The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนวิทยานุกูลนารี2566_ระดับม.ต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by curriculum.wk2568, 2023-09-13 11:22:56

หลักสูตรโรงเรียนวิทยานุกูลนารี2566_ระดับม.ต้น

หลักสูตรโรงเรียนวิทยานุกูลนารี2566_ระดับม.ต้น

หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 48 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ท20201 รายวิชา เสริมทักษะภาษา 1 รายวิชา เพิ่มเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาและอธิบายการคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย ลักษณะของสระ จำนวนของสระ พยัญชนะ อักษรนำ อักษรตาม ไตรยางศ การผันวรรณยุกตและมาตราตัวสะกด โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม ทักษะการนำความรูไปใช กระบวนการปฏิบัติ การฝก คัดลายมือ ฝกการออกเสียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต การผันวรรณยุกตและเขียนสะกดคำในมาตราตาง ๆ เพื่อใหเห็นคุณคาของภาษา นำไปใชในการสื่อสารไดอยางสละสลวย มีมารยาทในการใชภาษา มีคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมที่เหมาะสม รักชาติ ศาสนกษัตริย ซื่อสัตยสุจริตมีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นใน การทำงาน มีจิตสาธารณะและรักความเปนไทย ผลการเรียนรู 1. คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดถูกตองตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย 2. อธิบายลักษณะและจำนวนของสระทั้งรูปสระและเสียงสระ 3. อธิบายลักษณะของพยัญชนะและหนาที่ของพยัญชนะ 4. แบงรูปพยัญชนะตามระบบไตรยางศไดถูกตอง 5. อธิบายลักษณะอักษรควบ อักษรนำ-อักษรตาม 6. อธิบายลักษณะของการผันวรรณยุกต 7. บอกพยัญชนะสะกดตามมาตราตัวสะกดตาง ๆ 8. เขียนสะกดคำไดถูกตองตามอักขรวิธี รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 49 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ท20202 รายวิชา เสริมทักษะภาษา 2 รายวิชา เพิ่มเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาหลักการอานออกเสียง รอยแกวและรอยกรองไดอยางถูกตองเหมาะสมกับเรื่องที่วิเคราะหเหตุและ ผลและขอเท็จจริงกับขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน การเขียนยอความจากสื่อตางๆ ที่อาน วิเคราะหชนิดและหนาที่ของ คำในประโยค การสรางคำในภาษาไทย การใชพจนานุกรมสรุปความรูที่ไดรับเพื่อประยุกตใชในชีวิตจริง โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม ทักษะการนำความรูไปใช กระบวนการปฏิบัติ การฝก การอานออกเสียง รอยแกวและรอยกรอง ฝกเขียนยอความ สรุปความรูที่ไดรับเพื่อประยุกตใชในชีวิตจริง เพื่อใหเกิดทักษะการคิด ใชภาษาในการสื่อสารไดอยางสละสลวย มีมารยาทในการรับสารและสงสาร มีคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมที่เหมาะสม รักชาติ ศาสนกษัตริย ซื่อสัตยสุจริตมีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงาน มีจิตสาธารณะและรักความเปนไทย ผลการเรียนรู 1. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดเหมาะสมกับเรื่องที่อาน 2. ระบุเหตุและผลและขอเท็จจริงกับขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน 3. เขียนยอความจากสื่อตางๆ 4. อธิบายชนิดและหนาที่ของคำในประโยค 5. อธิบายหลักการสรางคำในภาษาไทย 6. อธิบายหลักการใชพจนานุกรม 7. สรุปความรูที่ไดรับเพื่อประยุกตใชในชีวิตจริง รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 50 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ท20203 รายวิชา การเขียนเชิงสรางสรรค รายวิชา เพิ่มเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาหลักการเขียนสะกดคำใหถูกตองตามอักขรวิธี การใชภาษาสำนวนโวหารในการเขียน เหมาะสมกับ เนื้อเรื่องและโอกาสในการผูกประโยค การใชคำใหถูกตองตามระดับภาษาไปพัฒนางานเขียนสื่อสารในรูปแบบ ตาง ๆ การเขียนสรุปความรู การเขียนคำกลาวในโอกาสตาง ๆ การเขียนจดหมายกิจธุระ การเขียนบันทึกเหตุการณ การเขียนบันเทิงคดี โดยใชทักษะกระบวนการเรียนรู กระบวนการคิด กระบวนการกลุม กระบวนการเขียน มาฝกฝนปฏิบัติให เกิดทักษะความชำนาญในงานเขียนสื่อสารตามโอกาสตาง ๆ ดวยรูปแบบที่เหมาะสมทั้งเนื้อหา จุดมุงหมาย เพื่อใหเกิดความรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย สุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่น ในการ ทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีนิสัยรักการเขียนและมีมารยาทในการเขียน ผลการเรียนรู 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับหลักเกณฑการเขียนและเขียนสะกดคำไดถูกตองตรงกับความหมาย 2. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับหลักเกณฑการผูกประโยค 3. นำความรูเกี่ยวกับการผูกประโยคไปใชในการเขียนสื่อสารไดถูกตอง 4. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนคำขวัญและเขียนคำขวัญไดถูกตองตรงตามรูปแบบเหมาะสม กับโอกาส 5. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับหลักการเขียนประกาศและสามารถเขียนประกาศไดถูกตอง ตามรูปแบบ 6. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับการเขียนคำอวยพรและสามารถเขียนคำอวยพรไดถูกตองตามโอกาส 7. มีความรูความเขาใจหลักการเขียนจดหมายกิจธุระ 8. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับความหมาย ประเภท หลักการเขียนบันทึกและสามารถเขียนบันทึก ถูกตองตามรูปแบบนำไปปรับใชในชีวิตประจำวันได 9. ความรูความเขาใจเกี่ยวกับหลักการเขียนบันเทิงคดีและเขียนงานเขียนบันเทิงคดีประเภทตาง ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 51 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ท20205 รายวิชา หลักการใชภาษาเพื่อการสื่อสาร 1 รายวิชา เพิ่มเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาวิเคราะหสรุปความหมายและความสำคัญของการสื่อสารความหมายของภาษา ความสำคัญ ของหลักภาษาไทยเรื่องเสียงในภาษาไทย ลักษณะของคำไทย การสรางคำในภาษาไทย ลักษณะของคำ ภาษาตางประเทศในภาษาไทย อธิบายลักษณะของกลุมคำและประโยค การแตงประโยคชนิดตาง ๆ การใช ภาษาเพื่อการสื่อสารในการฟง การพูดและการอาน โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการฝกปฏิบัติฝกการสรุปความหมาย ใชกระบวนการทางภาษา ทักษะการสังเคราะหประโยค ทักษะการนำความรูไปใช เพื่อใหใชภาษาไดอยางถูกตอง เห็นคุณคาของการสื่อสารไดอยางมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่เหมาะสม รักชาติ ศาสนกษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงาน มีจิตสาธารณะและรักความเปนไทย ผลการเรียนรู 1. อธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารของมนุษย 2. ระบุลักษณะระดับของภาษาและใชคำถูกตองตามระดับของบุคคล 3. อธิบายเสียงในภาษาไทย 4. อธิบายลักษณะของคำไทย การสรางคำในภาษาไทย พรอมยกตัวอยาง 5. อธิบายลักษณะของกลุมคำ และเปรียบเทียบกลุมคำกับประโยค 6. สามารถนำความรูเรื่องกลุมคำและประโยค ไปใชในการสื่อสาร 7. อธิบายลักษณะของภาษาตางประเทศในภาษาไทย 8. บอกหลักเกณฑการเลือกใชคำใหเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล และนำไปใชไดอยางถูกตอง เหมาะสม 9. อธิบายลักษณะของภาษาที่ใชกับกลุมบุคคลในวงการตางๆ และสามารถเลือกใชไดอยางถูกตอง เหมาะสม รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 52 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ท20207 รายวิชา ภาษาไทยเพื่อการเขียนเชิงวิชาการ รายวิชา เพิ่มเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาความรูพื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนเชิงวิชาการ ประเภทของงานเขียนเชิงวิชาการ การวางแผนการ เขียนเชิงวิชาการ การใชภาษาเชิงวิชาการ ลักษณะภาษาเชิงวิชาการ การบัญญัติศัพท การทับศัพท การนิยาม ศัพท การใชเครื่องหมายวรรคตอน การใชคำและรูปประโยค การใชพจนานุกรม โดยใชกระบวนงานเขียนเชิงวิชาการประเภทความเรียง สารคดี และบทความทางวิชาการ จะตอง ศึกษารูปแบบ วิธีการและแนวทางการเขียนและนำองคความรูไปใชในการเขียนงานรูปแบบตาง ๆ ในชีวิตประจำวันได การเขียนรายงานวิชาการเปนกระบวนการศึกษาคนควาอยางมีระบบขั้นตอน เพื่อใหไดผลการศึกษาที่ถูกตองและนาเชื่อถือ ซึ่งสวนประกอบของรายงานเปนองคประกอบสำคัญทำ ใหรายงานวิชาการมีความครบถวนสมบูรณตามรูปแบบการเขียนรางานวิชาการ การใหความสำคัญกับการใช ภาษาในรายงานไดอยางถูกตองเหมาะสม และการพิมพรายงานอยางประณีตจะเพิ่มคุณคาใหรายงานวิชาการ นาอานยิ่งขึ้น ผลการเรียนรู 1. จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อาน 2. เขียนผังความคิดเพื่อแสดงความเขาใจในบทเรียนตางๆ ที่อาน 3. การเขียนบรรยายและพรรณนา 4. เขียนรายงานการศึกษาคนควา 5. มีมารยาทในการเขียน รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 53 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ท20208 รายวิชา ภาษาไทยเพื่อการนำเสนอ รายวิชา เพิ่มเติม กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาหลักการพูด ศิลปะการเลือกใชคํา ประโยค คำเชื่อม สํานวนโวหาร การออกเสียงคําที่ถูกตอง และการพูดในสถานการณตาง ๆ การแสดงความคิดเห็นและการนําเสนอ อาทิ การนําเสนอทางวิชาการ ตลอดจนการเขียนโครงการ การเลือกชองทางการ สื่อสารและการอานขอมูลเชิงสถิติ โดยใชกระบวนการทักษะสัมพันธทางภาษามาใชในการวิเคราะห สังเคราะหวิจารณสรุปความ และ ตีความสื่อประกอบที่หลากหลาย และมีการเผยแพรผลงานสูสาธารณะ เพื่อใหเกิดทักษะ ในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เห็นประโยชนและคุณคาในการสรางสรรคงานและ ถายทอดสิ่งที่เรียนรูใหเปนประโยชนแกสาธารณะ ผลการเรียนรู 1. ใชภาษาไทยในการฟง พูด อาน และเขียนไดอยางถูกตองเหมาะสม มีมารยาทและมีประสิทธิภาพ 2. นํากระบวนการทักษะสัมพันธทางภาษามาใชในการวิเคราะหสังเคราะหวิจารณสรุปความ และตีความ 3. เขาใจเรื่องภาษาและการสื่อสาร สามารถนําไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน 4. นําเสนอผลการศึกษาคนควาและอางอิงดวยลายลักษณอักษร วาจา และสื่อประสมไดอยาง สรางสรรคและมีประสิทธิผล 5. เห็นประโยชนและคุณคาในการสรางสรรคงานและถายทอดสิ่งที่เรียนรูใหเปนประโยชน แกสาธารณะ รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 54 โครงสรางรายวิชา หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ระดับมัธยมศึกษาตอนตน (ม.1-3) รายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ชื่อรายวิชา เวลาเรียน (หนวยกิต) ค21101 คณิตศาสตรพื้นฐาน 1 60 (1.5) ค21102 คณิตศาสตรพื้นฐาน 2 60 (1.5) ค22101 คณิตศาสตรพื้นฐาน 3 60 (1.5) ค22102 คณิตศาสตรพื้นฐาน 4 60 (1.5) ค23101 คณิตศาสตรพื้นฐาน 5 60 (1.5) ค23102 คณิตศาสตรพื้นฐาน 6 60 (1.5) รวม 360 (9.0) รายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ชื่อรายวิชา เวลาเรียน (หนวยกิต) ค21201 เสริมทักษะคณิตศาสตร 1 40 (1.0) ค21202 เสริมทักษะคณิตศาสตร 2 40 (1.0) ค22201 เสริมทักษะคณิตศาสตร3 40 (1.0) ค22202 เสริมทักษะคณิตศาสตร 4 40 (1.0) ค23201 เสริมทักษะคณิตศาสตร 5 40 (1.0) ค23202 เสริมทักษะคณิตศาสตร 6 40 (1.0) ค20201 ความรูสึกเชิงจำนวน 20 (1.0) ค20202 ปริศนาคำนวณ 20 (1.0) ค20203 คนปญหา หาความคิด 20 (0.5) ค20204 กลยุทธ ยุทธวิธีการแกปญหา 20 (0.5) ค20205 เรขาคณิต 20 (0.5) ค20206 แฟกทอเรียล 20 (0.5)


