แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง ค าประสม เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๒/๑ สร้างค าในภาษาไทยได้ ๒. สาระส าคัญ ค าประสม คือ ค าที่สร้างจากค ามูลที่มีความหมายต่างกัน มารวมกันเป็นค าเดียว ซึ่งอาจยังคงเค้า ความหมายเดิม หรือเปลี่ยนแปลงไป ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ลักษณะค าประสม ๓.๒ การสร้างค าประสม ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถอธิบายประเภทของค าประสมได้ (K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถจ าแนกประเภทของค าประสมได้ (P) ๔.๓ ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการท ากิจกรรม (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ๑. ผู้เรียนสังเกตค าจากบัตรค าที่ผู้สอนยกตัวอย่างมาว่ามีลักษณะอย่างไร
ตัวอย่างค า ๑) มือถือ ๒) หัวใจ ๓) กันชน ๔) รถไฟฟ้า ๕) จิ้งหรีด ๖) ตีบทแตก๗) แก้ตัว ๒. ผู้เรียนสังเกตความหมายของค าแต่ละค า จากนั้นลองสังเกตความหมายของแต่ละพยางค์ เพื่อ เปรียบเทียบกับความหมายของค าว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ขั้นสอน ๑. ผู้เรียนระบุความเหมือนและความแตกต่างของค าในบัตรค า ๑) มือถือ ๒) หัวใจ ๓) กันชน ๔) รถไฟฟ้า ๕) จิ้งหรีด ๖) ตีบทแตก ๗) แก้ตัว (เกิดเป็นค าใหม่ที่มีความหมายคล้ายค ามูลเดิม) เรื่อง ค าประสม พร้อมทั้งฟังผู้สอนอธิบายความหมาย และหลักการจ าแนกประเภทของค าประสม ๒. ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๓ กลุ่ม เพื่อท ากิจกรรม “ประเภทของค าประสม” ๓. ผู้เรียนท าความเข้าใจกติกาการท ากิจกรรม “ประเภทของค าประสม” โดยให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันแยกค าประสมในบัตรค าที่กลุ่มของตนได้รับ ว่าค าประสมในบัตรค านั้นเป็นค าประสมประเภทใด และ น าบัตรค าใส่ลงในกล่องตามประเภทของค าประสม ๔. หลังจากที่แต่ละกลุ่มแยกเสร็จแล้ว ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันตรวจค าตอบของแต่ละกลุ่ม แล้วให้ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มอธิบายว่า ค าประสมที่กลุ่มของตนได้รับเป็นค าประสมประเภทใด เพราะเหตุใด ค าเหล่านั้น ถึงเป็นค าประสมประเภทนั้น โดยมีผู้สอนให้ค าแนะน าเพิ่มเติม ๕. ผู้เรียนจ าหลักการจ าและการจ าแนกประเภทของค าประสม คือ “ค าประสมที่เป็นค านาม คือ ค า ประสมที่ท าหน้าที่เป็นค านาม เช่น พิมพ์ดีด กันสาด ค าประสมที่เป็นค ากริยา คือ ค าประสมที่ท าหน้าที่เป็น ค ากริยา เช่น ยกเมฆ ซื้อเสียง ค าประสมที่มีความหมายเปรียบเทียบ คือ ค าประสมที่ท าหน้าที่ในเชิง อุปมาอุปไมย เช่น มือสะอาด บัวใต้น้ า” ๖. ผู้เรียนร่วมกันตอบค าถามจากตัวอย่างค าศัพท์ตัวอย่างว่าเป็นค าที่ประสมประเภทใดเพราะเหตุใด หลังจากนั้นผู้เรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับค าศัพท์ดังกล่าวเพื่อประเมินความเข้าใจของผู้เรียน เช่น พิมพ์ดีด เป็นค าประสมที่เป็นค านาม เพราะค าว่า พิมพ์ดีด เกิดจากค ามูล พิมพ์+ดีด หมายถึง อุปกรณ์ส าหรับพิมพ์ ตัวหนังสือ กันสาด เป็นค าประสมที่เป็นค านาม เพราะค าว่า ค าว่า กันสาด เกิดจากค ามูล กัน+สาด หมายถึง เพิง ที่ต่อจากชายคาส าหรับกันน้ าฝนไม่ให้สาดเข้าบ้าน ยกเมฆ เป็นค าประสมที่เป็นค ากริยา เพราะว่าค าว่า ยกเมฆ เกิดจากค ามูล ยก+เมฆ หมายถึง พูดให้ น่าเชื่อโดยคิดสร้างหลักฐาน ซื้อเสียง เป็นค าประสมที่เป็นกริยา เพราะว่าค าว่า ซื้อเสียง เกิดจากค ามูล ซื้อ+เสียง หมายถึง จ่ายเงิน หรือสิ่งของเพื่อแลกกับคะแนนเสียง มือสะอาด เป็นค าประสมที่มีความหมายเปรียบเทียบ เพราะว่าค าว่า มือสะอาดเกิดจาก ค ามูล มือ+ สะอาด หมายถึง มีความซื่อสัตย์สุจริต
บัวใต้น้ า เป็นค าประสมที่มีความหมายเปรียบเทียบ เพราะว่าค าว่า บัวใต้น้ า เกิดจากค ามูล บัว+ใต้ น้ า หมายถึง คนโง่ คนที่สั่งสอนไม่ได้ ๗. ผู้เรียนร่วมกิจกรรม “บิงโกค าซ้อน ค าประสม” โดยการแยกค าซ้อนและค าประสมลงในกระดาน บิงโก ขั้นสรุป ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องการสร้างค าประสมเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป ๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ผู้ เ รี ย น ส า ม า ร ถ แ ย ก ค าประสมได้(K) การแยกบัตรค า ชุดค าประสม บัตรค า ชุดค าประสม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ผู้เ รียนส าม า รถเขียน ค าประสมได้ (P) การท าใบงานการสร้าง ค าในภาษาไทย ใบงานการสร้างค าใน ภาษาไทย ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนมีความตรงต่อ เวลา (A) การส่งงาน ใบงานการสร้างค าใน ภาษาไทย ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... . ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วันที่ ......... เดือน ............... .พ.ศ ...............
ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระภาษาไทย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา.............................................................................................. . ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... . ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)............................................. (นางกาญจนา ธนาฤกษ์มงคล) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วันที่......................................................................
