระบีแสดงว่าเมื่อเบอร์จาระบีสูงขึ้น จาระบีจะมีสภาพ
แข็งขึ้น ส่วนระยะจมนั้นแสดงถึงความลึกของกรวยที่จมลงในจาระบี ถ้าระยะจมมากแสดงว่าจาระบีมีสภาพอ่อน
นิ่มกว่าระยะจมน้อย ความอ่อนแข็งของจาระบีขึ้นกับเปอร์เซ็นต์ของสบู่และความหนืดของน ้ามันพื้นฐาน
2.2 จุดหยด (Drop Point) คืออุณหภูมิที่จาระบีหมดความคงตัวกลายเป็นของเหลงจนไหลออก
ดังนั้นจุดหยดจึงเป็นสิ่งบ่งบอกถึงอุณหภูมิสูงสุดที่จาระบีทนได้ โดยทั่วไปอุณหภูมิใช้งานจะต ่ากว่าจุดหยด 40 –
62๐c การใช้จาระบีในที่อุณหภูมิสูงๆ จึงต้องพิจารณาถึงจุดหยดด้วย
2.3 สารเคมีเพิ่มคุณภาพ (Additives) สารเคมีเพิ่มคุณภาพที่ผสมในจาระบีจะมีผลต่อสภาพการใช้
งาน ได้แก่ สารรับแรงกดแรงกระแทก (Extreme Pressure หรือ EP) สารป้องกันสนิมและกัดกร่อน เป็นต้น ถ้า
จาระบีใช้ในงานพิเศษบางชนิดอาจผสมสารหล่อลื่นอื่นลงไปด้วย เช่น โมลิบดีนั่ม ไดซัลไฟด์ หรือ กราไฟต์
3. ชนิดของระบบหล่อลื่น
ระบบหล่อลื่นที่ใช้กับเครื่องยนต์มีอยู่ 3 ระบบด้วยกัน คือ
3.1 ระบบหล่อลื่นแบบวิสาด (Splash System) เป็นระบบที่ใช้กับการหล่อลื่นเครื่องยนต์ในอดีต โดย
ที่ฝาครอบแบริ่งก้านสูบจะมีช้อนติดตั้งอยู่ ช้อนจะท าหน้าที่วิดน ้ามันเครื่องจากอ่างน ้ามันของเครื่องยนต์ให้เข้า
ทางรูท่อทางเดินน ้ามันเครื่องที่แบริ่งเพื่อท าการหล่อลื่นแบริ่งานสูบ น ้ามันเครื่องบางส่วนที่ช้อนวิสาดจะหล่อลื่น
ผนังกระบอกสูบ ลูกสูบ แหวนลูกสูบ ส าหรับชุดกลไกของลิ้นและเพลาลูกเบี้ยวของเครื่องยนต์ที่จัดวางต าแหน่ง
ของลิ้นแบบ OHV และ OHC จะไม่เหมาะสมกับระบบหล่อลื่นแบบวิสาดนี้ ในปัจจุบันระบบวิสาดได้น ามาใช้
กับเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กเท่านั้น
3.2 ระบบหล่อลื่นแบบใช้ก าลังดัน (Pressure Feed System) ในระบบหล่อลื่นแบบใช้ก าลังดัน
ชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์จะถูกหล่อลื่นเพื่อลดความฝืดให้น้อยลงด้วยน ้ามันเครื่องแรงดันของน ้ามันเครื่องที่
ถูกส่งไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ นั้นจะเกิดจากปั๊มน ้ามัน ที่ท าหน้าที่ในการจ่ายแรงดันให้น ้ามันเครื่องส่งผ่านไป
ตามท่อทางเดิน ซึ่งจะมีรูท่อทางเดินที่มีทิศทางการไหลที่ต่อเนื่องกัน ส าหรับการหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ของ
เครื่องยนต์ที่เคลื่อนที่ ดังเช่นเพลาข้อเหวี่ยง จะถูกเจาะรูให้มีท่อทางเดินตลอดทั้งเพลา เพื่อให้น ้ามันเครื่องหล่อลื่น
แบริ่งหลักและก้านสูบ ส่วนชุดกลไกการท างานของลิ้นที่อยู่บนฝาสูบจะถูกหล่อลื่นจากปั๊มน ้ามันเครื่องด้วย
เช่นกัน โดยจะส่งผ่านไปตามท่อทางเดินที่เจาะรูไว้ที่เสื้อสูบของเครื่องยนต์ น ้ามันเครื่องจะมีแรงดันจนถึงแท่น
ยึดเพลากระเดื่องกดลิ้น และเมื่อหล่อลื่นกระเดื่องกดลิ้นแล้วจะไหลไปยังก้านลิ้นและปลอกน าลิ้น ทั้งลิ้นไอดีและ
ไอเสีย ส่วนโซ่และเฟืองขับเพลาข้อเหวี่ยงส่วนใหญ่จะมีท่อทางเดินของน ้ามันเครื่องที่เจาะจากแบริ่งหลักเพื่อฉีด
พ่นหล่อลื่นโซ่และเฟือง แต่รถยนต์ที่ใช้สายพานไทม์มิ่งจะถูกออกแบบให้อยู่ภายนอกโดยไม่ให้สัมผัสกับ
น ้ามันเครื่อง
5.6 เครื่องระบายความร้อนของน ้ามันเครื่อง (Oil Cooler)
เครื่องยนต์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะความความเร็วรอบสูงมาก จึงท าให้น ้ามันเครื่องมีอุณหภูมิในการใช้
งานสูงกว่าปกติและมีความหนืดต ่า ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เครื่องยนต์มีการสึกหรอและน ้ามันจะเสื่อมสภาพในการ
ใช้งานเร็วกว่าปกติ น ้ามันที่ใช้กับความเร็วรอบธรรมดาจะมีอุณหภูมิอยู่ประมาณ 100 องศาเซลเซียส (212 องศา
ฟาเรนไฮต์) แต่ถ้าน ้ามันที่ใช้กับความเร็วรอบสูงอุณหภูมิจะสูงถึงประมาณ 125 องศาเซลเซียส (257 องศาฟาเรน
ไฮต์) ท าให้ระบบการหล่อลื่นหมดประสิทธิภาพในการหล่อลื่น
ในปัจจุบันเครื่องระบายความร้อนของน ้ามันเครื่องในเครื่องยนต์ที่นิยมให้กันอยู่มี 2 แบบ คือ
1. ระบายความร้อนด้วยน ้า ออยล์คูลเลอร์แบบนี้จะฝังอยู่ในหม้อน ้ารถยนต์ จะเห็นได้จากรถกระบะ
ดีเซล และรถเก๋ง ที่ใช้เกียร์ออโต้ จะสังเกตง่ายๆ คือ นอกจากจะมีท่อน ้าเข้า-ออกที่หม้อน ้าแล้ว จะมีท่อเล็ก ๆ เข้า
และออกที่หม้อน ้าอีกด้วย นั่นคือท่อที่พาน ้ามันเข้าไประบายความร้อนนั่นเอง
หลักการท างาน
น ้ามันเครื่องจะไหลผ่านเข้ากรองน ้ามันและเครื่องระบายความร้อนของน ้ามัน ซึ่งจะเป็นที่ติดตั้งของ
กรองน ้ามันที่อยู่ในชุดเดียวกัน เพื่อท าการระบายความร้อนของน ้ามันให้มีอุณหภูมิลดลง และมีความหนืดในการ
หล่อลื่นที่พอเหมาะด้วยน ้าหล่อเย็นของเครื่องยนต์ ลิ้นลดแรงดันในเครื่องระบายความร้อนของน ้ามันจะท า
หน้าที่ป้องกันการช ารุดเสียหายให้กับกรองน ้ามันเครื่องและเครื่องระบายความร้อนของน ้ามันเครื่องได้ เมื่อ
น ้ามันมีแรงดันภายในและภายนอกกรองน ้ามันและเครื่องระบายความร้อนที่แตกต่างกัน ซึ่งแรงดันของน ้ามัน
ระบายออกไปท าการหล่อลื่นโดยไม่ผ่านเครื่องระบายความร้อน
2. ระบายความร้อนด้วยอากาศ จะแยกออกมาเป็นอิสระ อาจติดอยู่หน้าแผงแอร์สังเกตง่ายๆ จากกระบะ
L200 จะมีออยล์คูลเลอร์แยกออกมา ออยล์คูลเลอร์แบบนี้มีข้อดีคือ อุณหภูมิน ้ามันไม่ขึ้นกับอุณหภูมิน ้า และมีลม
พัดผ่านออยล์คูลเลอร์ตลอดเวลา ประสิทธิภาพจะดีกว่าออยล์คูลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยน ้ามากทีเดียว
หลักการท างาน
เมื่อเครื่องยนต์ท างานด้วยความเร็วต ่า ปั๊มน ้ามันจะมีแรงดันน ้ามันต ่าประมาณ3.0 กิโลกรัมต่อตาราง
เซนติเมตร (42.7 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) เช่นเดียวกัน ลิ้นลดแรงดันจะมีแรงดันของสปริงดันให้ลิ้นปิดช่องทางการ
ไหลของน ้ามันที่จะไหลของน ้ามันไปยังเครื่องระบายความร้อนของน ้ามัน แต่เมื่อเครื่องยนต์ท างานด้วยความเร็ว
สูง ปั๊มน ้ามันจะหมุนเร็วขึ้น แรงดันที่ปั๊มจะสูงขึ้นประมาณ 4.0 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (56.9 ปอนด์ต่อ
ตารางนิ้ว) แรงดันของน ้ามันจะไหลออกเป็นสองทาง ทางหนึ่งจะไหลผ่านไส้กรองน ้ามันเครื่อง ส่วนการไหล
ของน ้ามันอีกทางจะดันให้ลิ้นลดแรงดันเอาชนะแรงสปริงไหลผ่านเข้าเครื่องระบายความร้อนของน ้ามัน และเมื่อ
ระบายความร้อนแล้วจะไหลกลับลงสู่อ่างน ้ามันอีกครั้ง
5.7 ระบบระบายอากาศในอ่างน ้ามันเครื่อง (Crankcase Ventilation System)
ในเครื่องยนต์โดยทั่วไป เชื้อเพลิงที่ถูกเผาไหม้ให้เป็นแก๊สไอเสียและระบายออกจากเครื่องยนต์จะมี
ประมาณ 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ตกค้างจากการเผาไหม้ซึ่งมีอยู่ประมาณ20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นคาร์บอน
ซัลเฟอร์ และน ้าตกค้างอยู่ในกระบอกสูบ สิ่งเหล่านี้เมื่อรวมตัวกันจะเกิดเป็นกรดก ามะถัน (H2SO4) กรดจะ
รวมตัวท าปฏิกิริยากับน ้ามันเครื่อง จะเกิดโคลนตมกัดกร่อนและท าให้เกิดสนิมกับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ เป็น
สาเหตุให้น ้ามันเครื่องเสื่อมคุณภาพเร็วเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้ซึ่งมีสภาพเป็นแก๊สรั่วไหลลงสู่อ่างน ้ามัน
ได้ ดังนั้นจึงจ าเป็นจะต้องมีท่อระบายแก๊สให้ออกไปจากเครื่องยนต์
ระบบระบายอากาศในอ่างน ้ามันเครื่องได้จัดแบ่งออกเป็น 2 ระบบด้วยกัน ดังนี้
1. ระบบระบายอากาศในอ่างน ้ามันเครื่องแบบเปิด (Open-Crankcase Ventilation System) เป็นระบบที่
ใช้กับรถยนต์ในอดีต ซึ่งในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมใช้ เนื่องมาจากกฎข้อบังคับและปัญหามลภาวะอากาศเป็นพิษ
แก๊สที่ตกค้างและน ้ามันเครื่องจะถูกระบายออกจากท่อระบายอากาศที่อ่างน ้ามันในรูปของไอ ซึ่งท่อระบายอากาศ
จะมีลิ้นป้องกันการไหลย้อนกลับของอากาศและเพื่อป้องกันฝุ่นละอองออกจากภายนอกเข้าสู่เครื่องยนต์ ใน
ระบบระบายอากาศแบบนี้จะท าให้น ้ามันสูญหายออกจากเครื่องยนต์เป็นอย่างมากอีกด้วย
2. ระบบระบายอากาศในอ่างน ้ามันเครื่องแบบปิด (Positive Crankcase Ventilation System) เป็นระบบ
ระบายอากาศที่เป็นที่นิยมใช้กับสภาพการใช้งานในปัจจุบันที่มีกฎข้อบังคับในการแก้ไขปัญหามลภาวะอากาศ
