The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณนิดา ชุมจินดา, 2022-10-18 03:13:36

แผนการสอนวิชาโปรแกรมตารางงาน2-65 วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน

แผนการสอนวิชาโปรแกรมตารางงาน2-65

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการที่ 9 หนว่ ยท่ี 4
รหัส 2204-2103 วิชา การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ สอนคร้งั ที่ 9 (33-36)
ชื่อหน่วย การปรบั แก้ไขข้อมลู และการจัดการข้อมูล จำนวน 4 ช่ัวโมง

แนวคดิ
การปรับแกไ้ ขข้อมูลและการจดั การขอ้ มลู นับวา่ มคี วามสำคญั เมอ่ื วิเคราะหข์ อ้ มูลแล้ว

จำเปน็ ต้องตรวจทานข้อมูลใหถ้ ูกตอ้ ง ก่อนนำขอ้ มูลไปใชง้ าน เมอ่ื มขี อ้ ผิดพลาดจำเป็นตอ้ งมกี ารปรบั ปรุงแก้ไข
ให้ขอ้ มูลมีความสมบูรณ์ ในการปรบั ปรุงแก้ไขนั้นสามารถทำไดโ้ ดยการแกไ้ ขขอ้ มูลลงในเซลล์ การยกเลิกการ
แกไ้ ขขอ้ มูล การใช้แป้นควบคุมเคลือ่ นยา้ ยขอ้ มลู การคดั ลอกและเคลือ่ นยา้ ยขอ้ ความ การแทรกแถว คอลัมน์
และเขตขอ้ มูลทก่ี ำหนด การลบขอ้ ความโดยใช้คำสั่ง Delete และ Clear
สาระการเรียนรู้

5.การแทรกแถว คอลัมนแ์ ละเขตข้อมลู ทกี่ ำหนด
6.การลบขอ้ มูล
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั
5. แทรกแถว คอลมั นแ์ ละเขตขอ้ มูลที่กำหนดได้
6. ลบข้อมลู ได้
กิจกรรมการเรียนรู้
1.ครูกลา่ วทกั ทายนักเรยี น
ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1.ครูพดู ถงึ บทเรียนที่ผา่ นมา และครถู ามนกั เรียนเกีย่ วกับบทเรียนครง้ั ทผ่ี า่ นมา
ข้นั สอน
1.ครอู ธบิ ายการแทรกแถว คอลัมน์ และเขตขอ้ มูลทกี่ ำหนด
1.1 การแทรกแถว
การแทรกแถวเกดิ จากการป้อนขอ้ มูลลงในเซลล์แต่ละเซลลแ์ ลว้ อาจต้องการทจี่ ะเพม่ิ แถวขน้ึ เพอื่ การ
ทำงานอ่ืน ๆ ของขอ้ มูลเดิมทีม่ อี ยู่แล้ว ซึ่งอาจจะเกิดการขาดหายไปนนั้ แทนทจ่ี ะทำการป้อนขอ้ มูลใหม่
ทง้ั หมด ก็ใหใ้ ชว้ ิธกี ารแทรกแถวขน้ึ ตามความตอ้ งการ วธิ กี ารนจี้ ะทำให้ไดแ้ ถววา่ ง ๆ ข้นึ มาใชง้ าน ให้ ทงั้ นี้
เพื่อให้การทำงานนน้ั ๆ ง่ายข้ึนและเสยี เวลานอ้ ยลงอีกดว้ ย เนอ่ื งจากไม่ตอ้ งทำการป้อนข้อมูลใหม่ท้ังหมด และ
ยงั ใหค้ วามสะดวกและความรวดเร็วในการทำงาน ซ่งึ การแทรกแถวข้อมูล มขี น้ั ตอนในการทำงาน ดังนี้
1. เล่ือน Cell Pointer ไปยัง Row Heading ของแถวที่ต้องการจะทำการแทรก จะเหน็ วา่ แถวท่ี

เลอื กนนั้ จะปรากฎเปน็ แถบสดี ำทง้ั แถว
2. จากนัน้ เรียกใช้คำส่งั “แทรกแถวในแผน่ งาน” ได้จาก “แถบเคร่ืองมอื ” โดยการเรยี ก “แทรก”

แล้วตามดว้ ย “แทรกแถวในแผน่ งาน”

รปู ภาพ 4-19 เรียกใช้คำสง่ั แทรกแถวในแผ่นงาน
ทีม่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. หรือเรียกใช้คำสั่ง “แทรก” ได้จากการคลกิ ปมุ่ ของเมาสท์ างด้านขวา แลว้ เรยี กใชค้ ำสัง่ “แทรก”

รูปภาพ 4-20 การเรียกคำส่ังแทรกแถวในแผ่นงานจากการคลกิ เมาส์ขวา
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. จะเหน็ ได้ว่ามแี ถวว่าง ๆ สำหรับปอ้ นขอ้ มลู หรือทำงานใด ๆ เพิ่มขึ้นมาในตำแหนง่ ของแถวที่
กำหนดขึ้นมาอกี 1 แถว

รปู ภาพ 4-21 ผลการแทรกแถวในแผ่นงาน
ทีม่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

1.2 การแทรกคอลมั น์
การแทรกคอลมั น์ ถ้าตอ้ งการท่ีจะเพม่ิ คอลมั นข์ ึน้ เพอ่ื การทำงานอื่น ๆ นนั้ แทนทีจ่ ะทำการป้อนข้อมลู

ใหม่ ก็ให้ใชว้ ธิ กี ารแทรกคอลมั น์ข้ึนตามความตอ้ งการ กจ็ ะไดค้ อลมั น์ว่าง ๆ ข้ึนมาใชง้ าน ทัง้ นี้ เพ่ือใหก้ าร
ทำงานนั้น ๆ ง่ายข้นึ และเสยี เวลานอ้ ย เน่อื งจากไมต่ อ้ งทำการป้อนขอ้ มูลใหมท่ ั้งหมด และยงั ให้ความสะดวก
และความรวดเร็วในการทำงาน การแทรกคอลมั น์ข้อมลู มีวธิ ีแทรกคล้ายกบั การแทรกแถวทีไ่ ด้กล่าวมาแลว้ ซึ่งมี
ข้ันตอนในการทำงาน ดังนี้

1. เลอ่ื น Cell Pointer ไปยงั Column Heading ของคอลมั นท์ ี่ตอ้ งการจะทำการแทรกจะเหน็ ว่า
คอลัมน์ท่เี ลอื กน้นั จะปรากฎเป็นแถบสดี ำทัง้ คอลัมน์

2. จากนนั้ เรียกใช้คำส่งั “แทรกคอลัมนใ์ นแผน่ งาน” ได้จาก “แถบเคร่อื งมือ” โดยการเรียก “แทรก”
แล้วตามด้วย “แทรกคอลมั นใ์ นแผ่นงาน”

รูปภาพ 4-22 แทรกคอลัมน์ในแผน่ งาน
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. หรอื เรียกใชค้ ำสงั่ “แทรก” ไดจ้ ากการคลกิ ป่มุ ของเมาสท์ างดา้ นขวา แล้วเรยี กใชค้ ำส่งั “แทรก”

รปู ภาพ 4-23 การเรยี กคำส่ังแทรกคอลัมนใ์ นแผ่นงานจากการคลกิ เมาสข์ วา
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. จะเหน็ ได้ว่ามคี อลมั น์ว่าง ๆ สำหรบั ปอ้ นขอ้ มูลหรือทำงานใด ๆ เพมิ่ ขน้ึ มาในตำแหน่งของคอลมั น์
ท่กี ำหนดขึ้นมาอีก 1 คอลมั น์

รปู ภาพ 4-24 ผลการแทรกคอมลัมนใ์ นแผ่นงาน
ทีม่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
1.3 การแทรกเขตข้อมูลที่กำหนด
การแทรกเขตข้อมูลทก่ี ำหนด ถา้ หากตอ้ งการท่ีจะเพิ่มเซลลห์ รือเขตขอ้ มูลทีต่ ้องการเพอ่ื การทำงานอื่น ๆ นั้น
แทนทจี่ ะทำการปอ้ นขอ้ มูลใหม่ ก็ให้ใช้วธิ กี ารแทรกเซลล์หรือเขตข้อมูลข้ึนตามความต้องการ กไ็ ดเ้ ซลลห์ รอื เขต
ขอ้ มลู วา่ ง ๆ ขนึ้ มาใชง้ าน ท้งั น้ี เพ่ือใหก้ ารทำงานนัน้ ๆ ง่ายข้ึนและเสียเวลานอ้ ย เนอ่ื งจากไมต่ ้องทำการปอ้ น
ข้อมูลใหม่ทง้ั หมด และยังให้ความสะดวกและรวดเร็วในการทำงาน การแทรกเซลล์หรือเขตข้อมูลมขี ้นั ตอนใน
การทำงาน ดงั น้ี
1. เลอ่ื น Cell Pointer ไปยงั เซลล์หรือเขตขอ้ มูลที่ตอ้ งการจะทำการแทรก จะเห็นวา่ เซลลห์ รือเขต
ข้อมลู ทเ่ี ลือกน้ันจะปรากฏเปน็ แถบสดี ำทงั้ เซลล์หรือเขตข้อมูล
2. จากนั้นเรียกใช้คำสง่ั “แทรกเซลล์” ได้จาก “แถบเครื่องมอื ” โดยการเรียก “แทรก” แลว้ ตามดว้ ย
“แทรกเซลล”์

รูปภาพ 4-25 การเรยี กใช้คำสั่งแทรกเซลล์
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

3. หรือเรยี กใช้คำสงั่ “แทรก” ไดจ้ ากการคลิกปมุ่ ของเมาส์ทางด้านขวา แลว้ เรียกใชค้ ำส่ัง “แทรก”

รปู ภาพ 4-26 การใช้คำสง่ั แทรกจาการคลกิ เมาส์ขวา
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. เม่ือเรยี กใช้คำส่งั “แทรก” หรอื “แทรกเซลล”์ จะมเี มนูยอ่ ยขึ้นมาย่อยขน้ึ มา เพอื่ ใหเ้ ลือกลักษณะ
ของการแทรกเซลล์หรือเขตขอ้ มูล ซง่ึ มีตวั เลอื กให้เลือก 4 ตัวเลือก ไดแ้ ก่
4.1 เล่อื นเซลล์ไปทางขวาเป็นการแทรกเซลลห์ รอื ขอบเขตข้อมลู ทวี่ า่ ง ๆ ที่ตำแหนง่ ที่ได้ทำการ
เลือกเอาไว้ แลว้ เคลอ่ื นย้ายข้อมูลที่กำหนดไปอยู่ในเซลล์หรือขอบเขตข้อมูลทางด้านขวามอื
ของเซลล์หรอื ขอบเขตข้อมูลที่กำหนด
4.2 เลอื่ นเซลล์ลงเปน็ การแทรกเซลล์หรอื ขอบเขตข้อมลู ทีว่ า่ ง ๆ ณ ตำแหนง่ ที่ไดท้ ำการเลอื ก
เอาไว้ แลว้ เคลอ่ื นย้ายขอ้ มูลเดมิ ทอ่ี ยใู่ นเซลล์หรือขอบเขตขอ้ มูลทก่ี ำหนดไปอย่ใู นเซลล์หรอื
ขอบเขตข้อมูลทางดา้ นลา่ งของเซลล์ หรือขอบเขตข้อมลู ท่ีกำหนด
4.3 ทง้ั แถวเป็นการแทรกแถว ณ ตำแหน่งของเซลลห์ รือขอบเขตข้อมูลทีก่ ำหนดที่ไดท้ ำการเลอื ก
เอาไว้
4.4 ทง้ั คอลมั นเ์ ป็นการแทรกคอลัมน์ ณ ตำแหน่งของเซลลห์ รือขอบเขตข้อมลู ท่กี ำหนดท่ไี ด้ทำ
การเลือกเอาไว้

รปู ภาพ 4-27 การเลือกการแทรกเซลล์
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

5. จะเหน็ ไดว้ า่ มีเซลล์หรอื ขอบเขตข้อมลู แถว หรือคอลมั น์วา่ ง ๆ สำหรบั ป้อนขอ้ มูลหรอื ทำงานใด
ๆ เพิม่ ขึน้ มาในตำแหน่งของแถวทก่ี ำหนดข้นึ มาตามตัวเลือกท่ีทำการเลอื ก

6. จากรูปข้างลา่ งนีเ้ ปน็ การแทรกเซลล์ หรอื ขอบเขตแบบเล่ือนเซลล์ลงดา้ นล่าง

รูปภาพ 4-28 การแทรกเซลลล์ งดา้ นล่าง
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
7. จากรปู ขา้ งล่างนีเ้ ปน็ การแทรกเซลลห์ รือขอบเขตขอ้ มูลแบบท้งั แถว

รูปภาพ 4-29 การแทรกเซลลแ์ บบทัง้ แถว
ทื่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
8. จากรูปขา้ งล่างนเ้ี ป็นการแทรกเซลลห์ รือขอบเขตแบบทั้งคอลมั น์

รปู ภาพ 4-30 การแทรกเซลลแ์ บบทั้งคอลมั น์
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
2.การลบขอ้ มลู
2.1 การลบข้อมลู ดว้ ยคำสั่ง Delete
การลบข้อความดว้ ยคำส่ัง Delete ถา้ หากเกิดมีการป้อนขอ้ มลู ผดิ หรือป้อนข้อมูลไมจ่ ำเปน็ ท่ีจะลบเซลลห์ รอื
เขตขอ้ มลู ทไ่ี มต่ ้องการน้ัน ๆ ออกจาก Worksheet ทีก่ ำลังทำงานอยู่ไปเลยแลว้ จะนำเซลล์หรอื เขตข้อมลู อน่ื ๆ
ท่ีอยูใ่ กลเ้ คยี งเล่ือนเขา้ มาแทนท่ี ซ่ึงการเล่ือนของเซลลห์ รือเขตขอ้ มูลนี้จะขน้ึ อยกู่ บั การกำหนดลักษณะของ
การแทนทีจ่ ากตัวเลือกทมี่ ีมาให้ด้วยตัวของผู้ใชเ้ องการลบเซลลห์ รอื เขตข้อมูลมีข้ันตอนในการทำงาน ดงั นี้

