The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวงจรพัลส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wichit, 2021-04-02 00:16:05

แผนการสอนวงจรพัลส์

แผนการสอนวงจรพัลส์

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 12
สอนสัปดาหท์ ี่ 15-16
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี
ชื่อวชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง คาบรวม 64
จานวนคาบ 4
ช่ือหน่วย ฟลิปฟลอป
ช่ือเร่ือง ฟลิปฟลอป

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

1. เลือกฟลิปฟลอปแตล่ ะชนิดไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

สาระสาคญั

ฟลิปฟลอป หรือท่ีรู้จกั ในชื่อไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ และอาจเรียกว่ามลั ติไวเบรเตอร์แบบทวิ
เสถียร เป็ นวงจรมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดที่ในการเปลี่ยนแปลงการทางานจะตอ้ งมีสัญญาณอินพุตป้อนเข้ามา
ควบคุมในการทางาน สภาวะการทางานของวงจรเป็ นลกั ษณะวงจรเสถียรภาพอยู่ 2 สภาวะ แบ่งสภาวะการ
ทางานลกั ษณะเสถียรภาพออกเป็ น 2 ส่วน โดยวงจรส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะทางานตลอดเวลา วงจรอีกส่วนหน่ึง
อยใู่ นสภาวะหยุดทางานตลอดเวลา การเปล่ียนสภาวะการทางานของวงจรแต่ละคร้ัง ตอ้ งมีสัญญาณป้อนเขา้ มา
ควบคุมจากภายนอก ส่งเขา้ มาควบคุมการเปลี่ยนแปลงการทางาน สัญญาณป้อนเขา้ มาควบคุมหน่ึงคร้ัง สภาวะ
การทางานของวงจรถูกเปล่ียนไปเป็นตรงขา้ ม เม่ือสัญญาณป้อนเขา้ มาควบคุมเป็ นคร้ัง ที่สอง สภาวะการทางาน
ของวงจรถูกเปลี่ยนไปเป็นตรงขา้ มอีกคร้ัง คือเปลี่ยนกลบั มาอยใู่ นสภาวะเดิมของคร้ัง แรก การทางานของวงจร
จึงเปลี่ยนกลบั ไปกลบั มาระหวา่ งสภาวะคงที่ท้งั สองน้ี

เร่ืองทจ่ี ะศึกษา

1. วงจรฟลิปฟลอป
2. สญั ญาณนาฬิกาควบคุมการทางาน
3. RS ฟลิปฟลอป
4. RS ฟลิปฟลอปควบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกา
5. D ฟลิปฟลอป
6. T ฟลิปฟลอป
7. JK ฟลิปฟลอป
8. JK ฟลิปฟลอปควบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกา
9. ข้วั ควบคุมอิสระของฟลิปฟลอป
10. บทสรุป

จุดประสงค์การเรียน/การสอน

 จุดประสงค์ทว่ั ไป

1. เพอื่ ให้มีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การอธิบายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบใชท้ รานซิลเตอร์และ
การเขียนตารางความจริงฟลอปฟลอบแตล่ ะชนิดอยา่ งถูกตอ้ งเป็นลาดบั (ด้านพทุ ธิพิสัย)

2. เพ่ือให้มีทกั ษะในการสาธิตการเลือกฟลิปฟลอบแต่ละชนิดไปใช้งานอย่างเหมาะสม(ด้านทักษะ
พิสัย)

3. เพื่อใหม้ ีเจตคติที่ดีในการติดตามสัญญาณนาฬิกาใชค้ วบคุมการทางาน(ด้านจิตพิสัย)

 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. อธิบายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบใชท้ รานซิลเตอร์ได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ยั )
2. เขียนตารางความจริงฟลอปฟลอบแตล่ ะชนิดอยา่ งถูกตอ้ งเป็นลาดบั ได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ยั )
3. สาธิตการเลือกฟลิปฟลอบแต่ละชนิดไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสมได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ยั )
4. ติดตามสัญญาณนาฬิกาใชค้ วบคุมการทางานได้ (ด้านจิตพิสัย)

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

12.1 วงจรฟลปิ ฟลอป
ฟลิปฟลอป หรือที่รู้จกั ในช่ือไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ และอาจเรียกวา่ มลั ติไวเบรเตอร์แบบทวิเสถียร

เป็นวงจรมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดท่ีในการเปลี่ยนแปลงการทางานจะตอ้ งมีสัญญาณอินพุตป้อนเขา้ มาควบคุมในการ
ทางาน สภาวะการทางานของวงจรเป็ นลกั ษณะวงจรเสถียรภาพอยู่ 2 สภาวะ แบ่งสภาวะการทางานลกั ษณะ
เสถียรภาพออกเป็ น 2 ส่วน โดยวงจรส่วนหน่ึงอยู่ในสภาวะทางานตลอดเวลา วงจรอีกส่วนหน่ึงอยูใ่ นสภาวะ
หยุดทางานตลอดเวลา การเปล่ียนสภาวะการทางานของวงจรแต่ละคร้ัง ตอ้ งมีสัญญาณป้อนเขา้ มาควบคุมจาก
ภายนอก ส่งเขา้ มาควบคุมการเปล่ียนแปลงการทางาน สัญญาณป้อนเขา้ มาควบคุมหน่ึงคร้ัง สภาวะการทางาน
ของวงจรถูกเปล่ียนไปเป็ นตรงขา้ ม เม่ือสัญญาณป้อนเขา้ มาควบคุมเป็ นคร้ัง ท่ีสอง สภาวะการทางานของวงจร
ถูกเปลี่ยนไปเป็ นตรงขา้ มอีกคร้ัง คือเปล่ียนกลบั มาอยใู่ นสภาวะเดิมของคร้ัง แรก การทางานของวงจรจึงเปลี่ยน
กลบั ไปกลบั มาระหวา่ งสภาวะคงที่ท้งั สองน้ี
12.2 สัญญาณนาฬิกาควบคุมการทางาน

สัญญาณนาฬิกา เป็ นสัญญาณพลั ส์ที่มีบทบาทสาคญั ในการควบคุมการทางานของวงจรต่างๆ ใหม้ ีการ
ทางานท่ีสัมพนั ธ์กนั และพร้อมกนั คือทาให้เกิดการทางานหรือหยุดการทางานที่พร้อมเพรียงกนั หรือใหม้ ีเวลา
ทางานที่ตรงกนั ทาใหก้ ารควบคุมระบบในการทางานง่ายข้ึน ไมเ่ กิดความผดิ พลาด

12.3 RS ฟลปิ ฟลอป
RS ฟลิปฟลอป (RS Flip Flop) บางคร้ัง อาจเรียกว่า แลตช์ (Latch) หรือวงจรคงสถานะเป็ นวงจรฟลิป

ฟลอปชนิดแรกที่ถูกสร้างข้ึนมาใช้งานในการเก็บขอ้ มูลในรูปดิจิตอล โดยใช้สถานะคงท่ีในการทางาน 2
สถานะ สามารถเก็บขอ้ มูลได้ 1 บิต (Bit) มีอินพุตรับสัญญาณควบคุม 2 อินพุต ใชอ้ กั ษรยอ่ ตวั R และ S อินพุต
R มาจากคาว่า รีเซต (Reset) หมายถึงหยุดการทางานและอินพุต S มาจาก คาว่าเซต (Set) หมายถึงเร่ิมการ
ทางาน ส่วนเอาต์พุตมี 2 เอาตพ์ ุต คือ เอาต์พุต Q และ เอาต์พุต Q ให้ผลลพั ธ์ทางลอจิกออกมาเป็ นตรงขา้ มกนั
เสมอ RS ฟลิปฟลอปสามารถสร้างข้ึนไดจ้ ากอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด เช่น ใช้รีซิสเตอร์และ
ทรานซิสเตอร์ต่อข้ึนเป็ นวงจร RS ฟลิปฟลอป ใช้ไอซีเกตจาพวกแนนด์เกต และนอร์เกต มาต่อเป็ นวงจร RS
ฟลิปฟลอป และใชไ้ อซีสาเร็จรูปสร้างเป็นวงจร RS ฟลิปฟลอปโดยเฉพาะ เป็นตน้

