สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 49
7. ความตระหนักในตนเอง (Self-awareness) เป็นความ
สามารถในการเข้าใจในจุดดี จุดด้อยของตนเอง อะไรที่ตนเองปรารถนา
และไม่พึงปรารถนา และเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคล
8. ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empaty) เป็นความสามารถ
ในการเข้าใจความรู้สึกและความเห็นใจบุคคลที่แตกต่างจากเรา
ถึงแม้ว่าเราจะไม่คุ้นเคย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจ และยอมรับความ
แตกต่างระหว่างบุคคล ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีทางสังคม เช่น
ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม โดยเฉพาะบุคคล
ที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือและดูแล เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้มีภาวะ
บกพร่องทางจิตใจ หรือบุคคลที่ไม่เป็นที่ยอมรับจากสังคม เป็นต้น
9. ความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ (Coping with
emotions) เป็นการรู้จักและเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นว่ามี
อิทธิพลต่อพฤติกรรม ซึ่งจะทำให้สามารถตอบสนองและแสดงออกได้
อย่างเหมาะสม เช่น อารมณ์รุนแรงต่าง ๆ หรือความเศร้าโศกที่ส่งผล
ต่อภาวะสุขภาพ
10. ความสามารถในการจัดการกับความเครียด (Coping with
stress) เป็นความสามารถในการรู้ถึงสาเหตุของความเครียด และรู้ถึง
หนทางในการควบคุมระดับความเครียด เป็นการเปลี่ยนแปลง
สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในวิถีชีวิต การเรียนรู้วิธีผ่อนคลายเมื่ออยู่ใน
ภาวะความตึงเครียดได้อย่างเหมาะสมเพื่อที่จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ
ทางด้านสุขภาพ
50 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
การพัฒนาหรือส่งเสริมความสามารถทางจิตสังคม
ความสามารถทางจิตสังคมเป็นคุณลักษณะที่มนุษย์พัฒนาขึ้น
จากประสบการณ์และการฝึกฝนอบรมซึ่งเกิดขึ้นในวงจรของชีวิต
ประจำวันในสังคม โดยการปะทะหรือมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง
ซึ่งจะช่วยให้มนุษย์สร้างเจตคติของความเสมอภาคระหว่างบุคคล
สร้างค่านิยมที่ดีด้านชีวิต และมีความสามารถในการปรับตัว โดยแหล่ง
ที่มาของความสามารถทางจิตสังคมจำแนกเป็น 3 แหล่งใหญ่ คือ
1. บ้านหรือครอบครัว คือ ได้จากการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับ
บุคคลในครอบครัว โดยได้รับถ่ายทอดหล่อหลอมจากการสนทนากับ
ผู้ใหญ่ ได้เห็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตหรือการปฏิบัติงานของผู้ใหญ่
หรือได้จากการช่วยทำงาน เช่น ทำงานบ้าน ดูแลสัตว์เลี้ยง หรือเลี้ยงน้อง
เป็นต้น
2. ชุมชน คือ ได้จากการร่วมกิจกรรมในชุมชน ได้ความคิดและ
แบบอย่างการปฏิบัติงานของผู้ใหญ่ในชุมชน และดูแบบอย่างจากการ
ละเล่นพื้นเมือง เกม งานประเพณี เล่นกับเพื่อนๆ พบปะสนทนา
กับบุคคลต่างๆ โดยที่ไม่มีภาวะกดดัน เป็นต้น
3. โรงเรียน คือ ได้จากการฝึกอบรม จากกระบวนการเรียน
การสอนทั้งในและนอกหลักสูตร โดยเฉพาะที่มีการสอดแทรกในวิชา
ต่าง ๆ เช่น วรรณคดี นิทาน การแนะแนว กิจกรรมเสริมหลักสูตร
หรือการอบรมบ่มนิสัย เป็นต้น
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 51
ความสามารถทางจิตสังคมจะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างความรู้
เจตคติ และค่านิยมเพื่อนำไปสู่ความสามารถที่แท้จริงและการมีสุขภาพ
ที่ดี ทั้งนี้การพัฒนาหรือส่งเสริมความสามารถทางจิตสังคมแก่เยาวชน
ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมทางวัฒนธรรม ความแตกต่างทางวัฒนธรรม
และแบบแผนของการดำเนินชีวิต นอกจากนี้ความสามารถทางจิตสังคม
เป็นสิ่งที่สำคัญในสถานการณ์ที่เยาวชนต้องเผชิญกับภาวะสุขภาพที่
ไม่ดี อยู่ในภาวะเครียดที่ไม่สามารถจัดการแก้ไขได้ และต้องเผชิญ
ต่อสู้กับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น
เยาวชนจะต้องเจริญเติบโตในโลกที่ไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่าจะเกิด
อะไรขึ้นในวันข้างหน้า ด้วยการที่สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่าง
รวดเร็ว มีความเป็นสังคมเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ไม่ยอมเปิดกว้างให้มีการ
พัฒนาหรือส่งเสริมเยาวชนให้มีคุณภาพ และเยาวชนเองก็ดูเหมือนว่า
จะไม่มีความชัดเจนในความคิดของตนเกี่ยวกับอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร
จึงทำให้เยาวชนมีความอ่อนแอ การมีความสามารถทางจิตสังคมจะ
เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เยาวชนเข้มแข็งขึ้น สามารถพัฒนาปรับตัวเอง
ให้อยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยากได้ และช่วยให้เยาวชนปรับเปลี่ยนตนเอง
ให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้ (กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.
2553: ออนไลน์; อ้างอิงมาจาก WHO. 1994 : 5)
บทเรียนที่พัฒนาหรือส่งเสริมความสามารถทางจิตสังคม
ควรจะมีการผสมผสานกับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ซึ่งอาจจะออกแบบ
โปรแกรมให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงปัจจัยทางสังคมและ
52 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
สิ่งแวดล้อมที่จะมีผลต่อสุขภาพ และการพัฒนาเยาวชน วิธีการที่ใช้
ในการสอนควรเน้นให้เยาวชนได้เรียนรู้จากบุคคลต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัว
จากการสังเกตว่าเขาปฏิบัติอะไร ปฏิบัติอย่างไร จากพฤติกรรมที่
แสดงออกมาซึ่งสามารถอธิบายได้โดยทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม
(Social learning theory) พัฒนาขึ้นโดยแบนดูรา (Bandura. 1977:
Online) ซึ่งการเรียนรู้โดยการสังเกต (Observational Learning)
หรือการเลียนแบบจากตัวแบบ (Modeling) ซึ่งวิธีการที่เหมาะสมใน
การมีส่วนร่วม ได้แก่ การระดมสมอง การแสดงบทบาทสมมุติ เกม
หรือการโต้วาที เป็นต้น และการพัฒนาหรือส่งเสริมความสามารถทาง
จิตสังคมนั้นควรเริ่มจากผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็น
หรือความรู้ของตนเองที่เกี่ยวกับประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของตนเอง
โดยมีการตั้งประเด็นขึ้นมาแล้วให้ผู้เรียนได้อภิปรายและถกเถียงกัน
ในรายละเอียดภายในกลุ่มหรืออาจจะให้แสดงบทบาทสมมุติใน
สถานการณ์ต่าง ๆ โดยให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติความสามารถทางจิตสังคม
ด้านต่าง ๆ และในช่วงท้ายเป็นขั้นตอนการประยุกต์แนวคิด ผู้สอนอาจ
มอบหมายงานให้ผู้เรียนนำไปอภิปรายและฝึกปฏิบัติกับครอบครัวและ
เพื่อนต่อไป (กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. 2553: ออนไลน์;
อ้างอิงมาจาก WHO. 1994 : 5-6) ซึ่งการพัฒนาหรือส่งเสริมการเรียน
การสอนความสามารถทางจิตสังคมจะเป็นการสนับสนุนให้เยาวชน
มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคล และมี
สุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันเยาวชนตั้งแต่เริ่มแรกก่อน
ที่จะเกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในอนาคต ดังนั้นโรงเรียนจึงเป็น
การมีความสามารถทางจิตสังคม
จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เยาวชน
เข้มแข็งขึ้น สามารถพัฒนาปรับตัวเอง
ให้อยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยากได้
และช่วยให้เยาวชนปรับเปลี่ยนตนเอง
ให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้
54 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นการพัฒนาหรือส่งเสริมความ
สามารถทางจิตสังคมเนื่องจาก
- เยาวชนส่วนใหญ่อยู่ในระบบโรงเรียนซึ่งจะเข้าถึงได้ง่าย
- มีโครงสร้างชัดเจนคุ้มค่าต่อการนำไปใช้
- ผู้สอนมีประสบการณ์อยู่แล้ว
- ผู้ปกครองและชุมชนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจ
- สามารถที่จะติดตามประเมินผลได้ทั้งในระยะสั้นและระยะ
ยาว
สำหรับเยาวชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียนอาจจะใช้วิธีรวมเด็ก
ขึ้นเป็นกลุ่มในชุมชน
