The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2023-02-07 21:16:04

ชีวา ณ 2

ชีวา ณ 2

351 และสตีฟ จอบส์ ก็ต้องการสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา จึงต้องเร่งสร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่บริษัท


352


353 ในฐานะ CEO เขาตัดสินใจเข้าไปเจรจากับ Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft เพื่อเสนอให้มาลงทุนใน Apple ด้วยเงินจ านวน 150 ล้านดอลล่าร์ฯ โดยมีข้อตกลงกันว่า ทาง Microsoft ยินยอมที่จะให้ใช้ Microsoft Office ในเครื่อง Mac เป็นเวลา 5 ปี และทาง Apple เอง ก็จะท าให้Internet Explorer เป็นเว็บบราวเซอร์เริ่มต้นในเครื่อง Mac เช่นกัน (ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงการไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวรในวงการ ของธุรกิจ) ซึ่งข้อตกลงก็เป็นไปได้ด้วยดี


354 เพราะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย และทาง Microsoft เอง ก็เล็งเห็นว่าจะท าให้คู่แข่ง อย่าง Apple อ่อนแอลง และไม่ผูกขาดทางการตลาดไปซะก่อน


355 และในระหว่าง ที่ทาง Apple เองนั้น ก็ได้เงินสด เข้ามาในบริษัท เป็นจ านวนมาก จึงท าให้รอดพ้นจากวิกฤตการล้มละลาย


356 ในเวลาต่อมา สตีฟ จอบส์ ก็ยังได้ขยายกิจการ ด้วยการออก iPhone และ iPad ออกมา ซึ่งกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ไม่มีใครกล้าท ามาก่อน นั่นก็คือ กลายเป็นปรากฏการณ์ของสมาร์ทโฟน ที่ไม่มีปุ่ มกด แต่ใช้ระบบสัมผัสแทน ท าให้ผู้ผลิตมือถือยักษ์ใหญ่หลายเจ้าต้องสั่นคลอน เพราะเชื่อมั่นมากเกินไป ว่าโทรศัพท์ที่ตนเองมีอยู่นั้น เจ๋งมากพอแล้ว


357 จนท าให้หลาย ๆ บริษัท ค่ายยักษ์ใหญ่ของมือถือ หลายเจ้า ต้องปิดตัวลง เพียงเพราะ ไม่สามารถปรับตัวเอง ให้เข้ากับเทคโนโลยี ในยุคปัจจุบันได้


358 ซึ่งในระหว่างที่ สตีฟ จอบส์ บริหารอยู่ที่ Apple นี้ เขาขอรับค่าจ้าง เพียงปีละ 1 ดอลล่าร์สหรัฐฯ เท่านั้น ว่าง่าย ๆ ก็คือขอค่าจ้างเพียง 30 บาทต่อปี ท าให้เขาถูกบันทึกสถิติลงกินเนสบุ๊ค ว่า เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีรายได้น้อยที่สุดในโลก


359 แต่กระนั้น เหล่าบรรดาคณะกรรมการผู้บริหาร ก็ได้ตอบแทน โดยการให้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว แก่ สตีฟ จอบส์ ที่มีมูลค่ากว่า 90 ล้านดอลล่าร์ฯ และได้รับปันผล เป็นหุ้นของบริษัท อีกหลายล้านดอลล่าร์ฯ


360 แต่ในปี2004 สตีฟ จอบส์ ก็ถูกตรวจพบว่า เขาเป็น มะเร็งตับอ่อน ระยะสุดท้าย


361 โดยแพทย์ระบุว่า เขาอาจเหลือเวลาในโลกนี้ เพียง 3-6 เดือนเท่านั้น ในเดือนกรกฎาคม ปี2004 เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้ารับการผ่าตัด แม้ว่าจะยืดอายุเขาไปได้อีกสักพักใหญ่ๆ แต่สุขภาพโดยรวมของเขานั้น ก็ค่อย ๆ ทรุดลงเรื่อย ๆ


362 และได้ขอลาออกจากต าแหน่ง CEO ในเดือนสิงหาคม ปี2011 และจากโลกนี้ไปอย่างสงบ ในวันที่ 5 ตุลาคม ปี2011 ในวัย 56 ปีด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน หลังจากที่ Apple ประกาศตัวเปิด IPhone 4S ได้เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น


363


364 ปัจจุบันบริษัท Apple ยังคงเป็นบริษัทที่สร้างผลก าไรเป็นกอบเป็นก า และยังถูกยกย่องว่า เป็นบริษัทที่มีศิลปะสร้างสรรค์ ผนวกเทคโนโลยีที่ลงตัว จนกลายเป็นบริษัทอันดับหนึ่งที่ส าคัญของโลก ในธุรกิจคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แม้ว่าจอบส์ จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่นวัตกรรมที่เขาสร้างมา ยังส่งต่อผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง


365 ในความส าเร็จของเขา สิ่งที่เห็นได้ คือการมี“ความฝัน” และการ “เชื่อมั่นตนเอง” ใช้วิธีท างานอย่างฉลาด เพื่อต่อยอดสานฝัน มุ่งมั่นพัฒนาความแปลกใหม่ และความคิดทันสมัย มีความพยายาม แม้จะเจออุปสรรคหนัก ๆ หลายต่อหลายครั้ง ก็ไม่ยอมแพ้จนมีวันนี้


366 สตีฟ จอบส์ เคยกล่าวเอาไว้ว่า “Stay Hungry Stay Foolish” หมายถึง จงกระหาย และท าตัวโง่อยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราอิ่ม และเรารู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าใคร ๆ เราก็จะไม่สนใจ ในการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นอีกเลย Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple


367 มองจำกโลกของ ‘สตีฟ จ็อบส์’ ส ู ่ เทรนดบ ์ ร ิโภคร ู ปแบบใหม ่ Pescetarian: กล ุ ่ มทำนปลำและซฟี้ ู ด https://www.marketingoops.com/data/steve-jobs-pescetarianism-a-fast-growing-trend-to-watch/


368 พอเอ่ยชื่อ‘สตีฟ จ็อบส์’ (Steve Jobs) ขึ้นมา เห็นได้ชัดว่า ทั่วโลกต่างก็ชื่นชม ยกให้เป็นกูรูแห่งวงการไอที ผู้ที่เห็นอนาคตล่วงหน้าของอุตสาหกรรมนี้ แต่ส าหรับ จ็อบส์ แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าแห่งนักประดิษฐ์ แต่ไลฟ์ สไตล์ของเขา กลับเรียบง่าย


369 อย่างที่หลายคน พอจะรู้มาบ้างว่าจ็อบส์ เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Apple ที่เดินทางสายพุทธศาสนานิกายเซน (Zen) ซึ่งสิ่งที่เด่นชัดที่สุด ของความเรียบง่ายนี้ ก็คงจะเป็นการแต่งตัวคุมโทน เสื้อด า กางเกงยีนส์ จนกลายเป็น ยูนิฟอร์ม ที่คุ้นตากันไปแล้ว


370 แต่มีอีกหนึ่งไลฟ์ สไตล์ ของจ็อบส์ ที่ยังมีใครหลายคนไม่รู้ นั่นคือวิถีการทานแบบสตีฟ จ็อบส์ ที่เรียกว่า Pescetarian หรือ กลุ่มคนที่นิยมทานแค่เนื้อปลา หรืออาหารทะเลเท่านั้น


371 นอกเหนือไปจากปกติที่จ็อบส์ จะทานแบบชาว vegetarian (รวมทั้งไข่และนมด้วย) ซึ่งก็เป็นเวลานานพอสมควร ที่เขาเลือกทานแบบนี้


372 ทำ ควำมร ู ้ จักกับ Pescetarian รากของค าศัพท์นี้ จริงๆ มาจากค าว่า Pesce ที่หมายถึง ปลา + Vegetarian หรือ กลุ่มที่ทานมังสวิรัติ จึงรวมกันเป็นค าว่า Pescetarian หรือบางคนก็เรียกว่า Pesco-Vegetarian ที่จริงค าๆ นี้ ถูกนิยามขึ้นมานาน เพียงแต่ไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในแถบเอเชีย แต่จะเป็นที่คุ้นเคย บางกลุ่มในโซนยุโรป และตะวันตกมากกว่า


373 พฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มนี้ ก็คือ พวกเขาจะละเว้นการทานเนื้อสัตว์ แต่ยกเว้นเนื้อปลาและอาหารทะเลอื่นๆ ซึ่งบางคน ก็จะจ าง่ายๆว่า Pescetarian คือ กลุ่มที่ไม่กินเนื้อสัตว์บก


374 สตีฟ จ็อบส์ มค ี วำมเชื่อเกย ี่วกับ Pescetarian อย่ำงไร เอาจริงๆแม้แต่ในยุคของ สตีฟ จ็อบส์เอง ส าหรับค านี้ ก็อาจไม่ได้แพร่หลายมากด้วยซ ้าไป เพราะจะมีแค่กลุ่มผู้บริโภคที่เฉพาะทางมากๆ ที่จะรู้จักค านี้และส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มบริโภคสายเขียว vegetarian หรือกลุ่มที่ค านึงถึงสิ่งแวดล้อมมากๆ


