The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณนิดา ชุมจินดา, 2022-10-18 03:13:36

แผนการสอนวิชาโปรแกรมตารางงาน2-65 วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน

แผนการสอนวิชาโปรแกรมตารางงาน2-65

แผนการจัดการเรียนรมู้ งุ่ เนน้ สมรรถนะ

ชือ่ วชิ า โปรแกรมตารางงาน รหสั วิชา ๒๐๒๐๔ - ๒๑๐๓

ทฤษฎี 2 ปฏบิ ัติ 2 หนว่ ยกติ 3
 หลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชพี  หลักสตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้นั สงู

ประเภทวชิ าพาณิชยการ สาขาวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกิจ

จัดทำโดย

นางณนดิ า ชุมจินดา

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
วิทยาลยั การอาชพี ปะเหลียน

สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 1 หน่วยท่ี 1

รหัส 2204-2103 วิชา การใช้โปรแกรมตารางคำนวณ สอนครงั้ ที่ 1(1-4)

ชอ่ื หน่วย ความรู้เบ้อื งต้นเก่ยี วกบั โปรแกรมตารางคำนวณ

จำนวน 4 ชัว่ โมง

แนวคิด
โปรแกรมตารางคำนวณมีความสำคัญและจำเป็นต่อการปฏิบัติงานในสำนักงานมาก โปรแกรม

สำเร็จรูปตารางคำนวณที่นิยมใช้กันอย่างมากคือโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ดังนั้นการเรียนรายวิชา
โปรแกรมตารางคำนวณจงึ เลือกใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel 2010 เป็นโปรแกรมสำหรับการเรียนการสอน
ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 นี้ ผู้เรียนจะได้ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของโปรแกรมตารางคำนวณ ปฏิบัติการ
ติดตั้งโปรแกรม การสร้างการเรียกใช้งานโปรแกรม การปิดโปรแกรม การถอนการติดตั้งโปรแกรม ศึกษา
คุณสมบัติและส่วนประกอบของหน้าต่างโปรแกรม คำสั่งลัด แป้นควบคุมต่างๆ ฟังก์ชันคีย์ และปฏิบัติการ
จัดการแฟม้ ขอ้ มูลให้สามารถทำการสร้างสมดุ งานใหม่ และจัดเกบ็ สมุดงานไว้ใชง้ านต่อไปได้

สาระการเรยี นรู้
1. ความรู้เบื้องตน้ เก่ียวกบั โปรแกรมตารางคำนวณ Microsoft Excel 2010

ผลการเรยี นรูท้ คี่ าดหวัง
1. อธบิ ายความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วกับโปรแกรมตารางคำนวณ Microsoft Excel 2010 ได้

กิจกรรมการเรยี นรู้
(ปฐมนิเทศ)
1. ครแู นะนำตวั เอง และใหผ้ ู้เรยี นแนะนำตัว
2. ครชู แี้ จงจุดประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า และสมรรถนะรายวิชา แนวทางการวดั ผลและการ

ประเมินผลการเรยี นรู้ ตลอดจนกฎกติกาในการเรียน

ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

ขนั้ สอน
1. ครูอธบิ ายความรเู้ บ้อื งตน้ เกีย่ วกบั โปรแกรมตารางคำนวณ Microsoft Excel

โปรแกรมตารางคำนวณ เป็นโปรแกรมที่มีรูปแบบเป็นตาราง ซงึ่ เป็นตารางท่มี ขี นาดใหญ่มาก จนไม่สามารถ
ปรากฏบนจอภาพได้ท้ังหมดใน 1 จอภาพ พ้นื ทกี่ ารทำงานแต่ละพ้ืนทเี่ ป็นตาราง 2 มติ ิเรียกว่า“แผ่นงาน”
(Worksheet) ซึ่งในแต่ละแผน่ งานประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบพนื้ ฐานทีส่ ำคัญคือ

1. แถว (Row) เปน็ แถวตามแนวนอนของแผน่ งาน
2. คอลัมน์ (Column) เป็นแถวตามแนวต้ังของแผ่นงาน
3. เซลล์ (Cell) คอื ตำแหนง่ ที่คอลมั น์ และแถวตัดกัน เป็นพนื้ ทสี่ ำหรบั ใช้บรรจหุ รอื เก็บขอ้ มูล การระบุ
ตำแหนง่ เซลลจ์ ะระบดุ ว้ ยช่อื เซลลท์ ปี่ ระกอบดว้ ย ชือ่ คอลัมนแ์ ละชือ่ แถว วางเรียงกนั
4. ตวั ช้ีตำแหนง่ (Cell Pointer) หรือเซลล์ทีก่ ำลงั ทำงาน (Active Cell) เปน็ เซลล์ทพี่ รอ้ มสำหรับการ
ป้อนหรอื แกไ้ ขข้อมูล โดยจะแสดงชื่อตำแหนง่ เซลล์ทีก่ ล่องช่อื เซลล์

รูปภาพ 1-1 องค์ประกอบพื้นฐานของแผ่นงาน
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
จากรูปภาพ 1-1 แสดงองค์ประกอบพน้ื ฐานของโปรแกรมตารางคำนวณ ซง่ึ เป็นแผ่นงานของ
โปรแกรม Microsoft Excel 2010 ที่มีแถว ถึง 1 ลา้ นแถว และคอลัมนถ์ งึ 16,000 คอลัมนต์ อ่ แผ่นงาน แถว
จะใช้ตัวเลขตัง้ แต่ 1-1,048,576 เป็นเลขกำกับแถว และคอลัมน์จะใช้ตัวอักษร A, B, C, ….,AA, AB, …, BA,
…,XFD เป็นอักษรกำกับคอลมั น์
จากรปู ภาพ 1-1 ตัวช้ีตำแหน่ง (Cell Pointer) ระบตุ ำแหน่งการทำงานอยทู่ ีค่ อลมั น์ E แถวท่ี 7 ดังน้ัน เซลลท์ ี่
กำลงั ทำงาน (Active Cell) จึงอยู่ทต่ี ำแหน่งเซลล์ E7 ซงึ่ แสดงให้เหน็ วา่ หากมีการปอ้ นขอ้ มูลผ่านทางคยี ์บอร์ด
ก็จะมีการบรรจุขอ้ มลู ลงไปเก็บในเซลล์ E7 ทนั ที
โปรแกรม Microsoft Excel 2010 จะเก็บแผ่นงานไว้ในแฟ้มขอ้ มลู ท่เี รียกวา่ “สมุดงาน” (Workbook) ซง่ึ แผ่น
งานแต่ละแผน่ เปรียบเสมือนแผ่นสมดุ แต่ละหนา้ ของสมุดงาน ผใู้ ช้งานโปรแกรมสามารถเพิ่มแผน่ งานในสมดุ
งานได้ตามความตอ้ งการ การเรมิ่ ต้นสรา้ งสมุดงานนัน้ โปรแกรมจะสร้างแผน่ งานไว้ให้ 3 แผน่ งาน มชี ่ือเป็น
Sheet 1 ถึง Sheet 3 ตามลำดบั
การจะใช้งานโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ได้น้ัน จะต้องทำการติดต้ังโปรแกรม Microsoft
Office 2010 ซ่ึงเป็นชุดโปรแกรม Office ทป่ี ระกอบด้วยโปรแกรมต่าง ๆ หลายโปรแกรม ดงั น้ันการตดิ ต้ัง
โปรแกรมจะต้องเลอื กตดิ ตง้ั โปรแกรม Microsoft Excel 2010 ด้วยจึงจะสามารถเรยี กใชง้ านได้ ผูเ้ รียนจะต้อง
เรยี นรแู้ ละปฏิบตั กิ ารติดต้งั ถอดถอนโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ในหวั ขอ้ ต่อไป
การตดิ ตัง้ โปรแกรม Microsoft Excel 2010

2. นำแผน่ CD โปรแกรม Microsoft office 2010 ที่จะติดตัง้ ใส่ช่อง CD
1. ดับเบ้ลิ คลิกที่ My Computer
2. ดับเบล้ิ คลิกไดรฟ์ ท่ใี ส่ CD โปรแกรม
3. เขา้ ท่โี ฟลเดอร์ Microsoft office 2010 แล้วดบั เบล้ิ คลิกที่ Setup

รูปภาพ 1- 2 แสดงการติดตง้ั โปรแกรม
ทม่ี า : จากหน้าจอคอมพวิ เตอร์

จากนัน้ เชค็ ที่ “ฉันยอมรับข้อกำหนดของข้อตกลงน้”ี แล้ว คลิกท่ี “ทำตอ่ ไป”

รูปภาพ 1-3 แสดงการยอมรบั เงื่อนไขในการใช้งาน
ท่ีมา : จากหน้าจอคอมพิวเตอร์

4. หลังจากน้นั จะมีให้เลอื กการตดิ ตงั้ ที่คุณตอ้ งการ ซ่ึงมีความหมายดงั นี้
“ปรับรุ่น” ใช้ในกรณที ี่เคยมีการตดิ ตั้งผลิตภัณฑ์ Microsoft Office ร่นุ อ่นื ไว้ก่อนแลว้ เลอื ก

การติดตง้ั ชนิดน้ีเพื่อเปลย่ี นแปลงรุ่นของผลติ ภณั ฑ์อตั โนมัติ

“กำหนดเอง” ใชใ้ นกรณที ่ีผู้ติดต้ังตอ้ งการเลือกทจ่ี ะกำหนดรายละเอียดผลติ ภัณฑ์ ตามท่ี
ตอ้ งการดว้ ยตนเอง

รูปภาพ 1-4 แสดงการเลือกชนดิ ของการตดิ ตง้ั
ท่มี า : จากหนา้ จอคอมพวิ เตอร์

5. การเลอื กตดิ ต้งั แบบกำหนดเอง สามารถเลอื กรายการติดตัง้ ท่ตี อ้ งการ รายการใดไมเ่ ลือก
ติดตัง้ ใชง้ านใหเ้ ลอื กท่ี “ไมพ่ รอ้ มใช้งาน” เสร็จแล้วคลกิ “ตดิ ต้งั เดี๋ยวน”้ี

รปู ภาพ 1-5 แสดงการเลอื กการติดต้ัง
ทม่ี า : จากหนา้ จอคอมพวิ เตอร์

6. รอจนกว่าจะทำการตดิ ตงั้ เสรจ็

รปู ภาพ 1-6 ขณะรอการติดต้งั โปรแกรม
ท่มี า : จากหนา้ จอคอมพิวเตอร์

7. เมือ่ ติดต้งั เสร็จสมบูรณ์เรยี บรอ้ ยแลว้ ก็สามารถใช้งานได้ทนั ที

รูปภาพ 1-7 แสดงการติดตง้ั โปรแกรมเสรจ็ สมบูรณ์
ทมี่ า : จากหน้าจอคอมพวิ เตอร์

การเรียกใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. หลงั จากทีไ่ ดท้ ำการติดตงั้ โปรแกรม Microsoft Excel 2010 เปน็ ทเ่ี รยี บร้อยแล้ว ผูใ้ ชง้ าน
สามารถเรียกใชง้ านโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ไดท้ นั ที แบ่งออกเปน็ 2 วิธใี หญ่ ๆ คอื
วิธที ่ี 1
1. เรียกใชโ้ ดยการคลกิ ปุ่ม Start

รปู ภาพ 1-8 การเรียกใชโ้ ปรแกรมที่ป่มุ start
ที่มา : จากหนา้ จอคอมพิวเตอร์

2. เลอื ก All Programs

รูปภาพ 1-9 ขั้นตอนการเรียกใช้โปรแกรมที่คำสงั่ All Programs
ทม่ี า : จากหนา้ จอคอมพวิ เตอร์

3. เลอื ก Microsoft office

รปู ภาพ 1-10 การเลือกกล่มุ โปรแกรม Microsoft office
ทมี่ า : จากหน้าจอคอมพิวเตอร์

4. เลอื ก Microsoft Excel 2010

รปู ภาพ 1-11 การเรียกใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel 2010
ทม่ี า : จากหนา้ จอคอมพิวเตอร์

5. โปรแกรมจะเขา้ สหู่ นา้ ต่างการทำงาน Microsoft Excel 2010

รปู ภาพ 1-12 หนา้ ต่างโปรแกรม Microsoft Excel 2010
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

วิธที ่ี 2
1. ดบั เบ้ลิ คลกิ ทรี่ ปู Microsoft Excel 2010 ท่ี Shortcut โปรแกรม หน้า Desktop

ดบั เบ้ิลคลกิ

รูปภาพ 1-13 การเรยี กใช้โปรแกรม Microsoft Excel 2010 บน Desktop
ทมี่ า : จากหน้าจอคอมพิวเตอร์

เม่ือทำการเรยี กใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel 2010 ด้วยวิธีดงั กลา่ วขา้ งตน้ แล้วก็จะเข้าสู่หนา้ ตา่ ง
ของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ดงั รปู ภาพ 1-11 พร้อมทจ่ี ะทำงานใด ๆ ตามท่ีผู้ใชต้ อ้ งการต่อไป
การปิดโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. การปดิ โปรแกรม Microsoft Excel 2010 ทเี่ ปดิ ใช้งานอย่แู ลว้ แบง่ ออกเป็น 2 วธิ ีใหญ่ ๆ คือ
1. เลอื กทีป่ มุ่ ออฟฟศิ (Office Button) แล้วเลือก จบการทำงาน

รปู ภาพ 1-14 การปิดโปรแกรม Microsoft Excel 2010
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

2. ใหก้ ดป่มุ เครือ่ งหมายกากบาททอี่ ย่มู ุมบนขวามือสุดของหนา้ ตา่ งโปรแกรม ซึ่งปุ่ม close เอาไว้
สำหรับปดิ โปรแกรม ใดๆ

รูปภาพ 1-15 การปิดโปรแกรม Microsoft Excel 2010 จากปุ่ม close

ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

ถ้าข้อมลู ใด ๆ ที่ไดท้ ำงานเอาไว้บน Worksheet ของ Microsoft Excel ไมไ่ ดบ้ ันทกึ การทำงานกอ่ น
การสั่งปิดโปรแกรม เมือ่ ทำการส่งั ให้ปิดโปรแกรม จะมคี ำถามเตอื นการบันทึกขอ้ มลู ในหนา้ ต่างดังกลา่ ว เพอ่ื
เตือนใหบ้ ันทกึ หรือไมบ่ ันทึกขอ้ มลู หรอื ยกเลกิ การสงั่ ให้ปิดโปรแกรม โดยจะกลับไปทำงานบน Worksheet
ของ Microsoft Excel ต่อไป