การพัฒนาหรือส่งเสริมความสามารถทางจิตสังคม
อาจจัดโปรแกรมดังนี้
1. พัฒนาหรือส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความตระหนักรู้
ในตน และการสร้างสัมพันธภาพ
2. พัฒนาหรือส่งเสริมความคิดวิเคราะห์ ความเห็นใจผู้อื่น
และความสามารถในการสื่อสาร
3. พัฒนาหรือส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ความ
ภูมิใจในตนเอง และความสามารถในการตัดสินใจ
4. พัฒนาหรือส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม และความ
สามารถในการแก้ไขปัญหา
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 55
5. พัฒนาหรือส่งเสริมความสามารถในการจัดการกับอารมณ์
และความเครียด
ในการพัฒนาหรือส่งเสริมความสามารถทางจิตสังคมจะต้อง
ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางหรือใช้การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
(participatory learning) ซึ่งในกระบวนการเรียนรู้นั้นนักเรียนควร
ได้รับการฝึกความคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และความคิดสร้างสรรค์อยู่ใน
ทุกขั้นตอน
การพัฒนาหรือส่งเสริมให้เยาวชนมีความสามารถทางจิตสังคม
ที่ดีจะทำให้เยาวชนสร้างเจตคติของความเสมอภาคระหว่างบุคคล
สร้างค่านิยมที่ดีด้านชีวิต มีความสามารถในการปรับตัว และมีพฤติกรรม
ที่พึงประสงค์ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต ซึ่งการพัฒนาหรือส่งเสริม
คุณลักษณะด้านนี้นั้นควรให้นักเรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง
ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้หลัก “การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
(participatory learning)” กระบวนการสร้างความรู้นี้จะต้องอาศัย
ประสบการณ์เดิมของนักเรียนเป็นสำคัญ ทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ
อย่างต่อเนื่อง การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง และ
ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน ทำให้เกิดการขยายตัวของเครือข่าย
ความรู้ที่ทุกคนมีอยู่ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยอาศัยการแสดง
ออกทางภาษา ได้แก่ การพูดและการเขียนเป็นเครื่องมือในการ
แลกเปลี่ยน การวิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้
56 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
แหล่งอ้างอิง
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนการบริการสุขภาพ. (2553). ทักษะชีวิต. สืบค้นเมื่อ
3 พฤษภาคม 2553 จาก http://www.thaihed.com/html/show.php?SID=114
เติมศักดิ์ คทวณิช. (2549). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะชีวิต. (2554). สืบค้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2554 จาก
http://project.cru.in.th/ pdf/GEN1032.pdf
หลักการและทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้. (2550). สืบค้นเมื่อ 12 ตุลาคม 2550 จาก
http://www.suphet.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=110814&
Ntype=2
Social Cognitive Theory. (2007). The Netherlands : University of Twente.
Retrieved November 9, 2007, from http://www.tcw.utwente.nl/
theorieenoverzicht/Theory% 20clusters/Health%20 Communication/
Social_cognitive_theory.doc
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ
เด็กไทย...ที่ทุกคนปรารถนา
ï อาจารย์ชวลิต ศรีคำ ï
58 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
คุณลักษณะ
ที่พึงประสงค์ของ
เด็กไทย...
ที่ทุกคนปรารถนา
ï อาจารย์ชวลิต ศรีคำ
สังคมปัจจุบันเป็นยุคแห่งการแข่งขันค่อนข้างสูง ทำให้
ทุกคนต้องมีการปรับตัวให้ทัดเทียมและเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้นในทุกมิติรอบด้าน ดังนั้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ (Content
Knowledge) ทักษะเฉพาะทาง (Specific Skills) ความเชี่ยวชาญ
เฉพาะด้าน (Expertise) และสมรรถนะของการรู้เท่าทัน (Literacy)
จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน เพื่อให้สามารถ
เรียนรู้ในยุคแห่งสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และการสร้างความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น
เป็นสิ่งที่ท้าทายศักยภาพและความสามารถของผู้สอนที่จะสร้าง
นวัตกรรมทางการเรียนรู้ในลักษณะต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น และสามารถ
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 59
รองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ (สุรศักดิ์ ปาเฮ. 2556: 1) โดยการ
จัดการเรียนรู้ที่ยอมรับกันว่าเป็นการสร้างความรู้ ความสามารถ และ
พัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ได้แก่ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญ ซึ่งก็คือการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนได้มีโอกาส
รับรู้ เพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของ
ตนเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยปราศจากข้อจำกัดทั้งระดับ
สติปัญญา ความสามารถในการรับรู้ เวลา และสถานที่
การพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา
มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีขีดความสามารถในการแข่งขัน สามารถดำรงชีวิต
ได้อย่างมีความสุข อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไทย และความเป็นสากล
รวมทั้งมีความสามารถในการประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อในระดับที่
สูงขึ้น ถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้สอนทุกคน ซึ่งคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ของเด็กไทยที่ทุกคนต้องการอยากเห็นนั้นมีนักการศึกษากล่าวไว้อย่าง
มากมายอาทิเช่น
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2546: 13) สรุปว่า คุณลักษณะของคนไทย
ที่พึงประสงค์ มีดังนี้
1. มิติด้านร่างกาย คือ ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
มีการพัฒนาการในด้านร่างกายและสติปัญญาอย่างสมบูรณ์ตามเกณฑ์
ในแต่ละช่วงวัย
60 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
2. มิติด้านจิตใจ คือ ผู้ที่รู้จักและเข้าใจตนเองเข้าใจความรู้สึก
ของผู้อื่น เข้าใจสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
รอบตัวได้เป็นอย่างดี
3. มิติด้านความรู้ คือ เป็นผู้ที่สามารถรู้ลึกในแก่นสาระของ
วิชา สามารถรู้รอบตัวในเชิงสหวิทยาการ และเป็นผู้ที่สามารถรู้ได้ไกล
โดยสามารถคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตที่จะมาถึงได้
4. มิติด้านทักษะความสามารถ คือ ผู้ที่มีทักษะในด้าน
การคิด ทักษะการสื่อสาร ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะทางสังคม ทักษะการอาชีพ ทักษะทาง
สุนทรียะ และทักษะการจัดการที่ดี
สุดาวรรณ เครือพานิช (2548: ออนไลน์) กล่าวว่า ทุกคนมี
ความต้องการอยากจะเห็นเด็กและเยาวชนไทยมีคุณลักษณะที่
พึงประสงค์ มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความทันสมัย
ในด้านวิชาการและเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันก็ดำรงไว้ซึ่งการอนุรักษ์
วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีไทย มีชีวิตอย่างมีความสุขในสังคม
ไทยได้
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 61
อำรุง จันทวานิช (2549: ออนไลน์) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนไทย พบว่าคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ของคนไทยมี 2 ลักษณะ ได้แก่
1. คุณลักษณะร่วม คือ ลักษณะที่คนไทยควรมี ได้แก่
มีความใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ มีความสามารถด้าน
การวิเคราะห์และสังเคราะห์ มีวินัยในตนเอง มีความอาทรต่อชุมชน
และระบบนิเวศ มีความซื่อสัตย์สุจริตยุติธรรม มีฉันทะและวิริยะ
ในการงาน มีความสามารถในการปรับตัว และมีความสามารถในการ
ทำงานเป็นทีม
2. คุณลักษณะเฉพาะ คือ ลักษณะเฉพาะที่อาจแตกต่าง
