201
202 นอกจากนั้น ยังมีหลุมด า (BLACK HOLES) จ านวนมาก อยู่ในจักรวาลแห่งนี้ด้วย ตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องส าคัญ เพราะเป็นที่ทราบดีว่าหลุมด านี้ เป็นจุดบอดของจักรวาล เป็นเทหวัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาก ไม่มีอะไรที่หลงเข้าไปแล้ว จะออกมาจากบริเวณนี้ได้ แม้แต่แสงก็ตาม
203 หลุมด านี้ ทางดาราศาสตร์ กล่าวว่า น่าจะเกิดจากดาวฤกษ์ ที่มีมวลมหาศาลแล้วเกิดดับลง แล้วมันได้ทิ้งสิ่งที่ด ามืดที่สุดไว้ แต่ทว่ามีอ านาจการท าลายล้างสูงไว้เบื้องหลัง ซึ่งก็คือ เจ้าหลุมด าที่กล่าวไว้นั่นเอง
204
205 เมื่อเราเอารูปสัญลักษณ์ของจักรวาล ที่เรียกว่า “ปั๊ดกั่ว” 八卦 มาใช้ด้วยความไม่รู้นี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง
206 เพราะ เมื่อได้ทราบแล้วว่า สิ่งนี้คือภาพจ าลองของจักรวาลทั้ง 8 ทิศ อันมีทวิภาวะร่วมอยู่ในนั้นมากมาย ทั้งดีและร้าย ทั้งจุดเริ่มก าเนิดและการดับสลาย ของระบบจักรวาลทั้งมวล ตรงนี้เอง หมอดูฮวงจุ้ยที่มีความช านาญ หรือ ที่เก่งๆ ก็มักจะไม่นิยม แนะน าให้ใช้ยันต์8 เหลี่ยมมาติดไว้หน้าบ้าน เพื่อแก้ฮวงจุ้ยที่ไม่ดี
207 หลายท่าน ซึ่งไม่มีความรู้ ในเรื่องศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย หรือโหราศาสตร์จีน ครั้นพบเห็นยันต์8 เหลี่ยม วางขายอยู่มากมายในท้องตลาด ก็เข้าใจว่าสามารถน ามาติดแก้ฮวงจุ้ยที่ร้ายได้และ ยันต์8 เหลี่ยม 八卦 ที่วางขายเหล่านั้น ก็ยังไม่ได้ผ่านการท าพิธีปลุกเสก อย่างถูกต้องอีกด้วย เมื่อน าไปติดไว้ที่หน้าบ้านเรือน ก็ต้องยอมรับว่ายันต์8 เหลี่ยม 八卦 นี้ สามารถดูซับพลังชั่วร้ายได้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็ดูดซับเอาโชคลาภ ที่จะเข้ามาสู่บ้าน หรือ ห้างร้านของท่าน หายไปด้วยเช่นกัน
208 ซง ึ่กรณ ี น ี ้ ผ ู ้ เขย ี นไดพ ้ บเหน ็ อยบ ู่ ่อยครั้ ง เมื่อเพื่อนฝูงของผู้เขียน น ายันต์8 เหลี่ยม 八卦 นี้ ไปติดไว้หน้าบ้าน บางรายก็บ่นว่า เรื่องร้ายไม่มี แต่เรื่องดีก็ไม่มาเช่นกัน บางรายหนักกว่านั้นอีก พอเอาไปติดปุ๊ บไม่นาน ก็ทะเลาะกับบ้านตรงข้ามทันที
209 บางรายเอามาติดกี่อัน ก็แตกหมด เพราะกลับเป็นว่า ไปปลดปล่อยพลังร้ายของจักรวาล ให้ออกมาสมทบอีก เป็นต้น ดังนั้น กำรจะใช้ยันต์8 เหลย ี่ม 八卦 มำตด ิ ทห ี่น ้ ำบ ้ ำนนั้น ท่านจะต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่า 1. ที่ตรงข้ามบ้านเรือน ร้านค้าของท่านนั้น เป็นต าแหน่งฮวงจุ้ยที่ร้ายมากหรือไม่ อาทิเช่น สุสาน, ที่รกร้างหน้ากลัว, สถานที่ที่มีร ู ปลกัษณะคก ุ คำม อย่างรุนแรงมาก เป็นต้น
