The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2023-02-07 21:16:04

ชีวา ณ 2

ชีวา ณ 2

51 กระทบ ลมเย็น-กล้ามเนื้อใบหน้าปวดเกร็ง เพราะความเย็นท าให้หดตัว กระทบ ลมร้อน-กล้ามเนื้อใบหน้าหย่อน ผิวหนังร้อนแดง กระทบ ลมชื้น-กล้ามเนื้อใบหน้า หน้าบวม บางครั้งมีอาการปวดร่วมด้วย


52 ๒. ลม ตับ เคลอ ื่นไหวภำยใน (肝风内动) มีอาการอัมพาตใบหน้า ร่วมกับมีพื้นฐานร่างกาย เป็นคนที่มีภาวะตับแกร่ง หรือยินพร่อง-หยำงแกร่ง มักมีอาการเวียนศีรษะแขนขาชา


53 ภำวะหยำงทม ี่ำกเกน ิไป ทะลวงผ่านเส้นลมปราณ หยางหมิง บริเวณใบหน้า ท าให้ใบหน้าแดงก ่า เวียนศีรษะมากขึ้น ผู้ป่ วย มักมีลิ้นแดงออกม่วง ชีพจรเร็วและตึงมีก าลัง ฝ้าบนลิ้นเหลือง หรือมีฝ้าบนลิ้นน้อย ตัวลิ้นแห้ง


54 ๓. ลมเสมหะ อ ุ ดกัน ้ เส ้ นลมปรำณ (风痰阻络) มีอาการอัมพาต บริเวณใบหน้า ร่วมกับพื้นฐานร่างกาย ที่บ่งบอกว่า มเ ี สมหะอ ุ ดกนั้ กล่าวคือ ผู้ป่ วยมักมีระบบม้ามอ่อนแอ ท าให้เกิดเสมหะ เสมหะที่สะสมตัวนานเข้า ท าให้พลังอุดกั้น เกิดลม-เสมหะ ปิดกั้นส่วนบนของร่างกาย คือเส้นลมปราณหยางหมิง ที่บริเวณใบหน้า ผู้ป่ วยมักจะมีใบหน้าชา มีเสียงเสมหะในคอ ลิ้นแข็งทื่อ ฝ้าบนลิ้นขาวเหนียวชีพจรตึงลื่น


55 ๔. เลือดและพลังพร่อง (气血双亏) มีอัมพาตของใบหน้า ร่วมกับพื้นฐานร่างกาย เป็นคนอ่อนแอ เลือดและพลังพร่อง กล่าวคือ กล้ามเนื้อใบหน้าจะอ่อนแรง กล้ามเนื้อเหลว เสียงพูดไม่มีก าลัง (ไม่ค่อยอยากจะพูด) ชีพจรเล็ก เบาขาดพลัง ลิ้นซีด นุ่ม ฝ้าบนลิ้นขาวบาง


56 แนวทางการรักษา ๑. ลมภายนอกกระทบ (风邪外袭) หลักกำรรักษำ ลมเย็น : ใช้หลักการขับลม สลายความเย็น (疏风散寒) ต ารับยาที่ใช้เก๋อเกินทัง (葛根汤) ปรับลดตามสภาพ


57 ลมร้อน : ใช้หลักการขับลม ขับความร้อน (疏风清热) ต ารับยาที่ใช้เก๋อเกินเจี่ยจีหัว (葛根解肌汤) ปรับลดตามสภาพ ลมชื้น : ใช้หลัก ขับลม สลายความชื้น (疏风散湿) ต ารับยาที่ใช้เชียงหัวเซิ้งสือทัง (羌治胜湿汤) ปรับลดตามสภาพ


58 ๒. ลมตับ เคลื่อนไหวภายใน (肝风内动) หลักการรักษา สงบตับ สงบลม ต ารับยาที่ใช้เจิ้นกานสีเฟิ งทัง (镇肝熄风汤) และเทียนหมาโกวเถิงหยิ่น (天麻钓藤饮)


59 ๓. ลมเสมหะ ปิดกั้น เส้นลมปราณลั่ว (风痰阻络) หลักการรักษาขับลม สลายเสมหะ ทะลวงเส้นลมปราณ (祛风化痰,舒通经络) ต ารับยาที่ใช้เชวียนเจิ้งส่าน (牵正散) ปรับลดตามสภาพ


60 ๔. เลือดและพลังพร่อง (气血双亏) หลักการรักษา บ ารุงเลือดและพลัง ทะลวงเส้นลมปราณ (补养气血,通经活络) ต ารับยาที่ใช้อู่หยางหวนอู่ทั่ง และ เอ่อฉงส่าน (五阳还五汤, 二虫散)