จากชนชาติอื่น ได้แก่ มีความสามัคคี ประนีประนอมและรู้จักให้อภัย
อดกลั้น เมตตากรุณา ละอายต่อการทำชั่ว มีความรักและยึดมั่นใน
สัจจะ กล้าหาญทางจริยธรรม รับผิดชอบต่อครอบครัวและชุมชน
รักและยึดมั่นในอหิงสธรรม
62 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
แพง ชินพงศ์ (2554: ออนไลน์) กล่าวว่า พ่อ แม่ ผู้ปกครอง
ครูและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ต่างก็มีความปรารถนาที่อยากจะให้ลูกหลาน
มีความพร้อมในทุกด้านเพื่อจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข โดยอยาก
ให้มีคุณสมบัติที่พึงประสงค์ ทั้งมีความฉลาดใฝ่รู้ มีความสามารถ
มีคุณธรรม จริยธรรม มีความเป็นผู้นำ มีความคิดสร้างสรรค์และอื่น ๆ
ซึ่งคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กไทยที่ทุกคนต้องการ ได้แก่
มีสุขภาพแข็งแรง มีความภาคภูมิใจในตนเอง มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี
รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
มีจิตสาธารณะต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และมีความเป็นสากล
ปิยนาถ ชาวน่าน (2555: ออนไลน์) กล่าวว่า การปฏิรูป
การศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2551 – 2561) มุ่งหวังพัฒนาผู้เรียน
ให้เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข ซึ่งถือเป็นคุณภาพของเด็กไทยใน
อนาคต โดยต้องการให้เด็กไทยเป็นผู้ที่มีความสามารถ คิดเป็น ทำเป็น
แก้ปัญหาเป็น ก้าวไกลสู่สากล และมีความเป็นพลเมืองที่สมบูรณ์
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 63
วิจารณ์ พานิช (2555: 3 – 4) กล่าวว่า หนังสือ 21 Century
st
Skills : Learning for Life in Our Times ระบุลักษณะ 8 ประการของ
เด็กสมัยใหม่ไว้ดังนี้
1. มีอิสระที่จะเลือกสิ่งที่ตนพอใจ แสดงความเห็น และลักษณะ
เฉพาะของตน
2. ต้องการดัดแปลงสิ่งต่าง ๆ ให้ตรงตามความพอใจและ
ความต้องการของตน
3. ตรวจสอบหาความจริงเบื้องหลัง
4. เป็นตัวของตัวเองและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อรวมตัว
กันเป็นองค์กร เช่น ธุรกิจ รัฐบาล และสถาบันการศึกษา
5. ความสนุกสนานและการเล่นเป็นส่วนหนึ่งของงาน
การเรียนรู้ และชีวิตทางสังคม
6. การร่วมมือ และความสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของทุกกิจกรรม
7. ต้องการความเร็วในการสื่อสาร การหาข้อมูล และตอบ
คำถาม
8. สร้างนวัตกรรมต่อทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
64 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ภาวิช ทองโรจน์ (2556: ออนไลน์) กล่าวว่า คณะกรรมการ
ปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐานได้สรุปทักษะของเด็กไทย
ในอนาคตที่อยากเห็นจากหลักสูตรการศึกษาไทย ซึ่งใช้เป็นแนวทาง
ในการยกร่างหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานฉบับใหม่ โดยทักษะของเด็กไทย
ที่อยากเห็นมี 12 ทักษะได้แก่
1. ทักษะในการเรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน สามารถหาความรู้ใหม่ได้
ตลอดชีวิต
2. มีกระบวนการคิดแบบพิเคราะห์
3. มีความคิดและความสามารถในการสร้างสรรค์
4. มีความสามารถในการเผชิญปัญหา หาแนวทางและ
ดำเนินการแก้ไขปัญหา
5. มีความสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบการดำรง
ชีวิตในยุคใหม่
6. มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
7. มีความสามารถในการสื่อสาร ถ่ายทอดความคิด ความรู้
และสร้างความเข้าใจ
8. มีสำนึกความรับผิดชอบต่อทั้งตนเองและสังคม
9. มีทักษะในการครองสติ เสริมสร้างจิตปัญญาและความดี
10. มีทักษะความเป็นไทย ซึ่งสามารถใช้ดำรงตนในโลก
ยุคใหม่
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 65
11. มีทักษะประชาธิปไตย เคารพความคิดและความเห็นที่
แตกต่าง และสามารถบริหารความขัดแย้ง
12. มีทักษะในการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ มีความเป็น
ผู้ประกอบการและการมีอาชีพที่มีคุณภาพ
ศศิธร อ้นหอม (2556: ออนไลน์) กล่าวว่า สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำประชาวิจารณ์ร่วมกับ
สถานฑูต มหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน และได้กำหนดคุณลักษณะ
ของเยาวชนไทยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมอาเซียน 3 ด้าน
ดังต่อไปนี้
1. ด้านความรู้ ต้องมีลักษณะดังนี้
1.1 มีความรู้เกี่ยวกับประเทศอาเซียนในด้านการเมือง
เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
1.2 มีความรู้เกี่ยวกับอาเซียน
1.2.1 จุดกำเนิดอาเซียน
1.2.2 กฎบัตรอาเซียน
1.2.3 ประชาคมอาเซียน
1.2.4 ความสัมพันธ์ภายนอกอาเซียน
66 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
2. ด้านทักษะ / กระบวนการ
2.1 ทักษะพื้นฐาน
2.1.1 สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ
และภาษาประเทศเพื่อนบ้านอีกอย่างน้อย
1 ภาษา
2.1.2 มีทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง
สร้างสรรค์
2.1.3 มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี
2.1.4 มีความสามารถในการทำงานและอยู่ร่วมกับ
ผู้อื่น
2.2 ทักษะพลเมือง/ความรับผิดชอบทางสังคม
2.2.1 เคารพและยอมรับความหลากหลายทาง
วัฒนธรรม
2.2.2 มีภาวะผู้นำ
2.2.3 เห็นปัญหาสังคมและลงมือทำเพื่อนำไปสู่การ
เปลี่ยนแปลง
2.3 ทักษะการเรียนรู้และพัฒนาตน
2.3.1 เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน
2.3.2 มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 67
2.3.3 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างมี
เหตุผล มีวิธีคิดอย่างถูกต้อง
2.3.4 มีความสามารถในการจัดการ และควบคุม
ตนเอง
3. ด้านเจตคติ
3.1 มีความภูมิใจในความเป็นไทยและความเป็นอาเซียน
3.2 ร่วมกันรับผิดชอบต่อประชาคมอาเซียน
3.3 มีความตระหนักในความเป็นอาเซียน
3.4 มีวิถีชีวิตประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล
สันติวิธี / สันติธรรม
3.5 ยอมรับความแตกต่างในการนับถือศาสนา
3.6 ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
จากแนวคิดข้างต้นสรุปได้ว่า คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ
เด็กไทยที่ทุกต้องการหรือปรารถนาอยากเห็น คือ
1. เป็นผู้ที่มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
2. มีความสามารถในการคิดและการสร้างสรรค์
3. มีความสามารถในการเผชิญปัญหา และสามารถแก้ไข
ปัญหาต่าง ๆ ได้
4. มีความสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และทันสมัย
68 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
5. มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยมีภาวะผู้นำ
และผู้ตามที่ดี
6. มีความสามารถในการสื่อสาร และมีความเป็นสากล
7. มีจิตสาธารณะ โดยสำนึกในความรับผิดชอบต่อทั้งตนเอง
และสังคม
8. มีความสามารถในการจัดการ และควบคุมตนเอง
9. มีคุณธรรมจริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต
10. มีทักษะชีวิต สามารถดำรงตนในโลกสังคมยุคใหม่ได้อย่าง
มีความสุข และมีคุณภาพ
11. มีทักษะความเป็นไทย และดำรงไว้ซึ่งการอนุรักษ์วัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
12. มีทักษะประชาธิปไตย เคารพความคิดและความเห็นที่
แตกต่าง และสามารถบริหารความขัดแย้งได้
13. มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีการพัฒนาการ
ในด้านร่างกายและสติปัญญาอย่างสมบูรณ์ตามเกณฑ์ในแต่ละช่วงวัย
ตลอดจนมีสุขภาพจิตที่ดี และมีมุษยสัมพันธ์ที่ดี
บรรยากาศการเรียนรู้แบบเดิม ๆ คือ ครูยืนสอนหน้าชั้นเรียน
คอยบอกให้ผู้เรียนจดหรือท่องจำสิ่งที่ครูรู้ หรือพยายามสร้างปฏิสัมพันธ์
กับผู้เรียนด้วยการสอดส่องดูว่ามีผู้เรียนคนใดหลับ พูดคุยกันไม่สนใจ
ฟังครู หรือคอยเรียกผู้เรียนให้ตอบคำถาม และการที่ผู้เรียนอ่าน
เอกสารประกอบการสอน หรือเลคเชอร์โน้ตไปพลาง ๆ ระหว่างที่ครู
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 69
บรรยายหน้าห้องนั้นไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร (สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ.
