The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by รัตนาภรณ์ จันทรา, 2025-11-15 04:59:26

นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

Keywords: นวัตกรรม,เทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา,ฐานข้อมูลและเครือข่ายการเรียนรู้,ทฤษฎีการเรียนรู้,การออกแบบ และพัฒนาสื่อการเรียนการสอน,กฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

กิจกรรมที่ 18ปฏิบัติบั ติการออกแบบและสร้าร้งสารสนเทศในการจัดจัการเรียรีนการสอนด้วด้ยสื่อสื่ Infographicsผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


หน่วยที่ 10การใช้นช้วัตวักรรมและเทคโนโลยีสยีารสนเทศทางการศึกศึษาผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


จุดจุประสงค์เค์ชิงชิพฤติกติรรม1. สามารถวิเวิคราะห์ และการออกแบบนวัตวักรรมทางการศึกศึษาได้2. สามารถพัฒพันา และนำไปใช้ไช้ด้อด้ย่าย่งเหมาะสม3. อธิบธิายหลักลัการประเมินมิผลการใช้นช้วัตวักรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกศึษาได้4. ปฏิบัฏิติบักติารใช้ google meet ในการจัดจัการเรียรีนการสอนได้ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การวิเวิคราะห์และการออกแบบผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


แนวคิดทฤษฎีกรวยประสบการณ์ของเอดการ์ เดลกรวยประสบการณ์ (Cone of Experience) ของ เอดการ์ เดล(Edgar Dale) เป็นป็แนวคิดที่อธิบธิายลำ ดับดัชั้นชั้ของประสบการณ์การเรียรีนรู้จรู้ากนามธรรมไปสู่รูสู่ ปรูธรรม โดยเน้นน้ว่าว่“ยิ่งยิ่ผู้เผู้รียรีนมีส่มีวส่นร่วร่มในกิจกรรมมากเท่าใดก็จะยิ่งยิ่จดจำ และเข้าข้ใจเนื้อนื้หาได้ดีด้ขึ้ดีขึ้นขึ้ ”ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


แนวคิดทฤษฎีกรวยประสบการณ์ขณ์องเอดการ์ เดลที่มา: https://computereducation52.blogspot.com/2011/09/blog-post_27.html ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


แนวคิดทฤษฎีกรวยประสบการณ์ของเอดการ์ เดลกรวยประสบการณ์ (Cone of Experience) เป็นป็แนวคิดที่เอดการ์ เดล (Edgar Dale) ได้พัด้ฒพันาขึ้นขึ้เพื่อพื่ ใช้เช้ป็นป็เครื่อรื่งมือมืช่วช่ยให้คห้รูสรูามารถเลือกวิธีวิกธีารจัดจั ประสบการณ์การเรียรีนรู้ไรู้ด้อด้ย่าย่งเหมาะสมผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


แนวคิดทฤษฎีกรวยประสบการณ์ของเอดการ์ เดลขั้นขั้ตอนของประสบการณ์กณ์ารเรียรีนรู้แรู้ละการใช้สื่ช้ สื่อสื่แต่ละประเภท ดังดันี้ประสบการณ์ตณ์รง เป็นป็ ประสบการณ์ที่ณ์ ที่ผู้เผู้รียรีนสามารถรับรัรู้ไรู้ด้ด้ด้วด้ยตนเองจากประสาทสัมสัผัสผัทั้งทั้ห้าห้ประสบการณ์รณ์อง เป็นป็ ประสบการณ์ที่ณ์ ที่มีลัมี ลักษณะใกล้เคียงกับสถานการณ์จณ์ริงริมากที่สุดสุผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


แนวคิดทฤษฎีกรวยประสบการณ์ของเอดการ์ เดลขั้นขั้ตอนของประสบการณ์กณ์ารเรียรีนรู้แรู้ละการใช้สื่ช้ สื่อสื่แต่ละประเภท ดังดันี้ประสบการณ์นณ์าฏการ เป็นป็การจำ ลองสถานการณ์อณ์ย่าย่งหนึ่งนึ่โดยไม่คำม่ คำนึงนึถึงความเหมือมืนหรือรืใกล้เคียงกับประสบการณ์จณ์ริงริการสาธิตธิเป็นป็การกระทำ หรือรืแสดงให้ดูห้เดูป็นป็แบบอย่าย่งประกอบการอธิบธิายหรือรืบรรยายผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


