The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arnelrayong, 2018-08-27 02:26:59

PowerPoint Presentation

บันทึกหลังการสอน

หน่วยที่ 9 การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือผู้ประสบอันตราย



ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เนื้อหาสอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนการเรียนการสอน

3. สื่อการสอนเหมาะสมดี



ผลการเรียนของนักเรียน

1. นักศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝ่รู้ เข้าใจในบทเรียน อภิปรายตอบค าถามในกลุ่ม และร่วมกันปฏิบัติใบ
งานที่ได้รับมอบหมาย
2. นักศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการท างานกลุ่มเพื่อให้งานส าเร็จทันเวลาที่ก าหนด

3. นักศึกษาสามารถแสดงความรู้เกี่ยวกับระบบนิวแมติกส์




ผลการสอนของครู

1. สอนเนื้อหาได้ครบตามหลักสูตร

2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลุมเนื้อหาการสอนท าให้ผู้สอนสอนได้อย่างมั่นใจ
3. สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด




ลงชื่อ ผู้สอน

(นายวีรยุทธ นุชิต)

แผนการจัดการเรียนรู้




มุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพและบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง



วิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน



รหัสวิชา 2101 - 2001


หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2557


ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม



สาขาวิชาเครื่องกล


ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561








จัดท าโดย


นายวีรยุทธ นุชิต











วิทยาลัยเทคนิคระยอง

แผนการจัดการเรียนรู้



มุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ



วิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน



รหัสวิชา 2101 - 2001

















































จัดท าโดย



 วีรยุทธ นุชิต

ค าน า

แผนการสอนวิชา “งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน” รหัสวิชา 2101 - 2001 จัดท าขึ้นเพื่อใช้เป็น

แนวทางในการจัดการเรียนการสอน วิชางานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน ตามหลักสูตรประกาศนียบัตร

วิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2556 ของส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยจัดการเรียน


การสอนทั้งหมด 18 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง เนื้อหาภายใน ประกอบด้วย ประวัติเครื่องยนต์และ
โครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน โครงสร้างและชิ้นส่วนของเครื่องยนต์และการถอด


แยกเสื้อสูบ ระบบจุดระเบิด ระบบเชื้อเพลิง ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น ระบบระบายความร้อน

ระบบไอเสีย และระบบควบคุมมลภาวะการบ ารุงรักษาการติดเครื่องและปรับแต่งเครื่องยนต์แก๊สโซ

ลีน

ส าหรับแผนการสอนรายวิชานี้ ผู้จัดท าได้ทุ่มเทก าลังกาย ก าลังใจและเวลาในการศึกษา

ค้นคว้า ทดลอง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อการเรียนการสอน และการจัดการเรียนการสอนตาม

แนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจแบบพอเพียง

ท้ายที่สุดนี้ ผู้จัดท าขอขอบคุณผู้ที่สร้างแหล่งความรู้ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งเป็น

ส่วนส าคัญที่ท าให้แผนการสอนวิชางานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน เล่มนี้เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย

และหากผู้ใช้พบข้อบกพร่องหรือมีข้อเสนอแนะประการใด ขอได้โปรดแจ้งผู้จัดท าทราบด้วย จัก

ขอบคุณยิ่ง






วีรยุทธ นุชิต

ผู้จัดท า

แผนการเรียนรู้รายวิชา


ชื่อรายวิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

รหัสวิชา 2101 - 2001 (ท-ป-น) 2-3-3

ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชา/แผนกวิชา เครื่องกล / ช่างอุตสาหกรรม

หน่วยกิต 3 จ านวนคาบรวม 90 คาบ

ทฤษฎี 2 คาบ/สัปดาห์ ปฏิบัติ 3 คาบ/สัปดาห์


ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561


จุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้

1. เข้าใจหลักการท างานหน้าที่ระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ช่างยนต์ ได้ถูกต้องตามขั้นตอน
3. ถอดประกอบตรวจสภาพชิ้นส่วน ปรับแต่งและบ ารุงรักษาเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

4. มีกิจนิสัยที่ดีในการท างานด้วยความเป็นระเบียบ สะอาด ประณีต ปลอดภัย และรักษาสภาพแวดล้อม



สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการ ตรวจสอบบ ารุงรักษาปรับแต่งชิ้นส่วนเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. ถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องยนต์แก๊สโซลีนตามคู่มือ

3. ตรวจสภาพชิ้นส่วนเครื่องยนต์แก๊สโซลีนตามคู่มือ
4. บ ารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องยนต์แก๊สโซลีนตามคู่มือ

5. ปรับแต่งเครื่องยนต์แก๊สโซลีนตามคู่มือ



ค าอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการท างาน การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ช่างยนต์ หลักการ

ท างาน การถอดประกอบตรวจสภาพชิ้นส่วน ระบบน ้ามันเชื้อเพลิง ระบบจุดระเบิดระบบหล่อลื่น ระบบระบาย

ความร้อน ระบบไอดีระบบไอเสียการติดเครื่องยนต์ การปรับแต่งและการบ ารุงรักษาเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

รายการหน่วย ชื่อหน่วย และสมรรถนะประจ าหน่วย

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


หน่วยที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และ สมรรถนะ


โครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์ - แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการท างานของ
เครื่องยนต์แก๊สโซลีน
แก๊สโซลีน


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
ด้านพุทธิพิสัย


1. บอกประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์ได้

2. อธิบายหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2
จังหวะ และ 4 จังหวะได้

3. จ าแนกสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้
4. วาดไดอะแกรมแสดงหลักการและระบบของ


เครื่องยนต์แก๊สโซลีนได้
5. ค านวณความจุของกระบอกสูบได้


ด้านทักษะพิสัย

6. ทดสอบระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบได้



ด้านจิตพิสัย

7. น าโครงสร้างและหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊ส


โซลีนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


หน่วยที่ 2 โครงสร้างและชิ้นส่วนของ สมรรถนะ


เครื่องยนต์และการถอดแยกเสื้อสูบ - ถอดแยกเสื้อสูบ และตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของ
เครื่องยนต์


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


ด้านพุทธิพิสัย
1. บอกโครงสร้างอุปกรณ์ของเครื่องยนต์ได้

2. อธิบายหน้าที่และการท างานของชิ้นส่วนอุปกรณ์
เครื่องยนต์แต่ละชนิดได้


3. จ าแนกโครงสร้างอุปกรณ์ของเครื่องยนต์ได้

ด้านทักษะพิสัย


4. ตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ได้

ด้านจิตพิสัย


5. น าขั้นตอนการถอดแยกและตรวจสอบชิ้นส่วน

เครื่องยนต์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด สมรรถนะ


- ตรวจสอบแก้ปัญหาระบบจุดระเบิด


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

ด้านพุทธิพิสัย
1. บอกองค์ประกอบในการท างานของระบบจุดระเบิด

ได้
2. อธิบายการท างานของระบบจุดระเบิดได้

3. อธิบายหน้าที่ของอุปกรณ์ชิ้นส่วนระบบจุดระเบิดได้


ด้านทักษะพิสัย
4. ตรวจสอบระบบจุดระเบิดได้



ด้านจิตพิสัย
5. น าวิธีการตรวจสอบระบบจุดระเบิดไปประยุกต์ใช้ใน

ชีวิตประจ าวันได้

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม



หน่วยที่ 4 ระบบเชื้อเพลิง สมรรถนะ

- ตรวจสอบแก้ปัญหาระบบเชื้อเพลิง


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
ด้านพุทธิพิสัย

1. บอกหน้าที่ของส่วนประกอบในระบบเชื้อเพลิงได้

2. อธิบายส่วนประกอบของระบบเชื้อเพลิงได้

3. อธิบายหลักการท างานของคาร์บูเรเตอร์ได้



ด้านทักษะพิสัย
4. ตรวจสอบระบบเชื้อเพลิงได้
5. บ ารุงรักษากรองอากาศได้



ด้านจิตพิสัย

6. น าวิธีการตรวจสอบระบบเชื้อเพลิงไปประยุกต์ใช้ใน

ชีวิตประจ าวันได้

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


หน่วยที่ 5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อ สมรรถนะ


ลื่น - ตรวจสอบแก้ปัญหาระบบหล่อลื่น

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

ด้านพุทธิพิสัย


1. บอกหน้าที่ส าคัญของระบบหล่อลื่นได้
2. บอกสาเหตุที่ท าให้น ้ามันเครื่องเสื่อมสภาพได้

3. อธิบายมาตรฐานของน ้ามันเครื่องได้
4. อธิบายเกี่ยวกับสารหล่อลื่นส าหรับเครื่องยนต์ได้


5. จ าแนกเครื่องระบายความร้อนของน ้ามันเครื่องได้


ด้านทักษะพิสัย

6. เปลี่ยนถ่ายน ้ามันเครื่องได้

7. ตรวจสอบระบบหล่อลื่น

8. ตรวจสอบปั๊มน ้ามันเครื่องได้


ด้านจิตพิสัย

9. น าการถอดชุดระบายความร้อนน ้ามันเครื่องไป

ประยุกต์ใช้ในการท างานจริงได้

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


หน่วยที่ 6 ระบบระบายความร้อน สมรรถนะ


- ตรวจสอบแก้ปัญหาระบบระบายความร้อน


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

ด้านพุทธิพิสัย
1. อธิบายถึงหลักการท างานของระบบระบายความร้อน

ได้

2. อธิบายการท างานของหม้อน ้าได้
3. บอกหน้าที่การท างานของชิ้นส่วนระบบระบายความ

ร้อนได้



ด้านทักษะพิสัย

4. ตรวจสอบชิ้นส่วนระบบระบายความร้อนได้


5. ตรวจสอบระบบระบายความร้อนได้

ด้านจิตพิสัย

6. แก้ปัญหาที่เกิดกับระบบระบายความร้อนใน

เครื่องยนต์ได้

7. น าการตรวจสอบระบบระบายความร้อนไป

ประยุกต์ใช้ในการท างานได้

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


หน่วยที่ 7 ระบบไอเสีย สมรรถนะ


- ตรวจสอบแก้ปัญหาระบบไอเสียเครื่องยนต์


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

ด้านพุทธิพิสัย
1. อธิบายหลักการท างานของไอเสียรถยนต์ได้

2. บอกหน้าที่การท างานของชิ้นส่วนในระบบไอเสีย
เครื่องยนต์ได้


ด้านทักษะพิสัย

3. ตรวจการหมุนของใบล้ออัดอากาศได้
4. ตรวจสอบชิ้นส่วนไอเสียเครื่องยนต์ได้


5. ตรวจแก้ปัญหาระบบไอเสียในเครื่องยนต์ได้

ด้านจิตพิสัย

6. น าวิธีการตรวจสอบระบบไอเสียไปประยุกต์ใช้ใน

การท างานได้

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


หน่วยที่ 8 ระบบควบคุมมลภาวะการ สมรรถนะ


บ ารุงรักษาการติดเครื่องและปรับแต่ง - ตรวจสอบระบบควบคุมมลภาวะ และปรับแต่ง
เครื่องยนต์แก๊สโซลีน
เครื่องยนต์แก๊สโซลีน


