เฉลยใบงาน เรอ่ื ง ประโยคความเดยี ว
คำช้แี จง ให้นักเรยี นทำเครอ่ื งหมายถูก ✓ หนา้ ข้อทเ่ี ป็นประโยคเดยี ว และทำเครื่องหมาย ผิดหนา้ ข้อท่เี ป็น
ประโยคชนิดอ่นื (๕ คะแนน)
✓ ๑. เขามาตอนเธอจากไปแล้ว
๒. ประชาชนกำลังเดินขบวนไปยงั ทำเนียบรฐั บาล
๓. ความผิดพลาดทเี่ กิดขนึ้ ในงานวันน้ีตอ้ งมผี ูร้ บั ผดิ ชอบ
✓ ๔. เขาเดินทางโดยเครือ่ งบิน
✓ ๕. นอ้ งของฉนั เหน็ งู
✓ ๖. ผูป้ ่วยปฏิบัตติ นตามแพทยส์ ั่งทกุ ประการ
๗. แมว้ ่าการตัดสินใจของฉนั จะผิดพลาด แต่ไม่อาจจะหยดุ รกั เธอ
๘. ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติซึ่งควรใช้ให้ถกู ต้อง
✓ ๙. เสือตวั ใหญ่นอนหลับ
๑๐. นายกรฐั มนตรไี ทยเจรจากับกมั พชู าคอื สญั ญาณสนั ตภิ าพ
ใบงาน เรือ่ ง ประโยคความรวม
คำช้แี จง : ให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ีวา่ เปน็ ประโยคความรวมชนดิ ใด (๕ คะแนน)
๑. แม่และพ่อไปเชียงราย
๒. ฉันอ่านหนงั สอื แตน่ อ้ งดูโทรทัศน์
๓. พีแ่ ละแม่ไปเท่ียวลำปาง
๔. เธอแต่งตัวแลว้ จงึ ไปทำงาน
๕ เธอจะไปโรงเรยี นหรอื จะไปเทย่ี ว
๖. นอ้ ยจะให้พ่อมาสง่ หรือให้แมม่ าส่ง
๗. นกกนิ ขา้ ว แต่นิดทำการบา้ น
๘. กวา่ พอ่ จะกลับกด็ กึ แล้ว
๙. สมชายไม่ทำงานเพราะฉะนน้ั จงึ ไมม่ ีเงนิ
๑๐. เขาร่ำรวยแต่ใจดำ
ชื่อ-สกลุ .............................................................................................. ชน้ั ...................... เลขที่ ..........
เฉลยใบงาน เรอ่ื ง ประโยคความรวม
คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ีวา่ เปน็ ประโยคความรวมชนดิ ใด (๕ คะแนน)
๑. แมแ่ ละพ่อไปเชยี งราย
ประโยคความรวมคล้อยตามกนั
๒. ฉันอา่ นหนงั สือแต่นอ้ งดูโทรทัศน์
ประโยคความรวมเนอ้ื ความขดั แยง้ กัน
๓. พีแ่ ละแม่ไปเทีย่ วลำปาง
ประโยคความรวมคล้อยตามกนั
๔. เธอแตง่ ตวั แลว้ จึงไปทำงาน
ประโยคความรวมคลอ้ ยตามกนั
๕. เธอจะไปโรงเรียนหรอื จะไปเที่ยว
ประโยคความรวมเลือกอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ
๖. นอ้ ยจะใหพ้ ่อมาส่งหรือใหแ้ มม่ าส่ง
ประโยคความรวมเลอื กอยา่ งใดอย่างหนึ่ง
๗. นกกนิ ข้าว แตน่ ิดทำการบา้ น
ประโยคความรวมเนือ้ ความขัดแย้งกัน
๘. กว่าพอ่ จะกลบั กด็ กึ แล้ว
ประโยคความรวมเป็นเหตุเปน็ ผลกนั
๙. สมชายไม่ทำงานเพราะฉะน้นั จึงไม่มีเงนิ
ประโยคความรวมเปน็ เหตเุ ป็นผลกัน
๑๐. เขารำ่ รวยแต่ใจดำ
ประโยคความรวมเน้อื ความขดั แย้งกนั
บัตรคำประโยค
พ่อ และ
แม่ ไป
ซื้อ กบั ข้าว
ฉัน ชอบ
สนุ ขั แต่
เธอ ชอบ
แมว
ใบงาน เรอื่ ง ชนิดของประโยค ชนดิ ของประโยค
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนบอกชนิดของประโยคต่อไปนี้
ประโยค
๑. ฝนตกก่อนฟา้ รอ้ ง
๒. นกบินอยบู่ นทอ้ งฟ้า
๓. ฉันชอบนกั เรยี นท่ีตั้งใจเรยี น
๔. พอฝนซาฟ้าก็สดใส
๕. พเ่ี กง่ ดา้ นวิชาการแต่น้องเก่งดา้ นกฬี า
๖. บคุ คลซ่งึ มคี วามรบั ผิดชอบยอ่ มประสบความสำเร็จ
๗. ความรบั ผดิ ชอบไม่ไดเ้ กดิ ข้ึนเองตามธรรมชาติ
๘. ผู้หญงิ ทกุ คนชอบกุหลาบสแี ดง
๙. ครสู อนวิชาภาษาไทยทีย่ นื อยู่หน้าหอ้ ง
๑๐. นอ้ งกนิ ข้าวและขนม
ชอ่ื …………………………………….สกุล……........…………………เลขที่…......ชัน้ ……………..
เฉลยใบงาน เรอ่ื ง ประโยคความซอ้ น
คำชี้แจง : ให้นักเรยี นบอกชนิดของประโยคต่อไปน้ี
ประโยค ชนิดของประโยค
๑. ฝนตกกอ่ นฟา้ ร้อง ประโยคความรวม
๒. นกบินอยบู่ นทอ้ งฟ้า ประโยคความเดียว
๓. ฉันชอบนกั เรยี นท่ตี ง้ั ใจเรียน ประโยคความซอ้ น
๔. พอฝนซาฟ้าก็สดใส ประโยคความรวม
ประโยคความรวม
๕. พีเ่ ก่งด้านวิชาการแต่น้องเก่งดา้ นกีฬา ประโยคความซอ้ น
๖. บุคคลซ่ึงมีความรับผิดชอบยอ่ มประสบความสำเรจ็ ประโยคความเดียว
๗. ความรับผิดชอบไม่ไดเ้ กดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ ประโยคความเดยี ว
๘. ผ้หู ญิงทกุ คนชอบกุหลาบสแี ดง ประโยคความซอ้ น
๙. ครสู อนวชิ าภาษาไทยทย่ี นื อยูห่ น้าห้อง ประโยคความรวม
๑๐. น้องกินข้าวและขนม
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ เร่ือง บทละครเร่อื งรามเกียรต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
รหัส ท ๒๒๑๐๒ ช่ือรายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๓ ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อยา่ งเหน็ คุณคา่ และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ตัวชีว้ ัด
ท ๕.๑ ม. ๒/๑ สรปุ เน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมทอี่ า่ นในระดบั ทยี่ ากข้นึ
ม. ๒/๖ วเิ คราะห์และวิจารณว์ รรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่ินทอ่ี า่ น
พรอ้ มยกเหตุผลประกอบ
ม. ๒/๗ ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ุณคา่ ตามความสนใจ
สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
ช่ัวโมงท่ี ๑
การถอดคำประพนั ธ์ คอื การเก็บความจากคำประพันธม์ าเขียนใหม่เป็นภาษารอ้ ยแกว้
ทส่ี ละสลวย โดยตอ้ งคงเนือ้ ความเดมิ ไว้ ซึง่ กอ่ นทน่ี กั เรียนจะสรปุ เน้อื หาจากวรรณคดีไดน้ ัน้ จำเปน็ จะต้องถอด
ความจากร้อยกรองเป็นรอ้ ยแกว้ เสียกอ่ น เพอื่ ให้สะดวกตอ่ การสรปุ เน้อื หาวรรณคดี
ช่ัวโมงที่ ๒
สรปุ เน้ือหาวรรณคดี คือ การสรุปเรื่องราวจากการฟงั หรอื การอา่ น ผู้ฟงั หรือผูอ้ ่านจะต้องจบั ใจความ
และสรปุ ใจความสำคัญของเร่ือง เพอ่ื ท่จี ะเป็นพน้ื ฐานของการพดู หรอื การเขียนสรุปความต่อไป โดยจะตอ้ งจบั
ประเด็นให้ไดว้ า่ ใคร ทำอะไร ทไี่ หน เมือ่ ไร อยา่ งไร
ชวั่ โมงท่ี 3
การวิเคราะห์คณุ ค่าจากวรรณคดี คือ การพจิ ารณา แยกแยะและประเมินคา่ โดยแสดงความคิดเห็น
อภิปรายขอ้ เท็จจริงใหผ้ ู้อ่นื ทราบว่าใครเป็นผูแ้ ต่ง เป็นเร่อื งเกยี่ วกบั อะไร มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร มีประโยชน์ตอ่ ใคร ผู้
วเิ คราะห์มคี วามเหน็ อย่างไร เร่อื งทอี่ า่ นมีคณุ คา่ ด้านใด และแต่ละด้านสามารถนำไปประยุกตใ์ ห้เกดิ ประโยชนต์ อ่
ชีวติ ประจำวันอย่างไร
สาระการเรียนรู้/เน้อื หายอ่ ย
ชั่วโมงท่ี ๑
ความรู้ (K)
นกั เรยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจในหลกั การถอดคำประพันธ์
ทักษะ/กระบวนการ (P)
นักเรยี นสามารถถอดคำประพนั ธจ์ ากบทละครเร่อื งรามเกียรติ์ ตอน นารายณป์ ราบ
นนทกได้ถูกตอ้ งตามหลกั การ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
นกั เรียนสามารถนำความรู้จากการเรียนไปเป็นแนวทางในการถอดคำประพนั ธว์ รรณคดเี รอ่ื งอนื่
ๆ ในอนาคตได้
ชวั่ โมงท่ี ๒
ความรู้ (K)
นกั เรียนมคี วามรู้ ความเข้าใจในการสรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถสรุปเนอ้ื หาจากบทละครเรอื่ งรามเกยี รติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทกได้ถกู ตอ้ ง
ตามหลกั การ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
นกั เรียนสามารถนำความรู้จากการเรียนไปเป็นแนวทางในการเขียนสรุปเน้ือหา
จากวรรณคดเี รือ่ งอ่นื ๆ ในการเรยี นระดบั ตอ่ ไปได้
ชัว่ โมงท่ี 3
ความรู้ (K)
นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจในหลกั การวิเคราะห์คุณค่าจากวรรณคดี
ทักษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถวิเคราะหค์ ณุ คา่ จากบทละครเรื่องรามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบ
นนทกได้ถูกต้อง
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นกั เรยี นสามารถนำความรูจ้ ากการเรียนไปเปน็ แนวทางในวเิ คราะห์คณุ ค่าในวรรณคดเี รอ่ื งอืน่ ๆ
ในการเรียนระดับต่อไปได้
จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )
Reading (อา่ นออก)
(W) Riting (เขยี นได)้
(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
