เกณฑ์การประเมินการตอบค าถาม (Rubric Scores) ประเด็น ประเมินการ ตอบค าถาม เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การตอบ ค าถาม ตอบค าถามได้ ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น ตอบค าถามได้ถูกต้อง ชัดเจน แต่ไม่ค่อยตรง ประเด็นค าถาม ตอบค าถามได้ ถูกต้อง แต่ไม่ค่อย ตรงประเด็น ตอบค าถามไม่ ถูกต้อง ๒. การใช้ ภาษา ใช้ภาษาได้ถูกต้อง ตามเกณฑ์ทาง ภาษา ใช้ภาษาได้ถูกต้อง แต่ มีการใช้ค าผิด ไม่เกิน ๒ ค า ใช้ภาษาได้ถูกต้อง แต่มีการใช้ค าผิด โดยไม่เกิน ๔ ค า ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง มี การใช้ค าผิด มากกว่า ๕ ค าขึ้นไป ๓. ความ รวดเร็ว ตอบค าถามได้ รวดเร็ว ตอบค าถามช้า เล็กน้อย ตอบค าถามช้าปาน กลาง ตอบค าถามช้ามาก เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ - ๑๒ = ดีมาก ๗ - ๙ = ดี ๔ - ๖ = พอใช้ ๑ - ๓ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับดี ขึ้นไป สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ลงชื่อ……………………………....……….......ผู้ประเมิน (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง พูดดีมีเสน่ห์ เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๓ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๐ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๒ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๑ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๗ อ่านหนังสือ บทความ หรือค าประพันธ์อย่างหลากหลายและประเมิน คุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการอ่าน เพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต ๒. สาระส าคัญ เรื่อง พูดดี มีเสน่ห์ เป็นบทสนทนาระหว่างยายกับหลาน ให้ข้อคิดว่าการพูดเป็นสิ่งส าคัญ การพูดดี เป็นการพูดเพื่อให้ผู้ฟังพอใจ สบายใจ โดยผ่านการเลือกสรรถ้อยค าที่สภาพไพเราะเหมาะสมกับกาลเทศะและ บุคคล พูดความจริงพูดมีสารประโยชน์ มีเหตุผลที่น่าสนใจ น่าเชื่อถือ คนพูดดีจึงมักได้รับความชื่นชม รักใคร่ มี เสน่ห์ชวนให้คนอยากคบหาสมาคม แนวคิด หมายถึง ความคิดส าคัญซึ่งเป็นแนวในการผูกเรื่องหรือความคิดอื่น ๆ ที่สอดแทรกอยู่ใน เรื่องก็ได้ เช่น แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องบุญกรรม แนวคิดเกี่ยวกับความรัก ความยุติธรรม ความตาย แนวคิดที่ เกี่ยวข้องกับมนุษย์ หรือแนวคิดที่เป็นความรู้ในด้านต่าง ๆ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ เนื้อเรื่องพูดดีมีเสน่ห์ ๓.๒ แนวคิดส าคัญของเรื่อง ๓.๓ ข้อคิดที่ได้จากเรื่องพูดดีมีเสน่ห์ ๓.๔ การน าข้อคิดที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกแนวคิดส าคัญของเรื่องได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถน าเสนอข้อคิดและการน าข้อคิดที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ (P) ๔.๕ ผู้เรียนสามารถท างานร่วมกับผู้อื่นได้(A)
๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบกลุ่ม เสริมด้วยการใช้บอร์ดเกม ขั้นน า (๕ นาที) ๑. ผู้เรียนฟังคลิปเสียงการพูด จาก https://www.youtube.com/watch?v=VyGilbFIczA ๒. ผู้สอนถามความรู้สึกผู้เรียนว่ารู้สึกอย่างไร เมื่อได้ฟังการพูดจากคลิปเสียงข้างต้น และให้ผู้เรียน เสนอแนะแนวทางการพูดในความคิดของผู้เรียน (รู้สึกชื่นชอบเพราะเป็นการพูดที่เข้าใจง่าย สื่อความหมายได้ ชัดเจน, รู้สึกชื่นชอบเพราะผู้พูดมีความมั่นใจในตนเองกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น, รู้สึกไม่ชื่นชอบ เพราะ ผู้พูดใช้ทั้งภาษาไทยและศัพท์เฉพาะภาษาอังกฤษจึงท าให้ไม่เข้าใจความหมายที่ชัดเจน) ๓. ผู้สอนเชื่อมโยงค าตอบของผู้เรียนเข้าสู่เรื่อง พูดดีมีเสน่ห์ ขั้นสอน (๔๐ นาที) ๑. ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๕ กลุ่มเท่า ๆ กัน โดยการนับเลข ๑-๕ ๒. ผู้เรียนรับกระดาษลิปชาร์ท ๑ แผ่น และปากกาเคมีจากผู้สอน ๓. ผู้เรียนฟังการอธิบายการท ากิจกรรมจากผู้สอน คือ ให้ผู้เรียน อ่านเรื่องพูดดีมีเสน่ห์ ช่วยกันสรุป เนื้อเรื่องพูดดีมีเสน่ห์ แนวคิดส าคัญของเรื่อง ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง และการน าข้อคิดที่ได้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวัน ๔. ผู้เรียนฟังการอธิบายจากผู้สอน เกี่ยวกับแนวคิดส าคัญของเรื่อง ข้อคิดที่ได้ - แนวคิด คือสิ่งที่ผู้เขียนต้องการน าเสนอ “การพูดดีเป็นสิ่งที่ส าคัญ” - ข้อคิด คือ คติที่เป็นประโยชน์ “พูดดีท าให้คนรัก การพูดดีท าให้คนฟังสบายใจ การพูดมี เหตุผลท าให้ดูน่าเชื่อถือ เป็นต้น) ๕. ผู้เรียนร่มกิจกรรม “ดวงเศรษฐี พูดดีมีเสน่ห์” โดยส่งตัวแทนกลุ่มออกมารับกระดานเกมเศรษฐี โดยมีกติกาดังนี้ ๕.