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
ด้านพุทธิพิสัย

1. บอกผลกระทบจากภาวะมลพิษทางอากาศได้


2. อธิบายแก๊สไอเสียจากรถยนต์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิต
ได้


3. อธิบายหลักการท างานของระบบควบคุมมลภาวะได้

ด้านทักษะพิสัย


4. ตรวจสอบระบบควบคุมมลภาวะได้

5. บ ารุงรักษาเครื่องยนต์แก๊สโซลีนได้
6. ติดเครื่องและปรับแต่งเครื่องยนต์แก๊สโซลีนได้


ด้านจิตพิสัย
7. น าหลักการท างานของระบบควบคุมมลภาวะไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้

รายชื่อหน่วยการสอน/การเรียนรู้

หน่วยการสอน/การเรียนรู้


วิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

รหัส...2101 – 2001......คาบ/สัปดาห์.......7......คาบ

รวม......126…… คาบ

จ านวนคาบ

ทฤษฎี ปฏิบัติ


1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊ส 2 12
โซลีน


2 โครงสร้างและชิ้นส่วนของเครื่องยนต์และการถอดแยกเสื้อสูบ 2 12

3 ระบบจุดระเบิด 2 12

4 ระบบเชื้อเพลิง 2 12

5 ระบบหล่อลื่นและสารหล่อลื่น 3 18

6 ระบบระบายความร้อน 2 12

7 ระบบไอเสีย 2 12

8 ระบบควบคุมมลภาวะการบ ารุงรักษาการติดเครื่องและปรับแต่ง 3 18

เครื่องยนต์แก๊สโซลีน













รวม 126

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี


แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 1

ชื่อวิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน สอนสัปดาห์ที่ 1-2


ชื่อหน่วย ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างาน คาบรวม 10

ของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

ชื่อเรื่อง ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊ส จ านวนคาบ 10

โซลีน


สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย

แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน



สาระส าคัญ

ประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์เบนซินโดยวิวัฒนาการของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนเริ่มขึ้นตั้งแต่

ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเครื่องยนต์ที่มีแรงม้าสูงรวมถึงประหยัด
น ้ามันเชื้อเพลิง เครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นพลังงานกลที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง เครื่องยนต์จะดูด

เอาไอดี คือส่วนผสมน ้ามันกับอากาศเข้ากระบอกสูบ และจะอัดไอดีเผาไหม้ภายในกระบอกสูบท าให้เครื่องยนต์

มีก าลังขับเคลื่อนได้


เรื่องที่จะศึกษา

1. ประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์

2. หลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ

3. ไดอะแกรมแสดงจังหวะการเปิดและปิดลิ้น

4. ไดอะแกรมแสดงแรงดันและปริมาตรของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ
5. หลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ

6. ระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบ

7. ไดอะแกรมการปิด-เปิดช่องทางไอดีและไอเสียเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ

8. ไดอะแกรมแสดงแรงดันและปริมาตรของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ
9. สมรรถนะของเครื่องยนต์

10. ความจุของกระบอกสูบ

11. อัตราส่วนก าลังอัด

จุดประสงค์การเรียน/การสอน


 จุดประสงค์ทั่วไป

1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานโครงสร้างเครื่องยนต์แก๊สโซลีน (ด้านพุทธิพิสัย)

2. เพื่อให้มีทักษะทดสอบระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบ (ด้านทักษะพิสัย)
3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้น าโครงสร้างและหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนไป

ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน (ด้านจิตพิสัย)



 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. บอกประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์ได้ (ด้านพุทธิพิสัย)
2. อธิบายหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ และ 4 จังหวะได้ (ด้านพุทธิพิสัย)

3. จ าแนกสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้ (ด้านพุทธิพิสัย)

4. วาดไดอะแกรมแสดงหลักการและระบบของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนได้ (ด้านพุทธิพิสัย)
5. ค านวณความจุของกระบอกสูบได้ (ด้านพุทธิพิสัย)

6. ทดสอบระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบได้ (ด้านทักษะพิสัย)

7. น าโครงสร้างและหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้

(ด้านจิตพิสัย)

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้


1.1 ประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์

ความเป็นมาของเครื่องยนต์
การที่ปัจจุบันเราได้อาศัยยานพาหนะ เครื่องจักร เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ มาอ านวยความสะดวกแก่คนเราทุก

วันนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดจากแนวคิดจินตนาการ ความสามารถของมนุษย์ที่มีวิวัฒนาการความคิดในการประดิษฐ์สิ่ง

ที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นรูปธรรม โดยอาศัยแนวคิด ทฤษฎีต่าง ๆ บุคคลเหล่านั้นคือนักวิทยาการ เครื่องจักร
เครื่องยนต์ต่าง ๆ ซึ่งกว่าจะมาเป็นรถยนต์ จักรยานยนต์ และเครื่องจักร ย่อมมีวิวัฒนาการประวัติความเป็นมาที่

ยาวนาน ดังนี้

- ค.ศ. 1794 (พ.ศ. 2337) โรเบิร์ต สตรีท (Robert Street) ชาวอังกฤษ สร้างเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน
เครื่องแรก

- ค.ศ. 1824 (พ.ศ. 2367) ซาดี คาร์โน (Sadi Carnot) ค้นคว้าเพิ่มเติมของสตรีทให้ดียิ่งขึ้น

- ค.ศ. 1862 (พ.ศ. 2405) โปเดอร์ โรชา (Beau De Rochas) ชาวฝรั่งเศส ได้พิมพ์อกสารหลักการท างาน
ของเครื่องยนต์ 4 จังหวะเป็นครั้งแรก โดยเน้นหลักการต่อไปนี้

1. การอัดตัวของส่วนผสมของน ้ามันกับอากาศสูงสุดที่จุดเริ่มต้นของการขยายตัวเท่าที่จะเป็นไปได้

2. การขยายตัวมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

3. การขยายตัวรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
4. ปริมาตรความจุของกระบอกสูบมากที่สุด โดยมีพื้นที่ระบายความร้อนน้อยที่สุด

- ค.ศ. 1872 (พ.ศ. 2415) เบรย์ตัน (Brayton) ชาวเยอรมัน ได้พัฒนาเครื่องยนต์สามารถใช้พาราฟิน และ

น ้ามันปิโตเลียมหนักเป็นเชื้อเพลิง
- ค.ศ. 1876 (พ.ศ. 2419) ดร.ออตโต (Dr. N.A. Auto) ชาวเยอรมัน สร้างเครื่องยนต์ 4 จังหวะตาม

หลักการของโรชา และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ได้มีการประดิษฐ์ยานพาหนะทางบกที่ขับเคลื่อนด้วย

ก าลังของตัวเองมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ผลส าเร็จของการประดิษฐ์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1876 นี้เอง ต่อมาในปี ค.ศ.

1880 (พ.ศ. 2422) มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมากเกิดขึ้นใน เยอรมนี เมื่อ เดมเลอร์ (Gottlieb Daimler) และเบนซ์
(Carl Benz) ท างานร่วมกับมายบัค (Maybach)ได้ประดิษฐ์เครื่องยนต์เครื่องแรก ปี ค.ศ. 1883 (พ.ศ. 2425) โดย

เครื่องยนต์ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นนี้มีความเร็วรอบมากกว่าของออตโตถึง 4 เท่า คือความเร็วเท่ากับ 900 รอบต่อนาที

- ค.ศ. 1884 (พ.ศ. 2426) เดมเลอร์ติดตั้งเครื่องยนต์แรงม้าบนรถจักรยานยนต์
- ค.ศ. 1881 (พ.ศ. 2423) เซอร์ดูกาล์ดเคลิก (Sir Dugalald Clerk) ชาวอังกฤษประดิษฐ์เครื่องยนต์แก๊ส

โซลีน 2 จังหวะ

- ค.ศ. 1892 (พ.ศ. 2435) ดร.รูดอร์ฟ ดีเซล (Dr. Rudolf Diesel) ชาวเยอรมัน สร้างเครื่องยนต์ดีเซล โดย
มีการน าเอามาอัดอากาศร้อนแล้วฉีดเชื้อเพลิงเข้าไปเผาไหม้แล้วเกิดความร้อนและความดัน ดันลูกสูบให้เคลื่อนที่

- ค.ศ. 1892 (พ.ศ. 2435) มีการน าเอาระบบจุดระเบิดด้วยแมกนีโต และหัวเทียนมาใช้กับเครื่องยนต์

แก๊สโซลีน

- ค.ศ. 1893 (พ.ศ. 2436) มายบัคประดิษฐ์คาร์บูเรเตอร์ที่ใช้ระบบนมหนู

- ค.ศ. 1894 (พ.ศ. 2437) เบนซ์ประดิษฐ์เครื่องยนต์ 2 แรงม้า
- ค.ศ. 1895 (พ.ศ. 2438) พันนาร์ด (Pannard) ได้สร้างรถแบบปิดขึ้น และพี่น้องมิชลินได้ผลิตยางแบบ

เติมลมส าเร็จ

- ค.ศ. 1897 (พ.ศ. 2440) มอร ์์ (Mors) ชาวฝรงั่ เศส ไดผ้ ลติ เครอื่ งยนต ์์ 8 สบู (V8- แกรฟ และ
สตีฟ แห่งออสเตรีย ได้ผลิตรถยนต์แก๊สโซลีนขับเคลื่อนล้อหน้า

- ค.ศ. 1898 (พ.ศ. 2441) เดมเลอร์ผลิตเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง

- ค.ศ. 1901 (พ.ศ. 2444) เดมเลอร์ผลิตรถเบนซ์ขึ้น จัดได้ว่าเป็นเครื่องยนต์สมัยใหม่เครื่องแรก

- ค.ศ. 1902 (พ.ศ. 2445) ส าปเดอร์ แห่งฮอลแลนด์ ได้ผลิตรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ
เรียง

- ค.ศ. 1903 (พ.ศ. 2446) แอดเลอร์ แห่งเยอรมนีได้จดทะเบียนเพลาท้ายอิสระซึ่งออกแบบโดย ดร.อีรัม

เพลอร์ และบอร์ ขายรถที่ติดตั้งโช้คอัพ เมาสเลย์ แห่งอังกฤษ ผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ O.H.C. และแอด
เลอร์ แห่งฝรั่งเศส ผลิตเครื่องยนต์ V8

- ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2447) อัศวิด แห่งอเมริกา ผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้ซูเปอร์ชาร์จ

- ค.ศ. 1909 (พ.ศ. 2449) คริสตี้ ชาวอเมริกัน ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบ และเกียร์กับรถยนต์ขับล้อหน้า
- ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2451) คาลิแลค แนะน าการสตาร์ตด้วยไฟฟ้า และระบบไฟแสงสว่างกับไดนาโม

- ค.ศ. 1912 (พ.ศ. 2452) เปอร์โย แนะน าเครื่องยนต์ที่ใช้เพลาลูกเบี้ยวคู่

- ค.ศ. 1913 (พ.ศ. 2452) อังกฤษ ใช้คาร์บูเรเตอร์แบบสุญญากาศคงที่ (S.U.)