ทักษะด้านการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปัญหา (Critical Thinking and
Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork
and Leadership)
ทกั ษะดา้ นการส่ือสาร สารสนเทศและรูเ้ ท่าทันสอ่ื (Communications, Information, and
Media Literacy)
ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing and ICT
Literacy)
ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทกั ษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ช้ินงานหรอื ภาระงาน
ช่ัวโมงท่ี ๑
กจิ กรรม ถอดถอ้ ยรอ้ ยเรียง
ชว่ั โมงท่ี ๒
ใบงานเรอ่ื ง สรปุ เนอื้ หาจากบทละครเรอ่ื งรามเกยี รติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
ช่ัวโมงที่ 3
ใบงานเร่อื ง วิเคราะห์คณุ ค่าจากบทละครเรอื่ งรามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
กจิ กรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี ๑
ขนั้ นำ
ครเู ล่าเรื่อง รามเกียรติ์ ตอนกำเนิดตวั ละครตา่ ง ๆ จากใบความรูใ้ ห้นกั เรียนฟงั
และเลา่ เหตกุ ารณเ์ กย่ี วกบั ตวั ละครนั้นอยา่ งครา่ ว ๆ จากน้ันครเู ป็นวดิ โี อ “รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก”
ให้นักเรยี นดู และให้นกั เรียนแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกับครู (K)
ขั้นสอน
๑. ครแู จกใบความรู้และให้ความรกู้ ับนักเรียน เรื่อง การถอดคำประพนั ธ์ จากนัน้ ครอู ธบิ าย
ความหมายของการถอดคำประพันธ์ หลักการถอดคำประพันธ์ และครยู กตวั อยา่ งการถอด
คำประพันธ์ให้นกั เรยี นดูเพือ่ ใหน้ กั เรียนเข้าใจหลกั การถอดคำประพนั ธม์ ากขึ้น (K)
๒. ครูให้แบ่งนกั เรยี นออกเปน็ 3 กลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน ทำกิจกรรม “ถอดถ้อย รอ้ ยเรยี ง” โดยให้
นักเรยี นถอดคำประพนั ธจ์ ากบทละครเร่ืองรามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
ทคี่ รูกำหนดให้ถูกต้องตามหลกั การ (K, P, A)
๓. ครใู ห้นักเรยี นออกมานำเสนอหนา้ ชน้ั เรียนทกุ กลมุ่ เพ่อื เป็นการแลกเปล่ียนเนื้อหาซงึ่ กันและ
กัน จากนน้ั ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เสนอแนะรายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ (P, A)
ขัน้ สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกจิ กรรม “ถอดถ้อย รอ้ ยเรียง” เป็นกิจกรรมทีใ่ ห้นักเรียนถอดคำ
ประพนั ธจ์ ากบทละครเรอ่ื งรามเกียรติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทกให้ถกู ต้องตามหลักการ
สะทอ้ นผลวา่ นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจในหลักการถอดคำประพนั ธ์ สามารถถอดคำประพนั ธใ์ ห้ถกู ต้องตาม
หลักการ และสามารถนำความรู้ท่ีไดจ้ ากการเรยี น เรอื่ ง การถอดคำประพันธ์ ไปเป็นแนวทางในการถอดคำ
ประพันธจ์ ากวรรณคดีเรอ่ื งอื่น ๆ ในอนาคตได้ (K, P, A)
ชว่ั โมงท่ี 2
ขนั้ นำ
ครูใหน้ กั เรยี นออกมาเลา่ เน้อื เร่อื งจากบทละครเรอื่ งรามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบ
นนทกอย่างคร่าว ๆ จากการถอดคำประพนั ธ์ในชั่วโมงที่แลว้ จากน้นั ครูให้นักเรยี นถามคำถาม
ทีน่ กั เรยี นสงสัยเพือ่ เป็นการแลกเปลีย่ นความรู้ซึง่ กันและกัน
ขัน้ สอน
๑. ครแู จกใบความรู้และให้ความรู้กบั นักเรยี นเร่ือง สรปุ เนือ้ หาวรรณคดี จากนนั้ ครูอธบิ าย
ความหมายของการสรปุ เนอ้ื หา หลกั การสรปุ เนื้อหา และครยู กตัวอยา่ งการสรปุ เนื้อหาวรรณคดี เพื่อให้นกั เรียน
เขา้ ใจการสรปุ เนอ้ื หาทถ่ี กู ตอ้ งตามหลกั การมากย่ิงขึ้น (K)
๒. ครูใหน้ กั เรียนทำใบงาน เรอื่ ง สรุปเน้อื หาจากบทละครเร่ืองรามเกียรติ์
ตอน นารายณป์ ราบนนทก โดยใหน้ ักเรียนเขียนสรุปเน้ือหาจากบทละครเร่อื งรามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบน
นทกที่ครูพาถอดคำประพันธม์ าให้ถูกตอ้ งตามหลักการ (K, P, A)
๓. ครูให้นกั เรยี นออกมานำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน โดยเลือกจากการสุ่มจากสญั ลกั ษณ์ด้านหลงั ใบงาน
จำนวน 1 คน จากนน้ั ครูและนักเรยี นร่วมกันเสนอแนะรายละเอียดเพม่ิ เตมิ (P, A)
ขน้ั สรุป
ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปใบงาน สรปุ เนอ้ื หาจากบทละครเรอ่ื งรามเกยี รติ์
ตอน นารายณป์ ราบนนทก เป็นใบงานท่ีให้นกั เรยี นสรปุ เนอื้ หาวรรณคดีให้ถกู ตอ้ งตามหลักการ สะท้อนผลวา่
นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจในหลักการสรปุ เน้ือหาจากวรรณคดี สามารถสรปุ เนือ้ หาจากวรรณคดีได้ และสามารถ
นำความรู้จากการเรียนไปเขียนสรปุ เนื้อหาจากวรรณคดเี ร่อื งอืน่ ๆ ในการเรยี นระดับตอ่ ไปได้ (K, P, A)
ชวั่ โมงท่ี 3
ข้ันนำ
ครูกลา่ วทักทายนักเรียน แล้วครูใช้คำถาม“นกั เรียนคิดว่าวรรณคดี สะท้อนวิถีชีวิตและวฒั นธรรม
ของคนในสมัยก่อนหรอื ไม่ อย่างไร” จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นแสดงความคดิ เห็นโต้ตอบกบั ครู (K)
ขนั้ สอน
๑. ครแู จกใบความรู้ ให้ความรูก้ บั นักเรยี นเร่ือง วเิ คราะห์คณุ ค่าจากวรรณคดี จากนั้นครอู ธิบาย
ความหมายของวเิ คราะหค์ ุณค่าจากวรรณคดี หลักการวเิ คราะห์คณุ ค่าจากวรรณคดี และครยู กตัวอย่างการ
วเิ คราะหค์ ณุ ค่าจากวรรณคดี เพ่อื ให้นักเรยี นเขา้ ใจการวเิ คราะห์คุณค่า
จากวรรณคดีที่ถูกตอ้ งตามหลกั การมากยงิ่ ขน้ึ (K)
๒. ครใู หน้ ักเรียนทำใบงาน เรอ่ื ง วเิ คราะห์คุณคา่ จากบทละครเรือ่ งรามเกยี รติ์
ตอน นารายณ์ปราบนนทก โดยให้นักเรยี นวเิ คราะหค์ ณุ คา่ จากบทละครเรอ่ื งรามเกียรต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
ใหถ้ ูกต้อง (K, P, A)
๓. ครูให้นกั เรยี นออกมานำเสนอหนา้ ชน้ั เรียน โดยเลือกจากการส่มุ สัญลกั ษณ์ดา้ นหลงั ใบงาน
จำนวน 1 คน จากน้นั ครูและนกั เรียนร่วมกันเสนอแนะรายละเอยี ดเพ่ิมเติม (P, A)
ขน้ั สรปุ
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ใบงาน วิเคราะห์คณุ ค่าจากบทละครเรอ่ื งรามเกยี รติ์
ตอน นารายณป์ ราบนนทก เป็นใบงานที่ใหน้ กั เรียนวิเคราะหค์ ณุ คา่ จากวรรณคดีใหถ้ ูกต้องตามหลกั การ สะทอ้ นผล
วา่ นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะหค์ ุณคา่ จากวรรณคดี สามารถวิเคราะคณุ ค่าจากวรรณคดีได้ และ
สามารถนำความรู้จากการเรียนเรอื่ ง วเิ คราะห์คุณคา่ จากวรรณคดี ไปเปน็ แนวทางในวิเคราะหค์ ุณค่าในวรรณคดี
เรื่องอื่น ๆ ในการเรยี นระดับตอ่ ไปได้ (K, P, A)
การวัดผลประเมนิ ผล เกณฑก์ ารประเมิน
ช่วั โมงที่ 1 ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ ๕๐
วิธีการ เครื่องมือ
ประเมินกจิ กรรมถอดถอ้ ย รอ้ ยเรยี ง ใช้วิธวี ดั ผลจากการ กิจกรรมถอดถอ้ ยรอ้ ยเรียง
ทำกิจกรรมของนักเรยี นแต่ละคน โดยมีประเด็นในการ
วัดผล ไดแ้ ก่ ถอดความได้ตรงกับความหมายเดมิ จบั
ใจความไดถ้ กู ตอ้ งว่าข้อความนน้ั กลา่ วถงึ อะไร สามารถนำ
คำสามัญที่มีความหมายตรงกันมาแทนได้ ใช้สรรพนาม
บุรุษที่ 1, 2 หรอื 3 ตามบทประพนั ธ์ และลำดบั เน้ือความ
ตามบทเดมิ (ประเดน็ ของแต่ละคน) จากน้นั นำผลการ
ประเมนิ มาเปน็ ข้อมูลในการปรบั ปรุงและพฒั นานกั เรยี น
และการจัดการเรยี นการสอนของครใู นครั้งตอ่ ๆ ไป
ช่วั โมงท่ี ๒ เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
วธิ กี าร ใบงานเร่ือง สรุปเนอ้ื หาจาก ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ
บทละครเรือ่ งรามเกยี รติ์ ร้อยละ ๕๐
ประเมินใบงานเรอ่ื ง สรปุ เนอ้ื หาจากบทละครเรอ่ื ง ตอน นารายณ์ปราบนนทก
รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ใชว้ ิธวี ดั ผลจากการ
ทำใบงานของนักเรยี นแต่ละคน โดยมปี ระเดน็ ในการวัดผล
ได้แก่ จบั ใจความสำคญั ไดอ้ ย่างถูกต้อง สรุปเนอื้ หาได้ตรง
ตามคำประพันธ์ เขียนสรุปด้วยภาษาทีส่ ละสลวย ไพเราะ