2556: 2) อีกทั้งยังส่งผลให้ผู้เรียนขาดกระบวนการคิด การใช้เหตุผล
ไม่สามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาได้ นอกจากนี้การสอนแบบเดิม ๆ
ยังได้ทำลายความริเริ่มสร้างสรรค์ และทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน
เนื่องจากไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์องค์ความรู้
ด้วยตนเอง แต่การเรียนรู้ที่น่าจะเป็นการเรียนรู้ที่ส่งเสริมหรือพัฒนา
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กไทยได้ดีนั้นต้องเป็นลักษณะการ
เรียนรู้ที่เสริมสร้างประสิทธิภาพแห่งองค์ความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญ
และสมรรถนะให้เกิดกับผู้เรียน โดยครูหรือผู้สอนถือเป็นผู้ที่มีบทบาท
สำคัญด้วยการจัดการเรียนรู้หรืออบรมสั่งสอนที่เหมาะสม โดย
กระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมอย่างหนึ่ง คือ กระบวนการเรียนรู้ที่เน้น
ผู้เรียนเป็นสำคัญซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการ ความสนใจของ
ผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีการแสดงออกอย่างอิสระได้ปฏิบัติ
จริง และมีส่วนร่วมในการประเมินนอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียน
ได้ใช้ความคิดทั้งในการแก้ปัญหา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ความรู้ใน
ทุกระดับ ในลักษณะที่เรียกว่า การสังเคราะห์องค์ความรู้ด้วยตนเอง
70 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
แหล่งอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2546). ภาพอนาคตและคุณลักษณะของคนไทยที่ประสงค์.
กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด วี.ที.ซี. คอมมิวนิเคชั่น.
ปิยนาถ ชาวน่าน. (2555). จุดเน้นคุณภาพผู้เรียน จุดเปลี่ยนปฏิรูปการศึกษาไทย 51-61.
สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2556, จาก https://sites.google.com/site/
nitadchun2/--2553-2563/--51-61
แพง ชินพงศ์. (2554). คุณลักษณะที่ดีของเด็กไทยในปี 2011. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2556,
จาก http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=
9540000001257
ภาวิช ทองโรจน์. (2556). 12 ทักษะเด็กไทยในอนาคต. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2556,
จาก http://www.dailynews.co.th/education/191906
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : มูลนิธิ
สดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
ศศิธร อ้นหอม. (2556). คุณลักษณะของผู้เรียนกับการเป็นประชาคมอาเซียน. สืบค้นเมื่อ
1 พฤษภาคม 2556, จาก http://tit.ac.th/NEWS-PDF/D1.pdf
สุดาวรรณ เครือพานิช. (2548). คุณลักษณะของเด็กไทยยุคใหม่. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม
2556, จาก http://www.myfirstbrain.com/teacher_view.aspx?ID=47619
สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ. (2553). การเปลี่ยนแปลงโลกของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
และการพัฒนาสู่ “ครูมืออาชีพ”. สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2556, จาก http://
hu.swu.ac.th/hu/km/Files/ 2_Changes_in_the_world21.pdf
สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2556). ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (21st Century Learning
Skills). สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2556, จาก http://www.addkutec3.com/
wp-content/uploads/
อำรุง จันทวานิช. (2549). คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนไทย. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม
2556, จาก http://www.eduzones.com/news-1-7-33788.html
มาตรฐาน ครูสาธิตฯ...
กับ จิต 5 ประการ
ï อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ โอปัณณา ï
72 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
มาตรฐาน
ครูสาธิตฯ... กับ
จิต 5 ประการ
ï อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ โอปัณณา
ในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่งผลให้ประเทศไทย
ต้องเร่งพัฒนาตนเอง เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และสามารถ
แข่งขันกับนานาประเทศได้ ซึ่งกระแสการเร่งพัฒนาและสภาพเศรษฐกิจ
ที่ต้องแข่งขัน ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมไทย ทำให้เกิด
การปรับตัวเพื่อการแข่งขัน มีค่านิยมทางวัตถุสูงขึ้น เกิดการเอารัด
เอาเปรียบซึ่งกันและกัน มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองมากกว่า
ส่วนรวม ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ขาดสมดุลทั้งทางจิตใจและวัตถุ
โดยมีความโน้มเอียงไปในทางที่นิยมวัตถุมากกว่าจิตใจ ด้วยเหตุนี้
เราจึงเห็นคนในสังคม มีความสำนึกต่อส่วนรวมลดน้อยลง ดังนั้น
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 73
การปลูกฝังจิตสำนึกให้บุคคลมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญในทำให้คนรู้จักเสียสละ ร่วมแรงร่วมใจ
ให้ความร่วมมือในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ช่วยลดและแก้ปัญหา
ที่เกิดขึ้นในสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนร่วมสร้างสรรค์ให้เกิด
ประโยชน์สุขแก่สังคมโดยรวม
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 มาตราที่ 1
กำหนดคุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมืองและ
พลโลก โดยคนไทยต้องเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข โดยมีตัวบ่งชี้ คือ
กำลังกาย กำลังใจที่สมบูรณ์ มีความรู้และทักษะที่จำเป็นและเพียงพอ
ในการดำรงชีวิต และการพัฒนาสังคม มีทักษะการเรียนรู้และการ
ปรับตัว ทักษะทางสังคม คุณธรรม จิตสาธารณะ และจิตสำนึกในความ
เป็นพลเมืองไทยและพลโลก โดยมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องด้านต่าง ๆ
รวมถึงการรู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม และของประเทศชาติ
Howard Gardner (ศาสตราจารย์ด้านการศึกษา ผู้สร้างทฤษฎี
พหุปัญญา) ได้กล่าวไว้ว่า “บุคคลจะสามารถเอาตัวรอดและประสบ
ความสำเร็จทั้งในด้านการทำงาน และการดำเนินชีวิตในโลกยุคศตวรรษ
ที่ 21 ได้ จะต้องมีจิตสาธารณะทั้ง 5 ประการ ประกอบรวมอยู่ในตัวของคน ๆ
นั้น นอกจากนี้จิตทั้ง 5 ประการ ยังช่วยจรรโลงให้สังคมในอนาคตเป็น
สังคมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น” โดยแนวคิดจิต 5 ประการนี้ ประกอบด้วย
74 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
1. จิตชำนาญการ (Disciplined Mind) เป็นความเชี่ยวชาญ
ในการคิดเกี่ยวกับวิทยาการสาขาใด สาขาหนึ่งเป็นอย่างน้อย ด้วยการ
ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็น
รูปแบบหนึ่งของการรู้คิดที่แยกออกไปตามลักษณะเฉพาะของสาขาวิชา
งานฝีมือหรืออาชีพหนึ่ง ๆ
2. จิตสังเคราะห์ (Synthesizing mind) เป็นความสามารถ
ทางการคิดจากการรับข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง นำมาทำความเข้าใจ
และประเมินข้อมูลโดยปราศจากอคติ ผสมผสานให้กลายเป็นข้อมูล
ใหม่ที่มีความหมายต่อทั้งตัวผู้สังเคราะห์และผู้อื่น
3. จิตสร้างสรรค์ (Creating mind) เป็นความสามารถในการ
ผลิตความคิดใหม่ ๆ แตกต่างไปจากเดิม และกำเนิดเป็นวิธีการคิด
ที่ใหม่
4. จิตเคารพ (Respectful mind) เป็นความสามารถทาง
ความคิดในการยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วยความเข้าใจ