ภาคผนวก
ระบบสุ่ม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง การเขียนบรรยาย เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ท ๒.๑ ม.๒/๒ เขียนบรรยายและพรรณนา ๒. สาระส าคัญ การเขียนบรรยาย คือ การเขียนเพื่อเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นตามล าดับเหตุการณ์ ท าให้ผู้อ่านทราบว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้างและมีลักษณะอย่างไร ผ่านการใช้ภาษาที่กระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย มักพบในงานเขียน เช่น การเขียนเล่าเหตุการณ์ การเขียนรายงานทางวิชาการ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ประเภทของเรื่องที่ใช้วิธีการเขียนบรรยาย ๓.๒ หลักการเขียนบรรยาย ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกหลักการเขียนบรรยายได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถเขียนบรรยายได้ (P) ๔.๕ ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ๑. น าภาพดังต่อไปนี้ มาให้ผู้เรียนดู และถามผู้เรียนภาพนี้คือภาพอะไร
๒. ผู้สอนยกตัวอย่างการอธิบายภาพที่น ามา ในลักษณะการพูดเชิงบรรยาย (ผู้หญิงก าลังเดินบนถนน และจะไปไหนสักที่) ๓. ผู้สอนยกตัวอย่างการอธิบายภาพที่น ามา ในลักษณะการพูดเชิงพรรณนา และผู้สอนสอบถาม ผู้เรียนว่า สิ่งที่ได้ร่วมอภิปรายนั้น มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (ผู้หญิงรูปร่างผอม บุคลิกภาพดี สวมเสื้อ หนังแขนยาวสีด า กางเกงยีนส์ขายาว ใส่บูทสีด า หิ้วกระเป๋า ก าลังก้าวเดินด้วยท่าทางที่มั่นใจก าลังเดินไปบน ถนนเพื่อจะไปที่จุดหมายใดจุดหมายหนึ่ง) ขั้นสอน ๑. ผู้เรียน จ านวน ๒ คน อ่านงานเขียนเกี่ยวกับการเขียนบรรยาย และการเขียนพรรณนา ๒. ผู้สอนถามผู้เรียน งานเขียนทั้ง ๒ ประเภท มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ตัวอย่าง การเขียนบรรยาย ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นมาหลายศตวรรษแล้ว แต่แรกภูเขานี้ เป็นที่เคารพบูชา ของชนพื้นเมืองเผ่าไอนุซึ่งปัจจุบันยังอยู่ตามหมู่เกาะฮอกไกโด ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ ที่อยู่ เหนือสุด ชาวไอนุขนานนามภูเขานี้ตามชื่อเทพธิดา “ฟูชิ ”ผู้เป็นเทพธิดาแห่งอัคคี ชาวญี่ปุ่นยังคงนับถือ ภูเขาไฟฟูจิ และเรียกชื่อตามที่พวกไอนุตั้งไว้บรรดาผู้นับถือศาสนาชินโตเชื่อว่าในธรรมชาติทุกรูปแบบ จะมีเทพ หรือ กามิสถิตอยู่ แต่เทพที่สถิตในภูเขาจะศักดิ์สิทธิ์เป็นพิเศษ ภูเขาฟูจิซึ่งสูงที่สุดและงามที่สุด ในประเทศ จึงได้รับความเคารพเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นสถานที่สถิตของทวยเทพ เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่าง ความลึกลับของสวรรค์ และความเป็นจริงของโลกมนุษย์ ตัวอย่าง การเขียนพรรณนา เครื่องตกแต่งในห้องเป็นไม้สลักสีน้ าตาลเข้ม ขัดขึ้นเงาเกือบทุกชิ้น สลับโลหะทองเหลือง สุกสว่าง แจกันทองเหลืองปักดอกไม้สดดอกใหญ่จัดเป็นพุ่มกระจาย พื้นไม้มันวับสะอาด ปูด้วยหนังเสือดาว ผืนใหญ่ กางเรียงต่อกันหลายผืน ๓. ผู้เรียนฟังการอธิบายความแตกต่างให้ผู้เรียนได้ทราบ ระหว่างการเขียนบรรยาย และการเขียน พรรณนา จากตัวอย่างข้างต้น
๔. ผู้เรียนฟังการอธิบายความหมายของการเขียนบรรยาย (คือ การเขียนเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือการให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นตามล าดับเหตุการณ์ ท าให้ผู้อ่านทราบว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้างและมีลักษณะ อย่างไร) ๕. ผู้เรียนฟังการอธิบายจากผู้สอนเกี่ยวกับ ประเภทของเรื่องที่ใช้วิธีการเขียนบรรยาย พร้อมกับ การยกตัวอย่างในงานประเภทนั้น ๆ (ชีวประวัติ ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เรื่องที่แต่งขึ้น เหตุการณ์ที่แต่งขึ้น) ๖. ผู้เรียนฟังการอธิบายเกี่ยวหลักหลักการเขียนบรรยาย (เขียนเฉพาะสาระที่ส าคัญ ใช้ภาษที่กระชับ และเรียบเรียงข้อมูลที่มีสัมพันธภาพ) ๗. ผู้เรียนท ากิจกรรม เขียนอัตชีวประวัติของตนเองลงในใบงานอัตชีวประวัติ ขั้นสรุป ๑. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ ความหมายของการเขียนบรรยาย หลักการเขียน บรรยาย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป ภาระชิ้นงาน ๑. การเขียนบรรยายอัตชีวประวัติ ๘-๑๐ บรรทัด ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๗.๑ ใบความรู้เรื่อง การเขียนบรรยาย ๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ผู้เรียนสามารถบอกหลักการ เขียนบรรยายได้ (K) การถามค าถาม ค าถาม สามารถบอกหลักการเขียน บรรยายได้ ๒ ข้อขึ้นไป ผู้เรียนสามารถเขียนบรรยาย ได้ (P) อัตชีวประวัติ แบบประเมินการ เขียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อ ตนเอง (A) การส่งงาน การเขียนบรรยาย สมุดบันทึก ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... . ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วันที่......... เดือน ............... .พ.ศ ...............
ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระภาษาไทย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา.............................................................................................. . ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... . ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)............................................. (นางกาญจนา ธนาฤกษ์มงคล) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วันที่......................................................................