และเปน็ สำนวนภาษาของตนเอง ลำดับเรอ่ื งราวไดอ้ ย่าง
ถูกตอ้ ง และแทนสรรพนามบุรุษท่ี 1, 2 และ 3 ไดอ้ ย่าง
ถูกตอ้ ง (ประเด็นของแตล่ ะคน) จากนนั้ นำผลการประเมิน
มาเปน็ ข้อมลู ในการปรับปรงุ และพฒั นานักเรียน และการ
จดั การเรียนการสอนของครใู นครงั้ ต่อ ๆ ไป
ชั่วโมงที่ 3 เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
วธิ ีการ ใบงานเรือ่ ง วิเคราะหค์ ุณค่า ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ
จากบทละครเรอื่ งรามเกียรติ์ รอ้ ยละ ๕๐
ประเมินใบงานเร่ือง วเิ คราะห์คณุ คา่ จากบทละครเร่อื ง ตอน นารายณ์ปราบนนทก
รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ใช้วธิ ีวดั ผล
จากการทำใบงานของนักเรียนแตล่ ะคน โดยมีประเดน็
ในการวดั ผล ไดแ้ ก่ วิเคราะห์คณุ คา่ ได้ถกู ต้องตรงตาม
ประเภท เขียนวิเคราะห์ด้วยภาษาทสี่ ละสลวย ลำดับ
การเขยี นไดถ้ ูกตอ้ ง วเิ คราะห์ด้วยความสมเหตุสมผล
และผลงานสะอาดเรยี บรอ้ ย (ประเด็นของแตล่ ะคน)
จากนัน้ นำผลการประเมินมาเปน็ ข้อมลู ในการปรับปรุง
และพฒั นานกั เรยี น และการจัดการเรยี นการสอน
ของครูในครัง้ ต่อ ๆ ไป
สือ่ การเรียนรู้
ช่วั โมงที่ ๑
๑. ใบความร้เู ร่ือง การถอดคำประพันธ์
๒. ใบงานเรื่อง ถอดถ้อย รอ้ ยเรยี ง
3. วิดโี อ “รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก”
ชว่ั โมงท่ี 2
1.ใบความร้เู ร่ือง สรุปเนือ้ หาวรรณคดี
2. ใบความรูเ้ ร่ือง สรุปเนอื้ หาจากบทละครเร่ืองรามเกยี รติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
ช่วั โมงที่ 3
๑. ใบความรเู้ รือ่ ง การวิเคราะห์คุณค่าจากวรรณคดี
๒. ใบงานเรอื่ ง วเิ คราะห์คณุ ค่าจากบทละครเร่ืองรามเกียรติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
๑. ผลการจดั การเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.
๓. แนวทางการแก้ไขปัญหา
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
๔. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................
(นายฤทธิเดช สกลุ ซ้ง)
วันท.่ี ............./......................./...............
ใบความรู้
เร่ือง การถอดคำประพนั ธ์
การถอดคำประพันธ์ คอื การเก็บความจากคำประพันธม์ าเขียนใหม่เปน็ ภาษาร้อยแกว้
ท่ีสละสลวย โดยตอ้ งคงเนื้อความเดมิ ไว้ ซ่ึงก่อนทน่ี ักเรียนจะสรุปเน้อื หาจากวรรณคดไี ดน้ ัน้ จำเป็นจะต้องถอด
ความจากรอ้ ยกรองเปน็ รอ้ ยแกว้ เสยี ก่อน เพือ่ ให้สะดวกตอ่ การสรปุ เนื้อหาวรรณคดี
หลกั การถอดคำประพนั ธ์
หลักการถอดคำประพันธ์ ประกอบไปดว้ ย
1. อา่ นข้อความน้นั ใหจ้ บ จบั ใจความใหถ้ ูกต้องวา่ ขอ้ ความนัน้ กล่าวถงึ อะไร
2. คำศัพท์ต่าง ๆ ต้องหาคำสามญั ท่มี คี วามหมายตรงกนั มาแทน
3. การถอดคำศพั ท์ไมใ่ ชอ่ ธิบายความ จึงต้องเขยี นใหต้ รงกบั ความหมายเดมิ อย่าเพมิ่ ความหมายหรอื
เรื่องใหม่ให้เกินจากตอนเรอ่ื งเดิม
4. ตอ้ งถอดความใหไ้ ด้ลักษณะเดิมของคำประพันธ์นั้น ๆ
5. หากไม่อาจหาคำใดท่มี คี วามหมายดีและตรงกบั คำในบทเดมิ กไ็ ด้ใชค้ ำในบทเดิม
6. ถ้าบทประพนั ธเ์ ป็นรอ้ ยแก้วท่มี ีประโยคซบั ซอ้ นยดื ยาวต้องพยายามแยกประโยคน้นั ออกเปน็ ประโยค
ง่าย ๆ
7. ถ้าในบทประพนั ธใ์ ชส้ รรพนามบรุ ษุ ท่ี 1 2 หรอื 3 ในบทที่ถูกถอดให้คงใช้สรรพนามเดมิ
8. ควรลำดับเนื้อความตามบทเดมิ อย่าสลบั ความเป็นอยา่ งอน่ื
ตวั อยา่ ง แตด่ วงเนตรแดงดูดงั สุริย์ฉาย
ไมค่ ลาดเคล่อื นเหมอื นองคพ์ ระทรงเดช มีเขีย้ วคลา้ ยชนนมี ศี กั ดา
ทรงกำลงั ดังพระยาคชาพลาย
ถอดคำประพันธไ์ ด้ดังน้ี
ไมผ่ ดิ เพย้ี น เหมอื นพระอภยั มณี แตด่ วงตาดแู ดงเหมอื นแสงของพระอาทติ ย์ มีพละกำลังอย่าง
พระยาช้าง มเี ข้ยี วเหมือนกบั แมท่ ีม่ ีอำนาจ
ใบความรู้
เรื่อง สรุปเนื้อหาวรรณคดี
สรุปเนอ้ื หาวรรณคดี คือ การสรุปเรอื่ งราวจากการฟงั หรือการอ่าน ผูฟ้ ังหรอื ผอู้ ่านจะต้อง
จบั ใจความและสรปุ ใจความสำคัญของเรอ่ื ง เพือ่ ท่ีจะเป็นพ้นื ฐานของการพดู หรอื การเขยี นสรุปความตอ่ ไป โดย
จะต้องจบั ประเด็นใหไ้ ด้ว่า ใคร ทำอะไร ทีไ่ หน เมอื่ ไร อย่างไร
หลักการสรปุ เนือ้ หาวรรณคดี
๑. ตง้ั จดุ มุ่งหมายในการอ่านหรือฟังใหช้ ดั เจน ว่าอ่านหรือฟงั ไปทำไมและวรรณคดีเรือ่ งนัน้
เปน็ เร่อื งใด
๒. ในกรณที อ่ี ่านควรเรอ่ื งราวอยา่ งครา่ ว ๆ พอเขา้ ใจ และเก็บใจความสำคัญของแตล่ ะย่อหน้า
ส่วนการฟงั ใหฟ้ งั อยา่ งตงั้ ใจและพยายามจินตนาการเหตกุ ารณ์ที่เกดิ ขน้ึ ในเร่ือง ซงึ่ ถา้ จะให้ดคี วรมีการจดบันทกึ
เหตุการณ์ท่ีสำคญั ของเรอ่ื งไวด้ ว้ ย
๓. เม่อื อา่ นจบใหต้ ้ังคำถามกับตนเองวา่ เรื่องท่ีอ่านมีใคร ทำอะไร ทไี่ หน เมือ่ ไหร่และอยา่ งไร
๔. นำสิ่งท่ีไดม้ าเขียนหรือเลา่ สรุป โดยเรียบเรยี งใจความสำคัญใหม่ดว้ ยสำนวนของตนเองเพอ่ื ใหเ้ กิดความ
สละสลวย
➢ วธิ ีการสรุปเน้อื หาวรรณคดี
วธิ สี รปุ เนอ้ื หาจากเรอ่ื งทอ่ี ่านขน้ึ อย่กู บั ความชอบว่าจะทำอยา่ งไร เช่น ขดี เสน้ ใต้ หรือตเี ส้นล้อม
กรอบข้อความสำคญั การใช้สีตา่ ง ๆ แสดงความสำคญั มากนอ้ ยของข้อความ การทำบนั ทึกยอ่ ก็เปน็ ขบวนการส่วน
หนึ่งของการสรปุ เนอ้ื หาท่ดี แี ละไดผ้ ล แต่ผอู้ ่านควรสรุปเร่อื งด้วยภาษาและสำนวนของตนเอง ไมค่ วรสรุปเรอ่ื งดว้ ย
การตดั เอาความสำคญั มาเรยี งตอ่ กนั เพราะวิธีนี้อาจทำให้ผู้อ่านพลาดสาระสำคญั บางตอนไป อันเป็นเหตุให้การ
ตคี วามผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้
ตัวอย่าง
นทิ านเรื่อง กระต่ายกับเต่า
ณ ปา่ ใหญ่แห่งหน่ึง กระตา่ ยตวั หนึง่ มกั ชอบโออ้ วดว่าตนเปน็ ผูท้ ว่ี ิ่งไดเ้ ร็วท่สี ดุ อยู่มาวนั หน่ึงกระต่ายเห็น
เต่ากำลงั คลานตว้ มเตี้ยมอย่างช้า ๆ กระต่ายจงึ หัวเราะเยาะแล้วพดู วา่ “นี่เจ้าเต่า ถา้ เจา้ เดนิ ช้าอย่างนี้ แล้วเม่อื ไร
จะกลบั ถึงบ้านละ่ นี่” เตา่ จึงตอบกลับไปในทันทวี ่า “ถึงข้าจะเดนิ ชา้ แต่ขา้ กก็ ลับถึงบา้ นทุกวนั เรามาลองว่ิงแขง่
กนั มยั้ ล่ะ แล้วข้าจะเอาชนะเจา้ ให้ด”ู กระต่ายน้ันมน่ั ใจวา่ เตา่ ไม่มที างเอาชนะตนไดเ้ ปน็ แนจ่ งึ รบั คำท้า วันรุ่งขนึ้
สัตว์ต่าง ๆ กพ็ รอ้ มใจพากันมาดูการวงิ่ แขง่ ขันระหว่างกระต่ายกับเต่า เมื่อการแข่งขนั ไดเ้ ร่ิมขึน้ กระต่ายว่งิ อยา่ งสุด
ฝเี ท้าเพื่อไปให้ถงึ เสน้ ชัย ส่วนเต่าก็พยายามคลานไปเรื่อย ๆ ในขณะท่ีกระตา่ ยวิง่ ไปจนใกลจ้ ะถึงเส้นชยั แลว้ กค็ ิดว่า
ถึงอย่างไรเสยี ตนกต็ ้องเป็นผู้ชนะแนน่ อน กระตา่ ยจงึ นัง่ พกั อยู่ใต้ตน้ ไมแ้ ละเผลอหลับไป ส่วนเต่าก็คลานต้วมเต้ียม
จนมาถงึ เส้นชัย กระตา่ ยเมื่อตนื่ ขึ้นมาก็มองซา้ ยมองขวาแล้วรบี วง่ิ ไปยังเส้นชยั ด้วยความเร็ว แตก่ ส็ ายเกินไปเสยี
แลว้ เพราะสัตวป์ า่ ท้ังหลายกำลงั แสดงความยินดีกบั เต่าที่เปน็ ผู้ชนะ
จากนทิ านขา้ งตน้ สรปุ เน้ือหาไดว้ า่
กระต่ายเห็นเต่าเดนิ ต้วมเตี้ยมจึงหวั เราะเยาะ เตา่ จงึ ทา้ กระต่ายว่ิงแขง่ เมอ่ื การแข่งขันได้เริ่มขน้ึ
กระต่ายวง่ิ ไปจนใกลถ้ ึงเส้นชัยก็ชะลา่ ใจจึงพกั อยใู่ ตต้ น้ ไมแ้ ละเผลอหลับ เต่าที่ค่อยคลานจงึ เขา้ เสน้ ชัย
และเปน็ ผชู้ นะ
ใบความรู้
เรือ่ ง การวเิ คราะห์คุณคา่ ของวรรณคดี
การวเิ คราะหค์ ุณค่าจากวรรณคดี คือ การพจิ ารณา แยกแยะและประเมนิ คา่ โดยแสดง
ความคิดเหน็ อภิปรายขอ้ เทจ็ จรงิ ให้ผูอ้ ่นื ทราบว่าใครเปน็ ผูแ้ ตง่ เป็นเร่ืองเก่ียวกับอะไร มปี ระโยชน์อย่างไร
มีประโยชน์ต่อใคร ผูว้ เิ คราะห์มคี วามเห็นอย่างไร เรื่องทอ่ี า่ นมีคณุ คา่ ดา้ นใด และแต่ละด้านสามารถนำไปประยุกต์
ให้เกดิ ประโยชน์ต่อชีวติ ประจำวนั อยา่ งไร
หลกั การวิเคราะห์คุณค่าจากวรรณคดี
การวิเคราะหค์ ุณค่าของวรรณคดี แบง่ เปน็ 4 ประเภท ไดแ้ ก่
๑. คณุ ค่าด้านเนือ้ หา การพจิ ารณาเนอ้ื หาท่ีให้คุณประโยชน์ ซงึ่ ผู้อา่ นควรอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
