The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by atitayaporn, 2019-11-14 23:44:59

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิตปทุมวัน เล่ม 2

บางครั้งความต้องการของ พ่อแม่


เป็นแรง “กด” และ “ดัน”


สู่ตัวลูก ๆ ชีวิตของลูกจึงผิดปกติ


เป็นการลัดวงจรของวัย บีบให้เป็น


ผู้ใหญ่อัดกระป๋อง

200 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






อย่างที่ได้กล่าวไปนะครับ ลูกของท่านเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุด (ใช่มั๊ย?)

ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากได้ลูก ที่มีปัญหา มาสร้างปัญหาให้กับโรงเรียน
ครอบครัว และสังคม ฉะนั้นควรปลดล๊อคระเบิดเวลาซะ จะตัดเส้นสีน้ำเงิน

หรือแดง ระเบิดจึงจะหยุด ก็อยู่ที่พ่อแม่ อย่าให้รอระเบิดก่อนค่อย
มาดูว่าเสียหายเพียงใดแบบนั้นคงไม่ทันแน่ ดีที่ยังเป็นระเบิดเวลา

เพราะเรายังมีเวลาให้ “หยุด” แต่ถ้าเราโยนความกดดัน บีบคั้นให้กับลูก ๆ
โดยไม่ให้เขาหยุดพักเลย ได้มีชีวิตที่เป็นเด็กบ้างเลย ผมเชื่อแน่ว่าเขา

ต้องเป็นกลายพันธุ์มาเป็น “ระเบิดเอ็ม 79” แน่ เป็นเอ็ม 79 ที่ไม่รู้ว่าจะ
ยิงมาเมื่อไหร่ เมื่อไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตั้งตัวไม่ทัน เมื่อตั้งตัวไม่ทันก็สูญเสีย

และสูญเสียโดนไม่ทันตั้งตัวนี่แหละน่ากลัวที่สุด

ครูผึ้งน้อย



















































ï ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศรีจันทร์ พันธุ์พานิช ï

202 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน














ครูผึ้งน้อย




ï ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศรีจันทร์ พันธุ์พานิช








ครูผึ้งน้อยคอยสอนอบรมศิษย์ ทั้งชีวิตทุ่มเทเพื่อการสอน
ทั้งขยันเสียสละเอื้ออาทร แต่ขอพรให้ร่ำรวยช่วยด้วยเทอ


ครูสายลับ
ครูสายลับสายสืบทั้งชายหญิง ชอบแอบอิงแอบฟังเรื่องข่าวสาร

เก็บมาเล่าขยายข่าวแล้วรายงาน สุขสำราญบานใจไร้ทุกข์ตรม

ครูลั้นลา

ครูลั้นลาเฮฮาสนุกเหลือ สุขไม่เบื่อปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
มาทำงานเกือบจะสายแทบทุกวัน แสนสุขสันต์ชีวิตครูลั้นลา


ครูนักร้อง
ครูนักร้องหนุ่มสาวพราวเสน่ห์ เสียงกิ๊บเก๋เห่ร้องสนองศิษย์

ให้แสนห่วงเป็นหวัดจามฟุดฟิด พักสักนิดเถิดหนายอดยาใจ

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 203





ครูติดเกม

ครูติดเกมติดไอโฟนติดเฟซบุ๊ก เล่นสนุกเพลิดเพลินให้หรรษา

พึงตระหนักสิ่งนั้นเพียงมายา ใช้ภาษาโปรดระวังเราคือครู

ครูเสนอ

ครูเสนอมีมากมายหลายสถาน เสนองานของผู้อื่นชื่นใจหลาย
คิดทำไมให้ยากลำบากกาย เมื่อไม่ขายก็ขมายขโมยเอย


ครูนางฟ้า
ครูนางฟ้าใจดีนั้นมีหลาย ชอบแจกจ่ายลูกอมขนมหวาน

ขอแท็บเล็ตได้ไหมไว้ใช้งาน ทั้งสร้างบ้านเก็บผักจัดหนักเลย

ครูไฮโซ

ครูไฮโซสุดสวยกะเร่อกะร่า ไฮโซผ้ายาวย้วยกะรุ่งกะริ่ง
ไฮโซสั้นกระจ๋อหวอเสียวไส้จริง ไฮโซสิงถือถุงพะรุงพะรัง


ครูไต้ฝุ่น
ครูไต้ฝุ่นอารมณ์ฉุนอกอึดอัด ชกด้วยหมัดกะละมังเสียงดังผาง

สังกะสีเก่าเก่าร้องครวญคราง ศิษย์หนีพลางหัวร่ออ้อล้อจัง

ครูยุคใหม่

ครูยุคใหม่ใส่กางเกงเรียวชะลูด บ้างสวมสูทผูกเนกไทสอนหนังสือ
ลายดอกแดงเขียวสดซ่าศิษย์ฮาฮือ นี่ครูหรือดาราบ้าแต่งตัว

204 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ครูระเบียบ

ครูระเบียบจัดระเบียบงานทุกอย่าง สิ่งใดขวางเตะสกัดจัดตั้งใหม่

แม้ต้นไม้ยังไม่กล้าจะทิ้งใบ กลัวถูกไล่ไปอยู่ป่าหิมพานต์

ครูอาเซี่ยน

ครูอาเซี่ยนเด็กอาเซี่ยนเรียนภาษา แต่งกายาเทรนด์ญี่ปุ่นปนเกาหลี
กินอาหารอเมริกันชั้นผู้ดี กีฬาสีกีฬาชาติผงาดงาม




บทกลอนนี้เขียนไว้ให้อ่านเล่น อาจแลเห็นข้อขำหรือคำสอน

ทุกทุกบทสร้างสรรค์อย่างละคร แต่ละตอนชอบใจกด like เลย

สูตรสู่ความสำเร็จ




















































ï อาจารย์สมฤดี แย้มขจร ï

206 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน











สูตรสู่ความสำเร็จ





ï อาจารย์สมฤดี แย้มขจร







จากคำกล่าว ของผู้คนทั่วไป ผู้เขียนมักได้ยินเสมอว่า

การจะทำอาหารให้อร่อยต้องทำตามสูตร การจะเรียนคณิตศาสตร์
ให้ได้ดีหรือให้ได้คำตอบที่ถูกต้องก็ต้องใช้สูตร การจะทำการทดลองทาง

วิทยาศาสตร์หรือจะเรียนวิทยาศาสตร์ให้ได้ผลดีก็ต้องมีสูตร ดังนั้น
น่าจะพอสรุปได้ว่า การจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จได้ ส่วนใหญ่นั้น

ควรต้องมีสูตร ต้องทำตามสูตร หรือมีสูตรสู่ความสำเร็จ หรือที่ใคร
หลาย ๆ คน อาจจะเรียกว่า สูตรสำเร็จ ก็ได้ ก่อนที่จะไปถึงสูตรสู่

ความสำเร็จ หรือสูตรสำเร็จ เรามารู้จักความหมายของคำว่า “สูตร”
กันก่อนดีกว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2542

กล่าวไว้ว่า “สูตร” คือ ข้อความที่แต่งขึ้นเป็นแบบ หรือ กฎสำหรับจดจำ เช่น
สูตรคูณ สูตรเลข ดังนั้น สูตรสู่ความสำเร็จ หรือ สูตรสำเร็จ ก็คงจะต้องเป็น

ข้อความ เป็นแบบหรือเป็นกฎสำหรับจดจำ เพื่อให้เกิดความสำเร็จนั่นเอง
ซึ่งในบทความนี้จะขอใช้คำว่า สูตรสู่ความสำเร็จ

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 207





สูตรสู่ความสำเร็จของหลาย ๆ คน อาจจะเหมือนหรือไม่

เหมือนกันก็ได้ และแต่ละสูตรก็อาจจะเหมาะกับคนแต่ละคนเท่านั้น
หรือเรียกว่า “สูตรใครสูตรมัน” สำหรับบางคนก็อาจจะมีสูตรที่เรียกได้ว่า

เป็นสูตรลับเฉพาะของตน (ไม่คิดจะบอกใคร) ที่คิดค้นขึ้นเอง จาก
ประสบการณ์ในการทำงานต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งมา

แล้วนับครั้งไม่ถ้วน หรือบางคนได้สูตรจาก การอ่านหรือศึกษาจาก
ประวัติบุคคลสำคัญต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จและนำมาปฏิบัติตาม

ก็มี นั่นหมายถึง การหา Idol แล้วพยายามทำให้ได้บ้าง สำหรับคน
จำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวพุทธหรือพุทธศาสนิกชน มักจะ

ยึดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่มีอยู่บทหนึ่งที่เราร่ำเรียนกันมา
ตั้งแต่เด็ก ๆ หลักธรรมนั้นก็คือ อิทธิบาท 4 หรือธรรมสู่ความสำเร็จนั่นเอง

ซึ่งผู้เขียนก็ยึดหลักธรรมนี้มาโดยตลอด และเห็นด้วยกับหลักธรรมนี้
อย่างยิ่ง จะว่าไปแล้วหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หลาย ๆ หลักธรรม