ในสิทธิหน้าที่ ฐานะ และคุณลักษณะเฉพาะบุคคล เคารพซึ่งกันและกัน
รวมทั้งมีความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
5. จิตจริยธรรม (Ethical mind) เป็นความสามารถทาง
การคิดอย่างไตร่ตรองถึงธรรมชาติ ความต้องการ และความปรารถนา
ของสังคมที่เราดำรงอยู่ มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ รู้ถึงค่านิยมที่สำคัญ
ของอาชีพของตนและพยายามรักษาไว้หรือถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่น
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 75
เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ เป็นที่ยอมรับ ปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบใน
ฐานะพลเมืองของชุมชน ประเทศและของโลก
ทั้งนี้ Gardner ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า
“คนที่ขาดความชำนาญการ ไม่อาจ
ประสบความสำเร็จในงานที่ต้องการได้
และจะถูกจำกัดอยู่แค่งานที่ต่ำต้อยคนที่
ขาดจิตสังเคราะห์ ก็จะถูกโถมทับด้วยข้อมูล
และไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ
ทั้งเรื่องงานและเรื่องคน ส่วนคนที่ขาด
ความคิดสร้างสรรค์จะถูกทดแทนด้วย
คอมพิวเตอร์และคนอื่นที่มีไฟสร้างสรรค์
สำหรับคนที่ขาดจิตเคารพ ก็ไม่ควรค่า
ต่อการได้รับความเคารพจากคนอื่น อีกทั้ง
ยังเป็นภัยต่อที่ทำงานและสาธารณชนด้วย
สุดท้ายคนที่ขาดจิตจริยธรรม จะทำให้โลก
ขาดคนทำงานที่ซื่อสัตย์และพลเมืองที่มี
ความรับผิดชอบตามไปด้วย”
76 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
เมื่อกล่าวถึงการดำรงชีวิตหรือการประกอบวิชาชีพของคน
ในสังคมไทย ล้วนมีความสัมพันธ์กับจิตทั้ง 5 ประการ และหาก
พิจารณาถึงอาชีพ “ครู” ซึ่งเป็นบุคลากรวิชาชีพที่นอกจากจะทำหน้าที่
หลักทางด้านการสอน และการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการ
ต่าง ๆ แล้ว ครูยังต้องทำหน้าที่ในการอบรมสั่งสอน ถ่ายทอดประสบการณ์
อันเป็นประโยชน์ต่อการสร้างแนวคิดเพื่อการดำรงตนในสังคมแก่ผู้เรียน
ซึ่งการที่ครูวิชาชีพจะสามารถสั่งสอน ส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้าง
แนวคิดให้กับศิษย์ได้นั้น ครูพึงกระทำตนหรือแสดงบทบาทที่เป็นแบบ
อย่างหรือแม่พิมพ์ที่เหมาะสมเชิงประจักษ์บนพื้นฐานของการเป็น
พลเมืองไทยและพลโลกที่ดี
ในฐานะครูวิชาชีพของโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน ซึ่งได้ชื่อ
ว่าเป็นโรงเรียนหนึ่งที่สั่งสมเกียรติประวัติและสร้างผลงานที่มีคุณค่า
เป็นที่ยอมรับในสังคม มีความพร้อมในการจัดการเรียนรู้ กอปรกับมี
สัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคลที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน จึงควรยิ่ง
ในการทำหน้าที่และแสดงบทบาทของพลเมืองไทยและพลโลกที่ดี
ในการสร้างสรรค์สังคมให้เป็นสุข ตลอดจนการเสริมสร้างบุคลากร
ที่ดีสู่สังคม ซึ่งครูวิชาชีพควรมีคุณลักษณะที่แสดงออกถึงความเป็น
“ครุฐานียะ” โดยมีมาตรฐานที่สอดคล้องกับแนวคิดจิต 5 ประการ คือ
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 77
1. ต้องเชี่ยวชาญในการสอน การจัดการเรียนรู้ การสร้าง
และใช้นวัตกรรมในการสอน ซึ่งถือเป็นวิทยาการที่สำคัญของวิชา
ชีพครู มีความรู้ความเข้าใจในสาระการเรียนรู้หรือศาสตร์ในวิชาชีพ
มีความรู้ทั้งหลักวิชาและการปฏิบัติ หมั่นเรียนรู้ ฝึกฝนเพื่อให้เกิดความ
ชำนาญ ถึงแม้ภาระงานสอนของครูสาธิตฯ ส่วนใหญ่ จะสอนในรายวิชา
เฉพาะในบางระดับชั้นสม่ำเสมอ เป็นระยะเวลานาน ก็ต้องหมั่นเรียนรู้
ตรวจสอบเนื้อหาและทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง แม่นยำ ด้วยเชื่อว่า
การรู้แบบ “แคบแต่ลึก” น่าจะมีคุณภาพมากกว่าการรู้แบบ “กว้างแต่ตื้น”
ทั้งนี้ควรพัฒนาศักยภาพของตน หมั่นศึกษาข้อความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม
ตลอดจนเรียนรู้งานอื่นอย่างใส่ใจจนเกิดความชำนาญ อย่ายึดถือหรือ
จำกัดตนอยู่กับงานที่ใช้ความสามารถในระดับต่ำ
มาตรฐานครูสาธิตฯ ที่มีจิตชำนาญการนั้น ควรมีเชี่ยวชาญ
ในการปฏิบัติการวิชาชีพทั้ง 3 ด้าน คือ หน้าที่ของครูผู้สอน ต้องสอนหรือ
จัดการเรียนรู้ให้ถูกต้องเหมาะสม และสร้างองค์ความรู้ให้เกิดแก่ผู้เรียน
ดังแง่คิดเชิงเปรียบเทียบที่ว่า คนเราไม่ควรหาปลาให้ใครกินตลอดเวลา
แต่ควรสอนวิธีการจับปลาให้คนอื่น ทั้งนี้หน้าที่ของคนเป็นครูวิชาชีพ
มิใช่แค่เพียงสอนให้มีความรู้ มีความคิด แต่จะต้องสอนด้วยความ
ชำนาญใช้วิธีที่ถูกต้องเหมาะสมกับศักยภาพ มีความหลากหลาย
สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน เปรียบได้กับถ้าต้องสอนวิธีการหา
ปลาให้ใคร ผู้สอนต้องหาปลาเก่ง และรู้วิธีการจับปลาที่เหมาะสมกับ
78 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
สภาพแวดล้อมนั้น ๆ รวมทั้งมิใช่เพียงสอนแต่ต้องเรียนรู้วิธีการจับ
ปลาที่หลากหลาย และฝึกฝนจนชำนาญ เพื่อจะได้มั่นใจว่าเมื่อใดก็ตาม
ที่จะต้องจับปลาก็จะไม่มีวันพลาด และเมื่อใดก็ตามที่จะสอนวิธีการ
จับปลาให้ใครก็จะสอนด้วยวิธีที่ดีที่สุด ไม่ใช่แต่สอนให้รู้วิธี แต่ต้องให้
เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริงด้วย หน้าที่ที่สองคือหน้าที่ของครูนิเทศ
ครูสาธิตฯ ต้องมีประสบการณ์ในการเป็นครูนิเทศหรือครูพี่เลี้ยงให้กับ
นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และควรปฏิบัติการด้วยความชำนาญ
เพราะนอกจากเป็นการดูแลการจัดการเรียนรู้ให้กับนิสิตฯ แล้ว ยังเป็น
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการหรือรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย
ซึ่งกันและกัน ครูที่ปฏิเสธหรือไม่เปิดรับโอกาสในการเป็นครูนิเทศ
ถือว่าเป็นครูวิชาชีพที่มีแค่หน้าที่ “ครูของคน” แต่ไม่เคยทำหน้าที่เป็น
“ครูของครู” ที่จะสร้างครูวิชาชีพสู่สังคม สุดท้ายคือหน้าที่ของครู
วิจัย ซึ่งการทำวิจัย และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นวิธีหนึ่งในการ
สร้างความชำนาญในวิชาชีพครู เพราะนอกจากจะเป็นการศึกษา
และแก้ปัญหาพฤติกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน การจัดการเรียนการสอน
หรือการบริหารจัดการแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพูนข้อความรู้และประสบการณ์
ตลอดจนผลิตองค์ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในวิชาชีพของ
ตนเอง และเป็นประโยชน์ต่อครูหรือบุคคลอื่น โดยสามารถนำองค์ความรู้
เหล่านี้ไปพัฒนา ปรับปรุงและใช้กับผู้เรียน อื่นได้ ถือได้ว่าเป็นวิธีการ
ส่งผ่านและเผยแพร่ประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อสังคม
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 79
2. ต้องรู้คิด สามารถทำความเข้าใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้
เหตุผลที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในสังคม เข้าใจในการเปลี่ยนแปลง
ของสังคมกรณ์ ไม่สร้างอคติหรือเกิดความคิดเชิงลบกับเรื่องต่าง ๆ
ก่อนที่จะทำความเข้าใจหรือเรียนรู้ด้วยตนเองจากสิ่งที่ถูกต้อง
การคิดสังเคราะห์เป็นความสามารถในการคิดโดยได้จากการ
ค้นคว้ารวมรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะคิด แล้วดึงองค์ประกอบ
ต่าง ๆ ที่สำคัญมาหลอมรวมหรือเชื่อมโยงภายใต้โครงร่างใหม่ อย่าง
เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ซึ่งการคิดสังเคราะห์จะเกิดขึ้นเมื่อ
เราจำเป็นต้องหาทางเลือกใหม่ อันเนื่องมาจากสิ่งที่ปฏิบัติอยู่เดิมนั้น
ใช้ไม่ได้ผล ไร้ประสิทธิภาพ เนื่องจากบริบทเปลี่ยนไปหรือเกิดอุปสรรค
จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม รวมทั้งความต้องการในการทำ
สิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน แต่สิ่งนั้นได้มีคนอื่น ๆ ทำหรือกล่าวถึงไว้แล้ว
จึงจำเป็นต้องสร้างสรรค์สิ่งเดิมให้ดีขึ้น ตลอดจนเพื่อการหาข้อสรุปเรื่อง
ใดเรื่องหนึ่งที่กระจัดกระจายหรือไม่มีการจัดระเบียบ
ครูสาธิตฯ ที่มีจิตสังเคราะห์ ควรมีลักษณะหรือบุคลิกภาพ
ที่เหมาะสม คือ ไม่นิ่งเฉย มีความกระตือรือร้น ชอบแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ
ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่แปลกแยก เข้าใจสัมพันธภาพระหว่างบุคคล
มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ อย่างสมเหตุสมผล ไม่ยุ่งเหยิง
มีความเป็นระเบียบ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ ไม่คลุมเครือ
มีทักษะในการจำแนกแยกแยะ แสดงตนอย่างชัดเจน ไม่ลำเอียง
ใช้เหตุผลในการตัดสินใจและแก้ปัญหา วางตัวเป็นกลาง ไม่ท้อถอย
มีความเพียรและอดทนต่ออุปสรรค
80 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
3. ต้องมีทักษะของการคิดสร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกับ
กรอบเดิม ๆ ชอบความท้าทาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนา
สร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น
ครูวิชาชีพที่มีจิตสร้างสรรค์ต้องเรียนรู้และพร้อมที่จะ
เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของครูผู้สอนที่มีความสามารถในการ
พัฒนา ปรับปรุงรูปแบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับ
ลักษณะของผู้เรียนที่จะสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ทักษะความสามารถ
ในการดำรงชีวิต ตลอดจนคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม
และอีกหน้าที่หนึ่งในฐานะบุคลากรขององค์กรการศึกษาที่ทำงาน
นอกเหนือจากการสอน ไม่ว่าจะเป็นงานบริหารองค์กร บุคคล งานที่ต้อง
ใช้ความสามารถและความถนัดของแต่ละบุคคลสำหรับการจัดการ
ภายในระบบ โดยพื้นฐานของการคิดสร้างสรรค์งานต่าง ๆ นั้น ครูจะต้อง
เห็นคุณค่าทั้งในตนเองและผู้อื่น ยอมรับความแตกต่าง เข้าใจใน
ลักษณะเฉพาะบุคคล สภาพแวดล้อม และเรียนรู้ในการสร้างบรรยากาศ
และทัศนคติที่ดีที่เอื้อต่อการเรียนหรือการทำงาน ซึ่งการเป็นผู้มีจิตสร้าง
สรรค์นั้น มิใช้พรสวรรค์แต่อยู่ที่การใฝ่เรียนรู้ จดจำและฝึกฝน กล่าวคือ
ครูวิชาชีพควรให้ความใส่ใจในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
หมั่นขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ รู้จักจัดเก็บข้อมูลหรือสร้างองค์ความรู้
อย่างเป็นระบบ มีการบันทึกความจำสม่ำเสมอ กล้าคิด กล้าแสดงออก
ตลอดจนต้องเรียนรู้การลองผิดลองถูก การกระทำซ้ำเพื่อให้เกิดความ
ชำนาญ และสามารถตัดสินใจได้ถึงวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 81
4. ต้องเคารพในตนเองและผู้อื่น เข้าใจและยอมรับ
สถานภาพแห่งตน
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่อยู่ร่วมกันในองค์กร โดยทั่วไปมี
ลักษณะของลำดับบุคคลอยู่ 2 ลักษณะ คือ “วัย” ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เป็น
ผู้ใหญ่ตามอายุหรือผู้ที่มีความเป็นผู้ใหญ่สมอายุ ก็ล้วนแต่เป็นผู้ที่ได้
ชื่อว่าเป็นผู้อาวุโส การนับพี่นับน้องด้วยวัยในบทบาทของครูสาธิตฯ
ถือได้ว่ามีจิตเคารพเป็นพื้นฐาน ผู้น้อยหรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่าต้องให้ความ
เคารพผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีอายุมากกว่าเสมอ ด้วยถือเป็นวัฒนธรรมของ
คนไทย โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุและผลอื่นใดมารองรับในการแสดง
ความเคารพ ให้เกียรติและรับฟังคำแนะนำจากผู้อาวุโสกว่า
อีกลักษณะหนึ่ง คือ “ศักดิ์” ที่เป็นฐานะ ตำแหน่ง และอำนาจที่ต่างกัน
ต้องเคารพ ให้เกียรติและปฏิบัติตามในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม
สอดคล้องกับบริบทแวดล้อม ด้วยลักษณะนี้แสดงถึงศักยภาพ
ความสามารถของแต่ละบุคคล ผู้ที่มีศักดิ์สูงกว่าย่อมที่จะแสดงบทบาท
ตามสิทธิและหน้าที่โดยชอบธรรม ส่วนผู้ที่มีศักดิ์ต่ำกว่าต้องเข้าใจและ
ยอมรับบทบาทของตนเอง ไม่ถือเกียรติ ถือศักดิ์ศรีในทางที่ ไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่รวมกันในสังคมอย่างเป็นสุข ไม่เพิ่มหรือลด
บทบาทของวัยและศักดิ์จนเกินควร แต่วางตัวให้เหมาะสมตาม
สถานการณ์หรือกาลเทศะ โดยใช้พื้นฐานของการเข้าใจและเห็นใจ
ซึ่งกันและกัน
82 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
5. ต้องคิดและทำในสิ่งที่ควรประพฤติ ดำรงตนในสังคม
ด้วยแนวทางที่เหมาะสม เข้าใจและแสวงหาเกณฑ์ในการตัดสินความ
ประพฤติของคนว่าสิ่งใดถูกไม่ถูก ดีไม่ดี หรือควรไม่ควร ตลอดจนเป็น
แบบอย่างที่ดีต่อบุคคลอื่น
การเป็นผู้มีจิตจริยธรรมอาจเกิดจากการยึดถือหลักธรรม
หรือหลักปฏิบัติที่เหมาะสมกับการดำรงตนในสังคม ซึ่งในฐานะ
ครูวิชาชีพที่ต้องมีสัมพันธภาพกับลูกศิษย์ ผู้ร่วมวิชาชีพ และบุคคลต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน จึงควรยึดถือปฏิบัติในแนวทางที่สอดคล้อง
และเหมาะสม อาทิ
หลักสังคหวัตถุ 4 ซึ่งเป็นหลักของสังคมสงเคราะห์ในการ
รู้จักเสียสละ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม อันประกอบด้วย ทาน
คือ การให้ การแบ่งปัน ปิยวาจา คือ การมีวาจาที่เรียบร้อย
อัตถจริยา คือ การกระทำที่เป็นประโยชน์ และ สมานัตตา คือ
ความเสมอต้นเสมอปลาย
ฆราวาสธรรม เป็นข้อปฏิบัติของผู้ครองเรือน ประกอบด้วย
สัจจะ คือ ความซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อกัน ทมะ คือ ความข่มใจ ขันติ คือ
ความอดทน และ จาคะ คือ การบริจาค เสียสละแบ่งปันแก่ผู้อื่น
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 83
พรหมวิหาร 4 เป็นหลักธรรมประจำใจสำหรับทุกคนในการ
ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์ ประกอบด้วย เมตตา คือ
ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับความสุข กรุณา คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่น
พ้นทุกข์ มุทิตา คือ ความยินดีที่ผู้อื่นได้ดี และอุเบกขา คือ การรู้จักวางเฉย
วางใจเป็นกลาง
หลักธรรมในศาสนาคริสต์ คือ จริยธรรมเรื่องความรัก
เป็นความรักของพระเจ้าที่มิใช่ความรักที่ประกอบด้วยตัณหา ราคะ
แต่เป็นความรักที่มีเงื่อนไขคือความรักที่จะต้องรู้จักการเสียสละ
รักในพระเจ้ารักผู้อื่น สิ่งอื่น และรักแม้กระทั่งศัตรู
หลักธรรมในศาสนาอิสลาม ที่มุ่งให้เกิดสันติสุขในสังคม
จากการเสียสละ แบ่งปัน เพื่อทำให้เกิดความรักความสามัคคีในสังคม
แนวคิดจิต 5 ประการ อาจเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการ
เรียนรู้และสร้างมาตรฐานของครูสาธิตฯ ซึ่งการเป็นครูวิชาชีพที่ดี และ
เหมาะสมมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ล้วนมาจากพื้นฐานทางคุณลักษณะ
ของแต่ละบุคคล ซึ่งการที่ครูมีจิต 5 ประการ จึงน่าจะบ่งชี้ถึงการเป็น
ครูวิชาชีพที่ไม่ได้ทำหน้าที่ “ตามฐานะ” ของครู แต่เป็นครูที่มีมาตรฐาน
“สมฐานะ” ของความเป็นครู
84 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
แหล่งอ้างอิง
การ์ดเนอร์, ฮาวเวิร์ด. (2551). Find Mind For The Future จิต 5 ปั้นยอดมนุษย์. แปลโดย
เสาวลักษณ์ อัศวเทววิช และ วีรวุธ มาฆะศิรานนท์. กรุงเทพฯ : บริษัท
เอ็กซเปอร์เน็ท จำกัด.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). สอนเด็กให้มีจิตสาธารณะ. กรุงเทพฯ : บริษัท วี พริ้น (1991)
จำกัด.