เป็นพิษ ตลอดจนเป็นการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่หมดให้น ากลับมาใช้ในการเผาไหม้
อีกครั้ง ส่วนที่มีผลให้เกิดการไหลหมุนเวียนของแก๊สและไอของน ้ามันจะมีปริมาณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
สุญญากาศที่ท่อร่วมไอดี นั่นคือโหลดของเครื่องยนต์ แทนที่จะเกิดจากความเร็วของเครื่องยนต์ แต่ถ้าต่อท่อ
ทางเดินของอากาศโดยตรงระหว่างท่อระบายอากาศกับท่อร่วมไอดี ก็จะไม่เกิดผลในการไหลหมุนเวียนของแก๊ส
และไอของน ้ามันน ากลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในเมื่อสุญญากาศมีค่าแรงดูดมากที่โหลดของ
เครื่องยนต์ต ่า แต่จะมีค่าแรงดูดน้อยเมื่อเครื่องยนต์มีโหลดมาก ในขณะที่มีแก๊สที่ต้องการระบายออกเป็นจ านวน
มาก นั่นก็คือจะต้องลดปริมาณการเกิดสุญญากาศของท่อร่วมไอดีให้น้อยลง เพื่อให้เกิดการสัมพันธ์กับปริมาณ
ช่องแก๊สในแต่ละโหลดให้มีความเหมาะสมกัน ด้วยเหตุนี้จึงจ าเป็นจะต้องมีลิ้น PCV ที่จะท าหน้าที่ควบคุม
ปริมาณการดูดจากท่อร่วมไอดีให้สัมพันธ์กับโหลดของเครื่องยนต์
5.8 การตรวจสอบระบบหล่อลื่น
การตรวจสอบระบบหล่อลื่นเป็นการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบตามขั้นตอนทางเทคนิคที่
ถูกต้อง ซึ่งจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. การตรวจสอบก าลังดันน ้ามันเครื่อง สามารถท าได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.1 ตรวจระดับน ้ามันเครื่องด้วยเหล็กวัดระดับน ้ามัน ระดับน ้ามันจะอยู่ระหว่างขีด F และ L
1.2 ถอดสวิตช์วัดแรงดันน ้ามันเครื่องที่เครื่องยนต์ออก ประกอบเกจวัดแรงดันน ้ามันเข้าที่สวิตช์
แรงดัน สตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อตรวจสอบแรงดันของน ้ามันภายในเครื่องยนต์ค่าแรงดันที่รอบเดินเบาประมาณ 0.3
กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือประมาณ 4.3 ปอนด์ต่อตารางนิ้วและที่รอบความเร็วสูงประมาณ 36 ถึง 71
ปอนด์ต่อตารางนิ้วหรือ 2.5 ถึง 5.0 กิโลกรัมต่อตารางนิ้ว
2. การถอดปั๊มน ้ามันเครื่องของเครื่องยนต์
การถอดปั๊มน ้ามันเครื่องควรปฏิบัติอย่างระมัดระวังตามขั้นตอนต่อไปนี้
2.1 ควรถ่ายน ้ามันเครื่องออก โดยปฏิบัติตามขั้นตอนการถ่ายน ้ามันเครื่อง
2.2 ถอดอ่างน ้ามันเครื่องด้วยการคลายนอตยึดอ่างน ้ามันและใช้เครื่องมือที่ใช้เฉพาะท าการถอดอ่าง
ออก หรือใช้ไขควงแบนงัดก็ได้ถ้าหากไม่มีเครื่องมือที่ใช้เฉพาะ
2.3 ถอดปั๊มน ้ามันเครื่องและท่อทางเดินน ้ามัน โดยการปลดแหวนล็อกและคลายโบลต์และนอตเพื่อ
เอาท่อทางเดินของน ้ามันออก
2.4 ถอดปั๊มน ้ามันเครื่องและท่อทางเดินน ้ามัน โดยการปลดแหวนล็อกและคลายโบลต์และนอตเพื่อ
เอาท่อทางเดินของน ้ามันออก
การถอดปั๊มน ้ามันเครื่อง
การถอดแยกปั๊มน ้ามันเครื่องสามารถท าได้ดังนี้
1. ถอดลิ้นระบายแรงดันโดยการคลายปลั๊กล็อกลิ้นระบายออก แล้วจึงถอดสปริงและลิ้นระบาย
2. การถอดกรองหยาบของปั๊มน ้ามันเครื่องด้วยการคลายโบลต์ 2 ตัว เมื่อถอดปั๊มน ้ามันเครื่องแล้วจึง
ถอดเฟืองขับปั๊มน ้ามันเครื่อง
3. ถอดเพลาขับปั๊มน ้ามันเครื่องออก โดยการใช้คีมถ่างแหวนล็อกเพื่อถอดเฟืองขับ
5.9 การตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครื่อง
การตรวจปั๊มน ้ามันเครื่องแต่ละแบบโดยการใช้ฟิลเลอร์เกจในการวัดอย่างละเอียดสามารถปฏิบัติได้
ดังนี้
1. ตรวจสอบลิ้นลดแรงดัน ให้ทาน ้ามันเครื่องเคลือบที่ลิ้นลดแรงดันและใส่ลงในเบ้าลิ้น
2. ท าการวัดระยะห่างของเสื้อปั๊มโดยการใช้ฟิลเลอร์เกจวัดระยะช่องว่างระหว่างเฟืองและเสื้อปั๊ม
จะต้องได้ตามค่าที่ก าหนด แต่ถ้าค่าที่วัดเกิดจากค่าก าหนด จะต้องท าการเปลี่ยนใหม่
3. วัดระยะห่างระหว่างฟันเฟืองการวัดจะท าเช่นเดียวกันโดยน าฟิ ลเลอร์เกจสอดเข้าที่ช่องว่าง
ระหว่างฟันเฟืองของปั๊มทั้งสอง จะต้องได้ค่าตามที่ก าหนด ถ้าเกินค่าที่ก าหนดให้ท าการเปลี่ยนเพลาขับและเฟือง
ขับ
4. การวัดระยะห่างระหว่างฝาครอบปั๊มและฟันเฟืองปั๊ม ถ้าระยะห่างมากกว่าค่าที่ก าหนดสูงสุด ให้
เปลี่ยนเพลาขับและเฟืองปั๊ม
5.10 การถอดชุดระบายความร้อนน ้ามันเครื่อง
1. ถอดท่อน ้ามันที่จะต่อไปยังเครื่องระบายความร้อนออก และถอดชุดควบคุมแรงดันน ้ามันเครื่องออก
ด้วย
2. ถอดชุดควบคุมแรงดันน ้ามันเครื่องด้วยการคลายปลั๊กและถอดสปริงลิ้นควบคุมแรงดันออก
กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน
1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
1. ผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะศึกษาและจุดประสงค์ 1. ผู้เรียนฟังผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะศึกษาและ
เชิงพฤติกรรมประจ าหน่วยที่ 5 เรื่อง ระบบหล่อลื่น จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจ าหน่วยที่ 5 เรื่อง ระบบ
และสารหล่อลื่น หล่อลื่นและสารหล่อลื่น
2. ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
เกี่ยวกับระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น 3. ผู้เรียนฟังผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับระบบหล่อลื่น
3. ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับระบบหล่อลื่นและ และสารหล่อลื่น
สารหล่อลื่นที่ถูกต้องให้ผู้เรียนฟัง
2. ขั้นให้ความรู้ (165 นาที) 2. ขั้นให้ความรู้ (165 นาที )
1. ผู้สอนเปิดงานน าเสนอวิชางานเครื่องยนต์ 1. ผู้เรียนฟังงานน าเสนอวิชางานเครื่องยนต์
แก๊สโซลีน หน่วยที่ 5 เรื่อง ระบบหล่อลื่นและสาร แก๊สโซลีน หน่วยที่ 5 เรื่อง ระบบหล่อลื่นและสารหล่อ
หล่อลื่น ลื่น
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชางาน 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชางานเครื่องยนต์
เครื่องยนต์แก๊สโซลีน หน่วยที่ 5 เรื่อง ระบบหล่อลื่น แก๊สโซลีน หน่วยที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
และสารหล่อลื่น และอธิบายเนื้อหาให้ผู้เรียนฟัง และฟังผู้สอนอธิบายเนื้อหา
กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน
3. ขั้นประยุกต์ใช้ ( 1020 นาที ) 3. ขั้นประยุกต์ใช้ ( 1020 นาที )
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าใบงานที่ 5 ระบบหล่อลื่น 1. ผู้เรียนท าใบงานที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสาร
และสารหล่อลื่น หล่อลื่น
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าแผนการฝึกปฏิบัติงาน 2. ผู้เรียนท าแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบ
โครงการ ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น หล่อลื่นและสารหล่อลื่น
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าแบบฝึ กหัดที่ 5 เรื่อง 3. ผู้เรียนท าแบบฝึกหัดที่ 5 เรื่องระบบหล่อลื่น
ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น และสารหล่อลื่น
4. ผู้สอนให้ผู้เรียนท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน 4. ผู้เรียนท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 5
หน่วยที่ 5
4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 60 นาที ) 4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 60 นาที )
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อในหน่วย 1. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปเนื้อหาใน
เรียนที่ 5 เรื่อง ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น หน่วยเรียนที่ 5 เรื่อง ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-9) (บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-9)
(รวม 1260 นาที หรือ 21 คาบเรียน)
งานที่มอบหมายหรือกิจกรรมการวัดผลและประเมินผล
ก่อนเรียน
1. จัดเตรียมเอกสารหน่วยที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
2. ท าความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนของหน่วยที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
3. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
ขณะเรียน
1. ท าใบงานที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