แนวคิดทฤษฎีกรวยประสบการณ์ของเอดการ์ เดลขั้นขั้ตอนของประสบการณ์กณ์ารเรียรีนรู้แรู้ละการใช้สื่ช้ สื่อสื่แต่ละประเภท ดังดันี้การศึกษานอกสถานที่ เป็นป็ ประสบการณ์เณ์รียรีนรู้ที่รู้ที่ได้จด้ากแหล่งความรู้ภรู้ายนอกห้อห้งเรียรีนในสภาพความเป็นป็จริงรินิทรรศการ เป็นป็การนำ ประสบการณ์ที่ณ์ ที่สามารถสัมสัผัสผั ได้หด้ลาย ๆด้าด้น มาจัดจัแสดงผสมผสานร่วร่มกันผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


แนวคิดทฤษฎีกรวยประสบการณ์ของเอดการ์ เดลขั้นขั้ตอนของประสบการณ์กณ์ารเรียรีนรู้แรู้ละการใช้สื่ช้ สื่อสื่แต่ละประเภท ดังดันี้โทรทัศน์และภาพยนตร์ เป็นป็ ประสบการณ์ที่ณ์ ที่ให้ทั้ห้ ทั้งทั้ภาพเคลื่อนไหวและมีเมีสียสีงประกอบ แต่โทรทัศน์ มีคมีวามเป็นป็รูปรูธรรมมากกว่าว่ภาพยนตร์ทัศนสัญสัลักษณ์ เป็นป็สัญสัลักษณ์ที่ณ์ ที่สามารถรับรัรู้ไรู้ด้ด้ด้วด้ยประสาทสัมสัผัสผัทางตาผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การวิเวิคราะห์ตห์ามระดับของกรวยประสบการณ์ระดับดันามธรรม (Symbolic Experiences) เช่นช่การฟังฟับรรยาย อ่านหนังนัสือสืหรือรืชมภาพนิ่งนิ่ระดับดักึ่งนามธรรม (Visualized Experiences) เช่นช่การใช้สื่ช้ สื่อสื่วิดีวิ โดีอ ภาพเคลื่อนไหว อินโฟกราฟิกฟิหรือรืสื่อสื่มัลมัติมีเมีดียดีที่ช่วช่ยเสริมริการรับรัรู้จรู้ากภาพและเสียสีงร่วร่มกันระดับดัรูปรูธรรม (Direct Purposeful Experiences) เช่นช่การจำ ลองสถานการณ์การทำ โครงงาน การเรียรีนรู้แรู้บบลงมือมืปฏิบัติบั ติจริงริผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การแบ่งบ่ระดับประสบการณ์ประสบการณ์ทณ์างอ้อม (Indirect Experiences) เป็นป็ ประสบการณ์ที่ณ์ ที่ผู้เผู้รียรีนไม่ไม่ด้มีด้ มีส่วส่นร่วร่มโดยตรง เช่นช่การฟังฟับรรยาย การอ่านหนังนัสือสืหรือรืการชมภาพนิ่งนิ่ประสบการณ์จำณ์จำลอง (Iconic Experiences) เป็นป็ ประสบการณ์ที่ณ์ ที่ผู้เผู้รียรีนเห็นห็ภาพหรือรืสิ่งสิ่จำ ลองจากของจริงริเช่นช่วิดีวิ โดีอ ภาพเคลื่อนไหว ภาพยนตร์ หรือรืการสาธิตธิเป็นป็ระดับดักึ่งนามธรรมประสบการณ์ตณ์รง (Direct Purposeful Experiences) เป็นป็ ประสบการณ์ที่ณ์ ที่ผู้เผู้รียรีนได้ลด้งมือมืกระทำ จริงริเช่นช่การทดลอง การสาธิตธิการเรียรีนแบบลงมือมืปฏิบัติบั ติผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การออกแบบนวัตวักรรมทางการศึกษาโดยใช้กช้รวยประสบการณ์ควรเริ่มริ่จากการพิจพิารณากลุ่มลุ่ผู้เผู้รียรีนและบริบริทของโรงเรียรีน จากนั้นนั้จึงจึเลือกเครื่อรื่งมือมืหรือรืเทคโนโลยีที่ยี ที่เหมาะสมตามระดับดัของกรวยประสบการณ์ เช่นช่หากต้องการพัฒพันาทักษะปฏิบัติบั ติควรใช้ VR/AR หรือรืการเรียรีนรู้แรู้บบจำ ลอง(Simulation) มากกว่าว่สื่อสื่สิ่งสิ่พิมพิพ์ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การพัฒพันาและการนำ ไปใช้ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การพัฒพันา และการนำ ไปใช้กระบวนการพัฒพันาและการนำ ไปใช้การพัฒพันานวัตวักรรมและเทคโนโลยีทยีางการศึกษา มักมัเริ่มริ่จากการวิเวิคราะห์ปัห์ ปัญหา และความต้องการของผู้เผู้รียรีนหรือรืบริบริทของสถานศึกษาจากนั้นนั้จึงจึออกแบบ พัฒพันา ทดลองใช้ และปรับรั ปรุงรุเช่นช่การออกแบบสื่อสื่การเรียรีนรู้แรู้บบอินโฟกราฟิกฟิการสร้าร้งแอปพลิเคชันชัเสริมริทักษะการอ่าน หรือรืการใช้VR จำ ลองสถานการณ์กณ์ารเรียรีนรู้ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การพัฒพันา และการนำ ไปใช้การนำ ไปใช้การนำ เทคโนโลยีมยีาใช้ใช้นสถานศึกษาควรคำ นึงนึถึง ความเหมาะสมกับบริบริท ความสามารถของครู และการสนับนัสนุนนุจากผู้บผู้ ริหริาร เพื่อพื่ ให้เห้กิดการใช้งานอย่าย่งมีปมีระสิทสิธิภธิาพผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การประเมินมิผลการใช้นช้วัตวักรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกษาผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