เป็นหลักธรรมที่ดี ที่สามารถนำมาปฏิบัติให้เกิดความสำเร็จได้อีก เช่น
สังคหะวัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 เป็นต้น


สำหรับสูตรสู่ความสำเร็จที่ผู้เขียนจะนำเสนอและเป็นแบบอย่าง
ให้กับทุกคนต่อไปนี้ ไม่รู้ว่ามีใครได้เคยอ่านหรือได้เห็นกันมาบ้างรึยัง

อาจจะมีหลายคนเคยเห็นแล้วก็เป็นได้ เพราะผู้เขียนได้รับมาจาก
การเผยแพร่สารสนเทศโดยการใช้เทคโนโลยี หรือ อิเล็กทรอนิกส์เมล์

(อีเมล์นั่นเอง) ได้รับมาแล้ว อ่านแล้วเกิดความรู้สึกดี ๆ และเห็นด้วย
อย่างยิ่ง จึงอยากจะถ่ายทอดไว้ให้ทุกท่านได้อ่าน และนำไปปฏิบัติได้

คิดว่าสูตรนี้คงไม่มีลิขสิทธิ์

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน















ความรู้ ความคิด & ทัศนคติ



สุดท้าย .... ต้องลงมือทำ และมีสิ่ง


ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างที่จะทำให้



ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ คือ

ตัวของคุณนั่นเอง

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 209





สูตรนี้เรียกว่า สูตรสู่ความสำเร็จ เริ่มที่ตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้ง

26 ตัว คือเขาให้เปรียบตัวอักษรเท่ากับตัวเลขดังนี้ ถ้า A B C D E F

G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

มีค่าเท่ากับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 แล้วจะพบว่า....

H+A+R+D+W+O+R+K =8+1+18+4+23+15+18+1=98% HARD
WORK หรือ ทำงานหนัก มีค่าเท่ากับ 98 % (เป็นความจริงใช่หรือไม่

แน่นอนการทำงานหนักก็ต้องประสบความสำเร็จนั่นเอง ตั้ง 98 % แน่ะ)
K+N+O+W+L+E+D+G+E = 11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96%

KNOWLEDGE หรือ ความรู้ มีค่าเท่ากับ 96 % ( นี่ก็ถูกต้อง ความรู้
ทำให้เราประสบความสำเร็จแน่นอน อย่างน้อยก็ 96 %) L+O+V+E

= 12+15+22+5 = 54% LOVE หรือ ความรัก มีค่าเท่ากับ 54 %
L+U+C+K = 12+21+3+11 = 47% LUCK หรือ โชค มีค่าเท่ากับ

47 % จากที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมด ยังไม่มีไม่มีสิ่งใดที่มีค่า 100 %
เลยหรือ !!! แล้วสิ่งใดที่มีค่าเท่ากับ100 %ใช่เงินหรือเปล่า? ความเป็น

ผู้นำหรือเปล่า?ไม่ใช่เลย… (หลายคนแอบคิดกันใหญ่ละซิ) คำตอบก็คือ
สิ่งที่รวมกันแล้วได้คะแนนรวมเป็น 100 (ลองคิดตามว่าถูกต้องหรือ

ไม่) คือ ATTITUDEหรือทัศนคตินั่นเอง : A+T+T+I+T+U+D+E =
1+20+20+9+20+21+4+5 = 100% ผู้เขียนคิดว่าผู้อ่านทุกท่าน

คงเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าทัศนคติที่ดีต่องานทัศนคติที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน
ทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน จากสูตรที่กล่าวมาทั้งหมด

210 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ผู้เขียนจะขอสรุปตามความคิดเห็นของตัวเองว่า การจะทำอะไรให้

สำเร็จหรือประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งนั้น ต้องมีองค์ประกอบ
หลายอย่าง ได้แก่ การมีความรู้ที่ดี การมีความสามารถเฉพาะทาง

การทำงานหนัก ทำงานอย่างทุ่มเท เรื่องความรัก ก็ต้องรักในงานที่ทำ
มีความรักและเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมงาน มีการแบ่งปันช่วยเหลือกัน

เรื่องโชคหรือวาสนาน่าจะเกิดจากการที่เราคิดดี ประพฤติปฏิบัติดีซื่อสัตย์
ก็น่าจะโชคดี (เข้าทำนองทำได้ ได้ดี) มาถึงเรื่องทัศนคติ อันนี้สำคัญ

ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่ ว่าทุกปัญหามีทางออก... บางทีแค่เพียงแต่เรา
เปลี่ยน “ทัศนคติ” ของเราเสียใหม่เท่านั้นเอง “ทัศนคติ” ของเราเท่านั้น

ที่จะเป็นตัวนำทางเราให้ทำงานอย่างมีความสุขประสบความสำเร็จ
และนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้


จากอี – เมล์ที่ได้รับมามีการสรุปที่ดีและน่าสนใจ คือ ความรู้
ความคิด & ทัศนคติ สุดท้าย .... ต้องลงมือทำ (ทำอย่างเต็มที่เต็มกำลัง)

และมีสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้
คือ ตัวของคุณนั่นเอง ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าสูตรสำเร็จอันที่จริง

แล้ว ก็คือ ตัวของเรานั่นเอง หรือใครคิดว่าไม่จริง





แหล่งอ้างอิง


ราชบัณฑิต. ( 2546). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542. กรุงเทพ ฯ :
นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

เส้นทางที่ต้อง



ถากถาง















































ï อาจารย์ต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน ï

212 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน










เส้นทางที่ต้อง
ถากถาง






ï อาจารย์ต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน






ชีวิตของคนเรา มีทางให้เราเลือกเดินมากมาย

บางคนก็เลือกทางเดินของตัวเองที่วาดไว้ตามฝันได้อย่างลงตัว แต่บางคน

ก็ไม่สามารถเลือกในเส้นทางตัวเองได้คิดไว้ หนักกว่านั้นคือบางคน
ไม่สามารถคิดที่จะเลือกด้วยซ้ำไป เพราะชีวิตถูกปูเส้นทางมาไว้ตั้งแต่

ยังไม่ได้เกิดแล้วด้วยซ้ำ ด้วยความคิดที่ว่าเลือกสิ่งที่ดี ๆ ให้กับคนที่เรารัก
และกลัวคนที่เรารักจะลำบาก ชีวิตจึงเกิดอาการฝืนและฝืดเหมือนล้อ

ที่ลูกปืนแตก และยิ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยไม่มีหางเสือกำหนดทิศทาง
แล้วด้วยก็ยิ่งไปใหญ่


ตัวผมเองนั้นโชคดีมากที่ได้ประกอบอาชีพครูซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเอง
ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ๆ “ ผมอยากเป็นครูครับ” เป็นประโยคที่ผมตอบ

อย่างฉะฉานให้กับครูประจำชั้นในวัยเด็ก แม้เส้นทางจะตะกุกตะกัก
อยู่บางในการเดินไปยังเป้าหมาย แต่มันเป็นเพียงอุปสรรคที่เข้ามา

ทดสอบเท่านั้นเอง

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 213





ในปัจจุปันเด็กส่วนใหญ่ต้องแข่งขันเพื่อที่จะกรุยทางของตัวเอง

ให้ได้เร็วที่สุด มีสิ่งที่จะต้องให้เรียนรู้มากมาย การบ้านที่มาก พักผ่อนน้อย
ออกกำลังกายเป็นแค่จินตนาการหรือนิทานก่อนนอนเท่านั้น ทำให้เด็ก

เกิดความเครียด สุขภาพแย่พอ ๆ กับสภาพรถเมล์ร่วมของ ขสมก
ของแถมที่ได้มาก็คือสภาพจิตใจที่อ่อนแอ แก้ไขปัญหาไม่เป็น บางคน


ï อาจารย์ต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน เลือกที่จะจบชีวิตอย่างน่าเสียดาย สาเหตุเกิดจากความไม่เข้าใจ และ
ไม่มีเวลาของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู ปัญหาเหล่าที่เป็นปัญหาที่

ท้าทายระดับอัจฉริยะข้ามคืนของผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ถ้าที่บ้านก็ต้อง
พ่อแม่พี่น้อง ถ้าโรงเรียนก็ต้องเป็นครูบาอาจารย์ ชีวิตของเด็กหนึ่งคน

ครึ่งหนึ่งอยู่บ้าน อีกครึ่งหนึ่งก็อยู่ที่โรงเรียน ปัญหาที่เกิดกับตัวเด็ก
ก็มักจะใช้ทั้งสองสถานที่แห่งนี้แหละเป็นแหล่งปลดปล่อย... ปัญหา

ของเด็กแต่ละคนจะแรงและหนักแค่ไหนก็มีปัจจัยที่จะมาเกี่ยวข้อง
หลายอย่าง แต่ในระยะเวลาหนึ่งปีของผมกับการทำงานเป็นอาจารย์

แนะแนวที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวันแห่งนี้
ปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาเด็กในตัวเด็กมากที่สุดนั่นคือ การเลี้ยงดูของ