อารี พันธุ์มณี. (ม.ป.ป.). จิต 5 ประการสำหรับโลกอนาคต. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท.
ก้าวต่อไป...
เพื่อการเรียนรู้อย่าง
มีความสุข
ï ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยศักดิ์ ลีลาจรัสกุล ï
86 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ก้าวต่อไป...
เพื่อการเรียนรู้อย่างมีความสุข
ï ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยศักดิ์ ลีลาจรัสกุล
จากการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ผ่านมา พบว่า
มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการเรียนรู้ ที่เอื้ออำนวย
ให้ผู้เรียนมีคุณธรรม มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ เพื่อสนับสนุน
ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและเต็มตามศักยภาพ ดังนั้น
การจัดการเรียนการสอนจึงต้องทำอย่างเป็นระบบ ทั้งภายในตัวบุคคล
คือวิธีคิด ผู้เรียนใช้ทักษะกระบวนการคิด และตัดสินใจเลือกกระทำ
ในสิ่งซึ่งจะส่งผลดีต่อตนเองและสังคม การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 87
ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกคิด และลงมือทำจะช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านต่าง ๆ
และเรียนรู้คุณความดีของตนในการนำความแตกต่างของตนจากผู้อื่น
มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา
มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ มีความรู้
ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี
และมีทักษะชีวิต เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศเพื่อ
การตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในศตวรรษที่
21 สถานประกอบการต้องการให้บุคคลที่รับเข้าทำงานมีคุณสมบัติ
ที่เหมาะสม ได้แก่ ด้านจิตสำนึกความเป็นมนุษย์ (Personal Spirit)
ด้านการแก้ปัญหา (Problem Solving) ด้านการทำงานเป็นทีม
(Team – work) ด้านการสื่อสาร (Communication) และด้านการคิด
(Thinking)
นอกจากนี้ยังพบว่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้นมีการ
กำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (Thailand
Qualifications Framework : TQF) โดยกำหนดผลการเรียนรู้ที่
คาดหวังให้บัณฑิตมีอย่างน้อย 5 ด้าน คือ 1) ด้านคุณธรรม จริยธรรม
2) ด้านความรู้ (knowledge) 3) ด้านทักษะทางปัญญา (cognitive
skills) หมายถึง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์สถานการณ์และ
ใช้ความรู้ ความเข้าใจในแนวคิด หลักการ ทฤษฎี และกระบวนการต่าง ๆ
ในการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์
88 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ใหม่ ๆ ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน 4) ด้านทักษะสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและ
ความรับผิดชอบ และ 5) ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร
และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้นคุณภาพของคนจึงเป็นสิ่งสะท้อน
ให้เห็นถึงคุณภาพการศึกษาและคุณภาพการศึกษาที่ดี ต้องมีการพัฒนา
คนให้มีความสามารถในการคิด
แนวคิดของเอคกาเดล (Edgar Dale) ที่ได้เสนอเกี่ยวกับลำดับ
ของประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรมตามลำดับขั้น
และแนวโน้มของการจดจำภายหลังที่ผ่านไป 2 สัปดาห์ของการเรียนรู้
ไว้ดังนี้
1) การเรียนรู้จากการอ่าน แนวโน้มที่จะจำ คือ
10% ของสิ่งที่อ่าน
2) การเรียนรู้จากได้ยินคำพูด แนวโน้มที่จะจำ คือ
20% ของสิ่งที่ได้ยิน
3) การเรียนรู้จากการชมภาพยนตร์ ชมนิทรรศการดูการ
สาธิต ดูการกระทำในสถานที่จริง แนวโน้มที่จะจำ คือ
50% ของสิ่งที่เห็นและได้ยิน
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 89
4) การเรียนรู้ในการอภิปราย การบรรยาย/พูดคุย
แนวโน้มที่จะจำ คือ 70% ของสิ่งที่พูด
และ
5) การเรียนรู้จากการแสดง/นาฏการณ์ การเลียนแบบ
ประสบการณ์จริง/การกระทำจริง แนวโน้มที่จะจำ คือ
90% ของสิ่งที่พูดและทำ
แนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่าคนเราจะเกิดการเรียนรู้และสามารถ
จดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ดีที่สุดโดยผ่านการรับรู้จากการมีส่วนร่วม และการ
กระทำ รองลงมาคือการรับรู้ด้วยภาพ และวาจา ตามลำดับ ซึ่งการ
รับรู้ที่ผู้เรียนได้รับรู้จากการมีส่วนร่วม และการกระทำนั้นจะเป็นแรง
กระตุ้นของการนำไปสู่ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้มากกว่าการ
รับรู้จากภาพและวาจา ด้วยเหตุนี้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้
ผู้เรียนได้รับรู้และจดจำสิ่งที่ได้เรียนรู้ได้ดี และมีความสุข จึงควรเป็น
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และมี
ส่วนร่วมในการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งการเรียนรู้ในลักษณะนี้จะทำให้
ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน การเรียนรู้โดย
กิจกรรมกลุ่มจะช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ ทำให้เกิด
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
การมีส่วนร่วมและ
การกระทำนั้น
จะเป็นแรงกระตุ้นของการนำไปสู่
ความกระตือรือร้น
ในการเรียนรู้มากกว่า
การรับรู้จากภาพและวาจา
สอนสนุกสร้างสุข เล่มที่ 2 91
กระบวนการทำงานของกลุ่ม เช่น มีการวางแผนการทำงานร่วมกัน
มีความรับผิดชอบและเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีวินัยในตนเอง
มีพฤติกรรมที่เป็นประชาธิปไตย เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี รู้จักรับฟังความ
คิดเห็นของผู้อื่น ผู้เรียนที่เรียนรู้ช้าจะเรียนรู้อย่างมีความสุข มีชีวิตชีวา
ได้รับกำลังใจและได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อน ทำให้เกิดความั่นใจ
ผู้เรียนที่เรียนดีและเรียนได้เร็วจะได้แสดงความสามารถของตนเอง
มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และแบ่งปันสิ่งที่ดีให้แก่กัน ซึ่งการเรียนรู้อย่าง
ต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริม
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้ง
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของ
สังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นถือเป็นความสามารถในการ
ใช้ทักษะชีวิตของผู้เรียน
จากความสำคัญดังกล่าว ฝ่ายวิชาการเห็นว่าการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพที่ดีนั้น ควรเป็น
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้มีการพัฒนาความสามารถในด้านการ
คิด โดยเฉพาะความสามารถในคิดวิเคราะห์ ที่เป็นทักษะทางปัญญา
(cognitive skills) ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ ความเข้าใจในแนวคิด
หลักการ ทฤษฎี และกระบวนการต่าง ๆ ในการคิดวิเคราะห์และการ
แก้ปัญหาได้ นอกจากนี้กิจกรรมการเรียนรู้นั้นต้องเป็นกิจกรรมการ
เรียนรู้ที่สร้างความสุขในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนเนื่องจากความ
92 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
สุขกับการศึกษานั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแยกกันได้ ถ้าไม่สามารถ
ทำให้ผู้เรียนมีความสุข การศึกษาก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยความสุข
ที่เกิดจากการศึกษา คือ เกิดจากการมีปัญญาเข้าใจคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ
และตอบสนองความใฝ่รู้ โดยการศึกษาจะต้องสร้างความใฝ่รู้ให้เกิดขึ้น
ด้วยการทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ ถ้าเขารู้ว่าชีวิตต้องการอะไรก็จะ
เกิดความใฝ่รู้ ความใฝ่รู้ก็จะทำให้เราเกิดความสุขที่ได้รู้ในสิ่งที่ต้องการรู้
ทำให้คุณค่าชีวิตดีและเป็นชีวิตที่ดีงาม การเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ฝึกคิดและ
ปฏิบัติจริง ถ้าหากได้ฝึกจากประสบการณ์ตรง ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งเรียนรู้
สื่อ เหตุการณ์ และสิ่งต่าง ๆ อย่างครบถ้วนกระบวนการตั้งแต่การ
ได้ฝึกสังเกต คิดอย่างรอบคอบ ปฏิบัติอย่างจริงจัง ตามที่ได้คิดวางแผนไว้
จนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองและมีการนำความรู้นั้น
ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันการเรียนรู้นั้นก็จะเกิดความหมายกับผู้เรียน
และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ก้าวต่อไป
... เพื่อการเรียนรู้อย่างมีความสุขของผู้เรียน ณ สาธิตมหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ซึ่งได้ทำและจะดำเนินต่อไปอย่างมุ่งมั่น
ตั้งใจ ใส่ใจในผู้เรียนทุกคน เพื่อสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพของประเทศไทย
สืบไป
ส่วนที่ 2
ส่วนที่ 2
สาธิตปทุมวัน...