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 55 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค21101 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา คณิตศาสตรพื้นฐาน 1 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระสมบัติของจำนวนเต็ม การนำความรูเกี่ยวกับ จำนวนเต็มไปใชในการแกปญหาการสรางทางเรขาคณิตการสรางพื้นฐานทางเรขาคณิต การสรางรูปเรขาคณิตสอง มิติโดยใชการสรางพื้นฐานทางเรขาคณิต การนำความรูเกี่ยวกับการสรางพื้นฐานทางเรขาคณิตไปใชในชีวิตจริง เลขยกกำลัง เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเปนจำนวนเต็มบวก การนำความรูเกี่ยวกับเลขยกกำลังไปใชในการ แกปญหาทศนิยมและเศษสวน ทศนิยมและเศษสวน การเปรียบเทียบเศษสวนและทศนิยม การบวก การลบ การคูณ การหาร เศษสวนและทศนิยม การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับเศษสวนและทศนิยม การตรวจคำตอบความ สมเหตุสมผลที่เกิดจากการบวก การลบ การคูณ การหารเศษสวนและทศนิยม ความสัมพันธของการบวกกับ การลบ การคูณกับการหารของเศษสวนและทศนิยม รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติหนาตัดของรูปเรขาคณิต สามมิติ ภาพที่ไดจากการมองดานหนา ดานขาง ดานบนของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รหัสตัวชี้วัด ค 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ค 2.2 ม.1/1 ม.1/2 รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 56 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค21102 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา คณิตศาสตรพื้นฐาน 2 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว การแกสมการเชิง เสนตัวแปรเดียว การนำความรูเกี่ยวกับการแกสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวไปใชในชีวิตจริง อัตราสวน สัดสวน และ รอยละ อัตราสวนของจำนวนหลายๆ จำนวน สัดสวน การนำความรูเกี่ยวกับอัตราสวน สัดสวน และรอยละไป ใชในการแกปญหาสมการเชิงเสนสองตัวแปร กราฟของความสัมพันธเชิงเสน การนำความรูเกี่ยวกับสมการเชิง เสนสองตัวแปรและกราฟของความสัมพันธเชิงเสนไปใชในชีวิตจริง สถิติการตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บ รวบรวมขอมูล การนำเสนอขอมูล ไดแก แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแทง กราฟเสน แผนภูมิรูปวงกลม การแปล ความหมายขอมูล การนำสถิติไปใชในชีวิตจริง โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รหัสตัวชี้วัด ค 1.1 ม.1/3 ค 1.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ค 3.1 ม.1/1 รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 57 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค22101 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา คณิตศาสตรพื้นฐาน 3 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระทฤษฎีพีทาโกรัส ทฤษฎีพีทาโกรัส บทกลับ ของทฤษฎีพีทาโกรัส การนำความรูเกี่ยวกับทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับไปใชในชีวิตจริง จำนวนอตรรกยะ จำนวนจริง รากที่สองและรากที่สามของจำนวนตรรกยะ การนำความรูเกี่ยวกับจำนวนจริงไปใชพื้นที่ผิว การ หาพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอกการนำความรูเกี่ยวกับพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอกไปใชในการ แกปญหา ปริมาตร การหาปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอก การนำความรูเกี่ยวกับปริมาตรของปริซึมและ ทรงกระบอกไปใชในการแกปญหา การแปลงทางเรขาคณิต การเลื่อนขนาน การสะทอน การหมุน การนำ ความรูเกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิตไปใชในการแกปญหา เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเปนจำนวนเต็ม การนำ ความรูเกี่ยวกับเลขยกกำลังไปใชในการแกปญหาพหุนาม การบวก การลบ และการคูณของพหุนาม การหาร พหุนามดวยเอกนามที่มีผลหารเปนพหุนาม โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รหัสตัวชี้วัด ค 1.1 ม.2/1 ม.2/2 ค 1.2 ม.2/1 ค 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ค 2.2 ม.2/3 ม.2/5 รวมทั้งหมด 7 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 58 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค22102 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา คณิตศาสตรพื้นฐาน 4 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระสถิติการนำเสนอและวิเคราะหขอมูล แผนภาพจุด แผนภาพตน-ใบ ฮิสโทแกรม คากลางของขอมูลการแปลความหมายผลลัพธการนำสถิติไปใชใน ชีวิตจริงความเทากันทุกประการ ความเทากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยม การนำความรูเกี่ยวกับความ เทากันทุกประการไปใชในการแกปญหา เสนขนาน สมบัติเกี่ยวกับเสนขนานและรูปสามเหลี่ยม การใหเหตุผล เกี่ยวกับการสรางทางเรขาคณิต การสรางทางเรขาคณิต การนำความรูเกี่ยวกับการสรางพื้นฐานไปใชใน ชีวิตประจำวัน การแยกตัวประกอบของพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองโดยใชสมบัติการ แจกแจง กำลังสองสมบูรณ ผลตางของกำลังสอง โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตรสามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รหัสตัวชี้วัด ค 1.2 ม.2/2 ค 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ค 3.1 ม.2/1 รวมทั้งหมด 6 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 59 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค23101 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา คณิตศาสตรพื้นฐาน 5 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระอสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว การแกอสมการ เชิงเสนตัวแปรเดียว การนำความรูเกี่ยวกับการแกอสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวไปใชในการแกปญหาการแยกตัว ประกอบของพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกวาสอง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว การแก สมการกำลังสองตัวแปรเดียว การนำความรูเกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวแปรเดียวไปใชในการแกปญหา ความ คลาย รูปสามเหลี่ยมคลายกัน การนำความรูเกี่ยวกับความคลายไปใชในการแกปญหา กราฟฟงกชันกำลังสอง การนำความรูเกี่ยวกับฟงกชันกำลังสองไปใชในการแกปญหาสถิติ(3)ขอมูลและการวิเคราะหขอมูลแผนภาพ กลอง การแปลความหมายผลลัพธการนำสถิติไปใชในชีวิตจริง โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รหัสมาตรฐาน/ตัวชี้วัด ค 1.2 ม.3/1 ม.3/2 ค 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ค 2.2 ม.3/1 ค 3.1 ม.3/1 รวมทั้งหมด 6 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 60 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค23102 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา คณิตศาสตรพื้นฐาน 5 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่3 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระระบบสมการ ระบบสมการเชิงเสนสองตัว แปร การแกระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปรนำความรูเกี่ยวกับการแกระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปรเดียวไป ใชในการแกปญหา พื้นที่ผิวและปริมาตร การหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม นำ ความรูเกี่ยวกับพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลมไปใชในการแกปญหาวงกลม วงกลม คอรด และเสนสัมผัส ทฤษฎีบทเกี่ยวกับวงกลม ความนาจะเปน เหตุการณจากการทดลองสุม ความนาจะเปน นำ ความรูเกี่ยวกับความนาจะเปนไปใชในชีวิตจริง อัตราสวนตรีโกณมิติอัตราสวนตรีโกณมิตินำคาอัตราสวน ตรีโกณมิติของมุม 30 องศา 45 องศาและ 60 องศา ไปใชในการแกปญหา โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรูทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รหัสตัวชี้วัด ค 1.3 ม.3/3 ค 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ค 2.2 ม.3/2 ม.3/3 ค 3.2 ม.3/1 รวมทั้งหมด 6 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 61 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค21201 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา เสริมทักษะคณิตศาสตร1 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาคนควา ฝกทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกับเรื่องดังตอไปนี้การประยุกต 1 ไดแกรูปเรขาคณิต แทนแกรม เพนโทมิโน จำนวนเชิงรูปหลายเหลี่ยม จำนวนนับ สูตรคูณแสนสนุก จำนวนเฉพาะ ค.