The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2023-02-07 21:16:04

ชีวา ณ 2

ชีวา ณ 2

ชีวา ณ เคหาสน์ ณ อาศรม ณ อารมณ์ ณ อาลัย เรียบเรียงโดย เมทนี แสงธรรม Complied by: Martin Chan 编制者: 马丁 陈 03/02/2566 09.28AM. ๒


2 เคหาสน์ ค าว่า คฤหาสน์ แปลว่า บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย เป็นค าสนธิภาษาสันสกฤต จากค าว่า คฤห+อาสน ส่วนภาษาบาลีนั้น จะใช้เคห+อาสน = เคหาสน์มี ความหมายว่า บ้านเรือน หรือที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกัน (บางคน เคยชินกับค าว่า เคหะ ในค าว่า เคหสถาน ที่แปลความหมายเช่นเดียวกัน มากกว่า )


3 ซึ่งมีหลายคนมักใช้ตัวการันต์ผิด เพราะคงเคยผ่านตากับค าว่า คฤหัสถ์ ที่แปลว่า ผู้ครองเรือน มาบ้าง จนจ าสับสน ค าว่า คฤหัสถ์แปลว่า ผู้ครองเรือน มีความหมายเช่นเดียวกับ ฆราวาส ใช้เรียกบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้ด ารงเพศสมณะ หรือเป็นสงฆ์ *ข้อควรจ า* คฤหัสถ์ใช้ถ์ เพราะ"ถือ"ครองความเป็นเจ้าเรือน คฤหาสน์ใช้น์ เพราะสนธิกับค าว่าอาสน ซึ่งเป็น ที่"นั่ง" https://www.facebook.com/Ruk.pasa/posts/414682928601424/


4 อาศรม อาศรม ในศาสนาฮินดู หมายถึง ระยะของชีวิต 4 ระยะ ซึ่งมีระบุไว้ในเอกสารยุคโบราณและยุคกลางของฮินดู อาศรมทั้งสี่ระยะ ได้แก่ พรหมจรรยะ (ผู้เรียน), คฤหัสถะ (ผู้ครองเรือน), วานปรัสถะ (ผู้ออกจาริก) และ สันยาสะ (ผู้ละทิ้งทางโลก)


5 อาศรมสี่ เป็นหนทางหนึ่งของแนวคิด ธรรมะ ในศาสนาฮินดู และเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นทางจริยศาสตร์ของ ปรัชญาอินเดีย ที่ซึ่งถูกรวม เข้ากับเป้าหมายสี่ประการของชีวิตมนุษย์ (ปุรุษสรรถะ) เพื่อการเติมเต็ม, ความสุขและการบรรลุทางจิตวิญญาณ แนวคิดอาศรมสี่ ยังมีอิทธิพล ต่อการวางแผนด ารงชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะในอินเดีย http://bit.ly/3HCgc6K


6 อารมณ์ อารมณ์ ส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมของตนเอง รวมทั้งส่งผลต่อผู้อื่นด้วย


7 การจัดการกับอารมณ์ เป็นทักษะ ที่สามารถพัฒนาได้ ด้วย วิธีการและเทคนิคต่างๆ เช่น การควบคุมอารมณ์ทางลบ ให้มีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม ถือเป็นการพัฒนาตนเอง ให้มีความสามารถทางอารมณ์ ที่มีความจ าเป็นในการใช้ชีวิต และส่งผลต่อความส าเร็จในชีวิตด้วย


8 เทคนิคที่จะช่วยในการฝึกมีดังนี้ 1. ทบทวนการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวเราเอง 2.เตรียมการในการแสดงอารมณ์ 3. ฝึกสติ 4. ฝึกการผ่อนคลายตนเอง 5. ประเมินสถานการณ์และอารมณ์


9 อาลัย ค าว่า “อาลัย” ถ้าได้ยินค าว่า “อาลัย” หลายคน คงคิดถึงความหมาย ประมาณว่า ความห่วงใย, ความพัวพัน, ความระลึกถึงด้วยความเสียดาย แน่นอน แต่ค าว่า “อาลัย” ยังมีอีกความหมาย คือ ที่อยู่, ที่พัก ค าว่า “อาลัย” ในความหมายนี้ จะใช้ประกอบกับค าอื่น ด้วยการสมาสแบบสนธิ


