The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by atitayaporn, 2019-11-14 23:44:59

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิตปทุมวัน เล่ม 2

การไหว้ ถือเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญ


นั่นคือการวางระบบในสังคม

หรือองค์กรที่เรียกว่า ระบบอาวุโส


คนไทยได้รับการปลูกฝังให้รู้จัก
การแสดงความเคารพผู้อื่นด้วยการไหว้

150 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ในภาวะปัจจุบันที่วัฒนธรรมตะวันตกได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง

ของวิถีชีวิตของคนไทย มีผลให้แนวคิดและการปฏิบัติตนของคนไทย
เปลี่ยนไป ความคิดของคนไทยในปัจจุบันเรื่องการไหว้ยังมีความ

เชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ ประเด็นเรื่อง วัย และอายุ โดยเฉพาะเรื่องอายุ
หากเราได้รับการไหว้จากบุคคลหนึ่ง มีวัยใกล้เคียงกับเรา ซึ่งมีอายุมาก

หรือน้อยกับเราไม่มากนัก ก็มักคิดทางลบว่า เรามีใบหน้าที่บ่งบอกว่า
เป็นผู้สูงวัย เกิดคำถามในใจว่า เราแก่แล้วหรือ เขาจึงไหว้เรา สิ่งนี้

เป็นประเด็นหนึ่งที่ผู้ไหว้และผู้ถูกไหว้ มักเกิดความลังเลว่าจะทำ
อย่างไรดี เมื่อต้องพบปะกัน บางครั้งก็ต้องแก้เก้อด้วยการยิ้มให้

และทักทายเป็นอย่างอื่นไป หากตัดประเด็นเรื่องอายุและความกลัว
เรื่องความแก่ แล้วย้อนกลับมาดูรากฐานแห่งวิถีชีวิตที่แท้จริงแบบ

วัฒนธรรมไทย “การไหว้” อันเป็นวัฒนธรรมการทักทายที่ดีงามของไทย
ก็ยังคงสร้างเสน่ห์และสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ปฏิบัติออยู่เสมอ

... และหากเราเริ่มต้นเสียแต่วันนี้ก็ยังไม่ถึงกับต้องนับหนึ่งใหม่





แหล่งอ้างอิง
กนก จันทร์ขจร. (2543). “คู่มือวัฒนธรรมวิถีชีวิตไทย”. กรุงเทพพฯ: มูลนิธิกนก.
ไชยา ยิ้มวิไล. (2547). “การไหว้” . กรุงเทพพฯ: มติชนรายวัน.
มัชฌิมา สุขคง. (2551) . “อานุภาพแห่งการไหว้” . กรุงเทพฯ: นิตยสารชีวจิต.

สตอรี่ของ

ครูช่างคิด (2)
















































ï อาจารย์เชิด เจริญรัมย์ ï

152 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน



สตอรี่ของ

ครูช่างคิด (2)
















ï อาจารย์เชิด เจริญรัมย์


ครู....ผู้นำความคิด


ครู.... คำว่า ครู คำนี้ มีความหมายอยู่เหนือความคิดของคน
ทั่วไป เพราะเมื่อพูดถึงครู ต้องนึกถึงบุคคลผู้ทรงความรู้ ความฉลาด

ความเป็นระเบียบ ความมีวินัย การเป็นแบบอย่างที่ดี ความน่าเคารพ
ความน่าเกรงขาม ความน่ายกย่องและน่าบูชา ดังนั้น คนเป็นครูต้อง

วางตัวอย่างไร ต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อให้ศิษย์รัก เคารพและ
บูชาด้วยใจจริง จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้รักอาชีพความเป็นครู

แต่ที่สังคมคาดหวังอีกประการหนึ่งจากครู คือการพัฒนาความคิดตนเอง
เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้ทันโลกทันเหตุการณ์ต่อไป ในฐานะ

“ครูคือผู้นำทางความคิด” จึงเป็นที่มาของคำว่า “ไดอารี่ความคิด”
ในแต่ละวันเพื่อสอนตนเอง และเป็นแนวคิดเชิงธรรมะและปรัชญาแก่

ผู้สนใจทั่วไป

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 153





หน้าที่ของครูคือ


สอน คือ ให้ความรู้ความเข้าใจในสรรพวิชาทั้งหลาย
ทั้งปวง

สั่ง คือ บังคับใช้กฎระเบียบวินัยกับนักเรียนที่ฝาฝืน

ให้อยู่ในกรอบของความดีงาม
อบรม คือ การตักเตือน การสอนเฉพาะเรื่อง เช่น เรื่อง
มารยาท เป็นต้น

และที่สำคัญ คือ

พร่ำสอน คือ การสอนย้ำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สอนแล้วสอนอีก
จนกว่าเขาจะดีขึ้น ข้อนี้ คือข้อที่ยากที่สุด
สำหรับครู


เสน่ห์ของครู อยู่ที่เป็นแบบอย่างที่ดี

เสน่ห์ของครู อยู่ที่รอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยเมตตา
เสน่ห์ของครู อยู่ที่การวางตัวเป็น

เสน่ห์ของครู อยู่ที่น้ำเสียงน้ำคำ (ถ้อยคำ)
เสน่ห์ของครู อยู่ที่มีคุณธรรมอยู่ในใจ

เสน่ห์ของครู อยู่ที่มีความรู้ดีเยี่ยม
เสน่ห์ของครู อยู่ที่มีจรรยาบรรณ

154 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






บทบาทและหน้าที่ของครู คือ


- สอนหนังสือให้ความรู้แก่นักเรียนโดยไม่ปิดบัง
- อบรมกิริยามารยาทให้นักเรียนเป็นเยาวชนที่ดีของชาติ

- ฝึกให้นักเรียนปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของระเบียบวินัยโรงเรียน

- แนะนำให้คำปรึกษาเรื่องการเรียน การอยู่ในสังคม การใช้
ชีวิตประจำวันฯลฯ
- ปฎิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ให้นักเรียนเห็นในทุกด้าน

(สอนนักเรียนได้ ต้องสอนตนเองให้ได้ด้วย)

ประเภทของครู......


ครูไม้บรรทัด คือ ครูที่เคร่งครัดระเบียบวินัย

ครูไม้เรียว คือ ครูที่เคี่ยวเข็นสอนสั่ง (พร่ำสอน)
ครูไม้อ้อ คือ ครูที่อ่อน(ข้อ)ไหว ตามใจลูกศิษย์...


ครูกระดาษทราย คือ ครูที่คอยขัดเกลาให้เด็กมีความรู้ความ
ฉลาดและความชั่วออกไป


มีครูส่วนน้อยมาก ที่ใช้อารมณ์นำจรรยาบรรณของความ
เป็นครูด้วยความเป็นครู ย่อมมีเมตตาและกรุณาต่อศิษย์เสมอกัน

เมื่อศิษย์ประสบความสำเร็จ นั่นหมายถึงความภาคภูมิใจในฐานะ
ผู้อยู่เบื้องหลัง ย่อมยินดีกับความสำเร็จของศิษย์เสมอ เว้นแต่ศิษย์คนนั้น

เตือนไม่ได้ สอนไม่ได้ พร่ำสอนไม่ได้ เกินความสามารถของครูครูคง
ต้องใช้อุเบกขา ปล่อยให้เป็นไปตามที่มันต้องเป็น.....แต่พึงรู้และจำไว้ว่า

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 155





ที่สอนไป ดุไป เตือนไป ต่อว่าไป บ่นไป จ่ำจี้จ้ำไชไป เป็นเพราะเพียง

“ความรักและความห่วงใย” ที่มีให้เสมอ

การสอนคนอื่น แม้จะประสบความสำเร็จขนาดไหนแต่ถ้า

สอนตัวเองไม่ได้ ก็ถือว่า ล้มเหลว โดยสิ้นเชิงหลายคนมักพูดจาให้ร้าย
คนอื่น โดยมองข้ามข้อเสียของตนเองนี่แหละคนเรา มักมองข้ามตนเอง

แล้วเห็นแต่ (ความผิด) คนอื่นเสมอการคิดไปเอง มักตั้งอยู่บนพื้นฐาน
ของความเห็นแก่ตัวเสมอเหมือนการคิดแทนคนอื่น ก็มักจะเอาความคิด

ของตนเองเป็นบรรทัดฐานเสมอ..

พึงจำไว้.....

ผู้ใหญ่เตือน แสดงว่า ท่านรัก
ผู้ใหญ่ทัก แสดงว่า ท่านห่วง

ผู้ใหญ่ท้วง(ติง) แสดงว่า ท่านต้องการให้แก้ไข
แต่ถ้าผู้ใหญ่ไม่เตือน ไม่ทักท้วงอะไรเลย แสดงว่า อนาคตเรา

อาจไรัซึ่งความเจริญรุ่งเรือง.....

คนเราโดยนิสัย ไม่มีใครอยากให้คนอื่นมาบังคับเราแต่คนที่

ถูกบังคับ เพราะเหตุผลเดียว คือบังคับตนเองไม่ได้เพราะฉนั้น ถ้าไม่อยาก
ให้ใครบังคับเรา เราก็ต้องบังคับตนเองให้ได้....ธรรมะ มีไว้เพื่อปฏิบัติ

ไม่ใช่เพียงแค่ศึกษาให้รู้เท่านั้นเพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้มาก พูดมาก
แต่ไม่ทำจึงกลายเป็นนักวิชาการที่ไร้ค่า ในสายตาของนักปฏิบัติ

156 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ปราชญ์ชน ย่อมมองหาข้อบกพร่องของตนเองแล้วคิดแก้ไข

ปรับปรุงให้ดี
ส่วนพาลชน ย่อมมองหาข้อบกพร่องของผู้อื่น แล้วติฉิน นินทา
คนที่น่ารังเกียจที่สุดในสังคม

คือคนที่กล้าทำผิดแล้วไม่กล้า
เผชิญความจริงและยอมรับมัน...



ทุกคนทำผิดได้ แต่ต้องยอมรับผิดเป็น
ทุกคนทำพลาดได้ แต่ต้องแก้ไขปรับปรุงเป็น

ทุกคนก้าวล้ำเส้นได้ แต่ต้องหยุดหรือถอยเป็น
ทุกคนอยู่เหนือคนอื่นได้ แต่ก็ต้องอยู่ใต้คนอื่นเป็นด้วย....



คนที่พูดตรงหรือทำอะไรตรงไปตรงมา
ไม่ใช่คนที่น่ากลัวอะไรเลย

แต่คนที่น่ากลัวกว่า คือ คนที่ขาดความจริงใจ
ในการพูดและการกระทำต่างหาก...