12.4 RS ฟลปิ ฟลอปควบคุมด้วยสัญญาณนาฬิกา
RS ฟลิปฟลอปแบบไม่มีสญั ญาณนาฬิกาควบคุม สามารถทางานไดท้ นั ทีเมื่อมีสัญญาณลอจิกป้อนเขา้ มา

ที่อินพุต R และ S ในค่าลอจิกที่ถูกตอ้ ง สัญญาณลอจิกจะถูกส่งออกเอาต์พุตในทนั ทีท่ีสัญญาณลอจิกอินพุต
ป้อนเขา้ มา ซ่ึงในบางคร้ัง อาจตอ้ งการควบคุมให้การทางานของ RS ฟลิปฟลอปให้ส่ง สัญญาณลอจิกออก
เอาตพ์ ุตในเวลาที่กาหนดไว้ การควบคุมดงั กล่าวน้ีจะตอ้ งมีข้วั ต่ออินพุตสาหรับรับสัญญาณควบคุมการทางาน
เพ่ิมเขา้ ไป และมีสญั ญาณนาฬิกาป้อนเขา้ ใชเ้ ป็นสัญญาณอินพตุ สาหรับควบคุมการทางาน ดงั น้นั วงจร RS ฟลิป
ฟลอปชนิดน้ีจะตอ้ งมีขารับสัญญาณนาฬิกาเพ่ิมข้ึน ใช้รับสัญญาณนาฬิกาป้อนเขา้ มาควบคุมการทางานของ

วงจร ลกั ษณะ
RS ฟลิปฟลอป แบบมีสญั ญาณนาฬิกาควบคุมการทางาน

12.5 D ฟลปิ ฟลอป
D ฟลิปฟลอป เป็ นฟลิปฟลอปอีกชนิดหน่ึงท่ีถูกดดั แปลงมาจาก RS ฟลิปฟลอป โดยใส่เกตเพ่ิมเขา้ ไปท่ี

ขาอินพุต R ของ RS ฟลิปฟลอป ปลายดา้ นอินพุตของตวั นอตเกตต่อร่วมกบั ขาอินพุต S ของ RS ฟลิปฟลอป
และต่อออกมาเป็ นขาอินพุตเพียงขาเดียวคือขา D ตวั D มาจากคาว่า Data หรือขอ้ มูล เป็ นฟลิปฟลอปท่ีถูก
ออกแบบข้ึนมาเพอ่ื การหน่วงสัญญาณดิจิตอลหรือเก็บสถานะขอ้ มูลที่ป้อนเขา้ มาไว้ จนกระทง่ั มีสญั ญาณขอ้ มูล
ใหม่ป้อนเขา้ มา หรือมีสัญญาณขอ้ มูลใหม่พร้อมสัญญาณนาฬิกาป้อนเขา้ มา เอาตพ์ ุต D ฟลิปฟลอปจึงเปลี่ยน
สถานะการทางานไป สญั ลกั ษณ์ D ฟลิปฟลอป

12.6 T ฟลปิ ฟลอป
T ฟลิปฟลอป หรือทอกเกิลฟลิปฟลอป (Toggle Flip Flop) เป็ นฟลิปฟลอปที่การทางานจะเกิดการสลบั

ไปสลบั มา โดยมีอินพุต T เพียงอินพุตเดียว การทางานของ T ฟลิปฟลอปเกิดการเปลี่ยนสถานะทุกคร้ัง ที่มี
สัญญาณนาฬิกาป้อนให้อินพุต T สัญญาณนาฬิกาป้อนเขา้ มาคร้ังแรก เอาตพ์ ุตมีสถานะหน่ึง สัญญาณนาฬิกา
ป้อนเขา้ มาคร้ัง ที่สอง เอาตพ์ ุตถูกเปล่ียนไปเป็ นสถานะตรงขา้ ม และเม่ือมีสัญญาณนาฬิกาป้อนเขา้ มาคร้ัง ท่ี
สาม เอาตพ์ ตุ จะกลบั มาเป็นสถานะเดิมอีกคร้ัง
12.7 JK ฟลิปฟลอป

JK ฟลิปฟลอป เป็ นฟลิปฟลอปท่ีถูกปรับปรุงข้ึนมาจาก RS ฟลิปฟลอป เพราะด้วย RS ฟลิปฟลอป มี
ขอ้ เสียจากกรณีสัญญาณลอจิกป้อนเขา้ มาทางอินพุต R และ S เป็นลอจิก 1 ท้งั คู่จะมีผลใหล้ อจิกทางเอาตพ์ ุตไม่
แน่นอน เป็นสถานะที่ RS ฟลิปฟลอปไม่สามารถทางานได้ และไมม่ ีการใชง้ าน

12.8 JK ฟลปิ ฟลอปควบคุมด้วยสัญญาณนาฬิกา
JK ฟลิปฟลอปแบบไม่มีสัญญาณนาฬิกาควบคุม สามารถทางานไดท้ นั ทีเม่ือมีสญั ญาณลอจิกป้อนเขา้ มา

ท่ีอินพุต J และ K ในค่าลอจิกที่ถูกตอ้ ง สัญญาณลอจิกจะถูกส่งออกเอาต์พุตในทนั ทีท่ีสัญญาณลอจิกอินพุต
ป้อนเขา้ มา JK ฟลิปฟลอปท่ีนิยมใชง้ านทวั ่ ไปจะมีสัญญาณนาฬิกาช่วยควบคุมการทางาน ซ่ึงช่วยควบคุมให้
JK ฟลิปฟลอปส่งสัญญาณลอจิกออกเอาตพ์ ุตในเวลาท่ีกาหนดไว้ การควบคุมดงั กล่าวน้ีจาเป็ นตอ้ งมีข้วั ต่อ
อินพุตสาหรับรับสัญญาณควบคุมการทางานเพ่ิมเขา้ ไป และมีสัญญาณนาฬิกาป้อนเขา้ ใช้เป็ นสัญญาณอินพุต
สาหรับควบคุมการทางาน ดงั น้นั วงจร JK ฟลิปฟลอปชนิดน้ีจึงเพ่ิมขารับสัญญาณนาฬิกาเขา้ ไป ลกั ษณะ JK
ฟลิปฟลอปแบบมีสญั ญาณนาฬิกาควบคุมการทางาน

12.9 ข้วั ควบคุมอสิ ระของฟลปิ ฟลอป
มีอินพุตอีกประเภทหน่ึงถูกใส่เพ่ิมเขา้ ไปในฟลิปฟลอป เพ่ือทาให้การทางานของฟลิปฟลอปเปล่ียนไป

ทางานอยา่ งอิสระไมข่ ้ึนกบั สัญญาณอินพุตลอจิก หรือสัญญาณนาฬิกาที่ป้อนใหข้ า CKสามารถทาให้ฟลิปฟลอป
มีเอาต์พุต Q เป็ นลอจิก 1 หรือ 0 ท่ีเวลาใดก็ได้ โดยต่ออินพุตเพ่ิมเขา้ ไปใหม่ เรียกอินพุตที่ต่อเพ่ิมใหม่เพ่ือการ
ทางานดงั กล่าวน้ีว่าอินพุตทาไม่พร้อมกนั (Asynchronous Input) หรืออาจเรียกว่าอินพุตผ่านขา้ มไป (Override

Input) ใช้ในการผ่านขา้ มอินพุตอื่นๆ เพื่อทาให้ฟลิปฟลอปไปอยูใ่ นสถานะใดสถานะหน่ึงได้ตามตอ้ งการ ข้วั
อินพตุ ไม่พร้อมกนั ท่ีเพิม่ เขา้ ไปมี 2 ชนิด คือ อินพุตปรีเซต (Preset) หรือ PR และอินพตุ เคลียร์ (Clear) หรือ CLR

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที )

1. ผสู้ อนเขียนตารางความจริงฟลอปฟลอบแต่ 1. ผเู้ รียนเขียนตารางความจริงฟลอปฟลอบแต่ละ

ละชนิดอยา่ งถูกตอ้ งเป็นลาดบั ใหผ้ เู้ รียนเขา้ ใจ ชนิดอยา่ งถูกตอ้ งเป็นลาดบั ใหผ้ เู้ รียนเขา้ ใจ

2. ผูส้ อนแจง้ วตั ถุประสงคข์ องการเรียน หน่วย 2. ผเู้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั วตั ถุประสงคข์ อง