61 การเปรียบเทียบแผนปัจจุบันและแผนจีน ๑. สาเหตุการเกิดโรคอัมพาตใบหน้า ที่ส่งผลให้เส้นประสาทคู่ที่ ๗ อักเสบหรือบวม แพทย์แผนปัจจุบัน ให้ความสนใจไปที่การติดเชื้อไวรัส และกล่าวถึงปัจจัยที่เอื้ออ านวยให้เกิด จากภาวะการกระทบความเย็นและตากลม ความเครียดทางอารมณ์คนที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวานหรือบาดเจ็บบนใบหน้า


62 การเปี้ยนเจิ้งของแพทย์จีน เน้นไปที่ปัจจัยภายใน พื้นฐานร่างกาย บางคนเลือดพลังพร่อง บางคนยินพร่อง หยางแกร่ง (คล้ายกับความดันโลหิตสูง) บางคนเสมหะภายในมาก ระบบการย่อยไม่ดีหรือมีเสมหะสะสมภายในนานๆ (คล้ายกับภาวะไขมันในเลือดสูง) หรือคนที่บาดเจ็บบริเวณใบหน้า (ซึ่งท าให้เส้นลมปราณ หยางหมิง ถูกกระทบกระเทือน เป็นพื้นฐานอยู่ก่อน)


63 นอกจากนี้ ยังให้ความส าคัญกับปัจจัยภายนอก ที่มากระทบ แพทย์จีนโบราณ ไม่มค ี ำ วำ่ ไวรัส รู้จักแค่การเปลี่ยนแปลงของอากาศ ที่มากระทบต่อร่างกาย บริเวณใบหน้า จ ำแนกตำมอำกำรอัมพำต ว่ามีลักษณะหน้า ปวด หย่อน ร้อน ว่าเป็นปัจจัยชนิดไหนมากระทบ แล้วท ำกำรใช้ยำขับ ปัจจยัก่อโรคเหล่ำนั้ นออกไป


64 ๒. กำรรักษำ แผนปัจจุบัน มุ่งไปที่รักษา เพื่อลดอาการบวม และการอักเสบของเส้นประสาทคู่ที่ ๗ โดยตรง ระยะเริ่มแรก ให้ยาเพร็ดนิโซโลน ขนาดสูง และลดขนาดลง ยำต้ำนไวรัส พิจารณาเป็นรายๆ ไป และปล่อยให้ร่างกายหายเอง


65 แผนจีน แบ่งแยกลักษณะอัมพาต ตามสภาพพื้นฐานสมดุลของร่างกาย และปัจจัยที่ก่อโรค รักษาพื้นฐานร่างกาย ควบคู่กับการขับปัจจัยก่อโรค เน้นสร้างสมดุลให้ร่างกายฟื้นตัวได้ด้วยตัวเอง


66 การฝังเข็ม ด้านหนึ่ง เน้นเลือกจุดบนเส้นลมปราณ หยางหมิง ที่หล่อเลี้ยงบริเวณใบหน้า อีกด้านหนึ่ง เน้นการขับลมจากภายนอก และปรับลมภายใน เช่น จุดเหอกู่ (合谷) จุดเฟิ งฉือ (风池) หรือดึงพลังหยางลงล่าง เช่น จุดไท่ชง (太冲)


67 ๓. เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ป่ วยจ านวนมาก มีอาการปวดบริเวณหลังหู ซึ่งเป็นทางเดินของเส้นลมปราณถุงน ้าดี ที่เกี่ยวข้องกับลมในร่างกาย และความผิดปกติของเส้นลมปราณ แสดงว่าผู้ป่ วยที่มีการติดขัด ของพลังลมปราณมาก่อน มีโอกาสเกิดอัมพาตบนใบหน้าได้ง่าย ถ้ำกระทบลมและควำมเย็น


68 คนทก ี่ล ้ ำมเน ื อ ้ อ่อนแรงอยำ่งมำก มีพยากรณ์โรคไม่ดี ตรงกับแพทย์จีน ที่กล่าวถึงผู้ป่ วยประเภทนี้ เป็นประเภทพื้นฐานเลือดและพลังพร่อง ซึ่งถ้าได้รับการรักษาสมดุลร่างกาย ควบคู่ไปด้วย จะท าให้พยากรณ์โรคดีขึ้น คนที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อใบหน้าอัมพาต เป็นกลุ่มที่มีพยากรณ์โรคไม่ค่อยดีเช่นกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังหยำง หรือเลือดและพลังไหลเวียนมาได้น้อย จ าเป็นต้องปรับสมดุลควบคู่กันไปด้วย