ครอบครัวนั่นเอง (จากการสัมภาษณ์เด็กที่มีปัญหา) ไม่มีเวลาให้ลูก
เพราะหน้าที่การงาน เมื่อลูกบอกว่าอยากให้คุณพ่อคุณแม่พาไปโน่น

ไปนี่บ้างก็ไม่สามารถทำได้ บ้างก็อ้างว่าที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่ออนาคต
ของลูกนั่นแหละ อยากให้ลูกสบาย แต่ในความเป็นจริงเหมือนจะส่ง

ลูกให้ไปสบายมากกว่า เลี้ยงลูกแบบไข่ในหินเพราะกลัวลูกจะได้รับ
ความยากลำบากในการดำเนินชีวิต นี่ถ้าเคี้ยวข้าวแทนได้ก็คงทำ

ไปแล้ว อีกกรณีหนึ่งคือเลี้ยงแบบ “ ถ้าแกไม่ทำตามที่พ่อกับแม่บอกล่ะก็

214 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ออกจากบ้านนี้ไปได้เลย “เส้นทางชีวิตถูกขีดไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเกิด

ด้วยซ้ำ เลือกอะไรเองไม่ได้เลยแม้แต่กระทั่งการขับถ่ายที่ก็ยังต้องโดน
บีบบังคับ” (ทำให้เกิดการหยุดยั้งพัฒนาการ Anal Fixation ทำให้เด็ก

ไม่พอใจฝังแน่นเข้าไปสู่จิตไร้สำนึกโดยไม่รู้ตัวและแสดงพฤติกรรม
ออกมาให้เห็นชัด 2 ลักษณะที่ตรงกันข้าม คือ อาจมีลักษณะใด

ลักษณะหนึ่งแล้วแต่ความเข้มทางบุคลิกภาพของเด็กนั้น ๆ คือ

1. บุคลิกภาพแบบสมบูรณ์ คือ เป็นคนเจ้าระเบียบ จู้จี้ ย้ำคิด

ย้ำทำ กังวลมากเกินไป โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด ลักษณะนี้มักเกิด
กับเด็กที่มีบุคลิกภาพอ่อนแอ


2. บุคลิกภาพแบบอันธพาล คือ เป็นคนไม่ยอมคน ชอบคัดค้าน
ค่านิยมหรือระเบียบแบบแผนที่วางไว้ ลักษณะนี้มักเกิดกับเด็กที่มีบุคลิก

ภาพเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังพบว่า คนที่มี Anal Fixation บางคนยังเป็น
นักสะสมสิ่งของต่าง ๆ ตลอดจนมีพฤติกรรมอ่านหนังสือบนโถส้วมนาน ๆ

หรือชอบนั่งที่ใดที่หนึ่งนาน ๆ ด้วย

3 . ปัจจัยเหล่านี้แหละครับที่ส่งผลให้เด็กภูมิคุ้มกันทางจิตใจ

ค่อนข้างต่ำ ผมทำงานปีแรกในสาธิตปทุมวัน ก็เจอเด็กที่มีปัญหาเข้า
มาให้ช่วยหาทางออกมากมาย หนักบ้าง เบาบ้างสลับกันไปคล้าย

พระอาทิตย์ขึ้นและตก บางกรณีหนักมาก็ต้องส่งต่อให้จิตแพทย์ช่วย
เหลือต่อไป เพราะบางเรื่องเกินกว่าที่อาจารย์แนะแนวคนหนึ่งจะทำได้

มีทุกวัน มาทุกเดือน เป็นประจำทุกปี บางทีก็รุ่งเช้าบ้างดึก ๆ บ้าง

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 215





แล้วแต่จะมีปัญหาเวลาไหน ซึ่งเราปฏิเสธปัญหาของเด็กไม่ได้อย่าง

แน่นอน ต้องพร้อมเสมอ จังหวะนั้นเขาต้องการแค่คนที่รับฟังครับ ดีกว่า
ไปเจอคนที่เจตนาไม่ดี หวังผลประโยชน์ต่อการให้คำปรึกษา ฉวยโอกาส

ช่วงที่คน ๆ หนึ่งอ่อนแอ และปวกเปียกที่สุดทำในสิ่งที่ไม่ดี นี่คืองานที่
ท้าทายมากในอาชีพนี้ และเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่กำลังเป็นที่ยอดนิยม

ก็ คือ พ่อแม่ไม่เข้าใจ แฟนทิ้ง มีกิ๊ก รักสามเศร้าเคล้าน้ำตา เพื่อนในห้อง
รุมเกลียด รวมไปถึงปัญหาพฤติกรรมที่พบบ่อยที่สุดคือพฤติกรรม

ก้าวร้าว (Aggressive) ได้แก่ ทะเลาะวิวาท ก่อกวนในชั้นเรียน ขโมยของ
ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน โดยล่าสุดใช้วิธีการเผา เหล่านี้นับวันก็จะ

แรงขึ้นเรื่อย ๆ นี่ยังไม่นับปัญหาเรื่องการเรียน การสอบเข้าแข่งขันต่อใน
มหาวิทยาลัยที่เปรียบเหมือนสนามรบที่จะต้องแข่งขันช่วงชิงกัน ในช่วง

หัวเลี้ยวหัวต่อช่วงที่ต้องเลือก ช่วงที่จะเหลวแหลกไม่ได้ กว่าจะถึง
ตรงนั้นได้ เลือดตาก็แทบกระเด็น เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันดักเตะตัดขาแถม

เจอเด็กโรงเรียนอื่นที่รอซุ่มยิงตลอดเวลาเพื่อลดปริมาณคู่แข่งในน้อยลง
สำหรับตัวเอง เจอกับระเบิดอย่างความรักตู้มเข้าให้ กองหลังอย่างพ่อ

กับแม่ถ้าไม่สนับสนุนหรือเอาแต่กดดันก็เหมือนกระโดดร่มแล้ว
ร่มไม่กาง ถ้าเจอแบบนี้ก็คงลำบากเลยทีเดียว


การศึกษาทางด้านจิตวิทยาก็เพื่ออธิบายพฤติกรรมที่เกิดขึ้น
ของคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบทบาทอาจารย์แนะแนวแล้วด้วย ทุกคน

เป็นคนดีหมดไม่สามารถจะมองในแง่ร้ายได้เลย ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอว่า
พฤติกรรมที่มนุษย์แสดงออกทุกอย่างนั้นมีสาเหตุ ทั้งพฤติกรรมที่ดี

216 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






และไม่ดี หน้าที่ของเราคือเข้าใจ ช่วยเหลือ ปรับปรุง แก้ไข ทำให้

บุคคลนั้นเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่นและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่าง
ปกติในสังคม เป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ นะครับกว่าที่จะทำให้คน ๆ หนึ่งเข้าใจ

ตัวเองและยอมรับตัวเองได้ บางทีพูดชักแม่น้ำทั้งห้า ก็ยังไม่ได้สักที
คราวนี้ก็ต้องอาศัยเวลาและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหลายจนกว่าจะเริ่มดีขึ้นนั้นแหละ ตัวผมเองบางทีก็ร่อแร่เหมือนมวย
เข้ามุม เพราะดันเก็บเอามาคิดเกือบทุกเรื่องที่เด็กเข้ามาปรึกษา ดีที่

เด้งเชือกออกมาได้ทันเวลาได้ปรับความคิดของตัวเองใหม่ เพราะบางเรื่อง
แก้ไขไม่ได้ในทันที ต้องใช้เวลาเป็นตัวช่วย ฉะนั้นต้องแยกให้ออกและ

ปล่อยวางให้เป็น ประสบการณ์ที่ผ่านมาในโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน
แห่งนี้มีค่ามากเหลือเกิน ในระยะเวลาแค่หนึ่งปีสอนตัวเราเองได้หลาย ๆ

อย่าง ที่ประทับใจที่สุดก็คือสังคมแห่งสาธิตปทุมวัน ที่เสมือนพี่กับน้อง
พ่อกับลูก อยู่กันด้วยความสบายใจ ผิดก็ให้อภัยซึ่งกันและกัน อาจจะ

ดูมีแต่เรื่องที่สวยงามแต่ผมก็เตรียมรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ
ถึงผมจะใหม่ในแง่ของเวลา เรื่องราวอีกเยอะที่ยังไม่แทรกเข้าไปใน

ตัวผมทั้งหมด แต่ผมก็รับรู้ถึงความโอ่อ่าของสาธิตปทุมวัน

“ถูกต้อง แต่อาจไม่ถูกใจ”



















































ï อาจารย์วราภรณ์ กรุดทอง ï

218 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน













“ถูกต้อง

แต่อาจไม่ถูกใจ”




ï อาจารย์วราภรณ์ กรุดทอง








เรื่องที่ถูกต้อง หลายครั้งลงมือทำหรือตัดสินใจไปแล้ว

คงทำให้ต้องลำบากใจ แต่นั้นก็แค่บททดสอบเท่านั้น บททดสอบนั้น
จะส่งผลเช่นไร ส่งผลอบย่างไรขึ้นอยู่กับการเลือก และการตัดสินใจของ