ท่ี 12 เร่ือง ฟลิปฟลอป หนา้ 247 การเรียนหน่วยที่ 12 เร่ือง ฟลิปฟลอป หนา้ 247

3. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนอธิบายการทางานวงจรฟลิ 3. ผเู้ รียนอธิบายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบ

ปฟลอบแบบใชท้ รานซิลเตอร์ ใชท้ รานซิลเตอร์

2. ข้ันให้ความรู้ ( 180 นาที ) 2. ข้ันให้ความรู้ ( 180 นาที )

1. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนเปิ ดเอกสารประกอบการ 1. ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน วงจร

สอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง หน่วยท่ี 12 เร่ือง พลั ส์และสวติ ชิง หน่วยที่ 12 เรื่อง ฟลิปฟลอป หนา้ ที่

ฟลิปฟลอป หนา้ ที่ 248-261 พร้อมอธิบายเน้ือหาที 248-261 พร้อมอธิบายเน้ือหาทีละส่วน
ละส่วน

2. ผูส้ อนอธิบายความรู้เพ่ิมเติมนอกเหนือจาก 2. ผเู้ รียนฟังอธิบายความรู้เพ่ิมเติมนอกเหนือจาก
เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวติ ชิง เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง

และให้ผู้เรี ยนรวบรวมเกี่ยวกับสาธิตการเลือก แล ะให้ ผู้เรี ยน รวบ รวมเกี่ ยวกับ ส าธิ ตการเลื อก
ฟลิปฟลอบแตล่ ะชนิดไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม ฟลิปฟลอบแตล่ ะชนิดไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

3. ผูส้ อนเปิ ดโอกาสให้ผูเ้ รียนซกั ถามขอ้ สงสัย 3. ผเู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสยั ที่เกิดข้ึน
ท่ีเกิดข้ึนระหวา่ งการเรียน และตอบขอ้ ซกั ถาม

3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 240 นาที ) 3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 240 นาที )

1. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาใบงานท่ี 12 ฟลิปฟลอบ 1. ผูเ้ รียนทาใบงานที่ 12 ฟลิปฟลอบหน้า 264-

หนา้ 264-267 267

2. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจาอินเทอร์เน็ต 2. ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที )

1. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน 1. ผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ได้เรียนให้มีความ

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

2. ผูส้ อนให้ทาแบบฝึ กหัดหน่วยที่ 12 หน้าท่ี 2. ผูส้ อนให้ทาแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 12 หน้าท่ี

262-263 262-263

3. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรียน 3. ผเู้ รียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกหอ้ งเรียน ดว้ ยเอกสาร

ด้วยเอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพัลส์และ ประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และ สวิตชิงท่ีจดั ทา

สวติ ชิงท่ีจดั ทาข้ึน ข้ึน

(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-4) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-4)

(รวม 480 นาที หรือ 8 คาบเรียน)

งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสารหน่วยท่ี 12 ฟลิปฟลอป
2. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 12 ฟลิปฟลอป

ขณะเรียน

1. ทาใบงานที่ 12 ฟลิปฟลอบ

หลงั เรียน

1. ทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 12
2. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

1. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 12
2. ใบงานที่ 12 ฟลิปฟลอบ

ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือสิ่งพมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-4)
2. ใบความรู้ที่ 12 เร่ือง ฟลิปฟลอป (ใช้ประกอบการเรียนการสอนข้นั ให้ความรู้ เพื่อให้บรรลุ
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1-4)
3. ใบงานที่ 12 ฟลิปฟลอบ ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
4. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 12 ข้นั สรุปและประเมินผล ขอ้ 2
5. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
6. แบบประเมินพฤติกรรมการทางาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั สรุปและประเมินผล

ส่ือโสตทศั น์ (ถา้ มี)
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง เร่ือง ฟลิปฟลอป

ส่ือของจริง
ฟลิปฟลอป

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์

นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถิ่น

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

1. บูรณาการกบั วิชาภาษาไทย เรื่อง อธิบายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบใช้ทรานซิลเตอร์และ
เขียนตารางความจริงฟลอปฟลอบแต่ละชนิดอยา่ งถูกตอ้ งเป็นลาดบั

2. บูรณาการกบั วชิ าวทิ ยาศาสตร์ เร่ือง ติดตามสญั ญาณนาฬิกาใชค้ วบคุมการทางาน
3. บูรณาการกบั วชิ างานอาชีพ เรื่อง สาธิตการเลือกฟลิปฟลอบแต่ละชนิดไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 หลกั การประเมินผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน

1. ความรู้เบ้ืองตน้ ก่อนการเรียนการสอน

ขณะเรียน

1. ตรวจใบงานท่ี 12 ฟลิปฟลอบ

หลงั เรียน

1. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 12

ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเร็จของผู้เรียน

1. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 12
2. ใบงานที่ 12 ฟลิปฟลอบ

สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ฟลิปฟลอป
1. วเิ คราะห์และตีความหมาย
2. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
4. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการปฏบิ ตั งิ านอาชีพ

1. เลือกฟลิปฟลอปแตล่ ะชนิดไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ท่ี 15-16 เร่ือง ฟลิปฟลอป ผเู้ รียนจะมีความรู้เกี่ยวกบั ฟลิปฟลอป หรือที่รู้จกั ใน
ช่ือไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ และอาจเรียกวา่ มลั ติไวเบรเตอร์แบบทวเิ สถียร เป็ นวงจรมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดท่ี
ในการเปลี่ยนแปลงการทางานจะตอ้ งมีสัญญาณอินพุตป้อนเขา้ มาควบคุมในการทางาน สภาวะการทางานของ
วงจรเป็ นลกั ษณะวงจรเสถียรภาพอยู่ 2 สภาวะ แบ่งสภาวะการทางานลกั ษณะเสถียรภาพออกเป็ น 2 ส่วน โดย
วงจรส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะทางานตลอดเวลา วงจรอีกส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะหยดุ ทางานตลอดเวลา การเปล่ียน
สภาวะการทางานของวงจรแต่ละคร้ัง ตอ้ งมีสัญญาณป้อนเขา้ มาควบคุมจากภายนอก ส่งเขา้ มาควบคุมการ
เปล่ียนแปลงการทางาน สัญญาณป้อนเขา้ มาควบคุมหน่ึงคร้ัง สภาวะการทางานของวงจรถูกเปลี่ยนไปเป็ นตรง
ขา้ ม เม่ือสัญญาณป้อนเขา้ มาควบคุมเป็ นคร้ัง ที่สอง สภาวะการทางานของวงจรถูกเปล่ียนไปเป็ นตรงขา้ มอีก
คร้ัง คือเปลี่ยนกลบั มาอยู่ในสภาวะเดิมของคร้ัง แรก การทางานของวงจรจึงเปล่ียนกลบั ไปกลบั มาระหว่าง
สภาวะคงที่ท้งั สองน้ี

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 อธิบายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบใชท้ รานซิลเตอร์ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายการทางานวงจรฟลิปฟลอบแบบใช้ทรานซิลเตอร์ได้จะได้ 2

คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 เขียนตารางความจริงฟลอปฟลอบแตล่ ะชนิดอยา่ งถูกตอ้ งเป็ นลาดบั

ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เขียนตารางความจริงฟลอปฟลอบแต่ละชนิดอยา่ งถูกตอ้ งเป็นลาดบั ได้

จะได้ 2 คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 สาธิตการเลือกฟลิปฟลอบแต่ละชนิดไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสมได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : 3 สาธิตการเขียนตารางความจริงของลอจิกเกตแตล่ ะชนิดได้ จะได้ 3

คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 ติดตามสัญญาณนาฬิกาใชค้ วบคุมการทางานได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ติดตามสญั ญาณนาฬิกาใชค้ วบคุมการทางานไดจ้ ะได้ 3 คะแนน

แบบฝึกหดั หน่วยที่ 12
ตอนที่ 1 เขียนเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ท่ีถูกตอ้ งที่สุด
1. วงจรฟลิปฟลอปคืออะไร