10 ค าว่า “หิมาลัย” มาจาก หิมะ + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งหิมะ” ค าว่า “ชลาลัย” มาจาก ชล + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งน ้า” ค าว่า “วิทยาลัย” มาจาก วิทยา + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งความรู้” ค าว่า “เทวาลัย” มาจาก เทวะ + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งเทวดา” ค าว่า “สุราลัย” มาจาก สุร + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งเทวดา”


11 ค าว่า “ศิวาลัย” มาจาก ศิวะ + อาลัย มีความหมายว่า “ที่อยู่แห่งพระศิวะ” https://www.facebook.com/kumthai.th/photos/a.1502532273398314/2353947471590119/?type=3


12


13 15 ตำ แหน่งทิศทำงดำวโคจรท้งั 9 ดวงประจ ำปี พ.ศ. 2566 31 เปรียบเทียบกำรรักษำทำงคลินิกแพทย์แผนจีน-แผนตะวันตก ตอนที่๒๐ โรคอัมพำตใบหน้ำทัศนะแผนปัจจุบัน (๑) 75 หลีกเลี่ยงสิ่งร ้ำยกระทบฮวงจุ้ยบ้ำน 105 โป๊ ยยี่สี่เถี่ยวกำรดูดวงชะตำแบบจีน 八字四柱 128 ทิศห้องนอนตำมหลักฮวงจุ้ย ผู้ที่เป็ นเจ้ำบ้ำน หอ ้ งนอนควรอยทู่ ิศไหนดีพร้อมวิธีกำรคิดรหัสรำศี? 148 รหัสรำศีหรือ Kua Number 179 ...นานาสาระ... ปั๊ดกั่ว" 八卦 หรือ"ปากั้วถู" 八卦图 209 การใช้ยันต์8 เหลี่ยม 八卦 ติดตั้งบริเวณหน้าบ้าน 227 ถอดรหัสปฎิทินจีน ตอนที่ 3: “13 เดือน 12 ราศีกับ ปีอธิกมาส” 235 สัตว์เทวะจตุรทิศ สารบัญ


14 305 ประวัติSteve Jobs ผก ู ้่อต ้ งั Apple พอ่มดแห่งวงกำรไอท ี ท ี่พล ิ กโฉมเทคโนโลยโี ลกน ้ ี ไปตลอดกำล 367มองจากโลกของ ‘สตีฟ จ็อบส์’ สู่เทรนด์บริโภครูปแบบใหม่ Pescetarian: กลุ่มทานปลาและซีฟู้ด


15 ตำ แหน ่ งทศ ิ ทำงดำวโคจรทง ั ้ 9 ดวง ประจ ำปี พ.ศ. 2566 http://bit.ly/3WMwCOd


16 ต าแหน่งทิศที่เป็นมงคลและอัปมงคล แบ่งออกได้ดังนี้ ทิศมหามงคล : ทิศใต้(8) ทิศมงคล : ทิศเหนือ(9) ทิศตะวันตกเฉียงใต้(1) ทิศปานกลาง : จุดศูนย์กลาง (4) ทิศตะวันตก (6) ทิศอัปมงคล : ทิศตะวันออก(2) ทิศตะวันออกฉียงใต้(3) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (5) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ(7) 3 8 1 2 4 6 7 9 5


17 วิธีใช้เข็มทิศวัดทิศทาง 1.ยืนถือเข็มทิศอยู่ณ. จุดกึ่งกลางห้อง หรือกึ่งกลางบ้าน (ขึ้นอยู่กับจุด ประสงค์ของท่านว่า ต้องการทราบต าแหน่งทิศที่ตั้งของวัตถุหรือ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใด) 2.โดยปกติแล้ว ปลายลูกศรในเข็มทิศ จะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ ตามแรงดึงดูดของขั้วแม่เหล็กโลกทางทิศเหนือ ดังนั้นท่านจึงต้องหมุน เข็มทิศ โดยพยายามจัดให้ปลายลูกศร ชี้ไปที่ตัว N (NORTH - ทิศเหนือ) หรือตัวเลข 360 องศา บนตัวเข็มทิศ