1. เลื่อน Cell Pointer ไปยังเซลลห์ รอื เขตขอ้ มูลทีต่ อ้ งการจะทำการลบ จะเห็นวา่ เซลล์หรอื เขต
ข้อมูลทเ่ี ลอื กน้ันจะปรากฏเป็นแถบสีดำทง้ั เซลล์หรอื เขตข้อมลู

2. จากน้นั เรยี กใช้คำส่ัง “ลบ” ไดจ้ าก “แถบเครอ่ื งมอื ” โดยการเรียก “เซลล์” แลว้ ตามด้วย “ลบ”

รปู ภาพ 4-31 การลบข้อมูลจากคำส่งั
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010หรอื เรียกใช้คำส่ัง “ลบ” ไดจ้ ากการคิลกปุ่มของเมาส์ทาง

ดา้ นขวา แล้วเรยี กใชค้ ำส่งั “ลบ”

รปู ภาพ 4-32 การลบข้อความจากการคลกิ เมาส์ขวา
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. จะเหน็ วา่ มี Menu ยอ่ ข้ึนมาดงั รปู เพ่อื ใหเ้ ลือกลกั ษณะของการลบเซลล์หรอื เขตข้อมูล ซ่งึ มี
ตัวเลอื กไดเ้ ลอื ก 4 ตวั เลือก ไดแ้ ก่
3.1 เล่อื นเซลล์ไปทางซา้ ย เปน็ การลบเซลล์หรอื ขอบเขตข้อมูลที่กำหนด ณ ตำแหน่งที่ ได้ทำ
การเลอื กเอาไว้ แลว้ เคล่ือนยา้ ยขอ้ มูลทอ่ี ยู่ในเซลล์หรอื ขอบเขตทางดา้ นขวามอื ของเซลล์
หรอื ขอบเขตข้อมูลท่กี ำหนดมาแทนทเี่ ซลลห์ รอื ขอบเขตข้อมูลทีไ่ ดท้ ำการลบไปแลว้
3.2 เลอื กเซลลน์ ้ัน เป็นการลบเซลลห์ รอื ขอบเขตขอ้ มูลที่กำหนด ณ ตำแหนง่ ที่ไดท้ ำ การ
เลอื กเอาไว้ แลว้ เคลื่อนย้ายข้อมูลที่อยใู่ นเซลลห์ รอื ขอบเขตด้านล่างของเซลล์หรอื
ขอบเขตข้อมูลท่ีกำหนดมาแทนท่ีเซลลห์ รือขอบเขตขอ้ มูลท่ไี ด้ทำการลบไปแล้ว
3.3 ทัง้ แถว เป็นการลบแถว ณ ตำแหน่งของเซลล์ หรอื ขอบเขตขอ้ มูลทีก่ ำหนดท่ีได้ทำการ
เลอื กเอาไว้ ซงึ่ ก็คือการลบเซลล์หรอื ขอบเขตข้อมูลท่กี ำหนดทไี่ ด้ทำการเลอื กเอาไว้ ซึ่งก็
คอื การลบเซลลห์ รอื ขอบเขตขอ้ มูลท้งั แถวน่นั เอง ถงึ แม้จะมีการกำหนดเซลลห์ รอื
ขอบเขตขอ้ มูลเพียงเซลล์เดียวกจ็ ะทำการลบขอ้ มูลให้ทั้งแถว

3.4 ท้ังคอลมั น์ เป็นการลบคอลมั น์ ณ ตำแหน่งของเซลลห์ รอื ขอบเขตขอ้ มูลทก่ี ำนดทีไ่ ดท้ ำ
การเลอื กเอาไว้ ซง่ึ กค็ อื การลบเซลล์หรอื ขอบเขตขอ้ มูลทั้งคอลมั นน์ น่ั เอง ถึงแมจ้ ะมกี าร
กำหนดเซลล์หรือขอบเขตข้อมูลเพยี งเซลล์เดยี วก็จะทำการลบขอ้ มูลให้ท้งั คอลัมน์

รปู ภาพ 4-33 รูปแบบการลบ
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
4. จะเห็นไดว้ า่ เซลลห์ รือขอบเขตข้อมูล แถว หรอื คอลัมน์ที่กำหนดให้ลบได้หายไป จากนนั้ เซลล์
แถว หรอื คอลัมนท์ ีอ่ ยู่ใกลเ้ คยี งจะเลอื่ นมาแทนทีต่ ามรปู แบบท่ีเลอื ก
5. จากรูปข้างลา่ งนเี้ ป็นการลบเซลลห์ รือขอบเขตแบบเลื่อนเซลล์ไปทางซา้ ย

รูปภาพ 4-34 การลบขอ้ มลู ในเซลลไ์ ปทางซ้าย
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
6. จากรปู ขา้ งลา่ งน้ีเปน็ การลบเซลล์ หรือขอบเขตข้อมลู แบบเลอื่ นเซลล์ขึน้

รปู ภาพ 4-35 การลบขอ้ มูลในเซลล์เลอื่ นเซลลข์ นึ้
ทมี่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

7. จากรปู ขา้ งล่างนเ้ี ป็นการลบเซลล์หรอื ขอบเขตข้อมลู แบบทัง้ แถว

รปู ภาพ 4-36 การลบข้อมลู แบบทัง้ แถว
ทมี่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

8. จากรปู ขา้ งลา่ งน้ีเปน็ การลบเซลล์หรือขอบเขตข้อมลู แบบคอลัมน์

รปู ภาพ 4-37 การลบข้อมูลแบบคอมลมั น์
ท่ีมา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
2.2 การลบข้อมูลด้วยคำสงั่ Clear
การลบข้อความดว้ ยคำสั่ง Clear ถ้าหากเกดิ มกี ารปอ้ นขอ้ มูลผิด หรอื ป้อนข้อมลู ที่ไม่ต้องการลงภายในเซลล์
หรอื เขตขอ้ มูลทีไ่ ม่ต้องการนัน้ ๆ สามารถใช้คำสั่ง Clear มาชว่ ยในการลบข้อมูลภายในเซลลห์ รอื เขตข้อมูลทีไ่ ม่
ตอ้ งการออก โดยการลบข้อมูลภายในเซลลห์ รอื เขตข้อมูลทไ่ี ม่ต้องการด้วยการใชค้ ำส่งั Clear จะเป็นการลบ
เฉพาะข้อมูลภายในเซลลห์ รอื เขตข้อมลู ทไ่ี มต่ ้องการออกจากแต่ยงั คงเหลอื เปน็ เซลล์ หรอื เขตข้อมลู วา่ ง ขนึ้ มา
ใชง้ านเพอื่ ใหใ้ ส่ข้อมูล แทนทีจ่ ะเปน็ การลบเซลล์ นัน้ ๆ ไปเลยเหมอื นกบั คำสัง่ Delete สำหรับการลบข้อมูล
ภายในเซลลห์ รือเขตขอ้ มูลน้ีจะทำการลบข้อมลู ของเซลลห์ รือเขตขอ้ มูลที่กำหนดอย่างไรบา้ งน้นั ขึ้นอยู่กับการ
กำหนดลักษณะการทำงานจากตวั เลือกผู้ใชเ้ อง การลบขอ้ มูลภายในเซลลห์ รอื เขตขอ้ มลู มีขนั้ ตอนในการ
ทำงานดงั น้ี
1. เลื่อน Cell Pointer ไปยงั เซลล์หรอื เขตข้อมูลท่ีต้องการทำการลบขอ้ มูลภายใน จะเห็นว่าเซลล์
หรอื เขตขอ้ มลู ที่เลอื กน้ันจะปรากฏเปน็ แถบสดี ำท้ังเซลลห์ รือเขตข้อมูล
2. จากน้ันกดปุม่ Delete ท่แี ป้นพิมพ์หรือเรยี กใชค้ ำสั่ง “ล้างเนอ้ื หา” ได้จากคลกิ ปุ่มของเมาสท์ าง
ดานขวา แลว้ เรยี กใชค้ ำส่ัง “ล้างเนอื้ หา” เพอื่ ทำการลบข้อมูลเฉพาะข้อมูลทีอ่ ยู่ภายในเซลล์ท่ี
กำหนดเทา่ นน้ั แต่ทงั้ นีไ้ ม่รวมถงึ เส้นขอบที่กำหนด

รปู ภาพ 4-38 การเลือกคำสั่งล้างเนอ้ื หา
ท่ีมา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

3. หรอื เรียกใช้คำส่ัง “ลบทง้ั แผน่ งาน” ไดจ้ าก “แถบเครอ่ื งมือ” โดยการเรยี ก “ลบ” แล้วตามด้วย
“ลบแผน่ งาน”

รูปภาพ 4-39 การใช้คำส่ังลา้ งท้ังหมด
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
4. จะเห็นว่ามีเมนยู ่อยข้ึนมา เพ่ือให้เลอื กลกั ษณะของการลบเซลลห์ รอื เขตข้อมูล ซ่ึงมตี วั เลือกให้
เลอื ก 4 ตัวเลอื ก
4.1 ทงั้ หมด เป็นการลบขอ้ มูลทกุ อย่างไม่วา่ จะเป็นการตกแตง่ เซลลห์ รือขอ้ ความท่เี ปน็
ตวั เลข ตวั อักษร หรอื สูตร หรอื Comment ทไ่ี ด้มกี ารกำหนดเอาไว้ออกจากเซลลห์ รอื
ขอบเขตขอ้ มูลท่กี ำหนดออกทั้งหมด
4.2 รปู แบบ เปน็ การลบข้อมลู ทีเ่ ป็นการตกแต่งเซลล์ด้วยคำส่งั “รูปแบบ” ทไี่ ดม้ ีการกำหนด
เอาไว้ออกจากเซลลห์ รอื ขอบเขตข้อมูลท่ีกำหนด
4.3 เน้อื หา เป็นการลบข้อมลู ที่เปน็ ข้อความ ตัวเลข ตัวอกั ษร หรอื สตู ร ท่ีไดม้ กี ารกำหนด
เอาไว้ออกจากเซลล์ หรือขอบเขตขอ้ มูลท่ีกำหนด
4.4 ข้อคดิ เหน็ เป็นการลบข้อมูลท่ีเป็น Comment ท่ไี ดม้ กี ารกำหนดเอาไว้ออกจากเซลล์
หรอื ขอบเขตข้อมูลทกี่ ำหนด
5. จะเหน็ ได้วา่ ขอ้ มลู หรือรูปแบบใด ๆ ทไ่ี ด้กำหนดเอาไว้ใหก้ ับเซลลห์ รอื ไดห้ ายไปจาก เซลล์ท่ี
กำหนดจะเหลือยูเ่ พียงพื้นทีว่ า่ ง ๆ สำหรบั ให้ใช้ทำงานอืน่ ๆ เท่าน้ัน

รูปภาพ 4-40 ผลลัพธข์ องการล้างขอ้ มูล
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

ขนั้ สรุปและประยกุ ต์
11. ครูสรุปบทเรยี น เร่ือง การปรับแก้ไขข้อมลู และการจดั การขอ้ มูล
การแกไ้ ขข้อมูล เปน็ การนำขอ้ มลู ทป่ี อ้ นลงในเซลล์แต่ละเซลลท์ ี่พมิ พ์ผิด จำเปน็ ตอ้ งแก้ไขข้อมูลใน
เซลล์ให้ถูกตอ้ ง การแก้ไขขอ้ มลู แบ่งออกเปน็ 2 แบบคอื การแก้ไขขอ้ มูลทันที โดยกด Delete และการ
แกไ้ ขข้อมลู หลงั เซลล์น้ันรบั ข้อมลู แลว้ มีวธิ แี กไ้ ขคอื แก้ไขที่แถบสูตรของเซลลน์ ัน้ ๆ นอกจากแก้ไข
ขอ้ มลู ในเซลล์ใหถ้ ูกต้องแล้ว ข้อมูลบางอยา่ งจำเป็นต้องมกี ารยกเลกิ มกี ารทำซำ้ ในสิ่งทไี่ ด้ยกเลกิ ไป
เมอ่ื ทำการแกไ้ ขเปล่ียนแปลงข้อมูลตา่ ง ๆ ในเซลลจ์ ำเป็นจะต้องมกี ารบันทกึ ขอ้ มูลทุกครัง้
2. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หดั
5. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

สอื่ และแหล่งเรยี นรู้
1.เอกสารประกอบการเรียน เรอ่ื ง การใช้โปรแกรมตารางงาน

หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชื่อ
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.ประเมินความเรียบร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหัด
3.แบบทดสอบหลังเรียน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5.การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึง

ประสงค์

เครอ่ื งมือวัดผล

1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝกึ หัดในหนังสือเรยี น
3.แบบทดสอบหลังเรยี น
4.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ข้ึนไป
2.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี ่องปรับปรุง
3.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ใหผ้ ้เู รียนหมน่ั มาทำความคนุ้ เคยกับโปรมแกรมใหม้ ากข้ึน

บนั ทกึ หลงั การสอน
ข้อสรปุ หลังการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาที่พบ
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 10 หนว่ ยท่ี -

รหัส 2204-2103 วิชา การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ สอนครัง้ ท่ี 10(37-40)

ช่ือหน่วย ทบทวน / สอบกลางภาคเรยี น จำนวน 4ช่วั โมง

แนวคิด

จุดประสงคร์ ายวิชา

1. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับส่วนประกอบ เคร่อื งมือของโปรแกรมตารางคำนวณ
2. ปอ้ น จัดเก็บ แกไ้ ขและตกแต่งขอ้ มลู ใชส้ ตู รและฟังกช์ ั่นเบือ้ งต้น

และภาพสามมติ ติ ามมาตรฐานเขยี นแบบเทคนคิ

3. วิเคราะห์ สรุป และรายงานข้อมูลในรูปแผนภูมิหรือตารางวิเคราะห์ข้อมูล(PivotTable)

4. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีดีในการใช้คอมพิวเตอร์

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับหลักการการใช้เครอ่ื งมอื ของโปรแกรมตารางคำนวณ
2. ใชค้ ำสง่ั เคร่อื งมือเพื่อการจัดการขอ้ มูล
3. สรปุ จัดทำรายงาน และแสดงผลข้อมลู ในรปู ตารางและแผนภูมติ ามลกั ษณะงาน