ร.น./ ห.ร.ม. และปญหาชวนคิดการประยุกตของจำนวนเต็มและเลขยกกำลัง ไดแก การคิดคำนวณ การ ดำเนินการทางคณิตศาสตรการหาผลบวกของเลขหลายจำนวนเรียงกัน เลขยกกำลังเสริมพลังการคิด การ เขียนแสดงจำนวนที่มีคานอย ๆ หรือมาก ๆ ในรูปสัญกรณวิทยาศาสตรและโจทยปญหาในชีวิตประจำวัน การประยุกตของเศษสวนและทศนิยม ไดแก การคิดคำนวณ เศษสวนซอน เศษสวนตอเนื่อง การเขียน เศษสวนในรูปผลตาง และโจทยปญหาในชีวิตประจำวัน โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. ใชความรูและทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตรแกปญหาได 2. ใชความรูเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตและการแกโจทยปญหาเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตได 3. ใชความรูเกี่ยวกับจำนวนเต็ม เลขยกกำลัง และการประยุกตในการแกโจทยปญหาได 4. ใชความรูเกี่ยวกับเลขยกกำลังในการเขียนแสดงจำนวนที่มีคานอย ๆ หรือมาก ๆ ในรูปสัญกรณ วิทยาศาสตรได 5. ใชความรูเกี่ยวกับเศษสวนทศนิยมและการประยุกตในการแกโจทยปญหาได รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 62 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค21202 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา เสริมทักษะคณิตศาสตร2 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาคนควา ฝกทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกับเรื่องดังตอไปนี้ การประยุกต 2 ไดแก แบบรูปของ จำนวน พาลินโดรม ลำดับฟโบนักชีขายงาน ปญหาเสริมสรางพลังคิดคณิตศาสตรระบบเลขฐาน ไดแก เลขฐานสิบ เลขฐานสอง เลขฐานหา เลขฐานสิบสอง และการเปลี่ยนเลขฐานตาง ๆ การประยุกตของอัตราสวน และรอยละ ไดแก กำไร-ขาดทุน อัตราดอกเบี้ย การคิดคำนวณภาษีการแกปญหาหรือสถานการณในชีวิตจริง โดยใชอัตราสวน สัดสวน และรอยละ โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตร และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. ใชความรูเกี่ยวกับ แบบรูปของจำนวน ขายงาน ในการแกปญหา และตระหนักถึงความ สมเหตุสมผลของคำตอบที่ได 2. ใชทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรแกปญหาตาง ๆ และประยุกตใชในชีวิตประจำวันได 3. ใชความรูเกี่ยวกับเลขฐานตาง ๆ ได 4. ใชความรูเกี่ยวกับอัตราสวน สัดสวนและรอยละแกปญหาหรือสถานการณตาง ๆ ได รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 63 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค22201 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา เสริมทักษะคณิตศาสตร3 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระสมบัติของเลขยกกำลังการคูณเลขยกกำลัง การหารเลขยกกำลัง สมบัติของเลขยกกำลัง เลขยกกำลังในรูปสัญกรณวิทยาศาสตรพหุนาม และ เศษสวนของ พหุนามอยางงาย การบวก การลบ การคูณ และ การหาร พหุนาม การบวก การลบ การคูณ และการหาร เศษสวน พหุนามดีกรีไมเกิน 1 การประยุกตของอัตราสวนและรอยละ การแกปญหาหรือสถานการณโดยใช อัตราสวนและสัดสวนการแกปญหาหรือสถานการณในชีวิตประจำวันโดยใชรอยละ การประยุกตและการแปลง ทางเรขาคณิต การสรางสรรคงานศิลปะโดยใชการแปลงทางเรขาคณิต การออกแบบโดยใชการแปลงทาง เรขาคณิต โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. คูณและหารจำนวนที่เขียนอยูในรูปเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเปนจำนวนเต็มโดยใชบทนิยามและ สมบัติของเลขยกกำลังและนำไปใชในการแกปญหาได 2. คำนวณและใชเลขยกกำลังในการเขียนแสดงจำนวนที่มีคานอย ๆ หรือมาก ๆ ในรูปสัญกรณ วิทยาศาสตรได 3. บวก ลบ คูณ หารพหุนามได 4. บวก ลบ คูณ หารเศษสวนของพหุนามที่มีดีกรีไมเกินหนึ่งได 5. ใชความรูเกี่ยวกับอัตราสวน สัดสวนและรอยละแกปญหาหรือสถานการณตาง ๆ ได 6. ใชความรูเกี่ยวกับการเลื่อนขนาน การสะทอนและการหมุนในการสรางสรรคงานศิลปะหรือออกแบบ 7. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 64 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค22202 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา เสริมทักษะคณิตศาสตร4 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง การแยกตัวประกอบของพหุนามดรกรีสองโดยการแจกแจง การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่อยูในรูป ax2 +bx+c เมื่อ a,b,cเปนคาคงตัว และ a>0 การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่อยูในรูปกำลังสอง สมบูรณ การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่อยูในรูปผลตางกำลังสอง สมการกำลังสองตัวแปร เดียว การแกสมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใชการแยกตัวประกอบ การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับสมการกำลัง สองตัวแปรเดียวโดยใชการแยกตัวประกอบ การแปรผัน การแปรตรง การแปรผกผัน การแปรผันเกี่ยวเนื่อง การนำไปใชในการแกปญหา โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองโดยใชคุณสมบัติการแจกแจงได 2. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่อยูในรูป ax2 +bx+c เมื่อ a,b,cเปนคาคงตัวและ a ≠ 0 ได 3. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่อยูในรูปกำลังสองสมบูรณได 4. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่อยูในรูปผลตางของกำลังสองได 5. แกสมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใชการแยกตัวประกอบได 6. แกโจทยปญหาเกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใชการแยกตัวประกอบได 7. เขียนสมการแสดงการแปรผันระหวางปริมาณตาง ๆ ที่แปรผันตอกันได 8. แกปญหาหรือสถานการณที่กำหนดโดยใชความรูเกี่ยวกับการแปรผันได 9. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 65 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค23201 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา เสริมทักษะคณิตศาสตร5 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระกรณฑที่สอง การบวก การลบ การคูณ และ การหาร จำนวนจริงที่อยูในรูป a เมื่อ a ≥ 0 ใชสมบัติ ab = a b เมื่อ a ≥ 0 ,b ≥ 0 และใชสมบัติ b a = b a เมื่อ a ≥ 0 ,b ≥ 0 การแยกตัวประกอบของพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองโดย วิธีทำเปนกำลังสองสมบูรณ แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงที่มีสัมประสิทธิ์เปนจำนวนเต็มโดยอาศัยวิธีทำ เปนกำลังสองสมบูรณหรือใชทฤษฎีเศษเหลือ สมการกำลังสองตัวแปรเดียว การแกสมการกำลังสองตัวแปร เดียว โดยใชสูตร x = 2 -b ± b - 4ac 2a เมื่อ a ≠ 0 แกโจทยปญหาเกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวแปรเดียว พาราโบลา สมการพาราโบลา กราฟของพาราโบลาที่อยูในรูป y = ax2 + bx + c เมื่อ a ≠ 0 โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตร และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. บวก ลบ คูณ และหารจำนวนจริงซึ่งเกี่ยวกับกรณฑที่สองที่กำหนดใหและนำไปใชแกปญหาได 2. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองโดยวิธีทำเปนกำลังสองสมบูรณได 3. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงที่มีสัมประสิทธิ์เปนจำนวนเต็ม โดยอาศัยวิธีทำเปนกำลังสอง สมบูรณหรือใชทฤษฎีเศษเหลือได 4. แกสมการกำลังสองตัวแปรเดียว โดยใชสูตร และวิธีทำเปนกำลังสองสมบูรณได 5. แกโจทยปญหาเกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวแปรเดียวได 6. เขียนกราฟของพาราโบลาที่กำหนดใหได 7. บอกลักษณะของกราฟพาราโบลาที่กำหนดใหได รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 66 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค23202 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา เสริมทักษะคณิตศาสตร6 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่3 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระความรูพื้นฐานเกี่ยวกับการใหเหตุผลทาง เรขาคณิต ทฤษฎีบทเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม และรูปสี่เหลี่ยมการสราง วงกลม มุมที่จุดศูนยกลางและมุมในสวน โคงของวงกลม คอรด เสนสัมผัสวงกลม ระบบสมการดีกรีไมเกินสอง โจทยปญหาระบบสมการดีกรีไมเกินสอง เศษสวนของพหุนามการแกสมการเศษสวนของพหุนาม การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษสวนของพหุ นามการแกสมการเศษสวนของพหุนาม การแกปญหาเกี่ยวกับเศษสวนของพหุนาม โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตร และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบมีความ รับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณเชื่อมั่นใน ตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. ใชสมบัติเกี่ยวกับรูป สามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยม ในการใหเหตุผลได 2. สรางและใหเหตุผล เกี่ยวกับการสรางที่ กำหนดใหได 3. แกระบบสมการสองตัว แปรที่สมการมีดีกรีไมเกิน สองที่กำหนดใหได 4. แกโจทยปญหาเกี่ยวกับ ระบบสมการสองตัวแปรที่ สมการมีดีกรีไมเกินสองที่กำหนดใหได 5. ใชสมบัติเกี่ยวกับวงกลมใน การใหเหตุผลและแกปญหา ที่กำหนดใหได 6. บวกลบคูณและหารเศษสวนของพหุนามที่กำหนดใหได 7. แกสมการเศษสวนของพหุนามได 8. แกโจทยปญหาเกี่ยวกับ เศษสวนของพหุนามไดและตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 67 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค20201 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา ความรูสึกเชิงจำนวน กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระการพัฒนาความรูสึกเชิงจํานวน จะตอง มุงเนนพัฒนาใหผูเรียนมีความสามารถในดานตางๆ เชน การพัฒนาความเขาใจจํานวนทั้งจํานวนเชิงการการ นับ และจํานวนเชิงอันดับที่ ความเขาใจความสัมพันธที่หลากหลายระหวางจํานวน ความเขาใจขนาดสัมพัทธ ของจํานวน การรูผลสัมพัทธของการดําเนินการ ความสามารถในการพัฒนาสิ่งอางอิงในการหาปริมาณของ สิ่งของ และสถานการณตาง ๆ ในสิ่งแวดลอมของนักเรียน ความสามารถในการคิดคํานวณในใจไดอยางยืดหยุน