๑ ผู้เล่นทุกกลุ่มวางเบี้ยที่สุดสตาร์ท ๕.๒ ผู้เล่นส่งตัวแทนออกมาทอยลูกเต๋า ๑ ลูก ได้จ านวนเท่าไหร่ ก็ให้เดินไปข้างหน้าตาม จ านวนนั้นเริ่มจากกลุ่มที่ ๑-๕ ตามล าดับ ๕.๓ ผู้เล่นทอยลูกเต๋าตกที่ช่องไหน ผู้ช่วยภายในกลุ่มต้องตอบช่วยกันตอบค าถามที่มีอยู่ใน ช่องนั้น และจะได้รับคะแนนบวกที่ก าหนดไว้ตามการตอบค าถาม ๕.๔ ผู้เล่นที่มาถึงจุดสตาร์ทกลุ่มแรกจะเป็นฝ่ายชนะ ล าดับที่ ๒ ๓ ๔ ๕ จะเรียงตามอันดับ คะแนนจากสูงไปต่ า ๖. ผู้เรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากเรื่องพูดดีมีเสน่ห์และกิจกรรม “ดวงเศรษฐี พูดดีมีเสน่ห์” (แนวคิดส าคัญของเรื่อง ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง และการน าข้อคิดที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน) โดยท าออกมา ในรูปแบบการเขียนแผนภาพความคิด ๕. ผู้สอนสุ่มผู้เรียนน าเสนอหน้าชั้นเรียน ๑ กลุ่ม ขั้นสรุป (๑๐ นาที)
๑. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากเรื่องพูดดีมีเสน่ห์และกิจกรรม “ดวงเศรษฐี พูดดีมี เสน่ห์” (แนวคิดส าคัญของเรื่อง ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง และการน าข้อคิดที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน) ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียน วิวิธภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๒. คลิปเสียงการพูด ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียน วิวิธภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๒. คลิปเสียงการพูด ๓. ดวงเศรษฐีพูดดีมีเสน่ห์ ๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ผู้เรียนสามารถบอก แนวคิดส าคัญของเรื่อง ได้ (K) การน าเสนอ แผนภาพความคิด แบบประเมิน การน าเสนอ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนสามารถน าเสนอ ข้อคิดและการน าข้อคิด ที่ได้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ (P) การน าเสนอ แผนภาพความคิด แบบประเมิน การน าเสนอ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนสามารถท างาน ร่วมกับผู้อื่นได้ (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา................................................................................................ ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วัน ที่ ...... ... เดือ น ...... ......
แบบประเมินการน าเสนอ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ /....... เลข ที่ ชื่อ - นามสกุล เกณฑ์การประเมิน รวม (๒๐) การถ่ายทอด เนื้อหา การสบสายตา การใช้น้ าเสียง การใช้ภาษากาย ในการสื่อสาร การตอบค าถาม ประเด็นส าคัญ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑
เกณฑ์การประเมระดับมาตรฐาน/ รายละเอียดเกณฑ์ การให้คะแนน ๔ คะแนน ๓ คะการถ่ายทอดเนื้อหา - คล่องแคล่ว ไม่ติดขัด ท าให้เข้าใจประเด็น ได้ง่ายและเร็ว - ก า ร พู ด มี ก า ร เ ว้ น จั ง ห ว ะ แ ล ะ การเน้นค า หรือเน้นส าระส าคัญอย่างหมาะ สมเพื่อท าให้ผู้ฟังติดตามการน าเสนอ - ความเร็วในการพูดอยู่ในระดับเหมาะสม - คล่องแคล่ว ไเข้าใจประเด็นได้- การพูดมีก ารเเหมาะสม - ความเร็วในระดับเหมาะสม การสบสายตา สบสายตากับผู้ฟังอยู่ตลอดเพื่อดึงดูดให้ ผู้ฟังสนใจในเนื้อหาที่ถ่ายทอด สบสายตากับผู้ฟัการใช้น้ าเสียง - น้ าเสียงเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ - ความดังของเสียงเหมาะสม - น้ าเสียงสะท้อน- ความดังของเสีการใช้ภาษากายใน การสือสาร ใช้ภาษากายอย่างคล่องแคล่ว เช่น ยกมือ ผายมือ เพื่อดึงดูดให้ผู้ฟังรู้สึกสนใจในสิ่งที่ อธิบาย ใช้ภาษากายใพอสมควร เช่นเพื่อท าให้ผู้ฟังอธิบาย ก า ร ตอบค า ถ า ม ประเด็นส าคัญ บอกแนวคิดส าคัญของเรื่อง ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง มากกว่า ๓ ข้อ การน าข้อคิดไปใช้ มากกว่า ๓ ข้อ บอกแนวคิดส าคัข้อคิดที่ได้จากเรืการน าข้อคิดไปใ
มินการน าเสนอ ะแนน ๒ คะแนน ๑ คะแนน ไม่ติดขัด ท าให้ ด้ง่าย เว้นจังหวะอย่าง นการพูดอยู่ใน - ไ ม่ ค ล่ อ ง แ ค ล่ ว มี ก า ร หยุดชะงักบ้างเป็นบางจังหวะ - พูดเร็วจนจับความไม่ค่อยได้ หรือพูด ช้ าจนเกินไป - ติดขัดหลายครั้ง หรือ ใช้ค า เช่น “เอ่อ” “อ่ า” บ่อยครั้ง - หยุดชะงักในหลายจังหวะ - พูดเร็วจนจับความไม่ค่อยได้ หรือ พูดช้ าจนเกินไป ฟังพอสมควร สบสายตากับผู้ฟังน้อยครั้งมาก ไม่สบสายตากับผู้ฟัง หรือ ก้มห น้ าอ่านบทพูด นถึงความมั่นใจ สียงเหมาะสม - น้ าเสียงสั่นเครือบ้าง - ใ ช้เ สี ยง เบ าบ้ าง ดังบ้ าง สลับกันไป - น้ าเสียงสั่นเครือ - ใช้เสียงเบาเหมือนก ารกระซิบ หรือ ดังเหมือนก ารตะ คอก หรือก ารตะโกน ในการสื่อส า ร ยกมือ ผายมือ ง สนใจในสิ่งที่ มีการใช้ภาษากายน้อยครั้งใน การสื่อสาร ไม่มีการใช้ภาษากายใด ๆ ใน การสื่อสาร คัญของเรื่อง รื่อง ๓ ข้อ ใช้ ๓ ข้อ บอกแนวคิดส าคัญของเรื่อง ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ๒ ข้อ การน าข้อคิดไปใช้ ๒ ข้อ บอกแนวคิดส าคัญของเรื่อง ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ๑ ข้อ การน าข้อคิดไปใช้ ๑ ข้อ