เนื้อหาสาระ

ทบทวน/สอบกลางภาคเรยี น

บนั ทกึ หลังการสอบ
ข้อสรปุ หลงั การสอบ

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาท่ีพบ

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ญั หา

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรยี นร้แู บบบูรณาการท่ี 11 หน่วยที่ 5

รหัส 2204-2103 วิชา การใช้โปรแกรมตารางคำนวณ สอนครัง้ ที่ 41-44

ช่ือหน่วย การจดั การฐานข้อมูลในตารางคำนวณ จำนวน 4 ชั่วโมง

แนวคิด

ฐานขอ้ มลู คือระบบทรี่ วบรวมข้อมูลไว้ในท่ีเดยี วกนั ซงึ่ ประกอบดว้ ยแฟ้มขอ้ มูล (File) ระเบียน

(Record) และเขตขอ้ มลู (Field) และถูกจัดการด้วยระบบเดยี วกนั โปรแกรมคอมพิวเตอรจ์ ะเขา้ ไปดงึ ข้อมลู ท่ี

ต้องการ ได้อยา่ งรวดเร็ว การจัดการฐานข้อมลู ในตารางคำนวณจำเปน็ ต้องศึกษาเก่ียวกบั การจดั เรยี งฐานข้อมลู

การกรองขอ้ มลู การใช้ตัวกรอง การตรวจสอบความถูกตอ้ ง การแจกแจงข้อมูล ตลอดจนการแปลงข้อความเป็น

คอลัมน์

สาระการเรียนรู้

1.การจดั เรยี งฐานขอ้ มูล

2.การกรองขอ้ มูล

3.ตวั กรองทีซ่ ับซ้อน

ผลการเรยี นรูท้ ค่ี าดหวัง

1.บอกความหมายของฐานขอ้ มูลได้

2.อธบิ ายขน้ั ตอนการจดั เรียงฐานขอ้ มลู ได้

3.อธิการกรองข้อมูลแบบตา่ งๆได้

4.อธบิ ายตวั กรองทซี่ ับซ้อนได้

กิจกรรมการเรยี นรู้

1.ครกู ล่าวทกั ทายนักเรียน

ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น

1.ครพู ูดถึงบทเรยี นทผ่ี ่านมา และครถู ามนกั เรยี นเก่ียวกบั บทเรียนครงั้ ทีผ่ ่านมา

2.ครูให้นกั เรยี นทำแบบทกสอบก่อนเรยี น

ขน้ั สอน

1.ครูอธบิ ายความหมายของฐานขอ้ มูล

ฐานขอ้ มลู คือระบบที่รวบรวมขอ้ มูลไว้ในท่ีเดยี วกัน ซงึ่ ประกอบไปด้วยแฟ้มข้อมูล (File) ระเบยี น

(Record) และเขตข้อมลู (Field) และถกู จดั การดว้ ยระบบเดยี วกนั โปรแกรมคอมพวิ เตอร์จะเขา้ ไปดึงข้อมูลที่

ตอ้ งการได้ อยา่ งรวดเรว็

2. การจัดเรยี งฐานข้อมลู

Database A collection of related file

File A collection of related record
Record A collection of related field

Field A collection of related byte

Byte A collection of relate bit

Bit A binary digit 0 or 1

รูปภาพ 5-1 แสดงข้นั ตอนของฐานข้อมลู
ทีม่ า: ผู้เรียบเรยี งพัฒนาเอง

- บิต (bit) ยอ่ มาจาก Binary Digit ขอ้ มูลในคอมพิวเตอร์ 1 บติ จะแสดงได้ 2 สถานะคือ 0 หรอื 1
การเก็บขอ้ มูลต่าง ๆ ได้จะตอ้ งนำ บิต หลาย ๆ บิต มาเรยี งตอ่ กนั เชน่ นำ 8 บิต มาเรียงเปน็ 1
ชดุ เรยี กวา่ 1 ไบต์

- เมื่อเรานำไบต์ (byte) หลายๆ ไบต์ มาเรยี งต่อกัน เรียกวา่ เขตขอ้ มูล (field) เชน่ Name ใช้
เกบ็ ชือ่ Last Name ใช้เกบ็ นามสกุล เปน็ ต้น

- เมือ่ นำเขตขอ้ มูล หลาย ๆ เขตข้อมูลมาเรียงต่อกัน เรียกว่า ระเบียน (record) เชน่ ระเบยี น ท่ี 1
เกบ็ ช่ือ นามสกุล วันเดือนปเี กดิ ของ นกั เรยี นคนท่ี 1 เป็นต้น

- การเกบ็ ระเบียนหลายๆ ระเบียน รวมกัน เรยี กวา่ แฟ้มขอ้ มลู (File) เชน่ แฟ้มขอ้ มูล นกั เรียน
จะเก็บ ชอื่ นามสกลุ วันเดอื นปเี กดิ ของ นกั เรียน จำนวน 500 คน เปน็ ตน้

- การจัดเกบ็ แฟ้มข้อมูล หลาย ๆ แฟ้มข้อมูล ไวภ้ ายใต้ระบบเดียวกัน เรยี กวา่ ฐานข้อมลู หรือ
Database เชน่ แฟม้ ขอ้ มูล นักเรยี น อาจารย์ วิชาทเี่ ปิดสอน เปน็ ต้น

การเข้าถึงขอ้ มลู ในฐานขอ้ มลู จงึ จำเปน็ ตอ้ งมรี ะบบจดั การฐานข้อมลู มาช่วยเรียกวา่
database management system (DBMS) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจดั การกับขอ้ มูล ตามความตอ้ งการได้
ในหน่วยงานใหญๆ่ อาจมีฐานข้อมลู มากกว่า 1 ฐานขอ้ มูล เชน่ ฐานขอ้ มลู บคุ ลากร ฐานขอ้ มลู ลูกคา้ ฐานขอ้ มูล
สนิ คา้ เปน็ ตน้

ระบบฐานขอ้ มูล (Database System) หมายถงึ โครงสร้างสารสนเทศที่ประกอบด้วยรายละเอยี ด
ขอ้ มลู ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกนั ทจี่ ะนำมาใช้ในระบบต่างๆ รว่ มกัน

ระบบฐานข้อมลู จึงนับวา่ เป็นการจดั เกบ็ ข้อมลู อย่างเป็นระบบ ซ่งึ ผ้ใู ชส้ ามารถกบั ขอ้ มลู ได้ในลักษณะ
ตา่ งๆ ทัง้ การเพิ่ม การแกไ้ ข การลบ ตลอดจนการเรยี กดขู อ้ มูล ซ่งึ ส่วนใหญ่จะเป็นการประยกุ ตน์ ำเอาระบบ
คอมพวิ เตอรเ์ ขา้ มาชว่ ยในการจดั การฐานข้อมูล

ฐานขอ้ มูลเป็นการจัดเกบ็ ข้อมูลอยา่ งเปน็ ระบบ ทำให้ผใู้ ช้สามารถใช้ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องในระบบงาน
ต่างๆ รว่ มกนั ได้ โดยท่ีจะไมเ่ กิดความซำ้ ซอ้ นของข้อมลู และยงั สามารถหลกี เลย่ี งความขัดแยง้ ของข้อมลู ดว้ ย
อกี ทง้ั ขอ้ มลู ในระบบก็จะถูกต้องเชอ่ื ถือได้ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะมีการกำหนดระบบความปลอดภัย
ของของขอ้ มูลขน้ึ

นบั ไดว้ ่าปจั จุบนั เป็นยคุ ของสารสนเทศ เปน็ ท่ยี อมรบั กันวา่ สารสนเทศเปน็ ขอ้ มลู ท่ีผ่านการกลน่ั กรอง
อยา่ งเหมาะสม สามารถนำมาใช้ประโยชนอ์ ย่างมากมาย ไม่ว่าเป็นการนำมาใชง้ าน ดา้ นธรุ กิจ การบริหาร และ
กิจการอื่นๆ องค์กรทม่ี ีขอ้ มลู ปริมาณมากๆ จะพบความยุ่งยากลำบากในการจัดเก็บขอ้ มูล ตลอดจนการนำ
ข้อมูลทตี่ ้องการออกมาใชใ้ ห้ทันตอ่ เหตุการณ์ ดังน้ันคอมพิวเตอร์จงึ ถูกนำมาใชเ้ ปน็ เคร่อื งมอื ชว่ ยในการจัดเกบ็
ขอ้ มลู การประมวลผลขอ้ มูล ซึง่ ทำใหร้ ะบบการจดั เก็บข้อมูลเปน็ ไปได้สะดวก ทงั้ นโ้ี ปรแกรมแตล่ ะโปรแกรม

จะต้องสร้างวธิ ีควบคุมและจดั การกบั ข้อมูลขนึ้ เอง ฐานข้อมูลจงึ เข้ามามบี ทบาทสำคญั อย่างมาก โดยเฉพาะ
ระบบงานต่างๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์ การออกแบบพฒั นาระบบฐานขอ้ มูล จึงตอ้ งคำนึงถงึ การควบคุมและการ
จัดการความถูกตอ้ งตลอดจนประสิทธภิ าพในการเรยี กใช้ข้อมลู ดว้ ยการจัดเรยี งขอ้ มูลในฐานขอ้ มูลมีขนั้ ตอน
ดังตอ่ ไปน้ี

1. ใหเ้ มาส์อยู่ในตารางอยูต่ ิดกับตารางทตี่ อ้ งการเรียง วิธนี จ้ี ะเป็นการเรียงทงั้ ตาราง ถ้าต้องการเรยี ง
เป็นบางรายการให้เลือกแถวทต่ี อ้ งการจัดเรยี ง

2. เลือกคำสงั่ เรียงลำดับในเมนู “ขอ้ มูล” กรอบโต้ตอบ การเรยี งลำดับ จะปรากฏขึ้น

รปู ภาพ 5-2 การจัดเรยี งขอ้ มูล
ทมี่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. เลอื กฟลิ ดท์ ่ีใช้จัดเรยี งและลำดบั ที่ใชใ้ นการจัดเรียงจากปุ่มทางเลอื กทอ่ี ยู่ด้านขวาซึ่งมีทางเลอื ก
ดังตอ่ ไปน้ี
- นอ้ ยทส่ี ุดไปหามากที่สุด (Ascending) เรียงแบบตามลำดบั
- มากท่ีสุดไปหาน้อยทส่ี ุด (Descending) เรยี งแบบยอ้ นกลับ
สามารถจัดเรยี งขอ้ มูลโดยใช้ฟิลดไ์ ด้สูงสุด 3 ฟิลด์ด้วยกนั ถา้ แถวแรกของตารางเป็นชือ่ ฟิลด์ไม่ต้องเลอื ก
“ข้อมลู ของฉันมีสว่ นหวั ”
ตารางแสดงลำดบั ในการเรียงข้อมูลแบบตามลำดบั พจนานกุ รม

ชนดิ ของข้อมูลตามลำดับ ลำดบั ในการเรยี ง
ตัวเลข ค่าลบท่ีมากไปหาค่าบวกทม่ี ากท่สี ุด

ขอ้ ความ ชอ่ งวา่ ง ! “ # $ % & ( ) * + , - ,*/ 0 ไปหา 9 (เม่อื เป็นขอ้ ความ) :: < + >?@ A
ไปหา Z (Excel ไมส่ นใจตัวใหญ่หรอื ตัวเลก็ ) [ \ ] ^ _ { } ~

ตรรกะ FALSE กอ่ น TRUE

คา่ ผดิ พลาด คา่ ผิดพลาดทกุ ชนิดมีค่าเท่ากันหมด

ช่องว่าง จะถูกเรยี งในลำดับสุดท้ายไม่ว่าจะเรยี งแบบตามลำดบั หรอื ย้อนกลบั

ตาราง 5-1 การเรยี งลำดับพจนานุกรม
- การจัดเรียงทไ่ี ม่เปน็ ไปตามหลักไวยากรณ์
การจดั เรียงขอ้ มูลจะเรียงโดยยดึ ตามหลกั ไวยากรณ์ของพจนานกุ รม แตถ่ า้ ตอ้ งการเรยี งในรูปแบบอื่น
เช่น ตามรหสั ทีก่ ำหนดขนึ้ เอง สามารถทำไดเ้ ช่นกนั โดยเลือกฟลิ ด์ท่ีตอ้ งการจัดเรียงจากกรอบโตต้ อบการ
เรียงลำดับ โดยคลิกทีป่ ุ่มลำดบั จากน้นั เลอื กรายการแบบกำหนดเอง กรอบโตต้ อบ รายการแบบกำหนดเองจะ
ปรากฏข้นึ แล้วเลือกรูปแบบของลำดับท่ีตอ้ งการนำมาใชจ้ ัดเรยี งได้จากช่องตัวเลอื ก แลว้ คลิกท่ีตกลง จะ
กลับไปยังกรอบโต้ตอบการเรยี งลำดบั อีกครงั้ แลว้ จงึ จัดเรยี งไปตามปกติ

เลอื กแบบของลำดับที่ตอ้ งการใช้จัดเรียงได้จากทน่ี ่ี

รปู ภาพ 5-3 การเลือกรายการจดั เรียงข้อมลู
ท่ีมา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

เลือกความแตกต่างระหว่างตัวพมิ พ์ใหญก่ ับตวั พิมพ์เลก็ ในภาษาอังกฤษ

รูปภาพ 5-4 เลอื กจดั เรียงขอ้ มลู ด้วยตน้ เอง
ทม่ี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. การกรองข้อมลู
การกรองข้อมลู ถ้าในฐานข้อมลู มีขนาดใหญ่ อาจจะตอ้ งการขอ้ มลู เพียงบางส่วนภายในตารางขอ้ มูลท้ังหมด
การใช้ตัวกรองขอ้ มูลเพอ่ื ชว่ ยในการคัดเลอื กขอ้ มูลจากข้อมูลที่มปี ริมาณมากๆ ได้ดงั นี้
3.1 การสรา้ งตวั กรองอตั โนมัติหรอื AutoFilter
เลือกฟลิ ด์จุดฟลิ ดห์ นา้ ทีต่ อ้ งการกรอง ถ้าไมเ่ ลือกฟิลดใ์ ดไวจ้ ะเปน็ การสรา้ งตัวกรองกับทกุ ฟลิ ด์ แต่ต้องแน่ใจว่า
ขณะน้นั cell pointer ในตารางฐานข้อมูลหรอื อย่ตู ิดกับฐานข้อมูล
1. เลอื กคำสง่ั ตวั กรอง ในเมนูขอ้ มลู