210 ถ้ามีก็เช่นนี้ ก็พอที่จะน ายันต์8 เหลี่ยมมาใช้ได้ แต่ต้องพิจำรณำอีกว่ำ จ ำเป็ นมำก-น้อยแค่ไหน เพราะบางทีสิ่งเหล่านี้ ก็ให้คุณส าหรับบางท่านเช่นกัน
211 2. ยันต์8 เหลี่ยมนี้ ต้องผ่านพิธีปลุกเสกก่อน จึงจะสามารถน ามาใช้ได้ เพราะในทางลัทธิเต๋านั้น ถือว่า ยันต์แปดเหลี่ยม ที่ยังไม่ถูกก ากับด้วยมนต์ที่ดีแล้วนั้น ย่อมส่งผลได้ทั้งดีและร้าย ตามการหมุนเวียนของจักรวาล ดังนั้น จึงจ าเป็นอย่างมาก ที่จะต้องน าไปผ่านพิธีปลุกเสก ให้เกิดความเป็นมงคลเสียก่อน
212 เพื่อให้เกิดพลังที่ดี และสามารถสลายสิ่งเลวร้ายได้ เรียกว่า กำ กับใหย ้ นัตน ์ ี ้ สลำยแตเ่ร ื่องร ้ ำยๆ เทำ่นั้ น แตไ่ม่สลำยเร ื่องดๆ ี
213 3. การจะติดยันต์8 เหลี่ยมนั้น ควรต้องปรึกษาหมอดูฮวงจุ้ยที่เก่งๆ เสียก่อน ว่า สมควรติดหรือไม่และจะติดอย่างไร เรื่องร้ายๆ นั้น หนักเบาแค่ไหน ถ้าไม่ร้ายมาก หมอดูอวงจุ้ยที่เก่งๆ ก็จะแนะน า ให้ท่านใช้อุปกรณ์ฮวงจุ้ยอย่างอื่นติดแทน เพื่อสลายพลังร้าย หรือออมชอมกับพลังร้ายแล้ว เปลี่ยนเรื่องร้ายๆให้กลายมาเป็นดี
214 คราวนี้ปัญหาก็ตามมาอีกว่า หลายท่านไม่มีโอกาส หรือไม่มีก าลังทรัพย์ พอที่จะไปจ้างหมอดูฮวงจุ้ยที่เก่งๆ มาวินิจฉัยสถานที่ของบ้านเรือนท่าน
215 หรือ ท่านไม่ค่อยมีความรู้ด้านฮวงจุ้ย แต่รับรู้ได้ว่าตรงข้ามบ้านท่านนั้น มีพลังร้ายพุ่งเข้ามาสู่บ้านท่าน จึงอยากหาอะไรมาช่วยสลายพลังร้ายนั้น ให้ลดน้อยถอยลงไป
216 ตรงนี้ ผู้เขียนก็มีข้อแนะน าว่า ให้ท่านเปลี่ยนจากการใช้รูปสัญลักษณ์ ยันต์8 เหลี่ยม มาเป็นกระจกนูน หรือกระจกเว้า (ที่มีขายตามพวกอุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์) มาใช้ติดแทนจะดีกว่า เพราะกระจกนูน หรือ กระจกเว้านี้ ในศาสตร์แห่งการแก้ฮวงจุ้ย ถือว่าจะช่วยหักเห พลังชั่วร้ายที่พุ่งเข้าสู่บ้านเรือนของท่านได้
217 ยกตัวอย่างง่ายๆ ให้ท่านลองเอาไฟฉาย ฉายไปที่กระจกน ู น หรือ กระจกเว้ำดู โดยเปรียบ แสงของไฟฉำย เป็นดั่ง พลงังำนชว่ัรำ ้ ย ที่ก าลังพุ่งเข้าสู่บ้านเรือนของท่าน ก็จะเห็นได้ว่า ลำ แสงของไฟฉำยนนั้ จะถ ู กหกัเหออก นั่นก็เปรียบเสมือนว่า พลังช่ัวร ้ ำย ได้กระจำยออก ลดพลังกำรท ำลำยของมันลงไป ไม่พ ุ ง่ตรงเข ้ ำส ู่ตวับ ้ ำนของท่ำนอีก
218
