The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณนิดา ชุมจินดา, 2022-10-18 03:13:36

แผนการสอนวิชาโปรแกรมตารางงาน2-65 วิทยาลัยการอาชีพปะเหลียน

แผนการสอนวิชาโปรแกรมตารางงาน2-65

รปู ภาพ 3-27 การคัดลอกสูตรหาค่าส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
ทมี่ า : ผู้เรียบเรียงพัฒนาเอง

10. เม่ือถึง เซลล์ I14 ปลอ่ ยเมาส์ โปรแกรมจะคำนวณสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต่ละ เซลล์ให้
อัตโนมตั ิ

รูปภาพ 3-28 ผลลัพธ์การคดั ลอกสตู รหาคา่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
ที่มา : ผู้เรยี บเรียงพัฒนาเอง

ขน้ั สรุปและประยกุ ต์

8.ครสู รุปบทเรยี น เรือ่ ง ข้อกำหนดในการเขยี นฟังก์ชนั

9.ครเู ฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น พรอ้ มกบั อธิบายในแตล่ ่ะข้อ

สือ่ และแหลง่ เรียนรู้

1.เอกสารประกอบการเรียน เรอื่ ง การใชโ้ ปรแกรมตารางงาน

หลกั ฐาน

1.บันทึกการสอนของครู

2.ใบเช็ครายชอ่ื

3.แผนการจัดการเรยี นรู้

4.แบบทดสอบก่อนเรียน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล

วธิ ีวดั ผล

1.ประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง

2.ประเมินความเรยี บรอ้ ยของ กิจกรรมและแบบฝึกหัด

3.แบบทดสอบหลังเรียน

4.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล

5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ

ประสงค์

เคร่ืองมอื วดั ผล

1.แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง 2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนังสอื เรยี น

3.แบบทดสอบหลังเรยี น 4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

5.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินผล

1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขึน้ ไป

2.เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ีชอ่ งปรับปรุง

3.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ

ประสงค์ คะแนนขึ้นอย่กู ับการประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ

1.ให้ผูเ้ รยี นหม่ันมาทำความคุน้ เคยกับโปรมแกรมใหม้ ากขนึ้

แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยที่ 3 การใช้สูตรและฟังกช์ นั ในการคำนวณคำชแ้ี จง

คำชี้แจง ใหว้ งกลมตัวเลือกทค่ี ิดวา่ ถกู ตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว

1. ขอ้ ใดบอกความหมายของ =AVERAGE (E2:E8)

ก. เปน็ ฟังกช์ นั ทีใ่ ชใ้ นการหาผลรวมต้ังแต่เซลล์ E2 ถงึ E8

ข. เปน็ ฟังกช์ นั ท่ีใช้ในการหาค่าเฉลีย่ ตงั้ แต่เซลล์ E2 ถึง E8

ค. เป็นฟงั กช์ ันทใ่ี ช้ในการหาคา่ สูงสดุ ตัง้ แต่เซลล์ E2 ถึง E8

ง. เปน็ ฟงั กช์ ันทใ่ี ชใ้ นการหาคา่ ต่ำสุดตงั้ แต่เซลล์ E2 ถึง E8

2. ฟังกช์ ันใดต่อไปนใ้ี ชใ้ นการค้นหาขอ้ มูลในคอลัมน์ทก่ี ำหนด

ก. VLOOKUP ข. AVERAGE ค. COUNT ง. MAX

3. ตอ่ ไปนข้ี อ้ ใดไม่ใชเ่ คร่อื งหมายทีใ่ ช้ในการคำนวณ

ก. * ข. + ค. >= ง. ( )

4. ตอ่ ไปนข้ี อ้ ใดใส่สูตรในการคำนวณผดิ

ก. AVERAGE (=SUM.(C1..C7) ข. =MAX (7,7,C1,C7)

ค. =SUM (C1..C7) ง. =ABS(3.17)

5. การป้อนคา่ อารก์ ิวเมน้ ทจ์ ะต้องอยูภ่ ายในเครือ่ งหมายใด

ก. < > ข. “ ” ค. [ ] ง. ( )

6. ตอ่ ไปน้ขี อ้ ใดคำสง่ั ถูกต้อง

ก. =IF(C,<10,2,6) ข. MAX (B1:B6) ค. AVERAGE (A2:D5) ง. =8um (A2:D5)

7. ฟงั ก์ชัน STDBV เป็นฟังก์ชนั ใชท้ ำอะไร

ก. การหาค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน ข. การหาความกา้ วหนา้ ของขอ้ มูล

ค. การหาคา่ ก่ึงกลางของข้อมลู ง. การหาคา่ ความแปรปรวนของขอ้ มูล

8. ถ้านักเรยี นได้คะแนนรวมมากกวา่ หรอื เท่ากบั 70 คะแนน ให้แสดงคำชมวา่ “ขยัน” ถ้าไมถ่ งึ 70 คะแนน

ให้แสดงขอ้ ความว่า “ปรบั ปรุง”

ก. =IF (คะแนน >70, “ขยัน”, “ปรบั ปรุง”

ข. =IF (คะแนน <70, , “ปรบั ปรงุ ” “ขยนั ”

ค. =IF (คะแนน <70, “ปรับปรงุ ”, “ขยัน”

ง. =IF (คะแนน >70, “ขยนั ”, “ปรับปรงุ ”

9. ฟงั ก์ชนั IF เป็นฟังกช์ นั ทใ่ี ช้เกย่ี ว

ก. หาค่าเฉล่ีย ข. ใชห้ าค่าสงู สดุ

ค. ใช้หาผลรวมของขอ้ มูล ง. ใชใ้ นการตรวจสอบเงอื่ นไข

10. ถ้าเราพมิ พฟ์ ังก์ชันผดิ หรอื อา้ งองิ เซลลไ์ มม่ โี ปรแกรมจะแจ้ง Error อย่างไร

ก. #DIV/O! ข. #REF ค. #N/A ง. #MAME?

จากขอ้ มลู ต่อไปนใี้ ห้ตอบขอ้ 11-13
การหาผลของข้อมูลสูตรคำนวณสำเร็จรูปชนิดหนึ่งส่วนของข้อมลู ตวั แปรหรอื เงอ่ื นไขต่างๆเครื่องหมายทใ่ี ช้ใน
การคำนวณ

11. ขอ้ ใดให้ความหมายของฟงั ก์ชนั ไดถ้ ูกตอ้ ง

12. ขอ้ ใดคอื ความหมายของอารก์ ิวเม้นต์

13. ขอ้ ใดคือความหมายของคำส่ัง (SUM)

14. เคร่ืองหมายที่ใช้ในการคำนวณมกี ่ีประเภท

ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท

15. ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของสญั ลกั ษณ์ ( : จุดค)ู่ ไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. ตวั ดำเนนิ การรวบรวมซ่ึงเป็นตัวรวมการอา้ งองิ หลายๆ ชดุ เขา้ ดว้ ยกนั เปน็ การอ้างอิงหน่งึ ชุด

ข. ตวั ดำเนินการช่วงโดยจะอ้างองิ เป็นชว่ งระหว่างจุดอ้างองิ ทห่ี นงึ่ กบั จดุ อา้ งองิ ท่สี อง

ค. ตวั เช่ือมหรือคำ 2 คำนำตอ่ กันทำให้เกิดค่าข้อความต่อเนอื่ งท่เี ปน็ ค่าเดียวกนั

ง. ไมม่ ขี ้อใดถกู

บนั ทกึ หลังการสอน
ข้อสรุปหลงั การสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาทพ่ี บ
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ปัญหา
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 7 หนว่ ยท่ี 3

รหัส2204-2103 วชิ า การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ สอนคร้ังที่ 7 (25-28)

ช่ือหนว่ ย การใชส้ ูตรและฟงั กช์ นั ในการคำนวณ จำนวน 4 ช่วั โมง

แนวคิด
การใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณ มีข้อกำหนดในการเขียนฟังก์ชัน ซึ่งประกอบด้วยเคร่ืองหมาย

ทางคณติ ศาสตร์ เครื่องหมายขอ้ ความ เครอ่ื งหมายสำหรับอา้ งอิง การอา้ งองิ ถงึ ข้อมูลในเซลล์ ผลลพั ธท์ ีเ่ กิดข้ึน
การสร้างสูตรการคำนวณที่นิยมใช้กนั แพรห่ ลาย เชน่ การหาคา่ เฉลี่ย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ซงึ่ วธิ กี ารคำนวณ
จากสูตรนั้นจำเป็นต้องมีการจัดรปู แบบต่างๆเช่น รูปแบบทศนิยม การเปรียบเทียบตารางข้อมูล การปัดเศษ
การเทยี บร้อยละ การตดั เกรด การแจกแจงจำนวนและการจดั อันดับนักเรียน เป็นตน้
สาระหารเรยี นรู้

3.การแจกแจงข้อมลู
4.การจัดอนั ดับขอ้ มลู
ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง
3.แจกแจงขอ้ มูลทไ่ี ดเ้ กรดตา่ งๆได้
4.อธบิ ายการจัดอนั ดบั ขอ้ มูลได้
กิจกรรมการเรียนรู้
1.ครูกล่าวทักทายนักเรยี น
ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1.ครูพูดถงึ บทเรียนทผี่ า่ นมา และครูถามนักเรียนเกยี่ วกบั บทเรยี นครงั้ ทผี่ ่านมา
ข้นั สอน
1.ครูอธิบายการปรบั เทียบคะแนนขอ้ มูล
การปรับเทยี บคะแนนให้มคี ะแนนตามท่กี ำหนดไว้ เช่น คะแนนงานของนกั เรยี นมีคะแนนเต็ม 20 คะแนน แต่ได้
มอบหมายให้ทำงาน 3 ชน้ิ ๆ ละ 10 คะแนน รวมเป็น 30 คะแนน กจ็ ะตอ้ งทำการปรบั เทียบคะแนน 30 คะแนน
ให้เหลอื เป็นคะแนนงานเพยี ง 20 คะแนน มขี น้ั ตอนในการคำนวณ ดังน้ี
1. พมิ พ์ข้อมลู /รายละเอยี ดของคะแนนตามรปู ภาพ