ก. วงจรท่ีใชใ้ นการเปล่ียนการทางานตอ้ งมีสัญญาณนาฬิกามาควบคุม
ข. วงจรมีสถานะการทางานคงที่อยู่ 2 สถานะตรงขา้ มกนั
ค. วงจรที่สภาวะการทางานอยใู่ นรูปลอจิก 0 และ 1
ง. ถูกทุกขอ้
2. การนาวงจรฟลิปฟลอปไปใชง้ านเบ้ืองตน้ เป็ นวงจรอะไร
ก. หน่วงเวลา
ข. สวติ ช์ต้งั เวลา
ค. เกบ็ ขอ้ มูลขนาด 1 บิต
ง. ปรับเปล่ียนระดบั สัญญาณออก
3. สัญญาณนาฬิกาท่ีใชใ้ นฟลิปฟลอปทาหนา้ ท่ีอะไร
ก. กระตุน้ ใหฟ้ ลิปฟลอปทางานอยา่ งต่อเน่ือง
ข. ควบคุมการทางานของวงจรตามจงั หวะ
ค. ใชจ้ บั เวลาทางานของสัญญาณอินพตุ
ง. เป็นความถ่ีกาหนดเวลาการทางาน

4. จากรู ปเป็ นวงจรอะไร
ก. D ฟลิปฟลอป
ข. T ฟลิปฟลอป
ค. RS ฟลิปฟลอป
ง. JK ฟลิปฟลอป

5. จากรูปเป็นวงจรอะไร
ก. D ฟลิปฟลอป
ข. T ฟลิปฟลอป
ค. RS ฟลิปฟลอป
ง. JK ฟลิปฟลอป

6. จากรูปขอ้ 5 หากป้อนลอจิก 1 เขา้ ที่อินพุต IN เอาตพ์ ุต Q จะ
เป็นอยา่ งไร

ก. มีลอจิกเป็น 1
ข. มีลอจิกเป็น 0
ค. ไม่มีเอาตพ์ ุตออก
ง. ไม่เปล่ียนแปลงการทางาน
7. จากรูปถา้ ป้อนลอจิกอินพุตให้ J = 1, K = 0 ทางเอาตพ์ ุต Q มีสถานะอยา่ งไร
ก. ลอจิก 1
ข. ลอจิก 0
ค. หยดุ ทางาน
ง. เป็นตรงขา้ ม
8. จากรูปข้อ 7 เมื่อจ่ายลอจิก 1 ให้ทงั ้ อินพุต J และ K ทาให้ฟลิปฟลอปตวั น้ีมีสภาวะการทางาน
เหมือนกบั ฟลิปฟลอปชนิดใด
ก. D ฟลิปฟลอป
ข. T ฟลิปฟลอป
ค. RS ฟลิปฟลอป
ง. JK ฟลิปฟลอป
9. ข้วั PR มีหนา้ ที่ในการทางานอยา่ งไร
ก. จา่ ยไฟเล้ียงใหต้ วั ฟลิปฟลอป
ข. ควบคุมใหเ้ อาตพ์ ตุ Q ไดล้ อจิกออกมาถูกตอ้ งไม่ผดิ เพ้ียน
ค. ควบคุมใหเ้ อาตพ์ ตุ Q เป็นลอจิก 0 โดยไมค่ านึงถึงลอจิกอินพุต และสญั ญาณนาฬิกา
ง. ควบคุมใหเ้ อาตพ์ ตุ Q เป็นลอจิก 1 โดยไม่คานึงถึงลอจิกอินพตุ และสญั ญาณนาฬิกา

10. จากตารางความจริงที่แสดงสัญญาณ CK ทางานอยา่ งไร
ก. CK ขาลงควบคุมใหเ้ อาตพ์ ุต Q เปล่ียนแปลงตามอินพุต A
ข. CK ขาข้ึนควบคุมใหเ้ อาตพ์ ตุ Q เปล่ียนแปลงตามอินพุต A
ค. CK ขาลงควบคุมใหเ้ อาตพ์ ุต Q ไม่เปลี่ยนแปลงตามอินพุต A
ง. CK ขาข้ึนควบคุมใหเ้ อาตพ์ ตุ Q ไมเ่ ปลี่ยนแปลงตามอินพุต A

ตอนท่ี 2 อธิบายใหไ้ ดใ้ จความถูกตอ้ งสมบูรณ์
1. ความสาคญั สญั ญาณของนาฬิกาเป็นอยา่ งไร สามารถนาไปใชง้ านไดอ้ ยา่ งไร
2. RS ฟลิปฟลอป คือฟลิปฟลอปชนิดใด มีคุณสมบตั ิในการทางานอยา่ งไร
3. D ฟลิปฟลอป คือฟลิปฟลอปชนิดใด มีคุณสมบตั ิในการทางานอยา่ งไร
4. JK ฟลิปฟลอป คือฟลิปฟลอปชนิดใด มีคุณสมบตั ิในการทางานอยา่ งไร

ใบงานที่ 12 ฟลปิ ฟลอบ

ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั

1. ประกอบวงจรฟลิปฟลอปชนิดตา่ งๆ ได้

2. บอกผลการทางานของวงจรฟลิปฟลอปแต่ละชนิดได้

3. เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทางาน

เคร่ืองมือและอปุ กรณ์

1. แผงทดลองดิจิตอล 1 ชุด

2. IC เบอร์ 7400, 7402, 7474, 7476 เบอร์ละ 1 ตวั

3. คู่มือการใชง้ าน IC TTL 1 เล่ม

4. สายต่อวงจร 1 ชุด

ลาดบั ข้ัน การทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 12.1 พร้อมทงั ้ จ่ายแรงดนั 5 V ใหต้ วั IC เบอร์ 7400

2. ทดสอบคุณสมบตั ิการทางานของวงจร RS ฟลิปฟลอปจากแนนด์เกต บนั ทึกผลลงในตารางท่ี 12.1 ช่อง

เอาตพ์ ตุ Q และ Q̅

3. ประกอบวงจรตามรูปที่ 12.2 พร้อมท้งั จ่ายแรงดนั 5 V ใหต้ วั IC เบอร์ 7402
4. ทดสอบคุณสมบตั ิการทางานของวงจร RS ฟลิปฟลอปจากนอร์เกต บนั ทึกผลลงในตารางที่ 12.2 ช่อง

เอาตพ์ ุต Q และ Q̅

5. ประกอบวงจรตามรูปที่ 12.3 พร้อมท้งั จา่ ยแรงดนั 5 V ใหต้ วั IC เบอร์ 7400
6. ทดสอบคุณสมบตั ิการทางานของวงจร RS ฟลิปฟลอปจากแนนด์เกตแบบมีสัญญาณนาฬิกา บนั ทึกผล

ลงในตารางที่ 12.3 ช่องเอาตพ์ ตุ Q และ Q̅

7. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 12.4 พร้อมท้งั จ่ายแรงดนั 5 V ใหต้ วั IC เบอร์ 7474
8. ทดสอบคุณสมบตั ิการทางานของวงจร D ฟลิปฟลอปแบบมีสัญญาณนาฬิกา บนั ทึกผลลงในตารางท่ี

12.4 ช่องเอาตพ์ ตุ Q และ Q̅

9. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 12.5 พร้อมท้งั จ่ายแรงดนั 5 V ใหต้ วั IC เบอร์ 7476
10. ทดสอบคุณสมบตั ิการทางานของวงจร JK ฟลิปฟลอปแบบมีสัญญาณนาฬิกา บนั ทึกผลลงในตารางที่

12.5 ช่องเอาตพ์ ุต Q และ Q̅

สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

คาถามและการวเิ คราะห์
1. ผลการทดลองของ RS ฟลิปฟลอปจากแนนด์เกตในตารางท่ี 12.1 และจากนอร์เกตใน ตารางท่ี 12.2
เหมือนกนั หรือแตกต่างกนั อยา่ งไร

_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
2. ผลการทดลองของ D ฟลิปฟลอปในตารางที่ 12.4 มีผลการทางานเป็ นเช่นไร เหมือนหรือแตกต่างไปจาก
คุณสมบตั ิพ้ืนฐาน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
3. ผลการทดลองของ JK ฟลิปฟลอปในตารางท่ี 12.5 มีผลการทางานเป็นเช่นไร เหมือนหรือแตกต่างไปจาก
คุณสมบตั ิพ้นื ฐาน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มสี าระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ

แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ

แบบประเมนิ กระบวนการทางาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขท่ี…….