2. ท าแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
3. ท าแบบฝึกหัดที่ 5 เรื่องระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
4. ท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 5
หลังเรียน
ร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนให้มีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความส าเร็จของผู้เรียน
1. ใบงานที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
2. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
3. แบบฝึกหัดที่ 5 เรื่องระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
4. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 5
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อสิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-9)
2. ใบงานที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 1
3. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 2
4. แบบฝึกหัดที่ 5 เรื่องระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 3
5. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 5 ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 4
สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
1. เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
2. งานน าเสนอ
สื่อของจริง
-
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. ห้องสมุด
2. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
นอกสถานศึกษา
ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถิ่น
การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง การบอกหน้าที่ส าคัญของระบบหล่อลื่น การบอสาเหตุที่ท าให้
น ้ามันเครื่องเสื่อมสภาพ การอธิบายมาตรฐานของน ้ามันเครื่อง และการอธิบายเกี่ยวกับสารหล่อ
ลื่นส าหรับเครื่องยนต์
2. บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การจ าแนกเครื่องระบายความร้อนของน ้ามันเครื่อง
3. บูรณาการกับวิชาการงานอาชีพ เรื่อง การเปลี่ยนถ่ายน ้ามันเครื่อง การตรวจสอบระบบหล่อลื่น
และการตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครื่อง
การประเมินผลการเรียนรู้
หลักการประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
1. ความรู้พื้นฐานก่อนเรียน
ขณะเรียน
1. ตรวจใบงานที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
2. ตรวจแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
3. ตรวจแบบฝึกหัดที่ 5 เรื่องระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
4. ตรวจกิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 5
หลังเรียน
1. ความรู้ที่ได้หลังจากการเรียน
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความส าเร็จของผู้เรียน
1. ใบงานที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
2. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
3. แบบฝึกหัดที่ 5 เรื่องระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
4. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 5
สมรรถนะที่พึงประสงค์
ผู้เรียนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
1. วิเคราะห์และตีความหมาย
2. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
4. ประยุกต์ความรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ
ตรวจสอบแก้ปัญหาระบบหล่อลื่น
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ที่ 9-11 เรื่อง ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น ผู้เรียนจะมีความรู้เกี่ยวกับ หน้าที่
ของระบบหล่อลื่น มาตรฐานน ้ามันเครื่อง สาเหตุที่ท าให้น ้ามันเครื่องเสื่อมสภาพ การเปลี่ยนน ้ามันเครื่อง
สารหล่อลื่นส าหรับเครื่องยนต์ เครื่องระบายความร้อนน ้ามันเครื่อง ระบบระบายอากาศอ่างน ้าเครื่อง การ
ตรวจสอบระบบหล่อลื่น การตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครื่อง และการถอดชุดระบายความร้อนน ้ามันเครื่อง ท าให้
ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนถ่ายน ้ามันเครื่อง ตรวจสอบระบบหล่อลื่น และตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครื่อง
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 บอกหน้าที่ส าคัญของระบบหล่อลื่นได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : บอกหน้าที่ส าคัญของระบบหล่อลื่นได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 บอกสาเหตุที่ท าให้น ้ามันเครื่องเสื่อมสภาพได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : บอกสาเหตุที่ท าให้น ้ามันเครื่องเสื่อมสภาพได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 3 อธิบายมาตรฐานของน ้ามันเครื่องได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายมาตรฐานของน ้ามันเครื่องได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 4 อธิบายเกี่ยวกับสารหล่อลื่นส าหรับเครื่องยนต์ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายเกี่ยวกับสารหล่อลื่นส าหรับเครื่องยนต์ได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 5 จ าแนกเครื่องระบายความร้อนของน ้ามันเครื่องได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : จ าแนกเครื่องระบายความร้อนของน ้ามันเครื่องได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 6 เปลี่ยนถ่ายน ้ามันเครื่องได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : เปลี่ยนถ่ายน ้ามันเครื่องได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 7 ตรวจสอบระบบหล่อลื่นได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : ตรวจสอบระบบหล่อลื่นได้ จะได้ 2 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 8 ตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครื่องได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : ตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครื่องได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 9 น าการถอดชุดระบายความร้อนน ้ามันเครื่องไปประยุกต์ใช้ในการ
ท างานจริง
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : น าการถอดชุดระบายความร้อนน ้ามันเครื่องไปประยุกต์ใช้ในการท างาน
จริง จะได้ 1 คะแนน
ใบงานที่ 5
ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
จุดประสงค์
1. อธิบายความรู้และความข้าใจเกี่ยวกับน ้ามันเครื่อง
2. สามารถถอดประกอบปั๊มน ้ามันเครื่อง
3. สามารถตรวจสอบน ้ามันเครื่องยนต์ได้
กิจกรรม
แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 มอบหมายให้ศึกษา จัดท าการตรวจสอบน ้ามันเครื่องยนต์ แล้วให้น าเสนอผลงานหน้าชั้น
เรียน
กลุ่มที่ 2 มอบหมายให้ศึกษา ถอดประกอบปั๊มน ้ามันเครื่องแล้วให้น าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
กลุ่มที่ 3 มอบหมายให้ศึกษา ตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครือ่งแบบเฟืองแล้วให้น าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
การประเมินผล
ล าดับที่ รายการประเมิน 1 2 3 4
1 ความพร้อมในการน าเสนอ ถอดประกอบปั๊มน ้ามันเครื่อง
แล้ว
2 ความพร้อมในการน าเสนอ การตรวจสอบน ้ามันเครื่อง
3 ความพร้อมในการน าเสนอ การตรวจสอบปั๊มน ้ ามัน
เครื่องแบบเฟือง
1 = ปรับปรุงแก้ไข ข้อเสนอแนะ
2 = พอใช้ .......................................................................................................................
3 = ดี .......................................................................................................................
4 = ดีมาก .......................................................................................................................
ผู้ประเมิน ..................................................... วันที่ ............... เดือน .............................. พ.ศ. .............