รปู ภาพ 5-5 การเลือกพื้นที่สำหรบั การใชต้ ัวกรอง
ทีม่ า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

2. หลังจากใช้คำสง่ั ตวั กรอง (Filter) น้ี เซลล์ท่ใี ส่ชือ่ ฟิลดจ์ ะมีป่มุ ลกู ศรตดิ ไว้

เครื่องหมายตัวกรองข้อมลู
รูปภาพ 5-6 ผลจากการเลอื กใช้คำสั่งตัวกรอง
ท่มี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

3.2 การใช้ตัวกรองอตั โนมัติ

การกรองข้อมลู โดยใช้ปุ่มลูกศรทสี่ ร้างขึน้ ทฟี่ ิลด์เพ่ือเลือกขอ้ มูล โดยคลกิ ปุม่ จากนนั้ เลอื ก

รายการทต่ี ้องการแสดง

ในปุ่มดรอ็ ปดาวน์ จะแสดงรายการข้อมูลทง้ั หมดที่ไมซ่ ำ้ กัน เม่ือเลอื กคำสง่ั ตวั กรองตัวเลขจะมี

ทางเลือกพเิ ศษ ไดแ้ ก่ ดงั น้ี

-เทา่ กบั ใหแ้ สดงกลุ่มค่าทม่ี ีค่าเทา่ กับทกี่ ำหนด

-ไมเ่ ทา่ กับ ให้แสดงกลุ่มคา่ ทม่ี ีค่าไมเ่ ท่ากับท่ีกำหนด

-มากกว่า ใหแ้ สดงกลุ่มคา่ ทม่ี ีค่ามากกวา่ คา่ ทกี่ ำหนด

-มากกว่าหรอื เท่ากบั ให้แสดงกลุ่มค่ามากกว่าหรือเท่ากับคา่ ที่กำหนด

-น้อยกวา่ ให้แสดงกลุ่มคา่ ที่มีคา่ น้อยกว่าท่ีกำหนด

-น้อยกวา่ หรอื เทา่ กับ ใหแ้ สดงกลมุ่ ค่าท่ีมีคา่ นอ้ ยกว่าหรือเท่ากับคา่ ทก่ี ำหนด

-ระหว่าง ใหแ้ สดงกลมุ่ คา่ ทมี่ ีคา่ ระหวา่ งทกี่ ำหนด

-10 อันดับแรก ให้แสดงกลุ่มค่าที่มอี ยู่ดา้ นบนหรือด้านล่าง เช่น ให้

แสดงคา่ มากทส่ี ดุ 10 ค่า หรือน้อยสุด 25% แรก

เมื่อเราสามารถเลือกรายการเหล่าน้ีกจ็ ะพบกรอบโตต้ อบสำหรับเลือกคา่ ที่จะแสดง

-สูงกว่าค่าเฉลี่ย ให้แสดงกลมุ่ ค่าท่ีมีคา่ สงู กวา่ คา่ เฉล่ีย

-ตำ่ กว่าค่าเฉลยี่ ใหแ้ สดงกลุม่ คา่ ทม่ี ีคา่ ต่ำกว่าคา่ เฉลี่ย

-ตัวกรองแบบกำหนดเอง กำหนดกฎเกณฑใ์ นการแสดงข้อมูล เมอ่ื ใช้ทางเลือก

นี้จะมกี รอบโตต้ อบสำหรับเลอื กข้อมูล

เลือกคำด้านบน กำหนดจำนวน เลือกแสดงเปน็ รายการ
หรือคำดา้ นบนจากท่นี ่ี ที่จะแสดงทน่ี ่ี หรอื เป็นเปอร์เซน็ ต์จากทีน่ ่ี

กำหนดเงอ่ื นไขในการกรอง กำหนดคา่ เปรียบเทยี บ

รูปภาพ 5-7 การเลือกคำสั่งตัวกรอง

ที่มา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

การกำหนดเกณฑใ์ นการเลอื กข้อมูลในกรอบโตต้ อบ โดยเลอื กขอ้ ความในการเปรียบเทยี บไดจ้ ากชอ่ งที่อยู่
ทางดา้ นซ้ายและกำหนดขอ้ ความหรอื ค่าท่ีใชเ้ ปรียบเทยี บจากช่องด้านขวา

สามารถกำหนดกฎเกณฑใ์ นการเลอื กฟิลด์นนั้ ไดส้ องฟิลด์ การเช่ือมกฎเกณฑ์สองฟิลด์เข้าดว้ ยกนั ให้เลอื ก
วิธีการเช่ือมไดจ้ ากป่มุ และ (And) หรอื (Or) ถ้าฟิลดน์ ้ันเป็นขอ้ ความให้ใช้เครื่องหมาย Wildcard เพื่อชว่ ยใน
การกำหนดข้อมลู เครือ่ งหมาย Wildcard มีดังน้ี
? แทนตัวอักษรอะไรกไ็ ดห้ นง่ึ ตัว ในตำแหนง่ ท่มี ีเคร่อื งหมายนีอ้ ยู่ เช่น BAN? แทน BANK, BANG, BAND
เป็นต้น
* แทนตัวอักษรอะไรกไ็ ด้ กี่ตัวก็ได้ ในตำแหนง่ ท่มี ีเคร่ืองหมายน้อี ยู่ เช่น BAN* แทน BANK, BANGKOK,
BANANA เป็นตน้
3.3 การยกเลกิ ตัวกรองอัตโนมัติ
เม่ือต้องการยกเลกิ ตัวกรองอัตโนมตั ทิ ่ีสร้างขึน้ ใหเ้ ลือกเมนู ขอ้ มลู และเลอื กคำสั่งตวั กรอง ปมุ่ ทีม่ ชี ื่อฟิลดก์ ็จะ
หายไป
4. ตวั กรองที่ซบั ซ้อน
ตัวกรองท่ซี บั ซ้อน การใช้ตวั กรองทีผ่ า่ นมาเป็นการเลอื กข้อมูลแบบง่ายๆ แตใ่ นความเป็นจริง อาจต้องมี
กฎเกณฑใ์ นการเลอื กข้อมลู ท่ีซบั ซ้อนมากกว่านี้ สามารถทำไดโ้ ดยใช้คำส่งั ตัวกรองขน้ั สงู มีคำศพั ทพ์ ้ืนฐานที่
เก่ยี วกบั ตัวกรอง ดงั น้ี

1. ช่วงรายการ (List Range) พ้ืนที่สว่ นน้ีคือ ตารางฐานขอ้ มูล
2. ช่วงเงอื่ นไข (Criteria Range) พื้นทส่ี ่วนน้ีใช้สำหรับวางเกณฑใ์ นการเลอื กข้อมูลแถวแรกของ

พ้นื ท่ีนจ้ี ะเปน็ ช่อื ของฟิลดใ์ นตารางฐานข้อมลู สว่ นถดั ไปเป็นท่ใี ส่เกณฑส์ ำหรับการเลอื กขอ้ มูล

4.1 การใชต้ วั กรองขนั้ สูง
1. เลือกคำสัง่ กรองขนั้ สูง จากเมนขู ้อมลู กรอบโต้ตอบตัวกรองข้ันสงู จะปรากฏข้นึ

รูปภาพ 5-8 คำสั่งตัวกรองขัน้ สูง
ที่มา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

2. กำหนดคา่ ในกรอบโตต้ อบโดย
-ช่วงรายการ (List Range) คอื ตารางฐานข้อมูล ปกตสิ ว่ นน้จี ะถกู เลือกใหโ้ ดยอตั โนมัตอิ ยู่แลว้
-ชว่ งเง่ือนไข (Criteria Range) คอื พืน้ ทเี่ ก็บเงื่อนไขในการเลือกขอ้ มลู
-คดั ลอกไปท่ี (Copy to) กำหนดคดั ลอกไปที่อน่ื (Copy to Another Location)
-การทำงาน (Action) ใชเ้ ลอื กตำแหน่งของผลลัพธโ์ ดยกรองรายการแลว้ ใส่ในพืน้ ที่เติม (Filter the List, in
Place) ให้วางผลลพั ธ์ไว้ทเ่ี ดิมในตารางฐานขอ้ มลู
-คัดลอกไปท่ีตำแหน่งอืน่ (Copy to Another Location) ใหค้ ัดลอกผลลพั ธ์ไปไวท้ ่ีตำแหน่งอื่น
-เฉพาะระเบียนท่แี ตกตา่ งเทา่ น้ัน (Unique Record Only) ให้แสดงผลลพั ธ์เฉพาะรายการทไี่ ม่ซ้ำกนั เท่านน้ั

3. หลังจากกำหนดเสรจ็ แลว้ ให้คลิกที่ตกลง

ผลของการเลอื กข้อมลู โดยตัวกรองข้ันสูง

รูปภาพ 5-9 ผลลพั ธต์ ัวกรองขนั้ สูง
ทม่ี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
4.2 เงอื่ นไขในการสร้างตวั กรอง
ในการเลือกข้อมลู จากข้อมลู โดยใช้คำสงั่ ตวั กรองขน้ั สงู สิ่งท่สี ำคัญในการเลือกข้อมลู คอื กฎเกณฑ์ ดังน้ี
1. แถวแรกของชว่ งเง่ือนไข (Criteria Range) จะเป็นชือ่ ของฟลิ ดใ์ นตารางฐานข้อมูลท่ใี ช้ในเลือก
ข้อมูล
2. ในแถวตอ่ ๆ มาจะใสค่ ่าสำหรบั การเปรียบเทียบ เราสามารถใส่เครอื่ งหมายในการเปรียบเทยี บลง
ไป ซึ่งได้แก่
>เลอื กข้อมลู ทีม่ ากกว่าคา่ ที่กำหนด
<เลอื กขอ้ มูลทน่ี อ้ ยกวา่ ค่าท่กี ำหนด
>= เลือกข้อมูลทีม่ ากกว่าหรอื เท่ากับค่าทกี่ ำหนด
<=เลอื กข้อมลู ที่นอ้ ยกว่าหรือเท่ากบั ค่าท่ีกำหนด
<>เลือกข้อมลู ที่ไมเ่ ทา่ กบั ค่าทีก่ ำหนด

ถ้าไมใ่ ส่เคร่อื งหมายเปรียบเทียบจะถอื วา่ ให้หาค่าท่ีเทา่ กัน เช่น เงอ่ื นไขตอ่ ไปน้ใี ชเ้ ลือกระเบยี นทฟ่ี ิลด์ Price
นอ้ ยกวา่ 20

Price
<20

3. สำหรบั ตัวอักษรจะเลือกข้อมูลท่เี หมือนกบั อกั ษรที่ใหโ้ ดยไมส่ นใจตวั อกั ษรทมี่ ีต่อท้าย เช่น
Type
M

จะเลือกระเบยี นท่ฟี ิลด์ Type ข้ึนต้นดว้ ยตวั M นอกจากนีย้ ังสามารถใช้เครอื่ งหมายช่วยในการ เลือกขอ้ มลู ได้
โดย
? แทนตัวอักษรอะไรกไ็ ด้
* แทนตัวอักษรอะไรกไ็ ด้ กตี่ วั ก็ได้

4. เงอื่ นไขอยใู่ นบรรทัดเดยี วกนั จะถือวา่ เชือ่ มดว้ ยนิพจน์ “และ “ เชน่
Type Price

Magazine <30
หมายถึง ให้เลอื กระเบียนท่ฟี ลิ ด์ Type เป็น Magazine และมีฟิลด์ Price นอ้ ยกว่า 30

5. เงอ่ื นไขท่ีอยตู่ า่ งบรรทดั กันจะถอื วา่ เชื่อมด้วยนิพจน์ “หรือ” เชน่
Type Price
Magazine
>40

หมายถึง ให้เลอื กระเบียนทฟ่ี ลิ ด์ Type เปน็ Magazine หรือมฟี ิลด์ Price มากกวา่ 40

4.3 การตรวจสอบตวั สะกดของคำ
1. เลอื กกลุม่ เซลล์ท่ีตอ้ งการตรวจสอบตัวอกั ษรสะกด
2. เลอื กคำสงั่ การสะกดจากเมนู “ตรวจทาน”

รปู ภาพ 5-10 การใชค้ ำสั่งการสะกดคำ
ทมี่ า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. จะปรากฏหน้าตา่ ง “การสะกด” ดังรปู

รูปภาพ 5-11 การสะกดคำ
ท่มี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. โปรแกรมจะเร่ิมตรวจสอบให้ หากคำทีไ่ ม่รู้จกั จะแนะนำคำท่ีควรจะเปน็ ให้
5. หากภาษาของพจนานุกรรมทีถ่ ูกเลอื กไวไ้ มต่ รงกับภาษาท่ตี ้องการจะตรวจ ให้ทำการเลือกภาษาใหม่

ในสว่ นของภาษาของพจนานุกรรม (Dictionary Language)
6. หากยนื ยนั คำเดมิ เลือกทีป่ ่มุ เปล่ียน หรือหากต้องการนำคำนน้ั เพ่ิมเข้าไปในพจนานุกรม เลือกท่ีปมุ่

เพิม่ ในพจนานุกรม (Add To Dictionary)
7. โปรแกรมจะดำเนินการตรวจสอบตอ่ ไป
4.4 การแก้คำผดิ อตั โนมัติ (AutoCorrect)

การแก้ไขคำผิดอัตโนมัติเปน็ ความสามารถอีกอยา่ งหนึ่งในการแกไ้ ขคำผดิ ให้โดยอัตโนมตั ิในขณะที่พิมพ์งานนน้ั
เช่นถา้ หากพมิ พ์ The ก็จะถกู เปล่ยี นเปน็ the ทนั ทที ี่เคาะเวน้ วรรค