69 เช่นเดียวกับคนที่มีความดันโลหิตสูง ซึ่งเทียบได้กับที่มีภาวะหยางของตับแกร่ง และผู้ป่ วยที่มีเสมหะ ความชื้นมาก ก็ต้องปรับระบบย่อย ระบบม้าม รวมทั้งจัดการกับเสมหะ (มีความหมายครอบคลุม ถึงภาวะไขมันในเลือดด้วย) ๔. ถ้ามองในทัศนะแพทย์จีน การปรับสมดุลของเส้นลมปราณบริเวณใบหน้า ให้เลือดและพลังไหลเวียนดีจะช่วยท าให้การฟื้นตัว ของกล้ามเนื้ออัมพาตหายได้เร็วขึ้นได้อย่างแน่นอน


70 กำรปรับสมดุลด้วยยำ ทงั้ บำ ร ุ ง ปรับและขจัดปัจจัยก่อโรค จะยง ิ่มผ ี ลทำ ใหก ้ ำรหำยเร ็ วขน ึ ้ และพยากรณ์ของโรคจะดีขึ้นกว่า การรักษาที่เส้นประสาทคู่ที่ ๗ อย่างเดียวล้วนๆ ๕. กำรรักษำแบบจีน ใช้หลัก...เปี้ยนเจิ้ง คนทเ ี่ป็ นโรคเหมอ ื นกนั รักษำต่ำงกัน เพรำะพื้นฐำนร่ำงกำยต่ำงกัน แต่การรักษาแบบแผนปัจจุบัน ค่อนข้างเป็นมาตรฐาน คือใช้เพร็ดนิโซโลน ทุกรายเป็นหลัก เพราะเป็นโรคเดียวกัน ต้องมาตรฐานการรักษาเดียวกัน


71 ๖. คนที่มีปัญหาพื้นฐานร่างกายผิดปกติเสียสมดุล และมีปัญหาของเส้นลมปราณบริเวณใบหน้าติดขัด จากสาเหตุใดมาก่อนเป็นทุนเดิม ย่อมมีโอกาสเกิด อัมพาตบนใบหน้าของด้านที่เส้นลมปราณติดขัดหรือ มีปัญหาได้ง่ายกว่าคนทไี่ม่มจ ี ุ ดออ่น การปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลังหูปวดต้นคอ ปวดใบหน้าซีกใดซีกหนึ่ง ปวดไมเกรนเป็นประจ า บ่งบอกว่าการไหลเวียนของพลังลมปราณติดขัด ต้องระมัดระวัง อย่ำให้ไปกระทบลมและควำมเย็นนำนๆ โดยเฉพาะเวลานอน ต้องระวังพัดลมและแอร์ที่เป่ าจ่อบริเวณใบหน้า


72 ปัจจุบัน โรคจ านวนมาก แม้เราจะหาสาเหตุที่เป็นผลท าให้เกิดโรคได้ เช่น ไวรัสบางตัว หรือมีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่การรักษาที่มุ่งเน้นไปแก้ปัญหาเฉพาะส่วน (เช่น ฆ่าไวรัส หรือกดภูมิคุ้มกันก็ดี) ในโรคที่ต้องรักษากันยาวนาน แพทย์ก็เข้าใจดีและพยายามลดปริมาณลง เพื่อให้ร่างกายปรับตัวเอง


73 กำรปรับสมดุลแบบแพทย์จีน ถือเป็นวิธีการช่วยให้ร่างกายปรับตัว และมีศักยภาพในการรักษาตัวเองอีกวิธีหนึ่ง ที่มุ่งเน้นการปรับสมดุล ทั้งระบบอวัยวะภายในและระบบเส้นลมปราณ (ซึ่งเชื่อมโยงไปอวัยวะภายในด้วย) กำรสร ้ ำงปัจจยัทเ ี่หมำะสม หรือกำรปรับสมดุลภำวะแวดล้อมของร่ำงกำย จะท ำให้ร่ำงกำยสร้ำงยำในร่ำงกำย มำรักษำตัวเอง โดยไม่ตอ ้ งพง ึ่จำกภำยนอก หรือใช้จำกภำยนอกให้น้อยสุด ท าให้การรักษาหายเร็วขึ้น และลดภาวะทุกข์ทรมานของผู้ป่ วยได้เร็วขึ้น


74 อัมพาตใบหน้า ในทัศนะเปรียบเทียบ ๒ แผน คงให้แง่คิดแก่ผู้สนใจช่วยกันศึกษาเพิ่มเติม ให้รอบด้านยิ่งๆขึ้นไป