อย่าหลงตัวเอง ว่ามีความรู้มากว่าผู้อื่น เพราะนั่นคือ
ความเขลา
อย่าหลงตัวเอง ว่าเพรียบพร้อมกว่าผู้อื่น เพราะนั่นคือ

ความถือตัว
อย่างหลงตัวเอง ว่ารวยมีทรัพย์สินกว่าผู้อื่น เพราะนั่นคือ

ความเห็นแก่ตัว

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 157





อย่าหลงตัวเอง ว่าหน้าตา หุ่น ผิวพรรณ รูปสมบัติดีกว่าผู้อื่น

เพราะนั่นคือความประมาท..

คนที่อ่อนน้อมถ่อมตนมีสัมมาคารวะ รู้จักให้เกียรติผู้อื่นแม้ด้อย

กว่าเราคือผู้ที่ทำให้สังคมน่าอยู่ และจะมีแต่ความเจริญรุงเรืองใน
หน้าที่การงานเสมอซึ่งก็จะตรงกันข้ามกับ คนที่อ่อนแอ แข็งกระด้าง

ไม่ให้เกียรติผู้ ดีแต่ประจบสอพลอไปวัน ๆ ...

หลายครั้ง ที่เรามักจะได้ยินคำพูดที่ไม่ควรพูดและไม่เกิด

ประโยชน์ใด ๆ กับใครมีแต่เสียกับเสีย จากคนที่ไร้จิตสำนึกด้าน
สร้างสรรค์ แต่เราต้องขอบคุณเขาเพราะเขาได้สอนเราให้รู้ว่า นั่น คือ

ประโยคคำพูด ที่เป็นพิษต่อคนในสังคม และเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
... ประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี ดีกว่า คำสั่งสอนหลายร้อยเท่าเรา

มองเห็นข้อบกพร่องของคนอื่นแล้วอย่าคิดว่า คนอื่นเขามองไม่เห็น
ข้อเสียของเรา...คนที่ขาดสัมมาคารวะ ไม่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน

เห็นแก่ตัว ไม่ให้เกียรติคนอื่น คือคนที่ไร้ค่าที่สุดในสังคม....

การให้ความเคารพ การอ่อนน้อมถ่อมตนและการให้เกียรติ

คนอื่น เป็นฐานที่ทำให้เรา เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานเป็นอย่างดี
ยิ่งความดี คือวัคซีน ป้องกันความทุกข์ส่วนความชั่ว คือไวรัส ที่คอยทำลาย

ความสุข... หลายครั้งความรู้ ความฉลาด ต้องแลกมาด้วยความโง่
ความโง่ จึงมักจะมาก่อนความฉลาด เสมอ..

158 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






คนเราส่วนมากมักจะมองเห็นความผิดของผู้อื่นมากกว่าที่จะ

มองเห็นปัญหาของตนเอง ซึ่งผิดหลักพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า
ทรงสอนมนุษย์ให้มองเห็นความผิดหรือปัญหาของตนเองแล้วคิดแก้ไข

มิใช่ไปใส่ใจปัญหาหรือเพ่งโทษผู้อื่น เพราะทำให้ตนเองเป็นทุกข์
เปล่า ๆ


การเรียนรู้ การอ่านความคิดของคนอื่น
เป็นการเรียนรู้วิชาเพิ่ม ให้กับตนเอง

ไม่ใช่เราไม่รู้ แต่เป็นการเรียนรู้เพิ่ม
นี่คือคนที่พร้อมจะพัฒนาตนเองเสมอ



การยอมรับความคิด (เหตุผล) ของคนอื่น

เป็นการฝึกสลายความเห็นแก่ตัวของตนเอง
การยอมปฏิบัติตาม (สิ่งที่ถูกต้อง) คำสั่งของเจ้านาย

นับเป็นการฝึกฝนตนเอง เพื่อเป็นนายคนในอนาคต.....



ไม่มีใครบนโลกใบนี้ ที่เรียนรู้และฉลาด
โดยปราศจาก การเรียนรู้จากบุคคลอื่น

แม้แต่พระพุทธเจ้า ก็ยังมีครูสอน
ก่อนหน้าที่จะได้ตรัสรู้ เป็นศาสดาของโลก...

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 159





พัฒนาการของคนฉลาด มักจะมีอะไรแปลก ๆ

เช่น มักจะถอย เพื่อตั้งรับ มักจะหยุด เพื่อคิด
มักจะนิ่ง เพื่อสิ่งที่ดีกว่า มักจะรอ เพื่อเวลาที่เหมาะสม

มักชม เมื่อถึงโอกาสอันควร มักจะคิด สิ่งที่หลายคนไม่คิด
มักจะพูด สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง ฯลฯ



พระพุทธเจ้า ตรัสอนว่า “บนโลกใบนี้ ไม่มี

ใครถูกนินเพียงอย่างเดียว และไม่มีใครได้
รับคำยกย่องสรรเสริญเพียงอย่างเดียว”

ดังนั้น จึงไม่ควรยึดติดกับคำนินทาหรือ
คำสรรเสริญ เพราะมันมาแล้ว ตั้งอยู่

แล้วก็ผ่านไป เป็นเรื่องธรรมดาของโลก



เสน่ห์ของศิษย์ อยู่ที่อ่อนน้อมถ่อมตน
เสน่ห์ของศิษย์ อยู่ที่มีสัมมาคารวะ รู้เคารพ

เสน่ห์ของศิษย์ อยู่ที่เชื่อฟังและทำตาม
เสน่ห์ของศิษย์ อยู่ที่วาจาอ่อนหวาน

เสน่ห์ของศิษย์ อยู่ที่คำขานไพเราะ
เสน่ห์ของศิษย์ ที่สำคัญ อยู่ที่รู้คุณแล้วตอนแทน (กตัญญูกตเวที)

160 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






สิ่งที่ปลูกยากที่สุดและเจริญงอกงามยากที่สุดในโลกคือ

การปลูก (ฝัง) คุณธรรมจริยธรรมในใจคน



ไม่มีใครสอนให้เราเป็นคนดีได้ นอกจากตัวเราเอง
ไม่มีใครทำให้เราเป็นคนดีได้ นอกจากตัวเราเอง

คนอื่นเพียงแค่บอก สอน หรือแนะนำเราเท่านั้น
ส่วนเราจะดีหรือชั่ว ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง



ยิ่งมีวุฒิการศึกษาสูง มีความรู้มาก มีตำแหน่งสูง การแสดงออก

ทางกายและคำพูด ต้องพึงระวังให้มาก เพราะเป็นเป้าสายตาของ
ผู้อื่น ด้วยเป็นธรรมชาติของปุถุชนทั่วไป ที่จะมองหาข้อบกพร่องของผู้อื่น

มากกว่า การมองหาข้อเสียของตนเอง



ก้าวแรก จงอย่าให้พลาด เพราะถ้าพลาด นั่นหมายถึง
สัญลักษณ์แห่งความล้มเหลว

ก้าวสอง จงระวังอย่าให้พลาดซ้ำ เพราะถ้าพลาดซ้ำ
นั่นหมายถึงความล้มเหลว

ก้าวสาม อย่าให้มีคำว่า “พลาดซ้ำอีก” เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น
อาจหมายถึงความล้มเหลวทั้งชีวิต

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 161





ผู้ที่ปรารถนาความเจริญในหน้าที่การงาน ต้องมีข้อต่อไปนี้

- อ่อนน้อมเป็น
- ถ่อมตนเป็น

- มีสัมมาคาระ
- สุภาพอ่อนโยน

- ให้เกียรติผู้ใหญ่
- ใส่ใจกับหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย

- ซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อหน้าที่
เพียงเท่านี้ ความเจริญในหน้าที่การงาน จะเกิดขึ้นทันที



ศิษย์มีความรู้เฉลียวฉลาด เพราะครูผู้เป็นปราชญ์สอนให้

ศิษย์มีความอ่อนน้อมถ่อมตนจริยาได้ เพราะครูอบรม
ไว้ให้ขึ้นใจ

ศิษย์มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานไว เพราะความ
กตัญญูส่งไปให้ “ได้ดี”..



ศิษย์รู้กตัญญูครูอาจารย์

บุญคุณสอนสั่งหลายปีผ่านจำได้
เคารพและเทิดทูล คูณครูไว้ในดวงใจ

นี่เครื่องหมาย “คนดี” ในใจครู....
ลูกกตัญญู รู้คุณพ่อแม่แล้วตอบแทน

ศิษย์กตัญญู รู้คุณครูอาจารย์แล้วเชื่อฟัง

162 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ชีวิตต่อจากนี้ภายหลัง คือ ความเจริญรุ่งเรือง....

วุฒิการศึกษาสูง มีความรู้ มีความสามารถ มีความประพฤติดี
.. สังคมต้องการ
วุฒิการศึกษาสูง มีความรู้ มีความสามารถ แต่ความ

ประพฤติไม่ดี ..สังคมประณาม


ศิษย์อกตัญญู หารู้คุณครูอาจารย์ไม่

จิตเพียงใฝ่สิ่งชั่วร้าย ทำลายสมอง
ทั้งโดดเรียน หนีเรียน เพียรช่ำชอง

ในสมอง ไร้ซึ่งผิดชอบ-ชั่วดี
ศิษย์แบบนี้ มีแต่ความล้มเหลว
เหมือนตกเหว ไร้แล้วซึ่งทางเดิน

ส่วนความเจริญ ย่อมไม่มีอย่างแน่นอน....



ศิษย์รู้กตัญญู คุณครูสอนสั่ง
ตอบแทนบ้าง ตั้งใจฟังเชื่อในคำสอน
ปรับปรุงตนแก้ไข ไม่เกี่ยงงอน

ขออวยพร เจริญรุ่งเรืองตลอดกาล.....


ถ้าเรียนสูงแล้ว มองไม่เห็นใครอยู่ในสายตา (ไม่เห็นหัวใคร)

สู้เรียนต่ำ แต่ให้เกียรติผู้อื่นและอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นดีกว่า

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 163





คนที่มักอวดรู้ ส่วนใหญ่มักด้อยความรู้ความสามารถ

คนที่มักอวดฉลาด ส่วนใหญ่เพียงเพื่อต้องให้สังคมยอมรับ
แต่ทางกลับกัน คนที่ถ่อมตน ไม่อวดรู้อวดฉลาด คือคนที่

เปิดโอกาสให้คนในสังคมยกย่องและยอมรับได้มากกว่า



ถ้าแต่ละคนรู้หน้าที่และทำตามหน้าที่ของตนเองก็จะไม่มีใคร
ตำหนิใครหรือไม่มีใครเดือดร้อน แต่ที่มันวุ่นวาย เพราะ

1. ไม่รู้หน้าที่แล้วทำ
2. รู้หน้าที่แต่ไม่ทำ

3. ทำเกินหน้าที่ที่มี
4. ไม่ทำแต่ตำหนิ

5. ไม่ทำแต่สั่งการหรือชี้นิ้วสั่ง
สรุปว่า - ขาดความรับผิดชอบ

- ขาดวินัยในตนเอง...
- เห็นแก่ตัว/มองข้ามความสามารถผู้อื่น

- ขาดความยุติธรรม
- บ้าอำนาจ



อย่าพยายามคิดอะไร เป็นวงกลม เดี๋ยวจะหาทางออกไม่ได้

อย่าพยายามคิดอะไร เป็นสี่เหลี่ยม เดี๋ยวจะทำให้เป็นคนติด
อยู่ในกรอบ

อย่าพยายามคิดอะไร เป็นเส้นตรง เดี๋ยวจะกลายเป็นเผด็จการ..