- ค.ศ. 1919 (พ.ศ. 2458) อิสปาโน ซุบซา แห่งสเปน ใช้เบรกแบบช่วยเพิ่มพลัง
1.2 หลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ

ในเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ การท างานใน 1 กลวัตร ประกอบด้วย จังหวะดูด จังหวะอัด จังหวะ

ระเบิด และจังหวะคาย

การท างานของเครื่องยนต์เป็นล าดับขั้นตอนของการเผาไหม้ซึ่งกระท าซ ้าๆ กัน ล าดับแรกส่วนผสมไอดี
(Fuel-air Mixture) จะถูกดูดไปในกระบอกสูบ (Cylinder) หลังจากนั้นส่วนผสมไอดีจะถูกอัดตัว (Compression)

และจะเกิดการเผาไหม้ (Combustion) ท าให้เกิดความดันของแก๊สผลักดันลูกสูบให้เคลื่อนที่ลง

กลวัตรเครื่องยนต์ 4 จังหวะ (4 Cycle Engine)
1.) จังหวะดูด (Intake Stroke) เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลงลิ้นไอดีเปิด ไอดี (ห้องเผาไหม้) โดยลูกสูบเคลื่อนที่

จากศูนย์ตายบน (TDC) ลงสู่ศูนย์ตายล่าง (BDC)

2.) จังหวะอัด (Compression Stroke) เมี่อลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นจากศูนย์ตายล่างจนถึงศูนย์ตายบน ในจังหวะ
2
นี้ลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียจะปิด ไอดีจะถูกอัดจนมีความดันประมาณ 6–10 กก./ ซม (90–150 ปอนด์ / ตารางนิ้ว)
และอุณหภูมิไอดีสูงขึ้นด้วย

3.) จังหวะระเบิดหรือจังหวะก าลัง (Power Stroke) เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นก่อนถึงศูนย์ตายบนในจังหวะ

อัด ไอดีจะถูกจุดให้ลุกไหม้ด้วยประกายไฟจากหัวเทียน เกิดการระเบิดและลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ท าให้อุณหภูมิ

สูงถึงประมาณ 2,000–2,500 องศาเซลเซียส เกิดการขยายตัวของแก๊สผลักดันให้ลูกสูบเลื่อนลง เป็นจังหวะก าลัง
หรือให้ก าลังงาน

4.) จังหวะคาย (Exhaust Stroke) เมื่อสิ้นสุดจังหวะระเบิดลูกสูบจะเคลื่อนที่จากศูนย์ตายล่างขึ้นไปศูนย์

ตายบน ลิ้นไอดียังคงปิดอยู่ส่วนลิ้นไอเสียจะเปิด แก๊สไอเสียจากการเผาไหม้จะถูกลูกสูบขับไล่ออกไปทางช่องไอ
เสีย

1.3 ไดอะแกรมแสดงจังหวะการเปิดและปิดลิ้น

เครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ ลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียจะต้องออกแบบให้ถูกต้องตามกลวัตรการท างาน

ของเครื่องยนต์ คือลิ้นไอดีจะเปิดก่อนจุดศูนย์ตายบน (BTDC) เมื่อเริ่มจังหวะดูด และปิดหลังจุดศูนย์ตายล่าง
(ABDC) ลิ้นไอเสียจะเปิดเมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลงก่อนถึงจุดศูนย์ตายล่าง (BBDC) ในจังหวะระเบิด และปิดเมื่อ

ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นเลยจุดศูนย์ตายบน (ATDC) เมื่อสิ้นสุดจังหวะคาย

ลิ้นไอดี เปิดก่อนจุดศูนย์ตายบน 6 องศา (6 BTDC) และจะปิดหลังจุดศูนย์ตายล่าง 40 องศา
ลิ้นไอเสีย เปิ ดก่อนจุดศูนย์ตายล่าง 31 องศา (31 BBDC) และจะปิ ดหลังจุดศูนย์ตายบน 9 องศา (9

ATDC) ในขณะที่ลิ้นไอเสียเปิดให้แก๊สไอเสียจากการเผาไหม้ไหลออกใกล้จะสิ้นสุดในจังหวะคายไอเสีย ลิ้นไอ

ดีก็จะถูกเปิดในจังหวะดูดเพื่อให้แก๊สไอดีบรรจุในกระบอกสูบและขับไล่ไอเสีย ท าให้ลิ้นทั้งสองเปิดพร้อมกัน
เรียกว่า โอเวอร์แล็ป (Overlap) ถ้ามีช่วงโอเวอร์แล็ปมากจะท าให้เครื่องยนต์เดินไม่เรียบ

1.4 ไดอะแกรมแสดงแรงดันและปริมาตรของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ

แรงดันและปริมาตรจะมีค่าเปลี่ยนแปลงไปตามกลวัตรการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ

1.) จังหวะดูด 1-2 ลูกสูบจะเลื่อนลงท าให้เกิดเป็นสุญญากาศขึ้นภายในกระบอกสูบ แรงดันในกระบอก
สูบจะต ่ากว่าแรงดันบรรยากาศประมาณ 0.1 ถึง 0.2 บาร์ ส่วนปริมาตรจะมีเพิ่มขึ้น

2.) จังหวะอัด 2-3 ลูกสูบจะเคลื่อนตัวจากศูนย์ตายล่างขึ้นศูนย์ตายบน ลิ้นไอดีลิ้นไอเสียปิดสนิท แรงดัน

จะสูงถึงประมาณ 30 บาร์ และอุณหภูมิจะสูงถึง 400-500 องศาเซลเซียสปริมาตรจะลดลง

3.) จังหวะระเบิด 3-4 ก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนตัวถึงศูนย์ตายบนเพียงเล็กน้อย (4-10 องศา) หัวเทียนจะจุด
ประกายไฟเผาไหม้ส่วนผสมไอดีที่อยู่ในกระบอกสูบ แรงดันในจังหวะนี้สูงประมาณ 30-60 บาร์ อุณหภูมิ 2,000-

2,500 องศาเซลเซียส

4.) จังหวะคาย 5-1 เมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวก่อนลงสู่ศูนย์ตายล่าง ลิ้นไอเสียเปิดให้ไอเสียที่เกิดจากการเผา
ไหม้ซึ่งมีแรงดันประมาณ 3-5 บาร์ ความร้อนสูงไหลออกอย่างรวดเร็ว เป็นการลดแรงดันของไอเสียในจังหวะนี้

ภายในกระบอกสูบจะสูงกว่าบรรยากาศปกติไม่มาก

1.5 หลักการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ
หลักการท างานของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ (Two-Stroke Engine)

เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (Two-Stroke Engine) คือเครื่องยนต์ที่ท างาน 2 จังหวะ คือ จังหวะที่ 1 คือจังหวะดูด

กับอัด และ จังหวะที่ 2 คือจังหวะระเบิดและคาย และเครื่องยนต์ 2 จังหวะ จะไม่มีลิ้นไอดีและลิ้นไอเสีย แต่จะใช้

ลูกสูบเป็นตัวเปิดปิดช่องไอดีและช่องไอเสียแทน ซึ่งเครื่องยนต์ 2 จังหวะ จะหมุน 1 รอบได้จังหวะงาน 1 ครั้ง

ส่วนเครื่องยนต์ 4 จังหวะ จะหมุน 2 รอบได้จังหวะงาน 1 ครั้ง
1.) จังหวะดูด และจังหวะอัด

เป็นจังหวะที่ลูกสูบเคลื่อนที่จากศูนย์ตายล่างขึ้นสู่ศูนย์ตายบน ระหว่างการเคลื่อนที่นี้เองด้านบน

ลูกสูบ คือการอัดส่วนผสมไอดี ในขณะเดียวกั นช่องไอเสีย (พอตไอเสีย) จะถูกปิ ดด้วยตัวลูกสูบโดย
อัตโนมัติโดยที่เวลาเดียวกันนี้เองรีดวาล์วก็จะเปิดช่องไอดี (พอตไอดี) ท าให้ส่วนผสมไอดีไหลเข้าสู่ห้องเพลาข้อ

เหวี่ยงโดยอัตโนมัติ

2.) จังหวะระเบิด และจังหวะคาย

เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นไปสู่ศูนย์ตายบน ก็จะเกิดประกายไฟจากหัวเทียนท าให้เกิดการระเบิด แก๊ส
จากการเผาไหม้ดันลูกสูบลงไปสู่ศูนย์ตายล่างอีกครั้ง ในระหว่างการเคลื่อนที่ลงนี้ ขอบของลูกสูบก็จะไปเปิดช่อง

ไอเสีย ท าให้แก๊สไอเสียไหลผ่านออกไป เมื่อเลื่อนลงมาอีกขอบบนของลูกสูบก็จะเปิดช่องไอดี ส่วนผสมไอดีจาก

ห้องเพลาข้อเหวี่ยงไหลเข้าไปขับไล่ไอเสียและเข้าไปแทนที่ในห้องเผาไหม้
1.6 ระบบการประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบ (Piston Type)

เมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวขึ้น ขอบล่างของลูกสูบจะเปิดช่องไอดี ภายในห้องเพลาข้อเหวี่ยงจะเกิดสุญญากาศ

ท าให้ดูดส่วนผสมไอดีเข้าบรรจุในห้องเพลาข้อเหวี่ยง ส่วนบนของลูกสูบจะปิดช่องไอดีและช่องไอเสีย จากนั้น
ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นอัดส่วนผสมไอดีต่อไป หัวเทียนจะเริ่มจุดประกายไฟเผาไหม้ส่วนผสมไอดี เกิดแรงระเบิดดัน

ลูกสูบให้เคลื่อนตัวในจังหวะระเบิด จนกระทั่งขอบบนของลูกสูบเปิดช่องไอเสีย (ส่วนบนของช่องไอเสียจะอยู่

สูงกว่าส่วนบนของช่องไอดี) ไอเสียจะไหลออกจากห้องเผาไหม้ และเมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวลงไปเรื่อย ๆ ขอบบน

ของลูกสูบจะเปิดช่องไอดีส่วนผสมไอดีจะถูกอัดผ่านช่องทางไอดีขึ้นมาบนหัวลูกสูบเพื่อขับไล่ไอเสียออกไป
และเข้าแทนที่ไอเสียในห้องเผาไหม้

1.) ระบบการประจุไอดีแบบรีดวาล์ว (Reed Valve Type)

การท างานของระบบการประจุไอดีแบบรีดวาล์วเมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวขึ้น หัวลูกสูบเคลื่อนตัวขึ้น หัว