1……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี…….
คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
ท่ี รายการประเมิน
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการ
จดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีส่ือ / อุปกรณ์ไมเ่ พียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาที่กาหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บนั ทึกหลงั การสอน

หน่วยท่ี 12 เร่ือง ฟลปิ ฟลอป

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด
3. นกั ศึกษาสาธิตการเลือกฟลิปฟลอบแต่ละชนิดไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสมได้

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 13
สอนสัปดาห์ที่ 17-18
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี
ชื่อวชิ า วงจรพลั ส์และสวิตชิง คาบรวม 72
จานวนคาบ 4
ชื่อหน่วย การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา
ช่ือเรื่อง การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

1. ใชง้ านซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา

สาระสาคญั

ในระบบการทางานทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือระบบควบคุมการทางานในอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่างๆ ที่มีการทางานหลายงานพร้อมกนั หากการทางานเหล่าน้นั เป็ นอิสระไม่เก่ียวขอ้ งกนั
โดยสิ้นเชิง จะไม่เกิดปญั หาใดๆ ในระบบการทางาน แต่ในความเป็ นจริงแลว้ งานเหล่าน้นั ตอ้ งใช้ทรัพยากร
ร่วมกันไม่มากก็น้อย ดังน้ันการทางานของงานหน่ึง อาจมีผลกระทบทางอ้อมต่ออีกงานหน่ึง โดยผ่านทาง
ทรัพยากรที่ใชร้ ่วมกนั หรือในการทางานบางอยา่ งระบบการทางานจาเป็ นตอ้ งสัมพนั ธ์และเก่ียวขอ้ งกนั เพื่อมิ
ให้งานต่างๆ ส่งผลกระทบกนั อนั จะก่อให้เกิดความเสียหายข้ึนได้ ต่อส่วนของระบบปฏิบตั ิการ หรือระบบ
ควบคุม จะตอ้ งทาการควบคุมส่วนที่มีผลกระทบร่วมกนั ให้มีการทางานท่ีสัมพนั ธ์กนั ระหวา่ งแต่ละงาน หนา้ ที่
ควบคุมให้มีการทางานที่สัมพนั ธ์กนั น้ีถูกเรียกวา่ การซิงโครไนซ์ (Synchronization) หรือการทาให้พร้อมกนั

เร่ืองที่จะศึกษา

1. การซิงโครไนซ์
2. การใชง้ านของการซิงโครไนซ์
3. เวลาและความถ่ีสัญญาณนาฬิกา
4. ไดอะแกรมเวลาดิจิตอล
5. ไดอะแกรมเวลาดิจิตอลควบคุมดว้ ย
6. สญั ญาณนาฬิกา
7. บทสรุป

จุดประสงค์การเรียน/การสอน

 จุดประสงค์ทวั่ ไป

1. เพื่อใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั อธิบายการซิงโครไนซ์ได้ (ด้านพทุ ธิพิสัย)
2. เพื่อให้มีทกั ษะในการทดลองใช้งานของการซิงโครไนซ์, สังเกตไดอะแกรมเวลาดิจิตอลคอบคุม

ด้วยสัญญาณนาฬิกา(ด้านทักษะพิสัย)
3. เพอ่ื ใหม้ ีเจตคติท่ีดีในการช้ีแจงเวลาและความถ่ีสัญญาณนาฬิกา(ด้านจิตพิสัย)

 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. อธิบายการซิงโครไนซ์ได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ยั )
2. ทดลองใชง้ านของการซิงโครไนซ์ได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ัย)
3. สังเกตไดอะแกรมเวลาดิจิตอลคอบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกาได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ยั )
4. ช้ีแจงเวลาและความถี่สัญญาณนาฬิกาได้ (ด้านจิตพิสัย)

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

13.1 การซิงโครไนซ์
ในระบบการทางานทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือระบบควบคุมการทางานในอุปกรณ์ไฟฟ้าและ

อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่างๆ ที่มีการทางานหลายงานพร้อมกนั หากการทางานเหล่าน้นั เป็นอิสระไมเ่ กี่ยวขอ้ งกนั โดย
สิ้นเชิง จะไม่เกิดปญั หาใดๆ ในระบบการทางาน แต่ในความเป็ นจริงแลว้ งานเหล่าน้นั ตอ้ งใชท้ รัพยากรร่วมกนั
ไม่มากก็นอ้ ย ดงั น้นั การทางานของงานหน่ึง อาจมีผลกระทบทางออ้ มต่ออีกงานหน่ึง โดยผา่ นทางทรัพยากรที่ใช้
ร่วมกนั หรือในการทางานบางอย่างระบบการทางานจาเป็ นต้องสัมพนั ธ์และเก่ียวขอ้ งกนั เพ่ือมิให้งานต่างๆ
ส่งผลกระทบกนั อนั จะก่อให้เกิดความเสียหายข้ึนได้ ต่อส่วนของระบบปฏิบตั ิการ หรือระบบควบคุม จะตอ้ งทา
การควบคุมส่วนท่ีมีผลกระทบร่วมกนั ให้มีการทางานท่ีสัมพนั ธ์กนั ระหว่างแต่ละงาน หน้าที่ควบคุมให้มีการ
ทางานท่ีสัมพนั ธ์กนั น้ีถูกเรียกวา่ การซิงโครไนซ์ (Synchronization) หรือการทาใหพ้ ร้อมกนั

การซิงโครไนซ์เป็ นวิธีการท่ีทาให้เกิดการกาหนดค่า การบงั คบั หรือการเรียงลาดบั ของเหตุการณ์บน
สัญญาณขอ้ มูลข่าวสาร ในการออกแบบระบบดิจิตอลการซิงโครไนซ์ทาให้แน่ใจวา่ การทางานท่ีเกิดข้ึนเป็ นไป
ตามลาดบั ท่ีถูกตอ้ ง และในกรณีที่ตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั (Critical) ในการทางานตอ้ งแน่ใจไดว้ า่ การทางานของ
ระบบมีความถูกตอ้ งและน่าเชื่อถือ ในทางหลกั ฟิ สิกส์แลว้ การใชก้ ารซิงโครไนซ์จะทาให้ระบบมีขนาดใหญ่ข้ึน
และทาให้ความเร็วในการทางานของระบบเพิ่มข้ึน หรือเป็ นประโยชน์ต่อการทดสอบท่ีเกิดข้ึน เม่ือนาการ
ซิงโครไนซ์มาใช้งานจะมีบทบาทสาคญั ต่อระบบการออกแบบ การทางานทางดิจิตอลทงั ้ หมดจะข้ึนอยู่กบั
สัญญาณควบคุมในระบบเป็ นไปตามสถานะของลอจิก ดงั น้นั หลกั การทางานทางดิจิตอลจึงข้ึนอยูก่ บั ความเช่ือ
มนั ่ ของการซิงโครไนซ์ที่มาจากภายนอก การซิงโครไนซ์ทาให้เกิดการควบคุม โดยรับรองการเรียงลาดบั ของ
เหตุการณ์บนทางเดินสัญญาณ ดว้ ยสัญญาณของการซิงโครไนซ์ ซ่ึงอาจเกิดการเปล่ียนแปลงที่เวลาใดๆ ได้ ทาให้
เกิดการทางานท่ีพร้อมเพรียงกนั ดว้ ยการควบคุมของสญั ญาณนาฬิกา ก่อน
ที่จะถูกนาไปใชเ้ ป็นอินพุตของลอจิกทาใหพ้ ร้อมกนั (Synchronous Logic)

13.2 การใช้งานของการซิงโครไนซ์
ในระบบการทางานทางดิจิตอล การควบคุมให้เกิดการทางานทางดา้ นเครื่องรับให้ตรงกบั การทางาน

ทางด้านเคร่ืองส่ง สามารถแบ่งการควบคุมออกได้ 2 ระบบ คือระบบไม่พร้อมกนั (Asynchronous System) ใช้
วิธีการถอดรหัสจากขอ้ มูลเตรียมพร้อม (Data Ready) เป็ นสัญญาณรหัสควบคุมใช้เป็ นสัญญาณนาก่อนจะถึง
สัญญาณข้อมูลข่าวสาร และระบบพร้อมกัน (Synchronous System) ใช้วิธีการควบคุมด้วยสัญญาณนาฬิกา
หลกั การทางานของท้งั 2 ระบบ
13.3 เวลาและความถีส่ ัญญาณนาฬิกา