หาคณุ คา่ ของวรรณคดอี ยา่ งมหี ลกั เกณฑ์ สำหรบั แนวทางในการวิเคราะหค์ ุณคา่ ดา้ นเน้อื หา
มหี ลายประการ ดังนี้
๑.๑ ควรพจิ ารณาวา่ ผู้แตง่ มจี ุดม่งุ หมายอยา่ งไร เนื้อเร่ืองมแี นวคิดใหค้ ำสอน คติธรรม
ข้อเตอื นใจ หรอื ให้แนวทางในการดำเนินชีวติ อย่างไร
๑.๒ พิจารณาภาพสะท้อนของสังคม วถิ ีชวี ิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี
ความเชอื่ และค่านยิ มตา่ ง ๆ ในสมัยของผแู้ ตง่
๑.๓ พิจารณาคุณค่าในดา้ นความรู้ที่จะชว่ ยเสริมสรา้ งสติปญั ญาแกผ่ อู้ ่าน
๒. คณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์ คือ ความไพเราะของบทประพันธ์ คำว่า “วรรณศลิ ป”์ หมายถึง ลักษณะ
ดีเดน่ ทางดา้ นวธิ ีแต่ง การเลือกใช้ถ้อยคำ สำนวน ลีลา ประโยค และความเรียงตา่ ง ๆ ทปี่ ระณีตงดงาม หรือมี
รสชาติเหมาะสมกับเน้ือเรอ่ื งเปน็ อย่างดี ทำใหค้ นอ่านไดร้ ับผลในทางอารมณ์ความรู้สกึ เชน่ เกิดความ
สดชื่น เบิกบาน ขบขัน เพลดิ เพลิน ขบคิด เศร้าโศก ปลกุ ใจ หรอื เกิดอารมณ์ตามที่ผเู้ ขียนต้องการสร้างใหเ้ กดิ ข้นึ
ในตวั ผูอ้ ่าน
2.1 การใช้ถ้อยคำ พจิ ารณาการเลอื กใชค้ ำท่ีส่ืออารมณ์ ความรู้สึกไดอ้ ย่างงดงาม เหมาะสมกบั
เนื้อเรอ่ื งและฐานะของตัวละคร
2.2 การใชโ้ วหาร ภาพพจน์ พจิ ารณาถงึ สำนวนโวหาร หรอื ภาพพจน์ทีท่ ำให้เกิดความรู้สึกคล้อย
ตาม
2.3 การเล่นเสียง พิจารณาถึงเสียงของคำประพันธ์
2.4 ลีลาการประพันธ์ พิจารณาจากรสในวรรณคดี
๓. คุณคา่ ด้านสังคม วรรณคดีและวรรณกรรมจะสะทอ้ นใหเ้ หน็ สภาพของสังคมและวรรณคดที ี่ดี
สามารถจรรโลงสังคมได้อกี ด้วย
4. ขอ้ คดิ ท่สี ามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ผู้อา่ นสามารถนำแนวคดิ
และประสบการณ์จากเรอื่ งทอ่ี ่านไปประยกุ ตใ์ ช้หรือแก้ปัญหาในชวี ิตประจำวนั ได้
ใบกิจกรรม
“ถอดถ้อย รอ้ ยเรยี ง”
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นถอดคำประพันธจ์ ากบทละครเรือ่ งรามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก ที่ครกู ำหนดให้
ถกู ต้องตามหลกั การถอดคำประพนั ธ์
............................................................................................................................. ..........................................................
..................................................................................................................................................... ..................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.................................................................................................................................................... ...................................
................................................................................................ .......................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
ถอดคำประพนั ธ์
ชอ่ื .....................................................................................................................ชั้น....................เลขท.ี่ ..................
ใบงาน
สรปุ เนื้อหาจากบทละครเรอื่ งรามเกยี รต์ิ
ตอน นารายณป์ ราบนนทก
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นสรปุ เน้อื หาจากบทละครเร่อื งรามเกยี รติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
........................................................................................................................................................ ...............................
.................................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
...................................................................................................................................................... .................................
.................................................................................................. .....................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
..................................................................................................................................................... ..................................
ช่อื .....................................................................................................................ชัน้ ....................เลขที่...................
ใบงาน
เรอื่ ง วิเคราะหค์ ุณคา่ จากบทละครเรอ่ื งรามเกยี รต์ิ
ตอน นารายณ์ปราบนนทก
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นวิเคราะหค์ ุณค่าจากบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทก ใหถ้ ูกตอ้ ง พรอ้ มทั้ง
ยกตัวอยา่ งบทประพันธ์ประกอบ
1. คณุ คา่ ดา้ นเนอ้ื หา
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.....................................................................................................................................................
2. คุณค่าด้านวรรณศิลป์
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. ..........................................................
...................................................................................................................................................................... .................
.................................................................................................................. .....................................................................
............................................................................................................................. ........................
3. คุณคา่ ดา้ นสงั คม
............................................................................................................................................. .........................
.......................................................................................................... .............................................................................
............................................................................................................................. ...................................................... ....
............................................................................................................................. ..........................................................
.....................................................................................................................................................
4. ขอ้ คดิ ทส่ี ามารถนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ..........................................................
.....................................................................................................................................................
ช่อื .....................................................................................................................ชั้น....................เลขที.่ ..................