รูปภาพ 3-29 เตรียมข้อมลู ในการคำนวณ

ทม่ี า : ผู้เรยี บเรยี งพัฒนาเอง
2. รวมคะแนนเต็มของงาน 3 ช้นิ โดยเลือกผลรวมท่เี ซลล์ F3

รปู ภาพ 3-30 เลอื กเซลลเ์ กบ็ ผลลพั ธ์การคำนวณ

ทมี่ า : ผเู้ รยี บเรยี งพฒั นาเอง

3. ดับเบิลคลกิ ในชอ่ ง F3 จากนัน้ เลอื กเซลลท์ ่ตี อ้ งการคำนวณ ไดแ้ ก่ เซลล์ C3, D3 และ E3 โดยใส่

เคร่อื งหมาย + คั่นระหว่างเซลลห์ รือใส่สูตรในการคำนวณในเซลล์ F3 ซ่ึงสตู รกค็ ือ

“=C3+D3+E3”

รปู ภาพ 3-31 ปอ้ นสูตรการคำนวณผลบวกคะแนน
ท่ีมา : ผ้เู รยี บเรียงพัฒนาเอง

4.กด Enter โปรแกรมจะคำนวณคะแนนรวมในชอ่ ง F3 ให้โดยอัตโนมัติ

รปู ภาพ 3-32 ผลลัพธ์การใชส้ ตู รผลรวมคะแนน
ท่ีมา : ผเู้ รียบเรียงพัฒนาเอง

5. คัดลอกสตู ร โดยการเลือกเซลล์คะแนนรวม F3 วางเมาส์ท่ีมมุ ล่างทางขวาของเซลล์ ตวั ชี้จะเปลย่ี นเปน็
เคร่ืองหมาย +

รูปภาพ 3-33 คัดลอกสตู รผลรวมคะแนน
ทมี่ า : ผูเ้ รียบเรียงพัฒนาเอง

6.ลากเมาสค์ รอบช่วง เซลล์ จนถึงขอ้ มูลสุดทา้ ยท่ีต้องการ คือ (F12)

รูปภาพ 3-34 การคัดลอกสูตรการหาผลรวมคะแนน
ทมี่ า : ผเู้ รียบเรียงพัฒนาเอง

10. เม่ือถึงเซลล์ F12 ปลอ่ ยเมาส์โปรแกรมจะคำนวณคะแนนของแตล่ ะเซลล์ใหอ้ ัตโนมตั ิ

รปู ภาพ 3-35 ผลลพั ธ์การคำนวณคะแนน
ทม่ี า : ผู้เรยี บเรียงพฒั นาเอง

11. เลอื กเซลล์ท่ตี ้องการบนั ทกึ ผลการปรับเทียบคะแนน คอื เซลล์ G3

รปู ภาพ 3-39 เลือก เซลล์ ในการปรบั เทยี บ
ทีม่ า : ผ้เู รียบเรยี งพฒั นาเอง

12. พิมพส์ ตู รในการคำนวณปรับเทยี บคะแนนให้ลดลงเหลือ 20 คะแนน โดยใส่สตู รท่เี ซลล์ G3 สตู รท่ี
ใช้ในการคำนวณ คอื “=F3*20/30)”

รูปภาพ 3-40 การพิมพส์ ตู รการปรับเทยี บคะแนน
ทีม่ า : ผูเ้ รียบเรียงพัฒนาเอง

13. จากน้ันกด Enter โปรแกรมจะคำนวณข้อมลู ในเซลล์ G3 ใหอ้ ัตโนมตั ิ

รูปภาพ 3-41 ผลลัพธ์การปรบั เทียบคะแนน
ที่มา : ผู้เรียบเรียงพฒั นาเอง

14. คดั ลอกสตู รคำนวณ โดยการเลอื กเซลล์ (G3) วางเมาส์ท่มี มุ ล่างทางขวาของเซลล์ ตัวช้ี จะ
เปล่ยี นเปน็ เครือ่ งหมาย +

รปู ภาพ 3-42 ผลลัพธก์ ารปรบั เทียบคะแนน
ทม่ี า : ผเู้ รยี บเรียงพฒั นาเอง

15. ลากเมาส์ครอบช่วงเซลลจ์ นถึงขอ้ มลู สุดท้ายทีต่ ้องการคือ G12

รปู ภาพ 3-43 การคัดลอกสูตรการปรับเทียบคะแนน
ท่ีมา : ผเู้ รยี บเรียงพัฒนาเอง

16. เม่อื ถึงเซลล์ G12 ปลอ่ ยเมาสโ์ ปรแกรมจะคำนวณของแตล่ ะเซลล์ใหอ้ ตั โนมตั ิ

รูปภาพ 3-44 ผลลพั ธ์การคัดลอกสูตรการปรบั เทียบคะแนน
ท่ีมา : ผเู้ รยี บเรียงพฒั นาเอง

2.ครูอธิบายการปดั เศษ

การทำปดั เศษคะแนนใหเ้ ป็นจำนวนเตม็ สามารถใช้ฟังก์ชันชว่ ยในการปดั เศษได้โดยใชฟ้ งั ก์ชนั ROUND

ฟังก์ชนั ROUND เป็นการปัดเศษใหเ้ ปน็ จำนวนเต็ม ถ้าตวั เลขมีค่าต้งั แต่ 5 ข้นึ ไป ฟงั ก์ชัน ROUND จะปัดข้ึน

ไป

สูตรคำนวณ ความหมาย

=ROUND(H3,0) คำนวณในเซลล์ H3

0 หมายถงึ ตอ้ งการใหเ้ ปน็ ทศนิยม 0 ตำแหนง่

=ROUND(H3,1) คำนวณในเซลล์ H3

1 หมายถงึ ต้องการใหเ้ ป็นทศนยิ ม 1 ตำแหน่ง

=ROUND(H3,2) คำนวณในเซลล์ H3

2 หมายถึง ต้องการใหเ้ ป็นทศนยิ ม 2 ตำแหน่ง

ตาราง 3-8 การปัดเศษ ซ่ึงจะต้องทำการปดั เศษใหเ้ ปน็
จากผลลัพธ์คะแนนงานทที่ ำการปรบั เทียบแล้วพบว่ามคี า่ เป็นจุดทศนยิ ม
จำนวนเต็ม มีขน้ั ตอนการปดั เศษมีดังนี้

1. พมิ พ์หัวตารางคะแนนปดั เศษเพิ่มที่เซลล์ H2

รูปภาพ 3-45 ใสห่ วั ตารางคะแนนปดั เศษ ทม่ี า : ผเู้ รยี บเรียงพัฒนาเอง
2. คลกิ เลือกเซลล์ทีต่ อ้ งการเกบ็ ค่าคะแนนปัดเศษ คือ H3

รูปภาพ 3-46 เลอื ก เซลล์ ในการคำนวณ
ที่มา : ผเู้ รยี บเรียงพัฒนาเอง

3. พิมพส์ ตู รท่ใี ช้ในการคำนวณ =ROUND(H3,0) เมื่อใสส่ ูตรเรยี บรอ้ ยแลว้ จะมกี รอบล้อมเซลล์ ท่เี รา
ตอ้ งการให้โปรแกรมคำนวณ ดังภาพ

รูปภาพ 3-47 ใส่สูตรการคำนวณ
ท่มี า : ผู้เรยี บเรียงพัฒนาเอง

4. เมื่อตรวจสอบความถกู ต้องของเซลล์ท่ีต้องการแล้ว ใหก้ ด Enter โปรแกรมจะคำนวณให้
อัตโนมตั ิ

รปู ภาพ 3-48 ผลลพั ธ์การใชส้ ูตรปัดเศษ
ที่มา : ผเู้ รยี บเรียงพฒั นาเอง

5. คดั ลอกสตู รการคำนวณ โดยการเลอื กเซลล์คะแนน H3 วางเมาส์ทม่ี มุ ลา่ งทางขวาของ เซลล์ ตวั
ชจี้ ะเปลยี่ นเป็นเครื่องหมาย +

รูปภาพ 3-49 การคัดลอกสูตรปัดเศษ
ท่ีมา : ผ้เู รยี บเรยี งพัฒนาเอง

6. ลากเมาส์ครอบช่วง เซลล์ จนถึงข้อมูลสดุ ทา้ ยท่ีต้องการ คือ (H12)

รปู ภาพ 3-50 การคัดลอกสูตรการหาผลรวมปดั เศษ
ท่ีมา : ผ้เู รียบเรยี งพัฒนาเอง

7. เมอ่ื ถงึ เซลล์ H12 ปลอ่ ยเมาส์ โปรแกรมจะคำนวณแตล่ ะ เซลล์ ใหอ้ ตั โนมัติ

รูปภาพ 3-51 การคัดลอกสูตร
ทีม่ า : ผู้เรียบเรียงพฒั นาเอง
3.การเทียบรอ้ ยละ
การเทยี บรอ้ ยละของคะแนน บางครง้ั เราอาจจะทำให้คะแนนมีคา่ เตม็ ร้อยละ 100 ก่อนเนื่องจากคะแนนของ
นักเรียนส่วนใหญย่ งั เป็นคะแนนดบิ อยู่ เราจะแปลงคะแนนดบิ ทย่ี งั ไมเ่ ต็มรอ้ ย ใหเ้ ต็ม 100 โดยจะต้องใส่สูตร
ในการคำนวณ
1. พมิ พ์ขอ้ มลู /รายละเอยี ดของคะแนนดิบ