375 เพราะถ้าดูจากข้อมูล ของ Vegetarian Resource Group เปรียบให้เห็นภาพกันชัดๆ ก็คือเนื้อวัวหนัก 1 ปอนด์ ต้องใช้ปริมาณน ้ามากถึง 2,500 แกลลอน ในขณะที่ถั่วเหลือง ต้องใช้ปริมาณน ้าเพียง 250 แกลลอน ซึ่งอันนี้ยังไม่รวมกับผลกระทบอื่นๆ ที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์ด้วย เช่น การปล่อยก๊าซคาร์บอน เป็นต้น


376


377 ทั้งนี้กำรทำนแบบ Pescetarian ส ำหรับ จ็อบส์ เขาเคยพูดให้สัมภาษณ์ ว่า การทานแบบนี้ มีส่วนช่วยให้ความคิดของเขาสงบนิ่ง รู้สึกไม่วิตกกังวลง่าย เวลาที่ต้องใช้สมาธิคิดไอเดียอะไรสักอย่าง และเขารู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่เบียดเบียนกัน ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจ ถึงความหมายของจอบส์มากขึ้น ก็คือ กลุ่มนักบริโภคแบบ Pescetarian ค่อนข้างให้ความสัญกับการสมดุลของธรรมชาติ


378 การไม่เบียดเบียน การไม่สร้างผลกระทบให้กัน อย่าง การเลี้ยงวัว หรือสัตว์อื่น แม้แต่ หมู ก็ท าให้โลกของเราร้อนขึ้นได้ เพราะก๊าซคาร์บอน แต่ส าหรับ การทานเฉพาะปลา หรือสัตว์ทะเลอื่น กลุ่มนี้(แบบเคร่งครัด) จะค านึงถึงที่มาของสัตว์ ปริมาณในการหาเนื้อสัตว์ในทะเลในแต่ละครั้ง เพื่อไม่ให้วัฏจักรของสัตว์น ้าทะเลสะดุด เพราะดีมานด์ของคนที่มากขึ้น


379


380 นอกจากนี้ จ็อบส์พูดว่า Pescetarian ช่วยให้กระบวนการท างาน ความคิดของเรา จัดล าดับสมองได้ดีและมีความจ าที่ดี นักวิทยาศาสตร์ พูดว่า กลุ่ม Pescetarian จัดว่ามีความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจน้อยกว่า กลุ่มที่ทานเนื้อสัตว์อื่น และเป็นวิธีปอปปูล่า ที่คนใช้ในการไดเอ็ตกันมากขึ้นด้วย


381 กำรเติบโตในตลำด ของ Pescetarian เป็ นอย่ำงไร ด้วยความที่พฤติกรรม มันเริ่มเปลี่ยนอย่างชัดเจน ตั้งแต่ที่มีการระบาดของไวรัส COVID-19 ผู้คนหันมาใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น บริษัทวิจัย Mintel ประเมินโอกาสที่จะเกิดธุรกิจใหม่ๆ ขึ้น อิงจากกระแสของ Pescetarian ซึ่งล้อมาพร้อมกับ กระแสการทานเนื้อสังเคราะห์ (Plant-based meat)


382 ทั้งนี้กลุ่มผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา กับอังกฤษ เห็นได้ชัดว่าเริมกระแสนี้ ตั้งแต่สมัยของ สตีฟ จ็อบส์ และปัจจุบัน (2020) บริโภคที่หันหน้า เข้าสู่ Pescetarian เต็มตัว เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ทุกปี ตั้งแต่2016


383


384 Heather Middleton ฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง ของ Seafish บริษัทชื่อดังของอังกฤษ พูดถึงเทรนด์นี้ ว่าอนาคตจะมีกลุ่ม Pescetarian เพิ่มอีกมากทั่วโลก พอๆ กับกลุ่มที่เป็น Vegetarian ตามกระแสการ ‘ปลอดเนื้อสัตว์’ (meat free) ที่มาแรงมาก แต่ต้องมาคู่กับความยืดหยุ่นในการทานด้วย ดังนั้น Pescetarianism ดูค่อนข้าง จะเดินสายกลาง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์และดีต่อสุขภาพ


385 ถ้าวันนี้จะพูดว่า ผู้บุกเบิกคนแรกๆ ที่ท าให้โลกรู้จัก กับค าว่า Pescetarian อย่างกว้างขวาง ก็คงต้องยกให้สตีฟ จ็อบส์ เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซึ่งตอนนี้ โลกหมุนกลับธุรกิจเอาใจกลุ่มรักษ์โลก ซึ่งอีกไม่นาน เราคงจะเห็นธุรกิจ ที่เกี่ยวโยงกับรูปแบบการทานนี้ มากขึ้น


386


Click to View FlipBook Version