ภาคผนวก
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนบรรยาย การเขียนบรรยาย หมายถึง การเขียนเพื่อเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นตามล าดับ เหตุการณ์ ท าให้ผู้อ่านทราบว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้างและมีลักษณะอย่างไร ผ่านการใช้ภาษาที่กระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย มักพบในงานเขียน เช่น การเขียนเล่าเหตุการณ์ การเขียนรายงานทางวิชาการ ผู้เรียนจะต้องมีความรู้ในเรื่องที่จะเขียนบรรยายเป็นอย่างดี รู้จักน าจุดส าคัญมาเขียนให้มี ความเหมาะสมกับกาลเทศะ โดยใช้ภาษาที่กะทัดรัด ไม่ควรมีศัพท์ยาก การเรียบเรียงเรื่องควรเป็นไป ตามล าดับไม่วกวน อาจมีตัวอย่าง ข้อเปรียบเทียบเพื่อให้เรื่องเด่นชัดขึ้นท าให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจติดตาม ต่อไปจนจบ ประเภทของเรื่องที่ใช้วิธีการเขียนบรรยาย ๑. ประวัติชีวิตบุคคลต่าง ๆ หรือเรียกว่า ชีวประวัติ ๒. ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ๓. เรื่องที่แต่งขึ้น ๔. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลักการเขียนบรรยาย ๑. เขียนเฉพาะสาระที่ส าคัญ โดยผู้เขียนต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนเป็นอย่างดี หากไม่มีความรู้แต่จ าเป็นต้องเขียน ควรศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากกว่าหนึ่งแหล่งเพื่อ เปรียบเทียบข้อมูล ๒. ใช้ภาษาที่กระชับ ชัดเจน ๓. เรียบเรียงข้องมูล หรือความคิดที่ต้องการสื่อสารให้สอดคล้อง สัมพันธ์ และต่อเนื่อง วิธีการเขียนบรรยาย ๑. เขียนให้ครบว่า ใคร ท าอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เพื่ออะไร ๒. บรรยายตามเวลา ล าดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๓. การบรรยายสลับเหตุการณ์ ณ วันอ าทิต ย์ ที่ ๒๐ พฤศ จิก ายน ๒๕๖๓ พลเอกป ระยุทธ จันท ร์โอช า เดินท างไป ร่ วมง าน เปิดอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ณ บริเวณราชธานีเก่า ต าบลเมืองเก่า อ าเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ที่ได้ด าเนิน การสร้างมากว่าสิบปี ที่ผืนดินอันใหญ่เป็นที่ตั้งกระทรวงยุติธรรม ใน ปัจจุบันเดิมเป็นเรือนจ า เรียกกันว่า “ลหุโทษ” เป็นที่ขัง นักโทษที่มีโทษน้อย ส่วนนักโทษประเภทฉกรรจ์ที่ศาล ได้พิจารณาจ าคุก ตั้งแต่ ๒๐ ปีถึงตลอดชีวิต จ าขังไว้ที่ “มหันตโทษ” คือ เรือนจ าที่ถนนมหาไชย ครั้งนั้นเรือนจ า “บางขวาง” ยังไม่สร้าง ต่อมาเมื่อสร้างเรือนจ าบางขวาง ขึ้นแล้ว ทางการจึงได้ย้ายนักโทษที่จ าไว้นั้น “มหันตโทษ” ไปอยู่ที่บางขวาง ส่วนเรือนจ า “ลหุโทษ” เมื่อย้ายนักโทษไปจ า แทนที่ “มหันตโทษ” แล้วก็รื้อ “ลหุโทษ” เพื่อสร้างกระทรวง ยุติธรรมที่เห็นตระหง่านอยู่บัดนี้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง การเขียนพรรณนา เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ท ๒.๑ ม.๒/๒ เขียนบรรยายและพรรณนา ๒. สาระส าคัญ การเขียนพรรณนา หมายถึง การให้รายละเอียดของสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ด้วยถ้อยค าที่ ไพเราะ เกิดจินตภาพ เห็นความเคลื่อนไหว จ านวน สี ขนาด และได้ยินเสียง มีจุดมุ่งหมายโน้มน้าวอารมณ์ของ ผู้อ่านให้คล้อยตามและเกิดความประทับใจ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ประเภทของเรื่องที่ใช้วิธีการเขียนพรรณนา ๓.๒ หลักการเขียนพรรณนา ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกหลักการเขียนพรรณนาได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถเขียนพรรณนาได้ (P) ๔.๕ ผู้เรียนมีความตรงต่อเวลา (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า (จ านวน ๑๐ นาที) ๑. นักเรียนร่วมกันพิจารณาภาษาในเพลง ว่ามีลักษณะการใช้ภาษาแบบใดในการสื่อสารถึงผู้อ่าน เพลง “แสงสุดท้าย” (ของ Bodyslam)
รอนแรมมาเนิ่นนานเพียงหนึ่งใจ กับทางที่โรยเอาไว้ด้วยขวากหนาม ถูกแหลมคมทิ่มแทงจนมันแทบจะทนไม่ ไหวชีวิตท าไมยากเย็นขนาดนั้น สองมือจะมีเรี่ยวแรงขนาดไหน แต่หัวใจของคนยั่งยืนยันจะไม่ถอดใจ ๒. ครูอธิบายลักษณะของเนื้อเพลง ดังนี้ มีการใช้การใช้ภาษาที่ซับซ้อน ยืดเยื้อการใช้โวหารภาพพจน์ท าให้เห็นภาพที่ชัดเจนในตอนเริ่มต้น ท าให้ผู้อ่านเกดจินตนาการและมีการใช้อุปมา เปรียบเทียบ เช่น ถูกแหลมคมทิ่มแทงจนมันแทบทนไม่ไหว ท า ให้เกิดอารมณ์ร่วม ความลึกซึ้งกินใจมากขึ้นในเนื้อเพลง ซึ่งเป็นการแต่งเนื้อเพลงจากโดยการใช้การเขียนแบบ พรรณนา ๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมถึงสิ่งที่นักเรียนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น แล้วโยงเข้าสู่เนื้อหาบทเรียนเรื่อง การ เขียนพรรณนา ขั้นสอน ๑. นักเรียนศึกษาความหมายของการเขียนพรรณนา หลักการเขียนพรรณนา พร้อมดูตัวอย่างการเขียน พรรณนา จาก สื่อ CAI Project เรื่อง นักเขียนตัวน้อย สื่อการเรียนการสอนจากโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย สามมิติ (3D Interactive E - Learning) โรงเรียนมาตรฐานสากล (World class school) โดย สพฐ.และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๒. ครูอธิบายความหมายของการเขียนพรรณนาว่า เป็นการเขียนเพื่อบอกรายละเอียดของสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยใช้ถ้อยค าที่เหมาะสมและสละสลวยในการเขียน ไม่ว่าจะเป็นการพรรณนาเกียรติคุณ ความงาม บุคคล วัตถุสถานที่พรรณน าความรู้สึก หรือเหตุการณ์ช่วงใดช่วงหนึ่ง แสดงให้เห็นภาพลักษณะหรือการเคลื่อนไหว ของสิ่งนั้น ๆ เพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตามเกิดความรู้สึกประทับใจซาบซึ้งหรือสะเทือนอารมณ์ ผิวน้ าสีขุ่นที่ถูกสายลมเย็นปลายเดือนกุมภาพันธ์พัดโชยผ่านท าให้น้าเป็นระลอกทยอยเข้ากระทบฝั่ง ครั้งแล้วครั้งเล่า ดงดอกหญ้าริมฝั่งที่เหี่ยวแห้งจนกลายเป็นสีน้ า ตาลปะทะลมดังหวีดหวิว (ข้อสอบ O-NE ภาษาไทย ป.6 ปีการศึกษา 2550 - 2553) ๓. ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับ ประเภทของการเขียนพรรณนา ว่ามีทั้งหมด ๕ ประเภทดังนี้ ๑. การเขียนพัฒนาธรรมชาติ ๒. การเขียนพัฒนาสถานที่หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓. การเขียนพรรณนาลักษณะและพฤติกรรมของบุคคล ๔. การเขียนพัฒนาความรู้สึกและอารมณ์ ๕. การเขียนพรรณนาความคิด ๔. ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับ หลักในการเขียนพรรณนา ดังนี้ ๑. แยกส่วนประกอบของสิ่งที่ก าลังจะพรรณนาอย่างละเอียด ๒. ชี้ให้เห็นลักษณะเด่นของสิ่งที่ก าลังพัฒนาตามล าดับความส าคัญ ๓. ใช้ภาษาที่เหมาะสมและสละสลวยรวมถึงการสร้างภาพพจน์และปลุกอารมณ์ ๕. ผู้สอนอธิบายการใช้ส านวนภาษาในการเขียนพรรณนาว่า ต้องเป็นส านวนภาษาที่สละสลวย อ่านแล้ว ต้องเห็นภาพพจน์ มีการใช้โวหารและส านวนเปรียบเทียบ หรืออาจสอดแทรกภาษาที่สื่ออารมณ์ ท าให้ผู้อ่าน เกิดอารมณ์คล้อยตาม เช่นหาก เราจะเขียนถึงนกที่บินอยู่บนท้องฟ้า อาจจะเขียนออกมาได้ว่านกน้อยขนสีด า มันวาว ตัวหนึ่งก าลังบินอยู่บนท้องฟ้าสีคราม อันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งนักเรียนเห็นด้วยว่าเราจะต้องใช้ภาษาที่
ยืดเยื้อในการเขียน ใช้ค าขยายมาเพื่อเขียนให้เห็นภาพพจน์และแสดงอารมณ์ความรู้สึกทั้งที่ความจริงแล้วให้ ความหมายเหมือนเดิมว่า นกก าลังบินอยู่บนท้องฟ้า ๖. ผู้สอนอธิบายข้อสังเกตในการเขียนพัฒนาว่า หากเป็นการเขียนพรรณนาเราจะสังเกตได้จากภาษาที่ ผู้เขียนใช้จะเห็นได้ว่าเป็นภาษาที่สละสลวยในการบอกรายละเอียดสิ่งหนึ่งสิ่งใด อ่านแล้วท าให้เห็นภาพพจน์ ประทับใจหรือสะเทือนอารมณ์ครูกล่าวเสริมในประเด็นที่ขาดโดยกล่าวว่านอกจากสอดแทรกอารมณ์ไปแล้ว ยังมีการเลือกใช้ถ้อยค าส านวนที่ไพเราะเล่นค าเล่นอักษรท าให้หวานเกิดภาพพจน์ขึ้นอีกด้วย ๗.ผู้เรียนท าแบบทดสอบ โดยการระบุและแยกข้อความว่าเป็นการเขียนบรรยายหรือพรรณนา ลงใบงาน และร่วมกันเฉลยค าตอบนักเรียนเขียนพัฒนาจากภาพที่ก าหนดให้โดยให้ผู้เรียนเป็นผู้เลือกหนึ่งภาพและเขียน พัฒนาจากภาพ ขั้นสรุป ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความหมายและหลักการเขียนพรรณนาเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป ภาระงาน/ชิ้นงาน ใบงานการเขียนพรรณนา ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๗.๑ สื่อ CAI Project เรื่อง นักเขียนตัวน้อย สื่อการเรียนการสอนจากโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย สามมิติ (3D Interactive E - Learning) โรงเรียนมาตรฐานสากล (World class school) โดย สพฐ.และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ผู้เรียนสามารถบอกหลักการ เขียนบรรยายได้ (K) การถามค าถาม ค าถาม สามารถบอกหลักการเขียน บรรยายได้ ๒ ข้อขึ้นไป ผู้เรียนสามารถเขียนบรรยาย ได้ (P) อัตชีวประวัติ แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ก า ร เขียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อ ตนเอง (A) การส่งงาน การเขียนบรรยาย สมุดบันทึก ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... . ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วันที่......... เดือน ............... .พ.ศ ...............
ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระภาษาไทย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา.............................................................................................. . ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... . ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)............................................. (นางกาญจนา ธนาฤกษ์มงคล) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วันที่......................................................................