รปู ภาพ 3-52 ขอ้ มูลที่ใช้ในการเทียบรอ้ ยละ
ท่ีมา : ผู้เรียบเรียงพฒั นาเอง

2. คลกิ เลือกเซลล์ทีต่ อ้ งเก็บผลลัพธ์จากการคำนวณ คือ J3

รปู ภาพ 3-53 เลือกเซลล์สำหรบั เกบ็ ค่าการเทียบร้อยละ
ทม่ี า : ผู้เรยี บเรียงพฒั นาเอง

3. ใส่สูตรในการคำนวณให้คะแนนเต็มร้อยในชอ่ J3 พิมพส์ ตู รที่ใช้ในการคำนวณ “=(I3*100)/80”
ในช่อง J3

รูปภาพ 3-54 การใสส่ ูตรคำนวณรอ้ ยละ
ที่มา : ผู้เรียบเรยี งพัฒนาเอง

4. เมอื่ ตรวจสอบความถูกต้องแล้วให้กด Enter โปรแกรมจะคำนวณให้อัตโนมตั ิ

รปู ภาพ 3-55 ผลลัพธก์ ารคำนวณร้อยละ
ท่ีมา : ผู้เรียบเรยี งพฒั นาเอง

5.คัดลอกสูตรการคำนวณ โดยการเลอื ก J3 วางเมาส์ท่มี ุมล่างทางขวาเซลล์ ตัวชี้จะเปล่ยี นเปน็ เครื่องหมาย
+

รปู ภาพ 3-56 คดั ลอกสูตรร้อยละ
ทม่ี า : ผู้เรียบเรียงพัฒนาเอง

6. ลากเมาส์ครอบชว่ งเซลลจ์ นถงึ ขอ้ มูลสดุ ท้ายที่ตอ้ งการ คอื J12

รปู ภาพ 3-57 คัดลอกสูตรรอ้ ยละ
ทม่ี า : ผู้เรียบเรียงพัฒนาเอง

7. เม่อื ถึงเซลล์ J12 ปล่อยเมาส์ โปรแกรมจะคำนวณคะแนนของแตล่ ะเซลลใ์ ห้อตั โนมัติ

รูปภาพ 3-60 ผลลัพธก์ ารคัดลอกสูตร
ทม่ี า : ผูเ้ รียบเรยี งพฒั นาเอง

4.การตัดเกรด
การตัดเกรดนกั เรยี น เพื่อใหถ้ ูกต้องสะดวกและรวดเร็วในการให้คะแนน ตามเกณฑ์หรอื ชว่ งคะแนนทก่ี ำหนดไว้
ในการตดั เกรดนกั เรยี นเราจะใช้สตู รในการคำนวณ คือ ฟังกช์ นั IF ซง่ึ เปน็ ฟงั ก์ชันทใ่ี ช้สำหรับตรวจสอบเงอ่ื นไข
โดยในการตดั เกรดเราจะกำหนดเงื่อนไขทีต่ ้องการตรวจสอบมากกวา่ 1 เงอื่ นไข หรือเรียกวา่ การใช้ฟังกช์ ัน IF
ซ้อนกันหลาย ๆ ช้ัน

ข้อกำหนดในการใชฟ้ งั ก์ชัน IF ซอ้ น IF
1. อนญุ าตให้สรา้ งฟงั ก์ชนั ซ้อนกนั ไดไ้ ม่เกนิ 64 ช้ัน
2. ต้องใสว่ งเล็บเปิด ตามหลงั IF ทกุ ตัว แลว้ ตามดว้ ยเง่อื นไข IF(I9>=70,”B” แล้วใส่วงเลบ็ ปิด

ต่อท้ายสูตรใหเ้ ท่ากบั จำนวน IF ท่ีสรา้ งไว้
3. โปรแกรมจะตรวจสอบเงื่อนไขจากซา้ ยไปขวาเสมอ
วธิ ีการตดั เกรด
การตดั เกรดนักเรียน สามารถทำไดห้ ลายวธิ ีแต่จะกลา่ วถึง 2 วิธี คอื
1. การใชส้ ูตรดว้ ยฟงั ก์ชัน “IF”
2. การใชส้ ูตรด้วยฟงั กช์ ัน “VLOOKUP”

วิธที ี่ 1 การใชส้ ตู รดว้ ยฟังกช์ นั “IF”

1. พมิ พ์ข้อมลู /รายละเอยี ดของคะแนน

2. เลือกเซลล์ทีร่ วมคะแนนเพือ่ ตัดเป็นเกรด

3. พมิ พส์ ูตรในการคำนวณ/ชว่ งคะแนนทกี่ ำหนดไว้ คือ

คะแนน 90-100 คะแนน ไดเ้ กรด A

คะแนน 70-89 คะแนน ไดเ้ กรด B เงอ่ื นไขของคะแนนที่

คะแนน 50-69 คะแนน ไดเ้ กรด C ใชใ้ นการตัดเกรด
คะแนน 30-49 คะแนน ไดเ้ กรด D

คะแนน 0-29 คะแนน ไดเ้ กรด F

สูตรคอื “=IF(J3>=90,"A",IF(J3>=70,"B",IF(J3>=50,"C",IF(J3>=30,"D",IF(J3<=29,"F")))))”

รูปภาพ 3-61 การใส่สตู รการคำนวณ
ทม่ี า : ผเู้ รยี บเรียงพัฒนาเอง

4. จากนนั้ กด Enter โปรแกรมจะคำนวณเกรดโดยอัตโนมตั ิ
5. คัดลอกสตู รการคำนวณ เพื่อใหโ้ ปรแกรมคำนวณของลำดบั ท่ี 2-10 โดยการเลือกเซลล์ G3 วาง

เมาส์ที่มมุ ล่างทางขวาของเซลล์ ตวั ชจี้ ะเปล่ยี นเป็นเคร่อื งหมาย +
6. ลากเมาสค์ รอบช่วงเซลลจ์ นถงึ ข้อมลู สดุ ท้ายท่ีตอ้ งการ
7. เมอื่ ถึงเซลล์ K12 ปลอ่ ยเมาส์ โปรแกรมจะคำนวณเกรดของแต่ละเซลล์ใหอ้ ตั โนมตั ิ

รูปภาพ 3-62 ผลลพั ธ์การคัดลอกสูตรตดั เกรด
ที่มา : ผู้เรียบเรยี งพฒั นาเอง

วธิ ีที่ 2 การใชส้ ูตรดว้ ยฟังกช์ นั “VLOOKUP”
การตดั เกรดด้วยฟังกช์ นั “VLOOKUP” นนั้ จะแตกต่างจากฟงั กช์ นั IF โดยฟงั ก์ชัน IF ใส่เป็นช่วงคะแนน แต่
VLOOKUP จะพิมพ์คะแนนตำ่ สดุ ของเกรดอยบู่ นสดุ และในการพิมพเ์ กรดจะตอ้ งพมิ พเ์ กรดน้อยไปหามาก
ตามตวั อย่างดงั น้ี

1. พิมพข์ ้อมูล/รายละเอียดของคะแนน
2. เลอื กเซลล์ท่ีตอ้ งการเก็บผลลัพธ์จากการคำนวณคะแนนให้เป็นเกรด คือเซลล์ K3

รปู ภาพ 3-63 เลือกเซลล์ทต่ี อ้ งการเก็บผลลัพธ์จากการตัดเกรด
ท่มี า : ผเู้ รยี บเรยี งพัฒนาเอง

3. พมิ พส์ ูตรในการคำนวณคือ “=VLOOKUP(J3,J15:K19,2)” และยังไม่กดปุ่ม Enter

รปู ภาพ 3-64 การใสส่ ูตรการคำนวณ
ทม่ี า : ผู้เรยี บเรียงพฒั นาเอง

4. ทำตารางชว่ งคะแนนท่คี ดิ เกรด (เซลล์ J15:K19) ในฟังกช์ นั VLOOKUP .ให้เปน็ การอา้ งอิงแบบ
สมบรู ณ์กอ่ น เพราะเมือ่ คดั ลอกสตู รไปยงั เซลลอ์ ื่น ชว่ งข้อมลู ท่จี ัดอันดับจะเปลี่ยนแปลง ดว้ ยการ
ลากเมาส์ครอบช่วงเซลล์ “J15:K19” เป็นสดี ำ

รูปภาพ 3-65 การคดั ลอกสูตร
ที่มา : ผู้เรยี บเรยี งพัฒนาเอง
5. จากน้ันกดปุ่ม F4 จะเห็นสญั ลกั ษณ์ “$” หน้าช่ือเซลล์
ผลลพั ธ์ท่ไี ด้ =VLOOKUP($J$3,$j$15:$K$19,2)

รูปภาพ 3-66 การคัดลอกสูตร
ทมี่ า : ผเู้ รยี บเรยี งพฒั นาเอง
6. กด Enter โปรแกรมจะคำนวณเกรดให้อตั โนมตั ิ

7. คัดลอกสูตรโดยการเลอื กเซลล์ K3 วางเมาส์ท่ีมุมล่างทางขวาของเซลล์ ตวั ช้ีจะเปลย่ี นเป็น
เครื่องหมาย +

8. ลากเมาสค์ รอบช่วงเซลลจ์ นถึงขอ้ มูลสดุ ท้ายทตี่ ้องการ คอื ช่องคะแนนรวม K12
9. เม่ือถึงเซลล์ K12 ปล่อยเมาส์ โปรแกรมจะคำนวณเกรดของแต่ละเซลล์ใหอ้ ตั โนมตั ิ

รปู ภาพ 3-67 ผลลพั ธ์การคำนวณสูตร
ทีม่ า : ผูเ้ รียบเรียงพฒั นาเอง

5.แจกแจงจำนวนขอ้ มูล
เมอื่ จัดทำเกรดของนกั เรยี นเสร็จแลว้ ต้องมกี ารแจกแจงจำนวนนักเรยี นที่ไดเ้ กรดต่าง ๆ เพ่ือใหง้ า่ ยต่อการ
สรุปผลการเรียน การแจกแจงนใี้ ช้ฟังกช์ ัน COUNTIF มีขน้ั ตอน ดังน้ี