แบบประเมนิ กจิ กรรมถอดถอ้ ย ร้อยเรียง
นักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
รายการประเมิน
รวม สรปุ ผล
ชอ่ื -สกลุ ๑. ถอดความไ ้ดตรง ักบความหมายเ ิดม
๒. ัจบใจความไ ้ด ูถก ้ตองว่า ้ขอความ ้ันน
ก ่ลาว ึถงอะไร
๓. สามารถนำคำสา ัมญท่ี ีมความหมาย
ตรง ักนมาแทนไ ้ด
๔. ใ ้ชสรรพนาม ุบ ุรษท่ี 1 2 ห ืรอ 3
ตามบทประพัน ์ธ
๕. ลำ ัดบเ ้ืนอความตามบทเ ิดม
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ า่ น
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ต้องได้คะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขน้ึ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐ จงึ จะถือวา่
ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินใบงาน สรุปเนอื้ หาจากบทละครเร่อื งรามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกลุ ๑. ัจบใจความสำคัญไ ้ดอย่าง ูถก ้ตอง รวม สรุปผล
๒. ส ุรปเ ้ืนอหาไ ้ดตรงตามคำประพัน ์ธ
๓. เ ีขยนสรุป ้ดวยภาษาที่สละสลวย
ไพเราะ เป็นสำนวนภาษาของตนเอง
๔. ลำ ัดบเ ืร่องราวไ ้ดอย่าง ูถก ้ตอง
๕. แทนสรรพนาม ุบ ุรษที่ 1, 2 และ 3
ไ ้ดอ ่ยาง ูถก ้ตอง
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ า่ น
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ต้องไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขึน้ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐ จงึ จะถือว่า
ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ ใบงาน วิเคราะห์คณุ ค่าจากบทละครเร่อื งรามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกุล ๑. วิเคราะห์คุณค่าไ ้ด ูถก ้ตองตรงตาม รวม สรปุ ผล
ประเภท
๒. เ ีขยนวิเคราะห์ ้ดวยภาษาที่
สละสลวย
๓. ลำ ัดบการเ ีขยนไ ้ด ูถก ้ตองไ ่ม ัสบสน
๔. วิเคราะห์ ้ดวยความสมเห ุตสมผล
๕. ผลงานสะอาดเรียบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ ่าน
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ต้องไดค้ ะแนนร้อยละ ๕๐ คอื ๕ คะแนนข้นึ ไป จากคะแนนเตม็ ๑๐ จงึ จะถือว่า
ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคณุ ภาพ ผลการประเมิน
๙ - ๑๐ คะแนน ดีมาก ผ่าน
๗ - ๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕ - ๖ คะแนน ผา่ น
๓ - ๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผ่าน
๐ - ๒ คะแนน พอใช้ ไม่ผ่าน
ปรบั ปรุง
เกณฑ์การประเมินกจิ กรรม ถอดถ้อย ร้อยเรยี ง
รายละเอียดการประเมนิ ระดับคะแนน
๒๑
๑. ถอดความไดต้ รงกบั สามารถถอดใจความได้ตรงกับ สามารถถอดใจความได้ตรงกับ
ความหมายเดิม ความหมายเดิม ไมผ่ ิดเพย้ี นไปจาก ความหมายเดมิ อาจจะมผี ิดเพ้ยี นไป
คำประพันธ์ จากคำประพนั ธ์บา้ งเล็กนอ้ ย
๒. จับใจความไดถ้ ูกต้องว่า สามารถจับใจความไดถ้ ูกตอ้ ง สามารถจับใจความได้ว่าขอ้ ความนน้ั
ขอ้ ความนั้นกลา่ วถึงอะไร วา่ ขอ้ ความน้ันกล่าวถงึ อะไร มีใคร กล่าวถงึ อะไร มีใคร ทำอะไร
ทำอะไร ทีไ่ หน อยา่ งไร มใี จความ ทไ่ี หน อยา่ งไร แตย่ ังมใี จความสำคัญ
สำคญั ครบถว้ น ไมค่ รบถ้วน
๓. สามารถนำคำสามัญทมี่ ี สามารถนำคำสามญั ท่มี ีความหมาย สามารถนำคำสามญั ทีม่ ีความหมาย
ความหมายตรงกันมาแทนได้ ตรงกันมาแทนได้ โดยทค่ี วามนนั้ ยัง ตรงกันมาแทนได้ แตค่ วามนนั้ อาจ
มีเน้ือความตามเดมิ มเี น้ือความไมต่ รงตามเดมิ
๔. ใช้สรรพนามบรุ ุษที่ 1 2 สามารถใชส้ รรพนามบรุ ษุ ท่ี 1 2 สามารถใช้สรรพนามบุรุษท่ี 1 2
หรอื 3 ตามบทประพันธ์ หรือ 3 ตามบทประพันธ์ไดถ้ ูกต้อง หรือ 3 ตามบทประพันธ์ได้ แต่
อาจจะมบั สน และใช้ไม่ถูกบา้ ง
เล็กน้อย
๕. ลำดับเนอ้ื ความตามบทเดิม สามารถลำดับเนื้อความได้ตามบท สามารถลำดบั เน้อื ความได้ตามบท
เดิม ไมส่ บั สน วกไปวนมา เดิม แตอ่ าจสับสน วกไปวนมาบา้ ง
เกณฑ์การประเมินใบงาน สรุปเนอื้ หาจากบทละครเรอ่ื งรามเกยี รติ์ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
รายละเอียดการประเมิน ระดบั คะแนน
๒๑
๑. จับใจความสำคัญไดอ้ ย่าง สามารถจับใจความสำคญั ไดอ้ ยา่ ง สามารถจับใจความสำคญั ได้ สรปุ ได้
ถูกต้อง ถูกต้อง สรปุ ได้ว่าใคร ทำอะไร ที่ วา่ ใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เม่ือไหร่
ไหน เมือ่ ไหร่ อย่างไร อย่างไร แตอ่ าจจะไมค่ รบถว้ น
สมบูรณ์
๒. สรุปเนอื้ หาไดต้ รงตามคำ สามารถสรุปเนื้อหาได้ตรงตามคำ สามารถสรปุ เนอ้ื หาได้ตรงตามคำ
ประพันธ์ ประพนั ธ์ ไม่ผิดเพีย้ นไปจากเดิม ประพนั ธ์ อาจมีผดิ เพี้ยนไปจากเดมิ
เล็กน้อย
๓. เขียนสรุปดว้ ยภาษาที่ สามารถเขยี นสรปุ ดว้ ยภาษาที่ สามารถเขยี นสรุปด้วยภาษาที่
สละสลวย ไพเราะและเปน็ สละสลวย ไพเราะและเปน็ สำนวน สละสลวย แตอ่ าจเขยี นไม่เป็น
สำนวนภาษาของตนเอง ภาษาของตนเอง สำนวนภาษาของตนเอง
๔. ลำดบั เรอ่ื งราวได้อยา่ ง สามารถลำดับเรื่องราวไดเ้ ปน็ อย่าง สามารถลำดบั เร่ืองราวได้เป็นอย่างดี
ถกู ตอ้ ง ดี ถกู ตอ้ งตรงตามเนือ้ เร่อื ง ไม่ ถกู ตอ้ งตรงตามเน้อื เร่อื ง แต่อาจมี
สบั สนวกไปวนมา สบั สนวกไปวนมาบา้ ง
๕. แทนสรรพนามบุรษุ ท่ี 1, 2 สามารถใช้สรรพนามบุรุษท่ี 1 2 สามารถใช้สรรพนามบรุ ุษที่ 1 2
และ 3 ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง หรอื 3 ตามบทประพนั ธ์ได้ถูกตอ้ ง หรือ 3 ตามบทประพันธ์ได้ แต่
อาจจะมับสน และใชไ้ มถ่ กู บา้ ง
เลก็ นอ้ ย
เกณฑ์การประเมินใบงาน วเิ คราะหค์ ณุ คา่ จากบทละครเรอ่ื งรามเกยี รต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
รายละเอยี ดการประเมิน ระดบั คะแนน
๒๑
๑. วิเคราะห์คุณคา่ ได้ถูกต้อง สามารถวิเคราะห์คุณค่าได้ถูกต้อง สามารถถอดใจความได้ตรงกบั
ตรงตามประเภท ตรงตามประเภท ความหมายเดมิ อาจจะมผี ดิ เพ้ียนไป
จากคำประพันธบ์ า้ งเล็กน้อย
๒. เขียนวิเคราะห์ดว้ ยภาษาที่ สามารถเขียนวเิ คราะห์ดว้ ยภาษาที่ สามารถเขียนวเิ คราะหด์ ว้ ยภาษาท่ี
สละสลวย สละสลวย ไพเราะ ใชค้ ำได้ สละสลวย แตย่ งั ไม่ไพเราะ และใช้คำ
เหมาะสมกบั การวเิ คราะห์ ไมค่ อ่ ยเหมาะสมกบั การวเิ คราะห์
๓. ลำดบั การเขยี นไดถ้ กู ต้องไม่ สามารถลำดบั การเขียนไดถ้ ูกตอ้ ง สามารถลำดับการเขยี นไดถ้ ูกต้อง แต่
สบั สน ไมส่ ับสน วกไปวกมา อาจมีความสับสน วกไปวกมาบ้าง
๔. วิเคราะหด์ ้วยความ สามารถวเิ คราะห์คุณคา่ ได้ สามารถวเิ คราะห์คณุ ค่าได้
สมเหตุสมผล สมเหตุสมผล ไม่เกินความเป็นจรงิ สมเหตุสมผล แตอ่ าจเกนิ ความเป็น
๕. ผลงานสะอาดเรยี บร้อย และสามารถใหเ้ หตุและผลท่ี จรงิ ไปบา้ ง สามารถให้เหตแุ ละผลที่
น่าเชื่อถือได้ นา่ เชอื่ ถอื
ผลงานมีความสะอาดเรยี บร้อย ไม่ ผลงานมคี วามสะอาดเรยี บรอ้ ย
มรี อยเป้ือน มีรอยเปื้อนเลก็ น้อย
คำถามทา้ ยบท
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถกู ตอ้ ง
๑. ผแู้ ตง่ บทละครเรอื่ งรามเกยี รติ์ตอนนายรายณป์ ราบนนกทกคือใคร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๒. นนทกมีหนา้ ท่ใี ดในสวรรค์…………………………………………………………………………………………………………………
๓. ๑ โกฏ เปน็ จำนวนเทา่ ใด…………………………………………………………………………………………………………………
๔. บดิ าของทศกณั ฐ์ คือใคร…………………………………………………………………………………………………………………...
๕. นนทกพ่ายแพ้พระนารายณ์ เพราะอะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๖. ใหน้ ักเรยี นหาความหมายของคำศัพท์ทกี่ ำหนดให้ตอ่ ไปนี้
เกษยี รวารี………………………………………………………………………………………………………………………………….