แผนฝึกปฏิบัติงานโครงการ
ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
ค าสั่ง รายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะโดยอธิบายพร้อมถ่ายรูปประกอบขั้นตอนการปฏิบัติ
1. ท าแบบจ าลองการตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครื่องและการตรวจสอบ
ขั้นตอน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2. ท าแบบจ าลองการถอดประกอบอ่างน ้ามันเครื่อง
ขั้นตอนการถอดประกอบอ่างน ้ามันเครื่อง
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
แบบฝึกหัดที่ 5
เรื่อง ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
ตอนที่ 1 จงอธิบายความหมายในแต่ละข้อต่อไปนี้
1. หน้าที่ของระบบหล่อลื่นคืออะไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
2. การเปลี่ยนน ้ามันเครื่องก่อนก าหนดหมายถึงอะไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
3. จาระบี (Grease) เป็นอย่างไรและท าหน้าที่
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
4. มาตรฐานน ้ามันเครื่องเป็นอย่างไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
5. เครื่องระบายความร้อนของน ้ามันเครื่อง (Oil Cooler) ท าหน้าที่อะไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ตอนที่ 2 จงท าเครื่องหมาย () ลงบนตัวเลือกที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1. เหตุใดเครื่องยนต์ต้องมีระบบหล่อลื่น
ก. เพื่อระบายความร้อน
ข. ลดความยืดของชิ้นส่วนต่าง ๆ
ค. เพื่อป้องกันสนิมจากการกัดกร่อน
ง. ถูกทุกข้อ
2. การเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์จะท าให้เกิด
ก. กรดก ามะถัน
ข. น ้า
ค. คาร์บอน
ง. ความชื้น
3. น ้ามันเครื่องที่มาตรฐาน SA ใช้กับเครื่องยนต์ชนิดใด
ก. เครื่องยนต์หมุนรอบช้า
ข. เครื่องยนต์แก๊สโซลีนรอบต ่า
ค. เครื่องยนต์ต้องการแรงบิดสูง
ง. เครื่องยนต์เน้นการสึกหรอ
4. สาเหตุใดที่ท าให้น ้ามันเครื่องเสื่อมสภาพ
ก. ออกซิเจน
ข. กรด
ค. ไอน ้า
ง. คาร์บอน
5. จาระบีอะลูมิเนียมใช้หล่อลื่นบริเวณใดในรถยนต์
ก. ตลับลูกปืนล้อ
ข. เครื่องล่างรถยนต์
ค. ข้อต่อเพลากลาง
ง. ลูกปืนคลัตช์
6. จาระบีโซเดียมใช้หล่อลื่นบริเวณใดในรถยนต์
ก. ตลับลูกปืนล้อ
ข. เครื่องล่างรถยนต์
ค. ข้อต่อเพลากลาง
ง. ลูกปืนคลัตช์
7. ระบบหล่อลื่นแบบใดที่ใช้กับเครื่องยนต์แก๊สโซลีนขนาดเล็ก
ก. แบบวิดสาด
ข. แบบใช้แรงดัน
ค. แบบวิดสาดร่วมกับแรงดัน
ง. ไม่มีข้อใดถูก
8. ลิ้นลดแรงดันท าหน้าที่ใด
ก. ช่วยลดแรงดันน ้ามันเครื่อง
ข. กรองสิ่งสกปรกขนาดเล็กๆในน ้ามันเครื่อง
ค. ป้องกันไม่ให้กรองน ้ามันเครื่องอุดตัน
ง. จ่ายน ้ามันเครื่องเลี้ยงส่วนต่าง ๆ
9. กรองน ้ามันเครื่องท าหน้าที่ใด
ก. ช่วยลดแรงดันน ้ามันเครื่อง
ข. กรองสิ่งสกปรกขนาดเล็กๆ ในน ้ามันเครื่อง
ค. ป้องกันไม่ให้กรองน ้ามันเครื่องอุดตัน
ง. จ่ายน ้ามันเครื่องเลี้ยงส่วนต่าง ๆ
10. ตัวควบคุมการไหลเวียนของแก๊สและไอน ้ามัน
ก. ลิ้น PVC
ข. ลิ้น BCV
ค. ลิ้น CVP
ง. ลิ้น VSV
กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 5
ตอนที่ 1 จงอธิบายการปกครองของแต่ละประเทศในอาเซียน จากภาพที่ก าหนดให้นักเรียนเติมข้อมูลให้ถูกต้อง
ชื่อประเทศ ราชอาณาจักรไทย (KINGDOM OF THAILAND)
เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย และเมืองบริวาร (Historic
Town of Sukhothai and Associated Historic Towns)
ตั้งอยู่ในประเทศไทย เป็นเมืองหลวงแรกของอาณาจักร
สยามระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ (พุทธศตวรรษที่
ชื่อสถานที่ ๑๘-๑๙) เมืองนี้มีสิ่งก่อสร้างสวยงามมากมายที่แสดงให้
เห็นถึงยุคเริ่มแรกของสถาปัตยกรรมไทย อารยธรรมที่
ยิ่งใหญ่ซึ่งพัฒนาอยู่ในอาณาจักรสุโขทัยได้ซึมซับ
อิทธิพลและประเพณีโบราณมากมายของท้องถิ่น
ผสมผสานเข้ากันเป็นศิลปะสุโขทัย
ชื่อประเทศ
ชื่อสถานที่
ชื่อประเทศ
ชื่อสถานที่
ชื่อประเทศ
ชื่อสถานที่
ชื่อประเทศ
ชื่อสถานที่
ชื่อประเทศ
ชื่อสถานที่
ชื่อประเทศ
ชื่อสถานที่
ชื่อประเทศ
ชื่อสถานที่
แบบประเมินผลการน าเสนอผลงาน
ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง...........................
รายชื่อสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….
คะแนน
ที่ รายการประเมิน ข้อคิดเห็น
3 2 1
1 เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหา ความถูกต้อง
ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)
2 รูปแบบการน าเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น ้าเสียง ซึ่งท าให้ผู้ฟังมีความ
สนใจ
รวม
ผู้ประเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้คะแนน
1. เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจนถูกต้อง
3 คะแนน = มีสาระส าคัญครบถ้วนถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระส าคัญไม่ครบถ้วน แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระส าคัญไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการน าเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการน าเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ น าเสนอที่น่าสนใจ น าวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่าและประหยัด
2 คะแนน = มีเทคนิคการน าเสนอที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการน าเสนอที่น่าสน ใจ
แต่ขาดการประยุกต์ใช้ วัสดุในท้องถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการน าเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผู้ฟัง
3 คะแนน = ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม
ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง...........................
รายชื่อสมาชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….
คะแนน
ที่ รายการประเมิน ข้อคิดเห็น
3 2 1
1 การก าหนดเป้าหมายร่วมกัน
2 การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผู้ประเมิน…………………………………………………
วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………..
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การก าหนดเป้าหมายร่วมกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการท างานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายในการท างาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายในการท างาน
2. การมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ /
อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง แต่ไม่ตรงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง แต่ขาดการ
จัดเตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถึงและมีสื่อ / อุปกรณ์ไม่เพียงพอ
3. การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
3 คะแนน = ท างานได้ส าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่ก าหนด
2 คะแนน = ท างานได้ส าเร็จตามเป้าหมาย แต่ช้ากว่าเวลาที่ก าหนด
1 คะแนน = ท างานไม่ส าเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บันทึกหลังการสอน
หน่วยที่ 5 เรื่อง ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เนื้อหาสอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นักศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝ่รู้ เข้าใจในบทเรียน อภิปรายตอบค าถามในกลุ่ม และร่วมกัน
ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย
2. นักศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการท างานกลุ่มเพื่อให้งานส าเร็จทันเวลาที่ก าหนด
3. นักศึกษาน าความรู้เรื่องระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่นไปประยุกต์ใช้
ผลการสอนของครู
1. สอนเนื้อหาได้ครบตามหลักสูตร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลุมเนื้อหาการสอนท าให้ผู้สอนสอนได้อย่างมั่นใจ
3. สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 6
ชื่อวิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน สอนสัปดาห์ที่ 12-13
ชื่อหน่วย ระบบระบายความร้อน คาบรวม 65
ชื่อเรื่อง ระบบระบายความร้อน จ านวนคาบ 10
สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย
ตรวจสอบแก้ปัญหาระบบระบายความร้อน
สาระส าคัญ
การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงภายในกระบอกสูบท าให้เกิดพลังงานกลและจะท าให้เกิดความร้อนขึ้นภายใน
เครื่องยนต์ซึ่งความร้อนที่เกิดต้องมีการควบคุมและระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นจะท าให้
เครื่องยนต์จะท าให้เครื่องยนต์มีการสึกหรอจากการใช้งานเร็วกว่าก าหนดและเพื่อให้เครื่องยนต์ท างานเป็นปกติ
เรื่องที่จะศึกษา
1. ระบบระบายความร้อน
2. ชิ้นส่วนระบบระบายความร้อน
3. การตรวจสอบระบบระบายความร้อน
จุดประสงค์การเรียน/การสอน
จุดประสงค์ทั่วไป
1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการท างานของระบบระบายความร้อน (ด้านพุทธิพิสัย)
2. เพื่อให้มีทักษะในการตรวจสอบและแก้ไขระบบระบายความร้อน (ด้านทักษะพิสัย)
3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้น าวิธีการตรวจสอบระบบระบายความร้อนไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจ าวัน (ด้านจิตพิสัย)
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายถึงหลักการท างานของระบบระบายความร้อนได้ (ด้านพุทธิพิสัย)
2. อธิบายการท างานของหม้อน ้าได้ (ด้านพุทธิพิสัย)
3. บอกหน้าที่การท างานของชิ้นส่วนระบบระบายความร้อนได้ (ด้านพุทธิพิสัย)
4. ตรวจสอบชิ้นส่วนระบบระบายความร้อนได้ (ด้านทักษะพิสัย)
5. ตรวจสอบระบบระบายความร้อนได้ (ด้านทักษะพิสัย)
6. แก้ปัญหาที่เกิดกับระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์ได้ (ด้านจิตพิสัย)
7. น าการตรวจสอบระบบระบายความร้อนไปประยุกต์ใช้ในการท างานได้ (ด้านจิตพิสัย)
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
6.1 ระบบระบายความร้อน
ระบบระบายความร้อนส่วนมากมักนิยมใช้เครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยน ้าระบบจะมีส่วนประกอบ
ที่ส าคัญคือ หม้อน ้าเป็นตัวเก็บรวบรวมน ้าไว้เพื่อระบายความร้อนซึ่งถูกออกแบบคล้ายกับรังผึ้งเพื่อให้น ้าระบาย
ความร้อนออกมาได้มากที่สุด ขณะที่พัดลมจะดูดอากาศจากหน้ารถยนต์ผ่านหม้อน ้าเพื่อช่วยระบายความร้อน พัด
ลมระบายความร้อนของเครื่องยนต์จะหมุนไปพร้อมกับการหมุนของเครื่องยนต์โดยใช้สายพานเป็นตัวขับ ระบบ
ระบายความร้อนแบบนี้เมื่อเราเติมน ้าลงไปในหม้อน ้า น ้าจะไหลไปตามช่องน ้าที่เสื้อสูบของเครื่องยนต์ขณะที่
เครื่องยนต์ท างานก็จะเกิดความร้อนและระบายออกกับน ้าที่อยู่บริเวณรอบเสื้อสูบ ขณะเดียวกันปั๊มน ้าจะดูดน ้า
ออกจากเสื้อสูบไปยังส่วนบนของหม้อน ้า น ้าร้อนจะไหลลงไปในช่องน ้าก็เป็นการระบายความร้อนออกไปได้
โดยอาศัยครีบระบายความร้อนและลมผ่านจากพัดลม และจากการวิ่งของรถยนต์ ท าให้น ้าที่ร้อนมีอุณหภูมิลดลง
แล้วไหลกลับลงสู่บริเวณช่องน ้าในเสื้อสูบของเครื่องยนต์ทางท่อน ้าด้านล่างของหม้อน ้า หมุนเวียนอยู่แบบนี้
ตลอดไปจนหยุดใช้เครื่องยนต์
1.) เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ส่วนใหญ่จะใช้กับเครื่องยนต์ขนาดเล็กสูบเดียว เช่น รถจักรยานยนต์ โดยการใช้อากาศที่ผ่าน
เครื่องยนต์เป็นตัวรับความร้อนที่ระบายจากเครื่องยนต์ เสื้อสูบและฝาสูบจะออกแบบให้มีลักษณะเป็นครีบเพื่อ
เพิ่มเนื้อที่การระบายความร้อนให้กับอากาศ และมีแผ่นโลหะบังคับทิศทางลมให้ผ่านบริเวณตัวเครื่องเพื่อที่จะให้
การระบายความร้อนดีขึ้น ส่วนเครื่องยนต์ในรถยนต์ปัจจุบันไม่นิยมใช้เพราะการระบายความร้อนในขณะ
เครื่องยนต์มีความเร็วรอบสูง ๆ จะมีประสิทธิภาพต ่า
2.) เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน ้า
ระบบระบายความร้อน หรือหล่อเย็น (Cooling System)
เมื่อเครื่องยนต์ท างาน อุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครื่องยนต์เคลื่อนที่ การที่โลหะ 2 ชิ้นท างานเสียดสีกัน ก็
จะต้องมีการหล่อลื่นด้วยระบบหล่อลื่น (Lubricating System) ช่วยลดแรงเสียดสี แต่ในบริเวณที่มีความร้อนสูง
เช่น ผนังกระบอกสูบ มีการเสียดสีกันระหว่างลูกสูบและกระบอกสูบอีกทั้งยังมีการจุดระเบิดจากหัวเทียนด้วย
ความร้อนบริเวณนี้จะมีมากเป็นพิเศษ ดังนั้น เครื่องยนต์จึงต้องออกแบบให้บริเวณผนังของกระบอกสูบ และ
บริเวณต่าง ๆ ที่มีความร้อนมาก เป็นโพรงช่องว่างเพื่อที่จะให้น ้าไหลเวียนถ่ายเทเอาความร้อนออกจากบริเวณนั้น
ในขณะที่เครื่องก าลังท างานอยู่
วงจรการท างานของระบบระบายความร้อน
อุปกรณ์ที่จ าเป็นในระบบระบายความร้อน ได้แก่ ปั๊มน ้า (Water pump), วาล์วน ้า (Thermostat), ท่อ
ยางหม้อน ้า (Radiator hoses), หม้อน ้า (Radiator), พัดลมระบายความร้อน (Fan) ท างานประสานกันคือ นับตั้งแต่
สตาร์ทเครื่อง ตัวปั๊มน ้าก็จะท างานโดยได้รับแรงหมุนจากสายพาน ซึ่งต่อมาจากการหมุนพูลเลย์ของแกนเพลาข้อ
เหวี่ยง การที่ปั๊มน ้าท างานเป็นผลท าให้มีน ้าไหลเวียนอยู่ในช่องน ้าของเสื้อสูบ และบริเวณที่มีความร้อน
ช่วงแรกของการอุ่นเครื่อง น ้ายังคงไหลเวียนอยู่ในโพรงผนังรอบเครื่องยนต์ เนื่องจากวาล์วน ้ายังไม่
ท างาน เมื่อเครื่องยนต์เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิของน ้าที่ไหลเวียนอยู่รอบ ๆ เสื้อสูบก็เพิ่มขึ้น จนถึงจุดที่ท าให้
วาล์วน ้าท างาน เมื่อวาล์วน ้าได้รับความร้อนถึงจุดหนึ่ง ก็จะเปิดช่องยอมให้น ้าที่หมุนเวียนอยู่รอบเสื้อสูบ ถ่ายเท
ออกไปนอกเครื่องยนต์ ผ่านไปตามท่อยางหม้อน ้า เพื่อไปเข้าสู่ทางเข้าหม้อน ้าด้านบน น ้าร้อนก็จะไหลจาก
ด้านบนลงล่าง ผ่านครีบระบายความร้อนหม้อน ้า (หรือที่เรียกกันว่า รังผึ้ง) ขณะเดียวกัน พัดลมระบายความร้อน
หมุน เพื่อดูดอากาศที่อยู่ด้านหน้าหม้อน ้า ผ่านครีบระบายความร้อนหม้อน ้าออกมาทางด้านหลัง น ้าร้อนที่ไหล
จากด้านบนลงมาก็จะมีอุณหภูมิลดลง ที่ด้านล่างหม้อน ้าก็จะมีท่อยางหม้อน ้า ต่อไปสู่ทางเข้าผนังเสื้อสูบอีกทีท า
ให้น ้าที่มีอยู่ในระบบไหลเวียนไปมาระหว่างโพรงผนังห้องเครื่องกับหม้อน ้าได้อย่างต่อเนื่องตราบใดที่วาล์วน ้า
ยังคงเปิดอยู่
ที่บริเวณหม้อน ้า จะมีฝาหม้อน ้า(Radiator Cap) และถังน ้าส ารอง (Coolant Reserve Tank) ท าหน้าที่
ดังนี้คือ ในขณะที่เครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ น ้าจะเกิดการขยายตัว เพื่อดันตัวเองออกจากหม้อน ้า
ฝาหม้อน ้า จะช่วยต้านแรงดันนี้ไว้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อน ้ามีอุณหภูมิสูงขึ้นอีก ไอน ้าที่เกิดขึ้นบริเวณฝาหม้อน ้า จะมี
แรงดันสูงกว่าที่ฝาหม้อน ้าจะต้านทานได้ ก็จะดันสปริงวาล์วฝาหม้อน ้าให้เปิดออก แล้วน ้าก็จะไหลออกไปทาง
ท่อน ้าล้น ที่อยู่บริเวณปากฝาหม้อน ้า ซึ่งจะมีสายต่อจากรูนี้ไปที่ถังน ้าส ารอง ในทางกลับกัน ขณะที่อุณหภูมิน ้า
ลดลง ความดันในระบบระบายความร้อนเริ่มต ่าลง น ้าที่อยู่ในถังน ้าส ารองก็จะถูกดูดกลับเข้าไปสู่หม้อน ้า
6.2 ชิ้นส่วนระบบระบายความร้อน
1.) ปั๊มน ้า (Water Pump) หน้าที่การท างาน คือ ท าให้น ้าหมุนเวียนจากเครื่องไปยังหม้อน ้าแล้วไหล
กลับเข้าเครื่อง การท างานของปั๊มน ้าจะอาศัยสายพานจากเครื่องยนต์มาหมุนและจะมีลูกปืนมารองรับในการหมุน
2.) วาล์วน ้า (Thermostat) ท าหน้าที่ปิดกั้นทางเดินน ้าไม่ให้ไหลออกจากเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์เย็น
เพื่อที่จะท าให้เครื่องยนต์ร้อนถึงอุณหภูมิการท างานเร็วขึ้น เมื่อน ้าร้อนถึงอุณหภูมิท างานวาล์วน ้าจะเปิดให้น ้า
ไหลไปยังหม้อน ้าได้
3.) หม้อน ้า หน้าที่การท างานระบายความร้อนของน ้าที่เดินทางมาจากเครื่องยนต์โดยที่หม้อน ้าจะมีท่อ
ทางเดินน ้า แล้วปิดด้วยครีบรังผึ้งเพื่อระบายความร้อนมาที่ครีบ เมื่อลมพัดผ่านท่อทางเดินน ้าก็เกิดการถ่ายเท