หมายเหตุ คะแนนรวม ๒๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ เกณฑ์การตัดสิน มากกว่าร้อยละ ๘๐ ระดับดีมาก (๑๖ คะแนนขึ้นไป) ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ ระดับดี (๑๔ - ๑๕ คะแนน) (เกณฑ์ที่ผ่าน) ร้อยละ ๖๐ – ๖๙ ระดับปานกลาง (๑๒ - ๑๓ คะแนน) ร้อยละ ๕๐ – ๕๙ ระดับพอใช้ (๑๐ - ๑๑ คะแนน) ต่ ากว่าร้อยละ ๕๐ ระดับปรับปรุง (ต่ ากว่า ๑๐ คะแนน)
แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ /....... เลขที่ ชื่อ - นามสกุล เกณฑ์การประเมิน รวม (๑๐) ร้อย รับฟังความคิดเห็น ร่วมกันท างาน ละ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๐ ๑๐๐
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง หลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๓ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๑ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๒ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๐ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วได้ถูกต้อง ๒. สาระส าคัญ การอ่านบทร้อยแก้ว คือ การอ่านถ้อยค าที่แต่งไว้โดยการออกเสียง แบ่งจังหวะให้เหมาะสมกับเรื่องที่ อ่านไปสู่ผู้ฟัง ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ความหมายของร้อยแก้ว มารยาทในการอ่าน หลักการอ่านออกเสียง ร้อยแก้ว ซึ่งจะท าให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวที่อ่าน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ หลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ๓.๒ มารยาทในการอ่าน ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกหลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้วได้ (K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถอ่านออกเสียงร้อยแก้วได้ (P) ๔.๕ ผู้เรียนมีมารยาทในการอ่าน (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า (๑๐ นาที) ๑. ผู้เรียนฟังการอ่านออกเสียงร้อยแก้วที่เว้นวรรคตอนผิด และให้ผู้เรียนแสดงทัศนะต่อการอ่าน ดังกล่าว ซึ่งตัวอย่างที่ผู้สอนยกมานั้น คือการเว้นวรรคตอนในการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ดังนี้
- สิบล้อซิ่งประสานงากระบะบรรทุก หมูตาย ๓ เจ็บ ๑๐ - ไม่เจอกันนาน นมโตขึ้นเป็นกอง - ยาขนานนี้กินแล้วแข็ง แรงไม่มี โรคเบียดเบียน ๒. ผู้สอนเชื่อมโยงการอ่านเว้นวรรคตอน สู่เรื่องการอ่านออกสียงร้อยแก้ว ชั้นสอน (๔๕ นาที) ๑. ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับความหมายของร้อยแก้วและความหมายของการอ่านออกเสียงร้อยแก้วผ่าน โปรแกรม Power Point ( ร้อยแก้ว คือ บทข้อความทั่วๆ ไป ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน โดยต้องเขียนเป็น ประโยค ข้อความติดต่อกัน ตามปกติ มีประธาน กริยา กรรม เรียงร้อยข้อความไปตามเจตนาของผู้พูดหรือ ผู้เขียน ไม่มีสัมผัสเหมือนบทร้อยกรอง การอ่านออกเสียงงานเขียนประเภทความเรียง โดยการเปล่งเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี น้ าเสียง จังหวะ ให้เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่ผู้ฟัง) ๒. ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับมารยาทในการอ่าน ดังต่อไปนี้ ๒.๑. ไม่อ่านเสียงดังรบกวนผู้อื่น ๒.๒. ไม่เล่นกันในขณะอ่านหนังสือ ๒.๓. เมื่ออ่านหนังสือเสร็จแล้วควรเก็บหนังสือไว้ที่เดิม ๒.๔. ไม่ควรอ่านเรื่องที่เป็นส่วนตัวของผู้อื่น ๒.๕. ไม่ขีดเขียนท าลายหนังสือที่เป็นสมบัติของส่วนรวม ๒.๖. ไม่ควรแย่งอ่านหรือชะโงกหน้าไปอ่านในขณะที่ผู้อื่นก าลังอ่านอยู่ ๓. ผู้เรียนเรียนรู้หลักการออกเสียงร้อยแก้ว ดังนี้ ๓.๑ อ่านให้ถูกต้องตามอักขรวิธี คือ การออกเสียงตามหลักเกณฑ์ของภาษาไทย -อ่านออกเสียงค าควบกล้ า - การอ่านออกเสียงอักษรน า - อ่านตามความนิยม คือ การอ่านที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ เน้นความไพเราะ และความนิยมทั่วไป เช่น - การอ่านตัวย่อ ควรอ่านค าเต็มของค าที่ถูกย่อไว้ เช่น กรีดกราย กลับกลอก ขวักไขว่ ไตร่ตรอง ขรุขระ ครอบครัว สมัครสมาน อ่านว่า สะ-หมัก-สะ-หมาน ขมีขมัน ,, ขะ-หมี-ขะ-หมัน อุดมคติ อ่านว่า อุ - ดม - คะ - ติ หรือ อุ - ดม - มะ - คะ - ติ โบราณคดี ,, โบ - ราน - คะ - ดี หรือ โบ - ราน - นะ - คะ - ดี กห. ได้งบฯ จาก กค. ปรับปรุงกองทัพ ๑๐ ล้าน อ่านว่า กระทรวงกลาโหมได้งบประมาณจากกระทรวงการคลัง ปรับปรุงกองทัพ ๑๐ ล้าน