219 ตรงนี้ก็ขอแนะน าว่า ถ้าตรงข้ามบ้านของท่าน มีลักษณะที่เลวร้ายไม่ใหญ่ หรือ กว้างมาก ก็ให้ใช้ กระจกนูนหรือ กระจกเว้าทม ี่ข ี นำดเลก ็
220 แต่ถ้าลักษณะเลวร้ายนั้น มีขนาดใหญ่ หรือ กว้างมาก ก็ให้ท่านลองกะ ขนาดของกระจก ให้ใหญ่ตามไปด้วย เพื่อให้สอดคล้อง กับการรับและสลายพลังร้ายนั้น ไม่ใช่พลังร้ายเล็ก แต่ไปใช้กระจกใหญ่ หรือ พลังร้ายใหญ่ แต่ไปใช้กระจกเล็ก ซึ่งจะท าให้เกิดความไม่สมดุล ในการตั้งรับพลังร้ายนั้นได้
221 หรือ ท่านจะใช้ลูกแก้วคริสตัล มาห้อยแขวน เพื่อสลายพลังร้าย แทนกระจกนูน หรือ กระจกเว้า ก็ย่อมได้ เพราะลูกแก้วคริสตัลนั้น จะมีลักษณะการสลายพลังร้าย เช่นเดียวกับกระจกนูน หรือ กระจกเว้า โดยให้สังเกตดู ได้จากเมื่อแสงนั้น มาตกกระทบล ู กแก ้ วคร ิ สตลั แสงนั้นจะกระจายตัว จากแสงที่รวมสีทั้ง 7 เป็นแสงใสสีเดียว
222 เมื่อแสงนั้น มาเจอกับลูกแก้วคริสตัล ก็จะถูกกระจายพลัง แยกออกเป็นสีรุ้ง 7 สีนั่นเอง
223 อีกอย่าง ถ้าที่นั้นมีพลังร้ายที่แรงมาก จ าพวกภูตผี ก็ให้ท่านเพิ่มรูปเสือคาบดาบเข้าไปอีกอัน เพื่อข่มขู่ภูตผีเหล่านั้น ให้เกรงกลัวและจากไป แต่เสือคาบดาบนั้น ท่านควรน าไปผ่านพิธีปลุกเสกก่อน จะดีที่สุด
224
225
226
227 ถอดรหัสปฎิทินจีน ตอนท ี่ 3 : “13 เดือน 12 รำศีกับ ปี อธิกมำส”” https://bit.ly/40u3yhq กลับมาแล้วค่า!... (แอดมินหายไปซะนาน ไปเที่ยวหยุดยาวล่ะซี่!! เปล่าเลยจ้า... ท างานล้วนๆค่ะ (ไม่เลือกงานแต่ก็ยังยากจน ) วันนี้ฤกษ์งามยามดีเรามาอ่านปฏิทินจีนกันต่อดีกว่า!! มำตอบค ำถำม เบสิคๆ ทค ี่ำ ตอบ ไม่ค่อยจะเบส ิ คเทำ่ ไหร่ อย่ำงเช่น ปี นักษัตรควรจะเปล ี่ยนทว ี่ันไหน? ท ำไม บำงปี จึงมี13 เดือน? ไปจนถึง ท ำไมหนังสือ แต่ละเล่ม บอก “รำศีเกิด” ไม่ตรงกัน??... ถ้ำพร้อมแล้ว ตำมมำเลย ❗
228 ทำ่มกลำงควำมเวง ิ ้ ว ้ ำง อันไกลโพ้น คนโบรำณสังเกตว่ำ วัตถุบนท้องฟ้ำ แบ่งเป็ น 2 ประเภทด้วยกัน ⭐ประเภทที่ 1 คือ“ดวงดาว” ที่เคลื่อนที่อย่างอิสระ → มีทั้งหมด 7 ดวง คนจีนโบราณ เรียกว่า 七曜 qi4-yao4 หรือ“ดำวเครำะหท ์ งั้ เจด ็”: ดวงใหญ่ที่สุด คือ 日 ri4 หรือ ดวงอาทิตย์; รองลงมาคือ 月 yue4 หรือ ดวงจันทร์
229 นอกจากนี้ ยังมีดาวดวงเล็กๆอีก 5 ดวง ซึ่งปัจจุบัน รู้จักในนาม...ของ 水星 shui3-xing1 “ดาวน ้า” 金星 jin1-xing1 “ดาวทอง ” 火星 huo3-xing1 “ดาวไฟ” 木星 mu4-xing1 “ดาวไม้” และ 土星 tu3-xing1 “ดาวดิน” (ใช่ค่ะอันเดียวกับทอง ไม้น ้า ไฟ ดิน ที่เป็นธาตุทั้งห้าของจีนนั่นแหละ) ซึ่งหมายถึง ดาวพุธ ศุกร์อังคาร พฤหัส และเสาร์ ตามล าดับ...