การเพ่ิมคำท่ีตอ้ งการให้เปลี่ยนขณะพิมพ์

1. เลอื กหน้าแรก จากนัน้ เลอื กไอคอน จากเมนู “การแก้ไข”
2. เลอื กหัวข้อแทนท่ี

รูปภาพ 5-12 การแก้ไขขอ้ มูลอตั โนมัติ
ทีม่ า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. พมิ พ์รายการทตี่ อ้ งการค้นหาใน “ส่งิ ท่คี ้นหา” และส่ิงท่ีแทนทใ่ี น “แทนทดี่ ้วย”
4. กดปุ่ม “ค้นหาถัดไป” และ “แทนท”่ี เมอื่ พบและตอ้ งการแทนท่ี
ขั้นสรุปและประยุกต์
12. ครูสรุปบทเรยี น เรื่อง การจดั การฐานขอ้ มลู ในตารางคำนวณ
การจัดการฐานขอ้ มลู เกิดข้นึ เนื่องจากขอ้ มลู มีจำนวนมาก เมอื่ ขอ้ มลู มจี ำนวนมากการนำข้อมูลไปใช้น้นั ก็จะ
ยุ่งยาก และซบั ซอ้ นหากเราจดั การฐานข้อมูลไมด่ ีพอ จะทำให้ยุง่ ยากมากข้ึน ดงั น้ีจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อมขี อ้ มูล
แล้วจะตอ้ งมีการจัดการข้อมลู ใหด้ กี อ่ นนำไปใชเ้ พ่ือลดการทำงานที่ซับซ้อนและเพ่อื สะดวกรวดเรว็ โดยจะตอ้ ง
มกี ารจดั เรยี งขอ้ มูล กรองข้อมูล แจกแจงขอ้ มลู ตรวจสอบข้อมลู พรอ้ มทงั้ แปลงขอ้ มูล
2. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั
สือ่ และแหล่งเรยี นรู้
1.เอกสารประกอบการเรยี น เรื่อง การใชโ้ ปรแกรมตารางงาน
หลกั ฐาน
1.บันทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ดั ผล

1.ประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรียบรอ้ ยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหดั
3.แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เคร่ืองมอื วัดผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง
2.กจิ กรรมและแบบฝึกหดั ในหนังสอื เรียน
3.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลงั เรยี น
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ข้ึนไป
2.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการที่ 13 หน่วยท่ี 5

รหัส 2204-2103 วิชา การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ สอนครง้ั ที่ 13 (45-48)

ชอื่ หน่วย การจดั การฐานขอ้ มูลในตารางคำนวณ จำนวน 4 ชว่ั โมง

แนวคดิ

ฐานขอ้ มลู คือระบบทร่ี วบรวมขอ้ มูลไวใ้ นทีเ่ ดียวกนั ซึ่งประกอบด้วยแฟ้มขอ้ มลู (File) ระเบียน

(Record) และเขตข้อมูล (Field) และถกู จัดการด้วยระบบเดยี วกัน โปรแกรมคอมพิวเตอรจ์ ะเข้าไปดึงข้อมลู ที่

ต้องการ ได้อยา่ งรวดเร็ว การจัดการฐานข้อมลู ในตารางคำนวณจำเป็นตอ้ งศกึ ษาเกยี่ วกับการจัดเรยี งฐานข้อมลู

การกรองข้อมูล การใชต้ ัวกรอง การตรวจสอบความถูกตอ้ ง การแจกแจงข้อมูล ตลอดจนการแปลงข้อความเป็น

คอลมั น์

สาระการเรียนรู้

4.การแจกแจงผลรวมยอ่ ยของข้อมลู

5.การตรวจสอบข้อมลู

6.การแปลงข้อความเป็นคอลัมน์

ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง

5.แจกแจงผลรวมย่อยของขอ้ มูลได้

6.ตรวจสอบข้อมูลได้

7.แปลงขอ้ ความเป็นคอลมั น์ได้

กจิ กรรมการเรียนรู้

1.ครูกล่าวทักทายนกั เรียน

ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น

1.ครูพดู ถงึ บทเรยี นทีผ่ า่ นมา และครูถามนกั เรยี นเก่ียวกบั บทเรียนคร้งั ทีผ่ ่านมา

ขั้นสอน

ครูอธบิ ายความหมายการแจกแจงผลรวมยอ่ ยของขอ้ มลู

5. การแจกแจงผลรวมยอ่ ยของข้อมูล

การแจกแจงผลรวมย่อยของขอ้ มลู คำสงั่ ผลรวมย่อย (Subtotals) จะแสดงผลสรุปของขอ้ มูลตามลำดบั ขนั้ ของ

การแจกแจงจากฟลิ ด์ที่เลือกซงึ่ มวี ิธกี ารดังน้ี

1. เลอื่ น Cell Pointer ไปในฐานขอ้ มูล

2. เลอื กคำสัง่ ขอ้ มูล จากนนั้ เลือกผลรวมยอ่ ย (Subtotals) จากเมนูเคา้ ร่าง จะปรากฏหนา้ ตา่ งขน้ึ เลือกฟิลดท์ ่ี

3. ใช้แจกแจงผลสรปุ จากช่องบนสุด

4. เลอื กชนดิ ของผลสรปุ ซ่งึ สามารถหาผลสรุปไดห้ ลายอย่างไมว่ า่ จะเปน็ ผลรวม คา่ เฉลยี่ ค่าสูงสุด ค่าตำ่ สดุ 5.

และคา่ ทางสถติ ิอื่น ๆ

5. เลอื กฟิลด์ทีจ่ ะนำมาใช้สรุปผล ฟลิ ดท์ ่ีนำมาหาคา่ ตอ้ งเปน็ ขอ้ มลู แบบตวั เลขเทา่ น้ัน

6. คลิกที่ตกลง (OK) ตารางแสดงค่าผลสรุป

6. การตรวจสอบขอ้ มูล
การตรวจสอบขอ้ มลู ข้อมูลทอี่ ย่ใู นฐานข้อมูลอาจมคี วามผิดพลาดเกิดขนึ้ หรอื จำเปน็ ตอ้ งการปรับเปล่ยี นข้อมูล
ใหมโ่ ดยคาดไม่ถงึ ได้ โปรแกรมสามารถตัง้ เง่อื นไขในการรบั ขอ้ มลู ซ่งึ มอี ยู่ 2 ลักษณะคอื ไม่ให้รบั ข้อมูลท่ผี ิด
ประเภท เชน่ ให้รับเฉพาะข้อมูลที่เปน็ ตวั เลข และ จำกัดคา่ ทปี่ ้อนเข้าไปผิดพลาดหรอื จำเปน็ ต้องเปลีย่ นแปลง
ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่กำหนด

การตัง้ เง่อื นไขสำหรบั การตรวจสอบขอ้ มูลมวี ิธกี ารใช้ ดงั นี้
1. เลอื กช่วงของเซลลท์ ี่ต้องการตง้ั เงอื่ นไข
2. เลอื กคำสงั่ การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูล (Validation) ในเมนขู อ้ มูล (Data) กรอบ

โตต้ อบการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มูล (Validation) จะปรากฏข้ึน
3. คลกิ ที่ป้ายการตั้งคา่ (Setting) เพื่อกำหนดเงื่อนไขสำหรับการตรวจสอบ

เลือกชนดิ ของขอ้ มูล
ทส่ี ามารถรบั ได้

กำหนดเงื่อนไขใน
การตรวจสอบ

กำหนดชว่ งท่ใี ชใ้ น
การตรวจสอบ

รูปภาพ 5-13 การต้งั เงอ่ื นไขสำหรับการตรวจสอบขอ้ มลู
ที่มา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. ปา้ ยขอ้ ความท่ีใส่ (Input Message) สำหรบั ข้อความท่เี ปน็ หมายเหตซุ ่ึงจะแสดงข้ึนเม่ือเข้าไปยัง
เซลล์นั้น ๆ

รปู ภาพ 5-14 การใสข่ อ้ ความตรวจสอบความถกู ต้อง
ที่มา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

5. ถา้ ใส่คำท่ีผิดเงอ่ื นไขท่ีกำหนดโปรแกรมจะแสดงกรอบโตต้ อบเพ่อื บอกให้ทราบว่ามีการปอ้ นค่าที่
ผดิ พลาดลงไป ผู้ใช้สามารถกำหนดข้อความสำหรบั กรอบโตต้ อบในแบบของผู้ใช้เองโดยคลกิ ใน
ส่วนของป้าย “การเตือนความผิดพลาด” แล้วกด “ตกลง”

พิมพข์ ้อความสำหรบั หวั
ของกรอบโต้ตอบลงในช่อง
น้ี
พมิ พข์ อ้ ความเตือนใน
ชอ่ งนี้

รูปภาพ 5-15 การแจง้ เตอื นเมอื่ ใสข่ ้อความในการตรวจสอบผดิ
ที่มา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

7. การแปลงขอ้ ความเป็นสดมภ์
การแปลงข้อความเปน็ คอลมั น์ การมีข้อมูลแตล่ ะฟิลดอ์ ยใู่ นบรรทัดเดยี วกนั จงึ ตอ้ งมีวิธกี ารแบง่ แยกขอ้ มูลออก
จากกัน มีวิธแี ยกขอ้ มลู อยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ

1. ตวั คน่ั (Delimited) ข้อความแบบน้ีมกี ารแบง่ แยกขอ้ มลู แต่ละประเภทออกจากกัน โดยใช้
เครื่องหมายคัน่ เครอ่ื งหมายทีน่ ยิ มใช้แยกข้อมูลออกจากกัน ไดแ้ ก่ จุลภาค (,) จดุ คู่ (:) ชอ่ งว่างหรือ
เครือ่ งหมายอนื่ ๆ เชน่ 1001, Anchalee Kea, 10 Feb 82

2. ความกวา้ งคงท่ี (Fixed Width) ข้อความแบบนไ้ี ม่มีเครื่องหมายพเิ ศษในการแบง่ ข้อมลู แต่ละ
ประเภทออกจากกนั แตจ่ ะใชร้ ะยะของตวั อักษรเพ่อื แบง่ ข้อมูลออกจากกัน เชน่ 1001,
Anchalee Kea, 10 Feb 82

โปรแกรม Microsoft Excel 2010 มีคำสงั่ ท่สี ามารถกระจายขอ้ ความในลักษณะท่ีแยกไปอย่ใู นแต่ละคอลมั น์
ได้ ซง่ึ มีวธิ กี ารดงั ตอ่ ไปนี้

1. เลอื กเซลล์ท่บี รรจขุ อ้ ความทีต่ อ้ งการแยกเปน็ คอลัมน์
2. ใชค้ ำส่งั แปลงข้อความเป็นคอลัมน์ (Text to Columns) ในเมนูขอ้ มูล (Data) ตวั ช่วยเปลีย่ น

ขอ้ ความเป็นคอลัมนจ์ ะปรากฏขน้ึ

รปู ภาพ 5-16 การกระจายขอ้ ความแต่ละคอลมั น์
ทม่ี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

3. ในข้ันตอนแรกของตวั ช่วยเปลยี่ นข้อความเปน็ คอลมั น์จะใหเ้ ลือกชนิดของขอ้ ความวา่ มี
การแบ่งแยกขอ้ มูลแบบใด

การแปลงขอ้ ความ
เปน็ คอลมั น์

รูปภาพ 5-17 การเปล่ียนขอ้ ความเปน็ คอลัมน์
ที่มา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
4. ถ้าเลือกแบบตัวคั่น ในข้นั ตอนที่ 2 จะใหก้ ำหนดเครอ่ื งหมายทใ่ี ช้ในการคัน่ ขอ้ มูล

เลือกเครอ่ื งหมายที่
ใช้แบง่ แยกข้อมูลได้
จากทน่ี ี่

รปู ภาพ 5-18 การเลือกการเปล่ยี นขอ้ ความแบบที่ 2
ท่ีมา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

ในกรณที ่ีขอ้ มูลแบบความกวา้ งคงที่ ในข้ันตอนท่ี 2 จะใหก้ ำหนดระยะสำหรบั แบง่ แยกข้อมูลออกจากกนั โดย
ลากเส้นแบ่งในชอ่ งด้านล่าง

เลือกเส้นเหล่านี้
เพ่ือกำหนด
ระยะทีใ่ ชแ้ บ่ง

ขอ้ มลู

รปู ภาพ 5-19 การกำหนดระยะสำหรับแบง่ ขอ้ มูล
ท่มี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

ในขั้นตอนสดุ ท้ายจะให้กำหนดชนดิ ของข้อมูลสำหรับแตล่ ะคอลมั น์ เมือ่ กำหนดเสรจ็ แลว้ ให้คลิกปุ่มเสรจ็ สิน้

เลอื กฟิลดท์ ตี่ อ้ งการกำหนด
ชนิดข้อมูล

รูปภาพ 5-20 การทำการกระจายขอ้ ความเป็นคอลัมนท์ ีเ่ สร็จสิน้
ที่มา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

ขน้ั สรปุ และประยุกต์
13. ครสู รุปบทเรียน เรอ่ื ง การปรับแกไ้ ขข้อมลู และการจดั การขอ้ มูล
การแก้ไขขอ้ มูล เป็นการนำขอ้ มูลทปี่ อ้ นลงในเซลล์แต่ละเซลลท์ ี่พมิ พผ์ ิด จำเปน็ ตอ้ งแก้ไขข้อมลู ใน
เซลลใ์ ห้ถกู ต้อง การแกไ้ ขขอ้ มลู แบง่ ออกเปน็ 2 แบบคอื การแก้ไขข้อมลู ทันที โดยกด Delete และการ
แก้ไขข้อมลู หลงั เซลล์นัน้ รับขอ้ มลู แลว้ มวี ิธแี ก้ไขคอื แก้ไขที่แถบสูตรของเซลล์น้นั ๆ นอกจากแก้ไข
ข้อมลู ในเซลล์ใหถ้ กู ต้องแลว้ ขอ้ มูลบางอย่างจำเปน็ ต้องมกี ารยกเลิก มกี ารทำซำ้ ในสิ่งทีไ่ ด้ยกเลิกไป
เมื่อทำการแก้ไขเปล่ยี นแปลงขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ในเซลล์จำเปน็ จะตอ้ งมกี ารบันทกึ ขอ้ มูลทกุ ครัง้

2. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั
6. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น
ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
1.เอกสารประกอบการเรียน เร่ือง การใช้โปรแกรมตารางงาน
หลกั ฐาน
1.บันทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจัดการเรยี นรู้
4.แบบทดสอบก่อนเรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1.ประเมินผลความกา้ วหนา้ ของตนเอง
2.ประเมินความเรยี บร้อยของ กิจกรรมและแบบฝึกหดั
3.แบบทดสอบหลงั เรยี น
4.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์
เคร่ืองมือวัดผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรียน
3.แบบทดสอบหลงั เรียน
4.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ข้ึนไป
2.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
3.การสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ

1.ให้ผูเ้ รยี นหมน่ั มาทำความคนุ้ เคยกับโปรมแกรมใหม้ ากขึน้
แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 การจัดการฐานข้อมูลในตารางงานคำชแ้ี จง
คำช้ีแจง ใหว้ งกลมตวั เลือกทีค่ ิดวา่ ถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งข้อเดยี ว
1. ขอ้ ใดคือการจดั เรยี งลำดับข้อมูลจากนอ้ ยไปหามาก

ก. ข. ค. ง.
2. ข้อใดคอื การเรียงลำดบั จากมากไปนอ้ ย

ก. ข. ค. ง.
ค. ฟลิ ด์ ง. ไฟล์
3. ขอ้ ความในแตล่ ะแถวของฐานข้อมูลเรียกว่าอะไร ค. ฟิลด์ ง. ไฟล์
ค. ข้อมูล
ก. เซลล์ ข. เรคคอดรด์ ง. ไฟล์

4. ขอ้ ความในแต่ละคอลัมน์ของฐานข้อมลู เรยี กวา่ อะไร

ก. เซลล์ ข. เรคคอร์ด

5. ปุ่มคำสงั่ ตวั กรองขอ้ มลู อยู่ในแท็บใด

ก. แทรก ข. มมุ มอง

6. การกรองข้อมลู มีประโยชน์อยา่ งไร

ก. ทำใหก้ ารคำนวณตวั เลขเปน็ ไปอย่างรวดเร็ว

ข. ทำให้คน้ หาข้อมูลไดส้ ะดวกและรวดเรว็

ค. ทำใหก้ ารคำนวณตวั เลขเป็นไปอย่างรวดเรว็

ง. ทุกขอ้ คอื คำตอบ

7. การใช้ Data From มีประโยชน์อยา่ งไร

ก. ค้นหาขอ้ มูลไดร้ วดเร็ว

ข. เพม่ิ ขอ้ มลู ไดง้ า่ ยและรวดเร็ว

ค. ลบข้อมลู ได้งา่ ยและรวดเร็ว

ง. ทุกข้อคือคำตอบ

8. ข้อใดตอ่ ไปนีไ้ มใ่ ช่สว่ นประกอบของฐานขอ้ มูล

ก. Data ข. Character
ง. Record
ค. Field

9. ขอ้ ใดคือความหมายของ Record

ก. ตารางข้อมลู ท้ังหมด

ข. ขอ้ มูลในแถวคอลัมน์

ค. ข้อมูลในแนวแถว

ง. อักษรแตล่ ะตัวในฐานข้อมลู

10. การป้อนขอ้ มูลโดยใช้ฟอร์มคลกิ ปุ่มใด

ก. Delete ข. Restore

ค. Criteria ง. New

แบบฝกึ หดั ท้ายหน่วยการเรียนร้ทู ่ี 5 การจดั การฐานข้อมูลในตารางคำนวณ
คำชแี้ จง จงจับคู่โดยนำข้อมูลทอ่ี ยู่ด้านขวามือมาใส่หนา้ ขอ้ ความดา้ นซ้ายมอื ให้มีความสมั พนั ธก์ นั

........... 1. Or (หรือ) ก. ข้อมลู ท่ีมีจำนวนๆ เกบ็ ไว้ด้วยกัน
.......... 2. ข. ฟิลด์
........... 3. คอลมั น์ ค. กำหนดเงอื่ นไขเปรียบเทียบ

........... 4. ง. เรยี งลำดับขอ้ มูล

.......... 5. จ. Data base
………. 6. ฐานข้อมูล ฉ. เรยี งขอ้ มูลจากนอ้ ยไปหามาก
.......... 7. แถว ช. ตัวกรอง
........... 8. Database ซ. แสดงขอ้ มูลที่ตรงกบั เงือ่ นไขขอ้ มูลได้ขอ้ หนึ่ง

.......... 9. ฌ. เรยี งข้อมลู จากมากไปหาน้อย

.......... 10. ญ. เรคคอร์ด

บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลังการสอน

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาทพี่ บ

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ญั หา

………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 1 หนว่ ยที่ 6

รหสั 2204-2103 วิชา การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ สอนครั้งที่ 13(49-52)

ช่อื หนว่ ย การออกราฟงานในรูปแบบข้อความและกราฟ จำนวน 4 ชั่วโมง

แนวคดิ

การออกรายงานในรูปแบบข้อความ และกราฟนับว่าจำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เมื่อป้อนข้อมูลและ

วิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จำเป็นต้องมีการออกรายงานในรูปแบบต่างๆ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งการออกรายงานสามารถทำได้หลายวิธี มีทั้งข้อความ

และกราฟ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน ไม่ว่าจะใชว้ ธิ ีใดผู้ปฏิบัติงานจำเป็นตอ้ งศึกษารปู แบบและวธิ กี ารใช้

งานใหเ้ ข้าใจและสามารถปฏบิ ัตไิ ด้ ในการออกแบบรายงานรปู แบบของข้อความจะตอ้ งกำหนดพื้นท่ีการพิมพ์

การพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์ การออกรายงานในรูปแบบกราฟ จำเป็นต้องศึกษาองค์ประกอบและ

ประเภทของกราฟ วีการสร้างกราฟ การตกแตง่ กราฟดว้ ยสีและลวดลายต่างๆ การเปลย่ี นประเภทและรูปแบบ

ของกราฟ ตลอดจนการแสดงขอ้ มูลของกราฟเพือ่ ใหไ้ ดง้ านท่ีสอดคล้องกับความต้องการและวัตถุประสงค์การ

ใชง้ าน

สาระการเรียนรู้

1.การกำหนดรายละเอียดของเอกสารการพมิ พร์ ายงาน

2.องค์ประกอบของกราฟ

3.ประเภทของกราฟ

ผลการเรยี นรูท้ ่คี าดหวัง

1.กำหนดรายละเอียดการพิมพ์ได้

2.พิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์ได้

3.อธิบายองค์ประกอบของกราฟได้

4.อธบิ ายประเภทของกราฟได้

กิจกรรมการเรียนรู้

1.ครูกลา่ วทักทายนักเรียน

ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน

1.ครูพูดถึงบทเรียนท่ีผ่านมา และครถู ามนกั เรียนเกี่ยวกับบทเรยี นครัง้ ท่ผี ่านมา

2.ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบทกสอบกอ่ นเรยี น

ขั้นสอน
1. การกำหนดรายละเอียดของเอกสารการพิมพ์
การกำหนดรายละเอียดตา่ งๆ ของเอกสารทีจ่ ะทำการพมิ พ์ ไมว่ า่ จะเปน็ ขนาดของกระดาษ ลักษณะการพิมพ์
ระยะห่างจากขอบกระดาษบน ลา่ ง ซ้าย ขวา การกำหนดสว่ นหัวและทา้ ยกระดาษเพือ่ แสดงข้อมูลที่ตอ้ งการใน
การพมิ พ์ เป็นต้น สำหรบั เอกสารนน้ั ๆ ผู้ใช้สามารถทำการกำหนดได้ ดว้ ยการเรียกใชค้ ำสง่ั ตั้งค่าหนา้ กระดาษ
ไดจ้ าก แถบเครอื่ งมือ โดยการเรยี ก เคา้ โครงหน้ากระดาษ แลว้ ตามดว้ ยคำส่งั ที่ต้องการจากหัวขอ้ ตั้งค่า
หน้ากระดาษ โดยไมต่ อ้ งทำการกำหนดขอบเขตของขอ้ มลู ใด ๆ

รปู ภาพ 6-1 แสดงรายละเอยี ดของเอกสาร
ท่มี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
การกำหนดรายละเอียด จะแบง่ ออกเป็น 4 แท็บ โดยแตล่ ะแท็บจะเปน็ การกำหนดรายละเอยี ดใน
เรอ่ื งต่าง ๆ กนั ได้แก่
1. หนา้ (Page)
2. ระยะขอบ (Margins)
3. หวั กระดาษ/ท้ายกระดาษ (Header/Footer)
4. แผน่ งาน (Sheet)

รปู ภาพ 6–2 ตัวต้ังค่ากระดาษ
ทมี่ า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

สำหรับการเข้าไปยังแทบ็ แต่ละแทบ็ น้นั ให้ใช้เมาส์กดไปทช่ี ื่อของแท็บท่ตี ้องการ
กำหนดรายละเอยี ด ซึง่ ในแต่ละแท็บจะมใี หเ้ ลือกในการกำหนดรายละเอียดของเอกสารทีต่ ่างกนั คอื

1. หน้า (Page)
1.1 การวางแนว (Orientation) เป็นการกำหนดแนวของกระดาษท่ีจะใชใ้ นการพมิ พซ์ ง่ึ
แบ่งเป็น

-แนวตง้ั (Portrait) เปน็ การพิมพข์ ้อมลู ออกทางกระดาษในแนวตง้ั
-แนวนอน (Landscape) เปน็ การพิมพข์ อ้ มูลออกทางกระดาษในแนวนอน

1.2 มาตรส่วน (Scaling) เปน็ การกำหนดขนาดของ Worksheet ท่ีจะทำการพิมพ์
-ปรบั เปน็ (Adjust To) เปน็ การกำหนดขนาดของ Worksheet ทีจ่ ะทำการพิมพ์ซ่ึงคิดเปน็ เปอร์เซน็ ต์ ใหม้ ี
ขนาดตามท่ีตอ้ งการโดยเปรยี บเทยี บจากการขนาดจริง (100%) ซึง่ สามารถกำหนดได้ท้ังยอ่ หรอื ขยายจาก
อตั ราสว่ นจริง
-พอดีกับ (Fit To) เป็นการกำหนดขนาดของ Worksheet ท่ตี อ้ งการจะพมิ พ์ให้พมิ พอ์ ยใู่ นจำนวนหน้าที่
กำหนด

1.3 ขนาดกระดาษ (Pager Size) เปน็ การกำหนดขนาดและประเภทของกระดาษท่ตี อ้ งการจะ
ทำการพมิ พล์ งในขนาดของกระดาษท่ีกำหนด

1.4 คณุ ภาพการพมิ พ์ (Print Quality) เปน็ การกำหนดคณุ ภาพของงานทีจ่ ะพิมพ์ออกทาง
กระดาษ ทง้ั น้ี จะต้องขน้ึ อยู่กับความสามารถของเคร่ืองพิมพด์ ้วย

1.5 หมายเลขหนา้ แรก (First Page Number) เปน็ การกำหนดการพิมพ์เลขหน้าของหน้าแรกใน
การพิมพ์

2. ระยะขอบ (Margins) เป็นการกำหนดขอบเขตของพ้นื ที่บนหนา้ กระดาษทีจ่ ะทำการพิมพ์ขอ้ มูลที่
กำหนดลงไป โดยการกำหนดขอบเขตของพ้ืนที่นี้จะมีหนว่ ยวัดเป็นนวิ้ ซ่ึงจะกำหนดเป็นระยะหา่ ง
จากขอบด้านต่างๆ ของกระดาษ
2.1 ด้านบน (Top) เปน็ การกำหนดระยะห่างทางดา้ นบน
2.2 ดา้ นล่าง (Bottom) เปน็ การกำหนดระยะหา่ งทางดา้ นลา่ ง
2.3 ด้านซา้ ย (Left) เป็นการกำหนดระยะหา่ งทางดา้ นซา้ ย
2.4 ด้านขวา (Right) เปน็ การกำหนดระยะหา่ งทางด้านขวา
2.5 หวั กระดาษ (Header) เป็นการกำหนดระยะห่างในการพิมพ์ หวั กระดาษ (Header) จาก
ขอบกระดาษทางดา้ นบน

3. กง่ึ กลางหนา้ กระดาษ (Center On Page) เปน็ การกำหนดตำแหนง่ ก่ึงกลางในการพมิ พข์ อ้ มูลบน
กระดาษ
3.1 ตามแนวนอน (Horizontally) เป็นการกำหนดใหจ้ ดั กึ่งกลางกระดาษระหว่างดา้ นซ้ายกับ
ด้านขวา
3.2 ตามแนวตงั้ (Vertically) เป็นการกำหนดให้จดั กึ่งกลางกระดาษระหว่างดา้ นบนกบั ดา้ นล่าง

รูปภาพ 6-3 แสดงภาพระยะขอบกระดาษ และการตั้งคา่ หวั กระดาษ/ท้ายกระดาษ
ทม่ี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. หวั กระดาษ (Header/Footer) เปน็ การกำหนดข้อความที่ต้องการจะให้พิมพ์บนเอกสาร
ทุกๆ หนา้ ตามท่ีผ้ใู ช้กำหนด

4.1 หวั กระดาษ (Header) เป็นการกำหนดขอ้ ความทต่ี อ้ งการจะพิมพ์ให้พมิ พ์บนส่วนหวั ของ
เอกสาร สามารถเลือกได้จากตัวเลอื กทมี่ มี าให้แลว้

4.2 ทา้ ยกระดาษ (Footer) เปน็ การกำหนดข้อความท่ีต้องการจะใหพ้ มิ พ์บนสว่ นทา้ ยของ
เอกสาร สามารถเลอื กไดจ้ ากตัวเลอื กท่มี ีมาให้แล้ว

4.3 หัวกระดาษกำหนดเอง (Custom Header) เป็นการกำหนดข้อความท่ีต้องการจะใหพ้ ิมพ์บน
ส่วนหวั ของเอกสาร โดยที่ผใู้ ช้เป็นผกู้ ำหนดรายละเอียดในการพิมพไ์ ดเ้ อง

4.4 ทา้ ยกระดาษกำหนดเอง (Custom Footer) เป็นการกำหนดขอ้ ความที่ตอ้ งการจะใหพ้ ิมพ์
บนสว่ นท้ายของเอกสาร โดยทีผ่ ใู้ ช้เปน็ ผกู้ ำหนดรายละเอียดในการพมิ พ์ได้เอง