ภาคผนวก
สื่อ CAI Project เรื่อง นักเขียนตัวน้อย สื่อการเรียนการสอนจากโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียสามมิติ ( 3D Interactive E - Learning) โ รง เ รี ย น ม า ต ร ฐ าน ส า ก ล (World class school) โ ด ย สพ ฐ . แ ล ะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนพรรณนา การเขียนพรรณนา หมายถึง การให้รายละเอียดของสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ด้วยถ้อยค าที่ ไพเราะ เกิดจินตภาพ เห็นความเคลื่อนไหว จ านวน สี ขนาด และได้ยินเสียง มีจุดมุ่งหมายโน้มน้าวอารมณ์ของ ผู้อ่านให้คล้อยตามและเกิดความประทับใจ (แสดงให้เห็น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ประเภทของเรื่องที่ใช้วิธีการเขียนบรรยาย ๑. การพรรณนาบุคคล ผู้เขียนควรสังเกตรูปร่าง หน้าตา ลักษณะท่าท่าง เพื่อค้นหา บุคลิกลักษณะของบุคคลมาเป็นข้อมูลในการพรรณนา ๒. การพรรณนาสถานที่ ผู้เขียนควรสังเกตสถานที่ ต าแหน่งที่ตั้ง เหตุการณ์ที่ท าให้ ประทับใจ เพื่อน ามาเป็นข้อมูลในการพรรณนาสถานที่แล้วล าดับความเหมาะสม ๓. การพรรณนาธรรมชาติผู้เขียนควรสังเกตทิวทัศน์ บรรยากาศ สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต โดยรอบน ามาเป็นข้อมูลในการเขียน ใช้ถ้อยค าที่เร้าความรู้สึก ประสาทสัมผัสของผู้รับสาร ๔. การพรรณนาเหตุการณ์ผู้เขียนควรสังเกตลักษณะเด่นของเหตุการณ์ เช่น ความส าคัญ ความประทับใจ ผลกระทบ และควรใช้การบรรยายประกอบให้เนื้อเรื่องชัดเจน หลักการเขียนบรรยาย ๑. วิเคราะห์สิ่งที่จะพรรณนาทั้งภาพรวมและรายละเอียด ๒. กล่าวถึงลักษณะเด่นตามล าดับความส าคัญ เช่น กล่าวพรรณนาสถานที่ ควรเริ่มจากที่ตั้ง ทิวทัศน์ บรรยากาศโดยรอบ ๓. กล่าวถึงลักษณะประกอบของสิ่งที่พรรณนาให้สอดคล้องกับลักษณะเด่น เช่น พรรณนา บุคคล หากกล่าวถึงลักษณะเด่น คือ ใบหน้า ควรพรรณนาให้เห็นส่วนประกอบอื่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าเด่น อย่างไร ๔. เลือกใช้ถ้อยค าที่ให้เห็นภาพชัด โดดเด่นทั้งความหมายและเสียง เช่น ค านาน กริยา วิเศษณ์ ๕. เลือกใช้ค าหรือกลุ่มค าที่เรียกว่า ภาษาภาพพจน์ ท าให้มองเห็นภาพ การพรรณนาสถานที่ เครื่องตกแต่งในห้องเป็นไม้สลักสีย้ าตาลเข้ม ขัดขึ้นเงาเกือบทุกชิ้น สลับโลหะทองเหลืองสุกสว่าง แจกันทองเหลืองปักดอกไม้สดดอกใหญ่จัดเป็นพุ่มกระจาย พื้นไม้มันวับสะอาด ปูด้วยหนังเสือดาวผืนใหญ่ กางเรียงต่อกันหลายผืน การพรรณนาเหตุการณ์ เดือนตกไปแล้ว ดาวแข่งแสงขาว ยิบ ๆ ยับ ๆ เหมือนเกล็ดแก้วอัดสอดสอยร้อยปักอยู่เต็มผ้าด าผืนใหญ่ วูบวาบวิบวับส่องแสง ใหญ่แลน้อย ใกล้แลไกล บางดวงแสงหนาวดูเย็นนิ่ง บางดวงกะพริบพร่างพร้อย ดั่งดาวใหญ่น้อยแย้มยิ้มหยอกเอินกัน การพรรณนาบุคคล ฟักมีโอกาสเพ่งพิศหล่อนอย่างเต็มตาคราวนี้เอง ดวงหน้าอิ่มกลมเหมือนตอนเด็ก ๆ นั้น บัดนี้เมื่อเข้าสู่วัยสาว ค่อยเรียวลงบ้างจนเป็นรูปไข่ แต่ก็ยังอิ่มเปล่งปลั่งเหมือนเดือนเต็มดวงอยู่นั่นเองล้อมด้วยกรอบผมหนาดกด าเป็นมันขลับยาวสยายถึงบ่า ผิดไปจากสาว ๆ ชาวเมืองทั้งปวงที่ไว้ผมสั้นแค่ท้ายทอยคล้ายผมผู้ชาย การพรรณนาธรรมชาติและความรู้สึก ลมระรวยรื่นหอมนานาบุหงาลดาวัลย์ เป็นกลิ่นของดอยดงพงชัฏประหลาดลี้ลับชวนละเมอเพ้อฝัน ป่า โปร่งประกอบด้วยไม้เบญจพรรณ มีกอไผ่ป่ามากมาย กาบยังเป็นสีน้ าตาลเข้ม ชูล าสลับสล้าง ละม้ายปรายหอกปลายทวนของทแกล้วทหาญดึกด าบรรพ์ ซุ่มอยู่รอโห่ร้องตะลุยเศอกเอาฤกษ์เอาชัย แต่เราผู้ปราชัยยังเหม่อมองไปทุกค่าคบไม้สูง ยูงยางกร่างไกร มะค่าจ าป่าป่าและที่ไม่รู้จักก็มากมาย มีกล้วยไม้ ประหลาด ผลิดอกประดับไว้ประดุจถนิมพิมพาภรณ์ของป่าชัฏตรงกันข้ามกับป่าช้าแห่งหัวใจเราอันประดับด้วยความว่างเปล่า วิเวกและวังเวง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง เมื่อแพะกลายเป็นสุนัข เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่าและน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น ๒. สาระส าคัญ เรื่อง เมื่อแพะกลายเป็นสุนัข เป็นเรื่องที่ผู้เขียนยกมาจากนิทาน ปัญจตันตระ เป็นชื่อนิทานของอินเดีย เป็นนิทานอุทาหรณ์หรือนิทานสอนใจมีลักษณะเหมือนนิทานอีสปของกรีก ปัญจตันตระ เป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะประกอบไปด้วยข้อคิดและข้อสอนใจต่าง ๆ เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเรื่องราวแล้ว อาจน าข้อคิดที่ได้ไปปรับใช้ ในชีวิตประจ าวันได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ที่มาของเรื่องเมื่อแพะกลายเป็นสุนัข ๓.๒ เนื้อเรื่องเมื่อแพะกลายเป็นสุนัข ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกที่มาของเรื่องได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถสรุปเนื้อเรื่องได้ (P) ๔.๓ ผู้เรียนมีความตรงต่อเวลา (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด ๖. กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ KWL (Know – Want - Learned) ขั้น K (What you know) (๕ นาที)
๑. ผู้สอนถามความรู้เดิมโดยใช้ค าถามกระตุ้นผู้เรียนว่า รู้จักเงินการโน้มนาวใจหรือไม่ ผู้เรียน เล่าเหตุการณ์ที่เคยถูกโน้มน้าวใจ ให้ผู้เรียนแสดงทรรศนะ ประมาณ ๓ - ๔ คน ขั้น W (What you want to know) (๑๐ นาที) ๒. ผู้เรียนตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่าน หาข้อมูลเกี่ยวกับเงินถุงแดงโดยการตอบค าถามต่อไปนี้ - เรื่อง เมื่อแพะกลายเป็นสุนัข เป็นนิทานที่น ามาจากอะไร (นิทานวานบอก เล่มที่ ๑) - ผู้แต่งคือ (กุสุมา รักษมณี) - ลักษณะค าประพันธ์เป็น (ร้อยแก้ว ประเภท นิทาน) - จุดประสงค์ในการแต่งเพื่อเป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า (เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ มักเชื่อและท าตามค าชักชวน โน้มน้าวใจได้ง่าย ดังเช่น พราหมณ์ผู้ก าลังแบกแพะไปบูชายัญ) - ข้อคิดที่ได้จากเรื่องคือ (การหลอกลวงมีอยู่ทั่วไป,ธรรมชาติของมนุษย์มักเชื่อและ ท าตามค าชักชวนและโน้มน้าวใจ, ควรใช้สติและไตร่ตรองด้วยเหตุผล) - การโน้มน้าวใจคืออะไร (การพยายามเปลี่ยนความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยมและการ กระท า ตามผู้ที่โน้มน้าวใจ) - สาธกโวหารคือ (เรื่องราวที่ยกมาสนับสนุน หรือเปรียบเทียบให้ผู้อ่านเข้าใจสาร ของผู้เขียน) - กาลามสูตรคืออะไร (พระสูตรในพระพุทธศาสนาที่เน้นการใช้สติประกอบการ พิจารณาเรื่องต่างๆ) ขั้น L (What you have learned) (๓๕ นาที) ๓. ผู้เรียนหาค าตอบจากค าถามที่ตั้งไว้ โดยเขียนค าตอบลงในสมุดและร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้ จากเรื่อง เมื่อแพะกลายเป็นสุนัข ภาระงาน ๑. บันทึกความรู้ที่ได้จากเรื่อง เมื่อแพะกลายเป็นสุนัข ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วิวิธภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ผู้เรียนสามารถบอกที่มา ของเรื่องได้ได้ (K) การท าใบงาน ใบงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนสามารถสรุปเนื้อ เรื่องได้ (P) การท าใบงาน ใบงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนมีความตรงต่อ เวลา (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา.............................................................................................. . ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... . ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วันที่......... เดือน ............... .พ.ศ ...............
ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระภาษาไทย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา.............................................................................................. . ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... . ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)............................................. (นางกาญจนา ธนาฤกษ์มงคล) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วันที่......................................................................
ภาคผนวก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง กลวิธีการโน้มน้าวใจในโฆษณา เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ท ๓.๑ ม.๒/๔ พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามจุดประสงค์ ๒. สาระส าคัญ กลวิธีการโน้มน้าวใจแตกต่างกันไปตามโอกาสและสถานการณ์บางทีต้องใช้ระยะเวลานาน และอาจ ต้องอาศัยสิ่งที่ประกอบอื่น ๆ ช่วย ขึ้นอยู่กับศิลปะเฉพาะตัวของผู้โน้มน้าวและกลวิธีที่ใช้ จึงควรรู้จักกลวิธี การโน้มน้าวใจที่ส าคัญ ๆ ไว้เพื่อวิเคราะห์สารด้วยตนเอง และสามารถน าไปใช้ในการเขียนเพื่อโน้มน้าวใจด้วย ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความหมายการโน้มน้าวใจ ๓.๒ กลวิธีการโน้มน้าวใจ ๓.๓ ภาษาโน้มน้าวใจ ๓.๔ การใช้วิจารณญาณในการรับสารโน้มน้าวใจ ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกหลักการพูดโน้มน้าวใจได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถพูดโน้มน้าวใจได้ (P) ๔.๓ ผู้เรียนมีมารยาทในการพูด (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด ๕.๒ ความสามารถในการสื่อสาร ๖. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นน า (จ านวน ๑๐ นาที) ๑.ผู้เรียนชมวีดิทัศน์ตัวอย่างโฆษณาสินค้าที่ปรากฏในโทรทัศน์ พร้อมกับถามว่าเมื่อนักเรียนได้ชมการ โฆษณาดังกล่าวแล้วรู้สึกอย่างไรต่อสินค้าหรือบริการที่ได้น าเสนออยากจะซื้อหรือไม่อย่างไร จากนั้นเชื่อมโยง เข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน ๑. ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับความหมายของการโมน้าวใจ และการโฆษณา ( - การพูดโน้มน้าวใจ คือ การใช้ความพยายามที่จะเปลี่ยนความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยมและ การกระท าของบุคคลอื่น ด้วยกลวิธีที่เหมาะสมให้มี ผลกระทบใจบุคคลนั้น จนเกิดการยอมรับและยอมเปลี่ยน ตามที่ผู้โน้มน้าวใจ - การโฆษณา หมายถึง การให้ข้อมูล ข่าวสาร เป็นการสื่อสารจูงใจผ่านสื่อโฆษณาประเภท ต่าง ๆ เพื่อจูงใจหรือโน้มน้าวใจให้กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย มีพฤติกรรมคล้อยตามเนื้อหาสารที่โฆษณา อัน เอื้ออ านวยให้มีการซื้อหรือใช้สินค้าและบริการ ตลอดจนชักน าให้ปฏิบัติตามแนวความคิดต่าง ๆ) ๒. ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับกลวิธีการโน้มน้าวใจและภาษาโน้มน้าวใจ ดังนี้ ๑. แสดงให้เห็นความหนักแน่นของเหตุผลการแสดงเหตุผลเป็นส่วนหนึ่งในการจูงใจ ซึ่ง สามารถดึงดูดความสนใจ ท าให้เกิดความเชื่อถือและคล้อยตามได้ การให้เหตุผลจะต้องสมเหตุสมผล ๒. เร้าให้เกิดความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมกันบุคคลที่มีความรู้สึกหรือมีอารมณ์ร่วมกัน เป็น แรงผลักดันส าคัญของมนุษย์ที่จะน าไปสู่เป้าหมายหรือประสบผลส าเร็จร่วมกัน ๓. แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของผู้โน้มน้าวใจบุคลิกภาพหรือชื่อเสียงของผู้พูดเป็น เครื่องมือหนึ่งที่ท าให้การโน้มน้าวใจสัมฤทธิผล ๔. เสนอแนะเพื่อโน้มน้าวใจการโน้มน้าวใจโดยการเสนอแนะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ฟัง ผู้อ่าน ใช้ความคิดก่อนที่จะเชื่อถือหรือกระท าตาม ๓. ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับ หลักการฟังและการดูอย่างมีวิจารณญาณ ๑. พิจารณาว่าผู้พูดหรือผู้แสดงมีจุดมุ่งหมายอย่างไร จุดมุ่งหมายนั้นชัดเจน หรือไม่ ๒. เรื่องที่ฟังหรือดูนั้นให้ประโยชน์ แง่คิด ก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม หรือคิด สร้างสรรค์อย่างไร ๓. เนื้อหาของเรื่องนั้นมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ๔. เนื้อหาในเรื่องนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ มีหลักฐานอ้างอิงหรือไม่ ๕. ผู้พูดหรือผู้แสดงมีวิธีการถ่ายทอดความคิดอย่างไร ๔. ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๘ กลุ่มเพื่อศึกษากลวิธีการโน้มน้าวใจ จากโฆษณา ในประเด็นต่อไปนี้ ๑. การชักจูง (ในโฆษณาปรากฏการใช้การสื่อสารเพื่อเปลี่ยนใจ ความคิด ความเชื่อ ตลอดจน พฤติกรรมของบุคคลอย่างไร) ๒. การใช้โวหารภาพพจน์(ในโฆษณาปรากฏการใช้โวหารภาพพจน์ อย่างไร) ๓. การเปรียบเทียบ ๔. การแนะน า ๕. การชื่นชม ๖. การอ้างอิง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ โคลงภาพพระราชพงศาวดาร เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญ เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๑ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๒ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๓ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๐ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความส าคัญ สรุปความและอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ๒. สาระส าคัญ การอ่านจับใจความเป็นการอ่านเพื่อมุ่งหาสาระส าคัญหรือใจความส าคัญของเรื่องนั้น ๆ ผู้เรียนจะได้ เรียนรู้เกี่ยวกับ หลักการอ่านจับใจความส าคัญส่วนที่ส าคัญที่สุดของเนื้อเรื่อง มีเนื้อหาครอบคลุม ท าให้ทราบ ว่าเรื่องนั้นมีใครท าอะไร ที่ไหน อย่างไร หนึ่งย่อหน้าหรือหนึ่งตอนจะมีใจความส าคัญเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นและ ใจความรอง (พลความ) ที่ส่วนของประโยคต่าง ๆ ที่ช่วยขยายหรือส่งเสริมเนื้อหาของใจความส าคัญให้เกิด ความเข้าใจมากขึ้น ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ หลักการอ่านจับใจความส าคัญ ๓.๒ การฝึกจับใจความส าคัญ ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกหลักการการอ่านจับใจความได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถเขียนใจความส าคัญของเรื่องนั้น ๆ ได้ (P) ๔.๕ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด
๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ๑. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการอ่านหนังสือในชีวิตประจ าวัน จากนั้นผู้สอนใช้ค าถา กระตุ้นความคิดผู้เรียน ดังนี้ ๑.๑ การอ่านหนังสือแล้วไม่เข้าใจ เกิดจากสาหตุใดบ้าง (แนวค าตอบ : ไม่เข้าใจภาพรวมของ เนื้อหา ไม่สามารถจับประเด็นส าคัญได้ ไม่มีสมาธิในการอ่าน) ๑.๒ ผู้เรียนมีวิธีการอ่านหนังสือหรือสื่อต่าง ๆ ให้เข้าใจอย่างชัดเจน และถูกต้องอย่างไร (แนว ค าตอบ : อ่านอย่างละเอียด จากนั้นพิจารณาใจความส าคัญ และน าใจความส าคัญที่ได้มาเรียบเรียงด้วยส านวน ภาษาของตนเอง) ๒. ผู้สอนพูดสรุปค าตอบของผู้เรียน จากนั้นเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญ ขั้นสอน ๑. ผู้สอนอธิบายความหมายของการอ่านจับใจความ ผู้สอนให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับความหมายของการอ่านจับใจความตามความคิดและความเข้าใจของผู้เรียน ๒. เมื่อผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเสร็จ ผู้สอนกล่าวชมเชยผู้เรียน และสรุปความคิดเห็นของผู้เรียน โดย ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับความหมายของการอ่านจับใจความ มีรายละเอียดดังนี้ การอ่านจับใจความส าคัญ หมายถึง การอ่านเพื่อหาใจความที่ส าคัญและเด่นที่สุดในย่อหน้า เมื่ออ่านแล้วสามารถเข้าใจครอบคลุมเนื้อความอื่น ๆ ในย่อหน้าหรือเรื่องนั้นได้ ซึ่งในแต่ละย่อหน้าจะมีประโยค ใจความส าคัญเพียงประโยคเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน ๒ ประโยค ใจความรอง หรือพลความ หมายถึง ใจความหรือประโยคที่ท าหน้าที่ขยายความประโยค ใจความส าคัญ ซึ่งเป็นใจความสนับสนุนใจความส าคัญให้ชัดเจนขึ้น อาจเป็นการอธิบายให้รายละเอียดให้ค า จ ากัดความ ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ หรือแสดงเหตุผลอย่างถี่ถ้วน เป็นต้น ๓. ผู้เรียน "พินิจหลักการอ่านจับใจความส าคัญ" โดยผู้สอนให้ผู้เรียนจับคู่กัน จากนั้นผู้สอนแจก กระดานเปรียบเทียบข่าว (card case) "กองเชียร์แดนอุทัยวินัยเยี่ยม" และตัวอย่างใจความส าคัญ ๑ แผ่น และ ปากกาไวท์บอร์ด ๑ ด้าม พร้อมทั้งอธิบายกติกา ดังนี้
๓.๑ ให้ผู้เรียนอ่านอย่างคร่าว ๆ จากนั้นสังเกตและพิจารณาความแตกต่างเนื้อความของข่าว “กอง เชียร์แดนอุทัยวินัยเยี่ยม” กับตัวอย่างใจความส าคัญ ดังนี้ ๓.๒ ผู้สอนก าหนดให้ผู้เรียนสังเกตและพิจารณาความแตกต่างเกี่ยวกับความยาวของบทอ่าน การใช้ ภาษาของบทอ่าน และลักษณะของเนื้อความในบทอ่าน โดยให้ผู้เรียนเขียนแผนผังเปรียบเทียบบนกระดานที่ ได้รับ จากนั้นร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และสรุปเป็นหลักการโดยผู้สอนอธิบายและยกตัวอย่าง ดังนี้ ๑. เป็นถ้อยค าที่กล่าวถึงบ่อย ๆ หรือค าที่มีความหมายเหมือนกันลักษณะของใจความส าคัญสื่อ ความหมายไปในทิศทางเดียวกัน ๒. ครอบคลุมสาระส าคัญได้ทั้งหมด ๓. มีลักษณะคล้ายข้อสรุป หรือประเด็นที่จะเน้นย้ าการจับใจความส าคัญ ๑. อ่านเรื่องอย่างละเอียด จับเรื่องราวให้ได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร หลักการอ่านใจความส าคัญ ๑. พิจารณาว่าแต่ละย่อหน้ามีประโยคใจความส าคัญหรือไม่ประโยคใจความส าคัญอาจปรากฏอยู่ ตอนต้น ตอนกลาง ตอนท้าย ตอนต้นและตอนท้ายของย่อหน้า บางย่อหน้า ต้องสรุปใจความส าคัญเอง ๒. ตัดส่วนขยายใจความส าคัญหรือพลความทิ้ง โดยสังเกตจากค าส าคัญ (Keyword) ได้แก่ ๒.๑ การให้ค าจ ากัดความหรือค านิยาม ๒.๒ การอธิบายให้รายละเอียด ๒.๓ การให้เหตุผล