18 3.เมื่อเข็มทิศนิ่งสนิทแล้ว (โดยมีลูกศรชี้ไปทางทิศเหนือ) ให้อ่านในตัว เข็มทิศ ดูว่า วัตถุหรือเฟอร์นิเจอร์ ที่ท่านต้องการวัดนั้น ตกอยู่ในมุม ของทิศใด โดยอาจคะเนดูคร่าวๆ ด้วยตาเปล่า หรือหากต้องการองศาที่ละเอียดลึกซึ้ง ท่านสามารถเทียบได้จากข้อมูลดังนี้ N NORTH ทิศเหนือ มีองศาอยู่ระหว่าง 337.5 - 22.49 NE NORTH EAST ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีองศาอยู่ระหว่าง 22.5 - 67.49 E EAST ทิศตะวันออก มีองศาอยู่ระหว่าง 67.5 - 112.49 SE SOUTH EAST ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีองศาอยู่ระหว่าง 112.5 - 157.49


19 S SOUTH ทิศใต้ มีองศาอยู่ระหว่าง 157.5 - 202.49 SW SOUTH WEST ทิศตะวันตกเฉียงใต ้ มีองศาอยู่ระหว่าง 202.5 – 247.49 W WEST ทิศตะวันตก มีองศาอยู่ระหว่าง 247.5 – 292.49 NW NORTH WEST ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีองศาอยู่ระหว่าง 292.5 – 337.49 4.ในขณะที่ท่านใช้เข็มทิศอยู่ มีข้อควรระวังคืออย่าอยู่ใกล้กับสิ่งของ หรือวัสดุที่เป็นโลหะ เช่น นาฬิกา รั้วเหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของเหล็ก เพราะจะท าให้การวัดองศาในเข็มทิศ คลาดเคลื่อนได้


20 ในภาควิชาฮวงจุ้ยชั้นสูง คือ ทิศทางประจ าปี สัมพันธ์สอดคล้อง กับต าแหน่งของดวงดาว หรือ“ฮวงจุ้ยหลุ่งหลิ่วจ้วง” คือ การโคจรของดวงดาวหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกัน ท าหน้าที่ส่งผลดีและร้ายต่อมนุษย์ ประจ าอยู่ในแปดทิศหลักใหญ่ เรียกว่า “หลิ่งนี้ฮวงจุ้ย” หากท่านผู้อ่าน สามารถทราบล่วงหน้า ว่าต าแหน่งทิศทางใด ที่เมื่อตั้งโต๊ะท างานหรือเตียงนอนแล้ว จะบังเกิดความเป็นมงคลความเจริญรุ่งเรือง


21 ก็จะได้ขยับขยายเคลื่อนย้ายจุดต่างๆ ในบ้าน เพื่อเปิดรับโชคลาภโภคทรัพย์ ณ ต าแหน่งทิศทางนั้น อย่างเต็มที่ แต่หากไม่สามารถขยับขยายได้ ก็จะได้หาสิ่งของอันเป็นสิริมงคล เพื่อกระตุ้นโชคลาภ และหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยต่างๆ ต่อไป โดยกลุ่มดาวเหนือ ที่โคจรเข้ามาส่งผลจะมีอยู่9 ดวง


22 เมื่อหมุนเวียนไปประจ าหน้าที่ใน 8 ทิศใหญ่แล้ว จะมีอีกหนึ่งดวง ที่ประจ าอยู่ณ จุดกึ่งกลางที่บ้านของท่านทุกหลัง ในปีเถาะ 2566 นี้ ดาวบินที่โคจรเข้ามา ณ ต าแหน่งจุดศูนย์กลางของบ้านท่านทุกหลัง คือ ดาวบิน “สี่เขียว” (ซี้เล็ก) “บุ่งเข็ก” โคจรเข้ามาสถิตอยู่ และตามหลักวิชานี้ ดาวบินอื่นๆ ก็จะสถิตหมุนเวียนตามทิศต่างๆ ดังนี้ 3 8 1 2 4 6 7 9 5


23 ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ทิศอัปมงคล) NW NORTH WEST ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีองศาอยู่ระหว่าง 292.5 – 337.49


24 ส าหรับดาวบินที่โคจรเข้าสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในปีพศ. 2566 นี้ คือ ดาวบินห้าเหลือง “โหงวอึ๊ง” (เหนี่ยมเจ็ง) โคจรเข้ามาสถิตเพ่งเล็งอยู่ เนื่องจากดาวดวงนี้ เป็นดาวอัปมงคล ที่ผสมผสานทั้งธาตุดินและธาตุไฟมาอยู่รวมกัน จึงเปรียบเสมือนระเบิดเวลา ที่พร้อมจะจุดชนวนขึ้นได้ทุกเมื่อ เป็นดาวแห่งการท าลายล้าง และภัยพิบัติที่รุนแรง ส่งผลแต่ในด้านลบ