ท่านเสมอ และหลายเรื่องราว ก็ส่งผลไปยาวนานกว่าที่เราคิด ด้วยเหตุนี้
จึงต้องมีสติให้มาก ก่อนตัดสินใจ บางสิ่ง “ถูกต้อง แต่อาจไม่ถูกใจ” เรื่องนี้

ดูเหมือนเป็นคำธรรมดาเป็นประโยคสั้น ๆ เป็น วลี ที่เราได้ยินได้ฟัง
มายาวนาน ได้ยินได้ เห็นในหลายที่ หลายแห่ง แต่ได้แผงไว้ด้วย

ความหมาย และความรับผิดชอบที่มากมายเสมอ หากเราตัดสินใจผิดทิศ
ผิดทาง การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้ตัดสินใจอยู่ในสถานการณ์เช่นไร

ถ้าถือเอาความถูกใจตัดสินปัญหา บางสิ่งอาจจะไม่ถูกต้องตาม
หลักเกณฑ์ ถ้าถือเอาความถูกต้องตามหลักแห่งความเป็นจริง

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 219





ก็จะเป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอน เป็นสัจธรรมที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

แต่ถ้าการตัดสินใจเลือก ทำถูกต้องอาจลำบากใจ บ้างแต่ ระยะยาว
เป็นสิ่งที่ไม่ต้องแก้ไขโดยยึดหลัก “ความถูกใจ ของตนเอง เป็นสำคัญ”

บางครั้งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ เพราะการตัดสินใจนั้น ขึ้นอยู่กับอารมณ์
และความรู้สึกของตนเองในเวลานั้น ที่คุณต้องตัดสินใจ และการคิด

การตัดสินใจนั้นก็ปราศจากเหตุผลลองสังเกตดูว่า จิตใจ และอารมณ์
ของผู้ตัดสินใจนั้นเป็นเช่นไร ถ้ามีอารมณ์โกรธ เกลียด เข้ามามี

ส่วนเกี่ยวข้อง การตัดสินใจนั้น ก็อาจผิดพลาดได้ง่าย แต่หากถ้าเรา
มีจิตใจสงบนิ่ง เยือกเย็น เป็นธรรมอยู่ในระยะเวลานั้น การตัดสินใจนั้น

ก็จะมีเหตุผลมากยิ่งขึ้น บางคนเลือกที่จะกระทำสิ่งที่ไม่ถูกใจ เพราะเห็นว่า
เป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม การเลือกทำในสิ่งที่ดีงามนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ที่สุดใน ทุกยุค ทุกสมัย ทุกเวลา บางคนเลือกที่จะกระทำสิ่งที่ถูกใจ
เพราะเห็นว่า เป็นสิ่งที่ตรงกับใจของตนเองการเลือก และตัดสินใจ

กระทำบางสิ่งบางอย่าง หรือสิ่งใดก็ตามสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็ คือ ความจริง
แท้แน่นอน และความถูกต้องดีงาม ที่อยู่บนพื้นฐานจิตใจที่ถูกต้อง

จะทำให้การตัดสินใจนั้น ออกมาในทิศทางที่ดีเสมอมากกว่าความถูกใจ

ดังนั้น การกระทำสิ่งใด ก็ตามอย่าใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล

อย่าใช้ความถูกใจอยู่เหนือความดีงาม หากเราต้องเลือกขอให้เราเลือก
ด้วยเหตุผล และข้อมูลที่ดี และถูกต้องเสมอ ความถูกต้อง อย่าด่วน

ตัดสินใจอะไรง่าย ๆ แต่จงใช้สติปัญญาพิจารณาถึงเหตุผล อย่างถ่องแท้
และเข้าใจ การตัดสินใจ จึงขึ้นอยู่กับว่าผู้ตัดสินใจอยู่ในสถานการณ์เช่นไร

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน




















ระหว่าง “ความถูกต้อง” และ


“ความถูกใจ” ถูกกั้นด้วยเส้นบาง ๆ ของ

ความรับผิดชอบ แต่ใครจะเลือกทางใด


ขึ้นอยู่กับว่า คน ๆ นั้น สามารถ


ดึง “สติ” และพิจารณา “เหตุผล” มาชั่งใจ

พิจารณาได้มากเพียงใด

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 221





ถ้าถือเอาความถูกใจตัดสินปัญหาบางสิ่งอาจจะไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์

ถ้าถือเอาความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ก็อาจจะไม่ถูกใจใครอีกหลายคน
แน่นอนหลายครั้งก็มีความลำบากใจแต่จงใช้สติปัญญาพิจารณา

ถึงเหตุผล..และผลดีผลเสียระยะยาว เรารู้จักเห็นใจ เข้าใจเอาใจเขา
มาใส่ใจเรา รู้สถานะโอกาส และความจำเป็นในขณะนั้นหรือเปล่า

ระหว่าง “ความถูกต้อง” และ “ความถูกใจ” ถูกกั้นด้วยเส้นบาง ๆ ของ

ความรับผิดชอบ แต่ใครจะเลือกทางใด ขึ้นอยู่กับว่า คน ๆ นั้น สามารถ
ดึง “สติ” และพิจารณา “เหตุผล” มาชั่งใจพิจารณาได้มากเพียงใด
หากเรามี “สติ” เอาชนะ “อารมณ์” ที่ไม่มี “เหตุผล” ของตัวเองได้ ในที่สุด

เราก็จะพบคำตอบว่า อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้นในช่วงเวลาที่
สังคม ที่เราต้องยืนอยู่ มีการเปลี่ยนแปลง ต้องเลือกข้าง หรือเลือกสิ่งใด

สิ่งหนึ่งนั้น การตัดสินใจ เรื่องความถูกต้องถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกที่
สำคัญที่เราต้องเลือก ความถูกต้อง มาก่อนความถูกใจ เพื่อให้เป็น

บรรทัดฐาน หรือมาตรฐาน ที่ถูกต้องกลับสังคม และทุกคนที่ยืนอยู่ใน
สังคมเดียวกัน การเลือกทิศทางที่ถูกก็ถือได้ว่าเรามี ส่วนช่วยให้การ

ดำเนินไปของสังคมนั้น อยู่ในกรอบและทิศทางที่ดีงาม และถูกต้องเสมอ
หลายครั้งเราจะเห็นได้ว่าบางเรื่องที่เราเลือกเอาความถูกต้องใจของเรา

เป็นมาตรฐานในการตัดสินปัญหา และตัดสินสถานการณ์ในขณะนั้น
เมื่อเวลาผ่านไป เรากับพบว่า เราต้องกลับมาแก้ไข สิ่งเหล่านั้นเสมอ

สิ่งนี้ก็เป็นบทพิสูจน์ได้อยู่แล้วว่า เราควรต้องเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง
ก่อนเสมอ ในสังคมของการอยู่ร่วมกันนั้น หากทุกคนมุ่งทำแต่สิ่งที่ตัวเอง

ถูกใจ แน่นอนว่าการอยู่ร่วมกันนั้น จะเป็นไปอย่างอยากลำบากเสมอ

222 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






และจะก่อให้เกิดปัญหา ของสังคมโดยรวมแน่นอน ในทางตรงกันข้าม

หากทุกคนทำในสิ่งที่ควรทำ คือตัดสินใจทำ โดยยึดหลักความถูกต้อง
ก่อนเสมอ จะเป็นสิ่งที่นำพาสังคม ให้ดำรง อยู่ร่วมกันได้ในระยะยาว

เรื่องราวการตัดสินใจ ระหว่าง สอง สิ่ง คือ ถูกต้อง และ ถูกใจนั้น
หากต้องอยู่ในมือของผู้มีอำนาจแล้วยิ่งต้องใช้เหตุผล ใช้สติ ให้มากกว่า

ปกติด้วยซ้ำไป เพราะนั้น หมายถึง การตัดสินใจ ในระยะเวลานั้น
จะส่งผลที่ใหญ่ยิ่งเสมอ และจะส่งผลกับสังคม และผู้คนจำนวนมาก

ในห่วงเวลาที่ใครสักคนต้องตัดสินใจ ระหว่าง สอง สิ่งนี้ บางครั้งก็ ต้องถูก
ทดสอบด้วยเหตุการณ์ และสถานการณ์ ที่ต้องลำบากใจ ที่ต้องตัดสินใจ

ระหว่าง ความถูกต้อง และ เรื่องที่ถูกใจเสมอ ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงขอ
ให้ท่านผู้อ่าน ได้ใช้ สติ ใช้ปัญญา ใช้สมาธิ ในทุกครั้งที่ท่านต้องเลือก

และต้องตัดสินใจ บททดสอบจะมาพร้อมความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เสมอ
ในทุกสถานการณ์ และเมื่อเวลาผ่านไป ท่านจะได้คำตอบที่ถูกต้อง

เสมอว่า เราคิดถูกแล้วที่เลือก ข้างความถูกต้อง เราคิดถูกแล้วที่ไม่

เลือกความถูกใจ




ถ้าวันนี้โลกกำหนดให้คุณต้องเลือก???