จุไร……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ตรัยตรึงศา…………………………………………………………………………………………………………………………………
เพลิงกาฬ……………………………………………………………………………………………………………………………………
บทบงสุ์……………………………………………………………………………………………………………………………………
๗. ใหน้ ักเรียนบอกแนวทางในการนำขอ้ คิดจากเรื่องไปประยุกต์ใช้ในการดำเนนิ ชวี ิตหรอื พฒั นาตนเอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๘. ให้นกั เรยี นถอดคำประพันธ์ตอ่ ไปน้เี ปน็ ร้อยแกว้
ด้วยเดชนวิ้ เพชรสทิ ธิศักด์ิ ขาหกั ล้มลงไม่ทนได้
นางกลายเปน็ องศ์นารายไป เหยยี บไว้จะสงั หารราญรอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ชอ่ื – สกุล ………………………………………………………………………….ชัน้ ม.๒ เลขที่……………
ใบความร้เู รอ่ื ง รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
ผแู้ ต่ง
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราชมีพระนามเดิมวา่ ด้วง พระชนกคือหลวงพนิ จิ อักษร
กับพระชนนีคอื ดาวเรือง ทรงขน้ึ ครองราชยห์ ลงั จากสมเด็จพระเจ้ากรงุ ธนบรุ ีเสด็จสวรรคต
เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จกั รี ตลอดรัชกาลพระองคท์ รงทำสงครามทง้ั กับพม่าและปราบหัวเมืองตา่ ง ๆ
ทรงสร้างระเบยี บการปกครอง ฟนื้ ฟพู ระพุทธศาสนา ศิลปะศาสตร์ และอักษรศาสตร์ รวบรวมชำระกฎหมาย
ตราสามดวงจนสมบรู ณ์ และพระองคย์ ังเป็นกวีโดยทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีไว้หลายเร่ือง ไดแ้ ก่ รามเกยี รติ์
ดาหลัง อุณรุท และกลอนนริ าศ เรอื่ งรบพมา่ ท่ีทา่ ดินแดง
ทีม่ าของเร่อื ง
นำเคา้ เร่ืองมาจากมหากาพย์รามายณะของอินเดีย
จดุ มุ่งหมายในการแตง่
เพ่ือรวบรวมรามเกียรติ์ใหส้ มบูรณ์ และเพือ่ แสดงพระเกียรตขิ องพระรามหรอื พระมหากษตั รยิ ไ์ ทย
ลกั ษณะคำประพันธ์ แตง่ ดว้ ยกลอนบทละคร
กลอนบทละคร เป็นคำประพันธ์ชนิดหนงึ่ ซ่ึงแต่งขน้ึ เพอ่ื ใชใ้ นการเล่นละคร ตอ้ งอาศยั ทำนองขับร้องและ
เคร่ืองดนตรีประกอบ แต่งเสรจ็ ตอ้ งนำไปซักซอ้ มปรับปรงุ ดงั น้นั จำนวนคำของแต่ละวรรคจึงไมเ่ ท่ากัน ขน้ึ อยู่กับ
จงั หวะขับรอ้ งเปน็ สำคัญ ว่าโดยหลกั มีแต่ ๖ คำ ถึง ๙ คำ แต่ทปี่ รากฏว่าใชม้ ากสุด คือ ๖ คำ เช่นเรือ่ งรามเกยี รต์ิ
เฉพาะวรรคแรกขึ้นตน้ ใช้ ๒ คำ ถงึ ๔-๕ คำ บางคราวก็สง่ สัมผัสไปยงั วรรคที่ ๒ บางคราวกไ็ ม่ส่งคำท่ีใช้เชน่ เมอ่ื
น้นั , บดั นี้, น้องเอ๋ยนอ้ งรกั
แมก้ ลอนสดับ จะใช้คำพดู เพียงสองคำ ก็ถือถือว่าเตม็ วรรค โดยลักษณะสมั ผัสในวรรคและนอกวรรค
นยิ มใชแ้ บบกลอนสุภาพ แตง่ เปน็ ตอน ๆ พอจบตอนหนง่ึ ขึ้นตอนตอ่ ไปใหม่ ไมต่ ้องรบั สัมผสั ไปถึงตอนท่ีจบ
เพราะอาจเปลีย่ นทำนองตามบทบาทตวั ละคร ท่ีขนึ้ ต้นว่า เม่ือนนั้ ใชส้ ำหรับพระเอกหรือผูน้ ำในเร่ือง บัดนน้ั
ใช้สำหรับเสนา กลอนน้ีเป็นกลอนผสม คอื กลอน ๖ กลอน ๗ กลอน ๘ หรือ กลอน ๙ ผสมกันตามจงั หวะ
มีแผนผงั และตวั อย่างดงั นี้
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ เร่อื ง ผังความคิดช่วยพินจิ วรรณคดี
รหสั ท ๒๒๑๐๒ ชอื่ รายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒
ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒ ช่วั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพ่ือนำไปใช้ตัดสนิ ใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
ตัวชวี้ ัด
ท ๑.๑ ม. ๒/๓ เขยี นผังความคิดเพื่อแสดงความเขา้ ใจในบทเรียนต่าง ๆ ท่อี ่าน
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ผงั ความคิดมีหลายรปู แบบ แตล่ ะรูปแบบเหมาะสำหรบั จัดข้อมูลแตกต่างกัน ต้องเลอื กใช้ให้เหมาะสมกบั
ข้อมูลจะทำให้จัดความคิดไดเ้ ปน็ ระบบที่ชดั เจนข้ึน
สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หายอ่ ย
ช่ัวโมงที่ ๑
ความรู้ (K)
นักเรยี นมีความรู้และเขา้ ใจในความหมายการเขียนผงั ความคิดช่วยพินิจวรรณคดี
ทักษะ/กระบวนการอา่ น (P)
นกั เรียนสามารถเขยี นความหมายและหลักการผังความคดิ ช่วยพนิ จิ วรรณคดีได้อย่างถูกตอ้ ง
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นักเรยี นนำความรู้จากการผังความคิดชว่ ยพนิ ิจวรรณคดี ไปเปน็ พ้นื ฐานในการเขยี นประเภทต่าง ๆ
ได้
ชั่วโมงที่ ๒
ความรู้ (K)
นักเรยี นมคี วามร้แู ละเขา้ ใจในการเขยี นผังความคิดช่วยพินจิ วรรณคดี
ทักษะ/กระบวนการอา่ น (P)
นักเรียนสามารถเขียนผงั ความคิดชว่ ยพนิ จิ วรรณคดีได้อยา่ งถูกต้อง
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นักเรียนนำความร้จู ากการผงั ความคดิ ช่วยพินจิ วรรณคดี ไปเป็นพืน้ ฐานในการเขยี นประเภทตา่ ง ๆ
ได้
จุดเน้นสูก่ ารพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น
ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ( 3R8C )
Reading (อ่านออก)
(W) Riting (เขยี นได)้
(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
ทกั ษะด้านการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and
Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ (Collaboration, Teamwork
and Leadership)
ทกั ษะด้านการส่อื สาร สารสนเทศและรูเ้ ท่าทันสื่อ (Communications, Information, and
Media Literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing and ICT
Literacy)
ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
การประเมินผลรวบยอด
ชิน้ งานหรือภาระงาน
ใบงาน เร่อื ง การเขียนผังความคิดสรุปเน้อื หาจากเรอื่ งกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงท่ี ๑ - ๒
ขัน้ นำ
ครใู หน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั การเดินทางไกล การเดินปา่ ทอ่ งเท่ยี วเก่ยี วกบั
ธรรมชาติ จากนนั้ ครโู ยงเขา้ ส่บู ทเรียน
ขั้นสอน
๑. ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั การเดินทางไกล การเดนิ ป่า ท่องเที่ยวเกี่ยวกบั ธรรมชาติ
เร่อื งท่เี พ่งิ จบไป โดยครใู ช้คำถามเพือ่ กำหนดประเด็นในการสนทนา ดังนี้
๒. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเข้าใจวา่ องค์ประกอบตา่ ง ๆ ทีไ่ ดส้ นทนารว่ มกันนีเ้ ป็นลกั ษณะของโครงเรอ่ื ง
พรอ้ มแจกใบความรเู้ รอ่ื ง การเขียนแผนผงั ความคิด
๓. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษารูปแบบของแผนภาพโครงเรือ่ ง จากนัน้ ช่วยกนั เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองจาก
กาพยห์ ่อโคลงประพาสธารทองแดงทีไ่ ดส้ นทนารว่ มกัน ครูบันทึกแผนภาพโครงเรือ่ งบนกระดาน
๔. ให้นักเรยี นแบ่งกล่มุ กล่มุ ละ ๓ - ๕ คน นำวรรณคดีทีค่ รูมอบหมายมาแลกกันอา่ น หรือผลดั กนั
เล่าใหส้ มาชิกในกลุ่มฟัง จากน้ันคัดเลอื ก ๑ เร่ือง ชว่ ยกันเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองโดยใช้กระดาษชาร์ตและปากกา
เคมที ี่ครแู จกให้
๕. ให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอแผนภาพโครงเรอื่ งพร้อมทง้ั เลา่ เรอ่ื งประกอบ นักเรยี นกลุ่ม
อ่ืนสามารถซักถามและแสดงความคิดเห็นได้เมอ่ื เพ่อื นนำเสนอจบ ครูช่วยอธิบายเพม่ิ เติม
๖. ใหน้ กั เรียนทำชนิ้ งาน เร่ือง การเขยี นผงั ความคดิ สรุปเน้ือหาจากเร่ืองกาพย์ห่อโคลงประพาสธาร
ทองแดง แล้วร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนั้นครูประเมนิ ผลงานของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล
ขัน้ สรปุ
ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้ว่าผังความคิดมีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบเหมาะสำหรับจัด
ข้อมูลแตกต่างกนั ต้องเลอื กใช้ให้เหมาะสมกับข้อมลู จะทำให้จัดความคิดไดเ้ ปน็ ระบบ
ท่ชี ัดเจนย่ิงข้นึ
การวัดผลประเมินผล
วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์
ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
ประเมินใบงาน เรอ่ื ง การเขียนผงั ความคิดสรุป ใบงาน เรอ่ื ง การเขยี นผงั รอ้ ยละ ๕๐
เน้อื หาจากเร่ืองกาพย์หอ่ โคลงประพาสธาร ความคิดสรุปเน้ือหาจากเรือ่ ง
ทองแดง ใชว้ ธิ วี ดั ผลจากการทำใบงานของนักเรียน กาพย์หอ่ โคลงประพาสธาร
แตล่ ะคน ไดแ้ ก่ มีความรแู้ ละเข้าใจในการเขียนผัง ทองแดง
ความคดิ ชว่ ยพนิ จิ วรรณคดี สามารถเขยี นผงั
ความคิดชว่ ยพนิ จิ วรรณคดีได้ ความถูกตอ้ งใน
การทำใบงาน ความคดิ สรา้ งสรรค์
และความสะอาดเรียบรอ้ ย (ประเด็นของแต่ละคน)
จากนนั้ นำผลการประเมินมาเปน็ ขอ้ มลู ในการ
ปรับปรงุ และพฒั นานกั เรยี น และการจัดการเรียน
การสอนของครใู นครั้งตอ่ ๆ ไป
ส่ือการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒
๒. ใบความรูเ้ รื่อง การเขยี นแผนผังความคิด
๓. ใบงาน เรือ่ ง การเขยี นผังความคดิ สรปุ เนอื้ หาจากเรอื่ งกาพย์หอ่ โคลงประพาสธารทองแดง
๔. กระดาษชาร์ตและปากกาเคมี
บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
๑. ผลการจัดการเรียนรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................
๒. ปญั หาและอุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแก้ไขปัญหา
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................
(นายฤทธเิ ดช สกลุ ซ้ง)
วนั ที.่ ............./......................./...............