25 จะท าให้ส าหรับท่านใด ที่มีต าแหน่งของโต๊ะท างาน โต๊ะท าการบ้านของบุตรหลาน หรือโต๊ะเก็บเงิน ที่มีทิศด้านหลังพิง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในปี พศ. 2566 นี้ จะส่งผลให้การด าเนินงาน ติดๆขัดๆ ไม่ราบรื่น หัวสมองตื้อคิดอะไรไม่ค่อยออก และมักประสบอุปสรรคปัญหา ที่ไม่คาดคิดประดังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งปี


26 ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ไปถึงภาวะการเงินที่จะเกิดวิกฤติตึงตัว ขาดสภาพคล่องหนักขึ้น ฉะนั้น หากต าแหน่งของโต๊ะท างาน โต๊ะท าการบ้าน โต๊ะเก็บเงินหรือเตียงนอนในบ้านท่าน มีทิศด้านหลังพิงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในปีเถาะพ.ศ.2566 ปีนี้ ท่านควรหาวิธีโยกย้ายเพื่อหลีกเลี่ยง หรือหาวิธีป้องกันแก้ไขจะดีกว่า


27 ซึ่งการจะขจัดปัดเป่ า พลังพิฆาตของ “ดาวโหงวอึ๊ง”นี้ ต้องใช้วิธีการผ่อนคลาย สลายธาตุดิน อันหนักแน่นให้อ่อนก าลังลง โดยจัดตั้ง “มหาอาชาพิฆาตไพรี” ซึ่งเป็นก าลังของธาตุทอง ที่แข็งแกร่งมาคลี่คลาย ทั้งจะช่วยสลายพลังร้ายให้ทุเลาเบาลง บังเกิดแต่ความเป็นสิริมงคล กิจการงานการค้าราบรื่นเจริญก้าวหน้า โชคลาภเงินทองหลั่งไหลเพิ่มพูนตลอดทั้งปี


28 “มหาอาชาพิฆาตไพรี” “ม้า” (หม่า) จัดเป็นสัตว์มงคลที่สง่างาม สามารถวิ่งได้ไกลนับพันลี้ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และการประสบความส าเร็จ


29 เนื่องจาก “ม้า” เป็นสัญลักษณ์ของความว่องไวไม่หยุดนิ่ง เราจึงมักจะเห็นท่านที่ท าธุรกิจการค้า จัดตั้ง “ม้า” ไว้ที่บ้านหรือที่ท างาน เพื่อให้การค้าขายราบรื่น ประสบความส าเร็จอย่างรวดเร็ว มีพลังดุจดั่งม้าเหิร ท่านที่ท างานประจ า ก็จะส่งผลถึงเรื่องของการเลื่อนขั้นเลื่อนต าแหน่ง มีพลังในการเอาชนะอุปสรรคทั้งปวง


30 อีกทั้งพลังมงคล ของ “มหาอาชาพิฆาตไพรี” ยังส่งผลถึงเรื่องของการสื่อสารที่รวดเร็ว จึงมักท าให้ท่านสามารถวางแผน และคิดอ่านทันสมัย ตรงต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ


31 เปรียบเทียบกำรรักษำทำงคลินิก แพทย์แผนจีน-แผนตะวันตก ตอนท ี ่ ๒๐ โรคอัมพำตใบหน้ำ ทัศนะแผนปัจจุบัน (๑) https://www.doctor.or.th/article/detail/10931 ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีรายการโทรทัศน์สัมภาษณ์ดารานักแสดง ที่เป็นอัมพาตบริเวณใบหน้า มีอาการปิดตาไม่สนิทและปากเบี้ยว เวลากินอาหารแล้ว มีน ้าลายไหลออกทางมุมปาก ข้างเดียวกับตาที่ปิดไม่สนิท


32 โรคนี้รู้จักกันมากว่า ๒๐๐ ปีแล้ว โดย นายแพทย์ชาร์ล เบลล์ (Charles Bell) นักกายวิภาคศาสตร์ ชาวสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นคนแรกที่ได้รวบรวมผู้ป่ วยกลุ่มนี้ขึ้น ในปีพ.ศ.๒๓๖๔ จึงให้เกียรติเรียก อัมพาตใบหน้าประเภทนี้ว่า อัมพาตของเบลล์ หรือ Bell's palsy


33 ♦ สาเหตุของการเกิดโรค ♦ การรักษาแบบแผนปัจจุบัน ♦ การด าเนินของโรค ♦ ความชุกของการเกิดโรค