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน



















คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ

รู้จักให้เกียรติผู้อื่นแม้ด้อยกว่าเรา

คือผู้ที่ทำให้สังคมน่าอยู่ และจะมีแต่ความเจริญ


รุ่งเรืองในหน้าที่การงานเสมอซึ่งก็จะ

ตรงกันข้ามกับ คนที่อ่อนแอ แข็งกระด้าง


ไม่ให้เกียรติผู้อื่น ๆ ดีแต่ประจบสอพลอไปวัน ๆ ...

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 165





คนบางคนสอนง่าย เหมือนผลไม้บางชนิดที่กินได้ทั้งเปลือก

คนบางคนสอนยากนิดหนึ่ง เหมือนผลไม้บางชนิดที่ต้อง
ปอกเปลือกก่อนแล้วจึงกินได้

คนบางคนสอนค่อนข้างยาก เหมือนผลไม้บางชนิดที่ต้อง
ทั้งทุบและปอกเปลือกจึงจะกินได้อร่อย

คนบางคนสอนไม่ได้ เหมือนผลไม้บางชนิด
ถึงแม้จะปอกเปลือกหรือทุบอย่างไรก็กินไม่ได้

มีแต่พิษทำร้ายร่างกายอย่างเดียว...



จงมองอะไร เหมือนแว่นสายตา จะเห็นชัดขึ้น
จงมองอะไร เหมือนแว่นขยาย จะเห็นได้กว้างขึ้น

จงมองอะไร เหมือนแว่นกันแดด จะเห็นความเย็นในความ
ร้อนได้ (ใจเย็น)

จงมองอะไร เหมือนกล้องจุลทรรศน์ จะเห็นได้ละเอียดขึ้น
จงมองอะไร เหมือนกล้อง Telescopes จะเห็นได้ไกลที่สุด....



ถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องระเบียบวินัย

วางเฉยไม่เอาจริง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ที่มีอยู่ ก็ไม่ต่างอะไรกับบ่อน้ำหรือแอ่งน้ำนิ่ง

ที่รังแต่จะเป็นที่บ่มเพาะยุง ให้เป็นอันตรายแก่
หน่วยงานนั้น ๆ เสื่อมเสียไปเรื่อย ๆ.....

166 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






การศึกษาสูง ความรู้สูง ควรคู่จริยางาม

จริยาทราม ความรู้สูง ปริญญาสูง หาควรไม่
สู้การศึกษาต่ำ ด้อยความรู้ แต่ดูจริยางาม

รู้ผ่อนตาม ถ่อมตัว วางตนเป็น นี่คนดี ควรค่าชื่นชม...



บนทองฟ้าอันไกลลิบลับ ยังมีอะไรที่เราไม่รู้อีกมากมายนัก
ใต้พื้นปฐพีอันหนาทึบ ยังมีอะไรที่เรามองไม่เห็นอีกนับไม่ถ้วน



ใต้ทะเลลึกสุดคาดคะเน ยังมีอะไรที่เรายังไม่ได้สัมผัสเกิน

คณานับ
แล้วใยเราต้องอวดรู้ อวดเห็น แล้วทะนงตัวว่า เป็นผู้ทรงความรู้

ไปทำไม....



จงฝึกมองโลกในมุมกลับ แล้วเราจะรู้ว่า
โลกใบนี้ มีสิ่งต้องเรียนรู้มากกว่าที่เรา

เห็นด้วยสายตาอันสั้นที่สุดของเรา.....



คนอื่นอาจรู้จักเรามากกว่าที่เรารู้จักตัวเอง
เพราะคนอื่นมองเราได้ 360 องศา ด้วย

สายตาที่มากกว่าสองข้าง....

บทบาท....ที่คาดไม่ถึง



















































ï อาจารย์อุมาภรณ์ รอดมณี ï

168 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน







บทบาท....ที่คาดไม่ถึง



ï อาจารย์อุมาภรณ์ รอดมณี






“สาธิต ปทุมวัน....น่ากลัวมาก อาจารย์พี่เลี้ยงดุ

นักเรียนเก่ง ระเบียบเยอะ ตายแน่เลย” นี่คือสิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาในสมอง
ของนิสิตฝึกสอนคนหนึ่ง แต่ไม่มีทางเลือก ทางมหาวิทยาลัยส่งมา

ฝึกสอนที่นี่ยังไงก็ต้องทำให้ดีที่สุด การเตรียมความพร้อมในทุกด้าน
เป็นสิ่งที่ต้องทำในเวลานี้ เมื่อเนื้อหาพร้อมอุปกรณ์การสอนพร้อม

ผนวกกับมีเพื่อน ๆ มาฝึกสอนด้วยกันหลายคนจึงทำให้อุ่นใจมากขึ้น
การสอนครั้งแรกตื่นเต้นมาก มีอาจารย์พี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด เด็ก ๆ

น่ารักกว่าที่คิดมาก ตั้งใจเรียนไม่ลองภูมิอย่างที่เคยได้ยินมา ทำให้ชีวิต
นิสิตฝึกสอนมีความสุขมากขึ้น ความมุ่งมั่นพยายาม ความอบอุ่น

จากอาจารย์พี่เลี้ยงและอาจารย์สาธิต ปทุมวันที่ดูเป็นกันเองและให้
ความเอ็นดูนิสิตเป็นอย่างดี ความผูกพันกับลูกศิษย์เปลี่ยนความคิด

คนที่ไม่อยากเป็นครูไปโดยสิ้นเชิง “บทบาทของนิสิตฝึกสอน”
กำลังจะผ่านพ้นไป โอกาสดี ๆ ก็มาถึงโดยไม่คาดคิดผู้ใหญ่ให้ความ

เอ็นดูให้โอกาสเราได้สอบเพื่อคัดเลือกเป็นอาจารย์ของสาธิต ปทุมวัน
ในตอนนั้นไม่มั่นใจว่าจะได้รับการคัดเลือก จึงไปพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ประจำโรงเรียน ขอพรจากพระพิฆคเนศ แล้วก็ได้รับเลือกจริง ๆ

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 169





“บทบาทของครูสาธิต ปทุมวัน” ในตอนแรกยังใหม่กับการทำงาน

ชีวิตความเป็นครูจริง ๆ ต่างจากการฝึกสอนค่อนข้างมาก ทั้งงานสอน
งานนอกเหนือจากการสอน การออกข้อสอบ แต่โชคดีที่มีรุ่นพี่คอย

แนะนำ ช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ แม้บางครั้งต้องหลั่งน้ำตา
เมื่อเกิดปัญหาในเรื่องงานแต่อุปสรรคก็ผ่านพ้นไปด้วยดีเพราะเรามี

กำลังใจจากพี่ ๆ และคำแนะนำที่ดีจากหลาย ๆ คน รวมถึงคนที่อยู่
ต่างกลุ่มสาระฯ ด้วยประสบการณ์การไปค่ายวิทย์ ค่ายยุวกาชาด

การประชุมเชิงปฏิบัติการ การทัศนศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ฯลฯ
ได้หล่อหลอมให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวสาธิต ปทุมวัน การใช้

ชีวิตอย่างมีความสุขควรทำอย่างไร จรรยาบรรณของความเป็นครูที่พึง
ปฏิบัติมีอะไรบ้าง และอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญมากในชีวิตความเป็นครู

คือ “บทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษา (อาจารย์ประจำชั้น)” ในตอนแรกครูที่
ดูแลนักเรียนในแต่ละห้องจะมี 2 คน คืออาจารย์ประจำชั้นและอาจารย์

ที่ปรึกษา โดยส่วนใหญ่อาจารย์ประจำชั้นจะเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่และ
อาจารย์ที่ปรึกษาจะเป็นอาจารย์ที่อายุน้อยกว่า จะได้เรียนรู้งานจาก

อาจารย์รุ่นพี่ว่าต้องดูแลเด็กในเรื่องใดบ้าง การแก้ปัญหาเมื่อเด็กเกิด
ปัญหาทั้งด้านการเรียน ความประพฤติ ชีวิตส่วนตัว สิ่งสำคัญคือรุ่นพี่

จะสอนถึงคุณลักษณะของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ดีโดยการเป็นแบบอย่าง
ที่ดีให้รุ่นน้องเห็นและนำไปเป็นแบบอย่าง ทั้งบุคลิกภาพ ความเป็นมิตร

ความจริงใจ อารมณ์ที่มั่นคง ความกระตือรือร้น ความยืดหยุ่น ความ
รับผิดชอบ ฯลฯ ต้องขอขอบคุณอาจารย์หลายท่านที่สั่งสอนและคอย

ชี้แนะจนทำให้เราได้เป็นครูประจำชั้นที่ดีจนถึงทุกวันนี้

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน

















ชีวิตความเป็นครู ไม่ต้องการ


อะไรมากนอกจากการมีชีวิตที่มี


ความสุขกับการทำงาน อยู่ร่วมกับคนอื่นได้


อย่างมีความสุข มีเวลาดูแลครอบครัวและ

คนที่เรารักแค่นี้ก็พอแล้ว

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 171





สาธิตปทุมวัน ไม่ได้มีชื่อเสียงด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว

กิจกรรมเสริมหลักสูตรก็เด่นไม่แพ้กัน กิจกรรมมากมายที่ครูและนักเรียน
ต้องทำร่วมกันโดยมีครูเป็นผู้ชี้แนะและให้คำปรึกษา กีฬาสี งานปีใหม่

งานวิพิธทัศนา กีฬาสาธิตสามัคคี งานเดิน- วิ่งการกุศลฯลฯ ครูต้องมี
หน้าที่เป็นกรรมการงานฝ่ายต่าง ๆ แต่ละงานมีรูปแบบการปฏิบัติที่

หลากหลาย มีหัวหน้างานแต่ละงานสลับสับเปลี่ยนกันไปตามความ
เหมาะสม แต่วัฒนธรรมการทำงานของสาธิตปทุมวันแม้จะแบ่ง

หน้าที่กันอย่างชัดเจนแต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริงทุกคนก็ช่วยเหลือกัน
อย่างเติมที่โดยไม่เกี่ยงว่าเป็นงานของใครที่ต้องรับผิดชอบทำให้

เราอยู่กันอย่างพี่น้อง เห็นอะไรไม่ดีไม่ถูกต้องก็สอน หรือเตือนกัน
ใครทำผิดก็พร้อมจะให้อภัยได้เสมอ ทำให้งานหรือกิจกรรมหลาย ๆ