เกณฑ์การประเมินใบงาน
เรอ่ื ง การเขียนผังความคิดช่วยพนิ ิจวรรณคดี
รายการประเมิน ระดบั คะแนน
นกั เรยี นมีความรู้และเขา้ ใจใน ๒๑
การเขียนผงั ความคิดชว่ ยพินิจ
วรรณคดี นกั เรยี นมคี วามร้แู ละเข้าใจในการ นกั เรยี นมคี วามร้แู ละเขา้ ใจในการ
นกั เรียนสามารถเขียนผงั
ความคิดช่วยพนิ จิ วรรณคดีได้ เขยี นผังความคิดช่วยพินจิ วรรณคดี เขียนผงั ความคดิ ช่วยพนิ ิจ
เปน็ อย่างดี วรรณคดไี ด้
นักเรยี นสามารถเขยี นผงั ความคิด นกั เรียนสามารถเขยี นผังความคิด
ชว่ ยพินิจวรรณคดไี ดเ้ ปน็ อย่างดี ชว่ ยพนิ ิจวรรณคดไี ด้
ความถกู ต้องในการทำใบงาน นักเรยี นสามารถทำใบงานได้ นกั เรียนสามารถทำใบงานได้
ความคิดสร้างสรรค์ ถกู ต้องเป็นอย่างดี ถูกต้อง
ความสะอาดเรยี บร้อย
มีความคิดสรา้ งสรรค์ในการทำใบ มีความคิดสรา้ งสรรค์ในการทำใบ
งานไดเ้ ปน็ อย่างดี งานได้
มคี วามสะอาดเรียบรอ้ ยใยการทำ ไม่มีความสะอาดเรยี บรอ้ ยในการ
ใบงาน ทำใบงาน
หมายเหตุ : เกณฑก์ ารทำใบงาน ตอ้ งได้คะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขึน้ ไป จากคะแนนเตม็ ๑๐
จงึ จะถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ ผลการประเมิน
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผา่ น
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไม่ผา่ น
ปรับปรุง
ชือ่ -สกลุ
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ ่าน นักเรยี นมคี วามรแู้ ละเข้าใจในการเขยี น แบบประเมินใบงาน เรื่อง การเขยี นผงั ความคิดชว่ ยพนิ ิจวรรณคดี
ผังความคิดช่วยพินิจวรรณคดี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒
นกั เรยี นสามารถเขียนผงั ความคดิ ช่วย รายการประเมนิ
พินจิ วรรณคดไี ด้
ความถกู ต้อง
ความคิดสรา้ งสรรค์
ความสะอาดเรียบร้อย
รวม สรปุ ผล
ใบความรู้ เร่อื ง การเขยี นแผนผังความคิด
การอา่ นขอ้ ความต่าง ๆ หรือเรือ่ งท่มี ขี นาดยาวมรี ายละเอียดมาก วิธกี ารท่ีจะช่วยใหเ้ กดิ ความเข้าใจและ
จดจำไดง้ า่ ย คือ การเขียนแผนผงั ความคดิ จากเร่อื งท่อี า่ น
๑. ผังความคิดแบบขัน้ บันได
เหมาะสำหรบั การจัดข้อมลู ท่เี ปน็ ลำดับขนั้ มีข้ันตอนการปฏิบัติทช่ี ดั เจนเพอ่ื นำไปสูเ่ ปา้ หมาย โดยเรม่ิ จาก
ข้ันลา่ งสุด เรียงลำดบั ขนึ้ มาเหมอื นการเดินขึ้นบนั ได
ชนิ้ งาน
๓.
๒.
๑.
๒. ผังความคิดแบบเปรียบเทยี บ
เหมาะสำหรับขอ้ มูลทมี่ ีการเปรียบเทยี บสงิ่ ที่เหมอื นกนั และแตกตา่ งกนั เพ่อื จำแนกหรอื จดั กลุ่ม
ต่างกัน ต่างกัน
เหมอื นกัน
๓. ผงั ความคิดแบบใยแมงมุม
เหมาะสำหรับขอ้ มูลท่มี ีรายละเอียดในหัวขอ้ ต่าง ๆ เพื่อให้เหน็ ความสมั พนั ธ์ มกั จะนำคำสำคัญจากเรือ่ งมา
บันทึกไว้
๔. ผังความคิดแบบโครงสร้าง
เหมาะสำหรบั แสดงสว่ นประกอบหรอื วิเคราะหห์ นว่ ยใหญ่ออกเปน็ หน่วยย่อย
๕. ผังความคดิ แบบกา้ งปลา
เหมาะสำหรับขอ้ มูลท่มี กี ารวเิ คราะหส์ าเหตหุ รือท่ีมาของส่งิ ทเี่ กิดขึ้น
สิ่งทีเ่ กดิ ข้นึ
๖. ผงั ความคดิ เพื่อตัดสนิ ใจ
เหมาะสำหรบั ขอ้ มูลที่ตอ้ งวิเคราะหผ์ ลดี ผลเสีย เพือ่ สรุปความคดิ เหน็ หรือตดั สนิ ใจเลือกปฏิบตั ิ
ถา้ ปฏบิ ตั ิ ผลทเี่ กิดขน้ึ
พฤตกิ รรมการ
แสดงออก
ผลท่ีเกิดข้ึน
ถ้าไม่ปฏบิ ัติ
ใบงาน เร่ือง การเขยี นผังความคดิ สรปุ เน้ือหาจากกาพยห์ อ่ โคลงประพาสธารทองแดง
คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นเขียนผังความคิดเพื่อสรุปเนือ้ หาจากกาพย์หอ่ โคลงประพาสธารทองแดง
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ เรอื่ ง การเขียนเรียงความ
รหัส ท ๒๒๑๐๒ ชือ่ รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒ ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรือ่ งราวใน
รูปแบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตัวช้ีวัด
ท ๒.๑ ม. ๒/๓ การเขยี นเรียงความ
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเขียนเรยี งความ คือ เปน็ งานเขียนชนดิ หนึ่งที่ผเู้ ขยี นมจี ดุ ประสงค์จะถ่ายทอดความรู้ ความคดิ
ทรรศนะ ความรูส้ ึก ความเข้าใจออกมาเปน็ เรอ่ื งราว ดว้ ยถ้อยคำสำนวนทเี่ รียบเรยี งอยา่ งชัดเจนและทว่ งทำนอง
การเขยี นทีน่ ่าอา่ น
สาระการเรียนรู/้ เนือ้ หายอ่ ย
ช่วั โมงที่ ๑
ความร้(ู K)
นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจเกย่ี วกับการเขยี นเรยี งความ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
นักเรียนสามารถอธบิ ายความหมาย สว่ นประกอบ และวางโครงเรอ่ื งของการเขียนเรียงความได้
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
นักเรยี นสามารถนำความรจู้ ากการเรยี นเรอ่ื ง การเขยี นเรยี งความ ไปเปน็ แนวทาง
ในการเขียนงานประเภทอ่ืน ๆ ได้
ช่วั โมงท่ี ๒
ความร(ู้ K)
นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับหลกั การเขยี นเรียงความ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถเขยี นเรียงความใหถ้ กู ต้องตามหลักการได้
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นกั เรียนสามารถนำความรูจ้ ากการเรียนเร่ือง หลกั การเขยี นเรยี งความ ไปเป็นแนวทาง
ในการเขียนเรยี งความเร่อื งอื่น ๆ ในชีวติ ประจำวนั ได้
จุดเนน้ สกู่ ารพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน
ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ( 3R8C )
Reading (อา่ นออก)
(W) Riting (เขยี นได)้
(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
ทักษะด้านการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and
Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork
and Leadership)
ทกั ษะด้านการสอ่ื สาร สารสนเทศและรู้เท่าทนั สอ่ื (Communications, Information, and
Media Literacy)
ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
ทักษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ช้นิ งานหรือภาระงาน
ชวั่ โมงที่ 1
ใบงาน เร่ือง การเขยี นเรียงความ
ช่วั โมงท่ี 2
ใบงาน เรือ่ ง เรียงความของฉัน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ช่ัวโมงที่ ๑
ขน้ั นำ
ครกู ล่าวทกั ทายนักเรียน พร้อมกบั ซกั ถามในประเดน็ การเขยี นเรียงความ
เพอ่ื สรา้ งความกระตือรอื ร้นใหแ้ ก่นกั เรยี น เม่ือเสรจ็ สน้ิ จากน้นั ครูโยงเข้าสบู่ ทเรียน (K)
ขั้นสอน
๑. ครแู จกใบความรู้ เร่ือง การเขยี นเรียงความ พรอ้ มใหค้ วามรเู้ ก่ยี วกับความหมาย องคป์ ระกอบ
ของเรียงความ วธิ กี ารเขียน ฯลฯ พร้อมยกตวั อย่างประกอบ เพอื่ ให้นักเรยี น
มคี วามรคู้ วามเข้าใจมากย่ิงขน้ึ (K)
๒. ครูแจกใบงาน เรอื่ ง การเขยี นเรยี งความ โดยใหน้ ักเรยี นอธิบายความหมาย สว่ นประกอบ และ
วางโครงเรอื่ งของเรยี งความท่นี กั เรยี นจะเขียนลงในแผนผงั ความคดิ (K, P, A)
๓. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบงาน จากนั้นครูให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการเขียน
เรยี งความเพ่ือเกิดความเข้าใจเพิม่ มากข้นึ (P, A)
ข้นั สรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ กิจกรรมเร่อื ง การเขยี นเรยี งความ ซึ่งเป็นใบงานท่ใี ห้นกั เรียนอธบิ าย
ความหมาย ส่วนประกอบ และวางโครงเรอื่ งของเรยี งความทีน่ ักเรียนจะเขียนลงในแผนผังความคดิ จากการทำ
กจิ กรรมนักเรียนสามารถปฏบิ ัติได้ สะท้อนผลได้วา่ นักเรยี นมีความรู้
ความเข้าใจในหลักการเขียนเรียงความ สามารถอธิบายหลักการและเขยี นแผนผงั โครงเรอื่ งได้
และสามารถนำความรู้ เรือ่ ง หลักการเขียนเรียงความเปน็ แนวทางในการเขียนประเภทอ่นื ๆ ได้
(K, P, A)
ช่ัวโมงท่ี ๒
ขน้ั นำ
ครูกล่าวทักทายนักเรียนพร้อมกับนำตวั อย่างการเขียนเรียงความที่ดีมาให้นกั เรียนได้ดู และร่วม
แสดงความเห็นโต้ตอบกบั ครู (K)
ขนั้ สอน
๑. ครูทบทวนความรู้เรอื่ ง หลักการเขียนเรียงความ ประกอบกบั ยกตัวอยา่ งการเขยี นเรยี งความที่
ถกู ต้องตามหลักใหน้ ักเรียนดู เพ่ือใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจเน้อื หามากยิง่ ขนึ้ (K, P)