ลูกสูบจะปิดช่องไอดีก่อนแล้วจึงปิดช่องไอเสียเพื่อท าการอัดส่วนผสมไอดีรีดวาล์วจะเปิดช่องไอดี ส่วนผสมไอดี
จะถูกประจุเข้าไปในห้องเพลาข้อเหวี่ยงและเมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวขึ้นก่อนถึงจุดศูนย์ตายบนเล็กน้อย หัวเทียนจะจุด

ประกายไฟเกิดการลุกไหม้ดันให้ลูกสูบเคลื่อนตัวลงรีดวาล์วจะปิด ลูกสูบจะเคลื่อนตัวลงมาเรื่อย ๆ จนส่วนบน

ของลูกสูบเปิดช่องไอเสีย
2.) ระบบการประจุไอดีแบบโรตารี (Rotary Valve Type)

การท างานของระบบการประจุไอดีแบบนี้จะใช้ลูกสูบเคลื่อนตัวขึ้น หัวลูกสูบเริ่มปิดช่องส่งไอดี

ก่อนแล้วจึงปิดช่องไอเสีย ขณะเดียวกันแผ่นโรตารีก็จะเริ่มเปิดช่องไอดี ท าให้ไอดีถูกดูดเข้ามาในห้องเพลาข้อ
เหวี่ยง เมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวเกือบถึงศูนย์ตายบน หัวเทียนจะเริ่มมีประกายไฟเกิดการระเบิดดันให้ลูกสูบเคลื่อนตัว

ลง แผ่นโรตารีก็เริ่มปิดช่องไอดี ท าให้ไอดีถูกอัดตัวและเมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลงหัวลูกสูบจะเคลื่อนตัวลงต่อไปเปิด

ช่องส่งไอดี และไอดีจะถูกอัดขึ้นไปในห้องเผาไหม้เพื่อขับไล่ไอเสียออก

3.) ระบบการประจุไอดีแบบเพาเวอร์รีด (Power Reed Valve)

การท างานเครื่องยนต์แบบเพาเวอร์รีดจะเป็ นการท างานร่วมกับลูกสูบ ท าให้เครื่องยนต์มี
ประสิทธิภาพในการท างานยิ่งขึ้นทั้งที่ความเร็วรอบต ่าและความเร็วรอบสูง เมื่อลูกสูบเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นสู่จุดศูนย์

ตายบน รีดวาล์วจะเปิดให้ไอดีเข้ามาในห้องเพลาข้อเหวี่ยง เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ตัวขึ้นไปต่อจนหัวลูกสูบปิดช่องไอ

ดีและเปิดช่องไอเสียเป็นการอัดไอดี ส่วนลูกสูบส่วนล่างจะเปิดช่องไอดีไหลเข้ามาในห้องเพลาข้อเหวี่ยงรวมการ
เพิ่มเป็น 2 ทาง จะท าให้ปริมาณไอดีเพิ่มมากขึ้นด้วยและมีก าลังมากกว่าเครื่องยนต์ 2 จังหวะแบบชนิดอื่น

1.7 ไดอะแกรมการปิด-เปิดของช่องทางไอดีและไอเสียเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ

เมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวลงก่อนถึงจุดศูนย์ตายล่าง (BDC) 65 องศา ช่องทางไอเสียจะเปิดให้ไอเสียออกทาง

ช่องทางไอเสียจนลูกสูบเคลื่อนตัวจากจุดศูนย์ตายล่างขึ้นสู่จุดศูนย์ตายบนที่ 65 องศาช่องทางไอเสียจะปิด ใน
เวลาเดียวกันช่องทางไอดีจะเปิดให้ไอดีบรรจุเข้าห้องเผาไหม้ ลูกสูบจะเคลื่อนตัวถึงจุดศูนย์ตายบน ไอดีจะถูกอัด

ก่อนถึงจุดศูนย์ตายบน 25 องศา หัวเทียนจุดประกายไฟเผาไหม้ไอดี

 ช่องทางไอดี เปิดก่อน TDC 25 องศา และปิดหลังจาก TDC 55 องศา

 ช่องไอเสีย เปิดก่อน BDC 65 องศา และปิดหลังจาก BDC 65 องศา

1.8 ไดอะแกรมแสดงแรงดันและปริมาตรของเครื่องแก๊สโซลีน 2 จังหวะ
1.) จังหวะบรรจุไอดี 1-3-2 ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนตัวจากศูนย์ตายล่างขึ้นศูนย์ตายบนช่องทางไอดีจะเปิด

ส่วนช่องทางไอเสียจะปิด ท าให้ภายในห้องเพลาข้อเหวี่ยงเกิดสุญญากาศประมาณ 0.2-0.4 บาร์ ดูดไอดีเข้ามี

ปริมาตรเพิ่มขึ้น ลูกสูบจะเคลื่อนตัวขึ้นในจังหวะอัดท าให้ไอดีที่บรรจุเกิดแรงดันอุณหภูมิสูงขึ้นแต่ปริมาตรไอดี
เล็กลง

2.) จังหวะระเบิดและคายไอเสีย 2-3-1 หัวเทียนจะจุดประกายไฟก่อนลูกสูบจะเคลื่อนที่ถึงจุดศูนย์ตาย

บนเพียงเล็กน้อย การเผาไหม้ไอดีจะท าให้เกิดแรงดันและอุณหภูมิสูง จะท าให้ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน
4 จังหวะ แก๊สการเผาไหม้จะมีแรงดันให้ลูกสูบเคลื่อนตัวลงสู่ศูนย์ตายล่างอย่างรวดเร็ว

1.9 สมรรถนะของเครื่องยนต์

รถยนต์ที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปสามารถวัดสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้ดังนี้
ขนาดความโตของกระบอกสูบและระยะชักของลูกสูบ (Bore and Stroke) ระยะชักที่ใช้กับเครื่องยนต์ได้

จัดแบ่งช่วงระยะชักของลูกสูบและขนาดความโตของลูกสูบออกเป็น 3 แบบ คือ

1. เครื่องยนต์ที่ระยะชักยาว เครื่องยนต์ประเภทนี้มีช่วงระยะชักยาวกว่าขนาดโตของกระบอกสูบท าให้

ความเร็วของลูกสูบมีมากกว่า และการสึกหรอจะสูงกว่าในช่วงความรอบที่เท่ากัน
2. เครื่องยนต์ที่มีช่วงระยะชักปานกลาง นั่นคือเครื่องยนต์จะต้องมีช่วงระยะชักกับความโตของกระบอก

สูบเท่ากัน

3. เครื่องยนต์ที่มีช่วงระยะชักสั้นเป็นเครื่องยนต์ที่มีช่วงระยะชักสั้นกว่าความโตของกระบอกสูบ

ในปัจจุบันรถยนต์นั่งโดยทั่วไปเครื่องยนต์มักมีระยะชักปานกลางและสั้นเนื่องจากความเร็วลูกสูบที่

ต ่ากว่าเครื่องยนต์ที่มีช่วงระยะชักของลูกสูบที่ยาว

1.10 ความจุของกระบอกสูบ
ความจุของกระบอกสูบ (Piston Displacement) คือปริมาตรทั้งหมดของกระบอกสูบ ซึ่งวัดจากการ

เคลื่อนที่ของลูกสูบจากจุดศูนย์ตายบนไปสู่จุดศูนย์ตายล่าง และสามารถค านวณความจุของกระบอกสูบรวมของ

3
เครื่องยนต์ มีหน่วยเป็นลูกบาศก์เมตรหรือ C สามารถค านวณได้จากสูตร
V =


โดย V = ความจุกระบอกสูบ
= อัตราส่วนของเส้นรอบวงของวงกลมต่อเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลม

D = ความโตของกระบอกสูบ

L = ระยะชักลูกสูบ
N = จ านวนกระบอกสูบของเครื่องยนต์นั้น

1.11 อัตราส่วนก าลังอัด

อัตราส่วนก าลังอัด (Compression Ratio) คือปริมาตรของส่วนผสมของไอดีถูกดูดเข้าไปในกระบอกสูบใน

จังหวะดูด และจะถูกอัดตัวในจังหวะอัดให้มีปริมาตรหนึ่งภายในห้องเผาไหม้ ถ้าเครื่องยนต์มีอัตราส่วนก าลังอัด
มาก แรงดันที่เกิดจากการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบจะมีสูงมากเช่นเดียวกันท าให้เครื่องยนต์มีแรงบิดเพิ่มขึ้น มี

ก าลังงานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็จะประหยัดน ้ามันเชื้อเพลิง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเครื่องยนต์มีอัตราส่วนของ

ก าลังอัดสูงมากเกินไป ท าให้อุณหภูมิของไอดีภายในห้องเผาไหม้สูงมาก

การสิ้นเปลืองน ้ามันเชื้อเพลิง การวัดปริมาณการสิ้นเปลืองน ้ามันเชื้อเพลิงท าได้โดยการวัดปริมาตร
เชื้อเพลิงที่เครื่องยนต์ใช้ต่อหน่วยระยะทางการสิ้นเปลืองน ้ามันมีการทดสอบได้ 2 อย่าง คือ

1. ทดสอบจากระยะทางของรถยนต์ตามระยะทางที่ก าหนดไว้ และเปรียบเทียบกับปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้

ไป เช่น 100 กิโลเมตรต่อลิตร
2. วัดได้จากระยะทางที่รถยนต์สามารถวิ่งได้ต่อปริมาณเชื้อเพลิงที่ก าหนดไว้ หน่วยวัดเป็นกิโลเมตรต่อ

แกลลอนหรือต่อลิตร

กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน

1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะน า 1. ผู้เรียนเตรียมหนังสือและฟังผู้สอนแนะน า

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้ รายวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้กับ

กับวิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน วิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน
2. ผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะศึกษาและจุดประสงค์ 2. ผู้เรียนฟังผู้สอนชี้แจงเรื่องที่จะศึกษาและ

เชิงพฤติกรรมประจ าหน่วยที่ 1 เรื่อง ประวัติ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจ าหน่วยที่ 1 เรื่อง

เครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์ ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของ
แก๊สโซลีน เครื่องยนต์แก๊สโซลีน

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น 3. ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ

เกี่ยวกับโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซ โครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

ลีน
4. ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างการท างาน 4. ผู้เรียนฟังผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้าง

ของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ถูกต้องให้ผู้เรียนฟัง การท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน




2. ขั้นให้ความรู้ (105 นาที) 2. ขั้นให้ความรู้ (105 นาที )

1. ผู้สอนเปิดงานน าเสนอวิชางานเครื่องยนต์ 1. ผู้เรียนฟังงานน าเสนอวิชางานเครื่องยนต์

แก๊สโซลีน หน่วยที่ 1 เรื่อง ประวัติเครื่องยนต์และ แก๊สโซลีน หน่วยที่ 1 เรื่อง ประวัติเครื่องยนต์และ
โครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน โครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชางาน 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชางานเครื่องยนต์