ความร้อนไปกับลมท าให้น ้าเย็นตัวลง
4.) ฝาปิดหม้อน ้า หน้าที่การท างานฝาหม้อน ้าสามารถเก็บแรงดันในหม้อ ท าให้จุดเดือดของน ้าเพิ่ม
สูงขึ้นเป็น 120 องศาเซลเซียส จากเดิม 100 องศาเซลเซียส ความดันของหม้อน ้าจะถูกควบคุมด้วยฝาหม้อน ้า
ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบการท างานของวาล์ว แหวนซีลต้องขยับตัวได้อิสระต้านกับแรงสปริง และแหวนยาง
ต้องมีสภาพที่ดี
5.) พัดลมระบายความร้อนท าหน้าที่ดูดลมให้ผ่านรังผึ้งหม้อน ้า เพื่อระบายความร้อนน ้าหล่อเย็น พัดลม
จะมีประโยชน์เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วต ่าหรือการจอดรถเป็นเวลานาน ๆ เช่น รถติด แต่ถ้ารถวิ่งด้วยความเร็วระดับ
60 กม./ชม. ขึ้นไป จะมีกระแสลมที่มาปะทะรังผึ้งหม้อน ้าเครื่องยนต์ก็ไม่จ าเป็นต้องใช้พัดลมในเวลารถติด ถ้าพัด
ลมมีประสิทธิภาพในการท างานไม่เพียงพอจะท าให้เครื่องยนต์มีความร้อนสูง
6.) ท่อยางตัวบน
หน้าที่การท างาน
เป็นทางไหลของน ้าที่ได้รับความร้อนจากเครื่องยนต์แล้วไหลมายังหม้อน ้าเพื่อที่จะระบายความ
ร้อน อายุการใช้งานของท่อยางตัวบนมักจะสั้นและเกิดปัญหาบ่อย จึงควรมีการตรวจสอบของท่อยางเป็นประจ า
ว่า มีการแข็งตัว มีรอยแตก รอยบวมหรือไม่ แต่ถ้ามีอายุการใช้งานประมาณ 3-4 ปี ก็ควรจะเปลี่ยนใหม่และควร
จะเปลี่ยนพร้อมกับเหล็กรัดท่อยาง ไม่ควรที่จะใช้เหล็กรัดตัวเก่าเพราะอาจจะท าให้รัดไม่แน่น หรือมีการคลายตัว
ได้
6.3 การตรวจสอบระบบระบายความร้อน
1. การตรวจสอบรอยรั่วเข้าในระบบระบายความร้อนอากาศภายนอกจะถูกดูดเข้าไปผสมกับน ้าหล่อเย็น
โดยจะถูกดูดเข้าตามข้อต่อท่อยางระหว่างปั๊มน ้ากับหม้อน ้ารถยนต์ ฟองอากาศจะท าให้เกิดแรงดันสูงขึ้นดันให้น ้า
หล่อเย็น ไหลออกจากหม้อน ้าซึ่งจะเป็นสาเหตุท าให้เครื่องยนต์ร้อนจัด อากาศที่รั่วเข้าไปในระบบได้นั้นก็
เนื่องมาจากเกิดการขันเข็มขัดรัดท่อยางไม่แน่น ท าให้เกิดรอยรั่วได้ และน ้าหล่อเย็นในระบบระบายความร้อนมี
ระดับต ่ามากเกินไป
วิธีการตรวจสอบให้ท าการตรวจสอบดังนี้
- เติมน ้าหล่อเย็นให้ได้ระดับที่ก าหนด
- เปลี่ยนฝาหม้อน ้าใหม่เพื่อให้การตรวจสอบความแม่นย าขึ้น หรือปิดฝาหม้อน ้าให้แน่น ไม่ให้มีอากาศ
เข้าได้
- ต่อท่อยางเข้ากับท่อระบายน ้าที่คอหม้อน ้า เพื่อให้เกิดความแน่ใจควรตรวจสอบท่อยางที่ต่อ จะต้อง
ไม่มีอากาศเข้าไปได้
- น าท่อยางที่ต่อจากหม้อน ้าจุ่มลงขวดแก้วที่จะท าการตรวจสอบ
- ปลดเกียร์รถยนต์ให้อยู่ในต าแหน่งเกียร์ว่าง สตาร์ทเครื่องยนต์เร่งเครื่องยนต์ด้วยความเร็วรอบสูงจน
เข็มวัดอุณหภูมิความร้อนขึ้นไปอยู่ในต าแหน่งความร้อนปกติ
- ตรวจดูฟองอากาศที่เกิดขึ้นในขวดแก้ว ถ้ามีอากาศจากภายนอกรั่วเข้าในระบบฟองอากาศจะผุดขึ้น
ในขวดแก้วอย่างเห็นได้ชัด
2. การรั่วของแก๊สไอเสียเข้าในระบบระบายความร้อน
สาเหตุการรั่วของแก๊สไอเสียเนื่องมาจากฝาสูบแตกร้าว ฝาสูบมีรูให้แก๊สไอเสียที่มีความร้อนระบาย
เข้าไปในระบบภายใต้แรงดันของห้องเผาไหม้ และยังท าให้น ้าหล่อเย็นไหลเข้าไปในกระบอกสูบ แก๊สไอเสียจะ
ท าปฏิกิริยาทางเคมีกับน ้าหล่อเย็น ก่อให้เกิดตะกรันและสนิมขึ้น ฟองอากาศที่เกิดขึ้นภายในหม้อน ้าเกิดจาก
แรงดันของแก๊สไอเสียภายในกระบอกสูบ
วิธีการตรวจสอบการรั่วของแก๊สไอเสียเข้าในระบบระบายความร้อนด้วยน ้า ให้ด าเนินการเป็น
ขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ติดเครื่องยนต์ให้มีอุณหภูมิเหมาะสมในการท างานในสภาวะที่เครื่องยนต์ไม่มีโหลด
- เปิดฝาหม้อน ้าและสังเกตฟองอากาศที่เกิดขึ้นภายในน ้าหล่อเย็น
หมายเหตุ การตรวจสอบจะต้องปฏิบัติด้วยความรวดเร็วก่อนที่น ้าหล่อเย็นจะร้อนถึงจุดเดือด
3. การท าความสะอาดระบบระบายความร้อนด้วยน ้า ระบบระบายความร้อนด้วยน ้าที่ใช้
งานเป็นระยะเวลานานๆ ถ้าละเลยไม่มีการบ ารุงรักษาที่ดี จะท าให้เกิดสนิมและตะกรันขึ้นภายในท่อ
น ้าหม้อน ้าของรถยนต์ซึ่งจะมีผลท าให้เกิดการอุดตัน น ้าในหม้อน ้าไม่สามารถระบายความร้อนออกไปจากระบบ
ได้ เป็นสาเหตุให้น ้าหล่อเย็นมีอุณหภูมิสูงและแรงดันเพิ่มขึ้นน ้าจะถึงจุดเดือดกลายเป็นไอระบายผ่านท่อน ้าทิ้งที่
คอหม้อน ้า จากการที่น ้าในระบบระบายความร้อนด้วยน ้าถูกระบายออกไป จะเป็นผลให้ปริมาณน ้าในหม้อน ้า
ลดลง ดังนั้นประสิทธิภาพในการระบายความร้อนก็จะลดลงด้วยเช่นกันผลต่อเนื่องจะท าให้เกิดความสูญเสีย
ก าลังงานและเกิดการช ารุดเสียหายกับเครื่องยนต์
การท าความสะอาดระบบระบายความร้อนด้วยน ้าท าได้ 2 วิธีดังนี้
3.1 การล้างระบบระบายความร้อนด้วยวิธีฉีดน ้าย้อนกลับ จากสาเหตุการอุดตันของสนิมภายในท่อ
น ้าของหม้อน ้าในระบบหล่อเย็น จึงจ าเป็นจะต้องชะล้างให้สนิมที่เกาะอยู่ภายในออกให้หมด ดังนั้นการท าความ
สะอาดจึงต้องใช้เครื่องมือพิเศษ โดยอาศัยการฉีดน ้าควบคู่กับลมที่มีแรงดันสูงให้ย้อนทิศทางการไหลหมุนเย็น
ของน ้าหล่อเย็นตามปกติ ซึ่งจะท าให้สนิมที่เกาะอยู่หลุดออกโดยง่าย การใช้แรงดันของอากาศฉีดเข้าไปในหม้อ
น ้าจะต้องค านึงถึงโครงสร้างของหม้อน ้าเป็นส าคัญ ซึ่งขั้นตอนในการล้างหม้อน ้าด้วยการฉีดน ้าย้อนกลับมีดังนี้
- จะต้องถอดยางหม้อน ้าส่วนบนและล่างที่ต่อเข้ากับเครื่องยนต์ออกก่อน
- ต่อหัวเข้ากับยางท่อน ้าด้านล่าง
- ฉีดน ้ากับลมเข้าไปในหม้อน ้าเพื่อให้สนิมที่อุดตันถูกชะล้างออกจากหม้อน ้า (ลมที่ใช้จะต้อง
มีแรงดันไม่เกิน 1.3 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือ 20 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ถ้าใช้แรงดันมากกว่าที่ก าหนดจะ
ท าให้หม้อน ้าเกิดการช ารุดเสียหายได้
- ฉีดน ้ากับลมจนกระทั่งน ้าที่ไหลออกมาจากท่อสะอาดไม่มีสนิม
3.2 การล้างช่องทางน ้าหล่อเย็นด้วยวิธีการฉีดน ้าย้อนกลับ ภายในเสื้อสูบของเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบ
ระบายความร้อนด้วยน ้า ถ้าขาดการบ ารุงรักษาที่ดีก็จะมีสนิมเกาะภายในเช่นเดียวกับหม้อน ้ารถยนต์ซึ่งจะท าให้
การระบายความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้เป็นไปอย่างช้า เป็นสาเหตุให้เครื่องยนต์ร้อนจัด ดังนั้นการแก้ปัญหาจึง
จ าเป็นจะต้องชะล้างสนิมที่จับเกาะเสื้อสูบให้หมดไป โดยวิธีการฉีดน ้ากับลมย้อนกลับทิศทางการไหลหมุนเวียน
ของน ้าหล่อเย็นตามปกติ ขั้นตอนการล้างช่องทางน ้าหล่อเย็นของเสื้อสูบด้วยวิธีฉีดน ้าย้อนกลับท าได้ดังนี้
- ก่อนท าการล้างต้องถอดท าความสะอาดเทอร์โมสตัตและปั๊มน ้าออกจากเครื่องยนต์เสียก่อน
เนื่องจากแรงดันของน ้าจะท าให้ซีลของปั๊มน ้าเสียหาย
- ติดตั้งหัวฉีดน ้าเข้าทางด้านบนของท่อน ้าเข้า
- ถอดยางท่อน ้าด้านล่างออก
- ฉีดน ้าและลมเข้าไปในช่องทางน ้าหล่อเย็นของเสื้อสูบ และปฏิบัติเช่นเดียวกันจนน ้าที่ระบาย
ออกจากเสื้อสูบไม่มีตะกรันและสนิม
4. การตรวจสอบฝาหม้อน ้าและหม้อน ้ารถยนต์
การตรวจสอบสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
- ตรวจสอบฝาหม้อน ้าด้วยเครื่องมือทดสอบฝาหม้อน ้า โดยติดตั้งเครื่องมือทดสอบและปั๊ม
เครื่องมือทดสอบจนลิ้นลดแรงดันเริ่มเปิดที่ก าลังดัน 0.60 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (8.5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
จากนั้นให้ตรวจดูก าลังดัน จะต้องไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจะต้องไม่ต ่ากว่า 0.60 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
ถ้าไม่ได้ตามที่ก าหนดให้เปลี่ยนฝาหม้อน ้าใหม่
- ตรวจการรั่วของระบบระบายความร้อนด้วยน ้า โดยใช้เครื่องมือทดสอบเช่นเดียวกับการทดสอบ
ฝาหม้อน ้าติดตั้งเครื่องมือทดสอบเข้ากับหม้อน ้าและปั๊มเครื่องมือทดสอบให้ได้ 0.9 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
(12.8 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
5. การตรวจสอบคอหม้อน ้ารถยนต์
เป็นการตรวจสอบสภาพบ่ารองหน้าสัมผัสของฝาหม้อน ้า จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่เรียบ ไม่ขรุขระ
สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรก ถ้าหน้าสัมผัสไม่เรียบ ควรปรับซ่อมด้วยเครื่องมือคว้านหน้าสัมผัสให้เรียบ แต่ถ้าไม่
สามารถแก้ไขได้ให้เปลี่ยนคอหม้อน ้าใหม่ นอกจากตรวจสอบบ่ารองหน้าสัมผัสแล้ว จะต้องตรวจขอบคอหม้อ
น ้าส าหรับล็อกฝาหม้อน ้าให้แน่น จะต้องมีลักษณะโค้งไม่บิดเบี้ยว ส่วนท่อน ้าล้นที่เป็นท่อโลหะจะต้องไม่มีรอย
แหว่ง เพราะจะมีผลท าให้น ้าหล่อเย็นรั่วไหลออกจากระบบได้
6. การตรวจยางท่อน ้าของระบบระบายความร้อนด้วยน ้า
ยางท่อน ้าที่ใช้จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีคือจะต้องบีบรัดกระชับแน่น ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป เมื่อ
ทดสอบบีบท่อน ้าดูและจะต้องไม่บวมพองในขณะที่ได้รับแรงดันสูงยางท่อน ้าที่น ามาใช้จะต้องเป็นท่อยางที่
ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะที่โค้งงอพอดีกับเครื่องยนต์แต่ละรุ่นยางท่อน ้าที่ถูกความร้อนเป็นระยะเวลา
ยาวนานจะเสื่อมสภาพ สังเกตได้จากท่อยางด้านนอกจะปริแตกไม่ได้รูป ยางจะฉีกขาดจนเห็นผ้าใบด้านในจะมี
เศษของท่อยางและคราบสนิม ส าหรับยางท่อน ้าของหม้อน ้าด้านล่างเมื่อเสื่อมสภาพ อากาศภายนอกจะรั่วเข้า
ระบบ ซึ่งจะมีผลให้การไหลเวียนของน ้าเป็นไปไม่สะดวก โดยปกติแล้วการท างานของระบบระบายความร้อน
ด้วยน ้าจะต้องอยู่ภายใต้สุญญากาศส่วนการรั่วของแก๊สไอเสียจากการเผาไหม้เข้าไปในระบบจะมีผลท าให้เกิด
สนิมเหล็กขึ้นภายในหม้อน ้า และท าให้หม้อน ้าอุดตัน
7. การเปลี่ยนยางท่อน ้ารถยนต์
ยางท่อน ้าที่จะน ามาเปลี่ยนใหม่จะต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่พอดีกับขนาดท่อโลหะ ท่อทางเดิน
ของน ้าที่หม้อน ้ากับเครื่องยนต์ไม่ควรใช้ท่อยางที่มีขนาดที่แข็งเกินไป ซึ่งจะท าให้เกิดการแตกร้าว หลวมและเกิด
การรั่ว ควรใช้ยางท่อน ้าแบบที่มีความยืดหยุ่นได้เมื่อเปลี่ยนยางท่อน ้าใหม่ทุกครั้ง จะต้องทาน ้ายาปะเก็นที่ท่อ
โลหะ ไม่ควรทาน ้ายาทาปะเก็นภายในท่อยางที่จะท าการเปลี่ยนใหม่ เพราะจะท าให้น ้ายาทาปะเก็นถูกดูดเข้าไป
ในระบบ ซึ่งจะท าให้ไปอุดตันขึ้นที่ท่อน ้าของหม้อน ้ารถยนต์ได้
8. การตรวจสายพานรถยนต์
สายพานรถยนต์จะต้องท าการตรวจสอบสภาพการใช้งานเป็นประจ า โดยจะต้องตรวจสายพานด้วย
การบิดสายพานเพื่อตรวจดูสภาพการแตกร้าว ผิวหน้าสัมผัสแข็งเป็นมัน เปื้อนน ้ามันหล่อลื่นผ้าใบฉีกขาด ซึ่งเมื่อ
สายพานเกิดการช ารุดในขณะท างานจะมีผลท าให้ระบบระบายความร้อนด้วยน ้าเป็ นไปโดยไม่สมบูรณ์
เครื่องยนต์เกิดการร้อนจัด
9. การเปลี่ยนสายพานรถยนต์
ภายหลังการตรวจสภาพสายพานแล้วเมื่อจะต้องท าการเปลี่ยนสายพานใหม่ จะ ต้องคลายโบลต์ปรับ
ความตึงสายพานที่อุปกรณ์ต่างๆ เช่น อัลเทอร์เนเตอร์ ปั๊มน ้ามัน พวงมาลัยเพาเวอร์ และคอมเพรสเซอร์
เครื่องปรับอากาศที่ใช้สายพานในการขับเคลื่อนเมื่อถอดสายพานออกจะต้อง ท าความสะอาดคราบน ้ามันหล่อลื่น
และจาระบีที่บริเวณผิวหน้าสัมผัสที่พูลเลย์สายพานออกให้หมดเพื่อ ป้องกันสายพานลื่น สายพานที่น ามาเปลี่ยน
ใหม่จะต้องได้ขนาดความกว้างและความยาวตามขนาดเดิม ของสายพานที่เปลี่ยนออก และจะต้องตรวจดูว่าร่องของ
สายพานขับกับพูลเลย์สวมกันพอดีหรือไม่
10. การปรับความตึงของสายพาน
การปรับความตึงของสายพานมีวิธีการอยู่ 2 วิธีด้วยกันคือ
10.1 การปรับความตึงด้วยแรงกด การปรับจะต้องกดสายพานให้หย่อนตัวด้วยแรงกดประมาณ 10
กิโลกรัม (22 ปอนด์) และใช้ไม้บรรทัดเหล็กวัดระยะความหย่อนของสายพาน ระยะความหย่อนจะต้องอยู่ใน
ระยะห่างจากจุดเดิมประมาณ 6-7 มิลลิเมตร ส าหรับสายพานใหม่ ส่วนสายพานเก่าระยะห่างประมาณ 8-10
มิลลิเมตร
10.2 การปรับความตึงของสายพานด้วยเครื่องมือวัดแรงดึง การใช้เครื่องมือวัดจะต้องดึงสายพาน
ส าหรับสายพานใหม่จะต้องใช้แรงดึงประมาณ 75-85 กิโลกรัม ส่วนสายพานเก่าจะต้องใช้แรงดึงสายพาน
ประมาณ 50-70 กิโลกรัม
11. การตรวจสอบเทอร์โมสตัต
เทอร์โมสตัตที่ใช้ในระบบระบายความร้อนด้วยน ้าทุกแบบจะต้องท างานควบคุมอุณหภูมิความร้อน
ของน ้าหล่อเย็นให้อุณหภูมิได้ตามที่ก าหนดของแต่ละแบบ โดยทั่วไปจะมีตัวเลขบอกอุณหภูมิที่ติดไว้เพื่อแสดง
อุณหภูมิของการเปิดลิ้น ถ้าเทอร์โมสตัตช ารุดหรือไม่ท างานจะมีผลเสียให้น ้าหล่อเย็นมีความร้อนจัดมากเกินไป
แต่ถ้าลิ้นของเทอร์โมสตัตเปิดเร็วเกินไป การควบคุมน ้าหล่อเย็นจะไม่อุ่นความร้อนของเครื่องยนต์ อุณหภูมิการ
เปิดของลิ้นประมาณ 86 ถึง 90 องศาเซลเซียส วิธีการตรวจสอบให้ท าการตรวจสอบเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้
- จุ่มเทอร์โมสตัตลงในน ้าและให้ความร้อนจนน ้าร้อนเต็มที่
- ตรวจสอบอุณหภูมิการเปิดของลิ้นด้วยเทอร์โมมิเตอร์
- ลิ้นของเทอร์โมสตัตจะเริ่มเปิดตามอุณหภูมิที่ติดไว้ที่เทอร์โมสตัต
- ถ้าลิ้นเปิดไม่เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ ให้ท าการเปลี่ยนเทอร์โมสตัตใหม่
12. การถอดปั๊มน ้าเครื่องยนต์
การถอดปั๊มน ้าสามารถถอดตามล าดับขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ถอดปั๊มน ้าออกโดยการคลายนอตยึดปั๊มน ้าออก
- ถอดโบลต์ยึดชุดปั๊มน ้าและปะเก็นออก
- ถอดแยกปั๊มน ้า ปะเก็น ออกจากเรือนปั๊มด้วยการคลายนอตยึด
13. การตรวจสอบปั๊ม
การตรวจสอบปั๊มน ้าสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
- ตรวจสอบหน้าแปลนปั๊มน ้า จะต้องไม่ช ารุดแตกร้าวซึ่งจะท าให้น ้าหล่อเย็นรั่วได้
- ตรวจสอบการหมุนของลูกปืนปั๊มน ้า จะต้องหมุนไม่ติดขัดและเสียงดัง
14. การเปลี่ยนลูกปืนและซีลปั๊มน ้า
การเปลี่ยนลูกปืนและซีลปั๊มน ้าสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
- ถอดหน้าแปลนยึดใบพัดลมออกด้วยไฮดรอลิกที่กดที่เพลาของลูกปืนปั๊มน ้า
- ถอดลูกปืนปั๊มน ้าและอิมเพลเลอร์จากเสื้อปั๊มโดยใช้ไฮดรอลิกกดออก
- ถอดอิมเพลเลอร์ออกจากเพลาปั๊มน ้า
- ถอดซีลปั๊มน ้าออก
15. การประกอบลูกปืนและซีลปั๊มน ้า
การประกอบลูกปืนและซีลปั๊มน ้าปฏิบัติดังนี้
- ประกอบลูกปืนปั๊มน ้าเข้ากับเสื้อปั๊มโดยใช้ไฮดรอลิกกดเข้า และตรวจระยะความห่างของลูกปืน
ให้ได้ตามค่าที่ก าหนด
- การประกอบหน้าแปลนยึดใบพัดลมเข้ากับเพลาปั๊มด้วยแรงกดของไฮดรอลิก(ใช้เกจวัดระยะ
ต าแหน่งของหน้าแปลนเพื่อให้ระยะห่างของหน้าแปลนถูกต้อง)
- ประกอบอิมเพลเลอร์เข้ากับเพลาปั๊ม (ใช้ฟิลเลอร์เกจตรวจสอบระยะห่างระหว่างอิมเพลเลอร์กับ
เสื้อปั๊ม)
16. การเปลี่ยนปลั๊กตาน ้า
ปลั๊กตาน ้าที่ติดตั้งที่เสื้อสูบมีไว้เพื่อท าความสะอาดช่องทางน ้าหล่อเย็นภายในเสื้อสูบ ปลั๊กตาน ้า
จะต้องถูกเปลี่ยนออกทุกครั้งเมื่อท าการซ่อมเครื่องยนต์ ถ้าไม่ท าการเปลี่ยนใหม่ ปลั๊กตาน ้าจะเกิดการรั่วได้
เนื่องจากสนิม ปลั๊กตาน ้าที่ใช้ในการอุดช่องทางของน ้าหล่อเย็นมี 2 แบบคือ
- ปลั๊กตาน ้าแบบถ้วย (Cup Type Plug )
- ปลั๊กตาน ้าแบบขยายตัว (Expansion Type Plug )
การเปลี่ยนปลั๊กตาน ้าจะท าการถอดออกได้โดยการเจาะและดึงออก ส าหรับการประกอบจะต้องเลือก
เครื่องมือตอกปลั๊กให้ถูกต้องกับปลั๊กแต่ละแบบ
กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน
1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
1. ผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะศึกษาและจุดประสงค์ 1. ผู้เรียนฟังผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะศึกษาและ
เชิงพฤติกรรมประจ าหน่วยที่ 6 เรื่อง ระบบระบาย จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจ าหน่วยที่ 6 เรื่อง ระบบ
ความร้อน ระบายความร้อน
2. ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ระบบระบายความร้อน
เกี่ยวกับระบบระบายความร้อน 3. ผู้เรียนฟังผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับระบบระบาย
3. ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับระบบระบายความ ความร้อน
ร้อนที่ถูกต้องให้ผู้เรียนฟัง
2. ขั้นให้ความรู้ (105 นาที) 2. ขั้นให้ความรู้ (105 นาที )