ความหมายของการประเมินมิผลการเก็บรวบรวมข้อข้มูล วิเวิคราะห์ และแปลความหมายเพื่อพื่ตัดสินสิคุณคุค่า ประสิทสิธิภธิาพ และผลกระทบของนวัตวักรรมต่อผู้เผู้รียรีน ครู และระบบการเรียรีนรู้โรู้ดยรวมผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


ความสำ คัญของการประเมินมิผลการประเมินมิผลการใช้นช้วัตวักรรมและเทคโนโลยีสยีารสนเทศทางการศึกษา เป็นป็ขั้นขั้ตอนสำ คัญที่ช่วช่ยให้ผู้ห้สผู้ อนสามารถตรวจสอบว่าว่เครื่อรื่งมือมืหรือรืเทคโนโลยีนั้ยีนนั้ตอบสนองต่อวัตวัถุปถุระสงค์การเรียรีนรู้ไรู้ด้มด้ากน้อน้ยเพียพีงใดผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


รูปแบบการประเมินมิผลการประเมินมิก่อนและหลังการใช้ (Pre-test/Post-test)เพื่อพื่วัดวัผลสัมสัฤทธิ์ขธิ์องผู้เผู้รียรีนก่อนและหลังใช้สื่ช้ สื่อสื่นวัตวักรรมเช่นช่คะแนนความรู้ ทักษะ หรือรืพฤติกรรมการเรียรีนรู้ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


รูปแบบการประเมินมิผลการประเมินมิด้วด้ยแบบสอบถามความพึงพึพอใจ และความคิดเห็นห็ของผู้เผู้รียรีน ด้วด้ยแบบสอบถามหรือรืการสัมสัภาษณ์ เพื่อพื่ดูคดูวามเหมาะสมของเนื้อนื้หา ความเข้าข้ใจง่าย และความน่าน่สนใจของสื่อสื่หรือรืเทคโนโลยีผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


รูปแบบการประเมินมิผลการสังสัเกตพฤติกรรมการเรียรีนรู้โรู้ดยผู้สผู้ อนหรือรืผู้บผู้ ริหริารประเมินมิการมีส่มีวส่นร่วร่ม การมีปมีฏิสัมสัพันพัธ์กัธ์ กับเทคโนโลยี หรือรืการใช้ทัช้ ทักษะคิดวิเวิคราะห์ขห์องผู้เผู้รียรีนในระหว่าว่งใช้นช้วัตวักรรม โดยใช้เกณฑ์ต่าง ๆ เช่นช่ความสะดวกในการใช้ ความสามารถในการจัดจัการเรียรีนการสอน และความคุ้มคุ้ค่าในการลงทุนทุผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