1. พิมพข์ ้อมลู /รายละเอยี ดต่าง ๆ ตามรปู ภาพ

รปู ภาพ 3-68 ขอ้ มูลสำหรับการแจกแจง
ที่มา : ผู้เรยี บเรยี งพฒั นาเอง

2. คลกิ เลือกเซลล์ที่ตอ้ งการจัดลำดบั L15

รูปภาพ 3-69 การเลอื กเซลล์เก็บจำนวนจากการนับ
ที่มา : ผเู้ รยี บเรยี งพัฒนาเอง

3. พิมพ์สตู รการทำงานคอื “=COUNTIF(K3:K12,L15)” และก่อนจะกด Enter

รปู ภาพ 3-70 ใสส่ ูตรฟงั กช์ นั COUNTIF
ทมี่ า : ผู้เรียบเรียงพฒั นาเอง

4. ทำการอ้างอิงเซลล์ K3:K12 ในฟังกช์ นั COUNTIF ใหเ้ ปน็ การอา้ งองิ แบบสมั บูรณ์ก่อน เพราะเม่อื
คดั ลอกสูตรไปยงั เซลล์ อืน่ ช่วงขอ้ มูลตอ้ งไมเ่ ปล่ียนแปลง ดงั นั้นตอ้ งใส่ $ ในสตู รกอ่ น โดยใช้

เมาส์กดทีก่ ารอา้ งองิ เซลล์ จากนั้นกดปุ่ม F4 จะเหน็ สัญลักษณ์ “$” หน้าชื่อเซลล์ ผลลพั ธท์ ีไ่ ด้
“=COUNTIF($K$3:$K$12, K15)”

รปู ภาพ 3-71 การปรบั ปรุงสตู รใหอ้ า้ งองิ แบบสมั บูรณ์
ที่มา : ผู้เรยี บเรียงพัฒนาเอง

5. กด Enter โปรแกรมจะนับจำนวนนกั เรียนทีไ่ ดเ้ กรด F ใหโ้ ดยอัตโนมตั ิ

รูปภาพ 3-72 ผลลัพธ์การนับจำนวนเกรด
ที่มา : ผเู้ รียบเรียงพัฒนาเอง

6. คัดลอกสตู รการนับโดยการเลอื กเซลล์ L15 วางเมาสท์ ่ีมุมลา่ งทางขวาของเซลล์ ตวั ช้ีจะ
เปลีย่ นเป็นเครือ่ งหมาย +

7. ลากเมาสค์ รอบชว่ งเซลล์จนถงึ ข้อมลู สดุ ท้ายที่ต้องการ คือเซลล์ L19
8. เมื่อถงึ เซลล์ L19 ปล่อยเมาส์ โปรแกรมจะคำนวณลำดับของแต่ละเซลล์ให้อัตโนมตั ิ

รปู ภาพ 3-73 ผลลัพธก์ ารคัดลอกสูตรนับจำนวนเกรด
ทมี่ า : ผู้เรียบเรียงพัฒนาเอง

6.การจดั อันดับขอ้ มลู
การจดั อนั ดับนกั เรยี น ถ้าคะแนนของนกั เรยี นเสรจ็ แลว้ หลังจากนน้ั ต้องมีการประกาศผลการเรยี น

ของนกั เรียน เพอื่ ใหน้ ักเรยี นได้รับทราบว่าตนเองมอี นั ดบั ผลการเรยี นอยใู่ นลำดบั ใด มีข้ันตอนในการจัดการ
กบั ขอ้ มลู เพื่อจัดอันดบั ของข้อมูลดงั น้ี

1. คัดลอกคะแนนรายวิชาภาษาไทย ชว่ ง A1:I12 ไปวางในแผน่ งานใหม่
2. พิมพเ์ พิม่ หวั ตารางช่ือ “จดั ลำดบั ” ที่เซลล์ J2
3. คลิกเลือกเซลล์ที่ต้องการเกบ็ ลำดบั ที่ของนกั เรียนคนแรกไว้ คือ เซลล์ J3

รปู ภาพ 3-74 เลือกเซลลส์ ำหรบั จัดเกบ็ ลำดับท่ี
ท่ีมา : ผเู้ รียบเรยี งพัฒนาเอง

4. พมิ พส์ ูตรในการจัดลำดบั คือ “=RANK(I3,I3:I12)” ลงในเซลล์ J3

รปู ภาพ 3-75 คำนวณสูตรจัดลำดบั
ทม่ี า : ผเู้ รยี บเรยี งพฒั นาเอง

5. ปรบั การอ้างอิงตำแหน่งในสูตร เซลล์ I3:I12 ของฟังก์ชัน RANK .ให้เปน็ การอา้ งองิ แบบแบบ
สมั บรู ณเ์ มือ่ คัดลอกสตู รไปยงั เซลล์อนื่ ขอ้ มูลได้จะไมผ่ ิดพลาด ทำโดยการลากเมาส์ครอบชว่ งเซลล์
“I3:I12” ใหเ้ ป็นสีดำ จากนัน้ กดปมุ่ F4 จะเห็นสัญลกั ษณ์ “$” หน้าชอื่ เซลล์

ผลลพั ธท์ ไี่ ด้ =RANK(I3,$I$3:$I$12)

รปู ภาพ 3-76 คำนวณสูตรจดั ลำดบั
ท่ีมา : ผเู้ รยี บเรียงพฒั นาเอง

6. กด Enter โปรแกรมจะจดั ลำดบั คะแนนของนักเรียนคนแรกใหโ้ ดยอตั โนมัติ

รปู ภาพ 3-77 ผลลัพธ์จากการจัดลำดับ
ท่มี า : ผ้เู รยี บเรียงพัฒนาเอง

7. คัดลอกสตู รการจดั ลำดับจาก J3 วางเมาส์ท่ีมุมล่างทางขวาของเซลล์ ตวั ชี้จะเปลยี่ นเปน็
เครอื่ งหมาย +

8. ลากเมาส์ครอบชว่ งเซลล์จนถงึ ขอ้ มลู สดุ ท้ายท่ตี ้องการ คือ เซลล์ J12
9. เมอ่ื ถึงเซลล์ J12 ปล่อยเมาส์ โปรแกรมจะคำนวณลำดับของแต่ละ เซลล์ ใหอ้ ตั โนมตั ิ

รปู ภาพ 3-78 ผลลพั ธก์ ารจัดลำดบั
ที่มา : ผเู้ รยี บเรยี งพฒั นาเอง

ข้นั สรุปและประยกุ ต์
7. ครสู รุปบทเรยี น เร่อื ง ขอ้ กำหนดในการเขยี นฟังกช์ ัน

การใชส้ ูตรในการคำนวณจะต้องศึกษา คุณสมบัติของคำสัง่ ท่ีเลอื กใช้เพอ่ื ใหผ้ ลออกมาถกู ตอ้ งตามวัตถุประสงค์
นอกจากน้ีจะตอ้ งมคี วามเขา้ ใจตำแหนง่ เซลล์ อ้างองิ ชื่อเซลล์ขอ้ ความ ตวั เลข รวมถึงค่าต่างๆ เพอื่ ให้โปรแกรม
สามารถคำนวณผลไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง รวมทัง้ การคำนวณหาคา่ เฉลี่ย เป็นการวัดแนวโนม้ เข้าสู่ส่วนกลางของข้อมลู
ซึง่ ท้งั สองสว่ นจะเป็นการบอกขอ้ มลู เบ้อื งตน้ ของขอ้ มูลที่จะนำมาวเิ คราะห์

8. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน
สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้

1.เอกสารประกอบการเรยี น เร่ือง การใชโ้ ปรแกรมตารางงาน
หลกั ฐาน

1.บันทึกการสอนของครู
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
การวัดผลและการประเมินผล
วิธวี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.ประเมินความเรียบร้อยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหดั
3.แบบทดสอบหลงั เรยี น
4.สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์

เครอื่ งมือวัดผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง

2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรียน
3.แบบทดสอบหลงั เรยี น
4.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขน้ึ ไป
2.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรบั ปรงุ
3.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์ คะแนนข้ึนอยูก่ ับการประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ให้ผู้เรียนหมน่ั มาทำความคุ้นเคยกับโปรมแกรมใหม้ ากขึ้น

แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 การใชส้ ตู รและฟงั กช์ ันในการคำนวณคำชีแ้ จง

คำชแ้ี จง ให้วงกลมตวั เลือกทีค่ ิดว่าถูกตอ้ งที่สดุ เพียงข้อเดยี ว

1. ขอ้ ใดบอกความหมายของ =AVERAGE (E2:E8)

ก. เปน็ ฟังกช์ ันท่ใี ช้ในการหาผลรวมต้ังแตเ่ ซลล์ E2 ถงึ E8

ข. เปน็ ฟังกช์ นั ทใ่ี ช้ในการหาคา่ เฉลย่ี ตัง้ แต่เซลล์ E2 ถงึ E8

ค. เปน็ ฟงั ก์ชนั ทีใ่ ช้ในการหาค่าสูงสดุ ตง้ั แต่เซลล์ E2 ถึง E8

ง. เป็นฟังก์ชันท่ีใชใ้ นการหาคา่ ตำ่ สุดต้ังแตเ่ ซลล์ E2 ถงึ E8

2. ฟงั กช์ ันใดต่อไปน้ีใช้ในการคน้ หาขอ้ มูลในคอลัมน์ท่กี ำหนด

ก. VLOOKUP ข. AVERAGE ค. COUNT ง. MAX

3. ตอ่ ไปนขี้ อ้ ใดไม่ใชเ่ ครอ่ื งหมายท่ใี ชใ้ นการคำนวณ

ก. * ข. + ค. >= ง. ( )