1. ผู้สอนเปิดงานน าเสนอวิชางานเครื่องยนต์ 1. ผู้เรียนฟังงานน าเสนอวิชางานเครื่องยนต์
แก๊สโซลีน หน่วยที่ 6 เรื่อง ระบบระบายความร้อน แก๊สโซลีน หน่วยที่ 6 เรื่อง ระบบระบายความร้อน
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชางาน 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชางานเครื่องยนต์
เครื่องยนต์แก๊สโซลีน หน่วยที่ 6 เรื่อง ระบบระบาย แก๊สโซลีน หน่วยที่ 6 ระบบระบายความร้อน และฟัง
ความร้อน และอธิบายเนื้อหาให้ผู้เรียนฟัง ผู้สอนอธิบายเนื้อหา
กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน
3. ขั้นประยุกต์ใช้ ( 660 นาที ) 3. ขั้นประยุกต์ใช้ ( 660 นาที )
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าใบงานที่ 6 ระบบระบาย 1. ผู้เรียนท าใบงานที่ 6 ระบบระบายความร้อน
ความร้อน
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าแผนการฝึกปฏิบัติงาน 2. ผู้เรียนท าแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบ
โครงการ ระบบระบายความร้อน ระบายความร้อน
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าแบบฝึ กหัดที่ 6 เรื่อง 3. ผู้เรียนท าแบบฝึกหัดที่ 6 เรื่องระบบระบาย
ระบบระบายความร้อน ความร้อน
4. ผู้สอนให้ผู้เรียนท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน 4. ผู้เรียนท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 6
หน่วยที่ 6
4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 60 นาที ) 4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 60 นาที )
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อในหน่วย 1. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปเนื้อหาใน
เรียนที่ 6 เรื่อง ระบบระบายความร้อน หน่วยเรียนที่ 6 เรื่อง ระบบระบายความร้อน
(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-7) (บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-7)
(รวม 840 นาที หรือ 14 คาบเรียน)
งานที่มอบหมายหรือกิจกรรมการวัดผลและประเมินผล
ก่อนเรียน
1. จัดเตรียมเอกสารหน่วยที่ 6 ระบบระบายความร้อน
2. ท าความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนของหน่วยที่ 6 ระบบระบายความร้อน
3. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบระบายความร้อน
ขณะเรียน
1. ท าใบงานที่ 6 ระบบระบายความร้อน
2. ท าแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบระบายความร้อน
3. ท าแบบฝึกหัดที่ 6 เรื่องระบบระบายความร้อน
4. ท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 6
หลังเรียน
ร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนให้มีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความส าเร็จของผู้เรียน
1. ใบงานที่ 6 ระบบระบายความร้อน
2. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบระบายความร้อน
3. แบบฝึกหัดที่ 6 เรื่องระบบระบายความร้อน
4. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 6
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อสิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-7)
2. ใบงานที่ 6 ระบบระบายความร้อน ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 1
3. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบระบายความร้อน ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 2
4. แบบฝึกหัดที่ 6 เรื่องระบบระบายความร้อน ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 3
5. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 6 ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 4
สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
1. เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
2. งานน าเสนอ
สื่อของจริง
-
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. ห้องสมุด
2. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
นอกสถานศึกษา
ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถิ่น
การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง การอธิบายถึงหลักการท างานของระบบระบายความร้อน การ
อธิบายการท างานของระบบระบายความร้อน และการบอกหน้าที่การท างานของชิ้นส่วนระบบ
ระบายความร้อน
2. บูรณาการกับวิชาการงานอาชีพ เรื่อง การตรวจสอบชิ้นส่วนระบบระบายความร้อน และการ
ตรวจสอบระบบระบายความร้อน
3. บูรณาการกับวิชาสังคมศึกษา เรื่อง การแก้ปัญหาที่เกิดกับระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์
การประเมินผลการเรียนรู้
หลักการประเมินผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
1. ความรู้พื้นฐานก่อนเรียน
ขณะเรียน
1. ตรวจใบงานที่ 6 ระบบระบายความร้อน
2. ตรวจแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบระบายความร้อน
3. ตรวจแบบฝึกหัดที่ 6 เรื่องระบบระบายความร้อน
4. ตรวจกิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 6
หลังเรียน
1. ความรู้ที่ได้หลังจากการเรียน
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความส าเร็จของผู้เรียน
1. ใบงานที่ 6 ระบบระบายความร้อน
2. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ ระบบระบายความร้อน
3. แบบฝึกหัดที่ 6 เรื่องระบบระบายความร้อน
4. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 6
สมรรถนะที่พึงประสงค์
ผู้เรียนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ ระบบระบายความร้อน
1. วิเคราะห์และตีความหมาย
2. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
4. ประยุกต์ความรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ
ตรวจสอบแก้ปัญหาระบบระบายความร้อน
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ที่ 12-13 เรื่อง ระบบระบายความร้อน ผู้เรียนจะมีความรู้เกี่ยวกับ ระบบระบาย
ความร้อน ชิ้นส่วนระบบระบายความร้อน และการตรวจสอบระบบระบายความร้อน ท าให้ผู้เรียนสามารถ
ตรวจสอบชิ้นส่วนระบบระบายความร้อนได้ ตรวจสอบระบบระบายความร้อนได้ และแก้ปัญหาที่เกิดกับ
ระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์ได้
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 อธิบายถึงหลักการท างานของระบบระบายความร้อนได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายถึงหลักการท างานของระบบระบายความร้อนได้ จะได้ 1
คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 อธิบายการท างานของหม้อน ้าได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายการท างานของหม้อน ้าได้ จะได้ 1 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 3 บอกหน้าที่การท างานของชิ้นส่วนระบบระบายความร้อนได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : บอกหน้าที่การท างานของชิ้นส่วนระบบระบายความร้อนได้ จะได้ 1
คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 4 ตรวจสอบชิ้นส่วนระบบระบายความร้อนได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : ตรวจสอบชิ้นส่วนระบบระบายความร้อนได้ จะได้ 2 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 5 ตรวจสอบระบบระบายความร้อนได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : ตรวจสอบระบบระบายความร้อนได้ จะได้ 2 คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 6 แก้ปัญหาที่เกิดกับระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : แก้ปัญหาที่เกิดกับระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์ได้ จะได้ 2
คะแนน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 7 น าการตรวจสอบระบบระบายความร้อนไปประยุกต์ใช้ในการท างาน
ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : น าการตรวจสอบระบบระบายความร้อนไปประยุกต์ใช้ในการท างานได้
จะได้ 1 คะแนน