เครื่องยนต์แก๊สโซลีน หน่วยที่ 1 เรื่อง ประวัติ แก๊สโซลีน หน่วยที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้าง
เครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์ การท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน และฟังผู้สอน

แก๊สโซลีน และอธิบายเนื้อหาให้ผู้เรียนฟัง อธิบายเนื้อหา

กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน

3. ขั้นประยุกต์ใช้ ( 660 นาที ) 3. ขั้นประยุกต์ใช้ ( 660 นาที )

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าใบงานที่ 1 ประวัติ 1. ผู้เรียนท าใบงานที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และ

เครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์ โครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน
แก๊สโซลีน

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าแผนการฝึกปฏิบัติงาน 2. ผู้เรียนท าแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ การ

โครงการ การอธิบายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน อธิบายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ และ
4 จังหวะ และ 2 จังหวะ 2 จังหวะ

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนท าแบบฝึ กหัดที่ 1 เรื่อง 3. ผู้เรี ยนท าแบบฝึ กหัดที่ 1 เรื่องประวัติ

ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของ เครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์แก๊สโซลีน แก๊สโซลีน
4. ผู้สอนให้ผู้เรียนท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน 4. ผู้เรียนท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 1

หน่วยที่ 1



4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 60 นาที ) 4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 60 นาที )
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อในหน่วย 1. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปเนื้อหาใน

เรียนที่ 1 เรื่อง ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการ หน่วยเรียนที่ 1 เรื่อง ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้าง

ท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน การท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน





(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-7) (บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-7)



(รวม 840 นาที หรือ 14 คาบเรียน)

งานที่มอบหมายหรือกิจกรรมการวัดผลและประเมินผล



ก่อนเรียน
1. จัดเตรียมเอกสารหน่วยที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. ท าความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนของหน่วยที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการ

ท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

3. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน


ขณะเรียน

1. ท าใบงานที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. ท าแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ การอธิบายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ และ 2 จังหวะ

3. ท าแบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน
4. ท ากิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 1



หลังเรียน

ร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนให้มีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน



ผลงาน/ชิ้นงาน/ความส าเร็จของผู้เรียน

1. ใบงานที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ การอธิบายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ และ 2 จังหวะ

3. แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน
4. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 1

สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้


สื่อสิ่งพิมพ์

1. เอกสารประกอบการสอนวิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-7)

2. ใบงานที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน ใช้ขั้นประยุกต์ใช้

ข้อ 1
3. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ การอธิบายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ และ 2 จังหวะ ใช้

ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 2

4. แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน ใช้ขั้น
ประยุกต์ใช้ ข้อ 3

5. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 1 ใช้ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 4



สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)
1. เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์

2. งานน าเสนอ



สื่อของจริง
-

แหล่งการเรียนรู้




ในสถานศึกษา

1. ห้องสมุด

2. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์


นอกสถานศึกษา

ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถิ่น




การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น

1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เรื่อง การบอกประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์ และการอธิบาย

หลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. บูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การจ าแนกสมรรถนะของเครื่องยนต์

3. บูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การค านวณความจุของกระบอกสูบ
4. บูรณาการกับวิชาศิลปะ เรื่อง การวาดไดอะแกรมแสดงหลักการและระบบของเครื่องยนต์แก๊สโซ

ลีน

5. บูรณาการกับวิชาการงานอาชีพ เรื่อง การทดสอบระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบ

การประเมินผลการเรียนรู้


 หลักการประเมินผลการเรียนรู้



ก่อนเรียน

1. ความรู้พื้นฐานก่อนเรียน



ขณะเรียน

1. ตรวจใบงานที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. ตรวจแบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ การอธิบายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ และ 2
จังหวะ

3. ตรวจแบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

4. ตรวจกิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 1


หลังเรียน

1. ความรู้ที่ได้หลังจากการเรียน




ผลงาน/ชิ้นงาน/ความส าเร็จของผู้เรียน

1. ใบงานที่ 1 ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2. แบบฝึกปฏิบัติงานโครงการ การอธิบายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ และ 2 จังหวะ
3. แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

4. กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 1

สมรรถนะที่พึงประสงค์


ผู้เรียนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน
1. วิเคราะห์และตีความหมาย

2. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ

3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น

4. ประยุกต์ความรู้สู่งานอาชีพ


สมรรถนะการปฏิบัติงานอาชีพ

แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน



สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง

จากการเรียนสัปดาห์ที่ 1-2 เรื่อง ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซ
ลีน ผู้เรียนจะมีความรู้เกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์ หลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4

จังหวะ ไดอะแกรมแสดงจังหวะการเปิดและปิดลิ้น ไดอะแกรมแสดงแรงดันและปริมาตรของเครื่องยนต์แก๊ส

โซลีน 4 จังหวะ หลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ ระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วย
ลูกสูบ ไดอะแกรมการปิด-เปิดช่องทางไอดีและไอเสียเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ ไดอะแกรมแสดง

แรงดันและปริมาตรของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ สมรรถนะของเครื่องยนต์ ความจุของกระบอกสูบ

และอัตราส่วนก าลังอัด ท าให้ผู้เรียนสามารถน าโครงสร้างและหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนไป

ประยุกต์ใช้ในการท างานจริงได้ สามารถทดสอบระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบได้

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้


 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 1 บอกประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : บอกประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์ได้ จะได้ 1 คะแนน


 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 อธิบายหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ และ 4

จังหวะได้

1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ และ 4 จังหวะ

ได้ จะได้ 1 คะแนน


 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 3 จ าแนกสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้

1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : จ าแนกสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้ จะได้ 1 คะแนน



 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 4 วาดไดอะแกรมแสดงหลักการและระบบของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : วาดไดอะแกรมแสดงหลักการและระบบของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนได้

จะได้ 1 คะแนน


 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 5 ค านวณความจุของกระบอกสูบได้

1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : ค านวณความจุของกระบอกสูบได้ จะได้ 2 คะแนน

 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 6 ทดสอบระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบได้

1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : ทดสอบระบบประจุไอดีและคายไอเสียด้วยลูกสูบได้ จะได้ 3 คะแนน


 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 7 น าโครงสร้างและหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนไป

ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : น าโครงสร้างและหลักการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ จะได้ 1 คะแนน

ใบงานที่ 1

ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้าง

การท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

จุดประสงค์
1. อธิบายวัฏจักรการท างานเครื่องยนต์ 4 จังหวะได้

2. อธิบายวัฏจักรการท างานเครื่องยนต์ 2 จังหวะได้

3. สามารถตรวจสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ได้
กิจกรรม

แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 มอบหมายให้นักเรียนจัดท าวักจักรการท างานเครื่องยนต์ 4 จังหวะ แล้วให้น าเสนอผลงาน

หน้าชั้นเรียน
กลุ่มที่ 2 มอบหมายให้นักเรียนท าการตรวจสอบสมรรถนะเครื่องยนต์แก๊สโซลีน แล้วให้น าเสนอ

ผลงานหน้าชั้นเรียน

กลุ่มที่ 3 มอบหมายให้นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับไดอะแกรมวัฏจักรการท างานเครื่องยนต์ 2 จังหวะแล้ว
ให้น าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

การประเมิน

ล าดับที่ รายการประเมิน 1 2 3 4

1 ความพร้อมในการน าเสนอ จัดท าวัฏจักร
การท างานเครื่องยนต์ 4 จังหวะ

2 ความพร้อมในการน าเสนอเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

3 ความพร้อมในการน าเสนอ จัดท าวัฏจักร

การท างานเครื่องยนต์ 4 จังหวะ


1 = ปรับปรุงแก้ไข ข้อเสนอแนะ

2 = พอใช้ .......................................................................................................................
3 = ดี .......................................................................................................................

4 = ดีมาก .......................................................................................................................



ผู้ประเมิน ..................................................... วันที่ ............... เดือน .............................. พ.ศ. .............

แผนฝึกปฏิบัติงานโครงการ

การอธิบายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

4 จังหวะ และ 2 จังหวะ

ค าสั่ง รายการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ และ 2 จังหวะ โดยอธิบายพร้อมถ่ายรูปประกอบขั้นตอน
การปฏิบัติ

1. ท าแบบจ าลองการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ












































ขั้นตอน

............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

2. ท าแบบจ าลองการท างานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 2 จังหวะ













































ขั้นตอน

............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

แบบฝึกหัดที่ 1

เรื่อง ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้าง

การท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

ตอนที่ 1 จงอธิบายความหมายในแต่ละข้อต่อไปนี้
1. จงอธิบายการท างานเครื่องยนต์ 4 จังหวะมีอะไรบ้าง

.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................

2. จงอธิบายการท างานเครื่องยนต์ 2 จังหวะมีอะไรบ้าง
.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

3. จงอธิบายไดอะแกรมแสดงจังหวะการเปิดและปิดลิ้น

.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................

4. จงอธิบายไดอะแกรมแสดงแรงดันและปริมาตรของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ

.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................
5. ความแตกต่างระหว่างเครื่องยนต์ 2 จังหวะ กับ 4 จังหวะคืออะไร

.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................

ตอนที่ 2 จงท าเครื่องหมาย () บนตัวเลือกที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว

1. กลวัตรการท างานเครื่องยนต์ 4 จังหวะ

ก. ดูด อัด ระเบิด คาย

ข. ดูด คาย อัด ระเบิด
ค. ระเบิด คาย อัด ดูด

ง. คาย อัด ระเบิด ดูด

2. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ อุปกรณ์วัดละเอียด
ก. ไขควง

ข. เวอร์เนียคาลิปเปอร์

ค. ไมโครมิเตอร์
ง. ไดอัลเกจ

3. จังหวะดูดเครื่องยนต์แก๊สโซลีน 4 จังหวะ

ก. ลูกสูบวิ่งจากศูนย์ตายบนล่าง
ข. ลูกสูบวิ่งจากศูนย์ตายล่างขึ้นบน

ค. ลูกสูบวิ่งจากศูนย์ตายล่างครึ่งเดียว

ง. ลูกสูบอยู่นิ่งกับที่

4. จังหวะอัดลิ้นไอดีไอเสียเป็นอย่างไร
ก. ลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียจะปิด

ข. ลิ้นไอดีเปิด ลิ้นไอเสียปิด

ค. ลิ้นไอเสียเปิด ลิ้นไอดีปิด
ง. ลิ้นไอดีปิด ลิ้นไอเสียเปิดครึ่งหนึ่ง

5. จังหวะโอเวอร์แล็ป (overlap) วาล์วเป็นอย่างไร

ก. ลิ้นไอดีเริ่มเปิด ลิ้นไอเสียก าลังปิด

ข. ลิ้นไอดีเปิด ลิ้นไอเสียปิด
ค. ลิ้นไอเสียเปิด ลิ้นไอดีปิด

ง. ลิ้นไอดีปิด ลิ้นไอเสียเปิดครึ่งหนึ่ง

6. จังหวะที่หัวเทียนจุดประกายไฟคือจังหวะใด
ก. จังหวะดูด

ข. จังหวะอัด

ค. จังหวะระเบิด
ง. จังหวะคาย

7. การท างานของชิ้นส่วนในจังหวะคายตรงกับข้อใด

ก. ลูกสูบเลื่อนลงลิ้นไอเสียเปิด

ข. ลูกสูบเลื่อนลงลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียเปิด

ค. ลูกสูบเลื่อนขึ้นลิ้นไอเสียเปิด
ง. ลูกสูบเลื่อนขึ้นลิ้นไอเสียปิด

8. ค าว่า กลวัตร (Cycle) หมายถึงอะไร

ก. การท างานครบ 1 รอบ
ข. การท างานครบ 2 รอบ

ค. การท างานครบ 3 รอบ

ง. การท างานครบ 4 รอบ

9. เครื่องยนต์ 2 จังหวะต่างกับ 4 จังหวะอย่างไร
ก. เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ไม่มีวาล์วไอดีไอเสีย

ข. ใช้น ้ามันเชื้อเพลิงเบนซิน

ค. กลวัตรการท างาน
ง. ผิดทุกข้อ

10. ผู้คิดค้นเครื่องยนต์สันดาปภายในครั้งแรกคือ

ก. โรเบิร์ต สตรีท (Robert Street)
ข. พันนาร์ด (Pannard)

ค. ดร.รูดอร์ฟ ดีเซล (Dr Rudolf Diesel)

ง. อัศวิด

ตอนที่ 3 น าข้อความที่ก าหนดให้เติมลงในตารางให้สัมพันธ์กัน

ออตโต หัวเทียน เครื่องยนต์ 2 จังหวะ โอเวอร์แล็ป จังหวะระเบิด

โรเบิร์ต สตรีท (Robert Street) ก้านสูบ ไฮโดรมิเตอร์ เพลาข้อเหวี่ยง
หัวเทียน V = จังหวะอัด




เดินเครื่องยนต์ไม่เรียบ




ข้อ หน้าที่ สัมพันธ์กับ

1 ผู้คิดค้นเครื่องยนต์แก๊สโซลีน

2 จังหวะระเบิดเครื่องยนต์แก๊สโซลีนใช้อะไร
3 เครื่องยนต์ไม่มีวาล์วไอดีไอเสีย

4 ลิ้นไอดีเริ่มเปิดลิ้นไอเสียปิดคือจังหวะใด

5 ลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียจะปิดจังหวะใด

หัวเทียนจุดประกายไฟเผาไหม้ไอดีเครื่องยนต์
6
2 จังหวะกี่องศา

7 ผู้คิดค้นเครื่องยนต์สันดาปภายในครั้งแรกคือ

8 ปริมาตรกระบอกสูบค านวณได้จากสูตรใด

9 เคลื่อนที่จากต าแหน่งล่างสุดจนถึงบนสุด
10 โอเวอร์แล็ปมากจะท าให้เครื่องยนต์

กิจกรรมน าสู่อาเซียน หน่วยที่ 1

ตอนที่ 1 ให้นักเรียนตอบค าถามเกี่ยวกับประเทศในอาเซียนต่อไปนี้

1. กลุ่มประเทศ CLMV คือ
.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................
2. Asean Economics Community (AEC) คืออะไร

.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

3. เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา (ASEAN Free Trade Area: AFTA) คืออะไร
.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

4. การรวมกลุ่มเพื่อเปิดเสรีสินค้าและบริการส าคัญ 11 สาขา (Priority Sectors) ได้แก่อะไรบ้าง

.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

5. ค าขวัญอาเซียนคือ

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

แบบประเมินผลการน าเสนอผลงาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง...........................



รายชื่อสมาชิก

1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….

คะแนน
ที่ รายการประเมิน ข้อคิดเห็น
3 2 1
1 เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหา ความถูกต้อง

ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)
2 รูปแบบการน าเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น ้าเสียง ซึ่งท าให้ผู้ฟังมีความ
สนใจ

รวม

ผู้ประเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้คะแนน
1. เนื้อหาสาระครอบคลุมชัดเจนถูกต้อง

3 คะแนน = มีสาระส าคัญครบถ้วนถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระส าคัญไม่ครบถ้วน แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระส าคัญไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการน าเสนอ

3 คะแนน = มีรูปแบบการน าเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ น าเสนอที่น่าสนใจ น าวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่าและประหยัด
2 คะแนน = มีเทคนิคการน าเสนอที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการน าเสนอที่น่าสน ใจ
แต่ขาดการประยุกต์ใช้ วัสดุในท้องถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการน าเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผู้ฟัง

3 คะแนน = ผู้ฟังมากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ชั้น………………………ห้อง...........................


รายชื่อสมาชิก

1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….

คะแนน
ที่ รายการประเมิน ข้อคิดเห็น
3 2 1
1 การก าหนดเป้าหมายร่วมกัน
2 การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม

3 การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม
ผู้ประเมิน…………………………………………………

วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………..


เกณฑ์การให้คะแนน

1. การก าหนดเป้าหมายร่วมกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการท างานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายในการท างาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายในการท างาน
2. การมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ /
อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง แต่ไม่ตรงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง แต่ขาดการ
จัดเตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถึงและมีสื่อ / อุปกรณ์ไม่เพียงพอ
3. การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
3 คะแนน = ท างานได้ส าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่ก าหนด
2 คะแนน = ท างานได้ส าเร็จตามเป้าหมาย แต่ช้ากว่าเวลาที่ก าหนด
1 คะแนน = ท างานไม่ส าเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บันทึกหลังการสอน


หน่วยที่ 1 เรื่อง ประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน


ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เนื้อหาสอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนการเรียนการสอน

3. สื่อการสอนเหมาะสมดี


ผลการเรียนของนักเรียน

1. นักศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝ่รู้ เข้าใจในบทเรียน อภิปรายตอบค าถามในกลุ่ม และร่วมกัน

ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย

2. นักศึกษากระตือรือร้นและรับผิดชอบในการท างานกลุ่มเพื่อให้งานส าเร็จทันเวลาที่ก าหนด
3. นักศึกษาน าความรู้เรื่องประวัติเครื่องยนต์และโครงสร้างการท างานของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนไป

ประยุกต์ใช้


ผลการสอนของครู

1. สอนเนื้อหาได้ครบตามหลักสูตร

2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลุมเนื้อหาการสอนท าให้ผู้สอนสอนได้อย่างมั่นใจ

3. สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด



แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี


แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 2

ชื่อวิชา งานเครื่องยนต์แก๊สโซลีน สอนสัปดาห์ที่ 3-4


ชื่อหน่วย โครงสร้างและชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ และ คาบรวม 20

การถอดแยกเสื้อสูบ

ชื่อเรื่อง โครงสร้างและชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ และการถอดแยกเสื้อสูบ จ านวนคาบ 10


สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย

ถอดแยกเสื้อสูบ และตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์


สาระส าคัญ


โครงสร้างของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนประกอบด้วยส่วนที่ส าคัญๆ ซึ่งประกอบเข้าเป็นเครื่องยนต์ โดย
ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์แต่ละชิ้นที่น ามาประกอบเข้าด้วยกันนั้นจะต้องท างานร่วมกัน และวัสดุที่ใช้ท าต้องทน

ต่อสภาวะการท างานร่วมกันได้เป็นอย่างดี



เรื่องที่จะศึกษา

1. โครงสร้างอุปกรณ์เครื่องยนต์

2. ชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องยนต์

3. การตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์

จุดประสงค์การเรียน/การสอน


 จุดประสงค์ทั่วไป

1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างและชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ (ด้านพุทธิพิสัย)

2. เพื่อให้มีทักษะในการตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ (ด้านทักษะพิสัย)
3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้น าขั้นตอนการถอดแยกและตรวจสอบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไป

ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน (ด้านจิตพิสัย)



 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. บอกโครงสร้างอุปกรณ์ของเครื่องยนต์ได้ (ด้านพุทธิพิสัย)

2. อธิบายหน้าที่และการท างานของชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องยนต์แต่ละชนิดได้ (ด้านพุทธิพิสัย)
3. จ าแนกโครงสร้างอุปกรณ์ของเครื่องยนต์ได้ (ด้านพุทธิพิสัย)

4. ตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ได้ (ด้านทักษะพิสัย)
5. น าขั้นตอนการถอดแยกและตรวจสอบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน (ด้านจิต

พิสัย)

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้


2.1 โครงสร้างอุปกรณ์ของเครื่องยนต์

1.) ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่อยู่กับที่
เป็นชิ้นส่วนหลักที่ส าคัญของเครื่องยนต์ และเป็นชิ้นส่วนที่ใช้ส าหรับติดตั้งชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่

ประกอบ

 ฝาสูบเป็นที่ตั้งของกลไกของลิ้น
 เสื้อสูบเป็นที่ติดตั้งของลูกสูบ แหวนสูบ ก้านสูบ และเพลาข้อเหวี่ยง

 อ่างน ้ามันเครื่อง เป็นที่บรรจุน ้ามันเครื่องและอุปกรณ์ของปั๊มน ้ามันเครื่อง

2.) ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่เคลื่อนที่

เป็นชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่อยู่กับที่ โดยจะติดตั้งให้อยู่เหนือเสื้อสูบและยึดติดกันด้วยสลักเกลียว

และระหว่างชิ้นส่วนทั้งสองจะมีปะเก็นเชื่อมต่อระหว่างเสื้อสูบกับฝาสูบเข้าด้วยกัน
2.2 ชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องยนต์

1.) ฝาสูบ

ฝาสูบ (Cylinder Head) เป็นชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่อยู่กับที่ โดยจะติดตั้งให้อยู่เหนือลูกสูบและยึด
ติดกันด้วยสลักเกลียว และระหว่างชิ้นส่วนทั้งสองนี้จะมีปะเก็นเชื่อมต่อกัน ฝาสูบยังเป็นที่ติดตั้งของหัวเทียนและ

ชุดกลไกการท างานลิ้น โดยมีช่องทางลิ้นที่ถูกออกแบบไว้ให้ลิ้นเปิดบรรจุไอดีเข้ากระบอกสูบและระบายแก๊สไอ

เสียออกจากกระบอกสูบ ที่ฝาสูบจะมีห้องเผาไหม้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห้องเผาไหม้หลักเช่นกัน
1.1 ฝาสูบที่ใช้กับเครื่องยนต์ที่หล่อเย็นด้วยน ้า จะถูกออกแบบให้บรรจุช่องทางเดินของน ้าหล่อเย็น

ไว้ที่ฝาสูบเพื่อให้น ้าหล่อเย็นไหลหมุนเวียนจากเสื้อสูบผ่านฝาสูบระบายความร้อนได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ท า