75 หล ี กเล ี ่ ยงส ิ ่ งร ้ ำย กระทบฮวงจุ้ยบ้ำน https://www.home.co.th/living/topic-1541


76 เวลำปรับปรุงฮวงจุ้ยบ้ำน สิ่งที่คนค านึงถึงมากที่สุด ก็คือเรื่องความเจริญรุ่งเรือง ร ่ารวย ส่วนสิ่งส าคัญที่เจ้าของบ้าน ควรค านึงถึงมากที่สุด ก็คือ“หลีกเลี่ยงเคราะห์ภัย มุ่งหามงคล” เพราะถ้าไม่มีความเสื่อม ก็จะไม่มีทุกข์ ความวิตกกังวล พอมีความสุขสบายใจ ก็ค่อยเเสวงหาโอกาสให้ตัวเอง


77 โดยสิ่งร้ายของฮวงจุ้ยที่รุนเเรง เเละเห็นผลร้ายได้เร็ว จะเป็นพวกพลังงานที่กระทบ กระเเทก กระเทือนทิศร้าย เรียกว่า ทิศอสูรหรือทิศส่วนผั่วะ (ทิศแตก) ยิ่งปีนี้(2560) ทิศอสูร จะรวมตัวอยู่ในโซนตะวันออก ตั้งเเต่45-130 องศา ตามความเชื่อเเล้ว ถ้าบ้านไหนไปตอก เจาะซ่อมบ้านทางทิศนั้น ก็จะเกิดเรื่องวิบัติได้


78 ส่วนสิ่งร้ายนี้จะน ามาพูดถึงในวันนี้ เกี่ยวกับสภาพบริเวณ โครงสร้างอาคาร สิ่งเเวดล้อม หรือเรียกว่า “ชัยภูมิฮวงจุ้ย” ซึ่งถ้าเป็นด้านลบ ปล่อยไว้นานๆจะส่งผลเสียได้


79 ? สภาพที่ดินเทออกจากบ้าน ? สวนอุดพลัง ? บ้านบิดเบี้ยว ? มุมเเหลมทิ่มแทง ? ทัณฑ์พิฆาต ? หม้อแปลงไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าเเรงสูง


80 ? สภำพทด ี่น ิ เทออกจำกบ ้ ำน โดยบริเวณที่ดินรอบๆ ตัวบ้าน มีลักษณะลาดเทออก พลังงานก็จะไหลออกนอกบ้านนั่นเอง เช่น ปล ู กบ ้ ำนอยบ ู่นเน ิ นเขำหร ื อเน ิ นส ู ง พลังงานจะไหลออกทุกทิศทาง โดยเฉพาะต าแหน่งหน้าบ้าน ซึ่งเป็นต าแหน่งโชคลาภเงินทอง


81 หาก...เท หรือ ลาดเอียง ออกจากตัวอาคารมากเกินไป จะท าให้ความมั่งคั่งของบ้าน ลดน้อยลง


82 โดยเฉพาะโครงกำรบ้ำนจัดสรร เป็นจ านวนมาก มักจะท าลานลาดเท บริเวณโรงจอดรถ เพื่อที่เวลาล้างรถแล้ว น ้าไหลออกทางหน้าบ้านได้ ดังนั้น ควรแก้ไข ให้เรียบเสมอกัน เป็นระดับเดียวกับถนน หรือสนามหญ้าหน้าบ้าน


83 ? สวนอุดพลัง มีบ้านหลายหลังที่เจ้าของบ้าน ออกแบบบ้าน เพื่อให้มีความเป็นส่วนตัว ด้วยการปลูกต้นไม้ และจัดสวนหินให้มีลักษณะเป็นพุ่มใหญ่ จนรกเต็มพื้นที่สวนในบ้าน


84 ท าให้ไม่มีสภาพ “เหม่งตึ๊ง” หรือ ลานโล่งที่สะสมพลัง ความมั่งคั่งไม่เหลืออยู่เลย เพราะประตูทางเข้า ถูกบังลมและแสงแดด เข้าบ้านได้ยาก ส่งผลให้พลังของประตู มีสภาพเป็นหยิน(สงบนิ่ง) มีผลให้คนในบ้าน จะขี้เกียจและท ามาหากินล าบาก