๓.๒ การอ่านตัวเลขและเครื่องหมายต่างๆ มีหลักการที่ต่างกัน เช่น -การอ่านจ านวนเลขตั้งแต่ ๒ หลักขึ้นไป ถ้าเลขต าแหน่งท้ายเป็น ๑ให้ออกเสียงว่า "เอ็ด" -การอ่านตัวเลขที่มีจุดทศนิยม ตัวเลขหน้าจุดทศนิยมอ่านแบบจ านวนเต็ม ตัวเลขหลัง จุดทศนิยมให้อ่านแบบเรียงตัว เช่น -การอ่านตัวเลขบอกเวลา -การอ่านบ้านเลขที่ บ้านเลขที่มีตัวเลข ๒ หลัก ให้อ่านแบบจ านวนเต็ม ถ้ามี ๓ หลักขึ้น ไปให้อ่านเรียงตัวหรือจ านวนเต็มก็ได้ แต่ตัวเลขหลังเครื่องหมาย / ให้อ่านเรียงตัว -การอ่านเครื่องหมายไปยาลน้อย ให้อ่านเต็มค าที่ย่อไว้ - การอ่านเครื่องหมายไปยาลใหญ่ ข้อความที่เขียนเครื่องหมาย ฯลฯ ไว้ท้ายข้อความ ให้อ่านว่า ละ หรือ และอื่นๆ เครื่องหมายไปยาลใหญ่ ที่อยู่ตรงกลางข้อความ ให้อ่านว่า ละถึง เช่น ๓.๓ อ่านเพื่อเตรียมตัวก่อนการอ่านจริง ให้เข้าใจเนื้อหาแบ่งวรรคตอนให้เหมาะสมไว้ก่อน ๑๑ อ่านว่า สิบ - เอ็ด ๒๕๐๑ ,, สอง - พัน - ห้า - ร้อย - เอ็ด ๑.๒๓๔ อ่านว่า หนึ่ง - จุด - สอง - สาม - สี่ ๕๙.๐๑๒ ,, ห้า - สิบ - เก้า - จุด - สูน - หนึ่ง - สอง ๑๒.๓๕ อ่านว่า สิบ - สอง - นา - ลิ - กา-สาม - สิบ - ห้า - นา - ที ๖ : ๓๐ : ๔๕ ,, หก - นา - ลิ –กา - สาม - สิบ- นา- ที –สี่ – สิบ - ห้า. วิ– นา - ที บ้านเลขที่ ๕๖/๓๙ อ่านว่า บ้าน - เลก - ที่ - ห้า - สิบ - หก - ทับ - สาม -เก้า - สอง บ้านเลขที่ ๖๕๓/๒๑ ,, บ้าน - เลก - ที่ - หก - ห้า- สาม - ทับ - สอง - หนึ่ง หรือ บ้าน - เลก - ที่ - หก - ร้อย - ห้า - สิบ - สาม - ทับ - สอง - หนึ่ง กรุงเทพฯ อ่านว่า กรุง - เทบ - มะ - หา - นะ -คอน โปรดเกล้าๆ ,, โปรด -เกล้า -โปรด -กระ - หม่อม สิ่งของที่ซื้อขายกันในห้างสรรพสินค้ามีเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องส าอาง ฯลฯ อ่านว่า สิ่ง - ของ -ที่...เครื่อง – ส า - อาง – ละ สิ่ง - ของ -ที่...เครื่อง – ส า – อาง - และ - อื่น - อื่น พยัญชนะไทย ๔๔ ตัว มี ก ฯลฯ ฮ อ่านว่า พะ-ยัน-ชะ-นะ-ไท-สี่-สิบ-สี่-ตัว-มี-กอ-ละ-ถึง - ฮอ
๓.๔ ต้องอ่านให้คล่อง ไม่ติดขัด ถูกต้องตามอักขระวิธี ตัว ร ล ค าควบกล้ า ต้องถูกชัดเจน เสียงดังฟังชัด แต่ไม่ตะโกน ๓.๕ การเว้นวรรคตอน / เว้นวรรคน้อย // เมื่ออ่านจบข้อความหลัก ๓.๖ อ่านโดยใช้น้ าเสียงให้เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน เช่นเนื้อหาเป็นเรื่องเศร้าโศกก็ต้องใช้เสียง ที่ดูอ่อนโยน และเศร้าตามเนื้อหา ถ้าเรื่องเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ก็ใช้น้ าเสียงธรรมดา เป็นต้น ๓.๗ เหลือบตามองดูผู้ฟังบ้าง ไม่ก้มหน้าอ่านอย่างเดียว เหมือนเราชมการอ่านข่าวทาง โทรทัศน์ที่ผู้อ่านต้องมองมายังผู้ฟังเป็นระยะ ๓.๘ ระวังการยืน การวางท่าทางในการอ่าน การจับหนังสือ ให้เหมาะสม ไม่สูงหรือต่ าเกินไป ๔. ผู้เรียนร่วมกิจกรรม “ลอตเตอรี่ Valorant” โดยการเลือกลอตเตอรี่ใบที่ผู้เรียนสนใจ ด้านหลังของ ลอตเตอรี่จะมีบทอ่านให้ผู้เรียนสามารถเขียนเครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ ลงไปในบทอ่านนั้นได้ ๕. ผู้เรียนเตรียมตัวทดสอบการอ่านตามหลักการอ่านร้อยแก้ว รายบุคคล ๖. ผู้สอนให้ค าแนะน ารายบุคคลการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน (การอ่านออกเสียงค าควบกล้ า, การอ่านออกเสียง ร ล, การเว้นวรรคตอน, การใช้น้ าเสียง, การสบตาผู้ฟัง, ท่าทางในการอ่านหนังสือ) ๗. ผู้เรียนทดสอบเสร็จแล้วบันทึกความรู้ที่ได้ลงในใบงาน ขั้นสรุป (๕ นาที) ๑. ผู้เรียนและผู้สอนทบทวนความรู้เกี่ยวกับ ความหมายของร้อยแก้ว มารยาทในการอ่าน หลักการ อ่านออกเสียงร้อยแก้ว ภาระ/ชิ้นงาน ๑. การท าแบบใบงาน ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. บทความการอ่านออกเสียง ๒. ลอตเตอรี่Valorant
๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ผู้เรียนสามารถบอกหลักการอ่าน ออกเสียงร้อยแก้วได้ (K) การถามค าถาม ใบงานการอ่าน ออกเสียงร้อยแก้ว ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนสามารถอ่านออกเสียงร้อย แก้วได้ (P) การอ่านออกเสียง ร้อยแก้ว แบบประเมิน การอ่านออกเสียงฯ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนมีมารยาทในการอ่าน (A) การอ่านออกเสียง ร้อยแก้ว แบบประเมิน การอ่านออกเสียงฯ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา................................................................................................ ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วัน ที่ ...... ... เดือ น ...... ......