และความสามารถในการประมาณคา โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตร และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. มีความเขาใจและบอกความหมายของจํานวนได 2. มีความเขาใจและบอกความสัมพันธที่หลากหลายระหวางจํานวนได 3. มีความเขาใจและบอกขนาดสัมพัทธและขนาดของจํานวนได 4. มีความเขาใจและบอกผลของการดําเนินการได 5. มีความยืดหยุนในการนําความรูเกี่ยวกับจํานวนและการดําเนินการบนจํานวนไปใชสถานการณใน ชีวิตจริงได รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 68 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค20202 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา ปริศนาคำนวณ กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระปริศนากับปญหาคณิตศาสตรไดแก ปริศนา จำนวนและตัวเลข ปริศนาเรขาคณิต ปริศนาทางตรรกศาสตร ปริศนาคณิตคิดเปนภาพ และเกมปริศนาคณิต คิดคำนวณ โดยใชกลยุทธวิธีแกปญหาทางคณิตศาสตร โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตร และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. มีความเขาใจปริศนาและสามารถวางแผนแกโจทยปริศนาจำนวนและตัวเลขไดโดยใชกลยุทธวิธี แกปญหาทางคณิตศาสตรและตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได 2. มีความเขาใจปริศนาและสามารถวางแผนแกปริศนาเรขาคณิตไดโดยใชกลยุทธวิธีแกปญหาทาง คณิตศาสตรและตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได 3. มีความเขาใจปริศนาและสามารถวางแผนแกปริศนาเกี่ยวกับตรรกศาสตรไดโดยใชกลยุทธวิธี แกปญหาทางคณิตศาสตรและตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได 4. มีความเขาใจปริศนาและสามารถวางแผนแกปริศนาคณิตคิดเปนภาพไดโดยใชกลยุทธวิธีแกปญหา ทางคณิตศาสตรและตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได 5. มีความเขาใจปริศนาและสามารถวางแผนแกเกมปริศนาคณิตคิดคำนวณไดและตระหนักถึงความ สมเหตุสมผลของคำตอบที่ได รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 69 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค20203 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา คนปญหา หาความคิด กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระกระบวนการการแกปญหา การลงมือ แกปญหาโดยใชทักษะกระบวนการคิดการทำความเขาใจปญหา ขอมูล เงื่อนไข การเขียนหรือวาดรูปเงื่อนไข ออกเปนสวน ๆ การวางแผนแกปญหา ความเชื่อมโยงระหวางขอมูลกับสิ่งที่ตองหาคำตอบ ความสัมพันธ ทฤษฎีที่นำมาใชแกปญหา การคิดดำเนินการตามขั้นตอนของการแกปญหา การตรวจสอบขั้นตอนหาคำตอบ โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตร และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. สามารถวางแผนแกปญหาบอกความเชื่อมโยงระหวางขอมูลกับสิ่งที่ตองหาคำตอบได 2. ทำความเขาใจปญหา สามารถบอกขอมูล และเงื่อนไขของขอมูลได 3. สามารถเขียนหรือวาดรูปเงื่อนไขออกเปนสวน ๆ ได 4. นำความสัมพันธหรือทฤษฎีมาใชแกปญหาได 5. สามารถคิดและดำเนินการตามขั้นตอนของการแกปญหาได 6. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ไดและตรวจสอบขั้นตอนหาคำตอบได รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 70 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค20204 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา กลยุทธ ยุทธวิธีการแกปญหา กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระการหารูปแบบ การรวบรวมขอมูลทำเปน รายการหรือตาราง ความสัมพันธและแบบรูปของขอมูล การเชื่อมโยงปญหา การเขียนสมการ การเดาและ ตรวจสอบ การวาดภาพ การตัดขอมูลที่ไมเกี่ยวของ การลงมือแกปญหาเปลี่ยนปญหาใหงายขึ้น การเปลี่ยน มุมมองของปญหา การใชเหตุผล การแบงปญหายอย และการสรางแบบจำลอง โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรูทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตร และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. มีวิธีในการหารูปแบบที่สอดคลองกับขอมูลและสรางความสัมพันธของขอมูลได 2. สามารถใชตารางในการรวบรวมขอมูลที่งายตอการคนพบความสัมพันธและแบบรูปของขอมูลได 3. สามารถสรางสมการใหสอดคลองกับปญหาและดำเนินการแกสมการได 4. สามารถเดาคำตอบและใชเหตุผลในการตรวจสอบคำตอบได 5. สามารถใชยุทธวิธีวาดแผนภาพโดยยึดโจทยปญหาเปนหลักได 6. สามารถสรางแบบจำลอง สรางตาราง หรือสรางแผนภาพตนไม ชวยในการแกปญหาได 7. สามารถลงมือแกปญหา โดยใชเหตุผลและแบงเปนปญหายอยได รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 71 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค20205 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา การแกปญหาทางเรขาคณิต กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระการแกปญหาทางเรขาคณิตเสนตรง ระยะหางระหวางจุดสองจุดบนระนาบ จุดกึ่งกลางระหวางจุดสองจุดบนระนาบ ความชันของเสนตรง เสนขนาน เสนตั้งฉาก ความสัมพันธซึ่งมีกราฟเปนเสนตรง โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตร และนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. หาระยะหางระหวางจุดสองจุด จุดกึ่งกลาง ระยะหางระหวางเสนตรงกับจุดได 2. หาความชันของเสนตรง และนำไปใชได 3. หาสมการเสนขนาน เสนตั้งฉากและนำไปใชได 4. นำความรูเรื่องเรขาคณิตวิเคราะหไปใชแกปญหาได 5. ใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร และเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณ ตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 72 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ค20206 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา แฟกทอเรียล กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาและฝกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระแฟกทอเรียล แนวทางการแกปญหาแฟกทอ เรียลหลักการเบื้องตนของการนับกฎการคูณกฎการบวกวิธีเรียงสับเปลี่ยนและวิธีการจัดหมู โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการ ตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อ ความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรและนำความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และมีความคิดริเริ่ม สรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ รอบคอบ มี ความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝรูใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง มีความตระหนักเห็นคุณคา ความสำคัญ ชื่นชมศิลปะจากภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู 1. หาคาแฟกทอเรียลของเลขจำนวนเต็มใด ๆ ได 2. นำความรูเรื่องหลักเบื้องตนของการนับไปประยุกตใชแกโจทยปญหาได 3. บอกความหมายของวิธีการเรียงสับเปลี่ยนและการจัดหมูได 4. หาผลลัพธจากการเรียงสับเปลี่ยนได 5. หาผลลัพธจากการจัดหมูได รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 73 โครงสรางรายวิชา หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนตน (ม.1-3) รายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ชื่อรายวิชา เวลาเรียน (หนวยกิต) ว21101 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี1 60 (1.0) ว21102 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี2 60 (1.0) ว22101 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี3 60 (1.0) ว22102 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี4 60 (1.0) ว23101 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี5 60 (1.0) ว23102 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี6 60 (1.0) ว21103 วิทยาการคำนวณ 1 40 (0.5) ว22103 วิทยาการคำนวณ 2 40 (0.5) ว23103 วิทยาการคำนวณ 3 40 (0.5) ว21104 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 20 (0.5) ว22104 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 20 (0.5) ว23104 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 20 (0.5) รวม 540 (9.0) รายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ชื่อรายวิชา เวลาเรียน (หนวยกิต) ว20201 กิจกรรม STEM 40 (1.0) ว20202 ของเลนวิทยาศาสตรเชิง STEM 40 (1.0) ว20203 โครงงานวิทยาศาสตร 1 40 (1.0) ว20204 โครงงานวิทยาศาสตร 2 40 (1.0) ว20205 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 40 (1.0) ว20206 การโปรแกรมเบื้องตนและ IPST MicroBox 60 (1.5) ว20208 โครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตรและเทคโนโลยี 1 40 (1.0) ว20209 โครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตรและเทคโนโลยี 2 40 (1.0) ว20210 ของเลนวิทยาศาสตร 40 (1.0) ว20211 วิทยาศาสตรกับความงาม 40 (1.0) ว20212 เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม 40 (1.0)


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 74 รหัสวิชา ชื่อรายวิชา เวลาเรียน (หนวยกิต) ว20213 พลังงานทดแทนกับการใชประโยชน 40 (1.0) ว20214 วิทยาศาสตรสุขภาพ 40 (1.0) ว20215 เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคมและพลังงานทดแทน กับการใชประโยชน 60 (1.5) ว20216 การใชโปรแกรมประยุกตเพื่อการศึกษา 1 40 (1.0) ว20217 การใชโปรแกรมประยุกตเพื่อการศึกษา 2 40 (1.0) ว20218 แสงและทัศนูปกรณ 40 (1.0) ว20219 พันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ 40 (1.0) ว20220 พรรณพฤกษา 40 (1.0) ว20221 สอวน. ชีววิทยา 20 (0.5) ว20222 สอวน. ฟสิกส 20 (0.5) ว20223 สอวน. เคมี 20 (0.5) ว20224 สอวน. ดาราศาสตร 20 (0.5)