5. แผน่ งาน (Sheet) เป็นการกำหนดพน้ื ทขี่ อง Worksheet ทจี่ ะทำการพมิ พ์
5.1 พนื้ ท่กี ารพมิ พ์ (Print Area) เปน็ การกำหนดพ้ืนที่ท่จี ะทำการพมิ พ์ของ Worksheet ปัจจุบัน
ทีก่ ำลงั ทำงานอยู่ ซึ่งอาจจะเปน็ พืน้ ทีท่ ัง้ หมดหรอื กำหนดเปน็ พ้นื ท่บี างส่วนกไ็ ด้
5.2 ชอ่ื เรื่องทพ่ี มิ พ์ (Print Titles) เป็นการกำหนดการพมิ พ์ในส่วนของ Title ของแต่ละหนา้

-แถวท่ีจะพิมพ์ซำ้ ดา้ นบน (Rows To Repeat at Top) เป็นการกำหนดแถวทจ่ี ะทำการพมิ พ์ซ้ำในส่วนบน
-คอลมั นท์ ี่จะพมิ พซ์ ้ำทางซา้ ย (Columns To Repeat at Left) เป็นการกำหนดคอลัมนท์ ่ีจะทำการพมิ พซ์ ำ้
ทางดา้ นซา้ ย

5.3 พมิ พ์ (Print) เปน็ การกำหนดลักษณะของการพิมพ์ข้อมลู บนกระดาษ ซงึ่ แบ่งเปน็
-เส้นตาราง (Gridlines) เปน็ การกำหนดให้พิมพ์เสน้ แบ่งขอบเขตของเซลล์ (Gridlines) ใหแ้ สดงออกมาบนก
ระดาษด้วย
-ขาวดำ (Black and White) เป็นการกำหนดการพิมพ์แบบ 2 สี สำหรับเครื่องพิมพ์ท่สี ามารถพมิ พ์สีได้
-คณุ ภาพแบบร่าง (Draft Quality) เป็นการกำหนดคุณภาพของการพิมพ์แบบ Draft

-หัวแถวและคอลมั น์ (Row and column Headings) เปน็ การใหท้ ำการพมิ พเ์ ลขบอก แถวและตวั อกั ษรบอก
คอลัมน์ออกมาดว้ ย

-ข้อคดิ เห็น (Comments) เปน็ การกำหนดการแสดงผลของสว่ นที่เป็น Comment
5.4 ลำดบั ของหนา้ (Page Order) เปน็ การกำหนดลำดับในการพิมพ์ข้อมลู จะใชใ้ นการพิมพ์เอกสาร
ท่ีมขี นาดใหญ่และต้องพมิ พ์ลงบนกระดาษหลายๆ หนา้
-ลงแลว้ ซา้ ยไปขวา (Down, Then Over) เปน็ การกำหนดใหท้ ำการพมิ พแ์ นวตัง้ หรอื พิมพจ์ ากบนลา่ งก่อนแล้ว
จึงพิมพจ์ ากซา้ ยมาขวา
-ซา้ ยไปขวาแลว้ ลง (Over, Then Down) เป็นการกำหนดให้ทำการพิมพแ์ นวนอนหรือพมิ พ์จากซ้ายมาขวา
ก่อนแลว้ จึงพิมพจ์ ากบนลงล่าง

รปู ภาพ 6–4 แสดงการต้งั คา่ แผน่ งาน
ทมี่ า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

นอกจากน้ี ยงั มปี มุ่ ทใี่ ชใ้ นการทำงานอื่นๆ อกี 5 ป่มุ ซ่ึงแต่ละปุ่มก็จะมีความหมายและการทำงานท่ี
ตา่ งกนั ไดแ้ ก่

1. พมิ พ์ (Print) เป็นการสง่ั ใหท้ ำการพิมพโ์ ดยที่จะไปยงั หน้าจอของการกำหนดการพมิ พก์ อ่ นจะทำ
การพมิ พอ์ อกทางกระดาษ

2. ตวั อย่างก่อนพมิ พ์ (Print Preview) เป็นการส่งั ใหท้ ำการแสดงผลของขอ้ มูลท่ีจะทำการพมิ พ์
ออกมาบนเอกสารซงึ่ มีลกั ษณะเหมือนจรงิ แตเ่ ปน็ การแสดงบนจอภาพเทา่ นน้ั

3. ตัวเลอื ก (Options) เปน็ การกำหนดรายละเอยี ดอ่นื ๆ
4. ตกลง (OK) เปน็ การยอมรับในข้อกำหนดต่างๆ ของการกำหนดรายละเอยี ดของเอกสารท่ีไดท้ ำ

การกำหนดไปแลว้ กลบั สู่หนา้ จอการทำงานปกตขิ องโปรแกรม Excel
5. ยกเลิก (Cancel) เป็นการยกเลิกในข้อกำหนดตา่ งๆ ของการกำหนดรายละเอียดของเอกสารท่ีได้

ทำการกำหนดไปแลว้ กลับส่หู น้าจอการทำงานปกตขิ องโปรแกรม Excel

1.1 การกำหนดพ้ืนทีใ่ นการพมิ พ์
การกำหนดพ้ืนท่ีที่ตอ้ งการจะพมิ พอ์ อกมาเป็นเอกสารท่ีต้องการ การกำหนดจะกำหนดแค่เพยี งบางสว่ นหรอื
จะกำหนดทัง้ หมดก็ได้ สามารถท่ีจะกำหนดขนาดของพนื้ ที่ท่ีต้องการไดเ้ อง ด้วยการเรียกใช้คำสง่ั “พ้ืนที่การ
พิมพ์” ไดจ้ ากแถบเครื่องมือ โดยการเรียก “เค้าโครงหน้ากระดาษ” แลว้ ตามด้วย “พนื้ ท่ีการพิมพ”์ จากการ
เรียกใช้คำสั่งพนื้ ทกี่ ารพมิ พน์ ้ี จะเห็นไดว้ า่ มี Menu ยอ่ ยๆ ภายใตค้ ำส่งั พ้ืนทก่ี ารพิมพ์ อยู่ 2 คำส่งั ยอ่ ย คือ
กำหนดพื้นท่ีพิมพ์ เป็นการกำหนดพน้ื ท่ที ี่ตอ้ งการจะทำการพิมพข์ ้อมูลท่ีสร้างขึ้นใน Worksheet ออกทาง
เคร่ืองพิมพ์เป็นเอกสารทีต่ อ้ งการ และ “ล้างพ้ืนที่พิมพ์” เป็นการยกเลกิ การกำหนดพื้นทีท่ ่ตี อ้ งการจะทำการ
พมิ พ์ขอ้ มลู ที่สรา้ งขึน้ ใน Worksheet ออกทางเคร่ืองพิมพ์

รูปภาพ 6-5 แสดงคำส่งั พ้ืนทกี่ ารพิมพ์
ทีม่ า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
1.2 การแสดงผลของเอกสารก่อนการพิมพ์
การแสดงผลของข้อมูลทีต่ ้องการจะพมิ พ์ออกทางเครือ่ งพมิ พ์เป็นเอกสารตามท่ตี อ้ งการและได้ทำการกำหนด
เอาไว้ ในการแสดงผลของเอกสารก่อนการพิมพ์ ผลทีไ่ ดร้ ับจะมรี ปู รา่ งหน้าตาเหมอื นกับการพมิ พ์ออกทาง
เครือ่ งพมิ พจ์ ริง เพยี งแต่เปน็ การแสดงผลออกทางจอภาพกอ่ นที่จะทำการพิมพจ์ รงิ ๆ ดงั นัน้ ทัง้ น้ีเพอ่ื เปน็
ทดสอบวา่ ข้อมูล ขนาด รปู แบบต่าง ๆ ลกั ษณะการพิมพ์ ระยะห่างจากขอบ กระดาษบน ลา่ ง ซา้ ย ขวา
การกำหนดสว่ นหัวและทา้ ยกระดาษแสดงขอ้ ความทีต่ อ้ งการในการพมิ พ์ ทไี่ ด้ทำการกำหนดเอาไว้น้ันให้
ถูกตอ้ งกอ่ นการพิมพจ์ รงิ ๆ การแสดงผลของเอกสารก่อนการพิมพน์ ี้สามารถเรยี กใชด้ ้วยการเรียกใชค้ ำส่งั
ตัวอยา่ งกอ่ นพิมพ์ (Print Preview) ไดจ้ ากป่มุ ออฟฟศิ (Office Button) แลว้ ตามดว้ ย พมิ พ์ (Print)
จากนนั้ เลือก ตัวอยา่ งก่อนพมิ พ์ (Print Preview)

รปู ภาพ 6–6 แสดงการตั้งคา่ เครอ่ื งพิมพก์ อ่ นการพิมพ์
ท่ีมา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

หรือทำการสง่ั ให้แสดงผลกอ่ นการพมิ พโ์ ดยการใช้การใชแ้ ถบเครอื่ งมือลัด (Quick Access Toolbar)
จะเรยี กใชป้ ่มุ คำสัง่ ตวั อยา่ งกอ่ นพมิ พ์ (Print Preview) จากแถบเครือ่ งมือลดั (Quick Access Toolbar)

รปู ภาพ 6 –7 แสดงการใช้เครอื่ งมือลัดตัวอย่างกอ่ นการพิมพ์
ท่มี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

เมื่อเรยี กใชค้ ำสง่ั ตัวอย่างกอ่ นพมิ พ์ (Print Preview) แล้วจะเหน็ ไดว้ ่าในหน้าจอจะแสดงหนา้ ตา
รปู แบบของเอกสารท่ีจะทำการพมิ พ์ตามการกำหนดเงือ่ นไขในการพมิ พ์ท่ีได้กลา่ วมาแลว้ ซงึ่ หน้าจอนี้มปี ุ่ม
สำหรบั ให้เลอื กทำงานอยู่หลายปุ่ม โดยแต่ละป่มุ ก็จะมคี วามหมายและลกั ษณะการทำงานท่ีแตกต่างกนั ไป คอื

รูปภาพ 6-8 แสดงตัวอยา่ งก่อนการพิมพ์พร้อมการตัง้ คา่
ท่ีมา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

1. ถัดไป (Next) แสดงผลหนา้ ตอ่ ไปหากผลทไ่ี ดจ้ ากการสร้างสง่ั พมิ พม์ มี ากกว่า 1 หนา้
2. ก่อนหนา้ (Pervious) แสดงผลหน้ากอ่ นหน้านห้ี ากผลที่ได้จากการส่งั พิมพ์มมี ากกวา่ 1 หน้า
3. ยอ่ /ขยาย (Zoom) ทำการย่อหรือขยายขนาดของเอกสารตัวอย่างที่แสดงบนหน้าจอ
4. พิมพ์ (Print) สั่งให้ทำการพมิ พอ์ อกทางเครื่องพมิ พ์ โดยจะแสดงหน้าสำหรบั การกำหนด

รายละเอียดต่างๆ ในการพิมพ์เอกสารออกทางเคร่ืองพมิ พ์
5. ต้งั คา่ (Setup) เป็นการแสดงขอบกระดาษที่ไดท้ ำการกำหนดเอาไวใ้ นส่วนของ “ตั้งค่า

หน้ากระดาษ”
6. ระยะขอบ (Margins) เปน็ การแสดงขอบกระดาษท่ีไดท้ ำการกำหนดเอาไวใ้ นสว่ นของ “ต้ังค่า

หนา้ กระดาษ”
7. แสดงตวั อยา่ งตัวแบ่งหนา้ (Page Break Preview) เป็นการแสดงขน้ึ หน้าใหมข่ องข้อมูลท่ีจะทำ

การพิมพ์ ซึ่งไดท้ ำการกำหนดเอาไวแ้ ล้ว
8. ปิด (Close) เป็นการปิดหนา้ จอของการแสดงเอกสารกอ่ นการพิมพ์
9. วิธีใช้ (Help) เป็นการเรยี กใช้โปรแกรมชว่ ยเหลือระหวา่ งการทำงาน

1.2 การพมิ พ์เอกสารออกทางเครอ่ื งพิมพ์
การพิมพเ์ อกสารที่ต้องการจะพิมพอ์ อกทางเครอ่ื งพมิ พ์ โดยการกำหนดรายละเอยี ดจะกำหนดเฉพาะเอกสารท่ี
กำลังจะทำการพมิ พ์เท่านัน้ รายละเอียดที่กำหนด ไดแ้ ก่ ชนิดของเครอื่ งพมิ พ์ จำนวนหน้าในการพมิ พ์ จำนวน
ชดุ เอกสารที่ต้องการพิมพ์ เปน็ ต้น สามารถทำการกำหนดไดเ้ องด้วยการเรยี กใชค้ ำสงั่ พิมพ์ (Print) ได้จากปุม่
ออฟฟิศ (office Button)

รปู ภาพ 6–9 แสดงการใช้คำสง่ั พมิ พจ์ ากเมนู
ทม่ี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
หรอื ทำการสัง่ พิมพ์โดยการเรยี กใชค้ ำส่ังพิมพ์ (Print) จากเมนูแสดงตัวอยา่ งกอ่ นพิมพ์ ดังรปู

รปู ภาพ 6 –10 แสดงการกำหนดค่าตา่ งๆ ในการพรอ้ มพมิ พ์
ทม่ี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

เม่อื เรียกใชค้ ำส่งั พิมพ์ (Print) จากปมุ่ ออฟฟศิ (office Button) แลว้ จะปรากฏจอภาพสำหรับการ
กำหนดรายละเอียดในการพมิ พ์ โดยรายละเอยี ดตอ้ งทำการกำหนดกอ่ นการทำการพิมพ์ขอ้ มลู ตา่ งๆ คือ

1. เคร่ืองพิมพ์ (Printer) เปน็ การกำหนดเกีย่ วกับเครอ่ื งพิมพ์
1.1 ชอ่ื เคร่ืองพมิ พ์ (Name) ทำการกำหนดชอ่ื ของเครื่องพมิ พ์ทจี่ ะทำการพิมพ์เอกสารท่กี ำหนด
1.2 พมิ พไ์ ปทแี่ ฟม้ (Print To File) สำหรบั การกำหนดใหท้ ำการพิมพ์เอกสารที่กำหนดลง
แฟม้ ขอ้ มูลแทนที่จะออกทางเคร่ืองพิมพ์

2. ช่วงระยะทพ่ี ิมพ์ (Print Range) เปน็ การกำหนดระยะของหนา้ ทีจ่ ะทำการพมิ พ์
2.1 ทั้งหมด (All) การกำหนดหน้าที่จะพมิ พท์ งั้ หมดทุกหนา้ ของเอกสารท่มี อี ยู่