อย่างที่ยาก ท้าทายความสามารถ และเป็นงานใหม่ ๆ สามารถทำให้
สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและมีประสิทธิผลที่ดีมาก อีกงานหนึ่งที่ท้าทาย

ความสามารถไม่แพ้งานอื่น ๆ คือเมื่อเราทำงานมาอย่างน้อย 3 ปี การเป็น
อาจารย์นิเทศก์ประจำโรงเรียนเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบอีกอย่างหนึ่ง

เนื่องจากโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนสาธิต ที่ต้องรองรับนิสิตฝึกสอน
และเราก็ทำด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่งเพราะรู้ดีว่าตอนเราเคยเป็น

นิสิต รู้สึกอย่างไร ต้องการอะไรบ้างและเราได้รับการดูและที่ดีจาก
รุ่นพี่อย่างไรเราก็อยากถ่ายทอดความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านั้นให้แก่รุ่นน้อง

เช่นเดียวกัน “บทบาทของอาจารย์นิเทศก์” จึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่
ท้าทายความสามารถของเรามากเพราะการเดินตามคนอื่นย่อมง่ายกว่า

การเดินนำทางคนอื่นอย่างมาก แต่เมื่อได้เป็นอาจารย์นิเทศก์หลาย ๆ

172 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ปีสะสมประสบการณ์มามาก การเดินนำก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป

การได้เห็นนิสิตที่มาฝึกสอนรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นครูเป็นอีกหนึ่ง
ความภาคภูมิใจในชีวิตความเป็นครูของเราเช่นเดียวกัน


ชีวิตความเป็นครูไม่ต้องการอะไรมากนอกจากการมีชีวิตที่
ความสุขกับการทำงาน อยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข มีเวลา

ดูแลครอบครัวและคนที่เรารักแค่นี้ก็พอแล้ว แต่แล้วบทบาทที่คาดไม่ถึง
ก็มาถึง คือ “บทบาทของหัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1” ผู้ใหญ่ให้

โอกาสทีดีกับเรา ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างมากที่เห็นในความ
สามารถและให้โอกาสดี ๆ นี้ แต่ภาระงานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เป็นงาน

ที่ต้องดูแลเด็กในทุก ๆ เรื่อง ด้านวิชาการ การเรียนการสอน การติดต่อกับ
ผู้ปกครอง งานด้านการปกครอง ความประพฤติของนักเรียน บางครั้งที่

เด็กมีปัญหาต้องสอบสวนกันนานเป็นชั่วโมงหรือ 2-3 ชั่วโมงทั้งยังต้อง
อบรมเรื่องความประพฤติ กิริยามารยาทต่าง ๆ ในแต่ละวันมีงานมากมาย

ต้องมีหน้าที่แจกเอกสารต่าง ๆ ของโรงเรียนให้นักเรียนและผู้ปกครอง
รับทราบ ต้องประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ของโรงเรียนเมื่อมีกิจกรรม

หรืองานอื่น ๆ ภาระที่หนักอีกอย่างหนึ่งคือการคิดและพัฒนากิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน เช่น กิจกรรม Walk Rally กิจกรรมโครงงานบูรณาการ

กิจกรรมความรู้คู่คุณธรรม กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และ
วิชาการสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้อง

สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ทั้งกิจกรรม รูปแบบการดำเนินงาน เมื่อหมดกิจกรรม
ก็ต้องสรุปงานและรวบรวมจัดทำเป็นหนังสือและไปเป็นวิทยากร

เผยแพร่กิจกรรมต่าง ๆ ให้แก่โรงเรียนอื่น ๆ นี่อาจเป็นเพียงการสรุปงาน

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 173





สั้น ๆ ซึ่งในเนื้องานหรือการทำงานจริง ๆ นั้นมีรายละเอียดของการทำงาน

ปัญหาอุปสรรคมากมายที่ต้องทำ แต่ยังมีความโชคดีที่ อาจารย์ระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 ทุกคนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีจิตอาสาและ

ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี มีส่านร่วมในการ
คิดกิจกรรม เสนอแนะแนวทางในการทำงานร่วมกัน พร้อมที่จะช่วยกัน

แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน
อยู่กันแบบพี่น้อง ทำงานเหมือนกองทัพมดที่สามารถแบกขอนไม้ใหญ่

ขึ้นมาได้ ต้องขอขอบคุณมานะโอกาสนี้เพราะงานระดับชั้นจะประสบ
ความสำเร็จไม่ได้เลยหากไม่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากพี่ ๆ

น้อง ๆ ในระดับชั้น ม.1

ที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นล้วนเป็นบทบาทหน้าที่ ที่เกี่ยวกับ

การทำงานเป็นส่วนใหญ่ แต่อีก 3 บทบาท ที่มีส่วนสำคัญในชีวิต
และเป็นบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการใช้ชีวิตในสาธิต ปทุมวันคือ

“บทบาทของความเป็นพี่ เป็นน้อง และบทบาทของความเป็นเพื่อน”
มีคนเคยบอกว่า “เราจะรู้ว่าใครรักเราก็ต่อเมื่อเรามีปัญหา” เป็นคำพูด

ที่ยังจำได้แม่นและได้เจอกับตัวเอง เมื่อพบกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
เมื่ออยู่ ๆ แม่ที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่เคยป่วยเป็นโรคใด ๆ เลยก็มาป่วย

ด้วยโรคที่ไม่ค่อยเคยพบ ก็คือโรคต่อมน้ำเหลือง ระบบภูมิคุ้มกัน
ทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง เมื่อแม่ป่วยพ่อซึ่งรักแม่มากก็เครียดจึงเป็นโรค

หัวใจตามไปด้วยอีกคน ในตอนนั้นชีวิตเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย
คนที่ไม่เคยพบกับปัญหาที่หนักแบบนี้ในชีวิต ความรู้สึกตอนนั้นบรรยาย

ไม่ถูก คิดแต่เพียงว่าถ้าพ่อกับแม่เป็นอะไรไปเราคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้ว

174 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีเสมอ ความรักความห่วงใยจากพี่ ๆ

น้อง ๆเพื่อน ๆ ที่คอยให้กำลังใจ ถามด้วยความห่วงใย เป็นกำลังใจให้
ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ทำให้ความรู้สึกของเราดีขึ้นมาก มีกำลังใจและ

สามารถฝ่าฟันอุปสรรคและผ่านพ้นช่วงมรสุมชีวิตมาได้ พ่อกับแม่
กลับมามีสุขภาพแข็งแรงอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้

เราประทับใจในความห่วงใยจากใครหลายคนที่มอบให้ ต้องถือโอกาสนี้
ขอบคุณมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ชีวิตของคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบจริง ๆ

เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดผ่านเข้ามาอีก เมื่ออยู่ ๆ เราก็ถูกโจรบุกเข้าไปจี้
ชิงทรัพย์ถึงในบ้าน เป็นเหตุการณ์ที่เลวร้าย น่ากลัวมาก เราเสียเงิน ทอง

และทรัพย์สินมีค่าไปหลายอย่างแต่โชคดีที่ไม่ถูกทำร้ายร่างกาย
ความตกใจทำให้เราเกิดภาวะหวาดกลัวอยู่พักใหญ่ ในช่วงเวลานี้พี่ ๆ

เพื่อน ๆ หลายคนคอยปลอบและให้กำลังใจ ตามไปเป็นกำลังใจที่บ้าน
ไปเป็นเพื่อนที่โรงพัก ขณะที่ต้องถูกตำรวจซักถามถึงรายละเอียดต่าง ๆ

เป็นกำลังใจที่สำคัญนอกเหนือจากกำลังใจที่ได้จากครอบครัว
ขอขอบคุณทุก ๆ คนที่อยู่เคียงข้างเสมอ และไม่เห็นว่าเหตุการณ์นี้เป็น

เรื่องตลกเพราะหากเกิดเหตุการณ์นี้กับใครจะเข้าใจว่ามันเป็นความรู้สึก
ที่แย่เพียงใด ได้แต่ภาวนาว่าอย่าได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใคร ๆ อีกเลย

ทุกเรื่องราวที่ผ่านมาไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ต้องขอขอบคุณโอกาสดี ๆ

ที่ทำให้ได้มาเป็นครู สาธิตปทุมวันทำให้ได้มาพบกับสิ่งดี ๆ อีกมากมาย
ที่ไม่อาจบรรยายได้หมดได้มาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้วัฒนธรรมของชาวสาธิต
ปทุมวันไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด ในตอนนี้จะขอทำทุกบทบาทให้ดีที่สุด

อย่างน้อย ก็เป็นโอกาสที่จะได้ตอบแทนบุญคุณของ “สาธิต ปทุมวัน”

หุ่นไม่ให้...แต่ใจรัก



















































ï อาจารย์ชุติมา ทศเจริญ ï

176 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน









หุ่นไม่ให้...แต่ใจรัก




ï อาจารย์ชุติมา ทศเจริญ










จั่วหัวข้อเอาไว้ให้สงสัยว่า เรื่องที่จะพูดถึงนั้นเป็นเรื่องของ

อาชีพนางแบบหรือปล่าว ? เห็นว่าคงจะไม่ใช่ ด้วยเหตุที่ว่าผู้เขียนนั้น
ประกอบอาชีพที่เรียกว่า เรือจ้าง หรือมีอาชีพเป็นครูนั่นเอง เป็นหัวเรื่อง

ที่เปรียบเปรย ถึงบุคลิกภาพที่แสดงออกไป ที่ดูเหมือนจะไม่นิ่ง ไม่สุขุม
เหมือนกับคนเป็นครู แต่ในใจนั้น




“เต็มร้อย” รักในความเป็นครูอย่างยิ่ง






อาชีพที่ใฝ่ฝันของเด็กหญิงทั่วไปมีมากมาย เช่น พยาบาล

หมอ แอร์โฮสเตส รวมไปถึงอาชีพครู ดิฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น อาชีพที่
เวลาใคร ๆ ถามก็จะตอบอย่างชัดเจนเสมอว่า อยากเป็นพยาบาล

หวังจะดูแลคนที่เจ็บป่วย แล้วความรู้สึกที่แท้จริงก็เริ่มขึ้นตอนช่วง

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 177





มัธยม ด้วยความที่รู้สึกชื่นชมอาจารย์ประจำชั้น ที่ให้คำปรึกษาหลาย ๆ

เรื่อง คอยดูแลเอาใจใส่เรา จนเกิดความรู้สึกดี ๆ กับอาจารย์ท่านนั้น
หลังจากนั้นก็ช่วงเรียนสายอาชีวศึกษา ด้วยสายงานที่เรียนจะต้อง

คลุกคลีกับอาจารย์มาก เช่น การส่งประกวดงานฝีมือต้องทำงานกัน
ข้ามคืน หรือรับงานจ้างต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานคหกรรม บางครั้งถึง