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 75 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว21101 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 1 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะหความสำคัญและความหมายของวิทยาศาสตร กระบวนการทำงานของนักวิทยาศาสตร ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร สมบัติของสารบริสุทธิ์ การจำแนกสารบริสุทธิ์ โครงสรางอะตอม การ จำแนกธาตุและการใชประโยชน เซลล โครงสรางและหนาที่ของเซลล การลำเลียงสารเขาออกเซลล การแพร การออสโมซิส การสืบพันธุและการขยายพันธุพืชดอก การสังเคราะหดวยแสง การลำเลียงน้ำ ธาตุอาหารและ อาหารของพืช โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล การอภิปราย และทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่ไดเรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และ คานิยมที่เหมาะสม รหัสตัวชี้วัด ว 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11 ม.1/12 ม.1/13 ม.1/14 ม.1/15 ม.1/16 ม.1/17 ม.1/18 ว 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 รวมทั้งหมด 26 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 76 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว21102 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะหความรอนกับการเปลี่ยนแปลงของสสาร การถายโอนความรอน ลมฟาอากาศรอบตัว มนุษยและการเปลี่ยนลมฟาอากาศ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล การอภิปราย และทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่ไดเรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และ คานิยมที่เหมาะสม รหัสตัวชี้วัด ว 2.1 ม.1/9 ม.1/10 ว 2.2 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ว 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 รวมทั้งหมด 17 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 77 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว22101 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 3 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาการเรียนรูแบบนักวิทยาศาสตร เกี่ยวกับธรรมชาติของวิทยาศาสตร การเขาใจโลกแบบ วิทยาศาสตร วิธีการไดมาซึ่งความรูทางวิทยาศาสตร ความสัมพันธของวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคมและ สิ่งแวดลอม ศึกษาเรียนรูเกี่ยวกับลักษณะ หนาที่และการดูแลรักษาสวนตาง ๆ ของรางกายมนุษยความสัมพันธ ของระบบตาง ๆ ของมนุษย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถาย ระบบประสาทและพฤติกรรม ของมนุษย ระบบสืบพันธุและการคุมกำเนิด ความหมายของสารละลาย องคประกอบของสารละลาย สภาพ ละลายไดของสาร และปจจัยที่มีผลตอสภาพละลายได หาคาความเขมขนของสารละลาย บอกตำแหนงของ วัตถุ ระยะทางและการกระจัด ความเร็วและอัตราเร็ว แรงลัพธ แรงเสียดทาน แรงและความดันของของเหลว แรงพยุง โมเมนตของแรงและสนามของแรง โดยใชการสืบเสาะหาความรู สังเกต ตั้งคำถาม คาดคะเนคำตอบหรือสรางสมมติฐาน วางแผนและ สำรวจตรวจสอบโดยใชเครื่องมืออุปกรณและเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม รวมรวมขอมูล บันทึก จำแนก ประเภท ลงความคิดเห็น จัดกระทำและสื่อความหมายขอมูล สรางแบบจำลอง นำเสนอขอมูล รวมถึงอธิบาย ผลการสำรวจตรวจสอบ และสรุปผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรขั้นพื้นฐานและมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 และกระบวนการจัดการเรียนรูสะเต็ม ศึกษา โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ มีความคิดสรางสรรค สามารถทำงานรวมกับผูอื่น เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา ตระหนักถึงประโยชน และคุณคาของความรูทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี และใชความรูและ กระบวนการทางวิทยาศาสตรในการดำรงชีวิต มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม รหัสตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ม.2/16 ม.2/17 ว 2.1 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ว 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 รวมทั้งหมด 35 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 78 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว22102 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 4 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาการเรียนรูแบบนักวิทยาศาสตร เกี่ยวกับการวิเคราะหโครงสรางภายในโลก กระบวนการ เปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ดิน ชั้นดินและชั้นหนาตัดดิน แหลงน้ำผิวดินและแหลงน้ำใตดิน การใช น้ำอยางยั่งยืน ภัยธรรมชาติบนผิวโลก ภัยธรรมชาติจากน้ำทวม แผนดินถลม และการกัดเซาะชายฝงภัย ธรรมชาติจากหลุมยุบและแผนดินทรุด แหลงพลังงาน จากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ พลังงานทดแทน การใช พลังงานในอนาคต หลักการแยกสาร วิธีการแยกสาร การนำความรูเรื่องการแยกสารไปใชประโยชน งาน กำลัง และเครื่องกลอยางงาย พลังงานกลและกฎการอนุรักษพลังงาน พลังงานศักยโนมถวงและพลังงานจลน โดยใชการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการ เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลโดยใชสารสนเทศ การสรางแบบจำลองและการอภิปราย และ กระบวนการจัดการเรียนรูสะเต็มศึกษา โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม รหัสตัวชี้วัด ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ว 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 รวมทั้งหมด 19 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 79 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว23101 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 5 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะหความสัมพันธระหวางยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเกิดจีโนไทปและฟโนไทปในรุนลูก ความสำคัญของการแบงเซลลแบบไมโทซิสและไมโอซิส โรคทาง พันธุกรรม ประโยชนและผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม การเกิดคลื่นและสวนประกอบของคลื่น คลื่นแมเหล็กไฟฟาและสเปกตรัมของคลื่นแมเหล็กไฟฟา ประโยชนและอันตรายของคลื่นแมเหล็กไฟฟา ปรากฏการณเกี่ยวกับแสง การสะทอนและการหักเหของแสง การทำงานของทัศนูปกรณ ความสวางและการ มองเห็น การโคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทิตยดวยแรงโนมถวง การเกิดฤดูกาล การเคลื่อนที่ปรากฏของ ดวงอาทิตย การเกิดขางขึ้น ขางแรม การเปลี่ยนแปลงเวลาขึ้นและตกของดวงจันทร การเกิดน้ำขึ้น น้ำลง เทคโนโลยีอวกาศ โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ความคิดและความสามารถในการสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถ ในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและ คานิยมที่เหมาะสม รหัสตัวชี้วัด ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ว 2.3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/12 ม.3/13 ม.3/14 ม.3/15 ม.3/16 ม.3/17 ม.3/18 ม.3/19 ม.3/20 ม.3/21 ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 รวมทั้งหมด 24 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 80 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว23102 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 6 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห ความสัมพันธระหวางความตางศักย กระแสไฟฟา และความตานทานไฟฟา วงจรไฟฟาในบาน การคำนวณพลังงานไฟฟา การเลือกใชเครื่องใชไฟฟา การตอวงจรอิเล็กทรอนิกสเบื้องตน ปฏิสัมพันธขององคประกอบของระบบนิเวศ วัสดุพอลิเมอร เซรามิกส และวัสดุผสม การเกิดปฏิกิริยาเคมี กฎ ทรงมวล การเปลี่ยนแปลงพลังงานความรอนในปฏิกิริยาเคมี และปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวัน โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรู แนวการสอน 5 ขั้นตอน การเรียนรูผาน การใชกิจกรรมตาง ๆ เพื่อสืบสอบความรูทางวิทยาศาสตร รวมทั้งการเรียนรูโดยบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง สะเต็มศึกษา และสวนพฤกษศาสตร เพื่อการแกปญหาเชิงสรางสรรค สรางความรูใหมและนวตกรรม พัฒนา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 รวมทั้งการใชและสรางโมเดลเพื่ออภิปรายสู การเปนผูมีสมรรถนะการเรียนรูวิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา ตระหนักถึงประโยชน และคุณคาของความรูทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี และใชความรูและ กระบวนการทางวิทยาศาสตรในการดำรงชีวิต มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม รหัสตัวชี้วัด ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ว 1.3 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11 ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 รวมทั้งหมด 26 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 81 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว21103 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาการคำนวณ 1 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษา แนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จำเปนตอการแกปญหา ขั้นตอนการแกปญหา การเขียนรหัสลำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงายที่มีการใชงานตัวแปร เงื่อนไข และการวนซ้ำเพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิ การประมวลผลขอมูล การสรางทางเลือกและประเมินผลเพื่อตัดสินใจ ซอฟตแวรและบริการบนอินเทอรเน็ตที่ใชในการจัดการขอมูล แนวทางการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภัย การจัดการอัตลักษณการพิจารณาความเหมาะสมของ เนื้อหา ขอตกลงและขอกำหนด การใชสื่อและแหลงขอมูล โดยใชทักษะการคิดเชิงคำนวณ ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและการแกปญหา ทักษะดาน การสื่อสารสารสนเทศและการรูเทาทันสื่อ ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทักษะการแสวงหาความรู เพื่อใหเกิดการนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญหาไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรม หรือการแกปญหาในชีวิตจริง รวบรวมขอมูลและสรางทางเลือกในการตัดสินใจไดอยางมีประสิทธิภาพ และ ตระหนักถึงการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย เกิดประโยชนตอการเรียนรู และไมสรางความ เสียหายใหแกผูอื่น รหัสตัวชี้วัด ว 4.