จากโลหะประเภทอะลูมิเนียมอัลลอย (Aluminium alloy)
1.2 ฝาสูบที่ใช้กับเครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ ส่วนมากท าจากวัสดุ ประเภท

อะลูมิเนียมอัลลอยซึ่งมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนได้ดีมีน ้าหนักเบา

1.3 ห้องเผาไหม้ (Combustion Chamber) เป็ นส่วนหนึ่งของฝาสูบ รูปร่างของห้องเผาไหม้มี

ลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความส าคัญต่อสมรรถนะในการท างานของเครื่องยนต์ โดยขึ้นอยู่กับการจัดวาล์วลิ้น
ไอดีและไอเสีย ซึ่งห้องเผาไหม้มีอยู่ด้วยกันหลายแบบแต่ละแบบก็มีความแตกต่างกันออกไป

1) ห้องเผาไหม้แบบรูปลิ่ม (Wedge Chamber) ลักษณะของห้องเผาไหม้แบบนี้เปลวไฟจาก

การเผาไหม้จะถูกส่งไปให้ไกล ดังนั้นจึงจ าเป็นที่จะต้องติดตั้งหัวเทียนให้ประกายไฟเผาไหม้ไอดีให้หมด และ

ห้องเผาไหม้แบบรูปลิ่ม
2) ห้องเผาไหม้แบบครึ่งวงกลม (Hemispheric Chamber) ลักษณะของห้องเผาไหม้จะถูกจัด

วางให้ต าแหน่งของหัวเทียนติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของห้องเผาไหม้ จะท าให้สูญเสียความร้อนน้อย

3) ห้องเผาไหม้แบบทรงอ่างน ้า (Bathtube Chamber) ลักษณะห้องเผาไหม้เป็นแบบที่ใช้กับ

เครื่องยนต์ในรถรุ่นเก่า การปรับตั้งลิ้นมีขีดจ ากัดท าให้การบรรจุและคายไอดีไอเสียต ่ามาก

4) ห้องเผาไหม้แบบจั่ว (Penhouse Chamber) ลักษณะการจัดวางต าแหน่งของลิ้นไอดีไอเสีย

ภายในห้องเผาไหม้จะถูกจัดให้อยู่ในต าแหน่งที่คล้ายกับทรงหน้าจั่วหลังคาบ้าน แต่จะมีประสิทธิภาพในการขับ
ไล่ไอเสียและการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว

5) ห้องเผาไหม้แบบลาดเอียง (Penloof Chamber) ต าแหน่งการจัดวางของหัวเทียนจะติด

ตั้งอยู่ในต าแหน่งกึ่งกลางฝาสูบ ซึ่งจะท าให้ประกายไฟที่เขียวหัวเทียนสั้น
2.) ประเก็นฝาสูบ (Gasket)

ถูกติดตั้งในต าแหน่งที่อยู่ระหว่างฝาสูบกับเสื้อสูบ โดยจะท าหน้าที่ป้องกันแก๊สที่เกิดจากการเผา

ไหม้รั่วไหลออกมา

3.) เสื้อสูบ (Engine Block)
เป็ นชิ้นส่วนที่ส าคัญของเครื่องยนต์ ซึ่งเสื้อสูบนี้ท าหน้าที่ในการรองรับชิ้นส่วนต่างๆ ของ

เครื่องยนต์ทั้งหมด วัสดุที่ใช้ผลิตเสื้อสูบท ามาจากโลหะประเภทเหล็กหล่อผสมแกรไฟต์นี้จะมีคุณสมบัติพิเศษใน

การลดความฝืดและการสึกหรอได้ดี ในปัจจุบันเสื้อสูบส่วนใหญ่ท ามาจากอะลูมิเนียมอัลลอย คุณสมบัติมี
น ้าหนักเบาระบายความร้อนได้ดี

4.) กระบอกสูบ (Cylinder)

เป็นส่วนหนึ่งของห้องเผาไหม้ ภายในกระบอกสูบจะมีลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นลงตามกลวัตรการท างาน
กระบอกสูบมีลักษณะรูปร่างเป็นทรงกระบอกผิวมันเรียบ ทนแรงเค้น แรงดัน และอุณหภูมิความร้อนสูง

วัสดุที่ใช้ท ากระบอกสูบส่วนใหญ่จะท าจากเหล็กหล่อผสมแกรไฟต์ (GG25) หรือโครเมียม ที่มี

ประสิทธิภาพทนต่อการสึกหรอและความฝืดได้ดีซึ่งมีประเภทกระบอกสูบดังนี้

4.1 กระบอกสูบแบบหล่อเป็นหน่วยเดียวกัน ลักษณะของกระบอกสูบแบบนี้ถูกหล่อขึ้นเป็นหน่วย
ชิ้นเดียวกันกับเสื้อสูบ ส่วนวัสดุที่ใช้ท ากระบอกสูบจึงเป็นโลหะชนิดเดียวกันกับเสื้อสูบที่มีความคงทนต่อการ

สึกหรอใช้กับเครื่องยนต์ที่มีจ านวนหลายๆ สูบ และสามารถน ากระบอกสูบไปท าการคว้านให้มีขนาดโตขึ้นได้

4.2 กระบอกสูบแบบแยกเฉพาะสูบ เป็นกระบอกสูบที่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนออกได้ทั้งชุดเฉพาะ
สูบนั้นๆ วัสดุที่ใช้ท ากระบอกสูบแบบนี้เป็นโลหะประเภทอะลูมิเนียมอัลลอยโดยผ่านกระบวนการ AI-FIN ที่มี

ประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนได้สูง AI-FIN คือการเคลือบผิวผนังกระบอกสูบด้วยนิกเกิลและซิลิคอนคาร์

ไบด์คริสตัล เหมาะกับเครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ

4.3 สาเหตุของการสึกหรอของกระบอกสูบ การสึกหรอตามปกติเกิดจากแหวนลูกสูบที่เสียดสีกับ
ผนังกระบอกสูบภายใต้แรงดันและอุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดการสึก

หรอ แต่การสึกหรอที่ผิดปกติของกระบอกสูบที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุดังต่อไปนี้

1. มีเศษผลและสิ่งสกปรกปะปนมากับน ้ามันเครื่องหรือมากับไอดี
2. อุณหภูมิเครื่องยนต์ขณะท างานสูงเกินไป

3. น ้ามันเครื่องมีคุณภาพหล่อลื่นต ่า

4. การบ ารุงรักษาน ้ามันหล่อลื่นไม่ถูกต้อง

5.) ปลอกสูบ (Liner)

ท าหน้าที่เช่นเดียวกับกระบอกสูบ มีลักษณะเป็ นรูปทรงกระบอกท าจากเหล็กหล่อผสม
อะลูมิเนียมอัลลอย ปลอกสูบที่ใช้สวมอัดกับเสื้อสูบยังแบ่งออกตามลักษณะของการติดตั้งระบายความร้อน 2

แบบ

5.1 ปลอกสูบแบบแห้ง (Dry Liner) เป็นปลอกสูบที่น ้าหล่อเย็นไม่สามารถสัมผัสได้โดยตรง จึงท า
ให้การถ่ายเทความร้อนที่เกิดจากเผาไหม้ไม่ดีพอ การติดตั้งจะใช้วิธีสวมอัดเข้ากับเสื้อสูบให้พอดี ปลอกสูบแบบ

แห้งสามารถเปลี่ยนออกได้เมื่อมีการสึกหรอเกิดขึ้น

5.2 ปลอกสูบแบบเปียก (Wet Liner) เป็นปลอกที่มีน ้าหล่อเย็นสามารถสัมผัสโดยตรง ท าให้การ

ระบายความร้อนของปลอกสูบเป็นไปอย่ารวดเร็วการติดตั้งจะสวมอัดเข้ากับเสื้อสูบเช่นเดียวกับแบบแห้ง แต่จะ
ต่างกันที่ปลอกสูบแบบเปียกจะมีโอริงส าหรับป้องกันการรั่วของน ้าหล่อเย็นทั้งด้านบนและด้านล่างของปลอก

สูบ การประกอบจึงต้องระวังเป็นเป็นอย่างมาก ข้อดีถ้าต้องการเปลี่ยนปลอกสูบสามารถเปลี่ยนได้ง่าย

6.) อ่างน ้ามันเครื่อง (Oil Pan)
เป็นชิ้นส่วนที่ใช้เก็บน ้ามันเครื่องติดตั้งอยู่ตอนล่างของเสื้อสูบหรือส่วนล่างสุดของเสื้อสูบเรียกว่า

เพลาข้อเหวี่ยง ซึ่งอ่างน ้ามันเครื่องถูกยึดติดอยู่และประสานด้วยปะเก็นเหลวหรือปะเก็นยางหรือปะเก็นกระดาษ

อ่างน ้ามันเครื่องท าจากเหล็กแผ่นขึ้นรูและมีแผ่นกั้นซึ่งท าหน้าที่กันน ้ามันเครื่องให้อยู่ที่ก้นอ่างเมื่อรถไม่อยู่บนที่
ระดับ และกันกระดาษออกเมื่อมีการเหยียบเบรกในทันทีทันใด ท าให้ปั๊มน ้ามันสามารถที่จะส่งน ้ามันไปหล่อลื่น

ได้ตลอดเวลา ส่วนการถ่ายน ้ามันเครื่องจะมีจุดถ่ายอยู่ส่วนล่างสุดของอ่าง

อ่างน ้ามันเครื่องโดยทั่วไปจะมีความจุน ้ามันเครื่องประมาณ 4-6 ลิตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของ

เครื่องยนต์ บริเวณด้านล่างสุดจะมีปลั๊กถ่ายน ้ามันเครื่องเก่าออก และที่ปลั๊กถ่ายน ้ามันเครื่องของเครื่องยนต์บาง
แบบจะมีแม่เหล็กไว้ดูดเศษโลหะ

7.) ลูกสูบ (Piston)

ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นและลงภายในกระบอกสูบ เพื่อด าเนินกลวัตรในจังหวะประจุไอดี อัดส่วนผสม
จุดระเบิด และคายไอเสีย หน้าที่ที่ส าคัญที่สุดของลูกสูบก็คือ รับแรงกดดันจากการเผาไหม้และส่งก าลังนี้ไปสู่

เพลาข้อเหวี่ยงโดยผ่านก้านสูบ ลูกสูบนั้นยังได้รับความร้อน และอุณหภูมิที่สูงที่สุดที่กระท าอยู่ตลอดเวลา และ

จะต้องสามารถคงทนต่อการท างานที่รอบสูงเป็นเวลานาน ๆ ได้ ลูกสูบโดยปกติท ามาจากโลหะผสมอะลูมิเนียม

ซึ่งมีน ้าหนักเบาและมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดีกว่าวัสดุชนิดอื่น ชื่อของชิ้นส่วนต่าง ๆ ของ
ลูกสูบมีแสดงอยู่ในภาพประกอบด้านล่างนี้

7.1 ระยะช่องว่างของลูกสูบ (ระยะห่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ)