สญั ญาณนาฬิกาประกอบดว้ ยส่วนประกอบหลกั สองส่วนไดแ้ ก่ ส่วนแรกเป็ นอุปกรณ์ใหก้ าเนิดสัญญาณ
นาฬิกา ใชก้ าหนดความยาวของช่วงเวลาในหน่วยวินาที หรืออาจกล่าวไดว้ า่ คือระยะห่างของเวลา อยใู่ นรูปของ
ความถี่สัญญาณนาฬิกา โดยปกติในการประยุกต์ใช้งานทวั่ ไปใช้แร่คริสตลั ในวงจรกาเนิดความถี่ ให้กาเนิด

ความถ่ีอา้ งอิงที่ตอ้ งการออกมา นาไปต่อร่วมกบั วงจรอิเลก็ ทรอนิกส์ หรือกล่าวไดใ้ นอีกลกั ษณะหน่ึงวา่ ส่วนของ
สัญญาณนาฬิกาเกิดจากการสั่น ของสัญญาณคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกี่ยวขอ้ งกบั การเปลี่ยนแปลงควอนตมั ระหวา่ ง
สองระดบั พลงั งานในอะตอม โดยเลือกมาจากคา่ อา้ งอิง ส่วนท่ีสองเป็นส่วนของวงจรนบั ท่ีเรียกวา่ ตวั รวมหรือตวั
สะสมที่เก็บจานวนความถ่ีของเวลาในจานวนรอบคลื่นต่อวินาทีที่เกิดข้ึนของวงจรกาเนิดความถี่แสดงค่าความถ่ี
น้นั ออกมา
13.4 ไดอะแกรมเวลาดจิ ิตอล

ไดอะแกรมเวลาดิจิตอล (Digital Timing Diagram) คือผงั เวลาท่ีเขียนเรียงเป็นลาดบั กนั ไปในรูปสญั ญาณ
คล่ืนส่ีเหลี่ยมมุมฉาก หรือคลื่นสัญญาณพลั ส์ ที่แสดงค่าออกมาแทนค่าสัญญาณลอจิก 2 ค่า คือ 0 และ 1 ถูก
กาหนดค่าการเกิดสัญญาณพลั ส์ดว้ ยค่าเวลาท่ีกาหนดไว้ ท้งั ทางดา้ นอินพุตและทางดา้ นเอาตพ์ ุต โดยจะถูกควบคุม
การทางานดว้ ยสัญญาณนาฬิกาดว้ ยหรือไม่ก็ไดไ้ ดอะแกรมเวลาดิจิตอลจะเป็ นตวั บอกถึงสภาวะการทางานของ
วงจรดิจิตอลชนิดตา่ งๆ เหล่าน้นั

ไดอะแกรมเวลาดิจิตอลท่ีแสดงไว้ สามารถนามาเขียนเป็ นตารางความจริงได้ หรือในทางตรงขา้ มกนั ก็
สามารถนาตารางความจริงไปเขียนเป็ นไดอะแกรมเวลาดิจิตอลไดเ้ ช่นเดียวกนั ค่าท้งั หมดท่ีแสดงออกมาจะ
แสดงให้ทราบถึงคุณสมบตั ิการทางานในแต่ละตาแหน่งข้วั ต่อท้งั ด้านอินพุตและเอาต์พุตของวงจรดิจิตอล
เหล่าน้นั นาไปใชเ้ ป็ นเครื่องมือในการวเิ คราะห์ค่าความจริงของลอจิกเกตได้ ใชใ้ นการตรวจสอบวงจรดิจิตอลท่ี
ต่อออกมาได้ และสามารถใชใ้ นการออกแบบวงจรดิจิตอลใหม่ท่ีเหมาะสมกบั การใชง้ านได้

13.5 ไดอะแกรมเวลาดิจิตอลควบคุมด้วยสัญญาณนาฬิกา
สัญญาณนาฬิกาเป็ นส่ิงสาคญั ของระบบการทางานของวงจรดิจิตอล ท่ีมีการทางานในรูปแบบการทาให้

พร้อมกนั หรือการซิงโครไนซ์ ดงั น้นั สัญญาณนาฬิกาจึงเขา้ มามีส่วนเก่ียวขอ้ งในระบบควบคุมการทางานของ
วงจรดิจิตอล โดยถือวา่ เป็ นส่วนหน่ึงในระบบการทางาน เมื่อนาระบบการทางานของวงจรดิจิตอลไปเขียนใหอ้ ยู่
ในรูปไดอะแกรมเวลาดิจิตอล จึงตอ้ งมีสัญญาณนาฬิกาถูกแสดงค่าไวเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของไดอะแกรมเวลาดิจิตอล
และมกั จะแสดงไวใ้ นตาแหน่งบนสุดของไดอะแกรมเสมอ ใชเ้ ป็ นท้งั ไดอะแกรมเวลาดิจิตอลช่วยบอกช่วงเวลา
ของการทางานและเป็ นท้งั สัญญาณนาฬิกาใชเ้ พ่ือควบคุมการทางานของวงจรดิจิตอลให้เกิดการทางานพร้อมกนั
ไดอะแกรมเวลาดิจิตอลที่มีสัญญาณนาฬิกาใชค้ วบคุมการทางาน

13.6 บทสรุป
หน้าท่ีควบคุมให้ระบบการทางานมีการทางานท่ีสัมพนั ธ์กนั ถูกเรียกวา่ การซิงโครไนซ์หรือการทาให้

พร้อมกนั การซิงโครไนซ์เป็ นวิธีการท่ีทาให้เกิดการกาหนดค่า การบงั คบั หรือการเรียงลาดบั ของเหตุการณ์บน
สัญญาณขอ้ มูลข่าวสาร ในการออกแบบระบบดิจิตอลการซิงโครไนซ์ทาให้แน่ใจวา่ การทางานที่เกิดข้ึนเป็ นไป
ตามลาดบั ท่ีถูกตอ้ ง เม่ือนาการซิงโครไนซ์มาใช้งานจะมีบทบาทสาคญั ต่อระบบการออกแบบ การทางานทาง
ดิจิตอลท้งั หมดจะข้ึนอยกู่ บั สญั ญาณควบคุม

ในระบบที่เป็ นไปตามสถานะของลอจิกในระบบการทางานทางดิจิตอล การควบคุมให้เกิดการทางาน
ทางดา้ นเครื่องรับให้ตรงกบั การทางานทางดา้ นเครื่องส่ง สามารถแบ่งการควบคุมออกได้ 2 ระบบ คือระบบไม่

พร้อมกนั ใช้วิธีการถอดรหัสจากขอ้ มูลเตรียมพร้อม เป็ นสัญญาณรหัสควบคุมใช้เป็ นสัญญาณนาก่อนจะถึง
สญั ญาณขอ้ มูลขา่ วสาร และระบบพร้อมกนั ใชว้ ธิ ีการควบคุมดว้ ยสญั ญาณนาฬิกา

หน้าที่ของการซิงโครไนซ์ก็คือทาให้แน่ใจว่าในการดาเนินงานจะเป็ นไปตามลาดับที่ถูกต้องการ
ซิงโครไนซ์จึงเป็ นส่วนหน่ึงที่สาคญั ต่อการออกแบบระบบดิจิตอล การใชง้ านแบบพ้ืนฐานของการซิงโครไนซ์
สามารถนาไปใชง้ านไดใ้ น 3 วธิ ีการ ดงั น้ี ใชใ้ นการตดั สินการทางานของความตอ้ งการที่ไม่ตรงกนั ใชใ้ นการสุ่ม
ตวั อยา่ งสัญญาณที่ไมต่ รงกนั ดว้ ยสญั ญาณนาฬิกา และใชใ้ นการส่งผา่ นสัญญาณที่ไม่ตรงกนั ระหวา่ งขอบเขตของ
สัญญาณนาฬิกาสองค่า