การถอนโปรแกรม Microsoft Excel 2010
การถอนโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถทำไดโ้ ดยใช้แผ่น CD
โปรแกรม Microsoft Office 2010 ที่ใช้ในการติดต้งั มขี ั้นตอนในการถอนโปรแกรมดงั น้ี

1. นำแผ่น CD โปรแกรม Microsoft Office 2010 ใส่ในชอ่ ง CD
2. ดับเบิล้ คลิกที่ My Computer
3. ดับเบล้ิ คลกิ ไดรฟ์ ทใ่ี ส่ CD โปรแกรม
4. เขา้ ทโ่ี ฟลเดอร์ Microsoft Office 2010 แลว้ ดบั เบิล้ คลกิ ท่ี Setup
5. ในกรณีน้โี ปรแกรมจะไมแ่ สดงหน้าตา่ งข้อกำหนดสทิ ธิใ์ นการใช้งานตามรูปภาพ 1-3 แต่จะแสดง

หนา้ ตา่ งเปล่ียนการติดต้ังตามรูปภาพ 1-15 แทน ซงึ่ แต่ละตัวเลอื กมคี วามหมายดงั นี้
“เพิ่มหรือเอาคุณลักษณะออก” คือ ติดต้งั โปรแกรมภายใตผ้ ลติ ภัณฑ์ Microsoft office 2010 ที่
ยังไม่ไดต้ ดิ ตั้งเพิม่ ตามตอ้ งการ หรือถอนโปรแกรมทตี่ ดิ ตง้ั ไวแ้ ลว้ ออก

“ซอ่ มแซม” คือ ซอ่ มแซมโปรแกรมภายใตผ้ ลิตภัณฑ์ Microsoft Office 2010 ทีไ่ ด้ติดตั้งไวแ้ ลว้
เกิดความเสียหายใช้งานไมไ่ ดใ้ หก้ ลับใช้งานไดด้ งั เดมิ

“เอาออก” คือ ถอนโปรแกรมภายใต้ผลิตภัณฑ์ Microsoft Office 2010 ท่ไี ด้ติดตัง้ ไว้แลว้ ทง้ั หมด
ออก

เลอื ก “เอาออก” เพอื่ ถอนโปรแกรมภายใตผ้ ลติ ภัณฑ์ Microsoft office 2010 ท้ังหมด

รปู ภาพ 1-16 แสดงการเปลย่ี นแปลงการติดตัง้
ที่มา : จากหนา้ จอคอมพวิ เตอร์

รูปภาพ 1-17 แสดงความคืบหน้าในการถอนการติดต้งั
ทม่ี า : จากหน้าจอคอมพวิ เตอร์

รปู ภาพ 1-18 แสดงการถอนการตดิ ตงั้ โปรแกรมเสร็จสมบูรณ์

ท่มี า : จากหนา้ จอคอมพวิ เตอร์

ข้นั สรปุ และประยกุ ต์
1. ครสู รปุ ความรู้เบือ้ งตน้ เกย่ี วกบั โปรแกรมตารางคำนวณ Microsoft Excel
2. ครใู หน้ ักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.เอกสารประกอบการเรยี น เรือ่ ง การใชโ้ ปรแกรมตารางงาน

หลกั ฐาน
1.บันทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายช่ือ
3.แผนการจดั การเรียนรู้
4.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลงั เรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธวี ัดผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรียบรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝึกหัด
3.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลงั เรียน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5.การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

เครอื่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสือเรียน
3.แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลังเรยี น
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ข้นึ ไป
2.เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรับปรุง
3.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การประเมินตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ใหผ้ ู้เรียนหม่นั มาทำความค้นุ เคยกับโปรมแกรมใหม้ ากข้ึน

บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลังการสอน

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาทพี่ บ

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ัญหา

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ความรเู้ บือ้ งต้นเกี่ยวกับโปรแกรมตารางคำนวณ

คำชี้แจง ให้วงกลมตวั เลอื กท่คี ิดว่าถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. Function ใดใช้สำหรบั สร้างหรอื เปิด Worksheet ใหม่ทำงาน

ก. F12 ข. F4 ค. F11 ง. F10

2. การบนั ทกึ ข้อมูลใน Excel จะมีนามสกุลของแฟม้ ข้อมูลเป็นอะไร

ก. .dog ข. .xsl ค. .xml ง. .xls

3. ตำแหนง่ ที่คอลมั น์ (Column) และแถว (Row) ตดั กันนน้ั เรียกวา่ อะไร

ก. Column- Row ข. Cell Pointer ค. Active Cell ง. Cell

4. Function Key ใด ที่ใช้สำหรับคำนวณตารางคำนวณทใ่ี ชง้ านอยู่

ก. F2 ข. F8 ค. F6 ง. F7

5. ถ้าตอ้ งการเลือ่ นตัวชี้ตำแหน่งในทางซ้าย 1 คอลมั นใ์ ชค้ ีย์ใด

ก. Page Up ข. End ค. Shift + Tab ง. Page Down

6. ข้อมลู หรอื เอกสารทีถ่ ูกสร้างข้นึ ใน Excel เรียกว่าอะไร

ก. Worksheet ข. Sheet ค. Workpage ง. Workbook

7. ขอ้ ใดต่อไปน้ีกลา่ วไมถ่ ูกต้อง

ก. Worksheet เป็นพน้ื ท่สี ำหรับทำงานบนโปรแกรม Excel

ข. เซลล์ คือสว่ นท่ีเกบ็ ข้อมูลเฉพาะตวั เลขเท่านนั้

ค. เซลล์ เปน็ สว่ นยอ่ ย ๆ ของโปรแกรม Excel สำหรับทำงาน

ง. Active Cell เป็นสว่ นของเซลลท์ ่ีกำลงั ทำงานอยู่

8. ขอ้ ใดต่อไปนี้ไมม่ ีในปมุ่ ออฟฟิศ Office Button

ก. Copy ข. Save ค. New ง. Open

9. ขอ้ ใดตอ่ ไปนก้ี ลา่ วถึงความสามารถของ Excel ได้ถกู ต้อง

ก. ใช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู เพอ่ื ให้ตดั สินใจไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ

ข. เปน็ โปรแกรมทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพที่ทำงานเกีย่ วกับการคำนวณขอ้ มลู

ค. แสดงข้อมูลในลักษณะเปน็ คอลัมนห์ รอื เปน็ ชอ่ งตาราง

ง. ทุกขอ้ คือคำตอบ

10. รปู แบบโปรแกรม Microsoft Excel จะคล้ายกบั โปรแกรมใด

ก. Microsoft Word

ข. Lotus

ค. Microsoft Access

ง. CU Writer (CW)

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 2 หนว่ ยที่ 1

รหัส 2204-2103 วชิ า การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ สอนครงั้ ท่ี2 ( 5-8)

ชอื่ หนว่ ย ความรู้เบ้ืองต้นเกยี่ วกบั โปรแกรมตารางคำนวณ

จำนวน 4 ชวั่ โมง

แนวคดิ
โปรแกรมตารางคำนวณมีความสำคัญและจำเป็นต่อการปฏิบัติงานในสำนักงานมาก โปรแกรม

สำเร็จรูปตารางคำนวณที่นิยมใช้กันอย่างมากคือโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ดังนั้นการเรียนรายวิชา
โปรแกรมตารางคำนวณจงึ เลือกใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel 2010 เปน็ โปรแกรมสำหรับการเรียนการสอน
ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 นี้ ผู้เรียนจะได้ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของโปรแกรมตารางคำนวณ ปฏิบัติการ
ติดตั้งโปรแกรม การสร้างการเรียกใช้งานโปรแกรม การปิดโปรแกรม การถอนการติดตั้งโปรแกรม ศึกษา
คุณสมบัติและส่วนประกอบของหน้าต่างโปรแกรม คำสั่งลัด แป้นควบคุมต่างๆ ฟังก์ชันคีย์ และปฏิบัติการ
จดั การแฟ้มขอ้ มูลใหส้ ามารถทำการสรา้ งสมุดงานใหม่ และจัดเกบ็ สมดุ งานไวใ้ ช้งานต่อไปได้
สาระการเรียนรู้

2. การเร่มิ ตน้ ใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel 2010

ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวัง
2.เริม่ ตน้ ใช้โปรแกรม Microsoft Excel 2010 ได้

กจิ กรรมการเรยี นรู้
(ปฐมนเิ ทศ)
1.ครกู ล่าวทกั ทายนกั เรียน

ขนั้ นำเข้าสู่บทเรยี น
2.ครูพูดถงึ บทเรยี นทผี่ ่านมา และครูถามนักเรียนเกย่ี วกับบทเรียนคร้ังทผี่ า่ นมา

ขั้นสอน
3.ครูอธิบายการเร่มิ ตน้ ใช้งานโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3.1ครอู ธบิ ายคุณสมบตั ิของโปรแกรม Microsoft Excel 2010

คณุ สมบัติของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ในปจั จุบันมกี ารพฒั นาความสามารถของโปรแกรมข้นึ มา
เป็นลำดบั จุดเดน่ ของโปรแกรม มดี งั นี้

7) ในเรอ่ื งการพมิ พ์สามารถทำงานตา่ ง ๆ ได้รวดเร็ว และงา่ ยข้นึ Microsoft Excel 2010 มี
มุมมอง Microsoft office Backspace เขา้ มาแทนที่เมนแู ฟม้ แบบเดิมเพือ่ ให้บันทกึ การใชง้ านรว่ มกบั การพมิ พ์
พรอ้ มทง้ั แบง่ ปันกระดาษทำการได้ด้วยการคลิกเพียงไม่กีค่ ร้งั และดว้ ย Ribbon ท่พี ฒั นาข้นึ การเขา้ ถงึ คำสง่ั ทำ
ได้รวดเร็วขน้ึ การกำหนดแท็บหรือการสร้างแทบ็ เพ่อื ปรบั แต่งการใช้งานให้เหมาะสมกับลกั ษณะการทำงานได้

รปู ภาพ 1-25 แสดงการเข้าถงึ การพมิ พ์ที่รวดเรว็
ที่มา : จากหน้าจอคอมพวิ เตอร์

8) มีการใช้ประโยชน์จากความสามารถที่สูงขึ้นในการสร้างกระดาษคำนวณที่มีขนาด
ใหญ่และซับซอ้ นมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ใชง้ านขัน้ สูง สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ง่ายขึ้นวิเคราะห์
ชุดขอ้ มลู ท่ีซบั ซ้อนและมีขนาดใหญ่

9) สามารถใชง้ านผา่ น Excel Services การรวม SharePoint Server 2010 และ Excel
Services ทำใหผ้ ู้ใชส้ ามารถวิเคราะห์และหาผลลพั ธร์ ่วมกนั ไดโ้ ดยการประกาศกระดาษคำนวณลงในเวบ็ สรา้ ง
เวบ็ บอร์ดข่าวกรองธุรกจิ และใช้งานข้อมลู ทางธรุ กจิ ท่ีสำคญั รว่ มกนั ไดอ้ ย่างกว้างขวางขนึ้ ภายใตส้ ภาพแวดล้อม
ทีม่ กี ารพฒั นาดา้ นความปลอดภยั

10) สามารถสรา้ งและแสดงรายงานขอ้ มูล ตัวอักษรและตัวเลข ในรูปแบบท่สี วยงามน่า
อ่าน เช่น การกำหนดสีพื้น การใส่แรงเงา การกำหนดลักษณะและสีของเส้นตาราง การจัดวางตำแหน่งของ
ตัวอักษร การกำหนดรูปแบบและสีตวั อักษร เป็นต้น

11) มกี ารอำนวยความสะดวกในดา้ นการคำนวณตา่ ง ๆ เชน่ การบวก ลบ คณู หาร
ตวั เลขและฟังกช์ ันท่ใี ช้ในการคำนวณเป็นอยา่ งดี เช่น การหาผลรวมของตัวเลขจำนวนมาก การหาค่าทางสถติ ิ
และการเงนิ การหาผลลพั ธ์ของโจทยท์ างคณิตศาสตร์ เป็นต้น

12) การสรา้ งแผนภมู ิ (Chart) ในรูปแบบต่างๆ เพอ่ื ใช้ในการแสดงผลและการ
เปรยี บเทยี บข้อมลู ได้หลากหลายรปู แบบ เช่น แผนภูมิ (Column Chart หรือ Bar Chart) แผนภูมิเสน้ (Line
Chart) แผนภมู ิวงกลม (Pie Chart) เปน็ ตน้

13) มรี ะบบขอความชว่ ยเหลอื (Help) ทจี่ ะคอยชว่ ยให้คำแนะนำ ช่วยเหลอื ให้ผู้ใช้
สามารถทำงานได้อยา่ งสะดวกและรวดเร็ว เช่น ถ้ามีการเกิดปัญหาเกย่ี วกบั การใช้งานโปรแกรมหรอื สงสัย
ขัดขอ้ งเกยี่ วกับวธิ กี ารใช้งานโปรแกรม สามารถเข้าไปขอความชว่ ยเหลอื จากโปรแกรมไดท้ นั ที แทนท่ีจะตอ้ ง
มาคน้ คว้าหาในหนังสือหรือคมู่ อื การใช้งานโปรแกรม

14) มคี วามสามารถในการคน้ หาและแทนทขี่ ้อมูล ในโปรแกรมน้มี คี วามสามารถในการ
ค้นหาและแทนท่ขี ้อมลู เพื่อใชใ้ นการทำการแก้ไขหรือทำการแทนทข่ี ้อมลู ได้สะดวกและรวดเร็ว

15) มีความสามารถในการจัดเรียงลำดับข้อมูล โดยเรียงแบบตามลำดับ จาก A ไป Z
หรอื จาก 1 ไป 100 และเรยี งย้อนกลบั จาก Z ไป A หรอื จาก 100 ไป 1