๒.๔ การยกตัวอย่าง ๒.๕ การเปรียบเทียบหรืออุปมา ๓. สรุปใจความส าคัญของเรื่องด้วยการเรียบเรียงความคิดจากประโยคใจความส าคัญของแต่ละย่อ หน้าด้วยส านวนภาษาของตนเอง ๔. ผู้สอนแนะน าเทคนิคการอ่านจับใจความ ๕W๑H ซึ่งประกอบด้วย Who (ใคร), What (ท าอะไร), Where (ที่ไหน), When (เมื่อไร), Why (ท าไม) และ How (อย่างไร) ๕. ผู้เรียนร่วมกันพิจารณาใจความส าคัญจากบทอ่าน เรื่อง แผ่นดินไหว โดยใช้เทคนิค ๕W๑H ๖. ผู้เรียนฝึกคิดตอบค าถามจากบทอ่าน เรื่อง แผ่นดินไหว โดยใช้หลักการอ่านจับใจความ ส าคัญ ๕W๑H ได้แก่ Who (ใคร), What (อะไร), Where (ที่ไหน), When (เมื่อไร), Why (ท าไม) และ How (อย่างไร) จากนั้นเขียนค าตอบลงบนกระดานของตนเอง แนวค าตอบ Who Who = ประเทศปาปัวนิวกินี What = เกิดแผ่นดินไหว Where = เกาะนิว บริติช When = เวลาประมาณ ๑๔.๒๕ น. Why = อาจเกิดคลื่นสึนามิ How = มีการเตือนภัยให้เฝ้าระวังสถานการณ์ ๗. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลจากการท ากิจกรรม และตรวจสอบความถูกต้องของ ค าตอบของตนเองแล้วน าค าตอบที่ได้จากการตอบค าถาม ๕W๑H ไปสรุปใจความส าคัญของเรื่องโดยเขียน เรียบเรียงถ้อยค าด้วยส านวนภาษาของตนเอง (แนวตอบ : เมื่อเวลาประมาณ ๔.๒๕ น. เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศปาปัวนิวกินี บริเวณเกาะนิวบริติชซึ่งอาจท า ให้เกิดคลื่นสึนามิจึงมีการเตือนภัยให้เฝ้าระวังสถานการณ์) ๘. ผู้เรียนและผู้สอนสรุปกิจกรรม จากนั้นผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอ่านจับใจความ ดังนี้ “การจับใจความส าคัญ ไม่มีถูกหรือผิดที่แน่ชัด แต่ข้อความที่ได้จากการจับใจความส าคัญจะต้องสื่อความได้ ครบถ้วน ตรงประเด็น และครอบคลุมข้อความทั้งหมด” ๙. ผู้เรียนท ากิจกรรม “สุ่มไพ่ท านายROV” โดยผู้สอนจะสวมบทบาทเป็นโจ๊กเกอร์โดยด าเนินการให้ ผู้เรียนเลือกไพ่คนละ ๑ ใบ ๑๐. ให้ผู้เรียนอ่านค าท านายพร้อมกับท าแบบฝึกหัด บทอ่าน เรื่อง แผ่นดินไหว เมื่อเวลาประมาณ ๑๔.๒๕ น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ ๖.๙ริกเตอร์ บริเวณเกาะ นิว บริติช ของประเทศปาปัวนิวกินี จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึกเพียง๑๐ กม. และอยู่ห่างจากเมืองรา บาอุลราว ๑๖๒ กม. แผ่นดินไหวอาจท าให้เกิดคลื่นสึนามิสูง ๓-๑ เมตร ซัดเข้าสู่ชายฝั่งปาปัวนิวกินีหลายจุดและ คลื่นสูงไม่เกิน ๓๐ ชม. พัดเข้าสู่หมูเกาะโซโลมอน เบื้องต้นได้มีประกาศเตือนภัยให้ให้เฝ้าระวังสถานการณ์
ขั้นสรุป ๑. ผู้เรียนร่วมกันพูดสรุปความรู้เรื่องการอ่านจับใจความ โดยครอบคลุมประเด็นความหมายลักษณะ หลักการอ่านจับใจความส าคัญ และเทคนิคการอ่านจับใจความส าคัญ ๒. ผู้เรียนคิดประเมินคุณค่า โดยผู้สอนใช้ค าถามกระตุ้นความคิดผู้เรียน ดังนี้ : ผู้เรียนจะน าทักษะการ อ่านจับใจความส าคัญไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร (แนวตอบ : น าไปใช้ในการอ่านบทความข่าวสาร หนังสือพิมพ์หรืออินเทอร์เน็ต การอ่านวรรณคดี การอ่านหนังสือเรียน เพื่อจะได้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น) พร้อม กับแนะน าแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมให้กับผู้เรียน เช่น ห้องสมุด เว็บไซต์ หนังสือออนไลน์ที่ผู้เรียนสามารถพบได้ใน ชีวิตประจ าวัน ๓. ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถามประเด็นที่ไม่เข้าใจ เกี่ยวกับการอ่านจับใจความส าคัญและกล่าว ค าชมเชยกับผู้เรียนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. ข่าวกองเชียร์แดนอุทัยวินัยเยี่ยม ๒. บทอ่าน เรื่อง แผ่นดินไหว ๓. สุ่มไพ่ท านายROV ๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ๑. ผู้เรียนสามารถบอก หลักก า รก า รอ่ าน จับ ใจความได้(K) การทดสอบ แบบทดสอบ ผู้เรียนบอกประโยชน์ได้ อย่างน้อย ๒ ข้อ ๒. ผู้เรียนสามารถเขียน ใจความส าคัญของเรื่อง นั้น ๆ ได้ (P) การทดสอบ แบบทดสอบ ผู้เรียนผ่านการประเมิน การอ่านออกเสียงร้อย กรองผ่านเกณฑ์ อย่างน้อยร้อยละ ๗๐ ๓. ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน การท ากิจกรรม (A) การสังเกต แบบสังเกตพฤติกรรม ผู้เรียนผ่านการประเมิน การอ่านออกเสียงร้อย กรองผ่านเกณฑ์ อย่างน้อยร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของผู้สอนพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวนริศรา ศรีวงศ์ราช แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา...............................................................................................๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา................................................................................................ ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วันที่ ......... เดือน ............... .พ.ศ