230 และก็ถูกต้องค่ะ ก็คือ“ดาวห้าดวง” ที่อยู่บนธงชำติ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปัจจุบัน นั่นเอง!
231 ⭐ประเภทที่2 คือ“หมู่ดาว” เป็นร้อยพันล้านดวง ซึ่งเคลื่อนที่ตามกันเป็นแผง โดยทต ี่ำ แหนง่และระยะห่ำง ของดำวแตล่ะดวงนนั้ คงท ี่ไม่เปลย ี่นแปลง หมู่ดาวเหล่านี้ แบ่งเป็นกลุ่มๆ แต่ละกลุ่ม เมื่อลากเส้นต่อๆกัน จะมีรูปร่างแตกต่างกันไป คล้ายหัวใจบ้าง เขาสัตว์บ้าง คนโทบ้าง ฯลฯ
232 เมอ ื่สังเกต ร่วมกับดำวประเภทแรก ดูคล้ายๆกับว่า “กลุ่มดาว”แต่ละกลุ่มนั้น เหมือนกับเป็นบ้าน หรือ“เรือน” ให้ดาวประเภทแรกเข้าไปอยู่ สามารถใช้ระบุ“ต าแหน่ง” ของดวงดาวประเภทแรกได้ เป็นอย่างดี คนจีนเรียก กลุ่มดาว เหล่านี้ ว่า 星宿 xing1-xiu4 ซึ่งแปลว่า “เรือน(ของดวง)ดาว”
233 แต่หาก นับเฉพาะ “เรือน” ที่ดูเหมือนจะอยู่บนเส้นโคจร ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์(ที่มองเห็นจากโลก) จะมีทั้งหมด 28 เรือน โดยแบ่งเป็นเรือนประจ า 4 ทิศ ทิศละ 7 เรือน
234 และรูปร่างของกลุ่มดาวในแต่ละทิศนั้น เมื่อมองรวมกัน จะดูเหมือนสัตว์ในเทพนิยาย 4 ชนิด ได้แก่ 青龙 qing1-long2 “มังกรฟ้า” ประจ าทิศตะวันออก 白虎 bai2-hu3 “เสือขาว” ประจ าทิศตะวันตก 朱雀 zhu1-que4 “หงส์แดง” ประจ าทิศใต้ และ 玄武 xuan2-wu3 “เต่าด า” ประจ าทิศเหนือ ภาษาไทย เรียกรวมกันว่า “สัตว์เทวะจตุรทิศ”
235
236 ส่วนอำรยธรรมเก่ำแก่ อย่ำง “บำบิโลน” (ซง ึ่มอ ี ท ิ ธ ิ พลอยำ่งส ู ง กับวัฒนธรรมตะวันตกในยุคต่อๆมำ เช่น กรีก โรมัน ซง ึ่ส่งอท ิ ธ ิ พลตอ่มำถง ึ อน ิ เดย ี และต่อมำถึงไทย) ใช้กลุ่มดำว 12 กลุ่ม ในกำรระบุต ำแหน่ง ของดวงอำทิตย์และดวงจันทร์ ในลักษณะเดียวกับ ทจ ี่น ีโบรำณใช ้“ เร ื อนดำวทงั้ 28” “กลุ่มดำว” ทงั้ 12 น ี ้
237 ปัจจุบัน กร ็ ู ้ จกักันเป็ นอยำ่งด ี ในนำม “Twelve zodiac” หรือ “12 รำศี” (“รำศี” แปลว่ำ กลุ่ม/หม ู่) ภำษำจีน เรียกว่ำ 十二宫 shi2-er4-gong1 (ต าหนักทั้ง 12)
238 ต่อมำ เปลย ี่นเป็ น 十二星座 shi2-er4-xing1-zuo4 (ทน ี่ ่ังของดวงดำว) และตงั้ ชอ ื่แตล่ะรำศ ี ดว ้ ยควำมหมำยจร ิ งๆของหม ู่ดำวนั้ นๆ เช่น ราศีพฤษภ หรือ Taurus ในภาษาจีนก็แปลตรงๆเลยว่า 金牛座 หรือราศี “วัวทอง” เป็นต้น..