4. ตอ่ ไปน้ขี อ้ ใดใส่สูตรในการคำนวณผดิ

ก. AVERAGE (=SUM.(C1..C7) ข. =MAX (7,7,C1,C7)

ค. =SUM (C1..C7) ง. =ABS(3.17)

5. การปอ้ นคา่ อาร์กวิ เม้นทจ์ ะต้องอยภู่ ายในเครื่องหมายใด

ก. < > ข. “ ” ค. [ ] ง. ( )

6. ต่อไปน้ีข้อใดคำสงั่ ถกู ต้อง

ก. =IF(C,<10,2,6) ข. MAX (B1:B6) ค. AVERAGE (A2:D5) ง. =8um (A2:D5)

7. ฟงั ก์ชัน STDBV เปน็ ฟงั ก์ชันใชท้ ำอะไร

ก. การหาค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน ข. การหาความกา้ วหน้าของข้อมลู

ค. การหาค่ากึ่งกลางของข้อมูล ง. การหาค่าความแปรปรวนของข้อมลู

8. ถา้ นกั เรยี นได้คะแนนรวมมากกวา่ หรือเท่ากับ 70 คะแนน ให้แสดงคำชมว่า “ขยนั ” ถ้าไมถ่ งึ 70 คะแนน

ใหแ้ สดงข้อความว่า “ปรบั ปรุง”

ก. =IF (คะแนน >70, “ขยัน”, “ปรบั ปรงุ ”

ข. =IF (คะแนน <70, , “ปรบั ปรงุ ” “ขยัน”

ค. =IF (คะแนน <70, “ปรับปรงุ ”, “ขยัน”

ง. =IF (คะแนน >70, “ขยนั ”, “ปรบั ปรงุ ”

9. ฟงั ก์ชนั IF เปน็ ฟังกช์ ันที่ใชเ้ กย่ี ว

ก. หาค่าเฉล่ยี ข. ใชห้ าค่าสงู สดุ

ค. ใช้หาผลรวมของข้อมลู ง. ใช้ในการตรวจสอบเงือ่ นไข

10. ถา้ เราพมิ พฟ์ ังกช์ นั ผิดหรอื อ้างองิ เซลลไ์ ม่มโี ปรแกรมจะแจ้ง Error อยา่ งไร

ก. #DIV/O! ข. #REF ค. #N/A ง. #MAME?

จากขอ้ มูลตอ่ ไปนใี้ ห้ตอบขอ้ 11-13

การหาผลของข้อมลู

สตู รคำนวณสำเรจ็ รปู ชนิดหนงึ่

ส่วนของขอ้ มูลตวั แปรหรอื เงอ่ื นไขต่างๆ

เครอื่ งหมายท่ีใชใ้ นการคำนวณ

11. ขอ้ ใดให้ความหมายของฟังกช์ นั ไดถ้ กู ต้อง

12. ขอ้ ใดคือความหมายของอารก์ ิวเม้นต์

13. ขอ้ ใดคอื ความหมายของคำสง่ั (SUM)

14. เครือ่ งหมายที่ใชใ้ นการคำนวณมกี ่ีประเภท

ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท

15. ขอ้ ใดให้ความหมายของสัญลกั ษณ์ ( : จดุ คู่) ไดถ้ กู ต้อง

ก. ตวั ดำเนนิ การรวบรวมซึ่งเป็นตวั รวมการอ้างองิ หลายๆ ชุดเขา้ ด้วยกันเปน็ การอา้ งอิงหนึง่ ชุด

ข. ตวั ดำเนินการช่วงโดยจะอ้างอิงเปน็ ช่วงระหว่างจดุ อา้ งองิ ทีห่ นึง่ กบั จุดอ้างอิงทสี่ อง

ค. ตวั เชื่อมหรือคำ 2 คำนำตอ่ กันทำใหเ้ กิดคา่ ข้อความต่อเน่อื งทีเ่ ป็นค่าเดยี วกนั

ง. ไม่มขี อ้ ใดถูก

บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลงั การสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาทพ่ี บ
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ปัญหา
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 8 หนว่ ยท่ี 4

รหัส 2204-2103 วิชา การใช้โปรแกรมตารางคำนวณ สอนครัง้ ที่ 8 (29-32)

ชื่อหนว่ ย การปรบั แกไ้ ขข้อมลู และการจดั การข้อมูล จำนวน 4 ชัว่ โมง

แนวคิด

การปรับแกไ้ ขข้อมูลและการจดั การขอ้ มลู นบั วา่ มคี วามสำคัญ เมอ่ื วิเคราะหข์ อ้ มูลแลว้

จำเป็นตอ้ งตรวจทานขอ้ มูลให้ถกู ตอ้ ง กอ่ นนำข้อมลู ไปใชง้ าน เมอื่ มีข้อผดิ พลาดจำเป็นต้องมกี ารปรบั ปรุงแก้ไข

ให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ ในการปรับปรงุ แก้ไขนั้นสามารถทำไดโ้ ดยการแก้ไขขอ้ มูลลงในเซลล์ การยกเลิกการ

แก้ไขข้อมลู การใช้แป้นควบคุมเคลือ่ นยา้ ยข้อมูล การคดั ลอกและเคลอ่ื นย้ายข้อความ การแทรกแถว คอลัมน์

และเขตข้อมูลท่ีกำหนด การลบขอ้ ความโดยใช้คำส่ัง Delete และ Clear

สาระการเรียนรู้

1. การแก้ไขขอ้ มูลภายในเซลล์

2. การยกเลิกการแก้ไขขอ้ มูล

3. แปน้ ควบคุมการเคลอ่ื นยา้ ยตำแหนง่ แก้ไขขอ้ มูล

4. การคัดลอกและการเคลื่อนยา้ ยขอ้ มูล

ผลการเรียนรูท้ ่คี าดหวงั

1. แกไ้ ขขอ้ มูลภายในเซลล์ ได้

2. ยกเลิกการแก้ไขข้อมลู ได้

3. ใช้แปน้ ควบคมุ เคล่ือนยา้ ยขอ้ มูลได้

4. คัดลอกและการเคลือ่ นยา้ ยขอ้ มูลได้

กิจกรรมการเรียนรู้

1.ครกู ล่าวทกั ทายนกั เรยี น

2.ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น

1.ครพู ูดถึงบทเรยี นท่ผี า่ นมา และครถู ามนักเรยี นเก่ียวกับบทเรียนคร้ังทผ่ี า่ นมา

2.ครถู ามความรดู้ ้งั เดมิ ของนักเรยี น เกยี่ วกับการใช้สตู รและฟังก์ชันในการคำนวณ

ขัน้ สอน
1.ครูอธบิ ายการแก้ไขข้อมลู ภายในเซลล์

การแกไ้ ขขอ้ มูลในเซลลน์ นั้ จากการกำหนดหรือการปอ้ นข้อมลู ลงในเซลล์แต่ละเซลล์ สง่ิ ท่ีอาจจะเกิดขึน้ ได้กค็ อื
การป้อนขอ้ มลู ผดิ ซง่ึ แล้วแต่วา่ จะผิดอยา่ งไร เมือ่ เกดิ การป้อนขอ้ มูลผดิ พลาด จำเปน็ จะตอ้ งมีการแก้ไข
เปลยี่ นแปลงข้อมูลท่ีผดิ พลาดนน้ั ให้ถกู ต้อง

การแกไ้ ขเปลี่ยนแปลงข้อมูล สามารถทำไดห้ ลายวิธีด้วยกัน คือ
1. การพิมพ์หรือการแก้ไขข้อมลู ท่ปี อ้ นเพยี งบางสว่ น ของขอ้ มูลทัง้ หมดในเซลลน์ ้ัน ๆ เช่น
ในเซลลน์ ั้น อาจจะเปน็ ข้อความท่มี ีความยาวมาก ๆ ถา้ จะทำการพิมพ์ใหม่ทง้ั หมด ก็จะเปน็ การเสยี เวลา จึงทำ
การแกไ้ ขขอ้ มลู ที่ผิดพลาดเฉพาะจุดท่ีผดิ การแก้ไขน้สี ามารถแบง่ ออกเปน็ 3 วธิ ี โดยท่ีแต่ละวิธี จะมีข้ันตอนใน
การแก้ไขทค่ี ล้ายคลึงกนั ดงั นี้
1.1 การใชป้ ่มุ Back Space ในการลบขอ้ มลู ที่ผดิ มีข้ันตอนในการแก้ไข ดังน้ี

- เล่อื น Cell Pointer ไปยงั เซลลท์ ี่ตอ้ งการจะทำการแกไ้ ข
- เลอ่ื นเมาสไ์ ปยงั ส่วนของ Formula Bar จะเห็นไดว้ า่ Cursor ของเมาส์จะเปลีย่ นจากรูป

เครือ่ งหมายบวกเป็นรูปไอบีมหรือ I
- จากนัน้ เล่ือน Cursor ของเมาส์ทร่ี ูปไอบีมหรอื I นี้ให้อย่หู ลังคำหรอื ตวั อักษรท่ีตอ้ งการ