สญั ญาณนาฬิกาประกอบดว้ ยส่วนประกอบหลกั สองส่วนไดแ้ ก่ ส่วนแรกเป็ นอุปกรณ์ให้กาเนิดสัญญาณ
นาฬิกา ใชก้ าหนดความยาวของช่วงเวลาในหน่วยวนิ าที ส่วนท่ีสองเป็นส่วนวงจรนบั เกบ็ จานวนความถี่ของเวลา
เป็นจานวนรอบคลื่นตอ่ วนิ าที ท่ีเกิดข้ึนของวงจรกาเนิดความถ่ีแสดงค่าความถ่ีน้นั ออกมา

ไดอะแกรมเวลาดิจิตอล คือผงั เวลาที่เขียนเรียงเป็ นลาดับกันไปในรูปสัญญาณคล่ืนพลั ส์ที่แสดงค่า
ออกมาแทนค่าสัญญาณลอจิก 2 ค่า คือ 0 และ 1 ถูกกาหนดค่าการเกิดสัญญาณพลั ส์ดว้ ยค่าเวลาท่ีกาหนดไว้ โดย
จะถูกควบคุมการทางานดว้ ยสัญญาณนาฬิกาดว้ ยหรือไม่ก็ได้ ตวั ไดอะแกรมเวลาดิจิตอลจะเป็ นตวั บอกถึงสภาวะ
การทางานของวงจรดิจิตอลชนิดต่างๆ นาไปใชเ้ ป็ นเครื่องมือในการวเิ คราะห์ค่าความจริงของลอจิกเกตได้ ใชใ้ น
การตรวจสอบวงจรดิจิตอลที่ต่อออกมาได้ และสามารถใชใ้ นการออกแบบวงจรดิจิตอลใหม่ท่ีเหมาะสมกบั การใช้
งานได้

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

1. ผูส้ อนช้ีแจงเร่ืองที่จะศึกษาและจุดประสงค์ 1. ผู้เรี ยนฟังผู้สอนช้ีแจงเรื่ องที่จะศึกษาและ
เชิ งพ ฤ ติ ก รรม ป ระ จ าห น่ วย ท่ี 13 เรื่ อ ง ก าร จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยที่ 13 เรื่อง การ

ซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา ซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา

2. ผู้ส อนให้ผู้เรี ยนช้ี แจงเวลาและความถี่ 2. ผเู้ รียนช้ีแจงเวลาและความถี่สัญญาณนาฬิกา

สญั ญาณนาฬิกา

2. ข้นั ให้ความรู้ (180 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (180 นาที )

1. ผูส้ อนเปิ ดงานนาเสนอวิชา วงจรพลั ส์และ 1. ผเู้ รียนฟังงานนาเสนอวิชา วงจรพลั ส์และ สวติ

สวิตชิ ง หน่ วยที่ 13 เรื่ อง การซิ งโครไนซ์และ ชิง หน่วยท่ี 8 เร่ือง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

ไดอะแกรมเวลา

2. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวงจรพลั ส์ 2. ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชา วงจรพัลส์และ

และสวิตชิงหน่วยที่ 13 เรื่อง การซิงโครไนซ์และ ส วิต ชิ งห น่ วย ที่ 13 เรื่ อ ง ก ารซิ งโค รไน ซ์ แ ล ะ

ไดอะแกรมเวลาและอธิบายเน้ือหาใหผ้ เู้ รียนฟัง ไดอะแกรมเวลาและอธิบายเน้ือหาใหผ้ ูเ้ รียนฟังและฟัง

3. ผูส้ อนเปิ ดโอกาส ให้ผูเ้ รียนถามปัญหา และ ผสู้ อนอธิบายเน้ือหา

ข้อส งสั ยจาก เน้ื อห า โดยครู ให้ ผู้เรี ยน สั งเกต 3. ผเู้ รียนถามปัญหา และขอ้ สงสยั จากเน้ือหา โดย

ไดอะแกรมเวลาดิจิตอลคอบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกา ครูให้ผเู้ รียนสังเกตไดอะแกรมเวลาดิจิตอลคอบคุมดว้ ย

พร้อมใหผ้ เู้ รียนช่วยกนั กบั ผสู้ อน สญั ญาณนาฬิกาพร้อมช่วยกนั กบั ผสู้ อน

3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 240 นาที ) 3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 240 นาที )

1. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 13 T ฟลิป 1. ผเู้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 13 T ฟลิปฟลอปและ

ฟลอปและไดอะแกรมเวลาหนา้ 282-283 ไดอะแกรมเวลาหนา้ 282-283

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที )

1. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน 1. ผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ได้เรียนให้มีความ

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

2. ผูส้ อนให้ทาแบบฝึ กหัดหน่วยที่ 13 หน้าท่ี 2. ผูส้ อนให้ทาแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 13 หน้าท่ี

280-281 280-281

3. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรียน 3. ผเู้ รียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกหอ้ งเรียน ดว้ ยเอกสาร

ด้วยเอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพัลส์และ ประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และ สวิตชิงท่ีจดั ทา

สวติ ชิงท่ีจดั ทาข้ึน ข้ึน

(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-4) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-4)

(รวม 480 นาที หรือ 8 คาบเรียน)

งานท่มี อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสารหน่วยท่ี 13 การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา
2. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 13 การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา

ขณะเรียน

1. ทำใบปฏิบตั ิงาน 13 T ฟลิปฟลอปและไดอะแกรมเวลา

หลงั เรียน

1. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 13
2. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

1. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 13
2. ใบปฏิบตั ิงาน 13 T ฟลิปฟลอปและไดอะแกรมเวลา

ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือส่ิงพมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-4)
2. ใบความรู้ที่ 13 เร่ือง การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา (ใช้ประกอบการเรียนการสอนข้นั ให้
ความรู้ เพอื่ ใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1-4)
3. ใบงานท่ี ใบปฏิบตั ิงาน 13 T ฟลิปฟลอปและไดอะแกรมเวลา ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
4. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 13 ข้นั สรุปและประเมินผล ขอ้ 2
5. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
6. แบบประเมินพฤติกรรมการทางาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั สรุปและประเมินผล

ส่ือโสตทศั น์ (ถา้ มี)
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง เรื่อง การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา

สื่อของจริง
การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์

นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถ่ิน

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

1. บูรณาการกบั วชิ าภาษาไทย เร่ือง การอธิบายการซิงโครไนซ์
2. บูรณาการกบั วชิ าวทิ ยาศาสตร์ เรื่อง ช้ีแจงเวลาและความถี่สญั ญาณนาฬิกา
3. บูรณาการกบั วิชางานอาชีพ เรื่อง ทดลองใช้งานของการซิงโครไนซ์และสังเกตไดอะแกรมเวลา

ดิจิตอลคอบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกา

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 หลกั การประเมินผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน

1. ความรู้เบ้ืองตน้ ก่อนการเรียนการสอน

ขณะเรียน

1. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 13 T ฟลิปฟลอปและไดอะแกรมเวลา

หลงั เรียน

1. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยที่ 13

ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเร็จของผู้เรียน

1. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 13
2. ใบปฏิบตั ิงาน 13 T ฟลิปฟลอปและไดอะแกรมเวลา

สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา
1. วเิ คราะห์และตีความหมาย
2. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
4. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการปฏิบตั งิ านอาชีพ

1. ใชง้ านซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา

สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ท่ี 17-18 เร่ือง การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา ผูเ้ รียนจะมีความรู้เก่ียวกบั
ระบบการทางานทางดา้ นคอมพิวเตอร์ หรือระบบควบคุมการทางานในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ชนิด
ต่างๆ ที่มีการทางานหลายงานพร้อมกนั หากการทางานเหล่าน้ันเป็ นอิสระไม่เก่ียวขอ้ งกนั โดยสิ้นเชิง จะไม่
เกิดปญั หาใดๆ ในระบบการทางาน แตใ่ นความเป็นจริงแลว้ งานเหล่าน้นั ตอ้ งใชท้ รัพยากรร่วมกนั ไมม่ ากกน็ อ้ ย
ดงั น้ันการทางานของงานหน่ึง อาจมีผลกระทบทางออ้ มต่ออีกงานหน่ึง โดยผ่านทางทรัพยากรที่ใช้ร่วมกนั
หรือในการทางานบางอยา่ งระบบการทางานจาเป็ นตอ้ งสัมพนั ธ์และเก่ียวขอ้ งกนั เพ่ือมิให้งานต่างๆ ส่งผล
กระทบกนั อนั จะก่อใหเ้ กิดความเสียหายข้ึนได้ ต่อส่วนของระบบปฏิบตั ิการ หรือระบบควบคุม จะตอ้ งทาการ
ควบคุมส่วนท่ีมีผลกระทบร่วมกันให้มีการทางานที่สัมพนั ธ์กนั ระหว่างแต่ละงาน หน้าท่ีควบคุมให้มีการ
ทางานท่ีสมั พนั ธ์กนั น้ีถูกเรียกวา่ การซิงโครไนซ์ (Synchronization) หรือการทาใหพ้ ร้อมกนั