2.2 หนา้ จาก/ถงึ (Page(s) From To) การกำหนดให้พมิ พ์เฉพาะหนา้ ที่กำหนด โดยจะกำหนด
วา่ ใหพ้ ิมพจ์ ากหนา้ ใดไปยงั หนา้ ใด

3. ส่ิงทพี่ มิ พ์ (Print What) เปน็ การสั่งวา่ การพิมพ์น้จี ะพิมพข์ ้อมลู ทอี่ ยใู่ นส่วนใดของ Worksheet
ออกมาทางเครือ่ งพมิ พ์
3.1 สว่ นท่ีเลอื ก (Selection) กำหนดใหพ้ มิ พ์ขอ้ มูลเฉพาะส่วนท่ีเลอื กเอาไวเ้ ท่านัน้
3.2 ทัง้ สมุด (Entire Workbook) กำหนดใหพ้ มิ พ์ข้อมลู ท้ัง Worksheet ทไี่ ด้ทำการสร้างเอาไว้
นั้น
3.3 แผน่ งานที่ใชอ้ ยู่ (Active Sheet(s)) กำหนดให้พิมพ์ข้อมลู เฉพาะสว่ นของ Worksheet ที่
กำลงั ทำงานอยเู่ ท่านั้น

4. สำเนา (Copy) เปน็ การกำหนดจำนวนชุดของเอกสารท่ีต้องการให้ทำการพมิ พอ์ อก
จำนวนสำเนา (Number of Copies) ทำการกำหนดจำนวนของเอกสารท่ตี อ้ งการจะพิมพ์

นอกจากนี้ ยังมีปมุ่ ท่ใี ชใ้ นการกำหนดการทำงานอื่น ๆ ของการพมิ พเ์ อกสารนอ้ี กี 3 ปุ่มดว้ ยกนั คือ
1. แสดงตัวอย่าง (Preview) เป็นการส่ังให้แสดงเอกสารก่อนการพิมพ์
2. ตกลง (OK) เปน็ การตอบรบั การกำหนดรายละเอียดตา่ งๆ แล้วทำการส่ังพิมพ์เอกสารทไ่ี ดท้ ำการกำหนด
รายละเอียดเอาไว้ออกทางเคร่ืองพิมพ์ท่กี ำหนด
3. ยกเลิก (Cancel) เป็นการยกเลกิ การกำหนดรายละเอยี ดตา่ งๆ รวมถึงการสง่ั พิมพเ์ อกสารท่ไี ด้ทำการ
กำหนดรายละเอยี ดเอาไว้ออกทางเครื่องพิมพ์ทก่ี ำหนด

รูปภาพ 6 –11 แสดงใช้คำส่ังพิมพ์จากป่มุ ออฟฟศิ
ท่มี า: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

จากทีไ่ ดก้ ำหนดค่าต่าง ๆ ในการพมิ พแ์ ลว้ กส็ งั่ ให้พิมพเ์ อกสารได้ จะทำให้ไดเ้ อกสารทีม่ ีรปู แบบหรือ
หน้าตา ตามท่ีไดก้ ำหนดค่าเอาไว้
2. องคป์ ระกอบของกราฟ

1. พื้นทกี่ ราฟ (Chart Area) พืน้ ท่ที ั้งหมดของกราฟท่ี Excel สรา้ ง
2. พน้ื ทกี่ ารลงจุด (Plot Area) พืน้ ที่สว่ นทแี่ สดงกราฟ
3. ช่อื กราฟ (Chart Title) ชื่อหัวข้อของกราฟ
4. คำอธบิ ายกราฟ (Legend) คำอธบิ ายสีของกราฟทีใ่ ช้แสดงแทนชุดข้อมูลแต่ละตัว
5. แกนแนวนอน (Primary Horizontal Axis) แกน x หรือแกนแสดงชนดิ ของข้อมลู
6. แกนแนวตง้ั (Primary Vertical Axis) แกน Y หรอื แกนแสดงค่าของขอ้ มูลท่ีอยู่ในแนวต้ัง
7. ชอ่ื แกนแนวนอน (Horizontal Axis Title) ชื่อของขอ้ มูลในแนวนอน
8. ชื่อแกนแนวตง้ั (Vertical Axis Title) ชอ่ื ของขอ้ มูลในแนวตัง้
9. ปา้ ยชอ่ื ขอ้ มูล (Data Label) ข้อมูลของกราฟทีพ่ ลอ็ ตอยู่ ณ จดุ นนั้ ๆ
3. ประเภทของกราฟ
สำหรับกราฟของ Excel น้นั มอี ยู่หลายประเภทด้วยกัน หากเราคลกิ ท่ีแท็บแทรก (Insert) จะเหน็ มีกลุม่ คำสงั่
กราฟ (Chart) ซึ่งแสดงประเภทของกราฟให้เราเลอื กอยู่มากมาย ดังรูป

รปู ภาพ 6-12 แสดงกล่มุ คำส่ังของกราฟ
ที่มา: จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
กราฟแตล่ ะประเภทมีจดุ ประสงค์ในการใชง้ านแตกต่างกนั ไป ดงั นี้

ประเภทของกราฟ จดุ ประสงคก์ ารใชง้ าน

กราฟแท่ง แนวตงั้ ใช้ในการเปรียบเทียบเพอ่ื ให้เห็นความแตกตา่ งของข้อมูลแต่ละ
ชนดิ อย่างชัดเจน เช่น การเปรยี บเทยี บจำนวนนกั เรยี น เป็นตน้
กราฟเสน้ ใชใ้ นการเปรียบเทยี บเพื่อดูแนวโน้มของขอ้ มูลภายในชว่ ง
กราฟวงกลม ระยะเวลาทก่ี ำหนด เชน่ แนวโน้มการเกิดของประชากร เป็นตน้
กราฟแท่งแนวนอน ใช้ในการเปรยี บเทียบดูปริมาณและสัดสว่ นของขอ้ มูลเปน็
เปอร์เซ็นต์ เชน่ คะแนนของแต่ละวชิ า เปน็ ต้น
ใชใ้ นการเปรียบเทียบเพอ่ื ให้เห็นความแตกตา่ งของข้อมูล
เช่นเดียวกับกราฟแท่งแนวตั้ง แตน่ ยิ มใช้เปรยี บเทียบข้อมลู ใน
เรอ่ื งระยะทางหรือเวลามากกว่า

กราฟพ้นื ท่ี ใชใ้ นการเปรยี บเทยี บเพ่อื ดแู นวโนม้ เช่นเดียวกับกราฟเสน้ แตจ่ ะ
กราฟกระจาย ทำใหเ้ หน็ ชัดเจนยิ่งขนึ้ ด้วยการกำหนดข้อมลู เปน็ พน้ื ที่ ซ่งึ จะ
เหมาะกบั ข้อมูลที่มีแนวโนม้ แบบเรียงลำดบั ซ้อนกันเปน็ ชนั้ ๆ
ประเภทของกราฟ ใชส้ ำหรับแสดงความสมั พันธร์ ะหว่างคา่ ตวั เลขต่าง ๆ ในชุดของ
มลู หลาย ๆ ชุด เพ่อื เปรยี บเทียบและวเิ คราะหผ์ ลจากการจับ
แผนภูมิอื่น กลุ่มกันของชดุ ข้อมูล นยิ มใช้กบั ขอ้ มูลทางวทิ ยาศาสตร์ ข้อมูล
สถติ ิและข้อมลู ทางวิศวกรรม เป็นต้น
ตาราง 6-1 แสดงประเภทของกราฟ

จุดประสงค์การใชง้ าน

กราฟในกล่มุ น้ี ประกอบด้วย
-กราฟห้นุ (Stock) นยิ มใช้เปรียบเทยี บความผนั ผวนของราคา
หนุ้ หรือเปรียบเทียบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
-กราฟพนื้ ผวิ (Surface) ใช้หาความสมั พันธ์ของข้อมลู โดยจุดที่
พืน้ ผิวของกราฟมสี เี ดียวกัน จะเป็นจุดทีข่ ้อมูลมคี วามสมดลุ กัน
มากทสี่ ุด
-กราฟโดนัท (Doughnut) ใช้ในการเปรียบเทยี บเพือ่ ดปู รมิ าณ
และสดั ส่วนของข้อมูลแต่ละตัวเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่นเดยี วกบั กราฟ
วงกลมแต่จะตา่ งกนั ตรงทีส่ ามารถใช้เปรยี บเทียบข้อมลู ได้มากกว่า
1 ชุด
-กราฟฟองสบู่ (Bubble) ใชส้ ำหรบั แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง
ค่าตัวเลขตา่ ง ๆ ในชดุ ข้อมูลเดยี วกันกบั กราฟ XY แต่กราฟฟอง
สบจู่ ะมตี วั แปรไดเ้ พียง 3 ตวั เท่านั้น โดยตวั ที่ 3 ใชส้ ำหรับกำหนด
ขนาดของฟองสบู่ เชน่ ขนาดของสว่ นแบง่ การตลาด เป็นตน้
-กราฟเรดาร์ (Radar) ใช้สำหรบั แสดงความสมั พนั ธ์ของชุด
ข้อมลู หลายชดุ โดยดจู ากของเขตของชดุ ข้อมลู ที่ปรากฏบนกราฟ
และกำหนดใหข้ อ้ มูลทกุ ชนดิ มีจุดศูนยก์ ารร่วมกัน

ตาราง 6-1(ต่อ) แสดงประเภทของกราฟ
4. การสร้างกราฟเบอ้ื งตน้
ได้รู้จักกับองค์ประกอบตา่ ง ๆ และประเภทของกราฟไปแล้ว การทำกราฟแตล่ ะคร้ัง จะต้องมีการเตรียม
ตารางข้อมูลท่ีจะนำมาสร้างกราฟให้พรอ้ มก่อนเสมอ และถ้าจะให้ดีควรมีหัวคอลมั น์และหัวแถวอยู่ในตาราง
ด้วย สว่ นการสรา้ งกราฟมีวิธกี ารสร้างทีไ่ ม่ยุง่ ยากซบั ซอ้ น จะยกตวั อยา่ งการสรา้ งกราฟทีน่ ิยมใชใ้ นการเสนอ
ข้อมลู แต่ละประเภทดงั น้ี
4.1 การสรา้ งกราฟแทง่

กราฟแท่ง เปน็ กราฟทเ่ี หมาะสมใช้ในการเปรียบเทยี บ เพ่ือให้เห็นความแตกต่างของข้อมูลแต่ละชนิดอยา่ ง
ชัดเจน เชน่ การสรา้ งกราฟแทง่ แนวตั้งเพื่อเปรียบเทียบจำนวนนักเรยี นแต่ละช้ันแตล่ ะเพศ มีวธิ กี ารสร้าง ดงั น้ี

1. พมิ พ์ขอ้ มูลท่ีจะนำมาสรา้ งกราฟแทง่

รูปภาพ 6–13 การเตรยี มข้อมูลกราฟแทง่
ที่มา: ผู้เรยี บเรียงพัฒนาเอง

2. เลอื กชว่ งขอ้ มลู ที่จะนำมาสรา้ งกราฟ

รปู ภาพ 6–14 การเลือกข้อมูลสรา้ งกราฟ
ทม่ี า: ผู้เรยี บเรยี งพฒั นาเอง

3. ไปทแ่ี ทบ็ แทรกแล้ว คลกิ เลอื กคำส่ังกราฟ เพื่อเลือกรปู แบบกราฟแทง่ ทีต่ อ้ งการ

รปู ภาพ 6–15 แสดงการสร้างกราฟจากเมนูกราฟ
ทม่ี า:จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. โปรแกรมจะแสดงกราฟเปรียบเทยี บจากช่วงขอ้ มูลทเี่ ลือกไว้ให้ทนั ที

รูปภาพ 6–16 แสดงผลลพั ธ์การสรา้ กราฟแท่ง
ที่มา:จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
4.2 การสรา้ งกราฟเสน้
กราฟเสน้ เปน็ กราฟทเ่ี หมาะสมสำหรบั ใชใ้ นการเปรยี บเทยี บเพ่อื ดูแนวโนม้ การเพม่ิ ขนึ้ หรือลดลงของข้อมูล
ภายในชว่ งระยะเวลาทก่ี ำหนด มีวธิ ีการสร้าง ดังนี้
1. พมิ พข์ ้อมูลทจี่ ะนำมาสรา้ งกราฟ

รูปภาพ 6 –17 การเตรยี มข้อมลู สรา้ งกราฟเสน้
ทมี่ า: ผู้เรยี บเรยี งพัฒนาเอง

2. เลอื กช่วงขอ้ มลู ท่ีจะนำมาสร้างกราฟเสน้

รปู ภาพ 6–18 การเลือกขอ้ มูลการสรา้ งกราฟเสน้
ท่มี า: ผู้เรียบเรยี งพฒั นาเอง

3. ไปทีแ่ ท็บแทรก แลว้ คลิกเลือกกลุม่ คำส่ังกราฟ เพ่อื เลือกรปู แบบกราฟเส้นทีต่ ้องการ

รูปภาพ 6–19 แสดงการสร้างกราฟเส้น
ท่ีมา:จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
4. โปรแกรมจะแสดงเปรยี บเทยี บจากชว่ งขอ้ มูลท่เี ลือกไว้ใหท้ นั ท่ี

รปู ภาพ 6-20 แสดงผลลพั ธก์ ารสร้างกราฟเสน้
ที่มา:จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4.3 การสรา้ งกราฟวงกลม
กราฟวงกลมเป็นกราฟท่ใี ชส้ ำหรบั การเปรยี บเทียบสัดสว่ นของขอ้ มูล 1 ชุดเปน็ เปอร์เซน็ ต์ เช่น การสร้าง
กราฟวงกลมเพือ่ แสดงสดั สว่ นของนักเรียนเพศหญงิ และเพศชายของช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1 มีวธิ กี ารสรา้ ง ดงั น้ี

1. พมิ พ์ขอ้ มลู ท่จี ะนำมาสร้างกราฟ

รปู ภาพ 6 –21 การเตรียมข้อมูลสร้างกราฟวงกลม
ท่มี า: ผู้เรียบเรยี งพัฒนาเอง


Click to View FlipBook Version