จะแก้ไขในสว่ นของ Formula Bar ทำการกดหรือคลกิ เมาส์ทางซา้ ย 1 ครงั้ แล้วกดปุ่ม
Back Space เพ่อื ลบคำหรอื ตวั อักษรทผี่ ิดออก
- ทำการพิมพ์ขอ้ มูล หรือตัวอักษรใหมท่ ีถ่ ูกต้องลงไปในสว่ นของ Formula Bar ไดท้ นั ที
โดยขอ้ ความท่พี มิ พล์ งไปนจี้ ะแทรกอยู่ในตำแหนง่ ที่ Cursor ของเมาส์ ที่เปน็ รูปไอบมี
หรอื I กำลังกระพรบิ อย่นู ัน้ เอง
- เมอ่ื ทำการแกไ้ ขเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ใหก้ ดปุ่มเคร่อื งหมายถูกในสว่ นของ Formula Bar
หรอื กดปุ่ม Enter เพ่ือเป็นการยอมรบั ขอ้ มูลที่ทำการแก้ไขนั้นเอง
1.2 การใชป้ มุ่ Delete ในการลบข้อมูลท่ีผิด มีขนั้ ตอนในการแก้ไข ดังนี้
- เลอื่ น Cell Pointer ไปยงั เซลลท์ ต่ี ้องการจะทำการแกไ้ ข
- เลอ่ื นเมาสไ์ ปยงั ส่วนของ Formula Bar จะเห็นได้ว่า Cursor ของเมาส์จะเปลย่ี นจากรปู
เครอ่ื งหมายบวก เปน็ รปู ไอบมี หรือ I
- เล่ือน Cursor ของเมาสท์ ร่ี ูปไอบีมหรือ I น้ีไปอยหู่ นา้ คำหรอื ตัวอักษรที่ต้องการจะแกไ้ ข
ในส่วนของ Formula Bar ทำการกดหรือคลกิ เมาสท์ างซา้ ย 1 ครงั้ แลว้ กดปมุ่ Delete
เพื่อลบคำหรอื ตวั อักษรท่ีผดิ ออก
- ทำการพิมพ์ข้อมลู หรอื ตัวอักษรใหม่ทีถ่ ูกต้องลงไปในส่วนของ Formula Bar ได้ทนั ที
โดยขอ้ มูลทพ่ี ิมพ์ลงไปจะแทรกอย่ใู นตำแหนง่ ที่ Cursor ของเมาสท์ ี่เปน็ รูปไอบมี หรือ I
กำลังกะพรบิ อยู่
- เมอ่ื ทำการแกไ้ ขเสร็จเรยี บรอ้ ยแลว้ ให้กดปมุ่ เครอื่ งหมายถกู ในสว่ นของ Formula Bar
หรือกดปุม่ Enter เพอ่ื เปน็ การยอมรับข้อมูลท่ีทำการแก้ไขนนั่ เอง
1.3 การใช้แถบแสงในการแก้ไขข้อมูลที่ผดิ มีขนั้ ตอนในการแก้ไข ดงั น้ี

- เลือ่ น Cell Pointer ไปยังเซลลท์ ี่ตอ้ งการจะทำการแกไ้ ข
- เลื่อนเมาส์ไปยังส่วนของ Formula Bar จะเห็นได้ว่า Cursor ของเมาส์ จะเปล่ียนจาก

รูปเครื่องหมายบวก เป็นรูปไอบมี หรอื I
- เลื่อน Cursor ของเมาส์ทรี่ ปู ไอบมี หรือ I นีไ้ ปอยหู่ นา้ ตวั อักษรทตี่ อ้ งการจะแก้ไขในส่วน

ของ Formula Bar ทำการกดหรือคลกิ เมาสท์ างซ้ายค้างเอาไว้ แล้วลากเมาสใ์ หแ้ ถบแสง
ครอบคลมุ ตัวอกั ษรทผ่ี ิด
- ใหท้ ำการพิมพข์ อ้ มลู หรอื ตัวอักษรใหม่ท่ีถูกตอ้ งลงไปในสว่ นของ Formula Bar ไดท้ นั ที
โดยข้อมลู ทพ่ี มิ พจ์ ะไปแทนทข่ี ้อความ ทไี่ ด้ทำการลากแถบแสงครอบคลุมเอาไว้
- เม่ือทำการแก้ไขเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ใหก้ ดปมุ่ เคร่อื งหมายถกู ในสว่ นของ Formula Bar
หรอื กดปุ่ม Enter เพื่อเปน็ การยอมรับข้อมูลทีท่ ำการแก้ไขนัน้ เอง

กดปุ่มนเี้ พอ่ื ยอมรับการแกไ้ ข

รูปภาพ 4-1 การแกไ้ ขขอ้ มูล
ทมี่ า : ผเู้ รยี บเรยี งพฒั นาเอง
2. การพมิ พห์ รอื ป้อนขอ้ มลู ใหม่แทนทข่ี อ้ มูลเดมิ ท่มี ีอยู่แล้วหรือที่เคยป้อนเอาไว้แล้วท้งั หมดทอี่ ยู่
ภายในเซลล์ทำไดโ้ ดยการ
2.1 เลือ่ น Cell Pointer ไปยงั เซลล์ท่ตี ้องการจะแก้ไข
2.2 พิมพ์ขอ้ มูลใหม่ทับข้อมูลเดมิ ได้ทนั ที่
2.3 กดป่มุ เครือ่ งหมายถกู ในสว่ นของ Formula Bar หรือกดป่มุ Enter เพอ่ื เป็นการยอมรบั ข้อมูล
ทท่ี ำการแกไ้ ขน้นั เอง

2. การยกเลกิ การแกไ้ ขข้อมลู
การยกเลิกการแกไ้ ขข้อมลู เม่ือมกี ารป้อนข้อมูลผิดก็ต้องมีการทำการแก้ไขข้อมลู ที่ป้อนผิดพลาด แตถ่ า้ หากการ
แก้ไขขอ้ มูลนั้นผิดพลาดและตอ้ งการทจ่ี ะยกเลิกการแกไ้ ขที่ได้ทำไปแล้วนั้นกส็ ามารถทำได้ โดยแบ่งการยกเลิก
การแก้ไขออกเปน็ 2 วิธี คือ

1. ใช้ปมุ่ เครอ่ื งหมายกากบาทในสว่ นของ Formula Bar ซึง่ การใชป้ ่มุ นจ้ี ะตอ้ งทำในขณะที่
กำลงั อยูใ่ นระหวา่ งการแกไ้ ขข้อมูล โดยท่ีส่วนของ Formula Bar ยงั ทำงานอยู่

กดป่มุ นเ้ี พ่ือยกเลิกการแก้ไข

รปู ภาพ 4-2 การใช้ปมุ่ เคร่อื งหมายกากบาทในการแก้ไข
ทม่ี า : ผู้เรยี บเรียงพัฒนาเอง

2. ใช้ปุ่ม “เลกิ ทำ” ทอี่ ยใู่ นสว่ นของ “แถบเครอ่ื งมือลดั ” โดยปมุ่ “เลกิ ทำ” น้จี ะทำการยอ้ นการ
ทำงานหรอื การทำใด ๆ ทีไ่ ด้กระทำข้นึ 1 การกระทำตอ่ การกดปมุ่ “เลกิ ทำ” น้ี 1 ครง้ั

รูปภาพ 4-3 การใช้ปุม่ ยกเลิก
ทมี่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
3. แปน้ ควบคุมการเคลื่อนยา้ ยตำแหน่งแก้ไขข้อมลู
แปน้ ควบคมุ ท่ีจะใชก้ นั บ่อยในการแกไ้ ขขอ้ มูลในส่วนของ Formula Bar ซ่ึงจะใชห้ ลังจากทไ่ี ด้มกี ารเลื่อน
Cursor ไปยัง Formula Bar แลว้ ทำการคลกิ ลงไปที่ส่วนของ Formula Bar 1 ครง้ั จะเหน็ Cursor อย่ทู ่ี
Formula Bar จากน้ันกจ็ ะสามารถใชแ้ ป้นควบคุมตอ่ ไปนส้ี ำหรบั การช่วยเหลือในการแก้ไขข้อมูลที่ผดิ พลาดได้

แป้นควบคมุ (Key) หนา้ ทข่ี องแป้น
ลูกศรซ้าย เลือ่ น Cursor ไปทางซา้ ยทลี ะ 1 ตัวอกั ษร
ลกู ศรขวา เลือ่ น Cursor ไปทางขวาทีละ 1 ตัวอักษร

ลกู ศรซ้าย + Ctrl เลอื่ น Cursor ไปทางซ้ายทลี ะ 1 คำ
ลูกศรขวา + Ctrl
เลอ่ื น Cursor ไปทางขวาทีละ 1 คำ
Home เลอื่ น Cursor ไปยงั ตวั อักษรตัวแรก
End เลอ่ื น Cursor ไปยังตวั อักษรตัวสุดทา้ ย
Back Space
Del ลบตัวอกั ษรหนา้ ตำแหนง่ ท่ี Cursor อยู่
Ins
ลบตวั อกั ษร ณ ตำแหน่ง Cursor อยู่
เปล่ียน Mode การพิมพร์ ะหว่าง Mode การพิมพ์แทรก
และการพิมพท์ ับโดยปกติจะอย่ใู น Mode การพมิ พแ์ ทรก

เสมอ

ตาราง 4-1 แป้นควบคุมการเคล่อื นยา้ ยตำแหนง่ แก้ไขขอ้ มลู
4. การคัดลอกและการเคลื่อนย้ายขอ้ มลู
4.1 การคัดลอกขอ้ มูล

การคัดลอกข้อความ เกิดจากการมีข้อมลู บางส่วนทเี่ หมือนกนั และไม่ตอ้ งการที่จะทำการปอ้ นขอ้ มูล
ใหม่ทกุ เซลล์ ทั้งนี้ เพอื่ ความสะดวกและความรวดเรว็ ในการทำงานจึงมวี ิธีการในการคัดลอกข้อมูลทเ่ี หมือนกัน
ภายใน Worksheet จากเซลล์หนง่ึ ไปไว้อกี เซลล์หนงึ่ เพอ่ื ใหก้ ารทำงานนนั้ ๆ ง่ายข้ึนและใช้เวลาในการทำงาน
นอ้ ยลง

การคัดลอกขอ้ มูลสามารถทำไดห้ ลายวธิ ดี ้วยกนั คือ
1. การคดั ลอกขอ้ มูลไปยงั ปลายทางเพียงท่เี ดียว เป็นการคัดลอกข้อมูลจากขอบเขตข้อมลู หน่งึ ไปยงั