คุณจะเลือก “ถูกต้อง” หรือ “ถูกใจ”

มหาชาติ



ในประชาคมอาเซียน
















































ï อาจารย์พรพรรณ เสริมพงษ์พันธ์ ï

224 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน










มหาชาติ


ในประชาคมอาเซียน




ï อาจารย์พรพรรณ เสริมพงษ์พันธ์










“มหาชาติ” ในที่นี้มิได้หมายถึงประเทศมหาอำนาจใน

ประชาคมอาเซียนแต่อย่างใด หากแต่หมายถึง “มหาเวสสันดรชาดก”
ชาดกที่กล่าวถึงพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนที่จะเกิดเป็น

พระพุทธเจ้า ซึ่งมีเนื้อหาในแบบเรียนวิชาภาษาไทยวรรณคดีวิจักษ์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 ของกระทรวงศึกษาธิการ “มหาชาติ”

เป็นวรรณคดีที่สำคัญเรื่องหนึ่ง เข้ามาในภูมิภาคอาเซียนในฐานะ
ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทางศาสนา การเรียน “มหาชาติ” ของนักเรียน

ไทยในยุคเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจึงไม่เพียงทำให้นักเรียนแตกฉาน
ในความรู้ทางภาษาเท่านั้น แต่ยังทำให้นักเรียนได้เห็นสายสัมพันธ์ของ

ประเทศในอาเซียนผ่านวรรณคดีอีกด้วย

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 225





หลายประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาในประชาคมอาเซียน

มีการเทศน์นิทานชาดกที่เรียกกันว่า “มหาชาติ” สอนใจประชาชนใน
ชาติให้มั่นคงในศีลธรรมและความดีงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย

และสปป.ลาว ซึ่งรับประเพณีการเทศน์มหาชาตินี้จากประเทศศรีลังกา
แต่เดิมประเทศศรีลังกาจะมีการจัดเทศน์มหาเวสสันดรชาดกสอน

ประชาชนที่มารักษาศีลปฏิบัติธรรมในวันพระขึ้น 15 ค่ำ และแรม
15 ค่ำ แต่ในไทยและลาวมีช่วงเวลาการจัดเทศน์มหาชาติเวลาเดียว

ในช่วงหลังออกพรรษา นอกจากประเทศไทยและสปป.ลาวแล้ว ประเทศ
กัมพูชาก็เป็นอีกประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนที่มีการเทศน์มหาชาติ

เรื่องมหาเวสสันดรชาดกเช่นกัน โดยมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่าง
กับมหาชาติในไทยไปบ้างเล็กน้อย เช่น พระนามของพระมารดาของ

พระเวสสันดรซึ่งมหาชาติของไทยจะเรียกพระนามว่า “พระนางผุสดี”
แต่มหาชาติของกัมพูชาจะเรียกพระนามว่า “พระนางสุปารสุปดี”

(วัฒนชัย หมั่นยิ่ง,นาวาโท. 2555)

ในประเทศไทยมีการเรียกชื่อการเทศน์มหาชาติหลายชื่อ

ภาคกลางและภาคใต้เรียกว่า “เทศน์มหาชาติ” เหมือนกัน ภาคเหนือ
เรียกว่า “ตั้งธรรมหลวง” ส่วนภาคอีสานเรียกว่า “งานบุญผะเหวด” หรือ

“งานบุญพระเวส” ในสปป.ลาว เรียกประเพณีการเทศน์มหาชาติว่า
“บุญผะเหวด” หรือ “บุญพระเวส” เช่นเดียวกับภาคอีสานของไทย

ในช่วงประเพณี “บุญพระเวส” ของลาวและภาคอีสานของไทยจะมี
การเทศน์พระมาลัยในตอนเย็นของวันสุกดิบที่เรียกว่า “วันโฮม”

226 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






(วันรวม) ก่อนที่จะมีการเทศน์มหาชาติ 1 วัน ประเพณีการเทศน์

พระมาลัยนี้มีในประเทศเมียนมาร์และภาคเหนือของประเทศไทยเช่นกัน
โดยชาวเมียนมาร์จะเรียกการเทศน์นี้ว่า “เซี้ยงมาเลเบี้ยว” (เซี้ยง = พระ,

มาเล = มาลัย, เบี้ยว = กาพย์) อย่างไรก็ดีพระสงฆ์ชาวเมียนมาร์ไม่ได้
นำมหาเวสสันดรชาดกมาเทศน์ในลักษณะมหาชาติเหมือนพระสงฆ์

ไทย กัมพูชา และลาว แต่จะนำเรื่อง “มโหสถบัณฑิตชาดก” มาเทศน์แทน
เนื่องจากชาวเมียนมาร์นิยมฟังเรื่องราวการใช้ปัญญาและการบำเพ็ญ

ปัญญาบารมีมากกว่า

ประเพณีการเทศน์มหาชาติและเทศน์พระมาลัยสืบทอดต่อ

เนื่องกันมายาวนานในภูมิภาคนี้ และมีความสำคัญในแง่การเชื่อม
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย ทุกปีมหาวิทยาลัยมหาจุฬา

ลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่นได้จัดนิทรรศการ “บุญกุ้ม
ข้าวใหญ่ เทศน์มหาชาตินานาชาติ 2 ฝั่งโขง” โดยได้รับเกียรติจาก

ผู้บริหารโรงเรียนศิลปะแห่งชาติลาวได้นำนักเรียนมาแสดงแลกเปลี่ยน
วัฒนธรรมร่วมกับนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิทยาเขตขอนแก่น ในงานนี้มีการเทศน์มหาชาติโดยพระนิสิตไทย ลาว
และกัมพูชา โดยพระสงฆ์ทุกรูปจะเทศน์มหาชาติในทำนองประเทศ

ของตนเอง

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 227





















ขบวนแห่งานบุญกุ้มข้าวใหญ่ เทศน์มหาชาตินานาชาติ 2 ฝั่งโขง
ภาพจาก www.mcukk.com


นอกจากงาน “บุญกุ้มข้าวใหญ่ เทศน์มหาชาตินานาชาติ

2 ฝั่งโขง” แล้ว ยังมีการจัดงานเทศน์มหาชาติระหว่างประเทศที่จัด
สืบเนื่องกันมาหลายปีอีกงานหนึ่ง ชื่อว่างาน “พิธีเทศน์มหาชาติ

5 พลังแผ่นดิน” (ไทย ลาว จีน เมียนมาร์ กัมพูชา) เพื่อสืบสานมรดก
ทางวัฒนธรรมร่วมกันของชนชาติพันธุ์ไต-ไทย ในลุ่มแม่น้ำโขง


















การเทศน์มหาชาติของพระสงฆ์จาก จังหวัดสิบสองปันนา ประเทศจีน
ภาพจาก youtube

228 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






การสอนวรรณคดีในยุคประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

จะไม่เป็นเพียงการสอนเนื้อหาและวรรณศิลป์ หากผู้สอนนำทางผู้เรียนไป
สู่รากเหง้าที่มาในอดีต และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาเซียนที่ยังคงมี
สืบต่อไปผ่านวรรณคดี “มหาชาติ” ลูกศิษย์ของเราก็จะไม่เป็นเพียงผู้มี

ความรู้ทางวรรณคดี แต่จะเป็นผู้มีความรอบรู้ในเรื่องประเพณี วัฒนธรรม
และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอาเซียน

ครูนอกกรอบ


กับนักเรียนนอกแบบ















































ï อาจารย์ณัฐภา ลี้สกุล ï

230 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน










ครูนอกกรอบ


กับนักเรียนนอกแบบ




ï อาจารย์ณัฐภา ลี้สกุล





ในโลกปัจจุบันที่หมุนเร็วอย่างทุกวันนี้ ใครขยับนำหน้า

ย่อมเหนือกว่าและเป็นผู้ชนะ โลกสมัยใหม่จึงเป็นโลกของคนมีความพร้อม
ที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ความท้าทายจึงตกอยู่กับผู้ผลิตบุคลากร

อย่างสถาบันการศึกษาที่ต้องรุดหน้าปรับเปลี่ยนตนเองให้เร็วยิ่งกว่า
เพื่อสร้างคนให้เท่าทันกับการขยับตัวของโลก ซึ่งการสร้างเด็กให้เติบโต

มาในยุคศตวรรษที่ 21 อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะสิ่งที่เคยเป็น
มาอาจใช้ไม่ได้กับยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพ

แวดล้อม

การที่เด็กมาอยู่ในโรงเรียนนั้น ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียน

จะสอนเด็กเพียงแค่ 3 ปี หรือ 6 ปี แต่สิ่งที่โรงเรียนสอนทั้งหมดจะ

ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต โรงเรียนจึงต้องพยายามค้นหาศักยภาพและ
ทำให้เด็กเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ เพราะภารกิจของโรงเรียนคือ
การสร้างมนุษย์

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 231





ภาพของครูที่ยืนสอนหน้าชั้นเรียนคอยบอกให้นักเรียนจดหรือท่องจำ

สิ่งที่ครูรู้อาจยังคงมีอยู่ ภาพของผู้เรียนที่อ่านเอกสารประกอบการสอน
หรือเล็คเชอร์โน้ตไปพลาง ๆ ระหว่างที่ครูบรรยายหน้าห้องก็คงปรากฎ