ภาคผนวก
ใบงาน การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ตอนที่ ๑ ความรู้พื้นฐานการอ่านร้อยแก้ว ๑. ความหมายของการอ่านร้อยแก้ว .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ๒. จงบอกหลักการอ่านอ่านออกเสียงร้อยแก้ว .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ชื่อ – นาสกุล....................................................................... ชั้น......................................เลขที่.........................................
เฉลย ใบงาน การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ตอนที่ ๑ ความรู้พื้นฐานการอ่านร้อยแก้ว ๑. ความหมายของการอ่านร้อยแก้ว การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว หมายถึง การอ่านออกเสียงงานเขียนประเภทความเรียง โดยการเปล่งเสียงให้ ถูกต้องตามอักขรวิธี น้ าเสียง จังหวะ ให้เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่ผู้ฟัง .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ๒. จงบอกหลักการอ่านอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ๑ อ่านเพื่อเตรียมตัวก่อนการอ่านจริง ให้เข้าใจเนื้อหาแบ่งวรรคตอนให้เหมาะสมไว้ก่อน ๒ ต้องอ่านให้คล่อง ไม่ติดขัด ถูกต้องตามอักขระวิธี ตัว ร ล ค าควบกล้ า ต้องถูกชัดเจน เสียง ดังฟังชัด แต่ไม่ตะโกน ๓ การเว้นวรรคตอน / เว้นวรรคน้อย // เมื่ออ่านจบข้อความหลัก ๔ อ่านโดยใช้น้ าเสียงให้เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน เช่นเนื้อหาเป็นเรื่องเศร้าโศกก็ต้องใช้เสียงที่ ดูอ่อนโยน และเศร้าตามเนื้อหา ถ้าเรื่องเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ก็ใช้น้ าเสียงธรรมดา เป็นต้น ๕ เหลือบตามองดูผู้ฟังบ้าง ไม่ก้มหน้าอ่านอย่างเดียว เหมือนเราชมการอ่านข่าวทางโทรทัศน์ ที่ผู้อ่านต้องมองมายังผู้ฟังเป็นระยะ ๖ ระวังการยืน การวางท่าทางในการอ่าน การจับหนังสือ ให้เหมาะสม ไม่สูงหรือต่ าเกินไป ............................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................
เกณฑ์การประเมินการอ่าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การอ่านถูกต้อง ตามอักขรวิธี อ่านออกเสียง ถูกต้อง ตามอักขรวิธีทุก ค า อ่านออกเสียง ไม่ถูกต้อง ตามอักขรวิธี ๑ - ๒ ค า อ่านออกเสียง ไม่ถูกต้อง ตามอักขรวิธี ๓ - ๔ ค า อ่านออกเสียง ไม่ถูกต้อง ตามอักขรวิธี ๕ - ๖ ค า อ่านออกเสียง ไม่ถูกต้อง ตามอักขรวิธี 7 ค า ขึ้นไป ๒. การอ่านเพิ่มค า หรือข้ามค า คะแนนเต็ม ๓ คะแนน ไม่อ่านเพิ่มค า หรือข้ามค า อ่านเพิ่มค า หรือข้ามค า ๑ - ๒ แห่ง อ่านเพิ่มค า หรือข้ามค า ๓ แห่ง ขึ้นไป ๓. ความชัดเจนในการ อ่าน ๓.๑ อ่านชัดถ้อยชัด ค า ๓.๒ อ่านด้วยน้ าเสียง เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ความชัดเจน ในการอ่าน สมบูรณ์ทั้ง ๒ ข้อ ความชัดเจน ในการอ่าน บกพร่อง ๑ - ๒ แห่ง ความชัดเจน ในการอ่าน บกพร่อง ๓ - ๔ แห่ง ความชัดเจน ในการอ่าน บกพร่อง ๕ - ๖ แห่ง ความชัดเจน ในการอ่าน บกพร่อง ๗ แห่ง ขึ้นไป ๔. การเว้นวรรคตอน ในการอ่าน อ่านเว้นวรรค ตอน ได้ถูกต้องทุก แห่ง อ่านเว้นวรรค ตอน ไม่ถูกต้อง ๑ - ๒ แห่ง อ่านเว้นวรรค ตอน ไม่ถูกต้อง ๓ - ๔ แห่ง อ่านเว้นวรรค ตอน ไม่ถูกต้อง ๕ - ๖ แห่ง อ่านเว้นวรรค ตอน ไม่ถูกต้อง ๗ แห่ง ขึ้นไป ๕. การวางท่าทางในการ อ่าน คะแนนเต็ม ๒ คะแนน การวางท่าทาง ในการอ่าน เหมาะสม การวางท่าทาง ในการอ่านไม่ ถูกต้อง
แบบบันทึกคะแนนการนักเรียนชั้นมัธยมศึที่ ชื่อ - สกุล ๑. การอ่าน ถูกต้อง ตามอักขรวิธี (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน) ๒. การอ่าหรือข้า(คะแนนคะแน
รอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ศึกษาปีที่ ๒ /....... คะแนน รวม คะแนน* (คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน) านเพิ่มค า ามค า เต็ม ๓ นน) 3. ความชัดเจน ในการอ่าน (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน) 4. การเว้นวรรค ตอนในการอ่าน (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน) ๕. การอ่านใน เวลาที่ก าหนด (คะแนนเต็ม ๒ คะแนน)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง การพูดในโอกาสต่าง ๆ เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๒ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๐ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๑ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ม.