16) มีความสามารถในการจัดการข้อมูลและฐานข้อมูล ซึ่งเป็นกลุ่มของข้อมูลที่ถูก
รวบรวมเข้าไวด้ ว้ ยกันในตารางการทำงาน (Worksheet) ลักษณะของการเกบ็ ข้อมลู เพอ่ื ใช้เปน็ ฐานข้อมูลจะ
เก็บข้อมลู ในรูปแบบของตาราง โดยแต่ละแถวของรายการคอื ระเบียนหรอื เรคคอร์ด (Record) และคอลัมน์
คอื ฟิลด์ (Field)
1.2 ครูอธบิ ายสว่ นประกอบของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft Excel 2010

รูปภาพ 1-26 ส่วนประกอบของหนา้ ตา่ งโปรแกรม Microsoft Excel 2010
ทีม่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

1. แทบ็ แฟม้ (File) ใชส้ ำหรับเรียกคำสง่ั จดั การไฟล์ทว่ั ไป เชน่ คำสง่ั บันทึก , บันทึกเปน็

เปิดไฟล์ หรอื สรา้ งไฟลใ์ หม่ เป็นตน้

2. แถบเครอื่ งมือดว่ น (Quick Access Toolbar) แถบน้ีเป็นทเ่ี กบ็ ป่มุ คำสัง่ ดว่ นหรือคำสั่งที่เราใชบ้ อ่ ยๆ

ซง่ึ โปรแกรมจะกำหนดค่าเรมิ่ ตน้ เป็นคำสั่งเปน็ Save ,Undo ,Redo ใหโ้ ดย

อัตโนมตั ิ และสามารถเพ่มิ คำสั่งอืน่ ๆ เช่น Quick Print , New  ได้ตามต้องการ

3. แถบชอื่ (Title Bar) เป็นแถบที่แสดงชอื่ ไฟลแ์ ละประเภทของไฟลท์ ่ีกำลังเปิดใช้งานอยู่เชน่ ในภาพ

กำลงั เปิดไฟลช์ ่ือ สมดุ งาน 1 (Sheet 1) ซึง่ เปน็ ไฟล์ประเภท Microsoft Excel โดยปกติค่าเรมิ่ ต้น

เม่อื เปิดใชง้ านโปรแกรมจะเปน็ สมุดงาน 1 แต่ผู้ใชส้ ามารถบนั ทึกเปลีย่ นช่ือได้

4. ริบบอน (Ribbon) เปน็ แถบของกลุม่ คำสัง่ ซึง่ ประกอบด้วยแท็บคำสั่งต่าง ๆ โดยในแต่ละแทบ็ จะ

รวบรวมและจดั หมวดหมูเ่ ครอ่ื งมอื ในกลุ่มคำส่ังเดียวกันเอาไว้ เพอ่ื ใหง้ า่ ยตอ่ การเรยี กใช้งาน

5. ปมุ่ ควบคุมหนา้ ต่าง (Program Window Control) เปน็ ปุม่ จัดการกบั หน้าต่างท่เี ปิดอยู่ ประกอบด้วย

คำส่ัง Minimize Maximize  Restore Down และ

ปิดหน้าตา่ ง

6. กลอ่ งช่อื (Name Box) บอกตำแหน่งของ เซลล์ ขณะทท่ี ำงานอยู่

7. แถบสตู ร (Formula Bar) ใช้แสดงขอ้ มูลหรอื สูตรทป่ี ้อนเขา้ ไปหรือแสดงข้อมูลท่ีจะแก้ไข

ในแตล่ ะเซลล์

8. แถบสถานะ (Status Bar) เปน็ แถบแสดงขอ้ มูลเกี่ยวกบั แผน่ งาน (Sheet) ที่กำลงั เปิดอยู่
9. พื้นท่ีทำงาน (Work Area) เปน็ สว่ นท่ใี ช้แสดงหรือปอ้ นขอ้ มูลต่างๆ ลงไป โดยข้อมูลจะถกู จัดเกบ็ และ

แสดงในรปู แบบของตารางท่ีมีช่องเก็บขอ้ มูลต่างๆ หรอื ทเี่ รียกวา่ เซลล์
10. มมุ มองเอกสาร (View Shortcuts) เป็นคำสงั่ สำหรับกำหนดมมุ มองการแสดงผลของเอกสารใน

รปู แบบต่างๆ ได้แก่ แบบปกติ เคา้ โครงหน้ากระดาษ และแสดงตวั อยา่ งตัวแบง่ หนา้
11. ซมู ยอ่ -ขยายเอกสาร (Zoom Controls) เป็นเคร่อื งมอื สำหรบั ใช้ในการปรับขนาดของการแสดงผล

เอกสาร โดยถา้ ตอ้ งการให้เอกสารมีขนาดใหญข่ นึ้ ให้เล่อื นลูกศรไปทางบวก (+) แต่ถา้ ต้องการให้
เอกสารมขี นาดเลก็ ก็ให้เลือ่ นลกู ศรไปทางด้านลบ (-) นอกจากนี้ยงั สามารถกำหนดการแสดงผลเป็น
เปอร์เซน็ ต์ไดต้ ามตอ้ งการ
สว่ นบนของหน้าจอคอื แถบริบบอน ซ่ึงประกอบไปด้วย แทบ็ ต่าง ๆ โดยปกติจะมี จำนวน 7 แท็บ ได้แก่ หน้า
แรก แทรก เค้าโครงหน้ากระดาษ สตู ร ข้อมูล ตรวจทาน และมุมมอง และในแต่ละแท็บ จะประกอบไปดว้ ย

กลมุ่ ต่าง ๆ ซง่ึ จะมีคำสง่ั ที่มักจะใช้ดว้ ยกนั รวมอย่ใู นกลมุ่ เดยี วกนั ดงั รปู ภาพ

รูปภาพ 1-27 แสดงเคร่ืองมอื บนแถบรบิ บอน
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
• แฟม้ แท็บแฟม้ เป็นแท็บพิเศษไม่ถือเปน็ แถบบนริบบอนเพราะใช้จัดการเกีย่ วกับไฟล์ หรือแฟ้ม เช่น
การเปิด-ปิดไฟล์ การสร้างไฟล์ใหม่ การบนั ทึกไฟล์ และการตง้ั ค่าตัวเลอื กต่าง ๆ
• หน้าแรก เป็นแท็บที่รวมลักษณะการใช้งานท่ัว ๆ ไป เช่น การคัดลอก การวาง การกำหนดตวั อักษร
การจดั รูปแบบ การกรองขอ้ มูล ตลอดจนการค้นหาขอ้ มูล
• แทรก เป็นแท็บสำหรับแทรก ตาราง ภาพ รูปร่างอัตโนมัติ อักษรศิลป์ สัญลักษณ์
การเช่ือมโยง
• เค้าโครงหนา้ กระดาษ ใช้สำหรบั การตัง้ ค่ากระดาษเพอื่ พมิ พอ์ อกทางเคร่อื งพมิ พ์ เช่น ตั้งระยะ
ขอบกระดาษ กำหนดขนาดกระดาษ พิมพแ์ นวตง้ั หรือแนวนอน
• สตู ร ใช้แทบ็ นี้เมือ่ ตอ้ งการคำนวณคา่ ตา่ งๆ เช่น การรวมขอ้ มูล การเรียกใช้สตู รของ Excel
• ขอ้ มลู แท็บน้ีใช้สำหรบั การรับข้อมูลจากภายนอกเพอ่ื มาวเิ คราะห์ใน Excel เชน่ นำข้อมลู จาก
ฐานข้อมูล Access เปน็ ตน้ พร้อมทัง้ สามารถใชจ้ ัดการกับขอ้ มูลจำนวนมาก ๆ เช่น การเรียงขอ้ มูล
การกรองข้อมลู การจดั กลุ่มข้อมูล
• ตรวจทาน เปน็ แทบ็ สำหรับการตรวจตวั สะกดการนั ต์ การจัดการเกยี่ วกับแผ่นงาน เชน่
การปอ้ งกันการแกไ้ ขขอ้ มลู บนแผน่ งาน
• มมุ มอง เป็นแทบ็ สำหรับแสดงแผ่นงานในมุมมองตา่ ง ๆ เชน่ แบบปกติ แบบเต็มหน้า กำหนดให้มี
หรอื ไม่มเี สน้ ตาราง ย่อ/ขยาย ตลอดจนการแบง่ หน้าจอออกเป็นสว่ น ๆ
คำสั่งลัด (Shortcut Keys) แบบ Ctrl
เพ่ือให้การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขน้ึ เราสามารถใช้คำสง่ั ลดั เพ่อื อำนวยความสะดวกได้ ดงั น้ี

แป้น คำอธบิ าย

CTRL + SHFT + ( ยกเลิกการซ่อนแถวที่ซ่อนอยู่ใด ๆ ภายในส่วนทีเ่ ลือก

CTRL + SHIFT +& นำเสน้ ขอบภายนอกไปใชก้ บั เซลลท์ ่ีเลือก

CTRL + SHIFT + - เอาเสน้ ขอบภายนอกออกจากเซลล์ทเ่ี ลอื ก

CTRL + SHIFT + นำรูปแบบตวั เลขทว่ั ไปใช้

CTRL + SHIFT +$ นำรปู แบบสกลุ เงินท่มี ีตำแหน่งทศนิยมสองตำแหนง่ (โดยทีจ่ ำนวนลบอยใู่ น

วงเล็บ) ไปใช้

CTRL + SHIFT +% นำรปู แบบเปอร์เซน็ ตท์ ี่ไมม่ ีตำแหน่งทศนยิ มไปใช้

CTRL + SHIFT + ^ นำรูปแบบตัวเลขเชิงวทิ ยาศาสตรท์ ีม่ ตี ำแหน่งทศนยิ มสองตำแหน่งไปใช้

CTRL + SHIFT + # นำรปู แบบวันทแ่ี บบมีวัน เดอื น และปไี ปใช้

CTRL + SHIFT + @ นำรูปแบบเวลามีช่ัวโมงและนาที รวมท้งั AM หรือ PM ไปใช้

CTRL + SHIFT + ! นำรปู แบบตัวเลขทมี่ ตี ำแหนง่ ทศนิยมสองตำแหนง่ ตวั ค่ันหลกั พัน และ

มีเครอื่ งหมายลบ (-) สำหรบั คา่ ลบไปใช้

CTRL + SHIFT + * เลอื กขอบเขตปจั จุบันรอบเซลล์ทใ่ี ช้งานอยู่ พืน้ ทีข่ อ้ มูลท่ลี ้อมรอบดว้ ย

แถวว่างและคอลัมนว์ า่ งใน PivotTable จะเป็นการเลือกท้งั รายงานPivotTable

CTRL + SHIFT + : ใสเ่ วลาปจั จบุ นั

CTRL + SHIFT + ” คดั ลอกค่าจาก เซลล์ทอ่ี ยเู่ หนอื เซลลท์ ใี่ ชง้ านอยู่ไปยงั เซลล์หรือแถบสูตร

CTRL + SHIFT + Plus (+) แสดงกลอ่ งโตต้ อบแทรก เพ่ือแทรกเซลล์วา่ ง

CTRL + MINUS (-) แสดงกลอ่ งโตต้ อบลบ เพ่ือลบเซลล์ทเี่ ลอื ก

CTRL + ; ใส่วันทป่ี ัจจุบัน

CTRL + ‘ สลับไปมาระหว่างการแสดงค่าเซลล์และการแสดงสตู รในแผ่นงาน

CTRL + , คดั ลอกสูตรจาก เซลล์ ทอ่ี ยู่เหนอื เซลลท์ ่ีใช้งานอยไู่ ปไว้ในเซลลแ์ ถบสูตร

CTRL +1 แสดงกลอ่ งโต้ตอบการจัดรปู แบบเซลล์

CTRL + 2 นำการจัดแบบตวั หนาไปใช้ หรือเอาการจดั รูปแบบตวั หนาออก

CTRL + 3 นำการจัดรปู แบบตวั เอยี งไปใช้หรือเอาการจัดรปู แบบตัวเอียงออก

CTRL +4 นำการจดั รปู แบบการขีดเสน้ ใต้ไปใชห้ รือเอาการจัดรปู แบบการขดี เสน้ ใต้ออก

CTRL +5 นำการขีดทับไปใช้หรือเอาการขดี ทับออก

CTRL +6 สลบั ระหว่างการซอ่ นและการแสดงวตั ถุ

CTRL + 8 แสดงหรือซ่อนสญั ลกั ษณเ์ ค้ารา่ ง

CTRL + 9 ซ่อนแถวท่เี ลือก

CTRL + 0 ซอ่ นคอลมั น์ทเี่ ลือก

CTRL +A เลอื กทง้ั แผน่ งานท่มี ขี ้อมลู อยู่

การกด CTRL+ A จะเลือกขอบเขตปจั จบุ นั

การกด CTRL + A คร้งั ท่ีสองจะเลอื กแผ่นงานทั้งแผ่นเมื่อจดุ แทรก

อยทู่ างขวาของชอ่ื ฟังกช์ นั ในสตู รจะแสดงกลอ่ งโต้ตอบอารก์ ิวเมน้ ต์ของฟงั กช์ ัน

การกด CTRL+SHIFT+A จะแทรกชอื่ อาร์กิวเมน้ ต์และวงเล็บเมือ่ จุดแทรกอยู่ทางขวาของช่อื ฟังก์ชนั ในสูRL +

B นำการจัดรูปแบบตวั หนาไปใช้ หรือเอาการจดั รูปแบบตัวหนาออก

CTRL + C คัดลอกเซลลท์ ่ีเลอื ก

CTRL + D ใช้คำสง่ั เตมิ ด้านลา่ ง เพือ่ คัดลอกเนื้อหาและรูปแบบของเซลล์บนสดุ ของ

ช่วงท่เี ลือกไปยังเซลล์ด้างล่าง

CTRL + F แสดงกล่องโต้ตอบ ค้นหาและแทนท่ี โดยเลอื กแท็บ คน้ หาไวด้ ว้ ยการกด

SHIFT+F5 จะแสดงแทบ็ นเ้ี ช่นกนั ในขณะที่ SHIFT+F4

จะทำซ้ำการคน้ หาล่าสุดการกด CTRL+SHIFT+F จะเปิดกลอ่ งโต้ตอบการจัดรปู แบบเซลลโ์ ดยเลอื กแท็บแบบ