ภาพของครูผู้สอนที่พยายามสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน ด้วยการ
สอดส่องดูว่ามีนักเรียนคนไหนนั่งหลับ พูดคุยกัน ไม่สนใจฟังครู หรือ

คอยเรียกนักเรียนให้ตอบคำถาม ก็ยังคงมีให้เห็น แต่ภาพของผู้เรียน
ที่มีจำนวนมากขึ้นในแต่ละชั้นเรียน จนทำให้วิธีการสอนแบบเดิม ๆ

ไม่มีประสิทธิภาพพอเพียง สื่อที่แสดงมีขนาดไม่ใหญ่เพียงพอสำหรับ
ผู้เรียนด้านหลังชั้นเรียน ความจดจ่อกับผู้สอนถูกเบี่ยงเบนจากพฤติกรรม

และสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนขนาดใหญ่ ภาพของผู้เรียนซึ่งอาจนำ
หนังสือหรือตำราที่เกี่ยวกับที่เรียนในวันนั้นเข้ามาศึกษา เข้ามาเปรียบเทียบ

กับคำสอนของครู รวมถึงการนำเอาคอมพิวเตอร์พกพาเข้ามาสืบค้น
ความรู้ในชั้นเรียนก็ปรากฎให้เห็นเพิ่มขึ้น ๆ ภาพของผู้เรียนซึ่งถามคำถาม

เกี่ยวกับเรื่องที่ครูกำลังสอนหรือนำเอาข้อมูลความรู้ในเรื่องนั้นมาพูดคุย
โดยครูอาจตอบไม่ได้ หรือไม่เคยรู้ข้อมูลนั้นมาก่อน อาจพบเพิ่มขึ้น ๆ

เช่นกัน

ในฐานะครู เราควรจะเดือดร้อนหรือไม่พอใจกับปรากฎการณ์

เช่นที่ว่าไหมเพราะครูไม่ใช่ “ศูนย์กลาง” อีกแล้ว ความรู้ที่ครู “ป้อนให้”
และ “จำกัด” น่าจะล้าสมัย และจะกลายเป็นการ “ปิดกั้น” การพัฒนา

ศักยภาพของผู้เรียน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เคยประสบ เช่น จำนวน

232 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






อาจารย์ผู้สอน/ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในศาสตร์หนี่ง ๆ จำนวนผู้เรียนที่

มีปริมาณมากขึ้น ๆ จะช่วยให้บทบาทของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร และการเรียนรู้ด้วยตนเอง เด่นชัดมากขึ้น


ด้วยความเป็นนักวิชาการ ครูโดยเฉพาะอย่างยิ่งครูหรืออาจารย์
ในมหาวิทยาลัยที่ถูกคาดหวังว่าต้องติดตามความก้าวหน้าด้านวิชาการ

ต้องทำงานวิจัย ต้องใช้ความรู้ ความสามารถให้บริการวิชาการด้วย
ทำให้ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบค่อนข้างมาก ในการสำรวจ

ภาระงานของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในปัจจุบันโดยเฉลี่ยพบว่า
ภาระงาน 75 % เป็นงานจัดการเรียนการสอน 20% ทำงานวิจัย และ

5 % เป็นภาระงานบริการวิชาการ แต่หากศึกษาอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
พบว่ามีเพียง 25 - 30 % เท่านั้นที่มีโอกาสทำวิจัย ได้รับทุนวิจัยและ

กำลังทำวิจัยอยู่ อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยและอาจารย์ก็ถูกคาดหวังให้
ทำการศึกษาวิจัยมากขึ้น ๆ เพื่อผลักดันให้สถาบันเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย

และเพื่อให้ได้ผลงานวิจัยมาพัฒนาประเทศ และแม้ว่าจะมีการกำหนด
ลักษณะของมหาวิทยาลัยว่าบางมหาวิทยาลัยมุ่งเป้าเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย

บางสถาบันมุ่งเป้าเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น แต่เกณฑ์การประเมิน
เข้าสู่ตำแหน่งวิชาการสูงขึ้นในระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์

และศาสตราจารย์ นั้น ก็ยังให้น้ำหนักกับผลงานวิจัยค่อนข้างมาก
สวนทางกับงานที่ปฏิบัติ

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 233





สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน

(สสค.) ได้นำหลักการคิดของ เรฟ เอสควิท (Rafe Esquith) ครูประถม
ในสหรัฐอมริกามาประยุกต์ให้เห็นบทบาทและภาพที่ชัดของครูสอนดีไว้

6 ประการด้วยกัน

ประการแรก หากครูต้องการให้เด็กขยัน เอาจริงเอาจังและ

ตั้งใจเรียน ครูต้องทำให้เห็นว่าครูก็ขยัน เอาจริงเอาจังและตั้งใจสอน
ไม่ต่างกัน


ประการที่ 2 การสอบสำคัญก็จริง แต่ไม่สำคัญเท่ากับการ
ที่ช่วยเด็กให้เติบโตเป็นคนที่เข้มแข็งและ มีคุณค่า


ประการที่ 3 การเรียนการสอนต้องเป็นแบบบูรณาการทักษะ
ต่าง ๆ ต้องเป็นประโยชน์ในชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงเพื่อคะแนนสอบ


ประการที่ 4 เด็ก ๆ จะกลายเป็นนักอ่านตลอดชีวิตหากเขาได้อ่าน
หนังสือดี ๆ ที่ทำให้เขาร้องไห้หรือหัวเราะไปกับตัวละครได้


ประการที่ 5 ศิลปะแทบทุกแขนงเป็นเครื่องมือวิเศษใน
การสอนเด็ก ๆ ศิลปะเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ รักษาความเป็นตัวของตัวเอง

ในท่ามกลางสังคมที่สนใจแต่มาตรฐาน


ประการที่ 6 การสอนเปรียบเสมือนเป็นการเดินทางไกลที่
ทรหดและยาวนาน แต่อย่าท้อถอยหรือล้มเลิกง่าย ๆ ไม่มีทางลัดใด ๆ

ในการสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ

234 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






แหล่งอ้างอิง

สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ. (2553). “การเปลี่ยนแปลงโลกของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
และการพัฒนาสู่ครูมืออาชีพ,” ในการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง.
กรุงเทพฯ: สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์
และองค์กรอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา กระทรวง ศึกษาธิการ.

ขอมอง

สาธิตปทุมวัน


















































ï อาจารย์ต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน ï

236 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ขอมอง
สาธิตปทุมวัน






ï อาจารย์ต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน




เรามีพื้นที่น้อยเพียง 7 ไร่ แต่ผมเชื่อในเนื้อดินดีที่เรามีอยู่

ดินที่ต้องใช้ปลูกฝังหน่อเนื้อของความดีงาม นักเรียนทุกคนที่อยู่ที่นี่

คือเมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ด สาธิตปทุมวันจึงมีหน้าที่คอยหมั่นรดน้ำ พรวนดิน
ให้นักเรียนได้เจริญเติบโตงอกงามน้ำที่รดเปรียบเหมือนการสอนสั่ง

สิ่งเหมาะสมเหมาะควร จึงเรียกมันว่าความห่วงใยหากเราเป็นเมล็ดพันธ์ุ
พันธุ์ที่ดี แต่ต้องไปปลูกอยู่ในดินที่ไม่ดีความเติบโตงอกงามอาจไม่เกิด

แต่หากเราเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี แต่ได้ดินดีและการรดน้ำดูแลรักษา
อย่างเอาใจใส่ ก็มีสิทธิ์ที่จะเติบโตได้อย่างงอกงามการปลูกฝังสิ่งดี

จึงมีความมุ่งหวังแบบนี้รดน้ำ ก็เหมือนความห่วงใยพรวนดิน คือ
ความเอาใจใส่แสงแดด คือ ทำให้เราเติบโตอย่างมั่นคง แดดอาจจะ

ร้อนไปบ้างมันก็เหมือนการดุของครูที่นี่นั่นแหละ เราอาจไม่ชอบ
แสงแดดเพราะมันร้อน / แต่นั่นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต

ของต้นไม่ใช่หรือ ? การปลูกฝังสิ่งดีงามจึงเป็นเรื่องควรกระทำยิ่งใน
สังคมที่เป็นแบบนี้


•••••••••••••••••••••••••••••••••••

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 237





คุณธรรมจริยธรรมที่ห่างหายไปและควรทำความเข้าใจ

โรงเรียนเราไม่เคยคัดเด็กออกจากการไหว้ไม่สวย เดินไม่ตรงก้มกราบไม่เป็น
(จริง ๆ ถ้าไม่เดินมาตบหัวอาจารย์ เราก็ยังรับเด็กเข้ามาฝึกฝนอยู่ดี)

การทดสอบจริยธรรมเป็นส่วนหนึ่งในการมองเห็นถึงการอบรมมาเบื้องต้น
สิ่งที่เราทำคือแนะนำสิ่งที่เหมาะสมให้กับเด็ก ๆ เมื่อทำเหมาะสมเราก็ปรับ