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 82 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว22103 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาการคำนวณ 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาแนวคิดเชิงคำนวณ การแกปญหาโดยใชแนวคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรมที่มีการใชตรรกะ และฟงกชัน องคประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร เทคโนโลยีสื่อสาร แนวทางการปฏิบัติ เมื่อพบเนื้อหาที่ไมเหมาะสม การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางมีความรับผิดชอบ วิธีการสรางและกำหนดสิทธิ ความเปนเจาของผลงาน โดยใชทักษะการคิดเชิงคำนวณ ทักษะการคิดวิเคราะห ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและการ แกปญหา ทักษะดานการสื่อสาร สารสนเทศและการรูเทาทันสื่อ ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ทักษะการแสวงหาความรู ทักษะในการทำงานรวมกัน เพื่อใหเกิดการนำแนวคิดเชิงคำนวณไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการแกปญหาในชีวิตจริง สรางและกำหนดสิทธิ์การใชขอมูล ตระหนักถึงผลกระทบในการเผยแพรขอมูล มีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการ ทำงาน รหัสตัวชี้วัด ว 4.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 83 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว23103 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา วิทยาการคำนวณ 3 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน Internet of Things (IoT) การเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนา แอปพลิเคชันขอมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ การประมวลผลขอมูล การสรางทางเลือกและประเมินผล ซอฟตแวร หรือบริการบนอินเทอรเน็ตที่ใชในการจัดการขอมูล การประเมินการความนาเชื่อถือของขอมูล การสืบคนหา แหลงตนตอของขอมูลเหตุผลวิวัติ ผลกระทบจากขาวสารที่ผิดพลาด การรูเทาทันสื่อ กฎหมายที่เกี่ยวกับ คอมพิวเตอร การใชลิขสิทธิ์ของผูอื่นโดยชอบธรรม รวบรวมขอมูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ ประมวลผล สราง ทางเลือก และนำเสนอการตัดสินใจไดอยางมีประสิทธิภาพ ออกแบบและเขียนโปรแกรม โดยใชทักษะการคิดเชิงคำนวณ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการจัดการ ทักษะการแสวงหา ความรู เพื่อใหเกิดการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่นอยางสรางสรรค ใชงานเทคโนโลยี สารสนเทศอยางรูเทาทัน และมีความรับผิดชอบตอสังคม รหัสตัวชี้วัด ว 4.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 84 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว21104 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 1 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี การทำงานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห เปรียบ เทียบและเลือกขอมูล ที่จำเปนเพื่อออกแบบวิธีการแกปญหาในชีวิตประจำวันในดานการเกษตรและอาหาร และสรางชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือในการแกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย โดยใชทักษะการคิดวิเคราะห ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ทักษะการสื่อสาร ทักษะความคิดสรางสรรค ทักษะการทำงานรวมกับผูอื่น เพื่อใหเกิดแนวทางการแกปญหาในชุมชน หรือทองถิ่น สรางความมุงมั่นในการทำงาน มีวินัยใฝเรียนรู ชวยเหลือคนในชุมชน มีจิตสาธารณะ นำสิ่งที่คนความาไดเผยแพรใหกับผูอื่น สรางประโยชนใหแกชุมชน รหัสตัวชี้วัด ว 4.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 85 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว22104 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาแนวโนมเทคโนโลยีโดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอม ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดย วิเคราะห เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จำเปน เพื่อออกแบบวิธีการแกปญหาภายใตเงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู และสรางชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม นำเสนอแนวทางการแกปญหาให ผูอื่นเขาใจ รวมทั้งเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือในการแกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย โดยใชทักษะการคิดวิเคราะห ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ทักษะการสื่อสาร ทักษะความคิดสรางสรรค ทักษะการทำงานรวมกับผูอื่น เพื่อใหเกิดการประยุกตใชในการออกแบบวิธีการแกปญหา รวบรวมขอมูลเพื่อเปรียบเทียบและเลือก ขอมูลที่จำเปน และสรางชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการในการแกปญหาใหกับชุมชน นำเสนอแนวทางการแกปญหา ใหผูอื่นเขาใจ สรางประโยชนใหแกชุมชน รหัสตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 86 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว23104 รายวิชา พื้นฐาน รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 3 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาและวิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และความสัมพันธของ เทคโนโลยีกับศาสตรอื่น ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะหสถานการณเพื่อสรุปกรอบของ ปญหา เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จำเปนโดยคำนึงถึงทรัพยสินทางปญญา เพื่อออกแบบวิธีการแกปญหาใน งานอาชีพดานการเกษตร อาหาร พลังงานและขนสง โดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา และอิเล็กทรอนิกสในการแกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสม และ ปลอดภัย โดยใชทักษะการคิดวิเคราะห ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ ทักษะการคิดเชิงระบบ ทักษะ กระบวนการแกปญหา ทักษะกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ทักษะการสื่อสาร ทักษะความคิดสรางสรรค ทักษะการทำงานรวมกับผูอื่น เพื่อใหเกิดการนำสิ่งที่ไดเรียนรู ไปประยุกตใชในการออกแบบวิธีการแกปญหา รวบรวมขอมูลเพื่อ เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จำเปน และสรางชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการในการแกปญหาใหกับชุมชน นำเสนอ แนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจ สรางประโยชนใหแกชุมชน รหัสตัวชี้วัด ว 4.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 87 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20201 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา กิจกรรม STEM กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาเกี่ยวกับหลักการของกิจกรรมสะเต็มศึกษาใหมีความรูและความเขาใจ ศึกษาตัวอยางกิจกรรม สะเต็ม วิธีการทางวิทยาศาสตร หลักการทางคณิตศาสตรที่เกี่ยวของ หลักการทางวิศวกรรมศาสตร ความรูดาน เทคโนโลยี โดยใชการบูรณาการหลักการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร วิศวกรรมศาสตรและเทคโนโลยี มีกระบวน การคิดวิเคราะหคิดสังเคราะหคิดแกปญหาการ คิดอยางมีวิจารณญาณ การทำงานเปนทีม เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจหลักการบูรณาการความรูและทักษะ มีความสามารถในการสืบคนขอมูล การใชเทคโนโลยีการคิด การนำ ความรูไปใชสรางสรรคนวัตกรรมหรือชิ้นงานที่นำไปใชประโยชนในการเรียน หรือชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการทำงานรวมกัน เห็นคุณคาของการเรียนรูและนำความรูไปใชอยาง สรางสรรค ผลการเรียนรู 1. อธิบายความหมายสะเต็มศึกษา ความรูเบื้องตนสะเต็มศึกษา 2. ระบุปญหาที่พบจากการรวบรวมขอมูลโดยใชโดยใชการคิดอยางมีวิจารณญาณ 3. ออกแบบวิธีการแกปญหาโดยเชื่อมโยงความรูและกระบวนการทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตรและคณิตศาสตร 4. วางแผนและดำเนินการแกปญหาอยางเปนขั้นตอน 5. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแกไขวิธีการแกปญหา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของวิธีการ แกปญหาหรือเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต 6. ปฏิบัติกิจกรรมสะเต็มในการสรางชิ้นงานอยางสรางสรรคมีจิตสำนึกและรับผิดชอบ 7. นำเสนอวิธีการแกปญหาและผลการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจโดยใชทักษะการสื่อสารอยางมี ประสิทธิภาพ รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 88 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20202 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา ของเลนวิทยาศาสตรเชิง STEM กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาของเลนวิทยาศาสตรเชิง STEM ความรูทางวิทยาศาสตรที่เนนการสรางสมรรถนะการเรียนรูใน ศตวรรษที่ 21 (3R8Cs) สมรรถนะวิทยาศาสตร สมรรถนะคณิตศาสตร และสมรรถนะวิทยาการคำนวณ พัฒนา ทักษะความคิดสรางสรรค ใหนักเรียนเปนผูสรางและสรุปองคความรู จัดการเรียนรู ผานการเลนของเลน วิทยาศาสตรอยางมีความหมาย สรางคำอธิบายเพื่อเชื่อมโยงวิวัฒนาการ จำแนกประเภทของของเลน วิเคราะห สวนประกอบ กลไกตาง ๆ ที่ทำงานรวมกันอยางเปนระบบ โดยอาศัยความรูในเรื่อง กลไก การผอนแรง ความ หนาแนน แรงและความดันอากาศ การเปลี่ยนรูปพลังงาน การสรางแบตเตอรี่อยางงาย และใชความรูเกี่ยวกับ การออกแบบและเทคโนโลยี และวิทยาการคำนวณ มาใชในการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมกลไกตาง ๆ ในของ เลน พรอมทั้งทดสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพใหของเลนวิทยาศาสตรทำงานไดอยางมีประสิทธิผล นำเสนอ ของเลนอยางสรางสรรคสอดคลองกับบริบทที่นักเรียนสนใจ โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรูแบบชี้แนะ (Guided Inquiry) บูรณาการกับการจัดการเรียนรู ตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design Process) เปนเครื่องมือหรือแนวทางในการจัดการเรียนรู สรางประจักษพยานผานกระบวนการทดลองทาง วิทยาศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ความคิดสรางสรรค สามารถนำเสนอ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความ สามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู 1. อธิบายความหมายของเลนเชิงวิทยาศาสตร 2. วิเคราะห สรางคำอธิบายวิวัฒนาการของของเลนแตละยุค แนวคิดเบื้องหลังของการสรางของเลน เครื่องหมาย และสัญลักษณที่บงบอกรายละเอียดเกี่ยวกับของเลนแตละชนิด หนาที่และประโยชน ของของเลนในสังคม 3. วิเคราะห ตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร ออกแบบวิธีการทดลองดำเนินการทดลอง และนำเสนอผล การทดลอง เพื่อระบุลักษณะหรือวิธีการเลนของของเลนผีเสื้อมายากลที่ทำใหเกิดความเพลิดเพลิน มากขึ้น 4. วิเคราะห อธิบายและใหเหตุผลเพื่อทำใหการเลนของเลนอื่นที่ไมมีกลไกทางวิทยาศาสตร ไดรับ ความรูทางวิทยาศาสตรและสนุกมากยิ่งขึ้น 5. ออกแบบ นำเสนอขอมูลและสรางรถของเลนที่รองรับการเปลี่ยนแหลงพลังงานในการขับเคลื่อน มอเตอรใหเคลื่อนที่ตามภารกิจที่กำหนด