ขนาดต้องอยู่กับอาจารย์เป็นอาทิตย์ ตลอดเวลาได้มีโอกาส เก็บเกี่ยว
ประสบการณ์ชีวิต รวมไปถึงประสบการณ์ของครู ผู้ที่มีแต่ให้ และคอย

หวังดีตลอดโดยมิได้หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ

วันหนึ่งได้มีโอกาสศึกษาต่อวิชาชีพครู ซึ่งเป็นอาชีพที่ตั้งใจ

อยากจะเป็น จึงรู้สึกภูมิใจ การเรียนสายครูคหกรรม ไม่ยากและ
ไม่ง่ายจนเกินไป แต่สิ่งที่ได้รับคือ ความสุขจากการเรียน มีหลายวิชา

ที่ตนเองชอบ หนึ่งในนั้นคือ วิชาเทคนิคการสอน ที่จำได้ตอนเรียนอาจารย์
จะสอนทฤษฏี แล้วหลังจากนั้นก็จะให้นักศึกษา ไปเตรียมการสอน

ในวิชาที่อาจารย์เลือกให้ แล้วให้นักศึกษาสอนเพื่อน ๆ ในห้องรวมไปถึง
อาจารย์ที่สอนด้วย โดยไม่ให้มีการนัดแนะกับเพื่อน ๆ มาก่อน แล้วเวลา

สอนไปแล้ว ถ้าเพื่อนถามจะต้องตอบอย่างไร แก้ไขปัญหาอย่างไร
แต่..เพื่อนทุกคนก็ต้องมีการนัดแนะกับเพื่อนมาก่อนเพื่อให้การสอน

ผ่านพ้นไปด้วยดี

พอถึงช่วงฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจริง ๆ ต้องใช้เวลาอยู่กับ

นักเรียนจริง ๆ ถึง 1 เทอม นั่นคือก็คือ 3 เดือนเต็ม ๆ จำได้ว่าเป็นช่วงเวลา
ที่เหนื่อยและเครียดที่สุด โรงเรียนที่ฝึกสอนเป็นโรงเรียนที่รุ่นพี่แนะนำว่า

178 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






“เป็นสถานที่ฝึกสอนที่ดี อาจารย์พี่เลี้ยงเอาใจใส่” จึงตัดสินใจลงชื่อไป

ฝึกสอนโรงเรียนนี้กับเพื่อนอีก 3 คน ก่อนการเริ่มต้นที่จะสอนนักเรียน
จริง ๆ ก็ต้องมีการศึกษารายวิชาที่จะสอน พูดคุยกับพี่เลี้ยงโชคดีที่
พี่เลี้ยงทุ่มเท และให้ความสำคัญกับแผนการสอนมาก จะเรียกขอดูแผน

การสอนก่อนการสอน และเมื่อสอนเสร็จแล้วก็จะคุยกันอีกครั้งเรื่องข้อดี
ข้อบกพร่อง


การเตรียมการสอนในรายวิชา คหกรรม วิธีการสอนมีมากมาย
แต่ก็เลือกการสอนแบบสาธิต เพื่อให้เข้าใจง่าย พร้อมฝึกการสาธิต
ขั้นตอน วิธีการปฏิบัติให้แม่นยำ และถูกต้อง เพื่อให้นักเรียนเข้าใจ


กระบวนการได้ง่ายขึ้น มีสื่อการสอนให้นักเรียนได้เห็นภาพ
แต่พอถึงชั่วโมงแรกที่ต้องสอนกับนักเรียน ตื่นเต้นมากกับการแนะนำตัว
ต่อหน้านักเรียนที่ไม่ใช่ เพื่อนในห้อง หรืออาจารย์ที่สอน หัวใจเต้นแรง

จนทำให้พูดไม่ออก สิ่งที่เตรียมมาทั้งหมดหายไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ
นักเรียน สรุปผลการสอนวันแรกทำให้ต้องกลับไปปรับปรุงตัวเอง


จนวันหนึ่งได้มาเป็นครูจริง ๆ ทำให้ตนเองรู้สึกภูมิใจมาก เพราะ
ถือเป็นการประสบความสำเร็จ ก้าวแรก และก็มีก้าวต่อไปอีกตามลำดับ
ทำให้รู้ซึ้งว่าการเป็นครูไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่การเป็นครูที่ดี ที่สมบูรณ์

แบบทั้งกายและใจมันยากยิ่งกว่า การเป็นครูที่ดีควรมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. เป็นผู้มีความรอบรู้ดี การเป็นผู้มีความรอบรู้ หมายถึง

การมีความรู้หรือความเข้าใจในวิชาการต่าง ๆ ซึ่งได้ศึกษาเล่าเรียน
มาจาก วิทยาลัย/ มหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี มีความความเชื่อมั่นใน
วิชาการแต่ ไม่หยิ่งผยองว่าตนมีความรู้สูง

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 179





2. เป็นผู้มีอารมณ์ขัน การเป็นผู้มีอารมณ์ขัน คือ การเป็น

ผู้ที่สามารถในการรับรู้ ซาบซึ้งหรือสามารถแสดงความรู้สึก ในสิ่งที่ทำให้
ขำขันหรือสนุกสนาน


3. การเป็นผู้มีความยืดหยุ่น หมายถึงการเป็นผู้ที่มีความ
รู้สึกไวต่อการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับเปลี่ยน


4. เป็นผู้มีวิญญาณครู บุคคลที่มีวิญญาณครูโดยแท้จริงแล้ว
จะเป็นผู้ที่มีความ รักในตัวเด็กและยินดีในภารกิจทางการสอน


5. เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ การมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็น
คุณลักษณะที่สำคัญมากสำหรับคนทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็น

ครูอาจารย์ ครูอาจารย์ที่มีความซื่อสัตย์จริงใจเมื่อบอกนักเรียนว่าจะ
ทำอะไรก็จะพยายามทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ


6. เป็นผู้สามารถทำให้เข้าใจได้รวบรัดชัดเจน ความ
สามารถในการทำให้เข้าใจได้รวบรัดชัดเจน จะเป็นเรื่องของการใช้ภาษา

และภาษาเขียน เป้าหมาย สำคัญของการศึกษาประการหนึ่ง ก็คือ เพื่อ

ช่วยให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารได้รวบรัดชัดเจน

7. เป็นคนเปิดเผย การเป็นเปิดเผย คือ การเป็นคนที่เต็มใจ

จะเปิดเผยเรื่องราวที่ตนมีอยู่ให้ผู้อื่นรับรู้ ครูอาจารย์ที่เปิดเผยสิ่งต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตนเพื่อแสดงเป็นตัวอย่างหรือเปิดเผยความรู้สึก
ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือในสถานการณ์ที่กำหนด

180 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






8. เป็นผู้มีความอดทน การเป็นผู้มีความอดทนในที่นี้ แสดงถึง

ความเป็นบุคคลที่มีความเพียรพยายามหรือขยันขันแข็ง น้อยคนนัก
ที่จะมีคุณสมบัติข้อนี้อย่างเพียงพอ ส่วนนักวิจัยนักปฏิบัติการต่าง ๆ

ก็พยายามเสนอแนะเทคนิค การเรียนการสอนจำนวน มากมาย เพื่อให้
ครูอาจารย์นำไปใช้กับนักเรียนกลุ่มต่าง ๆ ครูอาจารย์อาจจะเกิดความ

ข้อง ชัดใจเมื่อต้องรับภาระกับ นักเรียนจำนวนมาก ๆ ดังนั้น ครูอาจารย์
จะต้องมีความอดทนในการสอนนักเรียนในชั้น และจะต้องอดทน

ต่อการเรียน รู้ถึงความเจริญก้าวหน้า ทีละเล็ก ทีละน้อยวันต่อวันของ
นักเรียน มากกว่าที่จะหวังผลเหมือนการแสดงละครในทันที ทันใด


9. เป็นผู้กระทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีงาม ครูอาจารย์ควร
เป็นบุคคลที่กระทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีเป็นพิเศษ เพราะเด็กและ

เยาวชนต้องการแบบอย่าง การกระทำที่ถูกต้องดีงาม เพื่อใช้เป็น
แนวทางใน การดำเนินชีวิตของตน ปัจจุบันแบบกระสวนพฤติกรรมต่าง ๆ

ของเด็กจำนวนมากมักจะได้มาจากแบบอย่างที่มาจากโทรทัศน์
ภาพยนตร์ หรือเพื่อนบ้าน แบบอย่างบางประการ ที่ได้มาจาก สื่อมวลชน

อาจจะดี แต่ก็มีพฤติกรรมบางอย่างที่ ลอกเลียนมาเป็นไปในทางลบ
เยาวชนที่ขาดความรักความอบอุ่น จากบิดามารดา ปู่ย่า ตายาย

และไม่ได้แบบอย่างที่ดีงามจากครูอาจารย์ มักจะปฏิบัติตัวไปในทาง
เสื่อมเสียตาม ที่ตนเองได้ตัดสินใจ ดังนั้น ครูอาจารย์ ควรระลึกอยู่เสมอว่า

การกระทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก ๆ ที่ตนเอง รับผิดชอบเป็น
สิ่งหนึ่งที่ดีที่สุดที่ครูอาจารย์สามารถให้ความช่วยเหลือสังคม

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 181





10. เป็นผู้ที่มีความสามารถนำความรู้ทางทฤษฎีไป

ปฏิบัติได้ การนำเอาความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาเล่าเรียนในสถาบัน
การศึกษาไปใช้ในโรงเรียนจริง ๆ ให้เกิดผลอย่าง มีประสิทธิภาพเป็น

เรื่องที่ค่อนข้างยาก ดังนั้นในการจัดกระบวนการเรียนการสอนในสถาบัน
ฝึกหัดครู จึงพยายามให้ นักศึกษาครูได้มีประสบการณ์ในการสอนให้

มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นักศึกษาครูจะต้องพยายามมีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง
กับสถานการณ์จริง ๆ ในห้องเรียนให้มากและพยายามไต่ถามข้อข้องใจ

จากอาจารย์ที่มีประสบการณ์จากผู้บริหาร จากผู้ปกครองและจาก
นักเรียน เป็นต้น


11. เป็นผู้มีความเชื่อมั่นในตนเอง ในเมื่อเราได้กำหนด
ตัวของเราเองเพื่อการสอนแล้ว ดังนั้น วิธีที่ดี ที่สุดต่อการสร้างความ

เชื่อมั่น ให้แก่ ตนเอง ก็คือการ ทดสอบตัวเอง และพัฒนาความ
เชื่อมั่นในประสบการณ์ต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับการสอนให้มากที่สุด เท่าที่จะ

ทำได้ การได้รับข้อสังเกตในทางบวก จากงานที่ได้กระทำสำเร็จลงด้วยดี
จะช่วยส่งเสริมความ เชื่อมั่นของบุคคล ได้อย่างดี