เมื่อลูกสูบถูกท าให้ร้อนชื้นมันจะขยายตัวขึ้นเล็กน้อย เป็นผลให้เส้นผ่านศูนย์กลางขยาย
เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ในเครื่องยนต์ทุกเครื่องจึงมีระยะช่องว่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบที่เหมาะสมในที่

อุณหภูมิห้อง (25๐C,77๐C) ระยะนี้เรียกว่าระยะช่องว่างลูกสูบ ระยะช่องว่างลูกสูบนี้จะผกผันไปขึ้นอยู่กับ

ประเภทของเครื่องยนต์ แต่ระยะตามปกติจะเริ่มจาก 0.02 ถึง 0.12 มม. (0.0008 ถึง 0.0047 นิ้ว) ลูกสูบจะมี

ลักษณะเรียวเป็นเทเปอร์เล็กน้อย คือระยะเส้นผ่านศูนย์ กลางมีหัวลูกสูบจะเล็กกว่าส่วนล่างของลูกสูบเล็กน้อย

ดังนั้นระยะช่องว่างของลูกสูบจึงกว้างมากที่สุดที่หัวลูกสูบ และแคบที่สุดที่ส่วนล่างของลูกสูบ
7.2 สาเหตุของการเกิดแรงเบียดด้านข้าง

เมื่อเกิดก าลังดันจากการเผาไหม้มากระทบบนหัวลูกสูบจะท าให้เกิดแรงเบียดข้างหรือแรงตบ

ด้านข้างกับผนังกระบอกสูบอย่างแรง ส่วนมากจะเกิดในจังหวะอัดและระเบิดจึงท าให้เกิดเสียงดังเนื่องมาจาก
ช่องว่างในกระบอกสูบมีมากเกินไป การแก้ปัญหาจะจัดสลักลูกสูบเยื้องศูนย์กลางจากเส้นผ่านศูนย์กลางออกไป

ประมาณ 0.5-1.5 มม.

7.3 วัสดุที่ใช้ท าลูกสูบ

วัสดุที่น ามาใช้ผลิตเป็ นลูกสูบจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีคือทนต่อแรงดันสูบได้สูงมีความ
หนาแน่นต ่า ขยายตัวได้น้อย ทนแรงเค้นได้ดี เป็นตัวน าความร้อนที่ดี และทนต่อการสึกหรอสูง

1. เหล็กหล่อเหนียว ลูกสูบที่ผลิตจากเหล็กหล่อเหนียวหรือเหล็กหล่อผสมแกรไฟต์ (GG25)

ผลิตขึ้นจากกรรมวิธีการตีขึ้นรูป จึงมีความแข็งทนต่อการสึกหรอ ส่วนใหญ่ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล
2. อะลูมิเนียมซิลิคอนอัลลอย เป็นโลหะผสมท าจากอะลูมิเนียมอัลลอย (AI-Si12)กรรมวิธีใช้

ขึ้นรูปเย็นจึงมีน ้าหนักเบาเป็นตัวน าความร้อนได้ดี แผ่กระจายความร้อนได้เร็ว

7.4 ส่วนประกอบของลูกสูบ
1. หัวลูกสูบ (Head Piston) หัวลูกสูบเป็นชิ้นส่วนที่ได้รับแรงดันและอุณหภูมิโดยตรงจากการ

เผาไหม้ในห้องเผาไหม้ นอกจากนี้ยังมีลักษณะของหัวลูกสูบหลายแบบ เช่น แบบเว้าลงไป แบบเว้าขึ้นมา เป็นต้น

เพื่อให้อากาศคลุกกับน ้ามันได้ดีขึ้น

2. สันลูกสูบ (Rib) ชิ้นส่วนชิ้นนี้มีไว้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ลูกสูบทนแรงดันจากการเผา
ไหม้ และช่วยระบายความร้อนจากหัวลูกสูบผ่านไปยังแหวนลูกสูบและกระบอกสูบอีกทีหนึ่ง และสันลูกสูบติด

ตั้งอยู่ใต้หัวลูกสูบ

3. ร่องแหวนลูกสูบ (Ring Grooves) มีไว้เพื่อป้องกันแรงอัดและจะกวาดน ้ามันเครื่องขึ้นไป
ในห้องเผาไหม้และลงสู่อ่างน ้ามัน ร่องแหวนลูกสูบจะมีไว้ติดตั้งแหวนอัดและแหวนกวาดน ้ามันเครื่อง

4. รูสลักลูกสูบ (Pin Hole) มีไว้เพื่อติดตั้งสลักลูกสูบซึ่งท าหน้าที่ยึดลูกสูบไว้กับก้านสูบคับ รู

สลักลูกสูบส่วนใหญ่จะติดตั้งไว้ที่จุดกึ่งกลางลูกสูบ แต่ก็มีบางอันที่เจาะให้เยื้องศูนย์เพื่อลดการเบียดข้าง

5. กระโปรงลูกสูบ (Piston Skirt) กระโปรงลูกสูบเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ตอนล่างรองจากร่อง
แหวนลูกสูบ มีหน้าที่ท าให้เกิดสมดุลระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ

7.5 ชนิดของลูกสูบ

ลูกสูบแต่ละชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบโดยเฉพาะแบ่งได้ดังนี้
1. ลูกสูบแบบทึบ มีลักษณะเป็นทรงกระบอก ไม่มีร่อง สามารถทนต่อแรงดันได้สูงมาก

2. ลูกสูบแบบมีร่องผ่า ร่องผ่าจะอยู่ที่กระโปรงลูกสูบ โดยร่องผ่าจะเริ่มต้นที่ใต้วงแหวนน ้ามัน

ลงมา หากระโปรงลูกสูบ เมื่อเกิดร่องผ่าก็จะท าให้เกิดช่องว่างที่กระโปรงลูกสูบจึงท าให้เกิดการขยายตัวได้มาก

ขึ้น ร่องผ่ามี 3 แบบ คือ ร่องผ่ารูปตัว I, T, U

3. ลูกสูบแบบออโตเทอร์มิก (Auto Thermic Piston) ลูกสูบแบบนี้จะสอดใส่โลหะอินวาร์ ซึ่ง
เป็นโลหะพิเศษติดอยู่รอบ ๆ รูสลักลูกสูบ เพื่อท าให้เกิดการขยายตัวของลูกสูบลดน้อยลง ลูกสูบแบบนี้จึง

ออกแบบมาให้กลมไม่เป็นวงรี

4. ลูกสูบแบบสลิปเปอร์ (Slipper piston) ลูกสูบแบบนี้กระโปรงลูกสูบจะถูกตัดออกครึ่งหนึ่ง
ทาด้านสลักลูกสูบ ซึ่งท าให้น ้าหนักของลูกสูบลดลงและมีพื้นที่ในการขยายตัวของลูกสูบมากขึ้น

8.) แหวนอัด (Compression Ring)

แหวนอัดอยู่ที่ส่วนบนสุดของลูกสูบ โดยจะใช้แหวนอัดถึง 2 ตัวเพื่อป้องกันการรั่วของก าลังดันจาก

การเผาไหม้โดยที่ตัวแรกนั้นไม่สามารถป้องกันการรั่วของก าลังดันได้ทั้งหมดแหวนตัวที่ 2 จะช่วยป้องกันการรั่ว
ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเครื่องยนต์จะมีแหวนอัด 2 ตัว โดยที่ก าลังดันที่เกิดจากการเผาไหม้สูงถึง 70.31

กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร วัสดุที่ใช้ท าแหวนอัดโดยจะท ามาจากเหล็กหล่อชุบแข็งด้วยความร้อนหรือ

เหล็กหล่อแกรไฟต์กลม (GG80) และเคลือบด้วยเฟอร์โรไซด์ เพื่อช่วยในการสึกหรอที่เข้าที่ได้เร็วขึ้น
9.) แหวนกวาดน ้ามัน

แหวนกวาดน ้ามันท าให้เกิดฟิล์มของน ้ามันที่จ าเป็นต่อการหล่อลื่นผิวระหว่างลูกสูบและผนัง

กระบอกสูบ และกวาดน ้ามันส่วนที่เกินออก เพื่อป้องกันมิให้น ้ามันหลุดเข้าไปในห้องเผาไหม้ แหวนกวาดน ้ามัน
บางครั้งเรียกว่า แหวนที่สาม มีอยู่ด้วยกันสองชนิดคือ แหวนกวาดน ้ามันแบบรวมกับแบบสามชิ้น ซึ่งแบบสาม

ชิ้นนั้นเป็นที่นิยมใช้มากกว่า

แหวนลูกสูบจะขยายตัวเมื่อร้อนในลักษณะเดียวกับลูกสูบ ด้วยเหตุนี้แหวนลูกสูบจึงมีปากตัดที่เดียว

และเมื่อประกอบเข้าภายในกระบอกสูบจะเหลือช่องว่างที่เหมาะสม ซึ่งเรียกว่าช่องว่างปากแหวน ระยะช่องว่างนี้
จะแปรผันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่อง แต่ปกติจะอยู่ในช่วง 0.2 ถึง 0.5 มม. (0.008 ถึง 0.020 นิ้ว) ที่อุณหภูมิปกติ

10.) ก้านสูบ (Connecting Rod)

ท าหน้าที่ต่อลูกสูบกับเพลาข้อเหวี่ยง และถ่ายทอดก าลังไปสู่เพลาข้อเหวี่ยงปลายของก้านสูบที่ต่อ
กับลูกสูบเรียกว่า ปลายเล็ก ส่วนปลายที่เหลือที่ต่อกับเพลาข้อเหวี่ยงเรียกว่า ปลายใหญ่ ข้อเพลาข้อเหวี่ยงที่หมุน

ด้วยความเร็วสูงในปลายใหญ่ ท าให้เกิดอุณหภูมิสูง เพื่อป้องกันมิให้เกิดการช ารุดจากความร้อนภายในปลายใหญ่

จึงประกอบด้วยแบริ่งซึ่งหล่อลื่นด้วยน ้ามันและบางส่วนของน ้ามันนี้จะพุ่งออกจากรูน ้ามันเข้าไปภายในลูกสูบ

เพื่อให้ลูกสูบเย็น
ที่ส าคัญการประกอบก้านสูบต้องประกอบให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะท าให้ปิดรูน ้ามัน(อยู่ที่ด้านของ

ลูกสูบที่รับแรงกระแทกโดยตรง) เพื่อป้องกันการประกอบผิด ก้านสูบแต่ละชุดจะมีเครื่องหมายในการประกอบ

อยู่ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเครื่อง ดังนั้นต้องท าการตรวจสอบกับคู่มือการซ่อมอย่างละเอียด
11.) เพลาข้อเหวี่ยง (Crankshaft)

เพลาข้อเหวี่ยง แรงขับที่ใช้ในการขับเคลื่อนล้อของรถยนต์ ได้มาจากการเคลื่อนตัวขึ้นลงของก้าน


Click to View FlipBook Version