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 89 6. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธของปจจัยที่เกี่ยวของกับการผลิตพลังงานไฟฟาจากเซลล แสงอาทิตย 7. ทดสอบและอธิบายประสิทธิภาพของแหลงพลังงานเซลลแสงอาทิตยที่ตอแบบอนุกรมและแบบ ขนานจากการเคลื่อนที่ของรถของเลนตามเงื่อนไขที่กำหนด 8. วิเคราะหปจจัยที่สงผลตอความสามารถในการเคลื่อนที่ของรถของเลน 9. เลือกใชแหลงพลังงานทางเลือก เพื่อออกแบบสรางรถยนตของเลนใหสามารถขับเคลื่อนไดตาม ภารกิจที่กำหนด 10.ศึกษาและวิเคราะหสวนประกอบ และกลไกตาง ๆ ที่ทำงานรวมกันอยางเปนระบบในของเลน 11.สรางกลไกของของเลนโดยใชความรูทางวิทยาศาสตร เรื่อง การสงแรง และการผอนแรงที่มีการ ใชชิ้นสวนของลอ เพลา และฟนเฟอง 12.ออกแบบสรางเฮลิคอปเตอรที่สามารถลอยตัวในอากาศ โดยใชหลักการทางวิทยาศาสตรมา สนับสนุน ตามความสนใจ 13.วางแผน ออกแบบ สรางโดรน ทดสอบประสิทธิภาพของโดรนในแบบฉบับของตนเอง 14.ใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อสรางเรือของเลนมอเตอรไฟฟา 15.ออกแบบ และสรางของเลนที่แตกตางไปจากเดิม/สรางสรรคตามความสนใจของผูเรียน 16.วางแผน ออกแบบ สราง และเลือกใชสื่อประกอบการนำเสนอของเลนอยางสรางสรรค รวมทั้งหมด 16 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 90 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20203 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตร 1 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาคนควา สืบคนขอมูล ฝกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร กำหนดตัวแปรและควบคุมตัวแปร การจัดระเบียบขอมูลการวิเคราะหขอมูล ใชกราฟแสดงขอมูล การแปลขอมูลและการลงขอสรุป และกิจกรรม ในรูปแบบตางที่เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร ประเภทสำรวจ การทดลอง สิ่งประดิษฐ และทฤษฎี วิเคราะห โครงงานวิทยาศาสตร ศึกษาเอกสารและสำรวจธรรมชาติในทองถิ่น เพื่อนำไปสูการระบุปญหาและหัวเรื่องใน การทำโครงงานวิทยาศาสตรตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตรที่เนนการแกปญหาอยางมีระบบฝกทักษะการตั้ง ปญหา ตั้งสมมติฐาน ออกแบบการทดลอง กำหนดและควบคุมตัวแปร การใชเครื่องมือพื้นฐานทางวิทยาศาสตร โดยใชกระบวนการโครงงานวิทยาศาสตร การสังเกต เปรียบเทียบ รวบรวมขอมูล วิเคราะห บันทึก และอธิบาย การทดลอง การนำเสนอขอมูล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถฝกทักษะกระบวนวิทยาศาสตร จากประสบการณตรง ตามวิธีทางวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรู สามารถนำไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และลักษณะอันพึงประสงค ผลการเรียนรู 1. ศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร 2. ศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับความหมาย และประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร และทำกิจกรรม ในรูปแบบตาง ๆ ที่เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตรประเภทตาง ๆ 3. ศึกษาคนควาขอมูลและอภิปรายเกี่ยวกับการวิเคราะหโครงงานวิทยาศาสตร จากแหลงเรียนรูตาง ๆ 4. เลือกเทคนิควิธีการตรวจสอบ ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใช วัสดุเครื่องมือที่เหมาะสม และรวบรวมขอมูล จัดกระทำขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ 5. ตั้งคำถามที่กำหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในการสำรวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควาเรื่องที่ สนใจจากการสำรวจธรรมชาติรอบตัวไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได 6. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได และวางแผนการสำรวจตรวจสอบไดหลาย ๆ วิธี 7. ศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร 8. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุปทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแยง สมมติฐาน และความผิดปกติของขอมูลจาการสำรวจตรวจสอบ 9. ศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับการคิดชื่อโครงงานวิทยาศาสตร 10.สืบคนขอมูลเกี่ยวกับการเขียนเคาโครงโครงงานวิทยาศาสตร ออกแบบการทดลอง ทำการทดลอง วิเคราะหขอมูล อภิปรายและสรุป รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 91 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20204 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตร 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห ทดลอง อภิปรายความหมายและประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร การวิเคราะห โครงงานวิทยาศาสตร การเขียนเคาโครงของโครงงานวิทยาศาสตร การเขียนรายงาน และการจัดแสดง โครงงานวิทยาศาสตร โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การ สืบคนขอมูลและการอภิปราย โดยใชกระบวนการโครงงานวิทยาศาสตร การสังเกต เปรียบเทียบ รวบรวมขอมูล วิเคราะห บันทึก และอธิบาย การทดลอง การนำเสนอขอมูล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถฝกทักษะกระบวนวิทยาศาสตร จากประสบการณตรง ตามวิธีทางวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรู สามารถนำไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และลักษณะอันพึงประสงค ผลการเรียนรู 1. ตั้งคำถามที่กำหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในการสำรวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควาเรื่อง ที่สนใจไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได 2. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบไดและวางแผนการสำรวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี 3. เลือกเทคนิควิธีการสำรวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใชวัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม 4. รวบรวมขอมูล จัดกระทำขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ 5. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแยง กับสมมติฐาน และความผิดปกติของขอมูลจากการสำรวจตรวจสอบ 6. สรางแบบจำลองหรือรูปแบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสำรวจตรวจสอบ 7. สรางคำถามที่นำไปสูการสำรวจตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวของและนำความรูที่ไดไปใชในสถานการณ ใหมหรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ 8. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสำรวจ ตรวจสอบ คนควาเพิ่มเติมจากแหลงความรูตาง ๆ ใหไดขอมูลที่เชื่อถือได และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรูที่คนพบเมื่อมีขอมูลและประจักษ พยานใหมเพิ่มขึ้นหรือโตแยงจากเดิม 9. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของ โครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 92 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20205 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-3 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาเกี่ยวกับลมฟาอากาศ ภูมิอากาศ สมดุลพลังงานของโลก ปรากฏการณเรือนกระจก สถานการณ โลกกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ผลกระทบตอระบบนิเวศ ความมั่นคงทางดานอาหารและการเกษตร สุขอนามัย โรคระบาด แนวทางการลด ละ เลิก เพื่อโลกที่ยั่งยืน และการเตรียมการรับมือผลที่ตามมาจากการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยใชการเชื่อมโยงความรูกับชีวิตประจำวันของตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศ ดวยกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การวิเคราะห การอภิปราย การ อธิบายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนำ ความรูไปใชในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่ถูกตองเหมาะสม โดย มุงเนนความเปนไทยควบคูกับความเปนสากล ผลการเรียนรู 1. สืบคน อธิบาย และสรุปเกี่ยวลมฟาอากาศและภูมิอากาศ สมดุลพลังงานของโลก ปรากฏการณ เรือนกระจก 2. สำรวจและสืบคนขอมูลการสถานการณโลกกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 3. วิเคราะหผลกระทบและผลที่ตามมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 4. นำเสนอขอมูลเพื่อใชอธิบายผลกระทบและผลที่ตามมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 5. เสนอแนวทางการลด ละ เลิก เพื่อโลกที่ยั่งยืน และการเตรียมการรับมือผลที่ตามมาจากการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 93 