12. เป็นผู้มีความสามารถพิเศษในศิลปะและวิทยาการ
หลาย ๆ ด้าน ครูอาจารย์ที่ประสบความสำเร็จ ส่วนมากมิได้มีความรู้

เพียงอย่างเดียว แม้ว่าผู้ประกอบวิชาชีพครูจะได้ เลือก เรียนวิชาสาขา
ใดสาขาหนึ่งเป็นวิชาเอก เช่น การประถมศึกษา ดนตรีศึกษา สังคมศึกษา

วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ หรืออื่น ๆ

182 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






13. เป็นผู้แต่งกายเรียบร้อย สะอาด สง่าผ่าเผย และมี

สุขอนามัยส่วนตัวดี เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ได้ออกแบบมาด้วยราคาแพง ๆ
มิใช่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพครู สิ่งสำคัญ อยู่ที่ความ
สะอาดเรียบร้อย และสวมใส่ เนื้อผ้า ซึ่งมีความเหมาะสมกับความเป็น

ครูหรือเหมาะสมถูกต้องตาม รูปแบบ ที่ทางสถานศึกษากำหนด
สุขภาพอนามัยส่วนตัวของครูก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง หากครูมีร่างกายสกปรก
สุขภาพไม่ดีย่อมก่อให้เกิด ปัญหาใน การสอน ครูที่มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย

และจิตใจจะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียนได้มากขึ้น

ปัญหาที่พบกับตนเองก็คือ บุคลิกภาพ ท่วงท่า กริยาที่

เหมาะจะเป็นครู รวมไปถึงการแต่งกาย ได้รับการตักเตือนจากอาจารย์
ผู้ใหญ่ ทำให้มีการปรับปรุงตามลำดับ เพราะตนเองเชื่อในสโลแกน
ของโรงเรียน “สมรรถภาพในการปรับตัวคือความสำเร็จในชีวิต” แต่

ศักยภาพในการปรับตัวของแต่ละคนอาจจะเร็วช้าแตกต่างกันไป สำหรับ
ตนเองแล้วก็พยายามที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น ณ วันนี้แม้จะยังไม่เป็นครู
ที่ดีสุดแต่ จุดมุ่งหวังในอนาคตต้องเป็นครูที่ดีให้ได้ เพื่อวิชาชีพที่ตัวเองรัก

ต้องมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพทางในทุก ๆ ด้านของตนเองให้เป็นครูที่
สมบูรณ์แบบ


แหล่งอ้างอิง

สุมน อมรวิวัฒน์. (2552). คุณค่าของความเป็นครูในสังคมปัจจุบัน. ใน เอกสาร
การประชุมผู้บริหาร สถาบันราชภัฏผลิตครู เมื่อ พ.ศ.2534 ครั้งที่ 4
ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์
สืบค้นเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2553. จาก http://board.dserver.org/s/
satitchula/00000065.html

ผู้กำกับอย่าง...ครู




















































ï อาจารย์ณัฐิกา ลี้สกุล ï

184 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน









ผู้กำกับอย่าง...ครู




ï อาจารย์ณัฐิกา ลี้สกุล











“เงินเดือนครู ไม่ได้มากมายเหมือนอาชีพอื่น
ว่ากันว่าหากเป็น “ครู” ก็เริ่มต้นชีวิตด้วย “หนี้สิน” เป็นครู มีแต่วันจน

ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีความรวย แต่ทำไมคนหลาย ๆ คนถึงเลือกดำรงชีวิต
ด้วยวิชาชีพ “ครู” หรืออาจเป็นเพราะจิตวิญญาณของความเป็นครู

จิตของความเสียสละ จิตของการเป็นผู้ให้ ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะ
เหตุผลอะไร “คุณ ผู้เป็นครู” ไม่ว่าจะเป็นครูก็ดี นิสิตฝึกประสบการณ์

วิชาชีพก็ดี ลองถามตนเองดูอีกทีว่า วันนี้คุณมีสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน
ซึ่งความจริงแล้วคุณอาจมีน้อย มีบ้าง หรือแทบไม่มีเลย


“วิจัยในชั้นเรียน” อาจทำให้นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

ครูเรียนจบหลักสูตร อาจทำให้ครูเลื่อนวิทยฐานะของตนเอง เงินเดือน
อาจเพิ่มมากขึ้น หรืออาจก่อให้เกิดประโยชน์มากมายทางการศึกษา
เช่น ผู้เรียนเกิดพัฒนาการที่ดีขึ้นจากการวิจัย วันนี้คุณทำงานวิจัยส่งเพื่อ

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 185





ตัวเองจะได้มีงานส่งอาจารย์นิเทศก์ หรือทำเพื่อพัฒนาลูกศิษย์ของ

คุณเอง คำตอบไหนที่นิสิตครูส่วนมากเลือกเป็นเหตุผล เป็นแค่นิสิตฝึก
ประสบการณ์จะคำนึงถึงนักเรียนทำไมมากมาย แค่ให้จบการศึกษา

ทุกอย่างก็จบกันอย่างนั้นหรือ อย่าลืมว่าวันนี้คุณมาฝึกสอน แต่นักเรียน
เขาไม่ได้มาฝึกเรียน นักเรียนเขามาเรียนจริง ๆ และเขาต้องการความรู้

ที่แท้จริง ต้องการวิชาความรู้เพื่อนำไปใช้จริงในชีวิต ต้องการฝึกฝนให้
เกิดการพัฒนา ต้องการ ๆ ขัดเกลาจากครูให้เป็นคนดีของสังคม ไม่ได้มี

เพียงนักเรียนเท่านั้นที่หวังพึ่งครูอย่างคุณ แต่ยังมีผู้ปกครองของพวกเขา
ที่ฝากให้ครูอย่างคุณดูแลบุตรหลานของเขา เขาไว้ใจและฝากแก้วตา

ดวงใจของเขาไว้ที่ครูอย่างคุณ ถ้าคุณจะทำทุกอย่างเพื่อผลักหน้าที่
ให้พ้นตัว ทำทุกอย่างให้ผ่านพ้นไปวัน ๆ คิดว่าคุณควรพิจารณาตัวเอง

ได้แล้วว่า อนาคตอันใกล้นี้ คุณควรประกอบวิชาชีพครูต่อไปหรือไม่
ฟังดูอาจเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องไกลตัว แต่มันเป็นจรรยาบรรณที่

คนเป็นครูต้องมี

“วันนี้คุณมีความสุขก่อนเข้าสอน หรือสอนเสร็จแล้วจึงมี

ความสุข” หากคุณมีความสุขก่อนเข้าสอนนั่นหมายความว่า คุณพร้อม
ที่จะเป็นครูอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว หากคุณมีความสุขหลังการสอน

นั่นหมายความว่า คุณยังไม่พร้อมที่จะเป็นครู เพราะก่อนสอนคุณมี
ความทุกข์ คุณกลัว คุณพะว้าพะวง อาจเป็นเพราะไม่ได้เตรียมเนื้อหามา

กลัวจะพูดผิด กลัวจะตอบคำถามนักเรียนไม่ได้ฯลฯ แต่เมื่อสอน

186 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






เสร็จคุณจะรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก แบบไหนที่ครูอย่างเรารู้สึก

แผนการสอน เทคนิค วิธีการ คุณเตรียมการสอนทุกอย่างเป็นอย่างดี
เตรียมทุกคำตอบที่อาจพบเจอจากนักเรียน เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์

ที่อาจพบว่าเป็นปัญหาในชั้นเรียน หรือวันนี้คุณทำทุกอย่างแค่ให้ผ่านพ้น
ไปวันหนึ่งเท่านั้น ดิฉันเป็นครูคนหนึ่งที่มีความสุขทุกครั้งที่กำลังจะ

เข้าสอน เพราะรู้สึกว่าในการสอนทุกครั้งของดิฉันเป็นฉากหนึ่งใน
การแสดง และวันนี้จะเป็นการแสดงอีกครั้งหนึ่งที่ดิฉันจะได้ขึ้นไปยืน

อยู่บนเวที ใช่คะ หน้าห้องเรียนนั่นแหละ คือเวทีของดิฉัน ดิฉันจะได้
กำกับการสอนของตัวเอง กำกับว่าวันนี้ผมต้องเล่นบทไหน อารมณ์ไหน

นักเรียนต้องเล่นบทไหน ฉากใด ตอนไหน ถ้าแบบนั้นไม่ดี ไม่ดีเพราะอะไร
ก็จะบอกเหตุผล บอกข้อบกพร่อง และทำตัวอย่างที่ถูกต้องให้นักเรียนดู

และให้เขาลองปฏิบัติตามอีกครั้ง คนเป็นครูสิ่งที่ควรให้นักเรียนเสมอคือ
“โอกาส”


อย่าตัดโอกาสเด็กเป็นพอ ครูทุกคนควรมีความศรัทธา และ
ความเชื่อในตัวเด็ก เชื่อว่าคนทุกคนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล

และความแตกต่างนั้น ก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าเด็กเหล่านั้นสามารถ
ทำได้ หรือทำไม่ได้ ทำดี หรือ ทำไม่ดี คนเป็นครูต้องศรัทธา และเชื่อมั่น

ในตัวนักเรียนทุกคนว่าทักษะในทุกด้านของพวกเขาสามารถพัฒนาให้
ดีขึ้นได้ ดังปรัชญาการศึกษาที่กล่าวไว้ว่า “คนเราเรียนรู้ได้เท่ากันใน

เวลาที่ไม่เท่ากัน และคนเราเรียนรู้ได้ไม่เท่ากันในเวลาที่เท่ากัน”
และเป็นหน้าที่ของใครกันที่จะทำการพัฒนาสิ่งเหล่านั้นให้กับพวกเขา

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 187





ถ้าไม่ใช่ “ครู” ทุกวันนี้สิ่งที่ดิฉันมีความสุขที่สุดก็คงจะเป็นพัฒนาการ

ของนักเรียนที่มันดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังการวัดและประเมินผลครั้ง
สุดท้ายก่อนจบปีการศึกษา ความรู้สึกตอนนั้นความเหนื่อยล้ามันหาย

ไปไหนหมดดิฉันยังคงแอบสงสัย สิ่งที่ดิฉันสัมผัสได้ตอนนั้นคือความ
ตื้นตันใจ และหลังจากนั้นคงเป็นเสียงของนักเรียนที่ล่องลอยมาการันตี

ความสำเร็จในการเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ของดิฉัน “คุณครูคะ หนูขอบคุณ
ครูมากนะคะที่ทำให้หนูว่ายน้ำเป็น จากที่หนูว่ายน้ำไม่เป็นเลย ทุกครั้ง

หนูจะบอกคุณครูเสมอว่าหนูทำไม่ได้ แต่คุณครูก็จะเชื่อในตัวหนูเสมอ
และบอกกับหนูทุกครั้งเลยว่าหนูทำได้ แล้ววันนี้หนูก็ว่ายน้ำได้แล้วค่ะ”