รูปแบบการประเมินมิผลการประเมินมิเชิงชิคุณคุภาพ (Qualitative Evaluation) เช่นช่การสัมสัภาษณ์การสะท้อนความคิดเห็นห็ (Reflection) เพื่อพื่ ให้เห้ข้าข้ใจผลกระทบจากการใช้นช้วัตวักรรมผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


ปฏิบัติบั ติการใช้Google meetในการจัดจัการเรียรีนการสอนผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


กิจกรรมที่ 19ปฏิบัติบั ติการใช้ Google meetในการจัดจัการเรียรีนการสอนผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


หน่วยที่ 11กฎหมายเกี่ยกี่วกับกัเทคโนโลยีสยีารสนเทศผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


จุดจุประสงค์เค์ชิงชิพฤติกติรรม1. อธิบธิายจรรยาบรรณการใช้เช้ทคโนโลยีดิยีจิดิทัจิลทัได้2. เข้าข้ใจพระราชบัญบัญัติญัคุ้ติมคุ้ครองข้อข้มูลมูส่วส่นบุคบุคล พ.ศ. 2562(Personal Data Protection Act: PDPA) ได้3. อธิบธิายหลักลัการประเมินมิสื่อสื่นวัตวักรรมเทคโนโลยีสยีารสนเทศได้ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


จรรยาบรรณการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


ในยุคดิจิดิทัจิ ทัลที่เทคโนโลยีสยีารสนเทศเข้าข้มามีบมีทบาทสำ คัญในชีวิชีตวิ ประจำ วันวัและระบบการศึกษา การใช้งช้านเทคโนโลยีเยีหล่านี้จึงจึต้องอยู่ภยู่ายใต้กรอบของ จรรยาบรรณ เพื่อพื่ส่งส่เสริมริการใช้ที่ช้ ที่ถูกถูต้อง ปลอดภัยและมีคมีวามรับรัผิดผิชอบต่อสังสัคมจรรยาบรรณการใช้เช้ทคโนโลยีดิยีจิดิทัจิ ทัลผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


จรรยาบรรณทางเทคโนโลยีดิยี ดิจิทัจิ ทัล คือหลักเกณฑ์หรือรืแนวทางที่กำ หนดพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้เทคโนโลยีสยีารสนเทศ โดยเฉพาะในด้าด้นของ ความซื่อซื่สัตสัย์ทย์างวิชวิาการการเคารพสิทสิธิขธิองผู้อื่ผู้ อื่น ความปลอดภัยไซเบอร์ และการใช้งช้านอย่าย่งรับรัผิดผิชอบความหมายของจรรยาบรรณทางเทคโนโลยีดิยีจิดิทัจิ ทัลผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


ความซื่อซื่สัตสัย์ใย์นการใช้ข้ช้อข้มูล ผู้ใผู้ช้คช้วรหลีกเลี่ยงการคัดลอกผลงานของผู้อื่ผู้ อื่น โดยไม่อ้ม่ อ้างอิง และเคารพในทรัพรัย์สิย์นสิทางปัญญา เช่นช่การไม่ลม่ะเมิดมิลิขสิทสิธิ์ขธิ์องภาพ เสียสีง หรือรืซอฟต์แวร์การเคารพความเป็นส่วส่นตัวของผู้อื่ผู้ อื่น ไม่เม่ ปิดปิเผยข้อข้มูลส่วส่นบุคคลของผู้อื่ผู้ อื่นโดยไม่ไม่ด้รัด้บรัอนุญาตเช่นช่การโพสต์ภาพโดยไม่ขม่อความยินยิยอม หรือรืการแชร์ข้ร์อข้มูลส่วส่นตัวในโซเชียชีลมีเมีดียดีหลักจรรยาบรรณที่สำ คัญผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การใช้เช้ทคโนโลยีอยีย่าย่งรับรัผิดผิชอบ ใช้งช้านอินเทอร์เร์น็ตและโซเชียชีลมีเมีดียด้วด้ยมารยาท ไม่สม่ร้าร้งหรือรืเผยแพร่ข้ร่อข้มูลเท็จ (fake news)และไม่ใม่ช้เช้ทคโนโลยีใยีนทางที่ก่อให้เห้กิดความเสียสีหายแก่ผู้อื่ผู้ อื่นหลักจรรยาบรรณที่สำ คัญผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562(PERSONAL DATA PROTECTIONACT: PDPA)ผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