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20206 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา การโปรแกรมเบื้องตนและ IPST MicroBox กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต ศึกษาความเปนมาของการใชคอมพิวเตอร ระบบคอมพิวเตอรและการประมวลผล หลักการโปรแกรม เบื้องตน หนาตางโปรแกรม คำสั่งพื้นฐาน การวิเคราะหงาน และโครงสรางของโปรแกรม หลักการใชงาน ไมโครคอนเลอร ระบบที่ใชสมองกลฝงตัวในการทำงาน หลักการทำงานของชุดกลองสมองกล IPST MicroBox การเชื่อมตออุปกรณไฟฟาอิเล็กทรอนิกสเขากับไมโครคอนโทรเลอรของชุดกลองสมองกล IPST MicroBox โปรแกรมสำหรับควบคุมการทำงานชุดกลองสมองกล IPST MicroBox การออกแบบและสรางชิ้นงานโดยใชชุด กลองสมองกล IPST MicroBox โดยใชแนวคิดและหลักการโปรแกรม โครงสรางโปรแกรม ตัวแปร การลำดับคำสั่ง การตรวจสอบ เงื่อนไข การควบคุมโปรแกรม คำสั่งแสดงผล และรับขอมูลการเขียนโปรแกรมแบบงาย ๆ โดยอาศัยความ เขาใจพื้นฐานของวิชาคณิตศาสตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เห็นคุณคา มีทักษะพื้นฐานในการเขียนโปรแกรม ทักษะกระบวนการ แกปญหา ทักษะในการแสวงหาความรู และสรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค มีคุณธรรมและจริยธรรม ผลการเรียนรู 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร การประมวลผล การเขียนโปรแกรม 2. สามารถเขียนโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร 3. มีความรูพื้นฐานในการเขียนโปรแกรมสำหรับ micro:bit 4. สามารถสรางงานจากจินตนาการอยางมีคุณธรรมและจริยธรรม 5. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับหลักการใชงานไมโครคอนโทรเลอร 6. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับระบบที่ใชสมองกลฝงตัวในการทำงาน 7. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับหลักการทำงานของอุปกรณชุดกลองสมองกล IPST MicroBox 8. สามารถการเชื่อมตออุปกรณไฟฟาอิเล็กทรอนิกสเขากับไมโครคอนโทรเลอรของชุดกลองสมองกล IPST MicroBox 9. สามารถเขียนโปรแกรมสำหรับควบคุมการทำงานของชุดกลองสมองกล IPST MicroBox 10.สามารถออกแบบและสรางชิ้นงานโดยใชชุดกลองสมองกล IPST MicroBox 11. มีเจตคติที่ดีตอการทำงานของระบบสมองกลฝงตัวในงานชนิดตาง ๆ รวมทั้งหมด 11 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 94 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20208 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี 1 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษาคนควา สืบคนขอมูล ฝกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร กำหนดตัวแปรและควบคุมตัวแปร การจัดระเบียบขอมูลการวิเคราะหขอมูล ใชกราฟแสดงขอมูล การแปลขอมูลและการลงขอสรุป และกิจกรรมที่ เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี ประเภทตาง ๆ วิเคราะหโครงงาน ศึกษาเอกสาร และสำรวจธรรมชาติรอบตัวในทองถิ่น เพื่อนำไปสูการระบุปญหาและหัวเรื่องในการทำโครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี ตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตรที่เนนการแกปญหาอยางมีระบบ ฝกทักษะการตั้ง ปญหา ตั้งสมมติฐาน ออกแบบการทดลอง กำหนดและควบคุมตัวแปร การใชเครื่องมือพื้นฐานทางวิทยาศาสตร โดยใชกระบวนการโครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี การสังเกต เปรียบเทียบ รวบรวมขอมูล วิเคราะห บันทึกและอธิบาย การทดลอง การนำเสนอขอมูล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถฝกทักษะกระบวนวิทยาศาสตร จากประสบการณตรง ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรู สามารถนำไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค ผลการเรียนรู 1. ศึกษาคนควา อภิปรายเกี่ยวกับความหมาย และประเภทของโครงงานและทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับ โครงงานประเภทตาง ๆ 2. ศึกษาคนควาขอมูลและอภิปรายเกี่ยวกับการวิเคราะหโครงงาน จากแหลงเรียนรูตาง ๆ 3. ศึกษาคนควาอภิปรายเกี่ยวกับขั้นตอนการทำโครงงาน 4. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแยง สมมติฐาน และความผิดปกติของขอมูลจากการสำรวจตรวจสอบ 5. ตั้งคำถามที่กำหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในการสำรวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควาเรื่อง ที่สนใจไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได 6. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบไดและวางแผนการสำรวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี 7. เลือกเทคนิควิธีการสำรวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใชวัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม 8. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแยงกับ สมมติฐาน และความผิดปกติของขอมูลจากการสำรวจตรวจสอบ 9. การเลือกแหลงสืบคนที่เชื่อถือไดศึกษาคนควา รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 95 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20209 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห ทดลอง และอภิปรายความหมายและประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี การวิเคราะหโครงงาน การเขียนเคาโครงของโครงงาน การสืบคน การเขียนรายงาน และการ จัดแสดงโครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะ หาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูลและการอภิปราย โดยใชกระบวนการโครงงานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี การสังเกต การเปรียบเทียบ รวบรวมขอมูล วิเคราะห บันทึกและอธิบายการทดลอง การนำเสนอขอมูล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถฝกทักษะกระบวนวิทยาศาสตร จากประสบการณตรง ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรู สามารถนำไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค ผลการเรียนรู 1. สรางคำถามที่นำไปสูการสำรวจตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวของ และนำความรูที่ไดไปใช ในสถานการณใหมหรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิดกระบวนการและผลของโครงงานหรือชิ้นงาน ใหผูอื่นเขาใจ 2. สำรวจตรวจสอบตามการวางแผนการดำเนินการ โดยใชทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร 3. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสำรวจ ตรวจสอบ คนควาเพิ่มเติมจากแหลงความรูตาง ๆ ใหไดขอมูลที่เชื่อถือได และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรูที่คนพบเมื่อมีขอมูลและประจักษ พยานใหมเพิ่มขึ้นหรือโตแยงจากเดิม 4. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของ โครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 96 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20210 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา ของเลนวิทยาศาสตร กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห ออกแบบ สรางของเลนอยางงายตามแบบที่กำหนดให ดัดแปลงหรือประดิษฐของเลน ที่ใชเครื่องกลอยางงายหรือหลักการทางไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสอยางงาย และอธิบายการทำงานของของเลน ดวยหลักการทางวิทยาศาสตร โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสำรวจตรวจสอบ การสังเกต การสืบคนขอมูล การวิเคราะห และการอภิปรายสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงคและ สามารถอาน คิด วิเคราะห และเขียนสื่อความได ผลการเรียนรู 1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักการทางวิทยาศาสตรที่สังเกตไดจากการเลนของเลน 2. สังเกตและอธิบายหลักการทำงานของเครื่องกลอยางงาย วงจรไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสอยางงาย ที่ประกอบขึ้นในของเลน 3. ตรวจสอบและแกไขขอบกพรองของเครื่องกลอยางงาย วงจรไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสอยางงาย ที่ประกอบขึ้นในของเลนที่กำหนด 4. ออกแบบและประดิษฐของเลนโดยใชเครื่องกลอยางงาย และไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสอยางงาย 5. มีเจตคติที่ดีตอหลักการทางวิทยาศาสตรในของเลน รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู


หลักสูตรโรงเร�ยนว�ทยานุกูลนาร� พุทธศักราช 2566 97 คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ว20211 รายวิชา เพิ่มเติม รายวิชา วิทยาศาสตรกับความงาม กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห ตรวจสอบ และอธิบาย ความงามที่สมวัยและปจจัยที่มีผลตอความงาม การดูแลความ งามและการเลือกใชเครื่องสำอาง เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน การใชสมุนไพรในทองถิ่นเพื่อความงามและ สุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อความงามและสุขภาพ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสาร สิ่งที่รู มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศดานการคิดและการแกปญหา ดานการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู 1. อธิบายความสำคัญของอาหารและปจจัยที่มีผลตอสุขภาพ 2. อธิบายโครงสรางที่เกี่ยวของกับความงาม ระบุปญหาและแนวทางแกไขปญหาความงามในวัยรุน 3. สืบคนขอมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางและผลที่เกิดจากการใชเครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน 4. สำรวจและสืบคนขอมูลเกี่ยวกับสมุนไพร ภูมิปญญาไทย และเทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับความงาม และสุขภาพ รวมทั้งนำความรูไปใชประโยชน 5. สำรวจและสืบคนขอมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่มีจำหนายในทองตลาด และนำความรูไปใช ประโยชน 6. แสดงพฤติกรรมที่สะทอนวามีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคานิยมที่เหมาะสมที่เกี่ยวกับความงาม รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู


Click to View FlipBook Version