ให้ถูกควร มีเด็กหลายคนที่เดินชนครูในวันสอบก็มี แต่เราก็ไม่ได้คัดออก
เรากลับอยากได้เด็ก ๆ เหล่านี้นี่แหละ ที่จะเข้ามาเรียนรู้ในสิ่งที่สังคม

พึงมี การทดสอบจริยธรรมทำให้เราเห็นถึงรากฐานครอบครัวนะ
มันจำเป็น อยู่บ้านคุณเคยเคารพพ่อแม่หรือเปล่า หรือไหว้แค่พ่อแม่

ตัวแม่ตัวเอง หรือแค่คนให้เงิน ใครจะตักข้าวให้ ใครจะมีน้ำใจให้ก็ไม่สน
ไม่ใช่แม่กู เราอยากดูไปถึงครอบครัว แนวคิดพื้นฐาน มันเห็นชัดนะครับ

เวลาแสดงออกมา เราไม่ได้ตัดสินใครที่การไหว้ไม่ไหว้ กราบไม่กราบ /
ตัวนักเรียนเองเท่านั้นที่จะแสดงออกมาซึ่งสิ่งที่ได้รับการอบรมจาก

ครอบครัว เราแบกนามสกุลพ่อแม่ ต่อจากชื่อเรา / การเรียนเก่งแล้ว
ถูกด่าว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนนี่มันเจ็บกว่าตกพระพุทธอีกนะ -----


โรงเรียนเราตั้งความมุ่งหวังที่จะให้เด็กเป็นคนดีมีคุณธรรม
จริยธรรมและรักษาประเพณีอันดีงามเอาไว้ นั่นคือความ “มุ่งปรารถนา”

ที่โรงเรียนตั้งเอาไว้เพื่อไปให้ถึงแม้ยากเพียงไหนก็ตามถ้ามีโรงเรียนใด
โรงเรียนหนึ่งประกาศความมุ่งหวังในการรับสมัครเด็กว่า “โรงเรียนเรา

เป็นโรงเรียนที่ ไม่ต้องไหว้ใครถ้าไม่เคารพ ไม่เห็นด้วยกับใครถ้าเป็น
ผู้ใหญ่ก็ก้าวร้าวใส่ได้เลย เราอิสระต่อสิ่งทั้งมวล อย่าแคร์คนอื่นมากกว่า

238 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






ตัวตนของตัวเอง มีใครอยากให้ลูกเข้าที่นั่นมั้ย แน่นอนทุกสถานศึกษา

ต้องความมุ่งหวังไว้ เพื่อจะไปให้ถึง แต่ส่วนหนึ่งของสังคมมองว่าเรา
กำลังเล่นละครตบตา


อยากได้ความจริงมั้ย ผมจะบอก / คนมองสังคมแบบนั้นแหละ
น่ากลัว เพราะเอาเข้าจริงยังไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้กับสังคมด้วยซ้ำ

/ โรงเรียนเราไม่เคยตัดสินอะไรง่าย ๆ แบบนั้น เราเคารพในการนับถือ
ทุกศาสนา ไปทัศนศึกษาเราก็มีข้าวให้ผู้นับถืออิสลามกิน ไม่ได้บังคับ

ให้คนนับถือคริสต์ต้องมาสวดมนต์

•••••••••••••••••••••••••••••••••••


คุณธรรมจริยธรรมคืออะไร คุณธรรม คือ ความดีงามที่อาศัย
อยู่ในตัวคน หากขาดไปไม่เรียกว่าคน เป็นหลักสากลนะ เช่น ความกตัญญู

คือ รู้คุณ ตอบแทนคุณ สำนึกคุณ ประกาศคุณ ไม่ว่าจะต่อพ่อแม่
และใครก็ตามที่ช่วยเหลือเราพี่น้องปรองดอง คือ ไม่ทะเลาะ แก่งแย่งกัน

เสียสละ ครอบครัวจึงสงบสุขรักชาติซื่อสัตย์จงรักภักดี มีสัจจะ มีจริยะ
มีมโนธรรม มีสุจริต มีความละอายต่อความชั่วจริยะ คือ ความงดงาม

ที่แสดงออกมาจากคุณธรรมภายในตัว เป็นแบบแผนที่ดีงามของ
สังคมนั่นคือ ความเคารพผู้อาวุโส ช่วยเหลือผู้อายุน้อยด้อยกว่า

ให้เกียรติผู้อื่น ความงดงามของผู้ประพฤติออกมานั่นเอง ไปงานศพ
แสดงออกถูกหรือเปล่า (เรื่องนี้ไม่สอนไม่รู้นะ) ไปวัดควรกราบไว้เช่นไร

เจอผู้อาวุโสกว่าควรแสดงออกอย่างไร มันไม่ใช่การแบ่งชนชั้น มันคือ
ความเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน สังคมขาด เพราะมีแต่พวกเรียกร้องไง

รั้วโรงเรียน



ไม่ได้ถูกสร้างด้วยปูนนะลองมองดูดี ๆ สิ

มันเกิดจาก ครูทุกคน รปภ

แม่ครัว นักการภารโรง


ที่จับมือประสานกันเป็นรั้วขึ้นมา มันเป็นรั้ว

ที่มีชีวิตที่ปกป้องนักเรียนและชื่อเสียงไม่ให้ใคร

มาทำร้าย และ ไม่ให้มาทำลาย

240 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






เรียกร้องให้เขาทำแบบนั้น แต่ไม่ช่วยกันปลูกฝัง เฝ้ารอผลผลิตอย่างเดียว

/ มีคุณธรรมไม่แสดงออกมาด้วยจริยะก็ไม่มีประโยชน์ มีจริยะอย่างเดียว
ไม่มีคุณธรรมก็จะเป็นคนไม่หน้าเชื่อถือ ก็จะดูไม่จริงใจ คุณธรรม

จริยธรรม = มนุษย์

•••••••••••••••••••••••••••••••••••


มันไม่มีสิ่งใดจอมปลอมหรอกถ้าเราช่วยกัน หากเราไม่ช่วยกัน
รดน้ำด้วยความดีงาม เราคงมีสังคมที่แย่นะต่อไปเด็กก็คงไม่เคารพผู้ใหญ่

ถ้าโรงเรียนเราสอนไม่ดีจริง เราคงบอกนักเรียนหน้าแถวทุกเช้านะว่า
“ใครที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ โตขึ้นมาลูกอย่างเธอต้องเอาคืน เอาไปทิ้ง

ไว้ที่บ้านพักคนชราซะ” อย่าเชื่อพ่อแม่ทุกอย่างเพราะเค้าไม่ได้ทำถูก
ทุกอย่างบางอย่างก็เพื่อตัวเอง พ่อแม่ทำไม่ถูกก็เป่านกหวีดใส่เลย

ให้ออกจากบ้านนี้ไปเลย / คุณเองก็ไม่น่าจะอยู่ได้นะ ทุกครั้งที่มีคำสอน
จากครูที่ปทุมวัน จะเต็มไปด้วยคำสอนที่ห่วงใย สอนให้รู้คุณ กตัญญู

เคารพผู้อื่น ช่วยเหลือผู้ด้อยกว่า เราสอนพวกนี้ทั้งนั้น / ส่วนจะทำ
หรือไม่ก็ด้วยพ่อแม่ด้วย หรือเพราะครอบครัวบางครอบครัวไม่เน้น

เรื่องนี้? /

•••••••••••••••••••••••••••••••••••

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 241





ขาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความเป็นไทยคงหายไป

ภาษา วัฒนธรรม การละเล่น ประเพณี มันบ่งบอกเอกลักษณ์ของคน
ในประเทศนั้น ๆ ทำไมต่างประเทศถึงรู้ว่าประเทศไทย พนมมือไหว้

กล่าวสวัสดี คนต่างชาติชอบ แต่เด็กไทยเราเอง ดันไปตั้งข้อสงสัย
ดันสงสัยในความงดงามของประเทศตัวเอง /


บทส่งท้าย

ตอนเรายังเป็นเด็ก เราไม่สามารถที่จะเติบโตท่ามกลาง

ความเป็นจริงที่แสนโหดร้ายด้วยตัวคนเดียวได้หรอก ประสบการณ์
ต่อโลกเรายังน้อย ต้องอาศัยการประคับประคองจากคนอื่น จากสถาบัน

จากครอบครัว จากผู้ใหญ่ / ในสภาวะที่เต็มไปด้วย ความขัดแย้ง
อาชญากรรม แก่งแย่งชิงดี จี้ปล้น รั้วโรงเรียนแห่งนี้อาจทำให้อึดอัด

ไปบ้าง แต่มันก็ยังคอยปกป้องนักเรียนอย่างไม่แบ่งแยกเสมอ ไม่ว่า
นักเรียนจะรวย จน เก่ง ไม่เก่ง สมประกอบหรือไม่ รั้วสาธิตปทุมวัน