34 โรคอัมพาตใบหน้าในทัศนะแผนปัจจุบัน ♦ สำเหตุของกำรเกิดโรค เกิดจาก เส้นประสาท คู่ที่ ๗ (Facial nerve) ที่มาเลี้ยงบริเวณใบหน้าไม่ท างานชั่วคราว ท าให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าครึ่งซีก ขยับเขยื้อนไม่ได้เป็นอัมพาต การอักเสบ เกิดจากการบวมของเส้นประสาท ท าให้เบียดกับรูที่ประสาท ออกมาเลี้ยงบริเวณใบหน้า


35 หรือเกิดจากอำหำร มาหล่อเลี้ยงประสาทคู่นี้ลดลง เกิดการเกร็งตัวของหลอดเลือด การขาดเลือดและอาหาร จะท าให้เกิดการอักเสบบวมของเส้นประสาท เป็นโรคที่เกิดกับเส้นประสาทคู่ที่ ๗ ล้วนๆ และมักเป็นสาเหตุ ที่ท าให้เกิดอัมพาตใบหน้า อย่างเฉียบพลัน


36 ส่วนสาเหตุที่ท าให้เกิดการอักเสบ ของเส้นประสาทคู่ที่ ๗ ยังไม่ทราบแน่ชัด สันนิษฐานว่า อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะเชื้อเริม งูสวัด หรืออีสุกอีใส นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่กระตุ้นหรือปัจจัยเกี่ยวข้อง เช่น บางคนมีอาการเกิดขึ้น หลัง..ตาก..ลม และกระทบความเย็น บางรายเคยได้รับบาดเจ็บหรือผ่าตัด บริเวณใบหน้ามาก่อน การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดทางอารมณ์ ผู้ป่ วยเบาหวานหรือมีความดันโลหิตสูง มีการอักเสบบริเวณใบหูมีโอกาสเกิดโรคนี้ได้ง่าย


37 ♦ กำรรักษำแบบแผนปัจจุบัน เนื่องจากโรคนี้ เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน บางคน พอตื่นนอนมา ก็รู้สึก หรือสังเกตเห็นปากเบี้ยวไปข้างหน้า เวลากลืนน ้าหรือบ้วนปากจะมีน ้าไหลที่มุมปาก เวลายิงฟันหรือยิ้ม จะเห็นมุมปากข้างนั้นตก ตาข้างเดียวกันจะปิดไม่สนิท ยักคิ้วไม่ขึ้น ลิ้นข้างเดียวกันจะชาและรับรสไม่ได้


38 บางรายอาจมีอาการปวดหูและหูอื้อ โดยผู้ป่ วยจะรู้สึกตัวดี แขนขามีแรงดีท างานได้ปกติ ผู้ป่ วย มักมีอาการปวดใบหน้า หรือปวดหลังหู ข้างที่เป็นอัมพาต น ามาก่อน ประมาณ ๒-๓ วัน


39 เมอ ื่ไปพบแพทย์แผนปัจจุบัน ยาหลักที่ใช้รักษาและต้องให้ ในเวลาอันรวดเร็วคือ ยาสตีรอยด์ ยาเม็ด ชื่อเพร็ดนิโซโลน ในขนาดที่สูง การให้ยานี้ ในช่วงระยะเวลา ๔ วันแรก เชื่อว่าจะท าให้อาการอัมพาตหายได้เร็วขึ้น (ช่วง ๓ วันแรกการด าเนินการของโรคจะรวดเร็วมาก) การให้ยาในระยะท้ายๆ หลัง ๔-๗ วันแล้ว อาจได้ผลไม่แน่นอน


40 กำรใช้ยำต้ำนไวรัสร่วมด้วย ยังเป็นความเชื่อทางทฤษฎี เพราะถ้าใช้เพียงตัวเดียว ยังไม่ได้ผลชัดเจน เมื่อเทียบกับการใช้ยาสตีรอยด์


41 ♦ กำรด ำเนินของโรค โรคอัมพาตใบหน้า ร้อยละ ๘๐-๘๕ อาการดีขึ้นใน ๑-๓ สัปดาห์ และหายสนิทใน ๓-๖ เดือน โรคนี้แม้ว่าจะไม่รักษา ก็สามารถหายเองได้ ตามธรรมชาติ มีเพียงร้อยละ ๑๕ ที่ต้องใช้เวลาฟื้นตัว บางรายนาน ๒ เดือนถึง ๒ ปี อายุยิ่งมาก ยิ่งหายช้า