85


86 ? บ ้ ำนบด ิ เบย ี ้ ว ตัวอาคารที่ดีจะต้องดูสมดุลและมั่นคงเเข็งเเรง เพราะหลักการของชัยภูมิฮวงจุ้ย อยู่ที่ “อาคารเป็นเช่นไร คนก็เป็นเช่นนั้น” ดังนั้นถ้าอยู่อาศัยในอาคารที่มีรูปทรงบิดเบี้ยวนานๆ พลังของสถานที่ จะท าให้ร่างกายของคนอยู่อาศัย ไม่สมดุลหรือพิการได้ และอาจจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกด้วย


87 นอกจากนี้ บ้านที่มีรูปทรงตัวอักษรภาษาอังกฤษ เช่น บ้านรูปตัว C ตัว L และตัว S ทางฮวงจุ้ย ถือว่าไม่ดีด้วยเช่นกัน เพราะตัวบ้านมีรูปทรงบิดเบี้ยว อาจท าให้อากาศไหลเวียนไม่สะดวก


88 บางตัวอักษร มีโครงสร้างที่มีจุดศูนย์กลาง (หรือจุดศูนย์ถ่วงของเนื้ออากาศ) อยู่ภายนอกอาคาร เรียกกันว่า เป็นบ้าน “ไร้หัวใจ” หมายถึง ไร้ใจกลางของสิ่งปลูกสร้าง เวลาสร้างบ้านออกมาเเล้ว มักไม่ค่อยมีคนอยู่ เพราะศูนย์ถ่วงกลับไปอยู่ภายนอก


89


90


91 ? ม ุ มเเหลมทม ิ่แทง การเลือกท าเลของบ้านที่ดีอย่างหนึ่ง คือ การเข้าไปอยู่ในสถานที่ปราศจาก “สั่วะ” หรือมีมุมแหลมที่ทิ่มแทงเข้ามา ท าให้เจ้าของบ้าน ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องทะเลาะวิวาท หรือ เดือดร้อนเรื่องคดีความ ยิ่งมุมแหลมมีขนาดใหญ่ก็ยิ่งมีผลมาก เช่น มุมเเหลมของตึกสูงเกิน10 ชั้น เท่ากับเเท่งมีดขนาดใหญ่ ที่ฟาดฟันอาคารที่เราอยู่


92 วิธีแก้ไข คือควรติดกระจกเงา ทรงครึ่งวงกลม ขนาดใหญ่ หันไปทางทิศที่มีมุมแหลม ที่มาจากอาคารนั้น


93 และไม่ควรปลูกพืชตระกูลปาล์ม ที่มีแฉก ใบแหลมคม จะส่งผลให้คนในบ้าน มีเรื่องชวนทะเลาะกับคนอื่นๆ และ เรื่องหาผลประโยชน์อีกด้วย


94 ? ทัณฑ์พิฆำต หมายถึง ช่องทางที่มีกระเเสลม พัดเข้ามาอย่างเเรง และบีบเล็กเป็นช่อง เช่น ช่องลมระหว่างตึกใหญ่ 2 ตึก รวมถึงช่องโล่ง ที่เป็นกระเเสพลัง บีบมาทางด้านหน้าอย่างรุนแรง หรือที่เรารู้จักกันดี ในชื่อที่ว่า “ทางสามแพร่ง”


95


96 แตก่ำรจะเป็ นทณัฑพ ์ ฆิำตไดน ้ นั้ ต้องพิจำรณำจำก องศำทิศทำง ประกอบด้วยว่ำร้ำยหรือไม่ แม้ว่า ทางสามแพร่ง จะเปรียบได้กับศูนย์รวมของพลังที่รุนเเรง เเต่มิใช่ว่าจะเจอกระเเสลมเหล่านี้เเล้ว จะส่งผลร้ายเสมอไป กลับกัน หากเป็นพลังงานที่ดี ก็จะส่งผลดีให้เกิดความมั่งคั่ง ร ่ารวยอย่างรวดเร็วได้


97


98


99


100 ? หม ้ อแปลงไฟฟ้ ำและเสำไฟฟ้ ำเเรงส ู ง หากสามารถเลี่ยงได้ ก็จะเกิดผลดีต่อสุขภาพของคนในบ้าน หรือที่ท างาน เนื่องจากตัวหม้อแปลงไฟฟ้า มีสนามแม่เหล็กที่เข้มข้น ขณะที่เลือดในร่างกายของเรา ก็มีเหล็กจ านวนมาก ยิ่งถ้าห้องนอนอยู่ใกล้กับหม้อแปลง จะส่งผลให้สนามแม่เหล็กรบกวนพลังในตัวเรา อาจท าให้เกิดเป็นโรคมะเร็งและโรคภูมิคุ้มกันต่างๆ


Click to View FlipBook Version