พระราชบัญบัญัติญั ติคุ้มคุ้ครองข้อข้มูลส่วส่นบุคคล พ.ศ. 2562 หรือรืที่รู้จัรู้กจักันในชื่อชื่PDPA เป็นกฎหมายที่มีผมีลบังบัคับใช้ใช้นประเทศไทยตั้งตั้แต่วันวัที่ 1 มิถุมินถุายนพ.ศ. 2565 โดยมีวัมีตวัถุปถุระสงค์เพื่อพื่คุ้มคุ้ครองสิทสิธิขธิองเจ้าจ้ของข้อข้มูลส่วส่นบุคคล และกำ หนดหน้าน้ที่ของผู้คผู้ วบคุมคุข้อข้มูล และผู้ปผู้ ระมวลผลข้อข้มูลในการเก็บ การใช้ และเปิดเผยข้อข้มูลส่วส่นบุคคลอย่าย่งถูกถูต้องตามกฎหมายความหมายของ PDPAผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


พระราชบัญบัญัติญั ติคุ้มคุ้ครองข้อข้มูลส่วส่นบุคคล พ.ศ. 2562 หรือรืที่เรียรีกสั้นสั้ๆ ว่าว่PDPA มีที่มี ที่มาจากความจำ เป็นป็ ในการปรับรั ปรุงกฎหมายของไทยให้สห้อดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่าย่งยิ่งยิ่ General Data ProtectionRegulation (GDPR) ของสหภาพยุโรป ซึ่งซึ่เริ่มริ่บังบัคับใช้เช้มื่อมื่ปี พ.ศ. 2561(สำ นักนังานคณะกรรมการคุ้มคุ้ครองข้อข้มูลส่วส่นบุคคล, 2565)ความเป็นป็มาของ PDPAผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


ก่อนหน้าน้ที่จะมี PDPA ประเทศไทยยังยัไม่มีม่บมีทบัญบัญัติญั ติที่ชัดชัเจนในการคุ้มคุ้ครองข้อข้มูลส่วส่นบุคคล ส่งส่ผลให้เห้กิดความเสี่ยสี่งในด้านสิทสิธิขธิองเจ้าจ้ของข้อข้มูล โดยเฉพาะในยุคดิจิดิทัจิ ทัลที่มีกมีารใช้งช้านข้อข้มูลในรูปรูแบบต่าง ๆอย่าย่งแพร่หร่ลายความเป็นป็มาของ PDPAผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


ด้วด้ยเหตุนี้ตุนี้รัฐรับาลไทยจึงจึได้ตด้รากฎหมาย PDPA ขึ้นขึ้ โดยประกาศในราชกิจจานุเนุบกษาเมื่อมื่วันวัที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562และเริ่มริ่บังบัคับใช้อช้ย่าย่งเต็มรูปแบบเมื่อมื่วันวัที่ 1 มิถุมินถุายน พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป(สำ นักนังานคณะกรรมการกฤษฎีกา, 2562)ความเป็นป็มาของ PDPAผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


บุคคลที่ต้องปฏิบัติบั ติามกฎหมาย PDPA ประกอบด้วด้ยเจ้าจ้ของข้อข้มูลส่วส่นบุคคล (Data Subject)ผู้คผู้ วบคุมคุข้อข้มูลส่วส่นบุคคล (Data Controller)โดยผู้คผู้ วบคุมคุข้อข้มูลส่วส่นบุคคลนั้นนั้เปรียรีบเสมือมืนผู้ดูผู้ แดูลระบบ เป็นฝ่ายปฏิบัติบั ติงาน มีหมีน้าน้ที่เก็บรวบรวม และนำ ข้อข้มูลส่วส่นบุคคลที่ขอความยินยิยอม(Consent) จากเจ้าจ้ของข้อข้มูลไปใช้องค์ประกอบสำ คัญของ PDPAผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


ยกตัวอย่าย่งเช่นช่เว็บว็ ไซต์ขายของออนไลน์ ตัวผู้จัผู้ ดจัทำ เว็บว็ ไซต์ก็จะต้องขอข้อข้มูลทั้งทั้ชื่อชื่ที่อยู่ เบอร์โร์ทรศัพท์ ข้อข้มูลการจ่าจ่ยเงิน เพื่อพื่นำ ไปดำ เนินนิการสั่งสั่ซื้อซื้และจัดจัส่งส่สินสิค้าไปยังยัที่อยู่ขยู่องเจ้าจ้ของข้อข้มูล ซึ่งซึ่ PDPAเมื่อมื่ ได้ข้ด้อข้มูลมาแล้ว ต้องจัดจั ให้มีห้มมีาตรการรักรัษาความปลอดภัยข้อข้มูลด้วยองค์ประกอบสำ คัญของ PDPAผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