ปลายทางจุดใดจุดหนึง่ บน Worksheet เพยี งจุดเดยี ว การคดั ลอกนี้ มวี ธิ แี ละขนั้ ตอนในการ
คัดลอกขอ้ มูล ดังนี้
1.1 เล่ือน Cell Pointer ไปยงั เซลล์ที่ตอ้ งการจะทำการคดั ลอก หรือถ้าหากเป็นกลุ่มเซลลก์ ใ็ ห้ทำการ
กำหนดขอบเขตข้อมลู ของกลมุ่ เซลลท์ ่ีตอ้ งการจะทำการคดั ลอกนั้น

1.2 หรือเรยี กใช้คำสงั่ “คัดลอก” ไดจ้ าก “แถบเครือ่ งมือ” โดยการกดปมุ่ คำสัง่ “คดั ลอก”

รปู ภาพ 4-4 เลอื กข้อมลู ท่ีจะคดั ลอก
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
1.3 หรอื เรียกใช้คำสง่ั “คัดลอก” ได้จากการคลกิ ปมุ่ ของเมาส์ทางดา้ นขวา แล้วเรยี กใชค้ ำสง่ั
“คดั ลอก” ดังรปู

รูปภาพ 4-5 เรยี กใช้คำสั่งคัดลอกจากการคลกิ เมาส์ทางขวา
ท่ีมา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

1.4 จะเหน็ ไดว้ า่ มีเสน้ ประวง่ิ อยูร่ อบ ๆ ขอบเขตข้อมูลทกี่ ำหนด
1.5 ใหท้ ำการเล่อื น Cell Pointer ไปยังปลายทางทต่ี ้องการจะคัดลอกข้อมูลไปไว้ ซึ่งสามารถกำหนด

ตำแหน่งที่เปน็ ปลายทางนี้ ดว้ ยการเลอื กเซลลเ์ พยี งเซลล์เดยี วได้ โดยไม่จำเปน็ ที่จะตอ้ งทำการ
เลอื กเป็นเขตข้อมูลเหมือนกบั การเลือกขอ้ มลู ตน้ ทาง
1.6 แล้วกดป่มุ Enter เพอ่ื คัดลอกข้อมูลทเ่ี ลือกใหม้ าวางไวท้ เ่ี ซลลท์ ก่ี ำหนด
1.7 หรือเรยี กใชค้ ำสงั่ “วาง” ได้จาก “แถบเคร่อื งมือ” โดยการกดปมุ่ คำสัง่ “วาง” จากน้ันก็ใหก้ ดปุ่ม
Enter เช่นกัน เพื่อสิน้ สุดการ “คดั ลอก” ข้อมลู ท่ีกำหนด

รปู ภาพ 4-6 การเรียกใช้คำสัง่ วาง
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
1.8 หรอื เรียกใชค้ ำสัง่ “วาง” ได้จากการคลิกปมุ่ ของเมาส์ทางด้านขวา แลว้ เรยี กใชค้ ำส่ัง “วาง” ดงั
รูป และกดปุ่ม Enter เพ่ือสิน้ สดุ การ “คดั ลอก” ข้อมูลทีก่ ำหนด

รูปภาพ 4-7 การเรยี กใช้คำสงั่ วางดว้ ยการคลิกเมาสท์ างดา้ นขวา
ทีม่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

1.9 ขอ้ มูลจะมาอยทู่ ่ีเซลล์ใหม่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำการคัดลอกมา จากรปู ทำการคดั ลอกขอ้ มลู
จากคอลัมน์ B และ C ไปไว้ยงั คอลัมน์ E และ F

รูปภาพ 4-8 ผลลพั ธก์ ารคดั ลอก
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

2. การคดั ลอกขอ้ มูลไปยังปลายทางหลายที่ เป็นการคัดลอกข้อความจากทห่ี น่ึงใหไ้ ปไวย้ ังทต่ี ่างๆ
บน Worksheet ที่กำหนด หรอื ทีต่ อ้ งการใหท้ ำการคดั ลอกจากตน้ ฉบบั ไปไว้สำหรบั การคัดลอก
ข้อมลู ในแบบน้ี มวี ิธแี ละขน้ั ตอนในการคัดลอกข้อมูล ดังน้ี

2.1 เลื่อน Cell Pointer ไปยังเซลล์ทีต่ อ้ งการจะทำการคัดลอก หรอื ถา้ หากเปน็ กล่มุ เซลล์ กใ็ ห้ทำ
การกำหนดขอบเขตขอ้ ความของกลมุ่ เซลล์ ที่ต้องการจะทำการคัดลอกนั้น

2.2 หรอื เรียกใช้คำสัง่ “คัดลอก” ได้จาก “แถบเคร่อื งมอื ” โดยการกดปมุ่ คำส่งั “คดั ลอก” ดงั รปู

รูปภาพ 4-9 การใช้คำสงั่ คดั ลอก
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
2.3 หรือเรียกใชค้ ำส่งั “คดั ลอก” ได้จากการคลิกปมุ่ ของเมาส์ทางดา้ นขวา แลว้ เรยี กใช้คำส่ัง
“คดั ลอก” ดงั รปู

รปู ภาพ 4-10 การใช้คำสั่งคดั ลอกจากการคลกิ เมาสท์ างด้านขวา
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

2.4 จะเห็นได้ว่าจะมีเส้นประว่งิ อย่รู อบ ๆ เขตข้อมูลท่ีกำหนด
2.5 ให้ทำการเลอื่ น Cell Pointer ไปยังปลายทางทตี่ อ้ งการคัดลอกข้อมูลไปไว้ ซึ่งสามารถที่ จะ

กำหนดจุดทีเ่ ป็นปลายทางน้ี ดว้ ยการเลอื กเซลล์เพยี งเซลล์เดยี วได้ โดยไมจ่ ำเปน็ จะตอ้ งทำการ
เลือกเป็นเขตขอ้ มลู เหมอื นกับการเลอื กขอ้ มูลตน้ ทางก็ได้
2.6 หรือเรียกใชค้ ำสง่ั “วาง” ไดจ้ าก “แถบเครือ่ งมือ” โดยการกดปมุ่ คำสั่ง “วาง” ดงั รปู

รูปภาพ 4-11 การคัดลอกจากการใชค้ ำสั่งวาง
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
2.7 หรือเรียกใชค้ ำสง่ั “วาง” ไดจ้ ากการคลกิ ปมุ่ ของเมาสท์ างด้านขวา แลว้ เรยี กใชค้ ำสัง่ “วาง” ดัง
รูป

รูปภาพ 4-12 การใช้คำส่ังวางจาการคลิกเมาส์ทางดา้ นขวา
ทีม่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

2.8 แล้วเลือ่ น Cell Pointer ไปยังเซลลอ์ ืน่ ท่ตี ้องการจดั วางขอ้ ความท่ีคัดลอก แล้วเรยี กใช้คำส่ัง
“วาง” จากแหลง่ คำสง่ั ตา่ งๆ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทง่ั จุดสุดทา้ ยที่จะทำการวางข้อมลู จึงจะ
กดปมุ่ Enter เพ่ือคดั ลอกข้อมลู ท่เี ลือกให้มาวางไว้ท่ีเซลลท์ ี่กำหนดเปน็ ตำแหน่งสุดท้ายและเป็น
การส้ินสุดการ “คดั ลอก” ข้อมลู ท่กี ำหนดอีกด้วย

2.9 ขอ้ มลู กจ็ ะมาอยทู่ ี่เซลล์ใหม่ซ่งึ เปน็ ขอ้ มูลท่ที ำการคดั ลอกมา จากรปู ทำการคัดลอกข้อมลู จากเซลล์
B2 ไปยงั เซลลต์ ่างๆ

รูปภาพ 4-13 ผลลัพธ์การคัดลอกขอ้ มูล
ทมี่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010
4.2 การเคล่ือนยา้ ยขอ้ มลู
การเคล่ือนย้ายขอ้ มูล เกดิ จากการทม่ี ีขอ้ มูลบางส่วน ท่ไี ด้ทำการปอ้ นข้อมลู หรอื สรา้ งเอาไว้ แตเ่ กดิ การ
เปลีย่ นใจ หรอื เป็นการสร้างข้อมลู ผดิ ที่ และต้องการทจ่ี ะทำการเคลื่อนย้ายข้อมูลที่ผิดดังกลา่ ว ไปยังตำแหน่งท่ี
เหมาะสม การทำการเคลื่อนย้ายขอ้ มูลดังกล่าวน้ี เนอื่ งจากไม่ตอ้ งทำการปอ้ นข้อมลู ใหมส่ ำหรบั เซลล์ใหม่ และ
ลบขอ้ มูลของเซลลท์ ่ีผดิ ออก ท้ังนี้ เพอ่ื สะดวกและรวดเร็วในการทำงาน จงึ มวี ิธีการในการเคลอ่ื นยา้ ยขอ้ มลู ทอ่ี ยู่
ผิดหรอื อยู่ในทท่ี ่ไี มเ่ หมาะสม เพอื่ ให้การทำงานนนั้ ๆ ง่ายไมย่ ่งุ ยาก และเสยี เวลาในการทำงาน ดังน้ี
1. เลอ่ื น Cell Pointer ไปยงั เซลล์ท่ีต้องการจะทำการเคล่อื นยา้ ย หรอื ถา้ หากเปน็ กล่มุ เซลล์ก็ให้ทำ
การกำหนดของเขตขอ้ มลู ของกลมุ่ เซลล์ทต่ี อ้ งการจะทำการเคลอื่ นย้ายนั้น
2. หรือเรียกใช้คำสง่ั “ตดั ” ไดจ้ าก “แถบเคร่ืองมอื ” โดยการกดปุ่มคำส่งั “ตัด”

รูปภาพ 4-14 การใช้เคร่ืองมอื ตดั ขอ้ ความ
ทมี่ า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