42 ส่วนใหญ่หายสนิท ส่วนน้อยยังคงร่องรอยปากเบี้ยวให้เห็นอยู่บ้าง บางรายอาจก าเริบซ ้าได้อีก กล้ามเนื้อตา มักฟื้นตัวได้เร็ว เร็วกว่ากล้ามเนื้อมุมปาก ถ้าพบว่า ยักคิ้วและปิดตาได้ดีขึ้น ถือว่ามีแนวโน้มที่ดี


43 อย่างไรก็ตาม มีบางรายที่มีพยากรณ์โรคที่ไม่ดีเช่น - ผู้ที่มีกล้ามเนื้ออัมพาตรุนแรง ไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อได้เลย - คนที่มีโรคประจ าตัว เช่น ความดันโลหิตสูง - รายที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อใบหน้าร่วมด้วย (ยกเว้นอาการปวดบริเวณหูซึ่งพบได้บ่อย)


44 ♦ ควำมชุกของกำรเกิดโรค พบในผู้ชายและผู้หญิงพอๆ กัน ประมาณ ๒๕ คนต่อประชากรแสนคน ช่วงอายุที่เป็น ๒๐-๕๐ ปี คนที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคนี้ มากกว่าคนทั่วไป ๔ เท่า รวมทั้งหญิงระหว่างตั้งครรภ์ คนที่มีภูมิคุ้มกันต ่า เช่น โรคเอดส์


45 เปรียบเทียบกำรรักษำทำงคลินิก แพทย์แผนจีน-แผนตะวันตก ตอนท ี ่ ๒๑ โรคอัมพำตใบหน้ำ ทัศนะแผนปัจจุบัน (๒) https://www.doctor.or.th/article/detail/11197 โรคอัมพำตใบหน้ำ (面瘫) ทัศนะแพทย์แผนจีน (๒) ได้กล่าวถึงสาเหตุการรักษา การด าเนินโรค และ ความชุกของการเกิดโรคอัมพาตใบหน้า ทัศนะแผนปัจจุบันไปแล้ว ฉบับนี้ว่าด้วยทัศนะแพทย์แผนจีน


46 โรคอัมพำตใบหน้ำ ทัศนะแพทย์แผนจีน แพทย์จีน เรียกอาการปาก ตา บิดเบี้ยว (口眼歪斜症) หรืออัมพาตใบหน้า (面瘫)


47 สาเหตุของการเกิดโรค ๑. ส่วนใหญ่เกิดจากบริเวณใบหน้า กระทบกับลมและความเย็น (风寒) เป็นการกระทบของลม ต่อเส้นลมปราณ จิงลั่ว (风中经络) ท าให้พลังไม่สามารถไปเลี้ยงใบหน้าได้ มีอาการอ่อนแรงของร่างกายครึ่งซีก มีอาการปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท แบบเฉียบพลัน


48 ๒. เส้นลมปราณ หยางหมิงของขา ที่วิ่งผ่านบริเวณปาก มีภาวะพร่องขาดพลังหล่อเลี้ยง เมื่อโดนลมกระทบ เกิดการหดตัวไม่คล่อง ลมที่กระทบมีทั้งลมเย็น ลมร้อน ลมชื้น ลมเสมหะ รวมถึงภาวะเลือดอุดกั้น ภาวะพลังและเลือดติดขัด ล้วนเป็นสาเหตุ ที่ท าให้เกิดอาการปาก ตา บิดเบี้ยว ได้ทั้งสิ้น


49 การวินิจฉัยแบบเปี้ยนเจิ้ง (辨症论治) biàn zhèng lùn zhì ๑. ลมกระทบจำกภำยนอก ทำ ใหเ ้ กด ิ อัมพำตทใี่บหน ้ ำ (风邪外袭) fēng xié wài xí ลมรวมกับปัจจัยก่อโรค อาจเป็นความเย็น ความร้อน ความชื้น


50 เมื่อมากระทบบริเวณใบหน้า คือเส้นพลังลมปราณของ หยางหมิง ที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนใหญ่ ท าให้เลือดและพลังไหลเวียนไม่คล่อง กล้ามเนื้อที่ตาและปากอ่อนแรง ท าให้บิดเบี้ยวเพราะไม่มีก าลัง การรับความรู้สึกบนใบหน้าผิดปกติ


Click to View FlipBook Version