๒/๔ พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามจุดประสงค์ ๒. สาระส าคัญ การพูดในโอกาสต่างๆ ย่อมมีหลักการและวิธีการที่เหมาะสม และจะต้องมีมารยาททั้งคนพูดและคน ฟังด้วย ทั้งนี้เพราะการมีมารยาทในการฟังและพูดจะท าให้นักเรียนไม่มีปัญหาในการฟังและการพูด สามารถ น าทักษะดังกล่าวไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้เกี่ยวกับการพูด ๓.๒ การพูดทักทายปราศรัย ๓.๓ การพูดแนะน าตนเอง ๓.๔ การพูดสนทนา ๓.๕ การพูดติดต่อทางโทรศัพท์ ๓.๖ มารยาทในการพูด ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกความแตกต่างระหว่า พูดดี พูดเก่ง และกล้าพูดได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถแสดงบทบาทสมมติการพูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ (P) ๔.๕ ผู้เรียนมีมารยาทในการพูด (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๖. กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่มและวิธีการสอนโดยใช้บทบาทสมมติ ขั้นน า (๕ นาที) ๑. ผู้เรียนและผู้สอนทบทวนเรื่อง พูดดีมีเสน่ห์ และเชื่อมโยงเรื่องราวเข้าสู่การพูดในโอกาสต่าง ๆ ชั้นสอน (๔๕ นาที) ๑. ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๕ กลุ่ม เท่า ๆ กัน (๕ นาที) ๒. ผู้เรียนรับหัวข้อที่จะต้องศึกษาภายในกลุ่มจากผู้สอน โดยศึกษาเนื้อหาจากหนังสือวิวิธภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน้าที่ ๖ - ๑๓ ดังนี้(๑๐ นาที) - พูดดี บอกความหมาย และยกตัวอย่างโดยการแสดงบทบาทสมมติ - พูดเก่ง บอกความหมาย และยกตัวอย่างโดยการแสดงบทบาทสมมติ - การพูดทักทายปราศรัย บอกความหมาย หลักการ และยกตัวอย่างโดยการแสดงบทบาท สมมติ - การพูดสนทนา บอกความหมาย หลักการ และยกตัวอย่างโดยการแสดงบทบาทสมมติ - การพูดติดต่อทางโทรศัพท์บอกความหมาย หลักการ และยกตัวอย่างโดยการแสดงบทบาท สมมติ ๓. ผู้สอนอธิบายการการจัดกิจกรรม โดยให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูล และปรึกษาหาข้อมูลภายในกลุ่ม ตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย ภายในเวลา ๑๐ นาที และให้ผู้เรียนน าเสนอหัวข้อที่รับผิดชอบหน้าชั้นเรียน และ แสดงบทบาทสมมติตามหัวข้อที่ตนเองได้รับ โดยน าเสนอกลุ่มละ ๕ นาทีรวมทั้งหมด ๒๕ นาที ๔. ผู้เรียนอภิปรายร่วมกันกับผู้สอน เกี่ยวกับการกล้าพูด และมารยาทในการฟัง (๕ นาที) - กล้าพูด คือ การพูดในสิ่งที่ควรพูดโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลหรืออันตราย บนพื้นฐานความรู้ ของตนเอง เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือตนเอง โดยค านึงถึงกาลเทศะ และรับผิดชอบต่อค าพูดของตนเอง โดยกล่าวค าขอโทษหรือถอนค าพูด - มายาทในการพูด คือ การใช้ถ้อยค าสุภาพ เหมาะสมกับบุคล กาลเทศะ พูดกับผู้ใหญ่ ต้อง ให้ความเคารพ ส ารวม น้ าเสียงนุ่มนวล ไม่พูดแทรก โต้เถียง ล้อเลียน จาบจ้วง ส่วนพูดกับเพื่อน ควรพูดดี จริงใจ ไม่ใช้ค าหยาบในที่สาธารณะ ไม่พูดให้เพื่อนไม่สบายใจ และไม่ถามเรื่องส่วนตัว ๕. ผู้สอนอธิบาย การพูดแนะน าตนเองให้ผู้เรียนได้ทราบ ขั้นสรุป (๑๐ นาที) ๑. ผู้เรียนและผู้สอนทบทวนการพูดแนะน าตนเอง และมารยาทในการพูด ภาระ/ชิ้นงาน ๑. ทบทวนการพูดแนะน าตนเอง และการพูดแนะน าตนเองหน้าชั้นเรียน ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือวิวิธภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ผู้เ รี ยน ส าม า ร ถ บ อ ก ความแตกต่างระหว่า พูดดี พูดเก่ง และกล้าพูด ได้ (K) การถามค าถาม ค าถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนสามารถแสดง บทบาทสมมติการพูดใน โอกาสต่าง ๆ ได้ (P) การน าเสนอการพูดใน โอกาสต่าง ๆ แบบประเมินการ น าเสนอการพูดในโอกาส ต่าง ๆ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนมีมารยาทในการ พูด (A) การน าเสนอการพูดใน โอกาสต่าง ๆ แบบประเมินการ น าเสนอการพูดในโอกาส ต่าง ๆ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา................................................................................................ ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วัน ที่ ...... ... เดือ น ...... ......