239 ต่อมา.. (อาจจะหลังจาก เริ่มมีเครื่องมือวัดระยะทางดาราศาตร์) ทั้งชาวจีนและชาวตะวันตก ต่างเปลี่ยนจากการใช้“เรือนดาว” (ที่มีขนาดไม่เท่ากัน) ในการบอกต าแหน่งดวงอาทิตย์ มาใช้วิธีแบ่ง 黄道 huang2-dao4 หรือ “เส้นสุริยวิถี” ซึ่งก็คือเส้นทางโคจรของดวงอาทิตย์ (เมื่อมองจากโลก) ผ่านกลุ่มดาวต่างๆข้างต้น 1 “รอบฟ้า” (周天 zhou1-tian1) ออกเป็น 12 เขตเท่าๆกัน
240
241 และนับ “ระยะเวลา” ที่ต าแหน่งของดวงอาทิตย์ วนกลับมาอยู่ณ จุดเดิมอีกครั้ง เป็นรอบเวลา 1 “ปี” หรือ 岁 sui4 และนับระยะเวลาที่ต าแหน่งของดวงอาทิตย์ เคลื่อนไปตามวิถี30 องศา (1ส่วน12 ของ 360) เป็น 1 เดือนทางสุริยคติ
242
243
244
245 ชาวตะวันตก ตั้งชื่อ“เขตฟ้า” 12 เขต ด้วยชื่อของ 12 ราศีที่อยู่บริเวณใกล้เคียง จึงมักท าให้เกิดความสับสน เพราะชื่อเดียวกัน อาจจะหมายถึง “กลุ่มดาว” หรือหมายถึง “เขตฟ้า” บริเวณนั้นก็ได้ แต่ 2 อย่างไม่ได้ตรงกัน
246 เช่น ในวัน “วสันตวิษุวัต” หรือ Vernal equinox ซึ่งตรงกับวันที่ 20-21 มีนาคม.. ดวงอำทิตย์ ไดช ้ อ ื่ว่ำ อยต ู่รงตำ แหน่งเร ิ่มตน ้ ของเขต Aries ♈ หรือแปลเป็นไทยว่าเขต “เมษา” และผู้ที่เกิดหลังวันนี้ จนถึงประมาณวันที่ 20 เมษายน ก็มักจะได้ชื่อว่าเกิดใน “ราศีเมษ”
247 แต่ค ำว่ำ Aries หรือ “เมษำ” ในทน ี่ี ้ เป็ นเพย ี งชอ ื่“เขต” ของทอ ้ งฟ้ ำบร ิ เวณนั้ น เทำ่นั้ น ตำ แหน่งของดวงอำทต ิ ยใ์ นวันน ี ้ หำกอ้ำงอิงกับ “กลุ่มดำว” จริงๆ จะอยู่ที่ บริเวณ Pisces ♓ คือ“กลุ่มดาวปลา” หรือ“ราศีมีน” (ที่หมายถึงกลุ่มดาว) ไม่ไดอ ้ ยท ู่ก ี่ล ุ่มดำว Aries หรือ “กลุ่มดำวแกะ” จริงๆ
248 (ที่เป็นเช่นนี้ เพราะ 1. องศำของแกนโลก เปลย ี่นไปจำกโบรำณกำล หลายองศา 2. ขนำดของกลุ่มดาวแต่ละกลุ่ม ไม่เท่ำกัน จึงไม่เท่ากับ “เขต” ที่แบ่งฟ้า ออกเป็น 12 ส่วนเท่าๆกัน)
249 ส่วนคนจีนโบราณนั้น หลังจากปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ในวิธีการและรายละเอียด อยู่หลายครั้ง ในทส ีุ่ ด มำลงตัว ทก ี่ำรเร ี ยก “เขตฟ้ำ” แต่ละเขต ด้วย “ กง ิ่ดน ิ ทงั้ 12” และเร ี ยกทงั้ หมดรวมกัน ว่ำ 十二辰 shi2-er4-chen2
250