อักษรไว้ดว้ ย

CTRL + G แสดงกล่องโตต้ อบไปทก่ี ารกด F5 กจ็ ะแสดงกลอ่ งโตต้ อบนีเ้ ช่นกัน

CTRL + H แสดงกลอ่ งโต้ตอบค้นหาและแทนที่โดยเลือกแท็บแทนที่ไวด้ ้วย

CTRL + I นำการจัดรูปแบบตวั เอยี งไปใช้ หรอื เอาการจัดรูปแบบตวั เอียงออก

CTRL + แสดงกลอ่ งโตต้ อบแทรกการเชอ่ื มโยงหลายมิติสำหรบั การเชื่อมโยงหลาย

มติ ิใหม่ หรอื แสดงกล่องโตต้ อบแกไ้ ขการเชื่อมโยงหลายมติ สิ ำหรบั การเชื่อมโยงหลายมิติทม่ี อี ยู่ท่เี ลือกไว้

CTRL + L แสดงกล่องโตต้ อบการสรา้ งตาราง

CTRL + N สร้างสมุดงานใหม่ทีเ่ ปน็ สมดุ งานเปล่า

CTRL + O แสดงกลอ่ งโตต้ อบเปิด เพ่ือเปิดหรือค้นหาแฟ้มการกด CTRL+SHIFT+ O

จะเลอื กเซลล์ท้ังหมดทม่ี ีขอ้ คิดเหน็

CTRL + P แสดงแทบ็ พมิ พ์ ในมุมมอง Microsoft Office Backstage

การกด CTRL+SHIFT+P จะเปดิ กล่องโต้ตอบการจัดรปู แบบเซลล์

โดยเลอื กแท็บ แบบอักษรไวด้ ้วย

CTRL + R ใช้คำสง่ั เติมด้านขวา เพอ่ื คัดลอกเนื้อหาและรปู แบบของเชลล์ซา้ ย

สุดของช่วงเลอื กไปยงั เซลลท์ างขวา

CTRL + S บันทกึ แฟม้ ทีใ่ ชง้ านอยโู่ ดยใช้ช่อื แฟ้ม ตำแหน่งทตี่ ั้ง และรูปแบบแฟ้ม

ปจั จุบนั

CTRL + T แสดงกลอ่ งโตต้ อบ สร้างตาราง

CTRL + U นำการจัดรูปแบบขีดเสน้ ใต้ไปใช้หรือเอาการจัดรูปแบบการขดี เสน้ ใตอ้ อก

CTRL + V แทรกเนอ้ื หาของคลิปบอร์ดทีจ่ ุดแทรกและแทนท่ีสว่ นท่ีเลอื กใด ๆโดยจะใช้

งานได้หลงั จากท่คี ุณได้ตัดหรอื คดั ลอกวตั ถุ ขอ้ ความ

หรอื เนื้อหาเซลล์แลว้ เทา่ นั้น

CTRL +W ปิดหน้าตา่ งสมดุ งานทเี่ ลอื ก

CTRL + X ตัดเซลล์ท่เี ลือก

CTRL + Y ทำซำ้ คำส่งั หรือการกระทำสดุ ท้ายถา้ เป็นไปได้

CTRL + Z ใช้คำสง่ั เลกิ ทำเพื่อย้อนกลับคำสงั่ สุดทา้ ยหรอื เพื่อลบรายการ

สดุ ท้ายที่คุณไดพ้ ิมพ์

แป้นควบคมุ และฟงั ก์ชันคยี ์
แปน้ คำอธบิ าย
F1 แสดงบานหนา้ ตา่ งงานวธิ ใี ช้ Microsoft Excel

การกด CTRL + F1 จะแสดงหรอื ซอ่ นรบิ บอน
การกด ALT + F1 จะสร้างแผนภูมฝิ งั ตัวจากขอ้ มูลในช่วงปัจจุบนั
การกด ALT + SHIFT + F1 จะแทรกแผ่นงานใหม่
F2 แกไ้ ขเซลล์ทใี่ ช้งานอยู่และวางตำแหนง่ จดุ แทรกไวท้ ีจ่ ุดท้ายสดุ ของ
เนอื้ หาในเซลล์ซึ่งจะยา้ ยจดุ แทรกไปไว้ในแถบสูตรขณะท่ีการแกไ้ ขใน
เซลล์ถกู ปิดอยูด่ ว้ ย
การกด SHIFT + F2 จะเพม่ิ หรือแกไ้ ขข้อคดิ เหน็ ของเซลล์
การกด CTRL + F2 จะแสดงพ้นื ทตี่ ัวอยา่ งก่อนพมิ พ์บนแท็บพมิ พ์ใน
มมุ มอง Backstage
F3 แสดงกล่องโตต้ อบ วางชอ่ื ซึ่งจะแสดงต่อเม่ือมีชือ่ อยแู่ ลว้ ในสมุดงาน
การกด SHIFT + F3 จะแสดงกลอ่ งโตต้ อบแทรกฟังก์ชัน
F4 ทำซำ้ คำสงั่ หรือการกระทำสุดท้ายถ้าเปน็ ไปได้
การกด CTRL + F4 จะเปิดหน้าต่างสมุดงานทเ่ี ลือก
การกด ALT + F4 จะปดิ Excel
F5 แสดงกลอ่ งโตต้ อบ ไปที่
การกด CTRL+ F5 จะคนื ค่าขนาดหน้าต่างของสมุดงานท่ีเลอื ก
F6 สลบั ระหวา่ งแผ่นงาน รบิ บอนบานหน้าต่างงาน และตวั ควบคุมการ
ยอ่ /ขยาย ในแผน่ งานทถี่ ูกแยกออก (เมนูมมุ มอง จัดการหนา้ ที่ต่างนี้
ตรึงแนว และคำสง่ั แยกหนา้ ตา่ ง) F6 จะรวมถึงบานหนา้ ต่างที่แยก
ออกเมอ่ื สลบั ระหว่างบานหนา้ ตา่ งและพนื้ ท่รี ิบบอน
การกด SHIFT + F6 จะสลับระหว่างแผ่นงาน ตัวควบคุมการย่อ/
ขยายบานหน้าตา่ งงาน และรบิ บอน
การกด CTRL + F6 จะสลบั ไปหนา้ ต่างสมดุ งานถัดไปเมอื่ มหี น้าตา่ ง
สมุดงานมากกว่าหนึ่งหน้าต่างเปดิ อยู่
F7 แสดงกลอ่ งโต้ตอบ การสะกด เพ่อื ตรวจสอบการสะกดใน
แผน่ งานท่ใี ชง้ านอยู่หรือชว่ งที่เลอื กไว้
การกด CTRL + F7 จะดำเนนิ การคำสัง่ ยา้ ย
ในหน้าตา่ งสมุดงานเม่อื หน้าตา่ งยงั ไม่ถูกขยายใหญส่ ุด ใหใ้ ช้แปน้ ลูกศรเพ่อื ยา้ ย
หน้าต่าง และเมือ่ ทำเสรจ็ แลว้ ใหก้ ด
ENTER หรือ ESC เพ่อื ยกเลิก
F8 เปิดหรอื ปิดโหมดขยาย ในโหมดขายน้ี ขอ้ ความส่วนที่เลอื กทีถ่ ูก
ขยายจะปรากฏอยู่ในบรรทัดสถานะ และแปน้ ลูกศรจะขยายสว่ นที่

เลอื ก การกด SHIFT + F8 ช่วยให้คุณสามารถเพ่ิมเซลล์หรือช่วงท่ไี มอ่ ยู่
ตดิ กันลงในส่วนของ เซลล์ ท่ีเลือกโดยใช้แปน้ ลกู ศร

การกด CTRL + F8 จะดำเนนิ การคำส่งั ขนาด (บนเมนตู ัวควบคมุ
สำหรับหนา้ ต่างสมุดงาน) เมอ่ื หน้าต่างไมไ่ ดถ้ กู ขยายใหญส่ ุด
การกด ALT + F8 จะแสดงกลอ่ งโตต้ อบแมโครเพื่อสร้าง เรียกใช้
แกไ้ ข หรือลบแมโคร
F9 คำนวณแผน่ งานท้งั หมดในสมุดงานทเี่ ปิดอย่ทู งั้ หมด
การกด SHIFT + F9 จะคำนวณแผ่นงานทีใ่ ช้งานอยู่
การกด CTRL+ ALT+ F9 จะคำนวณแผ่นงานทั้งหมดในสมุดงานท่ี
ปิดอยทู่ ัง้ หมด โดยไมค่ ำนึงว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลังจากการคำนวณ
ครั้งลา่ สุดหรือไม่
การกด CTRL + ALT + SHIFT + F9 จะตรวจสอบสูตรที่อ้างถงึ ใหม่
แล้วคำนวณ เซลล์ ท้งั หมดทอี่ ยใู่ นสมุดงานทเี่ ปิดอย่ทู ัง้ หมด รวมถงึ
เซลล์ ท่ีไม่ไดถ้ กู ทำเครื่องหมายวา่ ใหค้ ำนวณดว้ ย
การกด CTRL + F9 จะยอ่ หนา้ ต่างสมดุ งานให้เล็กสุดเปน็ ไอคอน
F10 เปดิ หรือปิดเคล็ดลับแปน้ พิมพ์ (การกด ALT จะได้ผลเช่นเดยี วกัน)
การกด SHIFT + F10 จะแสดงเมนูทางลัดสำหรบั รายการทเี่ ลอื ก
การกด ALT + SHIFT + F10 จะแสดงเมนหู รือข้อความสำหรับปมุ่
ตรวจสอบข้อผดิ พลาด
การกด CTRL+F10 จะขยายหนา้ ต่างใหญ่สุดหรอื คืนค่าหนา้ ต่างสมุดงานที่เลือก
F11 สร้างแผนภูมจิ ากขอ้ มลู ในช่วงปจั จบุ นั ในแผ่นงานแผนภูมแิ ยกตา่ งหาก
การกด SHIFT + F11 จะแทรกแผ่นงานใหม่
การกด ALT + F11 จะเปดิ Microsoft Visual Basic For
Applications Editor ซ่งึ คณุ สามารถสรา้ งแมโครได้โดยใช้
Visual Basic For Applications (VBA)
F12 แสดงกล่องโต้ตอบ บันทึกเปน็

การจัดการแฟม้ ข้อมลู
การสรา้ งสมุดงานใหม่

วธิ ีท่ี 1 การสรา้ งสมุดงาน (Workbook) โดยทว่ั ไป
1)เลอื กคำสง่ั แฟม้ > 2)คลิกสรา้ ง> 3)คลกิ เลอื กสมุดงานเปล่า> 4)คลกิ สร้าง

1

3
2

4

รปู ภาพ 1-28 การสร้างสมุดงานทัว่ ไป
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
วธิ ที ่ี 2 การสรา้ งสมุดงานจากแมแ่ บบ (Template)
1)คลิกปมุ่ แฟม้ > 2)คลกิ สรา้ ง> 3)คลิกเลอื กตัวอย่างแมแ่ บบ

1

3
2

รปู ภาพ 1-29 การสร้างสมุดงานจากตัวอย่างแมแ่ บบ
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

ซง่ึ จะแสดงแมแ่ บบใหเ้ ลือกดังรปู ภาพ 1-30
4)ให้คลิกเลอื กแม่แบบท่ีตอ้ งการ> 5)คลิกสรา้ ง

4
5

รูปภาพ 1-30 การเลือกรูปแบบ Template
ท่ีมา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

รปู ภาพ 1-31 สมดุ งานจากแม่แบบ
ท่ีมา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

ข้นั สรุปและประยุกต์

3. ครสู รุปความรเู้ บื้องตน้ เกี่ยวกบั โปรแกรมตารางคำนวณ Microsoft Excel

โปรแกรมตารางคำนวณ Microsoft Excel 2010 เป็นโปรแกรมทีม่ คี นนิยมใช้เปน็ อยา่ งมาก เน่ืองจากเปน็

โปรแกรมท่อี ำนวยความสะดวกในการวเิ คราะห์ข้อมูล เพ่ือใชเ้ ป็นขอ้ มลู ที่ใชใ้ นการตัดสนิ ใจไดอ้ ย่างมี

ประสิทธิภาพ ไม่วา่ จะทางดา้ นการบรหิ าร ดา้ นวิชาการ ดา้ นธุรการ โดยลกั ษณะของโปรแกรมจะมลี ักษณะ

เป็นตารางโดยข้อมลู จะอยู่ในรปู คอลัมนแ์ ละแถวโปรแกรมตารางคำนวณ มกี ารพฒั นาความสามารถของ

โปรแกรม มคี ุณสมบัติและ คอื สามารถสรา้ งแผนภมู ิขอ้ มูลไวใ้ นเซลล์ เดียวกนั ได้ เข้าหาขอ้ มลู ได้อย่างถกู ตอ้ ง

และรวดเรว็ เขา้ ถึงตารางคำนวณได้ทุกที มกี ารเชื่อมตอ่ แบง่ ปันและทำงานร่วมกัน เพ่อื ความซับซอ้ นใหก้ บั งาน

นำเสนอขอ้ มูล สามารถใช้ประโยชนจ์ าก PivotChart ท่เี ป็นแบบโต้ตอบและไดนามคิ มากขึน้ อำนวยความ

สะดวกในดา้ นการคำนวณตา่ ง ๆ สามารถสร้างแผนภูมเิ พือ่ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการอา้ งอิงประกอบรายงานของการ

ทำงาน พร้อมทง้ั จดั การแฟม้ ขอ้ มูลไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ

4. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน

5. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั

สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้

1.เอกสารประกอบการเรียน เร่ือง การใชโ้ ปรแกรมตารางงาน

หลักฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของครู

2.ใบเช็ครายชือ่

3.แผนการจดั การเรียนรู้

4.แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลังเรยี น

การวัดผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล

1.ประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง

2.ประเมินความเรียบรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝึกหัด

3.แบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรยี น

4.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

5.การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึง

ประสงค์

เคร่อื งมือวดั ผล

1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง

2.กิจกรรมและแบบฝกึ หัดในหนงั สอื เรียน

3.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลังเรยี น

4.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล

5.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ข้นึ ไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรับปรงุ
3.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึง

ประสงค์ คะแนนขนึ้ อย่กู บั การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ

1.ให้ผเู้ รยี นหม่ันมาทำความคุ้นเคยกับโปรมแกรมใหม้ ากข้ึน

แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ความร้เู บ้อื งตน้ เกย่ี วกบั โปรแกรมตารางคำนวณ

คำช้ีแจง ให้วงกลมตัวเลอื กทีค่ ิดวา่ ถกู ต้องท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว

1. ข้อใดต่อไปน้กี ลา่ วถงึ ความสามารถของ Excel ได้ถูกต้อง

ก. ใช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูลเพอ่ื ให้ตัดสนิ ใจได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

ข. เปน็ โปรแกรมท่มี ีประสทิ ธภิ าพทีท่ ำงานเกยี่ วกับการคำนวณขอ้ มูล

ค. แสดงข้อมูลในลักษณะเป็นคอลัมนห์ รอื เปน็ ชอ่ งตาราง

ง. ทกุ ข้อคอื คำตอบ

2. รูปแบบโปรแกรม Microsoft Excel จะคล้ายกับโปรแกรมใด

ก. Microsoft Access ข. Microsoft Word

ค. Lotus ง. CU Writer (CW)

3. ตำแหน่งทค่ี อลัมน์ (Column) และแถว (Row) ตัดกันน้นั เรยี กว่าอะไร

ก. Active Cell ข. Cell ค. Column- Row ง. Cell Pointer

4. Function Key ใด ที่ใชส้ ำหรับคำนวณตารางคำนวณท่ีใชง้ านอยู่

ก. F2 ข. F6 ค. F7 ง. F8

5. ถา้ ตอ้ งการเลื่อนตัวชี้ตำแหน่งในทางซา้ ย 1 คอลัมนใ์ ชค้ ีย์ใด

ก. Shift + Tab ข. Page Down ค. Page Up ง. End

6. Function ใดใชส้ ำหรบั สรา้ งหรือเปิด Worksheet ใหมท่ ำงาน

ก. F11 ข. F10 ค. F12 ง. F4

7. การบนั ทึกขอ้ มลู ใน Excel จะมนี ามสกลุ ของแฟ้มขอ้ มูลเป็นอะไร

ก. .dog ข. .xml ค. .xls ง. .xsl

8. ข้อมูลหรือเอกสารท่ีถูกสรา้ งขน้ึ ใน Excel เรียกวา่ อะไร

ก. Workpage ข. Workbook ค. Worksheet ง. Sheet

9. ข้อใดตอ่ ไปนก้ี ลา่ วไมถ่ ูกต้อง

ก. Worksheet เปน็ พ้ืนทสี่ ำหรับทำงานบนโปรแกรม Excel

ข. เซลล์ เปน็ สว่ นย่อย ๆ ของโปรแกรม Excel สำหรบั ทำงาน

ค. Active Cell เปน็ ส่วนของ เซลล์ ทก่ี ำลังทำงานอยู่

ง. cell คอื ส่วนทเี่ กบ็ ขอ้ มูลเฉพาะตัวเลขเท่าน้นั

10. ขอ้ ใดต่อไปนี้ไม่มใี นปุ่มออฟฟิศ Office Button

ก. New ข. Open ค. Copy ง. Save

แบบฝกึ หดั ท้ายหน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 ความรูเ้ บ้อื งต้นเกี่ยวกบั โปรแกรมตารางคำนวณ
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนทำเครื่องหมาย ✓ หนา้ ขอ้ ที่คดิ ว่าถูกและทำเคร่ืองหมาย  หน้าขอ้ ที่คดิ วา่ ผิด
........... 1. เราสามารถบันทึกข้อมูลตา่ งๆ ลงในเซลล์สว่ นมากมกั จะเป็นตัวเลขท่ีเรยี กวา่ เซลล์
........... 2. โปรแกรม Microsoft Excel ส่วนมากนิยมใชใ้ นการนำเสนอขอ้ มลู ท่ีเปน็ ตัวหนงั สือ
............ 3. โปรแกรม Microsoft Excel เราสามารถประยุกต์ใช้กบั งานดา้ นต่างๆ ใช้เชน่ Microsoft

Access
............ 4. โปรแกรม Microsoft Excel มลี ักษณะหนา้ ตาคล้ายโปรแกรม Lotus ทม่ี กี ารคำนวณ

เหมือนกนั
............ 5. คุณสมบัตขิ อง Microsoft Excel คอื สามารถในการจัดการฐานข้อมูล
............ 6. CTRL + A เป็นการเลอื กทั้งแผ่นงานทีม่ อี ยู่
............ 7. กด F3 เป็นการแก้ไขเซลลท์ ่ีใชง้ านอยู่และวางตำแหน่งจุดแทรกไว้ท่จี ุดท้ายสุดของ

เนอ้ื หาในเซลล์
............ 8. แฟม้ ข้อมลู หรือสมุดงานเป็นกลุ่มของเอกสารต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ งกันซง่ึ ถกู จัดเก็บรวมไว้

ด้วยกันเป็นชุด
………..9. การสรา้ งสมุดงาน เลือกใชค้ ำสัง่ สร้าง (New) จากป่มุ
………..10. สามารถสร้างแผนภูมิขอ้ มลู ใน เซลล์ เดียวกันด้วยเส้นแบบประกายไฟซง่ึ เป็นคุณลักษณะ

ใหม่ของ Excel 2010

บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลังการสอน

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาทพี่ บ

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ญั หา

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 3 หน่วยท่ี 2

รหสั 2204-2103 วิชา การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ สอนครงั้ ท่ี 3(5-8)

ชือ่ หนว่ ย การปอ้ นและการจดั รปู แบบขอ้ มูล จำนวน 4 ช่วั โมง

แนวคิด

ในการใช้งานโปรแกรมตารางคำนวณ การป้อนข้อมูลและการจัดรูปแบบของข้อมลู มีความสำคัญต่อ

การปฏิบตั ิงานมาก ดังน้นั จงึ จำเป็นต้องศกึ ษาประเภทและชนดิ ของขอ้ มูล การใชง้ านแปน้ ควบคุมการเคลื่อนท่ี

ของ Cell pointer วิธีการป้อนข้อมูลลงในเซลล์ทีละเซลล์ และหลายเซลลพ์ ร้อมกัน การกำหนดขอบเขตของ

ข้อมูลที่ต้องการป้อน การจัดรูปแบบข้อมูล การกำหนดขนาดของคอลัมน์และแถว การกำหนด Pattern ของ

ข้อมลู การสรา้ งตารางคะแนน ตลอดจนการหาผลรวมของคะแนน

สาระการเรียนรู้

1. ประเภทข้อมูล

2. ชนิดของข้อมูล

3. แป้นควบคมุ การเคลือ่ นที่ของ Cell Pointer

4. วธิ ีการป้อนขอ้ มูลลงในเซลล์

ผลการเรียนร้ทู ่คี าดหวัง

1. อธิบายประเภทและชนิดของขอ้ มลู ได้

2. ป้อนขอ้ มลู ลงเซลล์ได้

3. จัดรปู แบบขอ้ มลู ได้

4. กำหนดขนาดคอลัมนแ์ ละแถวได้

กิจกรรมการเรยี นรู้

1.ครกู ล่าวทกั ทายนักเรียน

ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น

1.ครพู ดู ถงึ บทเรยี นทผ่ี ่านมา และครูถามนกั เรียนเกยี่ วกบั บทเรียนครงั้ ท่ผี ่านมา

ขน้ั สอน

1.ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

2.ครูอธิบายประเภทของขอ้ มลู

ประเภทของข้อมูลท่ใี ช้ในการทำงานบน Worksheet จะมดี ้วยกนั 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือขอ้ ความหรือ

คำอธบิ าย และตวั เลข

1) ขอ้ มลู ประเภทข้อความ (Label) ขอ้ มลู ประเภทนจ้ี ะเป็นตวั อักษร ข้อความ หรือ

ตวั เลข ที่ไมไ่ ด้ใช้ในการคำนวณ ซง่ึ จะเรยี กว่า Label ตัวอย่างเช่น สมดุ โทรศพั ท์ จะมีชอ่ื และหมายเลข

หมายเลขโทรศัพท์เป็นตวั เลข แต่ตัวเลขนนั้ ไมไ่ ด้ใชใ้ นการในการคำนวณ เราจงึ เรยี กว่าข้อความหรอื ตวั อักขระ

ทั่ว ๆ ไป

2) ตวั เลข (Number) หมายถงึ ขอ้ มูลทน่ี ำมาคำนวณได้ ตวั เลขทน่ี ำมาใชใ้ นการคำนวณ

เชน่ ราคาสนิ ค้า จำนวนเงิน ซ่ึงสามารถนำมาคำนวณไดโ้ ดยการใช้เคร่อื งหมาย + , - , * , /, %, กับตัวเลข

น้ันได้

2.ครูอธิบายชนดิ ของข้อมลู
ข้อมูลท่ีใชใ้ นการป้อนลงเซลล์แตล่ ะเซลล์ นอกจากจะแบง่ ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ แลว้ ยังสามารถแบง่
ออกเป็นชนิดย่อย ๆ หลายชนิด ได้แก่

2.1ข้ อมลู ทเี่ ป็นตวั เลข (Number) เปน็ ตัวเลขต้ังแต่ 0-9, +, -, ( , ), /, $, %, E, e
โดยคา่ ตวั เลขท่ีป้อนนสี้ ามารถนำไปทำการคำนวณ หรอื แสดงเปน็ ข้อมูลส่วนหน่ึงได้

2.2 ข้อความ (Text) เป็นข้อมูลท่ีเปน็ ตัวอกั ษรหรอื ตัวอักขระต่างๆ ได้แก่ a-z, A-
Z, ก-ฮ และสญั ลกั ษณพ์ เิ ศษตา่ งๆ ท่สี ามารถนำไปประกอบกันเปน็ คำ วลี ประโยค หรือเป็นข้อความ ไม่
สามารถนำขอ้ ความทป่ี อ้ นนไี้ ปทำการคำนวณใดๆ ได้

2.3 วันที่ (Date) เปน็ ข้อมลู ที่เป็นตัวเลข ตัวเลขผสมตวั อกั ษร เปน็ ขอ้ มลู ทป่ี อ้ น
เพือ่ ใช้แสดงวันท่ีในรูปแบบใดรูปแบบหน่ึง ไดแ้ ก่ 1/5/99, 25-Jan, 30-Jan-99, 01/12, 05/99 เป็นต้น

2.4 เวลา (Time) เป็นข้อมูลท่ีเป็นตวั เลข ตัวเลขผสมตัวอกั ษร เปน็ ข้อมูลที่ปอ้ น
เพอ่ื ใชแ้ สดงวันท่ใี นรปู แบบใดรปู แบบหนึง่ ได้แก่ 2:14:00ANM 12:55, 19:25:44, 3:19PM เปน็ ต้น

2.5 สตู รในการคำนวณ (Formula) เป็นขอ้ มลู ท่ีนำเอาคา่ ของเซลลต์ า่ งๆ ท่ีเปน็ ตวั เลข
มาทำการคำนวณ แลว้ ส่ังใหแ้ สดงผลลัพธ์จากการคำนวณนัน้ ออกมา

2.6 ฟงั ก์ชัน (Function) เปน็ ข้อมลู ท่เี ป็นรปู แบบเฉพาะของการสั่งให้ทำงานหรอื
การคำนวณอย่างใดอยา่ งหนงึ่ ไมว่ ่าจะเปน็ การหาผลรวม (SUM) หรือค่าเฉลี่ย (AVERAGE) หรอื เปล่ยี น
ตวั อักษรให้เป็นตวั ใหญ่ (UPPER) เปน็ ต้น

2.7 ค่าทางตรรกศาสตร์ (Logical Value) เปน็ ข้อมูลทีไ่ ด้มาจากฟังก์ชนั การทำงาน
บางฟังก์ชนั โดยคา่ ทางตรรกศาสตร์นีจ้ ะมอี ย่ดู ว้ ยกัน 2 คา่ คอื ค่าที่เป็นจริง (True) และค่าทเี่ ป็นเทจ็ (False)

2.8 คา่ แสดงความผิดพลาดต่างๆ (Error value) ถา้ หากเป็นการทำงานโดยเฉพาะอย่าง
ยงิ่ การทำงานเกี่ยวกับสูตรหรอื ฟงั ก์ชันทก่ี ำหนดแลว้ อาจจะเกดิ ข้อผดิ พลาดตา่ งๆ จากการใช้งาน โดย
ขอ้ ผิดพลาดนม้ี ีรหสั ท่ีใชอ้ ยู่ ขอ้ มูลที่ไดม้ าจากฟังกช์ นั การทำงานบางฟังก์ชนั ได้แก่
#DIV/0 Error นจ้ี ะเกดิ ข้ึนเมือ่ ทำการหาร แลว้ ตัวหารมคี ่าเป็น 0

#N/AError นีย้ ่อมาจาก Not Available ซ่ึงจะเกดิ ข้ึนจากการคำนวณ หรอื
เซลลท์ ีไ่ ม่มคี ่าหรอื มคี า่ ทไ่ี มใ่ ช่ตวั เลข ซง่ึ ไมส่ ามารถนำไปใช้ได้

#NAME#Error นเ้ี กดิ จากการอา้ งอิงช่อื ของเซลล์ผดิ หรอื ยงั ไม่ไดม้ ีการกำหนด
ชื่อท่อี ้างองิ หรอื การพิมพช์ อื่ ของฟังก์ชันผดิ

#NULL! Error นีเ้ กิดขึ้นจากการกำหนดขอบเขตขอ้ มลู ผิดพลาด โดยอาจจะใช้
สัญลกั ษณใ์ นการกำหนดผิด

#NUM! Error นเี้ กดิ ขึ้นเนอ่ื งจากมีข้อผดิ พลาดทีเ่ ก่ียวกับตวั เลขท่ีเกิดขนึ้
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบฟงั กช์ ันผิด หรือผลลัพธก์ ับความกว้างของเซลลไ์ ม่เหมาะสมกนั
#RER! Error นเี้ กดิ ข้ึนเนอ่ื งจากมีการทำงานกบั เซลล์ทไ่ี มส่ ามารถนำคา่ ในเซลลน์ ั้นๆ มาใช้งานได้
#VALUE! Error นี้เกดิ ขน้ึ จากการกำหนดเง่อื นไขผดิ พลาด ไมว่ า่ จะเปน็ ชนดิ
หรือรปู แบบของฟงั กช์ นั ท่ใี ชง้ านก็ตาม

4. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาแป้นควบคุมการเคลอื่ นที่ Cell pointer

แปน้ ควบคุมที่ใชก้ นั บอ่ ยในการเคล่ือนที่ Cell pointer เพ่ืออำนวยความสะดวกในการบรรจขุ ้อมลู ลงในเซลล์ มี

รายละเอียดในการใชง้ านดังน้ี

แป้นควบคมุ หน้าท่ีของแปน้
(Key)

ลูกศรซา้ ย  เลอ่ื น Cell pointer ไปทางซ้ายคร้งั ละ 1 เซลล์

ลูกศรขวา → เลื่อน Cell pointer ไปทางขวาคร้งั ละ 1 เซลล์

ลูกศรขนึ้  เลอ่ื น Cell pointer ข้ึนข้างบนครง้ั ละ 1 เซลล์

ลูกศรลง  เล่อื น Cell pointer ลงข้างลา่ งคร้ังละ 1 เซลล์

Ctrl + ลูกศรซา้ ย เลอ่ื น Cell pointer ไปยงั กล่มุ เซลลท์ างซ้ายทม่ี ขี ้อมูลในเซลล์ในกรณที ่ไี ม่

มเี ซลล์ใดมีขอ้ มูลจะไปหยุดทเ่ี ซลล์ซ้ายมือสุด

Ctrl + ลกู ศรขวา เลือ่ น Cell pointer ไปยงั กลุ่มเซลล์ทางขวาทม่ี ขี ้อมลู ในเซลล์ในกรณที ี่ไม่

มีเซลลใ์ ดมีข้อมลู จะไปหยุดทีเ่ ซลลข์ วามอื สุด

Ctrl +ลูกศรขนึ้ เลื่อน Cell pointer ไปยงั กลมุ่ เซลลด์ ้านบนทม่ี ขี ้อมลู ในเซลล์ในกรณที ไี่ ม่มี

เซลล์ใดมขี อ้ มูลจะไปหยดุ ที่เซลล์บนสุด

Ctrl +ลกู ศรลง เลอ่ื น Cell pointer ไปยงั กลมุ่ เซลล์ด้านลา่ งที่มขี ้อมูลในเซลล์ในกรณีทไ่ี ม่

มีเซลล์ใดมีขอ้ มลู จะไปหยุดที่เซลลล์ ่างสุด

Home เลอ่ื น Cell pointer ไปยังเซลล์ซา้ ยมอื สดุ

PgUP เลือ่ น Cell pointer ขนึ้ ข้างบนคร้งั ละ 1 หน้าจอ

PgDn เลื่อน Cell pointer ลงขา้ งลา่ งครง้ั ละ 1 หนา้ จอ

Ctrl + Home เลื่อน Cell pointer ไปที่ตำแหนง่ A1

Ctrl +End เลื่อน Cell pointer ไปท่ตี ำแหนง่ แถวและคอลัมน์สดุ ท้ายทมี่ ีขอ้ มลู

Enter เลือ่ น Cell pointer ลงข้างลา่ งครั้งละ 1 เซลล์

Tab เลอ่ื น Cell pointer ไปทางขวาครั้งละ 1 เซลล์

ตาราง 2-1 แปน้ ควบคุมการเคลอ่ื นทข่ี อง Cell pointer

5.ครูอธิบายวธิ กี ารปอ้ นขอ้ มูลลงเซลล์
การกำหนดข้อมลู ลงในเซลลแ์ ต่ละเซลล์ หรือจะเรียกว่าการปอ้ นขอ้ มลู ลงเซลลก์ ็ได้ เมือ่ มขี ้อมูลอยูแ่ ละต้องการ
จะนำข้อมูลทมี่ อี ยู่เหลา่ นนั้ ป้อนลง Worksheet เพอ่ื นำขอ้ มูลท่ปี ้อนไปทำการประมวลผลใด ๆ ก็ตาม ขอ้ มลู ท่ี
ป้อนลงไปได้จะตอ้ งเปน็ ข้อมูลประเภทตวั อักษร ขอ้ ความ ตวั เลข สูตร หรือฟงั ก์ชัน เท่าน้นั
5.1การกำหนดขอบเขตข้อมลู
การกำหนดขอบเขตของข้อมลู เพื่อที่จะป้อนขอ้ มลู ลงใน Worksheet มอี ยู่ 2 วิธี คอื

1. การกำหนดข้อมูลในเซลลโ์ ดยการป้อนขอ้ มลู ทลี ะเซลล์ ทำโดยการเลอื กเซลล์ท่ตี อ้ งการป้อน
ขอ้ มลู ด้วยการใช้เมาส์คลกิ ในลงเซลล์ทต่ี อ้ งการ หรอื ใช้แป้นควบคมุ การเคล่อื นที่ของ Cell
pointer ตามตาราง 2-1 เมื่อปอ้ นข้อมลู เสรจ็ แล้วย้าย Cell Pointer ไปยังตำแหน่งใหมท่ ตี่ อ้ งการ

2. การกำหนดข้อมลู ในเซลล์โดยการกำหนดขอบเขตของข้อมูล หรอื บางคร้งั เรยี กวา่ “การกำหนด
พสิ ยั ” หรือ “Range” แบง่ การกำหนดออกเปน็ วธิ ีต่าง ๆ ดงั นี้
2.1 การกำหนดขอบเขตของกลมุ่ ข้อมลู ด้วยการป้อนตำแหน่งเซลล์ที่ตอ้ งการ มี 4 แบบคอื
- ขอบเขตเซลล์เดียว กำหนดโดยใชช้ ่ือเซลล์ ประกอบกบั เครอื่ งหมาย (,) เช่น
A9,P25,C7,T1
- ขอบเขตกลมุ่ เซลล์ที่อยู่ในแถวเดยี วกนั กำหนดโดยใช้ช่อื เซลล์ทีอ่ ยู่ในแถวเดยี วกัน
ประกอบกับเคร่ืองหมาย (:) เช่น A9:P9 , C1:P1 เป็นตน้
- ขอบเขตกลุ่มเซลล์ท่ีอยู่ในคอลัมน์เดียวกนั กำหนดโดยใช้ชอ่ื เซลล์ทอ่ี ยู่ในคอลมั น์
เดียวกัน ประกอบกบั เครอ่ื งหมาย (:) เช่น A1:A9 , P15:P25
- ขอบเขตกลมุ่ เซลล์ที่อยใู่ นรปู ส่ีเหล่ียมมุมฉาก เช่น A9:P25 , C7:F15
2.2 การกำหนดขอบเขตของกลุม่ ขอ้ มูลด้วยการช้ีตำแหนง่ มี 3 แบบ คือ
- การกำหนดขอบเขตกลุม่ ข้อมูลเพียงกลุ่มเดยี ว ทำได้ 2 วธิ ี คือ
2.2.1 ใช้เมาส์ มีข้ันตอนการกำหนดดังนี้
1) เลอื่ นเมาสไ์ ปเซลล์เริ่มตน้
2) กดปมุ่ ซา้ ยของเมาส์ค้างไว้
3) ลากเมาสไ์ ปยังเซลล์สดุ ท้ายแล้วปลอ่ ย
2.2.2 ใชแ้ ปน้ พมิ พ์ มขี ัน้ ตอนการกำหนดดงั นี้
1) ใชป้ ุม่ ลูกศรเล่ือน Cell Pointer ไปยังตำแหน่งเรมิ่ ต้นท่ตี ้องการ
2) กดปุ่ม Shift ค้างไว้
3) ใช้ปุม่ ลูกศรเลือ่ น Cell Pointer ไปยังตำแหนง่ สดุ ทา้ ยท่ี ตอ้ งการ จะเกิดผล

ดงั รูปภาพ 2-1

รปู ภาพ 2-1 การกำหนดขอบเขตกล่มุ ขอ้ มลู เพยี งกลุ่มเดียว
ที่มา : ผูเ้ รียบเรยี งพัฒนาเอง

- การกำหนดขอบเขตกลมุ่ ข้อมลู หลายกลุม่ มขี ้นั ตอนการกำหนดดงั นี้
1) ทำการกำหนดขอบเขตข้อมูลกลุ่มเดียวตามขั้นตอนในข้อ 2.2.1 หรอื ขอ้ 2.2.2 กไ็ ด้
2) กดป่มุ Ctrl ค้างไว้
3) ใช้เมาสไ์ ปกดเลอื กตำแหน่งเร่มิ ต้นของขอบเขตข้อมลู กลมุ่ ต่อไป
4) ปลอ่ ยปมุ่ Ctrl
5) ทำการกำหนดขอบเขตข้อมลู กลุ่มใหม่ตามขัน้ ตอนในข้อ 2.2.1 หรือ ขอ้ 2.2.2 ก็ได้
6) ผลจากการกำหนดขอบเขตกล่มุ ข้อมูลหลายกลุ่ม จะเป็นดงั รปู ภาพ 2-2

รูปภาพ 2-2 การกำหนดขอบเขตกลมุ่ ข้อมลู หลายกลุม่
ทีม่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

การกำหนดขอบเขตกลุม่ ขอ้ มลู ทัง้ Worksheet ทำได้ 2 วธิ ี คือ
1) กดป่มุ Ctrl + Shift + Spacebar พร้อมกัน
2) ใชเ้ มาส์คลกิ ที่ปุ่มสเี ทาซึง่ เป็นจดุ ตัดของชือ่ แถวกบั ชอื่ คอลัมนด์ ังรปู ภาพ

คลิกเมาส์

รูปภาพ 2-3 การกำหนดขอบเขตกลมุ่ ขอ้ มลู เพยี งกลุ่มเดียว
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

5.2การปอ้ นข้อมูลทลี ะเซลล์
ขอ้ มลู ทจ่ี ะปอ้ นลงในเซลล์ต่างๆ ไดแ้ บ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

1. ขอ้ มลู ทเี่ ป็นตวั อกั ษรหรือข้อความ
2. ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ตวั เลข
3. ข้อมูลท่เี ป็นสูตร
1. การป้อนข้อมลู ทเ่ี ป็นตวั อักษรหรอื ข้อความ
การป้อนที่เป็นตวั อักษรหรือขอ้ ความสามารถทำไดโ้ ดยการเล่ือน Cell Pointer ไปยงั เซลล์ท่ีตอ้ งการป้อน
ขอ้ ความ หลังจากน้ันทำการพมิ พข์ อ้ ความนน้ั ตามดว้ ยปมุ่ Enter หรอื Tab หรอื ลูกศร เช่น ตอ้ งการป้อนคำว่า
“สวัสดี” ท่ตี ำแหนง่ เซลล์ A1 มีขัน้ ตอนการทำดังนี้

1) เลอ่ื น Cell Pointer ไปยังเซลล์ A1
2) ทำการพิมพค์ ำวา่ “สวัสดี”
3) จะสังเกตเหน็ ว่า ขอ้ ความทก่ี ำลังพมิ พจ์ ะไปปรากฏอยใู่ นบรรทัดของ Formula Bar และ
เซลล์ที่ทำการป้อนข้อมลู อยู่
4) กดป่มุ Enter จะเห็นข้อความทีพ่ มิ พท์ ้งั หมดแสดงอยู่ ณ ตำแหน่งทตี่ ้องการ น่ันคือที่เซลล์
A1 และ Cell Pointer ย้ายไปอยู่ทเี่ ซลล์ A2
ฝึกปฏบิ ตั กิ าร
ใหพ้ มิ พข์ อ้ ความตา่ งๆ เหล่านลี้ งในแต่ละเซลล์ ตามท่ีกำหนด
- Canned Fish ณ ตำแหน่งเซลล์ ที่ A2
- OIL ณ ตำแหน่งเซลล์ ที่ A3
- Fish Sauce ณ ตำแหน่งเซลล์ ที่ A4
- SAUCE ณ ตำแหนง่ เซลล์ ที่ A5
- Sugar ณ ตำแหน่งเซลล์ ท่ี A6
- Pickle ณ ตำแหน่งเซลล์ ที่ A7
- Unit ณ ตำแหน่งเซลล์ ที่ B1
- Total ณ ตำแหนง่ เซลล์ ที่ A8

- Total ณ ตำแหน่งเซลล์ ท่ี D1
- Price ณ ตำแหน่งเซลล์ ท่ี C1
เปรยี บเทยี บผลการปอ้ นข้อมูลตามที่กำหนดกบั รูปภาพ 2-4

รูปภาพ 2-4 การปอ้ นตัวอักษรหรอื ข้อความ
ทม่ี า : ผู้เรียบเรียงพัฒนาเอง

2. การปอ้ นข้อมลู ทีเ่ ปน็ ตวั เลข
การปอ้ นข้อมลู ท่ีเป็นตัวเลข จะปอ้ นในลกั ษณะเดียวกนั กับการป้อนข้อมลู ท่ีเปน็ ตัวอกั ษร โดยการเลื่อน
Cell Pointer ไปยังเซลลท์ ่ีต้องการป้อนขอ้ มลู และทำการพมิ พต์ ัวเลขตามดว้ ยปมุ่ Enter หรือ Tab หรอื ลกู ศร
เชน่ ตอ้ งการป้อนตวั เลข 30 ทตี่ ำแหน่งเซลล์ B2 สามารถทำตามข้นั ตอนดังน้ี