หลังจากวันนั้นดิฉันกลับมานั่งทบทวนตัวเองดูว่าตลอดหนึ่งเทอมที่
ผ่านมา ดิฉันใช้วิธีการไหนในการสอน ดิฉัสอนอะไรพวกเขาไปบ้าง

ผมให้พวกเขาทำอะไรไปบ้าง แล้ววันนี้ดิฉันก็ได้คำตอบแล้วคะ
สำหรับดิฉันการเป็นครู ก็เปรียบเสมือนเป็นผู้กำกับหนัง ๆ ที่ครูอย่างดิฉัน

จะต้องลงมือเป็นผู้เขียนบทด้วยตัวเอง กับเคล็ดลับง่าย ๆ กับการเป็น

“ผู้กำกับอย่างครู”

1. “เขียนบท และซ้อมบทละครให้ดี”

หมายถึง การเตรียมแผนการสอน เนื้อหา สื่อการสอน เทคนิค

วิธีการ และแนวทางการแก้ปัญหา ที่อาจเกิดขึ้นชั้นเรียน รวมถึงเตรียม
คำตอบในเนื้อหาที่จะสอนมาให้ดี เพราะอาจถูกนักเรียนถามได้ใน

บทเรียนนั้น ๆ ถ้าตอบไม่ได้คุณจะอายเด็กมาก ๆ เพราะนักเรียนบางคน
ชอบลองภูมิครู (โดยเฉพาะนิสิตครูโดนประจำ)

188 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






2. “ศรัทธา ให้โอกาส เชื่อมั่นในตนเอง และนักแสดง

คนอื่น ๆ”

หมายถึง การศรัทธาในตัวเอง ให้โอกาส และเชื่อมั่นในตัว

นักเรียน หมายถึง ศรัทธาว่าวิชาชีพที่เราเรียนมาสามารถพัฒนาเด็ก
ได้ทุกรูปแบบ ให้โอกาสนักเรียนได้ปฏิบัติซ้ำ ๆ เชื่อมั่นในตัวนักเรียนว่า

เขาสามารถพัฒนาได้


3. “คาแร็กเตอร์ในแต่ละฉากละคร”

หมายถึง การพูดคำไหนคำนั้น กฎคือ กฎ เล่นคือ เล่น
เรียนคือ เรียน ห้ามไปทำทีเล่นทีจริงกับนักเรียนโดยเด็ดขาด มิเช่นนั้น

คุณจะคุมชั้นเรียนไม่อยู่ คาบต่อไปจะเป็นเช่นไร อยู่ที่ครูอย่างคุณจะ
เล่นบทไหน คาแรกเตอร์ไหนในฉากแรก ดังนั้นกำกับตัวเองให้ดี


4. “เล่นละครด้วยความมุ่งมั่น”


หมายถึง ทุกครั้งที่ทำการเรียนการสอน อยากให้ครูทุกคนสอน
อย่างจริงจัง ตั้งใจ ให้คิดเสียว่าเรากำลังสอนลูก สอนหลานของตนเองอยู่
อย่าคิดว่าเขาเป็นแค่นักเรียนคนหนึ่ง ลูกก็ไม่ใช่ จะต้องสอนอะไร

มากมาย ทุกครั้งที่ทำการสอน อยากให้ทุกคนท่องประโยคนี้ให้ขึ้นใจ

“เราคือแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ของชาติ เราคือความหวังของพ่อแม่อีกนับล้าน
เรากำลังขัดเกลาอนาคตของชาติ อนาคตของชาติอยู่ในมือครูอย่างเรา
ดังนั้น ทุกครั้งที่ทำ(สอน) ต้องดีที่สุด ทุกครั้งที่ทำ(สอน) ต้องสุดชีวิต”

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 189





5. “Feedback ผลย้อนกลับ และหาแนวทางการแก้ไข”


5.1 หมายถึง การจดบันทึกหลังการสอนในทุก ๆ ครั้ง เช่น
วันนี้สอนอะไรไปบ้าง นักเรียนทำได้หรือเปล่า ข้อดี ข้อเสียในการสอน

และปฏิบัติในคาบนั้น ๆ รวมถึงจดบันทึกนักเรียนที่มีทักษะอ่อน ๆ ไว้
(หาแนวทางการแก้ไข เช่น วิธีการสอน เทคนิค วิธีการสอนแบบใหม่ ๆ

ที่ทำให้เด็กเก่ง และเด็กอ่อนเรียนร่วมกันได้อย่างไม่เบื่อหน่าย)

5.2 หมายถึง การให้คะแนนการสอนของตัวเองทุกครั้ง และ

หาข้อบกพร่องของตัวเอง (ต้องคิดเสมอว่าทุกครั้งที่สอนต้องดีที่สุด
ทุกครั้งที่สอนต้องสุดชีวิต ) ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่อยากให้การสอนของดิฉัน

ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แต่แล้วดิฉันก็พบคำตอบว่า “ไม่มีความ
สมบูรณ์แบบอยู่จริงบนโลกใบนี้” ไม่มีวันที่เราจะทำอะไรโดยปราศจาก

ความผิดพลาด มีแค่วันนี้เราจะทำอย่างไรให้สิ่งนั้นผิดพลาดน้อยที่สุด
ก็เท่านั้น”


6. “หมั่นฝึกฝนตนเองอยู่ตลอดเวลา”


หมายถึง การเรียนรู้ตลอดชีวิต ทุกวันนี้ความรู้ไม่ได้มีแค่ใน
ห้องเรียน แต่ความรู้มีอยู่รอบๆ ตัวเรา คนเป็นครูต้องรู้เท่าทันเหตุการณ์
บ้านเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่กำลังเปลี่ยนไป ที่สำคัญไปกว่านั้น

ในการเรียนการสอนในวิชาต่าง ๆที่เราเป็นผู้สอน ควรนำเนื้อหา รูปแบบ

เทคนิค หรือวิธีการสอนมาปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์ และยุคสมัยนั้น ๆ
ด้วยเช่นกัน เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน




















“วันนี้คุณมีความสุข



ก่อนเข้าสอน


หรือสอนเสร็จแล้ว



จึงมีความสุข”

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 191





7. “คุณธรรม จริยธรรม ฝึกให้เกิดขึ้นในจิตใจ”


หมายถึง มีคุณธรรม จริยธรรมในใจ คนเป็นครูต้องมีความ
เที่ยงตรง จิตใจหนักแน่น ให้ความรู้กับทุกคนโดยไม่ถือเลือกปฏิบัติ

เด็กทุกคนคือนักเรียน นักเรียนทุกคนคือลูกศิษย์ ดังนั้นนักเรียนทุกคนมี
สิทธิเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งชั้นวรรณะ จิตใจไม่โอนเอียง ผิดว่าไปตามผิด

ถูกว่าไปถามถูก (ใช่ว่าคนนั้นเป็นลูกคุณท่าน เป็นหลานคุณเธอ
จะมาขอให้ได้คะแนนดี ๆ ทั้งที่สอบไม่ผ่านไม่ค่อยมาเรียนก็คงไม่ใช่)

จงฝึกให้เป็นนิสัย

8. “ฝึกจิตให้คิดบวก และมีกัลยาณมิตรต่อตนเอง นักเรียน

และเพื่อนร่วมงาน”

หมายถึง หากอยากจะได้ความรักจากใคร เราก็ควรจะให้

ความรักกับเขาก่อน หรือหากอยากจะได้ใจใคร เราก็ควรจะให้ใจเขาก่อน
เช่นกัน ใช่แล้วในที่นี้หมายถึง ความจริงใจ ความปรารถนาดี การคิดดี

การทำดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้คิดทุกอย่างไปในทิศทางที่ดีไว้ก่อน เช่น
ครูในกลุ่มสาระฯหยิบข้าวกล่องให้ครูทุกคน ยกเว้นเรา ให้คิดเสียว่า

เขาอาจจะรู้สึกว่าเขาหยิบให้ครูครบทุกคนแล้ว แต่ความจริงแล้วเขา
ลืมหยิบให้เรา ท่องไว้ให้ขึ้นใจ “ณ ช่วงเวลานั้น เขาคงทำดีที่สุดแล้ว”

พยายามอย่าคิดเล็กคิดน้อย จงเข้าใจในตัวเขาและให้โอกาสเขา

192 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






หากถึงคราวเราที่ต้องทำอะไรให้เขาก็ให้เราทำให้เขาเหมือนปกติ

เราทำให้คนอื่นอย่างไร ก็ทำให้เขาอย่างนั้น เราพึงปราถนาดีกับคนทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชา เพื่อนที่ทำงาน หรือนักเรียนที่เราสอน

เราให้สิ่งใดกับใครไป เราก็มักจะได้สิ่งนั้นกลับคืนมา หากให้ความรัก
กับเพื่อนร่วมงาน สุดท้ายก็คงได้ความรักจากเพื่อนร่วมงานกลับมา

แต่หากทุ่มเทกายใจให้กับผู้เรียน ท้ายที่สุดแล้วก็คงได้หัวใจของผู้เรียน
กลับมาเช่นกัน

ระเบิดเวลา



และ


เอ็ม 79











































ï อาจารย์ต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน ï

194 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน




ระเบิดเวลา และ เอ็ม 79






















ï อาจารย์ต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน



ปฏิเสธไม่ได้กับการให้ความสำคัญกับคำว่า “การศึกษา”
คนที่มีการศึกษาที่ดีเรียนสูงก็คงต้องเป็นคนที่มีโอกาสทางสังคมที่ดีกว่า

คนที่ไม่มีการศึกษา การศึกษาให้โอกาส การศึกษาให้ฐานะ การศึกษา
ให้ความรู้ การศึกษาให้เงิน การศึกษาให้ความสุข การศึกษาทำให้ปัญญา

(หรือเปล่า?) พ่อแม่ผู้ปกครอง ทุกคนจึงพยายามให้การศึกษากับลูก
ของตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ลูกได้ดีกว่าที่ตนเองอยู่

ได้ดีเหมือนที่พ่อแม่เป็นอยู่ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้ดีเท่าพ่อแม่ เพราะ
นี่คือความรักของพ่อแม่ที่ต้อง การมอบให้กับลูก ๆ


ชีวิตของพวกเขาเริ่มตั้งแต่ยังไม่มีการ “ปฏิสนธิ” พ่อแม่
ก็ต้องมองหา เนอสเซอร์รี่ที่จะสามารถเลี้ยงดูอย่างไว้ใจได้ ในเวลา

ที่พ่อแม่ต้องสาละวนกับการทำงานเพื่อหาเงินมาส่งเสียลูก จากนั้น

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 195





ก็ไล่มาเรื่อย ๆ หาโรงเรียนระดับอนุบาล ประถม มัธยมที่ดี ๆ เพื่อตอบสนอง

ความต้องการของครอบครัวว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกแล้ว พอลูก
เข้าไปอยู่ในโรงเรียน บทบาทหน้าที่ส่วนหนึ่งก็เป็นลูกที่ต้องดำเนินการต่อ