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายการซิงโครไนซ์ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายการซิงโครไนซ์ได้ จะได้ 2 คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 ทดลองใชง้ านของการซิงโครไนซ์ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ทดลองใชง้ านของการซิงโครไนซ์ได้ จะได้ 2 คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 สังเกตไดอะแกรมเวลาดิจิตอลคอบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกาได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : สังเกตไดอะแกรมเวลาดิจิตอลคอบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกาได้ จะได้ 3

คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 ช้ีแจงเวลาและความถ่ีสญั ญาณนาฬิกาได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ช้ีแจงเวลาและความถี่สญั ญาณนาฬิกาได้ จะได้ 3 คะแนน

แบบฝึกหดั หน่วยที่ 13
ตอนที่ 1 เขียนเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ที่ถูกตอ้ งท่ีสุด

1. การซิงโครไนซ์คืออะไร
ก. การควบคุมใหเ้ กิดการทางานที่เป็นลาดบั
ข. การควบคุมใหม้ ีการทางานอยา่ งต่อเน่ือง
ค. การควบคุมใหม้ ีการทางานท่ีสัมพนั ธ์กนั
ง. ถูกทุกขอ้

2. การทางานท่ีใชก้ ารส่งรหสั ขอ้ มูลเตรียมพร้อมไปพร้อมกบั ขอ้ มูลขา่ วสารเรียกระบบน้ีวา่ อะไร
ก. ระบบพร้อมกนั
ข. ระบบไมพ่ ร้อมกนั
ค. ระบบทางานต่อเนื่อง
ง. ระบบทางานเป็นลาดบั

3. ขอ้ ใดไม่ใช่การใชง้ านแบบพ้ืนฐานของการซิงโครไนซ์
ก. ใชใ้ นการตดั สินการทางานของความตอ้ งการท่ีไม่ตรงกนั
ข. ใชใ้ นการอานวยความสะดวกใหก้ บั ระบบทางานแตล่ ะงาน
ค. ใชใ้ นการสุ่มตวั อยา่ งสญั ญาณที่ไม่ตรงกนั ดว้ ยสัญญาณนาฬิกา
ง. ใชใ้ นการส่งผา่ นสญั ญาณที่ไม่ตรงกนั ระหวา่ งขอบเขตของสัญญาณนาฬิกาสองคา่

4. การซิงโครไนซ์ใชส้ ญั ญาณชนิดใดมาควบคุมในระบบการทางาน
ก. กระตุน้
ข. นาฬิกา
ค. คล่ืนพลั ส์
ง. คล่ืนสี่เหล่ียม

5. การทาใหเ้ กิดการซิงโครไนซ์ควบคุมการทางานท่ีตน้ ทางและปลายทาง โดยใชเ้ วลาอะไรในการทางาน
ร่วมกนั
ก. เวลามาตรฐานตอนกลาง (CST)
ข. โปรโตคอลเวลาเครือข่าย (NTP)
ค. เวลามาตรฐานสากลร่วมกนั (UTC)
ง. เวลามาตรฐานโลกที่กรีนวชิ (GMT)

6. จากขอ้ 5 ถูกนาไปประยกุ ตใ์ ชง้ านในดา้ นใด
ก. วทิ ยาศาสตร์ดา้ นคอมพิวเตอร์
ข. โทรคมนาคม
ค. มลั ติมีเดีย
ง. ถูกทุกขอ้

7. จากรูปเม่ือนาไปใช้งานกับการซิงโครไนซ์จะมี
คุณสมบตั ิเป็นสัญญาณอะไร
ก. สัญญาณพลั ส์
ข. สญั ญาณควบคุม
ค. สัญญาณนาฬิกา
ง. สัญญาณสี่เหลี่ยม

8. จากรูปขอ้ 7 สญั ญาณ 1 รอบคล่ืนจะมีเวลาเท่าไร
ก. 5 ms
ข. 10 ms
ค. 15 ms
ง. 20 ms

9. จากรูปขอ้ 7 สญั ญาณจะมีความถ่ีเทา่ ไร
ก. 50 Hz
ข. 66.67 Hz
ค. 100 Hz
ง. 200 Hz

10. ไดอะแกรมเวลาดิจิตอลคืออะไร
ก. ผงั เวลาที่เขียนเรียงเป็นลาดบั กนั ไปในรูปสัญญาณพลั ส์
ข. ตารางกาหนดเวลาในการทางานของระบบควบคุม
ค. คา่ ลอจิก 0 และ 1 ที่เขียนไวใ้ นตารางความจริง
ง. ลาดบั เวลาของสญั ญาณดิจิตอล

ตอนที่ 2 อธิบายใหไ้ ดใ้ จความสมบูรณ์และแสดงวธิ ีทาใหถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์
1. การซิงโครไนซ์คืออะไรมีหลกั การทางานอยา่ งไร
2. การควบคุมระบบการทางานทางดิจิตอลแบง่ ออกไดเ้ ป็นก่ีระบบ มีหลกั การทางานอยา่ งไร

ใบปฏิบตั ิงาน 13 T ฟลิปฟลอปและไดอะแกรมเวลา

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั

1. ประกอบวงจร T ฟลิปฟลอปสร้างจาก JK ฟลิปฟลอปได้

2. เขียนไดอะแกรมเวลาของ T ฟลิปฟลอปได้

3. เกิดความขยนั ขนั แขง็ ในการปฏิบตั ิงาน

เคร่ืองมือและอุปกรณ์

1. แผงทดลองดิจิตอล 1 ชุด

2. IC เบอร์ 74107 1 ตวั

3. คู่มือการใชง้ าน IC TTL 1 เล่ม

4. สายต่อวงจร 1 ชุด

ลาดบั ข้นั การทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 13.1 พร้อมท้งั จ่ายแรงดนั 5 V ใหต้ วั IC เบอร์ 74107

2. ป้อนสัญญาณนาฬิกาเข้าที่อินพุต T คร้ังละ 1 ลูกคล่ืน ต้งั แต่ลูกท่ี 1 ถึง 7 แต่ละคร้ังของการป้อน
สัญญาณนาฬิกา ให้ดูผลลพั ธ์ท่ีเอาตพ์ ุต Q และ Q̅ บนั ทึกผลลงในตารางที่ 13.1 ช่องเอาตพ์ ุต Q และ Q̅
ต้งั แต่สัญญาณนาฬิกาลูกท่ี 1 ถึง 7

3. นาผลลพั ธ์ที่ไดจ้ ากตารางที่ 13.1 ไปเขียนไดอะแกรมเวลาดิจิตอลลงในรูปท่ี 13.2

สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. ผลการทดลองของ T ฟลิปฟลอปในตารางท่ี 13.1 และไดอะแกรมเวลาดิจิตอลรูปที่ 13.2 เหมือนกนั หรือ
แตกตา่ งกนั กบั คุณสมบตั ิของ T ฟลิปฟลอปหรือไมอ่ ยา่ งไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มสี าระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ

แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ

แบบประเมนิ กระบวนการทางาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขท่ี…….

1……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี…….
คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
ท่ี รายการประเมิน
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการ
จดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทว่ั ถึงและมีส่ือ / อุปกรณ์ไมเ่ พียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บนั ทึกหลงั การสอน

หน่วยท่ี 13 เร่ือง การซิงโครไนซ์และไดอะแกรมเวลา

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพือ่ ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาที่กาหนด
3. นกั ศึกษาทดลองใชง้ านของการซิงโครไนซ์ได้
4. นกั ศึกษาสังเกตไดอะแกรมเวลาดิจิตอลคอบคุมดว้ ยสัญญาณนาฬิกาได้

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาที่กาหนด


Click to View FlipBook Version