ในความทรงจำ
ï อาจารย์อรพินธุ์ คนึงสุขเกษม ï
96 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
สาธิตปทุมวัน...
ในความทรงจำ
ï อาจารย์อรพินธุ์ คนึงสุขเกษม
* วั น ว า น ที่ ผ่ า น ไ ป ...
ค ว า ม ป ร ะ ทั บ ใ จ ยั ง ค ง อ ยู่ มิ เ สื่ อ ม ค ล า ย *
ก่อนเข้าสู่ “ห้องความทรงจำ” ขอนำท่านผู้อ่านย้อนภาพกลับ
ไปยังเหตุของเหตุที่ตัดสินใจ มาอยู่ที่ “สาธิตปทุมวัน” อันเป็นที่รักยิ่ง
ของข้าพเจ้า...ตั้งแต่เมื่อประมาณ 30 กว่าปีก่อน (พ.ศ.2521)
ขณะนั้นข้าพเจ้าเป็นนิสิตชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทร
วิโรฒ พลศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ซึ่งนิสิตทุกคนจะต้องเรียนวิชาการฝึก
ประสบการณ์วิชาชีพครู แล้วก็จะต้องออกไปฝึกสอนเพื่อหาประสบการณ์
ด้วย โดยไปเป็น “อาจารย์นิสิต” ฝึกสอน ตามที่เรียกกัน
สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 97
เมื่อมหาวิทยาลัยมีการปฐมนิเทศนิสิต แล้วให้เลือกโรงเรียน
ที่มีรายชื่อเอาไว้ให้นิสิตเลือก ทั้งโรงเรียนในสังกัดกรมสามัญ (=สพฐ)
และโรงเรียนสาธิตที่สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย (=สกอ)
นิสิตทุกคนต่างชวนกันไปเป็นกลุ่ม ต่างก็รีบแย่งกันลงชื่อ
เลือกโรงเรียนที่ต้องการจะไปฝึกสอน ส่วนข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมทีม
มี 4 คน ได้ตกลงกันว่าไม่ต้องไปแย่งลงชื่อนะ ถ้าเผื่อว่ามีโรงเรียน
ที่เหลือจากที่ทุกคนเลือกแล้ว พวกเราจะลงชื่อเลือกไปฝึกสอนที่โรงเรียน
นั้น... ถึงแม้ว่าก่อนจะมีการเรียนวิชานี้ก็ได้ยินชื่อเสียงของแต่ละโรงเรียน
ว่าเป็นอย่างไร รุ่นพี่พลศึกษา ซึ่งเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงจะโหดหรือไม่
ให้คะแนนในการฝึกสอน เมื่อจบแล้วเกรดจะออกมาดีหรือเปล่า
แล้วโรงเรียนที่เหลืออยู่คือไม่มีนิสิตลงชื่อเลือกไว้เลย ก็คือ
“โรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน”
เมื่อเห็นชื่อโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน ก็ต้องบอกตามความ
เป็นจริงว่า ข้าพเจ้าไม่เคยสนใจและไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนนี้
เลย...ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นในใจตอนนั้นก็คือ เราจะไปเจอเหตุการณ์
อะไรบ้าง นักเรียนเป็นอย่างไร จะฝึกสอนได้ไหม ความเป็นอยู่ในโรงเรียน
หรืออาจารย์พี่เลี้ยงจะใจดีหรือไม่..? ถ้าเกรดเราไม่ดีก็จะฉุดคะแนน
เฉลี่ยในการจบปริญญาตรีลงแน่นอนเพราะตั้ง 6 หน่วยกิตในสมัยนั้น
มันมากที่สุดในชีวิตเลย (เกรงว่าจะไม่ได้เกียรตินิยม)
98 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
แล้ววันที่รอคอยด้วยความกังวลและเกิดความกลัวเล็ก ๆ
อยู่ในใจก็มาถึง พวกเราแต่งตัวนิสิต ต้องเรียบร้อยที่สุด เพื่อมารายงานตัว
ผู้หญิงคือข้าพเจ้าและเพื่อนอีกคนจะสวมกระโปรงนิสิตยาวคลุมเข่า
เสื้อนิสิตหลวมนิดหน่อย ติดกระดุมสถาบัน ขณะนั้นเป็นกระดุม
สัญลักษณ์รูปกราฟ แล้วยังต้องสวมเสื้อทับอีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้โป๊ เข็มขัด
ต้องมีขนาดตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด หัวเข็มขัด รูปกราฟเหมือนกัน
ที่จะลืมไม่ได้คือรองเท้าคัดชูอย่างเรียบไม่มีลวดลาย ส้นสูงประมาณ
หนึ่งนิ้วครึ่ง ผม หวีรวบ และผูกโบว์สีดำเรียบร้อยมาก เรามีอาจารย์สุดา
ทัพสุวรรณ เป็นอาจารย์นิเทศก์ด้านวิชาสุขศึกษา
ส่วนนิสิตชายจะสวมกางเกงสแลคสีดำหรือสีกรมท่าเท่านั้น
สวมเสื้อเชิ้ร์ตสีขาวที่ไม่ฟิตผูกเนคไทสีเขียว ปักตรา “พระพลบดี”
ซึ่งเป็นเทพองค์สำคัญของชาวพลศึกษาที่ทุกคนต้องกราบไหว้บูชาขอพร
เพื่อความสำเร็จและปกป้องไม่ให้เกิดอันตราย ขณะนี้จะเห็นได้ที่หน้า
สนามกีฬาแห่งชาติ และอาคารหลังแรกที่เก่าแก่มากในสมัยที่ยังเป็น
“มศว พลศึกษา” และถึงแม้ต่อมาจะคืนพื้นที่ให้แก่จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย ซึ่งใช้เป็นสำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาในปัจจุบัน
แต่จุฬาฯ ก็ยังคงรักษาสภาพของอาคารหลังนี้ไว้เป็นอาคารอนุรักษ์
และได้ปรับปรุงภายในให้สวยงามยิ่งขึ้นอีกด้วย