นำ เสนอและการประเมินสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


คือ กระบวนการสื่อสื่สารแนวคิด วิธีวิกธีารใช้ หรือรืผลลัพธ์ขธ์องสื่อสื่นวัตวักรรมต่อผู้ใผู้ช้งช้าน เช่นช่ครู นักนัเรียรีน หรือรืผู้บผู้ ริหริาร สามารถทำ ได้หด้ลายรูปรูแบบ ได้แก่การนำ เสนอในรูปรูแบบ PowerPoint หรือรืมัลมัติมีเมีดียดี โดยเน้นน้ความชัดชัเจน สื่อสื่สารตรงประเด็นด็การสาธิตธิการใช้งช้านจริงริ (Demonstration) ซึ่งซึ่ช่วช่ยให้ผู้ห้รัผู้ บรัชมเข้าข้ใจวิธีวิ ธีการใช้ไช้ด้ดีด้ยิ่ดีงยิ่ขึ้นขึ้การจัดจันิทนิรรศการหรือรื Poster Presentation เพื่อพื่เปิดโอกาสให้ผู้ห้ชผู้ มได้สอบถามและทดลองใช้สื่ช้ สื่อสื่ โดยตรงการนำ เสนอสื่อสื่นวัตวักรรมเทคโนโลยีสยีารสนเทศผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การประเมินมิเป็นป็ขั้นขั้ตอนสำ คัญในการตรวจสอบว่าว่สื่อสื่นวัตวักรรมที่พัฒพันาขึ้นขึ้สามารถตอบสนองต่อวัตวัถุปถุระสงค์การเรียรีนรู้ไรู้ด้จริงริหรือรืไม่ โดยการประเมินมิสามารถจำ แนกได้เด้ป็นป็ 3 ระยะ ได้แด้ก่1.การประเมินมิก่อนใช้งช้าน (Formative Evaluation) ใช้ใช้นระหว่าว่งการพัฒพันา เพื่อพื่ปรับรั ปรุงรุเนื้อหา รูปรูแบบ หรือรืเทคนิคนิการนำ เสนอ2.การประเมินมิระหว่าว่งใช้งช้าน (Ongoing Evaluation) ติดตามการใช้งช้านสื่อสื่จริงริในห้อห้งเรียรีน เช่นช่การสังสัเกตพฤติกรรมของผู้เผู้รียรีนหรือรืการสัมสัภาษณ์ผู้ณ์ ใผู้ช้การประเมินมิสื่อสื่นวัตวักรรมเทคโนโลยีสยีารสนเทศผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


การประเมินมิเป็นป็ขั้นขั้ตอนสำ คัญในการตรวจสอบว่าว่สื่อสื่นวัตวักรรมที่พัฒพันาขึ้นขึ้สามารถตอบสนองต่อวัตวัถุปถุระสงค์การเรียรีนรู้ไรู้ด้จริงริหรือรืไม่ โดยการประเมินมิสามารถจำ แนกได้เด้ป็นป็ 3 ระยะ ได้แด้ก่3. การประเมินมิหลังใช้งช้าน (Summative Evaluation) ประเมินมิผลลัพธ์กธ์ารเรียรีนรู้ เช่นช่คะแนนหลังเรียรีน ความพึงพึพอใจ หรือรืการสะท้อนความคิดเห็นห็ของผู้เผู้รียรีนเกณฑ์ที่ใช้ใช้นการประเมินมิสื่อสื่มักมัพิจพิารณาด้าน ความถูกถูต้องของเนื้อหาความเหมาะสมของรูปรูแบบ ความสอดคล้องกับวัตวัถุปถุระสงค์ และประสิทสิธิผธิลของการใช้งช้านการประเมินมิสื่อสื่นวัตวักรรมเทคโนโลยีสยีารสนเทศผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


สรุปเนื้อนื้หาสะท้อนคิดผู้สผู้ อน: ดร.รัตรันาภรณ์จันจัทรา


Click to View FlipBook Version