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการพูดในโอกาสต่าง ๆ เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๒ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๐ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๑ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ม.๒/๔ พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามจุดประสงค์ ๒. สาระส าคัญ การพูดในโอกาสต่างๆ ย่อมมีหลักการและวิธีการที่เหมาะสม และจะต้องมีมารยาททั้งคนพูดและคน ฟังด้วย ทั้งนี้เพราะการมีมารยาทในการฟังและพูดจะท าให้ผู้เรียนไม่มีปัญหาในการฟังและการพูด สามารถน า ทักษะดังกล่าวไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้เกี่ยวกับการพูด ๓.๒ มารยาทในการพูด ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนอธิบายลักษณะการพูดดี พูดเก่ง และกล้าพูดได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถพูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ (P) ๔.๕ ผู้เรียนมีมารยาทในการพูด (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่มและวิธีการสอนโดยใช้บทบาทสมมติ ขั้นที่ ๑ น าเข้าสู่บทเรียน
๖.๑ ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับการพูด (ปฏิสันถาร พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. ปฏิสันถาร, น. การทักทายปราศรัยแขกผู้มาหา (มักใช้แก่ผู้น้อย). ปฏิสันถาร, การต้อนรับแขก, มารยาทในการพูด) ๖.๒ ผู้เรียนฟังนิทานเรื่อง “นกกระยางและปู” และร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็น ต่อไปนี้ - ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คืออะไร (แนวค าตอบ : บุคคลผู้ใช้ปัญญาหลอกลวงผู้อื่น ย่อมไม่ได้ ความสุขเป็นนิตย์) - การกระท าของตัวละครเหมาะสมหรือไม่ (แนวค าตอบ : การกระท าของนกกระยางเป็นสิ่งที่ ไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นการหลอกลวงผู้อื่น) ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้ ๖.๓ ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับความหมายของการพูดแสดงความคิดเห็น (การพูดเพื่อแสดง ความรู้สึกหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมีเหตุผล มีความสอดคล้องกับเรื่องที่พูด) ๖.๒ ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของการพูดแสดงความคิดเห็น ๔ ประเภท ได้แก่ ๑. การพูดในเชิงสนับสนุน เป็นการพูดสนับสนุนความคิดของผู้อื่น ที่เรามีความคิด ไปในทางเดียวกัน หรือตรงกัน ความเห็นเชิงสนับสนุนต้องมีประโยชน์ไปในทางสร้างสรรค์ ถ้าเป็นการแสดง ความคิดเห็นเชิงวิชาการ จะต้องเป็นความคิดเห็นที่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องที่ก าลังพูดกันอยู่ ๒. การพูดในเชิงคัดค้าน เป็นการพูดในกรณีที่มีความเห็นความคิดไม่ตรงกัน การพูด ในแนวทางนี้ต้องระมัดระวังในการพูดอย่างยิ่ง เพราะอาจท าให้เกิดการวิวาทะ ทะเลาะเบาะแว้งกันได้ การ น าเสนอความคิดเห็นขัดแย้งควรมุ่งไปในทางสร้างสรรค์ ใช้น้ าเสียงไม่แข็งกร้าว ไม่ได้มุ่งเพื่อหักล้างความคิด แบบแตกหัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก ๓. การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์เป็นการพูดเพื่อวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องใด เรื่องหนึ่ง อาจจะแสดงความคิดเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย และต้องเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ จะต้องวางตัวเป็น กลาง ไม่อคติต่อผู้พูดหรือสิ่งที่เห็น เช่น การวิจารณ์ละคร วิจารณ์เพลง วิจารณ์ภาพยนตร์ เป็นต้น ซึ่งผู้ฟัง อาจจะเห็นด้วยกับการวิจารณ์หรือไม่เห็นด้วยก็ได้ ๔. การพูดในเชิงน าเสนอความคิดใหม่ๆ ในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่มีการ น าเสนอ ก็ให้แสดงความคิดเห็นของตนที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งสามารถน าไปปฏิบัติได้จริง ๖.๓ ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการพูดแสดงความคิดเห็น ดังนี้ ๑. กล่าวถึงความเดิม เหตุการณ์ หรือการกระท าของบุคคล ๒. ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในเรื่องดังกล่าวและผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น โดยยกตัวอย่าง ยกเหตุผล ข้ออ้างอิง ข้อโต้แย้งต่าง ๆ มาอ้างอิงคัดค้าน ถ้าสามารถใช้เหตุผลทางหลักวิชามาประกอบ จะท าให้ น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ๓. เสนอแนวปฏิบัติที่ดีกว่า เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ ๔. จบด้วยการกล่าวย้ าความคิด อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ฝากความหวัง การเรียกร้อง เชิญชวน ๖.๔ ผู้เรียนชมวิดีโอตัวอย่างการพูดแสดงความคิดเห็นเรื่อง LGBTQ+ ๖.๒ ผู้เรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๔ กลุ่ม ร่วมกันท ากิจกรรมรู้แจ้งหลักการพูดแสดงความคิดเห็น ขีด เส้นใต้หลักการพูดแสดงความคิดเห็นจากข้อความที่ก าหนดให้
๖.๓ ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในเชิงสนับสนุน พูดแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้ง พูด แสดงความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์หรือพูดแสดงความคิดเห็นเพื่อน าเสนอแนวคิดใหม่ เกี่ยวกับวีดิทัศน์ “การบริโภคเกินความจ าเป็นของคนไทย” ภายในกลุ่มของตนเอง ๖.๔ ผู้เรียนน าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ ๓ สรุปกิจกรรมการเรียนรู้ ๖.๕ ผู้เรียนและครูร่วมกันสรุปความรูเรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๗.๑ power point ๗.๒ วีดิทัศน์ “การบริโภคเกินความจ าเป็นของคนไทย” จากhttps://www.youtube.com /watch?v=eDlnc84tJys ๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัด และประเมินผล ๑ ผู้เรียนบอกหลักการพูดแสดง ความคิดเห็น ได้ (K) ถามค าถาม ค าถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 % ๒ ผู้เรียนสามารถพูดแสดงความ คิดเห็นได้ (P) พูดแสดงความคิดเห็น หน้าชั้นเรียน แบบประเมิน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 % ๓ มีมารยาทในการพูด (A) สังเกต แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 %
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา................................................................................................ ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วัน ที่ ...... ... เดือ น ...... ......