ก็ยังคอยดูแลปกป้องทุกคนอยู่เสมอ / รั้วโรงเรียนไม่ได้ถูกสร้างด้วยปูนนะ

ลองมองดูดี ๆ สิ มันเกิดจากครูทุกคน รปภ แม่ครัว นักการภารโรง
ที่จับมือประสานกันเป็นรั้วขึ้นมา มันเป็นรั้วที่มีชีวิตที่ปกป้องนักเรียน
และชื่อเสียงไม่ให้ใครมาทำร้าย และไม่ให้มาทำลาย ถ้าเราไม่ได้สร้างมัน

ขึ้นมาเองก็จงอย่าได้ทำลายนะ แค่ไม่ให้สิ่งที่ดีบ้างก็เจ็บปวดพอแล้ว
คนรุ่นเก่าสร้างไว้ด้วยความทุ่มเทเสียสละ เราต้องคิดเสมอว่าเราอยาก

คืนอะไรได้บ้าง

242 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






สนามบาสเล็ก ๆ ก็เคยเป็นพื้นที่ให้เราเล่นกีฬา มีความสนุกและ

สนุกกับเพื่อน ยังเป็นพื้นที่ที่นักเรียนได้ใช้นับถอยหลังเพื่อจบการศึกษา
ตึกเรียนที่ทำให้เราได้พบรักกับใครสักคน จนถึงวันนี้ พื้นที่เวทีเล็ก

ในห้องประชุมตึก 4 เคยเป็นเวทีดนตรีให้ใครหลายคนได้ฉายแสง
ทุกอย่างเต็มไปด้วยความทรงจำที่งดงาม โรงเรียนได้บริการทุกอย่าง

ด้วยความเอาใจใส่ โรงเรียนนี้ให้อะไรเราโดยที่เราไม่รู้ตัวคนนอก
จะมาว่าโรงเรียนเรา เรายังไม่เสียใจ กับ คนที่เคยผ่านปทุมวันไปแล้ว

ไม่เห็นค่านะ แด่ สาธิต มศว ปทุมวัน


ผมคงรักที่นี่

Pay it Forward

หากเราพร้อมจะให้.....จะได้มากกว่าหนึ่ง
















































ï อาจารย์ธียศ อ้นแก้วมณี ï

244 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน










Pay it Forward


หากเราพร้อมจะให้.....จะได้มากกว่าหนึ่ง



ï อาจารย์ธียศ อ้นแก้วมณี







กำลังใจของคนส่วนใหญ่นั้นมาจากหลาย ๆ สิ่ง บ้างมาจาก
ครอบครัว บ้างมาจากเพื่อน บ้างมาจากคนรัก บ้างมาจากหัวหน้างาน

หรือเพื่อนร่วมงาน แต่สิ่งที่พิเศษที่คนในอาชีพอื่น ๆ ไม่มีเหมือนอาชีพ

“ครู” อย่างเรา ๆ ก็คือ กำลังใจจากนักเรียน... “คนพิเศษ” ของผม

สำหรับผม หลายครั้งหลายคราที่ต้องเผชิญกับปัญหาเล็กบ้าง

ใหญ่บ้าง ทั้งปัญหาส่วนตัวและเรื่องงาน นอกจากผมจะโชคดีได้รับ
กำลังใจจากครอบครัว จากเพื่อนร่วมงาน เพื่อน ๆ ของผม หรือจาก

ผู้อาวุโสที่ผมเคารพแล้ว ผมก็มักจะได้กำลังใจจากคนพิเศษกลุ่มนี้อยู่
เสมอ


ไม่ใช่เพียงแค่ของขวัญวันปีใหม่ เค้กวันเกิด ดอกกุหลาบ
ในวันวาเลนไทน์ หรือพวงมาลัยดอกไม้ในวันครูหรือวันไหว้ครู แต่เป็น

การแสดงออกทั้งจากการกระทำและคำพูดดี ๆ ต่าง ๆ ที่ทำให้เราได้รับ
สิ่งดี ๆ เรื่องราวดี ๆ จากความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับลูกศิษย์

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 245





แน่นอนว่าเมื่อดูจากทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ ย่อมไม่มีใครเชื่อว่า

เราจะได้คำแนะนำดี ๆ หรือคำพูดดี ๆ จากลูกศิษย์ของเรา แต่คงไม่มีใคร
ปฏิเสธว่า ในบางครั้ง เราก็อาจจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากลูกศิษย์ของเรา

ได้เหมือนกันไม่ใช่แค่เพียงคำปลอบใจที่เรามักต้องการเวลารู้สึกหดหู่
หม่นหมองในชีวิตในช่วงเวลาเวลาหนึ่งเท่านั้นกำลังใจยังมาจากความ

สำเร็จของลูกศิษย์คนเก่งของเราที่สามารถสอบแข่งขันได้รางวัลมาหรือ
สามารถเข้าศึกษาต่อในสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับประเทศได้ แน่นอนว่า

ข่าวดีเหล่านั้นย่อมทำให้เรามีความสุข มีกำลังใจในการอดทนทำงาน
ต่อไปแม้จะเคยรู้สึกเหนื่อย หน่าย ท้อแท้กับงานในบางครั้งก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้น การได้รู้จักและสนิทสนมกับเด็ก ๆ กลุ่มที่เรียนหนังสือ
ไม่ค่อยเก่ง ซึ่งมักจะมีปัญหาให้ชวนปวดศีรษะอยู่เสมอ ๆ แล้วพวกเขา

เหล่านั้น สามารถลบคำสบประมาทของใคร ๆ ที่เคยปรามาสไว้ว่า
คงจะไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ ได้เลยในชีวิตนี้ ด้วยการได้รับการ

ตอบรับเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับต้น ๆ
ของประเทศ สิ่งนี้ยิ่งสร้างความ ปิติยินดีและภาคภูมิใจแก่ผมเป็น

อย่างยิ่ง

ภาคภูมิใจเรื่องอะไร ? ภาคภูมิใจเมื่อได้รับการให้เครดิตจาก

ลูกศิษย์ที่เดินทางมาหาหรือโทรศัพท์มาแจ้งข่าวดีว่า

“ถ้าไม่ได้อาจารย์... พวกเราคงไม่มีวันนี้”


“อาจารย์เป็นฮีโร่ของผมเลย อาจารย์เป็นกุญแจสำคัญของ
ความสำเร็จของผมเลยนะครับ”

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน


















“ในช่วงเวลาที่เรา


ท้อแท้หมดหวัง




หมดกำลังใจ



คนที่สนิทกันมักจะดูออก”

สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิต (ปทุมวัน) เล่มที่ 2 247





“ขอบคุณมากครับ อาจารย์...ขอให้อาจารย์เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นพ่อ
ของพวกผมต่อไปนาน ๆ นะครับ” “น้ำตาร่วง” ...


ใครจะเชื่อว่าคนหน้าโหด ๆ อย่างผมจะต่อมน้ำตาแตก น้ำตารื้น
คลอเบ้าได้เป็นวัน ๆ หัวใจมันพองโต มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง รู้สึกภาคภูมิใจ

เหลือเกินที่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในสายงานนี้...

ในความสมหวังก็มีความผิดหวัง...


เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า “ในช่วงเวลาที่เราท้อแท้หมดหวังหมด
กำลังใจ คนที่สนิทกันมักจะดูออก” วันหนึ่ง..นักเรียนคนหนึ่งถามผมว่า


“อาจารย์ครับ ทำไมทั้งห้องสว่าง แต่ตรงที่อาจารย์นั่งอยู่
กลับมืดจังเลย ... อาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?... นี่ไม่ใช่อาจารย์

อาจารย์อยากคุยอยากระบายอะไรไหมครับ ถึงช่วยไม่ได้
ผมก็ยินดีรับฟังนะครับ”

“ซึ้ง”


ซึ่งต่อมากำลังใจเหล่านี้ ผมก็ได้มีโอกาสส่งต่อไปให้ลูกศิษย์อีก

กลุ่มหนึ่ง เด็กกลุ่มนี้บางคนต้องเจอกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการเรียน

ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ เป็นต้น ไม่ใช่เพียงแค่การปลอบโยน
คอยให้กำลังใจเท่านั้นที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจซึ่งกันและกัน แต่รวมไปถึง
ความรู้สึกภูมิใจที่เด็กเลือกที่จะมาปรึกษาเรา ไว้ใจเรากล้าที่จะบอก

ปัญหาต่าง ๆ แก่เรา และยินดีให้เราช่วยแก้ปัญหาหรือรับฟังคำแนะนำ

จากเรา

248 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






การเรียนรู้จากนักเรียน ณ จุดนี้ทำให้ผมทราบว่าการให้กำลังใจ

กันนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผมสามารถพูดอย่าง
เต็มปากได้เลยว่า


“ผมรักนักเรียน EPTS ครับ ผมรักโครงการ EPTS ครับ
ผมรักโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน แห่งนี้ครับ และผมรักอาชีพนี้ครับ”





“หากใจเราพร้อม จะให้ (ใจ)...เราจะได้มากกว่าหนึ่ง”


Click to View FlipBook Version