1) เลือ่ น Cell Pointer ไปยงั เซลล์ B2
2) พิมพต์ ัวเลข 30
3) จะสังเกตเหน็ ว่า ตวั เลขทพ่ี มิ พ์ไปปรากฏอยู่ในบรรทัดของ Formula Bar และเซลลท์ ่ีทำ
การปอ้ นขอ้ มูล
4) กดป่มุ Enter จะเหน็ ตวั เลขท่พี ิมพ์ท้งั หมดจะอยูช่ ิดขวาของเซลล์ ในเซลล์ B2 แลว้ Cell
Pointer จะย้ายไปอย่ทู ่ีเซลล์ B3
ฝึกปฏิบัติการ
พิมพต์ วั เลขตา่ งๆ เหล่าน้ีลงในเซลล์ท่ีกำหนด สงั เกตผลทเี่ กดิ ขนึ้ หลังจากการพมิ พ์
- 30 ณ ตำแหน่งเซลล์ B2 - 25 ณ ตำแหน่งเซลล์ B3
- 28 ณ ตำแหนง่ เซลล์ B4 - 15 ณ ตำแหน่งเซลล์ B5
- 10 ณ ตำแหน่งเซลล์ B6 - 20 ณ ตำแหนง่ เซลล์ B7
- 40 ณ ตำแหน่งเซลล์ C2 - 45 ณ ตำแหน่งเซลล์ C3
- 20 ณ ตำแหน่งเซลล์ C4 - 35 ณ ตำแหน่งเซลล์ C5
- 15 ณ ตำแหน่งเซลล์ C6

เปรยี บเทียบผลการป้อนข้อมูลตามทกี่ ำหนดกบั รูปภาพ 2-5

รูปภาพ 2-5 การพมิ พต์ วั เลข
ทีม่ า : ผเู้ รยี บเรยี งพัฒนาเอง
จากตวั อย่างการป้อนข้อมลู ทเ่ี ป็นขอ้ ความและตัวเลขลงในเซลลน์ ้นั จะเหน็ ได้ว่าการป้อนขอ้ ความลง
ในเซลล์ เช่น A2 เมื่อพมิ พเ์ สร็จแล้วกดปมุ่ Enter แล้วขอ้ ความน้นั จะอยูช่ ดิ ด้านซ้ายของเซลล์ๆ นั้น แตถ่ า้ เปน็
การปอ้ นตวั เลขลงในเซลล์ เชน่ B2 แลว้ กด Enter จะเหน็ วา่ ตวั เลขทีป่ ้อนลงในเซลล์นั้นจะอยชู่ ิดด้านขวาของ
เซลลเ์ สมอ จนกวา่ เราจะจัดตัวเลขให้อย่กู ึ่งกลางเซลล์เพ่อื ความสวยงาม ถ้าต้องการปอ้ นตัวเลขลงในเซลลใ์ หช้ ิด
ซ้ายของเซลลน์ ้ันๆ จะต้องใส่เคร่อื งหมายอญั ประกาศ ( ‘ ) Quotation Marks นำหน้าตวั เลขน้ันๆ เช่น ‘20
แล้วกด Enter ตัวเลข 20 จะอย่ชู ดิ ซา้ ยของเซลล์ ตัวเลขทพ่ี ิมพ์ลงในเซลล์ถา้ มีเครื่องหมายอญั ประกาศนำหน้า
(‘) จะคำนวณไมไ่ ดเ้ พราะถือว่าตัวเลขน้นั เป็นขอ้ ความ
3. การปอ้ นขอ้ มลู ทเี่ ปน็ สูตร
การปอ้ นขอ้ มูลทเ่ี ป็นสูตรจะตอ้ งเปน็ คา่ ตวั เลขหรอื เปน็ คา่ คงทมี่ าทำการ บวก ลบ คูณ หาร กันตาม
ความต้องการ สูตรที่ปอ้ นนน้ั อาจจะสรา้ งขน้ึ เองตามความเหมาะสมของการใช้งานใดๆ หรือเปน็ ฟงั กช์ นั การ
คำนวณตา่ งๆ ท่ีโปรแกรมมีไว้ให้แลว้ จะต้องขนึ้ ต้นสูตรทีส่ รา้ งดว้ ยเครอ่ื งหมายเทา่ กับ (=) เสมอ แลว้ ตามด้วย
ตัวเลขที่ต้องการคำนวณหรือชื่อของเซลล์ รวมถึงเคร่อื งหมายทางการคำนวณต่างๆ ส่วนวิธีการในการปอ้ น
ข้อมูลทเี่ ป็นสูตรน้ีสามารถทำการป้อนได้ 2 วิธดี ้วยกนั คือ
1). ป้อนขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการคำนวณลงสูเ่ ซลล์โดยตรง เช่น “=45+52-62” ทำการป้อนข้อมูล
โดยเลือ่ น Cell Pointer ไปยังเซลล์ที่ต้องการจะเก็บค่าจากผลการคำนวณ แล้วพิมพ์สูตรท่ีกำหนดลงไปใน
เซลลน์ ัน้ แลว้ กดปุม่ Enter
2). ป้อนขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการคำนวณโดยการอา้ งองิ ถึงเซลล์ท่ีเกบ็ ขอ้ มลู เช่น
=A29+P25*C5/T1 เปน็ ตน้ สำหรบั วธิ ีการปอ้ นข้อมูลแบบมกี ารอ้างองิ เซลล์ท่เี ก็บข้อมูลน้ี มีวิธกี ารในการชี้
ตำแหนง่ ของเซลล์ที่ตอ้ งการอ้างอิง ทัง้ แบบใชแ้ ป้นพมิ พแ์ ละเมาส์ในการชีร้ ะบตุ ำแหนง่ ดงั น้ี
 ใช้แปน้ พิมพ์ในการช้ีตำแหนง่ ของเซลล์ ใหใ้ ช้ปุม่ ลกู ศรเล่อื น Cell Pointer ไปยังเซลลท์ ่จี ะใช้เก็บ
ผลลพั ธ์ที่ได้จากการคำนวณ แลว้ พิมพ์เคร่อื งหมายเท่ากับ (=) จากนั้นใชป้ ุ่มลูกศรเล่อื น Cell Pointer ไปยงั
เซลล์ที่ต้องการอา้ งองิ กดเครอื่ งหมายที่ใช้ในการคำนวณตามต้องการ แล้วใช้ปุ่มลูกศรเลื่อน Cell Pointer ไป
ยงั เซลลท์ ตี่ ้องการอ้างอิง ทำอยา่ งน้ไี ปจนกว่าจะครบตามสตู รท่ีตอ้ งการสรา้ ง แล้วจึงกดปมุ่ Enter
 ใช้เมาสใ์ นการช้ีตำแหน่งของเซลล์ ใหเ้ ลอ่ื น Cell Pointer ดว้ ยเมาส์ไปยงั เซลล์ท่ีจะใชเ้ ก็บผลลัพธ์
ทไี่ ด้จากการคำนวณ แล้วพิมพเ์ คร่อื งหมายเท่ากับ (=) จากนัน้ เล่อื น Cell Pointer ดว้ ยเมาส์ไปยังเซลล์ที่

ต้องการอา้ งอิง กดเครอื่ งหมายท่ใี ช้ในการคำนวณตามตอ้ งการ แล้วเล่อื น Cell Pointer ด้วยเมาส์ไปยงั เซลลท์ ี่
ต้องการอา้ งอิงแลว้ กด Enter

รปู ภาพ 2-6 การป้อนขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ สตู ร
ที่มา : ผู้เรียบเรียงพัฒนาเอง

ฝกึ ปฏิบัตกิ าร
จงป้อนข้อมูลทต่ี ้องการคำนวณโดยการอา้ งองิ ถึงเซลลท์ ่เี กบ็ ขอ้ มลู ดงั ตอ่ ไปน้ี

1) เซลล์ D2 เกบ็ คา่ ผลคูณจำนวน Unit ในเซลล์ B2 กับ Price ในเซลล์ C2
2) เซลล์ D3 เกบ็ ค่าผลคณู จำนวน Unit ในเซลล์ B3 กับ Price ในเซลล์ C3
3) เซลล์ D4 เกบ็ ค่าผลคณู จำนวน Unit ในเซลล์ B4 กับ Price ในเซลล์ C4
4) เซลล์ D5 เกบ็ คา่ ผลคณู จำนวน Unit ในเซลล์ B5 กบั Price ในเซลล์ C5
5) เซลล์ D6 เกบ็ คา่ ผลคูณจำนวน Unit ในเซลล์ B6 กับ Price ในเซลล์ C6
6) เซลล์ D7 เกบ็ คา่ ผลคูณจำนวน Unit ในเซลล์ B7 กับ Price ในเซลล์ C7
เสร็จแล้วตรวจคำตอบทีไ่ ด้กบั รูปภาพ 2-7
การป้อนขอ้ มลู ท่เี ป็นฟงั กช์ ันเพอื่ ให้การทำงานตา่ งๆ เป็นไปตามรูปแบบของฟังกช์ ันที่ได้มกี ารกำหนด
เอาไว้ โดยจะต้องพิมพ์ฟงั ก์ชันรวมทัง้ ตัวแปรตา่ ง ๆ ทีต่ ้องใชใ้ นฟังกช์ นั นน้ั ๆ ให้ครบสมบรู ณ์เชน่ ทเ่ี ซลล์ B8
ตอ้ งการให้แสดงคา่ ของผลรวมต้งั แต่เซลล์ B2 ไปจนถงึ เซลล์ B7 ดังน้ันในการคำนวณตามความต้องการนีจ้ ะใช้
ฟังก์ชัน SUM ซงึ่ มรี ูปแบบในการปอ้ นข้อมูลคอื =SUM(B2:B7) มีขั้นตอน ดังนี้
1) เลอื่ น Cell Pointer ชี้ตำแหน่งเซลล์ไปยงั B8
2) พิมพ์ =SUM(B2:B7) ตามดว้ ยการกดปมุ่ Enter
จะเห็นวา่ ตวั เลขท่ีแสดงในเซลล์ B8 เปน็ ผลรวมของตัวเลขที่อยใู่ นเซลล์ ตงั้ แต่เซลล์ B2 ไปจนถงึ เซลล์ B7 ให้
สงั เกตวา่ สูตร =SUM(B2:B7) ที่ใสไ่ ปในเซลล์ B8 จะไม่ปรากฏใหเ้ ห็นในเซลล์ B8 เพราะเปน็ สตู รในการคำนวณ
แต่ส่วนท่ปี รากฏจะเปน็ ผลลพั ธท์ ีไ่ ดจ้ ากการคำนวณโดยใช้สูตรท่กี ำหนดไวน้ ั่นเอง

ผลลัพธจ์ ากการใชส้ ตู ร

รปู ภาพ 2-7 แสดงการป้อนขอ้ มลู ท่ีเปน็ สตู ร

ทม่ี า : ผู้เรียบเรยี งพฒั นาเอง
ฝกึ ปฏิบัตกิ าร

1) จงหาผลรวมจากเซลล์ C2 ถงึ เซลล์ C7 แลว้ เก็บผลลพั ธไ์ วท้ เ่ี ซลล์ C8
2) จงหาผลรวมจากเซลล์ D2 ถงึ เซลล์ D7 แล้วเก็บผลลพั ธไ์ ว้ทเ่ี ซลล์ D8
5.3 การปอ้ นข้อมลู อตั โนมตั ิ
การปอ้ นข้อมูลอตั โนมัติ ไม่วา่ จะเปน็ ขอ้ ความหรอื ตวั เลข ในกรณีที่ขอ้ มูลเป็นขอ้ มลู ที่ตอ่ เน่อื งกัน เช่น เลขทขี่ อง
นกั เรยี น 1, 2, 3,....หรือเรยี งชือ่ เดือน (มกราคม, กมุ ภาพนั ธ์, มีนาคม, …) หรืออาจเปน็ ขอ้ มูลท่เี ป็นชุดลำดับ
เลขคณติ ทม่ี ีการเพ่มิ หรือลดดว้ ยอตั ราทเี่ ท่ากันของข้อมูลท่ีมีรูปแบบท่ีแน่นอน สามารถใชไ้ ดท้ ั้งภาษาไทยและ
ภาษาองั กฤษ ดงั นัน้ เราใชค้ ุณสมบัติพิเศษของโปรแกรมชว่ ยอำนวยความสะดวกในการปอ้ นขอ้ มลู ดงั น้ี
ขั้นตอนการป้อนขอ้ มูลตอ่ เนอ่ื งอตั โนมตั ิ
1) พมิ พข์ อ้ มลู ลงในเซลล์ A1 คือ “มกราคม” จากนัน้ คลิกช่องเซลลท์ ว่ี ่าง แลว้ กลับไปคลกิ ชอ่ งเซลล์ A1 ทีพ่ ิมพ์
“มกราคม”
2) วางเมาสท์ ี่มมุ ล่างทางขวาของเซลล์ “มกราคม” ตวั ช้ีจะเปลย่ี นเปน็ เครอื่ งหมาย +
3) ลากเมาส์ครอบช่วงเซลลจ์ นถงึ ข้อมูลสุดท้ายท่ีต้องการ
4) ปลอ่ ยเมาส์ในเซลล์ตำแหนง่ ทต่ี ้องการ

รปู ภาพ 2-8 แสดงการปอ้ นขอ้ มูลอตั โนมตั ิ
ที่มา : ผเู้ รียบเรียงพฒั นาเอง

ขนั้ ตอนการปอ้ นขอ้ มลู ท่เี ป็นตวั อกั ษร/ตัวเลขทเี่ หมือนกนั ทกุ เซลลอ์ ตั โนมัติ
1) พิมพข์ อ้ มูลตัวเลข “1” ลงในเซลล์ A1 จากน้ันคลกิ เซลลท์ ่วี ่าง แล้วกลับไปคลิกเซลล์ A1
2) วางเมาส์ท่ีมุมลา่ งทางขวาของเซลล์ “1” ตัวชจี้ ะเปล่ยี นเปน็ เครือ่ งหมาย +
3) ลากเมาส์ครอบชว่ งเซลลจ์ นถึงเซลลส์ ุดทา้ ยท่ีต้องการ
4) ปลอ่ ยเมาส์ จะปรากฏเลข “1” ในชว่ งเซลล์ท่ีต้องการ

รปู ภาพ 2-9 แสดงการปอ้ นตวั อักษร/ตัวเลขทีเ่ หมอื นกันอตั โนมัติ

ท่ีมา : ผู้เรียบเรียงพัฒนาเอง
ข้ันตอนการป้อนขอ้ มูลตัวเลขท่มี ีความต่อเนือ่ งกันอัตโนมัติ
1) พิมพข์ ้อมลู ตวั เลข “1” ลงในเซลล์ A1 จากนั้นคลกิ เซลล์ทวี่ า่ ง แลว้ กลับไปคลกิ เซลล์ A1
2) วางเมาส์ที่มมุ ลา่ งทางขวาของเซลล์ “1” ตัวช้ีจะเปลย่ี นเปน็ เคร่ืองหมาย +
3) กดปุม่ Ctrl ค้างไว้ แล้วลากเมาส์ครอบชว่ งเซลล์จนถึงข้อมลู สุดทา้ ยทต่ี อ้ งการ
4) ปล่อยเมาส์ ตัวเลขก็จะถูกปอ้ นโดยเรยี งลำดบั ให้อัตโนมตั ิ