3. หรือเรียกใชค้ ำส่ัง “ตดั ” ไดจ้ ากการคลิกปมุ่ ของเมาสท์ างขวา แล้วเรยี กใชค้ ำส่งั “ตดั ”

รปู ภาพ 4-15 การใช้คำสั่งตดั จากการคลิกเมาส์ขวา
ท่มี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

4. จะเหน็ ไดว้ ่าขอบรอบเขตข้อมูลที่ทำการกำหนดเพื่อทำการเคลอ่ื นย้ายนั้น มเี สน้ ประว่ิงอยู่รอบ ๆ
เขตข้อมูลท่ีกำหนด

5. ใหท้ ำการเล่อื น Cell Pointer ไปยังปลายทางที่ต้องการเคลอื่ นยา้ ยข้อมลู ไปไว้ ซึง่ สามารถทีจ่ ะ
กำหนดจุดทเี่ ปน็ ปลายทางนีด้ ว้ ยการเลอื กเซลล์เพียงเซลลเ์ ดียวได้ โดยไม่จำเปน็ จะต้องทำการ
เลอื กเปน็ เขตข้อมลู เหมอื นกับการเลือกข้อมลู ต้นทางกไ็ ด้

6. แลว้ กดปุ่ม Enter เพอ่ื เคล่ือนย้ายขอ้ มูลทเ่ี ลอื กให้มาวางไว้ทเ่ี ซลลท์ ก่ี ำหนด
7. หรือเรียกใช้คำสงั่ “วาง” ไดจ้ าก “แถบเครอื่ งมอื ” โดยการกดปุ่มคำสงั่ “วาง”ดังรูป

รูปภาพ 4-16 การใช้คำสัง่ วาง
ที่มา : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

8. หรอื เรียกใชค้ ำสั่ง “วาง” ได้จากการคลกิ ปมุ่ ของเมาสท์ างด้านขวา แลว้ เรียกใช้คำสงั่ “วาง”

รปู ภาพ 4-17 การใช้คำส่งั วางจากการคลิกเมาส์ขวา
ทม่ี า : จากโปรแกรม Microsoft Excel 2010

9. จะเห็นไดว้ า่ ขอ้ มลู เดิมที่อยู่ในตำแหนง่ เดมิ ได้เคลอ่ื นย้ายมาอยทู่ เี่ ซลล์ใหมซ่ ึง่ เปน็ ข้อมูลท่ีทำการ
เคล่ือนยา้ ยมา

รปู ภาพ 4-18 ผลลัพธก์ ารเคล่ือนยา้ ยข้อมลู
ทมี่ า : ผเู้ รยี บเรียงพัฒนาเอง

ขน้ั สรปุ และประยุกต์
9. ครสู รุปบทเรยี น เรอื่ ง การใชส้ ตู รและฟงั ก์ชันในการคำนวณ
10. ครเู ฉลยขอ้ สอบก่อน

สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้
1.เอกสารประกอบการเรยี น เร่อื ง การใช้โปรแกรมตารางงาน

หลักฐาน
1.บันทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายช่ือ
3.แผนการจัดการเรยี นรู้
4.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธวี ัดผล

1.ประเมินผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรียบรอ้ ยของ กจิ กรรมและแบบฝึกหดั
3.แบบทดสอบหลงั เรยี น
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหน้าของตนเอง
2.กิจกรรมและแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรยี น
3.แบบทดสอบหลงั เรยี น
4.สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์
เกณฑ์การประเมินผล
1.แบบประเมินผลความก้าวหนา้ ของตนเอง เกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มีชอ่ งปรับปรุง
3.การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ
ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่กบั การประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ใหผ้ ูเ้ รียนหม่ันมาทำความค้นุ เคยกับโปรมแกรมให้มากข้ึน

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 การปรบั แก้ไขข้อมลู และการจัดการขอ้ มลู คำชแี้ จง

คำชแี้ จง ให้วงกลมตวั เลือกท่คี ิดวา่ ถกู ต้องที่สดุ เพียงขอ้ เดยี ว

1. ถ้าเราตอ้ งการเลอื กเซลล์ทไ่ี มไ่ ดอ้ ยตู่ ดิ กันจะต้องกดปุ่มใดในขณะเลือก

ก. Enter ข. Ctrl ค. Esc ง. Shift

2. รปู แบบการพมิ พว์ ันที่มลี กั ษณะใด

ก. ดด-ปป-วว ข. วว-ดด-ปป ค. ปป-ดด-วว ง. ปป-วว-ดด

3. เพราะเหตุใดจึงต้องอา้ งองิ เซลล์ในการคำนวณ

ก. เพราะจะไดไ้ ม่ต้องการแกไ้ ขข้อมลู

ข. เพราะเซลล์นนั้ ไมส่ ามารถแกไ้ ขเปลย่ี นแปลงได้

ค. เพราะจะได้ไม่ตอ้ งยอ้ นกลับไปดขู ้อมลู

ง. เพราะถ้ามีการเปลี่ยนตวั เองในทเี่ กยี่ วขอ้ งผลการคำนวณจะเปลย่ี นใหอ้ ตั โนมตั ิ

4. ถา้ ตอ้ งการแก้ไขขอ้ มลู ในเซลลต์ ้องกดป่มุ ใด

ก. กด Enter ข. กด Esc ค. กด Delete ง. กด F2

5. ข้อใดต่อไปนี้ไมใ่ ช่วธิ กี ารแก้ไขข้อมลู ภายในเซลล์

ก. การใชแ้ ถบแสงในการแก้ไขข้อมูลทีผ่ ดิ

ข. การใช้ปุ่ม Back Space ในการลบขอ้ มูลท่ีผิด

ค. การใชป้ ่มุ Delete ในการลบข้อมูลท่ีผดิ

ง. การใช้ป่มุ Enter ในการลบข้อมลู ที่ผิด

6. ขอ้ แตกต่างระหวา่ งการย้ายข้อมลู กบั การคดั ลอกขอ้ มลู ที่ชัดเจนคอื

ก. คำสั่งที่ใช้ ข. วัตถุประสงคข์ องการทำงาน

ค. วิธที ีใ่ ช้ในการทำงาน ง. ผลลพั ธ์ทไ่ี ด้

7. ถา้ ต้องการกำหนดรปู แบบตวั เลขไมใ่ ชใ้ นการคำนวณ เช่น เบอรโ์ ทรศพั ท์ รหัสไปรษณีย์ บา้ นเลขท่ี ควรใช้

อะไร

ก. Aocounting ข. Date ค. Text ง. Number

8. คลิกเลอื กรปู ใดเพือ่ ยกเลิกการแกไ้ ขขอ้ มลู

ก. ข. ค. ง. 

9. ขอ้ มลู ใดท่ีสามารถคำนวณได้

ก. ข้อความ ข. วนั ท่ี ค. ตัวเลข ง. ตาราง

10. ขน้ั ตอนการคลกิ ท่แี ผ่นงาน > เลือก แทรก > แทรกแผ่นงาน คอื ขั้นตอนใด

ก. ตงั้ ช่ือแผ่นงาน ข. เพิ่มแผน่ งาน

ค. การสลบั ตำแหนง่ แผ่นงา ง. การจบแผน่ งาน

11. ข้อใดตอ่ ไปนี้ย้ายข้อมูลได้ถูกตอ้ ง

ก. คลกิ เมาส์ที่เซลลท์ ่ีต้องการยา้ ยแลว้ กดปุม่ Ctrl +C

ข. คลกิ เมาส์ท่เี ซลล์ท่ีต้องการยา้ ยแลว้ กดป่มุ Ctrl + V

ค. คลกิ เมาส์ท่เี ซลลท์ ี่ตอ้ งการยา้ ยแล้วกดป่มุ Ctrl + X

ง. คลิกเมาส์ท่เี ซลล์ทีต่ อ้ งการย้ายแล้วกดปุ่ม Ctrl + V แลว้ คลิกเมาส์ท่ีเซลล์ทีต่ อ้ งการ

12. การยา้ ยขอ้ มูลสามารถทำได้กี่วิธี

ก. 2 วิธี ข. 3 วิธี ค. 4 วธิ ี ง. 5 วธิ ี

13. การย้ายขอ้ มลู โดยการกดปุ่ม Shift ค้างไว้ขณะทล่ี ากเมาส์เนื่องจาก

ก. เพ่ือย้ายขอ้ มูลขา้ มแผ่นงาน ข. เป็นการแทรกข้อมูลในเซลล์

ค. เปน็ การแทรกข้อมลู ในคอลมั น์ ง. เพื่อคดั ลอกขอ้ มูล

14. การแทรกคอลัมนม์ วี ธิ ีการทำอย่างไร

ก. เลือกหวั คอลมั นท์ ต่ี ้องการแทรก คลิกขวาของเมาส์เลือกแทรก

ข. เลือกเซลล์ในคอลมั นท์ ่ีตอ้ งการแทรก คลิกปุ่มขวาของเมาส์>แทรก>คอลมั น์

ค. เลือกเซลล์ในคอลมั น์ที่ต้องการแทรก เลอื กเมนคู ำสั่ง>แทรก>คอลัมน์

ง. ทุกขอ้ คือคำตอบ

15. การกดปมุ่ Ctrl ค้างไว้ขณะเลือกข้อมลู ท่ีต้องการคัดลอกเพอ่ื จุดประสงค์อะไร

ก. เลือกเซลลข์ ้อมูลทอ่ี ยู่คนละสมุดงาน

ข. เลอื กเซลล์ขอ้ มูลที่อยู่คนละแผน่ งาน

ค. เลอื กเซลล์ขอ้ มลู ท่มี ีตำแหน่งไม่ติดกนั

ง. เลอื กเซลลข์ ้อมูลที่มีตำแหนง่ ตดิ กัน

บนั ทกึ หลงั การสอน
ข้อสรุปหลงั การสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาทพ่ี บ
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ปัญหา
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version