เกณฑ์การประเมินการพูด พฤติกรรมและทักษะการพูด ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. ขออนุญาตและแนะน าตัวก่อนแสดงความคิดเห็น ๒. พูดตรงประเด็นตามเนื้อหาที่ก าหนด ๓. น้ าเสียงนุ่มนวล ออกเสียงชัดเจนถูกต้องตามอักขรวิธี ๔. การใช้ภายากาย ภาษามือ สีหน้า แววตา การยิ้ม ประกอบการพูดได้เหมาะสม ๕. การมีบุคลิกภาพที่ดี ทั้งการยืน การเดิน การไหว้ มีความสวยงาม ถูกต้อง มีความเชื่อมั่นในตนเอง ระดับคุณภาพ ๒๑ - ๒๔ คะแนน ระดับคุณภาพ ดี ๑๘ - ๒๐ คะแนน ระดับคุณภาพ ปานกลาง ๑๕ - ๑๗ คะแนน ระดับคุณภาพ พอใช้ ๑๒ - ๑๔ คะแนน ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ได้คะแนน ๑๕ คะแนน ขึ้นไปถือว่า ผ่านเกณฑ์
ภาคผนวก
สื่อ/แหล่งเรียรู้
แบบบันทึกการประเมินการพูด เลขที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล ความถูกต้อง ความ คล่องแคล่ว การแสดงท่าทาง/ น้ าเสียง ประกอบการพูด รวม คะแนน ๘ ๘ ๔ ๒๐ ลงชื่อ..........................................................ผู้ประเมิน (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่......................................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง ออมไว้ใส่ถุงแดง เวลา ๕๐ นาที ผู้สอน นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๒ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๐ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๑ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ ห้อง ม.๒/๑๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง เห็นคุณค่าและน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่ยากขึ้น ๒. สาระส าคัญ เงินถุงแดง คือ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับจาก การค้าขายสินค้าที่บรรทุกเรือส าเภาส่งไปขายที่ประเทศจีน เงินถุงแดงได้ช่วยวิกฤตการณ์ทางการเมือง เมื่อ ร.ศ. ๑๑๒ คือ ชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามแก่ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันเงินถุงแดง คือ เงินงบประมาณส่วน หนึ่งที่รัฐบาลทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อใช้จ่ายส่วนพระองค์ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สรุปเรื่องออมไว้ใส่ถุงแดง ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ผู้เรียนสามารถบอกความหมายของเงินถุงแดงได้(K) ๔.๒ ผู้เรียนสามารถเขียนสรุปเรื่องออมไว้ใส่ถุงแดงได้ (P) ๔.๕ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม (A) ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการคิด ๖. กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ KWL (Know – Want - Learned) ขั้น K (What you know) (๕ นาที) ๑. ผู้สอนถามความรู้เดิมโดยใช้ค าถามกระตุ้นผู้เรียนว่า รู้จักเงินถุงแดงหรือไม่ ให้ผู้เรียนแสดง ทัศนะ ประมาณ ๓ - ๔ คน ขั้น W (What you want to know) (๓๕ นาที)
๒. ผู้เรียนตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่าน หาข้อมูลเกี่ยวกับเงินถุงแดงโดยการตอบค าถามต่อไปนี้ - เงินถุงแดงคืออะไร (เงินถุงแดง คือ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับจากการค้าขายสินค้าที่บรรทุกเรือส าเภาส่งไปขายที่ประเทศจีน เงินถุงแดงได้ ช่วยวิกฤตการณ์ทางการเมือง เมื่อ ร.ศ. ๑๑๒ คือ ชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามแก่ประเทศฝรั่งเศส) - ที่มาของเงินถุงแดง (พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัวเก็บไว้ใส่ถุงสีแดง) - เหตุการณ์ส าคัญที่ท าให้เงินถุงแดงมีบทบาท (ประเทศไทยเกิดกรณีพิพาทเรื่อง แผ่นดินกับฝรั่งเศส ไทยจึงต้องเสียดินแดนและต้องชดใช้ค่าปฏิกรรมสงคราม จึงน าเงินถุงแดงมาชดใช้ค่า ปฏิกรรมสงครามให้แก่ฝรั่งเศส) - ข้อคิดที่ได้จากเรื่องออมไว้ใส่ถุงแดง ๓ ข้อ (ตามดุลยพินิจ) ๑. การออมเป็นประโยชน์ในด้านความมั่นคงในการด ารงชีวิต ๒. ความมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระเจ้าแผ่นดิน ๓. การร่วมมือร่วมใจของคนทุกคนในชาติ ช่วยให้เรารักษาอธิปไตยและด ารงความ เป็นเอกราชของชาติไว้ได้ ขั้น L (What you have learned) (๑๐ นาที) ๓. ผู้เรียนหาค าตอบจากค าถามที่ตั้งไว้ โดยเขียนค าตอบลงในสมุดและร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้ จากเรื่องออมไว้ใส่ถุงแดง ภาระงาน ๑. บันทึกความรู้ที่ได้จากเรื่องออมไว้ใส่ถุงแดงลงสมุด ๗. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วิวิธภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๘. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัดและ ประเมินผล เกณฑ์ที่ใช้วัดและ ประเมินผล ผู้เ รี ยน ส าม า ร ถ บ อ ก ความหมายของเงินถุง แดงได้(K) การถามค าถาม ค าถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนสามารถเขียนสรุป เรื่องออมไว้ใส่ถุงแดงได้ (P) การจดบันทึก สมุด ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการ ท ากิจกรรม (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐
บันทึกหลังกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ศิลปะการประพันธ์แผนการจัดการเรียนรู้ที่………… เรื่อง ................................................................................... ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๒. ปัญหาหรืออุปสรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... ลงชื่อ……………………………………………….............. (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์ แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนา ........................................................................ ๒. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................................... ๓. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................................. ๔. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนา................................................................................................ ๕. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนา............................................................ ๖. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ ๗. ระดับคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ๘. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. .………………………………………………………………………………………………………………………………............................... (ลงชื่อ)................................................................. (นางสาวฑิฆัมพร สิริโสภากูล) ครูพี่เลี้ยง วันที่...................................................................... วัน ที่ ...... ... เดือ น ...... ......
แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ /....... เลขที่ ชื่อ - นามสกุล เกณฑ์การประเมิน รวม (๑๐) ร้อย รับฟังความคิดเห็น ร่วมกันท างาน ละ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๐ ๑๐๐
แบบประเมินการตอบค าถาม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนส ารวจการเขียนของนักเรียนแล้วบันทึกคะแนนลงในช่องที่เป็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เลขที่ ชื่อ-นามสกุล พฤติกรรมการประเมิน รวม (๑๒) ผลการ ประเมิน การตอบค าถาม (๔) การใช้ภาษา (๔) ความรวดเร็ว (๔) ลงชื่อ……………………………....……….......ผู้ประเมิน (นางสาวจีราพัชร สุวรรณไตรย์) วันที่.....................................................................