รูปภาพ 2-10 การปอ้ นข้อมลู ตัวเลขท่ีมคี วามตอ่ เน่อื งอัตโนมัติ
ที่มา : ผู้เรยี บเรยี งพัฒนาเอง

ฝกึ ปฏิบตั ิการ
จงทำการปอ้ นข้อมลู อตั โนมตั ใิ ห้ไดต้ ามรูปภาพ 2-11

รปู ภาพ 2-11 แบบฝกึ ปฏิบตั ิการการป้อนขอ้ มลู อัตโนมัติ
ท่ีมา : ผู้เรยี บเรยี งพฒั นาเอง

5.4การสร้างชุดขอ้ มูลเก็บไวใ้ น Custom
การสรา้ งชุดขอ้ มูลเปน็ การปอ้ นข้อมูลอัตโนมตั ิอาจจะไมใ่ ช้เพียงเฉพาะตัวเลขหรือ วนั เดอื น ปี เท่านั้น แต่จะ
เป็นขอ้ มูลประเภทชื่อนักเรยี น วชิ าต่างๆ โดยไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งพิมพ์ใหม่ทกุ ครั้งท่ีมีการเรียกใชโ้ ปรแกรม ดงั นน้ั
สามารถแกไ้ ขได้โดยการสรา้ งชุดข้อมลู ข้ึนมาใหม่ แล้วเกบ็ ไวง้ านใน Custom List ดว้ ยวธิ ีการดงั ตอ่ ไปนี้

1) คลกิ แท็บแฟ้ม แลว้ เลือกคำสง่ั “ตวั เลอื ก”
2) หนา้ ต่างตวั เลอื กของ Excel จะเปดิ ข้ึนมา ให้คลกิ เลือก “ข้ันสูง”
3) เล่อื นตัวเล่อื นหน้าจอลงมาที่ส่วนของทั่วไปแล้วคลิกปุ่ม “แกไ้ ขรายการแบบกำหนดเอง”

2

3

1
รปู ภาพ 2-12 การแกไ้ ขรปู แบบการกำหนดเอง
ท่ีมา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4) พมิ พช์ ดุ ข้อความลงในช่อง “รายการส่ิงทปี่ อ้ น” โดยใส่ 1 ข้อมูลต่อบรรทดั
5) คลกิ ปุ่ม “เพ่ิม” เพอ่ื เพ่ิมชุดข้อมูลเข้าไปชอ่ งรายการแบบกำหนดเอง
6) คลิกปุม่ “ตกลง”

ภาษาไทย 5
พลศึกษา
สุขศกึ ษา 4
วิทยาศาสตร์
คณิตศาตร์

6

รูปภาพ 2-13 รายการกำหนดเอง
ทีม่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

7) คลิกปุ่ม “ตกลง” ท่หี น้าต่างตวั เลือกของ Excel

7

รปู ภาพ 2-14 หนา้ ต่างตวั เลือก
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

เมือ่ ทำการป้อนข้อมูลบางส่วนทอ่ี ยใู่ นชุดขอ้ มูลนนั้ ๆ ลงไปในเซลล์ เราสามารถปอ้ นข้อมูล
อตั โนมัติ ได้ทนั ที

1) ป้อนข้อมลู ลงไปเซลล์ ไม่จำเปน็ ตอ้ งป้อนข้อมูลแรกทอี่ ยู่ในชุดกไ็ ด้
2) ลากเมาส์เพอ่ื ส่ังให้ปอ้ นข้อมลู อัตโนมตั ิ
3) ขอ้ มูลก็จะถกู ป้อนโดยเรยี งลำดบั ตามชดุ ข้อมูลท่ไี ด้สรา้ งเก็บไว้

1 23
รปู ภาพ 2-15 การป้อนข้อมูลอัตโนมตั จิ ากรายการกำหนดเอง

ทมี่ า : ผ้เู รียบเรยี งพฒั นาเอง
5.5การปอ้ นข้อมูลดว้ ย Auto complete

การป้อนข้อมูลด้วย Auto complete ในบางครั้งข้อมูลที่เราเคยพิมพ์ไวแ้ ล้วในเซลล์ โปรแกรมจะ
จำข้อมูลเหล่านั้นไว้ และถ้าหากเราพิมพ์ข้อมูลที่เป็นตัวอักษรนำหน้าตรงกับข้อมูลที่เราเคยพิมพ์ไว้แล้ว
โปรแกรมก็จะสงั่ Auto Complete โดยแสดงข้อความท่เี ราเคยพมิ พ์ขนึ้ มาใหด้ ังนี้

1 )พมิ พ์ขอ้ ความลงในเซลลท์ ี่ต้องการ เชน่ A1 พิมพ์ขอ้ มลู “แว่นตา”
2 )พิมพ์ข้อความทีเ่ คยพิมพ์ไว้แลว้ เช่น A5 พิมพ์ “แว่นตา” ข้อมูลก็จะปรากฏเขา้ ในเซลล์ทนั ที
คือ “แว่นตา” จากน้นั ให้กด Enter

12

รูปภาพ 2-16 การป้อนขอ้ มลู ด้วย Auto complete
ท่ีมา : ผเู้ รยี บเรียงพัฒนาเอง

ขอ้ จำกดั ของ Auto Complete
1. ใช้ได้เฉพาะขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ขอ้ ความ (Text) เท่านั้น
2. Auto Complete จะใช้เฉพาะขอ้ มูลทีเ่ คยใสไ่ ว้ในคอลมั น์เดียวกัน เช่น เคยพิมพ์ขอ้ มูลใน

คอลมั น์ A โปรแกรมกจ็ ะแสดงขอ้ ความที่เคยพิมพ์ เม่อื เราพิมพข์ ้อความน้นั ในคอลัมน์ A
เทา่ นั้น ไม่สามารถแสดงข้อความในคอลมั นอ์ ืน่ ๆ ได้
3. Auto Complete จะแสดงการทำงานกต็ ่อเม่ือเราทำการป้อนขอ้ มูลในเซลล์ทเ่ี รยี งติดกับ
เซลล์น้นั ต้องไมถ่ กู คน่ั ด้วยเซลล์ว่าง
5.6 การยกเลิก Auto Complete
การยกเลิก Auto Complete ในการป้อนขอ้ มลู บางครั้งขอ้ มลู อาจซ้ำกัน โปรแกรมจะแสดงท่ีซำ้ กันมาให้โดยที่
เราไมต่ ้องการ เช่น เราเคยพิมพ์คำวา่ “เอกสารประกอบการเรียน” เม่ือเราพิมพถ์ ึงคำวา่ “เอก..”
โปรแกรมจะข้ึนคำวา่ “เอกสารประกอบการเรยี น” มาให้ ทัง้ ๆ ทีเ่ ราตอ้ งการพมิ พ์คำวา่ “เอกสาร
ประกอบการสอน” เราสามารถยกเลิก Auto Complete ไดด้ ้วยวิธกี ารดงั ต่อไปน้ี
1) คลกิ แท็บแฟม้ แลว้ เลอื กคำส่งั “ตัวเลือก”
2) หน้าตา่ งตวั เลอื ก Excel จะเปิดขึ้นมาให้คลิกเลือก “ข้นั สงู ”
3) เอาเครอ่ื งหมาย  หนา้ ตวั เลือก “เปิดการใชง้ านทำให้สมบูรณ์อตั โนมตั ิสำหรบั ค่าใน เซลล์”
ออก
4) คลิกป่มุ “ตกลง”

2

3

14

รูปภาพ 2-17 การยกเลิก Auto complete
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
5.7 การป้อนข้อมลู หลายเซลลพ์ ร้อมกัน
การปอ้ นขอ้ มูลหลายเซลลพ์ รอ้ มกนั นนั้ จะตอ้ งป้อนขอ้ มูลท่ีเหมือนกันให้กับเซลลห์ ลาย ๆ เซลล์ การพมิ พ์ใหม่
หรือคดั ลอกขอ้ มูลมาใส่ทีละเซลลอ์ าจทำให้ยุง่ ยากหรอื เสยี เวลาพอสมควร วธิ ลี ัดเพื่อปอ้ นขอ้ มูลทีเ่ หมอื นกันมี
วิธีทำดงั นี้

1) พิมพข์ ้อมลู /ขอ้ ความลงในเซลล์

รูปภาพ 2-18 การพมิ พ์ข้อมลู หรอื ขอ้ ความลงในเซลล์
ทม่ี า : ผู้เรยี บเรียงพัฒนาเอง

2) กดปมุ่ Ctrl ค้างไว้แล้วคลิกเลือกเซลล์ท่ีต้องการป้อนขอ้ มลู (ในตัวอย่างเลอื กเซลล์ C4,
C6, C9 และ C11)

รปู ภาพ 2-19 กำหนดเซลล์ในการใส่ขอ้ มูล
ทีม่ า : ผเู้ รียบเรยี งพัฒนาเอง

3) จากน้ันพมิ พข์ ้อมลู ทต่ี ้องการลงไปในชอ่ งสดุ ทา้ ยที่เลอื ก (ในตัวอย่างคอื พมิ พ์ 12 ลงไปใน
ชอ่ ง C11)

รปู ภาพ 2-20 การปอ้ นขอ้ มูลลงในเซลล์

ทีม่ า : ผเู้ รยี บเรยี งพัฒนาเอง
4) เม่ือพิมพข์ ้อมูลทตี่ อ้ งการเสร็จแลว้ ในช่อง C11 จากนัน้ กดป่มุ Ctrl + Enter ขอ้ มูลก็จะถกู

ป้อนเขา้ ไปในทุกเซลล์ท่ีเลอื กเอาไวโ้ ดยอตั โนมัติ

รปู ภาพ 2–21 แสดงผลลพั ธไ์ ดจ้ ากการปอ้ นขอ้ มูล
ท่ีมา : ผเู้ รยี บเรยี งพฒั นาเอง

ขัน้ สรปุ และประยกุ ต์
1.ครูสรปุ บทเรียน เร่ือง การปอ้ นและการจัดรูปแบบข้อมูล
ส่อื และแหล่งเรียนรู้

1.เอกสารประกอบการเรียน เรอื่ ง การใช้โปรแกรมตารางงาน
หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชื่อ
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.แบบทดสอบก่อนเรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วิธีวัดผล
1.ประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.ประเมินความเรยี บรอ้ ยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหัด
3.แบบทดสอบก่อนเรียน
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์

เครอ่ื งมือวดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง 2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรยี น

3.แบบทดสอบกอ่ นเรียน 4.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล

5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เกณฑ์การประเมินผล

1.แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ ่าน 50% ขนึ้ ไป

2.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง

3.การสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึง

ประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ

1.ใหผ้ เู้ รียนหม่นั มาทำความค้นุ เคยกับโปรมแกรมให้มากข้นึ

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 การปอ้ นและการจัดรปู แบบขอ้ มลู

คำชแ้ี จง ใหว้ งกลมตวั เลอื กทีค่ ิดวา่ ถูกตอ้ งที่สดุ เพียงข้อเดยี ว

1. ข้อใดตอ่ ไปนีก้ ล่าวถกู ตอ้ งเกีย่ วกับการกำหนด Pattern ของข้อมลู

ก. การกำหนดขนาดความสูง ความยาว ความกว้างของคอลัมน์

ข. การป้อนขอ้ มลู ลงในเซลล์เพอ่ื นำไปคำนวณ

ค. การกำหนดลวดลายให้กบั ขอบเขตข้อมูล

ง. ทกุ ขอ้ คือคำตอบ

2. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้คี อื ประเภทของขอ้ มูล

ก. คา่ คงที่ ข. สูตรในกาคำนวณ

ค. ขอ้ ความ ง. ขอ้ ก และ ข คือคำตอบ

3. การปอ้ นขอ้ มูลท่ีเปน็ สูตรในเซลลส์ ิ่งทขี่ าดไม่ได้คือ

ก. * ข. + ค. / ง. =
ง. ตวั เลข (Number)
4. ข้อจำกดั ของการปอ้ นขอ้ มูลแบบ Auto Complete ปอ้ นไดเ้ ฉพาะ ง. ชดิ ขวา
ง. #123 -75
ก. ข้อความ (Text) ข. เวลา (Time) ค. วันที่ (Date)

5. สญั ลกั ษณ์ คือป่มุ คำส่งั ใด

ก. ก่ึงกลาง ข. ชดิ ด้านลา่ ง ค. ชิดซ้าย

6. ต่อไปน้ขี อ้ ใดปอ้ นสูตรลงในเซลลไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง

ก. “123 – 75 ข. =123 – 75 ค. 123 – 75

7. ข้อใดตอ่ ไปนคี้ อื ชนดิ ของข้อมลู

ก. ขอ้ มูลทเ่ี ปน็ ตวั เลข ข. ขอ้ มูลที่เป็นขอ้ ความ

ค. ขอ้ มลู ทีเ่ ปน็ วันท่ี ง. ถกู ตอ้ งทกุ คำตอบ

8. (, ) หมายถึง เครื่องมือท่ใี ช้ทำอะไร

ก. ปรับรูปแบบการเพม่ิ ทศนิยม

ข. ปรับรปู แบบใหม้ ีสัญลักษณค์ ่ันหลกั

ค. ปรับรูปแบบให้เป็นการแสดงเปอรเ์ ซน็ ต์

ง. ปรับรปู แบบให้เป็นสัญลกั ษณ์ของตระกลู เงนิ ของชาติ

9. หมายถงึ เครื่องมอื ทใี่ ช้ทำอะไร
ก. เป็นการลดทศนิยม

ข. เป็นการเพ่ิมทศนยิ มข้นึ ครัง้ ละ 1 หน่วย
ค. ปรับรปู แบบให้เป็นการแสดงเปอรเ์ ซน็ ต์

ง. ปรบั รูปแบบให้เป็นสัญลกั ษณ์ของสกุลเงนิ


Click to View FlipBook Version