๒. ครูให้นักเรียนทำใบงานเรือ่ ง เรียงความของฉัน โดยให้นักเรียนเขียนเรียงความตามทเ่ี ขยี น
โครงเร่อื งจากช่ัวโมงท่แี ล้ว ซึง่ เนือ้ ความจะตอ้ งมคี วามยาวไมต่ ำ่ กว่า 20 บรรทัด (P, A)
๓. ครใู ห้นักเรยี นออกมานำเสนอหนา้ ชั้นเรยี นโดยเลอื กจากการสมุ่ เพอ่ื เป็น
การแลกเปลยี่ นเน้อื หาซึ่งกนั และกัน จากน้นั ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เสนอแนะรายละเอียดเพม่ิ เตมิ (P, A)
ข้ันสรุป
ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ กจิ กรรมเรื่อง เรียงความของฉัน ซึง่ เปน็ ใบงานท่ีนกั เรียนเขยี น
เรียงความตามหลักการ จากการทำกิจกรรมนกั เรียนสามารถปฏบิ ตั ไิ ด้อย่างถกู ตอ้ ง สะท้อนผลได้ว่านกั เรยี นมี
ความรคู้ วามเข้าใจในการเขียนเรียงความ สามารถเขียนเรยี งความได้ถูกต้อง และสามารถ
นำความรู้เรอ่ื ง การเขียนเรยี งความ ไปเป็นแนวทางในการเขียนประเภทอ่ืน ๆ ในชีวิตประจำวนั ได้
(K, P, A)
การวัดผลประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ช่วั โมงที่ 1 ใบงานเรอ่ื ง การเขียนเรยี งความ ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
ร้อยละ ๕๐
วิธีการ
เกณฑก์ ารประเมิน
ประเมินใบงานเรื่อง หลกั การเขียนเรียงความ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
ใชว้ ธิ ีวัดผลจากการทำใบงานของนักเรยี น รอ้ ยละ ๕๐
แต่ละคน โดยมปี ระเดน็ ในการวดั ผล ไดแ้ ก่
อธิบายหลกั การเขยี นเรยี งความไดถ้ ูกตอ้ ง
ระบอุ งค์ประกอบของการเขยี นเรียงความได้
วางโครงเรื่องของการเขยี นเรียงความได้
อย่างตรงประเด็น การใช้ภาษา และผลงาน
สะอาดเรียบรอ้ ย (ประเดน็ ของแตล่ ะคน)
จากนน้ั นำผลการประเมินมาเปน็ ขอ้ มูล
ในการปรบั ปรงุ และพฒั นานักเรยี น
และการจัดการเรียนการสอนของครู
ในครง้ั ต่อ ๆ ไป
ชัว่ โมงที่ 2
วธิ กี าร เคร่อื งมอื
ประเมินใบงานเรือ่ ง การเขยี นเรียงความ ใช้วิธี ใบงานเรอ่ื ง เรียงความของฉัน
วดั ผลจากการทำใบงานของนักเรยี น
แตล่ ะคน โดยมปี ระเด็นในการวัดผล ได้แก่
ส่วนประกอบของเรยี งความ เน้อื หาครอบคลุม
ตรงตามประเดน็ ทกี่ ำหนด เป็นเอกภาพและ
ไมเ่ ขยี นวกไปวนมา สำนวนภาษาและผลงาน
สะอาดเรยี บร้อย (ประเดน็ ของแตล่ ะคน)
จากน้นั นำผลการประเมินมาเป็นข้อมูล
ในการปรบั ปรงุ และพัฒนานกั เรยี น
และการจดั การเรียนการสอนของครู
ในครง้ั ต่อ ๆ ไป
สื่อการเรยี นรู้
ช่ัวโมงที่ 1
๑. ใบความร้เู รื่อง การเขยี นเรยี งความ
๒. ใบงานเรอ่ื ง การเขียนเรียงความ
ช่ัวโมงท่ี 2
1. ใบงาน เรือ่ ง หลกั การเขียนเรยี งความ
2. ตวั อยา่ งเรียงความ เร่ือง วนั พ่อแหง่ ชาติ
3. ใบงานเรื่อง เรยี งความของฉัน
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรอื ผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศก์,เสนอแนะ,รบั รอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(...............................................................)
วนั ท.่ี ........../...................../...........
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................
๒. ปญั หาและอุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซง้ )
วนั ท่.ี ............./......................./...............
เกณฑ์การประเมนิ ใบงานเรือ่ ง การเขียนเรียงความ
รายการประเมิน ระดบั คะแนน
๒๑
อธิบายหลกั การเขยี น สามารถอธิบายหลกั การเขยี น ไมส่ ามารถอธบิ ายหลักการเขยี น
เรียงความไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถ้วน
เรียงความไดถ้ กู ตอ้ ง เรยี งความได้ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น สามารถระบอุ งคป์ ระกอบของการ
เขียนเรียงความได้ แต่ไมค่ รบถว้ นทงั้
สามารถระบุองคป์ ระกอบของการ 3 องค์ประกอบ พรอ้ มอธบิ าย
ความหมายของแต่ละสว่ นได้
ระบอุ งคป์ ระกอบของ เขียนเรียงความไดค้ รบถ้วนท้ัง 3 สามารถวางโครงเรื่องทจ่ี ะเขียน
เรียงความได้ โดยประเมนิ ผา่ นการทำ
การเขียนเรยี งความได้ องคป์ ระกอบ พรอ้ มอธิบาย แผนผังความคิด แตอ่ าจจะวางเนอื้
เร่ืองหรือประเด็นไม่ครบถ้วน หรอื มี
ความหมายของแต่ละสว่ นได้ ส่วนทีไ่ มส่ อดคล้องบา้ งบางส่วน
ใชภ้ าษาไมถ่ ูกตอ้ ง ภาษาที่ใช้ทำให้
สามารถวางโครงเร่ืองท่ีจะเขยี น เกิดความไมเ่ ขา้ ใจและไม่ชัดเจน
วางโครงเรือ่ งของ เรยี งความได้ โดยประเมนิ ผา่ นการทำ ผลงานมรี อยลบเล็กนอ้ ย
การเขียนเรียงความได้ แผนผังความคดิ ซง่ึ เน้อื เรือ่ งหรอื
อยา่ งตรงประเด็น ประเด็นจะตอ้ งตรงตามหอ้ ข้อ
สอดคลอ้ ง และครอบคลมุ
สามารถใชภ้ าษาไดถ้ กู ต้อง เหมาะสม
การใชภ้ าษา สละสลวย และเขียนเรียงเรียงใหอ้ ่าน
ง่าย และชัดเจน
ผลงานสะอาดเรียบรอ้ ย ผลงานสะอาดเรยี บรอ้ ย ไมม่ ีรอยลบ
หรอื รอยขีดเขียนอ่นื ๆ
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ต้องไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คอื ๕ คะแนนข้นึ ไป จากคะแนนเตม็ ๑๐
จงึ จะถือว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพ ผลการประเมนิ
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผา่ น
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ า่ น
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไม่ผ่าน
ปรับปรงุ
ช่อื -สกลุ
รวม สรปุ ผล อธบิ ายหลกั การเขยี นเรียงความ แบบประเมินใบงาน เรือ่ ง การเขียนเรยี งความ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ ่าน ไดถ้ ูกต้อง รายการประเมนิ
ระบอุ งค์ประกอบของการเขียน
เรียงความได้
วางโครงเรอื่ งของการเขยี นเรยี งความ
ไดอ้ ย่างตรงประเดน็
การใชภ้ าษา
ความสะอาดเรยี บรอ้ ย
เกณฑ์การประเมินใบงานเรื่อง เรยี งความของฉัน
รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ส่วนประกอบของเรียงความ
๒๑
เนือ้ หาครอบคลมุ ตรงตาม
ประเด็นที่กำหนด สามารถเขียนเรยี งความครบทั้ง ไมส่ ามารถเขียนเรยี งความครบท้งั
เปน็ เอกภาพและไมเ่ ขียน 3 สว่ น คือ คำนำ เนื้อเร่ือง และสรปุ 3 สว่ น คือ คำนำ เนอ้ื เรือ่ ง และสรุป
วกไปวนมา
สามารถเขียนเรยี งความใหม้ ีเน้อื หา สามารถเขียนเรียงความใหม้ ีเนอ้ื หา
สำนวนภาษา
ครอบคลุมตามหวั ข้อท่กี ำหนด ตรง ตามหัวข้อทกี่ ำหนด แตอ่ าจไม่
ผลงานสะอาดเรยี บร้อย
ตามประเด็น และตรงตามทวี่ าง ครอบคลมุ หรือมบี างสว่ นที่ไม่ตรง
โครงเรือ่ งไว้ ตามประเดน็ ท่ีวางโครงเร่ืองไว้
สามารถเขยี นเน้ือหาให้มเี อกภาพ สามารถเขยี นเน้ือหาให้มเี อกภาพ
เปน็ อันหนงึ่ อนั เดียวกัน ไม่เขยี นวน เป็นอนั หนง่ึ อนั เดียวกัน แต่อาจจะมี
ไปวนมา บางสว่ นที่เขียนวนไปวนมา
สามารถเขยี นคำและเรียบเรยี ง ไม่สามารถเขยี นคำและเรยี บเรยี ง
ประโยคไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ใช้ภาษาท่ี ประโยคได้ หรอื ใช้ภาษาทเ่ี ข้าใจ
เขา้ ใจง่าย และใช้สำนวนภาษาที่ ค่อนข้างยาก
สละสลวย
ใบงานมคี วามสะอาดเรยี บร้อย ใบงานมคี วามสะอาด แตไ่ ม่เรียบร้อย
เขียนได้อย่างเป็นระเบยี บ ลายมือ ลายมือสามารถอ่านได้ แตไ่ ม่ชดั เจน
อา่ นงา่ ยชดั เจน
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ต้องได้คะแนนร้อยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนข้ึนไป จากคะแนนเตม็ ๑๐
จึงจะถือวา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสินระดบั คุณภาพ ผลการประเมิน
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผา่ น
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ า่ น
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ า่ น
ปรบั ปรงุ
ช่ือ-สกลุ
รวม สรุปผล สว่ นประกอบของเรียงความ แบบประเมินใบงาน เร่ือง เรยี งความของฉนั
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ า่ น ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒
เน้อื หาครอบคลมุ ตรงตามประเดน็ ท่ี
กำหนด รายการประเมิน
เป็นเอกภาพและไมเ่ ขียน
วกไปวนมา
สำนวนภาษา
ผลงานสะอาดเรียบร้อย