โดยมีพ่อแม่เป็นฝ่ายสนับสนุน แต่หลายครอบครัวกลับกัน บทบาท
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของพ่อแม่ไปหมด ควบคุมทิศทางการเดินของลูกจน

เกิดปัญญาขึ้นมาภายหลัง ลูกอยากเลี้ยวซ้าย(บ้าง) แต่พ่อแม่บอกเลี้ยว
ขวาเดี๋ยวนี้ ปัญหาเหล่านี้จะเป็นปัญหาสะสม นานเข้า ๆ ก็เปรียบเสมือน

“ระเบิดเวลา” ที่นับถอยหลังรอเวลาระเบิดขึ้นภายในครอบครัว ระเบิด
เวลาที่ถูกวางอยู่ในตัวทุกคนในครอบครัว บางครั้งความต้องการของ

พ่อแม่เป็นแรง “กด” และ “ดัน” สู่ตัวลูก ๆ ชีวิตของลูกจึงผิดปกติ
เป็นการลัดวงจรของวัย บีบให้เป็น ผู้ใหญ่อัดกระป๋อง คือถูกทำให้

เป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยอันควร การเล่นถูกตัดออกไปจากชีวิต ทั้งที่การเล่นนี่ล่ะ
เป็นการเรียนรู้ที่ดีสุดอย่างหนึ่ง ลูก ๆ ต้องเริ่มเรียนจันทร์ถึงศุกร์ในเวลา

ปกติแปดโมงถึงสี่โมงเย็นตามเวลาของแต่ละโรงเรียน หลังจากนั้น
ก็ต้องรีบไปเรียนพิเศษตอนสี่โมงครึ่งจนถึงสองทุ่มสามทุ่มตามแต่ความ

อึดของแต่ละคน เป็นแบบนี้ไปทุกวัน จากนั้นวันที่เด็ก ๆ รอคอยก็มาถึง
วันที่จะหยุดพักผ่อน ดูการ์ตูนเที่ยวกับครอบครัว ออกกำลังกาย

ไปวัดทำบุญ เสาร์อาทิตย์ก็เป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับการรอคอย
จากสัปดาห์ที่ยาวนานและทรหด แต่บัดนี้ไม่ใช่อีกต่อไป เป็นวันที่เด็ก ๆ

จะต้องช่วงชิงเวลาที่มีอยู่ในมีค่าที่สุด เด็กคนไหนที่หยุดเรียนจะมีความ
รู้สึกผิดอยู่ในสมองตลอดเวลาว่า “ตายแล้ว ฉันหยุด แต่เพื่อนไปเรียน

ฉันต้องเรียนไม่ทันแน่ ๆ เลย” “ไม่รู้ล่ะ จะเรียนรู้เรื่องไม่รู้เรื่องไม่สน

196 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






สมองจะไม่รับก็ช่าง ขอให้ได้เข้าไปอยู่ในห้องเรียนพิเศษ เด็กก็จะอิ่มเอิ่บ

และสบายใจกว่าปกติ” บางรายอาจจะเจอกับกรณีนี้ คือ บอกให้ลูก
พักเถอะเดี๋ยวสุขภาพจะไม่ดี แต่ลูกก็ยังไม่อยากหยุดพักอยู่ดี เพราะ

กลัวว่าถ้าหยุดจะสอบไม่ได้ เอ็นท์ไม่ติด

ลองคิดดูละกันนะครับว่าบรรยากาศในครอบครัวจะเป็น

อย่างไร หรือการเป็นฝ่ายสนับสนุนของพ่อแม่ก็มีส่วนผิดพลาดเหมือนกัน
นะครับ ถ้าสนับสนุนอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ จนเด็กบางคนช่วยเหลือ

ตัวเองไม่เป็น ยกข้าวไปให้กินถึงโต๊ะอ่านหนังสือ กินเสร็จใครล้าง
ให้เงินไปเรียนพิเศษโดยไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อน ลูกบอกขอเงินไปเรียนก็

เห็นว่าเรียนก็เลยให้ บางครั้งก็ต้องติดตามเช็คคอร์สกันเหมือนกันว่า
ไปเรียนอะไร ที่ไหน อย่างไร ดีไหม ราคาเรียนตามนั้นจริงหรือไม่ ?

เพราะบางคนแค่อยากเรียนพิเศษ ไม่ได้ตั้งใจเท่าที่ควร เด็กถือโอกาส
ได้ออกนอกบ้านไปเที่ยวไปกินกับเพื่อน ความห่างระหว่างครอบครัว

จึงเกิดขึ้น เกิดความไม่เข้าใจกัน เสียความมั่นคงภายในครอบครัว
ภาพที่พ่อแม่ไปส่งลูกแล้วมีคุณลูกนั่งหลังรถ “แชทบีบี” “ฟังไอพอด”

ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นเลยระหว่างเดินทางบนรถ

อ้าว!! แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ขั้นต้น

ผมก็ขอตอบว่า “ควรให้เวลากับลูกมากๆ” หาเวลาทำกิจกรรม
ร่วมกันบ้าง จะทำให้เรามีโอกาสรู้ปัญหามากขึ้น จริง ๆ แล้วถ้าเปรียบชีวิต

คนเป็นสมการ ซึ่งคงเป็นสมการหลายรูปแบบ เราคิดว่าเราแก้จุดนี้แล้ว

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 197





แต่บางทีปัญหามันก็ดันไปโผล่ทางอื่นอีกจนได้ เหมือนเราเลี้ยงลูก

ด้วยความรักความเอาใจใส่ ทุ่มเททุกอย่างทั้งชีวิตและเวลา แต่ลูกมัน
ไม่รักดีก็มี อันนี้ต้องทำใจ แต่เบื้องต้น “เวลา” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควร

มีให้กันเป็นอันดับแรก มีค่ามากกว่าเงิน สิ่งของ หรือสิ่งแลกเปลี่ยนใด ๆ
ทั้งสิ้น พูดถึงสิ่งแลกเปลี่ยน ก็คือการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินอย่างหนึ่ง

จากให้เงินลูกเปลี่ยนไปเป็นให้ของแทน โดยมีเงื่อนไขข้อตกลงเพิ่ม
เข้ามา ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกสอบได้คะแนนเท่านี้ พ่อจะซื้อบีบี ให้นะ ฯลฯ

เงื่อนไขเหล่านี้แหละที่จะมาทิ่มแทงตัวท่านเอง ถ้าจะสร้างเงื่อนไข
ควรจะหาเงื่อนไขที่มีอยู่แล้วโดยไม่ต้องหาซื้อ


ผมขอยกตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จที่ผมได้อ่านมา
ในหนังสือ “ซีเครต” นั่นคือ คุณตัน ภาสกรนที หรือ ตันโออิชิ

เครื่องดื่มที่ทุกท่านเคยดื่มกัน บุคคลที่ให้เวลากับครอบครัวเป็นสำคัญ
ครอบครัวคุณตันมีลูกสามคน คุณตันบอกว่า “ภารกิจสำคัญที่สุดที่เขา

จะขาดไม่ได้คือ การไปรับลูกสาวตัวน้อยจากโรงเรียนอนุบาลช่วงบ่าย
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สิ่งนี้เหมือนการเติมเต็มให้เขาได้เดินหน้า

ทำงานต่อไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง” คุณตันยังบอกอีกว่า “ช่วงปิดเทอม
ลูกก็อยู่กับผมเกือบทั้งวัน บางวันก็มาที่ออฟฟิศ” ตอกย้ำถึงการให้

“เวลา” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่กล่าวถึง แต่คุณตันก็ยังเป็นบุคคลที่มี
กฎระเบียบ กับลูก ๆ ไม่เช่นนั้นลูกจะขาดวินัย และเสียนิสัยได้ เช่น

“ต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อนดูหนัง วันหยุดเล่นเกมได้พอสมควร

198 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






อะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้ (ห่วงเรื่องสุขภาพ) แต่ไม่ใช่อะไร ๆ ก็ไม่ได้เลย

เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะอะไรที่ห้ามก็เหมือนยิ่งยุ” ผมก็ยังตั้งคำถาม
ในใจว่า คุณตันรวย ขนาดนี้ ลูกอยากได้อะไรก็คงให้ละซิท่า ยังไงก็

ตามใจลูกอยู่แล้ว แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างที่ผมคิดไว้เลย คุณตันมีแนวคิดว่า
“ต้องสอนให้ลูกประหยัดให้รู้จักคุณค่าของเงิน ที่จริงพ่อแม่ทุกคนก็สอน

ให้ลูกเป็น คนดี แต่บางอย่างต้องมาจากการปลูกฝังอย่างเรื่อง
การประหยัด ไม่ใช่ว่าเราบอกให้เขาฟังแล้วเขาจะทำได้ ทุกอย่างอยู่ที่

การฝึกฝน ทำสม่ำเสมอจนติดเป็นนิสัย ทุกวันนี้แม้มีเงินใช้ แต่ก็ยัง
ติดนิสัยประหยัดอยู่ทั้งครอบครัว เราเคยลำบาก มาก่อน ถ้าให้ลูก

เราสบายมากบางทีก็ไม่ดี เวลาเราไปเมืองนอก ผมนั่งบิสเนสคลาส
ลูกนั่งชั้นประหยัด บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจ เขาขอนั่งกับปาป๊าหม่าม้า

ได้ไหม บางทีแกล้งร้องไห้ เราก็บอกว่า ถึงอย่างไรก็นั่งไม่ได้ จะได้
ก็ต่อเมื่อทำงานหาเงินได้แล้ว บางคนบอกแค่นี้ไม่กี่ตังค์เองผมนั่ง

บิสเนส คลาสตอนอายุ 45 แล้ว เขาเกิดมาได้นั่งเลยก็คงไม่ใช่ เพราะฉะนั้น
ไปเมืองนอกนั่งชั้นประหยัดกับพนักงาน นี่คือสิ่งที่เราอยากสอนเขา”

หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง “เวลาอยู่บ้าน เข้าห้องน้ำปัสสาวะทีต้องครบสามคน
ถึงจะกดน้ำโถปัสสาวะที่บ้านถ้าลุกน้ำจะปล่อยออกมาโดยอัตโนมัติ ลูก ๆ

พอปัสสาวะเสร็จแล้วต้องเข้าแถว เรียกคนต่อมาให้ครบสามคนถึงลุก
เพราะน้ำออกมาแต่ละทีเป็นลิตร ก็เป็นการปลูกฝังในชีวิตประจำวัน

อีกด้วย ซึ่งลูก ๆ ก็สนุกด้วยในทำแบบนี้” นี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อยที่
เอามาลงให้ได้ชมกัน เพื่อแนวทางในการปฏิบัติแก่ท่านที่สนใจ


Click to View FlipBook Version